แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17
กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชีววิทยา 4 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดและระบบน้ำเหลอื ง เวลาเรยี น 16 ชั่วโมง
ชอื่ แผนการจดั การเรียนรู้ การลำเลียงสารในร่างกายสตั ว์ จำนวนเวลา 2 ช่ัวโมง
วนั ..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอื่ นที่ การสบื พนั ธแุ์ ละการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤติกรรมของสตั ว์ รวมทั้งนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. สาระสำคญั
สิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนจะมีการแลกเปลี่ยนสารระหว่างเซลล์กับสิ่งแวดล้อม
โดยตรงในขณะที่สิง่ มีชีวิตท่ีมโี ครงสร้างซบั ซ้อนจะมีระบบหมุนเวียนเลือดทำหน้าท่ีลำเลียงสารไปยงั
สว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย ระบบหมนุ เวียนเลือดมี 2 แบบ คอื ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด พบในสัตว์
จาพวกหอย แมลง กุ้ง ส่วนระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิดพบในไส้เดือนดิน สัตว์มีกระดูกสันหลัง
รวมทั้งมนุษย์
สัตว์มีระบบหมุนเวียนเลือด 2 แบบ คือ ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดพบในสัตว์จำพวก
หอย แมลง กงุ้ และระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบปิดพบในสตั วไ์ มม่ กี ระดูกสันหลังบางชนดิ เช่น ไส้เดือน
ดนิ และในสตั ว์มกี ระดกู สันหลงั
3. ผลการเรยี นรู้
สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด และระบบหมุนเวยี น
เลือดแบบปดิ
4. สาระการเรียนรู้
ระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี นเลือดแบบปิด
5. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ าย และเปรยี บเทยี บระบบหมุนเวียนเลอื ดแบบเปิดได้
2. นกั เรียนสามารถอธิบาย และเปรยี บเทียบระบบหมนุ เวียนเลือดแบบปิดได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. การสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันสอื่
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผูเ้ รียนใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพ้นื ฐานทจี่ าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครอื่ งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มที ักษะในการคานวณ
8C ทักษะตา่ งๆท่ีจาเป็น
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคิด /
วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได)้
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู า)
Communication information and media literacy /
(ทกั ษะในการส่อื สาร และการรูเ้ ท่าทันสื่อ) /
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใช้คอมพวิ เตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นร้)ู
Compassion (มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวนิ ัย)
8. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ช้นิ งาน
- แบบบนั ทึกกจิ กรรม เร่อื ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายสัตว์
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทกึ ประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรปุ สาระสำคัญของเรือ่ งที่เรียน
- แบบทดสอบเรื่อง การลำเลียงสารในร่างกายสัตว์
9. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครูจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยมีขั้นตอนดังต่อไปน้ี
ขนั้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรียน โดยใชภ้ าพนำบทในหนังสือเรียน จากนั้นใชค้ ำถามเพิ่มเติมดังน้ี
- เพราะเหตใุ ด เม่อื ไปพบแพทย์จงึ ตอ้ งมีการวัดอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ
- ในชวี ติ ประจำวนั มีการวัดอตั ราการเตน้ ของหัวใจในกจิ กรรมใดอีกบา้ ง
1.2 คำตอบของนักเรยี นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักเรียน แต่นักเรียนควรสรปุ ไดว้ ่า
การวัดอัตราการเต้นของหัวใจช่วยบอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจเป็นปกติหรือไม่
การเตน้ ของหัวใจเกดิ จากการหดตวั และคลายตวั ของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เลอื ดไหลเวียนเพ่ือลำเลียง
สารอาหารแกส๊ และสารอ่ืนๆ ไปยังสว่ นต่างๆ ของร่างกาย นอกจากการวดั อตั ราการเต้นของหวั ใจเมอื่
ไปพบแพทย์แลว้ ยังวัดอัตราการเต้นของหัวใจเมื่อมีการออกกำลังกายดว้ ย
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Exploration) 40 นาที
2.1 ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาการลาเลียงสารในสิ่งมีชีวิต จากใบความรแู้ ละหนงั สือเรยี น
โดยครอู ธิบายเกี่ยวกับการลาเลียงสารในสง่ิ มีชีวิตเพ่ือใหน้ ักเรียนเกดิ ความเขา้ ใจ
