รายงานการถอดบทเรียน
เร่ือง
โครงการ KM Palliative ถอดบทเรยี น..หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ
ทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ระดับต้น
คณะผถู้ อดบทเรยี น
ดร.ขนิษฐา บรู ณพันศักดิ์ นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการ หัวหน้าโครงการ
นางศรีสภุ า แก้วประพาฬ นกั สงั คมสงเคราะหช์ านาญการพเิ ศษ ผูร้ ว่ มโครงการ
สนบั สนนุ โดย สมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทยไ์ ทย
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑
คานยิ ม
“...การดูแลผปู้ ว่ ยระยะท้าย มคี วามสาคญั มากในปัจจุบนั เน่ืองจากผู้ป่วยจานวนมากจะ
มีพยาธิสภาพอาการ และภาวะป่วยทางร่างกายแบบเรื้อรัง และระยะท้ายที่ต้องได้รับการ
ดูแลแบบประคับประคองในระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น ซ่ึงหัวใจสาคัญของบทบาทนักสังคม
สงเคราะห์ คือ การดูแลและฟื้นฟูภาวะทางจิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ และสังคมของผู้ป่วย
และครอบครัว รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมและนาทรัพยากรทางสังคมและเครือข่ายทาง
สังคมมาบูรณาการร่วมกับสหวิชาชีพในการดูแลและดาเนินการให้ความช่วยเหลืออย่าง
เหมาะสม ดังน้ัน การเข้าร่วมในการอบรม การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ระดับต้นครั้งนี้ มีผล
อย่างสาคัญให้นักสังคมสงเคราะห์มีพ้ืนฐานความรู้ทางทฤษฎี แนวคิดทางวิชาการ และ
เคร่ืองมือในการปฏิบัติงาน ท่ีส่งผลให้นักสังคมสงเคราะห์เกิดความเข้าใจ มีกระบวนการคิด
และทัศนคติทด่ี ีต่อการปฏบิ ัติงานดา้ นการดูแลผูป้ ่วยระยะทา้ ย ซึ่งทาให้นักสังคมสงเคราะห์มี
ความเชื่อมั่น และ smart ในการทางานร่วมกับผู้ป่วย ครอบครัว และ ทีมสหวิชาชีพอย่างมี
มาตรฐานและมีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ ...”
โดย ผศ.สิริพรรณ ศรีมีชยั
คณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
กติ ตกิ รรมประกาศ
การถอดบทเรยี น “หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
ระดับต้น” ฉบับนี้ สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสมาคมนัก
สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย ปีงบประมาณ 2561 คณะผู้ถอดบทเรียนขอขอบพระคุณ
รองศาสตราจารย์สิริพรรณ ศรีมีชัย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้เชี่ยวชาญตรวจและวิพากษ์ผลงาน พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการถอดบทเรียน จนสาเร็จลงได้
ดว้ ยความกรณุ าเอาใจใส่อยา่ งยง่ิ
ขอขอบพระคุณทีมวิทยากรกระบวนการ นพ.กรเอก มนัสวานิช ผู้อานวยการศูนย์ชีวาภิ
บาล อ.นพ. ลัญฉน์ศักด์ิ อรรฆยากร พ.ญ.ปรารถนา โกศลนาคร ศูนย์ชีวาภิบาล นพ.
อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร ท่ีปรึกษาสานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ พญ.จันทนา หมอก
เจรญิ พงษ์ สถาบันมะเร็งแหง่ ชาติ คุณเยาวเรศ คามะนาด นายกสมาคมนักสังคมสงเคราะห์
ทางการแพทยไ์ ทย คุณศรินทพิ ย์ แสงศาตรา นักสงั คมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ คุณวีรมลล์
จันทรดี นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการ ศูนย์ชีวาภิบาล โรงพาบาลจุฬาลงกรณ์ คุณรัสรินทร์
เสถียรภัทรนันท์ นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการ ศูนย์ชีวาภิบาล โรงพาบาลจุฬาลงกรณ์
คุณอรุณลักษณ์ เหล็กเพชร นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ โรงพยาบาลมหาราช
นครเชียงใหม่ คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ สถาบันเด็กมหา
ราชินี คุณอายีสาห์ หะยีนิอาลี นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ โรงพยาบาลยะลา
อ.วรลักษณ์ เจริญศรี อาจารย์ประจาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนยล์ าปาง
จากการถอดบทเรียนคร้ังน้ี นับเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ของวิทยากรกระบวนการ
วิเคราะห์ว่ามีการใช้เทคนิคทักษะ การสร้างบรรยากาศ ในการเรียนรู้ การให้โอกาสผู้เรียนในการ
มีส่วนร่วม การถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้มีหลักฐานเชิงวิเคราะห์ นามาเป็นบทเรียนที่สามารถ
นามาเรยี นรู้และพฒั นาไดต้ ่อเน่อื ง เพือ่ ใหท้ างานรว่ มกบั ทมี สหสาขาวิชาชพี อย่างสมศักดิ์ศรี
ดร.ขนิษฐา บรู ณพันศักดิ์
นักสังคมสงเคราะหช์ านาญการ
หัวหน้าโครงการวิจยั
สารบัญ
เนื้อหา หน้า
โครงการKM Palliativeถอดบทเรยี นหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
ระดับต้น......................................................................................................................................................... 1
รายงานผล การถอดบทเรยี น วันท่ี 9 กรกฎาคม 2561 5
Program Introduction and Relationship group
คุณศรนิ ทิพย์ แสงศาตรา คุณเยาวเรศ คามะนาด คณุ รัสรินทร์ เสถยี รภัทรนนั ท์..................................... 7
Policy of Palliative Care
นพ อกุ ฤษฏ์ มิลินทางกูร ที่ปรกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ.............................................. 10
Introduction to Palliative Care : General Principle
นพ.กรเอก มนสั วานชิ ศนู ยช์ วี าภิบาล รพ.จฬุ าลงกรณ์ สภากาชาดไทย……………………………………………….. 26
Ethical and legal at the end of life in palliative Care
พญ.จันทนา หมอกเจรญิ พงษ์ สถาบันมะเรง็ แห่งชาติ................................................................................. 31
รายงานผล การถอดบทเรียน วนั ท่ี 10 กรกฎาคม 2561
ทบทวนการเรยี นรขู้ องวันที่ 9 ก.ค.61
ดร.ขนิษฐา บรู ณพนั ศักด์ิ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และคุณศรีสภุ า แกว้ ประพาฬ รพ.รามาธิบดี.......................... 41
Palliative Care Awareness and Practice : Psychosocial & Spiritual Assessment
การประเมินทางจติ สังคมและจิตวิญญาณ อ.นพ.ลัญฉน์ศักด์ิ อรรฆยากร ศนู ย์ชวี าภบิ าล รพ.จฬุ าลงกรณ์....... 42
Introduction in palliative Care
พ.ญ.ปรารถนา โกศลนาคร ศูนยช์ ีวาภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ…์ ……………………………………………………………… 51
Roles of Social Worker in Palliative Care
คณุ เยาวเรศ คามะนาด โรงพยาบาลศรนี ครินทรข์ อนแกน่ และทีมงาน.......................................................... 57
เกมที่ 1 LOSS GAME เกมความสูญเสียของชวี ิต และเกมท่ี 2 เกมไพ่ไขชีวติ
อ. วรลกั ษณ์ เจริญศรี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์……………………………………………………………………………… 64
รายงานผล การถอดบทเรียน วนั ที่ 11 กรกฎาคม
ทบทวนการเรยี นรขู้ องวันท่ี 10 ก.ค.61
ดร.ขนิษฐา บูรณพันศักด์ิ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และคุณศรสี ภุ า แกว้ ประพาฬ รพ.รามาธิบดี.......................... 72
เคร่อื งมอื ในการประเมินผู้ป่วยประคับประคองและระยะสุดทา้ ย (Tool of Social Worker in
Palliative Care) Pain Scale เครอ่ื งมือวดั ระดับความเจ็บปวด
คณุ อรุณลกั ษณ์ เหลก็ กลา้ นักสงั คมสงเคราะห์ชานาญการ รพ.มหาราชเชียงใหม่................................ 73
สารบัญ(ตอ่ )
เน้อื หา หนา้
แบบประเมินระดับผปู้ ่วยทไ่ี ด้รับการดูแลแบบประคบั ประคอง (PPS)
คณุ อรุณลักษณ์ เหล็กกลา้ นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการ รพ.มหาราชเชยี งใหม่................................ 82
POS:แบบประเมนิ ผลลัพธก์ ารดูแลผู้ปว่ ยแบบประคบั ประคอง(Palliative Care Outcome Scale)
คุณอรุณลกั ษณ์ เหล็กกล้า นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการ รพ.มหาราชเชียงใหม่................................ 95
Suandok Holistic Care Model
คณุ อรุณลกั ษณ์ เหล็กกลา้ นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการ รพ.มหาราชเชยี งใหม่................................ 100
การประเมนิ ผู้ปว่ ยแบบประคับประคองทางดา้ นจิตใจ
คณุ เยาวเรศ คามะนาด นักสงั คมสงเคราะห์ชานาญการ รพ.ศรนี ครินทรข์ อนแก่น………………………………… 102
Family Tree in Palliative Care
คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพเิ ศษ สถาบันสขุ ภาพเด็กแหง่ ชาตมิ หาราชินี........... 107
เครอื่ งมอื การประเมินทางสังคมแบบประเมนิ ทางสังคม INHOMESS แบบประเมนิ การเยีย่ มบ้าน
แบบประเมนิ ความพรอ้ มของครอบครวั
คุณวีรมนต์ จนั ทรด์ ี ศูนย์ชวี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย......................................................... 113
แบบวัดคุณภาพชีวิตขององคก์ ารอนามัยโลกชดุ ยอ่ ฉบบั ภาษาไทย(World Health Organization
Quality of Life Brief – Thai, WHOQOL-BREF-THAI)
คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นกั สังคมสงเคราะหช์ านาญการพิเศษ สถาบันสขุ ภาพเดก็ แห่งชาติมหาราชินี……. 117
Touching Technique
อ.วรลกั ษณ์ เจริญศรี อาจารยป์ ระจาคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ศนู ยล์ าปาง.... 120
รายงานผล การถอดบทเรยี น วนั ที่ 12 กรกฎาคม 2561
ทบทวนการเรยี นร้ขู องวนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2561
ดร.ขนษิ ฐา บูรณพันศักดิ์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และคุณศรีสภุ า แก้วประพาฬ รพ.รามาธบิ ดี…………………. 122
Family Meeting in palliative Care
คุณสฑุ าวรรณ์ ไชยมลู นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการพเิ ศษ สถาบันสุขภาพเดก็ แห่งชาตมิ หาราชินี......... 123
การนาเครอื่ งมือไปใชใ้ นการประเมินทางสังคมแบบการเยีย่ มบา้ น IHHOMESS
การประเมนิ การเยี่ยมบ้านผปู้ ่วยระยะสุดทา้ ย Home Visit Assessment : INHOMESS
คณุ วีรมลล์ จนั ทรด์ ี นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการ ศูนยช์ วี าภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์…………………………… 131
มมุ มองของศาสนาอสิ ลามในการดูแลผปู้ ่วยระยะสดุ ท้าย
Spiritual assessment and Bereavement Care
คุณอายีสาห์ หะยนี ิอาลี นกั สงั คมสงเคราะห์ รพ.ยะลา............................................................................... 133
สารบัญ(ต่อ)
เนอ้ื หา หนา้
Communication in palliative Care SPIKES model
คุณรสั รินทร์ เสถยี รภัทรนนั ท์ ศูนย์ชวี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ.์ ................................................................ 136
Communication in palliative Care SPIKES model
Social Advance Care Plan
คณุ วีรมลล์ จันทรดี ศูนยช์ ีวาภบิ าล รพ.จฬุ าลงกรณ์……………………………………………………………………... 140
Communication in palliative Care SPIKES model
Loss & Grief Bereavement Care
คุณรสั รินทริ์ เสถยี รภทั รนนั ท์ ศนู ย์ชวี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ์…………………………………………………………….. 142
รายงานผล การถอดบทเรยี น 13 กรกฎาคม 2561
ผลจากการศกึ ษาดูงาน สถาบันสุขภาพเดก็ แหง่ ชาติมหาราชินี กรมการแพทย์
ศูนยช์ วี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ์………………………………………………………………………………………………………… 144
เครือข่ายในการทางานสงั คมสงเคราะห์
คณุ ศรนิ ทิพย์ แสงสาตรา อดตี นกั สงั คมสงเคราะหช์ านาญการพเิ ศษ รพ.สระบรุ ี
ท่ีปรกึ ษา สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย 149
บทสรุป ข้อเสนอแนะ 157
ภาคผนวก 158
รายชอ่ื ผู้เข้ารว่ มประชุม
หนังสือเชิญผู้เช่ียวชาญตรวจผลงานและวิพากษ์
เนือ้ หาของข้อมลู
โครงการKM Palliative ถอดบทเรียน..หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย
ระดับต้น
ผู้รับผดิ ชอบโครงการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
หลักการและเหตุผล
การดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎ายเป็นกระบวนการทางานที่ละเอียดอํอน ต๎องทางานในลักษณะสหวิชาชีพ เพ่ือให๎
การดูแลผู๎ปุวยเป็นองค์รวมครอบคลุมทุกมิติท้ังด๎านรํางกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ นักสังคมสงเคราะห์เป็น
วิชาชีพหนึ่งในทมี สุขภาพท่ีสาคญั ในการดแู ลผปู๎ ุวยระยะสุดท๎าย นับเป็นการขยายบทบาทการทางาน (Expanding
role) เป็นการสร๎างองค์ความรู๎และเกิดเป็นหลักสูตรเพื่อท่ีจะชํวยให๎นักสังคมสงเคราะห์สามารถทางานได๎อยํางมี
มาตรฐาน สงํ ประสทิ ธิภาพการทางานในทมี สหวิชาชีพ
สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทยรํวมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และคณะสังคมคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได๎ตระหนักถึง
