The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by stabundamrong KM, 2022-10-26 02:40:04

การเสด็จตรวจราชการหัวเมือง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

โดย กระทรวงมหาดไทย

Keywords: ตรวจราชการหัวเมือง,กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

นเี้ ปนแบบแผนเรียบรอยลงทไี่ ดมาก
วนั ที่ ๙ มกราคม เวลาเชาข้ึนตรวจการใหกรุยถนนแลว เวลา

๒ โมงเชาออกเรอื ลองล�าน้า� บางปะกงออกปากอาวเวลาบาย ๑ โมง
เวลาบาย ๔ โมงถงึ เกาะสชี ัง จอดคางคืนอยจู นเวลา ๘ ทุมเสศออก
เรอื วนั ที่ ๑๐ เวลารงุ เชาขามสันดอนกลบั เขากรุงเทพฯ เวลาเทย่ี ง

รวมวันทไี่ ดไปตรวจราชการคร้งั น้ี ๘ วัน ไดตรวจราชการ
เมอื ง ๒ เมือง ตรวจท่ีวาการอ�าเภอ ๕ อ�าเภอ.

310 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 311



รายงานการเสด็จตรวจราชการ
มณฑลกรุงเกา่ เมอื งปทุมธานี
พระนครศรอี ยธุ ยา และอ่างทอง

พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙

รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการมณฑลกรงุ เกา่
พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙
ออฟฟศไปรเวตสิเกรตารหี ลวง

ที่ ๒๒๐/๗๗๓
พระทน่ี ่งั จักรกรมี หาปราสาท

วันที่ ๑๙ สงิ หาคม รตั นโกสินทรศก ๑๑๙
แจงความแก พระยาศรีสหเทพ ไดรบั หนงั สือที่ ๓๖๑/๓๙๑๒
ลงวันท่ี ๑๘ เดือนน้ี สงส�าเนาลายพระหัตถพ์ ระเจานองยาเธอกรม
หลวงด�ารงราชานุภาพ แลรายงานระยะทางที่ไดทรงตรวจราชการ
ตั้งแตบางปอนิ ถึงเมอื งอางทองมานน้ั ไดน�ากราบบงั คมทลู พระกรุณา
ทราบฝาลอองธลุ พี ระบาทแลว โปรดเกลาฯ วา เร่อื งท่เี กีย่ วของกบั
กระทรวงนครบาล ไดมีพระราชหตั ถเลขาเก็บขอความสงไปยังพระเจา
นองยาเธอกรมหลวงนเรศรวรฤทธิ

สมมตอมรพันธุ์
ตามส�าเนาที่ไดสงมากบั หนังสอื ฉบับน้ดี วยแลว.

314 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

ที่ ๓๖๑/๓๙๑๒ กรมราชเลขานุการ ศาลาวาการมหาดไทย

วันที่ ๑๘ เดอื นสงิ หาคม ร.ศ. ๑๑๙
ขาพระพทุ ธเจา พระยาศรีสหเทพ กราบทลู พระเจานองยาเธอ
กรมหมน่ื สมมตอมรพันธ์ุ ราชเลขานุการ ทราบฝาพระบาท
ดวยเวลาวันน้ีขาพระพุทธเจาไดรับลายพระหตั ถพ์ ระเจานอง
ยาเธอ ฯ เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย ซึง่ ทรงเขียนที่เมอื งนครสวรรค์
ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม น�าสงรายงานระยะทางทีเ่ สด็จตรวจราชการ
ตั้งแตบางปอินถึงเมอื งอางทองฉบับ ๑ กับโปรแกรมก�าหนดวนั เดินทาง
ฉบบั ๑ รวม ๒ ฉบับ ขาพระพุทธเจาไดคดั ส�าเนาลายพระหตั ถ์ ๑
รายงาน โปรแกรมหน่งึ รวม ๓ ฉบับ ถวายมาพรอมกับจดหมายน้ีแลว
ขอฝาพระบาทไดนา� ขนึ้ กราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝาลออง
ธลุ พี ระบาท ควรมคิ วรแลวแตจะโปรด

ขา้ พระพทุ ธเจา้ พระยาศรีสหเทพ
ราชปลดั ทลู ฉลอง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 315

สา� เนา รับวันที่ ๑๘ สิงหาคม ร,ศ, ๑๑๙
ทพี่ ักเมืองนครสวรรค์

วันท่ี ๑๓ สิงหาคม ร,ศ, ๑๑๙
ถงึ พระยาศรสี หเทพ

ดวยไดสงหนงั สอื ตางๆ ทไ่ี ดอานแลวท�าแลวลงมากับจดหมาย
ฉบบั นี้หลายอยางไดเขียนความเห็นแลคา� สงั่ ไปในนัน้ โดยมาก มเี ร่อื ง
ที่จะตองสั่งโดยเฉพาะเร่ือง ๑ คอื เรอื่ งพระราชบัญญัตสิ ัตวพาหนะ
ฉันไดตรวจแกตลอดแลว ขอใหทูลวานกรมหมืน่ ราชบุรีตรวจสักที
ถาไดพรอมกบั ปฤกษาในท่ีประชุมเทศาภิบาลไดจะเปนการดีมาก
พระราชบัญญัตนิ ี้เปนการรอนอยู เร่ืองพระราชบัญญัตภิ าษียาน้ัน
พิกัดจะเก็บมณฑลใหเทาใด จะตองรอปฤกษาเทศาภบิ าลเหมอื นกนั

ไดเขียนระยะทางแลวเพียงเมืองอางทองสงลงมาดวยแลว
ขอใหคดั ถวายฉบบั ๑ สงกรมหม่ืนมรพุ งษฉ์ บบั ๑ เขาใจวาระยะทาง
คราวน้ีเรยี งยาวกวา แลดเู หมือนจะไดความรมู ากกวาคราวกอน แต
บางทจี ะอานไมใครสนุก

ขอใหเขาใจวาฉนั เปดออฟฟศในเรือทกุ ๆ วัน ถาวางตรวจ
ราชการกอ็ านหนังสือกับเรียงหนงั สือ ในการเทย่ี วเตรนัน้ เที่ยวเปน
ราชการ คอื พาคณุ จอมมารดาแสเที่ยวมากกวา เท่ยี วเพอื่ ความสนกุ
ของตนเอง ดวยใจเปนหวงบานไมใครจะสบาย การท่ีมาจนบดั นเี้ ปนอนั
เรยี บรอยดี คณุ จอมมารดาแสแลคณุ จนี คอยสบายแข็งแรงขน้ึ กวาเม่อื
แรกมาทง้ั ๒ คน คิดวานานๆ ไดมาทจี ะตองขน้ึ ไปใหถงึ อตุ รดติ ถ์ แล
ขากลบั แวะเมอื งลพบรุ ดี วย แตคงจะถึงกรุงเทพฯ ในวันท่ี ๓ กนั ยายน
เปนอยางชา

316 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

วนั ท่ี ๑๔ สงิ หาคม ออกจากนครสวรรค์พักบางมลู นาก
วันที่ ๑๕ สิงหาคม ,, เมืองพจิ ติ ร
วันท่ี ๑๖ สงิ หาคม ,, ปากพิง
วนั ที่ ๑๗ สงิ หาคม ,, เมอื งพศิ ณโุ ลก
วนั ท่ี ๒๐ สิงหาคม ,, เมอื งพิไชย
วนั ที่ ๒๑ สงิ หาคม ,, เมอื งอตุ รดดิ ถ์
วันที่ ๒๕ สิงหาคม ,, พิศณโุ ลก
วันท่ี ๒๖ สงิ หาคม ,, พิจิตร
วนั ที่ ๒๗ สิงหาคม ,, นครสวรรค์
วันท่ี ๒๘ สงิ หาคม ,, อุไทยธานี
วนั ที่ ๒๙ สิงหาคม ,, สิงหบรุ ี
วันท่ี ๓๐ สงิ หาคม ,, ลพบุรี
วนั ท่ี ๑ กนั ยายน ,, บางปอนิ
วันท่ี ๓ กันยายน ,, กรงุ เทพฯ

ไวเผ่อื เหลือเผอ่ื ขาด ๑ วนั
วนั ท่ี ๖ สิงหาคม ออกเรอื จากกรุงเทพฯ เวลาเท่ียง แตเดมิ
กะวาจะออกเชากวานี้ แตนา้� ในคลองงวด เรอื ปนกิ ออกไมได จึงตอง
รอจนกวานา้� ขนึ้ ถงึ ออกสายถาไปไดโดยสดวกก็คงถงึ บางปอินไดตาม
กะในวนั น้ัน เพราะเรอื ไฟพวงเรือเพียง ๒ ล�า แตเพอนิ เรอื ไฟจุ๊บรวั่
แลนชา ข้ึนไปถึงประทมุ ธานีเวลาบาย ๔ โมง จะแลนตอไปในเวลา
กลางคืนเห็นไมมีประโยชน์ จึงแวะที่เมืองประทุมสงโทระเลขถึง
กรุงเทพฯ ขอเรอื ไฟเปล่ยี นใหม แลวไปจอดพกั ที่วดั ศาลเจาปากคลอง
บางหลวงเชียงรากคืนหนงึ่
ที่วาการเมืองประทุมธานี แตเดิมต้ังที่ฝ งตวันตกที่บ าน
พระยาประทมุ เดย๋ี วนยี้ ายไปต้งั ขางฝงตวนั ออก ไดปลกู เรือนหลวงเปน
ท่ที �าการตางๆ ในเวลาน้ีมที ว่ี าการเมืองหลงั หนึ่ง ศาลหลังหนึ่ง โรง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 317

โทระเลขหลังหน่ึง เรอื เหลานลี้ วนทา� ดวยเครอ่ื งไมมุงสังกะสี แลยัง
กา� ลงั ถมท่วี าจะทา� ตรางอกิ หลังหนึ่ง ไดพบหลวงอารกั ษประชาราษฎร
ขาหลวงวาราชการเมอื งแจงวาราชการเมอื งก็เรยี บรอยดอี ยู โจรผรู าย
มีลกั สัตวพ์ าหนะมาก แตตัง้ แตฝนชุกคอยสงบไป ไรนาปนด้ี บู ริบูรณ์
ดไี ดความจากหลวงอารักษ์วาจ�านวนพลเมืองๆ ประทมุ ธานีไมถงึ ๒
หม่ืน ถาจ�านวนคนเพยี งเทานัน้ เห็นวาทแี่ บงเปน ๔ อ�าเภอมากเกินไป
ควรจดั เปน ๒ อ�าเภอก็จะพอแกการไมเปลอื งพระราชทรพั ย์

วันท่ี ๗ เวลา ๒ โมงเชาออกเรือจากเมอื งประทุมธานขี ้ึนไป
แวะตรวจโรงพกั พลต�ารวจภูธรท่ลี านเท จดั รักษาหมดจดเรียบรอย
หาทตี่ ิมิได การงานมีความสดวกหมดจดในโรงพลต�ารวจภูธรไมวาที่
แหงใดๆ ท่ีไดไปตรวจเอาเปนดีไดอยางนี้ทกุ แหง ท่ียอมวารักษาดี
ทกุ แหงน้ัน เพราะไดเคยจไู ปตรวจท่ีบางแหง ซง่ึ ไมมผี ใู ดรูหรือคาดวา
จะไป กเ็ หน็ เรยี บรอยอยางเดียวกนั พระวาสเุ ทพไดจดั แบบรายงาน
ต�ารวจภธู รตรวจการขน้ึ ใหมอยางหนงึ่ ตพี มิ พม์ ีตนขวั้ และใบฉกี เม่อื
ต�ารวจภธู รออกเดนิ ตรวจการตามทองท่ี ใหเอาสมุดน้ีไปดวยจดชอ่ื
นายไพรผูไปตรวจ จดเวลาที่ออกจากโรงพัก จดเวลาถึงท่ีตา� บลใด
เมือ่ ใด แลมีเหตกุ ารณอ์ ยางใดใด แลใหกา� นนั ผใู หญบานในทน่ี ้นั ๆ ลงชอ่ื
เปนพยานในใบตรวจน้ีดวย ใบตรวจนเ้ี มอื่ สิ้นเดอื นหนง่ึ ต�ารวจภูธร
ฉีกสงนายอ�าเภอคร่งึ หนึง่ ถาโรงต�ารวจภธู รอยูใกลกับนายอ�าเภอ
ก็ฉีกสงทุกวันเหน็ เปนประโยชนด์ ีมาก เพราะเปนเคร่อื งบงั คับใหตา� รวจ
ภูธรตองหมนั่ ออกตรวจตราการตามทองท่ี แลผูเปนนายตรวจตราการ
เมือ่ ไปถึงโรงพักต�ารวจภธู ร เรียกสมุดนี้มาตรวจก็รูไดวาตา� รวจภูธร
ไดตรวจตรารักษานาท่ปี ระการใดใด

ออกจากลานเทไปแวะตรวจการอ�าเภอเสนานอยท่ีบางไทร
ขนุ ชา� นาญบรรณกิจนายอ�าเภอไมอยู การอ�าเภอดูเรียบรอยอยู ไมใคร
มีโจรผูรายอกุ ฉกรรจแ์ ตผรู ายลกั โคกระบือแลลวงลักเล็กนอยสืบจับ
ไมใครได นบั วาไมเปนทีพ่ อใจในอา� เภอน้อี ยอู ยางหน่งึ ยงั มกี ารทค่ี ลาด

318 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ

เคลอ่ื นควรจะแกไขใหดีขน้ึ ๒ อยางคือ อยางที่ ๑ ในการทา� สารบบ
ไตสวนความอาญาขางทายตรงท่ีลงความเห็นกรมการอา� เภอยงั วาเปน
หลายอยางตางกันตามโวหารของกรมการอ�าเภอซ่ึงไมเปนการจา� เปน
แลบางทจี ะทา� ใหเขาใจผดิ ในภายหลัง เพราะชั้นกรมการอ�าเภอเปน
แตไตสวนสงศาลใหญพิจารณาอีกชั้นหน่ึง ความเห็นในช้ันไตสวน
ควรมแี ต ๒ อยาง คือ วาจ�าเลยมีพริ ธุ หรือไมมีพริ ุธ ถาเหน็ โจทยม์ ี
พยานหลักถานในขอหา ควรจดความเหน็ วาจา� เลยพิรธุ ใหสงไปยงั ทวี่ า
การเมือง ถาเหน็ โจทย์หาโดยไมมีหลกั ถาน ก็ควรลงความเห็นวา
จ�าเลยไมพิรุธ แลส่ังใหปลอยจา� เลยไป ควรลงความเห็นแตอยางใด
อยางหนงึ่ ใน ๒ อยางเทาน้ีจะงายดีดวย แตการทค่ี ลาดเคล่ือนอยู
ขอน้ี ไมใชพ่ึงเปนหรือเปนแตอา� เภอเดยี ว ยังเปนทว่ั ไป โดยมากไมถอื
วาเปนความผิดของอ�าเภอน้ี ความคลาดเคล่ือนอยางท่ี ๒ นั้น จ�าเลย
ความอาญาซ่ึงก�านนั ผูใหญบานหรือต�ารวจภธู รจับมาสง ไมไดลงใน
สารบบความอาญา ควรจะลงในสารบบและไตสวนเหมือนกบั ความ
อาญาซึ่งราษฎรกลาวหากันเอง ความขอน้ีทอี่ �าเภออ่นื ทา� ถกู ตองก็มี
ไดตักเตอื นใหเขาใจท้งั ๒ ประการ

ในเวลาตรวจราชการอยูที่อ�าเภอเสนานอย พบจีนจรก�าลัง
จะมาผูกบีไ้ ดลองไลเลยี งจีนดู ดไู มเขาใจอันใดยง่ิ กวาจะตองเสียเงิน
กม็ าขอเสีย ไดลองถามดวู าถาเสยี เงนิ แต ๔ บาท ๒ สลึง เขาจะผกู บ้ี
ไวทขี่ อมอื จนตรศุ จนี จึงจะเอาออกได แตถาเสยี เงนิ ขึน้ อกี ๖ สลึงเปน
๖ บาท จะไดรบั ตว๋ั ไมตองผกู บ้ขี อมือจะเอาอยางไร จนี น้นั ยนิ ดที ี่จะ
ยอมเสีย ๖ บาท รบั ตว๋ั แทนผูกบ้ีจึงมาคิดเหน็ วา ในเวลาทีเ่ จาพนักงาน
จะผกู บจี้ นี ถาชแ้ี จงใหจีนเขาใจในขอท่เี สยี เงิน ๔ บาท ๒ สลงึ ตองผูก
บ้ี แตเสยี เงนิ ขนึ้ ไปอก ๖ สลึง ไมตองผูกบี้ ดูเหมอื นจีนจะยอมเสยี ๖
บาท โดยมากกวาทจ่ี ะผูกบ้ี จะท�าใหเงนิ ผูกบม้ี ากขนึ้ ได ไดชี้แจงการ
ท้งั นแ้ี กอ�าเภอแลหวั เมืองตามระยะทางใหเขาใจแลว ออกจากอา� เภอ
เสนานอยขึ้นไปถงึ บางปอนิ เวลา ๕ โมงเชาพบพระยาศรีสหเทพแล

