3. ตายดํวน - Rapidly predicted to die Usually focus on family and care givers (Mostly at
ER/OR/ICU ) โฟกสั คนทีอ่ ยํูภายหลัง โทษคนอนื่ โทษตนเอง
4. ตายท้ังเป็นChronic/poor responsive bed ridden (Chronic Neurological diseases and
Psychiatric disorders Congenital diseases)
คนไข้ระยะท้าย 4
1. ระยะทา๎ ยของชวี ติ คนไขร๎ ะยะสดุ ทา๎ ย End of life condition
2. ระยะท๎ายของโรค โรคระยะสุดท๎ายทางการแพทย์ Advance staging of disease / condition
3. ระยะท๎ายของการรักษา สภาวะการท่ีดูแลและฟ้ืนฟูเป็นเปูาหมายสาคัญ Chronic / Unresponsive
condition
4. ระยะท๎ายของความสัมพันธ์ สภาวะท่ีพลัดพราก สูญเสียทางรํางกายและจิตใจ Grief and
Bereavement condition)
บริบทส่ือสารใน Palliative Care
- การบอกวนิ จิ ฉัยโรคและการรักษา Symptom
- การอธบิ ายโรคและพยากรณโ์ รค Rx & Truth
- การอธบิ ายการดูแลแบบประคบั ประคอง Sharing
- การประกาศการเสียชวี ติ /ใกลเ๎ สยี ชวี ิต Advance Care
- การนาประชุมครอบครวั Planning
- การใหก๎ าลงั ผ๎ูปวุ ยและครอบครัว Mind Power
อภยั ราชกมุ ารสตู ร
ความเปน็ จรงิ ความเป็นประโยชน์ ความนา่ พอใจ การตัดสนิ ใจพดู
ไมํจรงิ ไมํเป็นประโยชน์ ไมนํ าํ พอใจ ไมพํ ูด
ไมจํ ริง ไมํเปน็ ประโยชน์ นําพอใจ ไมํพูด
จรงิ ไมเํ ป็นประโยชน์ ไมนํ ําพอใจ ไมพํ ูด
จรงิ ไมํเปน็ ประโยชน์ นําพอใจ ไมพํ ูด
จริง เปน็ ประโยชน์ ไมนํ ําพอใจ รกู๎ าลที่จะพดู
จรงิ เป็นประโยชน์ นาํ พอใจ รู๎กาลท่จี ะพูด
คนทกุ คนจะชอบปดิ ความจรงิ โกหกไมํลง พูดตรงๆๆ ก็ไมํได๎
การแจง้ ข่าวร้ายามารถควบคมุ
การบอกพยากรณ์โรคตามจริง ไมํได๎ทาให๎ผู๎ปุวยทรุดจากหมดความหวัง แตํชํวยให๎ผู๎ปุวยยอมรับและ
เตรียมตัว ชํวยเสริมพลงั อานาจให๎รู๎สึกสถานการณ์จากการมโี อกาสตดั สินใจด๎วยตนเอง (Davison 2008)
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 45
ข้อเท็จจริงเก่ียวกบั การบอกความจริง
1. เมื่อผู๎ปุวยทราบวําโรคอยูํในระยะท๎ายสํวนใหญํเลือกคุณภาพชีวิตมากกวําการรักษาที่รุกราน (Higginson,
2013)
2. ผ๎ูปุวยที่ไมํได๎การพูดคุยเรื่องการดูแลในระยะท๎ายแตํเน่ิน ๆ มักได๎รับการรักษาแบบรุกรานในระยะใกล๎
เสียชวี ติ (Mark , 2012)
3. Multicenter study พบวาํ ผู๎ปุวยอยากทราบความจริง ถา๎ พยากรณโ์ รคนอ๎ ยกวาํ 1 ปี (Harding, 2013)
อาการคนไข้
ร๎ชู ดั วาํ เป็นโรคร๎าย
รช๎ู ดั วําโรคนี้รักษาไมํหาย
ร๎ูชดั อาการเปลยี่ นแปลงทรมาน
รช๎ู ดั วาํ กาลงั จะตาย
Common Psychosocial issues in life threatening
1. Loss of body Functions เสียความสามารถที่เค๎าเป็นมนุษยก์ อํ น ทง้ั ดา๎ นราํ งกาย จติ ใจ
2. Disfiguring ใสทํ อํ เสน๎ สาย เหมือนถกู ขงั คุกอยํบู นเตยี ง ขาดความอิสระ
3. Loss of autonomy and independence ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
4. Abandonment and isolation ถกู ทอดทิง้ ทอดทิง้ ตนเอง
5. Becoming a burden of others
6. Financial strain
7. Uncontrollable pain and discomforts
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 46
การเปลี่ยนแปลงดา้ นจิตใจ
1. ช็อค
2. ว๎าวนํุ ใจ
3. กลัว
4. ทอ๎ แท๎ หมดกาลงั ใจ
5. หงุดหงดิ
6. น๎อยใจ
7. ผิดหวังเสยี ใจ
8. โกรธ
9. วา๎ เหวเํ ดียวดาย (48.8%)
10. ไมํมคี ุณคํา
11. เปน็ ภาระ
12. วติ กกงั วล
13. ซมึ เศร๎า
การเปลีย่ นแปลงด้านสงั คม ท่ีเกดิ จากการสญู เสีย (จรงิ vsจนิ ตนาการ)
1. สญู เสียบุคคลอนั เป็นทีร่ ัก
2. สูญเสยี สัมพันธภาพใน/นอกครอบครัว
3. สญู เสยี บทบาททางสังคม
Sharing the bad news “SPIKES” ถามความพร๎อม ให๎ความจริงตามความเหมาะสม การรับได๎ของความจริง
พรอ๎ มตอํ การรบั ฟังตอํ ไป
1. Setting up the interview ถามความพรอ๎ ม
2. Perception คุณร๎ูอะไรมาบ๎างของโรคน้ี
3. Invitation (ASK)
4. Knowledge (TELL)
5. Emotions (ASK)
6. Strategy and Summary
Death Anxiety
ความรู๎สึกหวาดหว่ันกับความตายท่ีอยูํภายในจิตใต๎สานึก หวาดกลัวที่ต๎องจบชีวิตกํอน เวลาอัน
สมควร รส๎ู กึ ไมํเปน็ สขุ เมื่อตอ๎ งถงึ จดุ เร่ิมต๎นของการไมสํ ามารถสื่อสารและไมํมีตวั ตน Yalom 1980
Death Anxiety หนา้ 47
1. Death Fear
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
“ความกลัวที่เกิดข้ึนตํอความตาย (Death Fear or Fear of Death)หากเกิดข้ึนบํอยจะทาให๎
บุคคลน้ันมีชีวิตอยูํอยํางไมํมี ชีวิตชีวา เพราะเขาเสียพลังงานของชีวิตไปเพื่อวิ่งหนี ปฏิเสธ และหลีกเล่ียงตํอ
การเผชญิ หน๎ากับความตาย (Death Aviodance)” (Yalom)
ความกลัวตายมีสาเหตุภายในตัวบุคคล 4 ดา้ นConte และคณะ 1982
1) กลวั ความไมรํ ๎ู(fear of unknown) เชนํ ชีวิตหลังความตาย อะไรทเ่ี ปลยี่ นแปลงไมคํ น๎ุ เคย
2) กลัวความทรมาน (fear of suffering) เจบ็ ปวด ทรมานรํางกาย
3) กลวั ความเดยี วดาย (fear of loneliness) : เหงา วา๎ เหวํ เดียวดาย ไมมํ ีใครอยํูใกล๎
4) กลวั ชวี ติ ดบั สน้ิ สลาย (fear of extinction) : การไมสํ ามารถ ทาอะไรๆได๎อกี การกลัววาํ ไมํถูกจดจา
2. Death Avoidance Behavior
1) เปลีย่ นเร่อื งพูด พยายามปดิ บังความคดิ ความร๎ูสกึ
2) ตํอต๎านการพูด ตอํ วาํ ผู๎ท่ีชวนพูดและมีทศั นคติไมํดตี อํ การพูดเรื่องน้ี
3) ตํอรองด๎วยการรักษาทางเลือก หรอื สถานพยาบาลใหมํ หรอื แพทยใ์ หมํ
4) พยายามทานอาหารมากหรอื นอ๎ ยกวาํ ปกติ
5) บุคลกิ นสิ ัยเปล่ยี น ปฏสิ ัมพนั ธ์เปลย่ี น
6) เขา๎ หากจิ กรรมทางศาสนาหรอื ความเชอ่ื เพมิ่ ขึน้
7) ไมมํ ีการเตรยี มพรอ๎ มเกยี่ วกบั ความไมํเทีย่ ง
8) มีความคดิ จดจํอเร่ืองบางเรอ่ื งมากเกินไป จากัดส่งิ ตํางๆ พยายาม ควบคุม หรอื พฤติกรรมทาร๎ายตนเอง
Death Acceptance
1. ตายเป็นเรือ่ งธรรมชาติ(Neutral Acceptance) ที่ทกุ ชีวติ ต๎องพบเจอ
2. ตายเปน็ เรื่องเปลย่ี นผาํ น(Approach Acceptance) เพอื่ เข๎าถึงชีวิตใหมทํ ดี่ กี วํา และ
3. ตายคือการหลีกหนี(Escape Acceptance) เพอ่ื ไมํตอ๎ งพบกับความทกุ ข์ทรมาน
4. ตายอยํางมีตัวแทน หรือในความหมาย “แม๎ตัวตาย แตํช่ือยัง” (Replaced Acceptance) เป็นการให๎
ความหมาย ตํอการใช๎ ชีวิตอยํางมีคุณคําจนสามารถก๎าวข๎ามความกลัวหรือการปฏิเสธความตายได๎ ถือเป็น
การยอมรบั ความตายประเภทหน่ึง และ
5. ตายแบบดับไมํเหลือหรือนิพพาน (Real Acceptance) ผ๎ูที่สามารถเข๎าถึงการยอมรับความตายในรูปแบบ
สุดท๎าย ต๎องการประสบการณ์ชีวิตท่ีมีความเฉพาะ มีการพัฒนาจิตในขณะดาเนินชีวิต ตามหลักของมรรคมี
องค์ 8 อยาํ งสมบรณู ์ ได๎แกํ ศีล สมาธิ และปัญญา ซ่ึงเป็นองค์ประกอบรํวมท่ีไมํสามารถขาดสิ่งใดส่ิงหนึ่งเพ่ือ
จะเข๎าถึงความจรงิ อนั สูงสดุ นี้
Death Acceptance Levels
1. ยงั ตายไมํได๎(…must not die)
2. ตายกไ็ ดไ๎ มตํ ายก็ด(ี …could die, otherwise, it would be great!)
3. ตายกไ็ ด๎ ไมตํ ายกไ็ ด(๎ For…, either live or dead is OK.)
4. อยูดํ ว๎ ยดีจนถึงวินาทีสดุ ทา๎ ย (…could live well enough through the end.)
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 48
Level-based Motivational Interview
1. ยังตายไมํได๎ → How/What to die in general? Why not? When it is possible and what will be
happen? หากตายตอนน้ีจะมอี ะไรแยบํ า๎ ง?
2. 2.ตายก็ได๎ไมํตายก็ดี→ How to die? What the expect to see if not? What expect to see if so?
What the unfinished business? อยตูํ อํ ไดม๎ อี ะไรดี?
3. ตายก็ได๎ไมํตายก็ได๎ → How to adjust if not? How to adjust if so? Where the preferable? • 4.
อยํูดจี นตาย → What would like to be assisted?
แอบยอมรับ แต่ไม่กล้าพดู ออกมา
1. ยังกลวั ตาย กลัดพลดั พราก
2. กลงั ถกู มองวาํ แพ๎
3. กลงั ถกู ทอดทง้ิ
4. มี Unfinished Business
HOPE Expectation
Distance reference. Mind power alternative Rx
Mind Power
1. อบอุํนใจมใี ครเคียงข๎าง
เป้าหมายของการดูแลแบบประคับประคอง
คนไข๎
- เขา๎ ใจโรค
- เขา๎ ใจสจั ธรรมของชีวิต
บุคลากร - จิตใจเขม๎ แข็ง สงบ ไมํมีหํวง
- เขา๎ ใจการดาเนนิ โรค ครอบครวั
- ร๎ทู างเลอื กการรกั ษา - เขา๎ ใจโรค
- เขา๎ ใจชีวติ และสังคม - เขา๎ ใจผ๎ูปวุ ย
- ใจไมํขนุํ มวั
- เข๎าใจตนเอง
KM Palliativeสมาคมนกั ส-งั คมสNงเคeราeะหd์ทา&งการDแพuทtยy์ไทย หนา้ 49
ประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับ
ทาให๎สามารถประเมินความรู๎ความเข๎าใจของตนเอง เพ่ือให๎ความรู๎แกํผ๎ูปุวยให๎เกิดประโยชน์มากที่สุด
เขา๎ ใจ Concept ของการดแู ลผปู๎ ุวยแบบประคบั ประคองและความรท๎ู างจติ วญิ ญาณ
เทคนิคทักษะทใ่ี ช้ในกจิ กรรมนี้
เป็นการบรรยายประกอบ PowerPoint ผํานวีดีโอ วิทยากรมีทักษะและความรู๎สึกเชิงจิตวิทยาศาสนาท่ี
สามารถปูพื้นฐานให๎กับผู๎อบรมได๎อยํางดียิ่งใช๎เทคนิคการสื่อสารด๎วยทําท่ีที่เป็นมิตร สื่อสารแบบธรรมชาติ ใช๎การ
บรรยาย เปรยี บเทยี บใหเ๎ หน็ ภาพ
ผลท่ีไดจ้ ากกิจกรรม ผลสะท้อนของผ้เู ข้าอบรม
การนาเสนอรูปแบบวีดีทัศน์ นําสนใจและการบรรยายทั้งทางการแพทย์ปรัชญาศาสนาท่ีลึกซ้ึง อาจทาให๎
เขา๎ ใจไดย๎ าก เนอื้ หาความรจ๎ู านวนมากผู๎อบรมมีความตั้งใจฟงั ในการเรยี นร๎ู ไมํเทาํ กับชวํ งแรกๆ ของการเรยี นรู๎
บทสรปุ ในกจิ กรรม
เป็นองค์ความร๎ูท่ีมีประโยชน์เข๎าใจถึงจิตวิญญาณของผ๎ูปุวย และตัวบุคลากรที่ทางานด๎านน้ี ท่ีต๎องใช๎
ความร๎ูความเข๎าใจในตัวตนของตนเองเพ่ือถํายทอดความร๎ูความเข๎าใจอารมณ์ความร๎ูสึก ให๎เกิดพลังใจให๎กับผ๎ูปุวย
ตํอไป
ข้อสังเกตในกจิ กรรมขอ้ ดี ส่งิ ทส่ี ามารถพัฒนาต่อได้
เนอ้ื หาคอํ นขา๎ งมาก ควรพัฒนาการส่อื สารแบบสองทาง เปน็ การนาเสนอ คนพัฒนา workshopเพิ่มการ
มสี วํ นรวํ มมากขนึ้ จะสงํ เสรมิ ให๎ผเ๎ู รียนผอู๎ บรม มคี วามกระตือรือรน๎ มากข้ึน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 50
วันท่ี 10 กรกฎาคม 2561เวลา 10.45 – 12.00 น.
