ไดจอดพกั ที่ท�าเนียบต�าบลโคกไผซง่ึ มณฑลราชบรุ ีมาท�ารับ
พระเทพราชแสนยาขาหลวงมหาดไทย พระจิณดารกั ษขาหลวงคลัง
มาคอยรบั อยูที่นี้ ไดถามก�านนั ผูใหญบานถงึ ความศุขส�าราญ แล
ความเดอื ดรอนทีพ่ ึงมีอยูในเวลานี้ ไดความวาโจรผูรายสงบ มีความ
ศุขส�าราญดี ความเดอื ดรอนมอี ยูแตเรอ่ื งเก็บอากรสมพักศรอากรคาน้�า
แลเร่ืองผลประโยชนของกา� นนั ผใู หญบาน ในเรอื่ งเกบ็ อากรสมพกั ศร
นน้ั พวกก�านันผใู หญบานรองทุกขวาเจาพนักงานหาวัดแตหลังรอง ซึ่ง
เปนท่ีปลกู พรรณไมไม วัดออกไปจนไหลรองทัง้ ๒ ขาง ซง่ึ ไมไดปลูก
อนั ใดรวมคิดเปนเนอ้ื ท่ีเกบ็ สมพกั ศรดวย ราษฎรเสียเปรียบเปนความ
เดอื ดรอยอยู แลในทองรองปลูกเขาพวกเสนาก็รังวัดเกบ็ เน้ือนาอกิ สวน
หน่ึง เปนความล�าบากเดอื ดรอนอยูดงั นี้ การเรอ่ื งนีฉ้ ันจ�าไดอยูแตกอน
เคอยเกิดความถงึ ถวายฎกี า ดเู หมือนไปปฤกษาในที่ประชุมเสนาบดี
ใจความคือเดิมอากรสมพักศรท�าเปนผูกขาด นายอากรสมพักศร
รังวดั ท่ีเปนการเหมากับราษฎรตกลงกันวาเทานั้นๆ ไร ไมไดคิดถงึ หลงั
รองไหลรองหรือทองรอง ครนั้ อยูมาในปใดปหนง่ึ ขาหลวงเสนาวา
พวกเชาไรเหลาน้ปี ลกู เขาในทองรอง ควรรงั วดั ทองรองเหลานนั้ เปน
ที่นา เหตวุ าไมเกี่ยวกับสง่ิ สมพักศร ขางราษฎรไมยอมจึงถวายฎีกา
พเิ คราะหดูเห็นวาเรอ่ื งน้ไี มเปนการยากอันใดเพราะสมพกั ศรก็เกบ็
ไรละสลึงเฟอง คานาก็เกบ็ ไรละสลงึ เฟอง ทซ่ี ึ่งปลกู เขาแลปลูกของ
สมพกั ศรก็ไมไดซ�้าในท่ีเดยี วกัน ถาเจาของหน่ึงมีท่ีไรหนึ่งเปนทอง
รองปลกู เขาครึง่ หน่งึ ทา� เปนหลงั รองปลกู ของสมพกั ศรครง่ึ หนึ่ง ก็คง
ตองเสียอากรอยางละเฟอง ๒ ไพ รวมเปนไรละสลึงเฟองเหมอื นกับ
ท�านาหรือท�าสมพกั ศรทง้ั ไรไมผดิ อันใดกนั ความเดอื ดรอนทกุ วนั นีอ้ ยู
ทีผ่ เู กบ็ เปน ๒ พนกั งานเก็บปละ ๒ ครง้ั ก�านนั ผใู หญบานแลราษฎร
ตองไดรับความลา� บากตางๆ ในกระบวนทา� บาญชีแลจะตองไปเสียเงิน
เปนปละ ๒ หนเทานน้ั ทางท่ีจะแกไขใหดีกร็ วมเสียในพนักงานเดียว
เพราะทุกวนั น้กี ารเกบ็ สมพกั ศรแลคานาก็รวมอยูในรัฐบาลทา� ทง้ั ส้ิน
160 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
ควรใหพนกั งานสมพกั ศรเกบ็ แตพนกั งานเดยี ว เกบ็ ปละครั้งเดยี ว รงั วดั
รวมท้งั ทนี่ ้า� ทดี่ ินเกบ็ ไรละสลึงเฟองรวดกจ็ ะส้ินความล�าบากเดอื ดรอน
ทงั้ ปวง แตท่จี ะคิดทอนไหลรองออกอยางค�ารองนั้น เห็นวาไมจา� เปน
ไดชแ้ี จงความเห็นท้งั นแ้ี กพวกกา� นันผใู หญบานก็เห็นชอบดวยโดยมาก
ในเร่ืองอากรคานา�้ นนั้ รองเดือดรอนในเรอ่ื งพกิ ดั เก็บเคร่ืองมอื
มีลอบเปนตน อยางเดยี วกบั ท่ีปรากฏในมณฑลกรงุ เกาแตกอน ในเรอ่ื ง
น้ีฉันไดพิเคราะหมาตง้ั แตในแขวงกรุงเกา คดิ เห็นวาถาเลกิ เรอ่ื งเก็บ
เครือ่ งมอื ยอยเสียทีเดียว คงเก็บแตเครอ่ื งมอื ใหญๆ ตง้ั แตชอนแลแห
อวนขน้ึ ไปดเู หมือนเร่ืองคานา้� จะเรยี บรอยขนึ้ มาก เพราะเกบ็ เครอื่ งมือ
ยอยเก็บยาก ดวยราษฎรมกั จะรูศกึ เดอื ดรอนดวย ถาแกไขเปนเชนน้นั
ในมณฑลกรุงเกาเขาใจวาเงินอากรคาน�้าจะตกลงแตเพียง ๒๐๐๐
บาท มณฑลอื่นๆ คงจะนอยกวานนั้ แตการเรือ่ งนีย้ งั ไมแนใจจะตอง
เอาไวหารือในเวลาประชมุ เทศาภิบาลปน้ี ความเดอื ดรอนในเร่ือง
อากรคานา้� ท่ีก�านันผูใหญบานรองยงั มีอิกอยางหนง่ึ ดวยเร่ืองพิกดั เกบ็
ปากบอ วาบางทีเกบ็ อากรมากกวาที่ขายบอได ความขอนี้เจาพระยา
สุรพนั ธกว็ าเปนความจริง ดวยบอทางนบี้ างบอก็ไดผลประโยชนมาก
บางบอก็ไมไดผลประโยชน ไมเปนใหญดวยขนาดบอ แตเรอ่ื งนฉ้ี ันยัง
ไมเหน็ ทางทจ่ี ะแกไข จงึ ขอใหเจาพระยาสรุ พันธนา� ขอความไปหารือ
ในทีป่ ระชุมเทศาภบิ าล
ความเดือดรอนของกา� นันผูใหญบานดวยเร่ืองผลประโยชน
นนั้ วาตองท�าราชการตางๆ คือดวยเรื่องเก็บภาษอี ากรเปนตน ไมใคร
จะมเี วลาท�ามาหากิน จึงเปนความเดือดรอน ไดถามถงึ ผลประโยชน
พระราชทานเปนสวนลดในการเกบ็ ภาษีอากร พวกกา� นันวายังไมไดรบั
ถามขาหลวงกไ็ ดความจริง เพราะเขาใจยังเปนอยางเกา กลาวคอื จะ
ตองเกบ็ เงนิ ใหเสร็จสิน้ จนไมตดิ คางแลว จึงจะแจกสวนลด ความเขาใจ
อยางน้เี ปนความเขาใจผิดแท ดวยการทจี่ ะแจกสวนลดตอเม่อื เกบ็ แลว
เสรจ็ นัน้ แมจะเปนขอบังคับโดยมุงหมายจะใหดี ผลตามทเี่ คลยเหน็ มา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 161
แตกอน กา� นันมกั จะไมใครไดเสียโดยมาก เหตวุ านอยปจะแลวเสรจ็
ไดทีเดียว คงอยใู นติดคางบาง เลก็ ๆ นอยๆ ทุกป ทกุ วนั นก้ี า� นนั ผูใหญ
บานเปนก�าลังสา� คญั ของราชการตามหวั เมอื งควรจะตองท�านุบา� รงุ โดย
อยางท่ีสดุ ท่จี ะทา� ได เรอ่ื งสวนลดภาษีอากรเปนผลประโยชนทางเดียว
ท่กี �านนั จะได ควรจะตองใหไดจริงๆ อยาใหติดขดั จึงจะเปนการท�านุ
บ�ารุงนา้� ใจใหทา� ราชการ แลการทจี่ ะใหนั้นกไ็ มยากอนั ใด ดวยมใี นงบ
ประมาณอนุญาตของกระทรวงพระคลังอยแู ลว ถาเก็บเงินไดเทาใด
เม่ือใด ควรจะหักสวนลดใหในขณะนั้นโดยทันที จึงจะเปนการ
บ�ารุงนา้� ใจ ใหกา� นนั เปนธุระในการเรอื่ งภาษอี ากร ไดขอตอเจาพระยา
สุรพนั ธใหการเปนไปดงั วานจ้ี งได ในเรือ่ งสวนลดน้ีเจาพระยาสรุ พนั ธแล
พระยาอมรนิ ทรฤๅไชยไดหารืออยางหนง่ึ วา บางตา� บลใชใหผใู หญบาน
ตรวจเกบ็ อกิ ทหี นึง่ ก�านนั เปนแตเก็บบาญชีเชนนจ้ี ะควรใหสวนลดแต
กา� นันหรือผใู หญบานดวยประการใดไดชแ้ี จงวา การเก็บภาษีเปนหนาที่
ของกา� นนั จึงไดวางไวในขอบงั คับวาใหกา� นนั ไดสวนลด ถาหากวากา� นนั
ไปใหผใู หญบานชวยท�าดงั วากค็ วามแบงผลประโยชนน้ันเฉลย่ี ใหแก
ผูใหญบานดวย
ออกจากโคกไผมาแวะตรวจการอา� เภอตวนั ออก ซึง่ ต้ังทว่ี าการ
อยูทีป่ ากคลองแพงพวย พระแสนทองฟาเปนนายอา� เภอ ไตถามได
ความวาโจรผูรายเรียบรอย มีแตลกั โคกระบือแลยองเบาบางหางๆ
แตการอ่นื ๆ ในนาทีอ่ �าเภอตรวจไมไดความ เพราะบาญชีแลแบบแผน
ตางๆ ไมไดท�าหรอื ท�าไมถกู แบบทั้งนน้ั ออกจากทว่ี าการอา� เภอขึน้ ไป
ถึงเมืองราชบุรเี วลาบาย ๓ โมงเสศ จอดพักทีแ่ พนาจวนเทศาภบิ าล
ท่ีเมืองราชบุรีเวลานีก้ �าลังนา�้ มากทวมตล่ิงทกุ ๆ แหง แมใน
ลานจวนเทศาภิบาลนา้� ทวมประมาณศอกหนึง่ จะไปไหนตองลงเรอื
เลก็ ๆ ใหคนจูงหรือพายไปตามทนี่ ้�าลึกแลต้ืน บางแหงกถ็ งึ ตองลงเดนิ
ทองนา�้ ไป ในเวลาเย็นวนั นไ้ี ดไปดูทต่ี ลาดๆ นาเมืองราชบรุ ีนี้เดิมตดิ
ตลาดแลโรงบอนในที่ดินของพระสุธรรมไมตรี ไมไดประโยชนอนั ใด
162 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
แกรฐั บาล ครน้ั เจาพระยาสุรพันธมาเปนขาหลวงเทศาภิบาล เม่อื เสดจ็
ประพาศเมืองราชบรุ ีในศก ๑๑๔ เสดจ็ กลับแลวเจาพระยาสุรพนั ธร้อื
ไมท่ที า� พลบั พลาหลมุ ดนิ มาสรางโรงบอนแลรานตลาดในทห่ี ลวงเหนอื
ตลาดพระสธุ รรมไมตรีใหบอนมาตดิ ทน่ี ี้ตงั้ แต ศก ๑๑๕ ตลาดกต็ าม
มาดวยมาก เก็บคาเชาไดปหนงึ่ ๓๐ ชงั่ เสศ ครน้ั เมอื่ ศก ๑๑๖ พระ
สธุ รรมไมตรยี อมขายทตี่ ลาดแกรัฐบาลเปนเงนิ ๑๒๐ ชัง่ บดั นต้ี ลาด
เมืองราชบรุ เี ปนของหลวงตลอดท้ัง ๒ ตอน เกบ็ คาเชาเรือนโรงแลตลาด
แลคาทาเรอื จางในศก ๑๑๖ เปนเงนิ ๓๘๐๐ บาท พเิ คราะหดตู ลาดใน
เมอื งราชบรุ ีบริบูรณดีขน้ึ กวาเม่อื คร้ังตามเสดจ็ มาในศก ๑๑๔ ตกึ แถว
ทสี่ มเดจ็ เจาพระยาสราง ซงึ่ เปนตึกรางหาคนอยไู มไดมานาน บดั น้ีก็มี
คนอยเู ตม็ แทบทกุ หอง แตตลาดนีย้ งั จะตองจัดการแกไขตอไปขางนา
ดวยตัง้ ปดนาเมอื งอยูตลอด หาสงางามอันใดมิไดแลเปนโรงจากเคร่อื ง
ผูกโดยมาก แตทา� ใหมถาจะท�าเปนตึกหรอื เปนเคร่ืองไมจริงท้งั ส้นิ
จะตองลงทนุ สกั ๓๐๐ ชัง่ คงจะเก็บคาเชาไดถึงเดอื นละ ๔๐๐ บาท
ถาทา� ไดเชนน้ันเมอื งราชบุรีจะงามเปนสงาผาเผยขนึ้ มาก
ดานภาษีในเมืองราชบรุ ีนี้ เจาพระยาสรุ พันธไดส่ังใหเลิก
หมดแลว ยงั คงไวแตท่ีเมอื งราชบุรตี �าบลเดียว ไดเรยี กบาญชมี าตรวจ
ดู ไดความวาในศก ๑๑๖ ดานภาษใี นเมอื งราชบุรที ่ัวไปเก็บเงินได
๑๕๘๖๙๖ บาท ๕๐ อัฐ ในศก ๑๑๗ นไี้ ดมีประกาศแลทองตรา
โปรดเกลาฯ ใหเลิกเกบ็ ภาษีสง่ิ ของ ๓๐ อยาง ในสง่ิ ของ ๓๐ อยางน้ัน
ไมปรากฏ ท่ีดานเมอื งราชบรุ ไี ดเคยเกบ็ ๖ อยาง คือ ข้ผี ง้ึ ไหม นา้� มนั
มะพราว ปอ หอย หนงั เหลืออกิ ๒๔ อยางทีเ่ ลิกเกบ็ ภาษีน้นั เอา
จ�านวนท่ีไดเก็บในศก ๑๑๖ มาเทียบเงินจะขาดไป ๔๖๔๐๐ บาท
เสศ ท่ีเปนสงิ่ ส�าคญั เงนิ มากคือ พริกแหง หอมแหง ๒ อยางนี้เงินตก
กวา ๓๐๗๐๐ บาท ยงั มันอิกอยางเงินตก ๕๐๐๐ บาทกวา ถวั่ เงนิ ตก
๕๕๐๐ บาทกวา
ภาษีซง่ึ ยังคงเรยี กที่ดานตอไปยงั มอี ยู ๒๑ อยาง เทียบตาม
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 163
เงินทเ่ี ก็บไดในศก ๑๑๖ รวมเปนเงิน ๑๑๒๖๒๑ บาท ทเี่ ปนสงิ่ ส�าคัญ
เงนิ มากน้นั คือ ยาสูบเปนเงนิ ๖๐๐๔๑ บาท ปูนขาว ปูนแดง ๗๑๕๑
บาท ไมไผแลไมกระยาเลยตางๆ เปนเงนิ ๓๗๖๗๔ บาท นอกจากนี้
เปนแตสิ่งละเลก็ ละนอยไมสมู ากนกั เรอื่ งภาษีไมเหน็ เปนอันจ�าเปนตอง
เกบ็ ท่ดี านไมมที าจะแกไข เปนแตจะตองเลอื กทวี่ าจะตง้ั ดานทใี่ ดจะดี
อยใู นจะตองรอฟงพวกพนักงานกรมปาไม นอกจากไมตางๆ ภาษีปูน
เกบ็ ตามเตาไดงาย แตภาษยี าสบู นน้ั เห็นจะตองจัดใหอ�าเภอเกบ็ ตาม
เจาของผูขายยา แตเวลาน้ีอ�าเภอยังท�าไมไดโดยแท เพราะเหตฉุ นัน้
ดานภาษีทีเ่ มอื งราชบรุ ีจะตองคงไวกอนไปคดิ เลิกเอาในศก ๑๑๘
วันท่ี ๑๙ เวลาเชาไปตรวจท่วี าการมณฑล เจาพระยาสุรพนั ธ
แจงวาตึกใหญท่ีขาหลวงเทศาภิบาลพกั ช�ารดุ มาก จะตองขอจัดการ
ซอมแซมท่ัวไปในศก ๑๑๘ ตึกหลังนี้ช�ารุดมาแตเดิม เม่ือจัดการ
เทศาภบิ าลเปนแตปปุ ะเยยี วยาคอื มุงหลังคาจากพอกนั ร่วั ใหขาหลวง
เทศาภบิ าลอาไศรยมาได ๓ ป ถงึ เวลาควรจะตองซอมอยแู ลว แลตึก
ในบริเวณนก้ี ช็ �ารุดซุดโซมท่ัวไป ไมใชแตหลังที่ขาหลวงอาไศรย แต
การซอมแซมคงจะตองใชเงนิ กวา ๑๐๐ ชงั่ ออฟฟศท่ีวาการมณฑล
ดกู พ็ อใช คือใชคนนอย แลการท�าบาญน้�าบาญชหี นังสือกจ็ ัดวาพอใช
ไมยงุ เหยิง ดทู ่วี าการมณฑลแลว มาดทู จ่ี ัดการเก็บเงนิ คานา การเก็บ
เงินคานาเมืองราชบุรีนย้ี ังจดั เปนอยางเกา กลาวคอื จดั พนกั งานเก็บ
เปนกองเดียว แลขบั ตอนราษฎรเขามาเสียคานาถึงเมือง ยังไมได
มอบการไปใหนายอา� เภอเก็บเปนอา� เภอๆ อยางมณฑลกรุงเกาแล
นครไชยศรี เพราะการอ�าเภอยังจดั ไมเรยี บไดเหมือนมณฑลเหลาน้ัน
ดวยเหตฉุ น้ีเงนิ คานาในศก ๑๑๕ จงึ ยงั คงั่ คาง ไดความวาเพราะนาย
อ�าเภอไมขับตอนราษฎรเขามาเสียคานาใหสนิ้ เชิง ไดแนะน�าใหมอบ
ใบเสร็จใหนายอา� เภอออกไปเก็บเงนิ ทย่ี ังคางทกุ ๆ อ�าเภอแลก�าหนด
วันใหแลวเสรจ็ ถาอ�าเภอใดท�าไมแลวในกา� หนดใหเอาตัวนายอ�าเภอ
ขังไวกวาจะไดเงินเสร็จทกุ อา� เภอ ถาหากวาพระยาอมรินทรจดั การน้ี
164 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
ไมสา� เรจ็ ใหปรบั พระยาอมรินทรดวยอิกคนหนึง่
ออกจากทว่ี าการมณฑลไปตรวจท่ีโรงทหาร ดจู ัดการรกั ษา
หมดจดเรยี บรอยดี ฟงขาวดูไดความวาต้ังแตนายนพออกมาเปน
ผูบังคับการ การทหารอยูขางจะเรียบรอยขนึ้ กวาแตกอน ออกจาก
โรงทหารไปตรวจตรางๆ เมอื งราชบุรีน้ี ไดยินวามศิ เตอรอะไรทเ่ี ปน
