The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พี่จะตีนะเนย

พี่จะตีนะเนย

ตีครั้งที่7ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบ าเรอ‚โอเค วันนี ้เดี๋ยวพี่จะขึ ้นเรื่องใหม่เลยนะ วันนี ้พี่มีข้อสอบมาแจกด้วย เป็ นชุดที่พี่รวมเอาไว้ ข้อสอบเก่าตั ้งแต่ปี ห้าหก อยากให้น้องๆเอากลับไปทําที่บ้านด้วยนะ‛‚โอเคครับ/ค่า‛‚มาๆ เริ่มเรียนเถอะ‛ผมเปิ ดเข้าไปในสไลด์ที่เตรียมมา ก่อนที่จะเริ่มอธิบายให้น้องๆฟัง วันนี ้ผมก็นัดน้องๆกลุ่มติวมาที่ร้านกาแฟ ซึ่งร้านนี ้เป็ นร้านที่ผมเพิ่งจะหามาเมื่อคืน เป็ นร้านของรุ่นพี่ที่ผมรู้จักกันพอดี พี่แกเลยแนะนําว่าให้มาได้ พาลูกค้าเข้าร้านด้วยว่างั ้น ผมก็เลยตัดสินใจที่จะมานั่งที่นี่ สอนเด็กๆที่นี่ยังไงก็ดีกว่าที่โรงอาหารอ่ะ ที่นั่นคือทั ้งยุงทั ้งเสียงดังจากรอบข้าง ไม่มีสมาธิเรียนกันพอดีวันนี ้ผมต้องมาสอนให้กับน้องๆอีกกลุ่ม กลุ่มน้องโอนั่นแหละครับ สําหรับการเรียนวันนี ้ก็เป็ นไปได้ค่อนข้างจะราบรื่น ทุกคนก็ตั ้งใจเรียนกันตามปกติ หลังจากที่ผมสอนไปได้จนจบบท ผมก็ปล่อยให้น้องๆได้ใช้เวลาทบทวนเนื ้อหา ก่อนที่จะได้เอาแบบทดสอบให้พวกเขาทํา ก็เป็ นแค่


แบบทดสอบไม่กี่ข้อ เอาไว้ทบทวนก็เท่านั ้น ผมปล่อยให้น้องๆนั่งทบทวนกันที่โต๊ะ ส่วนตัวเองก็เดินมาสั่งกาแฟที่เคาท์เตอร์‚คาปูชิโน่ครับ‛ ผมสั่งออกไป รุ่นพี่ที่เป็ นเจ้าของร้านถึงได้หันหน้ามามอง พี่คนนี ้ชื่อพี่เจี ้ยบครับ พี่เจี ้ยบเป็ นแฟนเก่าของพี่เทคผมเอง ผมรู้จักกับพี่แกตั ้งแต่สมัยที่ยังคบกันกับพี่เทคของผม จนตอนนี ้เลิกกันไปเป็ นปี ๆแล้ว แต่พี่เจี ้ยบก็ยังคงสนิทกับผมอยู่ เราสองคนเวลามีเรื่องอะไรก็ได้ปรึกษากันอยู่บ้างเป็ นบางคราว‚น้องทิขยันจัง เห็นเป็ นติวเตอร์ตั ้งแต่ปี สองแล้วนะ‛‚แหะ ผมว่างๆน่ะพี่‛‚เราไม่คิดว่ามันเหนื่อยไปเหรอ ไหนจะเรียนไหนจะงาน ไหนจะต้องมาสอนอีก‛‚ตอนนี ้มันยังไม่หมดคอร์สอ่ะพี่ น้องๆเขายังอยากเรียนกับผม คงต้องรอหมดเซทนี ้ก่อน ผมถึงว่าจะลองพักยาวๆดู‛ ผมตอบอีกคนกลับไป อันที่จริงความคิดนี ้ผมคิดมาได้สักพักแล้ว กะว่าอยากจะลองพักสักระยะ แบบไม่รับสอนใคร แต่ก็คงต้องดูแลน้องๆกลุ่มนี ้ไปก่อน เอาเถอะ ก็ไม่ได้น่าหนักใจอะไรเท่าไหร่ ผมไหวอยู่แล้วผมยืนรอไม่นานก็ได้กาแฟที่ตัวเองต้องการ ผมเดินกลับมาที่โต๊ะก่อนจะแจกแบบทดสอบให้น้องๆทํา หลายคนทําหน้าเครียด หลายคนเกาหัวเมื่อเจอข้อยาก ผมลอบสํารวจท่าทีของทุกคน แบบทดสอบวันนี ้ที่ผมเอามามีทั ้งข้อง่ายข้อยากสลับกันไป ดังนั ้นถ้าจะมีน้องๆทําไม่ได้ผมก็ไม่แปลกใจ เดี๋ยวกะว่าถ้าหมดเวลาจะเฉลยอยู่ดี