Section 3 Introduction in palliative Care
โดย พ.ญ.ปรารถนา โกศลนาคร ศูนยช์ วี าภบิ าล รพ.จุฬาลงกรณ์
จุดประสงค์ เพื่อใหเ๎ กิดความรูค๎ วามเข๎าใจ และเห็นภาพในการดแู ลแบบประคบั ประคอง
ขัน้ ตอนและวธิ ีการดาเนนิ งาน จดั ช้ันเรียนแบบหอ๎ งบรรยาย
อปุ กรณ์ใช้สื่อ PowerPoint
เน้อื หา
Palliative Care
องค์กรอนามัยโลก เปน็ การดแู ลเพอื่ เพ่ิมคณุ ภาพชีวิต ลดความทุกข์ทรมานด๎านรํางกาย จิตใจ ความกังวลใจ ดูแล
ครอบครัว
เนน๎ อาการทางกาย การสงั เกตอาการ มีวธิ กี ารดูแลอยาํ งไร
“โอกาสสดุ ท้ายสาหรบั การปิดฉากชวี ิตทสี่ วยงาม” (ผศ.นพพรเลิศ ฉตั รแก้ว)
“How people die remains in the memory of those who live on”ภาพความจาของคนท่ีเสียชีวิต
จะสวยงามเพียงใดขึ้นอยํูกับการดแู ลระยะทา๎ ย
การดแู ลแบบประคับประคอง
การดแู ลผป๎ู ุวยที่มภี าวะคกุ คามชวี ติ โดยกระบวนการดแู ลแบบองค์รวม ผํานการจัดการทางกาย การดูแล
สภาวะจิตใจของผ๎ูปุวยและครอบครัว เพ่ือให๎ได๎มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดที่เป็นไปตามบริบทของปัจเจกบุคคล “ไมํ
เรงํ และไมํย้อื ”
Holistic Framework
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 51
ความสาคัญของนักสงั คมสงเคราะห์ ในทมี
(Social work in palliative care medicine oxford textbook Palliative Care)
1. Assessment หนา้ 52
1.1. Individual
1.2. Family
1.3. Physical Resource
1.4. Social Resource
2. Intervention
2.1. Information
2.2. Communication
2.3. Confidence to Act
2.4. Resource to act มีอปุ กรณท์ ่ีใช๎ในการทากิจกรรม
2.5. Bereavement หลงั การเสียชวี ิต
3. Wider Role สนับสนุนทีมรกั ษา
3.1. Internal Consultancy ทปี่ รึกษา
3.2. Community Liaison
3.3. Training
3.4. Staff support
3.5. Access
3.6 User involvement
4. Extending service
4.1. Volunteers
4.2. Spreading words
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
Palliative Performance Scale Version 2 (PPSv.2)
อาการทางกายทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ ในผู้ปว่ ยระยะท้าย
- ปวด
- หอบเหนอ่ื ย
- เบ่อื อาหาร
- ท๎องผกู
- ออํ นเพลีย
- คลื่นไส๎อาเจยี น
- นอนไมํหลับ
- เพ๎อ สบั สน
แนวทางการจัดการอาการตา่ ง ๆ
1. ใช๎ยากลํมุ opioids (มอร์ฟนี ) ได๎ ไมกํ ดการหายใจ ไมเํ ปน็ การเรงํ กายตาย ใช๎ได๎แตํเนิ่น ๆ (เทําท่ีทราบวํา
แพทยใ์ ห๎เพอื่ บรรเทาอาการเฉยๆ)
2. ไมมํ ีขนาดยาสูงสุด >>ไมตํ อ๎ งกลัวไมํมียาใช๎ สามารถเปลีย่ นตาไปไดเ๎ ร่อื ยๆ
3. การตอ๎ งใช๎ยาเพิม่ ไมํได๎แปลวาํ ตดิ ยา แตแํ ปลวาํ เป็นโรคดาเนนิ ไปมากขึ้น
4. มีวิธกี ารใหย๎ าทางใตผ๎ วิ หนงั อยาํ งตอํ เน่อื ง แทนการรบั ประทานยา
5. ดูแลสภาพจติ ใจ เพราะมผี ลตอํ อาการ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 53
ทาความเข้าใจ หนา้ 54
1. ให๎ยา เพ่ือลดอาการ
2. ยงั ไมหํ ายปวด ใชย๎ าเพิ่ม
3. ขนาดยาท่ใี ห๎“ไม”ํ กดการหายใจ
4. ใช๎ยาบํอย ๆ“ไมใํ ชํ” ตดิ ยา(Psychological vs. Physical)
5. ยาไมไํ ด๎ทาใหผ๎ ู๎ปวุ ยเสยี ชวี ติ เร็วขนึ้
การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กิดช่วงใกลเ้ สียชวี ิต
1. ระดบั ความรูส๎ กึ ตวั >>ลดลง
2. การรับประทานอาหาร/ดื่มนา้ >>ลดลง
3. การขบั ถาํ ย การปัสสาวะ
4. ระบบหวั ใจและหลอดเลือด
5. การหายใจ
6. อุณหภูมริ าํ งกาย>>เย็นลง
7. การเปลยี่ นแปลงทางผิวหนัง
ลกั ษณะการแสดงสหี นา้
1. นงิ่ ๆ การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
2. หน๎าเหยเก ไมํมคี วามสุข ทรมาน
อาการท่บี ่งบอกว่าใกลเ้ สยี ชีวติ
บอกอาการท่เี ปลีย่ นแปลงเวลาทสี่ ้ันลง มใี ครทญ่ี าติยังไมํไดบ๎ อกไหม สง่ิ ท่ีคนไข๎ตอ๎ งการ
1. เตรยี มทุกฝุายใหร๎ ับทราบอาการกอํ นตาย
2. เพลยี งํวงซมึ ตาไรแ๎ วว
3. กนิ ดื่มนอ๎ ยลง
4. ปากและตาแห๎ง
5. ความร๎สู ึกเจ็บปวดลดลง
6. กระสับกระสาํ ยประสาทหลอน
7. หายใจไมํเป็นจงั หวะ สํงเสียงคล๎ายลาสกั ในลาคอ
8. มอื เทา๎ เยน็ ผิวเป็นจ้า
หลักการจัดการอาการช่วงใกลเ้ สยี ชวี ติ
1. ส่อื สารกับญาติ
2. หยดุ หตั ถการไมจํ าเปน็
3. เน๎นคมุ อาการแตเํ นน่ิ ๆ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย
4. เลือกวิธีให๎ยาทีเ่ หมาะสม
5. คาดการณอ์ าการทน่ี าํ จะเกดิ ข้ึน และเตรยี มสัง่ การรักษาลวํ งหนา๎
6. อาหารและสารนา้ มักไมํจาเป็น
7. หยดุ อาหาร/สารนา้ ในกรณี resp. secretion สาลกั ความตอ๎ งการของผ๎ปู ุวย
8. คงการรักษาเพื่อความสขุ
9. อธบิ ายสภาวะท่ผี ป๎ู วุ ยเผชิญอยูํ + กาลังจะเกดิ
10. ใสใํ จด๎านจติ วญิ ญาณ ประเมนิ ญาติท่ีเสี่ยงตอํ ภาวะสูญเสีย
ภาวะวกิ ฤตท่ีพบไดช้ ่วงใกล้เสียชีวติ
1. การหายใจ ทางเดนิ หายใจอดุ กนั้
2. ภาวะเลอื ดออก (อาเจยี น ไอ)>>ให๎ข๎อมูล ญาตเิ ตรียมผ๎าสีเข๎มมาปดิ ซบั เลอื ด เพอ่ื มใิ หอ๎ ุจาดตา
3. อาการชกั >>ไมํมกี ารเปล่ียนผลลพั ธ์ ในการรักษาให๎ยากนั ชกั เพอ่ื มใิ ห๎เกรง็ ทรมาน สามารถใหย๎ าที่บ๎านได๎
สัญญาณที่บง่ บอกถึงการเสียชีวิต
1. ตาเหมอํ ลอย
2. การหายใจผิดไปจากเดมิ จนคํอย ๆ ชา๎ และหยุดไป
3. ผวิ หนงั เยน็ ซดี เปน็ จา้
4. ไมํรบั ประทานอาหาร ไมํด่ืมน้า
5. ไมํมีปัสสาวะ อุจจาระ
สรุป
การให๎ยาเพ่อื จัดการอาการ (Symptom management)
ไมํใชํ การณุ ยฆาต (Euthanasia)
การไมใํ หห๎ ตั ถการยอื้ ชีวิตและยอมให๎เสียชีวิตตามธรรมชาติ เปน็ การถอดถอนภาวะในรํางกายให๎มากกวํา
ไมํใชํ การุณยฆาต(Euthanasia)
การไมํยัดเยยี ดสารนา้ / อาหาร
ไมํใชํ การปลํอยใหอ๎ ดตาย
ประโยชน์ท่ไี ด้รบั
ทาให๎มีความรู๎ความเขา๎ ใจ และเหน็ ภาพในการดแู ลแบบประคับประคอง
ทราบคาศัพทค์ านิยามทแ่ี ตกตาํ ง
เปิดโลกทัศน์ การเห็นภาพลักษณ์และบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ ท่ีเป็นสากล ในการดูแลผู๎ปุวยแบบ
ประคบั ประคอง วําทมี สหวชิ าชีพมคี วามคาดหวงั อยํางไร เชํนการทา Group therapy
ได๎รับความร๎ดู ๎าน Bio การเปล่ยี นแปลงสภาพราํ งกายของผู๎ปุวยไปสรูํ ะยะทา๎ ย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 55
เทคนิคทักษะทใี่ ชใ้ นการนาเสนอ
วิทยากรมีความรู๎ ทางด๎านPalliative จากประเทศแคนาดานาบทเรียนที่ได๎จากประเทศแคนาดา มาเป็น
ประสบการณ์จริง และ Inter Action ให๎กับผอ๎ู บรมโต๎ตอบระหวํางการเรยี นการสอน
ผลที่ไดจ้ ากกิจกรรมการสะท้อนของผเู้ ข้าอบรม
ผ๎เู ข๎ารวํ มสนใจตอบคาถามและซักถามความคดิ เห็น ตลอดระยะเวลาการนาเสนอ
บทสรุปในกิจกรรม
ทาให๎เกิดองค์ความร๎ู ท่ีชัดเจน มากข้ึนในมุมมองของทางการแพทย์ เป็นองค์ความร๎ูท่ีใช๎ประโยชน์ได๎
โดยเฉพาะบริบทมุมมองของนักสังคมสงเคราะห์ในสายตาของทีมสหสาขาและความเป็นสากลที่นักสั งคมสงเคราะห์
ควรนามาพัฒนาตนเองตอํ ไปซ่งึ เป็นไปตามความคาดหวงั
ขอ้ สงั เกตในกจิ กรรม
มเี นือ้ หา บางสํวนทซี่ า้ ซอ๎ นกนั ของ กลํมุ แพทย์ในศูนยช์ ีวาภิบาล
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 56
วนั ท่ี 10 กรกฎาคม 2561เวลา 13.00 – 14.45 น.
