The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kungnangkap, 2022-09-17 09:46:41

หลักสูตร 64

หลักสูตร 64

47

รหัสวชิ า ง12101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 2 รายวชิ าการงานอาชีพ 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง/ป

ศึกษาวิเคราะหการทำงานเพื่อชวยเหลือตนเองและครอบครัว การใชวัสดุอุปกรณและเครื่องมือได
เหมาะสมกับงาน ชวยใหประหยัดและปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยเปนลักษณะนิสัยในการทำงาน บอกประโยชน
สงิ่ ของเคร่ืองใชในชวี ิตประจำวันทีถ่ ูกสรางมาใหมรี ูปรางทแี่ ตกตางกันตามหนาที่ใชส อย การสรา งของเลนหรือของใชอยาง
เปนขน้ั ตอน ตงั้ แตกำหนดปญ หาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล ออกแบบโดยถา ยทอดความคิด เปนภาพราง 2 มิติ
กอนลงมือสรางและประเมินผล ทำใหผูเรียนทำงานอยางเปนกระบวนการ ภาพราง 2 มิติ หรือภาพ 2 มิติ
ประกอบดวย ดานกวางและดานยาว การใชอุปกรณ เครื่องมือ ใหเหมาะสมกับลักษณะและประเภทของการทำงาน มี
ความคิดสรางสรรค 4 ลักษณะ ประกอบดวย ความคิดริเริ่ม ความคลอง ในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และ
ความคิดละเอยี ดลออ มีขอมลู ที่มีประโยชนในการดำเนนิ ชวี ิต

โดยใชกระบวนการศึกษาวิเคราะห การคิด การสรุป การอธิบาย การปฏิบัติทักษะ การจำแนกการ
นำเสนอ การแกปญหา นำความรูความคิดไปใชในการเรียนรู สามารถนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันไดอยาง
สรางสรรคเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอความรักชาติ รักความเปนไทย มีความมุงมั่นในการทำงาน รูจักใฝรู ใฝ
เรียน สรางวินัยในตนเอง มีความซื่อสัตยสุจริต ใชชีวิตอยางพอเพียง มีจิตสาธารณะ และมีคุณธรรม คานิยมท่ี
เหมาะสม

ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.2/1, ป.2/2 , ป.2/3
รวม 1 มาตรฐาน 3 ตวั ชว้ี ัด

48

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า อ21101 รายวิชา ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 2 จำนวน 120 ชว่ั โมง/ป

ปฏิบตั ติ ามคำสง่ั และคำขอรองงา ยๆทฟี่ ง ระบตุ ัวอักษรและเสยี ง อา นออกเสียงคำ สะกดคำและอา นประโยค
งายๆถกู ตองตามหลกั การอาน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำ กลุมคำและประโยคทฟี่ ง ตอบคำถามจากการฟง
ประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงา ยๆทีม่ ภี าพประกอบ พดู โตตอบดวยคำส้นั ๆงายๆในการส่ือสารระหวา งบุคคลตามแบบที่
ฟง ใชคำสง่ั และคำขอรองงายๆตามแบบทฟี่ ง บอกความตองการงา ยๆของตนเองตามแบบท่ฟี ง พูดขอและใหขอมลู งายๆ
เกี่ยวกับตนเองตามแบบท่ีฟง พดู ใหขอมูลเกย่ี วกบั ตนเองและเรื่องใกลตวั พดู และทำทาประกอบตามวฒั นธรรมของเจา ของ
ภาษา บอกชือ่ และคำศัพทเ ก่ียวกบั เทศกาลสำคัญของเจา ของภาษา เขารว มกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกับ
วยั ระบตุ วั อักษรและเสยี งตัวอักษรของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย บอกคำศัพทที่เกีย่ วขอ งกับกลมุ สาระการเรียนรู
อ่นื ฟง พดู ในสถานการณงา ยๆท่ีเกิดขนึ้ ในหองเรยี น ใชภาษาตางประเทศเพ่ือรวบรวมคำศพั ทที่เก่ียวของใกลตัว เห็น
ประโยชนใ นการเรยี นภาษาตางประเทศ

โดยใชก ระบวนการทักษะทางภาษา การฟง พูด อาน เขียน ไดอยางถูกตอง สนใจรวมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรม รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  มีความซ่ือสัตย สุจรติ มีวินยั ใฝเ รยี นรู อยูอยางพอเพยี ง มงุ มัน่ ในการทำงานรักความ
เปน ไทย มีจติ สาธารณะ เกิดความเพลดิ เพลนิ จากภาษาตางประเทศทีเ่ ก่ียวของกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอนื่ ๆ
รหสั ตัวชี้วัด
ต1.1 ป2/1 ,ป2/2, ป2/3, ป2/4
ต1.2 ป2/1 ,ป2/2, ป2/3, ป2/4
ต1.3 ป2/1
ต2.1 ป2/1 ,ป2/2, ป2/3
ต2.2 ป2/1
ต3.1 ป2/1
ต4.1 ป2/1
ต4.2 ป2/1
รวม 8 มาตรฐาน 16 ตัวช้ีวัด

49

รายวิชา / กิจกรรม ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 3 (ปกติ) ชั่วโมง : สปั ดาห
เวลาเรียน (ช่ัวโมง : ป) 21
รายวชิ าพื้นฐาน 840 4
ท13101 ภาษาไทย 3 160 4
ค13101 คณิตศาสตร 3 160 2/3
ว13101 วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 3 80 2
ส13101 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3 80 1
ส13102 ประวตั ิศาสตร 3 40 2
พ13101 สุขศึกษา และพลศึกษา 3 80 2
ศ13101 ศิลปะ 3 80 1/0
ง13101 การงานอาชพี 3 40 3
อ13101 ภาษาอังกฤษ 3 120 6
รายวิชาเพมิ่ เติม 240 2
ท13204 เสริมทกั ษะภาษาไทย 3 80 1
ค13201 คณิตศาสตรเพ่ิมเติม 3 40 1
ว13281 คอมพวิ เตอร 3 40 2
อ13204 หลกั ภาษาอังกฤษ 3 80 3
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น 120 1
กจิ กรรมแนะแนว 40
กิจกรรมนกั เรียน 1
- ลูกเสอื / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนมุ 30 30
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรียนทง้ั สิ้น 1,200

* กจิ กรรมปองกันการทุจริต บรู ณาการกับกจิ กรรมลูกเสือ

50

ช้นั ประถมศึกษาปที่ 3 (IEP & MEP) ช่วั โมง : สปั ดาห
รายวชิ า / กิจกรรม เวลาเรียน (ช่ัวโมง : ป) 21
รายวชิ าพ้นื ฐาน 840 4
ท13101 ภาษาไทย 3 160 4
ค13101 คณิตศาสตร 3 160 2/3
ว13101 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 3 100 2
ส13101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 80 1
ส13102 ประวตั ศิ าสตร 3 40 2
พ13101 สุขศึกษา และพลศกึ ษา 3 80 2
ศ13101 ศิลปะ 3 80 1/0
ง13101 การงานอาชีพ 3 20 3
อ13101 ภาษาองั กฤษ 3 120 6
รายวิชาเพ่มิ เติม 240 1
ท13202 เสรมิ ทักษะภาษาไทย 3 40 1
ค13201 คณิตศาสตรเ พมิ่ เตมิ 3 40 1
ว13281 คอมพิวเตอร 3 40 2
อ13202 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 3 80 1
อ13203 หลกั ภาษาอังกฤษ 3 40 3
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน 120 1
กิจกรรมแนะแนว 40
กิจกรรมนกั เรยี น 1
- ลูกเสือ / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนมุ 30 30
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรียนท้งั สน้ิ 1,200

* กจิ กรรมปอ งกนั การทจุ ริต บรู ณาการกบั กจิ กรรมลูกเสือ

51

รหสั วิชา ท13101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 3 รายวิชาภาษาไทย 3 เวลา 160 ช่ัวโมง

ศึกษาและฝกอา นออกเสียงและบอกความหมายของคำพนื้ ฐาน คำคลอ งจอง ขอความ และบทรอยกรองงาย ๆ
อานจับใจความจากสื่อตาง ๆ แลวสามารถ ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณและคาดคะเนเหตุการณ โดย
ระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิดจากเร่ืองที่อาน เพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน อานหนังสือตามความสนใจอยาง
สม่ำเสมอ อานขอเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือขอแนะนำ อาน ขอมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ และมี
มารยาทในการอาน คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของคน
สตั ว ส่ิงของ สถานท่ี ไดอยาง ชดั เจน เขยี นบนั ทกึ ประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการจากคำ ภาพ และ
หวั ขอ ท่ีกำหนด และมีมารยาทในการเขยี น จับใจความจากเร่อื งท่ีฟงและดู โดยสามารถเลารายละเอียด บอกสาระสำคญั ตั้ง
คำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น และความรูสึกจากเรื่องที่ฟงและดู พูดแนะนำตนเอง พูดแนะนำสถานที่ ชุมชน พูด
แนะนำเชิญชวนเก่ียวกับการปฏบิ ตั ิตนในดานตาง ๆ เลา ประสบการณในชีวติ ประจำวัน พูดในโอกาสตา ง ๆ เชน ขอรอ ง ทักทาย
ขอบคณุ ขอโทษ ปฏเิ สธ ซกั ถาม และมีมารยาทในการฟง การดู และ การพดู เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ใช
พจนานุกรมคนหาความหมายของคำ ระบุชนิดและหนาที่ของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยาในประโยค แตงประโยค
เพื่อการสื่อสาร ไดแก ประโยคบอกเลา ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคขอรอง ประโยคคำส่ัง แตงคำคลองจองและ คำ
ขวญั และเลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดแกภาษามอญ เนนการอานและเขียนคำในหมวดคำจำนวนนับ
1 – 10 หมวดคำครอบครัวไดเหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุขอคิดที่ไดจากการอานวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใชใน
ชวี ติ ประจำวันและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอาน รจู กั เพลงพื้นบานและเพลงกลอมเด็กเพื่อปลูกฝงความช่ืนชมวัฒนธรรม
ทองถิ่นไดแกรองบทรองเลนโนเน และทองจำบทอาขยาน ตามที่กำหนดและบทรอ ยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจ

กิจกรรมการเรยี นรูเ นน ใหผ ูเ รียนฝกทกั ษะการใชภ าษา ทง้ั การอา น การเขียน การฟง การดู และการพดู ท่อี ยูบน
พื้นฐานของหลักภาษา เปน หลกั เพ่ือใหเ กิดความเขาใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใชภาษาเพื่อการส่ือสาร สามารถนำไปใช
ในชีวิตประจำวนั ได มคี วามชื่นชม เห็นคณุ คาภมู ิปญญาไทยและภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ

รหัสตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป.1/1, ป.1/2,ป.1/3,ป.1/4,ป.1/5,ป.1/6,ป.1/7,ป.1/8,ป.1/9
ท 2.1 ป.2/1, ป.2/2,ป.2/3,ป.2/4,ป.2/5,ป.2/6,
ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2,ป.3/3,ป.3/4,ป.3/5,ป.3/6,
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4,ป.4/5,ป.4/6,
ท 5.1 ป.5/1, ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4
รวม 5 มาตรฐาน 31 ตัวชี้วัด

52

สาระทองถิ่น
มาตรฐาน 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภมู ปิ ญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเ ปน สมบัติของชาติ
ท 4.1 ป.3/6 เลอื กใชภ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดแกภาษามอญ เนนการอานและเขยี นคำในหมวดคำ

จำนวนนบั 1 – 10 หมวดคำครอบครัว ไดเหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน 5.1 เขา ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคา และ

นำมาประยุกตใ ชในชีวิตจรงิ
ท 5.1 ป.3/2 รูจกั เพลงพื้นบา นและเพลงกลอมเด็กเพื่อปลูกฝงความช่ืนชมวัฒนธรรมทอ งถ่ิน ไดแ กร องบทรองเลน โนเน

53

รายวิชา ค13101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 3 รายวิชาคณิตศาสตร 3 จำนวน 160 ช่ัวโมง/ป

ศึกษาการอา น การเขียนตวั เลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทยและตวั หนังสอื แสดงจำนวน หลัก คา ของเลขโดดในแตล ะ
หลกั และการเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรยี บเทยี บและเรียงลำดบั จำนวน การบวกและการลบ การคณู
การหารยาวและการหารสัน้ การบวก ลบ คูณ หารระคน การแกโจทยป ญ หาและการสรางโจทยปญ หาพรอมท้ังหาคำตอบ
เศษสวนที่ตัวเศษนอยกวา หรือเทา กบั ตวั สว น การเปรียบเทียบและเรียงลำดบั เศษสว น การบวกและการลบเศษสว น การแก
โจทยปญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบเศษสว น แบบรูปของจำนวนท่ีเพ่ิมข้ึนหรือลดลงทลี ะเทา ๆ กัน การบอกจำนวน
เงนิ และเขียนแสดงจำนวนเงินแบบใชจุด การเปรยี บเทียบจำนวนเงนิ และการแลกเงนิ การอา นและเขยี นบนั ทึกรายรับ
รายจาย การแกโ จทยปญ หาเก่ยี วกับเงิน การบอกเวลาเปน นากิ าและนาที การเขยี นบอกเวลาโดยใชม หัพภาค (.)หรอื
ทวภิ าค (:) และการอาน การบอกระยะเวลาเปน ชัว่ โมงและนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใชค วามสมั พันธระหวา ง
ชวั่ โมงกับนาที การอานและการเขียนบนั ทึกกจิ กรรมทรี่ ะบุเวลา การแกโ จทยปญ หาเกยี่ วกับเวลาและระยะเวลา การวัด
ความยาวเปนเซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การเลือกเครอ่ื งวดั ความยาวที่เหมาะสม
การคาดคะเนความยาวเปนเมตรและเปนเซนติเมตร การเปรยี บเทียบความยาวโดยใชค วามสัมพนั ธระหวางหนวยความยาว
การแกโจทยปญหาเก่ยี วกับความยาว การเลอื กเครื่องช่ังทเี่ หมาะสม การคาดคะเนนำ้ หนักเปน กิโลกรมั และเปนขดี การ
เปรียบเทียบน้ำหนักโดยใชค วามสมั พนั ธระหวา งกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกบั กิโลกรัม การแกโจทยป ญ หาเกีย่ วกับน้ำหนกั
การวัดปริมาตรและความจเุ ปนลิตรและมลิ ลลิ ิตร การเลือกเครอ่ื งตวงท่ีเหมาะสม การคาดคะเนปรมิ าตรและความจุเปนลติ ร การ
เปรียบเทียบปริมาตรและความจุโดยใชค วามสัมพันธระหวา งลติ รกับมลิ ลิลิตร ชอ นชา ชอ นโตะ ถว ยตวงกบั มลิ ลิลติ ร การแกโ จทย
ปญหาเกี่ยวกับปรมิ าตรและความจทุ มี่ หี นวยเปนลิตรและมิลลลิ ติ ร รูปท่มี ีแกนสมมาตร การเกบ็ รวบรวมขอมูลและจำแนกขอมลู
การอา นและการเขียนแผนภูมิรูปภาพ การอา นและการเขียนตารางทางเดยี ว (One-Way Table)

ในการจดั การเรยี นรูไดกำหนดสถานการณเ พ่ือใหผ ูเรยี นไดศกึ ษาคนควาฝกทกั ษะโดยการปฏบิ ตั ิจรงิ สรปุ เนื้อหามี
เจตคตทิ ด่ี ตี อคณิตศาสตรมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรคเพ่ือพัฒนาทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรของผูเรยี นและ
นำไปใชในชวี ิตประจำวนั ได
รหสั ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป. 3/1, ป. 3/2, ป. 3/3, ป. 3/4, ป. 3/5, ป. 3/6, ป. 3/7, ป. 3/8, ป.3/9, ป. 3/10, ป. 3/11
ค 1.2 ป. 3/1
ค 2.1 ป. 3/1, ป. 3/2, ป. 3/3, ป. 3/4, ป. 3/5, ป. 3/6, ป. 3/7, ป. 3/8, ป.3/9, ป. 3/10,

ป. 3/11, ป. 3/12, ป. 3/13
ค 2.2 ป. 3/1
ค 3.1 ป. 3/1, ป. 3/2
รวม 5 มาตรฐาน 28 ตวั ชีว้ ัด

