144
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 (ภาคเรยี นที่ 1) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 (ภาคเรยี นที่ 2)
รายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ าพืน้ ฐาน
ท31101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 1 ท31102 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 2
ค31101 คณติ ศาสตรพืน้ ฐาน 1 ค31102 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 2
ว31101 วิทยาศาสตรช ีวภาพ ว31102 วิทยาศาสตรกายภาพ 1
ว31181 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 ว31182 วทิ ยาการคำนวณ 1
ส31101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 ส31102 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2
ส31103 ประวัติศาสตร 1 ส31104 ประวัติศาสตร 2
พ31101 สขุ ศึกษา 1 พ31102 พลศึกษา 1
ศ31103 ดนตรี ศ31102 นาฏศลิ ป
ง31101 การงานอาชีพ 1 ง31102 การงานอาชีพ 2
อ31101 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 1 อ31102 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 2
145
รหสั วิชา ท31101 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 4 รายวชิ าภาษาไทยพื้นฐาน 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนวยกติ
ภาคเรียนที่ 1
ฝกทักษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีวรรณกรรม โดย
การศึกษาเกี่ยวกับการอานออกเสียง การรับสารและการสงสารดวยการอาน ตีความ ขยายความ วิเคราะหวิจารณเรื่องท่ี
อา นอยางมเี หตุผล คาดคะเนเหตุการณจ ากเร่ืองท่ีอานและประเมินคาเพื่อนำความรูความคิดไปใชตดั สินใจแกปญหาในการ
ดำเนินชวี ติ ฝกทกั ษะการเขียนส่ือสารในรูปแบบตา งๆ เขยี นเรยี งความ ยอความ ผลติ งานเขียนของตนเองในรปู แบบตางๆ
มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟงและดู พูดในโอกาสตางๆ พูดแสดงทรรศนะโตแยง โนมนาวใจ และเสนอแนวคิดใหม
ดวยภาษาถูกตองเหมาะสม อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา ใชคำและกลุมคำสราง
ประโยคตรงตามวัตถุประสงค ใชภาษาเหมาะสมแกโอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพทอยางเหมาสม
อิทธพิ ลของภาษาตา งประเทศและภาษาถน่ิ การยมื คำภาษามอญมาใชใ นภาษาไทย การยืมคำภาษาตา งประเทศมาใชใน
ภาษามอญ วเิ คราะหลกั ษณะเดน และเชื่อมโยงการเรยี นรูท างประวัติศาสตร และวิถีชีวิตของสงั คมในอดตี จากวรรณคดีและ
วรรณกรรมเรื่องคำนมัสการคุณานุคุณ อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง นิทานเวตาลเรื่องที่ 10 นิราศนรินทรคำโคลง ทองจำ
บทอาขยานตามท่กี ำหนด และบทรอ ยกรองทม่ี คี ุณคาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการอาน กระบวนการฟง การดู การพดู กระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร สรางสรรคค วามรูและความคิด
เพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิต เพื่อใหเขาใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรค วิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
รกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติของชาติ และมนี ิสัยรกั การอา นการเขยี น มีมารยาทในการอาน การฟง การดู
รหัสตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/5
ท 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 21 ตัวช้วี ัด
สาระทองถนิ่
มาตรฐาน 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญญาทางภาษาและรักษาภาษาไวเ ปนสมบตั ิของชาติ
ท 4.1 ม.4-6/5 วิเคราะหอทิ ธิพลของภาษาตางประเทศและภาษาถน่ิ การยืมคำภาษามอญมาใชใ นภาษาไทย
การยมื คำภาษาตางประเทศมาใชใ นภาษามอญ
146
รหัสวชิ า ท31102 คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 4 รายวิชาภาษาไทยพืน้ ฐาน 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนว ยกิต
ภาคเรียนที่ 2
ฝกทักษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีวรรณกรรม โดยการ
วเิ คราะห วจิ ารณ แสดงความคิดเห็น โตแยงเก่ียวกับเร่ืองที่อานและนำเสนออยา งมีเหตุผล ตอบคำคามจากการอานงานเขียน
ประเภทตางๆ อานเรอื่ งแลวเขยี นกรอบแนวคิด ผังความคิด บนั ทึก ยอ ความ และรายงาน สงั เคราะหความรูจากการอานสื่อ
สิ่งพมิ พ สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส และแหลงเรยี นรูตางๆ มาพัฒนาตนและพฒั นาความรทู างอาชพี ประเมนิ งานเขยี น เขียนรายงาน
การศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ สามารถเลือกเรื่องที่ฟงและดูไดอยางมีวิจารณญาณเพื่อพัฒนาไปสูการพูด
แสดงความรู ความคิดในโอกาสตา งๆไดอยางสรางสรรคเหมาะสมกบั โอกาส กาลเทศะและบคุ คลรวมทั้งสามารถเลอื กใชคำได
อยางเหมาะสมกับรูปแบบงานเขียนแตละประเภทและสามรถแตงคำประพันธประเภทกาพยและโคลงไดอยางถูกตองตาม
ฉันทลักษณของคำประพันธน้ันๆ วิเคราะห สังเคราะห ประเมินคา และขอคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่องหัวใจชาย
หนุม ทุกขของชาวนา มงคลสูตรคำฉันท มหาชาติหรือเวสสนั ดรชาดก ทอ งจำบทอาขยานท่ีกำหนดและบทรอยกรองที่มี
คณุ คาตามความสนใจ รวบรวมวรรณกรรมพืน้ บานไดแ กว รรณกรรมพนื้ บานภาษามอญ และอธบิ ายภูมปิ ญ ญาทางภาษา
โดยใชกระบวนการอาน กระบวนการฟง การดู การพูด กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร สรางสรรคความรแู ละความคิด
เพื่อนำไปใชต ัดสินใจ แกป ญหาในการดำเนินชวี ติ เพือ่ ใหเขา ใจธรรมชาติของภาษา ภูมปิ ญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็น
อยา งสรา งสรรค วิเคราะห และประเมนิ คา วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา งเหน็ คุณคา และนำมาประยกุ ตใชใ นชีวติ จรงิ
รกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ิของชาติ และมีนสิ ัยรักการอา นการเขียน มมี ารยาทในการอาน การฟง การดู
รหัสตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 20 ตัวช้วี ดั
สาระทองถ่ิน
มาตรฐาน 5.1 เขา ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเหน็ คุณคาและ
นำมาประยุกตใชใ นชีวิตจริง
ท 5.1 ม.4-6/5 รวบรวมวรรณกรรมพนื้ บา นไดแ กว รรณกรรมพืน้ บา นภาษามอญและอธบิ ายภมู ิปญญาทางภาษา
147
รหสั วชิ า ค31101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 รายวิชา คณิตศาสตรพนื้ ฐาน 1 กลุมสาระการเรียนรูค ณิตศาสตร
ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ 1.0 หนว ยกิต
ศกึ ษา และฝก ทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนรโู ดยใชประสบการณหรือสถานการณในชีวติ ประจำวัน
ของผูเ รยี นใหผ ูเรยี นศึกษาคนควา โดยการปฏิบัติจรงิ สรุปรายงาน และฝก ทกั ษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรใ นสาระ
เซต ความรูเบอ้ื งตนและสญั ลักษณพ้นื ฐานเกย่ี วกับเซต ยเู นียน อินเตอรเ ซกชัน และคอมพลีเมนตข อง
เซต ตรรกศาสตรเ บ้ืองตน ประพจนแ ละตัวเชื่อม ( นเิ สธ และ หรือ ถา....ก็แลว ....ก็ตอ เม่ือ)
เพอ่ื ใหความรู ความเขา ใจ มีทกั ษะในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเ หตุผล การส่อื ความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนำไปใชเรียนรูส่งิ ตางๆ และนำไปใชใ นชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คุณคาและมีเจต
คตทิ ี่มตี อคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระเบยี บ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
รหัสตัวช้ีวดั
ค 1.1 ม.4/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวช้ีวัด
148
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รหัสวชิ า ค31102 รายวชิ า คณิตศาสตรพน้ื ฐาน 2 กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ 1.0 หนว ยกติ
ศกึ ษา และฝกทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนรโู ดยใชป ระสบการณห รือสถานการณในชีวิตประจำวนั ของ
ผูเรียนใหผ ูเรยี นศกึ ษาคน ควา โดยการปฏบิ ัติจริง สรุปรายงาน และฝก ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรใ นสาระ
หลกั การนับเบื้องตน หลักการบวกและการคณู การเรียงสบั เปลีย่ นเชิงเสน กรณที ่ีสง่ิ ของแตกตา งกันทั้งหมด การจดั หมู
สิง่ ของทต่ี า งกันท้งั หมด ความนาจะเปน การทดลองสุมและเหตกุ ารณ ความนาจะเปนของเหตกุ ารณ
เพ่ือใหค วามรู ความเขาใจ มีทักษะในการคดิ คำนวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนำไปใชเรียนรสู ่ิงตา งๆ และนำไปใชในชวี ติ ประจำวันอยางสรา งสรรค รวมทงั้ เห็นคุณคาและมีเจต
คตทิ ่ีมตี อคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระเบียบ มีความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
รหสั ตวั ช้ีวัด
ค 3.2 ม.4/1 ม.4/2
รวม 1 มาตรฐาน 2 ตัวชี้วัด
149
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
รหสั วชิ า ว31181 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ
ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธกับศาสตรอื่นโดยเฉพาะวิทยาศาสตร หรือคณิตศาสตร
รวมทง้ั ประเมินผลกระทบทีจ่ ะเกิดขึ้นตอมนุษย สังคม เศรษฐกจิ และส่งิ แวดลอม เพ่อื เปน แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี
ศกึ ษาการระบปุ ญ หาหรือความตองการที่มผี ลกระทบตอสงั คม รวบรวม วเิ คราะหขอ มูลและแนวคดิ ทเ่ี กี่ยวของกับปญหาท่ีมี
ความซับซอนเพื่อสังเคราะหวิธีการ เทคนิคในการแกปญหา โดยคำนึงถึงความถูกตองดานทรัพยสินทางปญญา ศึกษาการ
ออกแบบวธิ ีการแกปญ หา โดยวเิ คราะห เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกขอมูลท่ีจำเปนภายใตเงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู
นำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจดวยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใชซอฟตแวรชวยในการออกแบบ
วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแกปญหา การทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหและใหเหตุผลของปญหาหรือ
ขอบกพรองที่เกิดขึ้นภายใตกรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแกไข พรอมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาตอยอด ใช
ความรแู ละทกั ษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ เครือ่ งมือ กลไกไฟฟา อเิ ลก็ ทรอนกิ ส และเทคโนโลยที ี่ซบั ซอนในการแกปญหาหรือ
พัฒนางานไดอยางถกู ตอ ง เหมาะสม และปลอดภัย
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรูแบบใช
โครงงานเปนฐาน (Project – based Learning) เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการ
แกปญหาวางแผนการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหปญหา นำไปสูการสรางตนแบบ ตลอดจนสามารถนำ
กระบวนการเทคโนโลยี สรางเทคโนโลยี วิธีการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวติ รวมทั้งคำนึงถึงทรัพยสินทางปญญา
ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคม และการดำรงชีวิต จน
สามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และ
ความสามารถในการตัดสินใจ และเปนผูที่มีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยอี ยางสรา งสรรค
รหสั ตวั ช้ีวัด
ว. 4.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5
รวม 1 มาตรฐาน 5 ตัวช้ีวัด
150
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวชิ า ว31182 รายวชิ าวิทยาการคำนวณ 1 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต
ศึกษาการประยุกตใชแนวคิดเชิงคำนวณในการพัฒนาโครงงาน การพัฒนาโครงงานทางดานเทคโนโลยี การนำ
แนวคิดเชิงคำนวณพัฒนาโครงงานที่เก่ียวกับชีวิตประจำวัน ตลอดจนใชในการพัฒนาโครงงานทีม่ ีการบูรณาการกับวิชาอื่น
อยา งสรา งสรรคแ ละเช่ือมโยงกับชวี ิตจริง
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรูแบบใช
โครงงานเปนฐาน (Project – based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการ
แกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู
ความเขาใจ และทักษะในการวเิ คราะหโจทยป ญหา จนสามารถนำเอาแนวคดิ เชงิ คำนวณมาประยุกตใชในการสรางโครงงาน
