The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kungnangkap, 2022-09-17 09:46:41

หลักสูตร 64

หลักสูตร 64

94

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหัสวิชา I22201 รายวิชาการศกึ ษาและสรา งองคค วามรู กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนวยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห ฝก ทักษะตัง้ ประเดน็ ปญหา/ตั้งคำถามในเรอื่ งทส่ี นใจโดยเรม่ิ จากตนเอง เชอ่ื มโยงกบั ชมุ ชน
ทองถิน่ และประเทศ ตงั้ สมมติฐานและใหเ หตุผลโดยใชความรจู ากศาสตรสาขาตา ง ๆ คน ควาแสวงหาความรเู กยี่ วกับ
สมมตฐิ านทต่ี ัง้ ใจไวจ ากแหลง เรียนรูที่หลากหลาย ออกแบบวางแผนรวบรวมขอมูล วเิ คราะหขอมูล

โดยใชว ิธกี ารที่เหมาะสม ทำงานบรรลุผลตามเปา หมายในกรอบการดำเนินงานที่กำหนด โดยการกำกบั ดแู ล
ชว ยเหลือของครูอยางตอเนื่อง สงั เคราะหส รปุ องคประกอบความรแู ละรว มกนั เสนอแนวคิด วิธกี ารแกป ญหาอยา งเปน
ระบบ ดวยกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการแกป ญหา กระบวนการปฏบิ ตั แิ ละกระบวนการกลุมใน
การวพิ ากษ เพื่อใหเ กดิ ทักษะในการคน ควา แสวงหาความรู เปรียบเทียบเชอ่ื มโยงองคความรู สงั เคราะห อภปิ ราย เพื่อให
ประโยชนและคณุ คา ของการศึกษาคน ควา ดวยตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. ตงั้ ประเด็นปญหา โดยเลือกประเดน็ ที่สนใจ เรม่ิ จากตนเอง ชมุ ชนทอ งถ่นิ ประเทศ
2. ต้งั สมมตฐิ านประเด็นปญ หาที่ตนเองสนใจ
3. ออกแบบ วางแผน ใชกระบวนการรวบรวมขอมูลอยางมีประสทิ ธิภาพ
4. ศกึ ษาคน ควา แสวงหาความรูเก่ยี วกบั ประเดน็ ท่เี ลอื ก จากแหลงเรียนรทู ่หี ลากหลาย
5. ตรวจสอบความนาเชอ่ื ถอื ของแหลงทม่ี าของขอมูลได
6. วเิ คราะหขอคนพบดวยสถิติท่ีเหมาะสม
7. สงั เคราะหส รุปองคความรูด วยกระบวนการกลุม
8. เสนอแนวคิด การแกป ญ หาอยางเปนระบบดว ยองคความรูจากการคน พบ
9. เหน็ ประโยชนแ ละคุณคา ของการศึกษาคนควา ดวยตนเอง

จำนวนผลการเรยี นรทู งั้ หมด 9 ผลการเรียนรู

95

รายวิชาการสือ่ สารและการนำเสนอ สาระการเรยี นรเู พม่ิ เติม
ช้นั ผลการเรยี นรู
ม.2 1. วางโครงรา งการเขียนตาม - การเชื่อมโยงทบทวนความรูจากการศึกษาคน ควา การ
หลักเกณฑ องคป ระกอบและวธิ ีการ วิเคราะห สังเคราะห และสรา งองคความรมู าสูการส่อื สาร
เขยี นโครงรา ง และการนำเสนอ มาเขียนสรปุ ความใหเปน ความเรียงเชงิ
วิชาการพรอ มอางอิงตามหลกั วชิ าการเปน พืน้ ฐานสำคญั
ของการสือ่ สารและการนำเสนอใหเหมาะสมกับผอู า น /
ผฟู ง โดยมหี ลักฐานและเอกสารอา งอิงประกอบ
2. เขยี นรายงานการศกึ ษาคนควาเชิง - การเช่อื มโยงทบทวนความรูจากการศึกษาคนควา การ
วชิ าการภาษาไทย ความยาว 2,500 วเิ คราะห สังเคราะห และสรางองคความรมู าสูการส่ือสาร
คำ และการนำเสนอ มาเขียนสรปุ ความใหเปน ความเรยี งเชิง
วชิ าการพรอ มอางอิงตามหลักวิชาการเปน พน้ื ฐานสำคญั
ของการสอื่ สารและการนำเสนอใหเ หมาะสมกับผอู า น /
ผูฟง โดยมีหลกั ฐานและเอกสารอา งอิงประกอบ
3. นำเสนอขอคนพบ ขอ สรุปจาก - การนำเสนอผลงานจากการศึกษาคน ควา ขอคนพบโดยมี
ประเดน็ ที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral การเตรียมความพรอมของผูนำเสนอ
individual presentation) หรอื การเลือกรูปแบบประเภทสอื่ ประกอบการนำเสนอให
กลุม (Oral panel presentation) เหมาะสม และสอดคลองกับตามความตองการ ความสนใจ
โดยใชสอ่ื อปุ กรณใ นการนำเสนอได ความชนื่ ชอบ ของผฟู ง ชวยใหก ารเผยแพรผ ลงานไดอยางมี
อยางเหมาะสม ประสิทธผิ ล
4. เผยแพรผ ลงานสสู าธารณะ - การถายโอนองคความรู จากการศึกษา คน ควา และขอ
คน พบ โดยการเผยแพรผ ลงาน เชน การจัดนิทรรศการ เปน
การจดั แสดงขอมูลเนื้อหา ผลงานตาง ๆดวยวสั ดุ ส่งิ ของ
อปุ กรณ และกจิ กรรมการท่หี ลากหลายแตม ีความสมั พันธ
กนั ในแตละเรอื่ งโดยมีจุดมุง หมายท่ีชดั เจน มีการวางแผน
และออกแบบที่เราความสนใจใหผ ูชมมสี ว นรวมในการดู
การฟง การสังเกต การจัดตองและการทดลองดวยสอ่ื ท่ี
หลากหลาย
5. เห็นประโยชนและคณุ คาในการ - การถายโอนองคความรู จากการศึกษา คน ควา และขอ
สรา งสรรคงานและถายทอดส่ิงท่ี คน พบ โดยการเผยแพรผลงาน เชน การจดั นิทรรศการ เปน
เรยี นรแู กส าธารณะ การจัดแสดงขอมูลเน้ือหา ผลงานตาง ๆดวยวสั ดุ สง่ิ ของ
อุปกรณ และกจิ กรรมการทีห่ ลากหลายแตมคี วามสมั พนั ธ
กันในแตละเรือ่ งโดยมจี ุดมงุ หมายทีช่ ัดเจน มกี ารวางแผน
และออกแบบทเี่ ราความสนใจใหผชู มมสี วนรวมในการดู
การฟง การสงั เกต การจัดตองและการทดลองดวยสื่อที่
หลากหลาย

96

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหสั วิชา I22202 รายวิชาการส่อื สารและการนำเสนอ กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ชัว่ โมง/1 หนวยกติ

ศึกษา เรยี บเรยี ง และถา ยทอดความคดิ อยางชัดเจน เปนระบบจากขอ มลู องคค วามรจู ากการศึกษาคนควาใน
รายวิชาการศึกษาคน ควาและสรางองคความรู (Research and Knowledge Formation: IS1) โดยเขยี นโครงรา ง บทนำ
เนื้อเรื่อง สรุป ในรปู ของรายงานเชิงวิชาการ โดยใชค ำจำนวน 2,500 คำ มีการอางอิงแหลงความรูท่เี ชื่อถือไดอยาง
หลากหลาย เรียบเรยี งและถายทอดความคดิ อยา งชดั เจน เปน ระบบ มกี ารนำเสนอในรูปแบบเดีย่ ว (Oral individual) หรอื
กลุม (Oral panel presentation)

โดยใชส ่อื ประกอบที่หลากหลาย และเผยแพรผลงานสูสาธารณะ เพื่อใหเ กดิ ทักษะ ในการเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ
และทักษะการสือ่ สารท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ เหน็ ประโยชนแ ละคณุ คาในการสรางสรรคงานและถายทอดส่งิ ทเ่ี รียนรูใหเปน
ประโยชนแ กส าธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. วางโครงรา งการเขียนตามหลักเกณฑ องคป ระกอบและวธิ กี ารเขียนโครงรา ง
2. เขยี นรายงานการศกึ ษาคนควา เชงิ วชิ าการภาษาไทย ความยาว 2,500 คำ
3. นำเสนอขอ คนพบ ขอสรปุ จากประเดน็ ทเี่ ลือกในรปู แบบเดี่ยว (Oral individual presentation) หรอื กลมุ (Oral panel
presentation) โดยใชสื่ออุปกรณใ นการนำเสนอไดอยางเหมาะสม
4. เผยแพรผ ลงานสสู าธารณะ
5. เหน็ ประโยชนและคุณคาในการสรางสรรคง านและถายทอดสง่ิ ที่เรียนรูแกส าธารณะ

จำนวนผลการเรียนรูท งั้ หมด 5 ผลการเรียนรู

97

รายวิชา การออกแบบ Infographic สาระการเรียนรเู พ่ิมเตมิ
ชน้ั ผลการเรียนรู - แนวคิดออกแบบ Infographic เปนการออกแบบ
ม.1 1. บอกแนวคิดหลักการเก่ียวกบั การ เพ่อื ใชงานในดา นตาง ๆ เชน ดา นการศึกษา
ดานการคา ธุรกิจ ดานการแพทย ดานการ
ออกแบบ Infographic และการ คมนาคม ดา นการบันเทิง และอนื่ ๆ เพอ่ื ใหผูรับสาร
นำ Infographic ไปใชงานในชวี ติ ประจำวัน เขา ใจในขอ มลู ไดอยางถูกตองชัดเจน
- หลกั การเกยี่ วกบั การออกแบบ Infographic
ประกอบดวย 1) หลกั 5W1H ไดแก ใคร (Who)
ทำอะไร (What) ทไี่ หน (Where) เมือ่ ไหร (When)
อยา งไร (How) ทำไม (Why) เพ่อื ใหไดเ น้ือหา
ถูกตอง เขา ใจงา ย ตรงประเด็น
2) หลักในการเลือกใชส ีในการออกแบบอินโฟ
กราฟก เปน ส่งิ ท่ีสำคญั มากโดยตองคำนึงถงึ วงลอ
ของสี การแบง ตามวรรณะสี โทนรอ น โทนเยน็
การเลอื กแบง สีตามสัดสวน 60:30:10 เลอื กใชส ีพน้ื
หลังเปน สีขาวหรอื เทา เลอื กใชสหี ลกั ทต่ี ัดกับสีพื้น
หลัง เลือกใชสีเดนที่ตัดกบั สีหลัก เลือกใชส ีตรงขาม
เลอื กใชสีใกลเคียง และเลือกใชสที ป่ี ลอดภยั โทน
ขาว เทา ดำ เปนตน
3) การเลือกใชตัวอักษร จะตองคำนึงถึง
รายละเอียดของงานอินโฟกราฟกที่ออกแบบซึ่งก็
จะมคี วามแตกตา งกันของงาน จงึ ตองเลือกรูปแบบ
ของตัวอักษรทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การจัด
วางตัวหนา ตัวเอง การปรับองศา ขนาด สีของ
ตวั อักษร ใหเหมาะสมกบั งานมากทีส่ ุด
4) การเลือกใชภาพกราฟก จะตองคำนึงถึงความ
เหมาะสมของงานแตละประเภท ประกอบดวย
ภาพพื้นหลัง ภาพถายจริง รูปทรงเรขาคณิต รูป
วาด สญั ลักษณ พกิ โตแกรม และรวมจนถึงแผนภูมิ
ตาง ๆ สามารถนำมาปรับใชในการออกแบบให
เหมาะสมกับงานไดท กุ ประเภท
- ความหมายของการออกแบบ Infographic ท่ีเปน
การนำเสนอขอมูลดวยภาพ ที่สามารถสื่อสารให
เขา ใจไดอยางงาย ลดความซำ้ ซอ นของขอ มูล
- ประเภทของ Infographic มีทั้งหมด 3 ประเภท
ใหญ ประกอบดวย Infographic แบบแบงตาม

98

ช้ัน ผลการเรยี นรู สาระการเรียนรเู พมิ่ เติม
ภาพโดยรวม Infographic แบบแบงตามการ
ออกแบบ และ Infographic แบบแบง ตามรปู แบบ
การจดั วาง
- รูปแบบของการจัดวาง Infographic
ประกอบดวย 9 รปู แบบ ไดแก 1) การจัดวางแบบ
บทความ (Visualized Layout) 2) มหี ัวขอยอย
(Listed Layout) 3) การจัดวางรปู แบบแบบ
เปรียบเทยี บขอมลู (Comparison Layout) 4)
การจดั วางรูปแบบแบบอธิบายสว นประกอบ
(Structure Layout) 5) การจดั วางรูปแบบแบบ
ลำดับเวลา (Timeline Layout) 6) การจดั วาง
รปู แบบแบบลำดับขน้ั (Flowchart Layout) 7)
การจดั วางรปู แบบขั้นตอนการทำงาน (Roadmap
Layout)
8) การจัดวางรปู แบบอธบิ ายวิธีทำ (Useful Bait
Layout) และ 9) การจดั วางรูปแบบขอ มูลตัวเลข
(Number Layout)
- การนำ Infographic ไปใชงานในชีวิตประจำวัน
ในดานตาง ๆ ไดแก ดานการศึกษา ดานการคา
ธุรกิจ ดานการแพทย ดานการคมนาคม ดานการ
บันเทิง และอื่นๆ เพื่อใหผูรับสารเขาใจในขอมูลได
อยา งถกู ตองชัดเจน เปนรูปธรรม
2. บอกโปรแกรมทใี่ ชอ อกแบบอินโฟกราฟก - โปรแกรมทใี่ ชอ อกแบบอนิ โฟกราฟกมี
และใชโ ปรแกรมกราฟกสำเรจ็ รูปในการ หลากหลายประเภท ไดแก โปรแกรม Microsoft
ทำงานออกแบบ Infographic ใชเทคโนโลยี Word Microsoft PowerPoint Adobe
สารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู การ Photoshop Adobe Illustrator เปน ตน
ทำงาน และการแกป ญหาไดอยางมี - กระบวนการการออกแบบอินโฟกราฟก มี
ประสิทธิภาพ รเู ทาทัน และมจี รยิ ธรรม หลกั การมากมายหลายขัน้ ตอน ระหวา งข้ันตอน
การทำงานอาจพบเจอปญหา ดงั น้ันเราตองหา
ทางแกไขปญหาของการออกแบบชน้ิ งาน โดยการ
นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู
ไดแก โปรแกรม แอปพลิเคชนั รวมจนถงึ เวบ็ ไซตท่ี
ใหบริการดานส่อื ภาพกราฟก ขอความ สัญลักษณ
ตาง ๆ วดี โี อ เสียง มาผสมผสานการออกแบบอินโฟ
กราฟกตามรปู แบบที่กำหนด อยางมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม ไมลอกเลียนแบบผลงาน ไมละเมิดลิขสิทธิ์

99

ชนั้ ผลการเรยี นรู สาระการเรียนรเู พิม่ เติม
ขององคกรหรือหนว ยงานอื่น ๆ ออกแบบผลงาน
อยางสรางสรรค
3. ออกแบบ Infographic ดว ยโปรแกรม - โปรแกรม Microsoft Word เปน โปรแกรม
Word , Power point และ Photoshop ประมวลผลคำ ท่ีใชในการจัดพิมพเ อกสารรายงาน
โดยใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยางสรางสรรค การออกแบบงานนำเสนอ รวมไปจนถงึ จัดทำอินโฟ
กราฟกในรปู แบบตาง ๆ ไดอยางนาสนใจ โดย
สามารถอธิบายสว นประกอบของโปรแกรม Word
และใชค ำสง่ั พื้นฐานของโปรแกรม Word ในการ
ออกแบบ Info Graphic สรา งลูกเลน ใหก ับ
ขอความดวย Word ออกแบบผลงานไดอยาง
สรา งสรรค
- โปรแกรม Microsoft PowerPoint เปน
โปรแกรมทใ่ี ชในการนำเสนอผลงาน ไดใ นรปู แบบ
ตาง ๆ ท้งั การนำเสนอภาพ วีดโี อ กราฟ แผนภูมิ
เปน ตน และยังสามารถนำมาใชใ นการออกแบบ
อินโฟกราฟก ในงานตาง ๆ ไดหลากหลายประเภท
อาทเิ ชน งานนำเสนอ ปายประชาสัมพนั ธ
โปสเตอร โบรชัวร ปกรายงาน เปน ตน โดย
สามารถอธบิ ายสว นประกอบของโปรแกรม
Microsoft PowerPoint และใชคำสง่ั พ้นื ฐานของ
โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการ
ออกแบบ Info Graphic สรางลูกเลนใหกับ
ขอความดวย Microsoft PowerPoint ออกแบบ
ผลงานไดอยา งสรางสรรค
- โปรแกรม Adobe Photoshop เปน โปรแกรมท่ี
มีความสามารถหลากหลายดาน ท้ังออกแบบ
ภาพกราฟก ตกแตงภาพ งานนำเสนอในรูปแบบ
ตาง ๆ อาทเิ ชน งานนำเสนอ ปายประชาสมั พนั ธ
โปสเตอร โบรชัวร การทำภาพแอนิเมชนั เปนตน
สามารถอธิบายสวนประกอบของโปรแกรม
Adobe Photoshop ใชง านเครอ่ื งมือตา ง ๆ ใน
การออกแบบผลงานไดอยางสรา งสรรค
- โปรแกรม Adobe Illustrator เปน โปรแกรมท่ี
ออกแบบกราฟกในรปู แบบตาง ๆ อาทเิ ชน งาน
นำเสนอ ปา ยประชาสมั พนั ธ โปสเตอร โบรชัวร
หนังสือ นิตยสาร เปนตน สามารถอธบิ าย

