The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by santi muangdoo, 2021-07-31 07:06:42

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4 เทอม 2

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป. 4

40

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

41

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชนั้ ประถม ึก าปีท่ี 4

น่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 ท นิยม เ ลาเรยี น 18 ช่ั โมง

เร่ือง การเรียงลำดับท นิยม เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

อน ันท่.ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี าร ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนนิ การของจำน น ผลท่ีเกิดข้ึนจากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช้

ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/6 : เปรียบเทียบและเรยี งลำดบั ท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งจาก ถานการณต์ ่างๆ

าระ ำคญั
ในการเรยี งลำดบั ท นยิ ม ใ ้เรยี งลำดับค่าของเลขโดด นา้ จุดท นิยม ถา้ เท่ากันใ เ้ รียงลำดับ

คา่ ของเลขโดด ลังจุดท นยิ ม

จุดประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกี่ย กับการเรียงลำดบั ท นยิ มได้ (K)
2. เขยี นแ ดงการเรียงลำดับท นยิ มได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กี่ย กบั การเรียงลำดับท นยิ มไปใชแ้ กป้ ญั าทางคณติ า ตร์ได้ (A)

าระการเรียนรู้
การเรยี งลำดบั ท นิยม

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่อ ารและการ อ่ื ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการเชือ่ มโยง

42

คุณลกั ณะอนั พงึ ประ งค์
1. มี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเข้า บู่ ทเรียน
1. นักเรียนทบท นค ามรู้ เรื่อง การเปรียบเทยี บท นิยม โดยพิจารณาบตั รท นิยมที

ละคบู่ นกระดาน ดังน้ี

7.9 < 9.8

14.6 > 14.2

ข้นั อน
2. นักเรียนพิจารณาบัตรท นิยม 3 จำน นบนกระดาน ดังน้ี

1.41 1.34 1.4

- ท นิยมทก่ี ำ นดใ ม้ อี ะไรบา้ ง (1.41, 1.34, 1.4)
- ถ้าจะเรียงลำดับท นิยมจากน้อยไปมากต้องทำอย่างไรก่อน (เปรียบเทียบ
ท นยิ มทีละคู่ ่าจำน นใดมีค่ามากก ่า รือนอ้ ยก า่ กัน แล้ จงึ เรยี งลำดับ)
- จะเปรียบเทียบท นิยมอย่างไร (เปรียบเทียบจำน น น้าจุดท นิยมก่อนถ้า
เท่ากนั จงึ เปรียบเทียบจำน นทอ่ี ยู่ ลังจุดท นิยม)
- จำน นใดน้อยที่ ดุ (นักเรยี นอาจตอบได้ รือตอบไมไ่ ด้)
- 1.4 เขยี นเปน็ ท นยิ ม 2 ตำแ นง่ ไดอ้ ยา่ งไร (1.4 = 1.40)
- ท นิยม ทงั้ 3 จำน น เขยี นในรูปเ ่ นได้อย่างไร (141 134 140)

100 100 100

- เรยี งลำดบั ท นยิ มจากนอ้ ยไปมากได้อย่างไร (1.34 1.4 1.41)
3. แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3 – 4 คน ใ ้ทำกิจกรรมเรียงลำดับท นิยมโดยตั แทน
กลมุ่ ออกมา มุ่ ยิบกระดา ท่มี ีโจทย์แผน่ ละ 1 ขอ้ ดังน้ี

- 2.321 2.5 2.42
- 5.151 5.154 5.14

43

4. ครูใ ้นกั เรยี นทำใบงานที่ 6 การเรียงลำดับท นิยม เมอื่ เ ร็จแล้ ใ ้นกั เรียนช่ ยกัน
ตร จ อบค ามถกู ต้อง จากนั้นครแู ละนกั เรยี นร่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 6

ข้นั รุป
5. ครแู ละนกั เรียนร่ มกนั รปุ ่ิงทไ่ี ด้เรยี นรูร้ ่ มกัน ดังนี้ การเรยี งลำดับท นิยม ลายๆ

จำน น ทำไดโ้ ดยการเปรยี บเทยี บท นิยมทลี ะคู่ แล้ เรยี งลำดบั จากมากไปนอ้ ย รือจากน้อยไปมาก

ื่อการเรยี นรู้
1. บตั รท นยิ ม
2. ใบงานที่ 6 การเรียงลำดับท นิยม

การ ดั ผลและประเมินผล

งิ่ ทต่ี ้องการ ัด ิธี ัด เคร่ืองมอื ัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 6 ใบงานท่ี 6 ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดับพอใช้ข้นึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤตกิ รรมด้าน ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ท่ีพึงประ งค์ คณุ ลกั ณะท่ีพึงประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการขึ้นไปถือ า่ ผา่ น
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ทพี่ งึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 44

บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()

ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและอปุ รรค

3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

45

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 7

ราย ิชาคณติ า ตร์ ชัน้ ประถม ึก าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 7 ท นยิ ม เ ลาเรยี น 18 ชั่ โมง

เร่อื ง การบ กท นิยมไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ ทไ่ี มม่ ีการทด เ ลาเรียน 1 ชั่ โมง

อน ันที่....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี าร กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนนิ การของจำน น ผลท่ีเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช้

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นิยมไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่

าระ ำคญั
การบ กท นิยมทีไ่ ม่มีการทด ใช้ ลักการเดยี กนั กับการบ กจำน นนับโดยนำจำน นที่อยู่

ใน ลักเดีย กันมาบ กกนั และค รบ กจำน นใน ลกั ข า ดุ กอ่ น

จุดประ งค์การเรียนรู้
1. อธิบายเก่ีย กับการบ กท นยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่ ท่ไี มม่ ีการทดได้ (K)
2. าผลบ กท นยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่ ท่ไี ม่มกี ารทดได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการบ กท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งที่ไม่มีการทดไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณิต า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การบ กท นิยมไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งทไ่ี มม่ ีการทด

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณิต า ตร์
2. ค าม ามารถในการเช่อื มโยง

46

คุณลัก ณะอันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้

ข้ันนำเข้า ู่บทเรียน

1. ครูทบท นเร่ืองการบ กจำน นนับ โดยครูใ น้ กั เรียนบอกคำตอบของ 34 + 47 ซึ่ง

นักเรียนอาจจะได้คำตอบเป็น 71 รือ 81 ครูถาม ่า นักเรียนคิดอย่างไรจึงได้คำตอบตามที่บอก ซึ่ง

คำตอบของนักเรียนอาจเป็น ดังนี้ 13
4
3 4 + รือ 4 +
4 7 7

71 81

ลืมทด 1 ใน ลัก บิ 4 + 7 ได้ 11 ใ ่ 1 ใน ลัก น่ ย
แล้ ทด 1 ใน ลกั ิบและ 3 + 4 ได้ 7

ขัน้ อน ทดอีก 1 เปน็ 8 ใน ลกั บิ

2. ใ น้ ักเรียนพจิ ารณาการ าผลบ กของ 1.1 + 2.7 จากรูป ดงั น้ี

1.1 = 1 + 0.1 2.7 = 2 + 0.7

3 0.8

47

จากรปู จะได้ 1.1 + 2.7 = 3.8
งั เกตได้ ่า 0.8 รอื 8 ่ น บิ ไดจ้ าก 1 ่ น ิบ ร มกบั 7 ่ น บิ
และ 3 ไดจ้ าก 1 ร มกับ 2
3. ครูยกตั อยา่ งการ าผลบ กของท นิยม 2 ตำแ น่ง กบั 2 ตำแ นง่ โดยเขยี นโจทย์
บนกระดาน ดงั น้ี 0.24 + 0.35 = แล้ ใ ้นักเรยี นพจิ ารณาการ าผลบ กของ 0.24 + 0.35

