The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.5 ภาคเรียนที่ 2.2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by soracxx44, 2022-11-14 03:14:54

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.5 ภาคเรียนที่ 2.2565

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.5 ภาคเรียนที่ 2.2565

บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของครพู เ่ี ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
ครูพี่เล้ียง

วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......

บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. .........

บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)

หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวิชาการ
วันท่ี .......เดอื น ....................พ.ศ. ........

บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)

รองผ้อู านวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........

บนั ทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ผอู้ านวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดอื น .....................พ.ศ. ........

แบบบันทกึ คะแนนใบงาน

เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปีที่ 5

คาช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน

ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...

เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตา่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กาหนดเกนิ 2 วัน

เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด

ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย

สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่

กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วัน

แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ

คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน

ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมด้านเจตคติ

ประเด็นการ ระดับคะแนน

ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. มีวนิ ัย จดั ระเบยี บวนิ ยั จดั ระเบียบวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน

การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่

ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม

ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบยี บตาม

การทางาน และ การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ

ทากิจกรรมได้ ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน

อย่างละเอยี ดดี อยา่ งละเอียดดี ในการทางาน

มาก

2. มคี วามใฝร่ ู้ ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม

ใฝเ่ รยี น ศึกษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาขอ้ มูลได้ ศึกษาขอ้ มูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่

ถูกตอ้ งครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น

เสรจ็ ทนั เวลา และ เสรจ็ เกินเวลา 1-5 เสร็จเกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ

ส่งผลงานทันตาม นาที แตส่ ง่ ผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล

เวลาทกี่ าหนด ทันตามเวลาท่ี งานล้าช้าไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา

กาหนด ตามเวลาท่ีกาหนด ที่กาหนด

3. มุง่ ม่ันใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ

การทางาน แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก

จากการสบื ค้น จากการสบื คน้ จากการสืบคน้ การสืบคน้ ข้อมลู

ข้อมลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่

รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่

อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอกอ่ น อย่างเพียงพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ

จะลงขอ้ สรุป จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง

อธิบายหรอื แสดง อธิบายหรอื แสดง ขอ้ สรปุ ข้อสรุป

ความคิดเหน็ ได้ ความคิดเห็นได้

อย่างมีเหตุผล อย่างมเี หตุผล

และเป็นระบบ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้

ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8

4 3 2 1 4 3 21

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน

ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์

วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….

เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่

ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน

มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ

ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น

ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน

ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่

ครบถ้วน เป็นระบบ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชวี วิทยา 4 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ระบบย่อยอาหาร เวลาเรยี น 15 ชัว่ โมง
ชอ่ื แผนการจดั การเรยี นรู้ การยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์ จานวนเวลา 2 ชัว่ โมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวสรชา รชตธนวันต์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ

แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคล่อื นที่ การสืบพนั ธุแ์ ละการเจรญิ เติบโต ฮอร์โมนกบั การรกั ษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

2. สาระสาคญั
มนุษย์มีทางเดินอาหารประกอบด้วย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้

ใหญ่และทวารหนัก กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารประกอบด้วย การกิน การย่อยซึ่งมีการย่อย
เชิงกลและการยอ่ ยทางเคมี การย่อยเกดิ ขึ้นที่ปาก กระเพาะอาหาร และลาไส้เล็ก การดูดซึมซึ่งสว่ น
ใหญ่เกิดขึ้นท่ลี าไสเ้ ล็ก และการถา่ ยอุจจาระ

3. ผลการเรยี นรู้
อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร

ภายในระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์

4. สาระการเรียนรู้
กระบวนการยอ่ ยเชงิ กล และทางเคมขี องมนษุ ย์

5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรยี นสามารถบอกโครงสรา้ งย่อยอาหารของมนษุ ย์ได้
2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหนา้ ท่ขี องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสงั เกต การจาแนกประเภท และการลงความเหน็ จากข้อมูล

2. ความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผู้นาจากการทากจิ กรรมหรอื การศึกษาวดี ิทัศน์
3. การส่ือสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั ส่ือ

ดา้ นเจตคติ (A)
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งมั่นในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ

6. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)

3R คอื ทักษะพน้ื ฐานท่จี าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครื่องหมาย / )

Reading คอื สามารถอ่านออก /

(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /

(A)Rithmatic คอื มที ักษะในการคานวณ

8C ทกั ษะตา่ งๆทีจ่ าเปน็

Critical thinking and problem solving (มีทักษะในการคดิ /

วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได)้

Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง

นวัตกรรม)

Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง

ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม)

Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /

การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา)

Communication information and media literacy /

(ทกั ษะในการส่อื สาร และการรูเ้ ท่าทนั สอื่ )

Computing and IT literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ /
เรียนร)ู้
Compassion (มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินัย)

8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
8.1 ช้ินงาน
- แบบบันทกึ กิจกรรม เร่อื ง การย่อยอาหารของมนุษย์
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บันทกึ ประสบการณ์การเรียนรู้ สรุปสาระสาคญั ของเรื่องท่เี รยี น
- แบบทดสอบเร่อื ง การย่อยอาหารของมนุษย์

9 . กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7Es
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันตรวจสอบความรูเ้ ดมิ (Elicitation Phase)

1. ทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ งโครงสรา้ งและหนา้ ทีใ่ นการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร
จานวน 10 ขอ้

2. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มตอบคาถาม โดยครู แยกอวยั วะต่างๆ จากหุน่ ของคน แล้ว
ให้
นักเรียนชว่ ยกนั เรยี งอวยั วะในระบบทางเดนิ อาหารใหถ้ กู ตอ้ ง
ขัน้ ท่ี 2 ข้นั เร้าความสนใจ(engagement Phase)

1. นกั เรยี นดหู ่นุ ของมนุษย์ ครูใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี เพ่ือใหน้ ักเรยี นได้แนวคดิ เก่ยี วกบั หนา้ ที่
ของกระเพาะอาหาร ดงั ตอ่ ไปน้ี

1) อวัยวะใดทีท่ าหน้าท่ยี อ่ ยอาหารตอ่ จากปาก(กระเพาะอาหาร)
2) กระเพาะอาหารมรลกั ษณะอย่างไร
3) กระเพาะอาหารย่อยอาหารประเภทใด
4) ถา้ นกั เรยี นทานอาหารไมต่ รงเวลา นกั เรียนจะมีอาการอยา่ งไร
3. นกั เรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 4 คน มอบหมายและแบง่ หน้าท่ี กันดงั น้ี เป็น คณุ อานวย คุณ
รวบรวม คณุ นาเสนอ และคุณบนั ทึก และรวบรวม
4. ครูแจง้ สญั ญาณยกมอื หมายถึง ทกุ คนต้องเงียบและหนั มาฟงั ครชู แ้ี จง
5. ครแู จง้ การร่วมกจิ กรรม Gallery walk
6. ครูแจง้ การทาแบบประเมนิ Exit ticket ท้ายชัว่ โมงเรยี น
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั สารวจและค้นหา( exploration )

7. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาจากชุดกิจกรรมแบบปฏิบตั ิการ ชุดท่ี 5 เรือ่ งโครงสร้างและ
หนา้ ทใ่ี นการย่อยอาหารบรเิ วณปากของคน โดยศึกษาและสรปุ องคค์ วามรเู้ ป็นคู่ โดยรว่ มกนั ศกึ ษา
เนื้อหา และช่วยกนั ตอบคาถามในแบบฝกึ กิจกรรมให้ครบทุกกิจกรรม

8. นักเรียนแต่ละคู่มานั่งร่วมกันทั้งกลุ่ม อภิปรายและ ร่วมกันสรุปองค์ความรู้จากชุด
กิจกรรม

ในรูปแผนผังความคิด
ขนั้ ที่ 4 ขั้นอธบิ าย(Explanation Phase)

1. กาหนดให้นกั เรียนกลมุ่ ท่ี 6 อภิปรายและสรุปองคค์ วามรใู้ นรปู แผนผังความคดิ
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาข้อมูลแผนผังความคดิ มานาเสนอท่หี นา้ ชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายซกั ถามแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ผลงาน
แผนผงั ความคิดแตล่ ะกลุม่
ขั้นท่ี 5 ขน้ั ขยายความรู้(Elaboration Phase)
4. นกั เรยี นทาการทดลองในชุดกจิ กรรมแบบปฏิบตั ิการ ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื งศกึ ษาโครงสรา้ ง
ของกระเพาะอาหารของหมู ใช้เวลาในการทาการทดลอง 1 ชัว่ โมง โดยปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการทดลอง
ตามขัน้ ตอนของการใชท้ กั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มเมือ่ ปฏิบัติการทดลองเรียบรอ้ ยแลว้ ให้ดาเนนิ การเก็บและล้าง
อปุ กรณ์ให้สะอาดและไปเก็บใหเ้ รียบร้อย ทาความสะอาดโต๊ะปฏิบตั ิการ ทงิ้ ขยะโดยแยกขยะท้งิ ให้
ตรงตามประเภทของขยะ และสง่ รายงานการทดลอง
3. นกั เรยี นล้างทาความสะอาดกระเพาะหมู แล้วนากลบั ไปปรุงอาหารท่บี า้ นได้
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนกันนาเสนอผลการทดลอง แบบ Gallery walk โดยแต่ละ
กลุ่มเวียนกันดแู ตล่ ะกลุ่มในเวลา 3 นาที เวียนจนครบทุกกลมุ่
ขน้ั ท่ี 6 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)
5. นกั เรยี นกลุ่มที่ 6 ออกมานาเสนอผลการทดลอง
6. นักเรยี นและครูรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลอง และใหข้ ้อเสนอแนะต่างๆ จากการทา
ปฏิบตั กิ ารเรอ่ื งนี้
3. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรปุ จากคาถามตอ่ ไปน้ี

1) จงบอกส่วนประกอบของกระเพาะอาหาร
2) สว่ นประกอบต่างๆ ของกระเพาะอาหารทาหนา้ ทอ่ี ะไรบา้ ง
3) กลไกการย่อยอาหารที่กระเพาะอาหารมีอย่างไร
4) กระเพาะอาหารมกี ารยอ่ ยอาหารประเภทใด
5) จงบอกกลไกการย่อยอาหารเชงิ เคมี

6) ขอ้ ควรปฏบิ ตั ทิ ี่ถูกวิธีเพอื่ ไม่ใหเ้ กดิ โรคกระเพาะอาหาร
4. นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะห์กระบวนการทางานกล่มุ รว่ มกนั บอกขอ้ ดี ขอ้ เสยี
หรือข้อควรเสนอแนะเก่ียวกับกิจกรรมเรยี นรู้ ครูแนะนาให้ทุกคนควรเปิดใจยอมรับฟงั ความคิดเห็น
เหล่านีว้ ่าเปน็ สงิ่ ท่ีดี และควรนาไปปรับปรงุ แกไ้ ขเพอ่ื พฒั นางานและพัฒนาตนเองต่อไป

5. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลีย่ นกันนาเสนอผลการทดลอง แบบ Gallery walk โดยแตล่ ะ
กลุ่มเวียนกันดูแตล่ ะกลมุ่ ในเวลา 3 นาที เวียนจนครบทกุ กลมุ่

6.
ขนั้ ท่ี 7 ขนั้ นาความรไู้ ปใช้(Extention Phase)

1. นกั เรยี นทาโครงงานสารวจ เก่ียวกบั พฤติกรรมการรบั ประทานอาหารมอ้ื เช้า ของครู
และนกั เรียนโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร เพ่ือนามาวิเคราะห์ และช่วยในการให้ความรู้เกี่ยวกับสรา้ ง
พฤตกิ รรมการรบั ประทานอาหารทถ่ี ูกตอ้ ง
10. สื่อการเรียนการสอน

10.1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรื่องโครงสรา้ งและหน้าทีใ่ นการยอ่ ยอาหารในกระเพาะ
อาหาร
จานวน 10 ข้อ
10.2 หนุ่ จาลองอวัยวะของมนษุ ย์
10.3 อุปกรณก์ ารทดลองการศึกษาโครงสร้างของกระเพาะหมู ถาดผา่ ตัด กรรไกร ใบมีด
โกน เข็มเขยี่ ถุงมอื คมี คบี
10.4 แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่องโครงสรา้ งและหนา้ ทีใ่ นการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร
จานวน 10 ข้อ
10.5 แหล่งเรยี นรู้

- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารชีววทิ ยา
- ห้องสมุด

11. การวัดและประเมินผล

สิ่งที่ต้องการวดั วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื ท่ใี ช้ในการวดั เกณฑ์การประเมิน
1.1 ใบงาน เรือ่ ง การยอ่ ย 1.1 ทาใบงานได้ถกู ตอ้ ง
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนใบ อาหารของคน ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
ถอื ว่าผ่านเกณฑ์
1.1 นักเรียนสามารถอธิบาย งาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
การทางาน - มีพฤตกิ รรมการทางาน
ระบบย่อยอาหารของคนได้ กลุม่ ในระดับคุณภาพดี
ข้นึ ไป ผ่านเกณฑ์
1.2 นักเรียนสามารถอธิบาย

ส่วนต่างๆของทางเดินอาหาร

หน้าที่ และอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับ

ทางเดินอาหารของคนได้

2. ด้านทักษะกระบวนการ (P) - สังเกตพฤตกิ รรมการ

2.1 นกั เรยี นมีการสืบคน้ ขอ้ มลู ทางาน

และสรปุ อยา่ งเป็นระบบ

3. ด้านเจตคติ (A) - สงั เกตพฤติกรรมที่ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมดา้ นเจต
3.1 มวี ินัย แสดงออกในขณะ ด้านเจตคติ คติ ในระดบั คุณภาพดี
3.2 มคี วามใฝร่ ้ใู ฝเ่ รยี น เรยี นของนกั เรยี น ข้นึ ไป ผา่ นเกณฑ์
3.3 มงุ่ ม่ันในการทางาน รายบคุ คล

12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการจัดการเรียนรทู้ ่เี กิดข้ึนกบั ผ้เู รยี น
ด้านความรู้ (K)

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)

นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..

