8. ครชู นื่ ชมและใหก้ าลังใจเพ่ือให้เดก็ ทางานได้ทุกคน และให้เด็กนาผลงานของตนเองให้ครแู ละเพื่อนๆ
ฟัง นาผลงานไปวางแสดงผลงาน
9. เดก็ ทุกคนช่วยกันเกบ็ อปุ กรณ์ให้เรยี บร้อย
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครแู นะนาการเลน่ การปฏบิ ัตติ นในการเล่นมมุ กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
11. เด็กเลอื กเลน่ มุมกิจกรรมเสรตี ามความสนใจ
12. ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอสิ ระหลงั จากเลกิ เลน่ ให้เด็กเก็บของเข้าทีใ่ หเ้ รียบร้อย
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 25 นาที)
13. ครูพดู คยุ และสรา้ งข้อตกลงรว่ มกันกบั เดก็ ในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรียน ครูอธบิ ายวธิ ีการ
โยนลกู บอลลงตะกรา้ โดยครูสาธติ ใหเ้ ด็กดูเป็นตวั อย่าง 1 รอบ ครูรอ้ งเพลง “เขา้ แถว” ให้เดก็ ๆ ยืนเข้าแถวรอ
คอย จากน้นั ให้เด็กโยนลูกบอลทีละ 1 คน ให้ทาจนครบทุกคน เลน่ ประมาณ 15-20 นาที จากนัน้ ใหเ้ ด็ก ๆ เลอื ก
เล่นเครือ่ งเลน่ สนามอย่างอิสระ แนะนาวิธีการเล่นอย่างระมัดระวงั
14. ครใู หส้ ญั ญาณนกหวีดทกุ คนเตรยี มตวั เกบ็ ของ ครูพาเด็กๆ เขา้ แถวทาความสะอาดลา้ งมือ ทาความ
สะอาดรา่ งกายกอ่ นกลับเขา้ ห้องเรียน
ข้นั สรุป (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
15. ครพู าเดก็ ตื่นนอน ล้างหนา้ ดม่ื นม
16. ครสู รุปทบทวนเกีย่ วกับเรื่องการปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงของหอ้ งเรียน โรงเรยี น การทเี่ ดก็ ยอมรบั และ
ปฏิบัตติ นตามกฎ ระเบยี บ กติกา หรือข้อตกลงที่มีการกาหนดไว้ เพือ่ ให้เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิร่วมกัน การ
สร้างขอ้ ตกลงครูอาจใชค้ าถามให้เด็กร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในการปฏบิ ตั ิตนท่ีแสดงถึงลกั ษณะนิสยั ท่ีพึง
ประสงค์ เช่น ในการเล่นหรือทางานรว่ มกัน การสร้างกฎขอ้ ตกลงก่อนการทากจิ กรรม เพ่ือใหเ้ ด็กรักษาวินยั
ทั้งวินัยในตนเอง และวินัยต่อผอู้ ืน่ ร้จู ักการรอคอยตามลาดับก่อนหลัง การเก็บของเลน่ หรอื วัสดุอุปกรณ์หลังเสรจ็
กิจกรรมและครูแนะนาอุปกรณ์
17. ครูสาธิตวธิ กี ารเล่นเกมจับคูภ่ าพของใชก้ บั จานวน 1-3 แบง่ กลุ่มเดก็ ออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ3 – 4
ตามกลมุ่ สนใจ โดยใหเ้ ดก็ แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันจบั คู่ของใช้กบั จานวน ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยนาและคอยดูแล
กลมุ่ ทมี่ ีปญั หาในการเล่นเกมอย่างใกลช้ ิด
18. เม่ือสญั ญาณหมดเวลา เดก็ ช่วยกันเก็บอปุ กรณ์การเลน่ เกมเขา้ ทีใ่ ห้เรยี บรอ้ ย
4. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
เคร่อื งเคาะจังหวะ เพลง “เกบ็ ของ” นิทานเรอื่ ง “เก็บเองเก่งจัง” ปา้ ยข้อตกลงในห้องเรียน
ดนิ น้ามนั แผ่นรองปั้นดนิ นา้ มนั เครอ่ื งเลน่ สนาม เกมจับคู่ภาพของใชก้ ับจานวน1-3
5. การประเมินผล
1. สังเกตการสนทนาตอบคาถามบอกข้อตกลงของหอ้ งเรยี น โรงเรียน
2. สงั เกตการฟังและปฏิบัติตามสญั ญาณและข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 4 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย การเกบ็ ของเข้าที่ วัสดอุ ุปกรณ์ ของเลน่ ของใช้
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1. เด็กเกบ็ ของเข้าที่ได้ 1. การเคล่ือนไหวส่วนตา่ งๆ ของร่างกายตาม
2. เด็กเคลื่อนไหวร่างกายพร้อมอปุ กรณ์ได้
3. เด็กสนทนากบั ครแู ละเพอ่ื นได้ จังหวะดนตรี
4. เดก็ แสดงท่าทางประกอบเพลงได้ 2. การรอ้ งเพลง
5. เด็กเล่นและการทางานร่วมกับผอู้ น่ื ได้ 3. การใช้ภาษาบอกความต้องการ
4. การสังเกตวตั ถุหรือสง่ิ ของทมี่ สี ีสันและรูปทรงที่
2. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ แตกตา่ งกัน
การเก็บของเข้าท่ี วสั ดอุ ุปกรณ์ ของเล่น ของใช้ 5. การเล่นออกกาลังกลางแจ้งอย่างอิสระ
3. ข้ันตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ขนั้ นา (กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ 15 นาที)
1. เด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายพนื้ ฐานโดยการให้หาพนื้ ที่ของตนเอง เช่น การเดิน การกระโดด การวง่ิ และ
การคลานไปรอบๆบริเวณอยา่ งอิสระตามจังหวะท่ีครเู คาะ โดยไมช่ นกัน เมื่อไดย้ ินสัญญาณหยุด ให้ เด็กหยุด
เคล่ือนไหวในทา่ นัน้ ทนั ที
2. ครแู จกริบบ้ินสี(ผา้ หรือเชือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) แลว้ ให้เดก็ เคลอ่ื นไหวริบบิ้นตามจินตนาการ และตาม
จังหวะเครอ่ื งเคาะเมื่อหยดุ เคาะให้เด็กปฏิบตั ิตามคาสัง่ เช่น จับกลุ่มริบบ้นิ สีเดยี วกัน นาริบบ้ินมาวางต่อกันให้
ยาวทีส่ ดุ ช่วยกนั ทารบิ บนิ้ เปน็ รูปวงกลม สามเหลยี่ ม ฯลฯ
3. ปฏิบตั ิตามขอ้ 2 ซา้ โดยเปลย่ี นคาสง่ั ตามต้องการ ให้เดก็ น่ังพักคลายกล้ามเนื้อ
ขน้ั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
4. เดก็ และครรู ว่ มกนั รอ้ งเพลง “เกบ็ ของ” ตามครรู ้องเพลงทลี ะประโยค ให้เดก็ ร้องตามเมือ่ เดก็ ร้อง
ได้คลอ่ งแล้ว ครูและเด็กรอ้ งพร้อมกัน พรอ้ มกบั ปรบมอื เปน็ จงั หวะไปดว้ ย ครูสนทนาในเน้ือเพลง พรอ้ มกับ
ถามเด็กว่า “ ถ้าเดก็ ๆ ใช้ของต่าง ๆ เสร็จแลว้ ปล่อยทงิ้ ไว้หรือไม่เก็บจะเกดิ อะไรขึ้น”
5. เดก็ ๆ ไปหยิบของใช้ ได้แก่ สีเทียน ดินน้ามัน แก้วน้า รองเท้า ออกมาวางไว้ และครสู นทนาถึง
การเก็บของเก็บวสั ดุ อุปกรณ์เขา้ ที่จากน้ันให้เดก็ ฝกึ ปฏิบตั ิการเกบ็ ของเขา้ ท่ี
6. เด็กและครรู ่วมกันสรปุ ถึงประโยชน์ของการเกบ็ ของเก็บวัสดุ อุปกรณ์เข้าทีใ่ ห้เรียบร้อย
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)
7. ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการพิมพภ์ าพ และสาธิตการใชว้ ัสดุทีเ่ หลอื ใช้ ใหเ้ ด็กพิมพ์ภาพด้วยวสั ดทุ ่ี
เหลอื ใช้ และตอ่ เตมิ เปน็ รูปภาพตามจินตนาการของตนเอง
8. นาผลงานมาบอกชือ่ และเลา่ เร่อื งใหค้ รูจดบนั ทึก เดก็ ๆ ออกมาเล่าให้เพอ่ื นฟงั
9. เมื่อหมดเวลาเด็กทุกคนช่วยกนั จัดเก็บอปุ กรณใ์ ห้เรียบร้อย
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครูแนะนาการเล่นการปฏิบัตติ นในการเลน่ มมุ กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
11. เด็กเลอื กเล่นมุมกจิ กรรมเสรีตามความสนใจ
12. ใหเ้ ด็กเล่นอยา่ งอสิ ระหลังจากเลิกเลน่ ใหเ้ ด็กเก็บของเข้าท่ใี หเ้ รียบร้อย
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 25 นาที)
13. ครูพดู คยุ และสรา้ งข้อตกลงรว่ มกนั กับเด็กในการออกไปทากจิ กรรมนอกห้องเรียน
14. กจิ กรรมกลางแจ้งเดก็ และครยู นื เป็นรปู วงกลมแล้วอบอุ่นร่างกายดว้ ยทา่ ตา่ งๆ ดงั นี้ กระโดดตบ
แตะสลับ หมนุ เอว หมุน ไหล่ เข่า สลัดมอื วิ่งอยูก่ บั ที่
15. ครสู ร้างขอ้ ตกลง ขอ้ ควรระวังในการเล่นเกม แนะนาและสาธิตการเล่นทถ่ี กู วิธีในการเลน่ เกมเสอื
กินววั ครูคอยดูแลอยา่ งใกล้ชิด เล่นประมาณ 15-20 นาที จากนนั้ ใหเ้ ด็ก ๆ เลอื กเลน่ เครื่องเลน่ สนามอย่าง
อิสระ แนะนาวิธีการเลน่ อยา่ งระมดั ระวัง
16. ครูใหส้ ัญญาณนกหวดี ทกุ คนเตรียมตัวเก็บของ ครูนาเดก็ ๆ เข้าแถวทาความสะอาดล้างมือ ทาความ
สะอาดร่างกายก่อนกลับเข้าห้องเรยี น
ข้นั สรปุ (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
17. ครูพาเดก็ ตนื่ นอน ล้างหน้า ดื่มนม
18. ครสู รปุ ทบทวนเก่ยี วกบั เร่อื งการเก็บของ วัสดุอุปกรณ์ เข้าท่ี และการจัดเก็บสง่ิ ของที่อยใู่ น
หอ้ งเรียนหลงั จากทเ่ี รานามาใช้ในกิจกรรมน้ัน ๆ เสรจ็ แลว้ โดยจดั เก็บไวใ้ นทจี่ ัดเกบ็ เพื่อความเรยี บร้อย
19. ครแู นะนาอปุ กรณ์พรอ้ มทง้ั สาธติ วธิ ีการเล่นเกมจับคู่ภาพกับเงา ชว่ ยกันสังเกตภาพและจับคู่
ภาพกบั เงา ขณะเด็กเลน่ เกมครคู อยแนะนาและคอยดูแลอยา่ งใกลช้ ิด
20. เดก็ ๆ ชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณ์การเลน่ เกมเขา้ ท่ีให้เรียบร้อย
4. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
เครอ่ื งเคาะจังหวะ ริบบ้ินสีต่างๆ(ผ้าหรอื เชือกอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ) เพลงเกบ็ ของ รองเทา้ แกว้ นา้
สีเทียน สีนา้ จานสี ใบงาน แปรงสีฟัน อุปกรณต์ ่างท่ใี ช้พิมพภ์ าพ เกมจบั คภู่ าพกบั เงา
5. การประเมินผล
1. สังเกตพฤติกรรมการเก็บของเข้าท่ีเดิม
2. สงั เกตการเคลื่อนไหวรา่ งกายพร้อมอปุ กรณ์
3. สงั เกตการรว่ มสนทนากับครแู ละเพื่อน
4. สังเกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง
5. สงั เกตการเลน่ และการทางานรว่ มกบั ผอู้ ืน่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 4 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การเขา้ แถว การรอคอย
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เด็กปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง เขา้ แถวตามลาดับก่อนหลงั ได้
2. เดก็ ปฏบิ ตั ิกจิ วตั รประจาวันของตนเอง
3. เด็กกลา่ วคาสนทนาทักทายสน้ั ๆ โต้ตอบกับครแู ละเพ่อื นได้
4. เด็กรอ้ งเพลงและทาท่าทางประกอบเพลงได้อย่างสนกุ สนาน
2. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
การเขา้ แถว การรอคอย 1. การเคล่อื นไหวสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายตาม
จงั หวะดนตรี
2. การอดทนรอคอยตามวยั
2. การร้องเพลง
3. การใชภ้ าษาบอกความต้องการ
4. การเคลือ่ นไหวและการทรงตัว
5. การเลน่ ออกกาลงั กลางแจ้งอย่างอสิ ระ
3. ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ 15 นาท)ี
1. ครูรอ้ งเพลง “เข้าแถว” และเพลง“เรยี งลาดบั ” ให้เด็กฟงั จากนั้น ใหเ้ ดก็ ร้องเพลงตามทีละวรรค
2. เด็กร้องเพลงได้แล้ว ใหร้ อ้ งเพลงพร้อมกับทาทา่ ทางประกอบเพลงตามจินตนาการ
3. เด็กน่ังพกั ผ่อนร่างกาย 2-3 นาที
ข้นั สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
4. ครูนาภาพเดก็ เข้าแถวซ้ืออาหาร ภาพเขา้ แถวข้ึนรถ ฯลฯ และสนทนากบั เด็ก ๆเก่ียวกบั ระเบยี บวนิ ยั
การรอคอยตามลาดบั ก่อนหลัง โดยใชค้ าถาม “ทาไมต้องตอ่ แถวตามลาดบั ก่อน-หลงั ” “ถา้ เด็ก ๆไม่เขา้ แถว
ตามลาดับจะเป็นอยา่ งไร” ฯลฯ
5. เด็กและครสู รา้ งข้อตกลงร่วมกันเกีย่ วกบั การเข้าแถว ดงั น้ี
- เรยี งตามลาดับมาก่อน – มาหลัง
- ไม่แทรกระหว่างเข้าแถว
- ไม่ผลกั เพื่อนในขณะเข้าแถว
6. ครรู ้องเพลง “เข้าแถว” และเพลง“เรยี งลาดบั ” ให้เด็ก ๆ ฝกึ การเข้าแถว โดยครูคอยดูแลให้
คาแนะนาอย่างใกล้ชดิ
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาท)ี
7. ครูนาอุปกรณ์การระบายสีมาให้เด็กดูและอธบิ ายให้เด็กๆ ฟงั เก่ียวกบั การระบายสีตามจนิ ตนาการ
ครใู หเ้ ด็กรบั ใบงาน การระบายสีภาพ “เด็กๆ เข้าแถวมีระเบียบวนิ ัย” จากนั้นใหเ้ ดก็ ระบายสตี ามจนิ ตนาการ
เสรจ็ แล้วเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
8. เดก็ นาเสนอผลงานของตนใหเ้ พือ่ นๆ และครูฟงั
9. เดก็ ทุกคนชว่ ยกนั เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครูแนะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเลน่ มมุ กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
11. เด็กเลือกเลน่ มุมกิจกรรมเสรีตามความสนใจ
12. ใหเ้ ดก็ เล่นอยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เลน่ ให้เด็กเก็บของเขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อย
(กิจกรรมกลางแจง้ 25 นาที)
13. ครพู ูดคุย และสรา้ งข้อตกลงรว่ มกนั กบั เดก็ ในการออกไปทากจิ กรรมนอกห้องเรียน
14. ครอู ธิบายวิธกี ารเดนิ ทรงตวั บนกระดานแผน่ เดยี วทีละคน โดยครูสาธติ ให้เด็กดูเป็นตัวอยา่ ง 1 รอบ
15. ครูรอ้ งเพลง “เข้าแถว” ให้เด็กๆ ยืนเข้าแถวรอคอย เพ่ือเดินบนกระดานทรงตัวทลี ะ 1 คน ให้ทาจน
ครบทุกคน เล่นประมาณ 15-20 นาที จากน้ันให้เด็ก ๆ เลือกเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ แนะนาวิธีการเล่น
อยา่ งระมดั ระวงั
16. ครใู หส้ ัญญาณนกหวีดทกุ คนเตรยี มตวั เกบ็ ของ ครูพาเดก็ ๆ เข้าแถวทาความสะอาดลา้ งมือ ทาความ
สะอาดร่างกายก่อนกลบั เขา้ ห้องเรียน
ข้นั สรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 40 นาที)
17. ครูพาเดก็ ตื่นนอน ล้างหน้า ดื่มนม
18. เด็กและครรู ว่ มกนั ทบทวนขอ้ ตกลงในการเข้าแถวให้เป็นระเบยี บ และการทากจิ กรรมรว่ มกัน
และอธิบายวิธีการเล่นเกมการศึกษา ครูนาเกมการศึกษา “การเรียงลาดับเล็ก-ใหญ่ของลูกบอล” ครูแนะนาเกม
และสาธิตการเล่นเกมให้เด็กดู จากน้ันเด็กและสร้างข้อตกลงร่วมกันก่อนการเล่นเกม ครูแบ่งกลุ่มให้เด็กเล่นเกม
“การเรยี งลาดบั เลก็ -ใหญข่ องลกู บอล”
19. เม่ือเลน่ เสร็จครใู หเ้ ด็กๆ ช่วยกันเก็บอปุ กรณเ์ กมการศึกษา
4. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
เพลง “เข้าแถว” และเพลง“เรยี งลาดับ” บตั รภาพการยนื เขา้ แถว ใบงานภาพเดก็ เขา้ แถว สีเทียนแท่งใหญ่
