เดอื น ๓๐ บาทจะพอ แตทจ่ี ริงตองการคนดีกวาชั้นนนั้ มาก เพราะ
ตองการท้งั ความรทู ่ีจะทา� บาญน้�าบาญชีตลอดจนความอารเี ทย่ี งธรรม
แลความซื่อตรงเปนทีส่ ดุ จะตองใชคนชั้นอตั ราเงนิ เดือนไมตา่� กวา ๖๐
บาทจงึ จะพอแกการ
การโรงเรียนในมณฑลนี้ พระยาศรสี ุรยิ ราชวรานุวตั รไดขวน
ขวายตองการจะจดั มาก ไดไปชกั ชวนพระอาจาริย ออน วัดอนงคา
ราม ซึ่งเปนผูมีชอ่ื เสียงในการฝกสอนสานศุ ษิ ยขนึ้ มาจัดการโรงเรยี นท่ี
เมอื งพิศณุโลกไดปลูกโรงเรียนอยางงดงาม และมโี ตะเกาอ้พี รอมเสร็จ
เรียกวาโรงเรยี นศลิ ปาคมต้ังอยทู ใ่ี นบรเิ วณวดั นางพระยา พระอาจารยิ
ออน เปนผูฝกสอน มีสานุศิษยประมาณ ๖๐ คน ไดไปตรวจดูการ
ฝกสอนอยขู างจะบกพรองแบบแผนอยมู าก เปนตนวา หนงั สอื เรียน
ใชแบบเรียนเร็วเปนพื้น ยงั ใชหนังสือมลู บทสอนอยบู างกม็ ี แตกระน้นั
หนงั สอื เรียนยงั ไมพอเดก็ ตองเรยี นเลมละ ๒ คนบาง ถึงตองเขียนให
เรียนก็มี เด็กนกั เรยี นน่ังไมเปนหมวดหมู
โรงเรียนในมณฑลพิศณุโลกยังมีอีกโรงหน่ึง คือ โรงเรียน
ของพวกมิศชนั นารีอเมรกิ ันสอนท้ังภาษาไทยแลภาษาองั กฤษ นาย
บุญอิดซึ่งเปนคฤษสีเตียนบุตรจีน และไดออกไปเลาเรียนในเมือง
อเมรกิ าประมาณ ๑๕ ปเปนอาจาริย มนี กั เรียนประมาณ ๒๐ คนมกั
เปนบตุ รหลานขาหลวงแลกรมการซ่ึงตองการจะเรียนภาษาอังกฤษ
เปนพืน้ แลเรยี กเงินคาสอนบางตามสมควร มศิ ชันนารอี เมรกิ ันท่ีเมอื ง
พิศณโุ ลกนี้ มอบใหนายบญุ อิดทีว่ านเ้ี ปนผูดกู ารจัดการโรงเรียนสอน
วชิ าอยางหน่งึ โอสถศาลาจ�าหนายยาและรักษาโรคอยางหน่งึ การ
รกั ษาโรคมักจะรกั ษาใหเปนทานไมคดิ เอาคารักษา การสอนสาศนา
ระคนเปนไปกบั การสองอยางนั้น ไมเอาการสอนสาศนาขนึ้ ตงั้ หนาและ
นายบญุ อดิ คนนี้ถึงแตงตัวเปนฝรั่งแตวางอัชฌาไศรยเปนคนเรยี บรอย
เอ้ือเฟอตอผูซ่ึงตองการความสงเคราะหท่ัวไป แมคนเจบไขอยูตาง
เมอื ง จะรบั ไปรักษากส็ ไู ปไมคดิ เอาคาจางอยางใด เพราะเหตฉุ ะน้ผี ูคน
260 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ในเมืองพิศณโุ ลกอยขู างจะรกั ใครมาก ตงั้ แตตัวพระยาศรีสรุ ิยราชวรา
นุวตั รลงไป แมฉนั เองไดมาคุนเคยกันคราวนกี้ ็อยูขางชอบ บางทีจะ
คิดอานใหพระยาพไิ ชยเกลยี้ กลอมเอาไวรับราชการ เวนไวแตถาเขา
อยอู ยางน้ี กไ็ มจา� เปนดวยไหววานกันได ในสวนการคาขายในมณฑล
พิศณโุ ลก เวลานีน้ อกจากหางแลโรงเยบเส่ือแลรานตลาดซึ่งไดวามา
แลว ยงั มีโรงจนี กวางตงุ ชางไมซ่งึ พระศรสี ุรยิ ราชวรานวุ ัตรไดเรียกขน้ึ
มารับเหมาทา� สถานท่วี าการตางๆ นน้ั จนี พวกนีเ้ ดยี วนที้ �ามาหากนิ
ฟุมเฟอยขึน้ มาก เพราะฝมอื ดีกวาชางในพื้นเมอื ง มีการตางๆ เท่ยี ว
รับทา� แทบท่ัวทกุ หัวเมอื งในมณฑล ตวั เถาแกน้ัน ถึงมีเรือไฟใชแล
มีจนี กวางตุงลูกมือกวารอยคน
เวลากลางวนั พวกจีนแหปายมาค�านับ เวลาบายไดไปเวียนเทียน
สมโภชพระชนิ ราชเปนการกุศลถวายแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว
ผูทรงพระคุณธรรมอนั มหาประเสรฐิ พระยาศรีสุริยราชวรานุวตั รได
เลย้ี งน้�าชาทใ่ี นลานวดั ดวย
วันที่ ๓ เวลาเชาเดินไปเท่ียวเลนตามถนนในเมืองหางตล่งิ
ขางในเขาไป ยังเปนท่รี กแลเยาเรือนผูคนซอมซอมาก เพราะเหตทุ ่ีๆ
มากกวาคนคงติดหนาแนนไดแตตามรมิ นา�้ สงั เกตดูพน้ื ท่แี ถวนป้ี ลกู
ตนผลไมตางๆ ก็ข้ึนงามดี แตในฤดูแลงวามกั จะแหง ถึงกระนั้นก็
ไมเหนเปนความขัดของอยางใดท่ีจะทา� การเพาะปลูก เพราะนา้�
พอหารดได จะตกอยูในขางความขีเ้ กยี จของคนเปนเหตไุ ดบาง
เวลากลางวันไปตรวจทีว่ าการอา� เภอเมอื ง นายรอยโทหมอม
ราชวงษแสงเปนนายอา� เภอ เวลาเยนไปเทยี่ วท่สี ระแกว สระแกวน้ีอยู
นอกเมอื งฝงตวนั ออกขางใต เดนิ หางตลง่ิ เขาไปทาง ๑๗ เสน ขดุ เปน
บึงใหญมเี กาะเกยี นท�านองทป่ี ระชุมทุกวนั ดเู หมอื นจะเปนท่ีประภาศ
ของเจาที่ครองเมืองพิศณโุ ลกแตโบราณ มีรอยกา� แพงลอมรอบ และ
มีวัดวาสองขางทางไปจนจบสระแกว ดเู ปนทสี่ นกุ นีอ้ ยู พระยาศรสี รุ ยิ
ราชวรานวุ ัตร ไดตดั ถนนแตฝงน�้าเขาไปถึงสระแกว ดวยเจตนาจะ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 261
คดิ แผวถางท�าเปนปาก ส�าหรับเมอื งพิศณโุ ลก ถาท�าส�าเร็จจะนา
เท่ียวพอใช ดวยบึงน้ันยังลึกแลกวางใหญ ถาเอาสนุนข้ึนหมด จะ
พายเรือเลนไดสนุกดี บนบกตามขอบบึงก็เปนปามีตนไมใหญ ถา
แผวถางพื้นแผนดินใหเตยี นกเ็ ปนปากไดในตวั เสียแตโซไซเอติท่ีเมือง
พิศณโุ ลกยงั เลก็ จะพาคนไปประชมุ ท่ีปากไมใครจะได
เวลาค่�าไดสนทนากับพระแกวอาษาเจาเมืองดานซายคน
ใหม ท่ีไดเขามาคอยรบั ฉนั อยดู วย พระแกวอาษาคนนี้ยังหนุมอายุ
ประมาณ ๓๐ พระยาศรสี รุ ิยราชวรานวุ ัตรสรรเสรญิ มาก สนทนากัน
เขาดูกเ็ หนวาดีจรงิ ดวยเปนคนเอาใจใสศึกษารูแบบแผนการปกครอง
อยางใหม แลดูมีสติปญญาความคดิ อยูขางเปนชาวเมืองดานซายดวย
ถาไมบอกก็ไมเช่ือวาคนพืน้ หัวเมอื งไกลถงึ เพียงน้ีนั้น ไดความวา ที่เมือง
ดานซายในเวลานเี้ ปนปรกติ แตราษฎรไมใครไปคาขายทางเมอื งหลวง
พระบางดังแตกอน เพราะถูกฝรง่ั เศสรบกวนในเรอื่ งเกบสรวยแลภาษี
จนคนระอา ชาวเมอื งดานซายหากินดวยการเล้ยี งครั่งเปนพน้ื แตการ
ท�าครง่ั มีธรรมดาเวยี นกนั ใน ๑๒ ป คร่งั ออกผลมาก แตในปขาล เถาะ
มะโรง มะเสง มะเมีย ๕ ป ปนอกจากนัน้ ออกนอย ลดลงเหลืออยเู พยี ง
๑ ใน ๕ ราษฎรเล้ียงไวพอไมใหสูญพรรณ ไปจนครบเจดปจึงจะบริบูรณ
ใหม เปนความรูปลาดอยางหน่งึ ในเวลาท่ีทา� คร่งั ไมใครไดผล ราษฎร
มักหากินในการซื้อขายโคกระบือ คือ ไปรบั ซื้อมาแตมณฑลลาวพวน
มาขายในมณฑลพิศณุโลกแลมณฑลลาวเฉียงเปนประเพณีดงั น้ี
พระแกวอาษาอยูขางจะบนออกปากนายกิจการีขาหลวง
มณฑลลาวพวนทอี่ ยบู านตอแตน ระยะทางหางเมอื งดานซายประมาณ
๖ ชว่ั โมงน้นั วาขอนขางจะขี้ขลาดมาก บอกแตวาฝร่ังเศสจะยกมา
ใหพระแกวอาษาเกณฑก�าลังไวชวยตอสูไมรูวาสักกี่ครัง้ ฉนั ถามถึง
กติ ติศัพทความประพฤตขิ องนายกิจการี พระแกวอาษาเขาใจวาพวก
ทาวเต้ยี กรมการไมใครจะชอบ เพราะนายกจิ การมี ักจะพดู จารุนแรง
ไมใครเอาอกเอาใจผคู น แตความที่วานจี้ ะจรงิ เท็จฉนั ใดไมทราบ
262 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
การทา� ไรนาในเมอื งพิศณุโลกปนีท้ �ามาก แตฝนปลายมืออยุด
เร็วไปเขาเสียไปบาง
วันที่ ๔ พฤศจกิ ายนนมัสการพระชนิ ราชแลว เวลา ๓ โมงเชา
ออกเรอื จากเมอื งพศิ ณุโลกขน้ึ มาไดสกั ๒ ชั่วโมง ถึงทีน่ า้� ตน้ื เรอื ไฟหลวง
จะขึน้ มาไมได จงึ ส่งั ใหกลับลองลงไปกรงุ เทพฯ อาไศรยเรือไฟเชลย
ชกั จงู ตอขึ้นมา เวลาบาย ๕ โมง จอดพักที่เมอื งพรหมพิราม ไดขน้ึ
ตรวจทว่ี าการอา� เภอพรหมพริ ามในเยนวนั นน้ั อ�าเภอนหี้ ลวงอุดรเขตร
บริหารเปนนายอา� เภอ บานสองขางตลิ่งตอนอา� เภอพรหมพิรามนี้
บนตลงิ่ เปนสวนปลูกผลไม ชายตลงิ่ ปลูกยาแลพรรณไมลมลุกตางๆ
ตลอด แลดูรับกับรว้ั แลถนนทท่ี �าดูงามมาก
วนั ที่ ๕ พฤศจกิ ายน เวลาโมงเชาออกเรือจากพรหมพิราม
ต้งั แตตอนน้ีน�้าตืน้ ตองใหเรือไฟกลบั แลใชถอใชแจวเรือตอขน้ึ มาชากวา
เรือไฟลากจะขน้ึ มาใหถงึ เมืองพิไชยในวนั นัน้ ไมได บาย ๒ โมงถึงบาน
ชองจงึ ไดจอดพกั อยูที่นนั่
ไดสังเกตดูก�านนั ผูใหญบานในหัวเมืองมณฑลพิศณโุ ลกน้ี ดู
เปนคนชน้ั ดแี ละเอาใจใสตอราชการมาก แทบจะวาดกี วากรมการเมอื ง
อยางแตกอนได จะผานหรือจะจอดในที่ใดดพู วกกา� นันผใู หญบานคอย
เปนธรุ ะอยางเดียวกนั ตลอด ทพ่ี บปะไตถามก็แลเหนความเอ้อื เฟอแล
เขาใจนาท่ีไมใครเวนตะละคน เมือ่ วาโดยยอ ในสวนพนกั งานปกครอง
มณฑลน้ี นับต้ังแตขาหลวงเทศาภิบาลลงมาจนก�านันผใู หญบาน จดั
ไดวาท�าการไดถึงที่ตามความที่มุงหมาย แลที่เหนวาจะเปนไดทุกๆ
อยาง ทง้ั ดูเสียงพวกพอคาแลราษฎรเสยี งทจ่ี ะรองวาถูกกฎขีโ่ ดยความ
ทจุ ริตอยางใดเปนไมมเี ลอย โดยเฉภาะในเสยี งพวกพอคาจีนยอมสรร
เสริญเปนเสียงเดียวกันท่ัวไปวา ทุกวันนี้ไดท�ามาคาขายโดยความ
ผาศขุ กระท�าใหเจริญผลยงิ่ ข้นึ กวาแตกอนเปนอันมาก จะไปคาขาย
ในท่ีใดพอเขาในเขตรมณฑลพศิ ณุโลก กร็ สู กึ วาปราศจากทางท่ีจะมี
พยันตรายแกตวั แลทรพั ยสมบตั ิ ดวยเหตโุ จรผูรายเปนตน แตเสยี ง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 263
ราษฎรมรี องอยูดวยเร่ืองการกะเกณฑใชสรอยอยางเชนเมอื งพจิ ิตร
ยงั มีตอขึ้นมาบาง
การเรอ่ื งกะเกณฑนี้ เปนเครื่องมอื ท่ีพระยาศรีสุริยราชวรา
นวุ ัตรไดใชท�านบุ �ารงุ การโยธาตางๆ ทไ่ี ดทา� ข้นึ ในมณฑล ต้งั แตหาไม
แลเคร่อื งมุงและแรงท่ีทา� ทวี่ าการเมอื ง ท่ีวาการอ�าเภอและถนนสะพาน
การบา� รุงเมืองที่ไดทา� ขน้ึ มากบางนอยบางทุกๆ เมอื ง ไมตองเบกิ เงิน
หลวงมาก เพราะใชก�านันผใู หญบานกะเกณฑราษฎรผลดั เปลี่ยนกัน
หาสง่ิ ของแลลงแรงมาท�าการ โดยเรียกวาบอกบญุ บางหรือเกณฑจาง
บาง เมือ่ แลดูผลที่ไดท�าดวยการกะเกณฑนี้จะตเิ ตียนวาไมดีไมได
และการทก่ี ะเกณฑเชนน้ี ถาจะเทียบกับทวี่ ิลนั ดากะเกณฑในเมือง
ยะวาแลวก็เบากวาท่ีวลิ ันดาท�าเปนอันมาก ถึงในมณฑลพิศณุโลก
นเ้ี อง ในเมอื งพไิ ชย แลเมอื งพศิ ณุโลกกม็ ีมารองไมก่คี น เพราะเคยถูก
กะเกณฑกนั มาแตกอน รองมากอยแู ตเมืองพจิ ติ ร ซึง่ พงึ่ ลงมือทา� การ
และทา� เรงรัดเกินไปในคร้งั น้ี แตเพราะนไิ สยราษฎรในเมอื งเรามกั จะ
เกยี จครานไมชอบการท่ีบังคบั บัญชาจงึ เหนเปนการเดือดรอน แตมา
พเิ คราะหเหนวา เรือ่ งกะเกณฑในมณฑลพศิ ณุโลกนี้ แมจะเปนการ
ที่ท�าใหเกดิ ประโยชนแกบานเมืองเปนอนั มาก ทางทเี่ สียมอี ยู เพราะ
ราษฎรจะเกิดรงั เกยี จข้นึ กับก�านันผูใหญบานซึง่ เปนผูกะเกณฑ สงั เกต
ดเู สยี งราษฎรท่ีรองก็มอี ยูบางแลววา ก�านนั ผใู หญบานแกลงใชตนให
หนัก ยกพวกพองทชี่ อบพอกันใหเบา สวนก�านันผใู หญบานซง่ึ ฉนั ได
ลองไตถาม กป็ รากฏความทอถอยแลรสู กึ วาราษฎรลูกบานเกลียดชัง
ดวยเรือ่ งการกะเกณฑน้มี ีอยูบาง ถาความรูสึกของก�านนั ผใู หญบาน
แลราษฎรเปนเชนน้ีท่ัวไป จะท�าใหเสยี ผลแหงพระราชบญั ญัติลกั ษณ
ปกครองทองที่ ซ่ึงมุงหมายจะเอาความนิยมของราษฎรแลก�านัน
ผูใหญบานเปนหลกั
การทีจ่ ะแกไขเรอ่ื งนี้ก็ไมยากอนั ใด ถาอยุดเกณฑเสียเม่อื ใด
ราษฎรก็เปนซองสาธกุ ารไมตองทา� อยางอ่ืน แตการทจี่ ะอยุดเกณฑ
264 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
เสยี ทเี ดียวเหนวาไมควร ดวยมีทางขางเสียที่จะท�านุบ�ารงุ ความเกยี จ
คลานของราษฎรอยูเหมือนกนั จึงไดปฤกษากับพระยาศรีสุรยิ ราช
วรานวุ ตั รตกลงพรอมกันวา ควรจะจดั การดังน้ีตอไปคอื
๑. การกะเกณฑเพื่อประโยชนของราษฎรเอง คือ บงั คับให
ท�าร้ัวบานแลรกั ษา หรอื ทา� ถนนนาบานเปนตนน้ีตองคงไว
๒. การกะเกณฑท�าการโยธาของรัฐบาลจะงดไมเกณฑดัง
แตกอน ถาจะทา� การซอ้ื หาวาจางตามธรรมเนยี มเมอื ง
๓. การเกณฑแรงใชราชการ เชนรบั สงสงิ่ ของเปนตน หรอื เชน
เกณฑท�าถนนหลวงยงั จะตองเกณฑ แตจะเกณฑแตบุคคลซง่ึ มไิ ดเวน
ในขอท่ี ๔
๔. จะคิดใหมีต๋ัวเวนเกณฑขน้ึ อยางหน่ึง ในเวลาฤดูนาถาผูใด
ทา� นาแลรบั สญั ญาวาจะทา� ใหเปนเนือ้ ที่ ซึ่งพระยาศรสี รุ ยิ ราชวรานุวตั ร
จะไดคดิ เปนก�าหนดขึน้ ตอไป จะใหต๋วั แกคนเชนน้นั คมุ การกะเกณฑ
ท้งั ปวงไดตลอดฤดูท่ที �านา ถาถงึ ฤดทู �าไร กจ็ ะสา� รวจแลเลอื กคนที่ทา�
ไรโดยจรงิ ไดใหต๋ัวเวนเกณฑตลอดเวลาทที่ า� ไรน้ันเหมอื นกัน และคน
ทีท่ �าการคาขายอยางอืน่ เมือ่ ทา� โดยจริงก็ใหไดรับประโยชนยกเวนโดย
ท�านองเดียวกัน แตคนที่ไมไดรบั ตั๋วยกเวนเชนน้ี จงึ กะเกณฑใชสรอย
