The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NewZz Jumpahom, 2022-08-31 04:27:40

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรูก้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 7 สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรื่องราวเก่ียวกับตวั เด็ก หน่วยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยกนิ ดีมสี ขุ

สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย วันที่ 2 นมรสชาติต่าง ๆ

1.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ส่งเสรมิ ความรู้สึกชื่นชมผลงานของตนเอง
2. บอกรสชาตขิ องนมได้ 1 ชนิด
3. กระโดดดว้ ยเท้าทัง 2 ข้างได้

2.สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์ส่าคญั
1. นมรสต่าง ๆ
นมมหี ลายรสชาติ ได้แก่ รสช็อกโกแลต 1.การเคลื่อนไหวอย่กู ับที่และการเคล่อื นท่ี
รสสตรอวเ์ บอรร์ ี รสหวาน รสจืด เด็ก 2. การเลน่ รวมกลุ่มกบั เพอ่ื น
ควรดมื่ นมเปน็ ประจา้ เพ่ือรา่ งกาย ที่ 3. การร้องเพลง
แข็งแรง นมทีเ่ หมาะสมส้าหรับเดก็ คือ 4. การทา้ กิจกรรมศิลปะต่างๆ
นมรสจืด 5. การจดจ่อใส่ใจ
6. การเล่านิทาน

ขนั ตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร) 2.การช่ืนชมและ
ขนั น่า
สรา้ งสรรค์ สงิ่ ที่สวยงาม
กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ (15 นาท)ี

1. ครูใหเ้ ด็กเตรียมพร้อมร่างกาย โดยใหย้ นื ห่าง ๆ และตบมือตามจังหวะ ช้า - เรว็ 3. การปฏบิ ัติ

2. ครูร้องเพลง “ด่ืมนม” ให้เดก็ ๆ ฟัง 1 รอบ และให้เด็ก ๆ รอ้ งตามทลี ะวรรค
3. ครทู ้าท่าประกอบเพลง “ดืม่ นม” ใหเ้ ด็กท้าทา่ ทางประกอบเพลงตามคกจิุณวคตั รรู ประจ้าวนั ของตนเอง
4
4. เด็กท้ากิจกรรมซ้า 2 – 3 รอบ โดยครเู ปน็ ผใู้ หส้ ญั ญาณการเคาะจังหวะ .

ขันสอน า

กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาที) ร

6.ครจู ดั ใหเ้ ด็กน่ังเป็นรูปครง่ึ วงกลม และสร้างขอ้ ตกลงกับเดก็ ๆ เมื่อคุณครูถามเด็กคนใดตอ้ งการตอบให้ยกมือขนึ ก

7.ครูน้าครนู า้ นมรสชาติต่างๆ กันมาใหเ้ ด็กสงั เกตและทดลองชิม (เทนมใสแ่ กว้ ใสเพื่อให้เดก็ ไดส้ ังเกตสี) ง

8. คณุ ครูใหเ้ ด็ก ออกมาสงั เกตนมด้วยการดมกลิน่ และชิมรส (คุณครจู ดั เตรียมภาชนะแบง่ ) คณุ ครูสนทนาพูดคุยกบั เดก็ ๆ า

- นมท่ีเดก็ ๆ เห็นมีสีอะไรบ้าง

- เดก็ ๆ ชอบด่ืมนมรสใด

- เดก็ ๆ คิดวา่ นมรสใดมปี ระโยชน์มากทส่ี ุด ว

10.คุณครสู นทนากับเด็ก ๆ ถงึ ประโยชนข์ องนม และนมท่ีเดก็ ๆ ควรเลอื กรบั ประทานคือนมจดื เพราะจะทา้ ให้ไม่เกดิ ฟันผุ

กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (30 นาที)

11. คณุ ครนู า้ ภาพววั ใหเ้ ดก็ ๆ ดู และสนทนาเกีย่ วกบั ววั

- เด็ก ๆ เคยเหน็ ภาพนีทีไ่ หนบา้ ง

- นมทเ่ี ดก็ ๆ ดื่มมาจากสัตวช์ นดิ ใด

12. คณุ ครูสนทนาพูดคุยกับเดก็ ๆ ถึงลักษณะของ “วัวนม”

13. ครูแนะนา้ กิจกรรมการพิมพ์นวิ มือรปู วัวและอธบิ ายขันตอนการท้า

14. ครสู าธติ และอธบิ ายวิธกี ารพิมพ์นวิ มอื โดยใชน้ ิวจ่มุ สีดา้ และนา้ ไปวางบนรูปวัวโดยไม่ให้ออกนอกรูปวัวและเว้น

ระยะห่าง

15. ครแู ละเด็กร่วมกันสรา้ งข้อตกลงอยา่ งง่าย ๆ ในการท้ากจิ กรรม เช่น แบง่ ปันของใชร้ ว่ มกัน ท้ากจิ กรรมเสร็จชว่ ยกนั

เก็บเข้าท่ี

16.เดก็ ลงมือพิมพน์ วิ มือบนรูปวัว

17. เมอ่ื ท้าผลงานเสรจ็ ให้เด็กลา้ งมือ เดก็ น้าผลงานตนเองมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหนา้ ชนั เรียน และน้ามาตดิ ที่ป้ายแสดงผลงาน

กจิ กรรมเลน่ เสรี (20 นาที)

18.ครูแนะนา้ ให้เด็กรจู้ ักศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ทีจ่ ดั ไว้ในหอ้ งเรยี น พร้อมทังบอกสง่ิ ท่ีอยใู่ นมุมตา่ ง ๆ และสาธิตวธิ ีการเล่น

19. ครสู ร้างขอ้ ตกลงอยา่ งงา่ ยๆ ในการเลน่ ตามศนู ยป์ ระสบการณ์ตา่ ง ๆ ดังนี

- รูจ้ ักแบ่งปันกันเลน่ - เมอ่ื เลน่ เสร็จเก็บของเขา้ ที่ - เล่นของเลน่ อย่างเบาๆ

- เม่ือได้ยนิ สญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เกบ็ ของเลน่ เขา้ ที่ และมานงั่ รวมกันทห่ี น้าห้อง

20. ครูใหเ้ ดก็ ๆ คดิ วางแผนการเลน่ อยา่ งอสิ ระวา่ วันนจี ะเล่นอะไร เล่นกี่อย่าง จากนันให้เลือกเล่นตามทค่ี ดิ ไว้อยา่ งอิสระ

ปฏิบตั ิ ตามขอ้ ตกลง เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยุดใหเ้ กบ็ ของเขา้ ท่ี และมานง่ั รวมกันทหี่ น้าห้อง

21. ครแู ละเด็กร่วมกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเลา่ สิ่งที่ไดเ้ ล่น ความร้สู ึกต่างๆ ชอบหรอื ไมช่ อบเพราะเหตุใด

(ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมในมมุ บทบาทสมมุติ คุณครคู วรจดั เตรียมนมชนดิ ต่าง ๆ )

กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ (30 นาที)

21.ครแู ละเด็กสนทนาถงึ ข้อตกลงในการปฏบิ ตั ติ นเมือ่ ลงไปเลน่ ท่ีสนาม เชน่ เดนิ แถวอย่างเป็นระเบียบ ไมส่ ง่ เสยี งดัง ครู

พา เดก็ ไปท่สี นาม

22. ครแู นะนา้ เกม กระโดด 2 ขา เหยียบเส้น กบั เดก็ และสนทนาเก่ียวกบั กฎกติกาในการเล่นเกม กระโดด 2 ขา เหยยี บ

เส้น

-เดก็ เข้าแถวตอนลึก ครูสาธิตกระโดด 2 ขา เหยียบเสน้ จากจดุ เรม่ิ ต้น ไปยังจดุ สนิ สุดทก่ี ้าหนดไว้ในระยะสนั ๆ

-เด็กกระโดด 2 ขา เหยียบเสน้ ทีละคนไปยังจุดสินสุดทกี่ ้าหนด เมือ่ ถึงแล้วให้นงั่ ลงรอเพือ่ น

23. เดก็ เล่นเกมไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะน้าและคอยดแู ลอย่างใกลช้ ดิ เมอื่ ได้ยินสัญญาณหยุดให้หยดุ เล่น

และมาน่งั พักผ่อน

24. ครแู ละเด็กร่วมกนั สนทนา และให้เด็กออกมาบอกเล่าส่ิงทไี่ ด้เลน่ ความรู้สึกต่าง ๆ ชอบหรือไมช่ อบเพราะเหตใุ ด

25. ครูให้เดก็ ๆ เตรียมตวั เข้าแถว ไปล้างมือ แลว้ ทา้ กจิ กรรมอืน่ ต่อไป

ขันสรุป

กจิ กรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

26. ครูแนะน้าเกม จบั คู่ภาพนมทเี่ หมือนกนั

27. ครแู บง่ กลมุ่ เด็ก กลมุ่ ละ 2-3 คน โดยใหเ้ ด็กเลือกเองหรือตามความเหมาะสม และสร้างข้อตกลงในการเล่นอย่างง่าย

ๆ เช่น

- รจู้ ักแบ่งปนั กันเล่น - รจู้ กั รอคอยต่อจากเพื่อน - เลน่ กันเบา ๆ ไมท่ า้ ลายให้เสยี หาย

- เมอ่ื ได้ยินสญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เกบ็ เกมเขา้ ที่ และมานงั่ ตามสัญลกั ษณ์

28.คุณครูและเด็ก ๆ รว่ มกันสนทนา ทบทวนสง่ิ ที่เด็ก ๆ ได้เรยี นรใู้ นวันนี ก่อนกลับบ้านคุณครูเลา่ นิทานเรื่อง ป๊องแบา๊ ย

บาย ขวดนม

4.ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้

1.นมรสชาตติ ่าง 2. สนี า้

3. กระดาษ A4 4. แกว้ ใส

5. ชอ้ นพลาสตกิ 6. เกมจบั คภู่ าพนมที่เหมือนกนั

7. เพลงดม่ื นม 8. นิทานเร่อื ง บา๊ ย บายขวดนม

5.การประเมนิ ผล

1. สงั เกตการเล่าผลงานของตนเอง
2. สังเกตการตอบคา้ ถาม
3. สังเกตการกระโดดด้วยเทา้ ทัง 2 ขา้ งได้

6.ภาคผนวก

ปอ๋ งแป๋งบา๊ ยบายขวดนม

ป๋องแปง๋ ติดขวด ลวดลายฮปิ โป

จากเลก็ จนโต โอ้ คุ้นอุน่ ใจ

เร่ิมหัดใชแ้ ก้ว โตแลว้ ดมื่ ได้

นมกลอ่ งดูดไว ใช้หลอดเป็นครบั

เพลงดื่มนม
ดืม่ ดมื่ ดืม่ เรามาดืม่ ด่ืม นมกนั เถอะ
ดมื่ แล้ว อย่าทา้ เลอะเทอะ
ดม่ื แลว้ อย่าทา้ เลอะเทอะ
ดมื่ นมเยอะๆ ร่างกายแขง็ แรง

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นร้กู ารศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 7 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 1 เร่อื งราวเก่ียวกับตัวเดก็ หน่วยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยกินดีมีสขุ

สาระการเรียนรูย้ อ่ ย วนั ที่ 3 ผัก / ผลไม้
1.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. สนใจและมีความสุขจากการรอ้ งเพลงและท้ากิจกรรมการเคลอ่ื นไหว
2. บอกช่ือผักและผลไม้ได้อย่างละ 1 ชนิด
3. เกบ็ ของเขา้ ทีเ่ มื่อเลน่ เสร็จแล้ว
2.สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1.ผักและผลไม้ 1.การเคล่อื นไหวอยู่กบั ท่ีและการเคลื่อนท่ี
ผักที่เดก็ ๆ ควรรู้จกั มหี ลายชนิด ได้แก่ 2.การติดปะ
ผักคะน้า ผักกวางตุง้ ผกั กาดขาว ผกั บุง้ 3. การควบคุมอารมณ์และการแสดงออก
แตงกวา ถว่ั เปน็ ต้น 4. การร้องเพลง
2.ผลไมม้ ีหลายชนิดมีชอ่ื เรยี กแตกตา่ งกัน 6.การเก็บของเล่นเข้าที่
เชน่ ชมพู่ เงาะ สม้ โอ ลา้ ไย แอปเปิล 7. การเล่านทิ าน
สม้ ทเุ รยี น ผกั และผลไม้มปี ระโยชน์
ชว่ ยในเรือ่ งระบบขบั ถา่ ย

3. ขนั ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สตู ร) 2.การชื่นชมและสร้างสรรค์ สิ่งท่ี
ขนั นา่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ (15 นาที) สวยงาม

1. ครูให้เดก็ เตรียมพร้อมรา่ งกาย โดยให้ยืนห่าง ๆ และตบมือตามจังหวะ ชา้ - เร็ว การปฏบิ ัตกิ จิ วตั ร
2. ครูรอ้ งเพลง “กนิ ผักผลไม้” ให้เดก็ ๆ ฟัง 1 รอบ และใหเ้ ด็ก ๆ ร้องตามทลี ะว3รร.ค
3. ครูท้าท่าประกอบเพลง “กินผักผลไม้” ให้เดก็ ท้าทา่ ทางประกอปบระเพจลา้ วงตนั าขมอคงตุณนคเรอู ง 4
.
4. เดก็ ท้ากิจกรรมซ้า 2 – 3 รอบ โดยครูเปน็ ผู้ให้สัญญาณการเคาะจังหวะ ก

ขนั สอน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาที) ร
รู้
6.ครจู ดั ใหเ้ ดก็ น่ังเป็นรูปครึ่งวงกลม และสร้างขอ้ ตกลงกับเดก็ ๆ เมื่อคุณครูถามเด็กคนใดตอ้ งการตอบให้ยกมือขึน จั

7. ครูทายปรศิ นาค้าทาย สิ่

“อะไรเอย่ สเี ขยี วกลม ๆ ขา้ งในนา่ ชม สีแดงสดใน มีเมด็ สีดา้ ๆ เล็ก ๆ เม่ือเดก็ ๆ กินแลว้ ชืน่ ใจ” ต่

“อะไรเอ่ย ลา้ ตน้ อวบใหญ่ มใี บสีเขียว ออกลกู ครังเดียว เป็นเครอื เป็นหวี” ง

“อะไรเอย่ มีตวั สสี ้ม บนหัวสีเขียว กระต่ายชอบเคียว เด๋ียวเดยี วแก้มแดง” ๆ

8. คุณครนู ้าผกั / ผลไม้ ของจรงิ 3- 5 ชนดิ ให้เดก็ ดู (แครอท มะเขือเทศ ถ่วั ฝกั ยาว แตงโม กล้วย ฯลฯ)

10. เด็กและครสู นทนาเกย่ี วกับรปู รา่ งลักษณะของผักและผลไม้ท่ีครนู ้ามาให้ดู

11. คณุ ครสู อดแทรกคา้ ศัพท์ภาษาอังกฤษของผกั ผลไม้ (ตามทจี่ ัดเตรียมไว)้

12. ครูครูใหอ้ าสาสมัครออกมาเลา่ ประสบการณ์เดมิ เก่ียวกับผัก / ผลไม้ ที่เดก็ ๆ ชอบรับประทาน

13. คณุ ครูสนทนาพดู คยุ กับเด็กถึงประโยชน์ของผัก / ผลไม้ ทา้ ใหร้ ะบบขบั ถา่ ยดี

กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (30 นาท)ี

14. ครูให้เดก็ ดภู าพผัก / ผลไม้

• เดก็ ๆ เห็นภาพอะไรบา้ ง

• เดก็ ๆ จะตกแตง่ ภาพผัก / ผลไม้ ใหส้ วยงาม

15. ครแู นะนา้ อปุ กรณก์ ารขย้า ตดิ ตกแตง่ ภาพ และให้เดก็ พดู ชือ่ ตาม ได้แก่ กระดาษสี กาว วิธีใชก้ าว และข้อควรระวัง

ขณะใชก้ าว

16. ครสู าธิตและอธิบายการฉีก ขยา้ ติดตกแตง่ ภาพ โดยฉกี กระดาษสตี ่าง ๆ เปน็ ชนิ จากนันขยา้ และทากาว ๆ ลงบนภาพ

แล้วนา้ กระดาษสีท่ีขยา้ ติดตกแตง่ ภาพตามจนิ ตนาการ
17. ครูและเด็กร่วมกนั สร้างข้อตกลงอย่างงา่ ย ๆ ในการทา้ กิจกรรม เช่น แบง่ ปนั ของใชร้ ว่ มกนั ท้ากิจกรรมเสร็จช่วยกนั
เก็บเข้าที่ จากนันให้เด็กคดิ ว่าจะตกแต่งเป็นภาพอาหารเช้าอะไร และบอกเลา่ ให้เพ่ือนฟัง
18. เด็กลงมือท้ากิจกรรม เม่ือทา้ ผลงานเสรจ็ นา้ ผลงานตนเองมาเลา่ ใหเ้ พ่ือนฟังหน้าชนั เรียน และน้ามาติดทีป่ า้ ยแสดง
ผลงาน
19. เด็กทกุ คนท้าตามข้อตกลงชว่ ยกนั เก็บอุปกรณเ์ ข้าท่ใี หเ้ รียบรอ้ ย

กจิ กรรมเลน่ เสรี (20 นาท)ี

20.ครแู นะน้าใหเ้ ด็กร้จู ักศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ท่จี ัดไว้ในห้องเรียน พร้อมทังบอกสง่ิ ท่ีอยูใ่ นมุมต่าง ๆ และสาธิตวิธกี ารเล่น

121. ครสู รา้ งข้อตกลงอย่างง่ายๆ ในการเล่นตามศูนย์ประสบการณต์ ่าง ๆ ดงั นี

- รจู้ กั แบ่งปันกันเล่น - เม่ือเลน่ เสรจ็ เกบ็ ของเขา้ ท่ี - เลน่ ของเลน่ อย่างเบาๆ

- เม่อื ไดย้ ินสญั ญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ ก็บของเล่นเขา้ ที่ และมานงั่ รวมกันท่ีหนา้ หอ้ ง

22. ครใู ห้เด็กๆ คิดวางแผนการเล่นอยา่ งอิสระวา่ วันนจี ะเล่นอะไร เลน่ กี่อย่าง จากนนั ให้เลือกเล่นตามท่ีคิดไวอ้ ย่างอสิ ระ

ปฏิบัติ ตามขอ้ ตกลง เม่ือไดย้ ินสญั ญาณหยุดใหเ้ กบ็ ของเขา้ ท่ี และมานัง่ รวมกันที่หน้าห้อง

23. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเล่าส่ิงที่ได้เล่น ความรูส้ ึกตา่ งๆ ชอบหรอื ไมช่ อบเพราะเหตุใด

(ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ ในมมุ บทบาทสมมุติ คณุ ครูจดั เตรยี มผกั ผลไม้ จา้ ลอง)

กจิ กรรมการเล่นกลางแจ้ง (30 นาท)ี

24. ครแู ละเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบัติตนเมื่อลงไปเล่นท่สี นาม เช่น เดินแถวอยา่ งเป็นระเบยี บ ไม่ส่งเสียงดงั ครู

พา เด็กไปท่ีสนาม

25. ครแู นะนา้ เกม เกบ็ ผกั /ผลไม้ใสต่ ะกร้า ครูกบั เด็กและสนทนาเก่ียวกบั กฎกติกาในการเลน่ เกม เกบ็ ผลไมใ้ สต่ ะกร้า

-เดก็ เขา้ แถวตอนลึก 2 แถว (แถวที่ 1 ผัก) (แถวท่ี 2 ผลไม)้ ครสู าธิตการวง่ิ เก็บผกั /ผลไม้ใส่ตะกรา้

-เด็กวิ่งเก็บผัก/ผลไม้จากจุดเร่ิมต้นไปใส่ในตะกร้า เม่ือเสร็จแล้วให้นั่งลงรอเพื่อน

26. เด็กเล่นเกมไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะน้าและคอยดแู ลอย่างใกล้ชดิ เม่อื ไดย้ นิ สญั ญาณหยดุ ให้หยุดเล่น

และมาน่ังพกั ผ่อน

27. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สนทนา และใหเ้ ด็กออกมาบอกเล่าส่ิงทีไ่ ดเ้ ล่น ความรูส้ ึกต่าง ๆ ชอบหรอื ไม่ชอบเพราะเหตุใด

28. ครใู หเ้ ด็ก ๆ เตรยี มตวั เขา้ แถว ไปลา้ งมือ แลว้ ท้ากิจกรรมอืน่ ต่อไป

ขน้ั สรปุ

กิจกรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

29. ครูแนะนา้ เกม จบั คภู่ าพผักผลไม้ทีส่ มั พันธก์ ับสี (ตัวหนบี )

30. ครแู บ่งกลมุ่ เด็ก กลุ่มละ 2-3 คน โดยใหเ้ ดก็ เลอื กเองหรอื ตามความเหมาะสม และสรา้ งขอ้ ตกลงในการเลน่ อย่าง

งา่ ย ๆ เชน่

- ร้จู กั แบง่ ปนั กนั เล่น - ร้จู กั รอคอยต่อจากเพ่ือน - เล่นกนั เบา ๆ ไม่ท้าลายใหเ้ สียหาย

- เม่ือไดย้ ินสญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ ก็บเกมเข้าท่ี และมานั่งตามสัญลกั ษณ์

31 . คณุ ครูและเด็ก ๆ ร่วมกันสนทนา ทบทวนสิ่งท่ีเด็ก ๆ ได้เรียนร้ใู นวนั นี กอ่ นกลบั บา้ นคุณครเู ลา่ นิทานเรื่อง “กระตา่ ย
ไม่กนิ ผัก”
4.สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1.ผัก/ผลไม้ ของจรงิ
2. สีน้า
3. กระดาษ A4
4. ผกั / ผลไม้พลาสติก
5. เกมจับคูภ่ าพสมั พนั ธ์ ผลไม/้ สี
6. นทิ านเรอื่ ง “กระตา่ ยไม่กินผกั ”
7. เพลงกินผกั ผลไม้
5.การประเมนิ ผล
1. สังเกตการแสดงออกทางอารมณ์
2. สังเกตการสนทนาโต้ตอบและการตอบค้าถาม
3. สงั เกตการณ์เกบ็ ของเข้าท่ีเม่ือเลน่ เสร็จแลว้