การเรียงลาดับเล็ก-ใหญ่ของลกู บอล ไม้กระดานทรงตัว เกมการศึกษา “การเรยี งลาดับเล็ก-ใหญ่ของลกู บอล”
เกมการศึกษาท่เี คยเลน่ มาแล้ว
5. การประเมินผล
1. สงั เกตการปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง การเข้าแถวตามลาดับกอ่ น-หลงั
2. สังเกตการชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวตั รประจาวนั
3. สงั เกตการสนทนา ตอบคาถาม โตต้ อบกบั ครูและเพ่ือน
4. สังเกตการร้องเพลงและทาทา่ ทางประกอบเพลงอยา่ งสนุกสนาน
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 4 วันท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ความปลอดภัยในการเลน่
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1. เดก็ บอกวธิ ีการเล่นเครือ่ งเลน่ สนามใหป้ ลอดภัยได้ 1. การเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆ ของร่างกายตาม
2. เด็กเลน่ เครื่องเลน่ สนามได้ถูกวธิ ีและปลอดภัย
3. เดก็ ฟังและปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลงได้ จังหวะดนตรี
4. จบั คู่ภาพท่เี หมือนกันได้ 2. การรักษาความปลอดภยั ของตนเอง
3. การใชภ้ าษาบอกความต้องการ
2. สาระการเรียนรู้ 4. การควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทาง
สาระทคี่ วรเรียนรู้
ความปลอดภยั ในการเลน่ อารมณ์
5. การเล่นออกกาลังกลางแจ้งอย่างอิสระ
6. การฟงั นิทานหรือเรอ่ื งราวสน้ั ๆ
3. ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ข้ันนา (กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 15 นาที)
1. เดก็ เคล่อื นไหวร่างกาย โดยครูสร้างข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกาย ดงั นี้ เคาะ 1 ครั้ง กระโดด
เป็นกบ 1 คร้ัง เคาะ 2 คร้ังติดกัน ให้หยุดเปน็ ท่าทางต่างๆ ตามจินตนาการ เคาะเร็วๆ กระโดดเปน็ กบเรว็ ๆ
โดยไมใ่ หช้ นกันกับเพื่อน
2. ครเู คาะจังหวะให้เดก็ เคลื่อนไหวร่างกายตามข้อตกลง 2-3 ครง้ั แลว้ ให้เดก็ พักคลายกล้ามเนอื้
ขัน้ สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
3. ครเู ลา่ นิทานเกยี่ วกับการป้องกนั และรกั ษาความปลอดภัย (หรือภาพข่าวเกยี่ วกับอบุ ตั เิ หตุทเี่ กิดข้ึน
แต่ไม่ควรนาภาพท่สี ยดสยอง นา่ กลวั มาให้เด็กด)ู พร้อมท้ังสนทนาเรอื่ งราวตา่ งๆ ในนิทานหรอื ภาพอุบัติเหตทุ ่ี
อาจเกิดขึน้ กับเด็ก ๆ เชน่ เล่นไม่ระมดั ระวัง เล่นเครื่องเล่นผิดวธิ ี ผลกั เพือ่ น ฯลฯ
4. ครูนาบัตรภาพเครื่องเลน่ สนามชนดิ ตา่ งๆและภาพอุบัตเิ หตจุ ากการเลน่ ผิดวิธีมาให้เด็กสงั เกตพร้อม
สนทนาโดยใชค้ าถาม ดังนี้ “เคร่อื งเล่นสนามชนิดนี้ เรยี กวา่ อยา่ งไร” “เครื่องเล่นสนามชนดิ น้ี เล่นอย่างไรจึงจะ
ปลอดภยั ” “โรงเรยี นของเรามเี ครื่องเล่นสนามอะไรบ้าง” “เม่ือเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามเสร็จแลว้ ควรทาอย่างไร”
5. เดก็ และครูร่วมกนั สรุปวธิ ีการเล่นเคร่ืองเล่นสนามใหป้ ลอดภัย
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาท)ี
6. ครูสาธิตวิธีการขยากระดาษใหเ้ ปน็ ก้อนกลมเพื่อให้เด็ก ๆ ทาเป็นลูกบอลลกู เลก็ แล้วนากระดาษสมี า
ปะติดใหล้ กู บอลกระดาษให้สวยงาม จากนนั้ ให้เด็กนามาเล่นกบั เพ่ือน ๆ
7. เด็กนาเสนอผลงานของตนใหเ้ พื่อนๆ และครฟู ัง
8. เดก็ ทกุ คนชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณ์ให้เรียบร้อย
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครูแนะนาการเลน่ การปฏิบตั ติ นในการเล่นมุมกจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
11. เดก็ เลือกเล่นมุมกิจกรรมเสรตี ามความสนใจ
12. ให้เด็กเล่นอย่างอสิ ระหลงั จากเลิกเลน่ ใหเ้ ด็กเกบ็ ของเข้าที่ให้เรียบร้อย
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 25 นาที)
13. เดก็ และครเู ข้าแถวเพื่อไปเรยี นรู้เรือ่ งการเล่นเครอ่ื งเล่นสนามท่สี นามเดก็ เล่น เด็กและครจู ับมือ
ยืนเป็นวงกลมทบ่ี รเิ วณสนามเดก็ เลน่ ให้เด็กออกมาเปน็ ผูน้ าในการอบอ่นุ ร่างกายดว้ ยท่ากายบริหารต่างๆ
พรอ้ มทั้งนับเลข ONE-TE
14. ครูแนะนาการการเล่นเครอื่ งเล่นสนามอย่างถูกวิธีและปลอดภยั
15. เดก็ เลอื กเล่นเครื่องเล่นสนามตามความสนใจโดยมีครูคอยดูแลอย่างใกลช้ ิด
16. ครใู หส้ ญั ญาณนกหวีดทกุ คนเตรียมตัวเก็บของ ครพู าเดก็ ๆ เข้าแถวทาความสะอาดล้างมอื ทาความ
สะอาดร่างกายก่อนกลับเข้าห้องเรียน
ขน้ั สรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 40 นาที)
17. ครพู าเด็กตนื่ นอน ลา้ งหน้า ดืม่ นม
18. ครูสรุปทบทวนเกี่ยวกบั เรอ่ื งการสนทนาและกล่าวคาทักทาย และครสู าธิตการเลน่ เกมจับคู่
ภาพเหมอื นเคร่ืองเล่นสนามใหเ้ ดก็ สังเกต ให้เดก็ นงั่ เป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ ตวั แทนออกมา
รับเกมจบั คู่ภาพเหมอื นไปรวมกันเล่นกับเพื่อนในกลุม่ โดยมคี รคู อยแนะนาวิธกี ารเล่น
19. เม่ือเลน่ เสรจ็ ครใู หเ้ ดก็ ๆ ชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณเ์ กมการศึกษา
4. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
เคร่อื งเคาะจังหวะ เพลงออกกาลังกาย บัตรภาพเคร่ืองเลน่ สนาม เคร่อื งเล่นสนาม นิทานเกยี่ วกบั การ
ปอ้ งกนั และรกั ษาความปลอดภัย ภาพข่าวเกย่ี วกบั อบุ ัติเหตุ เกมจับคภู่ าพเหมือนเคร่ืองเลน่ สนาม กระดาษสี
กาว กระดาษท่ใี ชข้ ยาทาลูกบอล(เลอื กใชต้ ามความเหมาะสม)
5. การประเมินผล
1. สังเกตการสนทนาตอบคาถามแสดงความคดิ เห็นของเด็กวิธกี ารเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามให้ปลอดภยั
2. สงั เกตการเลน่ ของเด็ก
3. สังเกตการฟงั และปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 4 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การแบง่ ปัน
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เดก็ บอกการปฏิบัติตนในการชว่ ยเหลือ แบง่ ปันกันได้
2. เด็กเคลอื่ นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระได้
3. เด็กฟังและปฏิบตั ิตามคาสั่งได้
2. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
การแบง่ ปัน การช่วยเหลอื กัน 1. การเคลอื่ นไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายตาม
จงั หวะดนตรี
2. การร้องเพลง
3. การใชภ้ าษาบอกความต้องการ
4. การแบง่ ปันหรือการให้
5. การเล่นออกกาลังกลางแจ้งอยา่ งอิสระ
6. การฟังนิทานหรือเรื่องราวสนั้ ๆ
3. ขนั้ ตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ข้ันนา (กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ 15 นาที)
1. เดก็ เคลื่อนไหวสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายไปท่วั บริเวณท่ีกาหนดใหอ้ ย่างอสิ ระตามจงั หวะที่ครเู คาะ
จังหวะ ชา้ -เร็ว เม่อื ได้ยินสัญญาณเคาะ 2 ครัง้ ติดกนั เด็กหยุดการเคลอ่ื นทีท่ ันที
2. เดก็ เคลอ่ื นไหวตามคาสงั่ เชน่ จับกลมุ่ 2 คน กล่มุ 3 คน ฯลฯ
3. ครขู ออาสาสมคั รออกคาสัง่ ให้เพือ่ นปฏบิ ัติตาม เชน่ ตบมือ ผงกศีรษะ เดนิ วง่ิ กระโดด ฯลฯ
4. ปฏบิ ัติกจิ กรรมซา้ ข้อ 2 และ ขอ้ 3
5. เดก็ พกั ผ่อนในทา่ ท่ีสบาย
ขัน้ สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
6. เดก็ รอ้ งเพลง เด็กดีมีน้าใจพร้อมท้ังทาท่าทางประกอบเพลง ครูเลา่ นิทานปลาสายรุ้ง เดก็ และครู
รว่ มสนทนาถงึ เน้ือหาของนิทาน ให้เดก็ เล่าประสบการณเ์ ก่ียวกับการชว่ ยเหลอื แบ่งปันกัน “เคยช่วยเหลือ
แบ่งปันอะไรให้กับเพอ่ื น ๆ บ้าง” “เด็ก ๆ เคยช่วยเหลอื เพ่ือนๆอย่างไรบ้าง” “ถา้ เด็ก ๆเล่นคนเดียว ไม่ยอม
แบง่ ของเล่นให้ใครเล่นดว้ ย จะเปน็ อยา่ งไร”
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
7. ครแู นะนาและสาธติ การกลง้ิ สีด้วยลกู แกว้ ดังนี้ ผสมสนี า้ ใส่ในถว้ ย ใสล่ ูกแก้วลงในสีทผ่ี สมไว้ ใช้
ช้อนตกั ลูกแก้ว ไปกลง้ิ ลงบนกระดาษA4 ท่วี างไวใ้ นฝากล่องลังกันลูกแกว้ หลน่ กล้งิ ไปทว่ั ๆจนสจี ากลูกแกว้ แหง้
ให้ตกั ลกู แกว้ ไปจมุ่ สแี ล้วนามากลงิ้ ใหมแ่ ล้วให้เด็กลงมือปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยครคู อยชว่ ยเหลอื อย่างใกล้ชดิ (เตรียม
ผา้ ชบุ นา้ หมาดๆไวส้ าหรบั เชด็ สที อ่ี าจหกเลอะเทอะ ระหวา่ งปฏบิ ัตกิ จิ กรรม)
8. ครูช่ืนชมและให้กาลังใจเพ่ือให้เด็กทางานไดท้ ุกคนและนาผลงานของเด็กไปติดแสดงผลงาน เมือ่ สีแห้ง
ให้เดก็ ออกมานาเสนอผลงานของตนเองให้ครูและเพื่อน ๆฟงั
9. เดก็ ทุกคนชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณใ์ หเ้ รียบร้อย
(กจิ กรรมเสรี 20 นาที)
10. ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นมมุ กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
11. เด็กเลือกเลน่ มุมกจิ กรรมเสรีตามความสนใจ
12. ใหเ้ ด็กเลน่ อยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กเกบ็ ของเข้าทใี่ หเ้ รยี บร้อย
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 25 นาที)
13. ครพู ดู คุย และสรา้ งข้อตกลงร่วมกันกับเด็กในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี น
14. เดก็ และครูสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบตั ิตนเมอื่ ลงไปที่สนาม
15. ใหเ้ ดก็ ยืนเขา้ แถวเป็นวงกลม อาสาสมคั รเดก็ ออกมายืนกลางวง 1 คน เพื่อเป็นผู้นาในการแสดง
ทา่ กายบริหารหมุนเวียนกันไป โดยใช้ท่ากายบริหารไมซ่ ้ากัน เลน่ ประมาณ 15-20 นาที จากนัน้ ใหเ้ ด็ก ๆ เลอื ก
เล่นเครอ่ื งเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ แนะนาวิธกี ารเลน่ อย่างระมัดระวัง
16. ครูให้สัญญาณนกหวีดทกุ คนเตรยี มตัวเกบ็ ของ ครูพาเด็กๆ เขา้ แถวทาความสะอาดล้างมือ ทาความ
สะอาดรา่ งกายกอ่ นกลบั เข้าห้องเรียน
ขน้ั สรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 40 นาที)
17. ครพู าเด็กตน่ื นอน ล้างหน้า ดืม่ นม
18. ครูสรุปทบทวนเกย่ี วกับเรอ่ื งการแบง่ ปนั การชว่ ยเหลือกนั และอธิบายวิธีการเลน่ เกมภาพตดั ต่อเดก็
เลน่ ของเล่นร่วมกันเพ่ือน โดยให้เดก็ สงั เกตภาพที่สมบรู ณก์ ่อน แล้วใหเ้ ดก็ นาช้นิ ส่วนมาต่อให้เปน็ ภาพทีส่ มบรู ณ์
(2-3ชิน้ )
19. เม่ือเลน่ เสรจ็ ครใู หเ้ ด็กๆ ช่วยกนั เกบ็ อปุ กรณ์เกมการศึกษา
4. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
เคร่ืองเคาะจังหวะ เพลง “ เด็กดีมนี า้ ใจ” บตั รภาพ ลกู แกว้ สีน้า ฝากล่อง A4 ถ้วย ชอ้ น
เกมภาพตัดต่อเดก็ เลน่ ของเลน่ ร่วมกนั เพื่อน
5. การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการเลน่ ของเลน่ การทางานศิลปะ และการแบง่ ปนั
2. สังเกตการเคลือ่ นไหวร่างกาย
3. สังเกตการฟังและปฏบิ ตั ิตามคาสงั่
4. สังเกตการสนทนาตอบคาถามแสดงความคดิ เห็น
ภาคผนวก
เพลง เก็บของ
เก็บ เก็บ เก็บ มาช่วยกนั เก็บของที
เรว็ คนดี เลน่ แลว้ ชว่ ยกนั เก็บเอย
เพลง ออกกาลัง (สกุรี ไกรเลศิ )
ออกกาลงั ดว้ ยการรอ้ งราทาเพลง ใหค้ รื้นเครงเสยี งบรรเลงจับใจ
รารอ้ งกนั ไปไม่มีหมน่ หมองฤทยั แลว้ เราเพลดิ ใจ ดว้ ยการร้องราทาเพลง
เพลง เขา้ แถว
เข้าแถว เข้าแถว อยา่ ลา้ แนวเดนิ เรยี งกัน
อย่ามัวแชเชือน เดนิ ตามเพื่อนให้ทัน
ระวังจะเดนิ ชนกัน เข้าแถวพลันว่องไว
เพลง เรียงลาดับ
เรยี ง เรามาเรียงลาดับ ลาดบั ลาดบั ก่อนหลงั
คนทน่ี า่ ชงั (ซ้า) มาทีหลัง ก็ไมเ่ รียงลาดับ (ซา้ )
มาก่อนตอ้ งอยขู่ ้างหน้า มาช้าก็อยู่ถัดไป
จาไว้นะเด็กไทย (ซา้ ) ระเบียบวนิ ัยเปน็ สิ่งสาคัญ (ซ้า)
เพลง เด็กดีมีนา้ ใจ (อาไพ สุจริตกุล) ทานองเพลง ข้ามถนน
เด็กท่ดี ีต้องมีน้าใจ อยู่กับใคร ไม่ทาให้เพ่ือนเดอื ดรอ้ น
พูดไพเราะ และชว่ ยทางานไม่เกี่ยงงอน ดีทุกข้นั ตอน
จติ เมตตาอภยั แบ่งปัน มงแซะ มงแซะ แซะมง ตะลุ่มตุ้มมง (ซ้า)
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 5 สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เร่ืองราวเกี่ยวกบั ตัวเดก็
หน่วยการเรยี นรู้ หนูน้อยรกั สขุ ภาพ
ความคดิ รวบยอด
ร่างกายของเราประกอบด้วยอวัยวะที่สาคัญ ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน เราควรดูแลรักษาร่างกาย
ใหส้ ะอาดและปลอดภยั เพอื่ ใหเ้ รามีสุขภาพอนามัยที่ดี
ตา หู จมกู ปาก มือ เทา้
วธิ กี ารใชห้ น้ากากอนามัย อวัยวะและการดูแลรกั ษา การแปรงฟนั ให้ถูกวธิ ี
การใชห้ น้ากากอนามัย หนูน้อยรักสขุ ภาพ ฟ ฟันแสนสวย
ประโยชน์การใช้หนา้ กากอนามัย (ร่างกายของฉนั ) การดแู ลรกั ษาความสะอาดฟัน
บอกหนา้ ที่ของมือ ลา้ งมือกันเถอะ อาบน้ากนั นะ การอาบน้าอย่างถูกวธิ ี
วธิ ีการดแู ลรักษาความสะอาดมือ การดแู ลรักษาความสะอาดร่างกาย
ความสะอาด
ส่ิงทเี่ ดก็ รู้แลว้ ส่งิ ที่เดก็ ต้องการรู้ ส่ิงทีเ่ ด็กควรรู้
1........................................ 1............................................ 1.อวัยวะและการดแู ลรกั ษา (ตา หู จมูก ปาก มอื เท้า)
2......................................... 2............................................ 2.ฟ ฟนั แสนสวย
3......................................... 3............................................ 3.อาบน้ากนั นะ
