The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kungnangkap, 2022-09-17 09:46:41

หลักสูตร 64

หลักสูตร 64

197

รหัสวชิ า ศ21105 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 1 รายวชิ านาฏศิลป 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ
ภาคเรียนท่ี 2

ศึกษาวิเคราะห และเชื่อมโยงการเรียนรูระหวางนาฏศิลปและการละครกับสาระการเรียนรูอื่น ๆ อธิบายการบูร
ณาการศิลปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดงและสามารถสรางสรรคการแสดงโดยใชองคประกอบนาฏศิลปและการละคร
วิเคราะหการแสดงของตนเองและผูอื่นโดยใชนาฏยศัพทหรือศัพททางการละครที่เหมาะสม เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะ
ของการแสดงนาฏศิลปจ ากวัฒนธรรมตา ง ๆ การนำความรูไ ปใชกบั กลมุ สาระการเรียนรอู น่ื ๆ และชีวติ ประจำวนั

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ การเรียนรูเทคนิค วิธีการทำงาน ตลอดจนเปดโอกาสใหแสดงออกอยางอิสระมี
ความคดิ รเิ ริม่ สรางสรรค จินตนาการ มีสนุ ทรยี ภาพ สรางสรรคง านดวยความชนื่ ชมและเหน็ คุณคา ของนาฏศิลปไทยและ
นานาชาติ

รหสั ตัวช้วี ดั
ศ 3.1 ม.1/3 ม.1/4
ศ 3.2 ม.1/1 ม.1/2
รวม 2 มาตรฐาน 4 ตัวชีว้ ัด

198

รหัสวชิ า ศ21104 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 1 รายวชิ า ดนตรี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกิต
ภาคเรียนท่ี 1

ศึกษาและวิเคราะหประเภทประโยคของเพลงและเครื่องดนตรี ทิศทางการเคลื่อนที่ขึ้น - ลงของทำนองเพลง
ความสำคัญตา งๆ ในทองถิน่ วิธีการเก็บรกั ษาเคร่อื งดนตรอี ยางไรใหสามารถชวยยืดอายุการใชง านไดอยางยาวนาน

เพอื่ ใหส ามารถจำแนกประเภทของเคร่ืองดนตรีที่ใชในเพลงท่ีฟงและบอกประโยคเพลงอยา งงาย พรอมท้ังระบุทิศ
ทางการเคลอ่ื นทข่ี น้ึ - ลงงายๆ ของทำนอง รปู แบบ ความเร็วของจงั หวะเพลงฟง และระบุดนตรีทีส่ ามารถใชใ นการสอ่ื สาร
เรื่องราวความสำคัญในการอนุรักษสงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี โดยการบอกแหลงท่ีมาของความสัมพันธของวิถชี วี ติ ไทยที่
สะทอ นในดนตรแี ละเพลงทองถ่ิน การอา นเขียนโนตไทย - สากล รองเพลงโดยใชช วงเสียงทีเ่ หมาะสมกับตนเอง รวมทั้งใช
และเกบ็ เครอ่ื งดนตรีอยางถกู ตองและปลอดภัย

ตวั ชี้วัด
ศ 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ศ 2.2 ม.2/1, ม.2/2
รวม 1 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวัด

199

รหัสวิชา ศ21107 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 1 รายวิชา ดนตรี 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ
ภาคเรยี นท่ี 2

ศึกษาและวิเคราะหเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทยที่ใชในบริบทตาง ๆ องคประกอบของทำนองเพลง ความสำคัญ
ตางๆ วิธีการเก็บรกั ษาเครอ่ื งดนตรอี ยางไรใหส ามารถชวยยดื อายกุ ารใชง านไดอยา งยาวนาน

เพื่อใหสามารถจำแนกประเภทของเครื่องดนตรีละวงดนตรีไทยที่ใชในเพลงที่ฟงและบอกประโยคเพลงอยางงาย
พรอ มทง้ั บอกองคป ระกอบของดนตรี ส่ือสารอารมณ จากความเร็วของจังหวะเพลงฟง และระบเุ ครอ่ื งดนตรีทีส่ ามารถใชใน
การสอ่ื สารเรอ่ื งราวความสำคัญในการอนุรักษสง เสริมวฒั นธรรมทางดนตรี โดยการบอกแหลงท่ีมาของความสัมพันธของวิถี
ชีวิตไทยที่สะทอนในดนตรีและเพลงทองถิ่น สามารถเปาขลุยเพียงออและรองเพลงโดยใชชวงเสียงที่เหมาะสมกับตนเอง
รวมทงั้ ใชแ ละเกบ็ เครือ่ งดนตรีไดอ ยางถูกตอ งและปลอดภยั

ตวั ชวี้ ัด
ศ 2.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9
รวม 1 มาตรฐาน 6 ตัวชี้วัด

200

รหัสวชิ า ง21101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 รายวิชาการงานอาชีพพืน้ ฐาน 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนว ยกติ

ภาคเรียนท่ี 1

วิเคราะหและอธิบายขั้นตอนการใชอุปกรณอำนวยความสะดวกในการทำงานบาน การจัดและตกแตงหอง การ
เตรียมประกอบ จัด ตกแตง และบริการอาหาร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประดิษฐของใชของตกแตงจากวัสดุ
ในทอ งถน่ิ การจัดสวนในภาชนะ การซอ มแซมอุปกรณและเคร่ืองมือเคร่ืองใชแนวทางในการเลือกอาชีพโดยใชกระบวนการ
ตัดสินเลือกอาชีพ เห็นความสำคัญของการสรางอาชีพและการเตรียมความพรอมเขาสูอาชีพ เลือกใชอุปกรณใหเหมาะสม
กบั ลกั ษณะงาน เรยี งลำดับขัน้ ตอนการทำงานในรูปแบบแผนภาพฝก การวางแผนและปฏิบตั ิงานตาง ๆ อยางมีหลักการและ
ใชก ระบวนการกลุม ในการทำงานตามที่วางแผนไวและประเมนิ ผลการปฏิบัติงานรวมกัน

มีเจตคติที่ดีตอการทำงาน ปลูกจิตสำนึกในการใชพลังงานและทรัพยากรอยางประหยัดและคุมคาสรางเจตคติที่ดี
ตอ การประกอบอาชีพสุจริต และนำความรไู ปใชในชีวิตประจำวนั

รหสั ตัวชวี้ ัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ง 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตวั ชวี้ ัด

201

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า ง21102 รายวชิ าการงานอาชีพพ้นื ฐาน 2 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกิต

วิเคราะหและอธิบายขั้นตอนการใชอุปกรณอำนวยความสะดวกในการทำงานบาน การจัดและตกแตงหอง การ
เตรียมประกอบ จัด ตกแตง และบริการอาหาร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประดิษฐของใชของตกแตงจากวัสดุ
ในทอ งถน่ิ การจัดสวนในภาชนะ การซอ มแซมอุปกรณและเคร่ืองมือเครื่องใชแนวทางในการเลือกอาชีพโดยใชกระบวนการ
ตัดสินเลือกอาชีพ เห็นความสำคัญของการสรางอาชีพและการเตรียมความพรอมเขาสูอาชีพ เลือกใชอุปกรณใหเหมาะสม
กบั ลกั ษณะงาน เรยี งลำดับขัน้ ตอนการทำงานในรูปแบบแผนภาพฝก การวางแผนและปฏิบัติงานตาง ๆ อยางมหี ลักการและ
ใชกระบวนการกลุม ในการทำงานตามที่วางแผนไวแ ละประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานรวมกัน

มีเจตคติที่ดีตอการทำงาน ปลูกจิตสำนึกในการใชพลังงานและทรัพยากรอยางประหยัดและคุมคาสรางเจตคติที่ดี
ตอการประกอบอาชีพสุจริต และนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน

รหัสตัวชวี้ ัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ง 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตวั ชวี้ ัด

202

รหัสวชิ า อ21101 คำอธิบายรายวิชา กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 รายวชิ าภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 1 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกติ

ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษาวงคำศัพทท ี่เปนนามธรรมและรูปธรรม จำนวน 1500 คำ ภาษาในบริบทตา งๆ คือ ขอมลู เก่ยี วกับตนเอง
กจิ กรรม สถานการณต างๆ ในชวี ิตประจำวัน ขอความ นิทาน เร่อื งสน้ั บทรอ ยกรองสน้ั ๆ สอื่ ทไ่ี มใ ชความเรยี ง บทสนทนา
เทศกาล วนั สำคัญ ชวี ติ ความเปน อยู โครงสรางภาษา คือเคร่ืองหมายวรรคตอน การอา นออกเสียงใหถ ูกตองตามหลักการ
อาน การรวมถึงระบุ/เขยี นสื่อทัง้ ทเ่ี ปน ความเรียงและทไี่ มเ ปนความเรียงรูปแบบตางๆ ลำดบั คำตามโครงสรา งประโยคตางๆ
ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย หนา ทีข่ องภาษาท่ีหลากหลาย คือ ภาษาทใี่ ชในการส่ือสารระหวางบุคคล คำสง่ั คำขอรอ ง
คำแนะนำ คำช้แี จงตา งๆ การขอความชว ยเหลือ การตอบรับและปฏเิ สธการใหค วามชวยเหลอื ภาษาที่ใชใ นการแสดง
ความรูสึก ความคิดเห็นและใหเ หตุผล

โดยใชท ักษะและกระบวนการทหี่ ลากหลาย คือปฏบิ ตั ติ ามส่ิงทฟี่ ง และอา น เลือก/ระบปุ ระโยคและขอ ความให
สัมพันธก ับสง่ิ ที่อา น ระบหุ ัวขอเร่ือง ใจความสำคัญ ตอบคำถามจากการฟง สนทนา แลกเปลย่ี น ใชค ำขอรอง ใหคำแนะนำ
และคำช้แี จงตามสถานการณจำลองและสถานการณจริง พูดและเขียนเพ่ือขอและใหขอ มูล แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่อง
ท่ีฟงและอาน แสดงความรูสึกของตนเองเก่ียวกบั เรื่องตา งๆใกลตวั ๆ กจิ กรรมตางๆ พรอมทั้งเขียนเหตุผลสนั้ อยา ง
เหมาะสม พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กจิ วตั ร ประจำวนั ประสบการณ และสงิ่ แวดลอมใกลต ัว สรุปใจความสำคัญ
และแกนสาระ วิเคราะหเร่ืองและเหตกุ ารณท ่ีอยใู นน ความสนใจของสงั คมปจจบุ นั บรรยายเกี่ยวกับสิ่งท่ีคน ควา รวบรวม
และสรุปขอ มลู ตางๆ จากสอื่ และแหลง เรยี นรตู า งๆ ในการศึกษาตอ เผยแพรประชาสัมพันธ และประกอบอาชพี เพื่อใหเกิด
ความรู ความคดิ ความเขา ใจ เหน็ คุณคาในการเรยี นภาษาอังกฤษ สามารถใชภาษาอังกฤษในการส่ือสารไดเหมาะสมกับ
บุคคล สงั คม สถานการณ และโอกาสตามวฒั นธรรมของเจาของภาษา อยา งมคี ุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม

รหัสตวั ชี้วัด
ต 1.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 ,ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1 ม.1/2 , ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1 , ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1

รวม 8 มาตรฐาน 20 ตัวช้ีวดั

203

รหสั วชิ า อ21102 คำอธิบายรายวชิ า กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 รายวชิ าภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกติ

ภาคเรียนที่ 2

ศึกษาวงคำศัพทท ี่เปนนามธรรมและรูปธรรม จำนวน 1500 คำ ภาษาในบริบทตางๆ คือ ขอมลู เก่ยี วกับตนเอง
กิจกรรม สถานการณต างๆ ในชวี ติ ประจำวนั ขอความ นิทาน เร่ืองสนั้ บทรอ ยกรองส้ันๆ สื่อทไ่ี มใชค วามเรยี ง บทสนทนา
เทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปนอยู โครงสรา งภาษา คือเครื่องหมายวรรคตอน การอานออกเสยี งใหถูกตองตามหลักการ
อาน การรวมถึงระบุ/เขียนส่อื ทั้งทเ่ี ปนความเรียงและทไี่ มเปนความเรยี งรปู แบบตางๆ ลำดับคำตามโครงสรา งประโยคตางๆ
ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย หนา ท่ขี องภาษาท่หี ลากหลาย คอื ภาษาที่ใชใ นการส่อื สารระหวางบคุ คล คำสงั่ คำขอรอ ง
คำแนะนำ คำชแี้ จงตางๆ การขอความชวยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชวยเหลือ ภาษาที่ใชใ นการแสดง
ความรูส กึ ความคิดเห็นและใหเ หตผุ ล

โดยใชทกั ษะและกระบวนการทห่ี ลากหลาย คอื ปฏบิ ตั ิตามส่ิงที่ฟงและอา น เลือก/ระบปุ ระโยคและขอ ความให
สมั พันธก ับสง่ิ ที่อา น ระบุหวั ขอเรือ่ ง ใจความสำคัญ ตอบคำถามจากการฟง สนทนา แลกเปลี่ยน ใชค ำขอรอง ใหคำแนะนำ
และคำชี้แจงตามสถานการณจำลองและสถานการณจ ริง พูดและเขยี นเพื่อขอและใหข อมูล แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรอ่ื ง
ทฟ่ี งและอาน แสดงความรูส ึกของตนเองเก่ยี วกบั เรื่องตางๆใกลต วั ๆ กิจกรรมตางๆ พรอมท้งั เขียนเหตุผลสั้นอยา ง
เหมาะสม พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวัตร ประจำวนั ประสบการณ และสิง่ แวดลอมใกลตวั สรปุ ใจความสำคญั
และแกนสาระ วเิ คราะหเ รื่องและเหตุการณท่ีอยใู นน ความสนใจของสงั คมปจ จบุ ัน บรรยายเกยี่ วกบั ส่งิ ที่คน ควา รวบรวม
และสรุปขอ มลู ตางๆ จากส่อื และแหลงเรยี นรตู า งๆ ในการศึกษาตอ เผยแพรป ระชาสัมพันธ และประกอบอาชพี เพื่อใหเกดิ
ความรู ความคดิ ความเขาใจ เห็นคณุ คา ในการเรยี นภาษาอังกฤษ สามารถใชภ าษาองั กฤษในการส่ือสารไดเหมาะสมกับ
บคุ คล สังคม สถานการณ และโอกาสตามวฒั นธรรมของเจาของภาษา อยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ต 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 ,ม.1/5
ต 1.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ต 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ต 2.2 ม.1/1 , ม.1/2
ต 3.1 ม.1/1
ต 4.1 ม.1/1
ต 4.2 ม.1/1

