The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 62040140129, 2022-10-11 02:20:00

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที 5

pdf24_merged

243

(แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน เชน่ 1 3 117050 และ
4
14300 สามารถเขยี นเปน็ ทศนิยมทเี่ ทา่ กันได้ เพราะเมื่อนาจานวนคละทโ่ี จทยก์ าหนดให้ มาเขยี นใหอ้ ยใู่ น
รูปทศนยิ มจะมคี ่าเทา่ กบั 1.75 ท้ังสามจานวน)

• 2.50 กบั 2 1 เท่ากันหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
2
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขน้ึ อยู่กับดุลยพินิจของครูผ้สู อน เชน่ เท่ากัน เพราะเม่ือ

นา 2 1 มาเขยี นให้อย่ใู นรปู ทศนิยมจะมีค่าเทา่ กบั 2.50)
2
2. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ ว่า “การเขยี นเศษส่วนที่มตี วั ส่วนเป็นพหคุ ณู ของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000

ในรูปทศนิยมทาได้โดย

1) ทาเศษส่วนใหเ้ ปน็ เศษส่วนที่มีตวั ส่วนเปน็ 10 หรอื 100 หรอื 1,000

2) เขยี นเศษสว่ นในรูปทศนิยม 1 ตาแหนง่ 2 ตาแหน่ง หรือ 3 ตาแหน่ง”

3. ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ข้อ 1-6 ในแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 64-66 เป็นการบา้ น

7. การวดั และประเมินผล

รายการวดั วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน

7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง

การจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้

1) ความสัมพนั ธร์ ะหว่าง - ตรวจกิจกรรม - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

เศษสว่ นและทศนิยม ฝกึ ทักษะ

- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

รายบคุ คล

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

กลุ่ม การทางานกลมุ่ การทางานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์

4) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2

อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มนั่ อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

ในการทางาน


244

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก
การลบทศนยิ ม
2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 ทศนยิ ม และการบวก
การลบทศนยิ ม
3) บตั รตัวเลข
4) แผนภาพ

8.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งเรยี น


245


246

0

เศษ วนเ ยนก ม นสาทรกหความ และ ทศ ยมไ
ของ

กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

มฤทเหอะเ ยน เ ยง ง mร ไการ ยล

ม ในพยายาม หอ เ ยน บรรยากาศการเ ยน

ีรีรุคิธัส่ืสัดีสีร้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรัน้ดิน่ส์ธัพัสีรัน


247

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด


248

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ


249

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ


250

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /


251

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 22

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรียนบา้ นโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 2565

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม จำนวนเวลารวม 15 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรยี นรู้เรอื่ ง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตำแหน่ง จำนวน 2 ชว่ั โมง

ผูส้ อน นายสิทธิพงษ์ ศรีโยวงค์ วันทส่ี อน......เดอื น................พ.ศ..............

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด

ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษสว่ นท่ีมตี วั ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000 ในรูปทศนิยม

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เข้าใจหลกั การประมาณค่าทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง (K)
2) เขียนคา่ ประมาณของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ เป็นจานวนเต็มได้ (P)
3) เขยี นค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่งเป็นทศนิยม 1 ตาแหนง่ ได้ (P)
4) เขียนคา่ ประมาณของทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ เป็นทศนิยม 2 ตาแหนง่ ได้ (P)
5) รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ค่าประมาณของทศนิยมไมเ่ กิน 3 ตาแหน่งทเ่ี ปน็
จานวนเต็ม ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ และ 2 ตาแหน่ง
การใชเ้ คร่ืองหมาย 

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม โดยพจิ ารณาวา่ ทศนิยมท่ตี ้องการประมาณค่าเปน็ จานวนเต็ม เป็นทศนิยม 1
ตาแหน่ง หรือเป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง จากนั้นพิจารณาเลขโดดในหลักก่อนหน้า เช่น ถ้าต้องการประมาณค่า
เป็นจานวนเต็ม ให้พิจารณาเลขโดดในหลักสว่ นสิบ ถ้าเลขโดดในหลักก่อนหนา้ มีค่าต้ังแต่ 0 ถึง 4 ให้ประมาณ
เป็นจานวนทน่ี อ้ ยกว่า ถา้ เลขโดดในหลักกอ่ นหน้ามีค่าตัง้ แต่ 5 ถงึ 9 ใหป้ ระมาณเป็นจานวนท่มี ากกว่


252

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทกั ษะการแปลความ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

2) ทกั ษะการเชือ่ มโยง

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : เทคนิคคู่คิด
ขัน้ นา

1. ครทู บทวนความรู้เรื่อง การหาค่าประมาณของจานวนนบั ที่นักเรียนเคยเรยี นมาแล้วในชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี4
โดยเขยี นเสน้ จานวนตอ่ ไปนีบ้ นกระดาน

ประมาณเปน็ จานวนเต็มที่มากกวา่

10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
ประมาณเปน็ จานวนเต็มที่น้อยกวา่

จากนน้ั ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ วา่ “หลกั การประมาณคา่ เปน็ จานวนเตม็ สิบ เต็มรอ้ ย เต็มพนั เตม็ หมน่ื เต็มแสน
และเต็มลา้ น มีขน้ั ตอน ดังน้ี

ข้ันที่ 1 พิจารณาดูว่าจานวนนับท่ีต้องการประมาณค่าอย่รู ะหวา่ งจานวนเตม็ อะไรกบั จานวนเต็มอะไร
ขั้นท่ี 2 พจิ ารณาเลขโดดในหลกั ก่อนหน้า เช่น ถา้ ตอ้ งการประมาณคา่ จานวนเต็มสบิ ให้พิจารณาเลข
โดดในหลักหนว่ ย
ข้นั ที่ 3 ถ้าเลขโดดในหลกั ก่อนหนา้ มีค่าต้งั แต่ 5 ถึง 9 ให้ประมาณเปน็ จานวนเตม็ ทีม่ ากกวา่ ถา้ เลขโดด

ในหลกั ก่อนหนา้ มคี ่าตง้ั แต่ 0 ถึง 4 ให้ประมาณเป็นจานวนเต็มทน่ี ้อยกวา่ ”
2. ครใู หน้ กั เรียนจับครู่ ่วมกันวเิ คราะห์และตอบคาถาม ดงั ต่อไปนี้

