ขัน้ ที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 25 นาที
3.1 ครูและนกั เรยี นร่วมกันเรยี นรู้เพ่ิมเตมิ และอภิปรายเกย่ี วกบั การทำกจิ กรรมโดย
ใชค้ ำถาม ดังน้ี
- เพราะเหตุใดเม่ือใช้ผา้ มดั ตน้ แขนแล้ว หลอดเลอื ดจงึ ปรากฏชัดเจนขนึ้
(เพราะเลอื ดไหลไปได้น้อยลง เลอื ดจงึ คั่งอยู่ในหลอดเลือดทำใหห้ ลอดเลือดโป่ง
เหน็ ชัดเจนขึ้น)
- การไหลของเลอื ดในหลอดเลอื ดทปี่ รากฏนา่ จะมีทศิ ทางจากปลายแขนไปยงั ต้น
แขน หรือจากตน้ แขนไปยังปลายแขน
(จากปลายแขนไปยงั ต้นแขนเพราะเม่ือมัดตน้ แขนแลว้ ทำใหห้ ลอดเลอื ดบรเิ วณ
ต่ำกว่าต้นแขนลงมาโป่งออก)
- ก่อนปล่อยนวิ้ ข. ลักษณะของหลอดเลือดเปน็ อย่างไร
(หลอดเลอื ดไม่โป่ง ไมม่ เี ลือดไหลกลับเข้ามาในหลอดเลอื ด)
- เมื่อปล่อยน้ิว ข. ลกั ษณะของหลอดเลอื ดเปน็ อย่างไร เพราะเหตใุ ด
(หลอดเลือดไมโ่ ป่ง เพราะเลอื ดถกู ไล่ไปทางต้นแขน ส่วนทางปลายแขนยังคงมีน้วิ
ก. กดอยทู่ ำให้เลอื ดไหลมาไม่ได้ เลือดที่ถกู ไล่ไปทางต้นแขนแลว้ ไหลกลับมาไมไ่ ด้ เพราะภายในหลอด
เลือดมลี ้ินคอยก้นั อย)ู่
- เม่อื ปลอ่ ยนิว้ ก. ลกั ษณะของหลอดเลอื ดเป็นอย่างไร
(หลอดเลือดจะโป่ง เพราะมเี ลอื ดไหลกลบั เขา้ มาในหลอดเลือด)
- ทศิ ทางการไหลของเลือดในหลอดเลอื ดท่ศี กึ ษาเปน็ อยา่ งไร
(เลอื ดในหลอดเลือดทศ่ี กึ ษามีทศิ ทางการไหลไปทางเดียวกันคอื จากปลายแขนไป
ยงั ตน้ แขน ดงั นั้นภายในหลอดเลือดนา่ จะมลี ิน้ ทำหน้าที่กน้ั ไม่ใหเ้ ลือดไหลย้อนกลบั )
- ในกรณีท่ีเลือดไหลไปทางเดยี วกันไมม่ ีการไหลยอ้ นกลบั โครงสรา้ งภายในของ
หลอดเลือดควรมลี กั ษณะอยา่ งไร
(ภายในหลอดเลือดควรมลี ิน้ ก้นั การไหลของเลือดเปน็ ระยะ ๆ เพอ่ื กัน้ ไมใ่ ห้เลอื ด
ไหลยอ้ นกลบั ดงั ในหลอดเลอื ดเวน)
3.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการไหลของเลือดในหลอดเลือดเวน โดยครูอาจ
ใช้รูป 15.12 ในหนังสือเรียนซึง่ แสดงการทำงานของลิ้นภายในหลอดเลอื ดเวน และกล้ามเนื้อรอบ ๆ
หลอดเลือดเวน แล้วร่วมกันอภปิ รายโดยครอู าจใช้คำถามเพิม่ เตมิ ดังนี้
- ผสู้ ูงอายุ หญิงมีครรภ์ และผปู้ ระกอบอาชพี ท่ตี ้องยืนเปน็ เวลานาน ๆ มกั จะมี
อาการหลอดเลือดขอดทข่ี า เพราะเหตใุ ด
(การยืนเป็นเวลานาน ๆ ทาให้เลอื ดในหลอดเลือดเวนทข่ี าไหลกลับเข้าส่หู ัวใจยาก
ขึ้นเน่ืองจากแรงโน้มถว่ งของโลก เมื่อเป็นเช่นนีท้ ำให้ลิ้นของหลอดเลือดเวนต้องรับน้ำหนักของเลือด
เป็นเวลานานจึงทำให้ลิ้นเสื่อมสภาพเกดิ การโปง่ ของหลอดเลือด เนอ่ื งจากมเี ลือดคงั่ อยูบ่ ริเวณนนั้ )
ข้นั ท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที
4.1 ครใู ห้นกั เรียนสบื ค้นขอ้ มลู เกี่ยวกับโรคและความผดิ ปกตขิ องหวั ใจ หลอดเลอื ด โดย
ครอู าจให้นักเรียนศกึ ษาคน้ ควา้ จากวารสาร หนังสือพิมพ์ เอกสารแผน่ พบั ของโรงพยาบาลตา่ ง ๆ กรม
อนามยั ฯลฯ หรอื เชิญวิทยากรภายนอกทเ่ี ช่ียวชาญเก่ยี วกับเรื่องดงั กลา่ วมาใหค้ วามรแู้ กน่ ักเรียน อาจ
ใชส้ ื่อวีดิทัศนจ์ ากแหลง่ เรียนรูต้ ่าง ๆ มาใชป้ ระกอบการสอนในหัวข้อนี้
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรือ่ ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์
10. ส่อื การเรยี นรู/้ แหล่งเรียนรู้
10.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพมิ่ เติม ชวี วิทยา เลม่ 4
2. ส่ือนำเสนอ Power Point เรื่อง การลำเลียงสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : หลอดเลอื ด
3. ปลาขนาดเลก็ เชน่ ปลาหางนกยูงเพศเมีย ลูกปลานลิ
4. สไลด์และกระจกปดิ สไลด์
5. สำลี
6. น้ำ
7. บีกเกอร์
8. กล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสงเชงิ ประกอบ
9. ผ้าสำหรบั มดั ตน้ แขน
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. อินเทอร์เน็ต จากเว็บไซต์ต่างๆ
2. หอ้ งสมุดโรงเรียนสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่ิงทีต่ อ้ งการวัด วิธีการวัด เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบนั ทกึ กิจกรรม - ทำแบบบันทกึ
1.1 ทิศทางการไหลของเลือด การณเ์ รอ่ื ง การลำเลียง - แบบทดสอบคำถาม กจิ กรรมได้ถูกต้อง
ระดับคุณภาพดีข้นึ
และการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ด สารในร่างกายมนษุ ย:์ ในหนังสอื เรยี น ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เลือดในหางปลา หลอดเลือด
1.2 ความสัมพันธ์ระหว่าง - ตรวจคำตอบ ใน
ชนิดและขนาดของหลอดเลือด แบบบันทึกกจิ กรรม
กับความเร็วในการไหลของ เร่ืองการลำเลียงสารใน
เลือด รา่ ง กายมนุษย์: หลอด
1.3 โครงสร้างและการทำงาน เลอื ด
ของหัวใจและหลอดเลือดใน
มนุษย์
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤติกรรมการ
2.1 การสงั เกต การประเมนิ ดงั น้ี ปฏบิ ตั ิการทดลอง ทำงานกล่มุ ใน
2.2 การจำแนกประเภท 1) เนื้อหาสอดคล้องกบั - แบบประเมนิ ชิน้ งาน/ ระดับคุณภาพดขี นึ้
2.3 การลงความเหน็ จาก หวั ข้อ ผลงาน ไปผา่ นเกณฑ์
