The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NewZz Jumpahom, 2022-08-31 04:27:40

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (อายุ 2 – 3 ปี) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาที)
13. คณุ ครูนำ้ เกมเกมจับคภู่ ำพกับสัญลกั ษณ์ มำใหเ้ ดก็ ๆเลน่
(กิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์ 20 นาที)
14. คณุ ครนู ำ้ ดนิ น้ำมนั พร้อมอปุ กรณ์กำรปั้นมำให้เด็กเลน่
(กิจกรรมเล่นตามมุม 20 นาที)
15. คุณครเู ปิดโอกำสใหเ้ ด็กได้เลือกเลน่ ในศนู ย์ตำมควำมสนใจอย่ำงอิสระ โดยวนั นีคณุ ครูแนะนำ้ มุม
ประสบกำรณ์ใหเ้ ดก็ ๆเล่น 3 มุม คอื มมุ ปั้น , มุมนิทำน และ มุมบ้ำน
16. คุณครูพำเด็กๆเขำ้ แถวท้ำควำมสะอำดรำ่ งกำย ล้ำงมือ พำเด็กๆไปรบั ประทำนอำหำร

4.ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
กลอง, กล่องปริศนำ ,น้ำแข็ง , ตู้เย็น, ฐำนกำรเล่นน้ำ (Water Play) , เกมจับคู่ภำพกับสัญลักษณ์ ,

ดินนำ้ มนั พรอ้ มอปุ กรณก์ ำรปั้น, มมุ ประสบกำรณ์

5.การประเมินผล
สงั เกต
1. กำรท้ำกิจกรรมร่วมกับเพอ่ื นและครูดว้ ยควำมสนใจ จดจ่อ และมคี วำมสขุ
2. กำรบอกลกั ษณะกำรเปลีย่ นแปลงของน้ำได้
3. ประเมนิ จำกผลงำนเดก็

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 24 วันที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การสัมผัสน้าร้อนนา้ เยน็

1.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. สนใจ มีควำมสุข และแสดงออกผำ่ นงำนศิลปะ ดนตรี และกำรเคลื่อนไหว

2. บอกควำมรสู้ กึ ร้อน เย็น จำกกำรสมั ผสั ได้

3. สนทนำโตต้ อบกับครูและเพ่ือนได้

2.สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สา้ คัญ

1) กำรสมั ผัสน้ำรอ้ นนำ้ เยน็ 1) กำรใช้ประสำทสัมผสั

3) กำรพูดบอกควำมรู้สึก

4) กำรพิมพ์สี

5) กำรสังเกตน้ำรอ้ น นำ้ เยน็

6) กำรเลน่ นำ้

7) กำรเคล่อื นไหวส่วนต่ำง ๆของร่ำงกำย

3.ขันตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)
ขนั น้า (กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. คณุ ครูตกี ลองหน่ึงจังหวะ (1 2 3 หยุด) ท้ำซ้ำ 5 - 6 ครัง เพอ่ื เตรยี มเด็ก
2. คุณครใู หเ้ ด็กยนื กระจำยหำพืนท่ีของตนเองคณุ ครูเปิดเพลงไอนำ้ และให้เดก็ เคลอ่ื นไหวตำม

จินตนำกำรไปพร้อมกับเสยี งเพลง
3. ใหเ้ ด็กพัก 2-3 นำที แลว้ ใหเ้ ดก็ น่งั เป็นครง่ึ วงกลม
ขันสอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 50 นาที)
4. คณุ ครูน้ำแกว้ น้ำใสจำ้ นวน 2 ใบวำงบนโต๊ะ คุณครสู นทนำกับเดก็ โดยใชค้ ้ำถำมเดก็ ๆรู้จักมยั ว่ำน่ีคือ

อะไร / และเรำใชแ้ กว้ ทำ้ อะไรได้บำ้ ง / แกว้ มีก่ใี บ
5. คณุ ครนู ำ้ น้ำที่แชใ่ นตเู้ ยน็ มำเทลงในแกว้ โดยอำสำสมคั รเดก็ 1 คนเทนำ้ ใสแ่ กว้ ใหเ้ พ่ือนๆดแู ล้ว

กลับไปนั่งที่เดมิ และให้เด็กๆคอยสังเกตว่ำต่อไปแกว้ น้ำจะเป็นอย่ำงไร
6. คณุ ครเู ทน้ำต้มในกำนำ้ รอ้ นลงในแก้วใบท่ี 2 โดยท่ีคุณครูสร้ำงกตกิ ำในกำรดูก่อนวำ่ เด็กๆจะต้องนง่ั

ให้เรียบร้อยและไมล่ ุกจำกที่และไมเ่ ขำ้ ใกลข้ ณะท่ีครูเทนำ้ ในกำและใหเ้ ดก็ สังเกตว่ำขณะที่ครูเทนำ้ ร้อนมีอะไร
เกดิ ขึนบ้ำง

7. คุณครสู นทนำกบั เดก็ ๆถึงส่ิงทเี่ กดิ ขึนเมื่อเทน้ำลงในแกว้ ทัง 2 ใบ ซึ่งแกว้ ใบท่ี 1 จะมีหยดนำ้ เกำะ
อยู่ด้ำนนอกของแกว้ ส่วนแก้วใบท่ี 2 จะมีไอนำ้ ลอยขนึ

8. คุณครใู ห้เด็กๆลองใช้มือสัมผสั แกว้ น้ำใบท่ี 1 เด็กๆรู้สกึ อยำ่ งไรบ้ำงคะ และใหเ้ ดก็ ๆสัมผสั แกว้ ใบที่
2 และใหเ้ ด็กๆบอกควำมร้สู ึกจำกกำรสัมผัสแก้วใบที่ 2

9. คณุ ครเู ปิดโอกำสใหเ้ ด็กๆไดส้ นทนำพดู คุยอย่ำงอสิ ระกบั ครแู ละเพ่อื นๆ
ขันสรปุ (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)
10. คณุ ครูอธบิ ำยเพิ่มเตมิ วำ่ นำ้ ทงั 2 แกว้ คือนำ้ ท่ีเรำใชด้ ่มื กนิ แต่ตำ่ งกนั คือนำ้ ในแก้วใบท่ี 1 มี
ลกั ษณะเยน็ เพรำะเรำน้ำไปแชใ่ นตู้เย็น แต่นำ้ ทีอ่ ยู่ในแก้วที่ 2 คอื น้ำอนุ่ /นำ้ ร้อน จำกกำรตม้ ในกำนำ้ ร้อน
เด็กๆไมค่ วรเปิดตู้เย็นเอง และไม่ควรเลน่ ใกลน้ ำ้ ร้อนเพรำะอำจเกิดอันตรำยได้
11. คุณครนู ้ำเกมจับคูภ่ ำพกับสญั ลักษณม์ ำให้เดก็ เล่น

(กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์ 20 นาท)ี
12.คณุ ครเู ตรียมอปุ กรณ์กำรพมิ พ์สีดว้ ยลูกโปง่ เพื่อให้เด็กท้ำกจิ กรรม
13. คุณครูใหเ้ ด็กๆท้ำกิจกรรมพมิ พส์ ดี ว้ ยลกู โปง่
(กจิ กรรมเลน่ ตามมุม 20 นาที)
14. คุณครูเปิดโอกำสให้เด็กไดเ้ ลอื กเล่นในศูนยต์ ำมควำมสนใจอย่ำงอิสระ โดยวันนีคุณครแู นะน้ำมุม
ประสบกำรณ์ให้เดก็ ๆเล่น 3 มุม คอื มุมบล๊อก , มุมดนตรี และ มมุ บทบำทสมมติ
15. คุณครูพำเด็กๆเข้ำแถวทำ้ ควำมสะอำดร่ำงกำย ล้ำงมือ พำเด็กๆไปรับประทำนอำหำร
(กิจกรรมเล่นกลางแจง้ 20 นาที)
16. คุณครใู หเ้ ด็กเล่นกรอกน้ำใสข่ วด
17. คุณครูพำเด็กๆเข้ำแถวท้ำควำมสะอำดรำ่ งกำย ลำ้ งมือ พำเด็กๆไปรับประทำนอำหำรกลำงวนั

4.สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
กลอง, แก้วน้ำ , น้ำเย็น , น้ำรอ้ น ,กระดำษ , สนี ้ำ , ลูกโปง่ เปำ่ เป็นลูกเล็ก , ชวดน้ำและแก้วพลำสติก

, เกมจับคภู่ ำพกับสัญลักษณ์, มุมประสบกำรณ์

5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. กำรทำ้ กิจกรรมรว่ มกับเพอื่ นและครดู ้วยควำมสนใจ จดจ่อ และมีควำมสุข
2. กำรสนทนำโต้ตอบกบั ครูและเพือ่ น
3.บอกควำมแตกต่ำงระหว่ำงนำ้ รอ้ นนำ้ เย็นได้

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 24 วันที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย หนนู อ้ ยประหยัดนา้

1.จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สนใจ มีควำมสุข และแสดงออกผำ่ นงำนศลิ ปะ ดนตรี และกำรเคล่อื นไหว
2. บอกวิธีกำรประหยดั น้ำได้
3. สนทนำโต้ตอบกบั ครแู ละเพื่อนได้

2.สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สา้ คัญ
สาระท่คี วรเรยี นรู้ 1) กำรสำ้ รวจ
1) กำรใชน้ ำ้ อยำ่ งประหยัด 2) กำรพูดสนทนำ เล่ำเรื่องรำว
3) กำรทดลองปฏบิ ตั ิกำรเปิด - ปดิ กอ๊ กนำ้
4) กำรขย้ำกระดำษ
5) กำรเคลื่อนไหวตำมคำ้ สงั่
6) กำรปฏิบัตติ ำมข้อตกลง
7) กำรเล่นเกมจบั คู่สี

3.ขนั ตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)
ขันนา้ (กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 30 นาที)
1. ครูพำเด็ก ๆ เข้ำแถวแลว้ ออกไปเดนิ ออกไปสนำมหญำ้ แลว้ ใหเ้ ดก็ ๆจบั มือเปน็ วงกลมใหญ่
2. ครตู ีกลองหนงึ่ จังหวะ (1 2 3 หยุด) ทำ้ ซ้ำ 5 - 6 ครงั เพือ่ เตรยี มเด็ก
3. ครพู ำเดก็ เคล่ือนไหวรำ่ งกำยตำมคำ้ ส่ัง เชน่ ตบมือ ผงกศีรษะ กระทบื เท้ำ ฯลฯ และแบบเคลอ่ื นท่ี

เช่น ว่ิงเรว็ - ช้ำ กระโดดไปข้ำงหน้ำ – ข้ำงหลัง ฯลฯ และเมอื่ ได้ยนิ สญั ญำณ หยดุ ให้หยดุ เคลอ่ื นไหวในทำ่
นนั ทันที

ขนั สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)
4. คณุ ครแู ละเด็กๆสนทนำเกี่ยวกบั วธิ ีกำรประหยัดน้ำ เชน่ กำรปิดนำ้ หลังจำกที่เด็กเปดิ ใช้ล้ำงมอื ลำ้ ง
หน้ำทุกครัง ฯลฯ
5. คุณครูสนทนำเก่ียวกบั กำรใชน้ ้ำอย่ำงประหยัดและเปิดโอกำสให้เด็กไดพ้ ดู คยุ สนทนำอยำ่ งอิสระ
ขันสรปุ (กิจกรรมเลน่ กลางแจง้ 20 นาที)
6. คุณครพู ำเด็กๆไปเลน่ เคร่ืองเลน่ สนำมโดยคณุ ครสู รำ้ งข้อตกลงในกำรเล่น คือ เด็กๆจะเล่นอย่ำงถูก
วธิ แี ละรกั ษำควำมปลอดภยั ของตนเองและเพื่อนๆ
7. เม่ือเล่นเสร็จแลว้ คณุ ครูพำเดก็ ทำ้ ควำมสะอำด ล้ำงมือ และพำเด็กๆเดินแถวกลบั ห้อง
(กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรคแ์ ละ เกมการศึกษา 40 นาที)
8. ครนู ้ำกระดำษสำหลำกสีสันใหเ้ ดก็ คนละ 1 แผน่ ใหเ้ ดก็ ขยำ้ กระดำษเป็นกอ้ นกลมๆคนละ 1 ก้อน
9. คณุ ครใู ห้เด็กเลน่ เกมจับคูส่ ีดว้ ยกำรใช้กอ้ นกระดำษสที ีเ่ ด็กขย้ำโดยเม่ือคุณครูให้สัญญำณเปำ่
นกหวดี ใหเ้ ดก็ จบั คู่ก้อนกระดำษที่มสี เี หมือนกัน
(กิจกรรมเล่นตามมุม 20 นาที)
10. ครเู ปิดโอกำสให้เด็กไดเ้ ลือกเลน่ ในศนู ย์ตำมควำมสนใจอยำ่ งอสิ ระ โดยวนั นคี ณุ ครูแนะนำ้ มุม
ประสบกำรณ์ให้เด็กๆเลน่ 3 มมุ คือ มมุ ปนั้ , มุมหนงั สือ และ มมุ บำ้ น
11. ครูพำเด็กๆเข้ำแถวท้ำควำมสะอำดร่ำงกำย ล้ำงมือ พำเดก็ ๆไปรบั ประทำนอำหำร

4.สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
กลอง, สบู่, กระดำษสำ ,เครือ่ งเลน่ สนำม, มมุ ประสบกำรณ,์ นกหวดี

5.การประเมินผล
สงั เกต
1. กำรท้ำกจิ กรรมร่วมกับเพ่ือนและครดู ว้ ยควำมสนใจ จดจ่อ และมคี วำมสุข
2. บอกกำรใช้น้ำอย่ำงประหยดั ได้
3. กำรสนทนำ พดุ คุย และตอบค้ำถำม

ภาคผนวก

เพลงไอนา้

ลนั ลนั ลำ ลัน ลนั ลนั ลำ ลัน ลนั ลัน ลัน ลำ ๆ
ไอน้ำ ไอน้ำ ไอน้ำ กวำ่ จะเปน็ ละอองไอน้ำ กว่ำจะลอยขนึ ไป
ลอยไปบนฟำกฟำ้ บนนภำกวำ้ งใหญ่ เธอจะลอยไปไหน แลว้ ใครพำเธอขนึ มำ
ดวงอำทิตยส์ ง่ แสงรอ้ นจ้ำ ไอทอ้ งนรำรอ้ นอกรอ้ นใจ จนตอ้ งระเหยเป็นไอ ไอนำ้ ลอยไป

วิง่ เล่นเฮฮำ ลนั ลนั ลำ ลัน ลนั ลนั ลำ ลัน ลนั ลัน ลัน ลำๆ

เพลงเปด็ อาบน้าในคลอง

กำ้ บ ก้ำบ กำ้ บ เป็ดอำบน้ำในคลอง ตำก็จ้องแลมองเพรำะในคลองมี หอย ปลำ ปู
ก้ำบ ก้ำบ ก้ำบ เป็ดอำบน้ำในคู ตำกจ็ ้องแลดูเพรำะในคูมี หอย ปู ปลำ
(ซำ้ 3 รอบ)

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 25 สาระการเรียนรู้ ที่ 3 ธรรมชาติรอบตวั
หน่วยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยรกั ธรรมชาติ : สตั ว์เลี้ยงแสนรัก

ความคดิ รวบยอด
สัตวเล้ียงเป็นสงิ่ มีชีวติ ที่ต้องการ อากาศ แสงแดด น้าและอาหารเพ่ือการเจริญเติบโต ต้องการความ

รักและการดูแลเอาใจใส่จากคนที่เล้ียง สัตว์เลี้ยงช่วยเป็นเพ่ือนคลายเหงา ช่วยให้คนผ่อนคลายอารมณ์จิตใจ
และยงั อาจมีประโยชน์ในดา้ นอืน่ ๆอีกมากมาย

สุนขั แมว ปลา นก มสี ีข่ า มีหาง มีขน มปี กี

การเลีย้ งปลา รจู้ กั ชือ่ /ชนดิ /รปู ร่าง/ ขนาดเลก็ - ใหญ่
ลกั ษณะ/ขนาด บ้าน กรง ในน้า
(1วัน)

การเลย้ี งสตั ว์ สตั วเ์ ลีย้ ง ท่อี ยอู่ าศัยและอาหารของ
อย่างปลอดภยั แสนรกั สัตว์เลย้ี ง
(1 สปั ดาห)์ (1วนั )
(1 วนั )
ขา้ ว เนื้อสตั ว์ แมลง ฯลฯ
ใหค้ วามรัก ใหอ้ าหาร

การดูแล ประโยชน์
(1วนั ) ของสัตว์เลย้ี ง

(1 วนั )

เพื่อนคลายเหงา ดเู ล่น

สง่ิ ทเ่ี ดก็ รู้แล้ว สง่ิ ทเ่ี ดก็ ต้องการรู้ สิง่ ทเี่ ด็กควรรู้

1. ชื่อสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข 1. สัตว์เล้ียงแต่ละชนิดกินอะไรเป็น 1. มารู้จักสัตว์เลี้ยงกันเถอะ (ช่ือ/

แมว ปลา ฯลฯ อาหาร ชนดิ /รปู รา่ ง/ลักษณะ/ขนาด)

2. รูปร่างลักษณะของสัตว์ 2. ท่อี ยูอ่ าศยั ของสตั วเ์ ลีย้ ง 2. ที่อยู่อาศัยและอาหารของสัตว์

เล้ยี ง เชน่ มขี า มีปีก 3 สตั วเ์ ลย้ี งแตล่ ะชนิดดูแลอย่างไร เลย้ี งแสนรกั

3......................................... 4................................................... 3. ประโยชน์ของสตั วเ์ ลีย้ งแสนรกั

4........................................ 5. .................................................. 4. การดูแลรกั ษา

5. .......................................... 5. การเลี้ยงสตั ว์อย่างปลอดภัย

ตารางวิเคราะห์สาระการเรยี นรทู้ ่คี วรเรยี นรู้
สภาพทพ่ี ึงประสงค์ และการประเมินพฒั นาการ (DSPM)