6.ภาคผนวก
กระตา่ ยน้อยไมย่ อมกนิ ผกั

แม่ชวนหูยาวทกุ วนั มากนิ ผกั กันลองไหมคนดี กนิ ผักชว่ ยใหส้ ดใส เตบิ โตสดใส เรยี่ วแรงมากมีวิง่ เลน่ กับเพ่ือน แป๊ป
เดยี ว หมดแรงหมดเร่ยี ว ตอ้ งกินผกั แลว้ ซีเพื่อนเพอ่ื นต่างกร็ ะอา หากันหนหี นา้ เพราะเบ่ือเตม็ ที หูยาวอ่อนแอเกนิ ไป เดี๋ยว
เจ็บเด๋ียวไขร้ บี ไปพบหมอดีกวา่ พดู จบกร็ บี พา ไปหาลูกหมี ลุงหมีถามไถ่อาการ ตรวจอยู่ไม่นาน ก็ยอ้มใจดีบอกว่าหยู าวคน
เก่ง จะต้องเรง่ รบี กินผักแล้วซี กินผักช่วยให้สดใส เติบโตสมวัย เรีย่ วแรงมากมี ชว่ ยใหข้ ับถ่ายได้คล่อง จะไม่ปวดท้อง
เหมอื นกบั วนั นหี ูยาวกนิ ผักได้แลว้ ตงั ใจแนว่ แน่ นับจากวนั นี จะต้องกินผกั ทุกวัน หยู าวมุ่งมนั่ ตงั ใจเตม็ ท่ี ลดกินขนมกรบุ
กรอบ ลกู กวาดเคยชอบ นานนานกนิ ทีเวลาไม่นานผา่ นไป หยู าวสดใส เรย่ี วแรงมากมี วันนีหูยาวตังใจ ไปเลน่ ว่ิงไล่ กับเพอื่ น
สกั ที ว่งิ เล่นสนกุ สนาน หวั เราะเบกิ บาน สนกุ เตม็ ท่ี

เพลงกนิ ผกั ผลไม้
กินผกั ผลไม้ ร่างกายแขง็ แรง
แกม้ กแ็ ดงน่ารักหนักหนา
เป็ดไก่ไขน่ ม เนือหมปู ปู ลา
กนิ แลว้ แกลว้ กลา้ เติบโตวอ่ งไว

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรกู้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาห์ที่ 7 สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรือ่ งราวเก่ียวกับตวั เด็ก

หน่วยการเรยี นรู้ หนนู ้อยกินดีมสี ุข สาระการเรยี นร้ยู ่อย วันท่ี 4 ขนมท่มี ีประโยชน์

1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สนใจและมีความสขุ จากการรอ้ งเพลงและท้ากิจกรรมการเคล่อื นไหว
2. บอกชื่อขนมมีประโยชน์ทร่ี ู้จกั ได้ 1 ชนิด
3. ฝกึ การเอือเฟ้ือ แบง่ ปนั และรอคอย

2.สาระการเรยี นรู

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
ขนมที่มีประโยชน์ 1.การเคลื่อนไหวและการทรงตัว
ขนมเป็นอาหารประเภทหน่ึง มหี ลาย 2. การท่องคา้ คล้องจอง
ชนดิ มที งั ขนมไทยและขนมต่างประเทศ 3.การเลน่ อิสระกลางแจง้
ส่วนใหญม่ ีรสหวาน เด็กควรรับประทาน 4.การวาด การเขยี นขีดเขี่ย
ขนมทีม่ ปี ระโยชน์ จะทา้ ให้มีสขุ ภาพ 5.การตอบคา้ ถามจากการคดิ
แขง็ แรงและร่างกายเจรญิ เติบโต 6.การอดทนรอคอย

3.ขันตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร) 2.การชนื่ ชมและสร้างสรรค์ ส่ิงที่

ขันน่า กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ (15 นาที) สวยงาม
1.ครูให้เดก็ เตรียมพร้อมรา่ งกาย โดยใหย้ ืนหา่ ง ๆ และกระโดดด้วยเท้าทัง 2 ขา้ งตามจังหวะ ชา้ - เรว็

2.ครอู า่ นคา้ คลอ้ งจอง “ฟักทองแกงบวด” ให้เด็ก ๆ ฟงั 1 รอบ และให้เด็ก ๆ พูดต3า.มทลี ะวรรคการปฏบิ ตั กิ จิ วตั ร
3.ครสู ร้างขอ้ ตกลงในการเคลื่อนประกอบคา้ คล้องจอง โดยให้เด็ก ๆปทระ้าตจา้าวมนัคขุณอคงรตู นเอง
4. เดก็ ๆ ท้าทา่ ทางประกอบค้าคล้องจอง “ฟักทองแกงบวด”
4
5.เดก็ ท้ากิจกรรมซ้า 2 – 3 รอบ โดยครูเปน็ ผูใ้ ห้สัญญาณการเคาะจงั หวะ .

ขันสอน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาท)ี า

6.ครจู ดั ใหเ้ ด็กนง่ั เป็นรปู ครง่ึ วงกลม และสร้างขอ้ ตกลงกับเด็ก ๆ เมือ่ คณุ ครูถามเด็กคนใดต้องการตอบใหย้ กมือขึน รู้
จั
- แนะน้าใหเ้ ด็กรูจ้ ักชนดิ ต่างๆโดยครนู า้ ของจริงมาให้เด็กดูประมาณ 3-4อย่าง และให้ ก
สิ่
(ขนมไทย 2 ชนิด / ขนมต่างประเทศ 2 ชนิด ) ง
ต่
7. ครูให้เดก็ ๆ บอกชอ่ื ขนมท่ีเด็ก ๆ รจู้ ัก า

- สงั เกตเปรยี บเทียบความเหมอื น ความแตกต่างโดยการชิมรส ดมกล่ินและสัมผสั

8.ครูให้เดก็ บอกความเหมือน ความต่างของขนม และบอกชือ่ ขนมทีต่ นเองชอบ
ด้
9. ครูให้เดก็ บอกชอื่ ขนมที่เด็ก ๆ ชอบคนละ 1 ชนิด

10. ครูและเด็ก ๆ รว่ มกนั สรุปขนมท่ีมีประโยชน์

กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ (30 นาท)ี

11. ครูแนะนา้ กิจกรรมการป้ันดนิ น้ามนั และอปุ กรณ์ ครูให้เด็ก ๆ ปนั้ ดินน้ามนั “ขนมไทยทห่ี นูชอบ”

12.ครูและเด็กรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงอย่างงา่ ย ๆ ในการทา้ กิจกรรม เช่น แบ่งปนั ของใช้รว่ มกนั ท้ากจิ กรรมเสร็จชว่ ยกนั เก็บ

เข้าท่ี จากนนั ให้เดก็ เลือกสี (ควรมี 2 – 3 )

13.เด็กลงมือป้ันอาหารที่เด็ก ๆ ชอบ

14. เมื่อทา้ ผลงานเสรจ็ ให้เด็กลา้ งมือ เดก็ นา้ ผลงานตนเองมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหนา้ ชันเรียน และนา้ มาวางที่จุดแสดงผลงาน

กิจกรรมเลน่ เสรี (20 นาที)

15.ครูแนะน้าให้เดก็ ร้จู ักศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีจัดไว้ในห้องเรยี น พร้อมทังบอกสง่ิ ที่อยูใ่ นมุมตา่ ง ๆ และสาธิตวธิ ีการเล่น

16. ครูสร้างข้อตกลงอย่างงา่ ยๆ ในการเลน่ ตามศูนยป์ ระสบการณต์ า่ ง ๆ ดังนี

- รูจ้ กั แบ่งปนั กันเล่น - เมอ่ื เลน่ เสรจ็ เก็บของเขา้ ที่ - เล่นของเล่นอย่างเบาๆ

- เม่ือไดย้ นิ สัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ ก็บของเลน่ เข้าท่ี และมานัง่ รวมกันท่หี นา้ หอ้ ง

17. ครใู หเ้ ดก็ ๆ คดิ วางแผนการเลน่ อยา่ งอิสระว่าวันนีจะเล่นอะไร เล่นก่อี ย่าง จากนนั ให้เลอื กเล่นตามท่ีคิดไว้อยา่ งอสิ ระ

ปฏิบัติ ตามข้อตกลง เมื่อได้ยินสัญญาณหยุดใหเ้ ก็บของเข้าที่ และมานั่งรวมกนั ท่ีหน้าห้อง

18. เดก็ ลงมือท้ากจิ กรรม เมื่อทา้ ผลงานเสร็จ น้าผลงานตนเองมาเล่าให้เพ่ือนฟังหน้าชนั เรียน และนา้ มาติดท่ปี ้ายแสดง

ผลงาน

กจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง (30 นาท)ี

19. ครูและเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏบิ ตั ิตนเม่ือลงไปเลน่ ที่สนาม เชน่ เดนิ แถวอย่างเป็นระเบียบ ไม่ส่งเสยี งดัง

ครูพาเด็กเดนิ ไปทีส่ นาม

20.ครแู นะน้าเกม โยนลูกบอล 2 มอื ลงตะกรา้ กับเด็กและสนทนาเกีย่ วกบั กฎ กติกาในการเล่นเกม โยนลูกบอล 2 มือลง

ตะกร้า

21.ครใู ห้เดก็ เขา้ แถวตอนลึกยืนหา่ งจากตะกรา้ ท่ีครกู ้าหนดไว้ เด็กคนแรกโยนลกู บอลพลาสติกใหล้ งในตะกรา้ เม่ือโยนเสรจ็

นั่งลงตอ่ หลังเพือ่ นคนสุดทา้ ย

22.เดก็ เลน่ เกมไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะนา้ และคอยดูแลอย่างใกลช้ ดิ เมือ่ ไดย้ นิ สญั ญาณหยดุ ใหห้ ยุดเลน่

และมาน่งั พักผ่อน

23. ครแู ละเด็กรว่ มกันสนทนา และใหเ้ ด็กออกมาบอกเลา่ ส่ิงที่ไดเ้ ล่น ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ ชอบหรอื ไม่ชอบเพราะเหตุใด

24. ครูให้เด็ก ๆ เตรียมตวั เขา้ แถว ไปลา้ งมือ แลว้ ท้ากจิ กรรมอน่ื ต่อไป

ขันสรปุ

กจิ กรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

26. ครูแนะน้าเกม ภาพตดั ต่อขนม

27. ครแู บ่งกลมุ่ เด็ก กลมุ่ ละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลอื กเองหรอื ตามความเหมาะสม และสร้างข้อตกลงในการเลน่ อย่างง่าย ๆ

เชน่ - รจู้ ักแบ่งปนั กนั เล่น - รูจ้ ักรอคอยต่อจากเพื่อน - เล่นกนั เบา ๆ ไม่ทา้ ลายให้เสยี หาย

- เมอื่ ไดย้ ินสญั ญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ กบ็ เกมเข้าท่ี และมาน่งั ตามสัญลักษณ์

28.คณุ ครูและเด็กร่วมกันสนทนา ทบทวนสิง่ ทเี่ ด็ก ๆ ได้เรยี นรูใ้ นวันนี ก่อนกลบั บ้านคุณครูเล่านทิ านเร่ืองฉนั ชอบกินขนม

4.ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

1. ขนมของจริง

2. ดา้ น้ามนั

3. แผ่นรอง

4.ค้าคล้องจองฟกั ทองแกงบวด

5. ลูกบอก

6.ตะกร้า
7. นิทานฉนั ชอบกนิ ขนม
5.การประเมินผล
1. สังเกตการแสดงออกทางอารมณ์
2. สังเกตการสนทนา ตอบค้าถาม
3. สังเกตการเลน่ และการทา้ กจิ กรรมรว่ มกับเพ่ือน

6.ภาคผนวก

ค่าคลอ้ งจอง ฟักทองแกงบวด

(ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)

ฟกั ทองเนือเหลอื ง เอามาแกงบวด

ฟักทองติดหนวด ลุงเชยชอบใจ

ใครหนอ แกงบวดฟักทอง

กินจนอิม่ ทอ้ ง ไม่ต้องไปไหน

ไปเก็บฟกั ทอง มากองเอาไว้

แม่แกงบวดให้ อรอ่ ยจริงเอย

นิทานฉนั ชอบกินขนม

วันนีเป็นวันเกิดของนกฮูก “จะเอาอะไรไปร่วมงานเลียงดีนะ” “นกฮูกชอบกนิ อะไรบา้ ง
นะ“ ทุกคนคดิ นดิ หน่ึงพร้อมหนั ว่า นกฮกู ลกู ชอบกินขนม!

“ขนมของฉนั อร่อยจริงๆนะ” นกฮูกตอ้ งชอบแนๆ่ เลย
“ขนมของฉันอร่อยจรงิ ๆนะ” นกฮูกตอ้ งชอบแนๆ่ เลย
“ขนมของฉันอร่อยจรงิ ๆนะ” นกฮูกต้องชอบแนๆ่ เลย
“ขนมของฉนั อร่อยจริงๆนะ” นกฮูกตอ้ งชอบแนๆ่ เลย
“ขนมของฉันอร่อยจรงิ ๆนะ” นกฮูกตอ้ งชอบแน่ๆเลย
เอ….นกฮูกจะชอบกนิ ขนมของใครนะ
นกฮูกกนิ กล้วยบวชชแี ลว้ ร้อง “อา…..”
นกฮูกกนิ ข้าวตม้ มัดแลว้ รอ้ ง”โอ…..”
นกฮูกกินทองหยอดแล้วรอ้ ง”อืม…..”
นกฮูกกินขนมตาลแล้วร้อง”อู้ฮู…”
นกลูกกนิ ขนมใสใ่ สแ้ ล้วร้อง”โอโ้ ฮ…”
นกฮูกตักไอศกรมี กะทิเลยี งเพื่อนๆ เพื่อนๆร้องวา้ วเปน็ เสียงเดยี วกนั
เอ่อ….นกฮูกชอบกนิ ขนมอะไรจ๊ะ เพ่ือนๆถามพร้อมกัน
“ฉันชอบกินขนมทกุ อย่างเลยจา้ ” นกฮูกตอบพร้อมรอยยิมเบกิ บาน
สขุ สันต์วนั เกิดนะจ๊ะนกฮกู เพื่อนรัก เพื่อนๆอวยพรอยา่ งมีความสุขทุกตวั เลย

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นร้กู ารศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ที่ 7 สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเก่ียวกับตวั เดก็ หน่วยการเรียนรู้ หนูน้อยกินดมี ีสุข

สาระการเรียนรยู้ อ่ ย วันท่ี 5 อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการรับประทานอาหาร/มารยาทในการรับประทานอาหาร/การล้างมอื

1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ส่งเสรมิ ความรู้สึกช่ืนชมผลงานของตนเอง
2. บอกอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการรบั ประทานอาหารได้ 1 – 2 อย่าง
3. ฝึกทกั ษะการเออื เฟื้อและแบ่งปนั

2.สาระการเรียนรู้

สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการรบั ประทานอาหาร 1.การเคลอ่ื นไหวอยกู่ บั ท่ีและการเคล่อื นที่
อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับประทานอาหาร ได้แก่ 2.การท้างานศลิ ปะตา่ ง ๆ
จาน ช้อน สอ้ ม แกว้ น้า 3. การเลน่ บทบาทสมมุติ
มารยาทการรับประทานอาหาร/การล้างมือ 4. การตอบคา้ ถามจากการคิด
เวลารับประทานอาหาร เดก็ ๆ ควรน่ังให้ 5.การเล่นรว่ มกลุ่มกบั เพอื่ น
เรยี บร้อย ไม่พดู คยุ หรือเลน่ กันในขณะท่ี

รับประทานอาหารและเด็กๆ ควรล้างมือ

กอ่ นและหลงั รบั ประทานอาหาร

2.การชนื่ ชมและสร้างสรรค์ ส่งิ ท่ี 3.

ขันตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สสวูตยรง)าม
ขันนา่

กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ (15 นาท)ี 3. การปฏบิ ตั ิกจิ วตั ร

1. ครูแจกอุปกรณ์ให้เด็กคนละ 1 ชนิด ได้แก่ จาน ช้อน แกว้ นา้ (สป่ิงรขะอจงา้ ทว่เีันปขน็ อพงตลานสเอตงกิ )
2. ครตู กลงรว่ มกับเด็ก การเคลือ่ นไหวพรอ้ มอปุ กรณต์ ามจงั หวะ ครเู คาะจงั หวะชา้ ใหเ้ ดก็ ๆ เคลื่อนไหวชา้
4
ครูเคาะจังหวะเรว็ ให้เด็กเคลอ่ื นไหวเรว็ เคาะ 2 ครังใหห้ ยดุ .

3. ครูและเดก็ ท้ากิจกรรมร่วมกัน ท้าซา้ 2 – 3 รอบ า

4. ครูให้เด็ก ๆนอกพักผ่อน รู้
จั
ขนั สอน ก
สิ่
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที) ง
ต่
5.ครูจัดให้เดก็ น่งั เป็นรปู ครึง่ วงกลม และสร้างขอ้ ตกลงกับเด็ก ๆ เม่อื คุณครูถามเด็กคนใดต้องการตอบให้ยกมือขึน า

6.ครูใหอ้ าสาสมัครออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ิการรบั ประทานอาหาร

7.. เด็กและครูสนทนาเก่ยี วกับบทบาทสมมุติที่เล่นโดยใชค้ ้าถามดงั นี

• กอ่ นรบั ประทานอาหาร เดก็ ๆ ควรปฏิบัตอิ ยา่ งไร

• เราใช้อุปกรณอ์ ะไรบา้ งในการรับประทานอาหาร

• ในขณะรบั ประทานอาหารเราไม่ควรท้าสง่ิ ใดบา้ ง

8. ครูแจกอปุ กรณ์ จาน ชอ้ น สอ้ ม แก้วน้า ฝกึ ใหเ้ ด็กทุกคนใช้อุปกรณ์โดยมีคณุ ครูคอยให้ความชว่ ยเหลือ

9. เด็กและครรู ่วมกันสรุปถึงอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการรับประทานอาหาร การปฏิบตั ิตนขณะรบั ประทานอาหารการลา้ งมอื กอ่ น

และหลังการรับประทานอาหาร

ด้


กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (30 นาท)ี

10. พิมพ์ภาพจากพลาสตกิ กันกระแทกบนจานกระดาษ

11. ครแู นะน้าอปุ กรณก์ ารพมิ พภ์ าพ และข้อควรระวงั ขณะใชส้ นี ้า

12.ครแู ละเด็กรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงอย่างงา่ ย ๆ ในการท้ากิจกรรม เช่น แบง่ ปันของใช้ร่วมกัน ทา้ กจิ กรรมเสร็จชว่ ยกนั เกบ็

เขา้ ท่ี จากนันให้เด็กเลือกสี (ควรมี 2 – 3 )

13.เด็กลงมือพิมพ์ภาพบนจานกระดาษ

14. เมอื่ ท้าผลงานเสร็จ ใหเ้ ด็กลา้ งมือ เดก็ น้าผลงานตนเองมาเล่าให้เพื่อนฟังหน้าชนั เรียน และน้ามาวางที่จุดแสดงผลงาน

กจิ กรรมเลน่ เสรี (20 นาท)ี

15.ครแู นะน้าใหเ้ ด็กรู้จักศูนย์ประสบการณ์ตา่ ง ๆ ท่ีจดั ไวใ้ นหอ้ งเรียน พร้อมทังบอกสิ่งที่อยใู่ นมุมต่าง ๆ และสาธิตวธิ กี ารเล่น

16. ครสู ร้างขอ้ ตกลงอย่างงา่ ยๆ ในการเล่นตามศนู ย์ประสบการณต์ ่าง ๆ ดังนี

- รู้จักแบ่งปันกันเลน่ - เมอื่ เล่นเสร็จเก็บของเข้าที่ - เล่นของเล่นอยา่ งเบาๆ

- เมื่อได้ยินสญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครัง) ใหเ้ กบ็ ของเลน่ เข้าที่ และมานงั่ รวมกันท่ีหนา้ ห้อง

17. ครูให้เดก็ ๆ คิดวางแผนการเล่นอย่างอิสระว่าวันนีจะเล่นอะไร เลน่ ก่อี ย่าง จากนันให้เลอื กเลน่ ตามทค่ี ิดไว้อย่างอสิ ระ

ปฏบิ ตั ิ ตามข้อตกลง เม่ือได้ยินสัญญาณหยุดใหเ้ ก็บของเขา้ ที่ และมาน่งั รวมกนั ท่ีหน้าห้อง

18. ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเล่าสิ่งทไี่ ด้เลน่ ความรู้สึกต่างๆ ชอบหรอื ไมช่ อบเพราะเหตุใด

(ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติมในมุมบทบาทสมมุติ คุณครูควรจัดเตรียมอปุ กรณเคร่ืองครัวท่หี ลากหลาย)

กจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง (30 นาท)ี

19. ครแู ละเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏบิ ัติตนเม่ือลงไปเลน่ ท่สี นาม เชน่ เดินแถวอย่างเปน็ ระเบียบ ไม่ส่งเสียงดัง ครู

พาเดก็ เดนิ ไปทีส่ นาม

20.ครูแนะน้าเกม โยนลกู บอล 2 มอื ลงตะกรา้ กับเด็กและสนทนาเก่ียวกับกฎ กตกิ าในการเล่นเกม โยนลกู บอล 2 มอื ลง

