- มเี สน้ เลอื ดท่ีนำเลอื ดมาเลี้ยงหวั ใจ โคโรนารี อาร์เทอรี (coronary artery) (เลี้ยงกลา้ มเนื้อ
หัวใจ) การอุดตันเลอื ดจะไปเล้ียงกลา้ มเนื้อหวั ใจไมเ่ พียงพอ ทำใหก้ ล้ามเนอื้ หวั ใจตาย อาจทำให้หัวใจ
วายถึงตายได้
2. ชนั้ กลาง (myocardium) หนามากทีส่ ุด ประกอบข้นึ จาก กล้ามเนอื้ หัวใจ (cardiac
muscle) และเป็นสว่ นของกล้ามเนื้อหวั ใจซงึ่ มีลักษณะพิเศษท่ีมกี ารทำงานอยนู่ อกอำนาจจติ ใจ
3. ชน้ั ใน (endocardium) ประกอบดว้ ย เนื้อเยอื่ บผุ วิ กล้ามเนอื้ เรยี บและเนื้อเย่อื เกี่ยวพัน
มากมาย
หอ้ งหวั ใจ
หวั ใจคนมี 4 หอ้ ง คือ ห้องบน (atrium, auricle) 2 ห้อง และห้องลา่ (ventricle) 2 ห้อง
1. เอเตรยี มขวา (right atrium)
- มขี นาดเลก็ ผนงั กล้ามเนอ้ื บาง
- รบั เลอื ดทใี่ ชแ้ ลว้ จากส่วนตา่ งๆของร่างกาย
ซพู ีเรยี เวนาคาวา (superior vena cava) รบั เลือดดำจากศรี ษะและแขน
อนิ ฟเี รียเวนาคาวา (inferior vena cava) รบั เลือดดำจากอวยั วะภายในและขา
2. เอเตรียมซ้าย (left atrium)
- หวั ใจห้องบนซ้าย มีขนาดเลก็ ผนงั กลา้ มเน้อื บาง
- รบั เลือดทีฟ่ อกแล้วจากปอดจากเสน้ เลอื ดพลั โมนารีเวน (pulmonary vein)
3. เวนตริเคลิ ขวา (right ventricle)
- หัวใจห้องล่างขวา
- รับเลือดจากเอเตรียมขวา และส่งไปฟอกทป่ี อดโดยเส้นเลือดพลั โมนารีอาร์เทอรี
(pulmonary artery)
4. เวนตริเคิลซ้าย (left ventricle)
- เป็นหัวใจห้องล่างซา้ ย
- มผี นงั กลา้ มเนือ้ หนาท่ีสุด
- รับเลือดจากเอเตรียมซ้ายแล้วสูบฉีดเลือดไปเลีย้ งส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย ออกไปกับเสน้
เลือดเอออรต์ า (aorta)
ล้นิ หัวใจ (โครงสรา้ งทปี่ อ้ งกนั ไมใ่ ห้เลอื ดไหลยอ้ นกลับ)
1. ล้ินพัลโมนารี เซมิลนู าร์ (pulmonary semilunar valve)
- อยูท่ ี่โคนของเส้นเลือดพลั โมนารเี วน
- ลกั ษณะเป็นถุงรูปพระจันทรค์ ร่งึ เส้ียว 3 ใบ
- ทำหน้าที่กนั ไมใ่ ห้เลอื ดไหลกลับสู่เวนตรเิ คิลขวา
2. ลน้ิ ไตรคัสปดิ (tricuspid valve)
- อย่รู ะหวา่ งหวั ใจหอ้ งเอเตรยี มขวาและเวนตริเคิลขวา
- ลักษณะเปน็ แผน่ 3 แผน่
- ป้องกันไม่ให้เลือดในเวนตริเคิลขวาไหลยอ้ นกลบั ขน้ึ สู่เอเตรียมขวา
3. ล้นิ ไบคัสปิด (bicuspid valve) หรอื ลนิ้ ไมทรัล (mitral valve)
- อยู่ที่โคนของเสน้ เลือดพัลโมนารีอาร์เทอรี
- ลักษณะเป็นถงุ รปู พระจันทร์ครง่ึ เสีย้ ว 2 ใบ
- ปอ้ งกนั ไม่ให้เลอื ดไหลกลับสเู่ วนตริเคิลขวา
4. ลิน้ เอออรต์ ิก เซมิลนู าร์ (aortic semilunar valve)
- อยู่ทโี่ คนของเสน้ เลอื ดพลั โมนารอี ารเ์ ทอรี
- ลักษณะเป็นถงุ รปู พระจนั ทรค์ รึง่ เสี้ยว 3 ใบ
- ป้องกันไม่ให้เลอื ดไหลกลับสเู่ วนตรเิ คิลขวา
รายวชิ า ชวี วิทยาเพิม่ เติม 4 ใบงาน หนว่ ยที่ 15
รหสั วชิ า ว32243 เร่อื ง การลำเลยี งสารใน เร่ือง ระบบหมุนเวียนเลอื ดและระบบนำ้ เหลอื ง
ร่างกายมนษุ ย์ (หวั ใจ)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ช่ือ-สกุล……………………..……………………………
คำช้แี จง : ให้นักเรียนเติมคำในชอ่ งว่างในแผนภาพตอ่ ไปน้ใี หถ้ ูกต้องและอธบิ ายการไหลเวยี นของ
เลอื ดให้ถกู ต้อง
ระบบไหลเวียนเลอื ดเร่ิมจาก………………………………………………………………………………….......………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของครูพีเ่ ลย้ี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดยี ว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
วันที่ ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
วันที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นายประหยดั เขียวหวาน)
รองผู้อำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วนั ท่ี .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กำหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 20
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชวี วทิ ยา 4 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ระบบหมนุ เวียนเลอื ดและระบบนา้ เหลอื ง เวลาเรยี น 16 ช่วั โมง
ช่ือแผนการจัดการเรยี นรู้ การลาเลยี งสารในร่างกายมนษุ ย์ : หลอดเลอื ด จานวนเวลา 2 ชั่วโมง