ขาหลวงพเิ สศถึงเรยี กวานรกทอ่ี ยูบนแผนดิน แตเมือ่ ฉันไปตรวจดูวันน้ี
จะเปนดวยจดั การรับเสดจ็ หรอื อยางไรไมทราบ เห็นสอาดแลเรยี บรอย
พอใชไดดกี วาตรางเมอื งนครไชยศรี ตองการแตทาปูนขาวใหหมดจด
ข้ึน กบั ผอนคนในหองจองจา� อยาใหเยยี ดยัดกนั อยางเดยี วน้ีก็จะพอแก
การเรื่องคนโทษยดั เยยี ดก็เกดิ แตเรอ่ื งคกุ กรุงเทพฯ ไมรับอยางเดียวกนั
กับเมอื งนครไชยศรี จา� นวนนกั โทษมอี ยใู นตรางเมอื งราชบุรเี วลานี้ ท่ี
ตองเวรจา� ตัดสนิ แลวชาย ๕๑ คน ในระหวางพจิ ารณา ๓๒ คน รวม
นักโทษ ๘๓ คนจา� ขงั ไวในหองหนง่ึ ซ่งึ วาเปนหองท่ียัดเยียด อิกหอง
หน่ึงไวนกั โทษซง่ึ ตองคุกขงั ในระหวางพจิ ารณาบาง ความแพงบางมี
นกั โทษ ๓๗ คน อิกหองหน่ึงขังนักโทษหญิงมนี กั โทษ ๕ คน รวมมี
นักโทษชาย ๑๒๐ คน หญิง ๕ รวม ๑๒๕ คน ไดถามตัวนกั โทษถงึ
การบังคบั บัญชาเลี้ยงดู นักโทษรองวาไดรับพระราชทานขาหลวง
ไมท่วั ถึง แลไดรบั พระราชทานไมใครพออิ่ม ท้ังไมมีกบั เขาดวย ไตสวน
ไดความวา จายอาหารเลีย้ งแตนักโทษซ่ึงไมมญี าตมิ าสง แลจายแตเขา
เปลาคนหนึง่ มื้อละชามหน่งึ เหน็ วายังไมถูกตองตามขอบังคับ จงึ ได
สง่ั แตนไี้ ปใหเล้ยี งนกั โทษดวยเขาหลวงท่ัวทกุ คน แลใหมกี บั เขาดวย
สิ่งหนงึ่ ขอทนี่ กั โทษรองวากนิ ไมอิ่มนน้ั ไดเรยี กชามท่ีตวงมาตรวจดูๆ
ขนาดชามกไ็ มเลก็ นกั ชามหนึง่ ถาฉันกินกไ็ มหมด แตขอนกี้ ไ็ มสา� คัญ
อันใดดวยเล้ยี งนกั โทษนอย คนโทษคนใดกินจุกวาชามก็จายเพิม่ เตมิ
ใหไดไมยาก จงึ ไดสง่ั ใหจายเขาใหพอคนโทษกินอิ่มตอไป อยาใหถอื
เอาการท่ีตวงเปนประมาณ นอกจากนี้ค�าที่นักโทษรองทกุ ขกม็ ีแต
วาตัวไมผดิ เปนตน ซงึ่ เปนอาจนิ ไตยมิควรทจ่ี ะค�านงึ เพราะขาหลวง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 165
พเิ สศไดออกมาตัดสินเมือ่ เรว็ ๆ นีเ้ อง
ฉันเขาใจวามีคะติโบราณถอื กนั มาแตกอนอยางหน่ึง วาผูดี
เขาในคุกในตรางมีเสนียดจนั ไร เพราะเหตฉุ นั้นผรู ักษาเมืองกรมการมัก
จะไมใครเขาไปดใู นคุกในตราง เมอ่ื ใหขนุ เจนกับนายชวนออกมาตรวจ
ตรางหวั เมืองเหลานี้ ไมไดความวาผูวาราชการเมืองไดเคยเขาไปใน
ตราง มาตรวจตรางในครงั้ นี้ฉันจงึ ไดเชิญเจาพระยาสุรพนั ธแลพระยา
อมรินทรเขาไปตรวจถึงในตรางดวยกันแลต้งั ใจวาจะพาผวู าราชการ
เขาในตรางตอไปทุกๆ แหงที่จะไปตรวจ ตรวจนักโทษแลวมาตรวจ
ท่อี อฟฟศตรางหมน่ื ไพรเี ปนพธ�ามรงค ดเู ปนคนฉลาดพูดเขาใจงาย
พอใช แตการออฟฟศยังจัดไมเปนแบบแผนเรียบรอย เพราะเรื่องตราง
นี้เปนการใหม ยงั ขัดของอยูดวยเงินแลอื่นๆ ยงั ไมไดพบทใ่ี ดท่ไี ดจดั
เรยี บรอย เพราะเหตฉุ ะน้ันจงึ ยุติวาตรางเมอื งราชบุรนี ้เี อาเปนท่พี อใจ
ออกจากตรางมาตรวจทีว่ าการเมอื ง คือตึกทีส่ มเดจ็ เจาพระยา
สรางไวเปนศาลากลาง เดียวน้ีจัดเปนศาลอยชู ั้นลางออฟฟศวาการ
เมอื งอยชู น้ั บนดปู ดกวาดหมดจดทัง้ ๒ ชั้น การศาลยงั เปนวธิ ีอยางเกา
คือมีท้ังผูพิพากษาแลตุลาการ ขาหลวงพเิ สศยังไมไดจดั การแกไขอยาง
ใด เพราะยงั อยใู นระหวางเวลาลางความเกา แตความคางกไ็ มมากมาย
นกั เขาใจวาไมเกนิ กวา ๓๐๐ เรอื่ งเปนความแพงโดยมาก แลความ
ท่เี กดิ ข้นึ ทกุ วนั น้ี ทราบวาเปนความแพงโดยมาก ความอาญานอย ที่
วาการเมืองจดั หมดจดเรยี บรอยพอใช แตยังมีพนักงานคลงั เมืองซึง่
เหน็ ไมจ�าเปนจะตองมี เพราะเหตทุ ีค่ ลังมณฑลอยูเมืองเดียวกนั จงึ ได
ส่ังใหคดิ เลิกคลงั เมอื งเสียอยางเดียวกบั ท่ีเลิกแลว เมอื งกรงุ เกา เมอื ง
สงขลา แลเมอื งชมุ พร ถงึ ทวี่ าการเมอื งในเมืองราชบุรนี ้กี ็ควรยายไป
อยใู นบรเิ วณเดยี วกบั ที่วาการมณฑล การท่ีพดู จาส่งั เสียจะไดงายสดวก
ไมตองมจี ดบตั รจดหมายอันใดตอกนั แตในเวลาน้ตี กึ ในทวี่ าการมณฑล
ชา� รุด จะตองรอไวตอเม่ือซอมแซมใหดขี น้ึ แลวจึงจะยายไปได บาญชี
สัมโนครวั เมืองราชบรุ ไี ดทา� แลวเปนใชไดเมอื งหน่ึง มีจา� นวนอ�าเภอ
166 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
๔ อา� เภอ กา� นนั ๑๔๔ ผูใหญบาน ๑๓๒๔ สาระวดั ๒๗๘ หลังคา
เรอื น ๒๘๑๙๐ พลเมอื ง ๑๒๘๗๖๙ มีมา ๔๖๐ โค ๙๖๓๙๖ กระบือ
๓๓๑๕ เกวยี น ๒๘๘๓๗ เรอื ๑๕๓๓๓ ปน ๔๕๙๘ ไดสงรายละเอยี ด
มากับจดหมายน้ีดวยแลว ดทู ีว่ าเมืองแลวไปดูท่ีโรงทหารสรางใหม
ซ่ึงกระทรวงกลาโหมคดิ จะยายลงมาต้ังริมน�้าขางใต แตโรงทหาร
ปลกู ยังไมแลว โรงทหารใหมน้ีปลกู ดวยไมมุงจากตามแบบกระทรวง
กลาโหมใหออกมา ทา� เหมือนกันกับทก่ี รุงเกา แตทน่ี ใ้ี ชแรงคนโทษท�า
พนักงานโยธาส�าหรับเมืองเปนนายงาน แตจะเปนดวยเหตอุ ยางใด
ไมทราบทา� ไมดใี ชตวั ไมเลก็ แบบบางเห็นจะไมถาวรไปไดกมี่ ากนอย
เวลาบาย ๓ โมงออกเรือจากทวี่ าการมณฑล ข้ึนไปเขาคลอง
บางสองรอยออกทงุ เขางูไปจอดอยูที่แพซึ่งขาหลวงไดจัดไวรับ ฉันพ่ึง
เคยมาเหน็ ทงุ เขางูในระดนู ้�าคราวนี้ พอแลเห็นกท็ �ายอมโดยทันทวี า
บรรดาทุงทีจ่ ะเท่ียวเลนในระดูนา้� จะเปนทุงหนง่ึ ทุงใดในกรุงเกาก็ดี
ทองพรหมมาศเมืองลพบุรีกด็ ี แมที่สุดถึงบงึ บรเพ็ดเมอื งนครสวรรค
ก็ดี บรรดาทีไ่ ดเคยไปเหน็ แลวไมมีแหงใดทจ่ี ะสทู ุงเขางนู ้ีเลย ดวยเปน
ทงุ กวางน้�าลกึ แลมเี ขาอยูใกลๆ จะเลนเรอื เลก็ พายไปเทาใดกไ็ มมีทีส่ ุด
โดยจะมีเรือใบเล็กๆ มาแลนเลนกไ็ ด กระบวนท่จี ะเที่ยวทงุ เก็บกุมเก็บ
สายบัวอยางทงุ กรุงเกากไ็ ด หรอื จะเอาเรอื แวะจอดเขาทดี่ อนขน้ึ ไรเกบ็
นอยหนากไ็ ด จะเดินเลยไปเทย่ี วถงึ เขากไ็ มทันเหน่ือย เพราะอยางน้ี
ใครๆ มาจงึ ไดกลับไปชมวาสนุกนัก แตทุงน้ีมาเทีย่ วไดแตในระหวาง
แรมเดอื นเกาจนกลางเดือนสิบ ถาชากวานั้นนา�้ ลดเสีย เพราะแมนา้�
ราชบุรีนา้� ลดกอนลา� นา�้ เจาพระยา ในเวลานีน้ �้าก็ลดลงกวาคืบหนึง่ แลว
แตเขาในเมอื งราชบุรีปน้งี ามดนี า�้ ทวมเสยี ไปไมมากนัก
วนั ที่ ๒๐ เวลาเชาใชเรือสติมลอนจูงไปในทงุ เขางจู นถึงหลงั
บานธรรมเสน เพอ่ื จะดทู ว่ี าการอ�าเภอตวนั ตกซ่งึ ตัง้ อยูทีโ่ คกกระตาย
พระรามบรริ กั ษเปนนายอ�าเภอ การในอ�าเภอนก้ี เ็ ปนท�านองเดยี วกบั
อ�าเภอพระแสนทองฟา ไมมีอนั ใดทจี่ ะตองพรรณายดื ยาว แตทว่ี าการ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 167
อา� เภอนต้ี ้ังอยรู ิมคายเกาซ่ึงวาเปนคายใหญ ยงั มีเชงิ เทนิ แลสระปรากฏ
อยู คายโคกกระตายน้สี อบในพงษาวดารไดความวาเปนคายหลวงครง้ั
ขนุ หลวงตากออกมาตั้งลอมพมาคายบางแกวแลเขาชะงมุ ซ่งึ อยูตอไป
ไมหางนกั เวลาบายลงเรอื ไปดถู า้� เขาหวยตะแคงซงึ่ อยูขางดานเหนือ
เขางู ถ้�านี้เปนถ้�าอยูติดกบั แผนดิน นานี้นา�้ ทวมพน้ื ถ้�าสกั สองสอกคบื
พายเรือเขาไปในถ้�าไดลกึ เขาไปพบของประหลาด คือมรี อยถานไฟ
เขียนไวบนเพดานถ้�าเปนอักษรพระนาม จ.ป.ร. รูปอยางที่ทรงจ�าหลัก
ศลิ าในสถานที่ตางๆ แลมีตัวเลข ๑๑๔ อยูใตน้ันดวย เปนท่ีฉงน
สนเทหใจเปนอยางยิง่ ดวยเม่อื ศก ๑๑๔ เสดจ็ ประพาศเมืองราชบุรี
ฉนั กต็ ามเสด็จในเท่ียวนน้ั จา� ไดวาไดทรงอกั ษรพระนามจา� หลักไวแต
ท่ีปากถ้�าจอมพลที่เขากลางเมอื ง ถึงวาเม่อื ขาเสด็จกลับจากจอมบงึ
ไดทรงมาเลียบเขางูมาทางน้กี ไ็ มปรากฎวาไดเสด็จประพาศถ�้าหวย
ตะแคง เหตใุ ดจงึ มีอักษรพระนามเขยี นไวท่ีหลังถ�้านีแ้ ลเหตุใดจงึ ไมมี
จ�าหลกั แปลไมออกเกิดเปนความสงไสยวาจะเปนลายพระราชหัดถ
เลขาแทหรือใครไปแลเห็นที่ปากถ�า้ จอมพลแลจา� ลองเอามาเขียนไว
ที่น้ี เพอ่ื บชู าหรือประการใด มีความสงไสยอยดู ังน้ี จึงยังไมกลาจะส่งั
ใหจา� หลังรอยลงในศลิ า
ออกจากถ้�าเลยไปจอดท่ีบานหวยตะแคงซ่งึ เปนทาเรือมารับ
เสา ไตถามถึงการทา� มาหากนิ ไดความวา พวกที่อยใู นบริเวณเขางูนี้ท�า
มาหากินหลายอยาง คอื ท�านาเปนพ้นื แลท�าไรนอยหนาดวย เวลาสน้ิ
การนาตอยหินขายไปเผาปนู การทา� หนิ ในเวลาน้ีราคาข้ึนมีคนท�ามาก
ท�าไมทันขาย เพราะมคี นมาต้ังเตาเผาปูนมากข้นึ สังเกตดุ ูตามลา� น้�ามี
เตาเผาปนู มากขึ้นกวาเม่ือมาเหน็ ในคราวตามเสดจ็ สกั เทาหน่ึง แตพวก
ราษฎรบนวาหนิ ปูนเดียวนี้ตอยยากกวาแตกอน เพราะกอนศิลาท่ี
กระจดั กระจายทา� ไดงายตอยเสียหมดแลว ตองหาลกึ แลสงู ขึน้ ไป คน
หน่งึ ท�าไมใครจะไดมากเหมอื นแตกอน พวกพระยาสโมสรออกมาตง้ั
ระเบิดในการทา� ถาวรวัตถุ เมอ่ื วนั ไปถงึ เขางไู ดยนิ เสียงหลายตูม แตถาม
168 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
พวกกรมการวาไดศลิ าไมใครมากกวาทท่ี �าดวยมอื เพราะลูกจางทจ่ี ะ
เจาะศิลาเกียจคราน เจาะรไู มลึกจงึ ระเบิดศลิ าออกไมมาก แตความขอ
นี้จริงเทจ็ ฉันใดอยูแกผกู ลาว เพราะไมไดไปดดู วยตาเอง ในเวลาวางนา
คนแถวนี้หากนิ อิกอยางหนง่ึ คือตัดไมขาย ลักษณท่ีตัดนั้นใครมเี กวียน
กพ็ าออกไปทป่ี าขางทางที่เสดจ็ จอมบงึ เลือกไมไผไมรวกหรอื ไมเหยี งแล
ไมอยางอื่นๆ ทีจ่ ะใชเปนเสาได ตดั บันทุกเกวียนมา เสาบันทกุ ไดเลม
ละ ๓ ตน ถาเปนไมรวกชนดิ ทข่ี ายทา� โป๊ะบนั ทุกไดเลมละ ๕๐ ลา� ไม
เสาบรรทุกมาถงึ บานตองมาถากเปลือกเกลาอกิ นาน�้าพวกเรือขนึ้ มา
รับถึงหวยตะแคง นาแลงเจาของตองเข็ญลงไปถงึ แมนา�้ ใหญ ขายราคา
เสา ตนละ ๒ สลึงเฟอง คิดดู ๒ คนมีเกวยี นเลม ๑ โค ๒ ตวั ลงแรง ๒
วนั หาไดอยูใน ๙ สลงึ ดกู ด็ ีอยู แตหากวาจะมผี ขู ออนุญาตมาตงั้ ท�าไม
เสาแลไมกระยาเลยทางน้ี จะจางชาวบานทชี่ �านาญการตัดไมในทเ่ี หลา
นี้เปนลกู จางเหน็ จะไมได ดวยคนเหลานเ้ี ปนคนหากินหลายอยาง แล
ไดประโยชนพอกา� ลังจะไมมใี ครท้งิ ไรนามารับจางทา� ไมแตอยางเดียว
วนั ที่ ๒๑ เวลาเชาออกเรือจากทงุ เขางูมาแวะท่ีวดั บาดหลวง
บางนกแขวกดวยเม่ือขาผานไปแกตกแตงธงเทียวรบั แขงแรง จงึ ได
บอกไววาขากลับจะมาแวะ ทานบาดหลวงท้งั หลายบนั ดาอยทู ีน่ พี้ รอม
กนั มารับทั้ง ๕ รูป แลมแี ตรวงสานุศศิ ยมาประโคมรับดวย ขนึ้ ไปน่งั
สนทนาเปนสุนทกะถาทีก่ ฎุ กี ็เปนการเรยี บรอยไมฟองรองกลาวโทษ
ผูใด ไดความวาบาดหลวงทต่ี ้ังอยูต�าบลนแ้ี ยกกนั เปน ๒ คณะ คือ
พวกพนกั งานส่งั สอนในการวัดคณะหนงึ่ ๓ รูป พนักงานสั่งสอนใน
การวทิ ยาลยั ๒ รูป ท่วี ิทยาลัยน้ีสอนวิชาชัน้ สงู ของพวกบาดหลวงคอื
ภาษาเล็ดตินแลวิชาอยางอื่นๆ เพอ่ื จะใหนักเรียนชาวเมอื งน้บี วชเปน
บาดหลวง มนี ักเรยี นอยูเดยี วน้ี ๔๐ คนกวากนิ อยขู องบาดหลวงเสร็จ
แตการทบ่ี วชเปนบาดหลวงนน้ั นานๆ จงึ จะมีทศ่ี ัทธาถึงบวชสักคน ๑
คนท่ีบวชตองเรียนอยูถึง ๑๖ ป จึงจะมคี วามรพู อบวชได คนท่ีไมบวชก็
ออกจากโรงเรียนไปทา� มาหากินดวยประการตางๆ ท่ไี ปอยกู รมโทรเลข
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 169
ก็มี ไดความจากบาดหลวงดงั นี้ นกึ สงไสยวาโรงเรยี นนี้สสิ อนคนเพื่อ
เตรียมในการบวช วิชาทสี่ อนกเ็ ปนวิชาฝายขางอาราม คือ ภาษาเล็ดติน
แลทิโอโลยีเปนตน คนท่ีไมบวชรูวิชาเหลาน้ีไปจะมปี ระโยชนอะไร
ไดถามบาดหลวงๆ วาจัดการสอนเปน ๒ แพนก แตแพนกใดสอนอยาง
ใดบาง ถามไมไดความ และจะไปดูท่โี รงเรยี นกไ็ มไดดวยเปนวนั อาทติ ย
แลนา�้ ทวมดวย แตกน็ กึ อยากรู จงึ ไดขอใหบาดหลวงเขียนโปรแครม