เหนพรอมกันวา ถาคิดแกไขดวยอุบายเชนนี้ จะบันเทาความท่ีรูสกึ
เดอื ดรอนดวย จะอุดหนุนใหคนท�ามาหากินมากข้ึนดวย ผลประโยชน
แผนดินก็จะมากข้นึ ดวย พระยาศรสี ุรยิ ราชวรานุวัตรจะคดิ อตั ราทจ่ี ะ
ยกเวนตอไป เพราะจะตองวางอตั ราใหพอแกกา� ลังที่จะทา� การจรงิ ๆ
ไมใหเกนิ ไปหรอื นอยไป ถาการสา� เรจ็ ไดดงั ความคิดน้ี มณฑลพิศณโุ ลก
จะเจริญขึ้นไดอกิ มาก เพราะการในมณฑลนี้ถึงเวลาจะตองคิดการ
บ�ารงุ บานเมอื งเปนส�าคัญ แลพ้ืนทก่ี ็มมี ากจะท�าการเพาะปลูกใหเปน
ประโยชนไดทวั่ ไป หากราษฎรยงั เกียจคราน จงึ ยงั ไมเปนประโยชน
ไดมากกวานี้
การท่ไี ดปฤกษากันวาจะจดั ยงั อิกอยางหน่งึ คือ เรื่องตลาดนดั
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 265
อยางทีเ่ มอื งยะวา พระยาศรสี ุรยิ ราชวรานวุ ัตรจะลงมอื จัดใน ๒ เดือน
น้ี ใหมีที่เมอื งพรหมพริ ามแหงหนึ่ง ท่เี มืองตรอนแหงหนึง่
เม่อื วารวบรวมความเหนทีไ่ ดตรวจการเมืองพิศณุโลกหรือวา
เปนเนือ้ เหนรวมทง้ั มณฑลทเี ดยี ว กว็ าไดโดยยอวาเปนทพ่ี อใจในการ
ทงั้ ปวงหมดทกุ อยาง เวนไวแตในเรอ่ื งการเกณฑซ่งึ ตองขอใหแกไข
ดังวามาแลวเหนวาเดินเรว็ ไปสกั หนอย แตถงึ กระนั้นก็ยอมลงเนือ้
เหนวา มณฑลพิศณุโลกนี้การที่จัดเย่ียมกวามณฑลอ่ืนๆ จริงดัง
ค�าเลาลอื ทุกประการ
266 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
สา� เนา รบั วนั ที่ ๑๔ ธันวาคม ร, ศ, ๑๑๗
เมโมแรนดัม
ไดตรวจดูการฝกสอนวิชาในโรงเรยี นศลิ ปาคมเมอื งพศิ ณุโลก
เหนฝกสอนดวยความอสุ าหะดี แตยังมกี ารการบกพรองอยบู างดังน้ี
คอื
๑ หนงั สอื เรยี น แลเครอื่ งใชในการเลาเรยี น คือ กระดานชนวน
เปนตน มีไมพอตองการ ไดเหนเดกสองคนเรียนดวยกันในสมุดเลม
เดยี วบาง ตองคดั ตา� ราไปเรียนบางมอี ยู เรอื่ งนค้ี วรจะเร่ยี ราย หรอื ถามี
เงินทนุ ส�าหรบั โรงเรยี น กเ็ อาเงนิ ทุนนนั้ ลงไปซื้อหนังสอื เรียน แลเครอื่ ง
เลาเรยี นนั้นมาไวใหพอใช เวลาเดกจะเขามาเรียนจะบงั คับใหซื้อกค็ วร
เพราะหนงั สือเรียนกร็ าคาเลม ๑ ไมกส่ี ลงึ บดิ ามารดาเดก็ พอมีก�าลงั ซื้อ
ใหได โดยเปนคนที่ขดั สนจริงๆ ใหเปลากค็ วร
๒ แบบเรยี นเหนยงั ใชแบบเรยี นเรวบาง แบบมูลบทบาง แบบ
มลู บทนีต้ งั้ แตครั้งขาพเจาวากรมศึกษา ไดจัดโรงเรียนทง้ั ปวงอยูเอง
ไดตรวจตราพเิ คราะหเหนเปนแนวา แบบมูลบทนส้ี อนยาก เรยี กยาก
แลรชู าจึงไดทา� แบบเรยี นเรวขึ้น โดยเฉภาะสา� หรับสอนตามหัวเมือง
ทุกวนั น้ีก็ไดใชแบบเรียนเร็วอยูท่ัวไปแลว ควรจะใชแบบเรียนเร็ว
อยางเดยี ว การสอนจะเปนท่สี ดวกแกครูมากกวาใชสองอยางปนกนั
๓ บาญชสี �าหรับตรวจนักเรยี นยงั ไมมี บาญชีนีค้ วรจะตองมี
ทกุ โรงเรียน เพราะเหตวุ า ธรรมดาการสอนหนังสอื ถาเดก็ มาเรยี น
เสมอ จะรูไดเร็วดวย แลจะรูวิชาเทาๆ กันชน้ั ละหลายๆ คน ตอ
หนังสือ หรอื สอนหนังสือไดคราวละหลายๆ คนสดวกแกครูดวย อกี
ประการหน่ึงเดก็ มาโรงเรียนมกั จะเทยี่ วไกล ขางบิดามารดาส�าคญั วา
มาโรงเรยี น ขางอาจารยส�าคญั วาอยูบาน เปนการเส่อื มเสยี ประโยชน
แลทส่ี ุดการท่มี บี าญชีตรวจแลตรวจใหตรงเวลา ยอมมปี ระโยชนเหมือน
สอนใหเดก็ เออ้ื เฟอตอความแนนอนในเวลาทจ่ี ะทา� กิจการทง้ั ปวง
๔ ที่เดก็ นงั่ ยงั นัง่ คละกนั ไมถกู ตามแบบโรงเรียน ควรจะจดั ให
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 267
นั่งเปนพวกกนั ตามช้นั วิชาท่เี รยี น คือ พวกทเ่ี รียนเลม ๒ นงั่ อยฝู าย
หน่งึ พวกทเ่ี รยี นเลม ๑ น่ังอยฝู ายหนง่ึ อาจารยจะไดเรยี กหาตรวจตรา
ไดงาย ใชแตเทานนั้ ยังควรจะแบงเปนชั้น คอื ในพวกเรียนเลม ๑ น้นั
พวกที่เรียนตั้งแต ก ข ไปจนถงึ ข้นึ แมกง ควรจะจดั เปนช้ันที่ ๑ พวกท่ี
เรียนตัง้ แต แมกง ไปจนจบเลม ๑ ควรจะจดั เปนชัน้ ที่ ๒ ในพวกทเี่ รียน
เลม ๒ ก็ควรจะแบงออกเปน ๒ ชน้ั จัดเปนชั้นท่ี ๓ ชน้ั ที่ ๔ ท�านอง
เดยี วกนั แลจัดใหน่ังตามชั้นอยาใหปะปนกัน การที่จดั เปนชั้นเชนนี้
มปี ระโยชนทงั้ ในการทจ่ี ะสอน เปนการสดวกแกอาจารย แลมปี ระโยชน
ท้งั การทจี่ ะท�าใหเดก็ อสุ าหเลาเรียน เพื่อจะไดเล่อื นชน้ั ขึ้นโดยรสู กึ วา
ดกี วากนั โดยล�าดบั
ไดตรวจตราเหนความบกพรองมอี ยูดังน้ี ขอใหพระอาจารย
ออนแกไขเสียใหถูกตอง เพราะเปนโรงเรียนสามญั อยูในเมืองนี้
268 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
สา� เนา รบั วนั ที่ ๑๔ ธนั วาคม รตั นโกสินทรศก ๑๑๗
ทพ่ี กั เมืองแพร
วันที่ ๒๐ เดอื นพฤศจกิ ายน รตั นโกสินทรศก ๑๑๗
ถงึ พระยาศรสี หเทพ
ดวยเมอื่ วนั ที่ ๖ พฤศจกิ ายน เวลาเชาโมงครง่ึ ออกเรือจากบาน
ชองถงึ ท่ีพรมแดนเมืองพไิ ชย พระจงรณฤทธิปลัดเมอื งพิไชยมาคอยรับ
เวลาบาย ๒ โมงถงึ เมอื งพิไชย ไดขน้ึ เดินตรวจตามบรเิ วณเมอื งในวนั นนั้
สังเกตดเู มืองพไิ ชยไมแปลกตาขน้ึ กวาเม่ือขึ้นมาในศก ๑๑๑ สถานที่
ท�าราชการตางๆ กค็ งอยตู ามท่ีพระยาศรสี รุ ยิ ราชวรานวุ ตั รไดสรางขน้ึ
ไวแลว แตเมอ่ื เปนผูวาราชการเมืองพิไชยในคร้งั นนั้ คือ ทพี่ กั ขาหลวง
ท�าดวยเคร่ืองไมจริงคางไวแตครัง้ นั้นกา� ลังทา� จวนจะแลว จะแกไข
เปนทวี่ าการเมอื งหลงั หน่งึ ที่วาการเมืองกบั ศาลรวมกนั ท�าดวยเครอ่ื ง
ไมจริงหลงั คามุงสงั กสมี ีอยูแตกอนแลว เม่อื ยายท่ีวาการเมอื งไปทท่ี า�
ใหม ทีห่ ลงั เดิมจะใชเปนศาล ตอมาถึงโรงโทรเลข ทา� ดวยเครอื่ งไมจรงิ
หลงั คามงุ สงั กระสี ตอมาถึงโรงไปรสนียเดิมท�า ท�านองเดียวกัน พระยา
ศรสี รุ ยิ ราชวรานวุ ตั รจะแกเปนโรงเรยี น ที่แปลกตาในเมอื งนี้ คือ ถนน
ของเดมิ มาขยายใหกวาง แลตกแตงเรียบรอยแลดงู ามดขี น้ึ อีกอยาง
หน่งึ คือตราง ไดท�าดวยเคร่อื งไมจริงเรยี บรอยดี กบั ทร่ี านตลาดรมิ โรง
บอนมมี ากขนึ้ แลของทข่ี ายกเ็ ปนของดีมมี ากขน้ึ นอกจากน้ตี องนบั วา
คงรปู เปนอยางเดมิ เพราะเหตุ ๒ ประการ คอื ประการทห่ี น่งึ พระยา
ศรีสุริยราชวรานวุ ตั รไดทะนบุ �ารงุ เมืองน้ีแตยังไมไดจดั เทศาภบิ าลแลว
ประการท่สี อง เมอื งน้ไี มมที างอันใดทจี่ ะบ�ารุงดวยการตกแตงบานเมอื ง
เพราะไมใชท�าเลคาขาย ผคู นไมมากมาย แลเฉภาะในเวลาน้ี เมื่อการ
คาขายทเี่ มืองอุตรดฐิ แลเมอื งสวรรคโลก ศโุ ขทัย เจรญิ ข้ึน พาเอา
พวกคนคาขายไปอยตู ามเมอื งเหลาน้ันเสยี มาก แมพวกฮอซ่งึ เคยขน
สินคาลงมาเมืองพิไชยแตกอน เดียวนีก้ ็ไปลงอตุ รดิฐ หามาลงเมอื ง
พไิ ชยไม ทางทจ่ี ะบ�ารงุ เมืองพิไชยใหครึกครื้นขน้ึ เหนมอี ยอู ยางหนึ่ง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 269
คอื ตัดถนนทางเกวียนแตเมืองสวรรคโลกมาลงทาเมืองพิไชย ซึ่ง
เปนทางใกลกวาทางอ่นื ระยะทางเพยี ง ๘๐๐ เสน ถาท�าสา� เร็จบางที
ในฤดแู ลงสินคาทางเมืองสวรรคโลกจะลงทางน้ีได ไดแจงไวแกพระยา
ศรีสุริยราชวรานวุ ัตรแลว
ราชการเมืองพิไชยเวลาน้ี ก็เปนที่เรียบรอยอยตู ลอดทัง้ ทข่ี าง
ดานใน แลดานทเี่ กยี่ วของกบั ฝรั่งเศส พระยาอุตรกจิ ไดท�ายอดบาญชี
ตางๆ ย่นื สงมากับจดหมายนดี้ วยแลว เม่ือฉนั ไปตรวจท่ีวาการเมอื งพบ
หนังสือกา� มิแชฝรง่ั เศสเขียนเปนภาษาลาวมีมายังพระยาศรสี ุริยราช
วรานุวตั รฉบบั หนึ่ง เมืองน�้าปาดพ่งึ สงมาถึงในวนั น้นั ใหเปดผนึกออก
อาน ไดความเปนเร่อื งวามีผรู ายลกั ส่งิ ของพวกชาวหลวงพระบางหนี
เขามาเมอื งน�้าปาดจบั ไวได ขอใหคนื ของกลางใหกับเจาของไป สังเกต
ดูโวหารที่พดู มาในหนังสือดูกอ็ อนหวานดี กลาวถึงการที่ไดคนุ เคยมา
กับพระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานวุ ตั รแตกอน พระยาศรสี รุ ยิ ราชวรานวุ ตั ร
วา เหนจะเปนมองซิเออรมาเซ
ไดไปตรวจท่โี รงทหารซึง่ อาไศรยท่ีตงั้ อยนู าบานพระยาพิไชย
(ม่ิง) หลวงพิทกั ษนฤเบศรผูบังคบั การอยูทแี่ พ นายทหารนอกจากน้นั
อาไศรยอยโู รงไมไผ และพลทหารปลกู ทบั กระทอมอยูตามในบรเิ วณ
น้ี ไดทราบความวากรมยทุ ธนาธิการจะยายกองทหารลงไปไวเมอื ง
พิศณุโลก แลไดมอบเงนิ ใหพระยาศรสี ุริยราชวรานุวัตรขนึ้ มาสราง
โรงทหารแลว พลทหารท่ีมีประจ�าราชการอยูท่ีเมอื งพิไชยในเวลาน้ี
ประมาณ ๒๔ คน ทัง้ นายดวยประมาณ ๓๐ เศษ ไมไดท�าการอยาง
หนึง่ อยางใดนอกจากอยูยาม แลฝกหดั อยูบาง แตไดความวามีความ
ศขุ สบายดี ดวยทหารเหลานี้เปนคนท่ีมาไดภรรยาท่คี รอบครวั อยูใน
เมอื งพไิ ชยแตคร้งั ขึ้นมาราชการทพั ฮอบาง ทีหลงั น้ันบางแทบทุกคน
ไมมีหวงใยในท่อี ่ืน ท้ังภรรยาพวกทหารนอ้ี อกรานขายของตามตลาด
ชวยกา� ลังในทางหากินดวยอีกสวนหนึ่ง จัดวาทหารพวกน้ไี มมีความ
เดอื ดรอนอยางใด แตมักจะเปนคนช้นั ผใู หญโดยมาก
270 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
วันที่ ๗ พฤศจกิ ายนเวลาเชาโมงคร่ึงออกเรอื จากเมืองพิไชย
เวลาบาย ๔ โมงถึงเมอื งตรอนพักนอนคืนหนง่ึ ในระยะทมี่ าจากเมือง
พไิ ชยจนเมืองตรอนนี้ พบไมเสาซ่ึงผกู แพไวเสร็จเตรียมจะลองอยู
หลายสิบแพ ถามเจาของแพวาเหตใุ ดจงึ ยังไมลอง ไดความวายังไมได
รบั คาตัวคาตอจึงยงั ลองไมได ไตสวนไดความวา มที องตราสงพิกดั
ภาษไี มข้นึ มาเพอ่ื ใหเกบเฉภาะไมท่ใี ชสรอยในเมือง แตขางนายอ�าเภอ
เขาใจวาจะใหเกบทัว่ ไปจึงไดหามแพไมเหลานไี้ ว เหนวาเปนความเขาใจ
ไมถูก แลถารอชาไวน้�าแหงลงไมเหลานจ้ี ะลองไมได ก็จะเปนความ
ฉบิ หายแกเจาของ แลจะขาดประโยชนแผนดิน จงึ ไดสั่งใหเรยี กพวก
เจาของไมมา แลอนญุ าตใหเปดไมลองลงไปโดยเรว็ ตามแตความพอใจ
ของเขา
เที่ยวน้นี ึกเสยี ดายทไ่ี มมีเวลาจะไปเมืองสวรรคโลก ดวยไดฟง
ขาววาพวกพอคา วาเมอื งสวรรคโลกเดียวนี้สนกุ น์สิ นานงดงามข้ึนกวา
แตกอนเปนอนั มาก มีถนนสองขางแมนา้� ยาวหลายรอยเสน และบาน
ชองสองขางแมนา�้ ตกแตงสะสวยขน้ึ มาก การคาขายก็เจริญบริบูรณ
ย่ิงขน้ึ กวาแตกอนได พบพวกที่มาแตเมืองสวรรคโลกพูดเปนปาก
เดียวกันเชนนที้ ว่ั ไปวา บรรดาเมืองในมณฑลพษิ ณโุ ลกเวลานี้ ไมมี
เมอื งไหนจะงดงามครกึ ครน้ื เทาเมืองสวรรคโลก
วนั ท่ี ๘ พฤศจกิ ายนเวลาโมงเชาออกเรือ ตอนน้ีน�้าเชย่ี วจดั
พบเรือไฟของนายเฮงชวยรับจากเรือฉันกับเรอื พระองคประวิตรขึ้น
มา เวลาบาย ๓ โมงถงึ หาดกรวด แตเรอื อนื่ ๆ ยังลาอยูมาก เหนวาจะ
มาใหถงึ เมอื งอตุ รดิฐพรอมกันในวนั นนั้ ไมได จงึ จอดพกั ท่นี าศาลตรวจ
การอ�าเภอตา� บลหาดกรวดคืนหนง่ึ ที่เรียกวาศาลตรวจการอา� เภอน้ี
คือ เปนเรือนเครอ่ื งไมไผปลูกข้ึนดวยกระบวนเกณฑ มีอ�าเภอแหงบาง
๒ แหงบาง ทุกอ�าเภอในมณฑลพิศณโุ ลก เปนที่ส�าหรบั นายอ�าเภอไป
พักในเวลาตรวจการ หรือประชุมราษฎรเกบเงินหลวง เชนคราวเกบ
คานาเปนตน เปนความคิดดอี ยู แตเหนเปนการล�าบากอยูดวยเหตุ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 271
๒ ประการ คอื ทีจ่ ะรักษาประการหนง่ึ แลท่จี ะซอมแซมประการหน่ึง
เหนสูใชศาลาวัดไมได ไดชี้แจงความเหนท้ังน้แี กพระยาศรีสรุ ยิ ราช
วรานุวตั รแลว
ขน้ึ มาคราวนไ้ี ดพเิ คราะหแลคิดคะเนการเร่อื งหน่ึง ซึ่งจะรับ
ประกันวา เปนความคิดถกู ยังไมได คือ เรอ่ื งปลาสรอยไดสงั เกตเหน
ตัง้ แตกรงุ เกาขน้ึ มา ในฤดูน�้าลดเชนน้ี มปี ลาตัวเลก็ ๆ อยางทเ่ี ขาเรยี ก
วาปลาสรอยชกุ ชมุ ตลอดทาง ถาจะนบั จ�านวนก็หลายสบิ ลาน ปลา
เหลานมี้ วี ิไสยเปนอยางเดียวกนั มีแตจะวายทวนน้�าขึ้นมาฝายเหนือ
จะไปที่ใดหาทราบไม คนจึงสมมุติกันวา ปลาสรอยเหลาน้ีข้ึนมา
นมัสการพระฝาง จะอาไศรยเหตุท่ีปลาเหลานี้มีชุกชุมตลอดขึ้นมา
จนถงึ เมืองฝางจงึ เขาใจไปอยางน้นั มานกึ ๆ ดูเหนวา บางทีปลาเหลานี้
