ตีครั้งที่ 0 ปฐมบท‚วันนี ้เอาเท่านี ้ก่อนนะ สําหรับการบ้าน ใครไม่เข้าใจอะไรก็ทักมาถามพี่ได้ โอเคไหม‛‚ครับ/ค่ะ‛‚โอเค งั ้นวันนี ้เท่านี ้ก่อนก็แล้วกัน คํ่าแล้ว กลับบ้านระวังๆกันด้วยนะเด็กๆ‛ผมนั่งมองดูน้องๆเก็บข้าวของใส่ลงในกระเป๋ า พวกเขาค่อยๆทยอยลุกออกไปจากร้าน จากหกคน เหลือสี่ สุดท้ายก็เหลือสอง และเหลืออยู่หนึ่งคน ซึ่งนั่นก็คือผมเอง คนสุดท้ายที่ยังอยู่ตรงโต๊ะประจําโต๊ะเดิมผมชื่อทิ ชื่อสั ้นๆ พยางค์เดียวที่ใครๆก็คงจะจํากันได้ง่ายๆ ผมเป็ นนักศึกษาชายปี ที่สามในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กิจกรรมที่ผมกําลังทําอยู่นี่หลายๆคนก็คงจะพอรู้กันดีว่ามันคืออะไร ใช่ครับ ผมรับสอนพิเศษหลังเลิกเรียนให้กับน้องๆมัธยมปลายที่เรียนอยู่แถวๆนี ้อันที่จริงแล้ว...ผมเองก็ไม่ได้ขัดสนอะไรทางการเงินนักหรอก เพียงแค่อยากสอนพิเศษดูก็เท่านั ้น ชั่วโมงละร้อยสองร้อย ก็ถือว่าทําเอาประสบการณ์ นับว่ายังโชคดีบ้างที่อย่างน้อยก็มีเด็กสนใจให้ผมสอน
ผมเก็บของใส่ในกระเป๋ าตัวเองบ้าง ก่อนที่จะเช็คความเรียบร้อยของโต๊ะแล้วถึงเดินออกมาจากร้าน วันๆผมก็ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจหรือน่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่ ไม่ไปเรียนก็กลับหอ ไม่กลับหอก็มาสอนพิเศษ แค่นั ้น วนลูปอยู่แค่นั ้น เพื่อนผมเองก็ยังเคยบอกเลยว่าชีวิตผมน่ะเอื่อยเฉื่อยสุดๆ ซึ่งอันนั ้นผมก็ไม่เถียง ผมไม่ชอบความวุ่นวาย อะไรที่มันยุ่งยากมากๆผมก็ไม่อยากจะหามันใส่ชีวิตนักหรอกผมหยิบเอาหูฟังในกระเป๋ าออกมาก่อนที่จะเสียบมันเข้ากับโทรศัพท์ เปิ ดเพลงฟังไปเรื่อยๆในขณะที่ยืนรอรถที่ป้ ายรถเมล์ ตอนนี ้ฟ้ ามืดแล้ว ถึงเวลาสลับสวิทซ์ ปิ ดโหมดครูสอนพิเศษ กลับไปพักผ่อนทํางานของตัวเอง กลายเป็ นไอ้ทิที่หอผมมีชื่อจริงชื่อทิวา แต่คนส่วนมากมักจะเรียกเล่นๆกันว่าทิแม่บอกว่าจริงๆแล้วชื่อเล่นของผมตอนแรกก็คือคําว่ากะทิ ไม่ใช่อะไร แม่แค่อยากให้ลูกเรียนเก่ง แบบหัวกะทิอะไรพวกนั ้น ซึ่งไม่รู้ว่ามันเป็ นเคล็ดหรืออะไร แม่ถึงได้ลูกออกมาเป็ นหัวกะทิจริงๆ เรียนเก่ง แต่นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็ไม่ได้เรื่องอะไรในชีวิตอีกเลย ผมมีดีแค่เรื่องเรียนจริงๆ อายุอานามก็เข้าเลขสองมาตั ้งนานแล้ว ยังไม่เคยจะมีแฟนหรืออะไรสักอย่างกับเขาด้วยซํ ้า กินเหล้าก็นับครั ้งได้ คออ่อนอีกต่างหาก สองสามแก้วก็คอพับคออ่อนแล้ว เข้าสังคมอะไรก็ไม่เก่งกับเขาสักอย่าง เพื่อนก็น้อย น่าเศร้าจริงๆชีวิตไอ้ทิเนี่ย‚เฮ้ย!”ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆในขณะที่กําลังยืนรอรถอยู่คนเดียวเงียบๆนั ้น เสียงตะโกนก็ดังขึ ้นมาไม่ไกล ผมหันซ้ายขวาเพื่อดูต้นเสียงว่ามันเกิดอะไรขึ ้น ก่อนที่ตาของผมจะเบิกกว้างเมื่อเห็นที่มาของเสียง กลุ่มเด็กนักเรียนเสื ้อขาว
ขาวกางเกงขาสั ้นราวๆสิบกว่าคนอยู่ตรงมุมถนน มีบางส่วนขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บนถนนบีบแตรเสียงดัง ทั ้งสองกลุ่มตะโกนโหวกเหวกโวยวายใส่กัน ระยะห่างของผมกับกลุ่มพวกนั ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมเองที่ไม่รู้จะทํายังไงก็เลยนั่งอยู่ตรงนั ้น นั่งนิ่งๆ หวังว่าพวกเขาไม่สนใจแล้วก็เลยผ่านไป‚มึงจะเอายังไง!”‚ไม่ยังไง ลูกพี่กูก็บอกแล้วป่ ะว่าลูกพี่ไม่ได้ยุ่ง!แฟนมึงนั่นแหละมายุ่งกับลูกพี่ก่อน!”‚พูดแบบนี ้ได้ยังไงวะไอ้สัส!”ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงตะโกนด่าทอในระยะประชิด ตอนนี ้พวกเขาทั ้งสองกลุ่มมาหยุดอยู่ใกล้กับตรงที่ผมนั่งอยู่ ผมพยายามที่จะอยู่เงียบ จะเดินหนีตอนนี ้ก็ไม่ทันแล้ว พวกเขาต้องหันหน้ามามองผมแน่ๆเลย ผมเลยลุกขึ ้นช้าๆ ก่อนที่จะเบียดตัวเองหลบมุมกับป้ ายเก่าๆที่อยู่ข้างกัน หางตาก็แอบชําเลืองมองดูเด็กวัยรุ่น แก๊งรถมอเตอร์ไซค์จอดรถแล้ว พวกเขาเดินกรูลงมาหากลุ่มเด็กที่อยู่บนทางเท้า ผมกลืนนํ ้าลายลงคอเมื่อคนที่ดูเหมือนจะเป็ นหัวโจกสองคนกําลังยืนจ้องหน้ากัน เป็ นเด็กผู้ชายทั ้งคู่โห….ทําไมอีกคนตัวสูงขนาดนั ้นนะแต่…แต่อย่าตีกันเลยนะ ขอร้อง ถือว่าพี่ขอร้องนะน้องผั้วะ!ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทั ้งสองคนนั ้นมันเริ่มแล้ว คนที่ตัวเล็กกว่าปล่อยหมัดไปเต็มๆใส่หน้าของเด็กผู้ชายอีกคน พลันเสียงรอบตัวก็เงียบไปทันที ไม่รู้ว่าเงียบทําไม รู้แค่ว่าจู่ๆมันก็เงียบไป จนผมเริ่มจะใจไม่ดี น้องผู้ชาย
คนที่ตัวสูงหน้าหันไปตามแรงต่อย เขาหันหน้ากลับช้าๆไปมองดูคนที่ต่อยตัวเอง‚นี่มึงต่อยกูเหรอ‛‚อะ…เออสิไอ้ห่า!”‚มึงต่อยกูเหรอ‛‚นี่มึงกวนตีนกูเหรอ...อั ้ก!”ยังไม่ทันที่อีกคนจะได้โวยวายจนจบ เขาก็โดนเด็กผู้ชายตัวสูงกระชากคอเสื ้อเข้าไปใกล้อย่างแรง ไม่มีคําพูดอะไรหลุดออกมาให้ได้ยิน รู้แค่ว่าไอ้เด็กตัวสูงจับคอเสื ้อแล้วก็เหวี่ยงลงพื ้นในวินาทีต่อมา เด็กคนนั ้นล้มลงไปนอนกับพื ้น ก่อนที่จะโดนเท้าของเด็กผู้ชายตัวสูงเหยียบไว้อีกทีโห ทําไมคนอื่นไม่กล้ารุมคนนี ้ ทําไมปล่อยให้เขาทุ่มเพื่อนตัวเองง่ายๆแบบนั ้นเลยเหรอ‚กูไม่ได้ยุ่งกับแฟนมึง บอกกี่รอบแล้ว‛‚ไอ้…!”‚แฟนมึงชื่ออะไร‛‚นํ ้าไงไอ้สัส!”‚กูจะบอกอะไรไว้อย่างนะ….”เด็กผู้ชายตัวสูงกว่าโน้มตัวลงไปหาอีกคน ผมไม่รู้ว่าสีหน้าของเด็กผู้ชายตัวสูงจะเป็ นยังไงถึงทําให้บรรยากาศตรงนั ้นดูน่ากลัวขนาดนี ้ นี่ขนาดผมอยู่ห่างออกมาแล้วนะ ผมยังรู้สึกได้เลยว่าตรงนั ้นไม่น่าเข้าไปใกล้สุดๆ“….”
ละ…แล้วจะมองมาทางนี ้ทําไมเล่า!!ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆไอ้เด็กตัวสูงมันก็หันหน้ามาทางผมที่ยืนอยู่ นี่เขาเห็นผมด้วยเหรอ อุตส่าห์ยืนเงียบๆยืนหลบในมุมขนาดนี ้แล้วนะ แล้วทําไมต้องมองกันแบบนั ้นด้วย มองกันนิ่งๆแบบนั ้นน่ะ! มองคนตรงหน้าตัวเองสิ!จะมามองกันทําไม! พี่ไม่เกี่ยวน้อง พี่ไม่เกี่ยว พี่รอรถกลับบ้านเฉยๆ!อยากร้องไห้ ยืนรอรถตรงนี ้มาแต่ไหนแต่ไรไม่เคยจะเจอเหตุการณ์แบบนี ้สักครั ้ง มาซวยอะไรเอาวันนี ้หนอไอ้เด็กตัวสูงยังคงจ้องผมอยู่อย่างนั ้น โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคํา ผมกลืนนํ ้าลายลงคอ หลบสายตาของอีกคนที่มองมาไม่เข้าใจจริงๆเลย เป็ นนักเรียนดีๆไม่ได้หรือยังไง ทําไมต้องเป็ นนักเลงด้วย‚ลูกพี่ เอาไง‛‚ไม่เอาไง‛‚ห้ะ‛‚กูหิวก๋วยเตี๋ยว‛‚ห้ะ‛‚ไปล่ะ‛เขาพูดกับคนในกลุ่ม ก่อนที่จะปล่อยคอเสื ้ออีกคนลง แล้วเดินผ่านมาทางผมช้าๆ เสียงโวยวายดังขึ ้นตามไล่หลังมาทันที ผมค่อยๆถอยหลบทางเมื่อกลุ่มนั ้นกําลังจะจากไป คนที่ดูเหมือนจะเป็ นหัวหน้ากลุ่มไม่ได้พูดอะไรอีก เขาผละออกแล้วหมุนตัวเดินผ่านหน้าผมไปเงียบๆ ผมหลบสายตาทันทีเมื่อเห็นว่าเด็กผู้ชายตัวสูงตวัดหางตามามองผม เขาไม่ได้พูดอะไร ล้วงกระเป๋ าแล้วก็
เดินผ่านไปเฉยๆ ส่วนคนที่เหลือก็พากันชี ้หน้าด่าทอกัน ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีตรงที่ผมยืนรอรถก็เงียบสนิท เหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ ้น แก๊งรถมอเตอร์ไซค์เสียงดังๆขับไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ส่วนแก๊งเดินเท้าก็เพิ่งจะเลี ้ยวตรงมุมถนน แล้วก็หายวับไป ผมยืนนิ่งอึ ้งอยู่ตรงนั ้นคนเดียวด้วยความรู้สึกหลากหลาย‚ให้ตายสิ‛ผมพรูลมหายใจออกมาก่อนที่จะจับหน้าอกตัวเอง ใจเต้นแรงมากๆเลยจังหวะเมื่อกี ้นี ้ เอาจริงๆต่อให้ผมจะอายุมากกว่าพวกเขา แต่เจอแบบนี ้ยังไงก็ต้องถอยไว้ก่อน จะโพล่งไปเตือนเลยมันก็ไม่ใช่ เพราะไม่อย่างนั ้นคนที่จะโดนกระชากคอเสื ้ออาจจะเป็ นผมเสียเองสาธุเถอะ อย่าให้ได้เจอแก๊งนี ้อีกเลย♡♡♡‚ลูกพี่ เมื่อกี ้ทําไมปล่อยไอ้บาสไปง่ายๆ‛‚กูหิวก๋วยเตี๋ยว‛“ไอ้เนย เอาดีๆ‛‚ก็กูหิวก๋วยเตี๋ยว จะพูดทําไมนักหนา‛‚เออๆ แม่ง แค่นี ้ก็ต้องอารมณ์เสียใส่เหรอพ่อคุณ‛คนถูกดุยกมือขึ ้นทั ้งสองข้าง ก่อนจะยอมปิ ดปากเงียบ นั่งมองดูเด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มันนั่งกระดิกนิ ้วไปมาด้วยใบหน้าเรียบตึง ตอนนี ้ทั ้งร้านก๋วยเตี๋ยวถูกยึดครองไปด้วยกลุ่มของพวกเขา เด็กเสื ้อขาวกางเกงขาสั ้นนั่งจองเต็มร้าน
ก็นะ…ในเมื่อคนที่เป็ นใหญ่อยากจะกินก๋วยเตี๋ยว คนที่เหลือก็ต้องจัดตามคนละชาม‘เนยวัดพลุ’ ชื่อนี ้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย ฉายาที่เด็กละแวกนี ้รู้จักกันดีว่าเป็ นของใครเขาว่ากันว่ามันเคยเข้าคุกมาแล้ว นอนตารางเป็ นว่าเล่น มีตีกันที่ไหนมีมันที่นั่นจะเรื่องหญิง เรื่องยา เรื่องเหล้ามันก็ผ่านมาหมดแล้วเขาว่ากันว่า ใต้ชุดนักเรียนนั่นน่ะมีแต่รอยสัก มันมียันต์เสือสมิงจากหลวงพ่อชัย วัดบ้านโป่ งอยู่กลางหลัง เวลามันโดนตีเลยไม่เจ็บแม้แต่น้อยส่วนเรื่องชื่อเนยวัดพลุ….เขาก็ว่ากันว่าเวลาไอ้เนยมันน็อตหลุด มันจะทําลายล้างพอๆกับเสือสมิงเลย หลายคนยังขยาดที่จะเดินผ่าน แค่มันมองด้วยหางตาก็ทําเอาหลายคนสะดุ้งร้องไห้แล้ว ขนาดตอนที่ไปบวชเณรที่วัดพลุ มันยังไปวางมวยใส่เณรด้วยกัน ใช้ฝาบาตรตีจนคิ ้วแตก เลยเป็ นที่มาของชื่อชื่อเสียงของมันฉาวโฉ่ในเรื่องนี ้ จนกระทั่งก่อตั ้งเป็ นแก๊งขึ ้นมาได้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เคยพูดสักคําว่าต้องการ แต่คนก็รวมตัวกันมาอยู่ใต้อํานาจของเด็กหนุ่มคนนี ้เดินผ่านมาในดงนี ้ มองแวบแรกก็พอจะรู้เลยว่าคนไหนคือไอ้เนย ราศีมันเด่นเป็ นสง่าสมกับเป็ นหัวหน้าแก๊งอยู่คนเดียว ใบหน้านิ่งๆกับแจ๊กเก็ตยีนส์สีซีด นั่นแหละมัน‚ลูกพี่ ลูกพี่‛‚ไร‛‚ลูกพี่เหม่ออะไร ก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว‛