‚เหลืออีกสิบนาทีนะ‛ ผมก้มลงมองดูเวลาบนข้อมือ ก่อนที่จะบอกน้องๆ หลายคนส่งเสียงโอดโอยออกมา ผมยิ ้มบาง เขาจะคิดว่าผมทรมานเขาไหมนะ สู้ๆนะเด็กๆ แบบทดสอบตัวนี ้ถ้าทําได้ก็ถือว่าเข้าใจในระดับหนึ่งแล้ว‚หมดเวลาครับ‛ ผมเอ่ยบอกน้องๆ ทุกคนถอนหายใจก่อนจะวางปากกาในมือลง หลังจากทําแบบทดสอบเสร็จผมก็ต้องมานั่งเฉลยว่าข้อไหนถูก ข้อไหนผิดยังไง หลายคนได้คะแนนเกินครึ่ง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังได้น้อยอยู่ ผมก็เลยต้องให้กําลังใจ ข้อสอบที่ผมเอามามันอาจจะยากไป ถ้าน้องๆกลับไปทบทวนหรือทําแบบฝึ กหัดเพิ่มเติม ผมเชื่อว่าพวกเขาจะต้องทําได้แน่นอนและแล้วเวลาแห่งการติวก็จบลง ผมยกมือรับไหว้ พวกเขาหิ ้วชีทที่ผมอุตส่าห์ทํามากลับบ้านไปด้วย พอน้องๆกลับออกไปจากร้านหมดทุกคน ผมก็ถึงได้ยืดเส้นยืดสายตัวเอง ก่อนจะนวดหลังคอเบาๆ อา…วันนี ้ก็จบลงแล้วสินะ จะได้กลับหอไปพักผ่อนแล้วทิผมเก็บข้าวของใส่กระเป๋ าแล้วสะพายออกมา ผมยกมือไว้พี่เจี ้ยบ แกยกยิ ้มบางตอบกลับ ผมเดินออกมาจากร้าน เดินตามทางไปเรื่อยๆเพื่อที่จะไปรอรถ วันนี ้มีคนมายืนอยู่ด้วยเยอะเลยแฮะ ผมหยิบเอาโทรศัพท์ขึ ้นมาเขี่ยเล่นไปมารอเวลา กดเข้าแอพสีฟ้ าอย่างทวิตเตอร์ เพื่อจะเช็คข่าวสารประจําวัน แต่ยังไม่ทันได้ทําอะไรมากมายไปกว่านั ้น ผมก็ต้องชะงักนิ ้วเมื่อมีเบอร์แปลกหน้าโทรเข้ามา ผมมองดูเบอร์นั ้น ก่อนจะตัดสินใจกดรับ เพราะบางทีคนที่โทรมาอาจจะติดต่อเรื่องสอนพิเศษก็ได้ เฮ้อ แต่อย่างว่า ผมคงต้องปฏิเสธไปก่อน ช่วงนี ้รับแค่กลุ่มน้องโอกับน้องเนยผมก็เหนื่อยแล้ว‚ครับ สวัสดีครับ‛


[วันนี ้มีการบ้าน ยาก]‚ครับ?‛[นี่จําเราไม่ได้เหรอไง ไม่ได้เมมเบอร์? เป็ นบ้าเหรอ]นะ…น้องเนยเหรอ ให้ตายสิ พูดดีๆไม่เป็ นหรือยังไงเด็กคนนี ้‚น้องโทรมาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า‛[การบ้าน]‚การบ้านเราแล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่‛[ทําไม่เป็ น เธอเป็ นติวเตอร์เราก็มาพาทําดิ หน้าที่ติวเตอร์คือสอนไม่ใช่หรือไง] นํ ้าเสียทุ้มติดจะหงุดหงิดลอดมาจากปลายสาย ผมถอนหายใจออกมา เฮ้อ ทําไมน้องเนยถึงเอาแต่ใจขนาดนี ้นะ ผมเป็ นติวเตอร์แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะกวนผมได้ตลอดเวลาแบบนี ้สักหน่อยช่างเถอะ ยังไงๆก็รับเงินแม่เขามาแล้ว ผมคงต้องสอนลูกเขาต่อไปนั่นแหละ‚พี่อยู่ข้างนอก ยังไม่สะดวก เดี๋ยวกลับห้องค่อยคุย‛[แล้วอยู่ไหน]เอายังไงดี ผมไม่อยากจะบอกเขาเลย ผมกลัวว่าเขาจะรู้ว่าผมอยู่ที่ไหนแล้วเขาจะมาหาผมอ่ะ ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็ นอย่างนั ้นเขาจะมาหาผมทําไม แต่ผมไม่อยากเจอเขาเลย‚ถามทําไม‛[จะตอบดีๆไหม] เนี่ย ทําไมเขาต้องข่มขู่ผมด้วยนะ นี่ขนาดไม่ได้อยู่ด้วยกันแท้ๆ นึกหน้าเขาออกเลย‚ถ้าไม่พูดดีๆพี่จะวางแล้วนะเนย‛ ผมปรามอีกคน


