เซลลเ์ ดยี ว
10.4 วัสดุ - อปุ กรณ์
- กล้องจลุ ทรรศน์
- บีกเกอร์
- สไลดแ์ ละกระจกปิดสไลด์
- หลอดหยด
- กระดาษชาระ
- ตวั อยา่ งน้าในบ่อนา้ หนา้ อาคารวทิ ยาศาสตร์
10.5 แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื งโครงสร้างในการยอ่ ยอาหารของส่งิ มีชวี ติ เซลล์
เดยี ว จานวน 10 ข้อ
11. ส่ือการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
11.1 สื่อการเรียนรู้
1. สื่อนาเสนอ Power Point เรอ่ื ง การย่อยอาหารของสตั ว์
2. แบบบันทกึ กจิ กรรม เรอ่ื ง การยอ่ ยอาหารของสัตว์
3. หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมชวี วิทยา เล่ม 4
4. สมดุ บันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรุปสาระสาคัญของเรอ่ื งทเ่ี รยี น
11.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อินเทอรเ์ น็ต จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
ส่งิ ท่ีต้องการวัด
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจใหค้ ะแนนแบบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทาแบบบนั ทึก
เรอ่ื ง การยอ่ ยอาหารของ กิจกรรมได้ถกู ต้อง
1.1 นักเรยี นสามารถอธิบาย บนั ทึกกจิ กรรม เร่อื ง สตั ว์ ระดับคุณภาพดขี ้นึ
และเปรยี บเทียบโครงสร้าง การย่อยอาหารของ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
และกระบวนการยอ่ ยอาหาร สตั ว์
ของสัตวท์ ี่ไมม่ ีทางเดนิ อาหาร
สัตวท์ ่ีมีทางเดินอาหารแบบไม่
สมบูรณ์ และสตั ว์ที่มีทางเดิน
อาหารแบบสมบูรณ์
1.2 นักเรียนสามารถสังเกต
อธิบายการกินอาหารของไฮดรา
และพลานาเรีย
2. ด้านทักษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการ
ทางาน กลมุ่ ใน
2.1 การสังเกต การจาแนก การประเมนิ ดงั นี้ การทางาน ระดับคณุ ภาพดี ขึ้น
ไป ผ่านเกณฑ์
ประเภท และการลงความเห็น 1) เนื้อหาสอดคล้องกับ - แบบประเมินชิน้ งาน/
จากข้อมูล หัวข้อ ผลงาน
2.2 ความร่วมมือ การทางาน 2) การสรปุ ความรู้
เป็นทีม และภาวะผู้นาจากการ 3) การเขยี นสอ่ื ความ
ทากจิ กรรมหรอื การศึกษาวีดิ 4) ประโยชน์ของการ
ทัศน์ นาข้อมลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมดา้ น
3.1 ความอยากรอู้ ยากเห็น ทางานกลมุ่ ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเช่อื ม่นั ตอ่ หลักฐาน - สงั เกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
นาเสนอ ผา่ นเกณฑ์
เชงิ ประจักษ์ - สังเกตคุณลักษณะ
ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน
12. บนั ทึกผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ท่ีเกิดขึ้นกับผเู้ รยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู
วันท่ี ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
ใบความรู้
เรอื่ ง การยอ่ ยอาหารของจลุ ินทรยี ์
อาหาร (Food) คือ ส่งิ ที่นาเขา้ ส่รู า่ งกายแล้วก่อใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ รา่ งกายดงั นี้ ให้พลังงาน
อาจอยู่ในรูปของพลังงานความร้อน หรือพลังงานในรูปของสารเคมีต่างๆ ช่วยในการเจริญเติบโต
ตลอดจนเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย พร้อมทั้งการควบคุมระบบความสมดุล
และการเปลี่ยนแปลงตา่ งๆในร่างกาย โดยช่วยปรับให้ร่างกายเขา้ สู่สภาวะปกตทิ ี่เหมาะสม จุลินทรีย์
หมายถึงส่ิงมีชีวติ เลก็ ๆ ที่ไมส่ ามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
1. การยอ่ ยอาหารของราและแบคทีเรยี http://www.pw.ac.th/main/website/sci/glossary.htm
1.1 รา เนื่องจากรามีผนังเซลล์ จึงไม่สามารถนาสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ได้ การย่อย
อาหารจึงเป็นการย่อยภายนอกเซลล์ (Extracellular digestion) โดยส่งนา้ ยอ่ ยหรอื เอนไซม์ออกมา
ย่อยสารโมเลกุลใหญ่ให้เปน็ สารโมเลกุลเล็กก่อน แล้วจึงดดู ซึมสาร โมเลกุลเลก็ เข้าส่เู ซลล์ การย่อย
สารโมเลกุลใหญ่โดยราและแบคทเี รีย จะข้ึนอยูก่ บั เอนไซมอ์ ย่างเฉพาะเจาะจง เชน่ ยสี ตเ์ จริญไดด้ ีใน
อาหารพวกนา้ ตาลเพราะยีสต์มีเอนไซม์อินเวอร์เทส ในการยอ่ ยสลายน้าตาล
ภาพเชอ้ื ราบนขนมปงั แสดงโครงสรา้ งของราภาพแสดงเชอ้ื ราที่เพ่มิ จานวนมากขึ้นบนขนมปัง
1.2 แบคทเี รีย แบคทีเรียมกี ารย่อยอาหารโดยสง่ น้าย่อยออกมาย่อยสารโมเลกุลใหญ่ให้เป็น
สารโมเลกุลเล็กก่อนแล้วจึงดูดซึมสารโมเลกุลเล็กเข้าสู่เซลล์ จัดว่าเป็นการย่อยภายนอกเซลล์
(Extracellular digestion) แบคทีเรียบางชนิดสามารถย่อยสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างสลบั ซับซอ้ นได้
แตบ่ างชนิดอาจจะยอ่ ยได้เฉพาะสารอินทรยี ท์ ม่ี โี มเลกุลขนาดเล็ก
ภาพแสดงรูปร่างของแบคทเี รยี ชนดิ ตา่ งๆ
2. การย่อยอาหารของโพรโทซัว โพรโทซัวเป็นโพรตีสต์เซลล์เดียวสร้างอาหารเองไม่ได้
ไม่มีผนังเซลล์ แต่สามารถเคลื่อนที่ได้ ไม่มีระบบทางเดินอาหาร และระบบย่อยอาหารโดยเฉพาะ
อาศัยส่วนต่างๆ ของเซลล์ช่วยในการนาอาหารเข้าสู่เซลล์ อาหารที่เข้าไปภายในเซลล์จะอยู่ใน
ฟูดแวคิวโอล (Food vacuole) ภายในไซโทพลาสซึมจากนัน้ ไลโซโซมภายในเซลล์จะย่อยอาหาร
ซึ่งเป็นการย่อยภายในเซลล์ (Intracellular digestion) กากอาหารจะถูกกาจัดออกโดยการแพร่
เช่น อะมบี า พารามเี ซียม และยกู ลนี า
2.1 อะมีบาอะมีบาเป็นโพรโทซัวที่เคลื่อนที่ดว้ ยเทา้ เทยี ม อาหารของอะมีบาประกอบ ด้วย
เศษสารอินทรยี ์ เซลลแ์ บคทีเรีย สาหร่ายและ สิง่ มชี ีวติ เล็กๆ อะมีบานาอาหารจากส่ิงแวดล้อมเข้าสู่
เซลล์โดยวิธี ฟาโกไซโทซีส โดยยื่นซูโดโพเดียม (Pseudopodium) ออกไปโอบล้อมอาหารทาให้
อาหารตกเขา้ ไปอยูภ่ ายในเซลลแ์ ลว้ ทาใหม้ ีลกั ษณะเป็นถงุ เรยี กวา่ ฟดู แวคิวโอลตอ่ จากนน้ั ไซโทพลาส
ซึมของอะมีบาจะสร้างน้าย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดเกลือ (HCl) ออกมาย่อยอาหารภายในฟดู แวควิ
โอล การเคล่ือนไหวของไซโทพลาสซึมจะทาให้สารอาหารต่างๆ ถกู ลาเลียงไปท่วั ๆ เซลล์ ส่วนกาก
อาหารทเี่ หลือขนาดเล็กจะถูกขับออกทางเยอ่ื หมุ้ เซลลโ์ ดยการแพร่
ภาพอาหารเขา้ สู่เซลล์ของอะมีบาโดยEndocytosis การย่อยอาหาร(Digestion)
และอาหารออกจากเซลล์ของอะมบี าโดยExocytosis
2.2 พารามีเซยี ม พารามีเซยี มเป็นโพรโทซวั ท่ีเคล่อื นทด่ี ว้ ยขนเซลล์(Cilia) อาหารของพารา
มีเซยี มกค็ ล้ายกับของอะมีบา พารามีเซยี มจะรับอาหารจากสิ่งแวดลอ้ มเข้าสู่เซลลท์ างร่องปาก (Oral
groove) โดยซีเลียที่อยู่บริเวณ ร่องปากช่วยโบกพดั อาหารเข้าไปจนถึงปาก (Mouth) ที่อยู่ปลายสุด
ของช่องนี้ อาหารนั้นจะถูกนาเข้าเซลล์อยู่ในฟดู แวคิวโอล ขณะที่ฟูดแวคิวโอลเคลื่อนที่ไปจะมีการ
ยอ่ ยอาหารเกดิ ขนึ้ โดยเอนไซม์จากไลโซโซม ทาให้ฟูดแวคิวโอลมีขนาดเล็กลงเร่อื ย ๆ สารอาหารที่ได้
จากการยอ่ ยก็จะกระจาย และแพรไ่ ปไดท้ ว่ั ทกุ ส่วนของเซลล์ สว่ นท่ีเหลอื จากการยอ่ ยก็จะถูกขับออก
จากเซลล์ในรปู ของกากอาหารต่อไป
ใบงาน
เรื่อง การชราภาพของเซลล์
คาช้แี จง เตมิ ข้อความในชอ่ งว่างให้ถูกต้อง
1. กระบวนการเจรญิ เตบิ โตของส่งิ มีชวี ิต มกี ข่ี ั้นตอน ไดแ้ ก่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธิบายกระบวนการเจริญเตบิ โตของส่งิ มชี วี ิตแต่ละข้ันตอนมาพอสังเขป