ได เพื่อใหผูเรียนสามารถใชความรูทางดานวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อ
รวบรวมขอมูลในชีวิตจริงจากแหลง ตาง ๆ และความรจู ากศาสตรอ่นื มาประยุกตใช สรา งความรูใหม เขาใจการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยที มี่ ผี ลตอการดำเนินชีวิต อาชีพ สงั คม วัฒนธรรม และใชอยา งปลอดภัยมีจรยิ ธรรม ตลอดจนนำความรูความ
เขาใจในวิชาวทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใ หเกิดประโยชนตอสังคม และการดำรงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการ
คิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ
และเปนผูที่มีจติ วทิ ยาศาสตร มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมในการใชว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยางสรางสรรค
รหัสตัวชี้วดั
ว 4.2 ม.4/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวชี้วัด
151
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รายวชิ า ว31103 รายวชิ าวิทยาศาตรชีวภาพ กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.0 หนวยกติ
ศึกษาวิเคราะหเกย่ี วกับ การรักษาดลุ ยภาพของเซลล รา งกายของสง่ิ มีชีวติ กลไกการ ควบคมุ ดลุ ยภาพของ
รา งกายมนุษย กระบวนการถา ยทอดสารพนั ธกุ รรม การแปรผันทาง พันธกุ รรม การเกดิ มวิ เทช่นั ความหลากหลายทาง
ชีวภาพประโยชนแ ละผลกระทบของเทคโนโลยีชีวภาพตอสังคมและสง่ิ แวดลอม การเปลี่ยนแปลงปจจัยตา งๆ ในสง่ิ แวดลอ ม
ตอการอยรู อดขอ สิ่งมชี วี ิต กระบวนการเปลีย่ นแปลงแทนที่ของสิง่ มชี วี ิต ความหลากหลายของระบบนเิ วศและดุลยภาพ
ของระบบนเิ วศปญหาส่ิงแวดลอมปญหาการใชทรพั ยากรธรรมชาติระดับทองถ่นิ ระดบั ประเทศ ระดบั โลก การแกป ญหา
การอนรุ ักษและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมโลก
โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร สืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอมลู การอภปิ ราย เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความคิด
ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู มีความสามารถในการตดั สนิ ใจนำความรไู ปใชประโยชนไ ดอ ยา งถกู ตอง และมี
จติ วิทยาศาสตร ความรับผดิ ชอบ ความซื่อสัตย
ตัวชี้วดั ท่ี
ว 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4
ว 1.2 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4 ,ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
ว 1.3 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4 ,ม.4-6/5, ม.4-6/6
รวม 3 มาตรฐาน 22 ตวั ช้ีวัด
152
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รหัสวิชา ว31102 รายวิชาวิทยาศาสตรกายภาพ 1 กลุมสาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.0 หนวยกิต
ศึกษาวาสารเปนธาตุหรือสารประกอบ และอยูในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจากสูตรเคมี ความเหมือนและ
ความแตกตางของแบบจำลองอะตอมของโบรกับแบบจำลองอะตอมแบบกลุมหมอก จำนวนโปรตอน นิวตรอน และ
อิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนที่เกิดจากอะตอมเดียว สัญลักษณนิวเคลียรของธาตุและการเปน ไอโซโทป หมูและคาบ
ของธาตุ ธาตุที่เปนโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ กลุมธาตุเรพรีเซนเททีฟ หรือ กลุมธาตุแทรนซิชัน จากตารางธาตุ สมบัติการนำ
ไฟฟา ศึกษาการใหและรับอิเลก็ ตรอนระหวา งธาตุในกลุมโลหะกับอโลหะ ประโยชนแ ละอันตรายท่ีเกดิ จากธาตุเรพรเี ซนเท
ทีฟและธาตุแทรนซิชัน พันธะโคเวเลนตเปนพนั ธะเดีย่ ว พันธะคู หรือพันธะสาม และจำนวนคูอิเลก็ ตรอนระหวางอะตอมคู
รวมพันธะ จากสูตรโครงสราง สภาพขั้วของสารที่โมเลกุลประกอบดวย 2 อะตอม สารที่เกิดพันธะไฮโดรเจนไดจากสูตร
โครงสราง ความสัมพันธระหวางจุดเดือดของสารโคเวเลนตกับแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะ
ไฮโดรเจน สูตรเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนิก สารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไมแตกตัว สารละลายท่ีเปน
สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต หรอื นอนอิเล็กโทรไลต สารประกอบอินทรียประเภทไฮโดรคารบ อนวาอิ่มตัวหรือไมอิ่มตัวจากสูตร
โครงสราง ศึกษาสมบัติทางกายภาพระหวางพอลเิ มอรแ ละมอนอเมอรของพอลิเมอรช นดิ น้นั สมบัติความเปนกรด-เบสจาก
โครงสรา งของสารประกอบอินทรยี สมบตั ิการละลายในตวั ทำละลายชนิดตางๆ ของสาร ความสมั พันธระหวางโครงสรางกับ
สมบัติเทอรมอพลาสติกและเทอรมอเซตของพอลิ-เมอร และการนำพอลิเมอรไปใชประโยชน ผลกระทบของการใช
ผลติ ภณั ฑพอลิเมอรท่ีมตี อสงิ่ มีชีวติ และสงิ่ แวดลอม พรอมแนวทางปองกนั หรือแกไข สูตรเคมขี องสารตงั้ ตน ผลติ ภณั ฑ และ
สัญลักษณในสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี ผลของความเขมขน พื้นที่ผิว อุณหภูมิ และตัวเรงปฏิกิริยา ที่มีผลตออัตราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ปจจัยทม่ี ีผลตอ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีท่ีใชประโยชนในชีวิตประจำวันหรือในอุตสาหกรรม ความหมาย
ของปฏิกิริยารีดอกซ สมบัติของสารกัมมันตรังสี ครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ประโยชนของสารกัมมันตรังสี
และการปอ งกนั อนั ตรายทเ่ี กิดจากกัมมันตภาพรังสี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ
อธิบาย อภิปราย ทดลอง ระบุ เขียน นำเสนอ แปลความหมาย และสรปุ เพือ่ ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูแ ละนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง
มจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา นิยมทเี่ หมาะสม
รหสั ตวั ชี้วัด
ว 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6 ,ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13, ม.4-6/14, ม.4-6/15 ,ม.4-6/16, ม.4-6/17,
ม.4-6/18, ม.4-6/19, ม.4-6/20, ม.4-6/21, ม.4-6/22, ม.4-6/23, ม.4-6/24 ,ม.4-6/25
รวม 1 มาตรฐาน 25 ตัวช้ีวดั
153
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รหสั วชิ า ส31101 รายวชิ า สังคมศกึ ษา 1 กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/ 1.0 หนว ยกิต
ศึกษา วิเคราะห ลักษณะของสังคมชมพูทวปี และคติความเช่ือทางศาสนาสมัยกอนพระพุทธเจา พระพุทธศาสนามี
ทฤษฎีและวิธีการที่เปนสากลและมีขอปฏิบัติที่ยึดสายกลาง การพัฒนาศรัทธาและปญญา ท่ีถูกตองในพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจาในฐานะเปนมนุษยผูฝกตนไดอยางสูงสุดในการตรัสรู การกอตั้ง วิธีการสอนและการเผยแผพระพุทธศาสนา
พุทธประวัติดานการบริหารและการธำรงรักษาศาสนา ขอคิดและแบบอยางการดำเนินชีวิตจากประวัติพุทธสาวก พุทธ
สาวกิ า (พระอัสสชิ พระกีสาโคตมเี ถรี พระนางมลั ลิกา หมอชีวกโกมารภัจจ) พุทธศาสนกิ ชนตวั อยาง (พระนาคเสน-พระยา
มิลินท สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต สุชีพ ปุญญานุภาพ) ชาดก (เวสสันดรชาดก) และปฏิบัติ
ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา พระรตั นตรัย หลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 ประกอบดว ย ทกุ ข (ขันธ 5) สมุทัย (หลัก
กรรม ในเรื่อง นิยาม 5 และวิตก 3) นิโรธ (ภาวนา 4) มรรค (พระสัทธรรม 3 ปญญาวุฒิธรรม 4 พละ 5 อุบาสกธรรม 5)
มงคล (สงเคราะหบตุ ร สงเคราะหภรรยาหรือสามี สันโดษ) พุทธศาสนสภุ าษติ ในเรอื่ ง จิตทีฝ่ กดแี ลวนำสุขมาให บัณฑิตยอม
ไมแ สดงอาการขึ้นๆ ลงๆ คนที่ไมถูกนนิ ทาไมม ใี นโลก ฆาความโกรธไดย อ มอยเู ปนสขุ การสังคายนาพระไตรปฎก การปฏบิ ัติ
ตนเปนชาวพุทธที่ดีตอพระภิกษุ การปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดีของครอบครัวและสังคม ศาสนพิธีเกี่ยวกับพิธีแสดงตนเปน
พุทธมามกะ พธิ ีเวยี นเทยี น พธิ ีถวายสังฆทาน พิธถี วายผา อาบน้ำฝน พธิ ีทอดกฐิน พธิ ปี วารนา การทำบุญเลี้ยงพระในโอกาส
ตางๆ หลักธรรม คติธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญและเทศกาลสำคัญในพระพุทธศาสนา การเปนชาวพุทธท่ีดีตอพระภิกษุ
เปนสมาชิกที่ดีของครอบครัวและสังคม การสวดมนตแปล แผเมตตา และบริหารจิตและเจริญปญญาตามหลักสติปฏฐาน
การพัฒนาการเรียนรูดว ยวิธีคดิ แบบโยนิโสมนสิการ (คิดแบบรูเ ทา ทนั ธรรมดา คดิ แบบเปนอยใู นขณะปจจุบัน) การสัมมนา
และเสนอแนวทางในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาอันสงผลถึงการพัฒนาคน พัฒนาชาติและโลก ประวัติของศาสดาของ
ศาสนาอน่ื และหลกั คำสอนพื้นฐาน
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญ
สถานการณและแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชีวิต นำไป
แกป ญ หาของตนเองและครอบครัว มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคในดา นรักชาติ ศาสน กษตั รยิ ซอื่ สตั ย สุจริต มีวนิ ัย ใฝ
เรียนรู อยอู ยา งพอเพียง มุงมน่ั ในการทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ สามารถอยูรว มกนั ไดอ ยางสนั ตสิ ุข
รหัสตัวชี้วดั
ส 1.1 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/4, ม. 4-6/5, ม. 4-6/12, ม. 4-6/13
ม. 4-6/14, ม. 4-6/15, ม. 4-6/17, ม. 4-6/19, ม. 4-6/20
ส 1.2 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/3, ม. 4-6/4, ม. 4-6/5
รวม 2 มาตรฐาน 16 ตัวชี้วัด
154
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ส31102 รายวชิ า สังคมศกึ ษา 2 กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ 1.0 หนวยกติ
ศึกษา วเิ คราะห ความสำคัญของโครงสรา งทางสังคม การขดั เกลาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม การ
แกปญหาและแนวทางการพัฒนาทางสังคม การปฏิบัติตนและสนับสนุนใหผูอื่นประพฤติปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีของ
ประเทศชาติและสังคมโลก วัฒนธรรมไทยที่สำคัญ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษวัฒนธรรมไทย และเลือกรับ
วัฒนธรรมสากล สถานการณสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและแนวทางการพัฒนา บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบันเกี่ยวกับสิทธิมนษุ ยชน ปญหาการเมืองที่สำคัญในประเทศไทย การเมือง การปกครอง การ
ประสานประโยชนรวมกันระหวางประเทศ การแลกเปลีย่ น เพื่อชวยเหลือและสงเสริมดานวัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ
สังคม ความสำคัญและความจำเปนที่ตองธำรงรักษาไวซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรง
เปนประมุข การมีสวนรวม ในการตรวจสอบ การใชอำนาจรัฐ กฎหมายแพงเกี่ยวกับตนเองและครอบครัว กฎหมายแพง
เกี่ยวกับนิติกรรมสัญญา กฎหมายอาญาในเรื่องความผิดเกี่ยวกับทรัพย ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและรางกาย กฎหมายอื่นท่ี
สำคัญ ขอตกลงระหวางประเทศ
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคมกระบวนการเผชิญ
สถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการ
ดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรกั ชาติ ศาสน กษัตริย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปน
ไทย มีจติ สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันตสิ ุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก
รหัสตวั ชี้วัด
ส 2.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม.4-6/5
ส 2.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4
รวม 2 มาตรฐาน 9 ตัวชี้วัด
155
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัสวิชา ส31103 รายวชิ า ประวัติศาสตร 1 กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/ 0.5 หนวยกติ
ศึกษา วิเคราะห ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตรที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ
ขนั้ ตอนของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร คุณคาและประโยชนของวิธีการทางประวตั ิศาสตรที่มีตอการศึกษาทางประวัติศาสตร
ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตรตั้งแตความเปนมาของชาติไทยสมัยกอนอาณาจักรสุโขทัยจนถึงการเปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริยตอชาติไทย ปจจัยที่สงเสริมการสรางสรรคภูมิปญญาไทยและวัฒนธรรม