4........................................ 4............................................ 4.ล้างมือกนั เถอะ
5. .......................................... 5. .......................................... 5.การใช้หน้ากากอนามยั
6.การออกก้าลังกาย
7.การพักผ่อน นอนหลบั
8.นักประดิษฐ์ตวั น้อย
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรียนรูท้ ่ีควรเรียนรู้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ พัฒนาการ
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ (DSPM)
หน่วยที่ 5
หนนู ้อยรกั สขุ ภาพ
1.รา่ งกายของฉนั คณุ ลกั ษะทพี่ ึงประสงค์ ดา้ นรา่ งกาย
- อวยั วะและการ 2.1 ใช้กลา้ มเนอื้ ใหญ่ 1.อวัยวะและการดูแลรักษา 1.การดแู ลรกั ษา ข้อ 60 เหว่ยี งขาเตะ
ดูแลรักษา (ตา หู ได้เหมาะสมกับวัย (ตา หู จมกู ปาก มือ เท้า) ความสะอาดของ ลกู บอลได้ (GM)
จมูก ปาก มอื เท้า) - นงั่ ยอง ๆ เลน่ โดยไม่เสีย 2.ฟ ฟันแสนสวย รา่ งกาย
การทรงตวั 3.อาบน้ากนั นะ 2.การเคลือ่ นไหว ข้อ 65 กระโดดเทา้ พน้
- ฟ ฟันแสนสวย - กระโดดอยู่กับทีโ่ ดยเท้า 4.ลา้ งมอื กนั เถอะ สว่ นตา่ ง ๆ ของ พน้ื ทง้ั 2 ขา้ (GM)
- อาบน้ากันนะ พน้ พืนทงั 2 ขา้ ง 5.การใชห้ น้ากากอนามัย ร่างกายตามจังหวะ ข้อ 67 ช่ืออวัยะ 7 สว่ น
คุณลกั ษะทพ่ี ึงประสงค์ ดนตรี (RL)
- ล้างมือกันเถอะ 2.2 ใชก้ ลา้ มเน้อื เลก็ และ 3.การเคลอ่ื นไหว
ประสานสัมพนั ธ์ มือ - ตา และการทรงตั ข้อที่ 69 ล้างมือเช็ด
- การใช้หน้ากาก ได้เหมาะสมกับวัย 4.การเลน่ ตออก มอื ได้เอง (PS)
อนามัย - จับสเี ทียนแท่งใหญ่ เพ่อื ก้าลงั กายกลางแจง้
ขีดเขยี นได้ อย่างอิสระ ขอ้ ท่ี 74 สนใจฟัง
คณุ ลักษะท่ีพึงประสงค์ 5.การเลน่ เครือ่ ง นิทานได้นาน 5 นาที
3.1 ร่าเริงแจม่ ใส เล่นสัมผสั (RL)
- อารมณ์ดี ยิมแย้ม หัวเราะง่าย 6.การเขยี นขดี เขี่ย
แววตามคี วามสุข 7.การตัดปะ
คณุ ลกั ษะทีพ่ ึงประสงค์ 8.การปนั้
3.3 สนใจและมีความสุข ด้านอารมณแ์ ละ
กับธรรมชาติสิ่งสวยงาม จิตใจ
ดนตรี และจังหวะ 9.การแสดงอารมณ์
การเคลอ่ื นไหว ทเ่ี ป็นสุข
- ตอบสนองต่อธรรมชาติ 10.การท้ากิจกรรม
เสยี งเพลง จังหวะดนรี และ ศิลปะ
ส่ิงสวยงามต่าง ๆ อยา่ ง 11.การร้องเพลง
เพลดิ เพลนิ 12.การฟงั นิทาน
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรียนรทู้ ่ีควรเรียนรู้ สภาพทพี่ ึงประสงค์และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
หน่วยการเรียนรู้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมินพฒั นาการ
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั (DSPM)
คณุ ลักษะที่พึงประสงค์ ดา้ นสังคม
6.1 รบั รูแ้ ละเข้าใจความหมาย 13.การช่วยเหลือ
ของภาษาไดต้ ามวยั ตนเองในกจิ วตั ร
- รอ้ งเพลงไดบ้ างค้า และ ประจ้าวนั ตามวนั
ร้องเพลงคลอตามท้านอง 14.การเล่นอย่างอิสระ
- สนใจดหู นังสอื นิทานภาพ 15.การเล่นรวมกลุ่ม
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ กับผูอ้ ่ืน
6.2 แสดงออกและ/หรือ ด้านสติปัญญา
พดู เพ่ือสี่อความหมายได้ 16.การตอบคา้ ถาม
- พูดเปน็ วลีสนั ๆ จากการคิด
- มกั จะถามค้าถาม 17.การเช่ือมโยง
“อะไร และ “ทา้ ไม” จากประสบการณ์เดิม
18.การพดู บอก
ความตอ้ งการเล่า
เรอื่ งราว
19.การแสดง
ความคดิ สร้างสรรค์
และจนิ ตนาการ
แนวการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ท่ี 5 สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เร่อื งราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรักสขุ ภาพ
กจิ กรรม เคลอ่ื นไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศลิ ปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมุม กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วันที่ และจงั หวะ
- จับคู่
1 - น่ังยอง ๆ ตาม - รอ้ งเพลง “ตาเราไว้ด”ู -ออกแบบทา่ ทาง เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ - เลน่ เกม ภาพเหมอื น
อวยั วะ จังหวะ ช้า-เร็ว - สนทนาเก่ยี วกบั ประกอบเพลง ได้เลอื กเลน่ ในมุม “ แมว กิน ปลา “อวยั วะ”
อวัยวะส่วนต่าง ๆ “ตาเรามไี ว้ดู” ตามความสนใจและ ยา่ ง”
2 นง่ั ยองยองตาม ของรา่ งกายและ ตามจินตนการ ค้นหาความถนดั ของตน - จับคอู่ ปุ กรณ์
ฟ.แปรงฟัน จังหวะชา้ -เรว็ - การดแู ลรักษา โดยจัดใหส้ อดคลอ้ ง การแปรงฟนั
กบั หน่วยการเรียนรู้
3 นงั่ ยองยองตาม - เล่านิทานเร่ืองคณุ - ดีดสีด้วยแปรงสี - เล่นเกมทเี่ คยเลน่
อาบน้า จงั หวะ ฟองนกั แปรงฟนั ใช้ ฟันตามจนิ ตนาการ เปิดโอกาสให้เดก็ - เลน่ เครอ่ื งเล่น มาแล้วในต้นสัปดาห์
ช้า-เร็ว คา้ ถามกระตนุ้ คิด ไดเ้ ลือกเล่นในมุม สนามอยา่ งถกู วิธี
4 เกยี่ วกบั เนือหาใน ตามความสนใจและ และปลอดภยั - ภาพตดั ตอ่
ลา้ งมือ นัง่ ยองยองตาม นิทาน ค้นหาความถนัดของตน “รปู การลา้ งมอื ”
จงั หวะ โดยจัดใหส้ อดคลอ้ ง 1-2 ชนิ
5 ชา้ -เรว็ ฟังนิทานเรื่อง”ลูก - ป้นั ดินน้ามัน หรือ กบั หนว่ ยการเรยี นรู้
หน้ากาก ลงิ ไปโรงเรยี น” ใช้ - จบั ค่ภู าพ
น่งั ยองยองตามจังหวะ คา้ ถามกระตุ้นคดิ แปง้ โดว์ตาม เปดิ โอกาสให้เด็ก - เลน่ เกม ความสัมพันธ์
ชา้ -เร็ว เก่ียวกับเนือหาใน จินตนาการ ไดเ้ ลอื กเล่นในมมุ “ขมี่ า้ กา้ นกลว้ ย” “อุปกรณท์ ีใ่ ช้
นิทาน ตามความสนใจและ ในหอ้ งน้า”
ค้นหาความถนัดของตน
-ท้าทา่ ทางลา้ งมือ 7 -พมิ พ์ภาพด้วย โดยจดั ใหส้ อดคลอ้ ง
ขนั ตอน เรยี นรู้การ “ฝา่ มอื ” ตาม กับหนว่ ยการเรยี นรู้
ล้างมือ 7 ขนั ตอน จนิ ตนาการ
ดว้ ยการปฏิบัติจริง เปดิ โอกาสให้เด็ก - เล่นการละเลน่
-ฟงั นทิ านเรือ่ ง”ลูก - ประดิษฐ์ ตกุ๊ ตา ไดเ้ ลือกเลน่ ในมุม พนื บา้ น
ลงิ ไปโรงเรียน” “ชวนน้องใส่หน้ากาก ตามความสนใจและ “มอญซ่อนผา้ ”
อนามัย” ค้นหาความถนัดของตน
ฟังนทิ านเร่อื ง”ลูก ลงิ โดยจดั ให้สอดคลอ้ ง
ไปโรงเรยี น” ใช้ กับหนว่ ยการเรยี นรู้
ค้าถามกระตุ้นคิด
เกยี่ วกบั เนอื หาใน เปิดโอกาสให้เดก็ - เลน่ เครอื่ งเลน่
นิทาน ได้เลือกเล่นในมมุ สนามอย่างถูกวธิ ี
ตามความสนใจและ และปลอดภยั
คน้ หาความถนัดของตน
โดยจัดให้สอดคลอ้ งกบั
หนว่ ยการเรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เรือ่ งราวเกีย่ วกับตวั เด็ก หนว่ ยการเรียนรู้ หนนู ้อยรกั สุขภาพ (ร่างกายของฉัน)
สัปดาหท์ ่ี 5 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย อวัยวะและการดแู ละรกั ษา (ตา หู จมกู ปาก มอื เทา้ )
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สนใจมีความสขุ ผา่ นและแสดงออกผ่านดนตรแี ละการเคล่ือนไหว
2. บอกชื่ออวัยวะและการดแู ละรกั ษาได้
3. สนทนาโตต้ อบและรว่ มกิจกรรมกับครแู ละเพ่ือนได้
2. สาระการเรยี นรู้
1. อวยั วะและการดูแลรักษา (ตา หู จมกู ปาก มอื เท้า)
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1. การแสดงอารมณ์ทีเ่ ป็นสุข
2. การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์และจินตนาการ
3. การรอ้ งเพลง / ฟงั อ่าน เลน่ เล่า นทิ าน
4. การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย
5. การเคล่อื นไหวสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกายตามจงั หวะดนตรี/คา้ บอกเลา่
6. การเล่นอย่างอสิ ระ
7. การพดู บอกความตอ้ งการ เลา่ เรื่องราว
8. การรว่ มกิจกรรมกับผู้อืน่
3. ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ขั้นนา (กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 15 นาที)
1. ครูตีกลอง 1 จังหวะ (1 2 3 หยดุ ) ทา้ ซ้า ๆ กัน 5 ถงึ 6 รอบ เพอ่ื เตรยี มความพร้อม
2. ครทู า้ ท่าทางนั่งยอง ๆ ใหเ้ ดก็ ดู 3 – 4 รอบ จงึ ชวนใหเ้ ด็กท้าตาม
3. ครตู ีกลองจังหวะช้า เพ่อื ใหเ้ ดก็ รู้จังหวะชา้ ครตู ีกลองจังหวะเรว็ เพือ่ ใหเ้ ด็กรู้จังหวะเรว็
4. ครูสร้างข้อตกลงหากครูตีกลองจังหวะช้า ให้เด็ก ๆ น่ังยอง ๆ พร้อมเคลื่อนไหวช้าๆ หากครูตีกลอง 1 ครัง
ให้เด็ก ๆ ยืนขึน หากครูตีกลองจังหวะเร็ว ให้เด็ก ๆ นั่งยอง ๆ พร้อมเคล่ือนไหวเร็ว ๆ ท้ากิจกรรมซ้า 5 - 6 รอบ
5. ให้เด็ก ๆ พกั ผ่อนรา่ งกายในท่าทางที่สบาย เพ่อื รอการเร่มิ กิจกรรมใหม่
ข้นั สอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ 30 นาที)
6. ครูร้องเพลง “หน้าที่ของอวัยวะ” 3 รอบ ครูร้องเพลงเป็นวรรค ๆ ให้เด็กร้องตามอีก 3 รอบ
ครแู ละเดก็ รว่ มกนั ร้องเพลงพรอ้ มกนั อีก 3 รอบ
7. ครใู ชค้ ้าถามกระตนุ้ คิดในเนือเพลง
- ในเพลง พูดถงึ อวยั วะส่วนใดบ้าง
- ครขู ออาสาสมัคร 1 คน ออกมาเปน็ ตวั แทน เพอ่ื ให้เดก็ ๆ ได้ร้จู ักอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- อวัยวะสว่ นต่าง ๆ ใช้ท้าอะไร และมคี วามสา้ คัญอย่างไร
- เดก็ ๆ คดิ วา่ เราจะดูแลรกั ษา อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของเราได้อยา่ งไร
8. ครูอธิบายเสริมเก่ยี วกบั ความสา้ คัญของอวยั วะต่าง ๆ และการดูแลรกั ษาทถี่ กู ตอ้ ง
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 30 นาที)
9. ครูรอ้ งเพลง “หน้าท่ขี องอวยั วะ” พร้อมตกี ลองตามจังหวะเพลง
10. เมอ่ื จบเพลงครชู ักชวนให้เด็ก ๆ ออกแบบทา่ ทางตามเนือหาของเพลงรว่ มกัน โดยสรา้ งขอ้ ตกลง ดังนี
- ครูจะเป็นคนร้องเพลงและตีกลอง โดยให้เด็ก ๆ ออกมาท้าท่าทางทีละ 1 คน ส่วนเด็ก ๆ ที่ยังไม่ได้
ออกมาใหท้ า้ ทา่ ทางตามเพื่อน สลับสบั เปลย่ี นจน เด็ก ๆ ได้ออกมาแสดงท่าทางตามจินตนาการจนครบทกุ คน
- ให้เดก็ ๆ พักผอ่ นรา่ งกายในทา่ ทางท่สี บาย เพอื่ รอการเร่ิมกจิ กรรมใหม่
(กิจกรรมการเล่นตามมมุ 30 นาท)ี
11. ครแู นะนา้ มมุ ตามหน่วยการเรยี นรู้ 4 มุม
- มมุ บา้ น
- มุมบลอ็ ก
- มมุ หนงั สือ
- มุมเสริมประสบการณ์
12. ครเู ปดิ มมุ เสรมิ ประสบการณ์และสร้างขอ้ ตกลงในการเลน่ รว่ มกนั ดงั นี แตล่ ะมุมเล่นได้ 6 คน หาก
ผเู้ ลน่ เกนิ ต้องรอจนกว่าจะวา่ งจงึ เข้ามาเลน่ ได้
- เมื่อครูตีกลองจังหวะสม่้าเสมอครังท่ี 1 ให้เด็ก ๆ ช่วยกันเก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรียบรอ้ ยในกลุ่ม
เมื่อครูตกี ลองจังหวะสม้า่ เสมอครงั ที่ 2 ให้เดก็ ๆ เข้าท่นี ่งั ของตนเอง
- ครเู ปิดมมุ การเล่นตามหนว่ ยการเรียนรู้ ให้เลน่ ได้อย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงที่กา้ หนดไว้ร่วมกนั
- ครูคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในการเล่นตามมุม ว่ามีความสามารถแก้ปัญหาในการเล่น
อยา่ งไร และคอยชว่ ยเหลือแนะน้าในการแกป้ ัญหา เมือ่ เกดิ สถานการณ์ความขัดแย้ง หรอื เกดิ ภาวะความขับข้องใจ
(กิจกรรมกลางแจง้ 30 นาท)ี
13. ครกู ้าหนดข้อตกลงกบั เด็ก ๆ แล้วพาเข้าแถวเดินไปทสี่ นามเดก็ เลน่
14. ครแู นะน้าอุปกรณ์ ในการเล่นเกมแมวกนิ ปลายา่ ง ผา้ ปิดตา พรอ้ มอธิบายวธิ กี ารเล่น ดงั นี
- ผู้เล่นจับมือเป็นวงกลม ขนาดใหญ่ 1 วง เลือกตัวแทน 1 คน เป็นแมว เพื่อปิดตา และออกเสียง
“เมี๊ยว เมี๊ยว” ผู้เล่นทังหมดในวงกลมเปน็ ปลาย่าง และออกเสียง “ปลาย่าง” เม่ือเริ่มเล่นให้แมวเรียกปลาย่าง
“เมี๊ยว เม๊ียว” และ ให้ปลาย่างตอบ “ปลาย่าง ปลาย่าง” ผู้เล่นเป็นแมวใช้การฟังทิศทางของเสียง เพื่อเดินตามหา
ปลาย่าง เม่ือแมวจับปลาย่างได้ ให้ใช้มือสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และทายลักษณะของเพื่อนว่า เพื่อนชื่ออะไร
ครูบอกให้แมวเปิดตา แลว้ ดูวา่ ทายถกู หรือไม่ จากนนั สลับผเู้ ลน่ ไปเรือ่ ย ๆ จนครบทกุ คน
15. เม่ือจบกจิ กรรมพาเด็กไปท้าความสะอาดรา่ งกาย พกั ผ่อนในท่าทางที่สบายเพื่อรอการเริ่มกจิ กรรมใหม่
ขัน้ สรุป
16. ครรู อ้ งเพลง ”หนา้ ท่ขี องอวยั วะ” อีกครัง จากนันใชค้ ้าถามกระตุ้นคิด ดังนี
- วนั นีเราไดเ้ รยี นรู้เก่ียวกับอวัยวะอะไรบ้าง
- จะเกิดอะไรขนึ ถา้ เราไม่ท้าความสะอาดรา่ งกาย
(กิจกรรมเกมการศึกษา 15 นาท)ี
17. ครูแนะน้าอุปกรณ์ภาพเหมือน ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า พร้อมแนะน้าวิธีการเล่นจับคู่อวัยวะ
ทเี่ หมอื นกนั เช่น ตาคูต่ า หคู ่หู ู จมูกคูจ่ มกู ปากคู่ปาก มอื คู่มือ เทา้ คเู่ ทา้
- ครูแจกอุปกรณ์ภาพเหมือน ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า คนละ 1 ชุด เพ่ือให้เด็กเร่ิมเล่นกิจกรรม
ตามข้อตกลง
- ครูใช้สัญญาณการตีกลองจังหวะสม้่าเสมอ พร้อมกับร้องเพลง “เก็บของ” คือ สัญญาณหมดเวลา
การเลน่ และเด็ก ๆ ชว่ ยกนั เกบ็ อปุ กรณก์ ารเลน่ เกมเขา้ ท่ีอย่างเรียบร้อยตามข้อตกลง
4. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- กลอง
- เกมแมวกนิ ปลายา่ ง
- เพลง “ตาเรามีไวด้ ู” เพลง ”หนา้ ทขี่ องอวยั วะ” และ เพลง “เก็บของ”
- ตวั เดก็
- มุมตามหนว่ ยการเรยี นรู้ 4 มุม ไดแ้ ก่ มุมบ้าน มุมบล็อก มมุ หนังสือ มมุ เสริมประสบการณ์
- ผ้าสา้ หรับปดิ ตา
- ชุดเกมจบั ค่ภู าพเหมือน “อวยั วะ” ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า
- สนามเดก็ เล่น
5. การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการท้ากจิ กรรมร่วมกบั เพอื่ น ๆ และครู ดว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข
