ขั้นท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 60 นาที
2.1 ครูให้นักเรียนศึกษาน้าเหลอื ง หลอดน้าเหลือง ต่อมน้าเหลือง การลาเลยี ง
นา้ เหลืองในระบบนา้ เหลือง จากใบความรูแ้ ละหนังสือเรยี น โดยครูอธบิ ายเกีย่ วกับน้าเหลือง หลอด
นา้ เหลือง ต่อมนา้ เหลอื ง การลาเลียงน้าเหลืองในระบบน้าเหลือง เพอ่ื ให้นกั เรยี นเกิดความเข้าใจ
2.2 มอบหมายใหส้ มาชิกจบั คู่ศกึ ษา ในประเด็น การกินนา้ เหลอื ง หลอดนา้ เหลือง
ตอ่ มนา้ เหลือง การลาเลยี งน้าเหลอื งในระบบนา้ เหลอื ง
2.3 สมาชิกแต่ละคู่ร่วมกันสรุปข้อมูลตามที่ศึกษา แล้วนาข้อมูลที่ศึกษามาได้
ร่วมกันแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์
ความรู้รว่ มกัน
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้คำถามเพิ่มเติมและคำถามในหนังสือ
เรียนซึง่ มีแนวการตอบคำถามดังน้ี
- ส่วนประกอบของนำ้ เหลืองตา่ งจากเลือดหรอื ไม่ อยา่ งไร
(ต่างกัน คือน้ำเหลืองไม่มีเซลล์เม็ดเลือดแดง เพลตเลตและมีโปรตีนขนาดใหญ่
จำนวนนอ้ ย)
- ถา้ ไมม่ กี ารลำเลียงน้ำเหลืองผา่ นต่อมน้ำเหลืองจะสง่ ผลต่อรา่ งกายอย่างไร
(เช้ือโรคจะไมถ่ กู ดักจับท่ตี อ่ มนำ้ เหลืองจงึ เข้าสรู่ ะบบหมุนเวียนเลือดไดอ้ ย่างรวดเร็ว)
- ถ้าหลอดนำ้ เหลอื งอุดตันจะสง่ ผลต่อร่างกายอย่างไร
(ทำให้เกิดการบวมเฉพาะที่ของร่างกาย เช่น แขน และขำ เนื่องจากของเหลว
ระหว่างเซลลม์ ีปริมาตรเพม่ิ ข้นึ )
- นำ้ เหลอื งมาจากส่วนใดของร่างกายและเข้าสู่หลอดน้ำเหลืองฝอยไดอ้ ย่างไร
(น้ำเหลืองมาจากของเหลวที่อยู่ระหว่างเซลล์หรืออยู่รอบ ๆ เซลล์แพร่เข้าสู่หลอด
น้ำเหลืองฝอยซึ่งมีปลายตนั )
- เมื่อของเหลวระหว่างเซลลม์ ีปริมาตรเพิ่มขึ้น แรงดันของของเหลวที่เพิ่มสูงขึ้นจะ
ส่งผลต่อรา่ งกายอยา่ งไร
(ทำให้ร่างกายเกิดอาการบวม เพราะมีการสะสมของของเหลวมากเกินปกติ ซึ่ง
อาจจะเกิดจากยาบางชนดิ หรอื ไตทำงานผดิ ปกติ)
- พลาสมา ของเหลวระหวา่ งเซลล์ และน้ำเหลืองมีความสมั พันธก์ นั อย่างไร
(มคี วามสัมพันธ์กัน คอื ของเหลวระหว่างเซลล์เกิดจากพลาสมาแพร่ออกจากหลอด
เลือดฝอยและเมื่อของเหลวระหว่างเซลล์แพร่เข้าไปในหลอดน้ำเหลืองฝอยจึงเรียกว่า น้ำเหลือง
นำ้ เหลอื งมสี ว่ นประกอบคล้ายพลาสมาแต่มีโปรตีนขนาดใหญจ่ ำนวนนอ้ ยกว่า)
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 30 นาที
3.1 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาผลงานท่ีเขียนในกระดาษโปสเตอร์ มาตดิ ผลงาน
ท่ีกระดานไวท์บอรด์ หนา้ ชน้ั เรียน ผนังหอ้ งดา้ นขา้ งและดา้ นหลงั ห้อง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ผลงานของกลุม่ อ่ืน แสดงความคดิ เห็น อภปิ รายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถตั้ง
คาถาม และช่วยกนั ประเมินผลงานของกลมุ่ อ่นื ๆไปด้วย แล้วใหค้ ะแนนเวยี นไปจนครบทุกกล่มุ
3.3 ครแู ละหัวหน้าห้องร่วมกนั สรุปผลการประเมนิ แจ้งผลของการประเมนิ ร่วมช่ืน
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพร่อง
3.4 ครูและนกั เรยี นร่วมกันชนื่ ชมผลงาน ใหก้ าลงั ใจ
3.5 ครสู รปุ เพ่มิ เตมิ ว่า ระบบหมุนเวียนเลอื ดและระบบนำ้ เหลอื งเปน็ ระบบท่ีช่วยใน
การลำเลียงสาร หรอื หมุนเวยี นสารในร่างกายเหมอื นกัน แต่มีความแตกตา่ งในเรื่องโครงสร้างและทิศ
ทางการลำเลียงสารคือ ระบบหมุนเวียนเลือดเลือดจะไหลอยู่ในหลอดเลือดซึ่งติดต่อกัน มีทั้งหลอด
เลือดที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจและออกจากหัวใจ ส่วนระบบน้ำเหลืองนั้น ปลายหลอดน้ำเหลืองฝอยจะ
เปน็ ปลายตนั ทศิ ทางการไหลของนำ้ เหลืองจะเข้าสู่หวั ใจทางเดียว บทบาทของระบบนำ้ เหลือง มีดงั นี้
1. ช่วยให้ของเหลวระหว่างเซลล์ที่เคลื่อนที่เข้าสู่หลอดเลือดฝอยไม่หมด สามารถ
ไหลกลับเข้าสู่ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดได้
2. น้ำเหลืองที่แทรกอยู่ระหว่างเซลล์เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสารและแก๊ส
ระหว่างเซลล์กบั หลอดเลือดฝอย
3. ลำเลยี งกรดไขมันจากลำไส้เลก็ เขา้ สหู่ ลอดเลอื ด
4. รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุภายในรา่ งกาย
5. สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวพวกโมโนไซต์และลิมโฟไซต์ ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบ
ภมู ิคุ้มกนั ของรา่ งกาย
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 40 นาที
4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการนำความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำเหลือง หลอด
นำ้ เหลือง ต่อมนำ้ เหลือง การลำเลียงน้ำเหลืองในระบบน้ำเหลอื ง ใชป้ ระโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาโจทย์เกีย่ วกับน้ำเหลือง หลอด
นำ้ เหลือง ต่อมน้ำเหลอื ง การลำเลียงน้ำเหลอื งในระบบน้ำเหลือง
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับน้ำเหลือง หลอด
นำ้ เหลอื ง ต่อมนำ้ เหลอื ง การลำเลียงน้ำเหลืองในระบบนำ้ เหลือง
ข้นั ท่ี 5 ข้ันประเมินผล (Evaluation) 10 นาที
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรียนทำใบงาน
เรอื่ ง ระบบน้ำเหลอื ง
10. ส่ือการเรียนรู/้ แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวิชาเพิ่มเติม ชวี วิทยา เลม่ 4
2. สอื่ นำเสนอ Power Point เร่อื ง ระบบนำ้ เหลอื ง
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. อนิ เทอร์เนต็ จากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ
2. หอ้ งสมดุ โรงเรยี นสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
สงิ่ ทต่ี อ้ งการวัด วธิ ีการวัด เครื่องมอื ที่ใช้ในการวดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจบันทกึ ประสบ - แบบบันทึกกิจกรรม - ทำแบบบนั ทกึ
1.1 ส่วนประกอบและหน้าท่ี การณ์เรื่อง ระบบน้ำ - แบบทดสอบคำถาม กจิ กรรมได้ถกู ต้อง
ของน้ำเหลือง โครงสร้างและ เหลอื ง ในหนังสอื เรียน ระดับคุณภาพดีข้ึน
หนา้ ท่ขี องหลอดน้ำเหลือง ต่อม - ตรวจคำตอบ ใน ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
น้ำเหลอื ง แบบบันทกึ กิจกรรม
เรือ่ ง ระบบนำ้ เหลอื ง
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) พิจารณาจากประเดน็ - แบบประเมนิ ทักษะ - มีพฤติกรรมการ
ทำงานกลุม่ ใน
2.1 การสงั เกต การประเมิน ดังน้ี ปฏิบัติการทดลอง ระดับคุณภาพดีข้ึน
ไปผ่านเกณฑ์
2.2 การสื่อสารสารสนเทศ 1) เน้อื หาสอดคล้องกับ - แบบประเมนิ ช้ินงาน/
- มีพฤตกิ รรมด้าน
และการร้เู ทา่ ทนั ส่ือ หวั ข้อ ผลงาน เจตคติ ในระดบั
คุณภาพดขี น้ึ ไป