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 319

พระวาสุเทพคอยอยูที่นั่น พระยาศรีไดขึ้นไปตามนัด เพอ่ื จะสะสาง
แลสง่ั ขอราชการซง่ึ ยงั ค่งั คางใหรกั ษาการทางกรุงเทพฯ พระวาสเุ ทพ
นัน้ จะขึน้ ไปจัดต�ารวจภธู รเมอื งตาก เปนอันจะไดข้ึนไปดวยกันจนถึง
ปากน้�าโพ, ในบายวันน้นั ไดพรอมกนั กับพระยาศรไี ปตรวจการอา� เภอ
อุไทยนอยเปนการเรียบรอยอยู เพราะอา� เภอน้ีขน้ึ ไปบางปอนิ ทีไรได
ตรวจกนั ทุกที

วนั ท่ี ๘ สิงหาคม เวลาเชาตรวจการในพระราชวงั ซ่งึ รักษาอยู
โดยเรียบรอยเสรจ็ แลว ออกเรือจากบางปอนิ ลองลงมาเขาแมนา้� นอย
ท่ีบางไทร

ทจี่ ริงเวลานน้ี ้�ามาก แมเรือไฟจะข้ึนทางล�าน้�าสีกุกก็คงไปได
แตพวกเรือไฟเขายงั ไมไวใจ พาออมไปทางบางโผงเผงชาไป แตก็มี
ประโยชนอ์ ยางหนง่ึ ดวยผานไปใกลทีว่ าการอ�าเภอเสนากลาง ซง่ึ ตั้งอยู
ต�าบลบานเจาเจด็ ไดแวะขน้ึ ตรวจอยางวาลักตรวจไมใหรูตัว อ�าเภอน้ี
หลวงนิคมคณุ ปู การเปนนายอ�าเภอรกั ษาการเรียบรอยดี แลเอาใจใสใน
การจบั โจรผูรายแขงแรง ไปจบั ผูรายถึงเมืองนนทพ์ ง่ึ กลับมา โจรผรู าย
อกุ ฉกรรจ์ในอา� เภอนเี้ อาตวั ไดมาก ไดความจากหลวงนิคมคุณูปการวา
ก�านันทองบานแหลมใหญแขวงเมอื งนนทบุรเี ปนคนเอาใจใสในการ
ตรวจตราโจรผูราย ไดชวยจับโจรซึ่งกระท�ารายในอา� เภอเสนากลาง
ไดตัวผูรายทั้งของกลางถึง ๒ ราย เห็นวาก�านนั คนนี้ควรจะไดรับ
บ�าเหน็จรางวลั จากกรงุ เกาใหเปนตวั อยางไว เพราะนไิ สยขาราชการ
ซึง่ อยตู างเมอื งตางมณฑล หรือตางบังคบั กนั มกั จะถอื เปนเขาเปนเราไม
ใครจะชวยเหลือกันถานเปนขาราชการอันเดียวกัน ถาคนท่ีรักราชการ
โดยไมถือเปนหมเู ปนเหลาอยางกา� นนั ทองน้ไี ดรับบ�าเหน็จรางวัลเปน
ตวั อยาง ก�านันผูใหญบานทอี่ ่ืนจะไดเอาธุระชวยราชการตางแขวง
ตางเมืองยงิ่ ขนึ้ ไดสงั่ ใหน�าความกราบทูลกรมหม่ืนมรพุ งษ์ตามทว่ี านี้

การเกบ็ ผลประโยชนแ์ ผนดนิ ในอา� เภอน้ีก็เรียบรอย เกบ็ แลว
เสร็จทันก�าหนด ไมปรากฏสงิ่ ไรทีจ่ ะตองติเตียน เปนแตทีว่ าการอ�าเภอ

320 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ยงั ไมไดทา� ใหมใหเรยี บรอย ยงั อาไศรยท�าอยใู นเรอื นซึง่ ซื้อเขาไวแตกอน
แตหลวงนคิ มคุณปู การแจงความวาจะไดทา� ในปนี้

โรงต�ารวจภูธรทีอ่ �าเภอนี้สอาดหมดจดเรยี บรอย ควรชมเหมอื น
กบั ทโ่ี รงพกั แหงอน่ื ๆ

ออกจากที่วาการอ�าเภอเสนากลางตอไป พบหลวงพัฒนกจิ
วิจารณ์ขาหลวงวาราชการเมอื งอางทองลงมาคอยรบั อยูที่ปากคลอง
บางโผงเผงใกลพรมแดนกรงุ เกา รับหลวงพัฒนกจิ วิจารณ์ลงเรอื แลน
ตอขนึ้ ไป เวลาบาย ๔ โมงถึงเมอื งอางทองหลวงพัฒนกิจวิจารณ์เชญิ
ใหเปดศาลาวาการอา� เภอเมือง ซ่ึงทา� แลวข้ึนใหมเปนฤกษแลวจงึ ไป
ตรวจตรางตรวจศาล แลท่วี าการเมอื งตอไปโดยล�าดับ หลวงพฒั นกจิ
วจิ ารณ์ไดใหผเู ปนหวั นาในพนักงานตางๆ ย่ืนรายงานราชการแพนก
น้ันทกุ พนกั งาน

แบบแผนในที่วาการเมืองดยู งั คงเรียบรอยอยูเหมือนเมอ่ื ขน้ึ
มาตรวจใน ศก ๑๑๗ เมือ่ พระยาอมรินทรฤๅไชย ยังเปนผูวาราชการ
เมืองอยู แตคนช้ันนกั เรียนฝกหดั ในที่วาการไมมีมากเหมอื นครงั้ นน้ั
แลขอนี้จะจัดเปนขอส�าหรับติเตียนไมได เพราะตัวคนมีประจ�าพอ
ราชการ การทฝ่ี กหัดคนใหเปนอุปนไิ สย มใี นขาหลวงแลผูวาราชการ
เมืองบางคน จา� นวนขาราชการที่มตี า� แหนงรบั เงนิ เดือนในเมืองอางทอง
ทั้งทเ่ี มืองแลนายอ�าเภอท้ังผูใหญผูนอย ทุกกระทรวงทบวงการตาม
บาญชีที่หลวงพัฒนกิจวิจารณ์ท�ายื่นรวมเบ็จเสร็จ ๘๓ คน ไมนับ
ต�ารวจภธู ร จา� นวนสัมโนครวั ท�าเม่อื ศก ๑๑๘ มกี า� นัน ๘๑ คน ผใู หญ
บาน ๘๔๓ คน จ�านวนราษฎร ๗๔๒๕๘ คน หลังคาเรอื น ๑๖๗๕๙
เรือ ๑๕๐๗๘ เกวียน ๒๓๔๙ โค ๑๙๕๒๔ กระบือ ๑๖๔๔๘ มา ๒๔๔๔
จ�านวนคนจ�านวนสตั ว์ แลเยาเรอื นพาหนะทีส่ า� รวจในศก ๑๑๘ มาก
ขึ้นกวาในศก ๑๑๗ ทกุ อยางแตจ�านวนท่ผี ิดกันใน ๒ ศก ตรวจดู
เห็นวาจะเปนเพราะส�ารวจในศก ๑๑๗ ไมถวนถ่ีมากกวาที่จะข้ึนโดย
ธรรมดา เพราะจ�านวนทขี่ นึ้ บางอยางมากนัก เปนตวั อยางเหมือนเชน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 321

จา� นวนคนในสวนชายสา� รวจในศก ๑๑๘ มากขน้ึ ถงึ ๘๖๐๐ คน แมจะมี
คนเกดิ มากข้นึ หรือจะอพยบมาแตทีอ่ น่ื ก็จะมากขึน้ ถึงเทาน้นั ในปเดยี ว
ไมได จึงควรฟงแตวาการสา� รวจในศก ๑๑๘ นีไ้ ดถวนถีด่ ขี ้นึ กวาศก
๑๑๗

การสรรพากรคือ ผลประโยชน์แผนดินซ่ึงมิไดผูกขาดใน
จ�านวนศก ๑๑๘ เกบ็ ไดเงินๆ ๑๓๑๕๘๓ บาทมากกวาจ�านวนศก
๑๑๗ เงนิ ๘๕๗๓ บาท ตรวจตามรายการทีเ่ งนิ ขน้ึ มากนัน้ คอื คานา
อยาง ๑ คานา้� อยาง ๑ ภาษีมโหรศพ ซง่ึ พ่ึงเลิกจากผกู ขาดในศก ๑๑๘
อิกอยาง ๑ รายการท่ีเงินตกไปมากนั้น คอื สรรพภาษซี ง่ึ เคยเรียกเมอ่ื
ผานดาน เพราะเลกิ ดานภาษีตามหัวเมืองไปเกบ็ แตทด่ี านกรุงเทพฯ
เงนิ ทางหวั เมอื งจึงตกไป แตคงไปบวกข้ึนในเงนิ กรงุ เทพฯ เปนธรรมดา

การผกู บ้จี ีนไดสา� รวจเสรจ็ แลไดลงมอื เก็บเงินไดกวาครง่ึ แลว
ประมาณเงนิ บ้ีจีนจะไดตามรายส�ารวจเปนเงนิ ๙๙๓๑ บาท แตเมอ่ื ผกู
เสร็จแลวจ�านวนเงนิ คงจะมากกวาทป่ี ระมาณไว เพราะยังไมคิดจา� นวน
จนี จร แลจ�านวนเงนิ ทีจ่ นี จะรบั ต๋ัว ๖ บาท แทนผูกบี้ การผกู บคี้ รง้ั น้ี
จัดการตามพระราชบญั ญัติใหมเปนการสดวกเรียบรอยรวดเร็วดขี นึ้
กวาอยางแตกอนเปนอนั มาก แตขอความตามพระราชบญั ญัติมาใชเขา
จรงิ ยงั มีทพี่ ลาดอยูแหงหนึง่ คือตามพธิ ีในพระราชบญั ญตั นิ นั้ ใหส�ารวจ
จีนคงเมอื งชัน้ หนง่ึ กอน แลวนดั ใหจีนคงเมอื งมาเสยี เงินผูกบ้ตี ามเวลา
ตามทา� นองพธิ ี ออกใบน�าแลวเกบ็ เงนิ คานาตอเสรจ็ ช้นั นี้แลวจงึ จะผูก
บจ้ี ีนจร ซ่งึ ไมอยเู ปนต�าแหนงแหงที่ รางพระราชบัญญัตขิ ้นึ เชนนีด้ วย
ความเขาใจวาจะตองบังคับใหพวกจนี มาผกู บ้ี จงึ ไดจัดระเบยี บไวเปน
ช้ันเพอ่ื จะใหสดวกแกการบังคับบญั ชา แตเมอ่ื มาใชพระราชบญั ญัติเขา
ในการเปนจริง การท่จี ะตองบงั คบั บญั ชาจนี ใหมาผูกบหี้ าตองบงั คับ
บญั ชาดงั คาดไม ดวยมพี วกจีนทัง้ จนี จรแลจีนพลเมืองมาขอผกู บ้เี อง
มาก แลเพราะกา� นนั ผูใหญบานผูส�ารวจอยากไดสวนลดอยากจะให
ผูกโดยเร็ว จึงตองผอนผันยอมใหจีนจรผูกบี้ไดกอนกา� หนดที่จา� เปน

322 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

จะตองผกู ตามพระราชบญั ญตั ิจัดวาการผกู บ้คี งจะเรียบรอยดีข้ึนกวา
อยางแตกอนมาก

จ�านวนเงินคลังเมืองอางทอง ซึ่งไดรบั ตงั้ แตเดือนเมษายน
ร.ศ. ๑๑๙ มาจน วันท่ี ๗ สิงหาคมน้ี ๓๔๒๗๖ บาท ๑๕ อัฐ
จาย ๑๖๘๐๖ บาท ๔๑ อัฐ เหลอื เงนิ คงคลัง ๑๗๔๖๙ บาท ๓๘ อัฐ
การคลังเมอื งจัดวาเรยี บรอยได

การโรงเรียนยงั ไมไดมีโอกาศไปตรวจ แตผานมาตามวดั เห็นมี
เดก็ นกั เรยี นออกมายืนแถวรับหลายวดั มเี ครื่องแตงตัวใชเสอ้ื กรุยเฮง
แลกางเกงจนี สขี าวเหมอื นๆ กนั ทกุ แหง จะเปนดวยมีขออาณตั ิอยางใด
หรอื ไมยังไมทราบได พบพระครพู ทุ ธรักชติ ซง่ึ เปนเจาคณะแขวงวาการ
อยูเด๋ียวน้ี ๒ แขวง ดูเขาใจในแบบการปกครองตามแบบคณะอยาง
ใหมดีอยู เพราะเหตุที่แบบน้นั อนุโลมตามพระราชบญั ญตั ปิ กครอง
ทองที่ฝายคฤหัฐเขาใจซึมทราบกนั อยูแลว พระครพู ุทธรักชติ บนอยู
แตวาการคณะยังไมสเู รียบรอย เพราะเจาอธกิ ารวัดทีโ่ งเขลายงั ไมเคย
แกแบบแผนการปกครองยงั มอี ยูบางแตเห็นวาคงจะเรยี บรอยลงไดโดย
ลา� ดบั

เหตุโจรผรู ายในเมืองอางทองทอี่ ุกฉกรรจไ์ มมมี ากมายขนึ้ กวา
แตกอนในศก ๑๑๙ น้มี เี หตโุ จรผูรายซ่งึ นบั วาเปนอุกฉกรรจแ์ ต ๔ ราย
คือ ปลนราย ๑ จบั ตวั ผรู ายได ตชี งิ ๒ ราย ฆากันตาย ๑ ราย ยังจบั
ตัวไมได แตผูรายลกั สตั วพ์ าหนะอยขู างชุกชุมมาก มเี หตใุ นศก ๑๑๙
นีถ้ ึง ๑๗๑ ราย จบั ไดตวั ผรู ายไดของกลาง ๓๓ ราย ไดแตของกลาง
๓๖ ราย ยงั จับไมได ๑๐๒ ราย เรือ่ งผูรายลกั สัตวพ์ าหนะเม่ือระดู
แลงท่แี ลวมาชกุ ชมุ ท่วั ไปแทบทุกหวั เมือง เปนการท่ไี ดทราบอยแู ลว
เหน็ จ�าเปนจะตองแกไขพระราชบญั ญัติสตั ว์พาหนะ ซ่งึ เปนความคดิ
ไดปฤกษากนั มาชานานใหสา� เรจ็ ไปไดโดยเร็ว จึงจะปองกนั เรือ่ งผูราย
ลกั สตั วพ์ าหนะได ตอไป

การศาลเมืองอางทองยังเปนปรกติดี เวลานห้ี ลวงดา� รงราชนิติ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 323

เปนผูพิพากษา เปลยี่ นหลวงประพทั ธ์วนิ ิจฉัยกรรมบุตรพระยามนู
ซึ่งเคอยเปนผูพิพากษาอยู เม่ือไปตรวจการในศก ๑๑๗ การศาลก็
เรียบรอยดอี ยู มีจ�านวนความคางมาแตศก ๑๑๘ แพง ๘๕ เรอื่ ง อาญา
๖๘ เร่ือง รวม ๑๕๓ เร่ือง ความเกิดขน้ึ ใหมในศก ๑๑๙ ระหวาง
๔ เดอื นน้ี แพง ๑๑๓ เรื่องอาญา ๑๒๑ เรื่อง รวม ๒๓๔ เร่อื ง รวม
จ�านวนความเกาใหมมี ๓๘๗ เร่อื ง ไดพิพากษาแลวไปความแพง ๑๗๗
เรอ่ื งอาญา ๑๖๕ เร่ือง รวมท้งั สนิ ๓๔๒ เรอื่ ง คงคางพิจารณาความ
แพง ๑๗ เรอื่ ง ความอาญา ๒๘ เรือ่ ง รวม ๔๕ เรอื่ ง จดั วาการศาล
เจริญดีข้นึ กวาเมอื่ ไปตรวจใน ร.ศ. ๑๑๗ เพราะไดลางความเกาแกซ่งึ
คง่ั คางมาแตกอนหมดส้ินไป สวนความใหมกไ็ มมีคั่งคางเกินกวาท่ี
จ�าเปน ไตถามผูพิพากษาไดความวา เด๋ียวน้ีมีจ�านวนความเกิดขน้ึ
ประมาณเดอื นละ ๖๐ เรือ่ ง ชา� ระแลวทนั ไมสะสม แลความอยั การใน
เมอื งนอ้ี ยั การชนะมากกวาแพ

