แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 28 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย อากาศยามเชา้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจเรยี นรู้ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตวั อย่างมีความสุข ผ่านการเคล่อื นไหว ดนตรี และศิลปะ
2. บอกสภาพอากาศยามเชา้ ได้
3. สนทนาโตต้ อบกบั ครแู ละเพ่อื นได้
2.สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระทคี่ วรเรียนรู้ 1) การช่นื ชมธรรมชาติ
1) อากาศยามเช้า 2) การสารวจ
3) การร้องเพลง
4) การเคล่ือนไหวส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายตามคาสง่ั
5) การพดู บอกความต้องการ เล่าเร่อื งราว
3.ขั้นตอนการจดั กิจกรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ 15 นาที)
1. ครแู ละเดก็ ร่วมกันสนทนาเกีย่ วกบั สภาพอากาศยามเชา้
2. ครแู ละเดก็ รว่ มกนั ร้องเพลง“ยืนให้ตรง” เพอ่ื เตรยี มความพร้อม และยืนประจาสัญลกั ษณ์ของตนเอง
3. ครสู าธิตวธิ ีการเคลอื่ นไหวร่างกายตามคาส่งั และให้เด็กปฏิบัติตาม เช่น ครสู ่ังใหก้ ระโดด 1 ครง้ั ครูสั่ง
ใหป้ รบมือ 2 ครั้ง ฯลฯ
ขนั้ สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครพู าเด็ก ๆ เดนิ สารวจบริเวณรอบ ๆ ศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กในยามเชา้ โดยมีข้อตกลงว่า ไม่ส่งเสียงดัง
ต้งั ใจฟังครสู อน
5. ครูอธิบายเกย่ี วกบั สภาพอากาศยามเช้า เช่น ตอนเชา้ พระอาทติ ย์ขน้ึ มีแสงแดดอ่อน ๆ อากาศเย็น
สบาย
6. ครูต้ังคาถามเกย่ี วกับอากาศยามเชา้ เชน่ “เช้านี้ อากาศเปน็ ยังไงบา้ งคะ”
(กิจกรรมกลางแจง้ 25 นาท)ี
7. ใหเ้ ด็กวิ่งเลน่ บริเวณสนามศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ อย่างอิสระตามข้อตกลง เชน่ เด็กๆ ควรว่งิ อยา่ ง
ระมดั ระวงั
8.ครูพาเด็กๆ ตัง้ แถวทาความสะอาดลา้ งมอื โดยใช้เพลงช้าง 3 รอบในการล้างมือแล้วจึงต่อแถวขึ้น
หอ้ งเรยี น
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
9.ครใู หเ้ ดก็ วาดภาพตามจนิ ตนาการจากสงิ่ ทเ่ี ด็กๆ ได้เรียนร้เู กี่ยวกับเรอ่ื งอากาศยามเชา้
10.ครใู ห้เด็กๆ บอกผลงานของตนเองว่าเด็กวาดภาพอะไร
11.ครพู าเด็กๆ เขา้ แถวล้างมือเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวนั และนอนหลับพกั ผ่อน
ข้นั สรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา / กจิ กรรมเสรี 40 นาท)ี
12.ครพู าเด็กต่นื นอน ล้างหน้า แปรงฟัน ทาแป้ง ด่มื นม
13.ครูสรุปทบทวนเกีย่ วกับเร่ืองอากาศยามเช้า และอธบิ ายวธิ ีการเล่นเกมการศึกษา “เกมจบั คู่
ภาพเหมือน ภาพพระอาทิตย์ พระจันทร์” จากน้นั จงึ ใหเ้ ด็กเล่น
14.เมื่อเล่นเสร็จครูใหเ้ ดก็ ๆ ช่วยกนั เก็บอปุ กรณ์เกมการศึกษา
15.ครูเปดิ โอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลอื กเล่นในศูนย์ตามความสนใจอยา่ งอิสระ
16.ครพู าเด็กๆ เกบ็ ของเลน่ ล้างมือเข้าแถวเตรยี มตัวกลับบ้าน
4.สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
เพลง, ศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ , กระดาษ, เกมจบั คภู่ าพเหมอื น ,มุมประสบการณต์ า่ งๆ
5.การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมกับเพอื่ นและครูดว้ ยความสนใจอย่างมีความสุขผ่านการเคล่ือนไหวดนตรี และศิลปะ
2. การสนทนาถงึ อากาศยามเชา้
3. ประเมนิ จากผลงานการนาเสนอของเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 28 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรู้ย่อย อากาศยามสาย
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกสภาพอากาศยามสายได้
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพื่อนได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) อากาศยามสาย 1) การชื่นชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การปั้นดนิ นา้ มนั
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเดินตามแนวที่กาหนด
3.ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)
ขัน้ นา (กิจกรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั สภาพอากาศยามสาย
2. ครแู ละเดก็ รว่ มกันร้องเพลง “สวัสดี” เพอ่ื เตรยี มความพร้อม
3. ครูสาธิตวิธีการทาโยคะเคล่ือนไหวร่างกายประกอบเพลง “ดั่งดอกไมบ้ าน” จากนัน้ จงึ ให้เดก็ ทาตาม
4.ครพู าเด็กๆ ล้างมือและตง้ั แถวเพอื่ เตรียมลงไปสารวจบริเวณรอบๆ ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก
ขั้นสอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครพู าเด็ก ๆ เดนิ สารวจบริเวณรอบ ๆ ศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็กในยามสาย (9.00-9.40) โดยมีขอ้ ตกลงวา่
ไม่ส่งเสียงดัง ตัง้ ใจฟงั ครูสอน
6. ครูอธิบายเกย่ี วกบั สภาพอากาศยามสาย เช่น แสดงแดดร้อนจา้ และมีอากาศร้อน
7. ครตู ั้งคาถามเกีย่ วกับอากาศยามสาย เชน่ “เวลาน้ี เด็กๆคดิ ว่าอากาศเป็นยังบา้ งคะแตกต่างจากเชา้
ไหมคะเดก็ ๆ ” เพ่ือใหเ้ ด็กทราบถึงความแตกต่างของอากาศยามเช้าและยามสาย
(กจิ กรรมกลางแจง้ 20 นาท)ี
8. ครใู หเ้ ดก็ เดินตามแนวท่ีครูกาหนด เช่น
9.ครพู าเด็กๆ ตั้งแถวทาความสะอาดล้างมอื โดยใช้เพลงชา้ ง 3 รอบในการล้างมือแลว้ จงึ ตอ่ แถวข้ึน
ห้องเรียน
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาท)ี
10.ครูอธบิ ายวธิ ีการเลน่ ดินน้ามนั แลว้ จงึ แจกดินนา้ มันใหเ้ ดก็ ปนั้ ตามจินตนาการ
11.ครใู ห้เดก็ ๆ บอกผลงานของตนเองว่าเด็กปั้นดินน้ามันเป็นรูปอะไร
12.ครูพาเด็กๆ เขา้ แถวลา้ งมือเพ่ือไปรบั ประทานอาหารกลางวัน และนอนหลบั พกั ผอ่ น
ข้นั สรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา / กิจกรรมเสรี 40 นาที)
13.ครูพาเด็กตืน่ นอน ล้างหน้า แปรงฟัน ทาแปง้ ดมื่ นม
14.ครูสรุปทบทวนเกย่ี วกบั เร่อื งอากาศยามสาย และอธิบายวธิ ีการเล่นเกมการศกึ ษา “เกมจบั คสู่ เี ทียน”
จากน้นั จงึ ให้เด็กเล่น
15.เม่ือเล่นเสร็จครใู ห้เด็กๆ ช่วยกันเกบ็ อปุ กรณเ์ กมการศึกษา
16.ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลอื กเล่นในศูนย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ
17.ครพู าเด็กๆ เก็บของเล่น ล้างมอื เข้าแถวเตรยี มตัวกลับบ้าน
4.สื่อและแหล่งการเรียนรู้
เพลง, ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก, ดนิ น้ามัน, เกมจับคสู่ เี ทียน ,มุมประสบการณ์ตา่ งๆ
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากิจกรรมกบั เพื่อนและครดู ้วยความสนใจอย่างมีความสุขผา่ นการเคลือ่ นไหวดนตรี และศลิ ปะ
2. การสนทนาถงึ อากาศยามสาย
3. ประเมนิ จากผลงานการนาเสนอของเด็ก
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 28 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรูย้ ่อย อากาศยามเย็น
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกสภาพอากาศยามเยน็ ได้
3. สนทนาโตต้ อบกบั ครแู ละเพื่อนได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) อากาศยามเยน็ 1) การชืน่ ชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การกลงิ้ ลูกบอลสี
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบเพลง
3.ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ขนั้ นา (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครแู ละเดก็ ร่วมกันสนทนาเก่ยี วกับสภาพอากาศยามเย็น
2. ครูและเดก็ รว่ มกนั ร้องเพลง “ยนื ใหต้ รง” เพื่อเตรยี มความพร้อม
3. ครูสาธติ ทา่ ทางประกอบเพลง “พระอาทิตยย์ ิม้ แฉ่ง”จากน้ันครูและเด็กจึงเคล่ือนไหวร่างกายประกอบ
เพลง “พระอาทติ ยย์ ิ้มแฉง่ ” รว่ มกัน
ข้นั สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครูให้เด็กๆ ดยู ูทูปเกยี่ วกบั อากาศยามเยน็
6. ครูอธิบายเก่ยี วกบั สภาพอากาศยามเย็น เชน่ พระอาทติ ยเ์ ร่มิ ตก แสงแดดไม่ร้อนจา้ อากาศเร่มิ เย็นกวา่
ตอนกลางวัน
7. ครตู ง้ั คาถามเกีย่ วกับอากาศยามเยน็ เชน่ “พระอาทติ ยเ์ รม่ิ ตกแลว้ ทาให้อากาศเป็นยงั ไงคะ แล้ว
แสงแดดตอนกลางวนั กับตอนเยน็ แตกตา่ งกันยงั ไงคะ” เพื่อใหเ้ ดก็ ทราบถงึ ความแตกต่างของอากาศยามเชา้
ยามสายและยามเย็น
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
8.ครอู ธบิ ายวธิ ีการเล่นกล้งิ ลกู บอลสี แลว้ จึงพาเดก็ ทากจิ กรรม
9.ครใู หเ้ ด็กๆ บอกผลงานของตนเองว่าเด็กกลิ้งลูกบอลสเี ป็นรปู อะไร
10.ครพู าเด็กๆ เขา้ แถวลา้ งมือเพ่ือไปเลน่ กจิ กรรมกลางแจ้ง
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
11.ครูอธิบายวธิ ีการเลน่ ขว้างลูกบอลลกู เล็กเหนือศรีษะ แล้วจงึ พาเดก็ ๆ เล่นกิจกรรม
12.ครพู าเด็กๆ เกบ็ อปุ กรณก์ ารเลน่ แลว้ จึงเข้าแถวลา้ งมือเพ่ือไปรับประทานอาหารกลางวนั และนอน
หลบั พกั ผ่อน
ขั้นสรุป (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา / กิจกรรมเสรี 40 นาที)
13.ครพู าเด็กตื่นนอน ล้างหน้า แปรงฟนั ทาแปง้ ดื่มนม
14.ครสู รุปทบทวนเกี่ยวกับเร่อื งอากาศยามเยน็ และอธิบายวิธีการเล่นเกมการศึกษา “เกมจับคภู่ าพกับเงา”
พระอาทิตย์ พระจนั ทร์และดวงดาว จากนั้นจงึ ใหเ้ ด็กเล่น
15.เมอื่ เล่นเสร็จครใู หเ้ ดก็ ๆ ช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์เกมการศึกษา
16.ครูเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลอื กเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอยา่ งอิสระ
17.ครูพาเด็กๆ เกบ็ ของเล่น ล้างมอื เขา้ แถวเตรียมตวั กลบั บ้าน
4.สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
เพลง, โทรทัศน์, อินเทอรเ์ น็ต , บอลสี , เกมจบั ภาพกับเงา , มุมประสบการณ์ต่างๆ
5.การประเมนิ ผล
สังเกต
1. การทากจิ กรรมกับเพ่อื นและครูดว้ ยความสนใจอย่างมีความสขุ ผา่ นการเคลื่อนไหวดนตรี และศิลปะ
2. การสนทนาถงึ อากาศยามเยน็
3. ประเมนิ จากผลงานการนาเสนอของเด็ก
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 28 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ลมเยน็ พัดสบาย
1.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกสภาพอากาศลมเย็นพดั สบาย
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพอ่ื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ลมเย็นพดั สบาย 1) การช่นื ชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) ขยากระดาษอย่างอิสระตามจินตนาการ
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง
3.ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครแู ละเด็กร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ลมเย็นพัดสบาย
2. ครูและเดก็ รว่ มกันรอ้ งเพลง “สวสั ดี” เพื่อเตรียมความพรอ้ ม
3. ครูสาธติ ทา่ ทางประกอบเพลง “ฉนั คือเมฆ”จากน้ันครแู ละเดก็ จงึ เคล่อื นไหวร่างกายประกอบเพลง
“ฉนั คือเมฆ” ร่วมกัน
ขัน้ สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครูเล่านิทานเรื่อง “ลมกบั พระอาทติ ย์”
6. ครูอธิบายเกย่ี วกบั ลมเยน็ พัดสบาย เชน่ ทะเลมีอากาศเย็นเพราะมลี มพัดตลอดเวลา ฯลฯ
7. ครูตง้ั คาถามเก่ยี วกับลมเย็นพดั สบาย เชน่ “กลางคนื อากาศเย็นเด็กๆ ควรทาอย่างไร” เพ่ือให้เดก็