54

รหัสวชิ า ว13101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 3

กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จำนวน 100 ช่ัวโมง/ป
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 3
ศึกษา วิเคราะห สวนประกอบและความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศตอสิ่งมีชีวิต การ
นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้สามารถอธิบายการเกิดลมและบรรยาย
ประโยชนและโทษของลม สิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษยและสัตว รวมถึงประโยชนของ
อาหาร น้ำ และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตวใหไดรับสิ่งเหลานี้อยางเหมาะสม อีกทั้งบรรยายและเปรียบเทียบวัฏ
จักรชีวิตของสตั ว นอกจากน้ีมีเรื่องของสว นประกอบของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวสั ดุเม่ือทำใหร อนขึ้นหรือทำใหเย็น
ลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนที่ของวัตถุเกิดจากแรง ทั้งแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของ
วัตถุ รวมถงึ การดงึ ดูดระหวางแมเหล็กกบั วัตถุ ขว้ั แมเ หลก็ อีกทั้งในเรือ่ งของเสน ทางการขึน้ และตกของดวงอาทติ ย การเกิด
กลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตยตอสิ่งมีชีวิต และการเปลี่ยนพลังงาน การทำงานของ
เครื่องกำเนิดไฟฟา และแหลงพลังงานในการผลิตไฟฟา รวมถึงประโยชนและโทษของไฟฟา โดยนำเสนอวิธีการใชไฟฟา
อยางประหยัด และปลอดภัย อีกทั้งสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน แกปญหาโดยใชภาพ สัญลักษณหรือขอความ
การเขียนโปรแกรมอยางงา ย จากการใชส อื่ ซอฟตแ วร และใชอนิ เทอรเนต็ ในการคน หาความรู และรวบรวมประมวลผล และ
นำเสนอขอมลู โดยใชซ อฟตแวร
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การ
เปรียบเทยี บขอ มูลจากหลักฐานเชิงประจกั ษ และการอภิปราย เพอ่ื ใหเ กดิ ความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ี
เรยี นรู และมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ เกดิ การรับรู และเหน็ คณุ คาของการนำความรูไปใชป ระโยชนในชีวิตประจำวัน มี
จิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มทเ่ี หมาะสมทีพ่ ึงประสงคต อ การดำเนินชวี ติ ในปจ จบุ ัน

รหสั ตัวชี้วัด ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
ว 1.2 ป.3/1 , ป.3/2
ว 2.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
ว 2.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ว 2.3 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3
ว 3.1 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4
ว 3.2 ป.3/1 , ป.3/2 , ป.3/3 , ป.3/4, ป3/5
ว 4.2

รวม 7 มาตรฐาน 25 ตัวชี้วดั

55

คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาสังคมศึกษา 3
จำนวน 80 ชว่ั โมง/ป
รหสั วิชา ส13101
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 3

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ความสำคัญของพระพุทธศาสนา พุทธประวัติ ประวัติสาวกชาดก ความสำคัญของ
พระไตรปฎก พระรัตนตรัย การสวดมนตไหวพระ ความสำคัญของศาสนาพุทธ และมารยาทชาวพุทธ การปฏิบัติตนในศา
สนพิธี การแสดงตนเปนพุทธมามกะ ประพฤติปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมทองถิ่นใหเปนพฤติกรรมใน
ชีวิตประจำวัน อธิบายวันหยดุ ราชการท่ีสำคัญ บุคคลทีม่ ีผลงานเปนประโยชนแ กชุมชนและทองถิน่ ของตน บุคคลสำคัญ
ของจังหวดั ปทุมธานี ไดแ ก พระยาโบราณราชธานินทร หมอ มราชวงศ สวุ พนั ธ สนทิ วงศ นายจำปา เย้ืองเจรญิ
นายหวังดี นิมา นายถนอม โพธิสุวรรณ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ลักษณะผลงานที่เปนประโยชนแกชุมชนและ
ทองถิน่ ไดแ ก ผูว างผงั เมอื ง บทบาทหนาทขี่ องสมาชิกในชุมชน การออกเสยี ง และเลอื กตวั แทนการออกเสียง การตดั สินใจ
ของบุคคลแตละกลุมที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลง สินคาที่จำเปนในการดำรงชีวิต การใชจายที่จำเปน และเหมาะสม
ความหมายของผูผลิต ผูบริโภค สินคาบริการที่ภาครัฐจัดหามาบริการประชาชนความหมายและความสำคัญของภาษี
รวมถึงความสำคัญและผลกระทบของการแขงขนั ทางการคา วาดแผนผังเพื่อแสดงตำแหนง ท่ตี ้ังของสถานท่ี สำคัญในบริเวณ
โรงเรียนและชุมชน ศึกษาแผนที่ แผนผัง และภาพถาย ตำแหนงที่ตั้งสำคัญของชุมชน แผนที่ แผนผัง และภาพถาย
ความสัมพันธของตำแหนง ระยะ ทิศทาง ลักษณะภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่มีผลตอสุขภาพ สังคมชุมชน ตำแหนง
ทต่ี ัง้ สัมพันธของสถานที่สำคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน เชนสถานท่รี าชการ อำเภอ ตลาด โรงพยาบาล ไปรษณีย
สภาพแวดลอมในชุมชนตั้งแตอดีตจนถึงปจ จุบนั การพงึ่ พาส่งิ แวดลอมในการดำรงชีวิต อธิบายสาเหตุทีท่ ำใหเกิดมลพิษโดย
มนุษย ลักษณะเมืองและชนบท อธิบายความสัมพันธของลักษณะทางกายภาพกับ การดำเนินชีวิตของคนในชุมชน มีสวน
รวมในการจดั การสิง่ แวดลอมในชมุ ชน

โดยใชกระบวนการทางสังคมศาสตร กระบวนการทางภูมิศาสตร (Geo-Literacy) การฝกทางทักษะกระบวนการ
คดิ การสบื คน การอภิปราย การแกป ญหา การเรียนรู กระบวนการกลมุ การจัดการและการปฏบิ ัติ เพ่ือใหใ หส อดคลองกับ
สมรรถนะของผูเ รียนดานความสามาถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญ หา ความสามารถ
ในการใชทักษะชีวิตเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค คือ รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง
พอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ ซึ่งผูเรยี นรูสามารถนำไปปฏิบัตใิ นการพฒั นาตนเองและ
อยรู วมกับผูอ ่ืนในสังคมไดอยา งมคี วามสุข

56

ตวั ชี้วัด
ส 1.1 ป.3/1,ป 3/2,ป 3/3,ป 3/4,ป 3/5,ป 3/6,ป 3/7
ส 1.2 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3
ส 2.1 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3,ป 3/4
ส 2.2 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3
ส 3.1 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3
ส 3.2 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3
ส 5.1 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3
ส 5.2 ป3/1,ป 3/2,ป 3/3,ป 3/4,ป 3/5
รวม 8 มาตรฐาน 31 ตัวชว้ี ดั

สาระทองถน่ิ เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปน พลเมืองดี มคี านยิ มท่ดี ีงาม และธำรงรกั ษาประเพณี และ
มาตรฐาน ส 2.1 วฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรว มกัน ในสังคมไทย และ สงั คมโลกอยา งสนั ตสิ ขุ
ส 2.1 ป.3/4 ยกตวั อยางบุคคลซ่ึงมผี ลงานท่เี ปนประโยชนแกชมุ ชนและทองถน่ิ ของตน โดยบคุ คลสำคัญของจังหวดั
ปทุมธานี ไดแ ก พระยาโบราณราชธานนิ ทร หมอ มราชวงศ สุวพนั ธ สนทิ วงศ นายจำปา เยอ้ื งเจรญิ
มาตรฐาน ส 5.1 นายหวงั ดี นมิ า นายถนอม โพธิสวุ รรณ พลเอก สนธิ บญุ ยรตั กลิน ฯลฯ
เขาใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมีผลตอกันและกัน ในระบบของ
ส 5.1 ป.3/1 ธรรมชาติ ใชแผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห สรุป และใชขอมูลภูมิ
ส 5.1 ป.3/2 สารสนเทศอยา งมีประสิทธิภาพ
ใชแผนที่ แผนผัง และภาพถาย ความสัมพันธของตำแหนง ระยะ ทิศทางในการหาขอมูลทาง
ภูมิศาสตรในชุมชนไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ
เขียนแผนผงั งายๆ เพื่อแสดงตำแหนงที่ตั้งของสถานที่สำคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน เชน สถานท่ี
ราชการ อำเภอ ตลาด โรงพยาบาล ไปรษณยี  เปนตน

57

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน รายวิชา ประวตั ศิ าสตร3
รหสั วชิ า ส13102 จำนวน 40 ชั่วโมง/ป
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 3

ศึกษาที่มาของศักราชที่ปรากฏในปฏิทิน วิธีการเทียบคริสตศักราชกับพุทธศักราช เหตุการณสำคัญที่เกี่ยวกับ
ตนเองและครอบครัว เหตุการณสำคัญของโรงเรียนและชุมชน หลักฐานและแหลงขอมูลที่เกี่ยวของตอการตั้งถิ่นฐานและ
การพัฒนาการของชุมชน ปจจัยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนซึ่งขึ้นอยูกับปจจัยทางภูมิศาสตรและปจจัยทางสังคม เชน
ความเจริญทางเทคโนโลยี การคมนาคม ความปลอดภัยปจจัยที่มีอิทธิพลตอพัฒนาการของชุมชนทั้งปจจัยทาง
ภูมิศาสตร และปจจัยทางสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมชุมชนของตนที่เกิดจากปจจัยทางภูมิศาสตร
และปจจัยทางสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน อื่น ๆ ที่มีความเหมือนและความตางกับ
ชุมชนของตนเอง ที่ทำใหเกิดวัฒนธรรมและประเพณีในชุมชน ซึ่งประกอบดวยปจจัยทางภูมิศาสตร ทางสังคมลักษณะท่ี
สำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชมุ ชนตนเองและใกลเ คียงรูความสำคัญ พระราชประวัติและพระราช
กรณียกิจโดยสังเขป ของพระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรไทย ประกอบดวย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร
ตามลำดับ ไดแก พระขุนศรีอินทราทิตย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ( พระเจาอูทอง ) สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชและ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระ
เจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์พระบรมราชีนีนาถโดยสังเขป วีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีสวน
ปกปองประเทศชาติไดอยางนาสนใจ เชน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ทาวเทพกษัตรี-ทาว
ศรสี นุ ทร ชาวบา นบางระจนั พระยาพชิ ัยดาบหัก ทา วสุรนารี

โดยใชกระบวนการทางสังคมศาสตร การฝกทางทักษะกระบวนการคิด การสืบคน การอภิปราย การแกปญหา
การเรียนรู กระบวนการกลุม การจดั การและการปฏิบัติ เพ่อื ใหใหสอดคลองกับสมรรถนะของผูเรียนดาน ความสามาถใน
การสือ่ สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ เกิดคุณลักษณะอันพึง
ประสงค คือ รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสจุ ริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย
และมีจิตสาธารณะ ซ่งึ ผูเรยี นรูสามารถนำไปปฏบิ ัติในการพฒั นาตนเองและอยูรวมกบั ผูอนื่ ในสงั คมไดอยางมคี วามสขุ

รหสั ตวั ชีว้ ัด
ส 4.1 ป.3/1/ ,ป.3/2 ,ป.3/3
ส 4.2 ป.3/1/ ,ป.3/2 , ป.3/3
ส 4.3 ป.3/1/ , ป.3/2 ,ป.3/3

รวม 3 มาตรฐาน 9 ตวั ช้ีวัด

58

สาระทองถิ่น
มาตรฐาน ส 4.2 เขาใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถงึ ปจจุบัน ในดานความสัมพนั ธแ ละ เปลย่ี นแปลง

ของเหตุการณอยางตอเน่ือง ตระหนกั ถึงความสำคญั และสามารถ วิเคราะหผ ลกระทบที่เกิดขึ้น
ส 4.2 ป.3/2 สรปุ ลักษณะทสี่ ำคัญของขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมของชุมชน ไดแ ก ปจ จัยการตง้ั ถนิ่

ฐานของชุมชนซ่ึงขน้ึ อยกู บั ปจจยั ทางภมู ิศาสตรและปจจัยทางสังคม เชน ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี การคมนาคม
ความปลอดภัย ปจ จัยที่มอี ิทธิพลตอ พัฒนาการของชุมชนทั้งปจ จัยทางภูมิศาสตร และปจ จยั ทางสังคม ขนบธรรมเนียม
ประเพณแี ละวัฒนธรรมชุมชนของตนที่เกดิ จากปจ จัยทางภูมศิ าสตรและปจ จยั ทางสงั คม ขนบธรรมเนยี มประเพณี และ
วฒั นธรรมของชมุ ชนอื่น ๆ ทม่ี คี วามเหมือนและความตางกับชุมชนของตนเอง

59

รายวิชา พ13101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 3 รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 3 กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

จำนวน 80 ชั่วโมง/ป

ศึกษาลักษณะการเจริญเติบโตของรา งกายมนุษยเ ปรียบเทียบตนเองกบั เกณฑม าตรฐานวเิ คราะหปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ
การเจริญเติบโตความสำคญั และความแตกตางของครอบครัวท่มี ีตอ ตนเองสรางสัมพนั ธภาพในครอบครัวและกลมุ เพอ่ื น
หลีกเลย่ี งพฤติกรรมท่ีนำไปสูการลวงละเมิดทางเพศ สามารถการตดิ ตอและรูวิธกี ารปอ งกนั การแพรกระจายของโรคจำแนก
อาหารหลกั ๕ หมเู ลอื กกินอาหารทหี่ ลากหลายครบ 5 หมใู นสดั สวนท่ีเหมาะสมแปรงฟน ใหส ะอาดอยางถูกวิธีสรา งเสริม
สมรรถภาพทางกายไดตามคำแนะนำปฏบิ ัตติ นเพือ่ ความปลอดภัยจากอุบตั เิ หตใุ นบาน โรงเรยี น และการเดินทางขอความ
ชว ยเหลือจากบุคคลและแหลงตา ง ๆ เมื่อเกดิ เหตรุ า ย หรืออบุ ัตเิ หตุปฐมพยาบาล เมื่อบาดเจ็บจากการ จัดรูปแบบการ
เคลือ่ นไหวรา งกายแบบผสมผสาน และการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทางกายท้งั แบบขณะอยูกับที่ เคลือ่ นไหวและการใชอุปกรณ
ประกอบเลอื กออกกำลงั กาย การละเลน พน้ื เมอื งการละเลนสะบา ทอย สะบาบอน และเลนเกมที่เหมาะสม กบั จุดเดน จุด
ดอย และขอ จำกัดของตนเอง เลือกออกกำลงั กาย การละเลนพ้ืนเมอื งการละเลนสะบาทอย สะบา บอ น และเลน เกมที่
เหมาะสม กับจดุ เดน จุดดอ ย และขอจำกดั ของตนเองเพื่อใหม คี วามสามารถในการเคลอ่ื นไหวขนั้ พนื้ ฐานไดอยา งมีขัน้ ตอน
ปลอดภยั มีความอดทน มีการตัดสินใจ และการทรงตวั ท่ีดี มเี จตคติทด่ี ตี อการเรยี นยืดหยุน ขน้ั พืน้ ฐาน การสรา งเสริม
สุขภาพ มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ าในการเลนยืดหยุนขน้ั พน้ื ฐานอยา งเครงครัด

โดยใชการกระบวนการกลุม การอธบิ าย บอก ระบุ การแสดง และการปฏิบัตติ ามสขุ บญั ญตั แิ หงชาติ เพื่อใหมี
สุขภาพดีทัง้ รา งกาย จิตใจ และสังคม รวมถึงการปฏิบตั ิการเคลอ่ื นไหวอยูกับที่ เคลื่อนทีแ่ ละเคลื่อนไหวและเคลื่อนไหวโดย
ใชอุปกรณน ำทกั ษะเก่ยี วกบั การเคลอื่ นไปใชในชวี ติ ประจำวันไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

รหสั ตวั ช้ีวดั
พ 1.1ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
พ 2.1ป.3/1, ป.3/2 , ป.3/3
พ 3.1 ป.3/1, ป.3/2
พ 3.2 ป.3/1, ป.3/2
พ 4.1 ป.3/1, ป.3/2 , ป.3/3, ป.3/4 , ป.3/5
พ 5.1 ป.3/1, ป. 3/2 , ป.3/3
รวม 6 มาตรฐาน 18 ตัวชี้วัด

สาระทอ งถน่ิ
มาตรฐาน พ 3.1 รกั การออกกำลังกาย การเลน เกม และการเลนกฬี า ปฏิบัตเิ ปน ประจำอยางสม่ำเสมอ มีวินยั เคารพสทิ ธิ

