วาอายหมน่ื ศรี อายสวนอายชาเปนผูรายลักชางภังไปชาง ๑ พิจารณา
ถึงถานอายหม่ืนศรี อายสวน อายชารับเปนสัจไดของกลางคืนให
โจทยไป หลวงราชรกั ษาเปนผูคุมใหญใหนายโน นายกุน เปนผูคุม
รองคมุ อายชาไปเลื่อยไมทา� ษาลากลาง นายโน นายกนุ ไมระวงั รกั ษา
นกั โทษ อายชาหักโซรตรวนหนไี ป ไดโบยหลังนายโน นายกนุ ผูคมุ
รองตามขอบังคบั แลวไดใหหลวงราชผูคมุ ใหญ นายโน นายกนุ ผคู ุม
รองทา� ผกั ครบผกั ไมไดตัวไดเอาตัวนายโน นายกุน จา� ตรวจไวแทน
อายชา
เรอื่ ง ๑ ณ เดอื นกมุ ภาพันธ ร,ศ, ๑๐๙ หลวงชาญเมืองพไิ ชย
ฟองกลาวโทษอายกกั๊ อายอุ วา อายกก๊ั อายอุ เถลาะววิ าทกับนาย
สุดพ่ีชายหลวงชาญ อายกั๊กเอาปนยิงนายสุดตาย อายอุเปนผูสมรู
พิจารณาถึงถานอายกั๊ก อายอุ ใหการรบั สมฟอง หลวงภักดเี ปนผคู ุม
ใหญ ใชใหอายโดเปนผคู มุ รองคมุ อายกั๊ก อายอุ ไปเล่ือยไม อายโด
ไมอยูรกั ษานกั โทษ อายกกั๊ อายอุ หกั โซรตรวนหนีไปได โบยหลัง
อายโดตามขอบงั คับ ใหหลวงภกั ดี อายโดทา� ผกั ครบผักไมไดตวั ไดบอก
สงตวั อายโดลงไปกรงุ เทพฯ
เรือ่ ง ๑ ณ เดอื นพฤษภาคม ร,ศ, ๑๑๐ นายทิม่ โจทยฟองหา
วาอายเหราลอบฟนนายพรมนองชายนายท่ิมตาย อายกล้ีงเปนเพ่ือน
ไป ดวยพจิ ารณาถงึ ถานอายเหรา อายกล้ีงใหการสมฟองหลวงภกั ดี
เปนผคู มุ ใหญ ใหนายดีเปนผคู มุ รองคมุ อายกล้งี ไปเลื่อยไม นายดไี มอยู
ระวงั รักษานักโทษ อายกลง้ี หกั โซรตรวนหนไี ป ไดโบยหลงั นายดีตาม
ขอบังคบั ไดใหหลวงภักดีผูคุมใหญ นายดีผคู ุมรองทา� ผกั สงตวั อายกล้งี
ครบผกั ไมไดตัว ไดจ�าตรวนนายดไี วแทนตวั อายกลี้ง
เรื่อง ๑ เม่อื เดือนกรกฎาคม ๑๑๑ สืบจับไดตัวอายพรม
อายถม ลักกระบือหลวงคลังเมืองพิไชยไปเกากระบอื พิจารณาถึงถาน
อายพรม อายถมรบั เปนสจั ไดกระบอื คืนใหโจทยๆ ไมติดใจวากลาวได
เอาตัวอายพรม อายถมจ�าตรวนขงั ตรางไว หลวงภกั ดผี คู ุมใหญใชให
60 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
ขนุ นาหรุนเปนผูคุมรองคมุ อายพรมไปทา� โรงเรียน ขนุ นาหรุนไมอยู
ระวงั รักษานักโทษ อายพรมหกั โซรตรวนหนีไป ไดโบยหลังขนุ นาห
รนุ ตามขอบงั คบั แลวไดใหหลวงภกั ดี ขนุ นาหรนุ ทา� ผกั สงตวั ครบผกั
ไมไดตัวอายพรมมาสง ไดเอาตวั ขนุ นาหรุนผูคุมรองจ�าตรวนไวแทน
ตัวอายพรม
รวม ๖ เร่ืองน้ีขาพระพุทธเจาไดไตสวนประกอบเพื่อจะ
ทราบเกลาวาผคู ุมใหญหรือผคู ุมรองจะคดิ อุบายโดยเห็นแกสนิ บลแล
เพื่อประโยชนอยางใดอยางหนึ่ง การน้ีกไ็ มไดเคาเงื่อนเปนทางที่จะ
พิจารณาไตสวนประการหน่ึง แมนผคู มุ ใหญกับผคู มุ รองโดยจะรวมคติ
กนั ก็ดหี รอื ไมรวมคดิ กันก็ดี ถงึ โดยจะมีประโยชนศกั เทาใด ประโยชน
ทีไ่ ดเหน็ ไมภอเทากับความหนกั ซงึ่ จะตองรับโทษในชั้นตนตามขอ
บงั คับคอื ตองรบั อาญาโบยหลงั ตั้งแต ๖ ทลี งมาจน ๓๐ ทีเปนอยางต่�า
ตามที่ขาพระพุทธเจาไดออกขอบงั คบั สกัตกน้ั ไวเม่ือรวบรวมเหตุ แลว
จงึ เหน็ ดวยเกลาวา ผูรายซึ่งหนไี ปไดน้ันเปนโดยความเขลา ความ
เผลอ ของผูคุมรองสวนเดยี วหาไดเปนไปทางอุบายของผูคุมใหญ
ผูคุมรอง ซง่ึ จะเห็นกบั ประโยชนอยางใดอยางหนง่ึ ไมแตถงึ ขาพระ
พุทธเจามีความเห็นแลมคี วามไวใจแลวเชนนั้น กไ็ มสามารทที่จะให
ผูคุมใหญ ผูคมุ รอง พนโทษได เพราะเกรงวาจะมีความมวั หมองแก
ขาพระพทุ ธเจาไดหลายประการ
ครน้ั ขาพระพทุ ธเจาจะไมนา� ความขัตของตามท่ีเปนจริงข้นึ
กราบทูลใหทราบฝาพระบาท ผูคุมใหญ ผูคุมรอง ซึง่ เปนก�าลังชวย
ขาพระพทุ ธเจาก็จะมีความทอถอย เพราะไมมโี อกาศทจ่ี ะพนโทษได
ตอไปจะหาตัวผคู มุ ชวยรบั ราชการก็จะไมไดโดยงายเพราะฉน้ันในคราว
เสดจ็ นี้ จงึ เปนโอกาศของขาพระพุทธเจาท่ีจะไดนา� ความขัดของข้ึน
กราบทูลขอรบั พระราชทานพระวินจิ ฉัย
จะควรประการใดแลวแตจะโปรดเกลาฯ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 61
ที่ ๑๓๙/๑๙๙๙๒
ศาลาลกู ขนุ ในฝายซาย
วันที่ ๓๑ ธนั วาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๑
ขาพระพุทธเจา ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา
ทราบฝาลอองธุลพี ระบาท
ดวยเม่อื ขาพระพทุ ธเจาขึ้นไปตรวจราชการหวั เมืองฝายเหนอื
คร้ังน้ี ไดขอรบั พระราชทานขาราชการขึ้นไปราชการดวย ๕ นาย
คือ พระวรพฒุ โิ ภคยั ๑ ๑ พระสฤษดพิ จนกร๒ ๑ หลวงไพศาลศลิ ป
สาตร๓ ๑ หลวงกรงุ ศรีบริรกั ษ ๑ แลหลวงจนิ ดารักษตามขึ้นไปภาย
หลงั นาย ๑ บันดาขาราชการท่ีไปชวยสนองพระเดชพระคุณดวยกนั
ลวนเปนขาราชการกระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพฯ ซง่ึ ท�าราชการ
ประจา� ณ ศาลาวาการกระทรวงมหาดไทย ไดรบั พระราชทานเงินเดอื น
อยูแลวทกุ คน เวนแตหลวงกรงุ ศรีบรริ กั ษ๔ ยกระบัตรกรุงเกาคนเดยี ว
หามีต�าแหนงไดรบั พระราชทานเงินเดือนอยูไม แลการท่ีถอนจาก
กรุงเกาใหไปรับราชการขาหลวงคร้ังน้ี ดกู ลับเปนอนั ตัดผลประโยชน
ท่ีเขาเคอยไดรับพระราชทานอยู เพราะฉน้ันขาพระพุทธเจาขอรับ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตเบิกเงินเผ่ือเหลือเผื่อขาดในงบ
ประมาณ ร.ศ. ๑๑๑ ใหแกหลวงกรุงศรีบรริ ักษเปนเงินเดือนๆ ละ
๑๐๐ บาท ประจ�าเดือนตลุ าคม พฤศจกิ ายน ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๑
รวม ๓ เดือน จะไดเปนแบบอยางอนั ดตี อไป
๑ พระวรพฒุ โิ ภคยั เจากรมสวย ตอมาเล่อื นเปนพระยา ถวายตัวเปน
มหาดเล็กตั้งแตรัชกาลท่ี ๔ หนาทพ่ี นั พุฒอนรุ าช
๒ พระยาสฤษฎ์พิ จนกร (เสง็ วิรยศริ )ิ
๓ หลวงไพศาลศลิ ปสาตร (ม.ร.ว. เปย มาลากลุ ) ตอมาคือ เจาพระยา
พระเสด็จสุเรนทราธิบดี
๔ หลวงกรุงศรีบริรกั ษ ยกบตั รเมอื งอยธุ ยา
62 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ขอเดชะ
ขาพระพทุ ธเจา
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 63
...ลงเรือเกง๋ พวงเรอื ไฟไปตั้งแตออกจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปทางเรอื จนถึงอตุ รดติ ถ์
แลวเดนิ บกไปเมืองสวรรคโลก ลงเรอื มาเมอื งสุโขทยั แลวเดินบกไปเมอื งตาก
กลบั ลงมาจนถึงเมอื งอางทอง ข้นึ เดินบกไปเมืองสพุ รรณบุรเี ปน็ ที่สุด แลว
กลบั ทางเรือมาถงึ กรงุ เทพฯ...
การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปกษใ์ ต้
พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ. ๑๑๕
รายงานการเสด็จตรวจราชการ
หัวเมอื งปกษใ์ ต้ พ.ศ. ๒๔๓๙ ร.ศ. ๑๑๕
บางปอนิ ๑
วันที่ ๗ เดือนธนั วาคม ร.ศ. ๑๑๕
ขาพระพุทธเจา ขอพระราชทานกราบบงั คมทูลพระกรุณา
ทราบฝาลอองธุลพี ระบาท
ด วยเม่ือเดือนกันยายน ทรงพระกรุณาโปรดเกลา, ให
ขาพระพทุ ธเจาออกไปตรวจหวั เมืองปกษใต เมอ่ื กลบั เขามาถงึ กรงุ เทพ,
แลว ขาพระพทุ ธเจาไดเรยี บเรยี งรายงานการที่ไดไปตรวจพรอมทง้ั เนอ้ื
เห็นเพ่อื จะทูลเกลา, ถวาย และใหเปนรายงานแบบอยางไวสา� หรับ
ขาราชการในกระทรวงทจ่ี ะไดไปตรวจราชการหัวเมืองในภายนา แต
การทเ่ี รียบเรียงรายงานน้อี ยขู างจะชา เพราะมเี วลาเรียบเรยี งไดแต
ในวันพระบาง ในเวลากลางคืนเมือ่ วางราชการอ่ืนบาง ท้งั รายงาน
ก็อยูขางจะยืดยาว แตขาพระพุทธเจามีความยินดีท่เี รียบเรยี งสา� เรจ็
ไดดังประสงค จึงขอรบั พระราชทานพระบรมราชวโรกาศทูลเกลา,
ถวายรายงานการตรวจราชการหัวเมืองปกษใตมาพรอมกบั จดหมาย
ฉบับน้แี ลว
ควรมคิ วรแลวแตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา,
ขอเดชะขาพระพทุ ธเจา
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
๑ รกั ษาอกั ขรวธิ ตี ามเอกสารเดมิ
66 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
บางปะอนิ
วันที่ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๕
ขาพระพุทธเจา ขอพระราชทานกราบบงั คมทูลพระกรุณา
ทราบฝาลอองธลุ ีพระบาท
ดวยมีพระบรมราชโองการโปรดเกลา, ใหขาพระพุทธเจาออก
ไปตรวจราชการหวั เมอื งปกษใต เพือ่ พระราชประสงคจะทรงทา� นบุ �ารงุ
ราชการบานเมืองในหัวเมืองเหลาน้ันใหเรียบรอยเจริญย่ิงขน้ึ กวาแต
กอนน้ัน เปนพระเดชพระคณุ ลนเกลา, หาท่ีสดุ มไิ ด
เม่ือวนั ท่ี ๑ กันยายน เวลา ๓ โมงเชา ขาพระพุทธเจากับ
ข าราชการมีช่ือ คือ พระยาวรพุฒิโภคัยวาการแทนปลัดบาญชี
กระทรวงมหาดไทย ๑ นายฉันหุมแพรมหาดเล็กวาท่ีเลขานุการ
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ๑ พระเสนีพิทักษขาหลวงจดั ราชการ
หวั เมอื งแขกท้งั เจด็ ๑ ๑ พระยาวชิ ติ ภกั ดี๒ ผูวาราชการเมืองไชยา ๑
พระยาจรญู ราชโภคากร๓ ผวู าราชการเมอื งหลงั สวน ๑ พระยารษั ฎา
๑ ไดแก เมืองตานี หนองจิก ยะหร่งิ สายบุรี ยะลอ รามญั ณ และระแงะ
๒ เขารบั ราชการ ต้ังแตรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยูหวั โปรด
เกลาฯ พระราชทานสญั ญาบตั รต้ังเปนท่ีหลวงราชานชุ ติ (ขา� ) ผูชวยราชการเมอื ง
ไชยา รบั ราชการในเมอื งไชยาเปนเวลานาน และสรางผลงานทเ่ี ก่ยี วกบั ทางภาคใต
ไวมาก เลือ่ นยศเปนพระศรรี าชสงคราม ปลดั เมอื งไชยา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๒ และ
เปนพระยาวิชติ ภักดี ผวู าราชการเมืองไชยา พ.ศ. ๒๔๒๐ เมอ่ื คร้ังพระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยหู วั เสด็จประพาสหัวเมอื งปกษใต ใน พ.ศ. ๒๔๓๒ ได
ตามเสดจ็ ในฐานะมัคคเุ ทศกและโปรดเกลาฯ ใหโดยเสดจ็ ทุกครั้งเมือ่ มกี ารเสดจ็
ประพาสหวั เมืองปกษใต พ.ศ. ๒๔๔๙ โปรดเกลาฯ พระราชทานสญั ญาบตั รเล่อื น
ขน้ึ เปน พระยาวจสี ัตยารักษ (ขา� ศรียาภยั ) ตา� แหนงผกู า� กับการถือน�้าในกรุง
๓ พระยาจรญู ราชโภคากร (คอซิมเตก็ ณ ระนอง) บตุ รพระยาด�ารงสุจริต
มหศิ รภกั ดี (คอซูเจยี ง ณ ระนอง) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยหู วั พระราช
ทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน พระจรูญราชโภคากร เจาเมอื งหลงั สวน เมือ่ พ.ศ. ๒๔๒๑
และไดเล่ือนยศเปน พระยา ใน พ.ศ. ๒๔๓๓ เปนผูพฒั นาเมอื งหลงั สวนจนเจริญ
มง่ั ค่ัง และเปนผูยกเลิกระบบการเกณฑแรงงานราษฎร แทนการจาง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 67
นปุ ระดฐิ ๑ ผวู าราชการเมอื งตรัง ๑ กับขุนหมนื่ เสมยี นคนใชพรอมกัน
ณะเรืออรรคเรศรัตนนาศนซึง่ กรมทหารเรือไดจัดตระเตรยี มใหเปน
พาหะนะ แลใหกับตันกูลเบิกเปนนายเรอื ไดใชจกั รออกจากกรุงเทพ,
เวลาเชา ๓ โมงเสศ
วันที่ ๒ กนั ยายน เวลา ๒ ทมุ ถงึ ปากน้�าเมอื งชุมพรไดทอด
พักอยคู ืน ๑ พระรามฤทธริ งคปลดั ผูรักษาเมืองแลกรมการเมืองชุมพร
ลงมาตอนรับตามสมควร ไตถามไดความวา เมอื งชมุ พรในเวลานกี้ าร
ปกครองแลการไรนาคาขายก็เรียบรอยเปนปรกติ ผูคนบริบูรณขึ้น
กวาแตกอน เพราะคนยกขามกลบั มาจากเขตรแดนอังกฤษมีอยเู สมอ
ความขดั ของของกรมการมีอยูอยางเดียว แตเร่ืองความในโรงศาล
คัง่ คางทบั ถมมากไมใครจะแลวไปได ไตสวนเอาเหตุไดความวา มกี รม
การผูนอยบางคนหากนิ เปนหมอความเสีย้ มสอนคูความในกระบวน
อุบายมคี า� ทุเลาแลทวงติงประวิงความตางๆ ไมใหเดนิ ไปในกระบวน
พจิ ารณา ฝายขางกรมการที่เปนผพู พิ ากษาตุลาการก็ไมใครจะสนั ทดั
ในทางที่จะตดั รอน แลไมกลาหาญในการท่จี ะบงั คับบัญชาไปใหเดด็
ขาด การเปนดังน้ี ถอยความจึงไดค่ังคางอยโู ดยมากเห็นดวยเกลา, วา
เมอ่ื ทรงพระกรุณาโปรดเกลา, ใหมขี าราชการซง่ึ ทรงคณุ วุฒอิ นั สมควร
ออกมาวาราชการเมอื งชุมพรเม่อื ใด ความขดั ของเหลานี้คงจะหมดได
ไมชานานเทาใดนกั ขาพระพุทธเจาไดมีคา� สัง่ ในการเร่อื งน้ีไวแตเพยี ง
วา ถากรมการผใู ดหากินเปนหมอความใหเอาตวั สงเขามายงั กรงุ เทพ,
เหน็ ดวยเกลา, วาค�าสัง่ ดงั นคี้ งจะพอใหกรมการเขด็ ขยาดไปไดสักคราว
หนง่ึ อกิ เรื่องหนง่ึ ซึ่งไดทราบความเมอ่ื มาถงึ เมอื งชมุ พรในคราวน้ีทราบ
๑ พระยารษั ฎานปุ ระดษิ ฐมหิศรภกั ดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เรม่ิ รบั ราชการ
พ.ศ. ๒๔๒๕ เปนที่หลวงโลหะวไิ สยผูชวยเมอื งระนอง เล่ือนเปนที่พระอัศฎงคต
ทิศรักษา เจาเมืองกระบุรี พ.ศ. ๒๔๒๘ ไดเปนท่ี พระยารษั ฎานปุ ระดิษฐมหิศร
ภกั ดี เจาเมอื งตรัง พ.ศ. ๒๔๓๓ และใน พ.ศ. ๒๔๔๕ โปรดเกลาฯ ใหเปนสมุห
เทศาภิบาลมณฑลภเู กต็
68 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
เกลา, วาทุกวันนกี้ รมการแลราษฎรภากนั ตงั้ คอกจับชางเถอ่ื นมากขนึ้
กวาแตกอน ดวยมคี นตางประเทศในวามาแตเมืองมาดาคสั คาบาง
มาแตเมอื งพมาบาง เทยี่ วหาซื้อชางพลายไปใชสอยใหราคาแพงตวั หนง่ึ
บางทถี งึ ๗๐๐-๘๐๐ เหรียญ คนจงึ ภากนั จบั ชางหาประโยชนมากข้ึน
แตไลเลยี งดจู า� นวนชางท่อี อกดกู ย็ ังไมสมู ากมายนกั จงึ เหน็ ดวยเกลา,
วาการทีจ่ บั ชางมากข้ึนแตเพยี งน้ี ยังไมถึงทางท่จี ะเส่อื มเสยี โดยเหตทุ ่ี
จะสูญพืชพรรณชางนัน้ ประการใด
วนั ท่ี ๓ กนั ยายน ขาพระพทุ ธเจาไดขึ้นเที่ยวทปี่ ากน้�าเมือง
ชุมพรครหู น่งึ ทป่ี ากนา้� เมืองชมุ พรในเวลานี้แปลกตากวาทไ่ี ดเคยเหน็
เม่อื ไปตามเสดจ็ พระราชด�าเนนิ คราวกอนๆ เปนอันมาก ดวยเหตเุ ม่ือ
สองสามปมานปี้ ลาทะเลไปเขาอาวชุมพรชุกชุมข้ึน ราษฎรต้งั ละมุ๑
เตม็ ไปในอาวประมาณกวา ๖๐ ละมุ ท่ีปากน�้าบานเรอื นพวกหาปลา
ต้งั ตดิ ตอแนนหนาเต็มขน้ึ ไปเกือบตลอดคุงน้�าดคู รึกครืน้ แนนหนาย่ิง
กวาบานทายางซึง่ ตง้ั โรงกงสรี งั นกในเมอื งชมุ พรนั้น แตดปู ลาดอยาง