จ�านวนความตามรายงานของพนักงานอัยการ ซงึ่ พนกั งาน
อัยการไดไตสวน ความอาญาอุกฉกรรจ์คางมาแตปกอน ๔ เรอ่ื ง
ความอาญาเล็กนอยคางมา ๒๓ เรื่อง เกิดข้ึนใหม ๒๓๖ เรอื่ ง รวม
ความอาญาท่ีพนักงานอยั การไดรับไวไตสวน ๒๖๐ เรื่อง ไตสวนได
หลักถานฟองศาล ๘๐ เรอื่ ง ไตสวนไมไดหลกั ถานหรอื จ�าเลยพอแก
โทษตองปลอยจา� เลยไปรวม ๑๖๖ เร่ือง คงคางระหวางไตสวนความ
อาญาอุกฉกรรจเ์ ร่ือง ๑ ความอาญาเล็กนอย ๑๓ เรือ่ ง ตัวจา� เลย ๑๘
คน ดตู ามจ�านวนความทคี่ างเห็นวานอยอยู จดั วาในการทีพ่ นักงาน
อยั การกระทา� การไตสวนเปนใชได

การตรางเมืองอางทองนี้เรยี บรอยมาแตคร้ังพระยาอมรินทร
ฤๅไชย แตในคร้ังนัน้ ยังจัดการไมไดเต็มตามขอบังคับ เพราะเหตุที่
ขดั เงินเปนตน มาในชน้ั นไี้ ดจัดการเรียบรอยไดดงั ขอบังคบั หมดทุก
อยาง การที่รกั ษาความสอาดรักษาดคี งอยูอยางแตกอน ถาจะตมิ อี ยู
อยางเดยี วแต ถามตี รางเพ่มิ ข้นึ อิกหลงั ๑ จะดขี นึ้ กวานี้ เพราะคนอยู

324 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ขางจะเยยี ดยัดสกั หนอย ในเวลาน้มี ีจา� นวนนักโทษทตี่ ัดสินโทษแลว
๑๗๑ คน อยใู นระหวางพจิ ารณา ๖๘ คน รวมนกั โทษ ๒๓๙ คน เปน
ผูชาย ๒๒๘ คน หญิง ๑๑ คน

ตั้งแตแกไขขอบังคับเรือนจ�าใหมที่พึ่งไดไปแลเห็นตรางท่ี
จัดการตามขอบังคบั นัน้ ทีเ่ มอื งอางทองน้เี ปนช้นั แรก แบบแผนตาม
ขอบงั คับใชไดดีหมดทุกอยาง เช่ือไดวางายขึน้ แลดีขนึ้ กวาอยางแต
กอนมาก

เวลาบายขามไปดูตลาดเมอื งอางทอง ตลาดนแ้ี ตกอนกระทรวง
พระคลังรบั ซือ้ ไวเปนของหลวง เก็บคาเชามาหลายป ตอมาตล่ิงพงั เรอื น
แถวตลาดจะหกั พงั ลงนา�้ แลซดุ โซมในทีแ่ หงอื่นๆ ขาหลวงเทศาภบิ าล
ขอเงินซอมแซมมาหลายปก็ไมสา� เรจ็ บัดนต้ี กลงยกตลาดน้ีเปนของ
พระคลังขางท่ี จะโปรดเกลาฯ พระราชทานเงินขางท่ีใหท�าการ
ซอมแซมแลเพ่มิ เตมิ ใหเรียบรอย ผวู าราชการเมอื งกา� ลังคดิ แบบแผน
แลประมาณเงินอยู ถาทา� สา� เร็จจะไดคาเชาดีแลจะสงางามแกบานเมอื ง
มาก แตทนุ คงจะมากสักหนอย แตถึงกระน้ันถาคิดกับสวนคาเชาดกี วา
ท�าโรงแถวในกรุงเทพฯ มาก

วันท่ี ๙ สงิ หาคม เวลา ๒ โมงเชา ออกเรือจากเมอื งอางทองไป
แวะตรวจการอ�าเภอไชโย นายสทิ ธิเปนนายอา� เภอ การอา� เภอเรยี บรอย
ดี ทีว่ าการอ�าเภอสรางข้ึนใหมแบบเดียวกบั ท่ีอา� เภอเมอื งแตยงั ไมแลว
ออกจากท่ีวาการอ�าเภอไปแวะนมัสการพระที่วัดไชโยๆ เวลานี้ท่ี
ศาลาทาน�้าตลิ่งพงั จวนศาลาจะพงั ลงน้�า ไดแนะนา� ใหพระครูเรย่ี ราย
รอ้ื ศาลาเลือ่ นเขาไป เพราะตวั ไมและกระเบอื้ งศาลายังดี ถารอ้ื เวลาน้ี
ยังไมเปลอื งเงินเทาใดนัก ไดไปตรวจตลาดท่ีขางวดั ไชโยซง่ึ เปนตลาด
กรองแกรงมาแตไรๆ เปนของพระยาอางทอง (ออน) ต้ังแตเมอ่ื ครงั้
สรางพระวหิ ารวัดไชโย ขึน้ ไปวัดไชโยทไี ร ไดนึกวาจะไมไดเห็นตลาด
น้ันโดยอะไร แลเลิกไปเสยี แลวทุกคราวมา แตก็ไดเห็นตลาดนัน้ ยัง
อยทู กุ คราวมา จนคราวนอ้ี สุ าหม์ ีโรงเพ่มิ เติมขึน้ อิก ๓ หอง หวังใจวา

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 325

คงจะอยูไดยืดยนื ตอไป
พระยาสงิ หบุรานุรักษ์ ผูวาราชการเมืองสิงหบุรี กับหลวง

พรหมประสาทศิลป์ นายอ�าเภอเมอื งพรหมบรุ มี าคอยรับอยทู วี่ ดั ไชโย
ออกจากวัดไชโยแลนเรอื ตอข้ึนไปท่ีเมืองสงิ หบรุ ี

รวบรวมเนือ้ เหน็ ท่ไี ดตรวจราชการเมอื งอางทองครั้งนี้ เปนท่ี
พอใจแลยินดที ีไ่ ดเห็นหลวงพัฒนก์ จิ วิจารณ์มคี วามอุสาหะแลสามารถ
ทจ่ี ะรักษาราชการบานเมืองใหเรยี บรอยเจริญขน้ึ ไดโดยล�าดับมาตาม
การซึ่งควรจะเปนไดทุกๆ อยาง เมืองใดที่เส่ือมทรามเม่ือเปล่ยี นตัว
ผูวาราชการเมอื งจัดวาไมเปนการยากแกคนใหม เพราะถาต้งั ใจทา� แลว
คงจะดีขน้ึ ไดมิมากก็นอย แตการท่ีจะไปท�าการแทนทซี่ ่งึ ผูท�าการแต
กอนไดรกั ษาการมาโดยเรยี บรอยเปนความยากของคนใหมมาก เพราะ
จะตองรักษาความดที ัง้ ปวงท่มี อี ยูมใิ หเสอ่ื มทราม และยงั จะตองอสุ าหะ
จัดการใหดียิ่งขึ้นดวย แลเมืองอางทองน้ีแตเดิมเปนที่เล่ืองลือใน
กระบวนเสอื่ มทรามเมืองหน่ึง พระยาอมรนิ ทรฤาไชย เปนผวู าราชการ
เมอื ง จดั การท�านุบ�ารุงบานเมอื งเรยี บรอยเจริญข้นึ เปนอันมากหลวง
พฒั นกิจวิจารณม์ าแทนพระยาอมรินทรฤาไชยตกอยูในทย่ี ากดงั วามา
แลว และหลวงพฒั นกิจวิจารณ์ยังมคี วามอุสาหะรกั ษาการทงั้ ปวง ซึ่ง
พระยาอมรินทรฤๅไชยไดท�าไวไมใหเสอ่ื มทรามแลยังจัดการบานเมือง
ใหเจริญขึ้นมากโดยลา� ดบั มา จงึ เหน็ วาควรจะสรรเสรญิ อย.ู

326 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 327



รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการ
เมืองสุพรรณบรุ ี

พ.ศ. ๒๔๔๖ ร.ศ. ๑๒๒

รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการ
เมอื งสพุ รรณบุรี พ.ศ. ๒๔๔๖ ร.ศ. ๑๒๒

ศาลาวาการมหาดไทย
วันท่ี ๒๖ เดอื น มถิ นุ ายน ร.ศ. ๑๒๒
กราบทลู พระเจานองยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธุ ราช
เลขานุการ ทรงทราบ
ดวยเม่อื เดือนกุมภาพันธ ร.ศ., ๑๒๒ เกลาฯ ไดกราบถวาย
บังคมลาไปตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี บัดนเ้ี กลาฯ ไดเรียบเรียง
รายงานการที่ไปตรวจขนึ้ ฉบับหนึง่ เกลาฯ ไดสงมาถวายพรอมกบั
จดหมายนด้ี วยแลว
ขอฝาพระบาทไดนา� กราบบงั คมทูลพระกรณุ าทราบฝาลออง
ธุลีพระบาท
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

330 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ

วนั จันทรท่ี ๒๒ กมุ ภาพันธ ร.ศ. ๑๒๒ เวลาเชาโมงครงึ่ ออก
รถไฟจากสะเตชน่ั บางกอกนอย พรอมดวยหมอมอุดมพงษเพ็ญสวัสด์ิ
ราช ปลัดส�ารวจกระทรวงมหาดไทย นายรอยตรหี มอมเจาจุลดิศ
กรมต�ารวจภูธร ขุนอาจวิชาคม แพทยซ่ึงกรมพยาบาลจดั ใหไปดวย
คนหน่ึง

เวลา ๒ โมงเศษลงจากรถไฟทีส่ ะเตช่นั วัดงิว้ ราย แขวงเมือง
นครไชยศรี ขาราชการเมอื งนครไชยศรี มีพระยาสุนทรบุรี ขาหลวง
เทศาภบิ าล และพระยาศรีไชยบุรินทร ปลดั มณฑลเปนตน กับนาย
พนิ ทพิ รักษา ผูจัดการบริษัทเดินเรอื เมลสพุ รรณพรอมกนั มาคอยรับ
อยทู ่ีนนั้ ซึ่งเปนทาเรือเมลของบริษัท แตเรือปกนกิ ซึ่งใหมาทางคลอง
มหาสวสั ดี ยงั มาหาถงึ ไมจงึ ตองพกั คอยอยทู ่พี กั ของบริษัทเดินเรอื เมล
ไดกินอาหารของพวกหัวเมืองหาเล้ยี ง และรอคอยเรืออยูจนเวลา ๕
โมงเชาจึงไดออกเรือจากทาวัดงิ้วราย เรอื ไปจงู ขึ้นไปตามล�าน้�าทาจนี

เวลาบายโมงหน่ึงถงึ ที่วาการอา� เภอบางปลา ซง่ึ ตงั้ อยูทต่ี �าบล
บางเลน ในเขตรนครไชยศรี แวะข้ึนตรวจการอ�าเภอครูหน่ึงแลว
ออกเรอื ตอไป เวลาบาย ๔ โมงถึงทว่ี าการอา� เภอสองพ่ีนอง ในแขวง
สพุ รรณบุรี จอดพักทที่ ่ีวาการอา� เภอ พระยาสนุ ทรบุรีตามขึ้นมาจาก
เมอื งนครไชยศรี พระยาสุนทรสงคราม ผูวาราชการเมืองสุพรรณบรุ ี
หลวงศรสี พุ รรณนครเขตรปลัด และหลวงอุไภยภาตกิ ะเขตรนายอ�าเภอ
สองพ่ีนอง มาพรอมกนั อยูทน่ี ี้ ไดตรวจการอ�าเภอในบายวนั นน้ั

วันท่ี ๒๓ กมุ ภาพันธ เวลาเชาลงเรอื พายขึ้นไปดตู ามล�าคลอง
สองพ่ีนองกลบั ๔ โมงเชา เวลาบายไดขน้ึ เกวยี นไปเท่ยี วดตู ามทงุ นา

วันท่ี ๒๔ กมุ ภาพันธ เวลาย�่ารงุ ขน้ึ มาจากอา� เภอสองพ่ีนอง
พรอมดวยหมอมอุดมพงษเพ็ญสวสั ดิ์ พระสุนทรสงคราม หลวงอุไภย
ภาติกะเขตร และหมอมเจาจุลดิศ เดินมาตามทุงนายังเปนนา�้ เปน
โคลนโดยมาก ประมาณ ๕๐ เสนจงึ ถงึ ทีด่ อน เดนิ ตามทางเกวยี นตอ
ไปหยดุ แวะสนทนากับกา� นันผใู หญบาน และราษฎรท่บี านศรสี �าราญ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 331

บานหนองโพ บานดอนมะเกลอื บานสะพงั ถาน และหยุดกนิ อาหาร
เชาท่ีบานสระยายโสมประมาณช่ัวโมงหนง่ึ เวลาเท่ยี งเดนิ ทางตอไป
แวะทบ่ี านคอตันแหงหน่ึง แลวจงึ ถงึ ทว่ี าการอา� เภอจรเขสามพัน ซ่ึง
เปนทพี่ ัก ณ เวลาบายโมงหน่งึ ประมาณระยะทางต้งั แตสองพ่ีนอง
ไปจนถึงบานจรเขสามพันประมาณทางสัก ๙๐๐ เสน เพราะตอง
เดนิ ทางดอน เขาวาถาเวลานาแลงแหงสนทิ เดนิ ตามทองทุงได ทาง
เพยี งสัก ๗๐๐ เสนเทาน้นั ไดตรวจการอ�าเภอในวนั นี้ และสนทนา
กับก�านนั ผูใหญบานและราษฎรชายหญิงเปนอันมาก ซง่ึ พากนั มาดู
โดยวาแตกอนมายังไมเคยเห็นเจานาย เวลาบายวันน้นั ไดเดนิ เที่ยวดู
ตามหมบู านจรเขสามพัน ซง่ึ ตั้งอยูสองฝงแมน้�าเกา เรียกวา ล�าจรเข
สามพนั แลวไปแวะสนทนากบั พระสงฆทีว่ ดั จรเขสามพันดวย

ที่วาการอ�าเภอยังเปนโรงขดั แตะ แตโรงต�ารวจภูธรพึ่งท�า
แลวใหมไดอาไศรยพักท่โี รงต�ารวจภธู รสอาดสบายพอทเี ดยี ว เสยี แต
กลางคนื ยุงอยูขางจะชุม

วนั ท่ี ๒๕ กุมภาพนั ธ เวลาโมงเชาขนึ้ มาไปดูเมืองโบราณ ซงึ่
ชาวบานเรียกวาเมอื งทาวอทู อง อยเู หนือบานจรเขสามพัน ไประยะ
ทางประมาณ ๒๐๐ เสน ไดไปแวะดูเจดียโบถวหิ าร ท่เี ขาธรรมเธยี ร
กอน แลวไปเมืองทาวอูทอง หยุดกินเขาเชาทสี่ ถานพระนารายน
รมิ ทาพระยาจกั ร แลวไปดวู ัดปราสาท วดั หลวง วัดชองลมในเมืองนั้น
พักอยจู นเวลาบาย ๓ โมง จงึ กลบั มาทพี่ ักบานจรเขสามพนั

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ เวลาย�่ารุงออกจากบานจรเขสามพัน
กลับและแวะตามระยะทางอยางขาไป สงั เกตดมู ีราษฎรชาวบานมา
คอยพบปะมากกวาเม่อื ขาไปทุกๆ แหง ทเ่ี ปนดงั นเี้ ขาใจวาแตเดมิ เปน
ดวยพากันหว่นั กลัว ไมรูวาคนทีเ่ ปนเจานายนั้น จะรายกาจเพียงไร
ผูท่ีไมต้งั อยใู นความประมาทจงึ หลบเล่ยี งเสียกอน สืบสวนจนรูแนวา
เจานายกไ็ มผดิ อันใดกบั คนเราตามธรรมดานกั เม่อื แนในใจเชนน้แี ลว
จึงพากันมาคอยดมู ากขนึ้ แตใชจะรวู าเจานายพระองคใดน้นั ก็หามไิ ด

