The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการ KM Palliative ถอดบทเรียน..หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongtata2254, 2021-05-29 21:10:18

โครงการ KM Palliative ถอดบทเรียน..หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ

โครงการ KM Palliative ถอดบทเรียน..หลักสูตรนักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ

วันท่ี 11 กรกฎาคม 2561เวลา 09.50-11.00 น.
Section 4 POS:แบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง(Palliative Care Outcome Scale)

โดย คณุ อรุณลกั ษณ์ เหล็กกลา้ งานสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่

แบบประเมินผลลพั ธ์การดูแลผู้ปว่ ยแบบประคับประคอง (Palliative Care Outcome Scale)
ได๎รับการพัฒนาขึ้น โดย ศาสตราจารย์ จูลี เฮิร์น (Julie Hearn) และศาสตราจารย์ไอรีน เจ ฮิ

กกินสัน (Irene J. Higginson) Cicely Saunders Institute, King’s College, London, United Kingdom
(1999) ซ่ึงเจ๎าหน๎าที่ทีมสุขภาพในประเทศแถบยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย นิยมใช๎แบบ
ประเมินPOS อยํางแพรํหลาย

แบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง (Palliative Care Outcome Scale)
หรือ POS ฉบับภาษาไทย แปลโดยคณะกรรมการดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง ฝุายการพยาบาล โรงพยาบาล
มหาราชนครเชียงใหมํ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2553 โดยเร่ิมทดลองใช๎คร้ังแรก ณ หอผ๎ูปุวยศัลยกรรมชาย 1 ใน
ผู๎ปุวยโรคมะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งทํอน้าดี จากนั้นจงขยายผลไปใช๎ประเมินในผู๎ปุวยท่ีได๎รับการดูแลแบบ
ประคับประคองในหนํวยงานอน่ื ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมํ

 วัตถุประสงคข์ องการใชแ้ บบประเมินPOS
เพอื่ ประเมนิ อาการทางคลินกิ ของผู๎ปวุ ยที่ได๎รบั การดแู ลแบบประคับประคอง
เพื่อประเมินและติดตามคุณภาพของการดูแลในหนํวยงานการดูแล แบบประคับประคองวําส่ิงใดท่ีให๎การ

ดูแลได๎บรรลุผลดีและการดูแลด๎านใด ท่ีต๎องปรับปรุงจะได๎ให๎การดูแลท่ีสอดคล๎องกับความต๎องการของผ๎ูปุวยและ
ครอบครัว

เพื่อใช๎ค๎นหาปัญหา ความต๎องการ และการเปล่ียนแปลงของคุณภาพชีวิต ด๎านรํางกาย จิตใจ สังคมและจิต
วญิ ญาณของผู๎ปวุ ยท่ไี ด๎รบั การดแู ล แบบประคับประคอง ซ่ึงประกอบด๎วยการควบคุมอาการปวดและอาการ
รบกวนอน่ื ๆ ทงั้ ดา๎ นรํางกาย จิตใจ จติ วิญญาณ ของผ๎ูปุวย รวมทง้ั การให๎ข๎อมูลเก่ียวกับการดูแลรักษา ระดับ
ของการดูแลสนับสนุนแกผ๎ูปุวยและครอบครัว ความมีคุณคําในตนเองของผู๎ปุวย ความวิตกกังวลของ
ครอบครวั การสิ้นเปลืองเวลาในการรอคอยการดแู ลรกั ษา

ทาไมจึงตอ้ งประเมนิ ผลลพั ธก์ ารดูแลผ้ปู ่วยแบบประคับประคอง
- เพอื่ ประเมนิ และตดิ ตามคุณภาพการดูแลผู๎ปุวยและครอบครัว
- เพอ่ื ใหเ๎ จ๎าหน๎าท่ที ีมสุขภาพเข๎าใจประสบการณ/์ ความรูส๎ ึก/ ความคิดเห็นของผ๎ูปุวย / ส่ิงท่ีผ๎ูปุวยรับร๎ู/ อาการ
รบกวนตํางๆของผ๎ูปุวย จะได๎เป็นแนวทางในการพัฒนาคณุ ภาพการดูแลผู๎ปุวยและครอบครวั

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 95

- เพอื่ ตดิ ตามข๎อมลู ปัญหาและความต๎องการของผ๎ูปุวย และครอบครัว จะได๎นาไปส่ือสารกันในทีมเจ๎าหน๎าที่ทีม
สุขภาพ เพื่อรํวมกันแก๎ไขปัญหา และให๎การดูแลท่ีตอบสนองตํอปัญหาและความต๎องการของผู๎ปุวยและ
ครอบครวั

แบบประเมินผลลพั ธก์ ารดูแลผู้ปว่ ยแบบประคับประคอง ( Palliative Care Outcome Scale)
1. เจ๎าหน๎าท่ีทีมสุขภาพสามารถนาแบบประเมินผลลัพธ์การดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง (Palliative Care
Outcome Scale) หรือ POS ไปใช๎ประเมิน ทุก 3 - 7 วันในสถานท่ี ดังนี้
1) โรงพยาบาลทง้ั ผปู๎ ุวยในและผู๎ปุวยนอก
2) ผู๎ปวุ ยทอี่ ยูํในสถานดูแลเฉพาะเวลากลางวัน (Day Care Center)
3) การดแู ลผปู๎ วุ ยทีบ่ า๎ น
4) สถานดแู ลผป๎ู วุ ยระยะสุดท๎าย
5) หนํวยมะเรง็ เปน็ ต๎น

แบบประเมินผลลพั ธ์การดูแลผู้ปว่ ยแบบประคับประคอง (Palliative Care Outcome Scale)มี 3 แบบ
1. ฉบับใช๎ถามเจา๎ หน๎าที่ทมี สุขภาพ (The Palliative Care Outcome Scale for Staff : POS-S)
2. ฉบับใช๎ถามผู๎ปวุ ย (The Palliative Care Outcome Scale for Patients': POS-P)
3. ฉบับใช๎ถามผ๎ูดแู ลของผู๎ปุวย (The Palliative Care Outcome Scale for Carers : POS-C)

กลุ่มโรคของผปู้ ่วยทมี่ ี่การศึกษาวิจัยดว้ ยแบบประเมนิ ผลลพั ธก์ ารดูแล ผูป้ ่วยแบบประคับประคอง
1. โรคมะเร็ง
2. โรคเอดส์
3. ผูต๎ ิดเชอ้ื เอช ไอ วี
4. โรคปอดอุดกน้ั เร้ือรงั
5. โรคไตวายเร้ือรงั
6. โรคพาร์กนิ สัน
7. โรคเอ็มเอส หรือโรคมัลติเพิลสเคอโรซิส (Multiple sclerosis : MS) หรือช่ือภาษาไทยวํา โรคปลอก
ประสาทอกั เสบ

การใช้แบบประเมนิ
โดยประเมินคร้ังแรกในชํวงวันท่ี 1- 3 หลังจากผ๎ูปุวยเข๎าพักรักษาในโรงพยาบาล เพื่อเป็นข๎อมูล

พน้ื ฐาน  แลว๎ ประเมินทุก 3 -7 วนั หรือประเมนิ กอํ นที่ผ๎ปู ุวยจาหนาํ ยออกจากโรงพยาบาล

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 96

แบบประเมินผลลพั ธ์การดูแลผปู้ ว่ ย แบบประคับประคอง มี 3 แบบ
1. ฉบับใชถ้ ามผปู้ ว่ ย (POS Patient questionnaire)

- ใช๎วิธีการสัมภาษณ์ผ๎ูปุวยหรือให๎ผู๎ปุวยตอบแบบสอบถามด๎วยตนเองประกอบด๎วย ข๎อคาถามท้ังหมด 12 ข๎อ
ได๎แกํ ค๎าถามปลายปิด10 ข๎อ ซ่ึงมีคําตอบให๎เลือก 5 ระดับ เป็นคะแนน 0, 1, 2, 3, 4 คาถาม
ครอบคลุมอาการทางรํางกายและจิตใจ อารมณ์ ประเด็นด๎านจิตวิญญาณ ประเด็น การปฏิบัติ และความ
ต๎องการด๎านจิตสังคม
คาตอบในแตลํ ะขอ๎
มีคะแนน ตงั้ แตํ 0 – 4 คะแนน
0 = ไมํมอี าการ/ได๎ข๎อมลู เต็มท่ี
1 = เล็กน๎อย/นานๆคร้ัง
2 = บางครง้ั
3 = รุนแรง/เป็นสํวนใหญํ
4 = มากมายทํวมทน๎ /ไรค๎ ําส้ินหวัง/เสียเวลามากกวําคร่งึ วนั /ปัญหาไมํไดร๎ บั การชํวยเหลือ

- ขอ๎ ที่ 11 เปน็ คาถามปลายเปิด1 ขอ๎ ซึง่ ถามผ๎ูปวุ ยเรอื่ งปญั หาท่ีสาคัญของผู๎ปุวย ในชํวง 3 วันทผี่ าํ นมา

- ขอ๎ ที่ 12 เปน็ ขอ๎ คาถามวํา ทาํ นตอบแบบประเมนิ น้ีด๎วยตนเอง หรอื ให๎ เพอื่ น/ญาติ หรือเจ๎าหน๎าที่ทีมสุขภาพ
ชํวยเหลือในการตอบแบบสอบถาม ซ่ึงไมํต๎องนาคะแนนข๎อน้ีมาคิดเป็นคะแนนโดยรวม

2. ฉบับสาหรบั ให้เจ้าหน้าทที่ มี สุขภาพตอบเอง (POS Staff questionnaire)

- ใช๎ในการประเมินความคิดเห็นของเจ๎าหน๎าที่ทีมสุขภาพที่คิดวําตรงกับ ความคิดเห็นและความรู๎สึกของผู๎ปุวย
มากท่สี ุด ประกอบด๎วยขอ๎ คาถาม ทั้งหมด 12 ข๎อ ค๎าถามปลายปิด 10 ข๎อ ซ่ึงมีคาตอบให๎เลือก 5 ระดับ เป็น
คะแนน 0, 1, 2, 3, 4

- ขอ๎ ท่ี 11 เป็นคาถามปลายเปิด 1 ข๎อ ถามเร่อื งปัญหาทส่ี าคัญของผ๎ูปุวย ในชํวง 3 วนั ทผ่ี ํานมา

- ข๎อท่ี 12 เป็นข๎อคาถามท่ีถามวํา ระดับความสามารถในการทากิจกรรมของ ผ๎ูปุวย คือ ระดับ PPS เทํากับ
เทําไร (Palliative Performance Scale Adult Suandok) ซึ่งไมํต๎องนาคะแนนข๎อนี้มาคิดเป็นคะแนน
โดยรวม

3. ฉบับใชถ้ ามผดู้ ูแลของผปู้ ่วย (The Palliative care Outcome Scale for Carer : POS-C )

- ใช๎วิธีการสัมภาษณ์ผ๎ูดูแลของผู๎ปุวยหรือให๎ผู๎ดูแลของผ๎ูปุวยตอบแบบสอบถามด๎วยตนเอง ประกอบด๎วยข๎อ
คาถามทั้งหมด 12 ข๎อ ได๎แกํ คาถามปลายปิด10 ข๎อ ซ่ึงมีคาตอบให๎เลือก 5 ระดับ เป็นคะแนน 0, 1, 2, 3,
4
“ผ๎ูดูแลของผู๎ปุวย” หมายถึง เพื่อนที่ดูแลผู๎ปุวยอยํางใกล๎ชิดหรือญาติของผ๎ูปุวย หรือบุคคลท่ีได๎ดูแลผู๎ปุวย
อยํางใกล๎ชิด หรือผดู๎ ูแลหลัก ซง่ึ เปน็ ผู๎ทส่ี ามารถเข๎าใจ ปัญหาและความต๎องการของผ๎ูปุวยเป็นอยํางดี

- ขอ๎ ที่ 11 เปน็ คาถามปลายเปิด1 ขอ๎ ถามเร่ืองปญั หาที่สาคัญของผ๎ูปุวย ในชวํ ง 3 วันทผ่ี ํานมา

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 97

- ขอ๎ ท่ี 12 เป็นขอ๎ คาถามทถ่ี ามความสามารถในการปฏิบัตกิ ิจกรรมของผู๎ปวุ ย ซึ่งไมํต๎องนาคะแนนข๎อนี้มาคิด
เป็นคะแนนโดยรวม โดยมคี าตอบใหเ๎ ลอื ก 5 ระดบั ไดแ๎ กํ
0 คอื ผู๎ปวุ ยสามารถปฏิบัตงิ านไดต๎ ามปกติ ไมมํ ีอาการของโรค
1 คือ ผู๎ปวุ ยปฏิบัตกิ ิจกรรมได๎ตามปกติ มอี าการแสดงของโรคเล็กน๎อย
2 คอื ผปู๎ วุ ยมีข๎อจากัดในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม และมอี าการแสดงของโรค
3 คือ ผ๎ูปุวยชํวยเหลือตัวเองได๎น๎อยลง อยํูบนเตียงมากกวําครึ่งหน่ึงของเวลา 1 วนั
4 คือ ผ๎ปู วุ ยชํวยเหลือตัวเองได๎นอ๎ ยมาก ใชเ๎ วลาท้ังวันอยํูบนเตียง

การแปลผล

ประโยชน์ในการใช้ POS กับกลมุ่ ผู้ป่วย ท่ไี ดร้ บั การดูแลแบบประคับประคอง
1. ใชป๎ ระเมินและตดิ ตามอาการทางคลินกิ ของผู๎ปวุ ย ปัญหา/ความต๎องการ ท้ังด๎านรํางกาย จิตใจ สังคม และจิต

วิญญาณของผู๎ปุวย การให๎ข๎อมูลแกํ ผ๎ูปุวยและครอบครัว คุณภาพการดูแลรักษาท่ีผู๎ปุวยได๎รับ ซ่ึงเป็น การ
ประเมินคุณภาพชีวิตของผู๎ปุวย รวมท้ังปัญหา/ความต๎องการของครอบครัว จะได๎เป็นแนวทางในการดูแลที่
ตอบสนองตํออาการรบกวน ปัญหา และความต๎องการทั้งด๎านรํางกาย จิตใจ จิตวิญญาณ และสังคมของ
ผ๎ปู วุ ย รวมทั้งปัญหาและความต๎องการของครอบครัวได๎อยํางครอบคลุม
2. ชํวยให๎เจ๎าหน๎าท่ีทีมสุขภาพได๎สร๎างสัมพันธภาพกับผ๎ูปุวยได๎ดียิ่งข้ึน ในขณะที่สัมภาษณ์ผ๎ูปุวยด๎วยแบบ
ประเมิน POS ผ๎ูสัมภาษณ์ พบวํา ผ๎ูปุวย/ครอบครัว สนทนากับเกี่ยวกับปัญหา อาการรบกวน และความ
ต๎องการให๎เจ๎าหนา๎ ท่ีทีมสุขภาพได๎ทราบรายละเอียดมากขึ้น กวําการสนทนาตามปกติ
3. ใช๎ประเมินติดตาม ผลลัพธ์การดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคองและครอบครัว ท๎าให๎เจ๎าหน๎าที่ทีมสุขภาพได๎
ค๎นหาปัญหา/ความตอ๎ งการ/อาการรบกวนของผู๎ปุวย รวมทัง้ ปัญหาและความต๎องการของครอบครัว จะได๎มี
แนวทางในการชํวยเหลือแก๎ไขปัญหาและให๎การดูแลท่ีตอบสนอง ความต๎องการของผู๎ปุวยและครอบครัว
นอกจากนี้ข๎อมลู ทด่ี จู ากแบบประเมนิ POS ยังชํวยเตือนเจ๎าหน๎าที่ ทีมสุขภาพวํามีประเด็นอะไรท่ีเจ๎าหน๎าที่
ทมี สุขภาพให๎ความสาคัญน๎อย ไปในการดแู ลผู๎ปวุ ยและครอบครัว

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 98

4. ใช๎ข๎อมูลจากแบบประเมิน POS ในการติดตํอส่ือสารระหวํางผู๎ปุวยกับแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์
และเจ๎าหน๎าท่ีทีมสุขภาพ เชํน ใช๎ข๎อมูลPOS รายข๎อที่เกี่ยวกับอาการรบกวนตํางๆ ในการปรับขนาดยา
ให๎แกํผ๎ปู ุวย เพือ่ บรรเทาอาการ เป็นต๎น

