The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 62040140129, 2022-10-11 02:20:00

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที 5

pdf24_merged

193

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การคณู การหาร และการบวกลบ คณู หารระคนของเศษส่วน

จำนวนเวลารวม 16 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรูเ้ รื่อง โจทย์ปัญหาการคณู การหารเศษสว่ นและจำนวนคละ จำนวน 1 ช่วั โมง

ผูส้ อน นายสทิ ธิพงษ์ ศรีโยวงค์ สอนวนั ท่ี......เดอื น................พ.ศ.............

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั

ค 1.1 ป.5/5 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2 ขน้ั ตอน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) วเิ คราะห์โจทย์ปัญหา และวางแผนแก้โจทย์ปัญหาจากโจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ
ทีก่ าหนดให้ได้ (K)

2) หาคาตอบของโจทย์ปญั หาการคณู การหารเศษส่วนและจานวนคละทกี่ าหนดใหไ้ ด้ (K)
3) เขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการคณู การหารเศษสว่ นและจานวนคละท่ีกาหนดให้ได้ (P)
4) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบจากโจทยป์ ญั หาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ

ทีก่ าหนดให้ได้ (P)
5) รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

การแกโ้ จทยป์ ัญหาเศษสว่ นและจานวนคละ

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การแก้โจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา
การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแก้ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็นลาดับขั้นตอน
แล้วจงึ หาคาตอบ พรอ้ มทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ

194

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

2) ทกั ษะกระบวนการคิดแกป้ ญั หา

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์

• ข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหามกี ี่ขั้นตอน อะไรบ้าง
(แนวตอบ ขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหามี 4 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ ขั้นท่ี 1 การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา
ขน้ั ที่ 2 การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา ข้นั ที่ 3 การแกป้ ัญหา และขั้นท่ี 4 การตรวจสอบความสมเหตสุ มผล
ของคาตอบ)

• นกั เรยี นสามารถระบุสง่ิ ใดได้บา้ งในขั้นการวเิ คราะห์โจทย์ปญั หา
(แนวตอบ ส่ิงท่โี จทย์กาหนดให้ และสิ่งท่ีโจทยถ์ าม)

• นกั เรยี นสามารถเขียนประโยคสัญลกั ษณ์และแสดงวิธที าในข้นั ตอนใด
(แนวตอบ ข้นั ท่ี 3 การแกป้ ญั หา)

• นกั เรียนคิดว่าการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบสาคัญหรอื ไม่
(แนวตอบ นักเรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอยู่กบั ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน เช่น สาคญั เพราะการ
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ สามารถตรวจสอบว่าคาตอบทเ่ี ราคดิ คานวณไดถ้ ูกต้องหรอื ไม่)

1. ครูแจกใบงานท่ี 2.4 เรื่อง โจทย์ปญั หาการคูณ การหารเศษสว่ นและจานวนคละ ใหน้ ักเรียนทา จากนั้นครู
แบ่งนักเรียนออกเปน็ 4 กลมุ่ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของประโยคสัญลักษณท์ ี่เพื่อนเขยี น หากมี

เพื่อนคนใดทาไม่ถกู ต้อง ให้ช่วยกันอภิปรายจนเพื่อนเข้าใจ
2. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมาจบั สลากเพื่อเลือกโจทย์ปัญหาในใบงาน จากนั้นครแู จกกระดาษสี

195

ตา่ ง ๆ ฟวิ เจอรบ์ อรด์ และปากกาเมจิกใหน้ ักเรยี นกลุ่มละ 1 ชุด แลว้ ให้นกั เรียนรว่ มกนั เขียนข้ันตอนการแก้

โจทย์ปญั หาทีจ่ ับสลากได้ลงในฟิวเจอร์บอร์ด โดยใหน้ กั เรยี นนาเสนอการวางแผนแก้โจทย์ปญั หาโดยใช้

แผนภาพบาร์โมเดล ดว้ ยกระดาษสีทคี่ รูแจกให้ เม่ือทาเสร็จแล้วครูสมุ่ ตวั แทนของแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอ

คาตอบหนา้ ช้ันเรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

3. ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่ทากิจกรรมฝกึ ทกั ษะ ข้อ 4-7 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 73

เมือ่ ทาเสร็จแล้วครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ

4. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ข้อ 1-2 ในแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 45-51 เป็นการบ้าน

5. ครูประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคลและการรว่ มกนั ทากิจกรรมกล่มุ

6. ครูตรวจสอบผลจากการทาใบงานที่ 2.4 เร่อื ง โจทยป์ ญั หาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ

7. ครตู รวจสอบผลจากการทากิจกรรมฝึกทักษะ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 และทาแบบฝึกหดั

ในแบบฝกึ หัด คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1

7. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 ประเมนิ ระหว่าง

การจัดกจิ กรรม

การเรียนรู้

1) โจทย์ปญั หาการคูณ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

การหารเศษส่วน ฝึกทักษะ

และจานวนคละ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

รายบุคคล การทางาน การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

กล่มุ การทางานกลุ่ม การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์

4) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มัน่ อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์

ในการทางาน

196

8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 การคูณ การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น
2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การคณู การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งเรียน

197

17 198

0

โจท ญหาก เ ยน สามารถ แสดง การ ใ

กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

แกนยะลา นาน ใน

เ น และ ไmร นมา

์ุทิน์ย้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันัป์ยีธิวีรัน

199

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด

200

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ

201

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ

202

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /

203

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 การคณู การหาร และการบวกลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น

จำนวนเวลารวม 16 ชั่วโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ

จำนวน 2 ชั่วโมง

ผู้สอน นายสทิ ธพิ งษ์ ศรโี ยวงค์ สอนวันที่......เดอื น................พ.ศ.............