จะเปนลกู ปลาท้ังหลาย ซ่งึ ตดิ น�้าออกมาจากดวยหวยหนองคลองบงึ
บางตางๆ เม่อื ลอยลงมากระทบน้�าแปลก คอื ที่ใกลนา้� เคม จึงเปลีย่ น
อาการโดยธรรมชาติเปนความรสู กึ ใหหนั กลบั ขึ้นไปฝายเหนือ ซ่ึงเปน
กระแสน�้าเกิดของปลาเหลาน้ี จนกระท่ังถึงฤดูฝนก็ไหลหลากเขา
หวยหนองกลายเปนพชื นพรรคปลาวนเวียนตอไปดังน้ี ไดลองไตถาม
ตามชาวบาน ไดความวาปลาสรอยน้จี ับข้นึ มาดมู ีตางๆ กันเปนหลาย
ชนดิ แตชาวบานไมเขาใจวาเปนลูกปลา ไดความเพียงเทาน้ี เปนเร่อื ง
ทีย่ ังจะตองไตสวนทดลองตอไป ถาเปนของจรงิ ดงั ความเหนของฉัน
จะตองหามการจับปลาสรอย จงึ จะเปนการบ�ารงุ พรรคปลาใหเจริญ
แตใหนึกเกรงไปวาฉันจะเหนผดิ เพราะถาเปนความจริงดังนั้นแลว
คนทง้ั หลายเขาทา� ไมจะไมรมู าแตกอน ในแถวนป้ี ลาใหญๆกม็ คี นสงอวน
จับปลาขายหลายแหง พบปลาท่โี ตขนาดปลาสวายแลปลาเทโพบอยๆ
วันที่ ๙ พฤศจิกายน เวลาโมงเชาออกเรอื จากหาดกรวด
เรือไฟจงู ขึน้ มา เวลา ๓ โมงเชาถึงเมืองอุตรดิฐ
เ ม่ือก อนถึงเ มืองอุ ตรดิฐ มี ควา ม เสีย ใจ ท่ี เกิด เอ กซเ ดนข้ึน
อยางหน่งึ คอื พวกขาราชการช้นั หนมุ ๆ ทขี่ นึ้ มาดวย เขามปี นขึน้ มา
272 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
ยงิ นกกนั ตามทาง ปนหลวงสุนทรโกษาบนั จุไว บาวไมรูเอาออกเชด
ปนล่นั ออกไปกระสนุ ปรายถกู ขานายเตนบุตรพระยาสหี ราชเดโชไชย
ทั้ง ๒ ขาง จะหาหมอบาดแผลทเี่ มืองอตุ รดฐิ กไ็ มมี ตองใหนายเตนรบี
กลับลงไปในเวลานน้ั ใหพระประสทิ ธิวิทยา หลวงสุนทรโกษาลงไป
สง เพอ่ื ใหหมอที่เมืองพิศณโุ ลกแตงแผล แลวใหเลยลงไปกรุงเทพฯ
ทเี ดยี ว แตพระประสิทธิกับหลวงสุนทรโกษานนั้ เม่อื ไดสงนายเตนท่ี
เมอื งพษิ ณุโลกแลว ถาเหนอาการไมมากมายก็ใหตามกลบั ข้ึนมา ที่มี
เหตุขึ้นเชนนที้ �าใหตัวฉนั แลบรรดาผูท่ีมาดวยกนั มีความเสียใจเปนอัน
มากทุกๆ คน และยิง่ นึกแลเหนความลา� บากของขาราชการแลคน
ทั้งหลายตามหัวเมือง เพราะเหตุท่ไี มมีหมอบาดแผล ไดปฤกษากบั
พระยาศรีสรุ ิยราชวรานุวัตรเหนวา เมอื งอตุ รดิฐน้เี ปนทท่ี �าเลผูคนมาก
ควรจะตองมีหมอบาดแผลประจ�าอยู แลโอสถศาลาของหลวงทต่ี ง้ั อยู
เมอื งพิษณุโลกน้ัน ไปตง้ั ประชันอยูกับโอสถศาลาของพวกมศิ ชันเนรี
เปลาจงึ ไดขอใหพระยาศรสี ุรยิ ราชวรานุวัตรคิดยายโอสถศาลาของ
หลวงน้ขี ้นึ มาตง้ั ไวที่เมืองอุตรดิฐ
ถึงเมอื งอตุ รดิฐมีการรเี ซ็บช่นั ตามแบบ แตมพี วกจนี พอคามาก
กวาทุกๆ แหง พระยาสนุ ทรนุรักษ หลวงแผวพลภกั ดี ขาหลวงมณฑล
ลาวเฉยี ง พระยาพริ ิยวิไชยเจาเมอื งแพร เจาบรุ รี ตั นเมืองนาน แลทาว
พระยาซึง่ คมุ พาหะนะมาคอยรับอยทู ่นี ้ดี วย
ขนุ อุปรการกรมโทรเลขมาคอยอยทู ่นี ี้ ไดความวา สายโทรเลข
แตเมืองอุตรดิฐขนึ้ มาจนเมืองแพรแลเมืองนานซอมแซมใชไดแลว
สายแตเมืองแพรไปเมอื งนครลา� ปาง ไดปกเสาเสรจ็ แลพาดสายไปได
มาก ยังขาดอยเู พยี งทาง ๖๐๐ เสน สายทางเมอื งนครล�าปางหมด
มอื จึงทง้ิ คางอยูจนบัดน้ี ไดความดังนี้ จึงไดใหตรวจดูสายที่เมือง
อตุ รดฐิ ไดความวามีสายอยู ๘๐ ขด จากระยะทางท่ขี าดน้นั แตอินชุ
เลเตอรไมมี ไดความจากพระยาศรสี รุ ิยราชวรานุวัตรวา อินชุเลเตอรมี
อยทู ีบ่ างบญุ นากใตเมอื งพิจติ ร จึงขอยืมเรอื ไฟหลวงพพิ ิธภัณฑวจิ ารณ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 273
ซึ่งคอยอยเู มอื งพิศณุโลกใหลงไปรับอินชเุ ลเตอรที่เมืองพิจติ รข้ึนมา
สง สวนสายลวดท่ีเมืองอุตรดฐิ นน้ั ไดใชเกณฑคน ๓๐๐ รีบขนสงมา
เมืองแพร แลสงเมืองนครล�าปางใหเกณฑคนมารับไปทา� ทเี ดียว ให
ขุนอุปรการเปนนายงานไปทา� สายทค่ี างน้ีใหแลว ในการเกณฑสงสาย
โทรเลขคราวน้ี ไดปฤกษากบั พระยาศรสี รุ ิยราชวรานุวัตร คดิ ออกต๋วั
คุมเกณฑซ่งึ ไดช้แี จงในตอนรายงานเมอื งพิศณุโลกนนั้ เปนการทดลอง
ดู คือ บรรดาคนท่ตี องเกณฑขนสายโทรเลขมาสงเมืองแพรคราวนี้
ใหออกตวั๋ คุมการกะเกณฑท้งั ปวงใหจนส้ินศก ๑๑๗ พระยาศรสี รุ ยิ
ราชวรานุวัตรไปช้แี จงแกคนที่ตองเกณฑ พากนั ปตยิ นิ ดีซองสาธุการ
ท่วั กัน ทเี่ ร่อื งออกตวั๋ นจี้ ะใชไดเปนแน
เวลาบายออกเดนิ ดทู องท่เี มืองอตุ รดฐิ ๆ เวลาน้เี จริญแปลก
ตากวาแตกอนมาก บนบกตอนท่ตี ้ังที่วาการอ�าเภอถนนแลรั้วบาน
ตกแตงสวยตามแบบในมณฑลพิศณุโลก ถนนยืนไปจนตลอดหาด
ทาอฐิ มีเสาโคมปกสองขาง แลปลกู ตนไมข้ึน ตนไมท่ีปลกู นี้ เรยี กวา
ตนตะค้�าเปนไมเกนอยางหนึง่ ใบคลายๆ ใบมยม ปลูกงายสาหัดตดั ตน
หรือกงิ่ ยาวขนาด ๔ ศอก มาปกลง ปกหลังเทาน้นั แลว กเ็ ปนแลวกัน
ตนไมน้นั กแ็ ตกใบงอกงามไมมตี าย แตทอี่ ตุ รดิฐนีพ้ ึ่งเอามาปลกู ใหม
ยังไมทันเปนพุม เหนแตกใบแลวมบี าง ที่หาดทาอิฐแตกอนเปนพง
เดี๋ยวนเี้ ปนไรออยไรยา ตลอดสองขางถนนมีรานจีนขายของตางๆ
เปนรานเครือ่ งไมไผบาง ท�าข้ึนเปนเคร่ืองไมจรงิ กม็ ี ท่สี ุดถนนขางเหนอื
ถึงหางกิมหงวนฮวด คอื หางบรษิ ทั เขาใจวา พระภักดีคนหนึ่ง หาง
อากรเตงสวนหนึ่ง นายเฮงสวนหน่ึง เขาหุนกันต้ังหางขายของแล
รับสนิ คาตางๆ หางน้ที า� ดวยเคร่ืองไมจริงใหญโตหลายหลงั แตยงั ท�า
คางดวยตองอยดุ เพราะใน ๒ ปนีน้ ้�ากดั ตล่ิงขางเหนอื พังเขามามาก
เกรงจะกดั เขามาถึงท่ีต้ังหาง เจาของไมไวใจจงึ อยุดอยู
เร่ืองแมนา�้ ในตอนเมอื งอตุ รดิฐน้ี เปนเคร่ืองท�าใหทอถอยใน
การปลกู สรางเปนแบบอยางนึ่ง ทห่ี าดทาอิฐเวลาฤดูน�้าทวมตองเลิก
274 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
รานรวงหมด ทีป่ ลูกเปนเคร่ืองไมจริง ๒ ชนั้ ถึงนานา�้ ก็อาไศรยไดแต
ชน้ั บน ทุกวนั นี้การคาขาย ถงึ เวลาเชาตองขนของตง้ั หลายหาบหาม
ขึน้ จากเรอื ไปวางไวขายทรี่ าน คร้ันถงึ เวลาเยนกต็ องหาบเอาของลง
ไปเกบไวในเรือ อยางเดยี วกบั ตั้งรานแผงลอยขายผักขายปลาโดยมาก
เปนความล�าบากของพวกพอคายิ่งนกั รอดตัวอยูดวยขายของดี บางที
ขายไดถงึ วนั ละ ๑๐๐ บาท อยางตา�่ เพยี ง ๓๐ บาท จงึ เปนก�าลงั ใหตั้ง
หนาคาขาย ถงึ พวกทตี่ ัง้ บานเรอื นอยเู ปนปกแผน กม็ ีความทอถอยดวย
เรอื่ งน้�ากัดตลิง่ เปนของรูไมไดวา ปใดนา้� จะกดั ที่ตรงไหน ถาไมกัดก็
เปนการดี ถาถกู น�้ากัดกพ็ งั ไดต้ังแตปละเสนหนึ่งลงมา จงึ ไมมีใครใคร
จะกลาท�าบานเรือนใหเปนปกแผน พวกคนคาขายมักจะลงอยูเรืออยู
แพเสยี โดยมาก มีเรือแพจอดตลอดตงั้ แตทาอฐิ ลงมาจนบางโพ ให
นบั ดูในเวลาน้ี มจี �านวนแพ ๔๐ หลงั เรือใหญ ๒๔๒ ล�า แตเขาบอก
วา เปนเวลาเรือนอย ดวยฤดูนีช้ าวเรอื พาสินคาลงไปขายอยปู ากน�้าโพ
มาก ตอเดอื นอายเดือนยจ่ี งึ จะกลับขึ้นมาติดชุกชุมที่เมืองอุตรดฐิ น้ี
ดวยเปนฤดพู วกพอคาเมอื งแพร เมอื งนาน แลเมืองหลวงพระบางน�า
สินคาลงมาขาย แลมาซือ้ สนิ คาตางๆ
การบงั คบั บญั ชาไดความวาบงั คบั ไดเรียบรอยดี ไมวาคนที่จะ
มาแตเมืองใดใด และพวกพอคาจีนโดยเฉภาะตั้งแตจัดใหมีกรมการ
จนี แลขาหลวงดูแลท�านุบ�ารุง พวกจีนไมมีความกระดางกระเดอื่ ง
อยางอน่ึงอยางใด พิเคราะหดูก็แลเหนจริงอยางหนึ่ง ดวยในการท่ี
เขาตกแตงรับรองในคราวน้ี ตามเรือนดั กันยกธงชางเตมไป มีธงตาง
ประเทศ แตธงอังกฤษในเรือลา� หน่ึงธงเดยี ว ฟงเสยี งตามพวกพอคา
ก็พากันเปนที่พอใจในการปกครองทุกวันน้ีท่ัวไป มีเร่อื งราวรองอยู
แตดวยเรอื่ งปาไม มกั จะเปนพวกสวรรคโลกเปนพนื้ รองขอทา� ปาไม
บาง รองขอชักลากไมท่ีไดตัดลงไวบาง สวนราษฎรท่ีเปนพ้นื เมืองยนื่
เรอื่ งราวก็หลายฉบบั แตสงั เกตดูขอความ มแี ตรองทกุ ขเร่อื งแยงที่กัน
ปลกู ยาสูบตามรมิ น�้า พระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานุวัตรวา เร่ืองแยงที่กนั นี้
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 275
ไมมที ่สี ดุ พระยาศรสี รุ ิยราชวรานวุ ตั รขนึ้ มาคราวใดก็ไดรับเร่ืองราว
เปนอนั มากในเร่ืองอยางเดียวกัน เพราะเหตุทท่ี ี่ริมตลิง่ เปล่ียนแปลง
ปละมากๆ ทุกๆ ป ทซี่ ง่ึ ราษฎรเคยท�าไมยตุ ิอยไู ด จึงมักววิ าทแยงชิง
กนั เสมอ
ที่เมืองอุตรดิฐนี้มีพลตระเวน ๑๒ คน จัดอยางเดียวกบั ที่
เมอื งพิศณโุ ลก นายสิบเอกนายอาดทหารมหาดเล็กเกาเปนผบู ังคบั
โปลิศที่เมืองอุตรดิฐท่ีจา� เปนๆ ตองมี เพราะมีการตองออกไปตรวจ
เขตรทีเ่ ปนปาเปนดงทางเมืองแพร แลเมืองน�้าปาดอยบู าง
วนั ท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายนเวลาโมงเชา ข้ึนไปนมัสการพระแทน
ศลิ าอาศนถนนแตเมืองอตุ รดิฐไปพระแทนศิลาอาศนระยะทาง ๑๕
เสน เปนถนนท�าขึ้นใหม พระศรีพนมมาศนายอ�าเภอทุงยั้งเปนนาย
งานท�าดวยกระบวนขอแรง ท�าดีมาก ตะพานใชไมใหญๆ จนถงึ ชาง
ขามได แตยงั คางอยู ๒ ตะพาน ถนนนี้พระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานวุ ัตร
ใหชื่อวา ถนนศรพี นมมาศ ตัวพระแทนศิลาอาศนอยูนอกเมืองทงุ ย้ัง
หางออกไป ๓๐ เสน ท่ีเมืองทงุ ยัง้ ยังมดี แู ลเนนิ ก�าแพงเปน ๒ ช้ัน มี
สิ่งส�าคญั แตวัดมหาธาตุ หลวงคลงั เมอื งสวรรคโลกกับทายก ก�าลัง
จัดการปฏสิ ังขรท้ังพระวิหารก�าแพงแกว แลจะกอพระมหาธาตุซึ่ง
ยังหกั พงั อยใู หดีข้ึนดงั เกา เมอื งทงุ ยงั้ น้ดี วยเหตุอยางไรไมทราบ จอง
กันมาแตโบราณวาเปนเมอื งทาวสามนต ยงั มที ีเ่ รยี กวาสนามคลี แล
หลุมคลี อยูทล่ี านศิลาแลงหลังวดั มหาธาตุ แมในวหิ ารวัดมหาธาตุ
ฝาผนงั ที่เขียนเรอื่ งเงาะ เปนการประหลาดอยู ท่ีพระแทนศิลาอาศน
นน้ั อยบู นเนินศลิ าแลง ๒ เนนิ ๆ ตนทาง มีวัดโบราณเรยี กวาวดั พระยืน
คอื ท�าเปนถานมีรอยพระบาท ๒ รอยไวในมณดปอันหนึ่ง เรียกรอย
พระบาท ๒ รอยนน้ั วาพระยืน เนินปลายเปนเนนิ พระแทนศิลาอาศน
มีวหิ ารและมณฑปสรวมพระแทนอยู พระแทนนนั้ คือ พระแทนปนดวย
ปูนปดทอง ไมใชพระแทนศลิ าอยางพระแทนดงรงั เขาวาพระแทนทแี่ ท
อยใู นแทนปูนนนั้ แตหาไดเหนไม มขี องสา� คัญอยูในบรเิ วณพระแทน
276 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
นีอ้ กี ๓ อยาง คือ ตนพทุ ราหอยบาดตนหนึง่ คราวนโ้ี ตขนึ้ กวาเมอ่ื
ฉนั มาในศก ๑๑๑ สักหนอย อกี อยางหนง่ึ นน้ั ที่บานพระโอฐ เหนปน
เปนกระโถนปนู ไว อกี อยางหนึ่งคอื ประตูยกั ษที่วาใครออกไปยักษ
หักคอหรือกินเสยี ถาเซอซาออกไปกเ็ ปนไดจริงดวยตรงนนั้ เปนท่ีชัน
อาจจะตกคอหกั ได
วันท่ี ๑๑ พฤศจิกายนแตเดมิ ก�าหนดวาจะไปเมอื งลบั แล แลว
กลับลงไปเมืองอตุ รดฐิ แตมาไดความวาทางทจ่ี ะมาเมืองแพรจะตอง
มาทางเมืองลับแลอยูแลว จงึ งดการท่จี ะไปเมืองลับแลในวันน้ันไว
หยุดพักวนั หน่งึ เวลาเยนไดเดินไปเทีย่ วทางขางใต แลไดตกลงเลื่อน
ก�าหนดเดินทางออกไปจนวนั ท่ี ๑๓ เพราะเร่อื งซอมสายโทรเลขตอน
เมอื งพิจติ รยงั ไมแลว แลยงั ไมไดขาววาการท�าเปนประการใด
วันที่ ๑๒ พฤศจกิ ายน เวลาเชาไปข่รี ถใบซีเกอลเลนที่ถนน
ศรีพนมมาศ ขี่ไดครูหน่ึงเมื่อยขาทนไมไหว ดวยเร้ือมาเสยี ชานาน
รถใบซีเกอลเหลานี้เปนรถของหางกมิ หงวนวัดมีอยู ๕ คนั ก�าลังจะ
เลนกันท่เี มอื งอตุ รดฐิ เวลาเยนไปเท่ียวท่ีหาดทาดิฐอกี คร้งั หนงึ่
วันท่ี ๑๓ พฤศจกิ ายน เวลาเชาสองโมงเชาท่มี าออกจากเมอื ง
อุตรดฐิ ไปถนนซ่ึงพระยาศรีสุริยราชวรานวุ ัตรใหช่อื วา ถนนอินทครี ี
ซ่ึงจีนทองอินเปนนายงานจัดการสรางขึ้นส�าหรับมหาชนไปมาใน
ระหวางเมืองอุตรดฐิ กับเมอื งลับแล ระยะทาง ๒๔๐ เสน ถนนสาย
นี้ท�า ทา� นองเดียวกบั ถนนข้ึนพระแทนศลิ าอาศน แตงามกวากนั มาก
ดวยตดั ผานไปในดงมไี มใหญสองขางทางดงู ามราวกบั ปาในยุโรป เวลา
๓ โมงเชาถงึ บานจนี ทองอนิ ซึ่งฉันไดเคยแวะกนิ เขาเชาเมือ่ ข้ึนมาใน
ศก ๑๑๑ มาคราวนี้จีนทองอนิ จัดการรับรองอีก จึงไดอยดุ พกั กนิ เขา
