แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี ........ วันท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย ของเลน่ ของใคร
1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.เด็กๆสามารถเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้
2.เดก็ ๆสามารถร่วมกจิ กรรมกับเพือ่ นๆได้
3.เดก็ ๆสามารถบอกช่อื ของเล่นได้
4.เด็กๆสามารถบอกวธิ ีการเล่นของเลน่ ท่ีถูกวธิ ีได้
5.เดก็ ๆสามารถเรยี งลาดับภาพจากเลก็ ไปหาใหญไ่ ด้ 3 ภาพ
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
1) การเคลือ่ นไหวสว่ นต่างๆของร่างกายตามสัญญาณได้
2) ของเลน่ แตล่ ะชนดิ มชี อื่ เรยี กและวธิ ีการเลน่ ที่แตกต่างกัน
3) โรยทรายภาพของเล่น
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยู่ร่วมกนั เพ่อื พฒั นาการเข้าสสู่ งั คม
5) การเล่นเครอื่ งเล่นสนามอยา่ งถูกวิธีและปลอดภัยทง้ั ต่อตนเองและผอู้ ืน่
6) เรยี งลาดบั ภาพจากเล็กไปหาใหญไ่ ด้ 3 ภาพ
ประสบการณ์สาคัญ
1) การประสานสัมพนั ธ์ของกล้ามเนือ้ และระบบประสาท
2) การทากจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการชื่นชมผลงานของตนเองและของผ้อู ื่น
3) การเล่นรว่ มกับผู้อนื่ การแบ่งปัน การอดทนรอคอยตามวยั
4) การสังเกตเปรยี บเทียบขนาดทแ่ี ตกต่างกัน การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
3. ข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. กิจกรรมพน้ื ฐาน ให้เด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายไปทวั่ บริเวณรอบหอ้ งเรยี นอย่างอสิ ระตามจังหวะ
เม่ือไดย้ นิ สัญญาณตามจงั หวะทีค่ รเู คาะ ดังน้ี ถ้าเคาะช้าๆ ใหเ้ ดก็ ๆ เดนิ ช้าๆ /ถ้าเคาะเรว็ ๆ ให้เด็กๆ เดนิ เรว็ ๆ
และถ้าครเู คาะ 2 คร้ัง ให้เด็กๆ หยดุ อย่กู ับที่ห้ามเคลื่อนไหวไปไหน
2. ให้เด็กเคล่อื นไหวร่างกายไปท่วั บรเิ วณหอ้ งอย่างอสิ ระตามจงั หวะ เม่ือได้ยนิ สัญญาณ “หยดุ ” ให้
เดก็ ๆหยดุ
3. ให้เด็กพักคลายกลา้ มเน้อื โดยการนัง่ หรอื นอนในทา่ ทส่ี บาย
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ ( 20 นาที)
ข้ันนา
4. ครใู ห้เดก็ ทน่ี ่ังเรียบรอ้ ยจานวน 3 คนเลือกของเลน่ คนละ 1 ชน้ิ
ข้ันสอน
5. เดก็ บอกช่ือของเล่นท่ีตนเองถืออยทู่ ีละคนพรอ้ มกบั ให้เพื่อนๆพูดตาม โดยครูใช้คาถามนา เช่น
- ของเล่นทีเ่ พื่อนเลือกมามีชือ่ เรียกว่าอะไร
- ของเลน่ มสี อี ะไรบ้าง
- เด็กๆร้จู ักวิธกี ารเลน่ ทีถ่ ูกวธิ ไี หม
6. ครูนาของเล่นมาเพิ่มเตมิ จากทเี่ ด็กๆหยิบมา พรอ้ มท้งั ให้เดก็ ๆออกมาสาธิตวธิ กี ารเลน่ ให้เพ่อื นดู
โดยให้เพ่อื นๆชว่ ยกันดูว่าเพอ่ื นสาธติ วธิ ีการเลน่ ทถ่ี กู วธิ หี รือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องให้ออกมาแก้ไข
7. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนาซักถามเก่ยี วกบั ความปลอดภัยในการเลน่ ของเล่นในห้องเรียน โดยครู
เป็นผถู้ ามนา เช่น เราควรเล่นกับเพ่ือนอย่างไร ถ้ามขี องเล่นไม่เพยี งพอควรทาอย่างไร
ขนั้ สรุป
8. เดก็ และครรู ว่ มกนั สรุปถงึ ช่ือของ ของเล่นและวธิ ีการเล่นท่ถี ตู อ้ งอีกครง้ั
กิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (20นาท)ี
9. ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการทากจิ กรรมโรยทรายภาพของเลน่ ดงั นี้ กระดาษ A4/ ทรายสี /กาว
พร้อมทัง้ สรา้ งข้อตกลงในการทากจิ กรรม
10. เมือ่ จบกจิ กรรมครใู ห้เด็กๆร่วมกันแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ นาเสนอชนิ้ งานของตนเอง ครูและเด็ก
ชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณ์เข้าทใี่ หเ้ รียบร้อยก่อนเขา้ กิจกรรมต่อไป
กจิ กรรมเล่นตามมุม (20 นาท)ี
11. ครูแนะนามุมเสรีหรอื มุมประสบการณ์ในห้องเรียน
- มมุ บล็อก
- มมุ วิทยาศาสตร์
- มุมหนงั สอื
- มุมบทบาทสมมติ
- มุมหนว่ ยการเรยี นรู้ประจาสัปดาห์
ครูสร้างขอ้ ตกลงในการเลน่ รว่ มกนั ดังนี้ แต่ละมุมเลน่ ได้ 6 คน หากผู้เลน่ เกนิ ต้องรอจนกว่าจะว่างจงึ
เข้ามาเลน่ ได้
- เมอ่ื ครูตีกลองจงั หวะสมา่ เสมอครั้งที่ 1 ให้เด็กๆช่วยกันเก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรียบรอ้ ยใน
กลุ่ม เมอ่ื ครตู ีกลองจังหวะสม่าเสมอครง้ั ท่ี 2 ให้เด็กๆเข้าที่น่งั ของตนเอง
- ครูเปิดมมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณใ์ หเ้ ล่นไดอ้ ย่างอิสระตามข้อตกลงทวี่ างไวร้ ่วมกนั
- ครูคอยสงั เกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในมมุ เสรีวา่ เดก็ สามารถแก้ปัญหาในการเลน่ ได้อย่างไร
และเขา้ ชว่ ยเหลือเม่ือจาเป็นเมอ่ื มปี ัญหาขัดแย้งกับเพอ่ื น หรือเกดิ ความคบั ขอ้ งใจในการแก้ปัญหา
กิจกรรมกลางแจง้
11. ครูพาเดก็ ต่อแถวไปทส่ี นามเด็กเลน่ แนะนาของเล่นแต่ละชนิดโดยการบอกชอื่ พร้อมกับให้
นักเรยี นออกมาสาธิตวธิ ีการเลน่ ให้เพ่อื นดู
12. เด็กๆและครรู ่วมกันสรา้ งข้อตกลงในการเล่น
13. เมอื่ เล่นเสรจ็ แลว้ ให้พกั ผ่อนคลายกล้ามเนือ้ ในท่าทสี่ บาย
14. สนทนาเกี่ยวกับกจิ กรรมการเล่นในวันนว้ี า่ สนกุ และเกิดปัญหาในการเลน่ หรือไม่ แล้วไปล้างมอื
ให้สะอาด
เกมการศึกษา (20นาที)
15. ครูแนะนาอปุ กรณก์ ารเล่นเกมการศกึ ษา พร้อมกับสาธิตวธิ กี ารเล่น
16. ครูใหเ้ ดก็ ทดลองเล่นเกมเรยี งลาดับภาพ ทาซ้าหลายคร้ังจนเด็กสามารถจบั ไดห้ มดทุกภาพหาก
เด็กทาไดแ้ ล้วใหค้ าชมเชยให้กาลงั ใจ
4.ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1.กลอง
2.ของเลน่ ของจริง
3.ทรายสี
4.กระดาษ A4
5.กาวน้า
6.เกมเรยี งลาดบั ภาพ
5. การประเมนิ ผล
จากการสังเกต
1.เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้
2.รว่ มกิจกรรมกับเพื่อนๆได้
3.บอกชอื่ ของ ของเล่นได้
4.บอกวธิ ีการเลน่ ของเล่นท่ีถูกวธิ ไี ด้
5.เรยี งลาดบั ภาพจากเล็กไปหาใหญ่ได้ 3 ภาพ
สัปดาห์ที่ ........ แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย หนๆู รจู้ กั เก็บ
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.การเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆของร่างกายและการประสานสมั พันธก์ นั ระหวา่ งมือกับตา
2.เดก็ ๆสามารถร้องเพลงดว้ ยความสนุกสนานได้
3.เดก็ ๆสามารถร่วมกจิ กรรมกับเพ่อื นๆได้
4.เด็กๆสามารถบอกวธิ กี ารดูแลรักษาของเลน่ ได้
5.เด็กๆสามารถเก็บของเลน่ เข้าท่ีได้ถูกวิธี
6.เด็กๆสามารถต่อภาพตัดต่อจนสมบรู ณ์ได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
1) การเคลื่อนไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายและการประสานสัมพนั ธก์ นั ระหวา่ งมือกบั ตา
2) การเลน่ แล้วรู้จักเกบ็ เปน็ การฝึกวนิ ัยใหก้ บั ตนเองและช่วยดูแลรักษาของเลน่ ให้ของเล่นอยู่กับเรา
ไดน้ าน
3) การพิมพภ์ าพจากของเล่น
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคู่ไปกบั ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยรู่ ว่ มกนั เพอ่ื พฒั นาการเข้าสูส่ งั คม
5) การเล่นเกมกรอกน้าใสข่ วด
6) ตอ่ ภาพตดั ต่อของเล่นจนสมบูรณไ์ ด้
ประสบการณ์สาคญั
1) การเคลื่อนไหวสว่ นต่างๆของรา่ งกายและการประสานสมั พนั ธ์กนั ระหวา่ งมือกบั ตา
2) การรอ้ งเพลง การทากิจกรรมศิลปะต่างๆ ตามความสนใจการช่นื ชมผลงานของตนเองและของผูอ้ ืน่
3) การเล่นและทากิจกรรมร่วมกับผอู้ ่นื การแบ่งปนั การอดทนรอคอยตามวัย
4) การสังเกตเปรยี บเทียบสงิ่ ต่างๆ การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
3. ข้ันตอนการจัดกิจกรรม
กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. กจิ กรรมพน้ื ฐาน ให้เด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายไปท่ัวบรเิ วณรอบหอ้ งเรียนอย่างอิสระตามจงั หวะ
เม่ือไดย้ นิ สัญญาณตามจงั หวะทีค่ รเู คาะ ดงั นี้ ถ้าเคาะช้าๆ ใหเ้ ด็กๆ เดินช้าๆ /ถ้าเคาะเร็วๆ ใหเ้ ดก็ ๆ เดนิ เรว็ ๆ
และถา้ ครูเคาะ 2 ครงั้ ใหเ้ ด็กๆ หยดุ อยูก่ ับทห่ี ้ามเคล่ือนไหวไปไหน
2. ใหเ้ ดก็ เคลือ่ นไหวรา่ งกายไปท่วั บริเวณห้องอยา่ งอสิ ระตามจังหวะ เมอื่ ไดย้ ินสญั ญาณ “หยุด” ให้
เด็กๆหยุด
3. ให้เด็กพักคลายกล้ามเน้ือโดยการนั่งหรอื นอนในทา่ ทีส่ บาย
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาท)ี
ข้นั นา
4. เดก็ และครูร่วมกันร้องเพลง เลน่ แลว้ เก็บ
ข้ันสอน
5. เด็กและครูรว่ มกนั สนทนาถึงเน้ือหาในเพลง เลน่ แล้วเก็บ โดยครใู ช้คาถามนา ดังนี้
- เด็กๆคดิ ว่าเนอ้ื หาในเพลงนพ้ี ูดถงึ อะไร
- เดก็ ๆคิดว่าเพราะอะไรเราถึงตอ้ งเก็บของเลน่ เมื่อเล่นเสร็จ
- เดก็ ๆร้จู กั วธิ ีการเกบ็ ของเลน่ ที่ถกู วธิ ไี หม
6. ครูนาของเลน่ ออกมา พรอ้ มขอตัวแทนทีน่ ัง่ เรยี บร้อยออกมาเก็บให้เพื่อนดู
7. เด็กและครูร่วมกนั แบง่ กลุ่ม สาธติ วิธกี ารเก็บของเล่น พรอ้ มกบั สรา้ งขอ้ ตกลงในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
- กลมุ่ ที่ 1 เก็บไม้บลอ็ ก
- กลมุ่ ที่ 2 เก็บเลโก้
- กล่มุ ที่ 3 เกบ็ ของเล่นในมุมบ้าน
โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ มีเวลาเลน่ 5 – 8 นาที เม่ือหมดเวลาให้เด็กๆเกบ็ ของเลน่ แล้วสลบั กลุม่ ในการ
เล่นของเล่น และชว่ ยกันตรวจดูการเก็บของเลน่ ของแตล่ ะกลุ่มใหถ้ ูกวธิ ี
ข้ันสรุป
8. เด็กและครูร่วมกันสรุปถงึ วิธีการดแู ลรักษาและการเกบ็ ของเล่นทถี่ ูกวธิ อี ีกคร้งั
พรอ้ มกับร้องเล่นแล้วเกบ็
กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (20นาที)
9. ครแู นะนาอุปกรณใ์ นการทากจิ กรรมพมิ พภ์ าพจากของเล่น กระดาษ A4/ สีน้า /ตัวป๊ัม พรอ้ มท้ัง
สร้างข้อตกลงในการทากจิ กรรม
10. เม่อื จบกิจกรรมครูให้เดก็ ๆร่วมกันแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ นาเสนอชิ้นงานของตนเอง ครูและเด็ก
ชว่ ยกนั เกบ็ อปุ กรณเ์ ข้าทใ่ี หเ้ รียบรอ้ ยก่อนเขา้ กจิ กรรมต่อไป
กิจกรรมการเลน่ ตามมุม (20 นาที)
11. ครแู นะนามุมเสรหี รอื มมุ ประสบการณ์ในห้องเรียน
- มมุ บลอ็ ก
- มุมวทิ ยาศาสตร์
- มมุ หนงั สอื
- มุมบทบาทสมมติ
- มมุ หนว่ ยการเรยี นรูป้ ระจาสัปดาห์
ครูสร้างขอ้ ตกลงในการเล่นรว่ มกันดงั น้ี แตล่ ะมมุ เลน่ ได้ 6 คน หากผ้เู ล่นเกนิ ตอ้ งรอจนกว่าจะวา่ งจึง
เขา้ มาเลน่ ได้
- เมอื่ ครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอครั้งท่ี 1 ให้เด็กๆชว่ ยกนั เก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรยี บรอ้ ยใน
กลุ่ม เม่ือครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอครง้ั ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเขา้ ท่ีนงั่ ของตนเอง
- ครเู ปิดมมุ เสรหี รือมุมประสบการณใ์ ห้เลน่ ไดอ้ ย่างอสิ ระตามข้อตกลงที่วางไวร้ ว่ มกนั
- ครคู อยสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็กแต่ละคนในมุมเสรวี ่าเด็กสามารถแก้ปัญหาในการเลน่ ไดอ้ ย่างไร
และเขา้ ชว่ ยเหลือเม่ือจาเป็นเมื่อมปี ัญหาขดั แย้งกับเพื่อน หรือเกิดความคับขอ้ งใจในการแกป้ ญั หา
กิจกรรมกลางแจง้
11. ครพู าเดก็ ต่อแถวไปทส่ี นามเด็กเลน่ แนะนาอุปกรณ์ในการเลน่ เกมกรอกน้าและสาธิตวิธกี ารเลน่
ให้เดก็ ดู
13. เด็กๆและครรู ว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการเล่น
14. เมือ่ เลน่ เสร็จ แลว้ ให้พักผอ่ นคลายกล้ามเนื้อในท่าที่สบาย
15. สนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมการเล่นในวนั นวี้ า่ สนุกและเกิดปัญหาในการเล่นหรือไม่ แล้วไปล้างมือ
ให้สะอาด
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
18. ครแู นะนาอปุ กรณ์การเล่นเกมการศึกษา พร้อมกบั สาธติ วิธกี ารเล่น
17. ครูใหเ้ ดก็ ทดลองเล่นเกมภาพตัดตอ่ ของเลน่ ทาซ้าหลายคร้ังจนเดก็ สามารถต่อได้หมดทุกชิ้น
หากเดก็ ทาได้แล้วใหค้ าชมเชยให้กาลงั ใจ
4.สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.กลอง
2.ของเลน่ ของจรงิ
3.สีน้า
4.กระดาษ A4
5.ขวดนา้
6.เกมเรียงลาดับภาพ
7.ไมไ้ อตมิ แบง่ กลุ่ม
8.ชารจ์ เพลง เลน่ แล้วเก็บ
9.เกมภาพตดั ตอ่ ของเล่น
5. การประเมินผล
- จากการสงั เกต
1.เคล่อื นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายและการประสานสมั พนั ธ์กันระหวา่ งมือกับตา
