The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by stabundamrong KM, 2022-10-26 02:40:04

การเสด็จตรวจราชการหัวเมือง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

โดย กระทรวงมหาดไทย

Keywords: ตรวจราชการหัวเมือง,กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

นกั นาท่ีจะตองใหเขาท�าตามศรัทธาตอเหลอื ปดทองพระแลวจงึ จะ
ไดซอมวิหาร

ออกจากปาโมกขขนึ้ มาถึงอางทองเวลา ๔ โมงเสศเขามาใน
เขตรเมืองอางทองวนั น้ี ไดสงั เกตุเหนก�านันผูใหญบานสรวมเส้ือผา
คากีลีไพลเหมือนกันหมด กรมการเมืองก็สรวมเส้ือขาวแลหมวก
คลุมอยางเดยี วกัน เคยไดยินกรมหมืน่ มรพุ งษวาจะจัดเรอื่ งอยูนฟี อม
แตพงึ่ รวู า จดั สา� เร็จไดแลว ถามพระยาอางทองไดความวาเสอ้ื ก�านัน
ผูใหญบานนัน้ ราคาตวั ละ ๙ สลึงท้ังดมุ ผใู ดมคี วามชอบผวู าราชการ
เมอื งแจกใหบาง ถาไมมคี วามชอบกใ็ หซ้อื เองเปนเส้ือยศในเวลามีงาน
มกี ารดูเรียบรอยดมี าก ไดตรวจทีว่ าการเมอื งศาลแลตรางบายวันนน้ั
สถานท่เี หลานพ้ี ระยาอางทองไดจัดการปลูกสรางข้นึ ดวยไมกระยา
เลย แลไดใชแรงนักโทษท�าเรยี บรอยหมดจดพอใชได ถงึ ในบริเวณก็
ท�าถนนแลแผวถางสอาด การภายในทีว่ าการเมืองกด็ ี ในศาลกด็ ี ใน
ตรางก็ดี จัดเรยี บรอยไดอยางดที ี่สดุ ทีจ่ ะพงึ ท�าไดในเมอื งนั้น ไมมสี ่ิงใด
ท่ีจะตองติเตียนแลสิ่งซ่ึงเปนที่พอใจโดยเฉภาะน้ัน คือท่ีพระยา
อางทองคิดฝกหัดบุตรหลานกรมการณเมอื งอางทองไวสา� หรบั ราชการ
มคี นพวกนี้หลายคนดูทาทางดัดแปลงมาเปนคนราชการไมปาเถ่อื น
แลตา� แหนงราชการในเมอื งน้ี หาคนในพ้นื เมอื งใชไดเปนอนั มาก นับวา
เปนการที่ดีมาก อิกอยางหน่ึงน้ัน คือในการทไ่ี ปตรวจตราง ตัง้ แต
ตรวจมาไมเคยเหนเหมอื นตรางเมอื งอางทอง เพราะธรรมดาการทไ่ี ป
ตรวจตรางเขาใจวาไมใครจะเปนทพ่ี อใจของผวู าราชการเมอื งโดยมาก
แตที่เมอื งอางทองนี้เปนอยางหน่งึ ทเี ดียว พอเปดประตูเขาไปกแ็ ลเหน็
นกั โทษจัดนัง่ ไวเปนพวกๆ มีปายใหนกั โทษถือบอกเปนส�าคญั กองละ
ปาย วากองน้ีตัดสินจ�าคุกแลว กองน้จี �าไวในระหวางพิจารณา กองนี้
ขังไวในระหวางพจิ ารณา นกั โทษท้งั ๓ กองน้ใี ครจะยน่ื เร่ืองมเี รอ่ื งราว
กม็ เี ร่ืองราวถือนัง่ ชูเปนทาทางอยางเดยี วกันเหมือนหัดทหาร พเิ คราะห
ดตู ัวนักโทษไมโสโครก ไตถามก็ไมไดความวาเดือดรอนดวยการบังคบั

210 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ


บัญชาอยางใด ท่ีนกั โทษรองก็มขี อเดียวแตเร่อื งอาหารท่จี ะใหกิน แต
เฉภาะนักโทษทีไ่ มมีญาติ นักโทษที่มีญาตยิ งั ตองกนิ ของตวั เอง ทเ่ี ปน
ดงั นี้ดวยการทีต่ ั้งโรงครัวเลี้ยงนกั โทษดวยอาหารของหลวงทัว่ ไปยงั
จัดการไมส�าเร็จ ยังเปนอยอู ยางเดยี วกนั ทง้ั มณฑลกรุงเกา แตเขาใจวา
ในปลายศกนีห้ รือขน้ึ ในศก ๑๑๘ คงจะเรยี บรอยตลอด ถึงในเวลาน้ใี น
ขอบังคบั ตรางพระยาอางทองกไ็ ดจัดตามที่จะท�าไดทุกๆ อยาง เขาใจ
วาเกือบจะไมมตี รางใดตามหัวเมอื งที่ดีกวาตรางเมอื งอางทองในเวลาน้ี

สวนราชการเมืองอางทองในเวลานี้เปนการเรยี บรอยคลายกบั
กรุงเกา ดูโจรผูรายสงบ ปลนสดมภในศก ๑๑๗ น้ียังไมมี เงนิ คานาศก
๑๑๖ ก็เกบ็ เสรจ็ แลว เงนิ ขึ้นกวาศก ๑๑๕ ประมาณ ๑๐๐ ชัง่ การ
ถอยความยังมีจา� นวนค่ังคางมากอยูสักหนอย เพราะศาลพง่ึ จดั การ
เปลย่ี นแปลงอยางใหมข้ึนไมชานัก แตความในศก ๑๑๗ น้ี ความท่ี
แลวทันความทเ่ี กิดขนึ้ แลยังไดกา� ไรลางความเกาใหรวมไปไดบาง จัด
วาเปนอันดา� เนินเขาในทางเจริญแลว พระยาอางทองไดท�ายอดบาญชี
ตางๆ ใหรกู ารในเมืองอางทองไวย่ืนฉบับหนึง่ ไดสงมาดวยแลว

วันท่ี ๒๓ ตลุ าคม เวลาเชาไดขามไปตลาดหลวง ตลาดน้เี ก็บ
คาเชาไดเบ็ดเสร็จประมาณเดือนละ ๑๐๐๐ บาท แตการซอมแซม
รกั ษายังไมเรียบรอย เพราะยงั ไมเขาใจในการใชเงิน คือแตเดิมเมอ่ื ซอ้ื
ตลาดนี้เปนของหลวง กระทรวงพระคลงั ยงั ไมไดจัดการมาถงึ หัวเมือง
เขาใจวาเงนิ คาเชาตลาดจะไดไวใชท�าการโยธาแลซอมแซมตลาดนี้ดวย
ยังไมทนั ท่ีจะไดเกบ็ พอกระทรวงพระคลังจัดการออกมาถงึ หัวเมือง
สั่งใหสงเงินรายไดเขาพระคลังทกุ อยาง เพ่อื จะกนั บาญชีรายไดราย
จายใหขาดกัน ขางหวั เมอื งไปเขาใจเสยี วากระทรวงพระคลงั ไมพอใจ
จะจายเงนิ ทา� การโยธาแลซอมแซมรกั ษาตลาดดงั คดิ ไวแตเดิม ก็อยู
ขางทอดธรุ ะเสีย ไดชี้แจงแกพระยาอางทองใหคดิ จัดการรกั ษาตลาด
น้ใี หเรียบรอยหมดจดสอาด เงินคาซอมแซมรักษาน้ใี หลงในคาใชสอย
เสมอไปทุกป สวนทีจ่ ะตองท�าการเปนการจรก็ใหขออนุญาตไปเปน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 211


คราวๆ ตลาดทเี่ มืองอางทองนี้ถาไดเงินการจรอกิ สัก ๒๐๐ ชง่ั จะงาม
บานงามเมอื งและจะไดคาเชาดีข้ึนกวาเดี๋ยวนี้มาก เพราะตลาดท่ีน้ี
เดมิ ท�าแยงกนั เปน ๒ ตลาดหางกนั เพยี งสกั ๕ เสน ตลาดเหนือเปน
ของอากรหมอ ตลาดใตเปนของอากรนอย ลงทุนสรางไมต่�ากวา
รายละ ๒๐๐ ช่ัง ใครแยงอากรบอนเบี้ยไดๆ บอนไปตงั้ ในทข่ี องตน
ตลาดก็ตามไปตดิ ในท่ีน้ัน แยงกันไปแยงกนั มาดงั น้ี ภายหลังอากร
นอยตายลงประมาณในศก ๑๑๑ ภรรยาเอาตลาดตีใชหนีห้ ลวงตกเปน
ตลาดหลวง ตง้ั แตนัน้ บอนแลตลาดทีเ่ มืองอางทองก็มาตัง้ อยูทต่ี ลาด
อากรนอยจนทุกวันนี้ ตลาดอากรหมอกเ็ ปนอนั เลิศรางซดุ โซมมา อากร
หมอยอมอยเู สมอวา ถารฐั บาลยอมใหบอนไปตั้งในตลาดของอากร
หมอเพียงสัก ๓ ปแลวจะยอมยกตลาดน้นั ถวายเปนหลวงทีเดยี ว แตก็
เหน็ ไดวาถายอมตามขอเชนนัน้ ก็แปลวารฐั บาลยอมซ้อื ตลาดอากรหมอ
เปนราคาราว ๓๖๐๐๐ บาทดวยเหตทุ จ่ี ะตองขาดผลประโยชนทีเ่ คย
ไดจากตลาดอากรนอย เพราะเหตุน้จี ึงเหน็ วาถาจะใหดีควรรัฐบาล
จะซ้ือตลาดอากรหมอซง่ึ ท้ิงรางอยใู นเวลานี้ คงจะซอ้ื ในราคาไมเกนิ
๑๐๐ ชงั่ แลวคิดท�าถนนโรงแถวเชอื่ ม ๒ ตลาดน้ใี หเปนตลาดเดยี วกัน
ยายโรงบอนมาตั้งท่ีตลาดอากรหมอ แตอยายอมใหตลาดของสด
ตามไป ถาท�าดังนเ้ี หน็ วาคาเชาข้ึนไดอกิ มาก แตไมแนใจวากระทรวง
พระคลังจะเหน็ ดวยหรือไม

ที่เมืองอางทองน้ีมีฝรง่ั ข้ึนมาอยูคนหน่งึ ชื่อกับตันสะคาเล็ด
ชาตสิ กอตเปนเจาของเรอื ไฟเดินอยูแถวนี้ ๗ ลา� คือเดินในระหวาง
กรงุ เทพฯ กบั อางทอง ๒ ลา� ระหวางอางทองกบั ไชยนาท ๒ ล�า ระหวาง
ไชยนาทกบั นครสวรรค ๒ ลา� ไวอาไหลลา� ๑ ทราบวาก�าไรดี แตเดนิ
ไดปละ ๖ เดือนหรอื ๘ เดอื น นาแลงตองถอนเรือทเี่ ดนิ ขางเหนือลงไป
เดนิ ขางใต กับตันสะคาเล็ตนี้เมือ่ ครงั้ พระยาพทิ ักษเทพธานรี ักษาเมือง
อางทองอยูขางจะอาระวาด แตพระยาอางทองขึน้ มาทา� เสียเรียบรอย
ใชสอยไดเหมือนกรมการคนหนง่ึ ฉันขน้ึ มาครง้ั น้กี เ็ ตนรับขบั สแู ขงแรง

212 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


เดมิ วาเตรยี มแพทเี่ ขาอยูไวรบั แตบังเอินมเี หตแุ ตมเสียกอนนาฉันมา
สักสองวนั ๓ วันเจาของอยขู างเสียอกเสยี ใจมาก

การโยธาทีส่ �าคญั แลเปนท่ีพศิ วงแกฉนั อยางหนง่ึ คือเร่ืองท�า
ถนนรมิ แมนา�้ เกลอื บจะแลว เขตรเมอื งอางทองท้งั สองฟาก แตการ
เร่ืองนเ้ี มืองสงิ หเปนตนความคิด จะเอาไวกลาวในตอนวาดวยเมืองสงิ ห
ใหเปนยุติธรรม

เวลาเชา ๓ โมงครง่ึ ออกเรือจากเมอื งอางทองมาแวะตรวจการ
อ�าเภอไชยโย ซึง่ ต้งั ท่วี าการบานมะขามการทัง้ ปวงกเ็ รยี บรอยดี เสยี
แตท่ีวาการยงั ซอมซอเต็มที ออกจากที่วาการอ�าเภอไชยโยมาแวะ
นมัศการพระทว่ี ดั ไชยโยไดความรูแปลกหนอยหน่ึง คอื ของศักดสิ ทิ ธิ
เปนทนี่ บั ถือของคนทง้ั หลายในวดั นน้ี ับถอื ทง้ั รปู พระโตและรปู ขรวั โต
พวกคนเรือที่มาดวยกบั ฉันไปเสสังผาหมรูปพระขรัวโตมาฉีกทา� ผา
ประเจียดเกลือบหมดผืน นมัศการพระแลวไดไปตรวจดูตลาดบาน
ไชยโย ซึ่งเปนของพระยาอางทอง (ทองออน) สรางแตครงั้ เจาพระยา
รัตนบดนิ ทรสรางวดั ไชยโย ตลาดนี้ดไู มมีการแปลกเปลี่ยนอยางใด
กวาที่ฉนั ไดเคยมาดูคราวกอน เม่อื ศก ๑๑๓ ชวี ิตรของตลาดอาไศรย
อยูไดดวยบอนยังอยูเทานั้นไมมีแกนสานอันใด เมื่อรวบรวมเน้ือ
เห็นท่ไี ดตรวจเมอื งอางทองคร้ังนี้ เหน็ ดวยตามคา� ท่ีพระยาศรลี งไป
กลาวเม่ือขนึ้ ไปเมอื งเหนอื ในปน้วี า เมืองอางทองเด๋ียวน้ีแปลกเปน
คนละเมอื งกับทไ่ี ดเคยเหน็ เมือ่ ขน้ึ ไปเหนือกับฉันในศก ๑๑๑ แปลกท้ัง
ภูมิถานบานเมืองซง่ึ ในครงั้ น้นั จะรวู า ทีว่ าการอยูในทใี่ ดไมได มาคร้งั นี้
มีทท่ี �าการรัฐบาลดูภอเปนสงางามควรแกบานเมือง จะวาดวยการ
ในครง้ั นั้นกย็ ุงเหยิงจนจะวาผูรกั ษาเมืองกรมการมนี าทีท่ า� อยางใดวา
ไมได โจรผูรายก็ชุกชุมจนตองโปรดใหพระยาอภัยพลภักดิเปน
ขาหลวงพเิ สศ ไปนง่ั กา� กับชา� ระผูรายอยใู นคร้งั น้นั ในเวลาน้ีมเี จาเมอื ง
กรมการทา� ราชการมหี นาทตี่ ามต�าแหนงไดวากลาวปกครองบานเมอื ง
ทว่ั ถึงทวั่ ไป โจรผรู ายก็สงบเงียบเปนท่พี อใจแกไพรฟาขาแผนดิน ไมมี

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 213


ผูหนึง่ ผูใดที่จะไดมารองทกุ ขกลาวโทษผูวาราชการเมืองกรมการวา
กดขี่ขมเหง เวนไวแตนักโทษซ่ึงตองหาวาเปนโจรผูรายรองเร่ือง
ราวปฏิเสธบางขอโทษบาง กับผูทแ่ี พความรองเรอื่ งราวไมพอใจใน
ค�าพิพากษาบาง นอกจากนี้จะแวะไตถามราษฎรในที่ใดมีเสยี งบอก
แตวามคี วามศขุ สบายดี ดผู ูคนมีความนยิ มในพระยาอางทองทั่วไป
แทจริงมาคิดดูกเ็ ห็นสมควรท่จี ะไดรับความนยิ ม ดวยพระยาอางทอง
นด้ี ูฝงใจของตัวไวในประโยชนของราชการจรงิ ๆ ไตถามการบานเมอื ง
ดูรูทุกๆ อยาง และยังมคี วามคดิ ความเห็นทีจ่ ะแกไขความเสอื่ มเสีย
แลทนบุ า� รุงบานเมืองดวยปญญาของตน ไมน่งั นิง่ เปนหวั หลักหวั ตอ
คอยจะใหผูใหญส่ังจงึ จะท�า ถาหาเจาเมอื งอยางนไ้ี ดทุกๆ เมอื งจะเปน
พระราชลาภอนั ประเสรฐิ พระยาอางทองนีเ้ สยี แตขีโ้ รค มักเจบ็ ปวย
อวดแอดอยเู นอื งๆ เทานนั้

214 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ


สา� เนา รบั วนั ที่ ๒ พฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๑๗
ท่ีพกั เมืองนครสวรรค

วนั ที่ ๒๗ เดอื นตลุ าคม ร ศ ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ

ดวยเมอ่ื วนั ท่ี ๒๓ ตุลาคม เวลาบายเขาแดนเมืองสิงหบุรีได
แวะตรวจการที่อ�าเภอเมอื งพรหมบรุ ี ซงึ่ ตัง้ ท่ีวาการณบางหม่ืนหาญ
หลวงพรหมประสาตรศลิ ปเปนนายอ�าเภอ ตรวจดกู ารท่จี ดั ในท่ีวาการ
อ�าเภอกเ็ รียบรอยดี แบบแผนท่ียงั ไมเขาใจอยูบาง ไดชี้แจงตามเหน็
สมควรแกการ วาโดยที่จรงิ สงั เกตดูตามอ�าเภอในมณฑลกรุงเกาอยู
ขางจะจดั เรยี บรอยดมี าก เย่ยี มกวามณฑลอนื่ ๆ ทไ่ี ดเคยเห็นไปตรวจ
แลว ควรจะสรรเสริญกรมหมน่ื มรพุ งษท่ไี ดเอาใจใสจัดการกวดขันให
เรียบรอยไดเพยี งนี้

เวลาบาย ๕ โมงเสศถงึ เมืองสงิ หบรุ ีซึ่งตั้งที่วาการณต�าบล
บางพุดทราฝงตวนั ตก ไมมีเวลาพอจะตรวจการออฟฟศเพราะจวนคา่�
เสียแลว ไดแตเที่ยวเดินดูบรเิ วณเมืองที่สรางใหม ขางเหนือตั้งแต
โรงบอนแลตลาดยายมาแตบานใหม ตอลงมาโรงต�ารวจภธู รสรางอยาง
ท่กี รงุ เกาแตยังไมแลว ตอมาถงึ ที่วาการอ�าเภอแลวที่วาการเมอื งกบั
ศาลรวมกนั ท�าดวยโรงเสาทบุ เปลอื กโซเซจวนจะพังนาสงสาร ตอตา
ทีช่ �านาญจรงิ ๆ จึงจะสังเกตเุ ขาใจไดวาศาลแลที่วาการเมืองอยูหลัง
น้ันตองแนะน�าแกพระยาสิงหวา ถาลมพยุหจัดมีมาเมื่อใดใหปด
ออฟฟศอยุดออฟฟศเสีย หาไมศาลจะพังทับคนตาย ตอมาถงึ จวน
ผูวาราชการเมืองท�าเรอื นจากไมสงิ คโปรไมล�าคาญตาจัดวาพอใชได
สวนราชการเมืองสิงหบุรีนั้น ฉันถามผูวาราชการเมืองกรมการแล
ก�านันผูใหญบานก็วาเรยี บรอย โจรผรู ายกส็ งบเงยี บดี คานาศก ๑๑๖
เก็บเสร็จแลว พระยาสิงหบุรีไดท�าบาญชยี อดรายการตางๆ ตามแบบ
พระยาอางทองยน่ื ไดสงมาดวยแลว

สิ่งท่ีส�าคญั ในเมืองสงิ หบุรีนี้คอื เร่อื งตัดถนนริมแมน�้าทงั้ สอง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 215