เชาทน่ี ้นั แลวเดินทางตอมาอีก ๓๐ เสน ถงึ ท�าเนียบที่พักเมืองลับแลๆ
จะหาพื้นทีแ่ หงใดในหัวเมอื งฝายเหนอื งามเทาเปนไมมี เพราะเปนที่
วางอยรู ะหวางเขาแลเนนิ ลอมรอบ แลในน้นั ยงั มีเขามอเล็กๆ ซับซอน
กันไป พน้ื ท่ีเปนนาบาง เปนบานบางๆ เปนสวนบาง ถาจะเดนิ เท่ยี ว
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 277
เลนกม็ ที างวกเวียนไปไมมีทีส่ ุด ท่ีดนิ อดุ มจะปลูกพรรคผลไมอยางใด
งอกงามดีทุกอยาง ที่นากด็ ี ดวยมีลา� หวยผานไป ราษฎรท�าฝาย คอื
ท�านบก้นั น�้าขนึ้ ไวใหสงู แลวทา� รางไขนา�้ ไปใชตามเรอื กสวนไรนา เขา
มกั จะงามบรบิ รู ณไมใครเสยี แตการท�าท�านบเขาใจวายังท�าไมเตมท่ี
ถาไดความคดิ แลทนุ ของรฐั บาลชวยบางที่นาเมืองลับแลจะดีขึ้นกวา
น้มี าก แตอยางนี้ราคาทนี่ าซ้ือขายกันถึงไรละชง่ั เปนประมาณไมถูก
กวานาในกรงุ เกา
เมืองลับแลน้ี เปนท่ีเล่ืองลือกันมาวามักจะมีผูหญิงสาวรูป
งามๆ แตจะเปนดวยเหตอุ ยางใดอยางหน่ึง เขาวาเปนเพราะพวก
กองทัพแตกอนเคยมาขมเหง ผูมีบรรดาศกั ด์ขิ นึ้ มาคราวใด พวกผหู ญงิ
สาวชาวลับแลก็เทย่ี วหลบหนซี กุ ซอนไมใหเหนตัว เปนความสจั จริง
ซึ่งไดปรากฏแกกรมหมื่นสรรพสิทธิซง่ึ ขน้ึ มากอนแลตวั ฉันเมอื่ ขึ้นมา
ในศก ๑๑๑ แตในคราวน้ีไดทราบวา พวกกรมการแลผใู หญบานได
เที่ยวชี้แจงวาอยาใหเกรงกลัวหลบหนีอยางแตกอนเลย เพราะเชื่อได
วาไมมอี ันตรายอยางหนึ่งอยางใดตอไปแลว พวกผูหญงิ ทงั้ สาวท้งั แก
พากันมาคอยดเู ปนอนั มาก ไมมใี ครหลบหนีดงั แตกอน บางทีถงึ พา
กนั มาเปนพวกๆ ขอเขามาดใู กลอยางดขู องปลาด บางพวกทีเ่ ปนชาย
บาง หญงิ บางเขามาเท่ียวเดนิ วนเวียนคอยดูรอบร้วั บาน ถงึ ยนื จุก
ประตูแนนอยเู สมอจนเกินตองการ ทว่ี านี้ทัว่ ไปในพวกชาวลบั แล ท้ัง
หญิง ชาย เดก็ ผูใหญ ไมใชแตผูหญิงสาวพวกเดยี ว เวลาเยนไปเที่ยว
ตามถนนอนิ ทคีรี ดวยถนนยงั มเี ลยท่พี ักไปอีก ๑๐๐ เสน แลยังมถี นน
ตดั แตถนนอินทคีรนี ้อี กี สายหน่ึงไปถงึ พระแทนศิลาอาศน ระยะทาง
๒๐๐ เสนเศษ
วนั ท่ี ๑๔ พฤศจิกายน เวลาโมงเชาลาพระยาศรีสรุ ิยราชวรา
นวุ ัตรขน้ึ มาเดนิ ออกจากเมอื งลับแลมาเมอื งแพร
เนื้อเหนในสวนที่ไดตรวจการเมอื งพิไชยน้ี กไ็ มมีอไรทจ่ี ะพึ่ง
กลาวใหแปลกกวาหัวเมืองที่อยูในมณฑลพศิ ณุโลกหรือขอความท่ีได
278 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
พรรณนามา สวนระยะทางท่ีเดินบกยังอยใู นมณฑลพิศณุโลกวันหน่งึ
แตเหนวาควรจะงดไวพรรณนาในรายงานตอนเมืองแพรจะดีกวา
เพราะจะไดเรม่ิ ตนแตเดินบกจากเมืองลับแลทเี ดยี ว
มีการอกี อยางหนงึ่ ซงึ่ คิดดูตามวนั แลว ควรจะวาในรายงาน
ตอนเมอื งแพร แตเปนการในมณฑลพศิ ณุโลก จงึ ยังวางลงไวเสยี ในทีน่ ี้
คือ พระยาศรีอรรคฮาดเจาเมืองเชยี งคานจะลงมาหาฉัน แตลงมาไมทัน
ทเ่ี มืองอตุ รดฐิ จึงตามมาพบกนั ท่เี มอื งแพร ไดสนทนากับพระยาศรี
อรรคฮาดถึงราชการทางเมอื งเชยี งคาน ไดความดังน้ี
๑ พวกหลวงพระบางท่ีมาต้ังอยทู ีบ่ านบอเบยี้ ซง่ึ เปนปากเสียง
เอะอะกันแตกอนนน้ั เดยี วนที้ ิง้ บานบอเบีย้ หนกี ลับไปหมดแลว
๒ ฝร่งั เศสยังเบยี ดเบยี นขางฝงขวาท่จี ะไปมาดวยทางเรือใน
ลา� นา�้ โขง ตองใหเอาหนงั สอื ของเขาจึงใหไปมาโดยสดวก หาไมกเ็ กะกะ
จบั กมุ ตางๆ แลไมยอมใหคนฝงนข้ี ามไปท�าไรนาในฝงโนน ความขอนี้
ถาควรจะพดู กบั เฟอรรองไดขอใหพูดดู
๓ เจานครหลวงพระบางเวลานไ้ี มเปนธรุ ะท�าการงานอยางใด
แตเจาอุปราชน้นั ยงั ทา� การงานของฝร่งั เศสแขงแรง ฝรง่ั เศสไปไหนเอา
ไปดวย พวกทาวพระยาเมืองหลวงพระบางท่ีไดเงินเดือนของฝร่งั เศส
ก็รักใครแลทา� การของฝร่งั เศสแขงแรง ทไ่ี มไดเงนิ เดอื นก็พากันเดอื ด
รอนคิดถงึ ความหลงั อยเู สมอ
๔ ราษฎรขางฝงซายนนั้ ไดความเดอื ดรอนมาก ไมมีความ
นิยมตอฝรัง่ เศสเลย เพราะฝรง่ั เศสเกบสรวย แตกอนเกบคนละ ๒
เหรียญ เดียวนี้เกบขน้ึ เปนคนละ ๔ เหรยี ญ ยงั เกบคาท่ดี ินแลเกณฑ
ใหปละ ๒๐ วันตางหาก
๕ การทา� มาหากนิ ขางฝงซายดูนอยลงกวาแตกอน เพราะ
ฝรัง่ เศสเกบคาที่ คนทอถอยไมใครทา� ไรท�านา สินคาท่ีผานเมือง
เชยี งคานลงมาเมอื งอตุ รดิฐ เปนสนิ คาเมอื งเลยเมืองแกนทาวมากกวา
สนิ คาทางฝงซาย
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 279
๖ คนชาวเมอื งเชียงคานท่ีขามไปอยฝู งซาย ขามกลบั มาแลว
เกือบจะหมด การในเมืองเชยี งคานบงั คับบญั ชาไดเรียบรอยดี ไมมี
ผูคนนิยมฝรง่ั เศสดังแตกอน ท่ีเอเยนตฝรัง่ เศสทเี่ มอื งเชยี งคานเปนแต
ปลูกท้ิงไวนานๆ ฝรงั่ จะมาครัง้ หนึง่
๗ ทเี่ มอื งแกนทาว พลเมอื งเปนฝายฝรงั่ เศสประมาณสกั สวน
หน่ึงท่ีกลบั มาอยูขางฝายไทยสัก ๒ สวน แตทเี่ มืองเลยน้ันไดขาววา
เรียบรอยเปนปรกตดิ ี ไดความจากพระยาศรอี รรคฮาดดังน้ี
ป,ล, ไดไปตรวจทีว่ าการอ�าเภออุตรดิฐดังตรวจอ�าเภออ่ืน
อา� เภออุตรดฐิ เวลาน้ีนายอา� เภอยังไมมีตัว พระยาศรสี ุริยราชวรานุวตั ร
ใหพระศรพี นมมาศนายอ�าเภอทุงย้ังวาการรวมกัน การแบบแผนใน
ทวี่ าการอ�าเภอไมใครจะเรยี บรอยอยางอ�าเภออืน่
อนงึ่ เมอื่ ขนึ้ ไปเมืองทุงย้ัง กไ็ ดแวะตรวจที่วาการอ�าเภอทน่ี นั้
ดเู รยี บรอยดี
ด.ร.
280 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
สา� เนา รบั วันท่ี ๒๓ ธนั วาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๗
ทพ่ี กั เมืองแพร
วันที่ ๗ ธนั วาคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ
ดวยฉนั กลับจากเมืองนานถงึ เมอื งแพรเมื่อวนั ท่ี ๕ พักเมอื ง
แพร ๒ วัน แลวจะเดินทางไปเมืองนครลา� ปางในวนั ท่ี ๘
เมลสงจากกรงุ เทพมา วนั ที่ ๑๔ พฤศจิกายนทางเมืองนคร
ล�าปางบาง ไดรับเมื่อวันที่ ๕ น้ี ไมใครมีเวลาจะตรวจหนงั สอื ที่สง
มายังคางอยูถงึ สองเมล เพราะเดินทางอยูเสมอ เวลาถึงเมืองกเ็ ต็ม
เวลาไปดวยการทเ่ี ขารับรองตางๆ อยางเรารบั เจาฝร่ัง แมรายงานได
เรมิ่ ลงมือเขียนไดเพียงมาถึงเมืองแพรครั้งแรก กย็ ังคางอยูเพยี งน้ัน
แตจะเขยี นบอกพอเปนเลาในจดหมายฉบับนี้ คอื
เมอ่ื วนั ท่ี ๑๔ พฤศจิกายน เดนิ บกจากเมอื งลับแลมาพกั กิน
เขาเชาท่บี านดานชายเขา พักนอนที่ปางตนพึ่งแขวงเมืองอตุ รดิฐ
วนั ที่ ๑๕ พกั กินเขาเชาท่ีเชิงเขาพรึงแขวงเมอื งแพร นอนท่ี
หวยไลย
วนั ที่ ๑๖ กินเขาเชา และพกั นอนท่ีหวยแมจัว๊
วันท่ี ๑๗ พกั กินเขาเชาที่บานแมมาน พักนอนท่ีเชิงเขาธาตุ
ฉอแฮ เวลาบายมีกระบวนแหเคร่ืองสะการะออกมาจากเมืองแพร
เวลาเยน็ ขึ้นไปนมัสการธาตุฉอแฮ และจดุ ดอกไมเพลิง เวลาค่�าฟง
เทศมหาชาตลิ าว
วันที่ ๑๘ เวลาเชา ทาวพระยาพรอมกนั อรรเชิญแหเขาเมอื ง
แพร แลวมีการรเิ ซ็บชั่นท้งั ผูชายผูหญิง แลแจกเหรียญราชศิริ เวลา
เยน็ ไปบานพระยาแพร และทวี่ าการกรมปาไม
วันที่ ๑๙ เวลาเชาเทีย่ วดูตลาดและออฟฟศโทรเลข แลว
กลับมากินเขาเชาอยางทบ่ี านพระยาแพร เวลากลางวันพวกชาวตาง
ประเทศท้ังพอคาจนี พอคาเงย้ี วมาหา เวลาบายทาวพระยาพรอมกัน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 281
มาท�าขวญั เวลาคา่� มดี นิ เนอรที่บานพระยาแพร เปนการเต็มยศ
วันท่ี ๒๐ เวลาเชาไปเที่ยวดูวัดในเมอื งแพร เวลาบายไปท่ี
มิศชันนารีอะเมริกัน และหางบอมเบเบอรมา
วันท่ี ๒๑ เวลาเชายกจากเมอื งแพรอยดุ กนิ เขาเชาท่ีบานแม
ไลยพกั นอนทีบ่ านแมคา� มี
วันที่ ๒๒ พักกนิ เขาเชาท่บี านรองกวาง นอนทผี่ าหมู
วนั ท่ี ๒๓ พักกนิ เขาเชาที่ปางไผตน นอนที่นาตนั
วนั ท่ี ๒๔ กินเขาเชาท่ปี างมอญ แขวงเมอื งนาน นอนที่ฝงหมนิ่
วนั ที่ ๒๕ กนิ เขาเชาท่ปี างทงุ ยาว นอนที่อายนาไลย
วนั ที่ ๒๖ กินเขาเชาที่เมอื งสา นอนทว่ี งั มวง
วนั ที่ ๒๗ กนิ เขาเชาทบี่ านเชย่ี ว เจานายทาวพระยาเมอื งนาน
จดั เครอื่ งสะการะออกมาเชิญแหเขาเมอื ง เวลาบาย ๓ โมง มรี ีเซบ็ ช่นั
ทั้งผูชายผหู ญงิ เวลาบาย ๔ โมงคร่งึ กงสุลฝรง่ั เสศ กงสลุ อังกฤษ
มาหา เวลาเยน็ ไปที่คมุ เจานครเมอื งนาน และบานขาหลวง
วนั ที่ ๒๘ เวลาเชา ไปเท่ียวดูตลาดและวดั และสนามในเมือง
แลวไปบานเจาอปุ ราช เจาราชวงษ ไปเยยี่ มตอบกงสลุ ฝรัง่ เสศ กงสลุ
อังกฤษ และตรวจออฟฟศขาหลวง กลางวนั รับทาวพระยาหวั เมือง
ขึน้ เมืองนาน เวลาบายเจานายทาวพระยาพรอมกนั มาทา� ขวญั แลวมี
แขงเรอื ในล�าน้�านาน เวลาค่�าดินเนอรทค่ี มุ เจานาน เปนการเตม็ ยศ
วนั ที่ ๒๙ เวลาเชา ไปนมสั การพระวัดสวนตาล และพบ
พระสงฆผูใหญในเมืองนาน แลวไปดูเมอื งเกา และเขาถ้�าน้�าทพิ ยจน
เวลาเยน็ จงึ กลบั มาถงึ ทพี่ ัก
วันท่ี ๓๐ สนทนาราชการกับเจานครเมืองนาน และกงสุล
ฝรงั่ เสศมาหาไดสนทนากนั อิกครั้งหนง่ึ
วันท่ี ๑ ธันวาคม เวลาบาย ๒ โมงยกจากเมืองนาน พกั นอนที่
วงั มวง
วันที่ ๒ กนิ เขาเชาทอี่ ายนาไลย นอนท่ฝี งหมิน่
282 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
วนั ท่ี ๓ กนิ เขาเชาทีป่ างแดง นอนทีน่ าตนั
วันท่ี ๔ กนิ เขาเชาทีป่ างไผตน นอนทผ่ี าหมู
วันท่ี ๕ กินเขาเชาที่บานแมค�ามี เวลาบายถึงเมืองแพรพบ
เจานครลา� ปาง เจาบรุ ีรตั น เจาราชภาติกะวงษ เมืองนครล�าปาง และ
มิศเตอรเสลด็ เจากรมปาไม มาคอยรับอยูทนี่ ่ี
วนั ท่ี ๖ เวลาเชาไปที่ๆ พกั เจานครล�าปาง แลบานพระยาแพร
เวลาบายมีการจดุ บองไฟ
เวลานท้ี ่ีหวั เมืองเหลานอ้ี ยขู างจะหนาว ปรอดเวลาเชาอยูใน
๕๔ คน ๕๖ เวลากลางวันอยูในรมเพียง ๗๒ ทางแตเมืองอตุ รดิฐ
มาเมอื งแพรเดินยากอยูแตตอนทีข่ ามเขาปนน�้า ระยะทางประมาณ
๕๐๐ เสน นอกจากนน้ั จัดวาเดนิ ไดสดวก ระยะทางแตเมืองแพรไป
เมอื งนาน เปนทางเดินสดวกอยูแตเมอื งแพรไปสกั ๘๐๐ เสน ทางเมือง
นานมาสัก ๔๐๐ เสน นอกจากนนั้ ทางไปบนเขาตองขามหวย และ
ข้ึนเขาลงเขาไมใครมที ีร่ าบ แตทีล่ า� บากไมล�าบากเทาระหวางอตุ รดิฐ
กับแพร บรรดาผูที่มาดวยกันในคร้ังนี้ เดชะพระบารมีปกเกลาฯ มี
ความศขุ สบายอยดู วยกัน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 283
รายงานการเสดจ็ ตรวจราชการมณฑล
ปราจณิ บุรี เมืองชลบรุ ี
เมืองพนสั นคิ ม และฉะเชิงเทรา
พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙
รายงานการเสด็จตรวจราชการมณฑลปราจณิ ๑
พ.ศ. ๒๔๔๓ ร.ศ. ๑๑๙
ที่ ๒๑ / ๘๓๘
ศาลาวาการมหาดไทย
วนั ท่ี ๒๗ เดอื นเมษายน ร,ศ, ๑๒๐
ขาพระพุทธเจา ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา
ทราบฝาลอองธุลพี ระบาท
ด วย เม่ือข าพ ระพุ ทธเจ าออกไป ตร วจร า ชการ เมือง ชล บุรี
เมืองพนัศนิคมแลเมืองฉเชิงเทรา เม่ือเดือนมกราคม ร,ศ, ๑๑๙
ขาพระพุทธเจาไดจดระยะทางที่ไดตรวจแลจดั ราชการ ในคราวท่ไี ป
ตรวจราชการน้นั ขอพระราชทานทลู เกลาฯ ถวายความทราบฝาลออง
ธุลพี ระบาทพรอมกบั จดหมายฉบบั นี้
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ
ขาพระพทุ ธเจา ขอเดชะ
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
๑ สะกดการันต์ คงไว้ตามตน้ ฉบับเดมิ คัดจากเอกสาร ร. ๕ ม. ๒.๑๔/๓๙
ส�านักจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศลิ ปากร
286 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
จดหมายรายวนั
การเสด็จตรวจราชการ
เมอื งชลบรุ ี เมืองฉะเชิงเทรา
เดอื นมกราคม ร.ศ. ๑๑๙
วันท่ี ๓ มกราคม โดยสารรถไฟปากน้�าออกจากกรุงเทพฯ
เวลา ๒ โมงเชา ไปลงเรืออรรคเรศท่ีเมืองสมุทปราการ พระยา
ชลยทุ ธโยธินทร์ไดเปนธุระชวยจัดรถสลนู แลจัดเรือใหไปในเท่ียวนี้
ตัวพร ะยา ช ลยุท ธโยธิน ทร กับ พระยาสุขุม นัยวิ นิตได ตาม ไปส งถึง
