The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NewZz Jumpahom, 2022-08-31 04:27:40

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรกู้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2-3 ปี
สัปดาห์ท่ี...34.... สาระการเรียนรู้ท่ี 4 สิ่งตา่ งๆ รอบตัวเด็ก
หนว่ ยการเรียนรู้ หนูน้อยพอเพยี ง

กิจกรรม เคลื่อนไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเล่น เกมการศึกษา
วนั ท่ี และจงั หวะ กลางแจง้
-ประโยชนข์ องการใช้
-การเคลื่อนไหวสว่ น นา้ อย่างประหยดั การวาดภาพสี เปิดโอกาสให้เดก็ ไดเ้ ลือก การรับ ส่ งลู ก เกมเรยี งล้าดับ
ต่าง ๆของร่างกาย เทียนตาม เลน่ ในศูนยต์ ามความ บอล 2 มอื ภาพแกว้ นา้ เล็ก –
ประกอบเพลง จนิ ตนาการ สนใจและค้นหาความ
ถนดั ของตนโดยจดั ให้ ใหญ่
1 การจดุ สี สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยการ
เรยี นรู้

เคลอื่ นไหวสว่ น -วิธใี ชไ้ ฟอยา่ ง เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือก เกมมดขน เกมจับคู่
ต่างๆ ของรา่ งกาย ประหยดั ใน เลน่ ในศนู ย์ตามความ อาหาร ภาพเหมอื น
สนใจและคน้ หาความ
2 ตามจินตนาการ ชีวติ ประจา้ วนั ถนัดของตนโดยจดั ให้
ประกอบคาคลอ้ งจอง สอดคล้องกบั หน่วยการ
เรียนรู้
ฟ้าแลบ

เคล่ือนไหวสว่ น - ช่ือผกั และอปุ กรณ์ การป้ันดินนา้ มนั เปิดโอกาสให้เด็กได้เลอื ก เกมวิ่งเป้ยี ว เกมภาพตดั ต่อ

ต่างๆ ของร่างกาย การปลูกผักสวนครัว เลน่ ในศนู ยต์ ามความ

ตามสญั ญาณ สนใจและค้นหาความ

3 ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกบั หน่วยการ

เรียนรู้

เคล่ือนไหวสว่ น - ขันตอนการปลูกผัก การพมิ พด์ ้วยนิวมอื เปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลือก เกมกรอกนา้ ใส่ เกมเรยี งลา้ ดับจาก

ตา่ งๆ ของรา่ งกาย สวนครวั เลน่ ในศูนยต์ ามความ ขวด เลก็ ไปหาใหญ่

ปฏิบตั ิตามคาสัง่ และ สนใจและคน้ หาความ

4 ข้อตกลง ถนดั ของตนโดยจดั ให้

สอดคล้องกับหน่วยการ

เรียนรู้

การบรหิ ารรา่ งกาย - ประโยชน์ของพืชผัก การพบั สี เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้เลือก เลน่ น้าเลน่ เกมจับคภู่ าพกบั
5 ประกอบเพลง แบบ สวนครัว เล่นในศนู ยต์ ามความ ทราย ตวั เลข
สนใจและค้นหาความ
ผนู้ า ผตู้ าม ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกบั หนว่ ยการ
เรียนรู้

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ ....34....วันที่ 1 สาระการเรียนรู้ย่อย การใช้น้าอย่างประหยดั

1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เดก็ มีความรับผดิ ชอบเอาใจใส่และรว่ มกิจกรรมกับผู้อื่นได้ดี
2) เดก็ สามารถบอกประโยชนข์ องการใช้น้าอย่างประหยัดได้
3) เด็กสามารถเลน่ เกมภาพตดั ต่อรปู ก๊อกน้าได้ถกู ต้อง
4) เด็กเคลือ่ นไหวร่างกายตามข้อตกลงงา่ ยๆได้
5) เดก็ สามารถนา้ เสนอผลงานของตนเองได้

2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
1) เคลือ่ นไหวร่างกายตามขอ้ ตกลงอยา่ งง่ายๆ
2) ประโยชนข์ องการใช้นา้ อย่างประหยดั
3) เกมภาพตัดตอ่ รปู ก๊อกนา้
4) การเดินทรงตัวตามเสน้ หรือแนวท่ีกา้ หนดให้
5) การพับสไี ด้ภาพตามจนิ ตนาการ
6) การเล่นตามศนู ย์หรือมมุ ประสบการณอ์ ย่างอิสระ

ประสบการณส์ า้ คัญ
1) การเลน่ ร่วมกับผู้อ่ืน การแบง่ ปัน การอดทนรอคอยตามวัย
2) การประสานสัมพนั ธข์ องกล้ามเนอื และระบบประสาท
3) การรอ้ งเพลง การทา้ กิจกรรมศิลปะตา่ ง ๆ ตามความสนใจ
4) การพูดกบั ผู้อ่นื เกีย่ วกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่าเรือ่ งของตนเอง

5) การแก้ปญั หาในการเลน่
6) การน้าเสนอผลงาน

3. ขนั ตอนการจดั กิจกรรม
กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ ( 20 นาที )
1). ให้เดก็ ยนื ขยายแถวออกโดยไม่ชนกบั เพื่อน
2). ให้เดก็ เคลอ่ื นไหวร่างกายไปทวั่ บริเวณอย่างอิสระตามจงั หวะ เมอ่ื ได้ยนิ สัญญาณ “หยุด” ให้เด็ก

หยดุ เคล่อื นไหวในทา่ นันทันที เพอื่ เตรียมเดก็
3). ครแู ละเดก็ รว่ มกันสร้างและกา้ หนดขอ้ ตกลงในการแสดงทา่ ทาง
4). เดก็ เคลอื่ นไหวส่วนต่าง ๆของรา่ งกายอย่างอิสระตามจงั หวะ เม่ือไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ใหห้ ยุดในท่า

นนั ทันที และปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง เช่น เดินไป ขา้ งหนา้ เดินถอยหลัง กระโดดขาเดียว กระโดดสองขา ฯลฯ
5). ปฏิบัติกิจกรรมซา้ จนกวา่ เด็กเคล่ือนไหวร่างกายไดด้ ี
6). พักผ่อนคลายกลา้ มเนอื โดยใหเ้ ด็กนอนราบลงกับพืนหลบั ตาสกั ครู่
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (15 นาท)ี
ขนั น้า
7. ครเู ลา่ นิทาน เรอื่ ง ก้อนเมฆมีนา้ ใจ

ขันสอน
8) ครสู นทนากบั เด็กเกี่ยวเนอื หาในนิทาน พร้อมกบั ใช้คา้ ถามกระตนุ้ คิด ดงั นี