ใบความรู้
เรือ่ ง ระบบย่อยอาหารของมนุษย์

ระบบยอ่ ยอาหารของคน
การยอ่ ยอาหาร (Digestion) คือ กระบวนการแปรสภาพสารอาหารโมเลกุลใหญ่ให้มีขนาด

เลก็ ลง เพอ่ื การดูดซมึ เข้าสูเ่ ซลล์
คนมีระบบทางเดินอาหารแบบสมบรู ณ์ ลักษณะเป็นท่อ มีอวัยวะทาหน้าท่ีพิเศษหลายอยา่ ง

อยู่ระหว่างช่องเปิดทั้ง 2 ช่อง มีเนื้อเยื่อบุผิวปกคลุมด้วยเมือกบุพื้นผิวด้านใน อาหารที่กินเข้าไป
เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว คือจากปากผ่านคอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้
ใหญแ่ ละไปสิน้ สดุ ทีท่ วารหนัก นอกจากนย้ี ังมีต่อมนา้ ลาย ถงุ น้าดี ตับ ตบั ออ่ น เป็นอวัยวะพิเศษทา
หน้าท่หี ล่ังเอนไซมแ์ ละสารอน่ื เข้าสบู่ ริเวณเฉพาะแหง่ ของทางเดินอาหาร

การย่อยอาหารมี 2 วธิ ี คือ
1. การบดให้ละเอียด (Mechanical digestion) โดยใช้ฟันบดเคี้ยวหรือการเคลื่อนท่ี
ของกลา้ มเน้ือหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลาไส้เป็นจังหวะเรยี กว่าเพอริสทัลซีส (Peristalsis)
2. การให้เอนไซม์ย่อยอาหาร (Digestive enzyme) เป็นกระบวนการทางเคมี
(Chemical digestion) เป็นการย่อยที่ต้องใช้เอนไซม์จากต่อมต่าง ๆ ทาหน้าที่ในการย่อยอาหาร
เปน็ ชนิดท่ที าปฏิกิริยารว่ มกบั นา้ จึงเรียกเอนไซมพ์ วกน้วี ่าไฮโดรเลส (Hydrolase)
เอนไซม์ (Enzyme) คือสารอินทรีย์พวกโปรตีน ซึ่งสิ่งมีชีวิตสร้างขึ้น เพื่อทาหน้าที่กระตุ้น
ปฏิกิรยิ าเคมีท่ีเกิดขึ้นภายในส่ิงมชี ีวิต แบง่ ออกเปน็ 3 ชนดิ ดังน้ี
1. Carbohydase เอนไซม์ที่ยอ่ ยสารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต
2. Protease เอนไซมท์ ยี่ ่อยสารอาหารพวกโปรตนี
3. Lipase เอนไซม์ท่ยี ่อยสารอาหารพวกไขมัน
อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารของคน
อาหารที่คนเรานาเข้าสู่ร่างกายจะผ่านไปตามทางเดินอาหารซึ่งยาวประมาณ 9 เมตร
ทางเดินอาหารนี้ถูกแบง่ ออกเปน็ ส่วน ๆ แตล่ ะส่วนจะมีโครงสร้างและหนา้ ที่แตกตา่ งกันดงั นี้
1. อวยั วะท่ีเปน็ ทางเดนิ อาหาร ได้แก่

1.1 ปากและโพรงปาก (Mouth and mouth cavity) ประกอบด้วยขากรรไกร
(Jaw) บนและขากรรไกรล่าง เพดานแขง็ เพดานออ่ น ฟนั ลนิ้ และต่อมนา้ ลาย

ภาพแสดงปากและอวยั วะในโพรงปาก
ปาก (Mouth) เป็นอวัยวะส่วนแรกของระบบทางเดินอาหาร มีหน้าที่เป็นทางเข้าของ

อาหาร เมอ่ื อาหารเขา้ สปู่ าก จะถูกบดดว้ ยฟนั มีล้นิ ชว่ ยคลุกเคลา้ อาหารให้เขา้ น้าลาย
ฟัน (Teeth) มีหน้าที่ในการตัด ฉีก และบดอาหาร ซึ่งฟันแท้แบ่งออกเป็น 4 ชนิดตาม

ลักษณะรูปร่างและหน้าที่ คือ ฟันตัด (Incisor) ฟันฉีก (Canine) ฟันกรามหน้า (Premolar)
ฟนั กรามหลงั (Molar)

ภาพ แสดงตาแหน่งฟนั ทงั้ 4 ชนดิ ( Incisor ,Canine ,Premolar และ Molar)
ฟันของคนเรามี 2 ชุด คอื
1. ฟนั น้านม (Temporary teeth ) เป็นฟันชดุ แรก มี 20 ซี่ จะเร่ิมปรากฏให้เห็นเมื่อ
อายุประมาณ 6 เดือน เริ่มหักเมื่ออายุประมาณ 6 ขวบสูตรฟันน้านมของคนเฉพาะ1/4 ของปาก
คอื I : C : PM : M คือ 2 : 1 : 0 : 2
2. ฟันแท้ (Permanent teeth) เป็นฟันชุดที่ 2 มีจานวน 32 ซี่ จะงอกครบเมือ่ อายุ
ประมาณ 13 ปี สูตรฟันแท้ของคนเฉพาะ1/4 ของปาก คือ I : C : PM : M คือ 2 : 1 : 2 : 3

โครงสร้างของฟันประกอบด้วย ตัวฟัน(Crown) จะมีสารเคลือบฟัน(Enamel) เป็นสารที่มีความแข็ง
เนื้อแน่นมาหุ้มอยู่ช่วยไม่ให้ฟันผุง่าย ซึ่งถัดจากสารเคลือบฟันเข้าไปกจ็ ะเป็นเนื้อฟัน(Dentine) ต่อ
จากเนื้อฟันจะเป็นโพรงฟัน(Pulp cavityเป็นบริเวณที่มหี ลอดเลือดและเส้นประสาทฟัน ส่วนที่เป็น
ลักษณะเรียวต่อจากคอฟันมีลักษณะคล้ายขาเรียกว่ารากฟัน (Root) รากฟันฝังอยู่ในช่องกระดูก
ขากรรไกรมีเน้อื เยอ่ื เกยี่ วพันและสารซีเมนตมั (Cementum) หุม้ อยู่

ภาพรปู รา่ งลักษณะของตวั ฟนั คอฟัน และรากฟนั
ลิ้น (Tongue) เป็นกล้ามเนื้อโครงร่าง มีเยื่อปกคุลม ลิ้นทาหน้าที่บอกตาแหน่งอาหาร
กลืนอาหารและเปล่งเสียง และมีหน่วยรับรู้สารเคมี (Chemoreceptor)ในการรับรสอาหาร
และคลุกเคลา้ อาหารให้เป็นกอ้ น (Bolus) แล้วชว่ ยสง่ อาหารเขา้ สู่ทางเดินอาหารสว่ นถดั ไป

ภาพ ล้ินและตาแหน่งของตอ่ มรบั รสชนิดต่าง ๆ

ต่อมน้าลาย (Salivary gland) สร้างน้าลาย(Saliva) ซึ่งประกอบด้วย เอนไซม์อะไมเลส
นา้ และเมือก ประกอบดว้ ยตอ่ มนา้ ลายมี 3 คู่ คือ ตอ่ มน้าลายใตล้ ิ้น (Sublingual gland) ต่อม
น้าลายใตข้ ากรรไกร (Submaxillary gland หรือ Submandibular gland) และตอ่ มน้าลายข้างกก
หู (Parotid gland) ดังแผนภาพ

