The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by stabundamrong KM, 2022-10-26 02:40:04

การเสด็จตรวจราชการหัวเมือง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

โดย กระทรวงมหาดไทย

Keywords: ตรวจราชการหัวเมือง,กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

เปนธรรมเนียมท่ีมมี าแตโบราณ เขากนั ไวใหอยูตางหากหมูหน่ึง ทา�
มาหากนิ ในพวกของเขาเอง ราษฎรท�านาไดขาวขายบางเลก็ นอย และ
ท�าไหมปลกู ยาสบู พอใชกันเอง

วันที่ ๒๒ ธันวาคม เวลาย�่ารุง ๕ นาที ออกจากที่พักแรม
หนองหญาปลอง เดินทางผานมาทุงปงปด เดนิ ตามทางโทรเลขถงึ
เนนิ ผักเหมน็ หนองปงปดทพ่ี กั รอนเวลาเชาโมงหน่ึง ๕๐ นาที ระยะ
ทาง ๒๘๐ เสน เวลาเชา ๓ โมง ๒๕ นาที ออกจากทพ่ี ักรอนมาตามทงุ
บานนาเพียง จวนถึงหนองแวง เห็นที่นาและฝูงโคมีราษฎรน่งั อยเู ปน
หมู ถงึ หนองแวงทพ่ี ักแรมเวลาเชา ๔ โมง ๒๐ นาที ระยะทาง ๒๔๘
เสน รวมระยะทางวันน้ี ๕๒๘ เสน การท�ามาหาเล้ียงชพี ของชาวบาน
นี้ มกี ารท�านาและผสมโคและท�าไรผกั และทา� ไหมเปนพ้ืน

เมอื งชนบท
วนั ที่ ๒๓ ธนั วาคม เวลาย�่ารงุ ออกจากท่ีพกั แรมหนองแวง
ขามหวยยางถึงหวยชนั ท่ีพกั รอนเวลายา�่ รงุ ๕๐ นาที ระยะทาง ๑๕๐
เสน หยุดพกั มาครหู น่ึง แลวออกเดนิ ตอไปถึงหวยขห้ี นู หวยเขวา หวย
เสอื กดู โดยล�าดบั มาตามทางโทรเลข ผานทงุ นาและไรออยบาง จวน
ถงึ เมืองชนบท เหน็ หมบู านใหญทโี่ คกดนิ แดง เปนบานราษฎรมาตั้ง
อยเู มอื่ เวลาหนานา ครนั้ ส้นิ ฤดูนาก็กลับเขาไปอยใู นเมอื ง เวลาเชา ๒
โมง ๓๐ นาที ถึงเมืองชนบท ระยะทาง ๒๖๐ เสน รวมระยะทางวนั น้ี
๔๑๐ เสน เวลากลางวนั นายอ�าเภอพรอมดวยก�านันผูใหญบานและ
ผูเฒาพาราษฎรชายหญิงประมาณ ๒๐๐ คนนา� บายศรตี ีฆองแหมายงั
ทพ่ี ัก ผูเฒาขนึ้ นะโมวาคา� อา� นวยพร แลวผกู ไหมทองทข่ี อมอื เปนการ
ท�าขวัญตามธรรมเนยี มบานเมือง และจีนพอคา ๔-๕ คน มีขุนพานิชจีน
นิกรเปนหัวหนามาใหกิมฮวยอั้งต๋วิ เวลาบาย ๔ โมงเศษข้ึนระแทะไป
ดเู มอื งตามถนนสายยาว ซ่งึ มีหมบู านราษฎรทง้ั สองขางทาง ประมาณ
๓๐ เสน จนถึงหมรู านจนี มแี พรพรรณและของกรงุ เทพฯ มาขาย ดูราน
แลวไปทว่ี ดั ศรบี ญุ เรอื ง มีพระ ๑๓ รูป เณร ๑๗ รูป เจาอธิการสอน

410 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

หนังสือไทย
เมืองชนบทน้ี เดิมขึ้นเมืองนครราชสีมา พ่งึ ตดั ไปขนึ้ มณฑล

อุดรเมื่อตงั้ ขาหลวงใหญประจา� มณฑลอดุ ร ราษฎรเมืองชนบทมชี าว
โคราชกับชาวอุดรเกือบจะเทาๆ กัน รวมท้ังสนิ้ ๓๕,๙๐๖ คน การ
ท�ามาหาเล้ียงชพี ท�านาอยาง ๑ ท�าไรฝายอยาง ๑ ไรออยอยาง ๑ ทา�
เกลืออยาง ๑ ผสมโคอยาง ๑ ท�าไหมอยาง ๑ ไหมเดิมทา� แตพอใชใน
บานเมอื ง ขายกนั ราคาชงั่ ละ ๓ บาท ตัง้ แต ๒ ปมาน้ี ไหมไดออกเปน
สินคาทางเมืองนครราชสีมาบาง ราคาข้ึนเปนชงั่ ละ ๗ บาท ๓๒ อฐั

วันที่ ๒๔ ธันวาคม เวลาย�่ารุง ออกจากเมืองชนบท ขาม
สะพานหวยหนองเอียงออกทุงนาหนองกุง เหน็ เขาภูเวยี งขางซายมือไป
ขามหวยนาวอ นา้� ไหลตกลา� พาชี มสี ะพานขามแลวออกทงุ บานเมอื ง
เพี้ยถงึ หนองยาว เวลาเชา ๒ โมง ๒๕ นาที ถงึ ต�าบลคูคาดทพี่ กั รอน
ระยะทาง ๓๘๐ เสน หยุดกินขาวเชาและพักมาแลว เวลาเชา ๓ โมง
๒๕ นาที ออกเดนิ ทางตอไป ถงึ ทีพ่ ักแรมบานหนองปลาจอยเวลาเชา
๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๒๙๘ เสน รวมระยะทางเดินวันน้ี
๖๗๘ เสน ทางทม่ี าวันน้ีเดนิ ใกลหวยและหนองไมในปาข้นึ เปนพุมเขยี ว
ชอมุ และมเี นนิ ลวนดวยหญาเขียวสด คอยแปลกตากวาหนทางทม่ี า
ตอนแรก ซึ่งเปนทไ่ี มแหงโดยมาก

เมืองขอนแกน
วนั ท่ี ๒๕ ธันวาคม เวลาย�่ารุง ออกจากที่พักแรมบานหนอง
ปลาจอย ขามหวยชนั ตองเขาเขตมณฑลอสี านเดนิ ผานไปสกั ๑๐ เสน
แลวจึงกลบั เขาเขตมณฑลอดุ รอกี เพราะการปนเขตตอนนี้เอาลา� หวย
แหงหนง่ึ เปนก�าหนดแดนไปตกน้�าพาชี แนวหวยนั้นยอยเขามาใน
ทางหลวงเขตมณฑลอีสานจงึ ล้�าเขามา มหี มบู าน ๓ หมู เปนเขตอ�าเภอ
โกสมุ วไิ สยขึ้นเมืองมหาสารคาม บรเิ วณรอยเอ็ด ตอนน้ีแลเหน็ ทวิ ไม
ฝงล�าน้�าพาชี มหี นองน้�าตลอดทางมา ถึงฝงแมน้�าชีทตี่ �าบลดอนบม
เวลาเชาโมงหนง่ึ กบั ๑๕ นาที ระยะทางมา ๒๒๐ เสน นายรอยเอก

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 411

ขนุ ผดุงแควนประจันต๑ ขาหลวงบรเิ วณพาชี พระยานครศรบี ริรกั ษ๒
จางวางเมอื งขอนแกนมารับ กินขาวเชาทตี่ �าบลน้ี

ที่นี้มสี ะพานใหญขามล�าน�้าพาชี เปนสะพานไมแกน มีพนัก
สองขาง กวาง ๓ วา ยาว ๓๔ วา สงู จากพ้ืนลา� น้�า ๘ วา เจาะศิลา
ริมนา้� ปกเสาลึกลงไป ๔ ศอก ขาราชการจีนพอคาและราษฎรเขา
เงนิ ชวยแรงกันทา� ขนึ้ ตัง้ แตศก ๑๒๑ แลวในศก ๑๒๒ เปนสะพาน
แขง็ แรงถึงชางขามได เปนประโยชนแกพอคาและราษฎรไปมามาก
เม่ือยังไมมีสะพานนี้ เกวยี นขามลา� น้�าพาชนี ้�ามากก็ขามไมได ถานา้�
นอยตล่งิ สงู ตองเสียเวลาถงึ ๒ วนั ๓ วนั จึงพาเกวียนขามไปไดหมู
หนึง่ ล�านา�้ ชปี ลายนา้� ออกจากบงึ อีจอย ซง่ึ เปนแองใหญอยูบนเขาเขยี ว
แขวงเมอื งหลมศักด์ิ ไหลมาทางตะวันออกไปตกลา� น้�ามลู ตรงบานทา
งอย แขวงเมอื งอุบลราชธานี เวลาเชา ๓ โมงขึน้ มาตอมา ระยะทาง
๑๘๐ เสน ถึงเมอื งขอนแกนเวลา ๓ โมง ๔๐ นาที รวมระยะทาง ๔๐๐
เสน มาตามถนนในเมืองมบี านตดิ ตอกันไปทง้ั ๒ ขางทาง มรี ้ัวไมจรงิ
เปนเขตบานตลอดไป ถนนยาว ๓๗ เสนถงึ ตลาดแลวมีถนนเลีย้ วมา
ทีว่ าการขาหลวงบรเิ วณพาชี ซง่ึ จดั เปนทพี่ ัก เปนตกึ ฝาขดั แตะทาดนิ
ท�าขนึ้ ต้ังแตศกกอน

เวลาบาย ๔ โมง ไปดทู ตี่ างๆ จนถงึ ตลาดและวัดธาตุ มโี รงเรยี น
ซ่งึ ขาหลวงบรเิ วณจัดตั้งข้นึ มีพระสอน มจี า� นวนนกั เรยี น ๑๐๙ คน
แตสวมเส้อื กางเกงและหมวกเหมอื นกัน หดั เขาแถวคา� นับอยางทหาร
เรียบรอย แลวกลบั ทพ่ี ักแรม มีชาวเมืองทัง้ ชายหญงิ ประมาณ ๒๐๐
เศษ แหบายศรมี าท�าขวญั เหมือนท่เี มอื งชนบท

ราษฎรในเมอื งขอนแกนนี้มีจา� นวน ๕๙,๔๑๘ คน การท�ามา

๑ ขนุ ผดงุ แควนประจันต (ชวง วิโรจนเพ็ชร) ภายหลังเปนพระเลิศแหลง
หลม ผวู าราชการจังหวดั หลมศักดิ์

๒ พระยานครศรบี ริรกั ษ (อ)ู

412 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ

คาขายมีเชนเดียวกนั กับชาวชนบท
วนั ท่ี ๒๖ ธันวาคม เวลาเชาโมงเศษ ไปดูท�านบทงุ สราง ซ่ึง

ขุนผดุงแควนประจันต ขาหลวงบริเวณไดขอแรงราษฎรชวยกันปก
หลกั ถมดนิ ข้ึนไวเปนท�านบยาว ๒๓ วา กวาง ๖ วา กัน้ น�้าไวส�าหรบั
ใหราษฎรใชไดตลอดป ท�าส�าเร็จมาตั้งแตศก ๑๒๓ ทุงสรางเปน
ทงุ กวางใหญ พน้ื ทลี่ มุ มที างน�้าฝนไหลออกไปลงลา� น้�าพาชไี ดแตทาง
ที่ท�าท�านบน้ัน คร้ันท�าท�านบแลวน�้าก็ขังอยู กลายเปนหนองใหญโต
อุดมดวยปลาและนกตางๆ ถึงเปนทร่ี าษฎรเลนแขงเรือกันตามฤดูกาล
ครกึ คร้ืนทุกป ออกจากทีพ่ กั แรมไปถึงทาหนองครู ะยะทาง ๓๐ เสน
ถงึ หัวทงุ สรางจึงลงเรอื คาด คอื เรอื ชะลา ๒ ลา� ขนานกันปูพน้ื ปกเสา
มงุ หลังคาถอไปจนถงึ ท�านบ ซงึ่ อยใู กลบานหนองใหญ บานนอนยาง
ทางถอเรือไปประมาณ ๕๐ นาที แลวพกั กินขาวเชาทีๆ่ พักกลางทุง
ราษฎรเอาเรือชะลามาพายแขงกันใหดูหลายล�า จนเวลาเทีย่ งเศษ
จงึ กลับ ตอนบายสนทนากบั พระสงฆ เจาอาวาสและพวกจีนพอคา

ตั้งแตเขาเขตมณฑลอุดรมา ไดไปเที่ยวตามหมูบานราษฎร
ตามทางท่ีผานมาหลายแหง บางแหงเปนบานใหญตัง้ มาชานานหลาย
ชั่วคน ลองไตถามถึงประเพณกี ารสมาคมของชาวบานเหลาน้ี ตามที่
พวกชาวบานชี้แจง ไดความประหลาดนาพศิ วงอยาง ๑ คอื ชาวบาน
เหลานคี้ รวั หนง่ึ ก็มีบานอยแู หง ๑ มเี หยาเรือนพอกันอยู และมียงุ ขาว
เกบ็ ไวพอกินป ๑ ในลานบานปลกู พริก มะเขอื ขา ตะไคร ส�าหรบั ตม
แกง นอกบานมสี วนผลไมเชน กลวย, ออย, หมาก, มะพราว และมี
ทป่ี ลูกตนหมอนส�าหรับเล้ยี งไหม ตอเขตสวนออกไปถงึ ทงุ นา ตางมี
เนื้อนาและโคกระบือพอท�าไดขาวกนิ ทกุ ครวั เรือน ถงึ ฤดูทา� นาก็ชวย
กนั ทา� นาท้งั ชาย หญิง เดก็ ผใู หญ สิน้ ฤดูนาผชู ายไปเที่ยวหาของขาย
ผูหญิงอยบู านเลยี้ งไหมและทอผาทา� เคร่ืองนงุ หม เศษอาหารท่ีเหลอื
บรโิ ภคใชเล้ียงไกและสุกรไวขาย การกินอยขู องชาวบานแถวนท้ี �าได
เองเกอื บไมตองซอ้ื หาส่งิ อนั ใด สิง่ ทีต่ องซ้ือก็คือเครอ่ื งเหล็ก เชนจอบ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 413

เสยี ม, มีดพรา เปนตน และเครอ่ื งถวยชาม บางทีก็ซอ้ื ดายทอผาหรอื
ผาผนื และของอน่ื ๆ ท่ชี อบใจซึ่งพอคาหาไปขาย เงินทองท่ีจะใชซือ้
หาก็มพี อเพียง เพราะมโี คกระบอื ทอี่ อกลูกเหลือใชและมหี มแู ละไก
ท่ีเลยี้ งไวดวยเศษอาหารเหลือบรโิ ภค ขายไดเงนิ ซอ้ื ของทต่ี องการได
พอปรารถนา ตางครัวตางอยูเปนอสิ ระแกกนั ไมมีใครเปนบาว ไมมีใคร
เปนนายใคร ลกู บานอยูในปกครองของผูที่เปนหัวหนาครัวของตน
แลวก็มผี ใู หญบานและกา� นนั ตอขึน้ ไป ดูปกครองกนั งายดาย แตวา
ท้ังต�าบลนน้ั จะหาเศรษฐที ม่ี ั่งมเี งนิ แต ๒๐๐ บาทข้นึ ไปไมมเี ลย คน
ยากจนถงึ ตองเปนบาวคนอืน่ กไ็ มมเี ลยสักคนเดยี ว คงอยูกันมาเชนนี้
นับดวยรอยปแลว เพราะเหตวุ าพวกชาวบานท�าไรนาหาเลี้ยงตัวได
โดยไมจ�าเปนตองใชเงิน ความรูสึกตองการตัวเงินไมรนุ แรง เงินก็
ไมมอี �านาจเหมือนในเมืองท่ีวาเปนศิวิไลซ จึงไมใครมใี ครสะสม แต
จะวายากจนก็ไมได เพราะเล้ยี งตัวไดโดยผาสุกไมอตั คดั เมือ่ ไดความ
ดงั กลาวมา ไดอธิบายใหหมอแบรดด๊อกเขาใจ แลวถามวา ประชมุ ชน
เชนนี้ฝรง่ั จะเห็นวามคี วามสขุ หรอื มคี วามทุกขประการใด หมอแบรด
ด๊อกเปนชาวอเมรกิ ันตอบวา พวกโซเชียลลสิ ตในเมืองฝรั่งที่วุนวายกัน
ตางๆ ก็ตองการจะเปนอยางพวกชาวบานน้ีนั่นเอง ท่ีแทสมาคมอยาง
ที่พวกโซเชียลลิสตตองการมอี ยูในเมอื งนีม้ านบั ดวยรอยปพันปแลว
สมกับสุภาษิตที่กลาววา “ไมมอี ะไรแปลกใหมในโลกน”ี้ ๑

วันที่ ๒๗ ธันวาคม เวลาย่า� รงุ ๕ นาที ออกจากเมอื งขอนแกน
ทางถนนทายเมอื ง ขามสะพานหนองแวงจะกา หวยบานลานหญา
ถงึ บานสา� ราญทีพ่ ักรอนเวลาเชาโมงหนง่ึ กบั ๔๐ นาที ระยะทาง ๓๐๐
เสน มีราษฎรในหมบู านมาคอยอยเู ปนอันมาก เวลาเชา ๓ โมง ๑๕
นาที เดินทางตอไป ขามหวยใหญ หวยบานตอกแปน หวยอายงอ และ

๑ เร่ืองนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ ทรงเลาไวในนิทาน
โบราณคดี นิทานท่ี ๑๖ เรือ่ งสมาคมไทยอยางโบราณ

414 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ

ซับบอน (คือแองท่นี า้� ไหลซับขึน้ มาจากพื้นแผนดนิ ) แลวถึงหวยหนิ ลาด
ท่พี กั แรมเวลาเชา ๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๒๕๐ เสน รวมระยะทาง
วนั น้ี ๕๕๐ เสน

ตามหนทางท่มี าวันนี้มีขน้ึ เนนิ ลงเนินปาไมหลายแหง ส�านวน
ชาวเมืองน้ีเรียกวาสามสิบสองเนิน มีไมเต็งรังตนสงู ๆ และไมอ่ืนๆ
ขน้ึ เขียวทบึ บางแหงเมอื่ ถึงชายเนินมีนาบาง บางแหงมไี รยาสบู บาง
หนทางแคบกวาตนทางมณฑลอดุ รที่ผานมาแลว แตเปนทางสาย
โทรเลขเหมอื นกนั

วันที่ ๒๘ ธนั วาคม เวลาย่�ารุง ๕ นาที ออกจากที่พกั แรมตา� บล
หินลาด ขามหวยค�าแกนคนู ถึงฝงลา� น้�าพองเวลาเชาโมงหนึ่งกับ ๔๐
นาที ระยะทาง ๒๒๐ เสน ล�านา้� พวกนีไ้ หลจากเขากระดงิ แขวงเมอื ง
หลมศกั ด์ิ มารวมน้�าชใี ตบานเผือแขวงเมืองขอนแกน ขุนผดุงแควน
ประจันต ขาหลวงบริเวณพาชพี รอมดวยขาราชการพอคาและราษฎร
ชวยกันออกเงนิ ออกแรงสรางสะพานชางขามลา� น้�าพอง กวาง ๓ วา
ยาว ๕๗ วา เสาและพื้น รอดลูกกรง คานเครอ่ื งไมใชไมแดง ไมตะเคียน
ไมเตง็ ไมรงั เปนสะพานมั่นคงแข็งแรงกวาสะพานขามลา� น�้าพาชีท่ขี าม
มาแลว เปนประโยชนแกพอคาและราษฎรท่จี ะไปมาเปนอนั มาก ได
ลงมือทา� ตัง้ แตธันวาคม ศก ๑๒๔ แลวเสร็จเม่ือเดือนธันวาคมศกน้ี
ทันรบั ขาพเจา จงึ ไดมกี ารสวดมนตเลย้ี งพระฉลอง และเชิญใหขาพเจา
ตัดผาเปดสะพานในวันน้ีดวย ในขณะเปดสะพานนัน้ พระสวดชัยมงคล
มพี ลุและพณิ พาทยประโคม ขามสะพานถงึ ท่ีพกั รอนเวลาเชา ๓ โมง
๔๐ นาที หยุดกินขาวเชาแลวเดนิ ตอไปถงึ หวยวงั เดือนหา หวยหวั ชาง
หวยอายเตน ถึงกุดหวาท่พี ักแรมเวลาเชา ๕ โมง ระยะทาง ๔๐๐ เสน
รวมระยะทางวันนี้ ๖๒๐ เสน ทตี่ า� บลกดุ หวามีราษฎรมาต้งั อยูไดสกั
๘ ปมา สังเกตดรู าษฎรเปนไขปาจนเปนปางโดยมาก เพราะแถวนเ้ี ปน
ท่ปี ารมิ ดง ใหหมอแจกยารกั ษาใหตามสมควร