๑ ดวยตนไมใหญๆ ทปี่ ากน้�าหายสญู ไป ดวยเหตุทถ่ี ูกพยใุ นคราวนนั้
เกอื บหมดส้นิ แลเหน็ ตกึ เจาพระยาสรุ วงษไวยวัฒนไดแตไกล แลตึกน้ี
พิเคราะหดูเหน็ ดวยเกลา, วายงั พอจะเยียวยาได คิดดวยเกลา, วาจะ
ใหซอมแซมข้นึ ไวใชเปนโรงดานตรวจภาษขี องรฐั บาลในภายนา
อน่ึงที่ปากนา้� เมอื งชุมพรในคราวนี้ พระรามฤทธิรงคไดตดั แตง
ถนนขางหลังบานราษฎรไวสายหน่ึง ขาพระพุทธเจาไดขอใหคงรักษา
ไวอยาใหสญู ไปเสยี เวลา ๒ โมงเชาไดออกเรือจากปากนา้� เมอื งชุมพร
วนั ท่ี ๓ กันยายน เวลากลางวนั ถึงปากน้�าเมืองหลงั สวนพบ
พระยารัตนเสรฐีผูวาราชการเมืองระนอง ซึ่งขาพระพุทธเจาไดมี
โทรเลขนัดใหขามมาเมืองหลังสวนนัน้ จัดเรือมาคอยรบั อยูที่ปากนา้�
ขาพระพทุ ธเจาไดข้นึ พักอยทู ี่ตึกพระยาจรญู ราชโภคากรในเวลาวันนน้ั
๑ โปะ๊ เล็กๆ ท่ีทา� ไวสา� หรับจับปลาตามชายทะเล
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 69
การปกครองเมอื งหลงั สวนทขี่ าพระพุทธเจาไดพเิ คราะหเหน็
แลไตถามตามการท่ีเปนอยทู กุ วันน้ี ถาจะเรียกโดยคา� สั้นๆ กต็ รงกบั
เหมือนหนง่ึ รัฐบาลเหมาเมืองแกผูวาราชการเมืองในการทุกอยาง
ท�านองเดียวกบั การท่ีเปนอยูในเมืองระนองแตกอน กลาวคือผูวา
ราชการเมืองลงทนุ ต้ังกงสีรบั ซ้ือและจ�าหนายสินคาเขาออก ผูวา
ราชการเมอื งรบั ผกู ขาดทา� ภาษอี ากร ผูวาราชการเมืองทดรองทุนรอน
เจือจานใหไพรบานพลเมืองทา� มาคาขาย แลผูวาราชการเมอื งบงั คับ
บญั ชารับผิดชอบในการบานเมอื งทั่วไป วิธเี หมาเมอื งเชนนีพ้ เิ คราะห
ดูมที ัง้ คุณและโทษ ที่มีคณุ นั้น คืออาไศรยเหตุทผ่ี วู าราชการเมืองตงั้ ใจ
มุงหมายแสวงหาแตก�าไรเปนประโยชนอยางคตกิ ารคาขาย การภายใน
บานเมอื งมักจะเรยี บรอย เพราะเปนประโยชนในการสวนตัวของผวู า
ราชการเมืองท่ีตองจัดการปราบปรามโจรผรู ายระงับถอยความของ
ราษฎร และทา� นุบ�ารงุ การทา� มาคาขายใหเจรญิ ที่ไดของผวู าราชการ
เมืองอยูในสนิ คาแลการท�ามาคาขาย ถาบานเมอื งไมเรยี บรอย ราษฎร
ตองแตกฉานซานเซน็ หรอื ไมเปนอันทจี่ ะท�ามาคาขายไดเปนปรกติ
ผลประโยชนกา� ไรของผูวาราชการเมืองกย็ อมจะตกตา่� ลงไป อาไศรย
เหตุน้ี เมืองระนองแตกอนกด็ หี รือเมืองหลังสวนในเวลานก้ี ็ดี การใน
บานเมอื งยอมเรียบรอย โจรผูรายสงบถอยความก็ไมค่ังคางโรงศาล
และการท่ีท�านบุ �ารงุ บานเมืองดวยท�าถนนหนทางเปนตน ก็ภอมีให
แลเหน็ ไมเสยี เปรียบเมอื งอืน่ นับวาเปนฝายขางมีคุณในวธิ เี หมาเมอื ง
แตฝายขางโทษนั้นพิเคราะหดูเห็นดวยเกลา, วา การเหมาเมอื ง
เชนน้ี ยอมตองอาไศรยผูวาราชการเมืองทเี่ ปนคนก�าลังทุนมากๆ
ธรรมดาผูมีทรัพย ท่ีจะลงทุนท�าการอยางใดใด ยอมหมายก�าไร
ที่จะพงึ ไดมากมายในคราวเดยี ว หรือมิฉนนั้ กใ็ หไดติดตอยดื ยาวเปน
รกรากเสมอไป ก็แลผลประโยชนท่ีผูวาราชการเมืองจะไดจากการ
เหมาเมอื งเชนน้ี เปนผลประโยชนอยางขางไดนอยแตไดยืดยาว เพราะ
เหตฉุ นน้ั เหมือนเปนการที่ยอมใหฝงรกรากของเอกชนลงเปนภาระ
70 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
ในราชการซึ่งจะเปล่ยี นแปลงหรือร้ือถอนใหเรยี บรอยไดโดยยาก วา
โดยยอเปนการทม่ี ีทางประโยชนในสวนตัวเอกชน อาจจะขัดขวาง
กับประโยชนของราชการไดนป้ี ระการหนึง่
โทษในการเหมาเมอื งอกิ ประการหนึ่งนนั้ บรรดาผลประโยชน
ท่ีไดจากเมอื งเชนนีย้ อมตกเปนก�าไรของผวู าราชการเมอื งเสียมากกวา
ที่ไดเปนผลประโยชนแกรฐั บาลหลายเทา การเปนดังนี้ เม่อื พเิ คราะห
เปรียบเทยี บคณุ และโทษรวมลงเปนขอวินจิ ฉัย วาวธิ ีเหมาเมอื งเชนนี้
จะเปนวิธดี ีซ่ึงควรจะเปนแบบอยางใชในการปกครองบานเมืองได
หรือไมไดประการใด ขาพระพทุ ธเจาเหน็ ดวยเกลา, วาวิธเี หมาเมอื งน้ี
เปนวธิ ีไมดี เพราะประโยชนรัฐบาลและประโยชนของผูวาราชการ
เมอื งเกย่ี งแยงกันอยูโดยธรรมดา จะไมใหเสยี เปรยี บกนั ฝายหนึ่งไมได
เพราะฉนั้นควรคิดแกไขใหเปนวิธอี ยางอน่ื
ทางท่จี ะคดิ แกไขวธิ ีเหมาเมืองเชนนี้ รัฐบาลไดจัดเมอื งระนอง
เปนตัวอยางอยเู มอื ง ๑ คือจัดท�าภาษอี ากรทง้ั ปวงเปนราชาธปิ ตยั ยอม
ยกสวนลด ๑๐๐ ละ ๑๐ พระราชทานเปนผลประโยชนผวู าราชการ
เมอื งแลกรมการ ท่ีจดั แกไขอยางนี้ไดเงินหลวงเพม่ิ ข้นึ กวาแตกอนถึง
๓ เทา แตทางอยางทีจ่ ดั การเปล่ียนแปลงในเมอื งระนองนน้ั จะวาเปน
ทางทีด่ ีแทยงั ไมไดเพราะทางเสอ่ื มสูญผลประโยชนบานเมืองยังมอี ยู
แตหากชาวนั จึงจะแลเห็น เมอ่ื แลเหน็ แลวจะแกไขใหดขี ้ึนโดยเร็ว
ไมได ทางทเ่ี สื่อมสญู ผลประโยชนแผนดนิ ซงึ่ ไดไตสวนทราบเกลา, น้ัน
คือ เมอื งระนองก็ดี เมอื งหลงั สวนกด็ ี การท�าแรดีบุกเปนประโยชน
ใหญซ่ึงเกิดแกบานเมือง การทา� แรดบี กุ จา� เปนตองหาพวกจีนตางเมอื ง
เขามาท�าการ พวกเถาแกจนี ทีเ่ ขามาท�าการเหมืองดีบุกเปนคนไมมี
ทนุ รอน ผูวาราชการเมืองซง่ึ ไดรับเหมาเมืองยอมตองลงทุนรอนให
พวกเถาแก ใหเรยี กหาลูกจางเขามาท�าการในบานเมอื ง ถาพวกเถาแก
เหลานั้นไปท�าการมกี า� ไร ก็ไดทุนสงคนื แกผูวาราชการเมือง ถาไมได
ก�าไรหรือไปฉบิ หายลงประการใด ทุนท่ผี วู าราชการเมืองรองไปกเ็ ปน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 71
อันตดิ คางสญู เปลาเสียโดยมาก ในการรองทนุ ใหจีนท�าเหมอื งแรน้ี
ตามค�าชแ้ี จงของพระยาระนองและพระยาหลงั สวนวาเงินคงสูญเปลา
เสยี อยูใน ๑๐๐ ละ ๓๐ หรือ ๔๐ ในจา� นวนทนุ ที่ลง แตผวู าราชการเมือง
ซึ่งรบั เหมาเมืองหากา� ไรไดในทางอื่น กลาวคือ ที่ไดรบั ท�าภาษีอากร
ผูกขาด เชนภาษีฝน แลอากรบอนเบ้ียเปนตน ถามีคนเขาเมืองมาก
เงินทีจ่ �าหนายฝนไดก็มากขนึ้ เดมิ พนั บอนเบย้ี กม็ ากข้นึ ถาทา� ดบี ุกได
มากขึ้น กา� ไรในอากรดีบุกทร่ี บั ท�าก็ไดมากข้ึนตลอดจนการทีค่ าขาย
กงสี เชนรับเขาปลาอาหารมาจ�าหนายแกราษฎร หรือรับซ้ือดีบุก
จ�าหนายไปตางเมืองกไ็ ดมากขึ้น อาไศรยก�าไรท่ีไดจากทางเหลานี้
ลนเหลือคมุ ทนุ ทีข่ าดในการทดรองทุนใหแกพวกจนี จงึ ท�าการเปน
ผลประโยชนมาได วาโดยยอความมุงหมายของผวู าราชการเมอื งที่ได
รบั เหมาเมืองยอมเปนสา� คญั อยูในความคดิ อานท่ีจะหาพวกจีนและ
ผูคนเขามาตั้งทา� มาหากินในบานเมืองใหมาก ถาย่ิงมคี นเขามามาก
เทาใดกย็ อมไดผลประโยชนจากอ�านาจที่ไดทา� ภาษีอากรรบั ผูกขาด
มากข้ึนจึงไดกลาลงทนุ แลยอมขาดทนุ ในการทลี่ อคนใหเขาเมือง
การท่ียกภาษอี ากรมาทา� เปนราชาธปิ ตยั เปนอันตดั ก�าไรของ
ผูวาราชการเมืองท่ีเคยไดในทางนน้ั มาเปนหลวง และการกงสีซึ่งเคย
ภาสินคาเขาออกไดเปลา เพราะเหตุท่ีผูวาราชการเมืองไดรับภาษี
ผกู ขาดเขาไวในตวั กลบั ตองเสียภาษเี ปนหลวงลดกา� ไรของกงสลี งอิก
ช้ันหน่ึงจงึ เปนการจา� เปนที่ผูวาราชการเมอื งตองหยดุ การลงทุนรอน
ซึ่งเคยลอใหพวกจีนเขามาทา� การดงั แตกอน โดยเหตุวาหมดทางท่จี ะ
หาก�าไรมาคุมทุนที่จะตองขาด สวนพวกจีนทา� เหมอื งแรเมือ่ ไมไดทุน
ทดรองดงั แตกอน ก็ไมสามารถท่จี ะท�าการใหสดวก เปนเหตุใหอพยพ
ภากนั ไปหาการท�าในแขวงองั กฤษหรอื ท่ีอ่ืนๆ และไมมีผูคนเพิ่มเตมิ
เขามาใหม การเปนดงั นี้ เม่ือผคู นในบานเมอื งลดนอยถอยลงหรือการ
ท�ามาคาขายไมสดวกกเ็ ปนธรรมดาท่ผี ลประโยชนแผนดนิ จะลดนอย
ถอยลงไปทกุ ที การเปนดังนี้จึงเหน็ ดวยเกลา, วาถาไมแกไขหาทาง
72 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ทเ่ี รียบรอยใหไดปลอยใหทางเส่ือมทรามมอี ยูดงั น้แี ลว ผลประโยชน
แผนดนิ คงจะลดลงทกุ ที ถาปลอยใหเสอื่ มสญู ลงไปมากกจ็ ะแกไขให
กลับคนื ดขี ้ึนอยางเดิมไดโดยยากและนานวนั
เมอ่ื พิเคราะหดูใจความขดั ของเปนเหตุใหมที างเสื่อมทราม ก็
คอื ทีห่ ยุดการรองทุนลอใหคนเขาเมืองเปนตนเคามิใชเพราะเปลยี่ น
การภาษอี ากรมาท�าเปนราชาธปิ ตัย ความคิดทจ่ี ะแกไขซ่ึงแลเห็นได
โดยงาย ก็คอื ควรเอาทนุ หลวงทดรองลอพวกจีนแทนที่ผวู าราชการ
เมอื งไดเคยทดรองมาแตกอน แตความเห็นอยางน้ี เม่ือคดิ ตอไปมีขอ
ขดั ของอยอู ยางหน่ึง เพราะการจายเงนิ หลวงกบั การจายเงินของเอกชน
ไมเหมอื นกนั กงสที า� การคาขายเมอ่ื แลเหน็ ทางไดแนใจแลวก็ยอมจาย
ทุนท่ีจะขาดสูญไดโดยไมเสยี ดาย การจายเงนิ หลวงนนั้ ตองมีบาญชจี าย
โดยแนนอน ถาไปขาดสูญเสียอยางไรตองวากลาวเอาความรับผดิ ชอบ
ในเจาพนักงาน ก็เม่ือเงินท่ีรองลอใหจีนเขาเมืองเปนของแลเห็นอยู
จะตองสูญเสียไปโดยมาก กเ็ ปนอันยากท่ีจะใหผูใดยอมรับผิดชอบ
เปนเจาพนักงานอา� นวยการจายเงนิ อยางน้ี ถารัฐบาลจะยนิ ยอมให
เจาพนักงานจายตามเห็นสมควรไมเอาความรบั ผิดชอบ ความยาก
ก็ยังมใี นการท่ีจะเลือกสรรเจาพนักงานใหเปนที่ไววางใจ และจะ
ตดั สินวาอยางไรเปนการสมควร และอยางไรไมเปนการสมควร
ในวิธีรองทุนใหพวกจีนทา� การเชนนี้ ขาพระพทุ ธเจาไดไตสวน
วธิ ที อี่ งั กฤษท�าทางแประ ไดความวารัฐบาลอังกฤษยอมลงทุนให แต
เรยี กหลกั ถานประกนั ทรพั ยเปนส�าคญั ทุกราย การเรียกประกันทรพั ย
เชนองั กฤษท�าเชนนี้ ผซู ่งึ จะรบั ท�าการยอมไดแตผซู ่ึงมที ุนรอนอยแู ลว
เชนพวกจีนพอคาทีอ่ ยเู กาะหมาก สิงคโปร เปนตน พวกจนี ทีเ่ ขามา
ท�าแรทางเมอื งระนอง เมอื งหลงั สวนเปนคนขดั สน ซึ่งจะหาทุนทา� ใน
เมอื งขององั กฤษไมไดแลวโดยมาก ถาจะตัง้ ธรรมเนียมข้นึ อยางองั กฤษ
นาทจ่ี ะหาคนเขาท�าการไมใครได
แตอยางไรๆ กด็ ี เมื่อเปนการแลเหน็ อยูแลววาการท่เี หมา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 73
เมอื งรัฐบาลเสียเปรียบผลประโยชนของผูวาราชการเมืองมาก และ
การทีย่ กมาท�าเปนการราชาธิปตยั ไมลงทุนรอน ภาใหผลประโยชน
เส่ือมทรามลง ก็เปนอนั จา� เปนที่จะคดิ แกไขจัดการในทางอยางใดอยาง
หนึ่งซ่ึงเปนทางอยางดที ส่ี ดุ ขาพระพุทธเจามาตริตรองดู เหน็ ดวยเกลา,
วาทางอยางดีทสี่ ุดนั้น การภาษีอากรท้งั ปวงควรท�าเปนราชาธิปตัย
เวนไวแตการฝนสรุ า และถายงั จะไมเลกิ บอนเบี้ย ควรจะใหผูกขาด
บอนเบ้ียดวยอกิ อยางหน่ึง สวนเหมอื งดีบุกน้นั เชนเมืองระนองแล
เมอื งหลังสวนท่ีผวู าราชการเมืองมีทนุ รอนต้ังหลักแหลงทา� มานานแลว
เชนนี้ ควรพระราชทานประทานบัตรใหผูวาราชการเมืองรบั ท�าตาม
พระราชบัญญัติแร แตลดพาคหลวงลงกวาเดย๋ี วนี้บาง ใหคงอยเู สมอ
เพยี ง ๑๐๐ ละ ๑๐ ผวู าราชการเมอื งคงจะพอท�าการและทดรองทุน
หาคนเขาเมืองได เพราะยงั ไดประโยชนอยูในการทจ่ี ะรบั ซื้อขายสนิ คา
เขาออกอยางหนึง่ คาดีบกุ อยาง ๑ พาคหลวงจะเสยี นอยลงอยาง
๑ ความเห็นของขาพระพทุ ธเขาดังกราบบังคมทูลมาในเร่อื งน้ี ถึง
จะเปนความเห็นซ่ึงคิดเพื่อประโยชนแผนดินเปนใหญก็ไมยืนยัน
วาจะเปนความเห็นเปนอยางดีท่ีสุด หรอื จะเขาใจวาจะเปนหนาที่
ขาพระพทุ ธเจาจะตองแกไขในการเร่อื งนี้ แตเหน็ ดวยเกลา, วาการ
ที่กราบบังคมทลู ทั้งน้ีคงจะเปนประโยชน แมอยางต�่าทส่ี ดุ คงพอเปน
ทางหน่งึ ซง่ึ จะประกอบในความด�าริหของกระทรวงพระคลงั
วนั ท่ี ๔ กนั ยายน เวลาบายกลบั จากเมอื งหลงั สวนมาลงเรอื
อรรคเรศรตั นนาศน ไดชวนพระยารตั นเสรฐลี งเรอื ไปตรวจราชการ
และเขามาเฝาทลู ลอองธลุ ีพระบาทณะกรงุ เทพ, ดวย
ขาพระพุทธเจาไปเมอื งหลังสวนคราวน้ี ไดทราบเรื่องเบด็ เตลด็
อยาง ๑ ถงึ จะไมเปนการส�าคัญ เห็นดวยเกลา, วาเปนความจริงที่
ปลาด จงึ ไดเรียบเรยี งกราบบังคมทลู ในรายงานนด้ี วย คอื ราษฎรใน
เมืองน้ีมคี วามเช่ือถือเกรงกลัวอนั ตรายอยาง ๑ เรยี กวาแผนดินเปน
หูด ตามความท่ีพวกชาวเมืองหลังสวนไดชี้แจงใหขาพระพุทธเจา
74 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
ฟงนั้น คอื บางทใี นท่ีบานหรือท่ีเรือกสวนไรนาแผนดินถลมไปเปน
วงกลมกวางสอกหนง่ึ บางสองสอกบาง ทใี่ ดแผนดนิ ถลมเชนน้ี ถึงจะ
เอาดินถมกไ็ มเตม็ นา้� ฝนนา้� ทาจะมีมาเทาใดก็ไมขังอยูในที่อันน้นั ได
ความเขาใจของชาวเมืองหลงั สวนวาทแ่ี ผนดินถลมเชนนี้ เพราะมตี ัว
สตั วอยาง ๑ เรยี กวาตัวลวง ไลเลยี งดรู ูปราง บางคนวาคลายวานร บาง
คนวาคลายแมว ตวั ลวงน้ีขดุ โพรงอยใู ตดิน ขดุ ทะลุขึ้นมาทีใ่ ด ดินท่ีนัน้
จึงถลมลงไป เรียกวาแผนดินเปนหดู ความเชอ่ื ถอื ของชาวเมืองหลังสวน
น้นั ถาแผนดินเปนหูดในวัดหรือในบานผูใดเปนลางรายเกิดข้ึนแก
เจาวัดเจาบานน้นั ถาไมท้ิงทย่ี ายเยาเรือนออกไปอยูท่อี ื่น เจาวัดเจา
บานคงตองเปนอนั ตรายดวยไขเจ็บอยางใดอยางหนงึ่ โดยเร็ว ถายาย
เยาเรอื นไปเสียท่อี ื่นแลว ถงึ จะไปทา� เรือกสวนในบรเิ วณท่ซี ่งึ เปนหดู
ก็ท�าได แตถาไปเททิ้งของโสโครกลงในทนี่ ้ันก็อาจจะเปนอันตราย
ไดเหมือนกัน ไดมีผูไตถามวา เมื่อแผนดินเปนหูด เพราะมีตัวลวง
จะชวยกันจับตัวลวงทา� ลายเสียไมไดหรือ พวกชาวเมืองหลังสวนวา
จนี ท�าเหมืองไดเคยตีตวั ลวงตายครั้งหนึ่งอยูมาไมชาจีนคนน้ันกเ็ ปน
อันตราย จงึ ไมมใี ครกลาคิดดกั หรอื ทา� อันตรายตวั ลวง ความเช่ือของ
ชาวเมืองหลงั สวนในเรือ่ งแผนดินเปนหดู ดงั น้มี มี าแตโบราณจนกาล
บดั น้ี ขาพระพทุ ธเจาไดพบวัดรมิ แมน�้าเมอื งหลงั สวนที่ไดท้ิงรางอยู
เพราะท่ีวัดน้นั เกิดเปนหูดข้ึนเมื่อสักสี่หาปมานี้ แตหาไดมีเวลาแล
ความเช่ือพอแกทีจ่ ะแวะขึ้นตรวจตราดวยตนเองไม
วนั ท่ี ๕ กนั ยายน เวลาเชาใชจักรออกจากปากน�้าเมืองหลงั สวน
วนั ที่ ๖ กันยายน เวลา ๒ โมงเชาถึงเมืองสงขลาพระยาสุขุม
นยั วินิจ๑ เมื่อยังเปนต�าแหนงพระวิจติ รวรสาสนขาหลวงพิเศษกบั
๑ เปนขาหลวงเทศาภบิ าลคนแรกของมณฑลนครศรธี รรมราช ใน พ.ศ.
