90
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
91
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 16
ราย ชิ าคณติ า ตร์ ชน้ั ประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ท นิยม เ ลาเรียน 18 ชั่ โมง
เรื่อง การแก้โจทย์ปญั าท นิยม 2 ขนั้ ตอน เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน ันท่.ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี าร ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ิธี าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ ก การลบ 2 ขั้นตอนของท นิยม
ไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่
าระ ำคัญ
การแก้โจทยป์ ญั า เร่ิมจากการทำค ามเขา้ ใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า ดำเนนิ การตามแผน
แ ดง ธิ ีทำ พร้อมทงั้ ตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รือค ามถกู ต้องของคำตอบ
จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าท นยิ ม 2 ขน้ั ตอน พรอ้ มท้ังตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ
คำตอบได้ (K)
2. เขยี นแ ดง ิธีทำของโจทย์ปญั าท นยิ ม 2 ขน้ั ตอนและ าคำตอบได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กยี่ กับการแก้โจทย์ปัญ าท นยิ ม 2 ขนั้ ตอนไปใชแ้ ก้ปญั าทางคณิต า ตร์
ได้ (A)
าระการเรียนรู้
การแก้โจทย์ปัญ าท นิยม 2 ข้ันตอน
92
ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ัญ า
2. ค าม ามารถในการ ื่อ ารและการ ่อื ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล
คุณลกั ณะอันพึงประ งค์
1. มี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ ู่บทเรยี น
1. ครูเขียนโจทย์ปัญ าบนกระดาน ใ ้นักเรียนช่ ยกัน ิเคราะ ์ างแผนแก้ปัญ า
และ ธิ ี าคำตอบ
ลุงพลมีทดี่ ิน 8 ไร่ ปลกู มะนา 2.5 ไร่ มะม่ ง 3.7 ไร่ และทเ่ี ลือเปน็ บ่อเลย้ี ง
ปลานลิ บอ่ ปลานิลของลงุ พลคดิ เป็นพื้นที่กไ่ี ร่
ครถู ามคำถามนกั เรียน ดังน้ี
- โจทยป์ ญั านี้เกี่ย กับเรอื่ งอะไร (ทีด่ ินของลุงพล)
- ลุงพลทำอะไรบา้ งในทด่ี ินของตน (ปลูกมะนา ปลกู มะม่ ง และเลย้ี งปลานิล)
- โจทยถ์ ามอะไร (พืน้ ที่ที่ใช้เลี้ยงปลานลิ มีกี่ไร)
- โจทยบ์ อกอะไรบ้าง (ลุงพลมที ด่ี ิน 8 ไร่ ปลูกมะนา 2.5 ไร่ ปลกู มะม่ ง 3.7 ไร่
- ทีเ่ ลอื เป็นบอ่ เลี้ยงปลานลิ )
- จะ าคำตอบไดอ้ ยา่ งไร (นกั เรยี นอาจมี ิธี าคำตอบตา่ งกัน เชน่ 8 – 2.5 – 3.7
รอื (8 – 2.5) – 3.7 รือ 8 – (2.5 + 3.7)
- ได้คำตอบเทา่ ไร (1.8)
- รุปคำตอบไดอ้ ย่างไร (บอ่ ปลำนิลของลงุ พล คดิ เปน็ พ้นื ท่ี 1.8 ไร)่
ข้ัน อน
2. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3 - 4 คน ใ ้เขียนแ ดง ิธีทำเ ร็จแล้ นำ ่งครู เพ่ือ
แยกเป็นกลุม่ ธิ คี ิดที่ตา่ งกัน ซง่ึ จะได้ 3 กลมุ่
ครบู อก ่า ทั้ง ามกลุ่มมี ิธี าคำตอบทีต่ า่ งกัน แต่ได้คำตอบเท่ากนั
93
ครเู ขยี นแ ดง ิธีทำของนักเรยี นทลี ะกลมุ่ บนกระดานซึง่ จะได้ดังน้ี
ธิ ีที่ 1 ลุงพลมีท่ีดนิ 8 ไร่
ปลูกมะนา 2.5 ไร่
ปลกู มะม่ ง 3.7 ไร่
พ้ืนที่ที่เลีย้ งปลานิลมี 8 – 2.5 – 3.7 = 5.5 – 3.7 ไร่ *
ดังน้ัน บ่อปลาของลุงพลคิดเป็นพืน้ ท่ี = 1.8 ไร่
ตอบ ๑.๘ ไร่
ธิ ีท่ี 2 ลงุ พลมีที่ดิน 8 ไร่
ปลูกมะนา 2.5 ไร่
เ ลือพ้ืนท่เี ลยี้ งปลานลิ (8 – 2.5) – 3.7 = 5.5 – 3.7 ไร่ *
= 1.8 ไร่
ตอบ ๑.๘ ไร่
ธิ ีท่ี 3 ลงุ พลมีทด่ี นิ 8 ไร่
ปลกู มะนา 2.5 ไร่
ปลูกมะม่ ง 3.7 ไร่
เ ลือพ้ืนที่เลี้ยงปลานลิ 8 – (2.5 + 3.7) = 8 – 6.2 ไร่ *
ดังนน้ั บอ่ ปลานลิ ของลงุ พลคิดเปน็ พื้นท่ี = 1.8 ไร่ *
ตอบ ๑.๘ ไร่
ครแู ละนักเรยี นช่ ยกนั ตร จ อบถามค าม มเ ตุ มผลของคำตอบ ดงั นี้
ลงุ พลมีท่ีดินท้ัง มด 8 ไร่
พื้นทเ่ี ล้ียงปลานลิ 1.8 ไร่
พ้นื ท่ปี ลูกมะนา 2.5 ไร่
พน้ื ที่เล้ียงปลานลิ และปลกู มะนา 1.8 + 2.5 = 4.3 ไร่
พ้นื ที่ปลูกมะม่ งนอ้ ยก ่า 4 ไร่
ซึง่ อดคล้องกับโจทย์
ดังนน้ั 1.8 เป็นคำตอบที่ มเ ตุ มผล
3. ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 3 คน ใ ้แต่ละกลุ่ม ุ่มเลือกโจทย์ปัญ าที่ครูเขียนบน
กระดาน กล่มุ ละ 1 ขอ้ แล้ ช่ ยกันแก้โจทยป์ ญั าและเขียนแ ดง ิธที ำ
1) แม่ต้องการทำขนมจึงใ อ้ อ้ มตร จดู า่ ทบ่ี ้านมนี ำ้ ตาลทรายอยู่เท่าไร ออ้ มพบ ่า
ถงุ ที่ 1 มนี ำ้ ตาลทราย 0.3 กิโลกรัม ถงุ ที่ 2 มี 0.4 กิโลกรัม ถงุ ที่ 3 มี 0.6 กโิ ลกรมั มีน้ำตาลทรายอยู่
แล้ เทา่ ไร (1.3 กโิ ลกรมั )
94
2) ดารณีซื้อตาขา่ ยกันแมลงล้อมรอบแปลงผัก แปลงที่ 1 ใช้ตาข่ายยา 3.6 เมตร
แปลงท่ี 2 ใช้ตาขา่ ย 4.3 เมตร แปลงท่ี 3 ใชต้ าข่าย 5.4 เมตร ดารณตี อ้ งการซือ้ ตาขา่ ยทงั้ มดก่ีเมตร
(13.3 เมตร)
เ ร็จแล้ ครใู น้ ำมาติดบนกระดาน ผ้แู ทนกลุ่มนำเ นอ ซ่ึงจะได้ดงั นี้
(1) ิธีทำ ถงุ ท่ี 1 มีน้ำตาลทราย 0.3 กิโลกรมั
ถุงท่ี 2 มีนำ้ ตาลทราย 0.4 กโิ ลกรัม
ถุงที่ 3 มนี ้ำตาลทราย 0.6 กโิ ลกรัม