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 415

เมอื งกุมภวาป
วนั ท่ี ๒๙ ธันวาคม เวลาย่�ารุงคร่ึง ออกจากกุดหวา ผาน
ซบั บอน ซบั บง มาถึงบานนาง้วิ ซ่งึ เปนบานรางเพราะราษฎรท�านา
ไมไดผลจงึ ยายไปต้งั บานใหมท่ีหวยนาคา� ซึ่งเปนหนทางจะผานตอไป
พกั กนิ ขาวเชาทน่ี างว้ิ เวลาเชาโมงหน่ึงกบั ๔๕ นาที ระยะทาง ๑๘๐
เสน ครน้ั เวลาเชา ๓ โมงออกจากบานนาง้ิว เดินตามทางตดั ใหม
ซ่ึงแยกจากทางโทรเลขขามหวยอายเตนถึงเขตกุมภวาป เมืองน้ยี ก
บานบงึ หมอ๑ ตง้ั ข้ึนเปนเมืองเมอื่ ในรัชกาลท่ี ๕ พระวรฤทธิไชย
ผูวาราชการเมืองกุมภวาปมารบั ตอมาถงึ หวยบานนาคา� ซึ่งเปนบาน
ตง้ั ใหม แลวถงึ ต�าบลวงั หินทีพ่ ักแรมเวลาเชา ๔ โมง ๔๕ นาที ระยะ
ทาง ๒๖๙ เสน รวมระยะทางวนั น้ี ๔๔๙ เสน ที่เรียกวาวังหิน เพราะมี
แองศลิ าแลงนา�้ ขงั อยูในปา แตไมมีหมบู าน หนทางทีม่ า ๒ วนั นี้เปน
ทางข้ึนเนินลงเนินอยางวนั กอน และทางที่ตดั ใหมจากบานนาง้ิวมี
ไมใหญรมรนื่ ดี แลวจะไปรวมทางโทรเลขที่บานเสอเพลอตอไปขางหนา
วนั ที่ ๓๐ ธนั วาคม เวลาย�่ารุง ๑๕ นาที ออกจากทีพ่ ักแรม
วงั หินเลยี บชายเนนิ มาถงึ ท่ีพกั รอนต�าบลหวยกองสเี วลาเชา ๒ โมง ๑๐
นาที ระยะทาง ๒๘๑ เสน เวลาเชา ๓ โมงเศษ ออกจากทพ่ี กั ขามหวย
กองสีเขาดงเกวยี นหกั เปนดงไมเลก็ ๆ แลวขามหวยทรายขามดงปะโค
เมอ่ื ลงถึงชายดงเห็นหนองใหญ เรยี กวาหนองปะโค มีหญาข้นึ เต็ม
แลดูโดยรอบเห็นทิวไมทุกดาน ขางทางมีไผ แลดูไปเปนซุมเปนซอก
งามดี ตอไปถึงบานปะโค ผานหมูบานแลวออกทงุ สียาวอน ถึงเมือง
กมุ ภวาปเวลาเชา ๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๒๐๐ เสน รวมระยะทาง
วนั น้ี ๔๘๑ เสน พระรามฤทธี ขาหลวงบริเวณน้�าเหืองมาคอยรับอยู

๑ บานบงึ หมอ กุมภวาปนี้ พระยาอดุ รธานี (จิตร จติ ตะยโสธร) ทาน
วาเดมิ เขาเรียกวา “บงึ มอ” (มอคา� นี้ หมายถงึ โคผู มิใชบึงหมอ) เปนสถานท่ี
ทฝี่ ูงโคลงกินนา้�

416 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

ทน่ี พ่ี รอมดวยเจาเมอื งกรมการ
เวลาบาย ๓ โมงเศษ ไปเท่ยี วตามทางหมูบาน ขางหลงั หมูบาน

ออกไปเปนทุงใหญ แลเหน็ หนองหาร ทุงนี้แลดกู วางใหญมาก โดยยาว
กวา ๑๐๐ เสน ตกขอบหนองหารกลางทุงมีเนนิ เลก็ ๆ ไมขึ้นเปนพมุ
อยูสกั แหงหน่ึงสองแหง ราษฎรปลอยโคกระบือและมาออกกินหญา
เปนฝูงๆ หนองหารนี้มีช่อื เสยี งมาในพงศาวดาร เปนหนองใหญกวาง
มาก มีชาวบานตัง้ หาปลาอยูโดยรอบ ทางเดินรอบหนองประมาณ
๒ วัน มที าลงหนองทบ่ี านเชียงแหว ระยะทางหางจากเมอื งกุมภวาป
๒๐๐ เสน มเี กาะในหนองเรียกวาเกาะดอนแกว มีหมูบานและวดั บน
เกาะน้ันดวย นา�้ หนองหารนไี้ หลลงน�้าปาวไปตกล�าพาชี เวลาบาย ๕
โมงเศษ กลับมาแวะวดั โพธิไ์ ชย มพี ระ ๕ รูป เณร ๘ รปู มีการสอน
หนงั สือไทยบางเล็กนอย

เมอื งกมุ ภวาปเปนเมืองขนึ้ เมอื งหนองหาร มีราษฎรประมาณ
๖๐๐๐ คน มีชาวเมอื งนครราชสีมาต้ังทา� มาคาขายดวยหลายครัว
การทา� มาหาเลี้ยงชีพ คือท�านาอยาง ๑ หาปลาอยาง ๑ ผสมโค กระบอื
มาอยาง ๑ ขายหนงั เขาโคกระบอื อยาง ๑ เก็บผลเรวอยาง ๑ สับยาง
กะตังกะต้วิ ขายอยาง ๑

วันที่ ๓๑ ธนั วาคม เวลาย�่ารงุ ครง่ึ ออกจากเมืองกมุ ภวาปผาน
ทงุ นาแลวเขาปาเล็กๆ ถึงหนองส่แี จ เปนทุงกวางเห็นทิวไมโดยรอบ
เขาดงส่แี จ เปนดงไมเลก็ ๆ ขามหวยน้�าฆอง แลวผาหมูบานสองเปลือย
ซึ่งเปนทร่ี าษฎรชาวเมืองนครนายก มาต้ังท�านาขาวเจาหลายปมา
แลว คนพวกนเี้ ปนเช้อื ลาวชาวเวียงจนั ทนแตกอนเม่ือศก ๑๑๓-๑๑๔
ฝร่ังเศสใหพวกกรมการเมืองเวียงจนั ทนลงมาเกลี้ยกลอมใหกลับไป
เมอื งเดิมของปู ยา ตา ยาย ผูที่มาเกลย้ี กลอมมาบอกวาจะไดบานเรือน
ไรนาสารพัดไมตองลงทุนรอนอยางไร ไปยูกินตามชอบใจ พวกน้ี
หลงเชื่อก็ขายบานเรือนไรนาอพยพไปเมืองเวียงจันทน ครั้นไปถึง
ไมไดจริงดงั คาดเหน็ สอู ยูเมืองนครนายกไมได กพ็ ากันอพยพกลบั มา

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 417

ทยี่ งั มีทนุ รอนพอกลับมาถงึ บานเดิมไดกม็ ี ที่หมดทุนมาไมได กต็ ง้ั ท�า
ไรนาอยูในมณฑลอดุ รท่ีตา� บลน้บี าง ตา� บลอ่นื บาง ยงั มีอีกหลายสบิ ครัว
ท่ีตา� บลน้เี ปนทีน่ าดี มีชาวเมอื งอบุ ลราชธานแี ละชาวเมอื งนครราชสมี า
กับคนพ้นื เดิมอยูดวยรวมกันเปน ๓ หมบู าน ผานทุงนาและนาเกลือ
มาถงึ ต�าบลเสอเพลอเวลาเชา ๒ โมงครึ่ง ระยะทาง ๒๐๐ เสน

เวลาเชา ๓ โมง ๔๐ นาที ออกจากทพ่ี ักตา� บลเสอเพลอเขา
ทางสายโทรเลข ขามหวยสมพาดเปนเขตเมืองกมุ ภวาปกับอ�าเภอ
บานหมากแขงตอกัน พระศรีสุนทรกิจ๑ ปลัดอ�าเภอชาวบานเด่ือ
หมากแขงพรอมดวยกรมการกา� นนั ผใู หญบานมารับ ผานบานทอนและ
หวยหลกั นาง ข้ึนโคกปาไม ถึงทพี่ ักแรมต�าบลหนองหมนื่ เทา เวลาเชา
๕ โมง ระยะทาง ๓๐๕ เสน รวมระยะทางวันนี้ ๕๐๕ เสน

เมอื งอุดรธานี
วันที่ ๑ มกราคม เวลาย่�ารุงครง่ึ ออกจากหนองหม่นื เทา เดนิ
ตามทางสายโทรเลข ผานบานทอนและบานค�ากลิ้ง ทบ่ี านค�ากล้ิงมี
ทงุ กวางมีนา นายพนั ตรี หลวงพทิ กั ษนรินทร๒ ผบู งั คบั การทหารราบ
ท่ี ๗ ประจ�าบานเดือ่ หมากแขง กับนายทหารและนายรอยต�ารวจภูธร
มารบั กลางทาง เวลาเชาโมงคร่งึ ถงึ หนองขอนขวาง ระยะทาง ๒๐๐
เสน มที ี่พักรอน พักครูหนงึ่ แลวเดินตอไปตามทาง ซ่ึงมนี าขาวและ
นาเกลือจนถงึ ต�าบลหวยโซ พระยาศรสี รุ ิยราชวรานุวตั ร๓ ขาหลวง
เทศาภบิ าลซึ่งลวงหนามาคอยตอนรบั เปนตอนๆ กับพระรงั สรรคสาร
กิจ๔ ขาหลวงบรเิ วณหมากแขงและขาราชการประจา� มณฑล พรอม
ดวยพระยาประทุมเทวาธิบาล๕ ผูวาราชการเมืองหนองคาย และ

๑ พระศรสี ุนทรกจิ (อา� คา)
๒ หลวงพิทกั ษนรนิ ทร (กร) ตอมาเปนพระวรราชนรุ กั ษ
๓ โพธิ์ เนตโิ พธ์ิ ยายมาจากมณฑลพษิ ณโุ ลก
๔ พระรงั สรรคสารกจิ (เล่ือน ศรเี พญ็ )
๕ พระยาประทมุ เทวาธบิ าล (เสอื ณ หนองคาย)

418 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ

พระยาประจนั ตประเทศธาน๑ี ผูวาราชการเมอื งสกลนครมารบั ทนี่ ี่
ท่ีหวยโซน้ี ถาฤดฝู นเปนหวยท่ีน้�าไหลทวมหนองอยูนานๆ

พอคาท่ีจะขามลอเกวียน และผคู นไปมาไดความล�าบาก ขาราชการ
ในมณฑลน้ี พรอมดวยก�านนั ผูใหญบานและราษฎรจงึ ชวยกนั สราง
สะพานขน้ึ ดวยไมจริง กวาง ๒ วา ๒ ศอก ยาว ๘ วา ๒ ศอก ขามหวย
โซนก้ี บั ไดท�าถนนจากสะพานน้ไี ปจดถนนหนาโรงพักตา� รวจภูธร รวม
กับถนนในเมือง (อดุ รธานี) เปนทางกวาง ๓ วา ๗ ศอก ยาว ๒๕ เสน
๑๖ วา เพ่อื เปนการสะดวกแกมหาชนทีไ่ ปมา สะพานและถนนพ่งึ
แลวในคราวนี้ พระรังสรรคสารกจิ จึงเชญิ ใหตดั แพรแดงขงึ สะพานเปน
การเปดสะพานขามหวยโซนีด้ วยแลว ไปตามถนนทีถ่ มใหมไปจนถงึ
ที่พกั ที่มณฑลอุดรเวลาเชา ๒ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๑๐๐ เสน
รวมระยะทางวนั น้ี ๓๐๐ เสน

เวลาบาย ๒ โมงประชมุ ขาราชการ พอคาราษฎรมาหาท่ีปะรา�
หนาท่ีวาการมณฑล เวลาบาย ๓ โมงเสรจ็ การประชมุ

ท่ีบานหมากแขงน้ี เดมิ เรียกวา “บานเดอื่ หมากแขง” ตงั้ อยรู มิ
หวยหมากแขง เดมิ เปนทบ่ี านราง พระเจานองยาเธอ กรมหลวงประจกั ษ
ศิลปาคม๒ เม่อื ด�ารงต�าแหนงขาหลวงตางพระองค ไดยายทว่ี าการจาก
เมืองหนองคายมาตง้ั เปนท่ีวาการมณฑลอุดรขนึ้ ตง้ั แตรัตนโกสนิ ทร
ศก ๑๑๒ ไดปลกู สรางทีท่ �าการตางๆ และทา� ถนนหนทางขึน้ ใหมโดย
ลา� ดบั มา เวลานท้ี ี่วาการมณฑล ท่ีวาการอ�าเภอ ศาล เรอื นจ�า โรงทหาร
โรงพักตา� รวจภูธร ออฟฟศไปรษณียโทรเลข และบานเรอื นขาราชการ
อยตู ิดตอเปนระยะๆ ลา� ดบั กนั ไป มตี ลาดขายของสด และมตี ึกอยาง

๑ พระยาประจันตประเทศธานี (โงนคา� พรหมสาขา ณ สกลนคร)
๒ พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาทองกองกอนใหญ กรมหลวงประจักษ
ศลิ ปาคม พระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหวั รชั กาลที่ ๔ กับ
เจาจอมมารดาสังวาลย รชั กาลท่ี ๕ เปนแมทพั ปราบฮอท่มี ณฑลอดุ ร และเปน
ขาหลวงตางพระองคส�าเร็จราชการมณฑลอดุ ร ตนราชสกุลทองใหญ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 419

โคราชของพอคานายหางบางมีวัดเรยี กวัดมัชฌมิ าวาส ตั้งอยูบนเนิน
และมบี อนา�้ ใหญสา� หรบั ราษฎรไดใชน้�าทกุ ฤดูกาลดวย มบี านราษฎร
มาตัง้ อยหู ลังบานขาราชการบาง มถี นนตัดตรงๆ ไปตามท่ตี ้ังท่ที �าการ
และรานตลาดเหลานี้หลายสาย และเมอ่ื ใกลเวลาขาพเจาจะมาคราว
นี้ มณฑลไดตัดถนนตั้งแตหลังทีว่ าการไปจนหนองนาเกลือเพิ่มขึ้น
อีกสายหนึ่ง และเม่ือร้อื ทว่ี าการบัดนี้ไปตงั้ บนเนินใกลหนองนาเกลือ
ตามความตกลงใหม ถนนสายน้จี ะบรรจบกับถนนเกาเปนถนนยาว
และงามมาก

เวลาบาย ๔ โมงเศษ ไปดรู านพอคาแลวไปตามถนนทต่ี ัดใหม
จนถึงหนองนาเกลือ เปนหนองใหญเพราะปดน้�าไวคลายทุงสรางท่ี
เมอื งขอนแกน ไดขนานนามวา “หนองประจกั ษ” และวนั นีเ้ ปนวัน
เฉลิมพระชนมพรรษา สมเดจ็ พระบรมราชินนี าถและสมเด็จพระบรม
โอรสาธริ าช สยามมกฎุ ราชกมุ าร เวลาบายมกี ารพธิ ีพระสงฆสวดมนต
เวลาทุมเศษไดมีการประชุมขาราชการฝายทหารพลเรือนพรอมกัน
เล้ยี งอาหารเวลาค่�าในปะรา� ตรงหนาท่วี าการ มีพิณพาทยเมืองกมุทา
ไสยมาทา� วงหน่งึ

วันที่ ๒ มกราคม เวลาเชาโมงเศษ ไปวัดมชั ฌิมาวาส พระครู
ธรรมวินยานยุ ุตกเจาคณะเมอื งหนองคาย เปนเจาอาวาส มีพระ ๘ รูป
เณร ๔ รปู และพระครพู ทุ ธพจนประกาศ เจาคณะรองเมอื งหนองคาย
มาคอยรับ กพ็ ักอยวู ัดนดี้ วย ออกจากวัดไปหนองประจกั ษ กะท่สี ราง
สถานทที่ า� ราชการและบานพกั ขาราชการบนเนนิ รอบขอบหนองน้นั

เวลาบาย ๕ โมง ไปดูโรงทหารและโรงต�ารวจภธู ร แลวมา
ทีป่ ะร�าหนาที่วาการ ซึ่งแตงเปนโรงพิธี พระสงฆ ๑๐ รูปมพี ระครู
ธรรมวนิ ยานุยตุ กเปนประธาน สวดมนตในการเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเดจ็ พระนางเจาพระบรมราชนิ นี าถและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกฎุ ราชกุมาร สวดทวาทศปริตรอยางทา� นองพระธรรมยุติกา
สวดเรียบรอยดีมาก ไดความวากรมหลวงประจกั ษฯ ไดทรงซกั ซอม

420 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ

ไว เดี๋ยวน้ีมผี ชู อบฟงท�านองนีม้ าก พระสงฆในเมอื งหนองคายจึงได
ซักซอมสบื มาสวดไดหลายวดั

วันท่ี ๓ มกราคม เวลาเชาเล้ยี งพระสงฆ ๑๐ รปู ทส่ี วดมนต
เสร็จการพิธีแลวเตรียมการทจ่ี ะเดินทางตอไป

วันที่ ๔ มกราคม เวลาย่�ารงุ ครึง่ ออกจากบานหมากแขงขี่มา
มาตามถนนท่ีตัดใหมจนถึงล�าธารซ่ึงนา้� ไหลมาจากทงุ นาเกลอื มีสะพาน
ซึ่งสรางใหมคราวน้ี พระรงั สรรคสารกจิ เชญิ ใหเปดสะพานและถนนท่ี
สรางใหมทา� ต้ังแตหมบู านมีราษฎรขายหมอ กวาง ๓ วา ยาว ๑๕ เสน
๔ วา และสะพานขามล�าธารท�าดวยเสาไมจริง กวาง ๒ วา ๑ คบื ๕
นิว้ ยาว ๑๐ วา แลวขามสะพานไปทุงนา ขน้ึ เนินพระนเิ วศ ออกทุงนา
ผานหนองบงึ จาน บานไกเถอ่ื น บานทาตูม ถึงหวยหลวงซงึ่ เปนท่เี ขต
อ�าเภอหมากแขงกับเมอื งหนองคายตอกนั พระยาประทุมเทวาธบิ าล
ลวงหนามาคอยรับ แลวผานบานดงลิง ทุงบานพันเหมอื น เดนิ ตาม
ทางโทรเลขมาตงั้ แตบานหมากแขงถงึ บานขาว เวลาเชา ๓ โมงครึ่ง
ระยะทาง ๓๘๐ เสน พักกนิ ขาวเชาแลว เวลาเชา ๔ โมงคร่งึ เดินทางตอ
ไป ผานหนองนกเขียน บานจูนบาน มีทพี่ กั อกี แหงหน่ึง เวลาบายโมง
ถงึ ริมลา� น้�าซวย ระยะทาง ๓๕๘ เสน มีท่พี กั แรม รวมระยะทางวนั นี้
๗๓๘ เสน เวลาค่�าวนั นี้ปรอทลงถึง ๓๘ ดกี รี ฟาเรนไฮต หนาวกวา
วนั อื่นท่ไี ดพบในคราวน้ี

เมอื งหนองคาย
วันที่ ๕ มกราคม เวลาย�่ารงุ คร่งึ พระยาประทุมเทวาธบิ าล
ขอใหเปดสะพานขามนา�้ ซวยซึง่ สรางใหม กวาง ๒ วา ยาว ๒๒ วา
๒ ศอก เสาไมจริง พื้นปกู ระดาน และไดท�าศาลาทพ่ี กั ไวใกลเชงิ สะพาน
ดวย เปดสะพานแลวขามสะพานผานทงุ บานนาไหม หวยดาน บาน
โพนตาล มาพักกินขาวเชาทบ่ี านผกั หวาน ระยะทาง ๒๕๘ เสน ถึง
เวลาเชาโมงคร่ึงท่ตี �าบลน้ี ยงั มีรอยดนิ เปนสนามเพลาะคาย เจาพระยา

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 421

บดนิ ทรเดชา๑ คร้งั รบกับราชวงศเวยี งจนั ทนเหลอื อยูพอสังเกตได เวลา
เชา ๓ โมงเดินทางไปขามหวยตาด หวยยาง หวยกงสี ขนึ้ โคกสราง
หิน ลงทงุ ค�าแค ทุงหวยแก ถึงทุงระนามแลวถึงเมืองหนองคายเวลา
๕ โมงเชา ทพ่ี ักแรมตั้งอยคู นละฟากถนนกบั วัดหายโศกซึง่ อยูริมล�านา�้
โขง พระยาบริหารราชอาณาเขตร๒ ปลัดเมืองหนองคาย และพระ
บรบิ าลภูมเิ ขตร๓ นายอ�าเภอเมือง พรอมดวยกรมการผูใหญผูนอยและ
ราษฎรชาวเมอื งมาคอยรบั ราษฎรที่มาวันนม้ี ากตอมากทั้งทีอ่ ยูใกล
และท่ีมาแตไกลทางตง้ั วันหนง่ึ สองวนั มีเคร่ืองสักการะมาให ขอเฝา
ขอเหน็ ตัวเรื่อยกันไปเกือบวนั ยงั คา่� เพราะตง้ั แตกรมหลวงประจักษ
เสดจ็ กลบั ไปไดถงึ ๑๓ ปพึ่งมีเจานายเสดจ็ ขน้ึ ไปในคราวน้ี