2.1 การเพิ่มจานวนเซลล์ (cell multiplication)
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 การเติบโต (growth)
……………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 การเปลีย่ นสภาพเซลล์ (cell differentiation)
……………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
2.4 การกาเนดิ สัณฐาน (morphogenesis)
……………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การชราภาพของเซลล์เกิดขน้ึ อย่างไร จงอธบิ าย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
ครูพี่เล้ียง
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวิชาการ
วันท่ี .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นายประหยัด เขยี วหวาน)
รองผ้อู านวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วนั ที่ ......เดือน ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)
ผอู้ านวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. ........
แบบบันทึกคะแนนใบงาน
เร่ือง นักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
คาชีแ้ จง ให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนใบงานของนักเรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นัก ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น คะแนน
432143214321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอื่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ที่ ....... เดอื น ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดับคุณภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตา่ กว่า 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดขี ้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินการตรวจชิ้นงาน
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ข้อมูลมคี วาม
สวยงาม ขอ้ มลู ถูกต้อง ข้อมลู ส่วนใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถูกตอ้ งเป็นส่วน
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถูกตอ้ งครบถว้ น ถกู ตอ้ งเป็น ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไม่สะอาด
ครบถ้วน บางสว่ น ไม่เรยี บรอ้ ย
ส่งงานชา้ กวา่
ช้นิ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชน้ิ งานบางส่วน กาหนดเกิน 2 วนั
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไมม่ ีรอยขีดลบ ขีดลบน้อย เรยี บรอ้ ย
ส่งงานตรงเวลาท่ี ส่งงานชา้ กวา่ สง่ งานชา้ กวา่
กาหนด กาหนด 1 วัน กาหนด 2 วนั
แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาช้ีแจง ให้ผู้สอนประเมนิ จากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติในระหว่างเรียนในขณะปฏิบตั ิกจิ กรรม
โดยให้
ระดับคะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
รหสั ประเด็นการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวม
นัก
เล เรียน ชื่อ –สกลุ ความ ความ 12
ขท่ี ถูกตอ้ ง สะอาด
ตรงตอ่ เวลา คะแน
น
432143214321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผูส้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วันท่ี ....... เดอื น .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ช่วงคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคุณภาพดขี ึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรุง)
1. มีวินัย จดั ระเบียบวินยั จดั ระเบยี บวนิ ัย จดั ระเบยี บวนิ ัย ไม่มีระเบยี บวนิ ยั ใน
การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน และไม่
ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบยี บ ปฏบิ ัติตาม
ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบียบตาม
การทางาน และ การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
ทากิจกรรมได้ ทากิจกรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
อย่างละเอยี ดดี อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
มาก
2. มีความใฝ่รู้ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ปฏบิ ัติกิจกรรม
ใฝเ่ รยี น ศกึ ษาขอ้ มูลได้ ศึกษาขอ้ มลู ได้ ศึกษาข้อมลู ได้ ศึกษาข้อมูลได้ไม่
ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสรจ็ ทันเวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสร็จเกนิ เวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แต่สง่ ผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และส่งผล
เวลาทก่ี าหนด ทันตามเวลาที่ งานลา้ ช้าไม่เป็นไป งานไม่ทันตามเวลา
กาหนด ตามเวลาท่กี าหนด ทกี่ าหนด
3. มุ่งมน่ั ใน มกี ระบวนการ มกี ระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ
การทางาน
แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความร้จู าก
จากการสบื คน้ จากการสบื ค้น จากการสืบค้น การสบื คน้ ข้อมูล
ขอ้ มูลหรอื ทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรือทดลอง แต่
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มูล รวบรวมขอ้ มูล รวบรวมข้อมูลไม่
อยา่ งเพียงพอก่อน อย่างเพียงพอกอ่ น อย่างเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
จะลงขอ้ สรปุ จะลงขอ้ สรุป การอธบิ ายหรอื ลง อธบิ ายหรือลง
อธบิ ายหรอื แสดง อธบิ ายหรอื แสดง ขอ้ สรุป ข้อสรุป
ความคดิ เห็นได้ ความคิดเห็นได้
อยา่ งมเี หตผุ ล อยา่ งมีเหตผุ ล
และเปน็ ระบบ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กจิ กรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรับปรงุ
รหสั ประเด็นการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวม
นกั 8
เลข เรยี น ชือ่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ได้อย่างมี การวางแผนการ คะแนน
ท่ี ระบบ ทางาน
8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนประเมนิ ระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพดี
ช่วงคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากว่า 2 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดขี ้ึนไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชวี วทิ ยา 4 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 ระบบยอ่ ยอาหาร เวลาเรยี น 15 ชั่วโมง
ช่อื แผนการจัดการเรียนรู้ การยอ่ ยอาหารของสตั ว์ (3) จานวนเวลา 2 ชว่ั โมง
วัน..........เดือน................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสบื พนั ธ์ุและการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสาคญั
อาหารที่สัตว์กินเข้าไปจะถูกย่อยให้มีโมเลกุลขนาดเลก็ ทีเ่ ซลล์นาไปใช้ได้ สัตว์มีโครงสร้าง
และกระบวนการในการย่อยอาหารแตกต่างกัน แบ่งเป็นสัตว์ที่ไม่มีทางเดินอาหาร สัตว์ที่มีทางเดิน
อาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสตั วท์ ี่มที างเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์ การย่อยอาหารมที ง้ั การยอ่ ยภายนอก