2.3 การนำเสนอข้อมูล 2) การสรุปความรู้ ผา่ นเกณฑ์
3) การเขยี นสือ่ ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมลู ไปใช้
5) ความตรงตอ่ เวลา
6) การเลอื กใช้
อปุ กรณ์/เคร่ืองมือการ
ทดลอง
3. ดา้ นเจตคติ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม
3.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็ ทำงานกลุ่ม ดา้ นเจตคติ
- สงั เกตพฤตกิ รรมการ
นำเสนอ
- สงั เกตคุณลักษณะ
ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
และมงุ่ มน่ั การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ท่เี กิดข้นึ กบั ผเู้ รยี น
ด้านความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพครู
วนั ท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
บันทกึ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพีเ่ ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………………………
(นางสริ กิ านต์ วายโศรก)
ครพู ่ีเลี้ยง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดยี ว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วนั ที่ ......เดือน ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของฝ่ายวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
หัวหนา้ กลมุ่ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขยี วหวาน)
รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรยี นแลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นัก ความถกู ต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์
วันที่ ....... เดือน ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดังนี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ การตรวจชิน้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กำหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤติกรรมดา้ นเจตคตใิ นระหว่างเรียนในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดับคุณภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขดี / ลงในช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ข้อมูลไดอ้ ยา่ งมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์
วันท่ี ........ เดอื น ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คุณภาพ มีรายละเอียดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 26
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าชวี วิทยา 4 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 ระบบภูมิคมุ้ กัน เวลาเรยี น 8 ชวั่ โมง
ชือ่ แผนการจดั การเรียนรู้ กลไกการตอ่ ต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม จำนวนเวลา 2 ชวั่ โมง
วัน..........เดือน................พ.ศ. ................. ผูส้ อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลำเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลอื่ นท่ี การสืบพันธุแ์ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทั้งนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสำคัญ
เมื่อสิ่งแปลกปลอมเขา้ สูร่ ่างกาย ร่างกายจะมกี ลไกการต่อต้านหรือทำลายสิง่ แปลกปลอม
แบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ
ประกอบดว้ ยการตอ่ ต้านหรือทำลายส่ิงแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่เนอื้ เยือ่ และการต่อต้านหรือทำลายส่ิง
แปลกปลอมท่ีเข้าสเู่ นอ้ื เย่อื แลว้ โดยการทำงานของฟาโกไซตแ์ ละการอักเสบ ส่วนกลไกการต่อตา้ นหรอื
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะเป็นการทำงานของเซลล์นำเสนอแอนติเจนร่วมกับลิมโฟไซต์ทำ
หนา้ ท่ที ำลายส่ิงแปลกปลอมนัน้
ร่างกายมีกลไกการต่อต้านหรอื ทำลายสง่ิ แปลกปลอมหรือเช้ือโรคโดยการทำงานของระบบ
ภูมิคุ้มกัน ซึ่งแบ่งกลไกการทำงานออกเปน็ 2 ระบบ คือกลไกการต่อตา้ นหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม
แบบไมจ่ ำเพาะ และกลไกการตอ่ ต้านหรือทำลายสงิ่ แปลกปลอมแบบจำเพาะ
กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะเกี่ยวข้องกับ ผิวหนัง เหงื่อ
น้ำตา น้ำลายกรดในกระเพาะอาหาร การทำงานของฟาโกไซโทซสิ และการอกั เสบ
ในกรณีที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถทำหน้าที่ได้ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติ
ของระบบภมู ิคมุ้ กันหรือการได้รบั เชอื้ ไวรัสบางชนิด ก็จะส่งผลเสยี ต่อการดำรงชวี ติ หรืออาจเสยี ชีวิตได้
3. ผลการเรียนรู้
1. สืบคน้ ข้อมลู อธิบายและเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายส่ิงแปลกปลอมแบบ
ไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ
4. สาระการเรียนรู้
1. กลไกการตอ่ ตา้ นหรือทำลายส่ิงแปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพาะและแบบจำเพาะ
2. อวยั วะและเนื้อเยื่อท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการสรา้ งลิมโฟไซต์
5. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรยี นสามารถสบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบายกลไกการต่อตา้ นหรอื ทำลายสิง่ แปลกปลอม
แบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะได้
2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
จำเพาะและแบบจำเพาะได้
3. นักเรยี นสามารถสืบค้นข้อมูลและอธบิ ายเกี่ยวกับอวัยวะท่ีเก่ียวขอ้ งกับการสร้างหรือ
ตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะได้
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
4. การสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สื่อ
5. การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและการแก้ปัญหา
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
5. มีจติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลักษณะของผู้เรียนใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คือทกั ษะพืน้ ฐานท่จี าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรยี นรู้ (กาเครอื่ งหมาย / )
Reading คือ สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มที กั ษะในการคานวณ
8C ทักษะต่างๆท่จี าเป็น
Critical thinking and problem solving (มีทักษะในการคดิ /
วิเคราะห์ การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง
ทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเป็นทีม และภาวะผู้นา)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการสอื่ สาร และการรู้เทา่ ทนั ส่อื )