[แล้วสรุปอยู่ไหน]‚เราจะถามไปทําไมล่ะ‛[เธอนี่มัน…ให้ตายสิวะ!]ตูด้ด ตูด้ด ตูด้ดดและแล้วอีกฝ่ ายก็กดวางสายไปก่อน ผมยกมือถือตัวเองออกมามองงงๆ เออ ดี วางสายไปก่อนเลยจะได้ไม่ต้องคุยกัน เขาสบถใส่แค่นั ้นก่อนที่จะกดวางสายไป ดูท่าทางจะหงุดหงิดกับผมอยู่พอสมควรแหละ เฮ้อ ผมล่ะกลัวเขาจะเก็บความหงุดหงิดนี ้ไปลงวันที่ได้เจอกันชะมัดผมยืนรอรถอีกสักพักรถสายที่ตัวเองรอก็มาถึง ผมยืนต่อแถวรอขึ ้นรถ วันนี ้คนไม่แน่น ผมถึงได้มีที่นั่งเป็ นของตัวเอง ผมหยิบเอาแอร์พอดออกมาสวมแล้วนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ นั่งกระดิกนิ ้วเคาะกระจกเบาๆ รถเคลื่อนตัวมาเรื่อยๆจนถึงสี่แยกไฟแดง ผมนั่งอิงตัวพิงกรอบหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอก แสงจากไฟรถยนต์ที่ติดไฟแดงส่องสว่างอยู่เป็ นดวงๆ ผมจึงยกมือถือขึ ้นมาถ่ายเพื่อจะอัพลงไอจีสตอรี่ แต่แล้วในขณะที่ผมกําลังเล็งมุมกล้องอยู่นั ้น จู่ๆก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งโผล่เข้ามาในเฟรม ผมชะงัก ขนลุกซู่ไปทั ้งตัวเมื่อเห็นว่าคนที่กําลังขี่มอเตอร์ไซค์คันนั ้นคือใครไม่นะ ทําไมวันนี ้ถึงได้เจอเขาบังเอิญอะไรขนาดนี ้ล่ะ! น้องเพิ่งจะวางสายจากผมไปเองนะ!ผมรีบลดมือที่ถือโทรศัพท์ก่อนจะนั่งหลบทันที น้องเนย! น้องเนยกําลังจอดรถมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างๆรถโดยสารของผม ผมไม่รู้ว่าน้องเนยจะ


สังเกตเห็นผมที่อยู่บนรถไหม ผมเหมือนจะเห็นแว้บๆว่าน้องมีผู้หญิงซ้อนท้ายมาด้วย นั่นอาจจะเป็ นแฟนน้องหรือเปล่านะ ช่างเถอะ ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนมาคํ่ามืดขนาดนี ้แล้วก็ไม่อยากจะรู้ด้วย รีบๆแยกไปสักทีได้ไหม รีบๆไฟเขียวสักทีเถอะ ผมหลบน้องจนจะสิงเข้าไปในเบาะรถอยู่แล้วนะไม่ถึงนาที รถที่ผมนั่งก็ค่อยๆเคลื่อนตัวหลังจากสัญญาณไฟสีเขียว ผมถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะกลับมานั่งในท่าปกติ ผมไม่กล้าชะโงกหน้ากลับไปดูเลยว่าน้องเนยจะมาทางนี ้หรือเปล่า ผมหวังว่าน้องเนยเขาจะไม่เห็นผม แล้วก็ขับไปตามทางของเขาต่อไป เห็นเขามีคนซ้อนมาด้วยนี่ คงจะไปต่อที่ไหนสักที่นั่นแหละผมตัดเรื่องน้องเนยออกจากหัว ก่อนที่จะเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ ้น รถจอดเทียบท่าเพื่อรับผู้โดยสารต่อ ผมนั่งรอไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงป้ ายที่ผมจะลง ผมรอจนรถจอดสนิทก่อนจะเดินลงมา ปกติผมไม่ค่อยได้ใช้สายนี ้กลับหอสักเท่าไหร่ ผลปรากฏว่าจากตรงนี ้ไปถึงหอผมคงต้องเดินข้ามถนนแล้วเดินผ่านหัวมุมไปอีก มันก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่หรอก แต่ผมก็ชักจะขี ้เกียจเดินเหมือนกัน ผมยืนรอรถ หาจังหวะที่จะข้ามถนน แต่แล้วจู่ๆสายตาของผมก็ไปป้ ะเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์คันคุ้นตาที่เพิ่งจะจากกันเมื่อไม่นานมานี ้ รถมอเตอร์ไซค์คันนั ้นพุ่งเข้ามาหาก่อนจะจอดเทียบข้างๆฟุตบาทตรงที่ผมยืนอยู่ คนขี่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ผมจึงเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาคือใคร‚เจอจนได้นะ ยัยติวเตอร์‛ฮือ ทําไมนะ ทําไม‚พี่จะกลับหอแล้ว‛


‚หอ? ที่อยู่เธอน่ะเหรอ‛ เขาเท้าแขนลงบนแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ผมพยักหน้าหงึกหงัก น้องเนยหันหน้ามามองผม เขาทําหน้าเหมือนกําลังคิดอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะสะบัดปอยผมที่หล่นมาบนหน้าผากตัวเอง‚ขึ ้นมา‛‚ห้ะ‛‚บอกให้ขึ ้นมาไง หูหนวกเหรอ‛‚น้อง พี่จะกลับหอแล้ว เราจะพาพี่ไปไหนอีก‛ ผมถามเขาด้วยนํ ้าเสียงเหนื่อยอ่อน‚จะไปส่งหอ‛‚อะไรนะ‛ ผมถามเขาเสียงสูง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าอีกฝ่ ายจะไปส่งตัวเองที่หอ ผมไม่อยากจะให้น้องเนยรู้ที่อยู่ของผมเลยอ่ะ ทุกวันนี ้รู้สึกความปลอดภัยมันน้อยลงๆทุกขณะยังไงก็ไม่รู้ ผมส่ายหน้าไปมา ปฏิเสธน้องเนยทันทีจนเจ้าตัวเขาได้ขมวดคิ ้ว‚ไม่ต้องไปส่งพี่หรอก พี่กลับเองได้‛ ใช่ พี่กลับเองได้ และพี่มั่นใจว่าพี่กลับเองพี่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่านั่งซ้อนท้ายน้องแน่นอน‚เธอนี่เยอะจังวะ อุตส่าห์มีนํ ้าใจจะไปส่ง จะอะไรนักหนา เล่นตัวหรือไง‛‚แล้วคนที่น้องพามาด้วยเล่า‛‚อะไร‛‚ผู้หญิงที่มากับน้องน่ะ‛‚อ้อ ลงไปแล้ว เธอเห็นจริงๆสินะ‛ ผมหุบปากฉับ เผลอปล่อยไก่ตัวใหญ่ให้อีกฝ่ ายรู้จนได้ เฮ้อ ทินะทิ ไม่เก่งเรื่องแบบนี ้จริงๆสิเรา