วัน..........เดือน..................พ.ศ. ............. ผู้สอน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลยี งสารและการหมุนเวียนเลอื ด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลื่อนท่ี การสืบพนั ธแุ์ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสาคัญ
ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วย หวั ใจ หลอดเลือด และเลอื ด หวั ใจทาหน้าท่ี
รับและสูบฉีดเลือดไปยงั เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวและคลายตัวทาให้เกิด
ความดันในหลอดเลือดและชีพจร ความดันเลือดและชีพจรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปรมิ าณไขมนั ในหลอดเลอื ด กจิ กรรมของรา่ งกาย อายุ และเพศ
หลอดเลอื ด มลี ักษณะเปน็ ท่อสาหรับใหเ้ ลอื ดลาเลยี งสารต่าง ๆ แบ่งเป็น 3 ชนดิ คอื หลอด
เลือด อารเ์ ทอรี หลอดเลอื ดฝอย และหลอดเลือดเวน
3. ผลการเรียนรู้
1. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคลือ่ นทีข่ องเซลล์เม็ดเลือดในหาง
ปลา และสรุปความสมั พันธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอดเลือดกบั ความเร็วในการไหลของเลือด
2. อธิบายโครงสร้างและการทางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
4. สาระการเรียนรู้
1. ทิศทางการไหลของเลือดและการเคล่อื นทข่ี องเซลล์เมด็ เลอื ดในหางปลา
2. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งชนิดและขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเร็วในการไหลของเลอื ด
3. โครงสร้างและการทางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรียนสามารถสงั เกตและอธบิ ายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคลื่อนที่ของเซลล์
เมด็ เลอื ดในหางปลาได้
2. นักเรียนสามารถสรุปความสมั พันธ์ระหว่างชนิดและขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเรว็
ในการไหลของเลอื ดได้
3. นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้าง และการทางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนุษยไ์ ด้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสงั เกต
2. การจาแนกประเภท
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
4. การทดลอง
ด้านเจตคติ (A)
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่ันในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะของผเู้ รยี นใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพ้นื ฐานท่จี าเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครือ่ งหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คอื มที กั ษะในการคานวณ
8C ทักษะต่างๆท่ีจาเป็น
Critical thinking and problem solving (มีทกั ษะในการคิด /
วเิ คราะห์ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวัตกรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง /
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดขา้ มวัฒนธรรม) /
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา)
Communication information and media literacy
(ทักษะในการส่ือสาร และการร้เู ทา่ ทันส่อื )
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร)์
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนรู้)
Compassion (มคี ุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบยี บวนิ ัย)
8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน
8.1 ชน้ิ งาน
- แบบบนั ทกึ กิจกรรม เรอ่ื ง การลาเลยี งสารในร่างกายมนุษย์ : หลอดเลอื ด
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บันทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสาคัญของเรอ่ื งท่ีเรียน
- แบบทดสอบเรอื่ ง การลาเลยี งสารในร่างกายมนุษย์ : หลอดเลอื ด
9. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยมขี ัน้ ตอนดังต่อไปนี้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครูนานักเรียนเข้าสู่หวั ขอ้ เรื่องหลอดเลือดโดยทบทวนความรูเ้ ดมิ ของนักเรียน โดย
ใชค้ าถามดังนี้
- หลอดเลือดในรา่ งกายของมนุษย์มีหลอดเลอื ดอะไรบ้าง
- หลอดเลอื ดแต่ละชนิดเหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร
ขน้ั ที่ 2 สารวจและค้นหา (Exploration) 40 นาที
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหลอดเลือด หรืออาจให้นักเรียนศึกษารูป