ทราบถงึ การปฏบิ ัตติ นในเวลาลมเย็นพัดสบาย
8.ครูพาเด็กตงั้ แถวลา้ งมือ ไปสวนสาธารณะใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (หรือบรเิ วณศูนย์พฒั นาเด็กเล็กท่ีมี
ตน้ ไม)้ แลว้ สนทนากบั เดก็ เกี่ยวกบั อากาศลมพดั เยน็ สบายเดก็ ๆรสู้ กึ อย่างไร
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
9.ครูให้เดก็ เล่นเครื่องเลน่ สนาม โดยมีข้อตกลงร่วมกนั วา่ ต้องเล่นอย่างระมัดระวัง เพ่ือปอ้ งกนั การเกดิ
อบุ ัตเิ หตุ
10.ครูพาเด็กๆ ตง้ั แถวล้างมือโดยร้องเพลง “ช้าง” 3 รอบ จากน้ันจงึ ข้ึนห้อง
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
11.ครอู ธบิ ายวิธีการขยากระดาษ แลว้ จงึ พาเด็กทากจิ กรรม
12.ครูใหเ้ ด็กๆ บอกผลงานของตนเองว่าเด็กขยากระดาษเป็นรปู อะไร
13.ครพู าเด็กๆ เขา้ แถวลา้ งมือเพื่อไปรบั ประทานอาหารและนอนหลับพักผ่อน
ขั้นสรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา / กิจกรรมเสรี 40 นาท)ี
14.ครพู าเด็กต่นื นอน ลา้ งหน้า แปรงฟัน ทาแปง้ ดืม่ นม
15.ครสู รปุ ทบทวนเก่ียวกบั เรื่องลมเย็นพดั สบาย และอธิบายวิธีการเล่นเกมการศึกษา “เกมตกั บอลสี”
จากนัน้ จึงใหเ้ ด็กเล่น
16.เมอ่ื เล่นเสรจ็ ครใู ห้เดก็ ๆ ช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์เกมการศึกษา
17.ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลอื กเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอย่างอิสระ
18.ครูพาเด็กๆ เก็บของเล่น ล้างมอื เข้าแถวเตรียมตวั กลบั บ้าน
4.สื่อและแหล่งการเรียนรู้
เพลง, นทิ านเรือ่ งลมกับพระอาทติ ย์, บอลสี , กระดาษ , มุมประสบการณ์ต่างๆ
5.การประเมินผล
สังเกต
1. การทากจิ กรรมกับเพอื่ นและครูด้วยความสนใจอย่างมีความสุขผ่านการเคลื่อนไหวดนตรี และศลิ ปะ
2. การสนทนาถึงเร่อื งลมพัดเยน็ สบาย
3. ประเมนิ จากผลงานการนาเสนอของเดก็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 28 วันที่ 5 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย หนทู าอะไรในวนั ท่อี ากาศสดชนื่
1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกได้วา่ หนทู าอะไรในวันทอี่ ากาศสดช่ืน
3. สนทนาโตต้ อบกบั ครแู ละเพอ่ื นได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) หนทู าอะไรในวันทอี่ ากาศสดช่ืน 1) การช่ืนชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การพมิ พภ์ าพจากก้านกลว้ ย
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ
3.ข้ันตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ข้ันนา (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครแู ละเด็กรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั เรือ่ งหนูทาอะไรในวนั ทีอ่ ากาศสดช่ืน
2. ครูและเด็กรว่ มกันรอ้ งเพลง “ยืนตรง” เพ่ือเตรยี มความพร้อม
3. ครใู หเ้ ดก็ เคล่ือนไหวรา่ งกายอยา่ งอสิ ระตามจินตนาการ อยา่ งระมัดระวงั
4.ครพู าเด็กๆ ล้างมือและตั้งแถวเพือ่ เตรียมลงไปสารวจบริเวณรอบๆ ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก
ข้นั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครพู าเดก็ ๆ เดินสารวจบริเวณรอบ ๆ ศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กพร้อมทงั้ สนทนากับเดก็ ๆ เก่ียวกบั เร่อื งหนู
ทาอะไรในวันท่ีอากาศสดชน่ื โดยมขี อ้ ตกลงว่า ไม่ส่งเสยี งดัง ตงั้ ใจฟงั ครสู อน
6. ครูอธบิ ายเกย่ี วกบั เรื่องหนูทาอะไรในวันที่อากาศสดชืน่ เชน่ วนั นอี้ ากาศเปน็ ยังคะเดก็ ๆ อากาศเยน็ สด
ชนื่ ไหมคะ
7. ครตู ั้งคาถามเก่ียวกับเรอ่ื งหนทู าอะไรในวนั ท่ีอากาศสดช่นื เชน่ “วนั นี้อากาศเย็นสบายเดก็ ๆ ทาอะไร
กับคุณพ่อคณุ แม่ดีคะ , วนั น้อี ากาศสดชนื่ ไม่มีแดดเดก็ ๆรดน้าตน้ ไม้ไดไ้ หมคะ”
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาท)ี
8. ครูใหเ้ ด็กยนื ขาเดียว 1 วนิ าที โดยสามารถสลับข้างได้
9.ครพู าเดก็ ๆ ต้งั แถวทาความสะอาดลา้ งมือ โดยใช้เพลงช้าง 3 รอบในการล้างมือแล้วจงึ ตอ่ แถวขึ้น
หอ้ งเรียน
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
10.ครูอธิบายวิธกี ารพิมพ์ภาพจากกา้ นกลว้ ย แลว้ จึงพาเดก็ ทากจิ กรรม
11.ครใู หเ้ ดก็ ๆ บอกผลงานของตนเองวา่ เด็กพิมพ์ภาพจากก้านกลว้ ยเป็นรูปอะไร
12.ครูพาเด็กๆ เข้าแถวลา้ งมือเพ่ือไปรบั ประทานอาหารกลางวนั และนอนหลบั พกั ผอ่ น
ขั้นสรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา / กจิ กรรมเสรี 40 นาที)
13.ครูพาเด็กต่ืนนอน ลา้ งหน้า แปรงฟนั ทาแป้ง ด่มื นม
14.ครูสรปุ ทบทวนเก่ียวกบั เรอ่ื งหนูทาอะไรในวันท่ีอากาศสดชื่น และอธบิ ายวิธีการเล่นเกมการศึกษา
“เกมตัดตอ่ รูปพระอาทิตย์ (สามช้ิน)” จากนั้นจงึ ใหเ้ ด็กเลน่
15.เมอ่ื เล่นเสรจ็ ครูใหเ้ ดก็ ๆ ช่วยกันเก็บอุปกรณเ์ กมการศึกษา
16.ครเู ปิดโอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเล่นในศูนย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ
17.ครูพาเด็กๆ เก็บของเล่น ลา้ งมอื เข้าแถวเตรียมตัวกลบั บ้าน
4.สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
เพลง, ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ , กา้ นกล้วย , สีน้า , เกมภาพตัดตอ่ , มุมประสบการณต์ ่างๆ
5.การประเมนิ ผล
สังเกต
1. การทากิจกรรมกบั เพอื่ นและครดู ว้ ยความสนใจอย่างมคี วามสุขผ่านการเคลือ่ นไหวดนตรี และศลิ ปะ
2. การสนทนาถึงเรื่องหนทู าอะไรในวันทอ่ี ากาศสดช่ืน
3. ประเมินจากผลงานการนาเสนอของเด็ก
ภาคผนวก
เพลงพระอาทิตย์ ยม้ิ แฉ่ง
โผล่มาจากขอบฟ้า เขามาในยามเช้า ส่องแสงให้เรา อบอนุ่ สบาย
เขาลอยข้ามเราไป จมหายไปในยามเย็น พรงุ่ น้ีเราก็จะเห็น เขาโผล่อกี ที…ทเี่ ดมิ
พระอาทติ ย์ ย้ิมแฉ่ง แกม้ แดง๊ …แดง แตง่ ตวั ทาแปง้ โผลม่ า ยามเชา้ ตรู่ ฮู๊ ฮู
พระอาทิตย์ ยมิ้ แฉ่ง แก้มแดง๊ …แดง แต่งตัว ทาแปง้ โผลม่ า ส่งยมิ้ ให้คุณหนู ยมิ้ น้อยยิม้ ใหญ่
เพลง ฉนั คอื เมฆ
ฉันคอื เมฆๆ ลอยไปลอยมา อยูบ่ นฟากฟ้า ลอยไปลอยมา ลอยมาลอยไป ฉนั เกิดขึ้นจากไอน้า
นอ้ ย ท่ีลอยขน้ึ บนนภา แล้วเจออากาศทเ่ี ยน็ ๆ ฉนั เย็นฉนั จึงเขา้ มา เข้ามารวมตัวกัน มาผกู สัมพนั ธ์
คอื เมฆ
(ซ้า)
เพลง สวัสดี
สวัสดวี นั นพี้ บกัน สุขใจพลันฉนั ได้พบเธอ
โอ ลนั ลา ลนั ลนั ลา ลัน ลา โอ ลนั ลา ลัน ลนั ลา ลัน ลา
เพลงดัง่ ดอกไม้บาน
ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ด่ังดอกไม้บาน ภูผาใหญก่ ว้าง
ดง่ั สายนา้ ฉ่าเยน็ ดังนภาอากาศ
อนั บางเบา (ซ้า 3 รอบ)
เพลงยนื ใหต้ รง
ยืนใหต้ รง ตรง ยนื ใหต้ รง ตรง
ตรงมย้ั คะ (ตรงแล้วคะ่ ) ตรงม้ัยครบั (ตรงแลว้ ครบั )
น่งิ รึยงั คะ(นง่ิ แล้วคะ่ ) นงิ่ รึยังครับ(น่งิ แล้วครบั )
นิทานเรอ่ื ง ลมกบั พระอาทิตย์
กาลครงั้ หนงึ่ นานมาแล้ว วนั ทอ่ี ากาศแจม่ ใสทอ้ งฟ้าปลอดโปรง่ พระอาทิตย์ออกมาสอ่ งแสงเจิดจา้
อย่างท่ีเคยเป็น เจา้ ลมเพอ่ื นเก่าไดผ้ ่านมาเห็นเลยหยุดแวะทกั ทาย "เปน็ อย่างไรบา้ งพระอาทติ ยม์ ิตร
แหง่ เรา ไม่เจอกนั เสยี นานสบายดหี รอื ไม่" เจ้าลมตะโกนทกั ทายสหายเกา่ สุดเสยี ง พระอาทติ ยก์ ็ตอบ
รบั อย่างดีใจดว้ ยไม่เจอลมตนน้ีมาเน่นิ นานเหลือเกิน
ขณะนนั้ เองก็มีชายหนุ่มนักเดินทางสวมเส้ือคลมุ กาลังเดนิ เลน่ เตร็ดเตร่อยู่ เจ้าลมเหน็ อย่างนนั้ กน็ ึก
สนุก พดู ทา้ ทายบางสงิ่ ออกมา "พระอาทิตยส์ หายรัก เรามาแขง่ ขันวดั ความแขง็ แกร่งกันสกั หน่อย
ไหม" ลมกลา่ วชกั ชวน "ได้สิ ๆ แข่งอะไรดีเล่า" พระอาทติ ย์ตอบกลบั แบบไมค่ ิดอะไร ด้านเจ้าลมก็ช้ี
ลงไปยงั หนมุ่ นักเดินทางคนนั้นพร้อมกล่าว "งา่ ยมากเลย ทายงั ไงก็ไดใ้ ห้เสอ้ื คลมุ ของพ่อหนุ่มคนนั้น
หลดุ ออกมาจากตวั ใครทาสาเร็จถอื เป็นผ้ชู นะและแข็งแกร่งท่ีสดุ " พระอาทิตย์พยักหน้าตอบรับ ลม
เหน็ วา่ สหายรักรบั คาทา้ จึงโผไปหาหนุม่ นกั เดนิ ทาง พลางตะโกนไล่หลงั "ฉนั ขอเรมิ่ ก่อนเลยนะ"
เจา้ ลมใชก้ าลงั ทั้งหมดรวบรวมมาเปน็ พายุขนาดยอ่ ม หวงั ทาให้เสือ้ คลุมตัวนั้นปลิดปลิว แตห่ นุ่มนกั
เดินทางก็ไมห่ ว่ันไหวแถมยังจบั เสอ้ื เอามาคลุมไวแ้ น่น ลมเหน็ อย่างนั้นก็ยง่ิ ใช้แรงบีบบงั คบั มากขึน้ ไป
อกี จนหนมุ่ คนนนั้ แทบไมม่ ีแรงกา้ วเดนิ "ทาไมลมในวนั นี้ถงึ ไดม้ คี วามโหดรา้ ยกบั ฉนั นกั นะ" หนมุ่ นกั
เดินทางบน่ อย่างท้อใจแลว้ ดึงเสอ้ื คลมุ ตวั แนน่ กว่าเดิม เจ้าลมจงึ รวบรวมพลงั อีกครงั้ พร้อมกบั เป่าไปยัง
หนุ่มคนนั้น ถงึ ขน้ั เดินเซเกอื บล้ม
"พอเถิดหนาลมเอ๋ย เราขอลองแข่งบ้างเถดิ " พระอาทิตยก์ ล่าวกับลม ด้วยแรงทีใ่ กลจ้ ะหมดไป
ลมจงึ ยอมใหพ้ ระอาทิตย์มาแขง่ ตอ่ คราวน้ีอากาศแจ่มใสไร้พายุใด ๆ มากอ่ กวน หนุ่มนกั เดินทางเลย
เดินต่อจนใกล้ถึงแนวป่า ด้านพระอาทติ ย์เองกเ็ รม่ิ แผนการอย่างแยบยล เขาค่อย ๆ เปลง่ แสงให้ร้อนที
ละนิด ทลี ะนดิ จนหนมุ่ คนน้นั เร่ิมรู้สกึ อนุ่ ขึน้ อุ่นข้ึน จากความอบอุ่นกลายเป็นความร้อน พอเจอแนว
ต้นไม้เงยี บสงบ หนุ่มนักเดินทางเลยเลอื กท่ีจะเข้าไปน่งั พกั พร้อมถอดเสอื้ คลมุ ตวั ทีล่ มท้าพระอาทติ ย์
วางไว้ข้างกายอยา่ งสบายใจ
"ความอ่อนโยนของเธอเหนือกวา่ พละกาลังทฉ่ี นั มีจรงิ ๆ" ลมช่ืนชมในส่งิ ทพ่ี ระอาทิตย์ทาลง
ไป "ไว้มโี อกาสคราใด เราจะแวะมาหาใหม่นะ
พระอาทติ ย์เพอ่ื นรกั " ทง้ั คู่จึงยิ้มรา่ ลากันอยา่ งมีความสุข
นทิ านเรอ่ื งน้ีสอนใหร้ วู้ ่า :
การใชก้ าลังและความรุนแรงแข่งขันกนั ไม่ทาใหเ้ ราไดใ้ นส่ิงทต่ี อ้ งการเสมอไป บางครง้ั อาจจะ
ต้องสญู เสยี สง่ิ เหล่านั้นเพราะการกระทาอนั ก้าวร้าวของเราก็เป็นได้ แต่ถ้าเปลี่ยนความรุนแรงมาเปน็
ความอ่อนโยนและมีเมตตา ไมว่ า่ จะทาอะไรย่อมไดผ้ ลสาเร็จตอบแทนอยา่ งท่หี วงั แนน่ อน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 29 สาระการเรยี นรู้ ที่ 3 ธรรมชาติรอบตวั
หนว่ ยการเรยี นรู้ ลม ฟ้า อากาศ : ทอ้ งฟา้ แสนสวย
ความคิดรวบยอด
กลางวัน คอื เวลาทีพ่ ระอาทิตย์ขึน้ บนท้องฟ้า มีแสงสวา่ งจากดวงอาทิตย์ ทาใหม้ องเห็นสง่ิ ต่าง ๆ
ทอ่ี ยู่รอบตวั
รอ้ น
มีดวงอาทิตย์ ก้อนเมฆ
การเกดิ เงา สฟี า้ แสง ขอบฟ้า
สวา่ ง
สงั เกตและ รจู้ ักวัสดุ ทึบแสง สารวจท้องฟา้ ส่องแสง
ยามเช้า
วเิ คราะห์การเกิด โปรง่ แสง และ ( 1 วนั )
เงา โปรง่ ใส
แสงแดดร้อนจา้ (ทดลอง) พระอาทติ ย์มาจากไหน
( 1 วนั ) ( 1 วนั )
ตากผ้า ตากอาหาร ธรรมชาติรอบตัว จมหายไปในตอนเยน็
ลม ฟ้า อากาศ / ท้องฟา้ แสนสวย
(1 สปั ดาห์)
แสงแดดรอ้ นจา้ มีสีขาว/สดี า ลอยได้
( 1 วนั ) หนา้ มืด ก้อนเมฆเป็นอย่างไร
เกดิ ขึ้นจากไอน้า
เกดิ เงา ประโยชน์ตอ่ ต้นไม้ ( 1 วนั )
อย่บู นท้องฟ้า
ส่ิงท่ีเด็กรูแ้ ล้ว ส่งิ ที่เดก็ ต้องการรู้ สิ่งทีเ่ ดก็ ควรรู้
1. ท้องฟ้า 1. สารวจทอ้ งฟา้ 1. สารวจทอ้ งฟา้
2. พระอาทติ ย์ 2. พระอาทติ ย์มาจากไหน 2. พระอาทิตย์มาจากไหน
3. .......................................... 3. ................................................ 3. กอ้ นเมฆเปน็ อย่างไร
4. …………………………………… 4................................................... 4. แสงแดดร้อนจา้
5. .......................................... 5. .................................................. 5. แสงแดดรอ้ นจา้ (ทดลอง)