2.2 มอบหมายใหส้ มาชิกจับคู่ศกึ ษา ในประเด็น การลาเลียงสารในรา่ งกายของสัตว์
2.3 สมาชิกแต่ละคู่รว่ มกนั สรุปข้อมลู ตามที่ศึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีศกึ ษามาได้ ร่วมกัน
แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรู้
ร่วมกนั
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอกนั เองภายในกลุ่ม สมาชิกรับฟงั และช่วยกนั ประเมนิ
แสดงความคิดเหน็ แลกเปล่ียนภายในกลุม่ เพ่ือใหง้ านของกลมุ่ สมบูรณ์มากย่งิ ขึน้
ข้นั ท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) 25 นาที
3.1 นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาผลงานท่ีเขียนในกระดาษโปสเตอร์ มาติดผลงาน
ที่กระดานไวท์บอร์ดหน้าชั้นเรยี น ผนงั ห้องดา้ นข้างและดา้ นหลังหอ้ ง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปล่ียนเรยี นรผู้ ลงานของกลมุ่ อ่ืน แสดงความคิดเหน็ อภปิ รายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถต้ัง
คาถาม และชว่ ยกันประเมนิ ผลงานของกล่มุ อ่ืนๆไปด้วย แล้วใหค้ ะแนนเวียนไปจนครบทุกกลมุ่
3.3 ครแู ละหวั หน้าหอ้ งรว่ มกันสรุปผลการประเมนิ แจ้งผลของการประเมิน ร่วมชื่น
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพรอ่ ง
3.4 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันช่นื ชมผลงาน ให้กาลังใจ
ขัน้ ท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที
4.1 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ เสนอแนวคิดในการนาความเขา้ ใจเก่ยี วกับการลาเลียงสารใน
รา่ งกายของสัตวไ์ ปใช้ประโยชน์
4.2 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เสนอแนวคิดในการแกป้ ญั หาโจทย์เก่ยี วกับการลาเลียงสารใน
รา่ งกายของสตั ว์
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับการลาเลียงสารใน
รา่ งกายของสัตว์
4.4 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เรยี นรู้เพิม่ เติมวา่ ระบบหมุนเวยี นเลือดในสัตวม์ กี ระดูกสัน
หลังเป็นระบบหมุนเวยี นเลือดแบบปดิ ซง่ึ จะมคี วามแตกต่างไปตามชนิดของสัตว์
4.5 การหมุนเวียนเลือดแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ การหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเดียว
คือเลือดผ่านหัวใจ 1 ครั้งต่อรอบ เลือดที่มีแกส๊ ออกซเิ จนต่ำไหลผ่านหัวใจไปเหงือก จากนั้นเลือดท่มี ี
แก๊สออกซเิ จนสูงไหลเวยี นไปยงั เนือ้ เยอื่ ท่ัวร่างกายแลว้ เป็นเลือดทมี่ ีแกส๊ ออกซิเจนต่ำกลับเขา้ สูห่ ัวใจ
4.6 การหมุนเวยี นเลอื ดแบบ 2 วงจร คือเลือดไหลผ่านหัวใจ 2 ครง้ั ต่อรอบ โดยเลือด
ที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำเข้าสู่หัวใจแล้วไปยงั ปอด จากนั้นเลือดท่ีมีแก๊สออกซิเจนสูงกลับเขา้ สูห่ วั ใจ และ
ลำเลยี งไปยงั เนือ้ เย่อื ท่วั ร่างกายแล้วเป็นเลือดท่ีมแี ก๊สออกซิเจนต่ำกลบั เขา้ สู่หวั ใจ ดังรูป
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรื่อง การลำเลียงสารในร่างกายสตั ว์
10. สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สือ่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาเพมิ่ เติม ชีววทิ ยา เล่ม 4
2. สอ่ื นำเสนอ Power Point เรอื่ ง การลำเลียงสารในร่างกายสัตว์
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อินเทอรเ์ น็ต จากเว็บไซตต์ ่างๆ
2. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมนิ ผล
สงิ่ ที่ตอ้ งการวดั วธิ ีการวัด เครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ นการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจบันทึกประสบ - แบบบันทึกกิจกรรม - ทำแบบบนั ทกึ
1.1 โครงสร้างที่ใช้ในการ การณเ์ รื่องกระบวน - แบบทดสอบคำถาม ใน กิจกรรมได้ถกู ต้อง
แลกเปลี่ยนแก๊ส กระบวนการ การแลกเปลีย่ นแก๊ส หนังสือเรียน ระดบั คุณภาพดีขึน้
แลกเปลี่ยนแก๊ส และการ และการลำเลียงแกส๊ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
ลำเลียงแก๊สของมนุษย์ ของมนุษย์
- ตรวจคำตอบ ในแบบ
บนั ทึกกิจกรรม เรือ่ ง
กระบวนการแลก
เปล่ยี นแก๊ส และการ
ลำเลียงแก๊สของมนษุ ย์
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมินทกั ษะ - มพี ฤติกรรมการ
2.1 การตีความหมายข้อมูล การประเมิน ดังน้ี ปฏบิ ตั กิ ารทดลอง ทำงานกลุ่มใน
และการลงขอ้ สรุป 1) เนือ้ หาสอดคล้องกับ - แบบประเมินชนิ้ งาน/ ระดบั คุณภาพดขี ึ้น
2.2 การสอื่ สารสารสนเทศ หวั ข้อ ผลงาน ไปผา่ นเกณฑ์
และการรูเ้ ท่าทนั สื่อ 2) การสรุปความรู้
2.3 การคดิ อย่างมี 3) การเขยี นสื่อความ
วิจารณญาณและการแก้ปัญหา 4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมูลไปใช้
5) ความตรงต่อเวลา
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤติกรรมด้าน