2. สงั เกตการบอกช่ืออวัยวะและการดูและรักษาได้
3. สังเกตการสนทนาโตต้ อบและรว่ มกจิ กรรมกับครแู ละเพื่อนได้
4. การประเมินจากผลงานของเด็ก
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เรอ่ื งราวเก่ยี วกบั ตวั เด็ก หนว่ ยการเรียนรู้ หนนู ้อยรกั สุขภาพ (ร่างกายของฉนั )
สปั ดาห์ที่ 5 วันที่ 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ฟ ฟันแสนสวย
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจมีความสขุ ผา่ นและแสดงออกผ่านดนตรีและการเคลือ่ นไหว
2. บอกการแปรงฟันทถ่ี ูกวิธไี ด้
3. บอกการดูแลรักษาความสะอาดฟนั ได้
4. สนทนาโต้ตอบและรว่ มกจิ กรรมกบั ครแู ละเพ่ือนได้
2. สาระการเรยี นรู้
1. ฟ ฟนั แสนสวย
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1. การแสดงอารมณ์เป็นสขุ
2. การท้ากจิ กรรมศิลปะ
3. การเคล่ือนไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายตามจังหวะดนตรี
4. การเคลือ่ นไหวและการทรงตวั
5. การฟงั นิทาน
6. การตอบค้าถามจากการคิด
3. ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)
ขัน้ นา (กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 15 นาที)
1. ครูตกี ลอง 1 จงั หวะ (1 2 3 หยดุ ) ท้าซ้า 5 ถงึ 6 รอบ เพื่อเตรียมความพรอ้ ม
2. ครูทา้ ทา่ ทางนัง่ ยอง ๆ ใหเ้ ด็กดู 3 – 4 รอบ จึงใหเ้ ด็กท้าตาม
3. ครูตกี ลองจงั หวะช้า เพอ่ื ให้เด็กร้จู ังหวะชา้ ครูตกี ลองจังหวะเรว็ เพอ่ื ใหเ้ ด็กรจู้ งั หวะเร็ว
4. ครูสร้างข้อตกลงหากครูตีกลองจังหวะช้า ให้เด็กน่ังยอง ๆ พร้อมเคล่ือนไหวช้า ๆ หากครูตีกลอง 1 ครัง
ให้เดก็ ยืนขึน หากครูตีกลองจังหวะเร็ว ใหเ้ ด็ก ๆ นั่งยอง ๆ พร้อมเคลอ่ื นไหวเร็ว ๆ ท้ากจิ กรรมซา้ 5-6 รอบ
5. ใหเ้ ดก็ ๆ พักผ่อนรา่ งกายในท่าทางท่สี บายเพื่อรอการเร่ิมกิจกรรมใหม่
ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 20 นาที)
6. ครูพา เด็ก ๆ รอ้ งเพลง “แปรงฟัน” โดยร้องทีละวรรคให้เด็กร้องตามพรอ้ มท้าท่าทางประกอบเพลงตามครู
7. ครูสนทนากับเด็กเรอ่ื งของการแปรงฟนั โดยใช้คา้ ถามกระต้นุ คิด
- วันนใี ครแปรงฟันมาบา้ งเอ่ย
- แปรงฟนั เองหรอื ใครแปรงใหค้ ะ
- เดก็ ๆ ยมิ หวานโชวฟ์ นั สวย ๆ ใหด้ ูได้ไหมคะ
8. ครูพูดเสรมิ แรงใหก้ บั เด็ก ๆ ท่ตี อบคา้ ถาม และยมิ หวานแสดงฟนั สวยทกุ ๆ คน
9. ครูเล่านทิ าน เร่อื ง “คณุ ฟองนักแปรงฟนั ”
10. สนทนาซักถามเนอื เรอ่ื งในนทิ าน เกี่ยวกับการแปรงฟัน
11. เดก็ ๆ ทา้ ทา่ แปรงฟนั ประกอบค้าคล้องจองตามนทิ าน “คุณฟองนักแปรงฟัน”
12. เดก็ ๆ ดภู าพขนั ตอนวิธกี ารแปรงฟนั ร่วมกนั สนทนาซักถาม การแปรงฟนั ที่ถูกต้อง
13. ครแู นะนา้ อุปกรณใ์ นการแปรงฟนั พร้อมกบั สาธติ การแปรงฟนั ท่ีถูกวธิ ีให้เด็กดู
14. ให้เด็ก ๆ สลับกนั ออกมาสาธิตการแปรงฟัน ครูคอยเสรมิ แรง ชมเชย ปรบมือ
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาท)ี
15. ครูจัดเด็กน่ังเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5-6 คน พร้อมกับสนทนาการท้ากิจกรรมการดีดสีด้วยแปรงสีฟัน
ตามจินตนาการ
16. แนะนา้ อุปกรณ์ แปรงสีฟัน สนี ้า พรอ้ มกบั สาธิตวิธกี ารท้ากิจกรรมการดดี สี ตามจนิ ตนาการ
17. ครแู จกอปุ กรณ์ พร้อมกับคอยดแู ลแนะนา้ วิธีการทา้ กิจกรรมการดีดสีอยา่ งใกล้ชิด
18. ให้เด็กน้าผลงานมาส่ง และเลา่ เรอ่ื งราวในผลงานของตนเอง โดยครูบนั ทกึ ค้าบอกเล่าของเดก็ ลงในใบงาน
19. เดก็ และครูชว่ ยกนั เก็บอุปกรณ์ ลา้ งมือใหส้ ะอาดทุกคน
20. ให้เด็ก ๆ พักผ่อนร่างกายในท่าทางทีส่ บาย เพื่อรอการเร่ิมกจิ กรรมใหม่
(กิจกรรมการเล่นตามมุม 30 นาที)
21. ครแู นะน้ามุมตามหนว่ ยการเรยี นรู้ 4 มมุ
- มมุ บา้ น
- มุมบล็อก
- มุมหนงั สือนทิ าน
- มุมเสริมประสบการณ์
(กิจกรรมกลางแจง้ 30 นาที)
22. ครูพาเด็กเขา้ แถวไปสนามอบอุ่นรา่ งกายโดยการว่งิ รอบสนาม 1-2 รอบ
23. สนทนาการเล่นเครื่องเล่นสนามให้ถูกวิธีและมีความปลอดภัย การรอคอยการเล่นตามล้าดับก่อนหลัง
ใหเ้ ดก็ เลน่ เคร่ืองเลน่ สนามตามความสนใจ ครคู อยดูแลการเลน่ อยา่ งใกล้ชดิ และระวังความปลอดภัยของเดก็
24. เมอ่ื จบกจิ กรรมพาเด็กท้าความสะอาดร่างกาย พกั ผอ่ นในทา่ ทางที่สบายเพ่ือรอการเร่ิมกจิ กรรมใหม่
ข้ันสรปุ
25. ครูและเด็กร้องเพลง “แปรงฟัน” ท่องค้าคล้องจอง “แปรงฟัน” พร้อมกับท้าท่าทางประกอบ
ขันตอนการแปรงฟนั ให้ถกู วิธี
26. สนทนาทบทวน โดยการใช้คา้ ถามกระตนุ้ คดิ ดงั นี
- ใครแปรงฟนั เองเปน็ แลว้ บา้ ง
- แปรงฟนั อย่างไร
- ฟันบนแปรงอยา่ งไร
- ฟนั ล่างแปรงอย่างไร
- อปุ กรณก์ ารแปรงฟันมีอะไรบา้ ง
- ถา้ เดก็ ๆ ไมแ่ ปรงฟันจะเปน็ อย่างไร
(กจิ กรรมเกมการศึกษา15 นาที)
27. ครแู นะน้าอปุ กรณภ์ าพเหมือน แปรงสีฟนั ภาพยาสีฟนั ภาพแกว้ นา้ พร้อมกับแนะน้าวธิ กี ารเล่น
- จบั คู่ภาพอปุ กรณก์ ารแปรงฟัน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แก้วน้า
- ครแู จกอปุ กรณภ์ าพเหมือน แปรงสฟี นั ยาสีฟนั ต แกว้ นา้
- เมื่อได้ยนิ ครูตีกลองจังหวะสม้า่ เสมอ พร้อมกับรอ้ งเพลง “เกบ็ ของ” คอื การส่งสัญณาณหมดเวลา
การเลน่ เดก็ ช่วยกันเก็บอุปกรณก์ ารเลน่ เกมเขา้ ท่ใี ห้เรยี บร้อย
4. สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
- กลอง
- นิทาน เรอื่ ง “คุณฟองนักแปรงฟัน”
- เพลง “แปรงซแิ ปรงฟัน” เพลง “เกบ็ ของ”
- กจิ กรรมการดดี สีด้วยแปรงสฟี นั
- การสาธติ วิธีการแปรงฟนั พร้อมอุปกรณ์การแปรงฟนั
- ชดุ เกมจับค่ภู าพเหมือน อุปกรณก์ ารแปรงฟนั
- มุมตามหนว่ ยการเรียนรู้ 4 มุม มมุ บา้ น มมุ บลอ็ ก มุมหนังสือ มมุ มุมเสรมิ ประสบการณ์
- สนามเดก็ เล็ก
5. การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการท้ากจิ กรรมรว่ มกบั เพอ่ื น และครดู ว้ ยความสนใจ จดจอ่ และมีความสขุ
2. สังเกตการบอกวิธีการแปรงฟันท่ถี กู วิธีได้
3. สังเกตการบอกการดแู ลรักษาความสะอาดฟนั ได้
4. สังเกตการสนทนาโต้ตอบกับครูและเพ่ือนได้
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรกู้ ารศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เรอ่ื งราวเก่ียวกับตวั เด็ก หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยรักสุขภาพ (ร่างกายของฉัน)
สปั ดาห์ท่ี 5 วันที่ 3 สาระการเรียนร้ยู ่อย อาบน้ากนั นะ
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจมีความสุขผ่านและแสดงออกผ่านดนตรีและการเคลื่อนไหว
2. บอกวธิ กี ารอาบนา้ อยา่ งถูกวิธี
3. สนทนาโตต้ อบและร่วมกิจกรรมกับครูและเพื่อนได้
2.สาระการเรียนรู้
1. การอาบนา้ อย่างถกู วธิ ี
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1. การแสดงอารมณ์ทเ่ี ปน็ สขุ
2. การดูแลความสะอาดของร่างกาย
3. การอาบน้าอยา่ งถกู วิธี
4. การร้องเพลง
5. การเคลื่อนส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายตามจังหวะดนตรี
6. การพูดบอกความตอ้ งการ การเล่าเรอ่ื งราว
3. ขน้ั ตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรม ตามหลกั สตู ร)
ขนั้ นา (กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ 30 นาที)
1. ครูเตรยี มความพร้อมให้กบั เด็กด้วยร้องเพลง “มอื ของฉัน” ครกู ระตุ้นการเรียนรู้ด้วย Brain Gym 2 ท่า
คือ กา้ - แบ และคอ้ นกับตะปู ทา่ ละ 10 ครงั (ครูและเด็กนบั 1-10)
2. เด็กเคลื่อนไหวรา่ งกายตามสญั ญาณและคา้ สงั่ ตามจงั หวะกลอง
- ครูให้สัญญาณจังหวะกลอง โดยการตีกลองจังหวะเร็ว ให้เด็กเคล่ือนไหวไปรอบๆ บริเวณ ครูตี
กลอง 2 ครงั เดก็ ๆ กลบั มาท่ีเดิม
- ครตู กี ลองใหส้ ัญญาณ “ฝนตก” พรอ้ มกับตกี ลองเร็วเสียงดัง ให้เดก็ วิ่งย้า่ เท้าอยู่กบั ที่
- ครูตกี ลองใหส้ ัญญาณ “ลมพดั ” พร้อมกบั ตีกลองเร็วเสียงเบา ใหเ้ ด็ก เขยง่ ปลายเท้าขึนลงอยา่ งช้าๆ
- ครตู กี ลองใหส้ ญั ญาณ “ฟา้ รอ้ ง” พรอ้ มกับตกี ลอง 2 ครงั เดก็ กระโดดขาเดยี วสลับขาไปมา
- ครูตกี ลองให้สญั ญาณ ฟา้ ฝ่า พรอ้ มกบั ตกี ลอง 3 ครัง ใหเ้ ด็กกระโดดอยู่กับที่ 3 ครงั ตามจงั หวะกลอง
- เด็กผอ่ นคลาย สูดลมหายใจเขา้ ออกช้าๆ 3-4 ลมหายใจ
3. ครูรอ้ งเพลงและท้าท่าทางประกอบเพลง “อาบน้ากนั เถอะ” แลว้ ให้เดก็ ร้องเพลงและทา้ ทา่ ทาง
ตามทีละ 1 วรรค (ทา้ ซ้า 2 รอบ)
4. เดก็ พักผ่อนร่างกายในท่าทางทสี่ บาย 3-5 นาที
ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 30 นาที)
5. ครูเลา่ นิทานเรอ่ื ง “กุง๋ ก๋ิงตัวมอม”
6. ครแู ละเด็กร่วมกันสรปุ เนือหาในนทิ าน
- ทา้ ไมกุ๋งกิง๋ ถงึ มอมแมม
- ถา้ ไม่อาบนา้ จะเป็นอยา่ งไร
7. ครูสนทนาเกยี่ วกบั ประโยชน์ของการอาบน้าและอปุ กรณ์ในการอาบนา้ เชน่ สบู,่ ขนั , ผ้าเชด็ ตัว
ของจริงมาให้เด็กดู พร้อมตงั ค้าถามกระตุ้นคดิ
- ใครอาบนา้ ดว้ ยตนเองบ้าง
- เดก็ ๆ อาบน้าวนั ละกีค่ รงั
8. ครใู หเ้ ดก็ แสดงบทบาทสมมุติ แสดงท่าทางการอาบนา้ ตามจนิ ตนาการ
(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 30 นาที)
9. ครสู าธิตการป้ันแปง้ โดว์อย่างถกู วิธีพร้อมบอกขอ้ ตกลงในการทา้ กิจกรรม
- ครแู นะนา้ อปุ กรณ์ แป้งโดว์และแผน่ รองปัน้
- ใหต้ ัวแทนเด็กออกมาเปน็ อาสาสมัครเพ่ือแจกแผ่นรองป้นั และแปง้ โดว์
- เดก็ บอกเล่าเรื่องราวผา่ นผลงานของตนเองใหเ้ พื่อนและครฟู งั
- ครแู ละเด็กร่วมกันชนื่ ชมผลงาน
- เมอ่ื เสร็จกิจกรรมเด็กช่วยกันเก็บอปุ กรณเ์ ข้าที่
- เด็กบอกเล่าถึงขนั ตอนการอาบน้าไดด้ ้วยตนเอง
(กจิ กรรมกลางแจง้ 30 นาที)
10. ครูพาเด็กเดินแถวลงสนาม สาธิตวิธกี ารเลน่ เกมขว้างบอล
- ครูบอกข้อตกลงในการเลน่ เกมขวา้ งบอล
- เมอ่ื เสรจ็ กิจกรรมเด็กล้างมือ 7 ขันตอน อย่างถูกวิธีดว้ ยตนเอง
- เด็กพกั ผ่อนรา่ งกาย 3-5 นาที
ขั้นสรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
11. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับการอาบน้าและการดูแลร่างกายให้สะอาด
- ทา้ ไม เด็ก ๆ ต้องอาบน้า
- ถ้าไม่อาบนา้ จะเปน็ อยา่ งไร
12. ครูสาธิตวธิ กี ารเล่นเกมจับคู่ภาพอวยั วะ, อุปกรณ์การอาบน้า, จบั ค่ภู าพความสัมพนั ธ์ อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในห้องน้า
- ครแู นะนา้ อปุ กรณ์และบอกขอ้ ตกลงในการเลน่ เกม
- ครูใหเ้ ด็กนั่งเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ 2-3 คน สลับหมุนเวยี นกนั เล่นจนครบทุกคน
- หลงั เสรจ็ กจิ กรรมเด็กชว่ ยกันเก็บอปุ กรณ์เขา้ ท่ี
- เด็กสามารถบอกอุปกรณก์ ารอาบนา้ ไดด้ ้วยตนเอง
(กจิ กรรมการเล่นตามมุม 20 นาท)ี
13. ครูแนะนา้ มุมการเรียนรู้อยา่ งอิสระ ตามความสนใจ เช่น มมุ หนงั สอื , มุมบล็อก, มุมบทบาทสมมุติ
- ครบู อกข้อตกลงในการเลน่ ตามมมุ จดั ประสบการณ์
- เมื่อเดก็ ทา้ กจิ กรรมเสรจ็ แล้วเกบ็ อปุ กรณ์เข้าทไ่ี ด้เรียบร้อย
- เด็กสามสรถบอกขนั ตอนการอาบน้าและการท้าความสะอาดร่างกายไดด้ ้วยตนเอง
4. ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
กลอง, เพลง, บัตรภาพจบั คู,่ บัตรภาพจับคคู่ วามสมั พนั ธ์, แปง้ โดว์, แผ่นรองปนั้ , มุมจดั ประสบการณ,์ ลกู บอล
5. การประเมนิ ผล
- สงั เกตการท้ากิจกรรมรว่ มกัน มีความสนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมดนตรีและการเคล่ือนไหว
- สังเกตการบอกวธิ กี ารอาบนา้ ได้
- สงั เกตการสนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพอื่ นได้
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้กู ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกบั ตัวเด็ก หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยรักสุขภาพ (ร่างกายของฉัน)
สัปดาหท์ ่ี 5 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ ่อย ลา้ งมือกันนะ
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สนใจมคี วามสุขผ่านและแสดงออกผ่านดนตรีและการเคลื่อนไหว
2. บอกหนา้ ท่ีของมอื ได้
3. บอกวธิ กี ารลา้ งมือและวิธีการดแู ลรักษามือได้
4. สนทนาโต้ตอบและรว่ มกิจกรรมกับครูและเพ่ือนได้
2. สาระการเรียนรู้
1. ลา้ งมือกันนะ
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1. การแสดงอารมณท์ เ่ี ป็นสุข
2. การแสดงความคดิ สร้างสรรคแ์ ละจนิ ตนาการ
3. การร้องเพลง
4. การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย
5. การเคล่อื นไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามจงั หวะดนตรี
6. การเล่นอยา่ งอสิ ระ
7. การพูดบอกความต้องการ เล่าเรอ่ื งราว
3. ขั้นตอนการจดั กิจกรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขั้นนา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ 15 นาที)
1. ครตู กี ลอง 1 จงั หวะ (1 2 3 หยุด) ทา้ ซ้า 5 ถงึ 6 รอบ เพอื่ เตรียมความพรอ้ ม
2. ครทู า้ ทา่ ทางนั่งยอง ๆ ใหเ้ ดก็ ดู 3 – 4 รอบ จงึ ใหเ้ ด็กทา้ ตาม
3. ครูตกี ลองจงั หวะชา้ เพอื่ ใหเ้ ดก็ ร้จู ังหวะช้า ครตู ีกลองจงั หวะเร็ว เพื่อใหเ้ ด็กรจู้ ังหวะเร็ว
4. ครูสรา้ งข้อตกลงหากครูตีกลองจังหวะช้า ให้เด็ก ๆ นง่ั ยอง ๆ พรอ้ มเคล่ือนไหวช้าๆ หากครูตกี ลอง 1 ครัง
