46
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 8
ราย ิชาคณติ า ตร์ ชั้นประถม ึก าปที ี่ 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ชั่ โมง
เรอ่ื ง เ ่ นทเ่ี ท่ากนั โดยการ าร เ ลาเรียน 1 ชั่ โมง
อน ันท่ี....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี าร กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลทเี่ กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/3 : บอก อ่าน และเขียนเ ่ น จำน นคละแ ดงปรมิ าณ ิ่งต่างๆ และแ ดง
ิ่งต่างๆ ตามเ ่ น จำน นคละทก่ี ำ นด
าระ ำคญั
การทำเ ่ นใ ้เท่ากบั เ ่ นที่กำ นด อาจทำได้โดยนำจำน นนับจำน นเดีย กัน าร
ทั้งตั เ และตั ่ น ซึ่งจำน นนบั นั้นตอ้ ง ารทัง้ ตั เ และตั ่ นไดล้ งตั
จดุ ประ งค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกี่ย กบั การ าเ ่ นท่ีเท่ากับเ ่ นทกี่ ำ นดใ ้โดยการ าร (K)
2. เขียนเ ่ นทเ่ี ทา่ กับเ ่ นท่ีกำ นดใ ้โดยการ ารได้ (P)
3. นำค ามรู้เก่ีย กบั เ ่ นที่เทา่ กนั โดยการ ารไปใช้แกป้ ัญ าทางคณิต า ตร์ได้ (A)
าระการเรยี นรู้
เ ่ นท่ีเทา่ กนั โดยการ าร
ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ื่อค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
47
คุณลกั ณะอันพึงประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ่ นบนกระดาน แล้ ใ ้
ขนั้ นำเข้า ู่บทเรยี น
1. ครูทบท นค าม มายของเ ่ นโดยติดแถบแ ดงเ
นกั เรยี นออกมาเขียนแ ดงจำน น ่ นท่รี ะบาย ี เชน่
รูปที่ 1 รูปท่ี 2
( 5 ) (1)
10 2
ขัน้ อน
2. ครูใ ้นักเรียนพิจารณาแถบแ ดงเ ่ น รูปที่ 1 และรูปที่ 2 และใช้การถามตอบ
ดังนี้
- รปู ท่ี 1 แบ่งออกเป็น ่ นเทา่ ๆ กนั ไดก้ ่ี ่ น (10 ่ น)
- ระบาย ีกี่ ่ น (5 ่ น) เขียนเ ่ นแ ดง ่ นที่ระบาย ีได้อยา่ งไร ตั แทน
นกั เรียน 1 คน ออกมาเขียนบนกระดาน แล้ อา่ นออกเ ยี งพร้อมกัน ( 5 )
10
- รูปที่ 2 แบ่งออกเป็น ่ นเท่า ๆ กนั ไดก้ ่ี ่ น (2 ่ น)
- ระบาย ีกี่ ่ น (1 ่ น) เขียนเ ่ นแ ดง ่ นที่ระบาย ีได้อย่างไร ตั แทน
นกั เรยี น 1 คนออกมาเขียนบนกระดาน แล้ อา่ นออกเ ยี งพร้อมกัน (1)
2
- รปู ท่ี 1 และรูปท่ี 2 มคี าม มั พันธ์กนั อย่างไร (มขี นาดเท่ากันและ ่ นทรี่ ะบาย
ีมีพน้ื ท่ีเท่าๆ กัน)
- 5 = 5÷1 รอื ไม่ (เท่ากัน)
10 10÷1
- รุปค าม ัมพันธ์ของการเขียนเ ่ นแ ดง ่ นที่ระบาย ีของทั้ง 2 รูปได้
อย่างไร ใ ้ตั แทนนกั เรยี น 1 คน ออกมาเขยี นบนกระดาน ( 5 = 1)
10 2
48
ครเู ขยี นแ ดงการเทา่ กันของเ ่ นท้ัง อง ดงั น้ี
5 = 5÷1 = 1
10 10÷1 2
3. ครูจัดกิจกรรมทำนองเดีย กันนี้อีก 2 – 3 ตั อย่าง จากนั้นครูใช้การถามตอบ จน
นักเรียนร่ มกัน รุปได้ ่า การทำเ ่ นใ ้เท่ากับเ ่ นที่กำ นด อาจทำได้โดยนำจำน นนับ
จำน นเดีย กัน ารทง้ั ตั เ และตั ่ น ซึง่ จาน นนบั นน้ั ต้อง ารท้ังตั เ และ ตั ่ นได้ลงตั
4. ครูใ น้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 8 เ ่ นท่ีเท่ากันโดยการ าร เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียน
ช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากน้นั ครูและนักเรยี นร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 8
ขั้น รุป
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังนี้ การทำเ ่ นใ ้เท่ากับ
เ ่ นที่กำ นด อาจทำไดโ้ ดยนำจำน นนบั จำน นเดยี กนั ารท้ัง ตั เ และตั ่ น ซ่ึงจำน นนบั
นั้นตอ้ ง ารทง้ั ตั เ และตั ่ นไดล้ งตั
อ่ื การเรยี นรู้
1. แถบแ ดงเ ่ น
2. ใบงานท่ี 8 เ ่ นท่เี ท่ากนั โดยการ าร
49
การ ดั ผลและประเมินผล
ิ่งท่ีต้องการ ดั ิธี ัด เคร่อื งมือ ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 8 ใบงานที่ 8 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ท่ีพงึ ประ งค์ คณุ ลกั ณะท่พี ึงประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการข้นึ ไปถอื า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ที่พึงประ งค์
ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร
ลงช่อื .....................................ผูต้ ร จ
()
ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........