100

ช้นั ผลการเรียนรู สาระการเรียนรูเพ่มิ เติม
4. เหน็ คุณคา ในการเรยี นรคู อมพวิ เตอร สวนประกอบของโปรแกรม Adobe Illustrator
เพื่องานออกแบบ และนำเสนอ ใชง านเครือ่ งมอื ตาง ๆ ในการออกแบบผลงานได
Infographic อยางสรา งสรรค และมี อยางสรางสรรค
จริยธรรม ประโยชนของคอมพิวเตอรมีมากมายหลากหลาย
ดาน เชน การเขียนโปรแกรม การตัดตอวีดีโอ การ
ทำงานแอนิเมชั่น และการอินโฟกราฟก ซึ่งอินโฟ
กราฟกมีอยูหลายประเภท เพราะเปนลักษณะการ
นำเสนอขอมูลดวยแผนภาพสวย ๆ สามารถทำให
คนทั่ว ๆ ไปสามารถเขาถึง เขาใจเนื้อหาสาระที่
ตองการสื่อสารไดงายและรวดเร็วขึ้น เพราะขอมูล
ในอินโฟกราฟกผานการสรุป เรียบเรียงใหส้ัน
กระชับ เขาใจงาย ดังนั้นเนื้อหา ขอมูล รูปภาพ
หรือเรื่องราวตางๆ ที่นำเสนอออกมาในรูปแบบ
อินโฟกราฟก ควรเปนขอมูลที่เปนจริง มีความ
นาเชื่อถือ ผานการประมวลผลแลว ดวยการใช
โปรแกรมการทำงานอยางสรางสรรค เห็นคุณคา
ความสำคัญ และมีจริยธรรมในการออกแบบ
ชิน้ งาน

101

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
รหสั วชิ า ว21283 รายวชิ า การออกแบบ Infographic กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนวยกิต

ศึกษาพืน้ ฐานงานออกแบบ ความหมายของการออกแบบกราฟก วธิ ีและกระบวนคิดสรา งสรรค
ในการออกแบบ การออกแบบกราฟกท่ีเปน การสอื่ สารผา นภาพ โดยเนน หลกั การพื้นฐานทฤษฎี การออกแบบ ทฤษฎี
สนุ ทรยี ภาพทางศิลปะ ทฤษฎีสี หลักการจดั วางองคป ระกอบในงานออกแบบ การจดั รปู แบบตัวอกั ษร การฝก ใชค วามคิด
และจินตนาการในการแกไขปญหาทางการสอ่ื สาร ทฤษฎีการสรา งสารสนเทศทางกราฟก การออกแบบสารสนเทศและทำ
ใหเห็นภาพเชงิ สรา งสรรคในรูปแบบดจิ ิทลั

โดยฝกปฏบิ ัตกิ ารออกแบบกราฟก ดวยโปรแกรมคอมพวิ เตอรสำเรจ็ รูป ไดแ ก Word ,Powerpoint , Photoshop
เพื่อการประยุกตใชใ นการออกแบบงานส่ือสารสาขาตาง ๆ เชน ตวั อักษร สอื่ สิ่งพิมพ อนิ ฟอรเ มชัน่ ดไี ซน อินเตอรแอ็คทีฟก
ราฟก เวบ็ ไซต แอนเิ มชั่น มัลติมเี ดยี เพื่อใหนักเรยี นสรา งสรรคผลงานไดด ว ยตนเอง โดยคำนึงถึงผลกระทบตอชีวติ สงั คม
ส่งิ แวดลอ ม และเห็นคณุ คา ในการใชกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรยี นรู การส่ือสาร การใชเ ทคโนโลยอี ยาง
ชาญฉลาด สามารถนำเทคโนโลยสี ารสนเทศไปประยกุ ตใ ชใ นชีวิตประจำวนั โดยสรา งสรรคผ ลงานของตนเองไดอยา ง
สมบรู ณแบบ มีคณุ ธรรม และจรยิ ธรรม ไมลอกเลยี นแบบผลงานของผูอ่ืนมาเปน ของตน เห็นคุณคา และมีเจตคตทิ ่ดี ีตอ
อาชพี ทเ่ี ก่ยี วของกับการนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชในการทำงานใหเ กิดประโยชนอยา งสงู สดุ
ผลการเรยี นรู

1. บอกแนวคิดหลักการเก่ยี วกบั การออกแบบ Infographic และการนำ Infographic ไปใชง านในชีวิตประจำวัน
2. บอกโปรแกรมท่ีใชออกแบบอนิ โฟกราฟก และใชโ ปรแกรมกราฟกสำเร็จรปู ในการทำงานออกแบบ Infographic
ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธภิ าพ รูเ ทาทัน และมี
จริยธรรม
3. ออกแบบ Infographic ดวยโปรแกรม Word , Power point และ Photoshop โดยใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
อยางสรางสรรค
4. เหน็ คณุ คาในการเรียนรูค อมพิวเตอรเ พื่องานออกแบบ และนำเสนอ Infographic อยา งสรา งสรรค และมี
จริยธรรม
จำนวนผลการเรยี นรทู ้ังหมด 4 ผลการเรียนรู

102

รายวิชา Adobe Flash สาระการเรยี นรูเ พม่ิ เติม
ช้ัน ผลการเรยี นรู โปรแกรม Flash เปน ซอฟตแวรท่ีชว ยในการสรา งสื่อ
ม.1 1.อธบิ ายความหมาย ประวัติความ มัลตมิ เี ดยี , ภาพเคล่ือนไหว (Animation), ภาพกราฟก ท่ีมี
ความคมชัด เน่ืองจากเปน กราฟกแบบเว็คเตอร(Vector),
เปนมาของแอนเิ มชนั บอกหลักการ สามารถเลนเสยี งและวดี ิโอ แบบสเตรโิ อได, สามารถสราง
พนื้ ฐานของแอนเิ มชนั พรอมทั้ง งานใหโ ตตอบกับผูใ ช( Interactive Multimedia) มฟี ง กชัน่
ประเภทและรปู แบบของแอนิเมชัน สำหรับการเขียนโปรแกรม (Action Script) และยงั ทำงาน
2. บอกความหมาย วิธกี ารเขียนสตอ ในลกั ษณะ CGI โดยเชือ่ มตอกบั การเขียนโปรแกรมภาษา
ร่ีบอรด พรอมท้ังสามารถเขียนสตอร่ี อน่ื ๆ ไดมากมาย เชน ภาษา PHP, JSP, ASP, ASP.NET,
บอรดในการออกแบบแอนเิ มชนั จาก C/C++, C#, C#.NET, VB, VB.NET, JAVAและอนื่ ๆ
โปรแกรม Adobe Flash โดยเฉพาะขอ ดขี องโปรแกรม Flash คอื ความสามารถใน
การบีบอดั ไฟลใหมีขนาดเลก็ มผี ลทำใหแสดงผลไดอยา ง
รวดเรว็ นอกจากนน้ั ยงั แปลงไฟลไ ปอยใู นฟอรแมตอ่ืน ได
หลากหลาย เชน avi, mov, gif, wav, emf,eps, ai, dxf,
bmp, jpg, gif, png เปนตน

โปรแกรม Flash เริ่มมชี ื่อเสียงประมาณป พ.ศ. 2539
จนถงึ ปจ จุบนั ไดถ ูกนำมาใชง านอยา งแพรหลาย โดยเฉพาะ
เทคโนโลยีเวบ็ ทำใหก ารนำเสนอทำไดอ ยางนา สนใจ
นอกจากนน้ั โปรแกรม Flash ยงั สามารถสราง
แอพพลเิ คชั่น (Application) เพอ่ื ใชท ำงานตางๆ รองรบั
การใชง านกบั อปุ กรณที่ เชอื่ มตอ กับระบบเครือขาย
อินเตอรเน็ต และทำงานไดก ับหลายๆ แฟลตฟอรม
(Platform)
สตอร่บี อรด (Story Board) คอื การเขยี นกรอบแสดง
เรือ่ งราวทีส่ มบรู ณของภาพยนตรห รอื หนงั แตละเรื่อง โดยมี
การแสดงรายละเอียดท่ีจะปรากฏในแตล ะฉากหรือแตล ะ
หนาจอ เชน ขอความ ภาพ ภาพเคล่ือนไหว เสยี งดนตรี
เสยี งพูดและแตละอยางนนั้ มีลำดบั ของการปรากฏวา อะไร
จะปรากฏขนึ้ กอน-หลัง อะไรจะปรากฏพรอมกัน เปนการ
ออกแบบอยางละเอยี ดในแตละหนาจอกอ นที่จะลงมอื สรา ง
เอนิเมชันหรือ หนังขึ้นมาจรงิ ๆ
• Storyboard คือ การสรา งภาพใหเห็นลำดับข้ันตอนตาม
เนอื้ เรอื่ งทตี่ องการ โดยเฉพาะภาพเคลือ่ นไหว
• รายละเอยี ดที่ควรมใี น Storyboard ไดแ ก คำอธิบายแต
ละสอ่ื ทีใ่ ช (ขอ ความ รูปภาพ ภาพเคลอ่ื นไหว เสียง วีดโิ อ)

103

ชั้น ผลการเรยี นรู สาระการเรียนรูเพ่มิ เติม
3. อธิบายความหมาย ประโยชน หนา ท่ีหลกั ๆ ของโปรแกรม Flash นัน้ คอื การสรางแอนิ
และสว นประกอบของโปรแกรม เมชน่ั ซง่ึ สามารถนำ Animation ท่ีสรางนน้ั ไปประยุกตใช
Adobe Flash ในงานตา งๆ ไดหลากหลาย ข้ึนอยกู บั วา จะใชในงานดาน
ไหน นอกจากทำ Animation แลว Flash ยังมี
ความสามารถในการคำนวณคาทางคณติ ศาสตร การจดั เก็บ
ขอ มูล การสรา งปมุ เพอื่ เช่ือมโยงขอมูลตางๆ รวมถงึ ยัง
สามารถนำไฟลเสียง ไฟลว ีดิโอเขา มาใชง านรวมกนั
ไดอีกดวย Flash จงึ สามารถนำไปทำสื่อมลั ตมิ เี ดียได
หลากหลายรูปแบบ
1. สรา งชิ้นงาน Interactiveมีสวนตอบสนองกับผูใช เชน
ผใู ชส ามารถคลกิ เลือกเมนตู าง ๆ ได นำไปประยุกตเ ปนส่ือ
การสอน ( E- Learning ) หนาจอควบคุมการทำงานตาง ๆ
สอื่ โฆษณา ( Banner ) บนเว็บไซต การตนู แอนเิ มชันตางๆ
เปน ตน
2.สรา งชิ้นงาน Animationจุดเดน ของการทำงานใน
โปรแกรมแฟลช คือการสรา ง Animation หรือ
ภาพเคล่อื นไหว มเี คร่ืองมืออำนวยความสะดวก ทำให
โปรแกรม Flash สรา งผลงาน Animation ไดง า ย
3.สรา งเว็บไซต (Website) โปรแกรม Flash สามารถสราง
เว็บไซตไ ดส วยงาม และสรางลกู เลน ตาง ๆ ไดง ายมจี ุดออน
คือ เวบ็ ไซตที่สรางดว ยโปรแกรม Flash แกไขขอมูลไดยาก
และขนาดของไฟลเ วบ็ ไซตคอนขา งใหญ
4.สรางเกมส (GAME) แฟลชมเี ครื่องมอื ชว ยสราง
องคป ระกอบตา ง ๆ ใหเ กมสมีความสวยงาม มีเคร่ืองมือ
สำหรบั สรางคำสง่ั ควบคุมการเลน เกมส อีกทงั้ ไฟลเกมสท่ี
สรา งออกมามขี นาดเล็ก ทำให อพั โหลดสเู วบ็ ไซตไดอ ยา ง
รวดเร็ว
4. บอกหนา ท่ีการทำงานของกลุม กลมุ เคร่ืองมือของโปรแกรม Adobe Flash cs6
เครื่องมือตา งๆ พรอมทั้งเลือกใชง าน - เมนบู าร (Menu Bar) แถบเมนูแสดงรายการ
กลุม เครื่องมือตา งๆ ในโปรแกรม คำสง่ั ตางๆ ของโปรแกรมทง้ั หมด ไดแก การสรางช้ินงาน
Adobe Flash ไดอยางเหมาะสม การสรา งมูฟว่ี รวมไปถงึ การต้ังคา ตาง
- ทลู บอกซ (Toolbox) แสดงปุมเครื่องมือเปน
สวนรวบรวมเคร่อื งมอื ชนดิ ตา ง ๆ ในการสราง ปรับแตง
และแกไขช้ินงาน ที่อยใู น Movie โดยแบง เปน 4 กลมุ ยอย
คือ กลมุ เครอ่ื งมือ กลมุ มุมมอง กลุม กำหนดสี และกลมุ
ออบชัน่ ของเครอื่ งมอื

104

ช้นั ผลการเรยี นรู สาระการเรยี นรูเพิม่ เติม
- Timeline หนา ตา งแสดงเสน ควบคมุ เวลา
สำหรับการนำเสนอผลงาน ประกอบดวยสว นทำงาน
เกี่ยวกับ Layer และ Timeline
เราแบง ไทมไลนเปน 2 สวนใหญๆ ไดแ ก
1. สวนแสดงเลเยอร (Layer) ซงึ่ แตล ะเลเยอรเ ปรยี บ
เหมือนแผนใสที่สามารถวางภาพหรือออบเจก็ ตได โดยแต
ละเลเยอรนัน้ แยกเปน อสิ ระตอกนั แตป ระกอบกนั เปน ชนั
งานเดยี ว (เราจะกลาวถงึ เรือ่ งเลเยอรเพ่ิมเติมภายหลัง)
2. สวนเฟรม (Frame) ท่ีแสดงชองเฟรมตางๆ ซึ่ง
ทำงานเหมือนกบั เฟรมทป่ี ระกอบกันเปนภาพยนตรโดย
เมอื่ มีการนำเฟรมเหลานม้ี าแสดง อยางตอเน่อื งก็จะทำให
เกิดภาพเคลอ่ื นไหว ทั้งนี้ Frame จะแสดงผล ทีละเฟรม
โดยจะมีหัวอา น (Playhead) ทเี่ ปนสนสีแดงคอยบอก
ตำแหนง วางกำลงั ทำงานอยูท่ีเฟรมใด
- สเตจ (Stage) และพน้ื ท่ีทำงาน ประกอบดวยพ้ืนทีว่ าง
สำหรับวางวัตถุแบบช่วั คราว และพืน้ ทข่ี องเวที (Stage)
- พาเนล คือหนาตางทีรวบรวมเครอื่ งมอื ตางๆ สำหรับ
ใชในการปรับแตง ออบเจก็ ต ซ่ึงใน Flash ไดมกี ารจดั
พาเนลตา งๆ ไวอ ยา งเปน หมวดหมตู ามหนาท่ีของมันใหเ รา
เรยี กใชได
5. อธบิ ายความหมาย ชนดิ ของ ปจ จบุ นั รปู ภาพเปน สิ่งสำคญั ทถี่ กู นำมาใชในการสอื่
ภาพกราฟก หลกั การวาดรูปภาพ ความหมายถึงกนั ยง่ิ เมื่อมเี ครื่องคอมพวิ เตอรเขา มาชวย
การปรับแตงรูปภาพ พรอมท้ังวาดรูป ดว ยแลว การสรางสรรคงานท่ีเกี่ยวขอ งกบั ภาพทเ่ี รยี กวา
ตกแตงภาพดวยโปรแกรม Adobe งานกราฟกก็ยิ่งกระทำไดง า ยและหลากหลายแบบ ตาม
Flash จินตนาการของผสู รางสรรค ดังน้นั การเรยี นรูถงึ งานกราฟก
และการใชโปรแกรมคอมพวิ เตอรก ราฟกจึงเปนเร่ืองจำเปน
กราฟก มาจากภาษากรีก ซ่ึงหมายถึง การวาดเขียน
(Graphikos) และการเขียน (Graphein) กราฟก จงึ
หมายถงึ ศิลปะหรอื ศาสตรแขนงหนงึ่ ท่ีสอื่ ความหมายโดย
ใชเ สน ภาพเขยี น สญั ลกั ษณ ภาพถา ย ซ่งึ มีลักษณะเห็นได
ชัดเจน เขา ใจความหมายไดท ันที และถูกตองตรงตามท่ีผใู ช
ตอ งการหลักการทำงานของภาพกราฟก แบงออกเปน 2
รปู แบบ ไดแ ก
1. ภาพกราฟกแบบราสเตอร (Raster) หรอื บิตแมพ
(Bitmap) เปน ภาพกราฟกทเี่ กดิ จากการเรียงตวั ของจดุ
ส่ีเหลีย่ มเลก็ ๆ ท่เี รยี กวา พิกเซล (Pixel) มีการเกบ็ คา สีที่