- เด็กๆ เห็นอะไรในภาพนีบ้างคะ
- เด็กๆ คิดวา่ นา้ ใชท้ ้าอะไรได้บ้างคะ
- เดก็ ๆ คิดว่านา้ มีประโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ งคะ
- เด็กๆ คิดว่าถา้ ไม่มนี ้า ในโลกนีจะเปน็ อยา่ งไรบา้ งคะ
9) ครูขออาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณเ์ กี่ยวกบั การใช้นา้ ของตนเองใหเ้ พื่อนๆฟงั
10) ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับ แหลง่ ท่มี า ประโยชน์ของการใช้นา้ อยา่ งประหยดั ให้เด็ก ๆเข้าใจ
แล้วใหช้ ว่ ยกันสรุปถงึ ประโยชนข์ องการใช้น้าอย่างประหยัดอีกครัง
ขันสรปุ
11) เด็กๆและครรู ่วมกนั สรุปถงึ ประโยชนข์ องการใช้นา้ อย่างประหยัด
กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (15นาที)
12). ครูสนทนากบั เดก็ เก่ยี วกับงานท่จี ะปฏิบตั วิ นั นี คือ “การพับสี”
13). ครจู ัดเตรียมอปุ กรณ์ในการจัดกจิ กรรมไว้ คือ การพบั สีตามจนิ ตนาการ
14). ครอู ธิบายขันตอนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม การพับสตี ามจินตนาการ
15). เด็กปฏิบัตกิ จิ กรรมการพับสีตามจนิ ตนาการของตนเอง
16). ให้เดก็ อาสาสมคั รออกมาน้าเสนอผลงานการเป่าสี มาเลา่ ให้เพือ่ นฟงั หนา้ ชนั
17). เมอ่ื จบกจิ กรรมครูให้เด็ก ๆรว่ มกันแลกเปลีย่ นความคิดเห็นเดก็ น้าเสนอชินงานของตนเอง ครนู ้า
ผลงานของเด็กไปติดท่ปี ้ายแสดงผลงาน
18). ครูและเด็กช่วยกนั เก็บอุปกรณ์เขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อยก่อนเข้ากจิ กรรมตอ่ ไป
กจิ กรรมการเล่นตามมุม (30 นาที)
19) ครูแนะนา้ มุมเสรหี รอื มุมประสบการณ์ในหอ้ งเรียน
- มมุ บล็อก
- มุมบ้าน
- มมุ หนงั สอื
- มุมบทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรียนรูป้ ระจ้าสปั ดาห์
- ครสู ร้างข้อตกลงในการเล่นร่วมกันดังนี แตล่ ะมมุ เล่นได้ 4 คน หากผู้เล่นเกนิ ต้องรอจนกว่าจะ
ว่างจึงเขา้ มาเลน่ ได้
- เม่อื ครเู คาะจังหวะสมา้่ เสมอครงั ที่ 1 ใหเ้ ด็ก ๆชว่ ยกนั เก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรียบร้อยใน
กลมุ่ เม่ือครูเคาะจงั หวะสม่้าเสมอครงั ท่ี 2 ให้เดก็ ๆเขา้ ทน่ี ั่งของตนเอง
- ครูเปดิ มมุ เสรหี รือมุมประสบการณใ์ ห้เลน่ ได้อยา่ งอิสระตามข้อตกลงทว่ี างไวร้ ว่ มกัน
- ครูคอยสังเกตพฤติกรรมของเดก็ แต่ละคนในมุมเสรีว่าเด็กสามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ไดอ้ ยา่ งไร
และเข้าช่วยเหลือเม่ือจ้าเปน็ เม่ือมปี ัญหาขดั แย้งกบั เพ่ือน หรือเกิดความคบั ข้องใจในการแก้ปญั หา

กจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง (30 นาที)
20) ครูพาเดก็ ตอ่ แถวไปท่สี นามกลางแจง้ แนะนา้ อุปกรณ์ ลกู บอล 5 ลกู ในการเล่นเกมการรบั ส่งลูก
บอล 2 มอื โดยการจับค่กู นั 2 คน สร้างขอ้ ตกลงในการเล่นโดยให้จบั กลมุ่ กันฝึก รับ – ส่งลูกบอล 2 มือ ใน
ระยะประมาณ 1 เมตร
21) เม่ือเล่นเสร็จชว่ ยกันเก็บอปุ กรณส์ ง่ คนื ครู แลว้ พักผ่อนคลายกล้ามเนือในท่าทส่ี บาย
22) สนทนาเกย่ี วกับกิจกรรมการเล่นในวันนีว่าสนุกและเกิดปัญหาในการเล่นหรือไม่ จากนันเก็บ
อุปกรณ์เข้าห้องเรียน

กจิ กรรมเกมการศกึ ษา (15นาที)
23) ครูแนะน้าอปุ กรณ์การเล่นเกมการเรยี งลา้ ดับภาพแกว้ นา้ เล็ก – ใหญ่ ดงั นี ให้เด็กสังเกตลกั ษณะ
ของภาพแกว้ น้าขนาดเล็ก – ใหญ่ แลว้ น้ามาเรียงตามลา้ ดับจากเล็กไปหาใหญ่ น้ามาวางตอ่ กนั ตามลา้ ดบั
24) ครขู ออาสาสมคั รให้มาทดลองเรียงลา้ ดบั ต่อภาพแก้วน้าจากเล็กไปหาใหญ่ใหเ้ พ่ือนดู (ประเมิน
DSPM) สามารถท้ารายบุคคลหรอื รายกลุ่มไดต้ ามจ้านวนนกั เรยี นในหอ้ งเรยี น ท้าซ้าหลายครงั จนเดก็ ต่อไดเ้ อง
หากเด็กท้าได้แล้วให้ค้าชมเชยให้กา้ ลงั ใจ
25) ครใู หส้ ญั ญาณหมดเวลาเมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้วให้เกบ็ อปุ กรณ์เขา้ ที่ซักถามความรู้สึก

4. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1). เพลงอาบน้าซู่ ซา่
2). เครอ่ื งเคาะจังหวะ
3). สีเทยี นแทง่ ใหญ่
4). กระดาษ A4
5) 5) ลูกบอล
6). แผ่นภาพรปู การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรนา้
7). เกมการเรียงลา้ ดับภาพแก้วน้าเลก็ - ใหญ่
8). นทิ าน เรื่อง ก้อนเมฆมีน้าใจ
5. การประเมนิ ผล
- จากการสงั เกต

1. เข้ารว่ มกิจกรรมกับผู้อื่นได้ดี
2. สงั เกตการสนทนาและการตอบค้าถาม
3. สงั เกตการเลน่ เกมเรียงลา้ ดบั ภาพแกว้ น้าเล็ก-ใหญ่
4. สังเกตการรบั – สง่ ลกู บอล

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ ..34...... วันท่ี 2 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประหยดั

1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.เด็กรว่ มกจิ กรรมกบั เพอ่ื นๆได้อย่างมีความสขุ
2.เด็กสามารถเคล่อื นไหวส่วนต่างๆของรา่ งกายได้
3.เพอื่ ให้เดก็ มีความรู้ความเข้าใจในการประหยดั ไฟฟา้
4.เพอ่ื ให้เดก็ ตอบค้าถามของการใชไ้ ฟฟา้ อย่างประหยัดได้