50
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
51
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 9
ราย ชิ าคณิต า ตร์ ช้ันประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ช่ั โมง
เรอื่ ง เ ่ นอย่างต่ำ เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง
อน ันที่....... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลท่ีเกิดขนึ้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/3 : บอก อ่าน และเขียนเ ่ น จำน นคละแ ดงปรมิ าณ ิ่งต่างๆ และแ ดง
ง่ิ ตา่ งๆ ตามเ ่ น จำน นคละที่กำ นด
าระ ำคญั ่ นนั้น
เ ่ นท่ไี ม่มีจำน นนบั ใดทมี่ ากก ่า 1 ารท้ังตั เ และตั ่ นได้ลงตั เรียกเ
า่ เ ่ นอยา่ งต่ำ
จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกยี่ กับการ าเ ่ นอยา่ งต่ำ (K)
2. จำแนกเ ่ นอยา่ งต่ำได้ (P)
3. นำค ามร้เู กย่ี กับเ ่ นอยา่ งต่ำไปใช้แก้ปัญ าทางคณิต า ตรไ์ ด้ (A)
าระการเรียนรู้
เ ่ นอย่างตำ่
ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่ือ ารและการ อ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
52
คุณลกั ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ ูบ่ ทเรียน
1. ครูเขยี น 24 บนกระดาน ใ ้นกั เรยี น าเ ่ นทเ่ี ทา่ กับ 24 โดยการ าร เชน่
30 30
24 24÷2 24÷3 24÷6
30 = 30÷2 = 30÷3 = 30÷6
24 = 12 = 8 = 4
30 15 10 5
ข้ัน อน
2. ครูใ น้ กั เรยี น งั เกต 24 = 12 = 8 = 4 และตอบคำถามดังน้ี
30 15 10 5
- นักเรยี นคิด ่ามจี าน นนบั ใดทม่ี ากก ่า 1 ท่ีไป ารตั เ และตั ่ นของ 4 ได้
5
ลงตั (ไม่ม)ี
ครแู นะนำ า่ 4 เปน็ เ ่ นอย่างต่ำของ 24
5 30
3. ครูเขียน 20 = 5 = 18 = 2 บนกระดาน ใ ้นักเรียนร่ มกันอภิปราย ่า
35 7 27 5
เ ่ นใด เป็นเ ่ นอย่างต่ำ เ ่ นใดยังไม่เป็นเ ่ นอย่างต่ำ ซึ่งนักเรียนอาจร่ มกัน
อภิปรายได้ดงั นี้
- 20 ไมเ่ ป็นเ ่ นอย่างตำ่ เพราะ ามารถนำ 5 ไป าร 20 และ 35 ได้ลงตั
35
- 5 เป็นเ ่ นอย่างต่ำ เพราะไม่มีจำน นนับที่มากก ่า 1 ไป ารทั้งตั เ
7
และตั ่ นไดล้ งตั
- 18 ไมเ่ ปน็ เ ่ นอย่างต่ำ เพราะ ามารถนำ 3 ไป าร 18 และ 27 ไดล้ งตั
27
- 2 เป็นเ ่ นอย่างต่ำ เพราะไม่มีจำน นนับที่มากก ่า 1 ไป ารทั้งตั เ
5
และตั ่ นได้ลงตั
ครูตร จ อบค ามถูกต้องอีกครั้งและใช้การถามตอบจนนักเรียนร่ มกัน รุปได้ ่า
เ ่ นที่ไม่มีจำน นนับใดที่มากก ่า 1 ารทั้งตั เ และตั ่ นได้ลงตั เรียกเ ่ นนั้น ่า
เ ่ นอยา่ งต่ำ
53
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 9 เ ่ นอย่างต่ำ เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากน้ันครูและนักเรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 9
ขน้ั รุป
5. ครแู ละนกั เรียนร่ มกัน รปุ ิ่งท่ไี ด้เรียนรูร้ ่ มกัน ดงั น้ี เ ่ นที่ไม่มีจำน นนับใดที่
มากก า่ 1 ารทง้ั ตั เ และตั ่ นไดล้ งตั เรียกเ ่ นนนั้ า่ เ ่ นอย่างตำ่
่ือการเรียนรู้
ใบงานที่ 9 เ ่ นอย่างต่ำ
การ ดั ผลและประเมนิ ผล
งิ่ ท่ตี อ้ งการ ัด ิธี ัด เครือ่ งมอื ัด เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 9 ใบงานที่ 9 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทัก ะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ข้ึน
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ งั เกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทกุ
ทพ่ี ึงประ งค์ คุณลกั ณะทีพ่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการขน้ึ ไปถือ ่าผา่ น
คุณลัก ณะ เกณฑ์
ทพ่ี งึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 54
บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()
ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
2. ปัญ าและอปุ รรค
3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า
ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
55
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 10
ราย ิชาคณิต า ตร์ ชัน้ ประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ชั่ โมง
เรอื่ ง เ ่ นอย่างต่ำ เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน นั ท.่ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลท่ีเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/3 : บอก อ่าน และเขียนเ ่ น จำน นคละแ ดงปริมาณ ิ่งต่างๆ และแ ดง
ง่ิ ต่างๆ ตามเ ่ น จำน นคละทกี่ ำ นด
าระ ำคัญ ่ นนั้น
เ ่ นท่ไี มม่ ีจำน นนบั ใดทมี่ ากก ่า 1 ารทงั้ ตั เ และตั ่ นได้ลงตั เรียกเ
า่ เ ่ นอย่างตำ่
จุดประ งค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกยี่ กับการทำเ ่ นใ เ้ ปน็ เ ่ นอยา่ งต่ำ (K)
2. ทำเ ่ นท่ีกำ นดใ ้เปน็ เ ่ นอยา่ งต่ำได้ (P)
3. นำค ามรู้เก่ีย กับเ ่ นอยา่ งตำ่ ไปใชแ้ ก้ปญั าทางคณิต า ตร์ได้ (A)
าระการเรยี นรู้
เ ่ นอยา่ งต่ำ
ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ื่อค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล
56
คุณลกั ณะอนั พึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ บู่ ทเรยี น
1. นักเรียนทบท นค ามรู้ เรื่อง เ ่ นอย่างต่ำ โดยพิจารณาบัตรเ ่ น 2 ใบบน
กระดาน คือ 1 และ 2 นักเรียนร่ มกันแ ดงค ามคิดเ ็น ่าเ ่ นใดเป็นเ ่ นอย่างต่ำ (1)
36 3
เพราะอะไร (ไม่ ามารถนำจำน นนับทีม่ ากก า่ 1 มา ารทัง้ ตั เ และตั ่ นไดล้ งตั )
ขนั้ อน
2. ครใู ้นักเรยี นพจิ ารณาการทำเ ่ นใ เ้ ปน็ เ ่ นอยา่ งต่ำ ดังนี้
พจิ ารณาการทำ 18 ใ ้เปน็ เ ่ นอย่างต่ำ
42
เนื่องจาก 18 = 18÷2 = 9
42 42÷2 21
9
พบ า่ 21 ไมเ่ ป็นเ ่ นอย่างต่ำ เพราะยงั มี 3 ที่ ารท้ัง 9 และ 21 ไดล้ งตั
เนือ่ งจาก 9 = 9÷3 = 3
21 21÷3 7
พบ า่ 3 เป็นเ ่ นอยา่ งต่ำ เพราะไม่มจี ำน นนับใดที่มากก า่ 1 ท่ี ารทั้ง 3
7
และ 7 ได้ลงตั
ดงั น้ัน ทำ 18 ใ เ้ ป็นเ ่ นอยา่ งต่ำได้ 3
42 7
3. ใ น้ กั เรยี นเขียนแ ดง ิธีทำ 20 และ 18 ใ ้เปน็ เ ่ นอยา่ งตำ่ บนกระดาน ดังนี้
35 27
20 20÷5 4
35 = 35÷5 = 7
ดังนนั้ 20 เป็นเ ่ นอยา่ งต่ำของ 4
35 7
18 = 18÷3 = 6
27 27÷3 9
ดงั นนั้ 18 เปน็ เ ่ นอยา่ งตำ่ ของ 6
27 9
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 10 เ ่ นอย่างต่ำ เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถูกตอ้ ง จากนนั้ ครูและนกั เรยี นร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 10
57
ข้นั รุป
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งท่ีได้เรียนรรู้ ่ มกัน ดังนี้ เ ่ นที่ไม่มีจำน นนับใดท่ี
มากก า่ 1 ารทัง้ ตั เ และตั ่ นไดล้ งตั เรยี กเ ่ นนน้ั ่า เ ่ นอยา่ งตำ่
่อื การเรียนรู้
1. บัตรเ ่ น
2. ใบงานท่ี 10 เ ่ นอย่างต่ำ
การ ัดผลและประเมินผล
ิ่งที่ตอ้ งการ ดั ธิ ี ดั เคร่ืองมือ ดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 10 ใบงานท่ี 10 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดับพอใชข้ น้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทุก
ทีพ่ ึงประ งค์ คุณลัก ณะทีพ่ ึงประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขึน้ ไปถอื ่าผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่พี งึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผูบ้ ริ าร
ลงชื่อ.....................................ผตู้ ร จ
()
ผู้อำน ยการโรงเรียน
..../................../........