‚ทําไม หึงเหรอ‛‚ห้ะ‛‚เธอคิดอะไร นั่นอ่ะเพื่อนกัน หึงแล้วเป็ นงี ้อ่อ‛ ผมอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องเนยจะคิดมาถึงจุดนี ้ได้ ผมยกเอามือข้างหนึ่งขึ ้นมานวดขมับตัวเอง โอย เนย แกอย่าเพิ่งมาเล่นพี่ตอนนี ้ได้ไหม แค่นี ้เองอ่ะ ระยะทางจากตรงนี ้ถึงหอมันก็แค่นี ้อ่ะ ทําไมนะ ทําไมผมถึงไม่สามารถกลับไปนอนพักที่หอได้อย่างสบายๆ ทําไมต้องเจอเขาด้วยเนี่ย เฮ้อ‚เนย โอเค วันนี ้พี่เหนื่อยมากๆ พี่ไม่มีแรงมาเถียงกับเรา โอเคไหม‛‚คงยาก เพราะเธอต้องทําการบ้านให้เรา‛‚น้องเนย‛‚หรือจะเอา‛โอยยย แล้วผมทําอะไรได้บ้าง ผมเลือกอะไรได้บ้างเนี่ย‚ขึ ้นมา หรือไม่งั ้นจะขับขึ ้นมอเตอร์ไซค์ขึ ้นไปรับเธอบนฟุตบาท‛‚หะ…หา อย่านะ!จะทําอะไรเนี่ย!” ผมตกใจเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่าน้องเนยจะทําแบบที่พูดจริงๆ เขาสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ก่อนทําท่าเหมือนจะบิดมันให้ขึ ้นมาบนฟุตบาท ผมอยากจะร้องไห้ น้องเนยนะน้องเนย ทําไมเป็ นคนแบบนี ้เนี่ยสุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมขึ ้นมานั่งซ้อนท้ายเขาจนได้ น้องเนยหันหน้ามามองผมที่ยังคงกล้าๆกลัวๆอยู่ ก็แหง ซ้อนท้ายน้องเนยมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลยนะ ใจผมเหมือนจะโดนกระชากเลยตอนที่น้องเนยบิดคันเร่ง อย่างน่ากลัว นั่งครั ้งเดียวจําได้ไม่ลืม‚ทําหน้าอย่างกับจะพาไปตาย‛ ก็แล้วมันไม่ใช่หรือไงล่ะ!


‚เราไม่ปล่อยให้เธอตายห่าหรอก‛ผมนิ่งไปเมื่อได้ยินคําพูดนั ้นของน้อง ผมมองดูใบหน้าของอีกคนผ่านกระจก‚เพราะเธอต้องทําการบ้านให้เราก่อน‛นั่นปะไร ให้ตายสิเนย จะทําให้พี่ปวดหัวกับเราไปอีกนานไหม!ผมนั่งซ้อนท้ายน้องเนย เกาะชายเสื ้อแจ็กเก็ตยีนส์สีซีดของเขาเอาไว้ ดีที่น้องไม่ได้ว่าผมที่ผมเกาะเขาแบบนี ้ วันนี ้น้องเนยเหมือนจะปราณีผม เขาขับช้าลง ถึงแม้จะยังเร็วอยู่ แต่ก็ถือว่าไม่เท่าวันนั ้น ผมต้องจําใจบอกทางไปหอให้น้องเนยรู้อย่างอดไม่ได้ เพราะเขาขู่ตลอดทางเลย ผมขัดใจเขาหน่อยเจ้าตัวก็บิดเร่งเครื่องจนผมผวาไปหมด ให้ตาย น่ากลัว น่ากลัวชะมัดเลยเด็กคนนี ้ไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์ก็พาพวกเราทั ้งคู่มาจอดที่หน้าหอพักของผม น้องเนยจอดลงตรงฝั่งตรงข้าม พอรถจอดสนิทผมก็ก้าวขาลงทันที‚นี่หอเธอเหรอ‛‚อื ้อ‛‚เธอรวยเหรอ‛‚ไม่ได้รวยสักหน่อย‛ ผมตอบกลับเขา ก่อนจะมองไปยังหอตัวเอง อันที่จริงหอของผมมันค่อนข้างจะดูดีจริงๆน่ะแหละถ้าเทียบกับหอที่อยู่ข้างเคียง สภาพดูดี น่าอยู่ แต่ราคาก็ไม่ได้แรงมากนะ ก็อยู่ที่ห้าพันกว่าบาทต่อเดือน ผมว่ามันก็พอไหว ผมกระชับสายกระเป๋ าก่อนจะเดิน แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อกระเป๋ าตัวเองถูกดึงเอาไว้โดยคนเด็กกว่าฮือ ปล่อยพี่ไปเนย พี่อยากนอนแล้ว


