343
:
f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14
%/ /
//
น
BSTDBBSDBBDTST
ร้ีชิ
344
: - 4 4 m ต%
1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง
4
3
2
ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0
แ85
์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ
345
:
/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13
/ // / / 14
14
/ // / /
/ // / /
/ // / /
346
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรียนบา้ นโคกสะอาดศรีบรู พา
รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การคณู และการหารทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรเู้ รื่อง การคูณทศนยิ มและการประมาณผลคูณ จำนวน 2 ช่ัวโมง
ผู้สอน นายสทิ ธพิ งษ์ ศรโี ยวงค์ วันทสี่ อน.......เดือน.............พ.ศ...............
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
ค 1.1 ป.5/6 หาผลคูณของทศนยิ มท่ีผลคณู เป็นทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) หาผลคณู ของทศนิยมทีผ่ ลคูณเป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ ได้ (K)
2) ประมาณผลคูณของทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ไี ด้รับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1. การประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนยิ ม
2. การคณู ทศนยิ ม
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การคูณทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการคูณจานวนนับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นทศนิยมที่มีจานวนตาแหน่ง
เท่ากับจานวนตาแหน่งของตัวตั้งและตัวคูณรวมกัน ซึ่งการประมาณผลคูณ สามารถใช้ค่าประมาณในการ
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
347
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการแปลความ 3. มุ่งมั่นในการทางาน
2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : แบบอุปนยั (Inductive Method)
1. ครเู ขียนโจทย์ตjอไปนบี้ นกระดาน จากนนั้ ครูขออาสามคั รออกมาเขียนคาตอบ โดยครูตรวจสอบความ
ถูกต้อง
2.36 x 10 1.5 x 100 45.2 x 1,000
8.81 x 10 9.2 x 100 85.678 x 1,000
2. ครูแบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาการคูณทศนยิ มกบั พหุคณู ของ
10 100 และ 1,000 ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 132-133 จากนั้นให้สมาชกิ ภายในกลมุ่ จบั คู่
แลกเปลยี่ นความรู้ สนทนาซักถามจนเป็นที่เขา้ ใจตรงกนั
3. ครูขอตวั แทนนกั เรยี น 1-2 คู่ ออกมาอธิบายเก่ยี วกบั การคูณทศนิยมกบั พหคุ ณู ของ 10 100 และ 1,000
ทห่ี นา้ ชั้นเรียน
4. ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม “เปล่ยี นกลบั สลบั คู่” โดยแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 2 กลมุ่ จากน้นั ครูแจกกระดาษ
ขนาดครง่ึ A4 ใหน้ ักเรยี นกลุม่ ที่ 1 เขียนจานวนที่เปน็ ทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง และให้นักเรยี นกลุม่ ท่ี 2
เขยี นจานวนท่ีเปน็ พหุคณู ของ 10 100 และ 1,000 แล้วให้แต่ละกลุม่ รอฟงั เสยี งสัญญาณนกหวดี เมอื่ ไดย้ ิน
สัญญาณใหว้ ง่ิ ไปจับคูก่ บั เพ่ือนกล่มุ ตรงขา้ มแล้วนาจานวนของตนเองและเพ่อื นมาคณู กัน ตรวจสอบความ
ถูกต้องของกันและกนั เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณอีกครง้ั ใหส้ ลบั หาคูใ่ หม่ ทากิจกรรมเช่นน้ี 3 รอบ จากน้นั ให้
นกั เรยี นสลบั บตั รจานวนกบั เพ่อื นในกลมุ่ เดียวกนั แล้วทากิจกรรมรอบใหม่
5. ครูเน้นย้าให้นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งในการทางานและการนาความรเู้ รือ่ งการประมาณค่ามาใชใ้ น
การตรวจสอบคาตอบ
348
6. ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่ทากิจกรรมเพอื่ นช่วยเพื่อน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 133 ลงในสมุด
เมือ่ ทาเสรจ็ แล้วนาสง่ ครู
7. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาการคูณทศนยิ มกบั ทศนิยม และมมุ เทคโนโลยี ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1
หนา้ 134-136 จากนน้ั ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรยี น ดงั น้ี
• การคูณทศนยิ มหน่ึงตาแหน่งกับทศนยิ มหนึ่งตาแหน่ง ผลคูณท่ีได้เปน็ ทศนยิ มกีต่ าแหน่ง
(แนวตอบ 2 ตาแหน่ง)
• การคูณทศนยิ มหนึ่งตาแหนง่ กับทศนิยมสองตาแหนง่ ผลคูณท่ไี ด้เป็นทศนิยมกีต่ าแหน่ง
(แนวตอบ 3 ตาแหนง่ )
8. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั จากนนั้ ครูแจกบัตรโจทยก์ ารคณู ทศนิยมกบั ทศนิยม
ให้แต่ละกลุ่ม กล่มุ ละ 2 ใบ โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันคดิ หาคาตอบด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ ตามทีศ่ ึกษามา