3.1 ความอยากรู้อยากเหน็ ทำงานกลุม่ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเชื่อมน่ั ตอ่ หลักฐาน - สงั เกตพฤตกิ รรมการ คุณภาพดีขึ้นไป
เชงิ ประจกั ษ์ นำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตคุณลักษณะ
ความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่ันการทำงาน
12. บนั ทึกผลหลังกระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกบั ผูเ้ รียน
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู
วนั ที่ ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กำหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าชีววทิ ยา 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 ระบบหมุนเวยี นเลอื ดและระบบน้าเหลอื ง เวลาเรียน 16 ชวั่ โมง
ชือ่ แผนการจดั การเรยี นรู้ การลาเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์ : หวั ใจ จานวนเวลา 2 ชัว่ โมง
วัน..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสบื พนั ธุแ์ ละการเจริญเตบิ โต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤติกรรมของสตั ว์ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. สาระสาคัญ
ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของมนุษย์ประกอบดว้ ย หัวใจ หลอดเลือด และเลอื ด หัวใจทาหน้าที่
รับและสูบฉีดเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวและคลายตัวทาให้เกดิ
ความดันในหลอดเลือดและชีพจร ความดันเลือดและชีพจรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปริมาณไขมนั ในหลอดเลือด กิจกรรมของร่างกาย อายุ และเพศ
ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด ซึ่งเลือด
ไหลเวยี นอยเู่ ฉพาะในหลอดเลือด
หัวใจทาหนา้ ท่ีสูบฉีดเลือดไปเลยี้ งส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย โดยมีเอเทรียมทาหนา้ ที่รับเลือด
เข้าส่หู วั ใจ และเวนทริเคิลทาหน้าท่บี ีบตัวสบู ฉีดเลอื ดออกจากหัวใจ โดยมีลิน้ ก้ันระหว่างเอเทรียมกับ
เวนทริเคลิ และระหว่างเวนทริเคลิ กบั หลอดเลอื ดท่ีนาเลอื ดออกจากหวั ใจ
หัวใจนาเลอื ดไปยังสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายทางเอออรต์ า แล้วลาเลยี งไปทางอารเ์ ทอรี อาร์
เทอริโอล หลอดเลอื ดฝอย และนาเลือดกลับเข้าสหู่ วั ใจทางเวนูล เวน และเวนาคาวา
3. ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนุษย์
2. สงั เกต อธิบายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์เล้ียงลูกดว้ ยนา้ นม ทิศทางการไหลของเลือดผา่ น
หัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุปการหมุนเวียนเลือดของมนษุ ย์
4. สาระการเรยี นรู้
โครงสร้างและการทางานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถสบื คน้ ข้อมูล โครงสรา้ งและการทางานของหัวใจได้
2. นกั เรยี นสามารถสบื คน้ ขอ้ มูล โครงสรา้ งและการทางานของหลอดเลือดในมนุษย์
3. นกั เรยี นสามารถทดลอง และสามารถอธบิ ายโครงสร้างและการทางานของหัวใจได้
4. นกั เรยี นสามารถทดลอง และสามารถอธบิ ายโครงสร้างและการทางานหลอดเลือดใน
มนษุ ย์ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจาแนกประเภท
3. การทดลอง
ด้านเจตคติ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่นั ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะของผ้เู รยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คอื ทักษะพน้ื ฐานท่ีจาเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครื่องหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทักษะตา่ งๆท่ีจาเปน็ /
Critical thinking and problem solving (มที ักษะในการคดิ
วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้) /
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวัตกรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง /
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy
(ทักษะในการส่ือสาร และการรเู้ ท่าทันสื่อ)
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร)์
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นร)ู้
Compassion (มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบียบวนิ ยั )
8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เรอื่ ง การลาเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หัวใจ
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บันทึกประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรุปสาระสาคัญของเร่อื งทีเ่ รียน
- แบบทดสอบเรอ่ื ง การลาเลียงสารในร่างกายมนุษย์ : หวั ใจ
9. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมขี ้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 5 นาที
1.1 ครูนาเขา้ สู่บทเรียนเรื่องการลาเลยี งสารในรา่ งกายของมนุษย์ โดยใชค้ าถามเพ่ิมเติม