๒๔๔๙ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจาอยหู วั ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ให
เปนเสนาบดีกระทรวงโยธาธกิ ารและโปรดเกลาฯ ใหเปนเจาพระยายมราช (ปน
สขุ มุ ) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ ทานเปนตนสกลุ “สุขมุ ”
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 75
ขาหลวงรอง และพระยาวิเชียรครี ๑ี ผูส�าเรจ็ ราชการเมอื งสงขลากับ
กรมการจัดเรือลงมารับขาพระพุทธเจาขึ้นไปพักอยูท่ีบานมารดา
พระยาวเิ ชียรครี ีซึง่ เปนที่พกั ขาหลวงพเิ ศษน้ัน แลพระยาอภยั บรริ ักษ
ผูวาราชการเมอื งพทั ลุงกับกรมการผูใหญก็ไดมาคอยรับขาพระพทุ ธเจา
อยทู ่นี ่ีดวย
ราชการเมืองสงขลาน้ี ไดทรงพระกรณุ าโปรดเกลา, ใหพระยา
สุขุมนัยวินิจ เม่ือยังเปนต�าแหนงพระวิจิตรวรสาสนเปนขาหลวง
พเิ ศษออกไปจดั การบานเมอื งตั้งแต ร.ศ. ๑๑๔ การท่ไี ดจัดประการ
ใด พระยาสุขมุ นยั วนิ ิจและพระยาวเิ ชียรคีรกี ็ไดมใี บบอกเขามากราบ
บังคมทูลเนอื งๆ ทง้ั ท่ไี ดเสดจ็ พระราชด�าเนนิ ประภาศในเดอื นสงิ หาคม
ร.ศ. ๑๑๕ ราชการบานเมืองยอมทราบฝาลอองธุลีพระบาทแลว
โดยมาก ขาพระพทุ ธเจาขอพระราชทานกราบบังคมทูลในรายงานนี้
แตโดยยอและเฉภาะในการบางอยางท่ีไดไปทราบและพเิ คราะหเห็น
ในคราวท่ไี ดไปตรวจคร้ังนี้
การปกครองทองท่ไี ดจัดตามทางแบบลักษณะปกครองทองท่ี
ทีโ่ ปรดเกลา, ใหเรยี บเรยี งข้นึ ใหมเกือบจะส�าเร็จตลอดหมด ในการ
ปกครองทองท่ีซ่งึ ไดจดั ในเมืองสงขลา เหน็ ผลแปลกกับเมอื งอื่น มีอยู
ในการทจ่ี ัดชนั้ อา� เภอ เพราะการชัน้ อ�าเภอน้ใี นมณฑลอน่ื ๆ ยังพง่ึ จะ
จัด มณฑลพศิ ณโุ ลกยจัดส�าเร็จแลวมณฑล ๑ แตขาพระพุทธเจากย็ ัง
ไมไดขึ้นไปตรวจเหน็ พึง่ มาเห็นที่จดั ในเมอื งสงขลานี้เปนตัวอยางท่ไี ด
ท�าการจนแลเห็นผล เห็นดวยเกลา, วาการปกครองทองท่ชี นั้ อ�าเภอนี้
มีประโยชนมากกวาทคี่ าดไวแตเดมิ หลายอยาง อาจจะบงั คบั ถอยความ
ตรวจตราการก�านันนายบานปกครองทองท่ีและเกบ็ สวยเกบ็ คานาได
ตลอด เปนการเบาภาระผูวาราชการกรมการแลศาลเมอื งใหญไดมาก
จนแลเห็นวาจ�านวนและต�าแหนงหนาท่ีกรมการเมืองใหญซึ่งไดกะไว
๑ พระยาวิเชยี รครี ี (ชม ณ สงขลา) เปนเจาเมอื งสงขลา คนสดุ ทาย
76 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
แตเดมิ วาควรจะมเี มืองละเทาใดๆ น้ัน ไมจา� เปนจะตองมีเสียหลาย
ต�าแหนง เพราะการอาจจะสา� เร็จไดในช้นั อ�าเภอเสยี แลวโดยมาก ยงั
แลเหน็ การปลาดเฉภาะทีจ่ ดั อ�าเภอเมอื งสงขลานอ้ี กิ อยาง ๑ คอื แตเดมิ
พระยาสุขุมนยั วนิ จิ กับพระยาวิเชยี รคีรีไดจดั ใหพระอนันตสมบัติเปน
นายอ�าเภอ ๑ หลวงบริรักษภูเบนทรเปนนายอ�าเภอ ๑ ภายหลัง
หลวงบรริ ักษภเู บนทรปวยตองถอนกลบั เขามา หาตัวขาราชการท่จี ะ
ไปเปนนายอา� เภอแทนยังไมได พระยาสุขุมนัยวนิ ิจจึงจัดใหนายแปล๊ะ
เสมยี นโทซง่ึ ออกไปจากกรุงเทพ, ออกไปวาการแทนนายอ�าเภอแขวง
ปละทา ซ่ึงจ�านวนพลเมืองเกินสามหม่ืน นายแปล๊ะไปท�าการได
เรียบรอยตลอดทุกหนาท่ี บังคบั บัญชาการผูคนก็พากนั นยิ มนับถือ
จนเหน็ ไมควรจะเปล่ียนกลับมาเหน็ ดวยเกลา, วาเปนการปลาด เพราะ
นายแปละ๊ อายกุ ย็ งั หนมุ ไมเกิน ๓๐ ป คณุ สมบัตมิ ีในตวั ประการใด
ขาพระพุทธเจากย็ อมทราบตัง้ แตรับราชการอยใู นกรงุ เทพ, เพราะไมมี
วุฒิวิเสศอนั ใดย่ิงกวาความซ่ือตรง ความเอื้อเฟอ แลวชิ าเพยี งเทาท่ี
เสมียนโทท้งั หลายรูอยูโดยมาก ทค่ี นเชนนายแปละ๊ อาจจะบงั คบั บัญชา
พลเมืองไดถึงสามหม่ืน เปรยี บเทียบถอยความแลบังคับบัญชาการ
ไดสิทธิขาดเห็นดวยเกลา, วายอมเปนเพราะความนิยมเช่ือถอื ของ
ราษฎรในความจรงิ และความซ่อื ตรงของขาราชการซ่ึงจัดสงออกไป
แตกรุงเทพ, เปนอนั มาก เมอ่ื เปนเชนน้ี ทางทจ่ี ะจัดการอา� เภอตอไป
ถาหาคนในพืน้ เมืองใหพอสมควรแกต�าแหนงไมได คนชะนิดอยาง
นายแปล๊ะยังพอจะหาสงออกไปฉลองพระเดชพระคุณไดอกิ เปนอัน
มาก นบั วาเปนทางดที ีไ่ ดพบใหมอกิ อยาง ๑
การโจรผูรายในเมืองสงขลา อาไศรยเหตุที่มีขาหลวงพิเศษ
และไดลงมือจัดการบานเมืองในทางที่จริง จัดเปนสงบทีเดียว
ขาพระพุทธเจาไดสบื สวนไตถามตามพอคาและราษฎรตามบานเรอื น
ซ่งึ ไดเที่ยวไปพบปะกก็ ลาวเปนเสียงเดยี วกันวาเปนการเรียบรอย โค
กระบือปลอยไดไมตองพทิ ักรักษา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 77
การชา� ระถอยความในเมอื งสงขลา ขาหลวงพรอมดวยผสู �าเร็จ
ราชการเมืองจดั กรรมการ ตัวขาหลวงพเิ ศษเปนประธานสะสางความ
คางเกาแลวไปไดมาก การศาลไดเลิกวิธกี ารศาลอยางเกาที่แบงเปน
หลายแพนกหลายศาลน้ันเสีย จดั ศาลเมอื งมีผูพิพากษา ๓ คน รับ
พจิ ารณาความท้งั ปวงทว่ั ไปศาล ๑ มีศาลอุทธรณซึ่งผูส�าเร็จราชการ
เมอื งเปนผพู ิพากษาใหญศาล ๑ และจัดใหนายอ�าเภอวาความเล็กนอย
ในทองที่ ๓ แหง ขาพระพทุ ธเจาไดไปตรวจดทู ศี่ าลเมอื ง และไตถาม
ถงึ การโรงศาลท่ไี ดจดั น้ี ไดความวา ถอยความทกุ วันนค้ี วามนครบาล
ไมใครมี มแี ตความแพงโดยมาก ความเล็กนอยตามอา� เภอ นายอ�าเภอ
ท่ไี ดจดั ตัง้ ใหมๆ เปรยี บเทียบแลวกนั ไปไดเกอื บหมด ไมใครจะมีทีต่ อง
สงมาถงึ ศาลเมอื ง ความในศาลเมืองมีแตความหนี้สินซึ่งโจทยจา� เลย
อยูในบรเิ วณเมอื งโดยมาก จดั วาเปนการดที เ่ี ห็นคณุ ท�าใหถอยความ
นอยลงแตเสยี อยูดวยวิธีพิจารณาซ่งึ ยงั ตองใชอยางเกาทา� ใหถอยความ
ยดื ยาว ความซึ่งฟองรองกันในศาลเมืองมเี สมอเดือนละ ๓๐ เร่อื ง
ชา� ระแลวไปไดเพยี งเดอื นละ ๒๕ เรื่อง ยงั ตองมคี วามค่ังคางอยเู สมอ
จะนับวาเปนดีทเี ดียวไมได ขาพระพุทธเจาไดเรยี กส�านวนความและ
ค�าตัดสินในศาลเมอื งมาตรวจดู ๒ เร่ืองเห็นค�าตดั สินก็พอใช แต
ลูกความขางแพคะดีรองขอทุเลาคา� ตดั สินน้นั ทัง้ ๒ เรอื่ ง พิเคราะหดู
เหน็ ดวยเกลา, วาหนาจะเปนเพราะลกู ความยงั ไมใครจะไววางใจแก
กรมการซงึ่ เปนผูพิพากษา โดยธรรมดาที่ไมไดรูจักไววางใจกันมา
เสยี ชานาน อกิ ประการหนงึ่ เพราะกฎหมายยงั เปดใหทุเลา ผไู มชอบใจ
ในค�าตดั สนิ เหน็ ชองท่ีเขาเคยดงึ ดันกนั มาแตกอน ก็ลองดึงดนั ไปจน
ส้ินฤทธ์ิ แตอยางไรก็ดี การศาลวากลาวถอยความในเมอื งสงขลาหรอื
เมืองทีใ่ กลเคียงกันเหลาน้ีถาไดเปลี่ยนลักษณพิจารณาและมผี ูพพิ ากษา
ออกไปจากกรงุ เทพ, แมไมสักกี่คน คงจะจัดการโรงศาลใหเรยี บรอยได
ตลอด เพราะสังเกตดรู าษฎรชาวหัวเมืองปกษใตนไิ สยเปนคนวางาย
ถาเห็นวาทา� โดยตรงโดยจริงแลวจะวากลาวประการใดกเ็ ชื่อฟง
78 การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของ
การโยธา ขาหลวงพิเศษและผูส�าเรจ็ ราชการเมืองสงขลาได
แผวถางลานเมอื งสอาดดขี ้ึนกวาแตกอน และไดตดั ถนนใหญใชรถได
นอกเมอื งในเมอื งหลายสาย ประมาณถนนท่ไี ดทา� แลวยาวประมาณกวา
๒๐๐ เสน ยงั ถนนหลวงทีพ่ ระยาวเิ ชียรครี ีไดท�าไวแตเดมิ ตั้งแตกา� แพง
เมอื งสงขลาไปจนสวนพระยาวเิ ชยี รครี ีระยะทางใชรถไดอกิ ๒๐๐ เสน
การท�าถนนเหลาน้ีใชแรงนกั โทษ และไดอาไศรยความอดุ หนุนของ
ชาวบานซึง่ ออกแรงลงทนุ ชวยบาง และบางแหงท่ีถนนตดั ไปถูกทบ่ี าน
เรือนก็ยอมรอื้ ถอนยายให ดวยความนยิ มยนิ ดที ั่วทุกแหงควรนับวาเปน
ความเจรญิ แกบานเมืองเกดิ ข้นึ อยาง ๑ แตจะวาเปนประโยชนใหญ
อนั ใดนกั ไมได เพราะเปนแตท�าใหบานเมอื งงดงามขึน้ และทา� ใหทดี่ ิน
มีราคาแพงขน้ึ บางทีจะพาใหมีบานเรือนงดงามเกิดขึ้นอกิ บาง แต
การทท่ี า� นี้คงจะส�าเร็จแลวในไมชานัก เพราะหมดเนือ้ ทใี่ นบริเวณ
เมืองท่ีจะท�าได และการรกั ษากจ็ ะตองเปนภาระมากขน้ึ โดยล�าดบั
ขาพระพุทธเจาไดตักเตือนขาหลวงพิเศษแลผูส�าเร็จราชการเมือง
สงขลาใหพเิ คราะหในขอทีจ่ ะรักษานน้ั จงมาก ถาจะรกั ษาไวไมไดแลว
ก็ไมควรจะทา� ใหเหนื่อยเปลา
ถนนทีจ่ ะเปนประโยชนสา� คัญจริง ซงึ่ ควรจะคิดท�าใหส�าเรจ็
จงไดนน้ั เห็นดวยเกลา, วามอี ยู ๓ สาย คือ ตัดแตเมืองสงขลาไป
เมืองนครศรีธรรมราชสาย ๑ ซอมถนนเดิมแตเมอื งสงขลาไปเมือง
ไทรบุรสี าย ๑ ตัดถนนแตเมอื งสงขลาไปเมืองจะนะ เมอื งเทพาบันจบ
แดนเมอื งหนองจิกสาย ๑ ถนนทัง้ ๓ สายนี้เปนการใหญจรงิ แตถา
ท�าไดจะเปนประโยชนแกบานเมอื งแลการคาขายเปนอันมาก ขาพระ
พทุ ธเจาไดปฤกษากบั ขาหลวงพเิ ศษแลผูส�าเรจ็ ราชการเมืองสงขลา
ดวยเรอ่ื งทา� ถนน ๓ สายนี้ ไดความวา ถนนแตเมืองสงขลาไปเมือง
นครศรีธรรมราชน้นั ขาหลวงพเิ ศษแลผูส�าเร็จราชการเมอื งสงขลาได
กะการทจี่ ะทา� และไดลงมือท�าบางแลว จะตัดตัง้ แตแหลมสนทีเ่ มอื งเกา
ไปตามอ�าเภอปละทารมิ ทะเลบนั จบคลองระโนดแขวงนครศรีธรรมราช
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 79
ถนนสายนี้ท�างาย และราษฎรชาวบานตามระยะทางก็ยินดีทจี่ ะรับ
ชวยออกแรงทา� ขาพระพทุ ธเจาไดขามไปดู ท่แี หลมสนตอนตนซง่ึ ได
ลงมือทา� แลวนัน้ มีจีนพอคาคน ๑ ไดรับลงแรงลงทุนของตนเองตอย
สิลามากอเปนขอบถนนถมดนิ ไปไดกวา ๕ เสน พอสิ้นหนานาในคราว
นี้ ขาหลวงพเิ ศษและผูส�าเรจ็ ราชการเมอื งจะไดลงมือขอแรงราษฎรทา�
ตามระยะบาน ประมาณคงจะท�าไดถึงพรมแดนเมืองนครศรีธรรมราช
ในตนศก ๑๑๖
ถนนสายไปเมืองไทรบุรีน้ัน ถนนเดมิ ตัดครั้งเสด็จพระราช
ด�าเนนิ มอี ยูแลว แตขดั ของอยดู วยเรื่องจะท�าสะพาน จะตองทา� หลาย
สิบสะพาน จา� เปนตองมีทนุ และมนี ายชางไปตรวจคดิ อยางสะพานท�า
ดวยอฐิ ปูนจงึ จะดี ถนนสายนถ้ี าจะโปรดเกลา, ใหท�า ขาพระพุทธเจา
เหน็ ดวยเกลา, วา ควรใหกรมโยธาจัดนายชางออกไปตรวจและคิดแบบ
สะพานใหเสรจ็ แลวควรโปรดเกลา, พระราชทานพระบรมราชานญุ าต
ใหจายเงนิ สกั ปละ ๒๐๐ ชง่ั หรือเทาใด ใหจัดทา� เสมอไปไมกีป่ คงจะ
ส�าเร็จได สวนในแขวงเมอื งไทรบุรีน้นั เจาพระยาไทรบุรจี ะทา� สนอง
พระเดชพระคณุ ดวยก�าลงั และทุนของเมืองไทรทั้งส้นิ
ถนนสายไปเมืองหนองจิกนน้ั ยังไมไดตรวจทาง ขาพระพทุ ธเจา
ไดใหขาหลวงพิเศษแลผูส�าเรจ็ ราชการเมืองสงขลาแตงคนออกตรวจ
ทางแลว
ในเมืองสงขลาน้ี จา� เปนเหมือนกับเมอื งอน่ื ๆ จะตองมีเรือนท่ี
อยขู องขาหลวงและผวู าราชการเมือง แลท่ีท�าราชการบานเมอื ง ตึกที่
ขาหลวงไดสรางไวท่แี หลมทรายแหงหนึ่งชา� รุดซดุ โทรมบางแตไมมาก
นัก แตตกึ หลังนี้เปนท่ีถอื กนั ในเมอื งสงขลาวาถาใครไปอยูชานานพน
เดอื น ๑ ข้ึนไป มกั จะเปนไขเจ็บลมตาย ขาพระพทุ ธเจาพิเคราะหดู
เห็นดวยเกลา, เปนความจรงิ มไิ ดถือโดยเขาใจผิดเพราะตกึ นน้ั อยตู รง
เขาแดง เวลาคราวลมตวนั ตกพดั เวลาบายพาใหไอสลิ าเขาแดงรอนอบ
ตรงมาท่ีตกึ นน้ั เสมอ ภาใหจบั ไขไดโดยงาย ขาพระพุทธเจาไดถูกลม
80 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
รอนเชนน้เี วลาไปตรวจถนนฟากเขาแดงครู ๑ กร็ ูศึกคร่นั ตวั ไมสะบาย
ขาหลวงพิเศษในเวลานี้ออกไปอาไศรยพักอยูท่ีบานมารดาพระยา
วิเชียรคีรี ท�าเลบานแลเรือนเปนท่ีสะบายดี พระยาวิเชยี รครี ีบอกขาย
ที่บานนี้ ขาพระพุทธเจาเห็นดวยเกลา, วาควรจัดซื้อไวเปนท่ีพัก
ขาหลวงแลเปนพลบั พลาประทับรอนในเวลาที่เสดจ็ ประภาศเมือง
สงขลาได แตราคายังวาไมตกลงกัน ท้ังเงนิ ในงบประมาณมณฑลนี้
ก็ยังไมมพี อจะจาย จึงไดตกลงคดิ คาเชาใหพระยาวเิ ชียรครี ีเพยี งเดอื น
ละ ๕๐ บาทไปกอน กวาจะไดโปรดเกลา, ใหจดั ซ้ือทีน่ เ้ี ปนของหลวง