“…”‚ลูกพี่?‛‚มองหน้ากูทําไม จะแดกก็แดก ไม่แดกก็กลับ‛‚ครับ ครับ‛สิ ้นเสียงนั ้นไอ้เด็กน้อยลูกกระจ๊อกที่เพิ่งจะเข้าร่วมกลุ่มได้สามสี่วันก็ได้แต่ผงกหัวงกๆแล้วก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวในชามตัวเอง แต่ถึงจะโดนสั่งไปอย่างนั ้น เขาก็ยังแอบเหล่มองดูเด็กหนุ่มหน้าตายด้วยหางตา มองดูพฤติกรรมที่ตนเองรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ ายเปลี่ยนไป ตั ้งแต่จบเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับอีกกลุ่มเมื่อครู่ไม่รู้สิ….เขารู้สึกเหมือนหัวหน้ายังไม่กลับมาจากที่นั่นเลย เหม่อลอยหันไปมองทางนั ้นหลายรอบแล้ว‚ไอ้เนย สรุปมึงไม่ได้อะไรกับนํ ้าแฟนไอ้บาสจริงๆใช่ไหม‛ตึง!“….”‚อย่าให้กูได้ยินใครพูดเรื่องนี ้อีก‛“….”‚อะ…เออ กูรู้น่า ได้ยินแล้วไง เข้าใจแล้ว‛‚อ่ะๆ ผมยกลูกชิ ้นให้ เอาไป ลูกพี่จะได้อารมณ์ดี กินเยอะๆนะลูกพี่‛‚ตอนนี ้กี่ทุ่มแล้ว‛ มือของคนที่กําลังคีบลูกชิ ้นส่งไปให้ถึงกับชะงัก เมื่อจู่ๆอีกฝ่ ายก็เมินความหวังดีของตัวเองแล้วเอ่ยถามเวลาออกมาหน้าตาเฉย เขาเลิ่กลกั่มองซ้ายขวาหาคนช่วย แย่ละ่คนในแก๊งนีม้นัจะไมพ่กนาฬิกากันสักคนเลยหรือไง คิ ้วหนากระตุกน้อยๆเมื่อเห็นว่าถามอะไรไปก็ไม่มีคนตอบ
จนกระทงั่หางตาเขาหนัไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอย่ตูรงหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวเข็มสั ้นชี ้ไปที่เลขเจ็ด ทําเอาเด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ ้นมาทันที‚ตายห่า‛‚มีอะไรลูกพี่!เกิดอะไรขึ ้น! มีเรื่องอะไร จะไปที่ไหน จัดการใคร! เฮ้ยพวกเรา!” เด็กผู้ชายตัวผอมคนหนึ่งตะโกนขึ ้นมาทันที ก่อนที่จะกวาดสายตามองดูคนในแก๊งที่นั่งอยู่รายรอบ พวกเขาพากันเปลี่ยนสีหน้าและแววตาเป็ นแข็งกร้าว ดุดันเมื่อได้ยินสัญญาณเรียก เตรียมพร้อมที่จะออกไปจัดการคนที่หัวหน้าแก๊งต้องการให้ไปเจอ เสียงกําหมัดกัดฟันดังกรอบแกรบขึ ้นทุกโต๊ะ จนทําเอาเจ้าของร้านได้แต่ยืนทําหน้าไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งแต่แล้วพวกเขาทั ้งหมดก็ต้องชะงักเมื่อประโยคต่อมาหลุดออกมาจากปากของหัวหน้าแก๊ง‚ทุ่มครึ่งแล้ว ตลาดสดที่ไหนยังเปิ ดอยู่‛‚ทําไมลูกพี่?‛‚แม่กูสั่งซื ้อหมูหนึ่งโล‛“….”‚รีบแดก กูจะต้องไปตลาด‛‚เฮ้ย! รีบกิน! เดี๋ยวตลาดวาย ร้านหมูจะปิ ดก่อน! วันนี ้แม่ลูกพี่ต้องได้หมู! เร็วสิวะ!!”เรื่องราวของไอ้เนยวัดพลุ ยังมีอะไรอีกมากมายที่ยังไม่ได้ค้นพบ และยังไม่ได้รับการพิสูจน์ กว่าจะเป็ นมันทุกวันนี ้ ไม่ง่ายเพียงแต่….แค่นี ้ก็เป็ นเครื่องยืนยันได้แล้วว่าเด็กหนุ่มหน้าตึงเสื ้อแจ็กเก็ตยีนส์สีซีดนี ้มีอิทธิพลอย่างไรต่อวัยรุ่นในกลุ่มวัยเดียวกัน เทรนด์เสื ้อสีซีดที่เด็กโรงเรียนพวกเขาพากันฮิตใส่กันครึ่งโรงเรียนอยู่เกือบเดือน เทรนด์ติดกิ๊บสี
เหลืองสองตัวไขว้ ปล่อยผมปอยด้านหน้าให้พลิ ้วไหวไปตามลม หากไม่ใช่เพราะไอ้เนยคนนี ้ ก็คงไม่มีใครคิดจะกล้าทํา สัญลักษณ์ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าหมายถึงใคร ไอดอลของเหล่านักเลงรุ่นใหม่ที่กําลังจะเดินตามรอย ภาพลักษณ์นักเลงที่กลายเป็ นลุคสุดเท่ในสายตาของไอ้เด็กหัวเกรียนมอต้นโปรดติดตาม และทําความเข้าใจเขาคนนี ้เพราะไม่เช่นนั ้น……คุณอาจจะเป็ นคนต่อไปที่เขาจะไปหาถึงที่บ้านก็เป็ นได้♡♡♡‚ฮัดชิ่ว!”‚ไหวไหมไอ้ทิ‛‚ไหวๆ โอเค‛‚มึงจามมาตั ้งแต่เช้าแล้วนะ‛‚น่าจะคัดจมูกเฉยๆแหละ ไม่มีอะไรหรอก‛ผมตอบเพื่อนยิ ้มๆแล้วตีแขนอีกคนเพื่อบอกให้เขาได้เบาใจ เพื่อนคนนี ้ชื่อพัช มันเป็ นหนึ่งในสองของเพื่อนสนิทผมเอง อีกคนหนึ่งชื่อโต้ง พวกผมมีกันอยู่สามคน ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันสามคนมาตั ้งแต่ปี หนึ่งแล้วผมถูปลายจมูกของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งพิมพ์งานต่อ งานที่ผมทําอยู่นี่ก็คือรายงานที่จะต้องส่งในวันพุธหน้า ผมและเพื่อนๆก็เลยนัดกันมานั่งทําที่ใต้ตึกคณะด้วยกัน นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วที่นั่งทํางานกัน ชีวิตนักศึกษาชั ้นปี ที่สาม เมื่อก่อนเคยคิดว่าน่าจะเท่ ดูเป็ นปัญญาชน พอได้ลอง
มาสัมผัสจริงๆแล้วกลับรู้สึกอยากจะร้องไห้ อยากกลับไปเป็ นเด็กมอต้นดีดยางเป่ ากบกับเพื่อนไปวันๆเหมือนเดิม‚กูว่าโอเคแล้วมั ้ง‛‚ใครจะปริ ้นท์‛‚เดี๋ยวทําเอง‛ ผมเอ่ยปากอาสา ก่อนที่จะยกมือขึ ้น เพื่อนเลยพยักหน้าหงึกหงัก พอดีผมมีเครื่องพิมพ์อยู่แล้วด้วย เรื่องพิมพ์งานถ้าให้ผมทําเองอาจจะสะดวกกว่า ไม่ต้องหมดเงินเท่ากับไปพิมพ์ที่ร้านด้วย ผมละมือออกจากแป้ นพิมพ์ แล้วบิดขี ้เกียจไปมา เพิ่งสังเกตเห็นเวลาที่อยู่ตรงหน้าจอโน๊ตบุ๊คก็เลยนึกขึ ้นได้ว่าจะต้องไปสอนพิเศษต่อ‚เฮ้ย กูว่าจะกลับแล้ว มีอะไรอีกไหม‛ผมเอ่ยถามเพื่อนตัวเองเพื่อดูว่ามีอะไรที่พวกเขาจะให้ทําอีกหรือเปล่า พอรู้ว่าไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้วผมก็เลยตัดสินใจที่จะบอกลา พับเก็บโน๊ตบุ๊คแล้วเก็บของใส่ลงในกระเป๋ า เตรียมจะสลับบทบาทมาเป็ นติวเตอร์สอนพิเศษให้กับเด็กๆมอปลาย ผมสะพายเป้ คู่ใจแล้วเดินออกมาจากตัวคณะ เดินมารอรถที่ป้ ายรถเมล์หน้ามอ รอไม่นานรถเมล์ก็มาถึง ผมเดินขึ ้นมาข้างบนก็ต้องตกใจกับประชากรที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่บนนั ้น ผมแทรกตัวขึ ้นไป ก่อนที่จะไปยืนโหนราว อยู่อย่างเบียดๆท่ามกลางฝูงคน ผมพรูลมหายใจออกมาเมื่อรู้สึกอึดอัดไปหมด รู้สึกเหมือนตัวเองโดนบีบเลย ผมยืนโหนอยู่อย่างนั ้น พยายามที่จะชะเง้อมองดูทางว่าใกล้จะถึงที่หมายหรือยัง แต่ละนาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมเงยหน้าขึ ้นเพื่อหายใจเอาอากาศเข้าปอด รถเมล์จอดเพื่อรับ
ผู้โดยสารอีกครั ้ง คนขยับเบียดกันเข้ามาอีกเพราะรับผู้โดยสารคนใหม่ ผมเหงื่อเริ่มซึมแล้วเพราะร้อนเหลือเกิน แถมอยู่ตรงนี ้ก็เหมือนอยู่ในหลุมชัดๆคนที่ขึ ้นมาใหม่ขยับเข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ขึ ้นมาจนหมด รถเมล์เคลื่อนตัวออกอีกครั ้ง ผมส่ายหน้าไปมา ยกมือข้างหนึ่งขึ ้นมาปาดเหงื่อก่อนที่จะเงยหน้าขึ ้น นาทีนี ้ผมใจร่วงไปอยู่ตรงตาตุ่มทันทีเมื่อได้เห็นว่าคนที่กําลังโหนราวเบียดกันอยู่ตรงหน้าคือใคร หน้าผมซีดทันทีนี่มันเด็กตัวสูงคนนั ้นนี่หว่า ตาย ตาย เขาจะจําผมได้ไหมเนี่ยผมได้แต่ยืนหลบหน้า ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ ้นมองดูคนตรงหน้าเลย เขายังคงอยู่ในชุดนักเรียนกับเสื ้อแจ็กเก็ตยีนส์สีซีดเหมือนเดิมเหมือนที่เห็นวันนั ้น หน้าตายังคงเรียบตึงเหมือนเดิมจนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ แอบชะเง้อมองดูว่ามีกลุ่มคนอื่นๆขึ ้นมาด้วยไหม ผมถึงได้โล่งใจขึ ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นว่าเขามาคนเดียวน่ากลัวชะมัดเลย ยิ่งได้อยู่ใกล้ๆยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าเข้าใกล้มากๆและแล้วนาทีนรกก็ยังไม่จบอยู่แค่นั ้น รถเมล์จอดเพื่อรับผู้โดยสารเพิ่ม ประโยค ‘ชิดในหน่อยพี่ๆ’ ดังขึ ้น ทําเอาผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ไทยแลนด์กับชีวิตดีๆที่ลงตัว ผมเกร็งตัวจนไม่รู้จะยังไงแล้วตอนนี ้ กลัวมากๆว่ามันจะไปเบียดจะไปชนเด็กตัวสูงเข้า‚อ่ะ‛ผมพยายามที่จะจับราวเหล็กอันเดิม แต่ทว่าก็จับไม่ได้แล้ว มือผมมันชุ่มเหงื่อไปหมดจนมือเลื่อนหลุดออกมาจากราว ยิ่งตอนนี ้โดนเบียด ผมเลยไม่สามารถที่จะจับยึดอะไรไว้ได้เลย ได้แต่ยืนนิ่งๆทรงตัวอยู่ตรงนั ้น โดนเบียดอีก ข้างหน้าก็เป็ นไอ้เด็กนักเลงอีก โอย ทําไมวันนี ้ผมถึงเจอเรื่องแบบนี ้นะ
‚เหยียบตีน‛ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆก็เผลอขยับตัวแล้วดันไปเหยียบอะไรบางอย่างเข้า พอได้ยินเสียงทุ้มตํ่าทักท้วงผมถึงได้เงยหน้าขึ ้นไปมองว่าใคร ผมรู้สึกเหมือนจะวูบ เด็กตัวสูงคนนั ้นกําลังมองมาที่ผม หน้าตาเขายังคงเรียบตึงเหมือนเดิมจนผมต้องกลืนนํ ้าลายหนืดๆลงคอช้าๆ นึกกลัวไปหมด กลัวมากๆว่าเขาจะเสยคางผมคารถ‚ขะ…ขอโทษ‛“….”เขาเงียบ ไม่ตอบรับอะไร ผมพยายามที่จะยืนนิ่งๆ ไม่ขยับเขยื ้อนตัวให้มันมากจนไปโดนตัวเขาอีก แต่ก็ทําได้ยาก เพราะการยืนทรงตัวโดยที่ไม่มีอะไรยึดจับในรถเบียดเสียดแบบนี ้ ยากมากๆที่ผมจะไม่โอนเอนไปมา‚นิ่งๆดิ ผมมันแหย่จมูก‛‚ขะ…ขอโทษ‛โอยยยย ฮือ อยากร้องไห้จริงๆนะ อยากร้องไห้แล้วนะ เมื่อไหร่จะถึงสักที อยากลงแล้ว ไม่เอาแล้ว กลัวแล้วเนี่ยผมเอนตวัหนีคนตรงหน้าสดุ ฤทธิ์กล่าวขอโทษเขาเสียงอ่อน กลวัไปหมด กลัวมากๆ ไอ้ภาพที่เขากระชากคอเสื ้อคนนั ้นยังติดตาไม่หาย ผมภาวนาในใจให้รถถึงที่หมายเร็วๆ ผมชะเง้อมองดูข้างทาง ก่อนจะร้องเยสออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงที่ลงแล้ว ยืนรอต่อมาอีกไม่กี่นาทีรถเมล์ก็จอดรถตรงป้ าย คนเริ่มทยอยลงบ้างบางส่วน ผมเลยรีบหมุนตัวแล้วเดินตามพวกเขาไปทันที รีบเกาะกลุ่มแล้วเดินลงมาจากรถ พอลงมาแตะพื ้นด้านล่างได้ผมก็เหมือนหลุดพ้นออกจากขุมนรก สูดอากาศเข้าให้มันเต็มๆปอด
“!!”ผมกระชับสายกระเป๋ าตัวเอง ก่อนที่จะเดินตามทางเท้าเพื่อที่จะไปยังร้านอาหารที่นัดน้องๆเอาไว้ แต่ในขณะที่กําลังเดินไปนั ้น ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้กําลังเดินมาทางนี ้คนเดียว พยายามที่จะไม่คิดอะไร แต่สุดท้ายผมก็อดไม่ได้ที่จะชะงักเท้าแล้วชําเลืองมองดูว่าใครกันที่เดินตามมา พอได้เห็นแล้วก็ถึงกับช็อก ผมรีบหันหน้ากลับมาแล้วสาวเท้าตรงไปข้างหน้าทันทีอย่างไม่คิดที่จะมองอะไรอีกเลยขอร้อง ขอร้อง ไปทางอื่นได้ไหม ไป๊!