ซึง่ คาตอบของนกั เรียนอาจมีได้หลากหลาย ดังน้ี
- มนุษย์มีระบบหมุนเวียนเลอื ดแตกต่างจากสตั วอ์ นื่ ๆ หรอื ไม่
1.2 จากนั้นทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์
โดยใชค้ าถามเพม่ิ เตมิ ดังนี้
- มอี วยั วะอะไรบ้างท่เี ก่ียวข้องกบั การลาเลียงสารไปยังสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย
- อวัยวะเหลา่ นี้มรี ูปร่างลกั ษณะและหนา้ ท่ีการทางานอยา่ งไร
1.3 นักเรียนอาจตอบได้ว่า อวัยวะทีเ่ กี่ยวข้องกับการลาเลียงสารไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของ
รา่ งกาย ได้แก่ หัวใจ หลอดเลอื ด ซึง่ เชื่อมต่อกนั เป็นวงจร
ขัน้ ที่ 2 สารวจและคน้ หา (Exploration) 15 นาที
2.1 ครูให้นักเรยี นศกึ ษาการลาเลยี งสารในร่างกายมนุษย์ : หวั ใจ จากใบความร้แู ละ
หนังสือเรียน โดยครอู ธิบายเก่ยี วกับการย่อยอาหารของจลุ ินทรีย์เพอ่ื ให้นกั เรยี นเกดิ ความเข้าใจ
2.2 มอบหมายให้สมาชิกจับคู่ศึกษา ในประเด็น การลาเลียงสารในร่างกายมนุษย์ :
หัวใจ
2.3 สมาชิกแต่ละคู่ร่วมกนั สรุปขอ้ มูลตามทีศ่ ึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีศึกษามาได้ ร่วมกนั
แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรู้
รว่ มกนั
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอกันเองภายในกลุ่ม สมาชิกรบั ฟงั และช่วยกันประเมนิ
แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนภายในกลุ่มเพอ่ื ใหง้ านของกลุม่ สมบูรณม์ ากยง่ิ ขน้ึ
ข้ันท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 15 นาที
3.1 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาผลงานที่เขยี นในกระดาษโปสเตอร์ มาตดิ ผลงาน
ทกี่ ระดานไวทบ์ อรด์ หน้าชั้นเรยี น ผนังหอ้ งดา้ นขา้ งและดา้ นหลังหอ้ ง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปลย่ี นเรยี นรผู้ ลงานของกลมุ่ อน่ื แสดงความคิดเห็น อภปิ รายภายใน
กลมุ่ โดยเขยี น สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนอื้ หา กิจกรรม อยา่ งสรา้ งสรรค์ สามารถตง้ั คาถาม
และช่วยกันประเมนิ ผลงานของกลมุ่ อนื่ ๆไปด้วย แลว้ ให้คะแนนเวียนไปจนครบทกุ กลมุ่
3.3 ครแู ละหวั หนา้ ห้องร่วมกันสรุปผลการประเมิน แจง้ ผลของการประเมิน ร่วมชื่น
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพร่อง
3.4 ครูและนักเรียนร่วมกนั ชน่ื ชมผลงาน ให้กาลังใจ
ขั้นท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการนาความเข้าใจเกี่ยวกับการลาเลียงสารใน
รา่ งกายมนุษย์ ไปใช้ประโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาโจทย์เกี่ยวกับการลาเลียง
สารในรา่ งกายมนุษย์ : หวั ใจ
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับการลาเลียงสารใน
ร่างกายมนุษย์ : หัวใจ
4.1 ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั โครงสรา้ งของหวั ใจ ประกอบดว้ ย
- ถุงเยื่อหุ้มหัวใจ (pericardium) ทาหน้าที่ห่อหุ้มหัวใจ ภายในบรรจุของเหลวที่
สรา้ งจากเยอื่ หุม้ หัวใจ เพือ่ ช่วยหล่อลน่ื และปอ้ งกนั การเสยี ดสีระหวา่ งหัวใจกบั ปอดขณะท่ีหัวใจบบี ตัว
- เนอื้ เยอื่ หัวใจมี 3 ชน้ั คอื
1. เนื้อเย่ือชั้นใน เรียกว่า เอนโดคาร์เดยี ม (endocardium) ประกอบด้วยเยือ่ บุ
ผวิ บาง ๆ เน้อื เยือ่ เกี่ยวพนั กล้ามเนื้อเรียบ และลน้ิ หวั ใจยังเปน็ สว่ นท่ีเจรญิ มาจากเนอื้ เยือ่ ช้นั ในด้วย
2. เนื้อเยื่อชั้นกลาง เรียกว่า ไมโอคาร์เดียม (myocardium) เป็นชั้นกล้ามเนื้อ
หัวใจ (cardiac muscle) ซึ่งเป็นชั้นทค่ี วามหนามากทีส่ ดุ
3. เนือ้ เย่อื ชัน้ นอก เรียกว่า อีพิคาร์เดยี ม (epicardium) เป็นช้ันที่หุ้มหัวใจเอาไว้
ในชน้ั นม้ี เี นือ้ เย่ือไขมันและหลอดเลอื ดผ่าน
ข้ันที่ 5 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทางาน คือให้นักเรียนทาใบงาน
เรื่อง การลาเลียงสารในรา่ งกายมนษุ ย์
10. สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ เรียนรู้
10.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ ชีววทิ ยา เล่ม 4
2. ส่อื นาเสนอ Power Point เรอ่ื ง การลาเลียงสารในรา่ งกายมนุษย:์ หวั ใจ
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อินเทอร์เน็ต จากเว็บไซตต์ า่ งๆ
2. ห้องสมุดโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สิ่งท่ีตอ้ งการวัด วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจบนั ทึกประสบ - แบบบันทึกกิจกรรม - ทาแบบบันทึก
1.1 โครงสร้างและการ การณเ์ รอ่ื ง การลาเลยี ง - แบบทดสอบคาถาม ใน กจิ กรรมได้ถกู ตอ้ ง
ทางานของหัวใจและหลอด
เลือดในมนษุ ย์ สารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หนังสอื เรียน ระดับคณุ ภาพดีขึน้
หัวใจ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเด็น - แบบประเมนิ ทกั ษะ - มีพฤตกิ รรมการ
ทางานกลุ่มใน