จากนั้นใหแ้ ตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง
9. ครใู หน้ กั เรียน (กล่มุ เดิม) ทากิจกรรม “เกมบงิ โกการคูณทศนยิ ม” โดยครูแจกบัตรคาตอบ กลุ่มละ 1 แผน่
เบยี้ กลมุ่ ละ 9 อนั แล้วจดั ลาดบั ของผู้เล่นโดยผลดั กันทอดลูกเต๋า 1 ลูก ผทู้ ีไ่ ดแ้ ต้มมากกวา่ จะได้เลน่ ก่อนผทู้ ่ี
มีแต้มน้อยกวา่ ผเู้ ล่นทอดลกู เต๋า 2 ลูก พรอ้ มกัน แล้วนาทศนยิ มบนหน้าลูกเต๋าทง้ั สองมาคณู กันได้ผลลพั ธ์เทา่ ใด
วางเบ้ยี บนคาตอบของบัตรคาตอบ แลว้ ใหก้ ลุม่ ถดั ไปเล่นต่อ ถ้าผลคณู ที่ไดไ้ ม่มีบนบัตรคาตอบ ก็ให้กลุ่มถัดไปเล่น
ตอ่ ผลัดกันเลน่ จนกวา่ จะมีผูช้ นะ ผู้ชนะ คือ ผู้ทีว่ างเบีย้ บนบตั รคาตอบได้ครบ 3 ช่อง ในแนวนอน แนวต้งั หรือ
แนวทแยงมุมแบบใดแบบหน่งึ โดยคาตอบที่ไดต้ ้องอยู่ในแนวเดยี วกัน
10. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่ทากจิ กรรมเพื่อนช่วยเพ่ือน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 137 ลงใน
สมุดเมือ่ ทาเสรจ็ แล้วนาสง่ ครู
349
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง
การจัดกจิ กรรม
การเรยี นรู้
1) การคูณทศนยิ มและ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝึกทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การประมาณผลคณู ฝกึ ทักษะ
- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
4) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 การคูณและการหาร
ทศนยิ ม
2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การคณู และการหาร
ทศนยิ ม
3) ลูกเต๋า
4) กระดาษขนาดคร่ึง A4
5) โจทยก์ ารคณู ทศนยิ มกบั 10 100 และ 1,000
6) บัตรโจทย์การคูณทศนยิ มกบั ทศนยิ ม
7) บตั รคาตอบของเกมบงิ โกการคณู ทศนยิ ม
8) ตวั เบี้ย
โจทยก์ ารคณู ทศนยิ มกับ 10 100 และ 1,000 350
100 0.04 = ….. 10 0.05 = …..
10 0.05 = ….. 100 0.06 = …..
10 0.09 = ….. 1.8 10 = …..
7.8 100 = ….. 1,000 0.09 = …..
10 0.06 = ….. 3.5 10 = …..
8.4 100 = ….. 100 0.09 = …..
2.8 1,000 = ….. 9.4 10 = …..
10 0.07 = ….. 26.3 100 = …..
บตั รโจทย์การคณู ทศนิยมกบั ทศนยิ ม 351
0.4 0.04 = 0.7 0.05 =
1.7 0.05 = 2.6 0.06 =
12.3 0.09 = 1.8 0.03 =
7.8 0.05 = 6.7 0.09 =
14.1 0.06 = 3.5 0.07 =
8.4 0.08 = 14.6 0.09 =
2.8 0.07 = 9.4 0.05 =
15.1 0.07 = 26.3 0.08 =
352
บตั รคาตอบของเกมบงิ โกการคูณทศนยิ ม
BINGO
0.016 0.035 0.085 0.156 1.107
1.234 0.123 0.054 0.196 0.47
5.032 3.21 FREE 1.212 1.057
0.245 1.314 0.39 2.301 2.104
0.672 9.361 0.603 7.235 0.846
353
บตั รคาตอบของเกมบงิ โกการคณู ทศนิยม
BINGO
0.016 0.123 1.212 0.846 0.603
1.234 0.035 0.085 0.245 0.47
5.032 3.21 FREE 0.672 1.057
0.39 0.054 7.235 1.314 2.104
1.107 9.361 2.301 0.196 0.156
354
บตั รคาตอบของเกมบงิ โกการคูณทศนยิ ม
BINGO
0.39 0.603 1.314 2.301 2.104
1.234 3.21 0.054 0.196 1.057
5.032 0.123 FREE 1.212 0.47
0.035 0.085 0.016 0.156 1.107
0.672 9.361 0.245 7.235 0.846
355
356
0
ก เ ยนสานรก นา ยม ไร
กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ
%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย
ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ
ก เ ยน บางคน ได ตรง น
กระ นเ มเ มอ บาย อยๆ
และ พยายาม ถาม
่บุ้ติต่ิพิธักุจ้ัฑีรัน้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันินูดีรัน
357
22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก
33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33
33 33
32 1
50 50
_ -
ท พง
นาย ท พง ศ โยงง
์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด
358
:
f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14
%/ /
//
น
BSTDBBSDBBDTST
ร้ีชิ
359
: - 4 4 m ต%
1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง
4
3
2
ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0
แ85
์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ
360
:
/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13
/ // / / 14
14
/ // / /
/ // / /
/ // / /
361
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 30
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นโคกสะอาดศรบี ูรพา
รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การคณู และการหารทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรเู้ รื่อง การคูณทศนยิ มและการประมาณผลคณู จำนวน 1 ช่ัวโมง
ผู้สอน นายสทิ ธพิ งษ์ ศรโี ยวงค์ วันทส่ี อน........เดือน...........พ.ศ................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
ค 1.1 ป.5/6 หาผลคูณของทศนยิ มท่ีผลคณู เป็นทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหนง่