จากรปู จะได้ 0.24 + 0.35 = 0.59

ังเกตได้ ่า 0.09 รอื 9 ่ นรอ้ ย ไดจ้ าก 4 ่ นร้อย ร มกับ 5 ่ นร้อย

และ 0.5 รือ 5 ่ น ิบ ไดจ้ าก 2 ่ น บิ ร มกบั 3 ่ น บิ

4. ครเู ขยี นโจทยก์ ารบ กท นิยมใ น้ ักเรยี นช่ ยกนั าผลบ กโดยการตั้งบ ก ดงั น้ี

1) 84.32 + 13.51

ิธีทำ 8 43 2 +
1 ⚫ 1

35

9 7⚫8 3

ตอบ ๙๗.๘๓

48

2) 74.61 + 2.259

ธิ ีทำ 7 46 1 0 +
⚫ 5 9

22

7 6⚫8 6 9

ตอบ ๗๖.๘๖๙

5. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 7 การบ กท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งที่ไม่มีการทด เมื่อ

เ รจ็ แล้ ใ น้ ักเรยี นช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ต้อง จากน้ันครูและนกั เรียนร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบ

งานที่ 7

ขัน้ รุป

6. ครูและนกั เรยี นร่ มกนั รปุ งิ่ ท่ีไดเ้ รยี นรรู้ ่ มกนั ดังนี้ การบ กท นิยมท่ีไม่มีการทด

ใช้ ลักการเดีย กนั กับการบ กจำน นนบั โดยนำจำน นท่ีอยู่ใน ลกั เดีย กนั มาบ กกัน และค รบ ก

จำน นใน ลกั ข า ุดก่อน

ื่อการเรยี นรู้
1. ภาพการบ กท นิยม
2. ใบงานที่ 7 การบ กท นยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ นง่ ทีไ่ มม่ ีการทด

การ ัดผลและประเมนิ ผล

ง่ิ ท่ีตอ้ งการ ดั ิธี ัด เครือ่ งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 7 ใบงานท่ี 7 ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
2. ด้านทัก ะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใชข้ ้ึน
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลัก ณะ งั เกตพฤติกรรมด้าน แบบ ังเกต ได้ระดับคณุ ภาพ 2 ทกุ
ทพี่ งึ ประ งค์ คุณลัก ณะทพ่ี ึงประ งค์ พฤตกิ รรมดา้ น รายการข้นึ ไปถือ า่ ผ่าน
คณุ ลกั ณะ เกณฑ์
ที่พงึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 49

บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()

ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและอปุ รรค

3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

50

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8

ราย ชิ าคณิต า ตร์ ชั้นประถม กึ าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 ท นยิ ม เ ลาเรียน 18 ช่ั โมง

เรอื่ ง การบ กท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ ท่ีมีการทด เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

อน นั ท.่ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลทเ่ี กดิ ข้นึ จากการดำเนินการ มบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช้

ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ นง่

าระ ำคญั
การบ กท นยิ มท่ีมีการทด ใช้ ลักการเดีย กนั กับการบ กจำน นนับ โดยนำจำน นที่อยู่ใน

ลักเดยี กันมาบ กกัน และค รบ กจำน นใน ลักข า ดุ กอ่ น ถา้ ผลบ กครบ ิบ รือมากก ่า บิ ใ ้
ทดใน ลกั ถัดไปทางซา้ ย

จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายเกยี่ กับการบ กท นิยมไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งท่มี กี ารทดได้ (K)
2. าผลบ กท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งทีม่ กี ารทดได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการบ กท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งที่มีการทดไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณิต า ตร์ได้ (A)

าระการเรยี นรู้
การบ กท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งที่มกี ารทด

ทกั ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการ อื่ ารและการ ื่อค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการเชอื่ มโยง

51

คณุ ลัก ณะอันพึงประ งค์
1. มี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นำเขา้ บู่ ทเรียน

1. ทบท นการบ กท นิยมไมเ่ กิน 3 ตำแ น่ง ไม่มที ด โดยยกตั อยา่ งโจทย์บนกระดาน

ดงั น้ี ใ ้นักเรยี นช่ ยกัน าผลบ ก

1) 5.091 + 0.8 =

ิธที ำ 50 9 1 +
⚫ 0 0

08

5⚫8 9 1

ตอบ ๕.๘๙๑

2) 0.307 + 0.29 =

ิธที ำ 03 0 7 +
⚫ 9 0

02

0⚫5 9 7

ตอบ ๐.๕๙๗

3) 0.228 + 0.571 =

ิธที ำ 02 2 8 +
⚫ 7 1

05

0⚫7 9 9

ตอบ ๐.๗๙๙

ขน้ั อน

2. ครูแนะนำการ าผลบ กของท นิยมไม่เกนิ 2 ตำแ นง่ ที่มีทด โดยครูเขยี นโจทย์บน

กระดาน แล้ แ ดงการ าผลบ กด้ ย ่อื กระดา รปู ีเ่ ลยี่ มจัตรุ ั ตามลำดับดังน้ี

52

พิจารณาการ าผลบ กของ 0.36 + 0.48

จากรูปจะได้ 0.36 + 0.48 = 0.84
ังเกตได้ า่ 0.04 รือ 4 ่ นร้อย ได้จาก 6 ่ นร้อย ร มกับ 8 ่ นร้อย ได้ 14 ่ นร้อย

รอื 1 ่ น ิบ กบั 4 ่ นรอ้ ย ทด 1 ใน ลัก ่ น ิบ เ ลือ 4 ่ นร้อย
และ 0.8 รอื 8 ่ น ิบ ได้จาก 3 ่ น บิ ร มกบั 4 ่ น ิบ ได้ 7 ่ น บิ ร มกบั ตั ทดอีก

1 ่ น บิ ได้ 8 ่ น บิ

3. ครูยกตั อยา่ งโจทย์การบ กท นยิ ม โดยเขียนโจทย์บนกระดานดังน้ี

1) 5.9 + 0.6 1 บ กใน ลัก ่ น บิ
ิธีทำ 5⚫ 9 9 ่ น ิบ ร มกับ 6 ่ น ิบ ได้ 15 ่ น ิบ รอื 1
13 + น่ ย กบั 5 ่ น ิบ ทด 1 ใน ลกั น่ ย

⚫ บ กใน ลกั น่ ย
5 น่ ย ร มกับ 0 น่ ย ได้ 5 น่ ย ร มกบั ตั ทด
6⚫ 5 อกี 1 น่ ย ได้ 6 น่ ย

ตอบ ๖.๕

53

2) 61.64 + 17.581 1 บ กใน ลัก ่ นรอ้ ย

ธิ ีทำ 6 16 4 + 4 ่ นรอ้ ย ร มกบั 8 ่ นรอ้ ย ได้ 12 ่ นรอ้ ย รือ
1 ⚫ 8 1 ่ น ิบ กบั 2 ่ นรอ้ ย ทด 1 ใน ลกั ่ น ิบ

75
7 9 ⚫ 2 2 เ ลอื 2 ่ นร้อย
บ กใน ลัก ่ น บิ
ตอบ ๗๙.๒๒
6 ่ น ิบ ร มกับ 5 ่ น บิ ได้ 11 ่ น บิ ร มกับ