Section 4 Roles of Social Worker in Palliative Care
โดย คุณเยาวเรศ คามะนาด โรงพยาบาลศรีนครนิ ทรข์ อนแกํนและทีมงาน
ทมี งาน ได๎แกํ
คณุ อรณุ ลกั ษณ์ เหล็กกล๎า งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหมํ
คณุ วรี มลล์จันทรดี ศูนย์ชวี าภิบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คุณรสั รนิ ทริ์ เสถยี รภทั รนนั ท์ ศนู ยช์ ีวาภิบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คณุ สุฑาวรรณ์ ไชยมูล นกั สงั คมสงเคราะหช์ านาญการพิเศษ สถาบนั สุขภาพเด็กแหํงชาติมหาราชนิ ี กรมการแพทย์
คุณอายสี าห์ หะยนี อิ าลี นักสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลยะลา
แบํงกลํมุ ตามสังกัด
จุดประสงค์
เพ่ือให๎ทราบบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ปัจจุบันด๎านการดูแลผ๎ูปุวยแบบประคับประคองและ
ความคาดหวงั ในอนาคต
ขั้นตอน/วิธีดาเนินกิจกรรม
1. จดั แบํงกลมํุ ตามชอ่ื 5 กลํุม
2. ชีแ้ จงผลสรุปการประเมินแบบทดสอบความรก๎ู ํอนอบรม
3.เสนอบริบทของโรงพยาบาล เปูาหมายการจัดการปัญหาในระดับลําง การเข๎าถึงทีมครอบครัวชุมชน
ผํานการระดมสมองประเดน็ “ความเป็นจรงิ ความคาดหวัง ปญั หา แนวทางแก๎ไข”“ส่งิ ทีจ่ ะไปให๎ถึง”
1. การบรกิ ารService delivery
2. บคุ ลากร(ออกแบบงานใหมํ)person
3. แหลํงทรพั ยากร(เครื่องมือที่ใช๎)อะไรบา๎ ง equipment resources
4. งบประมาณ(ที่มาของงบประมาณ) money
5. การเข๎าไปสูํทมี กรรมการ policy/governance
6. ระบบสารสนเทศ การบันทึกข๎อมลู information
7. เครอื ขํายภายใน/ภายนอก participate &network
4. แบํงกลมํุ แสดงความคดิ เห็นในแตลํ ะกลมํุ และมกี ารจดบันทึก
5. การนาเสนอข๎อมูลในแตํละกลุํมตามประเด็นและแนวทาง ในบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ที่เป็นท่ี
ยอมรับ
อุปกรณ์
กระดาษ A4 คนละ 1 แผํน ปากกา
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 57
เนือ้ หา
รายงานผล ทํานมีความรู๎เก่ียวกับการเปล่ียนแปลงทางด๎านจิตสังคมบทบาทหน๎าท่ีทํานมีบทบาทท่ี
เกี่ยวข๎องกับการปฏิบัติงานสังคมฯที่ดูแลผ๎ูปุวยระยะท๎าย ในระดับใด สํวนใหญํเห็นวําองค์กรคาดหวังมาก ทีมฯ
คาดหวังกับเราความคาดหวังมาก ต๎องการร๎ูจักเคร่ืองมือในระดับมาก ประสบการณ์ในการใช๎ Active Listening
ยังใช๎น๎อยอยํสู รุปความคาดหวังต๎องการเพิ่มพูนทักษะการทางานPCต๎องการความมน่ั ใจ
ประเด็นการพูดคยุ จากการนาเสนอของแต่ละกลุ่ม และการสงั เคราะหส์ ามารถสรปุ ได้ ดังนี้
ประเด็น รพ.เดก็ สงั กดั กรมการแพทย์ สถาบนั มะเรง็
รพ.นพรตั น์
1 งานบริการ การให๎การปรกึ ษา เปน็ คณะกรรมการในทีม เป็นคณะกรรมการ
เปน็ ผ๎ปู ระสานงาน PC ในทมี PC
การทากลุํมครอบครัวอยูํในทีม มคี ํูมอื ของ PC
Palliativeเป็นคณะกรรมการใน
ทีมPCเป็นคณะกรรมการในทีมPC
ของกรมการแพทย์มีคํูมอื ของ PC
2 บคุ ลากร (ออกแบบงานใหมํ) เปน็ วทิ ยากร ต๎องการพัฒนาความร๎ู ต๎ อ ง ก า ร พั ฒ น า
เปน็ แหลํงศกึ ษาดูงาน ของตนเอง ความร๎ูของตนเอง
3 แหลํงทรัพยากร เคร่ืองมือ นกั สงั คมฯ 12 คน นักสังคมฯ 7 คน นกั สงั คมฯ 5 คน
อะไรบ๎าง มีทรัพยากร มีธนาคารอุปกรณ์ ไมํมอี ปุ กรณข์ องตนเอง ขั้ น ต อ น ก า ร เ บิ ก
ทางการแพทย์ทจี่ ัดหาไดด๎ ว๎ ยรพ. ข้ันตอนการเบิกอุปกรณ์ อุ ป ก ร ณ์ ยั ง ต๎ อ ง
เอง ยังตอ๎ งพัฒนา พัฒนา
4 งบประมาณ : ท่มี า จานวน มงี บประมาณมีความคลํองตัว มีงบฯสนับสนนุ มีเงนิ บริจาค
5 การเขา๎ ไปรวํ มทมี สหวชิ าชพี เป็นคณะกรรมการในทีมPC เปน็ คณะกรรมการในทีม เป็นคณะกรรมการ
มีการประชุมสหวิชาชีพPC ที่ PC ในทมี PC
เข๎มแข็ง นักสังคมสงเคราะห์เข๎า มีการประชุมสหวิชาชีพ มี ก า ร ป ร ะ ชุ ม ส ห
ไปมสี ํวนรวํ มเสมอ PC วชิ าชพี PC
ยงั ตอ๎ งพัฒนาตํอเพ่อื ให๎มี ยั ง ต๎ อ ง พั ฒ น า ตํ อ
สํวนรํวมเสมอ เพ่ื อใ ห๎มีสํ ว น รํ ว ม
เสมอ
6 ขอ๎ มูลสารสนเทศ มีร ะ บบ ส าร ส นเท ศ สํ งตํ อท่ี ต๎องการพัฒนาระบบ ต๎องการพฒั นาระบบ
เข๎มแข็ง ส า ร ส น เ ท ศ สํ ง ตํ อ ที่ สารสนเทศ สํงตํอท่ี
เข๎มแขง็ เข๎มแข็ง
7 เครอื ขําย มีเครือขํายภาครัฐ และNGO ท้ัง ต๎ อ ง ก า ร เ ค รื อ ขํ า ย ต๎องการเครือขําย
ภายในภายนอกทเี่ ข๎มแขง็ เข๎มแขง็ รวํ มกบั ชมุ ชน เขม๎ แขง็
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 58
สังกดั มหาวทิ ยาลัย
ประเด็น ศูนย์ชวี าภบิ าล ศนู ย์การณุ รักษ์ ศนู ย์ธรรมศาสตร์
รพ.จฬุ าลงกรณ์ รพ.ศรนี ครินทร์ ธรรมรักษ์
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ
1 งานบริการ มหี นวํ ยPC โดยเฉพาะ มนี ัก มีหนํวยPC โดยเฉพาะ มี มีหนํวยPC โดยเฉพาะ
สงั คมสงเคราะหเ์ ฉพาะทาง นักสังคมสงเคราะห์เฉพาะ มีนักสังคมสงเคราะห์
ใชเ๎ คร่ืองมือของสภา ทางใชเ๎ ครือ่ งมือของสภา เฉพาะทาง
ใช๎เคร่อื งมอื ของสภา
2 บุคลากร (ออกแบบงานใหมํ) เปน็ วทิ ยากร เปน็ วิทยากร ต๎องการพัฒนาความรู๎
เปน็ แหลํงศึกษาดูงาน เป็นแหลํงศึกษาดูงานเป็น ของตนเอง
แหลํงศึกษาดูงานต๎องการ
พฒั นาความร๎ูของตนเอง
3 แหลํงทรัพยากร เคร่ืองมือ นักสังคมฯเฉพาะทาง PC นกั สงั คมฯเฉพาะทาง PC1 นักสังคมฯ9คนเฉพาะ
อะไรบ๎าง 2คนในศนู ย์ชีวาภิบาล คนในศูนย์การุณรักษ์ มี ทาง PC 1คน ศูนย์
มีทรัพยากร มีอุปกรณ์ทาง อุปกรณ์ของตนเองได๎รับ ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์
การแพทย์ครบถว๎ น จากการบริจาค ข้ันตอนการเบิกอุปกรณ์
ยังต๎องพฒั นา
4 งบประมาณ : ที่มา จานวน มีงบประมาณสนบั สนนุ มงี บประมาณสนบั สนนุ มีงบประมาณสนับสนนุ
5 การเขา๎ ไปรวํ มทีมสหวิชาชพี เป็นคณะกรรมการในทมี PC เป็นคณะกรรมการในทีม เป็นคณะกรรมการในทีม
มีการประชุมสหวิชาชีพPC PC PC มีการประชุมสห
ท่ี เ ข๎ ม แ ข็ ง นั ก สั ง ค ม มีการประชุมสหวชิ าชพี PC วชิ าชพี PC
สงเคราะห์เข๎าไปมีสํวนรํวม ยังต๎องพฒั นาตอํ เพื่อให๎มี
เสมอ สํวนรํวมเสมอ
6 ข๎อมูลสารสนเทศ มี ร ะ บ บ บั น ทึ ก ข๎ อ มู ล ที่ มีระบบบันทึกข๎อมูล อยูํ มีระบบบันทึกข๎อมูล อยูํ
เขม๎ แข็ง อยํรู ะหวํางพัฒนา ระหวํางพัฒนา ระหวาํ งพฒั นา
7 เครือขําย อยูํระหวํางพัฒนาระบบ ต๎ อ ง ก า ร เ ค รื อ ขํ า ย อ ยํู ร ะ ห วํ า ง พั ฒ น า
เครือขํายยังไมํมีเครือขําย เข๎มแข็งยังไมํมีเครือขําย ระบบเครอื ขาํ ย
PC เนื่องจาก รพ.ตติยภูมิ PC เนื่องจาก รพ.ตติย ยังไมํมีเครือขําย PC
เน๎นการรักษา และสํงกลับ ภูมิเน๎นการรักษา และ เน่ืองจาก รพ.ตติยภูมิ
นพ.ต๎นสังกัด แตํถูกคาดหวัง สํงกลับนพ.ต๎นสังกัด แตํ เน๎นการรักษา และ
จะรกั ษาจนสิ้นสดุ รวมถงึ การ ถูกคาดหวังจะรักษาจน สํงกลับนพ.ต๎นสังกัด
ดูแลท่ีบา๎ นด๎วย ส้ินสุดรวมถึงการดูแลท่ี แตถํ กู คาดหวงั จะรักษา
บ๎านดว๎ ย จนส้ินสุดรวมถึงการ
ดูแลทบ่ี า๎ นดว๎ ย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 59
โรงพยาบาลสงั กดั รฐั ภาคเอกชน และสถานสงเคราะห์
ประเด็น โรงพยาบาล โรงพยาบาล โรงพยาบาล สถาน สถาน
จฬุ าลงกรณ์ ตารวจ กรุงเทพ ครสิ สงเคราะห์ สงเคราะหว์ ดั
เตียน คนชราจันทบรุ ี ม่วง
1 งานบรกิ าร อยากใหม๎ นี กั สังคม มกี ารใหก๎ าร คาดหวังให๎มีให๎ คาดหวังใหม๎ ใี ห๎ คาดหวงั ให๎มใี ห๎
สงเคราะห์ PCใน ER ปรกึ ษา ทมี PC ทมี PC ทมี PC
ปจั จบุ นั มSี WPC จัดหาอปุ กรณ์
เฉพาะ IPD ใหค๎ รอบครัว
อยากใหท๎ มี
PC
2 บุคลากร (ออกแบบ เสนอใหท๎ มี สห เ ส น อ ใ ห๎ ที ม เสนอให๎ทีม สห เสนอให๎ทีม สห เสนอให๎ทีม สห
งานใหม)ํ วิชาชพี PCครบทีม สหวิชาชีพPC วิชาชีพPCครบ วิชาชีพPCครบ วิ ช า ชี พ PCค ร บ
พัฒนาองคค์ วามรู๎ใน ครบทีม ทมี ทีม ทีม
ทกุ คน พั ฒ น า อ ง ค์ พั ฒ น า อ ง ค์ พั ฒ น า อ ง ค์ พั ฒ น า อ ง ค์
ความร๎ูในทุก คว าม ร๎ูใ นทุ ก ความรใู๎ นทุกคน ความร๎ูในทุกคน
คน คน
3 แ ห ลํ ง ท รั พ ย า ก ร ใชแ๎ บบประเมนิ ทาง ใชแ๎ บบ ใชแ๎ บบประเมิน ใช๎แบบประเมนิ ใช๎แบบประเมิน
เครื่องมืออะไรบ๎าง สงั คม แบบประเมนิ ประเมินทาง ทางสงั คมของ ทางสงั คมของ ทางสงั คมของ
ความเห็นตอํ ตวั โรค สังคม หนวํ ยงาน หนวํ ยงานตนเอง หนวํ ยงานตนเอง
การแจ๎งขาํ วรา๎ ย ตนเอง
4 งบประมาณ : ที่มา มเี งนิ สนบั สนุน เงนิ บริจาค เงินบริจาค เงนิ บรจิ าค เงินบริจาค
จานวน
5 การเข๎าไปรวํ มทีมสห ทางานเชิงรุกทา ทางานเชิงรุก มที ีม PCใน มีทีม PC จัดการ มีทมี PC จัดการ
วิชาชีพ โครงการ ผลกั ดันเข๎า ทาโครงการ โรงพยาบาล เรอ่ื งงานศพ เรือ่ งงานศพ
ทีมPC ผลักดันเข๎าทีม
PC
6 ข๎อมูลสารสนเทศ พฒั นาฐานข๎อมูล พฒั นา พฒั นา พัฒนาฐานขอ๎ มลู พฒั นาฐานขอ๎ มูล
ฐานข๎อมลู ฐานข๎อมูล
7 เครือขาํ ย ต๎องการพัฒนา ต๎องการ ต๎องการพัฒนา มเี ครือขาํ ยจิต มเี ครอื ขํายจิต
เครือขํายจิตอาสา PC พฒั นา เครือขํายจิต อาสา PC อาสา PC
ภายนอก เครือขํายจิต อาสา PC ภายนอกที่ ภายนอกที่
อาสา PC ภายนอก เขม๎ แข็ง เขม๎ แขง็
ภายนอก
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 60
สังกัดโรงพยาบาลภาคใต้
ประเด็น รพ.มหาราช รพ. รพ. รพ.ยะลา รพ.ระนอง รพ.มอ. รพ.ระยอง
นครศรธี รรมราช ตรัง ตะก่ัวป่า สงขลา
1 งานบรกิ าร จัดบริการ OPD จัดบริการ จัดบรกิ าร จดั บรกิ าร จัดบริการ จดั บริการ จัดบริการ
OPD IPD OPD IPD OPD IPD OPD IPD OPD IPD OPD IPD
IPD ชุมชน
ชุมชน ชมุ ชน ชุมชน ชมุ ชน ชุมชน ชุมชน
วชิ าการ
2 บุ ค ล า ก ร มีนกั สังคมฯจากดั มีนกั สงั คมฯ มีนกั สงั คมฯ มีนักสังคมฯ มีนกั สังคมฯ มีนักสงั คมฯ มนี กั สงั คมฯ
(ออกแบบ จากัด จากดั จากดั จากัด ทางานแทน จากดั
งานใหม)ํ กันได๎
3 แ ห ลํ ง กองทนุ ทาบญุ เวลา มเี งินบริจาค กองทนุ มเี งนิ บริจาค มีเงินบริจาค มเี งินบริจาค มีเงนิ บริจาค
ท รั พ ย า ก ร งาน กองทนุ เครือ่ งมอื ที่ นอรเ์ วย์ เครอ่ื งมือท่ี เคร่อื งมือทใ่ี ช๎ เคร่ืองมอื ที่ เครอ่ื งมอื ทใี่ ช๎
ชวํ ยเหลือ ใช๎ในการ กองทุน ใชใ๎ นการ ในการ ใชใ๎ นการ ในการ
เ ค รื่ อ ง มื อ มเี งินบริจาค ปฏบิ ัติงาน ชวํ ยเหลอื ปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ตั งิ านคอื ปฏิบตั งิ าน ปฏบิ ัติงานคือ
คอื แบบ เครอ่ื งมือทีใ่ ช๎ คือแบบ แบบบันทกึ คอื แบบ แบบบันทึก
อะไรบา๎ ง มีบรกิ ารใหย๎ ืมถงั
ออ๏ กซเิ จน ฯลฯ บนั ทกึ ในการ บนั ทกึ สค.1 บันทึก สค.1
เครือ่ งมอื ทใ่ี ช๎ในการ สค.1 ปฏบิ ตั ิงานคอื สค.1 สค.1
ปฏิบัตงิ านคอื แบบ แบบบนั ทึก
บนั ทึก สค.1 สค.1
4 งบประมาณ ใชเ๎ ครือขาํ ยสหทยั มีเงนิ บริจาค มเี งินบรจิ าค มเี งินบรจิ าค มีเงนิ บรจิ าค มเี งนิ บรจิ าค มเี งินบริจาค
: ท่ีมา มูลนธิ ิฯ
จานวน มเี งนิ บริจาค
5 ก า ร เ ข๎ า ไ ป เป็นคณะกรรมการ เปน็ คณะ เปน็ คณะ เป็นคณะ เปน็ คณะ เป็นคณะ เปน็ คณะกรรม
รํว มทีมส ห PC กรรม กรรม กรรม กรรม กรรม การPC
วิชาชพี การPC การPC การPC การPC การPC
6 ข๎ อ มู ล มบี ันทกึ สค.1ในระบบ มบี นั ทึก สค. มีบันทึก สค.1 มีบันทึก สค.1 มีบันทึก สค.1 มบี ันทกึ สค.1 มบี นั ทกึ สค.1ใน
สารสนเทศ 1ในระบบon ในระบบ on ในระบบ on ในระบบ on ในระบบ on ระบบ on line
สารสนเทศ ต๎องพฒั นาระบบPC line line line line line ต๎ อ ง พั ฒ น า
เพิม่ ขึ้น ต๎ อ ง พั ฒ น า ต๎ อ ง พั ฒ น า ต๎ อ ง พั ฒ น า ต๎ อ ง พั ฒ น า ต๎ อ ง พั ฒ น า ระบบPCเพมิ่ ขนึ้
ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC
เพ่ิมขน้ึ เพ่ิมขึ้น เพิ่มขน้ึ เพิ่มขน้ึ เพ่ิมขนึ้
7 เครือขําย เครอื ขาํ ยภายนอกจิต เครอื ขําย เครอื ขาํ ย เครอื ขาํ ย เครือขาํ ย เครือขาํ ย เครอื ขาํ ย
ภายนอกจิต ภายนอกจติ ภายนอกจิต ภายนอกจติ
อาสา รพ.สต. ภายนอกจิต ภายนอกจิต
เทศบาลเครือขําย อาสา รพ. อาสา รพ.สต. อาสา รพ. อาสา รพ.สต. อาสา รพ. อาสา รพ.สต.