5. ใช๎เป็นตัวชี้วัดผลลัพธ์การดูแลผ๎ูปุวยแบบประคับประคองและครอบครัว และสามารถรวบรวมข๎อมูลPOS ไว๎
ในฐานขอ๎ มูลเชิงผลลัพธ์การดูแลผู๎ปวุ ย แบบประคับประคองและครอบครัวของหนํวยงานและองค์กร

เราจะใช้แบบประเมิน POS เมือ่ ไร
1. ความถี่ของการประเมนิผู๎ปุวยด๎วยแบบประเมินPOS ในทางปฏิบัติ เจ๎าหน๎าที่ทีมสุขภาพที่ใช๎แบบประเมิน
POS อาจจะมีความยืดหยุํนในการใช๎แบบ ประเมิน POS โดยประเมินผู๎ปุวยแผนกหอผ๎ูปุวยใน ทุก 3-7 วัน
และในแผนกผ๎ูปุวย นอกจะประเมินทุกคร้ังที่ผ๎ูปุวยมาตรวจ สํวนการไปเยี่ยมผ๎ูปุวยท่ีบ๎านให๎เจ๎าหน๎าท่ี ทีม
สขุ ภาพประเมินผ๎ูปวุ ยทกุ ครงั้ ขณะไปเยี่ยมและชํวยเหลือใหก๎ ารดแู ลผ๎ูปุวยทบ่ี ๎าน ผปู๎ ุวย
2. ความถ่ีของการใช๎แบบประเมินPOS ข้ึนอยูํกับปัจจัยตํางๆ เชํน บริบทของสถานบริการสุขภาพแตํละแหํง
กลมํุ ผ๎ูปุวย และความจาเปน็ ทางคลินิกตวั อยํางเชํน

- ในหอผ๎ูปุวยอาจใช๎แบบประเมินPOS 1 คร้ังตํอสัปดาห์ ทุกสัปดาห์จนกระท่ังผ๎ูปุวยได๎รับ การจาหนํายออก
จากโรงพยาบาล เพื่อรายงานข๎อมูลให๎ทีมแพทย์และเจ๎าหน๎าท่ีทีมสุขภาพ ท่ีมาตรวจเยี่ยมอาการผู๎ปุวย และ
เป็นการสรุปสภาพอาการตาํ ง ๆของผู๎ปวุ ย และประเมินคุณภาพการดแู ล

- ถ๎าอาการของผ๎ูปุวยรุนแรงข้ึนเฉียบพลัน เจ๎าหน๎าท่ีทีมสุขภาพสามารถใช๎แบบประเมินPOS ให๎บํอยมากขึ้น
เพื่อชํวยประเมินการเปล่ียนแปลงของอาการรบกวน/ปัญหาและความต๎องการท้ังด๎านรํางกาย จิตใจ จิต
วญิ ญาณ และสังคมของผ๎ูปุวยแบบประคบั ประคอง รวมทง้ั ปญั หาและความต๎องการของครอบครัวของผู๎ปุวย
ไดอ๎ ยาํ งรวดเร็ว

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 99

วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2561เวลา 11.00-11.15 น.
Section 5 Suandok Holistic Care Model

โดย คณุ อรุณลักษณ์ เหล็กกลา้ งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

 วัตถุประสงค์
เพอ่ื ทาให๎รแู๎ ละเข๎าใจบทบาทของแตํละวชิ าชีพในการทางานแบบสหวชิ าชีพ

 ขน้ั ตอนวธิ กี าร
จัดโตะ๏ แบบเรยี นปกติ
ใช๎เทคนคิ การบรรยาย ผาํ น power point

 อปุ กรณ์
ใชส๎ ่อื ไอที

 เนื้อหา

บทบาทการดูแลผู้ป่วยแบบประคบั ประคองของทีมสหวชิ าชีพ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

Holistic Care Model Network หนา้ 100
บทบาทในการดแู ลผู้ป่วยแบบประคับประคองของภาคเี ครือขา่ ย

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย

 ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั
ได๎ทราบความสาคญั ในแตํละวชิ าชีพ

 เทคนิคทักษะทใี่ ช้ในกิจกรรม
ประสบการณ์ท่ีนักสังคมสงเคราะห์มแี ละทรัพยากรท่มี ใี นหนวํ ยงานทีว่ ิทยากรสามารถนามาใชร๎ วํ มด๎วย

 ผลสะทอ้ นของผ้เู ข้ารบั การอบรม
ใช๎การสอนแบบบรรยาย และให๎เห็นแบบทดสอบทาให๎ผ๎ูเรียนสนใจตอบสนองการเรียนดีแตํขาดตัวแบบ

การฝึกเปน็ รายบคุ คล

 บทสรุปในกจิ กรรม
ทาให๎เข๎าใจเหตุผลทีต่ อ๎ งใชค๎ ะแนนในการประเมิน นีม้ าประกอบ

 ขอ้ สังเกตในกิจกรรมข้อดสี งิ่ ท่สี ามารถพัฒนาได้
มีการนาเสนอให๎ผลในการใช๎ประโยชน์ของแบบประเมิน
มผี ๎ูอบรมและผสู๎ งั เกตการณ์ ชํวยเสริมให๎ข๎อมูลเพิ่มเตมิ ในการนาไปใชไ๎ ด๎ชดั เจนขนึ้
ควรมีการฝกึ ใชก๎ ับ ตัวอยาํ งCase จริงเพ่อื ให๎เห็นภาพในการทางานมากขน้ึ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 101

วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 11.16-12.00 น.
Section 6 การประเมนิ ผปู้ ่วยแบบประคับประคองทางดา้ นจิตใจ

โดย คุณเยาวเรศ คามะนาด รพ.ศรีนครนิ ทรข์ อนแกน่

 จุดประสงค์
เพ่ือใหร๎ ๎จู กั เคร่ืองมือเฉพาะดา๎ นอารมณ์ ประเมินภาวะซมึ เศร๎า

 ขั้นตอนวิธีการ
บรรยายแบบ Classroom

 อปุ กรณ์
สื่อไอที PowerPoint

 เนือ้ หาสาระ

ช่วยเหลือผูใ้ ช้บริการใหช้ ว่ ยเหลอื ตนเองได้

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 102

แบบประเมินภาวะซมึ เศรา้ และการฆ่าตัวตาย

ข้อแนะนาใหผ้ ้ปู ระเมินกาเคร่อื งหมาย  ในชอ่ งทีต่ รงกบั คาตอบของผรู้ ับบริการ

แบบประเมินภาวะซึมเศร้า 2 คาถาม (2Q)

ลาดบั ที่ คาถาม มี ไมมํ ี

1 ใน 2 สัปดาหท์ ี่ผํานมารวมวันน้ที าํ นร๎สู ึกหดหูํ เศร๎า หรือท๎อแท๎สนิ้ หวังหรือไมํ

2 ใน 2 สัปดาห์ท่ีผาํ นมารวมวันนท้ี ํานรู๎สึก เบอ่ื ทาอะไรก็ไมํเพลดิ เพลนิ หรือไมํ

หมายเหตุ กรณี มี 1 ข๎อข้นึ ไปให๎ประเมิน 9Q ตอํ

แบบประเมินภาวะซึมเศรา้ 9 คาถาม (9Q)

ลาดบั ที่ ใน2สปั ดาห์ทผ่ี ํานมารวมท้งั วันนี้ ไมมํ เี ลย เปน็ บางวัน เปน็ บํอย เป็นทุก
ทาํ นมีอาการเหลํานบี้ อํ ยแคไํ หน 1 – 7 วัน >7 วนั วัน

1 เบื่อ ไมํสนใจอยากทาอะไร 01 23

2 ไมสํ บายใจ ซมึ เศร๎า ท๎อแท๎ 01 23

3 หลับยาก หรอื หลับ ๆ ต่ืน ๆ หรอื หลบั มากไป 0 1 23

4 เหน่อื ยงําย หรอื ไมํคอํ ยมแี รง 01 23

5 เบื่ออาหาร หรอื กินมากเกินไป 01 23

6 รู๎สึกไมํดีกับตัวเอง คิดวํา ตัวเองล๎มเหลว หรือ 0 1 23

ทาให๎ตนเองหรอื ครอบครัวผดิ หวงั

7 สมาธิไมํดีเวลาทาอะไร เชํน ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ 0 1 23

หรอื ทางานทต่ี ๎องใชค๎ วามต้งั ใจ

8 พดู ช๎า ทาอะไรช๎าจนคนอ่ืนสงั เกตเหน็ ได๎ หรือ 0 1 23

กระสับกระสํายไมํสามารถอยูํนิ่งได๎เหมือนท่ีเคย

เป็น

9 คดิ ทาร๎ายตนเอง หรอื คิดวาํ ถา๎ ตายไปคงจะดี 0 1 23

รวมคะแนน

รวม

< 7 ไมํมีภาวะซึมเศร๎า  7-12 มีภาวะซึมเศร๎าระดับน๎อย  13-18 มีภาวะซึมเศร๎าระดับปานกลาง ≥ 19

มีภาวะซมึ เศร๎าระดับรนุ แรง

หมายเหตุ คะแนน 9Q ≥ 7 ให๎ประเมินการฆําตัวตาย 8 คาถาม (8Q) และปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผ๎ูปุวยท่ีมี

ภาวะซึมเศรา๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 103

แบบประเมนิ การฆา่ ตัวตาย 8 คาถาม (8Q)

ลาดบั ที่ คาถาม ในเดือนทีผ่ าํ นมารวมวันน้ี ไมใํ ชํ ใชํ

1 คิดอยากตาย หรือ คดิ วาํ ตายไปจะดกี วํา 01

2 อยากทารา๎ ยตวั เอง หรือ ทาใหต๎ วั เองบาดเจ็บ 02

3 คดิ เกี่ยวกบั การฆําตัวตาย (ถ๎าตอบวาํ คิดเก่ียวกบั การฆาํ ตวั ตาย ใหถ๎ ามตํอ) 0 6

ทํานสามารถควบคมุ ความอยากฆําตวั ตายที่ทาํ นคดิ อยํูนั้นได๎หรือไมํ หรือ บอก ได๎ ไมไํ ด๎

ไหมวําคงจะไมํทาตามความคดิ นั้นในขณะนี้ 08

4 มีแผนการท่ีจะฆําตวั ตาย 08

5 ได๎เตรียมการที่จะทาร๎ายตนเอง หรือ เตรียมการจะฆําตัวตาย โดยต้ังใจวําจะ 0 9

ใหต๎ ายจริง ๆ

6 ไดท๎ าใหต๎ นเองบาดเจบ็ แตํไมํต้งั ใจทจ่ี ะทาให๎เสยี ชวี ิต 04

7 ได๎พยายามฆาํ ตัวตายโดยคาดหวงั /ตงั้ ใจทจี่ ะใหต๎ าย 0 10

8 ทํานเคยพยายามฆําตัวตาย 04

รวมคะแนน

รวม

 0 ไมมํ ภี าวะซึมเศรา๎  1-8 แนวโน๎มฆําตวั ตายเล็กน๎อย

 9-16 แนวโนม๎ ฆาํ ตวั ตายระดบั ปานกลาง  ≥ 17 แนวโน๎มฆําตวั ตายรนุ แรง

หมายเหตุ มีคะแนน ตง้ั ต้ัง 1 ขนึ้ ไปใหร๎ ายงานแพทย์และปฏิบตั ิตามแนวทางการดูแลผ๎ปู วุ ยเสยี่ งตอํ การฆําตวั ตาย

แนวทางการดูแลผู้ท่มี ภี าวะซมึ เศร้า
1. ภาวะซึมเศร้าระดับเล็กน้อย (Mild Depression)เป็นภาวะอารมณ์ท่ีไมํสดชื่น แจํมใส อารมณ์เศร๎า เหงา
หงอยช่ัวคราวซ่ึงบุคคลทั่วไปร๎ูสึกได๎ในบางคร้ัง การนอนลดลง อาจหลับยากหรือต่ืนเช๎ากวําปกติ อาจมี
สาเหตุหรอื ไมกํ ็ได๎ เริ่มคิดลบเปรียบเทียบตนกับผู๎อื่น ความต้ังใจทางานตํางๆ ลดลง ต๎องการความชํวยเหลือ
แนะนา การเอาใจใสํ
2. การดูแล - ค๎นหาและประเมนิ ปัญหาดา๎ นจติ สงั คม พูดคยุ เปิดโอกาสใหร๎ ะบายความรสู๎ ึก ให๎กาลังใจ
3. ภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง (Moderate Depression) มีอารมณ์ซึมเศร๎ารุนแรงขึ้น จนมีผลกระทบตํอ
ชีวิตครอบครัวและการงาน แตํยังสามารถดาเนินชีวิตประจาวันได๎แตํอาจไมํสมบูรณ์ อาการเป็นมากชํวงเช๎า
ร๎ูสกึ ไมมํ ีความสขุ เบือ่ หนํายตอํ สิ่งตาํ งๆ อํอนเพลีย มีพละกาลังลดลง ร๎ูสึกตนเองไร๎คํา ตาหนิตนเอง หงุดหงิด
ร๎องไหง๎ ําย โกรธงาํ ย กังวลกับสุขภาพ หลกี หนสี งั คม แยกตัว อาจคดิ อยากตาย ไมอํ ยากอาหาร น้าหนักลด
4. การดูแล - ค๎นหาและประเมนิ ปญั หาด๎านจติ สงั คม พูดคยุ เปดิ โอกาสใหร๎ ะบายความร๎สู กึ ให๎กาลังใจ

- แนะนาวธิ ีการคลายเครียดด๎วยตนเอง เชํน การพูดคุยระบายความร๎ูสึก การนวด การฟงั เพลง
การทาสมาธิ การผํอนคลายกลา๎ มเนอื้ -หากไมดํ ขี ึ้นให๎ รายงานแพทย์

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 104

3. ภาวะซึมเศร้าระดบั รนุ แรง (Severe Depression)
-มอี ารมณเ์ ศรา๎ ตลอดเวลา สิ้นหวัง มองตนเองด๎านลบ ไมํมีคุณคํา คิดอยากตายมากขึ้น

แยกตัวมากขน้ึ สน้ิ หวัง มองไมํเห็นอนาคต การตดั สินใจเสยี แมเ๎ รอ่ื งงาํ ยในชีวิตประจาวันไมสํ นใจดูแลตนเอง อาจน่ังอยูํ
ทาํ เดยี วนานๆหรือกระวนกระวายอยํูไมํสขุ นอนน๎อยลง อํอนเพลีย บางคนไมอํ ยใํู นโลกแหงํ ความเปน็ จริง
การดูแล-คน๎ หาและประเมนิ ปัญหาดา๎ นจิตสงั คมพูดคยุ เปดิ โอกาสให๎ระบายความรส๎ู ึก ใหก๎ าลังใจ

- แนะนาวธิ ีการคลายเครยี ดด๎วยตนเอง เชนํ การพดู คยุ ระบายความร๎สู กึ การนวด
การฟังเพลง การทาสมาธิ การผํอนคลายกลา๎ มเน้ือ

-หากมคี วามเส่ยี งตํอการฆําตัวตาย ใหเ๎ ฝูาสงั เกตอาการใกลช๎ ดิ และรายงานแพทย์ทันที

แนวทางการดูแลผทู้ ีเ่ สี่ยงตอ่ การฆ่าตวั ตาย
1.เส่ียงต่อการฆ่าตัวตายระดับน้อย -- พูดคุย เปิดโอกาสให๎ระบายความรู๎สึก จัด

เจา๎ หนา๎ ทด่ี แู ลสังเกตอาการตํอเน่ือง สามารถทากิจกรรมสํวนตัวได๎ โดยไมํต๎องคอยตามตลอดเพียงแตํต๎องสังเกตเป็น
ระยะๆจัดสภาพแวดลอ๎ มให๎ปลอดภัย เกบ็ อาวุธ ของมีคมและส่งิ ของอันตราย และรายงานแพทยแ์ ละทมี ผ๎ดู ูแล