ฟาก พระยาสิงหไดคิดแลไดเรมิ่ ท�ามาแตศก ๑๑๖ คือแตเดมิ ราษฎร
ไขชานบานออกมาจนจดแมนา�้ ใชเดินกันหลังบาน เปนการตรวจตรา
โจรผูรายยาก พระยาสิงหจงึ คดิ เปล่ยี นทางใหออกมาเดนิ เสยี ริมแมนา�้
ขางนาบาน ขอที่ดินตอราษฎรทา� ถนนกวางประมาณ ๘ ศอก ทเ่ี ปน
ร้วั บานก็ขอใหรือ้ รั้วบานเขยบิ ถอยเขาไป ท่ีเปนรานเปนโรงขอใหรอ้ื
เสีย เปนทเ่ี รือนพอร้อื ไดกใ็ หร้ือ ท่เี หนวาแนนหนาจะเปนท่ีเสียหาย
แกเจาของก็ปลอยใหลา้� ถนนอยูบาง แรงทท่ี �านน้ั ใชเทศนาแกก�านัน
ผูใหญบานใหไปบอกบุญลูกบานชวยกันทา� เปนระยะ นาบานของใคร
คนนั้นท�า คือตัดไมฉายดินบางแหงถึงทา� ตะพานส�าเร็จตลอดทั้ง
สองฟาก ดวยกระบวนช้แี จงเทศนาอางประโยชนท่ีจะปองกันโจร
ผูรายรกั ษาความศขุ ฝายพระยาอางทอง, พระยาไชยนาท, นครสวรรค,
ไดทราบขาวก็เอาอยางบางท�ากันตอๆ ขึ้นมา ตกลงเปนอนั มีถนน
ริมฝงแมนา�้ ต้ังแตพรมแดนเมืองอางทองตอกรงุ เกาตลอดข้ึนมาจวน
ถึงปากนา�้ โพอยูแลว ในมณฑลนครสวรรคยังทา� ไมแลวอยบู าง เปน
หวงเปนตอนแหงละเล็กละนอย เขาใจวาในแลงนีค้ งจะสา� เรจ็ ตลอด
ถงึ ปากน้�าโพ มาเห็นเขาตองยอมวาเปนความยินดีโดยประหลาดใจ
ดวยการเรอ่ื งน้ีฉันไมไดคิดเลย ถงึ จะคดิ กค็ งแลเห็นวาไมส�าเร็จ ไมกลา
สั่งใหทา� แตการกส็ �าเร็จได ไดไลเรียงดกู ารท่กี ะเกณฑราษฎรท�าถนน
สองฟากแมนา�้ ปรากฏความเดอื ดรอนรองแรกกนั บางหรอื ไม ไดความ
วาแรกๆ มีอยบู าง แตตอมาคร้นั ราษฎรไดเดนิ ถนนพากันเห็นประโยชน
เตม็ ใจทุกๆ บานไมมีการรองเดอื ดรอนอยางไร พิเคราะหดูค�าทีว่ านี้ก็
นาจะเปนความจรงิ สังเกตดเู ม่อื แลนเรอื ขน้ึ มาเหน็ บางแหงซึง่ เปนอาว
แลเปนที่ลุมเห็นทอดไมไผบางไมกระดานบาง เปนตะพานยาวหลาย
สบิ แหง ไตถามไดความวาเมอื่ นา้� ทวมถนนผูใหญบานและราษฎรชวย
กันทา� ตะพานเหลานใ้ี หคนไปมาโดยสดวก แลมีพยานส�าคญั อกี อยาง
หน่ึงซ่ึงไมมีผหู น่ึงผูใดมารองทุกขกบั ฉันในเรอื่ งน้ีเลย ท่ีเรยี กวาถนน
นัน้ อยาเพอเขาใจวาถนนอยางเดียวกบั ถนน ๒ ขางคลองตลาดใน

216 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ


กรุงเทพฯ ขอใหเขาใจวาแผนดนิ ท่มี รี อยถางไปเตียนๆ กวางประมาณ
๘ ศอกลุมบางดอนบาง นนั่ และคอื ถนนทีว่ ามา ทฉ่ี ันยินดมี ากนั้นดวย
เหตุ ๒ ประการคอื ประการที่ ๑ เมอ่ื ถนนมีเปนเขตรเปนขอบเชนน้ี
แลว จะทา� ใหเปนถนนดีถึงใชรถใชมา มที ุนเมื่อใดกท็ า� ได อิกประการ
หนึ่งการท่กี �านนั ผูใหญบานไดแนะน�าใหราษฎรชวยกนั ออกแรงเพื่อ
สาธารณประโยชนไดเชนนี้แลว ชอ่ื วากระท�าใหบปั ลิกสะบิริตเกดิ ขน้ึ
ในประชมุ ชน จะท�าใหเปนประโยชนอยางอ่นื ไดอกิ เปนอันมาก วา
โดยที่สุดจะท�าใหถนนนี้เองดีข้นึ ดวยการท่ีเรี่ยไรหรือลงแรงกันทา�
ตะพานแลถมใหสูงเปนตน จงึ ตองยอมใหความสรรเสริญแกเมอื งสงิ ห
เปนตน แลเมืองอ่ืนซ่งึ มคี วามอุสาหะทา� ใหส�าเร็จไดดวย วันท่ี ๒๔
เวลาเชาไปตรวจตรางที่เมืองสิงห ตรางนจ้ี ดั การพอเปนปานกลาง
ไมเลวนัก แตไมดีถึงเมอื งอางทอง

เวลาเชาโมงครึง่ ออกเรือจากเมืองสงิ หมาแวะตรวจอ�าเภอเมอื ง
อินทบุรีซึ่งพระศักดบ์ิ ุรนิ ทรเปนนายอา� เภอ การอา� เภอเรียบรอยพอ
ประมาณ แตท่วี าการอา� เภอจดั ไมดี แตเพราะจะเปลี่ยนนายอา� เภอ
แลวจงึ ไมไดตรวจตราวากลาวประการใด ไดแวะไปท่วี ดั เวฬวุ นั ซงึ่ เปน
วัดธรรมยุตแิ ลกรมหมื่นวชิรญาณวโรรศไดจัดใหพระครูวินัยธรรม
ออกมาครอง และมีกิติศัพทลือเขาไปถึงกรงุ เทพฯ วาทานองคน้ีมี
ความสามารถจดั การเลาเรยี นดีมาก ไปตรวจดกู ็ไดความจริง มจี �านวน
นักเรยี นมาอยเู ลาเรียนในวัดน้กี วา ๑๐๐ เปนคนเมอื งอินบาง มาตาง
เมืองคือเมืองอุไทย เมืองสรรค เมืองไชยนาท ที่สุดจนนครสวรรค
กม็ บี าง ทีม่ คี นพาเดก็ มาฝากมากเชนนี้ ไดความจากพระวินยั ธรรมวา
เพราะบดิ ามารดาเด็กนยิ มวาท่ีวัดนสี้ อนตามแบบหลวง เดก็ รูวิชาได
ดีกวาสงตามวดั อื่นจึงพามาสงในวดั น้ี แตกอนถึงนานาบิดามารดามกั
มาลาเอาเดก็ ไปชวยท�านา ตั้งแตทานวนิ ัยธรรมชแี้ จงความรงั เกียจใน
การที่เรียนแตครึง่ ปจะไมรวู ิชา บิดามารดาเด็กกเ็ หน็ ดวย ทุกวนั นกี้ ็
หามผี ใู ดมาขอถอนเด็กไปชวยทา� นาไม การทม่ี ผี พู าเดก็ มาฝากไวเชนน้ี

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 217


ผูฝากสงเสบยี งอาหารแกเด็กนั้นเสมอ แตยังมไิ ดเกอ้ื กูลอันใดตลอด
ถงึ พระสงฆไดความดงั น้ี พเิ คราะหดูพระวนิ ยั ธรรมองคนีเ้ ปนผสู มควร
แกการเลาเรยี นมากจะพดู จาดเู พงอยแู ตในประโยชนการทจ่ี ะจดั ฟง
กิติศัพทผูคนกอ็ ยูขางจะนบั ถอื มาก คงจะเปนพระดีตอไปไดองคหนงึ่
ดวยยังหนมุ

เม่อื รวบรวมวาถึงการในเมืองสิงหไดพเิ คราะหเห็นในครงั้ นี้
เห็นวาเปนการเรียบรอยดี สวนพระยาสิงหนั้นดูผูคนก็นยิ มนับถือ
แตจะหมายใหเดินเร็วอยางเมอื งอางทองน้ันยังจะไมได เพราะเหตุ
วาพระยาสงิ หยังไมช�านาญการหัวเมอื งเทาพระยาอางทอง นานไป
บางทจี ะดขี น้ึ แตอยางไรกด็ ีตองนบั วาเปนที่พอใจ ดวยเห็นไดวาตง้ั ใจ
เอาใจใสตอประโยชนของราชการจรงิ ๆ ทงั้ การบานเมืองก็เรียบรอยอยู
กลางทางเจริญทุกประการ

218 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ


สา� เนา รบั วนั ที่ ๒ พฤศจกิ ายน ร,ศ, ๑๑๗
ทพี่ กั บานบางมลู นาค

วนั ท่ี ๒๙ ตุลาคม รตั นโกสนิ ทรศก ๑๑๗
ถงึ พระยาศรสี หะเทพ

ดวยเมือ่ วนั ที่ ๒๔ ตุลาคมออกจากเมอื งสงิ หบุรี เวลาบายถึง
พรมแดนเมอื งไชยนาท พบพระยาราชพงษานรุ ักษ ขาหลวงเทศาภิบาล
มณฑลนครสวรรค พระยาสรุ บดินทร ผวู าราชการเมอื งไชยนาท กบั
พระยาพิไชยสุนทร ผูวาราชการเมอื งอไุ ทยราชธานีมาคอยรบั อยู ได
แลนเรือขึ้นมาแวะทอี่ า� เภอสรรพยา ซึง่ ต้ังที่วาการอยูท่บี านสรรพยา
หลวงอนิ ทรเปนนายอา� เภอ พงึ่ เปล่ยี นมาอยไู ดเดือนเศษ วายังไมทัน
จะจัดการอยางใด แตฉันไมแนใจวาการแบบแผนอ�าเภออยางใหม เชน
จัดในมณฑลกรุงเกา ตาหลวงคนนจี้ ะจดั ไดหรอื ไม แตฟงดใู นทองท่ี
ก็ไดความวาเปนอันเรียบรอยดี กลาวคือ โจรผูรายสงบไมมีความ
เส่อื มเสียอนั ใด

เวลายา�่ ค�่าครึ่งถงึ ไชยนาท เปนเวลาค่�าเสยี แลวหาไดตรวจการ
อะไรไม เปนแตไดสนทนากับขาหลวงแลผูวาราชการเมือง ไดความวา
ราชการบานเมืองคอยเรียบรอย โจรผูรายสงบ ไมมีปลนสดมภหรือ
เหตกุ ารใหญโต เงนิ คานาศก ๑๑๖ กเ็ กบรวมจวนจะแลว ไดตกั เตอื น
ใหรีบเกบใหแลวเสียโดยเรว็ ตามอยางท่ีกรมหม่ืนมรุพงษไดจัดใน
มณฑลกรุงเกา เพือ่ จะไดลงมอื เกบ็ คานาจ�านวนศก ๑๑๗ แลวปตอๆ
ไปใหทันเวลาราษฎรขายเขาไดเงนิ มาเสียคานา การในเมืองน้ยี งั เส่ือม
เสยี อยูก็ดวยเรอื่ งการศาล ถอยความคัง่ คางแลผคู นตดิ อยใู นระหวาง
พจิ ารณาเปนอันมาก เอาเปนวายังไมไดรบั ประโยชนเปลย่ี นแปลง
การศาลอยางใด นอกจากเลิกการท่กี รมการคาความเปนทางท�ามา
หากนิ อยางแตกอน พระยาสุรบดินทรไดท�าบาญชีรายการตางๆ ยื่น
ตามแบบพระยาอางทอง ไดสงบาญชีนั้นมาดวยแลว

ขึ้นมาไชยนาทคราวนี้มคี วามเสยี ใจ ทมี่ าประจวบเวลาทาน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 219


ผูหญงิ รวยภรรยาพระยาสรุ บดนิ ทรปวยหนกั ถึงนั่งดใู จกันในคนื กอน
ที่ฉนั ไดมาถึง แตบังเอินอาการคอยคลายข้ึนในวันนี้ โรคท่ีเปนๆ
มะเรงในปากพนวิไสยจะรักษาใหหายได จงึ เปนอนั เหนวา ทานผหู ญงิ
รวยน้วี าศนาแกไมถึงจะไดรบั ตรา จึงบังเอนิ มีอนั เปนในเวลาพระยา
สรุ บดนิ ทรไดรบั พระราชทานพานทอง

รงุ ข้นึ วันท่ี ๒๕ ตุลาคมเวลาเชา ไดไปเดนิ ตรวจถนนท่ีริมนา�้
ที่ตัดใหมหนาเมืองท�าพอใชได ไมเลวกวาเมืองอางทอง แลไดไป
ตรวจตารางมีอยใู นเมืองไชยนาทสองตาราง ขงั คนโทษในเมืองไชยนาท
ตารางหนึ่ง ขังนักโทษซ่ึงสงมาแตเมืองมโนรมย เมืองสรรคตะราง
หน่ึง การตะรางยงั จดั เปนอยางเกายงั ไมไดเปลีย่ นแปลงอยางใด นอก
จากหามการหากินดวยเรอ่ื งปลอยนักโทษดงั แตกอน ในเรื่องนกั โทษ
ระหวางพจิ ารณามมี ากนน้ั จะรอคอยศาลใหมสะสาง เหนวาจะชานัก
จึงไดแนะน�าแกพระยาราชพงษานุรักษ และพระยาสุรบดินทรได
คิด อ าน ผ อน ผั น ปล อยนั กโ ท ษโด ยท างพ ระบรม ร าชวินิจ ฉัยเ สีย
สกั คร้งั หนึ่งกลาวคอื ๑ ไดตรวจบาญชนี กั โทษดู นกั โทษคนใดตองหา
ดวยความผิดซง่ึ มีโทษควรตองจ�าเพยี งเทาใด ถาหากวาตองจา� มาใน
ระหวางพิจารณาเทาก�าหนดแลว จึงจะยังไมไดตดั สนิ ก็ใหปลอยไป
เถิด ไปตรวจท่ีวาการเมืองซึ่งทา� ขึน้ เปนโรงยอมๆ หลงั หนึ่ง แตมใิ ช
ที่วาการเมืองอยางทีเ่ ขาใจในปจจุบนั นี้ ซ่ึงมีในมณฑลกรุงเกา มณฑล
พศิ ณโุ ลก เขาใจวาท่ีวาการเมืองไชยนาทหลังที่วานี้ ท�านองอยางศาลา
ลกู ขนุ มหาดไทยอยางแตกอน คือ เปนที่เสมียนนงั่ เขียนหนังสอื เทานนั้
ทว่ี าการเมืองทีแ่ ทคอื หอน่ังพระยาสุรบดินทรซึ่งอยูหางโรงนั้นเพียง
สัก ๓ วา ไมตองตรวจอันใดตอลงไปถึงรายการท่ีจะจัดเปนอยาง
ใหม อยางเมืองอางทอง การทีจ่ ะแกไขมีอยางเดยี ว แตจะตองหาคน
ท่ีช�านาญการเมืองอยางใหมสงมาเปนปลัด ถาหาไดเชนน้ันเมืองน้ี
จะเรยี บรอยไดตลอด เพราะพื้นการบานเมืองไมมีการเสื่อมเสยี อยางใด
พระยาสุรบดินทรกอ็ ยากไดปลดั เชนวานี้

220 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


เวลา ๒ โมงเชา ออกเรือจากเมอื งไชยนาท เขาทางลดั เสนาบดี
ลัดนแี้ ตเดิมเปนล�ารางเรือเลก็ ๆ ลัดไดแตนาน�้า เรือไฟกับเรือแจว
ออกจากเมืองไชยนาทไปถึงธรรมามูลไดพรอมกันพวกเรือเหนือที่
ถอทวนน้�าไปทางออมเขาวาหุงเขาเชากินปากลดั ขางใตออมไปถึง
ปากลัดขางเหนอื พอถงึ เวลาหงุ เขาเยน เมอ่ื ฉนั ลองจากเหนือในศก
๑๑๑ เดอื นอายคลองลดั นยี้ ังสงู กวาแนวน�้าประมาณ ๔ ศอก ไดขนึ้
เดนิ ในคลองนีย้ าวประมาณ ๒ เสนตลอด ใหเรือลองออมลัดมา ๔๐
มินิต จงึ ถึงปากลัดขางใตเหนวา ควรจะขดุ ลดั นี้ใหเรือใหญเดินได
จะเปนประโยชนมาก ครนั้ เมื่อศก ๑๑๓ อยากจะท�าบุญในการวตั ถุ
อุทิศใหแกชายอิทธิดา� รงซ่งึ ตายลงในปนั้น คิดข้ึนมาถงึ ลัดนี้ จึงได
สงเงิน ๑๐ ช่ังขึ้นมาจางคนขุดใหลึกลงไปและขอใหเรียกวาลัด
เสนาบดี ข้ึนมาเหนลัดเสนาบดีในคราวน้ีเปนท่ีปลาดใจ ดวยน้�ากัด
ใหญกวางลงเปนแมนา้� ใชแตเทานน้ั แมน�า้ ทางออมเดิมเลยตนื้ ตันกลาย
เปนที่ไรนาไปหมดในช่ัว ๓ ป ไดทราบวาเวลานรี้ าษฎรกา� ลงั แยงกนั
จองท่แี มนา�้ เกาทา� ไรท�านา เปนไดถึงเชนนี้ จะวาส�าเร็จประโยชนก็
ส�าเร็จ เพราะทา� ใหทางส้ันเขาไดจรงิ แตจะวาไมส�าเรจ็ ประโยชนก็
เปนได ดวยตั้งใจจะท�าเปนลดั มนั ไมเปนลัด มันกลายเปนแมนา้� ไปเสีย
ค�าวาลัดเปนอนั แปลไมได ดวยไมมีทางออมก็ยอมมีทางลดั ไมได ได
แวะนมสั การพระที่วดั ธรรมามลู วดั นมี้ ีพระพทุ ธรปู สา� คัญ ๒ องค คอื
พระประธานที่นั่งขัดสมาธิ ดลู าดเลาเปนฝมือชางโบราณทางพระ
ปฐมเจดีย ทราบวาพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหัว โปรดให
เชิญมาแตเมอื งสิงห มาตงั้ เปนประธานในวัดธรรมามลู เพราะเหตุทีม่ ี
กงจกั รนั้นไวที่ฝาพระหัตถ พระสา� คญั อกี องคหน่งึ คือ พระยืนหามสมุด
สูงสกั ๖ ศอก เรยี กวา พระธรรมจกั ร เหตทุ ี่มพี ิมพธรรมจักรทา� ไว
ที่ฝาพระหัตถส�าหรับเอาขี้ผ้ึงตีออกเปนแผนได พระพุทธรูปองคนี้
พิเคราะดทู าทางจะเปนเทวรูปแปลง ดวยผาพาดไมเหมอื นพระพุทธ
รูป ทั้งพระภกั ตรดเู ปนรปู ใหมกวาพระองค แตคนนบั ถือมาก นับถือ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 221


ตง้ั แตน้�าแมนา้� ที่หนาวัดวาเปนน้�ามนต ใครผานไปมาถาพอจะแวะได
เปนตองแวะ ท่รี หู นงั สือมักจะพอใจในความเคารพ แลความปรารถนา
ขดี เขียนไวตามฝาวหิ ารแลเสาศาลาเตมท่ัวไป บางบทอยขู างหนาอาน
บางทถี วายตัวเปนรูปขรัวพอธรรมจักร บางทขี อโนนขอนี่ สังเกตดู
ค�าจาฤกเหลานี้ถงึ ขนึ้ ตนจะตางกันอยางใด ลงปลายคงขอลาภโดย
โลภเจตนาเปนอยางเดยี วกัน ไมปรากฏวาขอพนทกุ ขสา� เรจ็ ทุกข หรอื
ขอมกั ผลนิพานหรอื ความศุขสา� ราญเลย

ออกจากวดั ธรรมามลู มาแวะตรวจการอ�าเภอมโนรมย ซึ่ง
พระพิทักษอุไทยเขตรเปนนายอ�าเภอ ต้ังท่วี าการอยูที่บานคุงส�าเภา
บานคงุ สา� เภานี้มีบานเรือนราษฎรมาก ดวยเปนระยะทพ่ี ักเรือเขาเมือง
อุไทยในฤดูแลงอยตู รงปากทางคลองสะแกกรงั แตเดมิ เปนแขวงไชย
นาท ครัน้ โปรดใหยกเมอื งมโนรมยมาขึ้นไชยนาท ที่เมอื งมโนรมยไมมี
ผูคนก็มากนอย จะตง้ั เปนอ�าเภอตางหากเปลืองไป จึงไดปนแขวงไชย
นาทเอาต�าบลคุงสา� เภานีไ้ ปรวมกับแขวงมโนรมย ยายทว่ี าการเมอื ง
มโนรมยมาต้ังที่คุงสา� เภาแตนน้ั มา ตรวจดกู ารอา� เภอน้จี ัดแบบแผน
เรียบรอยแทบถงึ อ�าเภอในมณฑลกรงุ เกา เหนจะนับวาเปนดกี วาอา� เภอ
ในมณฑลนครสวรรคได สงั เกตดูผูคนกอ็ ยขู างจะนยิ มพระพิทักษอุไทย
เขตรผูเปนนายอ�าเภอมาก พระพิทักษคนน้ีดีมาแตเม่ือวาการเมือง
พยุหะครี ีแลว ตอไปคงจะเปนราชการไดคนหนึ่ง ถนนสองขางแมน�้า
ตามที่ไดชีแ้ จงมาในรายงานตอนเมอื งสิงหนน้ั ในตอนเมืองมโนรมย
ท�าดมี าก ไดความวาท�าสา� เร็จภายในสองเดอื นเทานน้ั ตอนที่ตลาด
ตดั ไปติดโรงสรุ าอยูแหงหนึง่ ดวยวาเปนของหลวงไมกลาร้ือ ฉันได
ชี้แจงใหทา� ใหตลอดไป เพราะของราษฎรใหรือ้ ไดหมดแลวไมควรจะ
ใหของหลวงกดี ขวางอยู ใหเปนทีต่ ิเตยี นของราษฎร

