แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 21 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย ชอื่ จังหวดั ของเรา
1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกชอ่ื จังหวัดของตนเองได้
2) สนทนาและตอบคาถามได้
3) พับสีตามจินตนาการได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) ชือ่ จังหวดั 1) การร้องเพลง
2) การทากิจกรรมศลิ ปะต่างๆ ตามความสนใจ
3) การเล่าเรอื่ งราว
3.วธิ ีการจัดกจิ กรรม
ข้นั นา
กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ (10 นาท)ี
1) ครูเปดิ เพลงประจาจังหวัดและให้เด็กๆ ร่วมกันทาท่าทางเคลือ่ นไหวร่างกายประกอบเพลงอยา่ งอสิ ระ
เมื่อไดย้ นิ สัญญาณหยุดใหเ้ ดก็ ๆหยดุ อยู่กับท่ี
2) เดก็ ปฏบิ ตั ิตามคาสั่ง เชน่ ครบู อกน้าข้ึน ให้เด็กๆ ยืน พอครูบอกน้าลง ใหเ้ ด็กๆนั่ง
ขั้นสอน
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาท)ี
3) ครูแนะนาใหเ้ ดก็ รูจ้ ักกับจังหวดั ท่ตี นเองอยู่แล้วใหเ้ ด็กๆพูดตาม
4) ครูทอ่ งคาขวญั ประจาจงั หวดั ใหเ้ ด็กๆฟงั และใหเ้ ด็กๆท่องตามทีละวรรค
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (20 นาที)
5) เด็กน่งั เปน็ กลุ่มวงกลม ครูจดั เตรียมสีน้าสาหรบั ใชท้ ากจิ กรรมไว้ 4 กลมุ่
6) ครูและเดก็ รว่ มกนั สร้างข้อตกลงอย่างง่าย ๆ ในการทากจิ กรรม เชน่ แบง่ ปันของใชร้ ่วมกนั
ไมน่ าสีนา้ เขา้ ปาก ไมน่ าไปป้ายเพื่อน ทากจิ กรรมเสรจ็ ช่วยกนั เกบ็ เขา้ ที่ จากนั้นใหเ้ ด็ก
คดิ ก่อนวา่ จะใชส้ อี ะไรในการพับบา้ ง และให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมพบั สีโดยมีครคู อยชว่ ยเหลือ
7) เดก็ ทุกคนช่วยกันเกบ็ อุปกรณใ์ ห้เรียบร้อย
8) ครใู หเ้ ด็กนาเสนอผลงานการพับสตี ามจินตนาการโดยครถู ามเด็กวา่ พบั สไี ดร้ ปู ร่างเหมือนอะไรบา้ ง
พร้อมจดบันทึกคาพดู ของเด็กลงในใบงาน
กจิ กรรมการเล่นตามมมุ (20 นาที)
9) ครแู นะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเล่นมมุ กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
10) เดก็ เลือกเลน่ มมุ กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
11) ให้เด็กเลน่ อย่างอิสระหลงั จากเลิกเลน่ ใหเ้ ดก็ เก็บของเข้าที่ใหเ้ รยี บร้อย
ขัน้ สรุป
เกมการศกึ ษา (15 นาท)ี
12) ครูและเด็กทบทวนช่ือของจังหวดั ตวั เองและท่องคาขวัญประจาจงั หวดั ร่วมกับครูทีละวรรค
13) เดก็ ๆชน่ื ชมผลงานของตวั เอง และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับผลงานตามจนิ ตนาการ
14) ครแู นะนาและสาธิตวธิ กี ารเลน่ เกมจับคูภ่ าพเหมือนเกยี่ วกับจงั หวัด
15) ครูให้เดก็ เล่นเกมจับคภู่ าพเหมือนเก่ยี วกับจงั หวดั โดยมีครคู อยใหค้ าแนะนา
16) ให้เดก็ เลน่ เกมซา้ อีกและสลับกบั เกมที่เคยเล่นมาแล้ว
17) เม่ือเลน่ เสร็จให้เด็กช่วยเก็บอุปกรณเ์ ข้าทใี่ ห้เรยี บร้อย
4.สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1) เพลงประจาจังหวดั
2) คาขวัญประจาจงั หวัด
3) เครอ่ื งเคาะจังหวะ
4) ตวั เดก็
5) สีน้า, กระดาษ
6) เกมจบั คู่ภาพเหมือนเกย่ี วกับจังหวดั
7) อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทจ่ี ดั ไวต้ ามมุม
5.การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกชอ่ื จังหวัด
2) สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม
3) สังเกตการพับสีและนาเสนอผลงาน
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 21 วันท่ี 2 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย อาชีพของคนในจงั หวัด
1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกชือ่ อาชีพของคนในจังหวดั ได้
2) สนทนาและตอบคาถามได้
3) เลน่ เกมจบั คู่ภาพเหมือนอาชพี ต่างๆได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ชอ่ื อาชีพของคนในจงั หวัด 1) การเคล่ือนไหวส่วนตา่ งๆ ของร่างกาย
ตามจงั หวะดนตรี
2) การเชอื่ มโยงจากประสบการณ์เดิม
3) การเล่นบทบาทสมมติ
3.วิธีการจัดกิจกรรม
ข้นั นา
กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ (10 นาที)
1) ครแู จกริบบนิ้ ให้กบั เด็กๆ คนละหนง่ึ เสน้ โดยให้เดก็ ใช้ประกอบในการเคล่ือนไหวอยา่ งอิสระ
2) ครูเปิดเครื่องเลน่ CD หรอื You Tube เพลงพ้นื เมืองของจังหวดั
3) เดก็ และครแู สดงท่าทางเคล่อื นไหวร่างกายส่วนต่างๆ อยา่ งสนุกสนานประกอบริบบ้นิ
4) ใหเ้ ด็กนั่งพกั ในท่าทสี่ บายนิ่ง ๆ 2 - 3 นาที
ขั้นสอน
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาท)ี
5) ครแู ละเด็กรว่ มกันสนทนาโตต้ อบถึงอาชีพต่างๆของคนในจงั หวดั ที่เดก็ ๆรู้จกั
6) ครนู าบัตรภาพอาชพี ของคนในจังหวัดมาให้เดก็ ดูและทายปริศนาคาทายอาชีพ สนทนาเกี่ยวกับภาพ
กิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (15 นาที)
7) ครูจัดเดก็ นง่ั เปน็ วงกลม ครจู ัดเตรยี มสีเทียนสาหรับระบายสีภาพ
8) ครแู ละเด็กรว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงอยา่ งงา่ ย ๆ ในการทากจิ กรรม เช่น แบง่ ปนั ของใชร้ ่วมกัน
ไม่นาสีเทียนเขา้ ปาก ไมน่ าไปขีดเขยี นของเพอ่ื น ทากจิ กรรมเสร็จช่วยกันเกบ็ เขา้ ท่ี
9) ครใู ห้เดก็ ระบายสีรูปภาพอาชีพต่างๆของคนในจงั หวดั
10)เมอ่ื ทาเสร็จเดก็ ๆ ชว่ ยกนั เกบ็ วสั ดอุ ุปกรณเ์ ขา้ ทีเ่ รยี บร้อย
กิจกรรมการเล่นตามมุม (20 นาท)ี
11) ครแู นะนาการเลน่ การปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ มุมกจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
12) ครูจัดมุมบทบาทสมมติเกยี่ วกบั อาชีพตา่ งๆ ของคนในจงั หวัดไวใ้ ห้เดก็ ๆ ได้เล่นตามจนิ ตนาการของ
ตวั เอง
13) ใหเ้ ด็กเลน่ อยา่ งอสิ ระหลงั จากเลิกเลน่ ให้เด็กเก็บของเข้าที่ให้เรยี บร้อย
ขัน้ สรุป
เกมการศกึ ษา (15 นาท)ี
14) ครูแนะนาและสาธิตวธิ ีการเล่นเกมจับคูภ่ าพเหมือนของอาชีพใหเ้ ดก็ ดูก่อนลงมือทาเอง
15) ครใู ห้เด็กจับคู่ภาพเหมือนของอาชีพโดยมคี รูคอยให้คาแนะนา
16) เมื่อทากิจกรรมเสร็จให้เด็กช่วยเกบ็ อุปกรณเ์ ข้าท่ีใหเ้ รยี บร้อย
17) ครแู ละเด็กร่วมกันสรุปเก่ียวกับอาชพี ต่างๆ ของคนในจังหวัด
4.ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) รบิ บน้ิ สีต่างๆ
2) สีเทยี น
3) ปริศนาคาทายอาชีพ
4) ใบงานระบายสีภาพอาชพี ต่างๆ
5) เกมจับค่ภู าพเหมือนของอาชพี
6) มมุ บทบาทสมมติเกย่ี วกับอาชีพอปุ กรณ์ต่าง ๆ ทจี่ ัดไวต้ ามมุม
5.การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกช่ืออาชพี ของคนในจงั หวดั
2) สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม
3) สงั เกตการเล่นเกมจบั คูภ่ าพเหมือนอาชพี ตา่ งๆ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 21 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นร้ยู ่อย สถานที่สาคัญของจงั หวัด
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกชอ่ื สถานทส่ี าคัญของจังหวัดได้
2) เลน่ รว่ มกับผ้อู น่ื ได้
3) ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลงในการเล่นเกมได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ชอ่ื สถานทส่ี าคัญของจังหวัด 1) การประสานสัมพันธ์ของกล้ามเน้ือ
และระบบประสาท
2) การเชอ่ื มโยงจากประสบการณเ์ ดิม
3) การเขียนขดี เขย่ี
3.วิธีการจัดกิจกรรม
ขน้ั นา
กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ (10 นาที)
1) ครูแนะนาวธิ ีการเล่นเกม “จบั คู่กระโดด”
2) ใหเ้ ดก็ จับคู่ 2 คนโดยใหท้ ัง้ ค่จู ับมือกนั ไว้ และหนั หน้าไปทางเดียวกนั ครูใหส้ ัญญาณออกคาส่งั ให้
เด็กกระโดดในทิศทางใดก็ได้ หรอื กระโดดอยู่กับที่
3) ให้เด็กพักผอ่ น 2-3 นาที หลงั จากเลน่ เกมเสร็จแลว้
ข้นั สอน
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาท)ี
4) ครูเล่าเร่ืองถึงสถานท่ีสาคัญต่างๆ ของจังหวดั ให้เด็กฟัง
5) ครูนาภาพของสถานทีส่ าคัญของจังหวัดมาใหเ้ ดก็ ดู พรอ้ มอธิบายถึงความสาคัญของสถานท่ีตา่ งๆ
ให้เด็กฟัง
กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (20 นาท)ี
6) ครอู ธบิ ายการทากิจกรรมวาดภาพตามจนิ ตนาการและขอ้ ตกลงในการทากิจกรรมและสาธิตให้
เด็กดูวธิ กี ารวาดภาพตามจนิ ตนาการ
7) ครวู างภาพสถานท่ีต่างๆ ของจังหวดั ไว้
8) ครใู ห้เดก็ เลือกภาพเองตามความสนใจของตนเอง
9) ครูใหเ้ ด็กนงั่ เปน็ กล่มุ วงกลม 4 กลุ่ม
10) ครวู างอปุ กรณใ์ ห้เด็กๆตามกลุ่ม ท้งั 4 กลุ่ม
11) เด็กลงมือทากิจกรรมวาดภาพตามจินตนาการโดยมีครคู อยแนะนา
กิจกรรมการเลน่ ตามมุม (20 นาที)
12) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ตั ติ นในการเล่นมุมกิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
13) ให้เดก็ เลน่ อยา่ งอิสระหลงั จากเลิกเล่นให้เด็กเกบ็ ของเข้าท่ใี ห้เรยี บร้อย
กิจกรรมกลางแจ้ง (20 นาที)
16) เดก็ และครูยนื เป็นรูปวงกลมแล้วอบอุ่นรา่ งกายด้วยทา่ ต่าง ๆ ดังน้ี หมุนเอว หมุนไหล่
หมนุ เข่า สลัดมอื ยกแขนขนึ้ ลง แตะสลบั กระโดดตบและวง่ิ อยู่กับที่
17) ครูและเดก็ สร้างกติกาในการปฏิบตั กิ จิ กรรม
18) ครูแนะนาวิธกี ารเลน่ เครอ่ื งเล่นสนามอยา่ งถกู วิธี
19) ครูใหเ้ ดก็ ๆ เลือกเล่นเครื่องเล่นสนามตามความสนใจ โดยครคู อยดูแลอย่างใกลช้ ดิ
20) ครใู ห้สญั ญาณหมดเวลาเด็กพักคลายกล้ามเน้ือ โดยนัง่ เหยียดขาตามสบาย
หายใจลึกๆ
21) เด็กเขา้ แถวล้างมือให้สะอาดแล้วเดินเขา้ ห้องเรียน
ขนั้ สรุป
เกมการศึกษา (15 นาท)ี
22) ครแู ละเดก็ สนทนารว่ มกนั เก่ียวกับสถานทส่ี าคัญตา่ งๆ ของจงั หวัด
24) ครสู าธติ และใหเ้ ด็กเล่นเกมจับคู่ภาพกบั เงาสถานท่ีสาคัญของจังหวัดโดยมคี รูคอยให้คาแนะนา
25) เมือ่ เล่นเสรจ็ ใหเ้ ดก็ ช่วยเก็บอุปกรณ์เขา้ ท่ใี หเ้ รยี บร้อย
4.ส่อื และแหล่งการเรียนรู้ 2) สนามเด็กเล่น
1) เกมจบั คู่ภาพกบั เงาสถานท่ีสาคญั ของจังหวัด 4) สีเทยี น/ดนิ สอ/กระดาษ เอ 4
3) เครื่องเคาะจังหวะ
5) ภาพสถานท่ีสาคญั ของจังหวดั
6) เกมจบั คภู่ าพกับเงาสถานทส่ี าคัญของจงั หวดั
5.การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกชอ่ื สถานที่สาคัญของจงั หวดั
2) สงั เกตการเลน่ ร่วมกับผูอ้ นื่
3) สงั เกตการปฏบิ ัติตนตามขอ้ ตกลงในการเลน่ เกม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 21 วันท่ี 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย อาหารพ้นื เมืองของจังหวัด
1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกชอ่ื อาหารพื้นเมอื งของจงั หวัดได้
2) เคล่อื นไหวร่างกายแบบผู้นา ผตู้ ามได้
3) เลน่ เกมภาพตัดตอ่ อาหารพน้ื เมอื งได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ชอื่ อาหารพ้ืนเมืองของจังหวดั 1) การควบคมุ อารมณแ์ ละ
การแสดงออกทางอารมณ์
2) การเล่นออกกาลงั กลางแจ้งอยา่ งอสิ ระ
3) การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย
ของใชส้ ่วนตวั
3.วธิ ีการจดั กิจกรรม
ขั้นนา
กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ (15 นาที)
1) ครแู ละเด็กทาขอ้ ตกลงก่อนทากิจกรรม
2) ครใู หเ้ ดก็ อาสาสมคั รออกมานาเคลื่อนไหวร่างกายในท่าต่างๆ ใหเ้ พือ่ นทาท่าตาม
3) เด็กๆทาทา่ ทางตามผนู้ าด้วยความสนกุ สนาน จากนั้นสลบั หมุนเวยี นกนั ออกมาเป็นผู้นา
ขัน้ สอน
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาท)ี
4) ครูนาภาพอาหารพนื้ เมืองของจงั หวัดมาให้เด็กๆดูพร้อมร่วมกันสนทนาโต้ตอบกับเด็กและบอกชื่อ
อาหารใหเ้ ด็กๆรู้จัก
- ภาพทค่ี รนู ามาใหเ้ ด็กๆดเู ปน็ ภาพอะไร
- เด็กๆ ชอบรับประทานอาหารอะไรบ้าง
- เด็กๆ ชอบรบั ประทานอาหารอะไรมากทีส่ ุด
5) ครสู นทนาเกย่ี วกับชื่ออาหารพนื้ เมืองของจงั หวัดกับเด็กๆ
กจิ กรรมกลางแจง้ (20 นาท)ี
6) เดก็ และครยู นื เปน็ รูปวงกลมแลว้ อบอุ่นร่างกายด้วยทา่ ต่าง ๆ ดงั น้ี หมนุ เอว หมนุ ไหล่
หมุนเขา่ สลดั มือ ยกแขนข้นึ ลง แตะสลับ กระโดดตบและวิ่งอยู่กบั ที่
7) ครูและเด็กสร้างกตกิ าในการปฏิบตั ิกิจกรรม
8) ครูแนะนาวิธกี ารเลน่ เครอื่ งเลน่ สนามอยา่ งถูกวิธี
9) ครูใหเ้ ด็กๆ เลอื กเลน่ เครื่องเลน่ สนามตามความสนใจ โดยครคู อยดูแลอย่างใกล้ชิด
10) ครูใหส้ ัญญาณหมดเวลาเดก็ พกั คลายกล้ามเน้ือ โดยนงั่ เหยียดขาตามสบาย
หายใจลึกๆ
11) เดก็ เขา้ แถวลา้ งมือให้สะอาดแลว้ เดนิ เข้าหอ้ งเรยี น
ขัน้ สรุป
เกมการศึกษา (15 นาท)ี
12) ครแู บ่งกลมุ่ เด็ก กลมุ่ ละ 3-5 คน ใหเ้ ด็กเลน่ เกมภาพตัดตอ่ อาหารพ้นื เมือง กลมุ่ ไหนต่อเสรจ็
เรียบร้อยแลว้ ใหย้ กมือข้ึนพรอ้ มกันท้ังกลุ่ม
13) ครูให้เวลาเด็กในการต่อภาพอาหารพน้ื เมือง เม่ือทุกกลุ่มต่อเสรจ็ แลว้ ครใู ห้เวลาเดก็ เดินชม
ภาพอาหารของเพ่ือนกลุ่มอ่ืนๆ ตามความสนใจ
กจิ กรรมการเลน่ ตามมุม (20 นาท)ี
14) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเล่นกิจกรรมการเลน่ ตามมมุ ตามข้อตกลง
15) เดก็ เลือกเลน่ กิจกรรมการเล่นตามมุมตามความสนใจ
16) ใหเ้ ด็กเล่นอย่างอสิ ระหลังจากเลิกเลน่ ใหเ้ ด็กเกบ็ ของเขา้ ท่ีใหเ้ รียบร้อย
4.สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) เครอ่ื งเคาะจงั หวะ
2) ภาพอาหารพน้ื เมอื งของจังหวดั
3) เกมภาพตัดต่อรูปอาหารพืน้ เมอื ง
4) อุปกรณต์ ่าง ๆ ท่จี ัดไว้ตามมุม
5.การประเมนิ ผล
1) สังเกตการบอกช่ืออาหารพืน้ เมืองของจังหวัด
2) สงั เกตการเคลื่อนไหวร่างกายแบบผูน้ า ผู้ตาม
3) สงั เกตการเล่นเกมภาพตัดตอ่ อาหารพนื้ เมือง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 21 วันที่ 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประเพณีสาคัญของจงั หวดั
1.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกชื่อประเพณีสาคัญของจงั หวัดได้
2) ปฏิบตั ติ ามสัญญาณ และข้อตกลงได้
3) มคี วามรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ สามารถสรา้ งผลงานได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ช่อื ประเพณีสาคญั ของจังหวดั 1) การเคล่ือนไหวและการทรงตัว
2) การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจ
3) การป้นั การฉกี การตดั ปะ
3..วธิ ีการจัดกจิ กรรม
ขัน้ นา
กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ
1) ครอู ธิบายการเคลอื่ นไหวรา่ งกายในแบบต่างๆ โดยห้ามชนกัน
2) เดก็ เคลื่อนไหวรา่ งกายอย่างอิสระตามจงั หวะทีค่ รเู คาะ ครูเคาะชา้ เดก็ เคล่ือนไหวช้าๆ ครูเคาะเร็ว ให้
เดก็ เคล่ือนไหวร่างกายอย่างรวดเรว็ เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ให้ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ เชน่ เอามือวางบน
ศีรษะ เอามือจับเอว เป็นต้น
3) เด็กปฏิบัตติ ามขอ้ 2 ซา้ อีก 2 ครงั้
4) เดก็ พักคลายกล้ามเนื้อโดยการนง่ั หรอื นอนในท่าทส่ี บาย 2-3 นาที
ขั้นสอน
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์/กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์
5) ครูนารปู ภาพประเพณสี าคญั ของจังหวดั ใหเ้ ด็กๆ ดูพรอ้ มอธบิ ายใหฟ้ ังถึงความสาคัญต่างๆ ของ
ประเพณขี องจังหวดั
6) ครนู าใบงานรปู ภาพงานประเพณที ี่สาคัญของจงั หวดั แจกให้เดก็ ๆ ตามกลมุ่
7) ครูแนะนาวธิ ีการปฏิบัติกจิ กรรมฉกี ปะ กระดาษให้เด็กๆ ฟัง
8) ครเู ตรียมอุปกรณ์และสาธติ การฉกี ปะกระดาษลงในภาพใบงานประเพณีของจังหวัด
9) ให้เดก็ ปฏบิ ตั ิโดยครูคอยดูแล และให้คาแนะนา
10) ให้เดก็ บอกช่ือผลงานตนเอง ครูบันทกึ ในใบงาน
11) ใหเ้ ด็กเกบ็ ของ และลา้ งมอื ก่อนเปลยี่ นกิจกรรม
ข้ันสรุป
เกมการศกึ ษา (15 นาท)ี
12) ครแู ละเด็กร่วมกนั สรปุ เรอ่ื งงานประเพณีท่สี าคัญของจังหวดั วา่ มงี านอะไรบ้าง
13) ครใู หเ้ ด็กเลน่ เกมจบั คูภ่ าพเหมือนของประเพณี โดยมีครูคอยให้คาแนะนา
14) ใหเ้ ดก็ เลน่ เกมซา้ อีกและสลบั กับเกมทเ่ี คยเลน่ มาแล้ว
15) เม่อื เล่นเสรจ็ ให้เดก็ ชว่ ยเก็บอุปกรณ์เข้าท่ีให้เรยี บร้อย
4.สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ 2) ภาพประเพณี
4) กระดาษสี
1) เครื่องเคาะจังหวะ 6) เกมจบั ค่ภู าพเหมอื นประเพณี
3) ใบงานภาพงานประเพณี
5) กาว
5.การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการบอกชื่อประเพณีสาคัญของจังหวดั
2) สงั เกตการปฏิบัติตามสัญญาณ และขอ้ ตกลง
3) ตรวจผลงาน
ตวั อยา่ ง ภาคผนวก
คาขวัญจงั หวัดชุมพร
ประตูภาคใต้ ไหวเ้ สร็จในกรม
ชมไรก่ าแฟ แลหาดทรายรี
ดีกลว้ ยเล็บมือ ขึ้นชื่อรงั นก
ปรศิ นาคาทาย อาชีพ
- ใครเอ่ย ปลูกผลไม้ หลากหลายชนิด
เด็กๆชว่ ยคดิ วา่ เปน็ ใครกัน (ชาวสวน)
- อะไรเอย่ มีลกู เป็นหวี มีปลเี ปน็ ดอก
ก่อนกนิ ตอ้ งปลอกเปลอื กทง้ิ ทกุ ที (กล้วย)
คาคลอ้ งจอง “สถานทใี่ นชุมชน”
สถานท่ีในชุมชนเดก็ ทุกคนควรรู้จัก
ตลาดนา้ ตลาดนดั จดั สินค้ามาเพ่ือขาย
เดก็ เจ็บปว่ ยไข้ ให้รบี ไปโรงพยาบาลสถานที่ราชการใหบ้ รกิ ารชมุ ชน
เกมการศกึ ษา
ใหค้ รอู อกแบบตามบรบิ ทของจังหวดั
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ่ี 22 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 3 ธรรมชาติรอบตัว
หนว่ ยการเรียนรู้ หนนู ้อยรกั ธรรมชาติ : ผัก ผลไมแ้ สนอรอ่ ย
ความคดิ รวบยอด
ผกั ผลไม้ เป็นอาหารทมี่ ีประโยชนต์ ่อรา่ งกายให้สารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ มีเสน้ ใยช่วยใน
การขบั ถ่ายไดด้ ี ผกั ผลไม้ ท่ีเรานามารบั ประทานอาจมสี ารพษิ หรือสงิ่ สกปรกเจือปนอยู่ เราจึงควรล้างให้สะอาด
ก่อนนามารบั ประทาน
ผกั บงุ้ แครอท ผกั กำดขำว แตงกวำ
กลว้ ย
แตงโม เงำะ
ทำใหผ้ วิ สวย ชอื่ ของผัก ตา่ งๆ สม้
หวำน
(1 วนั )
ประโยชน์ของผัก ผลไม้ ผัก ผลไม้แสนอร่อย ผลไมต้ า่ งๆ
(1 วัน) (1 สัปดาห์) (1 วัน)
รำ่ งกำยแขง็ แรง รูปรา่ งลกั ษณะ ขม รสชาตขิ องผัก ผลไม้
ทอ้ งไมผ่ กู ขบั ถำ่ ยคลอ่ ง ของผัก ผลไม้ ( 1วัน)
ผิวมีขน (1 วัน)
กลม ยำวเรยี ว เปรยี้ ว
ส่ิงท่เี ด็กรู้แลว้ สิ่งที่เดก็ ตอ้ งการรู้ สง่ิ ที่เด็กควรรู้
1.ชื่อผกั ตา่ งๆ 1.รสชาติของผกั ผลไม้ 1.รู้จกั ชื่อผักตา่ งๆ
2.ชอื่ ผลไมต้ า่ งๆ 2.รูปร่างลักษณะของผัก ผลไม้ 2.รูจ้ กั ชือ่ ผลไมต้ ่างๆ
3. ............................................ 3.รสชาตขิ องผกั ผลไม้
4. ............................................ 4.รปู รา่ งลักษณะของผัก ผลไม้
5. ............................................ 5.ประโยชนข์ องผกั ผลไม้
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรียนรทู้ ี่ควรเรียนรู้
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ และการประเมนิ พฒั นาการ (DSPM)
หน่วยการเรียนรู้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ การประเมิน
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ พัฒนาการ
หน่วยท่ี 22 หนูนอ้ ยรกั คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึง (DSPM)
ธรรมชาติ : ผกั ผลไมแ้ สน ประสงค์ 3.3 สนใจ 1.รจู้ ักชอื่ ผกั ตา่ งๆ 1. การเคลอ่ื นไหวสว่ น
อรอ่ ย และมีความสขุ กับ 2.ร้จู ักชื่อผลไม้ ตา่ ง ๆของรา่ งกายตาม - ข้อ 68 พดู ตอบรับ
1.รู้จักชอื่ ผกั ตา่ งๆ ธรรมชาติ สงิ่ สวยงาม ต่างๆ จังหวะดนตรี และปฏเิ สธได้ (EL)
2.ร้จู กั ชื่อผลไม้ต่างๆ ดนตรี และจงั หวะ 3.รสชาติของผกั 2. การเลน่ ออกกาลัง - ข้อ 69 ลา้ งและเชด็
3.รสชาตขิ องผัก ผลไม้ การเคลื่อนไหว ผลไม้ กายกลางแจ้งอยา่ ง มือไดเ้ อง (PS)
4.รูปรา่ งลกั ษณะของผกั 1. ตอบสนองต่อ 4.รูปร่างลักษณะ อิสระ - ข้อ 73 ต่อก้อนไม้
ผลไม้ ธรรมชาติ เสียงเพลง ของผกั ผลไม้ 3. การเขยี นขดี เขีย่ สเ่ี หลย่ี มลูกบาศกเ์ ป็น
5.ประโยชนข์ องผกั ผลไม้ จงั หวะดนตรี และส่งิ 5.ประโยชน์ของผัก 4. การปัน้ หอสงู ได้ 8 กอ้ น (FM)
สวยงามต่างๆ ผลไม้ 5. การตอบคาถามจาก - ขอ้ 74 สนใจฟัง
อยา่ งเพลดิ เพลนิ การคดิ นิทานได้นาน 5 นาที
คุณลกั ษณะทีพ่ ึง 6. การพูดบอกความ (RL)
ประสงค์ 7.1 สนใจ ต้องการ เล่าเรอ่ื งราว - ข้อ 76 พูดตดิ ต่อกนั
เรียนรู้สิ่งตา่ งๆรอบตัว 7. การเพาะปลกู อยา่ ง 2 คาขนึ ไปอย่างมี
1. อยากเรียนร้สู งิ่ ต่างๆ งา่ ย ความหมาย โดยใช้
2. ถามบ่อยถามซา 8. การร้องเพลง คากรยิ าได้ถูกต้อง
3. จดจอ่ ตอ่ สิง่ ใดส่ิงหน่ึง 9. การท่องคาคล้อง อย่างน้อย 4 กริยา
ได้ยาวนานขึน จอง (EL)
10. การทากจิ กรรม - ข้อ 77 ร้องเพลงได้
ศลิ ปะตา่ ง ๆตามความ บางคาหรือร้องเพลง
สนใจ คลอตามทานอง (PS)
11.การฟงั นิทานหรือ - ขอ้ 81 นาวตั ถุ 2
เร่ืองราวสนั ๆ ชนิดในห้องมาใหไ้ ด้
12. การสงั เกตวัตถุ ตามคาสง่ั (RL)
หรอื ส่ิงของท่ีมสี สี นั - ขอ้ 82 พดู ติดต่อกนั
และรปู ทรงท่ีแตกตา่ ง 3-4 คาได้ อย่างน้อย 4
กัน กริยา (EL)
แนวการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ที่ 22 สาระการเรยี นรู้ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตัว
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรักธรรมชาติ : ผกั ผลไม้แสนอรอ่ ย
กจิ กรรม เคลอ่ื นไหว เสริม สรา้ งสรรค์ เสรี กลางแจ้ง เกมการศึกษา
วันที่ และจังหวะ ประสบการณ์
ฉีก ปะกระดาษ เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เลน่ เคร่อื งเลน่ สนาม เกมเรยี งลาดบั
1 เคลื่อนไหวรา่ งกาย วงกลม รปู แครอท , รูป เลอื กเล่นในศนู ย์ ขนาดเลก็ -ใหญ่
ประกอบเพลง / ตามความสนใจและ รูปผัก ผลไม้
2 เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย รจู้ ักช่อื ผกั ตา่ งๆ แตงกวา คน้ หาความถนัดของ
ตนโดยจดั ให้ โยนลูกบอล เกมจับค่ภู าพกบั
3 ตามจังหวะ รจู้ ักช่ือผลไม้ตา่ งๆ การพมิ พภ์ าพ ผกั สอดคลอ้ งกบั หน่วย เงาของผกั และ
และผลไม้ การเรยี นรู้
4 เคลือ่ นไหวร่างกาย รสชาติของผัก ผลไม้ เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ ผลไม้
5 แบบเคลือ่ นท/่ี ปน้ั แปง้ โดว์ เลอื กเล่นในศูนย์
รปู รา่ งลักษณะของ ตามความสนใจและ ว่ิงเล่นอย่างอสิ ระ เกมจับคู่
เคลือ่ นไหวร่างกาย ผกั ผลไม้ วาดภาพตาม คน้ หาความถนัดของ ภาพเหมอื น
ประกอบเพลง จนิ ตนาการ ตนโดยจัดให้
ประโยชนข์ องผัก สอดคลอ้ งกบั หน่วย เลน่ เกมว่ิงแยกผัก เกมภาพตดั ตอ่ ผัก
เคลื่อนไหวรา่ งกาย ผลไม้ ระบายสีภาพผกั การเรยี นรู้ ผลไม้ ผลไม้ 4 ชิน
แบบเคลือ่ นท/ี่ ผลไม้ เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้
เลือกเล่นในศูนย์ เลน่ เคร่ืองเลน่ สนาม เกมตอ่ กอ้ นไม้
เคล่ือนไหวร่างกาย ตามความสนใจและ สเ่ี หลี่ยมลูกบาศก์
ประกอบเพลง คน้ หาความถนัดของ 8 กอ้ น
ตนโดยจัดให้
เคลื่อนไหวร่างกาย สอดคลอ้ งกับหนว่ ย
แบบเคล่อื นท/่ี การเรยี นรู้
เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้
เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย เลือกเล่นในศูนย์
ประกอบเพลง ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนัดของ
การเคลือ่ นไหว ตนโดยจัดให้
รา่ งกายตามคาสงั่ สอดคลอ้ งกับหนว่ ย
การเรยี นรู้
เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้
เลอื กเล่นในศนู ย์
ตามความสนใจและ
คน้ หาความถนดั ของ
ตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกับหน่วย
การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 22 วนั ที่ 1 แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้ย่อย ร้จู ักช่ือของผักต่างๆ
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
2. บอกชอ่ื ของผักไมไ่ ด้
3. สนทนาโตต้ อบกับครูและเพื่อนได้
2. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
สาระที่ควรเรียนรู้ 1) การเชื่อมโยงจากประสบการณ์เดมิ
1) ชอื่ ของผักตา่ งๆ 2) การรอ้ งเพลง
3) การเคล่ือนไหวสว่ นตา่ ง ๆของรา่ งกายตาม
จังหวะดนตรี
4) การพดู บอกความต้องการ เล่าเรอ่ื งราว
3. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ข้ันนา (กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครูและเดก็ ๆรว่ มกันร้องเพลง “สวสั ดคี ุณครู” และเพลง“กนิ ผักกนั เถอะเรา” พร้อมทาทา่ ทางประกอบ
เพลง
2. ครูใหเ้ ด็กๆฟงั และปฏบิ ตั ิตามคาส่งั โดย
ครูตีกลองสัญญาณรัวๆๆๆๆ - เดก็ ๆเคลือ่ นไหวรา่ งกายไปรอบๆอย่างอิสระ
ครตู ีกลองสัญญาณ 1 2 3 - เด็กๆเคลื่อนไหวรา่ งกายอยู่กับที่
ครตู ีกลอง 1 ครงั - เด็กๆหยุดอยกู่ ับท่ที ันที่
ครูพาเด็กๆทาซา 2-3 รอบจนเดก็ ๆฟังและปฏิบัตติ ามสญั ญาณได้คล่องแคลว่
3. ครพู าเด็กๆร้องเพลง “จบั มือกนั เป็นวงกลม”พร้อมใหเ้ ด็กจับมือกนั เป็นวงกลมและนั่งลง ครแู ละเดก็
กล่าวคาวา่ ขอบคุณ
ขัน้ สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครถู ามเพอ่ื ให้เดก็ ตอบปริศนาคาทายผกั เช่น ผกั อะไรเอ่ย เปน็ หัวยาวๆ ใบหยักๆ มีสเี ขียวขาว เอาไว้
ทากบั ข้าวอรอ่ ยดี ผักอะไรเอ่ย เปน็ หวั ยาวๆรๆี สสี ม้ กระต่ายชอบกิน นามาผัด นามาแกง อรอ่ ยดี เป็นตน้
5. ครนู าผัก ชนิดตา่ งๆมาใหเ้ ด็กดู พร้อมทังบอกชือ่ ผกั แต่ละชนิดให้เดก็ ได้ร้จู กั และออกเสยี งตามคณุ ครทู ี
ละชนิด เชน่ ผักกาดขาว กะหลา่ ปลี แตงกวา ผกั บุ้ง แครอท ถวั่ ฝกั ยาว ฟกั ทอง เป็นต้น
6. ครูใหเ้ ดก็ ๆไดล้ องสัมผสั ผัก แตล่ ะชนดิ แลว้ ร่วมสนทนากับเด็กเกี่ยวกบั ผัก ท่ีเด็กๆรูจ้ ัก เปิดโอกาสให้
เดก็ บอกเล่า ซักถาม และรว่ มแสดงความคิดเหน็ อย่างอสิ ระ
7. ครูตกี ลองรวั ๆ เพอ่ื เปน็ การให้เด็กๆนง่ั ท่ีของตนเองและตบตักรวั ๆตามสญั ญาณกลอง และหยุดเมอื่ ได้
ยินสัญญาณหยุด ครูทาซาๆ 2-3 รอบ
8. ครพู าเดก็ ๆบรหิ ารมือด้วยการทามือ กา- แบ ,สะบดั มือ และดดั มือ พรอ้ ม นบั 1-10 และนบั one-
ten เพือ่ เปน็ การเตรยี มความพร้อม
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 30 นาท)ี
9. ครแู นะนาอปุ กรณ์ อธิบายและสาธติ วิธีการฉีก ปะ กระดาษรูปแครอท , แตงกวา พร้อมแจกใบงาน
และอุปกรณใ์ หเ้ ด็กไดล้ งมือปฏิบัติ โดยมคี รูดูแลอย่างใกลช้ ดิ เม่อื ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเสร็จเด็กๆชว่ ยกันทาความสะอาด
และจดั เกบ็ อปุ กรณใ์ ห้เรยี บร้อย และใหเ้ ดก็ ๆออกมานาเสนอผลงานของตนเอง จนครบทุกคน
10. เมื่อจบกจิ กรรม ครูชมเชยใหก้ าลังใจในความตังใจของเด็กๆและมอบความรักใหแ้ ก่กนั ด้วยท่าทางให้
ดอกไม้ชอ่ ใหญ่
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
11. ครูแนะนามุมเสรีหรือมุมประสบการณ์ 4 มมุ ดงั นี คือ มุมบทบาทสมมติ มุมบลอ็ ก มุมดนตรี
มุมหนังสือ พร้อมรว่ มกนั สร้างข้อตกลง กติกาในการเลน่ มุมประสบการณ์
12. เด็กเลอื กเล่นมุมเสรีหรอื มุมประสบการณ์ ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยเลน่ และการปฏิบตั ติ าม
ข้อตกลง เม่ือไดย้ นิ สัญญาณกลอง ให้เด็กๆหยุดเล่นเพ่ือเกบ็ ของเล่นเขา้ ท่ี ครชู มเชยให้กาลงั ใจในความตงั ใจของ
เดก็ ๆ ดว้ ยการร่วมกันทาท่าทางดอกไม้ช่อใหญ่ เพ่ือเปน็ การใหก้ าลังตนเองและเพ่ือนๆ
ขั้นสรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
13. ครูพาเด็กๆรอ้ งเพลง“จับมือกันเป็นวงกลม” เดก็ ๆจับมือกนั แล้วนงั่ ลงเปน็ วงกลม ปรบมอื ตามคาสงั่
ครู ปรบมอื 1 ครัง ,ปรบมือ 2 ครงั เพื่อเตรยี มความพร้อมก่อนทากจิ กรรม
14. ครนู าเกมเรยี งลาดบั ขนาดเล็ก-ใหญ่รูปผัก ผลไม้ มาให้เดก็ ดู และร่วมกันสนทนาถึงรายละเอยี ด
ลกั ษณะและขนาดของรูปภาพใหเ้ ดก็ ดแู ละสาธติ วธิ กี ารเล่นเกมจนเดก็ เขา้ ใจ เมื่อจบกิจกรรม ครชู มเชยให้