กฎ กตกิ า มีนำ้ ใจนักกฬี า มีจิตวิญญาณในการแขง ขัน และช่นื ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีฬา
พ 3.1ป.3/1 เลอื กออกกำลงั กาย การละเลนพ้ืนเมอื งการละเลน สะบาทอย สะบา บอน และเลนเกมท่เี หมาะสม

กบั จุดเดน จุดดอ ย และขอ จำกดั ของตนเอง
พ 3.1ป.3/2 ปฏิบัตติ ามกฎ กตกิ าและขอตกลงของการออกกำลงั กาย การเลน เกม การละเลน พืน้ เมอื ง

การละเลน สะบาทอย สะบาบอน ไดดวยตนเอง

60

รหสั วิชา ศ13101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูศ ิลปะ
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 3 รายวชิ า ศลิ ปะ 3 จำนวน 80 ช่ัวโมง/ป

ศึกษารูปราง รูปทรงในธรรมชาติ และงานทัศนศิลป วัสดุอุปกรณที่ใชส รางงานทศั นศิลปประเภทงานวาด งานปน
งานพมิ พภาพ ความรูเ กีย่ วกับทัศนธาตุ หลกั การวาดภาพระบายสีดวยสเี ทียน ดินสอสี สโี ปสเตอร การใชวัสดอุ ปุ กรณใ นการ
ปน หลักการบรรยายเหตุผล วิธีการสรางงาน การจัดกลุมภาพ ชื่นชมปรับปรุงงานทัศนศิลปของตนเอง หลักการออกแบบ
สิ่งตาง ๆ ที่มีในโรงเรียน วิธีการบอกเลาที่มาและวัสดอุ ุปกรณ วิธีการสรา งงานทัศนศิลปในทองถิ่น ไดแก พวงมโหตร สไบ
มอญ เครอื่ งปนดนิ เผา ศกึ ษาการระบรุ ูปราง ลักษณะของเครื่องดนตรีที่เหน็ และไดย ินในชวี ิตประจำวัน โดยการใชรูปภาพ
หรือสญั ลักษณแ ทนเสยี งและจังหวะเคาะ บทบาทหนาที่ของเพลงท่ีไดย นิ ไดแก บทเพลงรำพาขา วสาร การขบั รองบรรเลง
ดนตรีงาย ๆ การเคลื่อนไหวรางกายทาทางสอดคลองกับอารมณของเพลง รวมทั้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรี
เสียง ขับรองของตนเองและผูอื่นดวยการนำดนตรีไปใชในโอกาสตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม อีกทั้งระบุเอกลักษณและ
ประโยชนของบทเพลงรำพาขาวสาร มอญรำ และวงปพาทยมอญ ซึ่งเปนดนตรีในทองถิ่น ศึกษาการเคลื่อนไหวใน
รูปแบบตางๆ สถานการณสั้นๆ อยางสรางสรรค โดยใชหลักและวิธีการปฏิบัติทางนาฏศิลป การใชประโยชนของการแสดง
นาฏศิลปในชีวิตประจำวัน ใชภาษาทาและนาฏยศัพทแสดงทาทางประกอบเพลงตามรูปแบบนาฏศิลป อยางเขาใจและ
สนุกสนาน หลักการบอกเลาการแสดงนาฏศิลปใ นทองถนิ่ ไดแก มอญรำ

สามารถบรรยายรูปราง รูปทรง ระบุวัสดุ อุปกรณที่ใชสรางงานทัศนศิลป จำแนกทัศนธาตุตาง ๆ ในธรรมชาติ
สงิ่ แวดลอ มและงานทัศนศลิ ป วาดภาพระบายสี สรา งสรรคง านปน งานออกแบบสิ่งของรอบตัวเรือ่ งราวความคดิ ความรูสึก
จากเหตุการณจริง โดยมีทักษะพื้นฐานในการใชวัสดุอุปกรณและการจัดกลุมภาพ ระบุสิ่งที่ชื่นชมและสิ่งที่ควรปรับปรุงใน
งานของตนเอง ชื่นชมและเห็นคุณคาของงานทัศนศิลปในทองถิ่น สามารถใชกระบวนการถายทอด กระบวนการคิด การ
ใฝเรียนรู การเหน็ คุณคา ของความเปนไทย การฝก ทักษะความชำนาน เขาถึงอารมณข องเพลง เรยี นรู เพอื่ ใหเกอดความรู
ความเขาใจ และตระหนักถึงคุณคาของดนตรีที่ถือเปนเอกลักษณประจำชาติและเห็นคุณคาของดนตรีทองถิ่น โดยใช
กระบวนการทางการฝกปฏบิ ัติ อภปิ รายสง่ิ ที่เปนลกั ษณะเดนและเอกลกั ษณของการแสดงนาฏศลิ ปหรือการแสดงนาฏศิลป
พื้นบาน เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ความชำนาญ และความคิดที่จะสรางสรรคผลงาน รับรูประโยชนของการแสดง
นาฏศิลปในชีวิตประจำวันเพอ่ื ทำใหเ ห็นคุณคาและ รักความเปน ไทย

รหัสตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 ศ 1.2 ป.3/1, ป.3/2
ศ 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7 ศ 2.2 ป.3/1, ป.3/2
ศ 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5 ศ 3.2 ป.3/1, ป.3/2
รวม 6 มาตรฐาน 29 ตัวชี้วดั

61

สาระทอ งถ่ิน เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน
มาตรฐาน ศ 1.2 มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถ่ิน ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล
ศ 1.2 ป.3/1 เลาที่มาของงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ ในทองถิ่น ไดแก ที่มาของงานทัศนศิลปในทองถ่ิน
ศ 1.2 ป.3/2 พวงมโหตร สไบมอญ เครอ่ื งปน ดินเผา โดยเนน ถงึ วิธีการสรางงานและวสั ดอุ ุปกรณท ีใ่ ช
มาตรฐาน ศ 2.1 อธิบายเกีย่ วกบั วสั ดอุ ุปกรณและวิธีการสรา งงาน พวงมโหตร สไบมอญ เคร่อื งปน ดนิ เผา
ศ 2.1 ป.3/3 เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรา งสรรค วิเคราะห วพิ ากษว จิ ารณคุณคา ดนตรถี ายทอดความรูสึก
มาตรฐาน ศ 2.2 ความคดิ ตอดนตรีอยางอิสระ ช่นื ชม และประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน
ศ 2.2 ป.3/1 บอกบทบาทหนาท่ขี องเพลงรำพาขาวสาร
ศ 2.2 ป.3/2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีที่เปนมรดกทาง
วัฒนธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถิน่ ภูมิปญ ญาไทยและสากล
ระบลุ กั ษณะเดนและเอกลกั ษณของดนตรีในทองถิ่น ผา นบทเพลงรำพาขา วสาร
ระบุความสำคัญและประโยชนของเพลงรำพาขาวสาร ท่ีสะทอ นดนตรีการดำรงชีวิตถายทอดผานวง
ปพ าทย มอญรำ

62

รหัสวชิ า ง13101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรู การงานอาชีพ
ช้ันประถมศึกษาปที่ 3 รายวชิ าการงานอาชีพ 3 จำนวน 20 ชั่วโมง / ป

ศึกษาวิเคราะหว ธิ ีการและประโยชนข องการทำงานทเ่ี ปนการใชเ วลาวา งใหเ ปน ประโยชน และทำงานให
เกิดผลอยา งเปนขน้ั ตอน ตามกระบวนการทำงาน การใชวสั ดอุ ปุ กรณ และเครื่องมือใหเหมาะสม ตรงกบั ลกั ษณะงาน
ชวยใหป ระหยดั และปลอดภัย การทำงานอยางเปน ข้ันตอนตามกระบวนการทำงาน ดวยความสะอาดรอบคอบและ
อนรุ ักษส ่ิงแวดลอ ม เปนคณุ ธรรมและลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน การสรางของเลน หรือของใชอยา งเปน ขน้ั ตอนตั้งแต
กำหนดปญ หาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล ออกแบบโดยถา ยทอดความคดิ เปนภาพรา ง 2 มติ ิ กอนลงมือสรางและ
ประเมินผล ทำใหผูเ รียนทำงานอยางเปน กระบวนการเรียนรเู รอื่ ง ภาพรา ง 2 มิติ หรือภาพ 2 มิติ ประกอบดวย ดา น
กวา งและดานยาว เปน การถอยทอดความคิดหรือจินตนาการ การเลือกใชส งิ่ ของเคร่อื งใชอยางสรา งสรรค เปนการเลือก
สิ่งของเครอ่ื งใชทีเ่ ปนมติ รกบั ชีวิต สงั คม สง่ิ แวดลอ ม การนำสิง่ ของเคร่อื งใชก ลบั มาใชซ ำ้ เปนสว นหน่งึ ของเทคโนโลยี
สะอาด ศึกษาขัน้ ตอนการคนหาขอมูลประกอบดวย การกำหนดหวั ขอ ท่ีตองการคนหา การเลือกแหลงขอ มลู การเตรียม
อปุ กรณ การสรุปผล จนถงึ ข้ันตอนการนำเสนอไดห ลายลักษณะตามความเหมาะสม นอกจากนนั้ ยังตองศกึ ษาวิธีดูแลและ
รักษาอุปกรณเทคโนโลยีสารสนเทศโดยใชก ระบวนการศึกษาวเิ คราะห การคิด การสรุป การอธบิ าย การปฏิบัตทิ ักษะ
การจำแนก

การนำเสนอ การแกป ญหา นำความรูความคดิ ไปใชใ นการเรียนรู สามารถนำไปประยุกตใชใน
ชีวติ ประจำวันไดอ ยา งสรางสรรคเ ห็นคุณคา และมีเจตคติท่ีดีตอความรักชาติ รักความเปนไทย มคี วามมงุ มั่นในการทำงาน
รจู กั ใฝรู ใฝเ รียน สรางวนิ ัยในตนเอง มคี วามซ่อื สัตยสุจริต ใชชีวติ อยา งพอเพียง มีจิตสาธารณะ และมีคณุ ธรรม
คานยิ มท่ีเหมาะสม

ตัวช้ีวดั
ง 1.1 ป.3/1, ป.3/2 , ป.3/3
รวม 1 มาตรฐาน 3 ตัวชี้วัด

63

รหัสวชิ า อ13101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 3 รายวิชาภาษาอังกฤษ 3 จำนวน 120 ชั่วโมง/ป

ปฏบิ ตั ติ ามคำส่ังและคำขอรองที่ฟงหรืออาน อานออกเสียงคำ สะกดคำ อานกลมุ คำ ประโยคและบทพูดเขาจังหวะ
งายๆถูกตองตามหลักการอาน เลือกระบุภาพหรือสัญลักษณตรงรมความหมายของกลุมคำและประโยคที่ฟง ตอบคำถาม
จากการฟงหรืออานประโยค บทสนทนาหรือนิทานงา ยๆ พดู โตตอบคำสนั้ ๆงายๆในการสื่อสารระหวางบุคคลตามแบบท่ีฟง
ใชค ำส่งั และคำขอรองงายๆตามแบบที่ฟง บอกความตองการงา ยๆของตนเองตามแบบที่ฟง พดู ขอละใหข อมูลงา ยๆเก่ียวกับ
ตนเองและเพ่ือนตามแบบที่ฟง บอกความรสู ึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งตา ง ๆ ใกลต วั หรอื กจิ กรรมตา ง ๆ ตามแบบที่ฟง พูดให
ขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกลตัว จัดหมวดหมูคำตามประเภทของบุคคล สัตว และสิ่งของ ตามแบบที่ฟงหรืออาน พูด
และทำทาทางประกกอบ ตามมารยาทสังคมวัฒนธรรมของเจาของภาษา บอกชื่อและคำศัพทงายๆเกี่ยวกับเทศกาล วัน
สำคัญ งานฉลอง และชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษา เขารวมกิจกรรมและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความ
แตกตางของเสยี อักษร คำ กลมุ คำ และประโยคงายๆของภาษาตา งประเทศ บอกคำศพั ททเี่ กยี่ วกับกลุม สาระการเรียนรูอื่น
ๆ ฟง พดู ในสถานการณงา ยๆที่เกดิ ขน้ึ ในหองเรยี น ใชภาษาตางประเทศเพ่ือรวบรวมคำศพั ทท ี่เก่ียวของใกลตัว

ใชกระบวนการทักษะทางภาษา การฟง พูด อา น เขียน ไดอยา งถกู ตอง และการใชภาษาทา ทาง รูปแบบพฤติกรรม
การสื่อสารของเจาของภาษา เห็นประโยชนในการเรียนภาษาขางประเทศและสนใจกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม รัก
ชาติ ศาสน กษัตริย ใฝรู ใฝเรียน มุงมั่นในการทำงาน ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย อยูอยางพอเพียง รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ รวมทง้ั มคี วามสุข สนกุ สนานในการเรียน และเปน พ้นื ฐานในการเรยี นภาษาอังกฤษระดับสงู ตอ ไป
รหัสตัวช้ีวัด

ต 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
ต 1.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ต 1.3 ป.3/1, ป.3/2
ต 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3
ต 2.2 ป.3/1
ต 3.1 ป.3/1
ต 4.1 ป.3/1
ต 4.2 ป.3/1
รวม 8 มาตรฐาน 18 ตัวชี้วัด

64

รายวิชา / กจิ กรรมช้นั ประถมศึกษาปท่ี 4 (ปกติ) ช่วั โมง : สปั ดาห
เวลาเรียน (ชั่วโมง : ป) 21
รายวิชาพืน้ ฐาน 840 4
ท14101 ภาษาไทย 4 160 4
ค14101 คณิตศาสตร 4 160 3
ว14101 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 4 120 2
ส14101 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 4 80 1
ส14102 ประวตั ศิ าสตร 4 40 2
พ14101 สขุ ศึกษา และพลศึกษา 4 80 2
ศ14101 ศิลปะ 4 80 1
ง14101 การงานอาชีพ 4 40 2
อ14101 ภาษาองั กฤษ 4 80 6
รายวชิ าเพิม่ เติม 240 1
ท14202 เสริมทักษะภาษาไทย 4 40 1
ค14201 คณิตศาสตรเพ่ิมเติม 4 40 1
ว14282 คอมพวิ เตอร 4 40 2
อ14204 หลักภาษาอังกฤษ 4 80 1
I14201 การศึกษาเพื่อเรียนรู 1 40 3
กจิ กรรมพัฒนาผูเรียน 120 1
กจิ กรรมแนะแนว 40
กิจกรรมนกั เรยี น 1
- ลกู เสอื / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนุม 30 30
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรียนทั้งสิน้ 1,200

* กิจกรรมปอ งกนั การทจุ รติ บรู ณาการกบั กิจกรรมลกู เสือ

65

ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 4 (IEP & MEP) ช่วั โมง/สัปดาห
รายวิชา / กิจกรรม เวลาเรยี น (ชั่วโมง / ป) 21
รายวชิ าพื้นฐาน 840 4
ท14101 ภาษาไทย 4 160 5
ค14101 คณิตศาสตร 4 200 2
ว14101 วทิ ยาศาสตร 4 80 2
ส14101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4 80 1
ส14102 ประวัติศาสตร 4 40 2
พ14101 สขุ ศึกษา และพลศกึ ษา 4 80 2
ศ14101 ศิลปะ 4 80 1
ง14101 การงานอาชพี 4 40 2
อ14101 ภาษาอังกฤษ 4 80 6
รายวิชาเพม่ิ เติม 240 1
ค14201 คณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ 4 40 1
ว14282 คอมพวิ เตอร 4 40 2
อ14202 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 80 1
อ14203 หลกั ภาษาอังกฤษ 4 40 1
I14201 การศกึ ษาเพื่อเรียนรู 1 40 3
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น 120 1
กิจกรรมแนะแนว 40
กจิ กรรมนักเรยี น 1
- ลูกเสือ / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนมุ 30 30
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรียนทัง้ ส้ิน 1,200

* กิจกรรมปอ งกันการทุจริต บูรณาการกับกจิ กรรมลูกเสือ

66

รหัสวิชา ท14101 คาํ อธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 4 รายวชิ าภาษาไทย 4 เวลา 160 ชั่วโมง/ป

การอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจากเรื่องที่อาน อาน
เรอ่ื งสน้ั ๆ ตามเวลาท่กี ำหนด การแยกขอเทจ็ จริงและขอคิดเหน็ การคาดคะเนเหตกุ ารณ และการสรปุ ความรแู ละขอคิดจาก
เรื่องที่อาน เพื่อนำไปใชใ นชีวติ ประจำวัน เลือกอานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยา งสม่ำเสมอและแสดงความคดิ เห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่อาน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด การเขียนสื่อสารโดยใชถอยคำไดถูกตอง ชัดเจน
เหมาะสม การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ เพอ่ื นำมาใชพ ัฒนางานเขียนของตนเอง การเขยี นจดหมายถึง
เพื่อนและบิดามารดา การเขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคนควา และการเขียนเรื่องตามจินตนาการ การ
จำแนกขอ เทจ็ จรงิ ขอ คิดเห็นและพูดสรุปจากเร่ืองท่ีฟงและดู การพูดแสดงความรู ความคิดเห็น และความรสู ึกเกยี่ วกับเรื่อง
ที่ฟงและดู การตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล และรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และ
การสนทนา การสะกดคำ และบอกความหมายของคำในบริบทตาง ๆ ระบุชนิดและหนาที่ของคำในประโยค การใช
พจนานุกรมคนหาความหมายของคำ การแตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา การแตงรอยกรองและคำขวัญ การบอก
ความหมายของสำนวน และเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่น ไดแกภาษามอญ เนนการเปรียบเทียบลักษณะ
ตัวพยัญชนะและสระในภาษาไทยและภาษามอญ พยางค คำนาม คำกิริยา คำประสม คำซอนและคำซ้ำ การระบุ
ขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทานคติธรรม การอธิบายขอคิดจากการอาน เพื่อนำไปใชในชีวิตจริง การรองเพลงพื้นบาน
ไดแกเ พลงรำภาขา วสาร และการทอ งจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนดหรอื ตามความสนใจ

โดยใชกระบวนการอาน การเขียน การแสวงหาความรู การคิดวิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณและการ
สรุปความรู การสื่อความ การแกปญหา และการทำงานกลุม โดยการฝกปฏิบัติ บอก อธิบาย แยกแยะ เลือก ระบุ บันทึก
และเปรียบเทียบ โดยใชทักษะ การอานออกเสียง การเขียนสื่อความ การพูดแสดงความคิดเห็น การฟง และการดูอยางมี
วจิ ารณญาณ มกี ระบวนการสรางความคิดรวบยอดและคิดสรา งสรรค เพ่ือทำใหเ กิดความรู ความคิด ความเขาใจ สื่อสารได
ถูกตอง และรักการเรียนภาษาไทย และเห็นคุณคาของการอนุรักษภาษาไทย ตัวเลขไทย มีวินัย ซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู
มุงมั่นในการทำงาน อยูอยางพอเพียง มีจิตสาธารณะ การไหวตาม อัตลักษณของโรงเรียน และตระหนักถึงมารยาทในการ
อาน เขียน ฟง พูด และดู สามารถนำความรไู ปใชใ หเ กดิ ประโยชนใ นชวี ิตประจำวันไดอยางถูกตอ ง และเหมาะสม

รหัสตวั ชี้วดั
ท 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8
ท 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวม 5 มาตรฐาน 33 ตวั ชี้วัด

67

สาระทอ งถิ่น
มาตรฐาน 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
ท 4.1 ป.4/7 เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได ไดแกการเปรยี บเทียบลกั ษณะภาษาไทยกบั

ภาษามอญ ตัวพยัญชนะและสระในภาษาไทยและภาษามอญ พยางค คำนาม คำกริ ิยา
คำประสม คำซอ นและคำซำ้
มาตรฐาน 5.1 เขา ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเหน็ คุณคา และ
นำมาประยุกตใ ชในชวี ิตจริง
ท 5.1 ป.4/3 รอ งเพลงพ้ืนบาน ไดแกเ พลงรำภาขาวสาร

68

รหัสวชิ า ค14101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 รายวิชา คณิตศาสตร 4 จำนวน 160 ช่ัวโมง/ป

ศึกษาการอานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวนนับที่มากกวา 100,000
หลักและคาประจำหลักการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจายการเปรียบเทียบจำนวนนับที่มากกวา 100,000โดยใช
เครื่องหมาย = ≠ ><การเรียงลำดับจำนวนนับที่มากกวา 100,000ตั้งแต 3 ถึง 5 จำนวน คาประมาณของจำนวนนับและ
การใชเครื่องหมาย ≈ การบวกและการลบ การคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแกโจทยปญหาและการ
สรางโจทยระนาบ จุด เสนตรง รังสี สวนของเสนตรงและมุม ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การสรางรูปสี่เหลี่ยม
มมุ ฉาก ความยาวรอบรูปของรปู สี่เหลยี่ มมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรปู สเี่ หลย่ี มมุมฉาก พ้นื ที่ของรูปสเี่ หลีย่ มมุมฉาก การ
แกโ จทยป ญ หาเกยี่ วกับความยาวรอบรูปและพน้ื ท่ีของรูปส่เี หลย่ี มมุมฉากการอานและการเขียนแผนภูมแิ ทง (ไมรวมการยน
ระยะ) การอานตารางสองทาง (two-way table) เศษสวนแท เศษเกิน จำนวนคละ ความสัมพันธร ะหวางจำนวนคละและ
เศษเกิน เศษสวนที่เทากัน เศษสวนอยางต่ำ และเศษสวนที่เทากับจำนวนนับ การเปรียบเทียบ เรียงลำดับเศษสวนและ
จำนวนคละการบวก การลบเศษสวนและจำนวนคละ การแกโจทยปญหาการบวกและโจทยปญหาการลบเศษสวนและ
จำนวนคละการบอกระยะเวลาเปนวนิ าที นาที ช่ัวโมง วนั สัปดาห เดือน ป การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใชความสัมพันธ
ระหวางหนวยเวลา การอานตารางเวลา การแกโจทยปญหาเกี่ยวกับเวลาการอานและการเขียนทศนยิ มไมเกิน 3 ตำแหนง
ตามปริมาณที่กำหนด หลัก คาประจำหลัก คาของเลขโดดในแตละหลักของทศนิยม และการเขียนตัวเลขแสดงทศนิยมใน
รูปกระจาย ทศนิยมที่เทากัน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยมการบวก การลบทศนิยม การแกโจทยปญหาการบวก
การลบทศนิยมไมเ กิน 2 ข้ันตอน

ในการจัดการเรียนรูไดกำหนดสถานการณเ พ่ือใหผเู รียนไดศึกษาคน ควาฝกทักษะโดยการปฏิบัติจริงสรุปเนื้อหามี
เจตคติที่ดีตอคณิตศาสตรมีความคิดริเริ่มสรางสรรคเพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรของผูเรียนและ
นำไปใชใ นชีวิตประจำวันได
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค 1.1 ป.4/1, ป. 4/2, ป. 4/3, ป. 4/4, ป. 4/5, ป. 4/6, ป. 4/7, ป. 4/8, ป.4/9, ป. 4/10,

ป. 4/11, ป. 4/12, ป. 4/13, ป. 4/14, ป. 4/15, ป.4/16
ค 2.1 ป. 4/1, ป. 4/2, ป. 4/3
ค 2.2 ป. 4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป. 4/1

รวม 4 มาตรฐาน 22 ตวั ช้วี ัด

69

รหสั วชิ า ว14101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน รายวิชาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี4

กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4 จำนวน 120 ช่ัวโมง/ป
ศึกษาคน ควาเก่ียวกบั หนาท่ีของราก ลำตน ใบ และดอกของพืชดอก ลักษณะของส่ิงมีชวี ิต กลมุ พืช กลุมสัตว และ
กลุมที่ไมใชพืชและไมใชสัตว พืชดอกและพืชไมมีดอก สัตวมีกระดูกสันหลังและสัตวไมมีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะท่ี
สังเกตไดของสัตวมีกระดูกสันหลังในกลุมปลา กลุมสัตวสะเทินน้ำสะเทินบก กลุมสัตวเลื้อยคลาน กลุมนก และกลุมสัตว
เลี้ยงลูกดวยน้ำนม และยกตัวอยางสิ่งมีชีวิตในแตละกลุม ใชเหตุผลเชิงตรรกะและใชซอฟตแวรเพื่อแกปญหา ออกแบบ
โปรแกรมอยางงายโดยใช storyboard หรือ การออกแบบอัลกอริทึมการเขียนโปรแกรมอยางงาย โดยใชซอฟตแวร
Scratch หรือ logoในการจัดกลุมสิ่งมีชีวิต ใชอินเทอรเน็ตคนหาความรู การใชคำคนที่ตรงประเด็น กระชับ การประเมิน
ความนาเชื่อถือของขอมูล ศึกษาการรวบรวมขอมูล การประมวลผลอยางงาย วิเคราะหผลและสรางทางเลือกที่เปนไปได
ตลอดจนประเมนิ ทางเลือก พิจารณาในการแกป ญ หา การอธบิ ายการทำงาน หรือการคาดการณผ ลลพั ธ สมบตั ิทางกายภาพ
ดานความแข็ง สภาพยืดหยุน การนำความรอน และการนำไฟฟาของวัสดุ การนำสมบัติเรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุน การ
นำความรอน และการนำไฟฟาของวัสดุไปใชในชีวิตประจำวันผานกระบวนการออกแบบชิ้นงาน แลกเปลี่ยนความคิดกับ
ผูอื่นเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอยางมีเหตุผล สมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะจากขอมูลที่ไดจากการสังเกต มวล
การตองการ ที่อยู รูปรางและปริมาตรของสสาร การใชเครื่องมือเพื่อวัดมวลและปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ ผลของ
แรงโนมถวงที่มีตอวตั ถุ การใชเ ครอ่ื งช่ังสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ บรรยายมวลของวัตถุท่ีมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการ
เคลื่อนที่ของวัตถุ ลักษณะของตัวกลางโปรงใส ตัวกลางโปรงแสง และวัตถุทึบแสง อธิบายแบบรูปเสนทางการขึ้นและตก
ของดวงจันทร แบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปรางปรากฏของดวงจันทรและพยากรณรูปรางปรากฏของดวงจันทร
องคประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะหตาง ๆ จากแบบจำลอง พรอมทั้งการนำเสนอขอมูลใน
รปู แบบตามความเหมาะสมเขาใจสทิ ธแิ ละหนา ท่ขี องตน เคารพในสทิ ธใิ นสิทธิของผูอ น่ื และใชเ ทคโนโลยอี ยา งปลอดภัย

โดยใชกระบวนการเรียนรูทางวิทยาศาสตร สืบเสาะหาความรู การสังเกต การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
การทดลอง การอภิปราย การสรางความคิดรวบยอด การฝกปฏิบัติ การทำงานกลุม การเสริมสรางคานิยม การสื่อความ
การนำเสนอผลงาน และการต้งั คำถามเพ่ือใหรกั การเรียนรวู ทิ ยาศาสตร มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรวางแผนและ
สำรวจตรวจสอบโดยใชเ คร่ืองมืออุปกรณ และเทคโนโลยีสารสนเทศทเี่ หมาะสมในการเก็บรวบรวมขอมูลทั้งเชิงปริมาณและ
คุณภาพ คนหาขอมูลอยางมีประสิทธิภาพและประเมินความนาเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกขอมูล ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการ
แกปญหา ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคม และการ
ดำรงชีวิต เกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีจิตวิทยาศาสตร สามารถสื่อสารสิง่ ที่เรียนรู สามารถตัดสินใจ มีทักษะในการ
ดำรงชีวิต และนำความรูวิทยาศาสตรเปนเครื่องมือในการเรียนรูวิชาอื่นและนำไปใชในชีวิตประจำวันไดอยางถูกตองและ
เหมาะสม

70

ตัวชวี้ ดั
ว 1.2 ป.4/1
ว 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ว 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป. 4/3, ป.4/4,
ว 2.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ว 2.3 ป.4/1
ว 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ว 4.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
รวม 7 มาตรฐาน 21 ตัวช้ีวัด

71

รหัสวิชา ส 14102 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน รายวิชาประวตั ศิ าสตร 4

กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เวลา 40 ช่ัวโมง/ป
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 4
ศึกษาวิเคราะหเกี่ยวกับความหมาย วิธีการนับ และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ
การแบงยุคสมัยในทางประวัตศิ าสตรของมนุษยชาติ ท่แี บงเปนสมยั กอ นประวัติศาสตร และสมยั ประวัติศาสตร รวมท้ังชวง
สมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไทย ลักษณะสำคัญ และเกณฑการจำแนก หลักฐานทางประวัติศาสตรที่ใชในการศึกษา
ความเปนมาของทองถิ่นอยางงายๆ ตัวยางของหลักฐานที่พบในทองถิ่น คือ พระธาตุอานนท ธาตุกองขาวนอย หอไตรวัด
มหาธาตุ พระแกวบุศยรัตน สิงหหินวัดพระธาตุบานสิงห ใชหลักฐานทางประวัติศาสตรในการศึกษาปจจัย การตั้งถิ่นฐาน
และพัฒนาการของมนุษยชาติในสมัยกอนประวัติศาสตร และสมัยประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขป การกอตั้ง
อาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทย การกอตั้งอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย
ประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญและภูมิปญญาไทยใน
สมยั สโุ ขทยั ทนี่ า ภาคภมู ใิ จ
โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การวิเคราะห การคำนวณ การตรวจสอบขอมูล การจำแนก การตีความ สรุป
ความ การสืบคน เห็นคุณคา มีเจตคติที่ดีตอความรักชาติ ศาสน กษัตริย รักในความเปนไทย มีความมุงมั่นในการทำงาน
รจู กั ใฝเ รียนรู สรา งวินัยในตนเอง มคี วามซ่อื สัตยสจุ รติ ใชช วี ิตอยา งพอเพียง มีจติ สาธารณะ มีคุณธรรม คา นิยมทเ่ี หมาะสม

รหสั ตัวชี้วดั
ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2
ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
รวม 3 มาตรฐาน 8 ตวั ชี้วัด

72

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน รายวชิ าประวตั ศิ าสตร 4
รหสั วชิ า ส 14102 เวลา 40 ชั่วโมง/ป
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 4

ศึกษาวิเคราะหเกี่ยวกับความหมาย วิธีการนับ และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ
การแบง ยุคสมยั ในทางประวัตศิ าสตรของมนุษยชาติ ทแี่ บง เปน สมยั กอนประวตั ศิ าสตร และสมัยประวตั ศิ าสตร รวมทั้งชวง
สมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไทย ลักษณะสำคัญ แยกแยะประเภทหลักฐานที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่น
และเกณฑการจำแนก หลักฐานทางประวัติศาสตรที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่นประเภทของหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร ที่แบงเปนหลักฐานชั้นตน และหลักฐานชั้นรอง ตัวอยางหลักฐานที่ใชในการศึกษาความเปนมาของ
ทองถิ่นของตน การจำแนกหลักฐานของทองถิ่นเปนหลักฐานชั้นตนและหลักฐานชั้นรองอยางงายๆ ใชหลักฐานทาง
ประวัติศาสตรในการศึกษาปจจัย การตั้งถิ่นฐาน และพัฒนาการของมนุษยชาติในสมัยกอนประวัติศาสตร และสมัย
ประวัติศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขป การกอ ต้ังอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทย
การกอตั้งอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ประวัติและ
ผลงานของบคุ คลสำคญั และภูมิปญ ญาไทยในสมยั สุโขทยั ทนี่ าภาคภูมิใจ

โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การวิเคราะห การคำนวณ การตรวจสอบขอมูล การจำแนก การตีความ สรุป
ความ การสืบคน เห็นคุณคา มีเจตคติที่ดีตอความรักชาติ ศาสน กษัตริย รักในความเปนไทย มีความมุงมั่นในการทำงาน
รจู ักใฝเ รียนรู สรา งวินัยในตนเอง มีความซือ่ สัตยสุจรติ ใชช ีวติ อยางพอเพียง มีจติ สาธารณะ มีคณุ ธรรม คา นิยมทเี่ หมาะสม

รหัสตวั ชี้วดั
ส 4.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ส 4.2 ป.4/1, ป.4/2
ส 4.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
รวม 3 มาตรฐาน 8 ตวั ช้ีวัด

สาระทองถน่ิ
มาตรฐาน ส 4.1 เขาใจความหมาย ความสำคญั ของเวลา และยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร สามารถใชว ิธีการ

ทางประวตั ศิ าสตรมาวเิ คราะหเหตกุ ารณตา ง ๆ อยางเปนระบบ
ส 4.1 ป.4/3 แยกแยะประเภทหลักฐานที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่น ประเภทของหลักฐานทาง

ประวัติศาสตร ที่แบงเปนหลักฐานชั้นตน และหลักฐานชั้นรอง ตัวอยางหลักฐานที่ใชในการศึกษา
ความเปนมาของทองถิ่นของตน การจำแนกหลักฐานของทองถิ่นเปนหลักฐานชั้นตนและหลักฐาน
ช้ันรอง