2.1 การสังเกต การจาแนก การประเมนิ ดงั น้ี ปฏบิ ตั ิการทดลอง ระดบั คุณภาพดขี ึ้น
ไปผ่านเกณฑ์
ประเภท และการลงความเห็น 1) เนื้อหาสอดคล้องกับ - แบบประเมินช้ินงาน/
จากขอ้ มูล หวั ขอ้ ผลงาน
2.2 ความรว่ มมอื การทางาน 2) การสรปุ ความรู้
เป็นทีม และภาวะผู้นาจากการ 3) การเขยี นส่อื ความ
ทากิจกรรมหรอื การศึกษาวดี ิ
ทศั น์ 4) ประโยชน์ของการ
นาขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมด้าน
ทางานกล่มุ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.1 ความอยากร้อู ยากเหน็ - สังเกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดขี น้ึ ไป
นาเสนอ ผ่านเกณฑ์
3.2 ความเช่ือมั่นต่อหลกั ฐาน
เชงิ ประจักษ์
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ทเ่ี กดิ ข้ึนกบั ผูเ้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู
วนั ท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
ใบความรู้
เรอ่ื ง โครงสร้างของหวั ใจ
ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดในคน
หัวใจ (heart)
- ระหว่างปอดท้งั สองขา้ ง ค่อนไปทางซ้ายเลก็ น้อย
- หัวใจอยูภ่ ายในถงุ เย่ือหมุ้ หวั ใจ (pericardium)
1. กลา้ มเนือ้ หัวใจประกอบดว้ ย เนอื้ เยอื่ หุ้ม 3 ชัน้
1. ช้นั นอก (epicardium)
- มเี น้ือเยอ่ื ไขมันเป็นจานวนมาก พบเส้นเลือดขนาดใหญ่ผา่ นชั้นน้ี
- มเี สน้ เลือดท่นี าเลอื ดมาเลี้ยงหวั ใจ โคโรนารี อาร์เทอรี (coronary artery) (เลี้ยงกล้ามเน้ือ
หวั ใจ) การอุดตันเลือดจะไปเลย้ี งกล้ามเนอ้ื หวั ใจไมเ่ พียงพอ ทาให้กล้ามเน้ือหัวใจตาย อาจทาให้หัวใจ
วายถึงตายได้
2. ชนั้ กลาง (myocardium) หนามากท่สี ดุ ประกอบขึ้นจาก กลา้ มเนอ้ื หัวใจ (cardiac
muscle) และเปน็ สว่ นของกล้ามเนอ้ื หวั ใจซ่ึงมีลักษณะพเิ ศษท่ีมกี ารทางานอยู่นอกอานาจจิตใจ
3. ชนั้ ใน (endocardium) ประกอบด้วย เนอ้ื เยอื่ บุผวิ กลา้ มเนือ้ เรยี บและเนอื้ เยือ่ เก่ียวพนั
มากมาย
ห้องหวั ใจ
หวั ใจคนมี 4 หอ้ ง คอื หอ้ งบน (atrium, auricle) 2 หอ้ ง และหอ้ งล่า (ventricle) 2 ห้อง
1. เอเตรยี มขวา (right atrium)
- มขี นาดเลก็ ผนังกล้ามเนื้อบาง
- รับเลือดที่ใชแ้ ลว้ จากสว่ นต่างๆของร่างกาย
ซูพเี รียเวนาคาวา (superior vena cava) รับเลอื ดดาจากศรี ษะและแขน
อนิ ฟเี รยี เวนาคาวา (inferior vena cava) รับเลือดดาจากอวยั วะภายในและขา
2. เอเตรยี มซา้ ย (left atrium)
- หัวใจหอ้ งบนซา้ ย มีขนาดเลก็ ผนงั กลา้ มเนอื้ บาง
- รบั เลอื ดที่ฟอกแล้วจากปอดจากเสน้ เลอื ดพัลโมนารเี วน (pulmonary vein)
3. เวนตริเคลิ ขวา (right ventricle)
- หวั ใจหอ้ งล่างขวา
- รับเลือดจากเอเตรยี มขวา และสง่ ไปฟอกที่ปอดโดยเส้นเลอื ดพลั โมนารอี ารเ์ ทอรี
(pulmonary artery)
4. เวนตรเิ คลิ ซา้ ย (left ventricle)
- เปน็ หัวใจห้องล่างซ้าย
- มีผนังกล้ามเน้อื หนาที่สุด
- รบั เลือดจากเอเตรียมซา้ ยแลว้ สูบฉดี เลือดไปเลย้ี งส่วนต่างๆ ของร่างกาย ออกไปกบั เส้น
เลอื ดเอออร์ตา (aorta)
ลิ้นหัวใจ (โครงสรา้ งท่ีป้องกันไมใ่ ห้เลือดไหลยอ้ นกลบั )
1. ล้ินพัลโมนารี เซมิลนู าร์ (pulmonary semilunar valve)
- อยูท่ ่ีโคนของเสน้ เลอื ดพลั โมนารีเวน
- ลักษณะเป็นถงุ รปู พระจันทร์ครึ่งเส้ียว 3 ใบ
- ทาหน้าทกี่ ันไม่ให้เลือดไหลกลบั สู่เวนตรเิ คลิ ขวา
2. ลิ้นไตรคัสปิด (tricuspid valve)
- อยู่ระหว่างหวั ใจหอ้ งเอเตรียมขวาและเวนตริเคิลขวา
- ลกั ษณะเป็นแผน่ 3 แผน่
- ปอ้ งกนั ไม่ให้เลือดในเวนตรเิ คิลขวาไหลยอ้ นกลบั ข้นึ ส่เู อเตรยี มขวา
3. ลิ้นไบคสั ปิด (bicuspid valve) หรอื ลน้ิ ไมทรลั (mitral valve)
- อยู่ท่ีโคนของเสน้ เลือดพลั โมนารอี ารเ์ ทอรี
- ลักษณะเป็นถงุ รูปพระจนั ทรค์ รง่ึ เสีย้ ว 2 ใบ
- ปอ้ งกันไมใ่ ห้เลือดไหลกลับสู่เวนตริเคิลขวา
4. ล้ินเอออร์ตกิ เซมิลูนาร์ (aortic semilunar valve)
- อย่ทู ่ีโคนของเสน้ เลือดพลั โมนารอี ารเ์ ทอรี
- ลกั ษณะเป็นถงุ รปู พระจนั ทร์ครึ่งเส้ียว 3 ใบ
- ปอ้ งกันไมใ่ หเ้ ลอื ดไหลกลับสเู่ วนตรเิ คิลขวา
รายวชิ า ชวี วิทยาเพิม่ เติม 4 ใบงาน หนว่ ยที่ 15
รหสั วชิ า ว32243 เร่อื ง การลาเลยี งสารใน เร่ือง ระบบหมุนเวียนเลอื ดและระบบนา้ เหลอื ง
ร่างกายมนษุ ย์ (หวั ใจ)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ช่ือ-สกุล……………………..……………………………
คาช้แี จง : ให้นักเรียนเติมคาในชอ่ งว่างในแผนภาพตอ่ ไปน้ใี หถ้ ูกต้องและอธบิ ายการไหลเวยี นของ
เลอื ดให้ถกู ต้อง
ระบบไหลเวียนเลอื ดเร่ิมจาก………………………………………………………………………………….......………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
บันทกึ ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของครพู ่เี ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครูพเ่ี ลี้ยง
วนั ที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. .......