ไทยซงึ่ มผี ลตอ สังคมไทยในยุคปจจุบนั
โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุมเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจตระหนักใน
ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรชาติไทย เกิดความรักความภาคภูมิใจและธำรงความเปนไทย มีคุณลักษณะที่พึง
ประสงคใ นดา นรกั ชาติ ศาสน กษัตริย ซ่อื สตั ยสุจรติ มวี นิ ยั ใฝเ รียนรู รกั ความเปนไทย มุงมัน่ ในการทำงาน
ตัวช้วี ัด
ส 4.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2
ส. 4.3 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2
รวม 2 มาตรฐาน 4 ตัวชี้วัด
156
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ส31104 รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร 2 กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/ 0.5 หนวยกิต
ศึกษา วิเคราะห บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริยในการพัฒนาชาติไทยในดานตางๆ อิทธิพลของวัฒนธรรม
ตะวันตกและตะวันออกที่มีตอสังคมไทย ผลงานของบุคคลสำคัญทั้งชาวไทยและตางประเทศที่มีสวนสรางสรรควัฒนธรรม
ไทยและประวัติศาสตรไทย ปจจัยและบุคคลที่สงเสริมสรางสรรคภูมิปญญาไทย และวัฒนธรรมไทยที่มีผลตอสังคมไทยใน
ปจจุบัน สภาพแวดลอมที่มีผลตอการสรางสรรคภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทย การกำหนดแนวทางและการมีสวนรวม
อนรุ กั ษภูมปิ ญญาไทยและวัฒนธรรมไทย
โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทาง
สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจตระหนักใน
ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรชาติไทย เกิดความรักความภาคภูมิใจและธำรงความเปนไทย มีคุณลักษณะที่พึง
ประสงคในดานรกั ชาติ ศาสน กษตั ริย ซอ่ื สตั ยสุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ รียนรู รกั ความเปนไทย มุงม่นั ในการทำงาน
ตัวชว้ี ัด
ส 4.1 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2
ส. 4.3 ม. 4-6/1 , ม. 4-6/2 , ม. 4-6/3, ม. 4-6/4, ม. 4-6/5
รวม 2 มาตรฐาน 7 ตัวชี้วัด
157
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า พ31101 รายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา 1 กลมุ สาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 20 ช่วั โมง / 0.5 หนวยกิต
ศกึ ษาใหม ีความรเู ร่ือง การสรางเสรมิ การทำงานของระบบ ผิวหนงั กระดูก และระบบกลา มเนอื้ การดแู ล
สขุ ภาพตนเองและครอบครัว ขอมูลขาวสารและแหลงเรียนรูทางสุขภาพ วัยรุนกับพฤติกรรมและคา นยิ มทางเพศการ
เสริมสรา งสมั พันธภาพ โรคติดตอ ทางเพศสัมพันธ การสรางเสรมิ สขุ ภาพและปองกนั โรค อารมณและความเครยี ด แนวทาง
ในการแกไ ขขอขดั แยงของวัยรนุ ในชุมชนใหผเู รียนไดค น ควา วเิ คราะห และฝก ปฏบิ ัตจิ ริง โดยการสืบคน ขอ มลู สรปุ รายงาน
การทำงานรว มกัน รจู กั การใชก ระบวนการในการแกป ญ หา โดยใชเหตุผลอยาง
มวี ิจารณญาณ มีความรับผิดชอบ การทำงานรวมกัน มวี ินัย ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผอู นื่ เปน ผูนำและผตู ามที่
ดเี รยี นรูก ารวิเคราะหความคิดรวบยอดเกีย่ วกบั การสรา งเสริมสุขภาพและปอ งกันโรค เพื่อเพมิ่ ศักยภาพของตนเอง โดย
คำนงึ ถึงผลทเี่ กดิ ตอผอู ื่นและสงั คม
รหัสตัวชี้วดั
พ 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2
พ 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
รวม 3 มาตรฐาน 10 ตวั ชว้ี ดั
158
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
รหัสวชิ า พ31102 รายวิชา พลศึกษา 1 กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง / 0.5 หนวยกติ
ศึกษาวเิ คราะหมีสวนรว มและปฏบิ ัตจิ รงิ ในกายบรหิ าร การเคลื่อนไหวแบบตาง ๆ การทดสอบสมรรถภาพและ
การออกกำลงั กายดวยกจิ กรรมกฬี าฟุตซอลอยางถูกตอ ง ปลอดภัย สนุกสนาน พรอ มกับเรียนรปู ระวัตคิ วามเปน มา ความ
นยิ ม ประโยชน มารยาทของผเู ลน ผูดทู ่ดี ี การรกั ษาอปุ กรณ กฎ กติกา ทักษะหลกั ในการรุกและการรับ การแขงขนั การ
ปฏิบตั ติ ามหนา ท่ี ความมนี ำ้ ใจนกั กฬี า การจัดการแขงขันระดบั ตาง ๆ การปองกันและแกไขเสริมสรา งสมรรถภาพ เพ่ือให
มีความรู ความเขา ใจทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและจติ ใจท่ดี ี เรียนรูการวิเคราะหค วามคดิ รวบยอดเกย่ี วกับการ
เคล่ือนไหวรูปแบบตา งๆ ในการเลนกีฬา ใชความสามารถของตน เพื่อเพม่ิ ศักยภาพของทีมคำนึงถึงผลท่ีเกดิ ตอผอู ่นื และ
สังคม เลนกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คล / คู กฬี าประเภททมี ไดอยางนอย 1 ชนดิ
มีวิจารณญาณ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานรวมกนั มีวินยั ยอมรับความคดิ เหน็ ของผูอนื่ เปน ผนู ำและผูตามที่
ดีเรียนรูก ารวเิ คราะหความคดิ รวบยอดเกยี่ วกับการสรา งเสริมสุขภาพและปอ งกนั โรค เพ่ือเพม่ิ ศักยภาพของตนเอง โดย
คำนึงถึงผลทีเ่ กิดตอผูอื่นและสงั คม
รหสั ตัวช้ีวัด
พ 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวม 3 มาตรฐาน 9 ตัวชี้วัด
159
รหสั วิชา ศ31103 คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 รายวชิ า ดนตรี จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกิต
ภาคเรยี นท่ี 1
ศึกษาการใชเครื่องดนตรี บทเพลงที่บรรเลงในวงดนตรีประเภทตาง ๆ ประเภทของวงดนตรีสากลแตละยุคสมัย
ปจจัยในการสรางสรรคผลงานดนตรีโดยเนน ความเชื่อ ศาสนา วิถีชีวิตและเทคโนโลยี เครื่องหมายและสัญลักษณ ทาง
ดนตรสี ากล ไดแ ก เคร่ืองหมายกำหนดจงั หวะ และเคร่อื งหมายกำหนดบันไดเสยี ง
เพื่อใหมีความรูเกี่ยวกับวงดนตรีสากล สามารถวิเคราะห เปรียบเทียบรูปแบบของบทเพลง จำแนกประเภทและ
รปู แบบของวงดนตรีสากลในประเด็น เครอ่ื งดนตรี วงดนตรี ภาษา เนื้อรอ ง สำเนียง และองคประกอบของบทเพลง อธิบาย
เหตุผลในการสรางสรรคบ ทเพลง อา นเขยี นโนตดนตรีสากลในอัตราจงั หวะธรรมดา
รหัสตัวชี้วดั
ศ 2.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3,ม.4/4
ศ 2.2 ม.4/1,ม.4/3
รวม 2 มาตรฐาน 4 ตัวชี้วัด
160
รหสั วชิ า ศ31102 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 รายวชิ านาฏศลิ ป จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกิต
ภาคเรียนที่ 2
ศึกษาคนควา วเิ คราะห วจิ ารณการแสดงตามหลักนาฏศลิ ป และการละครไทย ละครสากล เปรยี บเทยี บการนำ
การแสดงไปใชใ นโอกาสตางๆ ววิ ฒั นาการของนาฏศิลปแ ละการละครไทยต้ังแตอดตี จนถงึ ปจ จุบนั เสนอแนวคิดในการ
อนุรกั ษนาฏศิลปไทย วิเคราะหแกนของการแสดงนาฏศลิ ปแ ละการละครท่ีตอ งการสอ่ื ความหมาย อิทธพิ ลของเคร่อื ง
แตง กาย แสง สี เสียง ฉาก อปุ กรณ และสถานที่ ทม่ี ผี ลตอการแสดง อภปิ รายบทบาทของบคุ คลสำคญั ในวงการ
นาฏศลิ ปและการละครของประเทศไทยในยุคสมยั ตางๆ
ปฏิบัตินาฏศลิ ปไ ทย นาฏศลิ ปพ้ืนเมือง ใชค วามคิดริเริ่มในการแสดงนาฏศลิ ปเ ปน คแู ละ
หมูไดอยางหลากหลาย นำทาทาง และการเคลอื่ นไหวของผคู นในชีวิตประจำวันมาประยุกตใ ช ในการแสดง สรา งสรรค
ละครสน้ั ในรูปแบบทชี่ น่ื ชอบ โดยใชเกณฑใ นการประเมนิ การแสดง
เหน็ คณุ คา รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาไทย ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง เขาใจการสบื
ทอดนาฏศิลปท่ีเกี่ยวของกบั วัฒนธรรมระดบั ชาตแิ ละสากล
รหัสตัวชี้วดั
ศ 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8
ศ 3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
รวม 2 มาตรฐาน 12 ตัวช้ีวัด
161
รหสั วชิ า ง31101 คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 รายวิชาการงานอาชีพพน้ื ฐาน 1 กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ
ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกติ
อธิบายหนาที่และบทบาทของตนเองที่มีตอ สมาชิกในครอบครัว วิธีการดูแลรักษาทำความสะอาด จัด ตกแตงบาน
วิธีเลือกใชเสื้อผาและเครื่องแตงกาย ความหมายและประโยชนของการเก็บอาหาร กระบวนการ ในการเก็บอาหาร
หลักการเก็บอาหาร วิธีการเก็บอาหาร อธิบายความสำคัญในงานชาง ทักษะในงานชาง วิธีการติดตั้ง ประกอบ ซอมแซม
อุปกรณ เครือ่ งมอื เครอื่ งใช สงิ่ อำนวยความสะดวกในบาน การปลกู พืชไรด นิ
แสดงบทบาทสมมุติการปฏิบตั ิตนตามหนา ท่แี ละบทบาทท่ีเหมาะสมในฐานะท่ีเปน สมาชิกของครอบครัว สำรวจตัว
บาน เครื่องเรือน เครื่องใชไฟฟาในบานและรอบ ๆ บริเวณบาน แลวเสนอแนวทางซอมแซม ปรับปรุง แกไข ออกแบบจัด
ตกแตงหองหรือบริเวณบาน สำรวจอาหารที่ครอบครัวตนเองซื้อมารับประทานเปนประจำแลวเสนอวิธีการเก็บรักษาท่ี
ถูกตองเหมาะสม ฝกปฏิบัติประกอบทอน้ำพีวีซี ติดตั้ง กอกน้ำ และซอมแซมโถสวมชนิด นั่งราบ เลือกใชเสื้อผาและ
เครื่องแตงกายใหเหมาะสมกับโอกาส สถานที่ ฤดูกาล รูปราง และสีผิว ฝกปฏิบัติปลูกพืช ไรดิน เกิดเจตคติที่ดีตอการ
ทำงาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยทีด่ ีในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพลงั งาน ทรัพยากรในการทำงานอยางคุม คาและ
ยั่งยืน เพื่อการอนุรักษส ่งิ แวดลอ ม
รหัสตัวชี้วัด
ง 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.6-4/4 , ม.6-4/5 , ม.6-4/6 , ม.6-4/7
รวม 1 มาตรฐาน 7 ตัวช้ีวัด
162
รหสั วชิ า ง31102 คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 รายวชิ าการงานอาชีพพ้นื ฐาน 2
ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกติ
อธิบายความหมายและความสำคัญของงานดอกไมสดของไทย วิธีการประดิษฐดอกไมสดของไทย อธิบาย
ความหมายของการดำเนินการทางธุรกิจและองคการธุรกิจ องคประกอบในการดำเนินการทางธุรกิจ วิธีการทำบัญชี
เบ้อื งตน วธิ กี ารบรหิ ารงานเอกสารในองคก ารธุรกิจ
ประดิษฐเครื่องแขวนไทยและมาลัย เขียนแผนภาพความคิดแสดงลักษณะการดำเนินงานขององคการธุรกิจแตละ
ประเภท ฝกปฏิบัติทำบญั ชีจากโจทยที่กำหนดให เขียนแผนภาพความคิดวิเคราะหปญหางานเอกสารในองคการและเสนอ
แนวทางแกไข มีเจตคติที่ดีตอการทำงาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพลังงาน
ทรพั ยากร ในการทำงานอยางคุมคาและย่งั ยนื เพื่อการอนรุ กั ษส่งิ แวดลอ ม
รหสั ตวั ช้ีวดั
ง 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.6-4/4 , ม.6-4/5 , ม.6-4/6 , ม.6-4/7
ง 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.6-4/4
รวม 2 มาตรฐาน 11 ตัวชวี้ ดั
163
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า อ31101 รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนวยกิต
ภาษาทีใ่ ชใ นการส่ือสารระหวาง บุคคล เชน การทักทาย กลาวลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การพดู แทรกอยาง
สภุ าพ การชกั ชวน การแลกเปล่ียนขอ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรอ่ื งใกลต ัว สถานการณตางๆ ในชีวติ ประจำวนั การสนทนา/เขียน
ขอมลู เกย่ี วกบั ตนเองและบุคคลใกลต ัว ประสบการณ สถานการณต างๆ ขา วเหตุการณ ประเดน็ ท่ีอยใู นความสนใจของ
สงั คม การใชภาษาสื่อสารในสถานการณจ ริง/สถานการณจำลองเสมือนจรงิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในหองเรียน สถานศึกษาชมุ ชน และ
สงั คม คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธบิ าย คำบรรยาย เชน ประกาศเตือนภัยตางๆ ยาและการใชยา การใชอ ุปกรณแ ละสงิ่ ของ
การสืบคนขอมลู ทางอนิ เทอรเ น็ต ภาษาทใี่ ชในการแสดงความตอ งการ เสนอและใหความชว ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการ
ใหความชว ยเหลอื ในสถานการณตา งๆ ภาษาท่ีใชใ นการส่ือสารระหวา งบคุ คล การแลกเปลยี่ นขอมลู เก่ยี วกับตนเอง เร่อื ง
ใกลตวั สถานการณตางๆ ในชีวติ ประจาวัน การสนทนา/เขียนขอมลู เกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกลตัว ประสบการณ
สถานการณต างๆ ขาวเหตุการณ ประเดน็ ท่ีอยใู นความสนใจของสงั คม
อา นออกเสยี งขอความ ขาว ประกาศ และโฆษณา ปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำในคมู ือการใชง านตางๆ คำชี้แจง
คำอธิบาย ท่ีฟง และอา น พูด เขียน เลอื กและใชค ำขอรอง ความตอ งการเสนอ ตอบรับและปฏิเสธการใหค วามชวยเหลือใน