รวม 8 มาตรฐาน 20 ตัวช้ีวัด

โครงสรางหลักสูตรสถานศกึ ษา ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 (ภาคเรยี นท่ี 1) ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 2 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวิชา / กิจกรรม รายวชิ า / กจิ กรรม

รายวชิ าพ้ืนฐาน รายวิชาพืน้ ฐาน
ท22101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 3 ท22102 ภาษาไทยพื้นฐาน 4
ค22101 คณิตศาสตรพ ้นื ฐาน 3 ค22102 คณติ ศาสตรพ ื้นฐาน 4
ว22101 วิทยาศาสตรพ ้ืนฐาน 3 ว22102 วิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน 4
ว22181 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 ว22182 วิทยาการคำนวณ 2
ส22101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 ส22102 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4
ส22103 ประวัตศิ าสตร 3 ส22104 ประวัติศาสตร 4
พ22101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 3 พ22102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 4
ศ22103 นาฏศลิ ป 3 ศ22105 นาฏศิลป 4
ศ22104 ดนตรี 3 ศ22106 ดนตรี 4
ง22101 การงานอาชีพ 3 ง22102 การงานอาชีพ 4
อ22101 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 3 อ22102 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 4

2

รหัสวิชา ท22101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 รายวชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน 3 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนวยกิต

ภาคเรยี นที่ 1

ศกึ ษาหลักการอานออกเสียงรอยแกวรอยกรอง การอานสรปใุ จความสำคญั ประเมินคาจากเร่อื งทอ่ี าน หลักการ
เขยี นบรรยายและพรรณนา หลกั การเขยี นเรยี งความ ยอ ความ การเขยี นรายงาน จดหมายกจิ ธรุ ะ วธิ ีสรางคำในภาษาไทย
ลักษณะของคำภาษาตางประเทศในภาษาไทย ฉนั ทลกั ษณกลอนสภุ าพ การพฒั นาสมรรถภาพการอานจบัใจความสำคญั
คุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใชทกั ษะการอา น การคดิ การสบื คน การตรวจสอบ
การวพิ ากษว ิจารณ การใชเหตผุ ล กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการแกปญ หา กระบวนการกลมุ
การสังเคราะห

ฝก ปฏบิ ัตกิ ารอานออกเสียงรอยแกวรอยกรอง ฝกอานสรุปใจความสำคัญ การคัดลายมือตวั บรรจงคร่งึ บรรทดั ตาม
รูปแบบการเขียน ใชก ระบวนการเขียนส่อื สารโดยการเขยี นบรรยายและพรรณนา การเขียนเรยี งความ การเขียนยอ ความ
การเขยี นจดหมายกจิธุระ การเขียนวเิ คราะหวจิ ารณ แสดงความ คดิ เหน็ อยางมีประสทิ ธิภาพ ฝกพูดสรปุ ใจความสำคัญ
ของเร่ือง พูดวิเคราะหขอเท็จจรงิ ขอคิดเหน็ วิเคราะห วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรม และการทอ งจำบทอาขยาน ใช
ภาษาพูดและภาษาเขียนในการส่อื สาร มีมารยาทในการอานการฟง การดู การพดู และการเขียน ทองบทอาขยานและบท
รอ ยกรองท่มี ีคณุ คา อานอยา งหลากหลายและประเมินคุณคา หรอื แนวคดิ ท่ีไดจ ากการอา น เพอื่ นำไปประยุกตใชใ น
ชวี ติ ประจำวนั และคิดสรา งสรรค โดยพฒั นาจากความรู และประสบการณเ ดิมจากการเรียนรขู องผูเรยี นแตละคนเพื่อการ
พูดและการเขียน

รหสั ตัวชี้วัด
ท 1.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/7 ม.2/8
ท 2.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/7 ม.2/8
ท 3.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
ท 5.1 ม. 2/1 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
รวม 5 มาตรฐาน 22 ตัวช้ีวัด

3

รหัสวชิ า ท22102 คำอธิบายรายวชิ า กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 รายวิชาภาษาไทยพนื้ ฐาน 4 จำนวน 60 ชวั่ โมง/1.5หนวยกิต

ภาคเรียนที่ 2

ศกึ ษาหลักการอานออกเสยี งบทรอยแกว และบทรอยกรอง อานจบั ใจความสาํ คัญ คดิ วิเคราะห สงั เคราะหค วามรูท่ี
ไดจากการอาน เขียนแผนผงั ความคดิ เพ่ือแสดงความเขา ใจในบทเรียนตา ง ๆ ท่ีอา น อภิปรายแสดงความคดิ เห็นและขอ
โตแยง ทีเ่ กย่ี วกับเร่ืองที่อาน วิเคราะหแ ละจาํ แนกขอเทจ็ จริง ขอ มลู สนบั สนนุ และขอ คิดเหน็ จากเรอื่ งที่อาน ระบขุ อสังเกต
การชวนเชือ่ การโนมนาวหรอื ความสมเหตสุ มผลของงานเขียน มีมารยาทในการอาน และวเิ คราะหคุณคาที่ไดร ับจากการ
อานงานเขียนตาง ๆ เพอ่ื นาํ ไปใช แกป ญหาในชวี ิตประจําวัน พฒั นาทักษะการคัดลายมือ การเขยี นเพื่อการส่ือสาร เขยี น
บรรยายและพรรณนา เขยี นเรยี งความ รายงานการศึกษาคนควา จดหมายกิจธุระ วิเคราะหว ิจารณเพ่ือแสดงความรู แสดง
ความคิดเหน็ หรือโตแ ยงจากสื่อตา ง ๆ อยางมีเหตผุ ล และมีมารยาทในการเขยี น สามารถเลือกฟงและดูอยา งมี วิจารณญาณ
พดู สรุปใจความสาํ คัญของเรื่อง พูดรายงานการศึกษาคน ควาจากส่ือเรยี นรูตา ง ๆ และพูดวเิ คราะห วจิ ารณจากเรื่องท่ีฟง
และดูอยางมมี ารยาท เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักการใชภาษาไทย การสรางคาํ การวเิ คราะหโ ครงสรางของประโยค
การใชคาํ ราชาศัพท ศึกษา รวบรวม อธบิ ายความหมายของคําภาษาตา งประเทศทใ่ี ชในภาษาไทย แตง กลอนสภุ าพ สรุป
ความรู ขอ คิด อธิบายคุณคา วิเคราะห วิจารณ วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถนิ่ พรอ มยกเหตผุ ลประกอบ
และทองจําบทอาขยานและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจ

โดยใชท ักษะการอา น การเขียน การฟง การดู การพูด การสบื คน การตรวจสอบ การวพิ ากษ การใช เหตุผล
กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา
กระบวนการกลุม และการสังเคราะหเ พื่อใหเ กิดความรู ความคิด ความเขา ใจ มจี ติ สํานึก รกั ความเปน ไทย อนุรักษ
ภาษาไทย สามารถใชภ าษาไทยในการส่ือสารในชีวติ ประจําวนั ไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ มีคุณธรรม จริยธรรม และคา นิยมที่
เหมาะสม รักชาติ ศาสนา กษัตรยิ  ซือ่ สตั ยส จุ รติ มีวนิ ัย ใฝเ รียนรู อยอู ยาง พอเพยี ง มงุ มั่นในการทํางาน มจี ิตสาธารณะบน
พื้นฐานเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/8
ท 2.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8
ท 3.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/5 ม.2/6
ท 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
ท 5.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5

รวม 5 มาตรฐาน 29 ตัวช้ีวดั

4

รายวิชา ค22101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 2 รายวิชาคณติ ศาสตรพื้นฐาน 3 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกิต

ศกึ ษากระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกป ญ หา การใหเหตุผล การส่อื สาร การสอื่ ความหมายทาง
คณติ ศาสตร และการนำเสนอ การเชอ่ื มโยงความรตู าง ๆ ทางคณติ ศาสตรแ ละการเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรกับศาสตรอ ่นื ๆ
และมีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค ในสาระตอไปนี้ ทฤษฏีบทพีทาโกรสั และบทกลบั การนำความรเู กย่ี วกับทฤษฏีบทพีทา
โกรสั และบทกลบั ไปใชในชวี ิตจริง จำนวนตรรกยะ เลขยกกำลงั ทีม่ ีเลขช้ีกำลังเปน จำนวนเตม็ การนำความรูเกี่ยวกับเลขยก
กำลงั ไปใชในการแกปญหา จำนวนจรงิ จำนวนอตรรกยะ จำนวนจรงิ รากทสี่ องและรากทสี่ ามของจำนวนตรรกยะการนำ
ความรูเ ก่ียวกับจำนวนจริงไปใช การหาพื้นทีผ่ วิ ของปริซมึ และทรงกระบอกการนำความรูเกี่ยวกบั พ้ืนท่ีผิวของปริซึมและ
ทรงกระบอกไปใชใ นการแกป ญหา การหาปรมิ าตรของปริซึมและทรงกระบอกการนำความรูเก่ยี วกับปรมิ าตรของปริซมึ
และทรงกระบอกไปใชในการแกป ญ หา การแปลงทางเรขาคณิต การเล่ือนขนาน การสะทอน การหมนุ การนำความรู
เกยี่ วกบั การแปลงทางเรขาคณติ ไปใชใ นการแกป ญ หา การบวกพหนุ าม การลบพหุนาม และการคูณของพหนุ ามการหาร
พหนุ ามดว ยเอกนามท่ีมีผลหารเปน พหนุ าม

เพอ่ื ใหสามารถใชความรู ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร และเทคโนโลยใี นการแกป ญหาในสถานการณ
ตาง ๆ ไดอยา งเหมาะสม รูจ ักใชวิธกี ารทห่ี ลากหลายในการในการแกปญหา ใชเ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ ใชภ าษา และ
สญั ลกั ษณท างคณติ ศาสตรในการส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอไดอยา งถูกตอ งและชัดเจน สามารถเช่อื มโยง
และนำความรู หลกั การกระบวนการทางคณิตศาสตรไปใชในการเรยี นรูส่ิงตา ง ๆ และใชชีวิตประจำวนั รวมทัง้ เหน็ คุณคา
และมเี จตคตทิ ีด่ ีตอคณิตศาสตร มคี วามคดิ ริเรม่ิ สรางสรรค สามารถทำงานอยางมรี ะบบ มรี ะเบยี บ มคี วามรอบคอบ มี
ความรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชอื่ มน่ั ในตนเอง

รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ม.2/1 ม.2/2
ค 1.2 ม.2/1
ค 2.1 ม.2/1 ม.2/2
ค 2.2 ม.2/1 ม.2/3 ม.2/5

รวม 4 มาตรฐาน 8 ตัวช้ีวดั

5

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รายวิชา ค22102 รายวิชาคณติ ศาสตรพ ืน้ ฐาน 4 กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกิต

ศกึ ษาและฝก ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอนั ไดแก การแกป ญ หา การใหเหตุผล การสื่อสาร การสอ่ื
ความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรแ ละการเชื่อมโยงคณิตศาสตรก บั
ศาสตรอ นื่ ๆ และมีความคิดริเริม่ สรา งสรรค ในสาระตอไปน้ี ความเทากนั ทุกประการของรปู สามเหลี่ยมการนำความรู
เกย่ี วกับความเทา กันทุกประการไปในการแกปญหา สมบัติเกยี่ วกบั เสน ขนานและรูปสามเหล่ียม การแยกตัวประกอบของ
พหุนามดีกรสี องโดยใชส มบัติการแจกแจงกำลงั สองสมบูรณผลตา งของกำลังสองการนำเสนอวเิ คราะหแ ละวิขอมูลแผนภาพ
จดุ แผนภาพตน – ใบฮิสโทแกรมคากลางของขอมลู การแปลความหมายผลลัพธก ารนำสถติ ไิ ปใชใ นชวี ิตจรงิ

โดยจัดประสบการณหรือสรา งสถานการณในชีวติ ประจำวนั ท่ใี กลต วั ใหผเู รยี นไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสอื่
ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะและกระบวนการท่ไี ดไปใชใ นการเรียนรูสงิ่
ตาง ๆ และใชใ นชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คุณคาและมีเจตคติท่ีดีตอ คณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน
ระบบระเบียบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และมีความเชื่อม่นั ในตนเอง

รหัสตวั ชี้วดั
ค 1.2 ม.2/2
ค 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/4
ค 3.1 ม.2/1
รวม 3 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัด

6

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า ว22101 รายวชิ าวิทยาศาสตรพ นื้ ฐาน 3 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนวยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห องคประกอบของสารละลาย สภาพละลายไดข องสารแลปจ จัยที่มผี ลตอสภาพละลายได ความ
เขมขนของสารละลาย สภาพละลายไดข องสารและปจจัยท่ีมผี ลตอ สภาพละลายได ความเขมขน ของสารละลาย ระบบ
หมนุ เวียนเลอื ดของมนุษย ระบบหายใจของมนุษย ระบบขับถา ยของมนุษย ระบบประสาทของมนษุ ย ระบบสืบพนั ธข อง
มนษุ ย การคุมกำเนิด ตำแหนงของวตั ถุ ระยะทางและการกระจัด ความเรว็ และอัตราเร็ว แรงเสียดทานแรงและความดัน
ของของเหลว แรงพยงุ โมเมนตขอแรง แรงและสนามของแรง

โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะใน
ศตวรรษท่ี 21 การสืบคน ขอมูลและการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความเขา ใจ สามารถสื่อสารสิง่ ท่เี รยี นรู มคี วามสามารถ
ในการตัดสินใจ การแกป ญหา การนำความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นยิ มที่
เหมาะสม

รหัสตวั ชี้วัด
ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10

ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17
ว 2.1 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10