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.5/5 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารเศษส่วน 2 ข้ันตอน

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) วิเคราะห์โจทย์ปญั หา และวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหาจากโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น
และจานวนคละทก่ี าหนดให้ได้ (K)

2) หาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละท่กี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3) เขยี นแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละกาหนดให้

ได้ (P)
4) ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบจากโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ

จานวนคละทก่ี าหนดให้ได้ (P)
5) รับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
การแก้โจทยป์ ัญหาเศษสว่ นและจานวนคละ

4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การแสดงวิธีทาและหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ
ต้องเรม่ิ จากการวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา แก้โจทยป์ ญั หาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์
แสดงวิธีทาเป็นลาดับขั้นตอน แล้วจึงหาคาตอบ พร้อมทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบและวิธีการ

204

หา คาตอบจากโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ หากมีเครื่องหมาย +, -, × และ
÷ อยู่ในประโยคสญั ลกั ษณเ์ ดยี วกนั มีหลกั การ ดังนี้

1) หากมวี งเล็บใหค้ านวณหาผลลัพธ์ในวงเล็บกอ่ น
2) หากมีคาว่า “ของ” อยู่ด้วยให้นามาหาผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงดาเนินการกับเครื่องหมายอื่นในลาดับ
ถดั ไป
3) หากมีเครื่องหมายหารให้เปลี่ยนจากเครื่องหมายหารเป็นเครื่องหมายคูณก่อน จากนั้นคูณด้วย
สว่ นกลับของเศษสว่ นท่ีเป็นตัวหาร

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 3. มุง่ มน่ั ในการทางาน

2) ทักษะกระบวนการคิดแก้ปญั หา

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : โมเดลซปิ ปา (CIPPA Model)

ครทู บทวนความรูเ้ ร่ือง การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ โดยการถาม-ตอบ ดังน้ี

• การหาผลลพั ธข์ องการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นใชห้ ลกั การเดยี วกบั การหาผลลัพธข์ องการ

บวก ลบ คณู หารระคนของจานวนนับหรอื ไม่ อย่างไร

(แนวตอบ เหมือนกนั คอื ถ้ามวี งเลบ็ ใหห้ าผลลพั ธ์ในวงเลบ็ กอ่ น)

• จากโจทย์  2 3 × 1 + 4 =  มีลาดับการหาคาตอบอยา่ งไร
 5 7  9
4
(แนวตอบ ข้นั ที่ 1 หาผลคณู ในวงเลบ็ ก่อน และขน้ั ที่ 2 นาผลลัพธท์ ี่ได้บวกกบั 9 )

• ถ้าโจทย์ไม่มีวงเล็บและมีการดาเนนิ การท้ังบวก ลบ คณู และหาร นักเรยี นจะหาผลคูณหรือผลหารได้

อยา่ งไร

205

(แนวตอบ ถา้ โจทย์ไม่มีวงเล็บและมกี ารดาเนนิ การทัง้ บวก ลบ คูณ และหาร ใหห้ าผลคูณหรอื ผลหาร
จากซา้ ยไปขวาก่อน แลว้ จึงหาผลบวกหรอื ผลลบจากซ้ายไปขวา)
1. ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม “ชูป้ายตามใจโจทย์” มีขั้นตอน ดงั ต่อไปน้ี
1) ครูแจกกระดาษสขี นาด 5 × 10 เซนติเมตร ให้นักเรียนคนละ 4 สี โดยกาหนดให้สีแดงแทนเครือ่ งหมาย
บวก สีขาวแทนเครื่องหมายลบ สีฟ้าแทนเครื่องหมายคูณ และสีดาแทนเคร่ืองหมายหาร
2) ครูสมุ่ นักเรยี นออกมาหยิบซองโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ
แลว้ อ่านโจทย์ให้เพ่ือนในชน้ั เรียนฟัง จากนนั้ ให้นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าโจทย์ดังกลา่ วเป็นการบวก
การลบ การคูณ หรือการหาร
3) เม่ือครสู ัง่ ให้ยกกระดาษ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนยกกระดาษสีทต่ี รงกบั เครอื่ งหมายทีว่ ิเคราะหไ์ ด้
จากโจทยป์ ญั หาที่เพือ่ นอา่ น
4) ครแู ละนักเรียนร่วมกันวิเคราะหโ์ จทย์ นักเรียนทตี่ อบถูกต้องไดร้ ับคะแนนสะสมขอ้ ละ 1 คะแนน
เมอ่ื ครบ 10 ข้อ ครรู วมคะแนนและมอบรางวัลใหน้ ักเรยี นที่ทาได้คะแนนสงู สดุ
หมายเหตุ : ครใู หน้ ักเรยี นทากิจกรรมเช่นน้ีประมาณ 6-8 คร้งั
2. ครตู ดิ แถบโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละบนกระดาน ดงั นี้

ไม้ท่อนหน่งึ ยาว 6 3 เมตร ตัดปลายดา้ นหนึ่งออก 1 เมตร ทเี่ หลอื นามาตัดเป็น 5 ทอ่ น
4 2
ยาวท่อนละเท่า ๆ กัน จะได้ไมแ้ ตล่ ะท่อนยาวกี่เมตร