‚มานี่‛ เขาออกแรงกระตุกกระเป๋ าของผมให้เดินตาม สุดท้ายผมก็ต้องจําใจเดินตามน้องเนยจนได้ เขาพาผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ไม่ไกล เขาลากผมไปในร้านก่อนจะพานั่ง ผมมองไปรอบๆตัว นี่เขาพาผมมาร้านก๋วยเตี๋ยวทําไม‚น้อง พาพี่มานี่ทําไม‛‚มาร้านก๋วยเตี๋ยว มาตัดหญ้ามั ้ง นี่ก็ชอบถามอะไรโง่จังวะ‛ เขาบ่นผมก่อนจะตีหน้าดุใส่ เอ้า ก็ผมสงสัยนี่ จู่ๆจะลากมาร้านก๋วยเตี๋ยวแบบนี ้มันก็ได้เหรอ น้องเนยนั่งลงฝั่งตรงข้ามผม เขาดึงเอาสมุดที่ม้วนๆอยู่ในกระเป๋ ากางเกงตัวเองออกมาวางบนโต๊ะ ผมชะงักก่อนจะมองดูมัน โห สภาพสมุดอย่างเน่าเลยน้องเนย‚การบ้านมีสิบข้อ ทํา‛‚พี่เคยบอกเราแล้วใช่ไหมว่าพี่จะไม่ทําให้เรา‛‚จะแดกอะไร‛‚นี่‛ ผมชักจะหงุดหงิดแล้วนะที่เขาทําเนียนเปลี่ยนเรื่องใส่น่ะ‚เส้นเล็กต้มยําพิเศษที่หนึ่ง เธอเอาไรยัยบ๊อง‛ยะ..ยัยบ๊องอะไรของน้อง! ใครเป็ นยัยบ๊อง! ไปเอาคํานี ้มาจากไหนกันเนี่ย สรรหาคํามาเรียกกันจังเลยนะ‚หรือเธอกําลังไดเอต‛‚พี่กินมาแล้วเถอะเนย แล้วเลิกคิดอะไรแปลกๆสักทีได้ไหม เอ้อ ไอ้เรื่องการบ้านเนี่ย พี่จะสอน แต่เราต้องทําเอง พี่ไม่ทําให้เรา‛ ผมว่า ก่อนที่จะดันสมุดคืนให้น้อง น้องเลยกอดอก ก่อนจะดุนลิ ้นกับกระพุ้งแก้มไปมา‚ก็รีบทําให้ จะได้รีบปล่อยกลับ ไม่ดีหรือไง‛


‚แบบนั ้นน้องจะไม่ได้อะไรเลยนะ‛‚แล้วทําไมเราต้องได้อะไรจากเธอด้วยวะ พูดอย่างกับทุกวันนี ้มันได้อะไร‛ น้องเนยพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย หารู้ไม่ว่าคําพูดนั ้นทําเอาติวเตอร์อย่างผมถึงกับชะงักกึก ผมเริ่มรู้สึกขุ่นมัวขึ ้นมา ไม่พอใจกับคําพูดของน้องเอาเสียเลย อะไรกัน นี่สําหรับเขาแล้วไอ้การที่ผมพยายามสอนน่ะมันไม่มีค่าอะไรให้เขาเห็นสักหน่อยเหรอ ผมตั ้งใจจะสอนเขาจริงๆนะ ต่อให้เขาจะดื ้อ จะทําตัวแย่ๆใส่น่ะ ผมทนขนาดนี ้น้องยังไม่รู้ตัวอีกใช่ไหม‚เนย พี่ไม่ชอบที่เราพูดแบบนี ้‛ ผมเผลอขึ ้นเสียงแข็งใส่อีกคน น้องเนยเลิกคิ ้วใส่ทันที‚พี่ตั ้งใจมาสอนน้องทุกครั ้ง มีแต่น้องนั่นแหละที่ไม่ยอมรับอะไรเลย แล้วยังจะมาพูดอีกเหรอว่าไม่อะไรจากพี่‛‚นี่เธอ…”‚พี่ทนกับเรามากๆนะรู้ไหม พยายามมองว่าเราเป็ นแค่เด็กนิสัยเสียคนหนึ่ง เคยคิดนะว่าจะเปลี่ยนน้องได้ แต่ถ้ายังเป็ นแบบนี ้ต่อไป พี่ก็คงทนได้ไม่นานหรอก‛“…”‚ขอโทษก็แล้วกันที่พี่ไม่ได้ให้อะไรเราเลย‛ ผมพูดแค่นั ้น ก่อนที่จะลุกขึ ้นยืน เตรียมจะออกไปจากตรงนี ้ วันนี ้เป็ นครั ้งแรกที่ผมระบายความรู้สึกออกไปให้น้องฟัง ถึงแม้ว่าจะไม่ทั ้งหมด แต่ก็ถือว่ามันโล่งไปเยอะ ผมน่ะ ทนไม่ไหวจริงๆกับบางนิสัยของน้องเนย ผมเองก็คนนะ มีความรู้สึกเหมือนกัน ตอนนี ้อารมณ์ขุ่นมัวมันเต็มอกเลย ไหนจะบวกกับที่เขากวนประสาทผมอีก