ตะกรา้

21.ครใู ห้เดก็ เขา้ แถวตอนลกึ ยืนหา่ งจากตะกรา้ ที่ครกู ้าหนดไว้ เดก็ คนแรกโยนลูกบอลพลาสตกิ ใหล้ งในตะกร้า เมื่อโยนเสรจ็

นงั่ ลงตอ่ หลงั เพอื่ นคนสุดท้าย

22.เดก็ เล่นเกมไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะน้าและคอยดูแลอย่างใกล้ชดิ เมือ่ ไดย้ นิ สญั ญาณหยุดใหห้ ยุดเล่น

และมา น่งั พักผอ่ น

23. ครูและเด็กร่วมกนั สนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเลา่ สิ่งท่ไี ดเ้ ลน่ ความร้สู ึกตา่ ง ๆ ชอบหรือไมช่ อบเพราะเหตุใด

24. ครใู ห้เด็ก ๆ เตรียมตวั เข้าแถว ไปล้างมือ แลว้ ทา้ กจิ กรรมอนื่ ต่อไป

ขนั สรุป

กจิ กรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

25. ครูแนะน้าเกม จับคู่ส่ิงของที่สัมพันธก์ นั

26. ครแู บง่ กลุ่มเด็ก กลุ่มละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลือกเองหรือตามความเหมาะสม และสรา้ งข้อตกลงในการเล่นอย่างงา่ ย

ๆ เชน่

- รู้จักแบง่ ปันกนั เล่น - รู้จกั รอคอยต่อจากเพ่ือน - เล่นกันเบา ๆ ไมท่ า้ ลายให้เสยี หาย

- เม่ือไดย้ นิ สัญญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เก็บเกมเขา้ ที่ และมาน่งั ตามสญั ลักษณ์

27.คณุ ครูและเด็ก ๆ รว่ มกนั สนทนา ทบทวนสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรยี นรูใ้ นวันนี ก่อนกลบั บา้ นคุณครเู ลา่ นิทานเรอ่ื งปอมเรียนรู้

มารยาทในการรบั ประทานอาหาร

4.สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.พลาสติกกันกระแทก
2. สนี ้า
3. ไมต้ ะเกยี บ
4. กระดาษ A4
5. จาน ชอ้ น สอ้ ม แก้วน้า (พลาสติก) ลูกบอล ตะกรา้
6. เกมจบั ค่ภู าพของใชท้ ส่ี ัมพันธ์กนั
7. นิทานเร่อื งปอมเรยี นรูม้ ารยาทในการบั ประทานอาหาร

5.การประเมินผล
1. สงั เกตการบอกเลา่ ผลงาน
2. สงั เกตการบอกช่ืออปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการรับประทานอาหาร
3. สังเกตการเลน่ และท้ากิจกรรมรว่ มกบั เพ่ือน

6.ภาคผนวก

นทิ านเร่ือง ปอมเรียนรมู้ ารยาทในการรับประทานอาหาร

(ไม่ทราบนามผูแ้ ต่ง)

ปอมไม่เคยรับประทานอาหารเอง มีคุณยายคอยป้อนตลอด เม่ือปอมมาโรงเรียนจึงรับประทานอาหารเองไม่เป็น
ข้าวหกเลอะเทอะ รับประทานอาหารช้าเพราะอมข้าว ครูจึงแนะน้ามารยาทในการรับประทานอาหาร จับช้อนอยู่มือขวา
ส้อมอยู่มือซ้าย ตักอาหารแต่พอค้า เคียวข้าวหุบปากไม่ส่งเสียงดัง ไม่พูดคุยกัน รับประทานอาหารเสร็จแล้วต้องเก็บภาชนะ
เช็ดโต๊ะ ปอมพยายามปรับปรุงตนเองตามท่ี ครูแนะน้า เดี๋ยวนีปอมเป็นผู้ที่รับประทานอาหารว่องไว มีมารยาท ครูชมเชย
เสมอ

ตารางวิเคราะห์สาระการเรียนรูท้ ีค่ วรเรียนรู้สภาพท่พี งึ ประสงคแ์ ละการประเมินพัฒนาการ (DSPM)

สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์ พัฒนาการ (DSPM)

หนว่ ยท3ี่ คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ส่าคัญ
สปั ดาห์ท่ี 7 - 8 2.1 ใช้กลา้ มเนือมัดใหญ่ได้
เหมาะสมกับวยั อาหารไมด่ ีมโี ทษ - การเคลื่อนไหว 65.กระโดดเท้าพ้น
หนนู อ้ ยกนิ ดีมสี ุข - กระโดดด้วยขาทัง 2 ขา้ ง 1.ขนมท่ีไม่มี สว่ นต่าง ๆ ของ พนื ทัง 2 ข้าง(GM)
ได้ ประโยชน์ ร่างกายตามจังหวะ 66.แก้ปญั หาง่ายๆ
1.อาหารดีมีประโยชน์ 2.2 ใช้กลา้ มเนือมัดเลก็ ได้ ดนตรี
2.อาหารไม่ดีมโี ทษ เหมาะสม 2.เครอ่ื งด่ืมทีไ่ ม่มี - การปัน้ โดยใชเ้ คร่อื งมือได้
3.กิจกรรมเชฟฟนั - หยิบของชินเลก็ ๆ ได้ ประโยชน์ - การดูแลรักษา (FM)
น้านม(การทา้ แซน 3.1 รา่ เรงิ แจ่มใส กิจกรรมเซฟ ความสะอาดของ 68.พูดตอบรับและ
วชิ ทนู า่ ) - มกี รยิ าทา่ ทางสว่ นใหญ่ ฟันน้านม รา่ งกายและของใช้ ปฏเิ สธได้ (EL)
อารมณ์ดี 1.มารู้จกั วสั ดุ- ส่วนตวั 69. ล้างและเช็ดมือ
- ยิมแย้ม หัวเราะง่าย อปุ กรณ์การท้า - การรกั ษาความ ได้เอง(PS)
3.3 สนใจและมีความสขุ กบั แซนวิชทูนา่ ปลอดภัย 79.ยืนขาเดยี ว 1
ธรรมชาตสิ ิ่งสวยงาม ดนตรี 2.ลงมือปฏบิ ัติ - การแสดงอารมณ์ วินาที(GM)
และจงั หวะและการ จริงการท้า ท่ีเป็นสขุ 80.เลียนแบบ
เคลื่อนไหว แซนวิชทนู ่า - การรับรูอ้ ารมณ์ ลากเส้นเป็นวง
- ตอบสนองต่อเสียงเพลง หรือความรสู้ กึ ของ ต่อเน่อื งกัน(FM)
จังหวะดนตรี อย่าง ตนเอง 81.นา้ วตั ถ2ุ ชนดิ ใน
สนุกสนาน - การชว่ ยเหลือ หอ้ งมาให้ไดต้ าม
6.2 แสดงออกและ/หรอื พูด ตนเองในกจิ วตั ร ค้าสัง่ (RL)
เพอื่ สื่อความหมายได้ ประจา้ วันตามวัย 82.พดู ตดิ ต่อกัน3-4
- เรยี กช่อื และสง่ิ ของที่ - การเล่นอสิ ระ ค้าได้อยา่ งน้อย4
คุน้ เคยได้ - การตอบค้าถาม ความหมาย (EL)

จากการคิด

- การเลน่ เครือ่ งเลน่

สมั ผัส

- การเชอ่ื มโยง

ประสบการณ์เดิม

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ท่ี 8 สาระการเรียนรทู้ ่ี 1 เรือ่ งราวเกีย่ วกับตัวเด็ก

หนว่ ยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยกินดีมสี ุข สาระการเรยี นรยู้ ่อย อาหารไมด่ มี โี ทษและกจิ กรรมเซฟฟันน่านม

กิจกรรม เคลอ่ื นไหว เสริม ศลิ ปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเลน่ เกมการศึกษา
วันที่ และจงั หวะ ประสบการณ์ กลางแจง้

เคลอ่ื นไหวท่าทาง ประโยชนข์ อง วาดภาพตนเอง เลน่ ตามมมุ เลน่ เครอื่ งเล่น เกมภาพตัดตอ่

ประกอบเพลง อาหาร ตามจินตนาการ ประสบการณ์ สนาม หารดีมี

1 อาหารดีมี ประโยชน์
ประโยชน์

เคลอ่ื นไหวท่าทาง ขนมที่ไม่มี ระบายสีภาพ เลน่ ตามมมุ เลน่ เครอ่ื งเลน่ เกมภาพตัดตอ่
ประกอบเพลง ประโยชน์ ขนมท่ีไมม่ ี ประสบการณ์ สนาม เด็กฟนั ผุ
2 ตามตวั อย่าง ประโยชน์

การเคล่ือนไหว เคร่อื งด่ืมท่ีไม่มี ปั้นดินน้ามันเป็น เล่นตามมุม เล่นเกมสง่ เกมจบั คภู่ าพ

ตามคา้ ส่งั ประโยชน์ วงกลม ประสบการณ์ บอล เคร่ืองด่ืมท่ีไม่มี

3 ประโยชน์

เหมือนกนั

เคลอื่ นไหว “มารู้จกั วัสดุ- ขยา้ กระดาษเป็น เลน่ ตามมุม เล่นเกมยืนขา เกมภาพตัดต่อ

ร่างกายตาม อุปกรณ์การท้า วงกลม ประสบการณ์ เดียว ภาพแซนวิช

4 จงั หวะเร็ว - ช้า แซนวชิ ทูน่า”

เคลอ่ื นไหว “ลงมอื ปฏบิ ัติ ละเลงสตี าม เลน่ ตามมุม เล่นเกมเดิน เกมจับคู่ภาพ
ประสบการณ์ ตามเส้นตรง ลักษณะเดก็ ทีม่ ี
รา่ งกายประกอบ จรงิ การท้าแซน จนิ ตนาการ รปู รา่ ง
เหมอื นกนั
5 เพลงลา้ งมือ 7 วิชทูนา่ ”

ขันตอน

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรกู้ ารศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ท่ี 8 สาระการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตวั เดก็ หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยกนิ ดมี สี ุข

วันที่ 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย ประโยชนข์ องอาหาร

1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1. ส่งเสริมการประสานสัมพันธข์ องกลา้ มเนือ
2. บอกประโยชน์ของอาหารได้ 1.การเคล่ือนไหวอยู่กบั ท่ีและการเคลื่อนที่
3. ฝกึ การเลน่ และการทา้ กิจกรรมร่วมกับเพื่อน 2. การเล่นรวมกลุ่มกับเพ่ือน
3. การรอ้ งเพลง
2.สาระการเรียนรู้ 4. การวาดขดี เขี่ย
5. การจดจอ่ ใสใ่ จ
สาระที่ควรเรียนรู้
ประโยชน์ของอาหาร
อาหารมปี ระโยชน์ต่อร่างกายท้าให้
รา่ งกายแขง็ แรง และเจรญิ เติบโตสมวัย

3.ขันตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร) 4
.
ขนั นา่ ก

กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ (15 นาที) ร
รู้
1. ครใู หเ้ ด็กเตรียมพรอ้ มร่างกาย โดยให้ยนื ห่าง ๆ และตบมอื ตามจังหวะ ชา้ - เร็ว จั

2. ครรู ้องเพลง “อาหารดมี ีประโยชน์” ใหเ้ ด็ก ๆ ฟงั 1 รอบ และใหเ้ ดก็ ๆ ร้องตามทีละวรรค ส่ิ

3. ครทู ้าทา่ ประกอบเพลง “อาหารดีมปี ระโยชน์” ใหเ้ ด็กท้าท่าทางประกอบเพลงตามคุณครู ต่

4. เดก็ ท้ากจิ กรรมซ้า 2 – 3 รอบ โดยครเู ป็นผู้ให้สญั ญาณการเคาะจงั หวะ ง

ขันสอน ๆ

กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที) ด้

5.เดก็ และครทู บทวนบทเรยี นท่ีผ่านมา ย
6.ครนู า้ ภาพมาให้เดก็ ดู 2 ภาพ ภาพที่ 1 เป็นภาพเดก็ ผ้ชู ายท่ผี อมแหง้ ภาพที่2 ภาพเดก็ ผู้ชายอ้วนท้วนสมบรู ณ์ ก
7.เดก็ และครูสนทนาเก่ยี วกับภาพโดยใช้ค้าถามดังนี า

• เด็กๆ ชอบภาพไหน เพราะเหตุใด ฟั
• ถ้าเดก็ ๆ ไม่รับประทานอาหารรา่ งกายจะเป็นอยา่ งไร ง
8.เด็กและครชู ่วยกนั สรปุ เกยี่ วกับกจิ กรรมที่ท้าร่วมกนั

กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์ (30 นาที)

9. ครแู นะนา้ กิจกรรมการวาดภาพตนเองตามจนิ ตนาการ

10.ครูและเด็กรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงอย่างง่าย ๆ ในการทา้ กิจกรรม เช่น แบ่งปนั ของใช้ร่วมกัน ท้ากจิ กรรมเสรจ็ ช่วยกันเกบ็

เขา้ ท่ี จากนันใหเ้ ด็กเลือกสี (ควรมี 2 – 3 )

11.เด็กลงมือวาดภาพตนเองตามจินตนาการ

12. เม่อื ทา้ ผลงานเสร็จ ให้เด็กล้างมือ เดก็ นา้ ผลงานตนเองมาเลา่ ใหเ้ พ่ือนฟังหน้าชนั เรยี น และน้ามาวางที่จุดแสดงผลงาน

กจิ กรรมเล่นเสรี (20 นาที)

13.ครแู นะน้าให้เดก็ รู้จักศนู ย์ประสบการณ์ต่างๆที่จัดไว้ในหอ้ งเรยี น พร้อมทังบอกส่งิ ที่อยู่ในมมุ ตา่ งๆและสาธิตวธิ กี ารเล่น

14. ครสู รา้ งขอ้ ตกลงอยา่ งง่ายๆ ในการเล่นตามศนู ย์ประสบการณต์ ่าง ๆ ดังนี

- รู้จักแบ่งปนั กันเลน่ - เมือ่ เล่นเสรจ็ เกบ็ ของเข้าที่ - เลน่ ของเล่นอย่างเบาๆ

- เม่อื ไดย้ ินสัญญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครัง) ใหเ้ กบ็ ของเลน่ เข้าที่ และมาน่งั รวมกันท่ีหน้าห้อง

15. ครูให้เดก็ ๆ คิดวางแผนการเล่นอย่างอสิ ระว่าวันนจี ะเล่นอะไร เลน่ ก่ีอย่าง จากนันให้เลอื กเลน่ ตามทคี่ ิดไว้อยา่ งอสิ ระ

ปฏิบัติ ตามขอ้ ตกลง เม่ือได้ยินสญั ญาณหยุดให้เกบ็ ของเขา้ ที่ และมานง่ั รวมกันที่หน้าห้อง

16. ครูและเด็กร่วมกันสนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเลา่ สิ่งท่ไี ด้เลน่ ความรูส้ ึกต่างๆ ชอบหรือไม่ชอบเพราะเหตุใด

กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง (30 นาที)

17. ครแู นะน้าให้เด็กรู้จักเคร่ืองเล่นสนาม และสาธิตวธิ ีการเลน่

18. ครสู ร้างข้อตกลงอยา่ งงา่ ย ๆ ในการเลน่ เคร่ืองเล่นสนาม ดังนี

- ร้จู กั แบง่ ปนั กันเล่น - เขา้ แถวรอคอยต่อจากเพื่อน - ไมแ่ กล้งเพอ่ื นขณะเลน่

- เลน่ เครือ่ งเล่นอย่างถกู วิธี และระมดั ระวงั - เม่ือไดย้ นิ เสยี งนกหวดี ใหห้ ยดุ เล่นและมาน่ังรวมกันทหี่ น้าสน

เดก็ เล่น

19.ครูให้เดก็ ๆ คิดวางแผนการเลน่ อยา่ งอสิ ระวา่ วนั นีจะเลน่ อะไร เล่นกี่อย่าง จากนนั ให้เลือกเลน่ ตามทคี่ ดิ ไว้อยา่ งอิสระ

ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง เม่ือได้ยินสญั ญาณหยดุ ใหห้ ยดุ เลน่ และมานง่ั พักผ่อนรวมกันทีห่ นา้ สนามเด็กเล่น

20. ครูและเด็กร่วมกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเลา่ สิ่งทีไ่ ด้เลน่ ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ ชอบหรอื ไมช่ อบเพราะเหตใุ ด

21. ครใู หเ้ ด็ก ๆ เตรยี มตวั เขา้ แถว ไปล้างมือ แล้วท้ากิจกรรมอนื่ ต่อไป

ขนั สรปุ

กจิ กรรมเกมการศึกษา (20นาที)

22.ครูแนะน้าเกม ภาพตัดต่ออาหารดีมีประโยชน์ โดยใหด้ ภู าพทส่ี มบูรณ์ และสนทนาจากภาพ

23. ครสู าธิตวิธีการเล่นเกม ภาพตัดต่ออาหารดีมีประโยชน์ โดยใหเ้ ดก็ มีส่วนร่วมด้วย และแนะน้าทบทวนเกมอื่น ๆ

ท่เี คยเล่นมาแล้ว

24.ครูแบ่งกลุ่มเดก็ กลุ่มละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลือกเองหรือตามความเหมาะสม และสร้างข้อตกลงในการเลน่ อยา่ งง่าย ๆ

เช่น

- ร้จู กั แบง่ ปนั กันเลน่ - รู้จักรอคอยต่อจากเพื่อน - เล่นกนั เบา ๆ ไม่ทา้ ลายใหเ้ สยี หาย

- เม่ือได้ยินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ กบ็ เกมเข้าท่ี และมานงั่ รวมกนั ที่หนา้ หอ้ ง

25.ครใู ห้เด็กกลมุ่ แรกเล่นเกม ภาพตัดต่ออาหารดีมีประโยชน์ กลุม่ ท่เี หลือเล่นเกมทเ่ี คยเล่นมาแลว้ เล่นเสรจ็ ให้หมนุ เวียนกัน

เลน่ จนครบทกุ เกม เมื่อได้ยนิ สญั ญาณหยุดให้เก็บเกมเขา้ ท่ี และมานัง่ รวมกันท่หี น้าหอ้ ง

26.ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเลา่ สง่ิ ทีไ่ ด้เลน่ ความรูส้ กึ ตา่ ง ๆ ชอบหรอื ไมช่ อบเพราะเหตุใด

4.สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1.ภาพเดก็
2.สีเทยี น
3.กระดาษ A4
4. เพลงอาหารดีมปี ระโยชน์
5. เกมภาพตดั ต่ออาหารดีมีประโยชน์

5.การประเมินผล
1. สงั เกตการประสานสัมพนั ธ์ของกลา้ มเนือ
2. สงั เกตการสนทนาโต้ตอบและการตอบค้าถาม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเล่น การทา้ กจิ กรรมร่วมกัน

ภาคผนวก เพลง/นิทาน/คา่ คล้องจอง
เพลง อาหารดีมีประโยชน์
(ศรนี วล รัตนสุวรรณ)

อาหารดีมปี ระโยชน์ คือผักสดและเนือหมูปูปลา
เป็ด ไก่ ไข่ ผลไมน้ านา มีคณุ คา่ ตอ่ ร่างกายของเรา

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ที่ 8 สาระการเรียนรู้ที่ 1 เร่ืองราวเก่ียวกับตวั เดก็ หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยกนิ ดมี สี ุข

วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ขนมท่ไี ม่มีประโยชน์

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. เดก็ เคลอ่ื นไหวทา่ ทางประกอบเพลงตามตัวอยา่ งได้ (กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจงั หวะ)
2. เดก็ บอกชอ่ื ขนมทไ่ี มมีประโยชน์ได้ (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์)
3. เดก็ ใช้กล้ามเนือเลก็ ประสานสมั พันธร์ ะหวา่ งมือกบั ตาได้เหมาะสมตามวยั (กจิ กรรมสรา้ งสรรค์)
4. เด็กเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เลน่ ต่างๆ ไดต้ ามวยั (กิจกรรมเสร)ี
5. เด็กเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามได้อย่างถูกวธิ แี ละปลอดภัย (กจิ กรรมกลางแจง้ )
6. เด็กเล่นเกมภาพตดั ตอ่ เดก็ ฟันผไุ ด้ (กจิ กรรมเกมการศึกษา)

2.สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สา่ คญั

สาระทค่ี วรเรียนรู้ 1. การเคลือ่ นไหวประกอบเพลง
2. การสนทนาและการตอบค้าถาม
1. เคลอ่ื นไหวท่าทางประกอบเพลงตามตวั อยา่ ง 3. การทา้ กิจกรรมศิลปะตา่ งๆ
2. ขนมท่ไี มม่ ีประโยชน์ 4. การเล่นตามมมุ ประสบการณ/์ มมุ เล่นต่างๆ
3. ระบายสภี าพขนมท่ีไม่มปี ระโยชน์ 5. การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย
4. เลน่ ตามมุมประสบการณ์ 6. การตอ่ ของชนิ เล็กเติมในชนิ ใหญ่ให้สมบูรณ์
5. เล่นเครื่องเล่นสนาม
6. เกมภาพตัดต่อเด็กฟนั ผุ และการแยกสว่ น

3.ขันตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)

ขนั นา่ (ปฏบิ ตั ิหลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบรหิ าร สนทนายามเช้า ตรวจสุขภาพ และเขา้ ห้องน้า)

กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ (15 นาที)

1. ครูกลา่ วทักทายเด็ก และนา้ เขา้ สบู้ ทเรียนดว้ ยการร้องเพลงแปรงฟันพร้อมทา้ ท่าประกอบเพลงให้เดก็ ดู
2. ครใู หเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวท่าทางประกอบเพลงแปรงฟนั ตามตัวอย่างท่าทางของครูท่ีละวรรค
3. เด็กและครูเคลอื่ นไหวร่างกายประกอบเพลงแปรงฟันพร้อมกัน
ขันสอน

กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ (20 นาที)

4. ครเู ล่านิทานเรื่องหนูนิดไม่อยากแปรงฟันใหเ้ ด็กฟัง เมอื่ ครูเลา่ นทิ านจบลง เดก็ และครูร่วมกันสนทนาถงึ เนือหา
ในนิทาน โดยครูใช้ค้าถามดงั นี – ท้าไมหนนู ดิ จงึ ปวดฟันคะ่ - หนนู ดิ ทานขนมอะไรค่ะถงึ ปวดฟนั คะ่

5. ครูน้าส่ือของจริง ได้แก่ ทอฟฟี่ ลูกอม หมากฝร่ัง และขนมกรบุ กรอบ มาให้เดก็ ดแู ละให้เด็กบอกชื่อสิ่งของทค่ี รู
น้ามาให้ดเู พื่อทบทวนความร้เู ดมิ

6. ครูนา้ บัตรภาพเด็กฟันผุ เด็กอ้วน และเด็กผอม มาใหเ้ ด็กดูพร้อมกับสนทนาถึงโทษของขนมที่ไม่มีประโยชน์ต่อ
ร่างกาย

7. ครใู ห้เด็กบอกช่อื ขนมทไ่ี ม่มปี ระโยชนอ์ ย่างนอ้ ยคนละ 1 ชอ่ื
8. เด็กและครูรว่ มกนั สรุปถึงขนมท่ไี ม่มปี ระโยชนอ์ ีกครัง

กิจกรรมสร้างสรรค์ (30 นาที)
9. ครจู ดั เตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมระบายสีภาพขนมท่ีไม่มีประโยชน์
10. ครแู นะน้าวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบัติกิจกรรมระบายสีภาพขนมทีไ่ ม่มปี ระโยชน์
11. ครใู ห้เดก็ ลงมือปฏบิ ัตกิ ิจกรรมระบายสีภาพขนมท่ีไมม่ ีประโยชน์
12. ครูให้เด็กอาสาสมคั รออกมานา้ เสนอผลงานการระบายสภี าพขนมไมม่ ีประโยชนใ์ ห้เพ่ือนฟัง
13. เด็กและครรู ว่ มกันจดั เก็บวัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบัตกิ จิ กรรมใหเ้ ป็นระเบียบเรยี บร้อย

กจิ กรรมเลน่ เสรี (20 นาท)ี

14. ครแู นะน้าให้เด็กรูจ้ ักศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ทจี่ ัดไว้ในห้องเรยี น พรอ้ มทังบอกส่ิงท่ีอยู่ในมุมตา่ ง ๆ และสาธิต

วิธกี ารเลน่

15. ครสู ร้างข้อตกลงอย่างงา่ ยๆ ในการเลน่ ตามศนู ยป์ ระสบการณต์ า่ ง ๆ ดงั นี

- รู้จักแบ่งปันกันเล่น - เมือ่ เลน่ เสรจ็ เกบ็ ของเข้าที่ - เลน่ ของเล่นอยา่ งเบาๆ

- เมือ่ ไดย้ นิ สญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครัง) ใหเ้ ก็บของเล่นเขา้ ที่ และมานัง่ รวมกันที่หน้าห้อง

16. ครูใหเ้ ดก็ เลน่ อย่างอิสระ เมอื่ ครใู ห้สัญญาณหยดุ ให้เดก็ ชว่ ยกนั เก็บของเข้าที่ให้เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย

กิจกรรมการเลน่ กลางแจ้ง (30 นาท)ี

17. เดก็ และครสู นทนาถึงขอ้ ตกลงในการปฏิบัติกิจกรรมการเล่นเครอ่ื งเลน่ สนามอยา่ งปลอดภัย ดังนี

- ร้จู กั แบ่งปันกันเล่น - เข้าแถวรอคอยต่อจากเพื่อน - ไมแ่ กลง้ เพ่อื นขณะเล่น

- เลน่ เครือ่ งเลน่ อย่างถกู วธิ แี ละระมัดระวงั - เมือ่ ไดย้ ินเสียงนกหวดี ใหห้ ยดุ เล่นและมายนื รวมกนั ทหี่ น้าสนามเด็กเลน่

18. ครพู าเด็กไปท่เี ครื่องเลน่ สนามเด็กเลน่ พรอ้ มกับแนะนา้ เคร่ืองเลน่ สนาม และวธิ ีการเล่นอยา่ งปลอดภยั

19. ครใู ห้เดก็ เล่นเคร่ืองเล่นสนามอย่างอสิ ระ

20. หลังจากเลิกเล่นเครื่องเลน่ สนาม ครใู หส้ ัญญาณและให้เด็กเตรียมตัวเขา้ แถวไปล้างมอื เพ่ือเตรียมตัวรบั ประทาน

อาหารกลางวัน

หมายเหตุ กิจกรรมการรับประทานอาหารกลางวัน ควรฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร การ

ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เช่น การลา้ งมือ การแปรงฟัน และเด็กควรได้อาบนา้ ทุกวันก่อนนอน

พักผ่อนในชว่ งเวลากลางวัน

ขันสรุป (ปฏิบตั ิกจิ กรรมในชว่ งบ่ายหลงั จากกิจกรรมนอนหลับพกั ผอ่ นและดื่มนม)

กิจกรรมเกมการศึกษา (20นาที)

21. ครแู นะน้าเกมภาพตัดตอ่ เดก็ ฟันผุ พร้อมทงั สาธิตวธิ กี ารเล่นเกมภาพตัดต่อเดก็ ฟันผุ

22. ครแู บ่งกลมุ่ เด็ก กลุ่มละ 2 - 3 คน โดยให้เดก็ เลือกเองหรือตามความเหมาะสม และสร้างข้อตกลงในการเล่นดังนี

- รู้จักแบ่งปนั กนั เล่น -รจู้ ักรอคอยตอ่ จากเพอ่ื น -เลน่ กันเบา ๆ ไมท่ ้าลายให้เสียหาย

- เมือ่ ไดย้ ินสัญญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ กบ็ เกมการศึกษาเข้าท่ี และมานั่งตามสญั ลักษณ์

23. ครใู หเ้ ด็กเล่นเกมภาพตดั ต่อเด็กฟันผโุ ดยครคู อยแนะนา้ อย่างใกลช้ ิด

24. เมื่อเดก็ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเสรจ็ แล้วครแู ละเดก็ ร่วมกันสรุปทบทวนความรทู้ ่ีไดเ้ รียนร้ใู นวันนี

4.สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1. เพลงแปรงฟันและเครอ่ื งเคาะจังหวะ

2. นทิ านเรื่องหนนู ิดไมอ่ ยากแปรงฟัน

2. ส่อื ของจริง ไดแ้ ก่ ทอฟฟ่ี ลูกอม หมากฝรัง่ และขนมกรบุ กรอบ

3. บัตรภาพเด็กฟนั ผุ เด็กอ้วน และเด็กผอม

4. แบบฝกึ ระบายสีรูปภาพขนมที่ไม่มีประโยชน์
5. อุปกรณ์ต่าง ๆ ทจ่ี ัดไว้ตามศูนยก์ ิจกรรมเสรี
6. เกมภาพตดั ต่อเดก็ ฟันผุ
5.การประเมินผล
1. สงั เกตการทา้ ท่าทางประกอบเพลงตามตัวอยา่ งของเดก็
2. สงั เกตการบอกชื่อขนมทไ่ี มม่ ปี ระโยชน์
3. ตรวจผลงานการระบายสภี าพขนมที่ไมม่ ีประโยชน์
4. สังเกตพฤติกรรมการเลน่ ตามมุมประสบการณ์/มมุ เลน่ ต่างๆของเด็ก
5. สังเกตการเลน่ เครื่องเลน่ สนาม
6. สงั เกตการเล่นเกมภาพตดั ตอ่ เดก็ ฟันผุ
6. ภาพผนวก

เพลงแปรงฟัน
แปรงซแิ ปรงแปรงฟนั ฟนั หนูสวยสะอาดดี
แปรงขนึ แปรงลงทุกซี่ สะอาดดเี มอ่ื หนแู ปรงฟนั

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 8 สาระการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่องราวเก่ียวกับตัวเด็กหนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยกนิ ดีมีสุข

วันท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย เครอ่ื งด่ืมที่ไม่มีประโยชน์

1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. เด็กเคล่ือนไหวตามค้าส่ังได้ (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ)
2. เดก็ บอกช่ือเคร่อื งดื่มทไี่ มม่ ีประโยชนไ์ ด้ (กจิ กรรมเสริมประสบการณ)์
3. เด็กป้ันดนิ น้ามันเปน็ วงกลมได้ (กิจกรรมสร้างสรรค์)
4. เด็กเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์/มุมเลน่ ต่างๆ ไดต้ ามวยั (กจิ กรรมเสร)ี
5. เดก็ เล่นเกมส่งบอลได้ (กิจกรรมกลางแจ้ง)
6. เดก็ เล่นเกมจบั คภู่ าพเครื่องดมื่ ท่ไี ม่มปี ระโยชน์เหมือนกนั ได้ (กจิ กรรมเกมการศึกษา)

2.สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ า่ คญั

สาระท่คี วรเรยี นรู้ 1. การเคลอื่ นไหวอยกู่ ับท/ี่ เคล่ือนท่ี
2. การสนทนาและการตอบค้าถาม
1. เคลือ่ นไหวร่างกายตามค้าสัง่ 3. การปนั้ และประดษิ ฐ์สิง่ ต่าง ๆ
2. เครือ่ งดืม่ ทีไ่ ม่มีประโยชน์ 4. การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เลน่ ต่างๆ
3. ปั้นดินน้ามันเป็นวงกลมได้ 5. การเคลื่อนไหวเคล่ือนที่
4. เล่นตามมุมประสบการณ์ 6. การจับคู่ภาพทีเ่ หมอื นกัน
5. การเล่นเกมส่งบอล
6. เกมจับคู่ภาพเครื่องดมื่ ที่ไม่มปี ระโยชนท์ ีเ่ หมือนกนั

3.ขนั ตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)

ขันนา่ (ปฏิบัติหลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบรหิ าร สนทนายามเช้า ตรวจสุขภาพ และเข้าห้องน้า)

กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ (15 นาที)

1. ครูกล่าวทักทายเด็ก และให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกาย เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ บิดตัวไปทางซ้าย บิดตัวไปทางขาว
วง่ิ อยู่กับที่ กระโดดไปข้างหน้า กระโดดไปขา้ งหลงั ประกอบจงั หวะท่ีครูเคาะ และเมื่อได้ยินสญั ญาณนกหวีดให้
หยดุ เคล่อื นไหวในท่านนั ทันที

2. ครูสนทนาแนะน้าการปฏิบัติกิจกรรมเคลื่อนไหวตามค้าสั่งให้เด็กฟัง โดยให้เด็กยืนเป็นวงกลมรอบๆ ห้องเรียน
เมอื่ ไดย้ ินเสียงเคาะจงั หวะให้เดก็ เคล่ือนไหวรา่ งกายไปรอบๆ ห้องตามจังหวะการเคาะจงั หวะช้า – เร็ว และเมื่อ
ได้ยนิ เสยี งนกหวีดให้เด็กหยดุ เคลือ่ นไหวทนั ที

3. ครูให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมเคล่ือนไหวตามค้าส่ังจากครู ดังนี – บินเหมือนนก – กระโดดท่ากบ – ว่ายน้าเหมือน
ปลา โดยให้เด็กปฏิบัติตามค้าส่ังอย่างน้อย 4 - 5 ครัง และหลังจากปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแล้วให้เด็กพักผ่อน
2 – 3 นาที กอ่ นปฏิบตั กิ ิจกรรมต่อไป

ขันสอน

กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที)

4. ครูนา้ บัตรภาพเด็กท่ีมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และบัตรภาพเด็กที่มีสุขภาพร่างกายผอมโทรม มาใหเ้ ดก็ ดูพรอ้ ม
กับสนทนาถงึ รูปร่างลักษณะของเด็กทัง 2 ภาพ จากนันครใู ช้คา้ ถามกับเด็ก ดงั นี – เดก็ ๆ อยากเป็นเหมอื นเด็ก
ในรปู ภาพไหนคะ่ – ท้าไมเด็กคนนันถึงผอมโทรมค่ะ

5. ครูน้าส่ือของจริง ได้แก่ น้าอัดลม ชา กาแฟ และนมจืด มาให้เด็กดู และให้เด็กบอกช่ือส่ิงของที่ครูน้ามาให้ดู
เพื่อทบทวนความรเู้ ดมิ

6. ครูสนทนาถึงโทษของเคร่ืองดื่มท่ีไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเคร่ืองด่ืมท่ีมีประโยชน์ต่อร่างกายจากสิ่งที่ครู
น้ามาให้เด็กดู และอาสาสมัครเด็กออกมาชีเคร่ืองดื่ม โดยครูใช้ค้าถามดังนี – เครื่องด่ืมขวดไหนเป็นเครื่องด่ืม
ท่ไี ม่มีประโยชน์ค่ะ – เคร่อื งดม่ื ขวดไหนเป็นเคร่อื งดม่ื ที่มปี ระโยชน์ค่ะ โดยใหอ้ าสาสมคั รชตี ามคา้ ถามของครู

7. ครูสนทนาถึงเครื่องด่ืมที่ไม่มีประโยชน์และให้เด็กบอกช่ือเครื่องด่ืมที่ไม่มีประโยชน์อย่างน้อยคนละ 1 ช่ือ
จากนันเดก็ และครูร่วมกันสรุปถงึ เครื่องดม่ื ท่ไี ม่มปี ระโยชนอ์ ีกครัง

กจิ กรรมสร้างสรรค์ (30 นาท)ี

8. ครจู ัดเตรยี มวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏบิ ัติกิจกรรมการปั้นดินน้ามัน

9. ครูแนะนา้ วัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏบิ ัติกิจกรรมการปน้ั ดินนา้ มัน

10. ครูสนทนาและสร้างข้อตกลงร่วมกันกับเด็กในการปฏิบัติกิจกรรมการป้ันดินน้ามันเป็นวงกลม โดยสาธิตกา ร

นวดการคลงึ และการบีบดินนา้ มนั จนนมิ่ และปั้นคลึงเป็นวงกลม

11. ครูใหเ้ ดก็ ลงมือปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการป้นั ดนิ นา้ มนั เป็นวงกลม

12. ครูให้เดก็ อาสาสมคั รออกมาน้าเสนอผลงานการปั้นดินน้ามันให้เพื่อนฟัง

13. เด็กและครรู ว่ มกันจดั เก็บวัสดุ-อปุ กรณ์ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมให้เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

กจิ กรรมเล่นเสรี (20 นาท)ี

14. ครูแนะน้าใหเ้ ดก็ รู้จักศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่จัดไวใ้ นห้องเรยี น พรอ้ มทังบอกสิง่ ทีอ่ ยู่ในมุมตา่ ง ๆ และสาธิต

วิธีการเล่น

15. ครสู รา้ งขอ้ ตกลงอย่างง่ายๆ ในการเล่นตามศูนย์ประสบการณต์ า่ ง ๆ ดงั นี

- ร้จู ักแบ่งปันกนั เล่น - เมอ่ื เล่นเสรจ็ เกบ็ ของเข้าท่ี - เลน่ ของเล่นอยา่ งเบาๆ

- เมอื่ ได้ยนิ สญั ญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เกบ็ ของเล่นเขา้ ที่ และมานั่งรวมกันท่หี น้าหอ้ ง

16. ครูให้เด็กเล่นอย่างอสิ ระ เม่อื ครใู ห้สญั ญาณหยดุ ให้เด็กชว่ ยกันเกบ็ ของเขา้ ทใี่ ห้เปน็ ระเบียบเรียบร้อย

กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ (30 นาที)

17. ครพู าเดก็ ลงสู่สนามโดยการเดนิ ตอ่ แถวเป็นรถไฟ

18. ครูใหเ้ ด็กอบอุ่นรา่ งกาย 2 – 3 นาที จากนันอธิบายวิธีการเล่นเกมส่งบอลใหเ้ ดก็ ฟงั

19. ครูใหเ้ ด็กเล่นเกมส่งบอลโดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 - 3 แถว โดยยนื เขา้ แถวตอนลกึ ห่างกนั 1 ช่วงแขน

20. ครูให้เด็กคนแรกยืนท่ีจุดเริ่มต้นของแต่ละแถว จากนันครูให้สัญญาณนกหวีดและให้เด็กส่งบอลข้ามศรีษะไปให้

เพือ่ นคนต่อไป และส่งตอ่ ๆ ไปจนถึงคนสุดทา้ ยของแถว โดยครคู อยใหค้ ้าแนะนา้ และดแู ลเด็กอย่างใกล้ชิด

21. เด็กเลน่ เกมส่งบอลอีก 4 – 5 รอบ ครูจงึ ใหส้ ญั ญาณนกหวีดหมดเวลา

22. ครใู ห้เด็กเตรยี มตัวเข้าแถวไปล้างมอื เพือ่ เตรยี มตวั ไปรับประทานอาหารกลางวัน

หมายเหตุ กิจกรรมการรับประทานอาหารกลางวัน ควรฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร การ

ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เช่น การล้างมือ การแปรงฟัน และเดก็ ควรได้อาบนา้ ทุกวนั ก่อนนอน

พกั ผ่อนในชว่ งเวลากลางวนั

ขันสรุป (ปฏิบตั กิ จิ กรรมในช่วงบา่ ยหลงั จากกจิ กรรมนอนหลับพกั ผ่อนและด่ืมนม)
กิจกรรมเกมการศกึ ษา (20นาท)ี

23. ครูแนะน้าเกมจับคู่ภาพเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ท่ีเหมือนกัน พร้อมทังสาธิตวิธีการเล่นจับคู่ภาพเคร่ืองด่ืมท่ีไม่มี
ประโยชน์ท่ีเหมอื นกันใหเ้ ด็กดู

24. ครแู บ่งกลุ่มเดก็ กลุ่มละ 2 - 3 คน โดยให้เดก็ เลอื กเองหรือตามความเหมาะสม และสรา้ งข้อตกลงในการเล่นดงั นี

- รจู้ ักแบ่งปนั กันเลน่ -รจู้ ักรอคอยต่อจากเพ่อื น -เล่นกนั เบา ๆ ไมท่ ้าลายให้เสียหาย

- เมอ่ื ได้ยนิ สญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เก็บเกมการศึกษาเขา้ ท่ี และมาน่ังตามสัญลักษณ์

25. ครใู หเ้ ด็กเล่นเกมจับคภู่ าพเครือ่ งดืม่ ทไ่ี มม่ ปี ระโยชนท์ ี่เหมือนกนั อย่างอสิ ระ โดยครคู อยแนะนา้ อย่างใกลช้ ดิ

26. เม่ือเดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรมเสรจ็ แล้วครแู ละเด็กร่วมกนั สรปุ ทบทวนความรู้ท่ีได้เรยี นรใู้ นวันนี

4.ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. เคร่อื งเคาะจงั หวะ
2. บตั รภาพเด็กทม่ี ีสขุ ภาพรา่ งกายแข็งแรง และบัตรภาพเดก็ ทม่ี รี า่ งกายผอมโทรม
3. สื่อของจรงิ นา้ อดั ลม ชา กาแฟ และนมจดื
4. แบบฝึกระบายสรี ูปภาพขนมทีไ่ มม่ ปี ระโยชน์
5. อุปกรณต์ า่ ง ๆ ท่จี ัดไว้ตามมุมประสบการณ์
6. ลกู บอล และนกหวดี
7. เกมจบั คภู่ าพเครอ่ื งด่มื ทไี่ ม่มีประโยชน์ท่ีเหมือนกัน

5.การประเมินผล

1. สงั เกตการเคลือ่ นไหวรา่ งกายตามค้าสงั่ 2.สงั เกตการบอกชื่อขนมท่ีไม่มปี ระโยชน์
3. ตรวจผลงานการปั้นดินน้ามัน
4. สงั เกตพฤติกรรมการเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มมุ เล่นต่างๆ ของเดก็
5. สงั เกตการเลน่ เกมสง่ บอล
6. สังเกตการเลน่ เกมจับคูภ่ าพเคร่ืองดื่มที่เหมือนกัน

แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรูก้ ารศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 8 สาระการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ืองราวเกี่ยวกับตัวเด็กหน่วยการเรียนรู้ หนนู อ้ ยกนิ ดมี ีสุข

วันที่ 4 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารจู้ กั วสั ดุ-อปุ กรณ์การทา่ แซนวชิ ทนู า

1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. เด็กเคลอ่ื นไหวตามจงั หวะช้า – เรว็ ได้ (กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ)
2. เด็กบอกชอื่ วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารท้าแซนวชิ ได้ (กิจกรรมเสริมประสบการณ)์
3. เด็กขย้ากระดาษเป็นวงกลมได้ (กิจกรรมสรา้ งสรรค์)
4. เด็กเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเลน่ ต่างๆ ไดต้ ามวัย (กจิ กรรมเสรี)
5. เด็กเล่นเกมยืนขาเดยี วได้ (กจิ กรรมกลางแจง้ )
6. เด็กเล่นเกมภาพตดั ต่อแซนวชิ ได้ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา)

2.สาระการเรียนรู้ ประสบการณส์ ่าคญั

สาระท่คี วรเรยี นรู้ 1. การเคล่อื นไหวเคลอื่ นที่
2. การสนทนาและการตอบคา้ ถาม
1. เคลือ่ นไหวรา่ งกายตามจงั หวะชา้ -เร็ว 3. การประดษิ ฐ์สง่ิ ต่าง ๆ
2. วัสดุ-อปุ กรณก์ ารท้าแซนวิชทูนา่ 4. การเลน่ ตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ
3. ขยา้ กระดาษเป็นวงกลมได้ 5. การเคลื่อนไหวอยกู่ ับท่ี
4. เล่นตามมมุ ประสบการณ์ 6. การตอ่ ของชินเลก็ เติมในชินใหญใ่ ห้สมบูรณ์
5. การเล่นเกมยนื ขาเดียว
6. เกมภาพตดั ต่อแซนวชิ และการแยกสว่ น