15.7 ในหนังสอื เรียน เพ่ือสรุปให้ได้ว่า หลอดเลอื ดแต่ละชนิดมีโครงสร้างทแ่ี ตกต่างกัน โดยใช้คาถาม
ในหนังสอื เรยี น ซง่ึ มแี นวคาตอบ ดงั นี้
- จากรปู 15.7 โครงสร้างของหลอดเลือดอารเ์ ทอรี หลอดเลือดฝอย และหลอดเลือด
เวน เหมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร
(หลอดเลือดอาร์เทอรีและหลอดเลือดเวนมีโครงสร้างเหมือนกัน คือ ประกอบด้วย
เน้ือเยอ่ื 3 ช้ันได้แก่ เนื้อเยือ่ บุผวิ ชัน้ ใน เนื้อเย่อื กล้ามเน้ือ และเนือ้ เยือ่ เก่ียวพนั แตม่ คี วามแตกต่างกัน
โดยหลอดเลือดอาร์เทอรีมีผนังหนาเนื่องจากมีชั้นกล้ามเนื้อที่หนากว่าหลอดเลือดเวน ส่วนภายใน
หลอดเลือดเวนมลี ิ้นกั้นเป็นระยะๆ ด้วย สาหรับหลอดเลอื ดฝอย มผี นงั บาง และประกอบดว้ ยเน้ือเย่ือ
บุผวิ เพียงช้ันเดยี ว)
- เลือดในหลอดเลือดอาร์เทอรีส่วนใหญ่จะเป็นเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนมาก และ
เลอื ดในหลอดเลือดเวนส่วนใหญจ่ ะเป็นเลอื ดที่มีแก๊สออกซิเจนน้อย เลือดในหลอดเลอื ดใดท่ีไม่เป็นไป
ตามน้ี เพราะเหตุใด
(เลือดในพัลโมนารีอารเ์ ทอรแี ละพัลโมนารเี วน เพราะพัลโมนารีอาร์เทอรีเป็นหลอด
เลือดที่นาเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนน้อย แต่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มากออกจากหัวใจไปยังปอด
ส่วนพัลโมนารีเวนนาเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนมากแต่มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซดน์ ้อยออกจากปอดเข้าสู่
หัวใจ)
2.2 จากน้นั ครูใหน้ กั เรยี นทากิจกรรม 15.2 การหมนุ เวียนเลอื ดของปลา เพ่ือสรุปให้ได้
ว่า ทิศทางและความเรว็ ของการไหลของเลือดในหลอดเลอื ดต่างชนิดกนั จะแตกต่างกัน
2.3 ครูแจง้ จดุ ประสงคข์ องกิจกรรมการหมุนเวียนเลือดของปลาแกน่ ักเรยี น ดังน้ี
1. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือด
ในหางปลา
2. สรุปความสมั พันธ์ระหว่างชนิดและขนาดของหลอดเลอื ดกับความเร็วในการไหล
ของเลือด
2.4 ครแู นะนาใหน้ ักเรียนนาปลาขนาดเล็กและแข็งแรงมาศึกษา เชน่ ปลาหางนกยงู ลกู
ปลานลิ และลูกปลากระด่ี เปน็ ต้น สาหรบั ปลาหางนกยงู ให้นาเพศเมียมาศึกษาเพราะบรเิ วณหางปลา
เพศเมียมีเมด็ สนี อ้ ย นอกจากนอี้ าจใช้สัตวอ์ ่นื ๆ เช่น ลกู อ๊อด มาศึกษาก็ได้
2.5 ครูควรแนะนานักเรียนว่าในขณะที่วางปลาบนสไลด์ต้องให้ความชุ่มชื้นบรเิ วณหัว
และเหงือกตลอดเวลา ด้วยการใช้สาลีชุบน้าวางบนสว่ นหัว เวลาที่ศึกษาแต่ละครั้งไม่ควรนานเกนิ 3
นาที เพราะปลาอาจจะตาย ควรปลอ่ ยลงน้าสกั ครู่แลว้ จงึ นามาศึกษาใหม่ เมอ่ื ศึกษาเสร็จแล้วนาปลา
ไปปล่อยในแหล่งนา้
2.6 ครูควรให้นักเรียนสังเกตทิศทางการไหลของเลือด โดยเน้นว่าภาพที่ศึกษาภายใต้
กล้องจุลทรรศน์เป็นภาพเสมือนหัวกลับ ดังนั้นทิศทางการไหลของเลือดที่สังเกตภายใต้กล้อง
จลุ ทรรศน์จึงเปน็ ทิศทางตรงข้ามกับของจรงิ เพื่อให้ไดข้ อ้ สรปุ วา่ เลือดในหลอดเลอื ดอาร์เทอรีจะไหล
จากทางด้านโคนหางไปยังดา้ นปลายหาง ส่วนในหลอดเลือดเวนเลือดจะไหลจากด้านปลายหางไปยัง
ดา้ นโคนหาง
2.7 ครูควรให้นกั เรียนสังเกตขนาดของหลอดเลอื ดอาร์เทอรีท่ีมีขนาดไม่เท่ากนั การไหล
ของเลอื ดในหลอดเลอื ดจะมคี วามเรว็ แตกตา่ งกนั
ขั้นท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 25 นาที
3.1 ครูให้นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ ราย และสรปุ ว่าเลอื ดในหลอดเลอื ดอารเ์ ทอรไี หลออก
จากหวั ใจ สว่ นเลอื ดในหลอดเลอื ดเวนไหลกลบั เข้าสหู่ ัวใจ ความเรว็ ในการเคลือ่ นทขี่ องเซลล์เม็ดเลือด
แดงในหลอดเลือดอาร์เทอรีเร็วกว่าในหลอดเลือดเวน ส่วนในหลอดเลือดฝอยจะเห็นเซลล์เม็ดเลือด
แดงไหลเรียงกันทลี ะเซลล์อย่างช้าๆ ด้วยความเร็วต่าสุด ในหลอดเลือดชนิดเดียวกันความเร็วในการ
เคลอ่ื นที่ของเซลลเ์ มด็ เลือดแดงในหลอดเลือดทีม่ ีขนาดใหญ่จะเคลอื่ นท่ไี ด้เร็วกว่าในหลอดเลือดขนาด
เล็ก
3.2 ครูใหน้ ักเรยี นสงั เกตหลอดเลอื ดทเี่ ชื่อมโยงระหว่างหลอดเลอื ดแต่ละหลอดเลอื ด
ซ่ึงเป็นหลอดเลอื ดฝอยโดยสังเกตได้จากเซลล์เม็ดเลือดแดงไหลเรียงกนั ทีละเซลลอ์ ยา่ งช้า ๆ และควร
ใหน้ ักเรยี นบนั ทกึ ผลการทดลองด้วยหลังจากทีน่ กั เรียนทากจิ กรรมเสรจ็ แล้ว