สถานการณจำลองหรอื สถานการณจรงิ ฟง อา น พูด เขยี น สรุปใจความสำคัญ ขอมูลเกี่ยวกับตนเองเร่ืองตา งๆ ใกลตัว
กจิ กรรม ประสบการณ ขา ว เหตกุ ารณ ประเดน็ ตา งๆ ท่ีอยูในความสนใจ จบั ใจความสำคัญ สรุปความและแสดงความ
คิดเหน็ อธิบายและเขยี นประโยคและขอความใหเหตผุ ลและยกตัวอยางประกอบ จากการฟง และการอานสื่อที่ไมใชค วาม
เรยี งรปู แบบตา งๆ สารคดและบันเทงิ คดี อธบิ าย เปรียบเทียบความแตกตา งของโครงสรางประโยค ขอความ ของ
ภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เลอื กใชภาษา น้ำเสยี ง และกรยิ าทาทางท่ีเหมาะสมกับระดับของบคุ คล โอกาสและ
สถานท่ี อธิบายความเหมอื นและความแตกตางของวิถีชวี ิต ความคดิ ความเช่ือ สงั คม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มและ
ประเพณขี องเจา ของภาษากบั ของไทย ใชภ าษาตางประเทศในการสบื คน คน ควา สรปุ และแสดงความคิดเห็นและนาเสนอ
ดว ยการพดู และการเขยี น ขอมูลตางๆ จากสื่อและแหลงการเรียนรตู างๆ ในการศกึ ษาตอ และประกอบอาชีพ และท่ี
เกี่ยวขอ งกบั กลุมสาระการเรยี นรอู ื่น เขา รว ม จัด และใชภ าษาสื่อสาร กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ในสถานการณจรงิ
สถานการณจำลองทเี่ กดิ ข้นึ ในหอ งเรยี นและสถานศึกษา เผยแพร ประชาสมั พนั ธข อ มลู ขา วสารของโรงเรียนเปน
ภาษาตา งประเทศ โดยใชทักษะกระบวนการตางๆ ที่หลากหลายทัง้ การฟง พูด อา นและเขียน เพื่อใหเ หน็ คุณคา ของการนา
ความรูไปใชใ นชวี ิตประจำวัน
รหสั ตัวชี้วดั ต 3.1 ม. 4-6/ 1
ต 1.1 ม. 4-6/ 1-2 ต 4.1 ม. 4-6/ 1
ต 1.2 ม. 4-6/ 1-2 ต 4.2 ม. 4-6/ 1-2
ต 1.3 ม. 4-6/ 1-2
ต 2.1 ม. 4-6/ 1-2
ต 2.2 ม. 4-6/ 1-2
รวม 8 มาตรฐาน 21 ตัวชี้วัด
164
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รหสั วิชา อ31102 รายวิชาภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนวยกิต
ภาษาท่ใี ชในการส่ือสารระหวาง บคุ คล เชน การทักทาย กลา วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การพูด แทรกอยาง
สภุ าพ การชกั ชวน การแลกเปลยี่ นขอมลู เกยี่ วกับตนเอง เร่อื งใกลตวั สถานการณตา งๆ ในชีวติ ประจำวนั การสนทนา/เขยี น
ขอมูลเกย่ี วกับ ตนเองและบุคคลใกลต วั ประสบการณ สถานการณตางๆ ขา วเหตุการณ ประเด็นที่อยูในความสนใจของ
สังคม การนำเสนอขอมลู เกยี่ วกบั ตนเอง ประสบการณ ขาว/ เหตุการณเ รื่องและประเด็นท่ีอยู ในความสนใจของสังคม เชน
การเดนิ ทาง การรับประทานอาหาร การเลนกีฬา/ดนตรี การดู ภาพยนตร การฟงเพลง การเล้ียงสัตว การอานหนงั สือ การ
ทองเท่ียว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ การใชภ าษาสื่อสารในสถานการณจ ริง/สถานการณ จำลองเสมือนจริงทเ่ี กดิ ขนึ้
ในหองเรยี น สถานศกึ ษาชุมชน และสงั คม คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธบิ าย คำบรรยาย เชน ประกาศเตอื นภยั ตา งๆ ยาและ
การใชย า การใชอ ุปกรณและส่งิ ของ การสืบคนขอมลู ทางอินเทอรเ น็ต
อา นออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ และโฆษณา ปฏิบตั ติ ามคำแนะนำในคูม ือการใชงานตางๆ คำชี้แจง
คำอธบิ าย ที่ฟง และอาน พูด เขียน เลือกและใชค ำขอรอง ความตอ งการเสนอ ตอบรับ และปฏเิ สธการใหค วามชว ยเหลอื ใน
สถานการณจ ำลองหรือสถานการณจ รงิ ฟง อานพูด เขียน สรปุ ใจความสำคญั ขอ มลู เกย่ี วกับ ตนเองเรือ่ งตา งๆ ใกลต วั
กิจกรรม ประสบการณ ขาว เหตกุ ารณ ประเด็นตา งๆทอ่ี ยูในความสนใจจับใจความสาคัญ สรุปความและแสดงความคิดเหน็
อธบิ ายและ เขียนประโยคและขอความใหเหตผุ ลและยกตัวอยา งประกอบ จากการฟงและการอานส่อื ทีไ่ มใ ช ความเรยี ง
รูปแบบตา งๆสารคดีและบนั เทงิ คดีอธบิ ายเปรยี บเทยี บความแตกตางของโครงสราง ประโยค ขอ ความ ของ
ภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เลือกใชภ าษาน้ำเสยี ง และกรยิ าทาทางที่ เหมาะสมกับ ระดบั ของบุคคลโอกาสและ
สถานท่ี อธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา งของวถิ ีชวี ติ ความคิด ความเชื่อ สงั คม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและ
ประเพณีของเจา ของภาษากบั ของไทย ใชภาษาตางประเทศในการสบื ค คนควา สรปุ และแสดงความคดิ เหน็ และนำเสนอ
ดวยการพดู และการเขียน ขอมลู ตางๆ จากสื่อและแหลง การเรียนรูตา งๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ ท่เี กีย่ วของ
กบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่นื เขารว มจดั และใชภ าษาส่ือสาร กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ในสถานการณจริง
สถานการณจ าลองที่เกดิ ข้นึ ในหอ งเรยี นและสถานศึกษาเผยแพร ประชาสมั พันธ ขอ มลู ขา วสารของโรงเรยี นเปน
ภาษาตา งประเทศ โดยใชทักษะกระบวนการตางๆ ท่ีหลากหลายทงั้ การฟง พูด อานและเขียนเพ่ือใหเ หน็ คณุ คา ของการนำ
ความรไู ปใชใ นชีวิต ประจำวนั ใฝเ รยี นใฝรู อยา งพอเพยี ง มีคา นยิ มทีเ่ หมาะสมรักชาติศาสนก ษตั รยิ รกั ความเปน ไทยและมี
จิตสาธารณะ
รหสั ตัวช้ีวัด ต3.1 ม.4-6/1
ต1.1 ม.4-6/1-2 ต4.1 ม.4-6/1
ต1.2 ม.4-6/1-2 ต4.2 ม.4-6/1-2
ต1.3 ม.4-6/1-2
ต2.1 ม. 4-6/ 1-2
ต2.2 ม. 4-6/ 1-2
รวม 2 มาตรฐาน 21 ตวั ชี้วดั
165
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศึกษา ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5 (ภาคเรยี นที่ 1) ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 (ภาคเรยี นท่ี 2)
รายวิชาพ้ืนฐาน รายวชิ าพ้นื ฐาน
ท32101 ภาษาไทยพ้ืนฐาน 3 ท32102 ภาษาไทยพื้นฐาน 4
ค32101 คณิตศาสตรพ้ืนฐาน 3 ค32102 คณติ ศาสตรพืน้ ฐาน 4
ว32101 วิทยาศาสตรก ายภาพ 2 ว32102 โลกดาราศาสตรและอวกาศพนื้ ฐาน
ว32181 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 ว32182 วทิ ยาการคำนวณ 2
ส32101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3 ส32102 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 4
ส32103 ประวตั ิศาสตร 3 ส32104 ประวตั ศิ าสตร 4
พ32101 สุขศึกษา 2 พ32102 พลศกึ ษา 2
ศ32101 ทัศนศิลป ศ32102 ดนตรี
ง32101 การงานอาชีพ 3 ง32102 การงานอาชีพ 4
อ32101 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 3 อ32102 ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน 4
166
รหัสวิชา ท32101 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 5 รายวชิ าภาษาไทยพ้ืนฐาน 3 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนว ยกติ
ภาคเรียนที่ 1
ฝก ทกั ษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมนิ คาวรรณคดีวรรณกรรม โดยการศึกษา
เกยี่ วกับการอานออกเสยี ง การรบั สารและการสงสารดวยการอา น ตคี วาม ขยายความ วิเคราะหวจิ ารณเ ร่อื งท่ีอา นอยา งมี
เหตผุ ล คาดคะเนเหตุการณจากเร่ืองทีอ่ านและประเมินคาเพอื่ นำความรูความคดิ ไปใชตัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดำเนินชวี ติ
ฝกทักษะการเขยี นสื่อสารในรูปแบบตางๆ เขียนเรียงความ ยอ ความ ผลิตงานเขยี นของตนเองในรูปแบบตางๆ มี
วิจารณญาณในการเลือกเรอ่ื งที่ฟงและดู พดู ในโอกาสตา งๆ พูดแสดงทรรศนะโตแ ยง โนมนาวใจ และเสนอแนวคดิ ใหมด ว ย
ภาษาถูกตงเหมาะสม อธิบายธรรมชาตขิ องภาษา พลงั ของภาษา และลกั ษณะของภาษา ใชคำและกลมุ คำสรา งประโยคตรง
ตามวัตถุประสงค ใชภาษาเหมาะสมแกโอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพทอยา งเหมาะสม วเิ คราะหว จิ ารณ
และสงั เคราะหข อคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเร่ือง มหาเวสสนั ดร กณั ฑมัทรี บทละครพูดคำฉนั ทเ ร่ืองมัทนะพาธา
ตอนสเุ ทษณฝ ากรักนางมัทนา ลลิ ิตตะเลงพาย ทองจำบทอาขยานท่ีกำหนดและบทรอยกรองทม่ี คี ุณคาตามความสนใจและ
เหน็ คณุ คา และความงามทางภาษา
โดยใชกระบวนการอาน กระบวนการฟง การดู การพูด กระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร สรา งสรรคค วามรแู ละความคดิ
เพ่ือนำไปใชต ัดสนิ ใจ แกปญหาในการดำเนินชวี ิต เพ่อื ใหเ ขา ใจธรรมชาติของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา แสดงความคิดเหน็
อยา งสรา งสรรค วิเคราะห และประเมนิ คาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
รกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ิของชาติ และมนี ิสยั รักการอานการเขยี น มีมารยาทในการอาน การฟง การดู
รหสั ตัวช้วี ัด
ท 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3
ท 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 20 ตัวชี้วดั
167
รหสั วิชา ท32102 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 5 รายวิชาภาษาไทยพนื้ ฐาน 4 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนวยกิต
ภาคเรยี นท่ี 2
ฝกทักษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีวรรณกรรม โดยการ
วเิ คราะห วิจารณ แสดงความคดิ เห็น โตแ ยง เกยี่ วกบั เร่ืองที่อานและนำเสนออยา งมีเหตุผล ตอบคำคามจากการอา นงานเขียน
ประเภทตางๆ อานเรื่องแลวเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ยอความ และรายงาน สังเคราะหความรูจากการอานสือ่
ส่ิงพมิ พ ส่อื อิเล็กทรอนิกส และแหลงเรยี นรตู างๆ มาพัฒนาตนและพัฒนาความรูทางอาชพี ประเมินงานเขียน เขยี นรายงาน
การศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ สามารถเลือกเรื่องที่ฟงและดูไดอยางมีวิจารณญาณเพื่อพัฒนาไปสูการพูด
แสดงความรู ความคดิ ในโอกาสตา งๆไดอยางสรางสรรคเ หมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคลรวมทั้งสามารถเลือกใชคำได
อยางเหมาะสมกับรูปแบบงานเขียนแตละประเภทและสามรถแตงคำประพันธประเภทกาพยและโคลงไดอยางถูกตองตาม
ฉันทลักษณข องคำประพนั ธน ัน้ ๆ วิเคราะหวจิ ารณแ ละสังเคราะหข อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเร่ือง คมั ภีรฉ นั ทศาสตร
แพทยศาสตรสงเคราะห โคลนติดลอ ตอนความนิยมเปนเสมียน ทองจำบทอาขยานที่กำหนดและบทรอยกรองทีม่ ีคุณคา
ตามความสนใจและเห็นคณุ คาและความงามทางภาษา
โดยใชก ระบวนการอา น กระบวนการฟง การดู การพดู กระบวนการเขียนเขยี นสอื่ สาร สรางสรรคค วามรูและความคิด
เพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิต เพื่อใหเขาใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรค วิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
รักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาติ และมีนสิ ยั รักการอา นการเขยี น มีมารยาทในการอาน การฟง การดู
รหสั ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 20 ตัวช้วี ัด
168
รหัสวิชา ค32101 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 5 รายวิชา คณติ ศาสตรพ ืน้ ฐาน 3 กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ชั่วโมง/ 1.0 หนวยกิต
ศึกษา และฝกทักษะการคดิ คำนวณ จัดการเรียนรโู ดยใชประสบการณหรือสถานการณใ นชีวิตประจำวันของผูเ รียน
ใหผูเ รยี นศึกษาคนควา โดยการปฏิบัติจรงิ สรุปรายงาน และฝกทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตรในสาระเลขยกกำลัง
รากที่ n ของจำนวนจรงิ เมือ่ n เปนจำนวนนับทม่ี ากกวา 1 เลขยกกำลังท่ีมเี ลขชก้ี ำลังเปนจำนวนตรรกยะ ฟง กช นั
ฟงกช นั และกราฟของฟงกช นั ( ฟง กชันเชิงเสนและฟงกชนั กำลังสอง ฟง กช นั ข้ันบันได ฟงกชันเอกซโ พเนนเซยี ล )
เพื่อใหความรู ความเขา ใจ มีทกั ษะในการคิดคำนวณ การแกป ญ หา การใหเ หตุผล การสอ่ื ความหมายทาง
คณิตศาสตร และสามารถนำไปใชเรยี นรูสิ่งตางๆ และนำไปใชในชวี ติ ประจำวนั อยา งสรา งสรรค รวมทง้ั เหน็ คณุ คา และมีเจต
คตทิ มี่ ีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานอยา งเปน ระเบยี บ มีความรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและความเชอื่ มั่นในตนเอง
รหสั ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ม.5/1
ค 1.2 ม.5/1
รวม 2 มาตรฐาน 2 ตัวชี้วัด
169
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รหสั วิชา ค32102 รายวิชา คณติ ศาสตรพ ้นื ฐาน 4 กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/ 1.0 หนวยกติ
ศึกษา และฝกทักษะการคดิ คำนวณ จัดการเรยี นรโู ดยใชประสบการณห รือสถานการณใ นชวี ติ ประจำวันของผูเรยี น