เมืองสมุทปราการ ที่นั้นพระสมุทบุรานุรักษแลกรมการนายทหาร
ก็ไดมาคอยตอนรบั ตามธรรมเนยี ม
ขาราชการท่ีไปดวยในคราวนค้ี ือ พระยาสนุ ทรบุรี ขาหลวง
เทศาภบิ าลมณฑลนครไชยศรี ซึ่งยังปวยหมอใหออกไปรักษาตวั อยู
ชายทะเลไดโดยสานไปดวยคน ๑ หลวงอนชุ ติ พิทกั ษขาหลวงสรรพากร
มณฑลปาจณิ บุรี ๑ นายใหญในกระทรวงมหาดไทย พนักงานตรวจ
การเรอื นจา� ๑ ขุนแพทย์วเิ สศหมอ ๑ กับเสมยี นแลคนใชพอสมควร
เวลา ๓ โมงเชาไดคราวน�้าใชจักรเรืออรรคเรศออกจากเมอื ง
สมุทปราการไปถึงอางศิลาเวลาบาย ๒ โมง พระยาชลบรุ านุรกั ษ
ผูวาราชการเมืองชลบรุ ีกับกรมการผูใหญผูนอยกา� นันผูใหญบานใน
อ�าเภออางศิลาท้งั พระนรินทรร์ ังสรรคผบู ังคับการทหารเรอื ไดมาคอย
รบั ดวย ข้นึ พกั อยทู อี่ าไศรยสถาน
ตกึ อาไศรยสถานท้ัง ๒ แหงนเ้ี ปนตึกมีมาแตเดมิ แตช�ารุด
ซดุ โซมอาไศรยไมได คร้ันเม่อื ศก ๑๑๖ ในการเฉลมิ พระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหวั เวลาเสด็จประทับอยูในยุโรป สมเด็จ
พระบรมราชนิ ีนารถทรงสา� เร็จราชการแผนดนิ ตางพระองค บริจาก
พระราชทรัพยในสวนพระองคพระราชทานใหซอมแซมตกึ ทัง้ ๒ หลงั
ท้ังสรางเครอื่ งตัง้ แตงส�าหรับตึกจัดเปนอาไศรยสถานส�าหรบั สาธารณ
ประโยชน แลวเสรจ็ ในเวลาเมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัวเสดจ็
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 287
กลับคนื พระนคร ทรงอนุโมทนาแลวจงึ พระราชทานนามตกึ ทั้ง ๒
หลัง ใหเรียกตกึ หลังใหญวา ตึกมหาราช แลตกึ หลงั เลก็ นนั้ ใหเรยี กวา
ตกึ ราชินีสืบมา ผูใดจะอาไศรยเปนท่พี ักรักษาตวั เมื่อไดรบั อนุญาต
ของเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแลว กไ็ ปอาไศรยไดไมตองเสยี คาเชา
อยางใด แตเตม็ ใจชวยเก้ือหนุนในการรกั ษาอาไศรยสถานนี้คนละมาก
นอยเทาใดก็ไดตามเจตนา
ได ตรว จดูสมุทรายช่ือผู ท่ีได ไปพักอา ไศรยสถ านต้ัง แ ต ศก
๑๑๘ มาจนบัดนี้มี ๒๐ รายผอู าไศรยไดใหเงนิ บ�ารุงอาไศรยสถานทกุ ๆ
รายมจี า� นวนเงินตั้งแตรายละ ๑๐๐ บาท จนมาถึง ๕ บาท ตามเวลา
ที่ไดอาไศรยอยูนานบาง เพียง ๒ วนั บาง มจี �านวนเงินบ�ารงุ อาไศรย
สถานทีไ่ ดรับทีอ่ างศิลานี้ ๓๓๐ บาท แลทไ่ี ดรับในกรุงเทพฯ กย็ งั
มีอิกบาง รวมเบ็ดเสร็จกวา ๔๐๐ บาท ถามีผูอาไศรยแลผูอาไศรย
อปุ การะตอไปดงั ไดเปนมาในสองปน้ี เห็นวาเงินบา� รงุ จะพอซอมแซม
อาไศรยสถานได แตยงั ไมคมุ ถึงเงนิ เดือนคนรกั ษา
ไดตรวจดูการซอมแซมแลเครื่องแตงแลเครื่องใชในอาไศรย
สถานทา� พอใชไดไมเลวแตการรักษายงั ไมดียงั ไมไดซอมแซมเสมอตาม
ฤดูการ คร้ังนี้เปนการตระเตรียมรับเสนาบดจี งึ เกลย้ี งเกลาเรยี บรอย
แตเช่ือวาไมเรียบรอยอยูอยางน้ีเสมอ มีพยานแลเห็นไดที่มีรอยปูน
แตกกระเทาะยังซอมไมทนั สีก็ยังทาไมทว่ั แลไมแหงทันเวลาท่ีไปถึง
ในคราวน้ี อิกประการหนึ่งเคร่ืองใชเคร่ืองแตงส�าหรับสถานก็ยัง
บกพรองอยหู ลายอยางทงั้ ดูยังไมมีใครเขาใจวาเปนนาที่ของใครจะท�า
อยางใดในการรักษาอาไศรยสถานนี้ จึงไดเรียบเรียงขอบังคบั ส�าหรับ
การรกั ษาอาไศรยสถานท่ีอางศิลามอบใหพระยาชลบุรานรุ กั ษไวดงั นี้
หมวดที่ ๑
วาดวยการรกั ษา
ขอ ๑ เครอื่ งใชในหองนอน หองน้�า หองกินเขา ใหเกบ็ ไวประจา�
ในหองน้นั ๆ เคร่อื งใชสา� หรับเฉลียงซึง่ เปนท่เี ปด ใหเก็บรวมไวในหอง
288 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
กนิ เขา
ขอ ๒ เตียงนอนเตยี ง ๑ ตองมีมุงไวส�าหรบั เตียง ๒ หลัง
ผาปทู นี่ อน ๒ ผืน ปลอกหมอนๆ ละ ๒ ปลอก สา� หรับเครื่องลางนาตอง
มีผาเช็ดตวั ขนหนู ๒ ผนื ผาเช็ดนาขนหนู ๒ ผนื ส�าหรบั เตียงนอนตอง
มีทนี่ อนเตียงละอนั หมอนเตยี งละ ๒ ใบ เครื่องผาเหลานี้จะท�าตเู กบ็
รวมกนั ไวในหองใดหองหน่งึ ก็ได แตตองซกั ฟอกใหสอาดอยเู สมอ คือ
เวลาผูอาไศรยกลบั ไปแลวตองซักทเี ดียวไวทันจายผทู ม่ี าอาไศรยใหม
ขอ ๓ ใหมีโคมแขวนตามเฉลยี งแลหองกนิ เขาพอใหแสงสวาง
แลตามหองนอนใหมโี คมต้ังหองละใบ หองน�้าใหมีโคมติดฝาหองละใบ
โคมเหลานคี้ งตองมหี ลอดไวโคมละ ๒ หลอดแลคอยตรวจตราอยาให
กระจบุ รัว่
หมวดท่ี ๒
วาดวยการรับผอู าไศรย
ขอ ๔ เมอ่ื ผอู าไศรยนา� ใบอนญุ าตออกมา ใหผูรกั ษาสถานเปด
แลจดั สถานหลังใดใหเขาอยตู ามใบอนุญาต ตนใบอนุญาตน้ันผรู กั ษา
สถานเก็บไวแลใหจัดลงในสมุทบาญชีสา� หรับสถานดวยจงทุกราย เมือ่
ผูอาไศรยไปแลวใหพนักงานรักษาจดสลกั หลังลงในตนใบอนุญาต วา
ผูอาไศรยนัน้ ไดมาอยูต้ังแตวนั ใดจนวนั ใด แลไดใหเงินหรอื ใหสิ่งของ
ส�าหรับบ�ารุงสถานเทาใด แลสงตนใบอนุญาตน้ีไปยังทว่ี าการเมือง
จงทุกคราว
ขอ ๕ เมื่อผูอาไศรยไดเขาอยูในสถานแลว ใหผูรักษาน�า
สมุทลงนามไปใหเขาลงชอ่ื ถาเขาใหเงนิ บา� รงุ สถานเทาใด ใหผูรกั ษา
ท�าใบเสร็จใหเขาเปนส�าคัญ แตถาเขาวาจะไปใหเงินในกรุงเทพฯ
ไมตองทา� ใบเสร็จให
ขอ ๖ ตวั เงินบา� รุงสถานซง่ึ ผอู าไศรยใหไวแกผูรักษามากนอย
เทาใด ตองไปไวยังคลงั เมืองชลบุรีทัง้ สน้ิ จะใชสอยเทาใดใหไปเบกิ
ตอคลังเมือง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 289
หมวดท่ี ๓
วาดวยการซอมแซม
ขอ ๗ การซอมแซมสถานโดยปรกติ ใหทานา้� ปนู ปละครงั้ ๑
ทาสีสอง (ป) ครงั้ หน่งึ
ขอ ๘ ถามกี ารชา� รุดเกิดขน้ึ คือ หลังคารว่ั ก็ดี หรือส่ิงใดแตก
หกั ช�ารุดกด็ ี ตองซอมแซมแกไขโดยทนั ทจี ะทอดทง้ิ ไมได
หมวดท่ี ๔
วาดวยการตรวจ
ขอ ๙ ผูรักษาตองเปดสถานตรวจตราดวยตนเอง ๓ วันคร้งั ๑
อยาใหขาดได
ขอ ๑๐ ผูวาราชการเมอื งชลบรุ ี หรือปลดั ตองมาตรวจรักษา
สถานไมนอยกวาเดือนละครงั้ ๑ อยาใหขาดได แลในการตรวจนัน้
ตองตรวจใหการเปนไปไดดงั ขอบังคับนี้
หมวดท่ี ๕
วาดวยรายงาน
ขอ ๑๑ ผูรักษาสถานตองท�ารายงานยื่นผูวาราชการเมอื ง
ชลบุรีเดือนละ ๑ ครั้ง ในรายงานนั้นใหบอกรายชอ่ื ผูทไี่ ดมาอาไศรยใน
เดอื นนัน้ แลเงินหรือสง่ิ ของท่ไี ดรับหรือไดซื้อขึ้นในเดอื นนัน้ รายการ
ที่ส่งิ ของหรอื สถานช�ารดุ ซดุ โซรม แลท่ไี ดทา� การซอมแซมในเดือนนน้ั
ทงั้ จ�านวนเงนิ ท่ีไดใชจายไปในเดอื นนนั้ แลใหผูวาราชการเมอื งลงความ
เหน็ แลวสงไปยงั กระทรวงมหาดไทยทกุ เดือน
เวลาบาย ๔ โมงไดไปตรวจที่วาการอ�าเภออางศิลา นายเสนห์
เปนนายอ�าเภอ แบบแผนการอ�าเภอยังคลาดเคล่ือนอยูมาก แลเห็น
ไดวาเพราะกรมการอ�าเภอขาดความรู แลผวู าราชการเมืองไมตรวจ
ตราใหเขมงวด คอยยังช่ัวอยูแตการสรรพากร เพราะมีเจาพนกั งาน
คอยตรวจตราอยูเสมอ อ�าเภออางศลิ านท้ี องท่กี ็เล็กจ�านวนราษฎรก็
ไมกพ่ี ันคน ผลประโยชนแผนดนิ เกบ็ ไดในอา� เภอนป้ี ๑ ประมาณ ๑๐๐
290 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
ชัง่ ถาจะวาโดยขนาดควรจะรวมไวในอา� เภอเมืองชลบรุ ี เพราะระยะ
ทางไปมาเพยี ง ๒๐๐ เสนเสศ หาควรจะแยกออกเปนอ�าเภอหน่ึง
ตางหากไม แตมีความจ�าเปนอยูอยางหนึ่ง ดวยท่ีอางศิลาน้ีมักมี
ผูมีบรรดาศกั ด์แิ ลชาวตางประเทศไปมาอาไศรย แลในฤดูลมเหนือเรือ
ไฟไปมากับตางประเทศจอดบนั ทุกสนิ คาท่นี ่ี มีผูคนตางชาติตางภาษา
สา� สอน ถาไมมีเจาพนกั งานประจา� อยทู ี่อางศิลา ใหแตกา� นนั ปกครอง
คงจะไมเรยี บรอย ถึงกระนั้นกด็ ีถาจะมเี พยี งปลัดอ�าเภอเมอื งแยกมา
ตัง้ อยทู อ่ี างศลิ า หรอื มีนายอ�าเภออางศลิ าตางหาก แตใหมผี ูชวยแต
นอยคนก็จะพอแกราชการแลไมเปลืองพระราชทรัพย ท่ีตั้งกรมการ
อา� เภออางศลิ าเตม็ ชดุ มีกรมการอา� เภอถงึ ๔ คน อยางทุกวนั น้ี เหน็ วา
เกนิ แกประโยชนแลความจ�าเปน ควรจะลดลงคงมีเพียงเทาท่ีวามาแลว
ตรวจทว่ี าการอ�าเภอแลวเดินไปทางหมูบานอางศลิ าเหน็ ยังบรบิ รู ณ
เสมออยูไมซดุ โซรมลงกวาแตกอน ไปแวะที่วัดใน เจาอธกิ ารเที่ยงวาที่
พระครเู จาคณะแขวงอางศลิ าไดจดั ตั้งโรงเรียนขึน้ ในวดั น้ี มนี กั เรียนกวา
๒๐ คน ใชเรย่ี รายเงินกรมการแลผปู กครองเดก็ ใหเปนเงนิ เดือนครไู ด
ไมเสมอกัน บางเดือนครูไดเงินเดือนมาก บางเดอื นครูไดเงินเดอื นนอย
พอกลองแกลงสอนมาได แลเห็นไดวาคงจะเปนความหนกั ใจของ
เจาอธิการมากอยู โรงเรียนน้พี ระอัมราพิรกั ษขิตผูอา� นวยการศึกษา
มณฑลปาจณิ บรุ ไี ดขนานนามไววา โรงเรยี นเสลัมพณ์พทิ ยากร ดจู ัดแล
รักษาเรยี บรอยสอาดสอานดี ไดความวาในอา� เภออางศลิ ามีโรงเรยี น
เดียวเทาน้ี พิเคราะหเห็นวาเพยี งโรงเรียนเดียวเทานถ้ี าจัดใหดีกพ็ อ
เพร าะหมูบ านราษ ฎรแถวนี้จะส งเด็กไปเล าเรีย นก็พอเดินไป มาได
ไมไกลนัก
วันท่ี ๔ มกราคม ตอนเชาอยุดพกั เอาแรงไมไดไปไหน พิเคราะห
ดูเหน็ วาท่อี างศลิ าน้ถี าท�าโทรเลขใหเนอ่ื งกนั สะเตแชนเมืองชลบุรีไดดู
เหมอื นจะมีประโยชนอยู ระยะทางเพียง ๒๐๐ เสนเสศ ทางโทรเลข
ไปศรีราชาก็ผานไปไมหางอางศิลานกั อาไศรยเสาเดมิ ไดสักครงึ่ ทาง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 291
ตองท�าเสาใหมไมกี่มากนอย โดยปรกตใิ ชเพยี งโทรศัพทก็จะพอเปน
ประโยชนแกราชการ แลเปนประโยชนแกผูไปมาอาไศรยอางศลิ า เม่อื
ถึงฤดเู รือเมลมาทอดบันทุกของท่ีอางศิลา เปดเปนออฟฟศโทรเลข
ช่ัวปละคราว ก็จะเปนประโยชนแกการคาขายดีอยู
เวลาบายขี่มาไปเท่ียวขางหลังบานอางศลิ าไปจนถงึ บานบึก
พ้นื ท่ีขางหลงั บานอางศลิ าเปนท่ีนาสลบั กับท่ไี รแลสวนหมากมะพราว
ตลอดไป ท่นี าไมสูดี เพราะเปนทที่ รายท�าไมใครไดผล ปน้ที อ่ี ่นื ๆ เขา
งามตลอด ทนี่ าหลงั อางศิลาแลตอนริมทะเลหลังเมืองชลบรุ ีก็ไมได
ผลดี ท่ีสวนหมากมะพราวงามมาก สังเกตตามที่เคยดูมาแตท่ีอนื่
ดงั เชนหัวเมืองชายทะเลทางแหลมมลายู เขาใจวาพวกท�าสวนหมาก
มะพราวทางอางศลิ าเมืองชลบุรคี งจะรวยกนั มากๆ เพราะแลดตู นไม
ทป่ี ลกู งอกงามสดช่ืนดีทุกแหง ตอเมื่อไปสนทนากบั ราษฎรเจาของ
สวน จึงไปไดความผดิ กบั คาด ตนมะพราวทางชายทะเลแหลมมลายู
ปลกู พอออกผลแลว เจาของเปนคาดไดวา ปหน่งึ คงจะไดเงนิ ตนละ
เทานน้ั ท�าเองก็ไดหรือจะใหผูอืน่ เชาถือไปท�าก็ได มีตนมะพราวทาง
แหลมมลายเู หมอื นมตี กึ แถวสรางไวเกบ็ คาเชา ทางเมืองสมทุ สงคราม
แลในมณฑลกรุงเทพฯ ก็ท�านองเดียวกนั เขาใจวาทางแหลมมลายู
ผลประโยชนท่เี กบ็ ไดจากมะพราวตนหนงึ่ ไมตา�่ กวา ๓ บาท หัวเมอื งท่ี
ใกลกรงุ เทพฯ ย่งิ ไดมากกวานั้น แมท่เี มอื งชลบุรีในเวลาน้รี าคามะพราว
ขายกัน ๑๐ ใบบาท พวกเจาของสวนมะพราวท่อี างศลิ าแลเมืองชลบรุ ี
ก็ไมบริบรู ณผลประโยชน เพราะมะพราวทางนี้ถึงตนงามผลไมออก
เสมอ บางปก็ออกมากบาง บางปก็ออกนอย สดุ แลวแตฝนตกมากตก
นอยตามฤดูป ถาแลงจดั ๆ ถงึ ตนไมตาย มะพราวท่ปี ลกู ไวสวนละมากๆ
ป ๑ จะมผี ลใหเก็บไมกีต่ น ไดความวาถาคิดถัวกนั สวนมะพราวในแถว
น้ีไดเงนิ ป ๑ ประมาณตนละไมเกนิ ๒ สลึง ตนหมากกไ็ มแนท�านอง
เดยี วกัน การหากินของราษฎรในแถวน้ีไดความตามท่ีพิเคราะหดู
เปน ๒ จ�าพวกคือ พวกหน่ึงหาปลาเปนประจ�า พวกหนึ่งท�าการเภาะ
292 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ปลูก คือเรือกสวนไรนาเปนการประจา� ผูหญิงทอผาขายในเวลาวาง
การอื่นทัง้ ๒ จ�าพวก ผานงุ ทข่ี ายในตลาดเมืองชลบุรีเปนผาไปจาก
อางศลิ าโดยมาก ในเวลาการหากินท่เี ปนพนื้ ฝดเคอื ง เชนปลาไมเขา
ละมุกด็ ี หรอื ฝนแลงท�าเรือกสวนไรนาไมไดผลก็ดี ราษฎรทั้งสอง
จ�าพวกที่วามาแลวเคอยเขาปาตัดไมมาขายทดแทนผลประโยชนตง้ั แต
บรสิ ัทศรีราชารับท�าปาไม ราษฎรชาวอางศิลาพากนั รองวา ขาดทาง
หาเล้ยี งชีพไปอยาง ๑ ในปน้ีอยขู างพากนั ขัดสน ไดทราบวาบรสิ ทั
ไดยอมอนุญาตใหราษฎรชาวบางพระเขาตัดไมในปาไดแตไมยอมให