3. ครใู หน้ ักเรียนอ่านโจทยป์ ัญหาพรอ้ มกนั จากน้นั ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ ของนักเรียน ดังนี้

• สงิ่ ที่โจทย์กาหนดให้คอื อะไร

(แนวตอบ ไมท้ ่อนหนึง่ ยาว 6 3 เมตร ตัดปลายด้านหนึ่งออก 1 เมตร ทเ่ี หลือนามาตัดเปน็ 5 ท่อน
4 2
ยาวท่อนละเท่า ๆ กนั )

• สงิ่ ที่โจทยถ์ ามคืออะไร

(แนวตอบ จะได้ไมแ้ ตล่ ะท่อนยาวกเ่ี มตร)

• นักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณไ์ ด้อย่างไร

(แนวตอบ  6 3 - 1 ÷ 5 = )
 4 2 

4. ครสู ุ่มนกั เรียนออกมาเขียนแสดงวธิ ที าอย่างละเอยี ดบนกระดาน จากน้นั ใหน้ กั เรียนในช้ันร่วมกนั ตรวจสอบ

ความถกู ต้อง หากพบวา่ นักเรียนทาไม่ถกู ต้อง ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เพ่อื ให้นักเรียนเขา้ ใจมากยิ่งข้นึ

206

5. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาตัวอยา่ งที่ 22 ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 74-75 จากนน้ั ครถู าม

คาถามดงั นี้

• จากตัวอย่างที่ 22 สิ่งที่โจทย์กาหนดให้คอื อะไร

(แนวตอบ ปา้ นุ้ยมีมะเขอื เทศ 5 1 กิโลกรัม แบง่ ใสถ่ ุง ถุงละ 1 กิโลกรมั จากนน้ั ปา้ นยุ้ ขายมะเขือเทศ
2 2
1
ถงุ ละ 10 2 บาท)

• จากตัวอยา่ งท่ี 22 สง่ิ ทโ่ี จทย์ถามคืออะไร

(แนวตอบ ถ้าป้าน้ยุ ขายมะเขือเทศหมด ปา้ นุย้ จะไดเ้ งินก่บี าท)

• จากตวั อยา่ งท่ี 22 เขียนประโยคสญั ลักษณ์ได้อยา่ งไร

(แนวตอบ  5 1 ÷ 1 × 10 1 = )
 2 2  2

6. ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน จากนั้นครแู จกบัตรโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคน

ของเศษส่วนและจานวนคละ ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ กลุ่มละ 1 ข้อ โดยให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปราย

วเิ คราะห์โจทย์ปัญหาและเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ ซง่ึ โจทย์ปญั หาต่าง ๆ มดี งั นี้

แพรวมเี งิน 5,600 บาท พลอยมเี งินเปน็ 1 3 เท่าของเงนิ แพรว และพราวมีเงินเป็น 4 ของเงนิ แพรว
4 5
สามคนมเี งนิ รวมกันเท่าใด

แม่ค้าขายน้าตาลทรายให้ลกู ค้า 15 3 กิโลกรัม ท่เี หลอื แบ่งใส่ถงุ ขนาด 1 12 กิโลกรัม ได้ 36 ถงุ แม่คา้
4
มีน้าตาลทรายทั้งหมดก่ีกิโลกรมั

พอ่ คา้ มีแป้งสาลีอยู่ 49 กิโลกรัม แบ่งขายไป 25 ถุง ถงุ ละ 143 กโิ ลกรัม พ่อคา้ เหลือแป้งสาลีกก่ี ิโลกรัม
3
สวนแห่งหน่งึ มพี น้ื ที่ 152 ไร่ เป็นพื้นทปี่ ลูกมะม่วงอกรอ่ ง 8 ของพ้ืนท่ที ้ังหมด เป็นพ้ืนทปี่ ลูกมะมว่ ง

เขียวเสวย 9 ของพืน้ ท่ีทั้งหมด พืน้ ทที่ ี่เหลือใช้ปลกู มะพร้าว สวนแหง่ นี้ปลกู มะพร้าวทัง้ หมดกีไ่ ร่
16
1 1
ปา้ ชลุ มี ีท่ีนา 25 2 ไร่ แบง่ ให้ลกู ไป 5 4 ไร่ ทเ่ี หลอื ทั้งหมดขายไป ไร่ละ 60,000 บาท ปา้ ชลุ ขี ายท่ีนา

ได้เงนิ เท่าใด

ถนนเสน้ หนึ่งยาว 56 กโิ ลเมตร ราดยางไปแลว้ 3 ของระยะทางทัง้ หมด เหลือถนนท่ียงั ไมร่ าดยาง
4
เป็นระยะทางเท่าใด

207

7. ครใู ห้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอขั้นตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาหน้าชัน้ เรยี น โดยให้นักเรยี นทีเ่ หลอื

จดบันทึกส่งิ ที่เพ่ือนออกมานาเสนอลงในสมุด เม่ือนักเรยี นนาเสนอเสร็จแล้วครกู ลา่ วชื่นชมและอธบิ าย

เพิม่ เติมในจุดทีย่ งั มขี ้อบกพร่อง

8. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันอภปิ รายว่าสิ่งทเี่ พื่อนออกมานาเสนอถูกตอ้ งหรือไม่ หากพบว่าเพ่ือนเกิด