3.3 สังเกตทกั ษะการใช้กลอ้ งจุลทรรศนใ์ นขณะท่ีนักเรยี นกาลังศกึ ษาอยู่นั้น ตั้งแต่
การปรบั กลอ้ งจลุ ทรรศน์ การหาภาพตลอดจนการเกบ็ กลอ้ งจลุ ทรรศนเ์ ม่ือใชง้ านเสร็จแล้ว เปน็ ตน้
3.4 จากกิจกรรมจะเห็นว่า ความเร็วในการเคลื่อนท่ขี องเซลล์เม็ดเลือดในหลอดเลือด
อาร์เทอรเี ร็วกว่าในหลอดเลือดเวน และความเรว็ ในการเคลอ่ื นทข่ี องเซลลเ์ ม็ดเลอื ดในหลอดเลือดชนิด
เดียวกันแต่ขนาดต่างกันจะไม่เท่ากัน โดยเซลล์เม็ดเลือดในหลอดเลือดอาร์เทอรีที่มีขนาดใหญ่จะ
เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าในหลอดเลอื ด อาร์เทอรีขนาดเล็ก
ขั้นที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที
4.1 ครูและนักเรียนร่วมกันเรียนรู้เพิม่ เตมิ และอภิปรายเกี่ยวกับการทากิจกรรมโดยใช้
คาถาม ดงั นี้
- ทิศทางการเคล่ือนท่ีของเซลลเ์ ม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดต่าง ๆ เป็นอย่างไร
(บางหลอดเลือดเซลล์เม็ดเลือดแดงเคลื่อนที่ไปทางหัว บางหลอดเลือดเซลล์เม็ด
เลอื ดแดงเคล่อื นท่ีไปทางหาง บางหลอดเลอื ดมีการไหลของเลอื ดเช่ือมต่อระหว่างหลอดเลือดที่เลือด
ไหลไปทางหางกบั หลอดเลือดทเ่ี ลือดไหลไปทางหัว)
- การเคล่ือนทีข่ องเซลลเ์ ม็ดเลือดแดงในหลอดเลอื ดมีความเรว็ เท่ากนั ทกุ หลอดเลือด
หรอื ไม่ อยา่ งไร
(ไม่เทา่ กัน เซลล์เม็ดเลอื ดแดงท่เี คล่อื นไปทางด้านหางจะเคลอื่ นทีเ่ ร็วกว่าไปทางด้าน
หัว และเซลลเ์ ม็ดเลือดทเ่ี คล่ือนไปในหลอดเลอื ดขนาดใหญ่จะเคล่อื นท่ีเรว็ กว่าในหลอดเลือดขนาดเล็ก)
- สงั เกตได้อย่างไรว่าหลอดเลอื ดใดเปน็ หลอดเลอื ดอาร์เทอรหี รอื หลอดเลือดเวน
(ถ้าเป็นหลอดเลือดอาร์เทอรีเลือดจะไหลจากทางด้านโคนหางไปยังด้านปลายหาง
ส่วนหลอดเลือดเวนเลือดจะไหลจากด้านปลายหางไปยงั ด้านโคนหาง (ภาพภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์จะ
กลบั ทศิ ทางจากซา้ ยเปน็ ขวา)
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทางาน คือให้นักเรียนทาใบงาน
เรอื่ ง การลาเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์
10. ส่อื การเรยี นร้/ู แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ ชวี วิทยา เล่ม 4
2. สื่อนาเสนอ Power Point เรือ่ ง การลาเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์ : หลอดเลอื ด
3. ปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาหางนกยูงเพศเมีย ลูกปลานิล
4. สไลดแ์ ละกระจกปิดสไลด์
5. สาลี
6. น้า
7. บกี เกอร์
8. กล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สงเชงิ ประกอบ
9. ผ้าสาหรับมดั ตน้ แขน
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. อินเทอร์เน็ต จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. ห้องสมดุ โรงเรียนสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่งิ ท่ตี อ้ งการวัด วิธีการวัด เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทาแบบบันทกึ
1.1 ทศิ ทางการไหลของเลือด การณเ์ รอ่ื ง การลาเลียง - แบบทดสอบคาถาม กจิ กรรมได้ถูกต้อง
ระดับคุณภาพดีข้นึ
และการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ด สารในร่างกายมนษุ ย:์ ในหนังสอื เรยี น ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เลือดในหางปลา หลอดเลือด
1.2 ความสัมพันธ์ระหว่าง - ตรวจคาตอบ ใน
ชนิดและขนาดของหลอดเลือด แบบบันทึกกจิ กรรม
กับความเร็วในการไหลของ เร่ืองการลาเลียงสารใน
เลือด รา่ ง กายมนุษย์: หลอด
1.3 โครงสร้างและการทางาน เลอื ด
ของหัวใจและหลอดเลือดใน
มนุษย์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤติกรรมการ
2.1 การสงั เกต การประเมนิ ดงั น้ี ปฏบิ ตั ิการทดลอง ทางานกล่มุ ใน
2.2 การจาแนกประเภท 1) เนื้อหาสอดคล้องกบั - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ ระดับคุณภาพดขี นึ้
2.3 การลงความเหน็ จาก หวั ข้อ ผลงาน ไปผ่านเกณฑ์
ข้อมูล 2) การสรุปความรู้
2.4 การทดลอง 3) การเขยี นส่อื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นาขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมด้าน
3.1 ความซอ่ื สตั ย์ ทางานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.2 ความมงุ่ มน่ั อดทน - สงั เกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีขน้ึ ไป