ใหผ เู รยี นศึกษาคน ควา โดยการปฏิบตั จิ รงิ สรุปรายงาน และฝก ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระลำดับและ
อนกุ รม ลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณติ อนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณิต
เพื่อใหความรู ความเขา ใจ มีทักษะในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสอ่ื ความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนำไปใชเ รยี นรสู งิ่ ตา งๆ และนำไปใชใ นชีวติ ประจำวนั อยา งสรา งสรรค รวมท้ังเหน็ คณุ คาและมีเจต
คตทิ ่มี ีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระเบียบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและความเชื่อมั่นในตนเอง
รหสั ตวั ช้ีวัด
ค 1.2 ม.5/2
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวช้ีวัด
170
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า ว32101 รายวิชาวิทยาศาสตรก ายภาพ 2 กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ชว่ั โมง/1.0 หนว ยกิต
ศกึ ษาคนควา เก่ียวกับ ความเร็วกับเวลาของการเคล่ือนท่ีของวัตถุ ความเรงของวัตถุ การหาแรงลัพธทเี่ กิดจากแรง
หลายแรงทีอ่ ยูในระนาบเดยี วกันทีก่ ระทำตอวัตถุโดยการรวมแบบเวกเตอร ความเรงของวตั ถกุ บั แรงลัพธทกี่ ระทำตอวตั ถุ
และมวลของวตั ถุ แรงกริ ยิ าและแรงปฏิกริ ยิ าระหวา งวตั ถคุ ูหนึ่ง ๆ ผลของความเรงที่มตี อการเคล่ือนทแี่ บบตาง ๆ ของวตั ถุ
ไดแก การเคลื่อนท่แี นวตรง การเคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล การเคลอื่ นท่ีแบบวงกลม และการเคลอ่ื นท่แี บบสน่ั แรงโนม ถวงที่
เกย่ี วกับการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุตาง ๆ รอบโลก การเกดิ สนามแมเหล็กเนื่องจากกระแสไฟฟา แรงแมเ หลก็ ที่กระทำตออนุภาค
ท่ีมีประจุไฟฟา ทเี่ คลอ่ื นทใี่ นสนามแมเ หลก็ และแรงแมเหล็กท่ีกระทำตอลวดตัวนำทีม่ ีกระแสไฟฟาผานในสนามแมเ หลก็
หลกั การทำงานของมอเตอร การเกดิ อเี อ็มเอฟ ยกตวั อยางการนำความรูไปใชประโยชน แรงเขมและแรงออน พลงั งาน
นิวเคลียร ฟชชันและฟวชัน ความสมั พนั ธร ะหวางมวลกับพลังงานทป่ี ลดปลอ ยออกมาจากฟช ชันและฟว ชนั การเปลยี่ น
พลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟา เทคโนโลยที ่ีนำมาแกป ญหาหรอื ตอบสนองความตอ งการทางดานพลังงานโดยเนน ดา น
ประสทิ ธภิ าพและความคุมคาดา นคาใชจ า ย การสะทอน การหกั เห การเลยี้ วเบน การรวมคลน่ื ความถธี่ รรมชาติ การสั่น
พอ ง และผลทเ่ี กิดข้ึนจากการสน่ั พอง การสะทอน การหักเห การเลยี้ วเบน และการรวมคลน่ื ของคล่ืนเสยี ง ความเขม เสยี ง
กบั ระดบั เสียงและผลของความถก่ี บั ระดับเสียง ที่มตี อ การไดยินเสียง การเกดิ เสยี งสะทอนกลับ บีต ดอปเพลอร และการส่นั
พองของเสียง การนำความรเู กยี่ วกับเสียงไปใชป ระโยชนในชีวติ ประจำวนั การมองเห็นสีของวตั ถุและความผิดปกติในการ
มองเห็นสี การทำงานของแผนกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี และการนำไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน คลน่ื
แมเ หล็กไฟฟาสวนประกอบ คลน่ื แมเหลก็ ไฟฟา และหลักการทำงานของอปุ กรณบ างชนดิ ทอ่ี าศัย คล่นื แมเหล็กไฟฟา การ
สอื่ สาร โดยอาศัย คลนื่ แมเหลก็ ไฟฟา ในการสง ผา นสารสนเทศและเปรยี บเทียบการส่อื สารดวยสัญญาณแอนะลอ็ กกับ
สญั ญาณดจิ ิทลั
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ นการ วเิ คราะห แปลความหมายขอมูล อธิบาย สังเกต การเขียนแผนภาพ
สบื คน ขอมลู เพื่อใหผเู รยี นตระหนักถึงความสัมพนั ธระหวา งวทิ ยาศาสตรก บั สภาพแวดลอม เปนผูทม่ี ีจติ วิทยาศาสตร มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมในการใชวทิ ยาศาสตรอยา งสรางสรรค
รหสั ตวั ชี้วัด
ว 2.2 ม.4-6/1-10
ว 2.3 ม.4-6/1-12
รวม 2 มาตรฐาน 22 ตัวช้วี ดั
171
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วิชา ว32102 รายวชิ าโลกดาราศาสตรและอวกาศพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 40 ชวั่ โมง/1.0 หนว ยกิต
ศึกษาโครงสรางโลก การแบงโครงสรางโลก หลักฐานและสมมติฐานการเคลื่อนที่ของทวีปหลักฐานและ
ขอมูลทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนการเคลื่อนตัวของทวีป กระบวนการที่ทำใหเกิดการเคลื่อนที่ของแผนธรณี ลักษณะการ
เคลื่อนที่ของแผนธรณี การเปลี่ยนลกั ษณะของเปลือกโลก แผนดินไหว ภูเขาไฟระเบิด อายุทางธรณีวิทยา ซากดึกดำบรรพ
การลำดับชั้นหิน กำเนิดเอกภพ กาแล็กซี วิวัฒนาการของดาวฤกษ กำเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตยความสองสวาง
และโชติมาตรของดาวฤกษ สีและอุณหภูมิผิวของดาวฤกษ ระยะหางของดาวฤกษ เนบิวลา แหลงกำเนิดดาวฤกษ ระบบ
ดาวฤกษ มวลของดาวฤกษ การกำเนดิ ระบบสุริยะ ดวงอาทิตย เขตของบรวิ ารดวงอาทิตย กลอ งโทรทรรศน การขนสงและ
การโคจรของดาวเทียม ระบบขนสงอวกาศ การใชประโยชนจากเทคโนโลยีอวกาศ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมูล วิเคราะห
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกดิ ความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ที่เรียนรูได นำความรูไป
ใชในชวี ิตประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคานยิ มทเ่ี หมาะสม
รหสั ตัวชี้วดั
ว 3.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10
ว 3.2 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10 ม.6/11 ม.6/12 ม.6/13
ม.6/14
รวม 2 มาตรฐาน 24 ตวั ชี้วัด
172
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รหสั วิชา ว32181 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ช่วั โมง/0.5 หนว ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรม ความสัมพันธของเทคโนโลยีและนวัตกรรม รูปแบบของ
เทคโนโลยี การพัฒนา อยางยั่งยืน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอยางยั่งยืน ระบบทางเทคโนโลยี
กระบวนการเทคโนโลยี องคประกอบท่ี สัมพันธกับกระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชิงวิศวกรรม สะเต็มศึกษา
โครงงานสะเต็ม การทำโครงงาน การประยุกตใช ความรูและทักษะจากศาสตรตาง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการสรางหรือ
พัฒนาชิ้นงาน เพื่อแกปญหาในการทำงาน การทำ โครงงาน ออกแบบและเทคโนโลยี ผลงานโครงงานการออกแบบและ
เทคโนโลยี
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรโู ดยใชป ญหาเปน ฐาน (Problem–based Learning) และการเรยี นรูแบบใชโครงงาน
เปนฐาน (Project–based Learning) เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหาวาง
แผนการเรียนรู และ นำเสนอผา นการทำกจิ กรรมโครงงาน เพือ่ ใหเ กิดทักษะ ความรู ความเขา ใจ และทักษะในการวเิ คราะห
ปญ หา นำไปสูการสรา งตน แบบ ตลอดจนสามารถนำ กระบวนการเทคโนโลยี สรา งเทคโนโลยีวธิ กี าร เพอื่ เพ่มิ ประสิทธิภาพ
ในการดำรงชีวติ รวมทงั้ คำนงึ ถึงทรัพยส ินทางปญญา ตลอดจนนำความรคู วามเขา ใจในวิชาวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีไปใช
ใหเกิดประโยชนตอสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถ พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการ ตัดสินใจ อีกทั้งยังเปนผูที่มีจิตวิทยาศาสตร มี
คณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมในการใชว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยอี ยา งสรางสรรค
รหสั ตวั ช้ีวดั
ว. 4.1 ม.5/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวช้ีวัด
173
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละ
รหัสวชิ า ว32182 รายวิชาวิทยาการคำนวณ 2
เทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ช่ัวโมง/0.5 หนวยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับวทิ ยาการคอมพิวเตอร สอ่ื ดิจิทลั และเทคโนโลยีสารสนเทศกับการดำเนินชีวติ เทคโนโลยีการจดั การ
ขอมลู ขอ มูล ฐานขอมลู คลงั ขอ มูล การทำเหมืองขอมลู ประมวลผลขอ มลู วทิ ยาการขอ มลู ขอมูลขนาดใหญ การวิเคราะห
ขอ มลู วิทยาการขอ มลู
โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรโู ดยใชป ญหาเปนฐาน (Problem–based Learning) และการเรยี นรูแบบใชโครงงาน
เปนฐาน (Project-based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหา
วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ
และทักษะในการวิเคราะห โจทยปญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชงิ คำนวณมาประยุกตใชในการสรางโครงงานได เพื่อให
ผเู รยี นสามารถใชความรูทางดา นวทิ ยาการคอมพิวเตอร ส่อื ดิจิทลั เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เพอ่ื รวบรวมขอมูล
ในชีวิตจริงจากแหลงตาง ๆ และความรูจากศาสตรอื่นมาประยุกตใช สรางความรูใหม เขาใจการเปลี่ยนแปลง ของ
เทคโนโลยีที่มีผลตอการดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใชอยางปลอดภัย มีจริยธรรม ตลอดจนนำความรูความ
เขาใจ ในวิชาวทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใ หเ กิดประโยชนตอสังคมและการดำรงชวี ติ จนสามารถพัฒนากระบวนการ
คิดและ จินตนาการ ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ
และเปน ผทู ม่ี ี จิตวทิ ยาศาสตร มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมในการใชวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีอยา งสรา งสรรค
รหัสตวั ชี้วัด
ว 4.2 ม.5/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวชี้วัด
174
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหสั วิชา ส32101 รายวชิ า สังคมศึกษา 3 กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ 1.0 หนวยกติ
ศึกษา และอภิปรายการกำหนดราคาและคาจางในระบบเศรษฐกิจแบบตางๆ และบทบาทของรัฐ ในการ
แทรกแซงราคาและการควบคุมราคา เพอื่ การแจกจา ยและจัดสรรในทางเศรษฐกิจ ตระหนกั ถึงความสำคญั ของปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงที่มีตอเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และประยุกตใชเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตของตนเองและ
ครอบครวั และเหน็ ความสำคญั ในการนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ฉบบั ปจ จบุ ัน อธิบายความหมาย วิวัฒนาการของสหกรณในประเทศไทย ตระหนกั ถึงความสำคญั ของระบบสหกรณในการ
พัฒนาเศรษฐกจิ ในระดับชมุ ชนและประเทศ วิเคราะหปญ หาทางเศรษฐกจิ ในชุมชนและเสนอแนวทางแกไข
เพื่อใหมีความรูความเขา ใจหลักเศรษฐศาสตร ปญหาที่เกิดขึ้น แนวทางการแกไข รูจักใชทรัพยากร ธรรมชาติให
เกดิ ประโยชนสงู สดุ เปนแนวทางในการแกไ ขปญหาตางๆ ใหมีประสิทธิภาพเพ่ือใหป ระชาชน มชี ีวติ ความเปน อยทู ด่ี ี และ
สงผลใหป ระเทศเจรญิ กา วหนา
รหสั ตัวชี้วดั
ส 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ส 3.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3
รวม 2 มาตรฐาน 7 ตัวชี้วัด
175
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ส32102 รายวชิ า สังคมศึกษา 4 กลุม สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/ 1.0 หนว ย
กติ
ศึกษา ใชแผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร ในการคนหา วิเคราะห และสรุปขอมูลตามกระบวนการทาง
ภูมิศาสตร และนำภูมิสารสนเทศมาใชประโยชนในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่ซึ่งไดรับ อิทธิพล
จากปจจัยทางภูมิศาสตร ลักษณะทางกายภาพซึ่งทำใหเกิดปญหาหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ และ ปฏิสัมพันธระหวาง
สิ่งแวดลอมทางกายภาพกับกิจกรรมของมนุษยในการสรางสรรควิถีการดำเนินชีวิต ของทองถิ่น ทั้งในประเทศไทยและ
ภูมิภาคตา งๆ ของโลก ความสำคัญของส่ิงแวดลอ มที่มีผลตอการดำเนินชีวติ ของมนุษย สถานการณ สาเหตุ และผลกระทบ
ของการเปลี่ยนแปลงดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของประเทศไทย และภูมิภาคตางๆ ของโลก ระบุมาตรการ
การปองกันและแกไขปญหากฎหมายและนโยบายดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม บทบาทขององคการที่เก่ียวของ