• การหาคา่ ประมาณของ 33 เปน็ จานวนเตม็ สบิ ทาได้อยา่ งไร


253

(แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขน้ึ อยู่กับดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน เชน่ การหาคา่ ประมาณ
ของ 33 เป็นจานวนเตม็ สิบ โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลักหน่วย ซง่ึ 33 มี 3 อยใู่ นหลักหนว่ ย ซึ่งนอ้ ยกว่า
5 จงึ ประมาณเปน็ 30)
• การหาคา่ ประมาณของ 285 เป็นจานวนเตม็ รอ้ ยทาได้อย่างไร
(แนวตอบ นักเรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขนึ้ อยู่กับดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน เชน่ การหาค่าประมาณ
ของ 285 เปน็ จานวนเต็มร้อย โดยพิจารณาเลขโดดในหลกั สิบ ซงึ่ 285 มี 8 อยู่ในหลักสิบ ซึง่ มากกวา่ 5
จึงประมาณเป็น 300)
• การหาค่าประมาณของ 2,514 เปน็ จานวนเตม็ พันทาได้อย่างไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขึน้ อยู่กบั ดุลยพินิจของครูผ้สู อน เช่น การหาค่าประมาณ
ของ 2,514 เปน็ จานวนเต็มพัน โดยพิจารณาเลขโดดในหลักร้อย ซึง่ 2,514 มี 5 อยู่ในหลกั รอ้ ย
ซง่ึ เท่ากบั 5 จงึ ประมาณเป็น 3,000)
• การหาคา่ ประมาณของ 34,567 เป็นจานวนเต็มหมื่นทาได้อย่างไร
(แนวตอบ นักเรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึน้ อยู่กับดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน เช่น การหาค่าประมาณ
ของ 34,567 เป็นจานวนเต็มหมื่น โดยพิจารณาเลขโดดในหลกั พนั ซึ่ง 34,567 มี 4 อยู่ในหลักพนั
ซึ่งน้อยกว่า 5 จงึ ประมาณเป็น 30,000)
• การหาคา่ ประมาณของ 280,514 เปน็ จานวนเตม็ แสนทาได้อย่างไร
(แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขน้ึ อยู่กับดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน เชน่ การหาค่าประมาณ
ของ 280,514 เปน็ จานวนเต็มแสน โดยพิจารณาเลขโดดในหลักหม่ืน ซงึ่ 280,514 มี 8 อยู่ในหลักหมืน่
ซึ่งมากกวา่ 5 จึงประมาณเป็น 300,000)
• การหาคา่ ประมาณของ 3,402,514 เป็นจานวนเตม็ ลา้ นทาได้อย่างไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึน้ อยู่กับดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน เชน่ การหาค่าประมาณ
ของ 3,402,514 เปน็ จานวนเต็มล้าน โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลกั แสน ซึง่ 3,402,514 มี 4 อย่ใู นหลกั
แสน ซึง่ น้อยกวา่ 5 จงึ ประมาณเป็น 3,000,000)

ขนั้ สอน

1. ครูให้นกั เรยี นศึกษาการหาค่าประมาณเปน็ จานวนเต็ม ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 96-97
จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นจับคู่กับเพื่อนข้าง ๆ เพ่อื แลกเปลยี่ นความรูซ้ ง่ึ กันและกัน สนทนาซกั ถามจนเป็นที่เข้าใจ
ตรงกัน

2. ครถู ามคาถาม ดังนี้
• ถา้ เลขโดดในหลักส่วนสบิ น้อยกวา่ 5 จะประมาณเป็นจานวนเต็มทน่ี ้อยกวา่ หรือมากกว่าจานวนนน้ั

(แนวตอบ นอ้ ยกว่า เชน่ 3.4  3)


254

• ถ้าเลขโดดในหลักสว่ นสบิ มากกว่าหรอื เทา่ กบั 5 จะประมาณเป็นจานวนเตม็ ท่นี ้อยกว่าหรือมากกว่า
จานวนนั้น
(แนวตอบ มากกวา่ เชน่ 11.8  12 )

• การหาค่าประมาณของทศนิยมสองตาแหน่งเป็นจานวนเตม็ ให้พจิ ารณาเลขโดดในหลักใด
(แนวตอบ หลักสว่ นสบิ )

• การหาคา่ ประมาณของทศนิยมสามตาแหนง่ เปน็ จานวนเต็ม ใหพ้ จิ ารณาเลขโดดในหลักใด
(แนวตอบ หลกั ส่วนสบิ )

3. ครใู ห้นกั เรียนคูเ่ ดิมรว่ มกันทากิจกรรม “ดอกไม้คา่ ประมาณ” โดยครตู ดิ กระดาษสีรปู วงกลมท่ีมีตัวเลขระบุ
ไวบ้ นกระดาน ดงั น้ี

25 12 19 100

จากนัน้ ครูแจกกระดาษ A4 ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคู่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคสู่ ่งตัวแทนออกมาหยบิ กระดาษสีรูปวงกลม
ในกลอ่ งทค่ี รูไดเ้ ตรยี มไวใ้ ห้ แล้วใหแ้ ต่ละคู่รว่ มกันเขียนทศนิยมทมี่ คี ่าประมาณเป็นจานวนเต็มทเ่ี ทา่ กับ
จานวน
ในรปู วงกลมท่ตี ดิ ไว้บนกระดาน แลว้ นาไปติดเปน็ รปู ดอกไม้ลงในกระดาษ A4 ทคี่ รแู จกให้ ดังตัวอยา่ ง

25.15
25.4 24.87

25
25.49 24.6

24.95

4. ครสู ่มุ นักเรยี น 2-3 คู่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน โดยครูตรวจสอบความถกู ต้อง
5. ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ (คใู่ หม่) ทากิจกรรมโดยใชเ้ ทคนคิ คคู่ ิด (Think Pair Share) ดงั น้ี

• ให้นกั เรียนแตล่ ะคนคิดคาตอบของตนเองจาก กิจกรรมเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ป.5
เล่ม 1 หนา้ 98

• ใหน้ กั เรียนจับคู่กับเพ่ือนเพ่อื แลกเปลย่ี นคาตอบ และสนทนาซักถามจนเปน็ ทเ่ี ข้าใจรว่ มกัน
• ครสู ่มุ นกั เรยี นออกมานาเสนอคาตอบหน้าชัน้ เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง


255

6. ครูให้นักเรียนทากจิ กรรมฝึกทักษะ ข้อ 1 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 103
และทาแบบฝกึ หดั ข้อ 1 ในแบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 67 เปน็ การบ้าน

7. ครทู บทวนความรู้เร่ือง การหาคา่ ประมาณเป็นจานวนเต็ม โดยการถาม-ตอบ ดงั น้ี
• นักเรียนคิดว่าการหาคา่ ประมาณของทศนิยมสองตาแหนง่ และทศนิยมสามตาแหนง่ ใหเ้ ป็นจานวนเตม็
เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ข้ึนอยู่กบั ดุลยพินิจของครูผสู้ อน เชน่ แตกต่างกนั เพราะ
การหาค่าประมาณของทศนยิ มสองตาแหน่ง ตอ้ งพจิ ารณาเลขโดดในหลักส่วนสิบ แต่การหาค่าประมาณ
ของทศนิยมสามตาแหน่งน้นั ตอ้ งพิจารณาเลขโดดในหลกั ส่วนร้อย จากนัน้ ใช้หลักการเดียวกนั กับการหา
ค่าประมาณของทศนยิ มหนง่ึ ตาแหน่งเปน็ จานวนเต็ม)

8.ครใู หน้ กั เรยี นจับคู่ศกึ ษาการหาค่าประมาณเปน็ ทศนิยมหนงึ่ ตาแหนง่ ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
หน้า 98-100 โดยครเู ขียนเส้นจานวนตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน และขออาสาสมัครออกมาเติมจานวนที่หายไป

2.3 2.4
2.30 2.31 ……. 2.33 ……. 2.35 2.36 2.37 ……. 2.39 …….

จากน้ันครูถามคาถามกระตนุ้ ความคดิ ของนักเรียน ดังนี้
• จานวนที่หายไปมจี านวนใดบ้าง

(แนวตอบ 2.32, 2.34, 2.38 และ 2.40)
• 2.33 อยรู่ ะหวา่ งจานวนใด

(แนวตอบ 2.33 อย่รู ะหว่าง 2.3 และ 2.4)
• 2.36 มคี ่าใกลเ้ คยี ง 2.3 หรือ 2.4

(แนวตอบ 2.36 มีค่าใกลเ้ คยี ง 2.4 มากกว่า 2.3)
• คา่ ประมาณเป็นทศนยิ มหนึง่ ตาแหน่งของ 2.34 คือจานวนใด

(แนวตอบ ค่าประมาณเป็นทศนิยมหน่ึงตาแหน่งของ 2.34 คือ 2.3)
• นกั เรยี นสามารถเขียนแสดงโดยใชส้ ัญลักษณ์ได้อย่างไร

(แนวตอบ 2.34  2.3)
9. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ว่า “การหาค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มหนงึ่ ตาแหน่ง ถ้าเลขโดดในหลักส่วนร้อยนอ้ ยกว่า 5

ให้ประมาณเปน็ ทศนยิ มหน่งึ ตาแหนง่ ท่ีนอ้ ยกว่าจานวนนน้ั แตถ่ ้าเลขโดดในหลักสว่ นร้อยมากกวา่ หรือ
เทา่ กับ 5 ใหป้ ระมาณเปน็ ทศนิยมหนึ่งตาแหนง่ ท่ีมากกว่าจานวนนนั้ ”

10. ครแู จกกระดาษ A4 ใหน้ ักเรียนแต่ละคู่ โดยใหน้ ักเรียนร่วมกนั ยกตวั อยา่ งการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม


256

สามตาแหนง่ เป็นทศนยิ มหนงึ่ ตาแหน่ง เมอ่ื ทาเสร็จแล้วครูสุ่มนักเรียน 2 คู่ ออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรียน

โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง

11. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ วา่ “การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มสามตาแหนง่ เปน็ ทศนิยมหน่งึ ตาแหนง่ ให้พิจารณา

เลขโดดในหลักส่วนร้อย จากนั้นใชห้ ลกั การเดยี วกนั กบั การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มสองตาแหนง่ เปน็

ทศนยิ มหน่ึงตาแหนง่ ”

12. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน ร่วมกนั ทากจิ กรรม “บนั ไดงูค่าประมาณ” โดยครแู จกกระดาษบนั ไดงู

ให้แต่ละกลุ่ม กลมุ่ ละ 1 แผ่น พรอ้ มลูกเต๋าและหมากเดนิ แลว้ อธบิ ายกตกิ าในการเลน่ เกมใหน้ กั เรียนฟังว่า

ใหน้ ักเรยี นจับคใู่ นกลมุ่ ของตนเอง จากนั้นแขง่ ขนั กันโยนลกู เต๋าแลว้ เดนิ หมากไปตามแต้มลูกเตา๋ ทโ่ี ยนได้

เม่อื หยุดท่ีทศนิยมใดใหป้ ระมาณค่าเป็นทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ สลับกนั เลน่ หากคูใ่ ดประมาณคา่ ผิดจะต้อง

หยุดเลน่ 1 ตา ค่ทู ี่เดินเขา้ เส้นชยั ได้กอ่ นเปน็ ฝา่ ยชนะ

13. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่ (คู่เดิม) ทากจิ กรรมโดยใช้เทคนคิ คู่คดิ (Think Pair Share) ดงั นี้

• ให้นักเรียนแตล่ ะคนคิดคาตอบของตนเองจาก กจิ กรรมเพื่อนชว่ ยเพ่อื น ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์

ป.5 เล่ม 1 หน้า 100

• ใหน้ กั เรยี นจับคู่กับเพื่อนเพอื่ แลกเปลย่ี นคาตอบ และสนทนาซกั ถามจนเปน็ ทเ่ี ข้าใจรว่ มกัน

• ครูสมุ่ นักเรยี นออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง

14. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมฝกึ ทักษะ ขอ้ 2 ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 103

และทาแบบฝกึ หัด ข้อ 2 ในแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 67-68 เปน็ การบา้ น

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน

7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง

การจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

1) การหาค่าประมาณ ฝกึ ทักษะ

ของทศนยิ มไมเ่ กนิ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

สามตาแหน่ง

2) การนาเสนอ - ประเมนิ การ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2

ผลงาน/ผลการ นาเสนอ ผลงาน/ผล นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์