ท่ีเมอื งมโนรมยไดมกี ารเบตเตลด็ เก่ยี วของ ๒ เร่ือง คอื เรอ่ื ง
ที่ ๑ เมอื่ ฉันไปตรวจโรงพลตระเวร เหนสุราตางประเทศกองอยูใน
โรงพักพลตระเวรมาก ถามไดความวาเปนสรุ าของจนี อุยเหลงคนใน

222 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ


บงั คับอังกฤษ นายอากรสุราขอใหจบั อายัดไว เพราะเหตุวาจ�านวน
สรุ าเกินใบขนอยู ๒ ขวด แลคนเปนคนอ่ืนมิใชจนี อยุ เหลงตรงตามใบ
อนญุ าต คร้ันจีนอุยเหลงตามขึ้นมา นายอากรสรุ าวาจีนคนนี้ช่ือจีน
ฮกเซง มใิ ชจนี อุยเหลง ไมยอมใหปลอยสรุ าไป ไดความวาจีนอยุ เหลง
หรือจีนฮกเซง ในเวลานั้นก็อยทู ่ีคงุ ส�าเภาดวย แตไมไดมารองแกฉัน
จึงใหเรยี กตวั มาทัง้ นายอากรสรุ าแลจีนอยุ เหลง เมอ่ื ไตถามท้ังสองฝาย
ไดความตองกันวามาแลว ฉนั จึงไดเปรยี บเทียบวาเรอ่ื งนี้จ�านวนสุรา
เกนิ ใบขนเพียง ๒ ขวด ชอบท่ีจะอายดั แต ๒ ขวดท่เี กินเทานน้ั จ�านวน
สุราที่ตองกับใบขนแลวไมควรจะตองอายัด ขอที่นายอากรวาช่ือ
ไมตรงกนั นั้น เหนวาไมเปนขอสา� คัญอันใด เพราะใบอนญุ าตส�าหรบั คน
คนเดยี ว โดยจนี คนนี้จะช่อื วาฮกเซงแลไปลกั ใบอนุญาตของจนี อยุ เหลง
ขึ้นมาจา� หนายกไ็ มเปนการเก่ยี วของอนั ใดแกนายอากร เพราะหากวา
ถาจนี อุยเหลงจะพาสรุ าตามมาตอภายหลัง จนี อุยเหลงกค็ งจะไมมี
ใบอนุญาตขึน้ มา กค็ งอยใู นจะจา� หนายสุราไมไดอยเู อง เม่อื เชนนั้นก็
ยอมเปนคะดใี นระหวางจีนอยุ เหลงกับจีนฮกเซงจะตองวากลาวฟอง
รองกัน ธรุ ะของนายอากรมเี พยี งใครมีใบอนุญาตก็ใหจ�าหนาย ใครไมมี
ใบอนุญาตกไ็ มใหจ�าหนายดงั น้ี เพราะเหตุฉนน้ั ควรใหคนื สุราซง่ึ ตอง
ดวยใบขนใหจีนฮกเซงหรอื จีนอุยเหลงนนั้ ไปจ�าหนายตามใบอนญุ าต
ที่เขาไดรบั จากรฐั บาล ใหยึดไวแตสุรา ๒ ขวดซงึ่ เกนิ ใบขนใหเปนแลว
แกกันดังเปรียบเทยี บนี้ ท้ังสองฝายไดยินยอมพรอมกันในขณะน้ัน

ท่จี ริงก็นกึ ขนั ดวยเร่อื งจนี ฮกเซงแลจีนอุยเหลงคนนี้ มันเปน
อยางไรเขาใจกนั ดี ตั้งแตตัวฉันแลขาหลวงเทศาภิบาลตลอดลงไปจน
นายอ�าเภอ แลนายอากรสรุ า ฉนั ไดชแี้ จงแกนายอากรสรุ าเมอื่ เวลาได
ไปตรวจถงึ โรงสรุ า วาเร่อื งสุราตางประเทศน้ี ไมเหนจะตองวิตกกลัว
เกรงอยางใด ดวยคนเราไมชอบกิน ทสี่ ุราตางประเทศเจรญิ ข้ึนก็เพราะ
พวกนายอากรสุราเอง ตมสุราโรงใหจดื ลงเพ่ือจะใหเสยี โสหุยนอยเขา
คนเหนสรุ าโรงจดื จึงหนั เขาไปกนิ สุราตางประเทศมากขน้ึ ถาตมสุรา

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 223


โรงใหแรงขึ้นดังแตกอน สุราตางประเทศคงจะจา� หนายไมไดเหมือน
แตกอน นายอากรสุราเหนชอบดวย แลบอกวาแตกอนเมือ่ ตนปได
ตมจืดจรงิ แตเดยี วน้ีไดตมใหแรงข้ึนแลว

อกี เร่อื งหนงึ่ นนั้ พระพิทักษอไุ ทยเขตรไดทา� บาญชีรายชอื่ จนี
พอคาซงึ่ อยใู นคงุ ส�าเภามายื่น ๑๓ คน วาจะขอหนงั สอื คุมตวั ไดชีแ้ จง
ใหทราบวา จนี พวกนีไ้ ดรับหนงั สือเขาอยใู นบงั คบั ตางประเทศ แตบดั นี้
กลับใจจะอยูในบังคับไทย แลจะขอน�าหนังสือสา� หรับตัวซ่ึงไดจาก
ตางประเทศมามอบใหเปนพยานทุกคน ฉนั ไดช้แี จงแกพระพิทักษวา
ที่จนี เหลานขี้ อหนังสือคุมตัวฉนั จะใหได แตที่จะเอาหนังสือท่ีเขาไป
รบั มาแตกงสุลตางประเทศมามอบใหแกฉันนน้ั ฉันเหนวาไมควรจะรบั
เพราะถารับแลวก็จะเหมือนหนึ่งยอมวา หนังสือเหลานั้นอาจจะ
ท�าใหจนี เหลาน้เี ปนคนในบงั คับตางประเทศได เพราะท่ีจริงเราไมเชือ่
หนังสือน้นั และไมยอมวาจีนเหลานี้เปนคนอยูในบังคับตางประเทศ
เพราะเหตฉุ นั้นโดยเขาจะฉกี หนังสือตางประเทศนั้นเสยี หรือจะเกบไว
ก็แลวแตเขาจะเหนควร พวกจนี เหลาน้ีไดน�าจีนฮวยแลธปู เทียรมา
ใหฉันทกุ คน และฉนั ไดรบั วา เม่อื ฉันเขาถึงกรงุ เทพฯ จงึ จะทา� หนังสอื
คุมตัวให ตรวจอ�าเภอมโนรมยแลวออกเรือไปเมืองอุไทยราชธานี
เมอ่ื ไดตรวจการเมืองไชยนาทในคร้งั น้ี ใหนึกเหนไปวา หวั เมืองที่เปน
เรียบรอยดีที่สุด ในครั้งแผนดนิ พระน่ังเกลาคงจะเปนท�านองเมือง
ไชยนาทในเวลาน้ี กลาวคือ การโจรผรู ายสงบเงียบ ราษฎรทา� มาหากิน
เปนศขุ ส�าราญ มีอ�าเภอก�านนั ผใู หญบานปกครองราษฎรท่ัวไป แลผวู า
ราชการเมืองกรมการเอาเปนธรุ ะนั่งศาลช�าระอดั ถคะดีของราษฎร
มิไดเบียดเบียฬผูหน่ึงผูใดใหไดความเดือดรอน ที่ดีกวาแผนดิน
พระน่งั เกลาจะมอี ยบู าง ก็ทกี่ ารทา� ถนนสองฟากแมนา�้ และการเกบ
หางเขาคานาเกบไดเองไมตองมีขาหลวงเสนา ที่ดีถึงปจจุบันมีแตที่
เมอื งมโนรมย แตการทจ่ี ะจดั ใหดขี ้ึนเทาเวลาปจจุบนั นนั้ ไมยากอันใด
นัก ถาไดปลัดดีๆ สักคนหนึง่ กับครอู า� เภอสักคนหนึง่ และตองจัดศาล

224 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ


ใหมดวย การคงจะเรยี บรอยดีไดเรว็ เพราะพระยาสรุ บดนิ ทรเอาใจใส
ในราชการมาก ก�าลังมีความปฏิยินดที ่ีไดรับพระราชทานพานทอง
เปนเกียรตยิ ศเกินกวาท่ไี ดเคยมมี าแตในตระกลู เมอ่ื วาดวยความสามารถ
กค็ อนอยขู างจะดีมาก เสยี แตเกดิ เร็วไป ๒๕ ป ถาเปนคนหนมุ ๆ ชนั้
พระยาอางทองจะเปนคนส�าคัญกวานมี้ าก

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 225


สา� เนา รบั วนั ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ท่พี ักเมอื งพิศณุโลกย

วนั ท่ี ๓ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ

ดวยพระยาราชพงษานุรักษจะกลับไปมณฑล จึงไดฝาก
รายงานตอนเมืองอไุ ทย แลเมืองนครสวรรคสงมาดวย ไดตรวจการ
ในมณฑลพศิ ณุโลกสนกุ มาก แตยังไมไดลงมือเรยี งรายงาน กา� หนด
จะออกเรือจากพิศณุโลกยเชาวันน้ี ตัง้ แตออกมาจากบางปอนิ จนบดั นี้
ยังเดนิ ทางตามกา� หนดในโปรแครมไมเคล่ือนคลาด แตเกรงวาจะตอง
ขยายวันบางประมาณวาเรือกลไฟจะขน้ึ ไดจนเมอื งพรหมพิราม ออก
จากเมืองพรหมพิรามไปเมอื งพไิ ชยเขาใจวาจะตองถอวันเดยี วไมถึง
บางทจี ะตองขยายที่ตรงนว้ี ันหนึ่งแลตอนทก่ี ะพกั เมอื งแพรวนั เดียวนนั้
บางทจี ะตองพกั ถงึ สองวนั เพราะเดนิ แตอุตรดฐิ ถึงสี่วันแลยงั จะเดินไป
เมอื งนานอิกหาวนั ถาจะเหนจ็ เหนื่อยอยแู ตอยางไรๆ คงจะต้ังใจใหได
ดังโปรแครม ถึงจะคลาดกไ็ มใหก่ีวันนัก

ไดรบั จดหมายพระยาทรงสงมารอไวท่เี มอื งพศิ ณโุ ลกยวา ตัว
ปวยพึง่ คอยทเุ ลา บางทจี ะมารบั อุตรดิฐไมทัน ไดใหหลวงแผวพลภกั ตร
มาจดั การรับ แลไดขาววาพาหนะเมอื งแพรไดออกเดินลงมาอตุ รดฐิ
แตวันท่ี ๑ แลว

คนท่ีมาดวยกนั จนบัดน้ีมคี วามศุขสบายดอี ยู พระประสทิ ธิ
ขนุ ชา� นาญนายพชื นเปนไขเลก็ นอยคอยทเุ ลาแลวทัง้ สามคน พระยา
พไิ ชยนน้ั เปนอนั ไมเอาข้นึ ไปมณฑลลาวเฉยี งดวย เพราะเหนมอี าการ
ที่จะตองท�าในมณฑลนี้ เอาไปเสียดวยจะเสียเวลาทั้งแมพุมกไ็ มสูจะ
สบายดวย ตกลงจะเอาพระยาอดุ รกิจขึ้นไป

มาเทย่ี วนม้ี คี นมามากก็จรงิ แตไมเหมอื นเท่ียวกอนดวยเปน
คนไมใครเคอยการ อาไศรยไหววานธุระไมใครไดแตกต็ ัง้ ใจทจ่ี ะท�าดี
ดวยกันทุกๆ คนยงั ไมรูสกึ ความเสยี ใจที่ไดพาขาราชการหนุมๆ มา

226 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


ดวย พระองคประวติ รกท็ รงสบายดอี ยู อยขู างโปรดขางของบุราณ
เมลมาถึงเยน็ วานนี้ไดรบั จดหมายลงวนั ท่ี ๒๗ ตลุ าคมกับเมล

ยโุ รปแลว แตไมมีเวลาจะตรวจเรอ่ื งราชการตางๆ ทสี่ งมาจากกรุงเทพฯ
ทนั ตอบดวยจดหมายฉบบั นี้ หวังใจวาการท้งั ปวงจะเรยี บรอยอยู

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 227


สา� เนา รบั วนั ท่ี ๑๔ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ท่พี กั มณฑลพิศณุโลก

วันท่ี ๓ เดอื นพฤศจิกายน รัตนโกสนิ ทรศก ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ

ดวยเม่อื วันท่ี ๒๕ ตลุ าคมเวลาบาย ๔ โมงถงึ เมอื งอไุ ทยธานี
ไดออกเดินเท่ยี วในเวลานน้ั เปนที่แปลกตาดวยความเจรญิ ของตลาด
เมืองอุไทยธานีเปนอันมาก เมือ่ ฉันขน้ึ มาในศก ๑๑๑ ตลาดแลบาน
เรอื นในเมืองอุไทยมีราบอยูแตตามริมนา้� มาครงั้ น้ีเหนบานเรอื นแล
รานตลาดติดตอย่ืนเขาไปขางดอนอิกเปนอันมาก ถาจะประมาณ
บานเรอื นแลผูคนท่ีสะแกกรังในเวลาน้ีเหนวามากกวาทีม่ ีในศก ๑๑๑
ไมตา�่ กวาเทาหนึง่ บานเรือนยงั กา� ลังปลกู สรางขนึ้ เสมอ แลเปนเรอื น
หลังคามงุ กระเบอ้ื ง หรอื สงั กระสีเปนพนื้ เหลอื หลังคาจากนอย เพราะ
ไดหามกันคร้ังเม่ือไฟไหมตลาดในเมืองอุไทยในศก ๑๑๑ หรือศก
๑๑๔ ต้งั แตน้ันการท่ีสรางบานเรือนท�ากันแตดวยหลังคากระเบ้ือง
และหลังคาสังกะสโี ดยมาก แลเหนหลังคาจากอยูในตลาดแตราน
แผงลอยแถวหน่งึ จะเปนของผูใดไมทราบ ฉันไดส่ังผูใหญบานหมูนน้ั
ใหช้ีแจงแกเจาของขอใหเปล่ียนเปนหลังคาสังกระสีเสีย ถาและ
ไมเปลี่ยนไดสงั่ ผูวาราชการเมอื งไววา อยายอมใหซอมแซมหลงั คาน้ี
ตอไปอกี เปนอันขาด ในเวลานีม้ ีบรษิ ัทจีน คอื หลวงพิทักษเปนหัวนา
ลงทนุ คิดทา� เคร่อื งสบู น�้าจ�าหนายในตลาดสะแกกรัง ไดเหนทอวางไป
ตามถนน แลไดทราบวาต้งั เครอื่ งสูบนา้� ข้ึนแลวคิดจะใชแรงกระบือ
พิเคราะหดูเหนวาความคดิ ของเขาดี ดวยเมอื งอไุ ทยน้นี าแลงอดั ตะคดั
น�้าคลายพระปฐมเจดีย ถาท�าส�าเรจ็ คงจะมกี า� ไร แตการที่ท�าเหนยัง
ไมถูกอยูหลายอยาง คอื ที่ไมใชสูบดวยแรงสตมิ อยางหน่ึง และใช
ทอเลก็ ไป โดยเหตุตามคา� ท่เี จาของชี้แจงวาทุนนอยมเี พียง ๓๐๐ ช่ัง
เหนวาถาท�าสา� เรจ็ ราษฎรจะตองการซอ้ื นา้� เขาหลายๆ ราย บริษัทน้ี
คงจะไมมีน�้าขาย คงจะตองลงทนุ เปลย่ี นเคร่อื ง เปล่ียนทออีกเปนแน

228 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ


เหตทุ ่กี ระท�าใหเมืองอุไทยธานีเจรญิ โดยเรว็ เชนน้ีเพราะเร่อื งเขาราคา
ข้นึ คนทา� นามากข้ึนพวกพอคาที่ขนึ้ ไปรับลองเขามากขนึ้ ตลาดขายของ
ดีข้นึ รานตลาดกม็ ากข้นึ เปนปจจยั ตอกนั ดงั นี้ เพราะเหตทุ ่สี ะแกกรงั
เปนทาเกวียนขนเขาเมืองอุไทยธานีลงมาบันทกุ เรือ ไดความจาก
พระยาอไุ ทยวา จ�านวนเขาเปลือกท่เี รอื รับลองไปจากเมอื งอุไทยธานี
ในศก ๑๑๔ ประมาณ ๓๐๐๐๐ เกวียนเศษ ในศก ๑๑๖ มีเขาเปลอื ก
บนั ทุกออกถึง ๕๐๐๐๐ เกวยี น เท่ยี วดูตลาดทั่วแลว ขามฟากไปที่
วดั โบถซ่งึ เปนวดั ท่ีฉนั ไดเคยไปพกั เมื่อมาคราวกอนๆ แลไดคนุ เคยมา
กับเจาอธกิ ารจันวดั น้ันตั้งแตฉนั บวชเปนพระ ที่วดั โบถน้ีเปนแหลงท่ี
เลาเรียนทัง้ ปรยิ ตั ิธรรมแลหนังสอื ไทยดีกวาวดั อ่นื ในเมอื งอุไทยมาแต
เดิม แตเวลานี้การโรงเรยี นหนงั สือไทยเสื่อมทรามไป เพราะไมมีครู
แลขาดความบา� รงุ เจาอธกิ ารจนั วัดโบถไดหลอพระเงนิ ไวองคหนึ่ง ได
เชิญมาตัง้ ไวใหดเู ปนพระนาตักสกั ศอกเศษ เงนิ หนกั ประมาณ ๕๐ ช่งั
การทจ่ี ะหลอพระองคนี้โดยความเขาใจของทานเจาอธิการจนั วายงั ไมมี
พระเงนิ ไดหลอไวในที่ใด นาตกั เกนิ กวาศอกหนง่ึ จึงคดิ อานบอกบุญ
ตามสัปรุษยเรี่ยรายหลอพระเงนิ ขนาดใหญองคนี้ มผี ูเหนชอบดวย
โดยมาก เจาอธกิ ารจันประมาณวาจะไดเงินราว ๕๐ ชงั่ จงึ ไดปนหุน
พระนาตักศอกเศษใหพอแกเงินนั้น แตเมื่อถึงเวลาหลอนับเงินท่ี
เรี่ยรายไดกวา ๑๐๐ ชัง่ จะขยายหุนพระใหใหญข้นึ ไปกไ็ มทัน จงึ ได
ตกลงวาจะหลออิกองคหนึง่ ดวยเงนิ ที่เหลอื น้นั

วนั ท่ี ๒๖ ตลุ าคมเวลาเชาไปทอดผาบงั สกุ ลุ ศพพระยาประธาน
นคโรทยั จางวางซึง่ เปนผูไดคนุ เคยกนั มาแตกอน แลไดไปตรวจตราง
ซ่ึงมีอยูในเมืองนี้ ๒ ตราง แลไปตรวจท่ีวาการเมอื งซ่งึ ต้ังอยูหอนัง่
พระยาพิไชยสุนทรๆ ไดท�ายอดบาญชีตางๆ ยืน่ ไดสงมากบั จดหมาย
น้ีดวยแลว

การทเ่ี มืองอไุ ทยธานนี อกจากท่ไี ดต้งั กา� นนั ผใู หญบานและแบง
แขวงจัดเปนอ�าเภอแลว ตองเรียกวาไมไดจัดการเปลย่ี นแปลงอยางใด