ข้อมูล 2) การสรุปความรู้
2.4 การทดลอง 3) การเขยี นส่อื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำขอ้ มูลไปใช้
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สังเกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มพี ฤตกิ รรมด้าน
3.1 ความซอ่ื สัตย์ ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดับ
3.2 ความมงุ่ มั่นอดทน - สงั เกตพฤติกรรมการ คุณภาพดีขน้ึ ไป
3.3 ความเชอื่ มน่ั ตอ่ หลกั ฐาน นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
เชงิ ประจักษ์ - สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้
และม่งุ ม่นั การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ที่เกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีครู
วันท่ี ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของครพู ี่เลย้ี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครูพีเ่ ลีย้ ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของฝา่ ยวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กำหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 23
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชวี วทิ ยา 4 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 ระบบหมุนเวยี นเลือดและระบบน้ำเหลอื ง เวลาเรียน 16 ชัว่ โมง
ชื่อแผนการจัดการเรยี นรู้ การลำเลียงสารในร่างกายมนุษย์ : เลือด จำนวนเวลา 2 ชวั่ โมง
วนั ..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอ่ื นที่ การสืบพนั ธแุ์ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคัญ
เลือดมนุษย์ ประกอบด้วยเซลล์เมด็ เลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา
ซึ่งมหี น้าท่แี ตกต่างกนั
เลือดมนุษย์จำแนกตามหมู่เลือดระบบ ABO ได้เป็นเลือดหมู่ A B AB และ O ซึ่งจำแนก
ตามชนิดของแอนติเจนที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง และจำแนกตามหมู่เลือดระบบ Rh ได้เป็นเลือดหมู่
Rh+ และ Rh- การใหแ้ ละรบั เลอื ดมีหลกั ว่าแอนติเจนของผู้ให้ต้องไม่ตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ และ
การใหแ้ ละรบั เลอื ดท่เี หมาะสมที่สุดคอื ผใู้ ห้และผู้รับเลือดควรมีหม่เู ลือดตรงกัน
เลือดของมนุษย์ประกอบด้วย พลาสมา เซลล์เม็ดเลือดและเพลตเลต พลาสมา
ประกอบด้วย น้ำ โปรตีน สารอาหาร ฮอร์โมน ของเสียและสารอื่น ๆ เซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วย
เซลล์เมด็ เลอื ดแดงทำหน้าที่ลาเลยี งแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เซลลเ์ ม็ดเลือดขาวทำ
หน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม และสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนเพลตเลตทำหน้าที่เกี่ยวกับการ
แข็งตัวของเลือด
3. ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
2. อธิบายหมเู ลือด หลักการใหเ้ ลอื ดและรบั เลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
4. สาระการเรียนรู้
1. ความแตกตา่ งของเซลล์เมด็ เลอื ดแดง เซลลเ์ มด็ เลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา
2. หมู่เลอื ดและหลักการให้และรับเลอื ดในหมูเ่ ลือดระบบ ABO และหมเู่ ลือดระบบ Rh
5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะและประมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดง
เซลลเ์ มด็ เลือดขาว และเพลตเลตได้
2. นกั เรยี นสามารถสร้างแบบจำลองของหม่เู ลือดระบบ ABO ได้
3. นักเรยี นสามารถระบุชนิดแอนติเจน และแอนตบิ อดขี องเลือดหมู่ A B AB และ O ได้
4. นักเรยี นสามารถอธิบายหลกั การใหแ้ ละรบั เลือดหมู่ A B AB และ O ได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท
3. การจำลอง
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งม่นั ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะของผูเ้ รียนใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คอื ทักษะพนื้ ฐานทจ่ี าเป็น ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครื่องหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มที กั ษะในการคานวณ /
8C ทักษะต่างๆทจ่ี าเป็น
Critical thinking and problem solving (มที ักษะในการคิด /
วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และแกไ้ ขปญั หาได้) /
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง /
นวัตกรรม) /
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy
(ทักษะในการสอ่ื สาร และการรู้เทา่ ทันสอ่ื )
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร์)
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนรู)้
Compassion (มีคุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มรี ะเบียบวนิ ยั )
8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
8.1 ชนิ้ งาน