ตีครั้งที่ 1พรหมลิขิตบันดาลชักพาผมรีบสับฝี เท้าสุดชีวิต รีบเดินหนีเด็กผู้ชายตัวสูงคนนั ้น จนในที่สุดก็เจอร้านที่ผมนัดน้องๆเอาไว้ ผมรีบเปิ ดเข้าไปข้างในทันที พอเข้ามาก็แอบชําเลืองมองดูเขา รู้สึกโล่งใจขึ ้นมาอีกครั ้งที่เห็นแผ่นหลังของใครบางคนเดินผ่านหน้าร้านไป ผมพรูลมหายใจออกมา เอาจริงๆนะ ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี ้ไม่น่าเข้าใกล้มากๆ นี่ขนาดผมโตกว่าเขาตั ้งหลายปี เชียวนะถ้านับดูแล้ว น่าจะอยู่มอห้าไม่ก็มอหกแน่ๆเอาเถอะทิ ลืมๆเรื่องนี ้ไปซะผมเดินเข้าไปนั่งรอน้องๆที่โต๊ะ ใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว ก็มักจะมีเด็กๆนักเรียนโผล่มาให้เห็นประปราย แถวนี ้เป็ นย่านที่อยู่ใกล้โรงเรียน สามสี่โรงเรียนเลยมั ้งที่ตั ้งอยู่แถวนี ้ ผมนั่งมองเด็กๆไปเพลินๆ แอบนึกถึงสมัยตอนตัวเองเรียนมอปลายเหมือนกันนะ เห็นน้องเขาใส่เสื ้อขาวกางเกงขาสั ้น แต่เอาจริงๆตอนมอปลายผมเองก็ไม่มีโมเมนท์อะไรน่าตื่นเต้นเร้าใจสักเท่าไหร่หรอก ตื่นไปเรียน กลับบ้าน ไปติวหนังสือต่อ อาจารย์คนนั ้นคนนี ้ที่ว่าดี แม่ก็ส่งไปเรียนหมด‚โอ พี่อยู่นี่ๆ‛
ผมยกมือทักน้องผู้ชายที่สวมแว่น เขาเป็ นเด็กของผมเอง คนนี ้ชื่อโอ มีแววว่าเรียนเก่งใช้ได้เลยล่ะ น้องโอเดินเข้ามาหาผมก่อนจะนั่งลงข้างๆกัน พอน้องโอมา คนที่เหลือก็ค่อยๆทยอยมาถึงร้าน รอไม่ถึงสามสิบนาที น้องก็มากันครบทุกคน ผมถึงได้เริ่มสอน ผมหยิบเอาไอแพดออกมาจากกระเป๋ า แล้วเขียนนั่นเขียนนี่เพื่อสอนน้องๆ อธิบายให้เขาฟัง ยกเอาตัวอย่างโจทย์มาให้ดู หลายคนพยักหน้าหงึกหงัก แต่บางคนก็ทําหน้างง สอนรวมเป็ นกลุ่มใหญ่แบบนี ้ต้องห้ามลืมว่าแต่ละคนมีพื ้นฐานไม่เท่ากัน ผมต้องคอยดูน้องดีๆ คอยปรับวิธีการสอนให้มันเข้ากันกับทุกๆคน ต่อให้ค่าชั่วโมงผมจะไม่สูง แต่อย่างน้อยผมก็อยากให้น้องๆรู้สึกว่ามาเรียนกับผมแล้วคุ้ม‚พี่ทิ พักก่อนได้ไหมคะ สักสิบห้านาทีได้ไหม‛‚โอเคๆ เราก็ติวกันมาหลายชั่วโมงแล้ว พักก่อนก็ได้‛ ผมวางแอปเปิ ลเพ็นซิลในมือลง ก่อนจะส่งยิ ้มบางให้น้องนักเรียนผู้หญิง เขาหันไปสะกิดเพื่อนก่อนจะลุกเดินไปสั่งของกินด้วยกัน ผมเหยียดแขนออกเล็กน้อย แล้วนั่งเขี่ยไอแพดไปมา สอนมาได้สองชั่วโมงจะสามแล้วนะเนี่ย วันนี ้น้องๆมีสมาธิดี ตั ้งใจเรียนกันทุกคนเลย น่ารักมากๆ‚แพมไม่ชอบหรอก เชื่อดิ ดาวโรงเรียนอย่างแพมอ่ะจะไปสนใจอะไรกับนักเลงแบบนั้น‛‚แต่มาตามแพมได้หลายวันแล้วนะ ถา้กูเป็นแพม กูนอนร้องไหแ้ลว้‛ผมชะงักมือที่กําลงจะยกแก้วกาแฟ ไม่ได้ตั ้งใจจะแอบฟังแต่หูมันก็แว่วได้ยินไปเอง บทสนทนาของน้องๆนักเรียนหญิงมอปลายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆลอยมาให้ได้ยิน ก็คงไม่มีอะไรแหละ เรื่องราวของเด็กๆ‚ใช่ไหม น่ากลัวจะตาย‛
‚คนเราจะตอ้งรู้สึกยงัไงที่โดนเนยวัดพลุมาจีบอ่ะ‛‚จริง แลว้เป็นบา้อะไรไปตงั้ขบวนจีบ ร้องเพลงอะไรก็ไม่รู้มนัโรแมนติกตรงไหน‛ ‚เพราะแบบนี้ไงแพมถึงไม่เอา‛‚ใช่ๆ‛ผมกลืนกาแฟลงคอ เผลอนั่งฟังเรื่องราวที่สองคนนั ้นคุยกันไปจนได้ รู้แหละว่ามันเสียมารยาท แต่ผมก็ไม่รู้จะทํายังไง มันได้ยินไปเองนี่นา แต่ช่างเถอะ ถึงน้องพูดไปผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าน้องเขาพูดเรื่องอะไรกัน ผมไม่รู้จักสักคนที่น้องๆเขาพูดออกมา ผมนั่งจิบกาแฟรอน้องๆที่แยกกันไปพัก บางคนก็ไปเข้าห้องนํ ้า บางคนก็ไปสั่งของกินกันมาเพิ่ม มีแต่น้องโอนี่แหละที่ยังนั่งทบทวนอยู่ไม่ไปไหน ผมจึงกระแอมกระไอเล็กน้อยก่อนจะชวนน้องคุย‚มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนไหมโอ‛‚ครับ?อ๋อ…ผมพอทําได้อยู่ครับ‛ น้องดันแว่นขึ ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบผมยิ ้มๆ ได้ยินแบบนี ้ก็ดีใจ น้องโอทําท่าจะก้มทําข้อสอต่อ แต่แล้วจู่ๆเขาก็ชะงักไป แล้วหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาดู ผมไม่ได้อยากจะละลาบละล้วงอะไร แต่พอเห็นว่าเขานิ่งไปหลังจากอ่านข้อความในโทรศัพท์ น้องโอมีสีหน้าไม่ดีเลย ผมเห็นเขาทําหน้าเครียดขึ ้นมาทันทีผมควรจะถามเขาไหม หรือยังไงดี‚เอ่อ...พี่ทิครับ‛‚ว่ายังไงครับ‛‚ผม…ผมขอกลับก่อนได้ไหมพี่‛ น้องขออนุญาตผมเสียงเบา เขาทําสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ ้น เลยได้แต่พยักหน้าเบาๆ
เดาว่ามันอาจจะเป็ นเรื่องสําคัญมากๆ เจ้าตัวถึงได้ทําท่ารีบร้อนขนาดนั ้น เขารีบเก็บของแล้ววิ่งออกนอกร้านทันที ผมมองตามแผ่นหลังของน้องก่อนจะพรูลมหายใจออกมา หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอกนะเอาเถอะ ผมมันก็แค่ติวเตอร์ จะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขามันก็อาจจะดูไร้มารยาทไป♡♡♡‚พี่ทิครับ‛‚ว่ายังไง มีตรงไหนไม่เข้าใจเหรอโอ‛‚คือ…คือ…ผม…ผมขอกลับก่อนได้ไหมครับวันนี ้‛ผมชะงักมือที่กําลังจะเขียนทันทีเมื่อได้ยินคําพูดนี ้ ผมเงยหน้ามองดูน้องคนที่ขออนุญาต น้องโออีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าช่วงนี ้เกิดอะไรขึ ้น น้องโอถึงได้ขออนุญาตกลับก่อนแบบนี ้มาหลายครั ้งแล้ว ทั ้งๆที่เมื่อก่อนน้องก็เรียนตามเวลา ครบชั่วโมง เผลอๆยังจะให้ผมสอนนอกเวลาเสริมให้อีกต่างหาก ผมไม่รู้ว่าช่วงนี ้น้องเป็ นอะไร มีเรื่องอะไรหรือเปล่า‚พี่ทิครับ ได้ไหมครับ‛‚พี่ทิคะ คือจริงๆวันนี ้พวกหนูก็มีนัดที่จะต้องไปต่อด้วย ถ้าอย่างนั ้นพวกเราขอลาด้วยได้ไหมคะ นะคะ‛พอน้องโอขออนุญาต กลุ่มน้องผู้หญิงอีกสามคนก็จะขอลาไปด้วย ผมนั่งคิดทบทวน ก่อนจะพรูลมหายใจออกมา ผมพยักหน้าเบาๆ ถ้าน้องขอลาเยอะๆแบบนี ้คงต้องพอแค่นี ้ก่อนสําหรับวันนี ้ พวกเขาคงมีธุระกันจริงๆถึงได้
ขอแหละ สีหน้าเว้าวอนผมกันเสียขนาดนั ้น กับน้องผู้หญิงผมพอจะเข้าใจได้ แต่กับน้องโอนี่ผมรู้สึกเป็ นห่วงเขานิดหน่อย เพราะเจ้าตัวขออนุญาตกลับก่อนบ่อยขึ ้นมาก แถมเวลาจะกลับทีไรก็ทําตัวลุกลี ้ลุกลนแปลกๆ ดูรีบๆไปหมด ผมนั่งมองดูน้องๆเก็บข้าวของใส่กระเป๋ านักเรียนแล้วทยอยออกไปจากร้าน น้องโอรีบเก็บขอจนของร่วง ผมเลยก้มลงเก็บให้เขา‚โอ‛‚ครับพี่ทิ?‛‚พี่ถามเราได้ไหม...ช่วงนี ้เราไม่สะดวกอะไรหรือเปล่า พี่เห็นเราขอกลับก่อนมาหลายวันแล้ว‛ สุดท้ายแล้วผมก็ตัดสินใจที่จะเอ่ยถามเขาออกไป น้องโอทําหน้าตาตื่นทันที เขามีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด น้องเหมือนจะพูดไม่ออกไปเลย ผมเห็นแล้วก็ได้แต่ยกมือ โอเค ถ้าน้องไม่อยากบอกก็ไม่เป็ นไร ผมจะไม่ก้าวก่ายจนมากเกินไปก็แล้วกัน‚คือ…คือผม….”‚โอเคๆ พี่ไม่ได้จะว่าอะไร แค่สงสัยเฉยๆ‛‚งั ้น...ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับพี่ทิ‛‚อืม‛ผมพยักหน้าเล็กน้อยรับคําสวัสดีจากอีกคน น้องโอรีบวิ่งออกไปจากร้าน ผมมองดูตามเขาจนลับสายตา ตอนนี ้ทั ้งโต๊ะเหลือแค่ผมแล้ว ผมกดออกจากทุกแอพ แล้วเก็บไอแพดยัดใส่ในกระเป๋ า วันนี ้กลับหอเร็วกว่าทุกวัน เผลอปล่อยก่อนเวลาไปตั ้งเกือบชั่วโมง ปกติไม่ได้เลิกตอนนี ้หรอก แต่อนุโลมเล็กน้อยก็แล้วกัน น้องๆเขาดูท่าทางจะมีธุระกันทุกคนเลย
ผมเดินออกมาจากร้าน เดินไปตามทางเท้า กะว่าจะเข้าเซเว่นแล้วซื ้ออะไรเล็กๆน้อยติดมือกลับไปที่หอ แต่แล้วจู่ๆโทรศัพท์ของผมก็มีแจ้งเตือนเข้ามา ผมปลดล็อกโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปดู ถึงได้เห็นว่าเป็ นข้อความจากเพื่อนๆในสาขา ส่งข้อความมาในไลน์กลุ่ม ไล่อ่านไปๆมาๆถึงได้รู้ว่ามีสไลด์ใหม่ส่งมาให้ โห…วิชานี ้ท็อปฟอร์มอีกแล้ว มาทีเดียวสามสไลด์เลยเหรอเนี่ยเดี๋ยวนะ….นี่มีงานที่ต้องส่งด้วยเหรอ อ๋อ…งานนี ้ ไหนตอนแรกกําหนดส่งไม่ใช่วันมะรืนนี ้นี่นา ไหงขยับมาตั ้งหลายวัน แบบนี ้ผมก็ต้องไปปริ ้นท์ออกมาส่งน่ะสิผมเงยหน้าขึ ้นมาจากจอโทรศัพท์ของตัวเอง เหม่อมองออกไปเพราะกําลังใช้ความคิด แต่แล้วจู่ๆสายตาก็ไปตกอยู่ตรงคําว่า ‘พิมพ์งาน ถ่ายเอกสาร’ โชว์หราอยู่ตรงอีกฟากของถนน พิมพ์ไปจากที่นี่ก็ได้มั ้ง จะได้จบๆ ไม่ต้องกลับไปพิมพ์ที่ห้อง ไหนๆก็ทางผ่านอยู่แล้ว ขี ้เกียจไปต่อเครื่องด้วย มันเหมือนจะพังๆยังไงก็ไม่รู้ช่วงนี ้ผมตัดสินใจที่จะเข้าเซเว่น เข้าไปซื ้อของกินที่จะเอากลับหอ พอซื ้อเสร็จก็หิ ้วถุงพลาสติกสีขาวข้ามถนนมายังอีกฝั่ง ว่าจะเข้าไปใช้งานร้านถ่ายเอกสารตรงหน้านี่สักหน่อย แต่พอมาถึงแล้วผมก็ต้องแปลกใจ เพราะทางเข้ามันดันไม่อยู่ตรงกับป้ าย ต้องเดินเข้าไปในซอยอีกนิดนึง ก็โอเค ย่อมได้ แค่นี ้เอง เดินไปอีกแค่ไม่เท่าไหร่ ผมกระชับสายกระเป๋ าก่อนจะเดินเข้าไปในซอย แต่ในขณะนั ้น ผมก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่เพิ่งจะแยกกันอยู่ในซอยนี ้น้องโอ?