ทบี่ ้านมีน้ำตาลทรายทั้ง มด 0.3 + 0.4 + 0.6 = 1.3 กิโลกรัม
ตอบ ๑.๓ กโิ ลกรัม
ครแู ละนักเรียนช่ ยกนั ตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของคำตอบ ดังน้ี
มีนำ้ ตาลทรายทัง้ มดประมาณ 1.3 กโิ ลกรมั
ถุงท่ี 3 มีนำ้ ตาลทราย 0.6 กิโลกรัม
ถงุ ท่ี 2 มีนำ้ ตาลทราย 0.4 กิโลกรัม
ถุงท่ี 1 มีน้ำตาลทรายประมาณ 1.3 – 0.6 – 0.4 = 0.3 กิโลกรมั
ซงึ่ อดคล้องกบั โจทย์
ดงั น้ัน 1.3 เปน็ คำตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
(2) ิธีทำ แปลงท่ี 1 ใช้ตาขา่ ยยา 3.6 เมตร
แปลงที่ 2 ใช้ตาขา่ ยยา 4.3 เมตร
แปลงท่ี 3 ใช้ตาขา่ ยยา 5.4 เมตร
ดารณีตอ้ งซอื้ ตาข่ายทงั้ มด 3.6 + 4.3 + 5.4 = 13.3 เมตร
ตอบ ๑๓.๓ เมตร
ครแู ละนกั เรียนช่ ยกันตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของคำตอบ ดังนี้
กรณีใช้ตาขา่ ยทงั้ มดประมาณ 13 เมตร
แปลงที่ 1 ใช้ตาข่ายประมาณ 4 เมตร
แปลงที่ 2 ใชต้ าข่ายประมาณ 4 เมตร
แปลงที่ 3 ใชต้ าขา่ ยประมาณ 13 – 4 – 4 = 5 เมตร
ซงึ่ อดคลอ้ งกับโจทย์
ดังน้นั 13.3 เป็นคำตอบที่ มเ ตุ มผล
4. ครใู ้นักเรยี นทำใบงานท่ี 16 การแกโ้ จทยป์ ญั าท นยิ ม 2 ขนั้ ตอน เม่อื เ รจ็ แล้ ใ ้
นกั เรียนช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากน้ันครูและนกั เรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 16
95
ขั้น รุป
5. ครแู ละนักเรยี นร่ มกัน รปุ ิ่งทไ่ี ดเ้ รียนรู้ร่ มกันเกีย่ กับการแกโ้ จทย์ปัญ าการ
บ ก โจทย์ปัญ าการลบของท นยิ มไม่เกิน 3 ตำแ น่ง ได้ า่ การแก้โจทยป์ ญั าเรม่ิ จากการทำค าม
เข้าใจปัญ า างแผนการแกป้ ัญ า ดำเนินการตามแผนและตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของคำตอบ
อื่ การเรียนรู้
1. แถบโจทย์ปญั า
2. ใบงานท่ี 16 การแกโ้ จทย์ปัญ าท นิยม 2 ขั้นตอน
การ ดั ผลและประเมินผล
ิง่ ทตี่ ้องการ ัด ิธี ัด เคร่อื งมือ ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 16 ใบงานท่ี 16 ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดับพอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คุณภาพ 2 ทุก
ทพี่ ึงประ งค์ คุณลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขน้ึ ไปถอื า่ ผ่าน
คุณลัก ณะ เกณฑ์
ที่พึงประ งค์
ค ามคิดเ ็นผู้บริ าร
ลงชอ่ื .....................................ผู้ตร จ
()
ผูอ้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........
96
บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอุป รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า
ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........
97
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17
ราย ชิ าคณติ า ตร์ ชน้ั ประถม ึก าปที ่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ท นิยม เ ลาเรียน 18 ชั่ โมง
เรื่อง การแก้โจทย์ปญั าท นิยม 2 ขนั้ ตอน เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน ันท่.ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี าร ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนินการของจำน น ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ิธี าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ ก การลบ 2 ขั้นตอนของท นิยม
ไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่
าระ ำคัญ
การแก้โจทยป์ ญั า เร่ิมจากการทำค ามเขา้ ใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า ดำเนนิ การตามแผน
แ ดง ธิ ีทำ พร้อมทงั้ ตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รือค ามถกู ต้องของคำตอบ
จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าท นยิ ม 2 ขน้ั ตอน พรอ้ มท้ังตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ
คำตอบได้ (K)
2. เขยี นแ ดง ิธีทำของโจทย์ปญั าท นยิ ม 2 ขน้ั ตอนและ าคำตอบได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กยี่ กับการแก้โจทย์ปัญ าท นยิ ม 2 ขนั้ ตอนไปใชแ้ ก้ปญั าทางคณิต า ตร์
ได้ (A)
าระการเรียนรู้
การแก้โจทย์ปัญ าท นิยม 2 ข้ันตอน
98
ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ญั า
2. ค าม ามารถในการ ือ่ ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตผุ ล
คุณลกั ณะอนั พึงประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ บู่ ทเรยี น
1. ครูเขียนโจทย์ปัญ าการบ ก โจทย์ปัญ าการลบของท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งมา
ใ น้ กั เรยี นฝกึ เิ คราะ ์และ างแผน าคาตอบดังน้ี
ร้านขายผลไม้ มีเงาะ 27.6 กิโลกรัม มี ับปะรดมากก ่าเงาะ 19.4 กิโลกรัม
รา้ นขายผลไม้ มผี ลไม้ 2 ชนดิ มนี ำ้ นกั ร มกันกก่ี โิ ลกรัม
ครถู ามคำถามนกั เรยี น ดงั นี้
- โจทย์บอกอะไร (ร้านขายผลไม้ มีเงาะ 27.6 กิโลกรัม มี ับปะรดมากก ่าเงาะ