- แบบบันทึกกจิ กรรม เร่ือง การลำเลยี งสารในร่างกายมนษุ ย์ : เลอื ด
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทกึ ประสบการณ์การเรยี นรู้ สรุปสาระสำคัญของเร่ืองทีเ่ รียน
- แบบทดสอบเรอ่ื ง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์ : เลือด
9. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครูจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยมีขน้ั ตอนดังตอ่ ไปน้ี
ขน้ั ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) 5 นาที
1.1 ครูนำนักเรียนเข้าสู่เรื่องส่วนประกอบของเลือดโดยการทบทวนความรู้เดิมของ
นกั เรียน และใชค้ ำถามดังนี้
- นอกจากเซลล์เม็ดเลือดขาวแล้ว องค์ประกอบของเลือดในร่างกายประกอบด้วย
ส่วนใดบ้าง
(เซลลเ์ ม็ดเลือดแดง เกล็ดเลอื ด และนำ้ เลอื ด)
1.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด
หรอื เพลตเลต และนำเลือดหรอื พลาสมา ที่เกยี่ วขอ้ งกับการการลำเลยี งสารภายในร่างกาย
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 40 นาที
2.1 ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษารปู ร่างลกั ษณะ ปรมิ าณ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือด
แดง รูปรา่ งลกั ษณะ ปริมาณ และหน้าท่ีของเซลล์เมด็ เลือดแดง ชนิด รูปรา่ งลกั ษณะ และหนา้ ทีข่ อง
เซลล์เม็ดเลอื ดขาว การแข็งตัวของเลอื ด หมเู่ ลือดและการให้เลอื ด จากใบความรู้และหนงั สอื เรียน
โดยครูอธิบายเก่ียวกับรปู รา่ งลกั ษณะ ปรมิ าณ และหน้าทข่ี องเซลลเ์ มด็ เลือดแดง ชนดิ รูปรา่ งลกั ษณะ
และหน้าท่ีของเซลล์เมด็ เลอื ดขาว การแข็งตวั ของเลอื ด หมู่เลอื ดและการใหเ้ ลือด เพอ่ื ให้นกั เรียนเกิด
ความเขา้ ใจ
2.2 มอบหมายให้สมาชิกจับคู่ศึกษา ในประเด็น รูปร่างลักษณะ ปริมาณ และ
หน้าทีข่ องเซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง ชนิด รปู รา่ งลกั ษณะ และหนา้ ทข่ี องเซลล์เม็ดเลอื ดขาว การแข็งตัวของ
เลอื ด หมู่เลอื ดและการใหเ้ ลือด
2.3 สมาชิกแต่ละคู่ร่วมกันสรุปข้อมูลตามที่ศึกษา แล้วนาข้อมูลที่ศึกษามาได้
ร่วมกันแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์
ความรู้รว่ มกนั
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอกันเองภายในกลุ่ม สมาชิกรับฟังและช่วยกัน
ประเมิน แสดงความคดิ เห็น แลกเปล่ยี นภายในกล่มุ เพ่อื ให้งานของกลุ่มสมบรู ณม์ ากยิ่งขน้ึ
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 25 นาที
3.1 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาผลงานทีเ่ ขียนในกระดาษโปสเตอร์ มาตดิ ผลงาน
ทก่ี ระดานไวท์บอรด์ หน้าชนั้ เรยี น ผนงั หอ้ งดา้ นข้างและดา้ นหลงั ห้อง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปลย่ี นเรียนรู้ผลงานของกลมุ่ อื่น แสดงความคิดเห็น อภปิ รายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถตั้ง
คาถาม และช่วยกนั ประเมนิ ผลงานของกล่มุ อน่ื ๆไปด้วย แล้วใหค้ ะแนนเวียนไปจนครบทุกกลุม่
3.3 ครูและหวั หน้าห้องรว่ มกันสรุปผลการประเมิน แจ้งผลของการประเมนิ ร่วมช่ืน
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพรอ่ ง
3.4 ครูและนกั เรียนรว่ มกันชน่ื ชมผลงาน ใหก้ าลังใจ
3.5 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ หนา้ ที่สำคญั ของเลือด ดังน้ี
1. ลำเลียงสารต่างๆ ผ่านระบบหมุนเวียนเลือด เช่น แก๊สออกซิเจน แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ สารอาหารและวติ ามนิ ตา่ งๆ ยเู รยี และฮอรโ์ มน
2. ทำลายส่งิ แปลกปลอมทีเ่ ข้าสูร่ ่างกายโดยเซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาว
3. แลกเปลีย่ นของเหลวและสารตา่ ง ๆ ท่ีบริเวณหลอดเลือดฝอยทว่ั ร่างกาย
4. ช่วยในการแข็งตวั ของเลือดโดยเพลตเลต
3.6 ตวั อยา่ งการทำกจิ กรรม แบบจำลองโครงสร้างเลอื ดหมตู่ ่าง ๆ ควรมีลักษณะ
ดังน้ี
3.7 ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลเมื่อนาแบบจำลองโครงสร้างของเลือด
แต่ละหมู่มาแสดงบทบาทสมมติเป็นผู้ให้และผู้รับเลือด พบว่าถ้ากระดุมแป๊กสามารถประกบกันได้
แสดงวา่ เลอื ดเกดิ การตกตะกอนทาให้เกิดอนั ตราย นั่นคือผใู้ ห้เลอื ดและผ้รู บั เลือดไม่สามารถให้และรับ
เลือดกันได้
3.8 ครูชี้ให้นักเรียนเห็นข้อสังเกตกรณีที่ผู้ให้มีเลือดหมู่ O พบว่าสามารถให้เลือดกับ
ผู้รบั ได้ทุกหมู่เลอื ด แต่ให้ไดเ้ ฉพาะส่วนที่เป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงเท่าน้ัน จึงจะไมท่ ำให้เกิดการประกบ
กนั ได้ของกระดมุ แปก๊ เพราะเลอื ดหมู่ O ไมม่ แี อนตเิ จนบนผิวเซลล์เมด็ เลอื ดแดง ดงั รปู
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 20 นาที
4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคดิ ในการนำความเข้าใจเกี่ยวกับ รูปร่างลักษณะ
ปริมาณ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ชนิด รูปร่างลักษณะ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว
การแข็งตัวของเลือด หมู่เลอื ดและการให้เลอื ดไปใช้ประโยชน์
4.2 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เสนอแนวคิดในการแก้ปญั หาโจทยเ์ ก่ียวกับ รูปร่างลักษณะ
ปริมาณ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ชนิด รูปร่างลักษณะ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว
การแขง็ ตวั ของเลือด หมู่เลือดและการใหเ้ ลอื ด
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับ รูปร่างลักษณะ
ปริมาณ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ชนิด รูปร่างลักษณะ และหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว
การแขง็ ตวั ของเลือด หมูเ่ ลือดและการให้เลอื ด
4.4 เพิ่มเติมเก่ยี วกบั การให้และรบั เลือดในระบบเลือด ABO โดยใชค้ ำถามซ่ึงมีแนว
คำตอบ ดงั นี้
- คนที่มีเลือดหมู่ O ให้เลือดแก่คนที่มีเลือดหมู่ A ได้ แต่คนที่มีเลือดหมู่ A ไม่
สามารถใหเ้ ลอื ดแก่คนท่ีมีเลอื ดหมู่ O ได้ เพราะเหตุใด
(เพราะคนที่มีเลือดหมู่ O ไม่มีแอนติเจน A และ แอนติเจน B จึงไม่ทำปฏิกิริยากับ
แอนติบอดี B ของคนทม่ี ีเลอื ดหมู่ A แตค่ นทีม่ ีเลือดหมู่ A มแี อนติเจน A ซึ่งทำปฏกิ ริ ิยากบั แอนติบอดี
A ของคนทมี่ ีเลือดหมู่ O)
ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ ผล (Evaluation) 10 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรือ่ ง การลำเลยี งสารในร่างกายมนุษย์
10. สื่อการเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่ือการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ ชีววทิ ยา เล่ม 4
2. สอ่ื นำเสนอ Power Point เรอ่ื ง การลำเลียงสารในรา่ งกายมนุษย์ : เลอื ด
3. สไลด์ถาวรเซลล์เมด็ เลือดของมนุษย์
4. กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงเชิงประกอบวัสดุอุปกรณ์สำหรับทำแบบจำลองเซลล์เม็ด
เลือด แบบจำลองแอนติเจน และแบบจำลองแอนตบิ อดี
5. ผา้ โปร่งสีแดง
6. หนังยาง
7. กระดุมแป๊ก (แบบเหลี่ยม-มีรูตรงลาง แบบเหลี่ยม-ไม่มีรูตรงกลาง แบบกลม-มีรู
ตรงกลาง แบบกลม-ไม่มีรูตรงกลาง)
8. รบิ บ้ินลวดยาว 3 cm. (สเี ขียว สีแดง)
9. ลวดกามะหย่ยี าว 10 cm. (สีเขียว สสี ้ม)
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อนิ เทอรเ์ น็ต จากเวบ็ ไซต์ตา่ งๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรยี นสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สิง่ ทีต่ ้องการวดั วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทึกประสบ - แบบบันทกึ กิจกรรม - ทำแบบบันทกึ
1.1 ความแตกต่างของเซลล์ การณ์เร่อื ง การลำเลียง - แบบทดสอบคำถาม กิจกรรมไดถ้ กู ตอ้ ง
เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือด สารในรา่ งกายมนุษย์ : ในหนังสอื เรยี น ระดบั คุณภาพดขี ึน้
ขาว เพลตเลต และพลาสมา เลือด ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
1.2 หมู่เลือดและหลักการให้ - ตรวจคำตอบ ใน
และรับเลือดในหมู่เลือดระบบ แบบบันทึกกิจกรรม
ABO และหมู่เลือดระบบ Rh เรอ่ื งการลำเลียงสารใน
รา่ งกายมนุษย:์ เลอื ด
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤตกิ รรมการ
2.1 การสังเกต การประเมิน ดังน้ี ปฏิบัตกิ ารทดลอง ทำงานกลุ่มใน
2.2 การจำแนกประเภท 1) เน้อื หาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมินช้นิ งาน/ ระดับคุณภาพดีข้ึน
2.3 การสร้างแบบจำลอง หวั ขอ้ ผลงาน ไปผ่านเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นสอ่ื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมลู ไปใช้
5) ความตรงต่อเวลา
6) การเลือกใช้
อปุ กรณ์/เครอื่ งมอื การ
ทดลอง
3. ด้านเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤติกรรมดา้ น
3.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็ ทำงานกลมุ่ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเชือ่ ม่ันต่อหลักฐาน - สงั เกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดีข้นึ ไป
เชงิ ประจักษ์ นำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งม่นั การทำงาน
12. บนั ทึกผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ที่เกดิ ขน้ึ กบั ผเู้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครู
วนั ท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
รายวชิ า ชวี วทิ ยาเพ่ิมเตมิ 4 ใบงาน หนว่ ยที่ 15
รหสั วชิ า ว32243 เรื่อง การลำเลียงสารใน เรือ่ ง ระบบหมนุ เวียนเลอื ดและระบบน้ำเหลอื ง
รา่ งกายมนษุ ย์ (เลือด)
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ชือ่ -สกุล……………………..……………………………
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นอธิบายส่วนประกอบตา่ งๆของเลือดให้ถกู ตอ้ ง
1. นำ้ เลือดมลี กั ษณะ………………………………ภายในนำ้ เลือดประกอบดว้ ย………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………….……….