ผมไม่รู้ว่าเขาตั ้งใจหรือเพราะมันเป็ นนิสัยของเขาอยู่แล้ว วันนี ้ผมกล้าจะสอนเขากลับเพราะอย่างไงซะถ้าเกิดอะไรขึ ้น ผมจะรีบวิ่งไปให้ยามที่หออ่ะช่วย‚เฮ้อ ให้ตายสิวะ เอ้อ! โอเค มา จะสอนก็มาสอน เรียนก็ได้วะ‛‚ถ้าเราไม่อยากเรียนก็ไม่ต้อง‛ ผมตอบกลับอีกคน น้องเนยถอนหายใจก่อนจะดึงสายกระเป๋ าของผมเอาไว้ เขาไม่ยอมให้ผมเดินหนี ออกแรงกระตุกให้ผมนั่งลง ผมมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เนยนี่จะยังไงกับผม เมื่อกี ้ทําท่าเหมือนไม่อยากจะให้สอน ทําไมตอนนี ้ยอมแล้ว หรือเพราะเขาคิดได้ที่ผมพูดไปเมื่อกี ้นี ้‚ไม่อยากเรียนจะแบกหน้ามาหรือไง มาสอนดิ พอจะเรียนแล้วจะไม่สอนหรือไง‛‚เนย‛‚เออๆ จะเรียนแล้วก็ได้‛ ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะมองดูหน้าอีกคน น้องเนยกอดอกก่อนจะก้มลงมองดูสมุดตัวเอง ผมยืนมองดูเขา น้องเนยเปิ ดหน้าสมุดไปมา เหมือนกําลังจะหาการบ้านของตัวเอง พอเขาเจอเขาก็เลยชี ้มันให้ผมดูให้ตายสิ ผมยังใจแข็งไม่พอจริงๆสินะโอเคทิ ถือซะว่าทําบุญทําทาน ช่วยเด็กคนหนึ่งก็แล้วกัน เอาบุญ จะได้หมดเคราะห์กับเขาสักที‚ถ้าไม่เรียน พี่จะหนีกลับจริงๆด้วย‛‚เออ‛‚อย่าเถียงพี่ อย่าขัดเวลาสอน ห้ามกวน แล้วก็ตั ้งใจทําการบ้าน ทีหลังจะได้ทําเองเป็ น‛


‚เออ รู้แล้วน่า ยืมปากกาด้วย ไม่มี‛‚อีกอย่าง‛‚อะไรอีก เรื่องเยอะจังวะยัยนี่‛‚เวลาพี่สอน ช่วยเลิกมองหน้าพี่ด้วยนะ พี่ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาโดนจ้อง‛‚ใครจ้องเธอวะยัยหลงตัวเอง! ไม่เคย!”♡♡♡‚ไอ้เนย มีบุหรี่สักตัวมั ้ย กูขอหน่อย‛‚ใต้โต๊ะ‛‚นี่มึงทําอะไรอยู่วะ…เฮ้ย! นี่มึง…”‚เหี ้ยไร‛‚มึงทําการบ้าน! มึงทําการบ้านเหรอ!”‚จะเสียงดังหาพ่อมึงเหรอไอ้สัสทิว‛‚ก็กูตกใจ คนอย่างมึงเนี่ยนะมานั่งทําการบ้านอ่านหนังสือ‛‚เออ‛‚เกิดอะไรขึ ้นวะ‛‚เปล่า‛‚?‛‚ก็แค่…รําคาญเวลายัยบ๊องนั่นมันบ่น มันง้อบแง้บๆในหู‛‚อะไรของมึง ใครคือยัยบ๊อง? เฮ้ย ไอ้เนย มึงพูดถึงใครเนี่ย‛


ตีครั้งที่8แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อว่าแรกเจอ‚ทิ‛‚หือ ว่าไง‛‚กูกราบมึงทีดิ๊!มานี่มา! ไอ้เหี ้ยเอ้ยย นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว‛ผมหัวเราะออกมาเมื่อเพื่อนทําท่าจะพุ่งเข้ามากราบแนบอก โต้งนี่เล่นใหญ่อีกแล้ว‚ถ้าไม่ได้มึง พวกเราคงไม่ผ่านแน่ๆ มึงนี่มันของขลังจริงๆ ควรค่าแก่การบูชา ไอ้พัช! เราต้องเลี ้ยงนํ ้าแดงเพื่อนแล้ว‛‚เออ เอาไหมทิ พวกกูจะเลี ้ยงนํ ้าแดง ถุย! ไอ้โต้ง เพื่อนไม่ใช่กุมารทองไหมล่ะ!” ผมมองดูทั ้งคู่ดันหัวกันและกัน วันนี ้หลังจากที่พรีเซนต์เสร็จและพบว่างานมันผ่าน ผมกับเพื่อนๆต่างก็พากันดีใจจนเนื ้อเต้น ดีใจมากๆ ดีใจจริงๆ รู้สึกโล่งไปหมดเลย โดยเฉพาะโต้งที่ดูจะดีใจมากกว่าใคร อันที่จริงวันนี ้ก็โดนคําถามโหดๆหินๆจากอาจารย์ไปเยอะอยู่เหมือนกัน ตอนแรกก็เกือบตอบไม่ได้ ดีที่พออ่านข้อมูลมาแวบๆ พอผ่านๆตา เลยแถไปได้เรื่อยๆ วันนี ้เหมือนโชคจะช่วยผมสุดๆแล้ว‚เฮ้ย แบบนี ้มันต้องฉลองแล้วป่ ะ วันนี ้ไอ้ทิไม่มีสอนด้วยนี่หว่า‛


