แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 31
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา 4 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 ระบบขับถ่าย เวลาเรียน 9 ช่วั โมง
ชอื่ แผนการจัดการเรียนรู้ การขับถา่ ยของสัตว์ จำนวนเวลา 2 ช่วั โมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนัวนต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสืบพันธุแ์ ละการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคญั
ส่ิงมีชีวติ ดำรงชวี ิตอยู่ไดต้ ้องใช้พลงั งานที่ได้จากกระบวนการเมแทบอลซิ ึม แตก่ ระบวนการ
ดังกล่าวทำให้เกิดของเสียขึ้น โดยเฉพาะของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งอยู่ในรูปของ
แอมโมเนยี ยูเรยี และกรดยูริก
สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีโครงสร้างหรืออวัยวะสำหรับกำจัดของเสียแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
วิวัฒนาการและสภาพแวดล้อมที่อาศยั อยู่ เชน่ ฟองน้ำ และไฮดรามีการแพร่ของเสียผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
พลานาเรียมี โพรโทเนฟริเดียม ไส้เดือนดินมีเมทาเนฟรเิ ดียม แมลงมีมัลพิเกียนทิวบูล สัตว์มีกระดกู
สันหลงั และ มนุษยม์ ไี ตเปน็ อวัยวะในระบบขับถา่ ยท่ที ำหน้าทก่ี ำจัดของเสยี และรักษาดุลยภาพของน้ำ
และสารตา่ ง ๆ ในร่างกาย
3. ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายและเปรยี บเทียบโครงสรา้ งและหนา้ ที่ในการกำจัดของเสยี ออกจาก
รา่ งกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง และสตั ว์มกี ระดกู สันหลัง
4. สาระการเรยี นรู้
1. กระบวนการขับถ่ายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง และสัตว์มี
กระดกู สันหลงั
5. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างในการกำจัดของเสียออกจาก
ร่างกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดนิ และแมลงได้
2. นักเรียนสามารถอธิบายหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายของฟองน้ำ
ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื นดนิ และแมลงได้
3. นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและหน้าที่ในการกำจัดของเสีย
ออกจากร่างกายของสตั วม์ กี ระดกู สันหลงั ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การจำแนกประเภท
2. การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา
ดา้ นเจคติ (A)
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คือทักษะพนื้ ฐานทจี่ าเป็น ปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ (กาเคร่อื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มที ักษะในการคานวณ
8C ทกั ษะต่างๆท่จี าเปน็
Critical thinking and problem solving (มีทักษะในการคิด /
วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวัตกรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง /
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม) /
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy
(ทกั ษะในการสอ่ื สาร และการร้เู ท่าทันสื่อ)
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร)์
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นร)ู้
Compassion (มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย)
8. ช้นิ งานหรือภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบนั ทึกกจิ กรรม เรื่อง การขับถา่ ยของสัตว์
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรุปสาระสำคญั ของเรื่องทเ่ี รยี น
9. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยมีข้นั ตอนดังตอ่ ไปนี้
ข้นั ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครนู ำเขา้ สู่บทเรียน โดยให้นักเรยี นศึกษารูปสง่ิ มชี วี ิตเซลล์เดียวทนี่ ักเรียนรู้จัก เช่น
อะมีบา พารามเี ซียม จากนั้นใช้คำถามเพือ่ ให้นักเรียนแสดงความคดิ เห็นร่วมกัน ดงั นี้
- การที่อะมีบา พารามีเซียมดำรงชีวติ อยู่ได้ในน้ำจะต้องรักษาดุลยภาพของน้ำและ
สารในเซลลร์ วมทง้ั กาจัดของเสียอยา่ งไร
1.2 จากการแสดงความคิดเห็นนักเรียนควรสรุปได้วา่ การที่อะมีบา และพารามีเซียม
อาศยั อยใู่ นน้ำทมี่ คี วามเข้มขน้ ต่ำกวา่ ของเหลวภายในเซลลท์ ำให้น้ำแพร่เข้าเซลล์ตลอดเวลา แต่เซลล์
สามารถรักษาสมดลุ ของน้ำและสารตา่ ง ๆ ภายในเซลล์ไวไ้ ดเ้ พราะมคี อนแทรก็ ไทลแ์ วคิวโอลทำหน้าที่
ขบั น้ำส่วนเกนิ ออกไปและของเสียบางส่วนจะถกู ขับปนมากับน้ำดว้ ยเช่นกัน ซงึ่ ของเสยี ที่ถูกขับออกมา
นี้ เป็นของเสยี ที่มไี นโตรเจนเปน็ องคป์ ระกอบ
1.3 จากน้ันครูให้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายโดยใชค้ ำถามเพิม่ เติมดังน้ี
- สิ่งมีชีวิตที่มีหลายเซลล์ เช่น สัตว์ต่าง ๆ หรือมนุษย์ ที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมท่ี
ตา่ งกันจะมโี ครงสร้างหรอื อวัยวะในการกำจัดของเสียหรือรักษาดุลยภาพของสารต่าง ๆ ภายในเซลล์
เหมือนหรือตา่ งกนั อย่างไร
(นักเรียนอาจตอบได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักเรียน แต่ครูจะยังไม่
สรปุ การอภปิ ราย)
ข้นั ที่ 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูให้นกั เรียนศึกษาหัวข้อการขับถ่ายของสัตวใ์ นหนงั สือเรยี น