Computing and IT literacy (ทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์) /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรยี นร้)ู
Compassion (มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย) /
8. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
8.1 ช้นิ งาน
- แบบบันทกึ กิจกรรม เรื่อง กลไกการต่อตา้ นหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม
8.2 ภาระงาน
- สมุดบันทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสำคญั ของเรือ่ งทีเ่ รียน
9. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E) จำนวน 100 นาที
ครูจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยมีข้ันตอนดงั ต่อไปน้ี
ขัน้ ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) 10 นาที
1.1 ครนู ำเขา้ สู่บทเรียนด้วยการกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนเกยี่ วกับจุลินทรีย์ที่มีอยู่
ในสิ่งแวดล้อม โดยให้ศึกษารูปนำบทที่เป็นจุลินทรีย์บนอาหารเลี้ยงเชื้อ และใช้คำถามถามนักเรียน
เพ่ือร่วมกันอภปิ รายดงั นี้
- จุลนิ ทรีย์บนอาหารเลย้ี งเชอ้ื มาจากท่ใี ด
- ถ้าเด็กคนนั้นใช้มือหยิบอาหารรับประทานจะได้รับจุลินทรีย์เข้าไปในร่างกาย
หรอื ไมอ่ ย่างไร
- นักเรยี นเคยใชม้ อื หยบิ อาหารหรอื ขนมรับประทานหรอื ไม่
- นักเรียนเคยมีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคจากการใช้มือหยิบขนมรับประทาน
หรอื ไม่ อยา่ งไร
(คำตอบอาจมไี ด้หลากหลาย นกั เรยี นบางคนอาจไม่เคยใชม้ ือหยิบอาหาร ในกรณีที่
เคยใช้มอื หยบิ อาหารรับประทาน นักเรยี นอาจจะมอี าการเจบ็ ป่วย เช่น อาหารเปน็ พิษ หรืออาจจะไม่
เจบ็ ปว่ ย)
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration) 50 นาที
2.1 ครูให้นกั เรยี นศึกษากลไกการตอ่ ตา้ นหรือทาลายส่งิ แปลกปลอมของร่างกาย จาก
ใบความรู้และหนังสือเรยี น โดยครอู ธิบายเก่ียวกบั กลไกการตอ่ ต้านหรือทาลายส่ิงแปลกปลอมของ
รา่ งกาย เพื่อให้นักเรยี นเกิดความเข้าใจ
2.2 มอบหมายให้สมาชิกจับคู่ศึกษา ในประเด็น กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่ง
แปลกปลอมของรา่ งกาย
2.3 สมาชิกแต่ละคู่ร่วมกันสรปุ ข้อมูลตามที่ศึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีศกึ ษามาได้ ร่วมกัน
แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรู้
ร่วมกนั
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอกนั เองภายในกลุ่ม สมาชิกรบั ฟงั และช่วยกันประเมนิ
แสดงความคดิ เหน็ แลกเปล่ียนภายในกลุ่มเพ่ือให้งานของกลมุ่ สมบูรณม์ ากย่ิงข้นึ
2.6 ครูใช้คำถามในหนังสือเรียนและคำถามเพ่ิมเติมตา่ ง ๆ เพือ่ กระตุ้นให้นักเรียนเกิด
ขอ้ สงสยั เก่ียวกบั กลไกการต่อตา้ นหรือทำลายสง่ิ แปลกปลอมของร่างกาย เชน่
- นอกจากจุลินทรีย์สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางปากแล้ว นักเรียนคิดว่าจุลินทรีย์
สามารถเขา้ สูร่ ่างกายทางใดได้อกี บ้าง
- การสัมผัสสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือการไอ การจาม การหายใจ
รดกนั ในสถานท่แี ออดั จะทำให้จลุ นิ ทรยี เ์ ขา้ ส่รู ่างกายไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
- นักเรียนคิดว่าร่างกายจะมีกลไกที่ทาให้เกิดการตอบสนองโดยการต่อต้านหรือ
ทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เพอ่ื ไม่ให้เกดิ อันตรายกับรา่ งกายได้อยา่ งไร
(คำตอบของนักเรยี นอาจมีหลากหลาย นักเรียนควรสรุปได้ว่าจุลินทรีย์อาจเข้าทาง
ช่องเปิดอื่นนอกจากปาก เช่น หู ตา จมูก ช่องคลอด หรืออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังเมื่อเกดิ
บาดแผล การสัมผัสสารคัดหลั่งก็สามารถทำให้จุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน แต่ร่างกายมีกลไก
บางอย่างทีท่ าให้จลุ ินทรยี ท์ ่ีอาจเปน็ อนั ตรายเหล่าน้ันไมส่ ามารถสรา้ งความเสยี หายกบั รา่ งกายได้)
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 20 นาที
3.1 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำผลงานทีเ่ ขียนในกระดาษโปสเตอร์ มาติดผลงาน
ท่ีกระดานไวทบ์ อร์ดหน้าชั้นเรียน ผนงั ห้องด้านข้างและด้านหลังหอ้ ง
3.2 นักเรียนนำเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นำเสนอผลงาน และเขา้ ชมแลกเปลีย่ นเรียนร้ผู ลงานของกลุ่มอน่ื แสดงความคิดเห็น อภิปรายภายใน
กลุ่มโดยเขยี น สามารถวิจารณค์ วามถูกตอ้ งตามเนอ้ื หา กจิ กรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถต้งั คำถาม
และชว่ ยกนั ประเมินผลงานของกล่มุ อนื่ ๆไปด้วย แลว้ ใหค้ ะแนนเวยี นไปจนครบทกุ กลมุ่
3.3 ครูและหัวหน้าหอ้ งรว่ มกนั สรุปผลการประเมิน แจง้ ผลของการประเมิน ร่วมชื่น
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กำลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพรอ่ ง
3.4 ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันชืน่ ชมผลงาน ให้กำลงั ใจ
ตัวอยา่ งผลการทำกิจกรรม
ข้ันท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 15 นาที
4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมกบั นกั เรียน เกี่ยวกับสารคัดหลั่งในร่างกายของมนุษย์ คือ
เสมหะ เป็นสารคัดหลั่งที่สร้างจากเซลล์บริเวณทางเดินหายใจ โดยปกติร่างกายผลิตเสมหะเพื่อ
ป้องกันไม่ให้เนื้อเย่ือทางเดนิ หายใจแห้งเพราะเสมหะประกอบดว้ ยน้ำเป็นสว่ นใหญ่ นอกจากน้ีเสมหะ
ยังช่วยจับสิ่งแปลกปลอมไว้ไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อ ร่างกายกาจัดเสมหะโดยใช้ ซิเลียที่อยู่
บริเวณท่อลมโบกพัดออกไปด้วยการไอหรอื จาม
4.2 เสมหะอาจมีสีและความเหนียวเปลี่ยนไปเมื่อทางเดินหายใจได้รับการระคาย
เคอื งจากสาเหตตุ ่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การตดิ เชือ้ ทที่ างเดนิ หายใจ การอกั เสบ ท้ังน้ีเสมหะอาจเกิด
รว่ มกบั อาการอน่ื ๆ ได้อกี เชน่ ไอ เจ็บคอย
ข้ันที่ 5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation) 5 นาที
ครปู ระเมินการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นโดยประเมินการทำงาน คือให้นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง
ระบบภูมิคุ้มกัน
10. สื่อการเรยี นรู/้ แหลง่ เรียนรู้
10.1 สอื่ การเรียนรู้
1. ส่ือนำเสนอ Power Point เรื่อง กลไกการตอ่ ตา้ นหรอื ทำลายสงิ่ แปลกปลอม
2. หนังสือเรียนรายวิชาเพมิ่ เติมชวี วทิ ยา เล่ม 4