ตั ทดอกี 1 ่ น บิ ได้ 12 ่ น บิ ทด 1 ใน ลัก

น่ ย เ ลอื 2 ่ น ิบ

บ กใน ลกั น่ ย

1 น่ ย ร มกบั 7 น่ ย ได้ 8 น่ ย ร มกบั ตั ทด

อกี 1 น่ ย ได้ 9 น่ ย

บ กใน ลัก บิ

6 บิ ร มกบั 1 ิบ ได้ 7 ิบ

4. ครูใ ้นักเรียนร่ มกัน รุปข้อ ังเกตจากกิจกรรมการ าผลบ กข้างต้น ซึ่งจะได้ ่า
การบ กท นิยมที่มีการทด ใช้ ลักการเดีย กับการบ กจำน นนับ โดยนำจำน นที่อยู่ใน ลัก
เดีย กันมาบ กกัน และค รบ กใน ลักข า ุดก่อน ถ้าผลบ กครบ ิบ รอื มากก า่ ิบใ ้ทดใน ลัก
ถดั ไปทางซา้ ย

5. ครูใ น้ กั เรยี นทำใบงานท่ี 8 การบ กท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งทม่ี กี ารทด เมื่อเ ร็จ
แล้ ใ น้ ักเรียนช่ ยกนั ตร จ อบค ามถกู ต้อง จากน้ันครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี
8

ข้นั รปุ
6. ครูและนักเรยี นร่ มกนั รปุ ิง่ ท่ีไดเ้ รยี นรรู้ ่ มกัน ดังนี้ การบ กท นยิ มทมี่ กี ารทด ใช้

ลักการเดีย กันกับการบ กจำน นนับ โดยนำจำน นที่อยู่ใน ลักเดีย กันมาบ กกัน และค รบ ก
จำน นใน ลกั ข า ุดก่อน ถา้ ผลบ กครบ ิบ รอื มากก ่า ิบ ใ ้ทดใน ลกั ถดั ไปทางซา้ ย

ื่อการเรยี นรู้
1. ื่อกระดา รูป ่เี ลย่ี มจัตรุ ั
2. ใบงานที่ 8 การบ กท นยิ มไม่เกิน 3 ตำแ นง่ ทม่ี ีการทด

54

การ ดั ผลและประเมินผล

ิ่งท่ีต้องการ ดั ิธี ัด เคร่อื งมือ ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 8 ใบงานที่ 8 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ท่ีพงึ ประ งค์ คณุ ลกั ณะท่พี ึงประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการข้นึ ไปถอื า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ที่พึงประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร

ลงช่อื .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

55

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

56

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชน้ั ประถม กึ าปที ่ี 4

น่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ท นิยม เ ลาเรียน 18 ชั่ โมง

เรอื่ ง การลบท นิยมไม่เกนิ 3 ตำแ น่งท่ีไม่มกี ารกระจาย เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

อน ันที่....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนนิ การของจำน น ผลทเ่ี กิดขนึ้ จากการดำเนินการ มบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช้

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นยิ มไม่เกิน 3 ตำแ นง่

าระ ำคญั
การลบท นิยมที่ไม่มีการกระจาย ใช้ ลักการเดีย กันกับการลบจำน นนับ โดยนำจำน นท่ี

อยใู่ น ลักเดยี กันมาลบกัน และค รลบจำน นใน ลักข า ดุ ก่อน

จุดประ งคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเกย่ี กบั การลบท นิยมไม่เกนิ 3 ตำแ นง่ ที่ไม่มกี ารกระจายได้ (K)
2. าผลลบท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งทีไ่ มม่ ีการกระจายได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กบั การลบท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งที่ไมม่ ีการกระจายไปใช้แก้ปญั าทาง

คณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรียนรู้
การลบท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งท่ไี ม่มกี ารกระจาย

ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ อื่ ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการเชอ่ื มโยง

57

คณุ ลัก ณะอนั พงึ ประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ ู่บทเรยี น
1. ทบท นการลบจำน นนบั โดยเขียนตั อย่างโจทย์บนกระดาน ใ ้นักเรยี นช่ ยกนั า

ผลลบ ดังนี้

1 6 8 - 3 4 2 -
5 4 2 6 3

ขัน้ อน
2. ใ ้นักเรยี นพิจารณาการ าผลลบของ 0.6 – 0.4 จากรูป ดงั นี้
0.6 – 0.4 แ ดงได้ดังน้ี

จากรปู จะได้ 0.6 – 0.4 = 0.2
งั เกตได้ า่ 0.2 รือ 2 ่ น บิ ได้จาก 6 ่ น บิ เอาออก 4 ่ น ิบ

เ ลอื 2 ่ น บิ
3. ครยู กตั อยา่ งการ าผลลบของท นิยม 2 ตำแ นง่ กับ 2 ตำแ นง่ โดยเขียนโจทย์
บนกระดาน ดงั น้ี 0.78 – 0.32 = แล้ ใ ้นักเรียนพิจารณาการ าผลลบของ 0.78 – 0.32 ดงั น้ี

58

จากรูปจะได้ 0.78 – 0.32 = 0.46

ังเกตได้ า่ 0.06 รือ 6 ่ นรอ้ ย ได้จาก 8 ่ นร้อย เอาออก 2 ่ นรอ้ ย

เ ลอื 6 ่ นร้อย

และ 0.4 รอื 4 ่ น บิ ได้จาก 7 ่ น ิบ เอาออก 3 ่ น บิ

เ ลือ 4 ่ น บิ

4. ครูเขียนโจทยก์ ารลบท นยิ มใ น้ กั เรียนช่ ยกนั าผลลบโดยการตง้ั ลบ ดังนี้

1) 3.75 – 0.6

ธิ ที ำ 3⚫7 5 -
06 0


3⚫1 5

ตอบ ๓.๑๕

2) 5.368 – 1.245

ิธีทำ 5⚫ 3 6 8 -
12 4 5


4⚫1 2 3

ตอบ ๔.๑๒๓

5. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 9 การลบท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ น่งที่ไม่มีการกระจาย
เม่ือเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกันตร จ อบค ามถูกต้อง จากน้ันครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกิจกรรม
ในใบงานท่ี 9

ขน้ั รปุ
6. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังน้ี การลบท นิยมที่ไม่มีการ

กระจาย ใช้ ลักการเดีย กันกับการลบจำน นนับ โดยนำจำน นท่ีอยู่ใน ลักเดีย กันมาลบกัน และ
ค รลบจำน นใน ลักข า ุดก่อน

อื่ การเรียนรู้
1. รปู การลบท นิยม
2. ใบงานท่ี 9 การลบท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่งทไี่ มม่ กี ารกระจาย

59

การ ดั ผลและประเมินผล

ิ่งท่ีต้องการ ดั ิธี ัด เคร่อื งมือ ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 9 ใบงานที่ 9 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทกั ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ ังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ท่ีพงึ ประ งค์ คณุ ลกั ณะท่พี ึงประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการข้นึ ไปถอื า่ ผ่าน
คุณลกั ณะ เกณฑ์
ที่พึงประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผู้บริ าร

ลงช่อื .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

60

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

61

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10

ราย ิชาคณติ า ตร์ ช้ันประถม ึก าปีที่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 7 ท นยิ ม เ ลาเรยี น 18 ช่ั โมง

เร่ือง การลบท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ ทม่ี กี ารกระจาย เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