3.3 ความเชอื่ ม่นั ต่อหลกั ฐาน นาเสนอ ผ่านเกณฑ์
เชงิ ประจักษ์ - สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั การทางาน
12. บันทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรียนรูท้ ่เี กิดข้นึ กับผเู้ รียน
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วันท่ี ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
ใบความรู้
เรือ่ ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์ (หลอดเลือด)
()
เสน้ เลือด (Blood Vessel) แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
1. เสน้ เลอื ดแดง (artery)
2. เสน้ เลือดดา (vein)
3. เส้นเลอื ดฝอย (capillary)
1. เสน้ เลอื ดแดงหรืออาร์เตอรี
- นาเลือดออกจากหวั ใจไปยังเส้นเลือดฝอย
- เอออรต์ า(aorta) มขี นาดใหญท่ ี่สุด อารเ์ ตอรี (artery) ขนาดต่างๆ และอารเ์ ตอรโิ อล
(arteriole)
- หลอดเลอื ดแดงยืดหยุ่นได้ดี เนอื่ งจากมอี ลี าสติกไฟเบอร์ (Elastic Fiber) อยู่มาก
- เส้นเลอื ดแดงมผี นงั หนาเนอื่ งจากมกี ลา้ มเนอื้ เรียบคอ่ นขา้ งมาก (เพ่ือต้านทานแรงดันของ
เลือดท่ีส่งออกจากหัวใจและปรับระดับความดนั เลือดไม่ใหล้ ดลงมากหนกั )
2. เส้นเลอื ดดาหรือเวน (Vein)
- นาเลอื ดเขา้ สหู่ วั ใจ
- เวนาคาวา (Vena cava) มขี นาดใหญ่ทีส่ ุด เวน (Vein) ขนาดต่างๆ เวนูล (Venule)
- เวนูลมผี นงั บางมากไมม่ กี ลา้ มเนอ้ื เรยี บเลย
- เส้นเลือดดาสามารถยืดขยายไดด้ ีจึงมีความจุสงู
- ความดนั ในเส้นเลือดดาตา่ จงึ มีลิน้ อยูด่ ว้ ยช่วยป้องกัน ไม่ใหเ้ ลือดไหลยอ้ นกลบั (ใชใ้ นการ
เจาะเลือด/บริจาคเลือด )
3. เส้นเลอื ดฝอย (capillary)
- อย่รู ะหว่างเส้นเลือดแดงอาเตอรโิ อลและเสน้ เลอื ดดาเวนลู
- มีขนาดเล็กท่ีสุด ผนงั ประกอบดว้ ยเซลล์เพยี งชน้ั เดียว สานกนั เปน็ ตาข่ายรา่ งแหแทรกอยู่
ทุกสว่ นของรา่ งกาย
- เส้นเลอื ดฝอยมีขนาดเล็กและผนงั บางมาก ทาใหเ้ ลือดไหลผา่ นเส้นเลอื ดฝอยอย่างชา้ ๆ และ
เกิดการแลกเปลยี่ น กา๊ ซ สารอาหารและของเสียต่างๆ ระหวา่ งเลอื ดในเสน้ เลอื ดฝอยและเซลล์
การหมนุ เวียนเลือด
-หัวใจห้องเอเตรยี มขวา จะรบั เลอื ดทีม่ ี O2 ต่า จากเสน้ เวนขนาดใหญ่Superior vena cava ซึ่งนา
เลอื ดมาจากศีรษะและแขน และรับเลอื ดจากเสน้ เวน Inferior vena cava ซึ่งนาเลือดมาจากสว่ นล่าง
ของลาตวั คืออวัยวะภายในและขาเข้าสหู่ ัวใจ
- เอเตรียมขวาบบี ตัว เลือดไหลผา่ นลน้ิ ไตรคัสปิดลงสู่เวนตริเคิลขวา
- เวนตรเิ คลิ ขวาจะบบี ตัวทาให้เลอื ดถกู สง่ ผา่ นล้นิ พลั โมนารี หรอื เซมลิ นู าร์ เข้าสู่เส้นเลือดพลั โมนารี
อาร์เทอรี (Pulmonary artery) ซึ่งจะนาเลอื ดไปยงั ปอดเพือ่ แลกเปลยี่ นกา๊ ซโดยปลอ่ ย CO2 ให้แก่
ปอด และรับ O2 จากปอดกลายเป็นเสน้ เลือดทีม่ ี O2 สงู
- เลอื ดทม่ี ี O2 สงู ไหลเข้าสพู่ ลั โมนารี เวน (Pulmonary vein) เข้าสหู่ ้องหัวใจเอเตรยี มซา้ ย
- เมอ่ื หัวใจห้องเอเตรียมซ้ายบีบตวั ซง่ึ เกิดในจังหวะเดียวกับ เอเตรียมขวา จะทาให้เลอื ดไหลผ่านลง
สู่ลิน้ ไบคัสปิด ลงสู่หัวใจหอ้ งเวนตรเิ คิลซ้าย
- เม่อื เวนตริเคลิ ซา้ ยบบี ตัวจะดันใหเ้ ลือดไหลผา่ นล้ินเอออรต์ กิ หรอื เซมิลูนาร์ เข้าสเู่ อออร์ตา จาก
เอออรต์ าจะแตกแขนงเป็นอารเ์ ทอรี อาร์เทอรโิ อลแยกไปยังสว่ นต่างๆ ของร่างกาย
รายวิชา ชีววิทยาเพ่มิ เตมิ 4 ใบงาน หน่วยที่ 15
รหัสวิชา ว32243 เร่ือง การลาเลยี งสารใน เรื่อง ระบบหมุนเวยี นเลอื ดและระบบน้าเหลือง
ร่างกายมนษุ ย์ (หลอดเลอื ด)
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ช่ือ-สกลุ ……………………..……………………………
คาชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนใ้ี ห้ถกู ต้องและไดใ้ จความทสี่ มบรู ณ์ โดยใหใ้ ช้แผนภาพ
การแสดงการหมนุ เวยี นเลอื ดในรา่ งกายต่อไปนปี้ ระกอบการตอบคาถาม
1. ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดในภาพเปน็ แบบใด …………………………….………………………………………….
2. หนา้ ท่ีของหมายเลข 1 คอื ……………………………………..………….………………………………………..
3. หน้าทีข่ องหมายเลข 4 คอื ……………………………………..…………………………………………………..
4. หมายเลข 7 คือ …………………………………… ทาหนา้ ท่ี ……………………………………………………..
5. หมายเลข 8 คอื …………………………….…… ทาหน้าท่ี ……………………….……………………………..