พวกอางศิลาเขาตัดเพราะเหตุที่อยูตางอ�าเภอกันกับปาไม ไดความ
จากท่ีสนทนากับก�านนั ผใู หญบานและราษฎรชาวอางศิลาดังน้ีจึงรับ
วาจะไปพูดกับบริสทั ดู
ขากลับแวะเยี่ยมตอบพระยาวสิ ูตรสาครดิษฐ เวลาน้ีอายุได
๘๒ ปดูยงั แขงแรงเดินเหินไปใหนไปไดเปนแตในตาไมใครเหน บาน
พระยาวิสูตรที่มาสรางอยทู ่ีอางศิลาท�าเปนเรอื นไมไมใชส�าหรบั ความ
งดงามเอาแตความสบาย ดสู บายดีจรงิ ดวยเปนเรือน ๒ ชนั้ ยาวมี
เฉลยี งใหญรอบ ตวั ขางในอากาศเดนิ ไดสดวกไมรอนเหมอื นเรอื นอน่ื ๆ
เคร่ืองตบแตงมแี ตพอใชสรอยส�าหรับความสบายเปนประมาณ
แตเดิมหมายวาจะพักอยูอางศลิ าจนวนั ท่ี ๗ จงึ ไปเมืองพนัศ
นิคม แตไปคิดเหน็ วาไปพกั อยเู มืองชลบุรจี ะตรวจราชการไดสดวกกวา
แลทางทจี่ ะเดินบกไปเมืองพนัศนคิ มจากเมอื งชลบุรกี ใ็ กลเขา พอได
ระยะเกวยี นเดนิ วนั หนง่ึ ดีกวาไปเมอื งพนัศนคิ มจากอางศลิ า จึงตกลง
แกไขโปรแครมใหม
วันท่ี ๕ มกราคม เวลาเชาใหเรอื อรรคเรศรบั พระยาสุนทรบุรี
ไปสงท่ีบางพระ เพ่อื จะใหไปอยรู กั ษาตวั ที่น้นั แลกรมทหารเรอื รบั จัด
สะเตแชนทหารใหเปนทีพ่ กั ดวย
เวลา ๕ โมงเชาพอนา�้ ขนึ้ เตม็ ฝงจงึ ลงเรอื กรรเชยี งทีอ่ างศลิ า
ผูกพวงเรือฉลอมแลนใบไปเมืองชลบรุ ี ประมาณชวั่ โมงหน่งึ ถงึ ที่ข้ึน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 293
ทางตะพานหลวง พระยาภักดีณรงค์ผูวาราชการเมืองฉเชิงเทรากับ
กรมการผใู หญผูนอยแลกา� นนั ผใู หญบานเมืองชลบุรมี าคอยรับ ขน้ึ ไป
พักอยทู ่ีสะเตแชนทหาร
เดินข้นึ ทางตะพานหลวงวันน้ี มีความร�าคานใจดวยตะพาน
ชา� รดุ ซดุ โซรม เสยี สงาราศีบานเมือง ไมใชจะพง่ึ ชา� รุดซดุ โซรม ไดรูเห็น
วาซดุ โซรมต้งั ใจจะซอมแซมมานานแลว ทส่ี ดุ พระยาชลบรุ านุรักษกไ็ ด
เร่ียรายไดเงินกวา ๒๐๐๐ บาท ซ้ือไมเสาแลไมเหล่ยี มทีจ่ ะเลอ่ื ยทา�
กระดานมากองไวเปนอันมากแลว แตเหตใุ ดจึงยังไมไดทา� ไลเลยี งดกู ็
ไมไดความ พระยาชลบรุ านุรกั ษใชคา� อธิบายแตวา “จะทา� ” ค�านี้เหน็
วาไมควรจะใชในราชการทเ่ี ปนการจรงิ เพราะลงความสกั แตกลาววา
“จะท�า” แลวรอไปอกิ รอยปก็วาจะไดอยูเสมอ ท�าก็ทา� ลงไมทา� ก็อยา
ท�า ไดขอใหพระยาชลบุรานรุ ักษก�าหนดวนั ใหแนวา ตะพานหลวงท่ี
เมอื งชลบรุ ีนี้จะแลวเม่อื ใด พระยาชลบุรานุรกั ษขอเวลา ๖ เดือน จึง
ยอมกา� หนดใหวา จะถอื วาวนั ที่ ๑ สงิ หาคม ศก ๑๒๐ ตะพานนเ้ี ปน
ซอมแซมสา� เรจ็
เวลาบายไปตรวจการอา� เภอเมอื ง นายผาดเปนนายอ�าเภอดู
มีอุปนิไสยอยบู างแตความรยู ังต�่า ถงึ กระนัน้ ยงั ดกี วาอา� เภออางศิลา
ที่วาการอ�าเภอไดท�าเปนเครือ่ งไมจริงเสรจ็ แลว ตรวจท่ีวาการอ�าเภอ
แลวไปตรวจทว่ี าการเมือง การปลูกสรางทท่ี �าราชการในเมืองชลบุรี
มีแปลกตาขึน้ กวาเม่ือไปตรวจในศก ๑๑๘ คือสรางท่วี าการเมือง
หลงั หน่ึง ศาลหลังหนง่ึ ตรางหลังหนึ่ง เปนเคร่ืองไมจรงิ ท�าขน้ึ ใหม
ในปนี้ดูเรียบรอยดี ศาลทา� ดีมาก ในเวลาน้ียงั กา� ลังแตงตัวไมจะปลูก
สรางสา� เรจ็ ในปนี้อกิ สองหลงั คอื ที่ทา� การสรรพากรหนึ่งหลัง ทสี่ า� นกั
ส�าหรับขาราชการไปมาพักอาไศรยอิกหนง่ึ หลัง แลเห็นไดวาพระยา
ชลบุรานุรักษไดเอาเปนธุระในการปลูกสรางสถานทตี่ างๆ ส�าหรับ
ราชการมาก ตองนับวาเปนทพ่ี อใจอยอู ยางหนึ่ง ไดตรวจดยู อดทะเบียน
ตางๆ ในเมืองชลบรุ มี จี �านวนขาราชการท่ีมีต�าแหนงรับพระราชทาน
294 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
เงินเดอื น ๑๓๒ คน ไมนับต�ารวจภูธร เห็นวาจา� นวนคนรับเงนิ เดือน
มมี ากเกนิ กวาทีค่ วรจะมี เพราะอ�าเภอเมืองชลบรุ เี ปนอ�าเภอคนนอยๆ
ควรจะตัดจา� นวนกรมการอา� เภอใหเบาพระราชทรัพยไดอกิ เรื่องน้ี
กลบั เขามาถงึ กรุงเทพฯ จึงจะตรวจจัดไป การปกครองทองท่ีรวมทง้ั
เมอื งบางละมงุ แลเมืองพนศั นคิ ม ซ่ึงเปนเมืองจัตวาอยูแตการแบงเปน
๘ อ�าเภอ จ�านวนสา� มโนครัวมกี �านัน ๖๗ คน ผูใหญบาน ๑๐๐๙ คน
ราษฎรชาย ๒๘๖๕๘ คน หญิง ๒๕๙๒๕ คน รวมราษฎร ๕๔๕๘๓
คน มีหลงั คาเรอื น ๑๔๔๕๑ หลัง เรอื ๒๑๘๓ ล�า เกวยี น ๔๔๐๔ เลม
สตั วพาหนะมโี ค ๒๗๑ โค กระบือ ๒๒๘๓๔ ตัว มา ๙๙๕ ตัว
การสรรพากร ผลประโยชนแผนดนิ เกบ็ ไดในศก ๑๑๘ เงนิ
๘๑๐๗๖ บาท ๕๕ อฐั มากกวาศก ๑๑๗ เงนิ ๑๑๖๙๒ บาท ๔๘ อฐั
รายการทเี่ งินขน้ึ มาก คือ คานา ขนึ้ เพราะตรวจเก็บดีขนึ้ ทจ่ี ริงนาใน
ศก ๑๑๘ ท�าไมใครไดผล คานาศกน้ีคงจะขึน้ มากเพราะนาทา� ไดผล
มากทั่วกนั เวนแตที่ชายทะเลเลก็ นอย คาน้�าสมพักษรในศก ๑๑๘
เงนิ ก็ขึ้นมากอยูเพราะตรวจเกบ็ ละเอียดเขาแตในศก ๑๑๙ คงจะไมขน้ึ
กวาศก ๑๑๘ จ�านวนเงนิ สรรพากรศก ๑๑๘ รายท่ียอดเงินตกมา
มากคอื สรรพภาษี เพราะเลิกภาษีภายในเสียหลายอยาง แตในศก
๑๑๙ นี้เงินคงจะกลับข้ึนดวยน�้าตาลทรายออกมากกวาศกกอนๆ
เปนอันมาก ในเวลานก้ี ารปลูกไรออยท�าน�้าตาลทรายในเมอื งชลบรุ ี
ก�าลังเจรญิ มีโรงหบี ในปนกี้ วา ๘๐ โรง แลยงั จะเจรญิ ไดอิก
การคลัง รวมเงินรายรับตั้งแต เดือนเมษายนถึงเดือน
พฤศจิกายน ศก ๑๑๙ เงิน ๙๙๗๖๗ บาท ๕๖ อัฐ รวมจายเงิน
๘๕๐๙๙ บาท ๔๗ อัฐ เหลอื เงินคงคลงั ในเวลานี้ ๑๔๖๖๘ บาท ๙ อัฐ
เหตกุ ารโจรผรู าย ในศก ๑๑๙ น้ี มีโจรผูรายอกุ ฉกรรจ ๓ ราย
ปลนราย ๑ ฆากันตาย ๒ ราย ไดตัวผรู าย ๑ ราย ไมไดตวั ๒ ราย
ผูรายลกั เลก็ นอย ๑๕๔ ราย ไดตัวผูราย ๖๒ ราย ไดแตของกลาง
๑๕ ราย ไมไดตวั ๗๗ ราย
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 295
จ�านวนนกั โทษในเรือนจ�า มีนักโทษในระหวางพิจารณา ๒๘
คน ที่ศาลตดั สินแลว ๔๘ คน รวมนักโทษ ๗๖ คน เปนชาย ๗๓
คน เปนหญงิ ๓ คน การปกครองเรอื นจ�ายงั จดั ไมตรงตามขอบังคบั
ตลอด นายนากพธ�ามรงค์ไมใครเขาใจขอบังคับ ที่สุดขอบังคับท่ี
ตพี ิมพกไ็ มมีไวส�าหรบั ตราง จึงไดใหเวลา ๒ เดอื น ท่นี ายนากพธ�ามรงค
จะตองเรยี นขอบงั คับใหรู แลเขามาสอบใหได แตในเวลาน้ไี ดใหนาย
ใหญ ไปตรวจจดั การเรือนจ�าเปนแบบแผนไปพลาง เม่ือไดตรวจจัด
เรือนจ�าเมืองชลบุรีแลว ใหนายใหญไปตรวจเรอื นจ�าอื่นในมณฑล
ปาจณิ บุรีนต้ี อไป
การศาล เมืองชลบุรีไดตรวจบาญชียอดสารบบทห่ี ลวงพินจิ
ดลุ อฎั ท�าย่ืน มีจา� นวนความคางมาแตศก ๑๑๘ แพง ๖๓ เร่อื ง อาญา
๗๕ เรอ่ื ง รวม ๑๓๘ เร่ือง ความเกิดใหมในศก ๑๑๙ แพง ๒๘๓ เรอื่ ง
อาญา ๑๕๖ เรอ่ื ง รวม ๔๓๙ เร่ือง รวมความเกาใหม ๕๗๗ เรอื่ ง ได
พิพากษาแลวไป แพง ๓๐๓ เร่อื ง อาญา ๒๐๘ เรื่อง รวม ๕๑๑ เรอ่ื ง
คงคางพิจารณา แพง ๔๓ เร่ือง อาญา ๒๓ เรอ่ื ง รวม ๖๖ เรือ่ ง
พิเคราะหดูการศาลในเมอื งน้ีจ�านวนความท่ีเกดิ ข้นึ กบั ทแี่ ลว
ไปพอกันไมค่ังคางทับถมเปนอันสดวกไดตลอด
การโยธา นอกจากการปลูกสรางท่ีไดพรรณามา แลการปด
กวาดถนนรับเสนาบดีแลวไมเห็นมีการที่ไดจัดท�านบุ �ารุงใหแปลก
ปลาดขึ้นอยางใดกวาที่ไดไปเห็นเมื่อศก ๑๑๘ การโยธาในเมือง
ชลบุรนี ้ีถาจะทา� ใหเปนประโยชนแกบานเมอื ง มีการทจ่ี ะทา� ไดหลาย
อยาง ดงั เชนซอมตะพานหลวง แลจดั การรักษาถนนหลวงใหสอาด
อยเู สมอเปนตน ยงั การที่จะทา� ไดงายๆ เชนทางท่รี าษฎรใชเกวยี นไป
มา ลอกัดดนิ ลกึ ลงไปสองขาง กลางดนิ เปนคนั ข้นึ สูง จนเกวียนแทบ
จะเดนิ ไปไมไดมีหลายแหง ถาในฤดูแลงวางการนาคิดอานบอกบุญ
พวกราษฎรชวยกันฟนคันดินกลางทางเกวยี นเพยี งปละ ๑ ครัง้ ก็จะ
เปนอนั ท�านบุ �ารงุ การไปมาของราษฎรไดเปนอนั มาก การโยธาตางๆ
296 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
ทไี่ ดกลาวมานจี้ ะท�าไดโดยไมตองเปลอื งทุนรอนกม่ี ากนอย ถงึ บางอยาง
ที่จะตองลงทนุ เชนซอมตะพานหลวงเปนตน จะหาเงนิ ในพ้ืนเมือง
ชวยอดุ หนุนในเมอื งชลบุรนี ีก้ ็หาไดไมยากนักดวยพวกพอคาท่เี ปนคน
บรบิ ูรณมมี าก คนพวกน้ีมักจะมใี จศรัทธาชวยทา� การทเ่ี ปนสาธารณ
ประโยชนโดยไมเสียดายทรพั ย
การศกึ ษา ในเมอื งชลบุรีน้ีจัดวาเปนแหลงอยูแหง ๑ มาแต
เดิม ดวยมีโรงเรียนของพระชลโธปมคุณตั้งมาชานาน ในคราวนี้
พระยาชลบรุ านรุ กั ษไดจดั ต้ังโรงเรียนขน้ึ ทว่ี ัดตนสนหลังทว่ี าการเมอื ง
อกิ แหง ๑ เปนที่เลาเรยี นของบตุ รหลานกรมการ ดูจะเปนประโยชนดี
วันท่ี ๖ มกราคม เวลาเชาข่ีมาไปดูชองมะเฟอง เขาเขียว
ระยะทางประมาณ ๒๕๐ เสน ทเี่ ขาเขียวน้ีแตเดมิ ไมใครมใี ครกลาไป
ท�าไรดวยกลวั ความไข แตในเวลา ๔-๕ ปน้มี คี นไปถางปาทา� ไรมากข้ึน
ทกุ ที เพราะท่ีดนิ ใหมปลูกไมข้นึ งอกงามดี ราษฎรจงึ พากันโกนสราง
ท�าไรออยแลตงั้ โรงหีบออยขึ้นเปนอันมาก ทุกวนั น้นี ้�าตาลทรายเปน
สินคาสา� คญั ของเมอื งชลบุรีอยาง ๑ แตท�าน้�าตาลทรายแดงอยาง
เดยี วไมท�าน�า้ ตาลทรายขาวอยางเมืองนครไชยศรี ราชบุรี ไตสวนได
ความวา เพราะน้�าตาลทรายแดงทา� ไดเรว็ ถงึ ราคานอยกวานา�้ ตาลขาว
เมื่อคดิ ถึงทตี่ องเสียเวลาแลเปลืองโสหุยข้ึน ในการท�าน�้าตาลขาว
นา้� ตาลแดงไดก�าไรมากกวา ในเวลานี้พระยาพพิ ฒั โกษาไดเอาเคร่อื ง
จกั รสติมอยางยอมส�าหรบั หีบออยทา� น�้าตาลทรายไปต้ังข้ึนไวที่สวน
ของพระยาพิพัฒโกษา ซึ่งอยูดานตวันตกแหงเขาเขยี วแหงหน่ึงเม่ือ
ศก ๑๑๘ ไดไปดูถึงท่ีสวนน้ี แตเครือ่ งจักรยังไมไดลงมือท�าการ ใน
เวลาน้ีไดความวาไดลงมอื ทา� การแลว หีบทั้งออยในสวนของพระยา
พิพฒั โกษาแลรับจางหบี ออยของราษฎรที่ไมมโี รงหีบดวย ไดความวา
การทที่ า� นั้นดอี ยู
พิเคราะหดูที่ดินขางหลังเมอื งชลบรุ ี ตอนริมทะเลมกั จะมศี ลิ า
ตอหางขนึ้ ไปเกิน ๑๐๐ เสนจงึ เปนท่ดี ินดี แตถงึ กระนั้นเภาะปลูกตนไม
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 297
หรือท�าไรนาไมใครงามดวยน�้าไมพอจะเลี้ยงพรรณไมอาไศรยไดแต
นา�้ ฝน ถาปใดฝนแลงหรอื ในเวลานา�้ แลง ตนไมก็แหงเห่ยี วไมงอกงาม
ไปดีเอาตอนเชิงเขาเขียว ดวยมีลา� ธานอาไศรยนา�้ ไดบาง แตก็ไม
มากมายเทาใดนัก ไดความวาล�าธานใหญในเขาเขียว ไปตกเสยี ขาง
ทางทิศตวันออก ลา� ธานที่ชองมะเฟองแลทางสวนพระยาพพิ ฒั โกษา
เปนแตล�าธานอยางเลก็ ๆ
เวลาบายไปตรวจตลาดเมอื งชลบุรี ทต่ี ลาดเมอื งน้ีเปนตลาด
ใหญยาวประมาณ ๑๐ เสน แตเดิมเปนโรงจากปลูกรุกที่เขามาจน
เหลอื ถนนเปนทางเดินนอย คร้นั เมอ่ื พระยามหบิ าลบุรรี กั ษ เปนผวู า
ราชการเมอื งชลบุรี เกดิ ไฟไหมตลาดหมด เปนโอกาศพระยามหบิ าล
บรุ ีรกั ษจึงขยายถนนใหกวางออกไปถงึ ๔ วา แลแนะน�าใหเจาของ
ตลาดปลกู โรงเคร่ืองไมจริงหลังคาสังกระสีแทบทว่ั ไป เดี๋ยวน้ีคงดู
งดงามขน้ึ กวาแตกอนมาก เสยี แตการรักษายังไมสอาดเรียบรอย ถา
จะจัดการรักษาใหเรยี บรอยจะดไี ดกวานี้มาก เจาพระยาเทเวศรวงษ
วิวัฒน์ไดกราบบังคมทูลขอที่หลวงอยูขางถนนแหง ๑ ปลูกเปน
โรงแถวหลังหน่ึง เปนโรงตลาดแผงลอยหลังหน่ึง ท�าดวยเครอ่ื งไม
จริงมุงสังกระสีแขงแรงเรียบรอยดูเหมอื นจะไดลงทุนมากอยู แตยัง
ไมมีราษฎรเชา เพราะไปตง้ั อยูหางโรงบอน ธรรมดาตลาดแผงลอย
ตามหัวเมือง ยอมอยูไมหางบรเิ วณโรงบอนเปนปรกติ จึงไมไปติดท่ี
ตลาดเจาพระยาเทเวศรวงษววิ ฒั น ดูนาเสยี ดายอยู ทีโ่ รงบอนเดยี๋ วนี้
ต้งั อยใู นทขี่ องศาลเจา ตลาดรานช�าแลรานแผงลอยกต็ ้งั รุงรงั อยูตาม
บริเวณน้ัน เขาใจวาในเวลาไมมผี ูมีบรรดาศักด์ไิ ปเมอื งชลบุรี ราน
แผงลอยจะต้งั เกล่ือนกลนอยตู ามถนนเปนอันมาก ที่จรงิ ควรจะไลให
เขาไปต้งั ขายในตลาดซ่ึงมีอยู แตเพราะตลาดนน้ั มิใชเปนตลาดรัฐบาล
ไมรวู าเจาของจะเรียกคาเชาแกราษฎรสงู ตา�่ เพยี งใด ท้ังโรงตลาดนั้น
อยูหางโรงบอน เหน็ เปนการเดือดรอนแกผูขายของอยู จงึ ยงั ไมไดส่งั
ใหจดั การเรือ่ งนี้ประการใด
298 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