‚ใช่ วันนี ้ว่าง‛ ผมกระชับสายกระเป๋ าก่อนจะตอบกลับเพื่อนยิ ้มๆ โต้งรีบวิ่งเข้ามากอดคอผมทันที‚มึง วันนี ้กูจะพามึงไปเปิ ดโลก‛‚ไปไหน‛‚เดอะแซดคลับ‛ ผมชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อสถานที่ที่เพื่อนบอก ชื่อนี ้คือชื่อของร้านเหล้าชื่อดังแถวๆมหาวิทยาลัยเลย ตั ้งแต่เข้ามาปี หนึ่งก็มีแต่คนพูดถึงชื่อนี ้ เพื่อนๆในคณะผมน่าจะไปกันบ่อยแล้ว คงเหลือแต่ผมนี่แหละที่ไม่เคยจะไปสถานที่แบบนี ้เลย‚สักหน่อยน่าทิ มึงจะอยู่แบบนี ้ไม่ได้นา นี่ วันนี ้กูจะพามึงไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ‛‚ร้านเหล้าเนี่ยนะ‛‚เออดิ มึงไม่เคยไป แล้วมึงจะรู้ได้ไง เนี่ย ไปเถอะ สักครั ้งหนึ่งก็ยังดี อีกไม่กี่ปี มึงก็จะจบอ่ะ ในอนาคตเผื่อมึงต้องเข้าสังคมไงทิ จะได้ฝึ กๆไว้‛‚มึงกล่อมไอ้ทิฉิบหายเลยว่ะโต้ง ชักแม่นํ ้าทั ้งห้าสุดๆ‛ พัชส่ายหัวระอาใส่เพื่อนก่อนจะเดินมาขนาบข้าง ผมใช้ความคิดทบทวนกับตัวเอง เอาจริงๆนะ ก็แอบอยากลองดูอยู่เหมือนกัน อยากรู้ว่าทําไมโต้งกับพัชถึงชอบไปกันนักไอ้ร้านเหล้าเนี่ย ถามทีไรก็บอกแค่ว่าไปเอาบรรยากาศ ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าบรรยากาศที่พวกเขาว่านี่มันดียังไงวันนี ้ว่าง แต่พรุ่งนี ้มีสอนน้องเนยตอนเย็น คงไหวอยู่มั ้งเอาไงดีจะลองไปดูสักครั ้งไหมนะ‚น่า ไปเหอะมึง ลองดูๆ เนี่ย พวกกูก็ไปด้วย มึงไม่ต้องกลัวอะไร‛ โต้งบอกกับผมพร้อมขยิบตาส่งมาให้ ผมถอนหายใจก่อนจะหันไปมองพัช รายนั ้น


ก็พยักหน้าเห็นด้วย ผมจึงตัดสินใจที่จะพยักหน้าออกมาเบาๆ เสียงเฮจึงดังขึ ้นจากทั ้งคู่ โต้งและพัชตีมือกัน ผมยิ ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางดีใจจนเว่อร์ของเพื่อนๆเอาเถอะทิ ถือว่าเป็ นประสบการณ์แรกของการเข้าร้านเหล้าหลังจากที่นัดกันเสร็จสรรพ ผมก็ขอตัวกลับมาที่หอก่อน วันนี ้พัชบอกว่าจะมารับตอนสามทุ่ม แล้วออกไปที่ร้านด้วยกัน โต้งจะไปรอก่อน โต้งไปจองโต๊ะ ผมจึงกลับมานอนเล่นที่หอ นอนไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึงเวลานัด ผมเข้าไปอาบนํ ้าแต่งตัวใหม่ ทั ้งโต้งทั ้งพัชไลน์มาบอกให้ผมแต่งตัวให้มันดูดีๆหน่อย ผมเองก็ไม่รู้ว่าดูดีในความหมายของพวกเขาคือยังไง แต่สําหรับผมมันก็คือเสื ้อเชิ ้ตกับกางเกงสีเรียบตัวนี ้‚ไอ้ทิ กูจะพามึงไปร้านเหล้า ไม่ได้ไปสอนเด็กค่ายโอลิมปิ กวิชาการ‛‚เอ้า‛ผมก้มลงองดูเสื ้อผ้าตัวเอง อันนี ้มันดูแย่เหรอ ผมว่านี่ก็โอเคมากๆแล้วนะสําหรับการออกไปเที่ยวข้างนอกน่ะ‚เออๆ เอาเถอะ กูไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้วทิ มาๆ ขึ ้นมา จะได้ไปสักที‛ พัชโบกมือปัดๆ ก่อนที่เขาจะยื่นหมวกกันน็อกมาให้ ผมรับมาใส่แล้วขึ ้นไปนั่งซ้อนท้ายอีกคน ยังไม่ได้ชมพัชเลยนะว่าวันนี ้เขาแต่งตัวเท่มากๆ กลิ่นนํ ้าหอมลอยฟุ้ งเลย ปกติมาร้านเหล้าต้องแต่งตัวแบบนี ้เหรอเนี่ยไม่นานนักพัชกับผมก็มาจนถึงร้านจนได้ ผมลงจากรถก่อนจะมองเข้าไปด้านใน เสียงจากวงดนตรีสดลอดมาให้ได้ยิน พัชจอดรถให้เรียบร้อย เขาเช็คทรงผมของเขาก่อนจะเดินกอดคอผม พาเข้าไปข้างในร้าน ผมมองดูกลุ่ม