ในวันนี้นายพนั ตรี โนลงั ขาราชการฝรง่ั ทเี่ มืองเวยี งจนั ทนมา
หา บอกวาเคาเวอเนอเยเนราล ใหน�าเรอื กลไฟช่ือลาแครนเดยี ลา� ๑
เรอื ไฟเล็กอกี ลา� ๑ รวม ๒ ลา� มาใหใชในการเดินทางตอไป และได
มีค�าสั่งใหเจาพนกั งานขางฝงซายตอนรับใหทกุ แหง ไดส่งั ใหขอบใจ
เคาเวอเนอเยเนราล และขอบใจตัวเขาตามสมควร เวลาบาย ๓ โมงเศษ
ลงเรอื ชะลายาวเขยี นลายทองมเี กงของพระประทมุ เทวาธิบาล ลอง
ตามล�าน้า� โขงมาขางใต ขนึ้ ท่ที ายบานพวกจีน ดรู านพอคาจนี ขายของ
ตางๆ ซงึ่ น�ามาจากกรงุ เทพฯ และตลาดขายของสด แลวเดินดูเมอื ง
กลับมาท่พี กั

เวลาค�่า ไดเชิญนายพันตรี โนลงั ฝรงั่ เศส ซง่ึ น�าเรือมารับ
มากนิ อาหารดวย

วนั ท่ี ๖ มกราคม เวลา ๒ โมงเศษ ไปวัดมไี ชย ซงึ่ พระครู

๑ เจาพระยาบดนิ เดชา (สิงห สิงหเสนี) แมทัพเอกในรชั กาลพระบาท
สมเด็จพระนง่ั เกลาเจาอยหู วั รัชกาลท่ี ๓

๒ พระยาบริหารราชอาณาเขตร (กุแกว)
๓ พระยาบริบาลภูมเิ ขตร (เถ่ือน)

422 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

พทุ ธพจนประกาศ เจาคณะรองเมืองหนองคาย เปนเจาอาวาส
เวลาเชา ๔ โมง พวกชาวเมอื งแหบายศรีขวัญ ตีฆองและ

โหรองเปนกระบวนมาประชมุ พรอมกันที่ปะรา� ใหญขางที่พกั พวกจนี
พอคามกี มิ ฮวยอั้งต๋ิวเขากระบวนแหมาดวย ทาวเกษนองพระยาประทุม
เทวาธบิ าลอานค�าอา� นวยพรท�าขวัญ แลวผเู ฒาผูกมอื ตามประเพณี

เวลาบาย ๓ โมงเศษ ไปเปดสะพานขามลา� หวยหายโศก ริมวดั
หายโศกใกลฝงแมนา้� โขง สะพานน้ีขาราชการและราษฎรไดเรี่ยไร
เงนิ สรางข้นึ ยาว ๑๔ วา ๓ ศอก ๕ น้ิว กวาง ๑ วา ๑ คบื ๕ นวิ้
ปกู ระดานเสาไมจริง กบั สรางศาลาหลงั หนึ่ง ๒ หองมีเฉลยี งดานหนึง่
หลงั คามงุ กระเบอื้ ง แลวไปดแู ขงเรอื ยาว ๒ คู เสร็จแลวไปวดั ศรสี ระเกษ
วัดหกออง และวดั โพธ์ไิ ชยซง่ึ ประดิษฐานพระพทุ ธรูป เรยี กวาพระไสย
อนั เปนพระชุดเดยี วกนั กบั พระเสรมิ พระสกุ ซ่ึงเดมิ อยเู มอื งเวยี งจนั ทน
พระเสรมิ น้นั พระบาทสมเดจ็ พระปนเกลาเจาอยูหวั โปรดใหเชิญลง
มากรุงเทพฯ เดย๋ี วนอี้ ยูในพระวิหารปทุมวนาราม แตพระสุกนัน้ กลาว
กันวาเจาอนุพาลองนา�้ โขงลงไป เรือลมจมอยูในแมน้�าของใตเมือง
หนองคาย ตรงท่ซี ง่ึ เรยี กวาเวินพระสุกบัดน้ี ทีว่ ดั โพธ์ไิ ชยน้ีมีพระเจดยี
ลาวองค ๑ ฝมือทา� งามนกั

เวลาคา�่ ใหเชญิ เจาเมอื งกรมการ มีพระยาประทมุ เทวาธิบาล
และพระบรบิ าลภูมิเขตร เปนตน มากนิ อาหารดวย

เมอื งหนองคายนี้ พงึ่ ในเมื่อรัชกาลท่ี ๓ เม่ือตไี ดเมอื งเวียงจนั ทน
คราวเปนขบถ กวาดชาวเวียงจันทนเปนเชลยลงไป แลวโปรดใหแบงคน
เมอื งยโสธรมาตัง้ บานหนองคายขึ้นเปนเมอื ง แตเปนท�าเลดี กลาวกนั
วาเดีย๋ วนี้ใหญโตกวาเมอื งอืน่ ๆ บรรดาท่ตี ั้งอยูริมแมน้�าโขงทกุ เมือง
มีหมูบาน ๔๒๑ หมู มีเรอื น ๖๐,๐๔๔ หลังคาเรอื น ราษฎรชาย
๓๐,๓๑๑ หญงิ ๒๙,๗๓๓ รวม ๖๐,๐๔๔ คน

สินคาเขาเมอื งมาทางกรุงเทพฯ เปนพน้ื มเี คร่ืองผาเคร่อื งแพร
และเคร่อื งทองเหลือง เครอื่ งเคลอื บตางๆ สินคาทม่ี าทางเขตฝรั่งเศส

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 423

ทางเมืองญวน มสี ุราและน�้าปลา ปนกับนา�้ มันปรโตเลยี ม แตนา้� มัน
ปดโตเลียมทราบวามาจากกรุงเทพฯ ทางปากลาย มาขายเปนคราวๆ

สนิ คาออก สงลงไปขายทางเมอื งนครราชสีมาและกรงุ เทพฯ
มีเรว คร่งั ก�ายาน ยางกะตังกะติ้ว ยาสูบ และเขาหนัง คร่ังและ
ก�ายาน และยางกะตงั กะติว้ รบั มาจากหลวงพระบางโดยมาก สนิ คา
จากหนองคายมเี กลือ สงไปขายเมืองเชียงขวางและหลวงพระบาง
ปละมากๆ

สินคาท่ีมาจากกรุงเทพฯ พอคาไดสงไปขายฝงซาย ฝรั่งเศส
ยงั ไมเกบ็ ภาษอี ะไร เวนแตไมขีดไฟตองเสียภาษีแรง

เมืองโพนพิสัย
วันที่ ๗ มกราคม เปนก�าหนดจะลองเรือจากเมืองหนองคาย
แตฤดูนีเ้ วลาเชาหมอกลงจัด คนอยูหางกนั เพยี ง ๖ ศอกก็แลไมเห็นกัน
ตองรอจนเวลาเชาโมง ๔๐ นาที พอหมอกในล�าแมนา�้ โขง๑ คอยจาง
จึงไดลงเรอื ลาแครนเดีย เปนเรือส�าหรบั ขาราชการผใู หญของฝรง่ั เศส
ตง้ั แตเคาเวอเนอเยเนราลเปนตน ไปมาทางล�าแมนา้� โขง เกงมหี องนง่ั
หองนอน และหองกินขาว มีดาดฟาน่ังชนั้ บนและครวั หงุ ตมบรบิ รู ณ
ทกุ อยาง๒ สวนเรอื ไฟล�าเล็กส�าหรับของทีเ่ หลอื บรรทุกเรือล�าใหญลอง
ตามมา การท่ลี องคิดจะหยุดพกั แตในพระราชอาณาเขต เพราะเขาจดั
รับมีทพ่ี ักแรมทุกระยะตลอดทาง เปนแตใชพาหนะของฝรัง่ เศส เขาให
นายพนั ตรี โนลงั ลงมาดวยจนตลอดทาง ขณะเม่อื ลงเรือมขี าราชการ
และราษฎรมาสงเปนอันมาก พระก็มาสวดชยันโตประน้�ามนตบน
รานรมิ ซุมประตูบนตลงิ่ ทางลงเรือ พวกสงโหฮ้ิว เรอื ลาแครนเดยี ยงิ

๑ เรื่องแมน�้าโขงน้ี สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ ทรงเลาไวใน
นทิ านโบราณคดี นทิ านที่ ๑๗ เรอ่ื งลักษณะแมนา้� โขง

๒ เรือลาแครนเดยี ลา� นี้ ตอมารบั นายพลฝร่ังเศสไปตรวจการที่เมืองหลวง
พระบาง ขากลบั ลองแกงจมหายไปในวน นายพลฝรัง่ เศสกต็ ายดวย

424 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

ปนสลตุ เวลาเชาโมงหน่ึงกับ ๕๐ นาที เรือใชจักรออกจากทา ราษฎร
ตามหมูบานรมิ น�้าเมอื งหนองคายมาน่ังอยูริมตลิ่งเปนหมๆู ตลอดไป
เรือลองลงมาถึงแกงโคนเปนที่แรก มีเทือกศิลาดานเลก็ นอย ไมเปน
แกงส�าคัญอันใด ตามหาดและริมฝงน�้าราษฎรปลูกผกั ปลูกยาเปน
ระยะๆ ไป บางแหงก็เปนปาไมมผี ูคน ในลา� น�้าโขงมจี ระเข และรมิ ตล่ิง
เห็นนกยงู บางแหง บางแหงก็เหน็ ลงิ และบางแหงท่ใี กลหมูบานเห็น
กระบอื ลงกนิ นา้� เปนฝงู ๆ แลเห็นเครอ่ื งดกั ปลาบาง นานๆ จึงเหน็ เรือ
ล�าหนึ่ง สองลา� รูสกึ วาเปลย่ี วมาก เวลาเชา ๔ โมง ๓๐ นาที ถงึ
เมอื งโพนพิสยั (เขตเมืองหนองคายตอกับเมอื งโพนพสิ ัยที่หวยหลวง)
พระยาพไิ สยสรเดชไดลวงหนาลงมารับ แวะขนึ้ ดเู มืองโพนพิสยั แลวไป
บานพระยาพไิ สยสรเดช พอหมดเวลาคร่งึ ชัว่ โมงท่ีกา� หนดไว กก็ ลับ
ลงเรอื ใชจักรตอไป เหน็ ภูเขาควายขางฝงซายอยูขางหนา ผานดอน
(คอื เกาะ) ควางคลี เวลาเชา ๕ โมง ๕๐ นาที ถงึ แกงข้เี หย้ี เปนแกงเล็ก
เหมอื นกนั แลวถงึ ปากน้�างึม เห็นภูเขาควายอยขู างหลงั เวลาเทย่ี งถึง
เวินสุก (เรยี กตามนามพระสกุ ทีว่ าเจาอนุพามาจมทน่ี ่)ี เหน็ เทือกเขา
ภหู อภโู ฮงทางไปเมืองเชยี งขวางอยทู างฝงซาย แลวถึงแกงมะขามหวาน
เวลาเทย่ี ง ๔๐ นาที ผานหนาเมอื งรัตนวาปเลยปากนา้� คาดไปหนอย
หน่งึ เวลาบายโมงกบั ๕๐ นาที เรอื กระทบศลิ าใตน�้าพอไดยินเสยี ง
ดัง และเรอื โคลงหนอยหนงึ่ แลวแลนตอไป บาย ๒ โมง ๒๐ นาที ถึง
ดอนจาวเปนหาดทรายใหญยนื่ ออกมา ผานปากน�้ากะมงั บาย ๒ โมง
ครงึ่ ถึงแกงอาฮอง เปนแกงใหญดูงาม มเี ทือกศิลาขวางนา�้ ออกมา
ท้งั ๒ ขาง เปดชองไวแตตรงกลาง เหมือนกับคนแกลงท�าไว เขาวา
หนานา้� ๆ วนรายนัก แตหนาแลงเรือเดนิ ไดสะดวก ตอลงมาถงึ ดอน
โคราช บาย ๒ โมง ๔๐ นาที แวะรบั ฟนท่ีบานทานาคา� ฝงซาย มีพวก
ผูไทยตดั ฟนสงเรือฝรั่งเศส คดิ คาแรงใหควิ บิกเมเตอรตอ ๕๐ อฐั (ใน
ฝงโขงนี้ใชเงินบาทหนง่ึ ตอ ๕๐ อัฐ) เวลาบาย ๓ โมง ๒๐ นาที ออก
เรือพอเหน็ เชิงเขาภหู อภโู ฮงถงึ ปากน้�าทวย เวลาบาย ๔ โมง ๓๕ นาที

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 425

ถึงแกงอาฮองเปนแกงใหญกวาแกงอาฮอง และวาหนาน้�าๆ วนลง
ยากกวาแกงอาฮอง ตอมาถึงดอนไคเปนหาดทรายใหญ บาย ๕ โมง
๒๐ นาที ถงึ แกงปะคางเปนแกงเลก็ ผานดอนกระตายถึงปากน้�าเงียบ
ซึ่งเปนทางลัดมาจากปากทวย เวลายา�่ ค่�าถึงบานบงึ กาฬแขวงเมือง
โพนพสิ ยั ข้นึ พักแรม ณ ทพ่ี กั รมิ หาด มีสะพานเรือทอดออกไป เรือ
เทียบไดสะดวก เรือกลไฟขามไปพกั รบั ฟนฝงซาย

วันที่ ๘ มกราคม เวลาย่�ารุง ๔๕ นาที ไปดหู มบู านบงึ กาฬ๑
และวัด หลงั บานออกไปถงึ บึงกาฬ ราษฎรไดอาศยั ใชน�้าทุกฤดู ราษฎร
พากันมาสงท่รี มิ ตล่งิ เปนอนั มาก เวลาเชาโมงหน่งึ กบั ๔๕ นาที ออกเรอื
ลองตอไป ถึงปากน้า� ซันเหน็ เขางู ผานดอนกา� แพงเวลาเชา ๓ โมง ๑๐
นาที เรือตดิ ตื้นทใี่ กลบานหนองทองทง้ั ๒ ลา� คนเรอื ยาวเมอื งหนองคาย
ทีต่ ามมาขางหลงั มาทนั ไดชวยเข็นเรอื ใหออกจากท่ี ออกไดทีหนึ่งแลว
ติดอกี ไดพากเพียรถอยเรือกันวนั ยงั ค่�าจนหางเสอื เรือคด เรือลาแครน
เดยี ออกจากทตี่ ืน้ ไดเวลาบาย ๔ โมงเศษ แตเรอื กลไฟเลก็ ซง่ึ ตามมาอกี
ลา� หนง่ึ กนิ นา้� ลึกกวา ไดเพียรเขน็ กนั อยูจนคา่� มืดออกไมได กัปตนั เรือ
ตองใหถายคนและชะลอมาลงเรอื ลาแครนเดยี เรือไฟล�าเล็กจึงหลดุ
ได ตองพกั แรมในเรอื อยูทใ่ี กลบานหนองทองคนื หน่ึง

เวลาบาย ๔ โมงระหวางเวลาที่กปั ตันพยายามจะถอยเรอื จาก
ทตี่ ดิ ไดข้ึนตล่ิงไปดบู นฝงแมน้�าโขงตรงทเี่ ปลีย่ ววาจะเปนอยางไร เดนิ
ตรงเขาไปในปาสกั ๑๐ เสนแลวจงึ กลับมา ที่ปาริมฝงแมน�้าโขงไมเปน
ปาใหญ มีตนไมสงู อยางยอมๆ ขึ้นทึบอยูเพียงคันตลงิ่ หางเขาไปไมก่ี
เสน พอพนคนั ตลิง่ ก็ถงึ ท่ลี มุ แลดูเปนบงึ ยาวตลอดไปตามล�านา�้ เขาวา
มักเปนเชนนี้ จึงตง้ั บานเรือนรมิ ล�านา้� ไมใครได

๑ ยกข้นึ เปนจังหวดั บึงกาฬ ลา� ดบั ท่ี ๗๗ เมื่อวันท่ี ๓ มนี าคม พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๔

426 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ

เมอื งไชยบรุ ี๑ และทาอเุ ทน
วันท่ี ๙ มกราคม เวลาเชาใหเรือยาวออกไปหยัง่ รองน้�ากอน
ครน้ั เวลาเชา ๒ โมง ออกเรือเรยี บชายหาดขามไปทางรองน้�าฝงซาย
เวลาเชา ๒ โมง ๕๐ นาทีถงึ แกงสะดอก เปนแกงใหญ มศี ิลาในเวิง้ ใหญ
เรยี กวาวงั ธาตุ เพราะเหตวุ ามีเจดยี อยูบนศิลากอนใหญแหงหนงึ่ แต
เจดียนั้นพังเสยี นานแลว เหลือแตฐานพอสงั เกตได เขาวาพวกชาวเมอื ง
ข้ึนลองในฤดูนา้� ถึงแกงน้ีตองขึ้นดูแนวน�้าท่ีฐานพระเจดียเปนที่
สงั เกต ถาแนวนา้� เพยี งนั้นๆ ขนึ้ ลองได ถากวานน้ั ขืนขน้ึ ลองเรอื ลม
ดวยทนแรงน้�าวนไมไหว เวลาเชา ๔ โมง ๓๐ นาทีผานกองศิลาท่ี
เขางูกบั เขากระดงึ ตอกนั และถึงปากเจาเขากระดงึ และถงึ หวยบัง้ บาด
เขตเมืองโพนพสิ ัยกับเมืองไชยบุรตี อกนั ตอลงมาถงึ หวยดอกไม เหน็
เขาภหู ลกั พนั ลึกเขาไป แลเห็นเขาภูวังอยูขางขวาตรงบานหวยสอด
ระยะนมี้ บี านรายหางๆ เห็นเรือพายเล็กๆ สองลา� เมื่อจวนใกลเมือง
ไชยบรุ ไี มแลเหน็ ภเู ขา เวลาบายโมงหน่ึงกับ ๒๕ นาที ผานดอนแพง
เปนระยะที่น�า้ ต้นื รองคดเดนิ เรือยาก บนเกาะมไี รยาสบู กลอง บาย
๒ โมง ๒๐ นาทถี งึ หาดบานพอก มีทุนทาสแี ดง สีด�าหมายรองนา้�
เปนระยะไป กรมทางฝร่งั เศสท�าหมายไวส�าหรบั เรอื ไฟเดินขาลองเอา
ทนุ แดงไวซายทนุ ดา� ไวขวา เวลาบาย ๒ โมง ๓๕ นาที ถงึ แกงพง เปน
แกงสา� คญั เดนิ เรอื ยากในฤดูน้�านอย เพราะศลิ าอยูใตน้�าเปนหยอมๆ
เห็นไดบาง แลไมเหน็ บาง มีเต็มแมนา�้ ระยะยาวสัก ๒๐ เสน เดย๋ี วน้ี
ฝรงั่ เศสกา� ลงั ทา� เครอื่ งหมายกอหลกั ดวยคอนกริตบนศิลา หมายแดง
ด�าบอกรองใหเรือเดนิ เวลานี้ยังไมแลวเสร็จ ตองจอดเรอื แวะทบ่ี าน
ปงฝงขวา รบั ฟนและรับคนนา� รองเปนฝร่ังเศสขึน้ มาชวยอกี คนหนงึ่
เวลาบาย ๔ โมง ๒๕ นาทีถึงบานพนมเหนอื แลวถงึ บานพนมใตจึง

๑ ปจจบุ นั ยุบเปนต�าบลไชยบุรี ข้ึนอ�าเภอทาอุเทน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 427

สงคนนา� รองกลบั ไป เวลาบาย ๕ โมงถงึ เมอื งไชยบุรี เรอื เทยี บทส่ี ะพาน
เรือก พระไชยราชวงศา๑ ผูวาราชการเมืองไชยบุรีและกรมการลง
มารบั เม่อื ข้ึนบกมีพระสวดชยั มงคล นกั เรียนรองค�าโคลงทา� นองชาว
เมือง กา� นนั ผใู หญบานราษฎรมารบั มาก แตมเี วลานอยขึ้นบกเพยี ง
๑๐ นาที ตองกลับลงเรือ เพราะจะรีบลองใหถงึ ทแี่ รมกอนมืด เรือ
เดนิ ผานปากนา�้ สงครามแลว ถึงเมืองทาอเุ ทนเวลายา่� คา�่ ครึง่ พอหมอก
ลงมืด กปั ตนั ไมกลาเอาเรอื ไฟไปจอดที่ทาเมอื งทาอเุ ทน ตองเดนิ เรอื ไป
ตามรองฝงซายที่เคยเดนิ ขออนญุ าตจอดอยหู นาเมอื งฟองวินปากน้�า
หินบูน ทีต่ รงนีว้ ามโี รงทหารและมขี าหลวงรกั ษาราชการอยู แลวา
มโี รงถลุงตะกว่ั ลึกเขาไป แตเมอื่ เรือถงึ มืดเสียแลวหาไดเห็นไม พอ
เรือจอดเรียบรอยแลว พระศรวี รราช๒ ผวู าราชการเมืองทาอุเทนน�า
เรอื ยาวมารบั พายเลยี บชายหาดขามไปฝงเมืองทาอุเทน ทบ่ี นฝงจดุ
ไตไฟรบั ตล่งิ สงู กวา ๕ วา แลดเู ปนแถวยาวสลบั เปนชนั้ กันขน้ึ ไป มี
นกั เรียนรองค�าไชยมงคล แลกรมการก�านันผูใหญบานราษฎรมารับ
เปนอันมาก ทพ่ี กั แรมอยใู กลท่วี าการเมืองตรงถนนหนาทาข้ึนไป มี
ถนนตัดเปนสายๆ ระหวางท่ีพัก และรายโคมไปตามทาง เปนทีพ่ กั
อยางสบายแหงหนง่ึ