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) หาผลคณู ของทศนิยมทีผ่ ลคูณเป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่งได้ (K)
2) ประมาณผลคูณของทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ ท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ไี ด้รับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
1. การประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนยิ ม
2. การคณู ทศนยิ ม
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การคูณทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการคูณจานวนนับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นทศนิยมที่มีจานวนตาแหน่ง
เท่ากับจานวนตาแหน่งของตัวตั้งและตัวคูณรวมกัน ซึ่งการประมาณผลคูณ สามารถใช้ค่าประมาณในการ
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
362
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการแปลความ 3. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
2) ทกั ษะการเชื่อมโยง
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบอปุ นยั (Inductive Method)
1. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 4 กลุ่ม กลุ่มละเทา่ ๆ กนั จากนัน้ ให้ตวั แทนของแต่ละกล่มุ ออกมาจับฉลากโจทย์
กลุม่ ละ 1 ใบ ดงั ตอ่ ไปน้ี
- การคณู ทศนิยมกับจานวนนับ โจทย์ : 48.5 x 5
- การคณู ทศนิยมกบั 10 100 และ 1,000 โจทย์ : 62.75 x 100
- การคูณทศนิยมกับพหุคูณของ 10 100 และ 1,000 โจทย์ : 7.25 x 3,000
- การคูณทศนิยมกับทศนิยม โจทย์ : 4.2 x 6.25
2. ครใู หแ้ ตล่ ะกล่มุ ออกมานาเสนอวธิ ีการคดิ หาคาตอบพร้อมสรปุ ความรู้ให้เพื่อนฟงั ครกู ลา่ วชนื่ ชมนักเรยี น
และอธบิ ายเพ่มิ เติมในจุดท่บี กพร่อง
3. ครใู ห้นกั เรียนทากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 136 โดยใหน้ ักเรียน
จบั คู่ จากนั้นสลับกันจับบัตรตัวเลขคนละ 2 ใบ (บตั รตวั เลขทเี่ ป็นตวั ต้งั 1 ใบ และบัตรตัวเลขท่เี ปน็ ตวั คูณ
1 ใบ) แล้วหาคาตอบใครตอบถกู มากกวา่ กนั เปน็ ผชู้ นะ
4. ครูให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี 4.1 เร่ือง การคูณทศนิยมและการประมาณผลคูณ เม่ือทาเสร็จแล้วครสู มุ่ นักเรยี น
ออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง
5. ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ ข้อ 1-4 ในหนังสอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 137-139
จากน้ันครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ
6. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หัด ข้อ 1-6 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 92-99 เปน็ การบา้ น
363
7. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน
7.1 ประเมินระหวา่ ง
การจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้
1) การคูณทศนิยมและ - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การประมาณผลคูณ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ฝกึ ทกั ษะ
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
4) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มั่น อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การคูณและการหาร
ทศนิยม
2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 การคณู และการหาร
ทศนยิ ม
3) ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง การคูณทศนยิ มและการประมาณผลคูณ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งเรยี น
364
ใบงานที่ 4.1
เรือ่ ง การคูณทศนยิ มและการประมาณผลคูณ
คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นหาผลคูณของโจทยต์ ่อไปน้ี พร้อมท้ังประมาณผลคูณ ประมาณผลคูณ
ผลคูณ
1. 1.5 × 3.24
2. 3.7 × 1.17
3. 4.61 × 2.4
4. 3.27 × 2.4
5. 6.75 × 3.6
6. 8.145 × 70
7. 4.118 × 5
8. 1,218 × 3.512
9. 600 × 1.674
10. 9 × 3.018
11. 7.28 × 4.9
12. 1.23 × 1.1
13. 17.96 × 5.3
14. 49.72 × 3.8
15. 231.08 × 9.6
365
ใบงานที่ 4.1 เฉลย
เรื่อง การคณู ทศนยิ มและการประมาณผลคณู
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นหาผลคูณของโจทยต์ ่อไปน้ี พร้อมทั้งประมาณผลคูณ
ผลคูณ ประมาณผลคูณ
2×3=6
1. 1.5 × 3.24 4.86 4×1=4
5 × 2 = 10
2. 3.7 × 1.17 4.329 3×2=6
7 × 4 = 28
3. 4.61 × 2.4 11.064 8 × 70 = 560
4 × 5 = 20
4. 3.27 × 2.4 7.848 1,200 × 4 = 4,800
600 × 2 = 1,200
5. 6.75 × 3.6 24.3 9 × 3 = 27
7 × 5 = 35
6. 8.145 × 70 570.15 1×1=1
20 × 5 = 100
7. 4.118 × 5 20.59 50 × 4 = 200
230 × 10 = 2,300
8. 1,218 × 3.512 4,277.616
9. 600 × 1.674 1,004.4
10. 9 × 3.018 27.162
11. 7.28 × 4.9 35.672
12. 1.23 × 1.1 . 1.353
13. 17.96 × 5.3 . 95.188
14. 49.72 × 3.8 . 188.936
15. 231.08 × 9.6 . 2,218.368
.