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 229


เลย แตเพราะผคู นพลเมืองบงั คบั งายเปนเมืองทีเ่ รียบรอยมาแตเดมิ
การจึงเรียบรอยอยู เมื่อเร็วๆ นี้เกิดหยุกหยิกข้ึนดวยเร่ืองอ้ังย่ีท่ี
สะแกกรัง พระยาราชพงษานุรักษไดปราบปรามสงบไปคร้ังหน่ึง
ภายหลังเกิดหยุกหยิกขน้ึ อกี ดวยเหตทุ ี่วาผวู าราชการเมืองย�าเกรง
หรือล�าเอยี งแกจนี อยุ เหลงซงึ่ เปนหัวหนาอ้ังย่ี ถึงตองเรียกพระยาอุไทย
เขาไปภาคโทษกันโดยแขงแรง มาน่งั ดูในคราวน้ีไดขาววาเรอ่ื งอั้งย่ี
เปนการเรยี บรอยสงบทีเดียว มจี ีนทเี่ ขาใจวาไดรับหนังสือตางประเทศ
มาขอหนงั สือคมุ ตัวทีเ่ มอื งน้ี ๙ คน แตจีนทเ่ี ปนคนในบงั คับตางประเทศ
แทๆ ก็ยงั มีอยูหลายคนต้งั บานเรอื นทมี่ ีดนิ เปนภูมิลา� เนาแทบท้งั นน้ั
เพราะเหตุที่ผูวาราชการเมืองกรมการของเราเหลวไหลปลอยใหซ้ือ
ท่ีดินได ไมรูลึกขอสัญญาแตเดิมจึงเปนเชนน้ี ในเร่ืองคนในบังคบั
ตางประเทศซือ้ ที่ดินนจ้ี �าตองคิดจัดเสยี ใหไดอยางสญั ญา ถาจัดได
คงจะตอนจนี เขามาเปนคนในบงั คับไทยไดแทบหมดทุกคน แตเรื่องน้ี
จะเอะอะเกรยี วกราวข้นึ ในเวลานย้ี ังหาควรไม ตองคดิ จดั อยางเงียบๆ
อยางเชนออกใบจองคลองที่บริษทั ขุด คอื ตองคดิ ตพี มิ พแบบหนังสอื
ซ้ือขายทดี่ ินลงความใหปรากฏตอชอ่ื ผูซ้ือวาเปนคนในบงั คบั ไทยไว
ใหชัดเจน แลวสงแนบหนังสอื ขายน้ีไปไวตามอา� เภอ ใหใชอยางแบบ
พมิ พสารกรมธรรม ถาท�าไวเชนนนั้ แลว เวลาคนในบังคบั ตางประเทศ
จะซื้อหนังสอื คงตดิ ขัดดวยค�าวาคนในบังคับไทยซ่ึงมีในแบบพิมพ
ตองเก่ยี งใหเขามาขอทางกงสลุ ตามสัญญา ถามเี วลาขอใหพระยาศรีคดิ
รางแบบขายที่ดินนข้ี ้ึนหารอื กับเสนาบดกี ระทรวงพระคลัง แลเสนาบดี
กระทรวงยตุ ิธรรมโดยเงียบๆ ถาเหนพรอมกันและไดพระราชทาน
พระบรมราชานญุ าตแลว ใหลงพิมพท่ีเดยี วก็ได ใจฉันรกั อยางแบบ
ท่เี จาพระยาอภยั ราชารางส�าหรบั คนองั กฤษซื้อท่ดี นิ ทเี่ มืองเชยี งใหม
คือ เดนิ ความเปนสองตอนๆ ตนวาดวยการท่ที ัง้ สองฝายซอ้ื ขายทด่ี นิ
แกกนั ตอนทายเปนค�าปฏิญาณของผูซ้ือไดอยางนนั้ ดูเหมือนจะดี
เวลา ๒ โมงเชาออกเรอื จากเมอื งอไุ ทยธานี

230 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ


เม่ือรวบรวมเนื้อเหนในการท่ีไดตรวจเมืองอุไทยธานีครั้งน้ี
ถงึ ไดแลเหนความเจริญเปนอันมาก แลการทงั้ ปวงเรยี บรอยอยูก็จรงิ
แตจะวาเปนความพอใจวาไมได ดวยการท่ยี งั จะทา� ใหดีไดกวานี้ยัง
มมี าก แตผูวาราชการเมืองกรมการเมอื งนี้ ไมมีความสามารถอยาง
ที่รัฐบาลมีความตองการในเวลานี้ เพราะเหตุท่ีกรมการเมืองนี้เปน
ลูกหลานวานเครือในครัวเรือนอันเดียวกันกบั ผวู าราชการเมืองแทบ
ท้ังเมือง ไมใชดีดวยความสามารถ เพราะเหตุฉน้ัน จึงท�าการตาม
แบบแผนใหมไมได แทจริงเร่ืองนี้เปนความจริงอยางประหลาดที่
ผูวาราชการเมอื งและกรมการหวั เมอื งในมณฑลนครสวรรคจะวาเปน
สังขญาตเิ กีย่ วดองกันไปทั้งมณฑลก็วาได ใชแตเทานั้นทุกๆ เมืองได
รักษาประเพณเี ปนแบบเดยี วกนั กลาวือเอาญาติพ่ีนองของผูวาราชการ
เมืองตั้งเปนกรมการแทบท้ังเมือง ถาใครแปลกถิ่นเขาไปก็มักจะ
ไมมคี วามศขุ เปนอยางเดียวกนั ต้งั แตเมืองตากลงมาจนเมืองกา� แพง
เมอื งนครสวรรค เมอื งอุไทยธานี มผี ลเปนท�านองอันเดยี วกนั คือ พวก
กรมการซ่งึ เปนลูกหลานวานเครอื ผูวาราชการเมือง มักจะเอาอ�านาจท่ี
มใี นต�าแหนงไปใชในประโยชนการคาขาย หรอื มิฉนัน้ ทเ่ี ปนคนกิเลศ
หยาบก็เอาไปใชถงึ เบยี ดเบียฬราษฎรใหไดความเดอื ดรอนดวยถอื เสยี
วาเปนกันเองทัง้ เมือง เรอื่ งนี้เปนเรื่องท่จี �าจะตองแกไขแลเปนเรื่องท่ี
แกไขยากในมณฑลนครสวรรคน้ี แตวาโดยท่จี ริงพวกลกู หลานในเมือง
อุไทยธานีมักจะเปนคนเฉียบแหลมพอจะเลอื กหาไปใชราชการไดหลาย
คน แตจะตองเอาไปใชในท่อี นื่ เสียบาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 231


สา� เนา รับวนั ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ทีพ่ ักเมอื งพศิ ณโุ ลก

วันที่ ๔ เดอื นพฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ

ดวยเมือ่ วันที่ ๒๖ เวลาเชาออกจากเมืองอุไทยธานมี าแวะที่
วดั พระปรางเหลืองเมืองพยหุ ะครี ี พระครยู หุ านสุ าครแลสานุศษิ ยได
จัดการรบั รองอยางแขงแรงตามเคย ออกจากวดั พระปรางเหลืองมา
แวะที่ที่วาการอ�าเภอเมืองพยหุ ะคีรี ซ่ึงต้ังอยูบานพยแุ คน พระพล
สงครามเมอื งนครสวรรคเปนนายอา� เภอ ตรวจดกู ารอ�าเภอไมเห็นได
จดั อะไรอยางใหม ใชแคเทาน้ันความเขาใจของพระพลยงั อยูในทาง
อยางเกาซ่งึ ไดเลกิ เสยี แลว เชนกกั ขงั คนโทษไวมากๆ เปนตน ดรู าษฎร
ไมใครนิยมยื่นเร่อื งราวกลาวโทษหลายเร่อื งยกตวั อยางมอี ยู คอื กา� นัน
คนหนง่ึ กลาวโทษวาตัวไมอยู พระพลไปร้อื เยาเรือนเก็บทรัพยส่งิ ของ
เอามาเปนอณาประโยชน ถามพระพลใหการรบั วาไปรือ้ เรอื นเขามา
จริง ดวยก�านนั คนนน้ั เปนหน้หี ลบหนีไป จงึ ไปรื้อเอาเรอื นมา แลยงั
มีเรื่องอ่นื ๆ ซง่ึ ฉนั ไมพอใจอกิ หลายเรื่อง คอื ไดความวาพระพลเปน
นกั เลงเลนเบ้ียเปนตน ท้ังขาหลวงเทศาภิบาลแลผูวาราชการเมอื ง
นครสวรรคเห็นพรอมกนั วา พระพลนี้ไมพอแกราชการเปนแน จึง
เห็นวา ถึงพระพลเปนพพ่ี ระยอดกไ็ มสมควรจะใหพระพลวาการ
อ�าเภอเมอื งพยหุ ะคีรีตอไป ไดมีตราส่งั ในวนั นน้ั ใหถอนพระพลออก
เสียจากตา� แหนงนายอา� เภอ แลใหหลวงพินิจสภุ าแหงกรมการเมอื ง
อุไทยธานวี าท่นี ายอา� เภอเมอื งพยหุ ะครี ตี อไป ออกจากเมืองพยหุ ะคีรี
มาถงึ เมืองนครสวรรคเวลายามเศษเพราะทางไกลแลน�้าเช่ยี วไมมีเวลา
ท่ีจะตรวจการอันใดได เปนแตไดสนทนากับหลวงสมัคผูวาราชการ
เมอื งไดความวา การโจรผูรายก็เรยี บรอยดี แลพวกจนี ที่ปากน้�าโพ
ก็ออนนอมโดยเรียบรอย แตก�านนั ผูใหญบานที่ใครจดั ไวแตกอนยัง
ไมถกู ตองตามพระราชบัญญัตทิ ีเดียว ดวยจดั ต้ังแตฉันใหขนุ ราชพลี

232 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


รกั ษขนึ้ มาจดั ทดลองกอน จดั ทเี่ มืองอน่ื ๆ แลกอนทไ่ี ดแกไขเปนอยาง
ในพระราชบัญญตั ิ การยงั เปนอยเู ชนนนั้ ไมไดแกไข หลวงสมคั คดิ จะ
ออกไปแกไขใหมกต็ ดิ ราชการอยางอ่นื ๆ ดวยตัวคนเดียวไมมปี ลดั แต
อยางไรๆ จะออกแกไขในแลงนี้ เห็นจ�าเปนจะตองหาปลัดใหหลวง
สมัคสกั คนหน่ึงไดคิดวาจะถอนหลวงประสงคปลัดเมืองตาก ลงมา
เปนปลดั เมืองนครสวรรค เอาพระพลเมอื งก�าแพงซึ่งยังไปฝกหัดถ
ราชการอยูในมณฑลพิศณุโลกนั้นไปเปนปลัดเมอื งตาก คิดไวเชนน้ี
แตจะตองรอไวหารอื พระยาพไิ ชย แลตรวจดกู ารท่ีเมืองตากกอน แต
อยางไรก็ดีในครงั้ นพ้ี ระยาราชพงษา แลหลวงสมคั คงจะขึ้นมาสงฉัน
ถงึ พรหมแดนเมืองพิศณุโลก เหนเปนโอกาสอันดดี วยระยะทางไมอกี
สกั เทาใด จงึ ไดชวนท้งั พระยาราชพงษาแลหลวงสมัคใหข้ึนมาถงึ เมือง
พิศณุโลก เพ่อื จะไดดูการในมณฑลนี้ดวย อน่ึงเร่ืองซอมแซมสาย
โทรเลขนน้ั ไดความวา ทางสายพศิ ณุโลกไดซอมดีขนึ้ ไปจนพรหมแดน
พิจติ ร แลวยงั เสียอยใู นแขวงพิจิตรตอนหนง่ึ คงจะเรงรดั โดยเตมก�าลงั
สายเมืองกา� แพงวาใชไดจนพรหมแดนเมืองบรรพตแลว นายเทากับ
พระบรรพตยังขึ้นไปซอมตอไป

วันที่ ๒๗ ตุลาคมเวลาเชาไปตรวจการทท่ี ี่วาการมณฑลซง่ึ
ตั้งอยูฝงตวันตก ทวี่ าการมณฑลนี้พึง่ ไดทราบวาตัง้ ในทค่ี ายเดิมคร้ัง
ขุนหลวงตากรบกับพมา หรอื จะเปนในท่ีเมืองเดมิ อยางใดอยางหนึ่ง
ดวยมเี ชิงเทินแลคทู ้ัง ๓ ดาน การปลกู สรางยงั เตมท่ี ขาหลวงเทศาภิบาล
อยูเรอื นไมไผมุงจากที่วาการอ่นื ๆ ก็เปนโรงจากท้ังน้ัน เวนแตทว่ี า
การมณฑลเปนอยางคอยยงั ชั่วทา� ดวยเครื่องไมจริงพน้ื ถมดินหลังคา
มงุ สงั กะสี ฝาสงั กะสี การท่จี ดั ท่วี าการก็เรยี บรอยพอประมาณ

มาตรวจถึงที่วาการมณฑลน้ีนึกรูสึกการขึ้นอยางหน่ึง คือ
ดวยลักษณเขยี นจดหมาย สังเกตดทู กุ วนั นี้ตามหัวเมอื งทุกมณฑลทุก
เมือง แลทุกอา� เภอทีไ่ ดจัดการอยางใหม มีนิไสยชอบขางการเขยี น
หนังสอื ดูเกินกวาจ�าเปนอยูทุกๆ แหง ท่ีเปนเชนนกี้ ็แลเห็นได วาเกดิ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 233


แตเร่ืองมณฑลถายแบบศาลามหาดไทย เมืองถายแบบมณฑล แล
อ�าเภอถายแบบเมืองลงไปอกิ ช้ันหนึง่ ไมไดคิดขน้ึ อยางใหมตามสมควร
แกการในทองที่ เห็นวาถาคิดแบบการจดหมายสา� หรบั ใชตามหัวเมอื ง
อยางสั้นๆ ข้นึ ไดมาเบาแรงไดมาก เร่อื งนจ้ี ะตองรอไวเมือ่ กลบั ลงไป
จงึ จะไปคดิ เพราะจะตองไปดูการท่มี ณฑลกรุงเกาเอาเปนหลัก การ
ศาลในมณฑลนครสวรรคยังออนแอเลวทรามกวาทีค่ าดไวเปนอนั มาก
เพราะไมมผี ใู ดทจ่ี ะสามารถจะคดิ อานแกไข แมศาลขาหลวงทีม่ ณฑล
ก็ตองเอากรมการเกาๆ มาใชเปนผพู ิพากษาพจิ ารณาความไดเดอื นหนง่ึ
ไมเกิน ๘ เร่ืองเปนอยางมาก

เพราะเหตุน้นั จึงมีจ�านวนความแลตัวนกั โทษค่งั คางอยูระหวาง
พจิ ารณาเปนอนั มาก มเี ร่อื งราวรองทุกขนับไดรอย ปฤกษากับพระยา
ราชพงษาเห็นวา จะแกไขไดอยางเดียวแตตองรบี จัดขาหลวงพิเศษขน้ึ
มา จงึ ไดมโี ทรเลขลงไปในวนั นนั้ ไดไปตรวจดูตรางขงั นกั โทษที่มณฑล
ยงั จดั เปนอยางเกา ไมผิดอนั ใดกับตรางเมอื งไชยนาท มดี อี ยแู ตไดจาย
เขาหลวงใหนกั โทษกินทว่ั กนั

ตรวจทวี่ าการมณฑลแลว ลงเรือไฟกรมปาไมข้ึนไปตรวจท่ี
สะเตแชนภาษีซุงที่มิศเตอรฮิลล่ี มิศเตอรมอลเดอรแลนายสุมในท่ีนี้
ยังอาไศรยเรอื นมุงจากฝาไมไผอยางเล็กๆ อยู ๒ หลัง มิศเตอรสะเลด็
ไดทา� แปลนเรือนที่จะสรางสงลงมาแลวแตยงั หาไดทา� ไม มศิ เตอรฮลิ ล่ี
ไดนา� ขอความตางๆ ซง่ึ เปนความขัดของขอหารือ ๑๑ เรอ่ื ง คือ

เร่อื งที่ ๑ วาดวยพกิ ดั เก็บภาษไี มประดู เพราะตามพิกดั ใหม
เกบ็ แรงกวาไมกระยาเลอยอยางอ่นื เทาหน่ึง แตคนลองไมประดมู ักจะ
ตัดเปนทอนส้ันๆ ตนละ ๒ ทอนเปนพน้ื ตองเสียภาษเี หมือน ๒ ตน
แรงอยจู ะควรคงเกบ็ ตามพกิ ดั นน้ั หรือประการใด เร่ืองน้ีปฤกษาพรอม
กันเหน็ วา เปนของเหลอื จะกา� หนดรไู ววา เขาตดั ตนหนงึ่ เปนกท่ี อนแล
ทอนไหนเปนของตนไหนเพราะเหตฉุ นน้ั ควรคงพิกัดภาษไี ว ถาคนเห็น
ภาษแี รง คงจะคดิ ลองไมประดใู หทอนยาวข้นึ กจ็ ะเสยี ภาษีนอยลงไป

234 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ


อยเู อง
เรอ่ื งท่ี ๒ คือ เร่ืองปาไมคลองสวนหมาก เดมิ พะโปเกรียงใน

บังคับอังกฤษไดรับเชาท�าและพะโปไดไปรับทุนมาจากจีนลั่มซัมใน
บงั คบั ฝร่งั เศส ครนั้ ปาไมพะโปสน้ิ สัญญา มศิ เตอรฮิลล่ไี ดข้นึ ไปตรวจ
ท่ีตราไมคางปาซึ่งตกเปนของหลวงตามสญั ญา แลสัญญาพะโปให
เปนผรู บั เหมาจดั ไมรายนี้สงตอรัฐบาล พะโปไดคดั ไมสงมากกวารอย
ตนแลว บดั นีม้ ศิ เตอรฮิลลไี่ ดทราบวา จนี ล่มั ซมั ฟองพะโปในศาลกงสลุ
องั กฤษจะเอาเงนิ ท่ียงั ติดคางแลไดรองขอใหฟอง ใหยึดไมของพะโปไว
ดวย ไมรายน้ีรฐั บาลไดรบั ไวตามสัญญาพะโป ยังอยูในมือมศิ เตอรฮิลล่ี
จะควรท�าประการใด ฉนั ไดชแี้ จงวาความเร่อื งน้ี เปนความในระหวาง
จีนลั่มซัมกับพะโปดวยเร่ืองยืมเงินกนั ถาวากันแตในเรอ่ื งเงนิ กไ็ มมีอนั
ใดท่ีจะเกย่ี วของกบั รฐั บาล เวนไวแตพะโปกับจีนลั่มซัมจะไปสมยอม
กัน อางวาไมที่รฐั บาลไดไวเปนไมของจีนลม่ั ซมั ถาเชนน้นั ความเรื่องน้ี
จึงจะเก่ียวมาถึงกรมปาไม ก็มหี ลกั คอื สญั ญาอนญุ าตท่สี ้นิ ก�าหนดนั้น
จะเอาออกวาไดสมัคเห็นไมเปนไร แตกระนน้ั กด็ ีถาจะระวงั กนั ใหสนิ้
สงไสย กอ็ ยาเพอเอาไมรายน้ีออกขายทอดตลาด รอฟงความเขาดูกอน
มิศเตอรฮิลล่เี ห็นชอบดวย

เรื่องที่ ๓ คือ มศิ เตอรฮิลล่ีแจงความวา ไดขึน้ ไปตรวจตตี ราไม
ปาขยางซง่ึ เปนไมของหลวง พบรอยตราหางมอดแอนติกซันตไี วมีมาก
แลไดใหลองไมนมี้ าไวที่ดานภาษบี างแลว หางมอดแอนตกิ ซันไดมาขอ
จะตกลงเพ่อื จะรบั ไมรายนี้ไป มศิ เตอรฮิลลีห่ ารือวาจะควรประการใด
ฉันไดเลาความเร่ืองทห่ี ลวงนวกิจนายขาวแลหางมอดแอนติกซันได
เกย่ี วของมาดวยเรื่องไมปาขยางน้ใี หมิศเตอรฮิลล่เี ขาใจ แลวก�าชับวา
อยาใหผูหนึ่งผใู ดเอาไมรายน้ไี ปไดเปนอันขาด

เรอ่ื งท่ี ๔ คอื ไดปฤกษาเห็นพรอมกนั วา ท่ปี ากน�้าโพน้จี า� เปน
จะตองมีเจาพนกั งานกรมปาไมสองคน เพ่อื จะประจ�าอยทู ่ีดานคนหนึ่ง
ไปเที่ยวตรวจไมตามเมืองพศิ ณุโลก แลตามเมืองก�าแพง เมืองตาก

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 235


คนหนง่ึ เวลาน้มี ิศเตอรมอลเดอรก็ไดมาอยูท่ีปากน�้าโพกับมศิ เตอร
ฮิลลี่แลว แตขัดของอยูดวยเรอ่ื งลาม มีคนพดู อังกฤษไดแตนายสุม
คนเดยี ว มศิ เตอรฮิลลี่จะไปไหนก็ไมมีใครเปนลามล�าบากยิง่ นกั ฉันได
แนะนา� ใหขอตอพระยาศรี ใหหาคนสงขนึ้ มาเปนลามสักคนหนงึ่