สาระการเรยี นรู้ การประเมิน

หน่วยการเรียนรู้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั พัฒนาการ
(DSPM)
หนว่ ยที่ 25 เพ่ือนสตั ว์
น่ารัก : สัตว์เล้ยี งแสนรกั คณุ ลักษณะท่ี 6.1 1. มาร้จู ักสัตวเ์ ลีย้ งกัน 1. การฟงั เสียงต่างๆ -ข้อ 68 พูดตอบ
1. มารูจ้ กั สัตว์เลี้ยงกัน
เถอะ (ชื่อ/ชนดิ รูปรา่ ง/ รับรู้และเข้าใจ เถอะ (ช่ือ/ชนดิ รปู ร่าง/ รอบตัว รบั และปฏเิ สธ
ลกั ษณะ/ขนาด)
2.ท่อี ยู่อาศยั และอาหาร ความหมายของภาษา ลักษณะ/ขนาด) 2. การฟงั นิทานหรือ ได้ (EL)
ของสัตว์เล้ียงแสนรัก
3.ประโยชน์ของสตั วเ์ ลย้ี ง ได้ตามวัย 2.ท่ีอยู่อาศยั และอาหาร เรื่องราวส้ันๆ -ขอ้ 77ร้องเพลง
แสนรัก
4.การดูแลรกั ษา ของสัตวเ์ ลีย้ งแสนรัก 3. การท้ากิจกรรม ได้บางค้าหรือ
5.การเล้ียงสตั วอ์ ยา่ ง
ปลอดภยั 3.ประโยชนข์ องสตั ว์เลย้ี ง ศลิ ปะตา่ งๆ รอ้ งเพลงคลอ

แสนรกั ตามความสนใจ ตามทา้ นองได้

4.การดแู ลรักษา 4. การจดจ่อใสใ่ จ (PS)

5.การเล้ยี งสัตว์อยา่ ง -ข้อ82พูด

คุณลกั ษณะที่ 7.3 ปลอดภยั 1. การเชือ่ มโยงจาก ตดิ ต่อกัน3-4คา้

สา้ รวจโดยการใช้ ประสบการณ์เดิม ได้อยา่ งนอ้ ย 4
ประสาทสัมผัส 2. การเรยี งล้าดบั ความหมาย
เหตุการณ์ (EL)

3. การยดื หยนุ่ ความคดิ -

ตามวยั

4. การส้ารวจ

5. การคดิ ตดั สนิ ใจหรือ

คิดแกป้ ัญหาใน เร่ืองท่ี

งา่ ยๆ ดว้ ยตนเอง

6. การสงั เกตวัตถุหรือ

สิ่งของที่มสี ีสนั และ

รปู รา่ งท่ีแตกตา่ งกนั

7. การฟงั เสียงตา่ งๆ

รอบตัว

8. การเลยี้ งสัตว์

แนวการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ท่ี 25 สาระการเรยี นรูท้ ่ี 3 ธรรมชาตริ อบตวั

หน่วยการเรียนรู้ เพื่อนสตั ว์นา่ รัก : สตั วเ์ ลย้ี งแสนรกั

กจิ กรรม เคล่อื นไหว เสริมประสบการณ์ ศิลปสร้างสรรค์ การเล่นตามมมุ การเล่นกลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วันท่ี และจงั หวะ ว่งิ อย่างอสิ ระ
เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ เกมจบั คู่ภาพกับเงา
1 เคล่ือนไหวร่างกาย มารจู้ กั สัตวเ์ ลยี้ งกนั เถอะ ระบายสภี าพ เลือกเล่นในศูนยต์ าม “สตั วเ์ ล้ยี ง”
ตามจังหวะ (ช่ือ/ชนิด/รูปร่าง/ สัตว์เลยี้ ง ความสนใจและค้นหา
ลกั ษณะ/ขนาด) ความถนัดของตนโดย
จดั ให้สอดคลอ้ งกบั
หนว่ ยการเรียนรู้

เคลอ่ื นไหวร่างกาย ที่อยู่อาศยั และอาหาร ปน้ั แปง้ โดว์ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ โยนลูกบอล เกมจบั คภู่ าพเหมอื น

ประกอบเพลง ของสัตวเ์ ลี้ยงแสนรัก เลอื กเล่นในศนู ย์ตาม “สัตวเ์ ลย้ี ง”

2 “สตั ว์เลี้ยงแสนรัก” ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย

จัดใหส้ อดคล้องกับ

หนว่ ยการเรยี นรู้

การเคลื่อนไหวร่างกาย ประโยชนข์ อง ดดี สีภาพสัตว์เล้ยี ง เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ เกมพาสตั วเ์ ลย้ี ง เกมภาพตัดตอ่

เลียนแบบสัตวเ์ ลีย้ ง สตั ว์เลี้ยงแสนรัก เลอื กเล่นในศนู ย์ตาม กลับบา้ น สัตว์เล้ยี ง 3-5 ชน้ิ

3 ความสนใจและคน้ หา
ความถนัดของตนโดย

จดั ใหส้ อดคล้องกับ

หนว่ ยการเรยี นรู้

เคลื่อนไหว การดูแลสตั ว์เลี้ยงแสนรัก ขดี เขยี นอยา่ งอสิ ระ เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เล่นเครื่อง เกมต่อบลอ็ กจา้ นวน

รา่ งกายแบบเคลื่อนท่ี เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม เล่นสนามอสิ ระ 4 ชนิ้

4 ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย

จดั ให้สอดคลอ้ งกบั

หนว่ ยการเรียนรู้

เคลอื่ นไหวรา่ งกาย การเล้ยี งสัตว์ กลิง้ สจี ากเศษวัสดุ เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ เลน่ น้า เล่นทราย เกมเรยี งล้าดับขนาด

พร้อมอุปกรณ์ (ริบบนิ้ ) อย่างปลอดภยั เลือกเล่นในศูนย์ตาม สัตว์เลยี้ ง

5 (เลย้ี งปลา) ความสนใจและค้นหา

ความถนัดของตนโดย

จัดใหส้ อดคลอ้ งกับ

หนว่ ยการเรียนรู้

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้

สัปดาห์ท่ี 25 วันท่ี 1 สาระการเรยี นรูย้ ่อย (ชอื่ /ชนิด/รูปร่าง/ลกั ษณะ/ขนาด)ของสตั ว์เล้ียง)

1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สามารถเคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างอิสระตามจงั หวะได้

2. เด็กสนทนาโตต้ อบกับครูและเพอ่ื นเกยี่ วกับชื่อ/ชนิด/รูปร่าง/ลักษณะ/ขนาดของสัตว์เลีย้ งได้

3. เดก็ ทา้ กจิ กรรมรว่ มกบั เพื่อนและครอู ยา่ งตัง้ ใจ

2.สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) ช่อื /ชนดิ /รูปรา่ ง/ลักษณะ/ขนาดของสตั ว์เล้ยี ง 1) การเชือ่ มโยงประสบการณเ์ ดิม

2) การฟงั เสียงตา่ ง ๆ รอบตัว 2) การสนทนาโต้ตอบ

3.ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสูตร)

ขน้ั นา ( กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครูพาเด็กร้องเพลง “สตั วเ์ ลย้ี งของฉัน” พร้อมกบั ปรบมือใหเ้ ป็นจงั หวะ

ขนั้ สอน (กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)

2. คณุ ครูสนทนาเกยี่ วกบั ชือ่ /ชนดิ /รปู ร่าง/ลกั ษณะ/ขนาดของสัตวเ์ ลยี้ งแสนรัก, ทบ่ี า้ นหนูมสี ตั วเ์ ล้ยี ง

ไหม,เลย้ี งสัตวอ์ ะไร, มีลักษณะอย่างไร

3. ครนู ้าปริศนาคา้ ทาย มาให้เดก็ ๆ ทายโดยการฟงั เสยี งสัตว์ ดังนี้

- สัตว์เลยี้ งของฉนั นั้นมันนา่ รัก ใคร ๆ รอ้ งทกั มนั ร้อง โฮ่ง โฮ่ง

- สตั วเ์ ล้ยี งของฉัน นั้นมันน่ารัก ใคร ๆ ร้องทกั มันร้อง เหมียว เหมียว

- สตั ว์เล้ียงของฉนั น้ันมนั น่ารัก ใคร ๆ ร้องทัก มันร้อง จิ๊บ จิ๊บ

(ครูเปล่ียนเสียงไปเร่ือย ๆ)

4. ครูนา้ ภาพสัตวเ์ ลีย้ งมาให้เด็กดู และร่วมสนทนาเกยี่ วกบั ชือ่ /ชนดิ /รปู ร่าง/ลักษณะ/ขนาด)ของสัตว์

เลยี้ งแสนรัก โดยครู เปิดโอกาสใหเ้ ด็กบอกเลา่ ซักถาม และรว่ มแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ

(กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ 20 นาที)

5. ครพู าเด็กๆ ท้ากจิ กรรมระบายสีภาพสัตวเ์ ลยี้ ง โดยแนะนา้ ภาพสตั ว์เลย้ี ง ได้แก่ ภาพสนุ ขั ภาพแมว

ภาพนก ภาพปลา และออกเสียงคา้ ศัพท์ “Bird Cat Dog Fish ” จากน้นั ให้เดก็ ๆ เลอื ก ภาพสตั ว์ท่ตี นเอง

ชอบ เพอื่ นา้ ไประบายสี

(กจิ กรรมเล่นกลางแจ้ง 20-30 นาที)

6. ครพู าเดก็ ๆออกนอกห้องเรียนและท้าข้อตกลงในการวิ่งเลน่ อย่างอิสระ เมื่อหมดเวลาให้เดก็ ๆ ท้า

ความสะอาดรา่ งกายและขนึ้ ห้องเรียน

ขัน้ สรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาที)

7. เดก็ และครรู ่วมกนั สนทนาเกย่ี วเกย่ี วกับชื่อ/ชนดิ /รูปรา่ ง/ลกั ษณะ/ขนาดของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

8. ครนู า้ เกมจบั คู่ภาพกับเงา “สตั ว์เลย้ี ง” มาให้เด็กๆเล่น

(กิจกรรมเลน่ ตามมมุ ) 20 นาที

9. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กได้เลือกเลน่ ในศูนยต์ ามความสนใจอย่างอิสระ

10. เมอื่ หมดเวลาใหเ้ ด็กเก็บอุปกรณ์ ล้างมือและเข้าแถวเพ่ือเดนิ ไปรบั ประทานอาหารกลางวนั

4.ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
เพลง, ภาพสัตวเ์ ลี้ยง, สีเทียน, เกมจบั ค่ภู าพกับเงา ,มมุ ประสบการณ์

5.การประเมนิ ผล
สังเกต
1. การเคล่อื นไหวรา่ งกายอย่างอิสระตามจงั หวะได้
2. การสนทนาโต้ตอบกับครูและเพอ่ื น
3. การทา้ กจิ กรรมร่วมกับเพื่อนและครูอย่างตง้ั ใจ

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาห์ที่ 25 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ที่อยู่อาศัยและอาหารของสตั วเ์ ล้ียงแสนรกั

1.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สามารถเคลื่อนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจังหวะได้

2. เดก็ สนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพ่ือนเกย่ี วกับท่ีอยู่อาศยั และอาหารของสัตวเ์ ล้ยี งแสนรัก

3. เดก็ ท้ากจิ กรรมรว่ มกับเพื่อนและครูอย่างตง้ั ใจ

2.สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) ท่ีอยู่อาศัยและอาหารของสตั ว์เลี้ยง 1) การเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม

2) การเลา่ เรือ่ งราว 2) การสนทนาโตต้ อบ

3) การทา้ กจิ กรรมศิลปะ

3.ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)

ข้ันนา ( กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ 20 นาที)

1. ครพู าเด็กร้องเพลง “สตั ว์เลี้ยงของฉนั ” พร้อมกบั เคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบเพลง

ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)

2. คณุ ครูสนทนาเก่ียวกับท่ีอยู่อาศัยและอาหารของสตั วเ์ ลี้ยงแสนรัก โดยใชค้ ้าถาม ดังนี้

- ท่ีบ้านของใครเล้ียงสตั ว์ (สุนัข นก ปลา แมว ฯลฯ) บ้าง

3. เดก็ ทีเ่ ลยี้ งสัตวอ์ อกมาเล่าประสบการณ์ของตนเองทเ่ี คยนา้ อาหารอะไรให้สัตว์ชนดิ ใดบา้ ง

4. ครูน้าภาพท่อี ยู่อาศยั และอาหารของสตั วเ์ ล้ียงมาให้เดก็ ดู และร่วมสนทนาร่วมกนั โดยครู เปดิ

โอกาสใหเ้ ด็กบอกเลา่ ซักถาม และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างอสิ ระ

(กจิ กรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ 20 นาที)

5. ครูพาเดก็ ๆ ทา้ กจิ กรรมปน้ั แป้งโดว์ โดยแนะน้าใหเ้ ดก็ ๆ ท้าอาหารของสัตว์เล้ียง เช่น อาหารแมว

อาหารปลา เป็นต้น

(กจิ กรรมเลน่ กลางแจง้ 20-30 นาท)ี

6. ครพู าเดก็ ๆออกนอกห้องเรียนและท้าข้อตกลงในการโยนบอลใสต่ ะกร้า เม่ือหมดเวลาให้เดก็ ๆ ท้า

ความสะอาดร่างกายและขนึ้ ห้องเรียน

ขน้ั สรปุ (กิจกรรมเกมการศกึ ษา 20 นาท)ี

7.เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาเกย่ี วเกย่ี วกับท่ีอยู่อาศยั และอาหารของสัตว์เลี้ยงแสนรัก

8. ครนู ้าเกมจับค่ภู าพเหมือน “สัตว์เล้ียง” มาใหเ้ ด็กๆเล่น

(กจิ กรรมเลน่ ตามมุม) 20 นาที

9. ครเู ปดิ โอกาสให้เด็กได้เลอื กเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ

4.สื่อและแหล่งการเรียนรู้

เพลง, ภาพที่อยู่อาศัยสัตว์เล้ียงและอาหารสัตว์เลี้ยง, แป้งโดว์, เกมจับคู่ภาพเหมือน ,มุม

ประสบการณ์

5.การประเมนิ ผล

สังเกต

1. การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระตามจงั หวะได้

2. การสนทนาโต้ตอบกบั ครูและเพื่อน

3. การทา้ กิจกรรมรว่ มกับเพ่ือนและครูอยา่ งตง้ั ใจ

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้

สปั ดาห์ที่ 25 วนั ที่ 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประโยชนข์ องสัตว์เลีย้ งแสนรัก

1.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สามารถเคลอ่ื นไหวร่างกายอย่างอสิ ระตามจังหวะได้

2. เด็กสนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพื่อนเกย่ี วกับประโยชนข์ องสัตวเ์ ล้ียง

3. เด็กทา้ กจิ กรรมร่วมกบั เพ่ือนและครูอยา่ งตง้ั ใจ

2.สาระการเรียนรู้

สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) ประโยชน์ของสัตวเ์ ล้ียง 1) การเช่อื มโยงประสบการณเ์ ดิม

2) การเลา่ เร่อื งราว 2) การสนทนาโต้ตอบ

3) การท้ากิจกรรมศลิ ปะ

3.ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลักสตู ร)

ขั้นนา ( กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครูพาเด็กร้องเพลง “สตั ว์เลี้ยงของฉัน” พร้อมกับเคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบเพลงเลียนแบบสัตว์

เล้ียง

ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)

2. ครนู า้ ปริศนาคา้ ทายมาให้เด็กตอบค้าถาม ดังนี้

- อะไรเอ่ย มีขนปกุ ปุย ช่างน่ารกั เฝา้ บา้ นให้เรา (สนุ ขั )

- อะไรเอย่ ตัวเลก็ ปราดเปรียว ชอบไล่จบั หนู (แมว)

- อะไรเอย่ สีสันสวยงาม แหวกวา่ ยไปมา ดูแลว้ เพลนิ ใจ (ปลา)

3. ครูน้าภาพสตั ว์เลี้ยงต่าง ๆ มาใหเ้ ด็กดู และร่วมสนทนาร่วมกันเก่ยี วกับประโยชนข์ องสัตวเ์ ลย้ี ง

โดยครูเปิดโอกาสใหเ้ ด็กบอกเลา่ ซกั ถาม และร่วมแสดงความคดิ เหน็ อย่างอิสระ

(กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาที)

4. ครูพาเด็กๆ ทา้ กิจกรรมติดปะภาพสัตว์เลยี้ งด้วยส้าลี

(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20-30 นาที)

5. ครูพาเด็กๆออกนอกห้องเรียนและท้าขอ้ ตกลงในการเลน่ เกมวงิ่ แข่งพาสัตวเ์ ล้ียงกลับบา้ น โดยครู

แบง่ เด็กออกเปน็ 2 ทีม เด็กวิ่งแขง่ หยิบตุ๊กตาไปไว้ในตะกร้า ทมี ไหนหมดก่อนเปน็ ฝา่ ยชนะ เมอ่ื หมดเวลาให้

เด็ก ๆ ทา้ ความสะอาดร่างกายและขึน้ ห้องเรยี น

ขั้นสรปุ (กจิ กรรมเกมการศกึ ษา 20 นาที)

6.เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาเกี่ยวเก่ียวกบั ประโยชน์ของสัตวเ์ ลีย้ งแสนรกั

7. ครนู ้าเกมภาพตดั ต่อ “สตั ว์เลย้ี ง” มาให้เด็กๆเลน่

(กจิ กรรมเสรี) 20 นาที

8. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กได้เลอื กเล่นในศูนย์ตามความสนใจอย่างอิสระ

4.สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

เพลง, บัตรภาพปริศนาค้าทาย, ภาพสัตว์เลี้ยง,กาว,ส้าลี, เกมภาพตัดต่อ,ตุ๊กตาสัตว์เล้ียง,ตะกร้า ,

มมุ ประสบการณ์

5.การประเมินผล
สงั เกต
1. การเคล่อื นไหวร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะได้
2. การสนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพื่อน
3. การท้ากจิ กรรมรว่ มกับเพื่อนและครูอย่างต้งั ใจ

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

สปั ดาหท์ ี่ 25 วันท่ี 4 สาระการเรยี นร้ยู ่อย การดูแลสตั ว์เลี้ยงแสนรกั

1.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. สามารถเคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งอิสระตามจังหวะได้

2. เดก็ สนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพื่อนเก่ยี วกบั การดแู ลสัตว์เลี้ยง