ภาพตาแหน่งของตอ่ มนา้ ลายทัง้ 3 คูข่ องคน
การหลั่งน้าลาย (Salivation) การหลั่งน้าลายออกมาวันละ 1,000-1,500 ลูกบาศก์

เซนติเมตร จะเกิดเมื่อระบบประสาทพาราซิมพาเธติกถูกกระตุ้น เช่น การมองเห็นอาหาร กล่ิน
อาหาร รสอาหาร หรอื ความนึกคดิ ทาให้หลัง่ น้าลายสว่ นใส ๆ ออกมา นา้ ลายชนิดใสเป็นน้าลายที่
มีน้ายอ่ ยอะไมเลสอยู่ดว้ ย ทาใหโ้ มเลกลุ ของแป้งแตกตวั เปน็ นา้ ตาลมอลโทส สว่ นน้าลายชนิดเหนียว
จะมีเมือก (Mucus) อยู่มากทาหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นอาหาร เพื่อสะดวกในการกลืน และการผ่าน
อาหารลงสกู่ ระเพาะอาหาร

1. คอหอย (Pharynx) อาหารถูกกลืนโดยลิ้นดันก้อนอาหารไปทางด้านหลังลงสู่ช่อง
คอ เมื่อเริ่มการกลืน เพดานอ่อน (Soft plate) ยกขึ้นปิดช่องจมูก ฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis)
จะปิดหลอดลม กลา้ มเนื้อบรเิ วณคอหอย หดตัวดนั ก้อนอาหาร (Bolus) เคลือ่ นเข้าสู่หลอดอาหาร

ภาพแสดงโครงสรา้ งของคอหอย เพดานออ่ น ฝาปดิ กลอ่ งเสียง
2. หลอดอาหาร (Esophagus) ไม่มีต่อมท่ีทาหนา้ ที่สร้างนา้ ย่อยเม่ืออาหารผ่านลงสู่หลอด

อาหารจะทาให้เกดิ การหดตวั ติดต่อกันเป็นลูกคลื่นของผนงั กล้ามเนื้อหลอดอาหาร ซงึ่ เรียกว่า เพ
อริสทลั (Peristalsis) ไลใ่ ห้อาหารตกลงสู่กระเพาะอาหาร

ภาพตาแหนง่ ของหลอดอาหารตอ่ จากคอหอยและอยู่ด้านหลงั หลอดลม

ภาพแสดงการหดตวั และคลายตัวเป็นจงั หวะของกล้ามเนอ้ื เรยี บท่ีผนงั หลอดอาหารแบบ
เพอรสิ ทัลซีส

3. กระเพาะอาหาร (Stomach) อยภู่ ายในชอ่ งทอ้ งด้านซ้ายใต้กะบังลม เป็นถุงกล้ามเนื้อ
ที่ยืดขยายได้ดี แข็งแรงมาก สามารถขยายความจุได้ถึง 500–2,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผนังของ
กระเพาะอาหาร มีลกั ษณะเปน็ คล่นื เรยี กว่า รกู ี (Rugae) มตี ่อมสร้างนา้ ยอ่ ย 35 ล้านต่อม ทาหน้าท่ี
สร้างนา้ ยอ่ ยของกระเพาะอาหาร เรยี กวา่ Gastic juice มกี ล้ามเนื้อหรู ูดอยู่ 2 แหง่ คือ กล้ามเนื้อหู
รูด ที่ต่อกับหลอดอาหาร (Cardiac sphincter) และกล้ามเนื้อหูรูดที่ต่อกับลาไส้เล็ก (Pyloric
sphincter) น้าย่อยรวมตัวกับอาหารจนเหลวและเข้ากันดีคล้ายซุปข้น ๆ เรียกว่า ไคม์ (Chyme)
จะถูกส่งเข้าสู่ลาไสเ้ ล็กตอ่ ไป

กระเพาะอาหารแบ่งออกเป็น 4 สว่ น คือ คารเ์ ดยี (Cardia) ฟนั ดัส (Fundus) ตวั
กระเพาะ (Body) และไพลอรสั (Pylorus)

ภาพโครงสร้างของกระเพาะอาหารซึง่ แบง่ ออกเปน็ 4 สว่ น และโครงสรา้ งของผนังกระเพาะอาหาร
ของคน

การหลั่งเอนไซม์ในกระเพาะอาหารถูกควบคมุ โดยระบบประสาทและฮอร์โมนแกสตริน ซึ่งมี
ขั้นตอนดังนี้ ฮอร์โมนแกสตรินกระตุ้นให้หลั่งเพปซิโนเจน ( Pepsinogen) และโพรเรนนิน
(Prorennin) กระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือ เปลี่ยนเพปซิโนเจนและโพรเรนนินให้เป็นเพปซิน
และเรนนิน ซง่ึ เพปซินและเรนนินจะยอ่ ยโมเลกลุ ของโปรตีนให้มีขนาดโมเลกุลเลก็ ลงเพอ่ื ส่งต่อไปยังดู
โอดีนัม

4. ลาไส้เล็ก (Small intestine) อาหารที่ย่อยแล้วบางส่วนและยังไม่ย่อยเคลื่อนที่ผ่าน
กล้ามเนอ้ื หรู ูดของกระเพาะอาหารเข้าสลู่ าไส้เล็ก ลาไส้เลก็ มลี กั ษณะเปน็ ทอ่ ยาวประมาณ 6–7 เมตร
กว้าง 2.5 เซนติเมตร ขดอยู่ในช่องท้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนต้นเรียก ดูโอดีนัม (Duodenum)
ยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ส่วนถัดไป เรียกว่า เจจูนัม (Jejunum) ยาวประมาณ 2.50 เมตร
ส่วนท้ายเรียก ไอเลยี ม (Ileum) ยาวประมาณ 4 เมตร

ภาพ แสดงส่วนต่าง ๆ ของลาไสเ้ ล็ก

เซลล์ผนังของลาไส้เล็กมีการผลิตเอนไซม์ ดังนี้อะมิโนเพปทิเดส ไดเพปทิเดส ไตรเพปทิเดส
ย่อยโปรตนี เอนเทอโรคิเนส เปล่ียนทริปซโิ นเจนใหเ้ ปน็ ทรปิ ซินซเู ครส แลกเทส มอลเทส ยอ่ ย
ซโู ครส แลกโทส และมอลโทส ตามลาดับไลเพส ย่อยไขมัน

5. ลาไส้ใหญ่ (Large intestine) อาหารที่ย่อยไม่หมดหรือย่อยไม่ได้เรียกว่ากากอาหาร
รวมท้งั นา้ วติ ามนิ และแรธ่ าตุบางส่วนทไ่ี ม่ถูกดดู ซึมจากลาไส้เล็ก จะเข้าสลู่ าไส้ใหญ่โดยผ่านหูรูดที่
ก้นั ระหวา่ งลาไสใ้ หญก่ ับไอเลียม ลาไส้ใหญ่ของคนยาวประมาณ 1.50 เมตร ประกอบด้วย ซีกัม
(Caecum) โคลอน (Colon) และ ไสต้ รง (Rectum) ลาไสใ้ หญ่มีหนา้ ทดี่ ดู ซึมนา้ และวติ ามนิ บี 12 ท่ี