ทเ่ี มอื งทาอเุ ทนนีม้ รี าษฎร ๒๐,๐๐๐ เศษ มญี วนมาจากเมอื ง
ตงิ เง (เมืองเว) มาต้งั บานเรือนอยูประมาณ ๒๐-๓๐ หลัง จ�านวนคน
ราวสกั ๑๐๐ คน พวกญวนเหลาน้เี ดนิ บกมาทางเมืองคา� เกดิ ค�ามวน
หนทาง ๑๕ วนั ถึงเมอื งทาอเุ ทน หาเลี้ยงชีพดวยการซ้ือของจากเมือง
หนองคายมาขาย ไมไดตงั้ ท�าไรนาอันใด และมีจีนพอคาประมาณ ๑๐
คนรบั สินคาจากเมอื งหนองคายมาขาย และบรรทกุ สนิ คาไปขายเมือง
หนองคาย สินคามีเรวและยางกะตงั กะตว้ิ กบั เขาหนงั เปนตน สนิ คา

๑ พระไชยราชวงศา (ทาวโสม)
๒ พระศรวี รราช (แกว)

428 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

มาจากฝรัง่ เศสไมใครมีอะไร นอกจากน้�ามนั ปรโตเลยี ม ซ่งึ นานๆ มีมา
ครงั้ หน่ึง ไดความวาลงมาทางปากลาย สวนราษฎรชาวเมืองกท็ า� นาแล
ผสมโคขาย ชาวเมืองทาอเุ ทนนว้ี าเปนคนชาติยอโดยมาก แตแตงตวั
อยางชาวเมอื ง ภาษาพดู กเ็ หมอื นๆ กนั แตเปนสา� เนยี งเพ้ียนกนั บาง
พระศรีวรราชเลาวาพวกยอนี้เดิมอยูเมืองไชยบุรีเม่ือครั้งขึ้นเมือง
เวียงจนั ทน ครนั้ เสยี เมอื ง พวกยอกห็ นีไปต้ังอยูเมืองหลวงโปงเลงทาง
เมอื งค�าเกดิ ค�ามวน เม่ือเจาพระยาบดนิ ทรเดชาไปตง้ั อยูทเี่ มอื งยโสธร
ไดแตงคนลงไปเกลีย้ กลอมพวกยอลงมาต้งั บานเรอื นอยูที่เมืองทาอเุ ทน
ไดความดงั นี้

การบรรทกุ สนิ คาไปมาระหวางเมืองทาอเุ ทนกับเมอื งอนื่ ทอี่ ยู
ริมลา� น�้าของ เดิมไมมหี นทางเกวยี นใชแตทางนา�้ ขาขึน้ ลา� บาก แต
เดย๋ี วนีผ้ วู าราชการเมอื ง กรมการ หวั เมืองรายทางไดท�าทางเกวียนเดนิ
ตลอดลุมแมน�้าโขง แลวขาหลวงเทศาภบิ าลจะตัดหนทางเกวียน
จากเมืองทาอุเทนใหไปตอกบั เมืองหนองคาย ทางเมอื งสกลนครหรอื
หนองหารตอไป เพอื่ เปนการสะดวกแกการคาขาย

เวลาพกั อยทู ่ีเมอื งทาอเุ ทน ไดเห็นผาซ่ึงเขานา� มาปโู ตะ๊ รับผืน
หนึ่ง เปนผาปกไหมเบญจรงคลายทรงขาวบิณฑ ขนาดผาหมนอน ฝมอื
ปกวิจิตรบรรจงมาก สังเกตไดวาเปนของเกา ไมตา่� กวาคร้ังราชกาล
ท่ี ๑ และเปนฝมอื ชางหลวงกรงุ เทพฯ เห็นจะเปนผาทเ่ี จาเวียงจันทน
ไดพระราชทาน ครั้งพวกเจาอนุหนีจากเวียงจันทนลองน้�าโขงลงมา
ผาผนื นจี้ ะตกถงึ มือผูใดผหู น่งึ จงึ คงอยูท่นี ่ี เปนของผูใหญบานผหู น่งึ วา
ไดมาแตครัง้ ปู ซื้อไวเปนราคา ๒๐ บาท เจาของจะให แตไดคิดราคา
เงนิ ให ๔๐ บาท จะเอามาทูลเกลาฯ ถวาย

เมืองนครพนม
วนั ท่ี ๑๐ มกราคม เวลาเชาโมงหน่งึ ราษฎรชายหญงิ พากัน
มาหาเปนอนั มาก พวกญวนและจีนพอคาก็มาดวย แลวไปดทู �าเลบาน
เมอื งและตลาดของสดซ่ึงอยหู นาทาข้นึ จนเวลาเชา ๓ โมงลงเรอื กลไฟ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 429

ซึ่งขามมาคอยรบั ท่หี นาเมอื ง เดนิ เรอื ตามทางซึ่งกรมการเมอื งทาอุเทน
ไดหมายกรยุ ไวตั้งแตวันกอน ทางฝงซายเหน็ ภูหินเหล็กไฟซ่ึงมยี อดเรยี ง
กนั ไป และไมใครมตี นไม แมนา้� ตอนนี้กวางขึน้ เวลาเชา ๔ โมงถึงเวิน
พระบาท เพราะมีกอนศลิ าอยูในนา้� มรี อยพอสมมตวิ าเปนรอยพระบาท
เปนทีน่ ับถือนมสั การกัน แลวถงึ ดอนโดนมีวัดบาทหลวง มเี ตาเผาปนู
ทางฝงซาย ทางฝงขวาเห็นบานส�าราญ และเมอื งอาจสามารถ๑ ซึง่ เปน
เมืองเลก็ เสมอตา� บลอันหนึง่ แลวถึงบานหนองแสงมวี ัดสงั ฆราชฝร่งั เศส
เรือจวนถึงหนาเมอื งนครพนม ทเ่ี มืองยงิ ปนสลุต เรือเทียบทาเมือง
นครพนมเวลา ๕ โมงเชา พระยาสนุ ทรเทพกจิ จารกั ษ๒ ขาหลวงบริเวณ
ธาตพุ นม และพระยาพนมนครานุรักษ๓ ผูวาราชการเมอื งนครพนม
พระยาศะศิวงศประวัต๔ิ จางวางเมืองมุกดาหาร และพระอนุชาติ
วฒุ าธิคณุ ๕ ขาหลวงเมืองมกุ ดาหาร พรอมดวยกรมการก�านันผใู หญ
บาน นกั เรยี นและราษฎรเปนอนั มากมารบั เวลาขึ้นเรือลาแครนเดีย
ยิงปนสลตุ ดวยเปนเขตทใ่ี หเขาสงเพียงนี้ บนบกพระสงฆสวดชยั มงคล
นักเรียนรองค�าโคลงท�านองซึ่งนิยมกันในพื้นเมือง และพวกญวน
ถอื ธงตฆี องกลองเปนกระบวนแหมารับและตามมาดวย เดนิ มาตาม
ทางถนนรมิ ล�าน้�า มชี าวเมอื งรายทางตลอดไป เม่อื ผานวดั มีพระสงฆ
สวดชัยมงคล ถงึ ทีพ่ กั ซ่ึงขาหลวงบริเวณจดั รับอยรู มิ ทุง แตในท่ๆี ปลกู
ที่พักเปนลานใหญมีรมไมและเวลานี้ยังเปนฤดดู อก และมีลมพัดอยู
เสมอ พอสบายดี เวลาเทยี่ งเศษ ขาราชการพอคาและราษฎรประชุม
พรอมกันในปะร�าขางทพ่ี กั เปนการตอนรับ

๑ ภายหลังยุบเปนต�าบลอาจสามารถ ขน้ึ อ�าเภอเมืองนครพนม
๒ พระยาสนุ ทรเทพกจิ จารกั ษ (เลื่อง ภูมริ ัตน) ตอมาเปนพระยาเพชร
รัตนสงคราม สมหุ เทศาภิบาลมณฑลมหาราษฐ
๓ พระยาพนมนครานรุ กั ษ (กา พมิ พานนท ณ นครพนม)
๔ พระยาศะศิวงศประวัติ (เมฆ จนั ทรสาขา)
๕ พระอนุชาติวุฒาธิคณุ (แพ ณ หนองคาย)

430 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

เวลาบาย ๓ โมง หลวงเอกอาสา นายอา� เภอเมอื งอาจสามารถ
น�าพวกหญิงชาติแสกมา มีการเลนซึ่งเรียกวาเตนสากใหดู มีหญิง ๑๐
คูถอื ปลายไมยาวๆ พาดบนไมทอนใหญ ๒ ทอน น่ังตรงกนั เปนคูๆ
จบั ไมทถี่ ือกระทบเปนจังหวะพรอมๆ กนั แลวมหี ญงิ อกี ๒ คผู ลัดกัน
เตนขามไปในระหวางไมทกี่ ระทบกนั น้ัน คนทถี่ อื ไมรองโหฮิ้วขดั จงั หวะ
ไปดวย พวกแสกนี้วาเดิมมาจากเมอื งแสกอยทู างเขาบรรทดั ตอแดน
ญวน ไดตงั้ ภมู ิล�าเนาอยเู มอื งอาจสามารถมาชานาน สืบตอกนั มาหลาย
ช่ัวแลว แตงตวั เปนคนชาวเมอื งพดู ภาษาชาวเมอื ง และภาษาแสกนัน้
ก็เปนภาษาไทยอยางหน่ึงไมผิดกนั นัก๑

เวลาบาย พวกฝร่งั เศสท่ไี ดมาสงมาลากลับไป ไดตอบแทนคณุ
และขอใหเขาขอบใจ เคาเวอเนอเยเนอราลอีกครัง้ หนง่ึ ๑ ถงึ บาย ๔
โมง สังฆราชปโอ ซง่ึ เปนหัวหนาบาทหลวงท้ังหลายในลุมนา�้ โขง และ
บาทหลวงอกี ๖ รปู มาหา ไดความวามีคนเขารตี ถอื ศาสนาคริสตงั ทาง
ฝงซาย ๑,๕๐๐ คน ทางฝงขวา ๗,๐๐๐ คน สังฆราชคนนไ้ี ดคนุ เคยกนั
มาแตเม่อื ยงั เปนเจาวัดอยูเมืองจันทบรุ ี

เวลาบาย ๕ โมงไปดสู ถานที่ตางๆ ในเมืองนครพนมจนถงึ
วดั โพธิ์

เวลาค่�ามหี มอล�ามาเปาแคนรองล�าวากนั ระหวางชายกบั หญิง
แลวราษฎรไดแหผาปาซง่ึ เรี่ยไรกัน ผานท่ีพกั มาใหอนุโมทนาแลวไป
ทอด ณ วดั ตางๆ ของผาปาแตงในกระจาดปดกระดาษสีตางๆ แห
หอมลอมกันดวยไตไฟ และโหรองกันมาตามทาง คนในกระบวน
ประมาณ ๔๐๐ คน

วนั ท่ี ๑๑ มกราคม เวลาเชา ๒ โมง ไปดวู ดั ธาตุ และขีม่ าไป
ตามถนนรมิ แมน้�าโขงจนถงึ ทางสามแยกซ่งึ เรียกวาตนเมอื ง มถี นนไป

๑ พวกแสก พวกเกลิง พวกยอ ชนเผาตางๆ เหลานี้ สมเดจ็ ฯ กรมพระยา
ดา� รงราชานุภาพ ทรงเลาไวในนทิ านโบราณคดี นิทานที่ ๑๗ เร่อื งคนตางจ�าพวก

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 431

ตามรมิ น้�าสายหนง่ึ ถนนไปทางหลังบานราษฎรออกทงุ ถงึ ท่พี ักสาย
หนงึ่ แลวมีถนนตดั ใหมตอถนนสายรมิ น้�าไปตา� บลหนองแสง พระยา
สนุ ทรนุรักษเชญิ ใหเปดถนนตดั ใหม กวาง ๒ วา ๒ ศอก ยาว ๔๓ เสน
ถงึ บานหนองแสง ทางใหมน้ีมบี านราษฎรตอไปตลอดถงึ เมืองไชยบรุ ี
ถนนสายน้ีทา� เรียบรอย และเปนถนนเลก็ เพ่อื จะไดรกั ษางาย ใหเปน
ประโยชนแกมหาชนไปมา ทา� พธิ ีเปดถนนแลวขี่มาตอไปตามถนนท่ี
ตดั ใหมจนถึงวัดเซนตแอน สังฆราชปโอและบาทหลวงซึง่ อยูทต่ี างๆ
มาพรอมกันคอยรบั สงั ฆราชไดตอนรบั พาเขาไปในบาน และน�านางชี
ฝร่ังเศส ๕ คน ซึ่งมาชวยสอนศาสนาใหรจู กั ดวย แลวพาไปยงั โบสถมี
ญวนเขารีตน�าดอกไมธูปเทยี นมาใหดวย จงึ ใหหลวงทรงสราวธุ สารวัตร
ไปรษณียโทรเลข๑ ซึ่งเปนผูถือศาสนาคริสตังจุดเทยี นน้นั บูชาพระ
ใหเปนสวนกศุ ลแกเขา เวลาเชา ๔ โมงกลับถงึ ทีพ่ ัก

เวลาบายมกี ารประชุมบายศรที ป่ี ะรา� ใกลทีพ่ กั มผี ูเฒา ๒ คน
ซึง่ เปนอาจารย คือผูที่บวชเคยเปนสมภารมาแลว ๒ คน วาคา� ท�าขวญั
และคนรองดีผหู นึง่ เปนหมอลา� ดวย นุงขาวสวมเสื้อขาว วาคา� ชยั มงคล
เปนท�านองอยางไพเราะ มคี นเปาสังขประโคมพิณพาทย และโหฮิ้ว
พรอมกัน บายศรที ีน่ ไ้ี ดตกแตงอยางประณีตบรรจง มีดอกไมแหงท�า
เปนดอกกหุ ลาบประดับดวย

เวลาบาย ๕ โมง ไปท่ีบานพระยาสุนทรเทพกิจจารักษขาหลวง
บรเิ วณ และวนั นเ้ี รือคาดซึ่งบรรทกุ ของลวงหนามาแตเมอื งหนองคาย
แตรงุ เชาวนั ท่ี ๖ มกราคม ไดมาถงึ เวลาเชา ๔ โมงบาง บายบาง คา่�
บาง เพราะมาอยางรบี เรง

๑ หลวงทรงสราวธุ (เจิม วิเศษรัตน) ตอมาเปนพระบรหิ ารราชอาณาเขตร
ผูวาราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ภายหลงั เปนพระยาสมุทศกั ดารกั ษ ผูวาราชการ
เมอื งนครพนม

432 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

การเดนิ เรือในลา� แมนา้� โขงน้มี ีเรือกลไฟ บรษิ ทั ฝร่ังเศส เดนิ อยู
ในระหวางเมืองเวียงจนั ทนกับเมืองสุวรรณาเขตร ข้ึนลา� หน่ึงลองลา�
หนงึ่ ทุกอาทิตย ไดทราบวารฐั บาลออกเงนิ ชวยบรษิ ทั ปละ ๔๐๐,๐๐๐
แฟรงค คนโดยสารมจี ีนพอคาโดยมาก ราษฎรทีจ่ ะไปมามนี อย

เมอื งในพระราชอาณาเขตทางฝงขวาล�าน้�าโขงน้ี มกั มีถนนสาย
ใหญริมน้�า หรอื หางจากนา้� ขึน้ มาบางเพียงเสนเศษ แลวมถี นนซอย
ขึน้ ไปถงึ ทงุ หลังบานราษฎร ทเี่ ปนเมอื งใหญเชนเมอื งหนองคาย เมือง
นครพนมมีถนนซอยมากสาย ท่เี ปนเมอื งเลก็ กม็ ีนอยสายตามควรท่จี ะมี
บานราษฎรอยูตามถนนมบี านแลวดั มีร้ัวหมายเขตบานเปนทเ่ี รียบรอย
เรอื นราษฎรมักเปนเรอื นใตถนุ สงู โดยมาก หลังคามงุ แฝก บางแหงมงุ
ดวยไมไผหรอื กระเบอ้ื งไม ใตถุนเรือนมักมที ท่ี อผา และบางแหงมีครก
กระเดื่องต�าขาว และมกั มยี งุ ขาวเลก็ ๆ หลังหน่งึ ตางหาก และทเ่ี ปน
บานนอกมีคอกกระบอื อยูใตถนุ เรอื นดวย แตรานขายของมกั เปนเรอื น
ชั้นเดยี วอยูริมถนนใหญ ซึ่งเปนทา� เลผูคนไปมามาก

เมอื งนครพนมมจี �านวนคน ๒๑,๔๑๘ คน สินคาเมอื งนครพนม
สวนสินคาหาไดในทองทฝ่ี งขวามี เขา หนัง เรว ยางกะตงั กะต้ิว ข้ผี ง้ึ
กบั เกลือทา� ท่ีรมิ ล�าน้�าสงครามแขวงเมืองทาอุเทน เมอื งอากาศอา� นวย

สนิ คาทร่ี บั มาจากฝงซาย คอื หนงั เขา เรว ยางกะตังกะติว้
นอ งา เขาออน

สนิ คาที่รบั มาจากโคราช ดายเข็ด ผาแพร เคร่ืองทองเหลอื ง
น�้ามนั ก๊าด ไมขีดไฟ

สนิ คาจา� หนายไปท่อี นื่ คือ สนิ คาท่รี ับมาจากโคราช และเกลอื
น้นั จ�าหนายในพื้นเมอื งตลอดไปจนฝงซาย สินคานอกน้นั จ�าหนายไป
สงโคราช สินคาฝงซายขายขามมาทางน้ี ฝร่ังเศสเกบ็ ภาษสี ิบชกั หน่ึง
แตของฝงนเี้ ขาไปยงั ไมเกบ็ ภาษี ของอืน่ ๆ นอกจากไมขดี ไฟ ไปขายท่ี
เมอื งสวรรณาเขตรเกบ็ ภาษีกลักละโสฬส นา�้ มนั ก๊าดขายท่ีสวรรณาเขตร
เกบ็ ภาษีปบละเหรียญ ยาสูบไปขายสวรรณาเขตรหนกั ๑๐ ช่ังเก็บ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 433

ภาษีเหรียญหน่ึง ส่ิงของเหลานี้ขายตามฝงซาย ที่อื่นเหนือเมือง
สวรรณาเขตรข้ึนมา เชนเมอื งทาแขก เมืองฟองวินไมเก็บภาษี

สินคายาสูบซงึ่ ปลกู ริมน้�าตามฝงโขง แตกอนเคยเปนสินคา
เมอื งนครพนมสงไปขายถึงโคราช เดีย๋ วน้ขี ายกนั แตเพียงในพ้ืนเมอื ง
และขายไปมณฑลอีสาน แตไมสงไปถงึ โคราชเหมอื นแตกอน เพราะ
ราคาตกดวยยาหนองคายลงไปขายมาก และยากรงุ เทพฯ ขนึ้ มาทาง
รถไฟดวย

สินคาที่ฝร่งั เศสพาข้นึ มาขายทางเรอื มเี หลา นา�้ มนั กา๊ ด เหลา
ราคาแพง ขายพวกฝรัง่ เศสเองเปนพนื้ แตนา้� มนั ก๊าดนน้ั ขายถกู กวา
ทางฝงนี้ แตกระนั้นกข็ ายกนั อยูเพียงในเขตเมืองสวรรณาเขตร ขาง
เหนอื ขึน้ มาใชน้�ามันกา๊ ดท่มี าจากโคราช

วนั ที่ ๑๒ มกราคม เวลาย�่ารงุ ๑๕ นาที ข่ีมาจากทพ่ี ักเมอื ง
นครพนม เดนิ ทางไปเมอื งสกลนคร ไปตามทางสายโทรเลขเปนปาไม
เตง็ รงั เปนพนื้ บางแหงออกทงุ นาบาง ขามหวยเลก็ ๆ บาง เปนหนทาง
ขนึ้ เนนิ โดยมาก ผานบานใหม บานโพนงาม บานนาทราย ถึงบานดอน
คูเวลาเชา ๒ โมง ระยะทาง ๒๗๒ เสน มีทพ่ี ักรอนและมีราษฎรชาย
หญงิ มาคอยรบั มาก ตามทางที่มาทางบานนาทรายมที รายขาวซึง่ อาจ
ผสมทา� แกวได เวลาเชา ๓ โมงครึง่ เดนิ ทางตอไปตามทางสายโทรเลข
เปนทางขึ้นเนินลงเนินปาไมเต็งรัง และมที างเล็กๆ เขาในหมูบาน
ซงึ่ อยลู กึ เขาไป คอื บานเผิง บานโพ บานนามน และขามหวยหลาย
แหง คอื หวยแลง หวยเผิง หวยค�า หวยสา� โฮง แลวถึงหวยบังกอบาน
กดุ รุคุ ถงึ ทพ่ี กั แรมเวลาเชา ๕ โมงครึ่ง ระยะทาง ๓๘๓ เสน รวมระยะ
ทางเดนิ วันน้ี ๖๕๕ เสน ก�านนั ผใู หญบานราษฎรมาคอยรบั ชาวบานน้ี
วาเปนพวกเกลิง แตอยมู าชานานหลายช่ัวคนแลว จนไมรูวาพวกเกลิง
มาจากไหน ชายบางคนไวผมมวย บางคนไวผมประบา และสกั แกมเปน
รปู นก หญงิ บางคนไวผมสูง แตโดยมากแตงตวั ตามธรรมดาคนพ้นื เมอื ง