105

ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรียนรเู พิม่ เตมิ
เจาะจงในแตล ะตำแหนง จนเกิดเปน ภาพในลักษณะตา ง ๆ
เชน ภาพถา ย
2. ภาพกราฟก แบบเวคเตอร (Vector)
เปน ภาพกราฟกทเี่ กิดจากการประมวลผลโดยอาศัย
หลกั การคำนวณทางคณิตศาสตร มีสีและตำแหนง ที่แนนอน
ภาพจะมีความเปนอิสระตอกัน โดยแยกชนิ้ สวนของภาพ
ทัง้ หมดออกเปนเสน ตรง เสนโคง หรอื รูปทรง เมือ่ มีการ
ขยายภาพความละเอยี ดของภาพ จะไมลดลง เชน ภาพ
การต ูนเม่ือถูกขยายภาพออกมา ภาพที่ไดก จ็ ะยงั คง
รายละเอยี ดและความชัดเจนไวเ หมอื นเดมิ และขนาดของ
ไฟลภาพจะมีขนาดเลก็ กวา ภาพแบบราสเตอร โปรแกรมท่ี
นยิ มใชส รางภาพแบบเวคเตอร ไดแก โปรแกรม Illustrator
โปรแกรม CorelDraw เปนตน
6. อธบิ ายวิธกี ารแทรกรปู ภาพ วิดีโอ โปรแกรม Flash สามารถรองรับการทำงานเกย่ี วกบั รปู ภาพ
เสียง ภาพเคล่ือนไหว และแทรก ท้งั แบบบติ แมพ (Bitmap) และ ภาพเวคเตอร (vector)
รูปภาพ วดิ ีโอ เสยี ง ภาพเคลื่อนไหว - รูปแบบภาพบิตแมพ (Bitmap) เชน JPG, GIF,
แบบตางๆ ดวยโปรแกรม Adobe BMP, PNG, TIFF, PCT, PSD,PIC
Flash - รูปแบบภาพเวคเตอร (vector) เชน WMF, EMF, AI,
EPS, DX F, SGI, PNTG, QTIF
การนำเขา ไฟลเ สียง
เสียงประกอบในมูฟวี่ของ Flash แบงออกเปน 2 ประเภท
คอื
1. Event Sound หมายถึงเสียงที่ตอ งถูกดาวนโหลด มา
ครบสมบูรณก อน จงึ จะเรมิ่ เลนได และเม่ือเลนแลวก็จะเลน
อยา งตอเน่อื งจนกวา เราจะสัง่ ใหหยุด
2. Stream Sound หมายถงึ เสยี งซึง่ จะเร่ิมเลนทันที่ ท่ี
ขอมลู ของเฟรมแรกๆ ถูกดาวนโหลดเขา มามากพอท่จี ะเลน
ได ไฟลเสียงท่เี ราสามารถอิมพอรตเขามาใชใ น โปรแกรม
Flash คอื ไฟลประเภท WAV,AIFF (.aif) และ MP3
7. อธิบายการใช Action Script Action Script เปนภาษาดา น Programming ที่ใชใน
พืน้ ฐาน พรอมท้ังสามารถเขยี น โปรแกรม Macromedia Flash โดยเปน การเขียนสคปิ ต
Action Script พ้ืนฐานดวย เพอื่ ควบคุมการทำงาน ดานตางๆ ของช้ินงานทีส่ รางขึ้น
โปรแกรม Adobe Flash Action Script เปนเหมอื นตัวเช่ือมระหวางสง่ิ ทผี่ ูใชเ ขา ใจ
กบั สิ่งท่ี Flash เขาใจ การทำงานจะข้ึนอยูกบั เหตกุ ารณ
(Event) ท่เี กดิ ข้นึ หากเหตุการณนน้ั ไมเกดิ ขน้ึ กไ็ มมีการ
ทำงาน จึงทำใหงานทสี่ รางจากโปรแกรม Flash และมีการ

106

ช้ัน ผลการเรียนรู สาระการเรยี นรูเพม่ิ เตมิ
เขยี น Action Script ควบคมุ จะไมใช Animation ธรรมดา
อกี ตอไป แตจะเปนงานที่สามารถโตต อบกับผใู ชกบั ไดอยา ง
เต็มรูปแบบ Action Script ไดพฒั นาใหมีความงา ยในการ
ใชงานขึ้นเร่ือยๆ สำหรบั โปรแกรม Flash ในเวอรช น่ั น้ี
โครงสรา งภาษาของ Action Script มกี ารเพ่มิ รปู แบบ
เพ่อื ใหใชงานไดงา ยและสะดวกขึ้น แมจ ะไมม คี วามรูดา น
ภาษา Programming มากอน ผใู ชไ มจ ำเปน ตอ งเขยี น
สครปิ ตขึน้ มาเองทั้งหมด สามารถเรียกคำสง่ั ตา งๆ ขึน้ มา ใช
งานไดอยา งงา ย โดยคำสงั่ ถกู จดั เปน กลุมๆ เมื่อเรยี กคำสั่ง
ขึ้นมา ผูใชสามารถกรอกขอมูลหรือเง่ือนไขเพอ่ื สรางเปน
คำสั่งควบคุมการทำงานไดอยางงายดาย นีเ่ ปน เหตผุ ลหนง่ึ ที่
ทำใหโปรแกรม Flash ไดรับความนยิ มมากในปจจุบนั
8. สรางสอื่ แอนิเมชนั่ บทเรียน - บทเรยี นคอมพวิ เตอรช ว ยสอนคือการนำเสนอบทเรียนโดย
คอมพิวเตอรช วยสอนดว ยโปรแกรม อาศยั เครื่องคอมพวิ เตอรเ ปน เคร่อื งมือเพ่ือใหผ เู รียน
Adobe Flash สามารถเรียนไดตามความตอ งการของผูเ รยี นเองหรอื เรยี น
จนเกิดความเขาใจในบทเรยี น
- Animation (แอนิเมชนั ) หรือภาพเคล่ือนไหว หมายถงึ
ภาพเคลื่อนไหวทส่ี รางข้นึ โดยการนำภาพนงิ่ หลาย ๆ ภาพ
มาฉายตอเนือ่ งกนั ดว ยความเรว็ สูง ทำใหเ กดิ ภาพลวงตา
ของการเคลื่อนไหว โดยปกติความเรว็ ของภาพเคล่ือนไหว
จะฉายดว ยความเร็วที่ตางกันข้นึ อยกู ับชนดิ ของการ
แสดงผล (output)
ประเภทของภาพเคลอ่ื นไหว แบงได 2 ประเภท คือ
1. 2D Animation คอื ภาพเคลอื่ นไหวแบบ 2 มติ ิ
มองเหน็ ไดท ้ังความสูงและความกวาง ซงึ่ จะมีความเหมือน
จรงิ พอสมควรและการสรา งจะไมสลบั ซับซอนมากนัก เชน
ภาพเคลือ่ นไหวทีป่ รากฏตามเวบ็ ตา งๆ รวมทง้ั Gif
Animation
2. 3D Animation คอื ภาพเคล่อื นไหวแบบ 3 มติ ิ
มองเหน็ ไดท ้งั ความสูง ความกวาง และความลกึ ภาพที่เห็น
จะมคี วามสมจรงิ มากถึงมากท่ีสดุ เชน ภาพยนตรก ารตนู
เรื่อง NEMO เปน ตน
รูปแบบของภาพเคลอื่ นไหว มี 3 แบบ คอื
1. Traditional Animation หรอื Hand Drawing
Animation หรือ 2D Animation
2. Stop Motion หรือเรียกวา Model Animation

107

ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรยี นรเู พมิ่ เตมิ
3. Computer Animation
9. บอกประเภทของการเผยแพร เม่อื เราสรา งงานจากโปรแกรม Adobe Flash CS6 เสร็จ
ชิ้นงาน และเผยแพรชิ้นงานจาก เรยี บรอ ยแลว การบนั ทึกไฟล โดยเเลือกเมนู File-->Save
โปรแกรม Adobe Flash และ หรือกด <Ctrl+S> จะไดไ ฟลชนิด .fla ซึง่ เปนไฟลตน ฉบบั
นำไปใชประโยชนอยา งสรา งสรรค ไมส ามารถนำไปใชงานได กอ นนำไฟลภ าพท่สี รา งดวย
Adobe Flash CS6 ไปใชง าน จำเปน ตอ งบนั ทึกใน
ฟอรแมตทเี่ หมาะสม
1. การสรา งไฟล swf ดวยการกดทดสอบโดยการกด
<Ctrl+Enter>โดยวธิ ีแรกนน้ั เม่ือทำการกดปุม
<Ctrl+Enter> จะไดผ ลลัพธด งั ตอ ไปน้ี เมื่อเราลองดูใน
โฟลเดอรท เี่ ราไดท ำการบันทึกไฟล .fla เอาไว จะเหน็ วา
.swf ไดถ ูกสรางข้ึนท่ีเดียวกัน
2. การสรางไฟล .swf และอน่ื ๆ ดว ยการเลอื กเมนู
publish
10. นำเสนองาน สื่อแอนิเมชั่น การนำเสนอ ถือเปนทักษะทจี่ ำเปน ของคนทำงาน
บทเรียนคอมพิวเตอรชวยสอนดวย ท้งั ในสังคมธรุ กจิ และงานราชการ ทจ่ี ะเปนสว นหน่งึ นำไปสู
โปรแกรม Adobe Flash ความสำเรจ็ ในหนาท่ีการงาน การท่ีจะประสบความสำเร็จ
ในการนำเสนอทด่ี ี ผนู ำเสนอจะตอ งมคี วามเขา ใจใน
ความหมาย ความสำคัญของการนำเสนอ ตองเปนผทู รี่ ู
รปู แบบ ขนั้ ตอนของการนำเสนอ รลู ักษณะของการนำเสนอ
ท่ีดี เสรมิ สรา งคณุ สมบตั ิ ลกั ษณะของตัวตน รวมถึงพฒั นา
ทกั ษะทเี่ ปนตวั ตนเปนเอกลกั ษณในการนำเสนออยา งมี
ประสิทธิภาพ โดยการนำเสนอบทเรยี นคอมพวิ เตอรช วย
สอนดว ยโปรแกรม Adobe Flash และนำความรไู ปใชใน
ชวี ิตประจำวันได

108

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
รหสั วชิ า ว21282 รายวชิ า Adobe Flash กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.0 หนวยกติ

ศกึ ษาแนวคิด ความสำคัญ เกี่ยวกบั ความหมาย ประวัติความเปนมาของแอนเิ มชนั การเขียน สตอรบ่ี อรด
การสรา งภาพเคล่ือนไหว ศึกษาการใชโ ปรแกรมสำหรับงานกราฟกแตล ะประเภท การใชง าน แถบเคร่ืองมือ ออปชนั และ
พาเนลตา งๆ ทสี่ ำคญั การใชงานพน้ื ฐานของโปรแกรม การนำภาพกราฟก เสยี ง และวดิ โี อมาใชการสราง Selection การ
ใชเลเยอร การใช Mask การปรับรูปทรงการใชสกี ารวาดภาพ สรางตัวอักษรและขอความการปรบั แตงสีและแสงเงาของ
รปู ภาพ การจดั การวัตถุ การสรา ง Symbol การสรางภาพเคลือ่ นไหว Animation และ การนำเสนอสื่อมลั ติมีเดยี

โดยใชทกั ษะปฏบิ ตั ิ การใชง านเครื่องมอื ตา งๆ ของโปรแกรม ปฏบิ ัติการสรางภาพเคลอ่ื นไหว สราง Symbol และ
Instance แบบตา งๆ สามารถเขยี น Action Script ในการสรา งแอนิเมชนั ได พรอมกบั สามารถเผยแพรช ิ้นงานไดอยา ง
ถูกตอง และมคี วามคิดรเิ รม่ิ สรางสรรค รวมถึงการผลติ สอ่ื การเรยี นการสอน และการเผยแพรช้นิ งาน เพื่อใชใ นการ
ประกอบการจัดการเรียนการสอน เปน สอ่ื เสริม และใชในการสอนซอ มเสริมใหกับนักเรยี นไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ การใช
กระบวนการการทำงาน กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการคิดวเิ คราะห เพอ่ื ใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ และเหน็
คณุ คา ของเทคโนโลยี สามารถนำเทคโนโลยสี ารสนเทศไปประยกุ ตใชในชวี ติ ประจำวัน โดยสรางสรรคผ ลงานของตนเองได
อยา งสมบรู ณแบบดวยโปรแกรม Adobe flash อยางมีคุณธรรม และจรยิ ธรรม ไมลอกเลียนแบบผลงานของผูอนื่ มาเปน
ของตน เหน็ คุณคา และมีเจตคติทด่ี ีตออาชีพทีเ่ ก่ียวขอ งกับการนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชในการทำงานใหเ กิดประโยชน
อยางสงู สุด

ผลการเรียนรู
2. อธบิ ายความหมาย ประวตั คิ วามเปนมาของแอนเิ มชนั บอกหลกั การพืน้ ฐานของแอนิเมชนั พรอมทั้งประเภทและ
รูปแบบของแอนิเมชนั
3. บอกความหมาย วธิ ีการเขียนสตอร่บี อรด พรอมท้ังสามารถเขยี นสตอรีบ่ อรดในการออกแบบแอนเิ มชนั จาก
โปรแกรม Adobe Flash
4. อธบิ ายความหมาย ประโยชน และสวนประกอบของโปรแกรม Adobe Flash
5. บอกหนาทกี่ ารทำงานของกลุม เครอื่ งมือตา งๆ พรอ มทง้ั เลือกใชง านกลมุ เคร่อื งมือตา งๆ ในโปรแกรม Adobe
Flash ไดอยางเหมาะสม
6. อธิบายความหมาย ชนิดของภาพกราฟก หลกั การวาดรปู ภาพ การปรับแตงรปู ภาพ พรอมทง้ั วาดรปู ตกแตงภาพ
ดวยโปรแกรม Adobe Flash
7. อธิบายวธิ ีการแทรกรูปภาพ วดิ โี อ เสียง ภาพเคลือ่ นไหว และแทรกรูปภาพ วดิ ีโอ เสยี ง ภาพเคลื่อนไหวแบบตา งๆ
ดวยโปรแกรม Adobe Flash
8. อธิบายการใช Action Script พนื้ ฐาน พรอมทงั้ สามารถเขียน Action Script พน้ื ฐานดวยโปรแกรม Adobe
Flash
9. สรา งสอ่ื แอนิเมช่นั บทเรยี นคอมพวิ เตอรชวยสอนดวยโปรแกรม Adobe Flash
10. บอกประเภทของการเผยแพรชน้ิ งาน และเผยแพรชิ้นงานจากโปรแกรม Adobe Flash และนำไปใชประโยชน
อยา งสรางสรรค
11. นำเสนองาน ส่ือแอนิเมชัน่ บทเรยี นคอมพวิ เตอรช ว ยสอนดว ยโปรแกรม Adobe Flash

109

จำนวนผลการเรยี นรทู ง้ั หมด 10 ผลการเรียนรู

รายวิชา การสรา งเวบ็ ไซตดว ยโปรแกรม Abode Dreamweaver CS6
ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรียนรเู พ่ิมเตมิ
ม.2 1. อธบิ ายความรพู นื้ ฐานเกยี่ วกับ โปรแกรมตารางทำงานหลกั การทำงานพ้ืนฐานของโปรแกรม
โปรแกรม Adobe Dreamweaver CS6 Adobe Dreamweaver CS6 หนาท่หี ลกั การการทำงานของ
กลมุ เคร่ืองมตื า งๆ ในโปรแ Adobe Dreamweaver CS6
พรอ มทง้ั เลอื กใชง านกลุมเคร่ืองมือตา งๆ ในโปรแกรม
Adobe Dreamweaver CS6 ไดอยางเหมาะสม
2. ใชงานโปรแกรม Adobe โปรแกรม Adobe Dreamweaver CS6 เปนรูปแบบของงาน
Dreamweaver CS6 เบ้ืองตนได ทอี่ ยูบ นตารางทำงาน การแทรกขอความ การแกไขขอ มูล
การแทรกรูปภาพ การจัดรูปแบบชิ้นงาน การพมิ พ การ
สรางตาราง และฟง กช ันการทำงานตาง ๆ ปฏิบตั ิการสรา ง
งานบนตารางทำงาน ปอนขอมูล แกไขขอมลู เกบ็ ขอมลู ลง
แฟมขอ มูล เรียกขอมลู จากแฟมขอมูลมาดำเนนิ การ
จัดรปู แบบชิน้ งาน สรางกราฟ และฟงกช นั การทำงานตาง ๆ
3. สรางเว็บไซตดวยโปรแกรม Adobe องคป ระกอบของหนาเวบ็ ไซต และในการเช่ือมโยง Link
Dreamweaver CS6 ได ขอมูลของเว็บไซต และการทำงานในงานตา ง ๆ เพื่อใหม ี
ความรคู วามเขาใจและทกั ษะเกยี่ วกบั การใชโปรแกรมการ
สรา งองคประกอบการจัดการเว็บไซต และสามารถนำไป
ประยุกตใ ชในการทำงานได โดยใชท ักษะ กระบวนการคิด
วเิ คราะห ปรับปรุงประเมินผล เกย่ี วกับงาน จนนำความรูไป
ใชในชวี ิตประจำวันได
4. นำเสนอและเผยแพรผลงานไดอ ยา งมี การออกแบบเวบ็ ไซตต าง ๆ ที่สรา งขนึ้ โดยใชโ ปรแกรม
คุณธรรมและจรยิ ธรรม Adobe Dreamweaver CS6 ในรูปชนิ้ งานดา ง ๆ ไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพน้ัน จำเปนตองมคี วามคดิ สรางสรรคและ
เหมาะสมกับงาน โดยใชทักษะ กระบวนการเทคโนโลยี
สารสนเทศ จนนำความรไู ปใชใ นชวี ิตประจำวันได

