บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนตรวจให้คะแนนใบงานของนกั เรียนแล้วขดี / ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชื่อ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มูลมีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชือ่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 34
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชีววิทยา 4 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ระบบขับถ่าย เวลาเรียน 9 ชัว่ โมง
ชอ่ื แผนการจัดการเรยี นรู้ ไตกับการรกั ษาดุลยภาพ และความผิดปกติของไต จำนวนเวลา 2 ชั่วโมง
วัน..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสบื พนั ธ์ุและการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกับการรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมท้ังนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. สาระสำคญั
ร่างกายรักษาดุลยภาพของน้ำโดยอาศัยแรงดันออสโมติกในเลือด ซึ่งควบคุมโดยสมอง
ส่วนไฮโพทาลามัสที่จะกระตุ้นหรือยับย้ังการหลั่ง ADH จากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ทำให้ท่อขดส่วน
ปลายและท่อรวมดูดกลับน้ำเพิ่มขึน้ หรือลดลง
ความผิดปกติที่เกิดกับไตของมนุษย์ เช่น โรคนิ่ว ภาวะไตวายเฉียบพลัน โรคไตเรื้อรัง
รวมทั้งโรคที่เกดิ กบั ทางเดนิ ปสั สาวะ หากไม่ป้องกนั หรือรักษายอ่ มส่งผลกระทบตอ่ การทำงานของไต
3. ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายกลไกการทำงานของหน่วยไต ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย การเขียน
แผนผงั สรุปขนั้ ตอนการกำจัดของเสียออกจากร่างกายโดยหนว่ ยไต
2. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายและยกตัวอย่างเกี่ยวกบั ความผดิ ปกตขิ องไตอันเน่อื งมาจากโรคตา่ ง ๆ
4. สาระการเรียนรู้
1. การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลอื ดและการกำจดั ของเสีย
2. สาเหตุ แนวทางปอ้ งกนั หรอื รกั ษาโรคทีเ่ ก่ียวกบั ไตและโรคทเี่ กีย่ วกบั ทางเดินปัสสาวะ
5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบาย และสรุปกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ
ดลุ ยภาพของกรด-เบสในเลอื ดโดยหน่วยไตได้
2. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมลู ยกตัวอย่างและอธิบาย สาเหตุ แนวทางป้องกันหรือ
รกั ษาโรคทเี่ ก่ียวกบั ไตและโรคท่ีเกี่ยวกบั ทางเดนิ ปสั สาวะได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
2. การจัดกระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล
3. การตีความหมายและลงข้อสรุป
4. การสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสื่อ
ด้านเจคติ (A)
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่ันในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผเู้ รยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คือทักษะพืน้ ฐานท่ีจาเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรยี นรู้ (กาเครือ่ งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทักษะในการคานวณ
8C ทักษะตา่ งๆท่จี าเปน็
Critical thinking and problem solving (มีทกั ษะในการคดิ /
วิเคราะห์ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการสื่อสาร และการรเู้ ท่าทนั ส่ือ)
Computing and IT literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร)์ /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนรู)้
Compassion (มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบยี บวินัย) /
8. ช้นิ งานหรือภาระงาน
8.1 ช้นิ งาน
- แบบบนั ทึกกิจกรรม เรื่อง ไตกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และความผดิ ปกตขิ องไต