434 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

เมืองกุสมุ าลย์มณฑล
วันท่ี ๑๓ มกราคม เวลาย�่ารงุ ออกจากกดุ คุรทุ างขึ้นเนนิ ปา
ไมเตง็ ไปตามทางสายโทรศัพท ถึงหวยหินสะแนนเวลา ๒ โมงเชา ๑๕
นาที ระยะทาง ๔๑๐ เสน มรี าษฎรมาคอยรับ ผใู หญบานผูหนงึ่ ดกั ได
นกอนิ ทรีคูหนึ่งมาให ในหมรู าษฎรมีคนไทยโยยคนหนง่ึ แตงตวั อยาง
คนพ้นื เมอื ง วามาจากเมอื งอากาศอ�านวย กับมพี วกกะโซซ่ึงจะไดพบ
ตอไปมาดวย เวลาเชา ๓ โมง ๔๐ นาทีออกจากหวยหนิ สะแนนขึ้นโคก
ไมเต็งรงั ตอไป เขาเขตเมืองโพธไิ พศาลซึ่งเปนเมืองเลก็ ๆ อยางตา� บล
กา� นนั แหงหน่งึ แตทางทีม่ านี้ไมไดผานบานผูคน แลวขามหวยทวยเขต
เมอื งโพธิไพศาล กบั เมืองกสุ ุมาลยมณฑลตอกัน เวลาเชา ๔ โมง ๔๐
นาทีถึงที่พกั แรม ณ เมืองกสุ มุ าลยมณฑล ระยะทาง ๒๖๐ เสน รวม
ระยะทางวันน้ี ๖๗๐ เสน พระอรญั อาสา๑ ผูวาราชการเมอื งกสุ มุ าลย
กับกรมการกา� นันผูใหญบานและราษฎรชายหญงิ มารับเปนอันมาก
ชาวเมอื งน้ีเปนขาท่เี รยี กวากะโซ เดิมมาจากเมอื งมหาไชยกองแกว
ผูหญงิ ไวผมสูงแตงตวั นุงซ่นิ สวมเสื้อกระบอก ยอมคราม หมผาแถบ
ผูชายแตงตัวอยางคนชาวเมือง แตเดมิ วานุงผาขดั เตย่ี วไวชายขางหนา
ชายหนึ่ง ขางหลงั ชายหนึง่ มีภาษาทพ่ี ูดคลายสา� เนียงมอญ แลวพวก
ผูชายก็มกี ารเลน เรียกวาสะลา คอื มหี มอถุตั้งกลาง แลวคนตนบท
คนหนง่ึ คนสะพายหนาไมและลกู สา� หรบั ยงิ คนหนึ่ง คนตีฆองซง่ึ เรียก
วาพะเนาะคนหนึ่ง คนถือไมไผทอนสามปลองส�าหรบั กระทุงดนิ เปน
จงั หวะสองคน คนถือชามสองมือส�าหรบั ตดิ เทียนรา� คนหนึ่ง คนถอื
กนตะแกรงขาดสองมือสา� หรับร�าคนหนึ่ง แลวคนถอื มีดถือส่ิวหัก
สา� หรบั เคาะจงั หวะคนหน่งึ รวม ๘ คนเดินรองรา� เปนวงเวยี นไปมาพอได
พกั หน่ึงก็ดื่มอุและรองร�าตอไป ดสู นุกกันเองไมใครอยากเลกิ เวลาเลกิ
แลวกย็ ังฟอนกนั เรอ่ื ยตลอดทางไป พวกขากะโซนี้กินอาหารไมใครเลอื ก

๑ พระอารญั อาสา (ปาน)

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 435

มีเรือ่ งเลากนั วาเม่ือกรมหลวงประจักษฯ เปนขาหลวง พระอรญั อาสา
ผูวาราชการเมืองกุสมุ าลยคนนี้เฝาฯ รบั สัง่ ไตถามถึงขนบธรรมเนียม
ของพวกขากะโซ ไลเลียงกันไปจนถึงอาหารท่ีชอบบริโภค พระอรญั
อาสาทูลวา “ชอบเจยี ะจอ” (คือชอบบริโภคเนื้อสนุ ขั ) ไมทรงเชือ่
พระอรญั อาสารับจะบรโิ ภคถวายทอดพระเนตร จงึ ใหไปหาเนอ้ื “จอ”
มาเล้ียง นยั วา เม่ือพระอรัญอาสาบรโิ ภคเนือ้ จอนัน้ พวกขางในต�าหนกั
ดอู ยูไมได ถึงตองวิ่งหนี เลากันดงั นี้

เวลาบาย ๔ โมงไปทีว่ ดั กลาง มีพระ ๔ รูป เณร ๓ รปู วัดใน
มณฑลนม้ี ักมีทพ่ี ระอยูกรรม เรยี กวา “พลวง” เปนประทนุ เล็กๆ พน้ื
ฟากเฉพาะนอนคนเดียวเหมอื นอยางประทนุ เกวยี น มีวดั ละหลายๆ
หลงั มักท�ารายไปรอบโบสถ เวลาเขาพรรษาพระภกิ ษไุ ปอยกู รรม เขา
วามักมคี นศรัทธาไปปฏิบตั ถิ ือกันวาไดบญุ มาก แลวไปดูหมูบานราษฎร
จนถงึ ทงุ นาริมหวยเสอเพลอ เมอื งกุสมุ าลยมณฑลน้ี เดมิ เรยี กวาบาน
กุดมารยกขน้ึ เปนเมืองขนึ้ เมืองสกลนคร เห็นจะเปนเมื่อรชั กาลท่ี ๔
ราษฎรชาวเมืองมีจา� นวน ๒๑๗๑ คน เลย้ี งโคกระบือและสกุ ร เปด ไก
ถึงไดขายแกคนเดินทางบาง กับทา� นาและขาวไรพอเล้ยี งกนั เอง

เมืองสกลนคร
วนั ท่ี ๑๔ มกราคม เวลาย�่ารุง ออกจากท่พี ักเมืองกุสมุ าลย
มณฑล ถงึ หวยหลวั ซึ่งเปนเขตเมืองกุสมุ าลยกับเมืองสกลนครตอกนั
หลวงพิไสยสทิ ธกิ รรม ขาหลวงบรเิ วณสกลนครมาคอยรับ มีราษฎร
ชายหญิงมารับดวย เดนิ ทางตอไปถึงทางแยกท่ีตดั ใหมไปทาแร แยก
จากทางสายโทรศัพทมาถงึ ตา� บลบานทาแร มีราษฎรมาคอยรับอีก
เปนอนั มาก แลท่นี มี้ ีวัดโรมนั คาธอลกิ เรยี กชื่อวา “เซนตไมเคล” โบสถ
กอผนังดวยศลิ าแลง เพราะตา� บลทาแรน้มี ีศลิ าแลงมาก บาทหลวงโย
เซฟคอบบุรเี ออ ซง่ึ มาสอนศาสนาอยู ๒๒ ปเศษแลว กับบาทหลวง
ผูชวยอีก ๒ คนไดมาคอยรบั แลวเชิญขนึ้ ไปบนท่ีอยูเห็นบาทหลวงรปู
หน่ึงปวยเปนไขจนผิวเหลอื ง จึงใหหมอแบรดดอ๊ กไปตรวจและใหยา

436 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

ดวย ท่วี ดั บาทหลวงทาแรมญี วนเขารตี ๑๖๖ คน คนพน้ื เมือง ๑๕๐๔
คน ระยะทางต้งั แตเมอื งกสุ ุมาลยมาบานทาแร ๕๐๖ เสน ถึงเวลาเชา
๓ โมงเศษพกั กินขาวเชาแลว เวลาเชา ๔ โมงลงเรือขามหนองหารไป
ขนึ้ ฝงเมืองสกลนคร หนองหารเมืองสกลนครนี้กวางใหญไพศาลมาก
มเี ขาภูพานอยูขางตะวันตกเปนเขาเทอื กยาว ในหนองมีเกาะเรียกวา
ดอนตาคราม และดอนสวรรค เหน็ ฝงู มาฝงู ใหญๆ และฝงู โคกระบอื
อยรู มิ ฝงเปนแหงๆ ไป เวลาเชา ๕ โมง ๔๐ นาทีถงึ ฝงเมอื งสกลนคร
ระยะทางขามหนองประมาณ ๒๐๐ เสน พระยาประจนั ตประเทศธานี
ผูวาราชการเมือง กรมการกา� นนั ผใู หญบานราษฎรมาคอยรับที่ทาขึน้
มพี ระสวดชยนั โตและยงิ สลตุ และมรี าษฎรชายขางหนง่ึ หญงิ ขางหนงึ่
มาคอยรับเปนแถว ยาวตลอดไปประมาณคน ๓,๐๐๐ เศษ ถึงท่พี กั
ซ่ึงอยูในหมูที่วาการบรเิ วณ เวลาเท่ียงคร่ึงมีการประชุมขาราชการ
และพอคาราษฎรตอนรับในปะรา� ใหญ เม่ือเสร็จการพธิ ีแลว ไปดสู ระ
กะพังทองซ่ึงมบี วั แลวไปทว่ี ัดพระธาตเุ ชียงชุม มีพระเจดียยอดปด
ทองแตเปนของกอสวมเทวสถานของเกาของพวกขอม ยงั แลเหน็ ของ
เดมิ ไดถนัด เวลาบาย ๕ โมงเดินไปดบู ริเวณเมอื งและแวะบานพระยา
ประจนั ตประเทศธานี เวลาค�่าราษฎรแหผาปาเรี่ยไรผานมาหนาทีพ่ ัก
ใหอนโุ มทนาเหมอื นท่ีเมอื งนครพนม

เมอื งสกลนครน้เี ปนเมอื งโบราณแตครง้ั ขอม แตรางไปเสียพ่งึ
กลบั ตงั้ เปนเมืองขึ้นอีกช้นั หลงั เมอ่ื ในรชั กาลที่ ๓ มที องตราเกา พระยา
ประจันตประเทศธานีรักษาไวฉบับ ๑ ไดความเรื่องตงั้ เมืองสกลนคร
และเมืองอ่นื ๆ ในมณฑลน้เี ปนเรื่องนาพิศวง คอื เม่อื ครัง้ เมอื งเวียงจนั ทน
เปนขบถ กองทัพกรุงเทพฯ ขน้ึ ไปปราบปรามตีไดเมอื งเวียงจันทน
กวาดคนลงมาเปนเชลยแลว โปรดใหแบงราษฎรทางหัวเมอื งที่ไมได
เปนขบถไปตั้งเมอื งในเขตเวียงจนั ทนทตี่ ไี ด คอื เมืองหนองคายเปนตน
ผูคนทางขางใตลงมาเบาบางไป และคร้ังน้ันปรากฏวาพวกราษฎร
ทางมณฑลน้ีหนีไปตัง้ ภูมิล�าเนาอยูทางหัวเมอื งตอแดนญวน ตั้งแต

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 437

คร้ังกองทัพไทยไปตีเมืองเวียงจันทนคร้ังกรุงธนบุรีและคร้ังหลังน้ี
มอี ยูเปนอันมาก จึงโปรดใหไปเกลี่ยกลอมพวกทาวพระยาหัวหนา
คนทีห่ นไี ปนัน้ มใี ครสมัครกลับมาก็ทรงตั้งใหมียศศักด์ิเปนต�าแหนง
เจาเมอื งกรมการ ยกทีร่ างตา� บลตางๆ ขน้ึ เปนเมอื ง พวกทาวพระยา
เหลาน้ันเม่ือไปตั้งอยูท่ีเมอื งใหมจึงไปเกลี้ยกลอมพวกพองของตัว
ทางฝงซายกลบั มา คร้นั กิตติศพั ทปรากฏกม็ ีพวกหัวหนาที่อยากจะ
เปนเจาเมืองมากขึ้น พากันกลบั มาสามิภักด์ิ กโ็ ปรดใหเปนเจาเมือง
และต้งั เมอื งอื่นๆ ข้ึนอีกตอไป ดวยเหตุนี้ท่ีรางจึงกลับเปนเมอื งขึ้น
บางทถี งึ แยงท่กี นั ตั้งเมือง ดังปรากฏเชนกลาวมาท่เี มืองไชยบรุ ี พวก
ชาวเมืองทาอเุ ทนเดิมอพยพกลับมาจะมาอยเู มืองทาอเุ ทน มพี วกอ่ืน
มาตัง้ อยเู สยี กอนแลว พวกชาวทาอเุ ทนเดมิ จึงตองตงั้ อยเู มอื งไชยบุรี
จนทุกวันนี้ วิธีต้ังเมืองดงั กลาวมานเ้ี ปนประโยชนตลอดรชั กาลท่ี ๓
คร้นั ภายหลังเม่ือคนท่ีแตกฉานซานเซน็ กลบั มาอยูฝงน้ีโดยมากแลว
พวกทาวพระยาในเมืองที่ตง้ั ใหมอยากจะไดเปนเจาบานเจาเมือง ขอ
คมุ สมคั รพรรคพวกของตวั ไปต้ังเมืองอื่นอีก จึงไดตง้ั เมอื งใหมตอมา
ในรชั กาลท่ี ๔ ที่ ๕ จนความปรากฏวาวธิ กี ารตง้ั เมืองใหมในชน้ั หลงั
เปนแตแยงคนแยงทองท่ีกันในพระราชอาณาเขตนเ้ี อง จงึ โปรดใหเลกิ
ต้ังวิธีตัง้ เมอื งใหมทางมณฑลนเ้ี สยี เมอ่ื ในรชั กาลท่ี ๕๑

เมืองสกลนครตั้งอยูบนเนินลาด มีถนนกวางใหญหลายสาย
และมถี นนซอยข้นึ ไป ระหวางหมบู านเปนทางส่แี ยกหลายแหง บาน
เรอื นราษฎรมีรัว้ ไมจริง และเปนเรือนฝากระดานหลงั คากระเบ้อื งไม
โดยมาก นบั เปนเมืองท่ีมัง่ คงั่ ยง่ิ กวาหัวเมืองทผ่ี านมาโดยมาก แตเขา
วาอากาศสูท่เี มืองหนองคายไมได เพราะถึงฤดฝู นลมพดั มาจากเขา

๑ เรื่องตง้ั เมอื งในภาคอีสานนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ ได
ทรงชแ้ี จงเหตุผลไวในหนงั สอื สาสนสมเดจ็ ฉบบั วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๗๘
และเมื่อวนั ท่ี ๒๖ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๗๘

438 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ภพู านมกั มีความไข ราษฎรพลเมอื ง ๔๕,๒๓๙ คน เปนไทยตางๆ หลาย
ชนดิ คือ พวกผไู ทย ไทยเกลิง ซ่งึ มาจากเมอื งกะตาก และไทยยอ
ไทยโยย เปนตน เรอ่ื งคนชาตติ างๆ ในมณฑลเหลานี้ ขาพเจาไดลอง
สอบทางภาษาทกุ พวกท่ีไดมาพบ คือใหนับตามภาษาของเขาตง้ั แต
๑ ไปจน ๑๐ แลวจดไวพิเคราะหดู เห็นมแี ตนับอยางภาษาไทยกบั
ภาษาเขมร ๒ อยางเทาน้นั จึงสันนษิ ฐานวาคงจะเปนเชอ้ื สายไทยพวก
๑ เชือ้ สายขอมพวก ๑ ท่มี าเรียกชือ่ เปนพวกน่นั นต่ี างกันไปเปนหลาย
พวก เหน็ จะเกดิ แตอยูแยกยายตางถ่นิ ฐานกนั นานเขา ก็รสู ึกวาตางกัน
ไป แตความจรงิ คงอยูในเปนไทยชาติ ๑ เปนขอมชาติ ๑ เทานนั้

การท�ามาหาเลยี้ งชพี ของชาวเมืองสกลนคร มีการผสมมา
ผสมโคกระบือ ทา� เกลือ หาเรว และพริกขห้ี นูปา ยางกะตงั กะติ้ว และ
ปลาตางๆ ซง่ึ เปนสนิ คาใหญ เกลือสงไปขายตามลา� น้�าโขง ปลาขาย
เขาไปในทดี่ อนๆ ของอ่นื ๆ ขายสงลงไปเมอื งนครราชสีมา และรับ
สินคากรุงเทพฯ มาทางเมอื งนครราชสมี า ไมมสี นิ คามาจากลา� น้�าโขง

วันท่ี ๑๕ มกราคม ขีม่ าไปบานนาเวง ระยะทาง ๑๔๐ เสน
ไปตามถนนขอมสรางไวแตดกึ ดา� บรรพ มีสะพานหินเปนสะพานศิลา
แลงฝมือขอมทา� ดนี าดูอยแู หง ๑ เปนของสมยั เดยี วกับเทวสถาน ที่
ต�าบลนาเวงมีเทวสถานเรยี กวา “อรดมี ายานารายณเจงเวง” ต้งั อยู
บนเนินซง่ึ มีซุมไมรมรื่นดี ขาหลวงบรเิ วณไดนัดราษฎรมาออกรานขาย
ผาพรรณตางๆ ซึง่ เปนฝมือชาวสกลนคร ณ ท่นี ี้ดวย ดอู ยจู นเวลาเชา
๔ โมง จึงกลบั

เวลาบาย ๓ โมง มีการประชุมบายศรีที่ปะรา� มีผเู ฒากลาวคา�
ไชยมงคล ๓ คน วาความตางๆ กนั พรอมกันทง้ั ๓ คน แลวพระยา
ประจนั ตประเทศธานี ซึ่งเปนผใู หญคาดดายผกู ขอมอื ตอไปมกี ารแห
บองไฟมาจดุ ที่รมิ หนองหารทีล่ านใหญตรงทพ่ี ัก ราษฎรชายหญิงไดมา
เขากระบวนแหและโหรองเอิกเกริกมาก กวาจะจุดบ้งั ไฟหมดกพ็ อค่�า

วันที่ ๑๖ มกราคม เวลาย�่ารงุ ๑๕ นาที ออกจากเมืองสกลนคร

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 439

ผานวดั พระธาตุ ตามทางท่ีมามที ุงนาเกลือ มาทางบานง้วิ ดอน บาน
พงั เมก็ บานทบั ศอ บานคูสนาม บานขามเฒา บานปากลวย แลว
เขาดงหนองเดิ่น ซึง่ เปนปาไมเลก็ หลายอยางตางกนั มตี นยางใหญๆ
บางเปนทางรมร่นื และงามดี พนดงมาตามโคกแลวถงึ ทามะไฮซึง่ เปน
ทล่ี มุ แลวขนึ้ โคกมาขามหวยพุงท่ีต�าบลวงั ฆอมที ีพ่ กั รอน ถงึ เวลาเชา
๒ โมง ๔๐ นาที ระยะทาง ๔๐๘ เสน มีราษฎรชายหญิงเปนพวกไทย
กะตาก ไทยเกลิง หญงิ บางคนไวผมสงู บางคนตัดผมส้ัน เวลาเชา ๔
โมงเดนิ ทางตอไปตามทางปาไมเลก็ มาหนอยหนง่ึ แลวออกทงุ มาตาม
บานโพนทอง บานพง แลวมาถงึ หนองเหียนท่พี ักแรมเวลาเชา ๕ โมง
ครึ่ง ระยะทาง ๓๐๔ เสน รวมระยะทางวันน้ี ๗๑๒ เสน มรี าษฎรชาย
หญิงประมาณ ๔๐๐ คนมารบั ชาวบานน้เี ปนผไู ทยโดยมาก และหญงิ
เกลาผมสงู เปนพ้นื

วนั ที่ ๑๗ มกราคม เวลาย่�ารงุ หยอน ๑๐ นาทอี อกจากทีพ่ ัก
แรมตา� บลหนองเหยี นไปตามทางทุงนา ระยะทาง ๓๕ เสนถึงหวยยาง
เขตเมอื งสกลนครกบั เมอื งมุกดาหารตอกัน ขามหวยยางมาตามทุงบาน
หนองบอ บานบอน บานเผือ บานตมู บานกานเหลืองจนถงึ ทุงบาน
นาแกระหวางทางตอจากหวยยาง ขามหวยกานเหลือง หวยสกี นุ ตาม
ทงุ นาทม่ี ามตี นไมเปนแหง ๆ มโี คกบาง แลเหน็ ทวิ ไมรอบดาน แลเหน็
เขาภพู านขางขวามือตลอดจนถงึ บานนาแกทีพ่ กั รอน ถงึ เวลาเชา ๒ โมง
๑๐ นาที ระยะทาง ๓๗๙ เสน นาท่ีผานมาเปนทองทน่ี าดี และท่บี าน
นาแกมีหมากมมี ะพราวบริบรู ณ ตามระยะทางที่มาเม่อื ใกลหมูบานมี
ราษฎรมาตง้ั รานพัก มโี องนา้� และมะพราวออนสา� หรับรบั รองคนเดิน
ทางมาเปนระยะๆ หลายแหง บางแหงมีหมบู านราษฎรก็ออกมารบั กัน
มากๆ พกั รอนทบี่ านนาแก คร้ันเวลาเชา ๓ โมงคร่งึ ออกจากทพี่ ักรอน
บานนาแกมาตามทุงบานตนแหน ทงุ บานพมิ านทา ทงุ นาบานปากบงั
ทงุ หนองแกงทราย ขามล�านา�้ กา�่ ดวยสะพานเรือกท่ีบานนาลาด ซ่ึงเปน
เขตเมืองมกุ ดาหารกบั เมืองเรณูนครตอกันถึงบานนาลาดเวลาเชา ๕