2.รอ้ งเพลงด้วยความสนุกสนานได้
3.ร่วมกจิ กรรมกบั เพื่อนๆได้
4.บอกวธิ ีการดูแลรักษาของเล่นได้
5.เกบ็ ของเลน่ เขา้ ท่ีได้ถูกวิธี
6.ต่อภาพตัดต่อจนสมบูรณไ์ ด้
สปั ดาหท์ ี่ ........ แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
วันที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ประโยชนข์ องของเลน่
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.เดก็ ๆสามารถเคลอ่ื นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายได้
2.เดก็ ๆสามารถรว่ มกจิ กรรมกับเพอ่ื นๆได้
3.เด็กๆสามารถบอกประโยชน์ของ ของเลน่ ได้
4.เดก็ ๆสามารถจับคูร่ ูปทรงที่เหมอื นกนั ได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
1) การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของรา่ งกายตามสัญญาณได้
2) ประโยชน์ของของเลน่ ทาให้เดก็ ๆสนกุ และเพลิดเพลนิ เกิดความรูแ้ ละทกั ษะ
3) การละเลงสีน้า
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคไู่ ปกบั ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน และการอยรู่ ว่ มกนั เพ่ือพฒั นาการเขา้ ส่สู ังคม
5) การเลน่ นา้ เลน่ ทราย
6) จบั ครู่ ูปทรงทเี่ หมอื นกนั ได้
ประสบการณส์ าคัญ
1) การประสานสมั พนั ธ์ของกลา้ มเน้ือและระบบประสาท
2) การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการชน่ื ชมผลงานของตนเองและของผู้อน่ื
3) การเล่นร่วมกบั ผอู้ ื่น การแบ่งปัน การอดทนรอคอยตามวยั
4) การสงั เกตเปรียบเทยี บรูปทรงท่มี ีรปู รา่ งลกั ษณะที่เหมือนและแตกต่างกัน การแสดงความคดิ สร้างสรรค์
และจนิ ตนาการ
3. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม
กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. เดก็ เคลอื่ นไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระตามจังหวะที่ครูเคาะเมื่อได้ยินสญั ญาณหยุดใหห้ ยุดในทา่ น้ันทันที
2. เด็กรับแถบผา้ สคี นละ 1 ผนื
3. เดก็ เคลอื่ นไหวร่างกายประกอบผ้าสีอย่างอิสระตามจังหวะท่ีครูเคาะเมอ่ื ไดย้ นิ สญั ญาณหยุด
4. ใหป้ ฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงดังน้ี
-ให้รวมกลุ่มคนท่ีถอื ผา้ สีเดียวกัน
- ให้รวมกลมุ่ 3 คน , ให้จับคู่หญิง – ชาย เป็นตน้
5. เด็กปฏบิ ตั ติ ามข้อ 3 ซ้าอีก 2 ครงั้
6. เดก็ พกั คลายกล้ามเนอื้ โดยการนง่ั หรือนอนในท่าทส่ี บาย
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาท)ี
ขน้ั นา
7. เด็กๆร่วมกันฟังนิทานเรื่อง ของเลน่ เพอื่ นรัก
ขั้นสอน
8. เดก็ และครูรว่ มกันสนทนาถึงส่งิ ที่อยู่ในนทิ าน โดยครูใช้คาถามนาดังน้ี
- เด็กๆคิดว่านทิ านเรื่องน้มี ีเน้ือหาเก่ียวกับอะไร
- เดก็ ๆคดิ ว่า เดก็ ๆที่อยู่ในนิทานมคี วามสุขทีไ่ ด้เลน่ ของเล่นกันไหม
- เพราะอะไรเด็กๆถงึ คดิ ว่า เดก็ ๆที่อยใู่ นนิทานมคี วามสุขที่ไดเ้ ล่นของเลน่ กนั
- แล้วเด็กๆคดิ ว่า ของเล่นทีเ่ ด็กๆเลน่ กันให้อะไรกับเด็กๆบ้าง
9. ครนู าของเล่นมาใหเ้ ด็กๆดูพรอ้ มอธบิ ายใหเ้ ด็กๆฟังถงึ ประโยชนข์ องของเลน่ แต่ละอย่าง
10. ครูวางของเลน่ ไว้ตามจดุ เพ่อื ใหเ้ ดก็ ๆเขา้ ไปเลน่ 8-10 นาที
11. เด็กๆเลือกเลน่ ของเล่นตามความสนใจของตนเอง และชว่ ยกันเกบ็ ของเล่นเม่ือหมดเวลา
ขัน้ สรุป
12. เดก็ ๆและครรู ่วมกนั สรุปโดยการใหเ้ ด็กๆออกมาเลน่ ถงึ สิง่ ท่เี ด็กๆได้จากการเลน่ ของเลน่
กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (20นาท)ี
15. ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการทากิจกรรมละเลงสี ดงั นี้ กระดาษ A4/ สีน้า พร้อมท้ังสาธิตและสร้าง
ขอ้ ตกลงในการทากจิ กรรม
12. เมอ่ื จบกิจกรรมครใู หเ้ ดก็ ๆร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ นาเสนอช้นิ งานของตนเอง ครแู ละเด็ก
ช่วยกนั เก็บอปุ กรณ์เข้าท่ีให้เรียบรอ้ ยก่อนเข้ากิจกรรมต่อไป
กิจกรรมการเล่นตามมุม (20 นาท)ี
13. ครูแนะนามุมเสรหี รือมุมประสบการณ์ในหอ้ งเรยี น
- มุมบลอ็ ก
- มมุ วทิ ยาศาสตร์
- มมุ หนงั สอื
- มุมบทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรียนรปู้ ระจาสัปดาห์
ครสู ร้างข้อตกลงในการเลน่ รว่ มกันดังนี้ แต่ละมุมเลน่ ได้ 6 คน หากผ้เู ลน่ เกนิ ต้องรอจนกว่าจะวา่ งจึง
เข้ามาเลน่ ได้
- เมื่อครตู ีกลองจงั หวะสมา่ เสมอครั้งท่ี 1 ให้เด็กๆชว่ ยกันเก็บของเล่นและตรวจเช็คความเรียบรอ้ ยใน
กลมุ่ เมอื่ ครูตีกลองจงั หวะสม่าเสมอครัง้ ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเขา้ ที่นั่งของตนเอง
- ครเู ปิดมุมเสรหี รือมุมประสบการณ์ให้เลน่ ได้อย่างอสิ ระตามข้อตกลงที่วางไว้ร่วมกัน
- ครคู อยสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็กแตล่ ะคนในมุมเสรวี า่ เด็กสามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ไดอ้ ยา่ งไร
และเข้าช่วยเหลอื เม่ือจาเปน็ เมอื่ มีปัญหาขัดแย้งกบั เพื่อน หรือเกดิ ความคบั ขอ้ งใจในการแก้ปญั หา
กิจกรรมกลางแจง้
14. ครูพาเด็กตอ่ แถวไปที่สนามเด็กเล่น แนะนาอุปกรณ์ กระบะทราย กระบะน้า และอุปกรณใ์ นการ
เลน่ ทรายกับนา้
15. เดก็ ๆและครรู ่วมกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการเล่น
16. เม่อื เล่นเสรจ็ ชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณ์สง่ คืนครู ทาความสะอาดร่าวงกาย แล้วพักผอ่ นคลายกล้ามเน้ือ
ในท่าทีส่ บาย
17. สนทนาเกี่ยวกบั กิจกรรมการเล่นในวนั นวี้ ่าสนุกและเกิดปญั หาในการเลน่ หรือไม่ จากนั้นเกบ็
อุปกรณ์เขา้ ห้องเรยี น
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
18. ครแู นะนาอปุ กรณ์การเล่นเกมการศึกษา พร้อมกับสาธิตวิธีการเล่น
17. ครูให้เด็กทดลองเลน่ เกม ทาซ้าหลายครงั้ จนเด็กสามารถจบั คู่ไดห้ มดทุกคู่หากเดก็ ทาได้แลว้ ใหค้ า
ชมเชยใหก้ าลงั ใจ
4.สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.กลอง
2.นทิ าน ของเล่นเพ่อื นรกั
3.ของเลน่
4.สีนา้
5.กระดาษ A4
6.รูปทรงหรรษา
7.กระบะนา้ กระบะทราย
8. อุปกรณใ์ นการตักนา้ ตกั ทราย
5. การประเมินผล
จากการสงั เกต
1.เคล่อื นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้
2.ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้
3.บอกประโยชน์ของ ของเลน่ ได้
4.จับคู่รปู ทรงทีเ่ หมือนกันได้
ภาคผนวก
เพลงเกบ็ ของเลน่ เข้าท่ี
เก็บของเลน่ ให้ถูกท่ี เก็บดดี ี อย่าวงิ่ ซุกซน
มาช่วยกนั เกบ็ ทุกคน มาช่วยกันเก็บทุกคน
หนู หนู อยา่ ซน ช่วยกนั คนดี ช่วยกัน ชว่ ยกนั คนดี
เพลงเล่นกันดีดี
เล่นกนั เล่นกันดดี ี ต้องสามคั คี เราเปน็ เพ่ือนกัน
ของเล่น เราเล่นด้วยกัน ถ้าเลิกเลน่ กัน ช่วยกันเกบ็ เอย
เพลงตบมอื ตบตัก
มอื มือ มือ ตบตัก ตบมือ ตบมือ ตบไหล่
มือ มือ มอื ตบตัก ตบมือ ตบมอื ตบไหล่
แล้วสลบั แล้วสลับ กันไป
แลว้ สลบั แล้วสลบั กันไป
ตบตกั ตบไหล่ ตบมือ ตบมือ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ที่ 4 ส่ิงตา่ งๆรอบตวั
หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอ่ื ง ของใช้ส่วนตัว
ความคดิ รวบยอด
ของใชค้ ือสง่ิ จำเป็นในกำรอำนวยควำมสะดวก ต่อกำรใชช้ วี ิตประจำวนั แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท
คอื ของใช้สว่ นตัวและของใช้ส่วนรวม ควรเกบ็ รกั ษำของใช้ในที่ทเ่ี หมำะสม เพ่ือควำมสะอำดสะดวกและ
ปลอดภัย
กระเปำ๋ นักเรยี น แปรงสีฟนั โต๊ะ เกำ้ อ้ี ฯลฯ เสอื้ ผำ้ รองเท้ำ หนังสือ แก้วน้ำ แปรงสฟี ัน
แกว้ นำ้ ผ้ำเช็ดหน้ำ ฯลฯ ผ้ำกันเป้ือน ทีน่ อน ผำ้ ขนหนู ฯลฯ
ของใช้สว่ นตัว ของใช้สว่ นรวม ลักษณะของ
เลน่ ใชส้ ่วนตัว
ประเภทของใช้ สารวจของใช้ ของใช้สว่ นตวั ของหนู
ใช้ของใชอ้ ย่างพอเพยี ง ของใช้ วิธีการใชข้ องใช้
สว่ นตวั
การดูแลและใชข้ องใชอ้ ย่าง คน้ หาของใช้สว่ นรวม
พอเพยี ง ของใชค้ ู่กัน
การเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ การดแู ลรักษาของใช้
สง่ิ ทเ่ี ดก็ รู้แล้ว ส่งิ ทเ่ี ด็กต้องกำรรู้ สิ่งทเ่ี ดก็ ควรรู้
1. เด็กร้จู ักช่ือของใช้ส่วนตัว 1. ของใช้มกี ี่ประเภท - ลักษณะของใช้ส่วนตวั
2......................................... 2. กำรดูแลและใชข้ องใช้อยำ่ ง - วิธีกำรใชข้ องใช้
3......................................... พอเพยี ง - กำรดแู ลรกั ษำของใช้
3.................................................. - กำรเกบ็ ของใชใ้ หเ้ ปน็ ระเบียบ
ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรยี นรูท้ ่ีควรเรียนรู้
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ และการประเมนิ พฒั นาการ (DSPM)
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมินพัฒนาการ
หนว่ ยที่ ๓๒ สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั (DSPM)
ของใช้สว่ นตัว
๑. สำรวจของใช้ คณุ ลกั ษณะที่ ๒.๒ - ของใชส้ ว่ นตวั และ - กำรใชก้ ล้ำมเนอื้ - นำวัตถุ ๒ ชนดิ ในห้อง
๒. ของใชส้ ว่ นตวั
ของหนู ใชก้ ล้ามเนื้อเลก็ และ ของใชส้ ว่ นรวม เลก็ มำให้ไดต้ ำมคำสั่ง (RL)
๓. ค้นหำของใช้
ส่วนรวม ประสานสมั พนั ธ์มือ-ตา - ชอื่ ของใช้ส่วนตวั - กำรช่วยเหลือ
๔. ของใชค้ ่กู นั
๕. ใช้ของใช้อยำ่ ง ไดเ้ หมาะสมกับวัย - วิธกี ำรใช้ของใช้ ตนเองในกิจวัตร
พอเพียง
- จับสเี ทยี นแทง่ ใหญเ่ พือ่ สว่ นรวม ประจำวันตำมวยั
ขดี เขียนได้ - กำรเก็บของใช้ให้ - กำรดแู ลรกั ษำควำม
คณุ ลักษณะท่ี ๔.๑ เป็นระเบยี บ สะอำด ของใช้
ปรับตวั เขา้ กับ - กำรดแู ลของใช้ สว่ นตวั
สง่ิ แวดล้อมใกลต้ ัวได้ อย่ำงพอเพยี ง - กำรร้จู ัก
- ชอบเก็บของของ คุณลกั ษณะตำ่ งๆไม่
ตนเองไว้ใกล้ตัวและไม่ ว่ำจะเปน็ สี ขนำด
ชอบแบ่งปันผู้อ่นื รูปรำ่ ง รปู ทรง
คุณลักษณะที่ ๔.๒ ผวิ สัมผสั
เล่นและร่วมทากจิ กรรม - จดจำช่ือเรยี กสงิ่
กบั ผูอ้ ืน่ ได้ตามวยั ต่ำงๆรอบตัว
- รอคอยช่วงส้นั ๆ
- เลน่ รวมกับคนอ่ืนแต่
ต่ำงคนตำ่ งเลน่
คณุ ลักษณะท่ี ๗.๑
สนใจและเรียนรสู้ ิง่
ตา่ งๆรอบตัว
- อยำกเรียนรูส้ ิง่ ต่ำงๆ
- ถำมบอ่ ยถำมซ้ำ
- จดจ่อตอ่ สง่ิ ใดสิง่ หนึ่ง
ไดย้ ำวนำนขึ้น
คุณลกั ษณะที่ ๗.๓
สารวจโดยใช้ประสาท
สมั ผสั
- คน้ หำของทถี่ ูกซ่อน
โดยมสี ิง่ ปกปิด ๒-๓ ชนั้
- ชอบละเลงสีด้วยมือ
แนวการจดั ประสบการณ์การเรียนร้กู ารศึกษาปฐมวยั อายุ 2-3 ปี
สัปดาหท์ ่ี 32 สาระการเรียนรทู้ ี่ 4 สิง่ ตา่ งๆ รอบตวั เด็ก
หน่วยการเรียนรู้ ของใชส้ ่วนตัว
กจิ กรรม เคลอื่ นไหว เสรมิ ประสบกำรณ์ ศิลปะสร้ำงสรรค์ กำรเล่นตำมมุม กำรเลน่ เกมกำรศกึ ษำ
วนั ที่ และจงั หวะ - ของใช้ส่วนตัวและ - ระบำยสภี ำพ กลำงแจง้
ของใช้สว่ นรวม “แปรงสฟี ัน” ตอ่ ภำพตดั ต่อรปู
เคล่ือนไหวรำ่ งกำย ด้วยสเี ทียน เปิดโอกำสให้เดก็ ได้เลือก โยนลกู บอลลง แปรงสีฟัน
ตำมสญั ญำณจังหวะ - ชือ่ ของใชส้ ่วนตวั เด็ก เล่นในศนู ย์ตำมควำม ตะกรำ้ นักเรียน 3-5 ชนิ้
เคำะ 1 2 3 ปนั้ ดนิ น้ำมนั สนใจและค้นหำควำม
ถนัดของตนโดยจดั ให้ เกมจับคู่
1 สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยกำร ภำพเหมอื นของใช้
เรียนรู้ สว่ นตวั เดก็
ตบมอื ดีดนิ้ว ตบ เปดิ โอกำสให้เด็กได้เลอื ก เกมขว้ำงลูก
ตัก ผงกศรี ษะ เปน็ เลน่ ในศนู ยต์ ำมควำม บอล
2 จงั หวะอยำ่ งอิสระ สนใจและคน้ หำควำม
ถนัดของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกับหนว่ ยกำร
เรยี นรู้
- กระโดดไปขำ้ งหนำ้ - วิธีกำรใช้ของใช้ - วำดภำพตำม เปดิ โอกำสใหเ้ ด็กไดเ้ ลือก เล่นเครื่องเลน่ จับคภู่ ำพ
-ขำ้ งหลงั ส่วนรวม จนิ ตนำกำรด้วยสี เลน่ ในศนู ยต์ ำมควำม สนำมอย่ำงถูก ควำมสัมพนั ธ์กนั
เทียน สนใจและค้นหำควำม วธิ ีและ
ถนัดของตนโดยจดั ให้ ปลอดภัย
3 - ปฏิบตั ิตำมสญั ญำณ สอดคลอ้ งกับหนว่ ยกำร
เรยี นรู้
- กำรเคล่ือนไหวตำม - ของใชค้ กู่ ัน กำรเก็บ - วำดรปู วงกลม เปิดโอกำสให้เดก็ ไดเ้ ลือก เกมเตะบอล จบั คู่ภำพเหมือน
ขอ้ ตกลง ของใชใ้ หเ้ ปน็ ระเบียบ ตำมแบบ เลน่ ในศูนยต์ ำมควำม เข้ำประตู อปุ กรณ์ของใช้
สนใจและค้นหำควำม สว่ นตวั
4 ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกบั หนว่ ยกำร
เรยี นรู้