กาลงั ใจในความตงั ใจของเดก็ ๆ ดว้ ยการร่วมกันทาท่าทางดอกไม้ชอ่ ใหญ่ เพ่ือเปน็ การใหก้ าลงั ตนเองและเพื่อนๆ
15. เด็กๆจบั มือกันเป็นวงกลม แลว้ ใหน้ ัง่ ลง ให้เด็กๆตบทต่ี ักตัวเองเปน็ จงั หวะช้าๆ นบั 1-5 พร้อมๆกับ
ตบตกั
(กิจกรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
16. ครูนาเดก็ เดินแถวลงสนาม เดก็ และครรู ่วมสรา้ งข้อตกลง กตกิ าในการเล่นเคร่ืองเลน่ สนาม
17. ครูให้เด็กเลน่ เคร่อื งเล่นสนามตามความสนใจอิสระ ขณะที่เดก็ เลน่ เคร่ืองเล่นสนามครูคอยดูแลความ
ปลอดภยั และสงั เกตพฤตกิ รรมการเล่นอยา่ งใกลช้ ดิ เมื่อหมดเวลาให้เดก็ ทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ เขา้ แถว
เพือ่ เดินไปรับประทานอาหารกลางวนั
4. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
เพลง, ผกั ของจรงิ , กลอง, กระดาษสี , กาว, เกมเรยี งลาดับขนาดเล็ก-ใหญร่ ปู ผัก ผลไม้ ,
มมุ ประสบการณ์
5. การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากิจกรรมร่วมกับเพอื่ นและครดู ้วยความสนใจ จดจ่อ และมคี วามสุข
2. การบอกช่อื ของผัก การสนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพอ่ื น
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 22 วันที่ 2 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ร้จู กั ช่ือผลไม้ตา่ งๆ
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกช่ือของผลไมไ้ มไ่ ด้
3. สนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพอื่ นได้
2. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ชอ่ื ของผลไม้ต่างๆ 1) การเชอ่ื มโยงจากประสบการณเ์ ดมิ
2) การรอ้ งเพลง
3) การเคล่ือนไหวส่วนตา่ ง ๆของรา่ งกายตาม
จังหวะดนตรี
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเลน่ ออกกาลงั กายกลางแจ้งอย่างอิสระ
3. ข้ันตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)
ขั้นนา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ20 นาที)
1. ครแู ละเด็กๆร่วมกนั ร้องเพลง “สวัสดคี ุณครู” และเพลง“Good morning” พร้อมทาท่าทาง
ประกอบเพลง
2. .ครใู ห้เดก็ เคล่ือนไหวร่างกายไปทัว่ ๆบรเิ วณห้องตามจังหวะเสียงกลองเมอื่ ได้ยนิ สียงครูตีกลองรวั ๆๆๆๆ
ถา้ ไดย้ ินเสียงครูตีกลอง 1 จังหวะ ให้เดก็ ๆหยุดอยกู่ ับทท่ี ันที
3. ครูร้องเพลง "กินผักกันเถอะเรา" ใหเ้ ด็กฟัง 1 ครงั พร้อมทาท่าทางประกอบ แล้วเดก็ ทุกคนรอ้ งเพลง
และทาท่าทางประกอบเพลงตามครู
4. ครชู มเชยเด็ก และให้เด็กๆมอบชอ่ ดอกไม้ช่อใหญ่ เพื่อเป็นการใหก้ าลงั ตนเองและเพอ่ื นๆ
5. ครใู หเ้ ดก็ ๆจบั มือเป็นวงกลมแล้วนั่งลง เพ่อื ทา Body scan โดยใหเ้ ดก็ นอนในทา่ ปลาดาว พกั ผ่อน
รา่ งกายรบั รู้ลมหายใจเขา้ ออก โดยครจู ะเล่าเรื่องเล่าจากปลาดาวยาวประมาณ 5 นาที เสร็จแล้วให้เด็กๆลุกขนึ
น่งั เปน็ วงกลม
ขน้ั สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครใู ห้เดก็ ๆทา Brain Gym โดยใช้ทา่ สลบั 0-1 10 ครงั
7. ครเู ล่านทิ านเร่ือง “หัวผกั กาดยักษ์”ให้เด็กๆฟงั พรอ้ มร่วมกันสนทนาเกย่ี วกับเนอื หาของนิทาน
8. ครูและเดก็ ร่วมกันสนทนาเกีย่ วลกั ษณะ รูปรา่ งและสขี องผกั โดยครูนาผักของจรงิ มาให้ได้สมั ผสั
9. ครชู มเชยเด็กและให้กาลังใจในความตงั ใจของเดก็ ๆ ดว้ ยการทาทา่ ทางให้ดอกไม้ช่อใหญ่ เพอื่ เป็นการ
ใหก้ าลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
10. เดก็ ๆจบั มือกนั แล้วเป็นวงกลมนงั่ ลง ครตู ีกลองจังหวะที่สม่าเสมอ( 1-2-3) เด็กตบตักตามสัญญาณ
กลองเพ่ือเป็นการเตรยี มความพรอ้ ม เม่ือเดก็ ๆพร้อมเพรยี งกนั ดแี ลว้ ครูหยดุ ตีกลอง
11. ครแู นะนาอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทากิจกรรมพมิ พ์ภาพ ผัก และผลไมผ้ า่ ซีก โดยครูนากอผักกาดขาว /
กระเจี๊ยบผ่าซีก มะเฟืองผา่ ซีก กา้ นสายบวั มาเป็นแมพ่ ิมพ์ให้เดก็ พิมพ์ภาพ โดยนาแม่พิมพ์กดไปที่ถาดท่ีมีฟองนา
ใสส่ แี ล้วนาไปกดลงในกระดาษ A4 แล้วให้เดก็ สร้างภาพตามความคดิ และจินตนาการ โดยมคี รคู อยดูแลอย่าง
ใกล้ชิด เมอื่ ปฏิบัตกิ ิจกรรมเสร็จเด็กๆชว่ ยกันทาความสะอาดและจัดเกบ็ อุปกรณ์ใหเ้ รยี บร้อย
12. ครใู ห้เด็กๆออกมานาเสนอผลงานตนเอง และใหเ้ พื่อนๆ กลา่ วชมเชยผลงานของเพื่อน จากนันให้
เดก็ นาผลงานไปโชว์ไวท้ มี่ ุมผลงานของหนเู มื่อจบกจิ กรรม ครูชมเชยให้กาลังใจในความตังใจของเดก็ ๆ ดว้ ยการ
ร่วมกันทาทา่ ทางดอกไมช้ อ่ ใหญ่ เพอ่ื เปน็ การใหก้ าลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
13. ครูแนะนามุมเสรหี รือมมุ ประสบการณ์ 4 มุม ดงั นี คือ มุมบา้ น มุมบล็อก มมุ ปนั้ มุมหนงั สอื
พร้อมรว่ มกนั สรา้ งข้อตกลง กตกิ าในการเลน่ มมุ ประสบการณ์
14. เด็กเลอื กเล่นมุมเสรหี รอื มมุ ประสบการณ์ ตามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยเลน่ และการปฏิบตั ิตาม
ขอ้ ตกลง เม่อื ได้ยนิ สัญญาณกลอง ให้เด็กๆหยดุ เล่นเพ่ือเกบ็ ของเล่นเขา้ ท่ี ครูชมเชยใหก้ าลงั ใจในความตังใจของ
เด็กๆ ดว้ ยการรว่ มกันทาทา่ ทางดอกไม้ชอ่ ใหญ่ เพ่ือเป็นการให้กาลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
ข้นั สรุป (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
15. เด็กๆจับมือกนั เป็นวงกลมแล้วน่งั ลง แลว้ ปรบมือตามคาสั่งครู “ปรบมือ 1 ครัง ,ปรบมือ 2 ครัง”
เพื่อเตรียมความพรอ้ มก่อนทากิจกรรม
16. ครนู าเกมจบั คู่ภาพกบั เงาของผักและผลไม้ มาใหเ้ ด็กดู แนะนาและสาธิตวิธีการเลน่ เกมจบั คูภ่ าพกบั
เงาของผลไม้
17. เดก็ เลน่ เกมจับคภู่ าพกับเงาผัก ผลไม้ โดยครคู อยดูเด็กๆเล่นอย่างใกลช้ ิด เมื่อเด็กๆได้ยินสญั ญาณ
กลอง ให้เด็กๆหยุดเล่นแลว้ ชว่ ยกนั เกบ็ ของเลน่ เข้าที่ใหเ้ รยี บร้อย เมื่อจบกจิ กรรม ครูชมเชยให้กาลงั ใจในความ
ตงั ใจของเด็กๆ ดว้ ยการร่วมกนั ทาทา่ ทางดอกไม้ชอ่ ใหญ่ เพอ่ื เปน็ การให้กาลงั ใจตนเองและเพื่อนๆ
18. เดก็ ๆจับมือกนั เปน็ วงกลม แล้วให้นัง่ ลง ให้เด็กๆตบที่ตักตัวเองเป็นจงั หวะช้าๆ นับ 1-5 พรอ้ มๆกับ
ตบตกั
19. ครูและเด็กรว่ มสนทนาและสรุปกิจกรรม ลักษณะ รปู ร่างและสขี องผัก ผลไม้ และสรุปถงึ กจิ กรรมท่ีได้
รว่ มกนั ทาในวนั นี
20. Empower โดยการให้ Monitor มารบั พลงั ความรักด้วยการโอบกอดกับครูเพือ่ ให้หวั ใจเราชนกนั
แลว้ ถา่ ยทอดพลงั ความรกั ด้วยการโอบกอดเพื่อนทีน่ ่ังอยู่ต่อจนครบทุกคน
(กิจกรรมกลางแจง้ 20-30 นาท)ี
21. ครนู าเด็กเดนิ แถวลงสนาม ใหเ้ ด็กยนื เป็นวงกลม ครูอธิบายวธิ กี ารเล่นเกมโยน-รับลูกบอลใหเ้ ด็กๆฟัง
พรอ้ มสาธติ วิธกี ารเล่น
22. ครูใหเ้ ด็กเล่นเกมโยน-รับลกู บอล ขณะทเ่ี ดก็ เล่นครูคอยดแู ลความปลอดภยั และสงั เกตพฤติกรรมการ
เล่น เมอ่ื หมดเวลาใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ เข้าแถวเพ่ือเดินไปรับประทานอาหารกลางวัน
4. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
ผกั ผลไมข้ องจริง, เพลง, กลอง,เครอ่ื งเคาะจังหวะ,นกหวดี , นทิ านเรือ่ ง “หวั ผกั กาดยักษ์”, เกมจบั คู่
ภาพกบั เงาผัก ผลไม้ ,มุมประสบการณ์, ลกู บอล
5. การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกับเพอ่ื นและครูด้วยความสนใจ จดจอ่ และมีความสุข
2. การบอกชนดิ รปู รา่ ง ลกั ษณะ สีของผัก ผลไมไ้ ด้
3. ประเมินจากผลงานการปน้ั
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 22 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย รสชาติของผัก ผลไม้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่อื นไหว
2. บอกรสชาติของผัก ผลไมไ้ ด้
3. สนทนาโต้ตอบกับครูและเพือ่ นได้
2. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) รสชาติของผกั ผลไม้ 1) การสงั เกตวัตถหุ รอื สิง่ ของทีม่ ีสีสนั และรูปทรงท่ี
แตกตา่ งกัน
2) การรอ้ งเพลง
3) การเคลื่อนไหวสว่ นตา่ ง ๆของรา่ งกายตาม
จังหวะดนตรี
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเลน่ ออกกาลังกายกลางแจ้งอย่างอสิ ระ
3. ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร
ขน้ั นา (กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ20 นาที)
1. ครแู ละเดก็ ๆรว่ มกนั ร้องเพลง “สวสั ดคี ุณครู” และเพลง“Good morning” พรอ้ มทาทา่ ทางประกอบ
เพลง
2. ครใู หเ้ ด็กเคลื่อนไหวอยกู่ ับท่ีและคล่ือนไหวเคล่ือนทีต่ ามจังหวะ
- ถา้ ครตู ีกลองจังหวะ 1 2 3 ให้เดก็ ย่าอยู่กับที่
- ถา้ ครตู กี ลอง 1 ครัง ใหเ้ ดก็ หยดุ เคลื่อนไหว
3.ครูเพม่ิ เติมกติกาข้อตกลงใหม่โดย
- ครตู ีกลองสญั ญาณรัวๆๆๆๆเด็กๆกระโดดไปรอบๆห้อง
- ครูตกี ลอง 1 2 3 ใหเ้ ดก็ ๆกระโดดอยู่กบั ที่
- ครตู กี ลอง 1 ครงั ให้เด็กหยุด
4. ครูพาเด็กๆร้องเพลง “แอปเป้ลิ ” พรอ้ มแสดงท่าทางตามจงั หวะเพลงแล้วให้เดก็ ทาตาม
5. ครใู ห้เดก็ ๆจบั มือเปน็ วงกลมแลว้ น่งั ลง เพ่อื ทา Body scan โดยใหเ้ ดก็ นอนในทา่ ปลาดาว พกั ผ่อน
ร่างกายรบั ร้ลู มหายใจเข้าออก โดยครจู ะเล่าเร่อื งเลา่ จากปลาดาวยาวประมาณ 5 นาที เสร็จแลว้ ให้เดก็ ๆลกุ ขนึ
น่งั เปน็ วงกลม
6. ครชู มเชยเด็ก และให้เด็กๆมอบช่อดอกไมช้ ่อใหญ่ เพอ่ื เป็นการใหก้ าลังใจตนเองและเพื่อนๆ
ข้ันสอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
7. ครใู ห้เด็กๆทา Brain Gym โดยใช้ท่า สลบั กาแบ 1- 5 ครงั
8. ครูนาผักและผลไมช้ นิดตา่ งๆ ท่เี ดก็ ไดน้ ามาจากท่ีบ้าน โดยเป็นผัก ผลไมท้ ี่ตนเองชอบทาน ครเู ปิด
โอกาสให้เด็กๆไดส้ ัมผัสเปลอื กและผวิ ของผลไม้กอ่ น แล้วใหเ้ ด็กๆชว่ ยกันตอบว่ามีลักษณะอย่างไร
9. ครสู นทนาถึงวิธีการรบั ประทานผกั ผลไม้ ว่าตอ้ งทาอยา่ งไร จากนันให้เด็กๆทุกคนเดินเขา้ แถว ถือผกั
ผลไม้ ท่ีตนเองนามาจากบ้านไปล้างทาความสะอาดท่ีกอ๊ กนา
10. ครปู อกผลไมท้ ีล่ า้ งทาความสะอาดแลว้ นามาให้เดก็ รับประทาน ให้เด็กๆร่วมกันสนทนาถงึ รสชาติ
ของผกั และผลไมท้ ่ตี นเองชิม ว่ามรี สชาตอิ ย่างไร
11. ครูใหเ้ ดก็ ๆออกมาทลี ะคน บอกกบั เพื่อนๆว่าวนั นีตนเองนาผัก ผลไม้ชนิดใดมาโรงเรียนและเม่ือได้ชิม
ผลไมแ้ ลว้ มรี สชาตอิ ยา่ งไร
12. ครชู มเชยเดก็ และ ให้กาลังใจในความตังใจของเด็กๆ ด้วยการร่วมกนั ทาท่าทางดอกไมช้ อ่ ใหญ่ เพื่อ
เปน็ การใหก้ าลงั ใจตนเองและเพื่อนๆ
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาท)ี
13. เด็กๆจับมือกันเป็นวงกลมแลว้ น่งั ลง แลว้ ปรบมือตามคาสง่ั ครู “ปรบมือ 1 ครัง ,ปรบมอื 2 ครงั ”
เพ่ือเตรียมความพรอ้ มก่อนทากจิ กรรม
14. ครูแนะนาอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการปนั้ แปง้ โดว์ และสาธิตวิธปี นั้ แปง้ โดว์ ครแู จกแปง้ โดว์และแผ่นรองให้
เดก็ ทกุ คน แลว้ ใหเ้ ดก็ ๆทุกคนป้ันแป้งโดว์ตามจนิ ตนาการโดยมคี รคู อยดูแลอยา่ งใกล้ชดิ เมือ่ ปนั้ เสรจ็ แลว้ ให้เดก็
นาเสนอผลงานและบอกช่ือผลงานของตนเองให้เพื่อนๆฟังทลี ะ่ คน เม่ือปฏบิ ัติกิจกรรมเสรจ็ เด็กๆช่วยกนั ทาความ
สะอาดและจัดเกบ็ อปุ กรณ์ให้เรียบร้อย
15. ครชู มเชยเด็กให้กาลังใจในความตังใจของเด็กด้วยการร่วมกนั ปรบมือ เพอ่ื เปน็ การใหก้ าลังใจตนเอง
และเพ่ือนๆ
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
16. ครแู นะนามุมเสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ 4 มุม ดงั นี คือ มมุ บา้ น มมุ บล็อก มุมป้ัน มมุ หนังสือ
พร้อมรว่ มกันสร้างข้อตกลง กติกาในการเลน่ มุมประสบการณ์
17. เด็กเลอื กเลน่ มุมเสรหี รือมมุ ประสบการณ์ ตามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยเล่นและการปฏิบัตติ าม
ขอ้ ตกลง เมอื่ ได้ยินสญั ญาณกลอง ใหเ้ ด็กๆหยุดเลน่ เพ่ือเกบ็ ของเล่นเข้าที่ ครชู มเชยใหก้ าลังใจในความตังใจของ
เดก็ ๆ ดว้ ยการร่วมกนั ทาทา่ ทางดอกไมช้ ่อใหญ่ เพ่ือเป็นการให้กาลังใจตนเองและเพ่ือนๆ
ข้นั สรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
18. เดก็ จับมือกนั เป็นวงกลมแล้วนงั่ ลง ครพู าเด็กๆร้องเพลง “แบมือแลว้ กา”ใหเ้ ดก็ ๆร้องและทาทา่ ทาง
ประกอบตาม
19. ครูแนะนาและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกม “จับคูภ่ าพเหมือนผักและผลไม้” ครใู หเ้ ดก็ เลน่ เกม ขณะทเ่ี ดก็
เล่นครคู อยให้คาแนะนา ดูแลอยา่ งใกล้ชดิ
20. เม่อื ไดย้ นิ สญั ญาณกลองให้เดก็ ๆ ช่วยกนั จัดเกบ็ ของเข้าท่ีให้เรียบรอ้ ย ครูชมเชยเด็กและ ใหก้ าลังใจ
ในความตังใจของเด็กๆ ดว้ ยการรว่ มกันทาท่าทางดอกไมช้ ่อใหญ่ เพื่อเป็นการให้กาลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
21. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาและสรปุ กิจกรรม รสชาติของผกั -ผลไม้ ที่ไดร้ ว่ มกันทาในวัน
22. Empower โดยการให้ Monitor มารับพลงั ความรักดว้ ยการโอบกอดกับครูเพ่ือให้หวั ใจเราชนกนั
แล้วถ่ายทอดพลังความรักด้วยการโอบกอดเพอื่ นท่นี ่ังอยู่ต่อจนครบทุกคน
(กิจกรรมกลางแจง้ 40 นาที)
23. ครูนาเดก็ เดินแถวลงสนาม ครแู ละเด็กร่วมกนั สร้างข้อตกลงในการวิ่งเลน่ อยา่ งอสิ ระ ขณะทีเ่ ด็กเลน่
ครคู อยดูแลความปลอดภัยและสังเกตพฤติกรรมการเล่นอย่างใกล้ชดิ เมอ่ื ได้ยินสัญญาณนกหวีด ให้เด็กทาความ
สะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ เข้าแถวเพอ่ื เดนิ ไปรับประทานอาหารกลางวนั
4. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
ผัก ผลไมข้ องจริง, เพลง, กลอง,เครอื่ งเคาะจงั หวะ,นกหวีด , เกมจับคูภ่ าพเหมือนผัก ผลไม้ ,มุม
ประสบการณ์, แปง้ โดว์
5. การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมรว่ มกบั เพื่อนและครูดว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข
2. การบอกรสชาติ และวิธีรบั ประทานผกั ผลไม้/ การสนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพอ่ื น
3. ประเมินจากผลงานการปั้น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 22 วนั ที่ 4 สาระการเรียนรู้ย่อย รปู รา่ งลักษณะของผักผลไม้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
2. บอกรปู รา่ งลักษณะของผกั ผลไม้ได้
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพือ่ นได้
2. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) บอกรูปร่างลักษณะของผกั ผลไม้ง่ายๆ 1) การสังเกตวตั ถหุ รือสิง่ ของที่มีสีสนั และรปู ทรงท่ี
แตกตา่ งกนั
2) การเคลื่อนไหวสว่ นต่าง ๆของร่างกายตาม
จังหวะดนตรี
3) การตอบคาถามจากการคิด
4) การเขยี นขีดเข่ยี
5) การเพาะปลูกอยา่ งงา่ ย
3. ข้ันตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สตู ร)
ขนั้ นา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครูตีกลองหนงึ่ จังหวะ (1 2 3 หยุด) ทาซา 5 - 6 ครัง เพอ่ื เตรยี มเด็ก
2. ครใู ห้เด็กยนื กระจายหาพนื ท่ขี องตนเอง ฝกึ การบริหารปอดและหวั ใจ โดยการหายใจเขา้ ลกึ ๆ หายใจ
ออกชา้ ๆ ให้เดก็ ๆเคลอื่ นไหวร่างกายไปทว่ั ๆ บรเิ วณอยา่ งอิสระตามจังหวะเพลง เมื่อจังหวะหยดุ ให้หยุด
เคลือ่ นไหวในทา่ นันทันที
3. ครพู าเดก็ ๆทาซา 2-3 รอบจนเดก็ ๆฟังและปฏบิ ตั ติ ามสัญญาณไดค้ ลอ่ งแคล่ว
4. ครรู อ้ งเพลง "ปลูกผัก" ใหเ้ ด็กฟัง 1 ครังพร้อมทาท่าทางประกอบ แลว้ ให้เด็กทุกคนรอ้ งเพลงและทา
ท่าทางประกอบเพลงตามครู ทาซา 2-3 รอบ
5. ครูพาเดก็ ๆรอ้ งเพลง “จบั มือกนั เป็นวงกลม”พร้อมใหเ้ ด็กจับมอื กันเปน็ วงกลมและนัง่ ลง ครูและเดก็
ส่งมอบความรักใหแ้ กก่ นั ผ่านผลไม้ (ส้ม,แอปเปิล้ ) ด้วยการส่งมอบความรกั ให้เพ่อื นทลี ะคน เด็กแสดงความ
ขอบคุณและมอบรอยยมิ ทังผูใ้ หแ้ ละผู้รับสรา้ งพลงั บวกก่อนการเริ่มวนั ใหม่อย่างมีความหมาย
ขัน้ สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกับวธิ ีการปลกู ผักผลไม้ ซ่ึงมีวธิ กี ารปลูกมากมายหลายแบบ เชน่ ปลูก
ดว้ ยดนิ ปลูกดว้ ยนา ปลูกดว้ ยกระดาษชาระ
7. ครูนาเมล็ดถว่ั เขียวมาใหเ้ ด็กๆดู และร่วมกนั สนทนาวา่ เด็กๆเคบรบั ประทานหรือไม่ ร้หู รือไม่ว่าถา้ เรา
ปลกู เมลถ็ ั่วเขียวแลว้ เราจะได้ตน้ อะไร มลี กั ษณะอยา่ งไร
8. ครูอธิบายวิธีการปลูกถว่ั งอกโดยการใช้กระดาษชาระชุบนาแทนการใชด้ นิ ซ่งึ เดก็ ๆได้มสี ว่ นร่วมในการ
นาเมลด็ ถว่ั เขียวและถว้ ยพลาสติกมาจากบ้าน ครจู ดั เตรียมอปุ กรณ์และแนะนาอุปกรณต์ ่างๆ พร้อมทงั อธบิ าย
ขนั ตอนวิธกี ารปลกู ถ่ัวงอกแบบง่ายๆ
9. ครใู หเ้ ด็กปลกู ถวั่ งอกแบบง่ายๆด้วยตนเอง เพราะงา่ ยมขี ันตอนไมซ่ ับซ้อน เดก็ ได้ลงมือปฏิบัตดิ ้วย
ตนเองจริง
10. ครูตดิ สัญลกั ษณ์ประจาตัวท่ีแกว้ ของเดก็ แต่ละคน และมอบหมายให้เด็กๆรดนาและสงั เกตดูการ
เปลยี่ นแปลงของถัว่ งอกทุกวัน
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
11. เด็กๆจบั มือกนั เปน็ วงกลมแลว้ นัง่ ลง แล้วปรบมือตามคาส่ังครู “ปรบมือ 1 ครัง ,ปรบมือ 2 ครงั ”
เพอื่ เตรยี มความพร้อมก่อนทากจิ กรรม
12. ครูใหเ้ ดก็ ๆขีดเขยี น หรือ วาดภาพตามจนิ ตนาการ เมื่อทากจิ กรรมเสร็จแลว้ ให้เดก็ นาเสนอผลงาน
และบอกช่ือผลงานของตนเองใหเ้ พอ่ื นๆฟังทีละคน เม่อื ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเสรจ็ เด็กๆชว่ ยกันทาความสะอาดและ
จดั เก็บอุปกรณใ์ ห้เรยี บร้อย
13. ครูชมเชยเดก็ ให้กาลงั ใจในความตังใจของเด็กดว้ ยการร่วมกันปรบมอื เพ่ือเปน็ การให้กาลงั ใจตนเอง
และเพ่ือนๆ
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
14. ครแู นะนามุมเสรีหรือมมุ ประสบการณ์ 4 มมุ ดงั นี คือ มมุ บทบาทสมมติ มุมบลอ็ ก มุมดนตรี มุม
ปนั้ พรอ้ มรว่ มกนั สรา้ งข้อตกลง กติกาในการเล่นมมุ ประสบการณ์
15. เดก็ เลอื กเลน่ มมุ เสรหี รือมมุ ประสบการณ์ ตามความสนใจอย่างอิสระ โดยเลน่ และการปฏบิ ัตติ าม
ข้อตกลง เมอ่ื ไดย้ นิ สญั ญาณกลอง ให้เด็กๆหยุดเล่นเพ่ือเก็บของเลน่ เข้าท่ี ครูชมเชยให้กาลังใจในความตังใจของ
เดก็ ๆ ดว้ ยการร่วมกันทาทา่ ทางดอกไม้ช่อใหญ่ เพื่อเป็นการให้กาลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
ขั้นสรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
16. เด็กจับมือกันเปน็ วงกลมแล้วนัง่ ลง ครูพาเด็กๆร้องเพลง “แบมือแล้วกา”ให้เดก็ ๆร้องและทาท่าทาง
ประกอบตาม
17. ครแู นะนาและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกม “ภาพตัดต่อผักและผลไม้ 4 ชนิ ” ครูใหเ้ ด็กเล่นเกม ขณะทเ่ี ดก็
เลน่ ครูคอยให้คาแนะนา ดแู ลอย่างใกล้ชิด
18. เม่ือไดย้ ินสัญญาณกลองใหเ้ ด็กๆ ช่วยกันจัดเกบ็ ของเข้าท่ใี หเ้ รียบร้อย ครชู มเชยเด็กและ ให้กาลังใจ
ในความตังใจของเด็กๆ ดว้ ยการร่วมกันทาท่าทางดอกไม้ช่อใหญ่ เพ่ือเปน็ การให้กาลงั ใจตนเองและเพื่อนๆ
19. ครูและเด็กรว่ มกันสนทนาและสรุปกิจกรรมการปลูกถ่ัวงอกท่ีไดร้ ว่ มกนั ทาในวนั นี
20. Empower โดยการให้ Monitor มารบั พลังความรักดว้ ยการโอบกอดกับครเู พอ่ื ให้หัวใจเราชนกัน
แลว้ ถา่ ยทอดพลังความรักด้วยการโอบกอดเพื่อนทนี่ ง่ั อยู่ต่อจนครบทุกคน
(กจิ กรรมกลางแจง้ 40 นาที)
21. ครนู าเดก็ เดนิ แถวลงสนาม ครแู ละเด็กรว่ มกันอบอ่นุ รา่ งกายด้วยทา่ กายบริหารเบอื งตน้
2.2 ครแู นะนาวิธีการเลน่ เกมว่ิงแยกผักผลไม้ โดยแบง่ เดก็ ออกเป็น 2 แถว นาตะกรา้ ทใี่ ส่ผกั ผลไม้จาลอง
คละกนั มาวาง 2 ตะกร้า เพื่อใหเ้ ดก็ แยกผัก และ ผลไม้ออกจากกนั โดยให้เร่มิ เล่นทลี ะคน แยกผักและผลไม้ได้คน
ละ 1 ชนิด แถวใดแยกไดห้ มดก่อนเปน็ ผ้ชู นะ
2.3 ครอู ธิบายและสรา้ งข้อตกลงในการเล่นเกมให้ปลอดภัยและถูกกติกา ขณะทเ่ี ด็กเล่นครูคอยดูแล
ความปลอดภัยและสังเกตพฤตกิ รรมการเล่นอย่างใกลช้ ดิ เมอื่ ไดย้ นิ สญั ญาณนกหวีดแสดงวา่ มีฝ่ายทากจิ กรรม
เสร็จกอ่ น ใหเ้ ด็กๆหยุดเล่นทันทแี ละมาตรวจผลงานความถกู ต้อง เมือ่ ผลการตัดสินออกมามฝี า่ ยที่ชนะใหเ้ ด็กๆ
ปรบมือแสดงความยินดีให้กบั เพอ่ื น
2.4 ให้เดก็ ทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ เข้าแถวเพ่ือเดนิ ไปรบั ประทานอาหารกลางวนั
4. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
เพลง , อปุ กรณใ์ นการปลูกถั่วงอก , กระดาษ , สีเทียนแท่งใหญ่ , เกมภาพตดั ตอ่ 4 ชนิ , มมุ ประสบการณ์
,อปุ กรณใ์ นการเล่นเกมวิ่งแยกผกั ผลไม้
5. การประเมินผล
สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกบั เพื่อนและครดู ว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสขุ
2. การบอกวธิ ีการดูแลรักษา และสามารถปลูกผกั ง่ายๆ/ การสนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพ่ือน
3. ประเมินจากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 22 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ประโยชน์ของผักผลไม้
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
2. บอกประโยชนข์ องผกั ผลไม้ได้
3. สนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพอ่ื นได้
2. สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระที่ควรเรยี นรู้ 1) การสังเกตวัตถุหรือสิง่ ของทม่ี สี ีสนั และรูปทรงท่ี
1) ประโยชนข์ องผักผลไม้
แตกต่างกนั
2) การเคลื่อนไหวสว่ นต่าง ๆของร่างกายตาม
จังหวะดนตรี
3) การตอบคาถามจากการคิด
4) การฟังนิทาน
5) การเลน่ ออกกาลงั กายกลางแจง้ อยา่ งอิสระ
3. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)
ขั้นนา (กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ 30 นาที)
1. ครูตกี ลองหน่ึงจังหวะ (1 2 3 หยดุ ) ทาซา 5 - 6 ครัง เพื่อเตรยี มเดก็
2. คุณครตู กลงกบั เด็กๆถ้าคุณครูตกี ลองรวั ๆให้เด็กๆวง่ิ ไปรอบๆห้องอยา่ งอิสระ
3. ถ้าคณุ ครูตีกลองจงั หวะ 1 2 3 ใหเ้ ดก็ ๆยา่ เท้าอยูก่ ับท่ี ถ้าคณุ ครูตีกลอง 1 ครงั ใหเ้ ด็กๆหยดุ เคลื่อนไหว
4. คณุ ครจู ะมมี ุมผลไมใ้ ห้เด็ก เชน่ แอปเปิล้ แตงโม มะมว่ ง
5. ครตู งั กติกากบั เด็กๆวา่ ถ้าครตู กี ลองรวั ๆๆ เด็กจะเคลือ่ นทีไ่ ปรอบๆห้อง และเม่ือครตู ีสญั ญาณ 1 ครัง
เด็กๆจะหยดุ อยู่กบั ที่ พร้อมทังครูจะชรู ปู ผลไม้ 1 รปู ถา้ ครูชบู ตั รผักและผลไมช้ นดิ ใด ให้เดก็ ๆว่ิงไปตามมุมผกั
ผลไม้ชนดิ นนั
6. ครชู มเชยเดก็ และใหเ้ ด็กๆมอบช่อดอกไมช้ ่อใหญ่ เพอื่ เป็นการใหก้ าลงั ใจตนเองและเพื่อนๆ
7. ครูพาเด็กๆรอ้ งเพลง “จับมือกนั เปน็ วงกลม”พร้อมใหเ้ ด็กๆจับมือเปน็ วงกลมแล้วนง่ั ลง เพ่ือทา Body
scan โดยให้เด็กนอนในทา่ ปลาดาว พักผอ่ นรา่ งกายรับรู้ลมหายใจเขา้ ออก โดยครูจะเลา่ เรอ่ื งจากปลาดาวยาว
ประมาณ 5 นาที เสรจ็ แลว้ ให้เดก็ ๆลกุ ขึนนั่งอยู่ในวงกลม ครมู ีส้ม 1ผลใสค่ วามรกั และความรสู้ ึกดีๆให้กบั สม้
เพื่อท่ีจะส่งไปให้ทุกคนได้รบั ได้สัมผัสและรับพลงั นนั ก่อนท่ีเดก็ ๆจะรับผลสม้ ต้องไหวท้ กุ ครัง คนที่รอส่งกาลงั ใจให้
เพื่อนๆตอ้ งมสี มาธแิ ละเงยี บ เมอ่ื ทุกคนได้รบั ความรักผา่ นผลส้ม เดก็ ๆส่งรอยยิมให้กันและกัน เพอ่ื สรา้ งพลงั บวก
ใหว้ นั นีเปน็ วนั เริม่ ต้นใหมอ่ ย่างมคี วามหมาย
ขัน้ สอน(กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
8. ครูและเด็กรว่ มกันร้องเพลง “ดง่ั ดอกไมบ้ าน” พรอ้ มให้ทาท่าทางประกอบตามครู
9. ครูเล่านทิ านเรือ่ ง “กุ๋งก๋ิงท้องผูก” ใหเ้ ด็กๆฟัง พรอ้ มร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับเนือหาของนทิ าน
10. ครสู นทนากบั เด็กๆเก่ยี วกับประโยชน์และโทษของผักผลไม้ เด็กร่วมกนั สรุปถึงประโยชนข์ องผักผลไม้
ได้ พร้อมทงั สรุปกิจกรรมทงั หมดท่ไี ด้ทาร่วมกันในสัปดาห์นี รวมถงึ การปลกู ถว่ั งอกที่เมล็ดถว่ั เขยี วเร่ิมปรแิ ล้ว ครู
จงึ บอกใหเ้ ดก็ ๆรอดถู ั่วงอกในวันจนั ทร์หน้าว่าจะเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร และในวันเสาร์-อาทิตย์ คณุ ครจู ะมารดนา
ต้นถวั่ งอกให้เด็กๆเอง
11. ครชู มเชยเดก็ และ ให้กาลังใจในความตังใจของเด็กๆ ด้วยการร่วมกันทาท่าทางดอกไมช้ ่อใหญ่
เพอ่ื เป็นการให้กาลังใจตนเองและเพื่อนๆ
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาท)ี
12. เดก็ ๆจับมือกนั เปน็ วงกลมแล้วนัง่ ลง แลว้ ปรบมอื ตามคาสัง่ ครู “ปรบมือ 1 ครัง ,ปรบมอื 2 ครงั ”
เพือ่ เตรียมความพรอ้ มก่อนทากิจกรรม
13. ครูนาภาพผกั ผลไม้ ใหเ้ ด็กๆได้ระบายสี เมื่อทากิจกรรมเสรจ็ แลว้ ใหเ้ ดก็ นาเสนอผลงานของตนเองให้
เพื่อนๆฟังทีละคน เมื่อปฏบิ ตั ิกิจกรรมเสรจ็ เด็กๆช่วยกนั ทาความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์ให้เรยี บร้อย
14. ครชู มเชยเดก็ ใหก้ าลังใจในความตงั ใจของเด็กดว้ ยการร่วมกนั ปรบมอื เพือ่ เปน็ การใหก้ าลังใจตนเอง
และเพื่อนๆ
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
15. ครแู นะนามุมเสรหี รอื มุมประสบการณ์ 4 มุม ดังนี คือ มมุ หนังสอื มมุ บ้าน มุมบทบาทสมมติ
มมุ ปน้ั พรอ้ มรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลง กติกาในการเลน่ มุมประสบการณ์
16. เดก็ เลอื กเลน่ มมุ เสรหี รือมุมประสบการณ์ ตามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยเล่นและการปฏิบัติตาม
ขอ้ ตกลง เม่อื ไดย้ ินสัญญาณกลอง ใหเ้ ด็กๆหยุดเลน่ เพื่อเก็บของเลน่ เขา้ ท่ี ครชู มเชยใหก้ าลังใจในความตงั ใจของ
เด็กๆ ดว้ ยการรว่ มกันทาท่าทางดอกไมช้ อ่ ใหญ่ เพ่ือเป็นการให้กาลังใจตนเองและเพื่อนๆ
ขนั้ สรุป (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
17. เดก็ จับมือกันเปน็ วงกลมแลว้ นัง่ ลง ครูพาเด็กๆร้องเพลง “แบมือแลว้ กา”ใหเ้ ดก็ ๆร้องและทาทา่ ทาง
ประกอบตาม
18. ครูแนะนาและสาธิตวธิ กี าร เล่นเกม ต่อก้อนไม้สเ่ี หล่ยี มลูกบาศก์ ใหส้ ูง 8 ก้อน ครูใหเ้ ด็กเล่นเกม
ขณะทเี่ ด็กเลน่ ครคู อยใหค้ าแนะนา ดูแลอย่างใกล้ชิด
19. เม่ือไดย้ ินสัญญาณกลองใหเ้ ดก็ ๆ ช่วยกนั จัดเก็บของเขา้ ท่ใี ห้เรยี บรอ้ ย ครชู มเชยเด็กและ ใหก้ าลงั ใจ
ในความตงั ใจของเด็กๆ ดว้ ยการรว่ มกนั ทาท่าทางดอกไมช้ อ่ ใหญ่ เพื่อเป็นการใหก้ าลงั ใจตนเองและเพ่ือนๆ
20. ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนาและสรุปกิจกรรมการปลูกถั่วงอกที่ไดร้ ่วมกนั ทาในวนั นี
21. Empower โดยการให้ Monitor มารบั พลงั ความรักด้วยการโอบกอดกับครูเพ่ือให้หัวใจเราชนกัน
แลว้ ถ่ายทอดพลงั ความรกั ด้วยการโอบกอดเพ่อื นที่นั่งอยู่ต่อจนครบทุกคน
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 40 นาที)
22. ครูนาเดก็ เดินแถวลงสนาม เด็กและครรู ่วมสรา้ งข้อตกลง กตกิ าในการเล่นเครื่องเล่นสนาม
23. ครใู ห้เดก็ เล่นเครือ่ งเล่นสนามตามความสนใจอิสระ ขณะที่เดก็ เล่นเคร่ืองเล่นสนามครูคอยดูแลความ
ปลอดภัยและสงั เกตพฤติกรรมการเลน่ อย่างใกล้ชิด เม่ือหมดเวลาใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ เข้าแถว
เพ่อื เดินไปรบั ประทานอาหารกลางวัน
4. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
เพลง, เกมต่อก้อนไมส้ ีเ่ หลีย่ มลูกบาศก์ 8 ก้อน,กระดาษ , สเี ทียนแทง่ ใหญ่ , มมุ ประสบการณ์
5. การประเมินผล
สังเกต
1. การทากจิ กรรมรว่ มกบั เพือ่ นและครูด้วยความสนใจ จดจ่อ และมคี วามสขุ
2. การบอกประโยชนข์ องผัก ผลไม้ได้ / การสนทนาโตต้ อบกับครูและเพือ่ น
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
ภาคผนวก
เพลง สวัสดีคณุ ครูท่รี กั
สวสั ดี คุณครู ท่ีรกั หนูจะ ตังใจ อ่านเขียน
ยามเชา้ เรามา โรงเรยี น ยามเชา้ เรามา โรงเรียน
หนจู ะ พากเพยี ร ขยันเรียนเอย
เพลง Good morning
Good morning teacher. Good morning teacher.