ของโรงเรียนเซมินารีนสี้ งมาใหทราบในภายนา สนทนาอยกู ับบาดหลวง
ประมาณ ๒๐ นาที กลับลงเรือใชจักรไปยงั เมืองสมทุ สงคราม
รวบรวมเน้ือเห็นในการท่ีตรวจเมืองราชบุรีคราวนี้ จะตอง
ช้ีแจงในสวนมณฑลกอน การมณฑลจัดวาเปนอนั เสมออยู มณฑลน้ี
เมือ่ แรกจดั เทศาภิบาล ทรงพระกรณุ าโปรดต้งั พระเทพราชแสนยาเปน
ขาหลวงมหาดไทย พระจณิ ดารกั ษเปนขาหลวงคลงั ในเวลาน้ันมณฑล
ราชบุรีโจรผูรายชุกชมุ รายแรงเหลือประมาณ การเทศามีขอส�าคัญ
แตเร่ืองปราบปรามโจรผรู าย ในการนีใ้ นมณฑลราชบุรจี ะหาผูใดเสมอ
เหมือนพระเทพราชแสนยาหาไมได ดวยเปนคนเกาซอ่ื ตรงแลกวาง
ขวางคุนเคยมาแตครงั้ สมเดจ็ เจาพระยา พระเทพราชไดเปนกา� ลังของ
เจาพระยาสุรพันธปราบปรามโจรผูรายจนสงบเงยี บเรียบรอยไดตลอด
มาจนทุกวนั นี้ แตมคี วามบกพรองอยใู นพระเทพราช ๒ ประการ คือ
อายมุ ากประการ ๑ ไมเขาใจวธิ ีการออฟฟศประการ ๑ ในช้นั แรก
เพราะการคลงั ยังไมสูมอี ะไรท�า ไดอาไศรยแรงพระจิณดารักษเปน
หวั นาในการออฟฟศเปนกา� ลงั ของเจาพระยาสุรพนั ธตลอดมา คร้นั การ
คลงั เพิม่ เตมิ มากขนึ้ พระจิณดารกั ษก็จา� เปนตองหางจากการออฟฟศ
มหาดไทยไปทุกที ไมมีตัวผูใดท่ีจะแทนใหพอแกการๆ ออฟฟศใน
ครง้ั น้กี ็เพ่ิมเติมแบบแผนในลักษณปกครองแลตรวจราชการมากข้ึน
กา� ลังเครอ่ื งมอื ไมพอแกการโดยเหตุทีไ่ ดวามานี้ แลเจาพระยาสุรพันธ
เปนชน้ั ผใู หญจะหมายใหว่งิ เตนหรือฝกหดั ผูคนไวส�าหรับใชสอยอยาง
ขาหลวงเทศาภิบาลชัน้ หนุมๆ ยอมเปนการเหลือก�าลัง เพราะเหตุ
170 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
ฉน้ีการมณฑลจึงเดินชาลาเลอยกวามณฑลอ่ืนๆ หลายมณฑล เมื่อ
กอนฉันจะออกมาไดตกลงวาจะถอนพระจณิ ดารักษไปวาราชการเมือง
นครไชยศรี คร้นั ฉันออกมาเหน็ การทีม่ ณฑลราชบุรเี ปนอยูดังไดช้แี จง
มาแลวเมื่อตรติ รองดูถงึ การที่จะแกไข เหน็ วาถายายพระจณิ ดารกั ษ
ไปในเวลาน้ี นาท่ีเจาพระยาสรุ พนั ธจะไดความเดือดรอนมาก สวน
พระเทพราชแสนยานนั้ ตวั กร็ องอยูวาแกชรา แตเจาพระยาสรุ พันธ
ไมยอมปลอย การเปนเชนนจ้ี งึ เห็นวานาท่ีจะตองยกพระเทพราช
แสนยาข้ึนเปนต�าแหนงพิเสศเสมออยางผูชวยขาหลวงเทศาภิบาล
ยายพระจณิ ดารักษมาเปนขาหลวงมหาดไทย แตจะตองเพม่ิ เงนิ เดือน
ข้นึ อกิ สกั ช่งั ๑ ใหเทาอัตราผูวาราชการเมืองอยางตา�่ อยาใหเปนที่
เสยี ใจ ขอคนกระทรวงพระคลงั มาเปนขาหลวงคลงั แทนพระจิณดา
รกั ษทา� การใหเต็มมือท้ัง ๒ พนกั งาน การจงึ จะเดนิ เร็วขนึ้ ได สวนเมอื ง
นครไชยศรนี น้ั หลวงบรมบาทเห็นจะพอแกการ พอไวใจใหรกั ษาเมอื ง
ได จัดการอยางน้ีเห็นวาพอจะพยุงการมณฑลนใ้ี หเดินไปได ไดชีแ้ จง
ความเหน็ น้ีแกเจาพระยาสรุ พนั ธกเ็ หน็ ชอบดวย แลมคี วามยนิ ดที ่จี ะ
ไมถอนพระจิณดารกั ษไปเสยี น้ันเปนอยางย่งิ
ในสวนการเมืองราชบรุ นี ั้นจะตองชี้แจงในส่ิงทไ่ี มพอใจกอน
พระยาสฤษดค์ิ งจะจ�าไดที่ฉันไดพูดอยูเสมอๆ วาการหวั เมอื งท่เี รียบ
รอยไดทกุ วันนี้ เพราะเร่อื งจดั กา� นันผใู หญบาน ดวยรฐั บาลไดคนท่ีดี
มรี าษฎรนยิ มเชอ่ื ถอื เขามาเปนก�าลังของราชการเปนอันมาก กระทา�
ใหราษฎรอยูในบังคับบัญชาของรัฐบาลสนทิ ขึ้นกวาแตกอน ฉันกลัว
นกั ทผี่ วู าราชการเมอื งกรมการบางเมือง ซง่ึ ไมเขาใจความจริงในขอน้ี
จะบงั คบั บัญชาวากลาวก�านันผใู หญบานตามแบบทเ่ี คยใชก�านนั อยาง
แตกอน โดยไมมคี วามเกรงใจหรือจะเอาใจอยางใด กา� นนั ผูใหญบาน
ชั้นนี้ไมใชคนจา� พวกท่ีซ้ือต�าแหนงหาเงนิ กนิ อยางกา� นนั แตกอน ถา
ถูกกดขขี่ เู ข็ญโดยไมเอาใจจะยอทอแลละเลยความอุสาหะเสยี โดยงาย
ถาเม่อื ความยอทอเกดิ ขน้ึ แกกา� นันผูใหญบานเมือ่ ใด ความเสื่อมทราม
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 171
จะมาถงึ พระราชบญั ญตั ลิ ักษณปกครองทองท่ีแลการอยางอ่ืนๆ ใน
หัวเมอื งในเวลานน้ั ฉันไดแสดงความปรารภนแ้ี กขาหลวงเทศาภบิ าล
แลขาราชการหวั เมืองเนอื งๆ แมออกไปถึงหวั เมอื งเมอื่ ใดกไ็ ดเอาใจ
ใสตรวจตราการเร่ืองนม้ี ไิ ดขาด เมื่อมาในมณฑลกรงุ เกาแลมณฑล
นครไชยศรี เฉภาะในมณฑลนครไชยศรที ไ่ี ดมเี วลาตรวจการหลายวนั
ไดมคี วามยนิ ดที ่เี หน็ กา� นนั ผูใหญบาน ดพู ากันมีความภกั ดเี ออ้ื เฟอตอ
ราชการในตา� แหนงของตน ฉนั กไ็ ดใหโอวาทอุดหนนุ ทกุ ๆ โอกาศทไ่ี ด
มาในระยะทาง คร้นั เขามาในเขตเมืองราชบรุ ี พิศดูนาตาก�านนั ผใู หญบาน
ที่ไดพบไมใครปะนาตาทีร่ น่ื เริง อยางไดพบในมณฑลนครไชยศรี แล
มีเสยี งรองทุกขตางๆ ดังไดช้ีแจงมาขางตนก็ใหบังเกดิ ความร�าคาญใจ
เปนอันมาก พิเคราะหดวู าเปนดวยเหตใุ ด ก็เขาใจไดตลอด เปนเพราะ
การอา� เภอในเมอื งนยี้ งั จัดเลวเต็มที จดั แบงเปน ๔ อ�าเภอ ไมมีอ�าเภอ
เมอื ง ซ่ึงเปนอ�าเภอส�าคญั ซึ่งควรจะมี อ�าเภอที่จดั ตง้ั ขนึ้ นัน้ ฉันไดไป
ดู ๒ อ�าเภอดงั เลามาแลว ทจ่ี ดั น้นั กม็ แี ตศาลาแหงละหลังเรียกวาศาล
อา� เภอ ตัวกรมการอ�าเภอไปตงั้ บานเรือนอยูในเมอื ง เปนแตผลดั เปลย่ี น
กนั ออกมาวาการท่ศี าล ขอใหคดิ ดอู ยางน้จี ะทา� การไดอยางใด ใชแต
เทานั้นกรมการอา� เภอเปนคนในพืน้ เมือง ตัวนายอา� เภอลวนแตเปน
กรมการช�านชิ �านาญในวธิ ีอยางเกาไมสามารถจะเขาใจความตองการ
ในปจจบุ ันน้ไี ดอยางใด เม่อื อา� เภอเปนเชนน้ีจะมีใครที่จะคอยเอาอก
เอาใจดูแลทุกขศุขของก�านันผูใหญบาน ที่วาน้ีไมใชจะติเตยี นไปหมด
ทกุ อยาง ทจ่ี รงิ การจบั โจรผูรายกรมการอ�าเภอพวกน้อี ยขู างจะดี แต
ก็ดเี พยี งจบั โจรผรู าย ยังไมดพี อแกสมควรของนาทอี่ า� เภอ ดวยทุกวัน
นก้ี ารภาษอี ากรประทุกในนาทีอ่ �าเภอมาก พนวิไสยทน่ี ายอา� เภอพวก
นจ้ี ะท�าได แทจริงเจาพระยาสุรพันธแลพระยาอมรนิ ทรกไ็ ดรองอยวู า
กรมการอา� เภอท่มี ีอยทู กุ วันน้ี รับราชการตามนาที่ไมไหว ขอใหจัดคน
กรงุ เทพฯ สงออกมา ขอนเี้ ปนการจา� เปนแทท่จี ะตองหาคนใหเปนกรม
การอา� เภอมณฑลราชบุรใี หภอ แลยังจะตองหาผตู รวจจดั การอ�าเภอ
172 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สงใหดวย เพราะเหตฉุ น้เี ม่ือตริตรองไปมา เหน็ วาจะตองจัดการอยาง
นี้ คอื จะตองหาคนตามอ�าเภอท่ีดใี นหัวเมอื งหรอื คนในกรงุ สง สงออก
มาเปนปลดั อ�าเภอ ๕ คน แลจะตองขอแรงหลวงด�ารงแพทยาคุณให
ออกมาเท่ยี วทองตรวจจดั การอา� เภอหัวเมืองราชบรุ สี ัก ๖ เดอื น เพราะ
หลวงด�ารงไดข้ึนไปศึกษาแบบหวั เมอื งมณฑลพศิ ณุโลกยเขาใจอยแู ลว
จะตองใหออกมาน่งั ก�ากบั จดั ไปทุกๆ อา� เภอ เสมออ�าเภอละเดือน ๑
ใหทา� การใหไดถกู ตองตามแบบแผนแลจะตองบงั คบั ใหกรมการอ�าเภอ
ออกไปอยูที่วาการอ�าเภอใหจงได ถาใครไมไปไดก็ใหออกเสีย การ
อ�าเภอจึงจะเรียบ การอ�าเภอเรยี บจึงจะดีถงึ ก�านันผูใหญบาน เรอ่ื งนี้
เปนความไมพอใจกวาทกุ เร่ือง นอกจากน้ีการทบ่ี กพรองกม็ แี ตเล็กนอย
คอื คนท่จี ะเปนมอื เปนหูเปนตาของพระยาอมรนิ ทรเปนตน จ�าเปน
จะตองหาปลัดสงมาแตกรงุ เทพฯ คน ๑ ไดปฤกษากบั พระยาอมรินทร
ซึง่ เปนผูมคี วามนบั ถอื มณฑลพิศณุโลกย ตกลงเนื้อเห็นกันวาจะไปทอด
ต้วิ ขอปลดั เมอื งราชบรุ จี ากพระยาพไิ ชยสักคน ๑ แลวแตจะเลือกสรร
ผูใดใหมา สิ่งท่ีจะตองสรรเสริญที่เมืองราชบรุ ีน้กี ็มี คือในเรื่องโจร
ผูรายเปนสา� คัญ เขาไดรกั ษาไดสงบสงดั จะไปในที่ใดๆ พบปะชาวบาน
หญิงชาย ไตถามไดความเปนปากเดยี วกนั วาเรยี บรอย การคาขายเจรญิ
ขน้ึ กวาแตกอน ความดีที่ควรจะชมอิกอยาง ๑ คือเรื่องสา� มะโนครัว
ท่ที �าไดสา� เรจ็ ไดดงั สงส�าเนามาใหทราบ
มาในเมืองราชบรุ มี ผี ูยน่ื เรื่องราว ๖ ฉบบั เปนเรื่องราวความ
เปนพนื้ เรอ่ื งการศาลเปนการอยางหนึง่ ซง่ึ จะตองรบี จัดเปดศาลมณฑล
เสยี โดยเรว็ เพราะตั้งแตขาหลวงพเิ สศออกจากเมอื งราชบรุ ีไป ความ
คงั่ คางเขาอกิ แลว ถาเปดศาลมณฑลแลวเรอ่ื งความเปนไมมีล�าบาก
อยางใด การท่ีมีขาหลวงพิเสศออกมาจดั ศาล ดูเปนความยนิ ดีกัน
ทั่วไปเปนอันมาก ในทสี่ ุดเมือ่ วาโดยยอเมอื งราชบรุ นี ้คี งจะดไี ด แตจะ
ตองหนกั แรงสักหนอย
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 173
ศาลาวาการมหาดไทย
วันท่ี ๒๙ เดอื นสงิ หาคม ร,ศ, ๑๑๗
ถึง พระยาสฤษดิ
ดวยเมือ่ วันที่ ๒๑ ลองเรอื จากเมืองราชบุรี ลงมาแวะตรวจการ
ที่อ�าเภออา� พวาแขวงเมืองสมทุ สงคราม ซงึ่ หลวงมหาดไทยเปนนาย
อ�าเภอ หลวงอรามสาครเขตรยกกระบตั ร ผรู กั ษาเมืองสมทุ สงคราม
มาคอยรบั อยูทน่ี ี้กับกา� นันผใู หญบาน แตหลวงมหาดไทยนายอ�าเภอ
นน้ั ไปคอยรับฉนั อยูท่ีล�าน�้าวัดประดู เพราะแตเดิมกะวาจะไปเมือง
เพ็ชรบรุ ีทางใน คือไปทางลา� น�้าวดั ประดูออกคลองย่สี าร ขากลบั จงึ
จะกลับข้นึ ไปตรวจการเมืองสมุทสงคราม ครั้นเมอื่ คนกอนจะออก
เรอื จงึ ไดความวา น�้าในคลองตอนตอพรมแดนเพ็ชรบุรีนอยเรอื จะไป
ลา� บาก จงึ เปล่ียนทางลองลงทางเมอื งสมุทสงคราม หลวงมหาดไทย
ไปคอยรบั อยทู ี่วดั ประดยู ังมาไมถึง ท่วี าการอา� เภอนี้โดยปรกตจิ ะต้ังอยู
ทใ่ี ดไมทราบ แตเวลาวนั น้ยี กตหู นังสอื ลงมาไวท่ีโรงลครนาบานหลวง
มหาดไทย เปดตรวจดใู นตูเหน็ มแี ตสารบบความแพงกบั บาญชีสัมโน
ครัวอยางยอ นอกจากน้ีมีแตเสศกระดาด แตตรวจดูสารบบความ
แพงเปรยี บเทียบดแี ละแลวไดมากกวาตองสงเมอื ง จดั เอาเปนดี บาญชี
สัมโนครัวอยางยอก็ทา� พอใช พอรูไดวาต�าบลใดใครเปนกา� นันเปน
ผูใหญบาน และบานใดมจี า� นวนราษฎรเทาใด ถามก�านนั ผใู หญบาน
ก็ไดความวาโจรผูรายสงบและมีความศุขสบายดี ออกจากอา� พวา
ลงมาจอดพักที่เมืองสมุทสงครามในบายวันน้ันไดไปตรวจที่วาการ
เมือง ไมวิเสศอันใดกวาที่วาการอา� เภออา� พวา เพราะไมมผี ูใดต้งั แต
ผูวาราชการเมืองลงไปจนเสมียนทนายจะเขาใจวาออฟฟศเปนอยาง
ไร จะชแ้ี จงส่ังสอนก็เห็นไมเปนประโยชน ดวยไมมเี วลาพอจะกระทา�
ความเขาใจใหปรากฎได จงึ ตกลงขอใหหลวงอรามยายกรมการผเู ปน
ต�าแหนงจาเมอื งไปรับราชการเสียในต�าแหนงอ่ืน จะสงคนในกระทรวง
ใหออกมาเปนจาเมอื งคน ๑ อยางนีเ้ ห็นวาเปนดกี วาอยางอ่ืนไดความ
174 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ตามจ�านวนในสัมโนครัวยอเมอื งสมุทสงครามนี้ แบงเปน ๒ อ�าเภอ
คอื อ�าเภอเมอื งแลอ�าเภออ�าพวา มกี �านัน ๔๑ คน ผูใหญบาน ๓๔๐
คน พลเมือง ๔๗๗๓๑ การถอยความหลวงศรสี ตั ยารักษขาหลวงพเิ สศ
มาท�าไวเรียบรอย ช�าระลางความเกายังเหลอื อยไู มถงึ ๒๐ เรอื่ ง ความ
ใหมก็นอยมไี มถงึ เดอื นละ ๑๐ เร่อื ง ไดไปตรวจดตู รางไมยัดเยียดอนั ใด
เปนแตอยูขางโสโครก นักโทษไดรับค�าตัดสนิ แลวแทบท้ังนั้น มีจ�านวน
นักโทษชาย ๒๒ คน หญงิ ๒ นักโทษหญิงคนหน่ึงตองจา� เรงเงนิ มาชา
นานโดยเหตุหาความเขาและแพความตองปรับมกั ไดเทาใดตองเสีย
เทานั้น ไมมีเงนิ จะให พะเอินไดความวาจ�าเลยเปนผูใหญบานมารับ
อยูท่ีนน้ั จึงเรยี กมาถามก็ตกลงยนิ ยอมทจ่ี ะไมติดใจใหเรงเงนิ ผูหญงิ
คนน้ันอกิ ตอไป จึงไดสงั่ ใหถอนเครื่องจา� ปลอยตัวไปในขณะนั้น ออก
จากท่ีวาการเมืองไปดูตลาดหลวงที่สรางใหมเหนือวัดใหญ ที่เมือง
สมุทสงครามน้ยี ังไมมีทวี่ าการเมือง ตัง้ แตครง้ั พระยาราชพงษานุรักษ