2. เซลลเ์ มด็ เลือดมที ้งั หมด…………..ชนิด ได้แก่…………………………………………………………………….
3. เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดงมลี กั ษณะ…………………………………………ผวิ ของเม็ดเลอื ดแดงมี………………..
ซ่ึงทำหนา้ ที่……………………………………………………เซลล์เมด็ เลอื ดแดงมีอายุ……………………………..
หลงั จากนัน้ จะถกู ทำลายท่ี…………………………………………………………………………………………………
4. เซลล์เมด็ เลือดขาวสร้างจาก…………………………..มหี น้าท่ี…………………………………………………..
5. เกล็ดเลือดมีหน้าท่ี…………………………………………………………………………………..…………………….
6. หลอดเลือดมีทง้ั หมด…………..ชนดิ ไดแ้ ก่………………………………………………………………………….
7. ล้ินหัวใจท่ีกน้ั ระหว่างหัวใจห้องบนขวาและหอ้ งลา่ งขวาช่อื ว่า…………………………………………….
ส่วนล้นิ หวั ใจที่กน้ั ระหวา่ งหัวใจหอ้ งบนซา้ ยกบั หอ้ งลา่ งซ้ายชือ่ วา่ ……………………………………………
8. ค่าความดนั เลอื ด 120/80 มิลลิเมตรของปรอท ตัวเลข 120 หมายถงึ ………………………………….
……………….และตัวเลข 80 หมายถงึ …………………………………………………………………………………….
9. สารท่ที ำใหเ้ มด็ เลือดแดงมสี ีแดงคือ………………………………………………………………………………….
10. เม็ดเลือดทม่ี ีขนาดใหญท่ ่ีสดุ และภายในมนี ิวเคลยี สคอื ……………………………………………………..
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของครพู เ่ี ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครูพเ่ี ล้ียง
วนั ที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดยี ว)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หวั หนา้ กลุ่มบริหารวชิ าการ
วันท่ี .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นายประหยัด เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรียนสวายวิทยาคาร
วันที่ ......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันท่ี .......เดอื น ...................พ.ศ. ........
แบบบันทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
คำช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตำ่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมด้านเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
1. มีวนิ ยั จัดระเบียบวนิ ัยการ จัดระเบียบวนิ ัย จดั ระเบียบวินยั ไมม่ ีระเบยี บวนิ ยั ใน
ทางาน ปฏิบตั ิตาม การทางาน ปฏิบตั ิ การทางาน ปฏิบัติ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏบิ ัตติ าม
ข้อตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามข้อตกลงใน กฎระเบียบตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ยา่ ง ทากิจกรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอียดดีมาก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มีความใฝ่ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม ปฏิบัตกิ ิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรม ปฏบิ ัติกจิ กรรม
รใู้ ฝ่เรียน ศกึ ษาขอ้ มลู ได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาขอ้ มลู ได้ ศึกษาข้อมูลไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถว้ น
เสรจ็ ทันเวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสรจ็
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ง่ ผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทันเวลา และส่งผล
เวลาท่ีกาหนด ทันตามเวลาที่ งานลา้ ช้าไม่เป็นไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาท่ีกาหนด ทกี่ าหนด
3. มุ่งม่นั ใน มีกระบวนการ มีกระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มูล จากการสืบค้น จากการสืบค้น การสบื ค้นขอ้ มูล
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรอื ทดลอง ขอ้ มลู หรอื ทดลอง หรือทดลอง แต่
รวบรวมขอ้ มลู อย่าง รวบรวมขอ้ มูล รวบรวมขอ้ มูล รวบรวมขอ้ มูลไม่
เพียงพอก่อนจะลง อย่างเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอต่อ เพยี งพอตอ่ การ
ข้อสรุป อธบิ ายหรือ จะลงข้อสรุป การอธบิ ายหรอื ลง อธบิ ายหรอื ลง
แสดงความคิดเหน็ อธบิ ายหรอื แสดง ขอ้ สรุป ข้อสรุป
ได้อย่างมเี หตผุ ล ความคิดเห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กจิ กรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหัส ชื่อ –สกุล สบื ค้นข้อมลู ได้อย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ท่ี นัก ระบบ
เรยี น 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ยี ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วนั ที่ ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑ์การใหค้ ะแนนประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอียดดังน้ี
ชว่ งคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคุณภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดับคุณภาพดี
ช่วงคะแนน 3-4 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกว่า 2 หมายถึง ระดับคณุ ภาพปรับปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ได้ระดบั คุณภาพดขี ้ึนไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 24
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา 4 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 ระบบหมุนเวยี นเลือดและระบบนำ้ เหลอื ง เวลาเรียน 16 ชัว่ โมง
ชื่อแผนการจัดการเรยี นรู้ การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : เลือด จำนวนเวลา 1 ชัว่ โมง
วัน..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลื่อนท่ี การสืบพันธ์แุ ละการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคัญ
เลือดมนุษย์ ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา
ซึ่งมีหนา้ ที่แตกตา่ งกนั
เลือดมนุษย์จำแนกตามหมู่เลือดระบบ ABO ได้เป็นเลือดหมู่ A B AB และ O ซึ่งจำแนก
ตามชนิดของแอนติเจนที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง และจำแนกตามหมู่เลือดระบบ Rh ได้เป็นเลือดหมู่
Rh+ และ Rh- การให้และรบั เลือดมีหลกั ว่าแอนติเจนของผู้ให้ตอ้ งไม่ตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ และ
การใหแ้ ละรบั เลือดท่ีเหมาะสมที่สดุ คือ ผู้ใหแ้ ละผ้รู บั เลอื ดควรมหี มู่เลือดตรงกนั
เลือดของมนุษย์ประกอบด้วย พลาสมา เซลล์เม็ดเลือดและเพลตเลต พลาสมา
ประกอบด้วย น้ำ โปรตีน สารอาหาร ฮอร์โมน ของเสียและสารอื่น ๆ เซลล์เม็ดเลือดประกอบด้วย
เซลล์เม็ดเลือดแดงทำหนา้ ที่ลาเลียงแก๊สออกซิเจนและแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ เซลล์เม็ดเลือดขาวทำ
หน้าที่ทำลายเช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอม และสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนเพลตเลตทำหน้าที่เกี่ยวกับการ
แข็งตัวของเลอื ด
3. ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูล ระบุความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
2. อธบิ ายหมูเลอื ด หลักการให้เลือดและรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh
4. สาระการเรยี นรู้
1. ความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลอื ดแดง เซลลเ์ มด็ เลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา
2. หมเู่ ลือดและหลักการให้และรับเลือดในหมูเ่ ลือดระบบ ABO และหมเู่ ลือดระบบ Rh
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะและประมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดง
เซลล์เม็ดเลอื ดขาว และเพลตเลตได้
2. นกั เรยี นสามารถสร้างแบบจำลองของหม่เู ลือดระบบ ABO ได้
3. นักเรยี นสามารถระบุชนิดแอนติเจน และแอนตบิ อดขี องเลือดหมู่ A B AB และ O ได้
4. นกั เรยี นสามารถอธิบายหลกั การให้และรบั เลือดหมู่ A B AB และ O ได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท
3. การจำลอง
ด้านเจตคติ (A)
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุง่ ม่นั ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คณุ ลกั ษณะของผเู้ รยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพืน้ ฐานท่จี าเป็น ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครื่องหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขยี นได้ /
(A)Rithmatic คอื มีทักษะในการคานวณ
8C ทกั ษะตา่ งๆท่ีจาเปน็
Critical thinking and problem solving (มีทกั ษะในการคิด /
วเิ คราะห์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่าง
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทีม และภาวะผู้นา)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการส่อื สาร และการรูเ้ ทา่ ทนั สือ่ )
Computing and IT literacy (ทักษะการใช้คอมพิวเตอร)์ /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนร้)ู
Compassion (มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินยั ) /
8. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ชิ้นงาน
- แบบบันทกึ กจิ กรรม เรื่อง การลำเลยี งสารในรา่ งกายมนุษย์ : เลือด
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บันทกึ ประสบการณก์ ารเรียนรู้ สรุปสาระสำคญั ของเรือ่ งทีเ่ รยี น
- แบบทดสอบเร่อื ง การลำเลียงสารในรา่ งกายมนษุ ย์ : เลอื ด
9. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (รูปแบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยมขี น้ั ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 5 นาที
1.1 ครนู ำนักเรยี นเข้าส่เู รอื่ งการใหแ้ ละรบั เลือดในระบบ ABO โดยการทบทวนความรู้
ของนกั เรยี น โดยใหน้ กั เรียนร่วมกันเติมคำตอบในตาราง ดงั นี้
1.2 ครูให้นักเรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกับหลักการให้และรบั เลือดในหมู่เลือดระบบ ABO
ซ่งึ ควรสรปุ ไดว้ า่ การใหเ้ ลอื ดและการรบั เลือดจะพิจารณาเฉพาะแอนติเจนเป็นหลกั โดยแอนติเจนของ
ผใู้ ห้ตอ้ งไมต่ รงกับแอนติบอดีของผรู้ ับ และการใหแ้ ละรับเลือดท่ีเหมาะสมที่สุดคือผู้ให้และผู้รับควรมี
เลือดหม่เู ดยี วกนั
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 20 นาที
2.1 ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาหมู่เลอื ดระบบ Rh จากใบความรแู้ ละหนงั สอื เรยี น โดยครู
อธบิ ายเก่ยี วกับหมู่เลือดระบบ Rh เพอื่ ใหน้ ักเรียนเกิดความเข้าใจ
2.2 มอบหมายใหส้ มาชิกจับคู่ศกึ ษา ในประเด็น หม่เู ลอื ดระบบ Rh
2.3 สมาชิกแต่ละคู่รว่ มกนั สรปุ ข้อมลู ตามทีศ่ ึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีศกึ ษามาได้ ร่วมกัน
แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรู้
รว่ มกัน
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอกันเองภายในกลุ่ม สมาชิกรับฟังและช่วยกนั ประเมนิ
แสดงความคดิ เห็น แลกเปลย่ี นภายในกลุ่มเพื่อใหง้ านของกลุ่มสมบูรณม์ ากยิง่ ขึ้น
ขน้ั ที่ 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 10 นาที
3.1 นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาผลงานทีเ่ ขยี นในกระดาษโปสเตอร์ มาติดผลงาน