การประสานความรวมมือ ทั้งในประเทศและ ระหวางประเทศ วิเคราะหแนวทางและมีสวนรวมในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพื่อการพฒั นาที่ยั่งยืน โดยใชท กั ษะทางภูมิศาสตรดา นการสังเกต การแปลความขอมูล
ทางภูมิศาสตร การใชเทคนิค และเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร การคิดเชิงพื้นที่ การคิดแบบองครวม การใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ การใชส ถิตพิ น้ื ฐาน ใชแ ผนท่ีและเครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตรในการสืบคน วิเคราะหและสรปุ ขอมลู ตามกระบวนการ
ทางภูมิศาสตร กระบวนการ สบื เสาะหาความรู รวมถึงทักษะดานการสือ่ สารและการรเู ทา ทนั สอื่
เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ มคี วามสามารถทางภูมิศาสตร กระบวนการทางภูมิศาสตร ทักษะ ภูมศิ าสตร และมี
ทักษะในศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะดานจิตสาธารณะ มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีสวนรวมในการจัดการ
พฒั นา ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มอยา งยงั่ ยืน
รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 5.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3
ส 5.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4
รวม 2 มาตรฐาน 7 ตัวช้ีวดั
176
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวชิ า ส32103 รายวชิ า ประวัตศิ าสตร 3 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/ 0.5 หนว ย
กติ
ศึกษาวิเคราะห ความสำคญั ของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตรท่ีแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ
การนับและเทียบศักราชสากล หลักฐานทางประวัติศาสตรสากล อารยธรรมยุคโบราณ อารยธรรมของโลกตะวันตก อารย
ธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต อารยธรรมในตะวันออกกลาง อารยธรรมกรีกและอารยธรรมโรมัน อารยธรรมของ
โลกตะวันออก อารยธรรมจนี อารยธรรมอินเดีย การติดตอระหวางโลกตะวันออกกบั โลกตะวันตกและอทิ ธพิ ลท่ีมตี อ กนั
โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตรกระบวนการคิด สืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจตระหนักใน
ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรมีคุณลักษณะที่พึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัยใฝ
เรยี นรู รักความเปน ไทย มงุ มน่ั ในการทำงาน
รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ส 4.2 ม.4-6/1
รวม 2 มาตรฐาน 3 ตัวช้ีวัด
177
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวิชา พ32101 รายวชิ าสุขศกึ ษา 2 กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ชัว่ โมง / 0.5 หนว ยกติ
ศึกษาบทบาทและหนาที่ของบุคคลในการวางแผนดูสุขภาพของตนเองและครอบครัว เรียนรูคานิยมในเรื่อง
เพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่น ๆ การคุมครองผูบริโภค สาเหตุสำคัญของการเจ็บปวยและการตายของคน
ไทย ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง การใช และการจำหนายสารเสพติด และการมีสวนรวมในการสรางเสริมความ
ปลอดภัยในชุมชน
โดยใหผูเรียนไดเขากลุม เพื่อแลกเปลีย่ นความคิดเห็น นำขอมูลมาใชวิเคราะหอยางมีเหตผุ ล จัดกิจกรรมใหผ ูเรยี น
ไดแ สดงออก เนน การลงมือปฏบิ ัติจริงจนเกิดเปน ความรูติดตัวผูเรียน เพ่ือนำไปทำประโยชนตอชุมชนและสังคม เห็นคุณคา
และความสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพื่อนำไปเปนแนวทางการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันเพื่อใชในการดูแลรักษา และ
สรางเสรมิ สขุ ภาพของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสงั คมในชวี ติ ประจำวัน
รหัสตัวชี้วดั
พ 1.1 ม.4-6/2
พ 2.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/3, ม.4-6/4
พ 5.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/5
รวม 4 มาตรฐาน 7 ตัวช้ีวัด
178
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า พ32102 รายวิชา พลศกึ ษา 2 กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง / 0.5 หนวยกิต
ศกึ ษาวิเคราะหมีสวนรวมและปฏิบตั จิ รงิ ในกายบริหาร การเคลอ่ื นไหวแบบตาง ๆ การทดสอบสมรรถภาพและ
การออกกำลังกายดวยกจิ กรรมกฬี าฟุตบอลอยางถูกตอง ปลอดภยั สนกุ สนาน พรอมกับเรียนรปู ระวตั ิความเปนมา ความ
นยิ ม ประโยชน มารยาทของผูเ ลน ผูดูทีด่ ี การรักษาอปุ กรณ กฎ กติกา ทักษะหลกั ในการรุกและการรับ การแขง ขัน การ
ปฏบิ ตั ติ ามหนา ที่ ความมนี ำ้ ใจนกั กฬี า การจัดการแขง ขนั ระดบั ตาง ๆ การปองกนั และแกไ ขเสริมสรา งสมรรถภาพ เพื่อให
มีความรู ความเขาใจทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจท่ีดี เรยี นรูก ารวิเคราะหค วามคดิ รวบยอดเก่ียวกบั การ
เคล่ือนไหวรูปแบบตางๆ ในการเลน กฬี า ใชค วามสามารถของตน เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมคำนงึ ถึงผลทีเ่ กดิ ตอผอู ื่นและ
สังคม เลน กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคล / คู กฬี าประเภททีมไดอยางนอย 1 ชนิด
มีวจิ ารณญาณ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานรวมกนั มวี ินยั ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผูอน่ื เปนผูนำและผูตามท่ี
ดีเรียนรูก ารวิเคราะหความคิดรวบยอดเก่ียวกับการสรางเสริมสขุ ภาพและปองกันโรค เพ่ือเพิม่ ศักยภาพของตนเอง โดย
คำนงึ ถึงผลทเี่ กดิ ตอผูอืน่ และสงั คม
รหัสตัวช้ีวดั
พ 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวม 3 มาตรฐาน 9 ตัวช้ีวัด
179
รหัสวิชา ศ32101 คำอธิบายรายวชิ า กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 รายวิชา ทศั นศลิ ป จำนวน 20 ช่วั โมง/0.5 หนวยกิต
ภาคเรยี นท่ี 1
ศึกษาการใชทัศนธาตุ และหลักการออกแบบในการสื่อความหมายในรูปแบบตาง ๆ จุดประสงคและเนื้อหาของงาน
ทัศนศิลป โดยใชศัพททางทัศนศิลป การเลือกใชวัสดุอุปกรณ และเทคนิคของศิลปนในการแสดงออกทางทัศนศิลป ทักษะ
และเทคนิคในการใชวัสดุอุปกรณ และกระบวนการที่สูงขึ้นในการสรางงานทัศนศิลป สรางสรรคงานทัศนศิลปดวยเทคโนโลยี
ตาง ๆ โดยเนนหลักการออกแบบและการจัดองคประกอบศิลป ออกแบบงานทัศนศิลปไดเหมาะกับโอกาสและสถานท่ี
เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เทคนิคและเนื้อหา เพื่อสรางสรรคงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปของศิลปนที่มีชื่อเสียง และผลตอบรับ
ของสังคมอิทธิพลของวัฒนธรรมระหวางประเทศที่มีผลตองานทัศนศิลปในสังคม แนวคิดของงาน พวงมโหตรี สไบมอญ
เครอื่ งปนดินเผา หลกั การเผยแพรว ฒั นธรรมทอ งถิน่
มคี วามสามารถบรรยาย คดิ วเิ คราะห วิจารณ สรางสรรคอ อกแบบ เปรยี บเทยี บ อภิปราย และประเมินคา งานศลิ ป
รหสั ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10, ม.5/11
ศ 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3
รวม 2 มาตรฐาน 14 ตวั ช้ีวดั
สาระทอ งถิน่
มาตรฐาน ศ 1.2 เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานทัศนศิลปที่เปน
มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญญาทอ งถ่ิน ภูมปิ ญญาไทยและสากล
ศ 1.2 ม.5/2 บรรยายถงึ การเปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลปของไทยในแตล ะยุคสมัยโดยเนน การตอ ยอดแนวคดิ ขอ
งานทัศนศลิ ปทองถ่นิ พวงมโหตร สไบมอญ เครือ่ งปน ดินเผา และเน้อื หาของงานโดยนำเสนอ
วธิ กี ารในการเผยแพรว ัฒนธรรมทองถน่ิ ใหเปน ท่รี ูจัก
180
รหสั วิชา ศ32102 คำอธิบายรายวิชา กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 5 รายวิชา ดนตรี จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนว ยกิต
ภาคเรียนท่ี 2
ศึกษาการถายทอดอารมณเพลง ความรูสึก คุณภาพ คุณคาของผลงานดนตรี การนำดนตรี ไปใชในดาน การผอน
คลาย การพัฒนามนุษย การประชาสัมพันธ การบำบัดรักษา ธุรกิจและการศึกษา ประวัตินักดนตรีเอกของโลก
องคประกอบของบทเพลง บทบาทขของดนตรีในการสะทอ นสังคม ในแงคานิยมและความเชื่อ รวมถึงแนวทาง และวิธีการ
ในการสงเสริมอนุรักษด นตรี
เพื่อใหสามารถเปรยี บเทยี บอารมณและความรูสึกที่ไดรับจากงานดนตรี ผานการรอง หรือเลนดนตรี ที่เนนเทคนคิ
การแสดงออก คุณภาพของการแสดง โดยสามารถสรางเกณฑหรับประเมินคุณภาพของการแสดง นำดนตรีไปประยุกตใช
ในงานตา ง ๆ อธิบายบทบาทของดนตรีในการสะทอนความคดิ และคา นยิ มทีเ่ ปล่ยี นไป ของคนในสังคม
รหสั ตวั ชี้วัด
ศ2.1 ม.5/1,ม.5/2,ม.5/3,ม.5/4,ม.5/5,ม.5/6,ม.5/7,ม.5/8
ศ2.2 ม.5/1,ม.5/2,ม.5/4,ม.5/5
รวม 2 มาตรฐาน 12 ตวั ช้ีวดั
181
รหัสวชิ า ง32101 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 รายวชิ าการงานอาชีพพน้ื ฐาน 3 กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ
ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 20 ช่วั โมง/0.5 หนวยกิต
อธิบายความสำคัญของการเปนนักเรียนที่ดี คุณสมบัติของนักเรียนที่ดี หนาที่และบทบาทของตนเองที่มีตอครู-
อาจารย เพื่อนนักเรียน และโรงเรียน ประโยชนของการปฏิบัติตามหนาที่และบทบาทในฐานะสมาชิกของโรงเรียน วิธีการ
ดแู ลรักษาและทำความสะอาดโรงเรียน การจัดและตกแตงสวนหยอ มในโรงเรียน ความหมายและความสำคญั ของการถนอม
อาหาร การเนาเสียของอาหาร หลกั การถนอมอาหาร และวธิ กี ารถนอมอาหาร
เขียนแผนภาพความคิดแสดงการปฏิบัติตนที่เปนประโยชนตอเพื่อน ครู-อาจารย และนักเรียนสำรวจปญหาใน
โรงเรยี น วิเคราะหอภปิ รายเพ่ือหาแนวทางปองกันแกไข แบง กลมุ รวมกันแกปญหาในโรงเรียน และปฏิบัติจริง แบงกลุมกัน
สำรวจรอบ ๆ บริเวณโรงเรียน แลว วิเคราะหส่ิงทต่ี อ งดแู ลรักษา เสนอแนวทางปองกันแกไ ข รว มกันทำความสะอาดโรงเรียน
จัดสวนหยอมในโรงเรียน เขียนแผนภาพความคิดวเิ คราะหปญหาการเนาเสียของอาหารสดและเสนอวิธกี ารปองกัน สำรวจ
อาหารที่ตนเองซื้อรับประทานเปนประจำ แลวบอกวธิ กี ารจัดเก็บที่ถูกตอ ง ถนอมอาหารที่มีมากในทอ งถิ่น มีเจตคติที่ดีตอ
การทำงาน มีคุณธรรมและลกั ษณะนิสัยทด่ี ใี นการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการใชพ ลงั งาน ทรัพยากรในการทำงานอยา งคุมคา
และยัง่ ยนื เพอ่ื การอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอม
รหัสตวั ช้ีวดั
ง 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.6-4/4 , ม.6-4/5 , ม.6-4/6 , ม.6-4/7
รวม 1 มาตรฐาน 7 ตัวชี้วัด
182
รหัสวชิ า ง32102 คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูก ารงานอาชพี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 รายวชิ าการงานอาชีพพนื้ ฐาน 4
ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 20 ชั่วโมง/0.5 หนวยกติ
อธิบายประวัติ ความสำคัญของงานใบตอง วัสดุ อุปกรณที่ใชในงานใบตอง ประเภทของงานใบตอง และวิธีการ
ประดิษฐถาดใบตองกลีบกุหลาบ บายศรีปากชาม ความหมาย ความสำคัญและประเภทของธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจ
ขนาดยอม การประกอบธุรกิจและบริหารธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดยอม ความสำคัญของการออกแบบ และ
เทคโนโลยี การเลอื กใชส่ิงของเคร่ืองใชอ ยางสรางสรรค และการพฒั นาสงิ่ ของเครอื่ งใช
ประดิษฐถาดใบตองกลีบกุหลาบ บายศรีปากชาม ฝกใชอุปกรณสำนักงาน มีเจตคติที่ดีตอการทำงาน มีคุณธรรม
และลักษณะนิสัยที่ดีในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพลังงาน ทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการ
อนุรักษส่งิ แวดลอ ม
รหัสตวั ชี้วดั
ง 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.6-4/4 , ม.6-4/5 , ม.6-4/6 , ม.6-4/7
รวม 1 มาตรฐาน 7 ตวั ชว้ี ัด
183
รหัสวชิ า อ32101 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5 รายวชิ าภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 3
ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนวยกิต
ประโยคและขอความ การตีความ/ถายโอนขอมูลใหสัมพันธกบั สื่อท่ีไมใชความเรียง เชน ภาพ แผนผัง กราฟ
แผนภูมิ ตาราง อกั ษรยอ จากกลมุ สาระการเรียนรอู น่ื ดวยการพดู และการเขียนอธบิ าย การจับใจความสำคัญ/แกน สาระ