366
0 30 367
ก เ ยนสานรก นา ยม ไป
ยาก ดกเ ยน คนสาม ไ
สาร และแก
%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย
ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ
ณ เลข ไน
ในปางใพยายาม
้หูด้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันินูดีรัน
368
22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก
33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33
33 33
32 1
50 50
_ -
ท พง
นาย ท พง ศ โยงง
์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด
369
:
f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14
%/ /
//
น
BSTDBBSDBBDTST
ร้ีชิ
370
: - 4 4 m ต%
1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง
4
3
2
ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0
แ85
์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ
371
:
/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13
/ // / / 14
14
/ // / /
/ // / /
/ // / /
372
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 31
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรีบูรพา
รายวิชาคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 การคูณและการหารทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนร้เู รอ่ื ง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร จำนวน 2 ช่วั โมง
ผ้สู อน นายสิทธิพงษ์ ศรีโยวงค์ วันทีส่ อน.......เดอื น................พ.ศ...........
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด
ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารท่ีตวั ต้งั เปน็ จานวนนับหรือทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ตาแหนง่ และตัวหารเปน็ จานวนนับ
ผลหารเปน็ ทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) หาผลหารท่ีตวั ตงั้ เป็นจานวนนบั หรอื ทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ และตัวหารเปน็ จานวนนับ
ผลหารเป็นทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ ได้ (K)
2) ประมาณผลหารท่ีตัวตง้ั เปน็ จานวนนบั หรอื ทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหนง่ และตวั หารเป็นจานวนนบั
ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่งได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. การประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม
2. การหารทศนยิ ม
4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การหารทศนิยมด้วยจานวนนับใช้หลักการเดียวกับการหารจานวนนับด้วยจานวนนับ ผลหารที่ได้อาจมี
จานวนตาแหน่งเท่ากับหรือมากกว่าจานวนตาแหน่งทศนิยมของตัวตั้ง ส่วนการประมาณผลหาร สามารถใช้
ค่าประมาณในการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
373
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการแปลความ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
2) ทักษะการเชอ่ื มโยง
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบอปุ นยั (Inductive Method)
1. ครูเขยี นโจทย์ 0.9 ÷ 3 บนกระดาน แลว้ ถามคาถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนวา่ “จากโจทยห์ มายความวา่
อยา่ งไร”
(แนวตอบ แบง่ 0.9 ออกเปน็ 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั )
2. ครเู ขียนแผนภาพบนกระดาน แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกนั แบ่ง 0.9 ออกเป็น 3 กล่มุ กลุ่มละเท่า ๆ กนั
0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1
0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1
0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1
3. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรปุ คาตอบ 0.9 ÷ 3 = 0.3