110

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหัสวชิ า ว22282 รายวิชาการสรางเว็บไซตด ว ยโปรแกรม Adobe Dreamweaver cs6
กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง/1 หนว ยกติ

รายวชิ า การสรา งเวบ็ ไซตด วยโปรแกรม Adobe Dreamweaver cs6 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 2 ศึกษาเก่ยี วกับ
หลักการสรางเว็บเพจดวยโปรแกรมสำเร็จรปู Adobe Dreamweaver cs6 การประยุกตการสรางเว็บไซต การจัดและการ
ตกแตงขอความ การแทรกรปู ภาพลงในเว็บเพจ การสรางตาราง การสรา งจัดเช่อื มโยงในแตล ะหนา เวบ็ เพจ

เวบ็ ไซต การแบงหนาเว็บเพจเปนสวนๆ การสรา งฟอรมเพ่ือรองรับขอมลู จากผูใช การประยกุ ตส รางเลเยอรในการ
ตกแตง เอกสารเวบ็ เพจ การแทรกมลั ตมิ ีเดียส่อื ตาง ๆ ลงในเว็บเพจ การจัดการเวบ็ ไซต เชน การขอพ้นื ท่ีเพ่ือรองรบั เว็บไซต
ของเรา การขอขอใชบ ริการเสรมิ ตา ง ๆ การนำเว็บไซตข น้ึ สูอินเตอรเน็ต เพ่ือการตกแตงเวบ็ เพจใหสวยงาม
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายความรูพ้ืนฐานเกยี่ วกับโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS6 ได
2. ใชงานโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS6 เบื้องตนได
3. สรางเวบ็ ไซตดวยโปรแกรม Adobe Dreamweaver CS6 ได
4. นำเสนอและเผยแพรผ ลงานไดอ ยางมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
5. มเี จตคติทดี่ ตี อการเรยี นวิชาคอมพิวเตอร
6. เชือ่ มโยง Linkc และสรา งเฟรมได

จำนวนผลการเรยี นรทู งั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

111

รายวิชา การบรหิ ารขอ มูลดวย Microsoft Excel สาระการเรียนรเู พิ่มเตมิ
ช้ัน ผลการเรียนรู
ม.3 1. อธิบายหลกั การพ้นื ฐานของโปรแกรม หลักการทำงานพื้นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel
ตารางทำงาน (Microsoft Excel) หนาท่หี ลกั การการทำงานของกลุมเครื่องมือตางๆ ใน
โปรแกรม Microsoft Excel พรอ มทัง้ เลอื กใชง านกลมุ
เครอ่ื งมือตางๆ ในโปรแกรม Microsoft Excel ไดอยาง
เหมาะสม
2. ใชง านโปรแกรม Microsoft Excel โปรแกรม Microsoft Excel เปน รูปแบบของงานที่อยู
ตามรูปแบบ โดยพจิ ารณาวตั ถปุ ระสงค บนตารางทำงาน การปอ นขอมลู การแกไ ขขอมูล การ
ของงาน เกบ็ ขอมูลลงแฟม ขอมลู การเรยี กขอ มูลจากแฟมขอ มูล
มาดำเนนิ การ การจดั รูปแบบชิ้นงาน การพิมพ การ
สรางกราฟ ฟงกช นั การคำนวณ และฟงกชนั การทำงาน
ตา ง ๆ ปฏิบตั ิการสรางงานบนตารางทำงาน ปอนขอมลู
แกไ ขขอมลู เก็บขอมลู ลงแฟมขอมลู เรียกขอ มูลจาก
แฟม ขอมูลมาดำเนินการ จดั รูปแบบช้นิ งาน สรางกราฟ
ใชฟง กช ันการคำนวณ และฟง กชันการทำงานตาง ๆ
3. ประยกุ ตการทำงานในดานตาง ๆ และ ทักษะเก่ียวกับการใชโปรแกรมตารางทำงาน สามารถ
สามารถนำไปใชใ นชีวิตประจำวนั ไดอยา ง นำไปประยุกตใชในการทำงานได โดยใชท กั ษะ
เหมาะสม อยางมีจติ สำนึกและรับผดิ ชอบ กระบวนการคิดวิเคราะห ปรบั ปรงุ ประเมนิ ผล เกย่ี วกับ
งาน จนนำความรไู ปใชใ นชีวติ ประจำวันได
4. สรุปและการนำเสนอขอมูลดว ย สารสนเทศสามารถนำเสนอในรูปแบบตางๆ เชน
กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศไดอยาง แผนภมู ิประเภทตางๆ โปรแกรมสำหรบั ประมวลผลการ
มปี ระสิทธิภาพ เรยี น และในรูปช้นิ งานดางๆไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ มี
ความคดิ สรา งสรรคและเหมาะสมกบั งาน โดยใชท กั ษะ
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ จนนำความรูไปใชใ น
ชีวิตประจำวันได

112

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหัสวิชา ว23281 รายวชิ าการบริหารขอมูลดว ย Microsoft Excel กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 40 ชั่วโมง / 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาหลกั การของตารางทำงานดวยโปรแกรม Microsoft Excel การคำนวณบนตารางทำงาน รปู แบบของงานที่
อยูบนตารางทำงาน การปอนขอมูล การแกไขขอมูล การเก็บขอมูลลงแฟมขอมูล การเรียกขอมูลจากแฟมขอมูลมา
ดำเนินการ การจัดรูปแบบชิ้นงาน การพิมพ การสรางกราฟ ฟงกชันการคำนวณ และฟงกชันการทำงานตาง ๆ
ปฏิบัติการสรางงานบนตารางทำงาน ปอนขอมูล แกไขขอมูล เก็บขอมูลลงแฟมขอมูล เรียกขอมูลจากแฟมขอมูลมา
ดำเนินการ จัดรูปแบบชิ้นงาน สรางกราฟ ใชฟงกชันการคำนวณ และฟงกชันการทำงานตา ง ๆ ประยุกตตารางทำงานใน
งานตา ง ๆ เพือ่ ใหม ีความรคู วามเขา ใจและทักษะเก่ียวกบั การใชโปรแกรมตารางทำงาน และสามารถนำไปประยุกตใชใ นการ
ทำงานได โดยใชท ักษะ กระบวนการคดิ วิเคราะห ปรบั ปรุงประเมนิ ผล เกี่ยวกบั งาน จนนำความรูไปใชในชีวิตประจำวันได

ใชทักษะกระบวนการ กระบวนการเรียนรู ที่เนนผูเรียนเปนสำคญั โดยการลงมือและฝกปฏบิ ัติจริง เพื่อใหผูเรียนมี
ทักษะเกี่ยวกับการใชโปรแกรม Microsoft Excel สำหรับใชงานดานการคำนวณหรือการประมวลผลขอมูลดวยโปรแกรม
ตารางงาน (Spreadsheet) การใชสูตรและฟงกชัน การตกแตงแผนงานดวยเครื่องมือพิเศษตาง ๆ และการจัดการฐาน
ขอมูล ตลอดจนมีเจตคติที่ดีในการใชคอมพิวเตอร สามารถเลือกใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการทำงานและการประกอบ
อาชีพอยา งถกู ตองตามกระบวนการอยางมีคุณธรรม และจรยิ ธรรม
ผลการเรียนรู

1. อธบิ ายหลักการพ้นื ฐานของโปรแกรมตารางทำงาน (Microsoft Excel)
2. ใชงานโปรแกรม Microsoft Excel ตามรูปแบบ โดยพิจารณาวัตถุประสงคของงาน
3. ประยุกตการทำงานในดานตาง ๆ และสามารถนำไปใชในชีวติ ประจำวนั ไดอ ยางเหมาะสม อยางมีจิตสำนึกและ
รบั ผดิ ชอบ
4. สรปุ และการนำเสนอขอ มูลดวยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางมีประสิทธิภาพ
จำนวนผลการเรยี นรูทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู

113

รายวิชา การตดั ตอ วิดโี อ สาระการเรยี นรเู พิม่ เตมิ
ชน้ั ผลการเรียนรู หลกั การ ความหมาย บทบาทและประโยชนข องการตัด
ม.3 1. อธบิ ายเก่ยี วกับนิยาม ความหมาย ตอวิดีโอแบบตา ง ๆ คณุ สมบัตแิ ละมาตรฐานของวิดโี อ
ไฟลวดิ ีโอ ระบบโทรทศั น กระบวนการตัดตอวิดีโอ
ความสาคัญ องคประกอบ รูปแบบ ชนิด รวมถงึ การจัดทำสครปิ ตการถายทำหรอื Story board
ประเภทของภาพเคลื่อนไหว ภาพยนตร คำสัง่ เคร่ืองมือ การใชง านเบ้ืองตน การเขยี น scrip
และส่อื วดี โิ อ การจัดการเกี่ยวกับโปรแกรม การจบั วดิ โี อ การแกไ ข
2. อธบิ ายขัน้ ตอนและกระบวนการในการ ไฟลว ดิ ีโอ การเพิม่ เทคนิคและสีสนั ใหก บั วดิ ีโอ การซอน
ออกแบบภาพเคลื่อนไหวและสรา งส่ือ วิดีโอ การจดั ทำขอความประกอบในงานตดั ตอวดิ ีโอ
วีดโิ อ การใสเสียงประกอบ
3. ปฏิบัติงานออกแบบภาพเคลอื่ นไหว หลกั การทำงานเบอ้ื งตนของการตดั ตอ วดิ ีโอ ความรู
โครงเรอ่ื งและส่อื ภาพยนตรตาม พืน้ ฐานเก่ยี วกับการตัดตอวิดโี อ เครือ่ งมือตางๆของ
จินตนาการ โปรแกรมโดยรักษาคุณภาพของภาพและเสียงให
4. ใชเทคโนโลยีในการสรางงาน นำไป กลมกลืนกันโดยตลอด เห็นความสำคัญของการตัดตอ
เผยแพรอยา งมีจติ สาํ นึก และสรา งสรรค วดิ ีโอและวตั ถปุ ระสงคข องการตัดตอ วิดโี อ
คอมพิวเตอรทบี่ รู ณาการกับองคค วามรูตา ง ๆ แลว
สามารถนำเสนอขอ มลู อยา งมีประโยชนน ำไปเผยแพร
หลากหลายวธิ ไี มวา จะเปน การอพั โหลดวดิ ีโอลงใน
เวบ็ ไซตต า งๆ เชน Youtube, Mthai หรือการเผยแพร
งานวดิ ีโอในรูปแบบของ CD, DVD เปนตน

114

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหสั วชิ า ว23282 รายวชิ า การตดั ตอวดิ ีโอ กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 40 ชั่วโมง / 1.0 หนว ยกิต

ศึกษาหลักการ ความหมาย บทบาทและประโยชนของการตัดตอวิดีโอแบบตาง ๆ คุณสมบัติและมาตรฐานของ
วดิ ีโอ ไฟลว ิดโี อ ระบบโทรทัศน กระบวนการตัดตอ วิดีโอ เลอื กใชโปรแกรมและคุณสมบัติของเคร่อื งคอมพวิ เตอรท เ่ี หมาะสม
กับงานการสรา งงานวิดโี อ ศึกษาคำสงั่ เครื่องมือ การใชง านเบือ้ งตน การเขียน scrip การจดั การเกย่ี วกับโปรแกรม การ
จับวิดีโอ การแกไขไฟลวิดีโอ การเพิ่มเทคนิคและสีสันใหกับวิดีโอ การซอนวิดีโอ การจัดทำขอความประกอบในงานตัดตอ
วิดโี อ การใสเ สยี งประกอบ ตลอดจนการนำไฟลวดิ ีโอไปใชงานในรปู แบบตา ง ๆ และนำเสนองานในรูปแบบทเ่ี หมาะสม

ใชทักษะกระบวนการ กระบวนการเรียนรู ที่เนนผูเรียนเปนสำคัญโดยการลงมือและฝกปฏิบัตจิ ริง เพื่อใหผูเรียนมี
ความรู ความเขาใจ และทักษะเกี่ยวกับ โปรแกรมตัดตอวิดีโอ และสามารถสรางชิ้นงานคอมพิวเตอรที่บูรณาการกับองค
ความรตู าง ๆ แลว นำเสนอขอมลู อยางมีประโยชน สรางสรรคมีจติ สำนึกและความผิดชอบ
ผลการเรียนรู

1. อธิบายเก่ียวกบั นยิ าม ความหมาย ความสาคัญ องคประกอบ รูปแบบ ชนิด ประเภทของภาพเคลอื่ นไหว
ภาพยนตรแ ละส่ือวีดโิ อ

2. อธบิ ายข้ันตอนและกระบวนการในการออกแบบภาพเคล่ือนไหวและสรางส่ือวดี ิโอ
3. ปฏบิ ตั ิงานออกแบบภาพเคล่ือนไหว โครงเรอ่ื งและสื่อภาพยนตรต ามจนิ ตนาการ
4. ใชเ ทคโนโลยใี นการสรา งงาน นำไปเผยแพรอยา งมจี ติ สํานกึ และสรา งสรรค
จำนวนผลการเรียนรทู ั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู

115

วิชาการงานอาชีพเพ่ิมเติม สาระการเรียนรเู พ่ิมเติม
ช้นั ผลการเรยี นรู สืบคน ขอ มูลและอธบิ ายเสาโทเทม (Totem
ม.1 1. สบื คนขอ มลู และอธิบายเสาโทเทม pole) ประตมิ ากรรมวฒั นธรรมชนเผา
(Totem pole) ประติมากรรมวัฒนธรรม ศึกษา วิเคราะหแ ละอธิบายการนำโทเทมมาใช
ชนเผา ประโยชนใ นปจจุบนั
2. ศกึ ษา วิเคราะหแ ละอธิบายการนำโท ออกแบบเสาโทเทมจากวสั ดเุ หลือใช
เทมมาใชป ระโยชนในปจ จบุ ัน การนำเสนอความคดิ และอภปิ ราย
3. ออกแบบเสาโทเทมจากวัสดุเหลอื ใช ปฏบิ ัติการสรา งเสาโทเทม
การนำเสนอความคดิ และอภิปราย นำผลงานไปใชป ระโยชนในชุมชน
4. ปฏิบัตกิ ารสรางเสาโทเทม สบื คน ขอ มลู และอธบิ าย แคคตสั (Cactus) พนั ธุ
5. นำผลงานไปใชป ระโยชนในชุมชน ตา งๆ ซึง่ เปนท่นี ยิ มปลกู และซ้ือขาย
6. สืบคน ขอ มูลและอธิบาย แคคตัส การเตรียมการปลูกแคคตสั
(Cactus) พนั ธุต างๆ ซงึ่ เปน ที่นิยมปลกู การปฏิบตั ิการปลกู และดแู ลแคคตัส
และซอื้ ขาย บันทึกการปฏิบตั ิการ
7. การเตรียมการปลูกแคคตสั ทดลองงานอาชพี ขายแคคตสั
8. ปฏิบัตกิ ารปลูกและดูแลแคคตัส ปฏบิ ตั แิ ละมที ักษะการผูกผาในรปู แบบตา งๆ
9. บันทึกการปฏบิ ัติการ ประดบั ตกแตง สถานทีท่ ่เี หมาะสมกบั งาน หรอื
10. ทดลองงานอาชีพขายแคคตัส กจิ กรรม
ม.2 1.สามารถฝก ปฏบิ ตั ิและมที ักษะการผูกผา ปฏิบัตแิ ละมที ักษะการจับจบี ผา ในรปู แบบตางๆ
ในรปู แบบตา งๆ ประดับตกแตง สถานท่ีท่ี ประดบั ตกแตง สถานทีท่ ่ีเหมาะสมกบั งาน หรือ
เหมาะสมกับงาน หรอื กจิ กรรม กิจกรรม
2.สามารถฝกปฏิบตั ิและมีทักษะการจบั จีบ ปฏิบตั ิและมที ักษะในการเกบ็ ผาในรูปแบบตา งๆ
ผาในรูปแบบตา งๆ ประดับตกแตงสถานท่ี ปฏบิ ตั ิการประดิษฐด อกไมจ ากกระดาษ ผา
ทเ่ี หมาะสมกบั งาน หรือกจิ กรรม พลาสตกิ วสั ดเุ หลอื ใช ใหสวยงาม เพ่ือประดับ
3. สามารถฝกปฏบิ ตั แิ ละมที ักษะ ตกแตงสถานท่ีที่เหมาะสมสอดคลอ งกบั งานหรือ
ในการเกบ็ ผา ในรปู แบบตางๆ ได กจิ กรรม
4.สามารถฝกปฏิบตั แิ ละมที ักษะ
การประดิษฐดอกไมใ นรปู แบบตางๆ สบื คน ขอ มูลเครอ่ื งดมื่ สมนุ ไพร สรรพคณุ วธิ ดี ม่ื
เพอื่ ประดับตกแตงสถานทท่ี ีเ่ หมาะสม ใหไดป ระโยชน
สอดคลองกับงานหรือกิจกรรม การเลือกวัสดุอุปกรณในการปรงุ เคร่อื งดื่ม
5.มีเจตคติที่ดีตองานอาชีพและทำงาน สมุนไพร ท่ีเหมาะสม
รวมกับผูอ ่นื ได
ม.3 1. สืบคน ขอมูลเคร่ืองด่ืมสมนุ ไพร
สรรพคณุ วธิ ีดม่ื ใหไ ดป ระโยชน
2. เลอื กวัสดุอปุ กรณใ นการปรงุ เครือ่ งดื่ม
สมุนไพร ท่เี หมาะสม