440 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ

โมง ๑๐ นาที ระยะทาง ๓๐๗ เสน รวมระยะทางวนั น้ี ๖๘๖ เสน มี
ที่พักแรมอยใู กลล�านา้� ก�่าเหนอื หมบู านราษฎร ชาวบานเปนผูไทยโดย
มาก มพี วกกะโซ พวกเกลงิ ปนบาง ราษฎรบานใกลเคียงพากนั มาหา
มากตอมากและมาเนอื งๆ ไปต้งั แตเชาจนเย็น ไดใหหมอตรวจคนท่เี จบ็
ไขและแจกยาเหมอื นทุกๆ แหงมา ในหมรู าษฎรทม่ี าหามพี มา ๓ คน
ซงึ่ มารบั ซ้ือกระบอื ลงไปขายขางใต ไตถามถึงหนทางที่ไป วาลงทาง
ชองตะโกเพราะเปนทางท่มี นี า้� บรบิ ูรณกวาทางอ่นื กระบอื ทีพ่ าลงไป
ปละคร้งั อยใู นระหวางเดอื น ๓ เดอื น ๔ คราวหน่งึ ถึง ๘๐๐-๙๐๐ ตัว
ลงไปขายทางเมอื งพนมสารคาม เม่อื พนสั นคิ มบาง ไปเมืองมินบุรีบาง
และกรงุ เกาบาง ไตถามถงึ การพิทกั ษรกั ษากระบอื เวลาเดนิ ทางเปลย่ี ว
วาใชกระบวนนอนเฝารายกนั เปนวงรอบฝูงกระบอื ถาจะมคี อกสา� หรบั
กระบือพัก ควรมีที่ปากดงแหงหนงึ่ กลางเขาแหงหนึ่ง และเชิงเขา
อกี แหงหนึง่ และที่ๆ ตองการนา้� เวลาน้ี คือในเขตมณฑลปราจีนบรุ ที ่ี
เชงิ เขาลงชองตะโกแลวแหงหนงึ่ ทลี่ ะหานทรายแหงหน่ึง ไดความดงั นี้

เวลาบาย ๕ โมงเศษ ไปทท่ี านา้� กา�่ ตลง่ิ สงู เปนทรายลาดลงไป
เวลานท้ี างนา้� ท่ที �าสะพานเรอื กวางประมาณ ๑๕ วา ถาเวลาฤดูนา้� ๆ
ทวมตลิง่ ข้นึ มากวาถงึ ๒ เสน ไปท่วี ดั บานลาด พบพระอาคันตกุ ะ ๕
รูป มาจากวัดบานซอง หนทางเดนิ ประมาณเชาชว่ั สายเพอื่ จะไดมาดู
เจานาย

พระธาตพุ นม
วนั ท่ี ๑๘ มกราคม เวลาย่�ารงุ ออกจากท่พี ักบานนาลาด เดนิ
ตามทางในทงุ และในปาโดยล�าดบั มา ระยะทาง ๒๘๕ เสนถึงเมือง
เรณูนคร๑ เวลาเชา ๒ โมง ๒๐ นาที มีราษฎรชายหญงิ มารบั เปน
อันมาก เมืองเรณูนครน้ีเดิมชื่อบานดงหวาย ตั้งเปนเมอื งขึ้นเมือง
นครพนมในรัชกาลที่ ๓ สังเกตดผู ูคนแตงตวั สะอาดเรียบรอยดีกวา

๑ ภายหลังยุบเปนต�าบลเรณู ขึ้นอ�าเภอธาตพุ นม

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 441

ทุกแหงท่ีไดผานมาแลว พลเมืองเปนผไู ทยโดยมากมจี �านวน ๑๑,๙๘๖
คน เปนทด่ี อน ใชน้�าบอแตทน่ี าดี ชาวบานมีฝมือทอผาดี กับมกี าร
ผสมโคกระบอื น�าไปขายถึงเมืองมรแมน เดนิ ทางชองสระผมผานไป
ทางมณฑลเพชรบูรณขากลบั ซอ้ื สินคาจากเมอื งมรแมนมาขายท่ีน่จี ึง
มีผาดายไหมเครื่องแตงตัวแปลกๆ พักกนิ ขาวเชาแลวไปท่ีวัดกลาง
มโี บสถสรางใหมเปนรูปโบสถอยางพมา เพราะขนุ สฤษดิ์เรณู พอคาซงึ่
นา� โคกระบอื ไปขายเมอื งมรแมนเลยี นแบบมาจากพมา แลวไปดูบาน
ราษฎรครูหนึง่ จงึ ข่มี าเดินทางตอไป เดนิ ตามทุงและตามทางในปาถึงทงุ
บานพระ กลางทุงมรี าษฎรคอยอยูมาก ตองพักรับดอกไมธูปเทยี นตาม
ประสงคของราษฎรครูหน่ึง และไปแวะทว่ี ัดเกามโี บสถรางมพี ระพุทธ
รูปใหญหนาตักประมาณ ๔ ศอกองคหนง่ึ อยใู กลทาง เดนิ ทางตอมา
ทางบานเลาลิง บานหนองหอย ทาแล บานหนองหอยทงุ แลวถึงบาน
หัวบงึ แลวถึงบานธาตุเห็นฝงแมน้�าโขง เดินตามทางริมน้�ามาจนถึงทา
ตรงพระเจดียธาตุพนมเวลาเชา ๕ โมง ระยะทาง ๓๐๐ เสน รวมระยะ
ทางวนั น้ี ๕๘๕ เสน พระยาพนมนครานรุ กั ษและกรมการมาคอยรับ
มพี ระสวดชยั มงคล แลวเดินตามถนนทต่ี รงขึน้ ไปถึงพระธาตุ ทางยาว
ประมาณ ๑๔ เสน นมสั การพระธาตแุ ลว มายงั ทพ่ี กั ซ่ึงอยนู อกบรเิ วณ
วดั ขางดานใต มีราษฎรต�าบลใกลเคยี งพากนั มาหามากตอมากเหมอื น
อยางมนี กั ขัตฤกษส�าหรับป และตระเตรียมกนั จะแหปราสาทผง้ึ และ
จุดดอกไมเพลิงใหอนโุ มทนาดวย

เวลาบาย ๔ โมง ราษฎรแหปราสาทผง้ึ และบองไฟเปนกระบวน
ใหญเขาประตชู าลาพระเจดยี ดานตะวันตก แหประทักษณิ องคพระธาตุ
สามรอบ กระบวนแหนั้น คอื ผูชายและเดก็ เดนิ ขางหนาหมูหนง่ึ แลว
มีพิณพาทย ตอไปถงึ บษุ บกมเี ทยี นข้ผี ึ้งใหญ ๔ เลมในบษุ บก แลวมรี ถ
บองไฟ ตอมามีปราสาทผ้ึง คือแตงหยวกกลวยเปนรปู ปราสาท แลวมี
ดอกไมท�าดวยข้ผี ้งึ เปนเคร่ืองประดับ มีพณิ พาทย ฆอง กลองแวดลอม
แหมา และมชี ายหญงิ เดนิ ตามเปนตอนๆ กนั หลายหมู และมกี ระจาด

442 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ

ประดับประดาอยางกระจาดผาปา หอยดายไสเทยี นและไหมเขด็ เมอ่ื
กระบวนแหเวียนครบสามรอบแลว ไดน�าประสาทผงึ้ ไปตงั้ ถวายพระ
มหาธาตุ ราษฎรกน็ ่งั ประชุมกนั เปนหมูๆ ในลานพระมหาธาตุ คอย
ขาพเจาจุดเทยี นนมสั การ แลวรับศีลดวยกัน พระสงฆมพี ระครูวโิ รจน
รัตโนบล เปนประธาน เจริญพระพทุ ธมนต เวลาคา่� มกี ารเดินเทยี น
และจุดบองไฟดอกไมพุม และมเี ทศนกณั ฑหน่ึง

พระธาตุพนมน้ันขนาดพระธาตุเมอื งนครศรธี รรมราช ยอดก็
หมุ ทองค�าอยางเดียวกัน แตรปู เปนพระเจดียสีเ่ หล่ียม รูปทรงแปลก
ไมเหมือนเจดียแหงใดๆ แตทรวดทรงงามดี ของเดิมกอดวยอฐิ ขัด
ไมถอื ปนู แกะลายและรปู ภาพในตัวอิฐทีเดียว กลาวกนั วาเดิมกอดวย
อิฐดิบแกะลวดลายเสรจ็ จึงเผาสมุ ใหเปนอิฐสุกท้งั องคพระเจดยี ฝมอื
ท�างามประณตี หนักหนา๑ มแี ผนศิลาจารึกแผนหน่ึงเปนอักษรลาว มี
ใจความวา พระยาหลวงนครพิชิตราชธานีศรีโคตบองเจา เปนผู
ปฏสิ งั ขรณเมอื่ (พทุ ธ) ศกั ราช ๑๙๗๖ และอุทิศที่กลั ปนาซงึ่ พระยา
สุมินทราชไดถวายไวแตกอน ใหคงเปนของพระธาตพุ นมตอไปดังน้ี
และมีลับแลญวนและของอื่น วาเปนของเจาอนุเวียงจนั ทนถวายไว
หลายอยาง

วนั ท่ี ๑๘ มกราคม เวลาเชามกี ารเล้ยี งพระท่ีสวดมนต และ
ยังมรี าษฎรมาหาอกี ไมจบ จนถงึ เวลาออกจากบานธาตพุ นม เวลาเชา
๓ โมงลงเรือยาวพายลองล�าน้�าโขง ผานปากน้�ากา่� ซงึ่ เปนล�าน�้าไหลมา
แตหนองหารสกลนคร ใชเรือไปมาได เวลาเชา ๔ โมงถึงแกงคับพวง
รองนา�้ แคบ นบั วาเปนแกงส�าคญั อนั หน่ึง ตอมาอีกประมาณช่ัวโมง
หนึง่ ถงึ แกงคันกระเบา เปนท่นี �้าวนและรองน้�าคดเคีย้ ว เดินเรอื ยาก
มาก เวลาเที่ยง ๑๐ นาทถี งึ ต�าบลบานหวา ระยะทางบกจากบานธาตุ

๑ เรื่องพระธาตุพนมนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานภุ าพ ทรงเลา
ไวในนทิ านโบราณคดี นิทานที่ ๑๗ เรอ่ื งของโบราณ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 443

๖๘๕ เสนพกั แรม
เมอื งมุกดาหาร๑

วนั ท่ี ๒๐ มกราคม เวลาเชาโมงหน่งึ ลงเรือพายออมหาดข้ึน
ไปแลววกลองลงมาตามรองน้�า ถงึ บานบางไทรนอยเวลาเชา ๒ โมง
เศษข้ึนบก ใหราษฎรพบทว่ี ัดครูหน่ึง แลวลงเรอื ลองตอมา แลเหน็
เมอื งสวรรณาเขตรของฝรั่งเศสขางฝงซาย แลวถงึ เมอื งมกุ ดาหารเวลา
เชา ๔ โมง พระยาศะศวิ งศประวัติ จางวางลงมาคอยรับทีท่ าน้�า มี
พระสวดไชยมงคล ขึ้นท่ีทาหนาเมืองแลวเดินไปตามถนนจนถึงทพ่ี ัก
ซึ่งพระอนุชาติวฒุ าธคิ ุณ๒ ขาหลวงจัดรบั เปนตึกขัดแตะถือปูนท�า
อยางม่ันคง ถนนที่เมอื งมุกดาหารน้ีท�าถนนกวางใหญแลดูสะอาดตา
แตบานเรอื นราษฎรอยขู างรวงโรย สนิ คามหี นงั เขา เรว ยางกะตงั
กะตว้ิ สีเสียด ยาสูบบรรทกุ เกวยี นไปขาย ณ เมอื งนครราชสมี า และรบั
สนิ คาจากเมอื งนครราชสมี า คือผาแพรและเครอื่ งทองเหลอื งทองขาว
และนา�้ มันปรโตเลยี มบาง กลับมาขาย ราคาน�้ามันปรโตเลียมท่ฝี งซาย
ขายปบละ ๓ บาท ๔๘ อฐั นา้� มันทบ่ี รรทกุ มาจากนครราชสีมา ขาย
ปบละ ๖ บาทแตไมใครมีใครไปซอื้ น้�ามันท่ีเมอื งสวรรณาเขตรมาใช
เพราะพลเมอื งไมไดใชน้�ามนั มีแตจีนพอคาใชเลก็ นอย แตขางฝงซาย
ใชมากเพราะมีฝรงั่ และน�้ามนั นั้นวาไมใครจะสูดี ใชสูน�้ามนั ทซี่ ือ้ จาก
นครราชสมี าไมได สนิ คาท่ีรบั มาจากนครราชสมี าน้นั ไดสงไปขายท่ีราน
ฝงซายบาง เพราะเปนของราคาถกู เปนพ้ืน พอแกกา� ลังคนพน้ื เมอื งจะ
ซ้อื หา สนิ คาทฝี่ รงั่ เศสนา� มาเปนของดแี ตราคาแพง ทราบวามหี างใหญ
แหงหนึ่งท่เี มืองสวรรณาเขตรมขี องตางๆ ขาย และขายบหุ ร่ซี ึ่งรฐั บาล
ฝรั่งเศสทา� สงมาจากเมอื งฝรง่ั เศสดวย เพราะบหุ ร่แี ละไมขดี ไฟเปนของ
ผกู ขาดของรัฐบาล จึงเปนท่ีเขาใจไดวา การท่ียาสบู และไมขีดไฟสง

๑ พุทธศกั ราช ๒๕๒๕ ยกเปนจงั หวัดมุกดาหาร
๒ พระยาอนุชาติวุฒาธิคณุ (แพ ณ หนองคาย)

444 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ

ไปที่เมอื งสวรรณาเขตรจากฝงขวาตองเสียภาษีแรงน้ัน เพราะรัฐบาล
จะอุดหนุนใหหางฝร่งั เศสไดขายบุหร่แี ละไมขีดไฟทรี่ ฐั บาลท�าเอง แต
ยาสูบและไมขดี ไฟสงไปขายฝงซายและทีอ่ ื่นๆ ซึ่งเปนบานเลก็ ๆ ไมมี
รานรวงใหญโตอนั ใดก็ไมตองเสยี ภาษี

มาเทย่ี วนไ้ี ดเห็นแมน้�าโขง ต้ังแตเมืองหนองคายลงมาจนเมอื ง
มุกดาหาร ถาลองดวยเรอื พายระยะทางประมาณ ๗ วัน ระยะน้ใี น
แผนท่ีฝรัง่ เศสวาเดินเรอื ไดตลอดป คือวาข้นึ ลองสะดวกกวาระยะอน่ื
แตกระนน้ั ความคิดที่คาดไปเม่ือยังไมไดแลเห็นวาแมน้�าโขงจะเปน
อยางไร ผิดหมด เพราะเคยเห็นแตแมน้�าเจาพระยาและล�าน�้าอ่ืนใน
ประเทศนี้ นึกวาจะท�านองเดยี วกนั เปนแตใหญโตขนึ้ ไปตามสวน ท่ี
จริงหาเปนเชนน้ันไม แมนา้� โขงผิดกับแมนา�้ อน่ื ๆ ที่ไดเคยเห็นมาท้งั หมด
วาโดยขนาดล�าน้�าตอนเมอื งหนองคายยังไมสูกวางนกั ดขู างฝงนพ้ี อ
เถียงกนั วา โนนววั หรอื ควายทีย่ นื กินหญาอยูทางฝงโนน แตตอนใตลง
มาจนถงึ เมอื งมุกดาหาร ไมแลเหน็ ตัววัวควายขางฝงโนนทีเดยี ว เมอื ง
สวรรณาเขตรของฝร่งั เศสอยตู รงกนั ขาม ก็พอแลเห็นตกึ หลงั คาแดงๆ
เทานนั้ ฤดแู ลงน้�างวด ตล่ิงสงู ประมาณ ๕ วา ๖ วา คันตลิง่ เปนทีด่ อน
แตตอนรมิ นา้� ลึกเขาไปก็เปนทล่ี ุม นา้� ทวมทุกป แหงใดพอทา� ไรนาได
ในทลี่ ุมนั้นจึงต้ังบานเมือง เชนเมืองหนองคายเปนตน แตโดยมาก
เปนทล่ี ุมเกินไปจงึ เปนแตปาเปลา ปาริมแมน้�าโขงเหลาน้กี ็ไมมีไมใหญ
ถึงขนาดที่จะเปนสนิ คา เห็นจะเปนดวยตัดมาใชกันเสยี หมด ราษฎร
อาศัยไดแตทา� ไรปลูกพรรณไมลมลกุ ทีเ่ ปนสินคาคือยาสบู เปนตน ทา�
ตามเกาะท่ีเขาเรียกกันวาดอนบาง ระยะใดไมมเี กาะก็ปลกู กันตามชาย
ตล่ิงรมิ ฝง สวนล�าน้�านน้ั น�้าขุนและไหลเช่ยี วตลอดป มสี ตั วรายตางๆ
เปนตนวา จระเขและปลาเงอื ก ส�าหรบั ท�าอนั ตรายผคู น และมเี คร่อื ง
กดี กั้นสา� หรบั ใหเปนอนั ตรายแกเรอื ทีข่ ้ึนลองบรบิ ูรณทุกอยาง เปนตน
วาศลิ าใตน้�า (ซง่ึ เรือขาพเจาไดโดนดงั กลาวมาแลว) และหาดทรายซึ่ง
อาจจะมูนข้นึ ท่ไี หนๆ ไดเมื่อไรๆ (เรือขาพเจากไ็ ดเคยติด) นอกจากนี้

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 445

ยังมแี กงใหญนอยอกี เปนอันมาก ลองเรอื หนาแลงกย็ งั นากลวั แตเมื่อ
มาในเรอื ไฟไมใครเห็น ไดเห็นเมื่อลงมาเรือพายแตพระธาตพุ นมลงมา
เมอื งมกุ ดาหาร เมอ่ื ผานแกงคับพวงเหน็ น�้าวนใหญโตกวาที่ไดเคยเหน็
มาแตกอน ดนู ากลวั แมพวกทีพ่ ายเรอื เคยข้นึ ลองทางน้อี ยเู สมอ ยัง
ตองก�าชบั กนั ใหประจงระวังใหดี ดวยเหตุท้งั ปวงทีก่ ลาวมา การเท่ยี ว
ในลา� แมนา้� โขงจะวามคี วามสนุกสบายอยางไรนั้นวาไมได และยงั ไมเคย
ไดยินใครชมวาสนุกหรือสบายเลย แตตองยอมวาประหลาดนาพศิ วง
ไมเสียใจท่ไี ดมาเหน็ แตเมื่อไดเห็นครัง้ หนง่ึ แลว กวาจะอยากไปเท่ยี ว
แมนา้� โขงอกี เหน็ จะยงั นาน

ลา� น้�าโขงตอนท่ีตง้ั เมอื งมุกดาหารน้ี ตรงหนาเมอื งมีหาดใหญ
เปนหาดกรวด กลาวกันวา ที่หาดน้ีมแี กว จึงเอามาเปนชือ่ เมือง
มกุ ดาหาร

เวลาบาย ๓ โมงมีการประชุมบายศรี ครนั้ เวลาบาย ๔ โมงไป
ทวี่ ัดศรีมงคล วัดกลาง วดั ศรบี ญุ เรือง และเท่ยี วดูหมบู านราษฎรแลว
ไปเย่ยี มบานพระยาศะศิวงศประวัติ กบั บานพระยาอนุชาตวิ ุฒาธิคณุ

วนั ท่ี ๒๑ มกราคม เวลาย่�ารงุ ข่ีมาออกจากเมืองมกุ ดาหาร
ตามหนทางท่ีมา มีโคกบาง มนี าบาง ผานบานเมืองปาแลเหน็ เขา
ภูมะโนและเขาภหู ินซัน ซง่ึ ดตู ามแผนทีเ่ ขาใจวาเนอ่ื งกันกบั เขาภูพาน
เวลาเชาโมงหนงึ่ กบั ๒๕ นาทถี ึงบานค�าเคอื งท่ีพกั รอน ระยะทาง ๒๔๐
เสน เวลาเชา ๓ โมงเดินทางตอมาเขาดงบางอ่ี๑ เปนทางขน้ึ เขาอยาง
เดยี วกับดงพญาไฟ แตเปนดงใหญทบึ กวาดงพระยาไฟ ตนไมแนนหนา
รมชฏั แลเห็นดวงพระอาทติ ยแตเม่อื อยูเหนือยอดไม มีตนตะเคียน
ตนยางอยางใหญๆ กม็ าก ขามทางล�าน้า� เลก็ ๆ ท่ีผานในดงน้นั ๒-๓
แหง และขามหวยบงั อซ่ี ่งึ เปนหวยใหญแหงหนงึ่ ถึงบานนากอกซงึ่ เปน

๑ ดงบางอีน่ ี้ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ทรงเลาไวในนิทาน
โบราณคดี นทิ านท่ี ๑๗ เร่อื งเดนิ ดง

446 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

บานอยใู นดง เวลาเท่ยี ง ๒๕ นาที ระยะทาง ๔๙๐ เสน รวมระยะทาง
วันน้ี ๗๓๐ เสน มีราษฎรผไู ทยอยใู ตทพ่ี กั แรมลงไปมีเรือนประมาณ
๘๐ หลัง ท�านาพอกินกันเอง