บนั ทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาววราพร จติ ร์เดยี ว)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
วนั ท่ี ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บันทกึ ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของฝา่ ยวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หวั หน้ากลุ่มบริหารวชิ าการ
วันที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยัด เขียวหวาน)
รองผู้อานวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผ้อู านวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผู้อานวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรือ่ ง นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต)์
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กาหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต)์
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื ค้นข้อมลู ไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าชีววิทยา 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดและระบบนำ้ เหลอื ง เวลาเรียน 16 ชั่วโมง
ชือ่ แผนการจดั การเรยี นรู้ การลำเลียงสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หวั ใจ จำนวนเวลา 2 ช่ัวโมง
วัน..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคล่ือนที่ การสบื พนั ธ์แุ ละการเจริญเตบิ โต ฮอร์โมนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤติกรรมของสตั ว์ รวมท้ังนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. สาระสำคัญ
ระบบหมนุ เวยี นเลือดของมนษุ ย์ประกอบดว้ ย หวั ใจ หลอดเลือด และเลอื ด หวั ใจทำหน้าที่
รับและสูบฉีดเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวและคลายตัวทำให้เกดิ
ความดันในหลอดเลือดและชีพจร ความดันเลือดและชีพจรมีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ปริมาณไขมนั ในหลอดเลอื ด กิจกรรมของรา่ งกาย อายุ และเพศ
ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ประกอบด้วย หัวใจ หลอดเลือด และเลือด ซึ่งเลือด
ไหลเวยี นอยเู่ ฉพาะในหลอดเลอื ด
หัวใจทำหนา้ ทส่ี บู ฉดี เลอื ดไปเลยี้ งสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมเี อเทรียมทำหนา้ ที่รับเลือด
เข้าส่หู วั ใจ และเวนทริเคิลทำหน้าทบ่ี ีบตัวสูบฉีดเลอื ดออกจากหัวใจ โดยมีลิน้ ก้ันระหว่างเอเทรียมกับ
เวนทริเคลิ และระหว่างเวนทรเิ คลิ กับหลอดเลอื ดท่ีนำเลอื ดออกจากหัวใจ
หัวใจนำเลอื ดไปยังส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายทางเอออรต์ า แล้วลำเลียงไปทางอาร์เทอรี อาร์
เทอริโอล หลอดเลอื ดฝอย และนำเลอื ดกลบั เข้าสหู่ วั ใจทางเวนลู เวน และเวนาคาวา
3. ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนุษย์
2. สงั เกต อธิบายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์เลย้ี งลกู ดว้ ยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลือดผา่ น
หัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรปุ การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์
4. สาระการเรียนรู้
โครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรยี นสามารถสืบค้นขอ้ มูล โครงสร้างและการทำงานของหวั ใจได้
2. นกั เรียนสามารถสืบค้นข้อมลู โครงสรา้ งและการทำงานของหลอดเลอื ดในมนุษย์
3. นักเรยี นสามารถทดลอง และสามารถอธบิ ายโครงสร้างและการทำงานของหวั ใจได้
4. นักเรยี นสามารถทดลอง และสามารถอธิบายโครงสรา้ งและการทำงานหลอดเลือดใน
มนุษย์ได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสงั เกต
2. การจำแนกประเภท
3. การทดลอง
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ ม่ันในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะของผ้เู รยี นใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพ้ืนฐานที่จาเปน็ ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทกั ษะต่างๆทจ่ี าเป็น /
Critical thinking and problem solving (มีทักษะในการคิด
วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้) /
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวตั กรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง /
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy
(ทักษะในการสอื่ สาร และการรเู้ ท่าทันสอ่ื )
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร)์
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนร)ู้