2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้
1) การเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆของร่างกายประกอบคา้ คล้องจอง
2) การใช้ไฟฟา้ อยา่ งประหยัด
3) การจุดสี
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบค่ไู ปกับความรับผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยู่รว่ มกันเพื่อพฒั นาการเข้าส่สู งั คม
5) การโยนลูกบอลใสต่ ะกรา้
6) เกมจับค่ภู าพเหมอื น

ประสบการณส์ ้าคญั
1) การประสานสมั พันธข์ องกลา้ มเนือและระบบประสาท
2) การแสดงทา่ ทาง การทา้ กจิ กรรมศิลปะต่างๆ ตามความสนใจ
3) การเล่นร่วมกบั ผ้อู ืน่ การแบง่ ปัน การอดทนรอคอยตามวยั
4) การพูดอธบิ ายเกี่ยวกับสิง่ ของ เหตกุ ารณ์ และความสมั พนั ธ์ของสิง่ ของตา่ งๆ
5) การสงั เกตภาพทม่ี ีความเหมือนกนั

3. ขนั ตอนการจัดกจิ กรรม
กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ ( 20 นาที )
1. เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงในการเคลอ่ื นไหวประกอบค้าคล้องจอง
2. ครพู ูดคา้ คล้องจองฟา้ แลบพรอ้ มท้าท่าทางประกอบค้าคลอ้ งจองให้เด็กดูหนึ่งรอบ
3. ครูและเด็กร่วมพดู ค้าคลอ้ งจองฟ้าแลบ และท้าทา่ ทางประกอบค้าคล้องจองร่วมกัน
ทา้ ซา้ 3-4 รอบ ตามความสนใจ
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (15 นาที)
ขนั สอน
4. ครเู ล่านิทาน “ไฟฟ้ามาหานะหนู” ให้เด็กๆฟัง
5.สนทนาโตต้ อบเกยี่ วกับนิทาน พรอ้ มกับใชค้ า้ ถามกระตนุ้ ให้คดิ ดงั นี
- เราจะท้าอยา่ งไร ถ้าไม่มไี ฟฟ้า
-ไฟฟา้ มปี ระโยชน์อะไรบา้ ง
6.จากนนั ครูสนทนาเก่ยี วกบั ของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การประหยดั ไฟฟ้า ครนู า้ ภาพการใช้

เครื่องใช้ไฟฟา้ ที่ไม่ถูกวิธีมาให้เด็กดู โดยใช้ค้าถามกระต้นุ คิดดงั นี
- เดก็ ๆเคยเปิดตูเ้ ย็นหรือไม่
- เดก็ ๆคิดว่าถา้ เราเปิดเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ไว้นานๆจะเกิดอะไรขึน ?
- เด็กๆมวี ิธปี ้องกนั อนั ตรายจากไฟฟ้าอย่างไร ?

- เด็กๆจะช่วยประหยดั พลงั งานไฟฟ้าด้วยวธิ ีไหนบา้ ง
- ภาพการนา้ สงิ่ ของไปแช่ในต้เู ย็นปริมาณมาก
- ภาพการเปดิ พัดลมทิงไว้
- ภาพการไม่ถอดปล๊ักออกเมื่อดูทีวเี สรจ็
8. สนทนาโต้ตอบ ให้เดก็ เลา่ ประสบการณ์เกีย่ วกบั การช่วยกนั ประหยัดไฟฟ้า ครูอธิบายเกี่ยวกับการ
ช่วยกันประหยดั ไฟฟา้ ให้เดก็ ฟัง
ขนั สรปุ
9.เด็กและครูร่วมกนั สรปุ ถึงการช่วยกันใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งประหยัด
กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์ (15นาที)
10.ครูแนะน้ากจิ กรรมการจุดสี เตรียมวัสดุอปุ กรณ์ ดงั นี กระดาษ A4/ สีน้า/ส้าลีพนั ก้าน พร้อมทงั
สาธติ ขนั ตอนวิธีการทา้ ดังนี
- ใช้ส้าลีพนั ก้าน จมุ่ สีท่ีเดก็ ๆต้องการ จดุ สีเป็นรูปตา่ งๆ ตามจนิ ตนาการ
11.เมื่อจบกจิ กรรมครูใหเ้ ด็กๆร่วมกนั แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นนา้ เสนอชินงานของตนเอง ครแู ละเด็ก
ช่วยกันเก็บอปุ กรณ์เข้าทใี่ หเ้ รียบรอ้ ยก่อนเขา้ กิจกรรมต่อไป
กิจกรรมการเลน่ ตามมุม (30 นาที)
12.ครแู นะนา้ มมุ เสรีหรือมุมประสบการณ์ในห้องเรียน
- มมุ บลอ็ ก
- มมุ บ้าน
- มุมหนังสือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรียนร้ปู ระจา้ สัปดาห์
ครสู ร้างขอ้ ตกลงในการเล่นรว่ มกนั ดังนี แต่ละมมุ เล่นได้ 5-6 คน หากผเู้ ลน่ เกินต้องรอจนกวา่ จะว่างจึง
เขา้ มาเลน่ ได้
- เมอื่ ครูตีกลองจังหวะสมา้่ เสมอครังที่ 1 ให้เด็กๆช่วยกันเก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรียบรอ้ ยใน
กลุม่ เม่อื ครูตกี ลองจังหวะสม้่าเสมอครงั ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเข้าที่นง่ั ของตนเอง
- ครเู ปดิ มมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ใหเ้ ล่นไดอ้ ย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงท่วี างไว้รว่ มกนั
- ครูคอยสงั เกตพฤติกรรมของเดก็ แต่ละคนในมมุ เสรีว่าเดก็ สามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ได้อยา่ งไร
และเข้าชว่ ยเหลอื เม่ือจา้ เป็นเมื่อมีปัญหาขดั แย้งกับเพือ่ น หรือเกิดความคับข้องใจในการแกป้ ญั หา
กจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง(30 นาท)ี
13.เดก็ และครูรว่ มกนั ร้องเพลงเขา้ แถว แลว้ เดนิ ไปทีส่ นาม
14. เดก็ และครรู ่วมกนั สร้างข้อตกลงในการเล่นเกม “ มดขนอาหาร”
15. ครแู นะน้าและสาธิตวิธีการเล่นเกม “มดขนอาหาร” แบ่งเดก็ ออกเปน็ 3 กลุม่ เท่าๆ กัน ให้ยนื
เรียงแถวหนั หนา้ ไปทางเดียวกัน ชมู อื ขนึ หัวแถวเป็นพญามดถอื ลูกบอล เมื่อไดย้ นิ สัญญาณนกหวีดให้ส่งบอล
ไปขา้ งหลัง โยไมห่ ันไปมองขา้ งหลงั แถวไหนลูกบอลส่งถงึ คนสดุ ท้ายก่อนเปน็ ฝา่ ยชนะ
16. ครูคอยแนะนา้ และสังเกตการณ์เล่นอย่างใกลช้ ดิ
17. เมื่อเล่นเสรจ็ ช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์แล้วผ่อนคลายกล้ามเนือในทา่ ท่ีสบาย
18. เด็กและครูรว่ มกันสรุป และทา้ ความสะอาดรา่ งกาย กลบั เข้าชนั เรยี น
กจิ กรรมเกมการศึกษา (15นาที)
19.ครูแนะนา้ อปุ กรณ์การเล่นเกมการศกึ ษา “ เกมจับคู่ภาพเหมือน ”
20.ครูแนะน้าและสาธิตวิธีการเลน่ เกมจบั คภู่ าพเหมอื น
21.ครูให้เดก็ ทดลองเลน่ เกม ท้าซา้ หลายครงั จนเด็กสามารถ จบั คู่ไดห้ มดทกุ ภาพ เมื่อเด็กท้าได้ ใหค้ ้า
ชมเชย