116

ชน้ั ผลการเรยี นรู สาระการเรยี นรเู พิ่มเตมิ
ม.3 (ตอ ) 3. ปฏิบัตกิ ารปรุงเคร่ืองดื่มสมุนไพร เพือ่ ปฏบิ ตั ิการปรุงเคร่ืองดืม่ สมุนไพร เพื่อสขุ ภาพใน
สุขภาพในครอบครวั ครอบครัว
4. ศกึ ษาตัวอยางงานอาชพี ขายเคร่อื งดื่ม ศกึ ษาตัวอยา งงานอาชีพขายเคร่ืองด่ืมสมุนไพร
สมนุ ไพรและทดลองงานอาชีพ และทดลองงานอาชพี
5. บนั ทกึ การปฏบิ ัติการ บนั ทึกการปฏบิ ตั ิการเคร่ืองด่ืมสมุนไพร
6. สบื คนขอ มูลอาหารวา งและความจำเปน สบื คนขอมูลอาหารวางและความจำเปน
7. เลอื กวสั ดุอปุ กรณใ นการประกอบอาหาร การเลือกวสั ดุอุปกรณในการประกอบอาหารที่
ท่เี หมาะสม เหมาะสม
8. ปฏิบัติการประกอบอาหารวางเพื่อ ปฏิบัติการประกอบอาหารวางเพ่อื สุขภาพใน
สขุ ภาพในครอบครวั ครอบครัว
9. ศึกษาตัวอยางงานอาชีพขายอาหารวาง ศกึ ษาตัวอยา งงานอาชีพขายอาหารวาง และ
และทดลองงานอาชพี ทดลองงานอาชพี
10. บนั ทกึ การปฏิบัตกิ าร บันทกึ การปฏบิ ตั ิการประกอบอาหารวาง

117

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชีพ
รหัสวชิ า ง21202 รายวชิ าการงานอาชีพเพิ่มเติม 1
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 เสาโทเทม(Totem pole)
ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกิต

สืบคนขอมูล การสำรวจตรวจสอบ ศึกษา วิเคราะห เสาโทเทม ประติมากรรมวัฒนธรรมชนเผา ออกแบบและ
ปฏิบัติการสรางเสาโทเทมจากวัสดุเหลือใช ใหสอดคลองกับคุณธรรมอัตลักษณของโรงเรียนและการนำผลงานไปใช
ประโยชนใ นชมุ ชน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล และการ
อภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ การคิดสรางสรรค สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจเห็นคณุ คา ของการนำความรูไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน สามารถทำงานรว มกบั ผูอ่นื ไดอยา งมีประสิทธิภาพ มี
ความรบั ผิดชอบตอ สิ่งแวดลอมในทองถ่นิ และมีเจตคตทิ ่ีดตี อการทำงาน มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มที่พึงประสงครัก
ชาติ ศาสนก ษัตริย อยูอยา งพอเพยี ง ซอื่ สตั ย มีวนิ ัย ใฝ เรียนรู มุงม่ันในการทำงาน รกั ความเปน ไทย และมีจติ สาธารณะ

ผลการเรียนรู
1. สืบคนขอ มลู และอธิบายเสาโทเทม(Totem pole) ประตมิ ากรรมวัฒนธรรมชนเผา
2. ศกึ ษา วเิ คราะหแ ละอธิบายการนำโทเทมมาใชป ระโยชนในปจ จุบนั
3. ออกแบบเสาโทเทมจากวัสดุเหลือใช การนำเสนอความคดิ และอภิปราย
4. ปฏบิ ัติการสรา งการเสาโทเทม
5. นำผลงานไปใชประโยชนใ นชุมชน

จำนวนผลการเรยี นรทู งั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

118

รหัสวิชา ง21204 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1 รายวชิ าการงานอาชีพเพมิ่ เติม 2 กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี
แคคตัส(Cactus)
ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

สืบคน ขอ มลู การสำรวจตรวจสอบ ศึกษา วเิ คราะห การปลกู และดูแลแคคตสั (Cactus) พันธุตา งๆ ปฏิบตั ิการปลูก
และดูแลแคคตัสใหสวยงามเปนการประดบั ตกแตงและทดลองงานอาชพี

โดยใชทกั ษะการแสวงหาความรู ทักษะการจดั การ ทกั ษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน มเี จตคติ
ที่ดีตอการทำงานและอาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม สุจริต มีจิตสำนกึ ในการใชพลังงานทรพั ยากร และสิ่งแวดลอม อยูอยาง
พอเพยี ง ซ่ือสัตย มีวินัย
ผลการเรียนรู

1. สืบคน ขอ มูลและอธบิ าย แคคตสั (Cactus) พันธุต างๆ ซ่งึ เปนท่ีนยิ มปลูกและซื้อขาย
2. การเตรยี มการปลูกแคคตสั
3. ปฏบิ ัตกิ ารปลูกและดูแลแคคตัส
4. บนั ทึกการปฏิบตั ิการ
5. ทดลองงานอาชีพขายแคคตัส

จำนวนผลการเรียนรทู งั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

119

รหัสวชิ า ง22201 คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลุมสาระการเรียนรูก ารงานอาชพี ชั้น
มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 รายวิชาการงานอาชีพเพ่ิมเติม 3 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ

ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษา คนควา ฝกปฏิบัติรูปแบบการผูกผา การจับจีบผา การมัด และการจับดอก ประดับตกแตงสถานที่ที่
เหมาะสมกบั งาน หรอื กจิ กรรมรวมถึงการเกบ็ ผาดวยการมว น การพับ

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม การคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ จนสามารถ
รวมทำงานกับผูอ่ืนไดอยา งมีประสิทธภิ าพ เพือ่ ใหเกิดเจตคตทิ ด่ี ตี อ การทำงาน

ผลการเรียนรู
1. สามารถฝกปฏิบตั แิ ละมที ักษะการผูกผา ในรูปแบบตางๆ ประดบั ตกแตงสถานทท่ี ี่เหมาะสมกบั งาน หรอื กจิ กรรม
2. สามารถฝกปฏิบัติและมีทักษะการจับจีบผาในรูปแบบตางๆ ประดับตกแตงสถานที่ที่เหมาะสมกับงาน หรือ

กิจกรรม
3. สามารถฝกปฏบิ ตั แิ ละมีทกั ษะในการเก็บผา ในรูปแบบตางๆ ได
4. มีเจตคติท่ดี ตี อ งานอาชพี และทำงานรวมกบั ผอู ืน่ ได

จำนวนผลการเรียนรูทงั้ หมด 4 ผลการเรยี นรู

120

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
รหสั วชิ า ง22202 รายวชิ าการงานอาชีพเพิ่มเติม 4 กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี ชั้น
มธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกิต

ศกึ ษา คนควา ฝกปฏบิ ัติการประดิษฐดอกไมจ ากกระดาษ ผา พลาสติก วัสดุเหลอื ใช ใหส วยงาม เพ่ือประดับ
ตกแตงสถานทที่ เ่ี หมาะสมสอดคลองกบั งานหรอื กิจกรรม

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม การคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ จนสามารถ
รวมทำงานกับผูอ่ืนไดอยางมปี ระสิทธิภาพ เพ่ือใหเกดิ เจตคตทิ ่ดี ีตอ การทำงาน

ผลการเรยี นรู
1. สามารถฝกปฏิบัติและมีทักษะการประดิษฐดอกไมในรูปแบบตางๆ เพื่อประดับตกแตงสถานที่ที่เหมาะสม

สอดคลองกับงานหรือกจิ กรรม

2. มเี จตคตทิ ีด่ ตี องานอาชีพและทำงานรว มกบั ผอู นื่ ได

จำนวนผลการเรียนรูท้ังหมด 2 ผลการเรียนรู

121

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
รหสั วชิ า ง23202 รายวิชาการงานอาชีพเพมิ่ เติม 5 กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 3 เครอื่ งด่ืมสมุนไพร
ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต

สบื คนขอ มลู การสำรวจตรวจสอบ ศกึ ษา วเิ คราะห เคร่อื งด่มื สมุนไพร สรรพคุณ วิธีดืม่ ใหไดประโยชน การปรุง
เครอ่ื งด่ืมสมนุ ไพรเพ่ือบรโิ ภคและทดลองขาย

โดยใชทกั ษะการแสวงหาความรู ทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทกั ษะการทำงานรว มกนั มีเจตคติ
ที่ดีตอการทำงานและอาชีพ มีจริยธรรม อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตย มีวินัย มีจิตสำนึกในการใชพลังงานทรัพยากร และ
สงิ่ แวดลอ ม
ผลการเรยี นรู

1. สบื คน ขอ มลู เคร่อื งดื่มสมนุ ไพร สรรพคุณ วธิ ดี ่ืมใหไดประโยชน
2. เลือกวสั ดอุ ุปกรณในการปรุงเครื่องดื่มสมนุ ไพร ทีเ่ หมาะสม
3. ปฏบิ ตั กิ ารปรุงเคร่อื งด่มื สมุนไพร เพ่ือสขุ ภาพในครอบครัว
4. ศกึ ษาตวั อยางงานอาชีพขายเครอื่ งด่ืมสมนุ ไพรและทดลองงานอาชพี
5. บันทึกการปฏิบัติการ

จำนวนผลการเรยี นรทู งั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

122

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
รหัสวชิ า ง23204 รายวชิ าการงานอาชีพเพิม่ เติม 6 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 อาหารวางเพื่อสขุ ภาพ
ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกติ

สบื คน ขอ มูล การสำรวจตรวจสอบ ศกึ ษา วิเคราะห อาหารวางเพอื่ สขุ ภาพ ซง่ึ เปนอาหารทีไ่ มใ ชเปน มอื้ หลกั ของวัน
มไี วเพ่ือระงับความหวิ ระหวา งมื้อหรือบางคร้ังเปน ความสนกุ สนานในการลิม้ รสชาติ เพ่ือบริโภคและทดลองขาย

โดยใชทกั ษะการแสวงหาความรู ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทกั ษะการทำงานรว มกนั มีเจตคติ
ที่ดีตอการทำงานและอาชีพ มีจริยธรรม อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตย มีวินัย มีจิตสำนึกในการใชพลังงานทรัพยากร และ
สิ่งแวดลอ ม

ผลการเรียนรู
1. สบื คนขอ มลู อาหารวางและความจำเปน
2. เลอื กวัสดอุ ปุ กรณใ นการประกอบอาหารทเ่ี หมาะสม
3. ปฏบิ ตั กิ ารประกอบอาหารวางเพือ่ สุขภาพในครอบครวั
4. ศกึ ษาตัวอยางงานอาชพี ขายอาหารวา ง และทดลองงานอาชพี
5. บนั ทกึ การปฏิบัติการ

จำนวนผลการเรยี นรทู งั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

123

รายวชิ าเพมิ่ เติม
ภาษาองั กฤษ

ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรียนรเู พมิ่ เตมิ
ม.1 1. พูดและเขียนนำเสนอในทสี่ าธารณะเก่ยี วกับตนเอง การพดู และเขียนนำเสนอในที่สาธารณะเกี่ยวกบั
เร่อื งที่ตนเองสนใจจากการฟงและอา นได ตนเอง เรอ่ื งท่ีตนเองสนใจ และกจิ กรรมการอานใน
2. พดู และเขยี นแสดงความรูสกึ และความคิดเหน็ ของ หอ งเรียน แสดงความรูส ึก และความคดิ เหน็ ของ
ตนเองเกีย่ วกบั เร่ืองตา ง ๆ ใกลต ัว กจิ กรรมตาง ๆ พรอม ตนเองเกย่ี วกับเร่ืองตา ง ๆ ใกลตัว พรอ มทัง้ ให
ทง้ั ใหเ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบอยางเหมาะสม เหตผุ ลสั้น ๆ ประกอบอยา งเหมาะสม โดยใชภาษา
3. ใชภ าษา นำ้ เสยี ง และกิริยาทาทางสภุ าพเหมาะสม น้ำเสียง และกริ ิยาทา ทางสุภาพเหมาะสม ตาม
ตามมารยาทสงั คม และวฒั นธรรมของเจาของภาษา มารยาทสงั คม และวฒั นธรรมของเจาของภาษา
1. อภิปราย ขยายความคิดเห็น โตแ ยง สนับสนนุ โดยการ การพูดอภปิ รายหวั ขอคำถามเพื่อพยายามพูดโนม
พดู ส่อื สาร นาวใหผ ฟู ง "เหน็ ดวย” หรือ “ไมเหน็ ดว ย” กับการ
2. พดู และเขียนชแ้ี จงเกีย่ วกบั การประดิษฐสงิ่ ของ พิจารณามติหรอื หวั ขออภปิ ราย มีการนำเสนอขอ
3 พูดเขยี นโตตอบแสดงอารมณค วามรสู กึ ในบทบาทท่ี โตแ ยงทเ่ี ตรียมมาอยา งดี เพ่ือสนบั สนุนหัวขอ ของ
ไดรับ ฝา ยตนและโจมตเี หตุผลของฝายตรงขา มโดยใช
ศิลปะการชวนเช่ือ การอธบิ ายการปฏบิ ัตสิ ่ิงใดส่ิง
หนึ่ง โดยใชอ ุปกรณห รือเคร่ืองมือประกอบดารพดู
มจี ดุ ประสงคใหผฟู งมคี วามเขาใจขัน้ ตอนการปฏบิ ัติ
และอาจปฏบิ ัตติ ามไปดวย การใชกจิ กรรมการละคร
เพือ่ พฒั นาความสามารถดานการพดู ภาษาอังกฤษ
เพ่อื การสอื่ สารและความคดิ สรา งสรรค เปนการตอ
ยอดองคความรูไปสกู ารพฒั นาขีดความสามารถดา น
ตางๆ สงผลใหนักเรียนมีเจตคติทีด่ ยี งิ่ ข้นึ
1.. ใชพจนานกรมภาษาอังกฤษในการหาความหมาย การใชพจนานุกรม(Dictionary) ประโยชนจ าก
เรยี งลำดับคำตามพจนานุกรม บอกสว นประกอบของ พจนานุกรมในการเรยี นภาษาอังกฤษเพอื่ ใหท ราบ
พจนานุกรมและความหมายของพจนานุกรมไดถ ูกตอง ความหมาย การออกเสียงการสะกดคำ ท่ีมาของคำ
ตามปริบทและจำแนกชนิดของคำในประโยคได และหนา ทีข่ องคำ เพื่อชว ยในการจำแนกชนิด
2..จำแนกชนดิ ประโยค เรียงคำตามกฎเกณฑการเรยี งคำ ประโยค เรยี งคำตามกฎเกณฑก ารเรยี งคำและใช
และใชเ ครื่องหมายวรรคตอนไดถ กู ตองตามในประโยค เครอื่ งหมายวรรคตอนไดถ ูกตองตามในประโยคตางๆ
ตางๆได ได นักเรยี นจะตองแสดงหลักฐานยืนยันวา ตนเองเกิด
3.. มีความรับผิดชอบตอ การเรียนรขู องตนเองและมี การเรยี นรู กาวหนา จนบรรลุเปา หมายทก่ี ำหนดไว
หลักฐานยนื ยันวา ตนเองเกิดการเรยี นรู กาวหนา จนบรรลุ ดวยการจัดเก็บผลของการเรยี นรูของตนเองใน
เปา หมายท่ีกำหนดไว รปู แบบ portfolio
1 อา นออกเสียงขอความ นิทาน และบทรอยกรอง การเขาใจในสญั ลักษณ เครื่องหมายรปู ภาพ ประโยค
(poem)ส้นั ๆ ถูกตองตามหลักการอาน ขอความ ตัวอักษร คาํ และขอความที่พิมพหรือเขียน
ขึ้นมา เรยี กวา การอาน การอานแบงออกไดต าม