ให้เด็ก ๆ ยืนขนึ หากครูตกี ลองจังหวะเร็ว ให้เด็ก ๆ นัง่ ยอง ๆ พร้อมเคลอ่ื นไหวเรว็ ๆ ท้ากจิ กรรมซ้า 5-6 รอบ
5. ให้เดก็ ๆ พกั ผ่อนรา่ งกายในท่าทางทีส่ บายเพื่อรอการเร่ิมกิจกรรมใหม่
ขนั้ สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
6. ครเู ปิดเพลง “ล้างมือ 7 ขันตอน” พร้อมทา้ ท่าทางประกอบ และให้เดก็ ทา้ ตามครูเต้นประกอบเพลง 2 รอบ
7. สนทนาเกี่ยวกบั เนือหาเพลง “ลา้ งมอื 7 ขนั ตอน”
8. ครเู ล่านิทาน เร่ือง “ลูกลิงไปโรงเรียน” พร้อมกบั สนทนาเกยี่ วกับเนือหาในนิทาน การล้างมือของลูกลงิ
9. ครูพาเด็กเข้าแถวเดินไปที่อ่างล้างมือ แนะน้าอุปกรณ์การล้างมือ เช่น สบู่ ผ้าเช็คมือ พร้อมกับ
ขออาสาสมคั ร 1 คน ครูสาธติ วิธีการลา้ งมือ 7 ขนั ตอนให้เด็กดู และใหเ้ ดก็ ออกมาลา้ งมือจรงิ จนครบทกุ คน
10. ครูสังเกตการลา้ งมือของเดก็ พร้อมคอยดูแลแนะนา้ เด็กทยี่ ังลา้ งมือไม่ถูกต้อง
- ให้เดก็ ๆ พักผอ่ นร่างกายในท่าทางทีส่ บายเพ่อื รอการเรมิ่ กิจกรรมใหม่
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 20 นาที)
11. ครูจดั เดก็ นั่งเป็นกล่มุ ๆละ 5-6 คน สนทนาทบทวนขนั ตอนการลา้ งมือ 7 ขนั ตอนอกี รอบ
12. ครทู ่องคา้ คล้องจอง “มือของฉนั ” พร้อมกับให้เด็กท้าท่าท่างประกอบตามครู
13. ครูสนทนาการท้ากิจกรรมพิมพ์ภาพด้วย “ฝ่ามือ” ตามจินตนาการ พร้อมกับสาธิตวิธีการท้า และ
ถามเดก็ ๆ ว่าภาพท่ีเหน็ เหมอื นภาพอะไร
14. ครูแจกอุปกรณ์ให้เด็กลงมือท้ากิจกรรมพิมพ์ภาพด้วยฝ่ามือตามจินตนาการ โดยครูคอยดูแล
แนะนา้ อยา่ งใกล้ชดิ
15. น้าผลงานมาส่งครู พร้อมกับให้เด็กบอกชื่อผลงานของตนเอง ครูคอยบันทึกช่ือผลงานของเด็กลง
ในใบงานของเดก็
16. เดก็ ช่วยกันเกบ็ อปุ กรณเ์ ข้าท่แี ละล้างมอื ใหส้ ะอาดทกุ คน
(กิจกรรมการเลน่ ตามมมุ 15 นาที)
17. ครแู นะน้ามมุ ตามหน่วยการเรียนรู้ 4 มุม
- มุมบา้ น
- มมุ บล็อก
- มุมนทิ าน
- มุมเสรมิ ประสบการณ์
18. ครเู ปิดมมุ เสริมประสบการณ์และสร้างข้อตกลงในการเล่นร่วมกนั ดงั นี แตล่ ะมมุ เลน่ ได้ 6 คน หาก
ผเู้ ลน่ เกนิ ต้องรอจนกว่าจะวา่ งจงึ เขา้ มาเล่นได้
- เม่ือครูตีกลองจังหวะสม้่าเสมอครังท่ี 1 ให้เด็ก ๆ ช่วยกันเก็บของเล่นและตรวจเช็คความ
เรยี บรอ้ ยในกลุม่ เมอื่ ครูตกี ลองจังหวะสม้า่ เสมอครงั ที่ 2 ให้เดก็ ๆ เขา้ ท่นี ่ังของตนเอง
- ครเู ปดิ มมุ การเล่นตามมุมหรือมุมเสรมิ ประสบการณ์ให้เลน่ ได้อย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงที่วางไว้ร่วมกัน
- ครูคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในมุมการเล่นตามมุมว่าเด็กสามารถแก้ปัญหาในการเล่น
ไดอ้ ยา่ งไร และเขา้ ช่วยเหลอื เมอื่ จ้าเปน็ เมอ่ื มีปญั หาขดั แยง้ กบั เพื่อน หรอื เกิดความขับขอ้ งใจ ในการแก้ปญั หา
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 30 นาที)
19. ครูพาเดก็ ตอ่ แถวไปที่สนามเด็กเล่น อบอ่นุ รา่ งกายดว้ ยทา่ ทางบริหารกระโดดตอบ แตะสลับ วง่ิ เยาะๆ
ท่าละ 10 ครัง
20. ครรู อ้ งเพลง จับมือกันเปน็ วงกลมๆ เดก็ ๆจับมอื กนั เปน็ วงกลมตามครูแนะน้าแลว้ ก็นง่ั ลงเป็นวงกลม
21. สนทนาถึงเกมการละเล่นพืนบ้าน (เกมมอญซ่อนผ้า) พร้อมกับร้องเพลงมอญซ่อนผ้าให้เด็กนั่ง 2 รอบ
เดก็ ๆ ตบมอื ตามจังหวะแลว้ ร้องเพลงตามครู
22. ครสู าธิตวิธีการเล่นเกม “มอญซ่อนผา้ ” จัดให้เด็ก ๆ ได้เล่นจนครบทกุ คน
23. เมอื่ จบกิจกรรมเด็กท้าความสะอาดรา่ งกายพักผอ่ นในท่าทางทสี่ บายเพ่อื รอการเรม่ิ กิจกรรมใหม่
ขนั้ สรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
24. ครรู อ้ งท่องคา้ คล้องจอง “มือของฉนั ” เด็กท้าท่าทางประกอบเพลง
25. สนทนาทบทวนการลา้ งมอื 7 ขนั ตอน โดยใช้คา้ ถามกระตุ้นคดิ ดงั นี
- วันนี เด็ก ๆ ท้าอะไรบา้ ง
- ใครล้างมือไดส้ ะอาดบ้าง
- ล้างมือแบบไหนใหส้ ะอาดปลอดเชือโรค
- ถ้าเด็ก ๆ ไมล่ า้ งมือจะเป็นอย่างไร
- เรามาแสดงท่าวิธกี ารลา้ งมือ ขนั ตอนกนั อีกครัง
(กจิ กรรมเกมการศกึ ษา15 นาที)
26. ครแู นะน้าอุปกรณ์เกมการศึกษา ภาพตัดตอ่ การล้างมอื
- ภาพตดั ตอ่ การล้างมือ 1-2 ชนิ
- ครูแจกอุปกรณเ์ กมการตดั ต่อภาพการล้างมือ เด็กเลน่ กิจกรรมตามข้อตกลง
- เม่ือไดย้ นิ ครูตีกลองสม้า่ เสมอ พร้อมกับเพลง “เกบ็ ของ “ คอื สัญญาณ หมดเวลาการเล่น
เด็กชว่ ยกันเก็บอปุ กรณก์ ารเล่นเกมเขา้ ทีใ่ ห้เรยี บร้อย
4. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- กลอง
- เพลง “ล้างมอื 7 ขนั ตอน”
- ตวั เด็ก
- มุมตามหน่วยการเรียนรู้ 4 มุม มมุ บา้ น มมุ บลอ็ ก มุมหนงั สอื มมุ เสรมิ ประสบการณ์
- นทิ าน ลกู ลิงไปโรงเรยี น
- ชุดเกมการตัดต่อ “การลา้ งมือ “
- เกมการละเลน่ พนื บ้าน “มอญซ่อนผ้า”
- สนามเดก็ เลน่
5.การประเมินผล
- สังเกตการท้ากิจกรรมรว่ มกับเพ่ือน ๆ และครดู ว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข
- สงั เกตการลา้ งมือไดถ้ กู วิธีตามขันตอน
- สงั เกตการสนทนาโตต้ อบและร่วมกจิ กรรมกับครแู ละเพื่อนได้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเก่ียวกับตัวเด็ก หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรักสุขภาพ (ร่างกายของฉัน)
สัปดาห์ท่ี 5 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ย่อย การใช้หน้ากากอนามัย
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. มสี นใจ มคี วามสขุ ผา่ นและแสดงออกผา่ นดนตรีและการเคลอ่ื นไหว
2. บอกวิธกี ารใช้หน้ากากอนามยั และประโยชน์ของหนา้ กากอนามยั ได้
3. สนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพ่ือนได้
2. สาระการเรยี นรู้
1. การใชห้ นา้ กากอนามัย
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1. การดูแลความสะอาดของร่างกาย
2. การสวมหน้ากากอนามัย
3. การรอ้ งเพลง
4. การเคล่ือนส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามจังหวะดนตรี
5. การพูดบอกความตอ้ งการ การเลา่ เรอ่ื งราว
3. ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สตู ร)
ขั้นนา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครเู ตรียมความพร้อมให้กับเด็กดว้ ยกิจกรรม Brain Gym (0 2 5 10) ทา้ ซา้ 2 รอบ
2. ครตู กี ลอง 1 จงั หวะ (1, 2, 3, หยดุ ) ให้เดก็ กระโดดอยู่กบั ที่โดยเทา้ พน้ พืนทัง 2 ขา้ ง ตามจงั หวะ
กลอง (ท้าซา้ 3 รอบ)
3. ครูร้องเพลงและทา้ ทา่ ทางประกอบเพลง “ใสห่ นา้ กากไว้ปลอดภยั จากโควิด” แล้วให้เด็กร้องเพลง
และทา้ ท่าทางตามทลี ะ 1 วรรค (ทา้ ซา้ 2 รอบ)
4. เด็กพักผอ่ นรา่ งกายในทา่ ทางทสี่ บาย 3-5 นาที
ขั้นสอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 30 นาที)
1. ครสู นทนาเกีย่ วกับโรคติดเชอื ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) การตดิ ต่อ การป้องกัน อนั ตรายจาก
โรคตดิ เชอื ไวรสั โคโรนา 2019 (Covid-19)
2. ครเู ลา่ นิทานเร่อื ง “ลกู ลิงไปโรงเรียน” ครูและเดก็ ร่วมกันสรุปเนอื หาในนทิ าน
3. ครูสนทนาเก่ยี วกับหนา้ กากอนามัยแบบผ้าและหน้ากากอนามยั แบบใช้แลว้ ทงิ การสวมใสห่ น้ากาก
อนามยั อยา่ งถูกวธิ แี ละการเวน้ ระยะห่าง
- ทา้ ไมต้องสวมหน้ากากอนามัย
- หนา้ กากอนามัยที่ใช้แลว้ ควรทงิ ทไี่ หน
- ทา้ ไมเด็กถึงตอ้ งเวน้ ระยะห่างทางสงั คม
(กิจกรรมสร้างสรรค์ 30 นาท)ี
4. ครูแนะน้าวสั ดุ อุปกรณ์ ในการท้ากิจกรรมประดิษฐ์ตุก๊ ตา “ชวนนอ้ งใสห่ น้ากากอนามยั ”
- กล่องนม
- กาว
- ตุก๊ ตากระดาษ
- กรรไกร
5. ครแู ละเด็กชว่ ยกนั ประดิษฐต์ ุ๊กตา “ชวนน้องใสห่ นา้ กากอนามัย”
- ครตู ัดกลอ่ งนมพร้อมบอกวิธีการใช้กรรไกรอย่างถูกวธิ ี
- เดก็ ทากาวลงบนกล่องนมแล้วเอาตุ๊กตากระดาษติดลงบนบริเวณท่ที ากาว
- เดก็ ทดลองเล่น ตกุ๊ ตา “ชวนนอ้ งใส่หน้ากากอนามัย”
- เดก็ ๆ ช่วยกนั เก็บอุปกรณเ์ ข้าทใ่ี หเ้ รียบร้อย
- เดก็ นา้ เสนอผลงานของตนเองใหเ้ พื่อนและครูฟงั
- ชื่นชมผลงานเดก็
- เดก็ ล้างมือ 7 ขันตอน อย่างถูกวธิ ดี ว้ ยตนเอง
(กจิ กรรมกลางแจ้ง 30 นาที)
6. ครูพาเด็กเดนิ แถวลงสนามเด็กเลน่ แนะน้าเครื่องเล่นสนามแตล่ ะชนดิ และการเล่นอยา่ งถูกวิธี
- ครบู อกขอ้ ตกลงในการเลน่ เครื่องเลน่ สนาม การเว้นระยะห่างในการเลน่
- เมอ่ื เสรจ็ กจิ กรรมเด็กล้างมือ 7 ขนั ตอน อย่างถูกวิธีดว้ ยตนเอง
- เดก็ พักผอ่ นร่างกาย 3-5 นาที
ขั้นสรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
7. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกบั การสวมหนา้ กากอนามยั และการเวน้ ระยะห่าง
- ท้าไม เด็ก ๆ ตอ้ งสวมหนา้ กากอนามัยก่อนออกจากบ้าน
- ท้าไมถึงต้องเว้นระยะหา่ งทางสังคม
8. เด็กเลน่ เกมจบั ค่ภู าพหนา้ กากอนามัย และภาพการเว้นระยะหา่ ง
- ครสู าธติ วธิ กี ารเลน่ และบอกข้อตกลงในการเลน่
- หลงั เสร็จกจิ กรรมเด็กช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์เข้าที่
- เด็กลา้ งมือ 7 ขนั ตอน อยา่ งถูกวิธดี ว้ ยตนเอง
(กจิ กรรมการเล่นตามมมุ 20 นาท)ี
9. ครแู นะนา้ การเลน่ มมุ การการเรียนรู้อยา่ งอิสระตามความสนใจ เชน่ มุมหนังสือ, มุมบล็อก, มมุ
บทบาทสมมุติ
- ครูบอกข้อตกลงในการเล่นตามมุมจดั ประสบการณ์
- เมื่อเด็กทา้ กิจกรรมเสรจ็ แลว้ เกบ็ อุปกรณ์เข้าท่ไี ดเ้ รยี บร้อย
- เดก็ ลา้ งมือ 7 ขันตอน อย่างถูกวิธีด้วยตนเอง
4. สือ่ และแหล่งเรียนรู้
กลอง, เพลง, บตั รภาพ, กลอ่ งนม, กาว, ตกุ๊ ตากระดาษ, กรรไกร, มมุ จดั ประสบการณ์, เครอ่ื งเลน่ สนาม
5. การประเมินผล
- สงั เกตการทา้ กิจกรรมรว่ มกนั มีความสนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมดนตรแี ละการเคลือ่ นไหว
- สังเกตการบอกวิธีการใช้หนา้ กากอนามัยและประโยชน์ของหน้ากากอนามัยได้
- สงั เกตการสนทนาโต้ตอบกับครูและเพื่อนได้
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เร่อื งราวเกี่ยวกบั ตัวเด็ก
หนว่ ยการเรียนรู้ หนูน้อยรักสขุ ภาพ (การออกกาลังกาย)
ความคิดรวบยอด เด็กควรเรียนรู้เก่ียวกับเรื่องการออกก้าลังกาย ประโยชน์ของการออกก้าลังกายท้าให้
ร่างกายแข็งแรง การปฏิบัติตนในการออกก้าลังกายและการพักผ่อน ประโยชน์ของการพักผ่อนและการเล่น
เคร่ืองเล่นสนาม
การวิ่ง การเล่นกีฬา
การแตง่ กายใหเ้ หมาะสม
ชนิดของการออกก้าลงั กาย
ทา้ ใหร้ า่ งกายแข็งแรง อา่ นหนงั สือ การนอน
ประโยชนข์ องการออกกา้ ลงั กาย การปฏิบัตติ นในการออกก้าลังกาย
และการพักผ่อน
หนูนอ้ ยรักสุขภาพ
(การออกกาลังกาย)
ประโยชน์ของการพักผอ่ น การเล่นเคร่ืองเล่นสนาม
ท้ารา่ งกายให้สดช่ืน การปฏิบตั ติ นในการเลน่ เครอื่ งเลน่ สนาม
สิ่งที่เด็กรแู้ ล้ว ส่งิ ทเ่ี ดก็ ต้องการรู้ สิ่งที่เดก็ ควรรู้
1. ชนดิ ของการออกก้าลังกาย
1.การวงิ่ กระโดด เดนิ 1.การเลน่ เครอ่ื งเล่นสนาม 2.การปฏิบตั ติ นในการออกก้าลงั กาย
2.นอน 2..................................................
3.................................................. 3.การเล่นเคร่ืองเล่นสนาม
4................................................... 4.ประโยชน์ของการออกกา้ ลงั กาย
5. ..................................................
5.การพกั ผ่อน ประโยชนข์ องการพักผ่อน
6.การประดิษฐ์สิ่งของทใ่ี ช้ในการออก
กา้ ลังกาย
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรยี นร้ทู ี่ควรเรียนรู้ สภาพที่พงึ ประสงคแ์ ละการประเมินพัฒนาการ (DSPM)
หน่วยการเรียนรู้ สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมินพัฒนาการ
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั (DSPM)
หน่วยที่ ๖
หนูน้อยรักสุขภาพ
(การออกกาลงั กาย)
- การออกกา้ ลงั กาย 1.2 มีร่างกายแข็งแรง 1. การออกก้าลงั กาย 1. การเล่นออก ด้านการเคล่อื นไหว
- การพักผ่อน นอนหลับ 2.1 ใช้กลา้ มเนอื ใหญ่ 2. การพักผ่อน นอนหลับ ก้าลงั กลางแจ้ง - กระโดดเทา้ พ้นพนื
- นกั ประดษิ ฐต์ วั นอ้ ย ได้เหมาะสมกบั วัย 3. นักประดษิ ฐ์ตวั นอ้ ย อย่างอิสระ ทัง 2 ขา้ ง
2.2 ใช้กล้ามเนือเล็ก 2. การเคลือ่ นไหว - ยนื ขาเดยี ว 1 วนิ าที
และประสานสมั พันธ์ และการทรงตัว ด้านการใชก้ ลา้ มเน้อื
มือ-ตา ไดเ้ หมาะสมกบั วยั 3. การปน้ั มัดเล็ก และสติปัญญา
3.1 รา่ เริง แจม่ ใส 4. การรักษาความ - แก้ปญั หาง่ายๆ โดย
3.2 แสดงออกทาง ปลอดภยั ใช้ เคร่ืองมือดว้ ยตัวเอง
อารมณ์ได้ อย่าง 5. การแสดง - เลียนแบบลากเสน้
เหมาะสมกบั วัย อารมณ์ท่ีเป็นสุข เป็นวง ต่อเนอื่ งกัน
3.3 สนใจและมคี วามสุข 6.การทอ่ งค้าคล้อง ด้านการใช้ภาษา
กบั ธรรมชาติ สิ่งสวยงาม จอง - พูดตอบรับและ
ดนตรีและจงั หวะ 7. การเล่นรว่ มกบั ปฏเิ สธได้
การเคล่ือนไหว ผู้อ่นื - พดู ติดต่อกนั 3 - 4 ค้า
5.1ท้ากิจวัตรประจ้าวัน 8. การแบ่งปนั หรือ ไดอ้ ย่างน้อย 4 ความหมาย
ดว้ ยตนเองได้ตามวัย การให้
6.1 รบั รู้และเข้าใจ 9. การคิดวางแผน
ความหมายของ ภาษา ทไ่ี ม่ซบั ซ้อน
ไดต้ ามวัย 10. การเล่าเรือ่ ง
6.2 แสดงออกและ หรือ
พูดเพ่ือสื่อความหมายได้
แนวการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ท่ี......6........ สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..1…เรอ่ื งราวเก่ียวกับตัวเด็ก……….