เปนผวู าราชการเมือง อยากจะไดทพี่ ระศรสี วสั ดิ แตวาซ้ือกันไมตกลง
ราคาจึงเปนอนั เริดรอมา ภายหลังหลวงอรามเรืองฤทธิ ไดความวาท่ี
เหนือวัดใหญต�าบลนี้เปนท่กี ัลปนาขึ้นในวัดใหญยาวตามแมน�้าสัก
๓ เสน กวางเขาไปตกคลองแมกลอง ราษฎรปลกู เรือนโรงอาไศรย
หาไดเชาถืออนั ใดแกวัดไม หลวงอรามหารือวาจะควรเอาทน่ี ส้ี รางเปน
ท่วี าการเมืองไดหรือไม ไดมีตราอนญุ าตออกมาใหเชาถอื ท่ีรายน้ตี อ
วดั ไวเปนทีว่ าการเมือง แลสรางตลาดโรงบอนโรงภาษีของรฐั บาลใน
ท่ีนีด้ วย ในศก ๑๑๖ ไดมอี นญุ าตในงบประมาณใหสรางตลาดแล
โรงบอนเปนเงนิ ๒๐๐ ชั่ง หลวงอรามไดจดั การสรางเสร็จ คือทา� ตะพาน
แลถมถนนตั้งแตฝงนา้� ตรงขามไปถงึ คลองแมกลอง ท�าตะพานทาขึน้
ทางนั้นดวย ทเี่ ชิงตะพานขางแมนา�้ ปลกู เรือนฝากระดานหลังคามุง
สงั กะสสี า� หรับนายตลาดอยหู ลัง ๑ สองขางถนนทา� โรงไมมุงสังกะสี
กน้ั เปนรานขายของใหเชา ๖๐ หอง ทา� โรงไมมงุ สงั กะสีหลงั ใหญเปน
โรงบอนและโรงง้ิว และมโี รงยาวเปนตลาด แผงลอยสองแถว กลางถนน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 175
มีเสาโคมปกจุดในเวลากลางคืน ตลาดนเ้ี ปนอยางคอนขางก�ามะลอ
แตกพ็ อดไู ดตามประสาหวั เมอื ง ไดคาเชาในเวลานถ้ี งึ เดือนละ ๖๐๐
บาท หรือ ๑๐๐ ละ ๔๕ ในทนุ ทล่ี ง ทวี่ าการเมอื งแลตรางยังจะสราง
ตอไปในศกน้ี ไดมอี นุญาตในงบประมาณแลว ไดไปเจอรานหนงึ่ ทา�
ทีจะเปนโรงจ�าน�าจึงไดเอาอยางกรมหมน่ื มรุพงษสงั่ หลวงอรามอยา
ยอมใหผูใดเชาท�าโรงจ�าน�าในตลาดนเ้ี ปนอันขาด ออกจากตลาดไป
นมศั การพระทีว่ ัดบานแหลม เหน็ ก�าลังท�าการปฏสิ งั ขรณหลายอยาง
ไดความวาทานพระครูมหาสทิ ธิการองคใหมนี้ อยขู างจะเอาใจใสใน
การปฏิสงั ขรณมาก ออกจากวดั บานแหลมกลับขนึ้ มาแวะวัดใหญ แลว
มาแวะท่โี รงท�าหมอตาลของรฐั บาล ตรวจตราไตสวนการท�าหมอและ
เกบ็ ภาษนี ้�าตาลในทน่ี ้ี
ไดความวานา�้ ตาลเมอื งสมุทสงครามนี้ เปนนา�้ ตาลมพราวแทบ
ทงั้ หมด วธิ เี กบ็ ภาษีน้นั รัฐบาลท�าหมอตาลจ�าหนายใหราษฎรไปแล
บงั คบั กรอกน้�าตาลแตในหมอทซ่ี ้ือไปจากรัฐบาลมิใหใชหมออ่นื เรยี ก
คาหมอจากรฐั บาลเปนราคา ๑๒๐ หมอ ตอ ๔ บาท ๑๐ อฐั เปนเงิน
ภาษีอยใู นน้นั ไมตองเสียภาษนี �้าตาลดวยอยางอน่ื อกิ ตอไป
การที่รฐั บาลท�าหมอตาลนัน้ คอื ปลูกโรงกงสโี รงไวหมอโรงท่ี
อยูของพวกชางหมอ และท่ีทา� หมอทัง้ เตาเผาหมอเปนของหลวงไวใน
ทีน่ ี้ และจางหลงจผู ดู ูการเดอื นละ ๔๐ บาทคน ๑ กบั มจี นี เตง็ ลูกจาง
อิกพอสมควร รัฐบาลไมลงทุนอนั ใดยง่ิ กวาน้ี ราษฎรพวกชางปนหมอ
มาอยูในโรงของหลวงและใชเตาเผาหมอของหลวงไดไมตองเสียคา
เชา แตตองปนหมอดวยก�าลังแลทนุ รอนของตนเอง ปนเผาแลวเสรจ็
รฐั บาลจงึ รบั ซือ้ เปนราคา ๑๐๐๐ ละ ๗ บาท เอาเขาเกบ็ ไวในโรงจน
กระทงั่ เวลาจา� หนายไปแกราษฎรผูท�านา้� ตาล
วิธที ่ีชางหมอท�าจ�าหนายแกรฐั บาลน้นั ท�าเปนบรสิ ทั เล็กๆ มี
กวา ๒๐ บรสิ ทั ในที่น้ี บรสิ ัทหนึ่งเขาเรยี กตามภาษาของเขาวาแปน
หน่งึ หมายความวาแปนปนหมออันหน่ึง ตองเขาทุนแลแรงชวยกันท�า
176 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
๓ คน มักจะเปนผวั คน ๑ เมยี คน ๑ ลกู คน ๑ เปนพืน้ ถาครัวใดขาด
คนหนึ่งกต็ องจางผอู ื่นมาเขาในบรสิ ัท หนาที่ของคนทง้ั ๓ ในบริสทั
น้ัน คนหน่งึ มหี นาที่เหยยี บประสมดนิ คนหนง่ึ ส�าหรบั หมุนแปน คน
หนึ่งส�าหรบั ปน ท�าไดผลมากนอยเทาใดแบงสวนเสมอกนั และการท่ี
ท�านนั้ ในเบอ้ื งตนหลงจเู ปนผูหาดนิ แลทรายมาใหบรสิ ัท ทรายใหเปลา
แตดนิ คิดเอาคาแกบรสิ ทั เตาหน่งึ ๑๑๐๐๐ หมอเปนเงิน ๕ บาท ๒
สลึง บริสัทหน่ึงปนไดอยูในวันละ ๕๐๐ หมอ เดอื นหนง่ึ ไดเตาหน่งึ คอื
๑๑๐๐๐ หมอเปนปานกลาง ถงึ เวลาเผาบริสัทตองจางกลุ สี �าหรบั ขน
หมอไปยงั เตาแลขนหมอสุกไปยังโรงเกบ็ เปนเงนิ เตาละ ๕ สลงึ เฟอง
ตองจางนายเตาเรยี บเรยี งหมอแลเผาหมอเตาละ ๗ สลึง ฟนท่ีเผาหลง
จูเปนผหู ามา และคดิ เอาแกบริสทั เตาหนึ่งเปนเงิน ๑๑ บาท แลคาฟน
เพม่ิ เตมิ เรียกวาฟนแซม คอื ส�าหรบั สอดแซมตามชองไฟ คดิ เอาเตาละ
๑๐ สลงึ เวลาเผาพวกบรสิ ัทมักจะเอาแรงกันไปชวยแซมฟนคราวละ
หลายๆ บริสทั ราว ๓ วนั จึงเผาส�าเร็จ คิดหกั หมอทแ่ี ตกเสยี ในเตาไฟ
เตาหนง่ึ ประมาณ ๑๐๐๐ เสศ คงไดขายแกรัฐบาลราว ๑๐๐๐ หนึ่ง
เปนเงิน ๗๐ บาท หกั เปนทนุ ๒๒ บาท คงเปนกา� ไร ๔๘ บาท แบงกนั ใน
บริสทั ๓ คน ไดคนหนึ่งอยูในเดือนละ ๑๖ บาทเปนปานกลาง
ยังมีการท่ีหลงจูคดิ เบียดเบียนพวกบริสัท คือบงั คบั ใหแถม
๑๐๐๐๐ ละ ๔๐๐ แลยงั “ถาม” กลาวคอื แถมของแถมอกิ ๑๐๐ ละ
๒ หมอ สวนน้ไี มไดแกรัฐบาล เพราะรฐั บาลคดิ เงินใหแกหลงจู ซ่ึงเปน
ผูจดั การโรงหมอนีเ้ บจ็ เสรจ็ ตามจา� นวนหมอที่ได ไมมีผูใดไดแถมให
รัฐบาลคงเปนประโยชนนอกแกหลงจูๆ ยังมีประโยชนนอกอิกอยาง
หน่ึง คือการจ�าหนายฟน ดวยหลงจูจ�าหนายแกบริสัทเปนราคายืน
ตวั ถาซื้อไดถกู คงเปนก�าไรไดอิกอยางหนง่ึ ขอความทั้งนส้ี บื ไดจาก
บรสิ ทั แตไมไดพบตวั หลงจหู าไดถามประกอบไม การท�าหมอนบี้ ริสัท
ท�าตลอดป แตการจา� หนายจา� หนายแตในระดูทา� นา�้ ตาลเดือน ๑๐ เดือน
๑๑ เดอื น ๑๒ สามเดอื น ในศก ๑๑๖ จ�าหนายได ๑๑๘๗๐๙๐ หมอ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 177
คิดเปนเงิน ๗๗๒๓ บาท แตทราบวาหมอท�าไมพอจา� หนายเลย
สักปเดียว ในเวลาระดูทา� น้�าตาลในวาคนมาซอื้ แนนโรงหมอราวกบั
มีงานการถึงทะเลาะวิวาทแยงชิงกันซ้อื เพราะเหตุท่ีหมอไมพอขาย
ในปนี้เหน็ หมอทา� ไวเตม็ โรงเกบ็ วาท�ามากกวาทุกๆ ป และหวงั ใจวา
จะพอจ�าหนาย การท่ีจ�าหนายนั้นก็คือหลงจูน้ันเองเปนผูจ�าหนาย
ไมปรากฎวามีการตรวจตราอยางใด ถาหากวาหลงจูต้ังใจจะฉอ
ดูเหมือนจะฉอไดงายๆ การทีจ่ ะตรวจก็ไมยากอันใด แตกรมการของ
เราเกียจครานเอง โรงหมอตั้งอยูหางท่ีวาการเมืองไมถึง ๕ เสน
จะหาผูใดรกู ารท�าหมอละเอยี ดเทาที่เลามากไ็ มมี ฉันไปเท่ียวไตถาม
ตามโรงหมอมพี วกคนท�าหมอรองทุกขวาไดกา� ไรไมพอกิน จะขอขน้ึ
ราคาหมอ เรียกมาไตถามพยานในคา� ขอจึงไดความพิศดารเชนกลาว
มาแลว เห็นวาราคาที่รัฐบาลซื้อ ๑๐๐๐ ละ ๗ บาทก็พออยูแลว
เพราะคนท�าหมอก็ไดอยูท่ีหลวงแลทา� การหาไดเปนปานกลางไมต่�า
กวาเดือนละ ๑๖ บาท เหน็ ไมจ�าเปนตองข้นึ ราคาหมอ แตความ
เบยี ดเบียนของหลงจูท�าใหไดประโยชนนอยไป จึงไดส่ังหลวงอราม
ใหหามหลงจู อยาใหเรยี กหมอแถมตอไปเปนอนั ขาด ถาขืนเรียกให
ถอดหลงจูคนนเี้ สียหาคนอืน่ เปลย่ี นใหม
ในเวลาคา่� ไดเรยี กพวกนายระวางกรมพระคลังสวนมาไตถาม
ถึงเรื่องเก็บอากรสวนไดความวาเงินอากรไดเก็บมาจนสิ้นศก ๑๑๕
เกบ็ ไดประมาณปละ ๕๐๐ ชั่ง มีไมตองอากรสวนแตหมากกบั มะมวง
แตพรรคไมท่ตี องสมพกั ศรไปเกบ็ อิกสวน ๑ คงอยใู นตองเกบ็ อากร ๒
อยาง ๒ ครง้ั ทกุ ๆ สวน ไตถามพวกนายระวางไดความรใู นเร่ืองอากร
สวนดงั น้ี คือเม่อื มะเมียจตั วาศก พระยาสมบตั ิยาธิบาลเปนขาหลวง
ออกมาเดนิ รังวัดสวน ท�าบาญชีเดินทงุ มอบไวแกนายระวาง บาญชี
นั้นเปนแบบพิมพขางบนบอกชื่อเจาของขนาดสวนแลทองท่ีสวนขาง
ลางเปนตรางมชี ื่อตนไมตางๆ ทีต่ องอากร มีชองสา� หรบั กรอกวามีตน
อยางไรเทาไร และขางลางมีทก่ี รอกเงนิ อากร รวู าสวนน้นั จะตองเสยี
178 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
เงนิ อากรเทานั้น ตั้งแตนัน้ มาถึงปนายระวางเกบ็ อากรตามบาญชนี ้ี
เสมอมาทกุ ๆ ป กลาวคือตั้งแตปมะเมยี มา ตนผลไมจะเปนอันตราย
สาบสญู ไปเทาใดก็ตาม หรอื จะปลกู ขึน้ อิกเทาใดกต็ าม รัฐบาลไมยอม
รเู หน็ หรอื รับวาเปนจรงิ ทง้ั ๒ ฝาย คงเกบ็ แตเทาปมะเมียมาจนทุก
วันน้ี ดูเปนการปลาดดี ท่จี ริงวธิ บี าญชรี างวัดทท่ี �าๆ ดมี าก คลายกบั
วิธีบาญชสี มพักศรท่กี ระทรวงพระคลงั คิดขน้ึ ใหม แตควรจะทา� ตามที่
เปนจริงทกุ ๆ ปกจ็ ะไดเงนิ มาก และไมเปนการยากอยางใด ไมตองมี
คาน้�าคนหลวงอยางแตกอน ถาอา� เภอจดั ดๆี อยางอ�าเภอกรุงเกาหรอื
พศิ ณโุ ลกเก็บไดดีทเี ดียว นึงสงไสยอยอู ยางเดียวแตเรื่องทเ่ี กบ็ เปนพกิ ัด
เรยี งตน จะเปนเครือ่ งท�าใหทอถอยในการเพาะปลกู หรือไม เคอยไดยนิ
เขาเลาใหฟงวารัชกาลท่ี ๔ ไดตั้งภาษีตนมะพราวขน้ึ คร้งั ๑ มคี นตดั
ฟนตนมะพราวเสยี เปนอันมาก ตองเลกิ ภาษีมาจนทกุ วันนี้ โดยเวลา
นี้ก็เกบ็ เรียงตนอยูแลว พิเคราะหดกู ารทีเ่ ก็บเรยี งตนทกุ วันนี้ เพราะ
เกบ็ เทาเมื่อ ๑๖ ปมาแลวก็เหมือนเปนการเหมา สวนทุกวนั นเ้ี จริญ
ขนึ้ มาก ราษฎรคงจะตองเสยี นอยกวาทจ่ี ะตรวจไดจรงิ ถงึ ครึง่ หรอื กวา
ครึ่งหน่ึง ทตี่ องเสียเกนิ กวาทมี่ จี ริงคงจะนอย (ที่ปรากฎมีพยานเปน
แนแทนน้ั คอื สวนของฉันทีค่ ลองมหานาคในกรงุ เทพฯ ยังตองเสยี คา
อากรส�าหรับตนไมท่เี งาก็ไมมอี ยูในสวนปละหลายๆ บาท ใหเจกเชา
ไดคาเชาพอคุมอากร คงมกี า� ไรแตไดฟกแฟงแตงโม นานๆ มนั เอามา
ใหทีหนงึ่ )
ไดเรียกก�านนั บานปากน้�ามาถามถงึ การท�าละมไุ ดความวา
ละมปุ นี้ลดลงกวาปกอนสัก ๘ ละมุ เพราะปกลายเกบ็ พกิ ดั คาละมุ
วาละ ๓ สลึงแรงนัก คนคิดจะเลกิ ท�าละมุเสียมาก พึ่งทราบวาลด
พกิ ัดละมลุ ง คงเรยี กละมุละ ๔๐ บาทตามเดิมจึงลงมือลาไป พวกท่ี
ไปหาไมไมไดทันจึงไมไดทา� ปหนาคงจะบริบรู ณดังแตเดิม ดานภาษี
เมืองสมุทสงคราม แตเดิมมอี ยู ๖ ต�าบล คอื ดานใหญมที ่ปี ากคลองแม
กลอง มีดานชวงท่บี างจะเกรงแหง ๑ บางเรือหกั แหง ๑ บานปากนา�้
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 179
แหง ๑ สุนกั ขหอนแหง ๑ ปฤกษากับเจาพระยาสรุ พันธ เหน็ วาควร
เลกิ ดานต�าบลบางเรอื หักอ�าพวา ปากนา้� สุนกั ขหอน ๔ ต�าบล คงไวแต
ดานปากคลองแมกลองกับดานบางจะเกรง ซง่ึ ส�าหรบั ตรวจเรอื ออก
ทะเลรวมเปน ๒ ตา� บลดวยกนั
รวบรวมเนอื้ เหน็ ที่ไดตรวจการเมอื งสมุทสงครามครั้งน้ี เหน็
วาเมืองสุมทสงครามน้เี ปนเมอื งอุดมดวยการท�ามาหากิน ผูคนมีก�าลัง
บรบิ รู ณมาก พืน้ พลเมืองเปนคนท�ามาหากนิ เรยี บรอยท�านองเดียวกับ
เมอื งสมทุ สาคร การโจรผรู ายตัง้ แตพระยาราชพงษานรุ กั ษมาแผวถาง
ในครง้ั นั้น กส็ งบเงียบเรียบรอยมาในทกุ วนั นี้ ก�านนั ผูใหญบานตาม
ทไ่ี ดพบปะ ไตถามดูกช็ มุ เยน็ เปนศขุ ส�าราญทั่วหนา เม่ือวาโดยยอเมอื ง
สมุทสงครามในเวลาน้ี ไมสูตองการเรี่ยวแรงของรัฐบาลในการท่ีจะ
อุปถมั ภบา� รุงนกั แตพนกั งานบงั คับบญั ชาการอยขู างโงเขลาเกยี จคราน
ไ ม เอาใจใ สท่ีจะศึกษ าหา ความรู หรือทาง ท่ีจ ะบังคับ บัญ ชา ให เปน
แบบแผนเรียบรอยดังเมืองอ่ืน การปกครองจึงยังไมเปนเรื่องอยู
โดยมาก แตก็ไมมีโทษอนั ใดแกบานเมอื งนัก ทจี่ ริงบังคบั การเมืองน้ี
ดเู หมือนจะงายเสียกวาบังคบั อ�าเภอในกรงุ เกาบางอ�าเภอ นกึ เสยี ดาย
พระยาราชพงษานุรักษเปนอันมาก ท่ีจริงเมืองนี้ท่ีเรยี บรอยมาได
เพราะพระยาราชพงษามากกวาผอู ่นื แตท่ีจะจัดแกไขน้ันก็แลเหน็ ทาง
อยแู ลว คอื หาปลดั กับจาเมืองสงไปและปลอยหลวงด�ารงแพทยาคุณ
ออกมาส่ังสอนคนเดยี วเปนสา� เรจ็ ดวยหลวงอรามผรู ักษาเมอื งถงึ จะ
โงเขลาอยางใดอาการยังภอรกั ษาและไมเปนผมู ีทฐิ วิ ากลาวงาย