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บนั ทึกประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรปุ สาระสำคัญของเรือ่ งทเ่ี รียน
9. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยมขี ้ันตอนดงั ต่อไปนี้
ขนั้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยใช้คำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียน และให้นักเรียน
รว่ มกันอภปิ ราย เพอ่ื เชอ่ื มโยงไปถึงการรักษาดลุ ยภาพของน้ำในรา่ งกาย ดงั นี้
- รา่ งกายรบั รไู้ ด้อยา่ งไรวา่ ต้องการน้ำ และต้องขับปสั สาวะออกจากรา่ งกาย
1.2 จากการอภปิ รายอาจสรปุ ได้ว่า ในแต่ละวันรา่ งกายต้องมีการขับถ่ายของเสียไปกับ
ปสั สาวะ แต่ถา้ น้ำในรา่ งกายลดลง รา่ งกายกจ็ ะตอ้ งมีการด่ืมน้ำเพือ่ เขา้ ไปทดแทนหรือถ้ามีปริมาณน้ำ
ในร่างกายมากเกนิ ความต้องการจะต้องมกี ารขบั ถา่ ยปัสสาวะมากข้ึน
1.3 นักเรียนอาจสรุปว่าเป็นผลจากการทำงานของระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุม
การทำงานของอวยั วะในระบบขบั ถ่าย ซงึ่ ครจู ะยงั ไม่สรปุ ผลการอภปิ ราย
ขนั้ ที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 15 นาที
2.1 ครูใช้รูป 17.11 ในหนังสือเรียนร่วมกนั อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับกลไกการรักษา
ดุลยภาพของน้ำในร่างกาย แล้วให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ และทำกิจกรรม 17.2
ในหนงั สอื เรยี น
2.2 ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายคำถามเพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจโดยมีคำถาม และ
แนวคำตอบดังน้ี
- ถา้ ปริมาณน้ำในเลอื ดมาก ร่างกายจะมกี ลไกรกั ษาดลุ ยภาพของน้ำอยา่ งไร
(เมอ่ื ปรมิ าณน้ำในเลือดมาก ความเข้มขน้ ของเลือดจะลดลงทำใหม้ ีแรงดันออสโมติก
ตำ่ สมองสว่ นไฮโพทาลามัสจะลดการกระตนุ้ ต่อมใต้สมองส่วนหลงั ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลังลดการ
หลง่ั ADH ส่งผลใหท้ อ่ ขดส่วนปลายและทอ่ รวมลดการดูดกลับน้ำเข้าหลอดเลือดทำให้ขบั ถ่ายปัสสาวะ
ปริมาณมากข้นึ และมสี อี อ่ น)
- การออกกาลงั กายในสภาพอากาศทร่ี ้อน ไตจะมีการรักษาดลุ ยภาพของน้ำอย่างไร
(เมือ่ ออกกำลงั กายในสภาพอากาศทรี่ ้อน รา่ งกายจะสูญเสยี เหง่ือมากทำให้ปริมาณ
นำ้ ในเลือดลดลง ความเขม้ ขน้ ของเลอื ดเพมิ่ ขึ้นมีแรงดันออสโมติกสงู ซ่ึงจะไปกระตุน้ ไฮโพทาลามัสให้
เพิ่มการกระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหลังให้หลั่ง ADH มากขึ้นซึ่งจะไปเพิ่มการดูดกลับน้ำที่ท่อขดส่วน
ปลายและท่อรวมเพอ่ื เขา้ สหู่ ลอดเลือด ทำให้ขับถา่ ยปสั สาวะออกปริมาณนอ้ ยและมีสีเข้มขน้ึ )
2.3 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม โดยมีจุดประสงค์การทำกิจกรรมเพื่ออธิบายกลไกการ
รกั ษาดลุ ยภาพของของเหลวในร่างกายและแปลผลการทดลอง
2.4 ให้นกั เรยี นเขียนกราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่างปริมาณปัสสาวะกบั เวลาหลังจาก
ดื่มน้ำจากน้นั ให้วิเคราะห์และอธิบายกราฟ เพือ่ เช่อื มโยงไปถึงกลไกการรกั ษาดุลยภาพของของเหลว
ในรา่ งกาย พรอ้ มทัง้ ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม
ข้ันที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 10 นาที
3.1 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายคำถามทา้ ยกจิ กรรม
- เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณปัสสาวะกับเวลาหลังจากดื่มน้ำ
กราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างปริมาณปัสสาวะกับเวลาหลงั จากดมื่ น้ำเขียนไดด้ งั นี้
- จากกราฟท่ไี ดน้ ักเรยี นจะอธิบายเชื่อมโยงเก่ียวกบั การรกั ษาดลุ ยภาพของของเหลว