ข้อสงสยั ให้สมาชกิ ภายในกลุ่มทเี่ หลืออธิบายเพ่ิมเติมจนสมาชิกทกุ คนเขา้ ใจตรงกัน

9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบของโจทย์ปัญหาแตล่ ะข้อบนกระดาน หากครูพบวา่ นักเรียนมขี ้อสงสยั

หรือเข้าใจผิด ให้ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ

7. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 การประเมินช้นิ งาน/ - ตรวจชิน้ งาน - แบบประเมนิ ช้ินงาน/ - ระดบั คุณภาพ 2

ภาระงาน (รวบยอด) สมดุ เลม่ เลก็ เร่อื ง ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์

การคณู การหาร

และการบวก ลบ

คณู หารระคนของ

เศษส่วน

7.2 ประเมินระหวา่ ง

การจัดกจิ กรรม - ตรวจกิจกรรม - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

การเรียนรู้ ฝึกทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

1) โจทยป์ ัญหาการ - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

บวกลบ คณู หารระคนของ

เศษสว่ นและจานวนคละ

2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

กลุม่ การทางานกลุม่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

4) คุณลักษณะ - สงั เกตความมีวินัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มัน่ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

ในการทางาน

7.3 การประเมินหลังเรียน

208

- แบบทดสอบหลงั - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
เรยี นหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 หลงั เรยี น
การคูณ การหารและการ
บวก ลบ คณู หารระคนของ
เศษสว่ น

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การคูณ การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น
2) แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การคณู การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น
3) บตั รโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ
4) กระดาษสีขนาด 5 × 10 เซนติเมตร

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งเรยี น

209

18 210

0

โจท ญหาก เ ยน สามารถ แสดง การ ใ

ยาก ดกเ ยน คนสาม ไ
สาร และแก

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

แกนยะลา นาน ใน

เ น และ ไmร นมา

์ุทิน์ย้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันัป์ยีธิวีรัน

211

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด

212

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ

213

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ

214

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /

215

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 19

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรยี นบ้านโคกสะอาดศรีบูรพา

รายวชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เศษสว่ น และการบวก การลบเศษส่วน จำนวนเวลารวม 16 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นร้เู รอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ

จำนวน 1 ชวั่ โมง

ผู้สอน นายสทิ ธิพงษ์ ศรโี ยวงค์ สอนวนั ท.ี่ .....เดอื น................พ.ศ.............

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด

ค 1.1 ป.5/3 หาผลบวก ผลลบของเศษสว่ นและจานวนคละ

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) วเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหา และวางแผนแก้โจทย์ปญั หาจากโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ น
และจานวนคละทีก่ าหนดให้ได้ (K)

2) หาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละท่กี าหนดใหไ้ ด้ (K)
3) เขียนแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละกาหนดให้

ได้ (P)
4) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบจากโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและ

จานวนคละทีก่ าหนดให้ได้ (P)
5) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การบวก การลบของเศษส่วนและจานวนคละ

4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การบวกเศษส่วน ต้องทาตัวส่วนให้เท่ากันก่อน โดยคูณตัวเศษและตัวส่วนด้วยจานวนเดียวกัน แล้วนาตัว
เศษมาบวกกัน ส่วนการบวกจานวนคละ ให้นาจานวนเต็มมาบวกกันก่อน ส่วนเศษส่วนให้ใช้วิธีเดียวกับการบวก

เศษส่วนแท้ โดยการทาตวั ส่วนใหเ้ ท่ากนั จากนน้ั นาตวั เศษมาบวกกัน

216

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทกั ษะการแปลความ 3. ม่งุ มน่ั ในการทางาน

2) ทักษะการเชอื่ มโยง

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : โมเดลซปิ ปา (CIPPA Model)

1. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรูเ้ รอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ

โดยครถู ามคาถาม ดังน้ี

• ขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปัญหาข้ันแรกคืออะไร

(แนวตอบ ขัน้ แรก คือ การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาวา่ โจทยก์ าหนดอะไรและโจทย์ถามอะไร)

• ขน้ั ท่ี 2 คืออะไร

(แนวตอบ การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา โดยใช้แผนภาพบารโ์ มเดล)

• ขนั้ ที่ 3 คืออะไร

(แนวตอบ การแก้ปญั หา โดยการเขยี นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทาอยา่ งละเอียด และเขยี นคาตอบท่ี

ได)้

• ข้ันที่ 4 คืออะไร

(แนวตอบ การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ)

2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปว่า “วธิ ีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน

และจานวนคละ หากมีเคร่ืองหมาย +, -, × และ ÷ อยใู่ นประโยคสัญลักษณ์เดียวกันมหี ลักการ ดังนี้

1) หากมวี งเล็บให้คานวณหาผลลพั ธใ์ นวงเล็บก่อน

2) หากมีคาว่า “ของ” อยู่ด้วยให้นามาหาผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงดาเนินการกับเครื่องหมายอื่นในลาดับ

ถัดไป

3) หากมีเครื่องหมายหารให้เปล่ียนจากเคร่ืองหมายหารเป็นเคร่ืองหมายคณู กอ่ น จากน้ันคูณด้วย

ส่วนกลับของเศษส่วนทเ่ี ป็นตัวหาร”

3. ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 5 คน จากนัน้ ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ค้นคว้าหาข้อมูลจาก

