The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by santi muangdoo, 2021-07-31 07:06:42

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4

8

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9, ป.4/10,
ป.4/11, ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/14, ป.4/15, ป.4/16
ค 1.2 (มกี ารจัดการเรยี นการ อนเพ่อื เปน็ พนื้ ฐานแต่ไม่ ัดผล)
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1

ร ม 23 ตั ช้ี ัด

9

โครง ร้างเ ลาเรียน
กล่มุ าระการเรยี นรู้คณติ า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปีท่ี 4

บทท/่ี เรอ่ื ง เ ลา (ชั่ โมง)
ภาคเรียนท่ี 2
บทท่ี 6 เ ่ น 24
บทที่ 7 ท นิยม 18
บทท่ี 8 มมุ 9
บทที่ 9 รูป ีเ่ ล่ยี มมมุ ฉาก 18
บทที่ 10 การนำเ นอข้อมลู 9
78
ร มภาคเรยี นที่ 2

10

โครง รา้ งราย ิชา

น่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ าระ ำคญั เ ลา
การนำเ นอข้อมลู เรียนรู/้ ตั ชี้ ดั (ชม.)

ค 3.1 แผนภูมิแทง่ แผนภมู ิแทง่ เปรียบเทยี บ และตาราง 9

ป.4/1 องทางเป็น ิธกี ารนำเ นอข้อมูลอยา่ ง นึ่ง เพอื่

ค าม ะด กในการอ่านข้อมูล ่ นการอ่าน

ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ

และตาราง องทาง เป็นการอ่านข้อมลู ามารถ

นำไปปรับใชใ้ นชี ติ ประจำ ัน

11

กำ นดแผนการจดั การเรยี นรู้ ชัน้ ประถม ึก าปที ี่ 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 การนำเ นอข้อมูล

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ เรอ่ื ง จำน น
(ชั่ โมง)
1 ทบท นการอา่ นแผนภมู ริ ูปภาพ
2 ทบท นการเขยี นแผนภมู ริ ูปภาพ 1
3 การเกบ็ ร บร มข้อมูลและการจำแนกขอ้ มูล 1
4 การอ่านตาราง องทาง 1
5 การใช้ข้อมลู ตาราง องทางในการแก้ปญั า 1
6 การอ่านแผนภูมแิ ท่ง 1
7 การใช้ขอ้ มลู จากแผนภูมแิ ทง่ ในการแก้ปญั า 1
8 การเขียนแผนภูมแิ ทง่ 1
9 การเขยี นแผนภูมแิ ทง่ 1
1
รม 9

12

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1

ราย ชิ าคณติ า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปีท่ี 4

น่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรยี น 9 ช่ั โมง

เร่ื ง ทบท นการ ่านแผนภูมริ ปู ภาพ เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

น นั ท.่ี ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปีการ กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรู้ทาง ถติ ใิ นการแกป้ ัญ า

ตั ช้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ ้ มูลจากแผนภมู ิแทง่ ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ัญ า

าระ ำคัญ
การ ่านแผนภมู ิรูปภาพ เปน็ การ า่ นข้ มูลจากแผนภมู ิที่ใช้รูปภาพแทนจำน น ่งิ ต่างๆ โดย

จะระบขุ ้ กำ นดข งรปู ภาพ ซึ่งงา่ ยต่ การ า่ นรายละเ ยี ดข งข้ มูล

จดุ ประ งค์การเรียนรู้
1. บ ก ธิ ีการ า่ นแผนภูมริ ูปภาพได้ (K)
2. ่านแผนภูมิรูปภาพตามที่กำ นดใ ไ้ ด้ ยา่ งถูกต้ ง (P)
3. นำค ามร้เู กี่ย กับการ า่ นแผนภูมริ ูปภาพไปใชแ้ ก้ปญั าทางคณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรียนรู้
ทบท นการ า่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปญั า
2. ค าม ามารถในการ ่ื ารและการ ื่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตผุ ล

13

คุณลกั ณะ นั พงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเข้า ูบ่ ทเรยี น
1. ครูยกตั ย่างการ ่านข้ มลู จากแผนภูมริ ูปภาพใ น้ กั เรียนดู
2. ใ ้นักเรียนบ กรายละเ ียดข งแผนภูมริ ปู ภาพ เช่น แผนภูมิรปู ภาพท่ีแ ดงเก่ีย กับ

ะไร ่านข้ มูลได้ ย่างไร ฝึกทัก ะการตั้งคำถามโดยใ ้นักเรียนจับคู่กับเพื่ นตั้งคำถามและ า
คำต บจากแผนภูมิรปู ภาพท่ีครูกำ นดใ ้

ขน้ั น
3. ครตู ดิ แผนภมู ริ ูปภาพแ ดงจำน น นัง ื ท่ีนกั เรยี นยืมจาก ้ ง มุดโรงเรียนเป่ียมรัก

ตั้งแต่ ันจันทร์ถึง ัน ุกร์บนกระดาน พร้ มข้ กำ นดรูปภาพ 1 รูปภาพ แทนจำน น นัง ื 10 เล่ม
ดงั น้ี

จำน น นัง ื ทนี่ กั เรียนยืมจาก ้ ง มุดโรงเรียนเปย่ี มรักตัง้ แต่ ันจนั ทร์ ถึง นั ุกร์

กำ นดใ ้ แทน นัง ื 10 เล่ม

ครูใ ้นักเรียนพิจารณาแผนภูมิรูปภาพแล้ ร่ มกัน ภิปรายเกี่ย กับ ่ นประก บ
ข งแผนภมู ิ จากนนั้ ครูใ น้ กั เรียนช่ ยกันต บคำถาม เชน่

14

- แผนภูมินี้แ ดง ะไร ดูจาก ่ นใด (จำน น นัง ื ที่นักเรียนยืมจาก ้ ง มุด
โรงเรียนเป่ียมรักตัง้ แต่ ันจนั ทรถ์ งึ นั กุ ร์ ดจู าก ่ นบนข งแผนภูมิ)

- รปู ภาพ 1 รูป แทน นงั ื ก่เี ลม่ (10 เลม่ )
- นงั ื ท่ถี กู ยมื จาก ้ ง มดุ มากท่ี ุดใน นั ใด ( นั ุกร)์ จำน นกเ่ี ลม่ (100 เลม่ )
- นัง ื ที่ถูกยืมจาก ้ ง มุดมากที่ ุดใน ันใด ( ัน ังคาร) จำน นกี่เล่ม (20
เลม่ ) นัง ื ที่ถกู ยมื ใน ันใดมจี ำน นเทา่ กัน ( ันพุธและ ันพฤ ั บด)ี
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 1 ทบท นการ ่านแผนภูมิรูปภาพ เมื่ เ ร็จแล้ ใ ้
นกั เรียนช่ ยกนั ตร จ บค ามถูกต้ ง จากน้ันครแู ละนกั เรียนร่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 1
ข้ัน รุป
5. ครแู ละนักเรียนร่ มกนั รุป ิ่งที่ไดเ้ รยี นรู้ร่ มกัน ดงั นี้
- แผนภูมิรูปภาพเป็นการใช้รูปภาพแ ดงจำน น รื ปริมาณข ง ิ่งต่างๆ โดย
รปู ภาพที่แทน ง่ิ เดยี กัน ต้ งเปน็ รูปภาพที่เ มื นกนั และมีขนาดเท่ากัน
- จำน นรูปภาพในแผนภมู ิรูปภาพ าจไมใ่ ช่จำน นทแ่ี ทจ้ ริงข ง ่ิงต่างๆ จำน น
ที่แท้จริงข ง ิ่งต่างๆ ขึ้น ยู่กับข้ กำ นดในแผนภูมิและ าได้จากการนับเพิ่ม รื นำจำน นรูปใน
แผนภมู ิคูณกบั จำน นรูปภาพ 1 รูป ทใ่ี ช้แทนตามข้ กำ นด

ื่ การเรยี นรู้
1. แผนภมู ิรูปภาพ
2. ใบงานท่ี 1 ทบท นการ ่านแผนภมู ริ ปู ภาพ

การ ดั ผลและประเมนิ ผล

ิง่ ที่ต้ งการ ัด ธิ ี ัด เครื่ งมื ัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานที่ 1 ใบงานที่ 1 ผ่านเกณฑ์ร้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทัก ะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑ์ในระดับพ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ งั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ งั เกต ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ทุก
ที่พึงประ งค์ คุณลกั ณะทีพ่ ึงประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการขึ้นไปถื ่าผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร 15

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ น ลงช่ื .....................................ผูต้ ร จ
1. ผลการเรยี นรู้ ()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและ ปุ รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงช่ื .....................................ผู้ น
()
..../................../........