4. ครูแบง่ นักเรียนออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาการหารทศนยิ มเมื่อตัวหาร
เปน็ จานวนนบั ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 140-141
5. ครใู หส้ มาชกิ ของแตล่ ะกลุ่มจับคู่แลกเปลี่ยนความรู้ สนทนาซกั ถามจนเป็นท่ีเข้าใจตรงกัน
6. ครขู อตัวแทนนกั เรยี น 1-2 คู่ ออกมาอธิบายเก่ยี วกบั การหารทศนิยมเมื่อตัวหารเปน็ จานวนนับ
7. ครูยกตัวอยา่ งการหารทศนยิ มเมอ่ื ตัวหารเป็นจานวนนับ พร้อมท้ังอธบิ ายโดยวธิ ีถาม-ตอบ 3-5 ตวั อยา่ ง
8. ครูใหแ้ ต่ละกลุม่ รว่ มกันพจิ ารณาเปรียบเทยี บและรวบรวมข้ันตอนการหารทศนิยมเมื่อตัวหารเปน็ จานวนนบั
จากตวั อยา่ งทน่ี ักเรียนได้ศึกษาเพื่อเตรียมสรุป
9. ครเู ขียนโจทยต์ อ่ ไปนบี้ นกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นคิดคาตอบในใจภายในเวลา 20 วินาที แลว้ เขยี นคาตอบ
ลงในสมดุ
374
15.25 ÷5 เท่ากบั เทา่ ใด
ก. 30.5 ข. 3.05
6.42 ÷ 6 เทา่ กบั เท่าใด
ก. 1.07 ข. 9.04
42.5 ÷ 5 เทา่ กับเท่าใด
ก. 8.5 ข. 85.5
10.ครูขออาสาสมัครออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชัน้ เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง
11.ครูถามคาถามนกั เรยี นว่า “การหารทศนิยมดว้ ยจานวนนบั ใชห้ ลักการใด”
(แนวตอบ การหารทศนยิ มดว้ ยจานวนนบั ใช้หลักการเดยี วกับการหารจานวนนบั โดยการตงั้ หารใหเ้ ขยี นจดุ
ทศนยิ มของผลหารใหต้ รงกับจุดทศนิยมของตวั ต้ัง และการเตมิ 0 (ศนู ย)์ ต่อท้ายจานวนที่เขียนในรูป
ทศนิยม ไม่ทาให้คา่ ของทศนิยมเปล่ยี นแปลง)
12.ครูใหน้ ักเรยี นจบั คทู่ ากิจกรรมเพอื่ นช่วยเพื่อน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 141 ลงในสมดุ
เมือ่ ทาเสร็จแลว้ นาส่งครู
13.ครูทบทวนความรู้เร่ือง การหารทศนยิ มเมื่อตวั หารเป็นจานวนนับ โดยแบง่ นักเรียนออกเปน็ 2 ฝ่าย คอื
ฝ่ายหญงิ กบั ฝา่ ยชาย จากนัน้ ให้ตัวแทนหนงึ่ ฝ่ายออกมาเขยี นโจทย์การหารทศนิยมเม่ือตวั หารเป็นจานวน
นับแลว้ เลอื กเพ่ือนฝา่ ยตรงขา้ ม 1 คน ออกมาเขยี นแสดงวิธีทาบนกระดาน โดยครูและเพ่ือนในช้ันเรยี นรว่ มกนั
ตรวจคาตอบ
หมายเหตุ ครใู ห้แต่ละฝ่ายสลับกันเป็นผสู้ รา้ งโจทย์ ทากจิ กรรมเช่นนี้ 2-3 ครัง้
14.ครแู บง่ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน โดยครเู ขียนโจทย์และแสดงวธิ ีการหาคาตอบของการหาร
ทศนยิ มดว้ ย 10 และ 100 ให้นกั เรยี นดูบนกระดาน จานวน 3 ข้อ
15.ครใู ห้แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันพจิ ารณาเปรียบเทียบวธิ ที าบนกระดานแล้วร่วมกนั อภปิ รายขน้ั ตอนในการหาคาตอบ
ของการหารทศนิยมด้วย 10 และ 100 จนเป็นทเี่ ข้าใจตรงกัน
16.ครใู ห้ตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมาอธิบายขน้ั ตอนในการหาคาตอบหน้าชนั้ เรยี น จากนั้นครูกล่าวช่นื ชมกลุ่ม
ทอี่ ธบิ ายวิธีคิดได้ถกู ต้อง และให้กาลงั ใจกลุ่มท่ียังไมส่ ามารถอธบิ ายข้นั ตอนการคิดได้พร้อมอธบิ ายเพิ่มเตมิ ในจดุ ท่ี
บกพร่อง
17.ครใู หน้ ักเรยี นทากิจกรรม “เกมต่อชอลก์ ” โดยแบ่งนกั เรียนออกเปน็ 4 กลมุ่ กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้นักเรยี น
ยืนเข้าแถวตอนลึก โดยครูแจกชอล์กให้นักเรียนกล่มุ ละ 1 แท่ง แล้วอธบิ ายวธิ ีการเล่นว่า เมอ่ื ได้ยนิ เสียง
นกหวีด ใหค้ นที่อย่ขู า้ งหนา้ สุดของแถววง่ิ ออกมาเขยี นคาตอบของโจทยก์ ารหารทศนยิ มดว้ ย 10 และ 100
ทตี่ ิดไวบ้ นกระดานคนละ 1 ข้อ เม่ือทาเสรจ็ ใหน้ าชอล์กส่งต่อให้คนถัดไปในแถวออกมาเขียนคาตอบขอ้
ตอ่ ไปวนไปเรื่อย ๆ ภายในเวลา 2 นาที
375
18.ครูและนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ กลมุ่ ท่ีตอบไดถ้ ูกต้องมากทส่ี ุดเปน็ กล่มุ ชนะ ครูกล่าวชืน่ ชมกลุม่ ที่ชนะ
และใหก้ าลงั ใจกล่มุ ท่แี พพ้ ร้อมทงั้ เนน้ ย้าวิธกี ารคิดหาคาตอบของการหารทศนิยมดว้ ย 10 และ 100 อีกคร้ัง