ความสาคัญในการพฒั นาองค์ความรใ๎ู นวิชาชีพ จงึ ได๎ดาเนินการจัดทา หลกั สูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการ
ดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎ายขึ้น โดยกาหนดเน้ือหาสาระสาคัญของรายวิชาตํางๆ รวมท้ังทักษะทางด๎านสังคมท่ีจาเป็นเพื่อให๎
สมรรถนะของนักสังคมสงเคราะห์ผ๎ูเชี่ยวชาญด๎านการดูแลแบบประคับประคองและระยะท๎ายได๎รับการพัฒนาอยํางมี
มาตรฐาน สํงผลให๎ผ๎ูรับบริการได๎รับบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและเกิดการพัฒนาคุณภาพการดูแลเพื่อให๎ได๎รับ
การยอมรบั จากสมาชกิ ในองค์กร เพื่อพัฒนางานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทยใ์ นระบบสุขภาพสังคมน้ัน ปรับเปลี่ยน
วิธีการทางานของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ จากงานเชิงรับในสถานพยาบาล มาเป็นการทางานเชิงรุก
โดยการประสานความรํวมมือกันระหวํางสหวิชาชีพ องค์กรภาคประชาชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองสํวนท๎องถ่ิน
และห๎นุ สํวนภาคีเครือขํายตํางๆ ในการดาเนินกิจกรรม / โครงการเพ่ือให๎ความชํวยเหลือ พัฒนาศักยภาพ เสริมพลัง
ชุมชน / สังคม เพื่อนาไปสูํความรํวมมือ รํวมใจ ในการพัฒนาและพิทักษ์สิทธิของตนเองดังนั้น นักสังคมสงเคราะห์
ทางการแพทย์ ในฐานะนักวชิ าชีพผูเ๎ ช่ียวชาญด๎านงานสงั คมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม จึงควรเห็นความสาคัญใน
การแสวงหาองคค์ วามรนู๎ ี้เพอ่ื ให๎ทางานรวํ มกบั ทีมสหสาขาวิชาชีพ อยํางสมศกั ด์ศิ รี
เนื้อหาหลักสูตรจะครอบคลุมทุกมิติท้ังด๎านรํางกาย จิตใจสังคม และจิตวิญญาณ โดยแบํงเป็น 2 สํวนใหญํๆ คือ
ความร๎ูทางสังคมสงเคราะห์ท่ีเก่ียวข๎องกับการดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ได๎แกํ การประเมินความต๎องการของผู๎ปุวยและ
ครอบครัวระยะท๎าย การประเมินการรับร๎ูความจริง การประเมินและจัดการความเศร๎าโศก ความร๎ูด๎านวัฒนธรรม
ความคิด ความเชื่อท่ีเกี่ยวข๎องกับความตาย ชํวยให๎ผ๎ูปุวยและครอบครัวสามารถเตรียมพร๎อมและรับมือกับความ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 1
เปลี่ยนแปลง ตลอดจนสามารถดารงชีวิตในสังคมตํอไปได๎ความร๎ูเก่ียวกับทางการแพทย์ท่ีเกี่ยวข๎องกับการดูแลผู๎ปุวย
ระยะท๎าย ได๎แกํ โนบายสุขภาพด๎านการดูแลผู๎ปุวยระยะท๎าย แนวคิดทฤษฎีแนวคิดพื้นฐานด๎านการดูแลแบบ
ประคับประคองผู๎ปุวยระยะท๎าย อาการด๎านรํางกาย และการจัดการ สภาวะอารมณ์และจิตใจของผู๎ปุวยเมื่ออยูํใน
ระยะทา๎ ย รวมถึงแบบประเมนิ ที่ทมี สหวิชาชีพใช๎ เพือ่ ใหส๎ ามารถทางานรวํ มกับทีมสหวชิ าชีพไดอ๎ ยาํ งเต็มภาคภมู ิ
การแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ การระดมความคิด เปน็ สวํ นหนึง่ ของการจัดการความรู๎ ซึ่งเป็นกระบวนการท่ี
ชํวยรวบรวมและจัดระเบียบองค์ความร๎ูการแลกเปล่ียนความรู๎และประสบการณ์ การสร๎างองค์ความรู๎ใหมํ และ
การประยุกต์ใช๎ความรู๎เหลําน้ันให๎เกิดประโยชน์ตํอการดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง เกิดการจัดการระบบ
สารสนเทศได๎อยํางมีประสิทธิภาพ โดยการจัดการองค์ความรู๎ต๎องสอดคล๎องกับวัตถุประสงค์ของการทางานเป็ น
หลัก
การถอดบทเรียน คือการแลกเปล่ียนเรียนร๎ูเพ่ือสร๎างและใช๎ความร๎ูท่ีได๎จากประสบการณ์การทางานที่ผําน
มาแลว๎ นาไปพัฒนารูปแบบและกระบวนการทางานในคร้ังตํอๆไปให๎ได๎ผลลัพธ์ที่ดีย่ิงข้ึนโดยตํอยอดจากความสาเร็จ
ท่ีเกิดขึ้นแล๎วรวมทั้งเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยน/ปรับปรุงการทางานเพื่อลดความผิดพลาดท่ีอาจจะเกิดขึ้นซ้า
ถ๎าทุกๆคร้ังเมื่อเสร็จงานผ๎ูรํวมงานจากทุกฝุายที่เก่ียวข๎องได๎มานั่งทบทวนขบคิดถึงงานที่ทาไปแล๎วรํวมกันก็จะเป็น
โอกาสของการเรยี นรู๎ทง้ั เพื่อการยกระดับความสามารถของตนเองและพัฒนาขับเคล่ือนการดาเนินงานให๎เป็นไปใน
ทิศทางท่ีดียิ่งขึ้น จากการดาเนินงานของโครงการ/แผนงาน ตลอดระยะเวลาที่ผํานมา พบวําภาคีเครือขํายมี
ศกั ยภาพขดี ความสามารถและนวัตกรรมในการสร๎างเสริมสุขภาวะเป็นอยํางดียิ่งที่สาคัญคือ ภาคีเครือขํายเหลําน้ี
ล๎วนมี “ความร๎ู ประสบการณ์ความสาเร็จและบทเรียน” ด๎านการสร๎างเสริมสุขภาวะอันทรงคุณคํา ที่มาจากการ
ปฏิบัติจริงภายใต๎บริบทของสังคมไทยโดยแท๎จริงดังน้ันการเรียนรู๎และถอดบทเรียน จึงเป็นวิธีการสาคัญหนึ่งในการ
พฒั นาศักยภาพขีดความสามารถในการทางานของภาคีเครือขํายแบบก๎าวกระโดดและมีคุณภาพ ซึ่งจะสํงผลให๎ภาคี
เครอื ขํายมีสมรรถนะและศักยภาพ ในการรวํ มกันดาเนนิ งานสร๎างเสริมสุขภาวะในสังคมไทยได๎อยํางมีประสิทธิภาพ
ประสิทธผิ ล และยงั่ ยนื ตํอไปในการอบรมหลักสูตรนี้เป็นการอบรมปฏิบัติการ ดังนั้นส่ิงที่มุํงเน๎นให๎ผู๎เข๎ารํวมการอบรม
ได๎รับภายหลังการอบรมคือความร๎ูความเข๎าใจเกี่ยวกับแนวคิดและหลักการขั้นตอนกระบวนการเทคนิค/วิธีการ/
เครื่องมือตํางๆทักษะในการคิดเชิงวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่จะนาไปใช๎ในการถอดบทเรียน และที่สาคัญจะได๎ชุด
ความร๎ู/เอกสาร/รายงาน การถอดบทเรียนของโครงการ/แผนงานท่ีรับผิดชอบและดาเนินงานอยูํ เพื่อนาผลท่ีได๎จาก
การถอดบทเรยี นไปพฒั นาตํอยอดและยกระดับการทางานไดต๎ ํอไป
ดังน้ันในการอบรมหลักสูตรน้ี จึงจาเป็นต๎องมีการถอดบทเรียนหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ
ทางด๎านการดูแลผู๎ปุวยระยะท๎าย ระดับต๎น องค์ความรู๎ของวิทยากรกระบวนการ วํามีการใช๎เทคนิคทักษะ การ
สร๎างบรรยากาศ ในการเรียนร๎ู การให๎โอกาสผู๎เรียนในการมีสํวนรํวม การถํายทอดองค์ความรู๎ เพื่อให๎มีหลักฐานเชิง
วเิ คราะห์ นามาเป็นบทเรยี นทส่ี ามารถนามาเรียนรแ๎ู ละพัฒนาได๎ตํอเน่ืองจึงจัดทาโครงการน้ีข้นึ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 2
วัตถุประสงค์
เพ่ือได๎บทเรียนจากการถอดบทเรียนหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดู แลผู๎ปุวยระยะท๎าย
ระดับต๎น
เป้าหมายของโครงการ
กลุ่มเปา้ หมาย ได๎แกํ
วทิ ยากรผูส๎ อนจากทุกหัวข๎อบรรยายนักสงั คมสงเคราะหว์ ิชาชีพที่สมัครเรยี น จานวน 40 คน
ผลผลติ ได๎แกํ
1) ได๎ถอดบทเรียนท่เี กิดจากหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ระดับ
ต๎น ไว๎เป็นหลกั ฐานอ๎างองิ ทางการศึกษา(ฐานข๎อมลู )
2)วเิ คราะห์ข๎อดีข๎อเสียทไี่ ด๎จากหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดูแลผู๎ปุวยระยะท๎าย
ระดับต๎น มาปรับปรุงพฒั นาหลักสตู รตํอไปหรือเติมเต็มหลกั สูตรในระดบั สงู ขน้ึ และมีมาตรฐาน
ผลลัพธ์ได๎แกํ
1) เกดิ นกั สังคมสงเคราะห์เฉพาะทางดา๎ นผปู๎ วุ ยระยะทา๎ ยท่ีทางานในทมี สหวิชาชีพอยํางสมศักดิ์ศรี2) เกดิ
เครือขํายนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทยเ์ ฉพาะทางด๎านผูป๎ วุ ยระยะท๎ายท่มี ศี ักยภาพเชอ่ื มโยงงานสงํ ตํอ
ประสานงานอยาํ งมรี ะบบ
ตวั ชว้ี ัด
1) มตี าราถอดบทเรยี นหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ระดับต๎น
2) มกี ารประเมินทบทวนหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดูแลผู๎ปุวยระยะท๎าย ระดับต๎น
โดยทมี หลกั สตู รและผศ๎ู ึกษา
ขน้ั ตอน/วิธีดาเนนิ การ
1) เขยี นโครงการ
2) ประชมุ วางแผน ออกแบบการถอดบทเรียน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 3
3) ดาเนนิ การถอดบทเรียนโดยจดบันทึก บันทึกเสียง สังเกตพฤติกรรมวิทยากร ผู๎เข๎ารํวมอบรมผํานกิจกรรม
การเรียนการสอนตลอดหลักสูตร 9-13กรกฎาคม 2561ณ ศูนย์ชีวาภิบาลและฝุายสวัสดิการสังคม โรงพยาบาล
จุฬาลงกรณ์
4) สรุปผลการดาเนินโครงการ
5) ตรวจความถูกตอ๎ ง ความสมบูรณ์ของงาน โดยผูเ๎ ชี่ยวชาญวิพากษผ์ ลงาน
6) ทาเลมํ รายงานผลการถอดบทเรียน
ระยะเวลาของโครงการ
เมษายน 2561 – 31 ธันวาคม 2561
งบประมาณจากสมาคมนกั สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย จานวน 10,000 บาท เปน็ คําใช๎จํายดังนี้
1) คาํ วทิ ยากรถอดบทเรียน ช่วั โมง ละ 300 บาท จานวน 6 ชั่วโมง จานวน 5 วัน 300*6*5 = 9,000 บาท
2) คาํ ตอบแทนผู๎เชย่ี วชาญวพิ ากษผ์ ลงาน 1,000 บาท
รวม 2 รายการ เปน็ เงนิ รวมทัง้ ส้ิน 10,000 บาท (หนงึ่ หมนื่ บาทถว๎ น)
งบประมาณทุกรายการถว่ั เฉลย่ี ได๎
หมายเหตุ
1) คําอาหารวาํ ง 2 มื้อ จานวน 5 วนั ผถ๎ู อดบทเรยี น 2 คน
2) คําอาหารกลางวัน 1 ม้ือ จานวน 5 วัน ผู๎ถอดบทเรียน 2 คน
ใช๎งบประมาณบูรณาการกบั หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎าน การดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ระดับต๎น
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 4
รายงานผล การถอดบทเรยี น
หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย ระดับต้น
ระหว่างวันที่ 9 – 13 กรกฎาคม 2561
ณ ศนู ย์ชีวาภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรงุ เทพมหานคร
วนั แรก วันท่ี 9 กรกฎาคม 2561
08.30 – 09.00 น. กล่าวต้อนรบั เข้าสูพ่ ้ืนทีศ่ นู ย์ชีวาภิบาล และพธิ ีเปดิ
อาจารยว์ รลักษณ์ เจรญิ ศรี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ รบั หนา๎ ที่พิธีกร กลาํ วเชญิ อาจารย์ นพ.กรเอก
มนสั วานิช กลาํ วต๎อนรบั ผู๎เข๎าอบรม
นพ.กรเอก มนสั วานิช ผ๎อู านวยการศูนยช์ วี าภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยกลําวตอ๎ นรับ
“สวสั ดีทุกท่านนะครับ ผมได้รบั คาสัง่ ใหก้ ล่าวต้อนรบั (ผู๎เข๎ารํวมอบรม หวั เราะเบาๆสร๎างบรรยากาศที่
อบอุํน เปน็ กันเอง)
พิธีเปดิ เยาวเรศ คามะนาด นายกสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย กลําวต๎อนรับ
และช้ีแจงวัตถุประสงค์ของโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะทางด๎านการดูแล
ผู๎ปุวยระยะท๎ายระดับต๎นมํุงเน๎นให๎นักสังคมสงเคราะห์มีความรู๎ ความเข๎าใจ ความมั่นใจในการทางานกับผ๎ูปุวย
แบบประคบั ประคอง สามารถใชแ๎ บบประเมนิ ทีส่ หวิชาชพี ใช๎ เพื่อให๎สามารถทางานรํวมกับทีมสหวิชาชีพได๎อยําง
เต็มภาคภูมเิ นอ้ื หาหลักสูตรจะครอบคลุมทุกมิติทั้งด๎านรํางกาย จิตใจสังคม และจิตวิญญาณ โดยแบํงเป็น ๒ สํวน
ใหญํๆ คือ ความร๎ูทางสังคมสงเคราะห์ท่ีเก่ียวข๎องกับการดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ได๎แกํ การประเมินความต๎องการ
ของผป๎ู ุวยและครอบครวั ระยะทา๎ ย การประเมินการรับร๎ูความจริง การประเมินและจัดการความเศร๎าโศก ความร๎ู
ด๎านวัฒนธรรม ความคิด ความเชอ่ื ที่เกี่ยวข๎องกับความตาย ชํวยให๎ผู๎ปุวยและครอบครัวสามารถเตรียมพร๎อมและ
รับมือกับความเปลย่ี นแปลง ตลอดจนสามารถดารงชีวิตในสังคมตํอไปได๎ความร๎ูเกี่ยวกับทางการแพทย์ท่ีเก่ียวข๎อง
กับการดแู ลผ๎ูปวุ ยระยะทา๎ ย ได๎แกํ โนบายสขุ ภาพด๎านการดแู ลผ๎ูปุวยระยะทา๎ ย แนวคิดทฤษฎีแนวคิดพื้นฐานด๎าน
การดูแลแบบประคับประคองผ๎ูปุวยระยะท๎าย อาการด๎านรํางกาย และการจัดการ สภาวะอารมณ์และจิตใจของ
ผู๎ปุวยเม่ืออยูํในระยะท๎าย ส่ิงที่คุณจะได๎รับท้ังความรู๎ ทัศนคติท่ีดีในการทางาน รํวมสร๎างทักษะผํานการฝึก
ปฏิบัติงานจริงในแตํละหนํวยงาน และส่ิงที่คุณจะได๎รับเพิ่มเติม คือ หนํวยคะแนนอยํูระหวํางข้ันตอนการ
พิจารณาจากสภาวชิ าชีพ
ศรินทิพย์ แสงศาตรา ไดท๎ าข๎อตกลง เนื้อหาผําน QR Cordโทรศพั ทข์ อให๎เปน็ แบบสั่นเพ่ือการ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 5
เรียนรอ๎ู ยํางสมบูรณ์ อธิบายรูปแบบการอบรม จะมี 2 ภาค คอื ภาคทฤษฎี จานวน 30 ชั่วโมง (วันจันทร์ที่ 9 –
ศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561)และภาคปฏบิ ตั ิฝกึ ในหนวํ ยงาน จานวน 240 ชั่วโมง (วันละ 8 ชั่วโมง 6
สัปดาห์ : 16 กรกฎาคม – 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561) แนะนาให๎รู๎จักทีมผู๎จัดหลักสูตร และจะเป็นผู๎อานวยความ
สะดวกตลอดการอบรม โดยใหท๎ กุ ทาํ นได๎ แนะนาตัวเอง ประกอบด๎วย
คุณวรี มลลจ์ ันทรดี นักสังคมสงเคราะหช์ านาญการ ศนู ย์ชีวาภบิ าล โรงพาบาลจุฬาลงกรณ์
คณุ รัสรนิ ทร์ เสถียรภัทรนันท์ นักสงั คมสงเคราะหช์ านาญการ ศูนย์ชวี าภิบาล โรงพาบาลจุฬาลงกรณ์
คณุ อรุณลักษณ์ เหลก็ เพชร นักสงั คมสงเคราะหช์ านาญการพเิ ศษ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมํ
คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมลู นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ สถาบันเด็กมหาราชินี
คุณอายีสาห์ หะยีนิอาลี นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ โรงพยาบาลยะลา
อ.วรลกั ษณ์เจริญศรีอาจารยป์ ระจาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ศนู ยล์ าปาง
ทมี ถอดบทเรยี น ได๎แกํ ดร.ขนิษฐา บรู ณพันศักด์ิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ และคณุ
ศรีสุภา แกว๎ ประพาฬ โรงพยาบาลรามาธิบดี
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 6
วนั ที่ 9 กรกฎาคม 2561เวลา 09.00 – 10.15 น.