แบคทีเรียในลาไส้ใหญ่สร้างข้ึน และส่งกากอาหารออกทางไส้ตรงต่อไป ส่วนซีกัมจะมีไส้ติ่ง
(Appendix) ย่ืนออกจากซีกัมไปไม่มีหนา้ ทีเ่ กย่ี วกับการย่อยอาหาร

ภาพ แสดงลาไสใ้ หญ่ส่วนซีกัมซึ่งมไี สต้ งิ่ อยูแ่ ละสว่ นโคลอนของลาไสใ้ หญ่
6. ไส้ตรง (Rectum) เมื่อกากอาหารถูกส่งเข้าสู่ไส้ตรงซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของทางเดิน

อาหาร ปฏกิ ิริยารีเฟก็ ซก์ ระตนุ้ ใหข้ บั อจุ จาระออกจากร่างกาย

ภาพ แสดงสว่ นของไส้ตรงทีต่ อ่ จากลาไสใ้ หญ่
7. ทวารหนัก (Anus) เปน็ กลา้ มเน้อื หรู ูด 2 ช้ัน กล้ามเนื้อหรู ดู ทวารหนักอนั ในทางานนอก

อานาจจิตใจ แตก่ ล้ามเน้อื หูรดู ทวารหนักอันนอกเปดิ ออกเม่ือร่างกายตอ้ งการ ทวารหนักอยู่ต่อกับไส้
ตรงมกี ล้ามเนื้อแขง็ แรงบีบตวั ช่วยในการขับถา่ ยกากอาหาร

ภาพทวารหนัก(Anus)
2. อวยั วะทชี่ ว่ ยย่อยอาหารแต่ไมใ่ ชท่ างเดินอาหาร ได้แก่ ตบั ถงุ น้าดี ตับอ่อน
2.1 ตับ (Liver) และถุงนา้ ดี (Gallbladder)
ตบั (Liver) ทาหนา้ ทสี่ รา้ งน้าดีส่งใหถ้ ุงเก็บนา้ ดี

ภาพแสดงตาแหนง่ ตบั
ถุงน้าดี (Gallbladder) เป็นที่เก็บน้าดีท่ีสรา้ งจากตับ น้าดีมีสีเหลืองปนเขียวรสขม มีฤทธ์ิ

เป็นเบส ถงุ น้าดที าหนา้ ทสี่ ะสมน้าดี ทาใหน้ ้าดีเขม้ ขน้ และขับน้าดเี ข้าสู่ลาไสเ้ ล็กสว่ นต้น

ภาพแสดงตาแหน่งถุงนา้ ดี ทอ่ น้าดี และตาแหน่งทนี่ ้าดเี ขา้ สลู่ าไส้เลก็

2.2 ตับออ่ น (Pancreas) ตบั อ่อนมีรปู รา่ งคล้ายใบไม้ อย่บู รเิ วณส่วนใตข้ องกระเพาะ
อาหาร ทาหนา้ ทสี่ ร้างเอนไซม์ ดงั น้ีทริปซโิ นเจน ไคโมทรปิ ซโิ นเจน โพรคารบ์ อกซิเพปทเิ ดส สง่ ไป
ยังลาไส้เล็ก อะไมเลส ย่อยคาร์โบไฮเดรตไลเพส ย่อยไขมันสร้างโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต
(NaHCO3) ซง่ึ มีฤทธิ์เป็นเบส เพ่ือลดความเปน็ กรดจากกระเพาะอาหาร

ภาพแสดงตับอ่อนและบริเวณท่ีตบั อ่อนปลอ่ ยสารลงสลู่ าไส้เลก็

บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของครพู เี่ ล้ยี ง

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครพู เ่ี ล้ียง

วนั ท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. .......

บนั ทึกความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาววราพร จติ ร์เดียว)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........

บันทึกความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)

หวั หน้ากลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันท่ี .......เดือน ....................พ.ศ. ........

บันทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………………………
(นายประหยัด เขยี วหวาน)

รองผู้อานวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........

บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)

ผูอ้ านวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. ........

แบบบันทกึ คะแนนใบงาน

เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปีที่ 5

คาช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน

ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...

เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตา่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กาหนดเกนิ 2 วัน

เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด

ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย

สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่

กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วัน

แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ

คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน

ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมด้านเจตคติ

ประเด็นการ ระดับคะแนน

ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. มีวนิ ัย จดั ระเบยี บวนิ ยั จดั ระเบียบวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน

การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่

ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม

ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบยี บตาม

การทางาน และ การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ

ทากิจกรรมได้ ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน

อย่างละเอยี ดดี อยา่ งละเอียดดี ในการทางาน

มาก

2. มคี วามใฝร่ ู้ ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม

ใฝเ่ รยี น ศึกษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาขอ้ มูลได้ ศึกษาขอ้ มูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่

ถูกตอ้ งครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น

เสรจ็ ทนั เวลา และ เสรจ็ เกินเวลา 1-5 เสร็จเกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ

ส่งผลงานทันตาม นาที แตส่ ง่ ผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล

เวลาทกี่ าหนด ทันตามเวลาท่ี งานล้าช้าไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา

กาหนด ตามเวลาท่ีกาหนด ที่กาหนด

3. มุง่ ม่ันใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ

การทางาน แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก

จากการสบื ค้น จากการสบื คน้ จากการสืบคน้ การสืบคน้ ข้อมลู

ข้อมลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่

รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่

อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอกอ่ น อย่างเพียงพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ

จะลงขอ้ สรุป จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง

อธิบายหรอื แสดง อธิบายหรอื แสดง ขอ้ สรปุ ข้อสรุป

ความคิดเหน็ ได้ ความคิดเห็นได้

อย่างมีเหตุผล อย่างมเี หตุผล

และเป็นระบบ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้

ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8

4 3 2 1 4 3 21

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน

ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์

วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….

เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่

ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน

มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ

ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น

ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน

ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่

ครบถ้วน เป็นระบบ

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชวี วิทยา 4 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบยอ่ ยอาหาร เวลาเรยี น 15 ชัว่ โมง
ชอื่ แผนการจัดการเรยี นรู้ การดูดซึมสารอาหาร จานวนเวลา 2 ชั่วโมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผูส้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์

1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ

แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลยี งสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลือ่ นท่ี การสบื พนั ธ์แุ ละการเจริญเตบิ โต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

2. สาระสาคัญ
มนุษย์มที างเดินอาหารประกอบดว้ ย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้

ใหญ่และทวารหนัก กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารประกอบด้วย การกิน การย่อยซึ่งมีการย่อย
เชิงกลและการยอ่ ยทางเคมี การย่อยเกิดขึน้ ที่ปาก กระเพาะอาหาร และลาไส้เล็ก การดูดซึมซึ่งสว่ น
ใหญ่เกิดขน้ึ ทีล่ าไส้เลก็ และการถ่ายอจุ จาระ

3. ผลการเรียนรู้
อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร

ภายในระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์

4. สาระการเรยี นรู้
อวยั วะในการดดู ซมึ สารอาหารและการถา่ ยอุจจาระของมนษุ ย์

5. จดุ ประสงค์
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้างของอวัยวะในการดดู ซึมสารอาหารได้
2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหน้าท่ขี องอวยั วะในการดูดซมึ สารอาหารได้
3. นกั เรยี นสามารถอธิบายการถ่ายอจุ จาระของมนุษยไ์ ด้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)

1. การสังเกต การจาแนกประเภท และการลงความเห็นจากข้อมูล
2. ความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผ้นู าจากการทากิจกรรมหรือการศกึ ษาวดี ิทัศน์
3. การส่ือสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ

ด้านเจตคติ (A)
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งมัน่ ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ

6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. คณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)

3R คือทกั ษะพ้ืนฐานทีจ่ าเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรยี นรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )

Reading คอื สามารถอ่านออก /

(W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ /

(A)Rithmatic คือ มีทกั ษะในการคานวณ

8C ทกั ษะตา่ งๆที่จาเปน็

Critical thinking and problem solving (มีทกั ษะในการคิด /

วิเคราะห์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได้)

Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง

นวัตกรรม)

Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง

ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม)

Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /

การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา)

Communication information and media literacy /

(ทักษะในการส่ือสาร และการร้เู ทา่ ทันส่อื ) /
Computing and IT literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นร้)ู
Compassion (มคี ุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)

8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน
8.1 ชิ้นงาน
- แบบบันทึกกจิ กรรม เรอ่ื ง การดูดซมึ สารอาหาร
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทกึ ประสบการณ์การเรยี นรู้ สรปุ สาระสาคัญของเร่อื งท่ีเรยี น
- แบบทดสอบเรื่อง การดดู ซึมสารอาหาร

9. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 ขนั้ ตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)

1. ทดสอบก่อนเรียน เรื่องโครงสร้างและหน้าที่ในการย่อยอาหารของลาไส้เล็ก จานวน
10 ขอ้

2. นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1) ลาไส้เลก็ ทาหนา้ ท่ีอย่างไร
2) จงบอกตาแหนง่ ของลาไส้เลก็

ข้ันที่ 2 ขน้ั เร้าความสนใจ(engagement Phase)
1. นกั เรยี นดูไส้อ่อนของหมู และหุ่นจาลองของมนษุ ย์ นกั เรียนวิเคราะห์ ครใู ชค้ าถาม

เพอื่ ใหน้ กั เรียนไดแ้ นวคดิ เกี่ยวกับลาไสเ้ ลก็ ดังนี้
1) จงระบุตาแหนง่ ของ
2) ลาไส้เล็กของหมู เทยี บได้กับอวัยวะใดของมนุษย์
3) ลาไส้เล็กทาหนา้ ท่ีย่อยอาหารอาหารประเภทใด

2. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน มอบหมายและแบ่งหน้าท่ี กนั ดังน้ี เป็น คุณอานวย คุณ
รวบรวม คณุ นาเสนอ และคุณบันทกึ และรวบรวม

4. ครแู จ้งสญั ญาณยกมอื หมายถึง ทุกคนต้องเงยี บและหันมาฟงั ครูชแี้ จง
5. ครูแจง้ การร่วมกจิ กรรม Gallery walk
6. ครแู จง้ การทาแบบประเมนิ Exit ticket ทา้ ยชั่วโมงเรยี น
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ สารวจและค้นหา( exploration )

1. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาจากชุดกิจกรรมแบบปฏิบัติการ ชุดท่ี 7 เร่อื งโครงสรา้ งและ
หน้าท่ใี นการยอ่ ยอาหารบรเิ วณลาไสเ้ ล็ก โดยศกึ ษาและสรปุ องคค์ วามรเู้ ป็นคู่ โดยร่วมกันศกึ ษา
เนอ้ื หา และช่วยกันตอบคาถามในแบบฝึกกิจกรรมใหค้ รบทุกกจิ กรรม

2. นักเรียนแต่ละคู่มานั่งร่วมกันท้ังกลุ่ม อภิปรายและ ร่วมกันสรุปองค์ความรู้จากชุด
กิจกรรม

ในรปู แผนผังความคดิ
ข้นั ท่ี 4 ข้นั อธิบาย(Explanation Phase)

1. กาหนดใหน้ กั เรยี นกลุ่มที่ 1 อภิปรายและสรุปองค์ความรูใ้ นรูปแผนผังความคดิ
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาขอ้ มูลแผนผงั ความคิด มานาเสนอท่หี น้าชัน้ เรียน
3. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายซกั ถามแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ผลงานแผนผังความคดิ
แต่ละกลุม่
ขัน้ ท่ี 5 ขัน้ ขยายความรู้(Elaboration Phase)
1. นักเรียนทาการทดลองในชุดกิจกรรมแบบปฏิบัติการ ชุดท่ี 7 เร่อื งศกึ ษาโครงสรา้ ง
ของลาไส้เล็ก ตับ ตบั ออ่ น และถุงน้าดีของหมู ใช้เวลาในการทาการทดลอง 1 ชัว่ โมง โดยปฏบิ ัติ
กจิ กรรมการทดลอง ตามขั้นตอนของการใชท้ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. นักเรยี นแต่ละกล่มุ เมอ่ื ปฏิบัตกิ ารทดลองเรยี บรอ้ ยแล้ว ให้ดาเนินการเกบ็ และล้าง
อปุ กรณ์ให้สะอาดและไปเกบ็ ให้เรียบร้อย ทาความสะอาดโตะ๊ ปฏิบัตกิ าร ท้งิ ขยะโดยแยกขยะทง้ิ ให้
ตรงตามประเภทของขยะ และส่งรายงานการทดลอง
3. นกั เรยี นล้างทาความสะอาดลาไส้เลก็ ตับ ตับออ่ นของหมู นาไปแช่ตเู้ ย็นก่อนนากลับไป
ปรงุ อาหารทีบ่ า้ นได้
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนกันนาเสนอผลการทดลอง แบบ Gallery walk โดยแต่ละ
กลุ่มเวียนกนั ดูแต่ละกล่มุ ในเวลา 3 นาที เวยี นจนครบทกุ กลมุ่
ขน้ั ท่ี 6 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation Phase)
1. นักเรยี นกล่มุ ที่ 1 ออกมานาเสนอผลการทดลอง
2. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภปิ รายผลการทดลอง และใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆ จากการทา
ปฏบิ ัตกิ ารเรือ่ งนี้
3. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุป จากคาถามตอ่ ไปน้ี

1) จงบอกตาแหน่งของลาไสเ้ ล็ก
2) จงบอกลักษณะและส่วนประกอบของลาไสเ้ ล็ก
3) สว่ นประกอบต่างๆ ชือ่ อะไร ทาหนา้ ท่อี ย่างไร
4) หน้าทีส่ าคัญของลาไสเ้ ล็กคอื