6. จงเปรยี บเทยี บความสามารถในการยดื หยุ่นของหลอดเลือดหมายเลข 5 กับหมายเลข 6
…………………………………………………………………………………….………………………….……………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของครพู เี่ ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ่เี ลี้ยง
วนั ท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บนั ทึกความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาววราพร จติ ร์เดียว)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หวั หน้ากลุ่มบริหารวชิ าการ
วันท่ี .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นายประหยัด เขียวหวาน)
รองผูอ้ านวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
วนั ท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผ้อู านวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผู้อานวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรือ่ ง นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต)์
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กาหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต)์
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 21
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา 4 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 ระบบหมนุ เวยี นเลือดและระบบน้ำเหลอื ง เวลาเรยี น 16 ช่ัวโมง
ชื่อแผนการจัดการเรยี นรู้ การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หลอดเลอื ด จำนวนเวลา 2 ชั่วโมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอื่ นท่ี การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกับการรกั ษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมท้ังนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคัญ
ระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนุษยป์ ระกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลอื ด หวั ใจทำหน้าที่
รับและสูบฉีดเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวและคลายตัวทำให้เกิด
ความดันในหลอดเลือดและชีพจร ความดันเลือดและชีพจรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปริมาณไขมันในหลอดเลอื ด กจิ กรรมของรา่ งกาย อายุ และเพศ
หลอดเลือด มลี กั ษณะเปน็ ทอ่ สำหรับใหเ้ ลือดลำเลียงสารตา่ ง ๆ แบง่ เปน็ 3 ชนดิ คือ หลอด
เลือด อารเ์ ทอรี หลอดเลอื ดฝอย และหลอดเลือดเวน
3. ผลการเรยี นรู้
1. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคลือ่ นทีข่ องเซลล์เม็ดเลือดในหาง
ปลา และสรปุ ความสมั พันธร์ ะหว่างขนาดของหลอดเลอื ดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด
2. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจและหลอดเลือดในมนุษย์
4. สาระการเรียนรู้
1. ทิศทางการไหลของเลือดและการเคลอื่ นทขี่ องเซลลเ์ มด็ เลือดในหางปลา
2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งชนิดและขนาดของหลอดเลอื ดกับความเรว็ ในการไหลของเลือด
3. โครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถสังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของ
เซลลเ์ มด็ เลือดในหางปลาได้
2. นกั เรยี นสามารถสรปุ ความสมั พนั ธ์ระหว่างชนิดและขนาดของหลอดเลือดกับความเร็ว
ในการไหลของเลือดได้
3. นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
4. การทดลอง
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะของผเู้ รยี นใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพืน้ ฐานทจี่ าเปน็ ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คือ มที กั ษะในการคานวณ
8C ทักษะตา่ งๆทจี่ าเป็น
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคดิ /
วเิ คราะห์ การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และแก้ไขปญั หาได)้
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคดิ ขา้ มวัฒนธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการสอื่ สาร และการรู้เท่าทนั ส่ือ)
Computing and IT literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร)์ /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนรู้)
Compassion (มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย) /
8. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบันทึกกิจกรรม เรือ่ ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หลอดเลอื ด
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทึกประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรปุ สาระสำคญั ของเร่อื งทเ่ี รียน
- แบบทดสอบเรือ่ ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หลอดเลือด
9. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยมีข้นั ตอนดังต่อไปนี้
ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 5 นาที
1.1 ครนู ำเข้าสู่บทเรียนโดยใชค้ าถามกระตุ้นเพอื่ ใหผ้ ู้เรียนร่วมกันอภปิ ราย ดังน้ี
- ระบบหมุนเวียนเลอื ดของปลาเหมือนหรือแตกต่างกบั ไส้เดือนดนิ หรอื ไม่ อย่างไร
(เหมือนกันคือ เป็นระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด แตกต่างกันคือ ปลามีอวัยวะทำ
หน้าที่สูบฉีดเลือดที่แท้จริงคือหัวใจ ส่วนไส้เดือนดินมีหลอดเลือดใหญ่บริเวณส่วนหัวมีลักษณะเป็น
ห่วงหลอดเลือดรอบบริเวณหลอดอาหารติดต่อระหว่างหลอดเลือดด้านบนและด้านล่าง ทำหน้าที่
คลา้ ยกบั หวั ใจ เรียกว่า หวั ใจเทยี ม)
- เลือดที่ไหลผา่ นหัวใจของปลาเป็นเลอื ดทม่ี แี กส๊ ออกซเิ จนมากหรอื นอ้ ย เพราะเหตุใด
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 20 นาที
2.1 ครูให้นักเรียนศกึ ษาโครงสรา้ งของหลอดเลือด จากใบความรู้และหนงั สือเรยี น
โดยครูอธิบายเก่ียวกบั โครงสร้างของหลอดเลอื ด เพื่อใหน้ กั เรยี นเกิดความเข้าใจ
2.2 มอบหมายใหส้ มาชกิ จบั คูศ่ ึกษา ในประเดน็ โครงสร้างของหลอดเลอื ด
2.3 สมาชิกแต่ละคู่รว่ มกนั สรุปขอ้ มูลตามท่ีศกึ ษา แล้วนาข้อมูลท่ีศึกษามาได้ รว่ มกันแลกเปล่ยี นกันใน
กลุ่มรว่ มกนั กับสมาชกิ ท้ัง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรรู้ ว่ มกัน