2. เส่ียงต่อการฆ่าตัวตายระดับปานกลาง-พูดคุยเปิดโอกาสให๎ระบายความรู๎สึก เสริม
ความหวงั ทางด๎านบวก และปรับมมุ มองในการแกป๎ ัญหา ชวํ ยให๎ผูป๎ ุวยมองเห็นทางแก๎ปญั หาหลายๆทาง
- ให๎การดูแลใกล๎ชิด เจ๎าหน๎าที่สามารถดูแลรํวมไปกับผู๎ปุวยอ่ืนๆ โดยจัดให๎อยํูใกล๎เคาน์เตอร์พยาบาลที่สมารถ
มองเห็นได๎ตลอดเวลา จัดสภาพแวดลอ๎ มใหป๎ ลอดภยั เกบ็ อาวธุ ของมคี มและส่ิงของอันตราย
-มีปาู ย precaution ติดไวท๎ ี่หน๎า Chart และ Kardex สงํ เวรให๎ทราบท่วั กัน และรายงานแพทย์และทีมผูด๎ ูแล

3 .เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายระดับรุนแรง- ให๎การดูแลใกล๎ชิด จัด เจ๎าหน๎าที่ดูแล
ใกลช๎ ิดหนง่ึ ตํอหน่งึ โดยจัดให๎อยํูใกล๎เคาน์เตอร์พยาบาลท่สี มารถมองเหน็ ไดต๎ ลอดเวลา จัดสภาพแวดล๎อมให๎ปลอดภัย
เก็บอาวุธ ของมีคมและส่ิงของอันตราย-มีปูาย precaution ติดไว๎ที่หน๎า Chart และ Kardexสํงเวรให๎ทราบทั่วกัน
-รายงานแพทย์และทีมผู๎ดูแลทนั ที
***Warning sign suicide พูดคุยถึงการฆําตัวตายมีปัญหาการกินหรือการนอนพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอยํางชัดเจน
แยกตัว เตรียมตัวทีจ่ ะตายโดยจดั การภาระสุดทา๎ ย ยกสมบตั ิสํวนตวั ให๎แกํผอ๎ู ื่น เคยพยายามฆําตัวตายมากํอน ทาส่ิงที่
สี่ยงภัยโดยไมํจาเป็น เพ่ิงมี/เคยมีการสูญเสียที่รุนแรงในชีวิต หมกมํุนเร่ืองความตายและการตาย บํนอยากตาย ไมํ
สนใจรูปลกั ษณภ์ ายนอกของตนเอง
***กลํมุ โรคทางกายท่เี ส่ียงตอํ การฆําตวั ตาย ท่ีพบบํอย ได๎แก กลํมุ โรคเรื้อรัง ( เอดส์ มะเร็งSLE ผพ๎ู ิการ)
ให้เข้าใจการนาแบบ Depress มาใช้ประโยชนก์ บั การทางานกับผ้ปู ว่ ย

 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ
ไมํทราบวําการประเมนิ ด๎านจติ ใจมปี ระโยชน์อยาํ งไรและทราบข๎อจากดั การนาไปใช๎ และผลของคะแนนวํา

เป็นไปทาจริงหรือมีขอ๎ เบ่ียงเบนแคํไหนอยํางไร

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 105

 เทคนิคทกั ษะที่ใชใ้ นกิจกรรม
แบบประเมนิ 9Qแบบประเมนิ การฆาํ ตัวตาย อยํางสงบ8Q

 ผลสะทอ้ น
ผูร๎ บั ฟังสนใจดี

 บทสรปุ ในกจิ กรรม
ทาใหเ๎ ขา๎ ใจวํา การประเมนิ ด๎านจติ ใจสมั พนั ธก์ บั การประเมนิ ด๎าน Bio

 ขอ้ สังเกตในกิจกรรมส่งิ ทส่ี ามารถพฒั นาได้
เป็นองค์ประกอบท่ีสามารถนามาใช๎จากประสบการณ์ท่ีวิทยากรเคยเรียนร๎ูบทบาทด๎าน จิตวิทยามากํอน

เหน็ วาํ มปี ระโยชนท์ ี่จะนามาดูแลผ๎ปู ุวยแบบประคับประคองและ Care giver

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 106

วันที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 11.25 ถึง 13.40
Section 7 Family Tree in Palliative Care

โดย คณุ สฑุ าวรรณ์ ไชยมูล นกั สังคมสงเคราะห์ชานาญการพเิ ศษ
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาตมิ หาราชินี กรมการแพทย์

 จดุ ประสงค์
เพ่อื เรียนร๎เู ครอ่ื งมอื ทางสงั คมการเขยี น Family Tree ทใี่ ชใ๎ นงานการดูแลผ๎ูปวุ ยแบบประคับประคอง

Family Tree in Palliativeเพอื่ การประเมนิ ทางสังคมทราบประวตั ิครอบครัว ค๎นหาแบบแผนความเจ็บปุวยทาให๎ร๎ู
เขา ร๎เู รา รูบ๎ ริบทใครทาอะไรให๎ได๎บ๎าง

 ขนั้ ตอนวธิ กี ารดาเนินกิจกรรม
บรรยายแบบ class room
วทิ ยากรแบงํ กลํมุ 3 คนเพือ่ ทดลองให๎กบั ผ๎ูอบรม โดยแบงํ เปน็ ผ๎สู ัมภาษณ์ ผปู๎ ุวยและผส๎ู งั เกตการณ์
วิทยากรเขยี นตัวอยํางสวํ นวิธีและมีกจิ กรรมใหฝ๎ กึ เขยี น Family ทข่ี องตัวเองด๎วย

1. ใหค๎ วามรู๎ ความหมาย Family Tree
2 เริม่ เขียนทเี่ คส
3 เขียนเสน๎ ความสมั พันธ์
4 เขยี นลอ๎ มรอบบุคคลในบา๎ น
5 ชวนคุยประเดน็ ประโยชน์ท่ไี ด๎จากการทา Family Tree
6 ฝึกเขียน Family Tree ของฉัน
7 ฝกึ เขียน Family Tree ของเธอ โดยใหเ๎ ปน็ เบอร์ 1 เปน็ ผส๎ู มั ภาษณ์ 2 ผปู๎ วุ ย 3 ผส๎ู ังเกตการณ์

 อปุ กรณโ์ สตทศั นศึกษา
สื่อไอที Power point
ใบงานการทา Family Tree

 เน้ือหาสาระ
คาถามในเฟสทตี ๎องครอบคลุมการประเมนิ สขุ ภาพ ดา๎ นสงั คม บทบาททางสังคม จติ ใจอารมณ์หน๎าท่ีกาย

จิตสงั คมและจติ วญิ ญาณ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 107

Family Treeองค์ประกอบ โครงสร๎างครอบครัว อยาํ งน๎อย 3 รนํุ การอําน family tree ต๎องอาํ นการให๎
ความหมายกํอน เพราะมสี านกั ที่เขียนไว๎รายงานเคสเริ่มตน๎ ทเี่ คสเสมอประโยชน์งํายในการอาํ นข๎อมลู Bio ขอ๎ มูล
ถาม สขุ ภาพเป็นอยาํ งไร หมอบอกวําเป็นโรคอะไร วันน้ี มารกั ษาอะไร

Psycho สขุ ภาพจิตเน๎นสัมพันธภาพ

Social เข๎ารวํ มกลุํม อาชีพ การทางาน รายได๎

Spiritual ศาสนาเวลาไมํสบายใจ ทาอยาํ งไรคํะ

PC ใช๎ Family Tree ทกุ เคส

ปญั หาที่พบ คือ นักสังคมฯจะแก๎ปัญหาอยํางไร เชํน ผ๎ูดูแลหลัก ในบ๎าน ในโรงพยาบาลคนละคน ปัญหาใดท่ีขอให๎

ใครชํวย.......

ด้านร่างกาย อายุ

ด้านจติ ใจ กินได๎ นอนได๎ สบายดี

ดา้ นสังคม ทางาน

ดา้ นจติ วญิ ญาณ เมอื่ ทาอะไรแลว๎ ไมสํ บายใจ

เพศชาย อายุ 31 ปี คนที่ 3 ในจานวน 5 คน กินเยอะ

เปน็ คนอารมณด์ ี หลับๆๆ ตน่ื ๆๆ ชอบฝันร๎าย

ทางานท่ี รพ.....ด๎าน......

ลกู คนเลก็ จากพี่นอ๎ ง มพี ํอแมํ

ถาม Bio ของพํอแมํ เพ่ือถามความเจ็บปวุ ยท่ีอาจเก่ียวขอ๎ งกบั พนั ธุกรรม

ความหมาย

เป็นเครอ่ื งมือสาคญั เพื่อคน๎ หา..

- ขอ๎ มูลเกี่ยวกับประวัตคิ รอบครวั

- คน๎ หาแบบแผนความเจบ็ ปุวย-ความเส่ยี งตํอการเจ็บปุวย

- ขอ๎ มลู ด๎านรํางกาย จติ ใจ สังคม และจิตวิญญาณ

- ขอ๎ มลู ปัจจยั ทางด๎านสิง่ แวดล๎อม

องคป์ ระกอบ

1. โครงสรา๎ งครอบครวั อยาํ งนอ๎ ย 3 รุนํ

2. วงจรชีวิต

3. รปู แบบความสัมพนั ธ์

4. เหตุการณ์สาคัญของชีวิตและครอบครัว

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 108

5. ใช๎สัญลักษณ์
สญั ลักษณ์

- โครงสรา๎ งของครอบครัว
- ลักษณะความสัมพันธ์

แผนผังครอบครัว (Family Tree) กลํุมงานสงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ สถาบนั สขุ ภาพเดก็ แหํงชาติมหาราชนิ ี

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 109

ตัวอยา่ ง
การรายงานเคสเป็นเด็กผู๎ชายอายุ 17 ปี ปุวยเป็นโรค.....ทางสังคม....ทางจิตวิญญาณ....... มีพ่ีน๎อง

............แมํ ใหจ๎ บ แตํละคน ทาใหเ๎ หน็ ภาพขยายออกไป

ประโยชน์
1. งาํ ยในการอําน ทาความเขา๎ ใจ
2. มองเหน็ ภาพรวมของ bio-psycho-social-spiritual
3. เข๎าใจ-ความถึงความเช่อื มโยงระหวํางบรบิ ทของ ครอบครัว กับความเจบ็ ปุวย

คาถาม
1. ด๎าน Bio หาหมอดว๎ ยโรคประจาอะไรบ๎าง /โรคในอดตี สุขภาพเป็นอยํางไรบ๎าง / หมอวาํ อยาํ ง ไร
2. Psycho
3. Social มากบั ใคร ใครพามาโรงพยาบาล อยํูบา๎ นกบั ใคร
4. Spiritual นบั ถอื ศาสนาอะไร เมือ่ ไมํสขุ สบายใจทาอยาํ งไร

ใชเ้ มื่อ
1. ทาได๎ทกุ ราย
2. เฉพาะcase ทมี่ ีปญั หาซับซ๎อน-ขอ๎ มูลครอบครัวซับซอ๎ น
3. เจาะลกึ เพอ่ื การดแู ลสขุ ภาพทตี่ ํอเน่ืองแบบองค์รวม

กิจกรรม Family Tree
กจิ กรรมท่ี 1 Family tree ของฉัน
- เขียน Family Tree ของตนเอง
กจิ กรรมท่ี 2 Family Tree ของเธอ
จับกลุํม 3 คน
- คนท่ี 1 เปน็ ผูส๎ มั ภาษณ์ประวตั ิ (นกั สงั คมสงเคราะห)์ เปน็ ผเู๎ ขียน Family Tree
- คนที่ 2 เปน็ คนถูกสัมภาษณ์ (ผ็ปวุ ย)
- คนท่ี 3 ผส๎ู งั เกตการณ์

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 110

ส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากการทากิจกรรม
1. เลําเรอื่ งครอบครัว
2. มใี ครอยํบู ๎าง
3. ปกตทิ ากิจกรรมด๎วยกนั เสมอ
4. กรณีทพี่ ูดนอกเรอ่ื ง บอกวาํ เรื่องน้ีนําสนใจนะคะ แล๎วเราคอํ ยมาคยุ กนั หลงั จากนี้
5. ตอนนีร้ ๎แู ลว๎ วาํ คณุ แมมํ ีปญั หามากมาย แลว๎ มอี ะไรให๎หนูชวํ ยคํะ
6. การสมั ภาษณต์ ๎องอาศยั ความสัมพันธ์
7. บอกวัตถุประสงคข์ องการซกั ประวตั ิ
8. ประเมินคนที่เราสมั ภาษณ์เสมอวํามีความพร๎อมไหม และเบนประเด็นเมอื่ ท่ีเงยี บไป ชํวยอธิบายอกี ทไี ด๎ไหม
9. ประเมินการรบั รข๎ู องคนในครอบครวั
10. อะไรที่ยังทาไมเํ สร็จ

การดแู ลครอบครัวท่ีรสู้ ึกว่าตนเองเปน็ สาเหตุทาให้ลกู ป่วย

- การปฏบิ ัติแบบปกปูอง

- การรับร๎ูดา๎ นโรค เสียอะไร ได๎อะไร

- ความหมายของลูก ชดใช๎กรรม

- ความหมายของลูกท่ีใหค๎ วามหมายตนเอง เพราะไปบมี้ ด

- มองทด่ี กี บั ลกู ลกู ดกี บั เค๎า

- เมอื่ ลกู เปน็ แบบนี้ แมํเกํงขนึ้ อยํางไร

- เร่มิ ตน๎ ที่ case consult แลว๎ เราทาได๎

 ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั
มีความเข๎าใจรูปแบบการเขียน Family Tree อยํางเป็นระบบ สามารถอํานคําประเมิน Bio Psycho

Social spiritual ได๎
ไดท๎ ราบวิธีการสมั ภาษณ์ เทคนิค ทักษะจากประสบการณ์ตรงของวิทยากร ใช๎เทคนิคการสอบถาม เชํน

เลาํ ให๎ฟงั หนํอยสคิ ะ

 เทคนคิ ทักษะที่ใช้ในกิจกรรมน้ี
ใช๎เทคนิคในการบรรยาย สอนยกตัวอยําง ทดสอบ วิทยากรมีทักษะในการสอนอธิบายจัดระบบความคิด

ใหก๎ ับผ๎ูอบรมไดอ๎ ยาํ งมืออาชพี

 ผลที่ไดจ้ ากกิจกรรมผลสะทอ้ นของผ้เู ข้ารว่ มอบรม หนา้ 111
ผูอ๎ บรมสนใจกระตือรือรน๎ ในการตอบคาถามทาแบบฝกึ หัดสนใจตอบคาถามอยํางดีมาก

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย

 บทสรุป
เปน็ กจิ กรรมและใชเ๎ ทคนคิ การสอนโดยเรียนร๎ูจกั ใบงานมกี ารทดลองทาจริง

ในกจิ กรรมผอู๎ บรมสามารถเข๎าใจไดใ๎ นระดบั หน่ึงเพราะบางคนไมํมพี น้ื ฐานในการทา Family Tree มากอํ น

 ข้อสังเกตในกจิ กรรมสง่ิ ทีส่ ามารถพัฒนาได้
เปน็ แบบอยาํ งทีม่ ีประโยชน์ในบริบทเฉพาะทางวิชาชพี สังคมสงเคราะห์
การสะท๎อนกลบั จากผเ๎ู ข๎าเรียนและตอบปัญหาให๎กระจําง
ในเวลาท่ีจากัดอาจไมํสามารถเขียนได๎ทั้งหมด ในการประเมิน Family Tree จะต๎องพิจารณาในเร่ืองกาย

จิตสงั คมและจิตวิญญาณ
ได๎ข๎อสรุปจากบทเรยี นทแ่ี ตลํ ะกลมํุ สะท๎อนกลบั มาเป็นเทคนิคท่นี าํ จดจาและสามารถนาไปใช๎ได๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 112

วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 13.40–15.05
Section 8 เครื่องมอื การประเมินทางสังคมแบบประเมนิ ทางสังคม

INHOMESS แบบประเมนิ การเยี่ยมบา้ น
แบบประเมินความพร้อมของครอบครัว
โดย คณุ วีรมนต์ จนั ทรด์ ี ศูนยช์ ีวาภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
 จุดประสงค์
เพอ่ื เรียนร๎ูเคร่ืองมอื ทางสงั คม INHOMESS แบบประเมินการเยยี่ มบา๎ นที่ใช๎ในงานการดแู ลผู๎ปุวยแบ

ประคับประคอง

 ข้นั ตอน

วิทยากรเรม่ิ บรรยายเชอ่ื มโยงให๎เห็นถึงความจาเป็นท่ีต๎องใชเ๎ คร่ืองมือ ในการประเมนิ ทางสงั คมแบบ
ประเมนิ เยย่ี มบ๎าน แบบวนิ จิ ฉัยทางสงั คมแบบประเมินความพร๎อมทางครอบครัว