Compassion (มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวนิ ัย)
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
8.1 ช้ินงาน
- แบบบันทกึ กจิ กรรม เรอ่ื ง การลำเลียงสารในร่างกายมนุษย์ : หัวใจ
8.2 ภาระงาน
- สมุดบันทึกประสบการณ์การเรยี นรู้ สรปุ สาระสำคัญของเรือ่ งทเ่ี รียน
- แบบทดสอบเรือ่ ง การลำเลยี งสารในร่างกายมนุษย์ : หัวใจ
9. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครูจดั กจิ กรรมการเรียนร้โู ดยมีข้ันตอนดงั ต่อไปนี้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครูใช้คำถามเพื่อทบทวนความรู้และนำเข้าสู่หัวข้อการทำกิจกรรมเรื่องโครงสร้าง
ของหวั ใจสตั ว์เล้ยี งลกู ดว้ ยน้ำนม ดงั น้ี
- โครงสร้างของหัวใจสัตวเ์ ล้ยี งลกู ด้วยน้ำนมประกอบด้วยสว่ นใดบ้าง
- นักเรียนสามารถใช้โครงสร้างหัวใจของสัตว์ชนิดใดที่ใกล้เคียงกับหัวใจของมนุษย์
เพื่อนำมาศึกษา
ขนั้ ที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration) 40 นาที
2.1 ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรม 15.1 เพื่อศึกษาโครงสร้างของหวั ใจสัตว์เล้ียงลูกด้วย
น้ำนม พร้อมทั้งสืบค้นข้อมูลและบอกความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับหน้าที่ของหัวใจแต่ละห้อง
ลน้ิ หัวใจรวมท้งั หลอดเลือดท่ีเชือ่ มต่อกับหวั ใจ
2.2 ครชู ี้แจงจุดประสงค์ของการทำกิจกรรมเพ่ือ
1. ศกึ ษาและสรุปโครงสรา้ งหัวใจของสตั วเ์ ลย้ี งลูกด้วยน้ำนม
2. สืบค้นข้อมูลและบอกความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับหน้าที่ของหัวใจแต่ละ
หอ้ ง ล้ินหวั ใจรวมท้ังหลอดเลือดทเี่ ชื่อมตอ่ กบั หวั ใจ
3. สรุปทิศทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจ
2.3 ครเู ตรยี มหวั ใจหมูหรือหวั ใจวัวที่มีหลอดเลือดและสภาพหวั ใจสมบรู ณ์ โดยมีหลอด
เลอื ดครบทกุ หลอดเลอื ดและหวั ใจครบทกุ หอ้ ง ดงั รปู
2.4 ให้นักเรียนศึกษาลักษณะภายนอกของหัวใจว่าด้านใดเป็นด้านหน้า ด้านใดเป็น
ด้านหลังโดยมีจุดสังเกตท่หี วั ใจซกี ซ้ายจะมีขนาดใหญ่กวา่ หัวใจซกี ขวา
2.5 ให้ถือหัวใจโดยให้หัวใจซีกซ้ายอยู่ทางด้านขวามือของผู้ถือ ซึ่งด้านที่เห็นอยู่ตรง
ข้างหน้าจะเปน็ ด้านหนา้ ของหวั ใจ
2.6 ให้นักเรียนสังเกตหลอดเลือดโคโรนารีอาร์เทอรีที่อยู่บริเวณรอบนอกของหัวใจ
เพ่มิ เติม
2.7 ให้นักเรียนศึกษาโครงสร้างของหัวใจจากของจริงเปรียบเทียบกับภาพ 15.5 ใน
หนังสอื เรยี นซง่ึ เปน็ แผนภาพแสดงโครงสร้างภายนอกและภายในของหวั ใจมนษุ ย์
2.8 ก่อนการผ่าหัวใจครูควรให้นักเรียนศึกษารูป 15.5 ในหนังสือเรียนซึ่งแสดง
โครงสร้างภายในของหัวใจเพื่อให้นักเรียนรู้จักชื่อส่วนต่าง ๆ ของหัวใจก่อน จากนั้นจึงเริ่มผ่าหัวใจ
การผา่ เป็นการผ่าคร่ึงหัวใจโดยวางหัวใจใหด้ ้านหนา้ อย่ดู ้านบนและเวนทริเคิลซ้ายอยู่ด้านขวามือของผู้
ผ่าจากน้นั ใช้มดี ผา่ จากปลายของเวนทริเคิลจนถึงรอยตอ่ กับเอเทรียม
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 25 นาที
3.1 จากการสงั เกตโครงสรา้ งภายนอกของหัวใจ พบว่า จะมหี ลอดเลือดติดอยู่บรเิ วณ
ผวิ ดา้ นนอกของหวั ใจ คอื โคโรนารีอารเ์ ทอรี และยงั มหี ลอดเลือดต่างๆ ติดกับหวั ใจซ่ึงบางครั้งหลอด
เลือดเหลา่ นอ้ี าจมีอยไู่ มค่ รบเพราะถูกตดั สั้นเกนิ ไป คงเหน็ เพียงชอ่ งเปดิ โดยด้านบนของหัวใจมีหลอด
เลือด 2 หลอด หลอดท่มี ผี นงั หนาที่สดุ และมีช่องติดต่อกับเวนทริเคิลซา้ ยคือ เอออรต์ า ส่วนอีกหลอด
หนง่ึ มีขนาดเล็กกว่านำเลอื ดออกจากเวนทริเคิลขวาคือ พัลโมนารอี าร์เทอรี ซกี ซ้ายของหัวใจมีหลอด
เลอื ด 2 คู่เปน็ หลอดเลือดพัลโมนารีเวนซึ่งรับเลอื ดจากปอด 2 ขา้ งมาสง่ ให้เอเทรียมซ้าย ส่วนทางซีก
ขวาของหัวใจจะมีหลอดเลอื ด 2 หลอด คอื เวนาคาวาซงึ่ รบั เลอื ดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่เอ
เทรยี มขวา
3.2 ครูอาจใช้หลอดกาแฟสตี ่าง ๆ สอดไปในหลอดเลอื ดเพ่อื ใหเ้ ห็นชดั เจนขึน้ ดงั รูป
3.3 สังเกตลกั ษณะภายนอกของหวั ใจเพ่อื ระบุวา่ ด้านใดเปน็ ดา้ นซ้ายหรือดา้ นขวา โดยใชม้ อื
บีบจะพบว่าด้านทีแ่ ข็งกวา่ เปน็ หวั ใจด้านซ้าย เนอ่ื งจากผนังหวั ใจด้านซา้ ยจะหนากว่าด้านขวา
3.4 สังเกตความหนาของผนงั หลอดเลือดท่ีเช่ือมต่อกับหัวใจ แล้วใชแ้ ท่งแกว้ ปลายด้านทูห่ รอื
นิ้วมอื สอดลงไปตามหลอดเลือดทีพ่ บ เพอื่ ตรวจสอบว่าหลอดเลือดตอ่ อยู่กับหัวใจห้องใดหลอดเลือดที่
มผี นังหนาที่สดุ จะเป็นเอออรต์ า หลอดเลือดอีกหลอดหน่ึงท่ีอย่ใู กล้ ๆ เอออร์ตา และหลอดเลอื ดท่มี ี
ผนงั บางคือ พลั โมนารีอาร์เทอรี ให้สงั เกตล้ินท่ีโคนหลอดเลือดนจ้ี ะมลี ักษณะเปน็ คร่ึงวงกลม 3 ช้นิ วาง
ชนกนั