ภายใน สหวชิ าชพี สต.เทศบาล เทศบาล สต. เทศบาล เทศบาล สต. เทศบาล เทศบาล
เครือขาํ ย เครือขํายสห เครอื ขาํ ย เครอื ขาํ ย เครือขาํ ย เครอื ขาํ ย
ภายในสห วิชาชพี ภายในสห ภายในสห ภายใน สห ภายในสห
วิชาชพี วิชาชีพ วิชาชพี วชิ าชพี วิชาชีพ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 61
สังกดั โรงพยาบาลเจด็ ดาวเหนอื
ประเด็น รพ.เชยี งราย รพ. รพ. รพ. รพ. รพ. รพ.
กมุ ภวาปี ขอนแก่น เลย ฝาง
ประชานเุ คราะห์ สโุ ขทยั อุตรดติ ถ์
อุดรธานี
1 งานบรกิ าร รบั ปรกึ ษา ยังไมอํ ยํูใน รบั ปรึกษา ยัง จดั บริการ PC รับปรกึ ษา ยงั ไมํอยํู จัดบรกิ าร รบั ปรึกษา รบั ปรกึ ษา ยัง
ทีม PC ไมอํ ยํใู นทีม ยงั ไมอํ ยํูใน ไมํอยใํู นทีม
PC ในทมี PC PC ทมี PC PC
2 บุ ค ล า ก ร มีนักสงั คมฯจากัด มนี ักสังคมฯ มีนักสงั คมฯ มีนักสังคมฯจากดั มีนกั สังคมฯ มีนกั สังคมฯ มนี ักสงั คมฯ
จากดั จากดั 7 คน จากดั จากดั
(ออกแบบงาน ทางานแทน
กนั ได๎
ใหม)ํ
3 แ ห ลํ ง ยงั ไมํไดใ๎ ช๎เครอ่ื งมือ ยงั ไมไํ ด๎ใช๎ ยงั ไมไํ ดใ๎ ช๎ ยงั ไมไํ ดใ๎ ช๎เคร่ืองมอื แบบ ยงั ไมไํ ด๎ใช๎ ยงั ไมไํ ดใ๎ ช๎
เคร่ืองมอื ใดๆ เครือ่ งมอื ใดๆ ใดๆ ประเมนิ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งมือใดๆ
ท รั พ ย า ก ร ใดๆ ใดๆ
เ ค ร่ื อ ง มื อ ครอบครัว
อะไรบ๎าง
4 งบประมาณ : มเี งินบรจิ าค มีเงนิ บริจาค มเี งนิ บริจาค มเี งนิ บริจาค เงนิ จาก มเี งนิ บรจิ าค มเี งนิ บรจิ าค
สปสช.
ท่ีมา จานวน มีเงินบรจิ าค
5 การเข๎าไปรํวม อยากเขา๎ เปน็ ทีมPC อยากเขา๎ เปน็ เป็นคณะกรรม อยากเขา๎ เปน็ ทมี PC เปน็ คณะ อยากเขา๎ อยากเข๎าเป็น
ทีมPC การPC กรรม เป็นทมี PC ทีมPC
ทีมสหวชิ าชีพ การPC
6 ข๎ อ มู ล มีบนั ทกึ สค.1ในระบบ มีบันทึก สค. มบี นั ทกึ สค.1 มบี ันทกึ สค.1ใน มีบนั ทึก สค. มีบันทกึ มีบนั ทึก สค.1
สารสนเทศ สารสนเทศ 1ในระบบon ในระบบ on ระบบ on line 1ในระบบ สค.1ใน ในระบบ on
ต๎องพัฒนาระบบ on line ระบบ on line
ต๎องพัฒนาระบบPC line line
เพิ่มขึ้น ต๎ อ ง พั ฒ น า ต๎ อ ง พั ฒ น า PCเพม่ิ ข้นึ ต๎องพัฒนา lineตอ๎ ง ต๎ อ ง พั ฒ น า
ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC ร ะ บ บ PC พัฒนา ร ะ บ บ PC
เพ่มิ ขึ้น เพิม่ ข้ึน เพมิ่ ขึน้ ระบบPC เพิ่มขน้ึ
เพ่มิ ขึน้
7 เครือขําย เครือขํายภายนอกจติ เครอื ขําย เครือขาํ ย เครือขาํ ยภายนอก เครอื ขําย เครอื ขาํ ย เครอื ขําย
จิตอาสา รพ.สต. ภายนอกจิต ภายนอกจติ ภายนอกจิต
อาสา รพ.สต. ภายนอกจติ ภายนอกจติ
เทศบาลพยายามนา อาสา รพ. อาสา รพ.สต. เทศบาลพยายาม อาสา รพ. อาสา รพ. อาสา รพ.สต.
รอํ งทางานกับเคสPC สต.เทศบาล เทศบาล นารอํ งทางาน สต. สต. เทศบาล
ทาบตั รประชาชนให๎ พยายามนา พยายามนารอํ ง กบั เคสPCทาบัตร เทศบาล เทศบาล พยายามนา
PCเครือขํายภายในสห รอํ งทางาน ทางานกบั เคส ประชาชนให๎ PC พยายามนา พยายามนา รอํ งทางาน
วชิ าชพี กบั เคสPCทา PCทาบตั ร เครอื ขาํ ยภายในสห รอํ งทางาน รอํ งทางาน กับเคสPCทา
บตั ร ประชาชนให๎ วิชาชีพ กบั เคสPC กับเคสPC บัตรประชาชน
ประชาชนให๎ PC ทาบัตร ทาบัตร ให๎ PC
PCเครือขําย เ ค รื อ ขํ า ย ประชาชนให๎ ประชาชน เ ค รื อ ขํ า ย
ภายในสห ภ า ย ใ น ส ห PCเครือขําย ให๎ PCเครอื ภ า ย ใ น ส ห
วชิ าชีพ วชิ าชีพ ภายในสห ขํายายใน วชิ าชีพ
วิชาชพี สหวิชาชีพ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 62
คุณเยาวเรศ คามะนาด รพ.ศรีนครินทร์ขอนแกํน นายกสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์
เสนอให๎การจดั บริการใหเ๎ ปน็ ลกั ษณะของคลินิคทางสังคมทาเหมือน OPD ตํางๆในการจัดบริการ เพื่อเก็บผลงานการ
จดั บริการ
ประโยชนท์ ่ีได้รบั
ได๎ทราบความคิดเห็นจากทุกกลํุมตามประเด็นท่ีควรเรียนร๎ูท่ีเป็นมาตรฐานเพ่ือเป็นแนวทางการสร๎าง
บทบาทของนกั สงั คมสงเคราะห์ใหเ๎ ปน็ ทย่ี อมรับของทีมสหวชิ าชพี
นกั สงั คมสงเคราะหท์ ุกคนได๎ทบทวนตนเอง ได๎คน๎ หาปัญหาของตนเอง
เทคนิคทกั ษะทใี่ ชใ้ นกจิ กรรม
วิทยากรใช๎เทคนิคการต้ังคาถาม สร๎างประเด็นหัวข๎อแลกเปลี่ยนนาเสนอ ชวนคุย ทบทวนตนเอง และ
แบํงกลมุํ ตามลักษณะของพ้นื ที่ การจัดโครงสรา๎ งองคก์ ร เชํน กลํมุ ของสป. กลํมุ มหาวทิ ยาลัย
ผลท่ีไดร้ ับจากกจิ กรรมผลสะท้อนของผู้เข้าอบรม
การช้แี จ๎งของวิทยากร ผ๎อู บรมสนใจเมื่อไดร๎ บั การกระตุน๎ ใหพ๎ ดู คุยเสนอความคดิ เหน็ มกี ารให๎ความคิดเห็น
มีสํวนรํวมอยํางดสี นใจตั้งใจฟังกลุํมขนาดพอเหมาะทาให๎ทุกคนไดแ๎ สดงความคิดเหน็
บทสรปุ
มีกิจกรรมน้ี พบวํา การแลกเปล่ียนในประเด็นบทบาทหน๎าท่ีนักสังคมสงเคราะห์ โดยพิจารณาจากส่ิงท่ี
เป็นอยูํ ในบริบทของตนเอง ทาใหเ๎ หน็ ภาพในการทางานมากขนึ้ เห็นข๎อจากัดและส่งิ ที่สามารถพฒั นาได๎
ข้อสังเกตในกิจกรรมและสิ่งท่พี ฒั นาต่อได้
พบวาํ มีการแลกเปลย่ี นประสบการณ์การแสดงความคิดเห็นจดบันทึกเพื่อนามาเป็นข๎อสอบตามประเด็นท่ี
สามารถใช๎ประโยชน์ได๎ เสนอให๎เพิ่มกระดาษฟลิปชาร์ตเพื่อการและเปลี่ยนเรียนรู๎และจะเป็นอุปกรณ์ในการจัด
กิจกรรมท่ีทาใหเ๎ ห็นภาพได๎ชัดข้ึน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 63
วันท่ี 10 กรกฎาคม 2561เวลา 14.45 – 16.30 น.
Section 4 เกมท่ี 1 LOSS GAME เกมความสูญเสยี ของชีวติ และเกมท่ี 2 เกมไพไ่ ขชีวิต
โดย อ. วรลกั ษณ์ เจริญศรี มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
เกมท่ี 1 LOSS GAME เกมความสญู เสยี ของชวี ติ
วัตถุประสงค์
เพอื่ ใหร๎ บั รก๎ู ิจกรรมทแ่ี สดงความรู๎สกึ สูญเสยี ของชีวติ
ขนั้ ตอนวธิ กี ารดาเนินกิจกรรม
1 แจกกระดาษ A4
2 พับและตดั กระดาษ A4 ตามสดั สํวนให๎ได๎ 16 แผนํ ยํอย
3 เขยี นคา สิ่งท่ตี ัวเองรัก เขียนบทบาททตี่ วั เองเปน็ เขยี นสงิ่ สาคญั ในชีวติ
4 แล๎วดึงบัตรคาออกดว๎ ยตวั เอง และโดยคนอืน่
5 บอกความรู๎สกึ อะไรคือสง่ิ สุดท๎ายคือความสูญเสยี ของตวั เองเป็นอยาํ งไร
อปุ กรณ์
กระดาษ A4 พบั เป็น 16 ช้นิ และตัดเป็น 16 ช้ิน
เนือ้ หาสาระ
เพ่อื ใหเ๎ กิดความรส๎ู กึ เขา๎ ใจถงึ ความสญู เสียสะท๎อนความสูญเสียความร๎ูสึกอยํางแท๎จริงเพื่อเข๎าใจความร๎ูสึก
ถงึ สภาพของผ๎ูปวุ ย และครอบครวั
เปน็ คาถามที่ใชใ้ นครอบครัว สาหรับนักสงั คมสงเคราะหใ์ ช้ในการถามผู้ปว่ ย
- ใช๎กับครอบครัว
- ใชก๎ บั ผูป๎ วุ ย
- ใชก๎ บั ตนเอง
ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
จาก The Lost Game คอื ร๎ูใจเขาใจเราประโยชนท์ ไ่ี ด๎รบั เข๎าใจอารมณ์ความรู๎สกึ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 64
เทคนิคทักษะท่ีใชใ้ นกจิ กรรม
วิทยากรใช๎เทคนิค การพูดโน๎มน๎าว การชวนคิดชวนคุยให๎นึกถึงสิ่งที่ตัวเองรักส่ิงที่ตัวเองประทับใจและถ๎า
ต๎องสูญเสียไป เพ่ือเช่ือมโยงกับอารมณ์ความร๎ูสึก ต๎องใช๎เทคนิคทักษะ ความเชี่ยวชาญผํานประสบการณ์ ที่เราเรียก
กนั วาํ เนยี น
วิทยากรใช๎ประเด็นคาถามให๎ทุกคนมีสํวนรํวมนึกถึงเร่ืองราวของตัวเอง เป็นกิจกรรมท่ีนําสนใจเป็นเกมที่
ทุกคนมีสํวนรํวมและได๎อารมณ์ความร๎สู ึก
ผลท่ไี ด้จากกิจกรรมผลสะท้อนของผเู้ ขา้ อบรม
พบวําผู๎อบรมมีความร๎ูสึกเวลาที่ถูกนากระดาษที่เขียนส่ิงที่ตัวเองรักออกไป บางคนถูกนาออกไปท้ังหมด
บางคนรู๎สึกช็อคมาก บางคนเหนือแตํสิ่งที่ตัวเองพอใจ การนาเสนอทาให๎ทุกคนได๎สนใจเสนอความคิดกิจกรรมให๎
ความรเ๎ู หมือนกนั สูญเสียจริงๆ
บทสรปุ ในกจิ กรรม The loss Game
วิทยากรปรับเปลี่ยนมาใช๎เห็นอารมณ์ความร๎ูสึกของการสูญเสียในขณะที่คนไมํเคยสูญเสียแตํคนอ่ืนท่ี
สูญเสียก็จะรู๎สึกผวาเชํนกัน ดังนั้นกิจกรรมนี้เสมือนเป็นการจาลองอารมณ์ความร๎ูสึกสะท๎อนการสูญเสียแม๎แตํเพียง
เล็กนอ๎ ยแตกํ อ็ าจกลายเป็นการขยายวงกว๎างไปถึงเรื่องอ่ืนๆการสะท๎อนการดูแลคนไข๎จะเข๎าใจอารมณ์น้ันๆเพื่อเราจะ
ไดน๎ าความร๎ูท่ีเรยี นมา ปรับทางานกบั ผูท๎ ่สี ูญเสียวําเขา loss อะไร อยาํ งไร
ขอ้ สังเกตในกิจกรรมข้อดีท่สี ามารถพัฒนาตอ่ ได้
เป็นกิจกรรมทดี่ ีสะท๎อนอารมณ์และความร๎ูสึกได๎อยาํ งดีเยี่ยม
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 65
เกมท่ี 2 เกมไพไ่ ขชวี ติ
วัตถุประสงค์
เพอื่ ใหผ๎ ูอ๎ บรม สามารถ ใชค๎ าถามในไพํเพื่อเรียนร๎ู การเตรียมพร๎อมกํอนการเสียชีวิตสร๎างบทสนทนาเร่ือง
ชวี ติ และความตาย
ขั้นตอนวธิ ดี าเนินกจิ กรรม
แบํงกลุํมกลมุํ ละ 4 คน ใชส๎ เี ขียวเปน็ คาถาม
อปุ กรณ์
ไพํคาถามสีเขยี ว ไพสํ เี หลอื งใหส๎ ฟี าู สีชมพูสาหรับการแจก
เนอ้ื หาสาระ เป็นคาถาม ท่สี ะเทือนใจ
เกมไพ่ไขชีวิต
เปูาหมาย สรา๎ งบทสนทนาเรื่องชวี ิตและความตาย
ขน้ั ตอนการเลํน
1 วงไพวํ งหนึ่งประกอบดว๎ ยผูเ๎ ลนํ 4-6 คนกาหนดให๎ผ๎ูเลํน 1 คนเป็นเจ๎ามอื เพ่ืออานวยความสะดวกในวง
สนทนา
2 จัดเตรียมอุปกรณด์ งั น้ีกระดาษสาหรับเขยี นคาตอบระกาตามจานวนคน ปากกา 1-2 ดา๎ ม
3 เจ๎ามอื จัดสถานทที่ ่ีมบี รรยากาศสงบเป็นสํวนตัวอาจนงั่ เลํนรอบโต๏ะหรอื ปูเส่อื นัง่ พ้นื ก็ได๎
4 เจ๎ามือตรวจสอบวาํ ผเู๎ ลํนทุกคนมีเวลาเลํนเกมอยํางเพียงพอการเลนํ คร้งั เดยี วอาจใช๎เวลา 40 นาทีถึง 2