58
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
59
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11
ราย ิชาคณิต า ตร์ ชัน้ ประถม กึ าปที ี่ 4
น่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ช่ั โมง
เรอื่ ง การเปรยี บเทยี บเ ่ น เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง
อน ันที่....... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนนิ การของจำน น ผลท่เี กิดข้ึนจากการดำเนินการ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั นึ่งเป็น
ค 1.1 ป.4/4 : เปรียบเทียบ เรียงลำดับเ
พ คุ ณู ของอีกตั นึง่
าระ ำคญั ่ นนนั้น
เ ่ นทไ่ี มม่ จี ำน นนับใดท่ีมากก ่า 1 ารทงั้ ตั เ และตั ่ นได้ลงตั เรยี กเ
่าเ ่ นอยา่ งต่ำ
จดุ ประ งค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการเปรยี บเทียบเ ่ น (K)
2. เปรียบเทียบเ ่ นท่ตี ั ่ นตั นึง่ เปน็ พ ุคูณของตั ่ นอกี ตั นง่ึ ได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กยี่ กับการเปรยี บเทยี บเ ่ นไปใช้แกป้ ญั าทางคณติ า ตร์ได้ (A)
าระการเรียนรู้
การเปรียบเทียบเ ่ น
ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ่อื ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตผุ ล
60
คุณลกั ณะอนั พงึ ประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเข้า ู่บทเรียน
1. ทบท นการเปรียบเทียบเ ่ นที่มีตั ่ นเท่ากัน โดยนำแถบกระดา แ ดง
ค าม มายของเ ่ นท่ีมีตั ่ นเทา่ ใ ้นกั เรยี นพจิ ารณาและตอบคำถาม ดังน้ี
รูป ก รูป ข
ครูใชค้ ำถามใ ้นักเรยี นตอบ ดงั น้ี
- ่ นทีร่ ะบาย รี ูป ก เป็นเ ่ นเทา่ ไรของรูป (3) ่ นใดน้อย
4
- ่ นทรี่ ะบาย รี ปู ข เปน็ เ ่ นเทา่ ไรของรูป (2)
4
- ครูเขียนเ ่ นท้ัง องจำน นบนกระดานและถามนักเรียน ่าเ
ก า่ (2) - เพราะเ ตใุ ด ( ่ นทรี่ ะบาย ีรูป ข น้อยก า่ ่ นท่ีระบาย ีรูป ก)
4
- เ ่ นใดมากก า่ (3)
4
- เพราะเ ตใุ ด ( ่ นทร่ี ะบาย รี ปู ก มากก า่ ่ นทีร่ ะบาย รี ปู ข)
- ใ ้นักเรียนเขียนเครื่อง มาย > รือ < ระ ่างเ ่ นเพื่อแ ดงการ
เปรียบเทียบใ ถ้ ูกต้อง (2 < 3 รือ 3 > 2)
44 44
ขั้น อน
2. ครูยกตั อย่างการเปรียบเทียบเ ่ น จากแถบแ ดงเ ่ น แล้ ใ ้นักเรียน
ร่ มกันใ ้เ ตผุ ลเพ่ือแ ดงการเปรียบเทยี บ เชน่
26
39
5
9
61
ิธคี ดิ เนอ่ื งจาก 3 = 2×3 = 6
5 3×3 9
และ 6 > 5
99
ดังน้ัน 2 > 5
39
3. ครูเขียนโจทย์การเปรียบเทียบเ ่ นที่ตั ่ นไม่เท่ากัน (ตั ่ นตั นึ่งเป็น
พ ุคณู ของตั ่ นอกี ตั น่งึ ) บนกระดาน เชน่ 6 กับ 3 ใ ้นักเรยี นตอบคำถามดงั น้ี
12 4
- นักเรียนจะเปรียบเทียบเ ่ น องจำน นได้ รือยังไม่ได้ เพราะเ ตุใด (ยัง
ไมไ่ ด้ เพราะตั ่ นของเ ่ นทงั้ องยังไมเ่ ทา่ กนั )
- เพื่อใ ้การเปรียบเทียบเ ่ น องจำน นที่มีตั ่ นไม่เท่ากันถูกต้องและ
ะด กนกั เรียนค รทำอย่างไร (ต้องทำตั ่ นของเ ่ นทั้ง องใ ้เท่ากันแล้ จึงเปรียบเทยี บ โดย
พิจารณาตั เ เ ่ นใดทต่ี ั เ มากก ่าเ ่ นนั้นจะมากก า่ )
ครูใช้การถามตอบและเขยี นแ ดงการเปรยี บเทียบได้ดงั นี้
เปรยี บเทยี บ 6 กับ 3
12 4
6 6÷3 2
ิธที ี่ 1 เน่อื งจาก 12 = 12÷3 = 4
และ 2 < 3
44
ดงั นั้น 6 < 3
12 4
6 3
ตอบ 12 < 4
ิธที ี่ 2 เนอ่ื งจาก 3 = 3×3 = 9
4 4×3 12
และ 6 < 9
12 12
ดังนน้ั 6 < 3
12 4
ตอบ 6 < 3
12 4
ครจู ัดกิจกรรมทำนองเดีย กันนี้อีก 2 – 3 ตั อยา่ ง แล้ ใช้การถามตอบจนนักเรียน
ร่ มกนั รปุ ได้ ่า การเปรยี บเทียบเ ่ นที่ตั ่ นไมเ่ ท่ากนั ต้องทำเ ่ นใ ้มีตั ่ นเท่ากันก่อน
แล้ จงึ เปรียบเทยี บโดยพิจารณาตั เ เ ่ นใดทตี่ ั เ มากก ่าเ ่ นน้ันมากก ่า
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 11 การเปรียบเทียบเ ่ น เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียน
ช่ ยกนั ตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 11
62
ข้นั รุป
5. ครูและนกั เรียนร่ มกัน รุป ่ิงทีไ่ ด้เรียนรูร้ ่ มกัน ดังน้ี การเปรียบเทียบเ ่ นท่มี ี
ตั ่ นไม่เทา่ กัน อาจทำได้โดยทำตั ่ นใ ้เท่ากนั เมื่อตั ่ นเท่ากันแล้ จึงเปรียบเทียบเ ่ น
เ ่ นใดมตี ั เ มากก ่า เ ่ นนั้นจะมากก ่า
่ือการเรียนรู้ ่น
1. แถบแ ดงเ ่ น
2. ใบงานท่ี 11 การเปรยี บเทยี บเ
การ ัดผลและประเมนิ ผล
่ิงท่ตี ้องการ ดั ิธี ดั เครอ่ื งมือ ดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานที่ 11 ใบงานท่ี 11 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขนึ้