เคลือ่ นไหวรำ่ งกำย - กำรดแู ลของใชอ้ ย่ำง - พับสี เปดิ โอกำสให้เดก็ ไดเ้ ลอื ก -เกมวิง่ แข่ง - จับคภู่ ำพเหมือน
โดยทำท่ำทำงกำร พอเพยี ง เลน่ ในศูนย์ตำมควำม หยบิ ส่งิ ของ ของใช้สว่ นรวมใน
5 แต่งกำยและสำมำรถ สนใจและค้นหำควำม เคร่ืองใช้ ห้องเรยี น
ปฏิบัติตนเป็นผนู้ ำ ผู้ ถนดั ของตนโดยจดั ให้
ตำมได้ สอดคล้องกบั หน่วยกำร
เรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 32 วันท่ี 1 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย สารวจของใช้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เด็กๆสำมำรถเคล่ือนไหวสว่ นตำ่ งๆของรำ่ งกำยได้
2. เด็กๆสำมำรถปรับตัวเขำ้ กับสภำพแวดลอ้ มได้
3. เดก็ ๆสำมำรถเลน่ และร่วมกิจกรรมเข้ำกบั ผู้อ่ืนได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
1) กำรเคลอ่ื นไหวสว่ นตำ่ งๆของรำ่ งกำยประกอบเพลง
2) ต่อภำพตัดตอ่ รปู กระเป๋ำนักเรียน 3-5 ชน้ิ
3) บอกชอื่ ของใชส้ ่วนตัวได้อยำ่ งนอ้ ย 2-3 อยำ่ ง
ประสบการณ์สาคญั
1) กำรประสำนสมั พนั ธ์ของกลำ้ มเน้อื และระบบประสำท
2) กำรรอ้ งเพลง กำรทำกจิ กรรมศลิ ปะตำ่ งๆ ตำมควำมสนใจและกำรชนื่ ชมผลงำนของตนเอง
และของผ้อู ่นื
3) กำรเล่นร่วมกับผู้อ่ืน กำรแบง่ ปัน กำรอดทนรอคอยตำมวัย
4) กำรสังเกตวตั ถหุ รือสิ่งของท่ีมีรปู ทรงแตกตำ่ งกนั กำรแสดงควำมคดิ สร้ำงสรรค์และจินตนำกำร
3. ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม
กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ( 20 นาที )
1. ครตู กี ลองหน่ึงจังหวะ (1 2 3 หยุด) ทำซ้ำ 5-6 ครัง้ เพ่ือเตรยี มเด็ก
2. ครแู ละเด็กยืนประจำสัญลักษณ์ของตนเองในห้องเรยี น
3. ครรู ้องเพลงตบมือตบตกั พรอ้ มทำท่ำทำ่ ทำงประกอบเพลงใหด้ ูหนึ่งรอบ
4. ครแู ละเด็กร่วมกนั ร้องเพลงตบมือตบตกั และทำท่ำทำงประกอบเพลงรว่ มกัน ทำซำ้ 3-4 รอบ
ตำมควำมสนใจ
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ( 15 นาที )
ขั้นนา
5. เดก็ ๆร่วมกันทำยภำพปรศิ นำคำทำย พรอ้ มเฉลย (ภำพของใช้สว่ นตวั )
ขัน้ สอน
6. ครรู ้องเพลง”ล้ำงหนำ้ ” ทีละวรรคใหเ้ ดก็ ร้องตำม ครแู ละเด็กร้องเพลง “ล้ำงหน้ำ” พร้อมๆกัน
7. ครูนำอปุ กรณ์ กำรล้ำงหนำ้ แปรงฟัน ใหเ้ ด็กดแู ลว้ ถำมว่ำ “เดก็ ๆ เคยเหน็ ไหม มีใครร้จู ักกนั บ้ำง”
ให้เดก็ ยกมือตอบทลี ะคน
8. เมอ่ื เดก็ ชว่ ยกนั ตอบครูถำมตอ่ ไปว่ำ “แปรงสีฟนั เด็กๆ เอำไวท้ ำอะไร”
9. ครูสนทนำและอธบิ ำย เคร่ืองใช้ และอุปกรณ์ ในกำรล้ำงหน้ำ แปรงฟัน
10. ครเู ล่ำนิทำนเรอื่ ง “หนูนิดไม่อยำกแปรงฟัน”แลว้ สนทนำซกั ถำมจำกนิทำน
11. ครนู ำ แปรงสีฟนั ของจริง มำ 1 ดำ้ ม แล้วถำมใหเ้ ด็กมสี ่วนร่วม ถำม-ตอบ เพื่อให้เด็กฝึกกำรใช้
ภำษำ
12. ครูนำบตั รภำพรปู แปรงสีฟัน 1 ดำ้ มจำนวน 5 แผ่น แล้วถำมเดก็ ๆ ว่ำ “ในภำพนม้ี แี ปรงสีฟนั กี่
ดำ้ ม และแปรงสีฟันมี สีอะไรบ้ำง
13. ครแู จกกระดำษเปลำ่ A4 1 แผ่น และใหเ้ ด็กระบำยสีภำพแปรงสีฟันตำมจินตนำกำร
กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ ( 20 นาที )
14. ครูใหเ้ ด็กดภู ำพ “แปรงสีฟัน” และใหเ้ ดก็ ระบำยสดี ว้ ยสเี ทียน
15. ครคู อยจัดวำงบริกำรวัสดุอปุ กรณ์ ในกำรทำงำน ให้เด็กเปน็ กลมุ่ ๆ
16. เด็กปฏบิ ตั ิกิจกรรมระบำยสี “แปรงสฟี นั ”
17. ครูคอยดูแลและสงั เกตพฤติกรรมกำรทำงำนของเดก็
18. ครคู อยแนะนำกำรระบำยสีแปรงฟันให้สวยงำมให้เดก็ ๆ เขำ้ ใจอยเู่ สมอ
19. ครูสอบถำมเด็กในภำพผลงำนทเ่ี ดก็ วำดภำพอะไร ครูบนั ทึก
20. ครูนำผลงำนของเด็กไปติดทีป่ ้ำยแสดงผลงำน
กจิ กรรมการเลน่ ตามมุม ( 20 นาที )
21. เด็กเลอื กเล่นตำมมุมต่ำงๆ ในชน้ั เรียนตำมควำมสนใจของเด็ก
- มมุ ปั้น
- มุมวำดภำพสเี ทียน
- มมุ บลอ๊ ก/ตวั ต่อ
- มุมบ้ำน/บทบำทสมมตุ ิ
- มุมหนังสือหนังสือ
22. ครูให้สญั ญำณหมดเวลำเล่น
23. เดก็ ชว่ ยกนั เกบ็ ของเข้ำทีใ่ หเ้ รยี บร้อย (ครูอำจจะร้องเพลง “เกบ็ ของ”)
กิจกรรมการเลน่ กลางแจง้
24. เด็กทำท่ำทำงออกกำลังกำยตำมเพลง
25. ปฏิบัตเิ ป็นผนู้ ำและผู้ตำมเด็กตั้งแถวตอน ๔ แถว
26. ครูนำเด็กวิง่ รอบสนำม ๑ รอบ
27. ครูเปำ่ นกหวีดให้เด็กกลบั มำยนื เป็นแถวตอนเหมือนเดิม
28. ครนู ำเดก็ ออกำลังกำย
29. ครูอำสำสมัครออกมำนำเพื่อนทำท่ำกำยบริหำร
30. ปฏิบตั กิ จิ กรรมซำ้ ๆ อกี คร้ัง โดยให้เด็กคนอืน่ สลบั เปน็ ผูน้ ำ
31. เด็กเข้ำแถวทำควำมสะอำดรำ่ งกำยและแตง่ กำยให้เรียบรอ้ ย
เกมการศกึ ษา ( 20 นาที )
31. ต่อภำพตัดต่อรปู แปรงสฟี ัน ยำสฟี นั ขนั นำ้ สบู่ ผำ้ เชด็ ตวั แก้วนำ้ พลำสติก นักเรยี น 3-5 ชิ้น
32. ครูให้เดก็ ทดลองต่อต่อภำพตดั ต่อรูปแปรงสีฟัน ยำสีฟัน ขันน้ำ สบู่ ผ้ำเช็ดตวั แก้วนำ้ พลำสตกิ
นักเรียน 3-5 ช้ิน (ประเมนิ DSPM) สำมำรถทำรำยบุคคลหรือรำยกลมุ่ ไดต้ ำมจำนวนนกั เรียนในหอ้ งเรียน
ทำซำ้ หลำยครงั้ จนเด็กต่อได้เองหำกเดก็ ทำไดแ้ ลว้ ให้คำชมเชยให้กำลงั ใจ
4. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
- แปรงสีฟัน ยำสฟี ัน ขนั นำ้ สบู่
ผ้ำเชด็ ตวั (ของจรงิ )
- นทิ ำน
5. การประเมินผล
- จำกกำรสงั เกต
1. สำมำรถเคล่ือนไหวส่วนต่ำงๆของ
รำ่ งกำยได้
2. ร่วมกจิ กรรมกับเพื่อนๆได้
3. สังเกตกำรฟังนทิ ำน
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 32 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรู้ย่อย ของใช้สว่ นตัวของหนู
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณไ์ ด้
2. บอกช่อื ของใชส้ ว่ นตวั ได้
3. ปั้นดินน้ำมันได้
4. เล่นเกมขวำ้ งลกู บอลได้
5. เล่นเกมจับคูภ่ ำพเหมอื นของใชส้ ว่ นตวั เด็กได้
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้
1) กำรเคล่ือนไหวประกอบอปุ กรณ์ของใช้ส่วนตัว
2) ช่ือของใชส้ ่วนตัวเด็ก
3) กำรพฒั นำกล้ำมเนือ้ เล็ก - ใหญ่
4) กำรเล่นตำมมุมประสบกำรณ์อย่ำงอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนำควำมคิดและจินตนำกำรของเด็กควบคู่ไปกับ
ควำมรับผดิ ชอบ กำรรอคอย กำรแบ่งปัน และกำรอยู่ร่วมกันเพื่อพัฒนำกำรเข้ำสู่สังคม
ประสบการณส์ าคญั
1) กำรเคลื่อนไหวพรอ้ มอปุ กรณ์
2) กำรจำแนกประเภท จัดหมวดหมูส่ ิง่ ต่ำงๆ
3) กำรปน้ั และกำรประดิษฐส์ ่ิงต่ำงๆ
4) กำรเล่นร่วมกบั ผู้อ่ืน กำรแบง่ ปนั กำรอดทนรอคอยตำมวัย
5) กำรเล่นเกม
3. ข้ันตอนการจดั กิจกรรม
กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. เด็กเคลือ่ นไหวรำ่ งกำยอยำ่ งอสิ ระตำมจังหวะท่ีครูเคำะเม่ือได้ยนิ สัญญำณหยุดใหห้ ยุดในทำ่ น้ันทนั ที
2. ครแู จกบัตรภำพของใช้ส่วนตัวใหเ้ ด็กคนละ 1 ใบ
3. ครเู คำะจงั หวะใหเ้ ด็กปฏบิ ตั ิตำมข้อตกลง เช่น เคำะ 1 ครั้ง ใหช้ บู ตั รภำพแก้วนำ้ เคำะ 2 คร้งั ให้ชู
บัตรภำพแปรงสฟี ัน เคำะ 3 ครั้ง ใหช้ บู ัตรภำพกระเป๋ำ
4. ทบทวนคำสงั่ ให้เด็กปฏบิ ัตติ ำมซำ้
5. เด็กพกั คลำยกลำ้ มเนอื้ โดยกำรนั่งหรือนอนในท่ำท่สี บำย
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (15 นาท)ี
ขน้ั นา
6. ครูเล่นนทิ ำน เร่อื ง
ขั้นสอน
7. นำของใช้สว่ นตัวมำใหเ้ ด็กดูและสนทนำถงึ ชือ่ ชองใชส้ ว่ นตัววำ่ มีอะไรบ้ำง
8. ใหเ้ ดก็ อำสำสมัครออกมำหยิบสิ่งของตำมคำสัง่ พร้อมบอกชอื่ สง่ิ ของใหเ้ พ่ือนๆ ฟงั
9. ครแู ละเดก็ สรุปร่วมกันถึงอุปกรณข์ องใช้ส่วนตัว
ขน้ั สรุป
10. เดก็ ถือของใชส้ ว่ นตัว และนำไปเก็บเข้ำทต่ี ำมท่คี รูแนะนำ
กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (20 นาท)ี
11. ครูจดั เตรยี มกจิ กรรม กำรปั้นดินน้ำมนั
12. ครูแนะนำอุปกรณ์ในกำรปน้ั ดินนำ้ มัน
13. ครูนำดนิ นำ้ มันมำสำธติ กำรนวด กำรคลึง และกำรบบี จนดนิ นำ้ มันนิม่
14. เด็กปนั้ ดนิ นำมนั เปน็ ของใชส้ ่วนตวั ตำมจนิ ตนำกำรของตนเอง
กจิ กรรมการเล่นตามมุม (20 นาที)
15. ครแู นะนำมุมเสรหี รือมมุ ประสบกำรณ์ในห้องเรียน
- มมุ บลอ็ ก
- มุมวทิ ยำศำสตร์
- มมุ หนงั สือ
- มมุ บทบำทสมมติ
- มุมหนว่ ยกำรเรียนร้ปู ระจำสัปดำห์
ครสู ร้ำงขอ้ ตกลงในกำรเลน่ รว่ มกนั ดังน้ี แต่ละมุมเล่นได้ 6 คน หำกผู้เลน่ เกนิ ต้องรอจนกว่ำจะวำ่ งจึง
เขำ้ มำเลน่ ได้
- เม่อื ครตู ีกลองจังหวะสมำ่ เสมอครง้ั ที่ 1 ให้เด็กๆชว่ ยกนั เก็บของเล่นและตรวจเช็คควำม
เรียบรอ้ ยในกลุ่ม เมื่อครูตกี ลองจังหวะสมำ่ เสมอครง้ั ที่ 2 ใหเ้ ดก็ ๆเขำ้ ท่ีน่งั ของตนเอง
- ครเู ปดิ มุมเสรีหรือมุมประสบกำรณใ์ หเ้ ล่นไดอ้ ย่ำงอิสระตำมขอ้ ตกลงที่วำงไวร้ ว่ มกัน
- ครคู อยสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็กแตล่ ะคนในมุมเสรวี ่ำเด็กสำมำรถแก้ปญั หำในกำรเล่นได้
อย่ำงไร และเขำ้ ชว่ ยเหลอื เม่อื จำเปน็ เม่อื มีปญั หำขดั แย้งกบั เพ่อื น หรอื เกิดควำมคับข้องใจในกำรแก้ปญั หำ
กจิ กรรมการเล่นกลางแจ้ง
16. เด็กๆและครูร่วมกันสร้ำงขอ้ ตกลงในกำรเลน่ เกมขว้ำงลกู บอล
17. ครอู ธิบำลและสำธติ วิธกี ำรขว้ำงบอล
18. เดก็ เร่มิ เล่นเกมขวำ้ งลกู บอล ผลดั เปล่ียนกนั ชว้ำงลูกบอลจนครบทกุ คน ขณะเด็กเลน่ ครคู อย
แนะนำและดูแลอย่ำงใกล้ชิด
เกมการศึกษา ( 20นาที )
19. ครูแนะนำอปุ กรณ์ พร้อมกบั สำธติ วิธกี ำรเลน่ เกมจบั คู่ภำพเหมือนของใชส้ ว่ นตัวเด็ก
20. ครใู หเ้ ดก็ ทดลองเล่นเกม ทำซำ้ หลำยครง้ั จนเด็กสำมำรถจบั ได้หมดทุกภำพหำกเด็กทำได้แล้วให้
คำชมเชยใหก้ ำลังใจ
4. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้ 6. ลกู บอล
1. เครือ่ งเคำะจงั หวะ 7. นกหวีด
2. แก้วนำ้ รองเทำ้ กระเป๋ำ ผ้ำขนหนู 8. เกมจับคภู่ ำพเหมือนของใช้สว่ นตวั เด็ก
3. แปรงสฟี นั ผำ้ กันเปื้อน ที่นอน
4. ดินนำ้ มัน
5. แผน่ รองป้นั ดนิ น้ำมัน
5. การประเมนิ ผล
- จำกกำรสงั เกต
1. กำรเคล่ือนไหวพรอ้ มอุปกรณ์
2. กำรบอกชื่อของใชส้ ว่ นตวั
3. กำรปนั้ ดนิ นำ้ มนั
4. กำรขว้ำงลูกบอล
5. จับคู่ภำพเหมอื นของใช้สว่ นตวั เดก็
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 32 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ค้นหาของใช้ส่วนรวม
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจและมคี วำมสุขกบั เสียงเพลง ดนตรี และกำรเคลอ่ื นไหว
2. เลน่ และทำงำนร่วมกับผูอ้ นื่ ได้
3. เดก็ จับคภู่ ำพสมั พนั ธ์ได้
2. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
-กำรเลน่ ตำมศนู ย์เป็นกำรเล่นในศูนย์ประสบกำรณต์ ่ำง ๆ อยำ่ งอิสระ ซ่งึ จะช่วยพฒั นำควำมคิดและ
จติ นำกำรของเด็กควบคู่ไปกับควำมรบั ผิดชอบ กำรรอคอย กำรแบ่งปัน และกำรอยู่ร่วมกันเพ่ือพัฒนำเข้ำส่สู ังคม
ประสบการณส์ าคัญ
1) กำรประสำนสัมพันธ์ของกล้ำมเนอื้ และระบบประสำท
2) กำรทำกจิ กรรมศลิ ปะตำ่ งๆ ตำมควำมสนใจและกำรชื่นชมผลงำนของตนเองและของผู้อน่ื
3) กำรเล่นรว่ มกับผู้อน่ื กำรแบ่งปนั กำรอดทนรอคอยตำมวยั
4) กำรสังเกตเปรียบเทียบขนำดทแี่ ตกตำ่ งกนั กำรแสดงควำมคดิ สร้ำงสรรคแ์ ละจนิ ตนำกำร
3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. ครใู หเ้ ด็กเคล่ือนไหวร่ำงกำยอย่ำงอิสระ โดยหำพนื้ ท่ีของตัวเอง (โดยครูใช้เพลงบรรเลงตำมควำม
เหมำะสม)
2. ให้สัญญำณหยุด และใช้คำถำมกระตนุ้ กำรคดิ และกำรพูด เชน่
-ชอบจุดทกี่ ำลังยืนอยู่ไหม
-ถ้ำไมช่ อบ นกั เรยี นอยำกจะยืนอยูท่ ีจ่ ดุ ใด
3. เด็กทุกคนเอำมอื แตะส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำย เช่น หวั คอ ไหล่ สะเอว สะโพก
4. เดก็ เคลือ่ นไหวอวยั วะสว่ นตำ่ งๆ ของรำ่ งกำยทลี ะคน
5. เดก็ เคลื่อนไหวสว่ นต่ำงๆ ของร่ำงกำย ตำมควำมคดิ ของตนเองและทำท่ำ สงู – ตำ่ (ย่อเขำ่ และ
ยดื ตวั ขึ้น)
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (40 นาท)ี
ขั้นนา
6. ครใู ห้เดก็ ท่ีนง่ั เรียบรอ้ ยจำนวน 3 คนเลือกของใชค้ นละ 1 ชนิ้
ขั้นสอน
7. ครูและเด็กร่วมกนั ร้องเพลง “เสือ้ ” และ เพลง “กำงเกง” ให้เดก็ ร้องตำมครูทลี ะวรรค
8. ครูและเดก็ ร้องเพลงรว่ ม “เสอ้ื ” และ เพลง “กำงเกง” พรอ้ มๆ กนั และทำท่ำทำงประกอบเพล
ตำมจินตนำกำร
9. ครสู นทนำเก่ยี วกับอปุ กรณ์ในกำรแตง่ กำยของตนเองโดยครูใหเ้ ดก็ ผู้ชำย และเดก็ ผู้หญิง ออกม
เป็นตวั อยำ่ งหน้ำช้นั เรยี น
10. เด็กๆ ช่วยกนั บอกอปุ กรณเ์ ครื่องแตง่ กำย ของเด็กผชู้ ำย – เดก็ ผ้หู ญิง โดยครูตง้ั คำถำม ดังนี้ -
นเี่ รยี กว่ำอะไรค่ะ (กำงเกง...เสอื้ ....กระโปรง..)