16

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2

ราย ิชาคณติ า ตร์ ชัน้ ประถม ึก าปที ่ี 4

น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรยี น 9 ช่ั โมง

เร่ื ง ทบท นการเขียนแผนภูมริ ูปภาพ เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

น นั ท่.ี ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เข้าใจกระบ นการทาง ถิติ และใช้ค ามรทู้ าง ถติ ิในการแก้ปัญ า

ตั ชี้ ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ ้ มลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ัญ า

าระ ำคัญ
การเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ เปน็ การเขยี นข้ มูลโดยใช้รูปภาพแทนจำน น ่งิ ต่าง ๆ โดยจะระบุ

ข้ กำ นดข งรูปภาพ ซงึ่ งา่ ยต่ การ า่ นรายละเ ียดข งข้ มลู

จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. บ ก ธิ ีการเขียนแผนภมู ริ ปู ภาพได้ (K)
2. เขียนแผนภูมิรปู ภาพได้ ย่างถูกต้ ง (P)
3. นำค ามร้เู กี่ย กับการเขยี นแผนภมู ริ ปู ภาพไปใชแ้ ก้ปญั าทางคณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรียนรู้
ทบท นการเขียนแผนภมู ริ ปู ภาพ

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปัญ า
2. ค าม ามารถในการ ่ื ารและการ ื่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ ้เ ตผุ ล

17

คุณลกั ณะ ันพงึ ประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเขา้ บู่ ทเรียน
1. นทนากบั นักเรียนถึง ที น่ี ักเรยี นช บ มี ี ะไรบ้าง ใี ดท่ีคนนยิ มมากท่ี ดุ เราจะ

ทราบข้ มลู นี้โดย ธิ ีใด
2. นกั เรยี นช่ ยกันเก็บร บร มข้ มลู เก่ีย กบั ที ี่เพื่ นชน้ั ช บ โดยร่ มกันระดมค าม

คดิ เ น็ า่ ค รจะใช้ ิธีใดจึงจะเ มาะ ม เชน่ ถามเพื่ นทีละคน รื ถามพร้ มกัน
ขน้ั น
3. ครูนำข้ มลู จำน นดนิ ท่รี ้าน กรณโ์ รงเรียนขายไดต้ ้งั แต่ ันจนั ทร์ถงึ ัน กุ ร์ ดังน้ี

นั ดิน (แท่ง)
จันทร์ 120
ังคาร 80
พุธ 60
พฤ ั บดี 100
60
ุกร์ 420
รม

4. ครูใ ้นักเรียนฝึก ิเคราะ ์ข้ มูลและคิด าแน ทางที่จะเขียนเป็นแผนภูมิรูปภาพ
จากนั้นใ ช้ ่ ยกันเขยี นแผนภมู ริ ูปภาพบนกระดาน โดย ภปิ รายด้ ยคำถาม

- กำ นดช่ื ข งแผนภมู ิ า่ ย่างไร
- กำ นด ญั ลกั ณ์ า่ รูป 1 รปู แทนดนิ กแ่ี ท่ง
- มกี ่ี นั ันใดบ้าง
- จะเขยี นแผนภูมใิ นแน ตัง้ รื แน น น
5. ครูนำข้ มูลจำน นดิน ที่ กรณ์โรงเรียนขายได้ต้ังแต่ ันจันทร์ถึง ัน ุกร์ เขียน
แ ดงเป็นแผนภมู ริ ปู ภาพบนกระดาน ดงั น้ี

18

จำน นดนิ ทร่ี า้ น กรณ์โรงเรียนขายได้ตัง้ แต่ ันจนั ทร์ ถงึ นั ุกร์

ันจันทร์

นั ังคาร

นั พุธ

นั พฤ ั บดี

นั ุกร์

กำ นดใ ้ แทน นงั ื 10 เล่ม

6. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 2 ทบท นการเขียนแผนภูมิรูปภาพ เมื่ เ ร็จแล้ ใ ้
นักเรียนช่ ยกนั ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากน้ันครูและนักเรยี นร่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 2

ข้นั รปุ
7. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ง่ิ ที่ได้เรยี นรรู้ ่ มกนั ดังนี้ การเขยี นแผนภูมิรูปภาพ ถ้า

เป็นข้ มูล ิ่งเดีย กัน รูปภาพที่ใช้ต้ งเป็นรูปที่เ มื นกันและมีขนาดเท่ากัน การ างรูปในแผนภูมิ
รูปภาพจะ างตามแน ตั้ง รื แน น นก็ได้ และการเขียนแผนภูมิรูปภาพ เป็นเขียนข้ มูลโดยใช้
รูปภาพแทนจำน น ิ่งต่างๆ โดยจะระบุข้ กำ นดข งรูปภาพ ซึ่งง่ายต่ การ ่านรายละเ ียดข ง
ข้ มูล

่ื การเรียนรู้
1. แผนภูมริ ปู ภาพ
2. ใบงานที่ 2 ทบท นการเขยี นแผนภูมิรปู ภาพ

19

การ ดั ผลและประเมินผล

ง่ิ ที่ต้ งการ ัด ิธี ัด เคร่ื งมื ดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 2 ใบงานที่ 2 ผา่ นเกณฑร์ ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประ งค์ คุณลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถื า่ ผา่ น
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ น็ ผบู้ ริ าร

ลงช่ื .....................................ผตู้ ร จ
()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

20

บันทกึ ลงั การเรยี นการ น
1. ผลการเรียนรู้

2. ปญั าและ ุป รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชื่ .....................................ผู้ น
()
..../................../........

21

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3

ราย ิชาคณติ า ตร์ ช้ันประถม กึ าปที ่ี 4

น่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรียน 9 ชั่ โมง

เร่ื ง การเกบ็ ร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มลู เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

น นั ที่....... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใช้ค ามรู้ทาง ถติ ิในการแก้ปัญ า

ตั ช้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทย์ปัญ า

าระ ำคัญ
การเก็บร บร มข้ มูลมีได้ ลาย ิธี เช่น การ ำร จ การทดล ง การ บถาม การ ังเกต

เมื่ เกบ็ ร บร มข้ มูลไดแ้ ล้ จงึ นำข้ มูลมาจำแนก แล้ จัดเปน็ ม ด มู่ เพื่ ะด กต่ การนำไปใช้

จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้
1. ธบิ ายการเกบ็ ร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มูลได้ (K)
2. เก็บร บร มข้ มูลและจำแนกข้ มูลได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการเก็บร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มูลไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การเกบ็ ร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มลู

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปญั า
2. ค าม ามารถในการ ่ื ารและการ ื่ ค าม มายทางคณติ า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล

22

คณุ ลัก ณะ นั พึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเข้า ู่บทเรยี น
1. นักเรียนทบท นค ามรู้ เรื่ ง การร บร มข้ มูล โดยใ ้ผู้แทนนักเรียน 3 คน

กมา ำร จเดื นเกิดข งเพื่ น ๆ ในชั้นเรยี น า่ เกดิ เดื นใดบ้าง
2. ซกั ถาม ธิ กี ารร บร มเดื นเกิดข งเพื่ น ๆ ดงั น้ี
- ตั แทนนกั เรยี นถามเพื่ นทลี ะคน ่าเกิดเดื น ะไร
- เพ่ื นเขียนเดื นเกดิ ข งตนเ งใ ่แผน่ กระดา ง่ ใ ต้ ั แทนนกั เรียน
- ตั แทนนักเรียนถามครปู ระจำช้นั ใ ้ช่ ยดเู ดื นเกิดจากประ ตั นิ ักเรยี น
3. ธิ ีการตา่ ง ๆ ทีผ่ ้แู ทนนักเรยี นปฏิบตั ินนั้ เรยี ก ่า การร บร มข้ มูล

ขัน้ น
4. ครูแจกตั นับใ ้นักเรียนทุกคน คนละ 1 ตั แล้ นักเรียนนำตั นบั ไป างที่รูป ัต ์