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤติกรรมด้าน แบบ ังเกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทพ่ี ึงประ งค์ คุณลัก ณะท่พี งึ ประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการข้นึ ไปถือ า่ ผ่าน
คุณลัก ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์
ค ามคิดเ ็นผ้บู ริ าร
ลงชื่อ.....................................ผู้ตร จ
()
ผ้อู ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
63
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
64
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12
ราย ิชาคณิต า ตร์ ช้นั ประถม กึ าปที ่ี 4
น่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ช่ั โมง
เรื่อง การเปรยี บเทียบจำน นคละ เ ลาเรียน 1 ชั่ โมง
อน นั ท.ี่ ...... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการ ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลทเี่ กิดขึ้นจากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั นึ่งเป็น
ค 1.1 ป.4/4 : เปรียบเทียบ เรียงลำดับเ
พ คุ ูณของอกี ตั น่ึง
าระ ำคญั
การเปรียบเทียบจำน นคละใ เ้ ปรียบเทยี บจำน นนับของจำน นคละก่อน
- ถา้ จำน นนบั ของจำน นคละใดมากก า่ จำน นคละนัน้ จะมากก า่
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละเท่ากันใ ้เปรียบเทียบเ ่ น เ ่ นใดมากก ่า
จำน นคละนัน้ จะมากก า่
จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการเปรยี บเทยี บจำน นคละ (K)
2. เปรยี บเทียบจำน นคละเม่ือจำน นนบั ของจำน นคละไม่เท่ากนั ได้ (P)
3. นำค ามรูเ้ กย่ี กบั การเปรยี บเทียบจำน นคละไปใชแ้ กป้ ัญ าทางคณติ า ตร์ได้ (A)
าระการเรียนรู้
การเปรียบเทยี บจำน นคละ
65
ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่อ ารและการ ื่อค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
คณุ ลัก ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเข้า ูบ่ ทเรยี น
1. นักเรยี นทบท นค ามรู้ เรื่อง การเปรยี บเทียบเ ่ น ดงั นี้
1) เปรียบเทียบ3 กับ 9
5 15
2) เปรียบเทยี บ 5 กบั 2
12 3
จากนั้น ครูใช้การถามตอบเพื่อเฉลยค ามถูกต้องแล้ ร่ มกัน รุปการเปรียบเทียบ
เ ่ นท่ตี ั ่ นไม่เทา่ กัน โดยตั ่ นตั นงึ่ เปน็ พ คุ ูณของตั ่ นอกี ตั นึ่ง
ขั้น อน
2. ครูยกตั อยา่ งการเปรยี บเทยี บจำน นคละบนกระดาน ดังนี้
1) เปรียบเทียบ 3 5 กบั 4 1
6 2
มายถงึ 3 กบั 5
เน่อื งจาก 3 5 รือ 3 + 5
6 6 6
และ 4 1 มายถึง 4 กบั 1 รือ 4 + 1
2 2
2
เปรยี บเทียบจำน นนบั พบ า่ 3 < 4
ดงั นน้ั 3 5 < 4 1
6 2
27
2) เปรียบเทยี บ 2 2 กับ 10
5
เนอ่ื งจาก 22 = 2 7 จึงพจิ ารณาเปรียบเทยี บระ า่ ง 2 2 กบั 2 7
7 10 5 10
มายถึง 2 กบั 2
2 2 รือ 2 + 2
5 5 5
7
และ 2 7 มายถึง 2 กับ 10 รือ 2 + 7
10 10
เปรียบเทียบจำน นนบั พบ า่ 2 = 2 จึงเปรียบเทียบ 2 กบั 7
5 10
66
พบ า่ 2 = 2×2 = 4 และ 4 < 7
5 5×2 10 10 10
27
ดังน้นั 2 2 < 10
5
จงึ เปรียบเทียบ 4 กับ 5 โดยทำตั ่ นของท้งั องจำน นใ เ้ ทา่ กนั
69
จะได้ 4 = 4×3 = 12 และ 5 = 5×2 = 10 ซึง่ 12 > 10
6 6×3 18 9 9×2 18 18 18
แ ดง ่า 4 > 5
69
4 5
ดงั นนั้ 3 6 > 3 9
3. ครูยกตั อย่างทำนองเดีย กันนี้ 2 – 3 ตั อย่าง แล้ ใช้การถามตอบจนนักเรียน
ร่ มกนั รปุ ได้ า่ การเปรียบเทยี บจำน นคละใ ้เปรียบเทียบจำน นนบั ของจำน นคละก่อน
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละใดมากก ่า จำน นคละนั้นจะมากก ่า
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละเท่ากัน ใ ้เปรียบเทียบเ ่ น เ ่ นใด
มากก ่า จำน นคละนน้ั จะมากก ่า
4. ครใู ้นกั เรียนทำใบงานที่ 12 การเปรยี บเทยี บจำน นคละ เมือ่ เ ร็จแล้ ใ ้นักเรียน
ช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากนัน้ ครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 12
ขน้ั รุป
5. ครแู ละนักเรยี นร่ มกัน รุป ิ่งทไ่ี ดเ้ รยี นรรู้ ่ มกนั ดงั นี้
การเปรียบเทียบจำน นคละใ ้เปรียบเทียบจำน นนบั ของจำน นคละกอ่ น
- ถา้ จำน นนบั ของจำน นคละใดมากก า่ จำน นคละนนั้ จะมากก า่
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละเท่ากัน ใ ้เปรียบเทียบเ ่ น เ ่ นใด
มากก ่า จำน นคละนัน้ จะมากก า่
ื่อการเรียนรู้
ใบงานท่ี 12 การเปรยี บเทยี บจำน นคละ
67
การ ัดผลและประเมนิ ผล
ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 12 ใบงานที่ 12 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร
ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()
ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........