4.ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. คา้ คลอ้ งจองฟ้าแลบ
2. นทิ าน “ไฟฟ้ามาหานะหน”ู
3. สีนา้ ,กระดาษA4
4. ลูกบอล
5. -ภาพการน้าสิ่งของไปแชใ่ นตู้เย็นปริมาณมาก
-ภาพการเปิดพัดลมทิงไว้
-ภาพการไม่ถอดปลัก๊ ออกเม่ือดูทวี เี สรจ็
6. กล่องขนาดใหญ่ หรือ ตวั ต่อขนาดใหญ่ รูปทรงลูกบาศก์
7. เกมจับคู่ภาพเหมือน

5. การประเมินผล
- จากการสังเกต

1. การรว่ มกจิ กรรมกบั เพ่ือนๆไดอ้ ย่างมคี วามสุข
2. การเคล่อื นไหวส่วนต่างๆของรา่ งกายได้
3. การสนทนา ตอบคา้ ถามได้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี ...34..... วนั ที่ 3 สาระการเรียนรู้ย่อย ชื่อผกั และอปุ กรณก์ ารปลูกผักสวนครัว

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เด็กร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจตังแต่ตน้ จนจบอย่างมีความสุข
2) เด็กบอกชอื่ พชื ผกั สวนครัวชนิดตา่ ง ๆ และอปุ กรณก์ ารปลูกผักได้
3) เดก็ สามารถเรียงลา้ ดบั ภาพขนาดของต้นผักจากเล็กไปใหญ่ ได้
4) เดก็ ป้นั ดินน้ามนั เป็นรูปผักได้
5) เด็กเลน่ เกมวงิ่ เกบ็ ลกู บอลพลาสตกิ สีใส่ตะกรา้ ได้อย่างปลอดภัย

2.สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
1) การเคลอ่ื นไหวพืนฐาน เดนิ ว่งิ สมั ผสั สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย
2) บอกชอ่ื ผักตา่ งๆ และอปุ กรณก์ ารปลูกผักสวนครัว
3) การปนั้ ดนิ น้ามนั
4) การเล่นมุมอย่างอิสระซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็กควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ
การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยู่ร่วมกนั เพื่อพัฒนาการเขา้ สู่สงั คม

ประสบการณส์ ้าคญั
1) การเลน่ ร่วมกลุ่มกับผูอ้ ื่น การแบง่ ปนั การอดทนรอคอยตามวัย การแก้ปญั หาง่ายๆได้
2) ทา้ กิจกรรมศิลปะตา่ ง ๆตามความสนใจ
3) การร้องเพลง การทา้ กจิ กรรมศิลปะตา่ ง ๆ ตามความสนใจ
4) การพูดกบั ผู้อ่นื เก่ยี วกับประสบการณ์ของตนเองหรือเลา่ เรื่องของตนเอง

5) ช่ืนชมผลงานและความสามารถของตนเอง
3. ขันตอนการจัดกจิ กรรม

กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ( 20 นาที )
1) ใหเ้ ด็กเคล่อื นไหวร่างกายไปทัว่ บรเิ วณอย่างอิสระตามจังหวะชา้ -เร็ว เม่ือไดย้ ินสญั ญาณ “หยดุ ”
ใหห้ ยุดเคล่ือนท่ีทันที
2) ครใู ห้เดก็ ยนื เปน็ วงกลม ห่างกันหนง่ึ ช่วงแขน และใหเ้ ด็กส้ารวจร่างกายของตนเอง โดยสงั เกตหัว
คอ ไหล่ แขน ขา เปน็ ตน้
3) ครูสาธติ วธิ ีการยนื โยกตวั และนั่งโยกตัวอยู่กบั ท่ี โยกไปข้างหน้า ขา้ งซ้าย ข้างขวา และขา้ งหลงั ให้
เด็กดู
4) ครูใหเ้ ดก็ ยืนโยกตวั และนั่งโยกตัวอย่กู ับท่ี ในท่าตา่ ง ๆ
5) ใหเ้ ดก็ พักคลายกลา้ มเนอื ในทา่ ที่สบาย

กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (15 นาที)
ขันน้า
6) ครแู ละเด็กรว่ มกันรอ้ งเพลง “ผักจา้ ผัก”
ขนั สอน
7) เด็กและครูสนทนาซกั ถามเกีย่ วกับพชื ผักสวนครัวชนดิ ต่าง ๆ และอุปกรณก์ ารปลูกผัก ทีเ่ ด็กเคย
เหน็ หรือรูจ้ ัก แล้วใหเ้ ดก็ บอกชื่อผักคนละ 1 ชื่อ
8) ครยู กตวั อยา่ งชนิดของผัก เชน่ ถ่วั ฝักยาว แตงกวา กะหลา้่ ปลี แครอทและผักบ้งุ ทส่ี ามารถปลูกได้
อย่างงา่ ยๆดว้ ยแผน่ ภาพรูปผัก และอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการปลูกผัก ด้วยแผน่ ภาพรปู อุปกรณ์การปลกู ผกั เช่น ขวด
นา้ พลาสติก พลว่ั บัวรดนา้ ดินสา้ หรับปลกู
9) ครนู า้ พืชผักสวนครัวชนดิ ต่าง ๆ ออกมาให้เด็กดูพร้อมกบั ใช้คา้ ถามกระตุ้นคดิ ดงั นี
- เด็ก ๆ ผักสวนครัวมีอะไรบ้าง คะ
- เด็ก ๆ คดิ วา่ พชื ผักสวนครวั แต่ละชนดิ มวี ิธกี ารปลกู แตกต่างกนั อย่างไรบ้างคะ
- เด็ก ๆ คิดว่าผกั มปี ระโยชน์ต่อรา่ งกายอยา่ งไรบ้างคะ
- ถา้ เด็ก ๆ ไม่รบั ประทานผักรา่ งกายของเราจะเปน็ อย่างไรบ้างคะ
10) ครลู งความเหน็ “มีใครอยากทดลองปลูกผักบา้ งคะ
11) ครมู อบหมายให้เด็กๆนา้ ขวดพลาสติกที่ใชแ้ ล้วมาจากบา้ น คนละ 1 ใบ และบัวรดน้า 1 อัน และ
ดนิ สา้ หรับปลกู และเมล็ดผักต่างๆ
ขนั สรุป
12) เดก็ และครรู ว่ มกันสรปุ หน้าที่การท้ากจิ กรรมปลูกผกั ในวันพรุ่งนใี ครมหี นา้ ทร่ี ับผดิ ชอบในการนา้
อุปกรณ์และวธิ ีการปลูกผักแบบเพาะเมล็ดในขวดพลาสตกิ แบบง่ายๆ
กจิ กรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (15 นาท)ี
13) ครแู นะนา้ และสาธติ วิธกี ารป้นั ดนิ น้ามันเปน็ รูปผักใหเ้ ด็กดู
14) ครูแบง่ เด็กออกเป็น 3 กลุ่ม แลว้ แจกอปุ กรณ์ให้เด็ก
15) เด็กปั้นดนิ น้ามันเป็นรูปผักตามจินตนาการของตนเอง
16) เมอื่ ท้ากิจกรรมเสร็จแลว้ ให้เดก็ ชว่ ยกันเกบ็ อุปกรณเ์ ขา้ ทใ่ี หเ้ รียบร้อยและท้าความสะอาด
กิจกรรมการเลน่ ตามมุม (30 นาท)ี
17) ครูแนะนา้ มุมเสรีหรือมมุ ประสบการณ์ในห้องเรียน