เซลลแ์ ละการยอ่ ยภายในเซลล์
3. ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเปรียบเทียบโครงสร้างและกระบวนการยอ่ ยอาหารของสัตว์ท่ี
ไม่มีทางเดนิ อาหาร สตั วท์ มี่ ีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสัตวท์ ่มี ที างเดินอาหารแบบสมบูรณ์
2. สงั เกต อธบิ ายการกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรีย
4. สาระการเรียนรู้
การกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรีย
5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายโครงสรา้ ง และกระบวนการยอ่ ยอาหารของสัตว์ทไ่ี ม่มี
ทางเดินอาหาร สัตวท์ ี่มที างเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณ์ และสัตว์ทมี่ ที างเดินอาหารแบบสมบรู ณ์ได้
2. นกั เรียนสามารถอธิบายการกินอาหารของไฮดรา และพลานาเรยี ได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต การจาแนกประเภท และการลงความเหน็ จากขอ้ มูล
2. ความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ าจากการทากจิ กรรมหรือการศึกษาวดี ิทัศน์
3. การสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันสื่อ
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุง่ มัน่ ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะของผู้เรียนใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คอื ทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรยี นรู้ (กาเคร่อื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทักษะต่างๆท่ีจาเป็น
Critical thinking and problem solving (มที ักษะในการคดิ /
วิเคราะห์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา) /
Communication information and media literacy /
(ทกั ษะในการสือ่ สาร และการรู้เทา่ ทันสอ่ื )
Computing and IT literacy (ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นรู้)
Compassion (มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบันทกึ กิจกรรม เรื่อง การยอ่ ยอาหารของสตั ว์
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทึกประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสาคญั ของเร่อื งทเี่ รยี น
- แบบทดสอบเรื่อง การย่อยอาหารของสัตว์
9. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 7Es
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ข้นั ที่ 1 ขัน้ ตรวจสอบความรู้เดิม(Elicitation Phase)
3. ทดสอบก่อนเรียน เร่อื งการยอ่ ยอาหารของสตั ว์มีกระดูกสันหลัง จานวน 10 ข้อ
4. ครูนาภาพฉายขนึ้ โปรเจคเตอร์ คละกนั เช่น ยุง ปลงิ ทาก วัว ไก่ ควาย
กระต่าย
แล้วใช้คาถาม ตอ่ ไปนี้
3) ใหน้ กั เรยี นยกตวั อย่าง สตั วม์ กี ระดกู สันหลัง และสตั ว์ไมม่ กี ระดกู สันหลัง
4) สัตว์มีกระดูกสนั หลงั มีอวยั วะที่ทาหน้าที่ย่อยอาหาร อะไรบา้ ง
5) สัตว์มกี ระดูกสนั หลงั เหลา่ นม้ี อี วัยวะที่ทาหน้าท่ีย่อยอาหารเหมอื นกันหรือไม่
ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ เร้าความสนใจ(engagement Phase)
1. ครูนาตัวอยา่ งสตั วท์ ี่จะทาปฏบิ ัติการในวันนใ้ี ห้นักเรียนดูเปน็ ตวั อย่าง คอื ปลา กบ ไก่
อวัยวะทางเดนิ อาหารของหมู กระเพาะของวัว ซ่ึงวางในถาดผ่าตดั นกั เรยี นรว่ มกันพจิ ารณาดว้ ยตา
เปลา่ แลว้ ครใู ช้คาถามต่อไปนี้
1) ตัวอยา่ งส่ิงมีชีวิต 5 ชนิด เหล่าน้ี มีอวยั วะทท่ี าหน้าทย่ี อ่ ยอาหาร
อะไรบ้าง
2. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน มอบหมายและแบ่งหน้าที่ กันดงั น้ี เปน็ คุณอานวย คณุ
รวบรวม คุณนาเสนอ และคณุ บันทกึ และรวบรวม
3. ครแู จ้งสัญญาณยกมือ หมายถึง ทกุ คนตอ้ งเงยี บและหันมาฟังครชู ้ีแจง
4. ครูแจง้ การรว่ มกจิ กรรม Gallery walk
5. ครูแจง้ การทาแบบประเมิน Exit ticket ท้ายชัว่ โมงเรียน
6. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ขั้นที่ 3 ขนั้ สารวจและคน้ หา( exploration Phase)
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาจากชุดกิจกรรมแบบปฏิบตั ิการ ชุดที่ 4 เร่ืองการยอ่ ยอาหาร
ของสัตว์มีกระดูกสนั หลงั
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษา โดยชว่ ยกันศกึ ษาเนอื้ หา และชว่ ยกนั ตอบคาถามในแบบฝึก
กิจกรรมให้ครบทุกกจิ กรรม
6. นักเรียนแต่ละกลุ่ม รว่ มกนั สรุปองค์ความรู้จากชุดกิจกรรมในรูปแบบของแผนผัง
ความคดิ
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นอธิบาย(Explanation Phase)
1. กาหนดให้นกั เรียนกลุม่ ที่ 4 ออกมาอภปิ รายและสรปุ องคค์ วามรใู้ นรปู แผนผงั ความคิด
นาเสนอหน้าช้นั เรยี น
2. นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายซกั ถามแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ เกี่ยวกับผลการนาเสนอผลงาน
ของนกั เรียน
ขั้นที่ 5 ขน้ั ขยายความรู้(Elaboration Phase)
3. นักเรียนทาการทดลองในชุดกจิ กรรมแบบปฏิบตั กิ าร ชุดท่ี 4 เรื่องปฏบิ ตั ิการศกึ ษา
อวัยวะในระบบการยอ่ ยอาหารของ ปลา และ กบ ใช้เวลาในการทาการทดลอง 1 ช่ัวโมง โดย
ปฏิบัติกจิ กรรมการทดลอง ตามขั้นตอนของการใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเมอ่ื ปฏบิ ัติการทดลองเรยี บรอ้ ยแลว้ ให้ดาเนินการเกบ็ และล้าง
อปุ กรณ์ให้สะอาดและไปเก็บให้เรียบร้อย ทาความสะอาดโต๊ะปฏบิ ตั ิการ ทิ้งขยะโดยแยกขยะท้งิ ให้
ตรงตามประเภทของขยะ และสง่ รายงานการทดลอง
3. นกั เรยี นกลมุ่ ท่ี 4 ออกมานาเสนอผลการทดลอง
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายผลการทดลอง
5. นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลการทดลอง และให้ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ จากการทา
ปฏบิ ัติการเรื่องนี้
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนกันนาเสนอผลการทดลอง แบบGallery walk โดยแต่ละ
กลุ่มเวยี นกนั ดูแต่ละกล่มุ ในเวลา 3 นาที เวียนจนครบทุกกลมุ่
ขั้นท่ี 6 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรุป โดยการรว่ มกนั ออกมาสรปุ ในตารางหนา้ หอ้ งเรยี น จาก
คาถาม ดังต่อไปนี้
1) ตารางเปรียบเทียบอวยั วะในการยอ่ ยอาหารของ ปลา กบ ไก่ หมู ววั
ตารางเปรยี บเทียบอวัยวะในการยอ่ ยอาหารของสัตว์ไม่มกี ระดกู สันหลัง
ปลา กบ ไก่ หมู ววั
2) ใหเ้ รยี งลาดับชนดิ ของสตั วท์ มี่ อี วยั วะการย่อยอาหารจากสมบรู ณ์น้อย ไป
สมบูรณม์ าก
3) สตั ว์แตล่ ะชนิดมอี วัยวะทท่ี าหน้าท่ยี ่อยอาหารเหมอื นกนั หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
4) เหตุใดสัตว์เคี้ยวเอือ้ งจงึ มีกระเพาะอาหารไม่เหมือนสตั วช์ นดิ อืน่
. นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายสรปุ เพ่ิมเติม โดยใช้ คลบิ วดี ีโอ แสดงทางเดินอาหาร
ของสตั ว์
http://www.youtube.com/watch?v=081sFHyjo8c
3. นักเรยี น ทากจิ กรรม Exit Ticket โดยเขยี นตอบในกระดาษท่ีครูแจก โดยมคี าถาม ข้อ
ต่อไปน้ี
3.1 ให้เรยี งลาดับชนิดของสัตวท์ ่ีมอี วัยวะการยอ่ ยอาหารจากสมบรู ณ์น้อย ไป