ทากิจกรรม การทากิจกรรม

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

รายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์


257

การทางาน

รายบุคคล

4) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

กล่มุ การทางานกลุม่ การทางานกล่มุ ผ่านเกณฑ์

5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2

อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มนั่ อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

ในการทางาน

8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ทศนิยม และการบวก

การลบทศนิยม

2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก

การลบทศนยิ ม

3) บัตรตวั เลขทศนิยมหน่ึงตาแหนง่ ทศนยิ มสองตาแหน่ง และทศนิยมสามตาแหน่ง

4) กระดาษบนั ไดงูคา่ ประมาณ

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- ห้องเรยี น


258

กระดาษบันไดงูค่าประมาณ

4.02 714.647
14.45 15.13

2.96 214.317 85.11
557.427
112.23
101.41

12.03 93.27 21.457 117.019


 259

ตวั อย่าง บตั รตัวเลขทศนยิ มหน่งึ ตาแหนง่ ทศนยิ มสองตาแหนง่ และทศนิยมสามตาแหน่ง

5.2 5.4 5.7 5.9
1.21 1.23 1.26 1.28
7.453 7.454 7.458 7.459


260


261

0

โยมประก เ ยนสาน รก หา ไ
ทน ของ ท

กเ ยน กคนสาม ยาดสาร และแก ไ

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

มฤทเหอะเ ยน เ ยง ง mร ไการ ยล

ม ในพยายาม หอ เ ยนบรรยากาศการเ ยน

ีรีรุคิธัส่ืสัดีสีร้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรัน้ดำคีรัน


262

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด


263

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ


264

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ


265

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /


266

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 23

กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบา้ นโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวชิ าคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม จำนวนเวลารวม 15 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรเู้ รื่อง การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตำแหน่ง จำนวน 2 ชัว่ โมง

ผู้สอน นายสิทธิพงษ์ ศรีโยวงค์

วนั ทสี่ อน..........เดือน................พ.ศ....................

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.5/1 เขียนเศษส่วนท่ีมีตวั สว่ นเป็นตัวประกอบของ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ในรปู ทศนยิ ม

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) เข้าใจหลกั การประมาณค่าทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ (K)
2) เขียนคา่ ประมาณของทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ เปน็ จานวนเตม็ ได้ (P)
3) เขยี นคา่ ประมาณของทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ ได้ (P)
4) เขียนค่าประมาณของทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ เป็นทศนิยม 2 ตาแหนง่ ได้ (P)
5) รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
คา่ ประมาณของทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งท่ีเปน็
จานวนเตม็ ทศนยิ ม 1 ตาแหน่งและ 2 ตาแหน่ง
การใชเ้ ครือ่ งหมาย 

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การหาค่าประมาณของทศนยิ ม โดยพจิ ารณาว่าทศนิยมที่ตอ้ งการประมาณคา่ เปน็ จานวนเต็ม เปน็ ทศนยิ ม 1
ตาแหน่ง หรือเป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง จากนั้นพิจารณาเลขโดดในหลักก่อนหน้า เช่น ถ้าต้องการประมาณค่า
เป็นจานวนเต็ม ให้พิจารณาเลขโดดในหลักสว่ นสิบ ถ้าเลขโดดในหลักก่อนหนา้ มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 4 ให้ประมาณ
เปน็ จานวนท่ีน้อยกว่า ถา้ เลขโดดในหลกั กอ่ นหน้ามีคา่ ตงั้ แต่ 5 ถึง 9 ให้ประมาณเป็นจานวนที่มากกวา่


267

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทักษะการแปลความ 3. มุง่ มั่นในการทางาน

2) ทักษะการเชอื่ มโยง

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

6. กิจกรรมการเรียนรู้
 แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : เทคนิคคู่คิด

1. ครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรยี นว่า “นทีชงั่ น้าหนักได้ 32.45 กิโลกรมั น้าหนักของนทีมี
คา่ ประมาณ

เปน็ ทศนิยมหน่งึ ตาแหน่งเท่ากับเทา่ ใด”
(แนวตอบ น้าหนักของนทมี ีค่าประมาณเป็นทศนยิ มหน่งึ ตาแหนง่ เท่ากับ 32.5 กิโลกรมั )
2. ครใู หน้ ักเรยี นจับคู่ศกึ ษาการหาคา่ ประมาณเป็นทศนิยมสองตาแหนง่ ในหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
หน้า 101 โดยครเู ขยี นเส้นจานวนต่อไปนบี้ นกระดาน และขออาสาสมคั รออกมาเตมิ จานวนท่หี ายไป

1.25 1.26

1.250 ……. ……. 1.253 ……. ……. ……. 1.257 ……. 1.259 1.260

จากน้ันครถู ามคาถามกระตุ้นความคดิ ของนักเรียน ดงั นี้ 0

• จานวนทีห่ ายไปมจี านวนใดบ้าง

(แนวตอบ 1.251, 1.252, 1.254, 1.255, 1.256 และ 1.258)

• 1.253 อยู่ระหวา่ งจานวนใด

(แนวตอบ 1.253 อยูร่ ะหวา่ ง 1.25 และ 1.26)

• 1.258 มคี า่ ใกลเ้ คียง 1.25 หรอื 1.26

(แนวตอบ 1.258 มีค่าใกล้เคียง 1.26 มากกวา่ 1.25)

• ค่าประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหนง่ ของ 1.256 คือจานวนใด

(แนวตอบ ค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มสองตาแหน่งของ 1.256 คอื 1.26)

• นักเรยี นสามารถเขยี นแสดงโดยใช้สญั ลกั ษณ์ได้อย่างไร


268

(แนวตอบ 1.256  1.26)
3. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า “การหาค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มสองตาแหนง่ ถา้ เลขโดดในหลักสว่ นพันนอ้ ยกวา่ 5

ให้ประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหน่งท่ีนอ้ ยกวา่ จานวนนั้น แตถ่ ้าเลขโดดในหลักสว่ นพนั มากกวา่ หรือเทา่ กบั
5ใหป้ ระมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหน่งท่มี ากกวา่ จานวนนั้น”

4. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกนั ทากิจกรรมพัฒนาความรู้ ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 102
จากนั้นใหแ้ ตล่ ะคู่ส่งตัวแทนออกมารบั กระดาษ A4 และบตั รตัวเลขจากครูคลู่ ะ 3 ชดุ โดยบตั รตวั เลขเป็น
ทศนิยมหนึง่ ตาแหน่ง ทศนยิ มสองตาแหน่ง และทศนยิ มสามตาแหนง่ อยา่ งละ 1 ชุด แลว้ สร้างเส้นจานวน
พร้อมหาค่าประมาณเป็นจานวนเต็ม ทศนยิ มหนง่ึ ตาแหน่ง และทศนิยมสองตาแหนง่ จากบัตรตัวเลขแตล่ ะ

ใบ
ลงในกระดาษ A4 ทค่ี รแู จกให้ เม่อื ทาเสร็จแลว้ ครสู ุ่มนักเรียนออกมานาเสนอหน้าชั้นเรยี น โดยครูตรวจสอบ
ความถกู ต้อง

5. ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ (คเู่ ดิม) ทากจิ กรรมโดยใชเ้ ทคนิคคู่คิด (Think Pair Share) ดังน้ี
• ใหน้ กั เรียนแต่ละคนคดิ คาตอบของตนเองจาก กจิ กรรมเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.
5 เล่ม 1 หนา้ 102
• ใหน้ กั เรยี นจบั คู่กบั เพื่อนเพอ่ื แลกเปล่ียนคาตอบ และสนทนาซกั ถามจนเป็นทีเ่ ขา้ ใจรว่ มกัน
• ครสู ุ่มนักเรยี นออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง

6. ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมฝกึ ทักษะ ข้อ 3 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 103
และทาแบบฝึกหัด ข้อ 3 ในแบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 68-69 เปน็ การบา้ น

7. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนวา่ “บา้ นของธารน้าอยู่ห่างจากโรงเรยี น 3.658 กิโลเมตร
ระยะทางจากบ้านของธารนา้ ถึงโรงเรียนมคี า่ ประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหน่งเท่ากับเท่าใด”
(แนวตอบ ระยะทางจากบา้ นของธารน้าถึงโรงเรยี นมีค่าประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหน่งเทา่ กับ 3.66
กโิ ลเมตร)

8. ครูใหน้ ักเรียนจับคูร่ ่วมกันทากิจกรรมโดยใชเ้ ทคนคิ คู่คดิ (Think Pair Share) ดงั นี้
• ใหน้ กั เรียนแต่ละคนคิดคาตอบของตนเองจากใบงานท่ี 3.2 เรือ่ ง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกิน
สามตาแหนง่
• ให้นักเรยี นจับคู่กับเพื่อนเพื่อแลกเปลีย่ นคาตอบ และสนทนาซกั ถามจนเป็นท่ีเข้าใจร่วมกัน
• ครสู มุ่ นกั เรียนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชน้ั เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

9. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปว่าการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม โดยพิจารณาวา่ ทศนยิ มทตี่ ้องการประมาณค่า
เป็นจานวนเต็ม เป็นทศนิยม 1 ตาแหนง่ หรือเปน็ ทศนิยม 2 ตาแหนง่ จากนน้ั พจิ ารณาเลขโดดในหลกั ก่อน

หน้า


269

เชน่ ถา้ ตอ้ งการประมาณค่าเปน็ จานวนเตม็ ใหพ้ ิจารณาเลขโดดในหลกั ส่วนสิบ ถ้าเลขโดดในหลกั ก่อนหน้า
มคี ่าต้งั แต่ 0 ถงึ 4 ให้ประมาณเปน็ จานวนทนี่ อ้ ยกว่า ถา้ เลขโดดในหลักก่อนหน้ามีคา่ ตง้ั แต่ 5 ถึง 9
ใหป้ ระมาณเปน็ จานวนท่มี ากกวา่ ”
10.ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมฝกึ ทักษะ ข้อ 4-6 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 103-104
และทาแบบฝึกหัด ข้อ 4-5 ในแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 69-70 เป็นการบา้ น

7. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง

การจดั กิจกรรม

การเรยี นรู้

1) การหาคา่ ประมาณ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ใบงานที่ 3.2 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ของทศนยิ มไม่เกิน - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สามตาแหน่ง ฝกึ ทกั ษะ

- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) การนาเสนอ - ประเมนิ การ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ 2

ผลงาน/ผลการ นาเสนอ ผลงาน/ผล นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์

ทากิจกรรม การ

ทากิจกรรม

3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล

4) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

กลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวินยั - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2

อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มัน่ อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์

ในการทางาน


270

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก
การลบทศนิยม
2) แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 ทศนยิ ม และการบวก
การลบทศนยิ ม
3) ใบงานที่ 3.2 เร่อื ง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่ง
4) กระดาษบนั ไดงคู ่าประมาณ
5) บัตรตัวเลขทศนยิ มหนึ่งตาแหน่ง ทศนิยมสองตาแหนง่ และทศนยิ มสามตาแหนง่

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งเรยี น


271

ใบงานท่ี 3.2
เรอ่ื ง การหาค่าประมาณของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหนง่

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนหาค่าประมาณของทศนยิ มเปน็ จานวนเต็ม ทศนิยมหนึ่งตาแหนง่ และทศนยิ มสองตาแหนง่

จากทศนยิ มทก่ี าหนดให้

ขอ้ ทศนยิ ม ค่าประมาณใกลเ้ คยี งทศนิยม

จานวนเต็ม หนงึ่ ตาแหน่ง สองตาแหนง่

1. 0.254

2. 1.234

3. 2.622

4. 3.105

5. 4.267

6. 8.217

7. 9.114

8. 12.054

9. 15.208

10. 20.328

11. 35.164

12. 42.627

13. 55.266

14. 62.197


272

ใบงานท่ี 3.2 เฉลย
เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่ง

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นหาคา่ ประมาณของทศนยิ มเปน็ จานวนเต็ม ทศนิยมหน่ึงตาแหน่ง และทศนยิ มสองตาแหน่ง