73

รหัสวชิ า พ14101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4 รายวชิ าสุขศึกษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

จำนวน 80 ชว่ั โมง/ป

ศึกษา วิเคราะหระบบภายในรางกายเกีย่ วกับกลามเนือ้ กระดูกและขอที่มีผลตอสุขภาพ รวมถึง การเจริญเติบโต
และพฒั นาการ และมีวิธีดแู ลกลามเนื้อ กระดูก และขอใหท ำงานอยา งมีประสทิ ธภิ าพแลวยังตองดูแลตนเองและครอบครัว
เกี่ยวคุณลักษณะของความเปนเพื่อนและสมาชิกที่ดีของครอบครัวพฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทย
วิธีการปฏิเสธการกระทำที่เปนอันตรายและไมเหมาะสมในเรื่องเพศทักษะ รวมถึง การเคลื่อนไหวในลักษณะผสมผสานได
ทั้งแบบอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใชอุปกรณประกอบกายบริหารทามือเปลาประกอบจังหวะเกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบ
ผลัดกีฬาพื้นฐานไดอยางนอย1 ชนิดออกกำลังกาย เลนเกม และกีฬาที่ตนเองชอบและมีความสามารถในการวิเคราะหผ ล
พัฒนาการของตนเองตามตัวอยางและแบบปฏิบัติของผูอื่นกฎ กติกาการเลนกีฬาพื้นฐานตามชนิดกีฬาที่เลน มีการสราง
ความสมั พนั ธระหวางส่งิ แวดลอ มกับสขุ ภาพ สภาวะอารมณ ความรสู กึ ที่มผี ลตอ สขุ ภาพ ขอ มลู บนฉลากอาหารและผลิตภัณฑ
สุขภาพ เพื่อการเลือกบริโภคดูแลสมรรถภาพทางกาย ตามผลการตรวจสอบสมรรถภาพทางกาย ความสำคัญของการใชยา
และใชยาอยางถูกวิธีวิธีปฐมพยาบาล เมื่อไดรับอันตรายจากการใชยาผิด สารเคมี แมลงสัตวกัดตอย และการบาดเจ็บจาก
การเลน กฬี าผลเสียของการสบู บุหรี่ และการด่ืมสรุ า ทมี่ ีตอ สขุ ภาพและการปองกนั

โดยใชการกระบวนการกลุมและการปฏิบัติ รวมถึงการอธิบาย การแสดง ระบุ ใฝเรียนรู เพื่อใหเกิดการเรียนรู มี
วิธีการดูแลสขุ ภาพรางกายใหเหมาะสมกับวัย ของตนเองทั้งรางกาย จิตใจ รวมถึงมีทักษะการเคลื่อนไหวอยูกับท่ี เคลื่อนที่
และเคลื่อนไหวและเคลื่อนไหวโดยใชอุปกรณรางกายที่จำเปนสำหรับชีวิตและการดำเนินชีวิตประจำวันได อยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

รหสั ตวั ชี้วัด
พ1.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , 4/3
พ2.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3
พ3.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4
พ3.2 ป. 4/1 , ป. 4/2
พ4.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4
พ5.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3

รวม 6 มาตรฐาน 19 ตัวชว้ี ัด

74

รหสั วชิ า ศ14101 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 4 รายวิชา ศลิ ปะ 4 จำนวน 80 ช่ัวโมง/ป

ศกึ ษาทศั นธาตใุ นธรรมชาติ ส่ิงแวดลอมและงานทัศนศลิ ป อิทธิพลของวรรณะสี หลักการใชว ัสดุอปุ กรณในงานวาด
ภาพระบายสี การจัดระยะ ความลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ การถายทอดความคิด ความรูสึกผานผลงานของตนเอง
ศึกษาขอมูลและวิวัฒนาการงานศิลปะที่เกี่ยวของกับวัฒนธรรมทองถิ่น การถายทอดชีวิต ความประทับใจ ผานงาน
พวงมโหตร สไบมอญ เครื่องปนดินเผา ศึกษาประโยคเพลง ประเภทเครื่องดนตรี หลักการเคลื่อนที่ของทำนองเพลง รูป
แปบบจังหวะ และความเร็วของจงั หวะเพลง เครื่องหมายและสัญลกั ษณทางดนตรี หลักการใชชวงเสียงในการขบั รองเพลง
วธิ ีการใชแ ละเก็บเคร่ืองดนตรีอยางถูกตองและปลอดภยั เนื้อหาเร่ืองราวในบทเพลง ทะแยมอญ เพลงยกศพ ท่ีสามารถใช
ในการส่อื สารเร่ืองราวความสำคญั ในการอนรุ ักษสงเสริมวฒั นธรรมทางดนตรี โดยการบอกแหลงท่ีมาของความสัมพันธของ
วิถีชีวิตไทยที่สะทอนในดนตรีและเพลงทองถิ่น ศึกษทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลปและการละครที่ใชสื่อความหมายและ
อารมณ หลกั การเคลื่อนไหว ในจังหวะตา ง ๆ หลักการแสดงนาฏศิลป ศกึ ษาประวัตคิ วามเปนมาของชดุ การแสดงมอญรำ
การแสดงนาฏศิลปมอญรำ หลักการแสดงความเคารพตามขนบทางนาฏศลิ ป หลักการสืบทอดและรกั ษางานนาฏศิลป

สามารถเปรียบเทียบ จำแนกทัศนธาตุในธรรมชาติ สิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป อภิปรายเกี่ยวกับอิทธิพลของ
วรรณะของสี มีทักษะพื้นฐานในการใชวัสดุอุปกรณในงานวาดภาพ พิมพภาพ การวาดภาพแบบมีมิติ ถายทอดผลงาน
ทัศนศิลปของตนเองผานระบบวรรณะสี ระบุ บรรยายและอภิปรายงานทัศนศิลปทองถิ่นนำความรูไปใชใหเกิดประโยชน
ความมั่นใจในการแสดงออก มีความสุขกับการทำงาน และยอมรับความคิดความสามารถ ของผูอื่น ตระหนัก ชื่นชม รับรู
เหน็ คุณคา ของธรรมชาติสิ่งแวดลอม ศิลปะไทย ศลิ ปะทองถ่ิน อยางเหมาะสม สามารถบอกโครงสรา งของบทเพลง จำแนก
ประเภทของเครื่องดนตรี ระบุองคประกอบของดนตรี อานเขียนกุญแจประจำหลัก บรรทัด 5 เสน โนตและเครื่องหมาย
หยุด เสนก้นั หอ ง ขบั รอ งเพลงในบันไดเสียง ทีเ่ หมาะสม ใชแ ละเก็บเครอ่ื งดนตรอี ยางถกู ตอ ง ส่อื สารเนื้อหาในบทเพลง บอก
แหลง ท่มี าและความสัมพันธ ของวิถีชวี ิตของคนในทองถ่ินผานบทเพลง ทะแยมอญ และเพลงยกศพ อนุรกั ษวัฒนธรรมทาง
ดนตรีรวมถึงสงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรีตามโอกาสที่เหมาะสม สามารถระบุทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลป ไดแก ภาษาทา
นาฏยศัพท โดยใชกระบวนการถายทอด กระบวนการคดิ การเปรียบเทียบ เพื่อใหเกิดความรูความเขา ใจ และทักษะความ
ชำนาญ ประดิษฐท า ทางหรือทา รำประกอบจังหวะเพลงมอญรำ แสดงรำวงมาตรฐาน ระบำ และบอกเลา จุดสำคัญ ลักษณะ
เดนของตัวละคร อธิบายประวัติความเปนมาของนาฏศิลปมอญรำ ที่มาของชุดการแสดงมอญรำ เปรียบเทียบการแสดง
นาฏศิลปมอญรำ กับการแสดงจากทองถิ่นอื่น เพื่อการอนุรักษ ตระหนักถึงคุณคาของนาฏศิลปที่ถือเปนเอกลักษณประจำ
ชาตแิ ละนิยมไทย

รหัสตัวช้ีวัด
ศ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9 ศ 1.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7 ศ 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ศ 3.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5 ศ 3.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวม 6 มาตรฐาน 29 ตัวช้ีวัด

75

สาระทองถ่นิ เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน
มาตรฐาน ศ 1.2 มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญ ญาทอ งถิ่น ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล
ศ 1.2 ป.4/1 ระบุ และอภิปรายเกี่ยวกับการทำพวงมโหตร สไบมอญ เครื่องปนดินเผา งานทัศนศิลปในเหตุการณ
ศ 1.2 ป.4/2 และงานเฉลมิ ฉลองของวัฒนธรรมในทอ งถน่ิ
มาตรฐาน ศ 2.2 บรรยายเชื่อมโยงความรูเกี่ยวกับงานทัศนศิลปของวัฒนธรรมทองถิ่นกับบงานทัศนศิลปในทองถิ่น
ศ 2.2 ป.4/1 พวงมโหตร สไบมอญ เคร่ืองปน ดินเผา และทีม่ าจากวฒั นธรรมตา ง ๆ
มาตรฐาน ศ 3.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีที่เปนมรดกทาง
ศ 3.2 ป.4/1 วัฒนธรรม ภมู ิปญ ญาทอ งถนิ่ ภมู ิปญ ญาไทยและสากล
ศ 3.2 ป.4/2 บอกแหลงที่มาและความสัมพันธของวถิ ชี ีวิตกับผลงานดนตรี โดยเนน เน้อื หาเร่อื งราวในบทเพลงทะแย
ศ 3.2 ป.4/3 มอญ โอกาสในการบรรเลงเพลงยกศพในวงปพาทย ทสี่ ะทอ นในดนตรแี ละเพลงทองถนิ่
เขาใจความสมั พันธระหวางนาฏศลิ ป ประวตั ศิ าสตรแ ละวฒั นธรรม เห็นคณุ คาของนาฏศิลปที่เปนมรดก
ทางวัฒนธรรมภมู ิปญญาทอ งถิน่ ภมู ิปญ ญาไทยและสากล
อธบิ ายประวตั ิความเปนมาของการแสดงนาฏศลิ ป มอญรำ หรือชดุ การแสดงอยา งงาย ๆ
เปรียบเทียบการแสดงนาฏศิลปกับการแสดงที่มาจากวัฒนธรรมอื่น ผานการชมการแสดงนาฏศิลป
มอญรำ กับการแสดงของทองถิน่ อ่นื
อธบิ ายประวตั คิ วามเปนมาของนาฏศิลปม อญรำ หรือขดุ การแสดงมอญรำอยา งงา ย ๆ

76

รหัสวิชา ง14101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 4 รายวชิ าการงานอาชีพ จำนวน 40 ชั่วโมง/ป

อธิบายการหลกั ทำงาน เหตผุ ลในการทำงานใหบ รรลเุ ปาหมายที่วางไวต ามลำดบั ขัน้ ตอน การดแู ลรกั ษาของใช
สว นตัว การจดั ตูเสอ้ื ผา โตะ เขียนหนังสือ และกระเปา นกั เรียน การปลูกไมดอกไมป ระดับ การซอ มแซมวัสดุ อปุ กรณ และ
เครื่องมอื การประดิษฐของใช ของตกแตงจากใบตองและกระดาษ การจัดเก็บเอกสารสว นตัวปฏบิ ัตติ นอยางมีมารยาท เชน
มารยาทในการตอนรับบิดามารดาหรอื ผูปกครองในโอกาสตาง ๆ การรับประทานอาหาร การใชหองเรยี น หองนำ้ และหอง
สว ม การใชพ ลังงานและทรัพยากรในการทำงาน บอกช่ือและหนา ทข่ี องอุปกรณ หลกั การทำงาน สรา งภาพหรือชน้ิ งานจาก
จินตนาการ อธบิ ายความหมายและความสำคัญของอาชพี ระบคุ วามแตกตางของอาชีพ และขอควรคำนงึ เกี่ยวกบอาชีพ

ใชทกั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญ หา ใชก ระบวนการเทคโนโลยี
สารสนเทศในการสืบคนขอมูลการเรยี นรู การสือ่ สาร การแกป ญ หา การทำงาน สำรวจขอมูลท่เี กยี่ วกบั อาชพี ตาง ๆ ใน
ชุมชน ไดแก คา ขาย เกษตรกรรม รบั จา ง รับราชการ พนกั งานของรัฐ และอาชพี อิสระ โดยระบุความแตกตางของ
อาชีพ เชน รายได ลกั ษณะงาน ประเภทกิจการ และขอควรคำคนงึ เกี่ยวกบั อาชีพ ไดแก ทำงานเปนเวลา การยอมรบั
นบั ถือจากสงั คม มีความเสี่ยงตอ ชีวิตสูง เพื่อใหมีคณุ ธรรม และมลี ักษณะนสิ ัยในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ ลังงาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดลอมเพ่ือการดำรงชวี ิตและครอบครัวดวยความซอ่ื สตั ย อดทน ขยันประหยดั รับผดิ ชอบ และเจตคติ
ที่ดตี อ อาชีพ

ตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.4/1,4/2,4/3,4/4
ง 2.1 ป.4/1, ป.4/2
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวัด

สาระทอ งถน่ิ เขาใจ มที กั ษะทีจ่ ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยเี พ่อื พฒั นาอาชพี
มาตรฐาน ง 2.1 มคี ุณธรรม และมีเจตคติทด่ี ีตออาชพี
สำรวจขอมูลที่เกี่ยวกับอาชีพตาง ๆ ในชุมชน ไดแก คาขาย เกษตรกรรม รับจาง รับราชการ พนักงาน
ง 2.1 ป.4/1 ของรัฐ และอาชพี อสิ ระ
ระบุความแตกตางของอาชีพ เชน รายได ลักษณะงาน ประเภทกิจการ และขอควรคำคนึงเกี่ยวกับ
ง 2.1 ป.4/2 อาชีพ ไดแก ทำงานเปนเวลา การยอมรับนบั ถอื จากสงั คม มคี วามเสี่ยงตอ ชีวติ สูง

77

รหสั วชิ า อ14101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 4 รายวิชาภาษาอังกฤษ 4 จำนวน 80 ชว่ั โมง/ป

ศึกษาวงคำศัพทที่เปนนามธรรมและรูปธรรม จำนวน 1500 คำ ภาษาในบริบทตางๆ คือ ขอมูลเกี่ยวกับตนเอง
กิจกรรม สถานการณตางๆ ในชีวิตประจำวัน ขอความ นิทาน เรื่องสั้น บทรอยกรองสั้นๆ สื่อที่ไมใชความเรียง บทสนทนา
เทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปนอยู โครงสรางภาษา คือเครื่องหมายวรรคตอน การอานออกเสียงใหถูกตองตามหลักการ
อา น การรวมถึงระบุ/เขียนสื่อทั้งที่เปน ความเรียงและท่ีไมเปนความเรียงรูปแบบตางๆ ลำดับคำตามโครงสรางประโยคตางๆ
ของภาษาองั กฤษและภาษาไทย หนาที่ของภาษาท่หี ลากหลาย คอื ภาษาท่ีใชในการสือ่ สารระหวา งบุคคล คำส่งั คำขอรอง
คำแนะนำ คำชี้แจงตางๆ การขอความชวยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือ ภาษาที่ใชในการแสดง
ความรูสึก ความคิดเหน็ และใหเ หตผุ ล

โดยใชทักษะและกระบวนการที่หลากหลาย คือปฏิบัติตามสิ่งที่ฟงและอาน เลือกระบุประโยคและขอความให/
สมั พันธก ับสงิ่ ที่อา น ระบุหวั ขอเร่ือง ใจความสำคญั ตอบคำถามจากการฟง สนทนา แลกเปลย่ี น ใชค ำขอรอง ใหคำแนะนำ
และคำชแี้ จงตามสถานการณจ ำลองและสถานการณจริง พดู และเขียนเพื่อขอและใหขอมลู แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่อง
ทฟี่ งและอา น แสดงความรูสึกของตนเองเกี่ยวกับเรอ่ื งตา งๆใกลต วั ๆ กจิ กรรมตางๆ พรอมท้ังเขยี นเหตุผลส้ันอยางเหมาะสม
พูดและเขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตร ประจำวัน ประสบการณ และสิ่งแวดลอ มใกลตวั สรุปใจความสำคัญและแกน
สาระ วิเคราะหเรื่องและเหตุการณที่อยูในความสนใจของสังคมปจจุบัน บรรยายเกี่ยวกับสิ่งที่คนควา รวบรวมและสรุป
ขอมูลตางๆ จากสือ่ และแหลงเรียนรูตา งๆ ในการศกึ ษาตอ เผยแพรป ระชาสมั พันธ และประกอบอาชีพ เพื่อใหเ กิดความรู
ความคิด ความเขาใจ เห็นคุณคาในการเรียนภาษาอังกฤษ สามารถใชภาษาอังกฤษในการสื่อสารไดเหมาะสมกับบุคคล
สังคม สถานการณ และโอกาสตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา อยา งมคี ุณธรรม จริยธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ต 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ต 1.2 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ต 1.3 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ต 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ต 3.1 ป.4/1
ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1
รวม 8 มาตรฐาน 20 ตัวช้ีวัด