สมบรู ณม์ าก
3.2 นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหก์ ระบวนการทางานกลุม่ รว่ มกัน บอกขอ้ ดี ข้อเสยี
หรือข้อควรเสนอแนะเกี่ยวกับกจิ กรรมเรยี นรู้ ครูแนะนาใหท้ ุกคนควรเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็น
เหล่านี้วา่ เปน็ ส่ิงที่ดี และควรนาไปปรับปรงุ แก้ไขเพอื่ พัฒนางานและพัฒนาตนเองต่อไป
4. นักเรียนรว่ มประเมนิ การจดั กจิ กรรม โดยการอภิปรายสะท้อนความคดิ เหน็
5. ครชู ืน่ ชมในความร่วมมอื ของนักเรียนทุกคน และใหก้ าลังใจนักเรียนในการร่วมกิจกรรม
การเรียนรใู้ นวนั นี้
ขัน้ ที่ 7 ข้นั นาความรไู้ ปใช้(Extention Phase)(ครชู ้ีแจงต้ังแต่เรม่ิ ตน้ กจิ กรรม)
1. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ทาชิน้ งาน โดยการถา่ ยทาวีดขี ณะทาการผา่ ตดั ศึกษาระบบทางเดิน
อาหารของสตั ว์มีกระดูกสนั หลัง กลุ่มละ 1 ชนิด โดยต้องมกี ารบรรยาย ใหส้ มบูรณ์ แต่ละกลมุ่
ตอ้ งจับฉลากว่าไดถ้ ่ายทาสตั ว์ชนดิ ใด
2. นักเรยี นต้องไปเผยแพร่ใหก้ ับนกั เรียนทเ่ี รียนชุมนมุ วิทยาศาสตร์
3. นักเรยี นมีทกั ษะในการทาความสะอาดเครอื่ งในของสตั วเ์ หล่าน้ี ก่อนนาไปปรุงอาหาร
6. ส่ือการเรยี นการสอน
6.1 แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องการย่อยอาหารของสตั ว์มกี ระดูกสันหลัง จานวน
10 ข้อ
6.2 ชดุ กิจกรรมแบบปฏิบัตกิ าร ชดุ ที่ 3 เร่ืองการยอ่ ยอาหารของสตั ว์มีกระดกู
6.3 คลิบวดี โี อ แสดงทางเดินอาหาร ของสัตว์ ทางเวปไซด์
http://www.youtube.com/watch?v=081sFHyjo8c
6.4 วัสดุอุปกรณ์การทดลอง ถาดผ่าตัด กรรไกร ใบมีดโกน ถงุ มอื
ผ่าตัด ปลา กบ
6.5 แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่องการยอ่ ยอาหารของสตั ว์มีกระดูกสนั หลัง จานวน
10 ข้อ
10. สอ่ื การเรียนร้/ู แหล่งเรียนรู้
10.1 สอ่ื การเรียนรู้
1. ส่ือนาเสนอ Power Point เรอื่ ง การยอ่ ยอาหารของสตั ว์
2. แบบบันทึกกจิ กรรม เร่ือง การย่อยอาหารของสัตว์
3. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมชวี วทิ ยา เลม่ 4
4. สมดุ บันทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรปุ สาระสาคญั ของเรอ่ื งทเ่ี รียน
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อนิ เทอร์เน็ต จากเวบ็ ไซต์ตา่ งๆ
2. ห้องสมุดโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือที่ใช้ในการวดั เกณฑ์การประเมนิ
สิง่ ที่ต้องการวดั
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจใหค้ ะแนนแบบ - แบบบันทกึ กิจกรรม - ทาแบบบนั ทกึ
1.1 นกั เรยี นสามารถอธิบาย บันทกึ กิจกรรม เรอ่ื ง เรือ่ ง การย่อยอาหารของ กิจกรรมได้ถกู ต้อง
และเปรียบเทยี บโครงสรา้ ง การย่อยอาหารของ สตั ว์ ระดบั คณุ ภาพดีขน้ึ
และกระบวนการยอ่ ยอาหาร สตั ว์ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
ของสัตวท์ ่ีไม่มที างเดินอาหาร
สตั ว์ที่มที างเดินอาหารแบบไม่
สมบูรณ์ และสตั ว์ทม่ี ีทางเดนิ
อาหารแบบสมบรู ณ์
1.2 นักเรียนสามารถสังเกต
อธิบายการกนิ อาหารของไฮดรา
และพลานาเรีย
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการ
2.1 การสังเกต การจาแนก การประเมนิ ดงั นี้ การทางาน ทางาน กล่มุ ใน
ประเภท และการลงความเห็น 1) เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมินชนิ้ งาน/ ระดบั คุณภาพดี ข้นึ
จากข้อมลู หวั ขอ้ ผลงาน ไป ผ่านเกณฑ์
2.2 ความรว่ มมือ การทางาน 2) การสรปุ ความรู้
เปน็ ทมี และภาวะผ้นู าจากการ 3) การเขยี นสอื่ ความ
ทากจิ กรรมหรอื การศกึ ษาวดี ิ 4) ประโยชน์ของการ
ทัศน์ นาขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤติกรรมดา้ น
3.1 ความอยากรู้อยากเหน็ ทางานกล่มุ ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเช่ือมัน่ ต่อหลักฐาน - สงั เกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดีขึน้ ไป
เชงิ ประจกั ษ์ นาเสนอ ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตคุณลักษณะ
ความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน
12. บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรทู้ ีเ่ กิดขึน้ กับผ้เู รียน
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครู
วนั ท่ี ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
ปฏิบตั ิการ (ผ่าตัดกบ)
รายวิชา ปฏบิ ัติการทางชวี วิทยา (ว32243)
จดุ ประสงค์
1. เพอื่ ศึกษาโครงสร้างภายนอกและภายในของกบ
2. เพ่อื ศกึ ษาลกั ษณะหน้าท่ีการทางานของอวยั วะกบ
อปุ กรณ์
1. กบ
2. ถาดผ่าตดั
3. ชุดอุปกรณ์ผา่ ตัด (มดี ผ่าตัด กรรไกร เข็มเขย่ี ปากคีบ ฯ)
4. เขม็ หมุด
5. ถุงมอื
วธิ ี
1. ทาใหก้ บสลบ โดยการดมอีเทอร์/ ทาลายสมองโดยใช้เข็มหมดุ
2. นากบมาวางบนถาด ผ่ากบโดยใชม้ ีดกรีด และกรรไกร ให้เป็นรปู ตวั T/I ผา่ ทลี ะชน้ั
3. ศึกษาโครงสร้างต่างๆ วาดภาพ และช้ีส่วนประกอบ
ผลการปฏบิ ัตกิ าร
สรุปผล
1. หนา้ ทข่ี องอวัยวะภายในรา่ งกายกบ
1.1 หลอดอาหาร (Esophagus) …………………......................................................................
……………………………………………………………………………….......................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 กระเพาะอาหาร (Stomach) ………………………...............................................................
………………………………………………………………………………………..............................................................
................................................................................................................................................................
1.3 ลาไส้เลก็ (Small intestine) ………………………………………………………………………………
…………………...........................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.4 ลาไสใ้ หญ่ (Large intestine) ……………………………………………………………………………..
……….......................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.5 ไส้ตรง (Rectum) …………………………………………………………………………………..…………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.6 ตับ (Liver) ………………………………………………………………………………………………………...
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.7 ถงุ นา้ ดี (Gall bladder) ……………………………………………………………………..………………
….............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
1.8 ตับออ่ น (Pancreas) ……………………………………………………………………………………….....
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
ครูพี่เลยี้ ง
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. .......
บนั ทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาววราพร จติ ร์เดยี ว)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของฝา่ ยวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วนั ท่ี .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นายประหยัด เขียวหวาน)
รองผูอ้ านวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. ........
แบบบันทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
คาช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตา่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กาหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเด็นการ ระดับคะแนน
ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบยี บวนิ ยั จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ัย ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบยี บ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบยี บตาม
การทางาน และ การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
ทากิจกรรมได้ ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอยี ด ทางาน
อย่างละเอยี ดดี อยา่ งละเอียดดี ในการทางาน
มาก
2. มคี วามใฝร่ ู้ ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
ใฝเ่ รยี น ศึกษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาขอ้ มูลได้ ศึกษาขอ้ มูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถูกตอ้ งครบถว้ น ถูกต้องครบถว้ น ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสรจ็ ทนั เวลา และ เสรจ็ เกินเวลา 1-5 เสร็จเกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทันตาม นาที แตส่ ง่ ผลงาน 10 นาที แต่ส่งผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทกี่ าหนด ทันตามเวลาท่ี งานล้าช้าไม่เปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาท่ีกาหนด ที่กาหนด
3. มุง่ ม่ันใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
จากการสบื ค้น จากการสบื คน้ จากการสืบคน้ การสืบคน้ ข้อมลู
ข้อมลู หรือทดลอง ขอ้ มลู หรือทดลอง ข้อมลู หรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอกอ่ น อย่างเพียงพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
จะลงขอ้ สรุป จะลงข้อสรุป การอธิบายหรอื ลง อธิบายหรือลง
อธิบายหรอื แสดง อธิบายหรอื แสดง ข้อสรปุ ข้อสรุป
ความคิดเหน็ ได้ ความคิดเห็นได้
อย่างมีเหตุผล อย่างมเี หตุผล
และเป็นระบบ
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื ค้นข้อมลู ไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมนิ ระดบั คุณภาพ มีรายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววทิ ยา 4 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบยอ่ ยอาหาร เวลาเรยี น 15 ชัว่ โมง
ช่อื แผนการจดั การเรียนรู้ การย่อยอาหารของมนษุ ย์ จานวนเวลา 2 ช่ัวโมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวสรชา รชตธนวันต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลียงสารและการหมุนเวียนเลอื ด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคล่ือนที่ การสบื พนั ธุแ์ ละการเจรญิ เติบโต ฮอร์โมนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤติกรรมของสตั ว์ รวมทั้งนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสาคญั
มนุษย์มีทางเดินอาหารประกอบด้วย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้
ใหญ่และทวารหนัก กระบวนการเปลี่ยนแปลงอาหารประกอบด้วย การกิน การย่อยซึ่งมีการย่อย
เชิงกลและการย่อยทางเคมี การย่อยเกดิ ขึ้นท่ีปาก กระเพาะอาหาร และลาไส้เล็ก การดูดซึมซึ่งสว่ น
ใหญ่เกิดข้ึนท่ีลาไสเ้ ล็ก และการถ่ายอจุ จาระ
3. ผลการเรยี นรู้
อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร
ภายในระบบย่อยอาหารของมนุษย์
4. สาระการเรยี นรู้
โครงสรา้ ง และหน้าทขี่ องอวัยวะในกระบวนการยอ่ ยเชิงกล และทางเคมีของมนุษย์
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ยไ์ ด้
2. นกั เรยี นสามารถอธิบายหน้าทขี่ องอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต การจาแนกประเภท และการลงความเหน็ จากข้อมูล
2. ความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผูน้ าจากการทากจิ กรรมหรอื การศึกษาวดี ิทัศน์
3. การส่ือสารสารสนเทศและการร้เู ทา่ ทนั สื่อ
ด้านเจตคติ (A)
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ มั่นในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คณุ ลักษณะของผู้เรยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คอื ทกั ษะพื้นฐานทจี่ าเป็น ปรากฏในแผนการจดั การเรยี นรู้ (กาเครอื่ งหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทกั ษะในการคานวณ
8C ทกั ษะต่างๆทีจ่ าเปน็
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคดิ /
วเิ คราะห์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเป็นทมี และภาวะผ้นู า)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการส่ือสาร และการร้เู ทา่ ทันสื่อ)
Computing and IT literacy (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ /
เรียนร)ู้
Compassion (มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั )
8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
8.1 ชิ้นงาน
- แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เร่ือง การย่อยอาหารของมนษุ ย์
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บนั ทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรปุ สาระสาคัญของเรือ่ งทเ่ี รยี น
- แบบทดสอบเร่อื ง การยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
9. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 7Es
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ ตรวจสอบความร้เู ดมิ (Elicitation Phase)
1. ทดสอบกอ่ นเรยี นเร่ืองโครงสร้างและหนา้ ทใ่ี นการย่อยอาหารในปาก จานวน 10 ขอ้
2. นักเรยี นดูหุ่นของคน ครใู ช้คาถามตอ่ ไปน้ี
1) อวยั วะในระบบทางเดินอาหารของคน ประกอบไปด้วยอวัยวะใด
ขั้นท่ี 2 ขั้นเรา้ ความสนใจ(engagement Phase)
1. นกั เรียนดูห่นุ ของมนษุ ย์ และดูวดี โี อ
https://www.youtube.com/watch?v=zr4onA2k_LY
2. ครูใช้ถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนไดแ้ นวคิดเกี่ยวกบั โครงสร้างและหน้าที่ในการ
ยอ่ ยอาหารในปาก ดังนี้
1.) อวัยวะในการยอ่ ยอาหารของคนเรา ประกอบไปดว้ ยอวยั วะใดบา้ ง
2.) อวยั วะแรกในทางเดินอาหารของคนคอื อะไร