ทบ่ี านผูวาราชการเมอื งนั้น เวลาน้บี านพระยาวิเชยี รครี ีก็มีอยู
เปนท่มี ่ันคงแลว จึงเหน็ ดวยเกลา, วายังไมจ�าเปนจะตองด�ารหิ แตที่ทา�
ราชการบานเมอื ง กลาวคอื ทจ่ี ะต้ังศาลและทที่ า� การตางๆ นน้ั เห็น
ดวยเกลา, วาจวนเดมิ ซึง่ เปนของหลวงเปนท่เี หมาะดีกวาแหงอน่ื แต
เรอื นท่ีมีอยูในนนั้ ชา� รุดซดุ โทรมเปนอันตรายหายสญู ไปเสียมาก ยงั
เหลือแตเรอื นริมปอมไดซอมขึน้ ไวเปนท่ีพกั ขาหลวงรองแหง ๑ และ
ยังมตี กึ เปนหอปาย หอพระของเดิม ๒ หลัง ขาพระพทุ ธเจาไดตรวจ
ดูตึกนี้ เหน็ พอจะซอมแซมขน้ึ ใชเปนศาลแลเปนออฟฟศท่ที �าการได
จงึ ไดสั่งใหขาหลวงคิดจดั การซอมแซมขน้ึ ไว
การโยธาทจ่ี ะตองดา� รหิ มีอกิ อยาง ๑ คือ ตรางทคี่ ุมขงั นกั โทษ
เพราะการเล้ียงนักโทษแตกอนมาอยูในหนาทผี่ วู าราชการเมืองและ
ผูคุมซ่ึงไดใชสอยแรงนักโทษหาผลประโยชนของตนจะตองเจือจาน
เลย้ี งดูนกั โทษ แตบดั นเี้ อานักโทษมาใชท�าการบานเมือง การเล้ียงดู
ก็จา� เปนตองเปนการหลวง เปนทางเปลืองพระราชทรพั ยเกดิ ข้ึนอิก
ทาง ๑ ขาพระพทุ ธเจาไดปฤกษากบั ขาหลวงแลผูส�าเร็จราชการเมอื ง
ตกลงกันวาควรจะสรางตรางขน้ึ ใหมีลานแลโรงงาน จะแบงนกั โทษ
เมอื งพทั ลงุ ซงึ่ ก�าหนดโทษนานวันมาสมทบไวทเี่ มอื งสงขลา แลวคดิ
จดั ใหท�าการคาขายเชนทา� กระเบอื้ งเปนตน จา� หนายใหไดทุนกลับมา
ทนุ พระราชทรพั ยทเี่ ลย้ี งนกั โทษไดบาง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 81
การทา� ประภาคารที่เมืองสงขลา๑ ไดทรงพระราชด�าริหมาชา
นาน ทีส่ ดุ ตัวโคมก็ไดสง่ั เขามาแลว ยงั ตดิ อยแู ตดวยการทจี่ ะเลือกที่
แลกอถานปูนรองโคมจงึ คางมาจนบดั น้ี เม่ือเสดจ็ กลับจากชะวาทวปี
แวะประภาศทเี่ มอื งสงขลา ขาพระพุทธเจาไดขอใหพระยาชลยทุ ธ
โยธินทรพรอมดวยพระยาวเิ ชียรคีรปี ฤกษากันเลอื กทส่ี รางประภาคาร
ตกลงเน้ือเหน็ วา ควรจะรอ้ื ศาลามุมพระเจดียบนยอดเขาตังกวน และ
สรางประภาคารตรงนั้น ขาพระพุทธเจาไดนา� ความทั้งน้ีขนึ้ กราบบงั คม
ทลู ทรงพระราชด�ารหิ เห็นชอบดวยแลว จงึ ไดขอใหกรมทหารเรือทา�
เครื่องไมประกอบตวั โคม แลสงแบบถานปนู ใหขาหลวงออกไปจดั การ
กอสรางคงจะสา� เรจ็ ไดใน ร.ศ. ๑๑๖
การสรางสายโทรเลขทีจ่ ะตองสรางขนึ้ แตเมอื งนครศรธี รรมราช
ไปเมืองสงขลาสาย ๑ แตเมืองสงขลาไปเมืองไทรบุรสี าย ๑ ทั้ง ๒
สายนีข้ องเดมิ ไดทา� ครัง้ หน่ึงแลว แตช�ารดุ ซดุ โทรมไปเสีย จะตองซอม
ข้นึ ใหม ขาพระพุทธเจาไดส่งั ขาหลวงใหลงมือจดั หาเสาซอมและได
ขอสายตอกระทรวงโยธาธกิ ารเปนการตกลงจะไดท�าในระดูแลงสิน้
มรสมุ ทันใชไดในศก ๑๑๖ ในสวนสายโทรเลขในแขวงเมืองไทรบุรี
น้นั เมอ่ื เจาพระยาไทรบุรีเขามาเฝาทูลลอองธุลพี ระบาทกไ็ ดตักเตือน
ขาพระพทุ ธเจาขอใหคดิ จัดเสียใหส�าเร็จ เม่อื ขาพระพทุ ธเจาออกไปถึง
เมอื งสงขลาคราวน้ี เจาพระยาไทรบรุ แี ละรายามดุ าแตงใหตงกมู หมดุ
นองชายเจาพระยาไทรบุรมี าหาขาพระพทุ ธเจาทเ่ี มืองสงขลาฟงค�าสง่ั
๑ ตง้ั อยูบนยอดเขาตงั กวน อ�าเภอเมอื งสงขลา จงั หวดั สงขลา สมเด็จฯ
กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ ทรงมอบหมายใหกรมทหารเรอื ทา� เครอ่ื งไมประกอบ
ตัวโคม เม่ือ พ.ศ. ๒๔๓๙ และสงแบบฐานปูนใหขาหลวงออกมาจดั การกอสราง
ตามพระราชดา� รใิ นพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั ในสมัยท่ีพระยา
วเิ ชียรครี ี (ชม ณ สงขลา) เปนผูสา� เร็จราชการเมืองสงขลา และสรางเสรจ็ ราว
พ.ศ. ๒๔๔๐
82 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
การซอมสายโทรเลขนี้ ขาพระพุทธเจาไดช้แี จงแกตงกมู หมดุ และมีตรง
ส่ังไปยงั เมอื งไทรบุรใี หลงมอื ทา� ในระดูแลงนีเ้ หมอื นกนั สวนสายลวด
แลอินสเุ ลเตอรเมอื งไทรบุรีจะตองการเพ่ิมเตมิ เทาใด ใหไปเบิกของ
เดมิ ทีม่ ตี กคางอยูเมืองตรังใหเอามาใชจงพอ หวังดวยเกลา, วาเมอื ง
ไทรบรุ คี งจะทา� การทนั เหมอื นกนั แตสายโทรเลขอิกสาย ๑ ซึง่ จะสราง
แตเมืองสงขลาผานหัวเมอื งแขกทงั้ เจด็ ลงไปเมืองกลนั ตันนน้ั ทางแต
เมอื งสงขลาไปเมอื งหนองจกิ ยังไมไดตรวจ แตคงตองทา� ตามทางหลวง
ที่ตดั ใหม เมือ่ ตรวจทางแลว ก็ยอมเปนอันตรวจทางโทรเลขแลวดวย
หวังดวยเกลา, วาจะไดลงมือทา� ในศก ๑๑๖
การโยธาในเมอื งสงขลานอกจากท่ีไดกราบบังคมทลู มาแลว
ขาหลวงแลผูส�าเร็จราชการเมืองไดรับพระบรมราชานุญาตใหสราง
ตลาดหลวงขน้ึ ท่รี ิมก�าแพงนอกเมอื งดานตวันตกแถวหน่ึง ตลาดน้ีได
เสดจ็ พระราชด�าเนนิ ไปทอดพระเนตร และไดโปรดเกลา, ใหแกอยาง
หลังคา แตครัง้ เม่ือเสดจ็ ประภาศคราวน้ัน เปนอนั ตกลงก�าลงั ทา� อยู
ตามพระราชด�าริห ตลาดตอนท่ีกอแทนรานแลวเพยี งใด ไดเปดให
ราษฎรเชาขายของเกบ็ แตก่งึ ราคา เพราะเหตุทยี่ งั ไมไดท�าหลังคา
ราษฎรภากันพอใจในการตลาดนเี้ ปนอนั มาก ทีข่ อแยงกนั เชาประจา�
ท่ีก็มี การท�าตลาดคงท�าส�าเร็จไดในศก ๑๑๕ นี้ เม่ือทา� แลวเสรจ็
ประมาณราคาคาเชาคงจะเก็บไดป ๑ ไมต�่ากวา ๔๐ ชัง่ พอเปนกา� ลัง
ท�านบุ �ารุงพืน้ เมอื งไมใหซดุ โทรมได ยังทาเรือและเรือจางขามคนขาม
สัตวพาหะนะซง่ึ ก�าลังกะการอยูก็มีอิกหลายอยาง มีจีนพอคาไดรับ
จะสรางศาลาทาเรอื จางชวยดวยทนุ ของตน ๒ ราย แตการอยางอืน่
ซึ่งจะตองท�าดวยทนุ หลวงจะยังไมสา� เร็จไดเร็ว เพราะทนุ ยังขัดสน
ไมพอจะทา� การ
พเิ คราะหดผู ลในการโยธาทไ่ี ดจัดท�าขน้ึ ในเมืองสงขลาในเวลา
น้ีพอเห็นความสอาดเรียบรอยของพน้ื บานเมอื งแปลกปลาดตาข้ึนกวา
แตกอนมาก ดวยพวกพอคาแลพลเมืองก็เต็มใจท่ีจะชวยราชการ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 83
ประมาณดถู าการท่ีจดั ไดเดนิ ตอไปดงั นี้ ไมชานานสกั เทาใดในเมอื ง
สงขลาจะมนี คราภบิ าลไดเปนมน่ั คง
การภาษีอากรผลประโยชนแผนดินในเมืองนี้ ตองนับวา
ขาหลวงพเิ ศษยังไมไดลงมอื จดั การอยางใด นอกจากท่ไี ดลงมือศึกษา
วธิ เี กบ็ แลคนควาหาความจรงิ ในการทจี่ ะเก็บผลประโยชนแผนดินให
ไดตามสมควร การที่ขาหลวงไดจดั เพียงการเกบ็ เงนิ คานาในศก ๑๑๔
เพราะเหตุทจี่ ับกรมการฉอได จึงเปลีย่ นตวั พนกั งานออกไปตรวจสอบ
ใหม ไดจา� นวนนาแลจา� นวนเงนิ ข้ึนกวาเกามาก และเปนทางทจ่ี ะตรวจ
สอบตอออกไปถงึ เมืองพัทลงุ และเมืองนครศรีธรรมราช บางทีจะภา
เงนิ หลวงใหข้นึ ไดทัง้ ๒ เมอื ง ถาเงินคานาในหัวเมืองท้ัง ๓ น้ีเพ่ิม
ขน้ึ ไดในจา� นวนศก ๑๑๔ เทาใด ขาพระพทุ ธเจาเห็นดวยเกลา, วา
เปนเพราะความเอาใจใสของขาหลวงพเิ ศษและทไ่ี ดจดั การแกไขโดย
ทนั ทวงที นับวาเปนความดอี ยาง ๑ แตเงนิ ภาษอี ากรผลประโยชน
แผนดนิ อยางอน่ื นอกจากคานาน้นั ตามความจริงทไ่ี ดสบื ทราบอยบู ัดนี้
เงนิ ทไ่ี ดเกบ็ จากราษฎรในเมอื งสงขลาโดยทางตรงหรอื โดยทางออมก็ดี
ป ๑ จ�านวนเงินมากกวาท่ไี ดเขาพระคลงั เปนอนั มาก แตหากตกเรยี่
เสยี หายไปเปนผลประโยชนของผูรบั ผกู ขาดทา� ภาษอี ากรแลเจาพนักงาน
ในบานเมืองเสยี โดยมาก เปนตนวา ในการเก็บคานาราษฎรตองเสีย
คานาตามพระราชบัญญตั ิสวน ๑ ยงั ตองเสยี คาเบยี้ เลย้ี งพนกั งาน ผไู ป
เกบ็ แลเสยี คาน่งั ยามตามไฟรักษาพระราชทรัพยอิกตางหาก การเก็บ
สวยรายเฉลี่ยราษฎรกต็ องเสยี อยางน้ีอกิ เหมือนกัน
ทางที่จะจดั การเกบ็ ผลประโยชนแผนดนิ ตอไปขางหนาเหน็
ดวยเกลา, วาทางดมี ีอยางเดียว แตคิดเก็บเปนราชาธิปตัยทกุ อยาง
เวนไวแตอากรฝน อากรสรุ า อากรรงั นกและถาบอนเบ้ยี ยงั ไมเลกิ ควร
ผกู ขาดดวยอกิ อยางหน่ึง
ในการท่ีจะจดั เก็บภาษอี ากรเปนราชาธิปตัยในเมืองสงขลาน้ี
เช่ือไดเปนแนวาราษฎรคงจะมคี วามศุขกวาอยางทุกวันนเี้ ปนอนั มาก
84 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
แตจ�านวนพระราชทรพั ยจะขน้ึ กวาทกุ วนั นี้ จะประมาณวามากทเี ดียว
น้นั ไมได เพราะการทจ่ี ะเก็บอยางทกุ วนั นีเ้ ก็บโดยไมเปนธรรม ดัง
เรียกคาเบย้ี เลี้ยงแลคารกั ษาเงนิ หลวงในการเก็บเงินคานาและสวยราย
เฉล่ียเปนตนนัน้ ก็จ�าเปนจะตองเลิก ยงั ภาษีอากรอยางอนื่ ท่จี ะตองเลิก
โดยเกบ็ ไมถกู ตองตามความท่มี งุ หมายในพระราชบญั ญตั ิก็ยงั มีเปนตน
วาภาษีเขาทกุ วันนใี้ หผกู ขาด ถาเขาออกจากเมืองพัทลุงเจาภาษเี ขา
เมอื งน้ันเกบ็ ช้ัน ๑ ถาพอคาเขาเมอื งสงขลาซอ้ื เขามาขน้ึ ยงุ ฉางไวพอ
บันทุกลงเรือจะออกจากเมืองสงขลาเจาภาษีเขาเมืองสงขลาก็เก็บอกิ
ซ้�า ๑ ภาษรี อยชกั สามขาเขาก็อยางเดยี วกัน เปนตนวาพอคาบันทุก
ผาขาวเขามาถึงเมอื งสงขลา เจาภาษชี ักรอยละสาม ถามีผูแบงซื้อ
ไปขายเมืองพทั ลงุ ยังตองเสียภาษรี อยชักสามเม่ือเขาเมอื งพทั ลุงอกิ
ดังน้ียังภาษอี ากรอยางอนื่ ๆ ซ่งึ เปนความเดอื ดรอนแกราษฎรจะตอง
ผอนผันพกิ ัดอตั ราลดลง เชนอากรคานา้� ๑ เปนตน กย็ งั มีหลายอยาง
เปนทางทีเ่ งินภาษีอากรจะตองลดลงมีอยูดังนี้ เงนิ ทีข่ ้ึนคงจะไมมาก
นัก แตอยางไรกด็ ีขาพระพุทธเจาเช่ือแนวาแมจัดการท�าเปนราชาธิปตัย
พระราชทรัพยยังจะข้นึ ไดอิก ถงึ อากรซึ่งยังจะใหคงทา� เปนผกู ขาด
อยางทุกวันนี้เด๋ียวนี้ มีอากรสุราเปนตน ที่ตองเขามาวาประมูลใน
กรงุ เทพ, เงนิ หลวงกย็ ังตา่� อยมู าก ถึงแมทีว่ าประมลู ตามหัวเมอื งนัน้ เอง
พวกผูคนยังย�าเกรงความเก่ยี วของดวยผลประโยชนผวู าราชการเมือง
กรมการ ไมกลาเขาวาประมลู มีอยโู ดยมาก ถาเปดใหวาประมูลตาม
หวั เมอื งโดยตรง อยาใหผวู าราชการเมอื งกรมการมหี ุนสวนเกี่ยวของ
ดวย ในเมืองอยางเมอื งสงขลาที่มีพอคาซ่ึงบริบูรณทรัพยสมบัติอยู
โดยมากเชนน้ี เงนิ หลวงคงจะขึน้ ไดอิกเปนอันมาก ดวยเหตุเหลาน้ี
๑ เปนภาษีผลประโยชนชนดิ หนึ่ง เก็บจากราษฎรที่หาปลาในแมน้�า
ลา� คลองและทะเล ตามพกิ ัดและขนาดของเครื่องมือหาปลา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 85
ขาพระพุทธเจาเหน็ ดวยเกลา, วากระทรวงพระคลังควรจะรีบคิดอาน
จดั การเกบ็ ภาษีอากรหัวเมืองมณฑลปกษใตเหลาน้ีใหทันข้นึ ศก ๑๑๖
ในการเรอ่ื งภาษีอากรผลประโยชนเมืองสงขลาที่จะจัดท�านุ
บ�ารงุ ข้ึนดงั กราบบงั คมทูลมานี้ มีปณหาซึง่ เห็นดวยเกลา, วาควรตอง
พจิ ารณาขอ ๑ กลาวคือ ผลประโยชนในต�าแหนงผูส�าเรจ็ ราชการ
เมอื งซึ่งเคยไดรับพระราชทานอยูทุกวันน้ี แลจะไดรบั พระราชทาน
ตอไปขางหนา ผลประโยชนต�าแหนงผูส�าเรจ็ ราชการเมืองสงขลาได
รบั พระราชทานมาแตกอนโดยทีร่ ฐั บาลไดอนุญาตนน้ั มีอยหู ลายอยาง
มีตัวอยางซ่งึ จะยกข้นึ ไดคอื สวนรายเฉล่ียอยาง ๑ สวนรายน้เี กบ็ จาก
พลเมอื งท้ังจนี และไทย แตเดมิ เก็บอยางหวั เมอื งฝายเหนือ กลาวคือ
สงเงินเขามากรุงเทพ, ตามจา� นวนทเ่ี กบ็ ไดมากบางนอยบางและติดขดั
คงั่ คางตามเจาหมูนายกองบาง ภายหลงั มีตราพระคชสหี มอบสวยนี้
เหมาในผูส�าเรจ็ ราชการเมอื ง มกี �าหนดใหสงเงนิ เขามากรงุ เทพ, ปละ
เทาน้ัน ถาเก็บไมไดถงึ เทานัน้ เปนพับใหผูส�าเร็จราชการเมืองจะตองสง
ใหครบตามจ�านวน ผสู �าเร็จราชการเมอื งไดอ�านาจดงั น้ี ออกไปจัดการ
เกบ็ ไดก�าไร ป ๑ ประมาณ ๑๒๐ ชงั่ สบื ตอกันมาหลายชว่ั ผูสา� เร็จ
ราชการเมืองจนทุกวนั น้ี ผลประโยชนผูสา� เร็จราชการเมืองสงขลาซง่ึ
จะยกเปนตัวอยางไดอิกจ�านวนหนึ่งน้ัน คือ ผลประโยชนที่ไดจาก
หัวเมืองแขกทง้ั เจ็ด มีเงินภาษีอากรซ่ึงผวู าราชการเมืองแขกทัง้ เจด็
แบงสวนใหผูส�าเร็จราชการเมอื งสงขลาเปนธรรมเนียมมาแตเดิม