217

แหล่งข้อมลู ต่าง ๆ ที่เป็นโจทย์ปัญหาระคนของเศษสว่ นและจานวนคละกลุม่ ละ 2 โจทย์ปญั หา โดยต้องเปน็
โจทยก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละท่ีไมซ่ ้ากัน
4. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอโจทย์ปญั หา โดยเขียนโจทย์ปัญหาไวบ้ นกระดาน จากนน้ั ใหเ้ พ่ือน ๆ
กลมุ่ อ่ืน ๆ ช่วยกนั วิเคราะห์โจทยป์ ญั หา เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ และหาคาตอบลงในสมุด
5. ครใู ห้กลมุ่ ท่ีคดิ โจทยป์ ญั หาออกมาเฉลยคาตอบ โดยเขยี นแสดงวิธที าอย่างละเอยี ดบนกระดาน
โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง
หมายเหตุ : ครูใหน้ กั เรียนผลัดกนั ออกมานาเสนอโจทยป์ ัญหาและทาเช่นนจี้ นครบทกุ กลุ่ม

6. ครแู จกใบงานท่ี 2.5 เรอื่ ง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ ให้นักเรยี น
ทกุ คนทา จากนน้ั ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ

7. ครูให้นักเรยี นจับคู่ทากิจกรรมฝกึ ทักษะ ข้อ 1-5 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 77-78
จากน้นั ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคูส่ ่งตัวแทนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง

8. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 การคูณ การหาร และการบวก ลบ คูณ
หารระคนของเศษสว่ น

9. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด ข้อ 1-2 ในแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 52-56 เปน็ การบ้าน
10. ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถามทา้ ทายการคดิ ขั้นสงู และกิจกรรมเชื่อมโยงส่ชู วี ติ ประจาวนั ในหนงั สือเรียน

คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 36 แล้วครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยคาตอบ
11. ครมู อบหมายให้นักเรียนทาช้นิ งาน สมดุ เลม่ เลก็ เรื่อง การคูณ การหาร และการบวก ลบ คณู หารระคน
ของเศษส่วน โดยตกแตง่ ใหส้ วยงาม แล้วนามาสง่ ครูในช่ัวโมงถัดไป

218

7. การวดั และประเมินผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- ตรวจชิน้ งาน - แบบประเมินช้ินงาน/ - ระดับคุณภาพ 2
รายการวดั ผ่านเกณฑ์
7.1 การประเมนิ ช้นิ งาน/ สมดุ เล่มเลก็ เร่ือง ภาระงาน
การคณู การหาร
ภาระงาน (รวบยอด) และการบวก ลบ - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
คณู หารระคนของ
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง เศษสว่ น - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การจัดกจิ กรรม
การเรยี นรู้ - ตรวจกิจกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
1) โจทยป์ ญั หาการบวกลบ ฝึกทักษะ การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
คูณ หารระคนของเศษส่วน - ตรวจแบบฝกึ หดั
และจานวนคละ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม
รายบคุ คล การทางาน การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล
3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
กลุ่ม การทางานกลุ่ม
4) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวินัย อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั
ในการทางาน - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
7.3 การประเมนิ หลังเรยี น
-แบบทดสอบหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 หลงั เรียน
การคูณ การหารและการ
บวก ลบ คูณ
หารระคนของเศษส่วน

219

8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การคูณ การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น
2) แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การคูณ การหาร
และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งเรียน

220

19221

0

โจท ญหาก เ ยน สามารถ แสดง การ ใ

กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

แกนยะลา นาน ใน

เ น และ ไmร นมา

์ุทิน์ย้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันัป์ยีธิวีรัน

222

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด

223

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ

224

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ

225

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /

226

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ชั่วโมง

แผนการจดั การเรยี นรเู้ ร่อื ง ความสมั พันธ์ระหว่างเศษสว่ นและทศนิยม จำนวน 1 ชวั่ โมง

ผู้สอน นายสทิ ธพิ งษ์ ศรโี ยวงค์ วนั ทีส่ อน.......เดอื น...................พ.ศ..........

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด

ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนท่ีมตี ัวสว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนยิ ม

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) เข้าใจหลกั การเขียนเศษส่วนในรูปทศนยิ ม (K)
2) เขา้ ใจหลกั การเขยี นทศนยิ มในรปู เศษสว่ น (K)
3) เขียนเศษสว่ นที่มีตัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนยิ มได้ (P)
4) เขยี นทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ ในรปู เศษส่วนอย่างตา่ ได้ (P)
5) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10 สามารถเขียนเป็นทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100 สามารถ
เขียนเป็นทศนิยมสองตาแหน่ง และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 1,000 สามารถเขียนเป็นทศนิยมสามตาแหน่ง
เศษสว่ นที่มีตัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10, 100 และ 1,000 สามารถเขยี นให้อยใู่ นรปู ทศนิยมได้ และทศนิยม
ทุกจานวนสามารถเขยี นใหอ้ ยใู่ นรปู ของเศษสว่ นได้

227

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการแปลความ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

6. กิจกรรมการเรียนรู้
 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : ช่วยกนั คดิ ช่วยกนั เรยี น

นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม
1. ครูกลา่ วทักทายนกั เรยี นและทบทวนความรู้เรื่องเศษสว่ นและทศนยิ มท่ีนกั เรยี นเคยเรียนมาแลว้ ใน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยการถาม-ตอบ ดังน้ี
• เศษส่วนแท้มีลักษณะอยา่ งไร
(แนวตอบ ตวั เศษน้อยกว่าตัวสว่ น)
• เศษเกนิ มลี ักษณะอย่างไร
(แนวตอบ ตวั เศษเทา่ กับหรือมากกว่าตัวสว่ น)
• จานวนคละมลี กั ษณะอย่างไร
(แนวตอบ เขียนในรูปจานวนนับกบั เศษส่วนแท้)
• เศษสว่ นอย่างต่ามีลกั ษณะอย่างไร
(แนวตอบ เศษสว่ นทไ่ี ม่มีจานวนนบั ใดท่มี ากกวา่ 1 หารทงั้ ตัวเศษและตวั สว่ นได้ลงตวั )
• นกั เรียนสามารถอา่ นทศนิยมได้อย่างไร
(แนวตอบ การอา่ นทศนิยม เริ่มอ่านจากตัวเลขท่ีอยหู่ น้าจุดทศนยิ มโดยอ่านเหมือนจานวนนับ และ
ตวั เลขทอ่ี ยหู่ ลงั จุดทศนิยมให้อ่านเรยี งตวั จากซ้ายไปขวา)
• ทศนยิ มหนง่ึ ตาแหน่งมลี ักษณะอยา่ งไร
(แนวตอบ มีตัวเลขหลังจุดทศนิยม 1 ตัว หรือ 1 ส่วนใน 10 สว่ น)
• ทศนยิ มสองตาแหน่งมีลกั ษณะอย่างไร
(แนวตอบ มีตัวเลขหลังจุดทศนยิ ม 2 ตัว หรอื 1 สว่ นใน 100 ส่วน)
• ทศนยิ มสามตาแหน่งมลี ักษณะอย่างไร

228

(แนวตอบ มีตวั เลขหลงั จุดทศนิยม 3 ตวั หรือ 1 ส่วนใน 1,000 สว่ น)
2. ครูให้นกั เรยี นทาเตรียมพร้อมก่อนเรียนในหนังสอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 83 จากนน้ั ครู

และนักเรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ
3. ครตู ดิ แผนภาพบนกระดาน จากน้นั ถามคาถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียน ดงั นี้

• จากแผนภาพ เขยี นแสดงเศษส่วนและทศนิยมได้อยา่ งไร

(แนวตอบ 5 และ 0.5)
10
4. ครูติดแผนภาพต่อไปนี้บนกระดาน แลว้ ส่มุ นกั เรยี นออกมาเขยี นเศษสว่ นและทศนยิ มจากแผนภาพ

คนละ 1 ภาพ

เขียนในรูปเศษสว่ น 3
10
เขียนในรปู ทศนิยม 0.3

เขียนในรูปเศษสว่ น 18
100
เขยี นในรูปทศนิยม 0.18

เขยี นในรปู เศษส่วน 53
1, 000

เขียนในรปู ทศนิยม 0.053

5. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบว่าเศษสว่ นและทศนยิ มท่เี พ่ือนเขียนถูกต้องหรือไม่ แลว้ ร่วมกันสงั เกต
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเศษส่วนและทศนิยมบนกระดาน จากน้นั ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคดิ ของนักเรยี น

229

ดงั นี้
• เศษสว่ นและทศนยิ มท่ีเพื่อนเขียนมีค่าเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

(แนวตอบ เท่ากนั เพราะเปน็ จานวนท่ีไดจ้ ากการแทนคา่ ของแผนภาพเดยี วกัน)
6. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เกยี่ วกับการเขียนเศษส่วนท่มี ีตวั ส่วนเปน็ 10, 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนยิ มว่า
“เศษส่วน

ทม่ี ีตัวส่วนเป็น 10 สามารถเขียนเปน็ ทศนยิ มหน่งึ ตาแหน่ง เศษสว่ นท่ีมตี วั ส่วนเปน็ 100 สามารถเขยี นเปน็
ทศนิยมสองตาแหนง่ และเศษสว่ นทีม่ ีตวั ส่วนเปน็ 1,000 สามารถเขียนเป็นทศนยิ มสามตาแหน่ง”
7. ครใู ห้นักเรียนจับคู่ศกึ ษาตัวอยา่ งท่ี 1 ในหนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 85
8. ครใู หน้ ักเรียนทากจิ กรรม “พิซซา หน้าเดยี ว” โดยครอู ธบิ ายกตกิ าการเลน่ เกมใหน้ ักเรยี นฟงั วา่ นักเรยี นแต่
ละคนจะได้หยบิ รูปพซิ ซาที่แสดงเศษสว่ น ทศนยิ ม และรปู ภาพ คนละ 1 ช้นิ เม่ือไดย้ ินเสียงสญั ญาณให้นักเรยี น
หาพิซซาท่ีมีค่าเทา่ กนั ทแ่ี สดงดว้ ยเศษสว่ น ทศนยิ ม และรูปภาพมาวางประกอบกนั เป็นพิซซาถาดใหญ่ที่
สมบรู ณ์ เมอ่ื ไดย้ นิ เสียงสญั ญาณอีกครงั้ ให้นักเรียนพลิกหน้าพิซซาดู หากหน้าพิซซาเหมือนกนั แสดงวา่
เศษสว่ น ทศนิยม และรูปภาพนนั้ ๆ มีคา่ เทา่ กัน
หมายเหตุ : ครูใหน้ ักเรียนสลับรปู ช้นิ สว่ นพิซซาแลว้ ทากิจกรรม 3-4 รอบ
9. ครูใหน้ กั เรียนจับคู่ทากจิ กรรมเพอื่ นช่วยเพื่อน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 86 ลงในสมุด
เมอ่ื ทาเสร็จแล้วนาสง่ ครู
10.ครูทบทวนความรเู้ รื่อง การเขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม โดยส่มุ นกั เรียนออกมาเขยี นเศษส่วนทีม่ ีตัวสว่ นเป็น
10, 100 หรือ 1,000 บนกระดาน แล้วให้นกั เรียนเลอื กเพื่อนออกมาเขยี นทศนยิ มทม่ี ีคา่ เทา่ กับเศษสว่ นนัน้
ให้ถูกต้อง
หมายเหตุ : ครใู หน้ ักเรียนทากจิ กรรมนี้ 4-5 คร้ัง
11.ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน ให้ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมาหยบิ บัตรตัวเลข แล้วเเขง่ ขนั กนั หา
จานวนมาคณู กบั จานวนในบัตรตัวเลขที่ได้รบั โดยให้มีผลลัพธเ์ ปน็ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 อย่างใดอยา่ ง
หนงึ่ จากนัน้ ให้นักเรียนในชั้นเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง

2 4 5 8 20 25 40 50 125 200 500

12.ครูใหแ้ ตล่ ะกล่มุ รว่ มกันศึกษาเกีย่ วกบั การเขียนเศษสว่ นที่มี 10, 100 หรือ 1,000 เป็นพหุคูณของตวั
สว่ นในรูปทศนยิ ม ในหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 87-91 โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคนผลดั กนั
อธิบายความร้จู นเกิดความเข้าใจตรงกัน

13.ครเู ขยี นเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเป็นจานวนทอี่ ยู่บนบตั รตัวเลขบนกระดาน จากนน้ั ครสู ุ่มถามนักเรยี นว่า
นกั เรยี นสามารถเขยี นเศษส่วนให้มีตัวสว่ นเปน็ 10, 100 หรอื 1,000 ไดห้ รือไม่ อยา่ งไร

230

(แนวตอบ ได้ โดยหาจานวนมาคูณกบั ตัวเศษและตัวส่วนของเศษส่วนน้ัน เช่น ถา้ เศษสว่ นท่ีมตี วั ส่วนเปน็ 5

แล้วต้องการทาตัวส่วนให้เป็น 10 ทาไดโ้ ดยนา 2 มาคณู ท้งั ตัวเศษและตัวสว่ น)

14. ครูสุ่มถามนักเรยี นอีกว่า เศษส่วนที่มตี วั ส่วนเปน็ จานวนเหลา่ นนั้ สามารถทาให้อยู่ในรปู ทศนยิ มไดห้ รือไม่

อย่างไร

(แนวตอบ ได้ โดยเขียนเศษส่วนทม่ี ตี วั ส่วนเปน็ จานวนเหลา่ นนั้ ให้มตี วั สว่ นเป็น 10, 100 หรือ 1,000

จากนน้ั จงึ เขียนให้อย่ใู นรปู ทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง ทศนิยมสองตาแหนง่ หรอื ทศนิยมสามตาแหนง่ )

15. ครยู กตวั อยา่ งเพิ่มเตมิ โดยนาบตั รตวั เลขตดิ บนกระดาน เช่น 11 , 9 , 7 แล้วสุ่มเลอื กนกั เรียนออกมา
5 2 8
เขียนเศษสว่ นดงั กล่าวในรปู ทศนยิ ม

16. ครูให้นกั เรียนจับคู่ทากิจกรรมเพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 88, 89 และ

91 ลงในสมุด เมื่อทาเสรจ็ แล้วนาส่งครู

7. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวดั วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
7.1 การประเมินก่อนเรียน
- กิจกรรมฝึกทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

เรยี น ก่อนเรียน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3

ทศนิยม และการบวก

การลบทศนิยม

7.2 ประเมินระหวา่ ง

การจดั กิจกรรม

การเรยี นรู้

1) ความสัมพันธร์ ะหว่าง - ตรวจกจิ กรรม

เศษสว่ นและทศนิยม ฝึกทักษะ

- ตรวจแบบฝกึ หดั

2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล การทางาน

รายบคุ คล

231

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

กลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกล่มุ ผ่านเกณฑ์

4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

ในการทางาน

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 ทศนิยม และการบวก
การลบทศนิยม
2) แบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก
การลบทศนิยม
3) แผนภาพ
4) บัตรตัวเลข

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งเรยี น

232

บตั รกิจกรรม “พซิ ซา หนา้ เดียว” ดา้ นหลัง
ด้านหน้า

0.8 

1.25
112050

บตั รกิจกรรม “คู่หู ค่เู ฮ”  233

0.15 11050
1.62 116020
4.5 412
0.021 1,20100
31.204 311,0,20004

บตั รตวั เลข 234

151 29
1270
34 12253
6530
122057 78

240601

358090

235

236

0

เศษ วนเ ยนก ม นสาทรกหความ และ ทศ ยมไ
ของ

กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

มฤทเหอะเ ยน เ ยง ง mร ไการ ยล

ม ในพยายาม หอ เ ยน บรรยากาศการเ ยน

ีรีรุคิธัส่ืสัดีสีร้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรัน้ดิน่ส์ธัพัสีรัน

237

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด

238

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ

239

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ

240

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /

241

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 21

กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นโคกสะอาดศรบี รู พา

รายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม จำนวนเวลารวม 15 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรเู้ รอื่ ง ความสัมพันธร์ ะหว่างเศษส่วนและทศนยิ ม จำนวน 2 ชวั่ โมง

ผสู้ อน นายสทิ ธิพงษ์ ศรโี ยวงค์ วันทสี่ อน.......เดือน.............พ.ศ...............