3. นักเรียนร่วมกันพิจารณาลักษณะช่องปากจากหุ่นของมนุษย์ และภาพช่องปากของม
นษุ ย์
ว่าประกอบด้วยโครงสร้างใด
4. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน มอบหมายและแบง่ หนา้ ท่ี กันดงั น้ี เปน็ คณุ อานวย คุณ
รวบรวม คณุ นาเสนอ และคณุ บันทกึ และรวบรวม
6. ครูแจ้งสญั ญาณยกมือ หมายถึง ทกุ คนตอ้ งเงยี บและหันมาฟังครูชี้แจง
7. ครแู จง้ การร่วมกิจกรรม Gallery walk
8. ครแู จง้ การทาแบบประเมนิ Exit ticket ท้ายชัว่ โมงเรยี น
ข้นั ท่ี 3 ข้นั สารวจและค้นหา( exploration )
1. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ศึกษาจากชุดกิจกรรมแบบปฏิบัตกิ าร ชุดที่ 5 เร่อื งโครงสรา้ งและ
หนา้ ทีใ่ นการย่อยอาหารบริเวณปากของคน โดยศึกษาและสรุปองค์ความรูเ้ ป็นคู่ โดยร่วมกนั ศกึ ษา
เนื้อหา และช่วยกันตอบคาถามในแบบฝกึ กิจกรรมใหค้ รบทุกกจิ กรรม
2. นักเรียนแต่ละคู่มานั่งร่วมกันทั้งกลุ่ม อภิปรายและ ร่วมกันสรุปองค์ความรู้จากชุด
กจิ กรรม
ในรปู แผนผังความคดิ
ขนั้ ที่ 4 ขน้ั อธิบาย(Explanation Phase)
1. กาหนดใหน้ กั เรยี นกลุม่ ที่ 5 อภิปรายและสรุปองค์ความรใู้ นรูปแผนผงั ความคดิ
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สรปุ องค์ความรใู้ นรูปแผนผังการคดิ
3. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายสรุปจากแผนผังความคดิ ของแตล่ ะกลุม่
ขน้ั ที่ 5 ขั้นขยายความรู้(Elaboration Phase)
1. นกั เรียนทาการทดลองในชดุ กจิ กรรมแบบปฏิบัตกิ าร ชุดที่ 5 เรอื่ งศกึ ษาโครงสรา้ ง
ของลนิ้ หมู ใช้เวลาในการทาการทดลอง 1 ช่ัวโมง โดยปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการทดลอง ตามข้นั ตอน
ของการใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ เมอ่ื ปฏิบัติการทดลองเรียบรอ้ ยแลว้ ให้ดาเนนิ การเกบ็ และล้าง
อุปกรณใ์ ห้สะอาดและไปเก็บใหเ้ รียบร้อย ทาความสะอาดโตะ๊ ปฏบิ ัติการ ท้ิงขยะโดยแยกขยะทง้ิ ให้
ตรงตามประเภทของขยะ และส่งรายงานการทดลอง
3. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายผลการทดลอง และให้ข้อเสนอแนะต่างๆ จากการทา
ปฏบิ ตั ิการเรอ่ื งน้ี
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนกันนาเสนอผลการทดลอง แบบ Gallery walk โดยแต่ละ
กลุม่ เวียนกันดแู ตล่ ะกลมุ่ ในเวลา 3 นาที เวยี นจนครบทุกกลุม่
ข้นั ที่ 6 ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ จากคาถามต่อไปนี้
1) อวยั วะแรกในระบบทางเดินอาหารของคนคือ
2) ในบริเวณช่องปาก มีโครงสร้างอะไรที่ทาหนา้ ทใ่ี นการย่อยอาหาร
3) โครงสร้างเหลา่ นท้ี าหน้าทีเ่ กี่ยวกับการยอ่ ยอาหารอย่างไร
4) การยอ่ ยอาหารหมายถึง
5) กลไกการยอ่ ยอาหารในบรเิ วณชอ่ งปาก มกี ลไกการย่อยอาหารอยา่ งไร
2. นักเรยี นและครรู ่วมกันอภปิ รายสรปุ จากวีดีโอ ต่อไปน้ี
เรอ่ื งที่ 1. https://www.youtube.com/watch?v=vBtJ1D3S_p8
เรอ่ื งท่ี 2. https://www.youtube.com/watch?v=wqMCzuIiPaM
เรื่องที่ 3. https://www.youtube.com/watch?v=pNcV6yAfq-g
เร่ืองท่ี 4. https://www.youtube.com/watch?v=qS9c7g_PVA8
3. นกั เรยี นรว่ มกันวิเคราะห์กระบวนการทางานกลุม่ ร่วมกนั บอกขอ้ ดี ข้อเสยี
หรือข้อควรเสนอแนะเกี่ยวกับกิจกรรมเรยี นรู้ ครูแนะนาใหท้ ุกคนควรเปิดใจยอมรับฟงั ความคิดเหน็
เหล่านวี้ า่ เป็นส่ิงทีด่ ี และควรนาไปปรบั ปรงุ แก้ไขเพอ่ื พัฒนางานและพฒั นาตนเองตอ่ ไป
4. นักเรียน ทากิจกรรม Exit Ticket โดยเขียนตอบในกระดาษที่ครูแจก โดยมีคาถาม
ต่อไปน้ี
1.ในบรเิ วณช่องปาก มีโครงสร้างอะไรที่ทาหนา้ ทใ่ี นการย่อยอาหาร
2. การย่อยอาหารหมายถึง
3. กลไกการย่อยอาหารในบรเิ วณช่องปาก มีกลไกการย่อยอาหารอย่างไร
10. ส่อื การเรยี นการสอน
10.1 แบบทดสอบก่อนเรยี นเรื่องโครงสรา้ งและหนา้ ทใี่ นการย่อยอาหารในปาก
จานวน 10 ข้อ
10.2 หนุ่ จาลองแสดงอวยั วะของมนษุ ย์
10.3 วีดโี อ
https://www.youtube.com/watch?v=zr4onA2k_LY
https://www.youtube.com/watch?v=vBtJ1D3S_p8
https://www.youtube.com/watch?v=wqMCzuIiPaM
https://www.youtube.com/watch?v=pNcV6yAfq-g
https://www.youtube.com/watch?v=qS9c7g_PVA8
10.4 ชุดกิจกรรมแบบปฏิบัติการ ชุดที่ 5 เรื่องโครงสร้างและหน้าที่ในการย่อยอาหาร
บริเวณ
ปากของคน
10.5 วัสดุอุปกรณ์ ถาดผา่ ตัด เข็มเขีย่ แว่นขยาย ห่นุ จาลองของฟนั ล้นิ หมู
10.6 แหลง่ เรยี นรู้
1. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ
2. ห้องสมุดโรงเรียนสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สง่ิ ท่ีต้องการวดั วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการวดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทาแบบบนั ทึก
1.1 โครงสร้าง หน้าที่ของ การณ์เร่อื ง การย่อย - แบบทดสอบคาถาม ใน กิจกรรมได้ถูกตอ้ ง
อวัยวะในระบบย่อยอาหารของ อาหารของมนษุ ย์ หนังสอื เรยี น ระดบั คุณภาพดขี ้ึน
มนุษย์ - ตรวจคาตอบ ในแบบ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
บันทกึ กิจกรรม เรือ่ ง
การย่อยอาหารของ
มนษุ ย์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเด็น - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤตกิ รรมการ
ทางานกลมุ่ ใน
2.1 การสังเกต การจาแนก การประเมิน ดงั นี้ การทางาน ระดบั คณุ ภาพดีข้นึ
ไปผา่ นเกณฑ์
ประเภท และการลงความเหน็ 1) เนอื้ หาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/
จากข้อมูล หวั ข้อ ผลงาน
2.2 ความรว่ มมอื การทางาน 2) การสรปุ ความรู้
เปน็ ทีม และภาวะผู้นาจากการ 3) การเขยี นสอื่ ความ
ทากิจกรรมหรือการศกึ ษาวดี ิ 4) ประโยชนข์ องการ
ทศั น์ นาขอ้ มลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - มพี ฤตกิ รรมด้าน
3.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็ ทางานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.2 ความเชอ่ื มนั่ ตอ่ หลกั ฐาน - สงั เกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดขี ้นึ ไป
นาเสนอ ผา่ นเกณฑ์
เชิงประจักษ์ - สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
และมงุ่ ม่นั การทางาน
12. บันทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรูท้ ี่เกดิ ขน้ึ กบั ผเู้ รยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวเบญญาภา ทองคา)