2.2 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยอาจใช้รูปสัตว์ เช่น ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน
แมลง ให้นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับของเสยี ท่ีเกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม โดยใช้คำถาม
ดังนี้
- ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง มขี องเสียเกิดข้นึ หรือไม่ อย่างไร
(นักเรยี นอาจจะตอบได้หรอื ตอบไม่ได้ ครจู ะยงั ไมส่ รุปการอภปิ ราย)
2.3 ครูให้นักเรียนสืบค้นความรู้เกี่ยวกับของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบที่สัตว์
ต้องกำจัดออกนอกร่างกาย
2.4 นกั เรียนควรสรุปไดว้ ่าสตั วต์ ่าง ๆ มขี องเสียท่ีเกิดจากกระบวนการเมแทบอลซิ มึ ของ
โปรตนี และกรดนิวคลิอิกซง่ึ ของเสยี ที่เกิดขึ้นน้ี มไี นโตรเจนเป็นองค์ประกอบ สตั วแ์ ต่ละชนิดจะมีการ
กำจัดในรูปท่ีแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการและสิ่งแวดล้อมที่สัตว์น้ันอาศัยอยู่ สัตว์บางชนิด
สามารถกำจดั ในรูปของแอมโมเนียได้โดยตรง เชน่ ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ขณะทีบ่ างชนิดต้องขับ
ออกในรูปแอมโมเนียและยเู รีย เช่น ไส้เดือนดนิ บางชนิดขับออกในรปู กรดยูรกิ เช่น แมลง โดยการขับ
ของเสยี ในรปู ตา่ งๆ นขี้ ึ้นกบั ปรมิ าณนาทใ่ี ช้และพลังงานท่ใี ช้ในการเปล่ยี นรูป
2.5 ครูควรอธิบายเพ่ิมเติมว่าในรูป 17.2 น้ันเปน็ การกำจดั ของเสียในรปู ท่ีสัตว์กลุ่มน้ันๆ
ขับถ่ายออกมามากที่สุด แต่ก็อาจขับถ่ายในรูปอื่นได้อีก เช่น มนุษย์ สามารถกำจัดของเสียในรูป
แอมโมเนียหรือกรดยูริกไดแ้ ตใ่ นปริมาณที่นอ้ ย
2.6 ครูให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับโครงสร้างและอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการขับถ่าย และ
กระบวนการขบั ถ่าย ของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง
ขั้นที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
3.1 จากครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเปรียบเทยี บและสรุป โดยอาจใช้รูป 17.3-17.5
ประกอบ ซงึ่ อาจสรปุ ไดด้ ังตวั อยา่ ง
3.2 ครูอาจใชค้ ำถามถามนักเรียนเพ่ิมเติม ดงั น้ี
- เพราะเหตุใด ฟองน้ำและไฮดราจึงดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการ
ขับถ่าย
(เพราะเซลล์ทุกเซลล์ของฟองน้ำและไฮดราสัมผัสกับน้ำ จึงมีการขับถ่ายของเสีย
พวกแอมโมเนยี ออกสนู่ ้ำได้โดยตรง)
3.3 ครใู ห้นกั เรียนตอบคำถามในหนงั สือเรียนซ่ึงมแี นวคำตอบดงั นี้
- จากตัวอยา่ งสตั วไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลงั สตั ว์กลุ่มใดที่สญู เสียน้ำในการขับถ่ายของเสีย
น้อยทส่ี ดุ เพราะเหตุใด
(แมลงสูญเสียน้ำในการขับถ่ายของเสียน้อยที่สุด เพราะแมลงขับของเสียในรปู ของ
กรดยูริกทใี่ ชน้ ้ำปรมิ าณน้อยในการกำจดั เปน็ การชว่ ยสงวนน้ำไว้ในร่างกาย)
ข้ันท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 สำหรับการกำจัดของเสียในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างสัตว์มี
กระดูกสันหลังที่นักเรียนรู้จัก เช่น สุนัข แมว ไก่ ปลา และระบุโครงสร้างที่สัตว์เหล่าน้ันใช้ในการ
ขับถา่ ยของเสยี
4.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างหรืออวัยวะในการกำจัดของเสียที่มี
ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ และรว่ มกนั อธบิ ายโดยใช้คำถาม ดงั น้ี
- อวัยวะที่ทำหน้าที่ในการกำจัดของเสียของสัตว์มีกระดูกสันหลังเหมือนหรือ
แตกตา่ งกนั อย่างไร
- สัตว์มีกระดูกสันหลังมีการกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบในรูป
ใดบ้าง
4.3 จากการสบื ค้นขอ้ มลู และการอธิบายนกั เรียนควรได้ขอ้ สรุปว่า สตั วม์ กี ระดูกสันหลัง
มีไตเป็นอวยั วะในระบบขับถ่ายที่ทำหน้าทีก่ ำจดั ของเสียเหมือนกัน แต่อาจมีรูปร่างและขนาดของไต
แตกต่างกัน สัตว์มีกระดูกสันหลังจะขับของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบออกในรูปของ
แอมโมเนีย ยูเรยี หรือกรดยูริกขน้ึ กับส่งิ แวดลอ้ มท่ีอาศยั จากนั้นอาจใหน้ ักเรยี นตอบคำถามชวนคิดใน
หนงั สือเรียน
- สัตว์กลุ่มเดียวกัน เช่น เต่าบกกับเต่าที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีการกำจัดของเสียที่มี
ไนโตรเจนเปน็ องค์ประกอบในรูปทเ่ี หมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร
(แตกต่างกัน เพราะเต่าทั้ง 2 กลุ่มใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแหล่งที่อยู่อาศัยไม่เหมือนกัน
โดยเต่าบกท่ีอาศัยบนบกตอ้ งสูญเสยี น้ำใหน้ อ้ ยท่ีสุดจงึ ตอ้ งกำจัดของเสียในรูปของกรดยูริก ส่วนเต่าที่
อาศยั อยใู่ นนำ้ จะขับทั้งยูเรีย และแอมโมเนีย)
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation)
ครูประเมนิ การเรียนรู้ของนกั เรียนโดยประเมนิ การทำงาน คอื ให้นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง
ระบบขับถา่ ย
10. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. สื่อนำเสนอ Power Point เรือ่ ง การขบั ถา่ ยของสตั ว์
2. หนังสือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติมชีววิทยา เล่ม 4
3. สมดุ บนั ทกึ ประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรปุ สาระสำคัญของเร่ืองทเี่ รยี น