ศาลเจา ที่เมืองชลบุรนี ้มี ีประโยชนมาก ดวยมมี าแตเดมิ ตง้ั แต
กอนมีผูคนมากมาย ครัน้ ตลาดยส่ี านติดมากขึ้น ผูรักษาศาลเจาเกบ็
คาเชาท่ีบริเวณศาลซง่ึ โรงบอนแลตลาดรานอาไศรยปลูกสรางขึ้นใน
เวลานโี้ ดยมาก จึงเกดิ เปนผลประโยชนเงนิ ข้นึ ศาลเจาปละมากๆ จน
ทุกวนั นี้ แตไดความจากพวกจีนวา เงินท่ไี ดไมปรากฏวาไปใชจายใน
การทีเ่ ปนประโยชนอยางใด ซา�้ ผซู ง่ึ เปนเจาพนักงานเก็บผลประโยชน
ของศาลเจา ยังรองวา เจาเปนลูกหนใี้ นการที่พวกเขาไดจายเงนิ ไปใน
เรือ่ งท้งิ กระจาดเปนตน คร้ันเมือ่ ไฟไหมตลาดเมอื งชลบุรไี หมศาลเจา
หมดไปดวย พวกรักษาศาลจะเร่ียรายซอมแซมศาลเจา พวกจนี ไมยอม
เขาเร่ยี รายโดยมาก ดวยเหตุเห็นวาผลประโยชนของศาลเจาควรจะ
พอซอมแซมได ศาลยงั ท้ิงรางอยจู นทุกวันนี้ ไดยนิ วาพวกรักษาศาล
ก�าลงั จะลงมือซอมแซม ไดความดงั น้ี เรื่องอยางนี้ควรรฐั บาลจะเขา
เกย่ี วของ ดวยเจาไมมตี วั จะระวงั ผลประโยชนเองไมได ประโยชนของ
เจาเปนสาธารณประโยชนซงึ่ รฐั บาลควรจะจัดการปองกนั มใิ หเกดิ การ
ฉอฉนกนั แตในการทีจ่ ะย่นื เขาไปเก่ยี วของตองจัดการโดยแยบคายให
พวกจีนเหน็ ความสุจริตจงึ จะเปนที่เรยี บรอย จึงเหน็ วาในเรื่องน้ีควร
ผูวาราชการเมืองจะยับยงั้ ฟงดู ตอเม่อื มีเหตถุ ุงเถยี งกันขน้ึ ในระหวาง
พวกท่ีไดเสยี ในผลประโยชนศาลเจานี้ ซึ่งคงจะตองมใี นเวลาหน่ึง จึง
คอยตง้ั กรมการเลือกในพวกจีนทเี่ ปนหัวนาพรอมดวยกรมการไทย
ไตสวนดู วาทขี่ องศาลเจามเี ทาใดไดผลประโยชนอยเู ทาใด แลไดจาย
ผลประโยชนนน้ั อยางใด อนึง่ ผูทจ่ี ัดการเก็บผลประโยชนของศาลเจา
อาไศรยไดอ�านาจแลความชอบธรรมมาอยางใด ถาไตสวนไดความ
วาที่ของศาลเจาเพียงใดควรจะปกเขตรเสยี ใหเปนหลักถาน อยาให
ผูอน่ื เบยี ดบังเอาท่ีของศาลเจาไปเปนประโยชนตน สวนเงนิ ที่เกบ็ ได
ถาไดความวาไปใชสรอยในสง่ิ ซึ่งไมเปนประโยชนหรือเปนการฉอฉน
เบยี ดบงั กันอยางไร ควรใหพวกหัวนาจีนคิดกันดูวาควรใชอยางใด
จงึ จะชอบ สวนผูจัดการเก็บผลประโยชนนน้ั ถาคนเดิมไมควรจะไวใจ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 299
ก็ควรจะเรยี กพวกจีนที่เขาเรยี่ รายศาลเจา ใหปฤกษากนั เลอื กผหู นึ่ง
ผูใดเปนผูเก็บแลจายทรัพยของศาลเจาใหมีบาญชีไวพอตรวจตราได
ถาจดั การดงั นี้คงจะเรียบรอยแลเปนความนิยมของพวกจนี
เวลาบายวนั น้ี พระองคเ์ จาอลงั การ ขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑล
ปาจิณบุรีไดลงมารับท่เี มืองชลบุรี ไดความวาเดนิ บกตรวจทองท่ีทาง
ปาลงมาแตเมืองปาจิณบุรถี ึงเมืองชลบุรี การท่ีเทศาภิบาลอสุ าหะ
เดนิ ปาเชนนเ้ี ปนการดคี วรจะสรรเสริญ
วนั ท่ี ๗ มกราคม เวลาโมงเชา เดนิ มาออกจากเมืองชลบรุ ีไปถงึ
หลงั เมอื งพบพระธดุ งคพกั อยทู ่ีทงุ นากองหนงึ่ ประมาณ ๒๕๐ รปู แขวน
กรดตามพุมเลมาะตนไมขาวเต็มไปในทองนา ไดแวะลงสนทนากับ
พระผเู ปนนายกไดความวาชอื่ พระปานเปนเจาอธิการอยูวัดบางเหย้ี
แขวงเมืองสมทุ ปราการ ไดกระทา� กจิ ธดุ งคอยางนีม้ าประมาณ ๑๐ ป
คือพอกลางเดือนอาย เจาอธกิ ารปานกบั พระสงฆที่อยใู กลเคยี งพากัน
ออกถอื รุกขมลู เดนิ ธดุ งคลงไปขางใตจนถึงบางพระ ศรีราชา นาเกลือ
พระสงฆซ่ึงอยูวัดตามระยะทางใครสมัคจะออกธุดงคก็ไปรวมกอง
เขากับเจาอธกิ ารปานๆ เปนอาจารยิ บอกวิธีสวดมนตภาวนาในการ
เดินธดุ งคแกพระสานุศิษยทั้งกอง เมื่อธุดงคลงไปจนถงึ ที่สุดกา� หนด
ขางใต พอรวบรวมพระเพื่อนธดุ งคไดเสร็จแลวก็ภากันเดนิ กลับขนึ้
เหนือไปทางเมืองพนศั นคิ ม เมอื งพนมสารคาม เมืองปาจิณบรุ ี เมอื ง
นครนายก เมอื งสระบุรี ไปถงึ พระพุทธบาททันกลางเดอื นสาม นมัศการ
พระพุทธบาทเสร็จแลวจึงแยกยายกนั ไปตามความพอใจ ไดท�าดงั น้มี า
ทกุ ป เจาอธิการปานน้เี ปนผูใหญอายุประมาณเกอื บ ๖๐ แตยงั แขงแรง
มอี ธั ยาไศรยเรียบรอย สงั เกตดพู ระทเ่ี ดนิ ธดุ งคดวยกันมคี วามเคารพ
นับถอื มาก ไดถามถึงความล�าบากในการเดนิ ทาง เจาอธกิ ารปานแจง
วาไมสูจะล�าบากนกั เพราะชาวบานมกั จะมคี วามศรทั ธาเลย้ี งดตู ลอด
ทางท่ีไป แตถาพระธุดงคมากหลายรอยก็ขัดสนอยูบาง ดวยก�าลัง
ชาวบานท่ีเปนบานเล็กๆ ไมใครจะพอเล้ียง ถามีการเจบ็ ไขในพวก
300 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
พระธดุ งคใชรักษากนั ดวยน�้ามนตเปนพน้ื แตบางทีชาวบานมหี ยูกยา
ก็มาชวยรักษาพยาบาลบาง วิธีการธุดงคนน้ั ถาไปพักอยูทไี่ หน เวลา
เชาเยนพระสงฆพรอมกนั ไปสวดทก่ี รดนายก เวลากลางคืนตางองคตาง
นง่ั ภาวนาตามวิธีนายกส่ังสอน คร้นั เวลาเชาตางแยกยายกันไปเทีย่ ว
บนิ ทบาทหาอาหารบริโภค ถือไมสักกะเทาไปดวยเปนเคร่ืองหมาย
ของพระธุดงคทกุ ๆ องค พิเคราะหดูนาเล่อื มไสยในพระพวกน้ี ดวย
แสวงหาบญุ ในทางที่ชอบ แลเปนทางท่เี กิดความศขุ ความรแู กตนตาม
สมควรแกบุคคนที่ถือเพศเปนภกิ ษุ ถาพระสงฆออกธุดงคกันเชนน้ี
เปนธรรมเนยี มกจ็ ะดี ดูเหมอื นขางหัวเมืองในมณฑลพายัพเขาจะมี
ธรรมเนียมกันเชนนี้ เมอ่ื ข้นึ ไปเชยี งใหมในศก ๑๑๗ แวะไปวดั ไมใคร
จะไดพบพระ เขาวาเปนเวลาธดุ งคพากันออกอยรู ุกขมลู เสียโดยมาก
เวลา ๒ โมงคร่ึงถึง วดั หนองต�าลึง ระยะทางแตเมืองชลบรุ ี
๒๗๐ เสน อยุดพกั กินขาวเชา ทองทใี่ กลบานหนองต�าลึงตอนนี้เปนท่ี
ทงุ นา เนอ้ื ทท่ี �านาไดผลดเี พราะหางเขา เปนทีด่ ีตลอดไปตนเมืองพนัศ
นิคม ปนีท้ �านาไดผลมาก เวลาเชา ๔ โมงเสศ ออกจากวัดหนองตา� ลึง
ไปอยดุ พักท่ีบานเซิดพรมแดนเมืองพนศั นิคมตอกบั เมืองชลบุรคี รู ๑
ถึงเมอื งพนศั นคิ มเวลาเทย่ี ง ระยะทางแตหนองตา� ลึง ๒๕๐ เสน รวม
เบด็ เสร็จระยะทางแตเมืองชลบรุ ถี งึ เมอื งพนศั นิคม ๕๒๐ เสน มีกรม
การแลพวกนายหมวดนายกองลาวกองทหารคอยรับอยูเปนอันมาก
ไดพักทส่ี ะเตแชนทหาร
เวลาบาย ๔ โมงไปดู ตลาดเมอื งพนศั นคิ ม ตลาดเปนโรงแถว
เคร่ืองไมจรงิ ตง้ั อยูสองฟากถนน ๒ สาย ยาวประมาณ ๘ เสน ดคู ฤก
คร้ืนมั่นคงกวาที่คาด เมืองพนัศนิคมน้ีแตเดิมเปนเมืองจัตวาข้ึน
กรุงเทพฯ เดยี๋ วนล้ี ดลงเปนอา� เภอข้นึ เมืองชลบุรี อยางเดยี วกบั เมอื ง
บางละมงุ ตามเร่อื งท่ีเลากันในพ้นื เมอื ง วาขนุ นางลาวฝงขวามคี วาม
ชอบเมอื่ คราวปราบขบถเวยี งจันทร จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ ให
เปนท่ีพระอนิ ทรร์ กั ษาผูวาราชการเมืองควบคุมสมคั พรรคพวกของตน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 301
ตั้งไปอยูเมืองพนัศนิคม พลเมืองจึงเปนลาวมากกวาพวกอื่นมาจน
ทุกวันน้ี เปนลาวพุงขาวอยางเดียวกับชาวเมอื งสระบุรี แตอยูขาง
กลายเปนไทยไปมาก ส�าเนยี งทพี่ ูดจายังเปนลาวแทอยูแตคนแกๆ
ที่เปนกลางคนลงมา แมผหู ญงิ ก็ไมเหน็ นุงสน้ิ สังเกตไมใครงายไดวา
เปนเชอื้ ลาวอยางเมืองสระบุรี
ทีว่ าการเมืองพนัศนิคมปลูกใหมยังไมแลว กรมการอ�าเภอยงั
อาไศรยท�าการอยูที่โรงขางบานหลวงยกกระบัตร หลวงบญั ชาพชิ ิต
ราษฎร์ เปนนายอ�าเภอ ขนุ ประเสรฐิ เปนปลดั อา� เภอ การอ�าเภอท�าถูก
ตองแบบแผนเรียบรอยดกี วาคาดเปนอนั มาก ทด่ี ีโดยเฉภาะน้ัน คอื การ
เปรยี บเทียบความแพง ซึ่งขนุ ประเสริฐปลดั อ�าเภอ เปนผเู ปรียบเทียบ
ใน ๔-๕ เดือนตง้ั แตขนุ ประเสรฐิ เปนปลัดอา� เภอ เปรยี บเทยี บตกลงได
แทบทุกเร่อื งควรจะสรรเสรญิ จึงส่งั ใหเพ่มิ เงนิ เดือนขุนประเสริฐอีก
เดอื นละ ๕ บาทเปนบา� เหนจ็ ความชอบ ตรวจทวี่ าการอ�าเภอแลวไป
ดเู มอื งโบราณซงึ่ เรียกกันในพ้นื เมืองวาเมืองพระรถ อยูหางทว่ี าการ
อ�าเภอประมาณ ๓๐ เสน เมืองนเ้ี ปนเมืองโบราณครัง้ กมั พชุ ประเทศ
อยางเดียวกับเมอื งในดงนคร ดงพระราม ท่ีเมืองปาจิณบรุ ี ยงั มเี ชงิ เทิน
ดนิ อยูรอบ แลมีสนามเพลาะอยูช้ันนอก ซ่งึ สังเกตไดวาเปนของใหม
กวาชั้นใน เพราะเลก็ แลเต้ียกวากนั มาก ดูเหมอื นจะไดอาไศรยเมืองน้ี
ต้ังคายรบั ฆาศึกในชัน้ หลงั คราวใดคราวหนง่ึ ทกี่ ลางเมอื งมีวดั เรยี กวา
วดั มหาธาตุ แตเปนวดั สรางใหม ทจ่ี รงิ เดมิ เปนเทวะสถานแบบเมืองใน
ครง้ั กัมพชุ ประเทศ แตคงจะเปนเมืองอยางเลวอยางเล็กจงึ ไมมเี คร่อื ง
ศิลาหรือส่งิ ใดซึ่งเปนฝมือชางอยางเมอื งพมิ ายเลย คนดพู บแตเทวะ
รูปหักๆ ฝมือก็อยูขางหยาบ ขางนอกเมืองทางทิศตวนั ตกเฉยี งเหนอื
ยงั มเี จดียอยูองค ๑ เหลอื แตเนนิ กอดวยอฐิ เรียกกนั วา พระมหาธาตุ
มขี องโบราณท่ีจะเห็นไดอยูเทาน้ี ทเ่ี มืองพมิ ายขางนอกดานตวันตก
เฉยี งเหนือก็มพี ระเจดียอฐิ คลายที่เมอื งพนัศนิคมองคหนึง่ อยางนี้ แต
เขาเรยี กกันวาเมรพุ รหมทัต คือเปนทที่ �าฌาปนกิจแลฝงสะรริ ะธาตขุ อง
302 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
พระเจาพรหมทัต พระเจดียท่ีเมอื งพนัศนคิ มกท็ จี ะเปนท่ที �าฌาปนกิจ
แลฝงสะริระธาตุของพระเจารถหรือพระเจาอะไรทีส่ รางเมอื งพนศั นิคม
คร้งั กมั พชุ ประเทศอยางเดยี วกนั จึงคดิ เห็นเปนขอควรสันนถิ านในเรอ่ื ง
สรางพระมหาธาตสุ า� หรับเมือง แตเดมิ เขาจะส�าหรบั ฝงสะริระธาตขุ อง
กระษัตรีผูสรางเมืองนัน้ ๆ ซึ่งเปนตนวงษ ตอภายหลังเม่อื พระพุทธ
สาสนาแพรหลายมา จึงใชฝงพระบรมสารรี กิ ธาตขุ องพระพทุ ธเจาดอก
กระมัง
วนั ท่ี ๘ มกราคม เวลาโมงเชา เดินมาออกจากเมืองพนศั
นิคมระยะทาง ๒๐๐ เสนเสศ ถงึ ทาตะกดู ปลายคลองพานทองพกั กิน
เขาเชา
ท่เี มอื งพนัศนิคมท�าเลดีอยางท่ีสุดเมอื ง ๑ ดวยเปนทองทุง
ท่ีราบอยูในระหวางทะเลกับปา มลี �าหวย แตภูเขาผานลงทะเลหลาย
หวย พนื้ ท่เี ปนดินสีด�า เพราะเหตุฉนั้นจึงเปนทที่ า� นาดี น�้านอยกพ็ อ
ปดหวยเอาไวใช น�้ามากก็เปดใหลงทะเลไดงายไมมเี วลาน้�าทวมถงึ เขา
เสยี แลดขู างเหนือขางใตเปนนาไปสดุ ลูกตา ขางดานตวนั ออกมปี าไม
อยชู ายเขาหางไกลขางตวนั ตกลาดลงไปหาทะเลลา� นา�้ แมนา�้ ปางประกง
ถาจะเทยี บดวยที่เมืองอื่นทีเ่ มืองพนศั นิคมน้อี ยูในระหวางกรุงเกากับ
สระบรุ ี คอื เปนทท่ี งุ ใหญไมเปนละเมาะท่วั ไป แตบางกวาเมอื งสระบรุ ี
ดนิ ดีกวาเมืองสระบรุ มี ากปน้ีท�านาไดผลดีทว่ั ถงึ กันหมด
บานทาตะกดู เปนทาเรือของเมอื งพนัศนคิ ม มีเรือเสาเรอื ใบ
ใหญนอยบันทุกสินคาเขามาขายแลมารับบันทุกเขาเมืองพนศั นิคม
ท่ีน้ีเปนอนั มาก การซ้อื ขายมากจึ่งเกิดตลาดตง้ั เปนปกแผน เปนโรงราน
เครื่องไมไผบางไมจริงก็มาก ครึกคร้ืนเสมอตลาดเมืองพนัศนิคม
หรือจะย่งิ กวา เสียแตล�าคลองพานทองตอนนเ้ี ลก็ นกั ไมเกนิ กวา ๕ วา
ท้ังในฤดแู ลงกเ็ ปนคลองน�้าเค็มอาไศรยใชน�้าไมไดดวย
ที่ทาตะกูดน้ีไดจัดข้ึนเปนอ�าเภอหนึ่ง ขุนวจิ ารณ เปนนาย
อ�าเภอ ทีว่ าการอ�าเภอยงั ไมไดปลกู กรมการอ�าเภออาไศรยท�าการอยู
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 303
ทีบ่ านจนี ในตลาดแหงหนงึ่ แบบแผนการอา� เภอยังไมใครถูกตอง ทจ่ี รงิ
ทาตะกดู นไ้ี มควรจะแยกเปนอ�าเภอตางหาก เพราะหางที่วาการเมอื ง
พนศั นคิ มทางเพียง ๒๐๐ เสน พอตรวจตราการไดตลอด แตเพราะ
เปนบานใหญแหงหนึง่ มีผคู นไปมาคาขายมากควรจะปลัดอา� เภอประจา�
อยใู นทเ่ี ชนนส้ี ักคนหนงึ่ กจ็ ะพอแกการ อา� เภอเล็กๆ ควรจะจัดอยางน้นั
คือใหอยูในอ�าเภอใหญ แตใหมีปลัดอ�าเภอเพมิ่ ข้นึ ไปอยูประจ�าการ
จะเปลืองพระราชทรัพยนอยกวาตง้ั เปนอ�าเภอตางหาก หรอื มิฉะน้ัน
ถาจะคงใหเปนอ�าเภอก็ได แตอา� เภอเล็กๆ เชนนี้ควรมีนายอ�าเภอ
คน ๑ แลใหเสมียนสกั คน ๑ กับคนรกั ษาศาลสกั คน ๑ กจ็ ะพอแกการ
แตการเร่ืองน้ีเทศาภิบาลยังหาไดพิเคราะหลงไปถงึ ไม ถาแยกเปน