19.4 กโิ ลกรมั )
- โจทยถ์ ามอะไร (ร้านขายผลไม้ มผี ลไมท้ ัง้ มดร มกก่ี โิ ลกรัม)
- จะ าคำตอบไดจ้ ะต้องร้อู ะไร (นา้ นกั ของ บั ปะรด)
- าน้ำ นกั ของ บั ปะรดได้อย่างไร (27.6 + 19.4)
- าน้ำ นักของผลไม้ทั้ง มดได้อย่างไร (น้า นักของเงาะร มกับน้า นักของ
บั ปะรด)
ขัน้ อน
2. ครเู ขียนตั อยา่ งโจทย์ปญั าบนกระดานดงั นี้
ป้าแย้มขาย ้มเขีย านได้ 37.4 กิโลกรัม ขายแก้ มังกรได้น้อยก ่า
้มเขีย าน 9.8 กิโลกรัม ขายลองกองได้ 22.5 กิโลกรัม ันนี้ป้าแย้มขาย
ผลไมไ้ ดท้ ั้ง มดเท่าไร
99
ครใู น้ กั เรยี นอ่านโจทยพ์ ร้อมกัน แล้ ถามดงั น้ี
- โจทย์ถามอะไร ( นั นป้ี า้ แยม้ ขายผลไม้ได้ท้งั มดกี่กิโลกรมั )
- โจทย์บอกอะไร (ขาย ้มเขีย านได้ 37.4 กิโลกรัม ขายลองกองได้ 22.5
กโิ ลกรมั ขายแก้ มงั กรได้นอ้ ยก า่ ม้ เขีย าน 9.8 กโิ ลกรัม)
- จะ าคำตอบได้จะต้องรอู้ ะไร (น้า นักของแก้ มงั กรท่ีขายได)้
- าน้ำ นักของแก้ มงั กรทขี่ ายได้ ไดอ้ ย่างไร (37.4 – 9.8)
- ขายแก้ มงั กรไดก้ ่ีกโิ ลกรมั (27.6)
- าคำตอบไดอ้ ยา่ งไร (37.4 + 27.6 + 22.5)
- ได้คำตอบเทา่ ไร (87.5)
- รปุ คำตอบได้อย่างไร ( นั น้ปี ้าแย้มขายผลไม้ได้ทง้ั มด 87.5 กโิ ลกรัม)
- เขยี นแ ดง ิธที ำไดอ้ ยา่ งไร
ครูใ ้นกั เรยี นช่ ยกันบอก า่ จะเขยี นแ ดง ธิ ีทำ และครเู ขยี นบนกระดาน ซึ่งจะได้
ิธีทำ ป้าแยม้ ขาย ม้ เขยี านได้ 37.4 กโิ ลกรัม
ขายแก้ มังกรได้น้อยก า่ ม้ เขยี าน 9.8 กิโลกรัม
ขายแก้ มังกรได้ 37.4 – 9.8 = 27.6 กโิ ลกรัม
ขายลองกองได้ 22.5 กโิ ลกรมั
นั นปี้ ้าแย้มขายผลไมไ้ ด้ท้ัง มด 37.4 + 27.6 + 22.5 = 87.5 กิโลกรมั
ตอบ ๘๗.๕ กิโลกรัม
ครแู ละนกั เรียนช่ ยกันตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของคำตอบ ดงั น้ี
นั นี้ปา้ แย้มขายผลไมท้ ้ัง มดได้ 87.5 กโิ ลกรมั
ขาย ม้ เขยี านได้ 37.4 กโิ ลกรัม
ขายลองกองได้ 22.5 กิโลกรัม
ขายแก้ มังกรได้ 87.5 – 37.4 – 22.5 = 27.6 กโิ ลกรมั
ขายแก้ มังกรไดน้ อ้ ยก ่า ้มเขีย านไม่ถึง 10 กิโลกรัม
ซงึ่ อดคล้องกับโจทย์
ดังน้ัน 87.5 เปน็ คำตอบที่ มเ ตุ มผล
3. ครูจัดนักเรียนกลุ่มละ 3-4 คน ช่ ยกันแก้โจทย์ปัญ าที่ครูเขียนบนกระดานเ ร็จ
แล้ นำมาติด บนกระดาน ใ เ้ พ่ือนและครูช่ ยกนั ตร จ อบค ามถกู ต้อง จากน้นั ครูเขยี นโจทย์ปัญ า
บนกระดาน ดังนี้
100
ชา ประมงมีเชือก 3 เ ้น เ ้นที่ 1 ยา 3.25 เมตร เ ้นที่ 2 ยา 4.63 เมตร
และเ ้นที่ 3 ยา 2.87 เมตร ถ้าผูกเชือกทั้ง ามเ ้นต่อกันเป็นเชือกเ ้นเดีย
เชือกท่ตี อ่ แล้ ค รมคี ามยา เทา่ ใด
ครูใ ้นักเรียนช่ ยกันแ ดง ิธที ำและครเู ขียนกระดานอีกครั้ง ดงั นี้
ธิ ที ำ เชือกเ ้นที่ 1 ยา 3.25 เมตร
เชอื กเ น้ ท่ี 2 ยา 4.63 เมตร
เชอื กเ ้นที่ 3 ยา 2.87 เมตร
ผลร มของค ามยา ของเชอื ก 3 เ น้ = 3.25 + 4.63 + 2.87 เมตร
= 10.75 เมตร
ดังนั้น เชอื กเ น้ ใ ม่ค รมีค ามยา น้อยก ่า 10.75 เมตร เพราะมีปมที่ผูก 2 ปม
ตอบ เชือกเ ้นใ มค่ รมคี ามยา นอ้ ยก า่ ๑๐.๗๕ เมตร (ซึ่งเป็นค ามยา โดยประมาณ)
ครูแนะนำ ่า ถ้าต้องการทราบ ่า เชือกเ ้นใ ม่ยา เท่าใดก็ต้องนำเชือกเ น้ ใ มไ่ ป
ดั ค ามยา
4. ครใู ้นักเรียนทำใบงานท่ี 17 การแกโ้ จทยป์ ัญ าท นยิ ม 2 ขน้ั ตอน เมอ่ื เ รจ็ แล้ ใ ้
นกั เรยี นช่ ยกันตร จ อบค ามถูกต้อง จากนน้ั ครูและนักเรียนร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 17
ข้นั รุป
5. ครูและนกั เรียนร่ มกนั รปุ ่ิงที่ไดเ้ รยี นรู้ร่ มกนั เก่ีย กับการแก้โจทย์ปัญ าการบ ก
โจทยป์ ญั าการลบของท นิยม ไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ (2 ข้นั ตอน) า่ การแกโ้ จทยป์ ัญ าเร่ิมจากการทำ
ค ามเข้าใจปัญ า การ างแผนการแก้ปัญ า ดำเนินการตามแผนและตร จ อบค าม มเ ตุ มผล
ของคำตอบ
ื่อการเรยี นรู้
1. แถบโจทยป์ ญั า
2. ใบงานที่ 17 การแก้โจทย์ปัญ าท นยิ ม 2 ขนั้ ตอน
101
การ ัดผลและประเมนิ ผล
งิ่ ท่ตี ้องการ ดั ธิ ี ัด เคร่ืองมือ ดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 17 ใบงานท่ี 17 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ งั เกต ผ่านเกณฑใ์ นระดับพอใชข้ ้ึน
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ งั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ทกุ
ที่พงึ ประ งค์ คุณลกั ณะท่พี ึงประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการขนึ้ ไปถือ า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ท่พี งึ ประ งค์
ค ามคิดเ ็นผูบ้ ริ าร
ลงชือ่ .....................................ผูต้ ร จ
()
ผูอ้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
102
บันทึก ลงั การเรยี นการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอปุ รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแกป้ ญั า
ลงช่ือ.....................................ผู้ อน
()
..../................../........