124

ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรยี นรเู พิ่มเติม
2 ระบุหวั ขอ เร่ือง (topic) ใจความสำคญั (main idea) ลกั ษณะของขอมลู แบงได 2 ประเภท คอื สื่อความ
และตอบคำถามจากการอา นบทสนทนา นทิ าน และเร่ือง เรียง(text information) และสอื่ ที่ไมใ ชความเรยี ง
สน้ั (non-text information) ซึ่งนักเรียนจะตองระบุ
3 เลือก/ระบุ ประโยค และขอความ ใหสมั พันธก บั ส่ือที่ หวั ขอเรอื่ ง (topic) ใจความสำคญั (main idea)
ไมใ ชความเรียง(non-text information)ทีอ่ าน และตอบคำถามจากการอานบทสนทนา นิทาน และ
4 มีความรบั ผดิ ชอบตอการเรียนรูของตนเองและมี เรอื่ งส้นั เลอื ก/ระบุ ประโยค และขอความ ให
หลักฐานยนื ยันวาตนเองเกิดการเรียนรู กาวหนา จนบรรลุ สมั พันธกันได นักเรยี นจะตองแสดงหลกั ฐานยืนยนั
เปาหมายทกี่ ำหนดไว วาตนเองเกดิ การเรยี นรู กา วหนา จนบรรลุเปา หมาย
ที่กำหนดไวดว ยการจัดเก็บผลของการเรียนรขู อง
ตนเองในรูปแบบ portfolio
ม.2 1. ใชส ำนวนภาษาพดู และเขียนแสดงความคิดเหน็ การพูดนำเสนอตามข้นั ตอน ไดแก ขน้ั เกริน่ นำ ขัน้
เกย่ี วกับเก่ยี วประสบการณ และขา ว/เหตกุ ารณท ่ีอยใู น เน้อื หา และขัน้ สรปุ โดยเตรียมตัวกอ นนำเสนอโดย
ชีวติ ประจำวนั หรอื ทีอ่ ยูในความสนใจของสงั คมพรอมท้งั คนควา รวบรวม และสรปุ ขอมูล จากแหลง เรียนรู
ใหเหตุผลประกอบอยา งเหมาะสม ตา งๆที่ผเู รยี นใชในการพฒั นาทกั ษะทาง
2. ใชภาษาในการคน ควา รวบรวม และสรุปขอ มลู จาก ภาษาอังกฤษมหี ลากหลายชองทางเชน เรียนรูผ า น
แหลงเรยี นรูต าง เพ่ือการเผยแผแ ละนำเสนอขอมูลดวย เกม เพลง ส่ือวิดโี อออนไลน และภาพยนต ฯลฯ
การพดู /เขยี น รวมถงึ การใชก ริ ยิ าทา ทาง(Gesture) สำนวนภาษา
3. ใชส ำนวนภาษาในการพดู นำเสนอเพื่อใหการนำเสนอมี (idioms) และการเลน คำทางภาษาอังกฤษ(English
ขนั้ ตอนท่ีชัดเจนและมีความนาสนใจมากย่ิงขนึ้ Pun )ในการนำเสนอ
4. ใชภาษาสื่อสารในสถานการณจ ริง/สถานการณจ ำลอง
ทีเ่ กดิ ขึ้นในหองเรียนสถานศึกษา และชุมชน
5. ใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทา ทาง เหมาะกับบุคคล
และโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจาของ
ภาษา
6. ใชส ำนวนภาษา(idioms)ของเจาของภาษาพรอมกับ
เปรยี บเทียบความเหมอื นและความตางระหวางสำนวน
ภาษาองั กฤษกับสำนวนในภาษาไทย
7. ใชภ าษาในการเปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือน
และความแตกตางระหวางชีวิตความเปนอยูดาน
วฒั นธรรม ของภาษาอังกฤษกับภาษาไทยนำไปใชอยา ง
ถูกตองเหมาะสมกับบคุ คลและ กาลเทศะ
1. ใชสำนวนภาษาพดู และเขียนแสดงความคิดเหน็ การศึกษาความเหมอื นและความตางของภาษา
เกี่ยวกับเกย่ี วประสบการณ และขา ว/เหตกุ ารณที่อยูใน วฒั นธรรม ความหลากหลายทางสังคม ประเด็น
ชวี ติ ประจำวนั หรอื ทอ่ี ยูในความสนใจของสังคมพรอมทั้ง ปญหาตางๆหรือเหตุการณท ่ีกำลงั เปน ท่สี นใจของคน
ใหเ หตผุ ลประกอบอยา งเหมาะสม ในสังคม ซึ่งอิทธพิ ลของการสงตอ ทัศนคติของบุคคล
ในสังคมซึ่งนำเสนอในรูปแบบทหี่ หลากหลาย เชน

125

ชั้น ผลการเรียนรู สาระการเรียนรูเพม่ิ เติม
2. ใชภาษาในการคน ควา รวบรวม และสรุปขอ มลู จาก แนวเพลง ซีร่ีย และภาพยนตร อภปิ รายเกย่ี วสิง่ ที่
แหลงเรียนรตู า ง เพ่ือการเผยแผและนำเสนอขอ มูลดว ย เห็นดวยและไมเ ห็นดว ยพรอ มทง้ั ใหเหตผุ ลประกอบ
การพดู /เขยี น อยางเหมาะสม
3. ใชสำนวนภาษาในการพดู นำเสนอเพื่อใหการนำเสนอมี
ขนั้ ตอนท่ชี ัดเจนและมีความนาสนใจมากย่ิงขนึ้
4. ใชภ าษาสอ่ื สารในสถานการณจ ริง/สถานการณจำลอง
ท่เี กิดข้นึ ในหอ งเรียนสถานศึกษา และชมุ ชน
5. ใชภ าษา น้ำเสยี ง และกริ ยิ าทาทาง เหมาะกับบุคคล
และโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจาของ
ภาษา
6. ใชสำนวนภาษา(idioms)ของเจา ของภาษาพรอมกับ
เปรยี บเทียบความเหมือนและความตา งระหวา งสำนวน
ภาษาอังกฤษกับสำนวนในภาษาไทย
7. ใชภ าษาในการเปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมือน
และความแตกตางระหวางชวี ติ ความเปนอยูดา น
วัฒนธรรม ของภาษาอังกฤษกับภาษาไทยนำไปใชอ ยา ง
ถกู ตองเหมาะสมกับบคุ คลและ กาลเทศะ
1. พฒั นาทกั ษะในการใชหลกั ไวยากรณ ชนิดของคำ การใช “โครงสราง” ของภาษา คำ ชนดิ ของคำ
ลกั ษณะหนา ที่ และกฎเกณฑการเรียงคำ ภาษาองั กฤษใน สว นประกอบของประโยค ลกั ษณะหนาท่ี และ
การสือ่ สารตามสถานการณต าง ๆ ได กฎเกณฑการเรียงคำและเคร่ืองหมายวรรคตอนตาม
2. ใชค ำศัพท สำนวน โครงสรางไวยากรณ และ หลักไวยากรณ ในพูดและเขยี นแสดงความรสู ึก
เครือ่ งหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษไดอยางถูกตอ งตาม ความคดิ เห็น พรอมใหเหตผุ ลประกอบทำใหส ่ือสาร
วัตถุประสงคของการสือ่ สารไดอ ยา งเหมาะสมตาม ไดอ ยา งคลอ งแคลว ถกู ตอ งไดใจความ เหมาะสมตาม
กาลเทศะ กาลเทศะ อยา งมีประสิทธภิ าพย่งิ ขึ้น ใชประโยค
3. ใชคำศพั ท สำนวนภาษา ในการพดู และเขียนแสดง คำถาม ที่เกย่ี วกบั ขอ มูล ใจความสำคัญ และ
ความรูสึก ความคิดเห็น พรอมใหเหตุผลประกอบ รายละเอียดตางๆ ทส่ี ัมพนั ธก ับส่อื ทีเ่ ปน ความเรยี ง
4. ใชประโยคคำถาม ที่เกีย่ วกับขอ มูล ใจความสำคญั และ และสือ่ ท่ีไมใชค วามเรียง รปู แบบตางๆ ท่ีอาน ใช
รายละเอยี ดตาง ๆ ทสี่ ัมพันธกบั ส่อื ทเ่ี ปน ความเรยี ง และ คำศัพท และสำนวน ในการพูดและเขยี นแสดงความ
สอื่ ทไ่ี มใชค วามเรยี ง รปู แบบตาง ๆ ท่ีอาน ตอ งการเสนอ และใหความชวยเหลอื ตอบรบั และ
5. ใชค ำศพั ท และสำนวน ในการพูดและเขียนแสดงความ ปฏเิ สธการใหค วามชวยเหลือ ในสถานการณตา งๆ
ตองการเสนอ และใหค วามชวยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธ เพ่อื สามารถนำไปเผยแพร/ ประชาสมั พันธขอมูล
การใหความชว ยเหลอื ในสถานการณต า ง ๆ อยาง ขา วสาร เกยี่ วกับเร่ืองใกลต วั หรอื อยูใ น
เหมาะสม ชวี ิตประจำวนั ได
6. ใชคำศัพท และสำนวน ในการเผยแพร/ประชาสัมพนั ธ
ขอมลู ขาวสาร เกีย่ วกบั เร่ืองใกลตัวหรอื อยใู น
ชวี ิตประจำวนั

126

ชนั้ ผลการเรยี นรู สาระการเรยี นรเู พ่มิ เตมิ
1. ศึกษา ประโยคกาลเวลา กฎ ขอบังคบั ในการใชภ าษา การศกึ ษาเก่ียวกับ ประโยคกาลเวลา กฎ ขอบงั คับ
การเปลี่ยนรปู กรยิ า รูปแบบการเรยี งประโยคท่ีแตกตาง ในการใชภาษา การเปล่ยี นรูปกรยิ า รปู แบบการเรียง
กนั ออกไป ในแตละชว งเวลา ไดถ ูกตอ งตามหลกั ไวยากรณ ประโยคทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป ในแตล ะชวงเวลา ตาม
ภาษาอังกฤษ หลักไวยากรณภ าษาอังกฤษ และนำคำ มาใช สราง
2. นำคำ มาใช สรางประโยค เพือ่ ส่ือสาร ตามสถานการณ ประโยค เปนเร่ืองสำคัญพืน้ ฐาน เพ่ือนำไปใชในการ
ตาง ๆ ในชวี ิตประจำวัน ส่อื สาร ตามสถานการณต า งๆ ในชีวติ ประจำวนั ได
3. ศึกษา ประเภทของประโยค อนปุ ระโยค ประโยคความ อยา งถูกตองและมีประสิทธภิ าพ ศกึ ษา อนุประโยค
รวม ประโยคความซอน ประโยคทีซ่ ับซอนมากข้นึ ประเภทของประโยค ประโยคความรวม ประโยค
4. พัฒนาทกั ษะการใชภาษาอังกฤษ และเขาใจ ความซอ น ประโยคทซ่ี ับซอนมากขึ้น เพอื่ พฒั นา
ภาษาอังกฤษ ไดอยางลึกซึ้ง ทกั ษะการใชภาษาองั กฤษ ทำใหส ามารถเขาใจ
ภาษาอังกฤษไดเรว็ และลึกซงึ้ มีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งข้ึน
ม.3 1.แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งราวที่อานได โดยการ การพดู ในทีส่ าธารณะ public speaking เปน ทักษะ
วเิ คราะห การใชคำปฏเิ สธซำ้ ซอ นในประโยคไดอยา ง สำคญั ในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพ เพ่ือให
ถูกตองตามหลักไวยากรณ นักเรยี นไดส ่ือสารไดอยางมีประสทิ ธิภาพมากขึ้น
2.พูด/เขียน เกยี่ วกบั การพดู ในทสี่ าธารณะได นักเรยี นจะตองปรับประโยคคำปฏเิ สธซำ้ ซอน ทำให
3.พูด/เขยี น เกี่ยวกับอุปมาอุปไมยในภาษาอังกฤษได คนที่ฟงหรอื อา นสับสน เปน การพูดแบบออมๆและ
4.พดู /เขยี น โดยใช Passive Voice ใหถ ูกตองตามหลัก หลกี เลี่ยงการพูดแบบตรงเกินไป การใชหลกั
ภาษา อุปมาอปุ ไมยในภาษาอังกฤษจะทำใหผูฟงเหน็ ภาพ
และรสู กึ ตามกับผพู ูดชดั เจนมากย่งิ ขน้ึ และการ
เลือกใชป ระโยคท่ปี ระธานเปนผถู ูกกระทำ (Passive
voice) กจ็ ะทำใหเพิ่มความนาสนใจในเนื้อหาทเ่ี รา
เตรียมในพูดทีส่ าธารณะ public speaking มากขึ้น
ดว ย
1.พูด/เขยี น เกี่ยวกับประโยคเงอื่ นไขไดถกู ตองตามหลัก การพูด/เขยี น เก่ยี วกบั อาชีพเพอ่ื เตรยี มตัวสำหรบั
ภาษาผานทางสถานการณส มมุติ อนาคตเปน ทักษะจำเปนตอนักเรียนท่ใี กลจบ
2.อภิปรายโดยใชกรยิ าวิเศษณ โดยใชส ำนวนและคำแสลง การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน เปน การวางแผนสำหรบั การ
ใหเ หมาะสมกับภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษา เรยี นตอ และการประกอบอาชีพ ซง่ึ เปน เงื่อนไขหนึง่
3.พูด/เขยี น เกยี่ วกับอาชีพเพื่อเตรยี มตัวสำหรบั อนาคต ในชวี ิต การศกึ ษา ประโยคเงื่อนไข Conditional
sentences การเรยี นภาษาในระดบั สงู การเรียน
สำนวนและคำสแลง เปน ศัพททีไ่ มเ ปน ทางการ
นกั เรยี นไดเรียนภาษาไดมีความธรรมชาตมิ ากยนิ่ ข้นึ
การวางแผนเตรยี มตัวท่ดี ี จะชวยใหป ระสบ
ความสำเร็จมากกวาการทีไ่ มไดเ ตรยี มตวั เพ่ือสำรวจ
ความชอบของตนเอง และการวางแผนในอนาคต

127

ชั้น ผลการเรยี นรู สาระการเรยี นรูเ พิ่มเติม
1.เขา ใจและตีความเร่ืองที่ฟงและอา นจากสือ่ ประเภท การพดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญทีไ่ ดจ ากบทอาน
ตางๆ และแสดงความความคิดเหน็ อยางมีเหตุผล เก่ียวกับลักษณะของบุคคลพรอมทงั้ เขยี นประโยคให
2.ใชภาษาตามมารยาทสังคม เพื่อสรางความสัมพันธ ขอมลู อธบิ ายเปรยี บเทยี บคน สตั ว สงิ่ ของ โดยใช
ระหวา งบคุ คล และสามารถดำเนินการสือ่ สารไดอ ยา ง คำคณุ ศพั ทในขัน้ กวา และขั้นสดุ การระบุ
ตอเนอ่ื งและถกู ตองตามหลักภาษา รายละเอียดเก่ียวกบั การบรรยายบุคลิกภาพของ
3.นำเสนอขอมลู เรอื่ งราว รายงานทีเ่ ก่ยี วกับ บคุ คล พูดเก่ยี วกับอาชพี ในอนาคต อา นขอ ความ
ประสบการณ เกี่ยวกบั อาชีพตาง ๆ พดู โตต อบเกย่ี วกบั อาชพี และ
4.ใชภ าษา และทา ทางในการสอื่ สารไดเหมาะสมกับระดับ เหตุผลในการเลือกอาชีพนัน้ ๆ และเขียนรายงานผล
บคุ คล และวัฒนธรรมของเจา ของภาษา สำรวจอาชพี ท่ีเพ่ือนในชนั้ เรียนนยิ มมากท่ีสดุ
บรรยายสถานทท่ี องเท่ยี ว พูดสมั ภาษณเ พ่ือน
เกย่ี วกบั การทอ งเที่ยวในชวงวนั หยุด อานบทอา น
เกี่ยวกบั สถานที่ทอ งเทย่ี ว การขอและใหขอมูลการ
เดนิ ทาง การบรรยายสถานที่ การแสดงความคดิ เหน็
การเปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความ
แตกตา งระหวางชีวติ ความเปนอยแู ละวัฒนธรรมของ
เจาของภาษากบั ของไทย
1.นำเสนอขอมลู เรอ่ื งราว รายงานทเ่ี ก่ียวกับ การนำเสนอขอ มูล เรือ่ งราว รายงานทเ่ี กย่ี วกับ
ประสบการณ ประสบการณ กิจกรรมยามวา งและนนั ทนาการ
2.ใชภ าษาตามมารยาทสังคม เพอื่ สรางความสัมพันธ พดู อา นเขยี น คำแนะนำ คำชีแ้ จง คำอธิบาย การ
ระหวา งบุคคล และสามารถดำเนนิ การสือ่ สารไดอ ยา ง อา นฉลากยา โฆษณายา คำแนะนำ คำแนะนำ
ตอเนอื่ งและถูกตองตามหลักภาษา เก่ยี วกบั การออกกำลังกาย อาหาร และสขุ ภาพ
3.พูด/เขียน โดยใชหลักไวยากรณ กริยาวลี ในการส่ือสาร จากสอื่ ส่ิงพมิ พและส่ืออเิ ล็กทรอนิกส การใช
ไดอ ยางถูกตอ ง เทคโนโลยีอยา งเหมาะสม โดยใชภาษาตามมารยาท
4.พูด/เขยี น เก่ยี วกับการใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสม โดย สังคม เพื่อสรา งความสัมพนั ธระหวางบคุ คล และ
ใชคำศพั ท สำนวน คำแนะนำ คำชแ้ี จง คำอธิบายและ สามารถดำเนินการส่ือสารไดอยางตอเนอ่ื งและ
โครงสรา งประโยคท่ีถูกตอง ถูกตองตามหลักไวยากรณ กริยาวลี ในการส่อื สารได
อยางถูกตอง

128

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหัสวิชา อ21203 รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร 1 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.5 หนว ยกติ

การพดู เปน เร่ืองของศาสตรแ ละศลิ ปท ีส่ ามารถเรยี นกนั ได ถายทอดกันได มกี ฎเกณฑเชนเดยี ว กบั ศาสตรแขนงอน่ื
ๆ การทผ่ี ูเรียนจะพดู ไดด ีเทา ใดน้ัน ตอ งข้ึนอยกู ับศลิ ปะหรือแบบฉบับและความสามารถของแตละคน นักพดู ที่ดไี ม
จำเปน ตองอาศยั พรสวรรคในการพดู เสมอไป เพราะการพูดท่ีดีไดน นั้ จะตองเกดิ จากการศึกษาและการฝก ฝนควบคกู ันไป
ดว ย

โดยกระบวนการฟง อา น เขียนและพูดตอ ทช่ี ุมชนบอย ๆ และพูดอยา งถูกวธิ ี จะมีผลตอ การพัฒนาบคุ ลิกภาพใน
ทางบวกอยางเหน็ ไดช ัด การพูดในทีช่ ุมชน คือ การสื่อสารของบุคคลท่ตี องการแสดงความรู ความคิด ความรูสกึ และ
ขอ เสนอแนะตาง ๆ ใหเ ปนท่ีประจกั ษแกผ ูฟง จำนวนมาก การพดู ตอหนา ผูฟงน้ันมหี ลายรปู แบบ เชน การบรรยาย การ
พรรณนา การอธบิ าย การชี้แจง การสาธิต เปน ตน เพอ่ื ใหผฟู ง เกดิ ความเขา ใจ เกิดเจตคตทิ ี่ดี และมีทักษะเพมิ่ ขึน้