จากทศนยิ มท่ีกาหนดให้

ขอ้ ทศนิยม ค่าประมาณใกล้เคียงทศนิยม

จานวนเต็ม หน่ึงตาแหนง่ สองตาแหน่ง

1. 0.254 0 0.3 0.25

2. 1.234 1 1.2 1.23

3. 2.622 3 2.6 2.62

4. 3.105 3 3.1 3.11

5. 4.267 4 4.3 4.27

6. 8.217 8 8.2 8.22

7. 9.114 9 9.1 9.11

8. 12.054 12 12.1 12.05

9. 15.208 15 15.2 15.21

10. 20.328 20 20.3 20.33

11. 35.164 35 35.2 35.16

12. 42.627 43 42.6 42.63

13. 55.266 55 55.3 55.27

14. 62.197 62 62.2 62.20


273


274

0

โยมประก เ ยนสาน รก หา ไ
ทน ของ ท

ยาก ดกเ ยน คนสาม ไ
สาร และแก

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

เ ยน เ ดความ บสน เอง าปาน
อ บาย ๆ จน กเ ยนเอาใจ กคน

ุทีรัน้ืซิธ่คัสิกีรำน้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรัน้ดำคีรัน


275

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด


276

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ


277

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ


278

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /


279

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 24

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรบี ูรพา

รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค15101 ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม จำนวนเวลารวม 15 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรียนรูเ้ รอ่ื ง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตำแหน่ง จำนวน 2 ชัว่ โมง

ผูส้ อน นายสิทธิพงษ์ ศรีโยวงค์

วันทส่ี อน..........เดอื น................พ.ศ....................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนิยม 2 ขั้นตอน

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) หาผลบวกและผลลบของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ โดยใช้คา่ ประมาณได้ (K)
2) เขยี นแสดงขนั้ ตอนการหาผลบวกและผลลบของทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่งได้ (P)
3) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบของการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง

โดยใช้ค่าประมาณได้ (P)
4) รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การบวกและการลบทศนิยม ให้นาจานวนท่ีอยู่ในหลักเดียวกันมาบวกหรอื มาลบกัน ซึ่งคาตอบที่ไดส้ ามารถ
ใชค้ า่ ประมาณมาชว่ ยในการตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้


280

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทักษะการแปลความ 3. มงุ่ มั่นในการทางาน

2) ทกั ษะการให้เหตุผล

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

ครทู บทวนความรเู้ ร่ือง การบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหน่ง ทีน่ ักเรยี นเคยเรียนมาแล้ว
ในช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 โดยการถาม-ตอบ ดงั น้ี

• การบวกทศนยิ มท่ีไม่มีการทดมีหลกั การอย่างไร
(แนวตอบ การบวกทศนิยมที่ไมม่ ีการทด ใชห้ ลักการเดยี วกันกบั การบวกจานวนนับ โดยการนาจานวน
ทีอ่ ยใู่ นหลักเดยี วกันมาบวกกัน)

• การบวกทศนิยมท่ีมีการทดมีหลักการอย่างไร
(แนวตอบ การบวกทศนิยมท่ีมกี ารทด ใชห้ ลักการเดยี วกันกบั การบวกจานวนนับท่ีมกี ารทด คอื นา
จานวนทอี่ ยใู่ นหลักเดียวกันมาบวกกัน ถ้าผลบวกในหลกั ใดเป็นจานวนท่คี รบสบิ จะมีการทดไปยังหลัก
ถัดไปท่ีอยู่ทางซ้าย)

• การบวกทศนิยมท่ีมจี านวนตาแหนง่ ของทศนยิ มไม่เท่ากนั ตามแนวต้ังต้องทาอยา่ งไร
(แนวตอบ การบวกทศนยิ มท่ีมีจานวนตาแหนง่ ของทศนิยมไมเ่ ท่ากนั ตามแนวตั้ง ตอ้ งตั้งจุดทศนยิ มให้
ตรงกัน แลว้ จงึ นาจานวนในหลักเดยี วกนั มาบวกกัน)

• การบวกทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง 3 จานวน ทาได้กวี่ ธิ ี
(แนวตอบ การบวกทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหน่ง 3 จานวน ทาได้ 2 วธิ ี คอื
1) บวกทศนยิ มทั้งสามจานวนพร้อมกัน
2) บวกครงั้ ละสองจานวน โดยบวกทศนิยมสองจานวนก่อน ได้ผลลัพธแ์ ลว้ จงึ นาจานวนท่ีสามมาบวก
อีกครั้ง)

• การลบทศนยิ มท่ีไม่มีการกระจายมหี ลักการอยา่ งไร


281

(แนวตอบ การลบทศนยิ มทไ่ี ม่มกี ารกระจาย ใชห้ ลกั การเดยี วกับการลบจานวนนบั คอื นาจานวนที่อยู่
ในหลกั เดียวกนั มาลบกนั )
• การลบทศนยิ มทีม่ ีการกระจายมหี ลักการอยา่ งไร
(แนวตอบ การลบทศนิยมทม่ี ีการกระจาย ใชห้ ลกั การเดยี วกันกับการลบจานวนนับท่ีมีการกระจาย คือ
นาจานวนทอี่ ยู่ในหลักเดียวกันมาลบกนั ถ้าตวั ตั้งในหลักเดียวกันนอ้ ยกว่าตวั ลบ ใหก้ ระจายจานวนใน
หลกั ถดั ไปทางซา้ ยของตวั ต้ังมาเพิ่มในหลักทางขวาก่อน แลว้ จึงลบกนั )

• การลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ 3 จานวน ทาไดก้ ีว่ ธิ ี
(แนวตอบ การลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง 3 จานวน ทาได้ 2 วิธี คือ
1) ลบทศนิยมทงั้ สามจานวนพร้อมกนั แต่ในกรณีทีม่ ีการกระจายหลกั จะไมส่ ะดวกในการคานวณ
2) ลบครั้งละสองจานวน โดยลบทศนยิ มสองจานวนแรกก่อนได้ผลลพั ธ์ แลว้ จงึ นาจานวนท่สี ามมาลบ
ออกอีกครง้ั )

1. ครูเขยี นโจทย์การบวกและการลบจานวนเต็มอย่างละ 1 ข้อบนกระดาน จากนนั้ ขอตวั แทนนักเรยี นออกมา
เขยี นแสดงวธิ ีทาตามแนวตัง้ และให้นกั เรียนในชัน้ เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องของคาตอบ โดยครู
เน้นยา้ ใหน้ ักเรยี นเขียนหลักใหต้ รงกนั

2. ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียนว่า การบวกและการลบจานวนเตม็ เราจะนาเลขโดดในหลกั
เดยี วกนั มาบวกกัน แลว้ การบวกและการลบทศนิยมสามารถทาเช่นเดียวกบั การบวกและการลบจานวนเตม็
ไดห้ รอื ไม่
(แนวตอบ ได)้

3. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน จากน้ันให้แตล่ ะกลุ่มศึกษาการบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสาม
ตาแหนง่ ในหนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 105-111

4. ครขู ออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาอธิบายการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหน่งหน้าชั้นเรยี น
พร้อมท้งั การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

5. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนเขยี นทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่งคนละ 5 จานวน ลงในกระดาษการ์ด จากน้นั ครู
ตรวจสอบความถูกต้องของทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ ที่นักเรียนเขียนแลว้ ให้นักเรียนนากระดาษการ์ดไป

ตดิ ไว้รอบ ๆ ชั้นเรยี น
6. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 3 คน จากน้ันแจกกระดานไวท์บอร์ดใหน้ ักเรยี นกล่มุ ละ 1 แผน่ แลว้ อธบิ าย
กตกิ าว่า เมื่อครใู ห้สัญญาณเร่ิมใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ เลือกหยบิ กระดาษการด์ มาคร้งั ละ 2 แผน่ จากนั้นให้
นักเรียนนามาหาผลลบและผลบวกดว้ ยการเขียนแสดงวิธีทาตามแนวตงั้ โดยฝัง่ ซ้ายของกระดานใหน้ ักเรียน


282

แสดงวิธีการหาผลบวก ส่วนฝง่ั ขวาเขยี นแสดงวิธีการหาผลลบ เม่ือได้ยนิ สญั ญาณหมดเวลา ครจู ะเปน็ ผู้
ตรวจสอบความถูกต้อง ถ้ากลุ่มใดทาถกู ต้องจะไดร้ บั คะแนนสะสมข้อละ 10 คะแนน

7. ครูเนน้ ย้ากับนักเรียนเสมอวา่ ในการเขียนแสดงวิธีทาจะต้องเขยี นหลักใหต้ รงกนั หากพบว่านกั เรยี นมีข้อ

สงสัยครจู ะอธบิ ายเพ่ิมเติมเพื่อใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขน้ึ

8. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปคะแนนของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งชมเชยนกั เรยี นทไี่ ด้คะแนนมาก และให้กาลงั ใจ

นกั เรยี นทไ่ี ด้คะแนนนอ้ ย

7. การวดั และประเมินผล

รายการวัด วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 ประเมินระหว่าง
การจดั กจิ กรรม

การเรยี นรู้ - ตรวจกิจกรรม - กิจกรรมฝึกทักษะ

1) การบวกและการลบ ฝกึ ทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่ง - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

-ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางาน การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์

รายบุคคล

3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2

กลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

4) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวินัย - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2

อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั อนั พงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ในการทางาน

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก
การลบทศนยิ ม
2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ทศนยิ ม และการบวก
การลบทศนิยม


283

3) กระดาษการ์ด
4) กระดานไวท์บอร์ด
5) บัตรตวั เลข 0-9
6) ชน้ิ สว่ นจ๊กิ ซอว์
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- หอ้ งเรยี น
บัตรตัวเลข 0-9

0123 

4567

89


284


285

0

ไทศก เ ยนสาน รก บวก ยม

ยาก ดกเ ยน คนสาม ไ
สาร และแก

%กเ ยน ก คน ต งาน ของ ตนเอง ไปมอบ หาย

ญหาใน ไก เ ยน ก คน มากนะ นการ ด แก
กระบวน การกวด ๓ การ

ก เ ยน บางคน ได ตรง น ใ ดตอบ

กระ นเ มเ มอ บาย อย
และ พยายาม ถาม ๆ

่บุ้ติต่ิพิธิมำค้หำทักุจ้ัตีรัน้ดิณัปิคุทีรัน่ีทำทุทีรัน้ดิค่ืล้ตุทีรันินีรัน


286

22 22 2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 2 10
2 10
22 22 3 15
22 22 3 15
3 15
33 33 3 15 มาก
2 10 มาก
33 33 มาก
3 15
33 33 3 15 มาก

33 33 มาก
มาก
22 22
0
33 33

33 33

32 1

50 50

_ -

ท พง

นาย ท พง ศ โยงง

์คีร์ษิธิส์ษิธิสีดีดีดีดีดีดีดีดืดีดีดีด


287

:

f/ /// H
/ // /
H
Iน / // /
14
/ / //
// n
// // / H
// / 14
// 14
// // / 14
// // / 14
14
// / // "
// / // 14

%/ /

//



BSTDBBSDBBDTST

ร้ีชิ


288

: - 4 4 m ต%

1 4 / / a1260 .
2
3 / ✓ / 9
4 / / 9
5 / 9
6 / / / q
7 ✓ / 9
8 / / 9
9 / / / 9
10 / / 9
11 / / / 9
12 / / 9
✓ /
/ / / 9
✓ /
/ 9
/ /
/
พง

4
3

2

ต1141า--ม112ด6
ต191า--1ม01ด3
ต87ว--า81ด0

แ85

์ษิสิส็ฝ็ณ็ศ่ืฏ


289

:

/ // / / 13
13
/ ✓/ / /
13
/ // / /
13
/ // / /
13
/ // / / 14
/ // / / 14
/ // / / 14
14
/ // / / 13

/ // / / 14
14
/ // / /

/ // / /
/ // / /


290

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 25

กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรบี รู พา

รายวชิ าคณิตศาสตร์ รหสั วิชา ค15101 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ปีการศึกษา 2565

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม จำนวนเวลารวม 15 ช่วั โมง

แผนการจัดการเรียนรู้เร่ือง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตำแหน่ง จำนวน 2 ชว่ั โมง

ผู้สอน นายสทิ ธพิ งษ์ ศรีโยวงค์ วนั ทส่ี อน........เดือน.............พ.ศ..............