3.ขันตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)

ขันนา่ (ปฏิบัตหิ ลังจากเขา้ แถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบรหิ าร สนทนายามเชา้ ตรวจสุขภาพ และเขา้ ห้องน้า)

กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ (15 นาที)

1. ครูกล่าวทักทายเด็ก และให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น ตบมือ ผงกศีรษะ บิดตัวไปทางซ้าย บิดตัวไปทางขาว
ว่ิงอยู่กับที่ กระโดดไปข้างหน้า กระโดดไปข้างหลัง ประกอบจังหวะที่ครูเคาะ และเมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีด
ใหห้ ยดุ เคลอื่ นไหวในท่านันทันที

2. ครสู นทนาแนะน้าการปฏิบัติกิจกรรมเคลื่อนไหวตามจังหวะช้า – เร็วให้เด็กฟัง โดยให้เด็กยืนเป็นวงกลมรอบๆ
ห้องเรียน เม่ือได้ยินเสียงเคาะจังหวะให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปรอบๆ ห้องตามจังหวะการเคาะจังหวะช้า –
เร็ว และเมื่อไดย้ นิ เสียงนกหวีดให้เด็กหยุดเคลอ่ื นไหวทนั ที

3. ครใู ห้เด็กปฏิบัติกจิ กรรมเคล่ือนไหวตามจงั หวะช้า – เรว็ อย่างน้อย 4 - 5 ครงั และหลังจากปฏิบัติกิจกรรมเสร็จ
แล้วใหเ้ ดก็ พักผอ่ น 2 – 3 นาที กอ่ นปฏิบตั กิ จิ กรรมตอ่ ไป

ขันสอน

กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที)

4. ครูน้าสื่อของจริงแซนวิชทูน่ามาให้เด็กดู และสนทนากับเด็กๆ ถึงวัสด-อุปกรณ์ในการท้าแซนวิชทูน่าว่ามี
อะไรบ้าง

5. ครูน้าส่ือของจริง ได้แก่ ผักสลัด น้าสลัด แครอท ขนมปังแซนวิช และปลาทูน่าในน้าเกลือแร่ มาให้เด็กดู และ
ใหเ้ ด็กบอกชอ่ื สง่ิ ของท่คี รูนา้ มาใหด้ เู พื่อทบทวนความรู้เดิม

6. ครูแนะน้าวัสดุ – อุปกรณ์การท้าแซนวิชทูน่าโชว์ให้เด็กดูและครูให้เด็กบอกช่ือวัสดุ – อุปกรณ์การท้าแซนวิช
ทนู า่ ตามครูทลี ะชอ่ื

7. ครูให้เด็กอาสาสมัครออกมา 5 คน เพ่ือถือวัสดุ-อุปกรณ์การท้าแซนวิชทูน่า 5 อย่าง โชว์ให้เพ่ือนดู และให้
เพ่อื นบอกชอื่ วัสดุ – อุปกรณ์ ทีละอยา่ งพรอ้ มกันอกี ครัง

8. เด็กและครรู ว่ มกันสรุปวัสดุ – อุปกรณก์ ารทา้ แซนวชิ ทนู า่

กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ (30 นาที)
9. ครจู ัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการขยา้ กระดาษเป็นวงกลม
10. ครแู นะนา้ วสั ดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบัติกจิ กรรมการขย้ากระดาษเป็นวงกลม
11. ครูสนทนาและสร้างข้อตกลงร่วมกันกับเด็กในการปฏิบัติกิจกรรมการขย้ากระดาษเป็นวงกลม โดยสาธิตการ
ขย้ากระดาษเปน็ วงกลม
12. ครูใหเ้ ดก็ ลงมอื ปฏบิ ัติกจิ กรรมการขย้ากระดาษเปน็ วงกลม
13. ครูให้เดก็ อาสาสมคั รออกมานา้ เสนอผลงานการขย้ากระดาษเป็นวงกลมให้เพื่อนฟัง
14. เด็กและครรู ว่ มกนั จัดเก็บวัสดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏิบตั ิกจิ กรรมใหเ้ ป็นระเบียบเรยี บร้อย

กจิ กรรมเลน่ เสรี (20 นาที)

15. ครแู นะน้าให้เด็กร้จู ักศนู ย์ประสบการณต์ ่าง ๆ ทจ่ี ดั ไว้ในหอ้ งเรียน พร้อมทังบอกสง่ิ ทอี่ ยู่ในมุมตา่ ง ๆ และสาธิต

วิธกี ารเลน่

16. ครสู ร้างขอ้ ตกลงอยา่ งง่ายๆ ในการเลน่ ตามศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ ดังนี

- รจู้ ักแบง่ ปันกนั เลน่ - เม่ือเลน่ เสร็จเก็บของเข้าที่ - เลน่ ของเลน่ อยา่ งเบาๆ

- เม่ือไดย้ ินสัญญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เก็บของเล่นเขา้ ที่ และมาน่ังรวมกันทห่ี น้าห้อง

17. ครใู ห้เด็กเลน่ อย่างอสิ ระ เมอื่ ครูให้สญั ญาณหยดุ ใหเ้ ด็กช่วยกันเก็บของเข้าท่ใี ห้เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย

กิจกรรมการเลน่ กลางแจง้ (30 นาท)ี
18. ครพู าเด็กลงสสู่ นามโดยการเดินต่อแถวเปน็ รถไฟ
19. ครูใหเ้ ดก็ อบอุ่นร่างกาย 2 – 3 นาที จากนนั อธบิ ายวธิ กี ารเล่นเกมยืนขาเดียว
20. ครใู ห้เด็กจบั มือกันเปน็ วงกลม จากนันครูให้สญั ญาณนกหวีดใหเ้ ด็กๆ ยืนขาเดียว และครใู ห้สัญญาณนกหวดี อกี ครงั ให้
เดก็ กลับมายนื ในท่าปกติ
21. ครใู ห้เด็กเลก็ เกมยนื ขาเดยี ว 4 – 5 ครัง จากนันให้เด็กเลน่ อิสระ
22. ครูให้สญั ญาณนกหวดี หมดเวลา ใหเ้ ดก็ ๆ มายืนหน้าสนามเด็กเลน่
23. ครใู หเ้ ด็กเตรยี มตวั เข้าแถวไปลา้ งมอื เพื่อเตรียมตวั ไปรับประทานอาหารกลางวัน

หมายเหตุ กิจกรรมการรับประทานอาหารกลางวัน ควรฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร การ
ดแู ลรักษาความสะอาดของร่างกาย เช่น การล้างมือ การแปรงฟนั และเดก็ ควรไดอ้ าบน้าทุกวันก่อนนอน
พักผ่อนในช่วงเวลากลางวัน

ขนั สรปุ (ปฏบิ ัติกิจกรรมในช่วงบ่ายหลงั จากกจิ กรรมนอนหลับพกั ผอ่ นและด่ืมนม)

กิจกรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

24. ครูแนะนา้ เกมภาพตัดตอ่ แซนวชิ พร้อมทงั สาธติ วธิ กี ารเล่นเกมภาพตัดต่อแซนวิช

25. ครแู บ่งกลุม่ เด็ก กลุ่มละ 2 - 3 คน โดยใหเ้ ดก็ เลอื กเองหรือตามความเหมาะสม และสรา้ งข้อตกลงในการเลน่ ดังนี

- ร้จู กั แบ่งปันกนั เล่น -รูจ้ ักรอคอยตอ่ จากเพือ่ น -เลน่ กันเบา ๆ ไมท่ ้าลายใหเ้ สียหาย

- เมื่อได้ยนิ สญั ญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครัง) ใหเ้ กบ็ เกมการศกึ ษาเขา้ ท่ี และมาน่งั ตามสัญลกั ษณ์

26. ครใู หเ้ ดก็ เลน่ เกมภาพตดั ต่อแซนวชิ โดยครคู อยแนะน้าอยา่ งใกลช้ ิด

27. เมือ่ เด็กปฏิบัตกิ ิจกรรมเสร็จแล้วครูและเดก็ ร่วมกนั สรุปทบทวนความรทู้ ี่ไดเ้ รียนรใู้ นวันนี

4.ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1. เครอ่ื งเคาะจังหวะ
2. สือ่ ของจริง ไดแ้ ก่ แซนวิชทนู า่ ผกั สลัด นา้ สลัด แครอท ขนมปังแซนวิช และปลาทนู ่าในนา้ เกลือแร่
3. เศษกระดาษเหลอื ใช้
4. อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ท่จี ดั ไว้ตามมมุ ประสบการณ์
5. นกหวีด
6. เกมภาพตัดตอ่ แซนวิช

5.การประเมนิ ผล

1. สงั เกตการเคล่อื นไหวตามจังหวะชา้ -เร็ว
2. สังเกตการบอกชอ่ื วสั ดุ-อุปกรณก์ ารทา้ แซนวิช
3. ตรวจผลงานการการขย้ากระดาษเปน็ วงกลม
4. สังเกตพฤตกิ รรมการเลน่ ตามมมุ ประสบการณ/์ มมุ เล่นตา่ งๆ ของเดก็
5. สังเกตการเลน่ เกมยืนขาเดยี ว
6. สงั เกตการเล่นเกมภาพตัดต่อแซนวชิ

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรูก้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 8 สาระการเรียนรูท้ ี่ 1 เรื่องราวเก่ียวกับตวั เด็กหนว่ ยการเรียนรู้ หนนู ้อยกินดีมีสุข

วันท่ี 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารู้จกั วัสดุ-อปุ กรณ์การท่าแซนวิชทนู า

1. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เดก็ เคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงล้างมือ 7 ขันตอนได้ (กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ)
2. เดก็ ลงมือปฏบิ ัตจิ ริงการท้าแซนวิชทูน่าได้ (กจิ กรรมเสริมประสบการณ)์
3. เด็กละเลงสตี ามจนิ ตนาการได้ (กิจกรรมสรา้ งสรรค์)
4. เด็กเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นตา่ งๆ ไดต้ ามวยั (กจิ กรรมเสรี)
5. เดก็ เล่นเกมเดนิ ตามเสน้ ตรงได้ (กิจกรรมกลางแจง้ )
6. เดก็ เลน่ เกมจบั คู่ภาพลกั ษณะเด็กทมี่ รี ปู ร่างเหมือนกันได้ (กิจกรรมเกมการศึกษา)

2.สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์ส่าคัญ

สาระท่คี วรเรยี นรู้ 1. การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
2. การลงมอื ปฏิบัตจิ ริง
1. เคลอื่ นไหวรา่ งกายประกอบเพลงล้างมือ 7 ขนั ตอน 3. การทา้ กิจกรรมศิลปะต่างๆ
2. การลงมอื ปฏิบตั จิ ริงการท้าแซนวิชทูนา่ 4. การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มมุ เลน่ ตา่ งๆ
3. การละเลงสีตามจนิ ตนาการ 5. การเคลอ่ื นไหวเคลื่อนที่
4. เลน่ ตามมมุ ประสบการณ์ 6. การจบั คภู่ าพทีเ่ หมือนกัน
5. การเลน่ เกมเดินตามเส้นตรง
6. เกมจับคภู่ าพลักษณะเด็กที่มีรปู ร่างเหมือนกนั

3.ขันตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขนั น่า (ปฏิบัติหลงั จากเขา้ แถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ กายบริหาร สนทนายามเชา้ ตรวจสุขภาพ และเขา้ ห้องน้า)
กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ (15 นาที)

1. ครกู ล่าวทักทายเดก็ และสนทนาถงึ การลา้ งมือ 7 ขนั ตอน
2. ครเู ปดิ วีซดี เี พลงล้างมือ 7 ขนั ตอนใหเ้ ดก็ ดูพร้อมกับให้เด็กท้าท่าทางประกอบเพลงลา้ งมือ 7 ขันตอนพร้อมกัน
3. เด็กและครูเคลอ่ื นไหวรา่ งกายประกอบเพลงลา้ งมือ 7 ขันตอน
4. ครูใหเ้ ด็กต่อแถวรถไฟ เพื่อไปลา้ งมือใหส้ ะอาดกอ่ นการปฏิบตั จิ รงิ ในกิจกรรมการทา้ แซนวชิ ทูนา่

ขันสอน
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ (20 นาที)

5. ครูจดั เตรยี มวสั ดุ – อปุ กรณก์ ารท้าแซนวิชทูน่า และแนะน้าวัสดุ-อุปกรณ์ให้เด็กฟังอีกครัง
6. ครูสาธิตวธิ กี ารล้างผกั สลดั แครอท และสาธติ การเตรียมผักสลัด และหัน๋ แครอทให้เดก็ ดู
7. ครูสาธิตการประกอบแซนวิชทูน่า โดยการน้าขนมปัง ปลาทูน่า ผักสลัด แครอท และน้าสลัดประกอบเข้า

ดว้ ยกัน โดยให้เดก็ พูดขนั ตอนการทา้ แซนวชิ ทูน่าตามครูทีละขันตอน
8. ครแู บ่งกลมุ่ เด็ก กล่มุ ละ 3 – 4 คน และใหเ้ ด็กนั่งตามโตะ๊ กจิ กรรมกลมุ่
9. ครูแจกวัสดุ – อปุ กรณ์ และใหเ้ ด็กลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ การทา้ แซนวิชทูน่า โดยครูดแู ลอย่างใกลช้ ดิ ทกุ ขันตอน
10. เมื่อเดก็ ท้าเสรจ็ แล้ว ครูใหเ้ ด็กโชวผ์ ลงานการทา้ แซนวชิ ทูน่าของแต่ละกลุ่ม

11. ครูให้เด็กทุกคนชิมรสชาติแซนวิชทูน่า จากให้เด็กร่วมกันเก็บของและท้าความสะอาดให้เรียบร้อย และไปล้าง
มือพร้อมกัน

12. เดก็ และครูรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรมการปฏิบัตจิ รงิ การทา้ แซนวิชทนู า่

กจิ กรรมสร้างสรรค์ (30 นาที)
13. ครจู ดั เตรียมวัสดุ-อปุ กรณ์ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการละเลงสีตามจินตนาการ
14. ครแู นะนา้ วัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบตั ิกิจกรรมการละเลงสีตามจนิ ตนาการ
15. ครูสนทนาและสร้างข้อตกลงร่วมกันกับเด็กในการปฏิบัติกิจกรรมการละเลงสีตามจินตนาการโดยสาธิตการ
ละเลงสใี ห้เดก็ ดู
16. ครใู ห้เด็กลงมือปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการละเลงสตี ามจนิ ตนาการ
17. ครูใหเ้ ด็กอาสาสมคั รออกมานา้ เสนอผลงานการละเลงสีตามจินตนาการให้เพื่อนฟัง
18. เด็กและครรู ่วมกันจัดเก็บวัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมให้เป็นระเบยี บเรยี บร้อย

กจิ กรรมเล่นเสรี (20 นาที)

19. ครูแนะน้าให้เดก็ รูจ้ ักศนู ยป์ ระสบการณต์ ่าง ๆ ท่ีจัดไว้ในห้องเรียน พร้อมทังบอกสงิ่ ทอี่ ยู่ในมุมตา่ ง ๆ และสาธิต

วิธกี ารเลน่

20. ครสู ร้างขอ้ ตกลงอย่างง่ายๆ ในการเล่นตามศนู ยป์ ระสบการณต์ า่ ง ๆ ดงั นี

- ร้จู กั แบ่งปันกันเล่น - เมื่อเล่นเสรจ็ เก็บของเขา้ ท่ี - เล่นของเลน่ อย่างเบาๆ

- เมือ่ ไดย้ ินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ใหเ้ ก็บของเล่นเข้าที่ และมานัง่ รวมกันทหี่ น้าห้อง

21. ครใู ห้เด็กเล่นอย่างอิสระ เมอื่ ครูให้สัญญาณหยุด ให้เด็กชว่ ยกันเกบ็ ของเขา้ ท่ีใหเ้ ป็นระเบียบเรยี บร้อย

กิจกรรมการเลน่ กลางแจง้ (30 นาท)ี
22. ครูพาเด็กลงสสู่ นามโดยการเดนิ ต่อแถวเป็นรถไฟ
23. ครใู ห้เด็กอบอุ่นรา่ งกาย 2 – 3 นาที จากนันอธบิ ายวธิ ีการเลน่ เกมเดินตามเส้นตรง
24. ครูให้เด็กเล่นเกมเดนิ ตามเสน้ ตรงโดยแบง่ เด็กออกเปน็ 2 - 3 แถว โดยยนื เข้าแถวตอนลกึ หา่ งกนั 1 ช่วงแขน
25. ครูใหเ้ ดก็ คนแรกยนื ทจี่ ุดเร่ิมตน้ ของแต่ละแถว จากนนั ครใู หส้ ัญญาณนกหวดี และใหเ้ ดก็ เดนิ ตามเส้นตรง
26. เด็กเลน่ เกมเดนิ ตามเส้นตรงอกี 4 – 5 รอบ ครจู ึงให้สัญญาณนกหวีดหมดเวลา
27. ครใู หเ้ ดก็ เตรยี มตวั เข้าแถวไปลา้ งมอื เพอ่ื เตรยี มตัวไปรับประทานอาหารกลางวนั

หมายเหตุ กิจกรรมการรับประทานอาหารกลางวัน ควรฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร การ
ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เช่น การลา้ งมือ การแปรงฟัน และเด็กควรได้อาบน้าทุกวันก่อนนอน
พักผ่อนในช่วงเวลากลางวนั

ขนั สรปุ (ปฏิบตั ิกิจกรรมในช่วงบ่ายหลังจากกิจกรรมนอนหลับพักผ่อนและด่ืมนม)

กจิ กรรมเกมการศึกษา (20นาท)ี

28. ครแู นะน้าเกมจับคู่ภาพลักษณะเดก็ ทม่ี ีรูปร่างเหมือนกนั พร้อมทังสาธิตวธิ กี ารเล่นเกมใหเ้ ด็กดู

29. ครูแบง่ กลมุ่ เดก็ กลุ่มละ 2 - 3 คน โดยใหเ้ ด็กเลือกเองหรือตามความเหมาะสม และสรา้ งข้อตกลงในการเล่นดังนี

- รูจ้ ักแบ่งปันกนั เล่น -รู้จักรอคอยตอ่ จากเพ่อื น -เลน่ กันเบา ๆ ไมท่ ้าลายใหเ้ สียหาย

- เมอื่ ได้ยินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครงั ) ให้เก็บเกมการศึกษาเข้าท่ี และมานง่ั ตามสัญลักษณ์

30. ครใู ห้เด็กเล่นเกมจับคภู่ าพลักษณะเดก็ ที่มีรปู ร่างเหมือนกันโดยครูคอยแนะน้าอย่างใกล้ชดิ

เม่อื เด็กปฏิบตั ิกิจกรรมเสร็จแลว้ ครแู ละเด็กร่วมกันสรุปทบทวนความรู้ท่ีได้เรียนรู้ในวนั นี

4.ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1. วซี ดี เี พลงล้างมือ 7 ขนั ตอน
2. ส่ือของจรงิ ไดแ้ ก่ แซนวิชทนู า่ ผกั สลดั น้าสลดั แครอท ขนมปังแซนวิช และปลาทนู า่ ในน้าเกลอื แร่
3. สอ่ื ของจรงิ ภาชนะเครื่องครวั ต่าง ๆ ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการท้าแซนวชิ ทูน่า
4. กระดาษเอ4 และสนี ้า
5. อุปกรณ์ต่าง ๆ ทจ่ี ดั ไวต้ ามมุมประสบการณ์
6. นกหวดี
7. เกมจบั คูภ่ าพลักษณะเด็กทมี่ ีรูปร่างเหมือนกนั

5.การประเมนิ ผล

1. สังเกตการเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลงลา้ งมอื 7 ขันตอน
2. สงั เกตการลงมอื ปฏิบตั จิ ริงการทา้ แซนวชิ ทนู า่
3. ตรวจผลงานการละเลงสีตามจนิ ตนาการ
4. สังเกตพฤติกรรมการเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเลน่ ตา่ งๆ ของเดก็
5. สังเกตการเลน่ เกมเดนิ ตามเส้นตรง
6. สงั เกตการเล่นเกมจบั ค่ภู าพลักษณะเดก็ ที่มีรูปรา่ งเหมือนกนั

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาห์ที.่ ....9......... สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..1…เรื่องราวเก่ียวกบั ตัวเดก็ ……….

หน่วยการเรียนรู้ ...........หนูนอ้ ยปลอดภัยไวก้ ่อน...............