ม.2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15

รวม 3 มาตรฐาน 35 ตัวชี้วัด

7

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ว22102 รายวชิ าวิทยาศาสตรพ ้ืนฐาน 4 กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนว ยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห วธิ กี ารแยกสาร งานและกำลัง เครื่องกลอยางงาย พลังงานกล กฎการอนรุ กั ษพ ลงั งาน ลักษณะ
ของชน้ั หนาตัดดนิ กระบวนการเกดิ ดิน ปจจัยทท่ี ำใหดนิ มลี ักษณะและสมบตั แิ ตกตา งกนั การตรวจวดั สมบตั บิ างประการ
ของดนิ และการใชป ระโยชนดิน กระบวนการเกดิ แหลง นำ้ ผิวดนิ และแหลง น้ำใตดิน การใชนำ้ อยางยั่งยืนในทอ งถน่ิ
กระบวนการเกดิ เชือ้ เพลิงซากดึกดำบรรพ สมบัติของเช้อื เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ การใชประโยชนจ ากเช้ือเพลงิ พลังงาน
ทดแทน กระบวนการผุพงั อยูกับที่ การกรอ น และการสะสมตวั ของตะกอน กระบวนการเกดิ และผลกระทบของนำ้ ทวม การ
กดั เซาะชายฝง ดนิ ถลม หลุมยุบ แผนดนิ ทรดุ โครงสรา งภายในโลกตามองคประกอบทางเคมี

โดยใชก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทักษะใน
ศตวรรษที่ 21 การสบื คน ขอมูลและการอภปิ ราย เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่งิ ทเ่ี รยี นรู มีความสามารถ
ในการตัดสนิ ใจ การแกป ญหา การนำความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจำวนั มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นิยมท่ี
เหมาะสม

รหัสตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6
ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10

รวม 3 มาตรฐาน 19 ตัวชี้วัด

8

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า ว22181 รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 40 ชวั่ โมง/0.5 หนวยกิต

ศกึ ษาสาเหตุและปจ จัยตาง ๆ ท่มี ผี ลตอ การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยใี นการดำรงชวี ิตในชมุ ชนและทองถิ่น ระบุ
ปญหาจำเปน ตอ งมกี ารวเิ คราะห สถานการณของปญ หาเพื่อสรปุ กรอบของปญหาแลว ดำเนนิ การสบื คน รวบรวมขอมูล
ความรจู ากศาสตรตาง ๆ ท่เี กี่ยวของ เพอ่ื นำไปสูก าร ออกแบบแนวทางการแกป ญ หา เพ่ือพัฒนางาน ระบุปญ หา
ออกแบบ ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหแ ละใหเหตุผลของปญ หาหรอื ขอบกพรองทเี่ กดิ ขึ้นภายใต กรอบเงื่อนไข ใชความรู
และทกั ษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไกไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสใหถูกตองกบั ลกั ษณะของงาน และปลอดภัย
ภายใตเงอ่ื นไขและทรัพยากรท่มี อี ยนู ำเสนอ แนวทางการแกป ญหาใหผ อู ่ืนเขาใจดว ยเทคนิค หรอื วธิ ีการทหี่ ลากหลาย
วางแผนข้นั ตอนการทำงานและดำเนินการแกป ญหาอยางเปนข้ันตอน เพอื่ แกป ญ หาหรือพฒั นางาน และสรา งช้ินงานหรอื
พัฒนาวธิ ีการโดยใชก ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ไดอยา งถกู ตอง เหมาะสม และปลอดภยั เพ่ือแกป ญหาหรอื พฒั นา
งาน

รหัสตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5
รวม 1 มาตรฐาน 5 ตัวช้ีวัด

9

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ว22182 รายวชิ าวิทยาการคำนวณ 2 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

ศึกษาแนวทางเพื่อพฒั นาและออกแบบอัลกอรทิ ึมทใ่ี ชแนวคิดเชงิ คำนวณใน การแกป ญ หา หรือการทำงานท่ีพบใน
ชวี ติ จริงโดย พรอ มท้ังเขยี นโปรแกรมโดยใชซอฟตแ วร เชน Scratch, python,java, c, AppInventor

มีการรวบรวมขอ มูลอภปิ รายองคป ระกอบและหลกั การทำงานของ ระบบคอมพิวเตอรและเทคโนโลยกี ารส่อื สาร
เพ่อื ประยุกตใชงานหรือแกป ญหาเบ้อื งตน นําแนวคิดเชิงนามธรรมและข้นั ตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขยี น
โปรแกรม หรอื การแกปญ หาในชีวิตจรงิ รวบรวมขอ มูลและสรางทางเลือก ในการตดั สนิ ใจไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ และ
ตระหนกั ถึงการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา งปลอดภยั เกดิ ประโยชนตอการเรยี นรู และไมสราง ความเสียหายใหแก
ผอู ืน่

รหัสตัวชี้วดั
ว 4.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4

รวม 1 มาตรฐาน 4 ตัวชี้วัด

10

รายวิชา ส22101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3

กลุม สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนว ยกติ

ศกึ ษาปจจัยทม่ี ผี ลตอการลงทุนและการออม อธิบายปจจัยการผลติ สินคา และบริการ ปจ จัยทีม่ ีอิทธพิ ลตอการผลติ
เสนอแนวทางการพฒั นา การผลติ ในทอ งถ่นิ ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง อภิปรายแนวทางการพฒั นาการผลิตในทอ งถิ่น
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง อภิปรายแนวทางการคุม ครองสทิ ธิของตนเอง ในฐานะผูบรโิ ภค ระบบเศรษฐกจิ แบบตาง ๆ
ยกตวั อยางสะทอน ถึงการพึง่ พาอาศัยกันและการแขงขันกันวิเคราะหก ารกระจายทรัพยากรในโลกที่สง ผลตอความสัมพนั ธ
ทางเศรษฐกิจและการแขง ขนั ทางการคาในประเทศ และตางประเทศท่ีสงผลตอ คุณภาพ ปรมิ าณการผลิตสนิ คาและราคา
สนิ คา

ศกึ ษาการเผยแผพระพทุ ธศาสนา สปู ระเทศเพ่อื นบาน วเิ คราะหค วามสำคัญของพระพุทธศาสนาท่ีชว ยเสริมสรา ง
ความเขา ใจทีด่ กี ับประเทศเพ่ือนบา น ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาตอสงั คมไทยในฐานะเปนรากฐานของวัฒนธรรม
เอกลักษณแ ละมรดกของชาติความสำคัญของพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชมุ ชนและการจดั ระเบียบสงั คม สรปุ วิเคราะห
พทุ ธประวตั ิ การผจญมาร การตรสั รู การสงั่ สอน พทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า ชาดก พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อยาง โครงสรา งพอ
สังเขปของพระวินยั ปฎก พระรตั นตรยั อริยสจั 4 มงคล38 พุทธศาสนสภุ าษติ พฒั นาการเรยี นรูด วยวธิ ีคิดแบบโยนิโส
มนสกิ าร 2 วิธี สวดมนตแ ปลและแผเมตตา ฝก บริหารจติ และเจริญปญญาตามหลกั สติ ปฎ ฐานะเนนอาณาปานสติ นำ
วิธีการบรหิ ารจิต และเจรญิ ปญญาไปใชในชวี ิตประจำวนั และการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม เปนลกู ทด่ี ตี ามหลกั ทิศ6 การ
ปฏิบตั ติ นอยา งเหมาะสมตามมารยาทของศาสนกิ ชน หลกั ธรรมเบื้องตนในวนั สำคญั ทางพระพุทธศาสนา ศาสนพธิ ี พิธีกรรม
เพอ่ื สามารถบรหิ ารจัดการใชทรพั ยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด คุมคา ซื่อสัตย เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณที่ดตี อสว นรวม
กตญั ตู อพอแม ผปู กครอง ครูอาจารย ใฝห าความรู ขยันหมน่ั เพยี ร รักษาประเพณีทีด่ งี ามมีศลี ธรรมดีเขาใจความเปน
ประชาธปิ ไตยที่มพี ระมหากษัตรยิ เ ปน ประมุข มสี ติ รคู ิด รูทำ ปฏบิ ตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั
รกั ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย

รหัสตวั ชี้วดั
ส1.1 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4 ม2/5 ม2/6 ม2/7 ม2/8 ม2/9 ม2/10 ม2/11
ส1.2 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4 ม2/5
ส2.1 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4
ส2.2 ม2/1 ม2/2

รวม 4 มาตรฐาน 22 ตวั ชี้วัด

11

รายวชิ า ส22102 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 4
กลุมสาระการเรียนรูส งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกติ

ศกึ ษาการใชเ คร่ืองมือทางภูมิศาสตรใ นการรวบรวม วิเคราะหและนำเสนอขอ มูลเกีย่ วกบั ลักษณะทางกายภาพ
และสังคมของทวปี ยุโรปและทวปี แอฟรกิ า วิเคราะหการกอเกดิ สิง่ แวดลอ มใหมทางสงั คม อนั เปน ผลจากการเปล่ียนแปลง
ทางธรรมชาติและสังคม ระบุแนวทางการอนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มทีเ่ กดิ ขึ้นในทวปี ยโุ รปและแอฟริกา
สำรวจอภปิ รายประเด็นปญหาเกย่ี วกบั สง่ิ แวดลอ มท่เี กิดขึ้น ในทวีปยโุ รปและแอฟรกิ า วิเคราะหเ หตแุ ละผลกระทบท่ี
ประเทศใหมไดรับจากการเปลย่ี นแปลงของสงิ่ แวดลอม ในทวปี ยโุ รปและแอฟริกา

ศึกษากฎหมายท่เี กย่ี วของกบั ตนเอง ชมุ ชน และประเทศเห็นคณุ คาในการปฏิบัตติ นตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ
เสรภี าพหนา ท่ใี นฐานะพลเมืองดี ตามวถิ ปี ระชาธิปไตย วเิ คราะหบทบาทความสำคัญและความสมั พนั ธข องสถาบนั ทาง
สงั คม อธบิ ายความคลายคลงึ และความแตกตางของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อนำไปสู
ความเขา ใจอันดรี ะหวางกัน เพอื่ ใหตระหนกั และเขาใจการปฏสิ มั พนั ธระหวางมนุษยกับสภาพแวดลอม มจี ติ สำนึกและมี
สว นรวมในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอมเพื่อการพฒั นาทย่ี ั่งยืนมคี วามเขาใจในการเรยี นรู การเปน
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท รงเปนประมขุ ท่ีถูกตอ ง มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสตั ย เสียสละ
อดทน มีอดุ มการณในสิ่งทด่ี งี ามเพื่อสวนรวม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ส3.1 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4
ส3.2 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4
ส5.1 ม2/1 ม2/2
ส5.2 ม2/1 ม2/2 ม2/3 ม2/4

รวม 4 มาตรฐาน 14 ตัวช้ีวัด

12

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ส22103 รายวชิ าประวัตศิ าสตร 3 กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกติ

ศึกษาวิเคราะหการประเมินความนา เชอ่ื ถือของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร และความสำคญั ของการตีความ
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรท ่ีนาเชื่อถอื ตลอดจนวเิ คราะหความแตกตางระหวางความจรงิ กบั ขอเท็จจรงิ ของเหตุการณท าง
ประวัตศิ าสตร พฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา และอาณาจักรธนบุรใี นดานตา ง ๆ ปจ จัยทีส่ ง ผลตอความม่นั คงและความ
เจรญิ รงุ เรืองของอาณาจักรอยธุ ยา อทิ ธิพลของภูมปิ ญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยาและธนบุรีที่มีตอการพัฒนาชาตไิ ทย
ในยุคตอมาและผลงานของบุคคลสำคญั ของไทยท่ีมสี ว นสรา งสรรคชาตไิ ทย

โดยใชว ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการคิดอยางมวี ิจารณญาณ กระบวนการกลมุ
กระบวนการเผชญิ สถานการณ และกระบวนการแกปญ หาเพือ่ ใหเ กดิ ความรูความเขา ใจเก่ียวกบั พัฒนาการของมนุษยชาติ
ในภมู ภิ าคตาง ๆ ในทวปี เอเชียจากอดตี จนถงึ ปจจบุ ัน ใหตระหนกั ถึงความสำคัญและผลกระทบท่เี กิดข้ึน มีคุณลกั ษณะที่พึง
ประสงคในดานรกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ใฝเรยี นรู มุงมั่นในการทำงาน มวี นิ ัย ซ่อื สตั ยสจุ ริต มีความรกั ความภูมใิ จและ
ธำรงความเปน ไทย

รหสั ตวั ชี้วัด
ส 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
ส 4.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวชี้วัด

13

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า ส22104 รายวชิ าประวตั ศิ าสตร 4 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

ศกึ ษาวเิ คราะห การพฒั นาการทางประวัติศาสตร สังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภูมิภาคเอเชีย(ยกเวน เอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต) ที่ตั้งและสภาพทางภูมิศาสตรของภมู ภิ าคตาง ๆ ในทวปี เอเชยี (ยกเวนเอเชียตะวันออกเฉยี งใต) ท่ีต้ัง
และความสำคญั ของแหลงอารยธรรมตะวันออกและแหลง มรดกโลกในประเทศตาง ๆ ในภมู ภิ าคเอเชยี และอทิ ธพิ ลของ
อารยธรรมโบราณทมี่ ีตอในภูมิภาคเอเชียในปจ จุบนั

โดยใชว ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการคดิ อยางมวี ิจารณญาณ กระบวนการกลมุ
กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการแกปญ หาเพือ่ ใหเกิดความรูความเขาใจเก่ยี วกบั พฒั นาการของมนุษยชาติ
ในภูมิภาคตาง ๆ ในทวปี เอเชียจากอดตี จนถึงปจ จุบัน ใหต ระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น มคี ุณลกั ษณะท่ีพึง
ประสงคใ นดานรกั ชาติ ศาสน กษัตริย ใฝเ รียนรู มงุ ม่นั ในการทำงาน มวี นิ ัย ซ่อื สัตยส ุจริต มคี วามรกั ความภูมใิ จและ
ธำรงความเปนไทย