เรอ่ื งท่ี ๕ คอื มศิ เตอรฮลิ ลี่แจงวา ทกุ วนั น้มี ีความล�าบากอยู
ดวยเรอื่ งถอยความทเ่ี กยี่ วกับไมขรสกั เปนตนเมือ่ เร็วๆ น้ี ไมซุงหลวง
หลดุ ไปจากทภี่ าษซี ุง ไปตามพบที่เมอื งอุไทยธานี ไดอายดั ไมน้ันไวตอ
ผูวาราชการเมืองๆ ก็รบั อายัดแตจะขอใหมศิ เตอรฮลิ ลี่เปนโจทยฟอง
ความเรอื่ งนัน้ ตอไป มิศเตอรฮิลลีเ่ หน็ วา ท่พี นกั งานปาไมจะตองไปเปน
โจทยวาถอยความดวยเปนการลา� บากนกั หารอื วาจะควรท�าประการ
ใด อกิ ประการหนึง่ ในเวลาที่จะไปตรวจไมเชนน้ัน บางทพี บไมมตี รา
ของบรษิ ทั บอเนียวบาง ของหางอื่นบางมีผเู อาขนึ้ เลื่อยรไู ดเปนแนวา
เปนของที่ผรู ายลกั แตพวกมใี ชของหลวงเชนนี้ จะควรประการใด

ฉนั ไดชีแ้ จงตอมศิ เตอรฮิลล่ีวา ในเรอื่ งน้ีไมเปนการยากอนั ใด
เพราะทกุ ๆ เมอื งมีพนกั งานอัยการสา� หรบั ฟองความแผนดนิ ถามศิ เตอร
ฮิลลไี่ ดอายัดไมไวแลว กใ็ หจดหมายถึงผูวาราชการเมอื งสงหลกั ถาน
ขอความท่จี ะฟองไป ขอใหพนกั งานอยั การในเมืองนน้ั ฟองรองวากลาว
เปนความแผนดนิ กรมปาไมไมตองเปนธุระอยางใด ย่ิงกวาหาพยาน
ใหพอ หรือไปเบกิ ความเปนพยานเทานั้น สวนไมท่ีมิใชของหลวงน้นั
ถาเปนของท่โี จรผรู ายลกั เจาของฟองรองก็แลวไป ถาเจาของไมฟอง
รองยอมเปนนาที่รัฐบาลทจี่ ะฟองรองเอาตัวผูผิดมาท�าโทษ เพราะ
เหตุฉน้นั ถาพนักงานปาไมพบปะไมของผอู น่ื ทมี่ ีผูรายลกั ไป ก็อายัด
แลใหพนักงานอยั การฟองรองไดเหมือนไมหลวงเมือนกัน แตเรอ่ื งน้ี
จะตองมีตราสงั่ ผวู าราชการเมอื งใหเขาใจไวดวย ขอใหเรียนเจาคณุ ราช
ใหมีตราออกมาเสีย

เรื่องท่ี ๖ คอื เร่อื งท�าถนน ไดทา� ถนนใหญแตที่วาการมณฑล
ไปจนถงึ ท่ดี านภาษีซุงแลว ตอนนั้นยังเปนถนนเลก็ แตกอนพระยา

236 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


ราชพงษาไดจายนักโทษมาใหมิศเตอรฮลิ ลี่ใชสอยจัดการท�าถนน
แตเดยี วนีอ้ ยุดไปการจงึ คางอยู ฉนั ไดขอใหพระยาราชพงษาสงคนโทษ
มาใหท�าอกิ เปนตกลงกัน

เรื่องท่ี ๗ มศิ เตอรฮลิ ล่ีแจงวา ในเวลาน้ีไดจับไมท่ีลองทาง
มณฑลพิศณุโลกไวหลายแพ ดวยความสงสยั วาเปนไมท่ีตัดทหี ลัง
ประกาศหาม แตกย็ ังไมมหี ลักถานอยางใดทจี่ ะตัดสินลงไปไดเดด็ ขาด
เพราะยังไมมเี วลาท่ีจะไดขึ้นไปตรวจสืบสวนถงึ มณฑลพิศณุโลก แต
ครนั้ จะยดึ ไวเชนนี้ ก็เหน็ อยูวาเจาของไมไดความเดอื ดรอนจะควรท�า
ประการใด

ฉันเหน็ วา หลักถานของเจาพนักงานปาไมก็มแี ตความสงไสย
เพราะสังเกตเห็นผิววาเปนไมตัดใหม โดยจะเปนไมตัดภายหลัง
ประกาศจรงิ กเ็ ห็นจะเฉียดขาดดวยเวลาประกาศ เพราะประกาศมายัง
ไมถึงป ยตุ ิไดวาไมรายนต้ี กอยใู นระหวางสงไสยเหน็ วาความธรรมดา
ความถาความสงไสยมีอยูเปนธรรมเนียมตองใหจา� เลอยไดรบั ประโยชน
แหงความสงไสย ควรปลอยไมเหลานีไ้ ด อกิ ประการหนง่ึ เมอ่ื คิดดู
โดยความยตุ ิธรรม ถาปลอยไมเหลานีไ้ ด รฐั บาลกไ็ ดทั้งภาษีแลคาตอ
ไมเสียประโยชนอยางใด ถายึดไมเหลานี้ไว ผูเปนเจาของตองถงึ
ความฉบิ หาย จงึ ไดสง่ั ใหปลอยไมเหลานไ้ี ปใหสน้ิ เชงิ

เรอื่ งท่ี ๘ มไี มหลักแพรายหน่งึ ตองยึดไวโดยท�านองเดียวกบั
เรอ่ื งกอน พระยาราชพงษาจะตองการซอื้ ไมรายนไ้ี วท�าเสาโทรเลข
มศิ เตอรฮิลล่หี ารือวาจะควรเรียกภาษหี รือไม เหน็ วาไมควรจะเรยี ก
ดวยเปนไมท�าการหลวงเพอื่ สาธารณประโยชนท�านองเดียวกับท�าวดั
แลศาลา

เร่ืองท่ี ๙ มศิ เตอรฮิลลีก่ า� หนดวาจะขึ้นไปตรวจไมในมณฑล
พิศณโุ ลกในเร็วๆ น้ี เห็นวาเรือ่ งเกบ็ ภาษไี มที่จะเอาข้ึนเล่ือยหนเี หนอื
ดาน ใหมอบใหกรมการอ�าเภอในทองที่เก็บไดจะเปนการดี เพราะจะ
ตงั้ พนักงานไปเก็บก็เปลอื งโสหยุ ฉันบอกวาขาหลวงมณฑลพศิ ณุโลก

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 237


เขาก็ตองการเชนน้ีใหมิศเตอรฮลิ ล่ขี ึ้นไปพดู กับขาหลวงเถิดคงจะตกลง
กันได

เร่ืองท่ี ๑๐ มศิ เตอรฮลิ ลี่หารือวาแตเดมิ การจายเงนิ ใชจายท่ี
ดานภาษซี ุงนี้ เคยเอาเงนิ ที่ไดจายในตัว บัดน้ีไดรับคา� สั่งจากมศิ เตอร
สะเลด็ วาใหสงเงินรายไดแกคลังมณฑลนครสวรรคแลใหเบิกเงินราย
จายจากคลังมณฑลนครสวรรคเหมอื นกนั แตหาไดรบั การนัดหมาย
จากคลังมณฑลไม จะควรประการใด ฉนั ไดถามพนักงานคลงั วา
ยงั ไมไดรบั คา� สั่งจากกระทรวงพระคลงั จึงไดใหโทรเลขไปขอคา� สั่ง
กระทรวงพระคลงั โดยเรว็

เรื่องที่ ๑๑ มศิ เตอรฮิลลหี่ ารือวา ไมหลวงเวลาน้มี ีอยู ๗๖๐
ตนจะควรเอาออกจ�าหนายขายทอดตลาดไดหรือยัง ฉนั เหน็ วา ควร
จะรอไวอกี สัก ๒ เดือน เพราะบางทถี อยความทเี่ ขาจะเปนกันอยาง
เรอ่ื งจนี ลัม่ ซมั กบั พะโปยังจะมีอยู รบี ขายไปจะไมดขี างฝายเราประการ
หนง่ึ อีกประการหนง่ึ ถารอไวขายเมือ่ สิน้ ฤดูไมเหนอื ตก เหน็ วาจะได
ราคาดกี วาเดยี วน้ี เพราะไมเหลาน้ันอยูปากนา�้ โพแลว มิศเตอรฮลิ ลี่
เหน็ ชอบดวย

อนึง่ มศิ เตอรฮลิ ล่ไี ดท�าบาญชเี งินคาตอ แลเงินภาษไี มซึ่งเกบ็
มา ๖ เดือนในศก ๑๑๗ นี้มาใหดู จ�านวนเงนิ ขึ้นกวาศก ๑๑๖ คือ เงิน
คาตอเก็บได ๘๘๐๙๕ บาท มากกวาศก ๑๑๖ เงิน ๗๖๔๓๖ บาท
เงินภาษเี กบ็ ได ๑๑๑๐๓๘ บาท มากกวาปกอน ๖๒๕๔๕ บาท ไดสง
บาญชีลงมาดวยแลว

ลงเรือไฟจากที่ดานภาษีซุงขึ้นไปดูปากน้�าโพ เหนเปนที่
ประหลาดใจดวยความเจริญรวดเร็วสาหัต มีเรอื แพผคู นมากกวาเมือ่
ฉนั ไดขนึ้ มาเห็นเม่อื ศก ๑๑๑ สักเทาครงึ่ หรอื สองเทา ขากลบั ไดให
ลองนบั แพ แลเรอื ขนาดใหญคือ เรอื เขาแลเรือเปดซง่ึ จอดอยปู ากนา้�
โพทางแควใหญ ในเวลานี้มจี า� นวนแพ ๑๖๔ แพ เรือ ๕๙๐ ล�า แคว
นอยแลตลาดบนบกตางหาก เหตุความเจรญิ ดังน้ี เขาใจวาเพราะเขา

238 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ


ราคาดีเปนตน แลคนฉลาดหากนิ กวาแตกอน พวกเรอื เขาขึ้นมาจาก
กรงุ เทพฯ ไมถอไมแจวมาเองดังแตกอนสูจางเรอื ไฟลากถงึ ลา� ละ ๖๐
บาท ประสงคจะใหยนั เวลาคาขายไดมากเทย่ี วข้ึน ขางพวกเรือเมอื ง
เหนือก็ไมลงไปคาถึงกรงุ เทพฯ ดังแตกอนไปแลกเปลย่ี นคาขายกัน
ที่ปากน้�าโพยนเวลาลงไดดวยกนั อิกท้ังสองฝาย ปากนา้� โพจึงเปนท่ี
ประชมุ ใหญยงิ่ ขน้ึ กวาแตกอน พเิ คราะหดสู ินคาซง่ึ ออกรานขายกันตาม
ปากน้�าโพมากมายแลบริบรู ณยงิ่ กวาเมอื งใดใดในฝายเหนอื จะเวนอยู
ก็แตเมอื งอุตรดิฐ ซ่ึงไดขาววาเจริญย่ิงข้นึ กวาแตกอนมากเหมือนกัน

กลบั จากคูลา� นา้� ไดเลยขนึ้ ดูตลาดปากนา�้ โพ ตลาดน้กี เ็ จริญขึ้น
กวาแตกอนมาก มีตลาดเหนอื แลตลาดใตเปนสองตลาด แตไมมากมาย
เทาตลาดนา้� ไดพบมิศเตอรฮอกคนวลิ ันดาซง่ึ เกิดความกันเม่ือเรว็ ๆ
น้ี คอื เดิมกงสุลวิลันดาขอใบอนญุ าตใหมิศเตอรฮอกจ�าหนายสุรา
ตางประเทศท่ปี ากน้�าโพ กระทรวงพระคลงั วามีรานจา� หนายพอแลว
ไมยอมให กงสลุ วิลันดาไมยอม วาจะรองอุทธรณออกไปยังรฐั บาลของ
เขา การคดิ กนั อยูเพยี งนี้ กงสลุ วิลนั ดาอนุญาตใหมศิ เตอรฮอกน�าสุรา
ขนึ้ มาจา� หนายทง้ั ไมไดใบอนุญาต ผูวาราชการเมอื งโทรเลขลงไปขอ
ค�าส่ัง ไดโทรเลขสงั่ ขนึ้ มาใหเอาพลตระเวนไปก�ากบั อยาใหผูใดซอ้ื สรุ า
มิศเตอรฮอกความเดิมเปนดังน้ี ฉันขึ้นมาถงึ ปากน�้าโพคราวน้ี พอ
ข้ึนเดนิ ถนนกไ็ ดแลเหน็ ประกาศนายพลตระเวนปดไวหามไมใหผูใด
ไปซอื้ สุรามิศเตอรฮอกเดินไปถึงรานมศิ เตอรฮอกๆ ออกมารองขอ
บาระมเี ปนทพ่ี ่งึ ไดบอกวาการทม่ี าจา� หนายสุราโดยไมไดรับอนญุ าติ
ดังนี้ เปนการท�าผิดกฎหมายแลสัญญาจะโทษใคร มิศเตอรฮอกวา
รูแลวการท่ีทา� ผิดนี้ แตกงสุลเขาใหมา แลไดลงทุนรอนมาเปนอัน
มาก มาขัดของเชนนี้ไมรทู จี่ ะท�าประการใดใหพนความฉบิ หาย ขอให
ชวยสงเคราะหดวยเถดิ ฉนั ไดถามมิศเตอรฮลิ ลีอ่ ยแู ตกอนถึงคนๆ น้ี
มิศเตอรฮลิ ลีว่ าเปนคนซ่ือตรงแตอยูขางโงเขลา ไมเคยท�ามาคาขาย
มาแตกอน พเิ คราะหดกู ็เหน็ จรงิ ดวย ของที่เอาไปต้งั หางขายท่ปี ากน้�า

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 239


โพน้นั เปนของดีมรี าคาเกินภมู ปิ ระเทศโดยมาก เปนตนวาสรุ ากม็ แี ต
วิชกี จ�าเปน แกแรต เปนตน ของอยางอนื่ มีน้�าหอม ของกลกั แลบุหร่ี
ฝรง่ั อยางดีถงึ ๒๕ ตัวตอ ๓ บาทกม็ ีขาย ไมแลเหน็ วาจะขายแกผูใด
ไดหมด มิศเตอรฮิลล่กี ็เหน็ เชนนั้น ใชแตเทานี้ยังมเี รอื่ งตอไป เดิม
มศิ เตอรฮอกคนนแ้ี รกขนึ้ ไปถึง ไปขออาไศรยไปพระครูอยใู นทวี่ ัดวา
จะขายของตางๆ พอหาทไ่ี ดแลวจะยายไป ขางพระครมู คี วามกรณุ า
ยอมใหมิศเตอรฮอกปลูกโรงอาไศรยในทีว่ ดั คร้ันมากลายเปนโรงขาย
เหลา พระครกู ็รอนรนไมรทู ่จี ะท�าประการใด การเปนดังนี้ ออกนกึ มี
ความกรุณาทีม่ าวงิ วอนขอใหชวยสงเคราะห ประการหนึง่ คดิ เหน็ วา
สรุ าทม่ี ศิ เตอรฮอกนา� มาจา� หนายนเี้ พราะเปนสรุ าราคาแพง คงจะไมท�า
ใหเสียประโยชนของนายอากรสรุ านักประการหน่ึง แลทส่ี ดุ เห็นวา
การทีมาต้ังประชิดตงึ เครียดกันอยเู ชนน้ี ไมรวู าท่สี ุดจะลงเปนอยางไร
เห็นวาบางท่จี ะเปนความรอนใจไดบาง แลเมื่อคดิ ดูโดยทางยตุ ธิ รรม
เหน็ วาฝรั่งคนนี้ตงั้ ใจลงทนุ จะคาขายโดยสุจริตแตจะมาถงึ ความฉบิ หาย
เพราะนายไมดี ดูก็ควรจะไดรบั ความสงเคราะหดวยเหตผุ ลท้งั ปวง
ดงั ช้แี จงมานี้ จงึ ไดพูดจากับนายอากรสุราเปนการยนิ ยอมตกลงกนั
แลว ไดเรียกมิศเตอรฮอกมาช้ีแจงวา จะยอมรบั สงเคราะหขอใบอนุญาต
ให แตมิศเตอรฮอกตองยอมตามขอความตอไปน้ี คือ

๑ ตองเสยี คาใบอนญุ าตตามพระราชบัญญตั ิ
๒ ตองยอมใหผูแทนนายอากรสรุ าแลกรมการไปตรวจท�า
บาญชีสุราท่ีมศิ เตอรฮอกท�าขน้ึ มาไวในครง้ั นี้
๓ ตอไปในศกน้ี ถามิศเตอรฮอกจะเอาสุราขึน้ มาอิก ตองไป
บอกเจาภาษใี นกรงุ เทพฯ ใหท�าใบขนใหตามธรรมเนยี ม ถาหาไมนาย
อากรจะตองยดึ เอาสุราเหลานัน้ ไวหมด
๔ มิศเตอรฮอกตองออกจากท่ีวดั โดยเร็ว
๕ ตองเขาใจโดยชัดเจนวา การท่ีใหใบอนุญาตคร้งั นี้ใหดวย
ความกรณุ า มิใชใหดวยความยนิ ยอม วามิศเตอรฮอกมีอ�านาจควรจะ

240 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ


ไดใบอนุญาตดวยเหตุอยางใด ดังนี้ มศิ เตอรฮอกขอบใจ แลยนิ ยอม
ตามขอความเหลานน้ั ทกุ ขอ แตขอความกรณุ าโดยเฉภาะ แตขอทีจ่ ะ
ยายโรงไปจากทีว่ ัด ขอผัดพอเวลานา�้ ลดจะรบี ขนขวายโดยเต็มกา� ลงั
แลขอใหกา� หนดไววาไมเกนิ กวา ๖ เดอื นเปนอันตกลงตามนี้ ฉันเห็น
วาดีกวาปลอยใหคาราคาซงั ไว

ในเวลาเยนวันน้ี นายรอยคา� หลคี นเวียงจนั ทในบงั คบั ฝรงั่ เศส
ท่ีถูกปลนกระบือทนี่ ครสวรรคเขามาหาโดยนบนอบอยางคนของเรา
ท�าเรอ่ื งราวมาย่นื วาสืบไดความวา กระบอื กลางมีผยู กั ยอกไวอกิ ๒๖
กระบือแลนายอ�าเภอเขาพนมรอกสมรูเปนใจ ท�าตวั รูปพรรณให
พรรคพวกรับไป ไดซกั ถามมองค�าหลีวา จะนา� ผูบอกเลาทั้งนี้แลให
ไตสวนไดหรอื ไม มองค�าหลบี อกวาได แลวไปนา� ตวั ขนุ ขจร (อวม)
มา ไดซกั ถามขนุ ขจร (อวม) ชีแ้ จงสมค�ามองค�าหลี แลระบุชอื่ ผรู เู หน็
เปนหลกั ถานมีทางท่ีจะไตสวน จึงไดสัง่ ใหนายคดั พาตัวมองค�าหลแี ล
ขุนขจรออกไปไตสวนความเร่อื งนถี้ ึงทองท่ีเขาพนมรอก นายคดั คน
นีเ้ ปนคนกรุงเทพฯ เดิมเปนนายพลตระเวนแลวไปเปนขุนดาบศาล
กระทรวงยตุ ธิ รรม แลวตองออกดวยเหตอุ ยางใดอยางหน่ึง ไปฝาก
ตัวอยูกับเจาพระยาอภยั ราชาๆ เอามามอบหมายฝากฝงอิกช้ันหน่งึ
จงึ ไดมอบพระยาราชพงษาขึ้นมารับราชการในมณฑลนครสวรรค
พระยาราชพงษาต้ังใหเปนนายรอยตรีพลตระเวน จัดพลตระเวน
มณฑลนครสวรรค ทาทางเปนอยางพลตระเวนในกรุงเทพฯ กอน
คราวยาระดนิ ไปหมด เห็นเขามคี วามเสียใจเปนอยางย่งิ แตเปนการ
จา� เปนตองรอหลวงศลั วธิ านมาแกไข

เวลาค่�าพระครสู วรรควรนายกกบั พระครตู ้ัวเจาคะณะรอง
มาหา พระครสู วรรควรนายกนเี้ ดมิ อยูวัดเชิงไคร เดยี วนม้ี าอยูวัดเขา
นครสวรรค เพราะไฟไหมพระวิหารบนยอดเขา ชาวบานเรย่ี รายกนั
มอบเงนิ ใหพระครูจัดการปฏิสังขรณ ไดพดู ถึงเร่อื งโรงเรียนท่ีจะจัด
ไดความวามีโรงเรียนอยูแลวท้ัง ๒ วดั แลวาจะลองลงไปกรงุ เทพฯ ใน

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 241


การพระราชพิธีฉัตรมงคลในเร็วๆ นี้
เวลาเชาขามไปตรวจทจ่ี วนผูวาราชการเมอื งนครสวรรคเดิม