5) วิลไล คืออะไร ทาหน้าท่อี ย่างไร
6) จงบอกลักษณะของวลิ ไล
7) จากข้อ 6 การทีว่ ลิ ไลมีลกั ษณะดังกล่าว ส่งผลดีในลาไส้เล็กอย่างไร
8) จงบอกชนดิ นา้ ยอ่ ยท่ีสร้างไดล้ าไสเ้ ลก็
9) น้าย่อยทส่ี ร้างจากอวัยวะอ่นื คือเอนไซม์ชนดิ ใด และสร้างจากที่ใด
10) ถ้าไม่มีตับ และตับอ่อน จะส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารของเราหรือไม่
อย่างไร
4. ครูให้ขอ้ สรุปเพ่มิ เติม จาก คลิบวดี ีโอ
5. นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะหก์ ระบวนการทางานกล่มุ ร่วมกนั บอกข้อดี ขอ้ เสีย
หรือข้อควรเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรมเรียนรู้ ครูแนะนาให้ทกุ คนควรเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็น
เหล่านี้วา่ เปน็ สง่ิ ท่ีดี และควรนาไปปรบั ปรุงแก้ไขเพ่ือพฒั นางานและพัฒนาตนเองตอ่ ไป
6. นกั เรียนรว่ มประเมินการจัดกจิ กรรม โดยการอภิปรายสะทอ้ นความคิดเห็น
7. ครูชื่นชมในความรว่ มมอื ของนกั เรยี นทุกคน และให้กาลังใจนักเรยี นในการรว่ มกิจกรรม
การเรียนรู้ในวันนี้
8. นักเรียน ทากิจกรรม Exit Ticket โดยเขียนตอบในกระดาษที่ครูแจก โดยมีคาถาม
ตอ่ ไปนี้
1. หน้าทีส่ าคญั ของลาไส้เลก็ คอื
2. จงบอกชนิดน้ายอ่ ยที่สรา้ งไดล้ าไส้เล็ก
3. ถ้าไมม่ ีตบั มีผลตอ่ การยอ่ ยอาหารอยา่ งไร
ขน้ั ที่ 7 ขั้นนาความรู้ไปใช(้ Extention Phase)
1. นกั เรยี นทาโครงงานสารวจเกยี่ วกบั โรคทพ่ี บทเี่ กิดจากความผิดปกติในบรเิ วณลาไส้เล็ก
2. นักเรียนจดั ป้ายนิเทศ เกย่ี วกบั ความสาคญั ของตับและตับอ่อน ท่ีเกี่ยวกับระบบการ
ยอ่ ยอาหารของคน
10. สอ่ื การเรียนการสอน
10.1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ งโครงสรา้ งและหนา้ ทีใ่ นการย่อยอาหารในลาไส้เล็ก
จานวน 10 ขอ้
10.2 วัสดุอุปกรณ์ ถาดผ่าตัด กรรไกรผา่ ตัด ใบมีดโกน ถุงมือผ่าตัด ลาไส้เล็กของหมู
ตับหมู
ตบั อ่อนหมู
10.3 ชุดกิจกรรมแบบปฏบิ ตั กิ าร เรื่องโครงสรา้ งและหน้าทใ่ี นการยอ่ ยอาหารในลาไสเ้ ลก็
10.4 หุ่นจาลองอวยั วะของมนุษย์

10.5 แบบทดสอบหลงั เรยี น เรอ่ื งโครงสร้างและหน้าท่ใี นการย่อยอาหารของลาไส้เล็ก
จานวน 10 ขอ้

10.6 แหลง่ เรียนรู้
- หอ้ งปฏิบัตกิ ารชีววทิ ยา
- หอ้ งสมุด

11. การวัดและประเมนิ ผล

สง่ิ ทต่ี ้องการวดั วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือท่ีใช้ในการวัด เกณฑ์การประเมิน

1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบนั ทกึ ประสบ - แบบบนั ทึกกจิ กรรม - ทาแบบบันทึก

1.1 โครงสร้าง หน้าที่ของ การณเ์ ร่อื ง การดดู ซึม - แบบทดสอบคาถาม ใน กจิ กรรมไดถ้ กู ตอ้ ง

อวัยวะในการดูดซึมสารอาหาร สารอาหาร หนังสือเรยี น ระดับคณุ ภาพดีขนึ้

และการถา่ ยอุจจาระของมนุษย์ - ตรวจคาตอบ ในแบบ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

บนั ทึกกจิ กรรม เรือ่ ง

การดดู ซึมสารอาหาร

2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเด็น - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤติกรรมการ
ทางานกล่มุ ใน
2.1 การสังเกต การจาแนก การประเมิน ดงั น้ี การทางาน ระดบั คณุ ภาพดขี นึ้
ไปผา่ นเกณฑ์
ประเภท และการลงความเห็น 1) เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/

จากขอ้ มลู หัวขอ้ ผลงาน

2.2 ความรว่ มมือ การทางาน 2) การสรุปความรู้

เปน็ ทมี และภาวะผนู้ าจากการ 3) การเขยี นส่อื ความ

ทากิจกรรมหรอื การศกึ ษาวีดิ 4) ประโยชน์ของการ

ทศั น์ นาขอ้ มลู ไปใช้

3. ด้านเจตคติ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤติกรรมด้าน
3.1 ความอยากร้อู ยากเห็น ทางานกลมุ่ ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเชือ่ มัน่ ตอ่ หลักฐาน - สังเกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีขนึ้ ไป
นาเสนอ ผา่ นเกณฑ์
เชิงประจกั ษ์ - สังเกตคุณลกั ษณะ
ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
และมงุ่ มน่ั การทางาน

12. บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้

1. ผลการจัดการเรียนรู้ท่เี กิดข้ึนกบั ผ้เู รียน
ด้านความรู้ (K)

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)

นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชีพครู
วนั ที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..

ใบความรู้
เรอ่ื ง การดูดซึมสารอาหาร

การดูดซึมอาหารในลาไส้เล็ก
การดูดซึมอาหาร หมายถึง ขบวนการที่นาอาหารที่ผ่านการย่อยจนได้เปน็ สารโมเลกุลเดี่ยว

เช่น กลูโคส กรดอะมิโน กรดไขมัน กลีเซอรอล ผ่านผนังทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปสู่
ส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย ลาไส้เล็ก เปน็ บริเวณทีด่ ดู ซึมอาหารเกือบทั้งหมดเพราะเป็นบริเวณท่ีมีการ
ย่อยอาหารเกิดขึน้ อย่างสมบูรณ์ และโครงสร้างภายในลาไส้เล็กก็เหมาะแก่การดูดซึม คือ ผนังลาไส้
เล็กจะยาวพับไปมา และมีส่วนยื่นของกลุ่มของเซลล์ที่เรียงตัวเป็นแถวเดียวมีลักษณะคล้ายนิ้วมือ
เรียกวา่ วิลลัส (Villus) เปน็ จานวนมาก ในแตล่ ะเซลล์ของวิลลัสยังมีส่วนยน่ื ของเยือ่ หุ้มเซลล์ออกไป
อีกมากมาย เรยี กว่า ไมโครวลิ ลสั (Microvillus) ในคน มวี ลิ ลสั ประมาณ 20-40 อนั ตอ่ พนื้ ที่ 1 ตาราง
มิลลเิ มตรหรือประมาณ 5 ล้านอนั ตลอดผนังลาไส้ทั้งหมด