78

รายวิชา / กิจกรรมชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 5 (ปกติ) ช่วั โมง : สปั ดาห
เวลาเรียน (ช่ัวโมง : ป) 21
รายวชิ าพืน้ ฐาน 840 4
ท15101 ภาษาไทย 5 160 4
ค15101 คณิตศาสตร 5 160 3
ว15101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 5 120 2
ส15101 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5 80 1
ส15102 ประวตั ศิ าสตร 5 40 2
พ15101 สขุ ศึกษา และพลศึกษา 5 80 2
ศ15101 ศิลปะ 5 80 1
ง15101 การงานอาชีพ 5 40 2
อ15101 ภาษาอังกฤษ 5 80 6
รายวชิ าเพ่มิ เติม 240 1
ท15202 เสริมทักษะภาษาไทย 5 40 1
ว15201 คณิตศาสตรเพิ่มเตมิ 5 40 1
ว15282 คอมพวิ เตอร 5 40 2
อ15204 หลักภาษาอังกฤษ 5 80 1
I15201 การศึกษาเพ่ือเรียนรู 2 40 3
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน 120 1
กจิ กรรมแนะแนว 40
กจิ กรรมนักเรยี น 1
- ลกู เสอื / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนุม 30 30
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรยี นท้ังส้ิน 1,200

* กจิ กรรมปอ งกนั การทุจรติ บูรณาการกบั กิจกรรมลกู เสือ

79

ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 5 (IEP & MEP)
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชั่วโมง / ป) ช่วั โมง/สัปดาห
รายวชิ าพื้นฐาน 840 21
ท15101 ภาษาไทย 5 160 4
ค15101 คณิตศาสตร 5 200 5
ว15101 วิทยาศาสตร 5 80 2
ส15101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5 80 2
ส15102 ประวัติศาสตร 5 40 1
พ15101 สขุ ศึกษา และพลศึกษา 5 80 2
ศ15101 ศลิ ปะ 5 80 2
ง15101 การงานอาชีพ 5 40 1
อ15101 ภาษาองั กฤษ 5 80 2
รายวิชาเพิม่ เติม 240 6
ค15201 คณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ 5 40 1
ว15282 คอมพวิ เตอร 5 40 1
อ15202 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 5 80 2
อ15203 หลักภาษาอังกฤษ 5 40 1
I15201 การศกึ ษาเพ่ือเรียนรู 2 40 1
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน 120 3
กิจกรรมแนะแนว 40 1
กิจกรรมนักเรียน
- ลูกเสอื / เนตรนารี / ยุวกาชาด 40 1
- ชมรม / ชมุ นุม 30
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 10 1

รวมเวลาเรียนทั้งส้ิน 1,200 30

* กจิ กรรมปองกนั การทุจริต บรู ณาการกับกิจกรรมลกู เสือ

80

รายวชิ า ท15101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 5 รายวชิ าภาษาไทย 5 จำนวน 160 ชั่วโมง/ป

ศึกษาการอานรอยแกว และรอยกรองและบอกความหมายของคำ ประโยค ขอ ความจากเรื่องท่ีอาน การอานคำท่ีมี
พยัญชนะควบกล้ำ คำที่มีอักษรนำ คำที่มีตัวการันต อักษรยอและเครื่องหมายวรรคตอน ขอความที่เปนการบรรยายและ
พรรณนา ศึกษาขอความที่มีความหมายโดยนัย บทรอยกรองเปนทำนองเสนาะ รวมทั้งขอความจากสือ่ ตางๆ งานเขียนเชงิ
อธิบาย คำส่งั ขอ แนะนำและปฏิบัตติ าม มีมารยาทในการอา น

การคัดลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทดั การเขียนคำขวัญ คำอวยพร คำแนะนำและคำอธิบายแสดงข้ันตอน การเขียน
แผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด การเขียนยอความจากสื่อท่ีหลากหลาย การเขียนจดหมายถึงผูปกครองและญาติ
การเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็น การกรอกแบบรายการตาง ๆ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการ
เขียน การจับใจความสำคัญ วิเคราะหความนาเชื่อถือ และพูดแสดงความคิดเห็นจากเรือ่ งที่ฟงและดู การพูดรายงานลำดบั
ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน การพูดรายงานตามลำดบั เหตุการณ พรอ มท้งั บอกชนดิ และหนาท่ีของคำบพุ บท คำสนั ธาน คำอุทาน
แยกสวนประกอบของประโยค รูจักภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดแกภาษามอญ เนนการเปรียบเทียบลักษณะ
โครงสรา งประโยค การพูด การอา น และการเขียน การใชค ำราชาศัพท คำทม่ี าจากภาษาตางประเทศ การแตงกาพยยานี
11 และใชสำนวน สุภาษิต คำพังเพย ถูกตองโดยใชกระบวนการคิด การฝกทักษะทางภาษา การปฏิบัติจริง กระบวนการ
กลมุ เพือ่ ใชภ าษาไดอยางสรางสรรคเปนประโยชนตอสวนรวมและสรางความสามัคคสี อดคลองกบั ขนบธรรมเนียมประเพณี
และวฒั นธรรมของชาติ

รหัสตัวช้ีวัด
ท 1.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8
ท 2.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7, ป. 5/8, ป. 5/9
ท 3.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5
ท 4.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4, ป. 5/5, ป. 5/6, ป. 5/7
ท 5.1 ป. 5/1, ป. 5/2, ป. 5/3, ป. 5/4
รวม 5 มาตรฐาน 33 ตัวชีว้ ัด

สาระทองถ่นิ
มาตรฐาน 4.1 เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเ ปนสมบตั ิของชาติ
ท 4.1 ป.5/7 เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถนิ่ การเปรียบเทียบลกั ษณะภาษาไทยกับ
ภาษามอญ โครงสรางประโยค พดู อาน เขยี น

81

รายวิชา ค15101 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 5 รายวิชา คณิตศาสตร 5 จำนวน 160 ชวั่ โมง/ป

ศกึ ษาการเขยี นเศษสว นทีม่ ตี วั สวนเปนตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนิยม แสดงวิธหี าคำตอบ
ของโจทยปญหาโดยใชบัญญัติไตรยางศ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษสวนและจำนวนคละ แสดงวิธีหาคำตอบ
ของโจทยป ญ หาการบวก การลบ การคณู การหารเศษสว น 2 ขน้ั ตอน หาผลคูณของทศนิยม ทผ่ี ลคูณเปนทศนิยมไมเกิน 3
ตำแหนง หาผลหารที่ตัวต้ังเปนจำนวนนับหรือทศนิยมไมเกนิ 2 ตำแหนง และตัวหารเปน จำนวนนับ ผลหารเปนทศนยิ มไม
เกิน 3 ตำแหนง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 2 ขั้นตอน และแสดงวิธีหา
คำตอบของโจทยปญหารอยละไมเกิน 2 ขั้นตอน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ที่มีการ
เปลี่ยนหนว ยและเขียนในรปู ทศนิยม แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหาเก่ียวกบั ปริมาตรของทรงสเี่ หล่ยี มมุมฉากและความ
จุของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรปู ส่เี หลย่ี มและพ้ืนที่ของรปู สี่เหล่ียมดานขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนม
เปยกปูน สรางเสนตรงหรือสวนของเสนตรงใหขนานกับเสนตรงหรือสวนของเสนตรงที่กำหนดให จำแนกรูปสี่เหลี่ยมโดย
พิจารณาจากสมบัติของรูป สรางรูปสี่เหลี่ยมตาง ๆ เมื่อกำหนดความยาวของดานและขนาดของมุมหรือเมื่อกำหนดความ
ยาวของเสนทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซึม ใชขอมูลจากกราฟเสนในการหาคำตอบของโจทยปญหา และเขียน
แผนภมู แิ ทงจากขอ มลู ที่เปน จำนวนนับ

โดยการจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ
เทคโนโลยีในการแกปญหาตางๆ ดวยวิธีการที่หลากหลาย มีความคิดริเริ่มสรางสรรค สามารถใชเหตุผลประกอบการ
ตดั สินใจและสรปุ ผล ใชภ าษาและ สัญลักษณในการส่ือสาร ส่ือความหมาย และนำเสนอไดอยางถกู ตองเหมาะสม เช่ือมโยง
ความรตู า งๆทางคณิตศาสตรกบั ศาสตรอืน่ ๆ และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดรับ ไปใชใน
การเรยี นรสู ิง่ ตางๆ พรอ มกบั นำหลักปรชั ญาของความพอเพียงเขามาใชใ นชวี ติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมท้ังเห็นคุณคา
และมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระเบยี บ รอบคอบ มีความ รับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชือ่ ม่ัน
ในตนเอง

ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 , ป.5/4 , ป.5/5 , ป.5/6 , ป.5/7 , ป.5/8 , ป.5/9
ค 2.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 , ป.5/4
ค 2.2 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 , ป.5/4
ค 3.1 ป.5/1 , ป.5/2
รวม 4 มาตรฐาน 19 ตัวชีว้ ัด

82

รายวิชา ว15101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 5
กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตร จำนวน 120 ช่ัวโมง/ป
ชั้นประถมศึกษาปท่ี 5

ศึกษาโครงสรางของสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเขากับสภาพแวดลอม ความสัมพันธของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต
บทบาทหนาที่ในหวงโซอาหาร ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดลอม และการอนุรักษสิ่งแวดลอม อธิบายการถายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และความคลายคลึงกันระหวางบุคคล ในครอบครัว กระบวนการเปลี่ยนสถานะของ
สสาร การละลายของสสาร การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสสาร การผันกลับไดและการผนักลับไมไดของสสาร การหาแรง
และแรงลัพธ แรงเสียดทาน การหาแรงเสียดทาน การเขียนแผนภาพแสดงแนวของแรงและแรงเสยี ดทาน การไดย ินเสียผา น
ตัวกลางของเสียง เสียงดัง เสียงเบา การวัดระดับความดังของเสียง มลภาวะของเสียงและการปองกัน ดาวฤกษ ดาว
เคราะห แผนท่ดี าว การขน้ึ ตกของดวงดาว แหลง น้ำ วฏั จกั รของน้ำ การอนุรักษน ้ำ กระบวนการในการเกิด เมฆ หมอก ฝน
หิมะ น้ำคาง น้ำคางแข็ง และการใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหา มาใชพิจารณาในการแกปญหา การอธิบายการ
ทำงาน หรือการคาดการณผลลัพธ ศึกษาการออกแบบโปรแกรมอยางงายโดยใช storyboard ศึกษาการใชอินเทอรเน็ต
คนหาความรู การใชคำคนที่ตรงประเด็น กระชับ การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล ศึกษาการรวบรวมขอมูล การ
ประมวลผลอยา งงา ย วิเคราะหผ ลและสรา งทางเลือกท่เี ปนไปได ตลอดจนประเมินทางเลือก พรอ มทงั้ การนำเสนอขอมูลใน
รูปแบบตามความเหมาะสม ศึกษาการใชซอฟตแวรเพื่อแกปญหาในชีวิตประจาวัน การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง
ปลอดภยั เขา ใจสิทธแิ ละหนาทขี่ องตน เคารพในสิทธใิ นสทิ ธิของผอู น่ื

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมูล วิเคราะห
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรูความเขา ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรยี นรูได นำความรูไป
ใชใ นชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคานยิ มทเี่ หมาะสม

ตวั ชวี้ ัดท่ี
ว 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ว 1.3 ป.5/1 ป.5/2
ว 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ว 2.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ว 2.3 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ว 3.1 ป.5/1 ป.5/2
ว 3.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5
ว 4.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5

รวม 8 มาตรฐาน 32 ตัวชว้ี ัด

83

รหัสวชิ า ส15101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5
กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 5 จำนวน 80 ชั่วโมง/ป

ศึกษา วิเคราะห ความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมและ
หลักในการพัฒนาชาติไทย พุทธประวัติตั้งแตเสด็จกรุงกบิลพัสดุจนถึงพุทธกิจสำคัญ แบบอยางการดำเนินชีวิตและขอคิด
จากประวตั สิ าวก ชาดก/เร่ืองเลาและศาสนกิ ชนตัวอยางตามที่กำหนด องคประกอบ และความสำคญั ของพระไตรปฎ ก หรือ
คัมภีรข องศาสนาที่ตนนบั ถือ พระรัตนตรยั ไตรสกิ ขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนาหรือหลักธรรมของศาสนาท่ี
ตนนับถือ สวดมนตแผเมตตา มีสติที่เปนพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ี
ตนนบั ถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อการพัฒนาตนเองและส่ิงแวดลอม พิธีกรรมตามศาสนาที่ตนนบั ถือ มรรยาท
ของความเปนศาสนิกชนที่ดี สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ และหนาที่ในฐานะพลเมืองดี วิธีการปกปองคุมครองตนเอง
หรือผูอื่นจากการละเมิดสิทธิเด็ก วัฒนธรรมไทยที่มีผลตอการดำเนินชีวิตในสังคมไทย การอนุรักษและเผยแพรภูมิปญญา
ทองถิ่นของชุมชน โครงสราง อำนาจ หนาที่และความสำคัญของการปกครองสวนทองถิ่น บทบาทหนาที่ และวิธีการเขา
ดำรงตำแหนงของผูบริหารทองถิ่น ประโยชนท่ีชุมชน จะไดรับจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น ปจจัยการผลิตสินคาและ
บรกิ าร แนวคิดของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการทำกจิ กรรมตา ง ๆ ในครอบครวั โรงเรียนและชุมชน หลักการสำคัญ
และประโยชนของสหกรณ บทบาทหนาที่เบื้องตนของธนาคาร ผลดีและผลเสียของการกูยืม ขอมูลลักษณะทางกายภาพ
ของภมู ภิ าคของตนดวยแผนที่และรปู ถาย ลกั ษณะทางกายภาพท่สี งผลตอแหลงทรัพยากรและสถานทส่ี ำคัญในภูมิภาคของ
ตน สิ่งแวดลอมทางกายภาพที่มีอิทธิพลตอลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการยายถิ่นของประชากรในภูมิภาคของตน อิทธิพล
ของส่ิงแวดลอ มทางธรรมชาติที่กอใหเกดิ วิถีการดำเนินชีวติ ในภมู ภิ าคของตน ตวั อยางท่ีสะทอ นใหเห็นผลจากการรักษาและ
ทำลายสิ่งแวดลอ ม

โดยใชกระบวนการฝกทางทักษะ กระบวนการคิด วิเคราะห อธิบาย การสืบคน การอภิปราย การแกปญหา การ
เรยี นรู กระบวนการกลุม การจดั การดวยกระบวนการทางภมู ิศาสตรและการปฏิบตั ิเพื่อใหผูเรียนเกิดความรู ความคิด ความ
เขา ใจ มคี วามสามารถในการส่ือสาร มีความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะ
ชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ไดเรียนรูอยางมีความสุขและเห็นคุณคาจาการนำความรูไปใชประโยชนในการ
ดำเนนิ ชวี ติ เปนพลเมืองดขี องประเทศชาติและสังคมโลก ใหเกดิ ความรักชาติ ศาสน กษัตริย ซอื่ สตั ยส จุ ริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยอู ยา งพอเพยี ง มงุ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ

รหัสตัวชีว้ ัด ส 3.1 ป.5/1-ป.5/3
ส 1.1 ป.5/1-ป.5/7 ส 3.2 ป.5/1-ป.5/2
ส 1.2 ป.5/1-ป.5/3 ส 5.1 ป.5/1-ป.5/2
ส 2.1 ป.5/1-ป.5/4 ส 5.2 ป.5/1-ป.5/3
ส 2.2 ป.5/1-ป.5/3

รวม 8 มาตรฐาน 27 ตวั ช้ีวัด

84

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาประวตั ิศาสตร 5
รหสั วชิ า ส15102 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ป
กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 5