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้ทคี่ วรเรยี นรู้
สภาพทพี่ งึ ประสงค์ และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
หน่วยการเรยี นรู้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ พฒั นาการ
หนว่ ยที่ 21 ธรรมชาติ (DSPM)
รอบตัว : ทอ้ งฟา้ แสน คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ 1. สารวจท้องฟ้า 1. การเคล่อื นไหวส่วน
สวย ต่าง ๆของรา่ งกายตาม - ขอ้ 68 พดู ตอบ
1. สารวจทอ้ งฟ้า 2.1 ใชก้ ล้ามเนอ้ื ใหญไ่ ด้ 2. พระอาทิตย์มา จงั หวะดนตรี รับและปฏเิ สธได้
2. พระอาทิตย์มาจากไหน 2. การเล่นออกกาลัง (EL)
3. ก้อนเมฆเป็นอย่างไร เหมาะสมกบั วยั จากไหน กายกลางแจ้งอย่าง - ข้อ 69 ล้างและ
4. แสงแดดร้อนจา้ อิสระ เช็ดมือได้เอง (PS)
5. แสงแดดร้อนจา้ 2.2 ใช้กล้ามเน้อื เล็กและ 3. กอ้ นเมฆเป็น 3. การเขียนขีดเขี่ย - ข้อ 71ขว้างลูก
(ทดลอง) 4. การปนั้ บอลขนาดเลก็ ได้
ประสานสัมพนั ธ์มือ – อย่างไร 5. การช่นื ชมทาง โดยยกมอื ข้นึ
ธรรมชาติ เหนือศีรษะ (GM)
ตา ได้เหมาะสมกับวัย 4. แสงแดดร้อนจ้า 6. การตอบคาถามจาก - ขอ้ 74 สนใจฟัง
การคดิ นทิ านไดน้ าน 5
3.2 แสดงอารมณไ์ ด้ 5. แสงแดดร้อนจา้ 7. การพูดบอกความ นาที (RL)
ตอ้ งการ เลา่ เรอ่ื งราว - ขอ้ 76 พดู
เหมาะสมกับวยั (ทดลอง) 8. การทดลอง ตดิ ตอ่ กัน 2 คา
9. การรอ้ งเพลง ขน้ึ ไปอยา่ งมี
3.3 สนใจ และมี 10. การทอ่ งคาคลอ้ ง ความหมาย โดย
จอง ใชค้ ากรยิ าได้
ความสุข กบั ธรรมชาติ 11. การทากิจกรรม ถกู ต้องอย่างน้อย
ศิลปะตา่ ง ๆตามความ 4 กรยิ า (EL)
ส่ิงสวยงาม ดนตรี และ สนใจ - ข้อ 77 ร้อง
12.การฟงั นิทานหรือ เพลงได้บางคา
จังหวะ การเคลื่อนไหว เรอ่ื งราวส้ันๆ หรือรอ้ งเพลงคลอ
13. การสารวจ ตามทานอง (PS)
4.1 ปรับตวั เข้ากับ 14. การเขียนภาพและ - ข้อ 82 พดู
การเล่นกบั สี ตดิ ตอ่ กัน 3-4 คา
สงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ วั ได้ ได้ อย่างน้อย 4
ความหมาย (EL)
4.2 เลน่ และร่วมทา
กิจกรรมกบั ผู้อน่ื ได้
ตามวัย
6.1 รบั รแู้ ละเขา้ ใจ
ความหมายของภาษาได้
ตามวัย
6.2 แสดงออกและ/หรอื
พดู เพ่ือสอ่ื ความหมายได้
7.1 สนใจเรียนรสู้ ิ่งต่างๆ
รอบตวั
7.3 สารวจโดยใช้
ประสาทสัมผัส
แนวการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ท่ี 29 สาระการเรียนรูท้ ี่ 3 ธรรมชาติรอบตวั
หน่วยการเรียนรู้ ลม ฟา้ อากาศ : ท้องฟา้ แสนสวย
กิจกรรม เคล่ือนไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ เล่นตามมมุ กลางแจง้ เกมการศึกษา
วันที่ และจงั หวะ
เปดิ โอกาสให้เด็กได้
1 เคล่ือนไหว สารวจท้องฟา้ ขยากระดาษ เลอื กเล่นในศูนยต์ าม วิง่ รอบๆสนาม ต่อภาพตดั ต่อ
รา่ งกายอย่าง ความสนใจและค้นหา อยา่ งอสิ ระ รปู ดวงอาทิตย์
ความถนัดของตนโดย
อสิ ระ จดั ใหส้ อดคล้องกบั
หนว่ ยการเรยี นรู้
เคลอ่ื นไหว พระอาทิตย์มา ปั้นดินน้ามัน เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ โยนลูกบอล เรยี งลาดบั ภาพ
เลอื กเล่นในศูนยต์ าม
ร่างกายตาม จากไหน ความสนใจและคน้ หา จากเล็กไปหา
ความถนดั ของตนโดย ใหญ่
2 บทบาทสมมติ
จดั ใหส้ อดคล้องกบั
หน่วยการเรยี นรู้
การเคลื่อนไหว ก้อนเมฆเป็น ระบายสี เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ เกมว่ิงเกบ็ ของ เกมจับคูภ่ าพ
ร่างกายตามคาส่ัง อย่างไร รปู ทอ้ งฟา้ เลือกเล่นในศูนย์ตาม กบั เงา
3 ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย
จัดใหส้ อดคล้องกับ
หนว่ ยการเรียนรู้
เคลอื่ นไหว แสงแดดร้อนจา้ ขดี เขียนอย่าง เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ เลน่ เครือ่ งเล่น เกมต่อบลอ็ ก
เลอื กเลน่ ในศนู ยต์ าม
ร่างกายเคล่ือนที่ อสิ ระ ความสนใจและคน้ หา สนาม จานวน 4 ชิ้น
4
ความถนัดของตนโดย
จัดให้สอดคล้องกับ
หน่วยการเรียนรู้
เคลือ่ นไหว แสงแดดร้อนจา้ ละเลงสี เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เล่นนา้ เลน่ เกมเรียงลาดับ
รา่ งกายโดยใส่ที่ (ทดลอง) เลอื กเล่นในศูนยต์ าม ทราย สูง - ตา่
5 คาดศีรษะรูปพระ ความสนใจและคน้ หา
ความถนดั ของตนโดย
อาทติ ย,์ จัดใหส้ อดคล้องกบั
กอ้ นเมฆ หนว่ ยการเรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 29 วันท่ี 1 สาระการเรยี นร้ยู ่อย สารวจทอ้ งฟา้
1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว
2. บอกสิ่งทสี่ ารวจบนท้องฟ้าได้
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพ่อื นได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การสารวจทอ้ งฟ้า 1) การช่ืนชมธรรมชาติ
2) การสารวจท้องฟ้า
3) การร้องเพลง
4) การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆของร่างกาย
ตามจงั หวะดนตรี
5) การพดู บอกความต้องการ เลา่ เร่ืองราว
3.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)
ขัน้ นา (กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครูใหเ้ ด็กเตรียมพร้อมร่างกาย โดยใหย้ นื และขยับตัวไปมาอยูก่ ับท่ีอยา่ งอสิ ระตามจังหวะทค่ี รูกาหนด
2. ครูแนะนาเพลง พระอาทิตย์ยิม้ แฉง่ พร้อมเปิดเพลงใหเ้ ด็กฟงั และให้เด็กคิดท่าประกอบอย่างอสิ ระ
3. ครูให้เด็กนง่ั พักในท่าทีส่ บาย แลว้ สนทนาซักถามวา่ ทาอะไรบ้าง และรูส้ ึกอย่างไร
ขนั้ สอน
ขน้ั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครูพาเดก็ ๆ ออกไปเดินสารวจท้องฟ้า โดยพาเด็กไปสังเกตเวลากลางวันนอกหอ้ งเรยี น และมองสภาพ
ตา่ ง ๆ โดยรอบเปน็ อย่างไร โดยสร้างขอ้ ตกลงร่วมกันในการไปสารวจ เชน่ เดินเปน็ แถว ไมส่ ง่ เสียงดงั
5. รว่ มสนทนากับเดก็ และอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการสารวจทอ้ งฟ้า เปิดโอกาสให้เด็กบอกเลา่ ซักถาม
และรว่ มแสดงความคิดเห็นอย่างอสิ ระ
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 30 นาท)ี
6. ครแู นะนาอุปกรณ์การทากิจกรรมสรา้ งสรรค์ และสาธิตวิธีการทากิจกรรมขยากระดาษ
7. ให้เด็กๆทากิจกรรมสร้างสรรคผ์ ลงานด้วยการขยากระดาษตามจินตนาการตามทีเ่ ด็กๆเหน็ แลว้ ให้
เดก็ ๆนาเสนอผลงานทลี ะคน
(กิจกรรมเสรี 40 นาที)
8. ครูเปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลือกเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยวันนีค้ ณุ ครแู นะนามมุ
ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มุม คือ มุมบล็อก , มุมบทบาทสมมติ และ มุมบา้ น
9. ครพู าเดก็ ๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ พาเด็กๆไปรับประทานอาหาร
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาท)ี
10. ครูพาเด็กๆไปสนามเด็กเลน่ แลว้ ให้เด็กๆวงิ่ เล่นอย่างอิสระ
11. ครูพาเด็กๆตั้งแถวทาความสะอาดรา่ งกายและขึน้ หอ้ งเรยี น
ขนั้ สรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
12. เดก็ และครรู ่วมกันสนทนาสงิ่ ที่สารวจพบบนท้องฟ้าและอธบิ ายเพม่ิ เติมใหเ้ ด็กฟังวา่ กลางวนั คอื
เวลาทด่ี วงอาทติ ย์ขนึ้ บนท้องฟา้ มแี สงสว่างจากดวงอาทิตย์ ทาให้เรามองเหน็ สิง่ ต่าง ๆ ที่อย่รู อบตวั
13. ครนู าเกมภาพตดั ต่อรปู ดวงอาทิตย์มาให้เดก็ ๆเล่น
14. เมื่อเลน่ เกมการศกึ ษาเสรจ็ เด็กๆช่วยกันเกบ็ อปุ กรณ์
4.สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
เพลงพระอาทิตย,์ ทอ้ งฟา้ , กระดาษ, เกมภาพตดั ต่อรปู ดวงอาทติ ย,์ มุมประสบการณ์
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกับเพอ่ื นและครูดว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมีความสุข
2. เดก็ เล่าเรื่องราวเก่ยี วกับกิจกรรมสารวจท้องฟ้าได้/การสนทนาโตต้ อบกบั ครแู ละเพื่อน
3. ประเมินจากผลงานเด็ก
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 29 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย พระอาทิตย์มาจากไหน
1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
2. บอกพระอาทติ ย์มาจากไหนได้
3. สนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพอ่ื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) พระอาทติ ยม์ าจากไหน 1) การชน่ื ชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การปน้ั
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเลน่ ออกกาลงั กายกลางแจง้ อยา่ งอิสระ
3.ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม(บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ข้ันนา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครตู ีกลองหนง่ึ จังหวะ (1 2 3 หยุด) ทาซา้ 5 - 6 ครง้ั เพ่ือเตรียมเด็ก
2. เดก็ เคลอ่ื นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย โดยเดนิ ไปรอบ ๆ ห้องตามจังหวะการเคาะโดยไม่ใหช้ นกัน
3. ครใู หเ้ ดก็ ทาตามบทบาทสมมตเิ ปน็ ส่ิงทต่ี นเองพบเห็นในเวลากลางคนื ตามจนิ ตนาการอยา่ งอสิ ระ
4. ครใู หเ้ ดก็ นั่งพักในท่าท่ีสบาย แล้วสนทนาซกั ถามว่าทาอะไรบา้ ง และรสู้ กึ อยา่ งไร
ขัน้ สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครนู ารูปภาพมาใหเ้ ด็กสังเกตภาพพระอาทิตย์มาจากไหน
6. ครชู วนเดก็ สนทนาเกี่ยวกับภาพ โดยใช้คาถาม ดงั น้ี
- พระอาทิตย์มาจากไหน
- พระอาทติ ย์มลี ักษณะอย่างไร
- เด็ก ๆ รูไ้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ เป็นช่วงเวลากลางวนั
- พระอาทิตยใ์ ห้ความรสู้ ึกอยา่ งไร
7. ครแู นะนากจิ กรรม “สมั ผัสแสงอาทติ ย์” พาเด็ก ๆ ไปสัมผสั บรรยากาศข้างนอกห้องเรยี น ให้เดก็ ๆ
ยืนกลางสนาม เป็นเวลา 2 นาที แล้วสงั เกตสง่ิ ทีล่ อยอยบู่ นท้องฟา้ และบอกความรู้สกึ ทไี่ ด้ยืนกลางแสงแดด
โดยสร้างข้อตกลงในการทากิจกรรมรว่ มกนั เช่น เดินเปน็ แถว ไม่สง่ เสยี งดัง และไม่จ้องมองดวงอาทิตย์ เมื่อทา
กจิ กรรมเสรจ็ ลา้ งมือทาความสะอาดกอ่ นเข้าห้องเรียน
8. เดก็ อาสาสมคั รออกมาเลา่ สงิ่ ท่พี บและความรสู้ กึ ทไี่ ด้รบั แสงแดดวา่ รสู้ ึกอย่างไร
9. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ว่า ดวงอาทติ ย์ทาหนา้ ท่ีส่องแสงสวา่ งในเวลากลางวัน ทาใหม้ องเห็นส่งิ ต่าง ๆ ทีอ่ ยู่
รอบตวั เมือ่ เรายนื อยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ๆ จะทาให้รู้สึกรอ้ น
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 30 นาที)
10. ครแู นะนาอปุ กรณก์ ารทากจิ กรรมสรา้ งสรรค์ และสาธติ วธิ กี ารปัน้ ดนิ น้ามนั
11. ให้เด็กๆทากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานดว้ ยการปน้ั ดินน้ามัน แล้วใหเ้ ด็กๆนาเสนอผลงานทีละคน
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
12. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเล่นในศูนยต์ ามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยวันนี้คณุ ครูแนะนามุม
ประสบการณ์ให้เดก็ ๆเลน่ 3 มุม คอื มุมบล็อก , มมุ บทบาทสมมติ และ มุมบ้าน
(กจิ กรรมกลางแจง้ 20 นาที)
13. ครูพาเด็กๆออกไปเลน่ โยนลูกบอล
14. ใหเ้ ดก็ ๆวิ่งเล่นอย่างอิสระบรเิ วณสนามหญ้า
15. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดรา่ งกาย ล้างมือ พาเด็กๆไปรบั ประทานอาหาร
ขนั้ สรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
16. ครนู าเกมเรียงลาดับภาพจากเลก็ ไปหาใหญ่ มาให้เดก็ ๆเล่น