เลีย้ งทีน่ กั เรียนช บมากท่ี ุด ซ่งึ นกั เรยี นจะต้ งเลื กชนดิ เดยี เทา่ น้นั
5. เมื่ นักเรยี น างตั นับครบทุกคนแล้ ครูและนักเรียนช่ ยกันนับจำน นนักเรียนท่ี

ช บ ตั เ์ ล้ยี งท้ัง 4 ชนิด ครู าจใชก้ ารถามต บ และเขียนแ ดงข้ มูลในรปู ข งข้ ค ามก่ น จากน้ัน
จงึ เขียนแ ดงข้ มูล ที่ได้ในรูปตารางทางเดีย ดงั นี้

- มีนกั เรยี นทช่ี บ ุนขั ก่ีคน
- มีนักเรยี นทีช่ บปลากีค่ น
- มนี ักเรยี นที่ช บนกกีค่ น
- มีนักเรยี นทช่ี บแม กค่ี น

ชนดิ ัต เ์ ล้ยี ง จำน น (คน)
นุ ัข
ปลา
นก
แม

23

ครูแนะนำเพิ่มเติม ่า เมื่ นำข้ มูลที่เก็บร บร มได้มาจำแนกและนำเ น ในรูป
ตาราง จะทำใ ้เ ็นภาพร มข งข้ มูลและ ามารถบ กรายละเ ียดและเปรียบเทียบข้ มูลแต่ละ
รายการได้ชดั เจนยง่ิ ขึน้

6. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 3 การเก็บร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มูล เมื่ เ ร็จ
แล้ ใ ้นกั เรียนช่ ยกนั ตร จ บค ามถูกต้ ง จากน้ันครแู ละนกั เรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่
3

ขั้น รุป
7. ครูและนกั เรยี นร่ มกนั รุป ง่ิ ทไี่ ด้เรยี นรู้ร่ มกนั เก่ีย กับการเก็บร บร มข้ มูลมีได้

ลาย ิธี เช่น การ ำร จ การทดล ง การ บถาม การ ังเกต เมื่ เก็บร บร มข้ มูลได้แล้ จึงนำ
ข้ มลู มาจำแนก แล้ จดั เปน็ ม ด มู่ เพื่ ะด กต่ การนำไปใช้

ื่ การเรียนรู้
1. ภาพ ตั เ์ ลี้ยง
2. ตั นบั
3. ใบงานที่ 3 การเกบ็ ร บร มข้ มูลและการจำแนกข้ มลู

การ ดั ผลและประเมินผล

งิ่ ที่ต้ งการ ัด ธิ ี ัด เคร่ื งมื ัด เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 3 ใบงานที่ 3 ผ่านเกณฑร์ ้ ยละ 70 ข้นึ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทุก
ท่พี ึงประ งค์ คณุ ลกั ณะทพ่ี งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการข้นึ ไปถื า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร 24

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ น ลงช่ื .....................................ผูต้ ร จ
1. ผลการเรยี นรู้ ()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและ ปุ รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงช่ื .....................................ผู้ น
()
..../................../........

25

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชั้นประถม ึก าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรยี น 9 ชั่ โมง

เรื่ ง การ ่านตาราง งทาง เ ลาเรียน 1 ชั่ โมง

น ันท.ี่ ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เข้าใจกระบ นการทาง ถิติ และใช้ค ามรู้ทาง ถติ ิในการแก้ปัญ า

ตั ชี้ ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ ้ มลู จากแผนภมู ิแทง่ ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ัญ า

าระ ำคญั
ตารางทางเดยี และตาราง งทางเปน็ การนำเ น ข้ มูลรปู แบบ น่ึง ตารางทางเดีย มีการ

จำแนกข้ มลู 1 ลกั ณะ ่ นตาราง งทางมกี ารจำแนกข้ มลู 2 ลัก ณะ

จดุ ประ งค์การเรยี นรู้
1. ธิบายการ ่านตาราง งทางได้ (K)
2. า่ นตาราง งทางได้ (P)
3. นำค ามรูเ้ กยี่ กบั การ า่ นตาราง งทางไปใชแ้ กป้ ญั าทางคณิต า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การ า่ นตาราง งทาง

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่ื ารและการ ื่ ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ ้เ ตผุ ล

26

คุณลัก ณะ นั พึงประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ ู่บทเรยี น
1. ครู นทนากับนกั เรยี นเก่ยี กับการนำเ น ข้ มลู ในรูปตาราง ่านักเรยี นเคยเ ็นการ

นำเ น ข้ มลู ลกั ณะนีท้ ่ใี ดบา้ ง เชน่ ถานรี ถไฟ ธนาคาร โรงเรียน เปน็ ตน้
ขน้ั น
2. ครูติดแผนภาพตาราง ใ ้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่ มกัน ิเคราะ ์และบ กลัก ณะที่

เ มื นกันและลัก ณะทต่ี า่ งกันข งตารางทง้ั มด

จำน นพนักงานชายข งโรงเรยี นบางปู จำน นพนกั งาน ญิงข งโรงเรยี นบางปู

แผนก จำน น (คน) แผนก จำน น (คน)

การตลาด 11 การตลาด 8

การเงิน 3 การเงนิ 15

จดั ซ้ื 4 จดั ซื้ 12

ผลติ 319 ผลิต 456

ค บคุมคุณภาพ 14 ค บคมุ คุณภาพ 7

บุคลากร 5 บคุ ลากร 10

ร ม 356 ร ม 508

ครูถามนักเรียน ่าตารางที่เ ็นทั้ง มดนี้นำเ น ข้ มูลเกี่ย กับ ะไร (จำน น
พนักงานข งโรงงานบางปู โดยจำแนกเปน็ จำน นพนกั งานชาย และจำน นพนกั งาน ญงิ แผนกต่างๆ)
ครูบ กนักเรียน ่าตารางทเ่ี น็ น้ีเรียก ่า ตารางทางเดยี

จากนั้นครูแนะนำนักเรียน ่า เรา ามารถนำข้ มูลทั้ง 2 ตารางนี้มาเขียนร มเป็น
ตารางเดีย กนั ได้ ครตู ดิ แผนภาพตารางทแี่ ดงจำน นพนกั งานข งโรงงานบางปู ดงั นี้

27

จำน นพนกั งานข งโรงงานบางปู

แผนก จำน นพนักงาน (คน)
ชาย ญงิ ร ม

การตลาด 11 8 19

การเงิน 3 15 18

จดั ซื้ 4 12 16

ผลติ 319 456 775

ค บคมุ คุณภาพ 14 7 21

บคุ ลากร 5 10 15

ร ม 356 508 864

ครูแนะนำ ่าตารางที่นำเ น นี้เรียก ่า ตาราง งทาง ครูใช้การตั้งคำถามใ ้
นกั เรียนร่ มกนั บ กค ามเ มื นและค ามแตกต่างระ า่ งตารางทางเดีย และตาราง งทาง

เมื่ นักเรียนร่ มกันบ กค ามแตกต่างข งตารางทั้ง มดแล้ ครูและนักเรียน
ร่ มกนั รุป า่ ตารางทางเดีย และตาราง งทางเปน็ การนำเ น ข้ มูลรูปแบบ นึ่ง ตารางทางเดีย
มกี ารจำแนกข้ มลู 1 ลัก ณะ ่ นตาราง งทางมีการจำแนกข้ มูล 2 ลัก ณะ