หนว่ ยการเรียนรู้ ...........หนูน้อยรักสขุ ภาพ...............
กจิ กรรม เคล่ือนไหว เสริมประสบการณ์ สร้างสรรค์ การเล่นตามมุม กลางแจง้ เกมการศึกษา
วนั ที่ และจังหวะ - เกมฟตุ บอล - เกมจบั คู่
- สนทนาตอคา้ ถาม - การฉีกปะ เปดิ โอกาสให้เด็ก ภาพเหมือน
- การเคลื่อนไหว ได้เลือกเลน่ ในมมุ - เกมวง่ิ อุปกรณ์กฬี า
อย่กู บั ทิ่ - สนทนาตอบคา้ ถาม - การหยดสี ตามความสนใจและ
- การเคลอ่ื นไหว คน้ หาความถนัด - เลน่ เครือ่ งเล่น - เกมภาพตดั ต่อ
1 ประกอบเพลง - สนทนาตอบคา้ ถาม - - การพบั สี ของตนโดยจดั ให้ สนาม
- ภาพการพักผ่อน สอดคล้องกับหน่วย - เกม
- การเคลอื่ นไหว เปรยี บเทยี บขนาด การเรยี นรู้ - เลน่ เคร่ืองเล่น เรียงล้าดับจาก
อยู่กบั ที่ และการ เล็ก ใหญ่ เปิดโอกาสให้เดก็ สนาม เล็กไปหาใหญ่
เคลอ่ื นไหวเคลอ่ื นท่ี ได้เลอื กเลน่ ในมมุ ได้
2 - เคล่อื นไหวพรอ้ ม - สนทนาตอบคา้ ถาม - การประดษิ ฐ์ ตามความสนใจและ - เล่นเครอ่ื งเล่น
วสั ดุ อปุ กรณ์ ดัมเบลจากวสั ดุ ค้นหาความถนดั สนาม - เกมจบั ค่ภู าพ
เหลอื ใช้ ของตนโดยจัดให้ – เงา
- การเคลอ่ื นไหวอยู่ สอดคลอ้ งกบั หน่วย
กบั ท่ี และการ - สนทนาตอบค้าถาม - การประดษิ ฐ์แผน่ การเรยี นรู้ - เกมภาพตดั ตอ่
เคลื่อนไหวเคลื่อนที่ เกมกระโดดใชม้ อื เปิดโอกาสให้เด็ก
3 - การเคลอ่ื นไหว ,เท้า ไดเ้ ลือกเลน่ ในมุม
ตามค้าสั่ง ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนดั
- การเคล่ือนไหว ของตนโดยจดั ให้
ตามจนิ ตนาการ สอดคลอ้ งกับหน่วย
- การเคลอ่ื นไหว การเรยี นรู้
4 ตามคา้ บรรยาย เปิดโอกาสให้เด็ก
ได้เลือกเลน่ ในมมุ
- การเคลื่อนไหวอยู่ ตามความสนใจและ
กบั ท่ี และการ คน้ หาความถนัด
5 เคลอื่ นไหวเคลอ่ื นที่ ของตนโดยจัดให้
- การเคลือ่ นไหว สอดคล้องกับหน่วย
ประกอบเพลง การเรยี นรู้
เปิดโอกาสให้เด็ก
ได้เลอื กเลน่ ในมมุ
ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนัด
ของตนโดยจัดให้
สอดคลอ้ งกบั หนว่ ย
การเรยี นรู้
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเกี่ยวกับตัวเดก็ หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู ้อยรักสุขภาพ (การออกกาลงั กาย)
สปั ดาห์ท่ี 6 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ชนิดของการออกกาลังกาย
1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (เนน้ หลกั ๆของกิจกรรม) dspm
1. เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย
2. พูดตอบรับและปฏิเสธ
2. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้
1. การทา้ ท่าทางประกอบเพลงกายบริหารได้
2. ชนิดของการออกก้าลังกาย
ประสบการณส์ าคัญ
1. การเคล่อื นไหวอยู่กบั ที่ และการเคลอ่ื นไหวเคล่อื นที่
2. การรอ้ งเพลง
3.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขนั้ นา (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ)
1. กิจกรรมพืนฐานให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายทั่ว ๆ บริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เม่ือได้ยินสัญญาณหยุด
ใหห้ ยุดเคลอื่ นไหวทนั ที
2. ครเู ปิดเพลง “กายบริหาร” และรว่ มกนั ท้าทา่ ทางประกอบเพลง “กายบรหิ าร” ตามจังหวะ ชา้ – เรว็
3. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมซา้ 2 – 3 ครงั
4. เดก็ พกั ผ่อนร่างกาย 2 – 3 นาที
ขน้ั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์)
1. ครูถาม เด็ก ๆ ว่าเคยออกก้าลังการแบบใดบ้าง (ว่ิง ว่ายน้า เตะบอล ฯลฯ) ให้เด็กบอกคนละ 1 อย่าง
ครูสนทนาเพ่ิมเติมเก่ียวกับชนิดของการออกก้าลังกาย สามารถท้าได้หลายวิธี เช่น เล่นกีฬาต่าง ๆ
แอรโ์ รบิค เดิน ว่งิ ฯลฯ
2. นา้ ภาพการออกก้าลังกายให้เดก็ ๆ ดู สนทนาเกี่ยวกับภาพเพ่ิมเตมิ
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์)
1. ครสู นทนากบั เด็กเก่ยี วกับงาน คือ “การฉกี ปะ” ภาพฟุตบอล
2. แจกกระดาษ A4 ใหเ้ ด็ก ครูอธบิ ายพรอ้ มสาธติ “การฉีกปะ” ภาพฟตุ บอล ใหเ้ ดก็ ดู
3. ใหเ้ ด็กปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการฉีกปะ
4. เด็กสนทนาเกีย่ วกบั ผลงานของตนเอง โดยครูบันทึกค้าพดู ของเด็กในผลงาน
5. นา้ ผลงานของเดก็ ไปติดปา้ ยแสดงผลงาน
(กจิ กรรมการเล่นตามมุม)
1. ครูแนะน้าการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นการเลน่ ตามมุมตามมุมกิจกรรมตามขอ้ ตกลง
2. ใหเ้ ดก็ เลอื กเล่นมมุ กิจกรรมการเล่นตามมมุ ตามความสนใจ
3. หลังเลิกเลน่ ให้ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าทีใ่ ห้เรียบร้อยดสู วยงาม
(กจิ กรรมกลางแจง้ )
1. ครูใหเ้ ด็กอบอุ่นร่างกายโดยการว่งิ เบาๆ
2. ครูสาธิตวธิ กี ารกระโดดเท้าพน้ พืนทัง 2 ขา้ ง และยืนขาเดียว 1 วนิ าที ตามจงั หวะ และฝึกกระโดด
เทา้ พ้นพืนทงั 2 ขา้ งและยนื ขาเดยี ว 1 วนิ าที
3. ครนู ้าลกู ฟุตบอล มาให้เด็ก พร้อมทงั สาธิตวิธีการเล่นและใหเ้ ด็กเล่นฟุตบอล
4. เมือ่ เลน่ เสรจ็ แล้วใหเ้ ด็กลา้ งมอื กอ่ นเขา้ ชันเรียน
5. เด็กเขา้ แถวทา้ ความสะอาดรา่ งกายและแต่งกายให้เรียบรอ้ ยก่อนเข้าชนั เรียน
ขนั้ สรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา)
1. ครูแนะนา้ วิธีการเล่นเกมจบั คู่ภาพเหมอื นอปุ กรณก์ ีฬา
2. ให้เด็กเล่นเกมจับคู่ภาพเหมอื นอปุ กรณ์กีฬา
3. เดก็ และครูร่วมกนั สรปุ การเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนอปุ กรณก์ ีฬา
4. จัดเกบ็ อปุ กรณใ์ นการเล่นเกมใหเ้ รียบรอ้ ย
4. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ (เขียนโดยภาพรวม)
1. เพลง กายบริหาร
2. ภาพการออกกา้ ลงั กายชนดิ ต่าง ๆ
3. กระดาษสี กาว ใบงาน
4. ลกู ฟตุ บอล
5. เกมจับคู่ภาพเหมือนอปุ กรณ์กีฬา
5. การประเมินผล
1. สงั เกตการเคลอ่ื นไหวสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย เช่น กระโดดเทา้ พ้นพนื ทัง 2 ขา้ ง ยนื ขาเดยี ว 1 วนิ าที
2. สงั เกตการณ์ร่วมกจิ กรรม
3. สงั เกตการเลน่ เกมจบั คูภ่ าพเหมอื นอุปกรณ์กฬี า
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเกยี่ วกับตวั เด็ก หน่วยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยรกั สุขภาพ (การออกกาลังกาย)
สปั ดาหท์ ี่ 6 วันท่ี 2 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ชนดิ ของการออกกาลังกาย
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (เนน้ หลักๆของกิจกรรม) dspm
1. เคล่ือนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
2. พดู ตอบรับและปฏเิ สธ
2. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้
1. การเคลื่อนไหวอย่างอิสระพร้อมอปุ กรณ์ประกอบเพลง พร้อมวัสดุ อุปกรณ์
2. ชนดิ ของการออกกา้ ลังกาย
ประสบการณส์ าคัญ
1. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ และการเคลื่อนไหวเคลอ่ื นที่
2. การเคลือ่ นไหวพร้อมวัสดุ อปุ กรณ์
3. ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ)
1. กิจกรรมพืนฐาน ให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายไปท่ัว ๆ บริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เมื่อได้ยิน
สญั ญาณ “หยุด” ให้หยดุ เคลอื่ นไหวในท่านันทนั ที
2. แจกริบบินใหเ้ ดก็ ถอื ไวค้ นละ 1 เส้น
3. ครูเปิดเทปเพลง “ออกก้าลังกาย” ให้เด็กถือริบบินเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงไปท่ัวบริเวณ
อยา่ งอิสระ เมอื่ เพลงหยดุ ใหห้ ยดุ เคลอ่ื นไหวทนั ที
4. ให้เด็กปฏบิ ตั กิ ิจกรรมซา้ 2 – 3 นาที
5. เด็กพักผอ่ นร่างกาย 2 – 3 นาที
ขัน้ สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ)์
1. ครูถาม เดก็ ๆ วา่ เคยออกก้าลังการแบบใดบา้ ง (ว่ิง วา่ ยนา้ เตะบอล ฯลฯ) ใหเ้ ดก็ บอกคนละ 1 อย่าง
ครูสนทนาเพิ่มเติมเก่ียวกับชนิดของการออกก้าลังกาย สามารถท้าได้หลายวิธี เช่น เล่นกีฬาต่าง ๆ
แอรโ์ รบิค เดิน วิ่ง ฯลฯ
2. นา้ ภาพการออกก้าลงั กาย(วง่ิ )ให้เด็ก ๆ ดู สนทนาเกย่ี วกับภาพเพ่ิมเติม
(กิจกรรมสร้างสรรค)์
1. ครูสนทนากับเด็กเกีย่ วกับงานที่จะปฏิบตั ิ คือ “การหยดสบี นกระดาษเปยี ก”
2. แจกกระดาษ A4 ให้เด็กน้าไปจ่มุ ในน้าที่ครูเตรยี มใส่ภาชนะไวใ้ ห้
3. ใหเ้ ด็กใชพ้ ู่กนั หยดสบี นกระดาษเปยี ก
4. ใหเ้ ด็กสนทนาเกีย่ วกับผลงานของตนเอง โดยครูบนั ทกึ ค้าพูดของเด็กในผลงาน
5. ครูนา้ ผลงานของเด็กไปติดท่ีป้ายแสดงผลงาน
(กิจกรรมการเล่นตามมุม)
1. ครูแนะนา้ การปฏบิ ตั ติ นในการเลน่ การเลน่ ตามมุมตามมุมกิจกรรมตามข้อตกลง
2. ใหเ้ ด็กเลอื กเล่นมุมกจิ กรรมการเลน่ ตามมมุ ตามความสนใจ
3. หลังเลกิ เลน่ ให้ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกับเก็บของเขา้ ทใ่ี ห้เรยี บร้อยดูสวยงาม
(กิจกรรมกลางแจ้ง)
1. ครใู ห้เด็กอบอ่นุ ร่างกายโดยการว่ิงเบาๆ
2. ครูสาธิตวธิ กี ารกระโดดเท้าพ้นพืนทัง 2 ข้าง และยนื ขาเดยี ว 1 วินาที ตามจังหวะ และฝึกกระโดด
เท้าพน้ พืนทัง 2 ข้างและยืนขาเดียว 1 วินาที
3. ครูสาธติ วิธีการว่งิ โดยครูเปา่ นกหวีดเปน็ สญั ญาณ แล้วใหเ้ ดก็ ว่งิ ไปถึงเสน้ ชยั ทก่ี า้ หนดใหเ้ รว็ ที่สดุ
4. เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้วให้เดก็ ล้างมือก่อนเขา้ ชันเรยี น
5. เด็กเข้าแถวท้าความสะอาดร่างกายและแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเข้าชันเรยี น
ข้ันสรุป (กิจกรรมเกมการศกึ ษา)
1. ครูแนะน้าวิธีการเลน่ เกมภาพตดั ต่อ(การออกกา้ ลังกาย)
2. ใหเ้ ด็กเลน่ วิธีการเล่นเกมภาพตดั ตอ่ (การออกก้าลงั กาย)
3. เดก็ และครรู ว่ มกันสรุปการเลน่ วิธีการเล่นเกมภาพตดั ต่อ(การออกก้าลังกาย)
4. จัดเกบ็ อปุ กรณใ์ นการเล่นเกมใหเ้ รยี บร้อย
4. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้ (เขียนโดยภาพรวม)
1. เพลง กายบริหาร
2. รบิ บิน
3. ภาพการออกกา้ ลังกายชนิดต่าง ๆ
4. กระดาษ A4 พู่กัน สีน้า
5. นกหวดี
6. เกมภาพตัดตอ่ (การออกก้าลังกาย)
5. การประเมินผล
1. สังเกตการเคลื่อนไหวสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย เช่น กระโดดเท้าพ้นพืนทัง 2 ข้าง ยืนขาเดียว 1 วินาที
2. สงั เกตการณ์ร่วมกจิ กรรม
3. สังเกตการเลน่ เกมภาพตัดตอ่ (การออกกา้ ลังกาย)
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรูก้ ารศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเก่ียวกบั ตวั เด็ก หนว่ ยการเรียนรู้ หนูน้อยรักสุขภาพ (การออกกาลังกาย)
สปั ดาหท์ ่ี 6 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย การพักผอ่ น นอนหลบั
1. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (เน้นหลักๆของกจิ กรรม) dspm
1. เคล่อื นไหวสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย
2. พูดตอบรบั และปฏิเสธ
2. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
1. การเคลื่อนไหวอยา่ งอิสระ
2. บอกประโยชนข์ องการพักผ่อนได้
ประสบการณส์ าคญั
1. การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่ และการเคล่อื นไหวเคลือ่ นที่
2. การเริม่ ตน้ และการหยุดการกระท้าโดยสญั ญาณ(ตามค้าสงั่ )
3. ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขัน้ นา (กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ)
1. กิจกรรมพืนฐานให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายไปทั่ว ๆ บริเวณอย่างอิสระตามจังหวะเมื่อได้ยิน
สญั ญาณ “หยุด” ให้หยดุ เคล่อื นไหวในทา่ นันทันที
2. ให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายตามจังหวะเมื่อได้ยินสัญญาณหยุด ให้ฟังค้าสั่งจากครู เช่นปรบมือ 1 ครัง
ยักไหล่ 1 ครงั ผงก ศีรษะ 1 ครัง ฯลฯ
3. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ซ้า 2 – 3 ครัง
4. เด็กนั่งพกั ผอ่ นรา่ งกาย 2 – 3 นาที
ข้ันสอน (กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์)
1. ครนู า้ ภาพพกั ผอ่ นมาใหเ้ ดก็ ดู เช่นภาพการพักผ่อนโดยการนอนหลับ การฟงั เพลง ฯลฯ
2. ร่วมสนทนาเก่ียวกับเนือหาของภาพและประโยชน์ของการพักผ่อน เช่น ท้าให้เพลิดเพลิน
สนกุ สนานและท้าให้ร่างกายไดพ้ ักผ่อน สดชนื่ อารมณแ์ จม่ ใส
3. ครูน้าบัตรภาพการพักผ่อนเปรียบเทียบขนาด เล็ก – ใหญ่ ให้เด็กดูและสังเกตและเปรียบเทียบ
ความแตกตา่ งของขนาดเลก็ – ใหญ่
4. เด็กและครรู ่วมกันสรปุ ถึงประโยชน์ของการพกั ผ่อนและกรรเปรยี บเทียบขนาดเล็ก - ใหญ่
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์)
1. ครสู นทนากบั เด็กเกยี่ วกบั งานทจ่ี ะปฏิบตั ิวันนี คอื “การพบั สี”
2. แจกกระดาษ A4 ให้เด็ก ครอู ธบิ ายพรอ้ มสาธติ วธิ กี ารพับสีให้เดก็ ดู
3. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมพบั สี