ในรา่ งกายอยา่ งไร โดยใหก้ ลา่ วถงึ บทบาทของหนว่ ยไต ADH และไฮโพทาลามสั
(จากการดื่มน้ำทำใหร้ ่างกายมีปรมิ าณน้ำในเลือดเพิ่มขึ้น ความเข้มข้นของเลือดจะ
ลดลงส่งผลให้แรงดันออสโมติกลดลง ทำให้ลดการกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งควบคุมสมดุล
ของเหลวในร่างกายส่งผลให้ต่อมใต้สมองส่วนหลังหลั่ง ADH น้อยลง เซลล์ที่ท่อขดส่วนปลายของ
หนว่ ยไตและทอ่ รวมจึงลดการดดู กลับน้ำเข้าสู่หลอดเลอื ด ร่างกายจะขับถ่ายปัสสาวะปรมิ าณมากและ
เจือจางในนาทีท่ี 60 และ 90 และเม่อื เวลาผา่ นไปปริมาณปัสสาวะจะลดลงจนมีปรมิ าณค่อนข้างคงที่
เนื่องจากร่างกายรกั ษาดุลยภาพของของเหลวในรา่ งกายได้เป็นปกติ)
3.2 ครูเพิม่ เตมิ ประเดน็ คาถามชวนคดิ ดงั นี้
- เพราะเหตใุ ดจงึ ไมค่ วรดม่ื นา้ ทะเล
(เพราะน้ำทะเลมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างสูง เมื่อดื่มน้ำทะเลเข้าไปจะทำให้แรงดนั
ออสโมติกของเลือดสูงขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำให้เกิดการกระหายน้ำมากกว่า
ปกติ และทำใหห้ นว่ ยไตตอ้ งทำงานหนกั ขึ้นเพ่ือกำจดั เกลอื ทม่ี ากเกนิ ไปออกจากเลือด)
3.3 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของน้ำโดยไตว่า
ควบคุมโดยสมองส่วนไฮโพทาลามัสทีร่ บั การเปลี่ยนแรงดันออสโมติกในเลือด และต่อมใต้สมองส่วน
หลังในการหล่ัง ADH เพอ่ื ลดหรอื เพิม่ การดูดกลับน้ำท่ีทอ่ หน่วยไตและทอ่ รวม
3.4 ครูทบทวนกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายว่านอกจากจะได้ของเสียที่มี
ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบแล้วยังเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อแก๊สน้ีละลายในเลือดจะทำให้ได้
ไฮโดรเจนไอออนและไฮโดรเจนคารบ์ อเนตไอออนดังสมการ ซึ่งไฮโดรเจนไอออนที่เกดิ ขึ้นนี้ทำให้คา่
ความเป็นกรด-เบสของเลือดเปล่ยี นแปลง
3.5 ครูใช้คำถามเพื่อให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเกยี่ วกับการเปลี่ยนแปลงความเปน็
กรด-เบสของเลอื ด ดังนี้
- ถ้าร่างกายมีไฮโดรเจนไอออนสูงกว่าปกติ จะมีผลอย่างไรกับกระบวนการเมแทบอลิซึม
3.6 จากการอภิปรายนักเรียนควรสรุปไดว้ ่า ถา้ ร่างกายมีไฮโดรเจนไอออนสูงกวา่ ปกติ
จะทำให้เลอื ดมีภาวะเป็นกรด ส่งผลให้เอนไซมท์ ที่ ำหนา้ ทีเ่ รง่ อัตราการเกิดปฏิกิริยาในกระบวนการเม
แทบอลิซึมไม่สามารถทำงานได้ โดยปกติเลอื ดจะมี pH อยู่ระหว่าง 7.35-7.45 ซึ่งเปน็ ภาวะที่เอนไซม์
ส่วนใหญ่ทำงานได้
ข้ันท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 ครูให้นักเรียนสืบค้น อธิบายและและสรุปเกี่ยวกับกลไกที่ควบคุมการรักษาดุลย
ภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดโดยไต ครูอาจใช้รูป 17.10 ในหนังสือเรียนเพื่อสรุปว่าเมื่อเลือดมี
ความเป็นกรด ไต จะเพิ่มการหลั่งไฮโดรเจนไอออนและมีการหลั่งแอมโมเนียมไอออนจากเลือดเข้าสู่
ท่อหน่วยไตบรเิ วณทอ่ ขดสว่ นตน้ และท่อขดส่วนปลาย และเพิ่มการดดู กลบั สารท่มี ีสมบัตเิ ปน็ เบส เช่น
ไฮโดรเจนคารบ์ อเนตไอออนเข้าสู่หลอดเลอื ด ทำใหค้ วามเป็นกรด-เบสของเลอื ดเขา้ สภู่ าวะสมดลุ
4.2 ครูอาจเชื่อมโยงถึงระบบหายใจซึ่งมีปอดทำหน้าท่ีในการรกั ษาดลุ ยภาพความเป็น
กรด-เบสของเลือดด้วย โดยการหายใจนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย จากนน้ั ให้นกั เรียน
ตอบคำถามในหนังสือเรียนซึง่ มแี นวคำตอบดงั นี้
- ถ้าไตเสียหายหรอื ไมส่ ามารถทำงานได้จะมผี ลต่อรา่ งกายอยา่ งไร
(ร่างกายจะสะสมของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมไว้เป็นจำนวนมาก
และไม่สามารถรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ รวมทั้งความเป็นกรด-เบสในเลือดได้ อาจทำให้
เสยี ชีวติ )