332 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ขาพเจาไดลองถามดแู ลวกบ็ อกไดแตวา เขาวาเสด็จในกรมจะเสด็จ
เทาน้ี เวลา ๔ โมงเศษกลับถึงบานหนองโพ หยดุ กินอาหารเชาและ
พักรอคนหาบหามส่งิ ของอยทู น่ี ่นั จนเวลาบาย ๒ โมงเศษ จงึ ไดเดนิ ทาง
ตอมาถึงบานสองพ่นี องเวลาบาย ๔ โมงเศษ

แตเดมิ กะไววากลับมาถึงบานสองพน่ี อง ก็จะออกเรือไปเมือง
สุพรรณบรุ ีในวนั น้ี แตคาดการผิดไป เพราะระยะทางแตบานจรเข
สามพนั มาบานสองพน่ี องไกลกวาคาด เดินมาถึงตอจวนค่�า คร้ังจะ
ออกเรอื ในเวลาค�่าก็จะไปถึงสุพรรณบุรตี อเวลาดึก เปนความล�าบากแก
คนทง้ั ปวงโดยไมจ�าเปน จึงไดหยดุ นอนอยทู ี่บานสองพน่ี องอิกคืนหนึ่ง

วนั ที่ ๒๗ กมุ ภาพันธ เวลาย่�ารงุ ออกเรือจากสองพนี่ อง เวลา
เชา ๔ โมงเศษถงึ ท่ีวาการอา� เภอบางปลามา เปนที่น้�าตืน้ จะตองปลอย
เรอื ไฟไวตรงน้ี จึงตองหยดุ ถายของในเรอื ไฟลงเรือแจวแลแวะตรวจ
การอา� เภอแลวจึงออกเรือแจวตอขนึ้ ไป แวะบวงสรวงทีศ่ าลเจากงจักร
ถงึ เมืองสุพรรณบรุ เี วลาบาย ๒ โมง เวลาบาย ๓ โมงขึ้นเดินดถู นน
และสถานท่ีตางๆ ซึ่งไดสรางขน้ึ ใหมคือ ทว่ี าการเมือง เรือนจา� ศาล
และท่ีวาการอ�าเภอเปนตน แลวขามฟากไปทางวัดประตศู าล ไปสังเวย
เทพารกั ษหลักเมือง แลวไปวัดพระมหาธาตกุ ลบั มาถงึ ทพี่ ักเวลาค่�า

วนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพนั ธ เวลาโมงเชาขึน้ มาออกจากทาวัดประตู
ศาลไปทางทิศตวันตก แวะนมัศการ พระปาเลไลยแลวขน้ึ มาตอไปทาง
ทศิ ตวันตก หยุดพักทีบ่ างปลาหมอใหมาขามนา�้ และสนทนากบั ราษฎร
ครูหน่งึ แลวขึ้นมาตอไป พักใหมาขามน้�าและหยุดกนิ เขาเชาทีบ่ านพนั
ต�าลึงอกิ แหงหนงึ่ แลวข้นึ มาตอไปอีกพักหนึง่ ถงึ ลา� แมนา้� เกาเรยี กวา
ลา� น้�าบานคอย เวลา ๕ โมงเชาลงเรือขามฟากขน้ึ ฝงตวันตกเดินทาง
ไปอีกประมาณ ๕ เสน ถึงท่สี ี่สระ เทยี่ วดสู ระเกษ สระแกว สระคา
สระยมนา เสร็จแลวกลบั ลงเรือพายลองล�าน้�าบานคอย เที่ยวดูวัด
โบราณคอื วดั ชาง วดั เขาดิน วัดพระเจดีย พอถงึ ท่ีลา� น�้าเขนิ จงึ ขน้ึ มา
ซง่ึ ใหไปคอยรับอยูนั้น เดนิ บกตอลงไปดูวัดมหาธาตุอกี แหงหนึง่ แลว

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 333

กลับมาทางบกถึงที่สี่สระเวลาบาย ๔ โมงหยุดพักกนิ เขากลางวัน
และใหมาขามนา้� เวลาบาย ๕ โมงเดินทางกลับ แวะพกั ตามระยะท่พี ัก
เม่อื ขาไปแหงละครูหนงึ่ กลับมาถงึ เมอื งสพุ รรณบุรเี วลายามเศษ ระยะ
ทางแตเมืองสุพรรณบุรีไปถงึ สีส่ ระประมาณ ๔๐๐ เสน แตสีส่ ระไป
ถึงวดั มหาธาตใุ นลา� น�้าบานคอยทางประมาณ ๒๕๐ เสน

วันท่ี ๒๙ กมุ ภาพันธ เวลา ๒ โมงเชาขามฟากไปวดั ประตูศาล
สนทนากับพระครหู นง่ึ แลว เดนิ ไปถายรูปทวี่ ดั มหาธาตแุ ละไปลงเรอื
ทที่ าวดั แคขางเหนือเมอื งลองดลู �าน้�าตอนเหนอื เมอื งลงมา เวลา ๕
โมง ถึงทีพ่ ัก เวลาเท่ยี งเศษขน้ึ ไปตรวจราชการ ณ ทวี่ าการเมอื ง เวลา
บาย ๓ โมงเศษออกเรือแจวลองนา้� ลงมา และแวะดวู ัดโบราณตาม
ระยะทางคอื วัดกุฏิทอง วดั โพคอย แลวดั อทู อง ลงมาถงึ ท่พี กั ณ ที่
วาการอ�าเภอบางปลามาเวลาทุมหนึง่ พกั นอนอยูทบ่ี างปลามา

วนั ที่ ๑ มีนาคม เวลาเชาโมงเศษออกเรอื จากบางปลามา เรอื ไฟ
จงู ลองตรงลงมาไมไดแวะทีใ่ ด มาถึงทาวดั งิ้วรายแขวงเมอื งนครไชยศรี
เวลาบาย ๔ โมง พอเวลาบาย ๕ โมงข้นึ รถไฟกลับมากรงุ เทพฯ รวม
ที่ไดไปหวั เมืองคราวน้ี ๙ วนั

ตรวจราชการคราวนี้มีเวลาอยูแหงละเล็กละนอย การใน
ระเบียบซึง่ มสี มุดจะตองตรวจตามแบบแผน ไดวานใหหมอมอุดมพงษ
เพญ็ สวสั ด์ติ รวจโดยมาก สวนขาพเจาไดตรวจเพียงการไลเลยี งความรู
ความช�านาญของกรมการท่ีปฏิบตั ิราชการตางๆ ตามหนาทีใ่ นทองที่
อันนน้ั อยาง ๑ อีกอยาง ๑ ไดเอาเปนธุระโดยเฉภาะทจี่ ะไตถามกา� นนั
ผูใหญบานตลอดจนราษฎรทีไ่ ดพบปะสนทนากนั ตามระยะทางทีไ่ ดไป
ในคราวนี้ เพอื่ จะไดความวา ทุกวันน้มี ีความเดือดรอนหรอื ไดรบั ความ
กดข่ีขมเหงอยางหน่ึงอยางใดบาง ไดเอาเปนธุระไตถามในความขอ
นี้มากกวาอยางอ่นื และไดสังเกตการตางๆ ทไ่ี ดมแี ปลกไปจากเวลา
ที่เคยเหน็ เมอื่ ตรวจการคราวกอนใน ร.ศ. ๑๑๗ นัน้ สวนการต�ารวจ
ภูธรพระวาสุเทพไดมคี �าสั่งมาใหหมอมเจาจลุ ดศิ เปนผูตรวจ ตรวจแลว

334 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

ใหทา� รายงานยน่ื ตอพระยาสเุ ทพเปนสวนหนึ่งตางหาก จงึ ไมไดกลาว
ไวในทีน่ ี้วาการต�ารวจภธู รเปนอยางไร ขอความทข่ี าพเจาไดตรวจเหน็
อยางไรจะไดกลาวตอไปน้ี

เรอื่ งเรือเมลส์ ุพรรณ
เม่อื ร.ศ. ๑๑๗ ขาพเจาไปเมอื งสุพรรณบุรี ไดทราบวาชาว
เมอื งสุพรรณบรุ จี ะไปกรงุ เทพฯ นาน้�าตองไปเรือจนถึงกรงุ เทพฯ บาง
บางทีไปเรอื เพียงบานผกั ไหไปลงเรอื เมลท่ีนั่น ถานาแลงโดยมากมัก
เดนิ ทางบกไปลงเรอื เมลที่บานผักไห เด๋ยี วน้ีคนไปมาในระหวางสพุ รรณ
กับกรงุ เทพฯ ข้ึนลงที่สะเตช่นั วดั งว้ิ รายวนั ละมากๆ จนกรมรถไฟจะ
ท�าทางรถไฟหลีกตรงนี้ และขยายสะเตช่นั ใหใหญข้ึนกวาแตกอน
การท่ีชาวสุพรรณมาข้ึนลงรถไฟที่สะเตช่ันวัดง้ิวรายนี้ เพราะพระยา
วัยวฒุ ิ หลวงโสภณเพ็ชรัตน นายพิน ทพิ รักษา นายเพิม่ เสนหา กบั ใคร
อีกบางไมทราบ เขาหนุ กนั เปนบริษทั จดั เรอื ไฟรบั คนโดยสารขึน้ ลอง
ในระหวางวัดงิว้ รายกับเมืองสพุ รรณบรุ ี มีข้ึนแตศก ๑๒๑ รบั คนท่ี
ไปจากกรุงเทพฯ เวลาเชาสงถึงสพุ รรณบุรี เวลาในค�่าวันนั้น รับคน
สุพรรณบุรีเวลาเชาลองลงมาสงรถไฟไปถงึ กรงุ เทพฯ ไดในเวลาเยน็
ไปมาสดวกข้ึนดงั น้ี จงึ มีคนโดยสารเรือไฟสายนีข้ ึ้นลองโดยมาก เปน
ประโยชนทงั้ เรอื ไฟและรถไฟดวย เมือ่ ศก ๑๒๒ มศิ เตอรซอนเดอรซนั
ผูจัดการเรอื ไฟเดินรบั คนโดยสาร ระหวางกรุงเกากับทาเรือและเมือง
ลพบุรี เอาเรอื ไฟมาเดนิ แยงบริษทั สุพรรณบาง แยงจนขาดทุนดวย
กันท้งั สองฝายอยชู านาน บดั นีท้ ราบวามศิ เตอรซอนเดอรซัน เลกิ เรอื
คนื ไป โดยสูบรษิ ทั สพุ รรณไมไดดวยเหตุ ๒ ประการ คือ ประการ
ที่ ๑ บรษิ ัทสุพรรณท�าการกอนไดวาเชาท่วี ัดงว้ิ ราย และจัดหาที่ซึ่ง
อยใู กลและตรงสะเตชน่ั รถไฟไวทา� ทาเรือเมลเสยี หมดบริเวณ คนจะลง
เรือบรษิ ัทซอนเดอรซัน ตองเดินไกลไดความลา� บากกวาลงเรือบรษิ ทั
สุพรรณ อีกประการหน่งึ เพราะบรษิ ัทสุพรรณตอเรอื ขนึ้ ใหม วาจะตอ
ถงึ ๔ ล�า และขูวาจะเอาข้นึ ไปเดินแยงทางบรษิ ัทซอนเดอรซนั เดิน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 335

อยูทางกรงุ เกาบาง บริษัทซอนเดอรซันจงึ เลกิ การแขงขันกับบรษิ ทั
สุพรรณในแมนา�้ นี้

ที่จริงการทีม่ ีเรอื เดินแยงกนั หลายบริษทั ในล�าแมน้�า ซ่ึงไมมีคน
โดยสารมากพอจะเดนิ หาก�าไรไดดวยกันโดยปรกติดังน้ี แมวาจะเปน
ประโยชนแกคนโดยสาร เพราะบรษิ ทั ท้งั สองฝายตองลดราคาแยงกนั
ก็จริง แตเปนความลา� บากแกเจาพนักงานผูปกครองทองทีต่ ลอดจน
คนโดยสารมากอยู เพราะการท่แี ยงชิงผลประโยชนกนั ยอมเปนเหตุ
ใหเกิดวิวาทกันไมใครขาด ผเู จาของเรือก็เสยี ประโยชนทง้ั สองฝาย
เจาพนักงานก็มกั ถกู ติเตียนวาไมรักษาความเรยี บรอย และบางท่ีถูก
นินทาวาเขาขางฝายโนนบาง ฝายน้บี าง ตองระวังไหวพรบิ อยเู สมอ
สวนคนโดยสารน้ันก็ไดความร�าคาญต้งั แตถูกฉุดคราตอนชงิ แตเวลา
ลงรถไฟไป และบางทีพลอยไปไดล�าบากในเวลาเขาวิวาทกันดวย
เพราะเหตุนก้ี ารทีเ่ ลกิ แยงชิงกนั เสยี ดังน้ี ถึงคนโดยสารจะตองขนึ้ เงิน
อีกสกั เลก็ นอยกเ็ ห็นวาควรจะยินดีอนโุ มทนาดวยกันทุกฝาย ดวยเหตุ
ท่ีเวรกรรมระงบั ไปน้ัน

อ�าเภอบางปลา
อ�าเภอบางปลานแี้ ตเดมิ เรียกวา อ�าเภอบางไผนาค เพราะเหตุ
ทตี่ ั้งท่ีวาการที่บางไผนาคอนั เปนทเี่ ปล่ียวอยูขางเหนอื ท่วี าการเด๋ียว
นเี้ พ่ือจะกดี กันทางโจรผูรายไปมา เด๋ียวนย้ี ายที่วาการลงมาต้ังอยูท่ี
บางเลนขางฝงตวนั ตก และเปลย่ี นช่อื เอานามตา� บล ซ่งึ คนทงั้ หลาย
รูจักมากในอา� เภอน้มี าเปนนามอา� เภอ เรียกวาอา� เภอบางปลาในศก
๑๒๒ น้ี
ทองท่ีสองฝงแมน้า� ในอ�าเภอบางปลานี้ สงั เกตดูมีบานเรือน
แนนหนามากขึ้นกวาเมอ่ื ๕ ป มาแลวมาก สบื ถามไดความวามคี น
มาตง้ั ทา� ไรนามากขน้ึ กวาแตกอน ทส่ี องฝงแมนา�้ มผี ูจับจองเปนเจาของ
แลวตลอดหามีที่วางเปลาดังแตกอนไม แตกระนน้ั เมอื่ แลดไู ปยงั เห็น
เปนที่ปาไผมอี ยูมาก ไปถามตามชาวบานไดความวา ทป่ี าไผเหลานั้น

336 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ก็มีเจาของแลวท้ังน้ัน แตเจาของโกนสรางท่ีพงซงึ่ อยูในทุงขางหลัง
ออกไปลงเปนนากอนแลว จึงถางท่ีกอไผซ่ึงเปนทถ่ี างยากกวาพงลง
เปนนาโดยล�าดับเขามายงั หาหมดไผ

ส�ามโนครัวตามแบบใหมในอา� เภอบางปลานไ้ี ดท�าสา� เร็จแลว
มจี �านวนคนทัง้ ส้นิ ๑๘๒๔๘ คน

พนักงานปกครองอ�าเภอน้ี ขุนไชยศรบี ุรเขตรเปนนายอ�าเภอ
มาแตศก ๑๑๕ การในท่ีวาการอ�าเภอไดมเี วลาตรวจนอย