180 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 181
รายงานการเสด็จตรวจราชการ
มณฑลราชบุรี
เมอื งเพชรบุรี และเมอื งสมทุ รสาคร
พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗
รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื ง เพชรบุรี สมุทรสาคร๑
พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗
ที่ ๒๕๙/๒๒๑๓๙
ศาลาวาการมหาดไทย
วนั ที่ ๑๖ เดอื นตลุ าคม ร,ศ, ๑๑๗
กราบทูล พระเจานองยาเธอ กรมหม่ืนสมมตอมรพันธุ
ราชเลขานกุ าร ทรงทราบ
ดวยตามความในจดหมายเกลาฯ ที่ ๒๒๙/๑๗๒๙๘ ลงวันที่
๓๐ สิงหาคม ร ศ ๑๑๗ วาไดถวายรายงานตรวจราชการเมอื งราชบรุ ี
ฉบบั หน่ึง ตรวจราชการเมอื งสมทุ รสงครามฉบับ ๑ รวม ๒ ฉบบั นั้น
ความทราบฝาลอองธลุ พี ระบาทแลว
บดั น้เี กลาฯ ไดสงรายงานตรวจราชการเมืองเพชรบรุ ีฉบบั หนงึ่
เมอื งสมุทรสาครฉบับหน่ึง รวม ๒ ฉบบั สอดซองถวายมากบั จดหมาย
ฉบบั นี้ดวยแลว
ขอฝาพระบาทไดน�าความขน้ึ กราบบังคมทลู พระกรุณาทราบ
ฝาลอองธลุ พี ระบาท
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
๑ สะกดการนั ต์และวรรคตอนคงตามตนฉบับ จากส�านักจดหมายเหตุ
แห่งชาติ กรมศิลปากร
184 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
ศาลาวาการมหาดไทย
วนั ท่ี เดอื น ร,ศ,๑
ถึง พระยาสฤษด์ิ
ดวยเมือ่ วันที่ ๒๒ สิงหาคม เวลาสวางกอนย่�ารงุ ออกเรอื
จากเมอื งสมุทสงคราม ออกทะเลเลียบไปในอาว ไปสกั ช่ัวโมงหนงึ่
ถึงปากนา้� ย่ีสานเห็นทวิ ไมขาดเปนรอย แตไดความวาปากนา�้ ย่ีสานน้ี
ไมใครมีเรือจะเดีนไปมาแลว แลบานเรือนกย็ ายไปอยบู างตะบูนโดยมาก
แตเดีมพระขุดคลองลัดแตล�าน้�ายส่ี านไปออกบางตะบูน น�้าเดนี ทาง
นัน้ แรงกัดกวางลึกเปนน้�าใหญจึงท�าใหล�ายี่สานตื้นไป พนยี่สานไป
ประมาณคร่งึ ช่ัวโมงเขาอาวบางตะบนู
ไปทะเลทางนีอ้ อกรูศึกวาไปอยางผหู ลักผูใหญทานไปกันแต
กอน ดังถอยค�าท่ีกลาวในนิราศนรินทรอินทรและนิราศสุนทรภูไป
เมืองเพ็ชรเปนตน ดเู ปนการใหญการยากตองจอดเรอื รอใหคลื่นลม
สงบ ตอเชามดื จึงออกทะเลแลเวีง้ วางนากลัวเพราะเรอื เล็ก ถาคลื่น
ลมมีขึงก็เหน็ จะตองข้นึ ปาแสม แตระดูน้ีไมมคี ล่นื ลมในเวลาเชา เรือ
นอยเรอื ใหญไปมาในระหวางเมืองเพ็ชรบูรีกับสมุทสงครามขามอาว
ในเวลานที้ กุ ๆ วนั วันละหลายๆ สิบล�าเปนเรือทกุ ขนาดแลชนดี ตั้งแต
เรือส�าปนพายเดยี วขึน้ ไปจนเรอื พลูซง่ึ คาขายของสวนแจวพายตามกนั
เร่อื ยไปเปนแถว นาดยู ง่ิ นักดวยมาเหน็ เรอื เหลานัน้ ทใ่ี นทะเล
ทปี่ ากน�้าบางตะบนู มีบานเรือนตงั้ ทา� หอยท�าปลามาก พระ
สัจจาภิรมยผูรักษาเมืองเพ็ชรบรู ีมาคอยรับอยูที่น้ี แวะจอดเรือให
ฝพายกินเขาเชาแลวออกเรือขึ้นตามล�าน้�าบางตะบนู ไปแวะท่ีเขา
ตะเคราซงึ่ อยูริมล�าน้�าหางประมาณ ๒ เสน ท่ีเขาตะเคราน้เี ปนที่มี
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเชน่ นี้ - กจช. ส�านักจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรม
ศิลปากร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 185
เทพารกั ษสักสิทธิ์คนนับถือกันมาก ไปเพ็ชรบูรีแตกอนไดคิดอยาก
จะไปแวะดเู ทวรูปที่เขาตะเครา แตบังเอิญไปเสียทางบานแหลม พึง
จะไดมาทางบางตะบูนคราวน้จี ึงไดแวะ เขาตะเคราสูงประมาณสัก
๓๐๐ ฟตมีวัดอยูเชงิ เขามีวิหารพระพทุ ธรูปที่ถือวาสักสิทธิ์อยูทเ่ี ชงิ
เขาองคหนึ่ง อยูบนยอดเขาองคหน่ึง พระพุทธรูปองคท่ีอยูวิหาร
เชีงเขาเปนพระพทุ ธรูปทองส�ารดิ ขัดสมาธเพ็ดนาตกั ประมาณสักศอก
๑ ดเู ปนฝมือโบราณ แตทจ่ี ะหลอทางเมืองเพ็ชรนเ้ี อง ไมงดงามละมาย
คลายคลงึ กับฝมอื ขางเหนอื ท่ีเชงี บันไดจะเขาวิหารหลงั นีม้ รี ูปนางชปี น
ไวคหู นึ่งมีรอยธูปปกเปนท่คี นบชู าเหมอื นกัน สืบถามไดความวารปู ชี
ท้ังสองน้ันเปนรปู หลวงชีซึ่งไดเคอยเปนผูปฏิบัตขิ รัวพอเขาตะเครา
หมายความวา พระพุทธรปู องคท่ีวามาแลวแตกอน พเิ คราะหดเู ห็น
วามูลเหตทุ ่ีนับถอื กนั เชนน้ี บางทีแตเดมี ที่เขาตะเครานี้จะมีทานขรัว
อะไรซ่ึงบวชเปนภิกษปุ ระกอบดวยวทิ ยาคม ผคู นนบั ถือทา� นองพระครู
วัดฉลองเมืองภเู กจ็ ทหี ลังตวั ทานขรัวองคนัน้ ถงึ แกมรณะพาภลวงไป
ยงั คงอยูแตความนับถอื ซง่ึ คนทั้งหลายตองการบนบานเพื่อประโยชน
ตนตอมา จึงไดสมมตพิ ระพทุ ธรปู ข้นึ เปนเจวด็ บนบานไหวกราบแทน
ตวั ทานผนู ้ันโดยวินยั กรรม เขาใจวานาจะเปนดวยเหตเุ ชนน้ี ทวี่ ัดเขา
ตะเคราน้ที านเจาอธกิ ารวัดบางครกมาท�าการปฏสิ งั ขรณหลายอยาง
และกอถนนส�าหรับขึ้นบนยอดเขาดวยบนยอดเขา เดีมมีมณฑปไว
พระพทุ ธรปู ทส่ี ักสทิ ธิ์อกิ องคหนง่ึ แตเปนพระพทุ ธรูปปนสามัญ นาตกั
สกั ๓ ศอกไมเปนของอัศจรรยอันใด เดยี วนกี้ า� ลงั ทา� วิหารเลก็ ครอบ
พระพทุ ธรูปนย้ี งั ไมส�าเร็จ เปนหมดสา� คัญทีเ่ ขาตะเคราเทาท่พี รรณนา
มาน้ี ดหู นเดยี วแลวไมตองไปอิก ถงึ ใครจะชวนไปกไ็ มควรไปเพราะยุง
ชมุ เหลอื เกนิ กลางวันแสกๆ พอจอดเขาไปก็รบั งาน ต้ังแตหัวตะพาน
ข้นึ ไปจนบนยอดเขาก็ยังพากันขน้ึ ไปตามกัด ไมเคยพบเห็นยงุ อยาง
น้ี ออกจากเขาตะเคราแลนเรือไปไมชาก็ออกล�าน้�าเพชรบรุ ที ่ีตา� บล
บางครก นา้� ในล�าน้�าเวลานพี้ งึ ลดลงสกั ศอก ๑ พอใชเรอื ไฟขึ้นไปถึง
186 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
เมอื งไดสดวก ถงึ เมอื งเพชรบุรีเวลาบายโมง ๑ จอดพักที่นาท�าเนยี บ
สมเด็จเจาพระยา ทา� เนยี บทน่ี มี้ ีเปน ๔ หมู วาเดิมเปนท�าเนยี บกรม
หลวงวงษาหมู ๑ กรมหมนื่ วศิ ณนุ ารถหมู ๑ สมเด็จเจาพระยาหมู ๑
เจาพระยาทพิ ากรวงษหมู ๑ หมูทา� เนียบสมเด็จเจาพระยาใชเปนโรง
ทหาร ใชเปนโรงโทรเลขอกิ หมู ๑ วางเปลาอยู ๒ หมู ท�าเนยี บเหลานี้
ช�ารุดซุดโซมทกุ หมู แตเปนตึกถาซอมแซมข้ึนไวยังจะใชราชการได
และถกู เงนิ กวาที่จะปลูกใหม เหน็ วาทา� เนยี บ ๔ หมูน้ี หมูที่เปนโรง
ทหาร ควรใหกรมทหารจัดการซอม หมูท่ีเปนออฟฟศโทรเลข กรมโยธา
ซอม อิก ๒ หมู ซง่ึ วางอยูน้ัน มหาดไทยควรจะซอมข้นึ ไวเปนที่พกั
ขาราชการไปมา
ไดไปเดนิ ไปตรวจสถานท่ตี างๆ ในบริเวณเมอื งในบายวนั นั้น
คือสะพานชางขามแมน�้า ตะพานน้ีตัวไมผุหมดใชขามลอเกวียน
ไมไดมากวา ๓ ปแลว ในศก ๑๑๖ ไดวางตัวไมรอดแลคานพ้นื ยัง
ไมไดปรบั มาจนทุกวนั เดยี วน้ี ในคราวน้ีเอากระดานทอดเลยี บกวาง
สกั ครึง่ ตะพานพอฉนั เดินไปมาได แตไมกลาใชรถใชมาขาม ไลเลยี งได
ความวากระดานพน้ื ก�าลงั เลื่อยอยูจะไดปแู ละจะสา� เร็จเม่ือไรยงั บอก
ไมได ทจ่ี ะตองถงึ มีตรากา� หนดวนั ออกไปใหมีใบบอกมาถวายพระราช
กุศลดังเคอยมาท่อี น่ื ในการไมรูแลวเชนนี้ แตคร้ันจะติโทษอยางใดก็
แลเหน็ อยวู าใน ๓ ปน้ี ผวู าราชการเมืองเพชรบรุ ถี ึง ๓ คน ตกอยใู น
ระหวางผลัดเปล่ยี นพอมีเหตุผลอนั สมควรแกตวั ในการท่ีชาได ไดไป
ตรวจดศู าลากลาง ซงึ่ ต้ังอยรู ิมน�้าตรงนาจวนผูวาราชการเมอื ง ศาลา
กลางนท้ี า� เปนตึก ๒ ช้ันอยางโบราณ ใหญหลัง ๑ เลก็ ๒ หลงั แต
เพราะช�ารดุ ไมไดซอมแซม จึงไมไดใชเปนศาลากลาง ถาซอมแซมข้ึน
หลังกลางเห็นจะยังพอใชเปนท่พี ักได แตทีว่ าการเมืองตองจัดตงั้ ท่ี
อน่ื เพราะตรงน้อี ยหู ลงั ตลาดคับแคบจอแจนกั ทีว่ าการเมืองแลศาล
ทุกวันน้ียังต้งั อยูทีห่ อน่ังแลในบริเวณจวนของผวู าราชการเมือง เวลา
ท่ีไปดูเปนเวลาบาย และเปนวนั ท่เี ขาจดั การรับรองไมมีผใู ดน่ังออฟฟศ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 187
ไดไปมองดตู ามตกู ระจกท่เี กบ็ หนงั สอื ไมปะกระดาษสมดุ แบบแผน ซ่ึง
ไดจดั อยางใหมอยางใดเห็นแตซองทองตรามัดๆ เกบ็ ไว กน็ กึ เขาใจวา
เห็นจะยังไมไดจดั ตามแบบใหม เพราะคนท�าการท่ีนี่เปนกรมการใน
พ้ืนเมือง ยงั ไมมคี นท่ไี ดศึกษาในศาลาลกู ขุนออกมาชวยท�าการ ครั้น
จะตรวจตราวากลาวอยางใด กเ็ ห็นไมจ�าเปนเพราะไดตกลงวาจะสง
คนในกระทรวงออกมาคงจะจัดไดเรียบ ไดความตามบาญชีสัมโน
ครัวยอในเมอื งเพชรบุรนี ้ีแบงเปน ๒ อ�าเภอ มกี า� นัน ๗๘ ผูใหญบาน
๖๒๗ ราษฎร ๗๔๔๖๔ หลงั คาเรือน ๑๐๑๐๙ สวนการศาลนั้น
ขาหลวงพเิ สศในเวลานีอ้ ยทู เี่ มืองเพชรบรุ กี า� ลงั เรียกสารบบและความ
ที่คางโรงศาล แตมาประจวบคราวท่ีฉันจะมาเมืองเพชร กรมการ
ก�าลังวุนท่ีจดั การรับรอง จึงชกั ชาในการที่สงขาหลวงพิเสศยงั หาได
เปดศาลไม กา� หนดจะเปดศาลวันท่ี ๒๕ แลเจาพระยาสรุ พันธกจ็ ะ
รออยทู ่เี มอื งเพชรบุรี เพื่อใหการเปดศาลขาหลวงพเิ สศสา� เร็จไปโดย
สดวก ความในเมอื งนี้ก็ไมคั่งคางมากนัก ไดไปตรวจตรางซ่ึงตงั้ อยูหลงั
บานเจาพระยาสุรพนั ธมีจา� นวนนักโทษ๑ คน มนี ักโทษผูหญิงเปนตวั
จ�าน�าแทนพค่ี น ๑ ไตสวนไมมีขอผิดอยางใด ไดสั่งใหปลอยไปในขณะ
นั้น ตรางทเ่ี มืองเพชรบรุ นี ้ีท�าคลายตึกมืดเปนโรงมุงจากฝาปูนหรือ
ฝากระดาน มีรูตางรเู ดยี ว เวลาเขาไปตองยืนอยสู กั ครหู นึ่งจึงจะแลเหน็
ผูคนในนน้ั พ้นื ที่นกั โทษนอนๆ กับพื้นดนิ เลวกวาตรางเมืองราชบรุ แี ล
เมอื งสมุทสงคราม แตเจาพระยาสุรพนั ธวาคดิ จะท�าใหม หวงั วาจะได
ท�าใหมในศก ๑๑๘
เมอ่ื เดีนไปดตู ามทองตลาด ไดแลเห็นพลตระเวรเมืองเพชรบรุ ี
ใหบงั เกิดความสลดใจเปนอยางยง่ิ ดทู าทางทง้ั เครอื่ งแตงตัวรมุ ราม
โสโครกจะหาที่ใดเปรียบไมได ไดความวานายพลตระเวรเมอื งนเ้ี ปน
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเชน่ นี้ - กจช. ส�านักจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศิลปากร
188 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ผูคุมคนโทษอยแู ตกอน เปนคนไมเคยเหน็ ความสอาดแลไมเคยบังคบั
คนดกี วานกั โทษจงึ เปนเชนนี้ จึงไดขอใหเปลีย่ นนายพลตระเวรเสยี
ใหม ตลาดเมืองเพชรบุรีนีเ้ ปนตลาดใหญ ทา� เลทถี่ าจะประมาณเทียบ
กับตลาดเมอื งสงขลาเหน็ จะพอกนั แตดูไมเรยี บรอยอยางตลาดเมือง
สงขลา เพราะตกึ แลโรงสองขางซดุ โซมสกปรก ถนนกโ็ สโครกไมเปน
ทศั นิยสถาน ไดความวาตกึ ตอนขางเหนอื เปนของหลวง ตอนขางใต
เปนของราษฎรแถบหน่งึ เปนของเจาพระยาภานุวงษแถบหนึง่ ของ
หลวงเกบ็ คาเชาไดประมาณปละ ๔๐ ชงั่ ตึกเหลาน้ีทราบวาโปรดให
เจาพระยาภานวุ งษสรางแตในรชั กาลท่ี ๔ แลวทอดท้ิงอยใู หผเู ชาตอ
มา เกดิ ไฟไหมในรชั กาลปจจุบันนค้ี รง้ั หน่ึง ก็เปนแตปปุ ะเยียวยาอยูใน
ผูเชาทา� เองโดยมาก ยังไมปรากฎวาไดออกเงนิ หลวงซอมแซมจริงจงั
สักคร้งั เดยี ว ถาทา� ตกึ สองขางน้ีแมอยางตึกแถวในตลาดส�าเพ็งก็จะ
งดงามเปนสงาแกบานเมอื ง และจะไดคาเชาดีมากดวย แตติดอยูดวย
เรื่องเงินทจ่ี ะลงทนุ ในเรอ่ื งตึกแถวใหเชานไ้ี ดเคยคดิ เห็นมาแตครัง้ ไป
เมืองภเู ก็จ เหน็ วาถาเปนของแผนดนิ อยูตราบใดยากทจ่ี ะจัดใหดีได
ทง้ั ในทางท่จี ะหาประโยชนแลจะรกั ษาใหงดงาม เพราะการแผนดิน
ไมเหมอื นกบั การแสวงหาแลรักษาผลประโยชนของเอกชน ยกตวั อยาง
เหมอื นการท่มี ีตึกใหเขาเชาเชนนี้ ถาเปนของเอกชนยอมคอยระวัง
ซอมแซมรกั ษา เพ่ือมิใหทุนทรัพยแลผลประโยชนคาเชาของเขา
เส่อื มทรามลง แตที่เปนตึกของแผนดินไมมีใครจะตองเจ็บรอนขนขวาย