การวิเคราะหเ รื่อง กิจกรรม ขาว เหตุการณ และสถานการณตามความสนใจ การเลอื กใชภาษา นำ้ เสยี ง และกริ ยิ าทาทางใน
การสนทนา ระดบั ของภาษา มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา ของภาษา เชน การขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใชส ี
หนาทา ทางประกอบ การพูดขณะแนะนาตนเอง การสัมผสั มอื การโบกมือ การแสดงความ รสู ึกชอบ/ไมช อบ การกลาวอวย
พร การแสดงอาการตอบรบั หรือปฏเิ สธ การใชภ าษาสอื่ สารในสถานการณจ ริง/สถานการณจาลองเสมือนจริงที่เกิดขนึ้ ใน
หอ งเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
อา นออกเสยี งขอความ ขา ว ประกาศ และโฆษณา ปฏบิ ัติตามคาแนะนาในคูมือการใชงานตางๆ คาช้ีแจง คา
อธบิ าย ทฟี่ ง และอาน พดู เขียน เลือกและใชคาขอรอ ง ความตองการเสนอ ตอบรบั และปฏเิ สธการใหความชว ยเหลือใน
สถานการณจ าลองหรอื สถานการณจริง ฟง อา น พดู เขียน สรุปใจความสาคญั ขอมูลเก่ียวกับตนเองเรื่องตางๆ ใกลต ัว
กิจกรรม ประสบการณ ขา ว เหตุการณ ประเดน็ ตา งๆ ที่อยูในความสนใจ จับใจความสาคัญ สรปุ ความ และแสดงความ
คิดเห็น อธิบายและเขียนประโยคและขอความใหเ หตุผลและยกตวั อยางประกอบ จากการฟงและการอา นส่ือท่ีไมใชความ
เรยี งรูปแบบตา งๆ สารคดและบนั เทงิ คดี อธิบาย เปรยี บเทียบความแตกตางของโครงสรางประโยค ขอความ ของ
ภาษาตางประเทศและภาษาไทย เลอื กใชภ าษา นา เสียง และกรยิ าทาทางท่เี หมาะสมกบั ระดับของบุคคล โอกาสและ
สถานท่ี อธิบาย ความเหมือนและความแตกตา งของวิถชี วี ิต ความคดิ ความเชื่อ สงั คม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มและ
ประเพณีของเจา ของภาษากับของไทย ใชภาษาตา งประเทศในการสบื คน คนควา สรุป และแสดงความคดิ เห็นและนาเสนอ
ดว ยการพูดและการเขียน ขอมูลตางๆ จากส่ือและแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศกึ ษาตอ และประกอบอาชพี และที่
เกีย่ วของกบั กลุมสาระการเรียนรอู ื่น เขา รวม จดั และใชภาษาสื่อสาร กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม ในสถานการณจริง
สถานการณจ าลองทีเ่ กดิ ขน้ึ ในหอ งเรยี นและสถานศึกษา เผยแพร ประชาสมั พันธขอ มูล ขาวสารของโรงเรียนเปน
ภาษาตา งประเทศ โดยใชทักษะกระบวนการตางๆ ที่หลากหลายทัง้ การฟง พดู อา นและเขียน เพ่ือใหเ ห็นคุณคา ของการนา
ความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจาวนั ใฝเรียน ใฝร ู อยูอ ยา พอเพยี ง มคี า นิยมที่เหมาะสม รักชาติ ศาสน กษัตริย รักความเปนไทย
และมีจติ สาธารณะ
ตวั ชวี้ ดั ต3.1ม.4-6/1
ต1.1ม.4-6/1-2 ต4.1ม.4-6/1
ต1.2ม.4-6/1-2 ต4.2ม.4-6/1-2
ต1.3ม.4-6/1-2
ต2.1 ม. 4-6/ 1-2
ต2.2 ม. 4-6/ 1-2
รวม 2 มาตรฐาน 21 ตัวช้ีวัด
184
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
รหัสวชิ า อ32102 รายวชิ าภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 4
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนว ยกติ
คำศัพท สำนวน ประโยคและขอความที่ใชในการขอและใหขอ มลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บ และแสดงความ
คิดเห็นเกย่ี วกับประเดน็ /ขาว/ เหตกุ ารณท ่ีฟงและอา น การจบั ใจความสาคัญ /แกนสาระ การวเิ คราะหเ ร่ืองกจิ กรรมขาว
เหตกุ ารณ และสถานการณตาม ความสนใจ การอธิบาย/การเปรยี บเทยี บความ แตกตางระหวางโครงสราง ประโยค
ขอ ความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต และบทกลอน ของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย การใชภ าษาตางประเทศในการ
สบื คน /การคนควาความร/ู ขอมูลตางๆ จากสอื่ และแหลง การเรยี นรตู า งๆ ในการศกึ ษาตอและ ประกอบอาชพี
อา นออกเสียงขอความ ขา ว ประกาศ และโฆษณา ปฏิบตั ติ ามคำแนะนำในคูมือการใชง านตา งๆ คำชีแ้ จง
คำอธิบาย ท่ีฟง และอาน พดู เขยี น เลือกและใชคำขอรอง ความตอ งการเสนอ ตอบรับ และปฏเิ สธการใหค วามชวยเหลือใน
สถานการณจำลองหรือสถานการณจ ริงฟง อานพดู เขยี น สรุปใจความสำคญั ขอมูลเกย่ี วกับ ตนเองเรอื่ งตางๆ ใกลต วั
กจิ กรรม ประสบการณ ขา ว เหตุการณ ประเด็นตา งๆทอ่ี ยูในความสนใจจับใจความสาคัญ สรปุ ความและแสดงความคิดเหน็
อธบิ ายและ เขียนประโยคและขอความใหเหตผุ ลและยกตวั อยา งประกอบ จากการฟงและการอานสอ่ื ท่ไี มใช ความเรยี ง
รปู แบบตา งๆสารคดีและบันเทิงคดีอธบิ ายเปรียบเทียบความแตกตางของโครงสราง ประโยค ขอ ความ ของ
ภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เลอื กใชภ าษาน้ำเสยี ง และกริยาทาทางท่ี เหมาะสมกับ ระดบั ของบุคคลโอกาสและ
สถานที่ อธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา งของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ สงั คม วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมและ
ประเพณขี องเจาของภาษากบั ของไทย ใชภ าษาตางประเทศในการสืบค คนควา สรุป และแสดงความคิดเห็นและนำเสนอ
ดวยการพดู และการเขียน ขอ มลู ตา งๆ จากส่ือและแหลงการเรียนรตู างๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ ทีเ่ ก่ยี วของ
กับกลุม สาระการเรียนรูอ่นื เขารวมจดั และใชภ าษาส่อื สาร กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ในสถานการณจ รงิ
สถานการณจ าลองท่ีเกิดขน้ึ ในหอ งเรียนและสถานศึกษาเผยแพร ประชาสมั พนั ธ ขอ มูล ขาวสารของโรงเรียนเปน
ภาษาตา งประเทศ โดยใชทักษะกระบวนการตางๆ ทหี่ ลากหลายท้งั การฟง พดู อานและเขยี นเพือ่ ใหเ หน็ คณุ คา ของการนำ
ความรไู ปใชใ นชีวิต ประจำวนั ใฝเรียนใฝรู อยา งพอเพยี ง มีคานิยมทเ่ี หมาะสมรักชาติศาสนกษตั ริย รักความเปนไทยและมี
จิตสาธารณะ
ตัวช้วี ัด ต3.1 ม.4-6/1
ต1.1 ม.4-6/1-2 ต4.1 ม.4-6/1
ต1.2 ม.4-6/1-2 ต4.2 ม.4-6/1-2
ต1.3 ม.4-6/1-2
ต2.1 ม. 4-6/ 1-2
ต2.2 ม. 4-6/ 1-2
รวม 2 มาตรฐาน 21 ตัวชี้วัด
185
โครงสรา งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 (ภาคเรยี นที่ 1) ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 (ภาคเรียนที่ 2)
รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน
ท33101 ภาษาไทยพื้นฐาน 5 ท33102 ภาษาไทยพื้นฐาน 6
ค33101 คณิตศาสตรพน้ื ฐาน 5 ค33102 คณติ ศาสตรพนื้ ฐาน 6
ส33101 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 ว33102 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพ
พ33101 สุขศึกษา 3 ว33103 วิทยาศาสตรกายภาพ 1
ศ33101 นาฏศลิ ป ว33104 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 2
ง33101 การงานอาชีพ 5 ว33105 โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศพนื้ ฐาน
อ33101 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 5 ส33102 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 6
พ33102 พลศึกษา 3
ศ33103 ทศั นศิลป
ง33102 การงานอาชพี 6
อ33102 ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 6
186
รหัสวิชา ท33101 คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 รายวชิ าภาษาไทยพ้ืนฐาน 5 จำนวน 40 ชั่วโมง/1 หนว ยกติ
ภาคเรียนท่ี 1
ฝกทักษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีวรรณกรรม โดย
การศึกษาเกี่ยวกับการอานออกเสียง การรับสารและการสงสารดวยการอาน ตีความ ขยายความ วิเคราะหวิจารณเรื่องท่ี
อานอยางมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณจ ากเร่ืองที่อานและประเมนิ คาเพ่ือนำความรูความคิดไปใชตดั สินใจแกปญหาในการ
ดำเนินชีวิต ฝกทักษะการเขียนสื่อสารในรูปแบบตางๆ เขียนเรียงความ ยอความ ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบตางๆ
มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟงและดู พูดในโอกาสตางๆ พูดแสดงทรรศนะโตแยง โนมนาวใจ และเสนอแนวคิดใหม
ดวยภาษาถูกตองเหมาะสม อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา และลักษณะของภาษา ใชคำและกลุมคำสราง
ประโยคตรงตามวัตถุประสงค ใชภาษาเหมาะสมแกโอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำราชาศัพทอยางเหมาะสม
วิเคราะห ลกั ษณะเดนและเชื่อมโยงการเรยี นรูทางประวตั ศิ าสตร และวถิ ชี ีวติ ของสังคมในอดีตจากวรรณคดีและวรรณกรรม
เรอ่ื งสามกก ขนุ ชางขนุ แผน กาพยเหเ รือ ทองจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนด และบทรอ ยกรองที่มคี ณุ คาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการอาน กระบวนการฟง การดู การพดู กระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร สรางสรรคความรูและความคิด
เพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิต เพื่อใหเขาใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรค วิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
รกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบัตขิ องชาติ และมีนิสยั รักการอานการเขียน มีมารยาทในการอา น การฟง การดู
รหัสตวั ช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3
ท 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 20 ตัวชวี้ ดั
187
รหสั วิชา ท33102 คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 6 รายวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน 6 จำนวน 40 ช่ัวโมง/1 หนวยกิต
ภาคเรียนท่ี 2
ฝกทักษะการอาน การฟง การดู การพูด การเขียน การวิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีวรรณกรรม โดยการ
วิเคราะห วจิ ารณ แสดงความคดิ เห็น โตแยง เก่ยี วกบั เรื่องท่ีอา นและนำเสนออยา งมีเหตุผล ตอบคำคามจากการอานงานเขียน
ประเภทตางๆ อานเรื่องแลวเขียนกรอบแนวคดิ ผังความคิด บันทึก ยอความ และรายงาน สังเคราะหความรูจากการอานสือ่
สิ่งพมิ พ สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส และแหลงเรียนรูตางๆ มาพฒั นาตนและพฒั นาความรูทางอาชีพ ประเมนิ งานเขยี น เขยี นรายงาน
การศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ สามารถเลือกเรื่องที่ฟงและดูไดอยางมีวิจารณญาณเพ่ือพัฒนาไปสูการพูด
แสดงความรูความคิดในโอกาสตางๆไดอยางสรา งสรรคเหมาะสมกบั โอกาส กาลเทศะและบุคคลรวมทั้งสามารถเลือกใชคำได
อยางเหมาะสมกับรูปแบบงานเขียนแตละประเภทและสามรถแตงคำประพันธประเภทกาพยและโคลงไดอยางถูกตองตาม
ฉันทลักษณของคำประพันธนั้นๆ วิเคราะหวิจารณและสังเคราะหขอคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่อง สามัคคีเภทคำ
ฉันท ไตรภูมิพระรวง ทองจำบทอาขยานที่กำหนดและบทรอ ยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจและเห็นคุณคาและความงาม
ทางภาษา
โดยใชก ระบวนการอา น กระบวนการฟง การดู การพดู กระบวนการเขียนเขียนสอื่ สาร สรา งสรรคความรูและความคิด
เพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิต เพื่อใหเขาใจธรรมชาติของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา แสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรค วิเคราะห และประเมินคาวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและนำมาประยุกตใชในชีวิตจริง
รกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ และมีนสิ ัยรักการอา นการเขยี น มมี ารยาทในการอาน การฟง การดู
รหสั ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
รวม 5 มาตรฐาน 20 ตัวชีว้ ัด
188
รหสั วชิ า ค33101 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 6 รายวิชาคณติ ศาสตรพ้นื ฐาน 5 กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 40 ช่วั โมง/1 หนว ยกิต
ศึกษา และฝก ทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนรโู ดยใชป ระสบการณหรือสถานการณในชีวิตประจำวันของผูเรยี น
ใหผ ูเรียนศึกษาคนควา โดยการปฏิบัติจรงิ สรุปรายงาน และฝก ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรในสาระ ความหมาย
ของสถิตศิ าสตรแ ละขอมลู สถิติศาสตร คำสำคญั ในสถติ ิศาสตร ประเภทของขอมูล (การแบง ประเภทของขอมูลตาม
แหลง ทมี่ าของขอมลู การแบง ประเภทของขอมูลตามระยะเวลาทจ่ี ัดเกบ็ การแบงประเภทของขอมลู ตามลักษณะของขอมลู )
และสถติ ศิ าสตรเ ชิงพรรณนาและสถติ ศิ าสตรเชิงอนมุ าน การวิเคราะหข อมูลและนำเสนอขอมูลเชิงคุณภาพ การวเิ คราะห