อน ันท.่ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปกี าร กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลทเ่ี กิดขึ้นจากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช้

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ นง่

าระ ำคัญ
การลบท นยิ มทมี่ กี ารกระจาย ใช้ ลกั การเดีย กนั กับการลบจำน นนบั โดยนำจำน นท่ีอยู่

ใน ลักเดีย กนั มาลบกนั ถา้ ใน ลกั ใดตั ตง้ั น้อยก ่าตั ลบ ใ ก้ ระจายตั ตงั้ ใน ลักถัดไปทางซ้ายมา
ร มกบั ตั ตั้งใน ลกั น้ันกอ่ น แล้ จงึ าผลลบ

จุดประ งค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายเกยี่ กบั การลบท นยิ มไม่เกิน 3 ตำแ น่งท่ีมีการกระจายได้ (K)
2. าผลลบท นยิ มไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่ ที่มกี ารกระจายได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กบั การลบท นิยมไมเ่ กิน 3 ตำแ น่งที่มีการกระจายไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การลบท นิยมไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่ ที่มีการกระจาย

ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ อื่ ารและการ ื่อค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการเช่ือมโยง

62

คุณลกั ณะอันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำเข้า ูบ่ ทเรียน

1. ทบท นการลบท นิยมไมเ่ กิน 3 ตำแ น่งไมม่ ีการกระจาย โดยยกตั อย่างโจทย์บน

กระดานดงั นี้ ใ น้ ักเรยี นช่ ยกนั าผลบ ก

1) 8.965 – 3.3 =

ิธีทำ 89 6 5 -
⚫ 0 0

33

5⚫6 6 5

ตอบ ๕.๖๖๕

2) 0.927 – 0.8 =

ธิ ที ำ 09 2 7 -
⚫ 0 0

08

0⚫1 2 7

ตอบ ๐.๑๒๗

3) 15.894 – 2.722 =

ธิ ที ำ 1 58 9 4 -
⚫ 2 2

27

1 3⚫1 7 2

ตอบ ๑๓.๑๗๒

ขัน้ อน

2. ครูแนะนำการ าผลลบของท นิยมไม่เกนิ 2 ตำแ น่งที่มีการกระจาย โดยครูเขียน

โจทยบ์ นกระดาน แล้ แ ดงการ าผลลบด้ ย ื่อกระดา รูป เ่ี ลีย่ มจตั รุ ั ตามลำดับดังนี้

63

พจิ ารณาการ าผลบ กของ 0.53 – 0.18

จากรูปจะได้ 0.53 – 0.18 = 0.35

ังเกตได้ ่า 0.05 รอื 5 ่ นรอ้ ย ไดจ้ าก 3 ่ นร้อย เอาออก 8 ่ นร้อย ซึง่ ไมพ่ อ

จงึ กระจาย 5 ่ น บิ มา 1 ่ น ิบ ซึง่ 1 ่ น ิบ เทา่ กับ 10 ่ นร้อย

10 ่ นร้อย ร มกับ 3 ่ นร้อย ได้ 13 ่ นรอ้ ย แล้ เอาออก 8 ่ นร้อย

เ ลอื 5 ่ นรอ้ ย

และ 0.3 รือ 3 ่ น บิ ได้จาก 5 ่ น บิ กระจายไป 1 ่ น บิ เ ลือ 4 ่ น บิ

แล้ เอาออก 1 ่ น ิบ เ ลือ 3 ่ น ิบ

3. ครยู กตั อยา่ งโจทย์การลบท นิยม โดยเขยี นโจทย์บนกระดานดงั นี้

าผลลบของ 4.83 – 1.751

ธิ ีทำ ลบใน ลกั ่ นพัน
0 ่ นพัน เอาออก 1 ่ นพัน ซึง่ ไม่พอ จึงกระจาย 3 ่ นรอ้ ย มา 1
7 12 10 ่ นรอ้ ย ซ่งึ 1 ่ นรอ้ ย เท่ากับ 10 ่ นพัน แล้ เอาออก 1 ่ นพัน
เ ลือ 9 ่ นพัน
4⚫8 3 0 -
11 7 5 1 ลบใน ลักรอ้ ย
⚫ 3 ่ นรอ้ ย กระจายไป 1 ่ นรอ้ ย เ ลอื 2 ่ นร้อย เอาออก 5 ่ น

3⚫0 7 9

ตอบ ๓.๐๗๙

รอ้ ย ซึง่ ไมพ่ อ จึงกระจายจาก 8 ่ น บิ มา 1 ่ น ิบ ซ่งึ 1 ่ น บิ

เท่ากับ 10 ่ นร้อย ร มกบั 2 ่ นร้อย ได้ 12 ่ นรอ้ ย แล้ เอา

ออก 5 ่ นรอ้ ย เ ลอื 7 ่ นรอ้ ย

64

ลบใน ลัก ่ น บิ
8 ่ น บิ กระจายไป 1 ่ น ิบ เ ลอื 7 ่ น ิบ เอาออก 7 ่ น บิ เ ลือ 0 ่ น บิ

ลบใน ลกั น่ ย
4 น่ ย เอาออก 1 น่ ย เ ลอื 3 น่ ย

4. ครูใ น้ ักเรยี นทำใบงานที่ 10 การลบท นิยมไม่เกิน 3 ตำแ นง่ ทมี่ กี ารกระจาย เมื่อ
เ รจ็ แล้ ใ น้ กั เรียนช่ ยกนั ตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นร่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบ
งานที่ 10

ข้ัน รุป
6. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังน้ี การลบท นิยมที่มีการ

กระจาย ใช้ ลกั การเดยี กันกับการลบจำน นนับ โดยนำจำน นทีอ่ ยู่ใน ลักเดยี กนั มาลบกัน ถ้าใน
ลักใดตั ตั้งน้อยก ่าตั ลบ ใ ้กระจายตั ตั้งใน ลักถัดไปทางซ้ายมาร มกับตั ตั้งใน ลักนั้นก่อน
แล้ จงึ าผลลบ

ื่อการเรยี นรู้
1. ื่อกระดา รูป เี่ ลีย่ มจตั ุรั
2. ใบงานที่ 10 การลบท นยิ มไม่เกนิ 3 ตำแ นง่ ทม่ี ีการกระจาย

การ ัดผลและประเมนิ ผล

่ิงทตี่ ้องการ ัด ิธี ดั เครอ่ื งมือ ัด เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานท่ี 10 ใบงานที่ 10 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ข้ึนไป
2. ด้านทกั ะ งั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดับพอใชข้ ้นึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลัก ณะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ ังเกต ไดร้ ะดบั คุณภาพ 2 ทกุ
ทพ่ี ึงประ งค์ คุณลกั ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤติกรรมด้าน รายการข้ึนไปถอื า่ ผา่ น
คุณลัก ณะ เกณฑ์
ทีพ่ งึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร 65

บันทึก ลังการเรียนการ อน ลงช่ือ.....................................ผตู้ ร จ
1. ผลการเรียนรู้ ()

ผู้อำน ยการโรงเรยี น
..../................../........