ทก่ี ระดานไวทบ์ อรด์ หนา้ ชั้นเรียน ผนังหอ้ งด้านขา้ งและดา้ นหลงั ห้อง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเขา้ ชมแลกเปลยี่ นเรียนรู้ผลงานของกลุม่ อืน่ แสดงความคดิ เห็น อภปิ รายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถตั้ง
คาถาม และชว่ ยกันประเมนิ ผลงานของกลุ่มอนื่ ๆไปด้วย แล้วใหค้ ะแนนเวียนไปจนครบทกุ กลุ่ม
3.3 ครูและหวั หนา้ ห้องรว่ มกันสรุปผลการประเมิน แจง้ ผลของการประเมนิ ร่วมชื่น
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพรอ่ ง
3.4 ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ชนื่ ชมผลงาน ใหก้ าลงั ใจ
3.1 ครูสรปุ เพิ่มเตมิ หม่เู ลือดระบบ Rh
1. คนทีม่ เี ลอื ดหมู่ Rh+ สามารถรับเลือดได้ทั้งเลือดหมู่ Rh+ และ Rh-
2. คนทมี่ ีเลอื ดหมู่ Rh- ตอ้ งได้รับเลอื ดหมู่ Rh- เทา่ นั้น แตถ่ า้ รบั เลือดหมู่ Rh+ ครั้ง
แรกอาจไม่เกดิ อันตราย แต่จะเกดิ อันตรายรนุ แรงข้ึนเรอ่ื ย ๆ เม่ือรบั เลือดหมู่ Rh+ ครั้ง ตอ่ ๆ ไป
3. แม่มเี ลือดหมู่ Rh+ ลูกในครรภ์จะมเี ลือดหมู่ Rh+ หรือ Rh- ลกู กจ็ ะไม่มอี นั ตราย
ทเ่ี กดิ จากอรี ีโทรบลาสโทซสิ ฟีทาลิส
4. แมม่ เี ลอื ดหมู่ Rh- ถา้ มีลูกเลอื ดหมู่ Rh- จะไม่เปน็ อนั ตราย แตถ่ ้าเคยมลี กู ทเ่ี ปน็
เลือดหมู่ Rh+ มาก่อนแล้ว ลูกคนตอ่ ไปถ้ามเี ลอื ดหมู่ Rh+ จะเป็นอนั ตรายจากอรี ีโทรบลาสโทซิสฟที าลิส
ขั้นท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการนำความเข้าใจเกี่ยวกับหมู่เลือด
ระบบ Rh ไปใช้ประโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาโจทย์เกี่ยวกับหมู่เลือด
ระบบ Rh
4.3 นกั เรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันสรปุ เชอ่ื มโยงความคดิ เกีย่ วกับหม่เู ลือดระบบ Rh
ท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนกั เรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เร่อื ง การลำเลียงสารในร่างกายมนษุ ย์
10. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
10.1 สอื่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพิม่ เติม ชีววทิ ยา เลม่ 4
2. ส่ือนำเสนอ Power Point เรือ่ ง การลำเลียงสารในร่างกายมนษุ ย์ : เลอื ด
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อินเทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. ห้องสมดุ โรงเรียนสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สิง่ ทีต่ ้องการวดั วิธกี ารวัด เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจบันทึกประสบ - แบบบันทกึ กิจกรรม - ทำแบบบันทกึ
1.1 ความแตกต่างของเซลล์ การณ์เร่อื ง การลำเลียง - แบบทดสอบคำถาม กิจกรรมไดถ้ กู ตอ้ ง
เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือด สารในรา่ งกายมนุษย์ : ในหนังสอื เรยี น ระดบั คุณภาพดขี ึน้
ขาว เพลตเลต และพลาสมา เลือด ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
1.2 หมู่เลือดและหลักการให้ - ตรวจคำตอบ ใน
และรับเลือดในหมู่เลือดระบบ แบบบันทึกกิจกรรม
ABO และหมู่เลือดระบบ Rh เรอ่ื งการลำเลียงสารใน
รา่ งกายมนุษย:์ เลอื ด
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มพี ฤตกิ รรมการ
2.1 การสังเกต การประเมิน ดังน้ี ปฏิบัตกิ ารทดลอง ทำงานกลุ่มใน
2.2 การจำแนกประเภท 1) เน้อื หาสอดคลอ้ งกบั - แบบประเมินช้นิ งาน/ ระดับคุณภาพดีข้ึน
2.3 การสร้างแบบจำลอง หวั ขอ้ ผลงาน ไปผ่านเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขยี นสอ่ื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมลู ไปใช้
5) ความตรงต่อเวลา
6) การเลือกใช้
อปุ กรณ์/เครอื่ งมอื การ
ทดลอง
3. ด้านเจตคติ (A) - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤติกรรมดา้ น
3.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็ ทำงานกลมุ่ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ในระดบั
3.2 ความเชือ่ ม่ันต่อหลักฐาน - สงั เกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดีข้นึ ไป
เชงิ ประจักษ์ นำเสนอ ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้
และมุ่งม่นั การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ทีเ่ กิดข้นึ กับผเู้ รยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
วันที่ ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ีเ่ ลย้ี ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นายประหยัด เขียวหวาน)
รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
แบบบันทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
คำช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนักเรยี นแล้วขดี / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉล่ีย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ชว่ งคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ตำ่ กว่า 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินการตรวจชน้ิ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถกู ต้อง
4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ขอ้ มูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมีความ ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วน
3. ตรงต่อเวลา น้อย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องเปน็ ชนิ้ งานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถว้ น บางสว่ น ไมเ่ รียบรอ้ ย
สง่ งานชา้ กว่า
ชนิ้ งานสะอาด ชิ้นงานสะอาด ชนิ้ งานบางสว่ น กำหนดเกนิ 2 วัน
เรียบรอ้ ย สวยงาม เรียบร้อย มีรอย ไม่สะอาด