68
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
69
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13
ราย ชิ าคณิต า ตร์ ช้ันประถม ึก าปที ี่ 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรยี น 24 ชั่ โมง
เร่อื ง การเรยี งลำดับเ ่ น เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง
อน ันท่.ี ...... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปีการ กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลทเี่ กิดข้นึ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั นึ่งเป็น
ค 1.1 ป.4/4 : เปรียบเทียบ เรียงลำดับเ
พ คุ ณู ของอีกตั นึง่
าระ ำคญั ่ นทุกจำน นใ ้มีตั ่ น
การเรียงลำดับเ ่ นที่มีตั ่ นไม่เท่ากัน อาจใช้ ิธีทำเ
เท่ากันแล้ เรยี งลำดบั โดยพิจารณาจากตั เ
จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้ ่ นไปใชแ้ กป้ ัญ าทางคณติ า ตรไ์ ด้ (A)
1. อธบิ ายการเรยี งลำดับเ ่ น (K)
2. เรียงลำดับเ ่ นได้ (P)
3. นำค ามร้เู กีย่ กบั การเรยี งลำดับเ
าระการเรียนรู้
การเรียงลำดับเ ่ น
ทัก ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ือ่ ารและการ ่ือค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตผุ ล
70
คณุ ลัก ณะอนั พงึ ประ งค์
1. มี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ ูบ่ ทเรยี น
1. ครูทบท นการเรียงลำดับเ ่ นท่ีมีตั ่ นเท่ากันโดยยกตั อย่างบนกระดาน เช่น
กำ นด 9 5 13 8 เรยี งลำดับเ ่ นต่อไปน้ีจากน้อยไปมาก
11 11 11 11
ครูใช้การถามตอบเพ่ือร่ มกันเฉลยค ามถกู ตอ้ งและ ิธีการเรียงลำดับเ ่ นจาก
นอ้ ยไปมาก โดยครูตร จ อบค ามถกู ตอ้ งอีกคร้ัง
ขน้ั อน
2. ครูยกตั อย่างเ ่ น 3 จำน น ซึ่งเ ่ นเ ล่าน้ีมีตั ่ นไม่เท่ากัน เช่น 2 5
36
และ 7 บนกระดานและใช้การถามตอบเพือ่ ใ น้ ักเรยี นร่ มกันอภิปรายแ ดง ิธคี ดิ ดงั นี้
12
- ถ้าจะเรียงลำดับเ ่ นเ ลา่ นจี้ ากนอ้ ยไปมากค รมี ธิ คี ิดอยา่ งไร (ทำเ ่ น
ทุกจำน นใ ้มตี ั ่ นเท่ากันกอ่ นแล้ เปรียบเทียบ)
- ใ ้นักเรียน ังเกตตั ่ นทั้ง มดแล้ าค าม ัมพันธ์ของตั ่ นเ ล่านี้ (12
ารด้ ย 3 และ 6 ลงตั )
- ใ พ้ จิ ารณา า่ ค รทำเ ่ นแตล่ ะจำน นใ ต้ ั ่ นเป็นเทา่ ใด (12)
จากนน้ั ใ น้ ักเรียนช่ ยกันคดิ และออกมาเขียนแ ดง ธิ ีคดิ บนกระดานไดด้ งั นี้
2 = 2×4 = 8
3 3×4 12
5 = 5×2 = 10
6 6×2 12
แ ดง า่ 7 < 8 และ 8 < 10
12 12 12 12
รอื 7 < 2 และ 2 < 5
12 3 36
ดงั น้ัน เรยี งลำดบั จากน้อยไปมากได้ 7 2 5
12 3 6
3. จากนั้นครูใชก้ ารถามตอบจนนักเรยี นช่ ยกันอภิปรายการเรียงลำดับเ ่ น ดังน้ี
การเรียงลำดับเ ่ นที่มีตั ่ นไม่เท่ากัน อาจใช้ ิธีทำเ ่ นทุกจำน นใ ้มีตั ่ นเท่ากันแล้
เรยี งลำดบั โดยพจิ ารณาจากตั เ
71
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 13 การเรียงลำดับเ ่ น เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียน
ช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากนั้นครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 13
ขัน้ รุป
5. ครแู ละนกั เรยี นร่ มกัน รุป ่งิ ที่ได้เรียนรรู้ ่ มกัน ดงั นี้ การเรียงลำดบั เ ่ นที่มีตั
่ นไม่เท่ากัน อาจใช้ ิธีทำเ ่ นทุกจำน นใ ม้ ตี ั ่ นเท่ากันแล้ เรียงลำดับโดยพจิ ารณาจากตั
เ
่อื การเรียนรู้
ใบงานที่ 13 การเรียงลำดับเ ่ น
การ ดั ผลและประเมนิ ผล
ง่ิ ที่ต้องการ ัด ิธี ัด เคร่ืองมอื ดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 13 ใบงานท่ี 13 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทัก ะ งั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑ์ในระดับพอใช้ข้นึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ไดร้ ะดบั คุณภาพ 2 ทกุ
ที่พึงประ งค์ คณุ ลัก ณะท่ีพึงประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการข้ึนไปถือ ่าผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ท่พี งึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 72
บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()
ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
2. ปัญ าและอปุ รรค
3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า
ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
73
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 14
ราย ชิ าคณิต า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปีท่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรยี น 24 ช่ั โมง
เรือ่ ง การเรยี งลำดับจำน นคละ เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง
อน นั ที่....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนนิ การของจำน น ผลท่ีเกิดขึน้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั นึ่งเป็น
ค 1.1 ป.4/4 : เปรียบเทียบ เรียงลำดับเ
พ คุ ูณของอีกตั น่ึง
าระ ำคัญ
การเรยี งลำดบั จำน นคละ
- ถา้ จำน นนบั ของจำน นคละไม่เทา่ กนั แล้ เรยี งลำดบั โดยพิจารณาจากจำน นนับ
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละเทา่ กนั แล้ ใ ้พจิ ารณาเ ่ น เมอ่ื เ ่ นมีตั ่ นไม่
เท่ากนั อาจใช้ ธิ ที ำเ ่ นทุกจำน นใ ้มีตั ่ นเท่ากนั จงึ เรียงลำดบั โดยพิจารณาจากตั เ
จุดประ งคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายการเรยี งลำดบั จำน นคละ (K)
2. เรียงลำดบั จำน นคละได้ (P)
3. นำค ามรู้เก่ีย กับการเรยี งลำดบั จำน นคละไปใช้แกป้ ญั าทางคณติ า ตรไ์ ด้ (A)
าระการเรียนรู้
การเรยี งลำดับจำน นคละ
74
ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ อ่ื ารและการ อ่ื ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล
คุณลกั ณะอันพึงประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเขา้ บู่ ทเรียน
1. ครูทบท นค ามรู้ เรื่อง เ ่ นแท้ เ เกิน จำน นคละ โดยตั แทนนักเรียน 2