ผลการเรียนรู
ขอ ท่ี 1. พูดและเขียนนำเสนอในทสี่ าธารณะเกยี่ วกบั ตนเอง เรื่องทต่ี นเองสนใจจากการฟงและอานได
ขอ ท่ี 2. พูดและเขียนแสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตา ง ๆ ใกลต ัว กจิ กรรมตา ง ๆ

พรอ มทัง้ ใหเหตผุ ลส้ัน ๆ ประกอบอยา งเหมาะสม
ขอ ท่ี 3. ใชภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าทาทางสภุ าพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คม และวฒั นธรรมของเจาของภาษา

จำนวนผลการเรียนรทู ั้งหมด 3 ผลการเรียนรู

129

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รหสั วิชา อ21204 รายวชิ า ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร 2 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/0.5 หนวยกิต

การพูดเปนเรื่องของศาสตรและศลิ ปท ี่สามารถเรยี นกนั ได ถายทอดกนั ได มกี ฎเกณฑเชนเดียว กบั ศาสตรแขนงอืน่
ๆ การทผี่ ูเ รียนจะพดู ไดดเี ทา ใดน้นั ตองขึน้ อยูก ับศิลปะหรือแบบฉบับและความสามารถของแตล ะคน นักพดู ที่ดีไม
จำเปนตองอาศัยพรสวรรคในการพดู เสมอไป เพราะการพูดท่ีดไี ดน ้นั จะตอ งเกิดจากการศึกษาและการฝกฝนควบคกู นั ไป
ดว ย

โดยกระบวนการฟง อา น เขยี นและพูดตอ ทีช่ ุมชนบอ ย ๆ และพูดอยางถูกวธิ ี จะมีผลตอการพฒั นาบคุ ลิกภาพใน
ทางบวกอยางเหน็ ไดช ดั การพูดในทช่ี ุมชน คือ การส่ือสารของบุคคลที่ตองการแสดงความรู ความคิด ความรสู ึกและ
ขอ เสนอแนะตาง ๆ ใหเปน ท่ีประจกั ษแกผ ูฟง จำนวนมาก การพูดตอหนาผูฟงนน้ั มหี ลายรูปแบบ เชน การบรรยาย การ
พรรณนา การอธิบาย การช้ีแจง การสาธติ เปนตน เพ่ือใหผฟู ง เกดิ ความเขาใจ เกิดเจตคติท่ีดี และมีทักษะเพิ่มข้ึน

ผลการเรียนรู
ขอ ท่ี 1. อภปิ ราย ขยายความคดิ เหน็ โตแยง สนับสนนุ โดยการพดู ส่ือสาร
ขอที่ 2. พูดและเขยี นชี้แจงเก่ียวกบั การประดิษฐสง่ิ ของ
ขอ ที่ 3 พูดเขยี นโตต อบแสดงอารมณค วามรูส กึ ในบทบาทที่ไดร ับ

รวมผลการเรียนรูท ัง้ หมด 3 ผลการเรียนรู

130

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหสั วิชา อ21205 รายวิชา หลกั ภาษาอังกฤษ 1 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศชน้ั
มัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ชวั่ โมง/0.5 หนวยกิต

ศึกษาพจนานกรมภาษาองั กฤษในการหาความหมาย เรยี งลำดบั คำตามพจนานุกรม บอกสว นประกอบของ
พจนานกุ รมและความหมายของพจนานุกรมไดถูกตองตามปริบทและจำแนกชนดิ ของคำในประโยค ชนดิ ประโยค เรยี งคำ
ตามกฎเกณฑการเรียงคำและใชเครื่องหมายวรรคตอน

โดยใชกระบวนการอา น คิด พดู เขยี น. ใชพจนานกรมภาษาอังกฤษในการหาความหมาย เรยี งลำดบั คำตาม
พจนานุกรม จำแนกชนดิ ประโยคและใชเครื่องหมายวรรคตอน โดยผา นกจิ กรรมทางภาษา เพื่อใหเ กิดมีความรับผดิ ชอบตอ
การเรยี นรูของตนเองและมหี ลกั ฐานยืนยันวาตนเองเกิดการเรยี นรู กาวหนา จนบรรลเุ ปาหมายทกี่ ำหนดไว
ผลการเรียนรู
ขอท่ี 1. ใชพจนานกรมภาษาองั กฤษในการหาความหมาย เรียงลำดบั คำตามพจนานุกรม บอกสว นประกอบของพจนานกุ รม
และความหมายของพจนานุกรมไดถ ูกตองตามปริบทและจำแนกชนดิ ของคำในประโยคได
ขอ ที่ 2.จำแนกชนดิ ประโยค เรยี งคำตามกฎเกณฑก ารเรยี งคำและใชเ ครือ่ งหมายวรรคตอนไดถกู ตองตามในประโยคตางๆได
ขอท่ี 3. มีความรบั ผดิ ชอบตอการเรียนรขู องตนเองและมีหลกั ฐานยนื ยนั วา ตนเองเกดิ การเรียนรู กาวหนา จนบรรลุ
เปาหมายทกี่ ำหนดไว
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู

131

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหัสวิชา อ21206 รายวิชา หลักภาษาอังกฤษ 2 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ

หลกั ภาษาองั กฤษ หรอื ไวยากรณ คือ กฎเกณฑของภาษาซึง่ รวมถงึ เสยี ง คำศัพท กลมุ คำ ประโยค หลกั การใชค ำ
และการจดั วางคำเขาดว ยกันใหเ ปน รูปประโยคทีส่ ามารถสอ่ื สารกนั ไดอยา งเขาใจ การเรียนรูหลกั ภาษาองั กฤษ เปน สง่ิ
สนบั สนุนความสามารถในการนำภาษาไปใชไ ดถูกตองตามกฎเกณฑของภาษา กลาวคือหากผูเ รยี นภาษามคี วามรูหรือ
ความสามารถดานหลกั ภาษาองั กฤษระดับดี กจ็ ะสามารถใชภาษาองั กฤษท้ังในทักษะการฟง การพูด การอาน และการ
เขยี น ในรายวิชาหลกั ภาษาองั กฤษ 2 นี้ ไดนำไปประยกุ ตใ ชในการอาน

โดยใชทักษะการอา นออกเสยี ง คำศัพท กลุมคำ ประโยค เพ่อื การส่ือความหมาย และทักษะการอานเพื่อความ
เขา ใจจะทำใหผ ูเ รียนสามารถเขาใจบทอา นไดดขี นึ้ เพราะไวยากรณช ว ยใหผ ูอา นสามารถมองเหน็ หนา ท่ีของคำ โครงสราง
ประโยค ซง่ึ ชว ยใหการอานมีประสิทธภิ าพมากขน้ึ

ผลการเรยี นรู
ขอ ท่ี 1 อานออกเสยี งขอความ นทิ าน และบทรอยกรอง(poem)สน้ั ๆ ถูกตองตามหลกั การอาน
ขอ ที่ 2 ระบุหวั ขอเรอื่ ง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการอา นบทสนทนา นิทาน

และเรอ่ื งสัน้
ขอ ท่ี 3 เลือก/ระบุ ประโยค และขอความ ใหส มั พันธกบั สื่อท่ีไมใ ชความเรียง(non-text information)ท่ีอา น
ขอที่ 4 มีความรับผิดชอบตอการเรยี นรขู องตนเองและมีหลกั ฐานยนื ยนั วา ตนเองเกดิ การเรยี นรู กา วหนา

จนบรรลุ เปาหมายทกี่ ำหนดไว
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู

132

มัธยมศกึ ษา ตอนปลาย

133

โครงสรางหลกั สตู รโรงเรียนวัดเขยี นเขตระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนคณติ -องั กฤษ)

กลมุ สาระการเรยี นรู/กจิ กรรม ม.4 ม.5 ม.6
ภาษาไทย 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
คณติ ศาสตร 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
80 (2 นก.) 80 (2 นก.) -
- วิทยาศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
- เทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
- ประวัตศิ าสตร 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
- ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม 40 (1 นก.)
- หนาทพี่ ลเมือง วฒั นธรรมและการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- เศรษฐศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- ภมู ศิ าสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
สุขศกึ ษา และพลศึกษา 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 440 (11 นก.)
ศิลปะ 600 (15 นก.) 600 (15 นก.) 40 (1 นก.)
การงานอาชพี 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 120 (3 นก.)
ภาษาตา งประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 200 (5 นก.)
รวมเวลาเรยี นพน้ื ฐาน 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3 นก.)
ภาษาไทย 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
คณติ ศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- วทิ ยาศาสตรเพิ่มเตมิ 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
- คอมพวิ เตอร 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 200 (5 นก.)
สขุ ศึกษาและพละศกึ ษา 200 (5 นก.) 200 (5 นก.) 120 (3 นก.)
ดนตรี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 80 (2 นก.)
การงานอาชพี 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
ภาษาตา งประเทศ 80 (2 นก.) -
- ภาษาองั กฤษ - 680 (17 นก.) 720 (18 นก.)
- ภาษาจนี 600 (15 นก.)
การศกึ ษาคน ควาเพอื่ การเรียนรู / การส่อื สารและการนำเสนอ
รายวชิ าเพิ่มเตมิ

กลุมสาระการเรียนร/ู กิจกรรม 134
- กิจกรรมแนะแนว
- กจิ กรรมนกั เรียน ม.4 ม.5 ม.6
36 36 36
- กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ/รักษาดนิ แดน 30 30 30
- กิจกรรมชมุ นุม 30 30 30
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน / IS3 24 24 24
รวมกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน 120 120 120
รวมเวลาเรียนทั้งหมด
4,000 ชั่วโมง

135

โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษา ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย (หอ งเรยี นคณติ -องั กฤษ)

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 (ภาคเรยี นท่ี 1) ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 (ภาคเรยี นท่ี 2)
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน/ภาค รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค
รายวชิ าพนื้ ฐาน 300 (7.5 นก.) รายวิชาพ้นื ฐาน 300 (7.5 นก.)
ท31101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 1 1 นก./40 ชม ท31102 ภาษาไทยพื้นฐาน 2 1 นก./40 ชม
ค31101 คณิตศาสตรพนื้ ฐาน 1 1 นก./40 ชม ค31102 คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 2 1 นก./40 ชม
ว31101 วิทยาศาสตรช วี ภาพ 1 นก./40 ชม ว31102 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 1 1 นก./40 ชม
ว31181 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 นก./20 ชม ว31182 วทิ ยาการคำนวณ 1 0.5 นก./20 ชม
ส31101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 1 1 นก./40 ชม ส31102 สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 2 1 นก./40 ชม
ส31103 ประวตั ิศาสตร 1 0.5 นก./20 ชม ส31104 ประวัติศาสตร 2 0.5 นก./20 ชม
พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 นก./20 ชม พ31102 พลศกึ ษา 1 0.5 นก./20 ชม
ศ31103 ดนตรี 1 0.5 นก./20 ชม ศ31102 นาฏศลิ ป 2 0.5 นก./20 ชม
ง31101 การงานอาชีพ 1 0.5 นก./20 ชม ง31102 การงานอาชีพ 2 0.5 นก./20 ชม
อ31101 ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 1 1 นก./40 ชม อ31102 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 2 1 นก./40 ชม
รายวชิ าเพ่ิมเติม 300 (7.5 นก.) รายวิชาเพ่ิมเติม 300 (7.5 นก.)
ท31201 ภาษาไทยเพ่ิมเตมิ 1 0.5 นก./20 ชม ท31202 ภาษาไทยเพ่ิมเติม 2 0.5 นก./20 ชม
ค31201 คณิตศาสตรเพิ่มเตมิ 1 1.5 นก./60 ชม ค31202 คณติ ศาสตรเ พิ่มเติม 2 1.5 นก./60 ชม
ว31243 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพเพ่มิ เติม 1 0.5 นก./20 ชม ว31223 วทิ ยาศาสตรกายภาพเพมิ่ เตมิ 1 0.5 นก./20 ชม
ว31285 คอมพิวเตอร 1 0.5 นก./20 ชม ว31286 คอมพวิ เตอร 2 0.5 นก./20 ชม
ว31281 ระเบียบวธิ ีวจิ ัย 1 1.0 นก./40 ชม ว31282 ระเบียบวธิ ีวจิ ยั 2 1.0 นก./40 ชม
พ31201 แบดมนิ ตนั 1 0.5 นก./20 ชม พ31202 แบดมนิ ตัน 2 0.5 นก./20 ชม
ศ31203 ดนตรสี ากล 1 0.5 นก./20 ชม ศ31204 ดนตรีสากล 2 0.5 นก./20 ชม
ง30261 อาหารไทย 1 นก./40 ชม ง30272 อาหารวา ง 1 นก./40 ชม
อ31201 ภาษาองั กฤษเพ่อื การสือ่ สาร 1 1.5 นก./60 ชม อ31202 ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร 2 1.5 นก./60 ชม
จ31201 ภาษาจนี 1 1 นก./40 ชม จ31202 ภาษาจีน 2 1 นก./40 ชม
กิจกรรมพฒั นาผูเรียน 60 กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน 60
กิจกรรมแนะแนว 18 กิจกรรมแนะแนว 18
กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ , รกั ษาดนิ แดน 15
กิจกรรมชมุ นุม 15 กจิ กรรมชมุ นุม 15
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12
รวมเวลาเรยี นทัง้ ส้นิ 660 รวมเวลาเรียนทัง้ สนิ้ 660
รวมเวลาเรียนทั้งป 1,320 (30 นก.) ชัว่ โมง

* กจิ กรรมปองกนั การทุจริต บูรณาการกับกจิ กรรมพฒั นาศักยภาพ, รกั ษาดนิ แดน

136

โครงสรางหลักสูตรสถานศึกษา ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (หองเรยี นคณิต-องั กฤษ)

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5 (ภาคเรยี นที่ 1) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น/ภาค
รายวิชาพนื้ ฐาน 300 (7.5 นก.) รายวชิ าพืน้ ฐาน 300 (7.5 นก.)
ท32101 ภาษาไทยพื้นฐาน 3 1 นก./40 ชม ท32102 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 4 1 นก./40 ชม
ค32101 คณติ ศาสตรพ้นื ฐาน 3 1 นก./40 ชม ค32102 คณติ ศาสตรพื้นฐาน 4 1 นก./40 ชม
ว32101 วิทยาศาสตรก ายภาพ 2 1 นก./20 ชม ว32102 โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศพื้นฐาน 1 นก./20 ชม
ว32181 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 0.5 นก./20 ชม ว32182 วิทยาการคำนวณ 2 0.5 นก./20 ชม
ส32101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 1 นก./40 ชม ส32102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4 1 นก./40 ชม
ส32103 ประวัตศิ าสตร 3 0.5 นก./20 ชม ส32104 ประวตั ิศาสตร 4 0.5 นก./20 ชม
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 นก./20 ชม พ32102 พลศึกษา 2 0.5 นก./20 ชม
ศ32101 ทศั นศลิ ป 1 0.5 นก./20 ชม ศ32102 ดนตรี 2 0.5 นก./20 ชม
ง32101 การงานอาชพี 3 0.5 นก./20 ชม ง32102 การงานอาชีพ 4 0.5 นก./20 ชม
อ32101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 3 1 นก./40 ชม อ32102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4 1 นก./40 ชม
รายวชิ าเพิ่มเติม 340 (8.5 นก.) รายวชิ าเพ่ิมเติม 340 (8.5 นก.)
ค32201 คณิตศาสตรเพม่ิ เติม 3 1.5 นก./60 ชม ค32202 คณิตศาสตรเพิ่มเติม 4 1.5 นก./60 ชม
ว32205 วทิ ยาศาสตรก ายภาพเพิ่มเติม 2 0.5 นก./20 ชม ว32261 โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 0.5 นก./20 ชม
เพิ่มเติม 1
ว32283 คอมพวิ เตอร 3 0.5 นก./20 ชม ว32284 คอมพวิ เตอร 4 0.5 นก./20 ชม
พ32201 บาสเกตบอล 1 0.5 นก./20 ชม พ32202 บาสเกตบอล 2 0.5 นก./20 ชม
ศ32203 ดนตรสี ากล 3 0.5 นก./20 ชม ศ32204 ดนตรสี ากล 4 0.5 นก./20 ชม
ง30268 ชา งตกแตงสถานท่ี 1 นก./40 ชม ง30270 งานเกษตร 2 1 นก./40 ชม
อ32201 ภาษาองั กฤษเพือ่ งานอาชีพ 1 1.5 นก./60 ชม อ32202 ภาษาอังกฤษเพอ่ื งานอาชพี 2 1.5 นก./60 ชม
จ32201 ภาษาจนี 3 1 นก./40 ชม จ32202 ภาษาจนี 4 1 นก./40 ชม
I32201 การศกึ ษาคนควา และสรางองค 1 นก./40 ชม I32202 การสื่อสารและการนำเสนอ 1 นก./40 ชม
ความรู
กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น 60 กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน 60
กจิ กรรมแนะแนว 18 กิจกรรมแนะแนว 18
กจิ กรรมพัฒนาศักยภาพ , รกั ษาดนิ แดน 15 กจิ กรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15
กิจกรรมชมุ นมุ 15 กิจกรรมชมุ นมุ 15
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12
รวมเวลาเรียนทง้ั สิ้น 700 รวมเวลาเรยี นท้ังสนิ้ 700
รวมเวลาเรยี นทง้ั ป 1,400 (32 นก.) ชวั่ โมง