 อปุ กรณ์

ส่ือไอที Powerpoint

 เน้ือหา

ให้เทคนคิ การต้งั คาถามเปดิ ประเดน็ กวา้ งๆ เพราะอะไรเหตุผลอะไรทาไม

ใหน้ ิยามความหมาย ของการทางาน holistic ของนกั สงั คมสงเคราะห์บทบาทของนักสังคมสงเคราะหต์ ํอการดูแล
ชํวยเหลอื ในแตลํ ะด๎านส่งิ แวดล๎อมการปรับตัว ของสมาชิกครอบครวั ที่ไมเํ ทาํ เทียมกนั บคุ คลทีว่ าํ
ปญั หา Pain กบั แรงสนบั สนุนทางสงั คมสง่ิ ค๎างคาใจ ความคิดตอํ สภาพการณ์ ทเ่ี ผชิญสง่ิ ท่ีรบกวน
จิตใจ ตํอ ผ๎ูปุวย ความเป็นไปได๎ของครอบครวั บางอยํางถามตรงไมํได๎ ตอ๎ งพดู คุยสร๎าง
สัมพนั ธภาพใช๎เวลา

การประเมิน Spiritual assessment ใช้ HOPE

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 113

H–O–L- I-S–T–I–C

H Home บา๎ นและส่งิ แวดล๎อม

อปุ กรณ์ที่ต๎องนาไปใชท๎ ่ีบ๎าน

O Orientated to การปรบั ตัว

ทราบได๎อยํางไรวําผู๎ปุวยปรับตัวได๎หรือไมํ อาจดูได๎จากการยอมรับในครอบครัว ถือ

วําเป็นการปรับตัวได๎ระดับหนึ่งแล๎ว การปรับตัวซ็อค>โกรธ >ต่อรอง >ซึมเศร้า >

ยอมรับ การปรับตัวของผู๎ปุวยและครอบครัว เหมือนกันหรือไมํ ต๎องประเมินท้ัง 2

สํวน

L Love ones บคุ คลอันเปน็ ทร่ี ัก

I Identify ลกั ษณะเฉพาะตวั การศึกษา ความคิด ความเช่อื

S Social Support การสนบั สนุนทางสงั คม

ความพรอ๎ มของครอบครัว

T Thinkingin ความคดิ เห็นตํอสถานการณท์ ีเ่ ผชิญ

situation มีผลตอํ การดแู ล

I Interrupting สง่ิ รบกวนจติ ใจ

mind การบวชถือวําเป็นทดแทนบุญคุณ คนที่ปลดล๏อคได๎คือพํอแมํ ท่ีเป็นคนบอกวําได๎

ทดแทนใหแ๎ มํแล๎ว จากการกระทาที่ผํานมา

คาตอบ เกิดจากการคุย เวลาข้ึนไปคุยกับคนไข๎ท่ีหอผู๎ปุวยควรน่ัง (Sit and hear)

ไมคํ วรยืน (go) ควรน่ังท่สี ามารถสบตาได๎

C Care giver ผูด๎ แู ลผป๎ู ุวย

Spiritual Assessment

H–O–P–E

H Sources แหลํงที่พึ่งทางใจ (ทั้งศาสนา และสิ่งท่ียึดเหน่ียวอ่ืน) ตัวอยําง ใช๎เป็นเพลงบรรเลง

of hope ตัวลกู ท่สี ามารถยืนหยัดอยูํไดเ๎ มอ่ื จากไป

O Organized การนับถือศาสนา (เป็นสมาชิกของกลุํมที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอะไรบ๎าง สิ่งน้ันชํวยอะไร /

religion อยาํ งไร) ทุกคนมกี รรมวิธีในการเข๎าถึงแตกตาํ งกนั เชนํ

- การตกั บาตร การแจ๎งบคุ คลทีเ่ คารพ

- การบริจาครํางกาย กรณีอายุมากแล๎ว ไมํสามารถบริจาคได๎ จิตของการให๎

บุญเกิดต้ังแตํท่ีเราตั้งใจแล๎ว ณ ขณะท่ีคุณยายอยํูโรงพยาบาลถือวําเป็นครู

ของคุณหมอ คุณพยาบาล นกั สังคมสงเคราะหแ์ ล๎ว

P Personal (กิจกรรมทางศาสนา / ทางจิตวิญญาณที่มีประโยชน์ เชํน การสวดมนต์ การอําน

Spirituality/ คัมภรี ์ การทาสมาธิ การเขา๎ รํวมพิธีกรรมตําง ๆ การฟงั เพลง

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 114

Practices
E Effects on ผลกระทบจากการเจบ็ ปวุ ย

medical care
and end of life
issue

Spiritual Assessment
- ความหมายของความตาย (เชํน การราลกึ ถึงความตาย ชวี ติ หลงั ความตาย นรก สวรรค)์
- คณุ คาํ ของชีวิต/เรอื่ งราวทีภ่ าคภมู ิใจ
- สง่ิ รบกวนจติ ใจ/ สง่ิ ทีค่ า๎ งคาใจ/ งานทย่ี ังทาไมํสาเร็จ

การบอกเมอ่ื คนไข้กาลังจะจากไป การสมั ผัส โดยการกอด การใชส๎ ายตาพูด
1. การบอกรักกัน การอนุญาตให๎คนไขจ๎ ากลาได(๎ สาคัญ)
2. ขอโทษ
3. ขอบคณุ
4. ให๎อภัย
5. สญั ญา

เคร่อื งมือของนักสังคมสงเคราะห์ คอื เวลาท่ีมีใหผ๎ ๎รู ับบรกิ าร เกิดจากประมวลข๎อความ

Spiritual Assessment

HOPE

H: Sources of hope แหลงํ ทีพ่ ึ่งทางใจ(ทั้งที่ศาสนา และสิง่ ท่ียดึ เหนีย่ วอ่ืนๆ)เชนํ เพลงบรรเลง ถา๎ เพลงมเี สยี ง
คาร๎อง จะทาใหจ๎ ติ ตดิ สุข

O: Organized religion การนบั ศาสนา (เปน็ สมาชกิ ของกลมุํ ทยี่ ดึ เหนยี่ วจติ ใจอะไรบ๎าง ส่งิ นนั้ ชํวยอะไร
อยํางไร)

P: Personal spirituality/practices การปฏบิ ัติ (กิจกรรมทางศาสนา ทางจิตวิญญาณท่ีมีประโยชน์ เชํน การสวด
มนต์ บริจาครํางกาย จาเปน็ ต๎องทาความเข๎าใจกับญาติ “จติ ของการให๎ บญุ เกิดตงั้ แตํใหแ๎ ล๎ว” ยนิ ดีกบั เค๎า ณ
คณุ อยํูในรพ. คณุ ..เป็นครูอยํูแลว๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 115

E : Effects on medical care and end of life issues ผลกระทบจากความเจบ็ ปุวย
ส่งิ ที่ควรทา.....การบอกรกั ขอโทษ ให๎อภยั ........ ไมคํ วรสญั ญาในส่งิ ที่ทาได๎ การสบตา
ระหวํางพดู การสัมภาษณ์ ...พํอเห็นพยายามของหนู พํออนุญาต เด็กบอก หนขู อกลับบ๎าน และ
ไมํขอกลับมาหาหมออีกนะคะ 6 เดือนผาํ น ถาํ ยแดง ถาํ ยดา ถาํ ยขาว เปล่ยี นเสอ้ื สีขาว จากไป
อยาํ งสงบ ดว๎ ยชดุ ขาว อนุญาตจากจติ วญิ ญาณ ไมํมีสง่ิ ค๎างคาใจ

 ประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ บั
ทาให๎นักสงั คมสงเคราะหม์ เี ครือ่ งมือในการประเมนิ ซึง่ เป็นตัวบงํ ช้ถี ึงคณุ ภาพมาตรฐานในวชิ าชพี

ผู๎รบั บรกิ ารมน่ั ใจได๎วาํ ได๎รับบรกิ าร อยํางเต็มประสิทธิภาพ

 เทคนคิ ทกั ษะท่ีใชใ้ นกจิ กรรมนี้
อธิบายบรรยากาศประสบการณก์ ารทางาน

 ผลทีไ่ ด้จากกิจกรรมผลสะท้อนของผู้เขา้ รับการอบรม

แบบการสอนแบบ Two Way ทาใหผ๎ ู๎ฟงั มีสํวนรวํ มตลอดเวลาไดร๎ ับความสนใจตั้งใจฟังเกิดความ
กระตือรอื ร๎น

 การใช้เคร่ืองมอื ต่างๆ
ซง่ึ มีความเฉพาะ ในการดแู ลผ๎ูปวุ ยแบบประคบั ประคอง ทาใหไ๎ ดร๎ ับการยอมรับ จากวชิ าชีพสงั คม

สงเคราะหแ์ ละวชิ าชีพอืน่ ๆ ที่เรยี กรอ๎ งมาตรฐาน คณุ คําและความหมายที่แท๎จริง

 ข้อสงั เกตในกิจกรรมสงิ่ ทสี่ ามารถพฒั นาต่อได้

การเรยี นรผ๎ู าํ นเทคนคิ การต้ังคาถาม การฝึกทดลองเชงิ ปฏิบตั ิการ ซง่ึ ทาให๎ทกุ คนได๎มี
สํวนรวํ ม ทาให๎เกิดความนําสนใจ และไดร๎ ับการเรียนรอ๎ู ยํางแทจ๎ รงิ สิง่ ทส่ี ามารถพฒั นาตํอได๎ คือการฝึกใช๎
ทกั ษะทเี่ พิม่ ขน้ึ อาจตอ๎ งเพมิ่ ระยะเวลาในการเรยี นร๎ูมากขน้ึ หรอื เนน๎ ลงฝึก ปฏิบัตงิ านจรงิ ซง่ึ จะเป็นการ
เติมเต็ม และทาให๎สามารถสร๎างทกั ษะ ความเชียวชาญ ตํอไป

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 116

วันที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 13.40–15.05
Section 9 แบบวัดคณุ ภาพชีวิตขององคก์ ารอนามัยโลกชดุ ยอ่ ฉบับภาษาไทย(World Health Organization

Quality of Life Brief – Thai, WHOQOL-BREF-THAI)
โดย คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
มหาราชินี กรมการแพทย์

 จดุ ประสงค์
เพื่อใหต๎ ระหนักถงึ ความจาเป็น ในการประเมินผ๎ูดูแลนอกจากผ๎ูปวุ ย

 ขน้ั ตอนวิธีการ
วิทยากรบรรยายเชอ่ื มโยง ความจาเป็นในการใช๎แบบประเมินคุณภาพชีวิต โดยพัฒนามาจาก WHO

และจดั ทา Score
1. วทิ ยากรชวนคยุ ทาใหเ๎ หน็ คุณภาพชีวติ
2. วิทยากรแจกใบงานลองทา และวิทยากรแปลผลวิเคราะหใ์ ห๎ทา
3. วทิ ยากรชวนคุยให๎เห็นความสาคัญของแบบประเมิน จากนั้นให๎ ใบงาน แบบประเมินคุณภาพชีวิต
ของผ๎ูดูแลในแตํละข๎อ วิเคราะห์วํามีจุดอํอน อยํางไร วัดระดับคุณภาพชีวิต เริ่มต๎น ตํอมา วัด
ระดบั คณุ ภาพชีวติ ทกุ 2 สัปดาห์ทราบการเปลยี่ นแปลงของผู๎ดแู ล

 อปุ กรณ์
ใชส๎ อ่ื ไอที
Powerpoint
ใบงาน

 เนอื้ หา
ความรู๎ ในแบบประเมินคุณภาพชีวิต โดยวิทยากร ได๎ทดสอบมาและให๎ความสาคัญกับผลประเมินวิธีการ

ประเมนิ และการนาไปใช๎ โดยเนน๎ ให๎ฝกึ พิจารณาทีค่ ุณภาพชวี ิตของตัวเองกอํ น
ความหมาย

เป็นเคร่ืองมือวัดคุณภาพชีวิตที่พัฒนามาจากกรอบของคาวํา คุณภาพชีวิต ซึ่งหมายถึงการประเมิน
คําท่ีเป็นจิตพิสัย (subjective) ซ่ึงฝังแนํนอยูํกับบริบททางวัฒนธรรม สังคม และสภาพแวดล๎อม จะเน๎นไปที่การรับร๎ู
ในเรอ่ื งคณุ ภาพชีวิต ของผ๎ูตอบ ไมํได๎ คาดหวังท่ีจะเป็นวิธีการที่จะวัดใน รายละเอียดของอาการโรค หรือสภาพตํางๆ
แตํ เปน็ การ ประเมนิ ผลของโรค-วิธกี ารรักษาที่มตี อํ คุณภาพชีวติ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 117

ซง่ึ เปน็ เครื่องมือที่พัฒนามาจากเครื่องช้ีวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลก โดย สุวัฒน์ มหัตนิ

รันดร์กลุ และคณะ ประกอบดว๎ ยข๎อคาถาม 26 ข๎อ แบงํ เปน็ คุณภาพชวี ติ 4 ดา๎ นดงั นี้

1) ดา๎ นสขุ ภาพรํางกาย ได๎แกํ ขอ๎ 2, 3, 4, 10, 11, 12, 24

2) ด๎านจิตใจ ได๎แกํ ขอ๎ 5, 6, 7, 8, 9, 23

3) ดา๎ นสัมพนั ธภาพทางสงั คม ไดแ๎ กํ ข๎อ 13, 14, 25

4) ดา๎ นสงิ่ แวดลอ๎ ม ไดแ๎ กํ ขอ๎ 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22

สวํ นขอ๎ ที่ 1 และ 26 เปน็ ตัวช้ีวัดคุณภาพชวี ติ และสขุ ภาพโดยรวม

โดยมีข๎อคาถามทีม่ ีความหมายทางบวก 23 ข๎อ และขอ๎ คาถามทีม่ คี วามหมายทางลบ 3 ข๎อ คือข๎อ 2, 9, 11แตํ

ละขอ๎ เปน็ มาตรสํวนประเมินคํา (rating scale) 5 ระดับ ให๎ผู๎ตอบเลอื กตอบดงั นี้

ไมํเลย หมายถึง ทํานไมํมีความร๎สู กึ เชนํ นั้นเลย รส๎ู กึ เชนํ น้เี ลก็ น๎อยหรือร๎สู กึ แยมํ าก

เล็กน๎อย หมายถึง ทํานรสู๎ กึ เชนํ น้นี านๆคร้ัง รู๎สกึ เชนํ นั้นเลก็ นอ๎ ย รสู๎ กึ ไมพํ อใจหรือร๎ูสึกแยํ

ปานกลาง หมายถงึ ทาํ นร๎สู กึ เชนํ นั้นปานกลางรูส๎ ึกพอใจระดับกลางๆหรอื รู๎สึกแยรํ ะดบั ปานกลาง

มาก หมายถงึ ทํานรู๎สึกเชนํ นน้ั บอํ ยๆ ร๎สู ึกพอใจหรอื รูส๎ ึกดี

มากทสี่ ุด หมายถงึ ทํานร๎สู ึกเชนํ นน้ั เสมอ รสู๎ ึกเชนํ นั้นมากทีส่ ุดหรือรูส๎ กึ สมบรู ณ์ รส๎ู ึกพอใจมาก รสู๎ กึ ดมี าก

การใหค้ ะแนนคุณภาพชีวติ เปน็ ดงั นี้

คาตอบ ไมํเลย เล็กนอ๎ ย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ

คะแนนความหมายทางบวก 1 23 45

คะแนนความหมายทางลบ 5 43 21

การแปลผล

1) คะแนนคุณภาพชีวิตโดยรวมมคี ะแนนตง้ั แตํ 26-130 คะแนน โดยแบงํ ได๎เป็น 3 ด๎าน ดงั นี้

26-60 คะแนน แสดงถงึ คุณภาพชวี ิตไมดํ ี

61-95 คะแนน แสดงถึง คุณภาพชีวิตปานกลาง

96-130 คะแนน แสดงถงึ คุณภาพชีวติ ดี

2) คุณภาพชวี ติ แยกเป็นองค์ประกอบยอํ ยได๎ ดังน้ี

องคป์ ระกอบ คุณภาพชวี ิตไมด่ ี คุณภาพชีวิตปานกลาง คุณภาพชวี ิตดี

1.ด๎านสขุ ภาพราํ งกาย 7-16 17-26 27-35

2.ดา๎ นจติ ใจ 6-14 15-22 23-30

3.ดา๎ นสัมพันธภาพทางสงั คม 3-7 8-11 12-15

4.ดา๎ นส่งิ แวดล๎อม 8-18 19-29 30-40

ความเที่ยงตรงและความเช่ือมั่นของเคร่ืองมือ เครื่องมือได๎รับการทดสอบแล๎วพบวํามีความ