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อนิ เทอรเ์ น็ต จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. ห้องสมดุ โรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สง่ิ ทต่ี อ้ งการวดั วิธีการวดั เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนแบบ 1.1 แบบบันทึกกิจกรรม 1.1 ทำแบบบนั ทกึ
1.1 กระบวนการขับถ่ายของ บนั ทึกกจิ กรรม เรอ่ื ง เรื่อง การขับถ่ายของ กจิ กรรมไดถ้ ูกต้อง
ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี การขับถา่ ยของสัตว์ สตั ว์ ระดบั คุณภาพดีขึ้น
ไสเ้ ดอื นดิน แมลง และสัตวม์ ี ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
กระดูกสนั หลงั
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเด็น - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมการ
2.1 การจำแนกประเภท การประเมิน ดังนี้ การทำงาน ทำงาน กลุ่ม ใน
2.2 การคิดอยา่ งมี 1) เนอื้ หาสอดคล้องกบั - แบบประเมนิ ช้นิ งาน/ ระดับคุณภาพดี ข้นึ
วจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา หวั ขอ้ ผลงาน ไป ผา่ นเกณฑ์
2) การสรุปความรู้
3) การเขียนสือ่ ความ
4) ประโยชนข์ องการ
นำข้อมลู ไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤติกรรมด้าน
3.1 ความมุ่งมั่นอดทน ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
- สังเกตพฤตกิ รรมการ คณุ ภาพดีขึ้นไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งมน่ั การทำงาน
12. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ทเี่ กดิ ขนึ้ กบั ผเู้ รยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนัวนต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
วนั ที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
ใบความรู้
เรอื่ ง การขบั ถา่ ยของสตั ว์
สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีทัง้ โพรคาริโอต ( prokaryote ) และยูคาริโอต ( eukaryote ) ในพวก
โพรคาริโอต ได้แก่ แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ( bluegreen algae ) ยังไม่มีออร์
แกเนลล์ที่ทำหน้าที่ขับถ่ายโดยเฉพาะ จึงมีแต่การแพร่ออกของของเสีย ซึ่งได้แก่ พวกแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ ผ่ายเย่ือหุม้ เซลล์
โพรทิสต์ เป็นส่ิงมชี วี ิตเซลล์เดียวท่ีมี
ออร์แกเนลล์ซบั ซ้อนมากกวา่ พวกโพรคารโิ อต
โดยมนี วิ เคลยี สท่ีแท้จริงแล้ว โพรทิสต์ต่าง ๆ
อาศัยอยูใ่ นนำ้ ของเสยี ท่เี กดิ จากสิ่งมชี วี ติ กล่มุ นี้
คลา้ ยกบั ของพวกโพรคารโิ อต และจะใช้วิธกี าร
เดยี วกันคอื การแพร่ผ่านเย่ือหุม้ เซลล์ออกไป
สำหรบั โพรโทซวั ทอ่ี าศัยอยใู่ นนำ้ จืด เช่น อะมบี า
พารามเี ซยี ม มีออรแ์ กเนลล์ท่ีใชเ้ ก็บนำ้ และ รูปที่ 1 คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล
ของเสียเพ่ือขบั ออกนอกเซลล์ นนั่ คือมี ท่ีมา : https://sites.google.com
คอนแทร็กไทลแ์ วคิวโอล (contractile vacuole) ทำหนา้ ทรี่ ักษาสมดุลของน้ำภายในเซลล์
โครงสรา้ งและอวยั วะในระบบขบั ถ่ายของสัตว์
ฟองนำ้ และไฮดรา อาศยั อยใู่ นนำ้ เซลลท์ ุกเซลลส์ มั ผัสกับน้ำตลอดเวลา ไม่มโี ครงสรา้ งในการ
ขับของเสยี พวกแอมโมเนียจึงขับออกโดยการแพรส่ ู่สง่ิ แวดลอ้ มผา่ นเย่ือห้มุ เซลล์ไดโ้ ดยตรง
อะมบี า พารามเี ซยี ม มคี อนแทรค็ ไทดแ์ วคิวโอล (contractile vacuole) เปน็ ออร์แกเนลล์ที่
ช่วยในการรักษาสมดุลนำ้ และเเรธ่ าตใุ นเซลล์
พลานาเรยี มีโครงสรา้ งที่
ใชข้ ับถ่าย เรยี กวา่ โพรโทเนฟ
รเิ ดยี ม (protonephridium)
ซงึ่ ประกอบด้วยท่อปลายตัน
สานเปน็ ร่างแหกระจายอย่ทู ั้ง
สองข้างตลอดความยาวของ
ลำตวั ปลายของท่อปลายตนั มี
เซลลซ์ ึง่ มีซิเลยี เรยี กว่า เฟลม
เซลล์ (flame cell) ทำหน้าที่
ช่วยกำจดั ของเสยี ในรูป รปู ท่ี 2 โพรโทเนฟรเิ ดยี ม
แอมโมเนยี ที่มา : https://sites.google.com
ไส้เดือนดิน มีอวัยวะ รูปท่ี 3 เมทาเนฟรเิ ดยี ม
ขับถ่ายของเสีย คือ เมทาเนฟ ที่มา : https://sites.google.com
ร ิเดียม ( metanephridium)
เป็นอวัยวะที่ช่วยกำจัดของเสีย รูปที่ 4 มัลพิเกยี นทิวบลู
ในรูปแอมโมเนียและยูเรีย ทำ ที่มา : https://sites.google.com
หน้าที่กรองและดูดสารกลับ
คล้ายไตของคน (หน่งึ ปลอ้ งของ
ไส้เดือนมีหนึ่งคู่) เนโฟรสโตม
( nephrostome) ค ื อ ส ่ ว น
ปลายข้างหนึ่งของเนฟริเดียม
อยู่ในช่องลำตัวของไส้เดือนมี
ลักษณะเหมือนแตร ทำหน้าท่ี
รับของเหลวสง่ ไปยงั เนฟรเิ ดียม
แมลง มีอวัยวะขับถ่าย
ของเสียที่เรียกว่า มัลพิเกียน
ทิวบูล (malpighian tubule)
เป็นอวัยวะกำจัดของเสียในรูป
กรดยูริก เป็นถุงยาวๆที่ต่อเข้า
กับทางเดินอาหาร ทำหน้าที่ดูด
สารทม่ี ปี ระโยชนก์ ลับคืนสลู่ ำไส้
สัตวท์ ี่มกี ระดกู สนั หลงั ท่ีมีไต (kidney) เปน็ อวยั วะขบั ถา่ ยทำหนา้ ทข่ี ับถ่ายของเสยี และรกั ษา
สมดุลของน้ำและเเร่ธาตุโดยทำงานร่วมกับระบบหมุนเวียนเลือด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
(Mammal)อวัยวะขบั ถ่ายประกอบด้วย ไต 1 คู่ โครงสรา้ งของไตประกอบด้วยเน้ือเย่ือชั้นนอก คือ
คอร์เทกซ์ (Cortex) และเยื่อชั้นใน คอื เมดัลลา (Medulla) ในเนือ้ เยอ่ื ของไตมีหน่วยไต (Nephron)
เปน็ จำนวนมาก ทำหนา้ ทีส่ รา้ งนำ้ ปัสสาวะและลำเลียงไปตามท่อไต (Ureter) และเกบ็ ไวท้ ก่ี ระเพาะ
ปสั สาวะ (Urinary bladder) ก่อนจะขับถ่ายออกนอกรา่ งกายทางท่อปัสสาวะ (Urethra)สัตว์เล้ียง
ลูกดว้ ยน้ำนมจะขับถ่ายของเสียซ่ึงเปน็ สารประกอบไนโตรเจนเปน็ ยูเรีย
รายวิชา ชีววิทยาเพ่ิมเตมิ 4 ใบงาน หนว่ ยท่ี 17