11. ใครแต่งตวั มำโรงเรียนเองบ้ำง
12. ใครสำมำรถบอกกับเพอ่ื นๆ ได้บำ้ งวำ่ กำรแต่งกำยชุดนักเรยี น ควรสวมใสอ่ ะไร ก่อน-หลงั ฯลฯ
เรียกอำสำมสัครออกมำเล่ำวิธกี ำรสวมใสเ่ สื้อผ้ำนักเรยี นทถ่ี ูกวิธีหน้ำช้นั เรยี น โดยครู
ข้ันสรุป
13. เด็กและครรู ่วมกันสรปุ ถงึ ช่อื ของ ของเล่นและวธิ ีกำรเล่นทถ่ี ตู ้องอีกคร้งั
กจิ กรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ ( 20 นาที )
14. ครูจดั เดก็ นงั่ เป็นรูปครง่ึ วงกลม
15. ครแู จกกระดำษฉีก - ปะกระดำษรูปภำพกระเป๋ำ พร้อมวสั ดุอปุ กรณ์
16. ครคู อยดูแลสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนอยำ่ งใกลช้ ิด
17. เด็กปฏิบตั กิ ิจกรรม เสร็จ นำผลงำนมำส่งครู ครแู ละเด็กสนทนำเกย่ี วกบั ผลงำน พร้อมครจู ัด
แสดงผลงำน
กิจกรรมการเล่นตามมุม ( 20 นาที )
18. เด็กเลอื กเล่นตำมศนู ย์ต่ำงๆ ในชน้ั เรยี นตำมควำมสนใจของเดก็
- มุมปั้น ปน้ั แปรงสีฟัน สบู่ ยำสีฟัน
- มุมวำดภำพสีเทยี น กำรพิมพภ์ ำพด้วยสนี ้ำ
- มมุ บล๊อก/ตัวต่อ
- มมุ บ้ำน/บทบำทสมมตุ ิ
- มุมหนังสือ
19. ครูใหส้ ญั ญำณหมดเวลำเลน่
20. เด็กช่วยกันเกบ็ ของเขำ้ ท่ใี ห้เรียบรอ้ ย (ครอู ำจจะร้องเพลง “เก็บของ”)
กจิ กรรมกลางแจ้ง
21. อธิบำยวิธีเล่นเกม“งูเล้ือย”
22. เดก็ เข้ำแถวตอน 2 แถว ผู้ชำย 1 แถว ผู้หญงิ 1 แถว ใหเ้ ดก็ “เดินจับเอว เม่ือได้ยิน สัญญำจดุ ที่ครู
กำหนดแถวใดไปถึงก่อนจะเป็นฝำ่ ยชนะ (โดยไม่ให้มอื หลุดออกจำกเอวเพื่อน)
23. เล่นเกมงเู ลอ้ื ย ซ้ำ หลำยๆครั้ง
24. เดก็ ฝกึ กำรจดั แถวเป็นวงกลม 3-5 ครั้ง
25. เดก็ เล่นอิสระ
26. เด็กเดินจับเอวเป็นแถวไปทำควำมสะอำดร่ำงกำย และกลับห้อง
เกมการศึกษา ( 20นาที )
27. ครูและเดก็ สนทนำถึงเกม จัดคูภ่ ำพควำมสมั พนั ธก์ นั
28. ครูสำธติ กำรวธิ เี ล่นเกม จัดคภู่ ำพควำมสัมพันธก์ ัน
29. ครูและเด็กรว่ มกนั เล่นเกม จัดคู่ภำพควำมสัมพันธ์กัน
30. ครแู บง่ เดก็ เป็นกลมุ่ ประมำณ 4 – 5 กลุ่ม เลน่ เกม จัดคูภ่ ำพควำมสัมพนั ธก์ นั
31. เมอื่ เล่นเสร็จใหเ้ ดก็ เกบ็ ของเข้ำท่ี
4. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. ภำพกระเปำ๋
2. กระดำษสี
3. นกหวดี
4. กระดำษ A4
5. กำวนำ้
6. เกมจดั คู่ภำพควำมสัมพันธก์ ัน
5. การประเมนิ ผล
- จำกกำรสังเกต
1. สังเกตควำมสนใจในกำรทำกิจกรรม
2. สังเกตกำรสนทนำโตต้ อบ
3. สงั เกตกำรร่วมกิจกรรม
4. สังเกตจำกกำรเล่นตำมศูนย์ต่ำง ๆ
5. จัดคภู่ ำพควำมสัมพันธก์ นั แสดงควำมสมั พนั ธข์ องสิ่งของ
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 32 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ของใช้คู่กนั (การเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ)
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เคลอื่ นไหวอวัยวะส่วนตำ่ งๆของร่ำงกำยได้
2. เกบ็ ของใชใ้ หเ้ ปน็ ระเบียบได้
3. วำดรปู ตำมแบบได้
4. เล่นเกมเตะบอลเข้ำประตูได้
5. สงั เกตและจับค่ภู ำพเหมือนอปุ กรณ์ของใช้ได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
1) กำรเคลือ่ นไหวตำมข้อตกลง
2) กำรเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ
3) กำรวำดรปู วงกลมตำมแบบ
4) กำรเล่นตำมศูนย์หรือมุมประสบกำรณ์อย่ำงอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนำควำมคิดและจินตนำกำรของเด็ก
ควบคไู่ ปกับควำมรับผดิ ชอบ กำรรอคอย กำรแบง่ ปัน และกำรอยู่รว่ มกนั เพ่อื พัฒนำกำรเขำ้ สสู่ งั คม
5) เกมเตำะบอลเข้ำประตู
6) จบั คู่ภำพเหมือนอุปกรณข์ องใชไ้ ด้
ประสบการณส์ าคญั
1) กำรเคลื่อนไหวเคล่ือนท่ี
2) กำรสงั เกตส่งิ ตำ่ งๆ
3) กำรทำกิจกรรมศิลปะต่ำงๆ
4) กำรสงั เกตเปรยี บเทยี บส่งิ ต่ำงๆ กำรแสดงควำมคิดสร้ำงสรรค์และจินตนำกำร
3. ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม
กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ ( 20 นาที )
1. กจิ กรรมพน้ื ฐำน ใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวรำ่ งกำย เชน่ กำรเดิน กำรกระโดด กำรสงิ่ และกำรคลำน ไปทั่ว
บรเิ วณรอบห้องเรียนอยำ่ งอิสระตำมจงั หวะทคี่ รูตีกลอง โดยไม่ชนกนั เมื่อได้ยนิ สญั ญำณหยดุ ใหเ้ ดก็ หยุด
เคลื่อนไหวในท่ำนั้นทันที
2. ร้องเพลงเกบ็ ของให้เด็กฟังและใหเ้ ด็กร้องตำมพรอ้ มทำท่ำทำงประกอบเพลงตำมจงั หวะเม่ือเพลง
หยดุ ให้เด็กหยุดเคล่ือนไหวทันทแี ละเมื่อสัญญำณเพลงขึ้นให้เคลื่อนไหวต่อไปพร้อมกบั ร้องเพลงเก็บของไปดว้ ย
3. ปฏบิ ตั ิซำ้ หลำยๆ ครงั้ จนเด็กทำได้
4. เมื่อเคลื่อนไหวรำ่ งกำยเสร็จ เด็กน่ังพักผอ่ น 3- 5 นำที
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาที)
ข้นั นา
4. เดก็ และครรู ่วมกนั รอ้ งเพลง อำหำรดี
ขั้นสอน
1. ครรู อ้ งเพลง อำหำรดี ทีละวรรค และให้เด็กรอ้ ง ตำมครูพร้อมกัน
2. สนทนำซักถำมเด็กว่ำก่อนมำโรงเรยี นเด็กๆ รบั ประทำนอำหำรอะไรบำ้ ง
3. ครสู นทนำเก่ยี วกบั กำรรบั ประทำนอำหำรและอุปกรณ์ในกำรรบั ประทำนอำหำร โดยครูหยบิ
ช้อน ส้อม จำน แกว้ นำ้ พรอ้ มบอกชอื่ ให้เด็กรู้จัก
4. ครใู ห้เดก็ สังเกต สี ขนำด ของอปุ กรณ์
5. ครนู ำอุปกรณก์ ำรรบั ประทำนอำหำร มำวำงรวมกนั แลว้ ใหเ้ ด็กหยิบตำมคำส่งั
ขนั้ สรุป
8. เดก็ และครูร่วมกันสรปุ ถึงของใช้คู่กันอีกคร้งั
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (20นาท)ี
๑. ครแู ละเด็กสนทนำเก่ยี วกบั ของใช้ทใี่ ช้ค่กู ัน
๒. ครูนำของใช้ทใ่ี ช้คู่กนั ของจรงิ มำให้เด็กดูพูดคยุ ถึงวิธกี ำรใช้
๓. ครูเตรียมอปุ กรณ์ในกำรวำดรูปให้กับเด็กทกุ คน
๔. ใหเ้ ด็กวำดรูปภำพของใชต้ ำมจนิ ตนำกำร
๕. ครคู อยดูแล และสงั เกตพฤติกรรมกำรทำงำนของเด็กอยำ่ งใกลช้ ดิ
๖. ครแู ละเด็ก ร่วมสนทนำเกย่ี วกับผลงำน
กิจกรรมการเลน่ ตามมุม (20 นาท)ี
11. ครแู นะนำมมุ เสรีหรือมุมประสบกำรณ์ในห้องเรียน
- มมุ บล็อก
- มุมวทิ ยำศำสตร์
- มุมหนังสือ
- มุมบทบำทสมมติ
- มุมหน่วยกำรเรียนรปู้ ระจำสัปดำห์
ครสู รำ้ งขอ้ ตกลงในกำรเล่นร่วมกนั ดังนี้ แต่ละมมุ เลน่ ได้ 6 คน หำกผู้เล่นเกินตอ้ งรอจนกว่ำจะว่ำงจึง
เข้ำมำเลน่ ได้
- เมื่อครตู ีกลองจังหวะสมำ่ เสมอครง้ั ท่ี 1 ให้เด็กๆช่วยกันเก็บของเล่นและตรวจเชค็ ควำมเรียบร้อยใน
กลุ่ม เมอื่ ครตู กี ลองจังหวะสม่ำเสมอครัง้ ท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเขำ้ ท่ีนง่ั ของตนเอง
- ครูเปดิ มุมเสรีหรอื มมุ ประสบกำรณ์ใหเ้ ลน่ ไดอ้ ย่ำงอิสระตำมขอ้ ตกลงทวี่ ำงไวร้ ่วมกนั
- ครคู อยสังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในมุมเสรีวำ่ เด็กสำมำรถแก้ปัญหำในกำรเลน่ ได้อยำ่ งไร
และเข้ำชว่ ยเหลอื เม่ือจำเปน็ เมอ่ื มปี ัญหำขดั แย้งกับเพื่อน หรือเกิดควำมคบั ข้องใจในกำรแก้ปญั หำ
14.ครูพำเด็กต่อแถวไปทีส่ นำมเด็กเล่น อบอุ่นร่ำงกำยด้วยทำ่ ตำ่ งๆ ดงั น้ี กระโดดตบ หมุนเอว หมุน
ไหล่ /เขำ่ สลัดมือ ว่งิ อยู่กับท่ี
15. สนทนำเก่ียวกบั กฎ กติกำในกำรแตะบอลเขำ้ ประตู
16. เดก็ ผลัดกันแตะบอลจนครบทกุ คน โดยครูคอยดูแลควำมปลอดภยั
17. เมอ่ื สญั ญำณหมดเวลำให้เก็บลูกบอลเข้ำท่ี
18. เม่ือเลน่ เสรจ็ ช่วยกันเก็บอุปกรณส์ ่งคืนครู แล้วพกั ผ่อนคลำยกล้ำมเนื้อในท่ำที่สบำย
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
19. ครแู นะนำอุปกรณ์ พร้อมสำธิตวิธีกำรเลน่ เกมจับคู่ภำพเหมือนอุปกรณ์ของใช้
20. แบง่ กลุ่มเด็กออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน โดยให้เด็กแต่ละกลุ่มช่วยกันสงั เกตภำพและจบั คู่
ภำพเหมือนอุปกรณ์ของใช้
21. เด็กเล่นเกมจับคภู่ ำพอุปกรข์ องใช้อีกครั้ง
22. ขณะเด็กเล่นครูคอยสงั เกตและดูแลอย่ำงใกล้ชดิ
4. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. เพลงตบมอื ตบตกั
2. ใบงำนรปู วงกลมตำมแบบ
3. สเี ทยี น
4. ลกู บอล
5. เกมจับคูภ่ ำพเหมอื นอุปกรณ์ของใช้
5. การประเมนิ ผล
- จำกกำรสังเกต
1. สำมำรถเคล่อื นไหวส่วนต่ำงๆของรำ่ งกำยได้
2. ร่วมกิจกรรมกบั เพ่ือนๆได้
3. กำรวำดรูปวงกลมตำมแบบ
4. กำรแตะบอลเข้ำประตูได้
5. จบั คภู่ ำพเหมอื นอปุ กรณข์ องใช้
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี ....32....วันที่ 5 สาระการเรียนร้ยู ่อย ใชข้ องใชอ้ ย่างพอเพียง
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เด็กๆ สำมำรถเคลื่อนไหวส่วนตำ่ งๆของร่ำงกำยได้
2. เด็กๆ สำมำรถรว่ มกิจกรรมกบั เพ่ือนๆได้
3. เด็กๆ สำมำรถบอกกำรดูแลและใช้ของใช้อย่ำงพอเพยี งได้
4. เด็กๆ สำมำรถจบั คู่รูปทรงที่เหมือนกันได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) กำรเคลือ่ นไหวสว่ นต่ำงๆของร่ำงกำยตำมสญั ญำณได้
2) บอกกำรดแู ลและใชข้ องใชอ้ ย่ำงพอเพยี ง
3) ละเลงสีน้ำ
4) กำรเล่นตำมศูนย์หรือมุมประสบกำรณ์อย่ำงอิสระซึ่งจะช่วยพัฒนำควำมคิดและจินตนำกำรของเด็ก
ควบคไู่ ปกับควำมรบั ผดิ ชอบ กำรรอคอย กำรแบ่งปนั และกำรอยู่รว่ มกันเพือ่ พัฒนำกำรเขำ้ สสู่ ังคม
5) กำรเลน่ นำ้ เล่นทรำย
6) จับครู่ ปู ทรงท่เี หมอื นกนั ได้
ประสบการณ์สาคัญ
1) กำรประสำนสัมพนั ธข์ องกล้ำมเน้ือและระบบประสำท
2) กำรทำกจิ กรรมศิลปะต่ำงๆ ตำมควำมสนใจและกำรช่นื ชมผลงำนของตนเองและของผอู้ ่ืน
3) กำรเลน่ ร่วมกับผอู้ ่นื กำรแบ่งปนั กำรอดทนรอคอยตำมวัย
4) กำรสังเกตเปรยี บเทียบรูปทรงที่มีรูปร่ำงลกั ษณะที่เหมอื นและแตกต่ำงกนั กำรแสดงควำมคิดสร้ำงสรรค์
และจินตนำกำร
3. ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรม
กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. เด็กเคลอ่ื นไหวร่ำงกำยอยำ่ งอิสระตำมจังหวะที่ครเู คำะเม่ือได้ยนิ สัญญำณหยุดให้หยุดในท่ำนั้นทนั ที
2. เดก็ รับแถบผ้ำสคี นละ 1 ผนื
3. เด็กเคล่อื นไหวรำ่ งกำยประกอบผำ้ สีอย่ำงอิสระตำมจังหวะทีค่ รูเคำะเมื่อได้ยินสญั ญำณหยดุ
4. ให้ปฏบิ ตั ติ ำมข้อตกลงดังนี้
-ใหร้ วมกลุ่มคนท่ีถือผ้ำสีเดยี วกัน
- ใหร้ วมกลมุ่ 3 คน , ใหจ้ บั คหู่ ญงิ – ชำย เปน็ ต้น
5. เดก็ ปฏิบตั ติ ำมข้อ 3 ซำ้ อีก 2 ครัง้
6. เด็กพักคลำยกล้ำมเนอื้ โดยกำรน่งั หรือนอนในท่ำท่ีสบำย
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (40 นาท)ี
ขัน้ นา
7. เด็กๆร่วมกันฟงั นิทำนเร่ือง ของเลน่ เพ่อื นรัก
ขัน้ สอน
8. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนำถงึ ส่งิ ที่อยู่ในนิทำน โดยครูใช้คำถำมนำดงั นี้
- เด็กๆคิดวำ่ นทิ ำนเร่ืองนม้ี ีเน้ือหำเกยี่ วกับอะไร
- เดก็ ๆคิดว่ำ เดก็ ๆทอี่ ยู่ในนิทำนมีควำมสขุ ทไ่ี ด้เลน่ ของเล่นกันไหม
- เพรำะอะไรเด็กๆถึงคิดว่ำ เด็กๆที่อยใู่ นนทิ ำนมีควำมสุขท่ีได้เล่นของเลน่ กัน
- แลว้ เดก็ ๆคดิ วำ่ ของเลน่ ที่เด็กๆเลน่ กนั ให้อะไรกับเด็กๆบ้ำง
9. ครูนำของเลน่ มำใหเ้ ด็กๆดูพร้อมอธิบำยให้เด็กๆฟังถึงประโยชนข์ องของเลน่ แต่ละอยำ่ ง
10. ครูวำงของเลน่ ไว้ตำมจุดเพอ่ื ให้เดก็ ๆเขำ้ ไปเล่น 8-10 นำที