ผลประโยชนต�าแหนงผูส�าเร็จราชการเมืองสงขลาไดในทางเหลาน้ี
ประมาณปละ ๓๐๐ ช่ังไดมาตงั้ แตผูส�าเร็จราชการเมืองสงขลาแตกอนๆ
จนกระท่ังพระยาวเิ ชยี รครี ีคนน้ี กไ็ ดรบั พระราชทานเปนผลประโยชน
อยูจนทกุ วนั น้ี ทางท่ีจะจัดการตอไป ต�าแหนงผูสา� เร็จราชการคงจะ
ตองใหรบั พระราชทานเงินเดือน และยกผลประโยชนที่ไดในราชการ
ตางๆ มาเปนของหลวงทง้ั ส้นิ การทจี่ ะเปล่ยี นจากไดรับผลประโยชนใน
ต�าแหนงมาเปนเงินเดอื นนน้ั ถาผูสา� เรจ็ ราชการเปนคนรับตา� แหนง
86 การเสด็จตรวจราชการหัวเมอื งของ
ใหม ปณหาอันใดยอมไมมี เพราะเหตวุ าเม่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลา,
ตั้งข้ึนจะพระราชทานเงินเดือนประจ�าต�าแหนงเทาใด ก็ไมมีเหตทุ ี่
ผูสา� เร็จราชการเมอื งจะรองไมพอใจ หรือวาตัดทอนผลประโยชนอนั ใด
เพราะผลประโยชนผูส�าเรจ็ ราชการเดิมจะไดอยูมากนอยเทาใด เมือ่
คนใหมยงั ไมเคยได จะถอื วาควรจะไดน้นั วาไมได แตพระยาวเิ ชยี รครี ี
น้เี คยไดรบั ผลประโยชนในต�าแหนงอยูแลว การท่จี ะเปล่ียนมาใหรบั
เงนิ เดอื น จงึ มีปณหาท่จี ะตองวนิ จิ ฉัยวาควรจดั การอยางใดจงึ จะเปน
การสมควร โดยถาจะพระราชทานเงินเดือนมีอตั ราต่�าลงมากวาผล
ประโยชนทร่ี ัฐบาลไดยอมอนุญาตอยแู ตกอน ก็คือลดผลประโยชนลง
โดยไมมีเหตุ ถาจะเอาผลประโยชนที่เคยไดในตา� แหนงผูส�าเร็จราชการ
เมอื งสงขลาต้ังเปนเกณฑพระราชทานเงินเดอื นใหเทากนั เงินเดือนน้ัน
กจ็ ะแรงกวาเงนิ เดือนผวู าราชการเมืองอืน่ ๆ โดยมาก ขาพระพทุ ธเจา
เห็นดวยเกลา, วาเปนปณหาดังน้ี
ในการเรื่องผลประโยชนพระยาวิเชียรคีรีน้ี เหน็ ดวยเกลา,
วาทางดีท่ีจะจดั ใหเรยี บรอยทุกฝายมีอยูอยาง ๑ คือ ทา� บาญชีผล
ประโยชนท่ีพระยาวเิ ชยี รครี ไี ดรบั ในตา� แหนงผสู �าเรจ็ ราชการเมืองโดย
อนุญาตของรัฐบาลน้นั ตรวจดอู ยางใดท่ีจะเอามาเปนผลประโยชนเขา
พระคลังโดยทจ่ี ะไมเลกิ ถอนรวมเงินท่ีไดในผลประโยชนเหลานีม้ าก
นอยเทาใดบวกสงเขาพระคลังท้งั สน้ิ และพระราชทานเงินทดแทน
แกพระยาวเิ ชียรครี เี ทยี บเทาจา� นวนเงินท่เี อามาเขาพระคลังน้ี อัตรา
ปหน่ึงหรือปคร่ึง และใหพระยาวิเชียรคีรีรบั พระราชทานเงินเดือน
เทาผวู าราชการเมอื งอืน่ เปนยุติตอไป ความเหน็ ขาพระพุทธเจาดังน้ี
จะควรประการใดแลวแตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา,
สรรพราชการเมืองสงขลา วาโดยรวบรวมตามการท่ไี ดแลเห็น
ในเวลาขาพระพทุ ธเจาออกไปตรวจราชการครั้งน้จี ดั เปนไดออกดา� เนนิ
ขึน้ สทู างเจริญทถ่ี ูกตอง ถาเปนตอไปไดดังนีค้ งจะเรียบรอยดีได
วันท่ี ๙ กนั ยายน เวลาเชา ๑ โมงกลบั ลงเรอื อรรคเรศรตั นนาศน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 87
ใชจกั รออกจากเมอื งสงขลา เวลาบายโมง ๑ ถงึ ทท่ี อดสมอปากน�้าเมอื ง
หนองจิก พระยามุจลนิ ทรจางวางกับแขภรรยาพระยาเพ็ชราภิบาล
ผูวาราชการเมืองหนองจิกจัดเรือออกมารับดวยพระยาหนองจกิ เขา
มากรงุ เทพ, ตามทองตรากระทรวงพระคลังใหเขามาวาอากรรังนก
หาไดอยูท่ีเมอื งไม แตไดจัดการรับรองเตรียมไวพรอมเสร็จทกุ อยาง
ขาพระพุทธเจาขึ้นไปพกั อยทู ่ที �าเนยี บซ่ึงพระยาหนองจกิ ปลูกไวรับท่ี
ตรงนาเมอื ง
ราชการเมอื งหนองจกิ นี้ ไตสวนไมใครจะไดความดวยพระยา
จางวางเปนคนชะราทุพลภาพ พระยาหนองจกิ กไ็ มอยู แตพิเคราะห
ดบู านเมืองเห็นแปลกขน้ึ กวาแตกอนดวยพระยาหนองจิกไดจัดการ
ปลกู สรางบานเรือนแขงแรง และตัดถนนข้ึนในเมอื งหลายสายดูเปน
บานเปนเมืองข้ึน ถนนตดั ใหมท่ีจะเปนประโยชนไดมากน้ัน คอื ตดั แต
จวนผูวาราชการเมืองลงไปปากนา้� เมืองหนองจิกสาย ๑ ระยะทาง
ประมาณ ๗๐ เสน แลถนนตัดไปเมืองตานีอกิ สาย ๑ ถนนสายทีต่ ดั แต
เมอื งหนองจิกไปเมืองตานนี ี้ ทั้ง ๒ เมอื งตางตดั มาบนั จบกันท่พี รมแดน
ท�าแลวเสร็จในเดือนหนึ่งระยะทางตลอดถนนประมาณ ๒๐๐ เสน
ถนนสายน้ีจะเปนประโยชนในการคาขายไปมาของราษฎรทั้ง ๒ เมอื ง
เปนอนั มาก ดวยระยะทางใกลกวาทางทะเลและทางท่เี ดินบกอยูแต
เดมิ และจะไดปกเสาโทรเลขไปขางทางถนนสายน้ี ขาพระพุทธเจาจึง
ไดรับพระราชทานขนานนามถนนสายนี้ ใหเรยี กวา “ถนนมหาดไทย”
อน่ึงวดั มุจลินทร๑ ในเมอื งหนองจิกซ่ึงพระราชทานพระราช
ทรัพยใหสรางพระอุโบสถข้ึนน้ัน พระยาจางวางและหลวงจีนคณา
๑ เดิมช่อื วัดตยุ ง ใน พ.ศ. ๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยู
หัว เสด็จตรวจราชการหวั เมอื งปกษใต ไดเสดจ็ ประทบั ทวี่ ดั น้ี ทอดพระเนตรเหน็
สภาพวดั ทรดุ โทรมมาก จงึ ใหเบกิ จายพระราชทรัพยเพ่อื บูรณะ และพระราชทาน
ช่อื วัดใหมวา “วัดมจุ ลนิ ทวาปวิหาร”
88 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
นุรักษไดจัดการกอสรางส�าเร็จ ขาพระพทุ ธเจาไดถายรปู มาถวายทอด
พระเนตรดวยแลว ยังขาดอยูแตพระประธานพระยาจางวางแจงวาจะ
โปรดเกลา, ออกไปแตกรุงเทพ,
วันที่ ๑๐ เวลาย�่ารงุ เสศข้นึ รถยี่ปนุ ของพระยาหนองจิกไปเมือง
ตานตี ามทางถนนมหาดไทย เวลา ๒ โมงเชาถงึ เมืองตานี พระยาตานี
พระยายะหร่ิงกบั ศรีตวนั กรมการทงั้ ๒ เมืองออกมารบั ถึงนอกเมอื ง
แลจัดทบ่ี านพระพิพิธภักดีเปนทพ่ี กั แลเลี้ยงดูโดยแขงแรง ราชการที่
เมืองตานีนี้ พระยาตานแี จงวาเรียบรอยเปนปรกตอิ ยมู คี วามขัดของ
อยบู างแตเร่ืองโจรผรู ายลกั โคกระบอื ภาไปขายตางเมือง ขาพระพทุ ธเจา
ไดส่งั พระเสนีพทิ ักษขาหลวงหวั เมืองทง้ั เจด็ ใหคิดอานจดั การใหเปน
ที่เรียบรอยดวย แลไดชี้แจงแกพระยาตานีใหเปนที่เขาใจวาการท่ี
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา, ใหมขี าหลวงออกมากา� กบั ตรวจตราราชการ
หวั เมอื งแขกทัง้ เจ็ดน้ี เพราะทรงทราบฝาลอองธุลีพระบาทถึงความ
ขัดของท่ีมีอยูในระหวางเมืองตอเมืองท่ีใกลเคียงติดตอกัน ความ
ขัดของเหลานีแ้ ตกอนตองสงไปหารือเมืองสงขลากไ็ มใครจะส�าเร็จ
เด็จขาดไปไดเพราะเหตุท่ีหนทางไกลเปนตน จงึ ไดโปรดเกลา, ให
มีขาหลวงออกมาประจ�ารักษาคอยระวังแกไขความขัดของทั้งปวง
ใหเรยี บรอย ใชแตเทานน้ั เพราะทุกวันน้ี มีพอคาตางประเทศเท่ยี ว
แสวงหาผลประโยชนตางๆ ชุกชมุ คนเหลาน้ันมักจะใชอบุ ายถายเท
คิดปอกลอกผูวาราชการเมืองใหไดความล�าบากตางๆ เชนเรอ่ื งที่มี
ผูอางวาไดทา� สัญญากับพระยาระแงะมอบผลประโยชนในบานเมอื ง
ใหเปนตน พระยาตานียอมทราบอยแู ลว จงึ ไดโปรดเกลา, ใหมีขาหลวง
ออกมาคอยดูแลตักเตือนแลเปนที่หารือของผูวาราชการเมืองมิให
พลาดพล้ังเสียเปรยี บในการเหลานี้ การท่มี ีขาหลวงออกมากา� กับตรวจ
ตราราชการอยางน้ี อยาใหพระยาตานีเขาใจวาจะมารวบรัดตดั ผล
ประโยชนอยางหน่ึงอยางใดซ่งึ พระยาตานแี ลศรตี วนั กรมการเคยได
อยูทุกวนั น้ีใหลดนอยถอยลงไป แทจรงิ ผลประโยชนในหัวเมอื งเหลา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 89
นซ้ี ึ่งยงั จะจัดใหเกิดเพ่มิ เติมข้นึ ไดดวยอ�านาจแหงการมขี าหลวงยังมีอยู
เปนอันมาก ความประสงคมงุ หมายท่จี ะจัดการนั้น จะทา� นุบ�ารุงใหผล
ประโยชนเจริญยิ่งขน้ึ กวาแตกอน การทบ่ี �ารงุ เจรญิ ขึน้ ไดเพียงใดนน้ั แล
จึงจะแบงเปนภาคหลวงบางตามสมควร ขอใหพระยาตานีอุดหนุนเชือ่
ฟงถอยค�าขาหลวง และตองระวังอยาเก่ียวของแกคนตางประเทศจึง
จะรกั ษาราชการบานเมอื งไดเรียบรอย พระยาตานยี อมปฏิบตั ติ าม
ค�าชแี้ จงขาพระพุทธเจาน้ที ุกประการ
อนึง่ ขาพระพุทธเจาไดไปนมัสการทวี่ ัดตานนี รสโมสร ไดเหน็
ศาลาโรงเรยี นทรงกรุณาโปรดเกลา, พระราชทานทรัพยใหสราง แล
พระยาตานไี ดชวยเปนธุระการทสี่ รางศาลานเี้ ปนอนั ส�าเร็จตามพระ
ราชประสงค ขาพระพทุ ธเจาไดถายรปู มาถวายทอดพระเนตรดวยแลว
วันท่ี ๑๑ เวลาย�า่ รงุ เสศออกจากเมอื งตานกี ลบั มาลงเรืออรรค
เรศรทเี่ มอื งหนองจกิ ทางในระหวางเมืองตานแี ละเมอื งหนองจกิ นีท้ าง
ทะเลแลทางบกขาพระพทุ ธเจาไดเคยไปแลวทั้ง ๒ ทาง เพือ่ จะใครเห็น
ภมู ประเทศ ขากลบั นี้จงึ ไดลงเรือพายขนึ้ ตามลา� นา�้ เมอื งตานไี ปประจบ
ลองลงทางลา� น�้าเมืองหนองจิก ระยะทางเรือพาย ๕ ชั่วโมงเสศ ทาง
ลา� น้า� นม้ี ีบานชองเปนระยะเนอื่ งกันตลอดไมมีท่ปี า ท่ฝี งทง่ั ๒ ขางเปน
ทุงนาโดยมาก มีคลองลดั ซ่ึงพระยาตานีไดขดุ ดวยเหตุอนั ปลาดแหง
หนงึ่ ดวยแมนา้� นี้ปลายน�้ามาแตเมอื งยะลาไหลไปในเขตรแดนหนองจกิ
กอนแลวจึงวกมาออกปากน�้าเมืองตานี สนิ คาทล่ี องลงมาตามลา� น�้า
ถึงพรมแดนเมอื งหนองจิกๆ ตัง้ เก็บภาษผี านเมืองตรงน้นั ครงั้ เรือลอง
เขาพรมแดนเมืองตานๆี เกบ็ อิกซ�้า ๑ เปนทีย่ อทอของพอคาภากนั ไป
ออกทางปากน้�าเมืองหนองจิกเปนอนั มาก เพอ่ื เหตทุ ีจ่ ะหนภี าษีสอง
ซ้�า พระยาตานจี งึ คิดขดุ คลองลดั ขนึ้ ในพรมแดนเมืองตานไี ปทะลอุ อก
ลา� นา้� ใหญเหนือพรมแดนเมอื งหนองจิก กนั ใหเรอื หลกี ลงมาทางน้ไี ด
แตคลองน้ยี งั ต้นื เดินไดแตระดูนา�้
ภูมล�าเนาของเมอื งแขกทัง้ เจด็ ซง่ึ ขาพระพุทธเจาไดไปเห็นแล
90 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
ไดสืบสวนทราบความในคราวน้ี เห็นเปนเมืองที่บรบิ รู ณอยางปลาด
จะหาเมืองมะลายูเมืองใดในแหลมมะลายูน้ีเปรยี บใหเสมอเหมือนเปน
อันไมมี คือ หวั เมืองท่อี ยรู ิมทะเลสเ่ี มือง เมอื งหนองจิกเปนเมืองท่ีนาดี
หาเมอื งจะเปรยี บมไิ ด อาไศรยเขาเปนสนิ คาใหญ ในเมืองตานมี นี า
เกลือแหงเดยี วตลอดแหลมมะลายูสินคาเกลือเมืองตานีขายไดอยาง
แพงถงึ เกวียนละ ๑๖ เหรยี ญ ขายตลอดออกไปจนสิงคโปรและเกาะ
หมาก เมอื งยะหร่งิ เปนเมอื งท่ีมีปลาบรบิ ูรณ เปนสินคาใหญในเมืองนน้ั
เมอื งสายในพน้ื เมืองเองอยขู างทราม แตก็อยูปากน้�าทางสินคาขึ้นลอง
บริบูรณ สวนเมืองทีอ่ ยขู างใน ๓ เมือง คือ เมอื งยะลา รามญั ระแงะ
เหลานีก้ ็ลวนเปนเมอื งอดุ มดวยแรแลของปาซ่ึงเปนสนิ คาไดหลายอยาง
ถาจดั การบา� รงุ ใหดีนาจะมผี ลประโยชนไดมากกวาเมืองใดใดในแหลม
มะลายทู ั้งส้นิ วาโดยสวนการท่ีจะท�านบุ �ารุงน้นั ส่งิ สา� คญั ซึ่งควรจะจดั
ในช้นั ตน เห็นดวยเกลา, มีอยู ๓ อยาง คือ ภาษีฝนอยาง ๑ ภาษขี า
เขาขาออกอยาง ๑ แลเลิกการหวงกนั ตางๆ อยาง ๑
ภาษีฝนน้นั ทกุ วนั นตี้ างเมืองตางท�า บางเมอื งใหจนี รับผูกขาด
บางเมอื งผวู าราชการเมืองซ้ือฝนมาจา� หนายเองเปนการประมูลแยง
กันซอ้ื ขายในระหวางเมือง เงินทไ่ี ดก็ตกตา�่ เพราะเหตุที่จา� ตองขาย
ราคาถกู ถาใหวาประมลู ผกู ขาดรวมกันทั้งเจ็ดเมอื ง เงินจะข้ึนกวาท่ี
ผูวาราชการเมืองไดประจา� อยทู ุกวันเดยี วน้ไี มตา่� กวาครง่ึ ตัว การท่จี ัด
ก็อาจจะจัดไดโดยงาย แตหากแตกอนมาไมมใี ครเปนหัวหนาอ�านวย
การจงึ ยังมไิ ดมีขึ้นได ในขอนี้ขาพระพุทธเจาไดสั่งพระเสนพี ิทักษ
ขาหลวงใหคดิ หาผวู าประมลู ใหทนั ในศก ๑๑๖ หวังดวยเกลา, วาเงนิ
ภาษฝี นท่ีจะจดั ไดคงจะพอแจกจายผูวาราชการเมืองใหไดคุมเทาที่
เคยไดอยูทุกวันนี้ แลยงั เหลือเปนผลประโยชนแผนดนิ ไดอิกมาก
ภาษขี าเขาขาออกน้นั ทกุ วนั นสี้ นิ คาเขาเมืองใดเมืองน้ันกเ็ ก็บ
ออกจากเมืองใดเมอื งนั้นก็เก็บ ลกู คาตองเสยี ๒ ซา้� สามซ้�า ดวยภูม
ประเทศยอกยอน ตองผานหลายบานหลายเมอื งดังตัวอยางท่กี ราบ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 91
บังคมทลู พระกรณุ ามาในเรอื่ งท่ีพระยาตานีขดุ คลองลดั นั้นเปนธรรมดา