แบบทดสอบก่อนเรยี น นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชพี ครู
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 ระบบยวอ่ นั ยทอี่ า..ห...าเรดอื น .................. พ.ศ. ……..
คาชแ้ี จง : จงเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดลงในกระดาษคาตอบ
1. ขอ้ ใดต่อไปนี้ไมใ่ ชร่ ะบบยอ่ ยอาหาร 2. ข้อใดที่เก่ยี วข้องกบั การเคย้ี วมากทีส่ ดุ
1. แกม้ 2. ขากรรไกร
1. ปาก 2. หลอดอาหาร 3. เพดานปาก 4. พ้ืนปาก
5. ลิน้
3. ไส้ตง่ิ 4. ลาไสเ้ ลก็
4. นา้ ลายมีหน้าท่ีสาคญั อยา่ งไรบา้ ง
5. โพรงจมูก 1. ชว่ ยให้อาหารออ่ น และย่อยคาร์โบไฮเดรต
2. ชว่ ยใหอ้ าหารอ่อน ฆา่ แบคทเี รยี
3. ในลาไส้ใหญจ่ ะมีแบคทีเรยี สร้างวิตามินได้ 4. ช่วยให้ปากเปียกอยูเ่ สมอ รกั ษาสมดุลนา้
คือวิตามนิ ชนิดใด 3. ช่วยใหอ้ าหารอ่อน ฆ่าแบคทเี รยี และยอ่ ย
คารโ์ บไฮเดรต
1. วิตามนิ บี 5 5. ถกู ทกุ ข้อท่กี ล่าวมา
2. วติ ามนิ บี 6
3. วิตามินบี 12
4. วติ ามนิ ดี
5. วติ ามนิ เอ
5. ขบวนการ deamination เกดิ ข้นึ ทใ่ี ด 6. รงควัตถทุ ส่ี าคญั ในนา้ ดคี อื รงควัตถุชนดิ ใด
1. ลาไส้เลก็ 2. ลาไสใ้ หญ่ 1. บิลิรบู ิน 2. บิลิเวอร์ดิน
3. ตับ 4. ตับออ่ น 3. ฮีโมโกลบนิ 4. ขอ้ 1. และ 2. ถกู
5. กระเพาะอาหาร 5. ถกู ทุกข้อท่กี ล่าวมา
7. ในขณะที่กลนื อาหารเพดานออ่ น (soft 8. คนทที่ อ้ งว่าง และดื่มสุราจะเมาเร็ว
palate) อยูท่ ี่ใด เนอ่ื งจาก
1. เลื่อนลงมาดา้ นลา่ งปดิ ท่อลม 1. แอลกอฮอลด์ ดู ซึมไดท้ ่ีหลอดอาหาร
2. เลื่อนขึน้ ไปข้างบนปดิ ช่องหายใจ 2. แอลกอฮอลด์ ูดซมึ ไดท้ ก่ี ระเพาะอาหาร
3. เลื่อนลงมาข้างล่างปิดหลอดอาหาร 3. แอลกอฮอลด์ ดู ซึมได้ที่ลาไส้เล็ก
4. เลอ่ื นข้นึ ขา้ งบนปดิ ชอ่ งปาก 4. แอลกอฮอลล์ ะลายน้ายอ่ ยในกระเพาะดี
5. ขอ้ 1. และข้อ 2. ถกู 5. แอลกอฮอลด์ ูดซึมไดท้ ่ีลาไสใ้ หญ่
9. ลาไส้ใหญ่ส่วนทด่ี ูดซึมนา้ และวิตามินท่ี 10. การยอ่ ยท่ีใดในรา่ งกาย ยอ่ ยเฉพาะ
แบคทีเรยี สรา้ งข้นึ คือสว่ นใด สารอาหารประเภทโปรตีนเทา่ นน้ั
1. ซีกมั 2. โคลอน 1. ตับ 2. ตับออ่ น
3. เรกตมั 4. ไสต้ รง 3. ลาไสเ้ ลก็ 4. กระเพาะอาหาร
5. ไอเลยี ม 5. ลาไสใ้ หญ่
11. แหลง่ ทสี่ ร้างเอนไซมอ์ ะไมเลสคือขอ้ ใด 12. gastric gland คอื อะไร
1. ต่อมน้าลาย 1. ต่อมทส่ี ร้างน้าย่อย
2. ต่อมทีผ่ นังกระเพาะ 2. ตอ่ มทส่ี ร้างเมอื ก
3. ตับอ่อน 3. ต่อมทีส่ ร้างกรดเกลอื
4. ตอ่ มท่ผี นังลาไส้ 4. ตอ่ มทีส่ ร้างนา้ ยอ่ ยและสรา้ งกรดเกลอื
5. ข้อ 1. และข้อ 3. 5. ถูกทกุ ข้อทกี่ ลา่ วมา
13. บริเวณใดต่อไปน้ี เปน็ บริเวณที่ทาหน้าทดี่ ดู 14. บริเวณใดต่อไปน้ี เปน็ บรเิ วณที่ทาหน้าที่
กลับนา้ สรา้ งเอนไซม์ท่เี กย่ี วขอ้ งกับการย่อย
1. ตับ 2. ตบั ออ่ น 1. ตับ 2. ตบั ออ่ น
3. ลาไสเ้ ล็ก 4. กระเพาะอาหาร 3. ลาไส้เลก็ 4. กระเพาะอาหาร
5. ลาไสใ้ หญ่ 5. ลาไสใ้ หญ่
15. เอนไซมใ์ นน้าลายเราเรยี กว่าอะไร 16. น้าดผี ลติ จากอวัยวะใด
1. เปปซนิ 2. เรนนิน 1. ตบั 2. ตบั อ่อน
3. กลเี ซอรอล 4. ไลเปส 3. ลาไสเ้ ลก็ 4. กระเพาะอาหาร
5. อะไมเลส 5. ลาไส้ใหญ่
17. บริเวณใดทีม่ ีการย่อยเเละดูดซมึ มากท่ีสดุ 18. บริเวณใดท่ีทาหนา้ ที่เปน็ ทั้งต่อมไร้ทอ่
1. ตับ 2. ตับอ่อน และต่อมมที ่อ
3. ลาไส้เลก็ 4. กระเพาะอาหาร
5. ลาไสใ้ หญ่ 1. ตบั 2. ตับออ่ น
3. ลาไส้เล็ก 4. กระเพาะอาหาร
5. ลาไส้ใหญ่
19. บรเิ วณใดท่มี ีการย่อยเชงิ กล และคลกุ เคลา้ 20. ดโู อดินัม (Duodenum) มคี วามยาว
อาหารกับน้าลาย ประมาณเทา่ ใด
1. ต่อมน้าลาย 1. ยาวประมาณ 20 เซนตเิ มตร
2. ตบั อ่อน 2. ยาวประมาณ 25 เซนติเมตร
3. ลาไสเ้ ล็ก 3. ยาวประมาณ 30 เซนตเิ มตร
4. หลอดอาหาร 4. ยาวประมาณ 35 เซนตเิ มตร
5. ชอ่ งปาก 5. ยาวประมาณ 40 เซนติเมตร
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
วิชา ชวี วิทยา 3 เรอ่ื ง ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์
ชื่อ–สกลุ ………………….……………..…………………….……….… ช้นั …………………………… เลขท…ี่ …….…
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว แลว้ กาเครื่องหมายกากบาท 5
ลงในช่อง 1 2 3 4 และ 5 ในกระดาษคาตอบท่ีแจกให้
ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 5 ข้อที่ 1 2 3 4
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
วชิ า ชีววทิ ยา 3 เร่ือง ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์
ช่ือ–สกุล………………………………..…….…..……………… ช้นั ………………….……………… เลขท…ี่ …….…
คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสดุ เพียงคาตอบเดยี ว แลว้ กาเครื่องหมายกากบาท 5
ลงในช่อง 1 2 3 4 และ 5 ในกระดาษคาตอบที่แจกให้
ขอ้ ท่ี 1 2 3 4 5 ขอ้ ท่ี 1 2 3 4
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20
ใบความรู้
เร่ือง ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์
อาหารที่สิ่งมีชีวิตบริโภคเขา้ ไป ไม่ว่าจะเปน็ ชนิดใดก็ตาม จะนาเขา้ สูเ่ ซลล์ไดก้ ต็ ่อเมื่ออย่ใู น
รูปของสารอาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก คือ กรดอะมิโน น้าตาลโมเลกุลเดี่ยว กลีเซอรอล และกรด
ไขมัน นั่นก็คือ อาหาร โมเลกุลใหญ่ที่สิ่งมีชีวิตรับประทานเข้าไป จาเป็นต้องแปรสภาพให้มีขนาด
เล็กลง การแปรสภาพของอาหารดังกล่าวเกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่อาศัยการทางานของเอนไซม์ย่อย
อาหาร โดยทว่ั ไปเรยี กวา่ นา้ ย่อย จากนัน้ โมเลกุลของสารอาหารจะถกู ดดู ซมึ เข้าสู่เซลล์ กระบวนการ
แปรสภาพอาหารทม่ี โี มเลกลุ ใหญ่ใหม้ โี มเลกลุ เลก็ ลง เรียกว่า การย่อยอาหาร (Digestion)
ระบบยอ่ ยอาหาร (Digestive System)
ระบบย่อยอาหารมีหนา้ ทย่ี อ่ ยอาหารให้ละเอียด แลว้ ดดู ซึมผ่านเข้าสูก่ ระแสเลือดเพ่ือไป
เลีย้ งสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
การย่อยอาหาร (Digestion) หมายถงึ กระบวนการสลายอนภุ าคอาหารใหม้ ีขนาดเลก็ สุด
จนสามารถดูดซมึ เขา้ ไปในเซลลไ์ ด้ เมื่อมนษุ ยร์ บั ประทานอาหารเข้าสู่ร่างกาย จะผา่ นระบบตา่ ง ๆ
ดงั นี้
1. ปาก
2. หลอดอาหาร
3. กระเพาะอาหาร
4. ลาไส้เลก็
5. ลาไสใ้ หญ่
6. ของเสยี ออกทางทวารหนัก
ขน้ั ตอนการย่อยอาหาร การยอ่ ยอาหารมี 2 ข้ันตอน