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. อินเทอรเ์ น็ต จากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ
2. ห้องสมุดโรงเรียนสวายวทิ ยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่งิ ท่ีตอ้ งการวดั วิธกี ารวดั เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการวดั เกณฑก์ ารประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนแบบ 1.1 แบบบนั ทึกกจิ กรรม 1.1 ทำแบบบันทึก
1.1 กลไกการต่อตา้ นหรือ บันทกึ กจิ กรรม เรอ่ื ง เร่อื ง กลไกการต่อตา้ น กจิ กรรมไดถ้ กู ต้อง
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่ กลไกการตอ่ ต้านหรือ หรอื ทำลายส่งิ แปลก ระดับคุณภาพดีขน้ึ
จำเพาะและแบบจำเพาะ ทำลายสิง่ แปลกปลอม ปลอม ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
1.2 อวยั วะและเน้ือเยอื่ ที่
เกย่ี วขอ้ งกบั การสรา้ งลิมโฟไซต์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการ
2.1 การจำแนกประเภท การประเมิน ดงั นี้ การทำงาน ทำงาน กลุ่ม ใน
2.2 การคดิ อย่างมี 1) เน้ือหาสอดคล้องกับ - แบบประเมินชน้ิ งาน/ ระดบั คุณภาพดี ขน้ึ
วิจารณญาณและการแกป้ ญั หา หัวข้อ ผลงาน ไป ผ่านเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขียนส่อื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นำข้อมลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤตกิ รรมดา้ น
3.1 ความมงุ่ ม่นั อดทน ทำงานกลุ่ม ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดบั
- สังเกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดขี ้ึนไป
นำเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มัน่ การทำงาน
12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรียนรู้ทเ่ี กดิ ข้ึนกับผู้เรยี น
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชีพครู
วันท่ี ..... เดอื น .................. พ.ศ. ……..
รายวิชา ชวี วิทยาเพิ่มเตมิ 4 ใบงาน หนว่ ยท่ี 16
รหัสวิชา ว32243 เรื่อง กลไกการตอ่ ต้านหรือทำลาย เรื่อง ระบบภมู ิคุ้มกัน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ส่ิงแปลกปลอม ชอ่ื -สกุล………………………………………
คำชี้แจง : เมอ่ื เชือ้ โรคเขา้ ส่บู าดแผลเซลล์ต่าง ๆ ในระบบภมู คิ มุ้ กนั จะมีการตอบสนอง
ดงั แผนภาพจงนำคำศพั ท์ทก่ี ำหนดใหเ้ ตมิ ลงในชอ่ งวา่ งให้ถกู ตอ้ ง (ตอบซ้ำได้)
เซลลแ์ มสต์ แมโครฟาจ เซลลพ์ ลาสมา
นวิ โทรฟิลและโมโนไซต์ เซลล์ทีชนิด CD4 เซลลท์ ชี นดิ CD8
บนั ทกึ ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของครพู เี่ ล้ยี ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครพู ่เี ลย้ี ง
วนั ท่ี .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บนั ทึกความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาววราพร จติ ร์เดียว)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
วันที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บันทึกความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของฝ่ายวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………………………
(นางสริ ิกานต์ วายโศรก)
หวั หน้ากลุม่ บริหารวิชาการ
วันท่ี .......เดือน ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นายประหยัด เขยี วหวาน)
รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วันท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลับทอง)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรื่อง นักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปที ่ี 5
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรียนแลว้ ขดี / ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเดน็ การประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นัก ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดอื น ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดับคุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ การตรวจชนิ้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รียบร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กำหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กำหนด กำหนด 1 วนั กำหนด 2 วนั
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านเจตคติ
คำชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรมด้านเจตคตใิ นระหว่างเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกตอ้ ง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชือ่ ............................................ ผ้สู อน
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดบั คณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดังน้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ำกวา่ 3 หมายถงึ ระดับคุณภาพปรับปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ขอ้ มลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรอื ลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทำงาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตำ่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทำงาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทำงานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทำงาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทำงานอย่างมี แผนการทำงาน ทำงานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทำงานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 27
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ าชีววิทยา 4 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ระบบภูมคิ มุ้ กนั เวลาเรยี น 8 ชว่ั โมง
ชือ่ แผนการจัดการเรียนรู้ กลไกการตอ่ ตา้ นหรอื ทาลายส่ิงแปลกปลอม จานวนเวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ..........เดอื น................พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลยี งสารและการหมุนเวียนเลอื ด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคล่อื นที่ การสบื พันธ์ุและการเจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกบั การรักษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมทงั้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสาคญั
เมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะมีกลไกการต่อต้านหรือทาลายสิง่ แปลกปลอม
แบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ
ประกอบดว้ ยการต่อต้านหรอื ทาลายสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่เน้ือเยอ่ื และการต่อต้านหรือทาลายสิ่ง
แปลกปลอมที่เข้าสเู่ นื้อเย่อื แลว้ โดยการทางานของฟาโกไซตแ์ ละการอักเสบ สว่ นกลไกการตอ่ ตา้ นหรือ
ทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะเป็นการทางานของเซลล์นาเสนอแอนติเจนร่วมกับลิมโฟไซต์ทา
หน้าท่ที าลายส่งิ แปลกปลอมนน้ั
ร่างกายมีกลไกการต่อตา้ นหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมหรือเช้อื โรคโดยการทางานของระบบ
ภูมิคุ้มกัน ซึ่งแบ่งกลไกการทางานออกเปน็ 2 ระบบ คือกลไกการต่อต้านหรือทาลายสิง่ แปลกปลอม
แบบไม่จาเพาะ และกลไกการต่อตา้ นหรือทาลายสงิ่ แปลกปลอมแบบจาเพาะ
กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะเกี่ยวข้องกับ ผิวหนัง เหงื่อ
นา้ ตา นา้ ลายกรดในกระเพาะอาหาร การทางานของฟาโกไซโทซสิ และการอักเสบ
ในกรณีที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถทาหน้าที่ได้ซ่ึงอาจเกิดจากความผิดปกติ
ของระบบภมู คิ มุ้ กันหรือการได้รบั เชื้อไวรัสบางชนดิ ก็จะสง่ ผลเสียตอ่ การดารงชีวติ หรอื อาจเสียชีวติ ได้
3. ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรยี บเทียบกลไกการต่อตา้ นหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
จาเพาะและแบบจาเพาะ
4. สาระการเรียนรู้
1. กลไกการต่อตา้ นหรอื ทาลายสงิ่ แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะและแบบจาเพาะ
2. อวัยวะและเนอ้ื เยอื่ ที่เก่ียวขอ้ งกบั การสรา้ งลิมโฟไซต์
5. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถสืบค้นขอ้ มูลและอธบิ ายกลไกการต่อตา้ นหรือทาลายสงิ่ แปลกปลอม
แบบไมจ่ าเพาะและแบบจาเพาะได้
2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
จาเพาะและแบบจาเพาะได้
3. นกั เรียนสามารถสืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายเก่ียวกบั อวัยวะทเี่ กย่ี วข้องกบั การสร้างหรือ
ตอบสนองของภมู ิคุ้มกันแบบจาเพาะได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1. การสงั เกต
2. การจาแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล
4. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้เท่าทันส่ือ
5. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา
ดา้ นเจตคติ (A)
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. อยู่อย่างพอเพียง
4. มุ่งมัน่ ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะของผเู้ รยี นใรศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
3R คือทักษะพ้นื ฐานทจ่ี าเปน็ ปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ (กาเครื่องหมาย / )
Reading คอื สามารถอ่านออก /
(W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ /
(A)Rithmatic คือ มีทักษะในการคานวณ
8C ทักษะต่างๆทจ่ี าเป็น
Critical thinking and problem solving (มที กั ษะในการคิด /
วเิ คราะห์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และแกไ้ ขปัญหาได้)
Creativity and innovation (คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิง
นวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ความเข้าใจความแตกตา่ ง
ทางวฒั นธรรม กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม)
Collaboration teamwork and leadership (ความร่วมมือ /
การทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า)
Communication information and media literacy /
(ทักษะในการสือ่ สาร และการร้เู ท่าทันสอ่ื )
Computing and IT literacy (ทกั ษะการใช้คอมพิวเตอร)์ /
Career and learning skills (ทักษะทางอาชีพ และการ
เรียนร)ู้
Compassion (มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวนิ ัย) /
8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
8.1 ชน้ิ งาน
- แบบบันทึกกจิ กรรม เรื่อง กลไกการต่อตา้ นหรือทาลายส่งิ แปลกปลอม
8.2 ภาระงาน
- สมดุ บนั ทึกประสบการณ์การเรียนรู้ สรุปสาระสาคัญของเร่อื งท่ีเรยี น
9. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (รปู แบบการสอนแบบ 5E)
ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยมขี นั้ ตอนดงั ตอ่ ไปนี้
ขั้นที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement) 5 นาที
1.1 ครูอาจใช้คาถามในหนังสือเรียนหรือคาถามเพิ่มเติมทบทวนเกี่ยวกับระบบ
หมุนเวียนเลือด เพื่อเช่ือมโยงเข้าสูเ่ รื่องการอกั เสบ เชน่
- หากเกิดบาดแผลทผ่ี วิ หนงั และเย่ือบุตา่ ง ๆ หรือสารคัดหล่งั และเอนไซม์ต่าง ๆ ไม่
มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายได้
ร่างกายจะมีกลไกอื่นๆ ในการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ อีกหรือไม่
อย่างไร
- นักเรยี นทกุ คนตอ้ งเคยเกิดบาดแผลขึ้นในร่างกาย และสว่ นใหญ่จะเกิดการอักเสบ
บริเวณบาดแผล นักเรียนคิดว่าการอกั เสบเกยี่ วข้องกบั ระบบหมุนเวียนเลือดหรอื ไม่
1.2 นกั เรียนควรสรุปร่วมกันจากการตอบคาถามได้ว่า ร่างกายยงั มกี ลไกอน่ื ๆ ทีช่ ่วยใน
การต่อต้านหรือทาลายสิง่ แปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเย่ือ โดยมีเซลล์ต่าง ๆ ทอ่ี ยใู่ นระบบหมุนเวียนเลือด
ดงั รูป 16.1 เชน่ นวิ โทรฟิล แมโครฟาจ โมโนไซต์ เปน็ ต้น ซ่ึงจะเข้าดกั จับและทาลายสง่ิ แปลกปลอมท่ี
เข้าสกู่ ระแสเลอื ด ในขณะเดยี วกนั โมโนไซต์จะแทรกตัวไปตามเนอ้ื เย่ือบริเวณนน้ั และเปลย่ี นแปลงไป
เป็นแมโครฟาจ ทาหน้าที่ดักจับและทาลายสิ่งแปลกปลอมซึ่งกลไกเหล่านี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการ
อกั เสบทเี่ กดิ ข้ึนบรเิ วณบาดแผล
ขั้นที่ 2 สารวจและคน้ หา (Exploration) 15 นาที
2.1 ครใู หน้ กั เรียนศึกษากลไกการตอ่ ตา้ นหรือทาลายสิง่ แปลกปลอม จากใบความรู้
และหนังสือเรียน โดยครูอธิบายเก่ยี วกบั กลไกการตอ่ ตา้ นหรอื ทาลายสิ่งแปลกปลอม เพื่อให้
นักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจ
2.2 มอบหมายให้สมาชิกจับคู่ศึกษา ในประเด็น กลไกการต่อต้านหรือทาลายส่ิง
แปลกปลอม กลไกการอักเสบของรา่ งกายมนุษย์
2.3 สมาชิกแต่ละคู่รว่ มกนั สรุปขอ้ มลู ตามทีศ่ ึกษา แล้วนาข้อมูลท่ีศึกษามาได้ ร่วมกนั
แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มร่วมกันกับสมาชิกทั้ง 4 คน ร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเป็นองค์ความรู้
ร่วมกัน
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนาข้อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มาเขียนลงในกระดาษ