19.ครถู ามคาถามนักเรยี น ดงั น้ี
• การหารทศนยิ มด้วย 10 ผลหารที่ไดจ้ ุดทศนิยมจะเลอื่ นไปทางซา้ ยก่ีตาแหนง่
(แนวตอบ 1 ตาแหน่ง)
• การหารทศนิยมดว้ ย 100 ผลหารที่ไดจ้ ุดทศนยิ มจะเล่อื นไปทางซ้ายก่ตี าแหนง่
(แนวตอบ 2 ตาแหนง่ )
20.ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ทากิจกรรมเพ่ือนช่วยเพ่ือน ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 142 ลงในสมดุ
เมอื่ ทาเสร็จแลว้ นาส่งครู
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง
การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
1) การหารทศนิยมและ - ตรวจกิจกรรม - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การประมาณผลหาร ฝึกทกั ษะ
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล การทางาน การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
กลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
4) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่น อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ในการทางาน
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การคูณและการหาร
ทศนยิ ม
376
2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การคณู และการหาร
ทศนิยม
3) ใบงานที่ 4.2 เรือ่ ง การหารทศนยิ มและการประมาณผลหาร
4) กระดาษขนาดครง่ึ A4
5) โจทย์การหารทศนิยมด้วย 10 และ 100
6) บตั รโจทย์การหารจานวนนับด้วยจานวนนบั
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งเรียน
โจทย์การหารทศนยิ มด้วย 10 และ 100 377
0.04 ÷ 100 = ….. 0.05 ÷ 10 = …..
0.05 ÷ 10 = ….. 0.06 ÷ 10 = …..
0.09 ÷ 10 = ….. 1.8 ÷ 10 = …..
7.8 ÷ 100 = ….. 0.09 ÷ 10 = …..
0.06 ÷ 100 = ….. 3.5 ÷ 10 = …..
8.4 ÷ 100 = ….. 0.09 ÷ 100 = …..
2.8 ÷ 10 = ….. 9.4 ÷ 10 = …..
0.07 ÷ 10 = ….. 26.3 ÷ 100 = …..
บตั รโจทยก์ ารหารจานวนนับดว้ ยจานวนนับ 378
4 ÷ 3 = ….. 5 ÷ 7 = …..
8 ÷ 9 = ….. 12 ÷ 5 = …..
13 ÷ 10 = ….. 1 ÷ 3 = …..
15 ÷ 4 = ….. 58 ÷ 6 = …..
19 ÷ 2 = ….. 132 ÷ 11 = …..
57 ÷ 3 = ….. 63 ÷ 4 = …..
89 ÷ 6 = ….. 73 ÷ 10 = …..
93 ÷ 4 = ….. 36 ÷ 5 = …..
379
380
0
ก เ ยนสาม การ ทด ยม ไร
กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ
%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย
ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ
ไ งสามการ เลข
ดมทบทวน ความ
ู้ร่ม้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันินีรัน
381
22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก
33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33
33 33
32 1
50 50
_ -
ท พง
นาย ท พง ศ โยงง
์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด
382
:
f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14
%/ /
//
น
BSTDBBSDBBDTST
ร้ีชิ
383
: - 4 4 m ต%
1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง
4
3
2
ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0
แ85
์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ
384
:
/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13
/ // / / 14
14
/ // / /
/ // / /
/ // / /
385
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 32
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรีบูรพา
รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การคูณและการหารทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรยี นร้เู รื่อง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร จำนวน 2 ชัว่ โมง
ผสู้ อน นายสิทธิพงษ์ ศรีโยวงค์ วนั ทส่ี อน......เดอื น..............พ.ศ...............