ช่ัวโมง
5 ผ๎เู ลนํ จะไดร๎ บั ประโยชน์มากขึน้ หาเจา๎ มือศึกษาทาความเขา๎ ใจ "จดหมายถงึ เจ๎ามอื " เพอ่ื อธบิ ายประเดน็ ที่
เกย่ี วข๎องกับไพคํ าถามแตํละใบ
6 กํอนเลนํ เกม เจา๎ มืออํานกติกา ใหผ๎ ๎ูเลํนทกุ คนในวงทราบ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 66
จดหมายถึงเจ้ามือเกมไพไ่ ขชีวติ
ถงึ เจา๎ มือเกมไพํไขชีวิตท่รี ัก
เกมไพํไขชวี ติ ถูกคิดคน๎ เพื่ออานวยความสะดวกให๎พวกเราไดเ๎ ปิดประเดน็ พดู คุยเรื่องชวี ติ และความตายจะ
พูดคุยแบบเปิดกวา๎ งคุยสบายสบายก็ไดห๎ รือคยุ เพื่อเรยี นร๎เู นื้อหาสาระจากบทสนทนาคร้ังนีก้ ็ได๎
หากวงไพํสนใจทจ่ี ะเกบ็ เกีย่ วความรค๎ู วามเข๎าใจเรอื่ งชวี ติ และความตาย เจ๎ามือสามารถอํานประเดน็ ตาํ งๆใน
จดหมายฉบับน้ีเป็นแนวทางในการเลือกเปลยี่ นความเข๎าใจแกํผ๎เู ลํนในวงไพํตามจงั หวะทเ่ี หมาะสม เพื่ออานวยความ
สะดวกให๎
1 ผเู๎ ลนํ ได๎ทาความเขา๎ ใจประเด็นที่เกย่ี วข๎อง
2 เจรญิ มรณานสุ ติ
3 ทบทวนใครํครวญชีวติ ในปัจจุบัน
มาเลํนกันเถอะ
กลัวตาย
คนกลัวตายเป็นธรรมดา แตํชีวิตท่ีหํางไกล ไมํคุ๎นเคยความตาย ดูเหมือนจะทาให๎เรากลัวตายมากข้ึน
จนกระท่ังหลกี เลยี่ งท่จี ะคิดถึง ปฏิเสธทีจ่ ะเรียนรู๎ความตาย ยิง่ กลวั ก็ยิ่งหนี ยง่ิ หนกี ็ย่ิงกลัว อันที่จริงความตายยังมีมุม
อน่ื ทีไ่ มใํ ชคํ วามนาํ กลวั หากเราได๎มโี อกาสเรียนรู๎ มีทําทที ่เี ป็นมิตรกบั ความตาย ความตายก็จะเป็นมติ รกับเรา ในทาง
ตรงขา๎ มยิ่งเรากลวั ตายมากเทําไรความกลวั ตายกจ็ ะย่ิงหลอกหลอนเราและทาร๎ายเรามากกวําความตายซะด๎วยซ้า มี
ภาษิตหน่งึ ท่ีนาํ ฟงั วาํ "คนกล๎าตายคร้ังเดยี ว คนขลาดตายหลายครง้ั "
ห่างไกลความตาย
สงั คมสมัยน้ที าใหเ๎ ราหํางไกลความตายมากขน้ึ เน่อื งมาจากครอบครัวมขี นาดเลก็ ลงจึงไมํคํอยเหน็ ปุยู ําตา
ยายตาย เมือ่ ปุวยก็ไปดแู ลที่โรงพยาบาลและตายทีน่ ัน่ เม่ือต๎องทาพธิ ศี พ ก็อาศัยเมรุ สปั เหรํอชวํ ยจดั การให๎ คนใน
สังคมสมัยใหมํจึงไมํไดใ๎ กล๎ชดิ ความตายแปลกแยกกับความตาย
วธิ ีทาใหใ๎ กล๎ชิดเป็นมติ รกับความตายมากข้นึ คือระลกึ ถึงความตายไปยืนดูแลคนปวุ ยระยะสดุ ทา๎ ยมีสํวนรวํ มใน
การดูแลผู๎ปวุ ยการทาศพเป็นตน๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 67
อนุ่ เครื่อง เกมไพ่ไขชีวติ
1 คณุ มคี วามกังวลใจอะไร เก่ยี วกับการเลนํ ไพํน่ีบา๎ ง
2 คุณคาดหวงั อะไรจากการเลนํ เกมน้ี
คาถาม
ไพํใบท่ี 1 คณุ คิดว่าการตายดีคอื อะไร
ไพใํ บท่ี 2 ให้นกึ ถงึ คนทค่ี ุณไม่ได้เจอคาว่านานกว่า 1 ปีใครคือคนท่ีคุณอยากพบก่อนที่คณุ จะตาย
ไพใํ บท่ี 3 หากคุณช่วยตวั เองไม่ไดแ้ ม้แต่การเข้าห้องน้าด้วยตวั เองใครคนแรก ที่คณุ นึกถงึ และอยากให้เขาเป็น
คนชว่ ยคุณเข้าห้องนา้ และใครทีค่ ุณไมม่ ีวันจะขอใหเ้ ขาชว่ ยอยา่ งเด็ดขาด
ไพใํ บที่ 4 ชีวิตช่วงนี้คุณใหเ้ วลากบั กิจกรรมใดมากที่สดุ
ไพใํ บท่ี 5 หากคณุ ป่วยหนักรักษาไม่หายอย่ใู นวาระสุดท้ายสอื่ สารไม่ได้และมเี ร่ืองต้องตดั สนิ ใจเกี่ยวกบั การใช้
อุปกรณ์ชว่ ยชีวติ เช่นปม๊ั หวั ใจใสท่ ่อคุณอยากให้ใครหรือคนกลุ่มใดตดั สินใจแทนคุณ
ไพํใบท6่ี ในชีวติ คุณตอ้ งการเงนิ อีกจานวนเทา่ ไหร่ เพราะเหตใุ ดจงึ เป็นจานวนเท่านี้
ไพํใบท่ี 7 คุณเคยเห็นภาพการย้ือชวี ิตป๊มั หวั ใจใสท่ ่อชว่ ยหายใจหรอื ไมม่ นั เปน็ อย่างไร
ไพใํ บที่ 8 คณุ จะ.....บรจิ าคร่างกายหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ไพํใบที่ 9 มใี ครบ้าง ท่ีกาลงั พ่งึ พิงคุณอยใู่ นขณะนแ้ี ละอาจเดือดร้อนถา้ คณุ จะไป
ไพํใบท่ี 10 คุณอยากใหจ้ ดั การกบั ศพของคุณอย่างไรหลังจากท่คี ุณเสยี ชีวิตแล้ว
ไพใํ บที่11 ถ้าคณุ ต้องตายในวันพรงุ่ นี้คุณจะจัดการทรัพยส์ ินของคุณอย่างไร
ไพํใบที่12 หากคุณปว่ ยในวาระสดุ ทา้ ย แล้วมีอาการช็อค หวั ใจหยุดเตน้ ไม่หายใจใครจะเป็นผตู้ ดั สินใจเก่ยี วกบั
การรกั ษาพยาบาลแทนคุณเขาคนนัน้ รับรหู้ รอื ไม่ว่าต้องทาหน้าทน่ี ี้
ไพํใบท1ี่ 3 สง่ิ ใดทค่ี ุณ นกึ ถงึ แล้วมีพลงั มีกาลงั ใจในการดาเนินชวี ิต
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 68
ไพํใบที1่ 4 ถ้าวนั นเ้ี ป็นวนั สุดทา้ ยของคุณใครคือคนแรกทค่ี ุณอยากกลา่ วคาขอโทษ และใครคือคนแรกทค่ี ุณ
อยากกล่าวคาขอบคุณ
ไพใํ บที่ 15 คณุ จะแจกอะไรเปน็ ของทรี่ ะลกึ ในงานศพของคุณ
ไพใํ บท่ี 16 ถ้าหมอบอกว่าคุณจะมชี ีวิตเหลืออยู่อีกประมาณ 6 เดือนคุณจะบอกข่าวนีใ้ ห้ใครทราบบ้าง
ไพใํ บท่ี 17 ส่งิ ศักด์สิ ทิ ธ์หิ รอื บุคคล ทเ่ี ปน็ ทพ่ี ่งึ ทีย่ ึดเหนี่ยวทางใจของคุณคืออะไร
ไพใํ บท1่ี 8 คณุ มีจุดแขง็ อะไรที่จะช่วยใหค้ ณุ ตายดี เช่น มีญาตทิ ่เี ป็นบุคลากรสาธารณสขุ ทาหนังสอื แสดง
เจตนาไวแ้ ล้วรู้เร่อื งการดแู ลแบบประคับประคอง
ไพใํ บที่ 19 หากคุณสูญเสยี ไปในทะเล ใครจะเป็นคนตดั สนิ ใจวา่ จะใชเ้ วลาใช้เงนิ ในการค้นหาคณุ มากแคไ่ หน
ไพใํ บที่ 20 หากคุณสามารถควบคุม จดั การส่งิ หนง่ึ ใหเ้ กิดข้ึนไดใ้ นวันสุดทา้ ยของชีวติ ของคุณสง่ิ นัน้ คืออะไร
ไพํใบที่ 21 บา้ นของคุณพรอ้ มจะเป็นสถานท่ีตายหรือไม่เพราะเหตุใด
ไพใํ บท่ี 22 ให้คิดถงึ คนทค่ี ุณรกั สักคนหนึ่งทไ่ี ด้จากคุณไปแลว้ อะไร คือส่งิ ท่คี ุณเกบ็ ไว้ในความทรงจาเก่ียวกับ
เขาหรอื เธอคนน้ัน
ไพํใบที่ 23 ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าการป่วยของคุณอยูใ่ นระยะสุดท้ายใครคอื คนท่คี ุณอยากไปพบหรือคุยดว้ ยเพอ่ื
ขอคาแนะนา
ไพํใบท่ี24 คาแรกท่คี ณุ คิดถึงคืออะไรเม่ือคุณไดย้ ินคาวา่ Palliative Care การดูแลผูป้ ว่ ยแบบประคับประคอง
ไพํใบที่ 25 คณุ คิดว่าจะเกิดอะไรข้นึ หลังจากชวี ิตนไ้ี ดส้ ้นิ สุดลงแลว้
ไพใํ บที่ 26 เหตกุ ารณ์ใดที่คุณคดิ ถงึ แลว้ จะรูส้ ึกดเี สมอ
ไพใํ บท่ี 27 คณุ ตั้งงบประมาณในการจดั งานศพของคณุ ไวเ้ ทา่ ไหร่
ไพํใบที่ 28 หากคณุ ป่วยระยะสุดทา้ ยแล้วหยดุ หายใจ หวั ใจหยดุ เตน้ คณุ จะใหแ้ พทย์กูช้ ีพย้ือชีวิตคณุ หรอื ไม่
เพราะเหตุใด
ไพํใบที่ 29 คุณได้เห็นคนตายต่อหนา้ ต่อตาจรงิ ๆเมอ่ื ตอนอายเุ ทา่ ไหร่ ประสบการณ์ครั้งนั้นเปน็ อย่างไร
ไพํใบที่ 30 คุณเริม่ ตะหนกั ได้วา่ ทา้ ยท่สี ุด คณุ กต็ ้องตาย เม่ือตอนคุณอายุเท่าไร
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 69
ไพํใบที่ 31 หากคุณป่วยในระยะสุดทา้ ย คณุ ต้องการให้หมอที่ดแู ลคุณ ม่งุ เน้นไปทีเ่ รือ่ งใดมากที่สุด เช่นการมี
อายุยืนยาว คุณภาพในการมีชีวิตอยู่ ความสบายกาย
ไพํใบที่ 32 ช่วงจงั หวะใดของชวี ติ ที่คุณอยากย้อนกลับไปแก้ไข หรือเลือกตดั สนิ ใจแตกต่างออกไป
ไพํใบที่ 33 ของสาคญั อะไรท่ีคุณตอ้ งการมอบให้ผูค้ นกอ่ นที่คุณจะตาย คนทจ่ี ะไดร้ บั ของชน้ิ นั้นคือใคร
ไพํใบที่ 34 จงออกแบบงานศพที่คุณปรารถนา
ไพํใบที่ 35 ใครคือคนที่คณุ อยากให้อยดู่ ้วยในยามทีค่ ุณหมดลมหายใจ คณุ อยากใหเ้ ขาพดู อะไรกับคณุ บ้าง
ไพํใบที่ 36 คุณคิดว่า คุณจะมีอายุถึงก่ีปี ทาไมคณุ จึงคดิ เชน่ นั้น
ไพใํ บท่ี 37 คณุ จะมอบ username หรอื Password บนโลกออนไลน์ต่างๆใหใ้ ครรบั ผิดชอบหลงั จากท่ีคุณตาย
จากไปแล้ว
ไพใํ บท่ี 38 อะไรคือความฝนั หรือความต้ังใจของคุณทีค่ งไมม่ วี ันเปน็ จริงไดอ้ ีกแลว้
ไพใํ บที่ 39 เมือ่ คุณปว่ ยหนกั คุณอยากให้ดาราหรือบคุ คลท่มี ชี ่อื เสยี งคนไหนมาเยีย่ มเพราะเหตุใด
ไพใํ บท่ี 40 อาหารมื้อสดุ ทา้ ยท่ีคณุ อยากกินคอื อะไร
ไพใํ บท่ี 41 สถานท่ใี ดที่คณุ ต้องการใหเ้ ป็นทต่ี ายของคุณ
ไพํใบที่ 42 หากคุณรู้ข่าวร้ายวา่ คนรักของคุณปว่ ยเปน็ โรครา้ ยแรง และอาจจะจากไป ในเวลาไมน่ าน คุณจะ
บอกให้เขารู้ตวั หรือไมเ่ พราะอะไร
ไพํใบท่ี 43 อะไรคือสิง่ สาคญั ทีส่ ดุ ท่ีคุณต้องการบรรลหุ รือทาใหส้ าเรจ็ ก่อนตาย
ไพํใบที่ 44 หากคนื นีค้ ุณหลับไป โดยจะไม่ต่นื ข้ึนมาอกี คุณผอมตายมากน้อยเพียงใดอะไรท่ีทาใหค้ ุณพร้อม
หรือไม่พรอ้ ม
ไพใํ บที่ 45 ใครคือคนท่ีคณุ คิดวา่ เขาจะยอมรับหรือทาใจได้ยากมากหากคณุ ต้องตายจากไป
รองสดุ ทา้ ย
ไพํใบที่ 46 หลงั จากการเลน่ เกมนจ้ี บลงสิ่งสาคัญทค่ี ุณไดเ้ รียนรู้ คืออะไร
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 70
ไพใํ บท่ี 47 หลงั จากเลน่ เกมน้จี บคณุ ตั้งใจจะทาอะไรท่เี ปลย่ี นแปลงไปจากเดิมเขียนคาตอบลงในไพ่อธิษฐานแลว้
เก็บกลับบ้านเพ่ือยนื ยันความจาของตนเอง
ประโยชน์ที่ไดร้ บั
การตั้งสติตํอคาถามให๎คิดพิจารณาวําสักวันหน่ึงหากเกิดเหตุการณ์แบบน้ีจริงๆเราจะเตรียมความพร๎อม
อยํางไร
เทคนคิ ทักษะท่ใี ช้ในกิจกรรมน้ี
เทคนิคการจัดกจิ กรรมที่วทิ ยากรมคี วามเชย่ี วชาญ
ผลสะทอ้ นของผเู้ ขา้ รบั การอบรม
ผ๎ูเขา๎ รํวมอบรม ทกุ คนดสู นกุ สนใจอยากเรียนรู๎
บทสรุปในกิจกรรม
การใชไ๎ พทํ ่มี ขี ๎อคาถามทาใหไ๎ ดเ๎ กดิ การเรียนรู๎และไมํกดดนั คนทถ่ี กู ถาม ทาให๎เกิดอารมณ์ผํอนคลายได๎งําย
ขนึ้ ผู๎อบรมสามารถนาไปใชก๎ ับการทางานจรงิ ได๎
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 71
วันท่ี 11 กรกฎาคม 2561เวลา 08.30 – 09.00 น.