และนำเสนอขอ มลู เชงิ คุณภาพดวยตารางความถ่ี (การวิเคราะหขอมลู เชิงคุณภาพ การนำเสนอขอมลู เชิงคุณภาพดว ยตาราง
ความถ)่ี และการวิเคราะหแ ละนำเสนอขอมูลเชิงคณุ ภาพดวยแผนภาพ
เพอ่ื ใหความรู ความเขาใจ มีทักษะในการคิดคำนวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การส่ือความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนำไปใชเรยี นรสู ิ่งตาง ๆ และนำไปใชในชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทัง้ เห็นคุณคา และมีเจต
คติท่มี ตี อคณติ ศาสตร สามารถทำงานอยา งเปน ระเบียบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและความเชื่อม่ันในตนเอง
รหสั ตวั ชี้วดั
ค 3.1 ม.6/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวช้ีวัด
189
รหัสวิชา ค33102 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 รายวิชาคณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 6
ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ช่วั โมง/1 หนวยกติ
ศกึ ษา และฝกทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนรูโดยใชป ระสบการณหรือสถานการณใ นชวี ติ ประจำวันของผูเรยี น
ใหผูเรยี นศกึ ษาคนควาโดยการปฏบิ ตั จิ ริง สรปุ รายงาน และฝก ทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตรในสาระ
การวิเคราะหและนำเสนอขอมลู เชิงปรมิ าณ การวเิ คราะหและนำเสนอขอมลู เชิงปรมิ าณดว ยตารางความถี่
การวเิ คราะหและนำเสนอขอมูลเชงิ ปรมิ าณดวยแผนภาพ คา วดั ทางสถิติ (คา กลางของขอมลู คา วดั การกระจาย คาวัด
ตำแหนง ที่ของขอ มลู )
เพ่อื ใหค วามรู ความเขาใจ มีทักษะในการคดิ คำนวณ การแกป ญหา การใหเหตุผล การสอื่ ความหมายทาง
คณติ ศาสตร และสามารถนำไปใชเ รยี นรสู งิ่ ตา ง ๆ และนำไปใชในชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค รวมทัง้ เหน็ คุณคา และมีเจต
คตทิ ่มี ีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระเบียบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและความเชื่อมั่นในตนเอง
รหัสตัวชี้วัด
ค 3.1 ม.6/1
รวม 1 มาตรฐาน 1 ตัวชี้วัด
190
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
รายวิชา ว33102 รายวิชาวิทยาศาตรช ีวภาพ กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.0 หนว ยกติ
ศกึ ษาวิเคราะหเ กย่ี วกับ การรักษาดลุ ยภาพของเซลล รา งกายของสงิ่ มีชีวติ กลไกการ ควบคมุ ดลุ ยภาพของ
รา งกายมนุษย กระบวนการถา ยทอดสารพันธกุ รรม การแปรผันทาง พันธกุ รรม การเกดิ มวิ เทชนั่ ความหลากหลายทาง
ชวี ภาพ ประโยชนและผลกระทบของเทคโนโลยชี วี ภาพตอ สังคมและสง่ิ แวดลอ ม การเปล่ียนแปลงปจ จยั ตา งๆ ใน
สิง่ แวดลอ มตอการอยรู อดของ สง่ิ มชี ีวิต กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของสง่ิ มชี ีวิต ความหลากหลายของระบบนิเวศและ
ดลุ ยภาพของระบบนเิ วศ ปญหาส่ิงแวดลอม ปญ หาการใชทรัพยากรธรรมชาตริ ะดบั ทองถิ่น ระดับประเทศ ระดับโลก การ
แกป ญ หา การอนุรักษและการพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมโลก
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร สืบเสาะหาความรู การสบื คนขอมลู การอภปิ ราย เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความคิด
ความเขาใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู มีความสามารถในการตัดสินใจนำความรูไปใชประโยชนไ ดอ ยา งถกู ตอง และมี
จติ วิทยาศาสตร ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย
ตัวชว้ี ดั ท่ี
ว 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4
ว 1.2 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4 ,ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
ว 1.3 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 ,ม.4-6/3 , ม.4-6/4 ,ม.4-6/5, ม.4-6/6
รวม 2 มาตรฐาน 27 ตัวช้ีวดั
191
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า ว33103 รายวิชาวทิ ยาศาสตรกายภาพ 1 กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง/1.0 หนว ยกติ
ศึกษาวาสารเปนธาตุหรือสารประกอบ และอยูในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจากสูตรเคมี ความเหมือนและ
ความแตกตางของแบบจำลองอะตอมของโบรกับแบบจำลองอะตอมแบบกลุมหมอก จำนวนโปรตอน นิวตรอน และ
อิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนที่เกิดจากอะตอมเดียว สัญลักษณนิวเคลียรของธาตุและการเปน ไอโซโทป หมูและคาบ
ของธาตุ ธาตุที่เปนโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ กลุมธาตุเรพรีเซนเททีฟ หรือ กลุมธาตุแทรนซิชัน จากตารางธาตุ สมบัติการนำ
ไฟฟา ศึกษาการใหและรับอิเล็กตรอนระหวา งธาตุในกลุมโลหะกับอโลหะ ประโยชนและอันตรายที่เกิดจากธาตุเรพรเี ซนเท
ทีฟและธาตุแทรนซชิ ัน พันธะโคเวเลนตเปนพนั ธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะสาม และจำนวนคูอิเลก็ ตรอนระหวางอะตอมคู
รวมพันธะ จากสูตรโครงสราง สภาพขั้วของสารที่โมเลกุลประกอบดวย 2 อะตอม สารที่เกิดพันธะไฮโดรเจนไดจากสูตร
โครงสราง ความสัมพันธระหวางจุดเดือดของสารโคเวเลนตกับแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะ
ไฮโดรเจน สูตรเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนิก สารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไมแตกตัว สารละลายท่ีเปน
สารละลายอิเล็กโทรไลต หรอื นอนอิเล็กโทรไลต สารประกอบอินทรยี ป ระเภทไฮโดรคารบอนวาอ่ิมตัวหรือไมอ่ิมตัวจากสูตร
โครงสรา ง ศึกษาสมบัติทางกายภาพระหวางพอลิเมอรและมอนอเมอรของพอลิเมอรช นิดน้ัน สมบตั คิ วามเปนกรด-เบสจาก
โครงสรา งของสารประกอบอนิ ทรยี สมบตั กิ ารละลายในตัวทำละลายชนดิ ตา งๆ ของสาร ความสัมพันธร ะหวา งโครงสรางกับ
สมบัติเทอรมอพลาสติกและเทอรมอเซตของพอลิ-เมอร และการนำพอลิเมอรไปใชประโยชน ผลกระทบของการใช
ผลติ ภัณฑพ อลิเมอรท่ีมีตอสิ่งมชี ีวิตและสิง่ แวดลอม พรอ มแนวทางปองกนั หรือแกไข สตู รเคมขี องสารตั้งตน ผลิตภณั ฑ และ
สัญลักษณในสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี ผลของความเขมขน พื้นที่ผิว อุณหภูมิ และตัวเรงปฏิกิริยา ที่มีผลตออัตราการ
เกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี ปจจยั ท่มี ีผลตอ อัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีทใ่ี ชประโยชนในชีวิตประจำวนั หรือในอุตสาหกรรม ความหมาย
ของปฏิกิริยารีดอกซ สมบัติของสารกัมมันตรังสี ครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ประโยชนของสารกัมมันตรังสี
และการปองกนั อนั ตรายท่เี กิดจากกัมมันตภาพรังสี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ
อธบิ าย อภิปราย ทดลอง ระบุ เขียน นำเสนอ แปลความหมาย และสรุป เพอ่ื ใหเกิดความรู ความเขา ใจ มคี วามสามารถใน
การตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 ในดานการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา ดานการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนำความรูไ ปใชในชวี ิตของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นยิ มทเ่ี หมาะสม
รหัสตัวช้ีวดั
ว 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6 ,ม.4-6/7, ม.4-6/8, ม.4-6/9,
ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13, ม.4-6/14, ม.4-6/15 ,ม.4-6/16, ม.4-6/17,
ม.4-6/18, ม.4-6/19, ม.4-6/20, ม.4-6/21, ม.4-6/22, ม.4-6/23, ม.4-6/24 ,ม.4-6/25
รวม 1 มาตรฐาน 25 ตวั ช้ีวดั
192
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหัสวิชา ว33104 รายวชิ าวิทยาศาสตรก ายภาพ 2 กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ชว่ั โมง/1.0 หนวยกิต
ศกึ ษาคน ควา เกีย่ วกบั ความเรว็ กบั เวลาของการเคล่อื นท่ีของวัตถุ ความเรงของวัตถุ การหาแรงลัพธท่ีเกิดจากแรง
หลายแรงทอ่ี ยใู นระนาบเดยี วกันที่กระทำตอวตั ถุโดยการรวมแบบเวกเตอร ความเรงของวตั ถุกบั แรงลัพธท กี่ ระทำตอวัตถุ
และมวลของวตั ถุ แรงกริ ยิ าและแรงปฏิกริ ยิ าระหวางวัตถุคูหนง่ึ ๆ ผลของความเรงท่ีมีตอการเคลอ่ื นทแี่ บบตาง ๆ ของวัตถุ
ไดแก การเคล่ือนที่แนวตรง การเคลอ่ื นท่ีแบบโพรเจกไทล การเคลอื่ นทแ่ี บบวงกลม และการเคลอ่ื นทแี่ บบสั่น แรงโนม ถว งที่
เกย่ี วกับการเคลอื่ นทขี่ องวัตถุตา ง ๆ รอบโลก การเกดิ สนามแมเ หลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟา แรงแมเหล็กท่ีกระทำตออนภุ าค
ท่ีมปี ระจุไฟฟาท่ีเคลื่อนทีใ่ นสนามแมเ หลก็ และแรงแมเหล็กทกี่ ระทำตอลวดตวั นำท่มี ีกระแสไฟฟาผา นในสนามแมเหลก็
หลักการทำงานของมอเตอร การเกดิ อีเอ็มเอฟ ยกตัวอยางการนำความรูไปใชป ระโยชน แรงเขม และแรงออน พลงั งาน
นิวเคลียร ฟชชันและฟว ชัน ความสมั พันธระหวางมวลกบั พลังงานท่ีปลดปลอยออกมาจากฟชชนั และฟวชัน การเปลยี่ น
พลังงานทดแทนเปน พลงั งานไฟฟา เทคโนโลยีทน่ี ำมาแกป ญหาหรอื ตอบสนองความตอ งการทางดา นพลงั งานโดยเนน ดาน
ประสทิ ธภิ าพและความคุมคาดานคา ใชจ า ย การสะทอน การหักเห การเลยี้ วเบน การรวมคล่ืน ความถ่ีธรรมชาติ การสั่น
พอง และผลทเ่ี กิดขนึ้ จากการส่นั พอ ง การสะทอน การหักเห การเล้ยี วเบน และการรวมคล่ืนของคล่นื เสยี ง ความเขม เสยี ง
กบั ระดับเสียงและผลของความถ่กี ับระดบั เสยี งท่ีมีตอการไดยนิ เสียง การเกดิ เสียงสะทอนกลบั บีต ดอปเพลอร และการส่นั
พอ งของเสียง การนำความรเู กยี่ วกับเสยี งไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน การมองเหน็ สีของวตั ถุและความผดิ ปกติในการ
มองเหน็ สี การทำงานของแผน กรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี และการนำไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน คลน่ื
แมเ หลก็ ไฟฟา สวนประกอบคลื่นแมเ หล็กไฟฟา และหลกั การทำงานของอปุ กรณบางชนดิ ท่อี าศยั คลื่นแมเ หล็กไฟฟา การ
สื่อสาร โดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟา ในการสง ผา นสารสนเทศและเปรียบเทยี บการสื่อสารดวยสัญญาณแอนะลอ็ กกบั
สญั ญาณดิจิทัล
โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตรใ นการ วิเคราะห แปลความหมายขอมลู อธิบาย สังเกต การเขียนแผนภาพ
สืบคนขอ มลู เพื่อใหผเู รยี นตระหนกั ถึงความสัมพนั ธระหวางวิทยาศาสตรกับสภาพแวดลอม เปน ผูที่มจี ิตวทิ ยาศาสตร มี
คณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมในการใชว ทิ ยาศาสตรอ ยา งสรางสรรค
รหัสตัวช้ีวัด
ว 2.2 ม.4-6/1-10
ว 2.3 ม.4-6/1-12
รวม 2 มาตรฐาน 22 ตัวชวี้ ัด
193
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหัสวิชา ว33105 รายวชิ าโลกดาราศาสตรและอวกาศพ้ืนฐาน กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 40 ชัว่ โมง/1.0 หนว ยกิต
ศึกษาโครงสรางโลก การแบงโครงสรางโลก หลักฐานและสมมติฐานการเคลื่อนที่ของทวีปหลักฐานและ
ขอมูลทางธรณีวิทยาที่สนับสนุนการเคลื่อนตัวของทวีป กระบวนการที่ทำใหเกิดการเคลื่อนที่ของแผนธรณี ลักษณะการ
เคลื่อนทีข่ องแผนธรณี การเปลีย่ นลกั ษณะของเปลือกโลก แผนดินไหว ภูเขาไฟระเบดิ อายุทางธรณีวทิ ยา ซากดึกดำบรรพ
การลำดับชั้นหิน กำเนิดเอกภพ กาแล็กซี วิวัฒนาการของดาวฤกษ กำเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตยความสองสวาง
และโชติมาตรของดาวฤกษ สีและอุณหภูมิผิวของดาวฤกษ ระยะหางของดาวฤกษ เนบิวลา แหลงกำเนิดดาวฤกษ ระบบ
ดาวฤกษ มวลของดาวฤกษ การกำเนิดระบบสรุ ิยะ ดวงอาทิตย เขตของบรวิ ารดวงอาทิตย กลอ งโทรทรรศน การขนสงและ
การโคจรของดาวเทียม ระบบขนสงอวกาศ การใชประโยชนจ ากเทคโนโลยอี วกาศ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมูล วิเคราะห
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกดิ ความรูค วามเขาใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สามารถสือ่ สารสิ่งท่ีเรียนรูได นำความรูไป
ใชในชวี ติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคา นยิ มทีเ่ หมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ว 3.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10
ว 3.2 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7 ม.6/8 ม.6/9 ม.6/10 ม.6/11 ม.6/12 ม.6/13
ม.6/14
รวม 2 มาตรฐาน 24 ตัวชี้วัด