ข้ันท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครปู ระเมินการเรยี นรู้ของนักเรียนโดยประเมนิ การทำงาน คือใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เรื่อง
ระบบขับถ่าย
10. ส่อื การเรียนร้/ู แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. สอื่ นำเสนอ Power Point เรือ่ ง ไตกับการรักษาดลุ ยภาพ และความผิดปกตขิ องไต
2. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วทิ ยา เลม่ 4
3. สมดุ บนั ทึกประสบการณ์การเรยี นรู้ สรปุ สาระสำคญั ของเรอื่ งทเ่ี รียน
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเว็บไซตต์ ่าง ๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สิ่งท่ีต้องการวัด วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบันทกึ กิจกรรม - ทำแบบบันทึก
1.1 การรักษาดุลยภาพของ การณ์เร่ือง ไตกับการ - แบบทดสอบ กิจกรรมไดถ้ กู ตอ้ ง
น้ำและสารตา่ ง ๆ ดุลยภาพของ รักษาดุลยภาพ และ คำถามในหนังสือเรียน ระดบั คณุ ภาพดีขึน้
กรด-เบสในเลอื ดและการกำจัด ความผิดปกติของไต ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ของเสยี - ตรวจคำตอบ ในแบบ
1.2 สาเหตุ แนวทางป้องกัน บันทกึ กิจกรรม เรอื่ ง
หรือรกั ษาโรคทเ่ี กยี่ วกับไตและ ไตกบั การรักษาดุลย
โรคทเ่ี ก่ียวกบั ทางเดนิ ปัสสาวะ ภาพ และความผดิ ปกติ
ของไต
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเด็น - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมการ
2.1 การจำแนกประเภท การประเมิน ดงั น้ี การทำงาน ทำงาน กลุ่ม ใน
2.2 การคิดอย่างมี 1) เน้อื หาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมินชนิ้ งาน/ ระดับคุณภาพดี ขึ้น
วจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา หวั ขอ้ ผลงาน ไป ผา่ นเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นสอ่ื ความ
4) ประโยชนข์ องการ
นำขอ้ มลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มพี ฤติกรรมด้าน
3.1 ความมงุ่ มั่นอดทน ทำงานกลมุ่ ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดับ
- สังเกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีข้ึนไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึน้ กบั ผู้เรียน
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพครู
วนั ที่ ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
ใบงานท่ี เร่ือง ไตกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และความผดิ ปกติของไต
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นสรุปใจความสำคัญของเรอ่ื งไตกบั การรักษาดุลยภาพ และความผิดปกติของไต
เป็นแผนผงั ความคิด
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนตรวจให้คะแนนใบงานของนกั เรียนแล้วขดี / ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชื่อ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มูลมีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชือ่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 35
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ รายวิชาชวี วิทยา 4 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 ระบบขบั ถา่ ย เวลาเรียน 9 ชั่วโมง
ช่ือแผนการจดั การเรยี นรู้ ไตกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และความผดิ ปกติของไต จำนวนเวลา 2 ชั่วโมง
วนั ..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผูส้ อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลื่อนท่ี การสืบพันธ์แุ ละการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกับการรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคัญ
ร่างกายรักษาดุลยภาพของน้ำโดยอาศัยแรงดันออสโมติกในเลือด ซึ่งควบคุมโดยสมอง
ส่วนไฮโพทาลามัสที่จะกระตุ้นหรือยับย้ังการหลั่ง ADH จากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ทำให้ท่อขดส่วน
ปลายและทอ่ รวมดูดกลบั น้ำเพ่ิมขึ้นหรอื ลดลง
ความผิดปกติที่เกิดกับไตของมนุษย์ เช่น โรคนิ่ว ภาวะไตวายเฉียบพลัน โรคไตเรื้อรัง
รวมทั้งโรคท่ีเกิดกบั ทางเดนิ ปัสสาวะ หากไมป่ อ้ งกันหรอื รกั ษาย่อมส่งผลกระทบตอ่ การทำงานของไต
3. ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายกลไกการทำงานของหน่วยไต ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย การเขียน
แผนผังสรปุ ขนั้ ตอนการกำจัดของเสยี ออกจากรา่ งกายโดยหนว่ ยไต
2. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบายและยกตัวอย่างเกยี่ วกับความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคต่าง ๆ
4. สาระการเรยี นรู้
1. การรกั ษาดลุ ยภาพของน้ำและสารต่างๆ ดุลยภาพของกรด-เบสในเลือดและการกำจัดของเสยี
2. สาเหตุ แนวทางป้องกนั หรือรกั ษาโรคท่เี กี่ยวกบั ไตและโรคที่เกยี่ วกับทางเดินปัสสาวะ
5. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบาย และสรุปกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ
ดุลยภาพของกรด-เบสในเลอื ดโดยหน่วยไตได้
2. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่างและอธิบาย สาเหตุ แนวทางป้องกันหรอื
รักษาโรคทีเ่ ก่ยี วกับไตและโรคทีเ่ ก่ยี วกับทางเดนิ ปัสสาวะได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
2. การจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมูล
3. การตีความหมายและลงข้อสรุป
4. การส่ือสารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทนั สื่อ
ดา้ นเจคติ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะของผูเ้ รยี นใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพน้ื ฐานท่จี าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครื่องหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มีทักษะในการคานวณ
8C ทักษะตา่ งๆทจ่ี าเป็น
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคดิ /
วเิ คราะห์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได)้
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการส่อื สาร และการรเู้ ทา่ ทันส่ือ)
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นรู)้
Compassion (มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินัย) /
8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
8.1 ช้ินงาน
- แบบบันทกึ กิจกรรม เรือ่ ง ไตกบั การรกั ษาดุลยภาพ และความผิดปกติของไต
8.2 ภาระงาน
- สมุดบันทึกประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรปุ สาระสำคญั ของเรอ่ื งทเี่ รียน
9. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นร้โู ดยมขี น้ั ตอนดังต่อไปนี้
ขน้ั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยอาจใช้สื่อวีดิทัศน์เก่ียวกับการรักษาผู้ป่วยโรคไต หรือเชิญ
บคุ ลากรทางการแพทยผ์ ู้เชี่ยวชาญเกยี่ วกับระบบขับถ่ายมาให้ความร้กู บั นักเรยี น
1.2 อาจใช้กราฟแสดงจำนวนผู้ปว่ ยโรคไตที่เข้ารับการฟอกเลือด จากรายงานประจาปี
ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยซึ่งสามารถสืบค้นได้ที่ www.nephrothai.org/th หรือแหล่งการ
เรยี นรอู้ ่นื ๆ เพื่อแสดงใหเ้ หน็ ว่าผู้ป่วยทเี่ ขา้ รบั การรักษาโรคไตมีแนวโน้มเพ่มิ มากข้นึ ทุกปี ดงั รูป
ขั้นท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 15 นาที
2.1 ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ประชากรไทยมี
แนวโนม้ ท่จี ะปว่ ยเปน็ โรคไตมากขน้ึ ดังน้ี