- มุมบลอ็ ก
- มุมบ้าน
- มมุ หนงั สอื
- มุมบทบาทสมมติ
- มมุ หนว่ ยการเรยี นร้ปู ระจา้ สปั ดาห์
18) ครสู ร้างข้อตกลงในการเลน่ ร่วมกันดงั นี แต่ละมมุ เล่นได้ 4 คน หากผ้เู ล่นเกินต้องรอจนกว่าจะ
วา่ งจงึ เขา้ มาเล่นได้
19) เมื่อครูเคาะจงั หวะสม่้าเสมอครังท่ี 1 ให้เด็ก ๆชว่ ยกันเกบ็ ของเล่นและตรวจเชค็ ความเรยี บร้อย
ในกลมุ่ เมื่อครูเคาะจังหวะสม้่าเสมอครังที่ 2 ใหเ้ ด็ก ๆ เขา้ ทน่ี ่งั ของตนเอง
20) ครเู ปดิ มุมเสรหี รือมุมประสบการณ์ใหเ้ ลน่ ได้อย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงที่วางไวร้ ่วมกัน
21) ครคู อยสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็กแตล่ ะคนในมุมเสรวี ่าเด็กสามารถแก้ปัญหาในการเล่นไดอ้ ย่างไร
และเขา้ ช่วยเหลอื เม่ือจ้าเปน็ เมอื่ มปี ัญหาขัดแย้งกับเพือ่ น หรือเกดิ ความคบั ข้องใจในการแกป้ ญั หา

กิจกรรมการเล่นกลางแจง้ (30 นาท)ี
22) ครจู ดั เดก็ เป็นแถวตอน 2 แถว ชาย 1 แถว หญงิ 1 แถว เดินไปยังสนาม
23) สนทนาถงึ การเล่นเกมว่ิงเก็บลูกบอลพลาสตกิ สใี ส่ตะกรา้ พร้อมกับสาธติ วธิ กี ารเลน่ ให้เด็กดู
24) ใหเ้ ด็กแบง่ กลุม่ เป็น 2 แถว นา้ ลกู บอลหลาสติกหลากสวี างไว้แลว้ แต่ละกล่มุ วงิ่ เกบ็ ลูกบอล
พลาสติกสขี องแถวตนเองมาได้หมดก่อน เป็นกลมุ่ ทช่ี นะ(ก้าหนดสใี ห้วา่ แถวผู้ชายเกบ็ สีอะไร แถวผ้หู ญงิ เก็บสี
อะไร)
25) ครูให้เดก็ พักคลายกล้ามเนือในทา่ ทสี่ บาย
กจิ กรรมเกมการศึกษา (15 นาท)ี
26) ครูแนะน้าและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกมเรยี งล้าดบั ภาพขนาดของตน้ ผักจากเล็กไปใหญ่
27) แบง่ เด็กเปน็ กลุม่ ๆ กล่มุ ละ 4-5 คน ตามความสมคั รใจ
28) เดก็ เล่นเกมสลบั กับเกมที่เคยเล่นมาก่อน
29) จัดเก็บสิง่ ของเข้าที่เมื่อเลน่ เสร็จ
4.สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) เพลง “ผักจ้าผกั ”
2) เครือ่ งเคาะจังหวะ
3) ดินน้ามนั
4) ลกู บอลพลาสติก
5) แผน่ ภาพรูปผกั ชนดิ ตา่ ง ๆ
6) เกมเรยี งล้าดบั ภาพขนาดของตน้ ผักจากเล็กไปใหญ่
7) อุปกรณ์ในการปลูกผกั
5.การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกับผู้อน่ื ได้ดี
2) สงั เกตการสนทนาและการตอบคา้ ถาม
3) สงั เกตการเลน่ เรยี งลา้ ดับภาพขนาดของต้นผักจากเล็กไปใหญ่
4) สังเกตการเลน่ เกมวิ่งเกบ็ ลูกบอลพลาสตกิ สีใสต่ ะกรา้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี ...34..... วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรู้ย่อย ขันตอนการปลกู ผกั สวนครวั

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เคลอ่ื นไหวสว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย ปฏิบตั ติ ามค้าส่งั และข้อตกลงไดอ้ ย่างสนุกสนาน
2. เดก็ ๆสามารถบอกขนั ตอนการปลกู ผักสวนครวั ได้
3. เดก็ สามารถเชื่อมโยงขนาดรปู รา่ งของผักชนดิ ตา่ งๆได้

2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) เคล่ือนไหวส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย ปฏบิ ัตติ ามคา้ สง่ั และขอ้ ตกลง
2) บอกขนั ตอนการปลูกผกั สวนครวั
3) การพิมพ์ภาพจากนวิ มอื
4) การเล่นตามมุมอย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็กควบคู่ไปกับความ
รับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั และการอยู่ร่วมกนั เพอ่ื พัฒนาการเขา้ สสู่ ังคม
5) การเล่นเกมกรอกนา้ ใส่ขวด
6) เกมเรยี งลา้ ดับภาพจากเล็กไปหาใหญ่รปู ผกั ชนิดต่างๆ

ประสบการณ์สา้ คัญ
1) การเคล่ือนไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายตามคา้ สั่งของครูตามจังหวะช้าเร็ว
2) การตอบคา้ ถาม/สนทนาแลกเปลีย่ นความรู้ในนิทานเรอื่ ง “เมลด็ แครอท”
3) แสดงความคิดสรา้ งสรรคผ์ ่านสื่อและวสั ดุตา่ งๆ
4) การเชื่อมโยงลักษณะง่ายๆของรูปร่างและขนาดเล็ก-ใหญ่ของภาพผักชนิดต่างๆ

3. ขนั ตอนการจดั กจิ กรรม
กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. กจิ กรรมพนื ฐาน ใหเ้ ด็กเคลอื่ นไหวร่างกายไปท่ัวบริเวณรอบห้องเรยี นอยา่ งอสิ ระตามจังหวะ