เที่ยงตรง (validity) ท่ีดี โดยมีคํา content validity = 0.65และมีความเชื่อมั่น (reliability) ที่ดี โดยมีความ

สอดคลอ๎ งภายใน (internal consistency) ซ่ึงแสดงคาํ Cronbach’s alpha coefficient = 0.84

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 118

การแปลผล
- แบบรวม
- รายด๎าน
- รายขอ๎ เพอื่ ดูจดุ อํอน จุดแข็ง

แบบสอบถาม(Download)
Workshop

- จบั คูํ จงประเมนิ คุณภาพชวี ติ ของตนเอง
- แลกใบประเมิน สลบั กนั แปลผล
- แปลผลทง้ั 4 ดา๎ น และแปลผลรวม
- ดูรายขอ๎ ข๎อไหนเลอื กคะแนนมาก จุดแข็ง
- ข๎อไหนคะแนนน๎อย จุดทีต่ ๎องชํวยเหลือ – พฒั นา

 ประโยชน์ที่ได้รบั
ทาให๎สามารถชํวยเหลือผ๎ูดูแล โดยมีเครื่องชี้วัดอธิบายได๎ ไมํใชํเร่ืองโรค เวลาให๎ใช๎อธิบายผู๎ดูแลทราบภายใน

2 สปั ดาหเ์ ทาํ น้นั ในการวัดผล ซ่ึงแบบประเมนิ จากัดใช๎อยใํู นชวํ งบุคคลอายุ 15 ถึง 60 ปี
เป็นลักษณะของการตอบ อาํ นใหฟ๎ งั นาคะแนนมาบวกแล๎วนอํานผลลพั ธแ์ ลว๎ แปลผล
ในการนาเสนอตํอทีม เวลาที่ต๎อง ทา Case Conference อธิบายความเป็นไปด๎านตํางๆวิเคราะห์ให๎เห็น

จดุ อํอนจุดแขง็

 เทคนิคทักษะทีใ่ ชใ้ นกิจกรรม
วิทยากรใชเ๎ ทคนคิ การถํายทอดองคค์ วามร๎ูผาํ นประสบการณ์ท่เี คยทดลองใช๎เครื่องมือมาแลว๎
วิทยากรจะมีทีมวิทยากร มาเดินแจกใบงาน เพื่อให๎ทุกคนทากิจกรรมไปพร๎อมพร๎อมกันจากน้ันวิทยากรหลัก

จะกระตุ๎นคาถามและฝึกทดลองเรยี นร๎ผู ํานแบบประเมินคณุ ภาพชีวติ

 ผลที่ไดจ้ ากกิจกรรม
เปน็ การเรียนรู๎ลักษณะของการอบรมเชิงปฏิบตั ิการมีการทาแบบทดสอบผฟู๎ ังตัง้ ใจเรียนรแ๎ู ละมสี วํ นรํวมดมี าก

 บทสรปุ ในกจิ กรรมนี้
เม่อื มีการฝกึ ทดลองปฏิบัติจรงิ แล๎วสามารถนาไปใช๎ประโยชนไ์ ด๎

 ขอ้ สงั เกตในกจิ กรรมข้อดสี ิง่ ทสี่ ามารถพฒั นาได้
เป็นกิจกรรมท่ีมีประโยชน์ เป็นแบบทดสอบที่เป็น scale พัฒนามาแล๎วสามารถนาไปใช๎กับนักสังคม

สงเคราะห์ เพอื่ ดูแลคณุ ภาพชีวิตของผดู๎ แู ลท่ีไหนกไ็ ดม๎ ีความเป็นสากล

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 119

วันที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 13.40–15.05
Section 9 Touching Technique

โดย อ. วรลกั ษณ์ เจรญิ ศรี อาจารย์ประจาคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 จุดประสงค์
เพอ่ื เรียนรเ๎ู ทคนิค การสมั ผัสบอกความรส๎ู ึก ของผูป๎ ุวยประคบั ประคองและผ๎ดู แู ล

 ขน้ั ตอนวิธดี าเนนิ กจิ กรรม
วิทยากรใหจ๎ ับคํูกันผลดั กันนวดโดยใช๎วธิ ีการตามทว่ี ทิ ยากรสอนโดยหลับตาและให๎แสดงความร๎ูสึก ความร๎ูสึกทั้งดีและ
ไมํดี ผาํ นความร๎สู ึกสมั ผัส
การกระทาท่ีได๎รับมีการเลําเร่ืองราวผํานมือ ความคับข๎องใจไมํเคยเลําให๎ฟังเราผํานมือ คนเลําเร่ืองราวจับมือหลับตา
แสดงอารมณ์ผาํ น การสมั ผสั ของมือ คนรบั ฟังหงายมอื กมุ มอื กนั โดยไมตํ ๎องนวด

1. จับคํู 2 คน
2. สลับกันนวดมือ
3. หลบั ตาแลว๎ นวดมือ
4. คุยเรอ่ื งการจบั มอื
5. คนเลาํ เร่อื งหงายมือ คนฟังจับมอื
6. เลาํ เร่อื งผํานมือโดยไมํตอ๎ งใชเ๎ สียง

 อุปกรณ์
จดั โตะ๏ แบบพร๎อมเรียนร๎ู
นั่งจบั คํู
ใช๎สอื่ ไอที

 เน้ือหาสาระในการจัดกิจกรรม
เปน็ กิจกรรมเกมใหค๎ นท่ี 1 นวดคนที่ 2 และใหค๎ นทถ่ี ูกนวดหลบั ตา คนนวดสํงพลังไปให๎คนท่ีถกู นวด
เกิดจากการสัมพันธภาพความไว๎วางใจ ถ๎าจิตเราวํางเพียงพอ เราจะรับรู๎เร่ืองของเขาผํานทางอารมณ์

ไมํจาเปน็ ต๎องผํานปฏกิ ิรยิ าหนา๎ ตา

 ประโยชน์ที่ไดร้ บั
การใชก๎ ารสือ่ สารด๎วยความร๎ูสึกจากภายใน ทาใหเ๎ กิดคุณคําทางจิตใจอยํางมากทสี่ ามารถรับร๎ูความรส๎ู กึ กนั ได๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 120

 เทคนิคทกั ษะทใ่ี ช้ในกจิ กรรมนี้
ใช๎ประสบการณ์การจัดเกมเพ่ือส่อื ความหมายการสัมผัส

 ผลท่ีได้จากกจิ กรรม ผลสะท้อน ของผเู้ ขา้ อบรม
เป็นกิจกรรมทาให๎ผู๎อบรม ได๎ทดสอบอารมณ์ความรู๎สึกผํานการกระต๎ุน สัมผัสทางฝุามือ ฤดูสะเทือนใจตํอกิจกรรมมี
การเปลี่ยนแปลงทางสมั ผสั แตํละคนสนใจทาตามวิทยากรสะทอ๎ นบทเรยี นได๎ดี

 บทสรุปในกจิ กรรม
ด๎วยกิจกรรมดึงอารมณ์และความร๎ูสึกทาให๎นักสังคมสงเคราะห์ได๎รับร๎ูวําสัมผัสถํายทอดถึงอารมณ์ และ

จิตใจซึ่งกันและกันได๎การสื่อสารทางจิตใจถึงกันได๎และมีการส่ือตอบสนองกลับได๎แตํทั้งนี้ต๎องเริ่มจากสัมพันธภาพ
ความไว๎วางใจกันเมือ่ จติ วาํ งพอจะรบั รู๎เรอื่ งราวความทุกข์ของอีกฝุายหนึ่งได๎

 ขอ้ สงั เกตในกจิ กรรม
ข๎อดีให๎นักสังคมสงเคราะห์เข๎าใจความร๎ูสึกของการสื่อสารด๎วยการใช๎จิตวิญญาณโดยไมํต๎องใช๎คาพูดมี

รูปแบบการสอื่ สารอกี หลายอยาํ งทน่ี ําสนใจและสามารถนามาใช๎ได๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 121

วันที่ 12 กรกฎาคม 2561เวลา 08.30 – 09.00 น.

Section 1 ทบทวนการเรียนรูข้ องวันท่ี 11 กรกฎาคม 2561
ดร.ขนิษฐา บูรณพันศกั ดิ์ รพ.ธรรมศาสตรฯ์ และคุณศรีสุภา แกว้ ประพาฬ รพ.รามาธิบดี

วิทยากรทบทวนเน้ือหาการเรียนร๎ูของวันที่ 11 ก.ค.61 ตั้งแตํเริมต๎นเครื่องมือในการประเมินผ๎ูปุวย
ประคับประคองและระยะท๎าย -Biology ( Pain Score and PPS Score) - แบบประเมินด๎านจิตใจ- แบบ
ประเมินด๎านจิตวิญญาณโดย คุณเยาวเรศ คามะนาด คุณอรุณลักษณ์ เหล็กเพชร คุณวีรมลล์ จันทรดี
เครื่องมือการประเมินทางสังคม Family Tree โดย คุณ สุฑาวรรณ์ ไชยมูล สถาบันเด็กฯ)เครื่องมือการประเมิน
ทางสงั คม - INHOMESSS (แบบประเมนิ เยี่ยมบ๎าน) - แบบวินิจฉัยทางสังคม- แบบประเมินความพร๎อมของครอบครัว
โดย คุณเยาวเรศ คามะนาด คุณวีรมลล์ จันทรดีและเคร่ืองมือการประเมินทางสังคม แบบประเมินคุณภาพ
ชีวติ โดย คุณสฑุ าวรรณ์ ไชยมลู (สถาบนั เดก็ ฯ) และ Touching Techniqueโดย อ. วรลกั ษณ์เจริญศรี

จากน้ัน คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ สถาบันสุขภาพเด็กแหํงชาติมหา
ราชินี กรมการแพทย์ นาออกกาลังกาย กดหัว เบ่ียงหน๎าซ๎าย ขวา อยํางละ10 เหยียดเท๎า ข๎างละ 10 ข๎อมือ
ขา๎ งละ 10

ลงชือ่ เข๎าดูงาน ท่ีโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ หรือสถาบันเดก็ มหาราชนิ ี

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 122

วันที่ 12 กรกฎาคม 2561เวลา 09.00-11.00 น.

Section 2 Family Meeting in palliative Care
คุณสฑุ าวรรณ์ ไชยมูล นกั สงั คมสงเคราะหช์ านาญการพเิ ศษ
สถาบันสุขภาพเด็กแหง่ ชาติมหาราชินี กรมการแพทย์

 จดุ ประสงค์
เพื่อให๎ผู๎อบรมมีความรู๎ความเข๎าใจในการทา Family Meeting ได๎อยํางม่ันใจและสามารถจัด

Family Meeting ได๎

 ขนั้ ตอนวธิ ดี าเนินกิจกรรม
จดั ช้นั เรยี นปกตแิ ตํมกี ารซกั ถามสรา๎ งการมสี วํ นรํวม

มรี างวลั ในการแสดง บทบาทสมมุติ Role Play

 อปุ กรณ์
ส่ือไอที
บทสนทนา Role Play บทบาทสมมุติ จาลองสถานการณ์การสื่อสารของแพทย์ พยาบาล นักสังคม

สงเคราะหแ์ ละครอบครัวผป๎ู ุวย palliative

 เนอ้ื หาสาระในกิจกรรม
วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม Family Meeting การแลกเปล่ียนประสบการณ์ในฐานะของ Case

และนักสังคมสงเคราะห์เข๎าใจรูปแบบวําใครทาอะไรที่ไหนอยํางไร What When Where Why How ครบทุก
กระบวนการตลอดจนปัญหาอุปสรรค รวมถงึ การทดลองทากิจกรรมผาํ นบทบาทสมมุติ
เนือ้ หา คอื อะไรทาไมเมอื่ ไรเพ่ืออะไรอยาํ งไรตวั อยาํ ง
ครอบครวั คือ การเชอ่ื มโยงสัมพนั ธ์ทางสายเลอื ด รมึ ิใชสํ ายเลอื ด การปฏสิ ัมพันธ์
ประชุม คอื การวางแผน การแสดงความเห็น และต๎องจบท่ีการมี มติ
การประชุมครอบครัว (Family meeting) คอื

วิธีท่เี ปิดโอกาสให๎ทุกฝุายทเี่ กี่ยวขอ๎ งกับผ๎ปู วุ ย ได๎แกํ

- ทมี สหวิชาชีพที่ดูแลผป๎ู วุ ย

- ทมี ครอบครัว
ได๎มโี อกาสซกั ถามหรอื ชแ้ี จงขอ๎ สงสัยท่ีเกี่ยวกับการดูแล ตลอดจนการวางแผนหรือตัดสินใจเร่ืองการดูแล
รักษาหรือการแกไ๎ ขปัญหาตาํ ง ๆ รํวมกนั
ทาไมต้องครอบครวั

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 123

1. เขารด๎ู ที ่ีสุดวาํ ผ๎ปู วุ ยตอ๎ งการอะไร
2. ใสใํ จกบั ทุกข์สุขของผ๎ูปุวยที่สดุ
3. ผ๎ูปวุ ยไดร๎ บั ไว๎วางใจใหค๎ รอบครัวชํวยตัดสนิ ใจ
4. เขาคอื ผู๎แบกรบั ผลกรรมท่ีตามมาในการตัดสนิ ใจ

เมอ่ื ไร ถึงจะ Family meeting
1. กรณที ี่ทีมทีด่ ูแลมคี วามเขา๎ ใจที่ไมตํ รงกันกับผปู๎ วุ ยหรือสมาชิกในครอบครวั
2. ปัญหาสมาชกิ ในครอบครวั มีความเหน็ ขดั แยง๎ กนั เรอ่ื งเปาู หมายการดูแล
“ไมตํ ๎องทาทกุ ราย”

เพอื่ อะไร
1. สร๎างความเขา๎ ใจท่ดี รี ะหวํางทมี รกั ษากับผู๎ปวุ ยและครอบครัว
2. ทาความเข๎าใจเปาู หมายหลกั ของการดแู ลในปจั จุบนั
3. หาแนวทางของการดูแลผ๎ูปวุ ยในอนาคตรวํ มกนั
4. ประเมนิ ความต๎องการด๎านอนื่ ๆของผูป๎ ุวยและครอบครัว และวธิ ีการท่คี รอบครัวใช๎จัดการกับปัญหาด๎านตํางๆ
ท่ี เกดิ ขน้ึ

โอกาสที่ใช้
1. การเปล่ยี นแปลงรปู แบบการใช๎ชวี ติ

- Work at homeแมตํ อ๎ งมาทางานที่บา๎ น
2. การตดั สินใจเรือ่ งสาคัญ

- การตัดสนิ ปลํอยส่ิงท่รี ักจากไป
3. วางแผนการดูแล

- การวางแผนการดแู ลเดก็ หัวโต วิธีการดูแลของเด็กวยั รนุํ
4. การเปิดเผยเร่อื งสาคญั หรืออันตราย

- การบอกวําลูกเป็นอะไร

- การใหค๎ วามหวงั เมอ่ื ใชย๎ านแ้ี ลว๎ จะทาให๎ดีขึน้
5. จดั การความขดั แยง๎ ต๎องเขา๎ ใจกลไกความคดิ ของญาติ การขัดแย๎งในครอบครัว

- พํอ แมํ ยาย เหน็ ไมตํ รงกัน ยาย เห็นวาํ เหมือนเดิม แมคํ ดิ วํา ดขี น้ึ พอํ คดิ วาํ แมํควรปลํอย แมํคิด
วาํ ถ๎ามลี ูกพอํ จะกลบั มา
องคป์ ระกอบ
1. Therapeutic conversation

- กระบวนการส่อื สารแบบเผชิญหน๎ากัน

- เปน็ ชํองทางในการใหข๎ อ๎ มลู และการสนบั สนนุ ผ๎ูปุวย และญาติ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 124

- เน๎นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลให๎ผ๎ูปุวยและ ญาติอยูํดี-มีสุข ท้ังด๎าน สุขภาพกายและ
สุขภาพจติ เคารพในการเปน็ บคุ คลผ๎ปู ุวย