103
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 18
ราย ชิ าคณิต า ตร์ ช้ันประถม กึ าปีท่ี 4
น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 ท นิยม เ ลาเรยี น 18 ช่ั โมง
เรอื่ ง การแก้โจทย์ปัญ าท นิยม 2 ข้นั ตอน เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง
อน นั ท่ี....... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ ึก า 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ
ดำเนนิ การของจำน น ผลที่เกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การ มบัติของการ
ดำเนินการ และการนำไปใช้
ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ธิ ี าคำตอบของโจทย์ปญั าการบ ก การลบ 2 ขน้ั ตอนของท นิยม
ไม่เกนิ 3 ตำแ น่ง
าระ ำคัญ
การแกโ้ จทยป์ ัญ า เร่ิมจากการทำค ามเข้าใจปญั า างแผนแก้ปญั า ดำเนนิ การตามแผน
แ ดง ิธที ำ พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รอื ค ามถกู ต้องของคำตอบ
จุดประ งค์การเรียนรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าท นิยม 2 ขั้นตอน พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ
คำตอบได้ (K)
2. เขียนแ ดง ิธีทำของโจทยป์ ัญ าท นิยม 2 ขัน้ ตอนและ าคำตอบได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กีย่ กับการแก้โจทย์ปญั าท นิยม 2 ขั้นตอนไปใชแ้ กป้ ัญ าทางคณิต า ตร์
ได้ (A)
าระการเรยี นรู้
การแก้โจทย์ปัญ าท นิยม 2 ข้นั ตอน
104
ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปัญ า
2. ค าม ามารถในการ ่ือ ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ ้เ ตผุ ล
คณุ ลกั ณะอันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้า ่บู ทเรียน
1. ทบท นและฝึกทัก ะการ ิเคราะ ์โจทย์ปัญ า การ างแผนแก้ปัญ า ดำเนินการ
ตามแผน โดยครูเขยี นโจทยป์ ญั าบนกระดานใ ้นักเรียนช่ ยกนั เิ คราะ ์ ดังนี้
ภรู ิต้องการลดนำ้ นกั ของตน 10 กโิ ลกรมั ภายใน 3 เดอื น เดอื นแรกลดนำ้ นัก
ได้ 2.84 กิโลกรัม เดือนที่ องลดน้ำ นักได้มากก ่าเดือนแรก 1.65 กิโลกรัม
เดอื นที่ 3 ภูริต้องลดนำ้ นักใ ไ้ ดก้ ่ีกโิ ลกรัม จึงจะไดต้ ามเป้า มายทตี่ งั้ ไ ้
ครูถามคำถามนักเรียน ดังนี้
- โจทย์ปัญ านี้เกี่ย กับเรื่องอะไร (ภูริต้องการลดน้ำ นักของตน 10 กิโลกรัม
ภายใน 3 เดอื น)
- เดอื นแรกลดน้ำ นกั ได้เทา่ ไร (2.84 กิโลกรมั )
- เดือนที่ 2 ลดน้ำ นักได้เทา่ ไร (มากก า่ เดือนแรก 1.65 กิโลกรัม)
- จะ า ่าเดือนที่ 2 ลดน้ำ นกั ได้กี่กโิ ลกรมั ต้องทาอยา่ งไร (2.84 + 1.65)
- เดือนท่ี 2 ลดน้ำ นกั ได้เท่าไร (4.49 กโิ ลกรัม)
- โจทย์ถามอะไร (เดือนที่ 3 ต้องลดน้ำ นักใ ้ได้กี่กิโลกรัม จึงจะได้ตาม
เป้า มาย)
- จะ าคำตอบไดอ้ ย่างไร (10 – 2.84 – 4.49)
- ไดค้ ำตอบเทา่ ไร (2.67)
- รุปคำตอบได้อย่างไร (เดือนที่ 3 ภูริต้องลดน้ำ นักใ ้ได้ 2.67 กิโลกรัม จึงจะ
ไดต้ ามเป้า มาย)
105
ขั้น อน
2. ครูเขียนตั อยา่ งโจทยป์ ญั าบนกระดานดงั น้ี
รถตู้คัน นึ่งรับ – ่ง ผู้โดย ารระ ่างกรุงเทพฯ – มุทร งคราม เติมก๊าซ
NGV ครง้ั แรก 13.564 กิโลกรัม คร้ังที่ 2 เตมิ นอ้ ยก า่ คร้ังแรก 2.352 กิโลกรัม
ันน้ีรถตู้คันนี้เตมิ ก๊าซ NGV ทั้ง มดก่ีกโิ ลกรัม
ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้ ช่ ยกันเขียนแ ดง ิธีทำโจทย์ปัญ านี้
ในกระดา เ ร็จแล้ ตดิ บนกระดาน และร่ มกันตร จ อบค ามถูกตอ้ ง ซึ่งอาจแ ดง ิธีทำ ดงั น้ี
ิธีทำ รถตเู้ ติมก๊าซ NGV ครัง้ แรก 13.564 กิโลกรัม
เตมิ ครัง้ ที่ 2 น้อยก ่าคร้ังแรก 2.352 กโิ ลกรมั
รถตูเ้ ติมกา๊ ซ NGV คร้งั ท่ี 2 13.564 – 2.352 = 11.212 กิโลกรมั
นั น้ีรถตคู้ ันนี้เตมิ ก๊าซ NGV ท้งั มด 13.564 + 11.212 = 24.776 กิโลกรัม
ตอบ ๒๔.๗๗๖ กโิ ลกรัม
ครแู ละนกั เรียนช่ ยกนั ตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของคาตอบ ดังน้ี
นั นร้ี ถตเู้ ติมก๊าซ NGV ทัง้ มดประมาณ 24.8 กิโลกรัม
เติมครงั้ แรกประมาณ 13.6 กิโลกรมั
เติมคร้งั ที่ 2 ประมาณ 24.8 – 13.6 = 11.2 กโิ ลกรัม
เติมกา๊ ซคร้ังที่ 2 นอ้ ยก ่า เติมกา๊ ซครง้ั แรกประมาณ 13.6 – 11.2 = 2.4 กโิ ลกรัม
ซง่ึ อดคลอ้ งกบั โจทย์
ดงั นั้น 24.776 เปน็ คำตอบท่ี มเ ตุ มผล
3. ครใู ้นักเรียนทำใบงานที่ 18 การแก้โจทยป์ ญั าท นยิ ม 2 ข้นั ตอน เม่ือเ รจ็ แล้ ใ ้
นักเรียนช่ ยกันตร จ อบค ามถูกต้อง จากนั้นครแู ละนกั เรียนร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 18
ขัน้ รุป
4. ครูและนกั เรียนร่ มกัน รุป ง่ิ ที่ได้เรียนรู้ร่ มกันเกี่ย กับการแกโ้ จทย์ปัญ าการบ ก
โจทยป์ ญั าการลบของท นิยม ไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ (2 ขั้นตอน) า่ การแก้โจทย์ปญั าเริ่มจากการทำ
ค ามเข้าใจปัญ า การ างแผนการแก้ปัญ า ดำเนินการตามแผนและตร จ อบค าม มเ ตุ มผล
ของคำตอบ
106
่ือการเรียนรู้
1. แถบโจทยป์ ัญ า
2. ใบงานท่ี 18 การแกโ้ จทยป์ ญั าท นยิ ม 2 ขนั้ ตอน
การ ัดผลและประเมินผล
่งิ ทีต่ ้องการ ดั ิธี ดั เคร่ืองมอื ดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานที่ 18 ใบงานที่ 18 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทกั ะ งั เกตพฤติกรรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑใ์ นระดับพอใชข้ ้ึน
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะที่พึงประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขน้ึ ไปถือ า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ทีพ่ ึงประ งค์
ค ามคิดเ น็ ผบู้ ริ าร
ลงชอ่ื .....................................ผูต้ ร จ
()
ผูอ้ ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........
107
บันทึก ลงั การเรยี นการ อน
1. ผลการเรยี นรู้
2. ปญั าและอปุ รรค
3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแกป้ ญั า
ลงช่ือ.....................................ผู้ อน
()
..../................../........
108
ใบงาน นว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7
ทศนิยม
าระที่ 1
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบ
จำน น การดำเนินการของจำน น ผลที่เกิดขึ้นจากการ
ดำเนินการ มบัตขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
ตวั ชว้ี ัด
ค 1.1 ป.4/5 : อ่านและเขียนท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งแ ดงปริมาณของ ่ิง
ตา่ งๆ และแ ดง งิ่ ตา่ งๆ ตามท นิยมท่กี ำ นด
ค 1.1 ป.4/6 : เปรียบเทียบและเรียงลำดับท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งจาก
ถานการณต์ า่ งๆ
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่ง
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ธิ ี าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ ก การลบ 2 ขั้นตอน
ของท นิยมไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่ง
109
ใบงานท่ี 1 การอา่ น การเขยี นทศนยิ ม 1 ตำแ นง่
คำชแ้ี จง จากรูปเขียนท นิยมแ ดง ่ นทร่ี ะบาย ี
1.
ตั เลข ตั นงั อื
2. ตั นัง ือ
ตั เลข
3.
ตั เลข ตั นงั ือ
4. ตั นงั ือ
ตั เลข
5.