เมอ่ื ได้ยนิ สญั ญาณตามจงั หวะท่ีครเู คาะ ดงั นี ถา้ เคาะช้าๆ ให้เดก็ ๆ เดนิ ชา้ ๆ /ถา้ เคาะเร็วๆ ใหเ้ ด็กๆ เดินเร็วๆ
และถ้าครูเคาะ 2 ครงั ใหเ้ ด็กๆ หยุดอยกู่ ับทห่ี ้ามเคล่ือนไหวไปไหน

2. ให้เด็กเคลือ่ นไหวรา่ งกายไปท่ัวบริเวณห้องอย่างอสิ ระตามจังหวะ เม่ือไดย้ นิ สัญญาณ “หยุด” ให้
เด็กๆหยุด

3. ใหเ้ ด็กพักคลายกล้ามเนอื โดยการน่ังหรือนอนในทา่ ทสี่ บาย

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (30 นาที)
ขนั นา้
4.ครเู ล่านทิ านเรื่อง “เมล็ดแครอท”
ขันสอน
5.ครเู ด็กสู่บทเรียนดว้ ยคา้ ถามกระต้นุ คิด
- ในนทิ านเด็กๆเหน็ ใครบา้ งคะ
- แล้วเขาท้าอะไรกันคะ
- เด็กคิดว่าตน้ แครอทเกดิ เพราะอะไร
6. ครูลงความเหน็ “มีใครอยากทดลองปลูกผกั บา้ งคะ

7. ครพู าเดก็ ๆลงพนื ทีส่ วนเกษตรภายในศูนย์พัฒนาเดก็ เล็ก สาธิตวธิ กี ารปลูกผกั ดว้ ยการพรวนดนิ
หย่อนเมล็ดพันธุ์ผักลงในแปลงและรดน้า ให้เด็กๆดู

8.ครูแจกอุปกรณ์และแบ่งพืนทใ่ี หเ้ ด็กๆได้ทดลองลงมอื ปลกู ผักด้วยตนเอง ครูสงั เกตกระบวนการท้า
กิจกรรมของเด็กๆในการลงมือปลูกผกั ของเด็กและแนะน้าบา้ งตามท่เี ดก็ ร้องขอ

ขนั สรุป
9. เดก็ และครูรว่ มกนั สรุปหน้าท่ีการทา้ กิจกรรมปลกู ผกั ในวันนี ใครมปี ัญหาในการปลูกผัก หรือ
สังเกตเหน็ อะไรในแปลงผกั และความแตกตา่ งของเมลด็ ผกั อย่างไรบ้าง ร้สู ึกอย่างไรในการทไี่ ดป้ ลกู ผักในวันนี
และให้ก้าลงั ใจชมเชยในความตงั ใจของเดก็ ๆในกิจกรรมวนั นี

กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (15 นาท)ี
10.ครจู ดั เตรยี มอุปกรณ์ สนี า้ จานรองสี กระดาษ A4 สีเทยี นแทง่ ใหญ่ ครูแนะนา้ วิธกี ารพิมพภ์ าพ
ดว้ ยนิวมอื และต่อเติมภาพตามจินตนาการดังนี
- บบี หรอื เทสีน้าลงในจานรองสี โดยใช้นวิ ของเดก็ ๆละเลงสใี นจานให้ทั่ว จากนนั ใช้นิวท่เี ป้ือนสี มา
พิมพ์ลงในกระดาษ A4 ทงิ กระดาษไวใ้ ห้สีแหง้ ระหว่างรอกระดาษแห้ง ให้เด็กๆทา้ ความสะอาดมอื เม่ือสแี หง้
นา้ สีเทียนแท่งใหญม่ าต่อเตมิ ภาพใหส้ วยงาม
กจิ กรรมการเลน่ ตามมุม (30 นาท)ี
11. ครแู นะน้ามุมเสรหี รอื มุมประสบการณ์ในหอ้ งเรียน
- มุมบลอ็ ก
- มมุ วิทยาศาสตร์
- มุมหนังสือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรียนรู้ประจา้ สัปดาห์
12.ครูสรา้ งข้อตกลงในการเล่นรว่ มกนั ดงั นี แต่ละมุมเล่นได้ 6 คน หากผ้เู ล่นเกินต้องรอจนกวา่ จะว่าง
จงึ เข้ามาเล่นได้
- เมอ่ื ครูตีกลองจังหวะสมา้่ เสมอครังที่ 1 ให้เด็กๆ ช่วยกนั เก็บของเลน่ และตรวจเช็คความเรยี บรอ้ ยใน
กลุ่ม เมอื่ ครูตีกลองจังหวะสม่้าเสมอครงั ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆ เข้าที่นั่งของตนเอง
- ครูเปิดมมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ใหเ้ ล่นได้อย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงทว่ี างไว้รว่ มกัน
- ครูคอยสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็กแตล่ ะคนในมมุ เสรวี ่าเด็กสามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ได้อย่างไร
และเข้าช่วยเหลือเมื่อจา้ เป็นเมื่อมีปัญหาขดั แย้งกบั เพ่อื น หรอื เกดิ ความคบั ขอ้ งใจในการแกป้ ัญหา
กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง(30 นาที)
13. ครูพาเด็กตอ่ แถวไปท่ีสนามเดก็ เล่น แนะนา้ อุปกรณ์ในการเลน่ เกมกรอกนา้ และสาธติ วธิ ีการเล่น
ใหเ้ ดก็ ดู
14. เดก็ ๆ และครูรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการเล่น
15. เม่อื เล่นเสร็จ แล้วใหพ้ กั ผ่อนคลายกล้ามเนอื ในทา่ ทส่ี บาย
16. สนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมการเลน่ ในวันนีวา่ สนกุ และเกิดปัญหาในการเล่นหรือไม่ แล้วไปล้างมอื
ให้สะอาด

กจิ กรรมเกมการศกึ ษา (15 นาที)
17. ครแู นะน้าอปุ กรณก์ ารเล่นเกมเรยี งภาพเลก็ ไปหาใหญ่ของผกั ชนิดต่างๆ พร้อมกบั สาธิตวิธีการ
เล่น
18. ครใู หเ้ ด็กทดลองเลน่ เกมเรียงภาพเลก็ ไปหาใหญข่ องผกั ชนดิ ตา่ งๆ ท้าซ้าหลายครังจนเดก็ สามารถ
ตอ่ ไดห้ มดทุกชิน หากเดก็ ท้าไดแ้ ล้วใหค้ า้ ชมเชยให้ก้าลงั ใจ

4.สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. กลอง
2. แผน่ ภาพรปู อปุ กรณก์ ารปลกู ผกั
3. สนี ้า
4. สีเทียนแทง่ ใหญ่
5. จานรองสี
6. กระดาษ A4

5. การประเมินผล
- จากการสังเกต

1. การเคลือ่ นไหวส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกาย ปฏบิ ตั ิตามค้าสง่ั และขอ้ ตกลงไดอ้ ย่างสนกุ สนาน
2. การบอกขนั ตอนการปลูกผักสวนครัวได้
3. การเช่ือมโยงขนาดรูปร่างของผักชนิดต่างๆได้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี ....34.... วันท่ี 5 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย ประโยชน์ของพืชผักสวนครวั