ภาพท่ี 1 การดูดซึมสารอาหาร
ทมี่ า (การดูดซึมสารอาหาร. 2563)

การดดู ซมึ ในลาไสใ้ หญ่

การดูดซมึ อาหารที่ยอ่ ยแลว้ สว่ นใหญเ่ กิดข้ึนท่ีผนงั ลาไส้เล็ก ส่วนอาหารที่ไม่ถูกย่อยหรือย่อย
ไม่ได้ เช่น เซลลูโลส ก็จะถูกส่งไปยงั ลาไส้ใหญ่ ส่วนต้นของลาไสใ้ หญม่ ไี ส้เลก็ ๆ ปลายตัน เรียกวา่
ไส้ตงิ่ ไส้ติ่งของคนไมไ่ ดท้ าหน้าทีอ่ ะไรแต่กอ็ าจเกิดการอักเสบถงึ กับตอ้ งผ่าตัดไส้ตง่ิ ออกไป ซ่ึงอาจ
เกดิ จากการอาหารผ่านชอ่ งเปิดลงไป หรอื เสน้ เลือดทไ่ี ปเลี้ยงไส้ตงิ่ เกิดการอุดตัน อาหารที่เหลือจาก
การย่อยและดดู ซมึ แลว้ จะผ่านเขา้ สลู่ าไส้ใหญ่ ลาไสใ้ หญม่ ีแบคทเี รยี อยู่จานวนมาก ซง่ึ จะใช้ประโยชน์
จากกากอาหารนี้ นอกจากนั้นแบคทีเรียบางชนิดยังสังเคราะห์ วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินเค
วิตามินบี 12 เซลล์ที่บุผนังลาไส้ใหญ่ สามารถดูดน้า แร่ธาตุ วิตามิน และกลูโคสจากกากอาหารเข้า

กระแสเลือด ซึ่งส่วนใหญจ่ ะเปน็ น้า จึงทาให้กากอาหารข้นข้ึน จนเป็นก้อนกากอาหารจะผา่ นไปถงึ
ไส้ตรง ท้ายสุดของไส้ตรงเป็นกล้ามเนื้อหูรูดแข็งแรงมาก มีลักษณะเป็นวงรอบปากทวารหนักทา
หนา้ ทบ่ี บี ตัวในการขบั ถา่ ย และผนังภายในลาไสใ้ หญจ่ ะขับเมือกออกมาหล่อล่ืนก้อนอาหาร

น้าดี (Bile) สร้างจากตับ (Liver) แล้วถูกนาไปเกบ็ ไว้ที่ ถุงน้าดี (Gall Bladder) ไม่ถือว่า
เป็นเอนไซม์ เพราะจะเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลงแล้ว (น้าดีไม่มีน้าย่อย) มี
ส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ

1. เกลือน้าดี (Bile Salt) มีหน้าที่ตใี ห้ไขมัน (Fat) แตกตัวเป็นหยดเล็ก ๆ ไขมันที่ถูกตีให้
แตกตัวเป็นหยดเล็กๆ เรียกว่า อีมัลชั่น (Emulsion) จากนั้นถูก Lipase ย่อยต่อให้เป็นกรดไขมัน
และกลีเซอรอล

2. รงควัตถุนา้ ดี (Bile Pigment) เกิดจากการสลายตวั ของฮโี มโกลบิน (Hemoglobin) โดย
ตับเป็นแหล่งทาลายและกาจัด Hemoglobin ออกจากเซลล์ เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ โดยเก็บ
รวบรวมเข้าไว้เป็นรงควัตถุในน้าดี (Bile Pigment) คือ บิริรูบิน (Bilirubin) จึงทาให้นา้ ดีมีสีเหลอื ง
หรือเขียวอ่อน และจะถูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมน้าตาลโดยแบคทีเรียในลาไส้ใหญ่เกิดเป็นใสใน
อจุ จาระ

3. โคเรสเตอรอล (Cholesterol) ถ้ามีมาก ๆ จะทาให้เกิดนิว่ ในถุงน้าดี เกิดการอุดตันท่ที อ่
นา้ ดี เกดิ โรคดีซา่ น (Janudice) มีผลทาให้การยอ่ ยอาหารประเภทไขมันบกพรอ่ ง

ภาพท่ี 2 การดดู ซึมสารอาหาร
ทม่ี า (การดูดซมึ สารอาหาร. 2563)

รายวิชา ชีววิทยาเพิ่มเติม 4 ใบงาน หน่วยท่ี 13
รหสั วชิ า ว32245 เรอ่ื ง การยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ชอ่ื -สกุล…………………………………………

คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ คาในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง พรอ้ มอธิบายและระบหุ นา้ ทีข่ องคาที่
เตมิ ลงไปใหถ้ กู ต้อง

บันทึกความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพ่เี ลี้ยง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครพู ่เี ลย้ี ง

วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......

บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตรเ์ ดียว)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. .........

บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)

หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวิชาการ
วันท่ี .......เดอื น ....................พ.ศ. ........

บันทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผอู้ านวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………
(นายประหยัด เขียวหวาน)

รองผู้อานวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........

บนั ทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)

ผ้อู านวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. ........

แบบบันทกึ คะแนนใบงาน

เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปีที่ 5

คาช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน

ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...

เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตา่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กาหนดเกนิ 2 วัน

เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด

ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย

สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่

กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วัน

แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ

คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน

ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์

วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง

เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมด้านเจตคติ

ประเด็นการ ระดับคะแนน

ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. มีวนิ ัย จดั ระเบยี บวนิ ยั จดั ระเบียบวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน

การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่

ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม

ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบยี บตาม

การทางาน และ การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ

ทากิจกรรมได้ ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน

อย่างละเอยี ดดี อยา่ งละเอียดดี ในการทางาน

มาก

2. มคี วามใฝร่ ู้ ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม

ใฝเ่ รยี น ศึกษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาขอ้ มูลได้ ศึกษาขอ้ มูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่

ถูกตอ้ งครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น

เสรจ็ ทนั เวลา และ เสรจ็ เกินเวลา 1-5 เสร็จเกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ

ส่งผลงานทันตาม นาที แตส่ ง่ ผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล

เวลาทกี่ าหนด ทันตามเวลาท่ี งานล้าช้าไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา

กาหนด ตามเวลาท่ีกาหนด ที่กาหนด

3. มุง่ ม่ันใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ

การทางาน แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก

จากการสบื ค้น จากการสบื คน้ จากการสืบคน้ การสืบคน้ ข้อมลู

ข้อมลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่

รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่

อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอกอ่ น อย่างเพียงพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ

จะลงขอ้ สรุป จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง

อธิบายหรอื แสดง อธิบายหรอื แสดง ขอ้ สรปุ ข้อสรุป

ความคิดเหน็ ได้ ความคิดเห็นได้

อย่างมีเหตุผล อย่างมเี หตุผล

และเป็นระบบ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้

ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง

ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8

4 3 2 1 4 3 21

1
2
3
4
5
6
7
8
9

คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน

ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์

วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….

เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์


Click to View FlipBook Version