Section 1 Program Introduction and Relationship group
โดย ศรินทพิ ย์ แสงศาตรา เยาวเรศ คามะนาด รสั รินทร์ เสถียรภัทรนันท์
จุดประสงค์ 1. เพ่ือใหผ๎ อ๎ู บรมทราบขอ๎ ตกลงในการอบรมในหลกั สูตร ไมํน๎อยกวาํ ร๎อยละ 80 การฝกึ
ภาคปฏิบตั ิ การบ๎าน กลํุมพ่ีเลีย้ ง
2. เพื่อใหผ๎ ู๎อบรมเกิดเครือขาํ ยในการดูแลผูป๎ วุ ยแบบประคับประคอง โดยเนน๎ การละลาย
พฤติกรรม สร๎างความเปน็ กนั เองสงํ เสรมิ มิตรภาพในวิชาชีพ
ขนั้ ตอน 1.ใหท๎ มี งานแนะนาตนเองโดย คุณศรินทิพย์ แสงศาตรา เป็นผแ๎ู นะนาเริม่ ตน๎ และให๎
ทีมงานแนะนาตนเอง...
2. วทิ ยากร ใช๎การทากจิ กรรมละลายพฤตกิ รรม
กิจกรรม “สวสั ดี”ประกอบทํา พร๎อมแนะนาตัวเหตผุ ลท่มี ารวํ มกิจกรรมครั้งนี้
กิจกรรม “อะตอม” “โมเลกลุ ” มกี ารรวมกลํุมเป็นโมเลกุล
กจิ กรรม “จดจา” กจิ กรรมปูายชื่อ ช่อื ในวงการ ชอื่ ทอี่ ยากใหเ๎ พ่ือนรจู๎ กั เรียนร๎ทู ักษะการจด
บันทึก การสบตา กจิ กรรมทดสอบความทรงจา วําเราจาใครได๎บ๎าง
อปุ กรณ์ การจดั เกา๎ อ้ีแบบเรยี นรู๎ในการบรรยาย
กระดาษเขยี นชื่อตนเอง
เนอื้ หาสาระ
1. ในกิจกรรมใช๎การทากจิ กรรม ละลายพฤติกรรม ทาํ ทีเปน็ มิตร นา้ เสยี งนุมํ นวลแตมํ ีพลงั
2. ใชเ๎ พลงประกอบทํา “เพลง สวสั ดี สวสั ดี วันนเี้ รามาพบกัน เธอกบั ฉันพบกนั สวัสดี แนะนาตัว
แนะนาชื่อ สกลุ เหตุผลท่ีมารว่ มกจิ กรรมครั้งนี้”
3. กจิ กรรม “อะตอม” “โมเลกลุ ” ใช๎เพลงประกอบทํา อะตอม(คนเดยี ว) โมเลกุล 4 (ให๎ผูเ๎ ขา๎ อบรมจบั
กลํุม 4 คน) อะตอม อะตอม โมเลกลุ 5 (ให๎ผเู๎ ข๎าอบรมจับกลุํม 5 คน) สร๎างความใกล๎ชิด
4. กิจกรรม “จดจา” กจิ กรรมปูายชื่อ ชอื่ ในวงการ ช่ือท่ีอยากให๎เพื่อนรู๎จัก เรียนรทู๎ ักษะการจดบันทึก
การสบตา กจิ กรรมทดสอบความทรงจา วาํ เราจาใครไดบ๎ ๎าง
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 7
ประโยชน์ทไี่ ด้รบั
ผอู๎ บรมได๎รบั ทราบความเป็นมา “กวําจะมาเปน็ หลักสตู รการดูแลผ๎ปู วุ ยแบบประคบั ประคอง” ในวนั น้ี
เขา๎ ใจระบบการเรยี นการสอน การตดิ ตํอ การสํงงานทางไลน์(line) ความรู๎ผํานควิ อาร์ โคด๏ (QR code)
ผูอ๎ บรมได๎ทาความรูจ๎ ัก ผาํ นกิจกรรมละลายพฤติกรรม เปน็ การฝกึ การสังเกต การจดจา จดบันทกึ ข๎อมูล
และใช๎ทักษะการฟงั อยํางตง้ั ใจ
เทคนคิ ทกั ษะท่ใี ช้ในกิจกรรมนี้
ผู๎อบรมได๎ใชท๎ ักษะการสังเกต การจดจา จดบันทกึ ข๎อมลู ใช๎ทักษะการฟังอยํางตง้ั ใจและทกั ษะการใช๎
เครอ่ื งมือส่ือสารทีเ่ ป็นปจั จุบนั ผอู๎ บรมรู๎จกั กนั มากขน้ึ เป็นการสรา๎ งสมั พันธภาพทีด่ ี
ผลทไี่ ด้จากกจิ กรรม
ผ๎อู บรมมคี วามรู๎ ความเข๎าใจความเปน็ มา ทราบวตั ถุประสงค์ในการฝึกอบรมหลักสตู รการดูแลผ๎ปู ุวยแบบ
ประคับประคอง เขา๎ ใจระบบการเรยี นการสอน ทราบแนวทางการตดิ ตอํ การสํงงานทางไลน์(line) ความรูผ๎ าํ นคิวอาร์
โคด๏ (QR code) ผอ๎ู บรมมีความสนใจและสมัครใจมาอบรม
ผู๎อบรมได๎ทากจิ กรรมสรา๎ งความสัมพันธ์ มคี วามสนใจ ไถํถาม พูดคยุ กนั เหมือนพี่น๎อง มีการจดจาชือ่ กันได๎
อยาํ งดี
ผลสะท้อนของผ้เู ขา้ อบรม
ผ๎อู บรมตั้งใจเรยี นร๎ูอยาํ งดี ตื่นตวั ตลอดการเรียนรู๎ มกี จิ กรรมทตี่ ๎องออกทาํ ออกทางทาให๎ทุกคนสนุกในการ
เรยี นรู๎
บทสรปุ ในกิจกรรม
เป็นกิจกรรมทด่ี ี มกี ารสรา๎ งความเขา๎ ใจพน้ื ฐานของหลักสตู รฯและกจิ กรรมสร๎างสมั พันธภาพ ละลาย
พฤติกรรม
ข้อสงั เกตในกจิ กรรมข้อดี สิง่ ที่สามารถพัฒนาตอ่ ได้
เปน็ หวั ข๎อแรกของการศกึ ษา ท่ีทุกคนสมัครใจมาเรยี น ด๎วยความตง้ั ใจ สนใจ ใสํใจ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 8
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 9
วนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2561เวลา 10.30 – 12.00 น.
Section 2 Policy of Palliative Care
โดย นพ อุกฤษฏ์ มลิ นิ ทางกรู ท่ปี รกึ ษา สานักงานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
จดุ ประสงค์ 1. เพื่อให๎ผ๎ูอบรมทราบนโยบายของประเทศในการขับเคล่ือน การดูแลผู๎ปุวยแบบ
ประคบั ประคอง
ขัน้ ตอน/วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม 1. แนะนาวิทยากร
2. วิทยากรบรรยาย สอนผาํ นเนื้อหา QR Cord
3. แลกเปลี่ยนเรยี นรู๎ผาํ นคาถาม
อุปกรณ์ เครอ่ื งฉายLCD ระบบเครื่องเสยี งสมบรู ณ์
เน้อื หาสาระในกจิ กรรม
สะท๎อนผลกระทบจากนโยบายสาธารณะบริโภคนิยม ทุนนิยม ภาพเดิมการพูดถึง แผนการปูองกัน
และควบคุมโรคมะเร็งแหํงชาติ การจัดต้ังคลินิกพิเศษ มีแผนดูแลผ๎ูปุวยที่บ๎าน พูดกันตั้งแตํ 2540 จากนั้น ปี2550
มี Palliative Care :PC ในมะเร็ง PC เร่ิมในปี 2510 และในปี 2550 เร่ิมพูดสิทธิการตายตามธรรมชาติ
ประเทศไทย เน๎นการตายตามธรรมชาติ มเี ทคโนโลยี ยือ้ ความตาย อยํูได๎เพราะอุปกรณ์การพยุงชีพ กระทบ แนว
ทางการตายดี เน๎นไมํทุกข์ทรมาน กลัวความทรมาน หากเราวางระบบไว๎ดี การดูแลทางการแพทย์ การดูแลด๎าน
อนื่ ๆที่ไมํใชํทางการแพทย์ ความดูแลความทุกข์ทรมานด๎านสังคม เชํน อยากพบลูกท่ีไมํได๎กันมานาน ความเช่ือ
ตํางกันทาให๎พฤติกรรม ศาสนาพทุ ธ เชื่อบาป กรรม ความเช่ือเรื่องชาติหน๎า ทาให๎การตายไมํงํายเหมือนศาสนา
อน่ื ศาสนาอสิ ลาม ครสิ ต์ เชอื่ วาํ การตายกลบั ไปสํอู ๎อมกอดของพรเจ๎า
ประเทศไทยมีPC ที่ 44 มีนโยบาย แตํเนื้อหากว๎างๆ มีกลไกท่ีจากัดท่ีจะทาให๎ประสบความสาเร็จ มี
นโยบาย ขาดขั้นตอนการปฏิบัติท่ีไมํชัดเจน การพัฒนาบุคคล มีผ๎ูเชี่ยวชาญด๎าน PC ท้ังแพทย์ พยาบาล วิชาชีพ
นักสังคมสงเคราะห์ที่ไมํเพียงพอ สายการแพทย์ไมํมีแพทย์ PC โดยเฉพาะ เป็นหลักสูตร 1ปี การจํายได๎ การ
สนับสนนุ โดยรัฐบาล เพ่ือให๎ทุกคนเข๎าถึงPCได๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 10
การเขา๎ ถงึ อยาํ งมขี ๎อจากดั มี ไมมํ ี คุณภาพแคํไหน ตอ๎ งคุยอีกมาก การหาข๎อมลู เรือง PCทหี่ าได๎ ยากลาบากมาก
ประเทศไทย มี PCในระดับ..(จัดลาดับไมํได๎) แตํเป็นลักษณะตํางคนตํางทา เป็นโอกาสที่ทาให๎เรามีโอกาส
แลกเปลี่ยนองค์ความร๎ูรํวมกัน การแตกตํางของการแพทย์กระแสหลัก(ต๎องมีแพทย์ยาการรักษา ต๎องมีการฝาก
ครรภ์ ไมํมีกายภาพบาบัดไมํได๎ ) และการแพทยท์ างเลอื ก(PC สมนุ ไพร ไมํมีหอ๎ งพเิ ศษ)
PC ต๎องเป็นสํวนหน่ึง มนุษย์เป็นสัตว์สังคม PC เกิดข้ึนได๎ตลอดเวลา จากครรภ์มารดา ถึงหลังการตาย
ประโยชน์PCลดการนอนในโรงพยาบาล โดยไมํจาเป็น ทาโดยบุคลากรทางการแพทย์และชุมชน ผู๎ปุวยสํวนใหญํที่
ต๎องการPC ร๎อยละ39 หลอดเลือดสมองตีบ ร๎อยละ34 มะเร็ง ร๎อยละ40 เป็นโรคNCD องค์การอนามัยโลก
เสนอใหท๎ างานรํวมกัน ประเทศไทย ปี 2557 ขอ๎ 2.5เรํงรดั การดาเนินการระบบการสร๎างเสริมสุขภาพโดยครอบครัว
และชุมชน ปี 2558ตํอมาเริ่มเคลื่อนให๎หมอครอบครัว กระทรวงสาธารณสุข พูดไว๎ปี 2559 มีการดูแลแบบ
ประคับประคองแบบไร๎รอยตํอ พัฒนาHome Care ลําสุดPCในกระทรวงสาธารณสุข อยํูในสาขาการดูแลระยะ
เปลี่ยนผํานผู๎ปุวยกึ่งเฉียบพลันและการดูแลแบบประคับประคองPC เป็นการดูแลท่ีความเฉพาะ อยํูในแผนพัฒนา
สุขภาพแหํงชาติ ฉบับท่ี 12 มีโครงการการดูแลผ๎ูปุวยแบบประคับประคองอยูํในบทบาทของทีมสหวิชาชีพ และ
หนํวยงานทเี่ กี่ยวข๎องในคลินกิ หมอครอบครัว คมูํ อื สะทอ๎ นนโยบาย
Hospice Care(การบริบาลเพื่อคุณภาพชีวิตระยะท๎าย)คือการให๎การดูแลรักษาแบบประคับประคอง
(Palliative care) แกํผป๎ู ุวยในระยะท๎ายของชีวิต โดยทีมสหสาขาวิชาชีพในสถานท่ีและสิ่งแวดล๎อมที่มีการจัดไว๎อยําง
เหมาะสมด๎วยจุดมํุงหมายเพ่ือบรรเทาความทุกข์ทรมานและสร๎างเสริมคุณภาพชีวิตทางสุขภาพของผู๎ปุวยและ
ครอบครัวครอบคลุมชํวงระยะท๎ายของชีวิต (Terminal phase) รวมถึงในชํวงเวลาระยะแรกเสียชีวิตของผ๎ูปุวย
(Bereavement phase)
Hospice Care=Palliative Care@the End of Life
รปู แบบบรกิ ารการดูแลแบบประคับประคองในประเทศไทย
1.บรกิ ารแบบผป๎ู ุวยใน- แยกเตียง แยกหอ๎ ง แยกหอผป๎ู วุ ย
2. บรกิ ารแบบผู๎ปวุ ยนอก- คลนิ ิกรวม คลินกิ รวมนัดแยกคลินกิ เฉพาะ คลินิกรวํ ม Day Care
ความเปน็ มาของPalliative Careนโยบายสาธารณะ (Public Policy)
ทิศทางหรือแนวทางที่สังคมโดยรวมเห็นวําหรือเช่ือวําควรดาเนินการการไปในทิศทางนั้น ซ่ึงแสดงออกใน
หลายรปู แบบ (สงั คมเห็นวาํ All you can eat สังคมแบบบุฟเฟุ ทาใหส๎ ถานะสุขภาพเป็นไปแบบน้ัน คือจํายต๎อง
กินให๎คมุ๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 11
นโยบายดา๎ น Palliative care ทีเ่ หน็ แบบจริงจงั
1. แผนป้องกันและควบคุมมะเร็งแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2540 –
2544) ในหวั ข้อ Tertiary Prevention Palliative Care
1.1. แผนงานจดั หายาแกป๎ วด
1.2. แผนงานพัฒนาบุคลากร
1.3. แผนงานจัดต้ังคลนิ กิ พิเศษ
1.4. แผนงานการดแู ลผ๎ูปุวยทีบ่ ๎าน hospice และระบบการสงํ ตํอ
2. องค์กรอนามัยโลก ออกเอกสารที่มีการเผยแพร่ WHO cancer control series 2007 Module 5
Palliative Care
3. สิทธิของผู้ป่วย สิทธิการตายตามธรรมชาติ Right to die (Naturally) ที่ประเทศไทยเน๎นการตายแบบ
ธรรมชาติ รับรองสทิ ธทิ ีจ่ ากไปตามธรรมชาตขิ องชวี ิตอยาํ งสงบ ปราศจากความทุกขท์ รมาน และสมศักดิ์ศรีแหํง
ความเป็นมนษุ ย์ Rest in Peace, R.I.P (สสํู คุ ต)ิ Living will Through National Health Act 2007 : Allows
patients ‘ wishes to be honored
3.1. มาตรา 12 พรบ.สขุ ภาพแหงํ ชาติ พ.ศ. 2550
3.2. กฎ กระทรวง วําดว๎ ยกรกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี าร พ.ศ. 2553
3.3. ศาลปกครองตดั สนิ วําชอบดว๎ ยกฎหมาย พ.ศ. 2558
3.4. ในการยอ้ื ชีวิตของผูป๎ วุ ย ไมํใหจ๎ ากไปตามธรรมชาติ มผี ลกระทบตํอคําใช๎จาํ ย
4. แผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ(National Cancer Control Programsพ.ศ. 2556 –
2560) Palliative Care Strategies
4.1. Pain relief medicine ยาระงับปวด
4.2. Guideline
4.3. Palliative Care Clinic คลินิก
4.4. Equipment and Supply Center เคร่อื งมอื ทางการแพทย์
4.5. Hospice
4.6. Referral System ระบบการสํงตํอ
4.7. Human Resources Development
4.8. Social Awareness การรับรู๎ของสังคม
5. แผนยทุ ธศาสตร์ระดับชาตวิ า่ ดว้ ยการสร้างเสริมสขุ ภาพในระยะท้ายของชีวิต พ.ศ. 2557 – 2559
5.1. ยุทธศาสตรว์ า่ ด้วยการดูแลแบบประคบั ประคอง
5.1.1.พัฒนาความร๎ู ทศั นคติ และการมสี ํวนรวํ ม
5.1.2.พฒั นาระบบบริการทีม่ คี ณุ ภาพ มาตรฐาน และครอบคลมุ
5.1.3.พัฒนาระบบสนบั สนุนบริการ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 12
5.2. แนวคดิ
5.2.1.ตายดตี ายแบบไมํทกุ ข์ทรมาน ตายที่เราเรียกวาํ บ๎าน
5.2.2.การดูแลในระยะทา๎ ย
5.2.2.1. การดแู ลทางการแพทย์
5.2.2.2. การดูแลดา๎ นอน่ื ๆ
5.2.2.3. แนวคิดและวถิ ีสงั คมตอํ การตาย
คณุ ภาพการตาย(Quality of death index)หนังสือ The 2015 Quality of Death Index
1. Palliative and healthcare environment (4)
2. Human Resources (5)
3. Affordability of care (3)ความสามารถในการจาํ ย
4. Quality of care (6)
5. Community Engagement (2) การมีสํวนรํวมของชุมชน
ตัวชวี ัดทม่ี องระบบของประเทศ หากเป็นไปแบบนี้เปน็ การตายแบบมีคุณภาพ
การจดั อันดบั ประเทศไทย อยลู่ าดับที่ 44 จาก 80 ประเทศ เน่ืองจาก
1. Palliative and healthcare environment มียุทธศาสตร์ที่มีรัฐบายเป็นตัวนา พัฒนาและสํงเสริม
Palliative Careในระดับชาติ แตํเป็นแบบกว๎าง ไมํมีเปูาหมายท่ีจาเพาะเจาะจงกระบวนการในการปฏิบัติ
ไมชํ ดั มอี ยํางไร ตอบไมํได๎ มีกลไกที่จากัด
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 13
2. Human Resources มีการพัฒนาบุคลากร มีผู๎เชียวชาญแตํยังขาดแคลนการอบรมผ๎ูเชียวชาญด๎าน
Palliative Care มแี ตยํ งั ไดม๎ กี ารรบั รอง กาลงั อยรูํ ะหวํางการจัดทาหลกั สูตร แพทย์ Palliative Care ที่เป็น
แพทย์เวชศาสตร์ชมุ ชน
3. Affordability of care มีข๎อจากัดของการสนับสนุนทางการเงินโดยรัฐบาลที่จะทาให๎แตํละคนเข๎าถึง
Palliative Care ได๎
4. Quality of care คุณภาพยงั หาไมํได๎ การเขา๎ ถึงยงั มีขอ๎ จากดั
5. Community Engagement สาธารณชน มีข๎อจากัดในการเข๎าถึง ไมํมีข๎อมูลจากรัฐบาลหรือศูนย์บริการ
ชมุ ชน
งานวิจัย Global Atlas of Palliative Care at the End of life
Level of Palliative Care Development
ประเทศไทย อยใํู นระดับ 3A isolate Provision เปน็ แบบตํางคนตาํ งทา
ระดบั ทด่ี เี ลิศ 4b advanced integration มกี ารบูรณาการแบบก๎าวหน๎า การดแู ลแบบประคับประคองเข๎า
ไปในกระบวนการบริการสุขภาพกระแสหลัก คือ จะต๎องมีให๎บริการและประชาชนสามารถเข๎าถึงได๎ (ทางเลือกคื อ
จะใชบ๎ รกิ ารหรือไมกํ ็ได๎)
การประชมุ องคก์ ารอนามยั โลก ครั้งที่ 64
“Strengthening of Palliative care as a component of comprehensive care
throughoutthe life course”
Comprehensive careการดแู ลแบบผสมผสาน
1. Prevention Care
2. Promotion Care
3. Curative care
4. Rehabilitation Care
5. Palliative Care
Throughout the life courseชวํ งชวี ิตของมนุษย์
“จากครรภม์ ารดาถงึ เชิงตะกอน” ป๋วย อง้ึ ภากรณ์
ต๎องทาความเข๎าใจวํา มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ท่ีมีการกาหนดวํา ชีวิตไมํได๎เป็นทางชีววิทยาอยํางเดียว ยังมี
ดา๎ นสังคม กฎหมาย วฒั นธรรม การครอบคลุมจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 14
Improving Access to Palliative Care (WHO)
1. การดูแลคุณภาพชีวิต ไมไํ ด๎ดแู ลใหห๎ าย แตเํ ป็นการดูแลคณุ ภาพชวี ติ
2. สามารถให๎บริการท่ีบ๎าน สถานอี นามยั Hospice
3. การดูแลผ๎ปู วุ ยด๎วยโรคทคี่ ุกคามตํอชีวติ และครอบครัว
4. ชวํ ยลดการนอนโรงพยาบาลที่ไมจํ าเป็น
5. ชํวยบรรเทาความทุกข์ทรมานทางราํ งกาย จิตใจ สังคม และจติ วิญญาณ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 15
Thai National Policy on palliative Care
“2.5 เรํงรัดการดาเนินการระบบการสร๎างเสริมสุขภาวะสาหรับผ๎ูสูงอายุและผ๎ูอยํูในภาวะพ่ึงพิง
รวมทง้ั ผปู๎ วุ ยในระยะท๎ายของชีวิต ให๎เกิดผลเปน็ รปู ธรรมภายใน 1 ปี และมผี ล อยํางตํอเนอ่ื งอยํางย่ังยืน โดยเน๎น
การ ดูแลโดยชมุ ชนและครอบครัว ดว๎ ยการสนบั สนุนและความรํวมมืออยํางใกล๎ชิดระหวํางสถานบริการสุขภาพและ
องค์กรปกครองสํวนท๎องถนิ่ ”(รชั ตะ รัชตะนาวนิ , 2557)
“สร๎างเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยตลอดชํวงชีวิตทุกกลํุมวัย ต้ังในครรภ์จนถึง
วาระสุดทา๎ ยของชีวิต โดยจะผลักดันให๎ระบบสุขภาพระดับตาบลมีประสิทธิภาพ พัฒนาทีมหมอครอบครัวให๎เกิดผล
ชัดเจนในทุกหมบูํ า๎ น ตาบล อาเภอ”(ปยิ ะสกล สกลสตั ยาธรรม, 2558)
“ประชาชนและผ๎ูเข๎าอาศัยบนผืนแผํนดินไทยได๎รับการดูแลสุขภาวะ ระยะท๎ายแบบประคับประคอง
ตามหลักวิชาการแบบไร๎รอยตํอเพ่ือเสริมสร๎างคุณภาพชีวิตระยะท๎ายของปัจเจกบุคคล โดยเคารพความประสงค์ใน
การเลือกแผนการรกั ษาและแผนการเสียชวี ิตตามพระราชบัญญัติสขุ ภาพแหํงชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 (กระทรวง
สาธารณสุข 2559)
Goals of Palliative Care(กระทรวงสาธารณสขุ 2559)
6. ขยายขอบเขตการดูแลแบบประคับประคองในทุกกลํุมโรคและทกุ กลมุํ วยั
7. มี Palliative Care Team/Unit ทมี บี ุคลากรใหก๎ ารดแู ลผ๎ูปวุ ยในสถานบริการทุกระดับ
8. รพศ./รพท. มี Pain clinic สามารถให๎ strong opioids และสามารถบรหิ ารยาถึงระดบั ชุมชนได๎
9. พฒั นา Home Care, Hospice Care, และระบบสํงตํอการดแู ลเท้ือผปู๎ ุวยออกจากโรงพยาบาล
Service Plan of Thailand แผนพฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพสานกั บรหิ ารการสาธารณสุข
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
Palliative Care
10. การดูแลแบบประคับประคองเป็นเปูาหมายในแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพ 2556 (service Plan 2013)
สาขามะเรง็ และสาขาปฐมภมู ิ ทตุ ยิ ภมู ิ และองคร์ วม
11. Service Plan สาขา 14 ในปี 2559 กรมการแพทย์เป็นเจ๎าภาพหลัก คณะทางานขับเคล่ือนและบูรณาการ
ตามภารกิจสาคญั ของกระทรวงสาธารณสุข ประจาปี 2559 กลุํมภารกิจด๎านการแพทย์ (CIPO #33) Service
Excellence
12. 19 Service Plan (2560)
12.1. สาขาความเชยี วชาญระดับสูง
1) สาขาโรคหัวใจ
2) สาขาโรคมะเร็ง
3) สาขาอบุ ัติเหตแุ ละฉกุ เฉนิ
4) สาขาทารกแรกเกดิ
5) สาขาการรบั บรจิ าคและการปลูกถาํ ยอวัยวะ
12.2. สาขาบรกิ ารหลกั
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 16
12.2.1. สาขาสขุ ภาพจติ และจติ เวช
12.2.2. สาขาออร์โธปิดกิ ส์
12.2.3. สาขาสุขภาพในชํองปาก
12.2.4. สาขาไต
12.2.5. สาขาตา
12.2.6. สาขาศลั ยกรรม
12.2.7. สาขาอายรุ กรรม
12.2.8. สาขาแมแํ ละเด็ก
12.3. สาขาบริการพืน้ ฐาน
12.3.1. สาขาระบบบรกิ ารปฐมภมู ิและสขุ ภาพอาเภอ
12.3.2. สาขาโรคไมตํ ิดตํอ
12.3.3. สาขาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน
12.3.4. สาขาการใชย๎ าอยาํ งสมเหตสุ มผล
12.3.5. สาขาการดูแลระยะเปลี่ยนผ่านผู้ป่วยกง่ึ เฉยี บพลนั และการดูแลแบบประคบั ประคอง
12.3.6. สาขายาเสพตดิ
Service Plan : Intermediate and Palliative Care
13. Cancer and non – Cancer
14. Long Term Care (LTC)
15. Intermediate Care for Elderly
16. Elderly with frailty, Dementia, Palliative Care, Eel
17. Thai Traditional Medicine for Palliative Care
จุดเปลยี่ นดา้ นนโยบายและระบบสาธารณสขุ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 258 มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิทีมี
แพทยเ์ วชศาสตร์ครอบครัวดแู ลประชาชนในสัดสํวนท่ีเหมาะสม
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 17
ธรรมนูญวา่ ดว้ ยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559
18. มสี ถานะตาม พ.ร.บ.สุขภาพแหงํ ชาติ พ.ศ.2559 (มาตรา 46)
19. เปน็ กรอบและแนวทางการพฒั นานโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดาเนนิ งานด๎านสุขภาพ
20. กลํมุ คนทีม่ คี วามจาเพาะด๎านสุขภาพสามารถเข๎าถึงสิทธิด๎านสุขภาพตามธรรมนญู แหํงราชอาณาจักรไทย
21. ระบบบริการสาธารณสุขสามารถตอบวนองตํอความจาเป็นด๎านสุขภาพท่ีเป็นเฉพาะ โดยใชํศักยภาพและความ
รวํ มมือของตวั ผ๎ปู ุวย ครอบครัว และชุมชนอยาํ งเหมาะสมและเชื่อมโยงกบั สถานบริการสาธารณสขุ เชํน ระบบ
การแพทย์ฉุกเฉิน ระบบการดูแลระยะยาวในคนสูงอายุ คนพิการและผู๎ปุวยเร้ือรัง การดูแลแบบ
ประคับประคอง การดแู ลผู๎ปวุ ยในระยะสดุ ท๎ายของชีวิต
แผนพฒั นาสุขภาพแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 พ.ศ. 2560 – 2564
....การดูแลประคับประคองและการดูแลผ๎ูปุวยในระยะ สุดท๎ายของชีวิต เป็นมาตรการการพัฒนา
ระบบบริการ ด๎านสุขภาพที่มีความจาเพาะและเหมาะสมกับปัญหา สุขภาพในทุกระดับ ภายใต๎ยุทธศาสตร์การสร๎าง
ความ เป็นธรรม ลดความเหล่ือมล้าในระบบบริการสุขภาพ (Service Excellence)...มีโครงการดูแลผ๎ูสูงอายุ ผู๎พิการ
และผด๎ู ๎อยโอกาส แบบประคบั ประคอง ในแผนงานพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิ (Primary Care Cluster, PCC) ซ่ึง
สอดคล๎องกับธรรมนญู วาํ ดว๎ ยระบบ สุขภาพแหงํ ชาติ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2559...