3. ครตู ิดตาราง งทางใ ้นกั เรยี นร่ มกนั ต บคำถาม ดงั น้ี

จำน นนักเรยี นท่ีช บกี าชนิดต่างๆ ข งโรงเรียนแ ง่ นงึ่

แผนก จำน นพนักงาน (คน)
ชาย ญิง ร ม

บา เกตบ ล 25 37 62

ฟุตบ ล 38 16 54

่ิง 30 45 75

่ายน้ำ 21 21 42

ปงิ ป ง 25 33 58

เทนนิ 16 26 42

ร ม 155 178 333

28

ครูใ ้นกั เรยี นร่ มกนั ต บคำถามต่ ไปนี้
- นักเรียนชายช บกี าฟุตบ ลก่คี น (38 คน)
- กี าชนดิ ใดมีนักเรยี นช บมากท่ี ุด ( งิ่ ) จำน นกคี่ น (75 คน)
- กี าชนดิ ใดมนี กั เรยี นชายช บมากท่ี ดุ (ฟตุ บ ล)
- กี าชนดิ ใดมนี ักเรียน ญิงช บมากที่ ุด ( ิ่ง)
- กี าปิงป งมนี ักเรียน ญิงช บกีค่ น (33 คน)
- กี าใดที่นักเรียนชายและนกั เรียน ญิงช บมจี ำน นเท่ากัน ( า่ ยน้ำกบั เทนนิ )
- กี าใดที่มีนักเรียน ญิงช บมากก ่านักเรียนชาย (บา เกตบ ล ิ่ง ปิงป ง
และเทนนิ )
4. ครใู ้นกั เรียนทำใบงานที่ 4 การ ่านตาราง งทาง เม่ื เ ร็จแล้ ใ ้นกั เรียนช่ ยกัน
ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากนัน้ ครูและนักเรียนร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 4
ข้นั รปุ
5. ครแู ละนักเรียนร่ มกนั รุป งิ่ ทีไ่ ด้เรยี นรรู้ ่ มกันเกีย่ กับตารางทางเดีย และตาราง
งทางเปน็ การนำเ น ข้ มูลรปู แบบ น่ึง ตารางทางเดยี มีการจำแนกข้ มลู 1 ลัก ณะ ่ นตาราง
งทางมกี ารจำแนกข้ มูล 2 ลัก ณะ

ื่ การเรยี นรู้
1. แผนภาพตาราง
2. ตาราง งทาง
3. ใบงานท่ี 4 การ ่านตาราง งทาง

29

การ ดั ผลและประเมินผล

ง่ิ ที่ต้ งการ ัด ิธี ัด เคร่ื งมื ดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 4 ใบงานที่ 4 ผา่ นเกณฑร์ ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประ งค์ คุณลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถื า่ ผา่ น
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ น็ ผบู้ ริ าร

ลงช่ื .....................................ผตู้ ร จ
()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

30

บันทกึ ลงั การเรยี นการ น
1. ผลการเรียนรู้

2. ปญั าและ ุป รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชื่ .....................................ผู้ น
()
..../................../........

31

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5

ราย ชิ าคณิต า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปีที่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มูล เ ลาเรียน 9 ชั่ โมง

เรื่ ง การใช้ข้ มลู ตาราง งทางในการแกป้ ญั า เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

น นั ท่.ี ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรทู้ าง ถติ ใิ นการแก้ปญั า

ตั ช้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มลู จากแผนภูมิแท่ง ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทย์ปัญ า

าระ ำคัญ
ตาราง งทาง (two-way table) เปน็ ตารางที่จำแนกข้ มูลเปน็ 2 ลัก ณะ การ ่านตาราง

งทางใ ้ า่ นข้ มลู ในแน ตง้ั และแน น นที่ มั พันธ์กัน
การแก้ปัญ า เริ่มจากทำค ามเข้าใจ างแผนแก้ปัญ า าคำต บ และตร จ บค าม

ถูกต้ ง

จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. ธบิ ายการใช้ข้ มูลตาราง งทางในการแกป้ ญั าได้ (K)
2. ใช้ข้ มลู ตาราง งทางในการแกป้ ญั าได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการใช้ข้ มูลตาราง งทางในการแก้ปัญ าไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การใชข้ ้ มูลตาราง งทางในการแก้ปญั า

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปัญ า
2. ค าม ามารถในการ ื่ ารและการ ่ื ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล

32

คณุ ลัก ณะ ันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเข้า ู่บทเรยี น
1. ครูทบท นเกี่ย กับการ ่านตาราง งทาง โดยครูติดแผนภาพตาราง งทางใ ้

นกั เรียนใช้ข้ มลู จากตารางในการต บคำถาม ดังน้ี

กำ นดเ ลาเดินรถไฟระ า่ ง ถานกี รุงเทพกับ ถานชี มุ ทางบ้านภาชี

ขาไป ขากลบั

ประเภทรถ กรุงเทพ ชุมทางบา้ นภาชี ชุมทางบ้านภาชี กรุงเทพ

( ก) (ถึง) ( ก) (ถงึ )

ชานเมื ง 04.20 น. 06.15 น. 05.00 น. 07.30 น.

เร็ 06.40 น. 08.47 น. 12.56 น. 14.40 น.

ธรรมดา 09.25 น. 11.51 น. 08.02 น. 10.20 น.

ด่ น 10.05 น. 11.43 น. 15.18 น. 17.10 น.

เรียบเรียงขอ้ มูลจาก : การรถไฟแหง่ ประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ก.พ. 2561)

- รถไฟชานเมื ง ่งิ จาก ถานีกรุงเทพถงึ ถานชี มุ ทางบา้ นภาชีใชเ้ ลากน่ี าที (115
นาท)ี

- ถา้ รถไฟด่ นถงึ ถานกี รุงเทพเ ลา 17.10 น. รถไฟขบ นนี้ กจาก ถานบี า้ น
ภาชเี ลาใด (15.18 น.)

- ลินต้ งการเดนิ ทางจาก ถานีกรุงเทพและถึง ถานีชมุ ทางบ้านภาชีเ ลา
ประมาณ 09.00 น. ลินค รเลื กโดย ารรถไฟประเภทใด และเ ลาใด (รถไฟรถเร็ เ ลา 06.40 น.)

- เ ลา 6.00 น. ปรายฟา้ โทร ัพท์บ กภีมม์ ่าเดินทาง กจาก ถานีชุมทางบ้าน
ภาชีแล้ ใ ้ภีมม์มารีบที่ ถานีกรุงเทพด้ ย ภีมม์ค รมารับปลายฟ้าที่ ถานีกรุงเทพก่ นเ ลาใด
(07.30 น.)

33

ข้ัน น
2. ครูติดตารางจำน นนักเรยี นโรงเรียนเก่ง ทิ ย์ที่เขา้ ใช้ ้ ง มุดต้ังแต่ ันจันทรถ์ ึง นั

ุกร์ โดยข้ มูลในตารางบาง ่ นเล ะเลื นไป แล้ ใ น้ ักเรยี นช่ ยกนั าคำต บ โดยครตู ั้งคำถามเพื่
เปน็ แน ทางในการ าคำต บ

จำน นนักเรยี นโรงเรยี นเก่ง ิทยท์ ่ีเข้าใช้ ้ ง มดุ ต้ังแต่ นั จันทร์ถงึ ัน ุกร์

ัน จำน น (คน)
ชาย ญงิ ร ม

จันทร์ 35 22 57

ังคาร 38 40 78

พุธ 45 75

พฤ ั บดี 25 22 47

ุกร์ 28 50 78

ร ม 171 164 335

- จากตารางมีข้ มูลใดบ้างที่ ายไป (จำน นนักเรียน ญิงเข้าใช้ ้ ง มุดใน ัน
พุธ)

- จะ าจำน นนักเรียน ญิงที่เข้าใช้ ้ ง มุดใน ันพุธได้ ย่างไร (นำจำน น
นักเรยี นทั้ง มดใน ันพุธ ลบด้ ยจำน นนกั เรยี นชายใน ันนนั้ จะได้ 75 – 45 = 30 คน)

- มี ิธคี ดิ ื่น ีก รื ไม่ (มี โดยนำจำน นนักเรยี น ญิงท้ัง มด ลบด้ ยผลร มข ง
จำน นนกั เรยี น ญงิ 4 ัน คื นั จันทร์ ัน งั คาร ันพฤ ั บดี และ ัน กุ ร์ จะได้ 164 – (22 + 40
+ 22 + 50) = 164 – 134 = 30 คน)

3. ครตู ิดตารางจำน นผเู้ ข้าชมพิพธิ ภัณฑ์ ัต น์ ้ำแ ่ง นึง่ ตั้งแต่ นั งั คารถงึ นั าทติ ย์

จำน นผเู้ ข้าชมพิพิธภัณฑ์ ัต ์น้ำแ ่ง นึง่ ต้งั แต่ นั ังคารถงึ นั าทติ ย์

ผเู้ ขา้ ชม งั คาร นั เ าร์ าทิตย์ ร ม
พุธ พฤ ั บดี ุกร์

เดก็ (คน) 275 222 189 228 502 406 1,822

ผใู้ ญ่ (คน) 353 297 288 179 261 1,510

ร ม (คน) 628 519 477 307 734 667 3,332

ถ้าเกบ็ ค่าเข้าชมข งเด็กคนละ 30 บาท ผ้ใู ญค่ นละ 60 บาท นั เ าร์เก็บคา่ เข้าชมไดท้ ง้ั มดเท่าใด