3.5 เมอื่ ใช้หลอดฉีดยาฉีดน้ำเข้าไปในเอเทรยี มขวาจะพบวา่ น้ำไหลไปอยใู่ นพลั โมนารีอาร์เทอ
รี ในขณะที่เมื่อใชห้ ลอดฉดี ยาฉีดน้ำเขา้ ไปในเอเทรยี มซา้ ยจะพบว่าน้ำไหลไปอยู่ในเอออร์ตา ดงั รูป
ขน้ั ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที
4.1 สำหรบั ลักษณะลิน้ หวั ใจ ครูชี้ใหน้ ักเรียนสงั เกตลนิ้ หัวใจท่ีก้นั ระหว่างเอเทรียมขวา
และเวนทริเคิลขวา โดยลิ้นน้ีมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ 3 ชิ้น เรียกวา่ ลิ้นไตรคัสปิด ลักษณะของลิ้นลู่
ลงสู่หวั ใจห้องเวนทรเิ คลิ ขวาแสดงทศิ ทางการไหลของเลือดจากเอเทรียมขวาลงสู่เวนทรเิ คิลขวา
4.2 ครูชี้ให้นักเรียนสังเกตล้ินหัวใจท่ีกั้นระหว่างเอเทรียมซ้ายและเวนทริเคิลซ้าย โดย
ลน้ิ น้มี ลี กั ษณะเปน็ แผน่ บาง ๆ 2 ช้นิ เรยี กว่า ลนิ้ ไบคสั ปดิ ลักษณะของลิ้นลู่ลงสู่หัวใจห้องเวนทริเคิล
ซ้าย แสดงทิศทางการไหลของเลือดจากเอเทรียมซา้ ยลงสูเ่ วนทริเคิลซา้ ย ดงั รูป
4.3 ครูให้นักเรียนใช้แท่งแก้วสอดไปตามหลอดเลือดที่ติดต่อกับเวนทริเคิลซ้าย ซึ่งจะ
พบว่าทะลอุ อกไปตามหลอดเลอื ด เรียกวา่ เอออรต์ า ใหส้ งั เกตล้นิ ท่ีโคนหลอดเลือดน้ีจะมีลักษณะเป็น
ครึง่ วงกลม 3 ชนิ้ วางชนกัน ลิ้นทก่ี ้นั ระหวา่ งเวนทริเคิลซ้ายกบั เอออร์ตาเรียกวา่ ลนิ้ เอออร์ติกเซมิลูนาร์
4.4 ครูให้นักเรียนใช้แท่งแก้วสอดไปตามหลอดเลือดที่ติดต่อกับเวนทริเคิลขวา ซึ่งจะ
พบวา่ ทะลอุ อกไปตามหลอดเลือดอีกหลอดหน่งึ ที่อยู่ใกล้ ๆ เอออร์ตา หลอดเลือดนีค้ อื พลั โมนารีอาร์
เทอรีให้สังเกตลิ้นที่โคนหลอดเลือดนี้จะมีลักษณะเป็นครึ่งวงกลม 3 ชิ้นวางชนกัน เรียกลิ้นที่กั้น
ระหว่างเวนทริเคลิ ขวากบั หลอดเลือดท่อี อกจากหัวใจนวี้ ่า ลน้ิ พัลโมนารีเซมลิ ูนาร์ ดงั รูป
4.5 สังเกตหลอดเลือดที่นำเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ โดยใช้เข็มเขี่ยตรงบริเวณลิ้น
หัวใจทีอ่ ยบู่ รเิ วณโคนหลอดเลือดเอออร์ตากับเวนทรเิ คลิ ซ้าย เมอ่ื ใช้กรรไกรผ่าผนังของเอออร์ตาลงมา
จนถึงโคนหลอดเลอื ด จะพบวา่ มชี ่องอยู่จำนวน 2 ช่อง (ลูกศรสีแดง) ดังรูป
4.6 เมือ่ ใชแ้ ทง่ แก้วหรือเขม็ เข่ยี สอดเขา้ ไปในช่องนีจ้ ะพบวา่ เป็นชอ่ งของหลอดเลือดที่
นำเลือดมาเล้ยี งกล้ามเน้อื หัวใจ คือ โคโรนารีอาร์เทอรี
ขนั้ ที่ 5 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรื่อง การลำเลยี งสารในร่างกายสตั ว์
10. สอื่ การเรียนรู/้ แหล่งเรียนรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาเพมิ่ เตมิ ชีววทิ ยา เลม่ 4
2. สอื่ นำเสนอ Power Point เร่ือง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย:์ หัวใจ
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อินเทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. ห้องสมดุ โรงเรียนสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งการวัด วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทำแบบบนั ทกึ
1.1 โครงสรา้ งและการ การณเ์ ร่ือง การลำเลยี ง - แบบทดสอบคำถาม ใน กจิ กรรมไดถ้ ูกตอ้ ง
ทำงานของหัวใจและหลอด
เลอื ดในมนษุ ย์ สารในร่างกายมนุษย์ : หนังสอื เรียน ระดบั คุณภาพดขี ้ึน
หัวใจ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤติกรรมการ
ทำงานกลุม่ ใน
2.1 การสงั เกต การจำแนก การประเมิน ดงั น้ี ปฏบิ ตั ิการทดลอง ระดับคุณภาพดขี ึ้น
ไปผ่านเกณฑ์
ประเภท และการลงความเห็น 1) เนอื้ หาสอดคลอ้ งกับ - แบบประเมินช้ินงาน/
จากขอ้ มลู หัวข้อ ผลงาน
2.2 ความรว่ มมือ การทำงาน 2) การสรปุ ความรู้
เปน็ ทมี และภาวะผู้นำจากการ 3) การเขียนสื่อความ
ทำกิจกรรมหรือการศึกษาวดี ิ
ทัศน์ 4) ประโยชนข์ องการ
นำขอ้ มลู ไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤติกรรมดา้ น
ทำงานกลุม่ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.1 ความอยากรู้อยากเหน็ - สงั เกตพฤตกิ รรมการ คณุ ภาพดขี ึ้นไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
3.2 ความเช่ือมัน่ ต่อหลกั ฐาน
เชงิ ประจกั ษ์
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ทเ่ี กดิ ข้ึนกบั ผูเ้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู
วนั ท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
ใบความรู้
เรือ่ ง โครงสร้างของหัวใจ
ระบบหมนุ เวยี นเลือดในคน
หัวใจ (heart)
- ระหว่างปอดทงั้ สองขา้ ง คอ่ นไปทางซา้ ยเล็กน้อย
- หัวใจอยูภ่ ายในถุงเย่ือหมุ้ หวั ใจ (pericardium)
1. กลา้ มเนือ้ หัวใจประกอบด้วย เนอ้ื เยอื่ หุ้ม 3 ช้ัน
1. ช้นั นอก (epicardium)
- มเี น้ือเยอ่ื ไขมันเป็นจำนวนมาก พบเส้นเลอื ดขนาดใหญผ่ า่ นชั้นน้ี