11. เด็กๆเลือกเลน่ ของเลน่ ตำมควำมสนใจของตนเอง และชว่ ยกันเกบ็ ของเลน่ เมื่อหมดเวลำ
ขนั้ สรุป
12. เดก็ ๆและครูรว่ มกนั สรุปโดยกำรใหเ้ ด็กๆออกมำเลน่ ถึงสิ่งทเ่ี ด็กๆไดจ้ ำกกำรเลน่ ของเล่น
กจิ กรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ (20นาที)
15. ครแู นะนำอุปกรณ์ในกำรทำกิจกรรมละเลงสี ดังนี้ กระดำษ A4/ สีน้ำ พร้อมท้ังสำธิตและสรำ้ ง
ขอ้ ตกลงในกำรทำกิจกรรม
12. เม่ือจบกจิ กรรมครูให้เดก็ ๆรว่ มกันแลกเปลีย่ นควำมคดิ เห็นนำเสนอช้ินงำนของตนเอง ครแู ละเดก็
ชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณเ์ ข้ำที่ใหเ้ รียบร้อยก่อนเข้ำกิจกรรมตอ่ ไป
กิจกรรมการเล่นตามมุม (20 นาที)
13. ครแู นะนำมุมเสรหี รือมุมประสบกำรณ์ในหอ้ งเรยี น
- มมุ บลอ็ ก
- มุมวิทยำศำสตร์
- มมุ หนงั สือ
- มุมบทบำทสมมติ
- มมุ หน่วยกำรเรียนรู้ประจำสัปดำห์
ครูสร้ำงข้อตกลงในกำรเลน่ ร่วมกันดงั นี้ แต่ละมุมเลน่ ได้ 6 คน หำกผเู้ ลน่ เกินตอ้ งรอจนกว่ำจะวำ่ งจงึ
เข้ำมำเล่นได้
- เมอื่ ครตู ีกลองจงั หวะสม่ำเสมอครง้ั ท่ี 1 ให้เด็กๆชว่ ยกนั เก็บของเลน่ และตรวจเชค็ ควำมเรยี บรอ้ ยใน
กลุม่ เม่อื ครตู ีกลองจังหวะสม่ำเสมอคร้งั ที่ 2 ใหเ้ ด็กๆ เขำ้ ที่นง่ั ของตนเอง
- ครเู ปิดมมุ เสรหี รอื มุมประสบกำรณใ์ ห้เล่นได้อย่ำงอิสระตำมข้อตกลงท่วี ำงไว้ร่วมกัน
- ครูคอยสังเกตพฤตกิ รรมของเด็กแต่ละคนในมมุ เสรวี ่ำเด็กสำมำรถแก้ปญั หำในกำรเล่นไดอ้ ยำ่ งไร
และเข้ำช่วยเหลือเม่ือจำเปน็ เมื่อมปี ัญหำขัดแย้งกบั เพอื่ น หรือเกดิ ควำมคบั ขอ้ งใจในกำรแกป้ ัญหำ
กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้
14. ครูพำเด็กต่อแถวไปทีส่ นำมเด็กเล่น แนะนำอปุ กรณ์ กระบะทรำย กระบะน้ำ และอุปกรณใ์ นกำร
เลน่ ทรำยกบั น้ำ
15. เด็กๆและครรู ่วมกันสรำ้ งขอ้ ตกลงในกำรเลน่
16. เม่อื เล่นเสร็จช่วยกนั เก็บอุปกรณส์ ่งคนื ครู ทำควำมสะอำดร่ำวงกำย แลว้ พักผ่อนคลำยกลำ้ มเนือ้
ในท่ำที่สบำย
17. สนทนำเกีย่ วกบั กจิ กรรมกำรเล่นในวันนี้ว่ำสนกุ และเกิดปญั หำในกำรเลน่ หรือไม่ จำกน้นั เก็บ
อปุ กรณ์เขำ้ ห้องเรียน
เกมการศึกษา (20นาที)
18. ครแู นะนำอปุ กรณ์กำรเล่นเกมกำรศึกษำ พร้อมกบั สำธิตวิธีกำรเล่น
17. ครูให้เดก็ ทดลองเลน่ เกม ทำซำ้ หลำยครง้ั จนเด็กสำมำรถจับคไู่ ดห้ มดทุกคู่หำกเด็กทำไดแ้ ลว้ ให้คำ
ชมเชยให้กำลงั ใจ
4.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. กลอง
2. นิทำน ของเลน่ เพ่ือนรกั
3. ของเลน่
4. สีนำ้
5. กระดำษ A4
6. รูปทรงหรรษำ
7. กระบะน้ำ กระบะทรำย
8. อุปกรณ์ในกำรตักน้ำตักทรำย
5. การประเมนิ ผล
- จำกกำรสงั เกต
1. เคล่อื นไหวส่วนตำ่ งๆของร่ำงกำยได้
2. รว่ มกจิ กรรมกับเพ่ือนๆได้
3. บอกประโยชน์ของ ของเล่นได้
4. จับครู่ ูปทรงที่เหมือนกันได้
ไแผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ที่ 33 สาระการเรียนรู้ ที่ 4 สิ่งตา่ งๆรอบตัว
หนว่ ยการเรียนรู้ เร่อื ง หนนู ้อยรักษไ์ ทย
ความคิดรวบยอด
ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านต่างๆสืบทอดกัน
มาอย่างยาวนาน มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศท่ีเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ลูกหลานคน
ไทยต้องช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามในการแสดงออกถึงความเป็นไทยให้เจริญและคงอยู่
ตลอดไป
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตยิ ์ สงบน่ิง ยนื ตรง
การปฏิบัตติ น
ความหมายของสใี นธงชาติ ธงชาติไทย เพลงชาติไทย
ไทยชาติชาติสรฃสี
หนนู ้อยรกั ษไ์ ทย ชุดไทยประจา
ชาติ
สืบสานการละเลน่ ไทย
ชุดไทยของหนู
ความสนกุ สนาน
เพลิดเพลิน วัสดุในทอ้ งถน่ิ ภาษาไทย (ท้องถน่ิ )
ภาษาไทยกลาง ภาษาทอ้ งถิ่น
สิง่ ทเี่ ด็กรู้แลว้ สง่ิ ท่ีเด็กต้องการรู้ ส่ิงทเ่ี ดก็ ควรรู้
1. ธงชาตไิ ทย 1. ความหมายของสใี นธงชาติ 1. ธงชาติไทย
2. เพลงชาติ
3. ……………………………… 2. การปฏิบตั ิตนเมือ่ ได้ยินเพลงชาติ 2. เพลงชาติไทย
4. ………………………………
5. ……………………………… 3. การแต่งกายของชาตไิ ทย 3. ชุดประจาชาตไิ ทย
4. คาทักทายและการแสดงความ 4. ภาษาไทย – ภาษาถิ่น
เคารพ 5. การละเล่นไทย
5. การละเล่นของไทย
ตารางวิเคราะห์สาระการเรยี นรู้ทคี่ วรเรยี นรู้
สภาพที่พึงประสงค์ และการประเมนิ พัฒนาการ (DSPM)
หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพทพี่ ึง สาระการเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ
ประสงค์ (DSPM)
หนว่ ยที่ ๓๓ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
หนูนอ้ ยรกั ษไ์ ทย คุณลักษณะท่ี ๖.๑ -รอ้ งเพลงได้บางคาหรือ
๑. ธงชาติไทย รบั รู้และเขา้ ใจ -สีของธงชาติ -การเคล่อื นไหวสว่ น ร้องเพลงคลอตาม
๒. เพลงชาติไทย ความหมายของ -ชื่อเพลงชาตไิ ทย ตา่ งๆ ของร่างกาย ทานอง (PS)
๓. ชุดไทยของหนู ภาษาได้ตามวยั .-การแต่งกายชุด ตามจงั หวะดนตรี -พูดติดต่อกนั 3 - 4 คา
๔. ภาษาไทย - รอ้ งเพลงได้บาง ไทยประจาทอ้ งถ่ิน -การรอ้ งเพลง ได้อย่างน้อย 4
(ท้องถ่นิ ) คาและร้องเพลง -ร้จู ักเรยี กช่อื ส่ิง -การเชือ่ มโยงจาก ความหมาย (EL)
๕ .สืบสาน คลอตามทานอง ตา่ งๆเปน็ ภาษาไทย ประสบการณ์เดมิ -ขวา้ งลูกบอลขนาดเลก็
การละเลน่ ไทย คุณลักษณะที่ ๖.๒ และภาษาถ่ิน -การสังเกตวัตถหุ รือ ไดโ้ ดยกมือขนึ้ เหนือ
แสดงออกและหรือ -การละเลน่ ของไทย ส่ิงของทมี่ สี ีสนั และ ศีรษะ (GM)
พูดเพือ่ ส่ือสาร -กระโดดเท้าพ้นพน้ื ทงั้ 2
ความหมายได้ รปู ทรงท่ีแตกตา่ งกนั ขา้ ง (GM)
-พูดเปน็ วลสี ้นั ๆ -การประสานสัมพนั ธ์ -กระโดดข้ามเชือกบน
คณุ ลักษณะที่ ๗.๑ ของกลา้ มเนื้อและ พน้ื ไปข้างหน้าได้ (GM)
สนใจและเรียนรสู้ งิ่ ระบบประสาท
ตา่ งๆรอบตัว -การเลน่ รวมกลุ่มกบั
-จดจอ่ ตอ่ ส่ิงใดสงิ่ ผู้อื่น
หนงึ่ ได้ยาวนานข้นึ - การรจู้ ักสังเกต
คณุ ลกั ษณะต่างๆ ไม่
ว่าจะเปน็ สี ขนาด
รูปร่าง รปู ทรง
ผิวสัมผัส
แนวการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2-3 ปี
สปั ดาห์ที่....33... สาระการเรยี นรู้ที่ 4 สิ่งตา่ งๆ รอบตวั เดก็
หนว่ ยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยรักษ์ไทย
กจิ กรรม เคล่อื นไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ การเล่นตามมมุ การเลน่ เกมการศกึ ษา
วันท่ี และจังหวะ -สีของธงชาติ กลางแจ้ง
เกมจับคู่
เคลอ่ื นไหวร่างกาย -ช่ือเพลงชาติไทย -การระบายสีเทียน เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลอื ก เกมงูกินหาง ภาพเหมือนธงชาติ
ตามสญั ญาณและ -การปฏบิ ตั ติ นเมอื่ ได้ ธงชาตไิ ทย เล่นในศนู ย์ตามความ ไทย
ขอ้ ตกลง ยนิ เสยี งเพลงชาตไิ ทย สนใจและคน้ หาความ
ถนัดของตนโดยจดั ให้ เกมภาพตดั ต่อธง
1 สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยการ ชาติไทย
เรยี นรู้
ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้นา- -การต่อเตมิ รปู ทรง เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลือก เกมรับ-ส่งลูก
ผตู้ ามในการ เล่นในศนู ยต์ ามความ บอล
2 เคลอื่ นไหว สนใจและค้นหาความ
ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคลอ้ งกับหนว่ ยการ
เรียนรู้
เคล่ือนไหวสว่ น -การสวมใส่ชดุ ผ้าไทย -การออกแบบทา่ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลือก เกมแตง่ ตวั เกมจับคูภ่ าพกบั
ตา่ งๆ ของร่างกาย ประจาถ่ิน ราตามจนิ ตนาการ เล่นในศนู ย์ตามความ เงา
ประกอบเพลง “ราวง สนใจและคน้ หาความ
3 มาตรฐาน” ถนดั ของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกบั หน่วยการ
เรยี นรู้
เคลื่อนไหวส่วน -รจู้ กั ภาษาไทย-ภาษา -การพบั สี เปิดโอกาสใหเ้ ด็กไดเ้ ลอื ก เกมขว้างบอล เกมเรยี งลาดับ
ตา่ งๆ ของรา่ งกาย ถ่ิน เล่นในศนู ย์ตามความ ขนาด
เดนิ ถอยหลงั สนใจและค้นหาความ
4 ประกอบเพลง ถนัดของตนโดยจดั ให้
สอดคลอ้ งกับหนว่ ยการ
เรยี นรู้
เคล่อื นไหวส่วน -การละเล่นของไทย -การพมิ พภ์ าพจาก เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้เลอื ก เกมเลน่ มา้ กา้ น จับคภู่ าพเหมอื น
ตา่ งๆ ของร่างกาย กา้ นกล้วย เลน่ ในศนู ย์ตามความ กล้วย จานวน 3 คู่
5 กระโดดอยกู่ ับทีโ่ ดย สนใจและค้นหาความ
เทา้ พน้ พนื้ ท้ังสองข้าง ถนดั ของตนโดยจดั ให้
ตามจงั หวะช้าเรว็ สอดคลอ้ งกบั หนว่ ยการ
เรียนรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ ...33..... วันท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ธงชาติไทย
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เคลือ่ นไหวสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายได้
2. ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงได้
3. บอกสีของธงชาติไทยได้
4. ปฏิบัติตามข้อตกลงในการทากจิ กรรมได้
5. เล่นร่วมกับผอู้ ื่นได้
6. เล่นเกมจับคภู่ าพเหมอื นธงชาตไิ ทยได้
7. สงั เกต จาแนก และเปรยี บเทียบได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้
1. การเคลอ่ื นไหวส่วนตา่ งๆของร่างกายประกอบเพลง
2. บอกสขี องธงชาติ
3. ระบายสีเทยี นธงชาติไทย
4. การละเลน่ พนื้ บ้านงูกนิ หาง
ประสบการณส์ าคัญ
1. การเคลอ่ื นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายตามจังหวะดนตรี
2. การทอ่ งคาคล้องจอง
3. การวาด การเขยี น ขีดเขี่ย
4. การแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
5. การประสานสัมพนั ธ์กบั กล้ามเนื้อและระบบประสาท
6. การเล่นอสิ ระ
7. การเลน่ รว่ มกบั ผ้อู ่นื
3. ขนั้ ตอนการจดั กิจกรรม
กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. ตีกลองหนึ่งจงั หวะ (1 2 3 หยดุ ) ทาซา้ 5-6 ครงั้ เพอ่ื เตรียมเดก็
2. เด็กยืนประจาสญั ลักษณ์ของตนเองในห้องเรียน
3. เดก็ เคลื่อนไหวสว่ นต่างๆของร่างกายอย่างอิสระตามจงั หวะ
4. เดก็ และครรู ่วมกนั สรา้ งข้อตกลงในการเคลอ่ื นไหวร่างกาย ดังนี้
- ครชู บู ตั รภาพสีแดงขึ้นให้เด็กดูแลว้ พดู วา่ สีแดง ให้เดก็ ปรบมือ 1 ครั้ง
- ครชู ูบตั รภาพสขี าวขึ้นใหเ้ ดก็ ดูแลว้ พูดวา่ สขี าว ให้เดก็ ปรบมือ 2 ครั้ง
- ครชู ูบัตรภาพสีน้าเงินข้ึนให้เด็กดูแล้วพดู ว่า สีน้าเงนิ ใหเ้ ดก็ ปรบมอื 3 ครง้ั
5. เด็กเคลอ่ื นไหวสว่ นต่างๆของรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจังหวะเม่อื ไดย้ นิ เสยี งสัญญาณ “ หยุด ” ให้
เด็ก ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง
6. เด็กปฏบิ ตั ิตามข้อ 3 ซา้ อกี 2 – 3 รอบ
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที)
ขนั้ นา
7. ครูนาธงชาตไิ ทยของจริงขนาดมาตรฐาน 60 x 90 เซนติเมตร มาให้เด็กดู
ขน้ั สอน
8. เดก็ บอกเลา่ ประสบการณ์ของตนเองเกยี่ วกับธงชาติไทย โดยครตู ง้ั คาถามดงั นี้
- เด็กๆเคยพบเห็นธงชาติไทยที่ใดบ้าง