How are you? How are you?
Very well Thank you. Very well Thank you.
How are you? How are you?
เพลง กินผกั กันเถอะเรา
กินผกั กนั เถอะเรา บวบ ถ่วั ฝกั ยาว ผักกาดขาว แตงกวา
คะนา้ กวางตุ้ง ผกั บงุ้ โหระพา มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กระหล่าปลี
เร่ืองเลา่ จากปลาดาว
ฤดหู นาวปลาดาวจะต้องขึนมารบั แสงแดดอุน่ ๆ บริเวณนาตนื ๆ ปลาดาวจึงถูกคลน่ื ซดั มาเกยท่ชี ายหาด
ปลาดาวทังหมดอาจผึง่ แดด ผ่ึงลมจนแห้งตาย หากไม่มีใครมาช่วยเกบ็ ปลาดาวใหก้ ลับลงทะเลทุก ๆ วนั จะมี
ชาวประมงคนหนง่ึ มาเก็บปลาดาวให้กลับลงทะเลและเม่ือชายชาวประมงออกหาปลากม็ เี ดก็ ๆ มากมายมาชว่ ยกัน
เก็บปลาดาวใหก้ ลบั ลงทะเล และเดก็ ๆ ยังสัญญาว่า ฤดหู นาวถดั ไป หากมีปลาดาวถูกคล่นื ซัดมาเกยทช่ี ายหาดอีก
พวกเขาจะกลับมาเกบ็ ปลาดาวให้กลบั ลงทะเลอีกครงั
********************************************
นิทานเร่อื ง ก๋งุ ก๋งิ ท้องผกู
กุ๋งกงิ๋ หนนู ้อยหนา้ ใส ชา่ งมนี าใจโอบออ้ มอารี
กุ๋งก๋ิงหนูน้อยตวั กลม ใครต่างช่นื ชมวา่ เป็นเด็กดี
กุ๋งกงิ๋ ชอบกนิ อาหาร ทังคาว ทังหวาน อาหารมากมี
ไก่ย่าง ก๋วยเต๋ยี ว ไอศกรีม กงุ๋ ก๋งิ ไดช้ มิ “อา....อร่อยดี”
ยกเวน้ ผัก ผลไม้ กงุ๋ กิ๋งโวยวายเอาแตร่ ้อง “ยี”
ร้องไห้ส่ายหนา้ ท่าเดียว ยิง่ ผักใบเขียวเคยี วแลว้ ขมปี๋
ผลไม้ก็เปรียวเขด็ ฟัน ไม่เห็นหวานมันเหมือนขนมเลยน่ี
กุง๋ กิ๋งแอบคายผกั คายทิง ไมช่ อบจริงๆจะทาไงดี
จนแม่แสนเอือมระอา “กุ๋งก๋ิงลูกจา๋ กินผักบ้างซี”
“ไม่อรอ่ ย ไม่เอา ไมช่ อบ” ทงั ขทู่ งั ปลอบไมก่ นิ สักที
วันหนึ่งกุง๋ ก๋ิงปวดท้อง ได้แตน่ ้องร้องครางดัง “อี๋...อี๋...”
ทอ้ งอืดอึดอัดเกินไป กงุ๋ กง๋ิ กลุ้มใจทายังไงดี
เขา้ ห้องนาออกแรงรบี เบ่ง ขาสนั่ นั่งเกรง็ ตัวแข็งกับที่
อ๊ึบ!!!อดึ๊ !!!หน้าแดงปนเขียว กดั ฟันแน่นเชียวปากเบยี วตาหยี
ยงิ่ เบง่ เต็มแรงเทา่ ไร ไมร่ ทู้ าไมไม่ออกสักที
ก๊อก!!ก๊อก!!แมเ่ คาะประตู ทาอะไรอยู่ถึงนานอย่างนี
แมข่ า....หนูอไึ ม่ออก กุ๋งกิง๋ ร้องบอกให้แม่ช่วยที
แมร่ บี เดินเข้าไปหา โอะ๊ โอ๋ลกู จ๋าไมเ่ ปน็ ไรคนดี
ปวดทอ้ ง ปวดอดื ท้องผูก ก็เป็นเพราะลกู ไม่กนิ ผักน่ะซี
พชื ผักประโยชนห์ ลากหลาย วิตามนิ มากมายเกลือแรม่ ากมี
กากใยในผกั ผลไม้ ช่วยใหข้ ับถ่ายสะดวกคล่องดี
นอกจากผลไมแ้ ละผกั หนตู ้องรู้จักดูแลถ้วนถ่ี
ดมื่ นาออกกาลงั กาย ฝกึ การขบั ถ่ายเป็นเวลาให้ดี
กอ่ นเดนิ ออกจากห้องนา หนตู ้องจดจาลา้ งมือทุกที
เช่ือฟงั ส่งิ ท่ีแมบ่ อก หนจู ะอึออกไม่ทรมานอย่างนี
กุ๋งก๋ิงปรับเปล่ียนนสิ ัย กินผักผลไม้ทกุ อยา่ งท่ีมี
กนิ งา่ ยถา่ ยคลอ่ งแล้วละ่ ไม่ต้องเอะอะร้องดัง อี๋...อ๋ี...
ขบั ถา่ ยเป็นเวลาทุกวนั ต่นื เช้าแปรงฟันนัง่ สว้ มทนั ที
สบายทอ้ งไมต่ ้องร้องไห้ อึออกง๊าย...ง่ายอารมณด์ ๊.ี ..ดี
********************************************
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 23 สาระการเรียนรู้ ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตวั
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูน้อยรกั ธรรมชาติ : ดิน หนิ ทราย
ความคดิ รวบยอด
ดนิ หนิ ทราย เป็นสงิ่ ทเ่ี กิดข้ึนเองตามธรรมชาติ มีลักษณะแตกต่างกนั เชน่ ดินมีสีด้า สนี ้าตาล มีหลาย
ชนิด คือ ดินรว่ น ดินเหนียว ดนิ ทราย ซึ่งแต่ละชนิดมีลกั ษณะและคุณสมบตั แิ ตกตา่ งกนั หินเปน็ ของแขง็ มรี ปู ร่าง
และสีแตกต่างกัน มีทัง้ ขนาดใหญ่ ขนาดเลก็ ทราย มสี นี ้าตาลออ่ น มลี ักษณะเป็นเมด็ ทีห่ ยาบกวา่ ดนิ และไม่อมุ้ น้า
ซากพืช ซากสตั ว์
หยาบ
ใช้ในการก่อสรา้ ง
ดินมาจากไหน ดินเหนยี ว ดินร่วน
( 1 วัน )
ประโยชนด์ นิ /หิน/ทราย ชนิดของดิน
( 1 วัน ) ( 1 วนั )
ท้าแก้ว กระจก หนูน้อยรกั ธรรมชาติ : ดินทราย
ของแขง็ ดนิ หนิ ทราย ทรายหยาบ
(1 สัปดาห)์
รูปร่าง ลกั ษณะของหนิ มีสเี ข้ม/สีอ่อน ชนิดของทราย
( 1 วัน ) ( 1 วนั )
นา้ หนกั มาก/น้าหนกั น้อย มลี วดลาย ทรายละเอยี ด
ส่ิงทีเ่ ด็กร้แู ล้ว ส่งิ ที่เด็กต้องการรู้ สิ่งทเ่ี ด็กควรรู้
1. ดินมาจากไหน
1. หินจะแข็ง 1.ประโยชนข์ องดิน 2. ชนดิ ของดิน
๓. ชนดิ ของทราย
2. ดินจะน่ิม 2 ผิวสมั ผสั 4. รูปรา่ งลักษณะของหิน
5. ประโยชน์ดิน/หิน/ทราย
3............................................ 3..................................................
4............................................ 4...................................................
5. .......................................... 5. ..................................................
ตารางวิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ทคี่ วรเรยี นรู้
สภาพท่พี ึงประสงค์ และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
สาระการเรยี นรู้ การประเมิน
หนว่ ยการเรยี นรู้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ พฒั นาการ
(DSPM)
หนว่ ยที่ 23 หนูนอ้ ยรกั คุณลักษณะทปี่ ระสงค์ 1. ดนิ มาจากไหน 1. การเคลื่อนไหวส่วน ข้อ 68. พูดตอบรับ
ธรรมชาติ : ดิน หิน ทราย 3.3 สนใจและมีความสุข 2. ชนดิ ของดิน ตา่ ง ๆของร่างกายตาม และปฏเิ สธได้ (EL)
1. ดนิ มาจากไหน กับธรรมชาติ สิ่งสวยงาม 3. ชนิดของทราย จงั หวะดนตรี ขอ้ 69. ล้างและเชด็
2. ชนิดของดนิ ดนตรแี ละจงั หวะการ 4. รูปรา่ งลกั ษณะ 2. การช่นื ชมทาง มอื ได้เอง (PS)
๓. ชนดิ ของทราย เคลอ่ื นไหว ของหนิ ธรรมชาติ ขอ้ 71.ขวา้ งลูกบอล
4. รปู ร่างลกั ษณะของหนิ - ตอบสนองต่อธรรมชาติ 5.ประโยชน์ดิน/ 3. การฟงั นทิ าน ขนาดเล็กได้ โดยยกมือ
5.ประโยชน์ดนิ /หนิ /ทราย เสียงเพลง จงั หวะดนตรี หิน/ทราย 4. การรอ้ งเพลง ขึ้นเหนอื ศรี ษะ (GM)
และสิ่งสวยงามตา่ งๆ 5. การทอ่ งคาคล้อง ขอ้ 74. สนใจฟังนทิ าน
อยา่ งเพลิดเพลนิ จอง ได้นาน 5 นาที (RL)
7.1 สนใจและเรยี นร้สู งิ่ 6. การเล่นอยา่ งอิสระ ข้อ 76. พูดตดิ ตอ่ กัน 2
ตา่ งๆรอบตัว 7. การเล่นรวมกล่มุ กบั ค้าข้ึนไปอย่างมี
-การสังเกตวัตถุหรือ ผู้อ่ืน ความหมาย โดยใช้
สงิ่ ของทีม่ ีสีสันและ 8. การแบ่งปนั หรือการ คา้ กรยิ าไดถ้ ูกต้อง
รปู ทรงท่ีแตกต่างกนั ให้9. การอดทนรอคอย อย่างน้อย 4 กรยิ า
-การสารวจและการ ตามวยั (EL)
ทดลองอยา่ งง่ายๆ 10. การใชภ้ าษาบอก ขอ้ 77. รอ้ งเพลงได้
7.2 .เรยี นรผู้ า่ นการ ความต้องการ บางคา้ หรอื ร้องเพลง
เลียนแบบ 11. การสังเกตวตั ถุ คลอตามทา้ นอง (PS)
-การฟงั นทิ านหรือ หรือสง่ิ ของทม่ี สี สี นั ข้อ 82. พดู ติดต่อกนั
เรอื่ งราวสนั้ ๆ และรูปทรงท่ีแตกตา่ ง 3-4 คา้ ได้ อย่างน้อย 4
-การแสดงความคิด กนั ความหมาย (EL)
สรา้ งสรรคแ์ ละ 12.การสารวจและการ
จินตนาการ ทดลองอยา่ งงา่ ยๆ
13. การคิดวางแผนท่ี
ไม่ซบั ซ้อน
14.การแสดงความคิด
สร้างสรรคแ์ ละ
จนิ ตนาการ
แนวการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 23 สาระการเรยี นรูท้ ่ี 3 ธรรมชาติรอบตัว
หน่วยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยรกั ธรรมชาติ : ดนิ หิน ทราย
กจิ กรรม เคลอื่ นไหว เสรมิ ประสบการณ์ สร้างสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศึกษา
วันที่ และจงั หวะ วงกลม
เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ การเล่นเครือ่ งเลน่ เกมจบั คู่
เคลอื่ นไหวร่างกาย ดินมาจากไหน ดดี ดินเหนยี วดว้ ย เลอื กเล่นในศูนย์ตาม สนาม ภาพเหมอื น
ความสนใจและค้นหา “ดิน”
ประกอบเพลง“ดนิ แปรงสฟี นั ความถนัดของตนโดย
จัดใหส้ อดคล้องกับ
1 หนิ ทราย” หนว่ ยการเรยี นรู้
เคลือ่ นไหวรา่ งกาย ชนดิ ของดิน ปั้นดนิ เหนียว เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เกมกลง้ิ ลูกบอล ภาพตดั ต่อรูปดนิ
เลือกเล่นในศูนย์ตาม เขา้ ประตู
ตามจนิ ตนาการ ความสนใจและค้นหา (สามช้ิน)
ความถนัดของตนโดย
2
จัดให้สอดคลอ้ งกับ
หนว่ ยการเรยี นรู้
การเคลื่อนไหว ชนิดของทราย โรยทรายสี เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เกมวง่ิ ส่งทราย เกมจับค่ภู าพ
เลือกเล่นในศูนย์ตาม
รา่ งกายตามคา้ สง่ั ส่งิ ประดิษฐท์ ที่ า้
ความสนใจและคน้ หา
3 ความถนัดของตนโดย จากทราย
จดั ให้สอดคล้องกบั
หน่วยการเรียนรู้
เคล่อื นไหวร่างกาย รูปรา่ งลกั ษณะของ หนิ กลิง้ สี เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เกมส่งต่อลกู หนิ เกมจับคู่
เลือกเล่นในศูนยต์ าม
ประกอบอปุ กรณ์ หิน ความสนใจและคน้ หา ภาพเหมือน “ลกู
4 ผ้าเช็ดหน้า ความถนดั ของตนโดย หิน”
จดั ให้สอดคล้องกบั
หนว่ ยการเรยี นรู้
เคลือ่ นไหวรา่ งกาย ประโยชนด์ ิน/หนิ / วาดภาพตาม เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เกมโยนหิน เกมจบั คภู่ าพ
เลอื กเล่นในศูนย์ตาม
ประกอบเพลง“คน ทราย จินตนาการ ประโยชนข์ องดิน
ความสนใจและคน้ หา
5 สร้างบ้าน” ความถนัดของตนโดย หนิ ทราย
จดั ใหส้ อดคลอ้ งกับ
หนว่ ยการเรียนรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 23 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ดินมาจากไหน
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสุข และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว
2. บอกดินมาจากไหนได้
3. สนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพ่ือนได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) ดินมาจากไหน 1) การชื่นชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การรอ้ งเพลง
4) การเคลื่อนไหวสว่ นต่าง ๆของรา่ งกายตาม
จงั หวะดนตรี
5) การพูดบอกความต้องการ เลา่ เรื่องราว
3.ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สูตร)
ขั้นนา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. เดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมแบบไมเ่ คลือ่ นที่ เชน่ กระทบื เท้า ส่ายสะโพก ตบมือ ฯลฯ ประกอบจังหวะทีค่ รู
เคาะ และเมื่อไดย้ ิน สัญญาณ หยุด ใหห้ ยดุ เคล่ือนไหวในท่านั้นทันที
2. เด็กจดั เปน็ แถวตอนระยะห่าง 1- 2 กา้ ว
3. ครูรอ้ งเพลง “ดนิ หนิ ทราย” พรอ้ มท้าท่าท่าทางประกอบเพลงให้ดูหนงึ่ รอบ
4. ครูและเด็กร่วมกนั รอ้ งเพลง“ดิน หิน ทราย” และทา้ ท่าทางประกอบเพลงรว่ มกัน
5. ปฏิบตั ิตามข้อ 4 ซา้
6. เด็กพักผ่อนคลายกล้ามเนื้อในทา่ ทส่ี บายๆ
ขน้ั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
7. เด็กทอ่ งค้าคล้องจอง“ดนิ หิน ทราย”พร้อมครู 2-3 ครัง้
8. ทบทวนข้อตกลงในการไปทัศนศึกษานอกห้องเรียนโดยการพาเด็กไปดูดนิ บริเวณศูนย์พัฒนาเดก็ เล็ก
9. เด็กสังเกตดนิ ในศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กว่ามาจากไหน เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนาถงึ เนื้อหาในค้าคล้องจอง
โดยใชค้ ้าถาม ดงั นี้
- การทีห่ ญา้ เขียวชอุ่มเป็นเพราะอะไร
10.ครแู ละเด็กสนทนาดนิ มาจากไหน โดยครใู ห้ความรู้เพิ่มเติมวา่ ดิน คือวัตถุท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติจาก
การสลายตัวทางกายภาพและทางเคมีของหินและแรร่ วมกับสารอินทรียท์ ีเ่ กิดจากการย่อยสลายของซากพชื และ
ซากสัตว์
11.ครพู าเด็กๆ ออกเสยี งค้าศัพท์ ดนิ “Soil”
12. เด็กและครเู ดนิ กลับห้องเรยี นและร่วมสรปุ ดนิ มาจากไหนพร้อมพดู ทบทวนคา้ คล้องจอง
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 30 นาที)
13. ครูแนะน้าอปุ กรณ์การทา้ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์และสาธิตวิธกี ารท้ากจิ กรรม ดีดดนิ เหนียวดว้ ยแปรงสี
ฟนั