ผมชะลอฝี เท้าลงทันทีที่เห็นว่าน้องโอยืนอยู่ตรงนั ้นคนเดียว ผมกําลังคิดว่ามันจะดีไหมถ้าเกิดจะเดินเข้าไปทักทายเขาสักหน่อย แต่แล้วผมก็ต้องปัดความคิดทุกอย่างทิ ้งไปเมื่อจู่ๆก็เห็นว่ามีกลุ่มนักเรียนชายกําลังขับมอเตอร์ไซค์มาทางนี ้หลายสิบคนเลยฮะ…เฮ้ย…นั่นมัน…นั่นมันกลุ่มที่ตีกันตอนนั ้นนี่! ใช่ไหม ใช่แหละนะ…นั่นไง คนนั ้น เด็กตัวสูงคนนั ้นผมรีบเดินไปหลบกับป้ ายเก่าๆแถวนั ้นแล้วยืนสังเกตการณ์ทันที จากมุมที่ผมอยู่คือเห็นชัดเจนเลยว่าพวกเขากําลังทําอะไร จริงๆซอยนี ้ก็ไม่ได้เปลี่ยว แต่มันก็ใช่ว่าคนจะเยอะ นอกจากร้านถ่ายเอกสารแล้วก็มีแต่ตึกแถวที่มันปิ ดอยู่ ผมยืนมองดูน้องโอที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ท่ามกลางกลุ่มเด็กพวกนั ้น‚เฮ้ย มึงแน่ใจนะว่าทําตามที่ลูกพี่กูบอกแล้ว?‛‚อะ…อือ‛‚มึงทําตามที่ลูกพี่บอกเป๊ ะเลยใช่ไหมไอ้ลูกหมา‛‚ระ…เราขอกระเป๋ าคืนก่อนได้ไหม‛‚เอาให้มัน‛ นํ ้าเสียงติดจะทุ้มสั่งขึ ้น ทําให้เด็กคนหนึ่งเดินไปหยิบอะไรสักอย่างมาโยนให้น้องโอ น้องโอรีบรับมันมาก่อนที่จะเปิ ดดู เขาถอนหายใจออกมาเมื่อเช็คกระเป๋ าเสร็จเรียบร้อยนี่น้องโอโดนแกล้งหรือเปล่า?....ผมช่วยอะไรน้องได้ไหม‚แล้วแพมว่ายังไง‛น้องโอยืนอยู่ตรงนั ้น รายล้อมไปด้วยกลุ่มนักเรียนที่ดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ทว่า กลับมีท่าทางเกเรอยู่ไม่น้อยเลย ผมมองดูน้องโอที่กอดกระเป๋ าแน่น ก่อนที่จะมีเด็กผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งขยับเข้าไปใกล้ เด็กคนนี ้สวม
ใส่เสื ้อยีนส์สีซีดทรงคุ้นตา เขาออกแรงดึงให้น้องโอเข้าไปใกล้ เด็กน้อยของผมหน้าซีดไปหมด ขาสั่นพั่บๆไปด้วยความกลัว ผมมองดูภาพนั ้นแล้วรู้สึกไม่ดีขึ ้นมาทันทีดูก็รู้ว่าตอนนี ้น้องโอน่าจะโดนกลุ่มพวกนั ้นแกล้งเอาผมมองดูเด็กผู้ชายตัวสูงที่ยืนกอดคอน้องอยู่ เขาก้มหน้าลงไปกระซิบอะไรสักอย่างกับน้องโอ น้องโอเลยยิ่งตัวสั่นไปมากกว่าเดิม ผมลังเลมากๆว่าตอนนี ้จะทําอย่างไรดี‚แพมว่ายังไง‛‚แพม...แพมบอกว่าแพมไม่ชอบ‛‚อะไรนะ‛‚แพมไม่ชอบ‛‚พูดให้มันดังๆ เสียงมึงมีแค่นั ้นเหรอ‛‚แพมบอกว่าแพมไม่ชอบ!”หลังจากที่น้องโอตะโกนเสียงดังลั่นซอย ก็ดูเหมือนคนอื่นๆที่เหลือจะนิ่งเงียบกันไปเลย โดยเฉพาะเด็กผู้ชายตัวสูงคนนั ้น ผมขมวดคิ ้วเล็กน้อย เริ่มจะคุ้นกับชื่อแพมขึ ้นมา เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักที่ แต่เอาเถอะ นาทีนี ้ผมควรจะสนใจแพมเพิมอะไรนั่นเสียเมื่อไหร่ ดูลูกศิษย์ของผมที่ยืนตัวสั่นอยู่นั่นสิไม่ได้การล่ะ สงสัยต้องหานทางช่วยเสียแล้ว‚แพมจะไม่ชอบได้ยังไงวะ! วิธีของลูกพี่น่ะโรแมนติกจะตาย ทําไมถึงจะไม่ชอบ!”‚ใช่ๆ!”
‚แพมเขาไม่ชอบเซอร์ไพรส์แบบนั ้นจริงๆ แพมโมโหมากๆด้วย‛‚มึงรู้ไหมว่าลูกพี่กูหมดเงินไปตั ้งเท่าไหร่เพื่อจะจีบแพม‛‚ใช่ๆ ลูกพี่ตั ้งใจขนาดไหน มึงนั่นแหละต้องทําอะไรพลาดแน่ๆ!”‚พอ!”หลังจากที่เสียงของเด็กหนุ่มตัวสูงดังขึ ้น ทุกคนก็หุบปากฉับ เลิกโต้เถียงกันไปในทันที สีหน้าของเด็กคนนั ้นเริ่มฉายแววดุดันและน่ากลัวขึ ้นทุกขณะ‚โทรหาแพม‛‚หะ...หา‛‚โทรหาแพมให้กู เดี๋ยวนี ้‛‚ดะ...ได้‛น้องโอตอบตกลงอย่างว่าง่าย แล้วรีบควักเอาโทรศัพท์ออกมากดโทรหาคนที่ชื่อแพมตามคําสั่ง ยืนรอสายไปสักพัก เขาก็ถึงยื่นมันให้กับหัวหน้าแก๊งเด็กอันพาลตรงหน้า น้องคนนั ้นกระชากเอาโทรศัพท์มา ก่อนที่จะยืนเงียบไปสักพัก เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วถึงค่อยๆกรอกเสียงลงไป“เกิดเป็ นความรัก ความรักเมื่อแรกเจอ....จิตใจละเมอติดยังฝังตรึง ความรักมันเรียกร้อง ทุกเวลาให้ฝันถึงวันก่อน....อยากบอกเธอรักครั ้งแรก‛ดะ…เดี๋ยวนะ…อย่าบอกนะว่าเด็กตัวสูงกําลังจีบน้องผู้หญิงที่ชื่อแพมอยู่?จะจีบแบบนี ้จริงๆน่ะเหรอ?!โห เป็ นผมผมกลัวแล้วนะเอาจริงๆ ไม่ผ่าน วิธีนี ้ไม่เวิร์คหรอกน้อง
‚เป็ นแฟน….”[อะไรเนี่ย เลิกยุ่งกับเราเลย เราไม่ได้ชอบนาย ยิ่งแบบนี ้ยิ่งไม่ชอบ] ดูเหมือนว่าน้องตัวสูงคนนั ้นจะเปิ ดลําโพงเอาไว้ด้วย ทุกคนในบริเวณนี ้จึงเงียบไปทันทียามที่ได้ยินเสียงตะโกนตอบกลับของเด็กผู้หญิงปลายสาย ฟังดูก็รู้ว่าเธอไม่พอใจขนาดไหน“!”[โอ ทําไมแกทําแบบนี ้วะ]‚ระ…เรา…เราขอโทษ เราโดนบังคับ‛[ไปไหนก็ไปเลยไป อย่างแย่อ่ะ เราไม่ชอบ ไม่ชอบมากๆ]น้องผู้หญิงพูดออกมาแล้วตัดสายทิ ้งไป หลังจากที่น้องเขาพูดตอกหน้าไอ้เด็กตัวสูงคนนั ้น ไอรังสีดําทะมึนก็แผ่ออกมาจากตัวของเขา เป็ นผลให้ทั่วทั ้งซอยก็เงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงคุยกัน แก๊งรถมอเตอร์ไซค์ก็เงียบ ก่อนที่จะค่อยๆมองหน้าส่งสัญญาณ แล้วถอยรถออกไปจากซอยทีละคันสองคัน ปล่อยให้เด็กหนุ่มตัวสูงยืนนิ่งอยู่อย่างนั ้น เหมือนมีเสียงดนตรีเศร้าๆลอยมาตามสายลมเลยแต่แล้วจู่ๆ เขาก็กระชากคอเสื ้อน้องโอ กําคอเสื ้อแน่นจนมันยับยู่ยี่ไปหมด สีหน้าเด็กตัวสูงคนนั ้นตอนนี ้ดูนิ่งมากจนน่ากลัว ผมเองยังแอบขยาดเลยน้องเอ้ย! เป็ นใครใครเขาจะชอบ แกเล่นมาสารภาพรักกับคนอื่นด้วยวิธีนี ้เหรอ‚นะ…เนย…คือเรา…เราจะบังคับใจผู้หญิงไม่ได้ เขาไม่ชอบนายก็คือเขาไม่ชอบ…เราก็แนะนําได้แค่นี ้ อึก‛
น้องโอมีความพยายามที่จะพูดกับอีกคน แต่พอโดนคนหน้าดุตวัดหางตามามองน้องโอก็สะดุ้งเฮือกทันที น้องโอถอยหลังจะหนีแต่ก็โดนน้องผู้ชายคนนั ้นตามมาจับคอเสื ้อเอาไว้‚คือ…คือไม่ใช่นายไม่โอเค...ตะ…แต่แพมเขาอาจจะชอบคนน่ารัก…อึก‛‚มึงว่ากูไม่หล่อเหรอ‛‚ปะ..เปล่า เปล่านะเนย…เนย เนยหล่อ เนยหล่อแบบ…แบดๆไง‛“…”น้องโอทําหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อโดนอีกคนถลึงตามองแบบนั ้น ผมใจสั่นไปหมด กลัวมากๆว่าน้องโอจะโดนอีกคนทุ่มลงพื ้นเหมือนคนก่อนๆ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจแล้วว่ายังไงๆก็ต้องเข้าไปช่วย น้องโอเป็ นเด็กของผมนะ เห็นแบบนี ้แล้วผมก็ชักจะทนไม่ไหวที่น้องโอโดนแบบนี ้ มันเหมือนเขาเป็ นน้องชายของผมคนหนึ่งอ่ะ ตอนนี ้คนอื่นๆออกไปหมดแล้ว ยังไงก็เหลือแค่เด็กนี่คนเดียว ผมอาจจะพอช่วยน้องได้เอาวะ!‚น้องโอ‛‚พ…พี่ทิ?!”ผมเดินออกจากมุมที่หลบอยู่ แล้วเดินเข้าไปหาน้องโอทันที น้องโอเบิกตากว้าง ดูท่าทางน้องจะตกใจที่เห็นผมอยู่ตรงนี ้ ไอ้เด็กตัวสูงที่กําคอเสื ้อน้องหันหน้ามามองผมทันที ผมใจเต้นด้วยความตื่นเต้น ไม่รู้ว่าน้องจะจําหน้าผมได้ไหม จะคุ้นหน้าหรือเปล่า ผมเดินเข้าไปก่อนที่จะจับน้องโอเอาไว้ ผมมองหน้าเด็กที่ตัวสูงกว่า
‚ปล่อยน้องพี่นะ‛‚พี่มึงเหรอไอ้ลูกหมา‛‚มะ…ไม่…”‚ใช่ พี่เป็ นพี่โอเอง‛ ผมตอบแทนน้องโอ นาทีนี ้ต้องช่วยเขาก่อน ดูจากเสื ้อนักศึกษาที่ผมสวมใส่อยู่ตอนนี ้อาจจะทําให้อีกฝ่ ายรู้ว่าผมมีอายุมากกว่า น้องโอมองผมเลิ่กลั่กเลย ผมทําใจดีสู้เสือ จ้องหน้าเขากลับแบบไม่ยอมแพ้ ทั ้งๆที่ความจริงก็แอบสั่นอยู่เหมือนกัน เกิดน้องมันโมโหแล้วชกหน้ากลับมาผมเองก็ไม่รู้จะสู้ยังไงเลยนะ แพ้แน่ๆ ยังไงก็แพ้แน่ๆ‚ปล่อยน้องโอเดี๋ยวนี ้‛‚ยุ่งอะไรด้วย‛‚โอเป็ นน้องพี่ ใครจะชอบเห็นน้องตัวเองโดนแกล้งแบบนี ้‛“….” ผมชักใจไม่ดีแล้วที่โดนเขามองนิ่งๆแบบนี ้ เขามองผมสลับกับโอไปมา โดยที่ไม่พูดอะไรสักคํา แต่แล้วในขณะที่พวกเราสามคนกําลังอยู่ในสภาวะอึมครึม ก็มีคนในกลุ่มของเด็กตัวสูงวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามาในซอย เด็กตัวสูงเลยละสายตาจากผมแล้วหันหน้าไปมอง‚ลูกพี่!ลูกพี่!”‚อะไร‛‚พี่แพม…ผมเห็นพี่แพมที่ร้านกาแฟ เขาอยู่กับเด็กสาธิต...‛‚เหี ้ยไร‛‚แปลว่าไม่สําเร็จเหรอ…”“….”