คน ออกมาแขง่ ขันกนั เขียนจำน นคละใ เ้ ปน็ เ เกนิ และเขยี นเ เกินใ เ้ ป็นจำน นคละจากโจทย์ที่
กำ นด
ขั้น อน
2. ครูยกตั อย่างเ ่ นและจำน นคละ 8 2 5 และ 2 13 ครูใช้การถามตอบใ ้
6 18
นกั เรยี นร่ มกันอภปิ ราย ดังนี้ 3
- ถ้าจะเรียงลำดับเ ่ นและจำน นคละเ ล่านี้จากมากไปน้อย จะมี ิธีคิด
อย่างไร (เขยี น 8 ใ ้เปน็ จำน นคละ ดังนี้ 8 = 2 2 แล้ จงึ เปรยี บเทียบจำน นคละ)
3 3
3 - จะมี ิธเี ปรยี บเทียบจำน นคละอย่างไร (เปรียบเทยี บจำน นนับของจำน นคละ
กอ่ นถ้าจำน นนับของจำน นคละเทา่ กนั ใ เ้ ปรียบเทยี บเ ่ น)
จากนั้นใ น้ ักเรยี นช่ ยกันคิด และออกมาเขียนแ ดง ิธคี ิดบนกระดาน โดยครูช่ ย
อธิบายแนะนำเพิม่ เติมและตร จ อบค ามถูกตอ้ ง ดงั น้ี
เน่อื งจาก 8 = 2 2
3 3
พจิ ารณา 2 2 5 2 13 พบ ่า จำน นนับเท่ากัน จึงเปรียบเทียบ
3 26 18
เฉพาะเ ่ น
ซง่ึ 2 = 2×6 = 12 และ 5 = 5×3 = 15
แ ดง า่ 3 3×6 18 6 6×3 18
รอื 15 > 13 และ 13 > 12
18 18 18 18
5 > 13 และ 13 > 2
6 18 18 3
75
ดังนั้น เรยี งลำดบั จากมากไปนอ้ ยได้ 2 5 2 13 8
6 18 3
3. จากนั้นครูใช้การถามตอบจนนักเรียนช่ ยกันอภิปรายการเรียงลำดับจำน นคละ
ดังนี้ การเรียงลำดับจำน นคละ ถ้าจำน นนับของจำน นคละไม่เท่ากัน ใ ้เรียงลำดับโดยพิจารณา
จากจำน นนับ ถ้าจำน นนับของจำน นคละเท่ากัน ใ ้พิจารณาเ ่ นเมื่อเ ่ นที่มีตั ่ นไม่
เท่ากัน อาจใช้ ธิ ีทำเ ่ นทกุ จำน นใ ้มตี ั ่ นเท่ากนั จึงเรียงลำดับโดยพจิ ารณาจากตั เ
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 14 การเรียงลำดับจำน นคละ เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียน
ช่ ยกันตร จ อบค ามถูกตอ้ ง จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 14
ข้ัน รุป
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป งิ่ ท่ีไดเ้ รียนรรู้ ่ มกนั เกี่ย กับการเรยี งลำดับจำน นคละ
ดงั นี้
- ถ้าจำน นนบั ของจำน นคละไม่เท่ากันแล้ เรียงลำดบั โดยพิจารณาจากจำน น
นบั
- ถ้าจำน นนับของจำน นคละเท่ากันแล้ ใ พ้ ิจารณาเ ่ นเมื่อเ ่ นมีตั
่ นไม่เท่ากัน อาจใช้ ธิ ีทำเ ่ นทุกจำน นใ ม้ ตี ั ่ นเท่ากนั
อื่ การเรียนรู้
ใบงานที่ 14 การเรียงลำดบั เ ่ น
การ ดั ผลและประเมนิ ผล
ิ่งทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 14 ใบงานท่ี 14 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ข้ึนไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดับพอใชข้ ้นึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลัก ณะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ทพี่ งึ ประ งค์ คุณลัก ณะท่พี ึงประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการขึน้ ไปถอื า่ ผา่ น
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ที่พึงประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 76
บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()
ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
2. ปัญ าและอปุ รรค
3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า
ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
77
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 15
ราย ิชาคณิต า ตร์ ช้ันประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เ ่ น เ ลาเรยี น 24 ช่ั โมง
เรือ่ ง การบ กเ ่ น เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน นั ท่.ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลท่ีเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั น่ึงเป็นพ ุคณู
ค 1.1 ป.4/13 : าผลบ ก ผลลบของเ
ของอกี ตั นง่ึ
าระ ำคัญ
การบ กเ ่ นท่มี ตี ั ่ นไมเ่ ทา่ กัน ต้องทำตั ่ นใ เ้ ท่ากัน แล้ จงึ นำตั เ มาบ กกัน
จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายเก่ยี กบั การบ กเ ่ นทีต่ ั ่ นตั นง่ึ เปน็ พ ุคณู ของตั ่ นอกี ตั นง่ึ (K)
2. าผลบ กเ ่ นท่ีตั ่ นตั น่ึงเป็นพ ุคณู ของตั ่ นอกี ตั นึง่ ได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการบ กเ ่ นไปใช้แกป้ ญั าทางคณิต า ตร์ได้ (A)
าระการเรยี นรู้
การบ กเ ่ น
ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ือ่ ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล
78
คณุ ลัก ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้ ่ นที่มตี ั ่ นเทา่ กนั เชน่
ขัน้ นำเข้า บู่ ทเรียน
1. ครนู ำแผนภาพแ ดงการบ กเ
3+2 =5
10 10 10
นทนาและอภปิ รายซักถามนักเรยี นเกี่ย กบั ธิ กี ารบ กเ ่ นท่มี ตี ั ่ นเทา่ กนั
2. ครยู กตั อยา่ งโจทย์ รอื ประโยค ญั ลกั ณ์เกยี่ กบั การบ กทม่ี ีตั ่ นเท่ากัน 1 – 2
ตั อย่างมาอภปิ รายซกั ถามนกั เรียน ถึงการแ ดง ธิ กี ารทำใ ้นกั เรียนดูเปน็ ตั อยา่ ง เช่น
32
55
3+2=
55
ข้ัน อน ่ นจาก ถานการณ์ท่ีกำ นดใ ้ พรอ้ มตดิ
3. ครูใ น้ ักเรยี นพจิ ารณาการบ กเ
แผนภาพแ ดงเ ่ น ดงั นี้
แก้ ตามี ุ้นในถาดขนาดเดีย กนั เป็น ุ้นดอกอัญชนั 1 ถาด และ นุ้ ใบเตย 3 ถาด
28
แก้ ตามี นุ้ ท้ัง มดกถ่ี าด
79
ุน้ ดอกอัญชนั 1 ถาด ้นุ ใบเตย 3 ถาด
2 8
นุ้ ท้งั มด 7 ถาด
8
ามารถแ ดงไดด้ ังน้ี
1 + 3 = 1×4 + 3
28 2×4 8
= 4+3
88
=7
8
ดังนัน้ แก้ ตามี ุ้นท้ัง มด 7 ถาด
8
4. ครูยกตั อย่างการบ กเ ่ นที่ตั ่ นตั นึ่งเป็นพ ุคูณของตั ่ นอีกตั น่ึง
เชน่ 4 + 9 = ครใู ชก้ ารถามตอบใ น้ กั เรียนร่ มกันอภปิ ราย ิธีการ าคำตอบจนนกั เรียนบอกได้
5 10
่า การบ กเ ่ นที่ตั ่ นไม่เท่ากันจะต้องทำใ ้เ ่ นทุกจำน นมีตั ่ นเท่ากัน แล้ จึง า
ผลบ ก จากนัน้ ครูใช้การถามตอบและแนะนำการเขียนแ ดง ิธี าผลบ กดังนี้
ตั อยา่ ง 4+ 9 = 4×2 + 9
ิธที ำ
5 10 5×2 10
4+ 9 = 8+9
5 10 10 10
17
=
10
= 7
= 1 10
ตอบ 1 7
10
80
ครูอธิบายแนะนำ ่าผลบ กทีไ่ ด้จากการบ กเ ่ นค รทำใ ้เป็นรูปอย่างง่ายซ่ึง