โปสเตอร์
2.5 นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอกันเองภายในกลุ่ม สมาชิกรบั ฟงั และช่วยกันประเมนิ
แสดงความคิดเหน็ แลกเปลี่ยนภายในกลมุ่ เพ่ือให้งานของกล่มุ สมบูรณม์ ากย่งิ ขึน้
ข้ันท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 10 นาที
3.1 นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาผลงานที่เขยี นในกระดาษโปสเตอร์ มาติดผลงาน
ที่กระดานไวท์บอร์ดหนา้ ชนั้ เรยี น ผนงั ห้องดา้ นข้างและดา้ นหลังห้อง
3.2 นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอผลงาน และเข้าชมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ผลงานของกลุ่มอื่น แสดงความคดิ เห็น อภิปรายภายใน
กลุ่มโดยเขียน สามารถวิจารณ์ความถูกต้องตามเนื้อหา กิจกรรม อย่างสร้างสรรค์ สามารถต้ัง
คาถาม และช่วยกนั ประเมินผลงานของกลุ่มอืน่ ๆไปด้วย แลว้ ให้คะแนนเวยี นไปจนครบทกุ กล่มุ
3.3 ครูและหวั หนา้ ห้องร่วมกนั สรุปผลการประเมนิ แจง้ ผลของการประเมิน ร่วมช่ืน
ชมกลุ่มมีผลการประเมินดีเยี่ยม และรองลงมา ชมเชยกลุ่มอื่นๆ และให้กาลังใจกลุ่มที่ยังขาดตก
บกพร่อง
3.4 ครูและนักเรยี นร่วมกันชนื่ ชมผลงาน ใหก้ าลังใจ
3.5 จากการสืบค้นข้อมูลนักเรียนควรสรุปได้ว่า การอักเสบเป็นอีกกลไกหนึ่งของ
กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อบริเวณ
บาดแผลทาใหเ้ ชื้อโรคเข้าสเู่ นอื้ เย่อื การอกั เสบมคี วามสาคัญกบั ร่างกายโดยเปน็ กลไกที่ช่วยทาลายสิ่ง
แปลกปลอมหรอื ทาให้สิ่งแปลกปลอมหมดความสามารถเข้าทาลายเนอ้ื เยื่อ และยังซอ่ มแซมเนื้อเย่ือที่
เกิดความเสียหาย
ขั้นที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 10 นาที
4.1 นกั เรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคดิ ในการนาความเขา้ ใจเกย่ี วกับกลไกการตอ่ ตา้ น
หรอื ทาลายสิง่ แปลกปลอม ใชป้ ระโยชน์
4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอแนวคดิ ในการแก้ปัญหาโจทย์เกี่ยวกับกลไกการต่อต้าน
หรอื ทาลายส่ิงแปลกปลอม
4.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับกลไกการต่อต้านหรือ
ทาลายส่งิ แปลกปลอม
4.4 ครูใหค้ วามรเู้ พม่ิ เติมกับนกั เรียนว่าการทางานของกลไกการตอ่ ต้านหรอื ทาลายส่ิง
แปลกปลอมแบบจา เพาะ ไ ม่ไ ด้เ ป็น อิ สระ จ ากการ ท าง าน ของ ก ลไ กการต ่อต ้าน หรื อท า ล า ย สิ่ ง
แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะเนอ่ื งจากฟาโกไซต์ เชน่ แมโครฟาจ ทม่ี ีบทบาทสาคญั ในกลไกการต่อต้าน
หรือทาลายสิง่ แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะมีส่วนสาคญั ในการกระตุน้ กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่ง
แปลกปลอมแบบจาเพาะโดยมีบทบาทในการเปน็ เซลล์นาเสนอแอนติเจน ซง่ึ เซลล์ชนิดน้ีจะไปกระตุ้น
ใหล้ ิมโฟไซตช์ นดิ ต่าง ๆ เกดิ การแบง่ เซลล์เปลี่ยนแปลงไปทาหน้าทต่ี ่าง ๆ ต่อไป
4.5 แอนติเจน ว่าคือโมเลกุลของสารหรือสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งช้ินส่วนของเชื้อโรค
หรือสิ่งแปลกปลอม และสารพิษที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกลไกการต่อต้าน
หรอื ทาลายสง่ิ แปลกปลอมแบบจาเพาะขึ้น
4.6 เซลล์นาเสนอแอนติเจนว่าเป็นเซลล์ที่ทาหน้าที่ในการจับและย่อยแอนติเจนให้มี
ขนาดเล็กลงแล้วนาเสนอชิน้ สว่ นของแอนติเจนให้กบั ลิมโฟไซต์ ทาใหเ้ กดิ การกาจัดส่ิงแปลกปลอมได้
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ข้นั ที่ 5 ขนั้ ประเมินผล (Evaluation) 5 นาที
ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรยี นโดยประเมนิ การทางาน คอื ให้นกั เรยี นทาใบงาน เรอ่ื ง
การลาเลียงสารในรา่ งกายมนษุ ย์
10. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. ส่อื นาเสนอ Power Point เรอ่ื ง กลไกการตอ่ ตา้ นหรือทาลายสิ่งแปลกปลอม
2. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ ชีววิทยา เล่ม 4
3. สมุดบนั ทกึ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ สรุปสาระสาคัญของเรือ่ งทเ่ี รียน
4. ไตหมหู รือ ไตววั
5. ชุดเครอื่ งมือผ่าตดั พร้อมถาดผา่ ตัด
6. แวน่ ขยาย
7. ถุงมอื ยาง
8. หน้ากากอนามยั หรือหน้ากากผา้ ปิดปาก
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. อินเทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซต์ต่างๆ
2. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
11. การวัดและประเมินผล
ส่งิ ท่ีตอ้ งการวดั วิธกี ารวดั เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการวดั เกณฑก์ ารประเมิน
1. ดา้ นความรู้ (K) - ตรวจให้คะแนนแบบ 1.1 แบบบนั ทึกกจิ กรรม 1.1 ทาแบบบันทึก
1.1 กลไกการตอ่ ตา้ นหรือ บนั ทกึ กจิ กรรม เรอ่ื ง เร่อื ง กลไกการต่อตา้ น กจิ กรรมไดถ้ กู ต้อง
ทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่ กลไกการตอ่ ต้านหรือ หรอื ทาลายส่งิ แปลก ระดับคุณภาพดีขน้ึ
จาเพาะและแบบจาเพาะ ทาลายสิง่ แปลกปลอม ปลอม ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
1.2 อวยั วะและเนือ้ เยอื่ ที่
เกย่ี วขอ้ งกบั การสรา้ งลิมโฟไซต์
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) พจิ ารณาจากประเดน็ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการ
2.1 การจาแนกประเภท การประเมิน ดงั นี้ การทางาน ทางาน กลุ่ม ใน
2.2 การคดิ อย่างมี 1) เน้ือหาสอดคล้องกับ - แบบประเมินชน้ิ งาน/ ระดบั คุณภาพดี ขน้ึ
วิจารณญาณและการแกป้ ญั หา หัวข้อ ผลงาน ไป ผ่านเกณฑ์
2) การสรปุ ความรู้
3) การเขียนส่อื ความ
4) ประโยชน์ของการ
นาข้อมลู ไปใช้
3. ด้านเจตคติ (A) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - มีพฤตกิ รรมดา้ น
3.1 ความมงุ่ ม่นั อดทน ทางานกลุ่ม ด้านเจตคติ เจตคติ ในระดบั
- สังเกตพฤติกรรมการ คณุ ภาพดขี ้ึนไป
นาเสนอ ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตคุณลกั ษณะ
ความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
และมงุ่ มัน่ การทางาน
12. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้ทีเ่ กดิ ขึ้นกับผู้เรียน
ดา้ นความรู้ (K)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ดา้ นเจตคติ (A)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ไข
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวสรชา รชตธนวันต์)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครู
วันที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ……..