ตั้งทวี่ าการคนละฟากกบั ทีว่ าการมณฑลเดียวนยี้ ายไปรวมกบั ทีว่ าการ
มณฑล ท่วี าการเดิมคงเปนแตท่ีอยูของหลวงสมคั แตตรางยงั แยกอยู
ท่เี มืองตรางหน่ึง ทีย่ ังไมพอรวมกัน การที่จดั ตรางกย็ ังเปนอยางเกา
เหมอื นกบั ตรางมณฑล ผดิ ในแตเขายงั ไมไดใหนกั โทษกินทุกคน ได
สั่งขอใหแกไขใหเหมอื นกันกับตรางมณฑล ตรวจเมืองแลวเวลาเชา
๒ โมงคร่งึ ออกจากเมืองนครสวรรคจะแวะตรวจอ�าเภอเมืองซ่งึ ตงั้
อยูปากนา�้ โพ ทราบวานายอ�าเภอปวยมากจึงหาไดแวะไปตรวจไม
ไปแวะตรวจตออ�าเภอเชียงไกรซ่งึ ต้ังเหนือขึ้นมาแลไมมีประโยชน
อันใด ดวยยงั ไมไดจัดการลงแบบแผนอยางใด นอกจากเอานายอา� เภอ
ไปตง้ั ไว เปนดังน้ี เหมอื นกนั หมดทุกอา� เภอในเมอื งนครสวรรค เวลา
บาย ๕ โมงถึงบานชุมแสงพักนอนคืนหนึ่ง ยงุ ชุมเตมที่คนท่ีมาดวย
ไมไดนอนกันโดยมาก

วันที่ ๒๘ เปนวนั เพญเดือนสิบสองไดจดั ของเล้ยี งพระพรอม
ดวยทายกท่วี ดั ชุมแสง แลเห็นฝากฏุ วิ ัดนน้ั ช�ารดุ มาก จงึ ไดออกเงนิ
๖๐ บาทชวยปฏิสงั ขรณ พวกทายกทราบเขาพากันยินดชี วยกันออก
คนละมากบางนอยบางไดเงนิ เบจ็ เสร็จสัก ๓๐๐ บาทเล้ยี งพระแลว
ลงเรือไฟลองลงมาปากนา�้ เกยไชยแวะดูทศี่ าลเจาดวยไดยนิ ค�าเล่ืองลอื
มานานแลว วามศี ีศะจระเขใหญถึงยาวพาดขอ่ื ศาล จา� ไดวาพระยา
อภัยรณฤทธิท่ีถึงแกอสญั กรรมไดบอกเปนมน่ั เปนเหมาะ แตมีความ
เสยี ใจวาเดยี วน้ีหามีศศี ะจะเขโตทีศ่ าลนไ้ี ม เขาวาแตเดมิ มศี ศี ะจระเข
ใหญศีศะหนงึ่ ครั้นพระยาประภากรวงษข้นึ มาสงเสบยี งกองทับมาเอา
ลงไปเสีย แลเอาไปใหฝรั่งมงั คาตอไปเสียอกิ เปนจบกนั ในเรอ่ื งที่ศีศะ
จระเขท่ีเกยไชย ออกจากศาลเจาเกยไชยแวะดูวัดพระธาตใุ นลา� น้�า
เกยไชย เขาวาเปนวัดโบราณฯ จริงแตไมวเิ ศษอยางใด เวลา ๓ โมงเชา
ออกเรือจากบานชมุ แสง

242 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ


รวบรวมเน้ือเหน็ ในสวนเมืองนครสวรรค เห็นวาการทจ่ี ะตอง
จดั ยงั มมี าก แตไมยากอนั ใดขาดคนสกั ๒ คนหรือ ๓ คน คงจะคดิ วาง
การใหเรยี บรอยในเที่ยวนี้ ส�าคญั แตเร่อื งขาหลวงพิเศษ เพราะการ
ศาลเห็นยากกวาอยางอ่นื

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 243


สา� เนา รับวนั ท่ี ๒๕ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ทพี่ กั เมอื งลับแล

วนั ท่ี ๑๔ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๗
ถงึ พระยาศรสี หเทพ

ดวยเม่ือวนั ท่ี ๒๙ เวลา ๓ โมงเชาออกเรอื จากบานชุมแสง
แขวงเมืองนครสวรรคตอข้นึ มาถึงพรหมแดนเมอื งพิจิตร พบพระยา
เทพาธิบดีผวู าราชการเมอื งพจิ ิตรมาคอยรับอยูทพี่ รมแดน ตามระยะ
ทางข้ึนมาตอนนีพ้ บฝูงนกกระทุงชกุ ชมุ อยางไดมาเหน็ ในคราวกอน แต
ไมมากนับดวยลานเทาท่คี ลองสุเอด็ เวลาบาย ๒ โมงถึงที่พักบางบญุ นาค
พบพระยาศรีสุริยราชวรานุวตั รขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑลพิศณุโลก
มาคอยรบั อยูท่นี นั้ ไดขึ้นตรวจการอ�าเภอเมืองภมู ซงึ่ ตง้ั ทว่ี าการอยูที่
บางบญุ นาคนี้ หลวงศรีพไิ นยเปนนายอ�าเภอพงึ่ มาอยูใหม แบบแผน
ท่ีวาการอ�าเภอนท้ี า� เรยี บรอยทุกๆ อยาง หาท่ีติไมได ดีกวาทที่ �าไดใน
มณฑลอน่ื ๆ ทัง้ สิ้น ท่ีท�าดีโดยเฉภาะนัน้ คือ วธิ ที จ่ี ดในสมดุ ตรวจการ
เหน็ ไดวาตรวจถวนถ่ี จดความทต่ี รวจเหน็ เปนขอๆ และค�าสัง่ เปนขอๆ
ท�าใหกรมการอา� เภอเขาใจงายไดมาก แลยังมแี บบแผนอยางอ่ืนๆ ซ่งึ
พระยาศรสี ุริยราชวรานวุ ตั รไดคิดเพ่มิ เติมขึ้น นอกจากท่คี ิดมาใหแต
กระทรวงมหาดไทยอกิ หลายอยาง ในกระบวนท่จี ะจดถะเบยี นบาญ
ชที ค่ี วรรู จะถามเอาความรูอยางหน่งึ อยางใด เปนตนวา ในอา� เภอนัน้
ศกใด เงินอากรบอนเบี้ยเทาใด มบี าญชที ี่จะบอกไดทันทีตองขอคัด
แบบเหลานมี้ า เพือ่ จะตรวจแกไขใหทา� ในมณฑลอืน่ ๆ ใหทั่วกัน ที่ดี
อกิ อยางหนง่ึ คอื กระบวนเกบ็ หนังสอื ทา� เรยี บรอยไมเลวกวาในศาลา
กระทรวงมหาดไทยเลย จะเรียกดเู รือ่ งใดเม่อื ใดเปนไดทนั ที

อา� เภอมณฑลพศิ ณโุ ลกจดั เปนอยางเดยี วกนั กับอา� เภอเมืองภมู ิ
ทว่ี ามาแลวทุกอ�าเภอเหมือนกนั ทง้ั แบบแผนทีท่ �าไดเรยี บรอย เหมอื น
กันทงั้ รปู แลของท่กี ้นั ศาลาวาการ มเี คร่ืองใชเทากนั แลเหมอื นกนั จน
กระบวนท่ีต้ังโตะ ตู เกาอ้ี เพราะเหตฉุ นั้นเมือ่ พรรณนาในอา� เภอหนึง่

244 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ


แลว ไมจา� เปนตองพรรณนาในอ�าเภออื่นๆ อิกตอไป วาแตโดยยอก็
เปรียบเหมือนกับการที่หลอหลอมลงไดที่แลวทุกอ�าเภอ จะย่งิ หยอน
กวากันบางไมมากนกั

วนั ท่ี ๓๐ เวลาเชาโมงครง่ึ ออกเรือจากบญุ นาค ทน่ี ี้ทจี่ ริงเดมิ
เขาเรยี กวาบางข้นี าค ทหี ลังแกช่อื เรียกในค�าหลวงวาบางมลู นาค เดยี ว
น้กี ลายเปนบางบญุ นาคอยตู วั กันเพียงนี้ เปนที่มบี านชอง ดวยเปนทา
รบั สินคาเขาเมืองภมู ขนมาลงตรงน้ี สองฟากลา� น้�าเมืองพิจิตรเดียวน้ี
ดมู ีผูคนถางพงปลกู พรรณไมตางๆ มากขึ้น ไดความวามคี นปลูกยา
มากขน้ึ กวาแตกอน แลสังเกตเห็นกองฟนตามตล่งิ มชี มุ ดวยเดียวน้ี
ฟนเปนสินคาดีขายท้ังเรอื ไฟท่ขี ้นึ ลองแลสงลงไปจ�าหนายกรงุ เทพฯ
ฟนเปนสนิ คาใหญอยางหน่ึง ตั้งแตนครสวรรคข้นึ มาตามสองขางตล่ิง
ที่มีบานเห็นมีรั้วท�าดวยไมไผขางนาบานแลมีถนนริมนา้� เหมอื นกัน
ทุกๆ แหง รวั้ นีไ้ ดความวา เปนการทพ่ี ระยาศรีสุรยิ ราชวรานวุ ตั รให
กรมการอา� เภอแนะน�าใหราษฎรทา� ทุกแหง สวนถนนริมนา้� นัน้ มบี าน
ท่ใี ดกใ็ หมีถนนริมน�้า แตล�าน้า� ตอนเมืองพิจติ รเปนท่ีวางเปลาโดยมาก
จงึ ดมู เี ปนหยอมๆ ไมเสมอไป การท่ีบังคับใหราษฎรท�าร้วั บานเชนน้ี
ทา� นองเดียวกบั อยางวลิ ันดาจดั ในเกาะชะวาดกู ด็ ีอยู แตพระยาศรีสุริย
ราชวรานุวัตรวารั้วไมไผไมใครจะทน ถึงระดูนา�้ มกั จะพดั ใหเอนเอยี ง
ไป ตองซอมแซมทกุ ๆ ป คิดจะใหเปลย่ี นเปนปลูกตนไมรั้วแทน แต
ฉันเหน็ วาจะไมสา� เรจ็ ดวยตล่งิ แมน�้าทางนเ้ี ปนอาจณิ ไตยยอมงอกแล
พงั เปล่ยี นแปลงไปปละมากๆ เสมอ เห็นวาตนไมร้วั ไมทนั โตบางแหง
ก็จะพังลงนา�้ บางแหงทแ่ี ผนดินก็จะงอกลนออกไป เหน็ วาสูเปนร้ัว
ไมไผอยางก�ามะลอดังทุกวันน้ีไมได ถงึ ปก็บังคับใหราษฎรซอมแซม
เสยี คร้ังหนง่ึ ไมเปนการเดือดรอนอยางใด ไดแนะนา� แกพระยาศรสี ุรยิ
ราชวรานุวัตรดังนี้ เวลาบายถึงวดั คะมัง ทานพระครแู ดงเตรียมรับ
โดยแขงแรง ดวยวัดน้เี มอ่ื ข้นึ มาคราวกอนฉันไดเคยจอดนอนคืนหนงึ่
ไดคนุ เคยกบั พระครแู ลชาวบานคะมงั นี้ พวกชาวบานจะเกณฑใหคาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 245


อิกใหจงได ตองขอตวั ดวยระยะทางท่ีจะขนึ้ มายังไกล ออกเรือจาก
วัดคะมงั ข้ึนมาถึงเมืองพิจติ รเวลาทมุ ครึ่งค�่าเสยี แลว จะไปตรวจตรา
การสิง่ ใดไมได เปนแตไดสนทนากับพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรแล
พระยาเทพาธบิ ดแี ลพระครูวัดคะมังซ่ึงตามขนึ้ มาหาไดความวาบาน
เมอื งเดยี วนี้เรียบรอยเปนศขุ โจรผูรายสงบมแี ตลักเลก็ นอยมกั จะลกั
เรือมากกวาอยางอื่น เรื่องผูรายลกั เรือทเี่ มืองพจิ ิตรนี้ ฉันไดสงั เกต
เห็นแตเมื่อตรวจสา� เนารายงานประจ�าเดือนของนายอา� เภอเมอื งภูมิ
ในเดือนกนั ยายนมีถึง ๓ รายและตามไมไดเรอื ดวย ไตสวนไดความ
วาการลักเรอื น้ี มีแตในระดูนา�้ ทม่ี ีเรอื ไฟเดนิ แลมเี พียงต�าบลที่เรือ
ไฟเดินถงึ เหนือกวานนั้ ไมมี ตดิ ตามเรือกลางไมไดเลย จงึ เขาใจกันวา
เรือไฟท่เี ดินเมลคงจะรบั ลากเรอื ทโ่ี จรผูรายลกั พาหนีลงไปขางใตเพราะ
ขาลองแตเมอื งพิจิตรวันเดียวก็ถึงปากน้�าโพเปนการจบั ยากอยู ได
แนะน�าใหลองแตงโปลศิ จับลงเรือเมลดสู ักเดือนหน่ึงหรือ ๒ เดือน
เขาใจวาคงจะจบั ไดบาง

วนั ที่ ๓๑ ตุลาคมรับแขกกรมการแลวเดินไปตรวจถนนซึ่ง
พระยาเทพาธบิ ดีไดท�าทางริมนา�้ นาเมืองตลอด ดทู �าใหเมืองพิจิตร
ภูมิถานดขี ้ึน ฉันยังจ�าไดเมื่อข้นึ มาเมืองพิจิตรในศก ๑๑๑ ท่ีตรง
เมอื งพิจิตรน้ียังเปนปาพงอยโู ดยมาก มีแตโรงรานบานเรือนเล็กนอย
อยูริมตล่ิงไมกี่หลัง พระยาเทพาธิบดี (แจม) ผูวาราชการเมืองก็ลง
อยใู นเรือเหนือเพราะระดูแลงไฟปามักจะไหมพงตดิ ลกุ ลาม เคยไหม
เอาเยาเรอื นทุกๆ ป ตั้งแตพระยาเทพาธบิ ดี (อ่มิ ) คนน้ีขนึ้ มาวาราชการ
เมอื งดวยใจเปนทหาร ตง้ั นาถางพงสไู ฟมาแตแรก ถางจนทต่ี ั้งเมืองน้ี
เตยี นไปไดมาก ทา� ถนนรมิ ตล่งิ สายหนึ่ง ถนนสายในทางถนนนอกเขาไป
ประมาณ ๒ เสนอกิ สายหน่ึง ตวั พระยาเทพาเองก็เขาไปตง้ั บานเรอื น
อยูทีถ่ นนสายใน ดวยหวังจะเปนทายกนา� นากรมการใหเขาไปตง้ั บาน
สูพงอยูขางในบาง แตกรมการใจเปนพลเรือนยงั ไมมใี ครกลาออกไปอยู
ดวยสกั กีห่ ลังนัก แลยงั ไมแนวาจะมคี นออกไปตง้ั เยาเรอื นเตม็ ดงั ความ

246 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ


ประสงคของพระยาเทพาหรือไม แตอยางไรก็ดี การที่พระยาเทพา
รบพงมานี้มีผลท�าใหบริเวณท่ีตั้งเมืองพิจิตรหมดพงแลมีพรรณไม
อยางอ่นื ๆ ปลกู ลงแทนไมมาก ท้งั อคั คีไภยกห็ างไปกวาแตกอน พระยา
เทพาธบิ ดี (แจม) ถึงอนิจกรรมแตศก ๑๑๒ ศพยังไมไดเผาจนทกุ วัน
น้ี ญาตพิ ี่นองก็ระส�่าระสายไมปรากฏวาจะทา� การศพเมือ่ ใด ฉันได
ส่ังพระยาเทพาเปนเด็ดขาด ใหมีใบบอกขอศลิ านาเพลิงขึ้นมาเผา
ศพพระยาเทพาธิบดี (แจม) ในวันเดือนยี่ข้นึ สิบค่�าเวลาบาย ๔ โมง
อยาใหคลาศเคลอื่ นร้ังรอตอไป ถาญาติพ่ีนองคนใดจะท�าบญุ ใหทาน
ก็ใหมาทา� ตามกา� หนดน้ัน เพราะทุกวันนี้รฐั บาลกต็ องรกั ษาศพไวในโรง
แหงหนง่ึ อยางมวิ เซยี มรักษามมั มี่ ในเมืองอหิ ยบิ หาไดมีญาตพิ ่ีนอง
มานา� พาไม เหน็ วารฐั บาลมอี �านาจทจ่ี ะเผาไดตามอ�าเภอใจ เพราะ
ไมตองการจะเอาไปเขามิวเซยี มหรอื จะสงไปตางประเทศ

ไดไปตรวจตรางซึ่งจัดการแปลกกวาตรางมณฑลอนื่ ๆ แต
เพราะจัดอยางเดยี วกนั ทัง้ มณฑลอยางเดยี วกบั จดั อา� เภอ จึงจะของด
การพรรณนาไวไปกลาวตอเมอ่ื ตรวจคุกมณฑลพิศณุโลกทเี ดยี ว ตราง
เมืองพิจิตรน้ีมีนกั โทษ ๓๕ คน การเล้ียงดูดอี ยู ตรวจตรางแลวไป
ตรวจโรงเรยี นหลวงส�าหรับเมือง นายเปลยี่ นเปนอาจารยิ มนี กั เรียน
๖๕ คน ดูยังไมสูเรยี บรอยเพราะไมเขาใจจัดเร่ืองโรงเรียนนี้ ตองวา
ยังไมเขาใจจัดท่ัวมณฑลพิศณุโลก ในเบ้ืองตนฉันไดขอใหคิดยาย
โรงเรียนไปตั้งในวัดทุกๆ เมอื งตามทางที่จะโปรดใหกรมหม่ืนวชริ ญาณ
ทรงจดั ใหม สวนแบบแผนนน้ั โรงเรยี นเมืองพจิ ติ รนี้เปนแตสาขาของ
โรงเรียนเมืองพิศณุโลกย ตองรอไวแกที่พิศณุโลกย ซง่ึ เปนตนข้ัว
ท่ีเดียว ออกจากโรงเรยี นเดินตามถนนสายในมาตรวจทวี่ าการเมือง
ต้ังอยทู ่ศี าลากลางเดมิ ซง่ึ พระยาเทพาธบิ ดี (แจม) ร้อื มาแตเมอื งพิจิตร
เกา ไดเห็นของปลาศทศ่ี าลากลางนี้อยางหน่ึง คือมีไมท�าเปนวงกลม
กวางสัก ๑๔ นวิ้ สลกั ปดทองเปนลายรูปพระมหามงกฎุ มีฉัตรอยาง
ตราเงินเหรยี ญบาทรชั กาลท่ี ๔ แผนหนึ่ง รูปชางอยูในวงจกั รอยาง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 247


ดานหลงั เหรยี ญบาทน้ันแผนหนึ่ง เปนรูปราชสีหจ�าลองลายตราพระ
ราชสหี ใหญแผนหนึ่งติดไวท่ีจว่ั ขางใน เม่ือฉันแวะทเี่ มืองพรหมก็ได
เหน็ ตราอยางน้ี แตมลี ายพระราชสหี แผนเดยี วติดไวทีศ่ าลากลางเดมิ
สบื ถามทเ่ี มอื งพรหมก็ไมไดความ วาใครทา� แลติดมาแตคร้ังไร ครัน้ มา
เหน็ ท่เี มอื งพจิ ิตรถงึ ๓ แผนกเ็ ปนท่ปี ลาศใจ ไดความจากพระยาศรีสุริย
ราชวรานวุ ัตรซง่ึ ไดทราบจากคา� บอกเลาตอมา วาเมื่อในรชั กาลท่ี ๔
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยหู ัวพระราชทานเงนิ ใหสรางศาลา
กลางเมอื งละ ๑๐ ชงั่ แลศาลากลางเมอื งพิจติ รนี้ไดสรางแตครงั้ นัน้ จงึ
มตี ราแผนดนิ ตดิ มาเปนส�าคัญ เหน็ เปนการถูกตองดงั นแ้ี น พิเคราะห
ดูลายสลกั ทงั้ ๓ แผนท�าดี มใิ ชฝมอื บานนอกทั้งทไี่ ดเหน็ มเี หมอื นกนั ท่ี
เมอื งพรหมดวย จึงเขาใจไดเปนแนวาเปนของทีท่ �าพระราชทานมาแต
กรุงเทพฯ ดวยกระแสพระราชดา� ริห คิดดูเปนปณหาธรรมแปลไดเปน
๒ ไนย คอื ไนย ๑ ตราพระมหามงกุฎ แปลวาพระเจาแผนดนิ ตราชาง
แปลวากรุงสยาม ตราพระราชสีหแปลวากระทรวงมหาดไทยซ่ึงเปน
ผูรบั พระบรมราชโองการ บังคบั บญั ชาหัวเมืองนั้นแปลไดอยางหน่งึ จะ
แปลวาตราพระมหามงกฎุ แลตราชางเปนตราเงนิ บาทในรัชกาลท่ี ๔
พระราชทานใหตราพระราชสีหเปนผจู ัดการท�าศาลากลางก็ไดอิกไนย
หนงึ่ หรืออิกไนยหน่งึ จะเอาตราพระราชสหี ขนึ้ นา แปลวา พระราชสหี
ไมจดั ใหมีศาลากลางในบานเมอื งตามสมควร พระเจาแผนดนิ ในรชั กาล
ท่ี ๔ จึงพระราชทานเงินบาทมาใหท�าเชนน้ีก็แปลได บางทจี ะเปน
ของพระราชทานในคร้ังเมื่อเสดจ็ พิศณุโลก ฉนั ไดสั่งใหแกะตราทงั้
๓ นีอ้ อกเสยี จากจ่ัวเอาท�าเปนกรอบหรืออยางไรไว เพ่อื ใหตงั้ หรอื ตดิ
ไวในศาลากลาง เวลาท่ีมเี หตฟุ นไฟจะไดพาหนีไดงายๆ หาไมเกิดไฟ
จะไหมสูญเสยี แลไดสง่ั ใหจา� ลองสงไปติดในศาลาวาการกระทรวง
มหาดไทยดวยส�ารบั หน่งึ ทวี่ าการเมอื งจดั การเปนแพนกเรียบรอยตาม
ขอบงั คับลกั ษณปกครองเมือง แตตวั ศาลาวาการยังคับแคบไมภอตั้ง
ศาลกย็ ังตองอาไศรยอยูในศาลากลางหลังน้ดี วย แตศาลน้ันขาหลวง