4. เด็กสนทนาเกี่ยวกบั ผลงานของตนเอง โดยครูบนั ทึกค้าพดู ของเดก็ ในผลงาน
5. นา้ ผลงานของเด็กไปตดิ ป้ายแสดงผลงาน
(กจิ กรรมการเลน่ ตามมุม)
1. ครแู นะน้าการปฏิบัตติ นในการเลน่ การเลน่ ตามมุมตามมุมกิจกรรมตามข้อตกลง
2. ให้เดก็ เลือกเลน่ มุมกจิ กรรมการเล่นตามมมุ ตามความสนใจ
3. หลงั เลกิ เล่นให้ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เกบ็ ของเขา้ ท่ีให้เรียบร้อยดูสวยงาม
(กจิ กรรมกลางแจ้ง)
1. ให้เดก็ อบอนุ่ รา่ งกายโดยการวิ่งไปรอบๆ สนาม
2. ครเู ปา่ นกหวดี ใหเ้ ด็กมานัง่ เป็นแถว ครูแนะน้าวธิ ีการเลน่ เครือ่ งเลน่ สนามอยา่ งถูกวิธี
3. ให้เด็กเล่นเคร่ืองเลน่ สนามอย่างอิสระ
4. เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้วใหเ้ ดก็ ลา้ งมือก่อนเขา้ ชนั เรยี น
5. เด็กเข้าแถวทา้ ความสะอาดรา่ งกายและแตง่ กายให้เรยี บร้อยก่อนเขา้ ชันเรยี น
ขั้นสรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา)
1. ครูแนะนา้ วิธีเล่นเกมเรยี งล้าดับจากเล็กไปหาใหญ่ได้
2. ให้เด็กเล่นเกมเปน็ กล่มุ
3. ให้เด็กเล่นซ้าอกี ครัง
4. เดก็ และครูร่วมกนั สรปุ การเลน่ เกมเรยี งล้าดับขนาดเล็กไปหาใหญ่
4. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ (เขียนโดยภาพรวม)
1. เคร่อื งเคาะจังหวะ
2. ภาพการพักผอ่ นโดยการนอนหลับ การฟงั เพลง
3. บตั รภาพการพกั ผ่อนเปรยี บเทียบขนาด เลก็ – ใหญ่
4. กระดาษA4 สีน้า
5. เกมเรยี งลา้ ดบั จากเล็กไปหาใหญ่
5. การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการเคล่อื นไหวสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย
2. สังเกตการณ์ร่วมกจิ กรรม
3. สังเกตการเล่นเกมเรียงลา้ ดับจากเล็กไปหาใหญ่
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก หน่วยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรกั สุขภาพ (การออกกาลงั กาย)
สปั ดาหท์ ี่ 6 วันที่ 4 สาระการเรียนรูย้ ่อย นกั ประดิษฐต์ ัวน้อย (ประดิษฐด์ มั เบล)
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (เน้นหลกั ๆของกิจกรรม) dspm
1. เคลอ่ื นไหวส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย
2. พูดตอบรับและปฏเิ สธ
3. แกป้ ญั หาง่ายๆ ได้
2. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
1. การเคลื่อนไหวอยา่ งอสิ ระ
2. การประดิษฐ์วัสดเุ หลอื ใช้
ประสบการณ์สาคญั
1. การเคล่อื นไหวอย่างอสิ ระ
2. การเคลอ่ื นไหวตามค้าบรรยาย
3. การทดลองและการแกป้ ญั หาอย่างง่ายๆ
3.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ)
1. กิจกรรมพืนฐานให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปท่ัว ๆ บริเวณอย่างอิสระตามจังหวะเม่ือได้ยิน
สญั ญาณหยดุ ให้หยุดเคลือ่ นไหวในทา่ นนั ทันที
2. ครูให้เดก็ เคลือ่ นไหวตามค้าบรรยายของครตู ามจินตนาการของตนเอง
3. เด็กพักผอ่ นร่างกาย 2 – 3 นาที
ขั้นสอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์)
1. ครูนา้ ภาพดัมเบล และดมั เบลที่ครปู ระดิษฐ์ขนึ จากวัสดเุ หลือใชม้ าให้เด็ก ๆ ดู
2. รว่ มสนทนาเกยี่ วกับประโยชนข์ องดัมเบล เช่นทา้ ให้สนกุ สนานและท้าใหร้ ่างกายแข็งแรง
(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์)
1. ครแู ละเด็กร่วมกันประดษิ ฐ์ดัมเบล ตามขนั ตอน ดงั ต่อไปนี
- น้าขวดน้าพลาสติกขนาดเล็ก 2 ขวด มาเจาะรู 1 รูให้เท่ากับขนาดของท่อพีวีซีขนาดเล็ก
บริเวณก่ึงกลางขวด
- น้าท่อพีวซี ีสอดเขา้ ไปในขวดน้าทีเ่ จาะรทู ัง 2 ขวด
- น้าปืนกาวมายิงปิดรอยรว่ั ให้เรยี บรอ้ ย
- นา้ ทรายมากรอกใสข่ วดน้าพลาสติกทงั 2 ขวด ให้เท่ากนั
- ตกแตง่ ขวดน้าพลาสติกด้วยการพน่ สีใหส้ วยงามตามจนิ ตนาการ
2. เด็กและครูรว่ มกันสรปุ ถงึ ประโยชน์ของการประดิษฐ์ดมั เบล
3. น้าผลงานของเด็กมาจดั แสดง
(กจิ กรรมการเลน่ ตามมุม)
1. ครแู นะนา้ การปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ การเล่นตามมุมตามมุมกิจกรรมตามขอ้ ตกลง
2. ให้เดก็ เลือกเลน่ มุมกิจกรรมการเลน่ ตามมมุ ตามความสนใจ
3. หลังเลกิ เลน่ ให้ทา้ ความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกบั เก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยดูสวยงาม
(กจิ กรรมกลางแจง้ )
1. ใหเ้ ด็กอบอ่นุ ร่างกายโดยการว่ิงไปรอบๆ สนาม
2. ครูเปา่ นกหวดี ให้เด็กมานงั่ เป็นแถว ครูแนะน้าวิธีการเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างถูกวธิ ี
3. ให้เด็กเล่นเคร่ืองเล่นสนามอย่างอสิ ระ
4. เมื่อเล่นเสร็จแลว้ ใหเ้ ด็กลา้ งมือก่อนเข้าชันเรียน
5. เด็กเข้าแถวทา้ ความสะอาดร่างกายและแต่งกายใหเ้ รียบร้อยก่อนเขา้ ชันเรียน
ขัน้ สรปุ (กจิ กรรมเกมการศึกษา)
1. ครูแนะน้าวธิ ีเลน่ เกมจบั ค่ภู าพ – เงา
2. ให้เด็กเลน่ เกมจับคูภ่ าพ – เงา
3. ให้เด็กเลน่ ซา้ อีกครงั
4. เดก็ และครูรว่ มกันสรุปการเลน่ เกมจบั คภู่ าพ – เงา
4. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ (เขยี นโดยภาพรวม)
1. เครอื่ งเคาะจังหวะ
2. ภาพดัมเบล
3. ขวดน้าพลาสติกใสขนาดเล็ก,ท่อPVCขนาดเล็ก,ปนื กาว,คัตเตอร,์ ทราย,สเปรยส์ ีตา่ ง ๆ
4. เกมจับคูภ่ าพ – เงา
5.การประเมินผล
1. สังเกตการเคลอื่ นไหวส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
2. สงั เกตการณร์ ว่ มกิจกรรมการประดิษฐ์ดัมเบล
3. สงั เกตการเล่นเกมจับคูภ่ าพ – เงา
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรูก้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เรื่องราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็ หน่วยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยรกั สุขภาพ (การออกกาลังกาย)
สัปดาห์ที่ 6 วันที่ 5 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ยกประดิษฐ์ตวั น้อย (ประดิษฐ์แผ่นเกมกระโดดใช้มอื ,เท้า)
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (เน้นหลักๆของกิจกรรม) dspm
1. เคลอื่ นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
2. พดู ตอบรับและปฏิเสธ
3. แกป้ ัญหาง่ายๆ ได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
1. การเคลอ่ื นไหวอยู่กบั ท่ี การเคล่ือนไหวเคลื่อนที่ และการเคลอื่ นไหวตามข้อตกลง
2. การประดิษฐว์ ัสดเุ หลือใช้
ประสบการณส์ าคญั
1. การเคลือ่ นไหวอยู่กบั ท่ี การเคลอ่ื นไหวเคลื่อนที่
2. การเคล่ือนไหวประกองเพลง
3. การทดลองและการแกป้ ญั หาอย่างงา่ ยๆ
3.ข้ันตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขน้ั นา (กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ)
1. กิจกรรมพืนฐานให้เดก็ เคลื่อนไหวรา่ งกายท่วั ๆ บริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เม่ือไดย้ นิ
สญั ญาณหยดุ ให้หยุดเคล่ือนไหวทนั ที
2. ครเู ปิดเพลง “กายบริหาร” และรว่ มกนั ทา้ ทา่ ทางประกอบเพลง “กายบริหาร” ตามจงั หวะ ชา้ – เรว็
3. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมซ้า 2 – 3 ครัง
4. เดก็ พักผ่อนร่างกาย 2 – 3 นาที
ขัน้ สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ)์
1. ครนู า้ วิดโิ อการเลน่ แผ่นเกมกระโดดใชม้ ือ,เท้ามาให้เด็ก ๆ ดู
2. รว่ มสนทนาเก่ียวกับประโยชน์ของเล่นแผน่ เกมกระโดดใชม้ ือ,เทา้ เช่นทา้ ใหส้ นกุ สนานและท้าให้
ร่างกายแขง็ แรง
(กิจกรรมสรา้ งสรรค์ศลิ ปะแบบรว่ มมอื )
1. ครแู ละเด็กรว่ มกันประดิษฐ์แผน่ เกมกระโดดใชม้ ือ,เท้า ตามขนั ตอนดังต่อไปนี
- นา้ แผน่ ไวนลิ (ด้านหลงั )ท่ใี ช้แลว้ ขนาด 1x2 เมตร มาวัดขนาดชอ่ งใหเ้ ทา่ กนั ทุกชอ่ ง และน้าแลค
ซนี มาตดิ ตามชอ่ งท่ีกา้ หนดไว้
- น้ามือและเทา้ ของเด็กมาวางบนแผ่นสตกิ เกอร์ และใชด้ ินสอวาดตามขนาดมือและเท้าของ
เด็กและตัดตามรอยทีว่ าดไว้ โดยใชส้ ีของสติกเกอร์ ดงั นี
- มอื ขวา ใชส้ ตกิ เกอรส์ เี ขียว
- มอื ซ้าย ใชส้ ตกิ เกอรส์ เี หลือง
- เทา้ ขวา ใช้สตกิ เกอรส์ แี ดง
- เท้าซา้ ย ใช้สตกิ เกอรส์ นี ้าเงิน
- น้าสติกเกอรร์ ปู มอื และเท้าตัดเรียบร้อยแลว้ มาแปะในช่องแผน่ ไวนิลท่ที ้าไว้ (ภาพประกอบ)
2. เด็กและครูร่วมกนั สรุปถงึ ประโยชนข์ องการประดิษฐ์แผ่นเกมกระโดดใชม้ ือ,เท้า
3. น้าผลงานของเด็กมาจดั แสดง
(กิจกรรมการเลน่ ตามมุม)
1. ครูแนะนา้ การปฏิบตั ติ นในการเล่นการเลน่ ตามมุมตามมุมกิจกรรมตามข้อตกลง
2. ใหเ้ ด็กเลือกเลน่ มมุ กจิ กรรมการเล่นตามมมุ ตามความสนใจ
3. หลังเลิกเลน่ ใหท้ า้ ความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกบั เก็บของเข้าท่ใี หเ้ รยี บร้อยดสู วยงาม
(กิจกรรมกลางแจ้ง)
1. ใหเ้ ด็กอบอนุ่ ร่างกายโดยการว่ิงไปรอบๆ สนาม
2. ครเู ป่านกหวีดใหเ้ ด็กมานงั่ เป็นแถว ครูแนะน้าวิธีการเล่นแผ่นเกมกระโดดใชม้ ือ,เท้า
3. ครใู ห้เดก็ เล่นเกมกระโดดใช้มือ,เท้า
4. เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้วใหเ้ ดก็ ลา้ งมือก่อนเขา้ ชนั เรียน
5. เดก็ เข้าแถวท้าความสะอาดร่างกายและแตง่ กายให้เรียบร้อยกอ่ นเขา้ ชันเรียน
ขั้นสรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา)
1. ครแู นะน้าวธิ เี ลน่ เกมภาพตัดต่อ(การออกกา้ ลังกาย)
2. ใหเ้ ดก็ เลน่ เกมภาพตัดต่อ(การออกกา้ ลงั กาย)
3. ใหเ้ ดก็ เล่นซา้ อีกครงั
4. เด็กและครูรว่ มกนั สรปุ เกมภาพตัดต่อ(การออกกา้ ลังกาย)
4. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้ (เขียนโดยภาพรวม)
1.เคร่ืองเคาะจังหวะ
2.วดิ ิโอการเลน่ แผน่ เกมกระโดดใชม้ อื ,เท้า
3.แผ่นไวนลิ (ด้านหลงั )ท่ีใชแ้ ล้ว ขนาด 1x2 เมตร,สตกิ เกอร์สีต่าง ๆ,กรรไกร,ดินสอ,ไมบ้ รรทดั
4.เกมภาพตดั ต่อ(การออกก้าลงั กาย)
5. การประเมินผล
1. สังเกตการเคลอ่ื นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
2. สังเกตการณร์ ่วมกิจกรรมการประดิษฐ์แผ่นเกมกระโดดใช้มือ,เทา้
3. สังเกตเกมภาพตัดต่อ(การออกก้าลงั กาย)
สัปดาห์ที่ 7 หนว่ ยท่ี 3
หนูน้อยกนิ ดมี ีสขุ
สปั ดาห์ที่ 7 - 8
โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรกู้ ารจัดประสบการณ์การศกึ ษาปฐมวยั อายตุ า่ กวา่ ๓ ปี (2-3 ปี)
อาหารดีมปี ระโยชน์ (6 วนั )
๑. อาหารท่ีหนรู ้จู ัก
๒. นม
๓. ผัก/ผลไม้
4. ขนมท่มี ปี ระโยชน์
๕. อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการรับประทานอาหาร/มารยาทในการรับประทานอาหาร/การลา้ งมือ
สัปดาห์ท่ี 8 อาหารที่ไม่มีประโยชน์ (2 วัน)
กจิ กรรมเซฟฟันนา่ นม (2 วัน) การทา่ แซนวิชทูน่า
1. ประโยชนข์ องอาหาร
2. ขนมที่ไมม่ ีประโยชน์
3. เครือ่ งดมื่ ทไี่ มม่ ีประโยชน์
4. กจิ กรรมเซฟฟันนา้ นม “มาร้จู ักวัสดุ-อปุ กรณ์การท้าแซนวชิ ทนู ่า”
5. กิจกรรมเซฟฟันนา้ นม “ลงมอื ปฏบิ ตั ิจริงการแซนวชิ ทนู ่า”
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ่ี 7 – 8 สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เรอ่ื งราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
หน่วยการเรียนรู้ หนูน้อยกินดีมสี ุข
ความคิดรวบยอด อาหารที่ดีมปี ระโยชน์ ไดแ้ ก่ ไข่ นม ขา้ ว เนือสตั ว์ นา้ สะอาด การรับประทานอาหารทด่ี ี และมี
ประโยชน์ จะท้าให้รา่ งกายเจรญิ เตบิ โต แขง็ แรง อาหารท่ีไม่มีประโยชน์ เช่น น้าอัดลม ขนมกรบุ กรอบ ท็อฟฟี/่
ช็อคโกแล็ต สง่ ผลเสยี ตอ่ รา่ งกาย ก่อนและหลงั รับประทานอาหารเดก็ ๆ ควรลา้ งมือ
ประโยชนข์ องอาหาร ขนม ผัก/ผลไม้ 3.เชฟฟนั นา้ นม ขนมทไี่ มม่ ีประโยชน์
อาหาร (2 วนั )
2.อาหารทไี่ ม่มีประโยชน์
1.อาหารดมี ปี ระโยชน์ หนนู อ้ ยกินดมี ีสุข (2 วัน)
(6 วัน)
เคร่อื งด่ืมทไี่ ม่มปี ระโยชน์
อุปกรณท์ ใี่ ช้ในการรบั ประทานอาหาร/ นม /น้าสะอาด
มารยาทในการรับประทานอหาร/การ
ลา้ งมอื อาหารท่ีหนูรูจ้ กั
ส่ิงท่ีเด็กรแู้ ล้ว ส่ิงทีเ่ ดก็ ต้องการรู้ สิง่ ที่เดก็ ควรรู้
1. ข้าวผดั 1. อาหารทม่ี ปี ระโยชน์บางชนิด 1. อาหารท่ีหนูรจู้ ัก
2 . ไข่ดาว /ไขเ่ จียว/ไก่ทอด 2. อาหารที่ไม่มีประโยชนบ์ างชนิด 2. นม/นา้
3.กว๋ ยเตี๋ยว 3. ผัก/ผลไม้
3. ผลไม้บางชนดิ 4. ขนมทีม่ ปี ระโยชน์
4. ผกั บางชนิด 5. อาหารทีม่ ีประโยชน์
ขมนไทย ขนมต่างประเทศ -ส้ม ผังมโนทศั
-ขา้ วตม้ มัด -กลว้ ย
-ขนมชนั -ขนมเคก้ -แตงโม -มะเขือเทศ
-โดนัท -แตงกวา
-รา่ งกายแขง็ แรง -แครอท
-รา่ ยกายเจริญเตบิ โต
- ขนม
ผัก/ผลไม้
ประโยชน์ของอาหาร
1.อาหารดีมีประโยชน์
(6 วัน)
อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการรับประทานอาหาร/ นม อาหารที่หนรู จู้ ัก
มารยาทในการรับประทานอหาร
- นมรสจืด - ไข่
- จาน - ไม่สง่ เสียงดงั - นมช็อคโกแลต็ - ข้าวผดั
- ชอ้ น/ส้อม - ไมเ่ ลน่ กัน - นมเปรียง - ไกท่ อด
- แกว้ น้า - น้าสะอาด - กว๋ ยเต๋ียว