* กิจกรรมปอ งกันการทจุ ริต บูรณาการกับกิจกรรมพัฒนาศกั ยภาพ, รกั ษาดินแดน

137

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (หอ งเรยี นคณติ -องั กฤษ)

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 (ภาคเรยี นที่ 1) ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 (ภาคเรยี นท่ี 2)
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน/ภาค รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน/ภาค
รายวิชาพื้นฐาน 220 (5.5 นก.) รายวิชาพ้นื ฐาน 220 (5.5 นก.)
ท33101 ภาษาไทยพนื้ ฐาน 5 1 นก./40 ชม ท33102 ภาษาไทยพืน้ ฐาน 6 1 นก./40 ชม
ค33101 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 5 1 นก./40 ชม ค33102 คณิตศาสตรพื้นฐาน 6 1 นก./40 ชม
ส33101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 1 นก./40 ชม ส33102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 1 นก./40 ชม
พ33101 สุขศึกษา 3 0.5 นก./20 ชม พ33102 พลศึกษา 3 0.5 นก./20 ชม
ศ33101 นาฏศลิ ป 1 0.5 นก./20 ชม ศ33103 ทัศนศิลป 2 0.5 นก./20 ชม
ง33101 การงานอาชีพ 5 0.5 นก./20 ชม ง33102 การงานอาชีพ 6 0.5 นก./20 ชม
อ33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 5 1 นก./40 ชม อ33102 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 6 1 นก./40 ชม
รายวิชาเพม่ิ เติม 360 (9 นก.) รายวชิ าเพิ่มเติม 360 (9 นก.)
ค33201 คณิตศาสตรเพ่มิ เติม 5 1.5 นก./60 ชม ค33202 คณติ ศาสตรเพม่ิ เตมิ 6 1.5 นก./60 ชม
ว30201 สารเคมีในชีวิตประจำวัน 1.5 นก./60 ชม ว30202 วิทยาศาสตรส ่งิ แวดลอม 1.5 นก./60 ชม
ว33283 คอมพวิ เตอร 5 1 นก./40 ชม ว33284 คอมพวิ เตอร 6 1 นก./40 ชม
ว33287 โครงงานSMT 1 1 นก./40 ชม ว33288 โครงงานSMT 2 1 นก./40 ชม
พ33203 กิจกรรมเขา จังหวะ 0.5 นก./20 ชม พ33201 ลลี าศ 1 0.5 นก./20 ชม
ศ33205 ดนตรีสากล 5 0.5 นก./20 ชม ศ33206 ดนตรสี ากล 6 0.5 นก./20 ชม
ง30265 ศิลปะประดิษฐ 1 1 นก./40 ชม ง30266 ศิลปะประดษิ ฐ 2 1 นก./40 ชม
อ33201 ภาษาองั กฤษเพื่อการเขาสสู งั คม 1.5 นก./60 ชม อ33202 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การเขาสสู งั คม 1.5 นก./60 ชม
โลก 1 โลก 2
จ33201 ภาษาจีน 5 1 นก./40 ชม จ33202 ภาษาจนี 6 1 นก./40 ชม
กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน 60 กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น 60
กิจกรรมแนะแนว 18 กิจกรรมแนะแนว 18
กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดนิ แดน 15
กจิ กรรมชมุ นุม 15 กจิ กรรมชมุ นุม 15
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน 12
(IS3)
รวมเวลาเรยี นท้งั ส้ิน 640 รวมเวลาเรียนทงั้ ส้นิ 640
รวมเวลาเรยี นทัง้ ป 1,280 (29 นก.) ช่วั โมง

* กิจกรรมปอ งกนั การทจุ รติ บูรณาการกบั กจิ กรรมพฒั นาศักยภาพ, รกั ษาดนิ แดน

138

โครงสรางหลกั สตู รโรงเรียนวดั เขยี นเขตระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนวทิ ย – คณิต (MOU)

กลุม สาระการเรียนรู/กจิ กรรม ม.4 ม.5 ม.6
ภาษาไทย 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
คณิตศาสตร 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 160 (4 นก.)
160 (4 นก.)
- วิทยาศาสตร - -
- เทคโนโลยี 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) -
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 80 (2 นก.)
- ประวัติศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
- ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
- หนาท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม
- เศรษฐศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- ภมู ิศาสตร 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
สขุ ศึกษา และพลศึกษา 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
ศลิ ปะ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.)
การงานอาชพี 520 (13 นก.) 520 (13 นก.) 600 (15 นก.)
ภาษาตา งประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 200 (5 นก.)
รวมเวลาเรียนพื้นฐาน 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.)
คณิตศาสตร 80 (2 นก.)
- คณิตศาสตรเ พ่มิ เตมิ - - 400 (10 นก.)
- แคลคลู ัส 520 (13 นก.) 480 (12 นก.) 80 (2 นก.)
วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 80 (2 นก.)
- ฟสิกส 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 80 (2 นก.)
- เคมี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 40 (1 นก.)
- ชวี วิทยา 40 (1 นก.) 80 (2 นก.)
- โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 40 (1 นก.) - 40 (1 นก.)
- คอมพิวเตอร 80 (2 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
- รายวิชา (MOU) 40 (1 นก.) 80 (2 นก.) 40 (1 นก.)
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 (1 นก.) 40 (1 นก.)
สุขศกึ ษาและพละศกึ ษา -
การคนควา และสรางองคความรู IS - - 40 (1 นก.)
ภาษาตา งประเทศ 40 (1 นก.) 80 (2 นก.) 680 (17 นก.)
รายวชิ าเพม่ิ เติม 720 (18 นก.) 40 (1 นก.)
760 (19 นก.)

139

กลมุ สาระการเรียนร/ู กจิ กรรม ม.4 ม.5 ม.6
- กจิ กรรมแนะแนว 36 36 36
- กิจกรรมนกั เรียน
30 30 30
- กจิ กรรมลกู เสือ/รกั ษาดนิ แดน 30 30 30
- กจิ กรรมชุมนมุ 24 24 24
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน / IS3 120 120 120
รวมกิจกรรมพฒั นาผูเรียน 4,160 ช่วั โมง
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด

140

โครงสรางหลกั สูตรสถานศกึ ษา ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (หองเรียนวทิ ย – คณิต (MOU))

ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 4 (ภาคเรยี นที่ 1) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน/ภาค
รายวิชาพนื้ ฐาน 260 (6.5 นก.) รายวชิ าพ้ืนฐาน 260 (6.5 นก.)
ท31101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1 1 นก./40 ชม ท31102 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 2 1 นก./40 ชม
ค31101 คณิตศาสตรพ้ืนฐาน 1 1 นก./40 ชม ค31102 คณติ ศาสตรพนื้ ฐาน 2 1 นก./40 ชม
ว31181 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 0.5 นก./20 ชม ว31182 วิทยาการคำนวณ 1 0.5 นก./20 ชม
ส31101 สงั คมศึกษา ศาสนาและ 1 นก./40 ชม ส31102 สงั คมศึกษา ศาสนาและ 1 นก./40 ชม
วฒั นธรรม 1 วฒั นธรรม 2
ส31103 ประวัติศาสตร 1 0.5 นก./20 ชม ส31104 ประวตั ศิ าสตร 2 0.5 นก./20 ชม
พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 นก./20 ชม พ31102 พลศึกษา1 0.5 นก./20 ชม
ศ31103 ดนตรี 1 0.5 นก./20 ชม ศ31102 นาฏศิลป 2 0.5 นก./20 ชม
ง31101 การงานอาชพี 1 0.5 นก./20 ชม ง31102 การงานอาชพี 2 0.5 นก./20 ชม
อ31101 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 1 1 นก./40 ชม อ31102 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 2 1 นก./40 ชม
รายวิชาเพ่มิ เติม 340 (8.5 นก.) รายวิชาเพ่มิ เติม 340 (8.5 นก.)
ค31201 คณิตศาสตรเ พ่ิมเติม 1 1.5 นก./60 ชม ค31202 คณติ ศาสตรเ พ่มิ เตมิ 2 1.5 นก./60 ชม
ว31201 ฟสิกส 1 1.5 นก./60 ชม ว31202 ฟส ิกส 2 1.5 นก./60 ชม
ว31221 เคมี 1 1.5 นก./60 ชม ว31222 เคมี 2 1.5 นก./60 ชม
ว31241 ชีววทิ ยา 1 1.5 นก./60 ชม ว31242 ชีววิทยา 2 1.5 นก./60 ชม
ว31285 คอมพิวเตอร 1 0.5 นก./20 ชม ว31286 คอมพิวเตอร 2 0.5 นก./20 ชม
ว31288 พืน้ ฐานงานอตุ สาหกรรม (ม.ท.ร.ธ) 1 นก./40 ชม ว31287 การเขียนแบบเบอ้ื งตน (ม.ท.ร.ธ) 1 นก./40 ชม
พ31201 แบดมนิ ตนั 1 0.5 นก./20 ชม พ31202 แบดมนิ ตนั 2 0.5 นก./20 ชม
อ31203 ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร 1 0.5 นก./20 ชม อ31204 ภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร 2 0.5 นก./20 ชม
กิจกรรมพฒั นาผเู รียน 60 กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น 60
กิจกรรมแนะแนว 18 กิจกรรมแนะแนว 18
กจิ กรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดนิ แดน 15 กิจกรรมพัฒนาศักยภาพ , รักษาดนิ แดน 15
กิจกรรมชมุ นุม(SMT) 15 กิจกรรมชมุ นุม(SMT) 15
กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน 12
รวมเวลาเรยี นทั้งส้ิน 660 รวมเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 660
รวมเวลาเรียนทงั้ ป 1,320 (30 นก.) ชวั่ โมง

* กจิ กรรมปอ งกันการทุจริต บรู ณาการกบั กิจกรรมพัฒนาศกั ยภาพ, รกั ษาดินแดน

141

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศกึ ษา ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (หองเรยี นวทิ ย – คณิต (MOU))

ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5 (ภาคเรยี นที่ 1) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค
รายวชิ าพนื้ ฐาน 260 (6.5 นก.) รายวชิ าพ้นื ฐาน 260 (6.5 นก.)
ท32101 ภาษาไทยพ้นื ฐาน 3 1 นก./40 ชม ท32102 ภาษาไทยพืน้ ฐาน 4 1 นก./40 ชม
ค32101 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 3 1 นก./40 ชม ค32102 คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 4 1 นก./40 ชม
ว32181 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 0.5 นก./20 ชม ว32182 วทิ ยาการคำนวณ 2 0.5 นก./20 ชม
ส32101 สงั คมศึกษา ศาสนาและ 1 นก./40 ชม ส32102 สังคมศึกษา ศาสนาและ 1 นก./40 ชม
วฒั นธรรม 3 วฒั นธรรม 4
ส32103 ประวตั ิศาสตร 3 0.5 นก./20 ชม ส32104 ประวัติศาสตร 4 0.5 นก./20 ชม
พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 นก./20 ชม พ32102 พลศึกษา2 0.5 นก./20 ชม
ศ32101 ทศั นศลิ ป 1 0.5 นก./20 ชม ศ32102 ดนตรี 2 0.5 นก./20 ชม
ง32101 การงานอาชพี 3 0.5 นก./20 ชม ง32102 การงานอาชพี 4 0.5 นก./20 ชม
อ32101 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 3 1 นก./40 ชม อ32102 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 4 1 นก./40 ชม
รายวิชาเพ่มิ เติม 360 (9 นก.) รายวชิ าเพิ่มเติม 360 (9 นก.)
ค32201 คณิตศาสตรเพิ่มเติม 3 1.5 นก./60 ชม ค32202 คณิตศาสตรเ พ่ิมเตมิ 4 1.5 นก./60 ชม
ว32203 ฟสิกส 3 1.5 นก./60 ชม ว32204 ฟสิกส 4 1.5 นก./60 ชม
ว32223 เคมี 3 1.5 นก./60 ชม ว32224 เคมี 4 1.5 นก./60 ชม
ว32243 ชวี วทิ ยา 3 1.5 นก./60 ชม ว32244 ชีววิทยา 4 1.5 นก./60 ชม
ว32285 เคร่ืองมือวดั และวงจรไฟฟา 1 นก./40 ชม ว32286 อิเล็กทรอนิกสเบ้ืองตน 1 นก./40 ชม
(ม.ท.ร.ธ) (ม.ท.ร.ธ)
I32201 การศกึ ษาคนควา และสรา งองค 1 นก./40 ชม I32202 การส่ือสารและการนำเสนอ 1 นก./40 ชม
ความรู
อ32203 ภาษาองั กฤษเพือ่ การงานอาชีพ 1 1.0 นก./40 ชม อ32204 ภาษาองั กฤษเพือ่ การงานอาชพี 2 1.0 นก./40 ชม
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน 60 กจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี น 60
กิจกรรมแนะแนว 18 กจิ กรรมแนะแนว 18
กจิ กรรมพฒั นาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15 กิจกรรมพฒั นาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15
กิจกรรมชมุ นุม 15 กิจกรรมชมุ นุม 15
กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน 12
รวมเวลาเรยี นทั้งส้นิ 680 รวมเวลาเรยี นท้ังสน้ิ 680
รวมเวลาเรียนท้งั ป 1,360 (31 นก.) ชั่วโมง

* กจิ กรรมปอ งกนั การทจุ ริต บูรณาการกบั กิจกรรมพัฒนาศกั ยภาพ, รกั ษาดินแดน

142

โครงสรางหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (หอ งเรยี นวิทย – คณติ (MOU))

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี 6 (ภาคเรยี นท่ี 1) ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6 (ภาคเรยี นท่ี 2)
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น/ภาค รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น/ภาค
รายวชิ าพืน้ ฐาน 220 (5.5 นก.) รายวิชาพนื้ ฐาน 460 (11.5 นก.)
ท33101 ภาษาไทยพืน้ ฐาน 5 1 นก./40 ชม ท33102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6 1 นก./40 ชม
ค33101 คณิตศาสตรพืน้ ฐาน 5 1 นก./40 ชม ค33101 คณติ ศาสตรพื้นฐาน 6 1 นก./40 ชม
ว33102 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพ 1 นก./40 ชม
ว33103 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 1 1 นก./40 ชม
ว33104 วิทยาศาสตรกายภาพ 2 1 นก./40 ชม
ว33105 โลกดาราศาสตรและอวกาศพน้ื ฐาน 1 นก./40 ชม
ส33101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 1 นก./40 ชม ส33102 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 6 1 นก./40 ชม
พ33101 สุขศึกษา 3 0.5 นก./20 ชม พ33102 พลศึกษา 3 0.5 นก./20 ชม
ศ33101 นาฏศิลป 1 0.5 นก./20 ชม ศ33103 ทัศนศิลป 2 0.5 นก./20 ชม
ง33101 การงานอาชพี 5 0.5 นก./20 ชม ง33102 การงานอาชีพ 6 0.5 นก./20 ชม
อ33101 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 5 1 นก./40 ชม อ33102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1 นก./40 ชม
รายวชิ าเพิ่มเติม 380 (9.0 นก.) รายวิชาเพ่มิ เติม 160 (4 นก.)
ค33201 คณิตศาสตรเพ่มิ เติม 5 1.5 นก./60 ชม ค33202 คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ 6 1.5 นก./60 ชม
ค33203 แคลคูลสั 1 (ม.ท.ร.ธ.) 1 นก./40 ชม ค33204 แคลคูลัส 2 (ม.ท.ร.ธ.) 1 นก./40 ชม
ว33205 ฟส ิกส 5 1.5 นก./60 ชม ว33246 วิทยาศาสตรชวี ภาพเพิ่มเติม 0.5 นก./20 ชม
ว33225 เคมี 5 1.5 นก./60 ชม ว33226 วิทยาศาสตรกายภาพเพ่ิมเติม 1 0.5 นก./20 ชม
ว33245 ชวี วทิ ยา 5 1.5 นก./60 ชม ว33206 วิทยาศาสตรก ายภาพเพ่ิมเติม 2 0.5 นก./20 ชม
ว33283 คอมพวิ เตอร 5 0.5 นก./20 ชม ว33266 โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศเพ่ิมเตมิ 0.5 นก./20 ชม
ว33285 การเขียนโปรแกรมควบคมุ หนุ ยนต 1 นก./40 ชม ว33284 คอมพวิ เตอร 6 0.5 นก./20 ชม
พ33201 ลลี าศ 1 0.5 นก./20 ชม
อ33203 ภาษาอังกฤษเพือ่ สงั คมโลก 1 1.0 นก./40 ชม อ33204 ภาษาองั กฤษเพอ่ื สังคมโลก 2 1.0 นก./40 ชม
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน 60 กิจกรรมพัฒนาผเู รียน 60
กิจกรรมแนะแนว 18 กจิ กรรมแนะแนว 18
กจิ กรรมพฒั นาศักยภาพ , รักษาดินแดน 15 กจิ กรรมพฒั นาศักยภาพ , รกั ษาดินแดน 15
กจิ กรรมชมุ นมุ (SMT) 15 กจิ กรรมชมุ นุม(SMT) 15
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน 12 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน 12
(IS3)
รวมเวลาเรยี นทั้งสนิ้ 660 รวมเวลาเรียนทง้ั ส้ิน 680
รวมเวลาเรียนท้ังป 1,340 (30.5 นก.) ช่ัวโมง

* กจิ กรรมปองกันการทจุ ริต บูรณาการกบั กิจกรรมพฒั นาศักยภาพ, รักษาดินแดน

143

รายวิชาพ้ืนฐาน


Click to View FlipBook Version