3. เดก็ ทา้ กิจกรรมรว่ มกบั เพื่อนและครูอยา่ งตงั้ ใจ

2.สาระการเรยี นรู้

สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) การดแู ลสัตวเ์ ล้ยี ง 1) การเชอื่ มโยงประสบการณ์เดมิ

2) การเล่าเร่ืองราว 2) การสนทนาโต้ตอบ

3) การทา้ กิจกรรมศลิ ปะ

4) การเคลื่อนไหวรา่ งกายตามค้าส่งั

3.ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสูตร)

ข้นั นา ( กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ 20 นาที)

1. ครูพาเด็กเคล่ือนไหวร่างกายตามคา้ สั่ง เชน่ ตบมือ ผงกศีรษะ กระทืบเทา้ ฯลฯ และแบบเคลื่อนที่

เช่น วิ่งเร็ว - ช้า กระโดดไปข้างหน้า – ขา้ งหลัง ฯลฯ และเมื่อไดย้ ินสัญญาณ หยดุ ให้หยุดเคลื่อนไหวในทา่

นั้นทันที

2. ครสู นทนาเกยี่ วกับการดแู ลสตั ว์เลี้ยง จากประสบการณ์เดิมของเด็ก

ขนั้ สอน (กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 40 นาที)

3. ครนู ้าตุก๊ ตาสตั ว์เล้ยี ง บ้านของสตั ว์เลี้ยง และจานอาหารของสัตว์เล้ียงมาให้เดก็ ดูและร่วมสนทนา

ดงั น้ีร่วมกันเกยี่ วกับการดแู ลสัตวเ์ ลี้ยง โดยครูเปดิ โอกาสให้เดก็ บอกเล่า ซกั ถาม และร่วมแสดงความคิดเห็น

อย่างอิสระ

4. ใหเ้ ดก็ แสดงบทบาทสมมุตกิ ารดแู ลสัตว์เลี้ยง เช่น การแสดงความรกั ต่อสตั วเ์ ลีย้ ง การให้อาหารสัตว์

เลีย้ ง เปน็ ตน้

(กิจกรรมสรา้ งสรรค์ 20 นาท)ี

5. ครูใหเ้ ด็กทา้ กิจกรรมขีดเขียนอยา่ งอิสระดว้ ยสีเทยี น

(กจิ กรรมกลางแจง้ 20-30 นาท)ี

6. ครูพาเดก็ ๆ ออกนอกห้องเรียนและท้าขอ้ ตกลงในการเลน่ สนามอยา่ งอิสระ เม่ือหมดเวลาให้เดก็ ๆ

ท้าความสะอาดร่างกายและขึ้นห้องเรยี น

ขั้นสรุป (กิจกรรมเกมการศึกษา 20 นาท)ี

7.เดก็ และครรู ่วมกันสนทนาเกยี่ วเกีย่ วกบั การดูแลสตั วเ์ ลี้ยง

8. ครนู ้าเกมต่อบลอ็ กเรยี งลา้ ดับขนาดมาให้เดก็ เล่น

(กจิ กรรมเสร)ี 20 นาที

9. ครูเปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้เลือกเล่นในศูนย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ

4.สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้

เครื่องเคาะจังหวะ, ตุ๊กตาสัตว์เล้ียง, กล่องบ้านสัตว์เล้ียง,จานอาหารสัตว์เลี้ยง,กระดาษ,สีเทียน, เครื่องเล่น

สนาม , เกมต่อบลอ๊ ค, มมุ ประสบการณ์

5.การประเมินผล
สงั เกต
1. การเคลอื่ นไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระตามจงั หวะได้
2. การสนทนาโต้ตอบกับครูและเพ่อื น
3. การทา้ กจิ กรรมร่วมกับเพ่ือนและครูอยา่ งตั้งใจ

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาหท์ ่ี 25 วันท่ี 5 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การเลีย้ งสัตว์อยา่ งปลอดภัย

1.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. สามารถเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอสิ ระตามจังหวะได้

2. เด็กสนทนาโต้ตอบกับครแู ละเพื่อนเก่ยี วกบั การเล้ยี งสตั ว์

3. เดก็ ท้ากิจกรรมรว่ มกับเพื่อนและครูอย่างตั้งใจ

2.สาระการเรียนรู้

สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การเลย้ี งสตั ว์ท่ไี ม่เปน็ อนั ตราย 1) การเช่ือมโยงประสบการณ์เดมิ

2) การเลา่ เรอ่ื งราว 2) การสนทนาโต้ตอบ

3) การท้ากิจกรรมศิลปะ

4) การเคล่ือนไหวรา่ งกายตามค้าสัง่

5) การเล้ียงสตั ว์

3.ขั้นตอนการจัดกจิ กรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)

ขนั้ นา ( กิจกรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครูพาเด็กเคลอื่ นไหวรา่ งกายตามจังหวะเสยี งเพลงประกอบอุปกรณ์โดยใชร้ ิบบ้ิน

ข้นั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 40 นาที)

2. ครูพาเด็ก ๆ ทอ่ งค้าคล้องจอง “เจา้ ปลาตัวน้อย”

3. ครูพาเด็ก ๆ ท้ากจิ กรรม เลย้ี งปลาหางนกยูง โดยครูแนะน้าวสั ดอุ ุปกรณใ์ นการเลี้ยงปลา ให้เด็ก ๆ

ไดร้ ู้จักไดแ้ ก่ โหลแกว้ ปลาหางนกยงู และหินสีต่าง ๆ จากนั้นให้เดก็ ๆ ชว่ ยกันนา้ วสั ดตุ า่ ง ๆ ตกแต่งโหลแกว้

4. ครรู ่วมสนทนาเก่ียวการเล้ียงปลา เช่น ปลาหางนกยงู ตัวเลก็ มสี สี ันสวยงาม ปลาอาศัยอย่ใู นน้า

ฯลฯ จากนน้ั ชวนเดก็ ๆ ให้อาหารปลา

(กจิ กรรมสร้างสรรค์ 20 นาท)ี

5 .ครูใหเ้ ดก็ ๆวาดภาพสัตวเ์ ลี้ยงของตนเองอย่างอสิ ระ

(กจิ กรรมกลางแจ้ง 20-30 นาที)

6.ครพู าเด็ก ๆ ออกนอกห้องเรยี นและทา้ ข้อตกลงในการเล่นน้าเล่นทราย เมอ่ื หมดเวลาให้เดก็ ๆ ทา้

ความสะอาดรา่ งกายและขน้ึ ห้องเรยี น

ขั้นสรุป (กจิ กรรมเกมการศึกษา 20 นาท)ี

7.เดก็ และครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวเกย่ี วกับการเล้ยี งสตั วท์ ีไ่ ม่เป็นอนั ตราย

8.ครนู า้ เกมเรียงล้าดับขนาดสัตว์เล้ยี งมาใหเ้ ด็กเลน่

(กิจกรรมเสร)ี 20 นาที

9. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กได้เลือกเลน่ ในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ

4.สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

เคร่ืองเคาะจังหวะ,ริบบิ้น, ค้าคล้องจอง, ปลาหางนกยูง, ขวดโหลแก้ว,หินสีต่าง ๆ ,อาหารปลา ,

กระบะนา้ กระบะทราย, เกมเรียงล้าดับขนาด, มมุ ประสบการณ์

5.การประเมินผล

สงั เกต

1. การเคลอื่ นไหวร่างกายอยา่ งอิสระตามจังหวะได้

2. การสนทนาโตต้ อบกับครูและเพื่อน

3. การทา้ กิจกรรมรว่ มกับเพ่ือนและครอู ย่างต้ังใจ

ภาคผนวก

เพลง สัตว์เล้ียงแสนรกั
โดย มานพ หงษาคา้

สัตวเ์ ล้ยี งแสนรัก สารพัดสตั ว์ในบา้ นเรา
ช้าง มา้ ววั ควาย เก้ง กวาง ลงิ หมี เสือ บา่ ง นกกระยางคอยาว

บ้าฉัน ไมม่ สี ัตว์ใหญ่ (ซ้า) หมู หมา กา ไก่ พอได้แลมอง

ค้าคลอ้ งจองเจ้าปลาตัวนอ้ ย
ปลาตวั นอ้ ย หนึง่ ตวั สา่ ยหวั แล้วกระโดด

ขอโทษ ตัวที่ สอง มองหาตัวท่ี สาม
ตามมาตวั ท่ี สี่ หา้ เอย

แผนกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรยี นรู้ กำรศึกษำปฐมวยั อำยุ 2 - 3 ปี
สัปดำห์ท่ี 26 สำระกำรเรียนรู้ ท่ี 3 ธรรมชำตริ อบตัว

หนว่ ยกำรเรยี นรู้ เพื่อนสัตว์น่ำรัก : สตั วน์ ำ้ นำ่ รัก
ควำมคดิ รวบยอด

สัตว์ทอ่ี าศยั ในน้าหรอื มวี งจรชีวติ ส่วนหน่ึงอยใู่ นน้าหรืออาศัยอยใู่ นบรเิ วณทีน่ ้าทว่ มถงึ เช่น ปลา ก้งุ ปู
แมงดาทะเล หอย เต่า ตะพาบน้า จระเข้ รวมทังไข่ของสัตว์นา้

ไวร้ ับประทาน ปลา กุ้ง ปู
เล็ก
ชื่อสัตว์น้าทหี่ นรู ู้จกั
มาเลียงปลากนั ใหญ่
( 1 วนั )
เถอะ
ไวข้ าย ลักษณะ ของสตั ว์นา้
( 1 วัน )
( 1 วัน )

ปลาสวยงาม เพื่อนสตั ว์นา่ รัก : สตั ว์นำ้ นำ่ รัก ร้า สีตา่ งๆ
แม่นา้ (1 สัปดำห์) เขียว//9
jk’q

กากถัว่

ทอ่ี ยู่อาศยั ของสตั วน์ ้า ลา้ ห้วย/บึง อาหารสตั วน์ า้

( 1 วนั ) ( 1 วนั )

ลา้ คลอง ซากสัตว/์ สาหร่าย อาหารเม็ด
สงิ่ ที่เดก็ รู้แล้ว
สาเรจ็ รูป สาเรจ็ รปู

อาหารเมด็ อาหารเมด็

ส่งิ ที่เด็กต้องกำรรู้ สาเร็จรปู สิ่งท่ีเดก็ คสวารเรรู้ จ็ รปู

1. ชื่อสัตวน์ ้าบางชนิด 1. ผวิ ,สัมผสั 1. รู้จกั ช่ือสัตว์นา้

2. ประโยชน์ 2 อาหารสตั วน์ า้ 2. รูปรา่ ง ลักษณะ สี

3............................................ 3 การเลยี งดูสัตว์น้า 3. ท่อี ยู่อาศัย

4............................................ 4................................................... 4. อาหารสตั ว์น้า

5. .......................................... 5. .................................................. 5.การเลยี งปลา/ดูแลรักษา

ตำรำงวิเครำะหส์ ำระกำรเรียนรู้ที่ควรเรยี นรู้
สภำพทพ่ี งึ ประสงค์ และกำรประเมินพัฒนำกำร (DSPM)

สำระกำรเรยี นรู้ กำรประเมิน

หนว่ ยกำรเรยี นรู้ สภำพทพ่ี ึงประสงค์ สำระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบกำรณ์สำ้ คญั พฒั นำกำร

หนว่ ยท่ี 26 (DSPM)
เพอื่ นสัตวน์ ำ่ รัก :
สตั วน์ ้ำน่ำรัก คุณลกั ษณะที่ 2.2 1. สตั ว์ 1. การขีดเขีย่ 1. พฒั นำกำรดำ้ นกำร
1. รจู้ ักชอื่
2. ลกั ษณะ สตั วน์ า้ ใช้กล้ำมเนอื เลก็ ประสำน 2. พชื 2. การประสานสมั พันธ์ เคลื่อนไหว (GM)
3. อาหารสตั ว์น้า
4. ทอ่ี ยู่อาศัย สัมพันธ์ มือ-ตำ ได้ 3. ใบไม้ ของกลา้ มเนือและระบบ - ขอ้ 65 กระโดดเท้า
5. มาเลยี งปลากัน
เถอะ เหมำะสมตำมวยั 4. ดอกไม้ ประสาท พน้ พนื ทัง 2 ขา้ ง

- จบั สเี ทียนแทง่ ใหญ่เพื่อ 5. การเดนิ เลน่ ในสวน 3. การปั้น,การฉกี ,การตัด - ข้อ 71 ขวา้ งลูกบอล

ขีดเขียน 6. การเพาะปลูกอย่าง 4. การฟังนิทาน ขนาดเลก็ ได้โดยยกมือ

คุณลักษณะที่ 3.1 งา่ ย 5. การฟงั เพลง เหนอื ศรี ษะ

ร่ำเริง แจม่ ใส 7. การสา้ รวจสิ่งตา่ งๆ 6. การร้องเพลง 2. พฒั นำกำรด้ำน

- อารมณ์ดี ยิมแย้ม ในธรรมชาติรอบตวั 7. การทอ่ งคา้ คล้องจอง กล้ำมเนอื มดั เล็กและ

หัวเราะงา่ ย แววตามี เชน่ สัตว์ พืช ใบไม้ 8. การแสดงอารมณ์เปน็ สติปัญญำ (PM)

ความสุข ดอกไม้ สขุ - ขอ้ 66 แกไ้ ขปัญหา

คณุ ลักษณะที่ 3.3 9. การเล่นรวมกลุ่มกับ ง่ายๆโดยใช้เครอ่ื งมือ

สนใจและมคี วำมสขุ กับ ผอู้ น่ื ดว้ ยตนเอง

ธรรมชำติ ดนตรแี ละ 10. การรักษาความ 3. พฒั นำกำรดำ้ นกำร

จงั หวะกำรเคลอื่ นไหว ปลอดภยั เขำ้ ใจภำษำ (RL)

- ตอบสนองต่อธรรมชาติ 11. การจดจอ่ ใสใ่ จ - ข้อ 74 สนใจฟัง

เสียงเพลง จงั หวะดนตรี 12. การตอบคา้ ถามจาก นิทานได้ 5 นาที

และสงิ่ สวยงามตา่ งๆอย่าง ความคดิ 4. พฒั นำกำรด้ำนกำร

เพลิดเพลนิ 13. การสงั เกตวัตถหุ รือ ใช้ภำษำ (EL)

คณุ ลกั ษณะท่ี 6.1 สงิ่ ของทม่ี สี ีสันและรูปทรง - ขอ้ 76 พูดติดต่อกัน

รับร้แู ละเขำ้ ใจภำษำได้ ทตี่ ่างกนั 2 ค้าขึนไปอย่างมี

ตำมวยั 14. การแสดงความคิด ความหมายโดยใช้

- รอ้ งเพลงได้บางค้า และ สร้างสรรคแ์ ละจินตนาการ คา้ กรยิ าได้ถูกตอ้ ง

ร้องคลอตามท้านอง อย่างน้อย 4 กรยิ า

- สนใจดหู นังสอื นิทาน 5. พฒั นำกำรด้ำนกำร

ภาพ ชว่ ยเหลือตนเองและ

คณุ ลกั ษณะที่ 7.3 ส้ำรวจ สงั คม (PS)

โดยใชป้ ระสำทสัมผสั - ขอ้ 69 ลา้ งมือและ

-ชอบละเลงสดี ้วยมอื เชด็ มอื เองได้

- ข้อ 77 รอ้ งเพลงได้

บางค้าหรือร้องเพลง

คลอตามท้านอง

แนวกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้ กำรศึกษำปฐมวัย อำยุ 2 - 3 ปี
สัปดำห์ที่ 26 สำระกำรเรียนรทู้ ่ี 3 สตั ว์นำ้ น่ำรัก

กิจกรรม เคล่อื นไหว เสริม หนว่ ยกำรเรยี นรู้ สตั วน์ ำ้ น่ำรัก เกมการศกึ ษา
วนั ที่ และจงั หวะ ประสบการณ์ เกมหาคู่
เคลอื่ นไหว สร้างสรรค์ เสรี กลางแจง้ ภาพเหมอื น
1 ร่างกายอย่าง วงกลม สัตว์
2 สนทนาชอื่ ของ ระบายสี เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ ว่ิงเก็บของ,เลน่
อิสระ เลือกเล่นในศูนย์ตาม อสิ ระ จับคู่
3 สตั วน์ า้ ความสนใจและคน้ หา ภาพเหมือน
เคลื่อนไหว ความถนดั ของตนโดย
4 ร่างกายประกอบ สนทนาลักษณะสี จดั ให้สอดคล้องกบั เกมจบั คภู่ าพกบั
5 ของสตั ว์นา้ หนว่ ยการเรียนรู้ สัญลกั ษณ์
ท่าทาง
ท่องคา้ คลอ้ งจอง ฉีกกระดาษตาม เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ เล่นสนามเด็ก จบั คภู าพกบั เงา
การเคลอื่ นไหว สัตวน์ ้าน่ารัก เส้นรปู ภาพสัตว์ เลอื กเล่นในศูนยต์ าม เลน่ สร้างปัญญา
รา่ งกายประกอบ ภาพตัดต่อ3 ชิน
นทิ าน สัตวน์ า้ ใต้ ความสนใจและค้นหา
เพลง ทะเล ความถนดั ของตนโดย
จดั ให้สอดคล้องกับ
เคลอ่ื นไหว สนทนา,ปฏิบัติ หนว่ ยการเรียนรู้
ร่างกายตามคา้ ส่ัง จริง ปั้นดิน เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ กรอกนา้ ใส่ขวด
น้ามัน เลอื กเล่นในศูนย์ตาม
เคลือ่ นไหว ความสนใจและคน้ หา
ร่างกายตาม ความถนดั ของตนโดย
อปุ กรณ์ (รบิ บิน) จดั ใหส้ อดคล้องกบั
หนว่ ยการเรียนรู้
ร้อยเชือก เปิดโอกาสให้เด็กได้ เล่นสนาม
เลือกเลน่ ในศนู ย์ตาม
ความสนใจและคน้ หา
ความถนัดของตนโดย
จดั ให้สอดคล้องกับ
หน่วยการเรียนรู้
พับสี เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลน่ อสิ ระ
เลอื กเล่นในศนู ยต์ าม
ความสนใจและค้นหา
ความถนดั ของตนโดย
จดั ใหส้ อดคล้องกับ
หนว่ ยการเรยี นรู้

แผนกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรยี นรู้

สัปดาหท์ ่ี 26 วันที่ 1 สาระการเรียนรูย้ ่อย รจู้ กั ชือ่ ของ สัตว์นา้ น่ารกั

1. จุดประสงค์กำรเรียนรู้

1. เดก็ มีความสขุ และสนุกสนานในการทา้ กจิ กรรม

2. เดก็ บอกชื่อของสัตวน์ ้าได้

3. เด็กทา้ กจิ กรรมร่วมกบั เพื่อนได้

2. สำระกำรเรยี นรู้

สำระที่ควรเรยี นรู้ ประสบกำรณ์สำ้ คัญ

1. ช่อื ของสตั ว์น้า 1. การเคลื่อนไหวตามอสิ ระ

2. การแสดงความคิด ความรู้สกึ

3. การทา้ กจิ กรรมกับผู้อ่นื

4. การสรา้ งสรรคผ์ ลงานและจิตนาการ

3. ขันตอนกำรจดั กิจกรรม (บรู ณำกำร 6 กิจกรรมตำมหลักสูตร)

ขนั น้ำ (กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ 15 นำที)

1. ครพู าเด็กร้องเพลง “ทะเลแสนงาม” พร้อมกับท้าทา่ ประกอบเพลง

2. คุณครูสนทนาเกี่ยวกบั เนือเพลง “ทะเลแสนงาม” ทร่ี ่วมกันร้อง วา่ ในเพลงมีสัตว์น้าอะไรบ้าง

ขนั สอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบกำรณ์ 15 นำที)

3. ครูชูภาพสัตวน์ า้ ก้งุ หอย ปู ปลา ให้เด็กๆดู ทลี ะภาพและให้เดก็ ๆรว่ มแสดงความคดิ และบอก

ช่ือสัตวน์ ้าแต่ละชนดิ ครแู จกภาพสัตว์นา้ กงุ้ หอย ปู ปลา(ทเี่ หมอื นกันอย่างละ 3 ภาพ) ให้เด็กๆดใู นกลุ่มใหญ่

รว่ มสนทนาซกั ถามหรือแสดงความคิดเห็น - เดก็ ๆ เคยเหน็ สตั ว์นา้ ไหม,ร้จู กั สตั ว์นา้ อะไรบา้ ง, เคยเห็นที่ไหน,

(กิจกรรมเกมกำรศึกษำ 20 นำที )

4. ครูแจกภาพสตั วน์ า้ กงุ้ หอย ปู ปลา(ท่ีเหมอื นกันอย่างละ 3 ภาพ) โดยการใหเ้ ด็กๆนั่งเป็น

วงกลมกล่มุ ใหญ่ และใหเ้ ด็กเล่นเกมหาคู่ภาพสตั วน์ า้ ทเี่ หมือนกันรว่ มกับเพื่อน –เดก็ ๆถือภาพสตั ว์นา้ ท่ตี นเองชอบ

ไว้ 1 ชิน ครบู อกเด็กๆหารปู กงุ้ หอย ปู ปลา เดก็ ๆไปหาเพื่อนท่มี รี ปู ภาพเหมือนกนั แล้วน่งั รวมกนั เปน็ กล่มุ

(กจิ กรรมสรำ้ งสรรค์ 20 นำที)

5. ครแู นะน้าอุปกรณใ์ นการระบายสแี ละใหเ้ ด็กๆเลือกรปู ภาพสัตว์นา้ ชนดิ ต่างๆทีช่ อบหรือสนใจ

และระบายสีใหส้ วยงาม ขณะเด็กมาส่งผลงานครูซักถามเด็กอีกครงั วา่ ภาพสตั วน์ ้าทเ่ี ดก็ ระบายสชี ่ืออะไร และ

รว่ มกนั เก็บอุปกรณเ์ ข้าที่ให้เรียบร้อย

ขันสรปุ ( 5 นำที)

6. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาเก่ยี วชือ่ สตั ว์น้าต่างๆ

(กิจกรรมกลำงแจ้ง 30 นำที)

7. ครนู ้าเด็กออกมาเลน่ หนา้ บรเิ วณศูนย์ฯ โดยจดั กิจกรรมให้เด็กเลน่ เกมวิง่ หยบิ ของใส่ตะกร้า

(เช่น รปู ภาพ,หรือของเลน่ กุง้ ,หอย,ป,ู ปลา) เมอ่ื ท้ากจิ กรรมเสร็จใหเ้ ด็กๆชว่ ยกันเก็บอปุ กรณ์และให้เด็กๆเลน่

อย่างอิสระท่สี นามเดก็ เลน่

8. ครพู าเดก็ ๆตงั แถวท้าความสะอาดรา่ งกายและขึนห้องเรียน

(กจิ กรรมเสรี 30 นำที)

9. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กได้เลอื กเลน่ ในศูนยต์ ามความสนใจอยา่ งอสิ ระ

4.สือ่ และแหล่งกำรเรียนรู้

เพลงโอ้ทะเลแสนงาม รูปภาพ หรือของเล่น กงุ้ หอย ปู ปลา กระดาษ สเี ทียน ตะกรา้ มุมประสบการณ์

5.กำรประเมินผล

สังเกต

1.เด็กมคี วามสุข สนกุ สนานกบั กิจกรรม

2.การบอกช่อื สตั วน์ า้

3.เดก็ ทา้ กจิ กรรมรว่ มกบั เพอื่ นได้

แผนกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้

สปั ดาหท์ ี่ 26 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรู้ย่อย ลักษณะของสตั ว์น้า

1. จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้

1. เด็กมีความสขุ และสนุกสนานในการทา้ กจิ กรรม/ท้ากจิ กรรมร่วมกับเพ่ือนได้

2. เดก็ บอกลกั ษณะของสตั วน์ า้ ได้

3. เด็กใชก้ ลา้ มเนือมือประสานสัมพนั ธก์ บั ตา

2. สำระกำรเรยี นรู้

สำระที่ควรเรยี นรู้ ประสบกำรณส์ ้ำคญั

1. รปู รา่ ง ลักษณะ ของสัตวน์ า้ 1. บอกลกั ษณะสัตว์น้าได้

2. การสนทนาโต้ตอบ

3. การทา้ กิจกรรม/สร้างผลงาน

4. การใช้กลา้ มเนือมือประสานสมั พนั ธก์ ับตา

3. ขันตอนกำรจดั กจิ กรรม (บรู ณำกำร 6 กจิ กรรมตำมหลักสตู ร)

ขันนำ้ (กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ 20 นำที)

1. ครูพาเดก็ ร้องเพลง “โอ้ทะเลแสนงามและเพลงจบั ปูด้า ขยา้ ปนู า” พร้อมกบั ประกอบทา่ ทาง

2. คณุ ครสู นทนาเกีย่ วกับเนือเพลง “โอ้ทะเลแสนงามและเพลงจับปูด้า ขย้าปูนา” ท่รี ว่ มกนั รอ้ ง

วา่ ในเพลงมีช่ือสัตว์นา้ อะไร และใหเ้ ดก็ ๆ อา่ นภาษาอังกฤษ พรอ้ มกนั FISH – ฟิช แปลวา่ ปลา

ขันสอน (กจิ กรรมเสริมประสบกำรณ์ 20 นำที)

3. ครเู ปิดคลิปวิดีใหเ้ ดก็ ๆดู รว่ มสนทนาแลกเปลย่ี น เก่ยี วกับรปู รา่ ง ลักษณะและสีของสัตวน์ ้า

ชนดิ ตา่ งๆ

(กิจกรรมสร้ำงสรรค์ 20 นำที)

4. ครนู ้ารปู ภาพสัตว์น้าในกระดาษเอ4 เด็กๆเขา้ แถวเลอื กใบงานที่ชอบและฉีกตามรอยเส้น

ขอบภาพสตั ว์ความตงั ใจ จดจ่อ และนา้ เสนอผลงาน โดยใหเ้ ด็กสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกับรูปร่างลักษณะของสัตวน์ า้

(กิจกรรมเสรี 30 นำที)

5. เดก็ ๆเลือกเล่นตามมุมประสบการณอ์ ย่างอสิ ระ เมื่อหมดเวลาให้ช่วยกนั เกบ็ ของเข้าที่ให้

เรียบร้อย

(กิจกรรมเกมกำรศกึ ษำ 20 นำที)

6. ครแู นะน้าอุปกรณแ์ ละแจกใบงานโดยให้เด็กลากเส้นจับคู่ภาพสตั ว์น้าท่ีเหมอื นกนั ส่งผลงาน

และช่วยกนั เกบ็ ของเลน่ จนเรียบรอ้ ย

ขันสรปุ (5 นำที)

7. รว่ มสนทนากบั เดก็ และอธิบายเพ่มิ เติมรปู รา่ งลักษณะ สัตว์น้าชนิดต่างๆ

(กจิ กรรมกลำงแจ้ง 30 นำที)

8. ครูพาเดก็ ๆออกไปเล่นท่สี นามเดก็ เล่นสรา้ งปญั ญา

9. ครพู าเด็กๆเข้าแถวท้าความสะอาดร่างกาย ล้างมอื พาเด็กๆขึนห้องเรียน รบั ประทานอาหาร

กลางวนั

4. สอ่ื และแหล่งกำรเรยี นรู้

เพลง รปู ภาพสัตวน์ ้าตา่ งๆ คลิปวิดีโอสตั ว์น้า สเี ทยี น มมุ ประสบการณ์ สนามเดก็ เลน่ สรา้ งปญั ญา

5. กำรประเมนิ ผล

สังเกต

1. เดก็ มีความสุขและสนุกสนานในการทา้ กจิ กรรม/ทา้ กิจกรรมรว่ มกบั เพื่อน

2. เด็กบอกลักษณะของสัตวน์ า้

3. ประเมนิ จากผลงานเด็ก

แผนกำรจดั ประสบกำรณ์กำรเรยี นรู้

สปั ดาหท์ ่ี 26 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย อาหารของสัตว์นา้

1. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

1. สนใจ มีความสขุ และสนุกสนานในการทา้ กิจกรรม

2. เด็กบอกอาหารของสัตว์น้าได้

3. เด็กท้ากิจกรรมร่วมกับเพอื่ นได้

2. สำระกำรเรียนรู้

สำระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบกำรณส์ ้ำคญั

1. อาหารของสตั ว์นา้ 1. การสัมผัส การดมกลิน่

2. การสนุกกบั ภาษา: เดก็ สนุกกับเร่ืองราว บท

กลอน ค้าคล้องจองและเพลงตา่ งๆ

3. การเคลอื่ นไหวร่างกายประกอบเพลง

3. ขนั ตอนกำรจัดกจิ กรรม (บรู ณำกำร 6 กิจกรรมตำมหลักสูตร)

ขันนำ้ (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ 15 นำที)

1. ครูพาเดก็ เคลอื่ นไหวร่างกายประกอบเพลง ปลาอยูใ่ นน้า โอ้ทะเลแสนงาม จบั ปดู ้า ขย้าปูนา

ตามอิสระ อย่างสนุกสนาน

ขันสอน (กจิ กรรมเสรมิ ประสบกำรณ์ 30 นำที)

2. ครแู ละเด็กรว่ มกนั ท่องคา้ คล้องจอง สตั วน์ ้าน่ารัก และสนทนาโดยให้เด็กๆรว่ มแสดงความ

คิดเหน็

3. ครูน้าอาหารสตั วน์ า้ เชน่ รา้ ปลายข้าว กากถั่ว เศษอาหารจากครวั เรอื น หรืออาหารเมด็

สา้ เรจ็ รปู มาให้เด็กดู

4. ครใู ห้เดก็ ๆสัมผสั และดมกลน่ิ และร่วมสนทนาเก่ยี วกับอาหารสัตว์นา้ ใครเคยเหน็ อาหารสตั ว์

นา้ บ้าง เคยให้อาหารสตั ว์นา้ บ้างไหม เคยใหอ้ าหารสัตวน์ ้าที่ไหน

(กจิ กรรมสร้ำงสรรค์ 20 นำท)ี

5. ครูเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ให้เด็ก ไดแก ดินนา้ มนั โดยการให้เดก็ ป้นั รูปสตั ว์นา้ หรอื อาหารของสัตว์

นา้ ตามจนิ ตนาการ เมือ่ เสรจ็ ใหน้ า้ เสนอผลงานของตนเองว่าป้ันเป็นรปู สัตว์น้าอะไรบ้าง

ขันสรปุ (5 นำท)ี

6. รว่ มสนทนากบั เดก็ และอธิบายเพ่ิมเติมอาหารของสัตวน์ ้าชนิดต่างๆ

(กิจกรรมกลำงแจง้ 30 นำท)ี

7. ครูนา้ เด็กออกมาเล่นหนา้ บริเวณศูนย์ฯ โดยจดั กิจกรรมให้เด็กเลน่ เกมกรอกนา้ ใสข่ วด เมอื่ ทา้

กจิ กรรมเสร็จให้เด็กๆชว่ ยกนั เกบ็ อุปกรณ์ และให้เดก็ ๆเล่นอยา่ งอิสระท่สี นามเด็กเล่น

8. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทา้ ความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเด็กๆขนึ ห้องเรยี น

(กิจกรรมเกมกำรศึกษำ 20 นำที)

9. ครูให้เดก็ ๆเลน่ เกมภาพตัดต่อรปู สตั ว์น้า (ภาพตัดต่อ 3 ชิน)

(กิจกรรมเสรี 30 นำที)

10 .ครเู ปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลือกเลน่ ในศูนย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ

4. สอ่ื และแหลง่ กำรเรียนรู้

เพลง เกมภาพตัดตอ่ อาหารสัตวน์ ้า(ของจรงิ ) ดนิ น้ามัน/แผ่นรอง ขวดน้า

5. กำรประเมนิ ผล

สงั เกต

1. เดก็ มคี วามสขุ และสนกุ สนานในการทา้ กจิ กรรม

2. เดก็ บอกอาหารของสตั ว์น้า

3. ประเมนิ ผลจากการเลม่ เกมภาพตดั ต่อ

แผนกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรยี นรู้

สัปดาห์ท่ี 26 วันท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ย่อย ท่ีอยู่อาศัย

1. จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

1. สนใจ ความสขุ และสนกุ สนานในการท้ากจิ กรรม

2. เด็กบอกทีอ่ ย่อู าศัยของสัตวไ์ ด้

3. การประสานสัมพนั ธ์ระหว่างกลา้ มเนือมอื กับตา

2. สำระกำรเรียนรู้

สำระที่ควรเรียนรู้ ประสบกำรณส์ ้ำคัญ

1. ทีอ่ ยอู่ าศยั ของสัตวฯ์ นา้ 1. การเคล่อื นไหวร่างกายตามคา้ ส่ัง

2. การสนุกกับภาษา : เด็กสนุกกบั เรื่องราวจาก

นทิ าน และเพลงต่างๆ

3. การตอบค้าถามจากการคดิ

4. การประสานสมั พนั ธ์ของกล้ามเนือ มือกับตา

3. ขันตอนกำรจดั กิจกรรม (บูรณำกำร 6 กจิ กรรมตำมหลกั สตู ร)

ขนั น้ำ (กิจกรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ 20นำที)

1. ครูพาเด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบเคลือ่ นท่ีโดยให้เดก็ ยนื กระจายหาพืนที่ของตนเอง ฝึกการ

บริหารปอดและหวั ใจ โดยการหายใจเขา้ ลกึ ๆ หายใจออกช้าๆ ใหเ้ ด็กๆเคลื่อนไหวร่างกายไปทั่ว ๆ บรเิ วณอย่าง

อสิ ระตามจังหวะเพลง เมื่อจังหวะหยดุ ให้หยุดเคลอื่ นไหวในทา่ นนั ทันที

ขันสอน (กจิ กรรมเสริประสบกำรณ์ 30 นำที)

2. ครูเลา่ นิทานเร่อื ง “อะไรอยใู่ นนา้ ” ให้เดก็ ๆ ฟัง

3. ครูชกั ชวนเดก็ สนทนาและตอบคา้ ถามตามเนือเรือ่ งของนทิ าน

4. ครูเปดิ คลิปวดิ โี อ เก่ยี วกับทอ่ี ยู่อาศยั ของสตั ว์ มาใหเ้ ด็กดแู ละรว่ มสนทนาโต้ตอบ - เด็กๆเห็น

บ้านของสตั ว์นา้ บ้าง,อาศยั อยู่ทีไ่ หน

(กิจกรรมสรำ้ งสรรค์ 20 นำท)ี

5. ครแู นะนา้ อุปกรณ์ เชน่ ภาพสตั ว์นา้ ชนิดตา่ งๆ หรือ อุปกรณส์ ้าหรบั ร้อยเชอื ก โดยให้เด็กๆน้า

เชือกมาร้อยไว้กับรูปภาพหรืออุปกรณ์ท่เี ตรียมไว้ เม่อื เสร็จกิจกรรมช่วยกนั เก็บอปุ กรณใ์ ห้เรยี บรอ้ ย

(กิจกรรมเสรี 30 นำที)

6. เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้เลือกเลน่ ในศนู ยต์ ามความสนใจอย่างอิสระ

(กจิ กรรมเกมกำรศกึ ษำ 20 นำที )

7. ครแู จกใบงานโดยให้เดก็ ๆจับคู่ภาพเหมือนกบั เงา

ขนั สรุป (5 นำที)

8. ร่วมสนทนากับเดก็ และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่อี ยู่อาศัยของสตั ว์นา้

(กิจกรรมกลำงแจ้ง 30 นำที)

9. ครูพาเดก็ ๆออกไปเลน่ เคร่ืองเลน่ สนาม

10. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทา้ ความสะอาดรา่ งกาย ล้างมือ พาเด็กๆไปรบั ประทานอาหาร

4. ส่ือและแหลง่ กำรเรียนรู้

เพลง นิทาน คลปิ วดิ ีโอ ภาพสตั วน์ า้ ชนิดต่างๆ หรอื อปุ กรณส์ ้าหรบั ร้อยเชือก มุมประสบการณ์

5. กำรประเมินผล

สังเกต

1. สนใจ ความสขุ และสนกุ สนานในการท้ากิจกรรม

2. บอกทีอ่ ยอู่ าศัยของสัตว์ได้

3. ประเมินผลจากผลงานเด็ก

แผนกำรจัดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้

สัปดาห์ท่ี 26 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มาเลียงปลากันเถอะ

1. จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

1. สนใจ มคี วามสุขและสนุกสนานในการทา้ กิจกรรม

2. การแสดงความคดิ เหน็ การสังเกต

3. เดก็ ท้ากจิ กรรมร่วมกับเพือ่ นได้

2. สำระกำรเรยี นรู้

สำระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบกำรณส์ ำ้ คัญ

1. การเลยี งปลา 1. การเคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบอุปกรณ์

2. การสนทนาโตต้ อบ การแสดงความคิด

3. การเลน่ สี

4. การเล่นอิสระ

5. การสังเกตวัตถุ สง่ิ ของ ความแตกต่าง

3. ขันตอนกำรจัดกจิ กรรม (บรู ณำกำร 6 กิจกรรมตำมหลักสตู ร)

ขนั น้ำ (กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 20นำที)

1. ครพู าเดก็ เคล่ือนไหวรา่ งกายตามจงั หวะเสยี งเพลงประกอบอุปกรณโ์ ดยใชร้ ิบบินหรอื เชอื กฟาง

ขนั สอน (กจิ กรรมเสริประสบกำรณ์ 30 นำที)

2. ครูชูอปุ กรณ์การเลียงปลาให้เด็กๆดู - เด็กว่ามนั คอื อะไร เคยไหม ไว้ใช้ท้าอะไร

3. ครูและเด็กสนทนาโตต้ อบร่วมกันเก่ยี วกบั การเลยี งปลา - บา้ นเด็กๆเลียงปลาไหม เลยี งปลา

อะไรบ้าง หรือเด็กๆเคยเหน็ การเลยี งปลาบา้ ง เด็กๆอยากเลียงปลาบ้างไหม เพราะอะไร

4. ครูสร้างข้อตกลงในการทา้ กจิ กรรมรว่ มกันกับเด็กๆ

5. เด็กๆและครชู ว่ ยกันเตรยี มอปุ กรณ์เตรียมอุปกรณ์ ภาชนะส้าหรบั เลยี งปลา อุปกรณ์ตกแตง่

อาหาร

6. เดก็ ชว่ ยกันใส่น้า ใส่อุปกรณ์ตกแต่ง ใส่ปลา ลงในภาชนะ และช่วยกันเก็บอปุ กรณ์จน

เรยี บรอ้ ย

(กิจกรรมสรำ้ งสรรค์ 20 นำที)

7. ครแู จกอุปกรณ์ในการพับสี เด็กทา้ กิจกรรมการพับสี เด็กนา้ เสนอผลงานของตนเอง

ขันสรุป (5 นำที)

8. ครแู ละเดก็ ร่วมกันสรปุ เกย่ี วกบั การเลยี งปลาชนดิ ตา่ งๆการดแู ลรักษา อาหารสา้ หรับปลา และ

อธิบายเพม่ิ เติมเก่ยี วกบั ประโยชนข์ องการเลยี งปลาไว้ดูสวยงาม, ไวร้ บั ประทาน, ไว้ขาย

(กิจกรรมเสรี 30 นำที)

9. ครเู ปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเลน่ ในศูนย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ

(กิจกรรมเกมกำรศึกษำ 20 นำที )

10. ครูแจกเกมภาพตัดต่อให้เดก็ ๆ (3 ชิน)

11. เดก็ ๆเขา้ แถวท้าความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ

4. สื่อและแหล่งกำรเรยี นรู้

เพลง ภาชนะส้าหรับเลียงปลา อุปกรณ์ส้าหรับตกแต่ง ปลากัด ปลาหางนกยูง น้า เกมการศึกษา

มุมประสบการณ์

5. กำรประเมนิ ผล

สังเกต

1. สนใจ มีความสขุ และสนุกสนานในการท้ากิจกรรม

2. การโตต้ อบ แสดงความคิดเห็นร่วมกัน การสงั เกต

3. เดก็ ท้ากิจกรรมรว่ มกบั เพอ่ื นได้

ภำคผนวก

เพลง มำดปู ลำ (วิไลวรรณ อยา่ งด)ี

ปลาเอย๋ ปลา วา่ ยนา้ ไปมา ดนู า่ รกั ดี (ซา้ )
ปลาโลมา ปลาการ์ตนู ปลาเกา๋ (ซา้ )

มาซพิ วกเรามาวา่ ยนา้ กัน

เพลง กงุ้ หอย ปู ปลำ (วิไลวรรณ อยา่ งดี)

สัตวน์ ้าตัวเล็ก ตวั ใหญ่ ว่ายนา้ ไปในแมน่ ้า ลา้ คลอง
ฉันน่งั เฝ้าจ้องมองๆ ในแม่น้าลา้ คลองมี กงุ้ หอย ปู
ลา่ ลา ลา่ ลา ลา่ ลา ลา ละลัน ลนั ลา ๆ (ดนตรี)
ฉนั นง่ั เฝ้าจอ้ งมองๆ ในแม่น้าลา้ คลองมี กุ้ง หอย ปู ปลา

นทิ ำน หนูนดิ อยำกเลยี งปลำ (วิไลวรรณ อย่างด)ี
หนูนดิ ดีใจ ไดม้ าบา้ นยา่ คุณแม่เลา่ ว่า
ปลานันมากมี ตัวเล็กตัวใหญ่ ตวั ไข่ก็มี
อยากกนิ แล้วซิ อรอ่ ยดแี ละมีประโยชน์
คุณปู่บอกวา่ ในการเลยี งปลา มีหลายวธิ ี

ใสบ่ ึง ใส่บ่อ ใส่ท่อก็ดี ให้อาหารทีม่ ี ร้าข้าว กากถว่ั
เติบโตเรว็ ไว มไี ขท่ ุกตัว ขยายพนั ธุไ์ ปทั่วอยู่ใตท้ ้องน้า
ป.ปลาหลายชนิด หนนู ดิ คิดได้ ปลาบกึ ปลากราย ปลาสวาย ปลาดกุ

หนูนิดมีความสุข อยากเลยี งปลาจัง

มำสนกุ คำ้ ถำม “ครูถำมมำ หนตู อบไป”
หนนู ดิ ไปไหน
ปลาอยทู่ ่ไี หน

ปลากินอะไรเปน็ อาหาร
เดก็ ๆรจู้ กั ปลาอะไรบ้าง
เดก็ ๆอยากเลียงปลาไหม

มำเรียนรคู้ ำ้ ศัพท์ภำษำองั กฤษกนั คะ่
FISH อา่ นว่า ฟชิ แปลวา่ ปลา

F-I-S-H FISH อา่ นวา่ ฟิช แปลว่า ปลา

ปลำอะไรเอย่ ...เด็กๆ ระบำยสีรูปภำพให้สวยงำมนะคะ

เดก็ ๆ จบั คู่ภำพสตั วน์ ำ้ ที่เหมอื นกันท่เี หมอื นกัน นะคะ

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาห์ที่ 27 สาระการเรียนรู้ ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตวั

หนว่ ยการเรยี นรู้ เพอ่ื นสัตว์น่ารัก : โลกของแมลง
ความคิดรวบยอด

แมลงเปน็ สตั ว์ไม่มีกระดกู สันหลงั เป็นสตั วต์ ัวเล็ก มหี ลายชนิด มีขา 3 คู่ มปี ีกและหนวดอยา่ งละ 2 คู่
แมลงมที ง้ั มีประโยชนแ์ ละมีโทษบางชนิดมีปีกบางชนิดไมม่ ีปีกแต่สว่ นใหญม่ ปี ีก เชน่ แมลงปอ ผีเสื้อ มด ผงึ้ ยุง
ฯลฯ แมลงมที ั้งปีกแข็งและปีกอ่อน

สวยงาม ผสมเกสรดอกไม้ มด แมลงปอ ยุง สี
ผน่ื คัน ผงึ้ หนวด ลาตัว หัว
ประโยชนแ์ ละโทษ
ตอ่ ยเจ็บ ของแมลง แมลงท่หี นรู ู้จัก ลักษณะ ของแมลง ขา

( 1 วนั ) ( 1 วนั ) ( 1 วัน )

เป็นอาหาร เพอ่ื นสตั ว์น่ารกั : โลกของแมลง มีปีก/ไมม่ ปี ีก
(1 สัปดาห)์
ตน้ ไม้ เมล็ดพืช เกสรดอกไม้

ทีอ่ ยู่อาศัยของแมลง ใบไม้ อาหารของแมลง

( 1 วนั ) ( 1 วัน )

ในนา้ ในดิน ขนม

นา้ หวาน เศษอาหาร

สิง่ ท่เี ด็กร้แู ล้ว ส่ิงทเี่ ดก็ ต้องการรู้ สงิ่ ท่เี ด็กควรรู้

1 แมลงเป็นสตั วต์ ัวเล็ก 1. แมลงมีก่ปี ระเภท 1. แมลงทีห่ นรู จู้ ัก
2. แมลงบนิ ได้ 2. แมลงอาศัยอยทู่ ไ่ี หนบา้ ง 2. ลกั ษณะของแมลง
3. แมลงมีหนวด 3. ลักษณะของแมลงมีอะไรบ้าง 3. อาหารของแมลง
4. …………………… 4.แมลงกินอะไรเป็นอาหาร 4. ทีอ่ ยู่อาศยั ของแมลง
5. …………………… 5. ประโยชนแ์ ละโทษของแมลง

ตารางวเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้ท่คี วรเรยี นรู้
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ และการประเมินพฒั นาการ (DSPM)

สาระการเรียนรู้ การประเมนิ พฒั นาการ

หน่วยการเรียนรู้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ (DSPM)

หน่วยท่ี 27 สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
หนูนอ้ ยรกั
ธรรมชาติ : โลก คุณลักษณะทพี่ ึง 1. แมลงทหี่ นรู ู้จกั 1. การเคลือ่ นไหวสว่ นต่าง 1. พฒั นาการด้านการ
ของแมลง
ประสงค์ 3.3 2. ลกั ษณะของ ๆของรา่ งกายตามจงั หวะ เคลอื่ นไหว (GM)
1. แมลงที่หนูรูจ้ กั
2. ลักษณะของ สนใจ และมีความสุข แมลง ดนตรี - ข้อ 65 กระโดดพน้ พ้ืนทั้ง 2
แมลง
3. อาหารของ กับธรรมชาติ สง่ิ 3. อาหารของแมลง 2. การเล่นออกกาลังกาย ขา้ ง
แมลง
4. ท่อี ย่อู าศยั ของ สวยงาม ดนตรี และ 4. ทีอ่ ยอู่ าศยั ของ กลางแจ้งอย่างอสิ ระ - ข้อ 70กระโดดขา้ มเชือกบน
แมลง
5. ประโยชนแ์ ละ จงั หวะ การเคลื่อนไหว แมลง 3. การเล่นเครื่องเลน่ สนาม พืน้ ไปขา้ งหนา้ ได้
โทษของแมลง
1. ตอบสนองต่อ 5. ประโยชน์และ อย่างอสิ ระ - ขอ้ 71ขว้างลูกบอลขนาด

ธรรมชาติ เสียงเพลง โทษของแมลง 4. การป้ัน เลก็ ได้ โดยยกมือข้นึ เหนือ

จงั หวะดนตรี และสงิ่ 5. การประดษิ ฐ์สง่ิ ตา่ งๆ ศรี ษะ

สวยงามต่างๆ ดว้ ยเศษวสั ดุ 2.พัฒนาด้านการใชภ้ าษา

อยา่ งเพลดิ เพลนิ 6. การเลน่ บทบาทสมมุติ Expressive Language (EL)

คณุ ลักษณะท่ีพึง 5. การชนื่ ชมทางธรรมชาติ - ขอ้ 68 พดู ตอบรับและ

ประสงค์ 7.1 6. การตอบคาถามจากการ ปฏิเสธได้

สนใจเรยี นรูส้ ่ิงต่างๆ คดิ - ขอ้ 76 พูดตดิ ต่อกัน 2 คา

รอบตวั 7. การพูดบอกความ ขึ้นไปอย่างมีความหมาย โดย

1. อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ ต้องการ เลา่ เรอ่ื งราว ใช้คากรยิ าไดถ้ ูกต้องอยา่ ง

2. ถามบ่อยถามซ้า 8. การหยบิ จับ การใช้ น้อย 4 กริยา

3. จดจอ่ ต่อสิง่ ใดสิง่ กรรไกร การฉกี การตัด การ - ขอ้ 82 พดู ติดต่อกนั 3-4 คา

หน่งึ ได้ยาวนานข้ึน ปะและการรอ้ ยวัสดุ ได้ อยา่ งน้อย 4 ความหมาย

9. การรอ้ งเพลง 3.พัฒนาการด้านการ

10. การร่วมกาหนด ช่วยเหลอื ตวั เองและสงั คม

ข้อตกลง Personal and Social (PS)

11. การทากิจกรรมศิลปะ - ขอ้ 69 ล้างและเช็ดมือได้

ตา่ ง ๆ ตามความสนใจ เอง

12. การเล่นอิสระ - ข้อ 77 รอ้ งเพลงไดบ้ างคา

13. การสารวจ หรือร้องเพลงคลอตามทานอง

- ข้อ 78 เด็กรู้จักรอใหถ้ งึ รอบ

ของตนเองในการเลน่ โดยมี

ผ้ใู หญค่ อยบอก

4.พัฒนาการด้านการเข้าใจ

ภาษา Receptive Language

(RL)

- ข้อ 74 สนใจฟังนิทานได้

นาน 5 นาที

แนวการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 27 สาระการเรยี นรู้ที่ 3 ธรรมชาตริ อบตัว

หน่วยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยรักธรรมชาติ : โลกของแมลง

กจิ กรรม เคลือ่ นไหว
และจงั หวะ
วนั ท่ี เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเล่นกลางแจง้ เกมการศกึ ษา

1 เคล่อื นไหวร่างกาย แมลงทห่ี นรู ้จู ัก พิมพภ์ าพผีเส้ือ เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ เล่นเคร่ืองเลน่ สนาม เกม จบั คู่
ประกอบเพลง จากกา้ นกล้วย เลอื กเล่นในมุมตาม ดว้ ยความปลอดภยั ภาพเหมือน

หนอนผเี สือ้ ความสนใจและค้นหา แมลง

ความถนดั ของตนโดย

จดั ใหส้ อดคล้องกับ

หน่วยการเรยี นรู้

เคลื่อนไหว ลกั ษณะของแมลง ประดิษฐ์แมลงปอ เปดิ โอกาสให้เด็กได้ เล่นเกม เดินต่อเทา้ เกม จบั คู่ภาพ
2 รา่ งกายตามคา แมลงกบั เงา
บรรยาย เลือกเล่นในมุมตาม
ความสนใจและค้นหา

ความถนดั ของตนโดย

จดั ให้สอดคล้องกับ

หนว่ ยการเรยี นรู้

3 เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย อาหารของแมลง ระบายสีภาพเจา้ เปิดโอกาสให้เด็กได้ เล่นเกม กระโดด เกม สงั เกต
ตามจินตนาการ แมลงแสนสวย เลอื กเลน่ ในมุมตาม ขา้ มสิง่ กดี ขวาง รายละเอียด

ความสนใจและค้นหา ภาพสว่ น
ความถนัดของตนโดย ประกอบ ของ
จัดใหส้ อดคล้องกับ แมลง

หน่วยการเรียนรู้

4 เคลื่อนไหวรา่ งกาย ทอ่ี ยู่อาศยั ของแมลง จุม่ สตี กแตง่ ภาพ เปดิ โอกาสให้เด็กได้ โยนบอลใสต่ ะกรา้ เกม จับค่ภู าพ
เป็นผนู้ า ผตู้ าม รวงผง้ึ เลือกเล่นในมุมตาม แยกส่วนแมลง

ความสนใจและค้นหา

ความถนัดของตนโดย

จัดให้สอดคล้องกบั

หน่วยการเรยี นรู้

5 เคลื่อนไหวร่างกาย ประโยชนแ์ ละโทษ ปน้ั แปง้ โดเป็น เปิดโอกาสให้เด็กได้ เล่นน้าเล่นทราย เกม ภาพตัดตอ่
ประกอบอุปกรณ์ ของแมลง มด เลือกเล่นในมุมตาม แมลง
แมลงจาลอง ความสนใจและคน้ หา

ความถนดั ของตนโดย

จัดใหส้ อดคล้องกบั

หน่วยการเรยี นรู้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 27 วนั ที่ 1 สาระการเรยี นรยู้ ่อย แมลงท่ีหนูรู้จัก

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

2. รูจ้ ักและบอกชือ่ ของแมลงตา่ งๆได้

3. สนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพือ่ นได้

2. สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ

1. เคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลง หนอนผเี ส้ือ 1. การเคลื่อนไหวสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายตามจังหวะ

- รู้จกั แมลง ตา่ งๆ ผีเส้ือ แมลงปอ มด ผึง้ เปน็ ต้น ดนตรี

2. การสนทนา การช่ืนชมธรรมชาติ

3. การสารวจ

4. การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉกี การตดั

การปะและ การร้อยวัสดุ

5. การพดู บอกความตอ้ งการ เลา่ เรื่องราว

3. ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สตู ร)
ขน้ั นา (เคล่ือนไหวและจังหวะ 20 นาที)
1. ครพู าเดก็ ไปทส่ี นามเด็กยนื เป็นวงกลมอบอุ่นร่างกายดังน้ี
- กระโดดเท้าคู่ไปข้างหน้า 10 ครัง้
- กระโดดถอยหลงั 10 ครั้ง
- กระโดด หมนุ ตวั ไปรอบ ๆ 10 คร้งั
- การกระโดดตบ การหมุนมือ หมุนข้อเท้า - ฯลฯ
2. ครูแนะนาวิธีและอธิบายการเล่นเครื่องเล่นสนามท่ีถูกวธิ ี
3. เดก็ เลน่ เครอ่ื งเล่นสนาม โดยมคี รคู อยดูแลอย่างใกล้ชดิ
4. ให้สญั ญาณหมดเวลาเลน่ แล้วใหเ้ ดก็ ผอ่ นคลายกลา้ มเนื้อและจากนั้นครูพาเด็กไปทาความ

สะอาดร่างกาย และเข้าห้องเรียน
ข้ันสอน (เสริมประสบการณ์ 40 นาท)ี
5. ครพู าเด็ก ๆ ออกไปเดินสารวจแมลงในบรเิ วณรอบๆ ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็กโดยมขี ้อตกลงวา่ เด็ก