‚นี่ลูกพี่…พี่แพมไม่เอาลูกพี่ใช่ไหม คือ….ว่าแล้ว การที่พี่แพมไม่เอาลูกพี่ไม่ได้แปลว่าหน้าตา กับนิสัยเหี ้ยๆของลูกพี่จะไม่ดีนะเว้ย…เออ แต่เหี ้ยมันก็ไม่ได้แปลว่าดีนี่หว่า…เฮ้ยแต่‛‚มึงไปไกลๆตีนกูเลย ไปไหนก็ไป อย่าให้กูเห็นหน้ามึงอีก ไป!”‚แว้กกกกก!”เด็กคนนั ้นร้องโวยวายเสียงดังก่อนจะรีบวิ่งหนีออกจากซอยไปทันที ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเด็กตัวสูงหันหน้ากลับมามองด้วยแววตาดุๆแบบนั ้น เขาสะบัดมือปล่อยคอเสื ้อน้องโอ ผมเลยรีบดึงน้องโอมาซ่อนไว้ข้างหลังทันที รีบพาน้องโอถอยหลังให้ออกห่างจากเด็กผู้ชายตรงหน้านี่‚ถือว่ามึงดวงดีไปนะไอ้ลูกหมา‛ เขาพูดกับน้องโอโดยที่ข้ามหัวผมไปเลย‚อย่ามาแกล้งโอ ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอ‛‚เป็ นบ้าอะไรถึงเข้ามายุ่ง‛‚นี่‛‚เฮ้ย‛‚อะ…อะไร‛ ผมชะงักไปทันทีเมื่อจู่ๆอีกฝ่ ายก็ขึ ้นเฮ้ยใส่ผม ผมมือสั่นเล็กน้อยเมื่ออีกคนขยับเข้ามาใกล้ ใจผมเริ่มร่วงแล้ว อย่าเข้ามานะเว้ย สู้คนไม่เป็ นโว้ย อย่าเพิ่งหัวร้อน อย่าเพิ่ง พี่แค่อยากลองเป็ นฮีโร่ก็เท่านั ้น ภาพของเด็กที่โดนทุ่มลมพื ้นแล้วเหยียบอกยังติดตาผมอยู่เลย‚ซื ้ออันนี ้มาจากไหน‛‚ห้ะ…”
‚ถาม‛ เขาขึ ้นเสียงดุใส่ผมทันที ทําไมต้องทําท่าน่ากลัวขนาดนี ้ด้วยล่ะ ผมชะงักเมื่ออีกฝ่ ายเดินเข้ามาใกล้แล้วจับจี ้หยกที่ห้อยกระเป๋ าตัวเอง ผมก้มลงมองดูตามมือของอีกคน ก่อนที่จะค่อยๆตอบออกไป‚ญี่ปุ่ น‛‚ญี่ปุ่ นเลยเหรอวะ‛ เขาพูดขึ ้นมา น่าจะเป็ นเชิงพูดกับตัวเองมากกว่า ผมได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก เพราะไม่รู้จะตอบอะไร รู้แค่ว่าตอนนี ้ผมเริ่มงงไปหมดแล้วว่าสรุปเด็กตัวสูงคนนี ้จะต้องการอะไรกันแน่ จะต่อยน้องโอ ต่อยผม หรือจะสนใจจี ้นี่ เพราะเขามองมันไม่วางตาเลย คืออยากได้มากเหรอ หรือยังไง เขาจะเอาไปเหรอ‚อยากได้เหรอ‛‚ไม่‛เอ้า ก็พี่เห็นน้องมองขนาดนี ้พี่ก็คิดว่าจะอยากได้ไง อะไรวะ‚แม่‛‚หือ‛‚แม่อยากได้ มันช่วยเรื่องค้าขายไหม‛‚ห้ะ‛‚ไม่ล่ะ ญี่ปุ่ นไกลไป หาซื ้อคลองถมไปก็พอ‛ เขาปล่อยมือจากจี ้หยกที่ห้อยกระเป๋ าผม ก่อนจะผละออก แววตาคมจ้องมาที่ผมกับน้องโออยู่ครู่ เขาหมุนตัวกลับก่อนจะเตะก้อนหินไปกระแทกกําแพง จนมันกระเด็นกระดอนไปอีกทิศ แล้วจากนั ้นก็เขาขยี ้หัว สะบัดไปมา จนผมทรงจิ๊กโก๋มันหายไปแล้ว เขาทําท่าหมุนตัวจะเดินกลับออกไปจากซอยนี ้ ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าวันนี ้คงรอดแล้ว หมดแค่นี ้แหละมั ้ง
แต่เมื่อกี ้…น้องบอกว่าแม่น้องอยากได้งั ้นเหรอ‚น้อง‛ผมส่งเสียงเรียกอีกคนเอาไว้ คนตัวสูงกว่าก็เลยชะงักไป เขาหันหน้ากลับมามองผมช้าๆ คิ ้วหนาเลิกขึ ้นเล็กน้อย ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปหาเขา แล้วก้มหน้าแกะเอาจี ้หยกออกมาจากกระเป๋ าตัวเอง ผมมองดูมันอยู่ครู่ก่อนจะยื่นให้อีกคน มือผมสั่นจนสังเกตได้‚เอาไป แล้วอย่ายุ่งกับน้องโออีกนะ‛ ผมยื่นจี ้หยกนั ้นให้ จริงๆแล้วผมไม่ได้หวงหรืออะไรอยู่แล้ว ก็ซื ้อมาตั ้งแต่ตอนที่ไปเที่ยวกับที่บ้าน มีอีกหลายอันสํารองอยู่ ให้ๆสร้างมิตรภาพไปสักอัน ช่วยชีวิตเด็กน้อยคงไม่เป็ นไร เด็กตัวสูงมองหน้าผมสลับกับจี ้หยกในมือ เขาไม่ยอมรับไปสักที‚เอาไปสิ แล้วก็ปล่อยน้องโอไป อย่าแกล้งเขาอีก‛ ผมจับมันยัดใส่มืออีกคน ถือเสียว่าบังคับให้รับก็แล้วกัน อย่ายุ่งกับน้องโออีกนะ น้องโอเขาไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร อย่ามาหาเรื่องน้องโออีก เด็กตัวสูงกําจี ้ที่ผมให้ ก่อนที่เขาจะขมวดคิ ้วแล้วก็มองหน้าผม‚เฮ้ย ไอ้ลูกหมา‛‚หะ…หะ…”‚อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก ไสหัวไปให้พ้น‛‚ดะ..ได้!ได้เลย ได้!จะไม่มาให้เนยเห็นหน้าเลย‛เฮ้ย ได้ผลว่ะ ได้ผลจริงๆด้วย หรือว่าจี ้นี่จะนําโชคจริงๆแบบที่โดนป้ ายยามานะ ศกัดิ์สิทธิ์จริงๆ!♡♡♡TIWAAA : แม่ครับ
TIWAAA : แม่ดูให้ทิหน่อยได้ไหมว่ามีจี ้ที่ซื ้อมาจากญี่ปุ่ นอยู่ในตู้เสื ้อผ้าอีกหรือเปล่า ทิใส่ถุงแดงๆเอาไว้MOMMY : ได้ส่งรูปภาพMOMMY :แม่เอามาห้อยคอแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะ แต่อันที่เขาบอกโชคดี มันนําโชคลาภจริงๆทิ แม่อยากไปญี่ปุ่ นอีกจังTIWAAA : หือ อันโชคลาภ ทิว่าทิเอามาห้อยกระเป๋ านะแม่MOMMY : มั่วแล้ว แม่ห้อยคออยู่นี่ไงTIWAAA : เอ้า แล้วทิห้อยเสริมอะไรอ่ะ อันที่ทิเอามาMOMMY :ช่วงนี ้มีสาวๆเข้ามาหาหรือเปล่าลูกTIWAAA : ?MOMMY : น้องทิ ทุกอันอยู่นี่ ยกเว้นอันที่เสริมดวงความรักMOMMY : ทิเอาไปแล้วใช่ไหม ได้ผลไหมลูก รีวิวให้แม่ฟังหน่อยสิ
ตีครั้งที่2ดลให้มาพบกันทันใด‚โอ พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ‛ หลังจากที่จบเหตุการณ์น่าตื่นเต้นประจําวัน ผมก็ตัดสินใจที่จะมาส่งน้องโอที่บ้าน บ้านน้องโออยู่ละแวกนี ้พอดี ผมเลยเดินมาส่งเขาได้ อีกอย่างจะได้ช่วยให้น้องอุ่นใจ ไม่ต้องกลับบ้านคนเดียว เดี๋ยวถ้าเกิดไอ้พวกนั ้นมันย้อนกลับมาแกล้งน้องอีกผมจะได้พอช่วยอะไรได้บ้าง ผมว่าจะถามน้องสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ ้น‚ครับพี่‛‚พี่ขอโทษที่ก้าวก่ายนะ แต่เรื่องของโอกับเด็กคนที่มาแกล้งเรา บอกพี่ได้ไหมว่ามันเป็ นมายังไง‛ผมเอ่ยถามอีกคน น้องโอมีสีหน้าลําบากใจ แต่เขาก็ยอมตอบออกมาในที่สุด‚เขาชื่อเนย เป็ นเด็กโรงเรียนผมเอง‛‚เป็ นรุ่นพี่เหรอ‛‚เปล่า เขาอยู่มอสี่‛‚มอสี่?” ผมทวนเสียงหลงทันที ยิ่งพอย้อนคิดถึงภาพของเด็กคนนั ้น ผมก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อ ตัวโตขนาดนั ้นยังจะอยู่มอสี่เหรอ จริงๆน่ะเหรอ ผมคือ
คิดไปว่าเด็กคนนั ้นน่าจะอยู่มอห้าไม่ก็มอหกนู่น น้องโอไม่ได้อําผมเล่นใช่ไหม โห เด็กสมัยนี ้มันกินอะไรเป็ นอาหารกันเนี่ย‚เขา…เป็ นหัวหน้าแก๊งเหรอ หรือยังไง?‛‚ก็…ประมาณนั ้นครับ‛‚ไม่มีใครตักเตือนพฤติกรรมอะไรพวกนี ้ของเขาเลยเหรอ‛‚มีครับ แต่เขาว่ากันว่าเนยรวยมาก ยัดใต้โต๊ะเลยไม่โดนไล่ออกสักที‛‚อ่า…” ผมพยักหน้ารับฟังสิ่งที่อีกฝ่ ายพูดออกมา สรุปเด็กตัวสูงคนนั ้นชื่อเนยสินะ ให้ตายสิ เป็ นแค่เด็กมอสี่ต้องทําตัวกร่างขนาดนั ้นเลยเหรอไงกัน วัยเรียนแท้ๆ‚ผม…จริงๆก็ไม่รู้ความเป็ นมาของเขาเท่าไหร่หรอกครับ เพราะผมเองก็เพิ่งจะย้ายมาเรียนมอสี่ที่นี่ แต่เท่าที่เคยได้ยินมา เขาว่ากันว่าเนยโหดมาก ใครทําให้เขาไม่ชอบหน้าเขาจะส่งคนไปดักตี มีหลายรายแล้วที่ได้เข้าโรงพยาบาลเพราะเนย เขาว่ากันว่าเนยมีแบคอัพเป็ นคนใหญ่คนโตด้วย‛‚ขนาดนั ้นเลยเหรอ?‛‚ครับ เขาว่าจริงๆแล้วเนยเคยติดคุกหลายรอบแล้ว แต่ก็ออกมาได้ตลอดเพราะมีคนช่วย‛โห ไม่ใช่แล้ว นี่มันไม่ใช่นักเลงธรรมดาแล้วไหม นี่มันยิ่งกว่าลูกมาเฟี ยอีกไหมเนี่ย ผมกําลังงัดข้ออยู่กับใครกันแน่วะ เป็ นเด็กพิเศษมาแต่ไหนทําไมถึงได้เถื่อนขนาดนี ้ ขนลุก แต่ละเรื่องคือสุดๆทั ้งนั ้นเลย ไม่อยากจะเชื่อเลย‚ส่วนเรื่องของผม….คือเนยเขาชอบแพมน่ะครับ เด็กผู้หญิงคนที่พี่เห็น ผมเป็ นเพื่อนแพม เขาเลยมาบังคับให้ผมเป็ นพ่อสื่อให้‛‚แย่มากๆเลย‛
‚แหะ…ผมจะไปสู้อะไรเขาได้ล่ะครับ อ้ะ! ถึงบ้านผมแล้ว ขอบคุณพี่ทิมากนะครับที่มาส่ง‛ น้องโอหยุดเท้าเมื่อเดินมาจนถึงหน้าบ้านของเขา ผมเลยหยุดเดินไปด้วย น้องโอหันหน้ามามองผมก่อนจะส่งยิ ้มมาให้ น้องสบายใจขึ ้นผมก็รู้สึกดีไปด้วย หวังว่าหลังจากนี ้ไปพวกนั ้นจะไม่มายุ่งไม่มากวนน้องโออีกแล้วนะ‚อืม เข้าบ้านเถอะ ที่นี ้…ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกพี่นะ บอกพี่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ‛‚ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆนะพี่ที่ช่วยผมวันนี ้‛ น้องโอยกมือขึ ้นไหว้ผม ผมรีบยกมือรับทันที น้องโอโบกมือลาก่อนจะเดินเข้าไปข้างในบ้านตัวเอง ผมถึงได้ถอนหายใจออกมา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ วันนี ้เหนื่อยมากจริงๆ ไม่รู้จะเหนื่อยอะไรนัก คงเพราะเจอเรื่องตื่นเต้นสุดๆมาล่ะมั ้ง ผมตกใจแล้วก็ทึ่งมากๆนะสําหรับเรื่องราวของเด็กตัวสูงคนนั ้น ไหนจะอยู่แค่มอสี่ ไหนจะมีแบคอัพ แล้วยังเคยติดคุกติดตาราง โห ชีวิตแบดบอยมากๆ พ่อกับแม่เขาไม่ว่าบ้างเหรอ ลูกชายทําตัวขนาดนี ้ชื่อเนยสินะ ชื่อไม่เข้ากับบุคลิกเอาซะเลยช่างเถอะ หวังว่าการเจอกันครั ้งนี ้คงเป็ นการเจอกันครั ้งสุดท้ายนะ ผมไม่อยากจะเจอเด็กคนนั ้นอีกแล้ว เด็กอะไรไม่รู้ น่ากลัวชะมัดเลย♡♡♡‚ทิๆ ไฟล์ที่มึงส่งมาเมื่อวานกูเปิ ดไม่ได้อ่ะ‛