14. ใหเ้ ด็กๆทา้ กจิ กรรมสรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยการ ดีดดนิ เหนียวดว้ ยแปรงสฟี นั แล้วให้เด็กๆนา้ เสนอ
ผลงานทีละคน
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
15. ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลือกเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอิสระ โดยวนั นีค้ ุณครูแนะน้ามุม
ประสบการณ์ให้เดก็ ๆเลน่ 3 มมุ คอื มมุ บลอ็ ก มุมบทบาทสมมติ มุมบ้าน
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
16. ครูแนะน้าขอ้ ตกลงในการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามแต่ละชนิดพร้อมทั้งแนะนา้ วธิ ีการเลน่ อย่างปลอดภัย
17. เด็กเล่นเครอื่ งเล่นสนามโดยมีครูดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด
18.เม่ือครูใหส้ ญั ญาณหมดเวลาเด็กเขา้ แถวและท้าความสะอาดรา่ งกาย
ขัน้ สรปุ (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
19. เดก็ นง่ั ตามกลุม่ สีหรอื ครึง่ วงกลม ปฏบิ ัติตามค้าสง่ั ครู เพ่อื เตรยี มความพรอ้ มก่อนเล่นเกมการศึกษา
เชน่ ยกมือซ้าย –ขวา ตบมือ 3 ครั้ง ฯลฯ
20. ครูน้าเกมจบั ค่ภู าพเหมือน “ดนิ ” มาให้เด็กดแู ละสาธติ วิธีการเลน่ เกมจบั คู่ภาพเหมือน “ดนิ ”
21. แบ่งเดก็ ออกเปน็ กลุ่มตามกลมุ่ สี แจกเกมจับคภู่ าพเหมือน “ดนิ ” กลุ่มละ 1 ชดุ
22. เดก็ และครูรว่ มกันสรุปการเลน่ เกมจบั คู่ภาพเหมอื น “ดิน” เม่อื เล่นเสร็จแลว้ เดก็ ชว่ ยกันเกบ็ เกม
การศกึ ษา และรว่ มกันสรุปดินมาจากไหน
4.สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- เพลง “ดนิ หิน ทราย”
- คลอ้ งจอง“ดนิ หนิ ทราย”
- ดนิ รอบๆบรเิ วณศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก
- ดินเหนียว
- แปรงสฟี นั
- กระดาษ
- มุมประสบการณ์
- เครือ่ งเลน่ สนาม
- เกมจบั คภู่ าพเหมือน “ดนิ ”
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทา้ กิจกรรมรว่ มกับเพือ่ นและครูดว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมีความสุข
2. การบอกดนิ มาจากไหน การสนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพื่อน
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 23 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ชนดิ ของดิน
1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่อื นไหว
2. บอกชนิดของดินได้
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพื่อนได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ชนิดของดิน 1) การชื่นชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การปั้น
4) การตอบคาถามจากการคิด
5) การเลน่ ออกกา้ ลงั กายกลางแจ้งอย่างอิสระ
3.ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ขน้ั นา (กิจกรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. เด็กปฏบิ ัติกิจกรรมแบบไมเ่ คลือ่ นที่ เช่น ก้มตัวไปดา้ นลา่ ง เงยหนา้ ข้นึ ขา้ งบน ยืดตัวให้สงู ย่อตัวใหต้ ้่า
ฯลฯ ประกอบจงั หวะท่ีครเู คาะ และเมื่อได้ยนิ สญั ญาณ หยุด ใหห้ ยดุ เคล่อื นไหวในท่านน้ั ทนั ที
2. ให้เด็กเคลือ่ นไหวร่างกายอย่างอสิ ระตามจงั หวะ เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ใหท้ า้ ทา่ ทางตามจนิ ตนาการ โดยฟงั
ค้าบรรยาย เชน่ “ด้าเปน็ ชาวสวน ต้องขุดดิน ทา้ แปลง ปลูกผกั รดนา้ พรวนดนิ ” “แดงเปน็ คนก่อสรา้ งใชบ้ ุง้ กขี๋ นทราย
หนิ เพอ่ื ผสมเป็นคอนกรีตกอ่ สร้าง ทราย หนิ หนักมาก แดงจงึ ตอ้ งเหนด็ เหน่อื ยในการท้างาน
3. ปฏบิ ัตติ ามข้อ 2 ซา้
4. เดก็ พักผ่อนคลายกล้ามเน้ือในทา่ ทีส่ บายๆร่วมกนั
ข้ันสอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. เดก็ และครรู ว่ มกันรอ้ งเพลง “คนสร้างบา้ น” แล้วสนทนา
- เนอ้ื เพลงทีเ่ ด็กๆ ร้อง คนโง่สร้างบา้ นทไ่ี หน/คนมีปญั ญาสร้างบา้ นท่ไี หน
- แล้วถ้าลมพายุพัดมาบา้ นของคนโง่กับคนมปี ญั ญาเป็นอยา่ งไร เพราะอะไร
6. ทบทวนขอ้ ตกลงในการไปทศั นศึกษานอกห้องเรียนโดยการพาเด็กไปดดู ินบรเิ วณศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก
7. เด็กสังเกตดนิ ในศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กและเก็บดินมาศึกษา โดยใชค้ า้ ถาม
- ดินทเี่ ดก็ ๆ เกบ็ มา เหมือนหรอื ต่างกันอยา่ งไร
8.เด็กและครเู ดนิ กลับห้องเรยี นและร่วมสรปุ ชนดิ ของดนิ ดินทเี่ ดก็ ๆ แบ่งกลมุ่ มกี ่ีกลุ่ม อะไรบ้าง”
- ดินแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ดินทราย ดินเหนยี ว ดินรว่ น
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 30 นาที)
9. ครูแนะน้าอุปกรณ์การท้ากิจกรรมสรา้ งสรรค์และสาธติ วิธีการทา้ กิจกรรม ปั้นดินเหนียว
10. ใหเ้ ดก็ ๆทา้ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ผลงานดว้ ยการ ปั้นดินเหนียว แล้วให้เด็กๆน้าเสนอผลงานทีละคน
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
11.ครูเปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยวันนีค้ ุณครแู นะน้ามุม
ประสบการณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มมุ คือ มุมหนงั สือ มมุ วทิ ยาศาสตร์ และ มุมศลิ ปะ
(กิจกรรมกลางแจง้ 20 นาที)
12. จดั เด็กให้ลงสสู่ นาม ด้วยการว่ิงอย่างเสรีตามทา่ ทางวิง่ ของแต่ละคน
13. ใหเ้ ดก็ อบอนุ่ รา่ งกาย 2 – 3 นาที
14.ครูจัดให้เดก็ ไดเ้ ล่นเกม กล้ิงฟตุ บอลเขา้ ประตู โดยจ้าลองประตูฟตุ บอลกวา้ ง 1 เมตร ระยะเริม่ ต้น 3
เมตร ใหเ้ ดก็ ออกแรงกลิง้ ฟุตบอลให้เข้าประตู
15. ปลอ่ ยให้เดก็ ได้เล่นอสิ ระ 5 – 10 นาที เมือ่ ครูใหส้ ัญญาณหมดเวลาเดก็ เข้าแถวและท้าความสะอาด
ร่างกาย
ขน้ั สรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 40 นาที)
16. เดก็ น่งั ตามกลุม่ สีหรือคร่ึงวงกลม ปฏิบตั ติ ามคา้ ส่ังครู เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเล่นเกมการศึกษา
เช่น ผงกหวั 1 คร้งั ตบมอื 2 ครัง้ ฯลฯ
17. ครูนา้ เกมภาพตัดต่อรปู ดิน (สามชนิ้ ) มาใหเ้ ด็กดแู ละสาธติ วธิ ีการเลน่ เกมภาพตดั ต่อรูปดิน (สามชนิ้ )
21. แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มสี แจกเกมภาพตัดต่อรปู ดิน (สามชิน้ ) กลมุ่ ละ 1 ชุด
22. ครแู ละเด็กชว่ ยกันสรปุ การเล่นเกมภาพตัดต่อรูปดิน (สามชน้ิ ) เมื่อเล่นเสรจ็ แล้ว เด็กช่วยกนั เก็บเกม
การศึกษา เขา้ ทีใ่ ห้เรียบร้อยและร่วมกนั สรุปชนิดของดิน
4.สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
- คา้ บรรยาย
- เพลงคนสร้างบา้ น
- ดนิ รอบๆบริเวณศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็
- ดินเหนยี ว
- ดินทราย
- ดนิ รว่ น
- มมุ ประสบการณ์
- เกม กล้งิ ฟุตบอลเข้าประตู
- ฟตุ บอล
- เกมภาพตัดต่อรูปดิน (สามช้ิน)
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การท้ากิจกรรมร่วมกับเพ่อื นและครดู ว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสขุ
2. การชนดิ ของดิน การสนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพ่ือน
3. ประเมนิ จากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 23 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย ชนดิ ของทราย
1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
2. บอกชนดิ ของทรายได้
3. สนทนาโต้ตอบกับครูและเพ่อื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) ชนิดของทราย 1) การช่นื ชมธรรมชาติ
2) การสารวจ
3) การเคล่ือนไหวสว่ นตา่ ง ๆของรา่ งกายตาม
จงั หวะดนตรี
4) การพดู บอกความตอ้ งการ เลา่ เรื่องราว
ขัน้ นา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. เด็กปฏบิ ัติกิจกรรมแบบไมเ่ คลื่อนที่ เช่น ก้มตวั ไปดา้ นล่าง เงยหน้าขึ้นขา้ งบน ยดื ตัวให้สูง ย่อตัวใหต้ ่้า
ฯลฯ ประกอบจังหวะที่ครูเคาะ และเม่ือไดย้ ิน สญั ญาณ หยุด ใหห้ ยุดเคลื่อนไหวในทา่ นั้นทนั ที
2. เดก็ จบั มือเปน็ วงกลมผลัดเปลย่ี นกนั มาท้าท่าทางน้าเพ่ือนทกี่ ลางวงตามจังหวะดนตรีที่ครูเคาะแล้วให้
เดก็ คนอน่ื ปฏิบตั ิตาม เม่ือไดย้ ินสัญญาณ “หยุด”ให้หยุดในท่าน้ันทนั ที ผลดั เปลีย่ นหมุนเวียนใหส้ ลับกนั มาเป็นผนู้ า้
ผ้ตู าม
3. ปฏิบัติตามขอ้ 2 ซา้
4. เดก็ พักผ่อนคลายกล้ามเนื้อในท่าท่ีสบายๆร่วมกัน
ขั้นสอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครูนา้ ทราย ทรายหยาบ ทรายละเอยี ด และทรายทเ่ี กดิ จากการไหลเซาะน้าทา้ ให้เป็นทรายละเอยี ดและ
ไม่สะอาด ใชก้ ่อสรา้ งไมไ่ ด้ มาใหเ้ ดก็ ดู
- ให้เด็กเปรียบเทยี บลักษณะ
- สนทนาเกีย่ วกับประโยชนข์ องทรายหยาบ ทรายละเอยี ด
6. ครูชว่ ยอธบิ ายเพ่มิ เติมว่า ทรายท่ีเกิดจากการไหลชะลา้ งหนา้ ดิน ทรายทีเ่ กดิ จากดินขาดอินทรวี ตั ถุ
เปน็ ส่งิ ทนี่ า่ ห่วง เพราะถ้าปล่อยไว้ ประเทศไทยอาจกลายเปน็ ทะเลได้
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 30 นาท)ี
7. ครูแนะน้าอุปกรณ์การท้ากิจกรรมสรา้ งสรรคแ์ ละสาธติ วิธกี ารท้ากจิ กรรม โรยทรายสี
8. ใหเ้ ด็กๆทา้ กิจกรรมสร้างสรรคผ์ ลงานดว้ ยการ โรยทรายสี แลว้ ให้เด็กๆนา้ เสนอผลงานทีละคน
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
9.ครเู ปิดโอกาสให้เดก็ ไดเ้ ลอื กเลน่ ในศนู ย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยวันนีค้ ุณครูแนะนา้ มุม
ประสบการณ์ใหเ้ ด็กๆเลน่ 3 มุม คือ กระบะทราย มุมวทิ ยาศาสตร์ และ มุมศลิ ปะ
(กจิ กรรมกลางแจง้ 20 นาท)ี
10. เด็กและครรู ว่ มกนั สรา้ งข้อตกลงก่อนออกไปทา้ กิจกรรม
11. เด็กอบอุ่นร่างกายก่อนท้ากิจกรรม
12.ครูแนะน้าและบอกวิธกี ารเล่นเกมวิง่ สง่ ทราย
- เดก็ ๆ แบ่งกลุ่ม 3 กลมุ่ ๆ เท่าๆ กนั
- คนแรกของแต่ละกลุม่ ถือจานใส่ทรายจนเตม็ เมื่อได้ยินสัญญาณใหว้ งิ่ ไปอ้อมหลกั แลว้ นา้
กลับมาส่งใหเ้ พอื่ นคนต่อไปจนครบทกุ คน แลว้ สา้ รวจวา่ ทรายในจานของกลุ่มใดเหลอื มากที่สดุ แสดงว่าวง่ิ ด้วย
ความระมัดระวัง ทมี นน้ั ชนะ
13. เดก็ ลงมือทา้ กิจกรรมเมื่อครใู หส้ ัญญาณหมดเวลาเดก็ เข้าแถวและทา้ ความสะอาดรา่ งกาย
ขั้นสรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 40 นาที)
14. เดก็ น่ังตามกลุม่ สีหรือครึง่ วงกลม ปฏิบัติตามคา้ ส่ังครู เพอื่ เตรียมความพรอ้ มก่อนเล่นเกมการศกึ ษา
เชน่ ยกมือขวา ยกมอื ซา้ ย ฯลฯ
15. ครูน้าเกมจบั คภู่ าพส่ิงประดิษฐ์ท่ีทา้ จากทราย มาให้เด็กดู และสาธติ วิธีการเล่นเกมจับคูภ่ าพ
ส่งิ ประดษิ ฐท์ ี่ทา้ จากทราย
16. แบง่ เดก็ ออกเป็นกลุ่มตามกลมุ่ สี เกมจับคูภ่ าพส่ิงประดิษฐท์ ท่ี า้ จากทราย กล่มุ ละ 1 ชุด
17. ครแู ละเด็กชว่ ยกนั สรุปการเล่นเกมจบั คู่ภาพสง่ิ ประดิษฐ์ที่ท้าจากทราย เมื่อเลน่ เสร็จแล้ว เด็กช่วยกัน
เกบ็ เกมการศึกษา เขา้ ที่ให้เรียบรอ้ ยและร่วมกันสรุปชนิดของทราย
4.สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
- เคร่อื งเคาะจังหวะ
- ทรายหยาบ
- ทรายละเอียด
- ทรายสี
- กาว
- กระดาษ เอ 4
- มุมประสบการณ์
- เกมว่งิ ส่งทราย
- จานใสท่ ราย
- เกมจบั คภู่ าพสิ่งประดษิ ฐท์ ท่ี ้าจากทราย
5.การประเมนิ ผล
สังเกต
1. การทา้ กจิ กรรมรว่ มกับเพ่ือนและครดู ว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข
2. การบอกชนิดของทราย การสนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพ่ือน
3. ประเมินจากผลงานเดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 23 วันท่ี 4 สาระการเรียนรยู้ ่อย รปู รา่ งลกั ษณะของหิน
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
2. บอกรปู รา่ งลักษณะของหนิ ได้