ตอ้ งไมส่ ่งเสยี งดัง และต้องตัง้ ใจสังเกตดูแมลงทเ่ี ด็กพบเหน็
6. เม่ือพบแมลงในบริเวณ ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กแล้ว ครูถามว่าเดก็ ๆรู้จักไหมวา่ แมลงต่างๆชื่อ

อะไรบ้าง
7. ครรู ่วมสนทนากับเด็กโดยนาบตั รภาพแมลงชนดิ ตา่ ง ๆ ใหเ้ ด็กดู และถามเดก็ ๆว่า หนูร้จู กั ไหม

น้คี ืออะไร .และอธิบายเพิม่ เติม ใหเ้ ด็กฟงั ว่า แมลงเปน็ สัตว์ตวั เล็ก มหี ลายชนดิ เช่น ผง้ึ แมลงปอ มด ยุง ผีเสือ้
เป็นต้น ทาให้ตอ้ งมีชอ่ื เรยี กท่ีแตกต่างกนั เพื่อบง่ บอกลักษณะของตวั แมลงเอง

8. ครใู หเ้ ด็กอาสาสมคั รออกมาเลา่ ประสบการณเ์ ก่ยี วกับแมลงท่ีตนรจู้ กั ให้เพอื่ น

(การเล่นกลางแจ้ง 20 นาที)
9. ครูแนะนาใหเ้ ด็กรู้จกั เครื่องเลน่ สนาม และสาธติ วธิ กี ารเล่น
10. ครูสร้างข้อตกลงอย่างง่าย ๆ ในการเล่นเคร่ืองเล่นสนาม ดังน้ี
- ร้จู ักแบ่งปันกันเล่น
- เข้าแถวรอคอยต่อจากเพื่อน
- ไมแ่ กล้งเพ่ือนขณะเล่น
- เล่นเครอ่ื งเล่นอย่างถกู วธิ ี และระมดั ระวัง
- เมือ่ ได้ยินเสียงนกหวดี ให้หยุดเลน่ และมานัง่ รวมกนั ท่ีหน้าสนามเด็กเลน่
11. ครใู หเ้ ด็ก ๆ คดิ วางแผนการเลน่ อย่างอสิ ระวา่ วนั นี้จะเลน่ อะไร เล่นก่อี ย่าง จากนน้ั ให้เลอื ก

เล่นตามท่คี ดิ ไว้อยา่ งอสิ ระ ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง เม่ือได้ยนิ สญั ญาณหยุดใหห้ ยุดเล่น และมานัง่ พักผอ่ นรวมกันท่ี
หนา้ สนามเดก็ เล่น

12. ครูและเด็กร่วมกันสนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเลา่ สิ่งทีไ่ ดเ้ ล่น ความรสู้ ึกต่าง ๆ ชอบ
หรือไมช่ อบเพราะเหตใุ ด

13. ครใู ห้เดก็ ๆ เตรยี มตวั เข้าแถว ไปล้างมือ แล้วทากิจกรรมอ่นื ต่อไป
14. ครูพาเด็กๆตงั้ แถวทาความสะอาดร่างกายและข้ึนหอ้ งเรยี น
(ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ 30 นาที)
15. ครแู นะนาอุปกรณก์ ารทากิจกรรมสร้างสรรค์ ในการพิมพภ์ าพจากก้านกลว้ ยและใหเ้ ด็กพูด
ตาม ไดแ้ ก่ ก้านกลว้ ย กระดาษวาดเขยี น กระดาษหนังสือพิมพ์ สนี า้ จานสี ผ้าเชด็ มือ ผา้ กันเปื้อน 14.
ครสู าธิตและอธิบายวิธีการพมิ พภ์ าพจากกา้ นกล้วย โดยนาก้านกลว้ ยมาตดั เปน็ ท่อน ๆ แลว้ นาไปจุม่ ในสีนา้ ท่ี
ตนเองชอบ และกดลงในกระดาษผลงานให้เกดิ เปน็ ภาพผเี สอ้ื และตกแต่งตามจินตนาการ
16. ครแู ละเด็กรว่ มกันสร้างขอ้ ตกลงอย่างง่าย ๆ ในการทากิจกรรม เชน่ แบ่งปันของใช้
ร่วมกนั ทากจิ กรรมเสรจ็ ชว่ ยกันเก็บเข้าท่ี จากน้ันให้เด็กคดิ ก่อนวา่ จะพิมพภ์ าพผีเสอ้ื แบบไหน และบอกเลา่ ให้
เพอ่ื นฟงั
17. เดก็ ลงมอื พิมพภ์ าพจากก้านกลว้ ยอยา่ งอิสระตามท่ีคิดไว้ เม่อื พิมพ์ภาพจากกา้ นกล้วย
เสร็จนาไปผึ่งใหแ้ หง้ ตั้งชื่อผลงาน และออกมาบอกเลา่ ความรูส้ กึ ทีม่ ตี ่อผลงานแล้วนามาต้ังแสดงผลงาน
18. เดก็ ทกุ คนทาตามข้อตกลงชว่ ยกันเก็บอุปกรณ์ เข้าทใ่ี ห้เรียบร้อย
ข้นั สรุป (เกมการศึกษา / การเล่นตามมมุ 40 นาที)
19.ครแู ละเด็กสรปุ เก่ยี วกับแมลงชนดิ ตา่ ง ๆ พร้อมกันอีกครงั้ ท่เี ด็กๆได้พบเห็นเมื่อเชา้ ในบริเวณ
รอบๆศพด.
20. ครูแนะนาเกม “จับคู่ภาพเหมือนแมลง” มาใหเ้ ด็กๆเล่น
21. ครสู าธิตวธิ ีการเลน่ เกม จับค่ภู าพเหมือนแมลง โดยใหเ้ ด็กมสี ่วนรว่ มด้วย
22. ครูแบ่งกลุม่ เด็ก กลุ่มละ 2-3 คน โดยให้เดก็ เลอื กเองหรอื ตามความเหมาะสม และสร้าง
ขอ้ ตกลงในการเล่นอย่างง่าย ๆ เชน่

- รู้จักแบง่ ปันกันเล่น
- รู้จักรอคอยต่อจากเพื่อน
- เล่นกนั เบา ๆ ไมท่ าลายใหเ้ สยี หาย
- เมือ่ ได้ยนิ สญั ญาณหยดุ (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครั้ง) ให้เกบ็ เกมเข้าท่ี และมานัง่ รวมกนั
ท่ีหนา้ หอ้ ง
23. ครูและเดก็ ร่วมกันสนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเล่าสิ่งท่ีไดเ้ ล่น ความรู้สึกตา่ ง ๆ ชอบ
หรอื ไม่ชอบเพราะเหตใุ ด
24. เมื่อเลน่ เกมการศกึ ษาเสรจ็ เดก็ ๆชว่ ยกันเก็บอปุ กรณ์

25. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กได้เลือกเล่นในศูนยต์ ามความสนใจอย่างอิสระ โดยวนั นค้ี ุณครูแนะนามมุ
ประสบการณ์ให้เด็กๆเล่น 3 มมุ คอื มมุ บล็อก, มมุ บทบาทสมมติ และ มุมบา้ น

26. ครพู าเด็กๆเข้าแถวทาความสะอาดร่างกาย ลา้ งมือ พาเดก็ ๆไปรบั ประทานอาหาร
4. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้

เพลง, บัตรภาพแมลงต่างๆ เกมจับคู่ภาพเหมือนแมลง , ก้านกล้วย กระดาษวาดเขียน กระดาษ
หนงั สอื พมิ พ์ สีน้า จานสี ผา้ เช็ดมอื ผา้ กันเป้ือน มุมประสบการณ์
5. การประเมนิ ผล

สงั เกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกับเพือ่ นและครูด้วยความสนใจ จดจ่อ และมคี วามสุข
2. การรู้จักบอกชื่อแมลงต่างๆและ การสนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพอื่ น
3. ประเมินจากผลงานเด็ก

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 27 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ลกั ษณะของแมลง

1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

2. บอก ลักษณะ สี ของแมลงตา่ งๆได้

3. สนทนาโต้ตอบกบั ครแู ละเพื่อนได้

2. สาระการเรียนรู้

สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั

1. ลกั ษณะ สี ของแมลงต่างๆ 1. การเคลอ่ื นไหวสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายตามจังหวะ

ดนตรี

2. การฟงั เพลง การร้องเพลง และการแสดง

ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเสียงดนตรี

3. การประดิษฐช์ นิ้ งาน

4. การตอบคาถามจากการคิด

5. การเล่นออกกาลงั กายกลางแจง้ อย่างอสิ ระ

3. ข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)

ข้ันนา (เคล่ือนไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครูสรา้ งข้อตกลงร่วมกันกับเดก็ ในการเคลือ่ นไหวร่างกายพนื้ ฐาน ดงั นี้
- ครูเคาะจงั หวะ 1 คร้ัง ให้ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว
- ครูเคาะจังหวะ 2 ครั้ง ให้ก้าวไปข้างหน้า 2 กา้ ว
2. ครพู ูดคาบรรยายโดยสมมุตใิ หเ้ ดก็ ๆเปน็ แมลง “แมลงตัวน้อย บนิ วอ่ นไปมา สนุกนกั หนา พา
กันบนิ ไป บินเรว็ บนิ ช้า บนิ ซ้าย บนิ ขวา บนิ มุ่งไปข้างหน้าหาดอกไม้ดอมดม” ใหเ้ ด็กฟัง และทาท่าประกอบคา
บรรยายอย่างอสิ ระ
3. ครูใหเ้ ด็กทากิจกรรมซ้าอีก 1 รอบ โดยครูดแู ลชีแ้ นะ
4. เม่ือหมดเวลาทากิจกรรม ครใู ห้เดก็ น่งั พักในท่าทส่ี บาย แล้วสนทนาซักถามว่าทาอะไรบา้ ง
และรู้สกึ อย่างไร

ข้นั สอน (เสริมประสบการณ์ 50 นาที)

5. ครูพดู เนือ้ เพลง ผเี สอ้ื และให้เดก็ พูดตามทลี ะวรรคจนคล่อง จากนนั้ เด็กและครูรว่ มกันร้อง

เพลง ผเี สื้อ พร้อมทาทา่ ประกอบเพลงอย่างอิสระ

6. ครูชบู ัตรภาพส่วนประกอบของแมลงให้เด็กดูและพดู ช่ือลักษณะของแมลงตามครู แล้วครชู วน

เด็กสนทนา โดยใช้คาถาม ดังนี้

- แมลงใช้สว่ นไหนกนิ อาหาร

- แมลงใชส้ ่วนไหนในการบิน

7. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเกย่ี วกับลักษณะของแมลง ประกอบไปดว้ ย หัว ลาตวั ขา และบางชนดิ อาจ
มปี กี บางชนดิ ไมม่ ีปีก

8. ครูขอให้อาสาสมัครเดก็ ออกมาเลา่ ประสบการณ์ทตี่ นเคยพบเห็น ผเี สื้อใหเ้ พอ่ื นๆฟัง

9. ครูต้งั คาถามให้เด็กคดิ และนับจานวน เช่น ผีเส้อื บินได้อย่างไร ผเี ส้อื มีสีอะไร ผเี สอ้ื มีก่ตี วั

ขนั้ สรุป (เกมการศึกษา 20 นาที)
10. ครูแนะนาเกม “จับคู่ภาพแมลงกับเงา โดยให้ดภู าพทส่ี มบูรณ์ และสนทนาจากภาพ
11. ครูสาธิตวธิ ีการเล่นเกม จับคูภ่ าพแมลงกับเงา โดยให้เด็กมีสว่ นร่วมด้วย
12. ครูแบง่ กลมุ่ เด็ก กลุ่มละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลอื กเองหรือตามความเหมาะสม และสร้าง

ขอ้ ตกลงในการเลน่ อย่างง่าย ๆ เชน่
- ร้จู ักแบ่งปนั กันเล่น
- รู้จกั รอคอยต่อจากเพ่ือน
- เล่นกันเบา ๆ ไม่ทาลายใหเ้ สียหาย
- เม่ือได้ยินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครง้ั ) ให้เกบ็ เกมเขา้ ท่ี และมานัง่ รวมกัน

ท่ีหน้าห้อง
13. ครูและเดก็ รว่ มกนั สนทน และใหเ้ ด็กออกมาบอกเลา่ ส่ิงท่ีไดเ้ ลน่ ความรสู้ กึ ต่าง ๆ ชอบ

หรือไมช่ อบเพราะเหตุใด
(ศิลปะสร้างสรรค์/การเลน่ ตามมุม 40 นาท)ี
14. ครแู นะนากิจกรรมและอุปกรณ์การประดิษฐ์แมลงปอ และให้เด็กพูดตาม ได้แก่ กระดาษสี

รูปวงรี (สว่ นของปีก) ไม้ไอศกรีม (ลาดบั แมลงปอ) กาว เชือก ไม้ตะเกียบ
15. ครูสาธิตวธิ กี ารประดิษฐ์แมลงปอใหเ้ ดก็ ดู โดยนากระดาษสรี ูปวงรีมาทากาวติดลงบนไม้

ไอศกรีมเป็นส่วนปีกแมลงปอ จากน้ันวาดตอ่ เติมตา และผูกเชือกตดิ กบั ไมไ้ อศกรมี และเชอื กอีกด้านหน่ึงผูกตดิ
กบั ตะเกียบ

16. ครแู ละเด็กร่วมกนั สร้างข้อตกลงอย่างง่าย ๆ ในการทากจิ กรรม เชน่ ไม่นากาวปา้ ยใส่
ตัวเองและเพ่ือน ไมน่ ากาวเข้าปาก ทากิจกรรมเสรจ็ ลา้ งมอื และช่วยกันเกบ็ เขา้ ท่ี

17. เดก็ ลงมือประดิษฐ์แมลงปอตามจินตนาการอย่างอสิ ระ โดยครดู ูแลช่วยเหลืออยา่ งใกล้ชิด
เมอื่ ทาเสรจ็ ใหต้ งั้ ชื่อผลงานและออกมาบอกเล่าและแสดงความรสู้ กึ ทม่ี ตี ่อผลงานแลว้ นามาตดิ ทีป่ ้ายแสดงผลงาน

18. เดก็ ทุกคนชว่ ยกันเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
19. ครเู ปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้เลือกเล่นในศนู ย์ตามความสนใจอยา่ งอสิ ระ โดยวนั นีค้ ณุ ครูแนะนา
มุมประสบการณใ์ หเ้ ดก็ ๆเลน่ 3 มมุ คือ มุมดนตรี มุมบลอ็ ก และ มมุ หนงั สือ
20. ครพู าเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรับประทานอาหาร
(การเลน่ กลางแจ้ง 20 นาที)

21. ครูและเดก็ สนทนาถงึ ข้อตกลงในการปฏบิ ัติตนเมื่อลงไปเลน่ ทีส่ นาม เชน่ เดนิ แถวอย่าง
เป็นระเบยี บ ไมส่ ง่ เสียงดัง ครูพาเด็กเดินไปทส่ี นาม

22. ครแู นะนาเกม เดนิ ต่อเท้า กบั เด็กและสนทนาเกีย่ วกับกฎ กติกาในการเล่นเกม เดินตอ่ เท้า
23. ครูให้เดก็ ยนื เปน็ แถวตอนลึก แลว้ เมอ่ื ครูให้สัญญาณนกหวดี ใหเ้ ดก็ เดินต่อเท้าตนเองเป็น
เส้นตรงไปขา้ งหน้าอ้อมหลกั แล้วกลบั มาทเี่ ดิมทาเชน่ นจี้ นครบทุกคน โดยครูคอยดูแลอย่างใกล้ชดิ
24. ครูและเด็กรว่ มกนั สนทนา และใหเ้ ดก็ ออกมาบอกเล่าสิ่งท่ีไดเ้ ล่น ความร้สู ึกตา่ ง ๆ ชอบ
หรือไมช่ อบเพราะเหตุใด
25 ครใู หเ้ ด็ก ๆ เตรียมตัวเข้าแถว ไปล้างมือ เข้าห้องเรียน รัปประทานอาหารกลางวัน
4.สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
เคร่ืองเคาะจังหวะ กระดาษสีรูปวงรี ไม้ไอศกรีม กาว เชือก ไม้ตะเกียบ จับคภู่ าพแมลงกับเงา บตั รภาพ
แมลงส่วนประกอบตา่ งๆ
5.การประเมนิ ผล
สงั เกต
1. การทากิจกรรมรว่ มกบั เพ่ือนและครดู ้วยความสนใจ จดจ่อ และมคี วามสขุ
2. การบอก ลกั ษณะ สี ของแมลง ได้
3. ประเมนิ จากผลงานการประดิษฐ์แมลงปอได้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 27 วันที่ 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย อาหารของแมลง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่อื นไหว

2. บอกอาหารของแมลงได้

3. สนทนาโตต้ อบกับครูและเพ่ือนได้

2. สาระการเรยี นรู้

สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

1. อาหารของแมลงต่างๆ 1. การเคลื่อนไหวสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายตามจังหวะ

ดนตรี

2. การช่ืนชมธรรมชาติ

3. การสารวจ

4. การเลน่ บทบาทสมมตุ ิ

5. การพูดบอกความตอ้ งการ เล่าเรื่องราว

3. ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สูตร)

ขน้ั นา (เคล่ือนไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครใู ห้ เด็กเคล่ือนไหวสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเดนิ ไปรอบ ๆ หอ้ งตามจังหวะการเคาะ

เครอื่ งเคาะจังหวะ ดังน้ี

- ครูเคาะจงั หวะชา้ ๆให้เด็กเคลอื่ นไหวร่างกายไปรอบ ๆห้องอย่างช้า ๆโดยไม่ใหช้ นกัน

- ครเู คาะจงั หวะเร็ว ให้เด็กเคล่อื นไหวรา่ งกาย ไปรอบ ๆ ห้องอย่างเรว็ โดยไมใ่ ห้ชนกัน

2. ครูสรา้ งข้อตกลงให้กบั เด็กในการเคล่ือนไหวตามจินตนาการ โดยให้เดก็ ๆ คิดทา่ ทางของ

แมลงทีเ่ ด็ก ๆ ชอบ แล้วเคล่ือนไหวไปรอบ ๆ ห้องเรียนตามจินตนาการตามจงั หวะช้า-เรว็ ทค่ี รูกาหนด