248 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


พเิ ศษไดลางถอยความทีค่ ง่ั คางเกาหมดไป ยังเหลือความคางพิจารณา
ในเวลานเี้ พยี ง ๘ เรื่อง แตใน ๘ เรื่องนี้ไดเหน็ บาญชีปดกา� หนดนัด
วันไวในศาลเปนระเบยี บ แนนอนถูกตองตามลกั ษณะพจิ ารณาดีอยู
กระบวนการในคราวนี้ คงจะไมคัง่ คางมาก เพราะพน้ื เดิมความไมใคร
มมี ากนัก แตฉันไดนึกสงสัยวาการตัดสนิ ยงั สูศาลกรุงเกาไมได ได
สังเกตเห็นในเมืองพิจิตรนเ้ี ร่ืองหน่ึง คือ ญวนเขารีตคนหน่งึ ชอื่ สา� อาง
ตองตดิ ตรางเรงพนิ ยั ท�าเรื่องราวยนื่ รองทกุ ข ไตสวนไดความวาญวน
ส�าอางน้ฆี าหมเู ซนเจาในเวลาตรษุ จนี หาไดขออนญุ าตตอเจาภาษีหมู
ไม ขาหลวงพิเศษตัดสินใหญวนสา� อางตองเสยี เงินถงึ ๙๐ บาท เหน็
วาแรงเหลือเกนิ นัก ไดความวาเจาภาษกี ไ็ มติดใจเอาสนิ ไหม และญวน
ส�าอางก็ไดติดมากวาเดือนหนึ่งแลว จงึ ไดยกโทษใหโดยทางกรุณา
ปลอยใหพนโทษไป แตไดพบคา� ตดั สินเชนนี้แตเรอื่ งเดียว ท้ังเวลาน้ี
ขาหลวงพิเศษไดลางความอยูท่ีเมืองสวรรคโลกย ไมไดไปแลเห็นดวย
ตาตนเองวาเขาท�ากันอยางไร เพราะเหตฉุ น้ันจะยืนยันวาตัดสินไมดี
มากมายอยางไรน้ันไมได แตฟงดูตามเสียงพระและราษฎรอยขู างจะ
พอใจในการที่มีขาหลวงพิเศษมาจดั การน้ีมากอยู ออกจากที่วาการ
เมืองไปตรวจดทู ซ่ี ่งึ วาจะทา� ตลาดใหมขางเหนือเมือง เดิมตลาดแล
โรงบอนตั้งอยูที่หมูบานจีนเหนือเมืองข้ึนไปอิกคุงหนึ่ง พระยาศรี
สุริยราชวรานุวัตรคิดจะใหยายลงมาเพ่ือจะใหเมอื งครึกคร้นื ข้ึน แต
ยังกา� ลงั หาคนรับทา� อยู พระยาพิจิตรเดิมคิดจะหาหุนในกรมการท�า
แตเหน็ เปนการขัดของตอขอบังคับจงึ ไดหามเสยี ตรวจตลาดแลวไป
ตรวจท่วี าการเมือง ซ่งึ หลวงนรนิ ทรเปนนายอ�าเภอแลวจึงกลบั ลงเรือ

ท่เี มืองพจิ ิตรนีม้ ีราษฎรเปนอนั มาก ยนื่ เรื่องราวรองทุกขวา
ตองกะเกณฑใชสอยราชการตางๆ ปละหลายๆ คร้งั ไมเปนอันท�ามา
หากินไดความเดอื ดรอนนัก เร่อื งกะเกณฑนไ้ี ดความจากพระยาศรี
สุรยิ ราชวรานวุ ัตรวา ทมี่ ีคนรองในเมืองพจิ ิตรมาก เพราะแตเดิม
พระยาเทพาธิบดีไมท�าการท�านบุ �ารุงบานเมอื งอยางหน่งึ อยางใดน่ัง

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 249


ต้ังนาแตเอาอกเอาใจผูคนท่ัวไปจนอ�าเภอก็ไมมที ี่ท�าการ ในเมอื งเอง
กไ็ มมสี ถานอยางหน่งึ อยางใดซงึ่ สมควรแกราชการยังเลวทรามผดิ กวา
หัวเมอื งอ่ืนๆ ในมณฑลเปนอันมาก เมือ่ พระยาศรสี รุ ิยราชวรานุวัตร
กลบั จากตามเสด็จออกตรวจตามหัวเมืองในมณฑล จงึ ไดตดั พอพระยา
เทพา วาถาจะนัง่ เฉยอยูเชนนี้ พระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานวุ ัตรเหน็ จะตอง
ลงมาเปนเจาเมืองเองเทานี้ พระยาพจิ ิตรก็ตกใจลงมือกะเกณฑท�า
การจะใหเรียบรอยอยางเมืองอนื่ ๆ เขาทา� กนั มากกวา ๒ ป เมอื งน้จี ะรบี
ท�าใหทันเมืองอืน่ ราษฎรจึงรูสึกความหนักมากกวาเมอื งอื่น การเร่อื ง
นไ้ี ดจดั การแกไขประการใด จะช้ีแจงในตอนรายงานเมืองพศิ ณโุ ลก
เพราะเปนเรอื่ งติดตอตลอดไปจนเมอื งน้ัน

เวลา ๓ โมงเชาออกเรือจากเมอื งพิจิตรสังเกตดุ ูขางเหนือ
เมอื งตามรมิ น�้าเดยี วน้ี มีพวกจีนไปตัง้ เร่อื ยไมตอเรอื ขายชุกชุม เพราะ
การคาขายทางนีเ้ จรญิ ขึน้ มาก

เมื่อรวบรวมเนือ้ เหน็ ซง่ึ ไดตรวจการเมอื งพจิ ิตร ถาจะเทยี บกับ
เมอ่ื ไดตรวจในศก ๑๑๑ ความเจรญิ เรียบรอยในการทกุ ๆ อยาง เฉภาะ
ในการเรอื่ งโจรผูรายซ่งึ มีชกุ ชมุ ในคร้ังนั้น ท้งั การถอยความในโรงศาล
ซ่ึงราษฎรพากันรองทุกขวาไดรับความกดข่ีเดือดรอนตางๆ ในครัง้
น้ันเปนอันมาก ตลอดจนการคาขาย ก็แลเห็นความเจรญิ รงุ เรืองขน้ึ
กวาแตกอน นับไดวาเมืองพิจติ รดขี น้ึ กวากอนหลายเทา แตคา� ทีว่ านี้
ก็จะเชื่ออยู แตคนที่ไดรูเห็นพ้นื เมืองแลการเมืองพิจิตรแตกอนวา
เปนอยางไร ถาหากไมใชคนทเี่ คยรเู หน็ เชนนน้ั กน็ าท่ีจะหวั เราะเยาะ
ใหวาเชดิ ชเู หลือเกนิ เพราะเมอื งพิจิตรนีพ้ นื้ เมอื งเปนทล่ี ุมเตม็ ไปดวย
ปาพง บานชองก็หรอมแหรมยากท่ีจะรูไดวาเปนบานเปนเมอื งมา
แตไรๆ ท้งั ยงุ กช็ มุ เปนท่สี ุด ถาใครขนึ้ มาแปลกๆ หนาถูกยงุ กดั แตสัก
คนื เดยี วก็แทบจะเลยเกลียดชังเมืองพจิ ิตรสาปสนั สงไปแตวันน้นั

250 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


สา� เนา รบั วันท่ี ๒๕ พฤศจิกายน รัตนโกสนิ ทรศก ๑๑๗
ที่พกั เมอื งลับแล

วนั ท่ี ๑๔ เดอื นพฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๑๗
ถึง พระยาศรสี หเทพ

ดวยเมื่อวันท่ี ๓๑ ตุลาคมออกเรือจากเมืองพิจิตรข้นึ มาถึง
พรมแดนเมอื งพศิ ณโุ ลก พบพระยาไชยบรู ณ ปลัดผูวาราชการเมือง
พิศณุโลกมาคอยรบั อยู แลนเรอื ตอมาเวลาบาย ๕ โมงถงึ ที่พักเหนอื
คลองปางพงิ หยุดพกั คืนหน่งึ คลองปางพิงเวลาน้ยี งั มีน�้าไหลมาจาก
ล�าน้�ายมเชีย่ วจัด แตแคบเรือใหญไปไมได เพราะสองขางตลง่ิ เปน
พงงอกออกมาโดยมาก คลองพิงนใ้ี นฤดูนา้� เรือแพทางเมอื งสวรรคโลกย
ศโุ ขไทย อาไศรยเดินเสมอ เพราะระยะเพียง ๒๐๐ เสนกอ็ อกล�าน้�า
พิศณโุ ลกซ่ึงเปนล�าน�้าใหญไปมาไดสดวก แตใชคลองพงิ ไดเพยี งปหน่ึง
ไมเกนิ ๓ เดือน นา้� ลดเรือก็เดนิ ไมได พระยารณไชยชาญยุทธไดเรย่ี ราย
ขุดคร้ังหนึ่ง พอเรือเดินไดสดวกขึ้นหนอยหนึ่ง ก็กลับต้ืนไปมาก
ไมเปนถาวรประโยชน แตคลองนเี้ ปนคลองส�าคัญจ�าเปนจะตองขดุ
แตตองหาอนิ เยอรเนียฝรง่ั ข้ึนมาตรวจจึงจะได ถาขุดใหดนี ้�ายมคงจะ
ไหลมารวมลงล�าน้�าพศิ ณุโลก ทป่ี ากพิงนี้ การคาขายหัวเมืองขาง
เหนือจะดีมากขึ้น เพราะทกุ วันน้ีเมืองสวรรคโลก ศุโขไทย ก�าลัง
เจรญิ แตถึงฤดูแลงเหมือนกับกงั ขังไว ใชเรือบนั ทกุ สนิ คาไปมาไมได
เลย เรอื่ งขุดคลองพงิ น้ี เปนการโยธาทแี่ ทอยางส�าคญั อยางหนงึ่ ควร
จะขอใหพระยาเทเวศรจดลงสมดุ ปกเกตบกุ ไว

วนั ที่ ๑ เดอื นพฤศจิกายน เวลาเชาโมงครงึ่ ออกเรอื จากปาก
พงิ สังเกตดูสองฟากล�าน้�าขึ้นมาตอนน้ี เปนทด่ี อนไมใครจะมีพง
ราษฎรต้ังบานเรือนหนาแนนขึ้นท้ังสองฟาก ท�าเรือกสวนโดยมาก
แลดูร้ัวบานยาวงามดี เวลาเทย่ี งเศษถึงเมอื งพศิ ณุโลก มกี ารริเซบช่ัน
อยางโกหรานคือ ปลูกเปนโรงประชุมทต่ี รงทาขนึ้ เวลาเรอื มาถงึ กรม
การกา� นันผใู หญบานพอคาจนี ไทยข้ึนตามรายตล่งิ สองขางโรงประชมุ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 251


โหรบั ๓ ลา เวลาฉันข้นึ บกพวกผรู ับรองเหลาน้นั เขายืนในปรา� จนี ฝาย
หนึ่ง ไทยฝายหนงึ่ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรอานแอดเดรสมขี อความ
ดงั ส�าเนาซ่งึ ไดสงมาใหทราบ ฉันไดกลาวตอบแสดงความยนิ ดีทไี่ ดขน้ึ
มาถึงมณฑลพศิ ณโุ ลกอิกครงั้ หนึ่ง แลไดมาเหน็ บานเมอื งเจริญรงุ เรือง
ข้ึนกวาทไ่ี ดมาในคราวกอนเปนอันมาก จะไดนา� รายงานทั้งน้กี ราบ
บังคมทูลแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ใหทรงทราบฝาลอองธุลี
พระบาท ฉนั เช่ือเปนแนวา เมื่อไดทรงทราบวาขาราชการแลพอคา
ประชาชนทั้งหลายไดชวยกันทะนุบ�ารุงบานเมอื งใหเจรญิ ข้ึนไดดังนี้
คงจะทรงโสรมนัศยินดีเปนอันมาก เมื่อการกลาวสุนทรคาถาเสร็จ
แลว พระยาศรสี รุ ิยราชวรานวุ ัตรไดนา� ขาหลวงแลผวู าราชการหัวเมอื ง
ท่มี าคอยรบั อยทู นี่ ่ี คอื พระยารณไชยชาญยุทธ ขาหลวงพเิ ศษจัดศาล
ยุตธิ รรม พระยาศรธี รรมศกุ ราช ผูวาราชการเมืองศุโขไทย พระยาวิชติ ร
ภักดี ผูวาราชการเมอื งสวรรคโลก พระยาอุดรกจิ พจิ ารณ ผวู าราชการ
เมอื งพิชยั พระยาเทพาธบิ ดี ผูวาราชการเมอื งพจิ ติ ร แลพระยาไชย
บรู ณ ปลัดผูวาราชการเมืองพศิ ณุโลก ตอนั้นถึงขาหลวงรองแลกรม
การเมืองกรมการอ�าเภอ ก�านนั ผใู หญบาน พอคาจีนไทยไดเดินผาน
ขานชื่อทั่วกันทกุ คน การรเี ซบช่ันเชนน้ี ไดมีทุกๆ เสียงที่ผานมาใน
มณฑลพิศณุโลก แตเปนอยางสังเขปไมมีแอดเดรสแลผูคนไมมาก
เหมือนทีม่ ณฑลพิศณุโลกไดสังเกตเห็นตัวคนทรี่ บั ราชการในมณฑล
พศิ ณโุ ลกในชน้ั ผูนอยต้ังแตขาหลวงรองลงมาจนกรมการอา� เภอ ดจู ะ
มีคนดีใชมาก แตงเน้อื แตงตัวหมดจด ทาทางคลองแคลว ที่ไดพบปะ
ไตถามจากงานมักจะเขาในหนาท่ีของตัวชดั เจนไมใครเวนแตละคน
เขาใจวาการฝกหดั ผูคน ผคู นรับราชการในมณฑลน้นี าจะเยี่ยมกวา
มณฑลอนื่ ๆ ในเวลาน้ี ไดลองถามพระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานวุ ตั รเหนวา
แมการตอไปตา� แหนงผูวาราชการเมอื งในมณฑลน้จี ะวางลง แทบจะ
พอหาคนในมณฑลเปนผวู าราชการเมอื งได ไมตองไปขวนขวายขอรอง
มาแตที่อื่น ตัวผูวาราชการเมืองตางๆ ในมณฑลพศิ ณุโลกในเวลาน้ี

252 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ


ขยบั จะเปนรองกรมการชน้ั ท่ีขึน้ ใหมเสยี อกี คา� ทวี่ านี้ดนู าจะเปนความ
จริง เพราะคนชั้นสูงอายแุ ลไดฝกหัดการอยางใหมเสยี อกิ มกั จะคอน
ขางเทื้อก�าลังแลความสามารถวิ่งไมใครทนั การที่เดิน สคู นที่หนุมๆ
ไมไดเปนดงั นแ้ี ทบท่วั ไปทุกมณฑล ไมแตมณฑลพิศณุโลก แตกระนน้ั
ก็ดี ที่จะอุนใจวามคี นดีมากอยางไรไร การคงจะยัง่ ยืนอยไู ดนั้นยังไวใจ
ไมไดเลย ถาจะวาย่ิงกด็ ยู ่ิงแลเหนไปอยางหนง่ึ เหนวาการยังอาไศรย
ในตัวพระยาศรีสรุ ิยราชวรานวุ ัตรย่ิงกวาอยางอืน่ ถาผลดั เปลี่ยนจะ
ทา� ใหยงุ เหยงิ ไดมาก ยิ่งมคี นดมี ากคนดเี หลานน้ั เองถาผูขบั ข่ีไมแขงแรง
ถึงคนเดิม กย็ ิ่งจะเกะกะระรานท�าใหเกิดความลา� บากไดยง่ิ กวามแี ต
คนโงๆ

เสรจ็ การริเซบชั่นแลว ไปนมัสการพระชนิ ราช การที่ข้ึนมา
เมืองเหนือ มีความจริงที่ปลาดอยางหน่ึง ดวยระยะทางไกลไมมีที่
สนกุ ท่ีสนานนาเพลดิ เพลนิ อยางใดในระยะทาง ท้งั ยงุ กช็ ุมออกเหนด็
เหน่ือยเบื่อหนายในเวลามาตามทางไมใครเวนตะละคน คร้ันมาถึง
เมืองพิศณุโลกพอไดไปแลเหนพระชนิ ราชกบ็ ังเกดิ ความปติยินดีลืม
ความลา� บาก เหน็ คมุ คาเหน็จเหน่ือยไดในขณะน้ัน ไดไตถามความ
เหนเปนเชนน้ันทุกคน คนโบราณที่ใหอยางสรางวิหารพระชนิ ราช
เปนคนเขาใจการชางนับวาเปนอยางอังกฤษ วิหารนตี้ ้ังใจทา� ใหมืด
ไมมนี าตาง แมฝาผนงั ดานหลังพระชนิ ราชกเ็ อาสดี �าทาเสียใหมืด มี
แตประตูใหญขางนาวิหารเปดใหแสงสวางเขาตรงนาพระชนิ ราชทาง
เดียว เวลาคนเดินยางประตูเขาไปในวิหาร แลดูที่ทัง้ ปวงมดื ไมเหน
อะไรรอบตวั เหนแตพระชินราช เปนทองอรามลอยอยูในทีม่ ืดพระองค
เดียวแทบตกตลงึ ถึงขนลุกขนพองดวยความย�าเกรง ครั้นเขาไปใกล
ถึงทน่ี มสั การนัง่ ลงแลดูเหมอื นหน่ึงพระชินราชย้มิ รบั ดวยเงาแสงสวาง
สองพอเหมาะเหนเปนเชนนั้น กระทา� ใหบงั เกิดความปติทราบซานจน
ไมอยากทจ่ี ะกลับออกมาหรือแมแตจะทอดสายตาไปทอ่ี ่ืน เปนความ
จริงที่ไดปรากฏแกฉันต้งั แตเทย่ี วกอน แลเช่ือวาพระยาศรคี งจะจ�าได

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 253


เหมือนกัน แตวหิ ารท�าไวมืดเชนนั้นมที เ่ี สียอยูดวยคั้งคาวเขาไปอาไศรย
พาใหเปอนเปรอะ เมื่อพระยาศรีสรุ ยิ ราชวรานุวตั รมาจัดการมณฑล
ไดเรย่ี รายทายกท�าการปฏิสังขรณพระวิหาร พระยาศรสี รุ ยิ ราชวรา
นวุ ัตรหาไดเคยสังเกตความงามของพระชินราชอยางท่ีฉันวาไม จะ
ท�าวหิ ารใหสอาดจงึ คิดเปดหลงั คาตดิ ชองกระจกทุกๆ หองท�าใหสวาง
เปนปรกติอยางวิหารท่ีมหี นาตางรอบตัว แลปฏิสังขรณภายในพระ
วหิ ารเรยี บรอยทวั่ ไป แตแลดพู ระชนิ ราชหางามถงึ ท่ีเคยแลเหนในเวลา
ทีม่ ดื ไม เกดิ ปณหากนั ดวยขอน้ี เพอื่ จะทดลองใหเหนจรงิ ฉันไดขอให
เอาผาหนาๆ ขนึ้ ไปปดชองกระจกใหหมดใหมืดดงั แตกอน พระยาศรี
สุริยราชวรานุวัตรแลใครใครเขาไปเหนในเวลาวหิ ารมดื ออกปากยอม
โดยทันทวี า จรงิ อยางทีฉ่ นั วา แตเปนการทีไ่ ดแกแลว แลก็มปี ระโยชน
อยูทท่ี า� ใหวิหารสอาดขน้ึ จะส่ังใหปดใหมดื เสยี อยางเดิมกเ็ หนไมควร
เพราะผูคนทางขางเหนือท่ีจะดูอยางสงู อยางเราดูก็ไมมีกี่คน จึงให
คงเปนชองกระจกไว แตขอใหท�ามานรูดตดิ ไวทเ่ี พดานตรงชองกระจก
อยางในโรงชักรูป ส�าหรับมีผูใดท่ีตาสูงๆ มาจะไดปดใหดเู วลามืด
ดวยเหตุนพี้ ระชนิ ราชในเวลาน้ไี ปดูในเวลากลางวนั งามสไู ปในเวลา
กลางคนื ไมได