ความคดิ รวบยอด ภยั อนั ตรายน้ันมีอยู่รอบ ๆ ตวั เรา เราจึงตอ้ งระมดั ระวังความปลอดภยั ของตนเองเสมอ ทัง้ ใน

การเลน่ ความปลอดภยั ในการใช้รถ-ใชถ้ นน การขา้ มถนน ความปลอดภัยในการเล่นน้า เพื่อความปลอดภัยของ

ตวั เราเอง

วิธกี ารปฏิบตั ติ นในการเล่นนา้ บอกชอื่ ชนิดของของเล่น

รจู้ กั อันตรายในการเลน่ นา้

ความปลอดภยั ในการใช้รถตู้ ความปลอดภยั ความปลอดภยั
ในการเล่นนา้ ในการเลน่

ความปลอดภัยในการ หนนู อ้ ยปลอดภยั ไว้ก่อน ความปลอดภัยในการเลน่
ใชร้ ถ-ใช้ถนน

การระมดั ระวงั ตนเองในการเดนิ ทางโดยรถชนิดตา่ งๆ อุบตั เิ หตุจากเครอ่ื งใช้ไฟฟา้

บอกช่ือของมีคม ความปลอดภัย ความปลอดภัย
ในใชข้ องมคี ม การใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้า

การป้องกนั ภยั จากเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้

ความปลอดภยั ในการใช้ของมคี ม

สง่ิ ทเี่ ด็กรแู้ ล้ว สิ่งท่เี ดก็ ต้องการรู้ สิ่งท่เี ด็กควรรู้
1. วธิ กี ารเลน่ 1. ความปลอดภัยในการเล่น
1. ชอ่ื ของเล่น 2. การเดนิ ทางโดยรถชนิดตา่ งๆ 2. ความปลอดภยั ในการใช้รถ-ใช้ถนน
2. ชื่อเครอื่ งเล่นสนาม 3. สถานท่ใี นการเล่นน้า 3. ความปลอดภยั ในการเล่นนา้
3. ชือ่ รถชนดิ ตา่ งๆ 4. บอกชือ่ ของมีคม 4. ความปลอดภัยในใช้ของมีคม
4. กิจกรรมการเล่นน้า 5. ความปลอดภัยในใชเ้ ครื่องใช้ฟา้
5.อบุ ัตเิ หตุจากเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้

ตารางวิเคราะห์สาระการเรยี นร้ทู ี่ควรเรียนรู้ สภาพที่พึงประสงคแ์ ละการประเมินพัฒนาการ (DSPM)

สาระการเรยี นรู้ การประเมิน

หนว่ ยการเรียนรู้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สา้ คัญ พัฒนาการ (DSPM)

หน่วยที่ 4 หนูน้อย 1.การเลน่ เครือ่ ง - การเคล่อื นไหวและ 1.เด็กรู้จักรอให้ถึง
การทรงตวั
ปลอดภัยไว้ก่อน คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ เลน่ สนาม รอบของตนเองใน
1. ความปลอดภยั ใน ท2่ี .1.ใช้กลา้ มเนือใหญ่ 2.การเล่นของเลน่ - การแสดงอารมณ์ที่ การเลน่ โดยมผี ูใ้ หญ่
หรือส่งิ ต่าง ๆ เด็ก เป็นสุข
การเล่น ไดเ้ หมาะสมกับวยั คอยบอก
2. ความปลอดภยั ใน คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ควรระมดั ระวัง - การควบคมุ อารมณ์ 2.พูดถึงเหตุการณ์ที่
และการแสดงออก เกดิ ขึนไปใหมๆ่ ได้
การใชร้ ถ-ใช้ถนน ท2่ี .2ใชก้ ลา้ มเนือและ ความปลอดภัย - การเลน่ รวมกล่มุ กับ 3.เลอื กวตั ถุตามค้าสง่ั

3. ความปลอดภัยใน และประสานสัมพันธ์มือ- ขณะเลน่ ไม่ให้เกดิ เพอื่ น ได้

การเล่นนา้ ตาไดเ้ หมาะสมกบั วยั อนั ตรายต่อตนเอง - การยืดหยุ่น

4. ความปลอดภยั ในใช้ คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ และคนรอบขา้ ง ความคดิ 4.พูดตอบรบั และ
- การรักษาความ
ของมคี ม ท่ี 3.ค้านึงถงึ ความ ปลอดภยั ปฏเิ สธได้
- การคดิ ตดั สินใจ 5.พูดตดิ ต่อกัน3-4ค้า
5. ความปลอดภัยในใช้ 4.1ปรับตวั เขา้ กับ ปลอดภัยของ แก้ปัญหา ได้อย่างน้อย 4
ความหมาย
เครื่องใช้ฟา้ สิ่งแวดลอ้ มใกล้ตวั ได้ ตนเองและผอู้ น่ื

คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ควรเคารพกฎ

ท่ี จราจร และปฏบิ ัติ ในเรื่องงา่ ย ๆ ด้วย

4.2เล่นและท้ากจิ กรรม ตามอยา่ งเครง่ ครดั ตนเอง

กบั ผู้อ่นื ไดต้ ามวัย ด้วยการขา้ มถนน - การจดจอ่ ใส่ใจ

คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ตรงทางม้าลาย - การเช่ือมโยง

ท่ี หรอื ใชส้ ะพานลอย ประสบการณ์เดิม

7.1สนใจและเรียนรสู้ ิง่ 4. ความปลอดภยั - การฟงั เสียงต่าง ๆ

ตา่ งๆรอบตัว ในการเล่นนา้ รอบตวั

- การสงั เกตวตั ถหุ รือ

สงิ่ ของที่มีสสี นั และ

รูปทรงทีแ่ ตกต่างกนั

แนวการจัดประสบการณ์การเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ท.่ี ....9......... สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..1…เรอ่ื งราวเก่ียวกบั ตัวเดก็ ……….

หน่วยการเรียนรู้ ...........หนูน้อยปลอดภยั ไว้ก่อน...............

กจิ กรรม เคลือ่ นไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสรา้ งสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเลน่ กลางแจ้ง เกมการศกึ ษา
วนั ท่ี และจังหวะ วงกลม - เกมจับคภู่ าพ
- ป้นั ดนิ น้ามนั ตาม - เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ - การวงิ่ เก็บของ ของเลน่ กับเงา
1 - เคล่อื นไหวร่างกาย ความปลอดภัยใน จินตนาการ เลอื กเล่นในศูนย์ เป็นทมี
ประกอบเพลง การเล่น ตามความสนใจและ - เกมจดั หมวดหมู่
2 -เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย คน้ หาความถนัด - เลน่ เครือ่ งเล่น สขี องเล่น
ตามขอ้ ตกลง ของตนโดยจัดให้ สนามอยา่ ง
3 สอดคลอ้ งกบั หนว่ ย อสิ ระ -เกมจบั ค่ภู าพที่
เคล่ือนไหวรา่ งกาย ความปลอดภัยใน - ระบายสภี าพเดก็ การเรยี นรู้ เหมือนกันของ
4 แบบผู้นา้ ผตู้ าม การใชร้ ถ-ใช้ถนน เล่นของเลน่ ดว้ ยสี -เล่นทราย เลน่
5 เทียน - เปดิ โอกาสใหเ้ ด็ก
ไดเ้ ลือกเลน่ ในศูนย์ - เล่นเคร่ืองเล่น -เกมภาพตดั ต่อ
เคล่อื นไหวร่างกาย ความปลอดภยั ใน - พมิ พภ์ าพด้วยน้ิว ตามความสนใจและ สนามอย่าง เคร่ืองเลน่ สนาม
คน้ หาความถนัด อิสระ
ประกอบเพลง การเล่นนา้ มอื ของตนโดยจดั ให้ - เกมเรยี งลา้ ดับ
สอดคล้องกับหนว่ ย - การเล่นลกู บอล ขนาดลกู บอลจาก
เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย ความปลอดภัยในใช้ - เป่าสอี ิสระ การเรยี นรู้ อย่างอสิ ระ เล็กไปใหญ่
อยา่ งอิสระ ของมีคม - เปิดโอกาสให้เด็ก
ได้เลือกเล่นในศูนย์
เคลอื่ นไหวรา่ งกาย ความปลอดภยั ในใช้ - ระบายสภี าพของ ตามความสนใจและ
คน้ หาความถนดั
แบบ Brain Based เครื่องใชฟ้ ้า เลน่ ด้วยสีเทยี น ของตนโดยจัดให้
สอดคล้องกับหนว่ ย
Learning การเรยี นรู้
- เปิดโอกาสใหเ้ ดก็
ไดเ้ ลือกเล่นในศนู ย์
ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนดั
ของตนโดยจัดให้
สอดคล้องกบั หน่วย
การเรยี นรู้

- เปิดโอกาสให้เดก็ ได้
เลือกเลน่ ในศูนย์
ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนัด
ของตนโดยจดั ให้
สอดคล้องกับหน่วย
การเรยี นรู้

แนวการจัดประสบการณ์การเรยี นรูก้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ่ี.....10......... สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..1…เรอ่ื งราวเกย่ี วกับตวั เด็ก……….

หนว่ ยการเรยี นรู้ ...........หนูนอ้ ยปลอดภยั ไว้ก่อน...............

กจิ กรรม เคล่อื นไหว เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมมุ การเลน่ กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วนั ที่ และจังหวะ วงกลม
ระบายสภี าพรถ - เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ การเลน่ เครอ่ื งเลน่ เกม เรยี งลา้ ดับ
เคลอื่ นไหวรา่ งกาย ชือ่ รถชนดิ ต่างๆ เลอื กเล่นในศูนย์ สนาม ขนาดภาพรถชนิด
ตามจนิ ตนาการ กลิง้ สีจากลูกแกว้ ตาม ตามความสนใจและ ตา่ งๆจากเล็กไป
การระมัดระวังตนเอง จนิ ตนาการ คน้ หาความถนัด ใหญ(่ 3ภาพ)
1 ในการเดินทาง ของตนโดยจดั ให้
ฉกี ปะ ตดิ สอดคล้องกับหนว่ ย เลน่ เกมเดินเหยียบ เกมภาพตัดต่อเด็ก
เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย การระมดั ระวงั ตนเอง ตกแต่งภาพรถตู้ การเรียนรู้ เชือกรปู สามเหล่ยี ม ขา้ มถนน
ตามสญั ญาณ ในการใชร้ ถตู้ - เปิดโอกาสให้เด็กได้
- ระบายสภี าพเดก็ เลือกเลน่ ในศูนย์ การเล่นเครอื่ งเลน่ เกมภาพตัดตอ่ ภาพ
2 อันตรายในการเล่นน้า ว่ายน้าด้วยสีเทียน ตามความสนใจและ สนาม รถตู้
คน้ หาความถนัด
เคลอื่ นไหวร่างกาย วธิ กี ารปฏบิ ัติตนใน - ปั้นดินนา้ มนั ตาม ของตนโดยจดั ให้ - การเล่นลกู บอล - เกมจบั คู่ภาพ
พร้อมอปุ กรณ์ การเล่นน้า จินตนาการ สอดคลอ้ งกับหน่วย อยา่ งอสิ ระ อปุ กรณ์ในการว่าย
การเรยี นรู้ น้ากับเงา
3 - เปิดโอกาสให้เดก็ ได้
เลอื กเล่นในศูนย์ - เล่นเคร่อื งเล่น - เกมภาพตดั ต่อ
- เคลื่อนไหวร่างกาย ตามความสนใจและ สนามอยา่ ง เดก็ ว่ายน้า
ประกอบเพลง “ว่าย คน้ หาความถนัด อิสระ
นา้ ” ของตนโดยจดั ให้
4 สอดคล้องกับหน่วย
การเรยี นรู้
เคลอื่ นไหวร่างกาย - เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้
แบบผนู้ ้าผู้ตาม เลอื กเลน่ ในศูนย์
5 ตามความสนใจและ
ค้นหาความถนัด
ของตนโดยจัดให้
สอดคล้องกับหน่วย
การเรยี นรู้
- เปิดโอกาสให้เดก็ ได้
เลอื กเล่นในศูนย์
ตามความสนใจและ
คน้ หาความถนัด
ของตนโดยจดั ให้
สอดคลอ้ งกับหนว่ ย
การเรยี นรู้

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้กู ารศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาหท์ ี่ 9 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

วนั ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ หนนู ้อยปลอดภยั ไว้ก่อน สาระการเรียนรู้ ความปลอดภัยในการเลน่

1.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เดก็ เคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบเพลงได้

2) เด็กบอกช่ือชนิดของของเล่นได้

3) เด็กบอกความปลอดภัยในการเล่นได้

4) เด็กปัน้ ดินนา้ มันตามจนิ ตนาการได้

2.สาระการเรยี นรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การเคลอ่ื นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายตามจังหวะดนตรี 1) ใชก้ ล้ามเนื้อเล็กท้างานประสานสัมพันธร์ ะหวา่ งมือ – ตา

2) การประสานสมั พนั ธ์ของกล้ามเนื้อและระบบประสาท 2) มจี ินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์

3) การบอกชื่อของเลน่ ของใช้ทอ่ี ยู่รอบตวั 3) อยากเรยี นร้สู ง่ิ ต่งๆ

4) การปัน้ ดินนา้ มัน 4) มีจนิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์

3.ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม

ข้นั นา

1. เด็กนัง่ เปน็ วงกลมร่วมกบั ครู

2. ครเู ปิดเพลง “เกบ็ ของ” เดก็ น่ังปรบมือตามจังหวะเพลง และทา้ ทา่ ทางประกอบเพลง

ข้นั สอน

3. ครูตั้งค้าถามเก่ียวกบั ความปลอดภัยในการเล่นให้เด็กตอบส้ันๆ

- “เดก็ รจู้ ักของเลน่ ไหม?”

- “เด็กรู้จักความปลอดภัยในการเล่นไหม?”

- “เด็กเล่นของเล่นสนามเดก็ เลน่ ตอ้ งทา้ อยา่ งไรถงึ จะปลอดภัยคะ?”

เดก็ ตอบอย่างอิสระครคู อยแนะน้า

4. ครูน้าของเล่นตา่ งมาให้เด็กดแู ละเลา่ เรื่องราวเกยี่ วกับความปลอดภัยในการเล่นใหเ้ ดก็ ฟงั

5. ครแู จกดินน้ามันใหก้ ับเด็กป้ันตามจนิ ตนาการ

6. เสร็จแล้วเด็กโชวผ์ ลงานใหค้ รแู ละเพอ่ื นๆดู

7. ครพู าเด็กลงเล่นเครื่องเล่นสนามพร้อมกบั อธบิ ายวิธีการเลน่ ท่ปี ลอดภัย

8. เกมจบั คู่ภาพของเลน่ ท่เี หมอื นกนั

ขน้ั สรปุ

9. ครแู ละเด็กพดู คยุ ถาม-ตอบ ขอ้ สงสยั และทบทวนการเรยี น

4.สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1) เพลงเกบ็ ของ 2) ของเลน่ ต่างๆ 3) ดนิ นา้ มัน 4) เกมจับคู่ภาพของเลน่ ทเี่ หมือนกัน

5.การประเมินผล

1) สงั เกตกาเคลอ่ื นไหวรา่ งกายประกอบเพลง “เก็บของ” 2)สังเกตการณบ์ อกชอ่ื ของเล่น

3) สังเกตการณบ์ อกความปลอดภยั ในการเล่น 4) สงั เกตการป้ันดนิ น้ามัน

แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 9 สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เร่ืองราวเกี่ยวกับตวั เดก็

วันท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ หนนู ้อยปลอดภยั ไวก้ ่อน สาระการเรียนรู้ ความปลอดภัยในการเล่นน้า

1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) เด็กเคล่ือนไหวร่างกายแบบผู้นา้ ผตู้ ามได้ 2) เด็กบอกวธิ ีในการล่นนา้ อยา่ งถูกวิธีได้

3) เดก็ ร้จู กั อันตรายจากการเล่นนา้ 4) เดก็ ระบายสีภาพเด็กเลน่ ของเล่นได้

2.สาระการเรยี นรู้

สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

1) การเคลื่อนไหวร่างกายแบบผนู้ ้าผูต้ าม 1) ใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ ท้างานประสานสัมพันธร์ ะหว่างมือ – ตา

2) การบอกประเภทของเลน่ 2) มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

3) การระบายสี 3) มพี ัฒนาการด้านกล้ามเนอ้ื มดั เล็กและมดั ใหญ่

3.ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม

ขั้นนา

1) ครแู นะน้ากจิ กรรมทจี่ ะปฏิบตั ิในวนั นี้ คือ การเคล่ือนไหวร่างกายแบบผ้นู า้ ผตู้ าม ครูใหเ้ ด็กอาสามาเป็นผนู้ า้ ใน

การเคลอ่ื นไหว,เด็กและครเู คลอื่ นไหวรา่ งกายตามผู้นา้ พร้อมกนั 1-2 รอบตามความเหมาะสม

ขั้นสอน

2) ครนู ้าบัตรภาพและการเล่นน้าอยา่ งถูกวิธีมาร่วมสนทนาเกีย่ วกบั การเลน่ น้าอยา่ งถกู วิธี

3) ครยู กตวั อย่างการเลน่ นา้ อยา่ งถกู วธิ ีให้เด็กดู เพ่ือเลน่ น้าใหถ้ ูกต้องและปลอดภัย

4) ครูแนะน้าวัสดุ-อุปกรณ-์ สาธติ การในการปฏบิ ัติกิจกรรมการระบายสภี าพเด็กเลน่ น้าและใหเ้ ด็กปฏบิ ัติ

5) ครูแนะน้าและอธิบายกฎกติกา วิธีการเล่นน้าดังน้ี

- ครูอธบิ ายการเลน่ นา้ อยา่ งปลอดภัย ตั้งขอ้ ตกลงในการเล่นนา้ ให้เด็กเลน่ น้าอยา่ งอสิ ระโดยมคี รูคอยดูแล

อยา่ งใกล้ชิด

- เมอื่ ครูเป่านกหวดี ให้สัญญาณเดก็ คนเขา้ แถวไปล้างมือ ท้าความสะอาดรา่ งกาย

6) ครใู หเ้ ด็กเลน่ นา้ อยา่ งอิสระเสรี หลงั จากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กท้าความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมทง้ั เกบ็ ของเขา้ ที่ให้

เรยี บร้อย

7) ครแู นะนา้ และสาธติ วธิ กี ารเล่นเกมจัดหมวดหมู่ของอุปกรณก์ ารเลน่ นา้ ใหเ้ ด็กสังเกต

8) ครูใช้คา้ ถามเพ่ือรว่ มกนั สนทนารายละเอยี ดของหมวดหมู่สีของอปุ กรณ์การเลน่ น้าท่ีแต่ละกลมุ่ ได้รบั

9) เด็กเลน่ เกมจัดหมวดหมู่ของอปุ กรณ์การเล่นน้าโดยมีครูดูแลและใหค้ ้าแนะนา้ ในการเลน่ ทีถ่ กู ต้อง

ขั้นสรปุ

10) ครแู ละเด็กพูดคยุ ถาม-ตอบ ขอ้ สงสยั และทบทวนการเรยี น

4.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1) เครือ่ งเคาะจังหวะ 2) บัตรภาพวิธีการเลน่ น้า ๓) นกหวีด

4) เกมจัดหมวดหมู่ของอุปกรณ์การเล่นน้า 4) มุมเสรีต่างๆในหอ้ งเรียน

5.การประเมินผล

1) สงั เกตการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายแบบผู้น้าผูต้ าม 2) สังเกตการเลน่ น้าอย่างถูกวิธี

3) สังเกตการระบายสีภาพเด็กเลน่ ของเลน่

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาหท์ ี่ 9 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 1 เรอ่ื งราวเก่ียวกับตัวเด็ก

วนั ที่ 3 หน่วยการเรยี นรู้ หนูน้อยปลอดภัยไวก้ ่อน สาระการเรยี นรู้ความปลอดภยั ในการใช้รถ - ใช้ถนน

1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) เด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบเพลงรถไฟได้

2) เด็กบอกการระมดั ระวังตนเองในการเดินโดยรถชนดิ ต่างๆได้

3) เดก็ บอกความปลอดภัยในการใช้รถตูไ้ ด้ เดก็ พิมพ์ภาพด้วยน้วิ มือได้

2.สาระการเรยี นรู้

สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การทา้ ทา่ ทางประกอบเพลง 1) ใชก้ ลา้ มเน้อื เลก็ ทา้ งานประสานสัมพนั ธร์ ะหว่างมือ – ตา

2) การบอกชอ่ื ของเล่น 2) มจี ินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์

3) การพิมพภ์ าพด้วยนว้ิ มือ 4) มพี ฒั นาการด้านกลา้ มเน้ือมัดเลก็ และมัดใหญ่

3.ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม

ขนั้ นา

1) ครใู หเ้ ดก็ ก้าหนดพืน้ ทีว่ า่ งในการเคล่อื นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง

2) ครแู นะนา้ กิจกรรมทีจ่ ะปฏิบตั ใิ นวันนี้ คอื การเคล่อื นไหวรา่ งกายประกอบเพลง “รถไฟ” ครรู ้องเพลง “รถไฟ”

แลว้ ใหเ้ ดก็ ร้องตามทลี ะวรรค,เดก็ และครรู อ้ งเพลง “รถไฟ” พร้อมกนั 2 รอบ

ข้นั สอน

2) ครนู า้ บัตรภาพและการเล่นอย่างถูกวธิ มี ารว่ มสนทนาเก่ียวกบั การเล่นอยา่ งถกู วธิ ี

3) ครยู กตวั อย่างการเลน่ อย่างถกู วธิ ีใหเ้ ดก็ ดู (เล่นให้ถูกประเภท,ไมป่ นี ปา่ ย,ไมน่ ้าของเล่นเข้าปาก) เพื่อเล่นของ

เลน่ ใหถ้ ูกต้อง

4) ครแู นะน้าวัสดุ-อุปกรณ-์ สาธิตการในการปฏบิ ัติกิจกรรมพมิ พ์ภาพด้วยนิว้ มือและใหเ้ ด็กปฏิบัตพิ ร้อมชนื่ ชม

ผลงาน

5) ครูแนะนา้ และอธบิ ายกฎกตกิ าวิธีการเล่นทรายดงั นี้

- ครอู ธบิ ายการเลน่ อย่างปลอดภยั ตั้งข้อตกลงในการเล่นทรายและใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอิสระโดยมคี รูคอย

ดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ ,เมือ่ ครเู ป่านกหวดี ใหส้ ัญญาณเด็กคนเข้าแถวไปล้างมือ ทา้ ความสะอาดร่างกาย

6) ครใู หเ้ ดก็ เลน่ อยา่ งอสิ ระเสรี หลังจากเลิกเลน่ ให้เดก็ ท้าความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มทั้งเกบ็ ของเข้าทใ่ี ห้เรียบร้อย