บนั ทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของครูพี่เลยี้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………………………………………
(นางสิริกานต์ วายโศรก)
ครูพเี่ ลีย้ ง
วันที่ .......เดือน .....................พ.ศ. .......
บันทกึ ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นางสาววราพร จิตร์เดียว)
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
วนั ท่ี ......เดอื น ....................พ.ศ. .........
บนั ทกึ ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของฝา่ ยวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสิรกิ านต์ วายโศรก)
หัวหน้ากล่มุ บรหิ ารวชิ าการ
วันที่ .......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บันทกึ ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของรองผ้อู านวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………………………
(นายประหยดั เขียวหวาน)
รองผ้อู านวยการโรงเรยี นสวายวทิ ยาคาร
วนั ที่ ......เดอื น ....................พ.ศ. ........
บนั ทึกความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………………………………………
(นางสาวทองใบ ตลบั ทอง)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นสวายวิทยาคาร
วันที่ .......เดอื น .....................พ.ศ. ........
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน
เรือ่ ง นักเรียนชั้น มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คาช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนตรวจใหค้ ะแนนใบงานของนกั เรียนแลว้ ขดี / ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
เลข รหสั ชือ่ –สกลุ ประเดน็ การประเมิน/ระดบั คะแนน รวม
ท่ี นัก ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงต่อเวลา 12
เรียน 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงช่ือ............................................ ผู้สอน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต)์
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู
วนั ท่ี ....... เดอื น ................. พ.ศ. ……...
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการประเมินระดับคุณภาพ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดมี าก
ช่วงคะแนน 7-9 หมายถงึ ระดับคุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถึง ระดับคุณภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถึง ระดบั คุณภาพปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี นึ้ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ การตรวจชนิ้ งาน
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. ความถูกต้อง
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
2. ความสะอาด ขอ้ มลู มีความ
สวยงาม ข้อมูลถูกตอ้ ง ข้อมูลสว่ นใหญ่ ข้อมูลมคี วาม ถกู ตอ้ งเป็นสว่ น
3. ตรงตอ่ เวลา นอ้ ย
ชัดเจนสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ถกู ต้องเป็น ชิ้นงานสว่ นใหญ่
ไมส่ ะอาด
ครบถ้วน บางส่วน ไมเ่ รยี บร้อย
สง่ งานชา้ กวา่
ชน้ิ งานสะอาด ชน้ิ งานสะอาด ชนิ้ งานบางส่วน กาหนดเกิน 2 วัน
เรยี บรอ้ ย สวยงาม เรียบรอ้ ย มรี อย ไมส่ ะอาด
ไม่มรี อยขีดลบ ขดี ลบน้อย เรยี บร้อย
สง่ งานตรงเวลาท่ี สง่ งานช้ากว่า ส่งงานชา้ กว่า
กาหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วนั
แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ นเจตคติ
คาชแ้ี จง ให้ผ้สู อนประเมินจากการสงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นเจตคตใิ นระหวา่ งเรยี นในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม
โดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรุง
เลข รหสั ชอื่ –สกุล ประเดน็ การประเมิน/ระดับคะแนน รวม
ท่ี นกั ความถูกต้อง ความสะอาด ตรงตอ่ เวลา 12
เรยี น 432143214321 คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลี่ย..............คะแนน
ลงชอ่ื ............................................ ผสู้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู
วันที่ ....... เดือน .................... พ.ศ. ……....