อ�าเภอสองพีน่ ้อง
อ�าเภอสองพี่นองน้ีเดิมเรียกวาอ�าเภอบางลี่ เพราะเหตุท่ี
ทีว่ าการอ�าเภอแตกอนต้ังอยูทบ่ี างลใ่ี นคลองสองพี่นอง เดย๋ี วนี้ไดยาย
ที่วาการอ�าเภอลงมาต้งั ขางใตท่ีวาการอ�าเภอเกา จงึ เปลย่ี นนามอา� เภอ
เรยี กวาอ�าเภอสองพ่นี องตามชอ่ื ต�าบล ซง่ึ ราษฎรรูกนั โดยมาก อ�าเภอ
นเ้ี ปนอ�าเภอตอนใตของสพุ รรณบุรี เขตรแดนตอกรงุ เกา ประทุมธานี
นครไชยศรี ราชบุรี กาญจนบุรี มที ั้งทองทท่ี ุงและปาดอนใหญกวาง
ผูคนสา� สอนบังคับยากยิง่ กวาอา� เภออน่ื ในสพุ รรณบรุ ี การตรวจตรา
เปนความยากลา� บากแกกรมการอ�าเภอเปนอนั มากในศก ๑๒๑ น้ี
จงึ ไดตัดทองท่ีขางฝายดอนตอนตวันตกเฉียงเหนอื ซึ่งตอพรมแดน
เมอื งกาญจนบรุ ี ออกเปนอ�าเภอจรเขสามพนั อกี อ�าเภอหนง่ึ พอใหมี
กรมการอา� เภอตรวจตราการปกครองไดสดวก
สังเกตดูบานเรือนในคลองสองพี่นองแนนหนา ผูคนมากข้ึน
กวาเม่อื ศก ๑๑๗ มาก ประมาณจา� นวนบานเรอื นในคลองสองพ่นี อง
จะสักเทาบานผักไหกับบานราดชะโดรวมกันไดอยู แตบานเรือนที่
คลองสองพ่นี องตัง้ อยูแตริมสองฝงคลองในท่ีลุมโลงไมใครมีตนไม
บงั เปนเรอื นเสาสงู ๆ ตัง้ ๔ ศอก แตกระน้นั ดคู ราบน้�าปนท้ี ท่ี วมพ้ืนเรอื น
ก็มีมาก ราษฎรวาเวลานานา�้ ไดความลา� บากดวยคล่ืนและลมในทอง
ทงุ เสมอ ทงั้ น้กี ็เหน็ เปนความจรงิ แลดูในเวลานห้ี ลังคาแลฝาเรือนยงั
ซุดโซมอยูแทบทว่ั กนั ชาวบานในคลองสองพ่นี องน้ีมีทางหากิน ๓ อยาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 337

คือ ๑ ท�านา ๒ ท�าปลา ๓ รบั ซอื้ สินคาปา คือ เสาและไมกระดาน
ไมไผเปนตน ซ่ึงชาวดอนตลอดจนแขวงกาญจนบุรีเซ็นลงมาขาย
ดวยเหตุการณท�ามาหากนิ สดวกจึงมผี ูคนมาตั้งบานเรอื นอยแู นนหนา
ถึงพวกสปั รษุ ยชาวกรงุ เทพฯ และชาวเมอื งตามลา� น้�าที่จะข้ึนนมศั การ
พระแทนดงรงั มาขึ้นเดินทสี่ องพนี่ องกม็ ีมากทางบกประมาณ ๑๐๐๐
เสนเศษไกลกวาเดินจากพระปฐมหรอื จากทาเรอื พระแทน แตทางเรอื
ใกลและสดวกกวา และที่สดุ ขากลับบานสัปรษุ ยมกั ซื้อปลาบันทกุ เรือ
กลับไปดวย ดวยเหตเุ หลาน้จี งึ มีผูพอใจมาข้ึนพระแทนทางสองพ่นี อง

ส�ามโนครัวแบบใหมในอ�าเภอสองพ่ีนองนกี้ ็ท�าเสร็จแลวมี
จ�านวนคนทั้งสน้ิ ๑๖๑๑๑ คน

พวกยวนเขารีตท่ีมาอยูสองพ่ีนองน้ีมาจากสามเสนทั้งนั้น
ทีม่ าอยตู ั้งแต ๒๐ ปก็มี พึง่ มาอยใู หมก็มี สรางโรงสวดไวแหงหนง่ึ นาน
แลว เด๋ยี วนม้ี บี าทหลวงมาอยคู นหน่งึ บาทหลวงคนนเ้ี ปนยวน บุตร
เสมยี นยู พวกยวนเขารตี ที่สองพน่ี องเหลานไี้ ดความวา เรยี บรอยและ
เวลามรี าชการงานเมืองกช็ วยราชการโดยแขงแรง

กรมการอา� เภอสองพ่ีนองเวลาน้ีหลวงอไุ ภยภาติกเขตร (เอ่ยี ม)
เปนนายอ�าเภอมาแต ร.ศ. ๑๑๕ มคี ุณวฒุ ิในการสืบจับปราบปรามโจร
ผูรายแขงแรง ไดรับพระราชทานเครือ่ งราชอศิ รยิ าภรณเปนบ�าเหน็จ
เม่อื เรว็ ๆ น้ี สังเกตดกู รมการอา� เภอท่ีนี่กับกา� นันผใู หญบานและราษฎร
ดคู นุ เคยปรองดองกันดมี าก และยังตองชมอีกอยางหนึง่ วา กรมการ
อ�าเภอสองพ่ีนองนห้ี มัน่ เที่ยวเตรตรวจตราทองทมี่ าก ทง้ั นายอ�าเภอ
ปลัดอ�าเภอผลัดกนั ออกเดินทางเท่ียวตรวจการทุกๆ เดือนไมขาด
เพราะเหตเุ หลานโี้ จรผูรายในแขวงอ�าเภอสองพ่นี องเด๋ียวนจี้ งึ เส่ือมซา
ลงกวาแตกอนเปนอนั มากทเี ดยี ว

อ�าเภอจรเขส้ ามพนั
อ�าเภอจรเขสามพันอยูตวันตกเฉียงใตเมืองสุพรรณบรุ ี ตอ
พรมแดนเมืองกาญจนบรุ ีเปนที่ปาดอนขางตวนั ตกตอชายเขา ขาง

338 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

ตวนั ออกมีทุงนามาจนจดทุงอ�าเภอเมืองและอ�าเภอสองพี่นอง มี
ล�าแมน้�าเกาเรยี กวาล�าจรเขสามพัน ซึ่งบัดน้ีตื้นเขินมีน้�าเปนหวง
เปนตอนผานตลอดมา ทองที่อา� เภอจรเขสามพันน้ีแตเดิมอยูอา� เภอ
สองพี่นองทองทีม่ ากมายเกนิ ก�าลังกรมการอ�าเภอเดียวจะปกครอง
และตรวจตราใหเรียบรอยไดทั่วถึง จึงไดแยกออกเปนอ�าเภอหนึ่ง
ตางหากเมือ่ ศก ๑๒๑ น้ี

พลเมอื งในอา� เภอจรเขสามพันตามสมั โนครัวแบบใหมท่ีท�า
เสรจ็ แลวมีจ�านวนคนท้งั สน้ิ ๘๘๒๗ คน

ราษฎรหาเล้ยี งชีพดวยการท�านาและตัดไมไผปาไมเสาไม
กระดานขายดูท�าเลหากินกวางขวางไมอัตคัด แตตามกิติศัพทท่ไี ดยิน
บอกเลามาแตกอน เขาวาราษฎรในอ�าเภอน้ีมักเปนนักเลงโดยมาก
บงั คบั บัญชาวากลาวยาก ความขอน้พี ิเคราะหดกู ็พอแลเห็นเหตุไดวา
ความจริงเปนอยางไร คือทองทอ่ี �าเภอนี้อยูชายปาหางไกลจากเมอื ง
มาก ยอมไมใครมีขาราชการไปตรวจตราถึงทองที่ ราษฎรซึ่งอยูใน
ภูมิ์ล�าเนาอันน้ัน ตกวาจะท�าอะไรก็ทา� ไดตามชอบใจไมใครมีใคร
ดแู ลวากลาวมาแตกอนๆ อีกประการหนงึ่ เพราะเหตทุ ี่ทองท่เี หลานี้
ปราศจากความไขเจบ็ แมคนจรจะไปมาอยูอาไศรยกไ็ ดตลอดป จงึ เปน
ทอี่ าไศรยของคนท่ีหลบหนีมาแตอน่ื ดวยอีกจ�าพวกหนงึ่ ในคราวนี้เอง
ไดพบชาวกรุงเทพฯ ที่ไปตั้งบานเรือนอยใู นแขวงอา� เภอจรเขสามพัน
ก็หลายคน ดวยเหตุเหลานที้ ่กี ลาววาราษฎรในอ�าเภอจรเขสามพัน
เปนนกั เลง และบงั คับบญั ชายากกจ็ ะมีความจริงอยมู าก แตตอไปเม่อื
ท่ีวาการอ�าเภอไดไปต้ังข้ึนแลวเชนนี้ ถากรมการอ�าเภอเอาใจใส
ตรวจตรา เห็นวาไมชานานเทาใด การปกครองทองที่เชนอ�าเภอ
จรเขสามพัน จะเรียบรอยไดดีดังเคยเห็นมาแลวในที่อ่ืนอันเปน
ท�านองเดียวกนั หลายแหง

ที่วาการอา� เภอตง้ั ที่บานจรเขสามพนั ยังอาไศรยเรือนฝาขดั แตะ
พื้นฟากซงึ่ ท�าขน้ึ ใชชัว่ คราวจวนจะหักพัง จะตองรีบทา� ท่ีวาการอา� เภอ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 339

เปนเครือ่ งไมจริงในตนศก ๑๒๓ นี้ ไดไปเลือกท่กี ะใหสรางทว่ี าการ
อ�าเภอในคราวน้ีแลว กรมการอา� เภอนี้เดิมขุนพจมานมานิตยเปน
นายอา� เภอ จะยายขนุ พจมานมานติ ยไปรบั ราชการเมอื งระยอง นายจร
มหาดเล็กมาเปล่ยี น ไดรับที่นายอา� เภอเมือ่ สองเดอื นมาแลว ราชการ
ที่จะตองนั่งท�าในออฟฟศอ�าเภอนีด้ ูไมมีกม่ี ากนอย กรมการอา� เภอ
ควรจะใชเวลาออกเดนิ ทางเท่ียวตรวจทองท่ีใหมาก แตถงึ กระนั้น
ไมจ�าเปนตองมีพนักงานเต็มจ�านวนเหมือนอ�าเภออ่ืน เปนตนวา
ปลดั อ�าเภอมแี ตคนเดียวก็พอ

อ�าเภอบางปลามา้
อ�าเภอบางปลามาอยูใตเมืองสุพรรณบุรี ทองที่ขางใตตอ
อ�าเภอสองพ่ีนอง ขางเหนือตออา� เภอเมอื ง ขางตวนั ออกตออา� เภอ
เสนาใหญ เสนากลาง กรุงเกา อ�าเภอนีต้ ้ังที่วาการอ�าเภอท่ีบางปลามา
เหมาะดี เพราะเปนที่ทางเรอื รวมท้ังสุพรรณบรุ ไี ปจากกรงุ เทพฯ และ
กรงุ เกายอมไปรวมกนั ที่บางปลามา คร้งั ถึงระดูแรงน�้าต้นื ตอลึกทีต่ รง
นั้น ก็เปนที่ชมุ นุมเรือล�าเลียงสินคาที่ตรงน้นั ดวย
บาญชีสา� มโนครัวแบบใหมในอ�าเภอบางปลามานี้ ก็ท�าแลว
เสรจ็ มีจ�านวนคนทั้งสิน้ ๒๓๐๘๒ คน
ราษฎรในอา� เภอนห้ี ากนิ ดวยการท�านาเปนพื้น ปลากท็ า� มาก
กรมการอา� เภอบางปลามา นายครองเปนนายอ�าเภอมาแตศก
๑๒๐ การส�าคญั ในอ�าเภอนี้ กค็ อื ทตี่ องคอยปราบปรามโจรผรู ายทาง
ทตี่ อพรมแดนกรุงเกา กับคอยระงับวิวาทในระหวางนายน�้ากับราษฎร

เมอื งสพุ รรณบุรี
สงั เกตดูตามลา� น�้าเมอื งสพุ รรณบุรที ่ีขน้ึ ไปในคราวน้ี มเี รอื แพ
คาขายมากข้ึนกวาแตกอนเปนเรือเขาโดยมาก แพมักเปนแพพวกจีน
จอดจ�าหนายสนิ คาเปนหมูๆ เปนระยะขนึ้ ไป แตบานเรอื นบนตลิ่ง
๒ ฟากลา� แมนา�้ ดูเจริญแปลกตากวาแตกอนเพยี งเล็กนอยจนกระท่ัง
ถงึ ตัวเมืองสพุ รรณบุรี จึงแลเหน็ ความเจริญตาแปลกเปล่ยี นกวาแต

340 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

กอนเปนอนั มาก
แตกอนมาทต่ี วั เมืองสุพรรณบุรี ดูเปนที่รกรางเยาเรือนรุงรงั

ไมแลเหน็ เปนบานเปนเมอื ง
ไปคราวน้ี เมอ่ื ถึงเมืองก็แลเห็นเรอื แพคาขายจอดคับค่ังใน

ล�าน้�าแลข้นึ ไปบนตลงิ่ ฝงตวันตกมีบานเรอื นราษฎรแนนหนา ขางฝง
ตวันออกก็เหน็ ชานเมืองเปนที่เปดเผย มีตลาดและสถานทรี่ าชการ
ตางๆ ปลกู สรางขึ้นไวใหม ดูเรียบรอยเจริญตาพาใหเกดิ ยินดผี ดิ กับ
เมอ่ื ไปคราวกอนเปนอนั มาก

การกอสรางท่ีไดท�าขน้ึ ใหมนัน้ ขางฝงตวนั ออกตดั ถนนตาม
ลา� น้�าสายหน่ึงหางตลิ่งประมาณ ๒ เสนตามแนวหลงั บานราษฎร ฟาก
ถนนขางริมน้�าปลกู จวนผูวาราชการเมือง โรงต�ารวจภธู รและสนามหนา
เมืองตอลงมาถงึ ตลาดเปนระยะกนั พอตอตดิ กันท่ีบานเรือนราษฎร
ซง่ึ ตงั้ มาแตเดมิ ทัง้ ขางเหนือและขางใต สวนฟากถนนขางในเดมิ เปนท่ี
วดั รางเดยี๋ วนีป้ ลูกบานผพู พิ ากษา ศาลาวาการเมือง เรอื นจ�า ศาลเมอื ง
ท่วี าการอ�าเภอเมอื งเปนระยะกัน ตามรมิ ถนนยังมที พี่ อจะปลกู สราง
ตอไปไดอีกมาก การตัดถนนและปลูกสรางเหลานไี้ ดท�าเมื่อครง้ั พระ
ศรีรณรงคซง่ึ วาราชการเมืองอางทองอยเู ด๋ียวน้ี ยังเปนผูวาราชการ
เมอื งสพุ รรณอยู เพราะฉนนั้ พระศรรี ณรงคควรไดรบั ความสรรเสริญ
ท่ไี ดอสุ าหะจดั การกอสรางใหบานเมืองงดงามขึ้นดงั วามาน้ี

การกอสร้าง
ไดไปตรวจดูพืน้ ทแ่ี ละสถานตางๆ ท่ีไดปลูกสรางขน้ึ ไว สวน
พ้ืนทีต่ อนริมน�้ายงั ลุมๆ ดอนๆ ไมเสมออยมู ากเพราะเอาแรงคนโทษ
ไปใชตัดถนนจะทา� ตอขน้ึ ไปขางเหนอื เห็นวาการท�าถนนยังไมจา� เปน
จะตองตอข้ึนไปอีก เพราะถนนทต่ี ัดไวแลวพอควรแกความตองการ
ช้นั หน่ึงแลว ถึงจะตอขึ้นไปอีกในเวลานก้ี ็ไมมอี ะไรจะปลูกสรางและ
ไมเปนประโยชนแกการไปมา จงึ ไดสงั่ ใหหยดุ การกอถนนตามล�าน�้า
ไว เอาแรงนกั โทษมาท�าถนนที่ตดั ลงไปแมนา�้ เปนสายๆ และใหขดุ ดิน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 341