17. เมือ่ เล่นเกมการศึกษาเสร็จ เด็กๆชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณ์
4.สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
ภาพพระอาทติ ย์, กระดาษ, เกมเรยี งลาดบั ภาพจากเลก็ ไปหาใหญ่ ,มมุ ประสบการณ์
5.การประเมินผล
สังเกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกบั เพอื่ นและครดู ว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสขุ
2. การบอกไดว้ ่าพระอาทติ ยม์ าจากไหน การสนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพื่อน
3. ประเมินจากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 29 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย กอ้ นเมฆเปน็ อยา่ งไร
1.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
2. เดก็ บอกกอ้ นเมฆเป็นอยา่ งไรได้
3. เด็กสนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพ่อื นได้
4. เดก็ ทากิจกรรมร่วมกับเพ่ือนและครอู ยา่ งตง้ั ใจและมคี วามสุข
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) ก้อนเมฆเป็นอย่างไร 1) การชื่นชมธรรมชาติ
2) การทากจิ กรรมศิลปะตา่ ง ๆตามความสนใจ
3) การตอบคาถามจากการคิด
4) การเลน่ ออกกาลังกายกลางแจง้ อยา่ งอสิ ระ
3.ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรม(บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครูพาเด็กเคลอื่ นไหวรา่ งกายตามคาส่งั เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ กระทบื เท้า ฯลฯ และแบบเคลอื่ นท่ี
เชน่ วงิ่ เรว็ - ช้า กระโดดไปข้างหน้า – ขา้ งหลงั ฯลฯ และเมอ่ื ไดย้ ินสญั ญาณ หยดุ ใหห้ ยดุ เคลอ่ื นไหวในท่านน้ั
ทนั ที
2. ครนู าเด็กรอ้ งเพลง ฉันคอื เมฆ และทาท่าทางประกอบเพลง
3. เด็กรอ้ งเพลง ฉันคือเมฆ พร้อมทาท่าทางประกอบเพลงตามจนิ ตนาการ ทาซ้า 2-3 ครงั้
4. ครถู ามเดก็ ตอบ “วันนีเ้ ด็กรอ้ งเพลงอะไร ทาท่าทางอย่างไรบ้าง”
5. ใหเ้ ดก็ พักผ่อนอิริยาบถ 2-3 นาทเี พื่อเตรียมปฏิบตั ิกจิ กรรมตอ่ ไป
ข้นั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครูสนทนาเก่ยี วกับท้องฟา้ และใหเ้ ด็กๆ บอกว่าก้อนเมฆมีลกั ษณะอย่างไร ก้อนเมฆมาจากไหน
7. ครนู ารูปภาพและวิธีการเกิดก้อนเมฆมาให้เด็กดูแล้วร่วมสนทนาซักถามกับเดก็
8. ครแู ละเดก็ ร่วมกนั สรุปก้อนเมฆเป็นอยา่ งไร
ขั้นสรุป (กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
9. เดก็ และครูร่วมกนั สนทนาก้อนเมฆมาจากไหน
10. ครูใหเ้ ด็กๆระบายสีภาพท้องฟ้าตามจินตนาการ
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
11. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเลน่ ในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวันน้ีคุณครูแนะนามุม
ประสบการณ์ให้เดก็ ๆเลน่ 3 มุม คอื มุมปัน้ , มมุ นิทาน และ มมุ บา้ น
12. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ พาเด็กๆไปรบั ประทานอาหาร
(กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาท)ี
13. ครูนาเกมจบั ค่ภู าพกบั เงา
4.สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
เพ ลงก้อนเมฆ , ภ าพ กลางวัน /ภ าพ การเกิดก้อน เมฆ ,วัสดุอุป กรณ์ ได แก ภ าพ ท้ องฟ้ า,
เกมจับค่ภู าพกับเงา , มมุ ประสบการณ์ ,
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากิจกรรมร่วมกบั เพือ่ นและครูดว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสุข
2. บอกไดว้ ่าก้อนเมฆเป็นอย่างไร / การสนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพอ่ื น
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 29 วันที่ 4 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย แสงแดดรอ้ นจ้า
1.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เด็กบอกได้วา่ แสงแดดร้อนจา้ ได้
2. เด็กสนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพอื่ นได้
3. เดก็ ทากิจกรรมรว่ มกับเพือ่ นและครอู ยา่ งต้ังใจและมคี วามสุข
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) แสงแดดร้อนจ้า 1) การสารวจเงาใช้มอื ความรู้สึก ปาก
เทา้ ตา หู จมกู
2) การอธิบายเกย่ี วกบั สิง่ ของ เหตกุ ารณแ์ ละ
ความสัมพนั ธ์ของสิ่งตา่ ง ๆ
3) การสนกุ กับภาษา : เดก็ สนกุ กบั เร่ืองราว
บทกลอน คาคล้องจองและเพลงต่างๆ
4) การสนทนาโต้ตอบ
5) การขดี เขียนอิสระ
6) การเคลื่อนไหวร่างกายแบบเคลอื่ นท่ี
3.ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ /กจิ กรรมกลางแจ้ง 50 นาที)
1. ครพู าเดก็ เคล่อื นไหวรา่ งกายแบบเคลื่อนที่โดยใหเ้ ดก็ ยืนกระจายหาพื้นท่ขี องตนเอง ฝึกการบรหิ ารปอด
และหวั ใจ โดยการหายใจเขา้ ลึกๆ หายใจออกช้าๆ ใหเ้ ด็กๆเคล่อื นไหวรา่ งกายไปทั่ว ๆ บริเวณอย่างอสิ ระตาม
จังหวะเพลง เม่ือจงั หวะหยดุ ให้หยุดเคล่อื นไหวในท่านนั้ ทันที
2. เด็กและครสู นทนารว่ มกนั เก่ียวกับการทาทา่ ทางตามคาส่ังของครู
3. ครใู ห้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายอย่างอสิ ระ เม่ือไดย้ นิ สญั ญาณหยุดให้หยุดฟังคาสัง่ ของครูและปฏบิ ัติตาม
จากนั้นให้พักผ่อนคลาย
ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครูพาเดก็ ออกไปนอกห้องและยนื กลางสนามทม่ี ีแสงแดดประมาณ 5 นาที แล้วให้เด็กบอกความรสู้ ึก
และสังเกตรอบๆตัวว่ามีอะไรเกดิ ขึ้น
5. ครูอธบิ ายความหมายของแสง ทาให้เกดิ ความสวา่ ง และเม่ือมวี สั ดุทบึ แสงใดๆ มาอยู่ระหวา่ งต้นกาเนิด
แสง กับพน้ื ผวิ ท่แี สงตกกระทบ จะทาให้เกิดเงาตามรูปรา่ งของวัสดุนนั้ ๆ ขึน้ และวสั ดุก็สามารถแบง่ เปน็ ประเภท
ทึบแสง โปร่งแสง และโปรง่ ใสได้ ข้นึ อยู่กบั วา่ วตั ถุน้ันๆ สามารถให้แสงทะลผุ ่านได้มากน้อยแค่ไหน ขนาดของเงาท่ี
เกดิ ขนึ้ ขึ้นอยูก่ บั ตาแหนง่ ของต้นกาเนดิ แสง วัสดุทบี่ ังแสง และพืน้ ผิวท่แี สงตกกระทบวา่ แต่ละอย่างอยู่ใกล้-ไกล
กันมากน้อยแค่ไหน รวมถึงอยู่ในมุมไหนอกี ด้วย
6. ครแู ละเดก็ รว่ มกันสรปุ ถงึ ความสาคญั ของแสงแดดร้อนจ้า
ข้ันสรุป (กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
7. ครูให้เดก็ ๆขีดเขยี นอย่างอิสระด้วยสีเทยี น
8. ครใู ห้เด็กออกมาเลา่ ผลงานของตัวเอง
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
9. ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลอื กเล่นในศูนยต์ ามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวนั น้ีคณุ ครแู นะนามมุ
ประสบการณ์ให้เด็กๆเล่น 3 มุม คือ มมุ ปน้ั , มุมหนงั สือ และ มมุ บา้ น
(กจิ กรรมกลางแจง้ 20 นาที)
10. ครพู าเด็กๆออกไปเลน่ เกมวิ่งเก็บของ
11. ให้เดก็ ๆวง่ิ เลน่ อย่างอสิ ระบริเวณสนามหญ้า
12. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ พาเด็กๆไปรับประทานอาหาร
(กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
13. ครนู าเกมต่อบล็อก 4 ชน้ิ มาให้เดก็ ๆเล่น
14. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเลน่ ตามความสนใจอย่างอิสระ
4.ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
กระดาษ , สเี ทยี นแท่งใหญ่ , เกมตอ่ บล็อก 4 ชน้ิ , มุมประสบการณ์
5.การประเมินผล
สงั เกต
1. แสงแดดรอ้ นจา้ ได้
2. การสนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพอ่ื น
3. การทากิจกรรมร่วมกันของครแู ละเพื่อนอยา่ งตั้งใจ
4. ความสนใจ จดจ่อในการทากิจกรรม
5. ประเมินจากผลงานเดก็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 29 วันท่ี 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย แสงแดดรอ้ นจ้า(ทดลอง)
1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
2. เด็กทากจิ กรรมแสงแดดร้อนจ้า(ทดลอง)ได้
3. เด็กรจู้ กั เงาและส่งิ ที่ทาใหเ้ กิดเงา
4. เด็กได้สงั เกตและวเิ คราะห์การเกิดเงา
5. เดก็ สนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพือ่ นได้
6. เด็กทากิจกรรมรว่ มกับเพอื่ นและครูอย่างต้ังใจและมคี วามสุข
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) แสงแดดร้อนจ้า(ทดลอง) 1) การอธิบายเกยี่ วกบั สิ่งของ เหตกุ ารณ์และ
ความสัมพนั ธ์ของสิง่ ต่าง ๆ
2) การสนุกกับภาษา : เด็กสนุกกบั เร่ืองราว
บทกลอน คาคล้องจองและเพลงต่างๆ
3) การสนทนาโต้ตอบ
4) การเขียนภาพและการเล่นกบั สี
5) การเคล่ือนไหวร่างกายแบบเคล่ือนท่ี
3.ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)
ขัน้ นา (เรียงตามลาดับ ข้อลงไป)
1. เดก็ ทุกคนหาพื้นทีว่ ่างใหก้ ับตนเองโดยไมช่ นกบั เพ่ือน ครแู จกทค่ี าดศรีษะรูปพระอาทิตย์,ก้อนเมฆ
ให้กบั เด็กและใหเ้ ด็กเคล่ือนไหวไปขา้ งหน้าและขา้ ง ๆ สลับกนั ไป
2. ครูพาเด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายโดยใสท่ ่คี าดศรีษะรปู พระอาทติ ย์,ก้อนเมฆ ตามจังหวะเสยี งเพลง
3. เมอ่ื เพลงหยุดให้หยุดเคล่ือนไหวแล้วแถวเป็นวงกลมนั่งลงอยา่ งเงียบ ๆ
ขัน้ สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 50 นาที)
4. ครูและเด็กทาการทดลอง(กจิ กรรมทดลองการเกดิ เงา)
5. ครบู อกช่ือกจิ กรรมการทดลอง “การเกดิ เงา”
6. ครแู ละเด็ก สนทนาถึงอุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทดลอง วา่ มีอะไรบ้าง
7. ครแู จกหนุ่ น้วิ มือให้เด็กคนละตวั
8. ครปู ิดไฟและเปดิ ไฟฉาย เพ่อื ใหเ้ ดก็ ๆลองเล่นกับเงา โดยให้เดก็ ๆลองเลือ่ นเงา ใกล้-ไกล ไฟฉายเพ่ือดู
ขนาดของเงา และลองเลื่อนไฟฉาย ตามแบบดวงอาทติ ย์เพื่อดูทศิ ทางของเงา ระหวา่ งการทากจิ กรรมครสู นทนา
กบั เดก็ ไปดว้ ย (5 นาที) จบกจิ กรรม ครเู ปิดไฟ
9. ครใู หเ้ ดก็ ลองทายการฉายภาพเงาจากกลอ่ งปรศิ นา
10. ครนู าเดก็ สนทนาถงึ การเกิดเงาและช่วยกันสรุป
ขัน้ สรปุ (กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
11. ครจู ดั เตรยี มอุปกรณ์การละเลงสี และสาธิตให้เด็กๆดู จากน้นั ใหเ้ ด็กๆลงมือทากจิ กรรม
12. เด็กเลือกสตี ามความสนใจและสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของเด็ก
13. เมื่อทากิจกรรมเสรจ็ แลว้ ให้เดก็ ๆทุกคนเล่าเรื่องราวจากผลงานของตนเอง
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
14. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวนั น้ีคณุ ครูแนะนามมุ
ประสบการณ์ใหเ้ ด็กๆเล่น 3 มุม คอื มุมปั้น , มุมหนังสือ และ มมุ บ้าน
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
15. ครูและเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบัติตนเมื่อลงไปเลน่ ทีส่ นามเดก็ เล่น เช่น เดนิ แถวอยา่ งเป็น
ระเบียบ ไม่ส่งเสยี งดัง
16. ครพู าเด็กเดินไปทีส่ นามเด็กเล่นบริเวณบอ่ นา้ /บ่อทราย ครูแนะนาอปุ กรณ์ให้เด็กดู
17. ครแู บง่ กลุ่มเด็กออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 2 คน เพื่อเล่นน้าและเล่นทรายพร้อมแจกอุปกรณใ์ นการเล่น
18. เม่อื ไดย้ ินสญั ญาณหยุดช่วยกนั เกบ็ อปุ กรณ์เขา้ ที่ และมานง่ั พกั ผ่อนรวมกันทีห่ น้าสนามเดก็ เลน่
19. ครพู าเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรับประทานอาหาร
(กิจกรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
20. ครูนาเกมเรยี งลาดับ สูง-ตา่ มาใหเ้ ด็กๆเล่น
4.สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