รหัสตัวชี้วดั
ส 4.2 ม.2/1 ม.2/2
รวม 1 มาตรฐาน 2 ตัวชี้วัด

14

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า พ22101 รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา 2 กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนว ยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห และอธิบายเก่ยี วกับการเจริญเติบโต และพฒั นาการของวยั รนุ ปจ จัยท่ีมอี ทิ ธิพลตอ เจตคติในเร่ือง
เพศ ปญ หาและผลกระทบที่เกิดจากการมเี พศสมั พนั ธ การวางตวั ท่เี หมาะสม และเหน็ ความสำคญั ของความเสมอภาคทาง
เพศ แสดงทกั ษะการปฏิเสธ เพ่อื ปองกนั ตนเองจากการถูกลวงละเมิดทางเพศวเิ คราะหความสัมพนั ธข องภาวะสมดุล
ระหวางสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต ปฏิบตั ิตนเพ่ือจดั การกับอารมณ และความเครยี ดไดอยางเหมาะสม เลอื กใชบ รกิ ารทาง
สุขภาพไดอยางมเี หตผุ ล และสามารถเลอื กใชเทคโนโลยีทางสุขภาพมาใชใ หเกดิ ประโยชน ปฏิบัติตน เพ่อื สรา งเสริมและ
ปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการ ทดสอบ และสามารถใหคำแนะนำ ใหความชวยเหลอื แกผ ูต ิดสารเสพตดิ และ
เรยี นรทู กั ษะการปองกันตนเอง จากพฤตกิ รรมเสีย่ งและสถานการณเส่ียงท่ีเกิดข้นึ รอบตัว เพ่อื นำไปสกู ารมีชีวิตทีป่ กตสิ ุขใน
สงั คม ศกึ ษาเพือ่ ใหมีความรู ความเขา ใจ เร่ืองเกี่ยวกับการเคลือ่ นไหวรา งกาย หลักการออกกำลงั กาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ทักษะเบ้อื งตนกีฬาไทย การเลน เปน ทมี การเคล่อื นไหว การออกกำลงั กาย การพกั ผอน และ
นนั ทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกฬี า วธิ กี ารรุกและการปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคมุ ตนเอง การมีนำ้ ใจ
นักกฬี า การทำงานเปน ทีม การวางแผนสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคา ของการออก
กำลังกายการออกกำลังกายและการเลนกีฬาปฏิบตั ิกิจกรรมดวยความสนกุ สนานปลอดภัย ชืน่ ชมและเหน็ คณุ คาของการ
ออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขนั มีนำ้ ใจนกั กีฬา และใหความรวมมือในการทำงานเปนทีม

โดยใชกระบวนการจดั การเรียนรูแบบกระบวนการกลมุ กระบวนการสบื คนขอมูล กระบวนการวเิ คราะห และ
อภิปรายเพ่ือใหเกิดความรู ความเขา ใจ สำนึกในคุณคาและศกั ยภาพของตนเอง เพ่ือใหส ามารถสอื่ สารสิ่งที่เรียนรู และนำ
ประสบการณไปปรบั ใชใ หเ กดิ ประโยชนสูงสดุ ในการดำเนนิ ชีวิต มีทกั ษะในการเคล่ือนไหวลกั ษณะตาง ๆ และมี
ประสทิ ธภิ าพของรูปแบบการเคลือ่ นไหวตาง ๆการเลน เกม กฬี าตามสมยั นิยม การออกกำลงั กาย การปอ งกันในการเลน
การแขงขนั กีฬา การทำงานเปนทีม การปฏิบตั หิ นาท่ีตามความรับผดิ ชอบ กีฬาตา ง ๆ การสรางสมรรถภาพทางกาย การ
พกั ผอน นันทนาการ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทางจิต ทางกลไกและศึกษาเพอ่ื ใหมีความรู ความเขาใจ เหน็
คณุ คา และมที ักษะโดยใชทักษะทางกลไก นำไปสกู ารใชใ นชวี ิตประจำวนั

รหสั ตัวช้ีวดั
พ 1.1 ม.2/1 ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
พ 3.1 ม.2/1 ม.2/3
พ 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
รวม 4 มาตรฐาน 13 ตัวช้ีวัด

15

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า พ22102 รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา 2 กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนว ยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห และอธิบายเกีย่ วกบั การเจรญิ เตบิ โต และพัฒนาการของวัยรนุ ปจ จัยท่ีมอี ิทธิพลตอเจตคตใิ นเร่ือง
เพศ ปญหาและผลกระทบทเ่ี กดิ จากการมีเพศสัมพันธ การวางตวั ทเี่ หมาะสม และเห็นความสำคัญของความเสมอภาคทาง
เพศ แสดงทกั ษะการปฏเิ สธ เพื่อปองกนั ตนเองจากการถูกลว งละเมดิ ทางเพศวเิ คราะหความสัมพันธข องภาวะสมดลุ
ระหวา งสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต ปฏิบตั ิตนเพ่ือจดั การกับอารมณ และความเครยี ดไดอยา งเหมาะสม เลือกใชบ ริการทาง
สขุ ภาพไดอยางมเี หตผุ ล และสามารถเลอื กใชเ ทคโนโลยีทางสขุ ภาพมาใชใ หเกดิ ประโยชน ปฏบิ ตั ิตน เพ่อื สรา งเสริมและ
ปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการ ทดสอบ และสามารถใหคำแนะนำ ใหความชว ยเหลือแกผ ูต ดิ สารเสพตดิ และ
เรียนรูทักษะการปองกันตนเอง จากพฤติกรรมเสย่ี งและสถานการณเ ส่ยี งที่เกิดขนึ้ รอบตวั เพอ่ื นำไปสกู ารมีชีวติ ที่ปกติสุขใน
สงั คม ศกึ ษาเพือ่ ใหมีความรู ความเขาใจ เร่ืองเกีย่ วกับการเคลอื่ นไหวรา งกาย หลักการออกกำลงั กาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ทักษะเบือ้ งตน กีฬาสากล ประเภทลูและลาน การเลน เปน ทมี การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การ
พกั ผอน และนันทนาการ กฎ กติกา ในการเลน กีฬา วิธกี ารรกุ และการปอ งกนั ในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมี
นำ้ ใจนักกีฬา การทำงานเปน ทีม การวางแผนสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจติ การบรหิ ารจิต เหน็ คณุ คาของการ
ออกกำลังกายการออกกำลังกายและการเลนกีฬาปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความสนกุ สนานปลอดภยั ช่ืนชมและเหน็ คณุ คา ของ
การออกกำลงั กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนกั กฬี า และใหค วามรว มมือในการทำงานเปนทมี

โดยใชก ระบวนการจดั การเรียนรแู บบกระบวนการกลมุ กระบวนการสบื คน ขอมลู กระบวนการวิเคราะห และ
อภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนกึ ในคุณคาและศกั ยภาพของตนเอง เพ่ือใหส ามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู และนำ
ประสบการณไปปรับใชใหเ กิดประโยชนสงู สดุ ในการดำเนินชวี ิต มีทกั ษะในการเคล่อื นไหวลักษณะตาง ๆ และมี
ประสทิ ธิภาพของรูปแบบการเคลอ่ื นไหวตา ง ๆการเลน เกม กฬี าตามสมัยนยิ ม การออกกำลงั กาย การปอ งกันในการเลน
การแขง ขนั กีฬา การทำงานเปนทมี การปฏบิ ัติหนา ที่ตามความรับผิดชอบ กฬี าตา ง ๆ การสรางสมรรถภาพทางกาย การ
พักผอน นันทนาการ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทางจิต ทางกลไกและศึกษาเพอื่ ใหมคี วามรู ความเขาใจ เหน็
คุณคา และมที ักษะโดยใชท ักษะทางกลไก นำไปสกู ารใชใ นชวี ติ ประจำวัน

รหสั ตวั ช้ีวัด
พ 3.1 ม.2/2 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
พ 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
รวม 4 มาตรฐาน 15 ตัวช้ีวัด

16

รหสั วชิ า ศ22101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 2 รายวชิ า ทัศนศลิ ป 3 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ
ภาคเรยี นที่ 1

ศึกษาการใชท ัศนธาตุ และหลักการออกแบบในการสื่อความหมายในรปู แบบตาง ๆ จุดประสงคและเนอ้ื หาของงาน
ทัศนศิลป โดยใชศัพทท างทัศนศิลป การเลอื กใชว ัสดอุ ุปกรณ และเทคนิคของศลิ ปนในการแสดงออกทางทัศนศลิ ป ทักษะ
และเทคนิคในการใชว สั ดอุ ปุ กรณ และกระบวนการที่สูงขึน้ ในการสรางงานทัศนศิลป สรางสรรคงานทัศนศลิ ปด วย
เทคโนโลยตี าง ๆ โดยเนนหลักการออกแบบและการจดั องคป ระกอบศลิ ป ออกแบบงานทศั นศิลปไดเ หมาะกับโอกาสและ
สถานท่ี เลอื กใชว ัสดุ อปุ กรณ เทคนคิ และเนอื้ หา เพอ่ื สรา งสรรคงานทศั นศลิ ป

มีความสามารถบรรยาย คดิ วิเคราะห วจิ ารณ สรา งสรรคออกแบบ เปรียบเทียบ อภิปราย และประเมนิ คา งาน
ศิลป

รหัสตวั ช้ีวดั
ศ1.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/6
รวม 1 มาตรฐาน 4 ตัวช้ีวัด

17

รหัสวชิ า ศ22102 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 รายวิชาทัศนศลิ ป 4 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนว ยกิต

ภาคเรยี นที่ 2

ศึกษาการเปลี่ยนแปลงงานทัศนศิลปของไทยในแตละยุคสมัย ศึกษาแนวคิดและเนื้อหาของงานที่แตกตางกัน
ออกไปรูคณุ คาและเอกลกั ลักษณเ ฉพาะตวั ของงานทัศนศลิ ป รแู ละเขา ใจเก่ียวกบั วัฒนธรรมที่สะทอนอยูในงานทัศนศิลปท้ัง
ของไทยและงานทัศนศิลปสากล การพัฒนาและสืบทอดรูปแบบงานทัศนศิลปทองถิ่น พวงมโหตร สไบมอญ
เครอ่ื งปน ดนิ เผา มคี วามรูความเขา ใจในการออกแบบงานทัศนศิลป และสามารถสรางเกณฑในการประเมนิ และวิจารณงาน
ทศั นศิลปได

เพื่อสามารถใชทักษะในการบรรยาย และวิจารณงานทัศนศิลป มีทักษะในการประเมิน ทักษะในการออกแบบ
ผลงานทัศนศิลป ปฏิบัติไดอยางมีหลักการ วิเคราะหคุณคางานทัศนศิลปภาคตาง ๆ ในประเทศไทยและนำเสนอความ
โดดเดนของทศั นศลิ ปในทองถิน่ พวงมโหตร สไบมอญ เครือ่ งปน ดินเผา และนำความรทู ไ่ี ดไปประยุกตใ ช

รหัสตวั ช้ีวัด
ศ1.1 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/7
ศ1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3

รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวัด

สาระทอ งถ่ิน
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน

มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญญาทองถิ่น ภมู ิปญ ญาไทยและสากล
ศ 1.2 ม.2/1 ระบุ และบรรยายเกีย่ วกบั ลักษณะรูปแบบงานทศั นศลิ ปของชาติและของทองถิน่ พวงมโหตร

สไบมอญ เครื่องปน ดนิ เผา จากอดตี จนถงึ ปจจบุ ัน และสืบทอดวัฒนธรรมทองถน่ิ พวงมโหตร
สไบมอญ เคร่อื งปน ดินเผา
ศ 1.2 ม.2/2 ระบุ และเปรยี บเทียบงานทัศนศิลปข องภาคตาง ๆ ในประเทศไทย โดยการวเิ คราะหค ณุ คา และ
นำเสนอความโดดเดน ของทัศนศิลปในทอ งถนิ่ พวงมโหตร สไบมอญ เคร่ืองปน ดนิ เผา

18

รหสั วิชา ศ22104 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 รายวชิ าดนตรี 3 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต
ภาคเรียนท่ี 1

ศึกษาองคประกอบของดนตรีในวัฒนธรรมตาง ๆ บทบาทของดนตรี และอิทธิพลของดนตรี ปจจัยในการ
สรางสรรคบทเพลง ไดแก จินตนาการ และการถายทอดเรื่องราวความคิดในบทเพลง อาชีพทางดานดนตรี บทบาท ของ
ดนตรีในธรุ กจิ บันเทงิ เคร่อื งหมายและสัญลกั ษณทางดนตรี

เพอ่ื ใหส ามารถเปรียบเทยี บการใชอ งคป ระกอบดนตรี บรรยายบทบาท และอทิ ธพิ ลของดนตรีทมี่ าจากวฒั นธรรมท่ี
แตกตา งกนั ระบุปจ จยั สำคญั ท่ีมอี ิทธพิ ลตอการสรางสรรคงานดนตรี ระบงุ านอาชีพตา ง ๆ ท่เี กยี่ วของกับดนตรีและบทบาท
ของดนตรใี นธรุ กจิ บนั เทิง

รหสั ตัวช้ีวัด
ศ 2.1 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3,ม.2/7
ศ 2.2 ม.2/1
รวม 2 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัด

19

รหัสวิชา ศ22106 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 2 รายวิชา ดนตรี 4 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกติ
ภาคเรียนท่ี 2

ศึกษาเหตุการณประวัติศาสตรกบั การเปล่ยี นแปลงทางดนตรีในประเทศไทย ไดแ ก การเปล่ียนแปลง ทางการเมือง
และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เทคนิคการรองและบรรเลงดนตรี การบรรยายอารมณและความรูสึกในบทเพลง การ
ประเมนิ ความสามารถทางดนตรี

เพื่อใหเกิดความรูและความเขาใจอิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณประวัติศาสตรที่มีตอรูปแบบของดนตรีใน
ประเทศไทย บรรยายอารมณของเพลงและความรสู กึ ท่ีมตี อบทเพลงผานการรองเพลง ประเมนิ พัฒนาการทักษะ ทางดนตรี
ของตนเองหลกั จากฝก ปฏบิ ัติ

รหัสตวั ชี้วดั
ศ 2.1 ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6
ศ 2.2 ม.2/2
รวม 2 มาตรฐาน 4 ตัวชีว้ ัด

20

รหัสวิชา ง22101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 รายวิชาการงานอาชพี 3 จำนวน 20 ช่วั โมง/0.5 หนว ยกติ

ภาคเรียนที่ 1

ศกึ ษา สืบคน ขอ มูล วเิ คราะห ฝกปฏิบัติ และอธบิ ายเกยี่ วกับงานบา น เสอื้ ผาและเคร่ืองแตงกาย อาหารและ
โภชนาการ งานเกษตร ฝกปฏิบตั ิเก่ียวกับการจัดตกแตงบานและสวน การปก ตกแตง เส้ือผาเครอื่ งแตงกาย การเตรียมการ
ประกอบอาหารและเครอื่ งดม่ื การเรยี นรพู ชื สมุนไพร การสรา งของใชข องตกแตง โดยการแสวงหาความรู โดยใช
กระบวนการแกปญ หา จิตสำนึกและการใชท รัพยากรอยางประหยัดและคมุ คา การเสรางสรา งประสบการณอ าชีพ การ
เตรียมตัวเขาสูอาชีพ และทักษะท่ีจำเปน ตอ การประกอบอาชพี