ในคลองล�ารางซง่ึ มีอยู ๒ ขางท่วี าการเมืองข้นึ มาถมท่ีสนามหนาเมอื ง
เสยี ใหเรียบรอยกอนจงึ ใหท�าถนนตอไป สวนสถานที่ตางๆ ที่ไดสราง
ข้ึนนั้น จวนผูวาราชการเมืองมีจวนเดิมคร้งั พระยาสุพรรณจนั ทร
ท�าไวหลงั ๑ เปนเรือนไมสองช้นั ใหญโตแตเดมิ อาไศรยใชเปนทว่ี าการ
เมือง ผูวาราชการเมืองจึงปลกู เรอื นเลก็ หลัง ๑ ข้นึ เปนท่อี ยูริมจวน
เดมิ น้ี ครัน้ ที่วาการใหมท�าแลวจวนเดมิ วางเปลาอยู ผวู าราชการเมือง
หาไดขึ้นอยูไมเพราะยังไมไดซอมแซม และสงไสยวาจะออกถือๆ
อะไรกันอยบู างแตอยางไรกด็ จี วนเดิมท�าดีและยงั จะใชได ถาท้ิงไวจะ
โซมเสยี จงึ ไดสั่งใหจัดการซอมในศก ๑๒๓ นใ้ี หผูวาราชการเมืองข้ึน
อยตู อไป จวนเล็กทส่ี รางใหมไวเปนเรือนรบั ขาราชการไปมา เรอื นผู
พิพากษาท�าตามแบบใหมของกระทรวงยตุ ิธรรมแข็งแรงเรียบรอยดี
อยูแลว ทีว่ าการเมืองท�าแข็งแรงดเี สยี แตพ้ืนเต้ียและคับแคบไมพอ
การไดสั่งใหตอไปอกี ขางละ ๒ หอง และใหยายที่วาการอา� เภอเมอื ง
มาไวในท่วี าการเมืองดวย เรอื นจา� ทา� แตพอใชไปคราวยังจะตองท�าใหม
ทั้งน้ันศาลเปนของท�าใชชวั่ คราวจะไปไดอกี สกั ปหน่ึงจะตองท�าใหม
ท่วี าการอ�าเภอทา� พอใชได แตอยูหางกบั ท่ีวาการเมืองนกั เมื่อยาย
การอา� เภอมารวมท�าในท่วี าการเมอื งแลว ท่ีวาการอา� เภอเมอื งเดย๋ี วน้ี
ถาใชเปนออฟฟศไปรสนียโทรเลขตอไปเปนพอดีทีเดยี ว บานปลัด
และผชู วยจะตองรบี สรางอีก ๒ หลัง เพราะยงั ตองอาไศรยยดั เยียด
กนั อยูในจวนเดิม แตบานยกระบัตรยงั ไมจา� เปนตองสราง เพราะเปน
คนในพื้นเมืองบานของเขามีอยูแลว

การไปรสนีย์โทรเลข
ออฟฟศไปรสนียเมอื งสุพรรณบรุ ียังต้งั อยูทบี่ านขุนปรีชาผูรบั
หนาทีเ่ ปนพนกั งานไปรสนยี ดงั ไดเห็นเมือ่ ไปคราวกอน การสงไปรสนีย
เขาใจวายงั สง ๗ วนั ครั้งหน่งึ ดงั แตกอนเหมอื นกนั เวลานีม้ เี รือไฟเดนิ
เมลแลวถาจะสงไปรสนยี ใหถ่ีกวาน้ันก็เหน็ จะได การโทรเลขน้นั สาย
พาดแตพระปฐมเจดียถึงเมืองสุพรรณบุรีเสร็จแลว เวลานีย้ ังใชแต

342 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ

โทรศัพท (เครื่องโทรศพั ททีจ่ ายไปใชตามหัวเมอื งอยขู างเกาแกเต็มที
ใชไมใครได) ไดทราบวาจะต้งั เคร่อื งใชโทรเลขใน ร.ศ. ๑๒๓ น้ี

ธรรมการ
การคณะสงฆสืบถามตามเจาคณะวาเปนการเรยี บรอยดี การ
ท�าบาญชีพระสงฆตามแบบทกี่ ระทรวงธรรมการออกใหม ไดไปพบ
ตามวัดบานนอกกเ็ หน็ ทา� กนั ถกู ตองพอใช
การโรงเรยี นในเมอื งสพุ รรณบุรีนี้ แตกอนมามีอาจารยคฤหัศ
อสุ าหะตั้งโรงเรียน ๒ แหง คือ ขนุ บา� รงุ โยธีตัง้ โรงเรยี นท่บี านสองพี่นอง
แหง ๑ เรยี กวาโรงเรียนศรสี า� ราญพิทยาคม ขนุ ปรีชาที่เปนพนกั งาน
ไปรสนยี ต้ังโรงเรียนทบ่ี านของตนเองท่เี มอื งสุพรรณบุรี เรยี กวาโรงเรียน
ปรชี าพิทยาคม แหง ๑ ไดรบั ความบา� รงุ ของกรมศกึ ษาธิการทง้ั ๒
โรง ไปคราวนี้โรงเรียนศรสี า� ราญพิทยาคมเลกิ ไปเสยี แลวแหง ๑ ยัง
อยแู ตโรงเรียนปรีชาพิทยาคมท่ีเมอื งสพุ รรณบุรยี งั มีผเู ลาเรยี นมากอยู
ในสมยั นี้ตง้ั แตโปรดใหจดั การคณะสงฆ มีโรงเรียนตามวัดตัง้ ขึน้ อกี
มาก ทเ่ี ปนวดั ใหญๆ เชน วดั ประตศู าลซ่งึ เปนทพี่ ระครูสังฆปาโมกข
อยู มนี ักเรยี นแหงละหลายๆ สิบคน นบั วาการศึกษาเจรญิ ขน้ึ กวาแต
กอนมาก เพราะทุกวันนีด้ เู ปนความเขาใจของพระทอ่ี ยากจะทา� ความ
ดี ถอื วาการตง้ั โรงเรยี นเปนการส�าคัญอยาง ๑ จงึ พากันพอใจท่จี ะจดั
โรงเรียน และแหงใดถาไมยอมนับวาเปนโรงเรยี นดูอยูขางจะเดอื ดรอน
มีตวั อยางไดไปพบดงั เชนท่ีวัดจรเขสามพันในอ�าเภอน้ัน ตามบญั ชีวา
ไมมีโรงเรียน ครั้นเม่ือไปทวี่ ดั จรเขสามพันเหน็ พระกา� ลังสอนหนงั สอื
เด็กอยูหลายคน จงึ ไดถามนายอ�าเภอตอหนาพระวา อยางนท้ี �าไม
ไมนบั วาเปนโรงเรียนพระกช็ ิงตอบออกมาเองวาถงึ จะส่งั สอนอยางไร
ถาไมไปบอกข้ึนทะเบยี ฬเขากไ็ มนับวาเปนโรงเรยี น มีตัวอยางดังน้ี
จงึ เหน็ วาท่ไี มนับวาเปนโรงเรียนนั้น เปนเครื่องไมพอใจของพระอยู
อยางหนง่ึ
การศกึ ษาตามหัวเมืองแมเห็นวาเจริญดขี นึ้ ดงั วามาน้ี แตเม่อื

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 343

ไดตรวจดูไปกแ็ ลเหน็ ความตองการสา� คัญยังมีอยอู ยาง ๑ คือหนังสอื
เรียนยังอยูขางขัดสนเต็มที ตามวดั ใหญๆ เชน วัดเจาคณะมหี นงั สือ
แบบเรยี นหลวงใชแตกเ็ พยี งสอนใหอานหนงั สอื เขยี นหนงั สือเทานัน้
ไมมีหนังสอื สา� หรบั สอนความรูความดีท่ีจะเปนประโยชนในทางความ
ประพฤติหรือการท�ามาหาเลี้ยงชีพของเด็กนักเรยี นทีเ่ ลาเรียนอยูนั้น
ถายิง่ วดั ทีอ่ ยตู ามบานนอกเชนวดั จรเขสามพนั ทีย่ กเปนตัวอยางมาวา
นน้ั ไมมหี นังสือพิมพส�าหรับสอนทเี ดยี ว

เวลานั้นกรมศึกษาก็ทะนุบ�ารุงการเลาเรียนชัน้ ปถมมัทธยม
และขั้นสงู ในกรงุ เทพฯ นมี้ ากอยู เขาใจวาความประสงคของกรมศกึ ษา
จะจัดวางแบบแผนการฝกสอนรา�่ เรียนใหเปนแบบข้ึนในกรุงเทพฯ
แลว และจัดขยายแบบนน้ั ใหแพรหลายออกไปตามหัวเมืองโดยลา� ดบั
ความคิดนกี้ ็ดอี ยู แตนากลัวจะชาเต็มที คิดไมเห็นวาอีกสักก่ีสิบป
จงึ จะมีครูออกไปตงั้ สอนแบบกรมศึกษาใหเปนประโยชนแกราษฎร
ชาวบานนอก เพราะเหตนุ ี้จึงเหน็ วาถากรมศึกษาจัดพนกั งานข้นึ อกี
สักแพนกหน่ึงส�าหรับแตงหนังสือเรยี น ความรูความดีอยางงายๆ
ท�านองหนังสือกิจจานุกิจตอนขางตน เลอื กวาแตดวยความรูท่ีเปน
สามัญส�าหรับคนทั้งหลายทั่วไป เชนใหรูจักนับวันเดือนปเปนตน
พิมพเปนเลมเล็กๆ ท�านองหนงั สอื กลอนที่เขาพิมพขายเลมละสลงึ
จ�าหนายใหแพรหลายไป แลวแตพระเจาจะเอาไปสอนอยางไรๆ
กต็ ามใจเพียงเทาน้ี ความดีของกรมศกึ ษาก็จะแพรหลายเปนประโยชน
แกราษฎรไดเปนอันมาก ไมเสยี เวลา สวนการทีจ่ ะจดั วางแบบแผน
ฝกสอนอยางไรกจ็ ัดไปอีกสวนหนึ่งไดประโยชนดวยกนั ท้ัง ๒ ฝาย
และไมเปนการหนกั บากวาแรงเพียงไรนกั

เรือนจา�
ตัวเรือนจา� เมอื งสุพรรณบรุ เี ปนแตปลกู สรางส�าหรบั ใชชวั่ คราว
อยางเชนทนี่ ครไชยศรใี นเวลาน้ี แตวธิ รี กั ษาการดีมากทเี ดยี ว เปนอนั
แลเห็นผลของการท่ีไดจัดใหมีการฝกหัดพธ�ามรงคขน้ึ ท่ีนครไชยศรี

344 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ

น้นั เปนประโยชนไดดงั คาด คอื นายฉยุ พธ�ามรงคเมอื งสุพรรณบุรกี ับ
นายเขยี นผชู วย ๒ คนนี้ เปนผทู ไี่ ดออกจากส�านกั นครไชยศรสี งมาวา
เรือนจา� เมืองสุพรรณบุรีไดสกั ๕-๖ เดือนมานี้ จัดการวางแบบแผน
เรอื นจา� และทา� การโยธาเรียบรอยไดมาก

การโจรผ้รู า้ ย
เหตกุ ารณโจรผรู ายในเมอื งสพุ รรณบุรใี นเวลาน้ี ต้ังแตจับผรู าย
รายใหญไดเมื่อปลนบางซอ และรายผูรายตอนฝูงโคจะพาไปนอก
พระราชอาณาเขตร พระสุนทรสงครามออกไปตามไดในแขวงเมือง
อุไทยธานีเมอ่ื เร็วๆ นี้ เหตุการณโจรผูรายคอยสงบซาลงมาก ฟงตาม
เสยี งราษฎรก็รูสึกเชนนัน้ มเี สียงนิยมในพระสุนทรสงครามวาตง้ั แต
มาเปนผวู าราชการเมอื งโจรผรู ายคอยเบาบางไปดงั น้ี ไดยนิ เขาหูโดย
มาก แตการโจรผรู ายในแขวงสุพรรณบรุ ถี ึงวาจะสงบไปไดคราวหนึ่ง
เชนน้ี ท่ีจะวางใจวาจะสงบไดเสมอไปเห็นวายังวางใจไมได เพราะ
เมอื งสพุ รรณบรุ อี ยกู ลางมีทง้ั ทางทุงและทางปา โจรผูรายไปมาไดงาย
ผูปกครองจะตองเอาใจใสคอยระวังอยูเสมอถาเผลอไปหรือเนอื ยไป
เมือ่ ยไปก็คงกา� เริบขน้ึ อีก ผูวาราชการเมอื งสพุ รรณบรุ ี และบรรดา
นายอ�าเภอในสุพรรณบรุ ี ตองมีความสามารถในทางสืบจับโจรผรู าย
ยงิ่ กวาอยางอ่ืน

การท�าสมั โนครัว
ไดความวาสัมโนครวั ตามแบบใหมในสุพรรณบรุ ี ไดท�าเสรจ็
แลว ยังคางอยูแต ๒ อ�าเภอ คือ อ�าเภอเมืองและอา� เภอนางบวช
สวนอา� เภอเมืองยงั คางอยู ๔ ตา� บล ไดส่งั เรงรดั ใหแลวเสรจ็ ภายใน
เดอื นมีนาคมน้ีใหจงไดทุกอ�าเภอ

การท�ามาหากนิ ของราษฎร
ในศก ๑๒๒ น้ฝี นงาม ราษฎรทา� ไรนาหากนิ ไดผลมาก เพราะ
ฉะนั้นการคาขายในเมอื งสุพรรณบรุ ี จงึ เจริญดขี นึ้ ทุกๆ อยาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 345

ความเดอื ดรอ้ นของราษฎร
ไปเมืองสพุ รรณบุรคี ราวนีไ้ ดเอาใจใสไตถามตามบรรดาราษฎร
ท่ไี ดพบปะ ณ ทีต่ างๆ ตามระยะทางท่ไี ดไป เพ่ือจะทราบความรูศึก
เดอื ดรอนของราษฎรในเวลาน้มี อี ยอู ยางไรบาง ไดอธิบายใหคนเหลา
นน้ั เขาใจโดยชดั เจนวา พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงพระกรุณา
แกไพรฟาขาแผนดิน อยากจะใหอยูเย็นเปนศุขพนจากการกดขขี่ มเหง
ตางๆ ทั่วไป จงึ โปรดใหขาพเจามาตรวจตราการตางพระเนตรพระ
กรรณ เมือ่ ผใู ดมีความทุกขรอนหรอื ไดรับความกดข่อี ยางใดก็มีอา� นาจ
ทจี่ ะชวยปลดเปลื้องใหไดตามสมควรแกการ นานๆ ราษฎรจะไดมี
โอกาศอยางนสี้ กั ครั้งหน่ึง เพราะฉน้ันถาผูใดมคี วามเดอื ดรอนอยอู ยาง
ใดใหแจงความใหทราบจะไดชวยแกไขให ไดชีแ้ จงใหเปนท่ีเขาใจดังนี้
ทุกๆ แหงมรี าษฎรมายืน่ เร่อื งราวรองทกุ ขบาง แจงความรองทุกขบาง
รวบรวมขอความทร่ี าษฎรรองวาเดือดรอนอยูในเวลาน้ี มีอยใู นการ
บางอยางท่จี ะกลาวตอไปนี้ คอื
๑ ราษฎรรองวาอาชญาบัตรคาน้�าซ่งึ คุมเครื่องมอื เบจ็ เสรจ็ นน้ั
ใชไดแตผูรบั อาชญาบัตรคนเดยี ว เวลาผรู บั อาชญาบัตรปวยเจบ็ หรอื มี
กจิ ธุระไปทา� มาหากนิ อยางอ่นื บุตรภรรยาเอาเครื่องมอื เหลาน้นั ไปหา
ปลาถูกจับกุมปรับไหมไดความเดอื ดรอน ขอใหอาชญาบัตรคุมไดท้ัง
ครัวเรอื น เร่อื งน้ไี ดทราบอยแู ตกอนแลว และไดมีคา� สัง่ ใหแกไขแลว
คอื ในอาชญาบัตรเครื่องมือเบ็จเสร็จใหลงช่ือบุตรภรรยาของผูรับ
ดวยทัง้ ครัวเรือน ใครมชี ่อื ในอาชญาบัตรใชเครือ่ งมอื ไดโดยชอบดวย
กฎหมาย เปนแตค�าสั่งอันน้ียังไมถึงเมืองสุพรรณเทานั้น จึงเปนอัน
แกไขไดตามความประสงคของราษฎร
๒ ราษฎรรองวานายนา้� คือผทู ่รี บั ผูกขาด หวย หนอง คลองเขิน
ไปหามปรามไมใหราษฎรทตี่ ง้ั บานเรือนอยใู นทนี่ ัน้ จับปลาหาเลย้ี งชีพ
เปนความเดือดรอน ขอนนี้ ายนา้� แกวาไมไดหามปรามไมใหราษฎร
จบั ปลาหาเลี้ยงชีพ ที่หามนั้นเพราะราษฎรจบั ปลาไปเทย่ี วคาขาย

346 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

แยงชงิ ประโยชนโดยชอบของนายน�้าจึงไดหาม สบื พยานสมขาง นาย
นา้� บาง สมขางราษฎรบาง จงึ ไดมคี �าสง่ั ไวใหเปนที่เขาใจวา ถาราษฎร
จะจับปลาในทผ่ี กู ขาดเพือ่ หาเลย้ี งชีพใหจับได แตถาจบั เอาไปซ้ือขาย
เปนการท�าผิดดวยกฎหมาย