เชนนั้น ถาหากวาช�ารุดซุดโซมขาหลวงผูวาราชการเมืองรูเห็นเขา
เมอ่ื ใด ทางทจี่ ะท�ากค็ อื มใี บบอกเขาไปวางเวรยงั กระทรวงมหาดไทยๆ
บอกไปยังกระทรวงพระคลังตามทางราชการ บางทีเงีนไมมีในงบ
ประมาณกต็ องงด แมจะไดท�าในปนั้นกระบวนจะโตตอบสงเสียไปมา
ก็ชานานจนถงึ ทชี่ �ารดุ นัน้ มากมาย นว่ี าทไี่ มเหลวไหล ถาความเหลว
ไหลแฉะชามีอยใู นน้ันดวยแลวบางทกี ็เลยโซมเปลา ไมตองปวยกลาว
ถึงหัวเมอื งใหไกล การเชนนี้จะหาอยางดูในกรงุ เทพฯ บางก็จะได
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 189
ถาเปนของมีเจาของๆ ยอมขนขวายขามการที่แฉะชาทมี่ ีในทางราชการ
ไดหมด ดวยเหตุน้จี ึงเห็นวาตึกหลวงส�าหรบั แผนดนิ เหลาน้ี ถาใหมี
เอกชนเปนเจาของเสยี จะดกี วา แตจะขายทอดตลาดก็นานึกเสยี ดาย
คาเชา เพราะเหตฉุ นีจ้ งึ คดิ เห็นวา ถายกไปเปนของพระคลงั ขางท่เี สยี
ไดจะดที ส่ี ุด เพราะลงทนุ ท�าคงจะไดดอกเบีย้ กลบั ไมต่�ากวาช่ังละ ๓
ต�าลงึ บานเมอื งกจ็ ะงามข้ึน ราษฎรกจ็ ะคาขายเปนศุขส�าราญขน้ึ
ในเร่ืองตลาดเมืองเพชรบุรีนี้ มีผูมายื่นเร่ืองราวในคราวน้ี
หลายคน อางวาเม่อื จะทา� ตกึ หลวงไดมีสญั ญาไวแกราษฎรเจาของท่ี
วาของหลวงเก็บคาเชาไดคุมทนุ แลวจะคืนตึกใหราษฎรเจาของทเ่ี ดิม
บดั นค้ี นเหลาน้ันจึงจะขอคนื ตึกตามท่ีไดมีสัญญาไวแตกอนดังน้ี ได
เรียกหาหลักถานจากผยู ่ืนเร่ืองราวก็ไมมีหลักถานอนั ใดจะชีเ้ หตุ อาง
แตวาครง้ั เมื่อไลที่ท�าตึกนน้ั กรมการไดจดบาญชชี ือ่ เจาของท่ีไวทกุ ราย
แตครั้นเรยี กหาบาญชแี ลตวั กรมการผูจดกไ็ มได พยานผทู จ่ี ะรูเหน็ การ
เรอ่ื งนี้วาแตเดิมเปนอยางไรยังมีตัวอยแู ตเจาพระยาภานุวงษคนเดยี ว
แตพเิ คราะหเห็นวานาทก่ี ารจะไมจริงดังค�ารอง นาทค่ี นเหลาน้ีจะ
เอาเรอ่ื งทที่ รงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ คืนตึกถนนบา� รุงเมืองเฟองนคร
มาฝนเห็นหาประโยชนใหมีข้ึนอยางนนั้ โดยทส่ี ุดถาจะมีสัญญาจรงิ
ดงั ผยู ื่นเรอ่ื งราววา การท่จี ะคืนกเ็ ห็นเปนพนวิไสยดวยตกึ เหลานี้สราง
มาถึง ๔๐ ป หลกั ถานทจ่ี ะรวู าท่ีเดีมเปนของใครก็ไมมี จงึ เห็นวาจ�า
ตองยกเรือ่ งราวทร่ี องนเี้ สยี แตเพ่อื จะมใิ หราษฎรผยู ่ืนเร่ืองราวติเตียน
ได วาไมไตสวนใหส้นิ กระแสความ จึงไดรบั เร่อื งราวไวเพ่ือจะถาม
เจาพระยาภานวุ งษใหไดความเดิมกอนจึงจะสง่ั ไปเปนเด็ดขาด คร้ัน
เม่อื กลบั เขามาถึงกรงุ เทพฯ ไดถามเจาพระยาภานุวงษๆ ก็ปฏเิ สทวา
หาไดมสี ญั ญาคืนอยางนั้นไม เปนอนั จะตองยกเร่ืองราวเสีย
ดตู ลาดแลวเดินตามถนนหลังเมืองไปจนวดั ก�าแพงแลง เมอื ง
เพชรบรุ นี ้ที ่ีจรงิ มถี นนหลายสาย ไดความวาตัดแตครั้งเจาพระยาภานุ
วงษบาง เจาพระยาสรุ พนั ธท�าเพ่มิ เติมข้ึนบาง ทจี่ ริงถนนไมนอยกวา
190 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
เมืองสงขลา แตเพราะไมไดจัดการรักษาจึงดูเหมือนไมมี คราวนีไ้ ด
พเิ คราะหดูปราสาททวี่ ดั ก�าแพงแลงโดยเลอยี ด วดั ก�าแพงแลงนแ้ี ตเดมิ
เปนเทวสถานเปนแน เทวรปู ก็ยงั มแี ลท�าเปนปรางค ๕ หลัง พเิ คราะห
ดฝู มอื คลายปราสาทศิลาในมณฑลนครราชสีมามาก ท่ีสังเกตไดเปน
แนน้ัน คือลูกมะหวดชองท่ีฝาไมผิดกับที่วัดพนมวรรณเมืองนคร
ราชสมี าเลย เปนแตท่นี ้ีทา� ดวยศิลาแลง ออกจากวดั ก�าพงแลงเดินตอ
มาดทู ี่วดั ใหญเรยี กอิกชื่อหนึ่งวาวดั สวุ รรณาราม วัดน้ีเปนวดั นาดูดวย
ท�าแตคร้ังกรุงเกาแลยงั รกั ษาเปนปรกติ มิไดเปลี่ยนแปลงอยางใดมา
จนทกุ วนั นี้ ทใี่ นพระอโุ บสดถยังมลี ายเขียนเทพชุมนุม และท่ีส�าคัญ
นน้ั คือการเปรียญท�าดวยฝมืออยางประนีต ซมุ แลบานลงรกั ปดทอง
ลายรดน้�ายังเห็นรอยทองไดถนัด ขางในเสาก็ปดทองลายรดนา�้ ตาม
ฝาเขียนสีเปนภาพตางๆ ศาลาหลังน้เี ดมิ วาเสาขาดจวนจะลม ทาน
เจาอธิการองคนีอ้ สุ าหคิดทา� การซอมแซม โดยต้งั ใจจะไมแกไขร้ือถอน
ของเกาอยางหนง่ึ อยางใดพยายามตอเสาทกุ ๆ ตน และดดี ใหคืนตรง
ขึน้ ไดดังแตกอน นาจะสรรเสริญมาก ท่ีในพระอุโบสถมีของสา� คัญ ๒
ส่งิ คือพระพทุ ธรปู คนั ธารราฐองค ๑ ขนาดเดียวและคลายกับพระ
คันธารราฐทีต่ ้งั พิธีฝนในกรุงเทพฯ มเี สวตรฉัตร ๙ ช้นั ปกกนั้ อยู ถาม
พระเจาอธกิ ารเลาใหฟงวาพระคันธารราฐองคนี้ เดิมเม่อื พระบาท
สมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวยังทรงพระผนวชเสด็จออกมาเมือง
เพชรบุรี ทอดพระเนตรเห็นโปรดจงึ พาเขาไปไวในกรงุ เทพฯ จนเมือ่
สรางพระนครคีรีจึงพระราชทานคนื ออกไปไวที่วดั ใหญ ส�าหรับเชญิ
ออกแหในเวลาฝนแลงทุกคราว ของส�าคัญอิกอยางหนึง่ น้ันคือ รูป
พระสงฆหลอเทาตวั คนนัง่ พบั เพยี บพนมมอื ฝมอื ทปี่ นแลหลอเหมอื น
คน ดีกวารูปทานขรัวโตหรอื รูปสมเด็จพระราชาคณะท่ีไดเคอยเห็น
ในทีอ่ ่ืนๆ รูปนเี้ ขาเรยี กกนั วารูปสมเด็จเจาแตงโม คือทานผทู ่ีสรางวดั
ใหญนี้มีเรือ่ งราวเลาสืบกันตอมาวาทานผนู ชี้ ื่อทอง เปนชาวบานหนอง
หวาแขวงเมืองเพชรบุรี เขามาบวชเปนสามเณรอยทู วี่ ัดใหญนี้ อยูมา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 191
เวลาวนั ๑ ลงไปอาบนา้� ในแมนา�้ เหน็ เปลือกแตงโมลอยมาเก็บเปลอื ก
แตงโมน้นั กนิ พวกเพ่ือนฝงู เหน็ พากนั ลอเลียนดวยเร่ืองเปลือกแตงโม
น้ี จนสามเณรทองมคี วามร�าคาญ จงึ ออกจากเมอื งเพชรบุรีเขาไปอยู
ในกรุงเกา ไปอุปสมบทแลศึกษาพระปริยตั ิธรรมแตกฉานจนไดเปน
พระราชาคณะและเล่อื นต�าแหนงยศข้นึ โดยลา� ดบั จนถึงทีส่ มเดจ็ พระ
สงั ฆราช ระฦกถึงชาติภมู เดิมจึงออกมาสรางวัดท่เี มอื งเพชรบรุ ี ๒ วดั
คือวดั หนองหวาวัด ๑ และวดั ใหญนี่วัด ๑ ท�าเทากันเหมอื นกนั และ
ยังปรากฎอยดู วยกันจนตราบเทาทกุ วันนี้ทั้ง ๒ วัด วัดใหญน้ขี นาน
นามใหมเรียกวาวดั สวุ รรณารามตามช่ือของสมเด็จพระสังฆราชองค
นั้น และราษฎรพากนั นับถอื จงึ ไดใหชางจนี ปนรูปสมเดจ็ พระสงั ฆราช
ทองในเวลาทานออกมาเมืองเพชรบุรี แลวหลอไวสการบูชาตราบเทา
จนกาลบัดน้ี รูปสมเด็จเจาแตงโมน้ีก็มีเวลาเอาออกแหเปนครั้งเปน
คราว แตสืบถามไมไดความวาเปนสังฆราชในครง้ั แผนดนิ ใดหรอื เม่อื
ศกั ราชเทาใด
วันที่ ๒๓ สิงหาคมเวลาเชาเดนิ ไปตามถนนริมน้�าฝงตวันตกมี
บานเรอื นราษฎรมาก แตไมเปนตลาดย่สี านใหญโตอยางฝงตวันออก
คงยตุ ิไดวา ท�าเลบานเรอื งเมอื งเพชรบุรีตง้ั หนาแนนอยูรมิ น�้าทัง้ สอง
ฝง แตฝงตวันออกมากกวาฝงตะวันตก
ไดแวะนมสั การพระท่ีวัดมหาธาตุ วดั น้เี ดิมมพี ระปรางคใหญ
๕ ยอด ซึง่ นับวาเปนพระธาตุหลกั เมอื งเพชรบุรีสูงเสน ๑ แตช�ารดุ
พงั ลงเสยี แตในรัชกาลท่ี ๔ เจาพระยาภานวุ งษไดจดั การกอข้ึนคร้ังหนง่ึ
ก็พงั ลงมาอิก เจาพระยาสุรพันธจดั การกอข้ึนใหมเปนครงั้ ทสี่ ุด ขึ้นไป
ไดถึงหลงั คูหาก็คางอยูแตเพียงน้นั จนทุกวันน้ี พเิ คราะหดพู ระธาตุ
เพชรบุรีน้ี แตเดมิ นาจะใหญกวาพระธาตุเมอื งราชบุรแี ลเมืองสพุ รรณ
แตหากช�ารดุ หักพงั ลงมาเสีย การทก่ี อเสริมข้นึ ไวถาจะทา� ตอไปใหแลว
อยางเดมิ กน็ ากลวั จะพงั อิก เพราะเปนแตกอทับของเกาท่ีเหลือพังไวอฐิ
ท่ีท�าก็ไมแขงถาจะซอมแซมกันใหดจี ริงๆ จะตองร้อื ลงถึงรากกอใหม
192 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
ทีเดยี วจงึ จะเปนอยางดี แตท�าในเวลาปจจุบันน้ีก็คงจะตองใชเงิน
ไมตา�่ กวา ๕๐๐ ชงั่ จงึ ยังเปนทีข่ ดั ของอยู แตท่ีวัดมหาธาตนุ ้นี อกจาก
พระปรางคท่ีคางมาดงั วาแลว การบุรณะปฏิสังขรณอยูขางบรบิ ูรณ
ดวยผูคนพลเมืองนบั ถือมาก ส่งิ ที่นับถือนั้นคือพระพทุ ธรูปองค ๑ ซง่ึ
นับถอื วาเปนพระศักด์สิ ิทธต์ิ งั้ อยูในวหิ าร พระพทุ ธรปู องคนี้เปนพระ
สา� ริดหลอเหมอื นและเทากนั กับพระสา� ริดองคเลก็ ทว่ี ดั เขาตะเครา ดู
ฝมือเปนพมิ พเดยี วกันทีเดยี ว เจาอธิการวัดมหาธาตุแจงวาแตเดมิ รปู ท่ี
ราษฎรนบั ถอื วาศกั ด์สิ ทิ ธิน์ ้ันเปนเทวรปู พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา
เจาอยูหวั โปรดใหเชญิ เขามาไวในกรงุ เทพฯ พระพุทธรปู องคนีเ้ ปนแต
เชิญข้นึ ไวแทนเทวรูป คนกเ็ ลยนับถอื วาศักดส์ิ ิทธ์ติ อมา ท่วี ัดมหาธาตนุ ี้
ยงั มีของโบราณทน่ี าดูอีกอยางหน่งึ คือใบเสมารอบอุโบสถ ทา� ดวย
ศิลาแดงสลกั ลายอยางโบราณคร้ังฮินดแู ปลกๆ หลายอนั พระพทุ ธรูป
ทองเหลืองประจ�าซุมแลยอดพระมหาธาตุกย็ งั อยทู ีน่ ้ี
ออกจากวดั มหาธาตไุ ปเย่ยี มพระพศิ าลสะมะณะกจิ ทว่ี ัดคงคา
รามแลวจงึ กลบั มาที่พัก มีราษฎรมายน่ื เรอ่ื งราวหลายคน เปนเร่ือง
เบ็ดเตล็ดคอื เตอื นความเปนตน ที่เปนเรอ่ื งควรกลาวในรายงานนแ้ี ต
๒ เรอ่ื ง คอื เรือ่ งหน่ึงราษฎรเจาของนาทงุ เชงิ เขาหลวงหลายสิบคนรอง
วา น�้าทาพงั ทา� นบทต่ี �าบลน�้าหักไหลเขาทวมนาของราษฎรถึงท�าหา
ประโยชนไมไดเปนอันมาก เรอ่ื งนี้ไตสวนไดความวาทน่ี ้เี คอยมีท�านบ
แตปน้ีทา� นบพังกันน�้าไวไมอยู น�้าทวมนาของราษฎรเสียเปนอันมาก
จริง ไดตรวจดูเหน็ วา ที่ท�านบทท่ี �ายาวไมเกนิ เสน ๑ และจะท�าไดงาย
จงึ ไดรับกับราษฎรวาจะท�าใหส�าเร็จปนา มิใหน้�าเขาทวมนาทางน้ี
ไดอกิ เปนอันพอใจของผยู น่ื เรื่องราว
อิกเร่ือง ๑ มีพวกลาวทรงด�ามายื่นเรื่องราววา ไดรับพระ
ราชทานตราภูมพิเสศคุมหามคานามาแตรัชกาลท่ี ๔ บดั นผ้ี รู ักษาเมอื ง
จะเก็บเอาคานาเปนความเดอื ดรอน ไดตรวจดูเห็นเปนตราภมู พเิ สศซ่งึ
ไดพระราชทานเปนบา� เหนจ็ เฉภาะตวั แกพวกท่ถี ูกเกณฑท�าพระนคร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 193
ครี ีจรงิ จงึ ไดสงั่ ใหงดการเก็บเงินคานาจากคนมตี ราภูมเชนนีไ้ ว เพื่อ
จะน�าความเขามากราบบังคมทูลขอเรียนพระราชปฏิบัตวิ า ตราภมู
เชนนคี้ วรเปนของยกเปลี่ยนเปนตราภูมใหมตามประกาศ หรือจะคง
ใชไดตอไป และไดน�าความขน้ึ กราบบงั คมทูลแลว ทรงพระกรณุ าโปรด
เกลาฯ วา ตราภูมเชนน้ใี หเปนอนั ใชไดตอไปจนตลอดชีวิตของผูซ่งึ ได
รบั พระราชทาน
เวลากลางวันข้ึนไปพระนครคีรี ไดแวะนมัศการพระที่วัด
มหาสัมนาราม เห็นกฎุ ีแลโบถการเปรียญช�ารุดซุดโซมหลายแหง
การชา� รุดเหลาน้ีถารีบซอมจะไมสูเปลืองพระราชทรัพย ถาทิ้งไว
ชาจะเปลืองมาก จึงไดส่งั ใหกะประมาณการซอมมาในงบประมาณ
ศก ๑๑๘ พระทน่ี ง่ั แลสถานท่ตี างๆ ในพระนครคีรดี ูการรักษาพอใช
ไมใครจะชา� รุดซุดโซมไปสกั ก่ีมากนอย การท่จี ะซอมแซมใหดขี ้นึ ไมตอง
เปลืองพระราชทรัพยมาก ไดพิเคราะหดถู ึงการท่ีจะแกไขพระทน่ี ง่ั ท่ี
ประทับที่พระนครครี ใี หเปนทีท่ รงพระราชสา� ราญยงิ่ กวาแตกอน เหน็
วาถายกพระที่น่ังราชธรรมสภาขน้ึ เปน ๒ ชัน้ จะเปนที่ทรงพระราช
สา� ราญยิง่ กวาพระท่นี ัง่ หลังเกาเปนอันมาก แตถงึ กระน้นั กด็ ีถาจะเสดจ็
เมอื งเพชรบรุ ีในเวลาปจจุบนั น้ี ดมู ีการท่คี วรจะตองแกไขหลายอยาง
คอื จะตองปลูกต�าหนักแลท่ีพักใหพอเปนตน ทสี่ �าคญั นนั้ คือเรื่องท่ี
จะตองทา� ทาง ใหรถข้ึนไดถึงยอดเขา ทางนีจ้ ะทา� ไดไมยาก เพราะ
ทกุ วันนม้ี อี ินชะเนียและดนิ ระเบดิ อยูในอ�านาจ ของส�าคญั ท่ีจะตองท�า
อิกอยางหน่งึ คอื เรอ่ื งสูบนา�้ ถายงั ไมท�าสูบนา�้ และฝงธอใหใชนา� ไดโดย