‚จริงเหรอ‛‚เออ มันขึ ้นแต่อะไรไม่รู้ขาวๆ‛‚เดี๋ยวกลับไปทําให้ใหม่ วันนี ้คํ่าๆนะ มีสอนเด็ก‛‚เออๆ ได้ มึงนี่ขยันจังวะ งานที่มอก็มียังจะรับจ๊อบสอนพิเศษอีก‛ผมยิ ้มตอบรับคําชมของเพื่อน พัชชมมา ผมก็ไม่รู้จะตอบอะไรยังไงกลับไป เพราะเอาจริงๆ จะเรียกว่าขยันเหรอ ก็เปล่า ผมแค่อยากทําเฉยๆ ก็แค่อยากทํา แค่นั ้น จู่ๆก็มีอารมณ์อยากทํา ตอนแรกที่ยังไม่มีคนติดต่อมาผมก็แอบเซ็งอยู่เหมือนกัน ว่าจะเลิกๆไปแล้ว แต่พอวันต่อมามีน้องโทรมาถาม ผมถึงอยากลองสอนดูอีกสักครั ้ง ถึงแม้ว่ามันจะยุ่งๆ กินเวลาพักตอนเย็นไปสักหน่อย แต่ผมก็ถือว่ามันเป็ นประสบการณ์ดีๆอีกอันเลย ช่วยทําให้ชีวิตน่าเบื่อของผมมีอะไรทํากับเขาบ้าง‚เฮ้ยๆทิ วันนี ้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม‛‚ที่ไหน‛‚ไปกินร้านนี ้ เขาว่าเจ้าเด็ดเลย มึงไปกินแล้วค่อยไปสอนต่อก็ได้‛‚ร้านไหน‛‚นี่ๆ‛ ผมรับเอาโทรศัพท์มาจากมือของโต้ง ก่อนที่จะเลื่อนดู ในนั ้นมันเป็ นร้านอาหาร ดูท่าทางจะเป็ นร้านอาหารข้าวราดแกงอะไรพวกนั ้น โห รีวิวเต็มห้าดาวเลย มีแต่คอมเมนท์ดีๆ มีแต่แนะนําให้ไปชิม ผมเลื่อนขึ ้นกลับไปดูชื่อร้านอีกครั ้ง ก่อนจะเพิ่งนึกได้ว่าร้านนี ้มีคนเคยแนะนํามาเหมือนกัน โห แปลว่าร้านนี ้ต้องอร่อยสุดๆเลยสิท่าไปกินข้าวเย็นกับเพื่อนสักนิดคงไม่เสียหายอะไรมั ้ง ร้านดูโอเคด้วย‚ไปดิ น่าอร่อย‛
‚สุดๆ ร้านนี ้มึงเชื่อมือกูเลยทิ‛ โต้งพูดออกมาก่อนจะยกนิ ้วโป้ งเสริมความน่าเชื่อถือ ผมหัวเราะออกมากับท่าทางของเพื่อน‚คนเต็มตลอดเลยไม่ใช่เหรอร้านนี ้ เราไปจะได้แดกไหมล่ะเนี่ย‛‚ต้องได้สิวะ เออๆ สรุปไปนะ ไปใช่ไหม‛‚ไปก็ไป‛ ผมพยักหน้าตอบกลับอีกคน ยังไงเสียวันนี ้ก็ว่าง เลิกเร็ว ไปหากินข้าวเย็นก่อนแล้วค่อยไปสอนน้องๆก็ยังพอทําได้ ผมกับเพื่อนๆนั่งคุยเรื่องงานกันที่ใต้ตึกคณะกันอีกสักพัก จนกระทั่งถึงเวลาที่พวกเราตัดสินใจว่าจะออกไปกินข้าวเย็นกัน พวกผมถึงได้เก็บข้าวของใส่กระเป๋ า แล้วเดินทางออกมาจากมหาวิทยาลัย ผมนั่งซ้อนท้ายโต้ง ส่วนพัชก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไป ผมไม่มีรถ อาศัยรถโดยสารกับมินิบัสในมอเอาลูกเดียว จริงๆที่บ้านผมก็มีรถมอเตอร์ไซค์นะ แต่ขับไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ ตอนปี หนึ่งเคยรถล้ม จนในที่สุดแม่ก็ขนกลับไปไว้ที่บ้านแล้วใช้เวลาไม่นานพวกเราสามคนก็มาจอดที่หน้าร้านอาหารจนได้ ผมร้องโหออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าร้านอาหารร้านนี ้คนแน่น คนเต็มไปหมด ที่จอดรถแทบจะไม่มีเลย ผมกับเพื่อนต้องแอบเข้าไปจอดข้างๆกําแพงเอา ไม่รู้ว่าขาออกจะออกมายากไหม‚คนโคตรเยอะไอ้เหี ้ยโต้ง จะมีที่นั่งไหม เปลี่ยนร้านเหอะ‛‚ไม่เอา ร้านนี ้อร่อย จะแดกร้านนี ้ มึงไม่เคยลองฝี มือป้ าติ๋มอ่ะดิ‛‚ป้ าติ๋ม?‛ ผมทวนชื่อชื่อนี ้ โต้งหันหน้ามาก่อนจะยักคิ ้วให้สองสามที‚เจ้าของร้านนี ้แหละ ป้ าแกเคยเป็ นเชฟในโรงแรมมาก่อน เพราะแบบนี ้เลยอร่อยไง ระดับเชฟโรงแรมอ่ะ มึงเอาไง‛
‚ไอ้โต้งมันโฆษณามาขนาดนี ้ ลองๆหน่อยก็แล้วกัน ไม่อร่อยค่อยด่าหัวมัน‛ ผมขําออกมาเมื่อเห็นพัชพูดแล้วชี ้หน้าโต้ง พวกเราสามคนเลิกคุยกันแล้วเดินเข้ามาข้างในร้าน คนแน่นแทบจะทุกโต๊ะจริงๆ มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ว่างเลย ในขณะที่ผมกําลังหาที่นั่งอยู่นั ้น โต้งก็เดินมาสะกิดแล้วชี ้ไปที่โต๊ะมุมร้าน พวกเราเลยได้ที่นั่งกัน อาหารที่นี่น่ากินไปหมด พวกเราตัดสินใจสั่งมาคนละจาน สั่งเมนูที่อยากกิน รอไปได้เกือบสิบนาทีอาหารก็มาเสิร์ฟ โห น่ากินจริงๆ ผมหยิบช้อนมาตักกินไปคําแรกก็ต้องร้องโอ้โหออกมา อร่อย อร่อยมากๆ อร่อยจริงๆ สมแล้วที่คนแน่นร้านขนาดนี ้ พวกผมสามคนนั่งกินนั่งคุยกันอยู่อย่างนั ้นจนอาหารในจานหมดลง‚โอย โคตรอิ่มไอ้เหี ้ย ให้เยอะมาก‛ พัชพูดออกมาพร้อมนั่งพิงเก้าอี ้ ดูท่าทางเขาคงจะอิ่มมากจริงๆ ผมเองก็อิ่มใช่ย่อย‚กูบอกแล้ว ร้านนี ้สุดยอด‛ผมก้มลงมองดูเวลาบนข้อมือตัวเอง ก่อนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่ามันใกล้จะถึงเวลาที่ต้องไปรอที่ร้านแล้ว ผมจึงลุกออกมาจากร้าน บอกลาเพื่อนๆทุกคน ตอนแรกโต้งตัดสินใจว่าจะไปส่งผมที่ร้าน แต่พอนึกได้ว่าเดินออกไปจากซอยนี ้ก็เป็ นถนนใหญ่ เดินลัดเลาะไปอีกนิดก็จะถึงร้านที่นัดน้องๆไว้ ผมเดินไปเองได้อยู่แล้ว สบายมาก ไม่มีปัญหา เดี๋ยวโต้งจะเปลืองนํ ้ามันรถเปล่าๆ‚เอาจริงดิทิ มึงจะเดินไปเหรอ‛‚เออ แค่นี ้เอง ไม่ไกลๆ ไปล่ะ‛‚เออๆ เค มึงว่าดีกูก็ว่าดี เจอกันพรุ่งนี ้‛‚บายๆ‛ ผมควักเงินให้กับพัช ก่อนที่จะเดินออกมาจากร้าน ผมเดินตามทางออกมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงปากซอย ผมชะงักเท้าทันทีเมื่อจู่ๆก็มี
คนเดินออกมาจากหัวมุมซอย ทั ้งผมและเขาเกือบจะชนกัน ดีที่ผมชะงักเท้าเอาไว้ก่อนดะ…เดี๋ยว! เดี๋ยวนะ!โอย...เวรกรรมอะไรหนอ ทําไมช่วงนี ้ผมจะดวงตกได้ขนาดนี ้นะนี่มันเนย! เด็กเนยคนนั ้นนี่! โอย…ตายๆ ทําไมบทจะเจอมันก็เจอกันง่ายแบบนี ้นะผมยืนนิ่งไปโดยอัตโนมัติ เมื่อเจอหน้าอีกคน ผมเผลอกําสายกระเป๋ าแน่น เด็กคนนั ้นก็เหมือนจะชะงักไปที่เห็นว่าคนที่กําลังจะชนเขาคือผม ผมไม่รู้ว่าน้องจะจําผมได้ไหม แต่ภาวนาว่าไม่ให้เขาจําผมได้ ขอให้เขาเดินผ่านไป อย่าได้พูดคุยอะไรกันอีก ผมใจเต้นแรงขึ ้นมาอีกครั ้งเพราะความตื่นเต้น ปนกังวลว่าเด็กตัวสูงคนนี ้จะฟาดหน้าผมหรือเปล่า‚หลีก‛นํ ้าเสียงติดทุ้มสั่งขึ ้นมา ผมเลยรีบขยับหลบออกจากเส้นทางการเดินของเขา ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันหนึ่งเด็กมอสี่ที่อายุน้อยกว่าผมจะมีอํานาจสั่งให้ผมหลบทางเขาได้เพียงแค่คําว่าหลีกคําเดียว นี่ผมเป็ นขนาดนี ้แล้วนะ แต่นั่นแหละ กับเด็กคนนี ้ ไม่ว่าใครก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน ประวัติเขาแต่ละอันคือน่ากลัวๆทั ้งนั ้น ผมไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยง ตัวก็เล็กกว่า สู้อะไรก็ไม่เป็ น เกิดทําน้องคนนี ้โมโหเข้าแล้วผมโดนสั่งรุมกระทืบนี่จบเลยนะ อนาคตผมจบเลยนะ ตายได้เลย น่ากลัวมากๆผมเป่ าลมหายใจดังฟู่ เมื่อน้องคนนั ้นเดินผ่านไป นึกแอบกลัวอยู่เหมือนกันนะตอนนั ้น ผมรีบเดินออกมาจากซอย ก้มลงมองดูเวลาบนข้อมือไปด้วย กลัวมากๆว่าจะไปสายเลยเวลานัดที่นัดกับน้องๆเอาไว้ ผมรีบข้ามถนน