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอกันเองภายในกลุ่ม สมาชิกรับฟังและช่วยกัน
ประเมนิ แสดงความคดิ เห็น แลกเปล่ยี นภายในกลมุ่ เพ่อื ให้งานของกลมุ่ สมบรู ณม์ ากย่งิ ข้นึ
ข้ันที่ 3 ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 10 นาที
3.1 นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาผลงานท่เี ขยี นในกระดาษโปสเตอร์ มาตดิ ผลงาน
ท่ีกระดานไวทบ์ อรด์ หน้าชนั้ เรียน ผนังหอ้ งด้านข้างและด้านหลงั ห้อง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปลี่ยนเรียนรผู้ ลงานของกล่มุ อืน่ แสดงความคิดเหน็ อภิปรายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถต้ัง
คาถาม และชว่ ยกนั ประเมินผลงานของกล่มุ อนื่ ๆไปดว้ ย แล้วให้คะแนนเวยี นไปจนครบทกุ กลุม่
3.3 ครูและหัวหน้าห้องรว่ มกนั สรุปผลการประเมิน แจ้งผลของการประเมนิ ร่วมชื่น
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพร่อง
3.4 ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ชื่นชมผลงาน ให้กาลังใจ
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ เสนอแนวคิดในการนาความเข้าใจเกยี่ วกับการลาเลียงสารใน
ร่างกายมนษุ ย์ : หลอดเลือด ไปใช้ประโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกล่มุ เสนอแนวคิดในการแก้ปญั หาโจทย์เก่ียวกับการลาเลียงสารใน
รา่ งกายมนุษย์ : หลอดเลอื ด
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับการลาเลียงสารใน
ร่างกายมนุษย์ : หลอดเลือด
ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรอื่ ง การลำเลียงสารในรา่ งกายมนุษย์
10. สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ เรียนรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วทิ ยา เล่ม 4
2. สื่อนำเสนอ Power Point เรื่อง การลำเลียงสารในร่างกายมนุษย์ : หลอดเลอื ด
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. อนิ เทอรเ์ น็ต จากเว็บไซตต์ ่างๆ
2. ห้องสมุดโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่งิ ทีต่ อ้ งการวัด วิธีการวัด เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทำแบบบันทกึ
1.1 ทิศทางการไหลของเลือด การณเ์ รอ่ื ง การลำเลียง - แบบทดสอบคำถาม กจิ กรรมได้ถูกต้อง
ระดับคุณภาพดีข้นึ
และการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ด สารในร่างกายมนษุ ย:์ ในหนังสอื เรยี น ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เลือดในหางปลา หลอดเลือด
1.2 ความสัมพันธ์ระหว่าง - ตรวจคำตอบ ใน
ชนิดและขนาดของหลอดเลือด แบบบันทึกกจิ กรรม
กับความเร็วในการไหลของ เร่ืองการลำเลียงสารใน
เลือด ร่าง กายมนุษย์: หลอด
1.3 โครงสร้างและการทำงาน เลือด
ของหัวใจและหลอดเลือดใน
มนุษย์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤติกรรมการ
2.1 การสงั เกต การประเมนิ ดังน้ี ปฏบิ ตั ิการทดลอง ทำงานกล่มุ ใน
2.2 การจำแนกประเภท 1) เนือ้ หาสอดคล้องกบั - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ ระดับคุณภาพดขี นึ้
2.3 การลงความเหน็ จาก หวั ขอ้ ผลงาน ไปผ่านเกณฑ์
ข้อมูล 2) การสรุปความรู้
2.4 การทดลอง 3) การเขยี นสือ่ ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมด้าน
3.1 ความซอ่ื สตั ย์ ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.2 ความมงุ่ มน่ั อดทน - สังเกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีขน้ึ ไป
3.3 ความเชอื่ มน่ั ตอ่ หลกั ฐาน นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
เชงิ ประจักษ์ - สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ ม่นั การทำงาน
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ท่เี กิดข้นึ กับผเู้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครู
วันที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของครูพีเ่ ลย้ี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
วันที่ ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลุม่ บรหิ ารวิชาการ
วันที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบันทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
คำช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตำ่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไมม่ รี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏบิ ัติตาม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ข้อตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ท่กี าหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มีกระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพียงพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรปุ
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคิดเห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 22
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชวี วิทยา 4 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 ระบบหมุนเวยี นเลือดและระบบนำ้ เหลอื ง เวลาเรยี น 16 ช่วั โมง
ชื่อแผนการจัดการเรยี นรู้ การลำเลยี งสารในร่างกายมนษุ ย์ : หลอดเลือด จำนวนเวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลือ่ นท่ี การสบื พนั ธแ์ุ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนกับการรกั ษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. สาระสำคัญ
ระบบหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด หวั ใจทำหน้าที่
รับและสูบฉีดเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวและคลายตัวทำให้เกดิ
ความดันในหลอดเลือดและชีพจร ความดันเลือดและชีพจรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปริมาณไขมันในหลอดเลอื ด กจิ กรรมของร่างกาย อายุ และเพศ
หลอดเลือด มลี กั ษณะเปน็ ท่อสำหรับใหเ้ ลือดลำเลยี งสารตา่ ง ๆ แบง่ เป็น 3 ชนดิ คอื หลอด
เลือด อารเ์ ทอรี หลอดเลอื ดฝอย และหลอดเลือดเวน
3. ผลการเรยี นรู้
1. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหาง
ปลา และสรปุ ความสมั พันธร์ ะหว่างขนาดของหลอดเลอื ดกับความเร็วในการไหลของเลือด
2. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
4. สาระการเรียนรู้
1. ทิศทางการไหลของเลือดและการเคล่อื นทข่ี องเซลลเ์ ม็ดเลอื ดในหางปลา
2. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งชนิดและขนาดของหลอดเลอื ดกับความเร็วในการไหลของเลือด
3. โครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นกั เรียนสามารถสงั เกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนทข่ี องเซลล์
เมด็ เลอื ดในหางปลาได้
2. นักเรียนสามารถสรุปความสมั พันธ์ระหว่างชนิดและขนาดของหลอดเลือดกับความเร็ว
ในการไหลของเลอื ดได้
3. นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนุษย์ได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
4. การทดลอง
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ (A)
1. ความซื่อสตั ย์
2. ความมุ่งมั่นอดทน
3. ความเชื่อมัน่ ตอ่ หลักฐานเชิงประจักษ์
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
1. ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
8.1 ชิน้ งาน
- แบบบนั ทึกกจิ กรรม เร่อื ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หลอดเลอื ด
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บันทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสำคัญของเรอ่ื งทีเ่ รยี น
- แบบทดสอบเรื่อง การลำเลียงสารในรา่ งกายมนุษย์ : หลอดเลือด
9. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยมีขั้นตอนดังต่อไปน้ี
ข้ันที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครูนำนกั เรียนเข้าสู่บทเรยี นเรือ่ ง ความดนั เลอื ด ซ่งึ ควรสรุปไดว้ ่า การทเ่ี ลอื ดไหลไป
ตามหลอดเลือดไดเ้ พราะมีความดัน
1.2 ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกันอภปิ รายว่าความดนั เลอื ดในหลอดเลือดต่าง ๆ เท่ากันหรือไม่
จากนั้นให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความดันเลือดในหลอดเลือด การวัดความดันเลือดและค่า
ความดนั เลือด โดยครใู ชร้ ูปทแี่ สดงคา่ ความดนั เลอื ดในหลอดเลือดต่าง ๆ ดังรปู 15.10 ในหนงั สือเรียน
และครูอาจสาธิตการวัดความดันเลือดโดยใช้เครื่องมือหรืออาจให้นักเรียนทดลองวัดความดันเลือด
ของเพอ่ื น
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 40 นาที
2.1 ครอู าจเสรมิ ความรู้ใหก้ บั นักเรยี นดังนี้
ความดันเลือดสามารถวัดได้จากหลอดเลือดอาร์เทอรีที่ใกล้หัวใจ เช่น บริเวณต้น
แขนความดันเลือดในหลอดเลือดอาร์เทอรีขนาดต่าง ๆ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กบั ระยะห่างจากหัวใจ
ขณะนอนความดันเลือดบรเิ วณส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายตงั้ แต่ศรี ษะถึงเท้าจะใกล้เคียงกัน แต่ขณะยืน
ความดันเลือดบริเวณขาจะสงู มากที่สุด บริเวณศีรษะจะน้อยท่ีสุด เนื่องจากการไหลของเลือดจะไหล
ไปในทศิ ทางเดียวกับแรงโนม้ ถว่ งของโลกได้ดีกวา่ ทศิ ทางตรงข้ามกบั แรงโน้มถ่วงของโลก
2.2 ครใู หน้ กั เรียนศึกษาข้อมูลในรูป 15.11 การวดั ความดนั เลือดและค่าความดันเลือด
ของมนุษยท์ ี่มีอายแุ ละเพศต่างกันและนำขอ้ มูลความดนั ซสิ โทลกิ มาเขยี นเป็นกราฟ สุ่มเลือกตัวแทน
นำกราฟมาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน และให้ทกุ คนร่วมกนั อภปิ ราย โดยใชค้ ำถามดังน้ี
- คนท่มี ีอายุมากขึน้ จะมคี วามดันเลอื ดเป็นอย่างไร
(ความดนั เลือดจะสูงขน้ึ )
- เพศหญิงและเพศชายมีความดนั เลอื ดขณะหวั ใจบีบตัวแตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร
(ต่างกันในบางช่วงของอายุ วัยหนุ่มสาวเพศชายจะมคี วามดันเลือดสูงกว่าเพศหญงิ
และชว่ งอายุ 45 ปขี ้นึ ไป เพศหญงิ จะมีความดันเลือดสูงกวา่ เพศชาย)
- ปจั จยั ท่เี กยี่ วข้องกับความดันเลือดมอี ะไรบา้ ง
(ปัจจยั ทมี่ ีผลทำให้ความดันเลอื ดสูง ไดแ้ ก่
1. อายุ เพศ น้ำหนกั สภาพรา่ งกาย และกจิ กรรมที่ทำ
2. ความยดื หยุน่ ของผนังหลอดเลอื ด ผู้สงู อายมุ กั มคี วามยดื หยนุ่ ของผนังหลอดเลือด
นอ้ ยลงทำใหม้ ีแรงตา้ นทานสงู ขน้ึ
3. การสะสมของคอเลสเตอรอลในผนงั หลอดเลือด ถ้ามีมากจะทำให้ชอ่ งทางที่เลือด
จะไหลไปได้แคบลง
4. อารมณ์เครียด ตกใจ โกรธ มีผลต่อการเตน้ ของหวั ใจซง่ึ สง่ ผลต่อความดันเลอื ด
5. สารเคมีตา่ ง ๆ ทมี่ ผี ลต่อการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
6. ขนาดของร่างกาย เช่น คนที่มีร่างกายขนาดใหญ่ความดันเลือดจะสูงกวา่ คนที่มี
ร่างกายขนาดเล็ก)
2.3 ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกับความดันเลอื ด ครูควรใหน้ ักเรยี นตระหนกั ถึง
ความสำคัญของการดแู ลสุขภาพของนักเรียนและของคนในครอบครวั เพ่อื ใหท้ ราบถงึ แนวทางในการ
ปฏบิ ตั ติ นในชวี ิตประจำวันในการหลกี เลยี่ งการมีความดันเลอื ดสงู ทม่ี าจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเลอื ก
รับประทานอาหาร หลกี เลย่ี งอาหารท่ีมีไขมนั สงู และอาหารทีม่ รี สเค็มจดั การควบคมุ อารมณ์ เป็นต้น
2.4 ครกู ระตุน้ ใหน้ ักเรียนอภิปรายในประเด็น ดงั น้ี
- การไหลของเลือดในหลอดเลือดเวนไหลตา้ นกับแรงโนม้ ถว่ งของโลก และความดนั
ในหลอดเลอื ดเวนมีนอ้ ย หลอดเลือดเวนมีโครงสร้างอยา่ งไร จึงสามารถลำเลยี งเลือดเข้าสูห่ ัวใจได้โดย
เลือดไม่ไหลย้อนกลับ
2.5 ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรม 15.3 เพ่ือศกึ ษาทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลือดเวน
2.6 ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารทำกิจกรรม ทิศทางการไหลของเลือดในหลอดเลอื ดเวน
ใหก้ ับนักเรียน ดังนี้
1. สังเกตการเปลย่ี นแปลงของหลอดเลอื ดขณะปกติและขณะถูกกด และแปล
ความหมายจากผลทีส่ ังเกต
2. สรปุ ทิศทางการไหลของเลอื ดในหลอดเลอื ดเวน เมอื่ เปรียบเทยี บกับหลอดเลือด
อารเ์ ทอรี
2.7 ควรแบ่งกลุ่มในการทำกจิ กรรมเน่ืองจากตอ้ งมกี ารใชผ้ ้ามัดต้นแขน และมีการใชน้ ว้ิ
กดหลอดเลอื ด และร่วมกนั สรุปการทำกิจกรรม การใช้ผ้ามดั ต้นแขนไมค่ วรมดั ใหแ้ น่นจนเกินไป อาจ
ไมต่ ้องใชผ้ า้ มดั ตน้ แขนก็ได้ แต่ต้องเลือกนกั เรยี นทส่ี ามารถกำมือแลว้ เห็นหลอดเลือดบริเวณข้อพบั ได้
ชัดเจน