ศึกษาวิธีการหาขอมูลทางประวัติศาสตรเพื่อใหทราบขอมูล สืบคนความเปนมาของทองถิ่นโดยใชหลักฐานที่
หลากหลายท่ีเกิดขึ้นตามชวงเวลาตาง ๆ เชน เครื่องมือเครื่องใช อาวุธ โบราณสถาน โบราณวัตถุ รวบรวมขอมูลจาก
แหลง ตา ง ๆ เพ่ือตอบคำถามทางประวตั ิศาสตรอยา งมีเหตุผล อธิบายความแตกตา งระหวางความจรงิ กบั ขอเท็จจริงเก่ียวกับ
เรื่องราวในทองถิ่น อธิบายอิทธิพลของอารยธรรมอินเดียและจีนที่มีตอไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยสังเขป
อภปิ รายอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตา งชาตทิ ่ีมผี ลตอสงั คมไทยปจจุบัน โดยสงั เขป อธบิ ายพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและ
ธนบรุ ีโดยสงั เขป อธบิ ายปจ จยั ที่สงเสริมความเจริญรงุ เรือง ทางเศรษฐกจิ และการปกครองของอาณาจักรอยธุ ยาบอกประวัติ
และผลงานของบุคคลสำคัญสมัยอยธุ ยาและธนบุรี ที่นาภาคภูมิใจและควรคา แกก ารอนรุ ักษไว

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตาง ๆ พรอมนำเสนอความเปนมาของทองถิ่นโดยอางอิง
หลักฐานที่หลากหลายดวยวิธีการตาง ๆ เชน การเลาเรื่องการเขียนอยางงาย ๆ การจัดนิทรรศการอยางเปนระบบ
เพื่อใหผูเรียนเขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปจจุบัน และเขาใจความเปนมาของวัฒนธรรมภูมิปญญาไทย
ตระหนักและเห็นคุณคาของเวลา วิถีชีวิตของชุมชนจากอดีตถึงปจจุบัน และมีความรักความภูมิใจในความเปนไทย ภูมิ
ปญ ญาไทย และธำรงรักษาความเปนไทย

รหสั ตัวช้วี ัด
ส 4.1 ป.5/1/,ป.5/2,ป.5/3
ส 4.2 ป.5/1/,ป.5/2
ส 4.3 ป.5/1/,ป.5/2,ป.5/3,ป.5/4
รวม 3 มาตรฐาน 9 ตวั ชี้วดั

สาระทอ งถิน่
มาตรฐาน ส 4.1 เขาใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร สามารถใชวิธีการทาง

ประวตั ิศาสตรมาวิเคราะหเหตกุ ารณต าง ๆ อยา งเปน ระบบ
ส 4.1 ป.5/1 สืบคนความเปนมาของทองถิ่นโดยใชหลักฐานที่หลากหลายท่ีเกิดขึ้นตามชวงเวลาตางๆ เชน

เครื่องมือเครื่องใช อาวุธ โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนำเสนอความเปนมาของทองถิ่นโดย
อางอิงหลักฐานที่หลากหลายดวยวิธีการตาง ๆ เชน การเลาเรื่องการเขียนอยางงาย ๆ การจัด
นิทรรศการ

85

รหสั วชิ า พ15101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวชิ าสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5

กลมุ สาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา จำนวน 80 ชั่วโมง/ป
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 5
ศึกษาระบบยอยอาหาร ระบบขบั ถา ย รวมถึงวธิ ีการดูแลรกั ษา การเปลี่ยนแปลงทางเพศและการดแู ลตนเอง
ท่ถี กู ตอง การวางตนทีเ่ หมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทย แกป ญหาความขดั แยงในครอบครวั ทเ่ี กิดจากพฤติกรรมที่ไมพงึ
ประสงคป ฏบิ ตั ติ นตามสุขบัญญัติแหง ชาติ วิเคราะหอิทธพิ ลของส่ือทีม่ ผี ลตอสขุ ภาพ ปฏิบัติตนปอ งกันโรคท่เี กิดใน
ชีวิตประจำวัน และปฏบิ ตั ติ นเพื่อปองกันอนั ตรายจากการเลนกีฬา ปฏิบตั ิตนเพื่อความปลอดภยั จากการใชย าและหลีกเลย่ี ง
สารเสพติดวิเคราะหผ ลผลกระทบของการใชยาและสารเสพท่ีมีผลตอรา งกาย จติ ใจ อารมณ สังคม และสตปิ ญ ญา ทำลาย
ตนเอง ครอบครวั สังคม การปฏิบตั ิและการหลีกเล่ยี งสารเสพตดิ และส่ืออนิ เตอรเนต็ เกมทมี่ ีอิทธิพลตอพฤติกรรมสขุ ภาพ
วิธีการปองกันอันตรายจากการเลน กีฬา ศกึ ษาเพื่อใหม คี วามรู มที ักษะในการจัดรูปแบบการเคลื่อนไหวรา งกายแบบ
ผสมผสาน และการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทางกายทง้ั แบบขณะอยูกับที่ เคลื่อนไหวและการใชอ ุปกรณป ระกอบในการเลน ยดื หยนุ
ขนั้ พื้นฐานดว ยการกลิ้ง มวนตัว กระโดด หอ ยโหน หกกบ หกสามเสา หกสงู การทรงตัว ความออนตวั ความคลองตัว
เพื่อใหม ีความสามารถในการเคล่ือนไหวขัน้ พื้นฐานไดอ ยางมขี ั้นตอน ปลอดภยั มคี วามอดทน มกี ารตัดสนิ ใจ และการทรง
ตวั ท่ีดี
มีเจตคตทิ ดี่ ีตอการเรยี นยืดหยุนข้นั พื้นฐานการสรางเสริมสุขภาพ มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ าในการเลน ยืดหยุน
ข้นั พ้นื ฐานอยางเครงครัด โดยใชการกระบวนการกลุม การอธิบาย บอก ระบุ การแสดง และการปฏิบัตติ าม
สขุ บญั ญัตแิ หง ชาติ เพอ่ื ใหมีสุขภาพดที ้ังรางกาย จิตใจ และสังคม รวมถงึ การปฏบิ ัติการเคล่อื นไหวอยูก ับท่ี เคลอ่ื นท่ี
และเคล่ือนไหวและเคลื่อนไหวโดยใชอ ปุ กรณนำทักษะเกย่ี วกบั การเคลอ่ื นไปใชในชีวติ ประจำวนั ไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

ตัวช้ีวัด
พ 1.1 ป. 5/1 , ป. 5/2
พ 2.1 ป.5/1 , ป. 5/2, ป. 5/3
พ 3.1 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป. 5/3, ป. 5/4 , ป. 5/5 , ป. 5/6
พ 3.2 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป.5/3 , ป. 5/4
พ 4.1 ป. 4/1 , ป. 4/2 , ป. 4/3 , ป. 4/4, ป. 4/5
พ 5.1 ป. 5/1 , ป. 5/2 , ป. 5/3 , ป. 5/4 , ป. 5/5

รวม 6 มาตรฐาน 25 ตัวช้ีวัด

86

รหสั วชิ า ศ15101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี 5 รายวชิ า ศิลปะ 5 จำนวน 80 ชั่วโมง/ป

ศึกษาจังหวะ ตำแหนงของสิ่งตาง ๆ ในสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป หลักการใชวัสดุอุปกรณในการสรางงาน
ทศั นศิลปในรปู แบบทต่ี างกนั หลักการของแสงเงา น้ำหนกั และวรรณะสีในการวาดภาพระบายสี หลกั การปน ดินน้ำมันหรือ
ดินเหนียว หลักการพิมพภาพ การจัดองคประกอบของภาพในงานทัศนศิลป ประโยชนและคุณคาของงานทัศนศิลป
ลกั ษณะรปู แบบของพวงมโหตร สไบมอญ เครอ่ื งปน ดินเผาทเี่ ปน งานทัศนศิลปในทองถ่ิน ศึกษาองคประกอบของดนตรีใน
เพลงที่ใชในการสื่ออารมณ ลักษณะของเสียงขับรองและเครื่องดนตรีที่อยูในวงดนตรีประเภทตาง ๆ หลักการอาน - เขียน
โนตไทย - สากล 5 ระดับเสียง การใชเครื่องดนตรีบรรเลงจังหวะและทำนอง หลักการขับรองเพลงไทยและเพลงสากล
หลักการดนสดแบบถาม - ตอบ รวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ ความสัมพันธและคุณคาดนตรีใน
ประเพณีการแกนางหงส และการบรรเลงเพลงบานบัวหลวงโดยวงปพาทยมอญ ศึกษาองคประกอบของนาฏศิลป
หลักการแสดงทาทางประกอบเพลงหรือเรื่องราวตามความคิดของตนโดยเนนการใชภาษาทา และนาฏยศัพทในการส่ือ
ความหมายและการแสดงออก การเขียนเคาโครงเรื่องหรือ บทละครสั้น ๆ ประโยชนท่ีไดรับจากการชมการแสดงนาฏศิลป
ชุดตาง ๆ ที่สะทอนถึงวัฒนธรรมและประเพณี ในแตละทอ งถิ่น ไดแก การแสดงนาฏศิลปชุดทะแยมอญ การรักษาและ
สืบทอดการแสดงนาฏศิลปชุดทะแยมอญ

เพื่อสามารถบรรยายเกี่ยวกับจังหวะ ตำแหนงของสิ่งของตาง ๆ ที่ปรากฏในสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป
เปรียบเทียบความแตกตางระหวางทศั นศิลป ที่สรางสรรคดวยวัสดุอุปกรณและวิธีการที่ตางกัน วาดภาพโดยใชเทคนิคของ
แสงเงา น้ำหนกั และวรรณะของสี สรางสรรคง านปนและงานภาพพิมพ บรรยายความหมายของงานตนเอง บอกประโยชน
และคณุ คาของงานทัศนศลิ ปท่ีมีตอชวี ติ และสงั คม และสามารถเชื่อมโยงความรขู องวัฒนธรรมทอ งถ่ินกับงานทัศนศิลปใน
ทองถิ่น อันไดแก พวงมโหตร สไบมอญ เครื่องปนดินเผา เพื่อสามารถระบุองคประกอบของดนตรีที่เปนพื้นฐานในการ
สื่อสารอารมณ ไดแก จังหวะ และทำนอง จำแนกลักษณะของเสียงรองและเสียงของเครื่องดนตรี ใชเครื่องดนตรีบรรเลง
ประกอบจงั หวะและทำนอง รอ งเพลงไทยหรือสากล แสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค อธิบายความสัมพันธ และคุณคา
ระหวางดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมตาง ๆ เพื่อสามารถบรรยายองคประกอบนาฏศิลป ประดิษฐทารำประกอบเพลง
หรือประกอบการเคลื่อนไหว แสดงระบำ ฟอน รำวงมาตรฐาน เขียนเคาโครงเร่ืองและบทละครนาฏศิลป เปรียบเทียบการ
แสดงนาฏศลิ ป และบอกประโยชนท่ไี ดรบั จากการชมการแสดงชุดรำทะแยมอญ โดยใชก ระบวนการถายทอด กระบวนการ
คิด การเปรียบเทียบ การฝกทักษะความชำนาญ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ และทักษะความชำนาญ สามารถถายทอด
เพือ่ การอนรุ กั ษ ตระหนักถงึ คณุ คา ของนาฏศลิ ปท่ถี ือเปนเอกลกั ษณป ระจำชาติ และนยิ มไทย

รหัสตัวชวี้ ัด ศ 1.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 1.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3,ป.5/4, ป.5/5,ป.5/6, ป.5/7 ศ 2.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 2.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3,ป.5/4, ป.5/5,ป.5/6, ป.5/7 ศ 3.2 ป.5/1, ป.5/2
ศ 3.1 ป.5/1, ป.5/2, ป.5/3,ป.5/4, ป.5/5,ป.5/6
รวม 6 มาตรฐาน 26 ตัวชว้ี ดั

87

สาระทองถนิ่ เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน
มาตรฐาน ศ 1.2 มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถนิ่ ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
ศ 1.2 ป.5/1 ระบุ และบรรยายเก่ยี วกับลกั ษณะรปู แบบของงานทัศนศิลปพ วงมโหตร สไบมอญ เครื่องปน ดินเผา ใน
ศ 1.2 ป.5/2 แหลง เรียนรูห รือนทิ รรศการศลิ ปะ
มาตรฐาน ศ 2.2 อภิปรายเก่ยี วกับวัสดุ อปุ กรณ วิธีการในการทำงานทัศนศลิ ปพวงมโหตร สไบมอญ เครอื่ งปนดินเผา
ศ 2.2 ป.5/1 ท่ีสะทอ นวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาในทองถิน่
มาตรฐาน ศ 3.2 เขาใจความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคาของดนตรีที่เปนมรดกทาง
ศ 3.2 ป.5/3 วัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถนิ่ ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล
ศ 3.2 ป.5/4 อธิบายความสัมพันธระหวางดนตรีกับประเพณีการแหนางหงส และบทบาทของดนตรีในวงปพาทย
มอญบรรเลงเพลงบานบัวหลวง
เขา ใจความสมั พันธระหวา งนาฏศลิ ป ประวตั ิศาสตรและวัฒนธรรม เห็นคุณคาของนาฏศลิ ปท่ีเปนมรดก
ทางวัฒนธรรมภูมิปญญาทองถิน่ ภูมิปญญาไทยและสากล
อธบิ ายความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรยี นและการแสดงความเคารพในการเรยี นและการ
แสดงนาฏศลิ ปช ดุ ทะแยมอญ
ระบุเหตุผลท่คี วรรกั ษา และสบื ทอดการแสดงนาฏศิลปชุดทะแยมอญ

88

รหสั วิชา ง15101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 5 รายวิชา การงานอาชีพ 5 จำนวน 40 ชัว่ โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห อธิบายเหตุผลในการทำงานแตละขั้นตอนถูกตองตามกระบวนการทำงาน ใชทักษะการจัดการใน
การทำงานอยางเปน ระบบ ประณีต และมีความคดิ สรา งสรรค ปฏิบัติตนอยางมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว
มจี ติ สำนึกในการใชพลงั งานและทรพั ยากรอยางประหยดั และคมุ คา

อธิบายความหมายและวิวัฒนาการของปฏิบัติ สรางสิ่งของเครื่องใชตามความสนใจอยางปลอดภัย โดยกำหนด
ปญหาหรือความตองการ รวบรวมขอมูล เลือกวิธีการ ออกแบบโดยถายทอดความคิด เปนภาพราง 3 มิติ ลงมือสรางและ
ประเมินผล นำความรูและทักษะการสรางชิ้นงานไปประยุกตในการสรางสิ่งของเครื่องใช มีความคิดสรางสรรคอยางนอย 2
ลักษณะ ในการแกปญหาหรือสนองความตองการ เลือกใชเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรคตอชีวิต สังคม และมี
การจัดการสง่ิ ของเครือ่ งใชด ว ยการแปรรปู แลวนำกลบั มาใชใหม

รหัสตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
ง 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4
รวม 2 มาตรฐาน 8 ตัวชีว้ ัด

89

รหสั วชิ า อ15101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 5 จำนวน 80 ช่ัวโมง/ป

ศึกษาวิธีการถาม การตอบคำถาม การโตตอบบทสนทนาที่ใชในชีวิตประจำวัน เชน การกลาวทักทาย ขอบคุณ
กลาวลา ขอโทษ การรูคำศัพทและเขาใจความหมายของคำศัพทเกี่ยวกับสิ่งตางๆรอบตัว ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไมมีชีวิต เชน
คำศัพทเกี่ยวกบั การทำกิจกรรมในสถานที่ตางๆ เทศกาล วันสำคัญ ขนบธรรมเนียมประเพณี งานฉลองของวฒั นธรรมไทย
ที่มคี วามแตกตางกันกับวฒั นธรรมของชาวตางชาติหรอื เจา ของภาษา เขา ใจรูปแบบพฤติกรรม การใชถอยคำ น้ำเสียงและ
กิรยิ าทาทาง มารยาทสังคม วฒั นธรรมของเจาของภาษาอยา งสุภาพ เหมาะสมกบั วยั และถกู ตอ งตามกาลเทศะ

โดยใชกระบวนการปฏิบัติ การคิดรวบยอด การเรียนภาษา การแกปญหา และกระบวนการทำงานเปนกลุม
เพื่อใหเกิดความรู ทักษะในการนำไปใชในสถานการณตาง ๆ ไดเห็นคุณคาของการใฝเรียนรู มีวินัย มุงมั่นในการทำงาน
อยูอยา งพอเพยี ง รา เรงิ รักชาติ ศาสน กษตั ริย และมเี หตผุ ลในการนำไปใชในชีวิตประจำวันอยางเหมาะสม