แต่พอข้ามได้โทรศัพท์ของผมก็สั่นขึ ้นมา ผมควักมันออกมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็ นโต้งที่คอลไลน์เข้ามาหา ผมกดรับทันที‚ฮัลโหล‛[เฮ้ย ทิ ไอแพดมึงอยู่ในกระเป๋ ากู]‚จริงเหรอ!” ผมตกใจตาโต ก่อนที่จะเพิ่งนึกได้ว่าก่อนที่จะออกมาจากมอเผลอเอาไอแพดให้อีกคนเล่น น่าจะลืมไว้ตั ้งแต่ตอนนั ้น ผมจิ๊ปากออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองทางที่เพิ่งจะเดินผ่านมา บ้าเอ้ย จะไม่ใช้ก็ไม่ได้เสียด้วยสิ ของสําคัญสําหรับชีวิตติวเตอร์เลย ไม่น่าลืมเลยเนี่ย[มึงถึงร้านยัง กูยังอยู่ที่ร้านนะเว้ย]‚เออๆ เดี๋ยวเดินกลับไปเอา ไม่ไกลๆ แค่นี ้นะ รออยู่นั่นแหละ‛ผมบอกเพื่อนไปก่อนจะกดวางสาย ผมพรูลมหายใจออกมา เอาเถอะ ถือเสียว่าเดินย่อยอาหารก็แล้วกัน ระยะทางมันก็ไม่ได้ไกลอะไรมากมาย แค่เดินข้ามถนน เดินกลับเข้าไปในซอยเดิม ก็แค่นั ้น เสียเวลาอีกนิด ไม่เป็ นไรหรอกมั ้งแต่….หวังว่าตอนนี ้เด็กเนยจะไม่อยู่ให้เห็นแล้วนะ ไปไหนก็ไปเถอะน้อง พี่ขอร้อง อย่าได้เจอกันอีกเลยผมเดินย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อที่จะไปร้านอาหารร้านเดิมที่ผ่านมา นึกโชคดีจริงๆที่ไม่ได้เจอเด็กตัวสูงคนนั ้นแล้ว ผมโล่งใจขึ ้นมานิดหน่อย รีบเดินกลับเข้ามาข้างในร้าน เพื่อนผมยังนั่งกันอยู่ที่เดิม พวกนั ้นสั่งขอกินมาเพิ่ม ให้ตายสิ ไหนบอกอิ่มไงพวกนี ้‚เอ้อ ทิ มึงเห็นซอยเล็กๆที่มันมีตู้โทรศัพท์ป่ ะ‛‚อ่าๆ ทําไมเหรอ‛ ผมพยักหน้าหงึกหงัก รอฟังว่าโต้งจะพูดอะไร
‚มึงเดินตรงไปตรงนั ้นเลยก็ได้ มันจะไปทะลุหลังร้านคาเฟ่ ของมึงพอดีเด๊ะเลย ไม่ต้องข้ามถนน พี่เขาบอกมาๆ‛ โต้งบอกผมยิ ้มๆก่อนที่จะชี ้ไปยังพี่พนักงานคนเสิร์ฟ ผมก้มหัวขอบคุณเขาเล็กน้อย อือ ถ้าไปโผล่หลังร้านเลยก็ดีเหมือนกัน ขี ้เกียจข้ามถนน รถเยอะ คงเพราะมันไม่ใช่สี่แยกไฟแดงอะไรพวกนั ้นด้วยแหละ รถเลยเยอะเป็ นธรรมดาผมบอกลาเพื่อนๆเป็ นครั ้งที่สอง ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน มองไปทางซ้ายมือก็เจอซอยเล็กๆที่มีตู้โทรศัพท์ อย่างที่โต้งบอกเลย มองไปแค่นี ้ก็เห็นป้ ายร้านอยู่ไม่ไกล ผมกระชับสายกระเป๋ าก่อนจะรีบเร่งฝี เท้าเพื่อที่จะไปถึงคาเฟ่ ให้ทันเวลา ผมเดินมาเรื่อยๆ ก่อนจะมองเห็นเงาของใครบางคนกําลังยืนอยู่ข้างกําแพง ตอนนี ้ทั ้งซอยมีแค่ผมกับเขาคนนั ้น ผมเม้มปากพร้อมกับเดินไปข้างหน้า ใจเต้นแรงขึ ้นมา ภาวนาขอให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั ้นไม่ใช่คนในความคิด ผมเดินช้าลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงได้เห็นคนที่ยืนอยู่ชัดๆ ผมเบิกตากว้าง เผลอสะดุดเล็กน้อยเพราะเดินผิดจังหวะ จนเรียกความสนใจจากเขาให้หันหน้ามามองได้‚อีกแล้วเหรอ?‛เขาพูดขึ ้นมา ผมถึงได้ชะงักไป อีกฝ่ ายโยนบุหรี่ลงบนพื ้นก่อนที่จะใช้เท้าบี ้มัน ผมเผลอหยุดเดินไปโดยอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ ายเดินเข้ามาหา กลิ่นบุหรี่ลอยโชยมาทันที ผมเบ้หน้าเล็กน้อยก่อนจะถอยหลังหนีจากเขาอะ..อะไร…อะไร ทําไมรอบนี ้ถึงเดินมาหาล่ะ! เมื่อกี ้เจอกันยังไม่พุ่งเข้ามาเลยนะอย่านะเว้ย!ร้องให้คนช่วยจริงๆนะ ไม่สู้คนก็จริงแต่เสียงดังนะเว้ย! วิ่งเร็วด้วย!
‚จะเอาแบบนี ้จริงๆน่ะนะ‛‚อะ…อะไร‛ ให้ตายสิ ผมเผลอเสียงสั่นจนน้องมันน่าจะรู้เลยว่าตอนนี ้ผมกําลังกลัวมัน ไม่ได้ อย่าแสดงท่าทีอ่อนๆแบบนี ้ ยืดอกสู้เลยทิ สู้มัน ยังไงเราก็อายุมากกว่า‚เฮ้อ...ทําไมกูต้องหล่อด้วยวะ‛ เขาบ่นพึมพําอะไรสักอย่างที่ผมได้ยินไม่ชัด ก่อนที่จะหันหน้ากลับมามองผม ผมบังคับตัวเองไม่ให้ตกใจกับสีหน้านิ่งๆแบบนั ้น‚เธอน่ะ‛‚ห้ะ…พี่เหรอ?‛‚เออ เธอนั่นแหละ‛เธอ? เดี๋ยวก่อนนะ นี่น้องเรียกผมว่าเธอเหรอ? เฮ้ย ผมเป็ นพี่นะ แล้วปกติคําว่าเธอมันใช้กับผู้ชายด้วยเหรอ ทําไมจู่ๆถึงมาเรียกผมแบบนี ้ล่ะ‚ไปไหนก็ไปไป ไม่ชอบผู้ชาย‛‚ห้ะ‛‚ก็บอกให้ไสหัวไป ไม่ชอบ ไม่ต้องมาตาม‛‚อะไรนะ? ใครตาม?‛ ผมกําลังอยู่ในสภาวะงงขั ้นสุด ไม่เข้าใจมากๆว่าตอนนี ้เนยกําลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ ใครตาม? เกี่ยวอะไรกับการไม่ชอบผู้ชาย ผมงงไปหมดแล้วนะ แล้วมามองกันด้วยสีหน้าดุๆแบบนี ้ ผมยิ่งไม่เข้าใจ ผมไปทําอะไรให้เขาไม่พอใจเนี่ย งงไปหมดแล้ว‚จะเลิกตามได้ยัง รําคาญว่ะ‛‚เดี๋ยวก่อน…พี่ไม่ได้ตามเรา‛
‚มันก็พูดกันแบบนี ้ทั ้งนั ้น ไปไหนก็ไป ไม่ชอบแบบนี ้ รําคาญ หล่อไม่ได้แปลว่าจะใจดี‛เดี๋ยวนะ...สรุปว่าตอนนี ้เนยกําลังหงุดหงิดเพราะคิดว่าผมกําลังตามเขาอยู่เหรอ เฮ้ย ผมไม่ได้ตามนะ ไม่ได้ตามจริงๆ บังเอิญเจอมากๆเนี่ย ไม่ได้อยากเจอเลยด้วยซํ ้า อะไรที่ทําให้เขาคิดว่าผมตามเขากัน เอาอะไรมาพูด ที่เจอกันมันก็บังเอิญทั ้งนั ้นไหมใครมันจะไปอยากเจอคนแบบนี ้กัน น่าตามซะที่ไหน อยากวิ่งหนีด้วยซํ ้าไป‚พี่ไม่ได้ตามเราจริงๆนะ พี่จะผ่านทางนี ้ พี่กําลังจะไปร้านคาเฟ่ ร้านนั ้น‛ ผมว่าก่อนที่จะชี ้ไปยังร้านคาเฟ่ ที่อยู่ไม่ไกล เนยมองตามมือที่ผมชี ้ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับมา เนยมองผมนิ่งๆแล้วค่อยๆเดินเข้ามาหาผมทีละก้าว ผมตกใจเบิกตากว้างถอยหลังหนีเขาทันทีมันเป็ นกลไกการรักษาความปลอดภัยของร่างกาย กันไว้ก่อน‚เธอชอบเราก็บอกมา‛‚ห้ะ?‛‚ชอบก็บอกว่าชอบ จะอ้างนั ้นอ้างนี่ทําไม น่ารําคาญว่ะ‛‚ไม่…พี่เปล่า...”‚จริงๆเธอก็โอเค แต่ไม่ใช่แนว‛ เนยบอกปัดกับผม เขาทําสีหน้าเหมือนระอาผมเต็มที ผมในตอนนี ้กําลังงงขั ้นสุด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ ้นจู่ๆถึงโดนหัวโจกนักเลงมาชี ้โบ้ชี ้เบ้ใส่หน้า หาว่าชอบเขา หาว่าไปตามเขา ทั ้งๆที่ไม่ได้ทําอะไรสักนิด‚นี่ พี่ไม่ได้ชอบเรานะ‛
‚เฮ้ย จะอะไรนักหนาวะ เลิกตามสักที‛‚พี่ไม่ได้ตามเราจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ชอบเราด้วย พี่บังเอิญผ่านมาก็เท่านั ้น‛‚เธอชอบ‛‚ไม่ได้ชอบ‛‚รู้ว่าเราโดนใจเธอ แต่เธอไม่โดนใจเราว่ะ‛เอ้า อะไรของน้องวะเนี่ย นี่ผมเพิ่งจะโดนคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบปฏิเสธงั ้นเหรอ ผมควรจะรู้สึกยังไงดีเนี่ย งงไปหมดแล้ว เหนื่อยจะพูดด้วยแล้วนะ แล้วแต่ก็แล้วกัน จะคิดยังไงก็ช่าง เพราะผมไม่ได้อะไรกับเขาทั ้งนั ้นแหละ ช่างมันๆ ช่างเขาเถอะไอ้ทิ รีบไปจากตรงนี ้ดีกว่า‚จะให้พูดอีกกี่ครั ้งว่าไม่ได้ชอบๆ เข้าใจไหม อย่าคิดไปเอง อย่าเข้าใจผิดสิ‛‚นี่เธอกําลังเถียงเพื่อยื ้อเวลาจะคุยกับเราป่ ะ‛โอยยยย อะไรทําให้คิดแบบนั ้นได้เนี่ย‚ลูกไม้ตื ้นๆ เราไม่หลงกลเธอหรอกว่ะ‛‚โอเค แล้วแต่จะคิดเถอะถ้าอย่างนั ้น พี่ไปล่ะ จะคิดยังไงก็ช่างน้องเถอะ‛ ผมยกมือขึ ้นทั ้งสองข้าง เหนื่อยจะเถียงแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าน้องจะเข้าใจผิดอะไรมาถึงได้คิดไปเองได้ขนาดนั ้น นี่ขนาดผมปฏิเสธไปไม่รู้ตั ้งกี่รอบเขาก็ยังไม่ยอมรับฟังเลย แถมยังคิดว่าผมยื ้อเวลาอีกต่างหาก โอย ผมจะไปชอบเขาได้ยังไงกัน ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย เจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทําไมเขาเป็ นคนแบบนี ้ เข้าใจอะไรยากจริงๆ‚เธอยังไม่ดีพอสําหรับเรา ไปให้พ้นเลยไป‛
ว่าจบเขาก็ดึงหน้าตึงใส่ผมแล้วหมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ ้งให้ผมยืนเอ๋ออยู่ที่เดิม มองดูแผ่นหลังกว้างกับเสื ้อแจ็กเก็ตยีนส์สีซีดกําลังเดินเสยผมจากไป ผมเหมือนได้ยินแต่เสียงวิ ้งๆๆ ลอยไปมา ไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ ้นสักนิด จะเดินผ่านไปทางลัดแค่นี ้กลับโดนใครก็ไม่รู้ตราหน้าว่าไปชอบเขา ไปตามเขา มิหนําซํ ้ายังโดนยํ ้าอีกว่าไม่ดีพอ โดนไล่ให้ไปไกลๆ อะไรเนี่ย นี่ผมกําลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหนอยู่ ใครก็ได้ช่วยอธิบายที ฉลาดมาทั ้งชีวิต เจอโจทย์นี ้เข้าไปผมจอดเลยโอย....เนย สรุปน้องเป็ นคนยังไงเนี่ย เฮ้อ
ตีครั้งที่3 ก่อนนี้อยู่กันแสนไกลวันนี ้เป็ นวันหยุดของผมเอง วันว่างๆที่ไม่มีอะไรให้ทําแม้แต่น้อย ไม่มีงาน ไม่มีสอน ไม่มีนัดซ้อมอะไร มีแค่ความว่างเปล่า แต่ถึงอย่างนั ้นผมกลับรู้สึกรักวันนี ้ไปหมดทั ้งใจ ผมตื่นมาตั ้งแต่ตอนสองโมงเช้า อาบนํ ้า กวาดห้อง ถูห้องอะไรจนเสร็จเรียบร้อย เมื่อก่อนอาทิตย์หนึ่งจะได้ทําความสะอาดห้องใหญ่ๆแบบนี ้ก็ครั ้งหนึ่ง แต่พออยู่มาเรื่อยๆก็ขยับไปเป็ นสองอาทิตย์ครั ้งบ้าง สามอาทิตย์ครั ้งบ้าน จนตอนนี ้กลายมาเป็ นเดือนกว่าๆถึงได้ทําทีผมปาดเหงื่อออกเล็กน้อยหลังจากที่ลงมาทิ ้งขยะด้านล่าง ผมยืนถอนหายใจ ในที่สุดวันนี ้ก็ทําความสะอาดห้องเสร็จแล้ว ผมปัดมือไปมาสองสามที่ก่อนจะเดินกลับมาข้างบนห้องตัวเอง ตอนนี ้ก็เกือบเที่ยงแล้ว ผมเดินมานั่งลงกับเก้าอี ้ นั่งโง่ๆอยู่อย่างนั ้นเกือบสิบนาที ก่อนจะไปล้างไม้ล้างมือแล้วลงมาหาของกินด้านล่าง ความจริงละแวกนี ้ไม่ค่อยมีอะไรให้กินมากนักหรอกครับ ถ้าอยากกินอะไรส่วนมากผมจะซื ้อมาตั ้งแต่ตอนกลับมาจากมหาวิทยาลัย ซื ้อมาตุนเก็บเอาไว้ เพราะขี ้เกียจจะลงมาหาของกินข้างล่างจริงๆ‚เอาแก้วมังกรหนึ่งถุง กับแตงโมสองถุงครับ‛