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัด
ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารท่ีตวั ตง้ั เป็นจานวนนบั หรอื ทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหน่ง และตวั หารเปน็ จานวนนบั
ผลหารเปน็ ทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่ง
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) หาผลหารท่ีตัวต้งั เปน็ จานวนนบั หรือทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ และตัวหารเปน็ จานวนนบั
ผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ ได้ (K)
2) ประมาณผลหารท่ีตัวตั้งเป็นจานวนนบั หรือทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง และตวั หารเป็นจานวนนบั
ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ ได้ (P)
3) รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. การประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม
2. การหารทศนยิ ม
4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การหารทศนิยมด้วยจานวนนับใช้หลักการเดียวกับการหารจานวนนับด้วยจานวนนับ ผลหารที่ได้อาจมี
จานวนตาแหน่งเท่ากับหรือมากกว่าจานวนตาแหน่งทศนิยมของตัวตั้ง ส่วนการประมาณผลหาร สามารถใช้
คา่ ประมาณในการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
386
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทักษะการแปลความ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน
2) ทักษะการเชื่อมโยง
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : แบบอุปนัย (Inductive Method)
1. ครูเขยี นโจทย์ต่อไปนีบ้ นกระดาน จากนน้ั ครสู ุ่มนักเรียน 6 คน ออกมาเขยี นคาตอบ โดยครตู รวจสอบความ
ถูกต้อง
2.36 ÷ 10 45.2 ÷ 10 85.678 ÷ 10
1.5 ÷ 100 9.12 ÷ 100 8.81 ÷ 100
2. ครูแบง่ นักเรียนออกเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาการหารทศนยิ มด้วยพหุคูณของ
10 และ 100 ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 143 จากนั้นให้สมาชิกภายในกล่มุ จบั คู่
แลกเปล่ยี นความรู้ สนทนาซักถามจนเปน็ ท่ีเข้าใจตรงกัน
3. ครูขอตวั แทนนักเรียน 1-2 คู่ ออกมาอธิบายเกี่ยวกบั การหารทศนิยมด้วยพหุคณู ของ 10 และ 100
ทหี่ นา้ ช้นั เรยี น
4. ครูยกตัวอยา่ งเก่ียวกับการหารทศนยิ มด้วยพหุคูณของ 10 และ 100 พรอ้ มท้ังอธบิ ายโดยวธิ ถี าม-ตอบ
3-5 ตวั อย่าง
5.. ครูให้นักเรยี นทากจิ กรรม “เปลย่ี นกลับสลับคู่” โดยแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 2 กลุ่ม จากน้ันครแู จกกระดาษ
ขนาดครงึ่ A4 ใหน้ กั เรียนกลมุ่ ที่ 1 เขยี นจานวนทเี่ ปน็ ทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตาแหน่ง และให้นักเรียนกลุ่มท่ี 2
เขียนจานวนท่เี ป็นพหุคูณของ 10 และ 100 แล้วใหแ้ ต่ละกลุ่มรอฟังเสยี งสญั ญาณนกหวีด เม่อื ได้ยนิ
สัญญาณใหว้ งิ่ ไปจับคูก่ บั เพ่ือนกลมุ่ ตรงข้ามแลว้ นาจานวนของตนเองและเพือ่ นมาหารกัน ตรวจสอบความถูกต้อง
ของกนั และกัน เมื่อไดย้ นิ เสยี งสัญญาณอีกคร้ังให้สลบั หาคใู่ หม่ ทากจิ กรรมเช่นนี้ 3 รอบ จากน้นั ใหน้ ักเรยี นสลบั
บัตรจานวนกบั เพื่อนในกลุ่มเดยี วกัน แล้วทากิจกรรมรอบใหม่
387
6. ครเู นน้ ย้าให้นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องในการทางานและการนาความรู้เร่อื งการประมาณค่ามาใชใ้ น
การตรวจสอบคาตอบ
7. ครูใหน้ ักเรียนจับคู่ทากจิ กรรมเพอ่ื นช่วยเพ่ือน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 143 ลงในสมุด
เมอ่ื ทาเสร็จแล้วนาส่งครู
8. ครแู บ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั ศึกษาการหารทต่ี วั ตั้งและตัวหารเป็น
จานวนนบั ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 144 แล้วใหส้ มาชิกภายในกลุ่มจบั คู่แลกเปลีย่ น
ความรู้ สนทนาซักถามจนเป็นท่ีเข้าใจตรงกัน จากน้ันครูถามคาถาม ดงั น้ี
• การหารที่ตัวตงั้ และตัวหารเป็นจานวนนบั เมอื่ หารตวั ตงั้ แล้วเหลือเศษให้ทาอยา่ งไร
(แนวตอบ การหารทีต่ วั ตง้ั และตวั หารเป็นจานวนนบั เม่ือหารตัวตง้ั แล้วเหลอื เศษให้ใส่ . (จุดทศนยิ ม)
ทผี่ ลหารและตวั ตงั้ แลว้ เติม 0 ท่ีตัวตั้ง จากนัน้ หาผลหารตอ่ ไปจนไม่เหลือเศษ)