สดวกท้ังลกู เขาตราบใดจะจัดวาพระนครคีรีเปนทีส่ า� ราญไมไดอยูตราบ
น้นั ไดพิเคราะหดเู ห็นวาจะคิดเร่อื งสบู น�้าไดไมยากนัก คอื ตั้งโรงสูบ
ท่ีริมแมน้�า ต้ังถังที่ยอดเขายอดกลางทมี่ ีพระเจดีองคใหญอยทู ุกวนั น้ี
เหน็ วาจะหาน�้าใชไดพอทง้ั เขา การสา� คญั อกิ อยาง ๑ คือเร่ืองศุขาภบิ าล
จัดการเทของโสโครก แตเม่อื มถี นนแลวก็ไมยากอนั ใด ไดพเิ คราะหดู
ถึงความสบายในการทอ่ี ยพู ระนครครี ีเหน็ วา ถาไมใชระดรู อนจดั ซ่ึง
194 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ท�าใหใบไมหลนหมดตนแลว คงจะอยูไดสบายไมนากลัวไขเจ็บอันใด
เพราะเขาหมูนเ้ี ปนเขาหยอมอยไู กลปามาก สังเกตดใู นเวลาที่ขนึ้ ไป
ในระดนู แ้ี มเปนเวลาตวนั เทยี่ ง พอขน้ึ ถึงยอดเขาก็ไดลมทะเลรูสกึ เย็น
สบายกวาที่อยรู ิมแมนา�้ เขาน้ีเสียอยางเดยี ว แตเปนเขาหนิ ปนู ไมใคร
มีดิน ถงึ นาแลงจงึ พาใหใบไมรวงโกรนไดหมด พกั กินเขากลางวันบน
ยอดเขาแลวกลับลงมา
เวลาบายพวกมกิ ชันนารีอะเมรกิ ันมาหาไตถามถึงการท่ีเขา
ท�าในเวลาน้ีดกู ็ยังเปนท�านองเดียวกบั ที่ท�าอยูแตกอน คอื นอกจาก
การสอนสาสนา มีโรงเรียนผูชายโรง ๑ โรงเรียนผูหญิงโรง ๑ กบั
โรงพยาบาลโรง ๑ พวกมิกชันนารมี ผี ชู าย ๒ ผหู ญงิ ๕ ในเวลาเย็นได
ไปเยี่ยมตอบและไปดูทโี่ รงพยาบาล ในเวลานี้มคี นไขอยูแต ๒ คน
วนั ท่ี ๒๔ สงิ หาคมเวลาเชาขีม่ าไปท่ีถ้�าเขาหลวงตองไปทาง
ริมนา�้ เพราะทางถนนหลวงตอนแตเขามไหยสวรรยไปเขาหลวงน�้า
ทวมกัดขาดเปนหลายตอนเดินยาก แมทางที่ไปริมน้�าก็ตองลุยน�้า
ไปประมาณ ๑ ใน ๔ สวนของระยะทาง บางแหงถงึ ทวมทองมา แต
ก็เปนการดที ี่มาทางน้ี ดวยไดตรวจที่นาซ่ึงราษฎรรองวา น�้าแมน้�า
ลนเขาตา� บลนา้� หกั ทวมเสียไปเปนอันมากนน้ั แลเห็นไดวาเปนความ
เดือดรอนของราษฎรแลเปนทีเ่ สอ่ื มเสียประโยชนของบานเมอื งจรงิ
เพราะทุงในบริเวณเขาหลวงนี้เปนที่ลุม ในเวลาน้ีแลดูเปนน�้าเจิ่ง
ทว่ั ไป จ�าเปนตองคดิ ปดน�้าต�าบลนา�้ หกั แกน�้าทวมทงุ น้จี งได ที่ในถา้�
เขาหลวงดูยังเปนปรกติดังเคอยเหน็ แตกอน พักกินเขาเชาท่ีในถา�้
แลวกลบั มาถงึ เมอื งในเวลากลางวัน เวลาวนั น้ีไดทราบความจากผรู ักษา
เมอื งเพชรบรุ วี า ชาวเพชรบุรี ๕ คนเขาไปคาขายในกรุงเทพฯ แลนเรอื
กลับมาถึงปากอาวเมืองสมุทสาครถูกผูรายตีเรือเมื่อวันที่ เดือน๑
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเช่นนี้ - กจช. ส�านักจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศลิ ปากร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 195
ศก ๑๑๗ เกบ็ เอาทรัพยส่งิ ของไปได แตผูถูกท�ารายหาไดทา� กฎหมาย
ตราสินหรือแจงใหผูรักษาเมืองสมุทสาครทราบดวยไม เปนอันยัง
ไมมีผูหนึ่งผูใดไดคิดตามผูรายรายน้ี จงึ ไดเรียกตัวผูถูกท�ารายท้ัง
๕ คนมาถาม ไดความวาพาสินคาเขาไปขายในกรุงเทพฯ จอดเรือ
อยูท่ีนาศาลเจาใหม เมื่อจอดเรืออยูนั้นมีจีนผู ๑ ไดมาขอเงิน ๕
ต�าลึง คนพวกนี้ไมให ครั้นขายของหมดแลวออกเรอื มาทางคลอง
มหาไชยจอดนอนในคลองน้ันคืน ๑ แตหาไดสังเกตวาผูหน่ึงผูใด
ติดตามมาไม รุงขึ้นไปจอดเรอื รอน้�าที่โกรกกรากอิกครึ่งคืน ก็ไมมี
ผูใดติดตามมาคร้ันแลนออกไปถึงทะเลอาวทาจีนหางฝงประมาณ
๒๐๐ เสน จงึ มีเรอื เปดทะเลของผูรายแลนแอบเขามาตีเรอื เกบ็ ได
ทรัพยสิ่งของแลวชักใบแลนไปทางเมืองสมทุ ปราการ พวกเจาทรพั ย
ไมรูจักผูราย เปนแตจ�าหนาไดมีส่ิงส�าคญั ที่เก็บไวไดคอื กระบอก
ดนิ ด�าอนั ๑ กับเสศกระดาษทีห่ อดนิ ดา� ช้นิ ๑ ตกอยูในเรือของพวก
เจาทรัพย ฉันไดเอาของท้งั ๒ สิ่งนี้มาตรวจดเู ห็นเสศกระดาษนัน้ มี
ตัวหนังสอื เสนหมกึ วา ศาลเมืองสมุทปราการคะดใี นระหวางจนี ๑ จึง
พิเคราะหเหน็ วาผรู ายรายนี้คงจะเปนคนเมืองสมุทปราการดวยเรอื เปด
ทะเลเปนเรอื ใชในเมืองสมทุ ปราการโดยมาก เมอื งสมทุ สาครไมใครมี
ประการ ๑ เรือนั้นแลนไปทางเมืองสมทุ ปราการ ประการ ๑ หนังสือ
ในเสศกระดาษน้ันก็ปรากฏวาเปนหนังสือส�านวนความศาลเมือง
สมุทปราการ หนังสือเชนน้ียอมจะมอี ยแู ตในศาล หรอื กับคนซ่งึ เปน
ตวั ความ เพราะเหตุฉนั้นเหน็ มีหลักถานพอจะสบื เอาตัวผูรายได จงึ
ไดชกั ชวนเจาทรัพยซึง่ วาจา� หนาผูรายไดใหมาดวย เพอ่ื จะไดมอบแก
ขาหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครไชยศรใี หสบื สวนตอไป แลความเร่อื ง
นี้ตอมาไดความวาเจาทรัพยไดดตู ัวจีนซึ่งมชี ่ือในเสศกระดาษจ�าได
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเช่นน้ี - กจช. สา� นักจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศลิ ปากร
196 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
วา เปนตวั ผรู ายท่ีไดตเี รือ ขาหลวงผรู กั ษาเมืองสมุทปราการไดจับไว
พิจารณาแลว
ในเวลากลางวันพวกก�านนั ผูใหญบานในเมืองเพชรบุรีพรอม
กันมาหา เมื่อไตถามถงึ ทกุ ขศุขของไพรบานพลเมืองตามอยางซ่ึงได
เคอยถามมาทกุ ๆ เมอื ง ไดความจากกา� นนั ผใู หญบานต�าบล๑ วาราษฎร
มีความเดอื ดรอนอยู ดวยเร่อื งพกิ ัดอากรคานา้� อยางเดยี วกบั ท่ีกา� นัน
ผูใหญบานรองในเมืองราชบรุ ีไมจา� ตองอธบิ ายซ�้าในที่น้ี ความเดอื ด
รอนอิกอยาง ๑ นนั้ วาดวยเรอ่ื งซ้ือนา�้ ตาลหลวง ไลเลยี งพวกก�านนั
ผูใหญบานตา� บลท่รี องน้ีชีแ้ จงวาขนุ แขวง, เขียว, นายอ�าเภอมีหมายให
ซอ้ื น�้าตาลจากราษฎร ใหราคาแตทะนนละ ๒ สลึง ราคาซอ้ื ขายกนั ใน
พ้นื เมืองทะนนละ ๕ สลงึ ราษฎรไมเตม็ ใจขาย ก�านันผูใหญบานตอง
บังคับซ้ือเอาดวยอ�านาจ ราษฎรขดั เคอื งพากนั ดาวาก�านนั ผูใหญบาน
ตางๆ ดังน้ี เห็นเปนการปลาดดวยไมมรี าชการอยางหนง่ึ อยางใด ที่ได
กะเกณฑใหซ้ือนา�้ ตาลหลวง ถามขาหลวงเทศาภบิ าลแลผรู ักษาเมือง
ก็วาไมทราบ แลไมไดส่ัง จงึ ไดใหหลวงศรสี ตั ยารกั ษขาหลวงพิเสศ
ซึ่งอยูเมอื งเพชรบรุ ีพจิ ารณา ขุนแขวงใหการรับสารภาพวาไดหมาย
สง่ั ใหกา� นันผใู หญบานบังคับซอ้ื น�้าตาลจากราษฎรราคาทะนนละ ๒
สลงึ จริง เพราะพระยาสุรินทรฤๅไชย, ปว, ส่งั ใหซอ้ื เอาไปจา� หนายขาย
เปนอาณาประโยชนของพระยาสุรนิ ทรไชย ขนุ แขวงหาไดเอาเปน
อาณาประโยชนสวนตัวไม ไดความดงั น้ี ขาหลวงพเิ สศจึงพพิ ากษาให
ถอดขุนแขวงออกจากตา� แหนง แลใหเอาตวั จา� คุกมกี า� หนด ๓ เดอื น
เพราะเหตุวาถึงจะไดทา� การตามค�าส่ังของพระยาสุรินทรไชยจริง
ค�าใหการ ก็ท�าโดยรูอยูแลว วาค�าสั่งนัน้ เปนการทีจ่ ะใหเบียดเบยี น
บงั ราษฎร เพอ่ื อาณาประโยชนของพระยาสุรินทรฤๅไชยมิใชราชการ
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเชน่ น้ี - กจช. ส�านักจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรม
ศลิ ปากร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 197
ผูกระทา� ตามค�าสง่ั เชนนี้ยอมมคี วามผดิ ดวย แตพระยาสุรินทรไชย
น้ันเพราะถึงอนิจกรรมเสยี แลว ก็เปนอนั พนที่จะตองพิจารณาเอา
โทษตามพระราชก�าหนดกฎหมาย ฉันไดส่งั ใหเอาตวั อายเขียวขนุ แขวง
จ�าตรวนลงเรือพาเขาสงคุกในกรงุ เทพฯ เพ่อื จะใหคะดีเร่ืองนี้เปน
เย่ียงอยางแกกรมการหัวเมืองอยาใหฟงบังคับบัญชาผูใหญในการ
ทจุ ริตตอไป
เวลาบอย ๔ โมงออกเรือจากเมอื งเพชรบุรลี องลงมาประมาณ
ชวั่ โมง ๑ ถงึ บานแหลมจอดพกั นอนคืน ๑ ท่บี านแหลมนีเ้ จริญแปลก
ตาขน้ึ กวาแตกอนมาก มบี านชองแนนหนาเรยี งรายกันตลอดหลายคุงนา้�
ราษฎรอยทู บ่ี านแหลมหากนิ ดวยการทา� ปลาหาหอยแลท�าทงั้ นาเกลือ
นาเขาดวย ดผู ูคนบริบูรณมเี รอื ใหญนอยตางเมืองมาจอดรับซอ้ื สินคา
หลายสิบล�า ถามกา� นันผใู หญบานไดความวา ตง้ั แตจัดการปกครอง
ทองท่ีโจรผูรายสงบ ราษฎรในหมบู านแหลมไดทา� มาหากนิ เรยี บรอย
เปนปรกติมาจนทกุ วันน้ี
มาพักทีบ่ านแหลมไดชา� ระความอิกเรื่อง ๑ คอื ราษฎรชาว
เมอื งสงขลาคน ๑ ตองถกู เจาพนักงานสรรพภาษีจบั จ�าไวท่ีบานแหลม
ท�าเรื่องราวขน้ึ ไปรองทีเ่ มืองเพชร จึงไดเอาลงมาไตสวน ไดความวา
เดมิ ผยู ่ืนเรอ่ื งราวซอื้ เกลอื บรรทกุ เรอื ไปเสยี ภาษีเสรจ็ แลว มาตรวจตวั๋
ทเี่ จาภาษีตีใหขาดจ�านวนเงินท่ีเสยี ไป ๓ บาท จึงน�าความขึน้ ไปรอง
ตอพระสจั จาผูรักษาเมืองวา เจาภาษีตตี ั๋วใหหาครบตามราคาเงินท่ี
เสียไม พระสจั จาสงั่ ใหผูย่นื เร่ืองราวมาขอตั๋วที่เจาภาษเี สยี ใหครบ
คร้ันผูยืน่ เร่ืองราวลงมาขอตว๋ั เจาภาษีวาผยู ่ืนเรอื่ งราวจะฉอภาษีจับ
ตวั ไปอายตั ิก�านนั ใหจา� ไว ๔ วัน ไดไลเลยี งขนุ พิทกั ษซึง่ ผูรกั ษาเมอื ง
ไดต้งั ลงมาเปนเจาภาษีคนนี้ วาผูยืน่ เร่อื งราวจะหนีภาษดี วยอาการ
อยางไร กช็ ้ีแจงใหเปนท่ีพอใจไมได เพราะเรอื ท่ีบรรทุกเกลือก็ยงั ไมได
ออกจากทา แลการกป็ รากฏอยวู า ผยู ่ืนเร่อื งราวเองเปนผูว่ิงเตนรองขอ
ใบเสร็จใหถูกตอง จึงพเิ คราะหเห็นวา ความเรอ่ื งนเ้ี จาพนักงานสรรพ
198 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ภาษคี งท�าตว๋ั ฉอเงินภาษี กลาวคอื รับเงินไวมากท�าต๋ัวใหแตนอยไปถูก
คนเสยี ภาษีอานหนงั สือออก ตรวจต๋ัวไดความวาไมครบเงนิ ไปรองเรยี น
ใหการอือ้ ฉาวขึ้น เจาพนักงานสรรพภาษโี กรธจึงหาเหตเุ อาตวั จา� เสีย
ความจรงิ คงจะเปนเชนน้ี แตจบั ไมไดถนัดดวยเวลาไมพอจะไตสวน
แลเห็นวาเปนคะดีราคาเงนิ แต ๓ บาท จึงสั่งใหปลอยตวั ผูยืน่ เรอื่ งราว
ไปในขณะน้ัน แลขอใหเจาพระยาสรุ พันธเปลี่ยนขุนพิทักษออกเสยี
จากเจาพนกั งานสรรพภาษโี ดยเรว็ เวลาตี ๑๑ พอรุงสวางออกเรือ
จากบานแหลงเมอื งเพชรบรุ ี ขามมาอาวเมอื งสมุทสงคราม
รวบรวมเนื้อเหน็ ในสวนเมืองเพชรบรุ ีที่ไดไปตรวจในคราวนี้
เห็นวาจะหาเมอื งใดในพระราชอาณาเขตรทด่ี กี วาเมืองเพชรบรุ ีน้ี จะ
หาไดดวยยาก เปนเมืองทีภ่ มู ล�าเนาดี ทนี่ ้�าทีด่ ินอุดมภดวยทรพั ย ซงึ่
จะเกดิ ส่งิ สนิ คาตางๆ แลผคู นกบ็ ริบรู ณ แตในสวนการปกครองทเ่ี ปน
อยูในเวลานี้มีความเสยี ใจทจี่ �าตองรับวาผิดคาดผิดคิดหมดทุกอยาง
ตกลงตองวาเปนเมอื งท่ีมีการจะตองจดั แกไขมากกวาบรรดาเมืองที่ได
ไปตรวจทง้ั มณฑลนครไชยศรีและมณฑลราชบรุ ใี นครั้งน้ี แตการทจี่ ะ
ตองจดั นัน้ ไมใชการยากเหลือบากวาแรงอยางใด ตองการคนดๆี สัก
๔, ๕ คน จัดสงออกมาแตกรงุ เทพฯ ใหพอแกความตองการในเมอื ง
นี้ บานเมอื งคงจะเรียบรอยไดไมกีเ่ ดอื น ใชแตเทานน้ั ยงั เห็นวา เมือง
เพชรบุรนี ถ้ี าจดั การใหดีจะดีไดโดยเร็ว เพราะสิ่งซง่ึ จะทา� ใหดี แลจะ
ใหดีไดโดยงายมอี ยูเปนอันมาก ถาท�าใหถูกแลท�าจริงๆ ผูใดเปน
ผูวาราชการเมอื งควรเชอ่ื ใจไดวา ความชอบแลบา� เหนจ็ รางวัลอยูใน
เงื้อมมือของผูนัน้ เปนแท
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 199
ศาลาวาการมหาดไทย
วนั ที่ เดอื น ร,ศ,๑
ถึงพระยาสฤษด์ิ
ดวยวนั ท่ี ๒๕ สงิ หาคมเวลาเชาออกเรอื จากบานแหลมเมอื ง
เพชรบุรแี ลนมาเขาปากน�้าเมอื งสมทุ สงคราม เวลา ๓ โมงเชาจอดพัก
ใหฝภายกนิ ขาวท่ีวดั ใหญในคลองแมกลองประมาณชั่วโมง ๑ แลว
ออกเรอื ตอมาตามคลองแมกลอง เวลาน้เี ปนคราวน้�ามากทวมตลิ่งใช
เรือไฟเล็กจงู เรือไดสดวก ลา� บากทเ่ี ลยี้ วในท่ีคดพวงเรอื ยาวฟาดกับ