กล่องปริศนา,ห่นุ นวิ้ มือ.ไฟฉาย,ทคี่ าดศรษี ะพระอาทติ ย์/ก้อนเมฆ ,อุปกรณก์ ารละเลงส,ี เกมเรยี งลาดบั
สงู ตา่ ,บ่อนา้ บอ่ ทราย,มุมประสบการณ์
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การบอกเงาเกดิ จากอะไรได้
2. การทากจิ กรรมการทดลองและการตอบคาถาม
3. การสนทนาโต้ตอบกับครูและเพ่ือน
4. การทากจิ กรรมร่วมกนั ของครูและเพื่อนอย่างตั้งใจ
5. ความสนใจ จดจอ่ ในการทากิจกรรม
6. ประเมนิ จากผลงานเด็ก
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ท่ี 30 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตัว
หน่วยการเรียนรู้ ลม ฟ้า อากาศ : ค่าคืนมดื มดิ
ความคิดรวบยอด
ในเวลากลางคืนเรามองเห็นดวงจันทร์และดวงดาวชดั เจน ดวงจนั ทรแ์ ละดวงดาวมีแสงสวา่ งนอ้ ย
มากทาใหก้ ลางคืนมืด เราจึงใช้เวลากลางคนื นอนหลบั พักผ่อน
ดวงจันทร์ ดวงดาว
นกฮูก มดื
นอนหลับพักผ่อน อาบนา ส่ำรวจทอ้ งฟำ้ ยำมคำ่ คืน เกิดตอนกลางคนื
โปรง่
แปรงฟนั ( 1 วนั ) พระจนั ทร์มำจำกไหน
หนูท่ำอะไรตอนกแลสำงงคนื ( 1 วัน )
สวดมนต์ ( 1 วนั )และ
พระจนั ทร์ดวงใหญ่ โปรง่ ใส ธรรมชาตริ อบตัว อยูบ่ นท้องฟ้า
กวำ่ ดวงดำว ลม ฟ้า อากาศ : ค่าคนื มืดมิด
(1 สัปดาห์)
พระจนั ทร์กับดวงดำว มีลกั ษณะเปน็ แฉก ๆ ดวงดำวเป็นอยำ่ งไร
ตำ่ งกันอยำ่ งไร คล้ายดาว
( 1 วนั )
( 1 วนั )
อยบู่ นท้องฟ้า
พระจันทร์มแี สงสวำ่ ง
มำกกว่ำดวงดำว
สิ่งท่ีเดก็ รูแ้ ล้ว สิง่ ที่เด็กตอ้ งการรู้ สงิ่ ทเี่ ด็กควรรู้
1. กลางคนื มดื 1. สารวจทอ้ งฟา้ ยามคาคืน 1. สารวจท้องฟ้ายามคาคนื
2. กลางคนื มีพระจนั ทร์ 2. พระจันทร์มาจากไหน 2. พระจันทรม์ าจากไหน
3. .......................................... 3. ................................................ 3. ดวงดาวเป็นอยา่ งไร
4. …………………………………… 4................................................... 4. พระจันทร์กับดวงดาวตา่ งกันอยา่ งไร
5. .......................................... 5. ................................................. 5. หนทู าอะไรตอนกลางคนื
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรียนรทู้ ่ีควรเรียนรู้
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ และการประเมินพฒั นาการ (DSPM)
สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ พัฒนาการ
หน่วยที่ 30 ธรรมชาติ (DSPM)
รอบตัว : ค่าคนื มดื มิด
1. สารวจท้องฟา้ ยามคา คณุ ลักษณะทพี ึงประสงค์ 1. สารวจท้องฟา้ 1. การเคลอื นไหวสว่ น - ข้อ 60 เหวียง
คนื
2. พระจันทร์มาจากไหน 2.1 ใชก้ ล้ามเนอื ใหญ่ได้ ยามคาคืน ตา่ ง ๆของร่างกายตาม ขาเตะลูกบอลได้
3. ดวงดาวเป็นอย่างไร
4. พระจันทร์กับดวงดาว เหมาะสมกับวยั 2. พระจันทร์มาจาก จังหวะดนตรี (GM)
ตา่ งกนั อยา่ งไร
5. หนทู าอะไรตอน 2.2 ใชก้ ล้ามเนอื เล็กและ ไหน 2. การเลน่ ออกกาลัง - ขอ้ 61 ต่อก้อน
กลางคนื
ประสานสัมพนั ธ์มือ – 3. ดวงดาวเปน็ อย่างไร กายกลางแจ้งอย่าง ไม้ 4 ชนั ได้ (FM)
ตา ไดเ้ หมาะสมกับวยั 4. พระจันทรก์ ับ อสิ ระ - ข้อ 62 เลอื ก
3.2 แสดงอารมณไ์ ด้ ดวงดาวตา่ งกนั อย่างไร 3. การเขียนขีดเขยี วตั ถุตามคาสัง
เหมาะสมกบั วัย 5. หนูทาอะไรตอน 4. การปน้ั (RL)
3.3 สนใจ และมี กลางคนื 5. การตอบคาถามจาก - ข้อ 63 เลียน
ความสุข กับธรรมชาติ การคดิ คาพูดทเี ป็นวลี
สงิ สวยงาม ดนตรี และ 6. การพูดบอกความ ประกอบดว้ ยคา
จังหวะ การเคลือนไหว ต้องการ เล่าเรืองราว 2 คา (EL)
4.1 ปรบั ตวั เขา้ กับ 7. การรอ้ งเพลง - ข้อ 65 กระโดด
สิงแวดลอ้ มใกล้ตวั ได้ 8. การทากจิ กรรม เทา้ พน้ พืนทงั 2
4.2 เล่นและร่วมทา ศิลปะต่าง ๆตามความ ข้าง (GM)
กจิ กรรมกบั ผู้อนื ได้ สนใจ - ขอ้ 68 พูดตอบ
ตามวัย 9.การฟงั นิทานหรอื รบั และปฏิเสธได้
6.1 รับรู้และเข้าใจ เรืองราวสันๆ (EL)
ความหมายของภาษาได้ 10. การสารวจ - ขอ้ 69 ล้างและ
ตามวยั 11. การเขียนภาพและ เช็ดมือได้เอง (PS)
6.2 แสดงออกและ/หรอื การเลน่ กับสี - ข้อ 80 เลียน
พูดเพือสอื ความหมายได้ แบบลากเสน้ เปน็
7.1 สนใจเรยี นรู้สิงตา่ งๆ วงต่อเนืองกนั
รอบตวั (GM)
7.3 สารวจโดยใช้ - ขอ้ 82 พูด
ประสาทสัมผัส ติดต่อกัน 3-4 คา
ได้ อยา่ งน้อย 4
ความหมาย (EL)
แนวการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 30 สาระการเรยี นรทู้ ่ี 3 ธรรมชาติรอบตัว
หน่วยการเรียนรู้ ลม ฟ้า อากาศ : คา่ คืนมืดมิด
กิจกรรม เคลอ่ื นไหว เสริมประสบการณ์ ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ การเล่นตามมุม เล่นกลางแจ้ง เกมการศึกษา
วันท่ี และจังหวะ
วงิ รอบๆสนาม ตอ่ ภาพตัดตอ่
เคลือนไหวรา่ งกาย สารวจทอ้ งฟา้ ยามคาคืน ขยากระดาษ เปิดโอกาสให้เด็กได้ อย่างอิสระ รปู ดวงจันทร์
อยา่ งอิสระ เลอื กเลน่ ในศูนยต์ าม
ความสนใจและค้นหา
1 ความถนดั ของตนโดย
จดั ใหส้ อดคล้องกบั
หนว่ ยการเรยี นรู้
เคลอื นไหวรา่ งกาย พระจนั ทรม์ าจากไหน ปน้ั ดินนามัน เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เตะลูกบอล เรียงลาดับภาพ
ตามบทบาทสมมติ เลือกเลน่ ในศูนย์ตาม จากเลก็ ไปหาใหญ่
2 ความสนใจและค้นหา
ความถนัดของตนโดย
จัดให้สอดคล้องกบั
หน่วยการเรยี นรู้
การเคลอื นไหว ดวงดาวเปน็ อย่างไร ระบายสี เปิดโอกาสให้เด็กได้ เกมปิดตาตหี ม้อ เกมเรียงลาดับ
รา่ งกายตามคาสัง ภาพดวงดาว เลอื กเลน่ ในศูนยต์ าม สูง - ตา
3 ความสนใจและคน้ หา
ความถนัดของตนโดย
จัดใหส้ อดคลอ้ งกับ
หนว่ ยการเรียนรู้
เคลือนไหวรา่ งกาย พระจันทร์กบั ดวงดาว ขีดเขียนอย่าง เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ เลน่ เครอื งเล่น เกมตอ่ บลอ็ ก
เคลือนที ต่างกนั อย่างไร อสิ ระ เลอื กเล่นในศูนย์ตาม สนาม จานวน 4 ชิน
4 ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย
จดั ให้สอดคลอ้ งกับ
หน่วยการเรยี นรู้
เคลอื นไหวร่างกาย หนทู าอะไรตอนกลางคืน ละเลงสี เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เลน่ นา เล่นทราย เกมจับคภู่ าพ
ประกอบเพลง เลือกเล่นในศูนย์ตาม กับเงา
5 เพลงดวงจันทร์ ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย
จัดใหส้ อดคลอ้ งกับ
หน่วยการเรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 30 วันท่ี 1 สาระการเรียนรู้ย่อย สา่ รวจท้องฟ้ายามค่าคืน
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลือนไหว
2. บอกสงิ ทีพบจากการสารวจท้องฟ้ำยำมค่ำคืนได้
3. สนทนาโตต้ อบกับครูและเพอื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) กำรสำ่ รวจท้องฟำ้ ยำมค่ำคืน 1) การเคลอื นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระ
2) การสารวจท้องฟำ้ ยำมคำ่ คนื
3) การรอ้ งเพลง
4) การพูดบอกความต้องการ เล่าเรืองราว
3.ขั้นตอนการจดั กิจกรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขั้นนา (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครูให้เดก็ เตรียมพร้อมร่างกาย โดยใหย้ ืนและขยบั ตัวไปมาอยกู่ บั ทีอยา่ งอิสระตามจังหวะทคี รูกาหนด
2. ครูใหเ้ ดก็ นังพกั ในทา่ ทีสบาย แล้วสนทนาซกั ถามวา่ ทาอะไรบา้ ง และรู้สึกอย่างไร
ข้ันสอน
ข้นั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
3. ครแู นะนามุมจาลองท้องฟ้ายามคาคืนและใหเ้ ด็ก ๆ ไดเ้ ขา้ ไปสารวจทลี ะคน
4. รว่ มสนทนากบั เด็ก และอธิบายเพิมเติมเกยี วกับการท้องฟา้ ยามคาคนื ว่ามีอะไรบ้าง เปิดโอกาสใหเ้ ด็ก
บอกเลา่ ซักถาม และรว่ มแสดงความคดิ เห็นอย่างอิสระ
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 30 นาที)
5. ครูแนะนาอปุ กรณก์ ารทากิจกรรมสรา้ งสรรค์ และสาธติ วธิ กี ารทากจิ กรรมขยากระดาษ
6. ให้เด็กๆทากจิ กรรมสรา้ งสรรค์ผลงานด้วยการขยากระดาษตามจนิ ตนาการตามทเี ด็กๆเหน็ แล้วให้
เดก็ ๆนาเสนอผลงานทลี ะคน
(กจิ กรรมเสรี 40 นาที)
7. ครูเปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้เลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอย่างอิสระ โดยวนั นคี ุณครแู นะนามุม
ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มุม คือ มมุ บล็อก , มมุ บทบาทสมมติ และ มุมวทิ ยาศาสตร์
8. ครพู าเดก็ ๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ พาเดก็ ๆไปรบั ประทานอาหาร
(กิจกรรมกลางแจง้ 20 นาที)
9. ครูพาเด็กๆไปสนามเดก็ เล่นแล้วให้เดก็ ๆวงิ เลน่ อย่างอิสระ
10. ครพู าเด็กๆตงั แถวทาความสะอาดร่างกายและขึนหอ้ งเรียน
ข้ันสรุป (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
11. เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาสงิ ทสี ารวจพบบนท้องฟ้ายามคาคืนและอธิบายเพิมเตมิ ให้เดก็ ฟงั วา่
พระจันทร์ขึนตอนกลางคืน และในตอนกลางคืนจะมองเห็นดวงดาว เราจะมแี สงสว่างจากพระจันทร์และ
ดวงดาว สตั ว์ทพี บตอนกลำงคืน คือ นกฮูก
12. ครนู าเกมภาพตัดต่อรูปพระจนั ทร์มาใหเ้ ดก็ ๆ เลน่
13. เมือเลน่ เกมการศกึ ษาเสรจ็ เดก็ ๆช่วยกนั เกบ็ อปุ กรณ์
4.ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
เพลงดวงจนั ทร์, มมุ จาลองทอ้ งฟา้ ยามคาคนื , กระดาษ, เกมภาพตัดต่อรูปพระจันทร์,มมุ ประสบการณ์
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกับเพอื นและครดู ้วยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสขุ
2. การเล่าเรอื งราวเกยี วกบั กิจกรรมสารวจทอ้ งฟา้ ยามคาคืนได้
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 30 วันท่ี 2 สาระการเรียนร้ยู ่อย พระจนั ทรม์ าจากไหน
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลือนไหว
2. บอกวา่ พระจันทร์มาจากไหนได้
3. สนทนาโต้ตอบกับครูและเพอื นได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) พระจันทร์มาจากไหน 1) การเคลอื นไหวร่างกายตามบทบาทสมมติ
2) การสารวจ
3) การป้ัน
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเตะลูกบอล
3.ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครตู ีกลองหนึงจังหวะ (1 2 3 หยดุ ) ทาซา 5 - 6 ครัง เพือเตรียมเด็ก
2. เด็กเคลอื นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย โดยเดินไปรอบ ๆ ห้องตามจังหวะการเคาะโดยไม่ใหช้ นกนั
3. ครูให้เด็กทาตามบทบาทสมมตเิ ปน็ สงิ ทีตนเองพบเห็นในเวลากลางคืนตามจินตนาการอยา่ งอสิ ระ
4. ครูใหเ้ ด็กนงั พักในทา่ ทสี บาย แลว้ สนทนาซักถามว่าทาอะไรบ้าง และรู้สึกอยา่ งไร
ขนั้ สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครเู ล่านทิ านเรอื ง “ฉันรักพระจันทร์”และใหเ้ ด็กสงั เกตภาพ
6. ครูชวนเด็กสนทนาเกียวกับภาพ โดยใช้คาถาม ดังนี
- พระจันทร์มาจากไหน
- พระจันทร์มีลักษณะอยา่ งไร
- เดก็ ๆ รไู้ ดอ้ ย่างไรวา่ เป็นช่วงเวลากลางคืน
7. ครูอธิบายเพมิ เตมิ ว่า พระจนั ทร์จะพบในเวลากลางคนื อย่บู นท้องฟา้
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 30 นาท)ี
8. ครแู นะนาอปุ กรณ์การทากิจกรรมสรา้ งสรรค์ และสาธิตวิธีการปน้ั ดินนามนั
9. ใหเ้ ดก็ ๆทากจิ กรรมสร้างสรรค์ผลงานด้วยการปัน้ ดินนามัน แล้วให้เดก็ ๆนาเสนอผลงานทีละคน
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครเู ปดิ โอกาสให้เด็กได้เลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยวนั นคี ุณครูแนะนามมุ
ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มุม คือ มมุ บลอ็ ก , มมุ บทบาทสมมติ และ มมุ บา้ น
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
11. ครพู าเด็กๆออกไปเลน่ เตะลูกบอล
12. ใหเ้ ดก็ ๆวิงเล่นอย่างอิสระบริเวณสนามหญา้
13. ครูพาเด็กๆเข้าแถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรับประทานอาหาร
ขน้ั สรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
14. ครูนาเกมเรียงลาดบั ภาพจากเลก็ ไปหาใหญ่ มาใหเ้ ดก็ ๆเล่น
15. เมือเลน่ เกมการศกึ ษาเสร็จ เด็กๆช่วยกันเกบ็ อปุ กรณ์
4.สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
นิทานเรือง “ฉันรักพระจันทร์”, ภาพพระจันทร์, กระดาษ, เกมเรียงลาดับภาพจากเล็กไปหาใหญ่ ,
มุมประสบการณ์
5.การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกบั เพือนและครดู ว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสุข
2. การบอกไดว้ า่ พระจันทร์มาจากไหน
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 30 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ย่อย ดวงดาวเป็นอย่างไร
1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื นไหว
2. บอกว่ำดวงดำวเป็นอย่ำงไรได้
3. เด็กทากิจกรรมรว่ มกับเพอื นและครูอย่างตงั ใจและมีความสขุ
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ดวงดาวเป็นอย่างไร 1) การเคลือนไหวร่างกายตามคาสงั
2) การทากิจกรรมศิลปะต่าง ๆตามความสนใจ
3) การตอบคาถามจากการคิด
4) การเล่นออกกาลงั กายกลางแจ้งอยา่ งอิสระ
3.ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม(บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ขั้นนา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครูพาเดก็ เคลอื นไหวรา่ งกายตามคาสัง เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ กระทืบเท้า ฯลฯ และแบบเคลือนที
เชน่ วงิ เร็ว - ชา้ กระโดดไปข้างหนา้ – ขา้ งหลัง ฯลฯ และเมอื ได้ยนิ สัญญาณ หยดุ ใหห้ ยุดเคลือนไหวในทา่ นัน
ทนั ที
2. ครนู าเด็กรอ้ งเพลง Twinkle Twinkle Little Star ดาวดวงน้อย และทาทา่ ทางประกอบเพลง
3. เดก็ รอ้ งเพลง Twinkle Twinkle Little Star ดาวดวงน้อย พรอ้ มทาทา่ ทางประกอบเพลงตาม
จนิ ตนาการ ทาซา 2-3 ครัง
4. ครูถามเด็กตอบ “วนั นีเด็กรอ้ งเพลงอะไร ทาทา่ ทางอย่างไรบา้ ง”
5. ใหเ้ ดก็ พักผ่อนอิริยาบถ 2-3 นาทีเพือเตรียมปฏิบัติกจิ กรรมต่อไป
ขนั้ สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครแู นะนามุมจาลองทอ้ งฟ้ายามคาคนื และให้เดก็ ๆ ไดเ้ ข้าไปสารวจทีละคน
7. ครูสนทนาเกยี วกับท้องฟ้ายามคาคืน และใหเ้ ด็กๆ บอกว่าดวงดาวเปน็ อย่างไร
8. ครนู ารูปภาพท้องฟ้ายามคาคืน ใหเ้ ด็กดูแลว้ รว่ มสนทนาซักถามกับเด็ก
9. ครูและเดก็ ร่วมกันสรุปดวงดาวเป็นอย่างไร
ขนั้ สรุป (กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
10. เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาดวงดาวเป็นอยา่ งไร
11. ครใู ห้เดก็ ๆ ระบายสีภาพดวงดาวตามจินตนาการ
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
12. ครเู ปดิ โอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลือกเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวันนคี ุณครูแนะนามุม
ประสบการณ์ให้เดก็ ๆเลน่ 3 มุม คือ มุมป้นั , มุมนิทาน และ มุมบา้ น
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาท)ี
13. ครพู าเด็กๆออกไปเลน่ เกมปิดตาตีหม้อ
14. ให้เด็กๆวิงเล่นอย่างอิสระบริเวณสนามหญา้
15. ครพู าเด็กๆเข้าแถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรบั ประทานอาหาร
(กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
16. ครูนาเกมเรยี งลาดบั สงู - ตา
4.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
เพลงTwinkle Twinkle Little Star ดาวดวงน้อย, ภาพท้องฟ้ายามคาคืน, เกมเรียงลาดับสูง - ตา,
มมุ จาลองทอ้ งฟา้ ยามคาคนื ,มุมประสบการณ์ ,เกมปิดตาตีหม้อ
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกบั เพอื นและครดู ้วยความสนใจ จดจอ่ และมีความสุข
2. บอกไดว้ า่ ดวงดาวเป็นอยา่ งไร
3. ประเมนิ จากผลงานเด็ก
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 30 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย พระจนั ทรก์ ับดวงดาวต่างกันอยา่ งไร
1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เด็กทากจิ กรรมรว่ มกับเพือนและครอู ย่างตงั ใจและมคี วามสุข
2. บอกไดว้ ่าพระจนั ทรก์ บั ดวงดาวตา่ งกนั อยา่ งไร
3. เดก็ สนทนาโต้ตอบกับครูและเพอื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) พระจนั ทร์กับดวงดาวต่างกนั อย่างไร 1) การเคลือนไหวรา่ งกายแบบเคลือนที
2) การอธบิ ายเกยี วกับสงิ ของ เหตุการณ์และ
ความสมั พันธ์ของสงิ ตา่ ง ๆ
3) การสนุกกับภาษา : เด็กสนุกกบั เรืองราว
บทกลอน คาคล้องจองและเพลงตา่ งๆ
4) การสนทนาโต้ตอบ
5) การขดี เขยี นอิสระ
3.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม(บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ข้ันนา (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครูพาเด็กเคลอื นไหวรา่ งกายแบบเคลือนทโี ดยให้เด็กยืนกระจายหาพนื ทขี องตนเอง ฝกึ การบรหิ ารปอด
และหัวใจ โดยการหายใจเขา้ ลกึ ๆ หายใจออกช้าๆ ให้เด็กๆเคลอื นไหวรา่ งกายไปทวั ๆ บริเวณอย่างอสิ ระตาม
จงั หวะเพลง เมือจงั หวะหยดุ ใหห้ ยดุ เคลอื นไหวในท่านันทันที
2. เด็กและครูสนทนารว่ มกนั เกียวกบั การทาท่าทางตามคาสังของครู
3. ครูให้เด็กเคลือนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระ เมือไดย้ ินสญั ญาณหยุดใหห้ ยุดฟังคาสงั ของครูและปฏิบตั ิตาม
จากนันใหพ้ ักผอ่ นคลาย
ข้นั สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครใู ห้เด็ก ๆ ดูแผน่ ภาพพระจันทรก์ ับดวงดาว
5. ครูและเด็กรว่ มกันสรปุ วา่ พระจนั ทร์กับดวงดาวตา่ งกันอย่างไร
ขน้ั สรปุ (กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
6. ครูให้เดก็ ๆขีดเขยี นอย่างอิสระด้วยสเี ทยี น
7. ครใู ห้เด็กออกมาเล่าผลงานของตวั เอง
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
8. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กได้เลอื กเลน่ ในศูนย์ตามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวันนคี ุณครแู นะนามุม
ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มมุ คือ มมุ วิทยาศาสตร์ , มมุ บลอ๊ ก และ มมุ บ้าน
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
9. ครพู าเดก็ ๆออกไปเลน่ เครืองเลน่ สนาม
10. ให้เด็กๆวงิ เลน่ อย่างอสิ ระบรเิ วณสนามหญา้
11. ครพู าเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ พาเดก็ ๆไปรบั ประทานอาหาร
(กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 20 นาท)ี
12. ครนู าเกมต่อบล็อก 4 ชิน มาให้เดก็ ๆเลน่
13. ครูเปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลือกเลน่ ตามความสนใจอย่างอิสระ
4.สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
กระดาษ , สีเทยี นแทง่ ใหญ่ , เกมตอ่ บลอ็ ก 4 ชนิ , มมุ ประสบการณ์
5.การประเมนิ ผล
สังเกต
1. การทากิจกรรมร่วมกับเพอื นและครูดว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสขุ
2. การบอกได้วา่ พระจนั ทร์กบั ดวงดาวตา่ งกนั อยา่ งไร
3. ประเมินจากผลงานเด็ก
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 30 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรู้ย่อย หนูทาอะไรตอนกลางคืน
1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลือนไหว
2. บอกได้ว่าหนูทาอะไรตอนกลางคืน
3. เดก็ สนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพือนได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) หนทู าอะไรตอนกลางคนื 1) การเคลือนไหวร่างกายประกอบเพลง
2) การอธบิ ายเกียวกบั สิงของ เหตกุ ารณ์และ
ความสมั พนั ธข์ องสิงต่าง ๆ
3) การสนกุ กับภาษา : เด็กสนกุ กบั เรืองราว
บทกลอน คาคล้องจองและเพลงต่างๆ
4) การสนทนาโต้ตอบ
5) การเขยี นภาพและการเล่นกับสี
3.ขน้ั ตอนการจัดกจิ กรรม(บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขัน้ นา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. ครูให้เด็ก ๆ จับมือเปน็ วงกลมใหญ่
2. ครตู กี ลองหนึงจังหวะ (1 2 3 หยุด) ทาซา 5 - 6 ครัง เพือเตรยี มเด็ก
3. ครพู าเดก็ เคลือนไหวร่างกายตามคาสงั เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ กระทืบเทา้ ฯลฯ และแบบเคลือนที
เชน่ วิงเร็ว - ช้า กระโดดไปข้างหน้า – ข้างหลงั ฯลฯ และเมอื ไดย้ นิ สัญญาณ หยดุ ให้หยดุ เคลอื นไหวในทา่ นนั
ทนั ที
4. ครูพาเดก็ เคลือนไหวร่างกายประกอบเพลงดวงจันทร์
5. เมือเพลงหยุดใหห้ ยุดเคลือนไหวแล้วนงั ลงอยา่ งเงยี บ ๆ
ขน้ั สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครนู าภาพกจิ วัตรประจาวันมาให้เด็ก ๆ ดู
7. ครูและเดก็ สนทนาเกียวกับ “หนทู าอะไรตอนกลางคนื ”
8. ครใู ห้เด็กออกมาเลือกภาพกจิ วัตรประจาวนั พร้อมทังบอกวา่ ทาในตอนกลางวัน/กลางคนื
9. ครแู ละเดก็ ช่วยกนั สรุป
ขั้นสรุป (กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
10. ครจู ัดเตรยี มอุปกรณ์การละเลงสี และสาธิตใหเ้ ดก็ ๆดู จากนันใหเ้ ดก็ ๆลงมือทากิจกรรม
11. เด็กเลอื กสตี ามความสนใจและสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของเด็ก
12. เมอื ทากจิ กรรมเสร็จแล้วให้เด็กๆทุกคนเล่าเรืองราวจากผลงานของตนเอง
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
13. ครูเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้เลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวนั นีคุณครูแนะนามุม
ประสบการณ์ให้เด็กๆเล่น 3 มมุ คอื มุมปนั้ , มมุ หนงั สือ และ มมุ ดนตรี
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาท)ี
14. ครแู ละเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบตั ิตนเมือลงไปเล่นทีสนามเดก็ เลน่ เชน่ เดินแถวอย่างเปน็
ระเบยี บ ไม่ส่งเสยี งดัง
15. ครูพาเด็กเดินไปทสี นามเดก็ เล่นบริเวณบอ่ นา/บอ่ ทราย ครูแนะนาอปุ กรณ์ให้เดก็ ดู
16. ครูแบ่งกลุ่มเดก็ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน เพอื เลน่ นาและเล่นทรายพรอ้ มแจกอุปกรณใ์ นการเลน่
17. เมือไดย้ ินสัญญาณหยดุ ช่วยกันเกบ็ อปุ กรณ์เข้าที และมานงั พกั ผ่อนรวมกันทหี นา้ สนามเดก็ เลน่
18. ครพู าเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรับประทานอาหาร
(กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาท)ี
19. ครูนาเกมจับคภู่ าพกับเงามาใหเ้ ด็ก ๆ เลน่
4.สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
ภาพกจิ วัตรประจาวนั , อปุ กรณก์ ารละเลงสี, เกมจับคู่ภาพกบั เงา,บอ่ นา บ่อทราย,มุมประสบการณ์
5.การประเมินผล
สังเกต
1. การทากิจกรรมร่วมกับเพือนและครูด้วยความสนใจ จดจ่อ และมคี วามสขุ
2. การบอกได้ว่าหนทู าอะไรตอนกลางคนื
3. ประเมินจากผลงานเด็ก
.