ไม่มีรอยขดี ลบ ขดี ลบนอ้ ย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาที่ ส่งงานชา้ กว่า สง่ งานชา้ กวา่
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วัน
แบบสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถกู ตอ้ ง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่อื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไมม่ รี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏบิ ัติตาม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ข้อตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ท่กี าหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มีกระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพียงพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรปุ
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคิดเห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมิน/ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 25
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าชวี วิทยา 4 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบหมนุ เวียนเลอื ดและระบบน้ำเหลอื ง เวลาเรยี น 16 ชว่ั โมง
ชอื่ แผนการจัดการเรยี นรู้ ระบบนำ้ เหลอื ง จำนวนเวลา 2 ชวั่ โมง
วนั ..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววทิ ยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอื่ นท่ี การสืบพนั ธ์ุและการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดุลยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทัง้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. สาระสำคัญ
ระบบน้ำเหลืองประกอบด้วย น้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง และหลอดน้ำเหลือง ซึ่งทำหน้าท่ี
ลำเลียงนำ้ เหลือง และนำน้ำเหลอื งกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดบริเวณหลอดเลือดเวนใกล้หวั ใจ ใน
บางช่วงน้ำเหลืองจะผ่านเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมีลิมโฟไซต์ทำหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมใน
นำ้ เหลอื ง
ระบบน้ำเหลืองประกอบด้วยน้ำเหลือง หลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง โดยน้ำเหลือง
จะถูกลำเลียงผ่านหลอดน้ำเหลืองฝอยและหลอดน้ำเหลือง ผ่านต่อมน้ำเหลืองซึง่ เป็นบริเวณที่มีการ
ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมที่มากับน้ำเหลือง จึงพบเซลล์เม็ดเลือดขาวจำนวนมากในต่อมน้ำเหลือง
จากนน้ั น้ำเหลืองจะถกู ลำเลยี งกลับเข้าสรู่ ะบบหมนุ เวยี นเลือด
3. ผลการเรยี นรู้
อธิบายและสรุปเกยี่ วกับสว่ นประกอบและหนา้ ท่ีของหลอดน้ำเหลอื ง รวมทง้ั โครงสรา้ งและ
หน้าที่ของหลอดน้ำเหลอื ง และตอ่ มน้ำเหลอื ง
4. สาระการเรียนรู้
ส่วนประกอบและหน้าทีข่ องนำ้ เหลือง โครงสร้างและหน้าทขี่ องหลอดนำ้ เหลือง ต่อม
นำ้ เหลอื ง
5. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบาย และสรปุ เก่ียวกับส่วนประกอบของนำ้ เหลืองได้
2. นักเรียนสามารถอธิบาย และสรปุ เกี่ยวกบั หน้าที่ของน้ำเหลืองได้
3. นกั เรยี นสามารถอธบิ าย และสรปุ เกี่ยวกบั โครงสร้างของตอ่ มนำ้ เหลอื งได้
4. นักเรยี นสามารถอธิบาย และสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของหลอดน้ำเหลืองได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การสงั เกต
2. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั สื่อ
3. การนำเสนอขอ้ มูล
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะของผูเ้ รยี นใรศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
3R คอื ทกั ษะพ้นื ฐานท่จี าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครอ่ื งหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คอื มที ักษะในการคานวณ
8C ทกั ษะตา่ งๆทจ่ี าเปน็
Critical thinking and problem solving (มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ /
การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้)
/
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชงิ นวตั กรรม) /
/
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกต่างทาง /
วัฒนธรรม กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ การท างาน
เปน็ ทีม และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy
(ทักษะในการสอื่ สาร และการรู้เทา่ ทนั สื่อ)
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใชค้ อมพิวเตอร)์
Career and learning skills (ทกั ษะทางอาชพี และการเรยี นรู)้
Compassion (มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย)
8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ช้ินงาน
- แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เรือ่ ง ระบบน้ำเหลอื ง
8.2 ภาระงาน
- สมุดบนั ทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสำคัญของเรอื่ งทเี่ รยี น
- แบบทดสอบเร่อื ง ระบบนำ้ เหลอื ง
9. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยมีข้ันตอนดังต่อไปนี้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 นำเขา้ สบู่ ทเรยี นเกย่ี วกับระบบน้ำเหลอื ง โดยการใชค้ ้าถาม ดังนี้
- นำ้ เหลืองคืออะไร
- น้ำเหลืองต่างจากพลาสมาและซรี มั อยา่ งไร
(คำตอบของนักเรียนอาจมีหลากหลายขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของ
นกั เรยี น ครอู าจยงั ไม่เฉลยคำตอบในทนั ที)