อา� เภอมักจะตงั้ กรมการอ�าเภอเสมียนพนกั งานครบชดุ เหมือนกนั ทัว่ ไป
ไมไดตรวจดวู าอ�าเภอใดจะมกี ารนอย ไมพอคนท�าเต็มเวลาทุกคน
เปนการเปลอื งพระราชทรัพยอยู เขาใจวามณฑลอื่นจะเปนเชนนี้ก็มี
มาก ไดแนะน�าใหพระองค์เจาอลงั การคดิ แกไขตอไป
สงั เกตดูทางหลวงตัง้ แตเมอื งชลบุรไี ปเมอื งพนัศนิคม แลเมือง
พนัศนิคมไปลงทาตะกูด มที างเกวียนเดินคดออมเพราะตองหลีก
ทีส่ ูงแลต่�า ทางทเี่ กวียนเดินลอเกวยี นกัดแผนดินเปนฝนุ อยูโดยปรกติ
คร้ันถึงฤดูฝนตกเปนโคลน น้�าฝนพัดดินใหลไปกับน�้าสูที่ต�่าเสมอ
ดวยเหตนุ ้ีทางเกวยี นจึงต่�าลงทุกที บางแหงท่นี าสองขางทางเกวยี น
สูงกวาทางเกวียนประมาณถึง ๔ ศอกกม็ ี สวนทางคนเดินแลทางมา
นนั้ ในฤดูแลงเดินตัดตรงไปตามทองนาใกลกวาทางเกวยี นเปนอนั มาก
แตฤดูฝนเมือ่ ราษฎรไดลงมอื ทา� นา คนเดินทางตองหลีกเลาะเดนิ ลด
เลย้ี วไปตามคนั นา เปนการล�าบากอยู ทางในระหวางเมอื งชลบรุ ีกบั
เมอื งพนัศนคิ ม แลระหวางเมอื งพนศั นิคมกบั ทาตะกูดนมี้ ีผูคนเดินไป
มาคาขายวันละมากๆ จนถงึ มรี านตง้ั ขายอาหารตลอดระยะทาง คน
เดนิ ทางมแี ตอัฐติดตัวไป ถึงเวลากนิ เขาตมกินเขาเชาหาซื้อกินได
ตลอดทาง เหน็ วาคิดใหมที างคนเดินไดสดวกทง้ั ฤดฝู นฤดูแลงจะเปน
304 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
ประโยชนแกการคาขายมาก การท่ีจะทา� ก็ไมล�าบากยากเย็นอันใด
เปนแตปกกรุยแลพูนดินบางเลก็ นอย ใหมที างกวางเสมอ ๔ ศอกก็
เปนภอ เพราะทางผานไปในบานแลในนาของราษฎรตลอดไมมีปา ถา
ขอแรงราษฎรชวยท�าในเวลาวางการนาก็จะทา� ไดไมเปนการเดอื ดรอน
อนั ใดนกั พอถงึ ฤดูฝนราษฎรไดเดินทางสดวก ก็จะแลเห็นผลประโยชน
ท่ีไดลงแรงท�า ไดแนะน�าความเหน็ ท้ังนี้ไวกับพระองคเจาอลังการ
รบั วาจะจดั การใหตลอดไป
แตเดิมกะวาจะลงเรอื ท่ีทาตะกูด แตคลองเล็กเรือไฟเลก็ ข้นึ
มารับไมไดถึงที่ ทงั้ ลา� คลองกค็ ดคอมออมยาวชาเวลามาก เม่ือตรวจ
การบานทาตะกูดแลวจึงขึน้ มาไปทางบกอกิ ประมาณ ๑๐๐ เสนถึง
บานมอญในคลองพานทองขางใต พระยาภกั ดีณรงค์ ผูวาราชการเมือง
ฉเชิงเทราจัดเรอื ไฟเล็กลา� หน่งึ กับนายอากรฝนเมืองฉเชงิ เทราจดั เรือ
ไฟเล็กอกิ ลา� หนึ่งขน้ึ ไปคอยรับทว่ี ัดบานมอญ ลงเรือเวลา ๕ โมงเสศ
ลองลงมาประมาณชว่ั โมง ๑ ถึงเรืออรรคเรศซ่ึงจอดคอยรับอยูใน
แมนา�้ บางปะกงตรงปากคลองพานทอง เวลาบาย ๒ โมงเสศใชจักร
เรืออรรคเรศขึ้นตามลา� น�้าบางปะกง เวลาบาย ๔ โมงเสศถึงเมอื ง
ฉเชิงเทราขึน้ ตรวจราชการในวนั นนั้ มีกรมการไทยจนี แลกา� นนั ผใู หญ
บานมาคอยรบั เปนอนั มาก ไตถามไดความวา มคี วามศขุ สบาย ท�าสวน
ท�านาในปน้ไี ดผลดี
พระยาภักดีณรงคไดท�าบาญชีทะเบียนตางๆ ยื่น ในการ
ปกครองเมอื งฉเชิงเทรานม้ี จี า� นวนขาราชการ ๑๑๐ คน แบงทองที่
เปน ๖ อ�าเภอ มีกา� นัน ๙๖ คน ผใู หญบาน ๑๑๘๓ คน ราษฎรชาย
๔๑๙๙๒ คน หญิง ๓๘๓๓๒ คน รวม ๘๐๓๒๔ คน หลงั คาเรือน
๒๑๑๑๘ หลัง สตั วพาหะนะมีมา ๘๓๔ ตัว โค ๙๖๗๙ ตวั กระบือ
๓๗๙๓๕ ตัว ยานพาหะนะมีเรือ ๑๕๓๓๕ ล�า แพ ๖๖ หลัง เกวยี น
๓๒๘๔ เลม พระยาภกั ดณี รงคพงึ่ ออกไปเปนผวู าราชการเมอื งเม่ือ
เดือนพฤษภาคมศก ๑๑๙ ผลประโยชนแผนดินท่ีเจาพนักงานสรรพากร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 305
เกบ็ ในเมอื งฉเชิงเทราในศก ๑๑๗ ไดเงนิ ๑๔๐๓๒๕ บาท ๒๘ อฐั
ในศก ๑๑๘ ไดเงิน ๑๕๘๓๒๒ บาท ๔๘ อัฐ เทยี บกบั ศก ๑๑๗ ได
เงินมากกวา ๑๗๙๙๗ บาท ๒๐ อัฐ รายการที่เงินขึ้นมากน้นั คือ
คานา เพราะจัดการเก็บดขี ้นึ ทจี่ รงิ ในศก ๑๑๘ เขาไมงาม แตปน้ที �านา
ไดผลมากท่ัวถึงกับกันคานาในศก ๑๑๙ คงจะข้ึนมาก
การผกู ปจีน เปนการเรียบรอยไมมเี หตุขัดของอยางใด ใน
เวลานี้เงนิ เก็บไดแลว ๓๗๙๘๐ บาท เงินที่สา� รวจไวยังคางอยเู พยี ง
๒๕๓๘ บาท เมื่อผูกปคราวกอนพวกกรมการจีนแลจีนผูดีในเมือง
ฉเชงิ เทราไดออกเงนิ ชวยราชการรวมเปนเงิน ๗๐ ชง่ั เสศ ไดสรางท่ี
วาการเมอื งข้นึ ไวดวยเงินนั้น ในการผกู ปคราวนพ้ี วกกรมการจีนแล
จีนผดู ไี ดเรย่ี รายกันจะขอท�าท่วี าการเมืองถวายอิกหลัง ๑ เรยี่ รายได
เงิน ๖๕๓๘ บาท ยงั มกี ารเร่ียรายทีข่ าราชการไทยจนี เขากันอกิ สวน
หนง่ึ เปนเงิน ๕๑๕๐ บาทเพอ่ื จะสรางเรอื ไฟถวายไวสา� หรบั ใชราชการ
เมืองฉเชิงเทราลา� ๑ แลขาราชการกับราษฎรไดเรยี่ รายกันอิกสวน
หน่ึงเปนเงนิ ๗๐๐ บาท เพื่อจะแตงถนนในระหวางเมืองฉเชิงเทรา
กับบานใหมใหเรียบรอย ท่ีเมืองฉเชิงเทราน้ีกรมการจีนแลพอคาจีน
มคี วามสามภิ ักดีตอราชการมาก ไดเคยชวยราชการแขงแรงมาหลาย
คราว เม่ือไดไปพบปะพวกกรมการแลพอคาจีนคราวนี้ ไตถามถงึ ความ
ทกุ ขศุข บอกวามคี วามศุขสบายไมเดือดรอนอยางใดเปนที่พอใจอยู
คลังเมืองฉเชิงเทราไดรับเงินตง้ั แตขึ้นศก ๑๑๙ จนเวลานีเ้ ปนเงนิ
๒๖๒๘๒๘ บาท ๑๓ อัฐ รวมเงินจายท้ังสงคลังมณฑล ๒๓๗๗๗๐
บาท ๕๓ อัฐ เหลอื เงินคงคลงั ในเวลาน้ี ๒๕๐๕๗ บาท ๒๔ อัฐ
เหตุโจรผูราย ที่เกิดข้ึนในแขวงเมืองฉเชิงเทราในศก ๑๑๙
ปลน ๕ ราย ตีชงิ ๓ ราย ฆากันตาย ๓ ราย รวมเหตอุ กุ ฉกรรจ ๑๑
ราย ไดตวั ผรู าย ๑๐ ราย ไมไดตวั ผรู าย ๑ ราย การปราบปรามโจร
ผูรายเมอื งฉเชงิ เทราดีขึ้นกวาแตกอนเปนอนั มาก เหตุโจรผูรายเล็ก
นอยเกดิ ข้ึนในศก ๑๑๙ มี ๓๐๒ ราย ไดตัวผรู าย ๑๒๖ ราย ไมไดตัว
306 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
๑๗๖ ราย ไดแตของกลาง ๖๐ ราย
การในแพนกอัยการไตสวนคะดี มีโทษหลวงคางมาแตศก
๑๑๘ มี ๓ เรือ่ ง เกิดขน้ึ ใหมในศกน้ี ๑๔๙ เรอ่ื ง รวมความ ๑๕๒ เร่ือง
ไตสวนไดหลักถานถึงฟองศาล ๑๔๗ เรอ่ื ง ไตสวนไมไดความจรงิ ปลอย
ตวั ไป ๒ เรือ่ ง ความคางระหวางไตสวน ๓ เรอ่ื ง
ศาลเมืองฉเชิงเทรา มีศาลมณฑลปาจิณบุรีแลศาลเมือง
ฉเชงิ เทราตง้ั อยูที่นีเ้ ปน ๒ ศาล ตามสารบบทผ่ี ูพพิ ากษาท�ายนื่ ใน
ศาลมณฑลความแพงมจี �านวนคางมาแตปกอน ๕๔ เรื่อง ฟองใหม
ในปน้ี ๒๕๐ เรื่อง รวม ๓๐๔ เร่อื ง ไดชา� ระแลวไป ๒๖๙ เร่อื ง คง
ความแพงคางศาลมณฑล ๓๕ เร่อื ง ความอาญาในศาลมณฑลมจี า� นวน
ความคางมาในปกอน ๓๔ เรือ่ ง เกดิ ใหมในปน้ี ๒๕๖ เรือ่ ง รวม ๒๙๐
เร่ือง ช�าระแลวไป ๒๘๓ เรอ่ื ง คงความอาญาคางศาลมณฑล ๗ เร่อื ง
ศาลเมอื งฉเชงิ เทราซึ่งตั้งขึ้นเม่ือเดือนกนั ยายนศก ๑๑๙ มีจา� นวน
ความแพงซง่ึ เกิดข้นึ ตงั้ แตเดอื นกนั ยายนจนส้นิ เดือน ๑๐๗ เรอ่ื ง ช�าระ
แลวไป ๗๘ เร่ือง คงคางศาล ๒๙ เร่ือง ความอาญาในศาลเมอื งเกดิ
ข้นึ ใหมใน ๔ เดือน ๑๖๒ เร่ือง ชา� ระแลวไป ๑๒๘ เรอ่ื ง คงคาง ๓๔
เรือ่ ง พิเคราะหดูการศาลเหน็ เรียบรอยดีขนึ้ กวาแตกอน ไดความจาก
หลวงบุรีรักษจรยิ าวัตรอธิบดีผูพิพากษาวาความอาญาอกุ ฉกรรจใน
เมอื งฉเชงิ เทราในศก ๑๑๙ น้ลี ดนอยลงกวาศก ๑๑๘ มาก
ตรางคมุ ขงั นกั โทษ มนี กั โทษระหวางพจิ ารณา ๕๐ คน ศาล
ตดั สนิ แลว ๗๑ คน รวมนักโทษ ๑๒๑ คน เปนชาย ๑๑๗ คน หญิง ๔
คน แบบแผนการคมุ ขังนักโทษยงั ไมไดจัดใหเรยี บรอยแปลกตาขน้ึ กวา
เมื่อออกไปตรวจในคราวกอน เพราะเหตุวาอยูในระหวางจะเปลี่ยน
ตัวพธา� มรงค แลจะยายนกั โทษไปอยตู รางซงึ่ ปลกู ขน้ึ ใหมจวนจะแลว
ตรางเกาเปนทค่ี บั แคบช�ารุดซุดโซรม ผูวาราชการเมืองเห็นวาถึง
จัดการเปล่ียนแปลงแบบแผนในเวลานก้ี จ็ ะจดั เอาดยี งั ไมได
การโยธา คือ การปลูกสรางท่ีท�าข้ึนในระหวางเมื่อออกไป
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 307
ตรวจการคราวกอนในศก ๑๑๘ จนคราวนี้ มแี ปลกตาขนึ้ คือ ไดท�า
ศาลมณฑลข้นึ ใหมเปนเครอ่ื งไมจริงมงุ สังกระสหี ลงั หนง่ึ ทา� เรียบรอยดี
กับไดปลูกตรางขน้ึ ใหม ๒ หลังดวยเครอ่ื งไมจรงิ มุงสังกระสีจวนจะ
แลว ดใู หญโตเรียบรอยพอแกการ แลไดสรางบานผูพพิ ากษาขนึ้ อิก
บานหน่ึงดวยเครอ่ื งไมจรงิ ดูเรียบรอยดี แตพระยาภักดณี รงคเองยงั
ตองอยูแพหลวงอาไศรยจอดอยบู านพระเกรยี งไกร ดวยยังไมมบี าน
ผูวาราชการเมืองท่ีเมืองน้ี
การปลกู สรางสถานท่ีส�าหรบั ราชการในเมอื งฉเชงิ เทรานี้ ถา
คิดจัดการกอสรางโดยความคดิ ที่ดีจะงดงามเปนสงาไดเมืองหน่งึ ดวย
มที ี่ปอมพออาไศรยปลูกสรางสถานตางๆ สา� หรับราชการไวในปอมได
พอแกการแลยงั เหลือท่ใี นน้ันพอจะท�าเปนสวนแลสนามไดงดงามดวย
เมื่อกอนจัดการเทศาภิบาลไมไดคดิ กันในเร่อื งทจี่ ะตกแตงบานเมือง
ใหงดงาม นึกจะท�าอะไรตรงใหนก็ท�าลงไปตามความสบายแลพอใจ
ของผูวาราชการเมอื งในเวลานน้ั ๆ ลงมาต้งั ศาลากลางอยรู มิ นา้� แล
บานกรมการปลกู สรางตลอดไปในที่หลวงนาปอมเต็มไปดวยรานโรง
รุงรงั ไมเปนสงาผาเผย ครน้ั เมื่อจัดการเทศาภบิ าลไดตงั้ ความคดิ ทจ่ี ะ
ตั้งสถานท่วี าการเมืองไวในปอม มีเงินพวกจีนเร่ียรายถวายครง้ั ผูกป
คราวกอน ปลกู ทีว่ าการเมืองขึ้นหลังหนึ่ง แลมโี รงเรยี นปลูกข้ึนหลงั
๑ ในปอม แตเพอินผูอา� นวยการในเวลาน้ันไมมีอัชฌาไศรยในการ
ชางพอทีจ่ ะกะแผนทใี่ หถกู กับเหลีย่ มปอมซ่งึ เปนเขตรท่ี เมือ่ เทยี บเขา
กบั แผนท่ี สถานท่ปี ลกู ขน้ึ โยไปไมไดระเบยี บ ในคราวนีจ้ งึ ไดชแี้ จงกบั
พระยาภกั ดีณรงคขอใหกะแผนทก่ี รยุ ถนนใหไดเหล่ยี มลงเสยี กอนแลว
จึงจดั การปลกู สรางข้ึน ตามเหลย่ี มถนนใหไดแนวตรงกัน สวนพน้ื ท่ใี น
ปอมซ่งึ ยงั ลมุ อยูนน้ั ทใ่ี ดซง่ึ ไมตองการปลูกสราง ใหกะเปนสวนขุดสระ
เอาดนิ ขึ้นถมที่ซึง่ ตองการใหดอนตลอดไป ขางนาปอมรมิ น้�าควรจะเปด
ใหโปรงท�าทาเรือจอดส�าหรบั เมอื ง แลซอ้ื เรอื นกรมการซึง่ ไดปลกู ไวในท่ี
หลวงตามรมิ น้�า แกไขทา� เปนบานผูวาราชการเมือง บานปลดั ยกรบัตร
308 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
แลกรมการทีจ่ �าเปนจะตองใหบานหลวงอยู เรียงไปตามรมิ น�้าเปน
บานๆ ถาจดั การไดดังน้ที วี่ าการเมืองฉเชงิ เทราจะงดงามเปนสงาดี มี
ความเชอื่ ในความรูแลความสามารถของพระยาภักดณี รงค หวังใจวา
คงจะจดั ใหเรียบรอยเอาความชอบได
ไดไปตรวจที่วาการอ�าเภอเมือง หลวงเกษตรสรรพกิจ เปน
นายอา� เภอ หลวงเกษตรสรรพกจิ น้ไี ดเปนนายอ�าเภอเมอื งอยแู ตเมอื่
คราวไปตรวจการในศก ๑๑๘ เห็นเปนผูมอี ุปนิไสยแตยังไมเขาใจ
แบบแผน จึงไดชกั ชวนใหไปศึกษาแบบแผนทมี่ ณฑลกรุงเกา หลวง
เกษตรสรรพกจิ ไดเช่ือคา� แนะน�าตง้ั ความอุสาหะไปพากเพยี นศกึ ษา
อยูชานาน จนเสบยี งหมดตองการกลบั ออกไปเอาเสบียงถงึ ๒ ครั้ง
แตไมไดทอถอยในการศึกษา จนกระทั่งไดความรูพอจึงกลบั ออกไป
เมอื งฉเชงิ เทรา ออกไปตรวจราชการคราวนไ้ี ดตัง้ ใจออกไปโดยเฉภาะ
วาจะดูหลวงเกษตรสรรพกิจวาจะไปท�าการไดเพยี งไร ครนั้ ไปตรวจ
ดูก็มีความยินดีทไ่ี ดเห็นท�าการไดถูกตองแบบแผนดีมากนับวาเปน
นายอ�าเภออยางดีในมณฑลปาจิณบุรีไดคน ๑ ทคี่ วรจะสรรเสริญโดย
เฉภาะนัน้ คือ ในเรอื่ งสืบจบั โจรผูรายดีอยาง ๑ กบั ในเร่ืองความแพง
เปนนายอ�าเภออยใู กลศาล แตเปรยี บเทียบความแพงไดตกลง โดยมาก
เปนท่คี วรจะสรรเสริญอยู
ในระยะทางท่ีจดคราวน้ี ยังไมกลาวถึงต�ารวจภธู ร เพราะ
ไมมีอะไรจะกลาว ความเรียบรอยของต�ารวจภธู รตั้งแตการฝกหัด
การรกั ษาแบบแผนแลโรงพักซ่งึ ไดไปตรวจดทู ุกๆ แหงเปนการเรยี บ
รอยดีเหมอื นกนั หมดทกุ เมอื งแลวาไดวาทุกมณฑลท่ไี ดจัดมา เพราะ
ฉนั้นจึงวาไมมีการแปลกปลาดทจ่ี ะกลาว
รวบรวมเน้ือเห็นที่ไดไปตรวจราชการเมืองฉเชิงเทราในศก
๑๑๙ นี้ เหน็ วาราชการเจรญิ ดีขน้ึ กวาเม่ือไปตรวจในศก ๑๑๘ ทกุ ๆ
อยาง ท่ีดโี ดยเฉภาะนนั้ คอื การปราบปรามโจรผรู ายราบคาบไดมาก
แลการเกบ็ ผลประโยชนแผนดินซง่ึ กรมสรรพากรไดจัดการในมณฑล
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 309