เคารพในความเปน็ บคุ คลของผูป้ ่วยStarting point(Respect for autonomy and choice)
- อยากอยํูอยํางมคี วามหมายและมคี ุณคํา
- อยากมีโอกาสเลอื ก/วางแผนทเี่ กี่ยวกับตนเอง
- มีแบบแผน/ความเช่ือในการดูแลสขุ ภาพ
- ตอ๎ งการการยอมรบั
- มีภูมหิ ลังแตกตํางกัน

การสอื่ สารเพ่อื การเยยี วยา(Therapeutic communication / interaction) (Mularski, et al..,2007)
1. ชวํ ยให๎มีความหวงั /กาลงั ใจ/เขม๎ แขง็
2. การสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจ ในทุกระยะของการเจ็บปวุ ย
3. สํงเสริมความเขา๎ ใจในธรรมชาติ

Therapeutic conversation : AD
จะชํวยให๎ผ๎ปู ุวยรู๎สกึ :

- มกี าลังใจ / มีคนหวํ งใย
- รู๎สึกมคี ุณคาํ /มีความหมาย
- ร๎สู กึ อบอุํนใจวาํ มีคนเขา๎ ใจ/เห็นใจ
- ชํวยใหร๎ ส๎ู ึกมนั่ ใจวําจะไดร๎ ับการดแู ล/ไมํถกู ทอดทิ้ง

(Miles, Koepp & Weker, 1996)
Communication

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 125

การสอ่ื สารเพอ่ื การบาบดั (Therapeutic question)
รจู๎ ักคนไข๎ (Knowing patient)

- ผูป๎ ุวย/ญาติ ร๎เู ก่ียวกับการเจ็บปวุ ยของตนหรือไมํ
- การเจ็บปุวยนี้มีความหมาย/ผลกระทบอยาํ งไร
- ผูป๎ ุวยและญาตเิ คยผาํ นการสูญเสียอะไรบา๎ ง
- ผปู๎ ุวยและญาติมีแหลํงสนบั สนุนอะไรบ๎าง
การสื่อสารเพอ่ื การเยียวยา (Therapeutic communication/interaction)
- เปดิ โอกาสใหถ๎ ามคาถาม
- ใหข๎ ๎อมลู ทีเ่ ปน็ ทางเลือก

- เคารพในการตดั สนิ ใจ
Commending family &Individual strengths

- ค๎นหาจุดแข็งในครอบครัว
- ส่งิ ท่คี รอบครวั ใหค๎ วามสาคญั /เปน็ กังวล • ความคาดหวงั ของครอบครัว
- ส่ิงทท่ี า๎ ทาย/คุกคามของครอบครวั
อยํางไร

 กอ่ น
o ทบทวน วตั ถปุ ระสงค์
o ผท๎ู คี่ วรเขา๎ รวํ มประชุม
o เวชระเบียนและข๎อมูลเก่ยี วกับตัวโรคของผ๎ูปวุ ย
o แนวทางการรักษาของทมี สหวชิ าชีพใหเ๎ ขา๎ ใจตรงกนั
o Family Tree / Genogram
o ตกลงกบั สมาชิกในทีมวํา...
 ใครทาหน๎าทเ่ี ปน็ Facilitator (คนที่รู๎จักผ๎ูปุวยดีทีส่ ดุ )/ ใครบนั ทึก
 ตอ๎ งการให๎ชแี จงหรือตอบคาถามแกํครอบครัวในสํวนไหน แจง๎ ครอบครวั
 ทมี แนะนาตัว
 แจง๎ ครอบครวั : เปาู หมายของการประชุม นัดเวลาและสถานที่ จัดสถานที่- ท่ีนั่ง -รูปแบบ
การจัดวา

 ขณะทา
- ทมี แนะนาตวั และบทบาท
- สมาชกิ ในครอบครวั แนะนาตัวเองและความสัมพันธ์กบั ผปู๎ วุ ย Facilitator แจง๎
- วัตถุประสงค/์ ประเด็นทีจ่ ะรวํ มกนั ตดั สนิ ใจหรือรับทราบ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 126

- กติกาของการประชมุ
- แจง๎ ระยะเวลาของการประชมุ ครําวๆ ให๎ทุกคนได๎รบั ทราบ
- ถามผู๎ปวุ ยและครอบครวั เกยี่ วกับความเขา๎ ใจระยะของตวั โรคและการพยากรณโ์ รค
- เปิดโอกาสให๎สมาชิกแตํละคนได๎ซักถาม แสดงความ คิดเห็นและความรู๎สึกเกี่ยวกับตัวโรคของ

ผูป๎ วุ ย
- ทีมอธิบายและตอบคาถามของสมาชิกในครอบครัว เกี่ยวกับโรคของผ๎ูปุวย ระยะของโรค และ

การพยากรณ์โรค
- ถามความเห็นของครอบครวั แตลํ ะคนเกย่ี วกับเปูาหมาย ของการดูแล
- ทีมอธิบายเปาู หมายของการดแู ล และช้แี จงขอ๎ สงสัย
- ถามครอบครวั เกี่ยวกบั ขอ๎ สงสัยเรอ่ื งแผนการดูแลในอนาคต
- ทีมอธิบายเร่ืองแผนการดูแลรักษาและแนวทางการจัดการ กับอาการตํางๆของผู๎ปุวยท่ีอาจจะ

เกิดข้ึนในอนาคต
- ทีมถามความต๎องการที่อยากให๎ทีมชํวยเหลือ : ด๎านรํางกาย ด๎านสังคม ด๎านจิตใจ ด๎านจิต

วญิ ญาณ
- ประเมินวิธกี ารที่ครอบครวั ใช๎จดั การกบั ปญั หาดา๎ นตาํ งๆ ท่เี กิดข้นึ ทีผ่ าํ นมา
- ประเมินจดุ แข็งของครอบครัวในการรับมือกับปัญหาและ ช้ีให๎ครอบครวั เห็นจดุ แขง็ ของตนเอง

 สรุปและปดิ การประชุม
o เปิดโอกาสให๎สมาชกิ ในครอบครวั ได๎ซกั ถามเพ่ิมเติม
o สรปุ ส้นั ๆ ตามประเด็น และแผนการดูแลผู๎ปุวยในอนาคต
o หาตวั แทนครอบครวั ทจี่ ะไปถาํ ยทอดผลสรุปกบั คนอ่ืนๆ
o จดบนั ทกึ ในแฟูม
o หาตัวแทนครอบครวั ท่จี ะไปถํายทอดผลสรปุ กบั คนอน่ื ๆ
o จดบันทึกในแฟูมประวัตหิ รือแบบฟอรม์ ตาํ งๆ
o ให๎ครอบครวั -ทีมผ๎ทู ่เี กยี่ วข๎องลงชือ่ รบั ทราบข๎อตกลงตาํ งๆ
o กลาํ วขอบคณุ ทกุ คนที่เข๎ารํวมประชุม นัดตดิ ตามตํอเน่อื ง

เทคนคิ
o เทคนคิ ชวํ ยใหก๎ ารประชมุ ครอบครวั ราบร่นื
- ใหโ๎ อกาสสหวิชาชีพอ่นื ๆ ไดแ๎ ลกเปลย่ี น

- พดู คยุ ในทิศทางบวกเสมอ

- เปดิ โอกาสให๎พูดถึงอดีตบางสํวน

ทาไงดี บางครัง้ ก็ไม่มีขอ้ สรุป หนา้ 127

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย

1. ทบทวนเปาู หมาย ตอ๎ งชัดเจนและเป็นไปได๎
“คดิ วําถา๎ ลูกพดู เพอื่ ตัวเองได๎ เขาอยากบอกวําอะไร”
“คุณคดิ วาํ ถา๎ ลูกพดู ได๎ เขาจะเลือกทางไหนคะ”
“ถ๎าลกู มาน่งั ตรงนไ้ี ด๎ คิดวําลูกจะบอกอะไรคะ”

2. เปิดโอกาสใหส๎ มาชิกครอบครวั ได๎ปรึกษากัน
3. เปดิ ประเด็นอภิปราย : ในการตัดสินใจ คุณพํอคุณแมํ ประเมินจากอะไรบ๎าง การตัดสินใจน้ันจะมีผลกระทบ

ตอํ ใคร อยาํ งไรบ๎างคะ คณุ พํอคณุ แมํยงั มปี ระเด็นใดที่ เป็นหวํ งหรือรบกวนจติ ใจ
4. ใสํใจกับความรสู๎ ึก ทศั นคติ
5. หาแหลํงชํวยเหลอื จุดดีในครอบครวั /แตํละคน
ทบทวนครอบครวั
1. สง่ิ ทเี่ ดก็ หรอื สมาชิกครอบครวั ต๎องการ
2. ทผ่ี าํ นมาได๎ทาสง่ิ ใดลลุ ํวงไปแลว๎
3. มีสิ่งใดทตี่ ๎องการใหท๎ างทมี ชํวยเหลอื
4. มหี ลักความเช่ือทางศาสนา
5. ทีมอาจต๎องชวํ ยจดบนั ทึกให๎ญาติ
ข้อควรร:ู้ ครอบครัวจะพึงพอใจ ถา้ ทมี สหวชิ าชีพ ให้ความมน่ั ใจวา่ ...
1. ไมํทอดท้ิงผ๎ปู ุวยระหวํางวาระสุดทา๎ ย
2. จะชวํ ยให๎ผป๎ู วุ ยสบาย ไมํทรมาน
3. ชํวยประคับประคองญาตใิ นการตัดสนิ ใจประเดน็ ตํางๆ ใน วาระสดุ ทา๎ ย
4. เปดิ โอกาสให๎ญาตไิ ด๎พูด ซกั ถาม

ตัวอยา่ งประโยคทีอ่ าจจะชว่ ยนาสภู่ ายในใจ
1. บางครัง้ ความตอ๎ งการของเราอาจตาํ งจากสง่ิ ทผี่ ๎ปู ุวย ต๎องการ คณุ พอจะทราบไหมคะวาํ จริงๆ แลว๎ ผป๎ู วุ ย
ต๎องการอะไร
2. ทีมไมํต๎องการให๎คณุ รสู๎ ึกหนักใจหรือเป็นภาระในการ ตดั สินใจรกั ษา เพราะทีมเองต๎องมีสํวนในการตดั สินใจ
ด๎วยกนั ไมํทราบคณุ พอจะบอกทมี แทนผปู๎ วุ ยได๎ไหมคะ วําเขาตอ๎ งการอะไร
3. ในอีก 6 เดอื นข๎างหนา๎ ถา๎ มองยอ๎ นกลบั มา มีสิง่ ใดที่คณุ จะสามารถบอกได๎อยาํ งมน่ั ใจวาํ คณุ ได๎ทาสิ่งนั้นท่ี
แม/ํ ลกู ตอ๎ งการแล๎ว
4. คุณเปน็ อยาํ งไรบ๎าง
5. มอี ะไรท่ีอยากให๎หมอและทมี ชวํ ยเหลอื เพ่มิ เตมิ บ๎าง

อุปสรรค
1. เรํงรัด ตัดบทสนทนา
2. ไมใํ หเ๎ วลาในการตดั สินใจ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 128

3. มสี มาชิกครอบครัวคนเดียว
4. ข๎อมูลแตลํ ะแหลํงขดั แยง๎ กันเอง
Workshop : Role Model Dialog
การดาเนินการกรณนี ารปู ออกสื่อเพื่อรับบรจิ าค
- บอกรายละเอยี ดของน๎อง และแจ๎งวําถา๎ ตํอไปนอ๎ งโตขึน้ มาเหน็ ภาพเหลําน้ี ถา๎ นอ๎ งอยตํู รงน้นี อ๎ งจะร๎สู ึก

อยาํ งไร คิดวําน๎องจะพูดอะไร
- ถามความเห็นของแมํ ของพํอ
- ถามถงึ การบริหารจัดการเงนิ บริจาค วําจะดาเนินการอยํางไร
- เอาเงินบรจิ าคไปบรจิ าคมูลนิธิ แลว๎ โพสแจ๎งที่ Facebook ถึงการบรจิ าค การชํวยเหลอื ขอบคุณ แล๎ว

บญั ชี

 ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ
นักสังคมสงเคราะหไ์ ดร๎ บั บทเรยี นเขา๎ ใจ สามารถนาไปสกูํ ารปฏิบัติ เปน็ ผูด๎ าเนนิ การ ผ๎ูจัด ผ๎ูรํวม

ทมี ได๎ การแสดงบทบาทสมมุตจิ ะทาให๎เขา๎ ใจ ภาพทง้ั หมดในการทางานได๎มากข้ึน

 เทคนคิ ทักษะทใี่ ชใ้ นการทากิจกรรม
เทคนคิ การตัง้ คาถาม การแสดงบทบาทสมมุติ มีคาพูดที่มกี ารฝกึ แสดงบทบาทฯ ประสบการณ์

ตรงของวทิ ยากรที่จัดกระบวนการทางานด๎านนมี้ าแล๎ว สามารถให๎เทคนิคทกั ษะให๎นักสังคมสงเคราะห์ได๎เรียนรูแ๎ ละ
ฝกึ ฝน

 ผลทไี่ ด้จากกจิ กรรมผลสะทอ้ นของผอู้ บรม
ผู๎อบรมมสี ํวนรวํ มทกุ กระบวนการ เรยี นร๎ูผํานการตอบคาถามด๎วยความสนใจมที าํ ทีกระตอื รอื ร๎นมีสํวนรํวม

ในการทากจิ กรรม

 บทสรปุ ในกิจกรรม
ไดร๎ บั ความรคู๎ วามเข๎าใจเหน็ ภาพสะทอ๎ นบทเรยี นผํานบทบาทสมมุตจิ ากผู๎อบรมและแสดงบทบาท

 ขอ้ สังเกตในกิจกรรมสิง่ ที่สามารถพัฒนาตอ่ ได้
กจิ กรรมที่นาเสนอเทคนคิ ทักษะสิ่งท่วี ิทยากรเต็มมามีความชัดเจนเหมาะสมสามารถนาไปใช๎ได๎อยํางดี

ข๎อดี วิทยากรใช๎เทคนิคสร๎างการมีสํวนรํวม วิทยากรเป็นมืออาชีพมาก เตรียมผ๎ูชํวยวิทยากร การวางตาแหนํง
ของผ๎ูชวํ ยวทิ ยากร มกี ารเตรียมใบงาน

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 129

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 130

วนั ท่ี 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 11.25 - 13.00 น.