Section 1 ทบทวนการเรียนรูข้ องวันท่ี 10 ก.ค.61
ดร.ขนิษฐา บรู ณพนั ศักดิ์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ และคุณศรีสภุ า แกว้ ประพาฬ รพ.รามาธบิ ดี
วิทยากรทบทวนเนื้อหาการเรียนร๎ูของวันท่ี 10 ก.ค.61 ต้ังแตํเริมต๎น Psychosocial& Spiritual
Assessment จาก อ.นพ. ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร ศูนย์ชีวาภิบาลเรียนร๎ู เข๎าใจตระหนักถึงคุณคํา จิตวิญาณ
Introduction in Palliative Care: General Principle andPhysical Assessment จาก พญ.ปรารถนา
โกศลนาครศูนยช์ ีวาภิบาล เน๎นย้า สร๎างความเข๎าใจการดูแลผู๎ปุวยแบบประคับประคอง และ Roles of Social
Worker in Palliative Care โดยนายกฯเยาวเรศ เน๎นการวิเคราะห์ความเป็นจริงและสิ่งที่คาดหวังที่จะพัฒนา
ผาํ นประเดน็ 1) การบริการService delivery 2)บคุ ลากร(ออกแบบงานใหมํ)person 3) แหลํงทรัพยากร(เคร่ืองมือท่ี
ใช๎)อะไรบ๎าง equipment resources 4) งบประมาณ(ที่มาของงบประมาณ) money 5) การเข๎าไปสูํทีม
กรรมการ policy/governance 6) ระบบสารสนเทศการบันทึกข๎อมูลinformation 7) เครือขํายภายใน/
ภายนอก participate &network จากนั้นเรียนรู๎ เกมการสูญเสีย Lossgame ทาให๎เข๎าใจถึงการสูญเสียและเกม
ไพไํ ขชีวติ ทาใหเ๎ ข๎าใจ หาแนวทางการส่อื สารเร่อื งความตายอยาํ งเหมาะสม
จากนน้ั คุณสุฑาวรรณ์ ไชยมูล นักสังคมสงเคราะห์ชานาญการพิเศษ สถาบันสุขภาพเด็กแหํงชาติมหา
ราชนิ ี กรมการแพทย์ นาออกกาลงั กาย เทคนิคการ Self –Care เพื่อเรยี นรู๎ในการรักตนเอง รักสขุ ภาพ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 72
วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2561เวลา 09.00-09.45 น.
Section 2 เครอื่ งมือในการประเมินผ้ปู ่วยประคบั ประคองและระยะสุดท้าย (Tool of Social Worker in
Palliative Care)
Pain Scale เครอ่ื งมือวดั ระดับความเจ็บปวด
โดย คุณอรณุ ลกั ษณ์ เหล็กกล้า งานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลมหาราช เชียงใหม่
เครอ่ื งมอื ในการประเมินผู้ป่วยประคบั ประคองและระยะท้าย
-Biology ( Pain Score and PPS Score)
Painประเมินความปวด เพื่อประเมินวําจะสามารถเขา๎ สัมภาษณ์หาข๎อมูลได๎ไหม
PPS Scoreบอกเวลาที่เหลอื อยมํู ากหรือน๎อย
ข๎อจากัดของPPS เครอื่ งมือทางกายที่ ไว๎ Follow up คือเทําน้ัน (บางเคสไมสํ ามารถประเมนิ ได๎ เชํน จติ เวช )
ขอ๎ มลู สํวนน้ี ประเมินเพ่ือจดั สวสั ดกิ ารให๎เคส
- แบบประเมินดา๎ นจติ ใจ (POS) ประเมนิ ผู๎ปุวย และผ๎ดู ูแล จนท.สุขภาพ
จุดประสงค์
เพ่ือให๎ทราบการทางานของแพทย์ผํานเคร่ืองมือการประเมิน Pain Score and PPS Score ได๎รับร๎ู
ความเจบ็ ปวดของผป๎ู ุวยจะทาใหท๎ ราบวาํ จะเข๎าดูแลและประเมินผ๎ปู ุวยแบบไหนอยาํ งไร ไดอ๎ ยํางเหมาะสม
ข้นั ตอนวธิ ีการ
จัดโตะ๏ แบบเรยี นปกติ
ใชเ๎ ทคนิคการบรรยาย ผาํ น Power point
อปุ กรณ์
ใชส๎ อื่ ไอที
เนือ้ หา
รับรปู้ ระเมนิ ความเจบ็ ปวดPain Assessment and Measurement
การประเมินความเจ็บปวด คือ การรวบรวมเอาข๎อมูลท้ังหมดท่ีเกี่ยวข๎องกับความเจ็บปวด เชํน
ความร๎สู กึ ทางกาย ความรุนแรง ผลตรวจราํ งกาย ผลการตรวจพิเศษที่เดย่ี วขอ๎ งรวมท้งั ผลของการรักษาตํางๆ ที่เคย
ได๎รับมากํอน มาแปลผลเพ่ือนามาวินิจฉัยหาสาเหตุและกลไกความเจ็บปวด เน่ืองจากความปวดแตํละชนิดมัก
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 73
ตอบสนองตํอยาระงับปวดแตกตํางกัน ดังนั้น การประเมินความปวดท่ีถูกต๎องจะนาไปสูํการรักษาที่ถูกต๎อง และ
เหมาะสมตอํ ไป
โดยทั่วไปการประเมินความปวดมีขั้นตอนคล๎ายกับการตรวจวินิจฉัยโรคทั่วไป คือ การซักประวัติ โดย
เนน๎ ประวตั ิความปวดเป็นพิเศษ การตรวจราํ งกาย และการตรวจทางห๎องปฏิบัตกิ าร หรือการตรวจพเิ ศษตําง ๆ
การซกั ประวตั ิ โดยทวั่ ไปจะแบํงเปน็ 2 สํวน
1. ประวัติความเจ็บปุวยทั่วไป ความเจ็บปุวยในอดีต ประวัติครอบครัว ประวัติการแพ๎ยาและสารเคมี
ประวตั ิการทางานและสังคม
2. ประวัติหรือข๎อมูลเกี่ยวกับความเจ็บปวด ซึ่งเป็นสํวนที่สาคัญมาก การรวบรวมข๎อมูลความเจ็บปวด
ประกอบดว๎ ย
2.1. การเร่ิมต๎นของอาการปวด (onset) หมายถึง เวลาท่ีผ๎ูปุวยรับร๎ูวํามีอาการปวดและหรือการ
บาดเจ็บ
2.2. ตาแหนํงท่มี อี าการ และขอบเขต (location) ควรบันทกึ ขอ๎ มูลในสวํ นนี้ โดยใชภ๎ าพของรํางกาย
ชํวยอาจให๎ผู๎ปุวยชํวยช้ีบอกตาแหนํงด๎วยการบันทึกข๎อมูลสํวนนี้ จะชํวยบอกถึงตาแหนํงและลี
กษณะของพยาธสิ ภาพได๎
2.3. ลักษณะของความปวด (Characters of pain) เป็นคาที่ให๎ผู๎ปุวยบรรยายถึงลักษณะความ
เจบ็ ปวด เชํน ตอ้ื รดั ต๏บุ ต๊ับ เสียง ร๎าว แสบร๎อน แปลบคล๎ายมีดแทง คล๎ายไฟช๏อต อ่ืน ๆ
ลักษณะความปวดอาจนามาชํวยบอกกลไกความปวดได๎ เชํน ปวดต้ือ ปวดหนัก ปวดเม่ือย
ปวดหัว มักจะนึกถึงอาการของ Socratic pain ถ๎าปวดเสียว ปวดชา ปวดเส๎น ปวดไปตาม
เส๎นปวดแปลบ ปวดจี๊ด ปวดแสบปวดรอ๎ น แสบๆ คนั ๆ มกั จะนึกถึงอาการของ Neuropathic
pain ถ๎าปวดท๎อง ปวดมวน ปวดบีบ ปวดเสียดหรือ เป็นลูกวิ่ง จะนึกถึง colicky pain
ของลาไส๎หรือทํอไต ถ๎าปวดเบํง (Tenses) ปวดตุงท่ีทวารหนักคล๎ายเวลาปวดอุจจาระมักนึกถึง
วัดของ rectum หรอื vagina เปน็ ต๎น
2.4. ความรุนแรงของอาการปวด ( pain severity) การวัดปริมาณความปวด (measurement of
pain) เป็นส่ิงสาคัญอีกประการที่ให๎การรักษาควรทาอยํางละเอียดและตํอเนื่อง ท้ังเพื่อวินิจฉัย
และ เป็นการบอกผลของการรักษาด๎วย ซึ่งการวัดปริมาณความปวดได๎กลําวโดยละเอียดใน
หวั ขอ๎ measurement of pain
2.5. เวลานานและรอบของความปวด (duration and frequency or temporal pattern of pain)
ลักษณะของรอบความปวดอาจแตกตํางกันไป เชํน ปวดตลอดเวลาหรือเป็นระยะๆ การซักและ
บันทึกถึงรูปแบบและระยะเวลาการปวด จะชํวยให๎เกิดภาพความเข๎าใจของอาการปวดได๎ดีข้ึน
สํวนใหญํsomatic pain มักปวดตลอดเวลา แตํ neuropathic pain มักมีอาการปวดลักษณะ
เสยี วแปลบมาเป็นระยะๆ เปน็ ชวํ งสั้นๆ ไมแํ นํนอนในขณะทมี่ กั ปวดแสบร๎อนอยูํตลอด เปน็ ต๎น
2.6. ปัจจัยท่ีทาให๎ปวดมากขึ้น (aggravating factors) มีปัจจัยบางอยํางทาให๎อาการปวดมากข้ึน ควรบันทึกไว๎
เพอ่ื หลกั เลย่ี งและปอู งกันไมํให๎มเี หตุการณ์ที่ทาให๎ปวดมากข้ึน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 74
2.7. ปัจจัยท่ีทาให๎ปวดน๎อยลง (relieving factors) เชน การนวด ประคบร๎อน หรือ เย็น การพักผํอน การทา
กายบริหาร และยาแก๎ปวดชนิดตํางๆ ถ๎าผู๎ปุวยเคยได๎รับยาระงับปวดมากํอนต๎องบันทึกให๎ละเอียดถึง
ลกั ษณะ ชนดิ ขนาด และ การตอบสนองของยาด๎วย
2.8. ประวัติทางด๎านจิตใจ อารมณ์สังคม คุณภาพชีวิต การทากิจวัตรประจาวัน และอาการอ่ืนๆ ที่พบรํวมด๎วย
ควรบนั ทึกโดยละเอียด เชํน คลน่ื ไส๎ อาเจียน นอนไมหํ ลับ การชา เบอ่ื อาหาร และ อ่ืนๆ
การตรวจราํ งกาย เป็นขั้นตอนพ้ืนฐานทผ่ี ๎ูใหก๎ ารรักษาตอ๎ งทาภายหลังซกั ประวัตเิ รยี บร๎อยแล๎ว ควรตรวจรํางกาย
โดยละเอียด ซ่ึงก็ไมตํ าํ งจากการตรวจรํางกายทว่ั ไป คือ การดู คลา เคาะ ฟงั
การตรวจ ราํ งกายควรตรวจตามระบบโดยมักตรวจจุดท่ีปวดกํอนเสมอ ซึ่งจะส่ือให๎ ผ๎ูปุวยเห็นวําปัญหาความปวด
ของ เขากาลังไดร๎ บั การดแู ล และอยําลืมตรวจรํางกายทางระบบประสาท โดยละเอียดด๎วย
การตรวจทางห๎องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษตํางๆควรทาหลังจากซักประวัติและตรวจรํางกาย เรียบร๎อยแล๎ว
การตรวจทางห๎องปฏิบัติการเป็นตัวชํวยวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดได๎ และบางคร้ัง ยังชํวย ในการติดตามโรค
บางชนิด
นอกจากนี้ความปวดเรื้อรังยังเป็นสาเหตุที่ทาให๎ชีวิตของผู๎ปุวยเปล่ียนไป ความเครียดเกิดขึ้นยังมีผลเสียตํอจิตใจ
ของผ๎ูปวุ ย ควรตอ๎ งมีการประเมนิ ผลกระทบท่ีเกดิ จากความปวดด๎วยเชํนกัน
ขนั้ ตอนการประเมนิ ความปวด
สรปุ ข้ันตอนในการประเมนิ ความปวด
NRS = Numerical Rating Scale
VAS = Visual Analogue Scale
QOF = Quality of life
Measurement of Pain
การประเมินความรุนแรงของความปวดในผ๎ูปุวยโดยท่ัวไป ต๎องอาศัยการบอกเลํา ของผู๎ปุวย (self
report) เป็นสาคัญ ซ่ึงบางคร้ังการบอกเลําของผ๎ูปุวยก็มีปัจจัยตํางๆเข๎ามา เก่ียวข๎อง เชํน สภาพจิตใจ อารมณ์
การนอนไมหํ ลับ หรอื ยาท่ีผู๎ปวุ ยรบั ประทาน
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 75
เครื่องมือวัดความรุนแรงของความปวดที่ดีควรใช๎งําย นําเช่ือถือ และมีความเหมาะสมกับผู๎ปุวยใน
หลายประเภท
เคร่ืองมอื วดั ความรุนแรงของความปวดมีต้ังแตํการวัดความปวดในด๎านเดียว (one-dimensional
tool) และ การวดั ความปวดในหลายด๎าน (multidimensional tool)
เครอื่ งมือวดั ความปวดในด้านเดียว (One-dimensional Tool)