3. ครใู หเ้ ดก็ เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะที่เคาะอีกรอบ

4. ครใู ห้เดก็ น่ังพักในทา่ ท่ีสบาย แล้วสนทนาซักถามว่าทาอะไรบา้ ง และรสู้ ึกอยา่ งไร

ขัน้ สอน (เสรมิ ประสบการณ์ 40 นาท)ี

5.ครูพาเด็กๆเดนิ สารวจบริเวณศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็กใหเ้ ด็กสังเกตแมลงตา่ งๆในการกนิ อาหารโดย

ครูคอยบรรยายชแ้ี นะใหเ้ ด็กฟังและพาเดก็ กลบั หอ้ งเรียน

6. ครสู นทนากบั เด็กเกีย่ วกับอาหารของแมลงทีเ่ ด็กๆ พบเหน็ เชน่ ผีเสอ้ื และมด พร้อมกบั

สนทนาซักถาม เดก็ ดังน้ี

- เดก็ เห็นแมลงกนิ อะไรบา้ ง

- ผีเสื้อ กินอะไรเป็นอาหาร

- มด กนิ อะไรเป็นอาหาร

7. เด็กเล่นบทบาทสมมุติ ตามครบู รรยาย เชน่ ผเี สื้อดดู นา้ หวานจากเกสรดอกไม้

8. เดก็ และครรู ว่ มกันรอ้ งเพลง “มด” และทาท่าประกอบตามจติ นาการ

9. เดก็ ปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ โดยสมมตุ ใิ ห้เปน็ มดตัวน้อย เชน่ , มดเดินเป็นแถว มดหิวอาหาร มดวงิ่ ไป

กินอาหารหนา้ ห้อง มดกลับหลงั หนั เห็นขนมหวานไปกนิ เลย

. ขน้ั สรปุ (ศิลปะสรา้ งสรรค์ 20 นาท)ี

10. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาเก่ียวกบั อาหารของแมลงตา่ งๆ เชน่ ผง้ึ , มด

11. ครใู หเ้ ดก็ ๆระบายสีภาพเจา้ แมลงแสนสวยตามจินตนาการ

(เกมการศึกษา 20 นาท)ี
12. ครแู นะนา เกม สงั เกตรายละเอียดภาพส่วนประกอบของแมลง โดยใหด้ ูภาพทสี่ มบรู ณ์ และ

สนทนาจากภาพ
13. ครสู าธติ วธิ ีการเลน่ เกม สังเกตรายละเอียดภาพสว่ นประกอบของแมลง โดยให้เดก็ มีสว่ นร่วม

ดว้ ย และแนะนาทบทวนเกมอน่ื ๆ ทเ่ี คยเล่นมาแลว้
14. ครแู บ่งกลุ่มเด็ก กลุ่มละ 2-3 คน โดยให้เด็กเลอื กเองหรอื ตามความเหมาะสม และสรา้ ง

ขอ้ ตกลงในการเล่นอยา่ งง่าย ๆ เชน่
- รู้จกั แบง่ ปันกนั เล่น
- รจู้ ักรอคอยต่อจากเพื่อน
- เล่นกันเบา ๆ ไม่ทาลายใหเ้ สียหาย
- เมอ่ื ได้ยนิ สญั ญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 ครง้ั ) ใหเ้ กบ็ เกมเข้าที่ และมานง่ั รวมกัน

ท่ีหน้าหอ้ ง
15. ครใู หเ้ ด็กกลมุ่ แรกเล่นเกม สังเกตรายละเอยี ดภาพส่วนประกอบของแมลง กลมุ่ ทเ่ี หลือเลน่

เกมท่เี คยเลน่ มาแลว้ เลน่ เสรจ็ ให้หมนุ เวียนกันเล่นจนครบทกุ เกม เมื่อได้ยินสญั ญาณหยุดให้เกบ็ เกมเข้าที่ และมา
นั่งรวมกันที่หนา้ ห้อง

16. ครูและเด็กรว่ มกันสนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเลา่ ส่ิงทไ่ี ด้เล่น ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ ชอบ
หรือไม่ชอบเพราะเหตใุ ด

(การเลน่ ตามมุม 20 นาที)
17. ครูเปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลือกเลน่ ในศูนย์ตามความสนใจอย่างอิสระ โดยวนั นีค้ ณุ ครูแนะนามุม

ประสบการณ์ให้เด็กๆเลน่ 3 มุม คอื มมุ บา้ น , มมุ บทบาทสมมุติ และ มุมวทิ ยศาสตร์
(การเลน่ กลางแจ้ง 30 นาที)

18. ครูและเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏบิ ัติตนเม่ือลงไปเลน่ ท่สี นาม เชน่ เดินแถวอย่างเป็น
ระเบยี บ ไม่สง่ เสียงดัง ครพู าเดก็ เดินไปทีส่ นาม

19. ครูแนะนาเกม กระโดดข้ามส่ิงกดี ขวาง กับเด็กและสนทนาเก่ียวกับกฎกตกิ าในการเล่นเกม
กระโดดขา้ มสิง่ กีดขวาง

20. ครใู ห้เด็กยนื เปน็ แถวตอนลึก เมอื่ ครูให้สัญญาณนกหวดี ใหเ้ ด็กกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางทลี ะ
คน เชน่ เชือก กิ่งไม้ รองเทา้ ทาเช่นน้จี นครบทุกคน โดยครูคอยดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด

21. ครูและเด็กรว่ มกนั สนทนา และให้เดก็ ออกมาบอกเล่าสิ่งทไ่ี ดเ้ ล่น ความร้สู ึกต่าง ๆ ชอบ
หรอื ไม่ชอบเพราะเหตุใด

22. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ พาเด็กๆไปรับประทานอาหาร
4. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

เพลงมด มุมประสบการณ์ , เชือก , กิ่งไม้ , รองเท้า, เกม สังเกตรายละเอียดภาพส่วนประกอบของ
แมลง
5. การประเมนิ ผล

สังเกต
1. การทากจิ กรรมร่วมกับเพือ่ นและครูด้วยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสขุ
2. การบอกอาหารของแมลงต่าง
3. ประเมนิ จากผลงานเด็ก

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 27 วันที่ 4 สาระการเรยี นรู้ย่อย ทีอ่ ยอู่ าศัยของแมลง

1. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. สนใจ มีความสขุ และแสดงออกผา่ นงานศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

2. บอกท่อี ยอู่ าศยั ของแมลงได้

3. สนทนาโต้ตอบกับครูและเพื่อนได้

2. สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1. ท่ีอยอู่ าศัยของแมลง เปน็ ท่ที ่ีแมลงใชเ้ กบ็ อาหาร 1. การเคลื่อนไหวท่ีใช้การประสานสัมพนั ธข์ องการ

ใช้การวางไข่ ใชห้ ลบอนั ตราย กล้ามเน้อื ใหญใ่ นการขว้าง การจบั การโยน

การเตะ

2. การทากจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ

3. การพดู บอกความต้องการ เลา่ เรื่องราว

4. การรว่ มกาหนดข้อตกลงของห้องเรยี น

5. การเลน่ อิสระ

3. ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรม (บูรณาการ 6 กจิ กรรมตามหลักสตู ร)

ขน้ั นา (เคล่ือนไหวและจังหวะ 20 นาที)

1. ครูให้เดก็ ยืนเป็นวงกลมและสะบดั มอื ไปมาอย่างชา้ ๆ ยา่ เทา้ อยู่กับท่ีไปมาอย่างช้า ๆ เพื่อ

เตรยี มความพร้อม จากน้นั สรา้ งข้อตกลงในการเคล่ือนไหวร่างกายตามผู้นา

2. เด็กอาสาสมัคร 1 คนออกมายนื กลางวงกลม แลว้ ทาท่าทตี่ นเองคิดเกยี่ วกบั แมลงทต่ี นเอง

ชอบ แลว้ ให้เพ่อื นทาท่าตาม

3. เด็กสลบั กันออกมาเปน็ ผู้นาทาท่าเกีย่ วกบั แมลงทตี่ นเองชอบให้เพ่ือนดแู ละทาตามจนครบทกุ

คน

4. เม่อื ไดย้ ินสัญญาณนกหวีด ใหเ้ ด็ก ๆ หยุดเลน่

5. ครูใหเ้ ด็กนั่งพักในท่าทสี่ บาย แล้วสนทนาซักถามว่าทาอะไรบา้ ง และรู้สึกอยา่ งไร

ข้ันสอน (เสริมประสบการณ์ 50 นาที)

6. เดก็ ท่องคาคล้องจองแมลง (ในภาคผนวก)

7. เดก็ ๆ ดูภาพแมลงชนดิ ตา่ งๆและช่วยกันบอกชอื่ แมลงที่เห็นในภาพ

8. ครูอธิบายเก่ยี วกบั เรื่องที่อยู่อาศยั ของ แมลงชนิดตา่ งๆ เช่น มด ผ้งึ ผีเส้ือ แมลงวนั ฯลฯ เชน่

ที่อยู่อาศัยของมด/ผ้ึง เรียกว่า รัง มดอาศยั อยใู่ นดนิ ตน้ ไม้ ใบไม้ ผ้งึ ทารังอยบู่ นตน้ ไม้ ผีเสอ้ื อย่ตู ามใบไม้

แมลงวนั อย่ตู ามขยะ หรอื ของทีส่ กปรก ฯลฯ

9. เด็กและครูดูประกอบภาพท่ีอยู่อาศัยของแมลงตา่ งๆ เช่น รังมด รังผึ้ง แมลงวัน ฯลฯ

10. เดก็ อ่านคาศัพท์ภาษาองั กฤษ BUTTERFLY = ผเี ส้ือ

11. ครพู าเด็กไปสารวจและสรา้ งขอ้ ตกลงเกีย่ วกบั การไปสารวจดูท่อี ยู่อาศัยของมด/ผีเส้ือท่อี ยู่

รอบ ๆ บริเวณ ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก

(การเล่นกลางแจ้ง 20 นาที)
12. เดก็ ยนื เป็นวงกลมอบอนุ่ รา่ งกายโดย กระโดดเทา้ คู่ไปข้างหนา้ 10 คร้ัง กระโดดถอยหลัง 10

ครง้ั และ กระโดด หมนุ ตัวไปรอบ ๆ 10 คร้งั
13. ครสู าธติ การเล่นโยนบอลลงตะกรา้ ดังนี้
- วางตะกรา้ 2 ใบคกู่ นั หา่ งจากกันประมาณ 2 เมตร
- แบ่งเด็กยืนเขา้ แถวตอนลกึ 2 แถวเทา่ กัน หัวแถวยนื ตรงจดุ ท่ีกาหนดห่างจากตะกร้า

ประมาณ 2 เมตร
- ใหเ้ ด็กถอื ลูกบอล คนละ 2 ลกู ไว้ในมือข้างละลูก
- เมื่อครเู ป่านกหวีดใหส้ ัญญาณ คนทีย่ ืน่ คนแรกโยน ลกู บอลให้ลงตะกร้าทลี ะลกู
- นกั เรียนทีโ่ ยนบอลแล้วไปน่ังทา้ ยแถวของตนเอง
- ครเู ปา่ นกหวีดสญั ญาณใหเ้ ดก็ คนต่อไปปฏิบตั ิ จนครบทกุ คน

14. เด็กปฏิบตั กิ จิ กรรมโยนบอลลงตะกรา้
15. เดก็ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและจากนัน้ ครูพาเด็กไปทาความสะอาดรา่ งกายและเขา้ หอ้ งเรียน
ขน้ั สรปุ (ศลิ ปะสร้างสรรค์ 20 นาที)
16. เดก็ และครรู ่วมกันสนทนาเก่ียวกบั ท่ีอยู่อาศัยของแมลง
17. ครูแนะนากจิ กรรมและอุปกรณ์ในการจมุ่ สีตกแต่งภาพรวงผึ้ง พรอ้ มให้เด็กพูดตาม เช่น
ภาพรวงผึ้ง สนี า้ จานสี สาลีก้าน กระดาษหนงั สอื พิมพ์ ผา้ เช็ดมอื ผ้ากันเป้อื น
18. ครเู นน้ ยา้ ให้ระมดั ระวังในการปฏิบัตกิ ิจกรรม เชน่ ไม่ใช้มือที่เปื้อนสีขยีต้ าหรือ สัมผัส
ใบหนา้ ไม่ใช้มือที่เป้ือนสีสมั ผัสเสอ้ื ผ้า ของตนเองและผอู้ ่ืน
19. ครูสาธิตและอธบิ ายวธิ กี ารจมุ่ สี โดยใช้สาลกี า้ นจมุ่ สีทชี่ อบแล้วนาไปจิ้มตกแต่งลงบนภาพ
รวงผ้งึ ใหส้ วยงามตามจนิ ตนาการ
20. ครูและเด็กร่วมกนั สรา้ งข้อตกลงอยา่ งงา่ ย ๆ ในการทากจิ กรรม เชน่ แบง่ ปนั ของใชร้ ่วมกนั
ทา กิจกรรมเสรจ็ ชว่ ยกนั เก็บเข้าที่
21. เด็กลงมือทากิจกรรมอย่างอสิ ระตามท่ีคิดไว้ เมือ่ จุ่มสแี ละตกแตง่ ภาพเสรจ็ นาไปผ่งึ ให้แห้ง
ตง้ั ชอื่ ผลงาน และออกมาบอกเลา่ ความร้สู ึกทม่ี ีตอ่ ผลงาน
22. เดก็ ทุกคนทาตามข้อตกลงชว่ ยกนั เกบ็ อุปกรณ์เข้าทีใ่ ห้เรยี บร้อย
(เกมการศกึ ษา 20 นาที)
23. ครูแนะนาเกม จับคภู่ าพแยกสว่ นแมลง โดยใหด้ ภู าพทส่ี มบรู ณ์ และสนทนาจากภาพ
24. ครสู าธิตวิธีการเลน่ เกม จับคู่ภาพแยกสว่ นแมลง โดยใหเ้ ดก็ มีสว่ นรว่ มด้วย และแนะนา
ทบทวนเกมอืน่ ๆ ท่เี คยเล่นมาแล้ว
25. ครแู บ่งกลุ่มเดก็ กลุ่มละ 2-3 คน โดยใหเ้ ด็กเลือกเองหรอื ตามความเหมาะสม และสร้าง
ขอ้ ตกลงในการเล่นอยา่ งง่าย ๆ เชน่

- รูจ้ ักแบง่ ปนั กนั เลน่
- ร้จู กั รอคอยต่อจากเพ่ือน
- เลน่ กนั เบา ๆ ไมท่ าลายใหเ้ สยี หาย
- เมื่อไดย้ ินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 คร้ัง) ให้เกบ็ เกมเข้าที่ และมานง่ั รวมกนั
ที่หน้าห้อง
26. ครูใหเ้ ดก็ กลุ่มแรกเลน่ เกม จบั ค่ภู าพแยกสว่ นแมลง กลมุ่ ทเ่ี หลอื เล่นเกมที่เคยเลน่ มาแลว้
เล่นเสร็จใหห้ มนุ เวยี นกันเล่นจนครบทุกเกม เม่ือไดย้ ินสัญญาณหยุดให้เก็บเกมเขา้ ท่ี โดยครูคอยดูแลช่วยเหลอื

(การเล่นตามมุม 20 นาที)
27. ครูเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลือกเล่นในศูนย์ตามความสนใจอย่างอสิ ระ โดยวันน้คี ณุ ครู

แนะนามุมประสบการณ์ให้เด็กๆเล่น 3 มุม คือ มุมหนังสือ , มุมบ้าน และ มุมบล๊อค
28. ครูพาเด็กๆเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกาย ล้างมือ พาเดก็ ๆไปรบั ประทานอาหาร

4.สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
นกหวีด ภาพแมลง ลูกบอล เกม จับคู่ภาพแยกส่วนแมลง คาคล้องจอง ภาพรวงผ้ึง สีน้า จานสี สาลกี ้าน

กระดาษหนงั สอื พมิ พ์ ผา้ เช็ดมือ ผ้ากนั เป้อื น
5. การประเมนิ ผล

สงั เกต
1. การทากิจกรรมร่วมกบั เพือ่ นและครูด้วยความสนใจ จดจอ่ และมคี วามสุข
2. การบอกที่อยอู่ าศัยของแมลง
3. ประเมินจากผลงานเด็ก

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 21 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรูย้ ่อย ประโยชน์และโทษของแมลง

1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว
2. บอกประโยชน์และโทษของ แมลงได้
3. สนทนาโตต้ อบกบั ครูและเพือ่ นได้

2. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระที่ควรเรยี นรู้ 1. การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดอุ ปุ กรณ์
1. ประโยชนแ์ ละโทษของ แมลง

2. การช่ืนชมธรรมชาติ
3. การพดู บอกความต้องการ เลา่ เรอ่ื งราว
4. การเลน่ อสิ ระ

5. การทากจิ กรรมศิลปะต่าง ๆ
3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรม (บรู ณาการ 6 กิจกรรมตามหลกั สูตร)

ขั้นนา (เคล่ือนไหวและจังหวะ 30 นาท)ี

1. ครใู ห้เดก็ ทาทา่ ตามคาสง่ั เชน่ กระโดดขาเดียว กระโดดสองขา
2. ครแู จกอปุ กรณ์ที่ใชป้ ระกอบในการเคล่ือนไหวรา่ งกาย ได้แก่ ทีค่ าดศีรษะรปู แมลงต่างๆ
โดยให้เด็กเลือก คนละ 1 ชิ้นและใก้เด็กสวมใส่

- เมือ่ ครูเคาะเครอื่ งเคาะจงั หวะชา้ ให้เด็กกระโดดขาเดยี ว ชา้ ๆ
- เมอ่ื ครเู คาะเคร่อื งเคาะจงั หวะเร็ว ใหเ้ ดก็ กระโดดสองขา เร็ว
- เมอ่ื ครูหยดุ เคาะให้เด็กๆหยุดอย่กู บั ที่
3. เด็กเคล่อื นไหวร่างกายตามจังหวะ 2-3 รอบ

4. ครูใหเ้ ด็กนงั่ พักในทา่ ทส่ี บาย แลว้ สนทนาซกั ถามวา่ ทาอะไรบ้าง และร้สู ึกอยา่ งไร
ขนั้ สอน (เสริมประสบการณ์ 40 นาท)ี