พอคาและราษฎรยอมภากันทอถอยเสียโดยมาก ทางจะจดั ใหดีขน้ึ
กไ็ มยากอันใด ดวยทางสินคาเขาออกในหวั เมืองแขกท้ังเจด็ น้กี ็มอี ยแู ต
๔ ทาง คอื ปากนา�้ เมืองหนองจกิ ทาง ๑ ปากน�้าเมอื งตานีทาง ๑ ปากน้�า
เมืองสายบุรที าง ๑ กับเมอื งยะหริ่งนับวาเปนปากน้�าเขาไปไดเพียง
เมอื งยะหร่งิ ทาง ๑ ควรต้งั โรงภาษีแตทรี่ ิมปากน�้าเมอื งเหลาน้ี ใหเกบ็
ภาษขี าเขาออกตามพระราชบัญญตั ิ เลกิ ดานทต่ี รวจเกบ็ ตามพรมแดน
ใหหมด การคาขายสดวกขึ้นกค็ งเจริญขนึ้ กวาเด๋ียวน้ีเปนอันมาก ถา
การคาขายเจริญภาษีก็คงตองไดมากข้นึ เปนธรรมดา การท่ีจดั ภาษี
ขาเขาออกน้ีตองรวมจัดเปนการหลวงจึงจะไมมีการเก่ียงแยงกันใน
ระหวางเมือง แตในช้นั ตนมียากอยูหนอยหนึง่ ทจี่ ะตองสืบสวนใหรู
เสยี กอนวาภาษีขาเขาขาออกซง่ึ เกบ็ อยู ๒ ซ้�า ๓ ซา�้ ทกุ วนั น้ี เปนผล
ประโยชนผวู าราชการเมอื งใดไดอยเู ทาใด เพราะเมอ่ื จดั การเปนหลวง
จะตองทดแทนผลประโยชนผูวาราชการเมืองทีข่ าดไป เพราะเหตทุ ีจ่ ะ
ตองลดเงนิ ภาษีนนั้ บาง ขาพระพทุ ธเจาไดสงั่ พระเสนีพทิ กั ษใหไตสวน
แลว
การเลิกหวงหามนั้น คือทกุ วันนี้เด๋ยี วนีเ้ หมืองแรแลของปา
ซ่ึงผูวาราชการเมืองหวงหามไมใหทา� ทีเดียว หรือหวงหามไมใหคน
ตางเมอื งเขาไปท�ามีอยูหลายอยาง ใชแตเทานน้ั ที่เปนการปดซื้อปด
ขายก็ยงั มบี าง ทท่ี �าดงั น้ีกโ็ ดยความท่ีผูวาราชการเมืองเขาใจวาจะ
รักษาผลประโยชน แตเปนรักษาในทางทีผ่ ิดแท เพราะเปนการหาม
ความงอกงามแพรหลาย ทางทจ่ี ัดกค็ วรที่จะเปดใหราษฎรท�าไดโดย
สดวก แลวเก็บภาษีจากผลท่ีท�าไดนั้น ถึงเปนการล�าบากกวาก็คง
จะไดประโยชนมากกวา แตจะตองใชช้ีแจงแลเปดไปโดยลา� ดบั เปน
อยางๆ ขาพระพทุ ธเจาไดช้ีแจงพระเสนีพทิ ักษใหเปนทีเ่ ขาใจแลว
การบานเมืองในหัวเมืองแขกท้ังเจ็ดที่จะจัดน้ัน สวนการ
ปกครองเหน็ ดวยเกลา, วาหัวเมอื งเหลานีร้ าษฎรเปนแขกเปนไทย
92 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
ปะปนกันอยู วธิ ีปกครองเปนอยางแขกมาก ถาจะตัง้ แบบแผนข้นึ ใหม
ทีเดยี วเกรงจะตัดยากดวยคนไมใครเขาใจจงึ ตกลงใหเวลาขาหลวง
ไตสวนวิธีปกครองอยางแขกใหเขาใจเสียช้ันหนึ่งกอน การอยางใด
ไมดีจงึ คอยคดิ แกไขต้งั แบบแผนตอไป ในช้นั น้เี ปนแตใหขาหลวงไปมา
ตรวจตราโดยถาจะมีการขัดของอยางใดก็ใหแกไขไปตามการซึ่งเหน็
วาเปนอยางดที ี่สุดช้นั หนึง่ กอน
สวนการโยธานั้น การทา� ทางแลโทรเลขเปนการสา� คัญ การ
ท�าทางขาพระพุทธเจาไดช้แี จงแกพระยายะหร่งิ แลพระยาตานีใหคดิ
ตดั ถนนตอไปทางเมืองยะหริ่ง แลใหขาหลวงชี้แจงแกเมอื งสายใหท�า
ตลอดไปจนพรมแดนเมืองกลนั ตัน ขางเหนอื ก็ไดสง่ั เมอื งหนองจิกให
ตรวจทางแลคดิ ตดั ตอขน้ึ มาจนพรมแดนเมืองเทพา เปนอันเขาใจกนั
วาจะลงมือท�ากันในระดูแลงนี้ สวนสายโทรเลขนน้ั ไดโปรดเกลา, มี
พระบรมราชโองการแกผูวาราชการเมอื งแตคราวเสด็จเมืองสายบุรี
แลว เปนอันตกลงท่จี ะไดทา� ในระดูแลงนพ้ี รอมกับทา� ถนนดวยทีเดยี ว
วันที่ ๑๒ เวลาย�่ารุงออกเรืออรรคเรศรจากปากน้�าเมือง
หนองจิกมาแวะรับพระยาสุขุมนัยวินิจณะเมืองสงขลา แลวไดใช
จักรตอมา เวลาบาย ๕ โมงเสศถึงตรงบานนาบอนพรมแดนเมือง
นครศรีธรรมราชตอเมืองสงขลา ขาพระพุทธเจาอยากจะทราบการ
ในทองท่ีซึง่ หางเมืองวาจะเปนประการใดจึงไดแวะขึน้ ท่ีหมูบานนนั้
ไตถามราษฎรไดความวา เวลานี้โจรผรู ายสงบเงยี บทเี ดยี ว โคกระบอื
ปลอยได เพราะทางเมืองนครศรีธรรมราชจบั กมุ ชา� ระผูรายทาง ๑
ทางเมืองสงขลาก็โปรดเกลา, ใหมีขาหลวงออกไปจดั ราชการบานเมอื ง
เรยี บรอยเปนทีน่ ิยมของราษฎรพวกนั้นอยูเปนอันมาก เวลาทุมหนง่ึ
ออกเรอื อรรคเรศรใชจกั รตอมา
วนั ที่ ๑๓ เวลาเชาถึงปากอาวเมืองนครศรีธรรมราชพระยา
นครศรีธรรมราชแลกรมการจัดเรือออกมารับ เขาล�าน้�าปากพระยา
ไปข้นึ ท่วี ัดทาโพ ขนึ้ ชางตอไปตามถนนหลวงจนถงึ ทา� เนียบ ซ่งึ พระยา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 93
ศรีธรรมราชปลูกไวรับที่รมประดนู าก�าแพงเมือง
ราชการเมอื งนครศรธี รรมราชในเวลาน้ยี ังไมไดจดั การเปล่ียน
แปลงอันใด นอกจากปราบปรามโจรผูราย ตง้ั แตพระยานครกลับ
ออกไปจากกรุงเทพ, ไดจัดการปราบปรามโดยแขงแรง จดั เอาเปน
สงบได นอกจากนี่มีการท่ีเรียกวาจัดใหม แตการเดินนาพระยา
นครศรธี รรมราชไดจัดใหออกเดนิ หลายสาย โดยหมายจะใหการแลว
เร็วแลดีข้ึนกวาแตกอนประมาณเงนิ คานาคงจะขึ้นบางแตนาจะไมดี
ไดดังเมอื งสงขลา เพราะยังใชคนเกาโดยมาก แลไมไดมกี ารตรวจตรา
อนั ใด จะตองหวงั การดตี อเกบ็ จา� นวนศก ๑๑๕ อิกอยางหนง่ึ พระยา
นครศรธี รรมราชไดแตงถนนต้ังแตทาโพข้ึนไปจนตลอดทายเมือง ได
ถางก�าแพงแลเชงิ เทนิ รอบเมืองดสู อาดสอานดีข้ึนกวาแตกอน นอกจาก
นี้มีการที่แปลกตาอยอู ิก ๒ อยาง คอื ท่มี ีพวกมชิ ชันนารีอะเมรกิ นั
ออกไปต้ังสอนสาสนาคฤศเตียนอยาง ๑ พวกมิชชันนารีนี้ไดรับ
พระราชทานยืมที่ริมถนนทาโพโดยการตกลงอยางเดยี วกบั เมืองราชบรุ ี
แหง ๑ แตยงั ไมไดปลูกสรางอนั ใดนอกจากโรงจาก ๓ หองเปนท่พี ัก
หลงั หน่ึงในที่นี้ แตเวลาขาพระพุทธเจาไปถึงพวกมิชชนั นารีหาไดมี
ผูใดอยไู ม สบื ถามไดความวา มีคนเขารดี คฤศเตยี นประมาณ ๑๐๐
เสศ แตท่ไี ดรับบปั ติสมแลวประมาณ ๔๐ ทขี่ าพระพทุ ธเจาไดเห็นเอง
เม่ือเวลาผานไป มีผูชายแกบางหนุมบางยืนแถวคอยรับอยูที่นาบาน
มิชชนั นารปี ระมาณ ๖ คนเทานั้น ถามีผูคนเขารีดมากมายดังคา� เลาลอื
จรงิ ดกู ็เปนการปลาด ดวยมิชชันนารพี วกน้ีก็ไมไดประพฤตเิ กยี่ วของ
แกราชการบานเมอื งอยางใดซ่ึงจะใหแลเห็นวาพวกสานสุ ิสยพากนั เขา
รีดดวยประสงคจะพ่ึงพา� นักนใ้ี หพนความไมพอใจในการบังคบั บัญชา
อยางหน่งึ อยางใด แมทสี่ ุดโรงพยาบาลหรอื โรงเรยี นซง่ึ เปนการแจก
จายใหประโยชนในทางโลกย พวกมิชชันนารีก็ยังไมไดต้ังแตสักอยาง
มีแตการทสี่ งั่ สอนทางธรรมแลศรัทธาของคนพวกเหลาน้ัน ซง่ึ ไดเกิด
แลศึกษามาในพระพุทธสาสนาแตยังเลก็ เหตุใดจึงมากลับใจไปได
94 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
ดังนี้ เหน็ ดวยเกลา, วาเปนกิจซ่งึ พระเถรานุเถระในสงฆมณฑลควร
จะวนิ ิจฉยั จงมาก
การปลาดในเมืองนครศรีธรรมราชอกิ อยางหน่งึ น้นั คือ การ
ปฏสิ ังขรณวัดพระบรมธาตุ เปนการปลาดทค่ี วามอุสาหะแลปญญา
ของคนคนเดยี วมแี ตตวั อาจจะทา� การใหญไดเปนมหศั จรรย ขาพระ
พทุ ธเจาไตถามไดความ ดังจะเรยี บเรียงกราบบังคมทูล, ตอไปน้ี คือ
พระปาล๑ รูป ๑ อายุประมาณ ๔๐ เสศ เดมิ เมื่อยังเปนฆราวาศ
อยูในเมอื งนครศรธี รรมราชนีบ้ ังเกดิ สงั เวศดวยวดั พระบรมธาตุช�ารดุ
ซุดโทรมปรกั หกั พงั เปนอันมาก ปราถนาจะปฏสิ งั ขรณแตไมมีกา� ลัง
สามารถจะทา� การได จงึ ออกบวชเมอื่ ๗ ปลวงมาน้ี บวชแลวออกธดุ ง
เที่ยวพยายามชแี้ จงเกลีย้ กลอมชาวเมืองใหศรัทธาชวยกนั ปฏิสงั ขรณ
วัดพระบรมธาตุ แตเทีย่ วธุดงอยูดงั นี้ ๔ ป ไปไดคนศรัทธามากใน
ต�าบลบานปาแหงหน่ึง พระปาลจงึ ชกั ชวนบานน้นั ตดั ไมผกู แพลองมา
เมอื งนครศรีธรรมราช แลไปขออนญุ าตตอผูรักษาเมืองแลว ก็ลงมือ
ท�าการปฏสิ งั ขรณวัดพระบรมธาตตุ ามกา� ลงั เทาท่ีมอี ยใู นเวลานัน้ พอ
กติ ิศัพทน้รี ูแพรหลายออกไปกบ็ งั เกิดความปติยินดขี องราษฎรทงั้ ชาย
หญิงภากนั มาชวยตงั้ แตเมืองไทรบรุ ี เมืองตานี เมอื งหนองจิก เมือง
สงขลา เมืองพทั ลุง เมอื งกาญจนดฐิ ตลอดจนเมอื งไชยาหลงั สวน และ
ในเมืองนครศรธี รรมราชเองภากันมาชวยเปนอนั มาก ประมาณจ�านวน
คนท่ีไดมาชวยพระปาลทา� การปฏสิ งั ขรณวัดพระบรมธาตุตั้งแต ร.ศ.
๑๑๔ มาจนบดั น้ีกวาสองหม่นื คน มคี นท�าการวนั ละพันบาง หกรอย
เจ็ดรอยบาง หารอยเปนอยางตา�่ ดผู ูคนท�าการลนหลามเหมือนกบั การ
เมรุกลางเมอื ง แลมีคนทกุ ขนาดแลชะนดิ ตางคนตางท�าการปะปนกนั
ไป บางคนแกอายุถงึ ๖๐ เจ็ดสบิ ข้นึ ไปถอื ปูนแลมุงกระเบื้องอยูบน
๑ เปนพระภกิ ษชุ าวนครศรีธรรมราช ภายหลังพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอม
เกลาเจาอยูหวั ทรงสถาปนาเปนพระครเู ทพมนุ ีศรสี ุวรรณถูปาภบิ าล
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 95
หลงั คา บางคนชวยขนอิฐบาง ถากไมไสกบบาง ดูเตม็ ใจทา� ดวยกัน
หมดทกุ คนเปนการปลาดไดแลเหน็ กต็ องเกิดปตยิ ินดดี วยเปนอนั มาก
ขาพระพุทธเจาไดไปตรวจตราแลไลเลยี งพระปาลถงึ วธิ จี ดั การไดความ
วา คนท่มี าชวยทา� การนน้ั แลวแตคนศรทั ธาทมี่ ที รพั ยจะใหเงินชวยก็ได
หรอื จะตัดไมหาของปาแมท่ีสดุ เสบียงอาหารมาชวยก็ได หรอื ถาจะ
ชวยดวยนา�้ พักน้�าแรงใครจะมาชวยคนละก่ีวันกต็ ามใจ แลวธิ ีจดั การ
แบงนาที่นัน้ ในสวนผชู ายถวายตัวเปนโยมอปุ ะฐากรับทา� การวงิ่ เตน
เบจ็ เสร็จอยูนานวันมีประมาณ ๖๐ คน พวกน้ีพระปาลจายเส้ือด�า
กงั เกงดา� ใหแตงตวั แปลกกวาพวกอ่ืนสา� หรับใชสอยวง่ิ เตนติดตามผูคน
หรือยกขนของเล็กนอยตางๆ นอกจากคนพวกนผ้ี ใู ดสันทัดในการไม
ก็จายไปเขากองชางไม ผูใดสนั ทดั ในการปนู ก็จายไปเขากองชางปนู
ทไี่ มสันทัดอยางหนงึ่ อยางใดกใ็ หทา� การกุลียกลากขนตางๆ สวนผูหญิง
น้ันปนเปนเวรกันเขาโรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงพวกคนท�าการ
ทง้ั เชาเย็น ถาถึงวันพระพวกชาวบานยังหาขนมแลผลไมมาท�าบญุ อิก
สวนหนึ่ง ตัวพระปาลเองนัน้ ปลกู กระทอมเล็กอยูรมิ วดั พระบรมธาตุ
ดูแลอ�านวยการท่ัวไป การท่ีไดท�าแลวในเวลาน้ีท�าเครื่องบนวิหาร
แลวสองหลงั ทา� เครอ่ื งบนพระระเบียงส�าเรจ็ แลวสองดาน แลมพี ระ
ผูชวยของพระปาลอยูท่ีวดั ปากพนงั อิกรปู หน่งึ ชักชวนชาวบานน้นั มา
ชวยท�าถานพระศรมี หาโพธอิ ิกสวนหนึง่ การท่ีทา� นี้คงจะส�าเรจ็ ในตน
ศก ๑๑๖ เวนแตพระอโุ บสถหลงั หน่ึงน้ันพระปาลรองตอขาพระพุทธ
เจาวาเปนการใหญอยู แตคงจะคิดปฏิสังขรณโดยเต็มกา� ลงั ทจ่ี ะทา� ได
ขาพระพุทธเจาเหน็ ดวยเกลา, วาเงินคานาขึ้นพระบรมธาตุในเมอื ง
นครศรธี รรมราชอยปู ระมาณปละ ๔๐ ชงั่ ถาทรงพระกรุณาโปรดเกลา,
พระราชทานเงนิ รายนใ้ี หพระปาลเปนนายงานท�าการปฏสิ งั ขรณพระ
อโุ บสถคงจะสา� เร็จไดเรว็ ขน้ึ ขาพระพทุ ธเจาไดถายรปู พระปาลรปู หนง่ึ
รปู คนทา� งานวดั พระบรมธาตุรปู หนง่ึ รูปคนเอาของมาชวยวนั พระรูป
หน่ึง มาทลู เกลา, ถวายทอดพระเนตรดวยแลว
96 การเสด็จตรวจราชการหวั เมอื งของ
ในเวลาพกั อยใู นเมืองนครศรธี รรมราชครง้ั นี้ ขาพระพทุ ธเจาได
อาราธนาพระสงฆเจรญิ พระพทุ ธมนตทีท่ ับกระเษตร (คอื ระเบียงรอบ
พระมหาธาตุ) ซงึ่ สมเด็จพระนางเจาพระอรรคราชเทวีไดพระราชทาน
เงนิ ใหพระยานครศรธี รรมราชปฏสิ งั ขรณนน้ั แลรุงขน้ึ ไดถวายอาหาร
บิณฑบาตรแลไดเวยี นเทยี นสมโพชพระบรมธาตุในเวลาบายดวยน�้าใจ
ศรทั ธา ขาพระพุทธเจาขอพระราชทานถวายพระราชกุศล
อน่ึงขาพระพุทธเจาไดขนึ้ ชางออกไปดทู องที่นอกเมืองทาง
ดานตวันตกเวลาหนง่ึ แลไดตรวจสอบดแู ผนท่ีเมอื งนครศรธี รรมราช
ซึ่งเปนของมีอยเู ดิม เหน็ ดวยเกลา, วาทา� เลเมืองนครศรธี รรมราชนี้
ควรแกการเภาะปลูก ไมมีหัวเมอื งใดในแหลมมะลายจู ะสูไดโดยแท
ทองทต่ี ั้งแตริมทะเลขึ้นไปจดเชงิ เขาหลวง ซึง่ เรยี กวาทองทใ่ี นเขาเปน
ทรี่ าบท�าเลนามลี า� นา�้ ไหลแตเขาลงมาออกทะเลเปนระยะกนั กวาสบิ ลา�
ลา� น�้าเหลาน้ีระดับน้�าต่า� กวาแผนดนิ ตอนรมิ เมอื งไมถึงศอก จะปดทด