๓ พวกเดินเรือรองวานายน�้าชกั หญากลา่� สองฟากคลองออก
มามาก นกั เดนิ เรือคาขายลา� บากขัดของ ขอน้ีไดมีคา� สงั่ วา ในคลอง
แหงใดมปี ณหาเชนนี้เกิดขึน้ ใหกรมการอ�าเภอเรียกนายนา้� กับผูเดนิ
เรอื กับก�านนั ผูใหญบานในทองท่ีนั้นมาประชุมกันชีข้ าดวา ชองทาง
น้�าสา� หรับเดนิ เรอื ในคลองนั้น จา� เปนจะตองกวางสักเทาใดจึงจะพอ
ใหกา� หนดและบังคบั ตามค�าชีข้ าดนนั้

๔ พวกลาวซงด�าเดิมอยูเมืองเพ็ชบุรี ที่นาไมพอกันท�า ยก
อพยพมาอยูในแขวงเมืองสุพรรณบุรี และนครไชยศรีประมาณ
๓๐๐๐ คนรองทกุ ขวาอยูเมอื งเพช็ บรุ ีเคยทา� อุเสนผีได ครั้นมาอยู
เมอื งสพุ รรณมาทา� อุเสนผี นายอากรสุราฟองตองปรับไหมไดความ
เดอื ดรอน ขอน้ไี ดมคี �าส่งั วาลาวพวกนอ้ี ยูเพ็ชบรุ ีเคยไดรบั พระราชทาน
พระบรมราชานญุ าตใหท�าอุเสนผี และบรโิ ภคเองไดจริง เพราะฉน้ัน
ตอไปใหท�าอุเสนผแี ละบรโิ ภคเองไดเหมือนอยูเมืองเพ็ชบุรี แตหาม
มิใหเอาไปจ�าหนายขายซอ้ื

๕ ลาวซงด�าหลายคนรองวาเมอ่ื อยูเพ็ชบรุ ไี ดรบั พระราชทาน
ตราภมู ์พิ ิเศษในรัชกาลที่ ๔ คุมภาษีอากรไดปละ ๘ บาท ครั้นมาอยู
เมอื งสุพรรณเจาพนกั งานหายกภาษอี ากรใหตามตราภมู ิ์ไม ขอน้เี ปน
เรือ่ งท่ีไดทราบอยูแลว คือตราภูม์พิ ิเศษนพ้ี ระราชทานแกพวกลาวท่ี
ไดเกณฑมาทา� พระนครคริ ีเม่อื ปวอกโทศกจลุ ศักราช ๑๒๒๒ แตตรา
ภมู พิ์ เิ ศษน้ีเจาพนักงานไดเรียกกลับเสยี บาง ยังคงอยแู กผูรับบางเปน
การสับสนอยู แตถึงกระนน้ั ทางท่ีจะตดั สนิ ก็ไมยาก เพราะพวกลาว
เมืองเพช็ บุรีคงไดถกู เกณฑโดยมาก แมจะเช่ือเอาวาลาวผูชายไดรับ
พระราชทานตราภมู ์ิพิเศษหมดทุกคนก็เชื่อได แตผูที่ไดตราภูมิน้ัน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 347

ถาจะคิดดูในเวลาน้ีอายุตองถึง ๖๐ ปเศษแลวทุกคน เพราะฉนั้น
ทางที่จะตดั สินอยางงาย ดงั ไดตดั สินมาในเมืองเพ็ชบรุ ีนน้ั ใหสา� รวจ
พวกลาวผูชายใครอายุถงึ ๖๐ ป ในเวลาน้ียอมเชื่อวาไดรับตราภมู ิ์
พิเศษทกุ คน ไดสัง่ ไปดังน้ี

ความเดือดรอนทร่ี าษฎรไดรอง ไมมีอยางใดนอกจากท่ไี ดวา
มาน้ี

กรมการ
พนักงานปกครองเมอื งสพุ รรณบุรใี นเวลานี้ พระสนุ ทรสงคราม
(ม.ร.ว. เลก็ ) เปนผวู าราชการเมอื ง หลวงศรสี พุ รรณนครเขตร (ทองด)ี
ปลัด ผูวาราชการเมืองและปลัดพง่ึ มารับราชการเมืองสุพรรณบุรี
ไดปเศษท้งั สองคน ไดรับพระราชทานบา� เหนจ็ ในการปราบปรามโจร
ผูรายเมอ่ื เรว็ ๆ นี้ท้ัง ๒ คน หลวงศรีราชรักษา (ปุย) เปนยกระบตั ร
นายสวสั ด์เิ ปนผูชวยราชการเมอื ง สวนตุลาการนั้น นายแชม เณติ
บนั ฑติ ยเปนผพู ิพากษาใหญ นายเขยี นเปนผพู พิ ากษารอง
สังเกตดขู าราชการท่ปี กครองเมอื งสพุ รรณบุรใี นเวลาน้ีเปน
คนหนมุ ท้ังชุด และเปนคนทีม่ าแตทอี่ น่ื แทบทั้งน้นั ดทู า� การกลมเกลยี ว
กนั ดีอยู กรมการเกาๆ ทีเ่ ปนคนพน้ื เมืองยงั เหลอื นอยเตม็ ที แตคนใน
พน้ื เมืองรุนหลงั ก�าลังฝกหัดข้ึนก็มหี ลายคน เพราะเหตุท่ีมีโรงเรียน
ปรีชาพทิ ยากร ตัง้ อยทู ่ีรมิ ท่ีวาการ โรงเรียนนีต้ ้งั มาแตกอนศก ๑๑๗
ขุนปรีชาเปนครูอสุ าหะฝกสอนศิษยส�าหรบั สงเขารับราชการ ไดลูก
ศษิ ยของโรงเรียนปรีชาพิทยากรน้เี ขารบั ราชการจนถงึ เปนยกระบตั ร
เมือง และนายอ�าเภอสองพี่นองอยูในเวลาน้ี จึงเหน็ วาขุนปรีชาควร
จะไดรับความสรรเสรญิ

การปกครอง
ขาพเจาไดไปตรวตราชการเมืองสุพรรณคราวแรกเมื่อ ร.ศ.
๑๑๑ คราวที่ ๒ ไปเมือ่ ร.ศ. ๑๑๗ นบั เปนคราวที่ ๓ ท่ีไดไปใน ร.ศ.
๑๒๒ นี้ สังเกตดูการปกครองเมืองสพุ รรณบรุ ีทีไ่ ดเห็นใน ๓ คราวนี้

348 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ

เรียกไดวาเปนคราวละอยางๆ คอื เม่ือ ร.ศ. ๑๑๑ การปกครองยัง
เปนอยใู นวธิ อี ยางเกากอนจัดมณฑลเทศาภบิ าล เวลาน้ันผูวาราชการ
เมอื งไมไดเลือกสรรโดยคณุ วุฒิในการปกครอง กรมการเลาก็เปนคน
ในพน้ื เมอื งตั้งแตงกันข้นึ รบั ราชการ เจาเมืองกรมการไดแตคาธรรม
เนียมความและสวนลดคานาเปนผลประโยชนโดยตรง และไมได
มแี บบแผนและวิธีตรวจตราในการปกครองอยางใด ดวยเหตุเหลานี้
การปกครองบานเมอื งในเวลานนั้ ที่เจาเมอื งกรมการถือวาเปนการ
สา� คัญกแ็ ตในการช�าระความ ซง่ึ เปนทางมาของผลประโยชนเอนกไนย
ราษฎรจะตองการความปกครองอยางใด ก็ตองท�าความพอใจใหแก
เจาเมืองกรมการผปู กครองดวยการใหคาธรรมเนียม และของกา� นนั
เปนตน ตลอดจนฝากตวั ใหใชสรอยแลกเปล่ียนความสงเคราะหตาม
ควรแกการ เมื่อเปนเชนน้ันก็เปนธรรมดาท่ีจะไดยินแตคา� รองทกุ ข
ของราษฎรแลคา� ตเิ ตือนเจาเมืองกรมการท่วั ไปในเมอื งนัน้

ครั้นเมอื่ ไปในศก ๑๑๗ เวลานน้ั ไดจดั การตง้ั มณฑลเทศาภิบาล
แลว และไดผลดั เปลย่ี นเจาเมืองกรมการเลือกสรรขาราชการทีเ่ ห็น
วามีวุฒิสงไปแตที่อน่ื มีเงินเดือนไดรับพระราชทานตามต�าแหนง
ท่ัวกนั และวางแบบแผนตางๆ ในการปกครองขน้ึ เปนชนั้ แรก เจาเมอื ง
กรมการทา� การตามแบบแผนปกครองเขมงวดไมใครจะเขาใจผอนผนั
หันหาความทุกขศขุ และความนยิ มของมหาชน ถือแตจะทา� การใหได
ดังตัวหนังสือในแบบแผนเปนประมาณ การปกครองเจริญเรยี บรอย
ดีขนึ้ กวาแตกอนเปนอันมาก แลไมไดยนิ เสียงราษฎรติเตียนในทาง
ขางลบหลูผูปกครองจรงิ อยแู ล แตทวามีเสยี งระอาการบงั คับบัญชา
เขมงวดโดยไมสมควรแกเหตุและไมมมี ูลตางๆ ชุกชมุ ครน้ั ไปคราวนี้
ไมมเี สียงราษฎรรองติเตียนผูปกครองหรือวาไดรับความกดข่ีอยางหน่งึ
อยางใดจากผูปกครอง แมมีความเดอื ดรอนก็เปนไปในการอยางอื่น
ดงั ไดกลาวมาแลว คือเรื่องภาษอี ากรเปนตนจึงเห็นวาการปกครอง
เมืองและตามอ�าเภอในสุพรรณบุรี ในเวลานีด้ ขี นึ้ กวาแตกอนเปนอนั

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 349

มากทเี ดยี ว เม่อื พจิ ารณาดโู ดยความคนุ เคยก็แลเหน็ เหตไุ ด ดวยผูวา
ราชการเมอื งกรมการเมืองและกรมการอา� เภอบังคับบญั ชาปกครอง
ราษฎรในเวลานี้ เอาใจเออ้ื เฟอตอความทุกขศขุ ของราษฎรมากขึ้น
วิธีท่จี ะบังคบั บัญชาราชการรูจักผอนผันหันหาความรศู ึกของราษฎร
ใหไดประโยชนในราชการและประโยชนของไพรบานพลเมอื งเปนไป
ในทางอนั เดียวกนั ได ทว่ี านี้ใชประสงคจะยกยองวาการปกครองเมือง
สุพรรณในเวลานด้ี ีทีส่ ุดแลว หรอื วาดียิ่งกวาเมอื งอน่ื ๆ ทว่ั ไป ทว่ี านี้
ประสงคจะกลาวใหปรากฏไววาวิธีที่จะปกครองเมืองใหเรียบรอย
เจริญดีขึ้น ตองอาไศรยใหราษฎรนิยมเปนขอสา� คญั ยงิ่ กวาทจ่ี ะบังคบั
บญั ชากวดขันเขมงวดเอาตามแบบแผนแตฝายเดียว ขาพเจาไดเคย
เห็นการบังคบั บัญชาทีเ่ มืองสุพรรณบุรีหลายอยางดังพรรณามาแลว
จึงวาเมอ่ื ผูปกครองเดนิ ไปทางทถี่ ูกแลว การบานเมอื งคงเรียบรอยข้นึ
เปนธรรมดาดังนี้

การปกครองเมืองสพุ รรณบุรีท่ีไปเห็นในคราวนี้ มีเลวลงกวา
แตกอนอยางหนึ่ง คือก�านนั ผูใหญบาน เมื่อคราวขาพเจาไปในศก
๑๑๘๑ เวลานั้นกา� ลงั จดั ตง้ั กา� นนั ผใู หญบานใหมๆ สงั เกตดูไดคนท่ีดี
เปนก�านนั ผูใหญบานแทบทั่วไป ขาพเจาไดจดชมลงไวในรายงานตรวจ
การคราวนนั้ ยังปรากฏอยู ไปคราวน้ีดูคนที่เปนก�านนั ผูใหญบานที่
เปนคนชั้นดีดังไดพบเหน็ ในคราวกอนเหลอื อยูนอย เปนคนชน้ั เลวๆ
เสยี โดยมาก เหน็ เชนน้กี เ็ ปนทีน่ าเสียใจแตกไ็ มปลาดใจ เพราะการท่ี
เลอื กหาก�านันผูใหญบานทุกวันน้ีมีเหตุตดิ ขัดตองเวนเปนอันมาก ทัง้
ราชการในหนาท่ีกา� นันผูใหญบานก็มีมากผลประโยชนก็ไดนอย ถา
การเปนอยูเชนนี้ก็ตองไดแตคนช้ันเลวๆ เปนก�านันผูใหญบานเปน
ธรรมดา เมอ่ื แลเหน็ เชนนีเ้ ปนที่หนักใจอยเู ปนอนั มาก ดวยการปกครอง

๑ ไมป่ รากฏรายการเสด็จคร้งั น้ี

350 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ

จ�าเปนตองมีก�านันผใู หญบานการจงึ จะดีไดดงั ความคาดหมาย ถาหา
ไดแตคนเลวๆ กเ็ หมือนตง้ั ไวหลอกลวงเปลอื งพระราชทรัพย แมแต
ท่ียกเวนคาราชการใหก็เหมอื นเสียเปลาๆ ถาหาคนดีเปนไมไดแลว
เลกิ ก�านันผูใหญบานเสียจะดกี วา แตเลกิ เสียก็ไมรูวาจะปกครองบาน
เมอื งอยางไรได ขอนี้จึงเปนทว่ี ติ กอดึ อดั ใจอยูเปนอันมาก

เม่ือวาถึงการปกครองเมืองสุพรรณบุรีที่เรยี บรอยดีขึ้นดงั นี้
จะตองกลาวไวใหปรากฏความดขี องพระศรีรณรงค (ด�า) ซ่ึงเปน
ผูวาราชการเมอื งสุพรรณบรุ ีตง้ั แตป ๑๑๗ พึง่ ยายไปเปนผวู าราชการ
เมอื งอางทองเมือ่ ศก ๑๒๑ เปนผไู ดจดั วางแบบแผนการปกครองให
เรียบรอยดีข้ึนเปนอันมาก พระสนุ ทรสงครามข้นึ ไปรับราชการตอ
พระศรรี ณรงค ไดมคี วามชอบในทางขางขาปราบปรามโจรผูราย ซึ่ง
เมอื งสพุ รรณบุรเี ปนท่เี ลอื งลอื มาชานาน ใหราบคาบลงไดประกอบกัน
การจงึ เรยี บรอยดงั ไดไปแลเห็นในคราวนี้

แก้ไขวิธีปกครอง
หนาที่ผูวาราชการเมอื งและกรมการอา� เภอ ซ่งึ เปนพนักงาน
ปกครองราษฎรตามหวั เมือง มกี ารที่จะตองท�าเปน ๒ แพนก คอื ท�า
การตางๆ อันตองทา� ในที่วาการใหไดดังระเบยี บแบบแผนการปกครอง
แพนก ๑ ตองเทย่ี วตรวจตราการตามทองที่แพนก ๑ การทง้ั ๒ แพนก
นเ้ี ปนการส�าคัญท่ตี องท�าใหดดี วยกันทั้ง ๒ แพนก ขาพเจาไปตรวจ
ราชการคราวน้ี สังเกตเหน็ วาการตรวจตราตามทองที่ยังไดท�านอย
นัก เม่ือไดไลเลียงดกู ็เห็นความขัดของผูวาราชการเมืองกรมการมี
อยูบาง เพราะกระทรวงมหาดไทยไดจดั ต้ังแบบแผนขึ้นใหมในศก
๑๒๒ หลายอยางคอื วิธหี มายต�าหนทิ ะเบียฬสัตวพาหะนะและการ
ทา� สัมโนครัวเปนตน เม่อื สงแบบแผนการอันใดออกไปใหม ผูวาราชการ
เมอื งและกรมการก็จา� ตองตง้ั ตนศึกษาหาความเขาใจ และความชา� นาญ
ทจี่ ะท�าตามแบบแผนเหลานั้นกนิ เวลาเร่อื งละมากๆ อกี ประการหนึ่ง
วิธแี บงหนาทก่ี รมการอ�าเภอ ท่ีใหมีปลดั อา� เภอส�าหรบั ท�าการอยั การ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 351