บทท่ี 6 บทบาทของทมี สหวิชาชีพและหน่วย งานทเ่ี กย่ี วขอ้ งในคลินิกหมอครอบครัว
การดูแลผ๎ูสูงอายุและการดูแล กลุํมคนที่อยํูในภาวะเปราะบาง ต๎องพ่ึงพาผู๎อ่ืน ได๎แกํ ผ๎ูพิการ ผ๎ูปุวย
ติดบ๎าน ติดเตียง ผ๎ูปุวยระยะ สุดท๎าย เด็กพิเศษ เป็นต๎น ซ่ึง ต๎องการการดูแลระยะยาว (Long Term Care)
หรือการดูแลแบบประ คับประคอง (Palliative care) โดย เน๎นการจัดระบบดูแล รํวมกับผ๎ู ปุวยและญาติ
เพื่อใหส๎ ามารถดูแล ทีบ่ า๎ นอยาํ งดที ่สี ดุ
Palliative Careเปน็ เรื่องของชีวติ มิใชํ ความตาย
“อยํดู ี ก็ ตายดี”
Prepare to come and Rest in Peace (R.I.P) สสูํ ุคติ หนา้ 18
“เตรียมได๎กต็ ายดี”
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
คนไทยตายอยา่ งไร? (2558)
- คนไทยตาย ~ 450,000 ราย
- คนไทยอายุ >60 ปี ตาย ~ 300,000 ราย
- ตายดว๎ ยโรคเรื้อรงั ~ 130,000 ราย
- ตายดว๎ ยเหตภุ ายนอก ~ 24,000 ราย
- ตายในโรงพยาบาล ~ 200,000 ราย (45 %)
- ตายด๎วยโรคมะเร็ง ~ 70,000 ราย
Hospice Care(การบริบาลเพอื่ คณุ ภาพชวี ิตระยะทา้ ย)
คือการให๎การดูแลรักษาแบบประคับ ประคอง (Palliative care) แกํผ๎ูปุวยในระยะท๎าย ของชีวิต
โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ในสถานที่และส่ิง แวดล๎อมที่มีการจัดไว๎อยํางเหมาะสม ด๎วยจุดมุํง หมายเพ่ือบรรเท าความ
ทุกข์ทรมานและสร๎างเสริม คุณภาพชีวิตทางสุขภาพของผ๎ูปุวยและครอบครัว ครอบคลุมชํวงระยะท๎ายของชีวิต
(Terminal phase) รวมถงึ ในชํวงเวลาระยะแรกภายหลังการ เสียชีวิตของผู๎ปุวย (Bereavement phase) Cr. จิรุตม์
ศรีรตั นบลั ย์ (๒๕๖๑) ยงั ไมเํ ผยแพรํ
Hospice Care = Palliative Care @ the End of Life
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 19
รูปแบบบริการการดูแลแบบประคับประคอง ในประเทศไทย
1. บรกิ ารแบบผปู๎ ุวยใน - แยกเตียง แยกหอ๎ ง แยกหอผ๎ูปุวย
2. บรกิ ารแบบผูป๎ ุวยนอก - คลนิ ิกรวม คลินิกรวมนดั แยก คลินิกเฉพาะ คลนิ ิกรวํ ม Day Care
3. บรกิ ารทบ่ี า๎ น - ดูแลทบ่ี า๎ น, Health @Home, Home ward
4. บริการท่ีชุมชน - วดั องคก์ รชุมชน องคก์ รสาธารณประโยชน์ สถานที่พักชมุ ชน (community residence)
5. Hospice - รัฐ เอกชน nursing home สถานพยาบาลอสิ ระ
6. Long Term Care
7. Respite Care - การดแู ลผด๎ู ูแล (caring the carver) อาจจะ หมายถึงสถานที่ดูแลพักพิงช่วั คราว หรือ
วิธกี ารจดั ระบบการ ดูแลเพอ่ื ให๎ผดู๎ ูแลไดพ๎ ัก
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 20
ผ้ปู ่ วย
ทีมรักษา ครอบครัว
บา้ นในความหมายใหม่
“House is made of brick and stone”
“Home is made of LOVE alone”
บา้ นในความหมายใหม่ Cr. ภาวกิ า ศรรี ัตนบลั ย์ (๒๕๕๙)
1. บ๎านในมิติเชิงพ้ืนที่ - สถานที่อยํูอาศัย มีเรื่องราว ความ ทรงจา ความผูกพันในสถานที่เฉพาะ “บ๎านเรา
แสนสุขใจ....”
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 21
2. บา๎ นในมติ ทิ างจติ วญิ ญาณ - อยํูทุกหนแหงํ ตามที่ผูป๎ ุวย นกึ คิด “ทใ่ี ดกไ็ ด๎ขอให๎........”
3. บ๎านในมิตคิ วามสมั พนั ธ์ - ในสังคมเคลื่อนย๎าย “ทีไ่ หนมีเธอที่น่ันคือบ๎าน” บ๎านในความหมายใหมํ
การตายท่ีโรงพยาบาลเป็นความชอบธรรม แตํ อาจสํงผลตํอผู๎ปุวยอื่นท่ีต๎องการเตียง การตายที่บ๎าน
มักเป็นความประสงคข์ องผปู๎ ุวย แตํ อาจจะนามาซ่งึ ความยํงุ ยากตํางๆ นานา
ชมุ ชนในความหมายใหม่
- ชุมชนในมิติภมู ศิ าสตร์
- ชุมชนในมิติการปกครอง
- ชมุ ชนในมติ ิสงั คมวฒั นธรรม
- ชุมชนในมติ ิกฎหมาย
- ชมุ ชนเสมอื น
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 22
Key Strategic Resources
1. กระทรวงสาธารณสุข
- กรมการแพทย,์ อย., สป.สธ. กรมการแพทย์แผน ไทยฯ 2.
2. สานกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหงํ ชาติ (สช.)
3. สานกั งานหลักประกันสขุ ภาพแหํงชาติ (สปสช.)
4. สถาบนั รบั รองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.)
5. สานักงานกองทนุ สนับสนนุ การสรา๎ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.)
6. สมาคมบรบิ าลผป๎ู วุ ยระยะท๎าย (THAPS)
7. สถาบนั การศกึ ษา
- คณะพยาบาลศาสตร์
- คณะแพทยศาสตร์ (ศูนย์ชีวาภิบาล/ศูนย์บริรักษ์/ศูนย์ชีวันตาภิบาล/ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์/ศูนย์ชีวา
บริบาล/สับปายสถาน/ศูนย์รามาธิบดี อภิบาล/ศูนย์ดูแลผ๎ูปุวยประคับประคองและ ระยะท๎าย
มหาวิทยาลยั เชยี งใหมํ ศูนยก์ ารณุ รักษ์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกํน ฯลฯ)
8. สถาบันวิจยั
- สวรส., TDRI, ศนู ยว์ จิ ยั เพ่อื การพฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพ (TRC-HS)
9. องค์กรวชิ าชีพ
- สภาการพยาบาล, สภาสงั คมสงเคราะหแ์ หงํ ประเทศไทย
10.เครือขํายภาคประชาสงั คม
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 23
- ชมรมพยาบาลแบบประคับประคอง, ชมรมเพื่อนมะเร็งไทย (Thai Cancer Society, TCS), สมาคมนัก
สงั คมสงเคราะห์ ทางการแพทย์ไทย, เครือขํายผ๎ูปุวยและจิตอาสา เครือขําย มิตรภาพบาบัด จิตอาสา
ลานธรรม ฯลฯ
11.เครือขาํ ยผูใ๎ ห๎บริการ + District Health System (DHS)
Operational Definition and Glossary of Terms on Palliative Car
1. การกาหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ทัง้ ในระดับชาติและระดบั พน้ื ท่ี
2. การวางแผนพฒั นาสุขภาพระดับชาตแิ ละพนื้ ที่
3. การวางแผนและจดั ทาคาของบประมาณ
4. การพฒั นาโครงสร๎างองค์กรเพอ่ื การบรกิ าร
5. การวางแผนและจดั การกาลังคน - กาหนดตาแหนงํ คําตอบแทน ความก๎าวหน๎า การจัดการศึกษาและพัฒนา
กาลงั คนระดับตาํ งๆ
6. การจดั ชุดสทิ ธิประโยชน์
7. การเบิกจาํ ยงบประมาณ
8. การกระจายอานาจและการมีสวํ นรวํ มในการจัดบรกิ ารของครอบครวั ชุมชน และ ทอ๎ งถนิ่
9. การจดั การสถานท่กี ารดูแล (จากโรงพยาบาลถึงบา๎ น รวมถึง hospice)
10. การกาหนดตวั ชีว้ ัดและการประเมนิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล ตลอดจนความ ค๎ุมคาํ
11. การวางระบบข๎อมูลขําวสารเพอื่ รองรบั การบริการท่แี ตกตํางออกไป
12. การตง้ั โจทยก์ ารวจิ ัยและพัฒนาตํอยอดตํอไป รวมถึงการสรา๎ งผลลพั ธ์ทาง เศรษฐกิจ
13. การจัดการเร่ืองอุปกรณ์ เครื่องมือ และเวชภัณฑ์สาหรับการดูแลท่ีบ๎านหรือชุมชน 14.การใช๎ดุลยพินิจของ
ฝาุ ยตรวจสอบ
May peace be with youwww.thailivingwill.in.th
ประโยชน์ทไ่ี ด้รับรับร๎นู โยบายระดับชาติ พระราชบญั ญตั ิ ท่รี ัฐสนับสนนุ การดูแลผู๎ปุวย
ประคับประคอง จะไดม๎ ีชํองทางให๎นักสังคมสงเคราะห์ ปรับยุทธวิธี ไปสูนํ กั สังคมสงเคราะห์เชิงรุก
และมีการสอ่ื สารให๎แพทย์เข๎าใจ ตรงกันในการดูแลผ๎ปู ุวย
เทคนิคทกั ษะท่ีใชใ้ นกิจกรรมน้ี ใช๎เทคนคิ การสือ่ สาร ผาํ นทาํ ทีทเ่ี ป็นมติ ร การบรรยายด๎วย
ประสบการณ์ทางาน ด๎านการดแู ลผูป๎ วุ ยและ นโยบายPalliative ระดับประเทศ ผลที่ไดร๎ บั จาก
กจิ กรรม ผฟู๎ ังสนใจจดบนั ทึกและต้ังคาถามในตอนท๎าย
ผลที่ไดจ้ ากกิจกรรม ผลสะท๎อนของผเู๎ ขา๎ อบรม ผเ๎ู รียน สนใจเรียน ตง้ั ใจเรยี นร๎ู
คาถาม เม่ือไรแพทย์จะสงํ เคส PCใหน๎ กั สงั คมสงเคราะห์ดาเนนิ การ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 24
คาตอบ เสนอให๎ผปู๎ ุวยเปน็ ผู๎เลอื ก ดแู ลแบบประคับประคอง PCเป็นบริการเชิงรกุ ใช๎ศิลปะในการ
สือ่ สาร แพทยก์ ลัวแพ๎ จานวนมาก
คาถาม หากผู๎ปุวยระบุวําจะใชเ๎ คร่อื งชวํ ยหายใจ แตํแพทย์ยงั ใสํเครือ่ งฯตอํ
คาตอบ เปน็ ความเขา๎ ใจทีค่ ลาดเคล่อื น การตัดสนิ ใจสามารถเปลยี่ นแปลงได๎ตามสถานการณ์แพทย์
ประเมนิ แลว๎ วาํ ชํวยทาใหช๎ ีวติ ดีขึน้ การให๎ข๎อมลู ลว๎ นเปน็ ศิลปะการสื่อสาร
บทสรปุ ในกจิ กรรม ทาให๎เป็นคุณคําและประโยชนใ์ นการรบั ร๎ู เข๎าใจนโยบายระดบั ประเทศ ในการ
ดแู ลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง และการดแู ลระยะทา๎ ย
ข้อสังเกตในกิจกรรมข้อดี สิ่งท่ีสามารถพัฒนาต่อไปได้ กิจกรรมบรรยายให๎ความรู๎ นาความร๎ูท่ี
ต๎องมีเนื้อหาตามประเด็นหัวข๎อมาเรียบเรียงความเป็นมามีข๎อเสนอแนะช้ีชํองที่นักสังคมสงเคราะห์
สามารถนาไปปรับใช๎ กบั ทีมหรือปฏิบัติการเชิงรุกในการค๎นหาเคสมาดูแลโดยไมํต๎องรอให๎สํงปรึกษา
อยํางเดยี วเปน็ หัวข๎อแรกของการที่นักสงั คมสงเคราะห์ทุกคนสมคั รมาเรียนรดู๎ ๎วยความตงั้ ใจ สนใจ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 25
วนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2561เวลา 13.00 – 14.30 น.
Section 3 Introduction to Palliative Care : General Principle
นพ.กรเอก มนัสวานชิ ศูนยช์ วี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
จดุ ประสงค์ เพื่อให๎เข๎าใจการทางานรวมถงึ วิชาชีพอน่ื ในหนวํ ยงาน เขา๎ ใจบริบทการดูแลผ๎ูปวุ ยแบบ
ประคับประคองและบรบิ ทการชวํ ยเหลอื ความหมาย Concept
ข้นั ตอน/วิธดี าเนินกิจกรรม
เทคนิคสรา๎ งสัมพันธภาพอยาํ งเป็นมติ ร
เร่มิ จากมีการทกั ทาย และให๎ตง้ั คาถามขอ๎ สงสัย
ใชเ๎ ทคนิคการต้ังคาถามจากนั้นจึงให๎ข๎อมูลเนอ้ื หา ใชเ๎ ทคนคิ การตง้ั คาถาม แล๎วหาคาตอบ...