ตั เลข ตั นงั อื
110
ใบงานท่ี 2 การอ่าน การเขยี นทศนิยม 2 ตำแ น่ง
คำชี้แจง เขียนในรูปท นิยม
1 = 2 =
7 85
100 100
3 = 4 =
63 32
100 100
5 = 6 =
91 48
100 100
7 = 8 =
1,254 3,698
100 100
9 10
89,314 = 56,327 =
100 100
111
ใบงานที่ 3 การอา่ น การเขียนทศนยิ ม 3 ตำแ นง่
คำช้แี จง เขยี นในรูปท นยิ ม
1 = 2 =
9 80
1,000 1,000
3 = 4 =
49 938
1,000 1,000
5 = 6 =
518 6,103
1,000 1,000
7 = 8 =
7,265 1,426
1,000 1,000
9 = 10
5 64,624 =
1,000
1,000
112
ใบงานที่ 4 ลกั ค่าประจำ ลัก และการเขยี นในรูปกระจาย
ตอนท่ี 1 เตมิ คำตอบใ ้ถกู ตอ้ ง
จำนวน คา่ ประจำ ลัก ค่าของเลขโดด
1. 0.359
2. 36.37
3. 685.91
4. 161.859
5. 17.108
6. 324.579
7. 250.482
ตอนที่ 2 เขียนในรูปกระจาย
1. 314.89 =
2. 18.209 =
3. 150.517 =
4. 286.053 =
5. 3.496 =
6. 0.082 =
ใบงานที่ 5 การเปรียบเทียบทศนยิ ม 113
คำชแี้ จง เตมิ > , < รือ = ในชอ่ ง ่าง 9.358
18.08
1 11.28 2 59.7
33.222
11.82 9.356 105.01
3 4
70.0 70.00 18.8
5 131.47 6
131.5 59.5
7 64.523 8
64.532 33.22
9 16.052 10
16.025 105.001
114
ใบงานท่ี 6 การเรียงลำดับทศนิยม
คำช้ีแจง เรียงลำดบั ท นยิ มจากน้อยไปมาก
1. 2.536 1.724 1.731 0.563
2. 2.536 1.724 1.731 0.563
3. 81.955 81.595 81.995 81.959
4. 7.596 7.96 7.9 7.095
5. 15.02 15.10 15.023 15.203
115
คำชี้แจง เรียงลำดับท นยิ มจากมากไปนอ้ ย
1. 0.001 0.0111 0.101 0.011
2. 123.245 123.457 123.425 123.542
3. 510.6 510.601 510.61 510.016
4. 105.900 105.029 105.909 105.009
5. 2.044 2.024 2.242 2.424
116
ใบงานที่ 7 การบวกทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ ทไี่ มม่ กี ารทด
คำชี้แจง าผลบ ก 2 105.44 + 22.013 =
1 18.63 + 0.251 = วธิ ีทำ
วิธที ำ
ตอบ ตอบ
3 515.770 + 61.01 = 4 27 + 2.052 =
วิธีทำ วธิ ีทำ
ตอบ ตอบ
5 10.342 + 135.027 = 6 63.436 + 103.02 =
วิธีทำ วิธีทำ
ตอบ ตอบ
117
ใบงานที่ 8 การบวกทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ น่งที่มีการทด
คำช้แี จง าผลบ ก 2 0.65 + 7.854 =
1 4.453 + 8.637 = วธิ ีทำ
วธิ ที ำ
ตอบ ตอบ
3 19.26 + 29.78 = 4 169.25 + 50.85 =
วธิ ที ำ วิธีทำ
ตอบ ตอบ
5 95.748 + 11.595 = 6 0.842 + 27.91 =
วิธที ำ วิธที ำ
ตอบ ตอบ
118
ใบงานที่ 9 การลบทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ นง่ ท่ีไม่มกี ารกระจาย
คำชี้แจง าผลลบ 2 4.86 – 0.5 =
1 6.648 – 2.245 = วธิ ที ำ
วิธีทำ
ตอบ ตอบ
3 18.472 – 5.061 = 4 0.937 – 0.7 =
วิธที ำ วธิ ีทำ
ตอบ ตอบ
5 43.38 + 41.21 = 6 77.86 – 6.2 =
วิธที ำ วธิ ีทำ
ตอบ ตอบ
119
ใบงานท่ี 10 การลบทศนิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งท่ีมกี ารกระจาย
คำชี้แจง าผลลบ 2 15.01 – 4.009 =
1 90 – 7.463 = วิธที ำ
วิธีทำ
ตอบ ตอบ
3 81.273 – 19.804 = 4 20.59 – 8.07 =
วิธีทำ วธิ ที ำ
ตอบ ตอบ
5 17.2 – 5.168 = 6 63.126 – 57.48 =
วิธที ำ วธิ ที ำ
ตอบ ตอบ
120
ใบงานที่ 11 การบวก การลบทศนิยม 2 ขั้นตอน
คำชีแ้ จง าผลลพั ธ์ 2 49 – (7.56 + 13.7) =
1 94.3 – (46.75 + 15.068) = วธิ ีทำ
วธิ ที ำ
ตอบ ตอบ
3 14.401 + 2.6 – 1.892 = 4 10.25 + 0.34 – 0.983 =
วธิ ที ำ วิธีทำ
ตอบ ตอบ
121
ใบงานที่ 12 การวเิ คราะ แ์ ละ าคำตอบโจทยป์ ญั าการบวกทศนิยม
คำชี้แจง ใ น้ ักเรยี น ิเคราะ ์โจทยป์ ญั า พร้อมทงั้ เขยี นประโยค ญั ลัก ณแ์ ละ าคำตอบ
1. พี่ นัก 22.5 กิโลกรัม น้อง นัก 10.8 กิโลกรัม พี่และน้อง นักร มกันก่ี
กิโลกรัม
2. ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน 5.158 กิโลเมตร ซึ่งน้อยก ่าระยะทางจาก
บา้ นถึงตลาดอยู่ 1.3 กโิ ลเมตร ระยะทางจากบ้านถึงตลาดเป็นเทา่ ใด
3. มะลิซื้อปลา 1.5 กิโลกรัม ซื้อกุ้ง 2.7 กิโลกรัม มะลิซื้อปลาและกุ้ง นัก
ร มกนั ก่ีกิโลกรมั
4. แมซ่ ือ้ ผา้ ตดั เ อื้ 2.75 เมตร ซอ้ื ผา้ ตดั กระโปรง 3.50 เมตร แม่ซ้ือผ้าทง้ั มด
กเ่ี มตร
122
ใบงานที่ 13 การวเิ คราะ แ์ ละ าคำตอบโจทยป์ ัญ าการลบทศนยิ ม
คำช้แี จง ใ น้ ักเรยี น เิ คราะ ์โจทย์ปัญ า พร้อมทัง้ เขยี นประโยค ัญลัก ณแ์ ละ าคำตอบ
1. แปง้ ซอ้ื แปรง ีฟันราคา 26.25 บาท ใ ธ้ นบัตร นึ่งรอ้ ยบาทแกค่ นขายไป 1
ฉบบั แป้งจะไดร้ ับเงนิ ทอนเท่าไร
2. ปีที่แล้ ข ัญออมเงินได้ 5,671 บาท ปีนี้ข ัญออมเงินได้ 4,070.50 บาท ปี
นข้ี ญั ออมเงินไดน้ อ้ ยก า่ ปที แ่ี ล้ อยู่เทา่ ไร
3. ในเดือนมีนาคมมีอุณ ภูมิเฉลี่ย 34.6 อง าเซลเซีย ในเดือนเม ายนมี
อุณ ภูมิเฉลย่ี 37.3 อง าเซลเซีย เดอื นทง้ั องมีอณุ ภูมิเฉลย่ี ตา่ งกนั เท่าไร
4. แกลลอนจุน้ำได้ 7.50 ลิตร ถังใบ นึ่งจุน้ำได้ 2.65 ลิตร แกลลอนจุน้ำได้
มากก า่ ถังก่ลี ิตร
123
ใบงานที่ 14 การแ ดงวิธี าคำตอบโจทย์ปญั าการบวกทศนิยม
คำชแ้ี จง ใ น้ กั เรยี นเขียนประโยค ัญลัก ณแ์ ละแ ดง ิธี าคำตอบ
1. เดือนมีนาคมราตรีจ่ายค่าน้ำไป 285.25 บาท เดือนเม ายนจ่าย 294.75
บาท ร มทง้ั องเดือนราตรีจา่ ยคา่ น้ำไปทงั้ มดเท่าใด