2. ปัญ าและอปุ รรค

3. ขอ้ เ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปญั า

ลงชอื่ .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

66

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11

ราย ชิ าคณติ า ตร์ ชั้นประถม ึก าปีที่ 4

น่ ยการเรียนรู้ที่ 7 ท นิยม เ ลาเรยี น 18 ช่ั โมง

เรื่อง การบ ก การลบท นิยม 2 ข้นั ตอน เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

อน ันท.่ี ...... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลท่ีเกิดขึน้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช้

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/15 : าผลบ ก ผลลบของท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่

าระ ำคัญ
การบ ก ลบระคนของท นิยมไมเ่ กนิ 3 ตำแ นง่ ถา้ มี งเล็บใ ค้ ำน ณใน งเล็บก่อน ถา้ ไม่มี

งเลบ็ ใ ้คำน ณจากซ้ายไปข า

จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกย่ี กบั การบ ก การลบท นยิ ม 2 ขั้นตอนได้ (K)
2. าผลบ ก ลบท นยิ ม 2 ขน้ั ตอนได้ (P)
3. นำค ามรูเ้ กี่ย กับการบ ก การลบท นยิ ม 2 ข้ันตอนไปใชแ้ ก้ปัญ าทางคณิต า ตร์ได้

(A)

าระการเรียนรู้
การบ ก การลบท นิยม 2 ขั้นตอน

ทัก ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการ ื่อ ารและการ ่อื ค าม มายทางคณติ า ตร์
2. ค าม ามารถในการเชือ่ มโยง

67

คณุ ลัก ณะอันพึงประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้

ขัน้ นำเขา้ ูบ่ ทเรยี น

1. ครูทบท นการบ ก การลบระคนของจำน นโดยเขยี นโจทย์บนกระดานใ น้ ักเรยี น

ช่ ยกัน าผลลัพธ์ ดังน้ี

1) (57 – 49) + 25 =

ธิ ที ำ 5 7 -
4 9

2 8 +
5

33

ตอบ ๓๓

2) 125 + (81 – 65) =

ธิ ีทำ 8 1 -
6 5

1 1 6 +
2 5

141

ตอบ ๑๔๑
ข้นั อน

2. ครูแนะนำครูแนะนำ ่า ำ รับการบ ก ลบระคนของท นิยมทำได้เช่นเดีย กับ
จำน นนับ กล่า คอื ใชข้ ้อตกลงเ มือนกัน

3. ครูเขียนตั อย่างโจทย์การบ ก ลบ ระคนของท นิยม ไม่เกิน 3 ตำแ น่ง บน
กระดาน แล้ ใ น้ ักเรยี นช่ ยกนั บอก ิธีแ ดงการ าผลลพั ธ์ (แน ตงั้ ) ซงึ่ จะได้ ดงั นี้

68

ตั อยา่ งท่ี 1 าผลลัพธ์ของ 5.2 – (1.63 – 0.8) าผลลพั ธข์ อง 5.2 – 0.83
ธิ ีทำ าผลลพั ธ์ของ 1.63 – 0.8

1⚫6 3 - 5⚫2 0 -
01 8 0 018 3
⚫ ⚫

0⚫8 3 4⚫3 7

ตอบ ๔.๓๗

ตั อยา่ งท่ี 2 าผลลพั ธ์ของ 2.5 – 1.63 + 0.849

ธิ ที ำ 2⚫5 0 -
11 6 3


0⚫8 7 0 +
0⚫8 4 9

1⚫7 1 9

ตอบ ๑.๗๑๙

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 11 การบ ก การลบท นิยม 2 ขั้นตอน เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้

นักเรยี นช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ตอ้ ง จากนั้นครแู ละนกั เรยี นร่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 11

ข้นั รปุ

5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังนี้ การลบท นิยมที่มีการ

กระจาย ใช้ ลกั การเดยี กนั กับการลบจำน นนบั โดยนำจำน นที่อยู่ใน ลักเดยี กันมาลบกัน ถ้าใน

ลักใดตั ตั้งน้อยก ่าตั ลบ ใ ้กระจายตั ตั้งใน ลักถัดไปทางซ้ายมาร มกับตั ตั้งใน ลักนั้นก่อน

แล้ จึง าผลลบ

อ่ื การเรียนรู้
1. ่อื กระดา รปู ีเ่ ลีย่ มจตั รุ ั
2. ใบงานที่ 11 การบ ก การลบท นยิ ม 2 ข้นั ตอน

69

การ ัดผลและประเมนิ ผล

ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 11 ใบงานที่ 11 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร

ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

70

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

71

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12

ราย ิชาคณิต า ตร์ ช้ันประถม ึก าปีท่ี 4

น่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ท นยิ ม เ ลาเรียน 18 ช่ั โมง

เร่อื ง การ เิ คราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นิยม เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

อน ันท.่ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนนิ การของจำน น ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ มบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช้

ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ธิ ี าคำตอบของโจทย์ปญั าการบ ก การลบ 2 ข้นั ตอนของท นิยม
ไมเ่ กิน 3 ตำแ น่ง

าระ ำคัญ
การแก้โจทย์ปัญ าเริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า เขียนประโยค

ญั ลัก ณ์ าคำตอบแล้ ตร จ อบค ามถูกตอ้ งของคำตอบ

จุดประ งค์การเรียนรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ กท นิยม พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ

คำตอบได้ (K)
2. ิเคราะ โ์ จทยป์ ัญ าการบ กท นยิ มและ าคำตอบได้ (P)
3. นำค ามรู้เกี่ย กับการ ิเคราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นิยมไปใช้

แกป้ ัญ าทางคณติ า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรียนรู้
การ ิเคราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นยิ ม

72

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ญั า
2. ค าม ามารถในการ ือ่ ารและการ อ่ื ค าม มายทางคณิต า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตผุ ล

คณุ ลัก ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเข้า ่บู ทเรยี น
1. นักเรยี นทบท นค ามร้โู ดยร่ มกนั เล่าประ บการณเ์ กยี่ กับการซื้อ ินค้าทม่ี รี าคา

เป็นบาทและ ตางค์ เชน่
ซ้อื มุด 1 เล่ม ราคา 15.50 บาท
ซื้อดิน อ 1 แท่ง ราคา 5.25 บาท

ข้ัน อน
2. ครตู ดิ แถบโจทยป์ ญั า ดงั นี้

นั ท่ี 1 ฝน งิ่ ได้ 5.2 กโิ ลเมตร ันที่ 2 ิ่งได้ 3.7 กิโลเมตร ฝน ่งิ
ได้ระยะทางทงั้ มดกีก่ โิ ลเมตร

ครูใ น้ ักเรียนอ่านโจทย์ปัญ า และครูใช้การถามตอบเพือ่ ใ น้ กั เรยี น เิ คราะ ์โจทย์
ปัญ า ทำค ามเขา้ ใจปญั า แก้ปัญ า และตร จ อบคำตอบดังน้ี

- งิ่ ทโี่ จทย์ถามคอื อะไร (ระยะทางท้ัง มดท่ฝี น ่ิงได้)
- ิ่งที่โจทย์บอกคืออะไร ( ันที่ 1 ฝน ิ่งได้ 5.2 กิโลเมตร ันที่ 2 ิ่งได้ 3.7
กิโลเมตร)
- จาก ิ่งท่โี จทย์ถาม และ ิ่งท่โี จทย์บอก เขยี นเป็นแผนภาพได้อย่างไร

ระยะทางทั้ง มด

5.2 กม. 3.7 กม.
ันท่ี 1 นั ที่ 2

73

- จากแผนภาพ จะ าคำตอบได้อย่างไร และได้คำตอบเท่าใด (5.2 + 3.7 = 8.9
กิโลเมตร)