รหัสวชิ า ว32243 เรื่อง การขบั ถ่ายของสัตว์ เร่อื ง ระบบขบั ถ่าย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ช่อื -สกุล………………………………………
คำช้แี จง จงตอบคำถามต่อไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ งพร้อมอธบิ ายเหตุผลประกอบ
1. ส่งิ มชี ีวติ แตล่ ะชนดิ มีโครงสรา้ งและอวัยวะในการขับถา่ ยแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. สัตวจ์ ำพวกนก และสตั ว์เลอื้ ยคลานขบั ถ่ายของเสียจากโปรตนี ออกมาในรูปของอะไรและการ
กำจัดของเสยี ในรปู แบบน้นั มขี อ้ ดคี อื อะไร
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. สตั ว์ขับถ่ายของเสียที่มไี นโตรเจนเป็นองคป์ ระกอบในรปู แบบใดบา้ งจงอธิบาย
ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลยใบงานท่ี 5.1
เรอ่ื ง การขบั ถา่ ยของสตั ว์
ชอ่ื – สกุล...................................................................ชน้ั .......................เลขท่ี.............
คำชแี้ จง จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ีให้ถูกตอ้ งพร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ
1. สงิ่ มีชวี ิตแตล่ ะชนดิ มีโครงสรา้ งและอวยั วะในการขบั ถา่ ยแตกตา่ งกันอย่างไร
ตอบ อะมบี าและพารามีเซียมใช้คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล ฟองน้ำและไฮดรากำจดั ของเสีย
โดยการแพรผ่ า่ นเยอื่ หมุ้ เซลล์ พลานาเรียใชโ้ พรโทเนฟริเดียม ไสเ้ ดอื นดินใช้เมทาเนฟริเดียม แมลง
ใชม้ ัลพิเกียนทิวบูล สัตว์มกี ระดกู สนั หลังใชไ้ ตในการขับถ่าย
2. สตั ว์จำพวกนก และสัตวเ์ ล้อื ยคลานขับถ่ายของเสียออกมาในรูปของอะไรและการกำจดั ของ
เสียใน รูปแบบนนั้ มีขอ้ ดีคอื อะไร
ตอบ กรดยรู ิก (Uric acid) การกำจัดออกนอกรา่ งกายมกี ารสญู เสยี น้ำน้อยที่สุด เนอื่ งจาก
กรดยูริกเป็นสารทลี่ ะลายนำ้ ได้นอ้ ยและกอ่ นการกำจดั ออกร่างกายสามารถดูดนำ้ กลับคืนไดเ้ กอื บหมด
โดยขับถา่ ยออกมาปนกบั อจุ จาระในลักษณะครึง่ แขง็ ครง่ึ เหลว (Semisolid)
3. สัตว์ขับถ่ายของเสียทม่ี ไี นโตรเจนเปน็ องคป์ ระกอบในรปู แบบใดบ้างจงอธิบาย
ตอบ การขับถ่ายของเสียของสัตว์นั้นรูปแบบของของเสียที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับ
พลงั งานท่ใี ชใ้ นการสงั เคราะหแ์ ละเปลยี่ นรูปให้เปน็ สารที่มคี วามเปน็ พษิ น้อยลงดงั นี้
1. แอมโมเนีย ละลายน้ำได้ดีแต่มีความเป็นพิษสูงมากต้องใชน้ ้ำปริมาณมากเพื่อทำ
ให้แอมโมเนียมีความเข้มข้นลดลงและกำจดั ออกแอมโมเนียเกิดข้ึนเองจากกระบวนการเมตาบอลซิ ึม
จึงไม่ต้องใชพ้ ลงั งานในการเปลี่ยนให้อยใู่ นรูปอืน่
2. ยเู รยี ละลายได้ดีในนำ้ และมคี วามเปน็ พิษนอ้ ยกวา่ แอมโมเนียจงึ ใชน้ ำ้ ในการกำจัด
ออกมาไมม่ ากแตต่ อ้ งใชพ้ ลังงานในการสงั เคราะห์แอมโมเนียเป็นยูเรยี
3.1.3 กรดยูริก ไม่ละลายนำ้ หรือละลายน้ำไดน้ ้อยมากและมคี วามเป็นพิษน้อยท่สี ุด
จงึ ใช้นำ้ ในการกำจัดน้อยมากแตต่ ้องใชพ้ ลังงานมากในการสังเคราะหแ์ อมโมเนยี และกรดยรู กิ
บนั ทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพเ่ี ลยี้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครูพีเ่ ลีย้ ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วนั ท่ี ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บนั ทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของฝ่ายวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นายประหยัด เขยี วหวาน)
รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
วนั ท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนตรวจให้คะแนนใบงานของนกั เรียนแล้วขดี / ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชื่อ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวั นต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู
วันท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มูลมีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชือ่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวั นต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 32
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 ระบบขับถา่ ย เวลาเรียน 9 ช่ัวโมง
ช่อื แผนการจดั การเรยี นรู้ การขบั ถา่ ยของมนุษย์ จำนวนเวลา 2 ช่ัวโมง
วัน..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสบื พันธ์แุ ละการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคญั
ไตของมนุษย์ประกอบด้วยหนว่ ยไตทท่ี ำหนา้ ท่ีกำจัดของเสียท่มี ไี นโตรเจนเปน็ องคป์ ระกอบ
โดยผา่ นกลไกการสรา้ งปัสสาวะซึ่งมี 3 ขัน้ ตอน คอื การกรอง การดดู กลับ และการหล่ัง นอกจากนี้ไต
ยงั ทำหนา้ ทรี่ ักษาดุลยภาพของน้ำ ดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด และดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย
อีกดว้ ย
ระบบขับถ่ายในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ
ไต ทำหนา้ ที่ขับถ่ายของเสียทม่ี ไี นโตรเจนเป็นองค์ประกอบ และรักษาดุลยภาพของน้าและสารต่าง ๆ
ในรา่ งกายมนุษย์
ไตประกอบดว้ ยหน่วยไตจำนวนมาก แต่ละหน่วยไต ประกอบดว้ ยโกลเมอรูลัสทห่ี ่อหุ้มด้วย
โบว์แมนส์แคปซูล ถัดจากโบว์แมนส์แคปซูลเป็นส่วนของท่อหน่วยไต ที่ประกอบด้วยท่อขดส่วนต้น
ห่วงเฮนเล และท่อขดสว่ นปลาย ซึ่งปลายของทอ่ ขดสว่ นปลายแต่ละหน่วยไตจะเปดิ สทู่ ่อรวม
3. ผลการเรียนรู้
อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องไต และโครงสร้างที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย
4. สาระการเรยี นรู้
โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของไต และโครงสร้างทใ่ี ช้ลำเลียงปสั สาวะออกจากร่างกาย
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายหน้าทข่ี องไตของมนษุ ย์ได้
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้างของไตของมนษุ ย์ได้
3. นักเรยี นสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งทใี่ ชล้ ำเลียงปัสสาวะของมนุษย์ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
3. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทันส่ือ
4. ความรว่ มมือ
5. การทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ
ดา้ นเจคติ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ ม่ันในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คอื ทักษะพืน้ ฐานทจ่ี าเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทกั ษะต่างๆที่จาเปน็
Critical thinking and problem solving (มีทกั ษะในการคิด /
วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวัตกรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง /
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวฒั นธรรม) /
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเป็นทีม และภาวะผู้นา)
Communication information and media literacy
(ทกั ษะในการส่อื สาร และการรู้เท่าทันสอื่ )
Computing and IT literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์)
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นรู)้
Compassion (มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวนิ ยั )
8. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ชิ้นงาน
- แบบบนั ทึกกจิ กรรม เรื่อง การขับถ่ายของมนษุ ย์
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บนั ทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรปุ สาระสำคญั ของเรื่องที่เรียน
9. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยมขี นั้ ตอนดังต่อไปนี้
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนศึกษารูปนำบทแล้วตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียน
ร่วมกนั อภปิ ราย เชน่
- ปสั สาวะในคนปกตคิ วรมสี ี กลน่ิ ความขนุ่ หรอื ใส อยา่ งไร
- ปสั สาวะเกิดขนึ้ ได้อย่างไร
1.2 จากการอภิปรายอาจสรปุ ได้ว่าปสั สาวะในคนปกติจะมสี ีเหลืองอ่อน แต่หากดื่มน้ำ
มากอาจใส มสี ีจางหรอื หากดมื่ น้ำน้อยสีจะเขม้ ข้นึ ปสั สาวะอาจมีกลิน่ แอมโมเนียจาง ๆ (ไม่รวมกรณีท่ี
กินยาวิตามนิ หรืออาหารบางชนดิ ท่อี าจทำให้มีสหี รือกลน่ิ ทแ่ี ตกต่างออกไป)
1.3 นอกจากนี้ปัสสาวะไม่ควรขุ่นแต่อาจ ขุ่นได้เล็กน้อยจากการปนเปื้อนสารคัดหล่ัง
จากอวัยวะเพศ โดยปัสสาวะเกดิ ขนึ้ จากการทำงานของไต ในระบบขบั ถ่ายซง่ึ ทำหน้าท่กี ำจัดของเสียท่ี
เกิดจากเมแทบอลิซึม รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ ในร่างกาย และรักษาดุลยภาพของกรด-
เบสในเลือด
1.4 ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายมนุษย์ โดยใช้
คำถามให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายดังนี้
- ของเสยี ทีเ่ กิดจากกระบวนการเมแทบอลซิ มึ ของร่างกายมีอะไรบ้าง
- สารใดที่ร่างกายมีการสะสมไว้ปริมาณมากแล้วจะเกิดอันตราย และร่างกายจะมี
วธิ ีการจดั การกบั สารดังกล่าวอยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 จากการอภิปรายนกั เรียนควรสรปุ ไดว้ ่า กระบวนการเมแทบอลซิ ึมในร่างกายทำให้
เกิดของเสียต่างๆ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ หากมี
การสะสมไว้ในเซลล์จะทำอันตรายต่อเซลล์ได้ ร่างกายจึงต้องมีวิธกี ำจัดออกนอกร่างกาย เช่น แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ กำจัดออกโดยการหายใจ ของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบกำจัดออกโดย
ไตในกระบวนการขบั ถา่ ย
2.2 ครูใช้รูปกระบวนการสลายคาร์โบไฮเดรต ลิพิด และโปรตีน ในภาวะท่ีมอี อกซิเจน
เพยี งพอ (รูป 3.40 ในหนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ชีววิทยา เลม่ 1) มาประกอบเพอ่ื ใหน้ กั เรียนเหน็ ว่า
การสลายโปรตีนจะได้ แอมโมเนีย ยูเรีย และกรดยรู กิ
2.3 ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมเก่ยี วกับของเสยี ท่ีระบบขับถ่ายตอ้ งกำจัดออกนอกรา่ งกายมนุษย์
โดยระบบขับถ่ายของมนษุ ย์ทำหน้าท่ีกำจัดของเสียทเี่ กดิ จากกระบวนการเมแทบอลิซึมที่มีไนโตรเจน
เป็นองค์ประกอบซึ่งจะถูกขับถ่ายออกไปกับปัสสาวะ ส่วนกากอาหารที่เกิดจากการที่ร่างกายย่อย
อาหารไมไ่ ดห้ รือย่อยไม่หมดในระบบยอ่ ยอาหารจะถูกกำจดั ออกไปในรูปของอุจจาระ
2.4 สาหรบั ของเสียอ่ืนๆ เช่น ยเู รียบางส่วนถกู กำจดั ออกทางผวิ หนงั ในรูปของเหงอ่ื แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ถูกกำจัดออกโดยระบบหายใจ จากนั้นครูอาจใช้คำถามชวนคิด เพื่อให้นักเรียน
แยกความแตกต่างระหว่างการขับถ่ายกบั การถา่ ยอจุ จาระ
- การถา่ ยอจุ จาระ (defaecation) เปน็ สว่ นหน่งึ ของระบบขบั ถา่ ยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
(ไม่เป็น เพราะการถ่ายอุจจาระ คือ การกำจัดกากอาหารที่ย่อยไม่ได้หรือย่อยไม่