Section 3 การนาเครอ่ื งมอื ไปใช้ในการประเมินทางสงั คมแบบการเยย่ี มบา้ น IHHOMESS
การประเมนิ การเยยี่ มบา้ นผูป้ ว่ ยระยะสดุ ท้าย Home Visit Assessment : INHOMESS
โดย คุณวรี มลล์ จันทร์ดี นกั สังคมสงเคราะหช์ านาญการ ศูนย์ชวี าภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์

 จดุ ประสงค์
เพ่ือให๎ผู๎อบรมรู๎จักเคร่ืองมือในการประเมินทางสังคม แบบการเยี่ยมบ๎านในผู๎ปุวยPalliative

INHOMESSSเพ่ือให๎การเย่ยี มบา๎ นมปี ระเด็นครบถ๎วน

 ขั้นตอนวิธกี าร
วิทยากรชวนคุยเข๎าเน้อื หาเคร่อื งมอื
วทิ ยากรจากแบบสัมภาษณ์แจ๎งทม่ี าของแบบประเมินทางสังคมในการเยี่ยมบา๎ น IHHOMESS
สอ่ื สารผาํ นใบประเมนิ การเยี่ยมบา๎ นผ๎ปู วุ ยระยะทา๎ ย

 อุปกรณ์
สือ่ ไอที
แบบสมั ภาษณ์

 เนอ้ื หาสาระในกจิ กรรม
เน้ือหาแบบสมั ภาษณก์ ารเย่ยี มบ๎านข๎อมูลท่ีถาม เพื่อให๎ได๎มาซึ่งข๎อมูลที่นําสนใจท่ีต๎องการครอบคลุม

ถึงขอ๎ สงสัยในการปฏิบัตงิ าน แบบประเมนิ ทางสงั คมในการเยยี่ มบ๎าน IHHOMESS โดยพิจารณาตามตวั ยอํ

ตวั ย่อ หมายถึง รายละเอียด

I การดูแลตนเอง - ศกั ยภาพผูป๎ ุวย

N ภาวะโภชนาการ - การทานอาหาร

H ลักษณะที่อยูํอาศัย - บ๎านเชําไมํอยากให๎มคี นตายในบา๎ นเชําทาให๎ต๎องสงํ คนไขม๎ านอนในโรงพยาบาล

- แคมป์งานกํอสร๎าง ไมํให๎มีคนตายในแคมป์

O ความสมั พันธ์ของ - ความสัมพนั ธข์ องสมาชิกในครอบครัว

สมาชิกใน - ท่ีครอบครัวกังวล
ครอบครัว - การเปน็ พยานเรื่องมรดก เราสามารถเปน็ พยานวําอกสาร ลายมือนเ้ี ป็นของ

คนไข๎จรงิ เขียนในขณะทม่ี สี ติ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 131

M ลกั ษณะการใช๎/ - กินยาสมนุ ไพรไหม(กัญชา / ยาหมอ/ ผบี อก) เพ่ือแจ๎งทีมแพทย์ตํอไป
ทานยา - ยาทม่ี ีผลตอํ คนไขม๎ ากมผี ลในแตํละชํวงไมํเทํากนั

E การตรวจรํางกาย - การแทงปลายนิ้วตรวจเบาหวาน กรณที ยี่ าเบาหวานหยุดแล๎ว
อาการท่สี นใจ

S Spiritual Health - ถา๎ ชวํ งวันสุดทา๎ ย อะไรท่ีคิดวํามันใกล๎แลว๎

การเตรียมตัว - การทาให๎คนไขส๎ ามารถทาให๎สงบได๎ การใช๎ดนตรีบาบดั คุณดารัส เสวตาภรณ์

Unfinished - การเตรยี มตวั
business - กรณีบริษัทประกนั

1) แจ๎งกอํ นผ๎ปู วุ ยเสยี ชีวิต

2) ถา๎ ผ๎ูปุวยเสยี ชีวติ แลว๎ จะต๎องผําชนั สตู ร

S Service - จดหมายของแพทย์ที่แจง๎ ผู๎ปวุ ยระยะสดุ ท๎ายตอ๎ งการไปเสียชีวติ ท่ีบา๎ น
- การหาทรพั ยากร / บรกิ าร

- กรณผี ๎ปู ุวยเสยี ชวี ิต

 ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั
ไดเ๎ ทคนิคการสมั ภาษณจ์ ากการเยี่ยมบา๎ นการค๎นหาข๎อมลู ท่ีคุณไดร๎ ับจากการเยี่ยมบา๎ น

 เทคนคิ ทกั ษะท่ใี ชใ้ นกิจกรรม
เทคนิคการสัมภาษณ์การให๎ได๎มาซ่ึงข๎อมูลท่ีสามารถนาเสนอตํอทีมจากประสบการณ์ของนักสังคม

สงเคราะห์ สอื่ สารด๎วยน้าเสียงหนักเบา เรียนรู๎ ถามผาํ น INHOMESSเดนิ คยุ เดินถาม

 ผลทีไ่ ดจ้ ากกจิ กรรมผลสะทอ้ นของผู้เขา้ อบรม
ผู๎อบรมมีสํวนรํวมในการตอบคาถามซักถามมีความสนใจมีสํวนรวํ ม เรียนรู๎อยํางมีความสุข

 บทสรุปในกจิ กรรม
ได๎ความรู๎ข๎อมูล มองเห็นภาพการเย่ียมบ๎านในบริบทของการดูแลผ๎ูปุวยแบบประคับประคองและดึง

ข๎อมูลท่ไี ด๎มาใช๎ประโยชนก์ บั ผ๎ปู ุวยวางแผนชวํ ยเหลือผป๎ู ุวยและทีมสหวิชาชีพ

 ข้อสงั เกตในกิจกรรมขอ้ ดีสิ่งทีส่ ามารถพฒั นาได้
การแนะนาเทคนิควธิ กี ารเทคนคิ ทักษะการสัมภาษณ์

การตอบขอ๎ สงสัยจากผ๎อู บรมในการเรียนรแ๎ู ละบริบทของนักสังคมสงเคราะห์

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 132

วนั ท่ี 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 13.00 - 14.00 น.

Section 4 มุมมองของศาสนาอสิ ลามในการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย
Spiritual assessment and Bereavement Care
โดย คุณอายีสาห์ หะยีนิอาลี นักสังคมสงเคราะห์ รพ.ยะลา

 จดุ ประสงค์
เพอ่ื ให๎เขา๎ ใจและร๎จู ักการดแู ลทางจติ วญิ ญาณด๎วยศาสนาตาํ งๆประเด็นศาสนาอิสลาม

 ขนั้ ตอนวิธีดาเนนิ กิจกรรม
บรรยาย
ส่ือไอที Power point

 เนอ้ื หาสาระในกจิ กรรม
หลักศาสนาสาหรบั การปฏิบัติท่วั ไป และสาหรบั ศาสนาอิสลามท่ีเจ็บปวุ ยหลกั สาคญั ประกาศสานัก

จฬุ าราชมนตรเี กยี่ วกับผป๎ู วุ ยระยะทา๎ ย และการตดิ ตํอประสานคณะกรรมการอิสลาม วิธีส้นั ๆ ในการสอน ให๎
กาลงั ใจผ๎ปู วุ ยอิสลาม เขยี นคาวาํ อัลเลาะห์หรือการขอพรพระเจา๎

หลกั ศรัทธาในศาสนาอสิ ลาม ซึ่งมี 6 ประการ
1. ศรทั ธาตํออลั ลอฮ์ (ซ.บ.)
2. ศรทั ธาตํอบรรดามลาอีกะฮ์ของอลั ลอฮ์ (ซ.บ.)
3. ศรทั ธาตอํ บรรดาคัมภรี ข์ องพระองค์
4. ศรัทธาตอํ บรรดารอซลู ของกพระองค์
5. สรัทธาตอํ วันปรโลก
6. ศรัทธาตอํ กาหนดกฎสภาวะท้ังดแี ละร๎าย

หลักปฏิบตั ิ
1. การปฏญิ าณ
2. การปฏิบัติละหมาด
3. การบริจาคทาน (ซะกาต) ตามกาหนด
4. การถือศีลอด
5. การประกอบพิธีฮัจญ์

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 133

ข้อปฏบิ ตั ิท่ีจาเป็นทม่ี ุสลิมทุกคนจะต้องปฏิบัติ เชน่

การละหมาด ในกรณีท่ีไมสํ ามารถยืนละหมาดได๎ อนุญาตใหผ๎ ูป๎ ุวยนั่งละหมาดได๎ หากไมํสามารถน่ัง
ได๎ กใ็ หน๎ อนตะแคงขวาโดยหนั หน๎าไปทางกิบละฮ์ ถ๎าไมํสามารถตะแคงได๎ก็ให๎นอนหงาย โดยเหยียดเท๎าทั้งสองข๎าง
ไปทางกิบละฮ์ ยกเวน๎ ปฏบิ ตั ิไมํได๎ก็ให๎ทาเทําทส่ี ามารถทาได๎ ผ๎ปู ุวยท่ีไมสํ ามารถขยบั ได๎หรือรํางกายได๎ ใหก๎ ระพริบตา

ข๎อผํอนปรนในการถือศีลอดสาหรับผู๎ปุวย โดยให๎ถือศอลอดชดเชยในภายหลัง แตํถ๎าประสบความ
ยากลาบากกใ็ หช๎ ดเชยดว๎ ยการจํายอาหารแกํคนยากจนขดั สนแทน

เม่ือเจ็บปุวย ศาสนาบัญญัติให๎รักษาโรค พร๎อมท้ังราลึกถึงอัลลอฮ์ (ช.บ.) และขอพรมาก ๆ เพ่ือให๎
หายจากโรคด๎วยพระอนุมัติแหํงพระองค์ ห๎ามการบริโภคสิ่งต๎องห๎าม ห๎ามการรักษาด๎วยสิ่งต๎องห๎าม เชํน สุรา
เวทย์มนต์คาถา เครื่องรางของขลัง ฯลฯ ผู๎ปุวยไมํควรท๎อแท๎จากการมีชีวิต และส้ินหวังในความเมตตาจากอัลลอฮ์
(ซ.บ) (ฮลั ลอฮ์ลดบาปถา๎ เคา๎ ไมโํ วยวาย)

ผู๎ปุวยอดทนตํอการทดสอบและเตรียมพร๎อมสาหรับความตาย โดยจัดการภาระตํางๆ ให๎เสร็จส้ิน
โดยเร็ว เชํน หนี้สินตํางๆ หากมีความจาเป็นไมํสามารถจัดการได๎ ให๎สั่งเสียทายาทหรือหาผ๎ูรับผิดชอบและในสํวน
ของสิทธิท่เี ป็นการรอธรรมตอํ ผอ๎ู ่นื ให๎รบั สานึกผดิ ขออภยั โทษ และปฏบิ ัติความดีกอํ นตาย

การเย่ียมผู๎ปุวย ถือเป็นหน๎าที่ของมุสลิมท่ีต๎องปฏิบัติตํอมุสลิมเพ่ือขอพรให๎ผู๎ปุวย ปลอบโดยให๎
กาลังใจ ให๎อดทนหนักแนํน อิสลามยังสํงเสริมให๎ระลึกถึงความตาย และเตรียมพร๎อมไว๎เสมอ ด๎วยการหม่ัน
ประกอบความดี (ตามมารยาทการเยี่ยม ควรรับเย่ียม ให๎กาลงั ใจ ปลอบโยน)ถา๎ เจบ็ ปวุ ยตอ๎ งบรจิ าค ถอื เป็นผ๎ใู ห๎
ความตายในมุมมองของมสุ ลิม

ตามหลกั ของความตาย ความตายไมํใชสํ ิน้ สุดแตํเป็นจุดเร่ิมตน๎ ของโลกใหมํ
เมอ่ื ผู๎ปวุ ยใกล๎ตาย ให๎เตรียมสภาพให๎พร๎อมสาหรับการตาย
1) ผ๎ปู ุวยกลาํ วถ๎อยคาปฏญิ าณตน
2) อาํ นอัลกรุ อานให๎ผ๎ปู ุวยฟงั
3) หนั หน๎าผป๎ู วุ ยไปทางทิศกิบละฮ์ (ทศิ ตะวันตก)
4) เมื่อผู๎ปวุ ยสิน้ ลมหายใจแล๎วให๎จัดการสภาพให๎เรยี บร๎อยและรีบจดั การ โดยอาบนา้ หอํ ศพ นาศพไป
ละหมาด และรบี นาไปฝัง การตามไปสงํ ศพ เปน็ อีกหนง่ึ หน๎าทขี่ องมสุ ลมิ ท่ีควรปฏิบัติ

 ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ
สามารถนาข๎อมูลไปใชก๎ บั การทางานกับผปู๎ ุวยระยะ ประคับประคอง อิสลามได๎อยาํ งดี

 เทคนคิ ทักษะที่ใชใ้ นกจิ กรรม
ประสบการณ์ตรงของผู๎นับถือศาสนาอสิ ลามและการทางานกบั ผ๎ูปวุ ยในศาสนาอิสลาม

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 134

 ผลทีไ่ ด้จากกิจกรรมผลสะท้อนของผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรม
เป็นการฟังการบรรยายทางเดียวผฟ๎ู งั ผอ๎ู บรมมีหลับบา๎ งแตํเนอ้ื หาเปน็ ส่งิ ทมี่ ีคณุ คํามผี ๎สู นใจฟงั และ

สอบถาม มีการสอบถาม กรณผี ูป๎ วุ ยเดก็ เบาหวาน โรคเรือ้ รงั เด็กอดทาให๎มผี ลกระทบตํอโรค ชวํ งถือศลี อด
สามารถเลือ่ นไปได๎ ใหผ๎ ู๎นาทางศาสนา “โต๏ะอิหมําม” มาพดู

 บทสรุปในกิจกรรม
สามารถเขา๎ ใจหลกั ปฏบิ ัติในศาสนาอสิ ลามเพ่ือปฏบิ ัตติ ํอผปู๎ ุวยศาสนาอิสลามให๎เข๎าถึงผู๎ปุวย

Palliative ในอสิ ลามอะไรควรไมคํ วร

 ขอ้ สงั เกตในกิจกรรมขอ้ ดีสิง่ ทสี่ ามารถพัฒนาได้
ได๎ประสบการณต์ รง จากผู๎เรียนวทิ ยากรทเ่ี ปน็ ศาสนาอิสลามด๎วยจึงทาใหส๎ ามารถนาเสนอข๎อมูลให๎

เข๎าใจและวิทยากรเป็นนักสังคมสงเคราะห์ซึง่ สามารถสรุปรกั สั้นๆใหส๎ ามารถนาไปแนะนาใชก๎ บั ผ๎ูปุวยอิสลามและทาง
ทดแทนสาหรบั ผ๎ูปวุ ยในการงดละเวน๎ ปฏบิ ัตบิ างอยาํ ง จะเหน็ วาํ เนอื้ หาทใ่ี ห๎ไว๎มคี วามลกึ ซึ้งอยํางมาก ซง่ึ ผ๎ูอบรมหลาย
คนอาจไมสํ ามารถเขา๎ ถึง ทาให๎มีงวํ งหลบั เสนอให๎และวธิ ีการ สอนและสามารถปฏบิ ตั ิ ได๎จริงกับผป๎ู วุ ยอสิ ลาม
วิทยากรส่อื สารเรือ่ ยๆ ฐานความคิดของอสิ ลาม

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 135

12 กรกฎาคม 61 เวลา 14.45 -16.00 น.
Section 5 Communication in palliative Care SPIKES model

โดย คุณรสั รินทร์ เสถยี รภทั รนนั ท์ ศนู ยช์ วี าภิบาล รพ.จุฬาลงกรณ์

 จุดประสงค์
เพือ่ ให๎ผอ๎ู บรมไดเ๎ รยี นร๎หู ากต๎องบอกขาํ วร๎ายจะใช๎หลกั การอยาํ งไร

 ขั้นตอนวิธีการดาเนนิ กิจกรรม
วิทยากรอธบิ ายถึงความสาคัญของ Communication ยกตัวอยํางจากการทางาน เป็นการบรรยาย

 อุปกรณ์
สือ่ ไอที
Power Point

 เน้ือหาสาระในกจิ กรรม
การประเมินความพรอ๎ มในการรบั ร๎คู วามจรงิ การเรียนร๎กู ารบอกขาํ วรา๎ ย s p i k e s วธิ ีการส่ือสารให๎

สะทอ๎ นความคิดความหวังความตอ๎ งการของผ๎ปู ุวยคน๎ หาการยอมรบั เปาู หมายชวี ิตจนถึงความรู๎สกึ ในการคน๎ ความ
ตอ๎ งการสดุ ท๎าย ความหมายของชีวิต จะไดจ๎ ัดการกับส่งิ สุดทา๎ ยทผ่ี ู๎ปวุ ยต๎องการ

LIFE TIME * ประเมนิ ความพร๎อมคตํอการสญู เสยี
วางแผนชวี ิต * ประสานทรพั ยากร/เครือขํายชํวยเหลอื
* พฒั นาศกั ยภาพ
Meaning of life
อาการเร่ิม ระยะท๎าย เสียชวี ิต ดแู ลหลังจาก
เริม่ ปุวย รุนแรง (ทรดุ ) (สุด) เสยี ชีวติ (เศรา๎ )
(ทรง)

Meaning of dead

ประเมนิ ความตอ๎ งการการจดั การกับปัญหา

การรบั รคู๎ วามจรงิ การสงํ ตํอ การดูแลครอบครวั การปรบั ตัว

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 136

สือ่ สารเมอ่ื ใด
1. เมอ่ื เปลี่ยนแผนการรักษา
2. เมือ่ ต๎องการการตัดสนิ ใจ
3. เมื่อต๎องการกาลงั ใจ
4. เมือ่ ผ๎ูปุวยและญาตติ ๎องการ

การส่อื สารท่ีสาคัญในการดูแลผู้ปว่ ยระยะทา้ ย
เปาู หมายหลกั คือ การสือ่ สารเพอ่ื การเยียวยา (Communication for healing) บรรเทาทกุ ข์ของ