7) ครแู นะนา้ และสาธติ วธิ ีการเล่นเกมจับคู่ภาพที่เหมือนกันของของเล่นใหเ้ ด็กสังเกต

8) ครใู ชค้ ้าถามเพื่อรว่ มกันสนทนารายละเอียดของภาพเหมอื นของเลน่ ท่ีแต่ละกล่มุ ได้รับ

9) เด็กเลน่ เกมจับคภู่ าพที่เหมือนกันของเล่นโดยมีครูดูแลและให้ค้าแนะน้าในการเลน่ ท่ีถูกตอ้ ง

ข้ันสรปุ

10) ครแู ละเด็กพูดคุย ถาม-ตอบ ขอ้ สงสยั และทบทวนการเรยี น

4.สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

1) เพลงรถไฟ 2) บตั รภาพวิธกี ารเล่นของเล่น 3) สโี ปสเตอร์ 4) ใบงาน 5) ศนู ยท์ ราย

6) เกมจับคู่ภาพทเ่ี หมือนกนั 7) มุมเสรตี ่างๆในห้องเรียน 8) นกหวดี

5.การประเมนิ ผล

1) สังเกตการเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลงรถไฟ 2) สงั เกตการเล่นอย่างถูกวธิ ี 3) สงั เกตการพมิ พภ์ าพดว้ ย

นวิ้ มอื

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรกู้ ารศึกษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาห์ที่ 9 สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรื่องราวเก่ียวกับตัวเดก็

วนั ที่ 4หน่วยการเรยี นรู้ หนูน้อยปลอดภัยไว้ก่อน สาระการเรยี นรู้ ปลดภัยในกาเลน่ สนาม

1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) เด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระได้ 2) เด็กบอกชื่อของเล่นได้

3) เด็กรูจกั ความปลอดภยั ในกาเลน่ 4) เด็กเปา่ สอี สิ ระได้

2.สาระการเรียนรู้

สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) การเคล่อื นไหวรา่ งกายอา่ งอิสระ 1) ใชก้ ลา้ มเนือ้ เล็กทา้ งานประสานสัมพันธร์ ะหว่างมือ – ตา

2) การเล่นเครอื่ งเล่นสนาม 2) มีจนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์

3)การเป่าสีอิสระ 3) มีพฒั นาการด้านกลา้ มเน้ือมัดเล็กและมัดใหญ่

3.ขนั้ ตอนการจัดกิจกรรม

ขั้นนา

1) ครูให้เด็กกา้ หนดพน้ื ที่ว่างในการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายดว้ ยตนเอง
2) ครแู นะนา้ กจิ กรรมทจ่ี ะปฏิบัติในวันนี้ คอื การเคลอื่ นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระ (กระโดด,เต้น,หมนุ ตัว,ยา่้ เท้า)

และใหเ้ ด็กปฏิบตั ิ
ขัน้ สอน

3) ครูน้าบตั รภาพและการเล่นอย่างถูกวิธมี ารว่ มสนทนาเก่ียวกบั การเลน่ อยา่ งถูกวิธี

4) ครูยกตวั อยา่ งการเลน่ อย่างถกู วิธีให้เด็กดู (เลน่ ใหถ้ ูกประเภท,ไมป่ นี ปา่ ย,ไมน่ า้ ของเล่นเข้าปาก) เพ่ือเลน่ ของ

เลน่ ใหถ้ ูกต้อง

5) ครแู นะนา้ วสั ดุ-อุปกรณ-์ สาธิตการปฏิบัตกิ ิจกรรมเป่าสอี ิสระและใหเ้ ด็กปฏิบตั ิพร้อมช่ืนชมผลงาน
6) ครูแนะนา้ และอธบิ ายกฎกติกา วิธีการเล่นเคร่อื งเล่นสนามดงั น้ี

- ครอู ธบิ ายการเลน่ อย่างปลอดภยั ตงั้ ข้อตกลงในการเลน่ เครอื่ งเลน่ สนามและให้เด็กเล่นอยา่ งอสิ ระโดยมี
ครคู อยดูแลอย่างใกลช้ ดิ

- เมื่อครเู ป่านกหวีดใหส้ ญั ญาณเด็กคนเขา้ แถวไปล้างมือ ท้าความสะอาดร่างกาย
7) ครใู ห้เด็กเล่นตามมมุ อย่างอิสระเสรี หลงั เลิกเล่นให้เด็กทา้ ความสะอาดอุปกรณ์ และเกบ็ ของเขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อย
8) ครูแนะนา้ และสาธิตวธิ กี ารเลน่ เกมภาพตัดต่อเครื่องเลน่ สนามให้เด็กสงั เกต

9) ครใู ชค้ ้าถามเพ่ือรว่ มกันสนทนารายละเอียดของภาพตัดต่อเครื่องเลน่ สนามที่แตล่ ะกลุ่มไดร้ ับ
10) เด็กเล่นเกมตัดตอ่ ภาพเครอ่ื งเล่นสนามโดยมคี รูดูแลและใหค้ ้าแนะน้าในการเล่นที่ถูกตอ้ ง
ข้ันสรุป
11) ครูและเด็กพดู คุย ถาม-ตอบ ข้อสงสัย และทบทวนการเรยี น
4.ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้

1) เครอ่ื งเคาะจังหวะ 2) บตั รภาพวิธกี ารเลน่ เครื่องเลน่ สนาม 3) สีโปสเตอร์+ถาดส+ี หลอด 4) ใบงาน

5) เครื่องเลน่ สนาม 6) เกมภาพตัดตอ่ เครอ่ื งเล่นสนาม 7) มมุ เสรีตา่ งๆในห้องเรยี น 8) นกหวดี
5.การประเมินผล

1) สังเกตการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายอยา่ งอสิ ระ 2) สังเกตการเล่นเคร่อื งเลน่ สนาม 3) สงั เกตการเป่าสีอิสระ

แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี

สัปดาห์ที่ 9 สาระการเรยี นรู้ ที่ 1 เรอื่ งราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

วันที่ 5 หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูน้อยปลอดภยั ไว้ก่อน สาระการเรยี นรู้ ความปลอดภยั ในใช้

เครือ่ งใช้ไฟฟา้

1.จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) เด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบ BBL ได้ 2)เดก็ บอกความปลอดภัยในการเลน่ ได้

3) เด็กระบายสภี าพของเล่นด้วยสเี ทียนได้

2.สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

1) การเคลื่อนไหวร่างกายแบบ BBL 1) ใชก้ ลา้ มเนอื้ เล็กท้างานประสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมือ – ตา

2) ความปลอดภัยในการเลน่ 2) มีจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์

3)การระบายสีดว้ ยสเี ทียน 3) มพี ัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเลก็ และมดั ใหญ่

3.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม

ขน้ั นา

1) ครูใหเ้ ด็กกา้ หนดพืน้ ทวี่ ่างในการเคลื่อนไหวรา่ งกายด้วยตนเอง

2) ครแู นะน้ากจิ กรรมท่ีจะปฏิบตั ิในวันน้ี คือ การเคล่ือนไหวร่างกายแบบ BBL เพลง “นกกระจิบ” ครูร้องเพลง

“นกกระจิบ” แลว้ ให้เด็กรอ้ งตามทีละวรรค,เด็กและครูร้องเพลง “นกกระจิบ” พร้อมท้าท่าจีบมือประกอบ

ขัน้ สอน

2) ครูนา้ บัตรภาพความปลอดภยั ในใชเ้ ครือ่ งใช้ไฟฟ้า มาร่วมสนทนาอยา่ งปลอดภยั

3) ครยู กตวั อยา่ งความปลอดภัยในการใช้เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ใหเ้ ด็กดู (ความปลอดภัยจากเคร่ืองเลน่ ทใ่ี ช้แรง,ความ

ปลอดภัยจากปลก๊ั ไฟ,ความปลอดภัยจากการใช้พดั ลม,ความปลอดภยั การเปดิ -สวิตช์ไฟ) เพื่อใช้เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ได้

อยา่ งปลอดภัย

4) ครูแนะน้าวัสดุ-อุปกรณ-์ สาธิตการปฏิบตั กิ ิจกรรมระบายสภี าพของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าด้วยสเี ทยี นและใหเ้ ด็กปฏิบัติ

พร้อมชนื่ ชมผลงาน

5) ครแู นะนา้ และอธิบายกฎกตกิ า วธิ ีการเลน่ ลูกบอลอย่างอสิ ระดงั นี้

- ครูอธบิ ายการเลน่ อย่างปลอดภยั ตั้งข้อตกลงในการเล่นลูกบอลและใหเ้ ด็กเล่นอยา่ งอิสระโดยมคี รูคอย

ดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ

- เมือ่ ครเู ปา่ นกหวีดใหส้ ญั ญาณเดก็ คนเขา้ แถวไปลา้ งมอื ท้าความสะอาดรา่ งกาย

6) ครใู ห้เด็กเลน่ ตามมุมอย่างอสิ ระเสรี หลังเลกิ เล่นให้เด็กท้าความสะอาดอุปกรณ์ และเก็บของเขา้ ทีใ่ ห้เรยี บร้อย

7) ครแู นะนา้ และสาธิตวิธีการเลน่ เกมเรียงล้าดบั ลูกบอลจากเล็กไปใหญใ่ หเ้ ด็กสงั เกต

8) ครใู ชค้ า้ ถามเพ่ือร่วมกันสนทนารายละเอียดของลกู บอลทีแ่ ต่ละกลุ่มได้รบั

9) เด็กเล่นเกมเกมจับคภู่ าพที่เหมอื นกันของเคร่ืองใช้ไฟฟา้ โดยมคี รูดูแลและให้ค้าแนะน้าในการเล่นที่ถกู ต้อง

ข้ันสรปุ

10) ครแู ละเด็กพูดคุย ถาม-ตอบ ขอ้ สงสัย และทบทวนการเรียน

4.สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้

1) เพลงนกกระจิบ 2) บตั รภาพเคร่อื งใช้ไฟฟ้า 3) สีเทยี น 4) ใบงาน 5) ลูกบอล

6) เกมจับคู่ภาพท่เี หมือนกันของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า 7) มมุ เสรีตา่ งๆในหอ้ งเรียน 8) นกหวีด

5.การประเมินผล

1) สังเกตการเคลือ่ นไหวรา่ งกายแบบ BBL 2)สังเกตการบอกปลอดภัยในการเล่น 3) สงั เกตการณ์ระบายสีภาพ

ภาคผนวก
เพลง กายบริหาร
ออกก้าลงั ด้วยการร้องรา้ ทา้ เพลง ใหค้ รื้นเครงเสียงเพลงบรรเลงจบั ใจ
เราร้องกนั ไปไม่มหี มน่ หมองฤทยั พวกเราพึงใจด้วยการร้องร้าทา้ เพลง

เพลง รถไฟ
ปู๊น ปู๊น ปู๊น ปู๊นรถเอ๋ยรถไฟ ว่ิงไปทุกที่รวมกันทุกที สนุกจริงเชียว ว่ิงเล่นรถไฟต่อท้ายทางเดียว เกาะกันกลม
เกลียวปู๊น ปู๊น ปู๊น ปู๊นจับไหล่ ต่อไหล่ น้าใจ เกื้อกูลร้องเพลง ปู๊น ปู๊น เป็นเสียง รถไฟร้องเล่นทุกครา เริงร่า

สดใสกอดคอ กันไว้ รถไฟ สามัคคี

เพลง นกกระจิบ
นกกระจบิ กระซิบนกกระจอก
บอกหวั ถลอกจะทา้ อย่างไร

นกกระจอกบอกไมเ่ ปน็ ไร
เอายาแดงก็หายทันที
(ซ้า)

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนร้กู ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่.....10......... สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..๑…เรือ่ งราวเก่ยี วกับตัวเด็ก……….
วันท่ี 6 หน่วยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยปลอดภัยไว้ก่อน สาระการเรยี นรู้ ความปลอดภัยในการใชร้ ถ-ใชถ้ นน

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (DSPM)
1.เดก็ รูจ้ ักรอให้ถึงรอบของตนเองในการเล่นโดยมีผู้ใหญค่ อยบอก (A)
2.พดู ถงึ เหตุการณ์ที่เกดิ ขึ้นไปใหมๆ่ ได้ (k)
3.เลือกวัตถตุ ามคา้ ส่งั ได้ (k)
4.พูดตอบรับและปฏิเสธได้ (A)
5.พูดตดิ ต่อกัน3-4 คา้ ได้อยา่ งน้อย 4 ความหมาย (K)
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
1)การใชถ้ นน เราต้องค้านึงถึงความปลอดภยั ของตนเองและผ้อู ืน่ ควรเคารพกฎจราจร และปฏบิ ัตติ ามอย่าง
เครง่ ครัด ดว้ ยการขา้ มถนนตรงทางมา้ ลาย หรือใชส้ ะพานลอย
ประสบการณ์สาคัญ
1.การรักษาความปลอดภยั
2.การคิดตัดสินใจแก้ปัญหาในเรอ่ื งงา่ ย ๆ ด้วยตนเอง
3.การเชื่อมโยงประสบการณ์เดมิ
4.การสังเกตวัตถหุ รือสิ่งของท่มี ีสีสันและรูปทรงทแี่ ตกตา่ ง
3.ขั้นตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)
ขั้นนา
1.ครใู หเ้ ดก็ เตรยี มพรอ้ มรา่ งกายโดยให้ยนื และขยับตัวไปมาอยู่กบั ท่ีอยา่ งอิสระตามจังหวะเพลงรถตกุ๊ ๆ
2.ครนู า้ ภาพรถต๊กุ ๆมาใหเ้ ด็กๆดแู ละให้เด็กๆที่เคยเห็นรถตุ๊กๆยกมือข้ึน
3.ครูบอกเด็กๆว่าวันน้ีเราจะเรยี นรเู้ ร่ืองรถชนดิ ต่างๆ
ขั้นสอน
1.ครูถามเดก็ ๆว่าเมื่อเชา้ มาเรียนโดยรถชนดิ ใดโดยให้เดก็ ๆตอบทีละคน
2.ใหเ้ ด็กๆดูภาพรถแต่ละชนิดและให้เด็กๆตอบชื่อชนิดของรถถ้าเด็กๆไม่รู้จักครูบอกชื่อให้เด็กๆรู้
3.ให้เด็กๆระบายสภี าพรถตามจินตนาการโดยครูคอยแนะนา้ ใหค้ ้าชื่นชม
4.ใหเ้ ดก็ ๆท่รี ะบายสีเสรจ็ แลว้ มาเลน่ เกมเรียงล้าดับภาพรถชนิดต่างๆโดยเรียงจากเลก็ ไปหาใหญห่ รอื เลอื กเลน่
ตามมมุ ประสบการณ์ท่สี นใจเพื่อรอเพ่ือนๆ
5.ครูชว่ ยเหลือเด็กๆจนท้าได้ครบทุกคนและได้ไปเลน่ เกมการศกึ ษาและมุมประสบกาณ์
6.ให้เดก็ ๆชว่ ยกนั เกบ็ ของเลน่ เข้าท่ใี หเ้ รียบร้อย
7.ครนู ้าเดก็ ๆลงไปเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนามโดยก้าหนดข้อตกลงในการเล่นเคร่ืองเลน่ ชนิดตา่ งๆตามค้าแนะน้าของครู
8.ให้เด็กๆล้างมือก่อนนา้ เด็กๆเขา้ สหู่ อ้ งเรียน
ขั้นสรุป
1.ครนู ้าภาพรถชนิดตา่ งๆมาให้เด็กๆช่วยกนั บอกช่ืออีกคร้งั
2.ช่ืนชมผลงานระบายสีภาพรถร่วมกนั

4.ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1.เพลงรถต๊กุ ๆ

2.ภาพรถชนดิ ตา่ งๆ

3.ใบงานภาพรถ

4.สีเทียน
5 เครอ่ื งเล่นสนาม
6.เกมเรียงล้าดับภาพรถ
7 มุมเสรตี า่ งๆในห้องเรยี น
5.การประเมนิ ผล

1 สงั เกตการคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง

2.สังเกตการเลน่ อย่างถูกวิธี

3 สงั เกตการตอบคา้ ถาม สนทนาโตต้ อบ

4.ตรวจใบงาน

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรกู้ ารศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี.....10......... สาระการเรียนรู้ ท่.ี ..1…เร่ืองราวเกย่ี วกับตวั เดก็ ……….
วันที่ 7 หน่วยการเรยี นรู้ หนนู ้อยปลอดภยั ไว้ก่อน สาระการเรียนรู้ การระมัดระวงั ตนเองในการเดินทางด้วย
รถชนดิ ตา่ งๆ

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้(DSPM)
1.เดก็ รจู้ ักรอให้ถึงรอบของตนเองในการเล่นโดยมีผูใ้ หญค่ อยบอก (A)
2.พดู ถึงเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขึน้ ไปใหมๆ่ ได้ (k)
3.เลอื กวัตถุตามค้าสงั่ ได้ (k)
4.พูดตอบรับและปฏิเสธได้ (A)
5.พูดติดตอ่ กนั 3-4 ค้าได้อย่างน้อย 4 ความหมาย (K)
2.สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
1)การใช้ถนน เราต้องคา้ นงึ ถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ควรเคารพกฎจราจร และปฏิบตั ติ ามอย่าง
เคร่งครดั ด้วยการข้ามถนนตรงทางม้าลาย หรือใชส้ ะพานลอย
ประสบการณ์สาคัญ
1.การรกั ษาความปลอดภยั
2.การคิดตดั สินใจแกป้ ญั หาในเรอ่ื งง่าย ๆ ดว้ ยตนเอง
3.การเชอ่ื มโยงประสบการณเ์ ดิม
4.การสงั เกตวตั ถุหรือสิง่ ของทมี่ สี สี นั และรูปทรงทีแ่ ตกต่าง
3.ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลกั สูตร)
ข้ันนา (เคลอื่ นไหวและจังหวะ)
1.ครใู หเ้ ดก็ เตรียมพร้อมรา่ งกายตามเสียงสัญญาณท่ีก้าหนดโดยเมือ่ เด็กไดย้ นิ สัญญาณนกหวดี แต่ละคร้งั ใหท้ ้าท่า
ตามคา้ ส่ังทีละคา้ สงั่ เชน่ ชมู ือ แตะบา่ แตะเอว
2.ครูน้าภาพต้ารวจจราจรมาใหเ้ ด็กๆดูและถามว่าเมอ่ื ได้ยินเสยี งต้ารวจจราจรเปา่ นกหวีดแลว้ เด็กๆทา้ อย่างไรเช่น
หยุดมอง หาผปู้ กครอง
3.ครบู อกเด็กๆวา่ วันนีเ้ ราจะเรียนรเู้ รือ่ งการระมัดระวังตนเองในการเดินทาง
ขน้ั สอน
1.ครนู า้ ภาพทางม้าลาย สะพานลอย หมวกนริ ภยั ให้เดก็ ๆดูและให้เด็กๆช่วยกนั ตอบ
2.ครูอธบิ ายการปฏบิ ัตติ นเพ่ือระมัดระวังตนเองในการเดินทาง
3.ครูน้าหมวกนิรภัยมาให้เด็กๆลองสวมใสอ่ ยา่ งถูกวิธี
4.ครูแนะน้ากิจกรรมและอุปกรณก์ ารกลิ้งสจี ากลกู แกว้ และใหเ้ ด็กพูดชื่อตามได้แก่ ฝากลอ่ งกระดาษ กระดาษ
A4 ลูกแก้ว สีน้า จานสี พู่กัน กระดาษหนงั สือพิมพ์ ผา้ เชด็ มอื ผ้ากันเป้อื น
5.ครูเน้นยา้ ใหร้ ะมัดระวังในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเช่น ไม่น้าลูกแกว้ เข้าปาก ไมใ่ ชม้ ือท่เี ป้ือนสขี ย้ตี าหรือสมั ผัส
ใบหน้า ไมใ่ ช้มือท่ีเป้ือนสีสัมผัสเสอื้ ผา้ ของตนเองและผู้อนื่
6. ครูสาธิตและอธบิ ายวธิ กี ารกลิ้งสีจากลกู แก้ว โดยน้าลูกแก้วจุม่ ลงในจานสี จากนนั้ น้าลูกแก้วมากลง้ิ บน
กระดาษวาดเขียนให้มีทิศทางต่าง ๆ ตามทีต่ ้องการ

7. เดก็ ลงมือทา้ กจิ กรรม เม่ือทา้ เสรจ็ น้าไปผึ่งให้แห้ง ตั้งชื่อผลงาน และออกมาบอกเล่าความรูส้ ึกที่มตี ่อผลงาน

8. เดก็ ทุกคนทา้ ตามข้อตกลงและช่วยกนั เกบ็ อุปกรณ์เข้าทใ่ี หเ้ รียบร้อย

9. ครูน้าเดก็ ๆลงไปเล่นเกมเดินเหยียบเชอื กรูปสามเหลี่ยมโดยก้าหนดข้อตกลงในการเล่นเครื่องเลน่ ชนิดต่างๆตาม
ค้าแนะน้าของครู
10. ครเู ตรียมอปุ กรณ์ ไดแ้ ก่ เชือกความยาว 2 เมตร 2 เส้น และขดเชอื กเป็นรปู สามเหลี่ยม 2 วง บนพนื้
สนาม เวน้ ระยะห่างกนั พอประมาณ เด็กแต่ละคนค่อย ๆ เดนิ เหยยี บเชือกที่ขดไว้ท้ัง 2 วง เม่อื เดก็ คนแรก
เหยียบเสรจ็ ใหน้ ่งั รอเพื่อน เด็กเดนิ เหยยี บเชอื กทั้ง 2 วง จนครบทกุ คน
11. เดก็ เลน่ เกมไปเรื่อย ๆ ขณะเด็กเลน่ เกมครคู อยแนะนา้ และคอยดูแลอยา่ งใกล้ชิด เม่อื ไดย้ ินสญั ญาณหยดุ ให้