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมินระดับคณุ ภาพ มรี ายละเอยี ดดงั นี้
ช่วงคะแนน 10-12 หมายถึง ระดบั คุณภาพดมี าก
ชว่ งคะแนน 7-9 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดี
ชว่ งคะแนน 4-6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้
ชว่ งคะแนน ต่ากวา่ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ไดร้ ะดบั คุณภาพดีข้ึนไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมดา้ นเจตคติ
ประเดน็ การ ระดับคะแนน
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. มีวนิ ัย จดั ระเบียบวนิ ัยการ จดั ระเบียบวนิ ัย จัดระเบียบวนิ ยั ไม่มรี ะเบยี บวินยั ใน
ทางาน ปฏิบัตติ าม การทางาน ปฏบิ ัติ การทางาน ปฏบิ ตั ิ การทางาน และไม่
กฎระเบยี บตาม ตามกฎระเบียบ ตามกฎระเบียบ ปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลงในการ ตามขอ้ ตกลงใน ตามขอ้ ตกลงใน กฎระเบยี บตาม
ทางาน และทา การทางาน และ การทางาน แต่ ขอ้ ตกลงในการ
กจิ กรรมไดอ้ ย่าง ทากจิ กรรมได้ ขาดความละเอียด ทางาน
ละเอยี ดดมี าก อย่างละเอยี ดดี ในการทางาน
2. มคี วามใฝ่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปฏิบตั กิ ิจกรรม
รู้ใฝ่เรียน ศกึ ษาข้อมลู ได้ ศกึ ษาข้อมูลได้ ศึกษาข้อมูลได้ ศกึ ษาข้อมลู ไดไ้ ม่
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องครบถว้ น ถูกตอ้ งครบถว้ น
เสร็จทนั เวลา และ เสร็จเกินเวลา 1-5 เสรจ็ เกินเวลา 5- ทางานไม่เสร็จ
ส่งผลงานทนั ตาม นาที แตส่ ่งผลงาน 10 นาที แต่สง่ ผล ทนั เวลา และสง่ ผล
เวลาทีก่ าหนด ทนั ตามเวลาที่ งานล้าชา้ ไมเ่ ปน็ ไป งานไม่ทนั ตามเวลา
กาหนด ตามเวลาทก่ี าหนด ที่กาหนด
3. มงุ่ มัน่ ใน มีกระบวนการ มกี ระบวนการ มีกระบวนการ มกี ระบวนการ
การทางาน แสวงหาความรู้จาก แสวงหาความรู้ แสวงหาความรู้ แสวงหาความรจู้ าก
การสืบคน้ ขอ้ มลู จากการสืบค้น จากการสบื คน้ การสืบคน้ ข้อมลู
หรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง ขอ้ มูลหรือทดลอง หรอื ทดลอง แต่
รวบรวมข้อมลู อย่าง รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ไม่
เพยี งพอก่อนจะลง อยา่ งเพียงพอกอ่ น อยา่ งเพยี งพอตอ่ เพยี งพอตอ่ การ
ขอ้ สรุป อธบิ ายหรอื จะลงข้อสรุป การอธิบายหรือลง อธิบายหรือลง
แสดงความคิดเห็น อธบิ ายหรอื แสดง ข้อสรุป ข้อสรุป
ได้อยา่ งมีเหตุผล ความคดิ เห็นได้
และเป็นระบบ อยา่ งมีเหตุผล
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
คาชี้แจง ให้ผู้สอนประเมินจากการสังเกตทักษะกระบวนการกลุ่มในระหว่างเรียนในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมโดยให้
ระดบั คะแนนลงในตาราง โดยขีด / ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ
ประเด็นการประเมนิ /ระดับคะแนน รวม
8
เลข รหสั ชอื่ –สกลุ สบื คน้ ขอ้ มลู ไดอ้ ย่างมี การวางแผนการทางาน คะแนน
ที่ นัก ระบบ
เรียน 8
4 3 2 1 4 3 21
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนเฉลยี่ ..............คะแนน
ลงชื่อ............................................ ผูส้ อน
(นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์)
นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท่ี ........ เดือน ................... พ.ศ. …….
เกณฑก์ ารให้คะแนนประเมินระดบั คณุ ภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้
ช่วงคะแนน 7-8 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดีมาก
ชว่ งคะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
ชว่ งคะแนน 3-4 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้
ช่วงคะแนน ตา่ กว่า 2 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
ประเด็นการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรับปรงุ )
1. สืบคน้ ข้อมูลได้ ข้อมูล เน้ือหา
อย่างมีระบบ ขอ้ มลู เนอ้ื หาสาระ ขอ้ มลู เนื้อหา ข้อมลู เนอ้ื หาสาระ สาระที่สืบคน้
ถูกตอ้ ง แตย่ งั ขาด
2. การวางแผน ทส่ี บื คน้ ถูกตอ้ ง มี สาระท่ีสบื ค้น ที่สืบคน้ ถูกตอ้ ง แต่ ความสมั พนั ธ์และ
ทางาน การเชอ่ื มโยงกนั
ความสมั พันธ์และ ถูกตอ้ ง มีความ ไม่ค่อยสัมพันธ์และ มกี ารวางแผนการ
ทางานที่ไมเ่ ป็น
เชอื่ มโยงกันได้ สมั พันธแ์ ละ เช่ือมโยงกนั ระบบ และไม่มี
ขน้ั ตอนในการ
อย่างชดั เจน ดมี าก เช่อื มโยงกนั ดี ทางาน
มีการวางแผนการ มีการวาง มีการวางแผนการ
ทางานอย่างมี แผนการทางาน ทางานทไี่ ม่เป็น
ระบบ มขี ้นั ตอน อยา่ งมีระบบ มี ระบบ และข้นั ตอน
ครบถ้วนดมี าก ขั้นตอน ในการทางานยังไม่
ครบถ้วน เป็นระบบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 28
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาชีววิทยา 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ระบบภมู ิคุ้มกัน เวลาเรียน 8 ช่วั โมง
ช่อื แผนการจดั การเรียนรู้ กลไกการต่อต้านหรอื ทาลายสิ่งแปลกปลอม จานวนเวลา 2 ชวั่ โมง
วนั ..........เดือน................พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวสรชา รชตธนวนั ต์
1. มาตรฐานการเรียนรู้ /สาระชีววิทยา
สาระชีววิทยา 4 เข้าใจการย่อยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สการลาเลียงสารและการหมุนเวียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้
และการตอบสนองการเคลื่อนที่ การสบื พนั ธแุ์ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอร์โมนกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และ
พฤตกิ รรมของสตั ว์ รวมท้ังนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
2. สาระสาคญั
เมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะมีกลไกการต่อต้านหรอื ทาลายสิง่ แปลกปลอม
แบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ
ประกอบด้วยการตอ่ ต้านหรือทาลายส่งิ แปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่เน้ือเยอื่ และการต่อต้านหรือทาลายส่ิง
แปลกปลอมทีเ่ ข้าสู่เน้ือเย่อื แลว้ โดยการทางานของฟาโกไซตแ์ ละการอกั เสบ ส่วนกลไกการต่อตา้ นหรือ
ทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะเป็นการทางานของเซลล์นาเสนอแอนติเจนร่วมกับลิมโฟไซต์ทา
หนา้ ท่ีทาลายสิ่งแปลกปลอมนั้น
ร่างกายมีกลไกการตอ่ ต้านหรอื ทาลายส่ิงแปลกปลอมหรอื เช้ือโรคโดยการทางานของระบบ
ภูมิคุ้มกัน ซึ่งแบ่งกลไกการทางานออกเป็น 2 ระบบ คือกลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอม
แบบไม่จาเพาะ และกลไกการต่อตา้ นหรือทาลายสิง่ แปลกปลอมแบบจาเพาะ
กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะเกี่ยวข้องกับ ผิวหนัง เหงื่อ
นา้ ตา น้าลายกรดในกระเพาะอาหาร การทางานของฟาโกไซโทซสิ และการอกั เสบ
ในกรณีที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถทาหน้าที่ได้ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติ
ของระบบภูมคิ ุ้มกันหรือการไดร้ บั เช้อื ไวรสั บางชนิด ก็จะสง่ ผลเสียตอ่ การดารงชีวติ หรอื อาจเสียชวี ติ ได้
3. ผลการเรียนรู้
สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรียบเทียบกลไกการตอ่ ต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
จาเพาะและแบบจาเพาะ