หมด ออกจากร่างกายซงึ่ เกีย่ วขอ้ งกบั ระบบย่อยอาหาร ส่วนระบบขบั ถา่ ย คือ การกำจดั ของเสียที่เกิด
จากกระบวนการเมแทบอลิซมึ โดยเฉพาะของเสียทมี่ ีไนโตรเจนเปน็ องคป์ ระกอบ)
ขั้นที่ 3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
3.1 ครูเช่ือมโยงถึงการลำเลียงสารต่าง ๆ ท่ีได้จากกระบวนการเมแทบอลซิ มึ ในร่างกาย
ซึง่ จะถูกลำเลยี งอยูใ่ นรูปของของเหลว
3.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับของเหลวในร่างกาย ดังรูป 17.6 ซึ่งจะเกิดการ
แลกเปลี่ยนสารต่าง ๆ ระหว่างของเหลวภายในเซลล์และของเหลวภายนอกเซลล์ตลอดเวลา ทั้งน้ี
ของเหลวในร่างกายมนษุ ยจ์ ะประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ การได้รับและการสูญเสียน้ำในแต่ละวนั จึง
มีผลต่อปริมาณของเหลวและสารต่าง ๆ ร่างกายจึงตอ้ งมีกลไกในการรักษาดลุ ยภาพของน้ำและสาร
ต่างๆ ไว้
3.3 ครูใช้คำถามเพื่อเช่อื มโยงกับความรู้ท่นี กั เรียนได้ศึกษามาแล้ว เก่ียวกับอวัยวะที่ทำ
หน้าที่ในการกำจัดของเสียของร่างกายมนุษย์และรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ เช่น ไตของ
มนษุ ย์มีลกั ษณะอยา่ งไร และมีหน้าทสี่ ำคัญอะไรบา้ ง
3.4 นกั เรียนควรตอบได้วา่ ไตของมนษุ ย์มีลกั ษณะคล้ายเมล็ดถั่วแดง ทำหนา้ ทก่ี ำจดั ของ
เสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมในร่างกายโดยเฉพาะของเสียทีม่ ีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ
และรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ รักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือด รวมทั้งขับสาร
แปลกปลอม เชน่ ยาบางชนิด วัตถุปรุงแต่งอาหาร
ขน้ั ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษา แอนิเมชนั เก่ยี วกับโครงสรา้ งของไต
ขัน้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
ครปู ระเมินการเรยี นรู้ของนักเรียนโดยประเมนิ การทำงาน คือใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เร่อื ง
ระบบขับถา่ ย
10. สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. สือ่ นำเสนอ Power Point เร่อื ง การขับถา่ ยของมนุษย์
2. หนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมชวี วิทยา เล่ม 4
3. สมุดบันทึกประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรุปสาระสำคัญของเรื่องท่เี รยี น
4. ไตหมหู รอื ไตววั
5. ชุดเครอื่ งมอื ผา่ ตัด พรอ้ มถาดผา่ ตัด
6. แว่นขยาย
7. ถุงมอื ยาง
8. หนา้ กากอนามัย หรือหน้ากากผ้าปดิ ปาก
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อินเทอร์เน็ต จากเว็บไซตต์ า่ งๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่ิงทีต่ ้องการวดั วิธกี ารวัด เคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการวัด เกณฑ์การประเมิน
1.1 แบบบนั ทึกกจิ กรรม 1.1 ทำแบบบันทกึ
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนแบบ เรือ่ ง การขบั ถ่ายของ กิจกรรมได้ถกู ตอ้ ง
มนษุ ย์ ระดับคณุ ภาพดีขน้ึ
1.1 โครงสรา้ งและหน้าที่ของ บันทกึ กจิ กรรม เรือ่ ง
ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ไต และโครงสรา้ งท่ใี ช้ลำเลียง การขับถา่ ยของมนุษย์
ปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มพี ฤตกิ รรมการ
ทำงาน กล่มุ ใน
2.1 การจำแนกประเภท การประเมนิ ดังน้ี การทำงาน ระดบั คุณภาพดี ขึ้น
ไป ผา่ นเกณฑ์
2.2 การคดิ อยา่ งมี 1) เน้ือหาสอดคลอ้ งกับ - แบบประเมินชน้ิ งาน/
วิจารณญาณและการแกป้ ญั หา หัวข้อ ผลงาน
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นส่ือความ
4) ประโยชนข์ องการ
นำขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤติกรรมด้าน
3.1 ความมงุ่ มน่ั อดทน ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
- สังเกตพฤตกิ รรมการ คณุ ภาพดขี ้นึ ไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลักษณะ
ความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มัน่ การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ท่เี กิดข้นึ กบั ผเู้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพครู
วันท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
รายวิชา ชีววิทยาเพม่ิ เตมิ 4 ใบงาน หน่วยท่ี 17
รหสั วชิ า ว32243 เรือ่ ง การขบั ถ่ายของมนษุ ย์ เรือ่ ง ระบบถ่าย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ชอ่ื -สกุล………………………………………
1. จงเตมิ คำในชอ่ งว่าง ตอ่ ไปนใี้ หถ้ กู ต้อง
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เนื้อไตบริเวณคอร์เทกซแ์ ละเมดลั ลาแตกต่างกันอยา่ งไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
รายวิชา ชีววิทยาเพมิ่ เตมิ 4 ใบงาน หน่วยที่ 17
รหัสวิชา ว32243 เรือ่ ง การขบั ถ่ายของมนษุ ย์ เร่ือง ระบบถ่าย
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ชื่อ-สกลุ ………………………………………
1. จงเติมคำในชอ่ งว่าง ต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง
Renal pyramid
Renal pelvis
pyramid
Medulla
Cortex
RenalCtourbteuxle
pyramid
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เน้ือไตบรเิ วณคอรเ์ ทกซแ์ ละเมดลั ลาแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ ช้ันคอร์เทกซ์ เนือ้ มีลกั ษณะเป็นเม็ดเลก็ ๆ เมอื่ ขยายดเู ปน็ กลุ่มของหลอดเลือดฝอยท่ี