9. ครูให้นกั เรียนศึกษาแนวข้อสอบเน้นการคดิ เกรด็ คณติ และมุมเทคโนโลยี ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5
เลม่ 1 หน้า 144-146 จากนนั้ ครูถามคาถาม ดงั นี้
• 0.68 ประมาณเปน็ ทศนยิ มหน่งึ ตาแหน่งได้เทา่ กบั เทา่ ใด
(แนวตอบ 0.68 ประมาณเป็นทศนยิ มหน่งึ ตาแหนง่ ได้ 0.7)
• 1.246 ประมาณเป็นทศนยิ มสองตาแหน่งไดเ้ ทา่ กบั เท่าใด
(แนวตอบ 1.246 ประมาณเป็นทศนิยมสองตาแหนง่ ได้ 1.25)
• ถ้าหารทศนยิ มถงึ ตาแหนง่ ทสี่ ามแล้ว ยังเหลือเศษและหารต่อไปเร่ือย ๆ ไมม่ ีทสี่ ิน้ สดุ ผลหารทไี่ ดจ้ ะเป็น
อยา่ งไร
(แนวตอบ ผลหารที่ไดจ้ ะเป็นคา่ ประมาณ ขน้ึ อยกู่ ับวา่ ต้องการผลหารเป็นทศนิยมกต่ี าแหนง่ )
10.ครเู ขยี นโจทย์การหารท่ีตวั ตัง้ และตวั หารเปน็ จานวนนับ เช่น 4 ÷ 5 และ 5 ÷ 4 บนกระดาน จากนัน้ ครูขอ
อาสาสมัครออกมาเขยี นแสดงวธิ ที า โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง
11.ครแู บ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละเทา่ ๆ กัน จากนน้ั ครแู จกบตั รโจทย์การหารจานวนนับดว้ ยจานวนนบั
ใหแ้ ตล่ ะกลุ่ม กลมุ่ ละ 2 ใบ โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันคิดหาคาตอบด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ ตามทีศ่ ึกษามา จากน้นั ให้
แตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้นั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง
12.ครใู ห้นักเรียน (กลมุ่ เดมิ ) ทากจิ กรรม “ถามมาตอบไปทาได้ให้แต้ม” โดยครูให้นักเรียนออกมาเขยี นโจทย์
การหารจานวนนับดว้ ยจานวนนับทลี ะกลุ่ม แลว้ เลือกเพอื่ นต่างกลุ่มออกมาหาคาตอบ กลมุ่ ใดทาได้ถกู ต้องได้รับ
คะแนนสะสม
หมายเหตุ ครใู ห้นักเรียนสลบั กนั ออกมาสร้างโจทย์ ทากิจกรรมเช่นนี้ 5-6 รอบ
13.ครใู ห้นกั เรยี นจับคู่ทาคณิตพาเพลนิ ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 146 เมือ่ ทาเสร็จแล้ว
ครขู ออาสาสมัคร 2-3 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบหน้าช้นั เรยี น โดยครใู ห้นักเรียนในชัน้ เรียนรว่ มกนั ตรวจ
388
คาตอบวา่ ถูกต้องหรือไม่ หากพบข้อผิดพลาดครอู ธิบายเพิม่ เตมิ
14.ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 147 โดยใหน้ ักเรยี น
จับคกู่ บั เพอื่ น จากนัน้ ให้แต่ละคู่สง่ ตวั แทนมารบั ใบแสดงรายการสนิ คา้ จากครู แลว้ ให้แต่ละคู่ชว่ ยกันหาราคาสนิ ค้า
ตอ่ ชิ้นจากใบแสดงรายการสินคา้ ท่ีไดร้ บั แล้วออกมานาเสนอวิธกี ารหาราคาสินค้าต่อช้นิ หน้าชัน้ เรียนโดยครู
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
15.ครูใหน้ ักเรยี นจบั คู่ทากจิ กรรมเพ่อื นชว่ ยเพื่อน ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 147 ลงในสมดุ
เม่ือทาเสร็จแลว้ นาสง่ ครู
7. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง
การจดั กิจกรรม
การเรียนรู้
1) การหารทศนยิ มและ - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานที่ 4.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การประมาณผลหาร - ตรวจกิจกรรม - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ฝกึ ทกั ษะ
- ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
4) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ ม่นั อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 การคูณและการหาร
ทศนิยม
2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การคณู และการหาร
ทศนิยม
389
390
0
ก เ ยนสาม การ ทด ยม ไร
ยาก ดกเ ยน คนสาม ไ
สาร และแก
%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย
ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ
ไ งสามการ เลข
ดมทบทวน ความ
ู้ร่ม้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันินีรัน
391
22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก
33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33
33 33
32 1
50 50
_ -
ท พง
นาย ท พง ศ โยงง
์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด
392
:
f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14
%/ /
//
น
BSTDBBSDBBDTST
ร้ีชิ