อาจอยใู่ นรูปเ ่ นอย่างตำ่ จำน นคละ จำน นนับ รอื นู ย์
5. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 15 การบ กเ ่ น เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถกู ต้อง จากน้นั ครแู ละนักเรยี นร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 15
ข้นั รปุ
6. ครแู ละนกั เรยี นร่ มกัน รปุ ง่ิ ที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังน้ี การบ กเ ่ นท่ีมีตั ่ นไม่
เทา่ กัน ตอ้ งทำเ ่ นใ ม้ ตี ั ่ นเท่ากัน แล้ จึงนำตั เ มาบ กกนั โดยตั ่ นคงเดมิ
่อื การเรียนรู้
1. แผนภาพแ ดงการบ กเ ่ น
2. แผนภาพแ ดงเ ่ น
3. ใบงานที่ 15 การบ กเ ่ น
การ ัดผลและประเมนิ ผล
่งิ ท่ีตอ้ งการ ัด ิธี ัด เคร่อื งมอื ัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานที่ 15 ใบงานที่ 15 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทกั ะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใชข้ ้ึน
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ งั เกตพฤติกรรมด้าน แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทุก
ท่ีพึงประ งค์ คุณลกั ณะทพี่ ึงประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผา่ น
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ทพี่ ึงประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 81
บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()
ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
2. ปัญ าและอปุ รรค
3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า
ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
82
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16
ราย ิชาคณติ า ตร์ ชั้นประถม กึ าปีที่ 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรยี น 24 ชั่ โมง
เรอ่ื ง การลบเ ่ น เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน ันท่ี....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนนิ การของจำน น ผลที่เกดิ ข้นึ จากการดำเนินการ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละทีต่ ั ่ นตั น่ึงเป็นพ ุคูณ
ค 1.1 ป.4/13 : าผลบ ก ผลลบของเ
ของอกี ตั น่งึ
าระ ำคญั
การลบเ ่ นท่ีมตี ั ่ นไมเ่ ทา่ กนั ต้องทำตั ่ นใ ้เท่ากนั แล้ จึงนำตั เ มาลบกัน
จุดประ งค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกย่ี กับการลบเ ่ นที่ตั ่ นตั น่ึงเปน็ พ คุ ูณของตั ่ นอกี ตั นงึ่ (K)
2. าผลลบเ ่ นที่ตั ่ นตั นงึ่ เป็นพ ุคูณของตั ่ นอกี ตั นึ่งได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กยี่ กับการลบเ ่ นไปใช้แกป้ ญั าทางคณิต า ตร์ได้ (A)
าระการเรียนรู้
การลบเ ่ น
ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ อ่ื ารและการ ่อื ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
83
คณุ ลกั ณะอนั พึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้ ่ นดังนี้
ขั้นนำเขา้ ู่บทเรยี น
1. ครูทบท นการลบทีม่ ตี ั ่ นเทา่ กันโดยใชแ้ ถบเ
7-1=
12 12
ครูใช้คำถามใ ้นักเรียนตอบ ดงั นี้
- เ ่ นท่นี ำมาลบกันมีตั ่ นเท่ากัน รอื ไม่ (เท่ากนั )
- ถ้าจะใช้แถบเ ่ นช่ ย าคำตอบ จะต้องใช้เ ่ นที่มี ่ นแบ่งเท่าๆ กันกี่
่ น (12 ่ น)
- นักเรียนจะแรเงากี่ช่อง เพื่อแ ดงค าม มายของ 7 (7 ช่อง) ใ ้นักเรียน
12
ออกมาแรเงาแถบเ ่ นแ ดง 7 และจะต้องแรเงากี่ช่องเพื่อแ ดงค าม มายของ 1 (1 ช่อง)
12 12
ใ น้ กั เรยี นออกมาแรเงาแถบเ ่ น 1
12
- นักเรียนมี ิธีการ าคำตอบจากแถบเ ่ นได้อยา่ งไร (นำจำน นชอ่ งท่ีแรเงา
มาลบกนั )
- จำน นชอ่ งที่แรเงาลบกันเ ลือเ ่ นเทา่ ไร ( 6 )
12
- ครใู ้นักเรียนช่ ยกันเขยี น ิธี าคำตอบ ซ่ึงคำตอบน่าจะเป็นดงั น้ี
7- 1
12
12
เ ลอื 6
12
84
รือ 7 - 1 = 7−1 = 6
12 12
12 12
ขัน้ อน
3. ครูใ ้นักเรียนพิจารณาการลบเ ่ นจาก ถานการณ์ที่กำ นดใ ้ พร้อมติด
แผนภาพแ ดงเ ่ น ดังนี้
แก้ ตามี ุน้ ในถาดขนาดเดยี กนั เป็น ุ้นดอกอัญชนั 1 ถาด และ ุ้นใบเตย 3 ถาด
28
แก้ ตามี นุ้ อัญชันมากก ่า ุ้นใบเตยก่ีถาด
ุ้นดอกอัญชนั 1 ถาด นุ้ ใบเตย 3 ถาด
2 8
1=4 3
8
28
ุ้นดอกอัญชนั มากก า่ ้นุ ใบเตย 1 ถาด
8
ามารถแ ดงไดด้ งั น้ี
1 - 3 = 1×4 - 3
28 2×4 8
= 4-3
88
=1
8
ดงั นัน้ แก้ ตามี ุ้นดอกอัญชันมากก า่ นุ้ ใบเตย 1 ถาด
8
85
4. ครูยกตั อย่างการลบเ ่ นท่ตี ั ่ นตั นงึ่ เปน็ พ คุ ณู ของตั ่ นอกี ตั นงึ่ เช่น
12 - 5 = ครูใช้การถามตอบใ ้นักเรียนร่ มกันอภปิ ราย ิธกี าร าคำตอบจนนกั เรียนบอกได้ า่
16 8
การลบเ ่ นที่ตั ่ นไม่เท่ากันจะต้องทำใ ้เ ่ นทุกจำน นมีตั ่ นเท่ากัน แล้ จึง าผลลบ
จากนัน้ ครูใชก้ ารถามตอบและแนะนำการเขียนแ ดง ิธี าผลลบดงั นี้
ตั อยา่ ง 12 - 5 = 12 - 5×2
ธิ ีทำ
16 8 16 8×2
ตอบ 1
12 - 5 = 12 - 10
8
16 8 16 16
12−10
=
= 16
2
= 16
1
= 8
ครอู ธิบายแนะนำ า่ ผลลบท่ไี ด้จากการลบเ ่ นค รทำใ เ้ ปน็ รปู อย่างง่ายซ่ึงอาจ
อยใู่ นรูปเ ่ นอย่างตำ่ จำน นคละ จำน นนับ รือ นู ย์
5. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 16 การลบเ ่ น เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถูกต้อง จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 16
ขั้น รุป
6. ครูและนักเรยี นร่ มกัน รปุ ง่ิ ทไี่ ด้เรียนรู้ร่ มกนั ดงั น้ี การลบเ ่ นท่ีมีตั ่ นไม่
เทา่ กัน ต้องทำเ ่ นใ ม้ ตี ั ่ นเท่ากัน แล้ จงึ นำตั เ มาลบกัน โดยตั ่ นคงเดมิ
่ือการเรยี นรู้
1. แผนภาพแ ดงการลบเ ่ น
2. แผนภาพแ ดงเ ่ น
3. ใบงานที่ 16 การลบเ ่ น
86
การ ัดผลและประเมนิ ผล
ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 16 ใบงานที่ 16 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร
ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()
ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........