เรียกวา่ โกลเมอรลู สั ( glomerulus ) และถุงโบวแ์ มนสแ์ คปซูล ( Bowman s capsule ) ทำหน้าที่
เก่ียวกับการกรองของเสียออกจากเลือดและทอ่ ของหน่วยไตตอนตน้ และตอนปลาย
ชนั้ เมดัลลา ชั้นนี้เปน็ ส่วนของหลอดเล็ก ๆ ท่ตี ่อมาจากชั้นคอรเ์ ทกซ์ ท่อเหลา่ น้ีรวมกนั อยู่
เป็นหมรู่ ปู ร่างคลา้ ยฝาชี เรยี กว่า พริ ามิด ( renal pyramid )
กจิ กรรม
เรื่อง โครงสร้างไต
จุดประสงค์
1. ศกึ ษาโครงสร้างภายนอกและภายในของไตสัตวม์ กี ระดูกสันหลงั
2. ระบุ และอธบิ ายลกั ษณะโครงสรา้ งภายนอกและภายในของไต
วัสดุอปุ กรณ์
1. ไตหมหู รอื ไตววั
2. เครื่องมือผา่ ตัด
3. ถาดผ่าตัด
4. แว่นขยาย
5. ถงุ มือยาง
วิธีการทำกจิ กรรม
1. เตรียมวัสดอุ ปุ กรณใ์ นการทดลองใหพ้ ร้อมในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
2. ศกึ ษาโครงสรา้ งภายนอกของไตหมู
3. นำไตมาลา้ งให้สะอาดและสังเกตโครงสรา้ งภายนอก
4. ใช้มีดผ่าครึง่ ไตตามยาว แล้วใช้แว่นขยายสอ่ งดูลักษณะโครงสร้างภายในของไต
5. วาดรปู โครงสรา้ งของไต พรอ้ มท้งั ชสี้ ่วนประกอบท่ีสำคญั โดยเปรียบเทียบไตหมู
กบั ไตจริงของคน
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของครพู ี่เลย้ี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครูพีเ่ ลีย้ ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของฝา่ ยวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทึกคะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
คำช้แี จง ให้ผูส้ อนตรวจให้คะแนนใบงานของนกั เรียนแล้วขดี / ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชื่อ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพดีมาก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชือ่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคิดเห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 33
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววทิ ยา 4 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 ระบบขบั ถ่าย เวลาเรยี น 9 ชัว่ โมง
ชือ่ แผนการจดั การเรียนรู้ การขบั ถา่ ยของมนษุ ย์ จำนวนเวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคล่อื นที่ การสบื พันธ์ุและการเจริญเตบิ โต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤติกรรมของสัตว์ รวมทัง้ นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคญั
ไตของมนษุ ย์ประกอบด้วยหนว่ ยไตที่ทำหนา้ ที่กำจัดของเสียทมี่ ไี นโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ
โดยผ่านกลไกการสรา้ งปัสสาวะซึง่ มี 3 ข้นั ตอน คือ การกรอง การดดู กลับ และการหล่งั นอกจากน้ีไต
ยังทำหนา้ ท่รี กั ษาดลุ ยภาพของน้ำ ดุลยภาพของกรด-เบสในเลอื ด และดลุ ยภาพของแรธ่ าตุในร่างกาย
อกี ด้วย
ระบบขับถ่ายในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ
ไต ทำหนา้ ทขี่ บั ถา่ ยของเสยี ท่ีมไี นโตรเจนเปน็ องค์ประกอบ และรกั ษาดลุ ยภาพของน้าและสารต่าง ๆ
ในร่างกายมนษุ ย์
ไตประกอบดว้ ยหนว่ ยไตจำนวนมาก แต่ละหน่วยไต ประกอบดว้ ยโกลเมอรูลัสทห่ี ่อหุ้มด้วย
โบว์แมนส์แคปซูล ถัดจากโบว์แมนส์แคปซูลเป็นส่วนของท่อหน่วยไต ที่ประกอบด้วยท่อขดส่วนต้น
ห่วงเฮนเล และทอ่ ขดสว่ นปลาย ซึ่งปลายของท่อขดส่วนปลายแตล่ ะหน่วยไตจะเปดิ สทู่ อ่ รวม
3. ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องไต และโครงสรา้ งที่ใชล้ ำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย
4. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างและหน้าท่ขี องไต และโครงสรา้ งทใ่ี ช้ลำเลยี งปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรียนสามารถอธิบายหน้าทข่ี องไตของมนษุ ย์ได้
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสร้างของไตของมนษุ ย์ได้
3. นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งทใี่ ชล้ ำเลียงปัสสาวะของมนุษย์ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
3. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทันส่ือ
4. ความรว่ มมือ
5. การทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ
ดา้ นเจคติ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่ันในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คอื ทักษะพืน้ ฐานทจ่ี าเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรียนรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทกั ษะต่างๆที่จาเปน็
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคิด /
วิเคราะห์ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได)้
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวตั กรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง /
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม) /
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา)
Communication information and media literacy
(ทกั ษะในการสือ่ สาร และการรู้เท่าทันสื่อ)
Computing and IT literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์)
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนรู้)
Compassion (มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ยั )
8. ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบันทกึ กจิ กรรม เรอื่ ง การขับถ่ายของมนุษย์