บริเวณวัดพระชนิ ราชเวลานี้ ขางนาวดั ท�ากา� แพงมรี ้วั ไมโปรง
ข้นึ ใหม แลลานวัดตกแตงเปนสวนสา� หรบั ประชุมเลนเวลาเยน เชน
การเล้ียงน้�าชาเปนตน ขางหลังวดั ถางเตยี นตลอด พระระเบียงสอง
ชัน้ นัน้ ยังคงเหลือแตดานนา อีกสามดานหกั พงั หมด แตการซอมแซม
มเี งินคาพระโยมสงฆพระราชทานพระบรมราชานุญาตไวใหใชในการ
ซอมวัดมหาธาตปุ ระมาณ ๖๐ ชัง่ ใชเงินรายนี้คอยซอมแซมไปคงจะ
สา� เรจ็ วหิ ารพระชนิ ศรี วหิ ารพระสาศดา ดูเหมอื นจะปฏสิ งั ขรณขนึ้
ในสมัยรัชการท่ี ๔ ผนังทา� แลวตวั ไมก็มบี างแตยังไมส�าเร็จ ประมาณ
เงนิ ราวสัก ๒๐๐ ชงั่ จะท�าแลวทั้งสองหลงั หลวงพพิ ธิ ภัณฑวจิ ารณ
ยงั เกดิ ความเลื่อมไสย วาจะรับลงทุนซอมวหิ ารท้งั ๒ หลงั นี้ วหิ ารพระ

254 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ


อฐั ารถ เปนวิหารใหญโตหกั พังหมด คิดเงนิ ทจ่ี ะทา� ไมตา่� กวา ๓๐๐ ชั่ง
จึงจะท�าได เปนการคิดอยู พระมหาธาตนุ ั้นพอจะซอมแซมได เพราเปน
แตการอิฐปูนซอมแซมใหดีอยางเดิม ถาหากไมหุมดีบุกประมาณดู
เงนิ จะไมกวา ๑๐๐ ช่ังนกั เหนวาถาคดิ เรี่ยรายใหดคี งจะไดเงนิ พอ
ปฏิสังขรณไดแนะน�าแกพระปรากรมมุนี ใหคิดประฏิสังขรณพระ
มหาธาตุโดยอุบายการที่ท�านน้ั ใหคิดนัง่ รานข้นึ ใหถึงยอดใหพรอม
เสร็จเสียกอนแลวเรี่ยรายไดเงินเทาใด ก็ใหซอมแซมยอดลงมา ซอม
แลวเทาใด กใ็ หรื้อนั่งรานลงมาเสยี นั้น เหนวาน่งั รานคงจะเปนเครื่อง
เตอื นใจใหคนเกดิ ความเลือ่ มไสยศรทั ธาบริจาคทรัพยเขาเร่ียรายซอม
พระมหาธาตนุ ใ้ี หส�าเร็จได

วัดมหาธาตนุ ี้ มีวดั อน่ื สรางตดิ เนืองเปนอปุ จานอันเดียวกนั อิก
สองวัด เรียกวาวดั ราชบูรณวดั หน่ึง วดั นางพระยาวัดหน่งึ แตวดั นาง
พระยาไมมีอุโบสถ อาไศรยอโุ บสถวดั ราชบรู ณ ใหนึกเขาใจวาวัดสอง
วัดน้ี วดั ราชบรู ณคงจะเปนวัดของพระมหาธรรมราชาสราง และวัด
นางพระยานัน้ คงจะเปนวดั ของพระวสิ ุทธกระษัตริยสรางเหมือนกัน
เพราะดูเขาเรื่องเขารอยดี ไมมีวัดอื่นทใ่ี กลวัดมหาธาตุนอกจากสอง
วัดน้ี

เวลาบายออกเดินตรวจทองท่ีเมืองพิศณุโลกๆ ในเวลานี้ที่
จะเปรียบกับเมืองพิศณุโลกเม่ือขึ้นมาในศก ๑๑๑ น้ันเปรียบไมได
อุประมาเหมือนกับจะเอาของที่มีกล่ินเหมนไปเปรียบกับของท่ีมี
กล่นิ หอนฉนัน้ เม่ือศก ๑๑๑ ยงั จา� ไดวาเมอื งพศิ ณโุ ลกนี้แทบจะตอง
เรียกวาเมืองราง ไดเหนเรือนฝากระดานหลังโตโตแลเรือกสวนท่ี
เจาของอพยบไปอยูเมืองอื่นท้งิ ไวใหลางกม็ ี มาในบัดน้สี องฟากแมนา�้
ถนนปกเสาโคมไฟในเวลากลางคนื ตลอด ขาดแตยงั ไมมีรถใชตามถนน
แลเสียอยูอีกอยางหน่ึงท่ีขาราชการ ตง้ั แตตัวพระยาศรีสุริยราชวรา
นุวตั รเองชอบอยแู พ ยงั ไมใครสรางบานเรอื นอยูบนบกพวงแพท�ากัน
งามๆ มากดีกวาแพในกรุงเทพฯ แตบนบกยังเปนเรือนไมไผแลไม

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 255


กระยาเลอยอยูโดยมาก กา� ลังทา� การกอสรางเมืองพิศณุโลกทเ่ี ปนอยู
ทุกวนั นี้ ดังจะพรรณนาตอไปนี้ คือ ฝงตวนั ตกมมุ เหนอื ตอนใตเปนที่
อยูพระยาไชยบูรณตัวอยูแพ บนบกเปนแตเรือนโรงอยางก�ามะลอ
ตอข้นึ มาถึงเรือนของหลวงสรางดวยไมจริง เปนท่ีอยขู องขาหลวงรอง
๑ หลงั ตอขนึ้ มาถงึ กลับทา� เปนเรือนฝาจากเสาไมจริงมโี ตะบิเลียด
สองโตะ ตอมาขึน้ มาถึงศาลทา� ดวยเคร่ืองไมจริงตามแบบทส่ี งมาแต
กรุงเทพฯ กา� ลงั ทา� อยยู ังไมแลว ตอขึ้นมาถงึ ทว่ี าการมณฑลปลกู ตาม
แบบกรงุ เทพฯ ท�าดวยเครอื่ งไมจรงิ ยงั ไมแลว ตอข้นึ มาถงึ บานขาหลวง
เทศาภิบาลกะทไ่ี วแลวยงั ไมไดลงมือทา� ตอขนึ้ มาถึงทว่ี าการอา� เภอ
เมอื ง สถานท่ีตางตางท่ีท�าแลวแลกะวาจะทา� ทางฝงตวนั ตกนี้ ต้งั หาง
ถนนรมิ นา้� ลกึ เขาไปประมาณ ๒ เสนเพอ่ื จะไวลานขางนาทา� เปนสวน
แลสนาม เปนความคดิ ดอี ยู ขางฝงตวันออกมุมเมืองตอนเหนือเปน
โรงสุรา ตอลงมาโรงบอน ตอลงมาเปนตลาดสองขางถนนท�าดวย
เคร่ืองไมไผทัง้ นั้น ตอลงมาท่ีหางจีนทา� ดวยเคร่ืองไมจริงหลังหน่ึง
ตอลงมาถึงวดั มหาธาตุ แลววัดนางพระยา วัดราชบูรณ ในบริเวณ
วัดนางพระยาแลวัดราชบรู ณนี้ ไดสรางโรงเรียนดวยเครือ่ งไมจริงไว
หลังหน่ึง แลวจะแผวถางลานวัดเปนบรเิ วณโรงเรยี นตอออกไปอีก ใต
โรงเรยี นลงมาถึงโอสถศาลาทโี่ รงพยาบาลจดั ตง้ั ยังเปนโรงเคร่อื งไมไผ
ตอโอสถศาลาถงึ โรงพักพลตระเวรท�าดวยเครอ่ื งไมจริง แลวถึงตึกท่ี
เกบอาวธุ เปนตกึ ทมี่ อี ยใู นเมอื งพิศณโุ ลกหลงั เดยี ว สรางมาแตครง้ั ไหน
ไมทราบแตกอนเขาเรียกวาโลกัน เพราะเปนท่ีส�าหรับผูวาราชการ
เมืองจับคนมากักขงั ตอตึกนลี้ งไปถึงโรงโอสถศาลาแลโรงเรียนของ
พวกมศิ ชนั นารอี เมรกิ นั ขน้ึ มาตง้ั แลวถึงโรงชางเยบเสอื้ ตอลงไปถึงที่
พักขาราชการท่มี าเปนครง้ั เปนคราว สรางดวยเครื่องไมจรงิ แลวถึงท่ี
วากรมมณฑล แลศาลมณฑลตั้งรวมกันอยูในเรือนเกาของนายอิม่
ไชยบูรณ เปนเรือนหลงั ใหญเครื่องไมจรงิ หลงั คามุงสังกะสีฝาแผง
ซอมแซมเยียวยาข้นึ ไวคราวหนึง่ ทา� ท่วี าการมณฑลใหมแลวเรอื นหลงั

256 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ


นี้จะแกเปนคุก คุกเดียวนี้ต้ังอยูหลังทว่ี าการมณฑล ท�าเปนแตเคร่อื ง
ไมไผหลายหลังพอแกความตองการ ตามขอบงั คับคมุ ขงั นกั โทษใตท่ี
วาการมณฑลไป ถงึ ทว่ี าการเมอื งท�าเปนเรอื นเคร่ืองไมจรงิ มงุ จากฝา
แผง ตอลงไปถึงโรงโทรเลข เปนท�านองเดียวกัน พระยาศรสี ุริยราช
วรานุวัตรยังจะสรางโรงทหารขางใตโรงโทรเลขลงไปในฝงตวันออก
นเี้ ปนถึงมมุ เมอื งขางใตตอน้ันลงไปกถ็ งึ บานอากรฮะซง่ึ มาตงั้ ท�าการ
หากินอยูเมืองพิศณโุ ลกนี้หางตลง่ิ เขาไปในฝงตวันออกประมาณสัก
๓ เสน ท�าถนนสายในขนึ้ ไปตามลา� แมน้�าสายหน่งึ เปนถนนเล็กไปตาม
ระหวางบาน แลมกี รอกตดั มาออกถนนรมิ แมนา�้ หลายตอน ภูมเมอื ง
พิศณโุ ลกที่ไดจัดขน้ึ ใหมเปนดงั น้ี พิเคราะหดทู ่ีเมืองพศิ ณุโลกน้ี ถึงจะ
จดั การทะนบุ �ารุงอยางไรไรท่ีจะใหบานเรือนมากมายมง่ั คั่งอยางเมือง
สงขลา หรอื เมอื งตากนัน้ ไมได ดวยทองท่ีไมใชเปนทา� เลท่คี าขาย ใช
ประโยชนของผูคนพลเมืองจะมัว่ สุมกันอยูมากๆ อยางที่สะแกกรัง
เมืองอไุ ทย หรือที่ปากน�้าโพ หรอื ท่ีเมืองอุตรดิฐ เมืองพศิ ณโุ ลกนี้
คงเปนไดแตที่ต้งั สถานวาการมณฑล มีบานเรือนตลาดย่ีสานเฉภาะพอ
แกการน้นั ถงึ ทกุ วนั นีห้ างที่ต้งั ทพ่ี ิศณโุ ลกกด็ ี โรงเยบเสื้อท่ีเจกขึ้นมา
ตง้ั แตกรุงเทพฯ กด็ ี กเ็ ปนการที่ท�าขายในพวกคนรับราชการเปนพ้นื

วนั ท่ี ๒ พฤศจกิ ายน เวลาเชาไปเลีย้ งพระท่วี หิ ารพระชินราช
แลวขามไปเยีย่ มถึงแพขาหลวงเทศาภิบาล เวลาสายไปตรวจการ
ตามสถานทีต่ างๆ คือ ที่วาการมณฑล เหนจัดการเปนแพนกแลเกบ็
หนังสือเรยี บรอยดีแลเชื่อวาระเบียบการกค็ งจะเรียบรอย แตหาไดมี
เวลาจะนง่ั ตรวจใหทา� การใหดตู ลอดวนั ไม ที่วาการเมอื งดูกเ็ รยี บรอย
อยางเดยี วกนั ไดตรวจดูสมุดรายวันประชมุ กรมการผูใหญตามขอ
บังคบั เมอื ง มกี ารประชมุ ปฤกษาราชการตางๆ บอยๆ บางที ๒ ทุม
ถงึ ยามหนง่ึ จึงเลิก พระยาไชยบรู ณไดทา� ยอดบาญชตี างๆ ยื่นฉบับหนึ่ง
ไดสงมาดวยแลว

การทจ่ี ัดเปนการเดินตามขอบังคับลกั ษณปกครองเมืองทเี ดยี ว

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 257


แตไมมเี วลาจะตรวจไดถวนถี่ เพราะเหตอุ ยางเดียวกันกบั ที่ไมไดตรวจ
ท่ีวาการมณฑล

การศาลในเมอื งพิศณุโลกนี้ ศาลเมอื งไมมรี วมพจิ ารณาอยูใน
ศาลมณฑลศาลเดียว แตเวลาน้หี ลวงเทเพนทรอธบิ ดีศาลมณฑลไมอยู
ไปลางความอยูทเี่ มอื งสวรรคโลก พระยารณไชยชาญยุทธขาหลวง
พิเศษ ไดท�าบาญชีความที่ไดสะสรางแลวไปในมณฑลพิศณุโลกย่ืน
ฉบบั หนึ่ง ในสวนเมอื งพศิ ณโุ ลกไดลางความเกาแลวไป ๔๔ เร่อื ง ยงั
คงอยูในบาญชีท่ีจะตองพิจารณา ๑๘ เร่ือง ไดสงรายงานแลบาญชี
ท่พี ระยารณไชยชาญยุทธย่ืนมาดวยแลว การศาลในมณฑลนี้ เรยี ก
ไดแตวาเปนอันพอใช จะเปรียบกับศาลมณฑลกรุงเกายังไมไดเพราะ
ผูที่เปนขาหลวงพิเศษ หรือเปนผูพิพากษาศาลท้ังปวงในมณฑลน้ี
เปนคนท่เี ลือกหาตามแตจะได เอาพอปราศจากความเสือ่ มเสียท่ีมใี น
ตัวคนเปนหลัก ยังไมมตี วั ผหู นึ่งผูใดท่ไี ดออกมาแตส�านกั น้พี ระองครพี
เพราะเหตฉุ นน้ั ถงึ จะท�าในทางทดี่ กี ็ยงั ติดอยเู ปนอยางโบราณ ไมจดั วา
เปนอยางดีไดแท แตกระน้ันเพราะเหตวุ าพ้ืนเมืองท�าไวเรยี บรอย เมอ่ื
คิดโดยความตองการของบานเมอื งไดเพยี งเทานี้ ก็ตองนับวาพอหรือ
ยงิ่ กวาพอความตองการเสียอกิ ที่วายง่ิ กวาพอความตองการ เพราะ
จ�านวนความมีนอย อาจจะจดั ใหผพู พิ ากษาศาล ออกเท่ียวเดินตรวจ
ลางความไปตามเมืองในมณฑลได ไมจา� ตองนัง่ ประจา� อยูกับศาลเสมอ
ไดแนะนา� ความทั้งนไี้ วแกพระยาศรีสุริยราชวรานวุ ัตรแลว

การโทรเลขในมณฑลน้ีเขาใชไดตลอด ไมใครมเี วลาเสีย ไป
เสยี ต้ังแตใตเมืองพิจิตรลงไปจนเมืองนครสวรรค ดวยแตเดมิ ใหตกเปน
หนาทีข่ องเมืองนครสวรรครักษาข้นึ มาจนถงึ ออฟฟศเมอื งพจิ ิตร แต
เมอื งนครสวรรคไมไดรกั ษา ดวยเกิดขดั ของเสียกบั กรมโทรเลข ดวย
เร่อื งเงนิ คารกั ษา ครน้ั ไปประชมุ เทศาภิบาลปน้ีตกลงกันใหม ใหรักษา
ตอกนั เพียงพรมแดนขางนครสวรรคซอมแซมขนึ้ มาใชไดถึงพรมแดน
แลว ขางพจิ ติ รพง่ึ จะซอมลงไป เปนการมากดวยไฟไหมเสาเสยี หลาย

258 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ


สิบตน จึงจะตองชาวนั สักหนอยแตไดเรงรัดโดยเตม็ กา� ลัง แลใหพระยา
เทพาธบิ ดีลงไปตรวจการท่ที �าเองหวังใจวาคงจะใชไดตลอดในไมชานกั

ในเมืองพศิ ณโุ ลกน้มี ีพลตระเวร ๑๘ คน นายรอยตรี เสอื น
คนทหารมหาดเล็กชนั้ เกามาเปนผูบังคบั การฝกหดั ทาทางพอใชได
แตยงั ไกลกบั ต�ารวจภธู รมาก ไดความวาหาจางคนไมสูยากนกั แตท่จี รงิ
พลตระเวรที่เมืองพศิ ณโุ ลกนี้ อยูขางมเี พื่อประดับพระเกียรตยิ ศให
เปนสงาแกมณฑลมากกวาท่ีมีโดยจา� เปน เพราะเหตุการโจรผูราย
ไมใครมี ถึงเหตุการเกดิ ข้ึนก�าลังกา� นนั ผูใหญบานก็พอแกการ แตมี
โปลิศดูอยูขางเปนบานเปนเมืองดีขึ้น การคุกในมณฑลนี้จัดไดเตม
แบบขอบังคับลักษณคมุ ขงั นกั โทษทกุ อยางยงั บกพรองอยูอยางเดยี ว
แตเรอื่ งปายสา� หรับตัวนกั โทษ การบางอยางพระยาสรุ ิยราชวรานวุ ตั ร
ไดแกไขใหดยี ง่ิ ขึ้นกวาในขอบงั คับ ทคี่ วรจะกลาวโดยเฉภาะน้ัน คือ
บาญชีรายตัวนักโทษเขียนในสมุดคนละใบ หมายสั่งขัง สั่งจ�าแล
ส่ังปลอยปดอยูในบาญชีนนั้ เมื่อพลิกดูรูไดโดยทันที ท้ังเรือ่ งราวแล
หลักถานในการท่ีขงั หรอื ปลอยนักโทษคนนัน้ ดีกวาแบบท่ีใหมาจาก
กรุงเทพฯ แตยังจะแกไขใหดกี วาน้ันไดอีก จึงไดขอลอกแบบท้ังปวง
บรรดาพระยาศรสี ุริยราชวรานุวตั รไดคดิ เพ่มิ เตมิ ขึ้นใหม เพื่อจะเอา
ไปแกไขใชเปนแบบใหทัว่ ไป การที่มาแกไขใหดีไดอิกอยางหนึ่งนน้ั
คือ เรอ่ื งการเล้ยี งนักโทษ คิดวาเหมาใหมผี ูรบั ท�าเลีย้ งไมตองตง้ั โรงครัว
ในทีค่ ุกหรือตองใหผูคุมทา� เล้ยี ง การทไ่ี ดมาตรวจคกุ มณฑลพศิ ณโุ ลก
ในครงั้ น้ี รูสึกความยินดีมากท่ีไดเหนเปนครงั้ แรกวา ความคิดตาม
ลกั ษณคมุ ขังนักโทษนน้ั จัดเขาจริงเปนอันใชไดแน แลยินดีทม่ี ณฑล
พศิ ณโุ ลกสามารถจัดไดเตมตามขอบงั คับกอนมณฑลอนื่ คกุ มณฑล
พศิ ณโุ ลกน้ี แมแขกเมืองตางประเทศมากพ็ อจะใหดูได เสยี แตยังเปน
เครื่องไมไผอยางก�ามะลอ ยังไมไดทา� ใหม่นั คง มาตรวจการคุกเปน
หวั เมอื งทีจ่ ดั เปนอยางใหมตามขอบังคบั รสู กึ วาประมาณผิดอยูอยาง
หน่ึง คอื ดวยต�าแหนงพธา� มะรงค แตเดมิ ส�าคญั วาคนในชั้นเสมอเงนิ

สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 259


Click to View FlipBook Version