หมอมเจานสิ ากร ในพระเจานองยาเธอ กรมขนุ ศิริธชั สังกาศ
เลขานุการ และขุนภักดรี ณชิต ขาหลวงมหาดไทยมณฑลอีสาน๑
กับพระอบุ ลการประชานิตย๒ แทนขาหลวงบรเิ วณอุบล ซง่ึ พระเจา
นองยาเธอ กรมขุนสรรพสิทธิประสงค ขาหลวงตางพระองคส�าเร็จ
ราชการมณฑลอีสานใหมารับ ไดมาพบที่บานนากอกและจะตามตอ
ไปดวย

มณฑลอสี าน
วนั ท่ี ๒๒ มกราคม เวลาย�่ารงุ ๒๐ นาที ออกจากทพ่ี กั บาน
นากอกเดินทางมาในดงมีไผ ๒ ขางทาง ลึกเขาไปเปนไมสูง จนถงึ
ท่ีมศี ลิ าลาดเปนทางยาวใหญอยางทห่ี นิ ดาด มนี �้าขงั อยตู ามแองเล็กๆ
มพี ุมไมอยูตามแองน้�าเหลาน้ัน แลวเขาดงทึบตอมา ถึงที่ตอเขตมณฑล
อุดรกับมณฑลอีสานทหี่ นองพอกแลว ออกปากดงบังอ่ถี งึ ท่พี ักรอน
ตา� บลบานนาคา� เวลาเชา ๒ โมง ๔๐ นาที หนทางทม่ี าต้ังแตบานนากอก
ถึงต�าบลหนองพอกท่ีตอแดนมณฑล ๒๗๐ เสน ประจวบกับหลัก
๑๐๐๐ เสนจากเมืองมุกดาหาร แลวมาในเขตมณฑลอสี านอกี ๓๐
เสน ออกปากดงถงึ ท่พี กั รอนบานนาคา� หนทางท่ีเดินในดงสองเวลานี้
เปนทางแคบมที ้ังตอไมรากไมเปนทางเดนิ ล�าบากมาก เวลาเชา ๔ โมง
ออก จาก ท่ี พักบ านน าค� ามาต ามหน ทา งมณฑลอีส าน เขตอ�าเภอ
เสนางคนิคม๓ ข้ึนเมืองอบุ ลราชธานี เปนทางในปาไมตะเคยี นและ

๑ ขนุ ภกั ดรี ณชติ (ลพ ศรุตานนท) ภายหลงั เปนพระยารามราชเดช
๒ พระอุบลการประชานติ ย (บญุ ชู พรหมวงศานนท)
๓ อ�าเภอเสนางคนคิ ม ปจจุบันยบุ เปนต�าบลเสนางคนิคม ขึ้นอ�าเภอ
อา� นาจเจรญิ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 447

ไมเตง็ รังไมตะแบกและอืน่ ๆ เปนหนทางกวางใหญและเรียบดี ตนไม
สูงๆ ในทางคงไวไมไดตดั ไดอาศัยบงั แสงแดดบาง พอเดินสบาย
เวลาเชา ๕ โมงถึงตา� บลกดุ เชยี งหมีระยะทาง ๑๘๐ เสน มีทพ่ี ักแรม
รวมระยะทางวันน้ี ๔๘๐ เสน มีขาราชการมณฑลอีสานมารบั คือ
หลวงสถานบริรักษ๑ กรมวัง และพระอุบลเดชประชารักษ๒ ปลัด
รักษาราชการเมือง พระอุบลศกั ดิ์ประชาบาล๓ ยกกระบัตรเมือง
อุบลราชธานี และกรมการอ�าเภอตางๆ หลายนาย

วันที่ ๒๓ มกราคม เวลาย�่ารงุ ออกจากท่ีพกั แรมกดุ เชยี งหมี
ขามลา� น�้าเซแดนอ�าเภอเสนางคนิคมกับแดนเมอื งยโสธรตอกนั แลว
เขาทางเขตบานฮองแซง ถึงปากดงภูสะมากัง หรือบานค�าบอน เวลา
เชาโมงครงึ่ กบั ๒๕ นาที ระยะทาง ๒๕๘ เสนมที พี่ กั รอน ชาวบานมา
หา ชาวบานนเ้ี ปนผไู ทยเดนิ มาจากเมอื งตะโปน เวลาเชา ๓ โมงครึ่ง
เดนิ ทางตอมาเขาดงสะมากัง เปนดงมไี มงามๆ และมีไมยมผาอยางไม
ท�าหบี บุหรีฝ่ ร่งั เปนดงเล็กกวาดงบังอี่ และหนทางเรียบรอยดี เวลา
เชา ๕ โมงพนดงสะมากงั ถงึ ท่พี ักแรมต�าบลบานสมพอ ระยะทาง ๒๖๐
เสน รวมระยะทางวันน้ี ๕๑๘ เสน นายรอยเอก หลวงสมรรถสรรพ
ยุทธ๔ ขาหลวงโยธามณฑลอีสานมาคอยรับ

วันท่ี ๒๔ มกราคม เวลาย�่ารงุ ออกจากทพ่ี ักแรมบานสมพอมา
ตามเขตบานนาฮแี ลวเขาเขตบานคา� ไหล ระยะทาง ๓๐๔ เสน ถึงที่พัก
รอนเวลาเชาโมงหน่ึงกับ ๔๕ นาที เวลาเชา ๓ โมงออกจากทพ่ี กั รอน
ออกจากเขตบานคา� ไหลเขาเขตบานตาสมื แลวถึงบานนาซมึ ทพี่ กั แรม
เวลาเชา ๓ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๒๑๑ เสน รวมระยะทางวนั นี้
๕๑๕ เสน

๑ หลวงสถานบรริ กั ษ (เอนิ้ )
๒ พระอุบลเดชประชารักษ (เสอื ณ อบุ ล)
๓ พระอุบลศักดป์ิ ระชาบาล (กคุ า� สวุ รรณกฎู )
๔ หลวงสมรรถสรรพยทุ ธ (จ๋ิว)

448 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

เมืองยโสธร๑
วันท่ี ๒๕ มกราคม เวลาย่�ารุง ออกจากทีพ่ กั แรมบานนาซึม
ทางมาเปนโคกไมเลก็ ๆ หนทางท่ตี ัดแลดแู ตไกลเหน็ ทิวไมสองขางทาง
ขางหนาซ่งึ งามดี และทร่ี ิมหนทางทม่ี ามที ่นี าดีๆ เปนอันมาก เมอ่ื เวลา
ออกจากบานนาซึมเขาเขตบานนาโปงและบานเผือฮี มสี ระนา�้ รมิ ทาง
แลวเขาเขตบานนาซวยใหญ บานนาซวยนอย ถึงบานนาสนี วลทพี่ ัก
รอนเวลาเชา ๒ โมง ระยะทาง ๓๗๗ เสน เวลาเชา ๓ โมง ออกจาก
บานนาสนี วล พนเขตบานนาสนี วลมาเขาเขตบานหนองสรวง บาน
หนองแวง และบานค�าหมอ ถงึ เมืองยโสธรเวลาเชา ๔ โมงคร่ึง ระยะทาง
๒๖๖ เสน รวมระยะทางวนั น้ี ๖๔๓ เสน หลวงศรีวรราช ผูวาราชการ
เมอื ง หลวงยศไกรเกรียงเดช ยกกระบัตร และกรมการคอยรับอยู
ในการทมี่ ามณฑลอสี านคราวนี้ อยากจะไปเฝากรมขนุ สรรพ
สิทธ๒ิ ที่เมืองอุบล แตเปนการขัดของดวยขาหลวงปกปนแดนกับ
ฝรั่งเศสจะประชมุ กันที่เมอื งอบุ ล กรมขุนสรรพสทิ ธทิ านทรงติดพระ
ธุระกบั แขกเมอื ง จะไปเพิ่มความลา� บากถวาย หาควรไม จงึ กะทางหลีก
มาเสียเมืองยโสธรหางเมอื งอุบลอยู ๒ วนั ฝายกรมขนุ สรรพสิทธิเดมิ ก็
จะเสด็จมาพบท่ีเมอื งยโสธร แตเผอญิ เวลาน้ขี าหลวงปกปนเขตแดนอยู
ท่ีเมืองอุบลราชธานี จึงเสดจ็ มาไมได ไดแตสนทนากันโดยทางโทรศพั ท
เวลาบาย ๔ โมงไปทวี่ ัดพระธาตุ มพี ระเจดียเกาเปนรปู ปรางค
องคหน่งึ พระครยู โสธราจารยเปนเจาอาวาส และไปวัดสิงทาและวดั
ธรรมหายโศก ท่ีวดั ธาตแุ ละวดั ธรรมหายโศกมีนกั เรยี นรองคา� ชัยมงคล

๑ ต้งั เปนจงั หวัดยโสธร เม่อื วนั ที่ ๖ กุมภาพันธ ๒๕๑๕
๒ พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสทิ ธิ
ประสงค ขณะนั้นเปนนายพลตรรี าชองครักษ และขาหลวงตางพระองคส�าเรจ็
ราชการมณฑลอิสาน พระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว
รชั กาลที่ ๔ กบั เจาจอมมารดาพึ่ง ตนราชสกลุ ชมุ พล

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 449

ท�านองสรภัญญะ พระศาสนดลิ ก เจาคณะมณฑล๑ เรียบเรียงสงมา
แลวดั ธรรมหายโศกเปนวัดธรรมยตุ กิ า

เวลาคา่� หลวงเถกงิ รณกาจ๒ ผูบังคับการตา� รวจภูธร ไดจัด
แคนวงกรมตา� รวจภูธรมณฑลอสี านมาเลนเวลากนิ ดวย

วันท่ี ๒๖ มกราคม เวลาเชาโมงหน่งึ ไปดตู ลาดและหมูบาน
ในเมอื งยโสธรๆ นตี้ ั้งอยูบนเนินใกลล�าน้�าพาชี ที่วาใกลนี้มิใชริมน้�า
อยางเมอื งที่ตั้งตามรมิ แมนา�้ เจาพระยา ลา� น้�าทางมณฑลนครราชสีมา
และมณฑลอุดร อีสาน เชนลา� น้�าพาชีน้ีเปนตน น้�าไหลลงแมน�้าโขง
เวลาฤดูฝน นา้� ในแมน�้าโขงมาก นา�้ ในล�าน้�าเหลานี้ไหลลงแมนา�้ โขง
ไมไดกท็ วมตลง่ิ ที่ลุมเขาไปลึกๆ บานเรอื นตองตั้งพนที่น้�าทวมจงึ มัก
อยหู างตลิ่ง แตเมื่อฤดูแลงน้�าลดแหงขอดกก็ ลายเปนอยดู อน หานา้�
ยากเปนอยางน้แี ทบท้งั น้ัน เวนแตบางแหงเชนเมืองอุบล เพราะที่
ริมแมนา้� มลู ตรงน้ันเปนท่ีดอน เมืองจึงอยูชิดล�าน�้า ท่ีเมอื งยโสธรนี้
มถี นนใหญเปนทางส่ีแยก ริมถนนใหญเปนทางส่ีแยก ริมถนนใหญ
มรี านเปนตึกดินอยางโคราช มพี อคาจีนและพอคาไทยมาจากโคราช
ตัง้ ขายของตางๆ ซง่ึ น�ามาจากเมอื งนครราชสมี ามากรานดวยกนั และ
มผี ามวงหางกระรอกและโสรงไหมซึ่งท�าในพืน้ เมืองมาขายบางบางราน
หมูบานราษฎรกแ็ นนหนา มจี �านวนพลเมอื งทง้ั ส้ินประมาณ ๓๐,๐๐๐
คน มถี นนเล็กๆ เดินถงึ กนั ในหมบู าน แตเปนทีม่ ีฝุนมาก

สินคาพนื้ เมืองยโสธรสงไปขายเมอื งนครราชสมี า มีหนัง เขา
เรว คร่งั และไหม ไดความวาใน ๕ ปมานี้สินคาไหมทวมี ากข้ึน สนิ คา
ฝงซายมาทางเมืองมุกดาหารมาขายถึงเมืองยโสธร มียางกะตงั กะตวิ้
บาง และยางกะตังกะตว้ิ น้ีไดมาจากเมืองหนองสงู ขางฝงขวาก็มี และ
มีพอคาซ้ือโคกระบอื ไปขายคราวหน่งึ ตงั้ แต ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ บาง ลง

๑ พระศาสนดลิ ก (คา� พรหมกสิกร) ตอมาเปนพระยาวิจติ รธรรมปรวิ ตั ิ
๒ หลวงเถกิงรณกาจ (ม.ร.ว. ถาย)

450 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ

ทางดงพระยาไฟไปขายท่ีปากเพรยี วทางหน่ึง ลงทางดงพระยากลาง
ไปขายที่อา� เภอสนามแจงแขวงเมอื งลพบุรที างหน่ึง ลงทางชองตะโก
ไปขายท่ีเมอื งพนัสนิคม พนมสารคามและเมืองนครนายกทางหน่งึ
แตเดิมลงทางชองเสม็ด แตเด๋ียวนใ้ี ชลงทางชองตะโก เพราะเปนทาง
สะดวกกวา พอคาที่ไปปากเพรยี วนา� กระบอื ลงไปขายเปนพนื้ พอคา
ท่ไี ปสนามแจงน�าโคลงไปขาย พอคาทไี่ ปมณฑลปราจีนบุรีมกี ระบือ
และโคคละไปดวยบาง ฟงดูตามเสยี งพอคาวาการนา� โคลงไปขาย ได
ก�าไรมากกวากระบอื เพราะโคเลี้ยงงาย กระบือเมอ่ื อดน�้ามกั จะเปน
อนั ตรายตามทาง

เวลาเชา ๔ โมงครงึ่ มกี ารประชมุ บายศรี ผเู ฒาคนหน่ึงกลาว
ค�าชัยมงคลเปนทา� นองไพเราะ

เมืองเสลภูมิ
วันที่ ๒๗ มกราคม เวลาย่�ารงุ ออกจากท่พี ักแรมเมอื งยโสธร
ผูท่ีไดไปดวยแยกยายกันตรงน้ีหลายคน คือไดจัดสงหมอมเจาชาย
ประสบประสงคไปเฝากรมขุนสรรพสิทธิที่เมืองอุบล ดวยออกไป
เมอื งนอกแตเลก็ พ่งึ กลับเขามา ยงั ไมไดเฝาเสด็จพอ สวนพระยาศรีสรุ ิย
ราชวรานวุ ัตร ขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑลอดุ รนน้ั เสรจ็ กจิ ทต่ี องมาดวย
แตเขาอยากจะไปเฝากรมขนุ สรรพสิทธิ ดวยราชการมณฑลทต่ี ดิ ตอ
กัน จึงวานใหพาหมอมเจาประสบประสงคไปสง ไปดวยกันกับนาย
ทองสกุ ขาหลวงธรรมการ และนายแกวพนกั งานหัดกดลายมือ สวน
ขาราชการมณฑลอดุ รที่มาดวย คอื พระยาประจนั ตประเทศธานเี มือง
สกลนคร และพระยาพไิ สยสรเดชเมืองโพนพไิ สยเปนตน กล็ ากลบั ไป
จากที่น้ี กระบวนทีเ่ หลอื ออกจากเมอื งยโสธรไปเมอื งเสลภมู ิ หนทาง
ท่มี าถึงดอนพระเจาแลวถึงบานบอ แลวถึงทุงและบานเชียงหวาง มี
หวยแหงหนง่ึ แลวถงึ หวยหนองปลาตองและทุงบานหนองค�า ดงหนอง
ค�า ทุงบานพบั ทุงบานบากบานเกิดแลวถึงทุงบานเชอื กมที พ่ี กั รอน
หยุดพักกนิ ขาวเชา แลวออกจากทพ่ี กั รอนออกทงุ หัวแตกถึงล�าน�้ายาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 451

เขตเมืองยโสธรกับเมอื งเสลภูมติ อกัน มที พี่ กั รอนอีกแหงหนึ่งรมิ ฝงน�้า
ยางฟากขางเสลภูมิ แลวข้ึนระแทะทีก่ รมขนุ สรรพสิทธทิ รงจัดสงมา
ประทานสา� หรับใหผลัดกับมา ตอมาทางเขตบานโนนยางถึงทุงหวย
ปลาโพงแลวถึงเมืองเสลภมู ิ เวลาเชา ๕ โมงเศษ

เวลาถึงทพ่ี ักมีชาวบานมาหาแหงละมากๆ ทกุ แหง และเวลานี้
เปนเวลามดี อกพะยอม พวกหญงิ สาวชาวบานมักรอยเปนมาลยั สวม
ศรี ษะเหมือนรดั เกลา และตางหูท่ใี ชกนั น้ันมีกานยาวงอนข้นึ ขางหลัง
เหมอื นจอนหเู รยี กวากะจอน ชาวมณฑลอสี านใชตัดผมเปนพืน้ ไวผม
ทัดยาว เม่อื ถึงท่พี ักแรมเมืองเสลภมู ิ พระราษฎรบริหาร๑ ผูรักษา
ราชการเมืองกมลาสัย และพระนิคมบริรักษ๒ ผูวาราชการเมือง
เสลภมู แิ ละกรมการมารบั เวลาบาย ๔ โมงไปดหู มบู านและวัด ตรง
เนินแหงหนึง่ มีศิลาแลงเปนกอนๆ เขาเลาวาเม่อื คร้งั ผบี ญุ ราษฎรที่
หลงเชอ่ื วาหนิ แรจะเปนเงิน ไดพากันมาเกบ็ กอนกรวดเล็กๆ ท่ตี รงน้ไี ป
คนละมากๆ๓ แตเวลานถี้ าใครพูดข้ึนถงึ เรอื่ งผีบุญก็ออกอายๆ ตามกัน
แสดงอาการประหนงึ่ ไมเคยรูเคยเหน็ ระยะทางทม่ี าวันน้ีต้ังแตเมือง
ยโสธรถึงทพี่ กั รอนบานเชือก ๔๖๑ เสน ตงั้ แตบานเชอื กถึงลา� น้�ายาง
แดนเมอื งยโสธรกบั เสลภมู ิตอกัน ๑๔๐ เสน ต้ังแตฝงนา�้ ยางถงึ ทีพ่ กั
แรมเมืองเสลภูมิ ๒๔๘ เสน รวมระยะทาง ๘๔๙ เสน

วันที่ ๒๘ มกราคม เวลาย�่ารงุ ไปดหู มบู านเมอื งไพ ซ่งึ มศี ิลา
แทงสลักจมดินอยตู ามละแวกบานนั้น เขาใจกันวาเปนหลกั เขตเมอื ง
แตโบราณ ท่ีหมูบานนม้ี วี ดั แหงหน่ึง เห็นชาวบานกา� ลังมาตกั บาตร
ทล่ี านวัด วธิ รี บั บาตรทางนช้ี อบกล เขานิมนตพระเณรมายืนเรยี งกนั

๑ พระราษฎรบริหาร (ทอง)
๒ พระนิคมบริรกั ษ (แสน)
๓ เรือ่ งผีบญุ นี้ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ ทรงเลาไวในนทิ าน
โบราณคดี นิทานท่ี ๑๗ เรอื่ งผบี ุญ

452 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

เปนแถว เปดบาตรคอยรับ ชาวบานมขี าวเหนยี วปนมาเดนิ ตามกนั ใส
บาตรเปนแถว แลวพระยืนยถาสพั พี ดูหลักศิลาแลวกลบั มาทางเดมิ
เลยที่พกั แรมมาถึงทพ่ี กั รมิ ล�าน้า� พาชเี วลาเชาโมงเศษ ฝงน�้าพาชตี รงนี้
เปนเขตเมอื งเสลภมู กิ ับเมอื งรอยเอ็ดตอกัน ลงขามล�าน้�าดวยเรือโถง
แลวขน้ึ มาตอไปตามฝงชี เขาเขตบานปากหมากคา บานทาคอ บานคอ
แลวถงึ ที่พักรอนบานห�าฮอก พระยาขตั ิยวงศา๑ ขาหลวงบริเวณ
รอยเอ็ดมาคอยรบั พักกินขาวเชาแลวเดนิ ทางตอไป เขาเขตบานหวั บอ
บานดอนงวั และบานเกานอยเวลาเชา ๕ โมงมที พ่ี กั แรม

ระยะทางวนั น้แี ตเมืองเสลภูมิไปบานเมอื งไพ ทั้งหนทางไป
แลมาประมาณ ๓๐๐ เสน ตั้งแตเมืองเสลภูมิมาถงึ ฝงชี ๔๒ เสน ต้ังแต
ฝงชีขางเมืองรอยเอด็ ถงึ ต�าบลห�าฮอก ๒๐๗ เสน ตง้ั แตห�าฮอกถึง
บานเกานอยทพ่ี กั แรม ๑๕๖ เสน รวมเพียงระยะทางตั้งแตทพ่ี กั แรม
เมอื งเสลภมู มิ าถงึ ทีพ่ กั แรมบานเกานอย ๔๐๕ เสน

ทบ่ี านเกานอยน้ีมีราษฎรชาวบานใกลเคียงมาหามากกวามาก
มตี าเฒาคนหนง่ึ เอาดายมาขอผูกขอมอื เมอ่ื อนุญาตใหผูกตามประสงค
ก็มคี นเกาะมอื ถอื แขนตอๆ กันไป เปนการเหมือนชวยกันผูกอีกเปน
อันมาก