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เด็กๆสามารถเคล่ือนไหวสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายได้
2. เด็กๆสามารถร่วมกิจกรรมกับเพ่ือนๆได้
3. เด็กๆสามารถบอกประโยชน์ของ ของเล่นได้
4. เดก็ ๆสามารถจับคูร่ ปู ทรงท่ีเหมือนกันได้

2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
1) การเคลื่อนไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายตามสัญญาณได้
2) ประโยชน์ของ ของเลน่ ท้าให้เดก็ ๆสนุกและเพลิดเพลิน เกดิ ความรูแ้ ละทกั ษะ
3) ละเลงสีน้า
4) การเล่นตามศนู ย์หรือมุมประสบการณ์อยา่ งอิสระซง่ึ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ และจินตนาการของเด็ก

ควบคไู่ ปกับความรบั ผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั และการอยรู่ ่วมกนั เพื่อพฒั นาการเขา้ สสู่ งั คม
5) การเลน่ นา้ เลน่ ทราย
6) จับครู่ ปู ทรงท่เี หมอื นกนั ได้

ประสบการณส์ า้ คญั
1) การประสานสัมพนั ธ์ของกล้ามเนอื และระบบประสาท
2) การทา้ กจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการชืน่ ชมผลงานของตนเองและของผอู้ ื่น
3) การเลน่ ร่วมกับผู้อืน่ การแบ่งปัน การอดทนรอคอยตามวยั
4) การสงั เกตเปรยี บเทยี บรปู ทรงทมี่ รี ปู ร่างลักษณะท่ีเหมือนและแตกตา่ งกัน การแสดงความคดิ สร้างสรรค์
และจินตนาการ

3. ขันตอนการจดั กจิ กรรม
กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. เดก็ เคลือ่ นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจังหวะท่ีครูเคาะเมื่อไดย้ ินสัญญาณหยดุ ให้หยุดในท่านันทันที
2. เดก็ รบั แถบผ้าสีคนละ 1 ผืน
3. เด็กเคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบผ้าสอี ย่างอิสระตามจังหวะทค่ี รเู คาะเมื่อได้ยินสญั ญาณหยดุ
4. ให้ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงดังนี
-ให้รวมกลุ่มคนท่ีถือผา้ สีเดยี วกัน
- ใหร้ วมกลมุ่ 3 คน , ใหจ้ บั คู่หญงิ – ชาย เป็นตน้
5. เดก็ ปฏิบัตติ ามข้อ 3 ซ้าอีก 2 ครงั
6. เดก็ พกั คลายกล้ามเนือโดยการนั่งหรือนอนในทา่ ที่สบาย

กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (40 นาที)
ขนั น้า
7. เดก็ ๆร่วมกันฟังนทิ านเรื่อง ของเล่นเพอ่ื นรัก
ขันสอน
8. เดก็ และครูร่วมกันสนทนาถึงสง่ิ ที่อยู่ในนทิ าน โดยครูใช้ค้าถามน้าดังนี

- เด็กๆคดิ ว่านทิ านเร่ืองนีมีเนือหาเกีย่ วกบั อะไร
- เดก็ ๆคดิ วา่ เด็กๆทีอ่ ยู่ในนิทานมคี วามสุขท่ไี ดเ้ ลน่ ของเล่นกันไหม
- เพราะอะไรเด็กๆถงึ คดิ ว่า เดก็ ๆท่ีอยูใ่ นนทิ านมีความสุขท่ีได้เล่นของเลน่ กัน
- แลว้ เดก็ ๆคดิ วา่ ของเลน่ ที่เด็กๆเลน่ กันให้อะไรกับเดก็ ๆบ้าง
9. ครนู า้ ของเล่นมาให้เด็กๆดูพร้อมอธบิ ายให้เด็กๆฟงั ถงึ ประโยชนข์ องของเลน่ แตล่ ะอย่าง
10. ครูวางของเลน่ ไวต้ ามจุดเพ่ือใหเ้ ด็กๆเขา้ ไปเล่น 8-10 นาที
11. เด็กๆเลอื กเล่นของเลน่ ตามความสนใจของตนเอง และช่วยกนั เกบ็ ของเล่นเม่ือหมดเวลา
ขันสรปุ
12. เด็กๆและครูรว่ มกันสรปุ โดยการใหเ้ ด็กๆออกมาเล่นถงึ สงิ่ ทเ่ี ด็กๆได้จากการเลน่ ของเล่น
กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ (20นาที)
13. ครูแนะน้าอุปกรณ์ในการท้ากิจกรรมละเลงสี ดงั นี กระดาษ A4/ สีนา้ พร้อมทังสาธิตและสรา้ ง
ขอ้ ตกลงในการทา้ กิจกรรม
14. เม่ือจบกิจกรรมครใู ห้เด็กๆรว่ มกนั แลกเปลยี่ นความคิดเห็นน้าเสนอชินงานของตนเอง ครูและเดก็
ช่วยกันเก็บอปุ กรณเ์ ข้าท่ีให้เรียบรอ้ ยก่อนเขา้ กิจกรรมตอ่ ไป
กจิ กรรมการเล่นตามมุม (20 นาท)ี
15. ครูแนะนา้ มุมเสรหี รือมุมประสบการณ์ในห้องเรียน
- มุมบลอ็ ก
- มมุ วทิ ยาศาสตร์
- มมุ หนงั สือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหน่วยการเรยี นรู้ประจ้าสัปดาห์
ครสู ร้างขอ้ ตกลงในการเลน่ ร่วมกันดังนี แตล่ ะมมุ เล่นได้ 6 คน หากผ้เู ล่นเกินต้องรอจนกว่าจะว่างจึง
เข้ามาเล่นได้
- เมือ่ ครูตีกลองจังหวะสม้่าเสมอครงั ที่ 1 ใหเ้ ด็กๆชว่ ยกันเก็บของเล่นและตรวจเช็คความเรียบรอ้ ยใน
กลุ่ม เม่อื ครูตีกลองจังหวะสม้่าเสมอครังท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเข้าที่นั่งของตนเอง
- ครเู ปิดมมุ เสรหี รือมุมประสบการณใ์ หเ้ ล่นไดอ้ ย่างอิสระตามขอ้ ตกลงทว่ี างไวร้ ว่ มกัน
- ครคู อยสงั เกตพฤติกรรมของเดก็ แต่ละคนในมมุ เสรวี ่าเดก็ สามารถแก้ปัญหาในการเล่นได้อยา่ งไร
และเขา้ ชว่ ยเหลอื เมื่อจา้ เป็นเมอ่ื มีปัญหาขดั แย้งกบั เพื่อน หรือเกดิ ความคับข้องใจในการแก้ปญั หา