การย่อยเชิงกล (Mechanical digestion) เป็นกระบวนการทาให้อาหารมีขนาดเลก็ ลง เพื่อ
สะดวกตอ่ การเคล่ือนที่และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีต่อไป โดยการบดเค้ียว รวมทงั้ การบบี ตวั ของทางเดิน
อาหาร ยงั ไมส่ ามารถทาให้อาหารมขี นาดเลก็ สุด จึงไม่สามารถดูดซึมเขา้ เซลล์ได้
การย่อยทางเคมี (Chemical digestion) เป็นการย่อยอาหารใหม้ ีขนาดเล็กที่สุด โดยการ
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีระหว่าง อาหาร กับ น้า โดยตรง และจะใช้เอนไซม์หรือนา้ ย่อยเขา้ เร่งปฏกิ ิรยิ า
ผลจากการย่อยทางเคมีเมื่อถึงจุดสุดท้าย จะได้สารโมเลกุลเล็กที่สุดที่สามารถดูดซึมเข้าสู่
เซลล์ได้ ซ่ึงอาหารท่ตี ้องมกี ารย่อย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตนี และไขมัน สว่ นเกลอื แร่ และวิตามิน
จะดูดซมึ เขา้ สู่รา่ งกายไดโ้ ดยตรง
อวยั วะทชี่ ว่ ยย่อยอาหาร
1. ต่อมนา้ ลาย (Salivary Gland) ผลิตนา้ ยอ่ ยอะไมเลส (Amylase) หรือไทยาลนิ (Ptyalin)
ย่อยแป้งใหเ้ ปน็ นา้ ตาลมอลโทส
2. กระเพาะอาหาร (Stomach) ผลิต นา้ ย่อยเพปซนิ ย่อยโปรตีนใหเ้ ปน็ โปรตีนสายสน้ั (เพป
ไทด)์ และ น้ายอ่ ยเรนนิน ยอ่ ยโปรตีนในนมใหเ้ ปน็ โปรตีนเป็นล่มิ ๆ
3. ลาไส้เล็ก (Small Intestine) ผลิต น้าย่อยมอลเทส ย่อยน้าตาลมอลโทสให้กลายเป็น
น้าตาลกลโู คส น้ายอ่ ยซูเครส ยอ่ ยน้าตาลซูโครสใหเ้ ป็นน้าตาลกลูโคสและนา้ ตาลฟรักโทส น้าย่อยแลก
เทส ย่อยน้าตาลแลกโทสใหเ้ ป็นน้าตาลกลโู คสและนา้ ตาลกาแลกโตส น้ายอ่ ยอะมโิ นเพปทิเดส ย่อย
โปรตนี สายส้ันใหเ้ ป็นกรดอะมิโน
4. ตบั (Liver) ผลิตน้าดี ยอ่ ยไขมนั ใหเ้ ป็นไขมันแตกตวั เป็นเมด็ เล็ก ๆ
5. ตับอ่อน (Pancreas) ผลิตน้าย่อยลิเพส ย่อยไขมันแตกตัวให้เป็นกรดไขมันและกลีเซ
อรอล น้าย่อยทริปซิน ย่อยโปรตีนให้เป็นพอลิเพปไทด์และไดเพปไทด์ น้าย่อยคาร์บอกซิเพปพิเดส
ย่อยเพปไทด์ให้เป็ฯกรดอะมิโน นา้ ยอ่ ยอะไมเลส ยอ่ ยเช่นเดียวกบั นา้ ยอ่ ยอะไมเลสในปาก
ต่อมน้าลาย
ต่อมนา้ ลาย (Silvary Gland) เปน็ ตอ่ มมที อ่ ทาหน้าที่ผลติ น้าลาย (Saliva) ตอ่ มน้าลายของ
คนมอี ยู่ 3 คู่ คือ
1. ต่อมนา้ ลายใต้ลนิ้ (Sublingual Gland) 1 คู่
2. ต่อมนา้ ลายใตข้ ากรรไกรล่าง (Submandibulary Gland) 1 คู่
3. ต่อมน้าลายขา้ งกกหู (Parotid Gland) 1 คู่
ต่อมน้าลายทั้ง 3 คู่นี้ ทาหน้าที่สร้างน้าลายที่มีเอนไซม์อะไมเลส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อย
สารอาหารจาพวกแปง้ เท่าน้ัน
ความสาคญั ของน้าลาย
1. เปน็ ตวั หล่อล่ืน และทาให้อาหารรวมกันเป็นก้อน เรียกว่า โบลสั (Bolus)
2. ช่วยทาความสะอาดปากและฟนั
3. มีเอนไซมช์ ว่ ยยอ่ ยแปง้
4. ชว่ ยทาให้ปุ่มรับรสตอบสนองตอ่ รสหวาน รสเคม็ รสเปรีย้ ว และรสขมได้ดี
การยอ่ ยในปาก
เริ่มต้นจากการเค้ียวอาหารโดยการทางานร่วมกันของ ฟัน ลิ้น และแก้ม ซึ่งถือเป็นการย่อย
เชิงกล ทาให้อาหารกลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีพื้นที่ผวิ สัมผสั กับเอนไซม์ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันต่อม
น้าลายก็จะหลั่งน้าลายออกมาช่วยคลุกเคล้าให้อาหารเป็นก้อนลื่นสะดวกต่อการกลืน เอนไซม์ใน
นา้ ลาย คอื ไทยาลิน หรืออะไมเลสจะย่อยแป้งในระยะเวลาสนั้ ๆ ในขณะท่อี ยใู่ นชอ่ งปากให้กลายเป็น
เดกซ์ทริน (Dextrin) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กกวา่ แป้ง แต่ใหญ่กว่าน้าตาล และถูกย่อย
ต่อไปจนเปน็ น้าตาลโมเลกลุ คู่ คอื มอลโตส
กระเพาะอาหาร
ประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่อัดกันหนามาก ด้านในมีลักษณะเป็นสันช่วยในการบด
อาหารให้มีขนาดเล็กลงอีก ผนังด้านในสามารถสร้างเอนไซม์เพปซิโนเจน (Pepsinogen) และกรด
ไฮโดรคลอริกหรอื กรดเกลอื (HCI) เพปซโิ นเจนจะถกู กรดเกลือเปลี่ยนสภาพใหก้ ลายเป็นเอนไซม์เพป
ซิน (Pepsin) ซึง่ มีความสามารถในการยอ่ ยโปรตีนให้มีโมเลกลุ เล็กลง เรียก่า เพปไทด์ (Peptide) แต่
ยังไม่สามารถดดู ซึมได้
การย่อยในกระเพาะอาหาร
อาหารจะถูกคลุกเคล้าอยู่ในกระเพาะด้วยการหดตัว และคลายตัวของกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
ของกระเพาะ โปรตีนจะถกู ย่อยในกระเพาะ โดยน้าย่อยเพปซิน ซึ่งย่อยพันธะบางชนดิ ของเพปไทด์
เทา่ น้นั ดงั นั้นโปรตนี ทถ่ี กู เพปซินยอ่ ยสว่ นใหญจ่ ึงเปน็ พอลิเพปไทด์ท่ีสนั้ ลง สว่ นเรนนินช่วยเปลี่ยนเค
ซีน (Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนในน้านมแล้ว รวมกับแคลเซียมทาให้มีลักษณะเป็นลิ่ม ๆ จากนั้นจะถกู
เพปซินย่อยต่อไปในกระเพาะอาหาร น้าย่อยลิเพสไม่สามารถทางานได้ เนื่องจากมีสภาพเป็นกรด
โดยปกติอาหารจะอยู่ในกระเพาะอาหารนาน 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ซ่งึ ข้นึ อยกู่ บั ชนดิ ของอาหารนัน้ ๆ
กระเพาะอาหารก็มีการดดู ซึมอาหารบางชนิดได้ แตป่ ริมาณนอ้ ยมาก เชน่ นา้ แรธ่ าตุ นา้ ตาลโมเลกุล
เดย่ี ว กระเพาะอาหารดดู ซมึ แอลกอฮอลไ์ ด้ดี อาหารโปรตนี เชน่ เนือ้ ววั ยอ่ ยยากกว่าเน้ือปลา ในการ
ปรุงอาหารเพื่อให้ย่อยง่าย อาจใช้การหมักหรือใส่สารบางอย่างลงไปในเนื้อสัตว์เหล่านั้น เช่น ยาง
มะละกอ หรือสบั ปะรด
ลาไส้เลก็
เป็นทางเดินอาหารส่วนที่ยาวมาก แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ดูโอดีนัม เจจูนัม และไอเลียม ท่ี
ผนังลาไส้เล็กสามารถสร้างน้าย่อยขึ้นมาได้ ซึ่งมีหลายชนิด นอกจากนั้นที่ลาไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม ยัง
ได้รับน้าย่อยจากตับอ่อน และน้าดีมาจากตับ น้าย่อยจากตับอ่อนมีหลายชนิดที่สามารถย่อย
คาร์โบไฮเดรต โปรตนี และไขมนั ได้
การยอ่ ยอาหารในลาไสเ้ ลก็
1. ยอ่ ยนา้ ตาลโมเลกลุ คู่ ใหเ้ ป็นน้าตาลโมเลกุลเดี่ยว ดังน้ี
- มอลโทส โดยเอนไซมม์ อลเทส ไดก้ ลโู คส 2 โมเลกลุ
- ซูโครส โดยเอนไซมซ์ ูเครส ได้กลูโคส และฟรักโทส
- แลกโทส โดยเอนไซมแ์ ลกเทส ได้กลโู คส และกาแลกโทส
2. ย่อยสารอาหารโปรตีนต่อจากกระเพาะอาหาร ได้แก่ เพปไทด์โดยเอนไซม์ทริปซินได้
กรดอะมิโน ซงึ่ เป็นโปรตีนโมเลกุลเด่ียว
3. ย่อยไขมัน โดยเอนไซม์ ลิเพส จะย่อยไขมันโมเลกุลเล็ก ( emulsified fat ) ให้เป็น
ไขมันโมเลกุลเดีย่ ว ไดแ้ ก่ กรดไขมนั และกลเี ซอรอล
ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์