34

- จะ าค่าเข้าชมทั้ง มดที่เกบ็ ได้ใน ันเ าร์ได้ ย่างไร (นำค่าเข้าชมข งเด็กร ม
กบั ข งผใู้ ญ่)

- าคา่ เขา้ ชมข งเดก็ ได้ ยา่ งไร เป็นเงินเทา่ ใด
(นำจำน นเด็ก คูณกบั คา่ เขา้ ชมข งเดก็ 1 คน
จะไดค้ ่าเข้าชมข งเดก็ 502 × 30 = 15,060 คน)

- าคา่ เข้าชมข งผูใ้ ญไ่ ด้ ยา่ งไร เปน็ เงนิ เท่าใด
(นำจำน นผใู้ ญ่ คณู กบั คา่ เขา้ ชมข งผใู้ ญ่ 1 คน
ซง่ึ จำน นผใู้ ญ่ าไดจ้ าก จำน นผูเ้ ข้าชมทงั้ มดใน นั เ าร์ ลบด้ ยจำน นเด็ก
จะได้ 734 – 502 = 232 คน
ดังนั้น เกบ็ คา่ เข้าชมข งผู้ใ ญ่ 232 × 60 = 13,920 บาท)

- ันเ าร์เก็บคา่ เข้าชมไดท้ ัง้ มดเทา่ ใด (15,060 + 13,920 = 28,980 บาท)
4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 5 การใช้ข้ มูลตาราง งทางในการแก้ปัญ า เมื่ เ ร็จ
แล้ ใ น้ กั เรียนช่ ยกนั ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี
5
ขน้ั รุป
5. ครแู ละนักเรียนร่ มกัน รปุ ่งิ ที่ไดเ้ รียนรรู้ ่ มกนั ดงั นี้

- ตาราง งทาง (two-way table) เป็นตารางที่จำแนกข้ มูลเป็น 2 ลัก ณะ
การ า่ นตาราง งทางใ ้ า่ นข้ มูลในแน ตั้งและแน น นที่ ัมพันธก์ ัน

- การแก้ปัญ า เริ่มจากทำค ามเข้าใจ างแผนแก้ปัญ า าคำต บ และ
ตร จ บค ามถกู ต้ ง

่ื การเรียนรู้
1. แผนภาพตาราง งทาง
2. ใบงานท่ี 5 การใช้ข้ มูลตาราง งทางในการแกป้ ญั า

35

การ ดั ผลและประเมินผล

ง่ิ ที่ต้ งการ ัด ิธี ัด เคร่ื งมื ดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 5 ใบงานที่ 5 ผา่ นเกณฑร์ ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประ งค์ คุณลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถื า่ ผา่ น
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ น็ ผบู้ ริ าร

ลงช่ื .....................................ผตู้ ร จ
()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

36

บันทกึ ลงั การเรยี นการ น
1. ผลการเรียนรู้

2. ปญั าและ ุป รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชื่ .....................................ผู้ น
()
..../................../........

37

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6

ราย ชิ าคณิต า ตร์ ชนั้ ประถม ึก าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มูล เ ลาเรยี น 6 ช่ั โมง

เร่ื ง การ า่ นแผนภูมแิ ทง่ เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง

น ันท่ี....... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรู้ทาง ถิติในการแก้ปญั า

ตั ชี้ ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทย์ปญั า

าระ ำคญั
แผนภูมิที่ใช้รูป ี่เ ลี่ยมมุมฉาก แ ดงข้ มูล เรียก ่า “แผนภูมิแท่ง” ซึ่งแผนภูมิแท่ง

ประก บด้ ย “ชื่ แผนภูมิและตั แผนภูมิ” ตั แผนภูมิประก บด้ ย เ ้นแ ดงจำน นเ ้นแ ดง
รายการ และรปู เ่ี ลยี่ มมุมฉากท่แี ดงจำน นข งแตล่ ะรายการ ซง่ึ รูป เ่ี ลี่ยมมุมฉากแต่ละรปู ต้ งมี
ค ามก ้างเท่ากัน เริ่มต้นจากระดับเดีย กันที่ 0 และระยะระ ่างรูป ี่เ ลีย่ มมุมฉากแต่ละรูปค ร
เท่ากัน

การ ่านข้ มูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเ น ในแน ตั้ง รื แน น น มี ิธีการ ่านเช่นเดีย กนั
โดยพจิ ารณาจาก ่ นปลาย ุดข งรปู เ่ี ลีย่ มมมุ ฉากข งแต่ละรายการเทียบกบั เ น้ แ ดงจำน น

จุดประ งค์การเรยี นรู้
1. ธิบายการ า่ นแผนภูมแิ ทง่ ได้ (K)
2. า่ นแผนภมู แิ ทง่ ได้ (P)
3. นำค ามรู้เกย่ี กบั การ า่ นแผนภมู ิแทง่ ไปใช้แกป้ ญั าทางคณิต า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การ า่ นแผนภูมิแท่ง

38

ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ัญ า
2. ค าม ามารถในการ ื่ ารและการ ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตผุ ล

คณุ ลัก ณะ ันพึงประ งค์
1. มี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ ู่บทเรียน
1. ครูติดแผนภูมิรูปภาพแ ดงจำน นไ กรีมที่ กรณ์โรงเรียนขายได้ตั้งแต่ ันที่ 10

ถึง 14 กรกฎาคม 2560 ดังนี้

จำน นไ กรมี ที่ กรณโ์ รงเรียนขายได้
ตั้งแต่ นั ที่ 10 ถึง 14 กรกฎาคม 2560

10 ก.ค. 11 ก.ค. 12 ก.ค. 13 ก.ค. 14 ก.ค.
กำ นดใ ้ แทนไ กรีม 5 แทง่

ครู ุ่มนักเรยี นต บคำถามต่ ไปน้ี
- ันที่ 10 ก.ค. 2560 ขายไ กรมี ไดท้ ั้ง มดกแ่ี ทง่ าคำต บได้ ย่างไร (25
แท่ง าคำต บจากการนบั จำน น แล้ คูณกับ 5)

39

- ันใดขายไ กรีมได้มากท่ี ุด และขายได้กแี่ ทง่ าคำต บได้ ย่างไร ( นั ที่ 12
ก.ค. 2560 ขายได้ 6 × 5 = 30 แท่ง)

ขน้ั น

2. ครู มุ่ นักเรยี น ลับกนั กมาช่ ยเปล่ียน เปน็ ตามจำน นจะได้แผนภมู ิ
รปู ภาพ ดงั น้ี

จำน นไ กรมี ท่ี กรณ์โรงเรยี นขายได้
ตง้ั แต่ นั ท่ี 10 ถึง 14 กรกฎาคม 2560

10 ก.ค. 11 ก.ค. 12 ก.ค. 13 ก.ค. 14 ก.ค.

กำ นดใ ้ แทนไ กรมี 5 แท่ง

ครูแนะนำ ่า ถ้าใช้เ ้นแน ต้ังแ ดงจำน นไ กรีมแทนข้ กำนดและเ ้นแน น น
แ ดง นั ท่ีขายไ กรมี จะได้ดังน้ี

จำน นไ กรมี ท่ี กรณโ์ รงเรียนขายได้ ตงั้ แต่ นั ที่ 10 ถงึ 14 กรกฎาคม 2560

40

ครุแนะนำ ่าการ าจำน นไ กรมี ที่ขายได้ในแต่ละ ัน ามารถพิจารณาจาก ่ น
ปลาย ดุ ข งรูป ี่เ ลย่ี มมุมแกข งแต่ละรายการเทียบกบั เ ้นแ ดงจำน น ดังนนั้ รูป ี่เ ล่ียมมุมฉาก
ข งแตล่ ะรายการจงึ ไมจ่ ำเป็นต้ งมีเ ้นคั่นระ า่ งรปู และไมจ่ ำเปน็ ต้ งมขี ้ กำ นด ซงึ่ แ ดงไดด้ ังน้ี