เพอ่ื ใหผูเรยี นเกิดเจตคติทีด่ ตี อการทำงานและมีมารยาทในการทำงานกับครอบครวั และผอู ืน่ มีจิตสำนึกในการใช
ทรพั ยากรอยางประหยดั และคุม คา ทักษะทจ่ี ำเปน ตอการประกอบอาชีพ มคี ุณธรรม ตลอดจนนำความรูไปใชใ น
ชีวติ ประจำวันได

รหัสตัวช้ีวดั
ง 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3,
ง 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3,

รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวดั

21

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า ง22102 รายวิชา การงานอาชพี 4 กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนว ยกติ

ศกึ ษา สบื คนขอ มลู วเิ คราะห ฝก ปฏบิ ัติ และอธิบายเกย่ี วกับงานชา ง งานประดิษฐ งานอาชพี
ฝกปฏิบตั ิเก่ยี วกับทักษะการสรางช้นิ งาน โดยใชก ระบวนการทำงานอยางเปน ขน้ั ตอน การจดั การ กระบวนการแกปญ หา
การทำงานรวมกนั และการแสวงหาความรู วางแผนในการเลือกอาชพี ระบุความรคู วามสามารถ และคณุ ธรรมทีส่ มั พันธ
กบั อาชีพที่สนใจ

เพ่ือใหผูเ รยี นเกดิ เจตคตทิ ด่ี ตี อการทำงาน มีมารยาทในการทำงานกบั ครอบครัวและผูอื่น มจี ิตสำนึกและความ
รบั ผดิ ชอบในการใชค อมพวิ เตอรส รา งช้นิ งาน มีคณุ ธรรม และมีเจตคติที่ดใี นการประกอบอาชพี ตลอดจนนำความรูไปใช
ในชีวติ ประจำวนั

รหัสตวั ชี้วดั
ง 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ง 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวชี้วัด

22

รหสั วิชา อ22101 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2 รายวชิ า ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 3
ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนวยกติ

ศึกษาและปฏิบตั ิ คำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธิบายทฟี่ ง และอาน อานออกเสยี งขอความ ขา ว ประกาศ
และบทรอยกรองสนั้ ๆ ตามหลักการอาน ระบุและเขียนประโยคขอความ ใหส มั พนั ธกับส่ือท่ีไมใชค วามเรียงรปู แบบตาง ๆ
ทีอ่ า น เลอื กหัวขอ เร่ือง ใจความสำคัญ บอกรายละเอยี ดสนับสนนุ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งที่ฟง และอา น พรอ ม
ทั้ง ใหเ หตผุ ลและยกตวั อยางงาย ๆ ประกอบ สนทนาแลกเปลย่ี นขอ มลู เก่ียวกบั ตนเอง เรอื่ งตา ง ๆ ใกลตวั และ
สถานการณ ในชวี ติ ประจำวัน ใชค ำขอรอง ใหคำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตามสถานการณ พูดและเขยี นแสดงความ
ตอ งการ เสนอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ การใหค วามชวยเหลอื ในสถานการณตาง ๆ ขอและใหขอ มลู
บรรยาย และแสดง ความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่อง ที่ฟง หรืออาน แสดงความรูสึก และความคิดเหน็ ของตนเองเกีย่ วกับเรอ่ื งตา ง
ๆ กิจกรรม และประสบการณ พรอ มท้ังใหเหตผุ ลประกอบ อยา งเหมาะสม บรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวตั รประจำวนั
ประสบการณ และขาว เหตุการณ สรุปใจความ แกนสาระ หัวเรอ่ื งที่ไดจ ากการวิเคราะหเ รอื่ งขาวเหตุการณ ท่ีอยใู นความ
สนใจของสังคม แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั กจิ กรรม เร่อื งตาง ๆ ใกลต วั และประสบการณ พรอ มท้ังใหเ หตผุ ลประกอบ ใช
ภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ิยาทา ทางเหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา ของภาษา อธิบาย
เกยี่ วกับเทศกาล วันสำคญั ชวี ติ ความเปนอยู และประเพณีของเจา ของภาษา เขา รว ม จัดกจิ กรรมทางภาษา และ
วฒั นธรรมตามความสนใจ เปรียบเทยี บ และอธิบายความเหมือน และความแตกตา งระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตา ง
ๆ การลำดับคำตามโครงสรา งประโยคขอภาษาตางประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน และความ
แตกตา งระหวางชวี ติ ความเปนอยู และวัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย คน ควา รวบรวม สรุป และนำเสนอขอมูล
ขอ เท็จจริง ท่ีเกี่ยวของ กับกลุมสาระการเรยี นรูอนื่ จากแหลงเรียนรู

ใชภาษาสือ่ สาร ในสถานการณจ ริง สถานการณจ ำลองทเี่ กิดขน้ึ ในหองเรียน สถานศึกษา และชุมชน สืบคน คน ควา
รวบรวมและสรปุ ความรู ขอมูลตาง ๆจากสื่อและแหลงเรียนรตู า ง ๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชพี เผยแพร
ประชาสมั พนั ธข อมูลขาวสารของโรงเรยี น เปน ภาษาตางประเทศโดยใชทักษะการฟง พูด อาน เขียน
การคน ควา การรวบรวม การสรปุ และการนำเสนอขอมลู ขอ เทจ็ จริง เห็นคุณคา ตระหนักถงึ ความสำคญั ของ
ภาษาตางประเทศ มีความมั่นใจ และมีประสิทธภิ าพในการใชภาษาตางประเทศ เพ่อื การสื่อสาร

รหัสตวั ตัวชีว้ ดั ต 1.2 ม.2/1,2,3,4,5 ต 1.3 ม.2/1,2,3
ต 1.1 ม.2/1,2,3,4 ต 2.2 ม.2/1,2 ต 3.1 ม.2/1
ต 2.1 ม.2/1,2,3 ต 4.2 ม.2/1,2
ต 4.1 ม.2/1

รวม 8 มาตรฐาน 21 ตวั ชีว้ ัด

23

รหสั วชิ า อ22102 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 4
ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 60 ชัว่ โมง/1.5 หนวยกิต

ศึกษาและปฏิบตั ิ คำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธิบายท่ีฟง และอาน อา นออกเสียงขอ ความ ขา ว ประกาศ
และบทรอยกรองส้นั ๆ ตามหลกั การอาน ระบแุ ละเขียนประโยคขอความ ใหส ัมพนั ธก ับสื่อทไ่ี มใ ชค วามเรียงรูปแบบตา ง ๆ
ทีอ่ าน เลือกหวั ขอเรอ่ื ง ใจความสำคญั บอกรายละเอียดสนับสนนุ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่อื งที่ฟงและอา น พรอม
ท้งั ใหเหตุผลและยกตวั อยางงาย ๆ ประกอบ สนทนาแลกเปลี่ยนขอมลู เก่ียวกับตนเอง เรื่องตา ง ๆ ใกลตวั และ
สถานการณ ในชีวติ ประจำวนั ใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายตามสถานการณ พูดและเขียนแสดง
ความตองการ เสนอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธ การใหค วามชวยเหลอื ในสถานการณตา ง ๆ ขอและให
ขอ มลู บรรยาย และแสดง ความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรื่อง ท่ีฟงหรอื อา น แสดงความรสู ึก และความคดิ เหน็ ของตนเอง
เก่ยี วกบั เรอื่ งตาง ๆ กจิ กรรม และประสบการณ พรอ มทัง้ ใหเ หตุผลประกอบ อยา งเหมาะสม บรรยายเก่ยี วกับตนเอง
กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ และขา ว เหตกุ ารณ สรปุ ใจความ แกน สาระ หวั เรือ่ งท่ีไดจากการวเิ คราะหเรื่องขาว
เหตุการณ ท่ีอยใู นความสนใจของสังคม แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับกจิ กรรม เรือ่ งตา ง ๆ ใกลตัวและประสบการณ พรอม
ท้ังใหเ หตุผลประกอบ ใชภ าษา นำ้ เสียง และกริ ิยาทาทางเหมาะสมกบั บุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม
ของเจาของภาษา อธบิ ายเก่ียวกับเทศกาล วนั สำคญั ชวี ิตความเปน อยู และประเพณีของเจาของภาษา เขารวม จัด
กจิ กรรมทางภาษา และวฒั นธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบ และอธบิ ายความเหมือน และความแตกตางระหวา งการ
ออกเสยี งประโยคชนดิ ตา ง ๆ การลำดับคำตามโครงสรางประโยคขอภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทยี บและ
อธิบายความเหมือน และความแตกตา งระหวางชวี ติ ความเปนอยู และวัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย คนควา
รวบรวม สรุป และนำเสนอขอมูล ขอเทจ็ จรงิ ทเ่ี กยี่ วของ กบั กลุมสาระการเรยี นรูอนื่ จากแหลง เรียนรู

ใชภ าษาสื่อสาร ในสถานการณจริง สถานการณจ ำลองที่เกิดขน้ึ ในหองเรียน สถานศึกษา และชมุ ชน สืบคน คน ควา
รวบรวมและสรปุ ความรู ขอมูลตา ง ๆจากสอ่ื และแหลงเรียนรตู า ง ๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร
ประชาสมั พนั ธข อมลู ขาวสารของโรงเรยี น เปน ภาษาตางประเทศโดยใชท ักษะการฟง พูด อา น เขยี น การคน ควา การ
รวบรวม การสรุป และการนำเสนอขอมลู ขอ เทจ็ จริง เหน็ คุณคา ตระหนักถงึ ความสำคัญของภาษาตา งประเทศ มีความ
ม่นั ใจ และมีประสิทธภิ าพในการใชภ าษาตางประเทศ เพ่อื การสือ่ สาร

รหัสตวั ช้ีวดั ต 1.2 ม.2/1,2,3,4,5 ต 1.3 ม.2/1,2,3
ต 1.1 ม.2/1,2,3,4 ต 2.2 ม.2/1,2 ต 3.1 ม.2/1
ต 2.1 ม.2/1,2,3 ต 4.2 ม.2/1,2
ต 4.1 ม.2/1

รวม 8 มาตรฐาน 21 ตัวชี้วดั

24

โครงสรา งหลักสูตรสถานศกึ ษา ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 (ภาคเรยี นท่ี 1) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวิชา / กจิ กรรม รายวิชา / กิจกรรม
รายวิชาพน้ื ฐาน รายวิชาพ้ืนฐาน
ท23101 ภาษาไทยพน้ื ฐาน 5 ท23102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 6
ค23101 คณิตศาสตรพ นื้ ฐาน 5 ค23102 คณิตศาสตรพน้ื ฐาน 6
ว23101 วทิ ยาศาสตรพนื้ ฐาน 5 ว23102 วิทยาศาสตรพ ืน้ ฐาน 6
ว23181 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 ว23182 วิทยาการคำนวณ 3
ส23101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 5 ส23102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6
ส23103 ประวตั ศิ าสตร 5 ส23104 ประวตั ศิ าสตร 6
พ23101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 5 พ23102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 6
ศ23101 ทศั นศิลป 5 ศ23102 ทัศนศลิ ป 6
ศ23103 นาฏศิลป 5 ศ23105 นาฏศิลป 6
ง23101 การงานอาชพี 5 ง23102 การงานอาชพี 6
อ23101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 5 อ23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6

25

รายวชิ า ท23101 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 วชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน 5 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนว ยกติ

ภาคเรียนที่ 1

ฝกทกั ษะการอาน เขียน ฟง ดู พดู โดยอานออกเสียงบทรอยแกว บทรอยกรองประเภท กลอนสภุ าพ กาพยฉบัง
16 จบั ใจความ แปลความ ตีความและขยายความ วเิ คราะห วิจารณเขยี นหรอื พูดแสดงความคิดเหน็ ชแ้ี จงแสดงความรู
อธบิ ายความหรือโตแ ยงถึงคุณคา ท่ีไดรับ ประเมนิ เรือ่ งที่อานอยางมเี หตผุ ล มีมารยาทการอาน คัดลายมอื ดวยตวั บรรจงครงึ่
บรรทดั เขยี นกรอบและผังความคดิ ยอ ความ จดหมายกิจธุระ บนั ทึก รายงาน โครงงานจากการศึกษาคน ควาเรื่องราวใน
ทอ งถ่นิ ขาว สือ่ ส่งิ พิมพ ส่ืออิเลค็ ทรอนิกส วรรณคดีเรื่องทีเ่ รียน ศกึ ษาคนควา หาความรเู พมิ่ เติมในเรื่องราวท่ีสนใจ
นำมาเขยี นเรียบเรียงแลวนำเสนอขอ มลู อยางเปนระบบ มมี ารยาทในการเขียน พูดรายงานประเดน็ การศึกษาคน ควา
เกยี่ วกบั ภมู ปิ ญญาทองถิ่น โดยนำเสนอผลงานโดยใชคอมพิวเตอร มมี ารยาทในการฟง ดูและพูด ศกึ ษาลักษณะคำไทย คำ
มูล คำประสม คำซำ้ คำซอน การใชภ าษาในระดบั ตา ง ๆ ไดถูกตองเหมาะสมกบั ระดับบุคคล การใชคำทบั ศัพท ศัพท
บัญญตั ใิ นภาษาไทย แตงกลอนสุภาพ กาพยฉบงั 16ไดถูกตองตามขอ บังคบั ของฉนั ทลกั ษณ ศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม
เร่อื งราวประวัตคิ วามเปนมาของทองถน่ิ บุคคลสำคญั สารคดี บทความทเ่ี กย่ี วกับทองถนิ่ ใชหลักการพินิจวรรณกรรม
วิเคราะหว ถิ ไี ทยและคณุ คา ของเร่ืองท่ีอา นท้ังดานวรรณศลิ ป เน้ือหา วถิ ชี วี ิต คานยิ ม ความเช่อื ของสงั คมและวฒั นธรรม
ทองจำคำประพนั ธท่กี ำหนด บทรอ ยกรองท่ีมคี ุณคา ตามความสนใจ จดจำ นำความรู ขอคดิ ทีไ่ ดไ ปใชอา งอิงและประยุกตใช
ในชวี ิตจริง

โดยใชกระบวนการทางการสื่อสาร ความสามารถในการคิด การแกป ญ หา การใชทักษะชวี ิตและความสามารถใน
การใชเ ทคโนโลยเี ปน เครอ่ื งมือในการเรยี นรูเ พื่อใหมีคณุ ลักษณะใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพียง มีความมุงมน่ั ในการทำงาน มี
วินยั รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  รกั ความเปน ไทย มจี ติ สาธารณะ สามารถนำไปปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจำวันเพ่ืออยูในสังคมไดอยางมี
ความสุข