อุปกรณ์
จดั เกา๎ อแ้ี บบชนั้ เรยี นบรรยาย ใช้สอื่ Power point
เน้อื หาสาระในกิจกรรม Palliative Careคอื อะไร
ความหมายโดยทัว่ ไป
1. End of life care การดูแลระยะท๎ายเม่อื จะเสียชวี ิต
2. ไมํสไู๎ มทํ าอะไร
3. การพูดคยุ กบั คนไขเ๎ รือ่ งศาสนา
4. การใหค๎ นไขก๎ ลบั ไปตายที่บา๎ น
5. เริม่ เมือ่ หมดทางรกั ษา
6. การรักษาดว๎ ย Morphine
7. หมดหวัง
8. เรื่องอัปมงคล
ความหมายของ Palliative care: WHO
การดูแลคนไข๎รูปแบบหน่ึงเพ่ือเพ่ิมคุณภาพชีวิต ลดความทุกข์ทรมาน ทั้งด๎านรํางกาย จิติใจ สังคม จิต
วิญญาณ ดูแลรวมด๎านทั้งผ๎ปู ุวยและครอบครัว ยงั สเ๎ู พ่อื คณุ ภาพชีวิตทด่ี ีขนึ้
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 26
ทาไมตอ้ งมี Palliative Care
Patient journeyตํอเนื่องแยํลง ตามโรคตามวัย การแพทย์กํอนหน๎าน้ีเน๎นชํวงกลางของการดูแล เชํน
เรือ่ ง หอ๎ งฉุกเฉนิ การ LAB ให๎เร็ว ปัจจุบัน คนไข๎ท่อี ยํใู น ICU รกั ษามากมาย แตโํ รคยังอยูํ
เราจะรกั ษาไปเพ่ืออะไร
เปูาหมายและรปู แบบในการดแู ลรกั ษา ควรปรบั เปลยี่ นตามพัฒนาการของโรค (disease progression)
Acute - to cure the disease safe live
Chronic - to promote self-care
Palliative care - เพ่มิ คุณภาพชีวติ ลดความทุกข์ทรมานดูแลทกุ วนั ให๎เคา๎ มคี วามสขุ จากไปเมอ่ื พร๎อม
Palliative Care เพือ่ เป็นการประหยัด
ไมํเห็นด๎วย ไมํได๎ประหยัด อาจจะแพงกวําด๎วยซ้า จะต๎องเอา PC มาตอบสนองความต๎องการ
บางอยํางของผ๎ูปุวย ที่เป็นโรคเร้ือรังรักษาไมํหาย ต๎องการความดูแลเฉพาะพิเศษ ไมํได๎มํุงเน๎นตํอตัวโรควําจะหาย
หรือไมหํ าย
Palliative careนามาใชเ้ มื่อไร
Non resuscitation อาการหนัก หมดทางรักษา ไมอํ ยากใสํทํอ ปัม้ อยากจากไปอยาํ งสงบ
ทางรวํ มในการรักษา การรักษาโรคทาไป PC ดูแลประคับประคองเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต การเตรียมผู๎ปุวยให๎พร๎อม
เมอื่ รักษาไมํหาย ทางานไปพร๎อมกนั ดูแลไปพรอ๎ มกัน
ทางเลือก อยากรักษาที่บ๎าน
Palliative careสามารถเรม่ิ ใหไ้ ด้ไมว่ า่ ระยะใดของตวั โรค
Palliative careสามารถให้การดูแลได้ ณ
ในโรงพยาบาล
ใน Nursing home
Hospice
บา๎ น
มองความตาย เป็นขนั้ ตอนการปกตขิ องชีวิต
ไมํเรงํ หรอื ยึดความตาย
ผสานการดูแลด๎านรํางกาย และจิตวญิ ญาณ
ให๎บรรเทาอาการจากอาการท่ีทาให๎สขุ สบาย
ชํวยให๎ผ๎ปู ุวยสามารถใชช๎ ีวิตอยํางสงบ
เต็มความสามารถ
การทางานเปน็ ทมี
Individual integrated model of Palliative Care
ปรับอาการหนกั เบาตามอาการคนไข๎ เม่อื หมดวิธรี กั ษากร็ บั มอื และดูแลคนไข๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 27
Role of Palliative careหนา้ ที่
การจดั การอาการผ๎ูปวุ ย
การทาใหม๎ คี วามสุขสบาย
การ Psychological support
การดแู ลครอบครัวและผู๎ดูแลผ๎ปู วุ ย
ใหม๎ ีการจากไปอยํางสงบ จากไปเมอื่ พร๎อม
ดแู ลผู๎ท่อี ยํูภายหลัง
Palliative careเปน็ การดูแลรํวมกนั แบบบรู ณาการ ไมํได๎เน๎นแตเํ ร่อื งการรักษา เชํนการปวดไมํใช๎แคํรํางกาย แตํ
มกี ารปวดทางจติ ใจ ปวดทางสังคม (ผมรํวง / หน๎าที่การงาน/ สูญเสียบทบาทหน๎าท่ี) พ้ืนฐานในการดูแลทางสังคม
สงเคราะห์ในการดูแลผ๎ูปุวย Palliative care เหมือนผ๎ูปุวยท่ัวไป ทักษะการประเมิน สามารถใช๎ได๎เหมือนกัน
เพียงเปน็ การตํอยอดความรู๎เพิ่มเติม เน่อื งจากโรค ด๎าน Palliative care ไมํหาย
การดแู ลทัง้ 4 ด้าน
1. Physical อยํูระยะไหน ตอ๎ งประเมนิ อาการทีต่ ๎องไดร๎ บั การดูแล แจ๎งในทีม
2. Psycho จติ ใจ อารมณ์ ความร๎ูสึก การรบั รู๎
3. Spiritual ความหมายของชีวิต ท่ีทาให๎อิ่มเอิบ มีความสุข เชํน ศาสนา ลูกหลาน กิจกรรม การกิน
การประกอบอาชีพ
4. Social & Family
ใครไดข๎ ๎อมลู อะไรตอ๎ งเอามาแจง๎ ในทีม
Interdisciplinary approach
1. พยาบาล
2. แพทย์
3. นักสงั คมสงเคราะห์
4. เภสัช
5. กายภาพ
6. อน่ื ๆ
ภาพรวมของประเทศไทย ระบบการสงํ ตํอ
สภาวิชาชพี การพยาบาล ออกหลกั สูตรออกมารวดเร็ว นักสงั คมสงเคราะห์ เภสชั
การรณรงค์ใหค๎ วามรูป๎ ระชาชน โดย สช.
ความสบั สน
1. LTC โรคท่ีนอนติดเตยี ง
2. Chronic care โรคเรื้อรงั ที่รักษาไมํหาย
3. Palliative care คอื การดแู ลผป๎ู วุ ยเพอ่ื ให๎มีคณุ ภาพชวี ติ ท่ีดีท่สี ดุ ในโรคที่รกั ษาไมํหาย
4. Primary Care การรักษาแบบพ้ืนฐาน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 28
5. Continuity of care การสงํ ตอํ ผูป๎ ุวยกลับไปดแู ลท่ีบ๎าน
6. Hospice Care การดแู ล Palliative care ชํวง 6 – 12 เดือน
Euthanasia Spectrum การณุ ยมาตใหค๎ นไขจ๎ บชีวติ ลงในวนั นีอ้ ยากตายเมือ่ พรอ๎ ม เมอื่ ยงั สวยงาม
1. Active Euthanasia
2. Physician assisted death
3. Passive Euthanasia
4. Palliative careไมํเรํงการตาย
ผู๎ปวุ ยสามารถเปลี่ยนใจการรักษาได๎ตลอด แตํต๎องดวู าํ การตดั สินใจของผ๎ูปวุ ย ต๎องรว๎ู าํ อยูบํ นพืน้ ฐานอะไร
ใครควรเปน็ คนแจ้งผปู้ ว่ ย
1. ดา๎ นขอ๎ มลู ทางการแพทย์ อาจเปน็ แพทย์
2. นักสังคมสงเคราะห์ เปน็ ผป๎ู ระสานงาน
3. เนอื้ หาน้ันๆ เหมาะสมกบั ผ๎ปู วุ ย
Bereavement careการประคบั ประคองครอบครัว
1. สอ่ื สารใหค๎ รอบครัวทราบวําเวลาเหลอื นอ๎ ยแล๎ว
2. อธิบายใหท๎ ราบวาํ เราไมํสามารถทานายเวลาของการเสยี ชีวติ ได๎
3. อธิบายการเปลี่ยนแปลงในระยะใกลเ๎ สียชีวติ
4. อธบิ ายขั้นตอนหรอื การดูแลจัดการอาการ
5. แนะนาใหค๎ รอบครัวหมุนเวียนกันมาดแู ล
6. ให๎สมาชิกในครอบครวั มสี ํวนรวํ มในการดูแล
หลงั การเสยี ชวี ิต
1. อานวยความสะดวก
2. แนะนาเอกสารที่ต๎องเตรียมมา
3. การเตรียมรถ
4. การทาใบมรณะบตั ร
5. การแนะนาและติดตํอเร่ืองพธิ กี รรม
6. โทรศพั ทต์ ิดตามญาติผ๎สู ูญเสีย
PPS score การบอกสภาพของผ๎ูปวุ ยโดยรวม
ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั
เทคนิคการตง้ั คาถามของวทิ ยากร เพ่ือกระตุ๎นใหผ๎ ูเ๎ รยี นสนใจทดสอบความรู๎ของผเู๎ รยี นวํามี
ประสบการณ์แคํไหน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 29
เทคนิคทกั ษะทใ่ี ช้ในกิจกรรมนี้
เทคนิคการตั้งคาถาม ให๎กับผู๎เรียน ถามกํอน เหมือนเป็นการต้ังประเด็น ประเมินความร๎ู
ความเข๎าใจของผ๎ูเรยี น แล๎วจงึ เริ่มบรรยายใหค๎ รอบคลมุ ปญั หา ทถ่ี ามและความรู๎อน่ื ๆ
ผลที่ได้จากกจิ กรรม ผลสะท้อนของผเู้ ขา้ อบรม
ทาให๎ผ๎ูเรียนมีความกระตือรือร๎น คิดปัญหา แสดงออกมีสํวนรํวม สนใจเรียนความรู๎ความ
เข๎าใจการทางานด๎านผ๎ปู วุ ยประคบั ประคองกบั ทมี สหวิชาชพี บทบาทของนักสงั คมสงเคราะห์
บทสรปุ ในกจิ กรรม
ในกิจกรรมวิทยากรเป็นผ๎ูมีความรู๎ความสามารถ มีเทคนคิ การใช๎ความรู๎ ครอบคลุมช้ี
ชํองทางที่เป็นประโยชน์ตอํ นักสงั คมสงเคราะห์ในการนาไปใชก๎ ารทางานกบั ทีมได๎
ขอ้ สงั เกตในกจิ กรรมขอ้ ดี สิ่งทีส่ ามารถพัฒนาต่อได้
เทคนิคการบรรยายตง้ั คาถามกํอนแล๎วปพู ้ืนฐานความร๎ูตลอดจนใหค๎ วามหมายนิยามวํา
palliative ตามมุมมองของแตํละบริบท นาไปพฒั นาใช๎กบั ผปู๎ ุวย จนถึงวาระสุดท๎ายและหลังความ
ตายการตดิ ตามดแู ลและนกั สังคมสงเคราะห์ทาอะไรให๎ผ๎ปู วุ ยไดบ๎ ๎าง
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 30
วนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2561เวลา 15.00 – 16.30 น.
Section 4 Ethical and legal at the end of life in palliative Care
พญ.จันทนา หมอกเจรญิ พงษ์ สถาบันมะเรง็ แห่งชาติ
จดุ ประสงค์
เพอื่ ให๎รบั ทราบ ความร๎คู วามเข๎าใจด๎านจรยิ ธรรมและกฎหมายเกีย่ วขอ๎ งกบั PC
ข้ันตอน/วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม
ใชก๎ ารนาเสนอ เรียนรผ๎ู ํานคลิปVDO คลิปแรกเป็น ช.อายุ104 ปี ท่ีต๎องการตาย
(สวสิ เซอรแ์ ลนด์ อเมริกาบางสํวน แอฟรกิ าใต๎)
จากนั้นวทิ ยากร ชวนคุย ต้ังคาถาม แลว๎ สอบถาม ให๎ความรไ๎ู ปพร๎อมๆกัน
คลปิ ทสี่ อง ช.ยอมตัดหัวตนเอง เพ่ือให๎เขา๎ กบั บริบทของวัฒนธรรมในสังคมของคนไมํมีหวั
Danny Boy
อปุ กรณ์ Power point
สอ่ื โสตทัศนศึกษา วีดีโอภาพยนตรส์ ารคดี ผป๎ู ุวยทีป่ ระสงค์จะการณุ ยฆาตยุติการมชี วี ติ
อยาํ งถูกต๎องตามกฎหมาย
เนอ้ื หาสาระในกจิ กรรม
Ethics….