1. Categorical scale
ใหผ๎ ป๎ู ุวยบอกวํามีอาการปวดหรือไมํ โดยบอกเป็นความปวดตั้งแตํไมํปวด จนถึงปวดมากที่สุด เรียก
เป็น verbal descriptor scale (VDS) หรือ verbal rating scale (VRS) โดยทั่วไปนิยมแบํงเป็น no pain mild
moderate severe pain เหมาะสาหรบั บคุ ลากรทดี ูแลผ๎ูปวุ ยในห๎องพกั ฟน้ื ซ่ึงบางคร้ังผ๎ูปุวยยังต่นื ไมเํ ตม็ ที่ โดยถาม
ผ๎ูปวุ ย บํอยๆ เชํน ทุก 15 นาที และบันทกึ ในใบรายงาน ทาให๎แพทย์ผ๎ทู าการรกั ษาสามารถดผู ลรวมในการบาบัดรักษา
อาการปวดของผู๎ปวุ ยได๎
2. Numerical rating scale (NRS) เคร่อื งมอื วดั ความปวดในด้านเดียว
คือ การใช๎ตัวเลขมาชํวยบอกระดับความรุนแรงของอาการปวด ใช๎ตัวเลขตั้งแตํ 0 1 2… 10
อธิบาย ให๎ผู๎ปุวยเข๎าใจกํอนวํา O หมายถึง ไมํมีอาการปวด และ 1O คือปวดมากท่ีสุด ให๎ผ๎ูปุวยบอกถึงตัวเลขท่ี
แสดง ถึงความปวดท่ีผ๎ูปุวยมีขณะน้ันๆ ข๎อมูลที่ได๎สามารถนามา เปรียบเทียบความปวดในผ๎ูปุวยรายนั้นได๎ระหวําง
การรักษา Numerical rating scale (NRS)
การตคี วามหมายของตวั เลขกับCategorical scale มดี งั นี้
0 = no pain
1-3 = mild pain
4-6 = moderate pain
7-10 = severe pain
3. Visual analogue scale (VAS)
เป็นเคร่ืองมือวัดความปวดท่ีประกอบด๎วยเส๎นตรงยาว 10 เซนติเมตร ไมํมีตัวเลขให๎เห็น โดยซ๎าย
สุด จะเขียนวําไมํปวด และขวาสุดเขียนวําปวดมากจนทนไมํได๎ ผ๎ูปุวยจะกากบาทหรือชี้ไปบนเส๎นแล๎วผ๎ูประเมิน จะ
วัดคะแนนความปวดโดยดูจากสเกลท่ีอยํู ด๎านหลัง สเกลตัวเลขด๎านหลังจะแบํงเป็น 10 ชํอง ชํองละ 10 มิลลิเมตร
ทาใหไ๎ ดค๎ วามละเอยี ดของระดับความปวดเปน็ ตวั เลข 2 ตาแหนํง ในขณะท่ี NRS เป็นตวั เลขโดดๆ ตาแหนํงเดียว การ
ตคี วามหมายของตัวเลขกับ categorical scale เหมอื นกนั กับ NRS
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 76
Pain Scales
Pain Scales ท่ีเป็น Visual rating scales ผ๎ูที่ให๎คะแนนความเจ็บปวด คือผ๎ูปุวยมีการอธิบายให๎
ผ๎ูปวุ ยฟงั ถงึ ลาดับการใหค๎ ะแนนและความหมาย ดงั น้ี
ผ๎ูปวุ ยให๎คะแนนความปวด (Pain Score)
0-1 = ยอมรับได๎
2-3 = พอราคาญ
4 = มอี าการปวดเล็กนอ๎ ยพอทนได๎
5 = ปวดปานกลาง
6-7 = ปวดมากพอสมควร
8-9 = ปวดจนไมอํ ยากทาอะไร
10 = ปวดมากทสี่ ุด
การใช๎ pain measurement scales น้ันชํวยให๎สามารถประเมินความรุนแรง ของความปวดได๎
ละเอียดขึ้น สามารถเปรยี บเทยี บ scale กอํ นและหลังการรักษาที่ได๎รับ หรือ scale ท่ีแตํละจุดเวลา scale ขณะมี
activity เป็นต๎น ทาใหผ๎ ูป๎ ระเมิน สามารถมองภาพรวมของระดับความปวดของผ๎ูปุวยได๎
ในผู๎ปุวยเด็กโตข้ึนมาที่ส่ือสารได๎ร๎ูเร่ืองแตํไมํสามารถบอกความปวดเป็นตัวเลขได๎ ได๎มีการนาเอารูป
ของใบหน๎าท่ีแสดงถึงอารมณ์ตํางๆ กัน มาให๎เด็กดูและให๎ เด็กเปรียบเทียบความปวดของตนเทียบกับใบหน๎า ของ
เครื่องมอื สามารถใช๎ในเด็กท่ีมอี ายุ ตัง้ แตํ 3 ถึง 7 ปี ได๎
มีผู๎ปุวยบางกลุํมท่ีไมสํ ามารถใช๎แบบการประเมินความปวดดังแบบท่ีกลําวมาไดผ๎ ู๎ปุวยเหลําน้ี ได๎แกํ
ผู๎ปุวยทารก และ เด็กเล็ก ผู๎ปุวยอายุมาก กลุํมผู๎ปุวยท่ีสื่อสารทางภาษาได๎ลาบาก เชํน ชาวเขา หรือผู๎ปุวย ปัญญา
อํอน ผ๎ูปุวยโรคจิต ผ๎ูปุวยหนัก เชํน ผ๎ูปุวยที่ต๎องใสํทํอชํวยหายใจ ผู๎ปุวยท่ีมีระดับความร๎ูสึกตัว ไมํปกติซ่ึงในกลุํม
ผ๎ูปวุ ยเหลําน้ีจาเป็นต๎องใช๎เครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสมในผ๎ูปุวยแตํละกลํุม
Newborn & Infant Pain Scale (NIPS) สาหรบั เด็กอายุ0-1 ปี
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 77
คะแนนที่มากกวํา≥ 4 หมายถงึ มีความปวดต๎องใหย๎ า
Children’s Hospital of Eastern Ontario Pain Scale (CHEOPS) เหมาะสาหรับเด็กอาย 1ุ -6 ปี ท่ีไม่
สามารถบอกระดบั ความปวดด้วยตัวเองได้
คะแนน 4 ถึง 6 = ไมํปวด 7 ถึง 8 = ปวดเล็กนอ๎ ย
9 ถึง 10 = ปวดปานกลาง 10 ถงึ 13 = ปวดรุนแรง
มี Behavioral Pain Assessment Scale การประเมินความปวดจากการสังเกตพฤติกรรมของ
ผ๎ูปุวย สาหรบั ผ๎ูปุวยที่ไมสํ ามารถบอกระดับความปวดได๎ด๎วยตวั เอง ผ๎ปู วุ ยวิกฤต หรือผู๎ปวุ ยท่ีระดับความรู๎สึกตัวน๎อยลง
ใช๎การสังเกตพฤติกรรมของผู๎ปุวยแล๎วให๎คะแนนในแตํละชํอง รวมเป็นผลรวม 0= ไมํมีหลักฐานวําปวด 1-3=
ปวดนอ๎ ย 4-5= ปวดปานกลาง 6 ขึ้นไป= ปวดรุนแรง
* การประเมินความตึงตัวของกล๎ามเนื้อในผ๎ูปุวยที่มีปัญหาไขสันหลัง ให๎ทาเหนือระดับท่ีมีการบาดเจ็บ ประเมินผ๎ูปุวยที่มี
อัมพาตครึ่งซกี ให๎ประเมินดา๎ นทีไ่ มํเป็นอัมพาต
** ไมํสามารถประเมินการสํงเสียงในผู๎ปุวยทมี่ ีการใสํทํอชํวยการหายใจ
Pain Questionnaire
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 78
DN4 Neuropathic Pain Diagnostic Questionnaire
DN4 ฉบับภาษาไทย (Thai DN4) เป็นเคร่อื งมอื ที่ใช๎เพ่ือคัดกรองวําอาการปวด ของผ๎ูปุวยเข๎า
ได๎กับneuropathic pain หรือไมํ ดังแสดงในตาราง (จากแนวทางเวชปฏิบัติภาวะปวดเหตุพยาธิสภาพประสาทปี
2551 จดั ทาโดย สมาคมศึกษาเร่อื งความปวดแหงํ ประเทศไทย) กรณุ าตอบแบบสอบถามนี้ โดยเลือกคาตอบได๎เพียง
หนึ่งข๎อการสมั ภาษณ์ผู๎ปวุ ย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 79
การวดั ความปวดในหลายด้าน (multidimensional tool)
เนื่องจากความปวดมีปัจจัยที่เก่ียวข๎องมากมาย และมีเร่ืองของอารมณ์ ความรู๎สึก ตลอดจนสังคม
และส่ิงแวดล๎อมเข๎ามาเกี่ยวข๎องด๎วย เครื่องมือวัดความปวดในด๎านเดียว (one-dimensional tool) อาจได๎ ข๎อมูล
เกย่ี วกบั ความปวดไมคํ รบถว๎ น โดยเฉพาะความปวดเรอื้ รัง ตวั อยํางของเครอื่ งมอื วดั ความปวดแบบ หลายด๎าน
McGill pain questionnaire (MPQ)
เปน็ การประเมนิ คุณภาพและลักษณะของความปวด ประกอบด๎วย 3 สํวนใหญํ คอื
1) Pain rating index (PRI) ประกอบด๎วย body chart ที่บอกถึงตาแหนํงของความปวด และคาศัพท์สาหรับ
อธบิ าย ความปวด 78 คา ซง่ึ จดั แบงํ ออกเป็นกลํุมยอํ ย 2O กลุํมยอํ ย
โดย ชดุ คาท่ี 1-10 แสดงถงึ อาการและลักษณะของ ความปวด (sensory)
ชุดคาที่ 11-15 แสดงถึงอารมณ์ท่เี กิดข้ึนของผู๎ปวุ ยขณะท่ีมีความปวด (affective)
ชุดคาท่ี 16 เป็นการประเมนิ ความปวดที่เกิดข้นึ (evaluative)
ชุดคาท่ี 17-20 แสดงถึงลักษณะอ่ืนๆ นอกจากน้ัน(miscellaneous)
คะแนนรวมทง้ั หมด 20 คะแนน
2) Number of word chosen (NWC) เป็นจานวนคาทผี่ ๎ูปุวยเลือกในชุดคาทงั้ 20 ชุดคา
3) Present pain intensity (PPI) เป็นการประเมินความรุนแรงของความปวดในขณะที่ทาแบบสอบถาม ข๎อดี
ของแบบสอบถามนี้ คือ สามารถทาให๎ผ๎ูใหก๎ ารรักษามองภาพและลักษณะของความปวดของ ผู๎ปุวยออกวํา มี
ลกั ษณะ ความเจ็บปวดลักษณะใด รวมถึงผลตํออารมณข์ องผ๎ูปวุ ยด๎วย
ปัจจุบันมี MPQ แบบ short form เพื่อให๎สะดวกขึ้นและใช๎เวลาน๎อยลงในการประเมิน
ประกอบดว๎ ย การรายงานผลของอาการปวด 11 ข๎อ และอารมณ์ความรู๎สึก4 ข๎อ รวมเป็น15 ข๎อ โดยแตํละข๎อผ๎ูปุวย
จะรายงานผลความปวดหรือความรู๎สึกเป็น 4 ระดับคือ ไมํปวดหรือไมํร๎ูสึก จนถึงปวดมากหรือร๎ูสึกมาก และบอก
อาการปวดโดยรวม โดยใช๎ VAS และยังมPี PI ดว๎ ย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 80
สรุป
นักสังคมสงเคราะห์ ใช๎ Pain Score ในการประเมินหากเป็นระดับท่ี 4 คุยได๎ ถือวํา เป็นการ
ประเมินด๎านเดียว Pain Impact ควรจะต๎องมีการประเมินท้ัง 4 ด๎าน ท้ังด๎านรํางกาย จิตใจ สังคม
และจิตวญิ ญาณ
ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั
ได๎ทราบประโยชน์และวิธีนาแบบประเมิน ppsไปใช๎ในการวางแผนชํวยเหลือการดาเนินการ
สัมภาษณป์ ระเมินความยากลาบากของเคส
เทคนิคทกั ษะทใ่ี ช้ในกจิ กรรม
ประสบการณท์ นี่ ักสงั คมสงเคราะหม์ ีและทรัพยากรทีม่ ใี นหนํวยงานทวี่ ทิ ยากรสามารถนามาใช๎รวํ มดว๎ ย
ผลสะท้อนของผู้เข้ารบั การอบรม
ใช๎การสอนแบบบรรยาย และให๎เห็นแบบทดสอบทาให๎ผ๎ูเรียนสนใจตอบสนองการเรียนดีแตํขาดตัว
แบบการฝกึ เป็นรายบคุ คล
บทสรปุ ในกจิ กรรม
ทาใหเ๎ ข๎าใจเหตผุ ลท่ตี อ๎ งใชค๎ ะแนนในการประเมนิ น้มี าประกอบ
ขอ้ สังเกตในกจิ กรรมขอ้ ดีสงิ่ ที่สามารถพัฒนาได้
มีการนาเสนอใหผ๎ ลในการใชป๎ ระโยชนข์ องแบบประเมิน
มผี อ๎ู บรมและผู๎สังเกตการณ์ ชวํ ยเสริมให๎ขอ๎ มลู เพิม่ เติม ในการนาไปใช๎ได๎ชัดเจนข้ึน
ควรมีการฝกึ ใชก๎ ับ ตัวอยํางCase จรงิ เพ่ือใหเ๎ หน็ ภาพในการทางานมากขึน้
เสนอใหถ๎ าํ ยสาเนา PPS เพอ่ื ให๎ทกุ คนฝึกประเมิน และมสี วํ นรวํ ม เพ่อื สามารถนาไปสํูการจดั บรกิ าร
จดั หากายอปุ กรณต์ ํางๆได๎
PPT สวยงามเสนอให๎ทาขนาดใหญขํ ้นึ เน้ือหาจานวนมากเสนอให๎แจง๎ วตั ถุประสงค์ในการเรยี นรก๎ู อํ น
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 81
วันท่ี 11 กรกฎาคม 2561เวลา 09.30-09.45 น.