รหสั ตวั ช้ีวัด
ท. 1.1 ม. 3/1 , 3/2 , 3/3 , 3/4
ท. 2.1 ม. 3/1 , 3/2 , 3/3 , 3/4 , 3/5
ท. 3.1 ม. 3/1 , 3/2 , 3/3
ท. 4.1 ม. 3/1 , 3/2 , 3/3
ท. 5.1 ม. 3/1 , 3/2 , 3/3
รวม 5 มาตรฐาน 18 ตัวชวี้ ดั

26

รหสั วิชา ท23102 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 รายวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน 6 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนว ยกิต

ภาคเรียนท่ี 2

ศึกษาวิธีการอานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง การสังเกตคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมาย
โดยนัย วธิ กี ารระบใุ จความสำคัญ การเขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคิด บันทึก ยอ ความ รายงาน มคี วามรูความเขาใจในการ
วิเคราะห วิจารณ และประเมินเรื่องโดยใชกลวิธีการเปรียบเทียบ หลักการวิเคราะหเพื่อแสดงความคิดเห็นโตแยง วิธีการ
ตคี วามและประเมินคณุ คา และแนวคดิ จากงานเขียน วธิ ีการคดั ลายมือ ข้ันตอนการเขียนชวี ประวตั หิ รืออตั ชวี ประวัติ วธิ ีการ
เขียนยอความ เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็นโตแยง หลักการสังเกตคำภาษาตางประเทศ ประโยคซับซอน ระดับ
ภาษา คำทับศพั ท ศัพทบ ัญญตั ิ ศัพทท างวิชาการและวิชาชพี บทรอ ยกรอง วิธกี ารทอ งจำบทอาขยาน บทรอ ยกรอง

โดยใชกระบวนการอานออกเสียงบทรอ ยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองและเหมาะสมกับเร่ืองที่อาน ระบุความ
แตกตางของคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของขอมูลที่สนับสนุน
จากเรื่องที่อาน วิเคราะห วิจารณ และประเมินเรื่องที่อาน วิเคราะหเพื่อแสดงความคิดเห็นโตแยงเกี่ยวกับเรื่องที่อาน
ตีความและประเมินคุณคา และแนวคิดที่ไดจากงานเขียนอยางหลากหลายเพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิต และมีมารยาทใน
การอา น ทกั ษะการคัดลายมือ เขยี นขอความโดยใชถ อยคำไดถกู ตองตามระดับภาษา เขียนชีวประวตั ิหรอื อตั ชีวประวัติโดย
เลา เหตุการณ ขอคิดเห็น และทศั นคติในเร่ืองตา งๆ เขยี นยอความ เขียนอธิบาย ช้แี จง แสดงความคิดเห็นและโตแยงอยางมี
เหตผุ ล จำแนกและใชค ำภาษาตางประเทศที่ใชใ นภาษาไทย วิเคราะหโ ครงสรา งประโยคซบั ซอน วิเคราะหร ะดับภาษา สรุป
เนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมทองถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้น รวมถึงวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรม
ทองถิ่นจังหวัดปทุมธานี ไดแก ประเพณีธงตะขาบ เหตุการณในประวัติศาสตร เรื่องประวัติวัดสองพี่นอง วิเคราะหวิถี
ไทยและคุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน เพื่อนำไปประยุกตใชในชีวิตจริง ทองจำและบอกคุณคาบทอาขยาน
ตามท่กี ำหนดและบทรอ ยกรองท่มี คี ุณคาตามความสนใจ

รหสั ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/8, ม. 3/9 , ม. 3/10
ท 2.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/6
ท 4.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม. 3/4 , ม. 3/5 , ม. 3/6
ท 5.1 ม. 3/1 , ม. 3/2 , ม. 3/3 , ม. 3/4
รวม 4 มาตรฐาน 23 ตวั ชี้วดั

สาระทอ งถิ่น
มาตรฐาน 4.1 เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
มาตรฐาน 5.1 เขาใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และ

นำมาประยุกตใ ชใ นชีวิตจริง
ท 5.1 ม.3/1 สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมทองถนิ่ ในระดับทยี่ ากยิง่ ขน้ึ รวมถึงวรรณคดี

วรรณกรรมและวรรณกรรมทองถน่ิ จังหวดั ปทุมธานี ไดแก ประเพณีธงตะขาบ เหตุการณใ น
ประวัติศาสตร เรอื่ งประวัติวัดสองพน่ี อง

27

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า ค23101 รายวิชาคณิตศาสตรพ ้นื ฐาน 5 กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนว ยกิต

ศึกษาและฝก ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแก การแกป ญหา การใหเ หตุผล การส่อื สาร
การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชอื่ มโยงความรตู า ง ๆ ทางคณิตศาสตร และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตร
กับศาสตรอ่ืน ๆ และมีความคิดริเร่มิ สรา งสรรค การแกอสมการเชิงเสน ตัวแปรเดยี ว การนำความรเู กยี่ วกับการแกอ สมการ
เชงิ เสนตัวแปรเดียวไปใชใ นการแกปญ หา รปู สามเหลี่ยมที่คลา ยกนั การนำความรูเ ก่ยี วกับความคลา ยไปใชใ นการแกปญหา
ขอมูลและการวเิ คราะหขอ มลู แผนภาพกลอ ง การแปลความหมายผลลพั ธ การนำสถติ ิไปใชในชีวิตจริง

โดยจัดประสบการณ กิจกรรม หรือ โจทยปญหาที่สง เสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรในการคิด
คำนวณ การใหเหตผุ ล การวเิ คราะห การแกปญ หา การสอื่ สาร การสอ่ื ความหมาย และการนำเสนอ เพื่อใหเกดิ ความรู
ความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มีระเบยี บวนิ ัยมงุ ม่ันในการทำงานอยางมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย
มีวิจารณญาณ รจู กั นำความรูไปประยุกตใ ชในการดำรงชีวติ ไดอยางพอเพียง รวมทง้ั มเี จตคติท่ีดีตอคณติ ศาสตร

รหสั ตัวชี้วดั
ค 1.3 ม.3/1
ค 2.1 ม.3/1, ม.3/2
ค 3.1 ม.3/1

รวม 2 มาตรฐาน 4 ตวั ชวี้ ดั

28

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
รหสั วชิ า ค23102 รายวิชาคณิตศาสตรพน้ื ฐาน 6
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกิต

ศกึ ษาและฝก ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแก การแกป ญ หา การใหเ หตผุ ล การสอื่ สาร
การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรูตา ง ๆ ทางคณิตศาสตร และเชื่อมโยงคณติ ศาสตร
กับศาสตรอ่นื ๆ และมีความคิดริเริม่ สรางสรรค การหาพื้นที่ผิวและปรมิ าตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนำความรู
เกย่ี วกับพืน้ ทีผ่ วิ และปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม ไปใชในการแกป ญ หา ความนาจะเปน จากการทดลองสุม
ความนา จะเปน การนำความรเู กย่ี วกับความนาจะเปน ไปใชใ นชีวิตจรงิ อตั ราสว นตรโี กณมิติ การนำคา อัตราสวนตรีโกณมิติ
ของมมุ 30 องศา 45 องศา และ60 องศาไปใชใ นการแกปญหา

โดยจัดประสบการณ กิจกรรม หรือ โจทยปญ หาทีส่ งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ นการคิด
คำนวณ การใหเ หตผุ ล การวเิ คราะห การแกปญ หา การส่อื สาร การส่ือความหมาย และการนำเสนอ เพอื่ ใหเ กิดความรู
ความเขา ใจ ความคิดรวบยอด ใฝร ูใฝเ รียน มรี ะเบยี บวนิ ยั มุงมัน่ ในการทำงานอยางมีระบบ ประหยดั ซือ่ สัตย
มวี ิจารณญาณ รจู ักนำความรูไปประยุกตใ ชในการดำรงชวี ติ ไดอยา งพอเพยี ง รวมท้ังมเี จตคตทิ ีด่ ตี อคณติ ศาสตร
รหัสตัวช้ีวัด

ค 2.2 ม.3/1
ค 2.2 ม.3/2
ค 3.2 ม.3/1
รวม 3 มาตรฐาน 3 ตัวชี้วัด

29

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวชิ า ว23101 รายวชิ าวิทยาศาสตรพืน้ ฐาน 5 กลุม สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 60 ชั่วโมง/1.5 หนว ยกิต

ศกึ ษา ทดลอง วิเคราะหเ กีย่ วกับกระบวนการและความสำคญั ของการถา ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม
สารพนั ธกุ รรม การเปลย่ี นแปลงทางพันธุกรรมทีม่ ีผลตอสิ่งมชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวิต
การเกิดคล่ืน และสวนประกอบของคลืน่ คลื่นแมเหล็กไฟฟาและสเปกตรัม คลื่นแมเหล็กไฟฟา ประโยชนและอันตรายจาก
คลื่นแมเหล็กไฟฟาการใช ประโยชนในดานตาง ๆ และอันตรายจากคลื่น แมเหล็กไฟฟาในชีวิตประจำวัน ดวยวิธีที่
เหมาะสมในการอธิบาย กฎการสะทอนของแสง การเคลื่อนที่ของแสง แสดงการเกิดภาพจากกระจกเงา การหักเหของแสง
เมื่อผานตัวกลาง โปรงใสท่ีแตกตางกันและการกระจายแสงของแสงขาวเม่ือผา นปริซึม การเคลื่อนที่ของแสง แสดงการเกดิ
ภาพจากเลนสบาง ปรากฏการณที่เกี่ยวกับแสง และการทำงานของทัศนอุปกรณการเคลื่อนที่ของแสง แสดงการเกิดภาพ
ของทัศนอุปกรณและเลนสตา ผลของความสวางที่มีตอดวงตา จากขอมูลที่ไดจากการสืบคน ความสวางของแสงที่มีตอ
ดวงตาการจัดความสวางใหเหมาะสมในการทำกิจกรรมตาง ๆ เขาใจองคประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และ
วิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ และ ระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธภายในระบบสุริยะที่สงผลตอสิ่งมีชีวิตและ
การประยกุ ตใชเ ทคโนโลยีอวกาศ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสังเกต การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล การทดลอง การอภิปราย
การสรางความคดิ รวบยอด การฝกปฏบิ ตั ิ การทำงานกลุม การเสรมิ สรา งคานิยม การสอื่ ความ การนำเสนอผลงานและการ
ตั้งคำถาม เพื่อใหรักการเรียนรูวทิ ยาศาสตร มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีจิต
วทิ ยาศาสตร สามารถสอ่ื สารสิง่ ท่ีเรียนรู สามารถตดั สนิ ใจ มีทกั ษะในการดำรงชีวิต และนำความรูวิทยาศาสตรเปนเครือ่ งมือ
ในการเรียนรวู ชิ าอน่ื และนำไปใชในชีวติ ประจำวนั ไดอ ยางถูกตอ งและเหมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3/20

ม.3/21
ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 3 มาตรฐาน 24 ตวั ชว้ี ดั

30

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า ว23102 รายวิชาวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน 6 กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 60 ช่ัวโมง/1.5 หนวยกิต

ศึกษา ทดลองวิเคราะห เกี่ยวกับอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมถึงการจัดเรียงตัวใหมของอะตอมเมื่อการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดความรอน และปฏิกิริยาคายความรอน จากการเปลี่ยนแปลง พลังงานความรอน
ของปฏกิ ริ ิยา ปฏกิ ิริยาการเกดิ สนมิ ของเหล็ก ปฏกิ ิริยาของกรดกบั โลหะ ปฏิกิริยาของกรด กบั เบส และปฏกิ ิริยาของเบสกับ
โลหะ ปฏกิ ิริยา การเผาไหม การเกิดฝนกรด การสงั เคราะหดวยแสงประโยชนแ ละโทษของปฏิกริ ิยาเคมีทมี่ ี ตอ สิ่งมีชวี ิตและ
สงิ่ แวดลอม วิธกี ารปองกนั และแกปญหาที่เกิดจากปฏกิ ิรยิ าเคมที ี่พบในชวี ิตประจำวันปฏิกริ ิยาเคมี สมบัติทางกายภาพและ
การใชประโยชนวัสดุประเภทพอลิเมอร เซรามิกสและวัสดุผสม โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ และสารสนเทศการใชวัสดุ
ประเภท พอลิเมอร เซรามิกส และวัสดุผสม การใชวัสดุอยางประหยัด และคุมคา ความสัมพันธระหวางความตาง ศักย
กระแสไฟฟา และความตานทาน และ ปริมาณที่เกี่ยวของโดยใชสมการ = ความสัมพันธระหวาง กระแสไฟฟาและ
ความตางศักยไฟฟา ใชโวลตมิเตอร แอมมิเตอร ในการวัด ปริมาณทางไฟฟา ความตางศักยไฟฟาและ กระแสไฟฟาใน
วงจรไฟฟาเมื่อตอตัวตานทาน หลายตัว แบบอนุกรมและแบบขนาน วงจรไฟฟาแสดงการตอตัว ตานทานแบบอนุกรมและ
ขนาน การทำงานของชนิ้ สวน อิเลก็ ทรอนิกสอ ยา งงา ยในวงจร ช้นิ สว นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส อยา งงา ยในวงจรไฟฟา พลงั งานไฟฟา
โดยใช สมการ = รวมทัง้ คา ไฟฟา ของเครื่องใชไ ฟฟาในบาน การเลือกใช เครือ่ งใชไ ฟฟาโดยนำเสนอแนะวิธีการใช
เครื่องใชไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัย อธิบายความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธระหวางสิ่งไมมีชีวิตกับ
สิ่งมีชีวิต ความสัมพันธระหวางส่ิงมีชีวติ กับสิง่ มีชีวิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีใน
ระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาและผลกระทบที่มีตอ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม แนวทางในการ
อนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไข ปญหาสิง่ แวดลอม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมูล วิเคราะห
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรูค วามเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ท่ีเรียนรูได นำความรูไป
ใชในชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคา นิยมท่ีเหมาะสม

รหัสตวั ชี้วดั
ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6
ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11
ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9
รวม 4 มาตรฐาน 26 ตวั ช้ีวดั

31

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า ว23181 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

ศึกษาและวิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความสัมพันธของ เทคโนโลยีกับ
ศาสตรอื่น ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหสถานการณเพื่อสรุปกรอบของ ปญหา เปรียบเทียบและ
เลือกขอมูลที่จำเปนโดยคำนึงถึงทรัพยสินทางปญญา เพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาใน งานอาชีพดานการเกษตร อาหาร
พลังงานและขนสง

โดยใชก ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช วสั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมือ กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนิกส
ในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และ ปลอดภัย มีความสามารถในการตัดสินใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่เี รียนรูได นำ
ความรูไปใชใ นชีวิตประจำวัน มจี ริยธรรม คุณธรรมและคานยิ มที่เหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด
ว 4.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5
รวม 1 มาตรฐาน 5 ตัวช้ีวัด

32

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วิชา ว23182 รายวชิ าวิทยาการคำนวณ 3 กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

ศึกษาขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน
ขอ มูลปฐมภูมแิ ละทตุ ยิ ภมู ิ การประมวลผลขอมูล การสรา งทางเลือกและประเมินผล ซอฟตแ วรห รือบริการบน อินเทอรเน็ต
ที่ใชในการจัดการขอมูล การประเมินการความนาเชื่อถือของขอมูล การสืบคนหาแหลงตนตอของขอมูล เหตุผลวิวัติ
ผลกระทบจากขา วสารทีผ่ ิดพลาด การรูเ ทา ทนั สอ่ื กฎหมายทเี่ ก่ียวกบั คอมพวิ เตอร การใชลขิ สทิ ธิข์ องผูอ่นื โดยชอบธรรม

โดยใชกระบวนการรวบรวมขอมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ประมวลผล สรางทางเลือก และนำเสนอการตัดสินใจได
อยา งมีประสิทธิภาพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม เพ่อื พฒั นาแอปพลิเคชนั ที่มีการบูรณาการกบั วิชาอนื่ อยางสรางสรรค ใช
งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ อยางรเู ทา ทนั และมีความรบั ผดิ ชอบตอ สงั คม

รหสั ตัวช้ีวัด
ว 4.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 1 มาตรฐาน 4 ตัวช้ีวัด

33

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า ส23101 รายวชิ า สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม 5 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษาฯ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 60 ช่ัวโมง/ 1.5 หนวยกิต

ศึกษา วิเคราะหพระพุทธเกี่ยวกับการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสูประเทศตาง ๆ ทั่วโลก และการนับถือ
พระพทุ ธศาสนาของประเทศเหลา นนั้ ในปจจุบัน ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะที่ชว ยสรางสรรค อารยธรรมและ
ความสงบสุขใหแกโ ลก สมั มนาพระพุทธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอยางย่ังยืน การศึกษาพุทธ
ประวัตจิ ากพระพุทธรปู ปางตา ง ๆ การวเิ คราะหพทุ ธประวตั ิ รวมทง้ั ชาดกเรอ่ื ง นนั ทิวสิ าลชาดกและสุวณั ณหังสชาดกศึกษา
วิเคราะห พระธรรมเกี่ยวกับพระรัตนตรัยเรื่อง สังฆคุณ 9 หลักธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 ไดแก ทุกข (ธรรมที่ควรรู):
ขันธ 5 ไตรลักษณ สมุทัย (ธรรมที่ควรละ): หลักกรรม วัฏฏะ 3 ปปญจธรรม 3 (ตัณหา มานะ ทิฎฐิ) นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ):
อตั ถะ 3 มรรค (ธรรมท่ีควรเจริญ): มรรคมีองค 8 ปญ ญา 3 สปั ปุรสิ ธรรม 7 บญุ กริ ยิ าวัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล 38 เร่ือง
มศี ิลปวทิ ยา พบสมณะ ฟงธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล พทุ ธศาสนสุภาษิตบทวา อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ชนะตนนั่น
แลดกี วา ธมฺมจารี สขุ ํ เสติ ผูประพฤตธิ รรมยอมอยเู ปนสุข ปมาโท มจจฺ โุ น ปทํ ความประมาทเปนทางแหง ความตาย สุสฺสูสํ
ลภเต ปฺญํ ผูฟงดวยดยี อ มไดปญญา เรื่องนารูจากพระไตรปฎก:พทุ ธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร การปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมในการพัฒนาตนเพื่อเตรียมพรอมสำหรับ การทำงานและการมีครอบครัวศึกษา วิเคราะห พระสงฆเกี่ยวกับการ
ประพฤติตนตามแบบอยางการดำเนินชีวิตและขอคิดจากพุทธสาวก พุทธสาวิกา ไดแก พระอัญญาโกณฑัญญะ พระมหาปชาบดี
เถรี พระเขมาเถรี พระเจาปเสนทโิ กศล ศาสนิกชนตัวอยาง ไดแ ก ม.จ.หญงิ พูนพิสมัย ดสิ กุล ศาสตราจารยสัญญา ธรรมศักด์ิ ศึกษา
วเิ คราะหการปฏบิ ัตติ นเปนชาวพทุ ธท่ีดีเกย่ี วกับหนา ทช่ี าวพุทธเรอ่ื ง การเรยี นรวู ถิ กี ารดำเนินชีวิตของศาสนกิ ชนศาสนาอื่นๆ
หนา ทข่ี องพระภกิ ษใุ นการปฏิบัตติ ามหลกั พระธรรมวนิ ัย และจรยิ วัตรอยางเหมาะสม การเปนศิษยท ด่ี ตี ามหลกั ทศิ เบ้ืองขวา
ในทิศ 6 ของพระพุทธศาสนา การปฏิบัติหนาที่ชาวพุทธตามพุทธปณิธาน 4 ในมหาปรินิพพานสูตร การศึกษาเรียนรูเรื่อง
องคประกอบของพระพุทธศาสนานำไปปฏิบัติและเผยแผตามโอกาส การศึกษาการรวมตัวขององคกรชาวพุทธ การปลูก
จิตสำนึกในดานการบำรุงรักษาวัดและพุทธสถานใหเกิดประโยชน มารยาทชาวพุทธเรื่อง การปฏิบัติตนตอพระภิกษุใน
งานศาสนพิธีที่บาน การสนทนา การแตงกาย การพูดกับพระภิกษุตามฐานะ การปฏิบัติตนอยางเหมาะสมตอบุคคลตาง ๆ
ตามหลักศาสนา ศาสนพิธีเรื่อง พิธีทำบุญงานมงคลและงานอวมงคล การนิมนตพระภิกษุ การเตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปและ
เคร่ืองบูชา การวงดายสายสิญจน การปลู าดอาสนะ การเตรียมเคร่ืองรับรอง การจดุ ธูปเทียน ขอปฏบิ ตั ใิ นวันเล้ยี งพระ การ
ถวายขา วพระพุทธ การถวายไทยธรรม การกรวดน้ำ การแสดงตนเปนพุทธมามกะ ประวตั วิ นั สำคัญทางพระพุทธศาสนาใน
ประเทศไทย หลักปฏิบัติตน: การฟงพระธรรมเทศนา การแตงกายในการประกอบศาสนพิธีที่วัด การงดเวนอบายมุข การ
ประพฤติปฏิบัติในวันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญศึกษา วิเคราะหการบริหารจิตและการเจริญปญญาเกี่ยวกับการสวด
มนตแปลและแผเมตตา วิธีปฏิบัติและประโยชนของการบริหารจิตและเจริญปญญา การฝกการบรหิ ารจิตและเจริญปญญาตาม
หลกั สตปิ ฎ ฐานเนน อานาปานสติ การพัฒนาการเรียนรดู ว ยวธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสิการ 2 วิธี คอื วธิ คี ิดแบบอริยสัจ และวิธีคิด
แบบสบื สาวเหตุปจจยั ศกึ ษา วิเคราะห อภิปรายลักษณะการกระทำความผดิ ทางอาญาและโทษ ลักษณะการกระทำความผิด
ทางแพงและโทษ ตัวอยางการกระทำความผิดทางอาญา ตัวอยางการทำความผิดทางแพง เชน การทำผิดสัญญา
ความหมาย และความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การมีสวนรวมคุมครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักร
ไทย ตามวาระและโอกาสที่เหมาะสม ศึกษา วิเคราะห อภิปรายความสำคัญของวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และ
วัฒนธรรมสากล การอนุรักษวัฒนธรรมไทยและภูมิปญญาไทยที่เหมาะสม การเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม ศึกษา
วิเคราะห อภิปรายปจ จัยที่กอใหเกิดความขัดแยง ในประเทศดานการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อ สาเหตุ
ปญหาทางสังคม แนวทางความรวมมือในการลดความขัดแยงและการสรางความสมานฉันท ปจจัยที่สงเสริมการดำรงชีวติ

34

ใหมีความสุข ศึกษา วิเคราะห อภิปรายระบอบการปกครอง แบบตาง ๆ ที่ใชในยุคปจจุบัน ความแตกตาง ความคลายคลงึ
ของการปกครองของไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในมาตราตาง
ๆ ท่ีเกีย่ วขอ งกับการเลอื กตั้ง การมสี ว นรว มและการตรวจสอบการใชอำนาจรัฐ อำนาจหนา ที่ของรัฐบาล บทบาทสำคัญของ
รฐั บาลในการบริหารราชการแผนดิน ความจำเปนในการมีรฐั บาลตามระบอบประชาธิปไตย ประเดน็ ปญ หาและผลกระทบท่ี
เปน อปุ สรรคตอการพฒั นาประชาธิปไตยของประเทศไทย แนวทางการแกไ ขปญ หา

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิด
ความรู ความเขา ใจ เห็นคุณคา ศรทั ธา ยดึ มน่ั ในศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัตติ นเปนศาสนิกชนท่ีดี มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และ
คานิยมที่เหมาะสมดีงาม สามารถดำเนินชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุขกระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เห็นคุณคา
ศรัทธา ยึดมั่น ธำรงรักษาไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ปฏิบัติตนเปน
พลเมืองดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสมดีงาม สามารถดำเนินชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลก
อยางสนั ตสิ ขุ
รหัสตัวชี้วัด
ส 1.1 ม. 3/1, 3/2, 3/3, 3/4, 3/5, 3/6, 3/7, 3/8, 3/9, 3/10
ส 1.2 ม. 3/1, 3/2, 3/3, 3/4, 3/5, 3/6, 3/7
ส 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ม. 3/4, ม. 3/5
ส 2.2 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ม. 3/4
รวม 4 มาตรฐาน 26 ตวั ชี้วดั

35

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วิชา ส23102 รายวิชา สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม 6 กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศึกษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 60 ชัว่ โมง/ 1.5 หนว ยกิต

ศึกษา วิเคราะห อภิปรายความหมายและประเภทของตลาด ความหมายและตัวอยางของอุปสงคและอุปทาน
ความหมายและความสำคัญของกลไกราคา การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ หลักการปรับและเปลี่ยนแปลงราคาสินคา
และบริการ การสำรวจสภาพปจจุบนั ของปญหาทองถ่ินดานสงั คม เศรษฐกจิ และสิง่ แวดลอม แนวทางการแกไขและพัฒนา
ทองถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาในระดับตาง ๆ หลักการสำคัญของ
ระบบสหกรณ ความสัมพันธระหวางแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักการและระบบของสหกรณเพื่อประยุกตใชในการ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนศึกษา วิเคราะห อภิปรายบทบาทหนา ท่ีของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในดา นตาง ๆ บทบาทและ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาล บทบาทอ่นื ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจในสงั คมไทย นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ของรัฐบาล บทบาทความสำคัญของการรวมกลุมทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ ลักษณะของการรวมกลุมทางเศรษฐกิจ
กลุมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตา ง ๆ ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟอ เงินฝด ความหมาย สาเหตุ และแนวทางแกไขภาวะ
เงนิ เฟอ เงนิ ฝด สภาพและสาเหตุปญหาการวางงาน ผลกระทบจากปญ หาการวางงาน แนวทางการแกไขปญหาการวางงาน
การคาและการลงทุนระหวางประเทศ สาเหตุและวิธีการกีดกันทางการคาในการคาระหวางประเทศศึกษา วิเคราะห ใช
เครื่องมือทางภูมิศาสตรในการรวบรวม วิเคราะห และนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีป
อเมริกาเหนือและอเมริกาใต ความสัมพันธระหวางลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต
การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของทวีปอเมริกาเหนอื และอเมริกาใต ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอมในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต ปญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต
ผลกระทบตอเนอื่ งของส่ิงแวดลอ มในทวีปอเมรกิ าเหนือและอเมริกาใตท สี่ ง ผลตอ ประเทศไทย

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคน ขอ มลู กระบวนการสรา งความตระหนกั กระบวนการกลุม
เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความเขาใจ เหน็ คณุ คาในการใชท รัพยากรอยางมปี ระสิทธภิ าพ ประหยัด และคุม คา มคี ุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานิยมที่เหมาะสม สามารถดำเนินชวี ิตอยางมดี ุลยภาพโดยใชก ระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการสืบคน
ขอมลู กระบวนการสรา งความตระหนักกระบวนการกลุม เพอื่ ใหเกิดความรู ความเขาใจ เห็นคุณคา มจี ิตสำนกึ
มีสว นรว มในการอนุรักษท รัพยากรและสง่ิ แวดลอมเพอื่ การพัฒนาท่ยี ั่งยนื รวมทั้งมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มท่ี
เหมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ส 3.1 ม. 3/1, ส 3.1 ม. 3/2, ส 3.1 ม. 3/3
ส 3.2 ม. 3/1, ส 3.2 ม. 3/2, ส 3.2 ม. 3/3, ส 3.2 ม. 3/4, ส 3.2 ม. 3/5, ส 3.2 ม. 3/6
ส 5.1 ม. 3/1 ส 5.1 ม. 3/2
ส 5.2 ม. 3/1 ส 5.2 ม. 3/2 ส 5.2 ม. 3/3ส 5.2 ม. 3/4
รวม 4 มาตรฐาน 15 ตัวช้ีวัด

36

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า ส23103 รายวชิ า ประวตั ิศาสตร 5 กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/ 0.5 หนว ยกติ