3. สนทนาโตต้ อบกับครูและเพอื่ นได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) รปู รา่ งลกั ษณะของหิน 1) การชน่ื ชมธรรมชาติ
2) การพดู บอกความตอ้ งการ เล่าเรื่องราว
3) การเขยี นขีดเข่ยี
4) การเพาะปลูกอยา่ งงา่ ย
ขน้ั นา (กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. กิจกรรมพนื้ ฐาน ให้เด็กเคล่อื นไหวรา่ งกายไปทว่ั บริเวณอยา่ งอิสระตามจังหวะ เมื่อได้ยนิ สญั ญาณ
“หยดุ “ ใหห้ ยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทนั ที
2. เด็ก ๆ หาพน้ื ที่ของตนเองและจับมือกนั เป็นวงกลมจากน้ันครจู ะแจกผา้ เชด็ หนา้ ครูให้จังหวะและเด็ก
เดนิ ไปรอบๆ โดยโบกผา้ เช็ดหน้าอยา่ งอิสระ เม่ือไดย้ นิ เสยี งหยุดให้เดก็ ใชผ้ า้ เช็ดหนา้ ตามคา้ สง่ั คุณครู เชน่ โบกสงู ๆ
โบกผา้ ไปข้างหน้า โบกผ้าไปข้างหลงั โบกผ้าไปดา้ นข้าง
3. ปฏิบัตติ ามข้อ 2 ซา้
4. เดก็ พกั ผ่อนคลายกล้ามเน้ือในทา่ ทสี่ บายๆร่วมกนั
ขั้นสอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
5. ครนู า้ กอ้ นหินลักษณะตา่ ง ๆ มาใหเ้ ด็กดู
6. เด็กสงั เกตลกั ษณะของหิน แล้วสนทนา
- หนิ ที่เด็กๆ เหน็ และสัมผัสมีลักษณะเหมือนหรือตา่ งกันอย่างไร
- หินก้อนเล็กๆ มีชื่อเรยี กอกี อยา่ งหนงึ่ วา่ อย่างไร (กรวด)
7. เดก็ และครรู ่วมกนั จ้าแนกหินตามลักษณะต่างๆ เชน่ สี รปู ร่าง ขนาด แลว้ สนทนา
- เด็กและครูร่วมกันจ้าแนกหินตามลักษณะต่างๆ เชน่ สี รูปรา่ ง ขนาด แลว้ สนทนา
8. เดก็ และครูรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับลักษณะของหนิ
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 30 นาที)
9. ครูแนะนา้ อุปกรณก์ ารท้ากิจกรรมสร้างสรรคแ์ ละสาธิตวิธกี ารท้ากจิ กรรม หนิ กลง้ิ สี
10. ให้เดก็ ๆทา้ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ผลงานดว้ ยการ หินกลิ้งสี แลว้ ให้เดก็ ๆน้าเสนอผลงานทลี ะคน
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
11.ครเู ปิดโอกาสให้เด็กไดเ้ ลอื กเลน่ ในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยวนั น้คี ณุ ครแู นะนา้ มมุ
ประสบการณ์ใหเ้ ด็กๆเลน่ 3 มมุ คือ มุมบา้ น มมุ วิทยาศาสตร์ และ มุมศลิ ปะ
(กจิ กรรมกลางแจง้ 20 นาที)
12. เดก็ และครูรว่ มกันสร้างข้อตกลงก่อนออกไปท้ากิจกรรม
13. เดก็ อบอ่นุ รา่ งกายก่อนท้ากิจกรรม
14.ครูแนะนา้ และบอกวธิ กี ารเลน่ เกมส่งต่อลูกหนิ
- แบ่งเป็น 3 กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน
- แต่ละกลุ่มให้คนแรกวง่ิ ไปตักหนิ ในตะกรา้ แล้ววิง่ กลบั มาสง่ ตอ่ ใหเ้ พื่อนคนตอ่ ไป คนสุดทา้ ยวงิ่
ไปเทหินลงตะกรา้ อีกใบ
15. เดก็ ลงมือทา้ กิจกรรมเมอ่ื ครูให้สญั ญาณหมดเวลาเดก็ เขา้ แถวและท้าความสะอาดร่างกาย
ข้นั สรุป (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
16. เดก็ น่งั ตามกลมุ่ สหี รอื ครึ่งวงกลม ปฏิบตั ติ ามค้าสงั่ ครู เพือ่ เตรียมความพรอ้ มก่อนเล่นเกมการศึกษา
เชน่ ตบมอื 2 ครง้ั ตบตัก 2 คร้งั ฯลฯ
17. ครนู า้ เกมจบั ค่ภู าพเหมือน“หิน” มาใหเ้ ด็กดู และสาธิตวิธีการเลน่ เกมจบั คภู่ าพเหมือน“หนิ ”
18. แบง่ เด็กออกเป็นกลุ่มตามกลุ่มสี เกมจบั คูภ่ าพเหมือน“หิน” กลุ่มละ 1 ชุด
19. ครแู ละเด็กชว่ ยกนั สรปุ การเล่นเกมจบั คู่ภาพเหมอื น“หิน” เม่ือเล่นเสรจ็ แลว้ เดก็ ช่วยกันเกบ็ เกม
การศกึ ษา เขา้ ทใี่ ห้เรยี บร้อยและร่วมกันสรปุ หนิ คืออะไร ลักษณะของหิน
4.ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
- เครือ่ งเคาะจงั หวะ
- หนิ ลักษณะต่าง ๆ
- สนี า้
- พ่กู นั
- จานสี
- กระดาษ เอ 4
- มุมประสบการณ์
- เกมสง่ ต่อลูกหนิ
- ชอ้ นตัก
- ตะกรา้
- กระปกุ ใสห่ นิ
- เกมจับคภู่ าพเหมือน“หนิ ”
5.การประเมินผล
สงั เกต
1. การท้ากจิ กรรมรว่ มกับเพ่ือนและครูด้วยความสนใจ จดจอ่ และมีความสขุ
2. การบอกลักษณะของหนิ การสนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพ่ือน
3. ประเมินจากผลงานเด็ก
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 23 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรยู้ ่อย ประโยชน์ดนิ /หนิ /ทราย
1.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว
2. บอกประโยชนด์ นิ /หนิ /ทรายได้
3. สนทนาโตต้ อบกับครแู ละเพอ่ื นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) ประโยชน์ดนิ /หนิ /ทราย 1) การช่ืนชมธรรมชาติ
2) การพดู บอกความต้องการ เลา่ เรอื่ งราว
3) การท่องค้าคล้องจอง
4) การท้ากจิ กรรมศิลปะตา่ ง ๆตามความสนใจ
ข้นั นา (กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. เด็กปฏิบัติกิจกรรมแบบไมเ่ คลือ่ นที่ เชน่ กระทืบเท้า ยกมอื ขวา ซา้ ย ตบมือ ฯลฯ ประกอบจังหวะที่
ครเู คาะ และเมื่อไดย้ นิ สญั ญาณ หยุด ใหห้ ยุดเคล่อื นไหวในทา่ น้ันทนั ที
2. เดก็ จดั เปน็ แถวตอนระยะห่าง 1- 2 กา้ ว
3. ครูร้องเพลง “คนสรา้ งบ้าน” พรอ้ มทา้ ท่าท่าทางประกอบเพลงให้ดหู น่งึ รอบ
4. ครแู ละเดก็ รว่ มกันร้องเพลง“คนสรา้ งบา้ น” และท้าท่าทางประกอบเพลงร่วมกนั
5. ปฏบิ ัติตามข้อ 4 ซา้
6. เด็กพกั ผ่อนคลายกล้ามเน้ือในทา่ ที่สบายๆ
ขั้นสอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
7. ครูพาเด็กออกนอกหอ้ งเรยี น (ไปท่สี นามหรือสถานที่ที่มีดนิ และหิน) และใหเ้ ด็กเดนิ ส้ารวจดนิ หิน ทราย
บรเิ วณรอบ ๆ สถานท่ีจากนั้นเดก็ และครูร่วมกนั สนทนาว่า ดิน หนิ ทราย มีประโยชน์อย่างไร ให้เดก็ ตอบ แล้วครู
ขออาสาสมัครออกมาชี้วา่ สิง่ ใดคอื ดนิ ส่งิ ใดคือหิน และส่งิ ใดคือทราย
8. ครูนา้ ภาพประโยชน์ของดิน หนิ ทราย (เด็กใชด้ ินปลูกตน้ ไม้ เดก็ ดม่ื น้า เด็กรดนา้ ต้นไม้ ครกหนิ คน
สร้างบ้านด้วยรั้วหิน) มาใหเ้ ด็กสังเกต จากน้นั สนทนารว่ มกัน โดยครใู ชค้ ้าถาม ดงั นี้
- ในภาพเด็กก้าลงั ทา้ อะไร (ปลูกต้นไม้ ฯลฯ)
- เดก็ ๆ คิดว่า ภาพใดเปน็ ประโยชนข์ องดนิ หินและนา้
9. ครูอธิบายว่า ดิน หนิ ทราย เปน็ วัสดุจากธรรมชาติ มปี ระโยชน์มากมาย เชน่ ใช้เพาะปลูก, ดม่ื กนิ ,
สร้างทอี่ ยู่อาศัย และทา้ สิง่ ของเครื่องใช้
10. เดก็ และครรู ว่ มท่องคา้ คล้องจองประโยชนข์ องดิน หิน ทราย
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 30 นาที)
11. ครแู นะนา้ อุปกรณก์ ารทา้ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์และสาธติ วธิ กี ารทา้ กจิ กรรม วาดภาพตามจินตนาการ
12. ให้เด็กๆทา้ กจิ กรรมสร้างสรรค์ผลงานดว้ ยการ วาดภาพตามจนิ ตนาการแลว้ ให้เด็กๆนา้ เสนอผลงานที
ละคน
(กิจกรรมเสรี 20 นาที)
13.ครเู ปดิ โอกาสให้เดก็ ได้เลือกเล่นในศูนย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยวันนี้คณุ ครแู นะน้ามุม
ประสบการณ์ให้เดก็ ๆเล่น 3 มุม คือ มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ และ มมุ ศลิ ปะ
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20 นาที)
14. เดก็ และครูร่วมกันสร้างข้อตกลงก่อนออกไปทา้ กจิ กรรม
15. เดก็ อบอนุ่ ร่างกายก่อนท้ากจิ กรรม
16. ครูแนะน้าและบอกวิธกี ารเล่นโยนหนิ
- เดก็ ๆ ใชก้ ระดาษหอ่ ก้อนหนิ แลว้ รัดยาง
- ทุกคนจะมกี ้อนหนิ แลว้ ยนื ท่ีจดุ เร่ิม เมื่อไดย้ ินสัญญาณทุกคนโยนก้อนหินไปให้ไกลท่สี ุ แล้วดวู ่า
ใครโยนไกลที่สดุ
17. เด็กลงมือทา้ กจิ กรรมเมือ่ ครูให้สญั ญาณหมดเวลาเดก็ เขา้ แถวและทา้ ความสะอาดรา่ งกาย
ข้ันสรุป (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
18. เดก็ น่ังตามกลุ่มสหี รอื คร่งึ วงกลม ปฏิบัตติ ามคา้ สง่ั ครู เพอ่ื เตรียมความพรอ้ มก่อนเล่นเกมการศกึ ษา
เช่น ผงกหัว 2 ครงั้ ตบตัก 2 ครัง้ ฯลฯ
19. ครนู า้ เกมจับคูภ่ าพประโยชน์ของดิน หิน ทราย มาให้เด็กดู และสาธติ วธิ ีการเลน่ เกมจับคู่ภาพ
ประโยชนข์ องดิน หิน ทราย
20. แบ่งเดก็ ออกเป็นกลุ่มตามกลุม่ สี เกมจับค่ภู าพประโยชนข์ องดิน หนิ ทราย กล่มุ ละ 1 ชดุ
21. ครแู ละเด็กชว่ ยกนั สรปุ การเล่นเกมจบั คูภ่ าพประโยชนข์ องดิน หิน ทราย เม่ือเลน่ เสร็จแลว้ เด็ก
ช่วยกนั เกบ็ เกมการศึกษา เขา้ ทีใ่ ห้เรยี บร้อยและรว่ มกนั สรปุ ประโยชน์ของ ดนิ หนิ ทราย
4.สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
- เครอ่ื งเคาะจงั หวะ
- เพลงคนสร้างบา้ น
- ภาพประโยชน์ของดิน หนิ ทราย
- สีเทียน
- คา้ คล้องจองประโยชน์ดนิ หิน ทราย
- กระดาษ เอ 4
- มุมประสบการณ์
- เกมโยนหนิ
- ก้อนหิน
- กระดาษ
- ยางรัด
- นกหวดี
- เกมจับคู่ภาพประโยชน์ของดนิ หิน ทราย
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การท้ากิจกรรมร่วมกับเพ่ือนและครูดว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข
2. การบอกประโยชน์ของดนิ หิน ทราย การสนทนาโต้ตอบกับครูและเพือ่ น
3. ประเมนิ จากผลงานเด็ก
ภาคผนวก
เพลง ดนิ หนิ ทราย (ไม่ทราบนามผแู้ ตง่ )
หนมู าลี เลน่ ดิน หนิ ทราย (ซา้ 3 รอบ)
หนมู าลี เลน่ ดิน หิน ทราย
ดนิ หนิ ทราย มันคลา้ ยลกู กวาด
หนูมาลี ไป เท่ียวเมืองไทย (ซ้า 3 รอบ)
ในเมืองไทย มีทงั้ ดนิ หนิ ทราย
เพลง คนสรา้ งบา้ น (ไมท่ ราบนามผแู้ ต่ง)
คนโงส่ รา้ งบ้าน สร้างบ้านไวบ้ นดินทราย (ซา้ )
เมื่อพายุและลมพัดมา เมื่อฝนตกหนกั
และนาก็ไหลเช่ยี ว บ้านหลังน้ัน กพ็ ังทลาย
คนมปี ญั ญา สรา้ งบ้านไวบ้ นศิลา (ซา้ )
เมอ่ื พายุ และลมพดั มา เม่อื ฝนตกหนัก
และน้าก็ไหลเชี่ยว บ้านหลังนั้นยังตั้งม่นั คง
ประโยชน์ของดิน หนิ ทราย (ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
ดนิ หินทรายใช้ในการก่อสร้าง
เปน็ หา้ งรา้ นบ้านเรอื นทอี่ าศยั
ท้าถนนโรงเรยี นวัดทว่ั ไทย
ท้าของใชป้ ลูกตน้ ไม้ไดด้ เี อย
คาคล้องจอง ดิน หิน ทราย (ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)
กอ้ นดิน หิน เลก็ ใหญ่
ธรรมชาติสร้างไวใ้ หส้ ุขสนั ต์
ก้อนดนิ เลยี้ งพชื พรรณ
ให้ชีวนั ได้อาศยั
สว่ นหนิ นัน้ แข็งแกร่ง
สามารถต้านแรงของลมได้
เม็ดละเอยี ดน้นั คือทราย
ประโยชน์มากมายควรรู้เอย
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ท่ี 24 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตวั
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรกั ธรรมชาติ : น้าใสไหลเย็น
ความคิดรวบยอด
นำ้ จดั เปน็ ปจั จยั ส้ำคญั ในกำรด้ำรงชวี ิตของคนเรำ เรำใช้ประโยชน์จำกน้ำมำกมำย เชน่ ใช้อำบ ใช้ด่ืม
ใช้รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ
ใสสะอำด ส่ิงจำ้ เปน็ ต่อมนษุ ย์
ของเหลว ขุน่ /ไมส่ ะอำด
ไมเ่ ปดิ ก๊อกนำ้ ทงิ ไว้ น้าคืออะไรมลี ักษณะ ช้ำระล้ำงสง่ิ สกปรก
อยา่ งไร ประโยชน์ของนา้
ด่มื นำ้ ใหห้ มดแกว้ รดนำ้ ตน้ ไม้
หน่วยน้าใสไหลเย็น ดื่มกนิ
หนนู อ้ ยประหยัดนา้
บอกควำมรูส้ กึ เยน็ การสัมผัสน้าร้อน/นา้ นา้ แปลงกาย หุงหำอำหำร
เย็น/เสียงนา้ ไหล ( สถานะของนา้ ) นำ้ แข็ง
บอกควำมร้สู กึ รอ้ น น้ำในภำชนะ
สิง่ ทเ่ี ด็กรแู้ ลว้ ส่งิ ทเ่ี ด็กตอ้ งการรู้ ส่งิ ท่เี ดก็ ควรรู้
1. น้ำใช้ดื่ม 1.นำ้ ใชท้ ้ำอะไรไดอ้ ีก 1. น้ำคืออะไร มลี ักษณะอย่ำงไร
2. เรำใชน้ ้ำทำ้ อะไร
2. ใชอ้ ำบ 2 ................................................. 3. นำ้ แปลงกำย
4. กำรสัมผัสน้ำรอ้ น/น้ำเยน็ /เสียง
3............................................ 3.................................................. นำ้ ไหล
5. หนูนอ้ ยประหยดั น้ำ
4............................................ 4...................................................
5. .......................................... 5. ..................................................