ผมยืนสั่งซื ้อผลไม้สดกลับขึ ้นไปกินบนห้องด้วย วันนี ้อารมณ์ดี อยากนั่งกินผลไม้ดูหนังดูทีวีโง่ๆ ผมกลับมาถึงห้องของตัวเองก็เดินเอาของไปวาง ก่อนจะกลับมาจัดการกางจอโน๊ตบุ๊คเตรียมจะเข้าดูนั่นดูนี่ให้มันบันเทิงอารมณ์สักหน่อย แต่แล้วจู่ๆในขณะที่ผมกําลังจะเลือกหนังดูนั ้น โทรศัพท์ก็สั่นครืดๆอยู่ไม่ไกล ผมหยิบมาดูก่อนจะขมวดคิ ้วเมื่อเห็นว่าเป็ นเบอร์แปลกโทรเข้ามา‚ครับ สวัสดีครับ นี่ใครครับ‛[ใช่ทิวาไหม] นํ ้าเสียงของผู้หญิงดังตอบกลับมา เดาๆว่าน่าจะเป็ นคนมีอายุแล้ว ใครกันนะ โทรผิดไหม‚ครับ ผมเองครับ‛[ป้ าเห็นว่าทิวารับสอนพิเศษ ชั่วโมงละสองร้อยใช่ไหม]‚ครับ ชั่วโมงละสองร้อย ผมไม่จํากัดขั ้นตํ่าครับ จะวันละชั่วโมงก็ได้ ผมรับสอนแค่วิชาคํานวณนะครับ คณิต ฟิ สิกส์ ภาษาอังกฤษก็รับครับ‛[ป้ ามีลูกชาย ถ้าจะให้ติวคนเดียวรับไหม]‚คนเดียวก็ได้ครับ สะดวกวันไหนยังไงก็สามารถนัดมาได้ตลอดครับ เพราะผมรับติวตัวต่อตัว ขอถามหน่อยได้ไหมครับว่าน้องอยู่ชั ้นไหน‛[มอสี่ กําลังจะขึ ้นมอห้าแล้วค่ะ] ผมนั่งฟังอีกคนตอบกลับก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก ยังไงก็ได้ ความจริงผมเองก็ไม่ค่อยจะมีเด็กมอต้นติดต่อมาสักเท่าไหร่ น้องๆที่สอนอยู่ตอนนี ้ก็รุ่นๆมอสี่มอห้ากันทั ้งนั ้น จะมีอยู่บางคนที่มอหก[งั ้นป้ าจะให้นัดให้ลูกชายป้ าเลยนะคะ ทิวาจะคิดค่าชั่วโมงเพิ่มก็ได้ค่ะ ป้ าไม่ว่า แต่ขอให้ลูกชายป้ าเรียนดีขึ ้นที ตอนนี ้ป้ าไม่ไหวกับลูกชายมากๆ]
‚ครับผม สะดวกวันไหนก็นัดมาคุยได้ตลอดเลยครับ หรือถ้าน้องอยากติดต่อมาเองก็ให้ติดต่อมาที่เบอร์นี ้เลยก็ได้ครับ‛สรุปแล้ววันนี ้ผมก็ได้ลูกค้าเพิ่มอีกหนึ่งรายแบบงงๆ ความจริงผมแปลกใจเล็กน้อยที่คราวนี ้เป็ นผู้ปกครองโทรมาติดต่อเอง ปกติจะเป็ นน้องๆที่จะเข้ามาเรียนเขาจะโทรมา แต่ช่างเถอะ ยังไงเสียก็ไม่เป็ นไรอยู่แล้ว เอาเป็ นว่าตอนนี ้ผมแค่ต้องเตรียมหลักสูตรกับเนื ้อหาสําหรับน้องคนนี ้เอาไว้ก่อนสักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าน้องจะมีพื ้นฐานมากน้อยแค่ไหน เพราะผมเองก็ยังไม่ได้คุยกับน้องเลย รับรู้เรื่องราวผ่านแม่ของเขาก็เท่านั ้น นี่เชื่อไหม แม่เขาจัดการนัดวันเวลาให้เรียบร้อย โอนเงินเข้าบัญชีผมแล้วด้วยซํ ้า ผมแอบอึ ้งนิดๆ ไม่เคยเจอลูกค้าใจเร็วขนาดนี ้ ผมยังไม่ได้สอนลูกเขาเลยนะ อะไรจะรีบขนาดนี ้ก็ไม่รู้เอาเถอะ ยังไงคนนี ้ผมก็ต้องเอาให้เขารู้สึกคุ้มกับเงินที่โอนมาให้ได้♡♡♡วันนี ้เป็ นวันที่ผมกับน้องคนใหม่นัดกันเอาไว้ แม่น้องจัดการธุระอะไรทุกอย่างให้หมดเลย นัดไว้เลยว่าจะให้ไปร้านไหน ซึ่งเชื่อไหม ร้านที่แม่ของน้องเขานัดมาคือร้านอาหารที่ผมกับเพื่อนๆเคยมากินกันเมื่อคราวนั ้น ร้านที่มีเจ้าของร้านชื่อติ๋มนั่นแหละ ยอมรับเลยว่าตัวเองแปลกใจเล็กน้อยที่มันบังเอิญขนาดนี ้ ผมกําลังจะได้ไปสอนลูกชายเขา ทั ้งที่ก็เคยกินกับข้าวฝี มือเขามาก่อน แอบตื่นเต้นนิดๆแฮะ
พอใกล้ถึงเวลานัด ผมก็มาถึงร้านที่หมาย คนยังเยอะเหมือนวันนั ้นเป๊ ะๆเลย รถแน่น คนในร้านก็แน่น ผมกระชับกระเป๋ าตัวเอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน ผมมองซ้ายมองขวาเพื่อที่จะดูว่าคนไหนคือป้ าติ๋มเจ้าของร้าน ผมเดินเข้าไปถามพนักงานคนหนึ่ง พอบอกว่านัดป้ าติ๋มเอาไว้เขาก็บอกให้ผมเดินตามเข้าไปข้างในทันที ผมเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย เขาพาเข้ามาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหลังร้าน ด้านหลังร้านมีโต๊ะยาวอยู่ ผมเลยนั่งรออยู่ตรงนั ้น ผมนั่งมองนกมองไม้ไปรอบๆ ก่อนที่จะชะงักเมื่อได้ยินเสียงเอะโวยวายมาจากทางที่เพิ่งออกมา ผมชะโงกมองดูว่าเกิดอะไรขึ ้น แต่ในขณะนั ้นเอง คนที่เป็ นต้นเสียงก็ค่อยๆเดินออกมาปรากฏตัวให้เห็นไม่….ไม่ใช่ บอกผมทีว่าไม่ใช่‚อ้าว น้องทิมาแล้ว สวัสดีพี่เขาสิ!”โอ้ย อะไรมันจะขนาดนี ้นะ ทําไมผมถึงได้ดวงตกขนาดนี ้ ทําไม ทําไมต้องคนนี ้ ทําไม‚ลูกป้ าชื่อเนย มันอยู่มอสี่ มันไม่ฟังหรือเถียงอะไรยังไงทิตีมันได้เลย ป้ าไม่ว่า‛ป้ าติ๋มครับ ผมต่างหากที่จะโดนตี ไม่ใช่ลูกชายป้ า โอ้ย ดูหน้าของน้องเนยตอนนี ้สิ ผมกลัวเขาแล้วนะ ทําไมต้องจ้องกันขนาดนี ้ด้วย ผมโอนเงินให้คืนตอนนี ้แล้ววิ่งกลับหอได้ไหม ผมไม่อยากสอนคนนี ้เลยให้ตายสิ แล้วผมต้องสอนเขาคนเดียวอ่ะ ไม่มีใครช่วยผมเลย อยากร้องไห้ ทํายังไงดี รอบที่แล้วที่เจอกันก็จากกันไม่ได้ด้วยดีด้วยสิ น้องเนยเขาดูจะไม่ชอบหน้าผมอีกต่างหาก ผมได้แต่ยิ ้มแหยๆมองดูสองแม่ลูก คนแม่ทําทีเหมือนจะดันให้น้อง
เนยมาหาผม แต่คนลูกนี่สิ ฆ่าได้ฆ่าไปแล้ว สายตาอย่างเหี ้ยมเลยที่มองผมเนี่ย‚ป้ าฝากด้วยนะ ตั ้งใจเรียนกับพี่เขาด้วย!อย่าให้เสียดายเงิน เข้าใจไหม‛‚เหอะ‛‚ไอ้ลูกคนนี ้ เฮ้อ‛ ป้ าติ๋มแกถอนหายใจใส่ลูกตัวเอง ก่อนจะหันมายิ ้มให้ผมแล้วเดินกลับเข้าในตัวร้าน ทิ ้งให้เหลือแค่ผมกับเด็กตัวสูงอยู่ด้วยกันสองคน ผมนั่งนิ่ง ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรออกไปดี น้องเนยก็ยืนล้วงกระเป๋ าจ้องมองผม เขานิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา เอาแต่จ้องจนผมอึดอัดไปหมด‚อะ…เอ่อ พี่ชื่อทินะ แม่เรานัดให้พี่มาสอนพิเศษให้‛ ผมพยายามที่จะยิ ้มออกไป แม้มันจะเป็ นแค่ยิ ้มแหยๆก็ตาม‚ที่บอกไปวันนั ้นไม่ได้เข้าหูเลยใช่ป่ ะ‛ เขาเอ่ยถามผมกลับพร้อมเลิกคิ ้ว ผมกลืนนํ ้าลายลงคอทันทีตุ้บ!อะ…โอยย….อย่าทําแบบนี ้ พี่จะหัวใจวายนะน้องผมสะดุ้งอย่างแรงไปทั ้งตัว เมื่อจู่ๆอีกฝ่ ายก็โยนกระเป๋ านักเรียนขาดๆมาบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าผม ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆระงับความขี ้ตื่นของตัวเอง น้อง อย่าทําพี่ตกใจสิ พี่ขี ้ตกใจนะเว้ย ยิ่งเด็กแบบแกพี่ยิ่งตกใจเลย‚เธอนี่ขี ้ตื ้อชะมัด‛
‚เอาเป็ นว่า...แม่เราเป็ นฝ่ ายติดต่อพี่มา พี่ก็มา พี่ว่าเรามาคุยกันเรื่องเรียนดีกว่านะ‛ ผมพยายามที่จะชวนเขาคุยเรื่องเรียน แต่เจ้าตัวก็ยังคงทําเหมือนไม่สนใจ ยืนทิ ้งสะโพกพิงกําแพงแล้วควักเอามือถือออกมาเล่นต่อหน้าต่อตาผม นี่เขากําลังเมินผมอยู่ใช่ไหมเนี่ย ให้ตายสิ ผมจะพูดยังไงกับเด็กคนนี ้ดีนะ จะไปยกเลิกได้ไหม ไม่สอนได้ไหม‚อยากให้พี่สอนเรื่องอะไรเป็ นพิเศษไหม คณิต? หรือฟิ สิกส์? หรือวิชาไหน‛“…”‚วันนี ้พี่เตรียมมาคร่าวๆ ถ้าน้องอยากเรียนอะไรก็บอกพี่มา พี่จะได้กลับไปเตรียมชีทมาสอนแบบละเอียดๆอีกที ยังไงวันนี ้พี่ก็…”‚ฮ้าว…”น้องเนยอ้าปากหาวเสียงดังจนผมที่กําลังพูดอยู่ถึงกับชะงักไปเลยทันที ให้ตายสิ งานช้างเลย เด็กคนนี ้งานช้างแน่ๆ ผมรู้สึกได้เลยว่าในอนาคตถ้าผมยังสอนคนนี ้ต่อไปคือต้องได้ปวดหัวแน่นอน ผมไม่เข้าใจ เขาจะตอบผมสักหน่อยก็ไม่ได้เหรอ แบบนี ้มันหักหน้ากันชัดๆเลย ไม่อยากเรียนก็ไปคุยกับแม่ตัวเองก่อนไหมแล้วค่อยมาคุยกับผม‚น้อง พี่ถามจริงๆ เราอยากเรียนกับพี่ไหม‛‚อะไร‛‚ถ้าเกิดว่าน้องไม่พอใจอะไรพี่ พี่แนะนําให้น้องไปคุยกับแม่น้องก่อนดีกว่า เรื่องเงิน ถ้าไม่โอเคยังไงเดี๋ยวพี่จะโอนคืนให้‛ผมพูดออกไปอย่างจริงจัง อันนี ้ซีเรียส ผมสอนผมก็อยากสอนให้กับคนที่อยากรับจริงๆ ถ้าจะมาแนวนี ้ผมก็ขอบาย ไปสอนเด็กกลุ่มเดิมดีกว่า ผม