2. ไม้ท่อนแรกยา 12.75 เมตร ไม้ท่อนที่ องยา 23.38 เมตร ถ้านำมา าง
ต่อกนั จะได้ไมย้ า เทา่ ใด
3. ฉันมีเงินออม 312.75 บาท น้องมีเงินออม 117.50 บาท ฉันกับน้องมีเงิน
ออมร มกนั เทา่ ใด
4. ธิดาซื้อ นัง ือเล่มละ 269.50 บาท ซื้อไม้บรรทัด 32.25 บาท ธิดาจะต้อง
จ่ายเงนิ เท่าใด
124
ใบงานที่ 15 การแ ดงวิธี าคำตอบโจทย์ปัญ าการลบทศนิยม
คำชแ้ี จง ใ น้ ักเรยี นเขียนประโยค ัญลัก ณ์และแ ดง ธิ ี าคำตอบ
1. อนุพง ์มีเงิน 108.75 บาท ซื้อของใช้ในบ้านเป็นเงิน 99.25 บาท อนุพง ์
เ ลอื เงินก่ีบาท
2. โต๊ะตั นึง่ ยา 2.307 เมตร ถกู เลื่อยออกไป 1.513 เมตร จะเ ลอื โต๊ะยา
เทา่ ใด
3. ในการ ิ่ง 500 เมตร ภัทราใช้เ ลา 64.75 ินาที ชุติมาใช้เ ลา 72.62
ินาที ภทั รา ิง่ เร็ ก า่ ชุตมิ าเท่าใด
4. ีทาบ้าน นึ่งกระป๋องมี 30 ลิตร เมื่อใช้ไปแล้ จำน น นึ่ง ยังเ ลือ ีอีก
18.74 ลิตร อยากทราบ ่าใช้ ไี ปแล้ ก่ีลิตร
125
ใบงานท่ี 16 การแกโ้ จทย์ปัญ าทศนยิ ม 2 ขน้ั ตอน
คำช้ีแจง ใ ้นักเรียนเขยี นประโยค ญั ลกั ณแ์ ละแ ดง ิธี าคำตอบ
1. ในการทำขนมแมต่ อ้ งซ้อื แป้ง 3.5 กโิ ลกรัม ซ้อื น้ำตาล 1.5 กิโลกรัม และซ้ือ
กะทิ 2.25 กิโลกรมั แม่ซอื้ ของท้ัง มดกี่กโิ ลกรัม
2. ชาตรีขับรถจากกรุงเทพฯ ไปจัง ัดเชียงใ ม่ ช่ งที่ 1 ขับได้ 308.7
กิโลกรัม ช่ งที่ องขับได้ 245.6 กิโลเมตร และช่ งที่ 3 ขับอีก 133.5
กิโลเมตร ถึงจัง ัดเชียงใ ม่พอดี ชาตรีขับรถจากกรุงเทพฯ ถึงจัง ัด
เชยี งใ ม่เปน็ ระยะทางกี่กิโลเมตร
3. ร้านค้ามี ายยาง 50 เมตร ครัง้ แรกตัดขายไป 3.25 เมตร ครง้ั ท่ี องตัดขาย
ไป 5.5 เมตร ร้านค้าเ ลอื ายยางกี่เมตร
126
ใบงานที่ 17 การแกโ้ จทยป์ ญั าทศนิยม 2 ขั้นตอน
คำชี้แจง ใ น้ ักเรยี นเขียนประโยค ัญลัก ณ์และแ ดง ธิ ี าคำตอบ
1. เชือกเ ้นที่ 1 ยา 3.5 เมตร เชือกเ ้นที่ องยา 1.75 เมตร เมื่อนำเชือก
ท้ัง องเ น้ มาผูกตอ่ กนั แล้ ัดค ามยา ใ มไ่ ด้ 4.685 เมตร ่ นที่ผูกเป็นปม
มคี ามยา กเี่ มตร
2. พลอยมีเงิน 50 บาท ซื้อกรรไกร 18.50 บาท ซื้อกระดา ี 10.75 บาท
พลอยเ ลอื เงินกีบ่ าท
3. ถนนยา 10 กิโลเมตร ใช้เ ลา ร้าง 3 เดือน เดือนที่ 1 ร้างได้ 3.25
กิโลเมตร เดือนที่ อง ร้างได้ 4.756 กโิ ลเมตร เดอื นท่ี 3 ต้อง ร้างถนนเทา่ ใด
127
ใบงานท่ี 18 การแก้โจทย์ปญั าทศนยิ ม 2 ข้ันตอน
คำช้แี จง ใ น้ กั เรยี นเขยี นประโยค ัญลกั ณ์และแ ดง ิธี าคำตอบ
1. เขื่อนรัชชประภามีค ามจุ 5,638.8 ล้านลูกบา ก์เมตร ถ้าเดือนมกราคม
ระบายน้ำออก 152.73 ล้านลูกบา ก์เมตร เดือนกุมภพันธ์ระบายน้ำออก
มากก ่าเดือนมกราคม 6.4 ล้านลูกบา ก์เมตร 2 เดือนนี้ เขื่อนรัชชประภาระ
บายน้ำออกกล่ี า้ นลกู บา กเ์ มตร
2. มงคลขับรถจากกรุงเทพฯ ไปจัง ัดเชียงใ ม่ ช่ งที่ 1 ขับได้ 357.5
กิโลเมตร ช่ งที่ 2 ขับได้ 283.9 กิโลเมตร และช่ งที่ 3 ขับอีก 68.6 กิโลเมตร
จึงถึงจัง ัดเชียงใ ม่พอดี มงคลขับรถจากกรุงเพทฯ ถึงจัง ัดเชียงใ ม่เป็น
ระยะทางเท่าใด
3. ปุ้มซื้อขนม 15.25 บาท และซื้อนม 12.75 บาท ปุ้มจ่ายเงินด้ ยธนบัตร า้
บิ บาท 1 ฉบับ ปุ้มได้รับเงินทอนก่ีบาท
บทที่ 8 มมุ
ก
คำนำ
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้นับเป็น ิธี นึ่งที่ทำใ ้ครูผู้ อนได้มีการเตรียมการ อน
ล่ ง นา้ กอ่ นท่จี ะทำการ อนจรงิ โดยมีการเตรียมเนือ้ าเตรยี มกจิ กรรม เตรยี ม ื่อการเรียนการ อน
ร มทั้ง ิธีการ ัดผลประเมินผลซึ่งการเตรียมการ อนจะช่ ยใ ้ครูผู้ อนมีค ามพร้อมที่จะ อนใ ้
ผู้เรยี นบรรลตุ ามจุดมุง่ มายของ ลกั ูตร
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ฉบบั น้ี ผู้จัดทำได้ ึก าค้นค า้ ลัก ูตรแกนกลางการ ึก า
ขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธ กั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธ กั ราช 2560) เอก ารอนื่ ๆ ทีเ่ กย่ี ขอ้ ง ิเคราะ ์
ลัก ูตร จัดทำกำ นดการ อน โครง ร้างราย ิชา และ ารูปแบบการทำแผนการจัดการเรียนรู้โดย
เน้นใ ผ้ ู้เรยี นได้เรียนผ่านกระบ นการคิดด้ ยตนเอง โดยคำนึงถงึ ภาพแ ดล้อมของผู้เรียน โรงเรียน
และชมุ ชนเป็น ลกั
แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่ม าระการเรียนรู้คณิต า ตร์
ชั้นประถม ึก าปีที่ 4 น่ ยการเรียนรู้ที่ 8 มุม เพื่อพัฒนาค ามเข้าใจเกี่ย กับ ัญลัก ณ์ และการ
ดำเนินการต่อ ิชาคณิต า ตร์ โดยเนน้ ขน้ั ตอน รอื ิธกี ารทางคณติ า ตร์ จัดทำไ ้เพือ่ ะด กตอ่ การ
จัดกิจกรรมการเรียนการ อน ามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทุกปีการ ึก า ผู้ที่จะนำไปใช้ค รอ่านคำ
ชแ้ี จงการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ใ เ้ ข้าใจกอ่ นนำไปใช้จริง
ข้าพเจ้า ังเป็นอย่างยิ่ง ่า แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จะช่ ยใ ้การเรียนการ อน
กลุ่ม าระการเรียนรู้คณิต า ตร์ ชั้นประถม ึก าปีที่ 4 ดำเนินไปด้ ยดี และทำใ ้ผู้เรียนมีค ามรู้
ค าม ามารถ มที กั ะกระบ นการและมคี ุณลัก ณะอันพึงประ งคต์ รงตามจุดมุ่ง มายของ ลัก ูตร
ต่อไป
....................................