- รปุ คำตอบอย่างไร (ฝน ่ิงได้ระยะทางทงั้ มด 8.9 กิโลเมตร)
3. ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน โดยแต่ละกลุ่มแ ดงการ ิเคราะ ์
โจทย์ปัญ า างแผนแก้ปัญ า เขียนประโยค ัญลกั ณ์และ าคำตอบจากแถบโจทย์ปัญ าทำลงใน
กระดา ที่ครูแจกใ ้ เมื่อแต่ละกลุ่มทำเ ร็จแล้ ่งตั แทนออกมาเ นอผลงานพร้อมทั้งตร จ อบ
ค ามถกู ตอ้ งของคำตอบ

กระดา ขนาด A5 ยา 21 เซนติเมตร กระดา ขนาด A5 นั้ ก ่า A4
อยู่ 8.7 เซนติเมตร กระดา ขนาด A4 ยา เท่าใด

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 12 การ ิเคราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ ก
ท นยิ ม เมอื่ เ รจ็ แล้ ใ ้นกั เรียนช่ ยกนั ตร จ อบค ามถูกตอ้ ง จากนนั้ ครูและนักเรียนร่ มกันเฉลย
กิจกรรมในใบงานที่ 12

ข้นั รปุ
5. ครแู ละนักเรียนร่ มกนั รปุ งิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรรู้ ่ มกัน ดงั นี้ การแก้โจทยป์ ัญ าท นิยมใช้

ลักการเดีย กับการแก้โจทย์ปัญ าจำน นนับ โดยเริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผน
แกป้ ญั า เขียนเป็นประโยค ญั ลัก ณ์ าคำตอบ และตร จ อบค ามถกู ต้องของคำตอบ

ื่อการเรียนรู้
1. แถบโจทย์ปัญ า
2. ใบงานที่ 12 การ เิ คราะ แ์ ละ าคำตอบโจทยป์ ญั าการบ กท นิยม

74

การ ัดผลและประเมนิ ผล

ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 12 ใบงานที่ 12 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร

ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

75

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

76

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 13

ราย ชิ าคณิต า ตร์ ชัน้ ประถม กึ าปที ี่ 4

น่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ท นิยม เ ลาเรียน 18 ชั่ โมง

เรือ่ ง การ ิเคราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปญั าการลบท นิยม เ ลาเรยี น 1 ช่ั โมง

อน ันท.่ี ...... เดือน.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ ึก า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลทเี่ กดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนินการ และการนำไปใช้

ตั ช้ี ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ิธี าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ ก การลบ 2 ข้ันตอนของท นิยม
ไม่เกนิ 3 ตำแ น่ง

าระ ำคญั
การแก้โจทย์ปัญ าเริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า เขียนประโยค

ัญลัก ณ์ าคำตอบแล้ ตร จ อบค ามถกู ตอ้ งของคำตอบ

จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าการลบท นิยม พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ

คำตอบได้ (K)
2. เิ คราะ ์โจทยป์ ัญ าการลบท นยิ มและ าคำตอบได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กี่ย กบั การ เิ คราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการลบท นยิ มไปใช้แก้ปัญ า

ทางคณิต า ตรไ์ ด้ (A)

าระการเรยี นรู้
การ เิ คราะ แ์ ละ าคำตอบโจทย์ปัญ าการลบท นิยม

77

ทัก ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ญั า
2. ค าม ามารถในการ ่ือ ารและการ อื่ ค าม มายทางคณติ า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ เ้ ตุผล

คุณลัก ณะอันพึงประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเข้า ่บู ทเรยี น
1. นักเรียนทบท นค ามรู้ เรื่อง การบ ก การลบท นิยม โดยพจิ ารณาแถบโจทย์บน

กระดานและออกมาแข่งขนั กัน าคำตอบบนกระดาน เช่น

3.52 + 8.9 = 108.36 – 24.95 =

ขนั้ อน
2. ครตู ดิ แถบโจทยป์ ญั า ดังนี้

พ่อตอ้ งการทดี่ ินปลูก ้ม 8 ไร่ แตม่ ีอย่แู ล้ 6.25 ไร่ พอ่ ตอ้ งซื้อ
เพมิ่ กี่ไร่

ครูใ น้ กั เรยี นอ่านโจทยป์ ัญ า และครใู ช้การถามตอบเพือ่ ใ น้ ักเรียน เิ คราะ ์โจทย์
ปัญ า ทำค ามเข้าใจปัญ า แก้ปัญ า และตร จ อบคำตอบดงั นี้

- ่ิงทโ่ี จทยถ์ ามคอื อะไร (พ่อตอ้ งซื้อทีด่ นิ เพมิ่ ก่ไี ร่)
- ิ่งที่โจทยบ์ อกคืออะไร (พ่อต้องการท่ีดนิ ปลกู ้ม 8 ไร่ แต่มีอยูแ่ ล้ 6.25 ไร่)
- จาก ่ิงท่โี จทย์ถาม และ ่งิ ทโ่ี จทย์บอก เขียนเป็นแผนภาพได้อยา่ งไร

ตอ้ งการ 8 ไร่

มอี ยู่ 6.25 ไร่ ซือ้ เพิ่ม

78

- จากแผนภาพ จะ าคำตอบได้อยา่ งไร และได้คำตอบเทา่ ใด (8 – 6.25 = 1.75
ไร่)

- รปุ คำตอบอยา่ งไร (พ่อต้องซอ้ื ที่ดนิ เพม่ิ 1.75 ไร่)
3. ครูแบ่งนักเรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน โดยแต่ละกลุ่มแ ดงการ ิเคราะ ์
โจทย์ปัญ า างแผนแก้ปัญ า เขียนประโยค ัญลัก ณ์และ าคำตอบจากแถบโจทย์ปัญ าทำลงใน
กระดา ที่ครูแจกใ ้ เมื่อแต่ละกลุ่มทำเ ร็จแล้ ่งตั แทนออกมาเ นอผลงานพร้อมทั้งตร จ อบ
ค ามถูกต้องของคำตอบ

ตกึ ใบ ยก 1 งู 151 เมตร ตึกใบ ยก 2 ูง 328.4 เมตร ตกึ ใด งู ก า่
กัน และ งู ก า่ กนั เทา่ ใด

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 13 การ ิเคราะ ์และ าคำตอบโจทย์ปัญ าการลบ
ท นยิ ม เม่อื เ รจ็ แล้ ใ น้ กั เรียนช่ ยกนั ตร จ อบค ามถูกตอ้ ง จากนั้นครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลย
กิจกรรมในใบงานที่ 13

ข้ัน รุป
5. ครแู ละนักเรียนร่ มกนั รุป งิ่ ท่ีไดเ้ รียนรรู้ ่ มกนั ดังน้ี การแกโ้ จทย์ปัญ าท นิยมใช้

ลักการเดีย กับการแก้โจทย์ปัญ าจำน นนับ โดยเริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผน
แกป้ ญั า เขียนเป็นประโยค ัญลกั ณ์ าคำตอบ และตร จ อบค ามถูกต้องของคำตอบ

อื่ การเรยี นรู้
1. แถบโจทย์ปัญ า
2. ใบงานที่ 13 การ ิเคราะ แ์ ละ าคำตอบโจทยป์ ญั าการลบท นิยม

79

การ ัดผลและประเมนิ ผล

ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 13 ใบงานที่ 13 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร

ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

80

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

81

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14

ราย ิชาคณิต า ตร์ ชนั้ ประถม ึก าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 ท นยิ ม เ ลาเรยี น 18 ช่ั โมง