ภาคผนวก
เพลงดวงจันทร์ ( คุณหญิงเบญจา แสงมลิ)
ยามยาคานาค้างหยดกระเซน็ ทอ้ งฟ้าเป็นสีคลาดาอับแสง
ดวงจนั ทรค์ อ่ ยคอ่ ยโผล่หมเู่ มฆแซง กระจ่างแจ้งสนี วลชวนดูเอย
เพลง Twinkle Twinkle Little Star ดาวดวงน้อย
Twinkle Twinkle Little Star. How I wonder what you are?
Up above the world so high Like a diamond in the sky.
แวววาว วบิ วับ ดาวนอ้ ยระยบิ ตา เธอคอื ใครกนั ไหนบอกมา
สูงๆขนึ ไป ไกลเหลอื คณา เธอเหมอื นดงั เพชรบนฝากฟ้า
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรกู้ ารศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ที่ 31 สาระการเรยี นรู้ ที่ 4 สิ่งตา่ งๆรอบตัว
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ของเลน่ รอบตวั
ความคิดรวบยอด
ของเลน่ รอบๆ ตัวเรา ทาจากวัสดตุ า่ งๆ ซึง่ อาจเหมอื นกันหรือแตกตา่ งกนั วัสดทุ ใี่ ช้ทาของเลน่ มี
มากมายหลายชนิด บางอยา่ งอ่อนนุ่ม บางอย่างแข็งแรงทนทาน บางอยา่ งเปราะบางแตกหกั งา่ ย เราควรเล่น
ให้ถกู วธิ ี เพอื่ ความปลอดภยั และชว่ ยให้เรามขี องเล่นไว้เลน่ ไดน้ านๆ
เล่นในห้องเรียน เลน่ ในสนามเดก็ ทาจากไม้,พลาสตกิ ทาจากผา้ ,กระดาษ
เลน่ เล่นไปสัมผสั ไป ลักษณะของ
ของเล่น
ประเภทของเล่น ของเลน่ นา่ รู้
ประโยชน์ของของเลน่ ของเลน่ ช่ือของเลน่
รอบตัว
ให้ความสนุกเพลิดเพลิน ของเลน่ ของใคร
หนูๆรจู้ ักเก็บ
การเกบ็ ของเลน่ ใหเ้ ปน็ ระเบียบ การดูแลรกั ษาของเลน่
สิ่งทีเ่ ด็กรู้แล้ว ส่งิ ที่เด็กต้องการรู้ สิ่งทเ่ี ด็กควรรู้
1. เดก็ ร้จู ักของเล่น 1. ของเลน่ มีกป่ี ระเภท - ลกั ษณะของของเลน่
2......................................... 2. การเลน่ อย่างถกู วิธี - วิธีการเลน่ ของเลน่ อย่างถกู วิธี
3......................................... 3.................................................. - การดูแลรกั ษาของเล่น
- การเลน่ ของเลน่ อยา่ งรคู้ ุณค่า
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรียนรทู้ คี่ วรเรยี นรู้
สภาพทีพ่ ึงประสงค์ และการประเมินพฒั นาการ (DSPM)
หน่วยการเรยี นรู้ สภาพทพี่ ึง สาระการเรียนรู้ การประเมินพฒั นาการ
ประสงค์ (DSPM)
หนว่ ยที่ 31 สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
ของเลน่ รอบตวั คุณลกั ษณะที่ 3.2 -ต่อก้อนไมส้ เ่ี หลี่ยม
- ของเลน่ รอบตวั แสดงออกทาง 1.ประเภทของเล่น -การเคลื่อนไหวสว่ น ลกู บาศก์เปน็ หอสงู ได้
- เล่นไปสัมผสั ไป อารมณไ์ ดอ้ ย่าง 8 กอ้ น
- ของเล่นของ เหมาะสมกบั วยั -เล่นในห้องเรยี น ต่างๆของร่างกายตาม -ร้องเพลงได้บางคาหรอื
-แสดงความ รอ้ งเพลงคลอตาม
ใคร ภาคภมู ิใจเมือ่ ทาสง่ิ -เล่นในสนามเด็ก จงั หวะดนตรี ทานอง (PS)
- หนๆู รู้จักเก็บ ตา่ งๆสาเรจ็ -นาวัตถุ 2 ชนิด ในหอ้ ง
- ประโยชนข์ อง คุณลักษณะท่ี 4.2 เล่น -การเลน่ ร่วมกับผอู้ ่ืน มาใหไ้ ด้ตามคาส่ัง (RL)
เล่นและรว่ มทา
ของเลน่ กจิ กรรมกับผู้อื่นได้ 2.ลักษณะของเล่น การแบง่ ปัน การ
ตามวยั
-รอคอยช่วงสัน้ ๆ -ทาจากไม้ / อดทนรอคอยตามวยั
-เล่นรวมกับคนอน่ื
แต่ตา่ งคนต่างเล่น พลาสตกิ -การแสดงออกทาง
คุณลักษณะท่ี 7.1
สนใจและเรียนรู้สิง่ -ทาจากผ้า อารมณ์และ
ตา่ งๆรอบตัว
-อยากเรยี นรู้ส่ิง 3. ชอื่ ของเล่น ความรสู้ ึกทเี่ หมาะสม
ตา่ งๆ
-ถามบอ่ ยถามซ้า 4.หนๆู รู้จักเก็บ กับวัย
-จดจอ่ ต่อสิ่งใดสง่ิ
หน่งึ ได้ยาวนานข้นึ -การเก็บของเลน่ ให้ -รู้จกั สังเกต
คุณลกั ษณะที่ 7.3
สารวจโดยใช้ เปน็ ระเบยี บ คุณลกั ษณะตา่ งๆไม่
ประสาทสัมผัส
-ค้นหาของท่ีถูก -การดูแลรกั ษาของ ว่าจะเป็นสี ขนาด
ซอ่ นโดยมีสง่ิ ปกปดิ
2-3 ชน้ั เล่น รูปร่าง รูปทรง
-ชอบละเลงสดี ว้ ย
มือ 5.ประโยชน์ของ ผิวสมั ผัส
ของเล่น จดจาชื่อสงิ่ ต่างๆ
-ใหค้ วามสนกุ รอบตัว
เพลิดเพลนิ
แนวการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้การศึกษาปฐมวยั อายุ 2-3 ปี
สัปดาห์ที่........ สาระการเรียนรูท้ ี่ 4 สง่ิ ตา่ งๆ รอบตวั เดก็
หน่วยการเรยี นรู้ ของเลน่ รอบตัว
กจิ กรรม เคลื่อนไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศลิ ปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเลน่ เกมการศกึ ษา
วันท่ี และจงั หวะ กลางแจง้
ตอ่ กอ้ นไม้
เคล่ือนไหวส่วน รู้จักประเภทของเลน่ ขยากระดาษตาม เปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลอื ก โยนลูกบอล ส่ีเหลี่ยมลกู บาศก์
ตา่ งๆ ของร่างกาย ชนดิ ต่างๆทเ่ี ลน่ ใน จินตนาการ เล่นในศนู ย์ตามความ ลงตะกร้า (DSPM)
ลุกน่ังประกอบเพลง หอ้ งเรียนและนอก สนใจและคน้ หาความ
หอ้ งเรียน ถนดั ของตนโดยจดั ให้ เกมจบั คู่
1 สอดคล้องกับหนว่ ยการ ภาพเหมือนของ
เรยี นรู้ ของเลน่
เคล่ือนไหวสว่ น ลักษณะท่แี ตกตา่ งกัน วาดภาพระบายสี เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลือก เกมมอญซอ่ น
ของ ของเล่น ของเล่นตาม เล่นในศูนย์ตามความ ผ้า
ตา่ งๆ ของร่างกาย และความหลากหลาย จินตนาการ สนใจและคน้ หาความ
ของวัสดุทีน่ ามาใช้ ถนัดของตนโดยจดั ให้
2 โดยใชอ้ ุปกรณ์ ทาของเลน่ เชน่ ผา้ ไม้ สอดคล้องกับหนว่ ยการ
ประกอบ พลาสติก เป็นต้น เรียนรู้
เคลอื่ นไหวสว่ น รู้จกั ชือ่ ของ ของเล่น โรยทรายภาพของ เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้เลือก เลน่ เคร่ืองเล่น เรียงลาดบั ภาพ
ตา่ งๆ ของร่างกาย และวธิ กี ารเลน่ เล่น เลน่ ในศูนยต์ ามความ สนามอยา่ งถูก เลก็ ไปหาใหญ่ 3
ตามสญั ญาณ ท่ีถูกวธิ ี สนใจและคน้ หาความ วธิ ีและ ภาพ
3 ถนดั ของตนโดยจดั ให้ ปลอดภยั
สอดคล้องกับหนว่ ยการ
เรียนรู้
เคลอ่ื นไหวสว่ น การดแู ลรักษาของเลน่ การพิมพ์ภาพจาก เปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลอื ก เกมกรอกน้า เกมภาพตดั ตอ่ รปู
ต่างๆ ของรา่ งกาย ของเล่น เลน่ ในศูนยต์ ามความ ใส่ขวด ของเล่น
ตามสญั ญาณ
สนใจและคน้ หาความ
4 ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคลอ้ งกับหน่วยการ
เรยี นรู้
เคลื่อนไหวส่วน ประโยชน์และโทษของ การละเลงสี เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลอื ก เล่นนา้ เล่น จบั คู่รูปทรง
ต่างๆ ของรา่ งกาย ของเล่น เล่นในศูนยต์ ามความ ทราย หรรษา
5 โดยใชอ้ ุปกรณ์ สนใจและค้นหาความ
ประกอบ ถนัดของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกับหน่วยการ
เรียนรู้
สัปดาห์ท่ี ........ แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
วันที่ 1 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ของเลน่ น่ารู้
1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.เด็กๆสามารถเคลือ่ นไหวสว่ นต่างๆของร่างกายได้
2.เด็กๆสามารถรว่ มกจิ กรรมกับเพ่ือนๆได้
3.เด็กๆสามารถบอกไดว้ ่าของเลน่ ประเภทใดทเี่ ล่นในห้องเรียนไดแ้ ละประเภทใดควรเล่นทีส่ นามเดก็ เล่น
4.เดก็ ๆสามารถแยกประเภทของเล่นชนิดต่างๆ
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายประกอบเพลง
2) ของเล่นมี 2 ประเภท คอื ของเลน่ ทเ่ี ล่นในห้องเรียน กับของเล่นท่ีเล่นในสนามเด็กเลน่
3) การขยากระดาษใหเ้ ปน็ รปู ทรงต่างๆตามจินตนาการ
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคู่ไปกับความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั และการอยรู่ ่วมกนั เพ่อื พัฒนาการเขา้ สู่สงั คม
5) การโยนลูกบอลใสต่ ะกรา้
ประสบการณส์ าคัญ
1) การประสานสมั พนั ธ์ของกล้ามเน้อื และระบบประสาท
2) การร้องเพลง การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการชื่นชมผลงานของตนเอง
และของผอู้ น่ื
3) การเล่นรว่ มกบั ผู้อนื่ การแบง่ ปัน การอดทนรอคอยตามวัย
4) การสังเกตวัตถหุ รอื สิง่ ของทม่ี รี ูปทรงแตกต่างกัน การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
3. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม
กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. ครตู กี ลองหนึ่งจงั หวะ (1 2 3 หยดุ ) ทาซ้า 5-6 คร้ัง เพือ่ เตรยี มเด็ก
2. ครแู ละเด็กยนื ประจาสัญลักษณ์ของตนเองในห้องเรยี น
3. ครูรอ้ งเพลงตบมือตบตักพร้อมทาทา่ ทา่ ทางประกอบเพลงใหด้ หู นึง่ รอบ
4. ครแู ละเด็กรว่ มกนั รอ้ งเพลงตบมอื ตบตักและทาทา่ ทางประกอบเพลงรว่ มกนั ทาซา้ 3-4 รอบ
ตามความสนใจ
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ( 20 นาที)
ขัน้ นา
5. เด็กๆร่วมกันทายภาพปริศนาคาทาย พร้อมเฉลย (ภาพสนามเดก็ เล่น)
ข้ันสอน
6. เดก็ ๆและครรู ว่ มกนั สนทนาถงึ สงิ่ ท่ีอยใู่ นภาพปริศนา โดยใช้คาถามนา ดังน้ี
- เด็กเหน็ อะไรในภาพนบ้ี า้ ง
- เดก็ ๆเคยเหน็ ของเล่นชนดิ นี้ทีไ่ หน
- แล้วเด็กๆคิดวา่ เราสามารถนาชิงช้ามาเล่นในห้องเรียนได้ไหมคะ เพราะอะไร
7. ครนู าภาพของเลน่ ชนิดต่างๆ ออกมาใหเ้ ด็กดูเพ่มิ เติม (ลูกบอล,เลโก้,ตกุ๊ ตา)
8. เดก็ ๆรว่ มกันสนทนาถึงภาพที่คุณครูนามาวา่ ของเล่นประเภทใดเหมาะท่จี ะเลน่ ในห้องเรยี นและ
ของเล่นประเภทใดเหมาะท่จี ะเล่นที่สนาม
9. ครูนาชาร์จสนามเดก็ เล่นกับหอ้ งเรยี นมาใหเ้ ดก็ ๆดพู ร้อมกับสาธิตวธิ ีการเล่นเกมแยกประเภทของ
ของเล่น โดยการใหเ้ ดก็ ๆติดภาพของเล่นในภาพสถานท่ี ทเี่ หมาะสมของ ของเล่น เช่น ภาพชิงชา้ ให้แปะที่
สนามเด็กเล่น , ภาพตุ๊ตาตาให้แปะทภ่ี าพห้องเรยี น
10. เด็กๆและครูร่วมกันสรา้ งข้อตกลงในการเลน่ เกมพร้อมกับแบง่ กลมุ่ เลน่ เกม โดยครจู ับเวลาในการ
เล่นเกมประมาณ 5-8 นาที
11. เด็กๆออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรียนและใหเ้ พ่ือนๆชว่ ยกนั ตรวจคาตอบ พร้อมกับช่วยกันเก็บ
อุปกรณ์มาคนื คณุ ครู
ขั้นสรปุ
12.เด็กๆและครรู ่วมกนั สรปุ ถึงประเภทของ ของเลน่ ที่เล่นในหอ้ งเรยี นกับเลน่ ในสนามอีกคร้งั
กิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (20นาท)ี
13.ครูแนะนาอุปกรณใ์ นกาทากจิ กรรมขยากระดาษตามจินตนาการดงั นี้ กระดาษ A4/ สีเทยี น พร้อม