เมืองร้อยเอ็ด
วนั ที่ ๒๙ มกราคม เวลาย�่ารุง ออกจากท่พี กั แรมบานเกานอย
เขาเขตบานอมุ เมา เขตบานฮางฮะโปงลงิ แลวถงึ ที่พักรอนบานเลาคา
เวลาเชา ๒ โมง พกั กนิ ขาวเชาแลวเดินทางตอไปถึงเมอื งรอยเอด็ เวลา
ยังเชาจึงแวะนมัสการพระที่วดั กลางและไปดูหลกั ศลิ าของเกาขนจาก
ทต่ี างๆ รวมไวท่ีหนาบานพระยาขัติยวงศา แลวไปดูหมบู านราษฎร
และตลาด เมืองรอยเอด็ นเี้ ปนเมอื งโบราณ ยังมเี ชิงเทนิ ดินเปนก�าแพง
เมืองและมีคูโดยรอบปรากฏอยู เวลานี้เปนท่ตี ัง้ ท่วี าการบรเิ วณและ

๑ พระยาขตั ยิ วงศา (เหลา)

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 453

หวั เมอื งที่ใกลเคยี งน�าสินคามาทางเมืองรอยเอ็ดโดยมาก มีรานตลาด
เปนหมูใหญ มีชาวเมืองนครราชสีมามาต้ังรานขายของเปนอนั มาก
บานเรอื นราษฎรกค็ บั ค่ังแนนหนา เปนทบี่ รบิ รู ณดวยหนองน้�าและไร
นา มกี ารผสมโคกระบอื และเลยี้ งสุกร ใน ๔-๕ ปนมี้ ีสกุ รจ�าหนายมาก
ข้นึ สนิ คาในเมืองมไี หมและหนงั เขา นอกนัน้ เปนสินคามาจากทีอ่ ืน่ มา
รวมเปนยานกลาง ถงึ ท่ีพกั แรมเมืองรอยเอด็ เวลาเชา ๓ โมงครง่ึ ระยะ
ทางตง้ั แตบานเกานอยถงึ เมอื งรอยเอ็ด ๓๙๒ เสน พระยาไชยสนุ ทร
ผูวาราชการเมืองกาฬสินธุ และกรมการหวั เมืองใกลเคยี ง มาคอยรบั
และราษฎรพากันมานงั่ คอยอยูต้ังแตเชาแทบจะเต็มไปทงั้ ทองทุง เวลา
บาย ๔ โมงไปเท่ียวดูภมู ลิ �าเนาเมือง จนถึงวดั บงึ พบพระครเู อกตุ รสตา
ธิคุณ เจาคณะเมือง แลวไปดูบงึ พระลานไชย และหมูรานและบาน
ราษฎรตอไป เวลากลับมาถึงท่พี กั มปี ระชุมบายศรตี ามอยางท่ีเคยมา
และพวกพอคามาหาเปนอนั มาก

วนั ที่ ๓๐ มกราคม เวลาย�่ารงุ ออกจากเมอื งรอยเอด็ หลวง
ขจรยุตกฤตย ๑ ซ่ึงตามมาในการตรวจทางโทรเลขมณฑลอุดร
มณฑลอีสาน กับนายนวมมหาดเลก็ นักเรยี นไปรษณียโทรเลขลาไป
เมอื งอบุ ลราชธานี เพราะเม่อื มาตามทางโทรเลข เขาเปนผจู ัดการให
ใชโทรเลขไดทกุ ระยะ แตทางตอไปไมรวมกบั ทางโทรเลข จนถึงเมือง
พิมายในมณฑลนครราชสมี า เขาส้ินกจิ ที่จะตองไปดวย ออกจาก
เมืองรอยเอ็ดมาทางบานขอนแกน บานหนามแทง บานกาหลง บาน
ต�าแย บานแวงนอย บานผวงควาง ถึงท่ีพักรอนบานคูโคกเชา ๓ โมง
ระยะทาง ๔๕๘ เสน พกั กนิ ขาวเชาแลวเวลาเชา ๔ โมงขนึ้ ระแทะเขา
เขตบานดงนอย บานสนาม ถงึ บานนาเลาทพ่ี ักแรมเชา ๔ โมงคร่ึง ระยะ
ทาง ๒๑๑ เสน รวมระยะทางวันนี้ ๖๖๙ เสน ทพี่ กั ตง้ั อยรู ิมหนองสมิ
ตรงวัดนาเลาซ่งึ มีตนไมรมเยน็ ดี เวลาบาย ๓ โมงครง่ึ ไปเท่ยี วดูถิน่ ที่

๑ หลวงขจรยตุ กฤตย (เทา จนั ทรเวคิน)

454 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

จนถึงวดั พบพระครวู ินัยรศฤดี วดั สาทองเมืองรอยเอ็ดตามมาสงดวย
การคณะสงฆมณฑลอุดรกบั มณฑลอีสานยังผิดกัน มณฑล

อีสานมีเจาคณะมณฑล และจัดการตามพระราชบัญญัติปกครอง
คณะสงฆแลว แตมณฑลอดุ รยงั หาไดจดั ไม เพราะมณฑลอุดรไมใครมี
พระเขาไปเลาเรียนในกรงุ ฯ จะเปนดวยเหตุใดก็สืบไมไดความ แตสวน
มณฑลอีสานมพี ระไดเขาไปเลาเรยี นทั้งธรรมยตุ ิกาและมหานิกาย จน
ไดเปนพระราชาคณะและเปรียญมหี ลายรูป มีตัวเจาคณะจึงจดั การ
ไดกอนมณฑลอุดรและมณฑลนครราชสมี าดวย

เขตเมอื งมหาสารคาม
วันที่ ๓๑ มกราคม เวลาย่�ารงุ ออกจากท่พี กั แรมบานนาเลา
ขามหวยจอกขวาง เขาเขตเมืองมหาสารคาม มาถึงท่ีพกั รอนเมอื งวาป
ประทุมอนั ขึ้นตอเมืองมหาสารคามเวลาเชาโมงหนึ่ง ระยะทาง ๑๕๐
เสน เมอื งวาปประทุมต้ังในรชั กาลที่ ๕ ในท�าเนยี บวาตง้ั ท่บี านนาเลา
แตเจ าเมืองมาอยู เสียที่นี่ พระพิทักษนรากร๑ ขาหลวงเมือง
มหาสารคาม และกรมการมารบั แลวมีบายศรีจานผูเฒาไดกลาว
ค�าเชิญขวัญและดายผูกขอมือ เวลาเชา ๒ โมง ๑๕ นาทีออกจาก
ท่ีพกั เมืองวาปประทุมเดินทางทุงหนองเดนิ เขาเขตบานหนองดิน
ขามหวยนา�้ ใส เขาเขตบานปลาบู ขามหวยเสยี ว เขาเขตบานกุดออ
ถึงบานหนองผงท่พี กั แรมรมิ หนอง เวลาเชา ๓ โมง ๔๕ นาที ระยะทาง
๒๖๖ เสน รวมระยะทางวนั นี้ ๔๑๖ เสน

เขตเมืองพยคั ฆภมู ิ
วันที่ ๑ กมุ ภาพันธ เวลาย่�ารุง ออกจากทีพ่ กั แรมบานหนองผง
ทางเดินเปนโคกมีไมเล็กสองขางทาง เห็นบานมาตั้งใหมแหงหน่งึ
เรยี กวาบานดงยางนอย แลวถงึ ทงุ นาเขาเขตบานกแู สนตารดั เปนระยะ
ทาง ๔๖๓ เสน ตง้ั แตเมืองวาปประทุมตอกบั เขตเมืองพยัคฆภมู ิมที าง

๑ พระพิทักษนรากร (ใย)

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 455

เลก็ แยกไปกู คือเทวสถานของโบราณ ประมาณระยะหนทางทัง้ ไปมา
๕๐ เสน ไดแวะไปดูทกี่ ูเรยี กวาแสนกูตารดั เปนปรางคกอดวยศิลาแลง
สงู ประมาณ ๓ วา มเี ทวรูปศิลาองคเล็กๆ หักๆ อยูภายใน ไมมฝี มอื ทา�
เปนลวดลายอนั ใด มีแตกา� แพงศิลาแลงโดยรอบ ตามหนทางทไ่ี ปเมอ่ื
ใกลถงึ เทวสถาน มีเชงิ เทนิ เดนิ เปนแนวเหมือนจะเปนเมอื งเกา กลบั มา
ออกทางใหญเขาเขตบานนาหาด เวลาเชา ๒ โมง ๕๐ นาทีถึงทีพ่ กั รอน
ระยะทาง ๓๐๒ เสน ขนุ มัณฑลานกุ าร ขาหลวงเมอื งสวุ รรณภมู ิ เมอื ง
แพน ผูรักษาราชการเมืองสวุ รรณภูมิ พระศรีสวุ รรณวงศา นายอา� เภอ
เมืองพยัคฆภูมิ พระศรีเกษตราธิไชย นายอา� เภอเมืองเกษตรวิไสย
พระสุนทรพิพิธ นายอ�าเภอโกสุมพิไสยและกรมการเมืองตางๆ มา
คอยรับ ถามถงึ กูเทวสถานในเขตเมืองสวุ รรณภูมิ วามี ๕ แหง คอื กพู ระ
กุนาอยทู ศิ ใตเมอื งแหง ๑ กูกะสงิ อยูกลางทุงแหง ๑ กกู ะโดยอยใู กล
เมอื งเกษตรวไิ สยแหง ๑ กูบานดานแหง ๑ กูบานกอู ยูใกลบานหวั ชาง
เมอื งพยัคฆภมู แิ หง ๑ เวลาเชา ๓ โมง ๑๕ นาที ออกจากบานนาหาด
เขาเขตบานหนองซ�า บานหวั ดง แลวถงึ บานหัวชางท่ีพักแรมเวลาเชา
๔ โมง ๕๐ นาที ระยะทาง ๑๔๒ เสน รวมระยะทางวนั น้ี ๔๔๔ เสน
ริมท่ีพักมีหนองใหญเรียกวาหนองดุม มบี านรมิ หนองเรียกวาบาน
โพนงามหมหู นึง่ แลมบี านใกลที่พกั เรยี กวาบานหัวชางหมูหน่ึง เปน
หมูบานเลก็ ๆ และวันนี้พระบรมราชบรรหาร ยกกระบัตรมณฑล
นครราชสีมามารับ พรอมกบั นายกวย กรมศกึ ษาธกิ าร ซึง่ ออกมาเปน
ขาหลวงธรรมการมณฑลนครราชสมี า

กลับมณฑลนครราชสมี า
วันท่ี ๒ กุมภาพันธ เวลาย่�ารงุ ออกจากท่พี กั แรมบานหัวชาง
เขาเขตบานบัวนอย บานขามเลียน บานหมากหุง สองขางทางที่มา
เปนทุง ที่ใกลๆ ทางใหญมีแตหญาแหง ทีล่ กึ เขาไปจงึ มีนา แลเหน็
ทิวไมหางออกไป เวลาเชา ๒ โมงถงึ ท่ีพกั รอนหวยพังซู ระยะทาง ๓๘๓
เสน กินขาวเชาแลวเวลาเชา ๓ โมงขนึ้ ระแทะหวยพังซู ซ่ึงเปนเขต

456 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

เมอื งพยคั ฆภมู ิมณฑลอสี านกบั เมอื งไผทสงฆ มณฑลนครราชสีมาตอ
กัน มาทางเขตบานหัวขวาแลทงุ บานหวั แรด ถงึ เมอื งไผทสงฆเวลาเชา
๔ โมง ระยะทาง ๑๗๐ เสน รวมระยะทางวันนี้ ๕๕๓ เสน พระนคร
ภักดศี รีนครานรุ กั ษ ผูวาราชการเมอื งบุรีรัมย๑ หลวงเสนาสงคราม๒
นายอา� เภอไผทสงฆ หลวงวศิ าลสฤษดกิ ร นายอา� เภอเมอื งรตั นบุรี
ขุนสรรพกิจโกศล๓ นายอ�าเภอนางรอง ขุนประสิทธิบรรณาการ
นายอ�าเภอประโคนไชย มาคอยรบั มีถนนขามคูเมอื งมาถึงทีพ่ ักซึง่ ต้งั
อยูริมที่วาการอ�าเภอ นายโยโกตา แลนายอิสดิ า ชาวญ่ปี นุ ซ่งึ มาต้ัง
โรงเลยี้ งไหมท่ีเมอื งบรุ รี ัมยก็มาหา

เมืองไผทสงฆ์
เวลาบาย ๔ โมงเที่ยวดภู มู ิล�าเนา เมอื งไผทสงฆเปนเมอื งโบราณ
มเี นนิ ดนิ เปนก�าแพงและมคี สู องชน้ั จา� นวนพลเมือง รวม ๒๒๘,๐๐๐
การทา� มาหาเลีย้ งชพี มีการท�านา ท�าไรผัก ไรยาสูบและจับสตั วนา้� พอ
เลย้ี งกันเอง และมกี ารท�าไหมและหุงเกลือจา� หนายขายไปท่ีอน่ื ๆ บาง
บานราษฎรหมูหน่งึ ๆ มรี ว้ั ไมจรงิ บาง ไมไผบาง เปนเขตหมูบาน ใน
เขตอา� เภอไผทสงฆไดความวามีกู ๓ แหง คือ ทต่ี า� บลหินตัง้ มกี ูสวนแตง
เปนปรางคศิลายอดกออฐิ ประมาณกวางยาว ๕ วา สงู แตพน้ื ดินขน้ึ ไป
๗ วา ระยะทางจากเมอื ง ๔๙๐ เสน กบั ทบ่ี านษี มกี ฎุ ี ษเี ปนศิลา
กวางยาวประมาณ ๑๑ วา สงู แตพื้นดินขนึ้ ไป ๔ ศอก ระยะทางจาก
เมอื ง ๖๐๐ เสน กบั มกี ูที่บานดูเปนศิลากวางยาวประมาณ ๑๐ วา สงู
จากพ้นื ดินข้นึ ไป ๒ วา ระยะทางจากเมอื ง ๔๐๐ เสน
วันที่ ๓ กุมภาพันธ เวลาย�่ารุง หมอมเจานิสากร หลวงเถกิง

๑ พระนครภักดี (กระจาง สงิ หเสน)ี ตอมาเปนพระยาประเสรฐิ สุนทรา
ไสย ผูวาราชการจังหวดั เลย

๒ หลวงเสนาสงคราม (คด)
๓ ขนุ สรรพกิจโกศล (ปาน ศกุนตนาค) ตอมาเปนหลวงในนามเดิม

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 457

รณอาจ ขนุ ภักดีรณชิต ซ่ึงมาสงจากมณฑลอีสานลากลับไป ออกจาก
ทีพ่ กั แรมเมอื งไผทสงฆตามหนทางทุงใหญ ถึงบานบุงเบาทพี่ กั รอนเวลา
เชาโมงหน่งึ กบั ๒๐ นาที ระยะทาง ๒๕๒ เสน แลวแยกไปทางต�าบลวัง
ปลดั ล�านา้� มลู ซง่ึ เปนทม่ี พี ระพุทธรูปสัมฤทธิข์ องเกาอยูในล�าน้�ามักงม
ไดเนอื งๆ ตอนทีเ่ รียกวาวังปลดั ไปจากบานบุงเบาระยะทาง ๑๕๐ เสน
วิธีงมน้ันมีคนถอื แหลนลงเรือเอาแหลนสักไปในน�้า ถาแหลนกระทบ
ของแขง็ กล็ งงม บางทกี ไ็ ดพระพทุ ธรปู ของโบราณ พเิ คราะหดูท่ีบนตล่ิง
ริมนา้� ซงึ่ เปนทงี่ มพระนม้ี พี ้ืนดนิ สงู เปนเนิน พอคะเนไดวาเปนท่มี ีเจดีย
ฐานอันใดมาแตเดิม แลวน�้ากัดพังลงไปจึงมีพระพทุ ธรปู ทีง่ มไดใน
ล�าน้�าตรงนั้น พระพุทธรปู งมไดที่วังปลัดเปนพระพุทธรูปฝมือชาง
ขอมโบราณสมยั เดยี วกนั ทั้งนนั้ ๑ เปนพระยืนแสดงธรรมจกั รพระหตั ถ
๑ บาง ๒ พระหตั ถบาง เปนพระนง่ั สมาธบิ าง พอเวลาสายประมาณ
๔ โมงเศษกลับมาทางบานบุงเบา ลงทางใหญขามล�าสะแทกเขตเมือง
ไผทสงฆกับเมืองพิมายตอกัน เปนทุงระนามตอจากทงุ ท่ีเดินมาแลว
เปนทงุ ใหญอันเดียว เวลาหนาน้�าๆ ทวม เม่ือถงึ ฤดูแลงอยางเวลาน้ี
มแี ตกอหญา หนทางเปนดินแตกระแหงเดนิ ล�าบากและรอนจัด ตอ
เมอื่ จวนถึงท่พี ักแรมจึงเห็นหมูบานกระเบื้องนอก ถึงท่พี ักแรมบาน
กระเบือ้ งนอกเวลาเชา ๕ โมง ๑๐ นาที ระยะทาง ๙๐ เสน มหี นองนา้�
ใหญอยหู นาทพี่ ัก รวมระยะทางวันนี้ ๔๙๒ เสน

วนั ท่ี ๔ กมุ ภาพันธ เวลาเชาตรอู อกจากทพ่ี กั แรมบานกระเบ้อื ง
นอก มาตามทงุ ระนามถงึ บานนางออทพ่ี กั รอนเวลาเชาโมงหนึง่ ๑๕
นาที ระยะทาง ๓๕๐ เสน นายสองเมอื งชาวเมืองโคราชซึง่ ออกมา
ต้งั บานเรอื นอยูท่ีต�าบลน้ี ไดรวบรวมเดก็ ชาวบานมาสอนหนังสอื เปน
สา� นกั เรียนแหงหน่ึง มนี กั เรียน ๑๒ คน พกั กนิ ขาวเชาแลว เวลาเชา ๓

๑ พบพระพทุ ธรปู ปางเสด็จลงจากดาวดงึ ส สมยั อมรวดี หรอื อนุราธปุระ

458 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

โมงออกจากทพ่ี กั รอนบานนางออมาตามทุงระนาม ท่ีริมหนทางมีเนิน
รมิ หนองแหงหนึ่ง มกี องศลิ าแลงพอสงั เกตไดวาเปนกูของเกาแหงหน่ึง
เรยี กวาอดุ แดก แวะดฐู านศิลาแลงน้นั ครหู น่ึง แลวขน้ึ ระแทะมาตาม
ทงุ รอนจัดเต็มที ถงึ หวยกะเพราทพ่ี ักแรมเวลาเที่ยง ระยะทาง ๔๐๐
เสน รวมระยะทางวนั นี้ ๗๕๐ เสน

เวลา ๑๐ ทุมข้ึนระแทะออกเดนิ ทางตอไป การเดินทางบก
คราวนี้ตัวนายขีม่ า พวกพลไพรและส่ิงของไปเกวยี น วธิ เี ดนิ ทางขาไป
เมอ่ื ยงั หนาว กลางคนื เวลาดกึ ราว ๓ ยามใหเกวยี นครวั ออกลวงหนา
ไปพวกหน่งึ ไปหาขาวเชาคอยอยทู ๆี่ พักรอน พอเชาขีม่ ารีบไปให
ถงึ ทพี่ กั รอนและทพ่ี กั แรมในตอนเชากอนเทยี่ ง ตอนบายไดพกั มาแล
มเี วลาเทย่ี วเดินดภู มู ิล�าเนา กระบวนเกวียนบรรทุกของตามไปถงึ ใน
เวลาบายเดินโดยวิธีอยางวานี้ทุกวนั ครัน้ ขากลับเมอ่ื เขาแดนมณฑล
นครราชสมี า ตอนนีพ้ อเขาฤดูรอนก็รอนจริงๆ เวลาแดดแข็งผูคน
พาหนะเดินทางทนไมไหว จึงตองเปล่ยี นเวลาใหม พอกนิ ขาวเย็นแลว
ราวเวลายาม ๑ ใหเกวียนลวงหนาออกเดนิ กระบวนมาแลเกวียน
ตามออกเดินเวลา ๓ ยามกับ ๑๐ ทมุ ตองจดุ ไตนา� จึงมกั ไประแทะท่ี
กรมขุนสรรพสทิ ธทิ รงทา� ประทานมาใหใช จนรงุ สวางจึงขึน้ ขี่มา

เมอื งพิมาย
วันท่ี ๕ กุมภาพันธ เวลาย่�ารุงถึงตา� บลบานดงมีทีพ่ กั รอน ระยะ
ทาง ๒๗๖ เสน ตอมาอีก ๑๑ เสน ถงึ ทางแยกไปบานทาหลวง แวะดู
บานทาหลวงถงึ หมบู านเวลาเชาโมงหนง่ึ กบั ๔๐ นาที ระยะทาง ๙๖
เสน พกั กินขาวเชาทีศ่ าลาการเปรยี ญวัดบานทาหลวงซึ่งต้งั อยูริมน้�า
มูล เวลาเชา ๓ โมงออกจากบานทาหลวง ระยะทาง ๑๒๗ เสนถึงเมอื ง
พิมาย หลวงภกั ดศี รขี ัณฑเสมา นายอ�าเภอพิมาย แลกรมการก�านนั
ผูใหญบานมาคอยรบั

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 459


Click to View FlipBook Version