จำน นไ กรีมที่ กรณโ์ รงเรียนขายได้ ต้ังแต่ ันท่ี 10 ถึง 14 กรกฎาคม 2560

ครแู นะนำ ่า แผนภูมทิ ใ่ี ช้รูป เ่ี ลยี่ มมมุ ฉากแ ดงข้ มูล เรียก า่ “แผนภูมิแทง่ ” ซึ่ง
แผนภูมิแท่งประก บด้ ย “ชื่ แผนภูมิและตั แผนภูมิ” ตั แผนภูมิ ประก บด้ ยเ ้นแ ดงจำน น
เ น้ แ ดงรายการ และรูป เี่ ล่ียมมุมฉากท่ีแ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซ่งึ รูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแต่
ละรปู ต้ งมคี ามก า้ งเทา่ กัน เริม่ ต้นจากระดับเดยี กนั ท่ี 0 และระยะระ า่ งรปู ี่เ ล่ียมมุมฉากแต่
ละรปู ค รเทา่ กนั

3. ครตู ดิ แผนภูมแิ ท่งทน่ี ำเ น ข้ มูลแน น น ดงั นี้
จำน นไ กรมี ที่ กรณ์โรงเรียนขายได้ ตั้งแต่ นั ที่ 10 ถงึ 14 กรกฎาคม 2560

41

ครูแนะนำ ่า การ ่านข้ มูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเ น ในแน ตั้ง รื แน น น มี
ิธีการ า่ นเชน่ เดยี กัน โดยพจิ ารณาจาก ่ นปลาย ดุ ข งรปู ี่เ ล่ียมมุมฉากข งแต่ละรายการเทียบ
กบั เ น้ แ ดงจำน น

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 6 การ ่านแผนภูมิแท่ง เมื่ เ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากนั้นครแู ละนกั เรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 6

ขั้น รุป
5. ครแู ละนกั เรียนร่ มกนั รุป ง่ิ ทไ่ี ด้เรียนรรู้ ่ มกนั ดงั น้ี
แผนภมู ิท่ีใช้รูป ่เี ล่ียมมมุ ฉาก แ ดงข้ มลู เรยี ก า่ “แผนภมู ิแท่ง” ซึ่งแผนภูมิแท่ง

ประก บด้ ย “ชื่ แผนภูมิและตั แผนภูมิ” ตั แผนภูมิประก บด้ ย เ ้นแ ดงจำน นเ ้นแ ดง
รายการ และรูป ่เี ล่ียมมมุ ฉากทแ่ี ดงจำน นข งแตล่ ะรายการ ซึ่งรูป ี่เ ล่ียมมมุ ฉากแตล่ ะรปู ต้ งมี
ค ามก ้างเท่ากัน เริ่มต้นจากระดับเดีย กันที่ 0 และระยะระ ่างรูป ี่เ ลีย่ มมุมฉากแต่ละรูปค ร
เทา่ กนั

การ ่านข้ มูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเ น ในแน ตั้ง รื แน น น มี ิธีการ ่าน
เช่นเดีย กัน โดยพิจารณาจาก ่ นปลาย ุดข งรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากข งแต่ละรายการเทียบกับเ ้น
แ ดงจำน น

ื่ การเรยี นรู้
1. แผนภมู ริ ูปภาพ
2. แผนภมู ิแท่ง
3. ใบงานที่ 6 การ า่ นแผนภมู ิแท่ง

42

การ ดั ผลและประเมินผล

ง่ิ ที่ต้ งการ ัด ิธี ัด เคร่ื งมื ดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 6 ใบงานที่ 6 ผา่ นเกณฑร์ ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประ งค์ คุณลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถื า่ ผา่ น
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ น็ ผบู้ ริ าร

ลงช่ื .....................................ผตู้ ร จ
()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

43

บันทกึ ลงั การเรยี นการ น
1. ผลการเรียนรู้

2. ปญั าและ ุป รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชื่ .....................................ผู้ น
()
..../................../........

44

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชนั้ ประถม กึ าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรียน 9 ช่ั โมง

เร่ื ง การใช้ข้ มูลจากแผนภูมิแท่งในการแก้ปัญ า เ ลาเรียน 1 ชั่ โมง

น นั ท่ี....... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เข้าใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรู้ทาง ถติ ใิ นการแก้ปัญ า

ตั ชี้ ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มูลจากแผนภูมแิ ท่ง ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ญั า

าระ ำคัญ
การ ่านแผนภูมิแท่งใ พ้ ิจารณาจาก ่ นปลาย ดุ ข งรูป ี่เ ลี่ยมมมุ ฉากข งแต่ละรายการ

เทียบกบั เ ้นแ ดงจำน น
การแก้ปัญ าใ ้ ่านทำค ามเข้าใจ างแผนแก้ปัญ า าคำต บ และตร จ บค าม

ถกู ต้ ง

จุดประ งคก์ ารเรียนรู้
1. ธบิ ายการใช้ข้ มูลจากแผนภูมแิ ท่งในการแกป้ ญั าได้ (K)
2. ใช้ข้ มูลจากแผนภมู ิแท่งในการแกป้ ัญ าได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการใช้ข้ มูลจากแผนภูมิแท่งในการแก้ปัญ าไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณิต า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การใชข้ ้ มูลจากแผนภูมิแท่งในการแกป้ ญั า

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปัญ า
2. ค าม ามารถในการ ่ื ารและการ ื่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตผุ ล

45

คณุ ลกั ณะ นั พงึ ประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ บู่ ทเรยี น
1. ครูทบท นการ า่ นแผนภูมแิ ทง่ โดยตดิ แผนภูมแิ ทง่ ใ น้ กั เรียนต บคำถาม ดงั น้ี

จำน นไม้ด กทนี่ ักเรียนชน้ั ป.4 ปลกู ในเรื นเพาะชำ

ดา เรื ง) - นักเรียนปลูกไม้ด กกี่ชนิด (4 ชนิด) ได้แก่ (ชบา บานชื่น เข็ม ช นชม และ
ต้น)
- นกั เรยี นปลกู ดา เรื งกี่ตน้ (13 ต้น)
- ไมด้ กท่ปี ลูกมากที่ ดุ คื ะไร (เข็ม) มีจำน นกต่ี น้ (19 ตน้ )
- ไมด้ กทีป่ ลกู เป็นจำน นเทา่ กนั คื ะไร (บานช่ืนกบั ช นชม) มีจำน นกต่ี น้ (12

- นักเรยี นปลกู ช นชมมากก า่ ชบากก่ตี น้ (3 ต้น)
- นักเรยี นปลกู ไม้ด กท้งั มดกต่ี น้ (65 ตน้ )

46

- เรียงลำดบั ชื่ ไมด้ กตามจำน นทนี่ ักเรียนปลูกจากมากไปน้ ยได้ ย่างไร (เข็ม
ดา เรื ง บานชนื่ ช นชม ชบา)

ขน้ั น
2. ครูใช้ข้ มูลจากแผนภมู แิ ท่งท่ีกำ นดใ ้ในข้ 1 ถามนกั เรยี น ่าไมด้ กทีน่ กั เรยี นชั้น

ป.4 ปลกู ในเรื นเพาะชำเฉลี่ยกี่ตน้ นกั เรียนจะ าคำต บได้ ยา่ งไร ครใู ้นกั เรยี นช่ ยกันคิดและใช้
การ ุม่ ถามนกั เรยี น ซง่ึ นักเรียน าจต บได้ ่า

าจากการนำจำน นน้ำผลไม้ทีข่ ายไดท้ ้ัง มด ารด้ ยจำน น ันท่ขี าย
จะได้ (30 + 25 + 25 + 40) ÷ 4 = 120 ÷ 4

= 30
ดังน้นั รา้ นคา้ ขายน้ำผลไม้เฉล่ีย นั ละ 30 ข ด
3. ครูติดแผนภูมิแท่ง แล้ ใ ้นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มช่ ยกันต บคำถาม
ต่ ไปนี้

จำน น บู่แต่ละชนดิ ท่รี า้ นคา้ ขายได้ใน 1 ัปดา ์

- จะ าจำน น บ่โู ดยเฉลีย่ ทีข่ ายได้ในแตล่ ะ นั ได้ ย่างไร (นำจำน น บทู่ ง้ั มดท่ี
ขายได้ใน 1 ัปดา ์ ารด้ ยจำน น นั ทข่ี าย บู่)

- าจำน น บู่ท้งั มดได้ ย่างไร เปน็ จำน นเท่าใด และขาย บู่ก่ี นั (ขาย บู่ 7
ัน ได้ 50 + 25 + 20 + 30 + 15 + 5 + 30 = 175 ก้ น)