- สาเหตใุ ดบ้างทท่ี ำใหม้ ีโอกาสปว่ ยเปน็ โรคไต
- นกั เรยี นจะปฏิบตั ิตนอยา่ งไรเพื่อไม่ให้มีความเส่ียงกบั การเป็นโรคไต
2.2 นักเรียนอาจตอบได้วา่ สาเหตุทีอ่ าจทำให้เป็นโรคไตเกิดจากการรับประทานอาหาร
ทม่ี รี สเคม็ การเปน็ โรคบางอย่างท่ีสง่ ผลต่อการทำงานของไต เชน่ ความดนั เลือดสงู เบาหวาน โรคนิ่ว
หรือการติดเชอ้ื แบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ สว่ นวิธกี ารปอ้ งกันโรคไต คอื ควบคมุ ความดันเลือด ลด
การรับประทานอาหารทม่ี รี สเคม็ จัด หลกี เลยี่ งอาหารทม่ี สี ารออกซาเลตสูงทเ่ี ปน็ สาเหตุให้เกดิ นิ่ว
2.3 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 17.3 โรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ โดยมี
จดุ ประสงค์การทำกิจกรรมเพอ่ื สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายสาเหตุ อาการ แนวทางการปอ้ งกนั หรือรักษาโรค
ไตและโรคที่เกีย่ วกบั ทางเดนิ ปัสสาวะ นำความรู้ทศี่ กึ ษามาปฏบิ ตั ิและแนะนาผู้อืน่ ในการหลกี เลี่ยงการ
เปน็ โรคไตและโรคที่เก่ียวกบั ทางเดนิ ปสั สาวะ
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 10 นาที
3.1 ครูอาจให้นักเรียนจับคู่ หรือแบ่งกลุ่มให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับสาเหตุ
อาการรวมทัง้ วธิ รี กั ษาและการปฏบิ ัตติ นเพอ่ื ป้องกนั โรคไตและโรคท่ีเกยี่ วกับทางเดนิ ปัสสาวะ และให้
นักเรียนนำเสนอในรูปแบบตา่ งๆ เช่น แผน่ พับ infographic ปา้ ยนิเทศ
3.2 ครเู ช่ือมโยงความรู้เก่ียวกับการตรวจสขุ ภาพประจำปขี องนักเรียนหรือจากตัวอย่าง
ผลการตรวจสขุ ภาพประจาปี พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2561 เพ่อื ตรวจคัดกรองความผดิ ปกติของการ
ทางานของไตเพ่อื ใหน้ ักเรียนตระหนกั ถึงสขุ ภาพของตนเองโดยเน้นย้ำว่าการตรวจนีม้ วี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือ
ป้องกันโรคหรือตรวจหาความเสี่ยงในการเกิดโรค ซึ่งสถานพยาบาลส่วนใหญ่จะมีการตรวจปัสสาวะ
รวมอยู่ในการตรวจสขุ ภาพประจำปดี ว้ ย
3.3 การตรวจปัสสาวะนี้ทำให้ทราบการทำงานของไตว่ายงั เป็นปกติอยู่หรอื ไม่ โดยจะ
ตรวจหาค่าความเปน็ กรด-เบส ความถ่วงจำเพาะ โปรตนี และกลโู คส รวมท้ังตรวจตะกอนในปัสสาวะ
เพอ่ื ตรวจหาเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาว เยอ่ื บุผิว แบคทเี รีย และผลึกแคลเซยี มออกซาเลต
นอกจากน้กี ารตรวจเลอื ดกส็ ามารถบอกภาวะการทำงานของไตได้เชน่ กนั โดยตรวจค่ายเู รยี ไนโตรเจน
ในเลือด (Blood Urea Nitrogen : BUN) และการตรวจหาสารที่เกิดจากเมแทบอลิซึมของเซลล์
กลา้ มเนอ้ื หรือที่เรียกวา่ ครีเอทนิ นี (creatinine)
ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 ครขู ยายความรู้เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกับการรักษาหรือบรรเทาผู้ป่วยท่ีเปน็ โรคไตเร้ือรัง ทำ
ได้ 2 วธิ ี คือ
1. การฟอกเลอื ดด้วยเคร่อื งไตเทยี ม ผปู้ ว่ ยตอ้ งเขา้ รับการฟอกเลอื กท่ีโรงพยาบาลที่
มีเครอื่ งไตเทยี ม สัปดาหล์ ะ 2-3 คร้ัง แต่หากไม่สะดวกที่จะเดินทาง มีอกี วธิ หี นึ่งคอื การฟอกเลือดโดย
ผ่านชอ่ งทอ้ ง (peritoneal dialysis) ซงึ่ ต้องระมดั ระวังเร่อื งการติดเช้อื
2. การปลูกถ่ายไต เป็นการนำไตจากคนที่มีสุขภาพดีมาปลกู ถา่ ย แต่ต้องระวังเรือ่ ง
การตอ่ ต้านอวัยวะทป่ี ลกู ถา่ ย การปลูกถา่ ยไตจงึ ควรใชไ้ ตจากบคุ คลทมี่ คี วามใกล้ชิดทางสายเลือด
4.2 ครูยังให้ความรู้เพิ่มเติมอีกว่า ยาขับปัสสาวะเป็นยาที่ใช้ในการรักษาและป้องกัน
ผู้ป่วยที่มีอาการคั่งของน้ำ ลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากโรคความดนั โลหิตสูง ภาวะหัวใจวาย ภาวะน้ำ
ท่วมปอดเฉยี บพลนั เปน็ ต้น โดยจะตอ้ งอยู่ในความดแู ลของแพทย์เท่านัน้ ไมค่ วรซ้อื ยามารับประทาน