กอไมรมิ ตลงิ่ บอยๆ เวลาบาย ๒ โมงถึงทวี่ าการอา� เภอบางโทรดั แขวง
เมอื งสมุทสาคร นายสงกรานเปนนายอ�าเภอ ไดแวะขึน้ ตรวจท่ีวาการ
อ�าเภอยงั จัดไมใครเรียบรอย เพราะพึ่งต้ังใหม นายสงกรานก็พง่ึ มา
เปนนายอ�าเภอ ตรวจท่ีวาการอา� เภอแลวออกเรือตอมาพบพระยา
สุนทรบุรีวาที่ขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑลนครไชยศรี กับพระสมทุ สาครา
นุรกั ษกลางทาง เพราะเดิมกะวาจะถึงวันที่ ๒๖ มาเร็วไป ๑ วัน เวลา
บาย ๔ โมง ถึงเมอื งสมุทสาคร จอดเรือพกั อยทู นี่ าปอมวิเชียรโชฎก
ในเวลาบายวันนั้นไดลงเรือไฟเล็กไปตรวจที่วาการเมืองซ่ึง
อาไศรยต้งั อยทู บี่ านของพระยาสนุ ทรสงคราม ใชเรือนแพเปนออฟฟศ
ไดตรวจดูออฟฟศ แมตั้งอยูในเรอื นแพหลังเล็กการที่จัดสอาดแล
เรยี บรอยเปนที่พอใจมาก แลเหน็ ไดวาไดจดั การออฟฟศเปนหมวด
หมู แลเก็บสรรพหนังสือตางๆ เอาไวตามทีซ่ ่งึ ควรเอาไวทกุ ๆ อยาง
เวลาจะตองการรูส่ิงใดถามสิ่งใด รูไดจนพอใจโดยทนั ทีทุกอยาง มี
รายยอซ่ึงท�าไวใหทราบการตางๆ ดังตอไปน้ี คอื ยอดสัมโนครวั เมอื ง
สมทุ สาครแบงเปนสามอา� เภอ คอื อ�าเภอเมอื ง อ�าเภอกระทมุ แบนแล
อ�าเภอบางโทรดั สวนอ�าเภอบางโทรัดยงั ไมไดท�าสมั โนครวั รูจา� นวนยงั
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเชน่ นี้ - กจช. ส�านักจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรม
ศิลปากร
200 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ไมได รไู ดแต ๒ อา� เภอ มีจ�านวนก�านัน ๑๙ ผใู หญบาน ๑๔๒ ราษฎร
ไทย ๑๓๓๕๕ จนี ๓๕๒๓ รวมเบจ็ เสรจ็ ๑๗๐๗๑ จ�านวนหลังคา
เรอื น ๔๙๕๑
วัดมี ๔๗ วัด พระสงฆ ๔๔๘ ศษิ ยวัด ๓๙๖ คะดีศาลเมือง
ความเกาคั่งคางมาแตกอน ๓๙๘ เร่อื ง เกิดขึ้นใหม ๔๑ เร่อื ง ช�าระ
แลวในศก ๑๑๗ สเี่ ดอื น ๔๘ เร่อื ง ไดเงินคาธรรมเนยี ม ๒๑๗๗ บาท
๒๖ อฐั ความในศาลอา� เภอเมืองเกดิ ขึ้นในศก ๑๑๗ รอยเอด็ เร่อื ง
แลวไป ๕๕ เรอื่ ง ตองสงศาลเมอื ง ๔๖ เรื่อง ไดคาธรรมเนียม ๗๗๖
บาท ๔๐ อัฐ ไดตรวจดคู วามท่ีคางเปนความเกาสะสมเสมอสกั แต
วาตดิ อยใู นสารบบโดยมาก ความท่คี วรจะช�าระไดไดชา� ระสะสางไป
ตามควร ไมพบเร่อื งใดทจ่ี ะตองตักเตอื น
เงินสรรพภาษที ่เี กบ็ ไดใน ๔ เดอื นนี้ เปนเงิน ๒๕๗๗๘ บาท
๖๒ อฐั เทียบกับศก ๑๑๖ เงินศกนีข้ น้ึ ๒๐๓๑ บาท ๒๐ อัฐ
ออกจากที่วาการเมืองไปดูที่ตรางขังนักโทษ ซึ่งยังคงขังอยู
ในตรางเดมิ แตก็แลเห็นไดวาเมืองนไี้ ดจดั การใหความศุขแกนกั โทษ
ตามสมควรแกก�าลังทจี่ ะทา� ได กลาวคอื ไมโสโครคแลไมยดั เยียดเหลอื
เกิน เพราะนักโทษมีอยูเพียง๑ คน ไดถามตัวนกั โทษถึงการกินอยู
นกั โทษพากันบอกวา ไดกนิ อยอู ่ิมหน�าบรบิ ูรณ ไมมีผใู ดรองทุกขใน
ขอน้ี หรอื ขัดทจ่ี ะวาถกู กดข่ขี มเหงอยางใด นอกจากรองขอโทษบาง
รองคัดคานคา� ตดั สนิ บาง อนึง่ นักโทษในเมอื งน้ี ไดจดั ใหทา� การเย็บจาก
ขายไดเงนิ สงหลวงมากบางนอยบางทกุ ๆ เดอื น ไดเรยี กบาญชนี กั โทษ
มาตรวจดตู ลอดเปนบาญชที ่ที า� โดยจริงแลเลอยี ดถูกตอง สงั เกตเหน็
ไดที่มกี �าหนดวันตัดสนิ สินแลแทงจา� หนายวนั ที่ไดปลอยไปตลอดมา
โดยลา� ดบั พบในบาญชนี กั โทษท่ีติดไมมีก�าหนด ๒ คน เหตุวาโทษ
๑ ตนฉบับเวนว่างไวเชน่ น้ี - กจช. ส�านักจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรม
ศิลปากร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 201
เปนสมคั รพรรคพวกผูรายลอกทองพระ เห็นวาติดมาคนละ ๓ ป
พอควรแกโทษอยูแลว จึงไดสัง่ ใหปลอยไปในขณะนั้นท้ัง ๒ คน ได
ไปตรวจดูท่ีวาการอา� เภอ ซ่ึงตง้ั อยใู นบรเิ วณอนั เดยี วกนั นายชมุ เปน
นายอ�าเภอ เปนการเรยี บรอยพอใชได เพราะอยูใกลออฟฟศเมือง
ออกจากที่วาการเมืองแลนเรอื ข้นึ ไปดลู ดั ทาจีน แลลัดบางปลา
ซงึ่ วาทา� ใหนา�้ เค็มขึ้นตามแมนา้� น้เี ร็วไป จนเรือกสวนในเมืองนครไชยศรี
เสียไปเปนอนั มากน้นั ลัดทาจนี ในเวลาน้กี วางสักเสน ๑ ยาวสกั ๘ เสน
แตลกึ หาไดหยั่งไม ไดความวาลึกราวสัก ๓ วา ลัดน้ถี าจะปดคงปดได
ดวยสายน้�าไมแรงนัก แตคงเปลอื งเงนิ มาก แตลดั บางปลาน้นั กวางอยู
ใน ๕ วา ลึกไมเกิน ๘ ศอกคงจะปดไดงาย
วนั ท่ี ๒๖ เวลาเชา ขามฟากไปดูตลาดโกรกกราก ตลาดนี้
เปนตลาดใหญทอี่ ยขู องพวกจีนทา� ละมหุ าปลาเปนพ้นื เปนบรบิ ูรณ
มาก แตถือกันวาตองอยูโรงจากแลอยูกับพื้นดิน ถาจะทา� ตึกกวาน
หรอื จะยกพื้นทา� เรอื นใหสูงเปนอัปมงคล จะเช่อื กนั มาดวยเหตุใดกัน
ไมไดความ เดนิ ตามถนนในตลาดนีก้ วา ๒๐ เสนจึงหมดตลาด การทา�
ปลาปน้ีมีก�าไรมาก ละมุทเ่ี มอื งสมทุ สาครมากกวาปกลาย ๖ ละมุ ได
ไตถามพวกกา� นันผใู หญบานทัง้ ไทยแลจีนถึงความศขุ ทุกข ไดความวา
เปนการเรยี บรอยเปนศขุ ส�าราญท่ัวกนั สงั เกตดูผูคนพลเมอื ง ดูพากัน
มคี วามนยิ มรกั ใครพระสมุทสาคร แลหลวงวเิ สศภักดีปลดั มาก มีเรื่อง
ราวรองทุกขยนื่ ไมถึง ๑๐ ฉบบั แลเร่ืองราวท่ีรองนัน้ กม็ ีแตรองขอโทษ
แลอุทธรณค�าตดั สินของศาลเทาน้นั ถาจะวารวมความเปนเนอื้ เห็น
ท่ีไดตรวจเมอื งสมทุ สาครคร้ังน้ี เหน็ วาการปกครองจดั เปนเรียบรอย
ดกี วาทุกๆ เมืองในมณฑลนครไชยศรีแลมณฑลราชบุรที ไ่ี ดตรวจใน
ครงั้ น้ี หากจะตกิ ต็ ไิ ด แตวายงั มเี หตกุ ารโจรผรู ายเกดิ ขึน้ บาง เชนตเี รอื
ในปากอาวแลปลนกม็ ใี นเร็วๆ น้ถี ึง ๒ ราย แตก็จา� ตองยอมวาเหตุเกิด
ในทร่ี กั ษายาก แลการปลนนนั้ ผวู าราชการเมอื งกรมการกส็ บื เสาะจบั
ไดท้งั ๒ รายจะตโิ ทษกไ็ มควร
202 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
เวลา ๔ โมงเชาออกเรอื จากสมุทสาครมาทางคลองมหาไชย
เวลาบาย ๔ โมงถงึ กรงุ เทพฯ รวมเวลาทไ่ี ดกราบถวายบังคมลาไป
ตรวจราชการครงั้ นี้ ๑๙ วัน ดวยเดชะพระบาระมปี กเกลาฯ บรรดา
ผูทไ่ี ปดวยกนั ท้ังนายไพร มีความผาสคุ ทัว่ หนา หวงั วาการท่ไี ดตรวจ
คร้งั นี้คงจะมีผลใหเกดิ ประโยชนแดราชการในหัวเมอื งทง้ั ๒ มณฑลนั้น
ตอไปตามสมควร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 203
รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการ
หวั เมอื งฝ่ายเหนือ
พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗
รายงานการเสด็จตรวจราชการ
หัวเมอื งฝ่ายเหนอื พ.ศ. ๒๔๔๑ ร.ศ. ๑๑๗
ศาลาวาการมหาดไทย
ลงวันท่ี ๒๖ เดือนพฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๑๗
กราบทลู พระเจานองยาเธอ กรมหม่นื สมมตอมรพนั ธุ ทรง
ทราบฝาพระบาท
ดวยขาพระพุทธเจาไดรับลายพระหัตถพระเจานองยาเธอ
กรมหม่นื ดา� รงราชานุภาพ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย เปนรายงาน
ทรงตรวจราชการเมอื งพจิ ติ ร, เมอื งพศิ ณุโลกย, ขาพระพทุ ธเจาไดให
คดั สา� เนารวมทั้งส้ิน ๑๐ ฉบบั มจี �านวนหนงั สือแจงอยใู นบาญชที ี่ได
สอดซองถวายมาพรอมกบั จดหมายฉบับน้ดี วยแลว
ขอฝาพระบาทไดนา� กราบบงั คมทูลพระกรุณาทราบฝาลออง
ธลุ ีพระบาท
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ
ขาพระพุทธเจา พระยาศรีสหเทพ
206 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สา� เนา รบั วนั ท่ี ๒ พฤศจกิ ายน ศก ๑๑๗
เมอื งนครสวรรค
วนั ท่ี ๒๗ ตลุ าคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๑๗
ถึง พระยาศรีสหเทพ
วันน้นี กั การน�าเมลมาสง ฉันไดเขียนรายงานอยางคราวกอน
ไวได ๒ เมือง ไดสงมาดวยแลว
ไดสนทนากับฮลี ลี างการทต่ี ิดขัดแลทีเ่ ขาสงไสยบรรดามีแลว
แลเขาใจไปทกุ เรือ่ ง
มาคราวนอ้ี ยูขางจะเหนื่อยดวยรีบเดนิ ทาง มีเวลาพักเมืองละ
นอยๆ การตางๆ ทตี่ องถามตองวากลาวมมี าก กลางวนั ตามที่มีเวลา
หยุด ตองเท่ียวตรวจทองที่ กลางคืนพูดจาแลพบปะผูไปมาหาสูจน
ดึก เชาตองต่ืนออกเรือแตเชา อยใู นไมใครมีเวลา นอนไมไดถึงคืนละ
๘ ชวั่ โมง
การมณฑลนครสวรรคออนกวากรงุ เกาแลพิศณุโลกยจรงิ ดัง
วา แตขาหลวงเทศาแลหลวงสมัคดตู ้งั ใจทจี่ ะจัดการเอาดใี หได พระยา
ราชพงษาถกู พระกระแสมา ดูรอนขนึ้ ตกลงไปพจิ ติ รกับฉนั ท้งั ๒ คน
เพอื่ จะดูมณฑลพิศณุโลกย ไดคิดกะการท่ีจะจัดแกไขมณฑลน้ีโดย
เตม็ ก�าลัง คงจะเอาใหดีใหได สา� คัญแตเรอ่ื งศาลออนเตม็ ที ศาลมณฑล
ช�าระความแลวไดไมเกนิ เดอื นละ ๘ เร่ือง คนรองเรื่องราวมาก ขอ
ใหขอทานระพีรีบจัดขาหลวงพิเสศข้ึนมา ไดคนชนิดนายลออหรือ
มฉิ นั้นแยกพระองคเจาเกษมมาจากพระยาประชา หรอื ผหู นึง่ ผใู ดแลว
แตทานระพจี ะเหน็ ควร มาเปนขาหลวงพิเสศ การจะดขี ึ้นมาก การศาล
พเิ สศมณฑลน้ีไมยากเทามณฑลราชบรุ ี จะออกเรือพรงุ น้เี วลา ๒ โมง
เชา ผทู มี่ าดวยกนั มคี วามศขุ สบายอยู
ขอใหบอกพระยาเทเวศรวาไดเรงเรอื่ งโทรเลขโดยเต็มกา� ลัง
พนกั งานโทรเลขท้งั ๓ กองนน้ั ไดออกจากนครสวรรคข้ึนไปแลว ๒
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 207
กอง หลวงชวกจิ กม็ าถงึ วันนี้แลว ขอใหเจาคณุ โยธาคอยหนนุ หลงั ให
แขงจะชวยโดยเต็มก�าลงั
208 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สา� เนา รบั วันท่ี ๒ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ทพ่ี กั เมอื งนครสวรรค
วนั ท่ี ๒๗ เดอื นตุลาคม ร ศ ๑๑๗
ถงึ พระยาศรีสหเทพ
ดวยเม่ือวันท่ี ๒๒ ตุลาคม เวลาเชาโมงครึ่งออกเรือจาก
บางปะอนิ ดวยความยินดที พ่ี ระบรมวงษานุวงศแลขาราชการมีความ
กรณุ าพากนั มาสงเปนอันมาก พวงเรอื ไฟลากข้นึ ทางกรุงเกาถึงปอม
เพชร ไดความวาเรอื ครัวรว่ั มาก จึงใหแวะทบ่ี านพระยาไชยวชิ ติ ให
ยาเรอื ครวั อยูประมาณ ๓ ช่ัวโมงแลใหเปลย่ี นเรือซึง่ ลากเรอื พระองค
ประวิตรใหม เพราะเรอื ลา� เกาลากชานกั พรอมเพรยี งเรยี บรอยแลว
ออกเรอื จากบานพระยาไชยวชิ ติ ขึ้นมาทางคลองศศี ะตะพานแวะตรวจ
ท่วี าการอ�าเภอเสนาในกรงุ เกาซ่งึ ตัง้ อยูต�าบลบานผมี ด ขุนกลางเปน
นายอา� เภอ ในเวลานี้ขุนกลางลงไปอยูบางปะอนิ ไดไตถามการจาก
สมุหบาญชีอ�าเภอแลก�านนั ผูใหญบานในทน่ี ้ัน ไดความวาเปนการ
เรยี บรอยดี แบบแผนในท่วี าการอา� เภอตรวจดูกท็ า� เรยี บรอยดี เสยี
แตที่วาการอา� เภอดูนาทุเรศนกั ตวั นายอ�าเภออยูเรือ มีโรงจาก ๓ หอง
ซ่ึงชา� รุธซุดโซมเปนท่ีวาการอา� เภอ ไปดไู มสมกับประโยชนที่ไดแล
เกียรติยศท่ีควรจะยกยองที่วาการอ�าเภอเลย อา� เภอเหลาน้ีบังคับ
กับปกครองพลเมืองไมต�่ากวา ๒๐๐๐๐ เก็บผลประโยชนแผนดิน
ไมต�่ากวา ๓๐๐-๔๐๐ ช่ัง เปนการจ�าเปนแลสมควรแททจ่ี ะตองมี
ทวี่ าการใหดีกวาน้ี ก็คอื เรื่องเงินท่ตี องอนญุ าตเทาน้ัน
ออกเรอื จากท่วี าการอา� เภอเสนาในมาพบพระยาวิเสศไชยชาญ
ผูวาราชการเมืองอางทองคอยรบั อยทู พี่ รมแดนตอกับกรงุ เกา มาแวะ
ทวี่ ดั ปาโมกขขึ้นดูการปฏสิ ังขรณพระนอนซง่ึ ทายกไดเร่ยี รายกันได
เงินประมาณ ๔๐ ชั่งเสศ แลพระสุวรรณวิมลคิดเปนหัวนา การ
ปฏสิ ังขรณชนั้ นี้ เปนแตลงรักองคพระยังไมทวั่ องค เพอื่ จะปดทองใหม
แตในโบสถวหิ ารดไู มไดคิดท่ีจะซอม แตทไ่ี มชา� รธุ มากมายสกั เทาใด
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 209