- ร้านค้าขาย บู่เฉล่ยี นั ละก่กี ้ น (รา้ นค้าขาย บู่เฉล่ยี นั ละ 175 ÷ 7 = 25
ก้ น)

4. ครูใ น้ ักเรยี นทำใบงานที่ 7 การใช้ข้ มลู แผนภมู ิแท่งในการแก้ปญั า เม่ื เ ร็จแล้
ใ ้นักเรยี นช่ ยกันตร จ บค ามถกู ต้ ง จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 7

47

ขั้น รปุ
5. ครูและนกั เรียนร่ มกนั รปุ ่งิ ท่ีได้เรยี นรู้ร่ มกัน ดงั นี้
การ า่ นแผนภมู แิ ทง่ ใ ้พจิ ารณาจาก ่ นปลาย ุดข งรูป เี่ ลีย่ มมุมฉากข งแต่ละ

รายการเทยี บกับเ น้ แ ดงจำน น
การแก้ปัญ าใ ้ ่านทำค ามเข้าใจ างแผนแก้ปัญ า าคำต บ และตร จ บ

ค ามถูกต้ ง

ื่ การเรียนรู้
1. แผนภมู ิแท่ง
2. ใบงานที่ 7 การใช้ข้ มลู แผนภูมิแทง่ ในการแก้ปัญ า

การ ดั ผลและประเมนิ ผล

ิ่งท่ตี ้ งการ ัด ิธี ดั เครื่ งมื ดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 7 ใบงานที่ 7 ผ่านเกณฑ์ร้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ข้ึน
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ไดร้ ะดับคุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี ึงประ งค์ คุณลกั ณะที่พงึ ประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถื ่าผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ทพี่ ึงประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร 48

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ น ลงช่ื .....................................ผูต้ ร จ
1. ผลการเรยี นรู้ ()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและ ปุ รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงช่ื .....................................ผู้ น
()
..../................../........

49

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชั้นประถม กึ าปที ่ี 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรียน 9 ชั่ โมง

เรื่ ง การเขียนแผนภูมแิ ทง่ เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง

น ันท.ี่ ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรูท้ าง ถติ ใิ นการแกป้ ัญ า

ตั ช้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มูลจากแผนภมู ิแท่ง ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ัญ า

าระ ำคัญ
การเขยี นแผนภมู แิ ท่งเปน็ รูปแบบการนำเ น ข้ มูลท่ีใชร้ ูป ี่เ ลีย่ มมุมฉากแ ดงจำน นข ง

แตล่ ะ รายการซ่ึงแผนภูมิแท่งประก บด้ ยช่ื แผนภมู ิ และตั แผนภมู ิ
ช่ื แผนภมู ิ เป็น ่ นที่แ ดงใ ท้ ราบ ่าเปน็ ข้ มูลเก่ีย กับเร่ื งใดเ ลาใด
ตั แผนภูมิ ประก บด้ ย เ ้น แ ดงจำน น เ ้นแ ดงรายการ และรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากท่ี

แ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซึ่งรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้ งมีค ามก ้างเท่ากัน เริ่มต้นจาก
ระดับเดีย กันท่ี 0 และระยะ า่ งระ ่างรูป ่ีเ ลย่ี มมมุ ฉากแต่ละรูปค รเท่ากัน

จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. ธบิ ายการเขียนแผนภูมิแท่งได้ (K)
2. เขยี นแผนภมู ิแท่งได้ (P)
3. นำค ามรู้เก่ยี กับการเขยี นแผนภมู แิ ทง่ ไปใช้แกป้ ญั าทางคณิต า ตร์ได้ (A)

าระการเรยี นรู้
การเขียนแผนภมู ิแทง่

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่ ารและการ ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล

50

คุณลัก ณะ ันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ ู่บทเรียน
1. ครูทบท นการ ่านแผนภูมิแท่ง โดยนักเรียนบ ก ่ นประก บข งแผนภูมิแท่ง

ดงั น้ี

จำน นนักเรยี นชนั้ ป.4 ที่ช บ า่ น นงั ื ประเภทต่างๆ

แผนภูมแิ ท่งเป็นรปู แบบการนำเ น ข้ มลู ทใ่ี ชร้ ปู ีเ่ ลี่ยมมมุ ฉากแ ดงจำน นข ง
แตล่ ะรายการ ซ่ึงแผนภมู ิแท่งประก บด้ ย ชื่ แผนภมู ิ และตั แผนภูมิ

ช่ื แผนภมู ิ เป็น ่ นท่แี ดงใ ้ทราบ ่าเปน็ ข้ มลู เกีย่ กับเรื่ งใด เ ลาใด
ตั แผนภูมิ ประก บด้ ย เ ้นแ ดงจำน น เ ้นแ ดงรายการ และรูป ี่เ ลี่ยมมุม
ฉากที่แ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซึ่งรปู ี่เ ลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้ งมีค ามก ้างเท่ากนั เริ่มตน้
จากระดบั เดีย กันท่ี 0 และระยะ า่ งระ ่างรูป ่เี ลย่ี มมมุ ฉากแต่ละรปู ค รเท่ากนั
ขน้ั น
2. ครูติดข้ มูลผลการเลื กตั้งประธานชุมนุมคณิต า ตร์ข งโรงเรียนแ ่ง นึ่ง ปี
การ ึก า 2561 ดังน้ี

51

ผลการเลื กตง้ั ประธานชุมนุมคณติ า ตรข์ งโรงเรียนแ ่ง นงึ่ ปกี าร ึก า 2561

ผู้ มคั ร ภมี ม์ จินดา กชพร ธีระ

คะแนน 10 14 4 12

ครแู ละนักเรียนร่ มกนั นำเ น ข้ มูลผลการเลื กตั้งประธานชุมนุมคณิต า ตร์ข ง
โรงเรียนแ ่ง นึ่ง ปีการ ึก า 2561 ในรูปแผนภูมิแท่งในแน ตั้ง โดยครูใช้การถามต บ และเขียน
แผนภูมิแทง่ ในแน ต้ังประก บ

- นักเรียนจะตั้งชื่ แผนภูมินี้ ย่างไรใ ้มีค ามละเ ียดและชัดเจน (ผลการ
เลื กตัง้ ประธานชมุ นุมคณติ า ตรข์ งโรงเรียนแ ่ง นงึ่ ปกี าร ึก า 2561)

- นักเรียนจะแบ่งช่ งบนเ ้นจำน นได้ ย่างไรบ้าง (ช่ งละ 2 ช่ งละ 4 ช่ งละ
10 ฯลฯ)

ครูแนะนำ ่า การกำ นดระยะบนเ ้นแ ดงจำน นต้ งใ ้คร บคลุมจำน นที่มาก
ที่ ุดข งข้ มูล จากนั้นใ ้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่ ยกันเขียนแผนภูมิแท่ง แล้ นำเ น นักเรียน าจ
เขยี นแผนภูมิแท่งในแน ตง้ั ได้ดังน้ี

ผลการเลื กต้ังประธานชุมนุมคณิต า ตร์ข งโรงเรียนแ ง่ นง่ึ ปีการ กึ า 2561

3. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานท่ี 8 การเขียนแผนภูมิแท่ง เมื่ เ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกัน
ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากนัน้ ครูและนักเรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 8

52

ข้ัน รปุ
4. ครูและนักเรยี นร่ มกัน รปุ ง่ิ ที่ได้เรียนรู้ร่ มกนั ดังนี้
การเขียนแผนภูมิแท่งเป็นรูปแบบการนำเ น ข้ มูลที่ใช้รูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแ ดง

จำน นข งแต่ละ รายการซ่ึงแผนภูมแิ ท่งประก บด้ ยชื่ แผนภมู ิ และตั แผนภมู ิ
ชื่ แผนภมู ิ เปน็ ่ นทแี่ ดงใ ท้ ราบ า่ เปน็ ข้ มูลเกยี่ กับเร่ื งใดเ ลาใด
ตั แผนภูมิ ประก บด้ ย เ ้น แ ดงจำน น เ ้นแ ดงรายการ และรูป ี่เ ลี่ยมมุม

ฉากที่แ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซึ่งรูป ่ีเ ลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้ งมีค ามก ้างเทา่ กนั เริ่มตน้
จากระดบั เดยี กนั ที่ 0 และระยะ า่ งระ ่างรปู เี่ ลยี่ มมมุ ฉากแต่ละรปู ค รเท่ากัน

่ื การเรยี นรู้
1. แผนภูมแิ ทง่
2. ใบงานท่ี 8 การเขยี นแผนภมู แิ ท่ง

การ ดั ผลและประเมินผล

่ิงท่ตี ้ งการ ดั ิธี ัด เคร่ื งมื ดั เกณฑก์ ารประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 8 ใบงานที่ 8 ผ่านเกณฑ์ร้ ยละ 70 ขึ้นไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ งั เกต ผ่านเกณฑใ์ นระดบั พ ใช้ข้ึน
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ทุก
ท่พี งึ ประ งค์ คุณลัก ณะท่ีพึงประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการข้นึ ไปถื า่ ผ่าน
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร 53

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ น ลงช่ื .....................................ผูต้ ร จ
1. ผลการเรยี นรู้ ()

ผู้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและ ปุ รรค

3. ข้ เ น แนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงช่ื .....................................ผู้ น
()
..../................../........