Ethic are involved and/or influence
The box
ทางการแพทย์
ภมู หิ ลังผปู้ ว่ ย
คุณภาพชวี ิต
เน้ือหาต่างท่ีเกดิ ข้นึ
ขอ้ บ่งชี้ทางการแพทย์
1. ขอ๎ บงั ชที้ างการแพทย์
2. เปาู หมาย
3. สภาวะทีย่ ากลาบาก
4. ประเด็นการรักษาทีไ่ มํเกดิ ประโยชน์
5. เปล่ยี นจากโรคที่รกั ษาหาย เปน็ เปน็ โรคท่ีไมหํ วงั หาย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 31
6. กาลงั จะตายจะดแู ลอยาํ งไร
7. กระบวนการของโรคดาเนินการเป็นอยาํ งไร
8. ความเช่อื
9. ต๎องบอกความจริง เปดิ เผย ในขณะเดียวกันคนไขส๎ ามารถปฏเิ สธการรกั ษาได๎
10. การวางแผนการรักษาลวํ งหน๎า
11. แชรป์ ระสบการณก์ ารใช๎ชวี ิต
12. การใหส๎ ารน้าที่ไมเํ กดิ ประโยชน์
13. การใหส๎ ายทางจมูก ทางหน๎าท๎อง ไมํเกดิ ประโยชน์
14. ต๎องใหเ๎ คร่ืองชวํ ยหายใจไหม
15. ตอ๎ งล๎างไต
การเดนิ ทางของชีวติ ของคนหน่งึ กบั ญาติไปด้วยกัน
Contextual Features
1. Social legal economic and institutional policies
2. ครอบครวั และคนที่เชื่อใจ
Psychosocial Interventions
Barriers to Quality End of life care คุณภาพชีวติ
1. องคค์ วามร๎ู
2. บุคลากรขาดความรู๎
3. ความพร๎อม
4. หน๎าท่แี ละ
The FOUR Principles
1. Principle of AUTUNOMY พ.ร.บ.สุขภาพแหง่ ชาติ มาตรา 8
พ.ร.บ.สขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 เป็นหนา้ ทข่ี องบคุ ลากรทางการแพทยแ์ ละเป็น Advanced Care Plan
มาตรา 8 ในการบรกิ ารสาธารณสุข บุคลากรด๎านสาธารณสุขต๎องแจ๎งข๎อมูลด๎านสุขภาพที่เกี่ยวข๎องกับ
การให๎บริการ ให๎ผ๎ูรับบริการทราบเพียงพอท่ีผ๎ูรับบริการจะใช๎ประกอบการตัดสินใจในการรับหรือไมํรับบริการใด
และในกรณที ผ่ี ร๎ู บั บรกิ ารปฏิเสธไมรํ ับบรกิ ารใด จะใหบ๎ รกิ ารนน้ั มไิ ด๎
ในกรณีท่ีเกิดความเสียหายหรืออันตรายแก๎ผ๎ูรับบริการเพราะเหตุที่ผ๎ูรับบริการปกปิด ข๎อเท็จจริงที่ตนรู๎
และควรแจ๎ง หรือแจ๎งข๎อความอันเป็นเท็จ ผ๎ูให๎บริการไมํต๎อง รับผิดชอบในความเสียหายหรืออันตรายนั้น เว๎นแตํ
เป็นกรณีทผี่ ใ๎ู หบ๎ รกิ ารประมาทเลนิ เลอํ อยาํ งรา๎ ยแรง
ความในวรรคมิให๎ใชบ๎ ังคับกรณีดงั ตํอไปน้ี
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 32
1. ผ๎ูรับบริการอยํูในสภาวะที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตและมีความจาเป็นต๎องให๎การชํวยเหลือเป็นการ
รบี ดํวน
2. ผรู๎ ับบรกิ ารไมอํ ยใูํ นฐานะที่จะรบั ทราบข๎อมลู ได๎ และไมํอาจแจ๎งให๎บุคคลซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตาม
ประมวลกฎหมายแพํงและพาณชิ ย์ ผู๎ปกครอง ผปู๎ กครองดูแล ผพู๎ ิทกั ษ์ หรือผ๎ูอนุบาลของผ๎ูรับบริการ
แลว๎ แตกํ รณี รับทราบขอ๎ มลู แทนในขณะนน้ั ได๎
พ.ร.บ.สุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2550 (right to self determination and autonomy)
มาตรา 12 บคุ คลมสี ิทธทิ าหนังสือแสดงเจตนาไมํประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพ่ือ
ยืดการตายในวาระสุดท๎ายของชีวติ ตน หรือเพอื่ ยุตกิ ารทรมานจากการเจ็บปุวยได๎
การดาเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหน่ึง ให๎เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกาหนด
ในกฎกระทรวง
เม่ือผู๎ประกอบวิชาชีพด๎านสาธารณสุขได๎ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล๎วมิให๎ ถือวํา
การกระทาน้ันเปน็ ความผดิ และใหพ๎ ๎นจากความรับผิดทั้งปวง
กรณีผู๎ปุวยที่มีภาวะวิกฤต กรณีผ๎ูปุวยรู๎สึกตัว ต๎องให๎ผ๎ูปุวยเป็นคนตัดสินใจ กรณีผ๎ูปุวยไมํรู๎สึกตัว
ญาติต๎องเปน็ คนตัดสินใจ กรณไี มํสามารถตัดสนิ ใจ จะต๎องถามวาํ ใครท่ีเราไว๎ใจให๎ กรณเี อากลับบ๎านต๎องสํงตํอไปยัง
เครือขาํ ย จัดหาออกซเิ จน ตดิ ตอํ ปลายทาง ให๎ชวํ ยดแู ลแทนเรา
Inform Consent
• ดงั น้ันกอํ นลงมือทาการรักษา :communication
• แนะนาตวั อธบิ ายรายละเอยี ดเก่ยี วกบั อาการของโรค วธิ ีการรกั ษา เพอื่ นาไปสูกํ ารตัดสนิ ใจรวํ มกนั
• หลกี เลี่ยงการใช๎ศพั ท์เทคนิค
• เมือ่ ไดข๎ อ๎ สรุปอยํางไร บนั ทึกไวใ๎ นเวชระเบยี น
• การพูดคุยเชนํ น้จี ะทาใหห๎ มดปญั หาด๎านกฎหมาย
• เป็นการสร๎างความสัมพันธท์ ี่ดรี ะหวาํ งแพทย์และผ๎ูปุวยด๎วย
การรักษาความลับผูป้ ว่ ย
• ในการประกอบวิชาชีพของแพทย์ และนักกฎหมายมีจริยธรรมแหํงวิชาชีพ : การรักษาความลับของผู๎ปุวย
หรอื ผท๎ู ่มี ารับคาปรึกษา fiduciary (ไว๎วางใจ) relationship ไว๎วางใจซ่ึงกนั และกัน
• ในทางปฏิบตั โิ ดยท่วั ไป คอื ผูป๎ ุวยขอร๎องให๎แพทย์ อยําบอกให๎ญาติทราบ หรือบางครั้งญาติมาพบแพทย์ และ
รอ๎ งขอ วาํ อยาํ บอก
• กรณีทผ่ี ป๎ู ุวยขอร๎องแพทย์ อยําบอกญาติ แพทย์คงจะต๎องถือความประสงค์ของผู๎ปุวยเป็นสาคัญ แตํถ๎าแพทย์
เหน็ วาํ ในเรอื่ งนน้ั ๆ ญาติควรจะไดร๎ บั ร๎ูดว๎ ย ก็คงทาได๎เพยี งแคํแนะนาผ๎ปู ุวยให๎คุยกับญาติ
• ถ๎าญาตมิ าบอกกับแพทย์วําอยําบอกผ๎ูปุวยวําเป็นมะเร็ง หรือโรคร๎ายอ่ืนๆ แพทย์คงจะต๎องคุยกับญาติเพื่อรับ
ฟังเหตุผลของญาติวํา ทาไมจึงบอกขําวร๎ายน้ันๆแกํผ๎ูปุวยไมํได๎ เพราะญาติอาจจะร๎ูดีวํา ถ๎าบอกไป จะเกิด
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 33
ผลเสียหรือเหตุอะไรได๎….. แพทย์ต๎องปรึกษาญาติวําจะควรจะบอกในเวลาใด บอกอยํางไรไมํ
กระทบกระเทือนจิตใจของผู๎ปวุ ย หรอื ทาให๎ผ๎ูปุวยตัดสินใจฆําตัวตาย หรือทาร๎ายตนเอง อาศัยกฎหมายอยําง
เดียวไมํได๎
2. Principle of Beneficence หลกั การไดป้ ระโยชน์
แพทย์ต๎องให๎ข๎อมูลการรักษาพยาบาล คนไข๎ใสํทํอไปแล๎วถอดทํอ จะตายภายใน 1.5 วัน (จากคําเฉล่ีย
ของอาจารย์)
3. Principle of Non-Maleficence “First do no harm”ตอ๎ งไมมํ ีเจตนารา๎ ย
4. Principle of Justice ต๎องแฟรท์ งั้ คนทีน่ อนและคนท่ีเปน็ ญาติ
Event guecupter deathการปูองกนั มใิ หญ๎ าตริ ๎ูสกึ ผดิ (ญาติทไี่ ปไมไํ หว รูศ๎ ึกไมํดี สถติ ใิ น ICU 30%)
Principle of human dignity / value of life
สามารถทาไดต๎ ลอดเวลา
การแจง้ ความจริงถึงผลร้ายที่เกดิ ขน้ึ ในเวชปฏิบตั ิ
• ต๎องใชศ๎ ลิ ปะอยํางมาก
• ทาใหผ๎ ป๎ู วุ ยและญาตเิ ข๎าใจวาํ แพทย์ พยาบาลทาหน๎าทีอ่ ยาํ งดที ส่ี ุดแลว๎
• หากผป๎ู ุวยและญาติเกิดความเขา๎ ใจเชนํ น้นั ได๎ ความเสยี ใจในความสูญเสียจะคํอยๆ บรรเทาลง
• กรณีท่ีเป็นปัญหาจนกลายเป็นข๎อพิพาท หรือกลายเป็นคดีฟูองร๎องกัน โดยผ๎ูปุวยหรือญาติ
เข๎าใจวํา ถ๎าแพทย์.. นําจะทาหน๎าท่ีได๎ดีกวําน้ี เหตุไมํพึงประสงค์คงจะไมํเกิดขึ้น และหากผลร๎ายเกิดข้ึนจากความ
ประมาทของผ๎ปู ระกอบวิชาชพี การลาดับเร่ืองให๎ผู๎ปุวยหรือญาติเกิดความเข๎าใจจะมีความยากกวํา แตํพอถึงจุดหน่ึงก็
คงตอ๎ งพูดความจรงิ และแสดงความเสียใจหรือขอโทษกบั เรื่องทเ่ี กิดข้นึ ในกรณีน้นั ๆ
• สิ่งทีต่ ๎องระวังไมคํ วรกระทา คอื การรีบสรุป และโทษวําความผดิ พลาดทเ่ี กิดข้ึนเป็นความผิดของ
ผูป๎ วุ ย หรอื ญาติ
• ซง่ึ ถา๎ หากไมมํ มี ูลความจริงจะทาใหก๎ ารพดู คุยทาความเข๎าใจยากยิ่งขึ้น
• การหาคนกลางที่ผ๎ปู ุวย หรอื ญาตไิ ว๎วางใจมาชํวยไกลเํ กลี่ยพดู คยุ เพื่อให๎ปญั หาตํางๆ จบลงดว๎ ยดี
• ข๎อกังวลของแพทย์ หากเป็นความผิดพลาดและกลําวคาขอโทษจะเป็นการยืนยันในความผิด
หรอื ไมํ
• ตอ๎ งเขา๎ ใจหลักกฎหมายในเรือ่ งกระทาการโดยประมาท
กฎหมายอาญา มาตรา 59
• วรรคแรกบัญญตั ิวาํ บคุ คลจะต๎องรบั ผิดในทางอาญาก็ตํอเม่ือไดก๎ ระทาโดยเจตนา....
• วรรคสอง บัญญัติวํา กระทาโดยเจตนาได๎แกํกระทาโดยร๎ูสานึกในการที่กระทาและใน
ขณะเดยี วกัน ผู๎กระทาประสงค์ตํอผลหรือยํอมเลง็ เห็นผลของการกระทาน้นั
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 34
• วรรคสาม บัญญัติวํา ถ๎าผู๎กระทามิได๎ร๎ูข๎อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดจะถือวํา
ผ๎กู ระทาประสงค์ตํอผลหรือยํอมเล็งเห็นผลของการกระทาน้ันมิได๎ตาม ป.อ. มาตรา 59 ท้ังสาม
วรรค อาจกลําวได๎วํา “ไมรํ กู๎ ็ไมเํ จตนา เม่ือไมํมีเจตนากไ็ มํตอ๎ งรับผดิ ในทางอาญา”
• การกระทาโดยประมาท ได๎แกํกระทาความผิดมิใชํโดยเจตนา แตํกระทาโดยปราศจากความ
ระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะนั้นเชํนนั้นจักต๎องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผ๎ูกระทาอาจใช๎
ความระมดั ระวังเชํนวํานั้นได๎ แตํหาได๎ใช๎ให๎เพียงพอไมํ
• การจะพิจารณาวําประมาทหรือไมํ จะต๎องดูตามวิสัยและพฤติการณ์ในกรณีนั้นๆ คือ ดูตาม
condition หรือ ธรรมชาติ nature ของผ๎ูกระทาในกรณีน้ันๆซึ่งวิสัย และพฤติการณ์ของการ
รักษาพยาบาลในประเทศไทยแตกตํางจากตํางประเทศ และรพ.ระดับตํางกัน ชุมชน รพ.ศูนย์
รพ.มหาวทิ ยาลยั ประกอบการพจิ ารณา
ETHICAL CHALLENGES AT THE END OF LIFE
1. Assessing decision making capacity
2. Withholding vs. withdrawing treatment
3. Doctrine of double effect
4. Artificial nutrition and hydration
5. Futility
6. Physician assisted suicide and euthanasia
DOCTRINE OF DOUBLE EFFECT
1. การกระทานั้นเป็นสิง่ ทด่ี ใี นตัวเอง หรือเปน็ กลาง
2. การกระทาน้นั เปน็ ไปดว๎ ยเจตนาดี เพียงแตอํ าจมผี ลที่ตามมาโดยไมํไดต๎ งั้ ใจ
3. ผลลพั ธท์ ี่ดี คือผลโดยตรงจากการกระทาไมไํ ดเ๎ ป็นผลลัพธจ์ ากผลลพั ธ์ท่ไี มํดี
4. ผลลัพธท์ ด่ี ี น้าหนกั มากกวําผลเสยี ท่ีอาจจะเกดิ ขนึ้
Benefits of Medical Futility Policy
1. Effective conflict resolution tool.
2. Permits all parties to compassionately(ความเห็นอกเหน็ ใจ) arrives at consensus.
3. Allows for appeal or patient transfer if consensus cannot be reached.
4. Creates a fair process and greater consistency(ความสอดคล๎องกัน) in handling medical
futility cases.
5. Opportunity for justice and due process for all the parties.
6. More defensible than no process at all.
Potential Palliative Care Interventions
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 35
End of Life decision making and respective cause of death, intention of intervention, and
legality of treatment(Oslen, Swetz, Mueller 2010)
Withholding Withdrawal Palliative Physician assisted Euthanasia
sedation suicidal
Cause of death Underlying disease Underlying Underlying Intervention
disease disease Intervention used by
prescribe by physician
Intention/goal Avoid Remove Relieve physician and
of intervention burdensome burdensome symptom used by patient Termination of
intervention Termination of patient life
Legal ? disease patient life
Yes Yes
Yes No No
Treatment options at the End-of-Life
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 36
Limit life-sustaining treatments (Withholding and withdrawal)
- Resuscitation
- Elective intubation
- Surgery
- Dialysis
- Blood transfusions, blood products
- Diagnostic tests
- Artificial nutrition, hydration
- Antibiotics
- Other treatments
- Future hospital, ICU admissions
ไมค่ วรทาเป็นเมนใู หเ้ ลือก เพราะจะรสู้ กึ ผดิ กังวล และมีอคตไิ ด้งา่ ย
Intervention Potential benefits Risks and burdens
ECMO May allow recovery time Very high
Dialysis May allow recovery High
Tracheostomy Simplify care, ward care High
Ventilator Decrease with time, relieve dyspnea High
ICU admission High nurse ratio High
TPN low Moderate
Vasopressor Prolonged life/ death Moderate
Antibiotics Moderate to low Moderate
Enteral feeding Patient right Low
IV fluid Patient right Low
Oxygen Low if non-hypoxia Low
The same technology can be standard, option or futile care depend on goals of care
Low – benefit - high
Low Options Standard
burden care
high Futile
care Options
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 37
5 Things Families Can Say to Loved Ones Near Death
• Please forgive(ยกโทษให)๎ me.
• I forgive you.
• Thank you.
• I love you.
• Goodbye.
Attributed to Byock.The Four things that Matter Most. New York, NY; Free Press; 2004.