เร่ือง การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทยป์ ญั าการบ กท นยิ ม เ ลาเรียน 1 ช่ั โมง

อน ันที่....... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ มบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช้

ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ิธี าคำตอบของโจทย์ปญั าการบ ก การลบ 2 ข้นั ตอนของท นิยม
ไมเ่ กิน 3 ตำแ นง่

าระ ำคญั
การแก้โจทย์ปัญ าการบ กท นิยม เริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า

ดำเนินการตามแผน แ ดง ธิ ีทำ พรอ้ มทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รือค ามถูกต้องของคำตอบ

จุดประ งค์การเรียนรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ กท นิยม พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ

คำตอบได้ (K)
2. เขียนแ ดง ธิ ที ำของโจทยป์ ญั าการบ กท นิยมท่กี ำ นดใ ้ได้ (P)
3. นำค ามรเู้ กยี่ กบั การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นยิ มไปใช้แกป้ ัญ าทาง

คณติ า ตร์ได้ (A)

าระการเรยี นรู้
การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นิยม

82

ทัก ะและกระบ นการทางคณติ า ตร์
1. ค าม ามารถในการแก้ปัญ า
2. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ือ่ ค าม มายทางคณติ า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล

คุณลกั ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเข้า บู่ ทเรียน
1. ทบท นการ ิเคราะ ์โจทย์ปัญ าการบ กท นิยม ครูติดแถบโจทย์ปัญ า ใ ้

นักเรียน ิเคราะ ์โจทย์ปัญ า และเขียนประโยค ัญลัก ณ์ พร้อมทั้ง าคำตอบ โดยครูใช้การถาม
ตอบ ดังนี้

ิชดุ าซื้อ มดุ าดเขยี น 1 เลม่ ราคา 25.50 บาท ซือ้ ไม้บรรทดั 1
อนั ราคา 5.25 บาท ชิ ุดาตอ้ งจา่ ยเงนิ เท่าใด

ครซู ักถามนกั เรยี น ดังน้ี
- ง่ิ ทโ่ี จทย์ถามคอื อะไร ( ชิ ดุ าจะตอ้ งจา่ ยเงินเทา่ ไร)
- ิง่ ท่โี จทยบ์ อกคอื อะไร (ราคา มุด าดเขยี น 25.50 บาท ราคาไม้บรรทัด 5.25
บาท)
- จะ าจำน นเงินที่ ิชุดาต้องจ่ายได้อย่างไร (นำจำน นเงินที่ซื้อ มุด าดเขียน
และไมบ้ รรทัดมาร มกัน)
- เขยี นเปน็ ประโยค ัญลัก ณไ์ ดอ้ ย่างไร (25.50 + 5.25 = )
- รุปคำตอบ ่าอย่างไร ( ชิ ดุ าตอ้ งจ่ายเงนิ 30.75 บาท)
ข้ัน อน
2. นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์ปัญ าและอ่านโจทย์ปัญ า พร้อมช่ ยกัน ิเคราะ ์
โจทย์ แ ดง ธิ ีทำจากแถบโจทย์ปัญ า ดงั น้ี

ออมซื้อมังคุด 1.5 กโิ ลกรัม ซอ้ื เงาะมากก ่ามังคดุ 2.4 กิโลกรัม
ออมซอื้ เงาะกกี่ ิโลกรมั

83

ครูนำเ นอ ิธีคิด เพอ่ื นำไป ่กู ารแ ดง ิธที ำ ดงั นี้
ิธีคดิ

มังคุด 1.5 กก. มากก า่ มงั คดุ
เงาะ 2.4 กก.

ครตู งั้ คำถามเพอื่ ฝึกการ เิ คราะ ์โจทย์ และแ ดง ิธีทำ ดงั น้ี

- จาก ถานการณ์โจทยป์ ญั า เขยี นเป็นประโยค ญั ลัก ณไ์ ดอ้ ยา่ งไร (1.5 + 2.4

=)

- นกั เรียนเขียนแ ดง ธิ ที ำได้อยา่ งไร

ธิ ที ำ ออมซ้อื มงั คุด 1.5 กโิ ลกรมั

ซอ้ื เงาะมากก า่ มงั คุด 2.4 กิโลกรัม

ดงั นั้น ออมซื้อเงาะ 1.5 + 2.4 = 3.9 กิโลกรัม

ตอบ ๓.๕ กิโลกรัม

3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ใ ้แต่ละกลุ่มร่ มกัน ิเคราะ โ์ จทย์

และแ ดง ิธีทำจากโจทยป์ ญั า ดงั นี้

ถงั ใบ นึง่ มนี ำ้ อยู่ 3.25 ลติ ร เติมนำ้ เขา้ ไปอกี 2.75 ลิตร ถงั ใบนี้จะมีน้ำท้ัง มด
กล่ี ติ ร

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 14 การแ ดง ิธี าคำตอบโจทย์ปัญ าการบ กท นิยม
เม่ือเ ร็จแล้ ใ ้นักเรียนช่ ยกันตร จ อบค ามถกู ต้อง จากน้ันครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกิจกรรม
ในใบงานที่ 14

ขน้ั รปุ
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญ า

จำเป็นต้อง ิเคราะ โ์ จทย์ ่า ง่ิ ที่โจทย์ถามคอื อะไร ิ่งที่โจทยบ์ อกคอื อะไร จะ าคำตอบได้โดย ิธีใด
เขยี นเป็นประโยค ัญลกั ณ์ไดอ้ ย่างไร พรอ้ มทง้ั เขียนแ ดง ิธีทำ โดยเขยี น ่ิงทโ่ี จทย์บอกใ ้ครบ แล้
คดิ คำน ณ าคำตอบและตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รือค ามถกู ตอ้ งของคำตอบ

ือ่ การเรยี นรู้
1. แถบโจทย์ปญั า
2. ใบงานที่ 14 การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทยป์ ญั าการบ กท นยิ ม

84

การ ัดผลและประเมนิ ผล

ง่ิ ทตี่ อ้ งการ ดั ิธี ัด เครอ่ื งมอื ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านค ามรู้ ตร จใบงานที่ 14 ใบงานที่ 14 ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบ งั เกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทัก ะกระบ นการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ดา้ นคุณลัก ณะ งั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ งั เกต ได้ระดับคุณภาพ 2 ทกุ
ทีพ่ ึงประ งค์ คณุ ลัก ณะทพี่ งึ ประ งค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขนึ้ ไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ท่ีพงึ ประ งค์

ค ามคิดเ น็ ผู้บริ าร

ลงชอื่ .....................................ผูต้ ร จ
()

ผอู้ ำน ยการโรงเรียน
..../................../........

85

บนั ทกึ ลงั การเรียนการ อน
1. ผลการเรยี นรู้

2. ปญั าและอุป รรค

3. ข้อเ นอแนะ/แน ทางในการแก้ปัญ า

ลงช่อื .....................................ผู้ อน
()
..../................../........