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรียนรทู้ ีค่ วรเรียนรู้
สภาพที่พงึ ประสงค์ และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ การประเมนิ
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์ส้าคัญ พฒั นาการ
(DSPM)
หน่วยท่ี 24 หนนู อ้ ยรกั คณุ ลักษณะทพ่ี ึง 1. นำ้ คืออะไร มี 1. กำรเคลอื่ นไหวส่วน
- ขอ้ 60 เหวยี่ งขำเตะ
ธรรมชาติ : นา้ ใสไหลเยน็ ประสงค์ 3.3 สนใจ ลกั ษณะอย่ำงไร ต่ำง ๆของรำ่ งกำยตำม ลกู บอลได้ ( GM)
- ข้อ 68 พูดตอบรับ
1. น้ำคืออะไร มีลักษณะ และมีความสขุ กับ 2. ประโยชนข์ องนำ้ จงั หวะกลอง/ดนตรี และปฏิเสธได้ (EL)
- ขอ้ 69 ล้ำงและเช็ด
อยำ่ งไร ธรรมชาติ สงิ่ สวยงาม 3. นำ้ แปลงกำย ( 2. กำรเลน่ ออกก้ำลงั มือได้เอง (PS)
- ข้อ 76 พดู ติดต่อกนั
2. ประโยชนข์ องน้ำ ดนตรี และจังหวะ การ สถำนะของนำ้ ) กำยกลำงแจ้งอย่ำง 2 คำ้ ขนึ ไปอยำ่ งมี
ควำมหมำย โดยใช้
3. นำ้ แปลงกำย ( สถำนะ เคลือ่ นไหว 4. กำรสมั ผัสนำ้ อิสระ ค้ำกรยิ ำไดถ้ ูกตอ้ ง
อยำ่ งน้อย 4 กริยำ
ของนำ้ ) 1. ตอบสนองต่อ ร้อน/น้ำเย็น/ฟัง 3. กำรเขียนขีดเขยี่ (EL)
- ขอ้ 77 รอ้ งเพลงได้
4. กำรสมั ผสั น้ำร้อน/น้ำ ธรรมชำติ เสยี งเพลง เสียงนำ้ 4. กำรป้นั บำงค้ำหรอื ร้องเพลง
คลอตำมท้ำนอง (PS)
เย็น/ฟังเสียงนำ้ จังหวะดนตรี และส่ิง 5. หนนู ้อย 5. กำรชื่นชมทำง - ขอ้ 82 พดู ติดต่อกัน
3-4 ค้ำได้ อยำ่ งน้อย 4
5. หนูน้อยประหยัดนำ้ สวยงำมตำ่ งๆ ประหยัดน้ำ ธรรมชำติ ควำมหมำย (EL)
อยำ่ งเพลิดเพลิน 6. กำรตอบค้ำถำมจำก
คุณลักษณะที่พึง กำรคิด
ประสงค์ 7.1 สนใจ 7. กำรพูดบอกควำม
เรียนรสู้ งิ่ ตา่ งๆรอบตัว ตอ้ งกำร เล่ำเรอ่ื งรำว
1. อยำกเรียนรู้สงิ่ ต่ำงๆ 8. กำรเล่นตำมมุม
2. ถำมบอ่ ยถำมซำ้ ประสบกำรณ์
3. จดจ่อตอ่ สงิ่ ใดสงิ่ หนึ่ง 9. กำรรอ้ งเพลง
ไดย้ ำวนำนขนึ 10. กำรปฏิบัตติ ำม
ขอ้ ตกลง
11. กำรท้ำกจิ กรรม
ศิลปะต่ำง ๆตำมควำม
สนใจ
12.กำรสงั เกต
13. กำรส้ำรวจ
14. กำรลงมอื ปฏิบตั ิ
แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ท่ี 24 สาระการเรียนร้ทู ี่ 3 ธรรมชาติรอบตวั
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ นำ้ ใสไหลเยน็
กิจกรรม เคลอ่ื นไหว เสรมิ ประสบกำรณ์ ศิลปะสร้ำงสรรค์ เลน่ ตำมมุม เลน่ กลำงแจ้ง เกมกำรศกึ ษำ
วันท่ี และจงั หวะ เกมจบั คู่
1 ภำพเหมอื น
เคลื่อนไหวร่ำงกำย 1. น้ำคืออะไร มี กำรรอ้ ยหลอดกำแฟ เปิดโอกำสให้เด็กได้ กำรเลน่ เปำ่ ฟอง
2 ประกอบจังหวะ ลักษณะอยำ่ งไร เลอื กเล่นในศูนย์ สบู่ เกมภำพตดั ตอ่
เสียงกลอง ขีดเขียนอิสระด้วยสี ตำมควำมสนใจและ (สำมชิน)
3 ประโยชนข์ องนำ้ เทียน คน้ หำควำมถนดั ของ เหวีย่ งขำเตะลูก
เคลือ่ นไหวรำ่ งกำย ตนโดยจัดให้ บอล เกมตอ่ บล็อกสี
4 ประกอบเพลง นำ้ แปลงกำย ป้นั ดนิ นำ้ มัน สอดคล้องกับหน่วย
5 ( สถำนะของนำ้ ) กำรเรยี นรู้ เล่นนำ้ (Water เกมจบั คูภ่ ำพกบั
เคลอ่ื นไหวร่ำงกำย กำรพิมพ์สีด้วย Play) สัญลักษณ์
ตำมค้ำสัง่ กำรสมั ผสั นำ้ ร้อน/ ลูกโป่ง เปิดโอกำสให้เดก็ ได้
นำ้ เย็น/เสียงน้ำไหล เลอื กเล่นในศนู ย์ เลน่ กรอกนำ้ ใส่ เกมจบั คู่ภำพสี
เคลอ่ื นไหวรำ่ งกำย สรำ้ งสรรคผ์ ลงำน ตำมควำมสนใจและ ขวด
ตำมจนิ ตนำกำรตำม หนนู ้อยประหยดั นำ้ จำกกำรขยำ้ คน้ หำควำมถนดั ของ
เสยี งเพลง กระดำษ ตนโดยจดั ให้ เลน่ เครอื่ งเลน่
สอดคล้องกับหนว่ ย สนำม
กำรเคลื่อนไหว กำรเรยี นรู้
ร่ำงกำยประกอบคำ้
คลอ้ งจอง เปิดโอกำสให้เดก็ ได้
เลอื กเล่นในศนู ย์
ตำมควำมสนใจและ
ค้นหำควำมถนดั ของ
ตนโดยจัดให้
สอดคล้องกบั หนว่ ย
กำรเรยี นรู้
เปิดโอกำสให้เดก็ ได้
เลือกเล่นในศนู ย์
ตำมควำมสนใจและ
ค้นหำควำมถนดั ของ
ตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกบั หนว่ ย
กำรเรยี นรู้
เปิดโอกำสใหเ้ ด็กได้
เลือกเล่นในศูนย์
ตำมควำมสนใจและ
ค้นหำควำมถนดั ของ
ตนโดยจัดให้
สอดคลอ้ งกบั หนว่ ย
กำรเรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 24 วันที่ 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย น้าคืออะไร มลี ักษณะอย่างไร
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มีควำมสขุ และแสดงออกผ่ำนงำนศิลปะ ดนตรี และกำรเคลือ่ นไหว
2. บอกลักษณะของน้ำได้
3. สนทนำโต้ตอบกบั ครูและเพือ่ นได้
2.สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ ้าคัญ
สาระท่ีควรเรียนรู้ 1) กำรชนื่ ชมธรรมชำติ
1) น้ำคืออะไร มีลักษณะอย่ำงไร 2) การเลน่ น้า
3) กำรเคล่ือนไหวส่วนต่ำง ๆของร่ำงกำยตำม
จังหวะเสียงกลอง
4) กำรพดู บอกควำมต้องกำร เลำ่ เรอ่ื งรำว
5) กำรปฏิบัติตำมขอ้ ตกลง
3.ขันตอนการจดั กิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขันนา้ (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ 20 นาที)
1. คุณครตู ีกลองหนงึ่ จังหวะ (1 2 3 หยดุ ) ท้ำซำ้ 5 - 6 ครัง เพอื่ เตรยี มเดก็
2. คุณครแู ละเด็กยนื ประจ้ำสัญลกั ษณ์ของตนเองในหอ้ งเรียน
3. คณุ ครสู ร้ำงข้อตกลงในกำรเคล่อื นไหวโดยถ้ำคณุ ครตู ีกลองใหเ้ ด็กเคล่ือนไหวร่ำงกำยด้วยกำร
เคลอ่ื นที่และถ้ำคณุ ครหู ยดุ ตีกลองใหเ้ ดก็ หยุดอยู่กับที่
ขันสอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
4. คณุ ครูนำ้ นำ้ ใสแ่ กว้ มำให้เด็กดูและสนทนำเกีย่ วกบั ลักษณะของนำ้ , เด็กๆรจู้ ักนำ้ หรือไม่, เคยเห็น
ทีไ่ หนบำ้ ง, มีลกั ษณะอยำ่ งไร
5. คุณครเู ทนำ้ ในแก้วใสแ่ ก้วอีกใบพร้อมกับบอกเด็กๆว่ำนำ้ เป็นของเหลว ไม่มสี ี ไม่มรี ส ไม่มีกลิ่น และ
เป็นส่งิ จ้ำเปน็ ตอ่ ทังคน พืช และสัตว์ คุณครูใหเ้ ด็กๆทดลองดม่ื น้ำพร้อมกับสนทนำเก่ียวกับนำ้ ท่ีเดก็ ทดลองดื่ม
6.คุณครใู หเ้ ด็กใสผ่ ้ำกนั เป้อื นเพือ่ ออกไปท้ำกิจกรรมนอกห้องเรยี น คณุ ครสู ร้ำงขอ้ ตกลงให้เดก็ เขำ้ แถว
และเดนิ เปน็ ระเบียบออกไปนอกห้องเรยี น
7. คุณครแู บ่งเด็กเปน็ 2 กลมุ่ ๆละ 4-5 คน คณุ ครูแจกขวดนำ้ และแกว้ นำ้ พลำสติกใหเ้ ดก็ กรอกน้ำใส่
ขวดโดยให้แต่ละคนกรอกน้ำให้เตม็ ขวด เมื่อเด็กกรอกนำ้ เต็มขวดแล้วคุณครูชว่ ยปดิ ฝำขวดและเรียงไว้บนโตะ๊
8. ร่วมสนทนำกบั เดก็ และอธิบำยเพ่ิมเติมเกีย่ วกับนำ้ เปดิ โอกำสใหเ้ ด็กบอกเล่ำ ซักถำม และร่วม
แสดงควำมคิดเห็นอยำ่ งอสิ ระ
9. คณุ ครชู วนเดก็ นบั จ้ำนวนขวดน้ำของเด็กๆท่ีวำงบนโต๊ะ
10. ครพู ำเด็กๆ ออกเสยี งคำ้ ศพั ท์ “น้ำ” “Water”
(กจิ กรรมเล่นกลางแจ้ง 20 นาที)
11. คุณครสู ร้ำงข้อตกลงในกำรเล่นและใหเ้ ด็กๆเล่นเป่ำฟองสบู่โดยคณุ ครเู ตรยี มน้ำฟองสบู่และไม้
สำ้ หรบั เป่ำฟองสบู่ไว้ให้
12. คุณครูพำเด็กๆตงั แถวทำ้ ควำมสะอำดร่ำงกำยและเขำ้ หอ้ งเรียน
(กจิ กรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ 30 นาท)ี
13. คุณครูแนะน้ำอุปกรณก์ ำรท้ำกจิ กรรมสรำ้ งสรรค์ และสำธิตวิธกี ำรรอ้ ยหลอดกำแฟ
14. ให้เดก็ ๆร้อยหลอดกำแฟแล้วให้เดก็ ๆนำ้ เสนอผลงำนทีละคน
ขันสรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา / กจิ กรรมเลน่ ตามมุม 40 นาที )
15. เดก็ และครูร่วมกันสนทนำสรปุ เกยี่ วน้ำท่เี ด็กๆรว่ มกันท้ำกจิ กรรมกำรกรอกนำ้ โดยใหเ้ ดก็ ๆบอก
ควำมรูส้ ึกในกำรทำ้ กจิ กรรม
16. คณุ ครนู ้ำเกมจบั คภู่ ำพเหมอื น “สีของขวดนำ้ ” มำใหเ้ ด็กๆเลน่
17. เมอ่ื เลน่ เกมกำรศึกษำเสรจ็ เด็กๆชว่ ยกนั เกบ็ อุปกรณ์
18. คณุ ครูเปิดโอกำสให้เด็กได้เลอื กเล่นในศนู ย์ตำมควำมสนใจอยำ่ งอิสระ โดยวันนีคุณครแู นะนำ้ มุม
ประสบกำรณ์ใหเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มุม คอื มมุ บล็อก , มุมบทบำทสมมติ และ มุมบำ้ น
19. คุณครูพำเดก็ ๆเขำ้ แถวทำ้ ควำมสะอำดรำ่ งกำย ล้ำงมือ พำเดก็ ๆไปรับประทำนอำหำร
4.สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
เพลง, กลอง, แก้วน้ำ, กะละมัง, น้ำ, ขวดพลำสติก, แก้วพลำสติก,อุปกรณ์กำรเล่นเป่ำฟองสบู่
เกมจับคู่ภำพเหมอื นสีของขวดนำ้ ,มมุ ประสบกำรณ์
5.การประเมินผล
สังเกต
1. กำรท้ำกจิ กรรมรว่ มกับเพ่อื นและครูด้วยควำมสนใจ จดจอ่ และมคี วำมสขุ
2. กำรบอกลกั ษณะของนำ้ / กำรสนทนำโต้ตอบกบั ครูและเพื่อน
3. ประเมนิ จำกผลงำนเด็ก
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 24 วันท่ี 2 สาระการเรียนรูย้ ่อย เราใช้น้าท้าอะไรได้บา้ ง
1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สนใจ มีควำมสขุ และแสดงออกผำ่ นงำนศลิ ปะ ดนตรี และกำรเคล่ือนไหว
2. บอกประโยชน์ของน้ำได้
3. สนทนำโต้ตอบกับครแู ละเพื่อนได้
4. ปฏิบัติตำมขอ้ ตกลงได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ า้ คัญ
1) เรำใชน้ ำ้ ทำ้ อะไรไดบ้ ้ำง 1) กำรชนื่ ชมธรรมชำติ
2) การส้ารวจ
3) กำรขดี เขียนอิสระ
4) การตอบคา้ ถามจากการคิด
5) กำรเล่นเตะลูกบอลกลำงแจ้ง
6) กำรปฏิบัตติ ำมข้อตกลง
3.ขันตอนการจัดกจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ขนั น้า (กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. คุณครตู กี ลองหนงึ่ จงั หวะ (1 2 3 หยดุ ) ทำ้ ซำ้ 5 - 6 ครัง เพอ่ื เตรียมเด็ก
2. คุณครูรอ้ งเพลง“เป็ดอำบน้ำในคลอง”พร้อมกับทำ้ ท่ำทำงประกอบใหเ้ ด็กดู
3. คุณครูพำเดก็ ๆ ร้องเพลง “เปด็ อำบน้ำในคลอง” พร้อมกับประกอบทำ่ ทำงประกอบ
ขนั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)
4. คณุ ครสู ร้ำงข้อตกลงในกำรพำเดก็ เดินแถวไปส้ำรวจแหล่งน้ำในศนู ย์พัฒนำเด็กเล็กโดยมขี อ้ ตกลงวำ่
เดก็ ต้องไม่ส่งเสยี งดัง และตอ้ งตังใจสงั เกตแหลง่ นำ้ ท่ีเด็กพบเหน็ เสร็จแล้วคณุ ครูชวนเดก็ พกั ดื่มนำ้ ทโี่ รงอำหำร
และรว่ มสนทนำเกี่ยวกับประโยชน์ของนำ้ ท่ีพบวำ่ ในโรงเรียนใชน้ ำ้ ท้ำส่งิ ใดบำ้ ง
5. คุณครูอธบิ ำยเพ่ิมเติมว่ำ น้ำมีประโยชน์ ตอ่ ทังคน พืช และสตั ว์ เรำใช้น้ำด่มื กิน ใช้อำบชำ้ ระสง่ิ
สกปรก พืชต้นไมใ้ ช้ประโยชน์จำกน้ำเพ่ือกำรเจริญเตบิ โต สตั ว์ใชน้ ้ำในกำรด้ำรงชีวิต ดื่มกิน
6. คุณครูและเดก็ รว่ มกนั สนทนำแสดงควำมคิดเหน็ เก่ยี วกบั ประโยชนข์ องนำ้
(กจิ กรรมเลน่ กลางแจง้ 20 นาที)
7. คุณครูเตรียมลูกบอลและสำธิตวธิ กี ำรเหวยี่ งขำเตะลูกบอล
8.คุณครูให้เด็กๆ หยิบลูกบอลและเลน่ เตะลูกบอลอยำ่ งอิสระโดยมคี ุณครูคอยดแู ลอย่ำงใกลช้ ดิ
9. คณุ ครพู ำเดก็ ๆเขำ้ แถวท้ำควำมสะอำดรำ่ งกำย ล้ำงมอื พำเด็กๆกลบั ห้องเรยี น
ขนั สรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
10. คุณครรู ่วมสนทนำกบั เด็กโดยใช้คำ้ ถำมใหเ้ ด็กตอบวำ่ น้ำมปี ระโยชนอ์ ย่ำงไร และอธิบำยเพิม่ เติม
เก่ียวกับประโยชน์ของนำ้
11. คณุ ครูน้ำเกมภำพตดั ต่อรูปแก้วน้ำ (สำมชนิ ) มำใหเ้ ดก็ ๆเล่น
12. เม่อื เลน่ เกมกำรศกึ ษำเสรจ็ เด็กๆชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณ์ใส่กลอ่ ง
(กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์/เลน่ ตามมุม 40 นาที)
13. คณุ ครแู จกกระดำษพร้อมสเี ทยี นใหเ้ ด็กขีดเขียนอสิ ระเสร็จแลว้ นำ้ เสนอผลงำนของตนเอง
14. คุณครูเปดิ โอกำสให้เด็กได้เลอื กเล่นในศนู ยต์ ำมควำมสนใจอยำ่ งอสิ ระ โดยวนั นคี ุณครูแนะนำ้ มุม
ประสบกำรณ์ให้เดก็ ๆเล่น 3 มุม คอื มมุ ดนตรี , มุมบ้ำน และ มมุ บลอ็ ก
15. คุณครูพำเด็กๆเขำ้ แถวท้ำควำมสะอำดรำ่ งกำย ลำ้ งมือ พำเด็กๆไปรับประทำนอำหำร
4.สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
เพลง, กลอง, แหล่งน้ำรอบๆบริเวณศูนย์พัฒนำเดก็ เล็ก, น้ำ, ลูกบอล, กระดำษ, สีเทียน, เกมจับภำพตัดต่อ
แก้วนำ้ , มมุ ประสบกำรณ์
5.การประเมินผล
สงั เกต
1. กำรทำ้ กจิ กรรมรว่ มกับเพ่ือนและครูดว้ ยควำมสนใจ จดจอ่ และมีควำมสขุ
2. กำรบอกประโยชน์ของนำ้ ได้
3. ประเมินจำกผลงำนกำรขีดเขยี นอิสระ
4. กำรปฏบิ ัติตำมข้อตกลง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 21 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย น้าแปลงกาย
1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีควำมสุข และแสดงออกผ่ำนงำนศิลปะ ดนตรี และกำรเคลอ่ื นไหว
2. บอกลักษณะกำรเปลยี่ นแปลงของน้ำได้
3. สนทนำโต้ตอบกบั ครูและเพอื่ นได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สา้ คญั
1) กำรเปล่ยี นแปลงของน้ำ 1) กำรทดลองคลำ้ สิ่งของ
2) การส้ารวจ / กำรบอกควำมรสู้ กึ จำกกำร
สัมผัส
3) กำรเคล่ือนไหวส่วนตำ่ ง ๆของรำ่ งกำยตำม
คำ้ สัง่
4) กำรพูดสนทนำ
5) กำรสรำ้ งผลงำนจำกกำรปั้นดนิ น้ำมัน
6) กำรเลน่ นำ้
3.ขนั ตอนการจดั กิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สตู ร)
ขันนา้ (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ)
1. คุณครตู กี ลองหนึ่งจงั หวะ (1 2 3 หยุด) ท้ำซำ้ 5 - 6 ครัง เพอื่ เตรยี มเดก็
2. คุณครูพำเด็กเคลือ่ นไหวร่ำงกำยตำมค้ำสงั่ เช่น ตบมือ ผงกศรี ษะ กระทืบเท้ำ ฯลฯ และแบบ
เคล่อื นที่ เช่น วงิ่ เร็ว - ช้ำ กระโดดไปข้ำงหน้ำ – ข้ำงหลัง ฯลฯ และเมื่อได้ยนิ สัญญำณ หยุด ใหห้ ยดุ
เคล่ือนไหวในทำ่ นันทันที
3. คุณครใู ห้เด็กนง่ั หยุดพักและดื่มน้ำใหห้ ำยเหนื่อยเสร็จแล้วให้เด็กน่ังเป็นวงกลม
ขนั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
4. คุณครูเตรียมกล่องปริศนำโดยเตรียมน้ำแข็งในภำชนะใส่ลงไปในกล่องปริศนำ
5. อำสำสมคั รเด็กมำทดลองคลำ้ สงิ่ ของในกล่องปริศนำ และให้เด็กทุกคนได้คล้ำสิ่งของในกลอ่ ง
ปริศนำทกุ คน
6. คณุ ครกู ระตนุ้ ให้เด็กตอบด้วยคำ้ ถำม ดงั นี
1) เดก็ ๆรู้สกึ อยำ่ งไรเมื่อคลำ้ สง่ิ ของในกล่องปริศนำ?
2) เดก็ ๆคดิ วำ่ สิ่งของในกลอ่ งปรศิ นำคืออะไร?
7. คณุ ครเู ปดิ กลอ่ งปริศนำเฉลยคำ้ ตอบ
8. คุณครรู ่วมสนทนำกบั เด็กว่ำน้ำแขง็ คือน้ำทมี่ ีลกั ษณะแข็งเป็นกอ้ น และอธิบำยเพิม่ เติมถึงกำรท้ำให้
นำ้ เป็นกอ้ นดว้ ยวธิ กี ำรนำ้ น้ำแช่ในช่องฟิตของตู้เยน็
9. คุณครูพำเด็กๆไปสำ้ รวจนำ้ และนำ้ แข็งในตูเ้ ยน็ ท่ีโรงอำหำรเปดิ โอกำสใหเ้ ด็กไดร้ ่วมสนทนำแสดง
ควำมคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ส่ิงทเี่ ด็กเหน็
ขนั สรปุ (กจิ กรรมเล่นกลางแจ้ง 20 นาที)
10. เด็กและครรู ว่ มกันสนทนำสรปุ เกยี่ วกบั กำรเปลย่ี นแปลงของน้ำ
11. คณุ ครูพำเด็กไปลำนกจิ กรรมและให้เด็กๆเลน่ ฐำน water Play โดยมีคุณครูคอยดูแลอย่ำงใกล้ชดิ
12. คณุ ครูพำเด็กๆเข้ำแถวทำ้ ควำมสะอำดรำ่ งกำย ลำ้ งมือ พำเดก็ ๆกลบั ห้องเรยี น