Good Palliative Care
1. Advance Care Plan (communication, comprehensive, coordination, continue of care,
2. Pain and Symptoms control
3. Spiritual Care
4. Prevent guilt after death (bereavement, pathological grief, depression, PTSD)
1-3 รพ.พระปกเกลา๎ จันทบุรี
4 ศ.แสวง บญุ เฉลมิ วิภาส
นาเสนอเรื่องราวของผู๎ปุวย ที่ประสงค์จะยุติชีวิตของตัวเองในประเทศตํางๆด๎วยเหตุผลตํางๆกันรวมท้ั ง
ความลับของผปู๎ ุวย มกี ารแยกคุยให๎ความรู๎ญาติ เปน็ การลดความขัดแย๎งยอมรับผลของการรับทราบข๎อดีข๎อเสยี
ชีวิตอยํูคนเดียวไมํเหลือใคร อยากให๎จดจาภาพดีๆ ได๎อะไรมามากพอแล๎ว ขอมีศักดิ์ศรความเป็น
มนุษย์อยํู นักสังคมฯต๎องการอาการปวดทางกาย คนไข๎ Palliative เปรียบเหมือนเมืองของคนที่ไมํมีหัว
คนไข๎ไมํรู๎วําตนเองเป็นอะไร เปูาหมายการดูแลPC จะเอาแคํไหน มีการดูแลท่ีไมํเกิดประโยชน์ไหม PCหวัง
คุณภาพชีวิต กระบวนการของโรคเดินไปอยํางไร ความเช่ือ อยําสร๎างความหวังลมๆแล๎งๆ ให๎แผนท่ี PC
เทํากับการเดินทางของชีวิต กํอนน้ี ผ๎ูปุวยเป็นคนอยํางไร มีศักยภาพ การใช๎เครื่องพยุงชีพไมํเป็นประโยชน์
การใหค๎ วามรเ๎ู รอ่ื งการตายตง้ั แตํเริม่ ตน๎ ความรส๎ู าคัญมาก การบริการสาธารณสุข ในมาตรา 8(ACP)เพ่ือเลือก
รับบริการ หรือไมํรับบริการ แพทย์ต๎องเป็น Advance Care Plan สาคัญต๎องSafe life ไว๎กํอน มาตรา 12
ผ๎ูปวุ ยสามารถทาหนงั สอื เจตนาไมปํ ระสงค์จัดระบบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพ่ือยืดการตายในวาระสุดท๎าย
ของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บปุวยได๎ ภาวะติดเช้ือ ทาให๎เลือดไหลไมํหยุด มะเร็งไมํทาให๎ตาย
สํวนใหญตํ ายเพราะโรคแทรกซ๎อน หากต๎องเลือก ถามคนไข๎ได๎ไหม เวลาท่ีคุณยากลาบากคุณจะถามใคร ต๎อง
ประสานงานกับปลายทางจัดหาบริการ เคร่ืองออกซิเจน ต๎องใช๎แบบยินยอม การรักษาความลับผู๎ปุวย(โรค
เอดส์ โรคจิตเวช โรคมะเร็ง) จริยธรรม การให๎ข๎อมูลสาคัญมาก ถอดทํอออกซิเจน ไมํตายทัน ที อยํูได๎
ประมาณ1.5 วนั ไมํใชแํ ฟนทาแทนไมไํ ด๎ ตอ๎ งซุบซิบกับผู๎ปุวย สอบถามกับญาติ ต๎องปูองกันไมํให๎ญาติรู๎สึก
ผดิ ญาติมภี าวะPDSD จากภาวการณ์จากไปของคนไข๎สงู ถงึ รอ๎ ยละ30 ขออนุญาตคุยกับญาติ ต๎องบอกคนไข๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 38
กอํ น ศิลปะการแจง๎ ขําวร๎าย มาตรา59 การใช๎มอร์ฟีนติดยาไมํถึงร๎อยละ 1 ไมํต๎องกังวล Doctrine of Double
Effect การกระทาน้ันเป็นสิ่งท่ีดีในตัวเอง หรือเป็นกลาง ทาด๎วยเจตนาดี เพียงแตํอาจมีผลท่ีตามมาโดยไมํ
ต้งั ใจ ผลลพั ธ์ทด่ี ี คือผลโดยตรงจากการกระทาไมไํ ดเ๎ ป็นผลลพั ธจ์ ากผลลัพธ์ที่ไมํดี กรณีคนไข๎ ปั้มหัวใจแล๎วรอด
ร๎อยละ 6.2 หน๎าท่ีต๎องพูด วิชาชีพ ต๎องส่ือสารหลายคนขอปั้มฯเพราะอยากเห็นลูกเติบโตหน๎าท่ีแพทย์ต๎องมี
ขอ๎ มูลเพ่ือการตดั สนิ ใจทาตามทญ่ี าติขอ...กํอนเสมอ
ประโยชน์ที่ได้รับ
ผอู๎ บรมมีความเขา๎ ใจ การจัดการดา๎ น EC โดยยกตัวอยํางจาก สภาพขอ๎ เทจ็ จรงิ ประสบการณ์เพ่ือ
นาไปสูํ การทางานกับเคสได๎อยํางเหมาะสมทาใหผ๎ ูป๎ ฏบิ ัติงานมคี วามรูค๎ วามเข๎าใจมั่นใจในการดแู ล
เทคนิคทกั ษะทใ่ี ช้ในกิจกรรมน้ี
ใชส๎ อื่ ภาพยนตรว์ ีดโี อใหเ๎ หน็ ภาพชีวติ ของผ๎ูทปี่ ระสงคช์ ีวิตติ วั เองดว๎ ยเหตผุ ลตาํ งๆ
เรียนรู๎ผํานคลปิ VDO ใชเ๎ ทคนิคชวนคุย ตั้งคาถาม แล๎วสอบถาม ให๎ความร๎ูไปพร๎อมๆกัน
ผลทไ่ี ด้จากกิจกรรม ผลสะท้อนของผเู้ ขา้ อบรม
ผอู๎ บรมสนใจ ทุกคนมีสวํ นรํวมในการเรียนรู๎ ผอ๎ู บรมสนใจตอบคาถามวทิ ยากรเขา๎ ใจสิง่ ที่
ผ๎ูบรรยายสอนการแสดงความคิดเหน็ วิทยากรมีวิธีการทาให๎ผ๎ูอบรมมีสวํ นรวํ มสนุกสนานในการ
เรียนรู๎
บทสรุปในกิจกรรม
ผอ๎ู บรมไดร๎ ับบทเรียนจากคลิปวีดีโอ และปูพ้ืนไปสํู AEC ไดอ๎ ยํางดี ช้ีแจงพระราชบัญญตั ิ
สขุ ภาพแหงํ ชาตปิ ี 2550 ใหบ๎ ุคลากรเขา๎ ใจอาการของผ๎ูปุวยทีเ่ ขา๎ สรูํ ะยะทา๎ ยและแสดงเจตจานงการ
แสดงเจตนาไมปํ ระสงคจ์ ะรับบรกิ าร ตามมาตรา 12
ข้อสังเกตในกิจกรรมขอ้ ดี สง่ิ ทส่ี ามารถพัฒนาต่อได้
นาเสนอ ภูเขาอบรมน่ังตํอเก๎าอ้ีแบบช้ันเรียน มีการช้ีแจงวัตถุประสงค์ ขอปรับเนื้อหา เนื่องจากผ๎ู
อบรมจะมปี ระสบการณ์นอ๎ ย
กิจกรรมที่นาเสนอเป็นลาดับจากภาพยนตร์ ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการบรรยาย ทาให๎
สามารถประเมินผ๎ูปุวยเข๎าสํูระยะทางแคํไหน ควรเลือกแสดงเจตนา ไมํประสงค์จะรับบริการ
สาธารณสขุ ในภาวะ ไตคง่ั ของเสยี จนระดับความรู๎สึกตัว การเต๎นหัวใจมากกวําปกติ ให๎เข๎าใจภาวะ
เพ่ือย๎ายผูป๎ ุวย วาํ จะไปตอํ อยาํ งไร ใหผ๎ ูป๎ ุวยตดั สินใจ ถ๎ายังร๎ูตัว ถ๎าผ๎ูปุวยไมํรู๎สึกตัวแล๎ว ให๎ญาติหาตัว
ชํวย ตง้ั สติทาให๎นกั สงั คมสงเคราะห์แยกปญั หาทางเลอื กให๎กบั ผู๎ปุวยได๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 39
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 40
วนั ที่ 10 กรกฎาคม 2561เวลา 08.30 – 09.00 น.
Section 1 ทบทวนการเรยี นรู้ของวันท่ี 9 ก.ค.61
ดร.ขนษิ ฐา บรู ณพนั ศักด์ิ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และคณุ ศรสี ุภา แกว้ ประพาฬ รพ.รามาธบิ ดี
วิทยากรทบทวนเน้ือหาการเรียนรู๎ของวนั ท่ี 9 ก.ค.61 ตง้ั แตเํ รมิ ตน๎ Program Introduction and Relationship
groupผํานกจิ กรรมละลายพฤติกรรม โดยใช๎เทคนิคของนักสังคมสงเคราะห์ในการสังเกต จดจา เพ่ือนรวํ มหลักสตู ร
เนอ้ื หาภาพรวมนโยบายในระดับโลกและประเทศไทย จริยธรรมทีเ่ กยี่ วขอ๎ งการดูแลผป๎ู ุวยแบบประคับประคอง Policy
of Palliative Care Introduction in Palliative Care: General Principle and Physical Assessment Ethical and Legal Issues in
Palliative Care โดยเนน้ ผอู้ บรมมีส่วนร่วมในการสรุปและทบทวนกิจกรรม
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 41
วนั ที่ 10 กรกฎาคม 2561เวลา 09.00 – 10.30 น.
Section 2 Palliative Care Awareness and Practice : Psychosocial & Spiritual Assessment
การประเมนิ ทางจิตสงั คมและจติ วิญญาณ
อ.นพ. ลัญฉนศ์ กั ดิ์ อรรฆยากร ศนู ยช์ ีวาภิบาล โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์
จดุ ประสงค์ เพอื่ ให๎เขา๎ ใจด๎านจติ วญิ ญาณ
ขั้นตอน/วธิ ดี าเนนิ กิจกรรม
วิทยากรกลําวแนะนาตนเองทั้งประวัติผ๎ูบรรยาย และนาเสนอประวัติแบบวีดิทัศน์เพื่อเช่ือมโยงกับภาพ
ของจิตวิญญาณ
รูปแบบการนาเสนอผํานวดี ที ัศน์ อธิบายเน้ือหาเช่อื มโยงผํานภาพ
จดั หอ๎ งแบบชนั้ เรียนมกี ารนาเสนอวดี ีทัศน์ในชวํ งวยั
อุปกรณ์ โสตทัศนูปกรณ์วดี โี อ PowerPoint
ขอ๎ สงั เกต VDO power point ตัวหนังสอื ใช๎สีขาว พ้ืนเหลอื งมองภาพไมํชดั การนาเสนอ แนะนาตนเองดว๎ ยสอ่ื
VDO บอกทีม่ าที่ไป ทาใหเ๎ ข๎าใจจติ วญิ ญาณต้ังแตเํ ร่มิ ต๎น...
เนือ้ หาสาระในกจิ กรรม
สร๎างความร๎ูความเข๎าใจ ด๎านจิตวิญญาณโดยยกวีดีทัศน์และแสดงรูปแบบหยินหยาง มีเนื้อหาด๎านพุทธ
ศาสนาด๎านจิตวิทยา ความกลัวตายกล๎าตายและอธิบายความหมายของ good death ในทุกๆวันละบท การทางาน
แบบ holistic ชําง Bio Psycho Social spiritual ตลอดจน Level ของระยะท๎าย เทคนิคการส่ือสารระยะเวลาการ
บอกขําวร๎าย การให๎ความรก๎ู ารยอมรับ การสรา๎ งความเข๎าใจให๎นกั สงั คมและยกระดับตนเอง จากความกล๎าตายเพ่ือให๎
เตมิ เต็มผ๎ปู ุวยได๎
เช่ือมโยงกับธรรมชาติ ดิน น้า ลม ไฟ ติดกรรมทาทุกอยํางอยาํ งมีความหมายเช่ือมโยงกับสติ สอ่ื สารอดีต
สือ่ สารอนาคต(ACP) ส่อื ปัจจุบนั ให๎กาลงั ใจ รบั รู๎ “มบี างอยํางทเ่ี ปลย่ี นแปลงเคา๎ พร๎อมจะฟังไหม” คํอยๆกิน
คอํ ยๆสื่อความจริง โกหกไมลํ ง แตพํ ูดตรงๆไมํได๎
ระดับของการเปล่ียนแปลง “ปฏิเสธ(ร๎ูชดั วําเป็นโรครา๎ ย) โกรธ ตอํ รอง-ทาให๎เหมือนเดิม(รู๎ชัดวําโรคน้ี
รกั ษาไมํหาย) เซง็ ยอมรบั ”
กาลังใจ 4ระดบั เสียความสามารถท่สี ามารถทาเองได๎ เสียถงึ จติ วญิ ญาณ (เสียความรจู๎ ัก ทอดท้ิงตนเองเอา
ตัวเองออกจากสงั คม) คนมาเยี่ยมแตํไมํคยุ กับคนไข๎ ไมํมีปฏิสมั พันธ์ มานง่ั เลนํ ไลน์ไมํตอ๎ งมากไ็ ด๎คลี่คลายปมของ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 42
ชวี ติ การส่ือความจรงิ ต๎องถามความพร๎อมรบั ฟงั ให๎ความจรงิ ทเ่ี หมาะสม คณุ ร๎ูอะไรมาบา๎ งเกี่ยวกับการใช๎
ยา ส่ือสารเปน็ step ทาให๎ไมํชอ็ ค
ความหมายทย่ี ดึ ไว๎ ตายเป็นธรรมชาติ ตายเพอ่ื ไปอยกํู ับพระเจา๎ ตายได๎ ตายแตชํ อ่ื ยัง ตายทางพุทธ(ไมตํ อ๎ งเกิด
อีกแล๎ว)
Expectation สาเร็จ(เฉยๆ) Hope ใจจะเบามากวาํ อบอํุนใจมีใครเคียงขา๎ ง มสี งิ่ ดีงาม ใจสร๎างสมดลุ ได๎ จิต
กายสมดุล สวํ นแบงํ ความรบั ผิดชอบ
การตายดี คือ ให๎อยํูดี จนวินาทสี ุดท๎าย ตายกไ็ ด๎ ไมํตายกไ็ ด๎ ใจเราต๎องวางให๎ได๎ ยอมรบั ตนเองใหต๎ ายได๎
การทาทุกอยําง ดว๎ ยหัวใจและเต็มทีจ่ ะมจี ติ วิญญาณเสมอ
การยอมรบั การตายพร๎อมตาย
ในทางสังคม ถือ วาํ เป็นเร่ืองของ หยาง หนา้ 43
กรรมพนั ธุ์ คอื กรรมของพํอแมํ
วิบากกรรม คอื กรรมที่พระผ๎ูเปน็ เจ๎าวําเปน็ กรรมแตํชาติปางกอํ น
พทุ ธศาสนา จาแนกการตายเปน็ 4 ประเภท
1. อายขุ ยมรณะ ตายเพราะหมดอายุ พดู ให๎เขา๎ ใจงาํ ย
2. กัมมกั ขยะมรณะ ตายเพราะหมดกรรม ชดใชก๎ รรมหมดกต็ าย
3. อุภยักขยะมรณะ ตายเพราะหมดทั้งอายุขยั และหมดกรรม
4. อุปทั เฉทกมรณะ ตายเพราะอบุ ัติเหตุ คอื มผี ูก๎ ระทาใหต๎ าย
ใน 3 อยํางแรกผน๎ู น้ั มโี อกาสไดส๎ ัง่ เสีย แตํอยาํ งสุดท๎ายไมคํ ํอยมี โอกาส
The Good death
1. Less Suffering มคี วามทุกขน์ อ๎ ย(ผปู๎ ุวยอายรุ กรรม)
2. Acceptable ยอมรับได๎(ผป๎ู ุวยศัลยกรรม)
3. Naturally ธรรมชาตผิ ปู๎ ุวยที่ ER
4. Predictably ทานายได๎ผปู๎ วุ ยกุมาร
5. Peacefully แบบสงบ
6. Religiously ตามหลักศาสนา
7. Easily งําย
8. Beautiful death ตายอยํางสวยงาม
โดยรวม ตายแบบองคร์ วม กิจกรรมท่ีทาไปดว๎ ยความสวยงาน ตั้งใจ จะมี spiritual แฝงอยํู
Palliative Care
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
WHO Definition of Palliative Care
an approach that improves the quality of life of patients and their families facing
the problem associated with life-threatening illness, through the prevention and relief of suffering
by means of early identification and impeccable assessment and treatment of pain and other
problems, physical, psychosocial and spiritual
พลังงานของโรค
ดิน น้า ลม ไฟ ใชพ๎ ลงั งานไมสํ มดุล
Holistic Care
Fundamental
- Earth Element
- Water Element
- Wine Element
- Fire Element
General
- Biological – Physical Aspect
- Psychological Aspect
- Social & Economical Aspect
- Spiritual Aspect
Health
- Food – Medicine Perspective
- Emotion – Relationship Perspective
- Posture – Environment Perspective
- Behavior – Decision Perspective
Practical PC
- Disease – illness – Suffering – Environmental Aspect
- Patient
4 Case
1. ตายได๎ – Acceptably able to die, well prepared for death in advance (mostly CA)
2. ตายด้ือ - Unstably / medically predominant Often to be in a dilemma of futility (non CA ,
unpredictable prognosis, unstable medical conditions)
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 44