ท้งั อธบิ ายวิธเี ลน่ ดงั นี้
- ใช้สีเทยี นระบายใหท้ ่ัวกระดาษท้งั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั จากน้ันใช้มอื ขยากระดาษตาม
จนิ ตนาการของตนเอง
14.เม่ือจบกิจกรรมครใู หเ้ ดก็ ๆรว่ มกนั แลกเปลย่ี นความคิดเห็นนาเสนอชิ้นงานของตนเอง ครูและเด็ก
ช่วยกนั เก็บอปุ กรณ์เข้าท่ใี หเ้ รียบรอ้ ยก่อนเข้ากจิ กรรมต่อไป
กิจกรรมเล่นตามมุม (20 นาท)ี
15.ครแู นะนามมุ เสรหี รอื มมุ ประสบการณ์ในห้องเรียน
- มุมบลอ็ ก
- มุมวทิ ยาศาสตร์
- มุมหนงั สอื
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหน่วยการเรียนรู้ประจาสัปดาห์
ครูสร้างข้อตกลงในการเล่นรว่ มกนั ดงั นี้ แต่ละมมุ เล่นได้ 6 คน หากผเู้ ลน่ เกนิ ตอ้ งรอจนกว่าจะวา่ ง
จึงเขา้ มาเล่นได้
- เมอ่ื ครตู ีกลองจงั หวะสมา่ เสมอครั้งท่ี 1 ให้เด็กๆช่วยกนั เก็บของเล่นและตรวจเช็คความเรียบร้อยใน
กลุม่ เมอ่ื ครูตกี ลองจงั หวะสม่าเสมอครัง้ ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเขา้ ที่นั่งของตนเอง
- ครูเปดิ มุมเสรีหรือมุมประสบการณใ์ ห้เลน่ ได้อย่างอิสระตามขอ้ ตกลงทว่ี างไวร้ ว่ มกัน
- ครูคอยสงั เกตพฤติกรรมของเดก็ แตล่ ะคนในมมุ เสรีว่าเด็กสามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ได้อย่างไร
และเขา้ ชว่ ยเหลอื เมื่อจาเปน็ เม่อื มปี ัญหาขัดแย้งกบั เพ่ือน หรือเกิดความคบั ข้องใจในการแก้ปัญหา
กจิ กรรมกลางแจง้
16.ครพู าเด็กต่อแถวไปท่สี นามเดก็ เล่น แนะนาอุปกรณ์ ลกู บอล 5 ลูก/ ตะกรา้ 5ใบ ในการเล่นเกมโยน
(บอลใส่ตะกรา้ โดยแบ่งกลุ่มกลุม่ ละ 5 คน สรา้ งข้อตกลงในการเล่น โดยให้เด็กแตล่ ะกลุม่ เลือกตัวแทนถอื
ตะกร้า คนทเี่ หลอื ต่อแถวโยนตะกร้าในระยะ1.5 เมตร เมื่อโยนแล้วใหเ้ ปลย่ี นมาเปน็ ผถู้ ือตะกรา้ สลบั
สบั เปล่ยี นหมุนเวียนเลน่ จนครบทกุ คนในกลมุ่
17.เม่ือเล่นเสรจ็ ชว่ ยกันเกบ็ อุปกรณ์สง่ คนื ครู แล้วพกั ผ่อนคลายกล้ามเนอ้ื ในทา่ ท่สี บาย
18.สนทนาเก่ยี วกบั กิจกรรมการเลน่ ในวนั นวี้ า่ สนกุ และเกดิ ปัญหาในการเล่นหรือไม่ จากนน้ั เกบ็
อปุ กรณ์เขา้ ห้องเรยี น
เกมการศกึ ษา (20นาที)
19.ครูแนะนาอุปกรณก์ ารเล่นเกมการศึกษาดงั น้ี กล่องขนาดใหญ่ หรอื ตัวต่อขนาดใหญ่ รูปทรง
ลกู บาศก์ และนามาต่อใหเ้ ดก็ ๆดูในแนวตง้ั เป็นหอสูงวางต่อกนั
20.ครูให้เดก็ ทดลองต่อกลอ่ งรปู ทรงบาศกเ์ ปน็ หอสูง 8 ก้อน (ประเมนิ DSPM) สามารถทารายบุคคล
หรอื รายกลุ่มไดต้ ามจานวนนักเรยี นในห้องเรียน ทาซ้าหลายครั้งจนเดก็ ต่อได้เองหากเด็กทาได้แลว้ ใหค้ าชมเชย
ใหก้ าลงั ใจ
4. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1.เพลงตบมือตบตัก 6.กล่องขนาดใหญ่ หรอื ตัวตอ่ ขนาดใหญ่ รูปทรงลูกบาศก์
2.กระดาษ A4 7.กลอง
3.สเี ทียน 8.ภาพปรศิ นา
4.ลูกบอล 9.ชารจ์ เกม
5.ตะกรา้ 10.ไม้ไอตมิ สีแบ่งกลุ่ม
5. การประเมนิ ผล
จากการสังเกต
1. สามารถเคล่อื นไหวสว่ นต่างๆของร่างกายได้
2. รว่ มกิจกรรมกบั เพ่ือนๆได้
3. บอกได้วา่ ของเล่นประเภทใดท่ีเล่นในห้องเรียนได้และประเภทใดควรเล่นท่สี นามเดก็ เล่นได้
4. แยกประเภทของเลน่ ชนดิ ต่างๆได้
สัปดาห์ท่ี ........ แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย เลน่ ไปสัมผสั ไป
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1.เด็กๆสามารถเคลือ่ นไหวสว่ นต่างๆของร่างกายตามสญั ญาณได้
2.เด็กๆสามารถร่วมกจิ กรรมกับเพอื่ นๆได้
3.เด็กๆสามารถบอกลกั ษณะของ ของเล่นไดจ้ ากการสัมผสั เช่น นมิ่ แขง็
4.เดก็ ๆสามารถบอกชอื่ วัสดุที่ใชท้ าของเล่นได้
5.เดก็ ๆสามารถจับคภู่ าพของเลน่ ทเ่ี หมือนกันได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้
1) การเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆของรา่ งกายตามสัญญานได้
2) ของเล่นทาจากวสั ดตุ า่ งๆ ซงึ่ อาจเหมอื นกันหรือแตกต่างกัน วัสดทุ ใี่ ช้ทาของเล่นมีมากมายหลายชนิด
เชน่ ผ้า ไม้ และพลาสตกิ
3) วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคูไ่ ปกับความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยรู่ ่วมกนั เพ่อื พฒั นาการเขา้ สสู่ งั คม
5) การละเลน่ ไทยมอญซ่อนผ้า
6) จับค่ภู าพของเล่นที่เหมือนกันได้
ประสบการณส์ าคญั
1) การประสานสัมพนั ธข์ องกล้ามเน้อื และระบบประสาท
2) การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการชื่นชมผลงานของตนเองและของผูอ้ ่ืน
3) การเลน่ รว่ มกับผู้อื่น การแบง่ ปัน การอดทนรอคอยตามวยั
4) การสังเกตวัตถุหรือสงิ่ ของท่มี ีรูปรา่ งลักษณะท่ีแตกต่างกัน การแสดงความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละจนิ ตนาการ
3. ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรม
กิจกรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. เดก็ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอสิ ระตามจังหวะท่ีครเู คาะเมื่อไดย้ ินสัญญาณหยุดใหห้ ยดุ ในท่านั้นทันที
2. เด็กรับแถบผา้ สคี นละ 1 ผนื
3. เดก็ เคล่ือนไหวร่างกายประกอบผ้าสอี ย่างอิสระตามจังหวะทีค่ รูเคาะเมือ่ ได้ยนิ สญั ญาณหยดุ
4. ใหป้ ฏิบตั ติ ามข้อตกลงดังน้ี
-ให้รวมกลุ่มคนที่ถอื ผา้ สเี ดียวกัน
- ใหร้ วมกลมุ่ 3 คน , ให้จับคู่หญิง – ชาย เป็นต้น
5. เด็กปฏิบตั ติ ามข้อ 3 ซ้าอีก 2 ครง้ั
6. เด็กพักคลายกลา้ มเนื้อโดยการน่ังหรือนอนในท่าที่สบาย
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ ( 20 นาที )
ขั้นนา
7. เดก็ ๆร่วมกันทายสิ่งของในกลอ่ งปรศิ นา พร้อมเฉลย (ไม้บลอ็ ก,ตกุ๊ ตาผา้ ,เลโก)้
ขัน้ สอน
8. ครสู ่งสิ่งของในกลอ่ งปริศนาใหเ้ ด็กๆสมั ผัสจนครบทุกคน
9. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาถงึ ของเล่นทเ่ี ด็กๆสัมผัสโดยใชค้ าถามปลายเปิด ดังน้ี
- เดก็ ๆจบั แล้วรู้สึกอยา่ งไร ระหวา่ งไมบ้ ลอ็ ก กบั ตุ๊กตา
- ของเลน่ 3 อย่างนีม้ ีความแตกต่างกนั อย่างไร
- เด็กๆคิดว่า ไม้บลอ็ ก ตุ๊กตา เลโก้ ทามาจากอะไร
10. ครเู ฉลยพร้อมกับนา ไม้ แผ่นพลาสตกิ และผา้ ท่ใี ชท้ าต๊กุ ตามาใหเ้ ด็กๆไดส้ ารวจและสัมผสั
11. ครนู าตะกร้ามา 3 ใบ - ใบท่ี 1 ใสไ่ มล้ งไป
- ใบที่ 2 ใสแ่ ผ่นพลาสติก
- ใบท่ี 3 ใส่ผา้ ทีใ่ ชท้ าตุ๊กตา
12. เด็กๆและครรู ว่ มกันสร้างข้อตกลงในการเลน่ เกมแยกของเล่นที่ทาจากวสั ดตุ า่ งๆ
โดยครแู จกของเลน่ ให้เด็กๆคนละ 1 ชิ้น ให้นาไปใสใ่ นตะกรา้ วสั ดทุ ีใ่ ช้ทาของเล่นชน้ิ ทีเ่ ด็กๆได้ ทลี ะ 1 คน
และใหบ้ อกดว้ ยว่าของเล่นที่ตังเองไดน้ ัน้ ทามาจากวัสดอุ ะไร
13. เดก็ ๆและครูชว่ ยกนั ตรวจสอบวา่ เพื่อนสามารถนาสง่ิ ของใส่ลงในตะกรา้ ถูกตอ้ งหรอื ไม่
ขั้นสรปุ
15. เด็กๆและครรู ่วมกันสรปุ ถึงลักษณะของวสั ดุท่ีใชท้ าของเลน่ อีกครง้ั โดยใชข้ องจริงสรุป
กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (20นาที)
14. ครแู นะนาอุปกรณใ์ นการทากิจกรรมวาดภาพระบายดังน้ี กระดาษ A4/ สีเทยี น พร้อมทั้งสรา้ ง
ข้อตกลงในการทากจิ กรรม
15. เมอ่ื จบกจิ กรรม ครใู ห้เด็กๆรว่ มกนั แลกเปลีย่ นความคดิ เห็นนาเสนอชิ้นงานของตนเอง ครแู ละเด็ก
ชว่ ยกนั เกบ็ อุปกรณเ์ ข้าที่ใหเ้ รียบร้อยก่อนเข้ากิจกรรมตอ่ ไป
กจิ กรรมเล่นตามมุม (20 นาท)ี
16. ครูแนะนามุมเสรีหรือมมุ ประสบการณ์ในหอ้ งเรยี น
- มุมบลอ็ ก
- มมุ วิทยาศาสตร์
- มุมหนังสือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรียนรูป้ ระจาสัปดาห์
ครสู ร้างข้อตกลงในการเลน่ ร่วมกันดงั น้ี แต่ละมมุ เลน่ ได้ 6 คน หากผู้เลน่ เกนิ ตอ้ งรอจนกว่าจะว่างจงึ
เข้ามาเล่นได้
- เม่อื ครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอครั้งที่ 1 ให้เด็กๆช่วยกนั เก็บของเลน่ และตรวจเช็คความเรยี บร้อยใน
กลุม่ เมื่อครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอครง้ั ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเขา้ ท่ีนง่ั ของตนเอง
- ครเู ปดิ มมุ เสรีหรือมุมประสบการณ์ใหเ้ ล่นไดอ้ ย่างอิสระตามขอ้ ตกลงที่วางไวร้ ่วมกนั
- ครคู อยสังเกตพฤติกรรมของเดก็ แต่ละคนในมมุ เสรีวา่ เดก็ สามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ได้อย่างไร
และเขา้ ชว่ ยเหลือเม่ือจาเปน็ เมื่อมปี ัญหาขดั แย้งกบั เพือ่ น หรอื เกิดความคบั ข้องใจในการแก้ปญั หา
กจิ กรรมกลางแจ้ง
14. ครพู าเด็กตอ่ แถวไปท่ีสนามเด็กเล่น แนะนาอุปกรณ์ ผ้า ในการเล่นมอญซ่อนผ้า พร้อมกบั สาธิต
วิธกี ารเลน่ ให้เด็กดู
15. เด็กๆและครูร่วมกนั สร้างข้อตกลงในการเลน่ โดยให้เด็กเลอื กตวั แทนเป็นมอญซ่อนผา้
ก่อน 1 คน ท่เี หลือน่ังเปน็ วงกลม สลับสบั เปล่ียนหมนุ เวียนเล่นจนครบทกุ คน
16. เมอ่ื เลน่ เสรจ็ ช่วยกันเกบ็ อุปกรณส์ ่งคืนครู แล้วพักผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือในท่าทสี่ บาย
17. สนทนาเกยี่ วกบั กิจกรรมการเลน่ ในวนั น้วี า่ สนกุ และเกิดปญั หาในการเลน่ หรือไม่ จากนน้ั เก็บ
อปุ กรณ์เข้าห้องเรยี น
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
18. ครแู นะนาอุปกรณ์การเล่นเกมการศึกษา พร้อมกบั สาธติ วิธกี ารเลน่
19. ครใู หเ้ ด็กทดลองเลน่ เกม ทาซ้าหลายคร้งั จนเด็กสามารถจับไดห้ มดทุกภาพหากเด็กทาไดแ้ ล้วให้
คาชมเชยให้กาลังใจ
4.ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1.กลอง 6. ไม้ แผน่ พลาสตกิ ผา้ ทาตุก๊ ตา
2.แถบผ้าสี 7. กระดาษ A4
3.ของเลน่ ไมบ้ ล็อก ตุ๊กตา เลโก้ 8. ผ้าขนหนู
4.กล่องปริศนา 9. สีเทยี น
5.ตะกรา้ 10.เกมจับคู่ภาพเหมอื น
5. การประเมินผล
จากการสงั เกต
1.เคลือ่ นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายตามสัญญาณได้
2.รว่ มกิจกรรมกบั เพ่ือนๆได้
3.บอกลักษณะของ ของเลน่ ไดจ้ ากการสัมผสั เช่น นิ่ม แข็ง
4.บอกชอื่ วัสดุทใี่ ช้ทาของเลน่ ได้
5.จับคู่ภาพของเลน่ ท่เี หมือนกันได้