- ถว้ ย ขณะ
- ผ้าเชด็ ปาก รับประทาน
อาหาร
- นมเปรยี ง
- นา้ สะอาด
ศน์ หนนู ้อยกินดมี ีสขุ - ทอ็ ฟฟี่
- หมากฝรั่ง
3.เชฟฟันน้านม - ขนมกรุบกรอบ
(2 วัน)
ขนมที่ไม่มีประโยชน์
หนูน้อยกนิ ดมี ีสุข
ก 2.อาหารทไี่ ม่มปี ระโยชน์
ว (2 วนั )
เครื่องดืม่ ท่ไี ม่มปี ระโยชน์
- เครื่องดื่มท่ีมีแก๊ส
- เคร่ืองดื่มทม่ี ีแอลกอฮอร์
-
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรียนรู้ท่ีควรเรียนรู้ สภาพทีพ่ ึงประสงคแ์ ละการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
สาระการเรยี นรู้ การประเมิน
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์ พัฒนาการ
ส่าคญั (DSPM)
หนว่ ยท่ี 3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ 1. อาหารที่มี - การเคลอ่ื นไหวสว่ น 65.กระโดดเท้าพน้
สัปดาหท์ ี่ 7 ต่าง ๆ ของรา่ งกาย พืนทงั 2 ขา้ ง (GM)
หนนู อ้ ยกินดมี สี ขุ 2.1 ใช้กล้ามเนือมดั ใหญไ่ ด้ ประโยชน์ ตามจังหวะดนตรี
เหมาะสมกับวยั 69. ล้างและเชด็ มอื
1.อาหารดีมีประโยชน์ 2.การดูแลตนเอง - การปนั้ ได้เอง (PS)
2. อาหารไมด่ มี โี ทษ - กระโดดดว้ ยขาทัง 2 ขา้ งได้ -การดูแลรักษาความ
3.เชฟฟนั น้านม กอ่ น/หลงั การ สะอาดของรา่ งกาย 71. ขวา้ งลกู บอล
2.2 ใชก้ ลา้ มเนือมดั เล็กได้ และของใช้ส่วนตวั ขนาดเล็กได้ โดยยก
เหมาะสม รับประทานอาหาร - การรกั ษาความ
ปลอดภัย มือขึนเหนือศรีษะ
- หยิบของชนิ เลก็ ๆ ได้ 3.มารยาทในการ (GM)
-การแสดงอารมณท์ ่ี 72. ตอ่ กอ้ นไม้
3.1รา่ เรงิ แจ่มใส รับประทานอาหาร เป็นสุข ส่เี หล่ียมลูกบาศก์
4 ความส้าคญั ของ เปน็ หอสูงได้ 8
- มีกริยาทา่ ทางส่วนใหญ่อารมณ์ การรบั ประทาน - การรับรอู้ ารมณห์ รอื กอ้ น (FM)
ดี อาหาร ความรสู้ ึกของตนเอง
5. โทษของอาหารที่ 74.สนใจฟังนิทาน
- ยมิ แยม้ หวั เราะงา่ ย ไมม่ ปี ระโยชน์ - การชว่ ยเหลือตนเอง ไดน้ าน 5 นาที
ในกจิ วัตรประจ้าวัน (FM)
3.3 สนใจและมคี วามสขุ กับ ตามวัย
ธรรมชาตสิ ่งิ สวยงาม ดนตรีและ 76.พูดตดิ ตอ่ กนั 2
จังหวะและการเคลอื่ นไหว - การเลน่ อสิ ระ ค้าขนึ ไปโดยมี
ความหมายโดยใช้
-ตอบสนองต่อเสยี งเพลง จงั หวะ - การตอบคา้ ถามจาก คา้ กริยาไดถ้ กู ตอ้ ง
ดนตรี อย่างสนกุ สนาน การคิด อย่างน้อย 4 กรยิ า
(EL)
6.2 แสดงออกและ/ - การเลน่ เครอ่ื งเล่น
หรือพดู เพ่อื ส่อื ความหมาย สัมผสั 77.ร้องเพลงไดบ้ าง
ได้ ค้าหรอื รอ้ งเพลง
- การเชื่อมโยง คลอตามทา้ นอง
-เรียกชอื่ และสงิ่ ของทคี่ ุน้ เคยได้ ประสบการณ์เดมิ (PS)
82.พูดติดตอ่ กนั 3
– 4 ค้าไดอ้ ย่างน้อย
4 ความหมาย (EL)
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 7 สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เรอ่ื งราวเก่ียวกับตัวเดก็
หนว่ ยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยกินดีมีสขุ สาระการเรยี นร้ยู ่อย อาหารดมี ปี ระโยชน์
กิจกรรม เคลอ่ื นไหว เสรมิ ศลิ ปะ การเล่นตาม การเล่น เกม
วนั ท่ี และจังหวะ
ประสบการณ์ สร้างสรรค์ มมุ กลางแจง้ การศกึ ษา
-เคล่อื นไหวร่างกาย ตาม อาหารท่ีมี -ปะตดิ ภาพ เล่นตามมมุ เล่นเครือ่ ง เกม จบั คู่
จังหวะชา้ – เร็ว ด้วยการ ประโยชน์ อาหาร ประสบการณ์ เลน่ สนาม ภาพอาหาร
กระโดด 2 ขา ทีเ่ หมือนกัน
1 -การทา้ ทา่ ทางตาม
จนิ ตนาการประกอบคา้
คล้องจอง “อาหารของ
เรา”
-เคล่ือนไหวรา่ งกาย ตาม รสชาตขิ องนม -พิมพ์ภาพด้วย เล่นตามมุม เลน่ เกม เกมจบั คู่
จงั หวะช้า – เร็ว ด้วยการ และประโยชน์ นวิ มือ “รูปววั ประสบการณ์ กระโดด 2 ภาพเหมือน
2 ตบมือ การเคลือ่ นไหว นม” ขา เหยยี บ นม
รา่ งกายประกอบเพลง เส้น
“ดม่ื นม”
-เคลื่อนไหวร่างกาย ตาม ชนิด/รูปร่าง - ขย้าตดิ ปะ เล่นตามมมุ เลน่ เกม วิ่ง เกม จับคู่
จังหวะช้า – เรว็ ด้วยการ ลกั ษณะของผัก ผกั /ผลไม้ ประสบการณ์ เกบ็ ผกั ผลไม้ ภาพท่ี
3 ตบมอื เคลื่อนไหวรา่ งกาย และผลไม้ สัมพันธ์กัน
ประกอบเพลง ผักและ ประโยชนข์ อง (ผลไม้/ผกั /
ผลไม้ ผักและผลไั ม้ ส)ี
-เคลอ่ื นไหวร่างกาย ตาม ขนมท่มี ี -ปั้นดินน้ามัน เล่นตามมุม เลน่ เกมโยน เกมภาพตัด
จังหวะช้า – เรว็ ดว้ ยการ ประโยชน์ ขนมทห่ี นชู อบ ประสบการณ์ บอลใส่ ตอ่ ขนม
4 ตบมือ เคลื่อนไหว ตะกร้า
รา่ งกายประกอบคา้ คลอ้ ง
จอง อาหารของเรา
เคลอื่ นไหวร่างกายพร้อม อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ น ฉกี ปะภาพ เล่นตามมุม เล่นเกมโยน เกมจบั คู่ของ
อุปกรณต์ ามจังหวะ ช้า - เร็ว การรับประทาน อาหารบนจาน ประสบการณ์ บอลใส่ ใชท้ ส่ี มั พนั ธ์
5 อาหาร /มารยาท
ในการรบั ประทาน กระดาษ ตะกร้า
อาหาร การล้างมอื
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 7 สาระการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่ืองราวเก่ียวกับตวั เด็กหน่วยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยกินดมี ีสุข
วนั ที่ 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย อาหารท่หี นรู ู้จกั
1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. มีความสขุ จากการท้ากจิ กรรม
2. บอกชอ่ื อาหารทีร่ ู้จักได้อย่างน้อย 1 ชนิด
3. กระโดดด้วยเทา้ ทัง 2 ขา้ งได้
2.สาระการเรียนรู้การ
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
อาหารที่หนูรู้จัก
อาหารท่ดี ี และมปี ระโยชน์ เม่ือเรา 1.การเคลื่อนไหวอยู่กบั ทแ่ี ละการเคล่อื นที่
รับประทานจะท้าใหร้ ่างกายของเรา 2. การเล่นรวมกลุ่มกบั เพื่อน
เจริญเตบิ โต แขง็ แรง มสี ุขภาพดี เราจงึ ควร 3. การท่องค้าคล้องจอง
กนิ อาหารหลากหลายชนดิ เพื่อให้ได้ 4. การฉีก ตดั ปะ
สารอาหารทคี่ รบถ้วน 5. การจดจ่อใส่ใจ
6. การเล่านทิ าน
3.ขนั ตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณา6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร) 2.การช่นื ชมและสร้างสรรค์ ส่งิ ท่ี
ขันนา่ สวยงาม
กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ (15 นาที)
1.ครูใหเ้ ดก็ เตรียมพร้อมร่างกาย โดยใหย้ ืนห่าง ๆ และกระโดดดว้ ยเท้าทัง 2 ข้างตามจังหวะ ช้า - เรว็
ๆแลคะิดใขทหอา่้เดงทต็กานงๆตเอางพมจูดนิตตามนท3ากีล. าะกรวาปรรรรปคะฏกบิ อตับิกคิจา้ วคตั ลร้อปงรจะอจงา้ วัน
2.ครูอา่ นค้าคลอ้ งจอง “อาหารของเรา” ให้เด็ก ๆ ฟัง 1 รอบ 4
3.ครูสรา้ งข้อตกลงในการเคลื่อนไหวตามจินตนาการโดยให้เดก็ .
ก
“อาหารของเรา” า
ร
4. เดก็ ๆ ท้าท่าทางตามจินตนาการประกอบค้าคล้องจอง “อาหารของเรา” รู้
จั
5.เดก็ ท้ากจิ กรรมซา้ 2 – 3 รอบ โดยครูเปน็ ผใู้ หส้ ัญญาณการเคาะจังหวะ ก
สิ่
ขันสอน ง
ต่
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที) า
ง
6.ครจู ดั ให้เดก็ นั่งเป็นรปู ครึ่งวงกลม และสรา้ งขอ้ ตกลงกับเดก็ ๆ เมอื่ คุณครูถามเด็กคนใดต้องการตอบให้ยกมือขึน
ๆ
7.ครนู า้ อาหารของจรงิ ใหเ้ ด็กดู (ขา้ วผัด กว๋ ยเต๋ียว ไขเ่ จียว ไก่ทอด ปลาทอด)
ด้
• เดก็ ๆ รจู้ ักอาหารทคี่ ุณครูน้ามาใหด้ หู รือไม่ ว
• เด็ก ๆ ชอบรบั ประทานอาหารชนดิ ใดบ้าง
• ทุก ๆ เช้าก่อนเด็ก ๆ มาท่ีศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก ๆ เด็ก ๆ รับประทานอาหารชนิดใดบา้ ง
8. คุณครูให้เด็ก ออกมาสังเกตอาหารใกล้ ดว้ ยการดมกลิ่นและชมิ รสชาติ (คุณครูจัดเตรียมภาชนะแบ่งอาหาร)
9.ครใู หเ้ ดก็ อาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเลา่ อาหารที่เด็ก ๆ ชอบ
10.คุณครูสนทนากบั เด็ก ๆ อาหารทดี่ ี และมีประโยชน์ เมื่อเรารบั ประทานจะทา้ ให้ร่างกายของเราเจรญิ เตบิ โต แข็งแรง มี
สุขภาพดี เราจงึ ควรกินอาหารหลากหลายชนดิ เพอื่ ให้ไดส้ ารอาหารที่ครบถว้ น
กจิ กรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (30 นาท)ี
11. ครใู ห้เดก็ ดภู าพอาหาร
• เดก็ ๆ เห็นภาพอะไรบ้าง
• อาหารเช้าทเ่ี ด็ก ๆ รบั ประทานมอี ะไรบา้ ง
• เด็ก ๆ จะตกแต่งภาพจานอาหารเชา้ แสนอรอ่ ยอย่างไรใหส้ วยงาม
12. ครูแนะน้าอุปกรณ์การฉีก ปะ ตดิ ตกแต่งภาพ และให้เด็กพูดชื่อตาม ได้แก่ กระดาษสี กาว วิธใี ช้กาว และขอ้ ควร
ระวงั ขณะใชก้ าว
13. ครสู าธิตและอธบิ ายการฉีก ปะ ตดิ ตกแต่งภาพ โดยฉกี กระดาษสตี ่าง ๆ เปน็ ชินเลก็ ๆ จากนันทากาวบาง ๆ ลงบนภาพ
แลว้ นา้ กระดาษสตี ่าง ๆ ตดิ ตกแต่งภาพตามจนิ ตนาการ
14. ครูและเด็กรว่ มกนั สรา้ งข้อตกลงอยา่ งง่าย ๆ ในการทา้ กจิ กรรม เช่น แบ่งปันของใชร้ ่วมกนั ท้ากจิ กรรมเสร็จช่วยกัน
เกบ็ เข้าท่ี จากนนั ใหเ้ ด็กคดิ ว่าจะตกแตง่ เปน็ ภาพอาหารเช้าอะไร และบอกเล่าให้เพื่อนฟัง
15. เด็กลงมือทา้ กจิ กรรม เมื่อทา้ ผลงานเสรจ็ น้าผลงานตนเองมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหนา้ ชนั เรยี น และน้ามาติดทีป่ ้ายแสดง
ผลงาน
16. เด็กทุกคนทา้ ตามข้อตกลงชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณเ์ ข้าที่ให้เรียบร้อย
กจิ กรรมเล่นเสรี (20 นาท)ี
17.ครแู นะนา้ ให้เดก็ รจู้ ักศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่จดั ไวใ้ นห้องเรยี น พร้อมทังบอกสิ่งท่ีอยู่ในมุมต่าง ๆ และสาธิตวิธีการเลน่
18. ครูสรา้ งข้อตกลงอยา่ งงา่ ยๆ ในการเล่นตามศูนย์ประสบการณต์ า่ ง ๆ ดังนี
- รจู้ กั แบง่ ปนั กนั เล่น - เมื่อเลน่ เสร็จเกบ็ ของเข้าท่ี - เลน่ ของเล่นอยา่ งเบาๆ
- เมอ่ื ไดย้ นิ สัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ กบ็ ของเล่นเข้าที่ และมาน่งั รวมกันทหี่ น้าห้อง
19. ครใู หเ้ ด็กๆ คดิ วางแผนการเล่นอยา่ งอสิ ระวา่ วนั นีจะเล่นอะไร เล่นกีอ่ ย่าง จากนันให้เลอื กเล่นตามท่ีคดิ ไว้อย่างอิสระ
ปฏบิ ัติ ตามขอ้ ตกลง เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ให้เก็บของเขา้ ท่ี และมานัง่ รวมกันท่ีหน้าห้อง
20 ครูและเด็กร่วมกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเล่าส่ิงทีไ่ ดเ้ ล่น ความรสู้ กึ ต่างๆ ชอบหรือไม่ชอบเพราะเหตุใด
กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง (30 นาท)ี
21.ครแู นะน้าใหเ้ ดก็ ร้จู ักเครื่องเลน่ สนาม และสาธิตวิธกี ารเล่น
22. ครสู ร้างขอ้ ตกลงอยา่ งง่าย ๆ ในการเลน่ เครื่องเล่นสนาม ดังนี
- รูจ้ ักแบ่งปันกนั เล่น - เขา้ แถวรอคอยต่อจากเพือ่ น
- เลน่ เครอื่ งเล่นอยา่ งถูกวิธี และระมดั ระวงั - ไม่แกล้งเพอื่ นขณะเล่น
- เมอื่ ได้ยนิ เสียงนกหวีด ให้หยดุ เล่นและมานงั่ รวมกนั ทห่ี นา้ สนามเด็กเล่น
23 ครใู หเ้ ด็ก ๆ คดิ วางแผนการเลน่ อย่างอสิ ระว่า วันนจี ะเลน่ อะไร เล่นก่อี ยา่ ง จากนนั ให้เลือกเลน่ ตามท่คี ดิ ไว้อย่างอิสระ
ปฏบิ ัติตามข้อตกลง เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ใหห้ ยุดเลน่ และมานั่งพกั ผ่อนรวมกนั ทีห่ น้าสนามเดก็ เลน่
24.ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเล่าส่ิงท่ีได้เล่น ความรสู้ ึกต่าง ๆ ชอบหรอื ไม่ชอบเพราะเหตุใด
25.ครใู หเ้ ดก็ ๆ เตรียมตวั เขา้ แถว ไปล้างมือ
ขันสรุป กิจกรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี
26. ครแู นะน้าเกม จับคู่ภาพอาหารทีเ่ หมอื นกัน
27. ครูแบ่งกลุ่มเด็ก กล่มุ ละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลอื กเองหรือตามความเหมาะสม และสร้างข้อตกลงในการเลน่ อยา่ งง่าย
ๆ เชน่
- รูจ้ ักแบง่ ปันกันเล่น - ร้จู ักรอคอยต่อจากเพ่ือน - เล่นกันเบา ๆ ไมท่ ้าลายให้เสยี หาย
- เมือ่ ไดย้ นิ สัญญาณหยุด (เสยี งเคาะจังหวะ 2 ครัง) ให้เก็บเกมเขา้ ที่ และมาน่ังตามสญั ลกั ษณ์
28.คณุ ครูและเด็ก ๆ ร่วมกันสนทนา ทบทวนสง่ิ ที่เด็ก ๆ ไดเ้ รยี นรใู้ นวนั นี ก่อนกลบั บ้านคณุ ครเู ลา่ นทิ านเร่ือง อา้ อ้า อ้า
หนหู ม้า่ อะไร
4.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. อาหารของจรงิ
2.กาว
3. กระดาษ A4
4. กระดาษวา่ วหลากสี
5. เกมจับคู่ภาพเหมอื นอาหาร
6. คา้ คล้องจอง
7.นิทานเร่ือง อา้ อ้า หนูหมา่้ อะไร
5.การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการแสดงออกทางอารมณ์
2. สงั เกตการการตอบคา้ ถาม
3. สังเกตการกระโดดด้วยเท้าทงั 2 ข้างได้
6.ภาคผนวก ค่าคลอ้ งจอง
อาหารของเรา
อาหารของเรา ต้องเอาใจใส่
กนิ ผกั ผลไม้ กนิ ไข่กินนม
กินเนอื กินปลา แทนยาขมขม
กินขา้ วกินขนม อบรมเรื่องกิน
นทิ าน เร่อื งหนหู ม่าอะไร
อ้า อ้า อา้ หนหู ม่้าอะไร
ขา้ วสวยจานใหญ่ กินได้ทุกวนั
อา้ อา้ อ้า หนูหมา้่ อะไร
กินผลไม้ มีวิตามิน
อา้ อ้า อ้า หนูหมา้่ อะไร
ผกั เขียวสดใหม่ ใบใหญ่นา่ กิน
อ้า อา้ อา้ หนูหม่า้ อะไร
ดม่ื น้าใสใส ดม่ื ได้ทุกวัน
อ้า อ้า อา้ หนูหม้่าอะไร
กินไข่ฟองใหญ่ ประโยชนม์ ากมี
อ้า อา้ อา้ หนูหม้า่ อะไร
ดม่ื นมนี่ไง รา่ งกายแข็งแรง
อ้า อ้า อ้า หนหู มา้่ อะไร
เนือสตั วก์ ินได้ จะไดโ้ ปรตน
อา้ อา้ อา้ หนูหม่้าอะไร
เค้กวันเกิดใคร กอ้ นใหญน่ ่ากิน