9. ครแู นะนาอปุ กรณ์ คือธงชาติที่ทาจากแผ่นกระดาษสโี ปสเตอรแ์ ข็งติดแผ่นแมเ่ หล็กดา้ นหลังเพอ่ื ใช้
ติดลงแผน่ กระดานแม่เหล็กได้ แถบสแี ดง 2 แผน่ แถบสีขาว 2 แผ่น และแถบสีน้าเงิน 1 แผ่น
10. ครตู ิดธงชาติทที่ าจากแผน่ กระดาษสโี ปสเตอร์แขง็ ลงในกระดานแม่เหลก็ ทลี ะ 1 แถบสี เรมิ่ จากสี
แดงดา้ นบนสุด ต่อมาสขี าว ต่อมาสีนา้ เงนิ ต่อมาสีขาว ตอ่ มาสแี ดง เป็นรูปธงชาติไทยทสี่ มบูรณ์
11. ครแู ละเดก็ ร่วมกันสนทนาถึงสแี ละจานวนของแถบสีในธงชาติ โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- ธงชาติไทยมีกส่ี ี
- ธงชาตไิ ทยมแี ถบสใี ดบา้ งและสีละจานวนเท่าใด
12. หลังจากสนทนาแลว้ ครูแยกแผ่นธงชาตใิ นกระดานแมเ่ หลก็ ออก ให้เด็กออกมาทีละ 1 คน ในการ
ติดแถบสีธงชาติ โดยหมนุ เวียนสลับเปลี่ยนกันออกมาจนครบทกุ คน
ขั้นสรปุ
13.เดก็ ๆและครรู ่วมกันสรุปถึงสแี ละจานวนของแถบสีในธงชาติ
กจิ กรรมสร้างสรรค์ (20นาที)
14.ครูแนะนาวธิ ีการปฏบิ ตั ิ และทบทวนข้อตกลงในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการระบายสีเทยี นธงชาติไทย
สาธิตการระบายสีเทยี นรปู ธงชาตไิ ทยที่ถูกต้อง
15.ครูแจกอปุ กรณแ์ ละแนะนาวธิ ีการปฏิบตั ิการระบายสีธงชาติไทย สาธติ การระบายสีเทยี น
16. ครทู บทวนข้อตกลงในการปฏิบัตกิ จิ กรรมท่ีถกู ต้องเด็กปฏบิ ัติกจิ กรรมการระบายสเี ทียนธงชาติ
ไทย
กิจกรรมเสรี (20 นาที)
17.ครูแนะนามุมเสรีหรือมมุ ประสบการณใ์ นหอ้ งเรียน
- มมุ บลอ็ ก
- มมุ วิทยาศาสตร์
- มุมหนงั สอื
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหน่วยการเรยี นรู้ประจาสัปดาห์
ครูสรา้ งข้อตกลงในการเลน่ ร่วมกนั ดังน้ี แต่ละมุมเล่นได้ 6 คน หากผเู้ ลน่ เกินต้องรอจนกว่าจะวา่ ง
จงึ เข้ามาเล่นได้
- เมื่อครตู ีกลองจงั หวะสม่าเสมอคร้งั ที่ 1 ใหเ้ ด็กๆชว่ ยกันเก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรียบร้อยใน
กลุ่ม เม่อื ครตู กี ลองจงั หวะสม่าเสมอคร้ังท่ี 2 ให้เด็กๆเข้าที่น่งั ของตนเอง
- ครเู ปิดมมุ เสรหี รือมุมประสบการณใ์ ห้เลน่ ไดอ้ ย่างอสิ ระตามข้อตกลงทวี่ างไวร้ ่วมกัน
- ครูคอยสงั เกตพฤติกรรมของเดก็ แตล่ ะคนในมุมเสรวี ่าเดก็ สามารถแก้ปญั หาในการเลน่ ได้อย่างไร
และเข้าช่วยเหลือเม่ือจาเป็นเมอ่ื มปี ัญหาขัดแย้งกบั เพอ่ื น หรอื เกดิ ความคับข้องใจในการแก้ปญั หา
กิจกรรมกลางแจ้ง
18. อบอนุ่ รา่ งกาย โดยการกระโดดอยูก่ ับท่ี วิง่ อยูก่ บั ท่ี หมุนเอว หมนุ หัวไหล่
19. ครูท่องคาคล้องจองแม่งเู อย๋ ให้เดก็ ฟงั แลว้ เด็กท่องคาคล้องจองตามครู
20. ครอู ธบิ ายและสาธติ วิธีการเล่น งกู นิ หาง โดยครูเป็นแม่งูและใหเ้ ด็กทุกคนต่อแถวเกาะเอวไวเ้ ป็นลกู งู
21. ขอเด็กผู้ชายมาเปน็ พอ่ งู เมือ่ ทอ่ งคาคล้องจบแล้วใหพ้ ่องูวิ่งไลจ่ ับลูกงูตัวสุดทา้ ยแม่งกู ันพ่องูไมใ่ ห้ไปจับ
ลกู งไู ด้ ผลัดเปลย่ี นกัน เปน็ แม่งู พ่องู
เกมการศกึ ษา (20นาที)
22. เดก็ และครสู รา้ งข้อตกลงในการเล่นเกมการศกึ ษา
23. ครแู นะนาวิธีการเล่นเกม โดยครนู าภาพการจบั คภู่ าพเหมือนธงชาติไทยทีถ่ ูกต้องให้เด็กดู พดู คุยถึง
รายละเอยี ดของภาพ จากนั้นครูขออาสาสมัครมาสาธิตวิธีการเล่นเกม
24. จัดโตะ๊ เกมการศึกษาท้งั ทีเ่ คยเลน่ มาแลว้ และเกมจับคภู่ าพเหมือนธงชาตไิ ทย
25. เด็กจบั กลมุ่ ๆละ 4-5 คน เลือกเล่นเกมการศึกษาตามความสนใจ และครใู ชค้ าถามกระตุ้นการคดิ ดงั นี้
- เด็กๆวางแผนการเลน่ เกมการศกึ ษาในกลุ่มอย่างไร
- ภาพท่เี ห็นในเกมการศกึ ษามรี ปู อะไร / สีอะไร /รายละเอยี ดของภาพเป็นอย่างไร
- เดก็ ๆร้ไู ดอ้ ยา่ งไรวา่ เราเล่นเกมการศกึ ษาไดถ้ กู ต้อง
26. เด็กเลน่ เกมการศึกษาและเก็บของเล่นเข้าทเ่ี มื่อเลิกเล่น
4. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1. เครือ่ งเคาะจงั หวะ / กลอง 2. บตั รภาพสีแดง สีขาว สีน้าเงิน
3. คาคล้องจอง ธงชาติไทย 4. คาคล้องจอง แม่งูเอย๋
5. ธงชาตไิ ทยของจริง ขนาดมาตรฐาน 60 x 90 เซนตเิ มตร
5. การประเมินผล
- จากการสงั เกต
1. การสังเกตเคล่อื นไหวสว่ นต่างๆ ของร่างกาย
2. การสังเกตการปฎบิ ัติตามข้อตกลง
3. สังเกตการบอกสีของธงชาติ
4. ตรวจผลงานการระบายสเี ทยี นฃ
5. สังเกตการเลน่ ร่วมกับผู้อนื่ ได้
6. สงั เกตการเลน่ เกมจับคภู่ าพเหมือนธงชาตไิ ทย
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี ...33..... วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การร้องเพลงชาติและการปฏิบัตติ น
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เคล่ือนไหวส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกายได้
2. ปฎิบตั ิตนเปน็ ผู้นา – ผู้ตามได้
3. บอกชอ่ื เพลงชาติไทยได้
4. ปฏบิ ตั ติ นเมื่อไดย้ นิ เสียงเพลงชาตไิ ทยได้
5. ตอ่ เตมิ รูปทรงวงกลมได้
6. สงั เกต จาแนก และเปรียบเทียบได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
1. การเคลอื่ นไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย
2. บอกชอ่ื เพลงชาตไิ ทย
3. ตอ่ เตมิ รปู ทรงวงกลม
4. การละเลน่ พ้ืนบ้านงกู ินหาง
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเคล่อื นไหวสว่ นต่างๆของรา่ งกายตามจังหวะดนตรี
2) การเลน่ ออกกาลังกายกลางแจง้ อย่างอิสระ
3) การเล่นอิสระ
4) การท่องคาคลอ้ งจอง
5) การรอ้ งเพลง
6) การเช่ือมโยงจากประสบการณ์เดิม
7) การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
8) การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆตามความสนใจ
9) การประสานสมั พนั ธ์กบั กล้ามเนอ้ื และระบบประสาท
10) การคดิ ตัดสนิ ใจหรือคดิ แก้ปัญหาในเรอ่ื งที่ง่ายๆดว้ ยตนเอง
3. ขัน้ ตอนการจดั กิจกรรม
กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
ขน้ั นา
1. ครสู ร้างข้อตกลงปรบมือ (1 2 3 หยดุ ) ทาซ้า 5-6 ครง้ั เพ่ือเตรยี มเด็ก
2. เด็กยนื ประจาสัญลกั ษณ์ของตนเองในห้องเรยี น
ขัน้ สอน
3. เดก็ เคลอื่ นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายอยา่ งอสิ ระตามจงั หวะ
4. ครแู ละเด็กร่วมกนั ร้องเพลง และแสดงท่าทางประกอบเพลง ช้าง
5. เด็กออกมาแสดงทา่ ทางประกอบเพลง ช้าง ตามจินตนาการแลว้ ใหเ้ พื่อนคนอน่ื ๆทาท่าทางตาม
6. เด็กสลบั เปล่ยี นหมนุ เวียนกนั ออกมาแสดงท่าทางประกอบเพลง ช้าง จนครบทุกคน
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที)
ขนั้ นา
7. ครูเปิดคลิปวดี โี อต้นฉบับ MV เพลงชาติไทย ( จากยูทปู ) ให้เดก็ ดู ขณะทเี่ ปิดให้เด็กยืนตรงแสดง
ความเคารพจนจบเพลง 1 รอบ
ขนั้ สอน
8. เดก็ และครูร่วมกนั สนทนาถึงเพลงชาตไิ ทยทไี่ ดช้ มจากคลิปวดี ีโอ โดยครูใช้คาถามดังนี้
- เพลงทเ่ี ด็กๆไดช้ มนี้ ช่อื ว่าอย่างไร
- เมื่อได้ยินเสยี งเพลงชาติไทยเด็กๆควรปฏิบตั ิตนอย่างไร
- เด็กออกมาเล่าประสบการณ์เก่ยี วกับการร้องเพลงชาติและการปฏบิ ัตติ นท่ถี ูกต้องเมื่อได้ยิน
เพลงชาติ
9.ครสู อนคาคล้องจองใหเ้ ด็กพูดตามจนคล่องและสนทนาเนอ้ื หาของคาคล้องจองและเดก็ ร่วมกันรอ้ ง
เพลง ชาตไิ ทย 1 รอบ ให้ปฏิบตั โิ ดยการยืนตรงร้องเพลงจนจบ
10.ครแู นะนาวธิ ีการปฏบิ ัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏิบตั ิกจิ กรรมการต่อเตมิ รปู ทรงวงกลมสาธิต
การตอ่ เติมรูปทรงวงกลมท่ีถกู ตอ้ ง
ขนั้ สรปุ
11.เดก็ และครสู รปุ ถงึ ชื่อของเพลงชาติและการปฏบิ ัติตนที่ถกู ตอ้ งและเหมาะสมเมื่อได้ยินเพลงชาติ
กิจกรรมสร้างสรรค์ (20นาที)
12.ครแู จกอปุ กรณใ์ นการทากิจกรรมให้เด็กจนครบทุกคนเด็กปฏิบตั ิกิจกรรมการตอ่ เติมรปู ทรง
วงกลมเดก็ ปฏิบตั ิการทากิจกรรมการตอ่ เติมรปู ทรงวงกลม
13.เด็กอาสาสมัครเลือกผลงานของตนเองมานาเสนอใหเ้ พื่อนฟังหน้าห้องเรียนเมอ่ื เสรจ็ กิจกรรม
ชว่ ยกันเก็บอปุ กรณ์ใหเ้ รยี บร้อย
กิจกรรมเสรี (20 นาที)
14. ครแู นะนามุมเสรหี รือมุมประสบการณ์ในห้องเรยี น
- มุมบล็อก
- มมุ วทิ ยาศาสตร์
- มมุ หนงั สอื
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหน่วยการเรยี นรู้ประจาสัปดาห์
ครูสรา้ งข้อตกลงในการเลน่ รว่ มกันดังนี้ แต่ละมุมเล่นได้ 6 คน หากผ้เู ลน่ เกนิ ตอ้ งรอจนกว่าจะว่างจึง
เขา้ มาเล่นได้
- เม่ือครตู ีกลองจังหวะสม่าเสมอครงั้ ที่ 1 ให้เด็กๆชว่ ยกนั เก็บของเลน่ และตรวจเชค็ ความเรียบรอ้ ยใน
กลมุ่ เมอื่ ครูตกี ลองจงั หวะสม่าเสมอครง้ั ที่ 2 ให้เด็กๆเข้าที่นงั่ ของตนเอง
- ครเู ปิดมุมเสรหี รอื มุมประสบการณ์ใหเ้ ล่นได้อย่างอสิ ระตามขอ้ ตกลงท่ีวางไว้รว่ มกัน
- ครูคอยสงั เกตพฤตกิ รรมของเดก็ แตล่ ะคนในมุมเสรีวา่ เดก็ สามารถแก้ปัญหาในการเลน่ ได้อยา่ งไร
และเขา้ ช่วยเหลือเม่ือจาเป็นเมือ่ มปี ัญหาขดั แย้งกบั เพื่อน หรอื เกิดความคบั ขอ้ งใจในการแก้ปัญหา
กิจกรรมกลางแจง้
15. ครูแนะนาอุปกรณ์ และอธิบายวิธีการเลน่ เกมรับ-สง่ ลูกบอล ดังน้ี
- ให้เด็กจบั กลมุ่ ๆ ละ 3 – 5 คน แตล่ ะกลุ่มยืนเขา้ แถวตอน
- มอี าสาสมคั รของกลุม่ ยืนห่างจากคนแรกของแถวประมาณ 1 เมตร
- เม่ือไดย้ นิ สัญญาณนกหวดี ใหค้ นแรกของแถว สง่ ลูกบอลไปให้อาสาสมัคร เมอ่ื อาสาสมัคร
ได้รับลกู บอลกใ็ ห้ส่งกลับมาที่ผโู้ ยน ปฏิบัติเช่นน้ีจนครบทุกคน คนทสี่ ่ง-รบั ลกู บอลจากอาสาสมัครแลว้ ใหว้ ิง่ ไป
ตอ่ ท้ายด้านหลงั หากคนใดในแถวรับ-สง่ ลูกบอลแล้วพลาดตกลงพ้ืนให้ปฏิบตั ิใหม่กลุ่มใดรับ-ส่งลูกบอล ครบ
ทกุ คนกอ่ นถือเปน็ ฝา่ ยชนะ
เกมการศึกษา (20นาท)ี
16. ครแู นะนาวิธกี ารเล่นเกม โดยครนู าภาพเกมภาพตดั ต่อธงชาตไิ ทยท่ีถูกต้องใหเ้ ด็กดู พดู คุยถงึ
รายละเอียดของภาพ จากน้นั ครูขออาสาสมัครมาสาธติ วิธกี ารเล่นเกม
17. จัดโต๊ะเกมการศึกษาทง้ั ที่เคยเลน่ มาแล้วและเกมภาพตัดต่อธงชาติไทย
18. เด็กจบั กลมุ่ ๆละ 4-5 คน เลือกเล่นเกมการศกึ ษาตามความสนใจ และครูใช้คาถามกระต้นุ การคิด
ดังนี้
- เดก็ ๆวางแผนการเล่นเกมการศึกษาในกล่มุ อยา่ งไร
- ภาพทเ่ี ห็นในเกมการศึกษามีรูปอะไร / สีอะไร /รายละเอยี ดของภาพเป็นอยา่ งไร
- เด็กๆรูไ้ ด้อยา่ งไรว่าเราเล่นเกมการศึกษาได้ถกู ต้อง
19. เด็กเล่นเกมการศึกษาและเก็บของเล่นเข้าที่เมือ่ เลิกเล่น
4.ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. เครอ่ื งเคาะจงั หวะ / กลอง
2. คาคลอ้ งจอง ยืนตวั ตรง / รปู ทรง
3. คลิปวีดโี อต้นฉบับ MV เพลงชาตไิ ทย
4. ใบงานการต่อเติมรปู ทรงวงกลม
6. ลูกบอล
7. นกหวดี
5. การประเมนิ ผล 2. บอกช่ือเพลงชาตไิ ทยได้
- จากการสังเกต 4. เล่นรว่ มกับผอู้ ืน่ ได้
1. เคล่ือนไหวส่วนตา่ งๆ ของร่างกายได้
3. ปฏบิ ตั ิตนเม่ือไดย้ ินเสียงเพลงชาตไิ ทยได้
5. เล่นเกมภาพตัดตอ่ ธงชาติไทยได้
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี ...33..... วนั ท่ี 3 สาระการเรียนร้ยู ่อย การสวมใส่ชุดผ้าไทยประจาถิ่น
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เคลื่อนไหวสว่ นต่างๆของร่างกายได้
2) รว่ มกิจกรรมกบั เพอ่ื นๆได้