54

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชั้นประถม กึ าปที ่ี 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเ น ข้ มลู เ ลาเรียน 9 ชั่ โมง

เรื่ ง การเขียนแผนภูมแิ ทง่ เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง

น ันท.ี่ ...... เดื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบ นการทาง ถติ ิ และใชค้ ามรูท้ าง ถติ ใิ นการแกป้ ัญ า

ตั ช้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้ มูลจากแผนภมู ิแท่ง ตาราง งทางในการ าคำต บข งโจทยป์ ัญ า

าระ ำคัญ
การเขยี นแผนภมู แิ ท่งเปน็ รูปแบบการนำเ น ข้ มลู ท่ีใชร้ ูป ี่เ ลีย่ มมุมฉากแ ดงจำน นข ง

แตล่ ะ รายการซ่ึงแผนภูมิแท่งประก บด้ ยช่ื แผนภมู ิ และตั แผนภมู ิ
ช่ื แผนภมู ิ เป็น ่ นที่แ ดงใ ท้ ราบ ่าเปน็ ข้ มูลเกย่ี กับเร่ื งใดเ ลาใด
ตั แผนภูมิ ประก บด้ ย เ ้น แ ดงจำน น เ ้นแ ดงรายการ และรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากท่ี

แ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซึ่งรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้ งมีค ามก ้างเท่ากัน เริ่มต้นจาก
ระดับเดีย กันท่ี 0 และระยะ า่ งระ ่างรูป ่ีเ ลย่ี มมมุ ฉากแต่ละรูปค รเท่ากัน

จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. ธบิ ายการเขียนแผนภูมิแท่งได้ (K)
2. เขยี นแผนภมู ิแท่งได้ (P)
3. นำค ามรู้เก่ยี กับการเขยี นแผนภมู แิ ทง่ ไปใช้แกป้ ญั าทางคณิต า ตร์ได้ (A)

าระการเรยี นรู้
การเขียนแผนภมู ิแทง่

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่ ารและการ ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล

55

คุณลัก ณะ ันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้า ู่บทเรยี น
1. ใ ้นักเรียนทบท นค ามรู้ เรื่ ง การ ่านแผนภูมิแท่ง จากแผนภูมิแท่งที่ครูติดบน

กระดาน ดงั น้ี
จำน นผ้เู ขา้ ชมพิพธิ ภณั ฑร์ ถโบราณ ตงั้ แต่ ันท่ี 6 ถึง 10 พฤ จกิ ายน 2560

จากนน้ั ครูถามคำถามกระตุ้นค ามคิดนักเรียน ดงั นี้
- มีคนเขา้ ชมพพิ ิธภณั ฑ์รถโบราณเฉลย่ี นั ละ 155 คน
- ันที่ 10 พฤ จิกายน มีเด็กเข้าชม 152 คน ถ้าพิพิธภัณฑ์โบราณเก็บคา่ เขา้ ชม
ข งผู้ใ ญค่ นละ 70 บาท จะเกบ็ ค่าเขา้ ชมข งผู้ใ ญไ่ ดก้ ่ีบาท (5,740 บาท)
- ันที่ 7 พฤ จิกายน เก็บค่าเข้าชมได้ 8,295 บาท โดยเก็บจากผู้ใ ญ่ได้ 5,950
บาท ถ้าพพิ ิธภัณฑร์ ถโบราณเกบ็ ค่าเข้าชมข งเดก็ คนละ 35 บาท ผู้ใ ญ่คนละ 70 บาท ใน ันน้ีมีเด็ก
เข้าชมก่ีคน (67 คน)

56

ขนั้ น
2. ครูตดิ ข้ มูลจำน น ัต ์เล้ยี งข งลงุ ตู่ ดงั น้ี

ชนิด ั จำน น ตั ์เล้ียงข งลงุ ตู่ ไก่ เปด็
จำน น (ตั ) 20 31 27
แพะ แกะ
15 18

ครแู ละนักเรยี นร่ มกนั นำเ น ข้ มูลจำน น ัต ์เลี้ยงข งลุงตู่ในรูปแผนภูมิแท่งใน
แน น น โดยครูใชก้ ารถามต บ และเขยี นภมู ิแท่งในแน น นประก บ

- นักเรียนจะตั้งชื่ แผนภูมินี้ ย่างไรใ ้มีค ามละเ ียดและชัดเจน (จำน น ัต ์
เลย้ี งข งลุงตู่)

- นักเรียนจะแบ่งช่ งบนเ ้นจำน นได้ ย่างไรบ้าง (ช่ งละ 6 ช่ งละ 12 ช่ งละ
18 ฯลฯ)

ครูแนะนำ ่า การกำ นดระยะบนเ ้นแ ดงจำน นต้ งใ ้คร บคลุมจำน นที่มาก
ที่ ุดข งข้ มูล จากนั้นใ ้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่ ยกันเขียนแผนภูมิแท่งในแน น น แล้ นำเ น
นกั เรียน าจเขียนแผนภูมิได้ดงั นี้

จำน น ัต ์เล้ยี งข งลุงตู่

ชนิด ตั เ์ ลยี้ ง
เปด็
ไก่
แกะ
แพะ



0 6 12 18 24 30 36 จำน น (ตั )

57

3. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานท่ี 9 การเขียนแผนภูมิแท่ง เมื่ เ รจ็ แล้ ใ ้นักเรยี นช่ ยกัน
ตร จ บค ามถกู ต้ ง จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 9

ขัน้ รุป
4. ครแู ละนกั เรียนร่ มกนั รุป งิ่ ท่ีได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังน้ี
การเขียนแผนภูมิแท่งเป็นรูปแบบการนำเ น ข้ มูลที่ใช้รูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแ ดง

จำน นข งแตล่ ะ รายการซง่ึ แผนภมู แิ ท่งประก บด้ ยชื่ แผนภมู ิ และตั แผนภูมิ
ช่ื แผนภูมิ เป็น ่ นท่แี ดงใ ท้ ราบ ่าเป็นข้ มลู เก่ยี กบั เร่ื งใดเ ลาใด
ตั แผนภูมิ ประก บด้ ย เ ้น แ ดงจำน น เ ้นแ ดงรายการ และรูป ี่เ ลี่ยมมมุ

ฉากที่แ ดงจำน นข งแต่ละรายการ ซึ่งรูป ี่เ ลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปต้ งมีค ามก ้างเท่ากัน เริ่มต้น
จากระดับเดีย กนั ท่ี 0 และระยะ า่ งระ ่างรูป ี่เ ลีย่ มมุมฉากแตล่ ะรูปค รเท่ากนั

ื่ การเรียนรู้
1. แผนภมู แิ ท่ง
2. ใบงานที่ 9 การเขยี นแผนภมู ิแทง่

การ ดั ผลและประเมนิ ผล

่ิงทตี่ ้ งการ ัด ธิ ี ัด เคร่ื งมื ัด เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 9 ใบงานที่ 9 ผา่ นเกณฑ์ร้ ยละ 70 ขึ้นไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดับพ ใชข้ ้ึน
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมด้าน ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทุก
ที่พึงประ งค์ คุณลัก ณะท่ีพงึ ประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขึน้ ไปถื ่าผ่าน
คุณลัก ณะ เกณฑ์
ทีพ่ งึ ประ งค์


Click to View FlipBook Version