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด

ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 2 ขั้นตอน

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) หาผลบวกและผลลบของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ โดยใช้คา่ ประมาณได้ (K)
2) เขยี นแสดงข้ันตอนการหาผลบวกและผลลบของทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหน่งได้ (P)
3) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบของการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่ง

โดยใชค้ ่าประมาณได้ (P)
4) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม

4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การบวกและการลบทศนิยม ให้นาจานวนที่อยู่ในหลักเดียวกันมาบวกหรือมาลบกัน ซึ่งคาตอบท่ีได้สามารถ
ใชค้ า่ ประมาณมาช่วยในการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลได้


291

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทักษะการแปลความ 3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

2) ทักษะการให้เหตผุ ล

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

6. กิจกรรมการเรียนรู้
 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

1. ครแู จกกระดาษการ์ดใหน้ ักเรียนคนละ 1 ใบ โดยให้นกั เรียนเขียนทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ คนละ
1 จานวน จากนนั้ ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคนอ่านจานวนท่ีตนเองเขียนขึน้ พร้อมบอกค่าประจาหลักของ
เลขโดดในแตล่ ะหลัก

2. ครูให้นักเรยี นทากิจกรรม โดยครูอธิบายกติกาใหน้ ักเรยี นฟัง ดังน้ี
- ครจู ะเปดิ เพลง แลว้ ใหน้ ักเรยี นเดนิ ไปรอบ ๆ ห้อง
- เม่ือเพลงหยดุ ครูจะบอกให้นักเรยี นจับกลมุ่ กลุ่มละ 2-3 คน จากนั้นครูจะพดู ว่าให้บวกกนั หรือลบกนั

จากนั้นให้นักเรียนรบี จับกล่มุ กับเพ่ือนที่อยู่ใกลต้ ัวท่ีสุด แล้วนากระดานไวทบ์ อรด์ ที่ครเู ตรยี มใหม้ าเขยี น
แสดงวิธกี ารบวกหรอื การลบทศนิยมตามแนวตง้ั ให้ถูกต้อง

- เมือ่ หมดเวลาครูจะเป็นผูเ้ ดนิ ตรวจสอบคาตอบของนักเรียนแต่ละกลมุ่ หากกลุ่มใดทาถูกต้องนักเรียนใน
กลุ่มจะมีคะแนนสะสมคนละ 1 คะแนน แต่ครเู น้นย้าวา่ นกั เรียนทุกคนต้องช่วยกันทา หากพบวา่ มี
นักเรยี นคนใดในกลุ่มไม่ชว่ ยเพื่อนจะถือว่าผิดกติกา
- ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปคะแนนทนี่ ักเรียนแต่ละคนไดร้ ับ พร้อมท้งั ชมเชยนกั เรียนท่ีไดค้ ะแนนมาก
และให้กาลงั ใจนกั เรยี นที่ได้คะแนนนอ้ ย
หมายเหตุ : ในการเล่นเกมชว่ งแรก ครูอาจใหน้ กั เรยี นจับกลมุ่ ครงั้ ละ 2 คนก่อน เมอ่ื นักเรยี นเกิดความ
ชานาญ ครูจงึ เพิ่มจานวนขน้ึ เรื่อย ๆ เปน็ 3 คน โดยครอู าจแนะนาวธิ ีการบวกหรือการลบทศนิยมหลาย
จานวนใหน้ ักเรยี นฟงั เพิม่ เติมได้

3. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุม่ กล่มุ ละ 6 คนจากนนั้ แจกบัตรตวั เลข 0-9 คละกัน จานวน 30 ใบ ให้นกั เรียนกลุ่มละ
1 ชุด และแจกใบงานท่ี 3.3 เร่อื ง การบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ใหน้ ักเรียนคนละ 1 ใบ
และอธิบายกตกิ าการทาใบงานใหน้ ักเรยี นฟงั ดังน้ี


292

- ให้นกั เรยี นนาชุดบัตรตัวเลขวางไวต้ รงกลาง และนกั เรียนน่ังลอ้ มรอบ
- ให้นกั เรยี นตกลงกนั วา่ ใครจะเป็นผู้เปิดบตั รตวั เลขเป็นคนแรก และคนต่อ ๆ ไป เมอ่ื ตกลงกันได้
เรยี บร้อย
ใหน้ ักเรียนคนแรกเริ่มเปดิ บัตรตัวเลข จากน้ันให้นักเรยี นทุกคนในกลุ่มเขยี นตัวเลขที่เพ่ือนเปดิ ได้ลงใน
ใบงาน ดังนี้

เขยี นเลขโดดท่คี นท่ี 1 เปิดได้ เป็นเลขโดดในหลักสว่ นพัน
เขียนเลขโดดที่คนที่ 2 เปิดได้ เปน็ เลขโดดในหลกั ส่วนรอ้ ย

...
เขียนเลขโดดท่ีคนที่ 5 เปิดได้ เปน็ เลขโดดในหลกั สิบ
เขียนเลขโดดท่คี นที่ 6 เปิดได้ เป็นเลขโดดในหลกั ร้อย
- กอ่ นทีน่ ักเรียนแตล่ ะคนจะเปิดบตั รตวั เลข ให้ตวั แทนนกั เรียนในกลมุ่ สลับบตั รตัวเลขประมาณ 4-5
ครัง้
- เมือ่ ไดจ้ านวน 2 จานวน ให้นกั เรยี นแสดงวธิ กี ารบวกหรือการลบสองจานวนดงั กลา่ วตามแนวตง้ั
ให้ถูกต้อง เมื่อนกั เรียนแต่ละคนทาเสร็จ ใหช้ ่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องให้เรยี บร้อย
4. ครูใหน้ ักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ ขอ้ 1-3 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 113-114
และแบบฝกึ หัด ขอ้ 1-3 ในแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 71-77 เปน็ การบา้ น

5. ครูมอบหมายให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทาช้ินงาน โดยครแู จกช้ินสว่ นจิ๊กซอว์ให้นักเรียน กลมุ่ ละ 2 ชุด ดังรูป

จากนัน้ อธิบายใหน้ ักเรียนฟังวา่ จ๊กิ ซอว์ 1 ชุด ประกอบด้วย 4 ช้นิ สว่ น ดงั น้ี
- ชน้ิ ส่วนที่ 1 ใหน้ ักเรียนเขียนประโยคสัญลักษณ์
- ชิน้ สว่ นที่ 2 ใหแ้ สดงวธิ กี ารหาคาตอบ
- ชน้ิ สว่ นที่ 3 ให้เขียนคาตอบ
- ชน้ิ ส่วนที่ 4 ให้เขยี นหลักการหาคาตอบ

และจก๊ิ ซอวช์ ุดแรก ให้นักเรียนใชโ้ จทยก์ ารบวกทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ สว่ นชุดทีส่ องเป็นโจทย์การลบ
ทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหนง่
6. ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกันต่อจิ๊กซอวท์ ี่ได้ใหเ้ รยี บร้อย พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของชิ้นสว่ นตา่ ง ๆ เม่อื ทา


Click to View FlipBook Version