คน ๑ ธรุ การคน ๑ อยางทกุ วนั น้ีเปนเหตุใหปลัดอ�าเภอทงั้ ๒ คน มธี รุ ะ
ทีต่ องท�าการในที่วาการอ�าเภอท้ิงไปไมได อาไศรยเหตุเหลาน้ีจึงเปน
การพวกั พวนของผูวาราชการเมอื ง และกรมการอา� เภอไมสามารถจะ
ไปเทีย่ วตรวจตราตามทองที่ และจะรักษาระเบียบแบบแผนในทว่ี าการ
ใหเรียบรอยไดดวยกันท้งั ๒ อยาง เมอ่ื สงั เกตเห็นเชนนีจ้ ึงไดตกลง
ใจวาใน ร.ศ. ๑๒๓ นี้ สวนการใหมตางๆ จะไมจดั อะไรเลย ถึงจะจดั
ก็เปนอยางนอยที่สุดจะต้ังหนาจัดวธิ ีทา� การในทีว่ าการอ�าเภอ และ
ท่วี าการเมืองเพ่ือประโยชนใหการรกั ษาระเบยี บในทว่ี าการ และการ
เทยี่ วตรวจตราตามทองที่เปนไปไดดวยกันตามควรทั้ง ๒ อยาง

เร่ืองเมอื งโบราณ
ไปเท่ียวนขี้ าพเจาไดไปเทยี่ วทเี่ มืองอูทอง มคี วามคดิ เห็นใน
เรือ่ งเมืองโบราณแถวนี้บางเล็กนอย จงึ ไดเรยี บเรยี งลงไวในทายรายงาน
ดงั นี้

เรื่องเมอื งอูทอง
มเี มืองโบราณเมืองหน่ึงอยูในแขวงสพุ รรณบุรี ทางตวันตก
เฉียงใต ใกลกับเทือกเขาซึ่งเปนเขตรแดนเมืองสพุ รรณตอกับเมือง
กาญจนบรุ ี และมีล�าแมนา้� เกาผานหนาเมอื งโบราณน้ี เรียกวาล�านา�้
จรเขสามพัน แตทกุ วนั นข้ี าดเขนิ เปนหวงเปนดอนเสยี แลว
เมอื งโบราณนี้ พวกราษฎรทีอ่ ยูในแถวนน้ั เรียกวาเมืองทาว
อูทอง มเี ร่ืองราวเลาสบื ตอกันมาแตโบราณวาทาวอทู องไดครอบครอง
เมอื งนีม้ า จนกาละครั้งหน่งึ เกิดไขหา ราษฎรลมตายมากนัก ทาวอทู อง
จงึ อพยพผูคนละทิง้ เมืองน้หี นีหาไปทางทิศตวันออก เที่ยวเสาะหาท่ี
ต้ังเมืองเปนระยะไปหลายแหง ไขหาก็ยังตามไปจนทาวอทู องอพยพ
ผูคนหนหี าขามลา� แมน�้าสพุ รรณไปทางฝงตวนั ออกจึงไดพนหา ยงั มี
ทาทรี่ ิมแมนา�้ สพุ รรณ เรียกวาทาทาวอทู องอยจู นทุกวนั น้ี มีเรือ่ งราว
เลาสบื ตอกนั มาดงั นี้
ขาพเจาไดไปเทย่ี วถงึ เมืองทาวอทู องในคราวนี้ ตรวจดภู ูมิ์ถาน

352 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ

เห็นเปนเมืองใหญ มกี �าแพงเมือง ๒ ชนั้ แลมสี ระใหญๆ ขุดไวหลาย
สระคลายกับเมืองศุโขไทยเกา ขางในเมืองมโี คกอิฐซ่งึ พึ่งเหน็ ไดวา
เปนวดั วาของเกาแกมากมายหลายแหง พระเจดียท่ียังคงรูปอยูก็มี
บาง ไดตรวจคนดขู องเกาท่ีจะเปนพยานอายุของเมอื งนี้ไดพระพุทธ
รูปทีเ่ ปนฝมอื เดยี วกบั พระทางพระปฐมเจดยี มีอยูบาง และไดสืบถาม
ตามชาวบานถึงส่ิงของโบราณท่ขี ุดไดในเมอื งนี้ ก็ไดเงนิ เหรียญตรา
สังขอยางเดยี วกบั ทีข่ ุดไดท่ีพระประโทน จึงสนั นิถานวา เมืองน้จี ะเปน
เมอื งในสมัยเดยี วกบั เมอื งโบราณท่ีพระปฐมเจดยี กอนเมืองสุพรรณบรุ ี
ทกุ วนั นี้ชานาน แตเจดียสถานท่ียังมรี ูปอยูน้ันสังเกตวาท่เี ปนรูปข้ึน
ใหมประมาณวาในคร้งั กรุงเกาก็มีบาง ดูการกอสรางจะเปน ๒ ยุคอยู

เมอื งนแ้ี ตเดมิ คงจะเปนเมอื งทม่ี ีกระษตั ริยครอบครอง ครนั้
ตอมาเพราะเหตุทที่ างแมน�้าเปลย่ี นแปลงทา� ใหแมน้�าสา� หรบั เมืองน้ี
ตนื้ เขนิ ขึน้ ทกุ ที จงึ ตองขุดสระหาน�้าไวใชในเมอื งเมอ่ื ฤดูแลง และ
ภายหลงั ยงั กนั ดารน�้าย่งิ ขน้ึ ทกุ ทจี นเกิดไขเจบ็ จะอยูตอไปไมได จงึ ตอง
ทิ้งเมอื งยายไปทอี่ ื่นดังนทิ านท่เี ลาสืบกันมาวาหนหี านั้น

เมืองที่ตองท้งิ ใหราง เพราะแมนา�้ เปล่ียนทางอยางวาน้ี มี
ตัวอยางหลายเมอื ง คอื เมืองศโุ ขไทยเกาเปนตน เมอื งที่ตองท้งิ ใหราง
ในชน้ั หลังไมชานานมานกั เพราะเหตนุ ี้ก็มีอีกเมอื งหน่งึ คือ เมืองพิจิตร
เกา เมือ่ ปขานอฐั ศก จุลศกั ราช ๑๒๒๘ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา
เจาอยหู วั เสด็จขนึ้ ไปเมืองพศิ ณุโลก เสดจ็ ดวยเรอื ไฟพระทน่ี ง่ั อรรคราช
วรเดช ซึง่ เปนเรือสองปลองอยางใหญในเวลานน้ั ยังไปไดทางแมน�้า
พจิ ิตร ทุกวันน้ีแมน�้านน้ั ตน้ื เขนิ เปนหวงเปนดอนใชเรือไมไดทีเดยี ว
จนตองยายเมืองพิจิตรมาต้ังทางแมน้�าใหมขางคลองเรียง ถึงที่
พระปฐมเจดยี แตเดมิ ก็คงจะมีแมน้�า เพราะการสรางเมอื งแตโบราณ
คงตองอาไศรยล�าน้�า และมที ท่ี �านาจงึ ตั้งเปนบานเมอื งใหญโตอยูได
อาไศรยเหตุเหลานี้ จงึ ไดลงความสันนถิ านดังกลาวมาแลว

ทานทัง้ ปวงทไี่ ดอานหนังสอื พระราชพงษาวดารทก่ี รมสมเด็จ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 353

พระปรมานุชิตทรงเรียบเรียงไว ยอมทราบอยูทว่ั กนั วากระษตั ริย
พระองคหนง่ึ ทรงพระนามวา พระเจาอูทองเปนผูสรางกรุงเกาเม่อื
จุลศักราช ๗๑๒ ป เมืองโบราณทข่ี าพเจาวาน้ี ก็เรียกวาเมืองทาว
อูทอง (ทาวอูทองหรือพระเจาอทู อง กค็ ือความเดยี วกนั นัน้ เอง) จึง
เปนขอปณหานาคิดวา พระเจาอทู องน้นั จะเปนพระองคเดยี วกนั หรือ
จะเปนกระษตั ริย ๒ พระองคมีพระนามพองกัน ความขอนี้ในหนงั สือ
พระราชพงษาวดารวา พระเจาอทู องทส่ี รางกรุงเกานนั้ ลงมาแตเมือง
เทพนคร ซงึ่ ตงั้ อยูใตเมืองก�าแพงเพช็ ร และแสดงเหตุวาเพราะบรรธม
ในเปลทองของนฤมติ รแตยงั ทรงพระเยาว จึงไดมีพระนามวาพระเจา
อูทองดงั น้ี แตฝายขางพระเจาอูทองทางสุพรรณนี้ ไมมอี ันใดปรากฏ
นอกจากเร่ืองนิทานท่ีไดเลามาแลว แตมีหลักถานบางอยางซึ่งนาจะ
เอามาประกอบคิดเดาดูไดบาง คือ ในหนังสอื โบราณ เชน หนงั สอื
จาฤกหลักศิลาทเ่ี มืองศโุ ขไทย เปนตน เมอื่ กลาวถงึ เมอื งสพุ รรณยอม
เรียกวาเมืองสวุ รรณภูมิ์ หาไดเรยี กวาสุพรรณบรุ ไี ม คา� วา อู ยอมแปล
ไดเปน ๒ นยั แปลวาเปลกไ็ ด หรอื จะแปลวาเปนทมี่ ที ่เี กิด ดังเชนคา� ที่
ใชพูดกนั อยูวา อูนา้� อเู ขา เชนนกี้ ็แปลได เพราะเหตุนค้ี า� วา สวุ รรณภมู ิ์
ถาจะแปลวาอูทอง จะใชไดหรือไม ถาใชไดเมอื งโบราณน้ชี ่ือเดิมท่เี รยี ก
ในภาษาไทย คงเรียกวาเมืองอูทอง เมอื่ ไปเรยี กในภาษาบาฬจงึ ใชวา
สวุ รรณภมู ิ์ เพราะฉน้นั สนั นิถานวา ทเ่ี รียกพระนามกระษตั ริยทค่ี รอง
เมอื งน้ีวา ทาวอทู องหรอื พระเจาอูทองน้ันกค็ อื อยางเรียกวา พระเจา
กรุงศรีอยุทธยา หรอื พระเจาเชียงใหมหาใชนามเฉภาะกระษัตริย
พระองคหนงึ่ พระองคใดไม เปนนามสา� หรบั เรียกพระเจาแผนดินท่ี
ครองเมอื งอทู องน้ีทกุ พระองค

มขี อท่ีควรจะเห็นปลาดอีกอยางหน่งึ คือ เมอื งอูทองน้ีอยใู น
ทามกลางหวางเมอื งทงั้ สอง เมืองขางตวนั ตก เรยี กวา เมืองกาญจนบรุ ี
อีกเมอื งหนึ่งอยูขางตวันออกเรียกวาเมืองสุพรรณบุรี ชอื่ เก่ยี วของกบั
ทองดวยกันทงั้ สองเมือง ท�าไมจงึ เปนเชนนี้ ในหนงั สอื โบราณที่ไดกลาว

354 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ

มาแลว มชี ือ่ ปรากฏแตเมอื งสุวรรณภูม์ิเมอื งเดียว ถาจะสันนถิ านวา
เมอื งทั้งสองคือ เมืองกาญจนบรุ ีกด็ ี เมืองสุพรรณบรุ ที ุกวนั นก้ี ด็ ี เปน
เมอื งทีต่ ั้งขน้ึ ภายหลงั โดยมีเหตุเก่ยี วเนือ่ งกับเมืองสุวรรณภมู ์อิ ยางใด
อยางหน่งึ อยางน้ีจะใชไดหรอื ไม

เม่ือไดลองคิดถึงเพยี งน้ีแลว ดยู ังมีขอท่ีนาจะวินจิ ฉัยตอไป
อีกขอ ๑ วา พระเจาอูทองทสี่ รางกรุงเกาน้ัน ถาจะเปนพระเจาอูทอง
ที่ไปจากเมืองสวุ รรณภูม์ิน้ีจะเปนไดหรือไม ปณหาขอนีถ้ าจะวาใน
ทางขางจะเปนไดกม็ หี ลักถานอยหู ลายอยาง คอื

๑. ตามเร่ืองนิทานท่ีเลาสบื กนั มาวา พระเจาอูทองท้ิงเมอื ง
สุวรรณภูมิ์หนีหาขามไปทางทศิ ตวันตกน้นั ก็ไปตรงทางทิศกรุงเกา
ระยะทางแตเมอื งเดิมมาถงึ กรุงเกาก็เพียง ๓ วนั ใกลกวา แลวจะอพยพ
ผูคนไปไดงายกวาท่จี ะลงมาจากเมืองเทพนครเปนอันมาก

๒. ผูศึกษาพงษาวดารยอมทราบอยูดวยกนั วาเมอื งศรอี ยทุ ธยา
เปนเมอื งเกา มีมากอนครัง้ พระเจาอูทอง พระเจาอทู องเปนแตมาต้ัง
เมืองศรีอยุทธยาขน้ึ เปนเมอื งหลวงอีกคร้ังหนึ่ง ท่ีมาเปล่ียนพระนาม
เปนสมเดจ็ พระรามาธิบดนี ั้น ก็เพราะเหตุจะใหตองแบบแผนที่เปน
กระษัตรยิ ครองเมืองศรอี ยทุ ธยา อยางพระรามาวตาร ขอน้ีนาจะเหน็
ไดวาแตเดมิ คงจะมพี ระนามตามทจ่ี าฦกในพระสพุ รรณบัตรเปนอยาง
อน่ื เชนวาสมเดจ็ พระบรมราชาธิราชเปนตน ท่เี รยี กวาพระเจาอูทอง
เรยี กตามนามเมืองอูทอง ครั้นมาครองเมืองศรีอยุทธยาก็ใชพระนาม
ปรากฏวา พระเจากรงุ ศรอี ยุทธยาแตน้ันมา

๓. ในหนงั สอื พระราชพงษาวดาร วาในแผนดนิ พระเจาอทู องนั้น
หวั เมืองฝายเหนือต้งั แตเมืองนครสวรรคขน้ึ ไปเปนเมืองประเทศราช
ท้งั น้นั ถาพระเจาอูทองลงมาจากเมอื งเทพนครๆ กอ็ ยใู กลในระหวาง
เมอื งกา� แพงเพช็ ร เมืองพจิ ติ ร แลอยเู หนอื เมืองนครสวรรคทต่ี องตอน
ผูคนผานลงมาเพียงระยะวันเดียวสองวัน รอบขางเมืองเหลาน้ันจะ
เปนเมอื งประเทศราชอยางไร ในขอนี้พิเคราะหดตู ามความในหนงั สอื

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 355

พระราชพงษาวดารตอนน้ี ถามาจากทางเมืองสุพรรณพเิ คราะหความ
งามจะสมมากกวามาจากขางเหนือ เพราะเมอ่ื พระเจาอทู องมาสราง
กรงุ เกาเปนราชธานนี ้ัน นาท่จี ะกวาดตอนผคู นซง่ึ มีภมู ล์ิ �าเนาอยูทาง
เมืองเดิมมาไมไดหมด คือขุนหลวงพงัวซ่ึงเปนพ่ีพระมเหษเี ปนตน
นาทจี่ ะเปนเพราะมวี งษวารพรรคพวกต้งั ภูม์ิล�าเนาอยูทางโนนมาก
ไมยายมาอยกู รงุ ศรีอยทุ ธยาท่สี รางใหม จึงโปรดต้ังขุนหลวงพงัวข้นึ
เปนพระบรมราชาใหอยคู รองทางเมอื งเดมิ และจะไดตัง้ ขน้ึ เปนเมือง
สพุ รรณบรุ ีในคราวเดยี วกนั กบั สรางกรุงเกานนั้ กอ็ าจจะเปนได สวน
พระราเมศวรราชโอรสน้ันโปรดใหขึ้นไปครองเมืองลพบุรี รักษา
พระราชอาณาจกั รขางทางเหนือ ท่ีติดตอกบั เมอื งประเทศราช ดภู ูม์ิ
แผนท่ี ท่ีวางการเชนน้ี เขาทีท่ างขางจะมาจากสุพรรณมาก

ขอความที่กลาวมาทั้งนี้ ขอใหทานผูเอาใจใสสอดสองใน
พงษาวดารเมืองไทยจงพิเคราะหดูเถิด

356 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 357



เรอื่ งเทยี่ วทตี่ างๆ ภาค ๓
เลาเรอื่ งเทย่ี วมณฑลเพชรบรู ณ์


Click to View FlipBook Version