เอาขน้ึ นาไดโดยงาย ทองทีต่ อนหลังเขาหลวงออกไปขางตวันตกไตถาม
ไดความวาเปนทีด่ อนท่ีเขาโดยมาก จะทา� ไดแตการเภาะปลูกอยางอน่ื
นอกจากนา แตการทา� นาในเมอื งนครศรีธรรมราชนมี้ คี วามขดั ของอยู
ดวยเรือ่ งโคกระบอื อยางหน่งึ ดวยเรอื่ งที่จ�าหนายสินคาออกอยางหนง่ึ
กับดวยเรอ่ื งการหวงหามท่ดี ินอยางหน่ึง
ความขดั ของดวยเรอ่ื งโคกระบือนัน้ ดวยมีพวกพอคาตางเมือง
มารบั ซ้ือโคกระบือออกไปทางเมอื งสงขลาแลเมอื งไทรบรุ ีไปขายเกาะ
หมาก แลสงไปตางประเทศปละถึง ๔ พนั หาพัน ภาใหโคกระบือใน
พ้นื เมอื งราคาแรงเพราะไมมมี ากข้นึ ได ราษฎรจะท�าไรนาหาทุนซอ้ื โค
กระบือไมใครจะไดพอเปนเหตุประการหน่ึงซงึ่ พาใหการไรนาไมใคร
จะแพรหลายมากขน้ึ
เรอ่ื งโคกระบือออกจากเมืองนครเปนอนั มากน้ี ขาพระพุทธเจา
ไดทราบมาแตเม่ือพกั อยเู มอื งสงขลา แลไดตง้ั ใจไววาจะไตสวนเหมือน
กัน เมอ่ื มาไดความดงั นี้ จงึ เหน็ ดวยเกลา, วาการตอไปขางหนาจา� เปน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 97
จะตองคิดปดหรือผอนใหโคกระบือออกใหนอยลง แตจะท�าโดยทนั ที
พอคาตางประเทศจะรอง จึงไดสั่งพระยาสุขมุ นัยวินจิ ไวใหส�ารวจ
บาญชีโคกระบือดูเม่ือเวลาจัดกา� นนั ผูใหญบาน เม่ือไดหลักถานวา
ไมพอแกการไรนาในเมืองเปนแนแลว ก็จะหามหรอื จะจดั การผอนผัน
ประการใดไดถนดั
ความขัดของดวยเรื่องทางสินคาออกน้นั เพราะล�าน้�าเมอื ง
นครศรธี รรมราช ถึงมีมากกเ็ ปนลา� น้�าเล็กๆ แลต้นื มีล�าน้�าดพี อใชกแ็ ต
ลา� น�้าปากพนัง แตก็เขาไปอยเู สยี ลึกซึ้งแลยงั ขดั ของโดยเหตุ จะหาท่ี
ทอดจอดเรอื ใหญไมมดี ดี วย ทางน้�าท่จี ะจัดบ�ารงุ การคาขายใหดีขนึ้ แล
จะท�าไดงาย มที างเดยี วท่ีจะขดุ แตงคลองระโนด ซงึ่ เปนทางเรอื เล็กไป
มาไดในระหวางปากพนงั กับทะเลสาบเมอื งพทั ลงุ คลองนเ้ี ปนทางใชไป
มาไดในระดูมรสุม และเปนทางสา� หรับสนิ คาทะเลนอยมาออกทะเล
แตต้นื เขนิ เสยี ดวยทอดทง้ิ ประมาณทางสัก ๒๐๐ เสน ขาพระพทุ ธเจา
ไดส่ังพระยาสุขุมนัยวนิ ิจแลพระยาศรีธรรมราชใหตรวจดูแลให คิด
จัดการที่จะขุดคลองระโนดในระดูแลงน้ี นอกจากการขุดคลองระโนด
ในเรื่องทางขนสินคาเหน็ ดวยเกลา, วาตองคิดทา� ทางบกท้งั สิน้ ทางท่ี
จะเปนประโยชนส�าคญั แกเมอื งนครศรีธรรมราชนนั้ เหน็ ดวยเกลา, วา
ตองไปลงเมืองตรงั อาไศรยเมอื งตรังเปนเมอื งทาขนสนิ คาออกจา� หนาย
ทางดานโนน ถาท�าทางขนสนิ คาลงเมอื งตรงั ไดดังคิด เมอื งนครจะเปน
เมืองอุดมอยางท่ีสุด ดวยเมอื งฝายทะเลตวันตกทกุ วันนี้ ตลอดจนเกาะ
หมากตองอาไศรยเขาซื้อมาแตเมืองพมา ถาเปดเขาเมืองนครออกไป
ขายได ราคาคงถูกสูเขาพมาไดตลอดแหลมมะลายู แตทางทจ่ี ะตดั จาก
เมอื งนครไปตรงั นนั้ มีอยเู ปน ๒ ทาง ทางเดิมทใี่ ชอยูทุกวันนี้ ไปในแขวง
นครตลอดเขาแขวงตรัง วาเปนทางไปมางาย ยงั อิกสายหนง่ึ ตดั ต้ังแต
นครศรีธรรมราชผานเมอื งพัทลุงไปลงเมืองตรงั ทางน้ตี องขามเขา แต
เห็นดวยเกลา, วาจะดกี วาทางกอน เพราะเหตุท่ไี ดสินคาเมืองพัทลุง
อิกเมืองหน่งึ เมือ่ พระยาตรังลาขาพระพทุ ธเจากลับไปเมอื งตรังทาง
98 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมืองของ
เมอื งสงขลาแลพัทลงุ ขาพระพุทธเจาไดสั่งใหพระยาตรังตรวจทางสาย
นีด้ วยตอมาไดรบั ใบบอกวาทางสายนี้พอท�าไดไมยากปานใดนกั ยาก
แตทีต่ องขน้ึ เขาเพียง ๒๐๐ เสนเสศๆ เทานน้ั ขาพระพทุ ธเจาเหน็ ดวย
เกลา, วา ถึงระดูแลงควรจะโปรดเกลา, ใหอนิ ชะเนยี ไปตรวจท�าแผนที่
ทางสายน้ี แมทาท�าไดเพียงเปนทางเกวยี นกจ็ ะเปนประโยชนบา� รงุ การ
คาขายแลภาษอี ากรหวั เมอื งเหลานน้ั ใหเจริญขน้ึ ไดเปนอันมาก ทางท่ี
จะตัดใหเปนประโยชนไดในเมืองนครศรีธรรมราชยังมีอิกหลายสาย
ทางอยางส้นั ๆ ตดั แตเมืองนครไปทปี่ ากพนงั นี้ก็เปนประโยชนไดมาก
สายหนงึ่ เพราะปากพนังเปนที่ทาสินคาใหญกวาทกุ ทาในเมืองนคร
ระยะทางก็เพียง ๙๐๐ เสน ตัดไปในทองทุงราบท้ังนน้ั ขาพระพทุ ธเจา
ไดส่งั ใหพระยาสุขมุ นยั วนิ จิ พระยานครศรีธรรมราชจดั การตรวจทาง
สายน้ใี นระดูแลง ยงั ทางท่จี ะตดั ออกไปนอกเขาหลังเมอื ง ระยะทาง
เพียง ๖๐๐ เสนกจ็ ะเปนประโยชนไดมาก เพราะในเมืองเหลาน้ไี มใช
เกวยี น การหาบขนสินคาล�าบากแกราษฎรอยูเปนอันมาก ถามที างพอ
ใหใชเกวียนได ถงึ จะไมสดู หี รือไมมากมายเทาใดนกั ก็จะเปนประโยชน
แกการคาขายมใิ ชนอย การอา� เภอกา� นนั เมืองนครศรีธรรมราชน้ีได
ความจากพระยาศรธี รรมราชวา เมือ่ ครัง้ กรมพระราชวงั บวรมหาศกั ดิ์
พลเสพเสดจ็ ออกไปในแผนดนิ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลานภา
ไลย ไดจดั วางเปนแบบแผนลงไวตลอดจนปนเขตรอา� เภอตลอดเขตร
แดนเมืองนครศรีธรรมราชไดรักษาการตามแบบนนั้ มา จนรชั กาล
ปตยบุ นั นี้ สมเดจ็ เจาพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงษออกไปจัดการแจกต๋ัว
จัดการปกครองทองทีอ่ ยางใหมีนายรอยนายสิบควบคมุ ผคู น แตการ
ทสี่ มเดจ็ เจาพระยาออกไปจดั ใหมไมส�าเรจ็ การปกครองทองทีก่ ลับ
ลงเปนอยางเกา ซ่ึงเปนที่เขาใจของคนทัง้ หลายซึมทราบมาหลายช่ัว
ขาพระพทุ ธเจาไดไตสวนดูแบบเกา ไดความเปนท่ยี ินดแี ลปลาดใจท่ี
ลักษณการคลายกับแบบปกครองทองท่ีท่ีทรงกรณุ าโปรดเกลา, ให
จดั ในหวั เมืองช้ันในอยบู ัดนี้เปนอนั มาก คือ แบบเมอื งนครบานหน่งึ
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 99
นบั ผูเปนเจาของบานวาเปนแกบาน ตรงกับแบบใหมที่เรียกวาเจาบาน
แบบเมอื งนครหลายบานรวมเปนหมูหนึ่ง ตั้งแกบานเปนแขวงคนหน่ึง
ตรงกบั แบบใหมท่ีเรยี กวาผูใหญบาน หลายแขวงรวมเปนอ�าเภอหนึง่
มนี ายอ�าเภอบงั คับการตรงกบั แบบใหมในช้ันตา� บล แลก�านันนายต�าบล
แบบเมืองนครรวมหลายอา� เภอขนึ้ อยูในกรมการคน ๑ ตรงกับแบบ
ใหมท่จี ดั เปนอา� เภอ แลมีกรมการอ�าเภอบงั คบั บญั ชา แบบเมืองนคร
กับแบบใหมตรงกนั หมดทกุ ชั้น ผดิ กันแตทเ่ี รียกชื่ออยางหนง่ึ แลไมได
ใหราษฎรเลือกผูใหญบานแลกา� นันดังแบบใหมอยาง ๑ กับกรมการ
วาอา� เภอเขามาอยเู สียในเมืองไมไดออกไปอยูตามทองท่ีดังแบบใหม
อยาง ๑ เทาน้ี การที่จะจดั ปกครองทองทเี่ มอื งนครศรีธรรมราชตอไป
คงเปนอันเรยี บรอยไดงายเพราะเดินตามรอยเดิมทกุ อยาง แมแตเขตร
แขวงท่ปี กปนไวแตกอนก็แทบไมตองเปลยี่ นแปลงอนั ใด
เมอ่ื ขาพระพุทธเจาพักอยทู ีเ่ มอื งตานีไดทราบความปลาดดวย
เร่ืองเกาะกระนาเมอื งนครศรีธรรมราชจากพระยาตานเี รอ่ื งหนึง่ เกาะ
กระนี้อยหู างฝงไมบังคล่ืนลมไมใครจะมใี ครไดไปมา ขาพระพุทธเจา
จา� ไดอยูวาไดทรงพระราชปรารพวาเสดจ็ ก็หาไดเสดจ็ ไม แลเกาะกระน้ี
ตามค�าท่ีเลาวาเปนนาผาแทบรอบตวั ข้ึนลงไมได มหี าดทรายทางขน้ึ
ลงอยูดานเดยี ว แตหาดทรายน้ันก็มีสิลางอกเปนวงบังออกมาใน
ทะเล มชี องเฉภาะเรอื เขาออกเรียงล�า แตทลี ะลา� เดียวในวาถาคนอยู
บนเกาะเพยี งส่หี าคน อาจจะปองกันคนตั้งสี่สิบหาสิบไมใหขึ้นเกาะ
นัน้ ได ตามค�าพระยาตานีเลาใหขาพระพทุ ธเจาฟงวา เดมิ แขกเมือง
สายบุรีไปตั้งหวงหามเกบ็ ฟองจนั ละเม็ดแลรงั นกทเ่ี กาะกระขายเปน
อาณาประโยชน อยูมาแขกเมืองตานกี ับเมอื งยะหรง่ิ คบคิดกันแตง
เรือไปลอบขึ้นเกาะกระในเวลากลางคืนไลพวกแขกเมอื งสายบรุ ีออก
จากเกาะกระได ต้ังแตน้นั มาแขกเมอื งตานแี ละเมอื งยะหรง่ิ พวกนนั้ ก็
ต้งั ประจ�ารกั ษาเกาะกระมาจนบดั นี้ เวลาเทศกาลคลนื่ ลมสงบก็ผลัด
เปลยี่ นกนั ภาฟองจันละเมด็ แลรังนกเทย่ี วขายจนเวลาจวนระดมู รสมุ ก็
100 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
หาซอื้ เสบยี งอาหารไปสะสมไวบนเกาะแลเฝาเกาะไปจนส้ินระดมู รสมุ
ฉน้ี ไดประมาณเจ็ดแปดปมาแลว ในวาคนพวกน้ันหาก�าไรไดปละ
๒๐๐/๓๐๐ เหรยี ญ ขาพระพทุ ธเจาไดสืบถามทเี่ มอื งนครศรีธรรมราช
ก็ไดความสมจริง วามีพวกแขกตานมี าตง้ั หากนิ อยูทีเ่ กาะกระ แตจะ
เอาความรูยง่ิ ไปกวานีไ้ มได เพราะไมไดตัวผูใดทไ่ี ดเคยไปเกาะกระเลย
เรอื่ งหาประเทศท่อี ากาศเย็นส�าหรับอยเู ม่อื ระดูรอนนีเ้ ปนเร่อื ง
ท่ไี ดโจทยกันอยูเนอื งๆ แลท่เี มอื งนครศรีธรรมราชนีม้ ีเขาสูงหลายลกู ท่ี
สงู สดุ คอื เขาหลวง สูงถงึ ๕๘๐๐ ฟดุ สงู กวาตา� บลโตสารที ่ไี ดเสดจ็ ไป
ประทับในเกาะชะวา เมอ่ื ขาพระพุทธเจาพักอยทู ่เี มืองนครศรธี รรมราช
เกดิ ความประสงคหยากจะทราบภมู ประเทศเขาหลวงนี้ จึงไตถามได
ความวา มีทางขึน้ ไดแตไมใครจะมีใครไดขึ้น เพราะเปนเขาสูง ขน้ึ แต
พวกทต่ี ดิ ตามชางเถือ่ น แลพวกน้นั เลาวาขางบนเขามที ่รี าบหลายตอน
แลอากาศหนาวมาก ขาพระพทุ ธเจาไดปฤกษากับพระยาสุขมุ นัยวินจิ
ตกลงกันวาระดนู จ้ี ะจดั ใหหลวงอภัยพิพิธขาหลวงรองมณฑลชมุ พรซ่งึ
เขาใจการตรวจแผนทีแ่ ละเขาใจตรวจอากาศรอนหนาว ขึ้นไปตรวจทาง
ใหถึงยอดเขาหลวงสกั ครั้งหนง่ึ
วันท่ี ๑๖ กันยายน ร.ศ. ๑๑๕ เวลาเช าออกจากเมือง
นครศรธี รรมราช กลับมาลงเรืออรรคเรศรรัตนนาศนใชจกั รมาเวลา
บาย ๕ โมงเสศถึงเกาะสมุย ไดแวะขึ้นดพู ลับพลาซึง่ พระยาศรธี รรม
ราชแตงใหพระเสนหามนตรมี าปลกู เตรียมรบั เสด็จไวขางดานเหนือ
แตเมอื่ เสด็จกลับจากประภาศเกาะชะวา ตวั พระเสนหามนตรยี งั อยู
ทๆ่ี พกั ริมพลบั พลา เพราะมาปวยเปนไขพิศมอาการมากพึง่ คลายยงั
ไมมีก�าลังพอจะลกุ น่ังหรอื จะลงเรอื กลับไปเมอื งนครศรีธรรมราชได
ขาพระพุทธเจาไดไปเยย่ี มพระเสนหามนตรถี งึ ท่ีพัก เห็นเปนนาสงสาร
ยิง่ นกั ดวยมาปวยอยใู นท่ีกนั ดารขดั สน ทงั้ อาหารที่จะรับพระราชทาน
ใหมีกา� ลัง แลยาดที ีจ่ ะบา� บัดโรคก็ไมมี ใชแตเทานนั้ บาวไพรแลบุตร
ซง่ึ มารกั ษาพยาบาลก็ภากันเจ็บปวยงอมแงม มแี ตภรรยากบั บาวไพร
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 101
เปนผพู ยาบาลไมก่คี น ดวยเดชะพระบาระมีบางเอินขาพระพุทธเจา
แวะไป จงึ ไดใหหมอหลวงซ่งึ ไปดวยใหยาไวพอท่จี ะรักษาพยาบาล แล
ไดแบงเสบยี งอาหารซง่ึ เปนของมรี ศใหไวตามสมควร ขาพระพทุ ธเจา
ขอพระราชทานถวายพระราชกุศล ขาพระพทุ ธเจาถามพระเสนหา
มนตรีไดความวา ไดปลกู พลบั พลาไวรับเสด็จ ๒ แหง แลไดตดั ทาง
ท�าสะพานข้ึนไปถึงพุเขาสะตอ แตเวลามาท�าการบังเอนิ ประจวบ
คราวความไขเกิดข้ึนในเกาะน้ัน ราษฎรเจ็บปวยเปนอนั มากท่ตี าย
ประมาณ ๖๐ คน ตวั พระเสนหามนตรกี ็มาปวยลงดวย แตในเวลา
เม่อื ขาพระพุทธเจาไปถึงน้นั ความไขในเกาะสมยุ คอยบนั เทาลงแลว
วันที่ ๑๗ เวลาเชาออกจากเกาะสมุยมาทอดท่ีอาวธารประภาศ
เกาะพงัน ขาพระพุทธเจาไดส่งั พระยาวิชิตภักดใี หจัดชางไปแตงแล
เปดทองอักษรซ่ึงทรงกรุณาโปรดใหจาฤกท่ธี ารประภาศเมื่อเสดจ็ ใน
เดอื นสิงหาคมน้ี
อน่ึงเมอื่ ขาพระพทุ ธเจาพักอยทู ่ีธารประภาศ ไดถามชาวเกาะ
พงันถงึ ล�าธารท่จี ะมีนอกออกไปจากธารประภาศและธารเสด็จ๑ ได
ความวา ยงั มีอิก ๔ ธาร อยูขางใตธารเสด็จธาร ๑ อยขู างเหนือธาร
ประภาศในอาวแหง ๑ สามธาร ขาพระพุทธเจาไดชวนชาวเกาะลง
เรือกันเชยี งใหน�าไปท่ีอาวดานเหนือ ระยะทางตีกันเชียงแตทาธาร
ประภาศ ๔๐ มินติ ถงึ อาวใหญดภู มู แผนที่เขาไมงามมาก น้�าในอาวน้ัน
๑ ช่ือล�าธารในเกาะพงัน จงั หวัดสุราษฎรธานี พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลาเจาอยูหวั เสด็จประทบั และสรงนา้� ทรงจารกึ อกั ษรพระนาม จปร.