Section 3 แบบประเมนิ ระดับผปู้ ว่ ยท่ไี ด้รับการดูแลแบบประคบั ประคอง (PPS)
โดย คุณอรณุ ลกั ษณ์ เหล็กกลา้ งานสงั คมสงเคราะห์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
ประเด็น แบบประเมนิ ระดับผ๎ูปวุ ยท่ไี ดร๎ บั การดแู ลแบบประคับประคอง (PPS)
จุดประสงค์
เพอ่ื ใหท๎ ราบการทางานของแพทยผ์ าํ นเคร่ืองมือการประเมิน PPS Score ได๎รับรู๎ความเจ็บปวดของผ๎ูปุวย
จะทาใหท๎ ราบวําจะเข๎าดแู ลและประเมินผู๎ปวุ ยแบบไหนอยํางไร ได๎อยาํ งเหมาะสม
ขนั้ ตอนวิธกี าร
จดั โต๏ะแบบเรียนปกติ
ใช๎เทคนคิ การบรรยาย ผําน Power point
อุปกรณ์
ใช๎สอื่ ไอที
เนือ้ หา
แบบประเมนิ ระดบั ผ๎ูปุวยทไ่ี ด๎รบั การดูแลแบบประคับประคอง (PPS Adult Suandokแปลมาจาก
แบบประเมิน Palliative Performance Scale Version 2 ชื่อยํอ PPS V.2) ของรองศาสตราจารย์นายแพทย์
Dr. Michale G. Downing Director of Research & Development Victoria Hospice, Canada 2007 –
current
พัฒนา PPS เป็นแบบประเมินทใ่ี ช๎ในประเทศแคนาดา ตั้งแตปํ ี พ.ศ. 2539 มีการพัฒนาปรับปรุง
จนถงึ ปจั จบุ ันคอื PPS V.2
พยาบาล และแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมํใช๎แบบประเมิน PPS Suandokสาหรับผู๎ท่ี
มอี ายุ 15 ปขี ้ึนไป
แบบประเมินระดับผ๎ูปุวยท่ีได๎รับการดูแลแบบประคับประคอง ฉบับสวนดอก ( Palliative
Performance Scale Adult Suandok) แปลโดย คณะกรรมการ Palliative Care ฝุายการพยาบาล
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมํ วนั ท่ี 15 พ.ค. 2551 copyright Victoria Hospice, Canada
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมํ
ใช๎แบบประเมิน PPS Adult Suandok
ในผูป๎ ุวยทไี่ ดร๎ ับการดแู ลแบบประคบั ประคอง 3 กลุมํ
1) กลํมุ ผป๎ู ุวยมะเร็งทุกระยะ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 82
2) กลํุมผ๎ูปุวยท่ีไมํสามารถรักษาให๎หายขาดและมีอาการเพ่ิมมากข้ึนเรื่อย (Serious illness) เชํน
End stage renal disease, COPD exacerbation ADS ฯลฯ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 83
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 84
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 85
PPS Adult Suandok
22. ระดบั PPS มีคะแนนตัง้ แตํ 0% - 100% โดยมชี ํวงหํางของคะแนนแตํละระดับ = 10%
23. 0% คือ ตาย
24. 100% คอื มีความสามารถในการทากจิ กรรมไดต๎ ามปกติ
วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมิน PPS Adult Suandok
เพื่อความสามารถในการทาหน๎าที่ (Functional ability) ของผู๎ปุวยท่ีได๎รับการดูแลแบบ
ประคับประคอง
Palliative Performance Scale Adult Suandok
ผูป้ ว่ ยใน
1) ให๎ประเมินระดับPPS เมอ่ื Admit
2) แลว๎ ประเมินระดบั PPS ตํอไปทกุ 1 อาทติ ย์
3) หรอื ประเมนิ ระดบั PPS เมอ่ื อาการผปู๎ วุ ยมกี ารเปลยี่ นแปลง
4) หรอื ตามดุลยพินจิ ของแตํละหอผป๎ู วุ ย
Palliative Performance Scale Adult Suandok : ผ้ปู ่วยนอก
25. ผู๎ปวุ ยนอก (เชนํ One day chemotherapy, OPD Cancer)
26. ใหป๎ ระเมินผูป๎ ุวยบางรายเม่อื ผ๎ปู ุวยมารับการตรวจทีห่ ๎องตรวจ แล๎วแตดํ ุลยพนิ จิ ของหนํวยงาน
ประโยชน์ของการประเมินระดับผู้ป่วยท่ีไดร้ บั การดูแลแบบประคับประคอง ฉบับสวนดอก
(PPS Adult Suandok)
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 86
1. มีประโยชน์มากในการติดตํอสื่อสาร เพื่อความรวดเร็วในการอธิบายระดับความสามารถ ของผู๎ปุวยในการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมในขณะปัจจุบนั เชํน นาไปใช๎สื่อสารในการรับเวร - สํงเวร การย๎ายผ๎ูปุวยจากหอผ๎ูปุวยหนึ่ง
ไปยงั อีกหอผ๎ูปุวยหนึ่ง หรอื การสื่อสารระหวํางวิชาชีพ เชนํ แพทย์ พยาบาล นกั สังคมสงเคราะห์
2. มีประโยชน์ในการประเมินความเปล่ียนแปลงในการทาหน๎าท่ขี องรํางกายผ๎ูปุวย
3. มีประโยชน์ในการนาไปกาหนดข๎อวินิจฉัยทางการพยาบาล เชํน ข๎อวินิจฉัยทางการพยาบาล ผ๎ูปุวยอยูํใน
ระยะสุดท๎ายชองชีวิต ข๎อมูลสนับสนนุ ระดบั PPS = 30%
4. มีประโยชน์ใชท๎ านายโรคของผู๎ปุวย คะแนนระดับ PPS ย่งิ มาก จะมอี ัตราการรอดชีวิตคอํ นข๎างสูง
5. เป็นเกณฑ์ในการประเมินภาระงาน (workload) เชํน รวบรวมข๎อมูลวํา ใน 1 เดือน มีผ๎ูปุวย ระดับ PPS
10%-30% กีร่ าย ถ๎ามีจานวนมาก แสดงวําภาระงานของเราหนกั
การใช้ประโยชน์จาก คะแนน ระดบั PPS
เปรียบเทียบคะแนนระดับPPS ในวัน Admit กับคะแนนระดับ PPS วันท่ีจาหนํายผู๎ปุวย จะได๎ร๎ู
วําการดแู ลรักษาท่ีผ๎ปู ุวยได๎รบั มีผลตอํ ความสามารถในการทากิจกรรมของผปู๎ ุวยอยาํ งไร
เปรียบเทียบระดบั PPS วนั Admit และวันจาหน่าย
นิยามศพั ท์
การประเมนิ ระดับ PPS ของผ้ปู ว่ ย ตอ้ งเขา้ ใจนยิ ามศพั ท์ ประกอบการใช้แบบประเมนิ PPS ด้วย เช่น
1. ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง ได๎แกํ เวลาเดินต๎องใช๎ไม๎เท๎าชํวยพยุง หรือ เดินได๎ระยะทางน๎อยลง
เดนิ ไดร๎ ะยะทางนิดเดียว ผป๎ู วุ ยกร็ ๎สู ึกเหน่อื ยแล๎ว
2. นั่งหรอื นอนเป็นสํวนใหญํ หมายถงึ สวํ นใหญจํ ะนัง่ หรือนอน ไมํคํอยเดิน
3. นอนอยํูบนเตยี งเป็นสวํ นใหญํ หมายถึง นอนมากกวาํ น่ัง ยนื หรอื เดินไมไํ ด๎
4. อยูํบนเตียงตลอดเวลา หมายถึง นอนอยูํบนเตียงตลอดเวลา นง่ั เองไมํไหว
5. ต๎องการความชวํ ยเหลอื มากขึ้น หมายถึง ต๎องการความชวํ ยเหลือบอํ ยครงั้
6. ต๎องการความชํวยเหลือเป็นสวํ นใหญํ หมายถงึ ตอ๎ งการความชวํ ยเหลือเกือบท้งั หมด
7. มีอาการของโรคอยาํ งชัดเจน หมายถงึ มะเรง็ แพรํกระจายไปที่อวัยวะอ่ืน 1- 2 แหํง
8. มีการลุกลามของโรค หมายถึง มีการแพรํกระจายของโรคมะเร็งไปที่อวัยวะหลายแหํง ได๎แกํ ปอด
กระดูก คับ สมอง แล๎วมีภาวะแทรกซ๎อนเกิดข้ึน เชํน มีภาวะแคลเซียมสูงในเลือดสูง หรืออื่น ๆ หรือ
ผู๎ปุวยมอี าการเกิดขน้ึ มากมายหลายอาการ
ควรใสแํ บบประเมิน PPS Adult Suandokที่เป็นตารางไว๎ใน Chart เพื่อส่ือสารให๎ทมี การดแู ลรักษาไดเ๎ ขา๎ ใจ
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 87
วธิ ใี ชแ้ บบประเมนิ PPS Adult Suandok
1. ให๎เริ่มต๎นประเมนิ ที่คอลัมนด์ า๎ นซ๎าย คือ คอลัมน์ “การเคล่ือนไหว” (Ambulation) โดยให๎ดูจากข๎างบน
ลงมาขา๎ งลาํ ง (downwards) จนกระท่ังพบกบั ระดบั ของการเคลื่อนไหว ที่เหมาะสมกบั สภาพของผ๎ูปุวย
2. จากน้ันให๎ประเมินในคอลัมน์ตํอไป คือ คอลัมน์“การปฏิบัติกิจกรรมและการดาเนินโรค”
(activity/evidence of disease) โดยใหด๎ ูจากข๎างบนลงมาข๎างลําง (downwards)
3. จนกระทัง่ พบกบั ระดบั การปฏิบตั กิ ิจกรรมและการดาเนินโรคท่ีเหมาะสมกบั สภาพของผู๎ปุวย
4. จากนั้นให๎ประเมินคอลัมน์ตํอไป คือ คอลัมน์“การดูแลตนเอง” โดยดูจากข๎างบนลงข๎างลําง
(downwards) จนกระทงั่ พบกับระดบั การดแู ลตนเอง ท่เี หมาะสมกบั สภาพผู๎ปุวย
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 88
5. จากน้นั ใหป๎ ระเมินในคอลัมน์ตํอไป จนครบท้ังหมด 5 คอลัมน์โดยท่ี คอลัมน์ที่อยํูด๎านซ๎ายของ
แตํละคอลัมนท์ ี่กาลังประเมินจะเปน็ คอลมั น์หลกั ท่ีกาหนดระดับในคอลัมน์ตํอไป
6. การอํานผลคะแนนระดับของผ๎ูปุวยที่ได๎รับการดูแลแบบประคับประคอง (PPS level) ให๎
ประเมินโดยดูจากตารางให๎อํานในแนวราบ ( reading h horizontally ) ตามแตํละระดับของ
ตาราง เพ่ือตรวจสอบวําคะแนนระดับ ของผ๎ูปุวยท่ีเหมาะสมกับผู๎ปุวยมากที่สุด (best fit) อยูํท่ี
ระดับกี่เปอร์เซน็ ต์
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 89
ความยุ่งยากในการตัดสนิ ใจเลอื กระดับPPS
1. ในผ๎ูปุวยบางราย หลังจากที่เราประเมินครบท้ัง 5 คอลัมน์ แล๎ว พบวํามันยากที่จะตัดสินวําเป็น ระดับ PPS
ก%ี่ ไมเํ ปน็ แนวระนาบเดียวกัน
2. ให๎พิจารณา คอลัมน์ด๎านซ๎ายมือ (leftward precedence) ของคอลัมน์ “ที่กาลังประเมิน” เป็นหลัก
รํวมกับการตัดสินใจทางคลินิก แล๎วตัดสินวํา ควรให๎คะแนนผ๎ูปุวยอยูํในระดับPPS กี่ % เชํน ให๎ตัดสิน
ระดับPPS โดยดจู าก 3 ใน 5 คอลัมน์ หรอื 4 ใน 5 คอลัมน์
3. การตัดสินใจ ระดับความสามารถในการทาหน๎าท่ีของผู๎ปุวยท่ีใสํNG Tube for feeding , NG Tube for
suction , Gastrostomy tube ให๎พิจารณาจากคอลัมน์ด๎านซ๎ายมือของคอลัมน์ความสามารถใน การ
รบั ประทานอาหารเป็นหลกั
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 90
ตวั อย่างการประเมินระดับ PPS ดว้ ยแบบประเมนิ PPS Adult Suandok
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 91
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 92
ความคดิ เห็นของพญ. จนั ทนา
27. PPSมปี ระโยชนใ์ นการใช๎กบั ผ๎ูปวุ ย Palliative Care สํวนใหญํ แตํอาจมีข๎อจากัดของผูป๎ ุวย
28. เป็นเคร่อื งมอื ในการประเมินบอกวําเวลาท่เี หลืออยนํู ๎อยลงหรอื มาก
29. Workload บอกเฉพาะเรื่องทางกายเทํานน้ั ไมรํ วมดา๎ นจิตใจสงั คม จิตวญิ ญาณ
ความคดิ เห็นของ คุณสฑุ าวรรณ์ ไชยมลู สถาบันเด็กมหาราชินี
30. หนา๎ ท่ีนกั สงั คมสงเคราะห์ ในการใช๎ PPS score มาเป็นเคร่อื งมอื ในการจดั เตรยี มความพร๎อมใหผ๎ ๎ูปุวยเชนํ
30.1. ผป๎ู ุวยนอนตดิ เตียง อาจตอ๎ งเตรียมเตยี งนอนใหผ๎ ปู๎ วุ ย
30.2. ผ๎ปู ุวยทสี่ ามารถใชร๎ ถเขง็ เราสามารถเตรียมรถเขน็ ให๎ผป๎ู วุ ยได๎ไหม
30.3. การกนิ อาหาร การเตรียมอาหารให๎ผูป๎ ุวย คําใช๎จาํ ย
ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั
ได๎ทราบประโยชน์และวิธีนาแบบประเมิน pps ไปใช๎ในการวางแผนชํวยเหลือการดาเนินการสัมภาษณ์ประเมินความ
ยากลาบากของเคส
เทคนคิ ทกั ษะที่ใช้ในกิจกรรม
ประสบการณท์ นี่ ักสงั คมสงเคราะหม์ ีและทรัพยากรที่มีในหนํวยงานทวี่ ิทยากรสามารถนามาใช๎รวํ มด๎วย
ผลสะทอ้ นของผู้เขา้ รบั การอบรม
ใช๎การสอนแบบบรรยาย และให๎เห็นแบบทดสอบทาให๎ผ๎ูเรียนสนใจตอบสนองการเรียนดีแตํขาดตัวแบบการฝึกเป็น
รายบคุ คล
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 93
บทสรุปในกจิ กรรม
ทาให๎เขา๎ ใจเหตุผลท่ีต๎องใชค๎ ะแนนในการประเมนิ นี้มาประกอบ
ขอ้ สังเกตในกิจกรรมขอ้ ดีสิ่งทส่ี ามารถพฒั นาได้
มีการนาเสนอใหผ๎ ลในการใชป๎ ระโยชน์ของแบบประเมนิ
มีผ๎อู บรมและผู๎สังเกตการณ์ ชํวยเสริมให๎ขอ๎ มูลเพิม่ เตมิ ในการนาไปใช๎ไดช๎ ดั เจนข้นึ
ควรมีการฝกึ ใช๎กบั ตัวอยํางCase จริงเพอ่ื ใหเ๎ ห็นภาพในการทางานมากขนึ้
KM Palliativeสมาคมนกั สงั คมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย หนา้ 94