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด

ค 1.1 ป.5/1 เขยี นเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ในรปู ทศนยิ ม

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) เข้าใจหลักการเขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม (K)
2) เขา้ ใจหลักการเขียนทศนิยมในรูปเศษสว่ น (K)
3) เขียนเศษส่วนท่ีมตี ัวสว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรอื 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนยิ มได้ (P)
4) เขียนทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่งในรูปเศษส่วนอย่างตา่ ได้ (P)
5) รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A)

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10 สามารถเขียนเป็นทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100 สามารถ
เขียนเป็นทศนิยมสองตาแหน่ง และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 1,000 สามารถเขียนเป็นทศนิยมสามตาแหน่ง
เศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนเป็นตวั ประกอบของ 10, 100 และ 1,000 สามารถเขียนให้อยูใ่ นรปู ทศนิยมได้ และทศนิยม
ทกุ จานวนสามารถเขียนให้อยใู่ นรปู ของเศษส่วนได้

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทกั ษะการแปลความ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน

2) ทกั ษะการเชือ่ มโยง

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

242

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : ช่วยกนั คดิ ชว่ ยกันเรยี น

1. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคิดของนักเรียน ดังน้ี
• ทศนิยมกับเศษสว่ นมีความสมั พันธก์ นั อย่างไร
(แนวตอบ เศษส่วนทม่ี ตี วั ส่วนเปน็ 10 เมอ่ื เขียนในรูปทศนิยมจะเขยี นได้เป็นทศนิยมหนึ่งตาแหนง่
เศษสว่ นทม่ี ตี วั สว่ นเปน็ 100 เม่ือเขยี นในรปู ทศนยิ มจะเขยี นไดเ้ ปน็ ทศนิยมสองตาแหน่ง และเศษส่วนท่ี

มีตัวส่วนเป็น 1,000 เม่ือเขียนในรูปทศนิยมจะเขยี นได้เป็นทศนยิ มสามตาแหนง่ )
• ทศนิยมสามารถเขียนให้อย่ใู นรปู เศษส่วนไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ ได้ โดยใชค้ วามสัมพันธร์ ะหว่างเศษส่วนและทศนยิ ม)

2 . ครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม (กลุ่มเดมิ จากชว่ั โมงทีแ่ ลว้ ) โดยให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศึกษาเก่ียวกับการ
เขยี นทศนยิ มในรปู เศษส่วน ในหนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 92 แล้วใหส้ มาชิกแตล่ ะคนผลัดกนั

อธิบายความรจู้ นเกิดความเข้าใจตรงกัน
3. ครใู ห้นกั เรียนทุกกลมุ่ เล่นเกม “คู่หู คู่เฮ” โดยอธบิ ายกติกาการเลน่ ให้นกั เรียนฟังว่า เม่ือไดย้ นิ เสยี งสญั ญาณ

ให้แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเปิดบัตรทศนิยมที่ตดิ อยูด่ า้ นซ้ายของกระดาน แล้วใหส้ มาชกิ อกี คนออกมา
เปิดบัตรเศษสว่ นท่ีตดิ อยู่ทางดา้ นขวาของกระดาน หากบัตรทศนยิ มและเศษส่วนทเ่ี ปิดมีคา่ เท่ากนั ใหร้ อ้ ง “เฮ”
แล้วเกบ็ บัตรคนู่ ัน้ ไว้ แต่ละกลุ่มให้สมาชกิ สลับกนั ออกมาหาคู่บัตรทศนิยมและเศษสว่ นท่เี ทา่ กนั จนกวา่ จะหมด

เวลา กลมุ่ ที่จับค่ทู ศนยิ มและเศษสว่ นทเ่ี ทา่ กันได้มากที่สดุ เป็นกลุม่ ท่ชี นะ
4. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่ทากิจกรรมเพอ่ื นชว่ ยเพื่อน ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 93 ลงในสมดุ

เม่ือทาเสร็จแล้วนาสง่ ครู
5. ครใู หน้ ักเรยี นทุกคนทาใบงานที่ 3.1 เร่อื ง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างเศษสว่ นและทศนิยม จากนั้นครูส่มุ นกั เรียน

ออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง
6. ครูแบ่งนักเรยี นออกเปน็ 6 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน โดยให้แตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาจับสลากหมายเลข
1-6

จากนน้ั ให้แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ทากิจกรรมฝึกทักษะ ขอ้ 1-6 ในหนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
หน้า 94-95 ตามขอ้ ท่ีกลมุ่ ของตนเองจบั สลากได้ เมื่อแต่ละกลุม่ ทาเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ครูขออาสาสมคั ร
ออกมาเขยี นแสดงวิธที าอย่างละเอียดบนกระดาน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง

ขน้ั สรปุ

1. ครูถามคาถามจากกรอบความร้ทู ่ไี ด้ ดงั น้ี
• 143 117050 และ 14300 เขียนเป็นทศนิยมท่เี ท่ากนั ได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด


Click to View FlipBook Version