5. ครใู หเ้ ดก็ พูดคากลอนในบัตรภาพ “ผ้ึงนอ้ ยมีพิษ อยา่ คิดเข้าใกล้ อยู่ใหห้ ่างไว้ ปลอดภยั
ไว้ก่อน” ให้เดก็ พดู ตามครู และร่วมกนั สนทนาโดยใช้คาถาม ดงั นี้

- ผง้ึ มพี ิษหรอื ไม่
- ผ้ึงใชส้ ่วนใดของรา่ งกายต่อยคน
6. ครนู าบตั รภาพแมลงที่มพี ิษมาให้เด็ก ๆ ดู ให้เดก็ พดู ชอ่ื ตาม พรอ้ มกับช่วยกันบอกพิษทเี่ กดิ
จากแมลงเหล่านี้ตามประสบการณข์ องตนเอง
7. ครอู ธบิ ายใหเ้ ดก็ ฟงั เกี่ยวกับวธิ ปี ้องกันตนเองจากแมลงมีพษิ เช่น ผง้ึ ตอ่ แตน เราไม่ควร
เข้าใกลแ้ มลง ไม่สัมผัสแมลงทกุ ชนิด หรือขว้างปา รงั ผง้ึ รงั ต่อ รงั แตน เพราะ อาจเปน็ อนั ตรายโดนตอ่ ยได้
อยา่ แหย่รังมดเพราะอาจกดั เราได้ ก่อนสวมใสเ่ สื้อผา้ ควรสะบดั ทุกครง้ั ก่อนสวมใส่
8. ใหเ้ ดก็ ชว่ ยบอกวธิ กี ารป้องกันตนเองจากแมลงทม่ี ีพิษ
ข้ันสรปุ (ศลิ ปะสร้างสรรค์ 40 นาท)ี
9. เดก็ และครรู ว่ มกันสรปุ เกี่ยวกบั การป้องกนั ตนเองจากแมลงมีพษิ และท่องคาคลอ้ งจองพร้อม
กันอีกครัง้
10. ครแู นะนากจิ กรรมและอุปกรณ์ปน้ั แปง้ โดเปน็ รูปมด และ ใหเ้ ด็กพดู ตาม ได้แก่ แปง้ โด
กระดานรองปน้ั อุปกรณก์ ารป้ัน
11. ครสู าธติ และอธิบายขั้นตอนการป้นั แป้งโดเป็นรูปมด โดยนวด คลงึ แป้งโดให้ออ่ นตัวและ
ปั้นเป็นรูปทรงกลมง่าย ๆ หลายขนาดแล้วประกอบเป็นรูปมดตามข้นั ตอนให้เด็กดู
12. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สร้างข้อตกลงอยา่ งงา่ ย ๆ ในการทากจิ กรรม เชน่ แบ่งปันของใช้
รว่ มกัน ทากจิ กรรมเสรจ็ ช่วยกนั เก็บเขา้ ท่ี

13 . เด็กลงมอื ป้ันรปู มดอยา่ งอิสระตามท่คี ิดไว้ โดยครูคอยดแู ลช่วยเหลือ เม่อื ป้ันเสร็จให้ตง้ั ช่ือ
ผลงาน และออกมาบอกเลา่ และความร้สู ึกท่ีมีต่อผลงานแล้วนามาต้งั แสดงผลงาน

(เกมการศึกษา 20 นาที)

14. ครูแนะนาเกม ภาพตัดต่อแมลง โดยให้ดภู าพท่ีสมบรู ณ์ และสนทนาจากภาพ

15. ครูสาธติ วธิ กี ารเลน่ เกม ภาพตัดต่อแมลง โดยใหเ้ ด็กมีส่วนรว่ มดว้ ย และแนะนาทบทวนเกม

อื่น ๆ ท่ีเคยเล่นมาแลว้

16. ครแู บง่ กลุ่มเดก็ กลุ่มละ 2-3 คน โดยใหเ้ ดก็ เลือกเองหรอื ตามความเหมาะสม และสร้าง

ข้อตกลงในการเลน่ อย่างง่าย ๆ เชน่

- รู้จกั แบ่งปันกนั เลน่ -

- รูจ้ กั รอคอยตอ่ จากเพื่อน

- เล่นกนั เบา ๆ ไมท่ าลายให้เสยี หาย

- เมอื่ ไดย้ ินสัญญาณหยุด (เสียงเคาะจังหวะ 2 คร้ัง) ให้เก็บเกมเข้าที่ และมาน่ังรวมกัน

ทหี่ นา้ ห้อง

(การเลน่ กลางแจง้ 20 นาที)

17. ครูและเด็กสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบตั ิตนเม่ือลงไปเล่นท่ีสนามเดก็ เล่น เชน่ เดินแถว

อย่างเปน็ ระเบียบ ไมส่ ่งเสียงดัง

18. ครูพาเด็กเดินไปที่สนามเด็กเลน่ บริเวณบอ่ น้า/บ่อทราย ครแู นะนาอุปกรณ์ให้เดก็ ดู

19. ครแู ละเด็กรว่ มกนั สรา้ งข้อตกลงอยา่ งง่าย ๆ ในการทากจิ กรรม เชน่ การวงิ่ ไมช่ นกัน

การปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ า
20. ครแู บง่ กลุม่ เด็กออกเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 2 คน เพือ่ เล่นน้าและเลน่ ทรายพร้อมแจกอุปกรณใ์ น
การเล่น

21. เมอื่ ไดย้ ินสัญญาณหยุดช่วยกนั เก็บอุปกรณ์เข้าที่ และมาน่ังพกั ผ่อนรวมกนั ทีห่ น้าสนามเด็ก

เล่น

22. ครแู ละเด็กร่วมกันสนทนา และให้เด็กออกมาบอกเลา่ ส่ิงที่ไดเ้ ลน่ ความร้สู ึกตา่ ง ๆ ชอบ

หรอื ไม่ชอบเพราะเหตใุ ด

23. ครใู หเ้ ด็ก ๆ เตรยี มตวั เขา้ แถว ไปลา้ งมือเขา้ ห้องเรยี น แล้วทากิจกรรมอน่ื ต่อไป

(การเล่นตามมุม 20 นาที)

24. ครูเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกเล่นในศนู ยต์ ามความสนใจอย่างอิสระ โดยวนั นคี้ ณุ ครูแนะนามมุ

ประสบการณ์ให้เด็กๆเล่น 3 มุม คือ มุมบา้ น , มมุ ดนตรี และ มุมนิทาน

25. ครพู าเด็กๆเข้าแถวทาความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งมือ พาเด็กๆไปรบั ประทานอาหาร

4.ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

เพลง ,คาคลอ้ งจอง ท่ีคาดศีรษะรูปแมลง , มมุ ประสบการณ์ เกมภาพตดั ต่อแมลง แปง้ โด กระดาน

รองปั้น อุปกรณ์การปน้ั

5.การประเมนิ ผล

สังเกต

1. การทากจิ กรรมรว่ มกับเพ่ือนและครดู ว้ ยความสนใจ จดจ่อ และมีความสุข

2. การบอกประโยชน์และโทษของพชื /ตน้ ไม้/ดอกไม้ ได้ / การสนทนาโตต้ อบกับครูและเพื่อน

3. ประเมินจากผลงานเด็ก

ภาคผนวก

เพลง หนอนผเี สือ้ (ไมท่ ราบนามผแู้ ต่ง)

ต้วม ๆ เตีย้ ม ๆ ออกมาจากไข่ เจ้าหนอนตัวใหญล่ ูกใครกันหนอ
กระดบึ ๆ ไปกระดึบ ๆ มา กัด ๆ กนิ ๆ อ่มิ แล้วก็นอน แลว้ เจ้าหนอน ก็ชกั ใยหุ้มตวั

กระดึบ ๆๆๆ แขวนหัวจบั กิ่ง นอนนง่ิ นาน ๆ วนั และคนื เวยี นผา่ น
หนอนนอนหลับสบาย เจา้ จะเปน็ ดักแด้ มแี ตเ่ ยอื่ ใยหมุ้ หอ่ คงไดเ้ วลา
แล้วหนอนดักแด้ก็ เปลีย่ นแปลงกาย ลัน ลนั ลา ลนั ลนั ลนั ลา ๆ
กลายเปน็ ผีเส้ือตวั ใหญ่ บนิ ไป ๆ บนิ มา บนิ ชมดอกไม้นานา ผเี ส้อื จ๋าเจา้ สวยจงั เลย

ลัน ลนั ลา ลนั ลัน ลา ๆ

คาคลอ้ งจอง ผีเสือ้
(ไมท่ ราบนามผ้แู ต่ง)

ผีเส้ือเอยผีเสือ้ แสนงาม เจา้ โบยบินไปตอมดอกไม้
ดดู น้าหวานสาราญใจ สขุ กะไรหนอผเี ส้ือแสนงาม

เพลง มดตวั น้อยตัวนดิ

(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)

มดตวั น้อยตัวนิด มดตวั นอ้ ยตวั นิด

มดมีฤทธ์นิ ่าดู ย้ฮู ู มาไว ๆ กนั หน่อย

มาเรว็ ๆ กันหนอ่ ย ยฮู้ ู ฉนั เปน็ มดขยนั

ฉันเปน็ มดขยัน มดทั้งนนั้ อู้ฮู งานเราไมเ่ คยหวัน่

ทางานกนั สนุก ยูฮ้ ู

รังผงึ้ ฝงู ใหญ่ คาคลอ้ งจอง ผ้ึง
ขยนั ทางาน (ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)

จุใส่นา้ หวาน
รกุ รานโดนต่อย

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 2 - 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 28 สาระการเรยี นรู้ ท่ี 3 ธรรมชาตริ อบตัว
หน่วยการเรยี นรู้ ลม ฟา้ อากาศ : สัมผัสอากาศวันน้ี

ความคิดรวบยอด
ลม ฟา้ อากาศ เชน่ ตอนเช้าพระอาทติ ย์ขึน้ อากาศเย็นสบาย ตอนสายแสงแดดจ้า อากาศรอ้ น ตอนเยน็

อากาศเร่มิ เย็นลง

แสงแดดจา้ อากาศ

แสงแดด อากาศ ร้อน
ออ่ นขน้ึ เย็น
พระอาทติ ย์ อากาศยามสาย พระอาทิตย์ แสงแดดลับ
ขึ้น อากาศยามเช้า ตกดิน
( 1 วนั )
( 1 วัน )
อากาศยามเย็น

( 1 วัน )

ต้นไมบ้ างชนิดมีพิษ หนนู อ้ ยรกั ธรรมชาติ : ออกกาลัง ทากจิ กรรมร่วมกับ
รู้สึกสดชนื่ สมั ผสั อากาศวนั นี้ กาย ครอบครัว
(1 สัปดาห์)
ลมเยน็ พัดสบาย หนูทาอะไรในวันที่อากาศ
พักผอ่ น สดช่นื
( 1 วนั )
( 1 วนั )
อากาศ
ดี

สิ่งท่เี ดก็ รู้แล้ว สิ่งทเ่ี ด็กต้องการรู้ สิง่ ท่เี ด็กควรรู้

1. เช้า สวา่ ง 1. ทาไมอากาศเยน็ ลง 1. อากาศยามเชา้
2. อากาศยามสาย
2. กลางคนื มืด 2 ทาไมอากาศร้อน 3. อากาศเย็น
4. ลมพัดเยน็ สบาย
3.เวลาเชา้ อากาศเยน็ สบาย 3.................................................. 5. หนทู าอะไรในวันที่อากาศสดช่ืน

4. เวลาบ่าย อากาศรอ้ น 4...................................................

5. .......................................... 5. ..................................................

ตารางวิเคราะห์สาระการเรยี นรู้ทีค่ วรเรียนรู้
สภาพท่ีพงึ ประสงค์ และการประเมนิ พฒั นาการ (DSPM)

หนว่ ยการเรยี นรู้ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรียนรู้ การประเมนิ
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั พัฒนาการ
หนว่ ยท่ี 28 ลม ฟ้า คณุ ลักษณะที่พึง (DSPM)
อากาศ : สมั ผัสอากาศ ประสงค์ 3.3 สนใจ 1. อากาศยามเชา้ 1. การเคล่อื นไหวสว่ น
วนั นี้ และมคี วามสขุ กับ 2. อากาศยามสาย ต่าง ๆของรา่ งกายตาม - ขอ้ 68 พูดตอบรับ
1. อากาศยามเช้า ธรรมชาติ สง่ิ สวยงาม 3. อากาศเย็น จังหวะดนตรี และปฏิเสธได้ (EL)
2. อากาศยามสาย ดนตรี และจังหวะ การ 4. ลมเยน็ พัดสบาย 2. การเลน่ ออกกาลงั - ข้อ 69 ลา้ งและเช็ด
3. อากาศเย็น เคล่ือนไหว 5. หนทู าอะไรใน กายกลางแจ้งอยา่ ง มอื ไดเ้ อง (PS)
4. ลมเยน็ พัดสบาย 1. ตอบสนองต่อ วนั ทอ่ี ากาศสดชืน่ อิสระ - ขอ้ 71ขวา้ งลูกบอล
5. หนูทาอะไรในวนั ที่ ธรรมชาติ เสียงเพลง ขนาดเลก็ ได้ โดยยกมือ
อากาศสดชนื่ จงั หวะดนตรี และสง่ิ 3. การเขียนขดี เขย่ี ขึ้นเหนอื ศรี ษะ (GM)
สวยงามตา่ งๆ 4. การป้นั - ข้อ 74 สนใจฟัง
อย่างเพลิดเพลิน 5. การช่ืนชมทาง นทิ านได้นาน 5 นาที
คุณลักษณะท่พี ึง ธรรมชาติ (RL)
ประสงค์ 7.1 สนใจ 6. การตอบคาถามจาก - ข้อ 76 พูดติดต่อกัน
เรยี นรสู้ ่งิ ต่างๆรอบตวั การคดิ 2 คาข้ึนไปอยา่ งมี
1. อยากเรียนร้สู ิง่ ตา่ งๆ 7. การพูดบอกความ ความหมาย โดยใช้
2. ถามบอ่ ยถามซา้ ต้องการ เล่าเรอื่ งราว คากริยาไดถ้ ูกตอ้ ง
3. จดจ่อต่อส่ิงใดส่ิงหนึ่ง 8. การร้องเพลง อย่างน้อย 4 กรยิ า
ไดย้ าวนานขนึ้ 9. การท่องคาคล้อง (EL)
จอง - ข้อ 77 ร้องเพลงได้
10. การทากจิ กรรม บางคาหรือร้องเพลง
ศลิ ปะต่าง ๆตามความ คลอตามทานอง (PS)
สนใจ - ข้อ 79 ยืนขาเดียว 1
11.การฟังนิทานหรือ วินาที
เรือ่ งราวสัน้ ๆ - ขอ้ 82 พูดติดต่อกัน
13. การสารวจ 3-4 คาได้ อย่างน้อย 4
ความหมาย (EL)

แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 2 - 3 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 28 สาระการเรยี นรู้ที่ 3 ธรรมชาติรอบตวั

หน่วยการเรียนรู้ ลม ฟา้ อากาศ : สมั ผัสอากาศวันน้ี

กจิ กรรม เคลือ่ นไหว เสริมประสบการณ์ ศิลปสรา้ งสรรค์ เลน่ ตามมุม กลางแจง้ เกมการศึกษา
วนั ที่ และจังหวะ วิ่งเลน่ อยา่ งอิสระ
เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ เกมจับคู่ภาพเหมอื น
1 เคลอ่ื นไหวรา่ งกายตาม รจู้ กั ยามเช้า วาดภาพตาม เลือกเล่นในศูนยต์ าม “พระอาทติ ย์
คาสัง่ เช่น กระโดด 1 จินตนาการ ความสนใจและค้นหา พระจนั ทร์”
ความถนัดของตนโดย
คร้ัง จดั ให้สอดคลอ้ งกับ
หนว่ ยการเรยี นรู้

การทาโยคะ/ รจู้ กั อากาศยามสาย ปั้นดนิ นา้ มันตาม เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เดินตามแนวเส้นตรง จับคูส่ ีเทยี น

เคลอื่ นไหวร่างกาย จนิ ตนาการ เลอื กเล่นในศูนยต์ าม ที่ครูกาหนดให้ เชน่

2 ประกอบเพลง ความสนใจและคน้ หา ดา้ นบน ดา้ นซา้ ย
“ด่งั ดอกไม้บาน” ความถนัดของตนโดย ด้านขวา

จัดให้สอดคล้องกับ

หน่วยการเรยี นรู้

เคลือ่ นไหวรา่ งกาย ร้จู ักอากาศยามเย็น กลิง้ ลกู บอลสี เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้ โยนลกู บอลเหนอื ศีรษะ เกมจบั ค่ภู าพกับเงา

ประกอบเพลง เลือกเล่นในศนู ยต์ าม เชน่ พระอาทิตย์

3 “เพลงพระอาทิตย์” ความสนใจและค้นหา พระจนั ทร์ ดวงดาว
ความถนัดของตนโดย

จัดให้สอดคล้องกับ

หน่วยการเรียนรู้

เคลื่อนไหวร่างกาย ลมพัดเยน็ สบาย ขยากระดาษตาม เปิดโอกาสให้เด็กได้ เลน่ เครื่องเลน่ สนาม เกมตกั ลกู บอลสี

ประกอบเพลง (เลา่ นิทานเร่ือง “ลมกับ จินตนาการ เลอื กเลน่ ในศนู ย์ตาม

4 “เพลง ฉนั คือเมฆ” พระอาทิตย์” ความสนใจและค้นหา
ความถนัดของตนโดย

จดั ให้สอดคลอ้ งกับ

หนว่ ยการเรียนรู้

การเคลื่อนไหวรา่ งกาย หนูทาอะไรในวนั ท่ี การพิมพภ์ าพจาก เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ ยืนขาเดียว 1 วินาที เกมภาพตดั ตอ่

อย่างอสิ ระ อากาศสดช่นื กา้ นกลว้ ย เลอื กเล่นในศนู ยต์ าม พระอาทติ ย์ 3 ชน้ิ

5 ตามจินตนาการ ความสนใจและค้นหา

ความถนดั ของตนโดย

จัดให้สอดคล้องกบั

หน่วยการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version