ารaบญั ข
เรอื่ ง นา้
าระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 1
ตั ชี้ ัดและ าระการเรียนร้แู กนกลาง 2
คำอธบิ ายราย ชิ า 7
โครง รา้ งเ ลาเรียน 9
โครง ร้างราย ิชา 10
กำ นดแผนการจัดการเรยี นรู้ น่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 8 มุม 11
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 12
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 17
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 22
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 27
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 32
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 37
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 43
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 48
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 53
1
าระและมาตรฐานการเรยี นรู้
าระท่ี 1 จำน นและพีชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การดำเนินการของ
จำน น ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ มบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและ ิเคราะ ์แบบรูป ค าม ัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ มการ และอ มการ อธิบายค าม ัมพันธ์ รือช่ ยแก้ปัญ าท่ี
กำ นดใ ้
าระท่ี 2 การ ัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ย กับการ ัด ัดและคาดคะเนขนาดของ ิ่งที่ต้องการ ัดและ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและ ิเคราะ ร์ ปู เรขาคณิต มบตั ิของรูปเรขาคณติ ค าม ัมพันธ์ระ ่าง
รปู เรขาคณิต และทฤ ฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้
าระท่ี 3 ถิติและค ามนา่ จะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบ นการทาง ถิติ และใชค้ ามรู้ทาง ถิติในการแก้ปญั า
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจ ลกั การนบั เบื้องต้น ค ามน่าจะเป็น และนำไปใช้
2
ตั ชี้ ัดและ าระการเรยี นรแู้ กนกลาง
าระท่ี 1 จำน นและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การดำเนินการของ
จำน น ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ มบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ช้นั ตั ชี้ ัด าระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 จำน นนบั ที่มากก ่า 100,000 และ 0
1. อา่ นและเขยี นตั เลขฮินดอู ารบกิ - การอา่ น การเขียนตั เลขฮินดอู ารบกิ
ตั เลขไทย และตั นงั ือแ ดงจำน น ตั เลขไทย และตั นงั อื แ ดงจำน น
นบั มากก ่า 100,000 - ลกั คา่ ประจำ ลกั และค่าของเลขโดด
2. เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับจำน นนับ ในแต่ละ ลกั และการเขียนตั เลข
ทีม่ ากก ่า 100,000 จาก ถานการณ์ แ ดงจำน นในรปู กระจาย
ตา่ งๆ - การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำน น
- คา่ ประมาณของจำน นนบั และการใช้
เครอ่ื ง มาย ≈
เ ่น
3. บอก อา่ น และเขยี นเ ่ น จำน น - เ ่ นแท้ เ เกนิ
คละแ ดงปรมิ าณ งิ่ ต่างๆ และแ ดง - จำน นคละ
่งิ ต่างๆ ตามเ ่ น จำน นคละที่ - ค าม มั พันธ์ระ า่ งจำน นคละและ
กำ นด เ เกนิ
4. เปรยี บเทียบ เรียงลำดับเ ่ น และ - เ ่ นที่เทา่ กัน เ ่ นอยา่ งต่ำและ
จำน นคละท่ีตั ่ นตั นงึ่ เป็นพ คุ ณู เ ่ นท่ีเท่ากบั จำน นนับ
ของอีกตั นึ่ง - การเปรียบเทยี บ เรยี งลำดับเ ่ น
และจำน นคละ
3
ชน้ั ตั ช้ี ดั าระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป. 4 ท นยิ ม
5. อ่านและเขยี นท นยิ มไมเ่ กิน 3 - การอ่านและการเขยี นท นิยมไมเ่ กิน 3
ตำแ นง่ แ ดงปรมิ าณของ ่ิงตา่ งๆ ตำแ นง่ ตามปรมิ าณทก่ี ำ นด
และแ ดง งิ่ ตา่ งๆ ตามท นยิ มที่ - ลัก คา่ ประจำ ลกั ค่าของเลขโดดใน
กำ นด แตล่ ะ ลักของท นิยม และการเขยี น
6. เปรียบเทยี บและเรยี งลำดับท นิยมไม่ ตั เลขแ ดงท นยิ มในรปู กระจาย
เกิน 3 ตำแ น่งจาก ถานการณต์ ่างๆ - ท นยิ มทเ่ี ทา่ กัน
- การเปรยี บเทยี บและเรียงลำดบั ท นิยม
การบ ก การลบ การคณู ณ การ าร
จำน นนับที่มากก ่า 100,000 และ 0
7. ปรมิ าณผลลพั ธข์ องการบ ก การลบ - การประมาณผลลัพธ์ของการบ ก การ
การคณู การ าร จาก ถานการณ์ต่างๆ ลบ การคณู การ าร
อยา่ ง มเ ตุ มผล - การบ กและการลบ
8. าค่าของตั ไมท่ ราบคา่ ในประโยค - การคูณและการ าร
ัญลัก ณแ์ ดงการบ กและประโยค - การบ ก ลบ คณู ารระคน
ัญลัก ณแ์ ดงการลบของจำน นนบั - การแกโ้ จทย์ปญั าและการ ร้างโจทย์
ทม่ี ากก ่า 100,000 และ 0 ปญั า พร้อมทัง้ าคำตอบ
9. าค่าของตั ไมท่ ราบคา่ ในประโยค
ญั ลัก ณแ์ ดงการคูณของจำน น
ลาย ลกั 2 จำน น ท่มี ผี ลคูณไมเ่ กิน
6 ลกั และประโยค ัญลกั ณ์แ ดง
การ ารที่ตั ต้ังไมเ่ กิน 6 ลกั ตั าร
ไม่เกิน 2 ลัก
4
าระท่ี 1 จำน นและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและ เิ คราะ แ์ บบรูป ค าม มั พันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนกุ รม และ
นำไปใช้
ช้ัน ตั ชี้ ดั าระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป. 4 แบบรูป
(มีการจัดการเรียนการ อน เพอื่ เป็น - แบบรปู ของจำน นทีเ่ กิดจากการคูณ
พ้นื ฐาน แตไ่ ม่ ดั ผล) การ ารด้ ยจำน นเดีย กัน
าระที่ 1 จำน นและพชี คณิต
มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์ มการ และอ มการ อธบิ ายค าม มั พนั ธ์ รอื ช่ ยแกป้ ัญ าท่ี
กำ นดใ ้
ชน้ั ตั ชี้ ดั าระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 - -