กิจกรรมการเลน่ กลางแจง้ (30นาท)ี
16. ครพู าเด็กต่อแถวไปที่สนามเดก็ เลน่ แนะน้าอุปกรณ์ กระบะทราย กระบะน้า และอุปกรณ์ในการ
เล่นทรายกับนา้
17. เด็กๆ และครูรว่ มกันสรา้ งข้อตกลงในการเล่น
18. เมอื่ เล่นเสร็จช่วยกันเก็บอปุ กรณ์สง่ คนื ครู ท้าความสะอาดร่าวงกาย แล้วพกั ผ่อนคลายกล้ามเนือ
ในทา่ ทีส่ บาย
19. สนทนาเกย่ี วกับกจิ กรรมการเล่นในวนั นีว่าสนุกและเกิดปัญหาในการเล่นหรือไม่ จากนนั เกบ็
อุปกรณ์เข้าห้องเรยี น
กจิ กรรมเกมการศกึ ษา (15นาที)
20. ครแู นะน้าอปุ กรณ์การเล่นเกมการศึกษา พร้อมกบั สาธติ วธิ ีการเล่น
21. ครูให้เด็กทดลองเล่นเกม ท้าซ้าหลายครงั จนเด็กสามารถจบั คูไ่ ดห้ มดทุกคู่หากเดก็ ทา้ ได้แล้วใหค้ ้า
ชมเชยให้ก้าลังใจ

4.สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.กลอง
2.นทิ าน ของเลน่ เพื่อนรัก
3.ของเลน่
4.สนี า้
5.กระดาษ A4
6.รูปทรงหรรษา
7.กระบะนา้ กระบะทราย
8. อุปกรณ์ในการตักน้าตกั ทราย
5. การประเมนิ ผล
- จากการสงั เกต
1.เคล่อื นไหวสว่ นตา่ งๆของรา่ งกายได้
2.รว่ มกจิ กรรมกบั เพ่ือนๆได้
3.บอกประโยชน์ของ ของเลน่ ได้
4.จับคู่รูปทรงท่เี หมือนกันได้

ภาคผนวก

เพลงอาบน้าซู่ ซ่า

อาบน้า ซู่ ซ่า ล้างหน้า ลา้ งตา

ฟอกสบู่ ถูตวั ช้าระเหงื่อไคล

ราดนา้ ให้ท่ัว เสร็จแลว้ เช็ดตวั

เราไม่ขุ่นมวั สุขกายสบายใจ

เพลง “ผักจา้ ผัก”
( คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ )
ซอื ซิจ๊ะผักสดสะอาด ผกั กาดนแ่ี ตงกวา
นนั คะน้าถวั่ ฝักยาว มะเขือยาว กะหล่าปลี

คา้ คลอ้ งจองฟ้าแลบ

ฟา้ แลบแปลบแปลบ แสงแวววบั จบั นัยน์ตา

เมฆใหญ่ลอยไปลอยมา ถา่ ยทอดไฟฟ้าเสียงดังครนื ๆ

เพลงกายบริหาร
ฝึกกายบรหิ ารทุกวนั รา่ งกายแข็งแรง ฝกึ กายบริหารทุกวนั รา่ งกายแขง็ แรง

รูปทรงสมสว่ นแคล่วคล่องว่องไว รปู ทรงสมสว่ นแคล่วคล่องวอ่ งไว

นทิ านเร่อื ง “เมลด็ แครอท”
เดก็ น้อยหยอดเมล็ดแครอทลงในดนิ
แมพ่ ูดว่า “แม่คิดวา่ จะปลกู ไม่ขนึ หรอกนะ”
พ่อพูดว่า “พ่อคิดว่าจะปลูกไม่ขึนหรอกนะ”
พ่ีชายพดู วา่ “ปลูกไม่ขึนหรอกนะ”
เด็กนอ้ ยเฝ้าถอนวชั พืชรอบๆและรดนา้ ทุกวนั

แตไ่ ม่มีอะไรงอกขึนมา
แล้วก็ไม่มีอะไรงอกขึนมา
ทุกคนพากนั พูดว่า “ปลูกไม่ขึนหรอก”
แตเ่ ด็กน้อยยังคงถอนวัชพืชรอบรอบและรถน้าทุกวัน
และแลว้ วนั หน่งึ แครอทกง็ อกขึนมา เหมือนเชน่ ทีเ่ ดก็ น้อยรู้อยกู่ ่อนแล้ว

นทิ านเรือ่ ง “มือนอ้ ย น้อยปลกู ”

ตุ๊กติ๊กกบั ตุ๊บปอง สองพน่ี ้องเบิกบานแจ่มใส พรวนดินรดน้าเดด็ หญ้า ที่แทรกขึนมาแปลงผักชูใบ

พ่อพรวนดนิ ในกระถาง ต๊บุ ปองพรวนบ้างพ่อยิมชืน่ ใจ แม่เดด็ ยอดผกั ต้าลงึ ตุ๊กตก๊ิ เด็ดดึงแม่ยิมชอบใจ

ถวั่ งอกในกระบะนนั ก็โตเหมือนกันกนิ ได้กินได้ ผกั บ้งุ กโ็ ตโตโ้ ต โอโ้ หโอ้โหกินได้กนิ ได้

กะเพรา พริก โหระพา ใบปรกดกจา้ กนิ ได้กนิ ได้ คะน้าก็โตเขยี วป๋ี ก็ดี กด็ ี กินได้ กินได้

เด๋ยี วแบง่ เปน็ กา้ ดีกวา่ ใหย้ าย น้า ปา้ ข้างบา้ นกินได้ ให้เพ่ือนก็ดสี นิ ะ พ่อแม่เพื่อนจะผัดใหก้ ินไง

จัดแจงแบ่งปันอย่างดี ก้านนั กองนีของใครของใคร พ่อแม่ลกู ลกู สะกดิ เย็นนีคดิ คิดจะกนิ อะไร

สีค่ นเขา้ ครัวช่วยกัน หน่ั นี่เดด็ นัน่ สนกุ กนั ใหญ่ ตุก๊ ต๊กิ นงั่ หัน่ ผักบุ้ง ตบุ๊ ปองดูยุ่งเดด็ ตา้ ลงึ ก้าใหญ่

พอ่ สับหมสู บั สบั สบั เอาไว้ใส่กับต้มต้าลงึ ไง เตรียมหม้อ ตะหลิว กระทะ แมพ่ ร้อมแลว้ จะ้ ผดั ไดต้ ้มได้

พ่อชวนลกู ลูกยกจาน จดั โตะ๊ อาหารเตรียมไวเ้ ตรียมไว้ อาหารจานเดด็ เสรจ็ แล้ว กล่นิ หอมรสแจ๋ว

ชามใหญ่จานใหญ่ แกงจืดตา้ ลงึ หมสู บั เต้าหู้ด้วยครบั อุ๊ย! นา้ ลายไหล

ผกั บงุ้ ผัดใส่เต้าเจียว หนา้ เคียว หน้าเคยี ว อ๊ยุ ! น้าลายไหล อ้อมีอกี จานนงึ นะไขเ่ จยี วปูจะ้ อุย๊ ! น้าลายไหล

อาหารอร๊อย อร่อย เพราะมือนอ้ ยน้อยปลูกไว้อิ่มใจ


Click to View FlipBook Version