และศกั ราชในระหวางการเสดจ็ ประพาสแหลมมลายหู ลายครัง้ ไดแก ร.ศ. ๑๐๙
ทรงจารึกอักษรพระนาม จปร. และศกั ราช ๑๒๕๒ ใน ร.ศ. ๑๑๗ ทรงจารกึ
อกั ษรพระนาม จปร. และศก ๑๑๗ และทรงจารึกนามธารนา้� ตกแหงหน่งึ วา “ธาร
ประเวศ” ใน ร.ศ. ๑๑๙ เสดจ็ พกั และจารกึ ศักราช ๑๒๖๒ เพม่ิ ที่ธารเสดจ็ และ
ทรงจารกึ อกั ษรจีนยอ และเลข ๑๑๙ ทีศ่ ิลาหนาพลบั พลาทป่ี ระทบั ใน ร.ศ. ๑๒๔
ทรงจารกึ ศักราช ๑๒๖๗ ที่ธารเสดจ็
102 การเสดจ็ ตรวจราชการหัวเมอื งของ
ในแผนทห่ี มายไววาลกึ ๓ วา แมเรือพระทนี่ ่ังไปทอด กบ็ งั ลมตวนั ตก
ตวนั ออก หรือลมตะเภาไดสนิด ขาพระพทุ ธเจาไดข้นึ ตรวจดูทธ่ี ารกลาง
ซึ่งวาเปนธารใหญกวาอกิ ๒ ธาร ธารนเ้ี ปนล�าคลองเขาไปยืดยาว เดิน
ลุยเขาไปตามล�าคลองเกือบคร่ึงช่ัวโมงจงึ ถงึ ทส่ี ิลาน้�าตก แตน�้าตกน้ดี ู
งามดีคลายกับคลองมะยมทเ่ี กาะชางพอเปนทีเ่ สด็จประภาศได ถาจะ
ท�าทางแตชายหาดตรงเขาไปถึงทีน่ า้� ตกคงจะไมไกลนัก ขาพระพทุ ธเจา
ไดส่ังพระยาไชยาใหตัดทางไวเพอ่ื เสดจ็ ประภาศในคราวนา แลวได
ออกเรือจากเกาะพงนั เวลาบาย ๕ โมง
วนั ท่ี ๑๘ เวลาเชาถึงเมืองก�าเนดิ นพคณุ ๑ ขาพระพทุ ธเจาได
แวะขนึ้ ดทู ี่ตา� บลบางตะพาน๒ มีบานเรอื นราษฎรไมกหี่ ลงั แตพวกบริสทั
บอทองบางตะพานตัง้ ที่พักแลโรงไวสินคาทีน่ หี่ ลายหลงั เรือนโรงเหลาน้ี
ท�าดวยเคร่ืองไมมงุ สังกะสี แตทอดทง้ิ หักพังไปเสียมากเหตทุ เ่ี รือนโรง
ของพวกบรสิ ทั บอทองหกั พงั ไปนี้ ไดความวา เดมิ ปากนา�้ บางตะพาน
รองน้�าตรงออกทะเล พวกบรสิ ัทปลูกเรือนโรงอยูรมิ ชายทะเลขางใต
ปากน้�า อยูมาฝนแลงน�้าเหนอื นอยไป ๒ ป คล่นื ทะเลตที รายปดปาก
น�้าตัน ครั้นปท่ี ๓ มนี ้�าเหนอื หลากมาหาไหลออกทางรองเดมิ ไม กัดวก
เปนล�าน�้าเลย้ี งเขาไปทางที่บานเรอื นของพวกบริสัท แผนดนิ พงั พา
เรือนโรงหักทา� ลายลงนา้� ไปหลายหลังทีเ่ ปนหลังใหญสา� หรับผอู �านวย
การอยูยังเหลอื อยบู นตล่งิ แตครง่ึ หลงั แลไดความตอไปวา ท่โี รงจักร
ของบริสัทซง่ึ ตง้ั ข้ึนทบ่ี อทองนน้ั นา้� ปาก็ลางท�าลายเสยี มากเหมอื นกัน
ในวาหมอสติมซง่ึ ส�าหรบั ใชในการจักรเด๋ยี วน้ีหลุดลงอยูในคลองทีเดยี ว
คดิ ดวยเกลา, ดกู เ็ ปนการอัศจรรย ดวยคนซึ่งไดมหี ุนสวนในบริสัทน้ี
ภากันเสียศูนยเงนิ ทองไปก็มีมาก เพราะเหตุที่หลงเช่อื ผูอ�านวยการ
ซึง่ มากอสรางสง่ิ เหลานี้ไว บดั น้มี ีธรรมดาบันดารลงโทษประจานพวก
๑ จงั หวัดประจวบครี ีขันธ
๒ อ�าเภอบางสะพาน
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 103
ทอี่ �านวยการบรสิ ัทใหประจกั แกตาโลกย ดกู ข็ นั อยู
เรอ่ื งการท�าทองทบ่ี างตะพานน้ี ขาพระพทุ ธเจาไมมีความเช่อื
ในบรสิ ทั ที่จะทา� การอยางฝรัง่ เพราะเหตทุ องมีจริงแตไมมากพอที่จะ
คุมทุนที่ท�าโรงจกั รใหญโต ความไขก็รายแรงชกุ ชมุ คนจรแปลกหนา
มาอยูไมใครได คนท�าทองแตกอนหรือทที่ �าอยูทุกวนั เดย๋ี วน้ี กล็ วนแต
คนซ่ึงเกดิ แลคุนเคยแกระดูนยิ มของประเทศนนั้ ๆ จงึ อาจอยแู ลทา� ทอง
ได เมอื่ บรสิ ทั มาท�าการก็พาพวกลกู จางมาตายเสยี หลายรอยจนหา
ผูใดท่จี ะยอมมาไมได ถามีบริสัทมาทา� อิกกค็ งเปนเชนนัน้ อกิ ไมเปน
ประโยชนแกรัฐบาล เพราะการอนญุ าตใหบริสัทท�าตามสัญญากม็ ีคา
เชาทดี่ นิ แตเลก็ นอย ทางท่ีจะไดมาก มแี ตตกอยูในภาคหลวงทีจ่ ะชกั
จากเนอื้ ทองท่ีบริสัทท�าได เม่ือบรสิ ทั ทา� ทองไมได ประโยชนหลวงก็
จ�าขาดสูญไปดวยเปลาๆ จึงเหน็ ดวยเกลา, วา แมในทางผลประโยชน
แผนดินที่จะไดจากบอทองบางตะพานน้ี ถาเกบ็ อยางแตกอน กลาว
คอื เกบ็ เปนสวยจากตวั คน ซึง่ ไปรอนทองคน ๑ เพยี งป ๒ บาทหรือ
๓ บาท ปลอยใหราษฎรเทย่ี วรอนหาตามชอบใจยงั จะไดผลประโยชน
แผนดนิ มากกวาทใี่ หบริสทั ทา�
อนึง่ ที่ต�าบลบางตะพานน้ี ขาพระพทุ ธเจาสืบถามไดความวา
มที างเกวียนในระดูแลงใชไดตลอดขึน้ มาถงึ เมืองเพชรบุรี แตไปหมด
อยเู พยี งบางตะพานจะใชตอลงไปทางเมอื งประทิวแลเมืองชมุ พรไมได
ไตถามหาเหตวุ าจะเปนเพราะมีเขาขวางหนาหลกี ไมไดหรอื ประการ
ใดก็ไมไดความ คงไดความแตวาไมไดใชกันมาแตเดมิ เทานน้ั เห็นดวย
เกลา, วาควรจะตรวจดู ถาพอจะท�าไดควรจะใหมที างเกวยี นลงไปให
ตลอด จะไดรบั พระราชทานสั่งพระยารัตนเสรฐีขาหลวงเทศาภิบาล
มณฑลชุมพรใหตรวจทางตอนนีใ้ นระดแู ลง
การปกครองเมอื งกา� เนดิ นพคุณในเวลาขาพระพทุ ธเจาไปตรวจ
การครง้ั น้ี เขาใจวาจะเปนอยางเลวทส่ี ดุ ในหวั เมอื งปกษใต ไดความวา
โจรผูรายกย็ ังมี แลหลวงปลดั ผรู กั ษาเมอื งก็ประพฤตติ วั ไมสมควรเปน
104 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมอื งของ
ขาราชการ มีผูย่ืนเร่อื งราวตอขาพระพุทธเจากลาวโทษหลวงปลัดวา
ไดขมขูหามปรามมิใหผูใดยื่นเร่ืองราวกลาวโทษตอขาพระพทุ ธเจา
ถาผูใดมฟิ งขาพระพุทธเจากลับเขามาแลว หลวงปลัดจะเอาโทษจง
หนกั ขาพระพุทธเจาไดใหพจิ ารณาไดความจรงิ ตามท่โี จทยหาจงึ เอา
ตวั หลวงปลัดเมืองก�าเนิดนพคุณจา� เขามากรงุ เทพ, ขาพระพุทธเจา
ไดนา� ความทงั้ น้ขี ึ้นกราบบังคมทูลแลไดทรงกรณุ าโปรดเกลา, ใหถอด
หลวงปลดั ลงเปนไพรตามสมควรแกความผดิ นั้นแลวเหน็ ดวยเกลา, วา
เพราะเมอื งก�าเนิดนพคณุ เปนเมืองนอย แลเปนทีม่ ีความไขเจ็บไมใคร
มีใครจะสมคั รกั ษาราชการ ถายงั คงเปนหัวเมอื งข้นึ ตรงตอกรุงเทพ,
คงยากทจี่ ะรักษาราชการใหเรยี บรอย แตบดั น้ีกไ็ ดทรงพระกรุณาโปรด
เกลา, ใหยกเมอื งก�าเนดิ นพคุณไปขนึ้ เมอื งชมุ พรหวงั ดวยเกลา, การ
คงจะเรยี บรอยดขี ึน้ กวาแตกอน เพราะผูวาราชการเมอื งชุมพรอาจ
มาตรวจตราการไดเปนคร้งั เปนคราว ไมปละปลอยผูรกั ษาเมอื งใหท�า
การไดตามอา� เภอใจดงั แตกอน
เวลา ๓ โมงเชาออกเรือจากบางตะพาน เวลาบาย ๔ โมงเสศ
ถึงทีเ่ กาะหลัก ขาพระพุทธเจาไดขึน้ ตรวจตราการทีต่ า� บลบานเกาะ
หลกั จนเวลาย่�าค่�าจงึ ไดกลบั ลงเรือ ท่ีขาพระพทุ ธเจาไปแวะทเ่ี กาะหลกั
นั้น เพอ่ื จะไตสวนการจ�าหนายเขาหลวงพระราชทานแกราษฎรซ่ึงได
จดั สงลงไปแตกอน แลอยากจะสบื สวนการปกครองบานเมืองซ่ึงได
จดั การตง้ั แตยกเมืองประจวบคีรขี ันธไปขนึ้ เมืองเพชรบุรีวาจะแปลก
เปลีย่ นเปนประการใดบาง
เร่ืองการจ�าหนายเขาหลวงน้ัน ไดความวา แตแรกราษฎร
ไมใครจะมารบั ดวยภากันเกรงกลวั คา� เลาลือท่ีผิดตางๆ เชนวาผูใดรบั
แลวไมมเี ขาใชจะเอาตวั ไปใชสอยราชการเปนตน ครัน้ ตอมาราษฎรได
ทราบความจรงิ วาทรงพระกรณุ าโปรดเกลา, พระราชทานเขาออกไป
ทดรองใหแกราษฎรในเวลาอดอยาก เมอื่ ทา� นาไดผลจงึ จะเรียกใหใช
กภ็ ากนั มคี วามยินดมี ารบั พระราชทานเขาไปจนหมด ขาพระพุทธเจา
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 105
ไดพบผูใหญบานต�าบลหน่ึง ซึ่งไดลงมารบั เขากา� ลังสซี อมอยูทีบ่ านเกาะ
หลกั แลวจะภาขึ้นไปที่ต�าบลบานของตน ดูเปนที่นิยมยนิ ดีมากเสยี
อยูแตจ�านวนเขาที่สงออกไปนน้ั ไมพอจ�านวนคนท่ีตองการ พวกบาน
ดอนน้รี ทู ีหลงั ลงมารับไมทนั หลายราย ถงึ แกโกรธข้งึ ผูจา� หนายจะฟอง
รองวายักยอกเขาไมจา� หนายให บางคนที่มาวงิ วอนขาพระพุทธเจา
ขอใหจัดสงเขาเติมออกไปอิกกม็ ี แตเปนการจนใจดวยเปนเวลาจวน
ระดูมรสุม แลไดความวา เขาเบาซึ่งราษฎรทา� ในปนี้กจ็ วนจะเกบ็ เกี่ยว
ไดอยบู างแลวจึงจา� เปนตองระงับไว
สวนการปกครองเมืองน้ัน ขาพระพุทธเจาไดสืบถามตาม
พระสงฆและราษฎรชาวบานเกาะหลัก ไดความวา ผูวาราชการเมอื ง
ประจวบคีรีขันธไดจัดต้ังก�านันผูใหญบานตลอดแลว แตไลเลียงดู
วธิ ีที่จัดยังไมถูกตองตามแบบแผนดีทีเดียว แตกระน้ันพระสงฆแล
ราษฎรภากันแจงความวา ตงั้ แตจัดต้ังก�านนั ผูใหญบานตรวจตรา
การมา โจรผูรายสงบราบคาบโคกระบอื ปลอยไดมีความสขุ สา� ราญข้นึ
กวาแตกอนมาก ขาพระพทุ ธเจาพิเคราะหดภู ูมลิ า� เนาบานเกาะหลักนี้
ดูทา� เลดบี านชองกม็ าก แลเปนระยะทพ่ี กั เรือไปมาทางหัวเมืองปกษใต
แตทุกวันน้ีท่พี ักผูรักษาเมอื งไปตงั้ อยูท่บี านคลองกุยใกลเขาสามรอย
ยอด ปากคลองท่ที อดเรอื ก็ไมมี แลยงั ตองเขาลา� น�้าไปอิกหลายชวั่ โมง
จงึ ถึงศาลากลาง เห็นไมเปนประโยชนอนั ใดยิ่งกวาท่ไี ปตงั้ ท�านา เพราะที่
ตรงนน้ั มีนามากแลอยเู คยๆ กนั มา เห็นดวยเกลา, วาควรยายศาลากลาง
แลท่ีพักผูรักษาเมอื งลงไปตั้งท่ีบานเกาะหลัก จะเปนประโยชนแก
ราชการดีกวาทกุ วันน้มี าก เม่ือขาพระพุทธเจากลับเขามาถงึ กรงุ เทพ,
ไดหารือการเร่อื งนีต้ อพระยาสรุ นิ ทรฤาไชย, ขาหลวงเทศาภบิ าลสา� เรจ็
ราชการมณฑลราชบรุ ีก็เหนชอบดวยแลจะไดจดั การยายศาลากลาง
เมอื งประจวบครี ขี นั ธในระดูแลงนี้ ขาพระพุทธเจาไดออกเรอื จากเกาะ
หลักเวลาทุมหน่งึ
106 การเสด็จตรวจราชการหวั เมืองของ
วันท่ี ๑๙ เวลาเชาถึงสามรอยยอด๑ ขาพระพุทธเจาแวะขึ้น
ถา้� และไดตรวจดพู ลบั พลาเคหาคฤหาศน๒ ซง่ึ ไดโปรดใหสรางข้ึนไวใน
ถา�้ นน้ั ยังบรบิ รู ณดี เปนแตสีท่ีทาเพดาลพะไลยดานทถ่ี ูกแดดกะเทาะ
บางเล็กนอย เวลา ๓ โมงเชาออกเรือมาทอดทนี่ าเมอื งปราณ ไดแวะ
ขน้ึ สืบถามในเรอื่ งจา� หนายเขาหลวงแลการปกครองบานเมืองไดความ
วา เขาหลวงท่จี �าหนายน้นั พอเพยี งความตองการ แลนาในปน้กี ็ดขี ึ้น
กวาปกลาย แลการปกครองบานเมอื งนั้น ผรู กั ษาเมืองกไ็ ดจดั ตง้ั กา� นัน
ผูใหญบานแลว แตยงั จดั ไมถูกเหมือนกัน แตการโจรผรู ายก็เรยี บรอย
ราบคาบถึงปลอยโคกระบือไดสดวกเหมือนกนั กบั เมอื งประจวบครี ขี ันธ
ที่ต�าบลปากน้�าเมืองปราณ๓ นี้มีราษฎรมาก แตเปนชาว
ประมงไมอยปู ระจ�าท่ี ระดจู วนมรสุมภากนั ยกเขามาตั้งท�าปลาทตี่ �าบล
ยิสานแลเมืองสมุทสงครามทิ้งบานเรือนไวใหแตบตุ รภรรยาอยูเฝา
ตอระดูลมตะเภาจึงไดออกไปต้ังละมุหาปลาท่เี มอื งปราณ แตทีเ่ มอื ง
ปราณไมมีอากรคาน้�า จะเปนดวยเหตใุ ดหาทราบเกลา, ไม ถาหากวา
เกบ็ คาน้�าตามพกิ ัดละมทุ ีเ่ มอื งปราณคงจะไดเงินหลวงปหน่ึงสกั ๙ ช่งั
๑๐ ชั่ง แลไมเห็นเปนทเ่ี ดือดรอนอนั ใดแกราษฎร เพราะการท�าละมุน้ี
ไดกา� ไรมาก อน่งึ ตึกหลวงทส่ี รางไวท่ีปากนา้� เมืองปราณนอี้ ยขู างช�ารดุ
ซดุ โทรมไปบาง แตหลวงปลัดผูรกั ษาเมอื งปราณแจงตอขาพระพทุ ธเจา
วาไดตระเตรยี มไมไวแลว จะซอมในระดแู ลงนี้ เวลาบาย ๓ โมงออก
จากเมืองปราณ
๑ เขาสามรอยยอด
๒ พระวรวงศเธอ พระองคเจาขจรจรัสวงศทา� สงไปจากกรงุ เทพฯ พระยา
ชลยุทธโยธินทร เปนนายงานยกขึน้ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัว
เสด็จฯ ยกชอฟา เมือ่ วันที่ ๒๐ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๓๓ และพระราชทานช่ือพลับพลา
แหงน้ี
๓ อ�าเภอปราณบรุ ี
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานภุ าพ 107
วันท่ี ๒๑ กนั ยายน ถึงกรงุ เทพ, ดวยเดชะพระบาระมปี กเกลา,
บรรดาผูทไี่ ปราชการดวยกนั มคี วามศุขสะบาย แลราชการทไี่ ปในครง้ั น้ี
กเ็ รยี บรอยตลอด อิกประการหนง่ึ กรมทหารเรือไดจัดเรอื แลคนใชสอย
ตลอดจนเสบยี งอาหารใหรับพระราชทานโดยความทเี่ ตม็ ใจสงเคราะห
ทกุ อยางทกุ ประการ กับตนั กูลเบิกนายเรือก็ไดเอาเปนธุระดูแลทุก
อยาง เปนความยนิ ดขี องขาพระพทุ ธเจาหาทส่ี ดุ มิได
ราชการหัวเมืองปกษใตบัดนี้ กไ็ ดทรงพระกรณุ าโปรดใหจดั
เปนมณฑลเทศาภิบาล คือ มณฑลนครศรีธรรมราชโปรดเกลา, ให
พระยาสขุ มุ นัยวินจิ เปนขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑล ๑ มณฑลชมุ พร
โปรดเกลา, ใหพระยารตั นเสรฐเี ปนขาหลวงเทศาภบิ าลมณฑล ๑ จัด
ท�านุบ�ารุงราชการบานเมืองอยางหัวเมืองฝายเหนอื ราชการหวั เมอื ง
ปกษใตซง่ึ จะจดั ตอไปภายนารวบรวมลงเปนเน้อื เห็น เห็นดวยเกลา, วา
๑. การปกครองหวั เมืองเหลาน้อี าจจดั ใหเรียบรอยไดโดยงายเพราะ
พลเมืองนไิ สยเปนคนวางาย ถาจัดการใหแลเหน็ เปน ที่ไววางใจวาจัด
จริงแลเพื่อจะทา� นุบ�ารงุ มใิ หกดขีอ่ ันใด แลวจะวากลาวประการใดก็
วางาย ไมมนี ิไสยท่ีจะดอ้ื ดงึ หรอื เปนเจาถอยหมอความอนั ใด ถาจะมี
ทย่ี ากในสวนตัวคนในทองที่ ก็อยูในช้นั พวกบคุ คลท่ีเปนนายเคยกดข่ี
คมุ เหงราษฎรดวยการแสวงหาอาณาประโยชน โดยเช่ือตัววาเปน
ผูอยูในทองที่ จา� เปนจ�าตองไดเปนมลุ นายผูคน ท้งั จะท�าประการใด
ก็เปนท่กี วางทางไกล การทท่ี า� นน้ั ไมใครทราบถงึ พระเนตรพระกรรณ
แตคนเหลาน้ีก็มนี อย เมื่อเห็นการท่โี ปรดเกลาฯ ใหจัดวาจะเอาดเี อาจรงิ
แลอาจสงขาราชการออกไปจากกรุงเทพ, ใหพอแกราชการได ทจ่ี ะ
กลบั ใจหันเขาหาความดีก็จะมีมาก ผูใดกลับใจไมไดเอาตัวออกเสยี
จากราชการ ไมสักกค่ี นก็จะเรียบรอยไดตลอด แตการท่จี ะจัดตอไป
สวนตัวคนทีจ่ ะรับราชการ เห็นดวยเกลา, วายงั จะตองการขาราชการ
ออกไปจากกรุงเทพ, อกิ แตท่ตี องการมากนั้นเปนคนช้ันขุนหมืน่ ท่ี
จะไปรับราชการในตา� แหนงนายอา� เภอมากกวาอยางอ่ืน เพราะหา
108 การเสดจ็ ตรวจราชการหวั เมืองของ
คนในทองที่ไมใครจะได แลพเิ คราะหดูราษฎรมกั จะพอใจเชื่อถือ
ขาราชการซง่ึ ออกไปจากกรุงเทพ, มาก ๒. การผลประโยชนแผนดนิ
ในหวั เมืองปกษใตเหลานี้ ยังไดนอยกวาท่สี มควรเปนอันมาก เพราะ
เหตุท่รี ่ัวไหลไปเปนก�าไรเจาภาษีนายอากรซงึ่ รบั ผูกขาดกม็ าก ตกอยู
ในเปนผลประโยชนผูวาราชการกรมการกม็ าก แลทท่ี อดทิง้ เสยี โดย
ไมเกบ็ กม็ าก แลท่ยี ังควรจะจดั ขึ้นได ไมไดจดั ทา� นบุ �ารุงก็ยังมมี าก ทาง
ท่ีจะคดิ แกไขในการเกบ็ ผลประโยชนแผนดนิ ตอไปนน้ั เห็นดวยเกลา,
วาอากรฝนไมมีที่แกไขอันใดดกี วาผกู เปนมณฑลดังทุกวันนี้ อากร
สุราถาใหขาหลวงวาประมลู ทีม่ ณฑลเงินจะขึน้ ไดอิก แตอากรบอนเบีย้
น้ตี ามความคิดกระทรวงพระคลังจะใหวาประมลู ตามมณฑลกด็ ีอยู
แตในสวนหัวเมอื งปกษใตน้ี ใจขาพระพทุ ธเจาเห็นดวยเกลา, วาถาเลกิ
เสียทเี ดียวจะดีกวา เพราะราษฎรในหวั เมืองเหลาน้ี คนพืน้ เมืองท่ี
เปนคนเลนเบย้ี เปนคนจนโดยมาก ช้ันทบ่ี ริบูรณกเ็ ปนพอคาไมใครจะ
เลนเบ้ยี พเิ คราะหดจู �านวนเงนิ อากรบอนเบีย้ เทียบดูกับหวั เมืองที่ใกล
กรุงเทพ, กแ็ ลเหน็ ไดวาเงนิ ตา�่ กวาหวั เมอื งขางในเปนอันมาก เปนตน
วาเมอื งสงขลาซึง่ เปนโทมพี ลเมอื งกวา ๗๐๐๐๐ เงนิ อากรบอนเบ้ยี เพยี ง
๖๐ ช่งั ต่�ากวาหัวเมอื งจัตวาเชนเมอื งสมุทสาครหรือเมอื งนครไชยศรี
ก็เปนเหตเุ พราะคนไมบริบูรณพอที่จะเลนเบ้ียแลการบอนเบ้ียนั้น
เปนธรรมดาทีจ่ ะภาใหคนเกียจครานและประพฤติพาลเปนโจรผรู าย
ทงั้ ทอนก�าลังที่จะทา� มาหากินใหบานเมืองบริบูรณข้นึ ถาจะรวมเงนิ
อากรบอนเบี้ยหัวเมืองปกษใตท้งั มณฑลนครศรธี รรมราชแลมณฑล
ชุมพร เงินไมเกนิ สามรอยชั่ง เหน็ ดวยเกลา, วาพระราชทรัพยท่จี ะขาด
ไปไมมากมายเทาใดนัก ถาคดิ บา� รงุ การทา� มาคาขายขึ้นไมกป่ี เงนิ จะข้นึ
กวาทข่ี าดเปนอนั มาก
นอกจากอากรทง้ั ๓ ทวี่ ามาแลว ผลประโยชนแผนดินที่เปน
ส่งิ สา� คัญซึง่ ควรจะจดั ใหไดเงนิ มากยังมอี กิ อยาง ๑ คอื อากรคาทด่ี นิ
ที่ดินในหวั เมืองเหลาน้ี ท่ีจะเกดิ ประโยชนแกรฐั บาลไดอยูใน ๔ อยาง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดา� รงราชานุภาพ 109