87
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
88
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17
ราย ชิ าคณติ า ตร์ ช้นั ประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 เ ่ น เ ลาเรียน 24 ชั่ โมง
เรอ่ื ง การบ กจำน นคละ เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง
อน นั ที่....... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนนิ การของจำน น ผลทเี่ กิดขึน้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ช้ี ัด ่ นและจำน นคละทีต่ ั ่ นตั นึ่งเป็นพ ุคูณ
ค 1.1 ป.4/13 : าผลบ ก ผลลบของเ
ของอีกตั น่ึง
าระ ำคัญ
การบ กจำน นคละ อาจทำไดโ้ ดยเปลี่ยนจำน นคละใ เ้ ปน็ เ เกนิ กอ่ นแล้ จึง าผลบ ก
จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเกี่ย กบั การบ กจำน นคละได้ (K)
2. าผลบ กจำน นคละได้ (P)
3. นำค ามรู้เกย่ี กับการบ กจำน นคละไปใช้แก้ปญั าทางคณติ า ตร์ได้ (A)
าระการเรยี นรู้
การบ กจำน นคละ
ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่ือ ารและการ ่ือค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
89
คณุ ลัก ณะอันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้ ่ นทม่ี ีตั ่ นไม่เท่ากัน โดยตั ่ นตั นึ่งเป็นพ ุคูณของ
ขั้นนำเขา้ ู่บทเรียน
1. ครูทบท นการบ กเ
ตั ่ นอีกตั นง่ึ ดังน้ี
2+ 4 =
8 16
ครใู ช้คำถามใ ้นกั เรียนตอบ ดังน้ี
- เ ่ นทกี่ ำ นดใ ม้ ีตั ่ นเทา่ กนั รอื ไม่ (ไมเ่ ทา่ กัน)
- ถ้าเ ่ นไมเ่ ท่ากัน นักเรียนจะมี ธิ ีการบ กอย่างไร (ทำ ่ นใ ้เท่ากนั )
- การทำ ่ นใ เ้ ท่ากนั นกั เรยี นมี ิธีทำอย่างไร ( าตั มาคูณกบั 8 ใ ม้ คี า่ เป็น 16)
- ครใู น้ ักเรยี นออกมาบ กจำน นท่ีกำ นดใ บ้ นกระดานดำ ซ่งึ ได้ดงั น้ี
2 + 4 = 2×2 + 4
8 16 8×2 16
= 4+4
16 16
=8
16
=1
2
ขนั้ อน
2. ครูกำ นดเ ่ นที่เป็นจำน นคละและมี ่ นไม่เท่ากัน โดยตั ่ นตั นึ่งเป็น
พ คุ ูณของตั ่ นอกี ตั น่ึงพร้อมแ ดง ธิ ี าคำตอบ ดังนี้
2 1 + 3 1 =
6 2
ธิ ีทำ ทำจำน นคละเปน็ เ เกินก่อนแล้ จึงนำมาบ กกัน
2 1 + 3 1 = 13 + 7
6 2
62
13 7×3
= 6 + 2×3
= 13 + 21
66
90
= 13+21
6
= 34
6
34
ทำ 6 เปน็ จำน นคละ 5 4
6
และ 5 4 ทำ 4 เปน็ เ ่ นอยา่ งต่ำโดยนำ 2 มา ารจะได้ 4÷2 = 5 2
6 6 6÷2 3
2
2
ตอบ 5 3
3. ครูยกตั อย่างเพิ่มเตมิ และใ ้นักเรียนแต่ร่ มกนั าคำตอบ เช่น
3 1 + 3 1 = 1 2 + 2 2 =
8 2 5 10
5 1 1 4
2 8 + 3 4 = 1 3 + 2 6 =
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานท่ี 17 การบ กจำน นคละ เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรยี นช่ ยกนั
ตร จ อบค ามถูกตอ้ ง จากนั้นครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 17
ขนั้ รุป
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังน้ี การบ กจำน นคละที่มีตั
่ นไม่เท่ากัน และตั ่ นมีลัก ณะเปน็ พ ุคูณซึ่งกันและกันก่อนจะนำมาบ กกันจะต้องทำ ่ นใ ้
เท่ากันก่อน แล้ จึงนำมาบ กกัน ซึ่ง ามารถ าคำตอบได้โดยการทำจำน นคละใ เ้ ป็นเ เกินกอ่ น
แล้ นำมาบ กกนั
ื่อการเรยี นรู้
ใบงานที่ 17 การบ กจำน นคละ
91
การ ัดผลและประเมนิ ผล
ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 17 ใบงานที่ 17 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร
ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()
ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........
92
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
93
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 18
ราย ิชาคณติ า ตร์ ชนั้ ประถม กึ าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เ ่ น เ ลาเรยี น 24 ชั่ โมง
เรอื่ ง การลบจำน นคละ เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง
อน นั ที่....... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดำเนินการ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด ่ นและจำน นคละที่ตั ่ นตั น่ึงเป็นพ ุคณู
ค 1.1 ป.4/13 : าผลบ ก ผลลบของเ
ของอีกตั นง่ึ
าระ ำคญั
การลบจำน นคละ อาจทำไดโ้ ดยเปล่ยี นจำน นคละใ เ้ ปน็ เ เกนิ ก่อนแล้ จึง าผลลบ
จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายเก่ยี กบั การลบจำน นคละได้ (K)
2. าผลลบจำน นคละได้ (P)
3. นำค ามรูเ้ กีย่ กับการลบจำน นคละไปใช้แก้ปัญ าทางคณิต า ตรไ์ ด้ (A)
าระการเรียนรู้
การลบจำน นคละ
ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่อ ารและการ อ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล
94
คณุ ลัก ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ่ นที่มตี ั ่ นไมเ่ ทา่ กนั โดยตั ่ นตั นง่ึ เปน็ พ ุคูณของตั
ขั้นนำเข้า ูบ่ ทเรียน
1. ครทู บท นการลบเ
่ นอกี ตั น่ึง ดงั นี้
20 - 2 =
24 8
ครูใช้คำถามใ น้ กั เรยี นตอบ ดังน้ี
- เ ่ นทีก่ ำ นดใ ม้ ีตั ่ นเทา่ กนั รอื ไม่ (ไม่เทา่ กนั )
- ถา้ เ ่ นไม่เทา่ กนั นกั เรยี นจะมี ธิ กี ารลบอยา่ งไร (ทำ ่ นใ เ้ ท่ากัน)
- การทำ ่ นใ เ้ ท่ากันนกั เรยี นมี ธิ ีทำอย่างไร ( าตั มาคูณกบั 8 ใ ้มคี า่ เปน็ 24)
- ครูใ น้ ักเรียนออกมาลบจำน นที่กำ นดใ ้บนกระดานดำ ซง่ึ ไดด้ งั นี้
20 - 2 = 20 - (2×3)
24 8×3
24 8 = 20 - 6
24 24
ข้ัน อน = 14
24
7
= 12
2. ครูกำ นดเ ่ นที่เป็นจำน นคละและมี ่ นไม่เท่ากัน โดยตั ่ นตั นึ่งเป็น
พ คุ ณู ของตั ่ นอีกตั นงึ่ พร้อมแ ดง ธิ ี าคำตอบ ดงั นี้
3 3 - 1 7 =
5 10
ธิ ที ำ ทำจำน นคละเป็นเ เกินก่อนแล้ จงึ นำมาบ กกัน
3 3 - 1 7 = 18 - 17
5 10
5 10
=
18×2 - 17
=
5×2 10
36 - 17
10 10
95
= 36−17
10
= 19
10
9
= 1 10
ตอบ 1 9
10
3. ครยู กตั อย่างเพมิ่ เติม และใ น้ ักเรยี นแตร่ ่ มกนั าคำตอบ เชน่
4 5 - 2 13 = 1 2 - 2 6 =
6 18 7 35
5 1 1 1
2 8 - 2 4 = 5 2 - 3 6 =
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 18 การลบจำน นคละ เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถูกต้อง จากน้ันครูและนกั เรียนร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 18
ขน้ั รปุ
5. ครูและนักเรียนร่ มกนั รุป ิ่งที่ไดเ้ รียนร้รู ่ มกัน ดังนี้ การลบจำน นคละท่ีมีตั ่ น
ไม่เท่ากัน จะนำมาลบกันจะต้องทำ ่ นใ ้เท่ากันก่อน แล้ จึงนำมาลบกัน ซึ่ง ามารถ าคำตอบได้
โดยการทำจำน นคละใ ้เป็นเ เกนิ ก่อนแล้ นำมาลบกัน
่อื การเรยี นรู้
ใบงานที่ 18 การลบจำน นคละ
การ ัดผลและประเมินผล
่ิงที่ต้องการ ดั ธิ ี ดั เครื่องมอื ัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 18 ใบงานที่ 18 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
2. ด้านทัก ะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ข้นึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทพ่ี ึงประ งค์ คุณลกั ณะท่ีพึงประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการขนึ้ ไปถือ า่ ผ่าน
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ท่พี งึ ประ งค์