หยุดเล่น และมาน่งั พักผ่อน

12. ครแู ละเดก็ รว่ มกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเล่าสง่ิ ทไ่ี ด้เลน่ ความรู้สึกต่าง ๆ ชอบหรือไม่ชอบ
13. ครใู หเ้ ด็ก ๆ เขา้ แถว ลา้ งมอื แล้วเข้าห้องเรียน
14 . ครูแนะนา้ เกมภาพตดั ต่อเด็กขา้ มถนนโดยให้ดูภาพที่สมบูรณแ์ ละสนทนาจากภาพ
15. ครูสาธติ วิธกี ารเล่นเกมภาพตดั ต่อเด็กข้ามถนน โดยครูแบง่ กลุ่มเด็ก กลุ่มละ 2-3 คน ให้เดก็ ๆชว่ ยกันต่อภาพ
ใหถ้ กู ต้อง ครูแนะน้าเกมภาพตัดตอ่ เด็กขา้ มถนนโดยใหด้ ภู าพทีส่ มบรู ณ์และสนทนาจากภาพ
16. ครสู าธิตวธิ กี ารเลน่ เกมภาพตัดต่อเด็กข้ามถนน โดยครูแบง่ กลุม่ เด็ก กลมุ่ ละ 2-3 คน ใหเ้ ดก็ ๆช่วยกันต่อภาพ
ใหถ้ ูกต้อง
ข้นั สรปุ
1.ครูน้าภาพทางม้าลาย สะพานลอย หมวกนริ ภยั ให้เด็กๆดูอีกคร้ังและบอกวิธีการระมัดระวงั ตนเองในการ

เดินทาง

2.ชนื่ ชมผลงานการกลง้ิ สีของสมาชกิ ในหอ้ ง

4.ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้

1. นกหวีด 2. ภาพตา้ รวจจราจร ทางม้าลาย สะพานลอย หมวกนริ ภยั 3. ฝากล่องกระดาษ 4. กระดาษ

A4

5 ลูกแก้ว 6. สนี า้ 7 จานสี 8. พู่กัน 9. เชอื ก
5.การประเมินผล

1 สงั เกตการคล่ือนไหวร่างกายตามเสยี งสัญญาณ

2.สังเกตการเล่นอย่างถกู วิธี

3 สังเกตการตอบค้าถาม สนทนาโต้ตอบ

4.ตรวจผลงาน

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ .่ี ....10......... สาระการเรยี นรู้ ท่.ี ..1…เรือ่ งราวเกี่ยวกับตวั เด็ก……….
วันท่ี 8 หน่วยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยปลอดภยั ไว้ก่อน สาระการเรียนรู้ การระมัดระวังตนเองในการใช้รถตู้

1. จุดประสงค์การเรียนร(ู้ DSPM)
1.เดก็ รูจ้ กั รอให้ถงึ รอบของตนเองในการเลน่ โดยมผี ูใ้ หญ่คอยบอก (A)
2.พดู ถึงเหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ขนึ้ ไปใหม่ๆได้ (k)
3.เลอื กวัตถุตามคา้ สง่ั ได้ (k)
4.พดู ตอบรบั และปฏเิ สธได้ (A)
5.พูดตดิ ต่อกนั 3-4 คา้ ได้อย่างน้อย 4 ความหมาย (K)
2.สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
1)การใชถ้ นน เราต้องคา้ นึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผอู้ ืน่ ควรเคารพกฎจราจร และปฏิบตั ติ ามอยา่ ง
เคร่งครดั ดว้ ยการขา้ มถนนตรงทางม้าลาย หรือใช้สะพานลอย
ประสบการณ์สาคัญ
1.การรักษาความปลอดภัย
2.การคิดตดั สินใจแกป้ ญั หาในเร่ืองงา่ ย ๆ ด้วยตนเอง
3.การเชอ่ื มโยงประสบการณ์เดมิ
4.การสงั เกตวตั ถุหรอื ส่ิงของทมี่ ีสีสนั และรูปทรงท่แี ตกตา่ ง
3.ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)
ขั้นนา (เคลือ่ นไหวและจงั หวะ)
1.ครูแจกบตั รตวั เลขใหเ้ ด็กคนละ 1 ใบ และยนื เปน็ วงกลม ครเู ปดิ เพลงบรรเลงไปเรื่อย ๆ เดก็ เคล่ือนไหวร่างกาย
ประกอบบตั รตัวเลข
2.เมอื่ ครเู คาะเครื่องเคาะ 1 ครง้ั ใหเ้ ดก็ ที่ถือบัตรตัวเลข 1 ชูบัตรโบกไปมา แลว้ พดู วา่ “หนง่ึ ”
3.เมอื่ ครูเคาะเครื่องเคาะ 2 ครง้ั ให้เดก็ ที่ถือบัตรตัวเลข 2 ชูบัตรโบกไปมา แล้วพูดว่า “สอง”
4.ครนู ้าภาพรถตใู้ ห้เด็กๆดแู ละสอบถามวา่ ใครมาโรงเรยี นโดยรถต้บู ้างใหเ้ ด็กๆยกมือ
ข้นั สอน
1.ครนู า้ ข่าวเด็กตดิ ในรถตูใ้ หเ้ ดก็ ๆฟัง และใหเ้ ด็กๆทนี่ ง่ั รถตู้เลา่ เรือ่ งราวต่างๆให้เพ่ือนฟังโดยครูถามชน้ี ้าเช่น มา
กบั ใคร นง่ั กบั ใคร เปน็ ตน้
2.ครูน้านกั เรียนมาทีร่ ถตู้ใหว้ ิทยากรบอกวิธีปฏิบัตติ นในการขึ้นรถตู้
3.บอกข้อควรระวังในการขึน้ รถตู้ เช่นไมห่ ลบั ไม่ลุกเดนิ
4.บอกวธิ ีการเอาตัวรอดเม่ือติดบนรถตเู้ ช่นการปนี ไปกดแตรรถ
5.ครใู หเ้ ดก็ ๆกดแตรรถทกุ คนเพอื่ ให้เดก็ ๆรจู้ ักวิธีการกดแตรรถเพื่อขอความช่วยเหลอื
6.ให้เดก็ ๆขอบคุณวิทยากรที่มาใหค้ ้าแนะนา้
7.ครนู า้ เดก็ ๆไปเลน่ เครื่องเลน่ สนามโดยกา้ หนดข้อตกลงในการเลน่ เครอ่ื งเล่นชนิดตา่ งๆตามคา้ แนะน้าของครู
8.ใหเ้ ด็กๆลา้ งมือก่อนนา้ เด็กๆเขา้ สู่หอ้ งเรียน
9. ครูแนะนา้ กิจกรรมและอุปกรณ์การฉีกปะตดิ ตกแตง่ ภาพตู้ และใหเ้ ด็กพดู ชอ่ื ตาม ได้แก่ ภาพระบายสีรถตู้
กระดาษสี กาว วิธใี ช้กาว และข้อควรระวังในการใชก้ าว

10. ครสู าธิตและอธบิ ายวธิ กี ารฉกี กระดาษ ปะ ตดิ ตกแตง่ โดยกระดาษสีเปน็ ชิน้ เล็ก ๆ จากน้นั ทากาวบาง ๆ ลง
บนภาพระบายสรี ถตู้ แลว้ นา้ กระดาษสตี ดิ ตกแต่งภาพตามจนิ ตนาการและช่วยกันเก็บเข้าทใ่ี หเ้ รยี บร้อย
11 . ครแู นะนา้ เกมภาพตดั ต่อรถตโู้ ดยให้ดภู าพทสี่ มบูรณ์และสนทนาจากภาพ
12. ครูสาธติ วิธกี ารเลน่ เกมภาพตัดต่อรถตู้โดยครูแบง่ กลมุ่ เด็ก กลุม่ ละ 2-3 คน ให้เด็กๆชว่ ยกันตอ่ ภาพให้
ถูกต้อง ครูแนะนา้ เกมภาพตัดต่อรถตโู้ ดยใหด้ ูภาพที่สมบูรณ์และสนทนาจากภาพ
13. ครูสาธติ วธิ ีการเลน่ เกมภาพตดั ต่อรถตโู้ ดยครูแบง่ กลุ่มเดก็ กลมุ่ ละ 2-3 คน ให้เด็กๆชว่ ยกนั ตอ่ ภาพให้
ถกู ต้อง
14.ให้เด็กๆเปลย่ี นกลมุ่ เล่นเกมหรอื เลอื กเล่นตามมุมเสริมประสบการณต์ ามมุมที่ตนเองสนใจโดยกา้ หนดสัญญาณ
ให้เด็กมารวมกนั
ขน้ั สรุป
1.ครสู รุปวธิ ีการปฏบิ ัตติ นในการนัง่ รถตใู้ หเ้ ดก็ ๆฟังอกี คร้ังโดยเน้นย้าเดก็ ท่ีข้ึนรถตู้โดยสารมาเรียนตลอดจนวธิ ีขอ
ความช่วยเหลอื อีกคร้งั

4.สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.บัตรตวั เลข 2.เคร่อื งเคาะ 3 ภาพระบายสีรถตู้ 5 กระดาษสี 6.กาว
5.การประเมินผล
1 สงั เกตการเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง 2.สงั เกตการเล่นอยา่ งถกู วธิ ี
3 สงั เกตการตอบค้าถาม สนทนาโตต้ อบ 4.ตรวจผลงาน

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรียนรูก้ ารศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาห์ที่ 11 สาระการเรียนรู้ ท่ี 1 เรอื่ งราวเกย่ี วกับตัวเดก็

วนั ที่ 9 หน่วยการเรยี นรู้หนูนอ้ ยปลอดภัยไวก้ ่อนสาระการเรียนรู้อันตรายความปลอดภัยในการใช้

ของมีคม

1.จุดประสงค์การเรียนรู้

๑)เด็กเคล่ือนไหวร่างกายประกอบเพลงได้ 2) เด็กบอกอนั ตรายในการใช้ของมีคมได้ ๓)เด็กระบายสีของมคี มได้

2.สาระการเรยี นรู้

สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การทา้ ทา่ ทางประกอบเพลง 1) ใช้กล้ามเนอื้ เลก็ ท้างานประสานสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมือ – ตา

2) การบอกช่อื ของเลน่ 2) มจี นิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์

3)การระบายสี 3) มพี ฒั นาการด้านกล้ามเน้ือมัดเลก็ และมดั ใหญ่

3.ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม

ข้นั นา

1) ครูใหเ้ ดก็ ก้าหนดพน้ื ทว่ี ่างในการเคล่อื นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง

2) ครแู นะนา้ กจิ กรรมท่ีจะปฏิบัตใิ นวันน้ี คือ การเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลง พร้อมทา้ ทา่ ทางประกอบ

ข้ันสอน

3) ครนู า้ บตั รภาพของมคี ม วิธกี ารใชข้ องมคี มใหเ้ ดก็ ดู

4) ครนู ้าภาพอันตรายในการของมคี มมาใหเ้ ด็กดู (คา้ เตอื นในการใชข้ องมีคม) พร้อมท้งั พูดคยุ เกีย่ วกบั

อนั ตรายในการใช้ของมีคม

5) ครูแนะนา้ วัสดุ-อปุ กรณ-์ สาธติ การในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการระบายสีภาพเของมีคมให้เด็กปฏบิ ัตพิ ร้อมชื่นชม

ผลงาน

๖) ครูแนะนา้ และอธิบายกฎกติกา วธิ ีการเลน่ ลูกบอลอย่างอสิ ระดงั น้ี

- ครอู ธิบายการเลน่ อย่างปลอดภัย ต้งั ขอ้ ตกลงในการเลน่ ลูกบอลและใหเ้ ดก็ เล่นอย่างอสิ ระโดยมีครู

คอยดแู ลอยา่ งใกล้ชดิ เม่ือครเู ป่านกหวดี ใหส้ ัญญาณเดก็ คนเขา้ แถวไปลา้ งมือ ท้าความสะอาดร่างกาย

7) ครใู ห้เดก็ เล่นอย่างอสิ ระเสรี หลงั จากเลิกเล่นให้เดก็ ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมทัง้ เกบ็ ของเข้าท่ใี ห้

เรียบร้อย

8) ครแู นะน้าและสาธิตวธิ กี ารเลน่ เกมจับคูภ่ าพของมีคมกับเงาให้เดก็ สังเกต

9) ครใู ช้คา้ ถามเพ่ือรว่ มกนั สนทนารายละเอยี ดของภาพอุปกรณข์ องมีคมกับเงาท่ีแตล่ ะกลมุ่ ได้รับ

10) เด็กเล่นเกมภาพของมีคมกบั เงาโดยมีครดู ูแลและให้ค้าแนะนา้ ในการเล่นท่ีถูกต้อง

ข้นั สรุป

11) ครูและเด็กพูดคยุ ถาม-ตอบ ข้อสงสยั และทบทวนการเรยี น

4.ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1) เพลงนกกระจิบ 2) บัตรภาพอันตรายในการใช้ของมคี ม ๓) สเี ทียน 4) นกหวีด

5) ตะกร้า 6) เกมจับคูภ่ าพของมีคม กับเงา

5.การประเมนิ ผล

1) สังเกตการเคล่อื นไหวรา่ งกายประกอบเพลง “นกกระจบิ ” 2)สงั เกตการบอกอันตรายจากการใชข้ องมีคม

3) สังเกตการระบายสี

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนร้กู ารศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี

สปั ดาหท์ ่ี 10 สาระการเรียนรู้ ที่ 1 เรอ่ื งราวเก่ยี วกับตัวเดก็

วันที่ 10 หนว่ ยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยปลอดภยั ไวก้ ่อน สาระการเรียนรู้ บอกชื่อของมีคม

๑.จดุ ประสงค์

๑) เดก็ เคล่ือนไหวร่างกายแบบผ้นู ้าผตู้ ามได้ 2)เด็กบอกวิธีการปฏบิ ัตติ นในการใชข้ องมีคมได้

๒) เด็กปั้นดินน้ามันตามจินตนาการได้

2.สาระการเรยี นรู้

สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) การเคลอื่ นไหวรา่ งกายแบบผูน้ า้ ผู้ตาม1) ใช้กล้ามเน้ือเล็กท้างานประสานสัมพันธร์ ะหว่างมือ – ตา

2) การบอกประเภทของเลน่ 2) มจี ินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

3)การปั้นดินน้ามัน 3) มพี ัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเลก็ และมัดใหญ่

3.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม

ขั้นนา

1) ครูแนะนา้ กิจกรรมท่จี ะปฏิบัติในวันน้ี คอื การเคลือ่ นไหวร่างกายแบบผนู้ ้าผ้ตู าม ครใู ห้เด็กอาสามาเปน็ ผนู้ า้ ใน

การเคลื่อนไหว,เดก็ และครูเคล่ือนไหวร่างกายตามผูน้ า้ พร้อมกนั 1-2 รอบตามความเหมาะสม

ขั้นสอน

2) ครนู ้าบตั รภาพการปฏิบัติตนในการใชข้ องมีคม มาให้เด็กดู

3) ครยู กตวั อยา่ งการการปฏบิ ัติตนในการใช้ของมคี ม

4) ครูแนะนา้ วสั ดุ-อปุ กรณ-์ สาธติ การในการปฏิบัติกจิ กรรมการปั้นดินน้ามันตามจินตนาการและให้เด็กปฏิบัติ

5) ครแู นะน้าและอธิบายกฎกติกา วธิ กี ารเล่นเครอ่ื งเล่นสนามดังน้ี

- ครอู ธิบายการเล่นอย่างปลอดภัย ตงั้ ขอ้ ตกลงในการเลน่ เครือ่ งเล่นสนามและให้เด็กเลน่ อย่างอสิ ระโดยมี

ครคู อยดูแลอยา่ งใกล้ชิดเมื่อครูเปา่ นกหวีดให้สัญญาณเด็กคนเข้าแถวไปล้างมือ ท้าความสะอาดร่างกาย

6) ครูใหเ้ ดก็ เลน่ ตามมมุ อย่างอิสระเสรี หลงั จากเลกิ เลน่ ให้เดก็ ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มทั้งเก็บของเข้าที่ให้

เรียบรอ้ ย

7) ครแู นะนา้ และสาธิตวธิ ีการเล่นเกมภาพตดั ต่อของมคี มให้เด็กสังเกต

8) ครใู ช้ค้าถามเพื่อรว่ มกันสนทนารายละเอยี ดของภาพตัดต่อภาพของมคี มทแ่ี ต่ละกลุ่มได้รบั

9) เดก็ เลน่ เกมภาพตัดต่อเด็กของมคี มโดยมีครดู แู ลและให้ค้าแนะน้าในการเลน่ ที่ถกู ต้อง

ขัน้ สรปุ

10) ครูและเด็กพูดคุย ถาม-ตอบ ข้อสงสัย และทบทวนการเรยี น

4.สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

1) เคร่ืองเคาะจังหวะ 2) บตั รภาพการปฏิบตั ติ นในการเลน่ นา้ 3) ดนิ น้ามัน+แผน่ รองปน้ั 4) นกหวีด

5) เคร่อื งเลน่ สนาม 6) เกมจัดหมวดหมู่สีของเลน่ 7) มมุ เสรตี า่ งๆในหอ้ งเรียน

5.การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายแบบผนู้ ้าผตู้ าม 2) สงั เกตการบอกการปฏบิ ตั ิตนในการใช้ของมีคม

3) สังเกตการปั้นดินน้ามนั

ภาคผนวก

เพลงวา่ ยน้า
พวกเราว่ายนา้ อยู่ในสระว่ายนา้ อยใู่ นสระ ในวนั ที่อากาศร้อนน้ันให้ทา้ พวกเราเย็น

มันชา่ งสนกุ จังมันช่างสนุกจังวา่ ยน้าไปกบั ครอบครัวของเรากลางแสงแดดอนุ่
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ แล้วกระโดด
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ ลงไปให้ลึก
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ ด้าลงไป
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ ลงไปให้ลึก

พวกเราวา่ ยน้าอยู่ในสระ วา่ ยน้าอย่ใู นสระในวันทอี่ ากาศร้อนนั้นมนั ทา้ ให้พวกเราเยน็
มนั ช่างสนกุ จังมันชทางสนุกจังวา่ ยน้าไปกับครอบครวั ของเรากลางแสงแดดอุ่น
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ
ตีน้ากระจายวาดวงแขนขาแตะน้าขึน้ และลง
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ
ตนี า้ กระจายว่าลุงแขนขาแตะนา้ ขน้ึ และลง

พวกเราว่ายนา้ อยู่ในสระว่ายนา้ อยใู่ นสระในวันทีอ่ ากาศร้อนนน้ั มนั ทา้ ให้พวกเราเย็น
มันชา่ งสนกุ จงั มนั ช่างสนกุ จังวา่ ยนา้ ไปกับครอบครวั ของเรากลางแสงแดดอุ่น
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บ
นอนหงายลอยตวั มองขน้ึ ไปบนท้องฟ้าสนุกไดผ้ ่อนคลาย
บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบั๊บบบั๊ บั๊บบบั๊
นอนหงายลอยตวั มองข้ึนไปบนท้องฟ้าสนุกได้ผอ่ นคลาย

เพลง นกกระจิบ

นกกระจบิ กระซบิ นกกระจอก

บอกหัวถลอกจะท้าอย่างไร
นกกระจอกบอกไม่เปน็ ไร

เอายาแดงกห็ ายทนั ที

ใบงานกจิ กรรมสรา้ งสรรค์ หนว่ ย ปลอดภัยไวก้ ่อน
ช้นั ปฐมวัยอายุ 2 - 3 ปี ศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ ........................................................................
ชอ่ื - สกลุ ................................................................ เลขที่ ............. วนั ท่ี ........................

ใบงาน “การระบายสภี าพเดก็ วา่ ยนา้ ดว้ ยสเี ทียน”

แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 2-3 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 11 สาระการเรียนรูท้ ่ี 1 เร่อื งราวเก่ยี วกบั ตัวเด็ก
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยนักสัมผสั

*********************************************************

บน
ลา่ ง

นิ่ม แข็ง เย็น

การมองเหน็

การสัมผสั การดมกลนิ่
หอม เหม็น
หนนู อ้ ยนักสัมผสั

การชมิ รส เคม็ การได้ยนิ
หวาน
เปร้ยี ว
ขม

สิ่งตา่ งๆรอบตัวเรา

ความคดิ รวบยอด

ประสาทสัมผสั ทง้ั หมดคือตา หู จมูก ปาก มือทงั้ หมดมีหนา้ ทีแ่ ตกตา่ งกันแตกตา่ งกนั ตามการรบั สมั ผสั
ของอวยั วะน้นั เม่ือมองในกระจกจะทาใหเ้ ห็นภาพสะทอ้ นของตัวเรา ซึง่ เราจะมองเห็นรปู รา่ งหน้าตาอวัยวะ
ตา่ งๆ โดยแตล่ ะคนจะมีรูปร่างหน้าตาหรือลักษณะอวยั วะบนใบหน้าแตกตา่ งกัน

สงิ่ ทีเ่ ด็กรู้แลว้ สิ่งท่ีเด็กต้องการรู้ ส่งิ ท่ีเดก็ ควรรู้

1. หนา้ ท่ขี องตา 1. ความสาคญั ตา จมกู หู ปาก มอื 1. การมองเห็น
2. หนา้ ทีข่ องจมกู 2. การดแู ลรักษาอวัยวะ ตา จมูก หู ปาก มอื 2. การดมกลนิ่
3. หน้าทข่ี องหู 3. โรคและการป้องกัน 3. การได้ยนิ
4. หน้าที่ของปาก 4. ...................... 4. การชมิ รส
5. หนา้ ทข่ี องมอื 5. ............................ 5. การสมั ผสั


Click to View FlipBook Version