เอง แต่พบว่าในปัจจุบันนำมาใช้ในทางไม่ถูกต้อง เช่น ใช้เพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก
เพราะยาขับปัสสาวะจะทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ร่างกายสูญเสียน้ำและธาตุอาหารที่จำเป็น
ปรมิ าณมาก ผู้ใช้ยานี้จงึ มีน้ำหนกั ตัวลดลง หากใชต้ อ่ ไปอาจทำใหเ้ กิดอาการช็อก และเสียชีวิตได้
ขัน้ ที่ 5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรยี นรู้ของนกั เรียนโดยประเมนิ การทำงาน คือใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เรอื่ ง
ระบบขับถ่าย
10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
10.1 สือ่ การเรยี นรู้
1. สอื่ นำเสนอ Power Point เรื่อง ไตกบั การรักษาดลุ ยภาพ และความผิดปกตขิ องไต
2. หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ ชวี วิทยา เลม่ 4
3. สมดุ บันทึกประสบการณ์การเรยี นรู้ สรุปสาระสำคัญของเร่ืองที่เรียน
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อินเทอร์เนต็ จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สิ่งท่ีต้องการวัด วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบันทกึ กิจกรรม - ทำแบบบนั ทกึ
1.1 การรักษาดุลยภาพของ การณ์เร่ือง ไตกับการ - แบบทดสอบ กิจกรรมไดถ้ กู ตอ้ ง
น้ำและสารตา่ ง ๆ ดุลยภาพของ รักษาดุลยภาพ และ คำถามในหนังสือเรียน ระดบั คณุ ภาพดีขึน้
กรด-เบสในเลอื ดและการกำจัด ความผิดปกติของไต ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ของเสยี - ตรวจคำตอบ ในแบบ
1.2 สาเหตุ แนวทางป้องกัน บนั ทกึ กิจกรรม เรอื่ ง
หรือรกั ษาโรคทเ่ี กยี่ วกับไตและ ไตกบั การรักษาดุลย
โรคทเ่ี ก่ียวกบั ทางเดนิ ปัสสาวะ ภาพ และความผดิ ปกติ
ของไต
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเด็น - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมการ
2.1 การจำแนกประเภท การประเมิน ดงั น้ี การทำงาน ทำงาน กลุ่ม ใน
2.2 การคิดอย่างมี 1) เน้อื หาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมินชนิ้ งาน/ ระดับคุณภาพดี ขึ้น
วจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา หวั ขอ้ ผลงาน ไป ผา่ นเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นสอ่ื ความ
4) ประโยชนข์ องการ
นำขอ้ มลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มพี ฤติกรรมดา้ น
3.1 ความมงุ่ มั่นอดทน ทำงานกลมุ่ ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดับ
- สังเกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีข้ึนไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มั่นการทำงาน
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ท่เี กิดข้นึ กับผเู้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครู
วันที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
ใบงานท่ี เร่ือง ไตกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และความผดิ ปกติของไต
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นสรุปใจความสำคัญของเรอ่ื งไตกบั การรักษาดุลยภาพ และความผิดปกติของไต
เป็นแผนผงั ความคิด
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนตรวจให้คะแนนใบงานของนกั เรียนแล้วขดี / ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชื่อ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรับปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วันที่ ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คุณภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้ึนไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคิดเห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