86

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15

ราย ิชาคณติ า ตร์ ช้ันประถม ึก าปที ี่ 4

น่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 ท นิยม เ ลาเรียน 18 ช่ั โมง

เรื่อง การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทยป์ ัญ าการลบท นิยม เ ลาเรยี น 1 ชั่ โมง

อน ันท่.ี ...... เดอื น.......................... พ. . ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการ กึ า 2564

................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจค าม ลาก ลายของการแ ดงจำน น ระบบจำน น การ

ดำเนินการของจำน น ผลที่เกิดขึน้ จากการดำเนนิ การ มบัติของการ

ดำเนนิ การ และการนำไปใช้

ตั ชี้ ัด
ค 1.1 ป.4/16 : แ ดง ธิ ี าคำตอบของโจทย์ปัญ าการบ ก การลบ 2 ขัน้ ตอนของท นิยม
ไม่เกนิ 3 ตำแ นง่

าระ ำคัญ
การแก้โจทย์ปัญ าการลบท นิยม เริ่มจากการทำค ามเข้าใจปัญ า างแผนแก้ปัญ า

ดำเนนิ การตามแผน แ ดง ธิ ีทำ พรอ้ มทง้ั ตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รือค ามถูกตอ้ งของคำตอบ

จดุ ประ งค์การเรียนรู้
1. าคำตอบของโจทย์ปัญ าการลบท นิยม พร้อมทั้งตร จ อบค าม มเ ตุ มผลของ

คำตอบได้ (K)
2. เขียนแ ดง ิธที ำของโจทยป์ ัญ าการลบท นยิ มที่กำ นดใ ไ้ ด้ (P)
3. นำค ามรูเ้ กยี่ กับการแ ดง ิธี าคำตอบโจทย์ปญั าการลบท นยิ มไปใช้แก้ปัญ าทาง

คณติ า ตร์ได้ (A)

าระการเรยี นรู้
การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทย์ปญั าการลบท นิยม

87

ทกั ะและกระบ นการทางคณิต า ตร์
1. ค าม ามารถในการแกป้ ัญ า
2. ค าม ามารถในการ ่อื ารและการ ่ือค าม มายทางคณติ า ตร์
3. ค าม ามารถในการใ ้เ ตุผล

คณุ ลกั ณะอันพงึ ประ งค์
1. มี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ บู่ ทเรียน
1. ทบท นการ ิเคราะ ์โจทย์ปัญ าการลบท นิยม ครตู ดิ แถบโจทย์ปญั า ใ น้ กั เรยี น

เิ คราะ ์โจทย์ปญั า และเขียนประโยค ญั ลัก ณ์ พร้อมทัง้ าคำตอบ โดยครใู ช้การถามตอบ ดังนี้

อรทัยมเี งนิ อยู่ 17.50 บาท ซือ้ มดุ ราคา 9.75 บาท จะเ ลอื เงิน
กีบ่ าท

ครูซกั ถามนกั เรียน ดังนี้
- ิง่ ที่โจทยถ์ ามคอื อะไร (อรทัยเ ลอื เงินก่บี าท)
- ง่ิ ทโี่ จทยบ์ อกคอื อะไร (อรทยั มเี งนิ อยู่ 17.50 บาท ซ้อื มดุ ราคา 9.75 บาท)
- จะ าจำน นเงินท่ี ิชุดาต้องจ่ายได้อย่างไร (นำจำน นเงนิ ท่ีมีอยู่ลบด้ ยจำน น
เงนิ ที่ซอ้ื มุด)
- เขียนเป็นประโยค ญั ลัก ณ์ได้อย่างไร (17.50 – 9.75 = )
- รุปคำตอบ า่ อยา่ งไร (อรทยั จะเ ลือเงิน 7.75 บาท)
ข้ัน อน
2. นักเรียนพิจารณาแถบโจทย์ปัญ าและอ่านโจทย์ปัญ า พร้อมช่ ยกัน ิเคราะ ์
โจทย์ แ ดง ธิ ที ำจากแถบโจทย์ปญั า ดงั น้ี

แจ๊ค งู 1.41 เมตร แบงค์ งู 1.25 เมตร แจค๊ ูงก า่ แบงคเ์ ทา่ ใด

88

ครูนำเ นอ ิธีคิด เพื่อนำไป กู่ ารแ ดง ธิ ที ำ ดงั น้ี
ธิ ีคดิ

แจ๊ค ูงก ่า

1.41 ม. 1.25 ม.

แจค๊ แบงค์

ครูตงั้ คำถามเพือ่ ฝึกการ เิ คราะ ์โจทย์ และแ ดง ิธีทำ ดงั นี้

- จาก ถานการณ์โจทย์ปัญ า เขียนเป็นประโยค ัญลัก ณ์ได้อย่างไร (1.41 –

1.25 = )

- นกั เรียนเขียนแ ดง ิธีทำไดอ้ ย่างไร

ิธที ำ แจค๊ งู 1.41 เมตร

แบงค์ งู 1.25 เมตร

ดงั น้ัน แจ๊ค งู ก า่ แบงค์ 1.41 – 1.25 = 0.16 เมตร

ตอบ ๐.๑๖ เมตร

3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ใ ้แต่ละกลุ่มร่ มกัน ิเคราะ ์โจทย์

และแ ดง ิธีทำจากโจทยป์ ญั า ดงั นี้

รบิ บิ้นเ น้ นงึ่ ยา 12.50 เมตร ตัดไปใช้ 9.75 เมตร จะเ ลือรบิ บน้ิ ก่เี มตร

4. ครูใ ้นักเรียนทำใบงานที่ 15 การแ ดง ิธี าคำตอบโจทย์ปัญ าการลบท นิยม
เมื่อเ ร็จแล้ ใ ้นกั เรียนช่ ยกันตร จ อบค ามถูกต้อง จากนั้นครแู ละนักเรียนร่ มกันเฉลยกิจกรรม
ในใบงานที่ 15

ขัน้ รุป
5. ครูและนักเรียนร่ มกัน รุป ิ่งที่ได้เรียนรู้ร่ มกัน ดังนี้ การแก้โจทย์ปัญ า

จำเปน็ ต้อง เิ คราะ โ์ จทย์ า่ ิ่งทโี่ จทยถ์ ามคืออะไร ิง่ ท่โี จทย์บอกคอื อะไร จะ าคำตอบได้โดย ิธีใด
เขียนเป็นประโยค ัญลกั ณไ์ ด้อย่างไร พร้อมทั้งเขยี นแ ดง ธิ ีทำ โดยเขยี น ่งิ ทีโ่ จทย์บอกใ ้ครบ แล้
คดิ คำน ณ าคำตอบและตร จ อบค าม มเ ตุ มผล รอื ค ามถกู ตอ้ งของคำตอบ

89

ือ่ การเรยี นรู้
1. แถบโจทย์ปญั า
2. ใบงานที่ 15 การแ ดง ธิ ี าคำตอบโจทยป์ ญั าการลบท นยิ ม

การ ดั ผลและประเมนิ ผล

งิ่ ที่ต้องการ ดั ธิ ี ัด เครื่องมือ ัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ดา้ นค ามรู้ ตร จใบงานที่ 15 ใบงานท่ี 15 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ะ ังเกตพฤติกรรมด้าน แบบ ังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบ นการ ทกั ะกระบ นการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทัก ะกระบ นการ
3. ด้านคุณลกั ณะ ังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบ ังเกต ได้ระดับคณุ ภาพ 2 ทกุ
ทพ่ี งึ ประ งค์ คุณลกั ณะทพี่ ึงประ งค์ พฤติกรรมดา้ น รายการข้ึนไปถอื า่ ผ่าน
คณุ ลัก ณะ เกณฑ์
ทพ่ี ึงประ งค์

ค ามคดิ เ ็นผบู้ ริ าร

ลงชอ่ื .....................................ผูต้ ร จ
()

ผ้อู ำน ยการโรงเรยี น
..../................../........


Click to View FlipBook Version