ผป๎ู วุ ยและญาติ

หลกั การสื่อสาร ทัว่ ไปใน Palliative Care
1. มที ัศนคตทิ ี่ดใี นเร่ือง Palliative Care ในทุกมิติตํางๆ มีความปรารถนาท่ีจะชวํ ยเหลอื ผ๎ูปุวยและครอบครัว
ใหค๎ วามสาคญั กบั ความเป็นปัจเจก เคารพศักด์ิศรคี วามเป็นมนษุ ย์ในตน๎ ทนุ ทางสังคมของทกุ ชีวิต เน๎นการ
ส่อื สารเพื่อการเยียวยาผูป๎ ุวยและครอบครัว
2. ตระหนักความอํอนไหวในหัวข๎อการสือ่ สาร
3. ประเมินความสามารถและความปรารถนาท่จี ะรับร๎ขู ๎อมูลของผร๎ู บั วําจะรบั และเข๎าใจได๎มากน๎อยเพยี งใด
4. ประเมินอารมณ์ความร๎ูสึก พร๎อมๆ กับประเมินความเขา๎ ใจในเน้อื หาที่กาลังสือ่ สาร เนื่องจากการสอ่ื สารที่
ออํ นไหว ความทุกข์ ความเศรา๎ ของผร๎ู บั ขําวสาร อาจทาให๎ความเข๎าใจลดลง หรือเกดิ อาการไมรํ ับร๎ู ปดิ
กัน้ เลือกรับฟงั เพียงบางสวํ น
5. ตระหนกั ถึงความสาคัญของบรบิ ท ได๎แกํ เวลา สาถานที่ ณ เวลา นน้ั วําสามารถปรบั ส่ิงเหลํานีไ้ ห๎เพมิ่
ประสิทธิการสอ่ื สารใหด๎ ีทสี่ ุดไดอ๎ ยาํ งไร เชํน ความเปน็ สวํ นตัว จานวนผเู๎ ขา๎ รํวมวงสนทนา
6. การเลอื กใชภ๎ าษาอยํางประณีตและ sensitive ตํอความรู๎สึกของคนรับฟงั และควรใช๎ภาษาท่ีไมํกากวม
ชดั เจน ไมยํ ืดเยื้อ
7. กํอนจะสนิ้ สุดการสนทยา มีการประเมินสถานการณ์โดยทว่ั ไปของผ๎ูปวุ ยและญาติ
8. สรปุ การสนทนาท่ีมีหนทางออก ทางเลอื ก หรอื แนวทาในการแก๎ไข

บริบทและสถานการณจ์ าเพาะใน Palliative Care
1. การแจ๎งขาํ วรา๎ ย การบอกความจริง (Breaking the bad news and telling the truths)
2. การสนทนาเรื่องการพยากรณ์โรค (Discussing Prognosis)
3. การสนทนาเรื่องเปูาหมายการรักษา (Goals of Care)
4. การประชมุ ครอบครวั (Family meeting)พดู คยุ แผนการรกั ษา
5. การสนทนาประเด็นวาระสดุ ท๎ายของชวี ติ (Conversation of the End – of – life)เพ่ือค๎นหา Advance
Care Plan เชํน ไมํป้มั ไมํใสทํ อํ

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 137

Telling The Bad News
“SPIKES”
SSetting up the Interviewสถานที่
PPercaeptionถามการรบั รูใ๎ นตัวโรค
IInviatationการขออนุญาตพูดคุยไมํเรื่องท่ีจะคุย
KKnowleageถามความรู๎
EEmotionความรู๎สึก
SStrategy and Summary การสรุปภาพรวม
หลักการพดู คือ ตอนน้ีเราไมํสามารถชํวยอะไรคุณได๎แล๎ว

IFEELED

IIdea ประเมินความคิดเหน็ ตํอตวั โรค แนวทางการรักษาหรือสถานการณ์ทเ่ี ปน็ อยํูตอนนี้

(คณุ ปวุ ยเปน็ โรคนี้มานาน อาการก็หนักข้ึนทุกวนั )

F Feeling ประเมนิ ความรส๎ู ึกกับเหตุการณท์ ี่เกดิ ข้นึ

E Expectation ประเมนิ ความคาดหวังของผปู๎ ุวย

EEffect สอบถามผลกระทบ

L Life meaningรวํ มคน๎ หาความหมายของชีวติ

EEmpowermentเชอื่ มโยงความเปน็ ชีวิต มมุ มองบวก เสริมพลงั ชวี ิตท่มี อี ยํู

DDeath Acceptance ประเมนิ การยอมรบั ความตาย / การเตรยี มความพรอ๎ มความตาย ด๎วยทาํ ทที ่ี

สงบ และเคารพตอํ ความคดิ เห็นผู๎ปวุ ย

Level การเตรียมความพรอ๎ งการตาย

ฉนั ยงั ตายไมํได๎ รกั ษาเต็มทแี่ มไ๎ มมํ ีความหวัง

ฉันตายก็ไดไ๎ มํตายกด็ ี ใสทํ ํอหายใจ

ฉันตายก็ไดไ๎ มตํ ายก็ได๎

ฉันมชี ีวติ อยํดู ีเพื่อชีวติ ใหมทํ ี่ดี

 ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั
เพอื่ ใหไ๎ ดร๎ บั ร๎ูความตอ๎ งการของผ๎ูปุวยเพื่อรับรแู๎ ละจดั การปัญหาในระยะทา๎ ยของผป๎ู วุ ยได๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 138

 เทคนคิ ทกั ษะทีใ่ ช้ในกจิ กรรม
เทคนิคทักษะในการบรรยายที่เคยประสบในการสอนนักศึกษาแพทย์นามาใช๎ในการรับร๎ูการประเมิน

ผปู๎ ุวย เพราะสวํ นใหญนํ ักสงั คมสงเคราะหไ์ มํไดเ๎ ปน็ ผู๎บอกขําวร๎ายแกํผู๎ปุวยแตํจะเรียบเรียงอยํูข๎างข๎างๆเคียงเคียงให๎ได๎
ความต๎องการสุดทา๎ ยเพ่ือมาจัดการปัญหารํวมกันกบั ครอบครัว

 ผลทจ่ี ะได้จากกจิ กรรมผลสะท้อนของผู้อบรม
การฟังบรรยายดว๎ ยเวลาจากดั ไมสํ ามารถทาแบบฝกึ หดั ได๎ผ๎อู บรมบางทํานจึงไมตํ อบสนอง

 บทสรปุ ในกจิ กรรม
การนาเสนอในลักษณะของการบรรยายให๎ขอ๎ มูลความสาคัญของการส่ือสารวาํ นาไปใชด๎ ๎วยเหตุใดบา๎ ง

หลกั การบอกขาํ วรา๎ ยในบรบิ ทของนักสังคมสงเคราะหม์ าก ไมํมบี ทบาทบอกตรงๆแตสํ ามารถสะทอ๎ นกลบั คน๎ หาความ
ต๎องการในญาติและผ๎ูปุวย

 ขอ้ สงั เกตในกจิ กรรมข้อดีส่งิ ทสี่ ามารถพัฒนาได้
เปน็ กจิ กรรมท่ไี มสํ ามารถทาได๎ทุกท่ีนามาใชท๎ บทวนการรับร๎ขู องผ๎ปู วุ ยไร๎ญาติ แตํไมํใชกํ ารนามาใช๎ได๎

โดยตรง
การนาเสนอโดยมีข๎อจากดั เวลาแตตํ ๎องรีบ ไมไํ ด๎ฝึกทาเคส จรงิ ทาให๎มองไมํเห็นภาพในการทางาน

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 139

12 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.00 -16.30 น.

Section 6 Communication in palliative Care SPIKES model
Social Advance Care Plan
โดย คุณวรี มลล์ จันทรดี ศูนยช์ วี าภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์

 จุดประสงค์
เพ่ือให๎ผอู๎ บรมไดเ๎ รยี นรู๎ Advance Care Plan : ACP คอื การพดู คุยเพื่อค๎นหาความต๎องการ ใน

อนาคตของผู๎ปุวย หากผป๎ู วุ ยเขา๎ สํูระยะทา๎ ย และไมํสามารถพูดคยุ สือ่ สารได๎

 ขัน้ ตอนวธิ ีการดาเนนิ กจิ กรรม
วทิ ยากรอธิบายถึงความสาคัญของ Advance Care Plan ยกตัวอยํางจากการทางาน เปน็ การบรรยาย

 อุปกรณ์
ส่อื ไอที
Power Point

 เนื้อหาสาระในกจิ กรรม
Advance Care Plan ACP คอื การพดู คยุ เพ่ือค๎นหาความตอ๎ งการ ในอนาคตของผ๎ปู วุ ย หากผ๎ูปุวยเข๎าสํรู ะยะ
ทา๎ ย และไมํสามารถพดู คยุ สอื่ สารได๎

วทิ ยากร เสนอเคสตวั อยาํ ง บุคลากรทางการแพทย์เจ็บปุวย ขอออกแบบชีวิตตนเอง พํอแมํเป็นข๎าราชการ
เกษียณอายุ

80 %ของคนไขท๎ ่ีอยากรว๎ู าํ ตนเองเปน็ หรือไมํ 60% อยากร๎ูพร๎อมกับญาติ

80% ของคนดแู ลทีไ่ มํอยากใหค๎ นไข๎ร๎ู

 ขอ้ สงั เกตในกิจกรรมขอ้ ดีส่งิ ทส่ี ามารถพัฒนาได้
เป็นกิจกรรมท่ไี มสํ ามารถทาได๎ทกุ ท่นี ามาใชท๎ บทวนการรับรู๎ของผู๎ปุวยไรญ๎ าติ แตํไมใํ ชกํ ารนามาใชไ๎ ด๎โดยตรง
Introduction

ACP คือ การพูดคุยเพ่ือคน๎ หาความต๎องการ ในอนาคต ของผป๎ู วุ ย หากผป๎ู วุ ยเข๎าสูรํ ะยะทา๎ ย และ
ไมํสามารถพดู คยุ สื่อสารได๎

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 140

การวางแผนในอนาคตในชํวงท๎ายของผ๎ูปุวยมอี ะไรบา๎ งจะใช๎ชวี ิตในโรงพยาบาล โดยรักษาไปเรื่อย ๆ
การแจ้งข่าวร้าย

- กํอนแจ๎งขาํ ว ตอ๎ งหาขอ๎ มูล (80% ของผ๎ูปุวยอยากรวู๎ าํ ตวั เองอยูํในระยะท๎าย / 80% ของญาติไมํต๎องการ
ให๎บอกผ๎ูปุวย 60% ต๎องการร๎ูขําวร๎ายพรอ๎ มญาติ)

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 141

12 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.00 -16.30 น.

Section 7 Communication in palliative Care SPIKES model
Loss & Grief Bereavement Care
โดย คุณรสั รนิ ทริ์ เสถยี รภัทรนนั ท์ ศนู ย์ชวี าภิบาล รพ.จฬุ าลงกรณ์

 จุดประสงค์
เพอ่ื ใหผ๎ ู๎อบรมมีความร๎ู ความเขา๎ ใจในการจดั การความเศร๎า ปฏิกริ ิยาตอบสนองความสูญเสีย

 ขั้นตอน/วิธีดาเนนิ กิจกรรม
บรรยายยกตวั อยํางกรณีศึกษา

 อปุ กรณ์
Power point

 เน้อื หาสาระในกจิ กรรม
เมือ่ พูดถึงเรื่องความตายหรือการพลัดพรากสญู เสีย หลายคนอาจจะมองวําเปน็ เร่ืองนํากลวั เรือ่ งเรื่อง

ที่ไมํเป็นอปั มงคล ไมํอยากจะมใี ครพูดถงึ หรือน่งั คุยกนั ในเรื่องนี้ ซึง่ กป็ ฏเิ สธไมํได๎วาํ นัน้ คือ ความจรงิ แท๎ของสงั คมไทย
เมือ่ บุคคลอนั เป็นทีร่ กั เสียชวี ติ คนที่อยูํข๎างหลงั จะอยํูไดอ๎ ยํางไรหลงั เสียชวี ติ
การจดั การความเศรา๎
ปฏกิ ิริยาตอบสนองความสญู เสีย

ช๏อค– โกรธ – ยอมรับไมํได๎ – ซมึ เศร๎า – ยอมรับ
ลักษณะของอารมณเ์ ศรา้ โศก

Baier&Buechel

ความรู้สกึ

พฤติกรรม ลกั ษณะอาการท่ี ความคิด
แสดงออก

อารมณ์เศร้ าโศก

อาการทาง
กาย

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 142

ข้อควรรู้เกีย่ วกบั Grief and Mourning
หากการสญู เสียเกิดเฉียบพลนั ภาวะ shock และ Disbelief

 ประโยชน์ทไ่ี ด้รับ
ทาให๎เขา๎ ใจธรรมชาตขิ องการสูญเสียและเตรยี มพรอ๎ มรับมืออยํางมสี ติ

 เทคนคิ ทักษะท่ีใชใ้ นกิจกรรมน้ี
สร๎างความร๎ู ความเข๎าใจ

 ผลทไี่ ดจ้ ากกิจกรรม ผลสะท้อนของผเู้ ขา้ อบรม
ผ๎ูอบรมสนใจเรียนรู๎

 บทสรปุ ในกิจกรรม
องค์ความร๎ทู าใหส๎ ามารถการจดั การความเศร๎า เข๎าใจปฏกิ ิริยาตอบสนองความสญู เสยี ชอ๏ ค– โกรธ

– ยอมรับไมํได๎ – ซึมเศรา๎ – ยอมรับ มสี ติ

 ขอ้ สงั เกตในกิจกรรมขอ้ ดี สงิ่ ทีส่ ามารถพัฒนาตอ่ ได้
เน้อื หาแนนํ มาก ผูอ๎ บรมทาความเข๎าใจแตยํ ังไมํมฝี กึ ปฏบิ ัติการกบั เคสตวั อยาํ ง

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 143

13 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.00 –14.00 น.

Section 1 ผลจากการศึกษาดูงาน
สถาบนั สขุ ภาพเดก็ แห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์
ศูนยช์ ีวาภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์

ประเด็น สถาบันเด็กมหาราชินี ศูนย์ชีวาภบิ าล รพ.จฬุ าลงกรณ์

ระบบบริการ Service - แพทย์ประเมนิ / วนิ ิจฉัย Palliative - มีแพทยอ์ อก OPD 4 วนั

Delivery Care - ผ๎ูปุวยท่ีกลับบ๎านไปแลว๎ สามารถ consult

- สํงทมี PC เพอ่ื หาแหลํงข๎อมูลแตลํ ะ ไลน์

ดา๎ นในไลน์ -

- วนั จันทร์ จะทา SW case

conference

- วนั องั คารจะเจอ Team Round เชา๎

Round บําย Conference

บุคลากร person นกั สงั คมสงเคราะห์ หมอประจาศนู ย์ 4 คน

วัสดุเวชภัณฑท์ ี่ไมํใชยํ า ธนาคารอปุ กรณเ์ ครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ใหย๎ ืม

แหลํงทรพั ยากร เครื่องอปุ โภค - บรโิ ภค

(เคร่อื งมือทใ่ี ช)๎ อะไรบ๎าง

equipment resource

งบประมาณ (ที่มาของ - งบบรจิ าค - งบจากการทาโครงการ อบรม ให๎บรกิ าร
งบประมาณ) money - งบจากองค์กร - เอกสารใหญ๎ าติผูป๎ ุวย

- ตอ๎ ง manage คําใช๎จาํ ยให๎โรงพยาบาลดว๎ ย

unit cost per day

การเข๎าสํทู ีม นโยบาย - มคี าส่งั แตํงตัง้ - นักสงั คมสงเคราะห์ออกเยี่ยมบา๎ น
หนํวยงานกรรมการ - เทคนคิ การเข๎าสทํู ีมทางาน
policy / government - ทา case กบั นศพ.ปี 4 สอ่ื สารแบบ to
telling

ระบบสานสนเทศ การ - ใชแ๎ บบฟอร์มทางสังคมสงเคราะห์ - ชดั เจน สามารถค๎นหาข๎อมลู ได๎
บนั ทึกข๎อมลู - เปน็ แฟมู ผป๎ู ุวย - โปรแกรมสังคมสงเคราะห์
information - ระบบ pop up บงํ ชค้ี นไข๎ - มโี ปรแกรม ของศนู ย์โดยเฉพาะ

เครือขํายภายใน / ภายใน – จติ แพทย์ ญาติ แพทย์ - เครอื ขําย RMDC บา๎ น MAC
- บ๎านไทยคริส
ภายนอก Participate & พยาบาล นักจติ วทิ ยา

KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 144


Click to View FlipBook Version