ตวั ช้วี ัด
ต 1.1 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4 ,
ต 1.2 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 , ป 5/4 , ป 5/5
ต 1.3 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3 ,
ต 2.1 ป 5/1 , ป 5/2 , ป 5/3
ต 2.2 ป 5/1 , ป 5/2 ,
ต 3.1 ป 5/1,
ต 4.1 ป 5/1 ,
ต 4.2 ป 5/1
รวม 8 มาตรฐาน 20 ตัวช้ีวัด

90

รายวิชา / กจิ กรรม ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 6 คาบ/สปั ดาห
เวลาเรียน (ช่ัวโมง / ป) 21
รายวิชาพื้นฐาน 840 4
ท16101 ภาษาไทย 6 160 4
ค16101 คณิตศาสตร 6 160 3
ว16101 วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 6 120 2
ส16101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 80 1
ส16102 ประวตั ิศาสตร 6 40 2
พ16101 สุขศึกษา และพลศกึ ษา 6 80 2
ศ16101 ศลิ ปะ 6 80 1
ง16101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6 40 2
อ16101 ภาษาองั กฤษ 6 80 6
รายวิชาเพิม่ เติม 240 1
ท16202 เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 6 40 1
ค16201 คณิตศาสตรเ พ่ิมเตมิ 6 40 1
ว16282 คอมพวิ เตอร 6 40 2
อ16204 หลกั ภาษาองั กฤษ 6 80 1
I16201 การศึกษาเพื่อเรียนรู 3 40 3
กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น 120 1
กิจกรรมแนะแนว 40 1
กิจกรรมนกั เรยี น 1
- ลกู เสอื /ยุวกาชาด 40 -
- ชมรม / ชมุ นุม 30 30
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 10
รวมเวลาเรยี นท้ังสิ้น 1,200

* กจิ กรรมปอ งกนั การทุจริต บรู ณาการกบั กิจกรรมลกู เสือ

91

ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 6 (IEP & MEP)
รายวิชา / กจิ กรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง / ป) คาบ/สปั ดาห
รายวิชาพนื้ ฐาน 840 21
ท16101 ภาษาไทย 6 160 4
ค16101 คณิตศาสตร 6 160 4
ว16101 วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 6 120 3
ส16101 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 6 80 2
ส16102 ประวตั ศิ าสตร 6 40 1
พ16101 สุขศึกษา และพลศึกษา 6 80 2
ศ16101 ศิลปะ 6 80 2
ง16101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 6 40 1
อ16101 ภาษาองั กฤษ 6 80 2
รายวชิ าเพ่ิมเติม 280 6
ค16201 คณิตศาสตรเ พ่ิมเติม 6 40 1
ว16282 คอมพิวเตอร 6 40 1
อ16202 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6 80 2
อ16203 หลักภาษาองั กฤษ 6 40 1
I16201 การศกึ ษาเพ่ือเรียนรู 3 40 1
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น 120 3
กิจกรรมแนะแนว 40 1
กจิ กรรมนักเรยี น
- ลูกเสือ/ยวุ กาชาด 40 1
- ชมรม / ชุมนมุ 40 1
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 10 -
รวมเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ 1,200 30

* กจิ กรรมปอ งกนั การทุจรติ บูรณาการกับกิจกรรมลกู เสือ

92

รหสั วชิ า ท16101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปที่ 6 รายวิชาภาษาไทย 6 จำนวน 160 ช่วั โมง/ป

อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอความ
ที่เปนโวหารตาง ๆ สำนวนเปรียบเทยี บ งานเขียนประเภทโนมนาว บทโฆษณา ขาวและเหตุการณสำคญั งานเขียนเชงิ
อธบิ าย คำสั่ง ขอแนะนำและปฏิบตั ิตาม ขอมลู จากแผนผัง แผนที่ และกราฟ คัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึง
บรรทัดตามรูปแบบการเขยี นตวั อักษรไทย เขียนส่อื สาร เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เขียนเรยี งความ ยอ
ความจากสื่อตาง ๆ เขียนจดหมายสวนตัว กรอกแบบรายการ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสรางสรรค พูดแสดงความรู
ความเขาใจจุดประสงคของเรื่องที่ฟงและดูจากสื่อตาง ๆ วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำ กลุมคำหรือวลี กลอนสุภาพ
สำนวนท่ีเปน คำพังเพยและสภุ าษิต แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมไทยในบทเรียนและตามความสนใจ
เลานทิ านพ้ืนบานทอ งถ่ินตนเอง เรื่อง เตาสามโคก (แมะกะลอยกบั แมะกะเล็ต) นิทานพ้ืนบา นของทองถ่นิ อ่ืน บทอาขยาน
และบทรอยกรองที่มคี ุณคา

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะหและเขียนสื่อความ การอานออกเสียง อานในใจ การเขียนและการคัดลายมือ การ
ฟง การดู และการพูด เพื่อใหนักเรียนมีมารยาทในดานการอาน การเขียน การฟง การดู และการพูด มีความซื่อสัตยส ุจริต
ตอหนาทขี่ องตนเอง มรี ะเบียบวนิ ัยในการเรยี น การปฏบิ ตั ิงาน เปนผูท่ใี ฝเ รยี นใฝรูอยูอยางพอเพียง มงุ มัน่ ในการทำงาน รัก
ความเปนไทยอนรุ ักษภ าษาไทยและตัวเลขไทย สืบสานวัฒนธรรมไทยใหค งอยตู ลอดไปช่วั รนุ ลูกหลาน และมีจิตสาธารณะ

รหัสตัวช้ีวดั
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4

รวม 5 มาตรฐาน 34 ตัวช้ีวัด

สาระทองถ่ิน
มาตรฐาน 4.1 เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภมู ิปญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน 5.1 เขาใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคาและนำมาประยุกตใ ช

ในชวี ิตจรงิ
ท 5.1 ป.6/2 เลา นิทานพน้ื บา นทองถ่นิ ตนเอง เรอื่ ง เตาสามโคก (แมะกะลอยกบั แมะกะเล็ต) และนทิ านพน้ื บา นของ

ทอ งถิ่นอน่ื

93

รหัสวิชา ค16101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 รายวชิ าคณิตศาสตร 6 จำนวน 160 ช่ัวโมง/ป

ศกึ ษาตวั ประกอบ จำนวนเฉพาะ และตัวประกอบเฉพาะ การแยกตวั ประกอบ ห.ร.ม. ค.ร.น. โจทยปญ หาเก่ียวกับ
ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การเปรียบเทียบเศษสวนและจำนวนคละ การเรียงลำดับเศษสวนและจำนวนคละ การบวก การลบ
เศษสว นและจำนวนคละ การแกโ จทยปญหาเศษสวนและจำนวนคละ การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสวนและจำนวน
คละ การแกโจทยปญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสวน และจำนวนคละ ความสัมพันธระหวางเศษสวนและ
ทศนิยม การหารทศนิยมที่ตัวหารและผลหารเปนทศนิยมไมเกิน 3 ตำแหนง โจทยปญหาเกี่ยวกับทศนิยม อัตราสวน
อัตราสวนที่เทากัน มาตราสวน โจทยปญหาอัตราสวนและมาตราสวน โจทยปญหารอยละ ชนิดและสมบัติของรูป
สามเหลี่ยม การสรางรปู สามเหล่ียม สว นตาง ๆ ของวงกลม การสรา งวงกลม ความยาวรอบรปู และพื้นทข่ี องรูปสามเหล่ียม
มุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยม โจทยปญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและ
พื้นท่ขี องรปู หลายเหลยี่ ม ความยาวรอบรปู และพ้ืนท่ีของวงกลม โจทยป ญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม
ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย และพีระมดิ รปู คล่ีของทรงกระบอก กรวย ปริซมึ และพรี ะมิด ปรมิ าตรของรูปเรขาคณิตสาม
มติ ทิ ปี่ ระกอบดว ยทรงส่เี หลี่ยมมุมฉาก โจทยป ญหาเก่ยี วกับปรมิ าตรของรปู เรขาคณติ สามมติ ิที่ประกอบดวยทรงสี่เหลี่ยมมุม
ฉาก การแกป ญ หาเกีย่ วกับแบบรปู และการนำเสนอขอมูล

โดยการจัดประสบการณหรือสรางสถานการณที่ใกลตัวผูเรียนไดศึกษา คนควา ฝกทักษะ โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การเชื่อมโยง การ
สือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิ่ง
ตาง ๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค เพื่อใหเห็นคุณคาและมีเจตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยาง
เปน ระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสรา งสรรคแ ละมคี วามเชอ่ื มน่ั ในตนเอง

รหสั ตัวชว้ี ดั
ค 1.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5,ป.6/6,ป.6/7,ป.6/8,ป.6/9,ป.6/10,ป.6/11,ป.6/12
ค 1.2 ป.6/1
ค 2.1 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3
ค 2.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4
ค 3.1 ป.6/1

รวม 5 มาตรฐาน 21 ตวั ชวี้ ัด

94

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 6
รหสั วิชา ว16101 จำนวน 120 ชั่วโมง/ป
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปท่ี 6

ศกึ ษารางกายของเรา อาหาร สารอาหาร และพลังงาน ระบบยอยอาหาร สารผสม วธิ กี ารแยกสารผสม ไฟฟา แรง
ไฟฟา วงจรไฟฟา การตอวงจรไฟฟา ปรากฏการณของโลก เงามืดและเงามวั จนั ทรุปราคาและสุรยิ ุปราคา เทคโนโลยีอวกาศ
ความกา วหนา ของเทคโนโลยีอวกาศ ประโยชนของเทคโนโลยีอวกาศ หนิ ในทองถ่ิน ประเภทของหินและการเกดิ วัฏจกั รของ
หิน ประโยชนข องหินและแร ซากดึกดำบรรพ ลมบก
ลมทะเล และมรสุม ภยั ธรรมชาติ และปรากฏการณเรือนกระจก การใชเ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป ญหา
การออกแบบโปรแกรมโดยเขียนเปน ขอ ความหรือผงั งานการคน หาอยางมีประสทิ ธภิ าพจากแหลงขอมลู ท่ีนาเช่ือถืออันตราย
จากการใชงาน อาชญากรรมทางอินเตอรเ น็ต และแนวทางการปอ งกนั

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การ
เปรยี บเทยี บขอมูลจากหลักฐานเชิงประจักษและการอภิปราย เพื่อใหเ กิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่
เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ มทเ่ี หมาะสม ใชท กั ษะการออกแบบและใชอินเทอรเ นต็ คนควาขอมูลอยา งมีประสิทธิภาพ

รหสั ตัวช้ีวัด
ว 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ว 2.1 ป.6/1
ว 2.2 ป.6/1
ว 2.3 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8
ว 3.1 ป.6/1, ป.6/2
ว 3.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ว 4.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4

รวม 7 มาตรฐาน 30 ตัวช้ีวัด

95

คำอธิบายรายวชิ า รายวิชา ประวัตศิ าสตร 6
รหสั วชิ า ส16102 จำนวน 40 ชัว่ โมง/ป
กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 6

ศึกษาความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรอยางงาย ๆ ศึกษาเรื่องราวในทองถิ่น เชน ความ
เปนมาของภูมินามของสถานที่ในทองถิ่น เหตุการณสำคัญในทองถิ่น ประวัติและผลงานสำคัญของบุคคลในทองถ่ิน

ตวั อยา งหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรที่เหมาะสม ท่จี ะนำมาใชในการศึกษาเหตุการณส ำคัญในประวัติศาสตรไทย ใน
สมัยรัตนโกสินทร เชน พระราชหัตถเลขาของ รัชกาลที่ 4 หรือรัชกาลที่ 5 กฎหมายตราสามดวง เปนตน ขอมูลที่ไดจาก
หลักฐานทั้งความจริงและขอเท็จจริง ขอมูลจากหลักฐานที่หลากหลายในการทำความเขาใจเรื่องราวสำคัญในอดีตไดดวย
วิธีการตาง ๆ ไดอยางนาสนใจ สภาพสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบนั โดยสังเขป เชื่อมโยง
และเปรียบเทียบกับประเทศไทย ความเปนมาสมาชิกของอาเซียนและความสัมพันธของกลุมอาเซียนทางเศรษฐกิจและ
สังคมในปจจุบันโดยสังเขป ประเทศเพื่อนบานที่มีความสัมพันธกับประเทศไทย ความสัมพันธของกลุมอาเซียน เกิดความ
เขาใจอันดีระหวาประเทศ ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม และอยูรวมกันไดอยางสันติสุข พัฒนาการของไทยสมัย
รัตนโกสินทร ในเรื่องเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักรและปจจัยที่สงเสริมความเจริญรุง เรืองทางเศรษฐกจิ และการปกครอง
ชวยพัฒนาการทางดานตาง ๆ โดยสังเขป ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญดานตางๆ ในสมัยรัตนโกสินทร เชน
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช สมเดจ็ พระบวรราชเจา มหาสรุ สิงหนาท พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา
เจาอยูห ัว และภมู ปิ ญญาไทยท่ีสำคัญสมยั รัตนโกสนิ ทรทีน่ า ภาคภูมใิ จและควรคาแกการอนุรักษ

โดยใชกระบวนการฝกทางทักษะ กระบวนการคิด วิเคราะห อธิบาย การสืบคน การอภิปราย การแกปญหา การ
เรียนรู กระบวนการกลุม การจัดการและการปฏิบัติเพื่อใหผูเรียนเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการ
สอื่ สาร มคี วามสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกปญ หา ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต ความสามารถในการใช
เทคโนโลยี ไดเรียนรูอยางมีความสุขและเห็นคุณคาจาการนำความรูไปใชประโยชนในการดำเนินชีวิต เปนพลเมืองดีของ
ประเทศชาติและสังคมโลก ใหเ กิดความรกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซ่อื สตั ยสุจริต มวี นิ ัย ใฝเ รยี นรู อยูอยา งพอเพียง มงุ มัน่ ในการ
ทำงาน รักความเปน ไทย มจี ติ สาธารณะ

รหัสตัวชว้ี ดั ป.6/1, ป.6/2
ส 4.1 ป.6/1/ , ป.6/2
ส 4.2 ป.6/1/ , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
ส 4.3

รวม 3 มาตรฐาน 8 ตัวชี้วดั

96

คำอธิบายรายวชิ า รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 6
รหัสวิชา ส16101 จำนวน 80 ชั่วโมง/ป
กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 6

ศกึ ษา วิเคราะห เรื่องความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาในฐานะเปนศาสนาประจำชาติและความสำคัญของศาสนาท่ี
ตนนับถอื ประวัติศาสดา หลักธรรมสำคญั ของศาสนาตางๆ พธิ ีกรรมทางศาสนา กฎหมายท่ีเก่ยี วกับชีวิตประจำวัน
ประโยชนของการปฏิบัตติ นตามกฎหมาย ความหมาย ประเภทการเปล่ียนแปลง ความแตกตา ง การอนุรักษว ฒั นธรรม ขา ว
และเหตุการณ การปกครองสวนทอ งถนิ่ กิจกรรมประชาธปิ ไตย การเลอื กตั้ง บทบาทของผผู ลติ และผูบ ริโภค การใช
ทรัพยากรอยางย่ังยืน ระบบเศรษฐกจิ หนว ยเศรษฐกจิ ความสัมพนั ธทางเศรษฐกจิ ภาษี สิทธิผูบรโิ ภค และผใู ชแ รงงาน
การรวมกลุมเชงิ เศรษฐกิจ ลักษณะทางกายภาพของประเทศไทย ความสัมพันธระหวางลกั ษณะทางกายภาพกบั ภยั
ธรรมชาติ ภมู ิลักษณท ีม่ ีอทิ ธิพล ตอ ภูมสิ งั คมของไทย ส่ิงแวดลอ ม ความสัมพันธร ะหวางมนษุ ยก บั ส่ิงแวดลอ ม ความเสอ่ื ม
โทรมของทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ มและผลกระทบท่ีเกิดข้ึน แนวการใชและการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

โดยใชกระบวนการคดิ กระบวนการสบื คน ขอมลู กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสงั คมกระบวนการ
กลมุ กระบวนการแกป ญหาเพอื่ ใหเ กดิ ความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบตั ใิ นการดำเนินชวี ติ มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม มี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคในดา นรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย มหี ลักธรรมในการดำเนนิ ชวี ติ รกั ความเปน ไทย มจี ิต
สาธารณะ และสามารถดำเนินชีวิตในสังคมไดอยางสันติสขุ

รหสั ตัวชี้วัด
ส 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ส 1.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
ส 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ส 2.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ส 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3
ส 3.2 ป.6/1, ป.6/2
ส 5.1 ป.6/1, ป.6/2
ส 5.2 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3

รวม 8 มาตรฐาน 31 ตวั ชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version