าระท่ี 2 การ ดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพนื้ ฐานเก่ีย กบั การ ดั ดั และคาดคะเนขนาดของ ง่ิ ทต่ี อ้ งการ ัดและ
นำไปใช้
ชน้ั ตั ชี้ ดั าระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 เ ลา
- การบอกเ ลาเป็น นิ าที นาที ชั่ โมง
1. แ ดง ธิ ี าคำตอบของโจทยป์ ญั า
เกย่ี กับเ ลา ัน ัปดา ์ เดือน ปี
- การเปรยี บเทียบระยะเ ลาโดยใช้
ค าม มั พันธร์ ะ า่ ง น่ ยเ ลา
- การอ่านตารางเ ลา
- การแก้โจทยป์ ญั าเกีย่ กบั เ ลา
5
ชนั้ ตั ชี้ ัด าระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 การ ัดและ รา้ งมุม
2. ดั และ รา้ งมุม โดยใชโ้ พรแทรกเตอร์ - การ ดั ขนาดของมุมโดยใช้โพร
แทรกเตอร์
- การ ร้างมมุ เมอ่ื กำ นดขนาดของมุม
รูป ีเ่ ลย่ี มมุมฉาก
3. แ ดง ิธี าคำตอบของโจทยป์ ญั า - ค ามยา รอบรปู ของรปู เี่ ลย่ี มมมุ
เกี่ย กับค ามยา รอบรปู และพื้นทขี่ อง ฉาก
รปู ีเ่ ลย่ี มมมุ ฉาก - พืน้ ทข่ี องรปู ี่เ ลย่ี มมุมฉาก
- การแก้โจทย์ปญั าเกีย่ กบั ค ามยา
รอบรปู และพนื้ ท่ขี องรปู เ่ี ลย่ี มมมุ
ฉาก
าระที่ 2 การ ัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและ เิ คราะ ร์ ปู เรขาคณติ มบัตขิ องรูปเรขาคณิต ค าม มั พนั ธ์ระ ่าง
รูปเรขาคณติ และทฤ ฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
ช้ัน ตั ชี้ ัด าระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป. 4 รูปเรขาคณิต
- ระนาบ จุด เ ้นตรง รงั ี ่ นของ
1. จำแนกชนดิ ของมุม บอกชอื่ มมุ
่ นประกอบของมมุ และเขยี น เ น้ ตรง และ ญั ลัก ณ์แ ดงเ ้นตรง
ัญลัก ณ์แ ดงมมุ รงั ี ่ นของเ ้นตรง
- มมุ
2. รา้ งรปู เี่ ลี่ยมมมุ ฉากเมื่อกำ นด
ค ามยา ของด้าน • ่ นประกอบของมมุ
• การเรียกชอื่ มมุ
• ัญลกั ณแ์ ดงมุม
• ชนดิ ของมมุ
- ชนดิ และ มบัติของรปู เ่ี ล่ยี มมุมฉาก
- การ ร้างรปู ่ีเ ลี่ยมมุมฉาก
6
าระท่ี 3 ถติ ิและค ามนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบ นการทาง ถิติ และใช้ค ามรทู้ าง ถติ ิในการแกป้ ญั า
ช้นั ตั ชี้ ัด าระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 การเกบ็ ร บร มขอ้ มูลและการนำเ นอ
ขอ้ มูล
1. ใช้ข้อมลู จากแผนภูมิแท่ง ตาราง อง - การอา่ นและการเขียนแผนภูมิแทง่ (ไม่
ทางในการ าคำตอบของโจทยป์ ญั า
ร มการยน่ ระยะ)
- การอา่ นตาราง องทาง (two – way
table)
าระที่ 3 ถิตแิ ละค ามนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจ ลกั การนบั เบ้อื งตน้ ค ามน่าจะเปน็ และนำไปใช้
ชน้ั ตั ชี้ ดั าระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 - -
7
คำอธิบายราย ชิ า
ราย ชิ าพืน้ ฐาน กลมุ่ าระการเรยี นรู้คณติ า ตร์
ชั้นประถม ึก าปีท่ี 4 เ ลา 160 ชั่ โมง/ปี
ึก าจำน นนับที่มากก ่า 100,000 และ 0 การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำน นท่ี
มากก า่ 100,000 การ าคา่ ประมาณของจำน นนับ การบ กจำน น องจำน น การลบจำน น อง
จำน น การ าตั ไม่ทราบค่าในประโยค ัญลัก ณ์แ ดงการบ กและการลบ โจทย์ปัญ าการบ ก
และการลบ การ ร้างโจทย์ปัญ าการบ กและการลบ การคูณจำน นที่มี นึ่ง ลักกับจำน นที่
มากก ่า ี่ ลัก การคูณจำน นที่มี อง ลักกับจำน นที่มี าม ลัก การคูณจำน นที่มี าม ลักกับ
จำน นท่มี ี าม ลกั และการคูณจำน นทีม่ ี ลาย ลกั การ าตั ไม่ทราบค่าในประโยค ัญลัก ณแ์ ดง
การคูณ การแก้โจทย์ปัญ าการคูณ การ ร้างโจทยป์ ญั าการคณู การ ารท่ีตั ารมี นึง่ ลัก การ
ารที่ตั ารมี อง ลกั การ ารทตี่ ั ารมี าม ลัก การ าตั ไม่ทราบค่าในประโยค ญั ลัก ณ์แ ดง
การ าร การแก้โจทย์ปญั าการ าร การ รา้ งโจทย์ปัญ าการ าร แบบรูปของจำน นที่เกิดจากการ
คูณจำน นเดีย กัน แบบรูปของจำน นที่เกิดจากการ ารจำน นเดีย กัน ระนาบ จุด เ ้นตรง รัง ี
่ นของเ ้นตรง และ ญั ลัก ณ์ การเรียกช่ือมมุ การ ัดและการ ร้างมมุ มบัติของรปู เ่ี ล่ยี มจัตุรั
และรูป ี่เ ลี่ยมผืนผ้า การ ร้างรูป ี่เ ลี่ยมจัตุรั และรูป ี่เ ลี่ยมผืนผ้า ค ามยา รอบรูปของรูป
เี่ ล่ียมมมุ ฉาก พ้ืนทขี่ องรูป ่ีเ ลย่ี มมุมฉาก โจทยป์ ญั า รปู ประกอบ และการแกโ้ จทย์ปญั า
โดยการจัดประ บการณ์ รือ ร้าง ถานการณ์ทใี่ กลต้ ั ผเู้ รยี นได้ กึ า คน้ ค ้า ฝกึ ทัก ะ โดย
การปฏิบัติจริง ทดลอง รุป รายงาน เพื่อพัฒนาทัก ะและกระบ นการในการคิดคำน ณ การ
แก้ปญั า การใ เ้ ตุผล การเช่ือมโยง การ อ่ื ค าม มายทางคณติ า ตร์ และนำประ บการณ์ด้าน
ค ามรู้ ค ามคิด ทัก ะและกระบ นการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ ิ่งต่าง ๆ และใช้ในชี ิตประจำ ัน
อย่าง ร้าง รรค์
เพื่อใ ้เ ็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิต า ตร์ ามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ รอบคอบ มคี ามรบั ผิดชอบ มี จิ ารณญาณ มคี ามคดิ รเิ รมิ่ ร้าง รรค์และมีค ามเชื่อม่ัน
ในตนเอง
8
ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9, ป.4/10,
ป.4/11, ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/14, ป.4/15, ป.4/16
ค 1.2 (มกี ารจัดการเรยี นการ อนเพ่อื เปน็ พนื้ ฐานแต่ไม่ ัดผล)
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1
ร ม 23 ตั ช้ี ัด
9
โครง ร้างเ ลาเรียน
กล่มุ าระการเรยี นรู้คณติ า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปีท่ี 4
บทท/่ี เรอ่ื ง เ ลา (ชั่ โมง)
ภาคเรียนท่ี 2
บทท่ี 6 เ ่ น 24
บทที่ 7 ท นิยม 18
บทท่ี 8 มมุ 9
บทที่ 9 รูป ีเ่ ล่ยี มมมุ ฉาก 18
บทที่ 10 การนำเ นอข้อมลู 9
78
ร มภาคเรยี นที่ 2