3) บอกลักษณะของชดุ ประจาชาติไทยได้
4) เลน่ เกมจับคภู่ าพกับเงาได้
2.สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) การเคลื่อนไหวส่วนตา่ งๆของร่างกายตามสัญญาณได้
2) ลกั ษณะของชดุ ประจาชาติไทย
3) การออกแบบท่าราตามจนิ ตนาการ
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคู่ไปกับความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั และการอย่รู ่วมกันเพื่อพฒั นาการเข้าสสู่ งั คม
5) การเลน่ เกมแต่งตัว
6) เกมจบั คภู่ าพกับเงา
ประสบการณส์ าคญั
1) การรอ้ งเพลง การทากจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ ตามความสนใจและการช่นื ชมผลงานของตนเอง
และของผู้อน่ื
2) การสงั เกตวัตถุหรอื สิง่ ของทีม่ รี ูปทรง รปู ร่าง ลักษณะ แตกต่างกัน
3) เล่นหรอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ
4) การเล่นร่วมกับผู้อืน่ การแบง่ ปัน การอดทนรอคอยตามวยั
3. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม
กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ ( 15 นาที )
1. ครตู ีกลองหนง่ึ จังหวะ (1 2 3 หยดุ ) ทาซา้ 5-6 ครงั้ เพ่อื เตรียมเด็ก
2. ครูและเด็กยืนประจาสัญลักษณ์ของตนเองในหอ้ งเรยี น
3. ครูเปดิ เพลงราวงมาตรฐานใหเ้ ด็กฟัง 1 รอบ
4. ครชู กั ชวนเด็กๆรอ้ งราตามเพลงราวงมาตรฐานในทา่ ราวงโดยมคี รูเป็นตน้ แบบ
5. พักผ่อนในทา่ ที่สบายคลายกล้ามเน้อื
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาท)ี
ขน้ั สอน
6. ครูนาภาพชดุ ผ้าไทยประจาชาตใิ นแต่ละสมยั มาให้เด็กๆดู ใชค้ าถามกระตนุ้ คดิ
- เดก็ ๆเคยเห็นชดุ เหล่านห้ี รอื ไม่ และเคยเหน็ ที่ไหนบ้าง
- เราจะใสช่ ุดไทยทาอะไรได้บ้าง
7. ครนู าชุดไทยสาหรบั เด็กมาให้เด็กๆลองสวมใส่เอง โดยมีครูคอยชว่ ยบ้าง
8. ครเู ปิดเพลงราวงมาตรฐานเพ่อื กระต้นุ ความสนใจและปลุกใจในการรว่ มกจิ กรรมและทาท่าทาง
อสิ ระประกอบเพลงราวง
กิจกรรมเสรี (20 นาที)
9.ครูแนะนามมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ในห้องเรียน
- มุมบลอ็ ก
- มุมวิทยาศาสตร์
- มมุ หนังสอื
- มมุ บทบาทสมมติ
- มมุ หน่วยการเรยี นรปู้ ระจาสัปดาห์
10. ครสู ร้างข้อตกลงในการเล่นรว่ มกนั ดงั น้ี แตล่ ะมุมเล่นได้ 6 คน หากผเู้ ล่นเกนิ ต้องรอจนกวา่ จะว่าง
จึงเข้ามาเล่นได้
11. เมื่อครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอครง้ั ท่ี 1 ใหเ้ ด็กๆช่วยกนั เกบ็ ของเล่นและตรวจเช็คความเรยี บร้อย
ในกลุ่ม เม่ือครูตีกลองจังหวะสม่าเสมอคร้ังท่ี 2 ใหเ้ ด็กๆเข้าที่นัง่ ของตนเอง
12.ครเู ปดิ มมุ เสรีหรือมุมประสบการณ์ใหเ้ ลน่ ไดอ้ ย่างอิสระตามข้อตกลงท่ีวางไวร้ ว่ มกนั
13.ครูคอยสงั เกตพฤติกรรมของเด็กแตล่ ะคนในมุมเสรวี ่าเด็กสามารถแกป้ ัญหาในการเล่นได้อยา่ งไร
และเขา้ ชว่ ยเหลือเม่ือจาเป็นเมือ่ มีปัญหาขัดแย้งกับเพอ่ื น หรือเกดิ ความคบั ข้องใจในการแก้ปญั หา
กิจกรรมกลางแจ้ง
14. เดก็ และครูร่วมสร้างข้อตกลงและกติกาก่อนการเล่นเกมแต่งตวั ได้
15. ครูแนะนาอุปกรณ์ อธบิ ายวิธีการเล่นเกมแตง่ ตัวดงั นี้
- ให้เดก็ เขา้ แถวตอนจานวน 5 แถว ขออาสาสมคั รแถวละ 1 คน ออกไปยนื หา่ งจากเพอ่ื น 2 เมตร
- เดก็ คนที่ 1 ของแถวหยบิ เคร่อื งแตง่ กาย 1 ชนิ้ วิง่ ไปสวม/ใส่ให้อาสาสมัครของแถว ว่ิงกลบั มา
แตะมือเพ่อื นคนถดั ไปของแถว ปฏิบตั ิเชน่ น้จี นครบจานวนของเครอ่ื งแต่งกาย แถวใดแต่งกายเสร็จก่อนถือเป็น
ฝ่ายชนะ
16. อาสาสมคั รออกมาสาธติ การเล่นเกมแตง่ ตัว
17. ครูใหเ้ ดก็ เลน่ เกมแต่งตัว
18. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สรุป วิธีการเล่นและประโยชน์ของการเล่นเกมแตง่ ตวั
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
19.เดก็ และครสู ร้างข้อตกลงในการเล่นเกมการศึกษา
20. ครแู นะนาวิธีการเล่นเกมจบั คภู่ าพเงา โดยครนู าภาพการจับคภู่ าพกับเงาท่ีเหมอื นกันที่ถกู ต้องให้
เดก็ ดู พูดคุยถงึ รายละเอยี ดของภาพ จากนน้ั ครขู ออาสาสมัครมาสาธิตวิธกี ารเลน่ เกมจับค่ภู าพเงา
21. เดก็ จบั กลุม่ ๆละ 4-5 คน เลือกเลน่ เกมจับคภู่ าพกับเงา
22. เดก็ เลน่ เกมการศึกษาและเกบ็ ของเล่นเขา้ ที่เมอ่ื เลิกเลน่
23. เด็กและครูสรปุ การเล่นเกมการศึกษา และถามความรูส้ ึกเด็กที่ได้จากการเล่นเกมการศกึ ษา
4.สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. เคร่ืองเคาะจังหวะ
2. เพลงราวงมาตรฐาน
2. ชดุ ผา้ ไทยสาหรบั เด็กคละแบบ หญงิ /ชาย
3 .เก้าอ้ี
4. เกมจับคภู่ าพกบั เงา
5. มุมประสบการณ์ในห้องเรียน
- มมุ บลอ็ ก
- มมุ วิทยาศาสตร์
- มมุ หนังสือ
- มุมบทบาทสมมติ
- มมุ หนว่ ยการเรียนรู้ประจาสัปดาห์
5. การประเมินผล
- จากการสงั เกต
1. สังเกตการเคล่ือนไหวส่วนต่างๆของรา่ งกาย
2. สงั เกตการสนทนาถาม-ตอบ
3. สงั เกตการเล่นเกมจบั คูภ่ าพกบั เงา
4. สงั เกตการณเ์ ลน่ ร่วมกนั กับผอู้ ่นื
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี ...33..... วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรยู้ ่อย ภาษาไทย (ทอ้ งถน่ิ )
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เดก็ ๆสามารถเคลอ่ื นไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้
2. เดก็ ๆสามารถรว่ มกจิ กรรมกบั เพื่อนๆไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
3. เด็กสามารถบอกช่ือเรียกส่ิงของต่างๆที่อยรู่ อบตวั อยา่ งง่ายได้เป็นภาษาไทยและภาษาถ่นิ
4. เรยี นรู้สงิ่ ตา่ งๆที่อยูร่ อบตัวผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้า
2.สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
1) การเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆของรา่ งกายประกอบเพลง
2) การรจู้ ักเรยี กชือ่ สงิ่ ต่างๆ เป็นภาษาไทยและภาษาถน่ิ
3) การพับสเี ปน็ รูปรา่ งตา่ งๆ ตามจินตนาการ
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคูไ่ ปกบั ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันเพอ่ื พฒั นาการเขา้ สสู่ ังคม
5) การขวา้ งบอลไปข้างหน้า
6) เรยี งลาดบั ตามขนาดได้ 3 ลาดบั
ประสบการณส์ าคญั
1) การประสานสมั พันธข์ องกลา้ มเน้ือและระบบประสาท
2) การรอ้ งเพลง การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ ตามความสนใจ
3) การเล่นร่วมกับผู้อ่นื การแบ่งปัน การอดทนรอคอยตามวัย
4). รจู้ ักชอื่ เรียกสง่ิ ต่างๆ
3.วธิ ีการจัดกิจกรรม
ขน้ั นา กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจงั หวะ ( 15 นาที )
1. ครูแนะนาการตบมอื ตามจงั หวะง่าย ๆ ทาท่าทางประกอบกันเพื่อใหเ้ ด็กเกิดความสนใจ เชน่ แตะ
สว่ นตา่ ง ๆ เร่ิมจากแตะผม นับ 1 2 3 แตะไหล่ นบั 1 2 3 … เป็นต้น
2. ครแู ละเด็กจบั มือกันแลว้ ขยายเป็นวงกลม
3. ครรู ้องเพลงแตงโมผลใหญ่พร้อมทาท่าท่าทางประกอบเพลงให้ดูหนึง่ รอบ
4. ครูและเด็กรว่ มกันรอ้ งเพลงแตงโมผลใหญ่และทาท่าทางประกอบเพลงร่วมกัน โดยเน้อื เพลง
“แตงโมผลใหญ่” ใหเ้ ด็กๆ ทุกคนเดนิ ถอยหลังเพอื่ ขยายวงกลม
“เกดิ ขึน้ ไดจ้ ากเม็ดแตงเล็กๆ” ใหเ้ ดก็ ๆทุกคนเดินหน้าเพือ่ รวมกนั เป็นวงกลมเล็ก
“จาไวน้ ะพวกเด็กๆ” ใหเ้ ดก็ ๆ ทุกคนชูน้ิวชขี้ ยบั ไปมา
“เม็ดแตงเลก็ ๆ กลายเป็นแตงผลใหญ่” ใหเ้ ดก็ ๆ ทุกคนเดินถอยหลังเพอื่ ขยายวงกลม
5. ครูและเด็กๆ ร่วมกันรอ้ งเพลงประกอบท่าทาง ซา้ 2-3 รอบ
ขน้ั สอน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาที)
6. ครนู าตะกรา้ ซงึ่ มผี ลไม้ชนดิ ต่างๆ จานวน 3 -5 ชนิดออกมาให้เดก็ ดูและสมั ผสั พรอ้ มกับใชค้ าถาม
กระตนุ้ คิดดังนี้
- ผลไมท้ เี่ ดก็ ๆ เหน็ มีสีอะไรบ้าง (ครถู ามและใหเ้ ดก็ ตอบสีเปน็ ภาษาอังกฤษ)
- เดก็ ๆ สมั ผัสแลว้ ผิวของผลไม้มลี กั ษณะอย่างไร
- เดก็ ๆ ได้กลนิ่ จากผลไม้ชนดิ ไหนบา้ ง
7.ครสู ่งตะกร้าผลไมใ้ ห้เด็กได้สมั ผัสทีละคน จนครบทุกคนในห้อง
8. ครหู ยิบผลไม้ขน้ึ มาทลี ะชนิด พร้อมถามเด็กๆ วา่ มีใครทราบบ้างว่าผลไมช้ นิดนีช้ ่ือวา่ อะไร
9. ครบู อกช่อื เรยี กผลไม้เปน็ ภาษาไทย และ ภาษาถิ่น เช่น
ฝรงั่ ภาคเหนอื เรยี ก บะแกว ภาคอสี าน เรียก บกั สดี า ภาคใต้ เรยี ก ชมพู่
สบั ปะรด ภาคเหนอื เรียก บะขะนัด ภาคอีสาน เรียก บักนัด ภาคใต้ เรยี ก ยานัด
มะละกอ ภาคเหนือ เรียก บะกว้ ยเต๊ด ภาคอสี าน เรยี ก บักหุ่ง ภาคใต้ เรียก ลอกอ
10. ครูหยิบผลไมแ้ ล้วให้เด็กฝกึ ออกเสยี ง และสลับผลไมช้ นดิ ต่างๆ เพื่อให้เด็กได้ทบทวนฝึกออกเสียง
เรียกช่ือเปน็ ภาษาไทยและภาษาถนิ่
11. ครูหยิบผลไม้แลว้ สนทนาเกี่ยวกับรปู ทรงของผลไมช้ นดิ น้นั และผา่ ใหเ้ ดก็ ๆได้ชิมรสชาตขิ องผลไม้
12. ครูและเด็กช่วยกนั เก็บอุปกรณพ์ ร้อมทาความสะอาดรว่ มกนั
กิจกรรมสรา้ งสรรค์ (20นาที)
13.ครแู นะนาอุปกรณใ์ นพับสีดังนี้ กระดาษ A4/ สีโปสเตอร์ พร้อมทงั้ อธบิ ายวธิ ีพับสี ดงั นี้
- คุณครูช่วยหยดสลี งบนกระดาษแล้วใหเ้ ดก็ ๆ พับกระดาษ หลังจากน้นั ใชม้ ือกดท่ีกระดาษบรเิ วณท่ี
หยดสไี ว้ หลังจากนน้ั ใหเ้ ดก็ เปิดกระดาษท่ีพับไว้
- ครสู นทนาถามเด็กว่าเปน็ ภาพอะไร เด็กๆ ตอบตามจินตนาการ ครเู ขยี นช่ือภาพตามคาบอกของเด็ก
14.เมอ่ื จบกจิ กรรมครใู หเ้ ด็กๆร่วมกนั แลกเปล่ียนความคิดเห็นนาเสนอชน้ิ งานของตนเอง ครูและเด็ก
ช่วยกันเก็บอปุ กรณ์เข้าที่ใหเ้ รียบร้อยก่อนเข้ากิจกรรมต่อไป
กจิ กรรมเสรี (20 นาที)
15.ครูแนะนามมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ในห้องเรียน
- มุมบล็อก
- มมุ บา้ น
- มมุ หนังสือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหนว่ ยการเรียนรปู้ ระจาสัปดาห์
ครูสร้างข้อตกลงในการเลน่ รว่ มกันดังนี้ แตล่ ะมุมเล่นได้ 6 คน หากผเู้ ล่นเกนิ ต้องรอจนกว่าจะว่างจงึ
เขา้ มาเลน่ ได้
- เมอื่ ครูตีกลองจังหวะสมา่ เสมอคร้ังท่ี 1 ให้เด็กๆช่วยกนั เก็บของเลน่ และตรวจเช็คความเรียบรอ้ ยใน
กลมุ่ เมือ่ ครตู ีกลองจงั หวะสม่าเสมอคร้ังท่ี 2 ให้เด็กๆเขา้ ที่นงั่ ของตนเอง
- ครูเปิดมุมเสรีหรอื มุมประสบการณ์ใหเ้ ล่นไดอ้ ย่างอสิ ระตามข้อตกลงทีว่ างไว้ร่วมกัน
- ครูคอยสังเกตพฤตกิ รรมของเดก็ แตล่ ะคนในมุมเสรีวา่ เดก็ สามารถแก้ปญั หาในการเล่นได้อย่างไร
และเข้าช่วยเหลอื เมื่อจาเปน็ เม่อื มีปัญหาขดั แย้งกับเพ่ือน หรือเกิดความคับข้องใจในการแกป้ ัญหา
กจิ กรรมกลางแจ้ง (25 นาที)
16.ครูพาเด็กเดินแถวไปที่สนามเด็กเล่น แนะนาอุปกรณ์และสาธิตวิธีการโดยบอลไปข้างหน้าโดยยก
มือขึ้นเหนือศีรษะ ซ่ึงในการเล่นครั้งน้ีจะใช้ลูกบอลขนาดเล็ก (ลูกเทนนิส) โดยเด็กต่อแถวเรียงตอนลึก สร้าง
ข้อตกลงในการเล่น โดยให้เด็กขว้างบอลทีละคน และวิ่งไปเก็บลูกบอลมาส่งต่อให้เพื่อนคนต่อไป สลับ
สับเปลี่ยนหมุนเวียนเล่นจนครบทกุ คนในกลุ่ม
17.เมอื่ เลน่ เสร็จช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์ส่งคืนครู แล้วพกั ผ่อนคลายกล้ามเน้ือในท่าทส่ี บาย ล้างมือทา