ศึกษาและวเิ คราะหวธิ ีการทางประวตั ิศาสตรตามลำดบั ขน้ั ตอน โดยอธิบายเหตกุ ารณสำคญั ทางประวัติศาสตรไทย
และศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว และทองถ่ินของตนตามความสนใจ สามารถจัดทำโครงงานทาง
ประวัตศิ าสตร ใชทกั ษะการสงั เกต การสบื คน การสำรวจ การวพิ ากษข อมลู การวเิ คราะห การสงั เคราะห การใหเ หตุผล
ทั้งนี้เพื่อฝกฝนทักษะการใชวิธีการทางประวัติศาสตรสืบคนเรื่องราวตางๆ อยางเปนระบบ ปจจัยทางภูมิศาสตรที่มีตอ
พัฒนาการ และพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคตางๆ ในโลกโดยสังเขป (ยกเวนเอเชีย) อิทธิพล
ของอารยธรรมตะวันตกทมี่ ีผลตอพฒั นาการและการเปลย่ี นแปลงของสังคมโลกโดยสงั เขป วิเคราะหค วามรว มมือและความ
ขดั แยง ในคริสตศ ตวรรษที่ 20 เชน สงครามโลกครัง้ ท่ี 1ครัง้ ที่ 2สงครามเย็น องคก ารความรว มมอื ระหวา งประเทศ ตลอดจน
ความพยายามในการขจัดปญ หาความขัดแยง

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุมเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจตระหนักใน
ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรชาติไทย เกิดความรักความภาคภูมิใจและธำรงความเปนไทย มีคุณลักษณะที่พึง
ประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซือ่ สตั ยสุจรติ มวี ินัย ใฝเรยี นรู รักความเปน ไทย มงุ มัน่ ในการทำงาน

รหัสตัวช้ีวัด
ส 4.1 ม 3/1 ม 3/2
ส 4.2 ม 3/1 ม 3/2 ม.3/4

รวม 2 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัด

37

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รหสั วชิ า ส23104 รายวิชา ประวตั ศิ าสตร6 กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง/ 0.5 หนว ยกิต

ศึกษาและวิเคราะหพัฒนาการทางประวัติศาสตรข องไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร อธบิ ายเก่ียวกบั การสถาปนากรุงเทพฯ
เปนราชธานี วิเคราะหปจจัยที่สงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุงเรือง เขาใจบทบาทของพระมหากษัตริยไทยใน
ราชวงศจักรี ในการสรางสรรคความเจริญและมั่นคงของชาติ เขาใจและวิเคราะหพัฒนาการทางดานการเมือง การ
ปกครอง สังคมเศรษฐกิจ และความสัมพันธระหวางประเทศ สาเหตุปจจัยและผลของเหตุการณสำคัญที่มีตอการพัฒนา
ชาติไทย เชน การทำสนธิสัญญาเบาวริงในสมัยรัชกาลที่ 4การปฎิรูปประเทศในสมัย รัชกาลที่ 5การเขารวมสงครามโลก
ครั้งที่ 1และครั้งที่ 2ศึกษาวิเคราะหบทบาทของไทยในสังคมโลก ตั้งแตเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปจจุบัน รวมทั้ง
วเิ คราะหภมู ิปญญาและวฒั นธรรมไทยในสมัยรตั นโกสินทรท ่ีมีอทิ ธพิ ลตอ การพฒั นาชาติไทย

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุมเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจตระหนักใน
ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรชาติไทย เกิดความรักความภาคภูมิใจและธำรงความเปนไทย มีคุณลักษณะที่พึง
ประสงคใ นดา นรกั ชาติ ศาสน กษตั ริย ซ่อื สัตยสุจรติ มวี นิ ัย ใฝเ รยี นรู รกั ความเปน ไทย มุง มน่ั ในการทำงาน

รหัสตวั ชี้วัด
ส 4.2 ม. 3/1, ม.3/2
ส 4.3 ม 3/1, ม 3/2, ม 3/3, ม 3/4

รวม 2 มาตรฐาน 6 ตัวช้ีวัด

38

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า พ23101 รายวิชา สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง/จำนวน 1.0 หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะห การเจริญเติบโตและพัฒนาการในแตละชวงวัย ชีวิตและครอบครัว การกำหนดรายการอาหารที่
เหมาะสมกับวัย การปองกันโรคและการแกไขปญหาสุขภาพในชุมชน ปจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพและ
แนวทางปอ งกัน ศกึ ษาเพ่ือใหมคี วามรู ความเขาใจ เรอื่ งเก่ียวกับการเคล่อื นไหวรางกาย หลกั การออกกำลังกาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกฬี าวอลเลยบอล การเลนเปนทมี ปฏิบัตกิ จิ กรรมดวยความสนกุ สนานปลอดภัย การออก
กำลังกาย การพักผอน และนนั ทนาการ กฎ กตกิ าในการเลนกีฬา วธิ กี ารรกุ และการปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุม
ตนเองการมนี ำ้ ใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผนสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจติ การบริหารจติ เห็นคุณคา
ของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็น
คุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกีฬา และใหความรวมมอื ในการทำงานเปน ทีมชื่นชม
และเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกีฬาและใหความรวมมือในการทำงานเปน
ทมี

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห การเปรียบเทียบ การสืบคนขอ มูล การอภิปรายการสรุปองคความรู กระบวนการ
กลุม และทักษะปฏิบตั ิเพือ่ ใหมีความรู ความเขาใจเหน็ คุณคาและมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพพลานามัย ทักษะในการ
ดำเนินชีวิตรักการออกกำลังกาย ชื่นชมและมีสุนทรียภาพทางกีฬามีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในคานิยมที่ดีงามมีความ
รบั ผิดชอบ มวี ินยั ใฝเ รียนรู มนี ้ำใจนกั กฬี านำไปใชปฏบิ ัติในการดำเนินชวี ติ และเปนแนวทางการมีคุณภาพชีวิตทด่ี ี

รหสั ตวั ชวี้ ัด
พ 1.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3
พ 2.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3
พ 3.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3
พ 3.2 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4,
พ 4.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3,

รวม 5 มาตรฐาน 16 ตวั ชว้ี ัด

39

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า พ23102 รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 6 กลมุ สาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง/จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษาวิเคราะหเ กย่ี วกับ ปจ จยั และพฤติกรรมเสย่ี งท่ีมีผลตอสขุ ภาพและ แนวทางการปอ งกันปญ หาและผลกระทบ
จากการใชความรุนแรงวิธีหลีกเลี่ยงความรุนแรง อิทธิพลของสื่อ ตอพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง ความสัมพันธของ
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลตอสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ วิธีการชวยฟนคืนชีพ ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ
เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาเซปก
ตะกรอการเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย การออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ
กตกิ าในการเลนกีฬา วิธกี ารรกุ และการปองกันในการแขงขันกฬี า การควบคุมตนเองการมนี ้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม
การวางแผนสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิตเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลงั กายและ
การเลน กฬี าปฏบิ ตั ิกจิ กรรมดว ยความสนุกสนานปลอดภัย ช่นื ชมและเห็นคณุ คา ของการออกกำลงั กาย เคารพกฎ กติกาการ
แขงขัน มีน้ำใจนักกีฬา และใหความรวมมือในการทำงานเปนทีมชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ
กติกาการแขงขนั มีนำ้ ใจนักกีฬาและใหความรว มมอื ในการทำงานเปน ทมี

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห การแกปญหา การสืบคนขอมูล การอภิปราย การสรุปองคความรู กระบวนการ
กลมุ และทักษะปฏบิ ตั ิเพ่ือใหมีความรู ความเขาใจ เหน็ คณุ คาและมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพพลานามัย ทักษะในการ
ดำเนินชีวิต รักการออกกำลังกาย ชื่นชมและมีสุนทรียภาพทางกีฬา มีคุณธรรม จริยธรรมยึดมั่นในคานิยมที่ดีงาม มีความ
รับผดิ ชอบ มีวินยั ใฝเรยี นรู มนี ้ำใจนกั กฬี า นำไปใชปฏบิ ตั ิในการดำเนนิ ชีวติ และเปนแนวทางการมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี

รหัสตัวชว้ี ดั
พ 3.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3
พ 3.2. ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
พ 4.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
พ 5.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 4 มาตรฐาน 18 ตวั ชว้ี ัด

40

รหสั วชิ า ศ23101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 รายวชิ า ทัศนศลิ ป 5 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกิต
ภาคเรียนท่ี 1

ศึกษาสิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลปที่เลือกมาโดยใชความรูเรื่องทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในการสรางงาน
ทัศนศิลปของตนเองใหมีคุณภาพ มีความรูในเรื่องการสรางงานทัศนศิลปอยางนอย 3 ประเภท ผสมผสานวัสดุตาง ๆ ใน
การสรางงานทัศนศิลปโดยใชหลักการออกแบบ สรางงานทัศนศิลป ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อถายทอดประสบการณและ
จินตนาการสรางสรรคงานทัศนศิลปสื่อความหมายเปนเร่ืองราว โดยประยุกตใชทัศนธาตุ และหลักการออกแบบ วิเคราะห
และอภปิ รายรปู แบบ เนือ้ หาและคุณคาในงานทศั นศลิ ป ของตนเอง และผูอื่น หรือของศลิ ปน โดยใชเทคนิค ท่ีหลากหลาย

มีความสามารถในการคิดวิเคราะห มีทักษะในการสรางสรรคออกแบบผลงาน โดยนำความรูที่ไดไปประยุกตใช
สามารถบรรยายเทคนิคและวิธีการสรางสรรคผลงานของศิลปน ของตนเอง หรือของผูอื่น ชื่นชมและบอกคุณคาของ
ผลงานทศั นศลิ ปได

รหสั ตัวชี้วดั
ศ1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9

รวม 1 มาตรฐาน 9 ตัวชี้วัด

41

รหสั วชิ า ศ23102 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรู
ศิลปะ รายวิชา ทัศนศลิ ป 6 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกติ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3
ภาคเรียนท่ี 2

ศึกษางานทัศนศิลปที่สะทอนคุณคาของวัฒนธรรมไทยและสากล ทองถิ่น ไดแก พวงมโหตร สไบมอญ
เครื่องปนดินเผา รวมทั้งเปรียบเทียบความแตกตางของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล ศึกษา
เกี่ยวกับการจัดนิทรรศการทางทัศนศิลป มีความรูความเขาใจในเรื่องของเกณฑการคัดเลือกผลงานที่นำไปจัดแสดง ศึกษา
อาชพี ที่เกีย่ วขอ งกับงานทศั นศลิ ปแ ละความรทู ักษะท่จี ำเปนในการประกอบอาชีพนั้น ๆ

มีทักษะในการบรรยาย สามารถบรรยายเนื้อหาและคุณคาผลงานทัศนศิลป ความโดดเดนของงานพวงมโหตร
สไบมอญ เคร่อื งปนดนิ เผา ของตนเองและผูอน่ื และผลงานของศลิ ปน มที ักษะในการวเิ คราะห การประเมิน เปรียบเทียบ
การรวบรวมขอมูล

รหัสตวั ชี้วดั
ศ1.1 ม.3/8 ม.3/10 ม.3/11
ศ1.2 ม.3/1 ม.3/2
รวม 2 มาตรฐาน 5 ตัวชี้วัด

สาระทองถิน่
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน

มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ภูมปิ ญญาไทยและสากล
ศ 1.2 ม.3/1 ระบุ และบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของ พวงมโหตรี สไบมอญ เครื่องปนดินเผา ซึ่งเปนงานทศั นศิลป

ในทอ งถิ่น จากอดตี จนถึงปจจุบนั
ศ 1.2 ม.3/2 ระบุ และเปรียบเทยี บคณุ คา งานทัศนศิลปข องภาคตา ง ๆ ในประเทศไทย และนำเสนอความ

โดดเดน ของทัศนศลิ ปในทอ งถ่นิ พวงมโหตรี สไบมอญ เครื่องปน ดินเผา

42

รหสั วชิ า ศ23103 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 รายวิชานาฏศลิ ป 5 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกิต
ภาคเรียนที่ 1

มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับองคประกอบของบทละคร โครงเรื่อง ตัวละคร ความคิดหรือแกนของเรื่อง บท
สนทนา ใชนาฏยศพั ทไ ดอยางเหมาะสม เปรยี บเทียบการแสดง อากปั กิรยิ าของผูคนในชีวติ ประจำวนั กบั การแสดง

โดยใชกระบวนการ การสรางความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวิเคราะห วิจารณ กระบวนการฝกปฏิบัติ
กระบวนการประยุกตและนำไปใช กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ กระบวนการสืบคนและกระบวนการสรางเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะ การแสดงออกอยางอิสระ มีความคิดริเริ่มสรางสรรค
จนิ ตนาการ มสี นุ ทรยี ภาพ สรา งสรรคง านนาฏศลิ ปท ี่มีบริบทมาจากศลิ ปวฒั นธรรมไทย รวมอนรุ ักษชืน่ ชมและเห็นคุณคา
ของนาฏศลิ ปและละครในชีวิตประจำวัน

รหัสตัวชว้ี ัด
ศ 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/7
รวม 1 มาตรฐาน 4 ตัวช้ีวัด

43

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ศ23105 รายวิชา นาฏศลิ ป 6 กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับองคประกอบของบทละคร สรางสรรคภาษาทาที่มาจากธรรมชาติและจากการ
ประดิษฐ จัดการแสดงเปนหมู เดี่ยว การแสดงละครเปนชุดเปนตอน ประดิษฐทารำและทาทางประกอบการแสดง
วิจารณนาฏศิลปตามหลักองคประกอบและสุนทรียภาพ จัดการแสดงละครกับชีวิต จัดทำอุปกรณและเครื่องแตงกาย
ตระหนักและเหน็ คณุ คา บงบอกความสำคัญของนาฏศลิ ป การละครในชวี ติ ประจำวนั

โดยใชกระบวนการ การสรางความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวิเคราะห วิจารณ กระบวนการฝกปฏิบัติ
กระบวนการประยุกตและนำไปใช กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ กระบวนการสืบคน และกระบวนการสรางเสริม
คุณลักษณะที่พึงประสงค เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะ การแสดงออกอยางอิสระ มีความคิดริเริ่มสรางสรรค
จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สรางสรรคงานนาฏศิลปที่มีบริบทมาจากศิลปวัฒนธรรมไทย รวมอนุรักษ ชื่นชมและเห็น
คณุ คาของนาฏศิลปและละครในชีวิตประจำวนั

รหัสตัวชว้ี ัด
ศ 3.1 ม.3/4 ม.3/6
ศ 3.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
รวม 2 มาตรฐาน 5 ตวั ชี้วัด


Click to View FlipBook Version