8.2 ภาระงาน
- สมุดบันทึกประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรุปสาระสำคญั ของเรือ่ งทีเ่ รยี น
9. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครูจัดกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยมีขัน้ ตอนดงั ตอ่ ไปนี้
ข้ันที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1.1 ครนู ำเข้าสู่บทเรยี นโดยให้นักเรยี นศึกษารปู นำบทแลว้ ต้ังคำถามเพื่อให้นักเรียน
ร่วมกันอภปิ รายเชน่
- ปสั สาวะในคนปกติควรมีสกี ลนิ่ ความขุ่นหรอื ใส อย่างไร
- ปสั สาวะเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
1.2 จากนั้นครทู บทวนความรู้เก่ียวกับกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายมนษุ ย์
โดยใช้คำถามใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายดังน้ี
- ของเสยี ทีเ่ กดิ จากกระบวนการเมแทบอลซิ มึ ของรา่ งกายมอี ะไรบา้ ง
- สารใดที่ร่างกายมีการสะสมไว้ปริมาณมากแล้วจะเกิดอันตราย และร่างกายจะมี
วิธกี ารจดั การกับสารดงั กลา่ วอย่างไร
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ 4 – 5 คน ศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมลู เรอื่ ง ระบบขับถ่าย
ของมนุษย์
2.2 ใหน้ กั เรียนแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากการศึกษาค้นควา้ กับเพ่อื นนกั เรยี นในหอ้ ง
2.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า เรื่อง ระบบขับถ่ายของ
มนุษย์ เพอ่ื สรุปผลและสร้างองคค์ วามรู้ใหมร่ ว่ มกัน
ข้ันที่ 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 กระบวนการเมแทบอลิซึมในร่างกายทำให้เกิดของเสียต่าง ๆ เช่น แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ หากมีการสะสมไว้ในเซลล์จะทำ
อันตรายต่อเซลล์ได้ร่างกายจึงต้องมีวิธีกำจัดออกนอกร่างกาย เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ กำจัด
ออกโดยการหายใจ ของเสียที่มไี นโตรเจนเปน็ องค์ประกอบกำจดั ออกโดยไตในกระบวนการขบั ถา่ ย
ของเสียที่ระบบขับถ่ายต้องกำจัดออกนอกร่างกายมนุษย์โดยระบบขับถ่ายของมนุษย์ทำ
หน้าที่กำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบซึ่งจะถูก
ขบั ถ่ายออกไปกับปัสสาวะ สว่ นกากอาหารท่ีเกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารไม่ได้หรอื ย่อยไม่หมดใน
ระบบย่อยอาหารจะถูกกำจัดออกไปในรูปของอุจจาระสำหรับของเสียอื่น ๆ เช่น ยูเรียบางส่วนถูก
กำจัดออกทางผวิ หนังในรปู ของเหงือ่ ทแก๊สคาร์บอนไดออกไซดถ์ กู กำจดั ออกโดยระบบหายใจ
ขัน้ ที่ 4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูให้นักเรียนจดคำศัพท์ลงสมุด จำนวน 10 คำและบอกนักเรียนว่าคำศัพท์เหล่านี้จะ
นำไปออกข้อสอบกลางภาคโดยใหน้ ักเรียนท่องใหไ้ ด้
4.2 ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเน้ือหา เก่ยี วกับระบบขบั ถ่ายของมนุษย์
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation)
ครปู ระเมนิ การเรียนร้ขู องนกั เรยี นโดยประเมินการทำงาน คอื ใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เรื่อง
ระบบขับถา่ ย
10. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. สอ่ื นำเสนอ Power Point เร่ือง การขับถา่ ยของมนษุ ย์
2. หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเติมชีววิทยา เลม่ 4
3. สมดุ บนั ทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรปุ สาระสำคัญของเรื่องท่เี รยี น
4. ไตหมหู รือ ไตววั
5. ชุดเครื่องมอื ผา่ ตดั พรอ้ มถาดผ่าตัด
6. แวน่ ขยาย
7. ถุงมือยาง
8. หน้ากากอนามัย หรือหนา้ กากผ้าปดิ ปาก
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเว็บไซตต์ า่ งๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่ิงทีต่ ้องการวดั วิธกี ารวัด เคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนแบบ 1.1 แบบบนั ทึกกจิ กรรม 1.1 ทำแบบบันทกึ
บันทกึ กจิ กรรม เรือ่ ง เรือ่ ง การขบั ถ่ายของ กิจกรรมได้ถกู ตอ้ ง
1.1 โครงสรา้ งและหน้าที่ของ การขับถา่ ยของมนุษย์ มนษุ ย์ ระดับคณุ ภาพดีขน้ึ
ไต และโครงสรา้ งท่ใี ช้ลำเลียง
ปัสสาวะออกจากรา่ งกาย ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มพี ฤตกิ รรมการ
ทำงาน กล่มุ ใน
2.1 การจำแนกประเภท การประเมนิ ดังน้ี การทำงาน ระดบั คุณภาพดี ขึ้น
ไป ผา่ นเกณฑ์
2.2 การคดิ อยา่ งมี 1) เน้ือหาสอดคลอ้ งกับ - แบบประเมินชน้ิ งาน/
วิจารณญาณและการแกป้ ญั หา หวั ข้อ ผลงาน
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นส่ือความ
4) ประโยชนข์ องการ
นำขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤติกรรมด้าน
3.1 ความมงุ่ มน่ั อดทน ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
- สังเกตพฤตกิ รรมการ คณุ ภาพดขี ้นึ ไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลักษณะ
ความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ มัน่ การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ท่ีเกดิ ข้นึ กับผู้เรียน
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
วนั ที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
บันทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ่ีเลี้ยง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดยี ว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........