ความสะอาดร่ายกายก่อนเขา้ ห้องเรียน
18.สนทนาเกีย่ วกับกจิ กรรมการเล่นในวนั นีว้ ่ามีประโยชน์อยา่ งไร จากนน้ั เกบ็ อุปกรณเ์ ขา้ หอ้ งเรียน
ครูนาเดก็ ๆไปล้างมือทุกคร้ังหลังเล่นกจิ กรรมกลางแจ้ง
ขน้ั สรุป
เกมการศกึ ษา (20นาท)ี
19.ครูเตรยี มเกมเรียงลาดับขนาด 1 ชุดตอ่ เด็ก 3-5 คน ครูแนะนาอุปกรณ์การเลน่ เกมและสาธิต
การเล่นเกมเรยี งลาดับขนาด ที่แตกตา่ งกนั จานวน 3 ขนาด
20.ครูใหเ้ ด็กเลน่ เกมเป็นกลุ่ม ครสู ังเกตการรว่ มกิจกรรม พร้อมให้เด็กทาซ้าหลายคร้ังจนเด็ก
เรยี งลาดบั ไดถ้ ูกต้อง แลว้ ให้คาชมเชยให้กาลงั ใจ
4.สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1.เพลงแตงโมผลใหญ่
2.ผลไม้จริงในท้องถน่ิ 3 – 5 ชนดิ
3.กระดาษ
4.สีโปสเตอร์
5.ลกู บอลขนาดเล็ก (ลูกเทนนิส)
6. เกมเรยี งลาดบั ขนาด
5.การประเมินผล
1. การสงั เกตการเคล่อื นไหวสว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย
2. สงั เกตการทากจิ กรรมรว่ มกบั ผูอ้ ่ืนได้อย่างมีความสุข
3. สังเกตการบอกช่อื เปน็ ภาษาไทยและภาษาถิน่
4. สังเกตการสนทนาโต้ตอบ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ ...33..... วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย สืบสานการละเล่นไทย
1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เด็กๆสามารถเคล่อื นไหวสว่ นต่างๆของรา่ งกายได้
2.เด็กๆสามารถร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้อยา่ งมีความสขุ
3.เดก็ สามารถบอกช่ือการละเลน่ ไทยได้อยา่ งน้อย 2 ชอื่
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
1) การเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆของรา่ งกายตามจังหวะช้าเรว็ ได้
2) การรู้ชอื่ และวิธกี ารละเลน่ อยา่ งงา่ ยได้
3) การพมิ พภ์ าพจากวสั ดุธรรมชาติ
4) การเล่นตามศูนย์หรือมุมประสบการณ์อย่างอิสระซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิดและจินตนาการของเด็ก
ควบคไู่ ปกับความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปัน และการอยรู่ ่วมกนั เพอื่ พฒั นาการเขา้ สสู่ ังคม
5) การเล่นมา้ กา้ นกลว้ ย
6) จบั คู่ภาพเหมอื นได้ 3 ลาดับ
ประสบการณส์ าคญั
1) การประสานสัมพนั ธ์ของกลา้ มเนื้อและระบบประสาท
2) การทากิจกรรมศลิ ปะต่างๆ ตามความสนใจ
3) การเลน่ รว่ มกับผอู้ ื่น การแบ่งปัน การอดทนรอคอยตามวัย
4) การสังเกตวัตถหุ รือส่งิ ของที่มีสีสันและรูปทรงท่ีแตกตา่ งกัน
3.วธิ ีการจัดกิจกรรม
ขนั้ นา กิจกรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ ( 15 นาที )
1. ครทู ักทายเด็กๆดว้ ยเพลง สวสั ดี แสดงทา่ ทางประกอบเพลง
2. เด็กร้องเพลงตามคุณครู เมื่อจบเพลงทุกคนยกมอื สวสั ดีพร้อมกนั
3. คณุ ครูเคาะจงั หวะช้าเร็วใหเ้ ดก็ กระโดยอยู่กับทีต่ ามจังหวะ เมื่อครูพูดคาวา่ Stop ใหเ้ ดก็ ๆ หยุด
ทันที
4. ครูและเดก็ ๆ รว่ มกันร้องเพลงประกอบท่าทาง ซา้ 2-3 รอบ
ขัน้ สอน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาท)ี
5. ครูนาภาพการละเล่นมาให้เดก็ ๆ ดู ซงึ่ แบ่งเปน็
- การละเลน่ กลางแจง้ เช่น กระต่ายขาเดียว มอญซ่อนผา้ งกู นิ หาง ม้าก้านกล้วย กระโดดเชือก
- การละเลน่ ในร่ม เช่น เป่ากบ หมากเก็บ
6.ครสู นทนากบั เด็กๆเกย่ี วกับวธิ ีการเลน่ และอปุ กรณ์ในการละเล่นชนดิ ต่างๆ
7. ครูหยบิ ก้านกล้วยขน้ึ มาแล้วถามเดก็ ๆ
- เด็กๆ ทราบหรือไม่วา่ สิ่งทีค่ ณุ ครถู อื อยู่มาจากตน้ ไมช้ นิดใด
- เดก็ ๆ ทราบหรอื ไม่วา่ เราจะนาก้านกล้วยมาทาของเล่นได้อยา่ งไร
- มเี ด็กๆ คนไหนที่อยากเล่นของเล่นช้ินนบ้ี ้าง
8. ครแู ละเดก็ ช่วยกันทาของเลน่ มา้ ก้านกลว้ ย
9. ครพู าเด็กลงไปสนามเพื่อเลน่ มา้ ก้านกลว้ ย โดยครูสาธิตวธิ ีการเลน่ พร้อมสร้างขอ้ ตกลงในการเล่น
10. เดก็ เขา้ แถวหนา้ กระดานคร้งั ละ 3-5 คน วง่ิ แขง่ ม้าก้านกล้วย
11. ใหเ้ ด็กวง่ิ มา้ กา้ นกลว้ ยอย่างอิสระ โดยครคู อยดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ
12. ครูใหส้ ัญญาณหมดเวลาเด็กๆ นั่งพักผอ่ นในท่าสบาย ช่วยกนั เก็บอปุ กรณ์พร้อมทาความสะอาด
รา่ งกายและกลับเข้าสหู่ อ้ งเรียน
กิจกรรมสรา้ งสรรค์ (20นาที)
13.ครูนาก้านกลว้ ยทเ่ี หลอื จากการทาม้าก้านกลว้ ยมาตัดเป็นช้ินพอประมาณ
- คณุ ครแู นะนาประโยชนข์ องก้านกล้วย อธิบายวิธีการพิมพ์ภาพและสาธิตวิธีพมิ พ์ภาพ พร้อมแนะนา
ข้อระมัดระวงั ในการใชส้ ีไม่ให้เลอะเทอะ ไม่ให้นาสีเขา้ ปาก
- ครแู จกกระดาษ เด็กพิมพ์ภาพจากกา้ นกล้วยตามจนิ ตนาการ
14.เมอ่ื จบกิจกรรมครใู หเ้ ด็กๆ นาเสนอผลงานรว่ มกนั แลกเปลย่ี นความคดิ เห็น ครแู ละเด็กช่วยกันเก็บ
อปุ กรณ์เขา้ ท่ีให้เรียบรอ้ ยกอ่ นเขา้ กจิ กรรมตอ่ ไป
กิจกรรมเสรี (20 นาที)
15.ครแู นะนามุมเสรีหรือมุมประสบการณ์ในห้องเรยี น
- มมุ บล็อก
- มมุ บา้ น
- มุมหนงั สือ
- มมุ บทบาทสมมติ
- มุมหนว่ ยการเรียนรู้ประจาสัปดาห์
ครูสร้างขอ้ ตกลงในการเล่นร่วมกนั ดงั นี้ แต่ละมมุ เล่นได้ 6 คน หากผูเ้ ล่นเกินต้องรอจนกว่าจะวา่ งจึง
เขา้ มาเลน่ ได้
- เม่ือครตู ีกลองจังหวะสม่าเสมอคร้งั ท่ี 1 ให้เด็กๆช่วยกนั เก็บของเล่นและตรวจเชค็ ความเรยี บร้อยใน
กลุม่ เมอื่ ครตู ีกลองจงั หวะสม่าเสมอครงั้ ท่ี 2 ให้เด็กๆเข้าท่ีนั่งของตนเอง
- ครูเปดิ มมุ เสรีหรอื มมุ ประสบการณ์ให้เล่นไดอ้ ย่างอสิ ระตามข้อตกลงท่ีวางไวร้ ่วมกนั
- ครคู อยสังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในมมุ เสรวี า่ เดก็ สามารถแก้ปญั หาในการเล่นได้อย่างไร
และเขา้ ชว่ ยเหลอื เม่ือจาเป็นเมื่อมปี ัญหาขัดแย้งกบั เพ่ือน หรอื เกิดความคับข้องใจในการแก้ปญั หา
16.สนทนาเกย่ี วกบั กจิ กรรมการเลน่ ในวันนวี้ า่ ประทบั ใจในเร่ืองใดและไม่ประทับใจในเร่ืองใด จากน้นั
เกบ็ อปุ กรณ์เข้าหอ้ งเรยี น
ขน้ั สรปุ
เกมการศกึ ษา (20นาที)
17.ครเู ตรยี มเกมจับคภู่ าพเหมอื นการละเลน่ เด็กไทย 1 ชุดตอ่ เดก็ 3-5 คน ครูแนะนาอุปกรณ์การเล่น
เกมและสาธิตการเล่นเกมจาคู่ภาพเหมือนจานวน 3 คู่
18.ครูให้เด็กเลน่ เกมเป็นกลุ่ม ครูสงั เกตการร่วมกจิ กรรม พร้อมให้เด็กทาซ้าหลายคร้ังจนเดก็
เรยี งลาดับไดถ้ ูกต้อง แล้วให้คาชมเชยใหก้ าลังใจ
4.ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1.ภาพการละเล่นเด็กไทย
2.กา้ นกลว้ ย
3.เชอื ก
4.สโี ปสเตอร์
5.กระดาษ
6. เกมจับคภู่ าพเหมือน
5.การประเมนิ ผล
1.การสังเกตการเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆ ของร่างกาย
2.สังเกตการทากิจกรรมรว่ มกับผูอ้ ื่นได้อย่างมีความสุข
3. สังเกตการบอกชอ่ื การละเล่น
ภาคผนวก
คาคลอ้ งจอง ธงชาตไิ ทย ( นายณฐั พร อธริ าช ผูแ้ ตง่ )
ธงชาติไทยไตรรงค์ คง 3 สี
มี 1 ดี สีแดง หมายถึง ชาติ
2 สขี าว น้นั คอื ศาสนา
3 สนี า้ เงินตรา พระมหากษตั ริย์ไทย
คาคล้องจอง แมง่ เู อ๋ย
พอ่ งู : แมง่ เู อ๋ยกนิ น้าบอ่ ไหน
แม่งู : กินนา้ บ่อโศก โยกไปโยกมา
พ่องู : แมง่ เู อย๋ กนิ นา้ บอ่ ไหน
แม่งู : กนิ นา้ บอ่ ทราย ย้ายไปยา้ ยมา
พอ่ งู : แมง่ เู อ๋ยกินน้าบ่อไหน
แม่งู : กนิ น้าบอ่ หิน บนิ ไปบินมา
พอ่ งู : กนิ หวั กินหางกินกลางตลอดตัว
คาคลอ้ งจอง ยืนตวั ตรง ( นายณฐั พร อธิราช ผแู้ ต่ง)
เดก็ ดีได้ยนิ เพลงชาติ สองแขนวางพาดไวข้ า้ งลาตัว
เท้าซา้ ย ลากชดิ เท้าขวา ยดื อกขึ้นมา ตงั้ ตัวใหต้ รง
คาคลอ้ งจอง รูปทรง
สามเหลย่ี ม สเี่ หลี่ยม วงกลม
แมบ่ รรจงใหห้ นรู จู้ กั
หนๆู ช่างนา่ รัก
เรามารจู้ ัก สามเหลีย่ ม ส่ีเหล่ยี ม วงกลม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 34 สาระการเรียนรู้ ท่ี 4 สิง่ ตา่ งๆรอบตัว
หน่วยการเรียนรู้ เรอื่ ง หนนู ้อยพอเพียง
ความคิดรวบยอด
การดาเนนิ ชวี ิตอยา่ งพอเพียง ประกอบดว้ ยความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคมุ้ กันในตวั ท่ีดี
ซง่ึ มเี งอ่ื นไขตามหลกั ความพอเพยี งด้านความรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั ซอ่ื สตั ย์ ขยนั อดทน และรจู้ ักแบง่ ปนั
การใช้นา้ อย่างประหยัด การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดใน
ชีวติ ประจา้ วัน
ประโยชนข์ องพืชผกั สวนครวั หนนู อ้ ย
พอเพยี ง ชอ่ื ผักและอปุ กรณก์ าร
ปลูกผกั สวนครัว
ขันตอนการปลกู ผกั สวนครัว
สิ่งทีเ่ ด็กรูแ้ ล้ว สง่ิ ทีเ่ ด็กต้องการรู้ สง่ิ ที่เด็กควรรู้
1. ชือ่ ผกั บางชนิด 1. การใชน้ ้าอย่างประหยัด - การใชน้ า้ อย่างประหยดั
2......................................... 2. การใช้ไฟอย่างประหยดั - การใช้ไฟอย่างประหยัดในชีวติ ประจ้าวัน
3......................................... 3. การปลกู ผักสวนครวั - ชือ่ ผักและอปุ กรณ์การปลูกผกั สวนครวั
- ขนั ตอนการปลูกผักสวนครัว
- ประโยชน์ของพชื ผักสวนครัว
ตารางวิเคราะหส์ าระการเรยี นร้ทู ี่ควรเรียนรู้
สภาพทพี่ ึงประสงค์ และการประเมินพฒั นาการ (DSPM)
หน่วยการเรียนรู้ สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ การประเมินพฒั นาการ
หน่วยที่ 34 สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ า้ คัญ (DSPM)
หนูน้อยพอเพียง
1. การใช้น้าอย่าง คณุ ลกั ษณะท่ี 2.1 ใช้ -ประโยชน์ของการ -การประสาน -ลา้ งและเชด็ มือได้เอง
ประหยัด
2. การใชไ้ ฟอย่าง กล้ามเนอื ใหญ่ได้ ใช้นา้ อย่างประหยดั สัมพนั ธ์ของ (PS)
ประหยัด
3. การปลกู ผักสวน เหมาะสมกับวยั -วิธีใช้ไฟอย่าง กลา้ มเนือ -พดู ติดต่อกนั 3-4 ค้าได้
ครวั
-กระโดดอยู่กบั ทโ่ี ดยเท้า ประหยดั ใน และระบบประสาท อย่างน้อย 4 ความหมาย
พ้นพืนทงั 2 ขา้ ง ชวี ิตประจ้าวนั -การแสดงทา่ ทา่ ง (EL)
คุณลกั ษณะท่ี 3.3 - ช่ือผกั สวนครัว การทา้ กิจกรรมศิลปะ -ขวา้ งลกู บอลขนาดเล็ก
สนใจและมีความสุขกับ และอุปกรณ์การ ต่างๆ ตามความ ได้โดยยกมือขึนเหนือ
ธรรมชาตสิ ิ่งสวยงาม ปลกู ผกั สวนครัว สนใจ ศรี ษะ (GM)
ดนตรแี ละจงั หวะการ -ขันตอนการปลกู -การเล่นร่วมกับผอู้ นื่ -สนใจฟงั นทิ านได้นาน
เคลอ่ื นไหว ผกั สวนครัว การแบ่งปัน การ 5 นาที (RL)
-ตอบสนองต่อธรรมชาติ -วิธีการปลูกผกั สวน อดทนรอคอยตามวยั -ถามคา้ ถามได้ 4 แบบ
เสียงเพลง จังหวะดนตรี ครัวชนิดต่างๆ -การพดู อธบิ าย เช่น ใคร อะไร ทไ่ี หน
และสิ่งสวยงามต่างๆอย่าง เกีย่ วกบั สิ่งของ ท้าไม (EL)
เพลิดเพลนิ เหตกุ ารณ์ และ
คณุ ลกั ษณะท่ี 4.2 ความสัมพนั ธ์ของ
เล่นและร่วมทา้ กจิ กรรม สงิ่ ของตา่ งๆ
ตามวัย -การสงั เกตภาพทม่ี ี
-เลน่ รวมกับคนอนื่ แต่ตา่ ง ความเหมอื นกัน
คนตา่ งเล่น -การดูแลสขุ ภาพ
คณุ ลักษณะท่ี 6.2 อนามัยและความ
แสดงออกและหรือพูด ปลอดภยั ของตนเอง
เพอื่ สอื่ ความหมายได้ -การชื่นชมธรรมชาติ
-มกั จะถามค้าถาม -การเพาะปลกู อยา่ ง
“อะไร”และ”ทา้ ไม” ง่าย
คุณลกั ษณะที่ 7.1 สนใจ
และเรียนรสู้ ิ่งต่างๆ
รอบตวั
-จดจอ่ ตอ่ สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
ยาวนานขึน