คนมากมายที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆ ก่อนที่สายตาจะไปตกอยู่กับเพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่ไกลๆ พัชชี ้ไปที่โต้งก่อนจะพาผมไปนั่ง‚ไอ้ทิ อันนี ้คือแต่งตัวหล่อของมึงแล้วใช่ไหม‛‚เฮ้อ พัชก็พูดงี ้ มันไม่ได้เหรอ‛ เอาจริงๆ ผมเริ่มจะอยากกลับไปเปลี่ยนแล้วนะเนี่ย ทําไมเพื่อนๆแซวกันทั ้งคู่เลย ผมก้มลงมองดูการแต่งกายของตัวเองอีกครั ้ง‚กูก็ไม่ได้ว่ามันแย่ แต่งแบบนี ้ก็ดูเป็ นมึงดี‛ โต้งว่า ก่อนที่จะยื่นแก้วมาให้ผม ในนั ้นมีของเหลวอยู่ ผมรับมางงๆ‚กูชงให้ อันนี ้เบาสุดๆละ เลเวลพื ้นฐานเลย‛ โต้งว่าก่อนที่จะขยิบตาส่งมาให้ ผมรับมันมาก่อนที่จะค่อยๆจิบมัน ชิมไปได้นิดหน่อยก็ต้องเบ้หน้า รสชาติของเหล้ามันเป็ นแบบนี ้เองเหรอ ไม่ถูกปากผมเอาซะเลย มันขมๆ แปลกๆ‚ทําหน้าอย่างกับกูเอายาพาราให้กินนะมึง นั่นเหล้านะเว้ย‛ พัชขําออกมาเมื่อเห็นท่าทางของผม เขายกเอามือถือขึ ้นมาถ่ายคลิปเลยด้วยซํ ้า ดูท่าทางจะประทับใจมากที่เห็นผมกินเหล้า‚ไม่อร่อยอ่ะ‛‚เขากินเพื่ออร่อยกันซะที่ไหน เขากินเพื่อฟี ลลิ่งเว้ย ชน!‛ โต้งพูดออกมาก่อนที่จะชนแก้วกับพัช ทั ้งคู่นั่งดื่มไปเรื่อยๆจนเหล้าในมือค่อยๆพร่อง ผมเองก็พยายามจิบๆตามไป ยิ่งดึกเสียงเพลงในร้านก็ยิ่งมีอิทธิพลกับลูกค้าขึ ้นเรื่อยๆ พอเริ่มจังหวะเพลงเศร้าคนก็ร้องกันทั ้งร้าน พอเริ่มเพลงร็อกก็เห็นบางคนชูแก้วเหล้าไปมา โต้งและพัชก็เป็ นหนึ่งในนั ้น ดูท่าทางพวกเขากําลังสนุกได้ที่ ผมนั่งเขย่าขาไปตามจังหวะเพลง ก่อนจะยกเหล้ากระดกเข้าปาก


ตอนนี ้ผมสามารถที่จะทนดื่มมันอึกใหญ่ๆได้แล้ว นั่งดื่มไปเรื่อยๆมันก็เหมือนค่อยๆชินไปเอง ผมรู้สึกว่ารสชาติมันก็ค่อยๆจางลง ไม่รู้สิ มันอาจจะเป็ นเพราะลิ ้นผมชาไปแล้วมั ้งผมนั่งมองไปยังเวทีเล็กๆที่ตอนนี ้มีวงดนตรีกําลังแสดงอยู่ ทั ้งวงมีประมาณห้าหกคนได้ผมจับจ้องไปยังนักร้องนําที่ตอนนี ้กําลังจับกีตาร์แล้วร้องเพลงอะคูสติกสากลเบาๆ เหมือนเป็ นช่วงให้ผ่อนคลายหลังจากที่เมามันส์กันมาได้สักพักใหญ่ผมนั่งมองแล้วเอนหัวไปมา แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่านักร้องกําลังมองมาทางนี ้ ผมไม่รู้ว่าควรจะทํายังไง ปกติเวลาที่มีคนมองมาผมก็ยิ ้มตอบ ผมจึงยิ ้มตอบกลับเขาไป ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นหรือเปล่า แต่สําหรับผมนี่มันก็ถือเป็ นมารยาทแค่นั ้น ซึ่งดูท่าทางรอยยิ ้มของผมจะชัดเจนจนคนบนเวทีมองเห็น เขาจึงยิ ้มตอบกลับมา‚ไอ้ยุมันร้องเพลงเพราะเนอะ‛‚อือ มันเพิ่งจะมาเป็ นนักร้องได้ไม่นาน แต่เอาจริงๆมันก็ร้องเพราะตั ้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กูกับมันก็เคยไปร้องเพลงรับบริจาคด้วยกัน‛‚แล้วทําไมตอนนี ้มึงไม่ร้อง‛‚เพราะกูขี ้เกียจไงไอ้เหี ้ย ร้องแม่งแทบจะทุกอาทิตย์ กูไม่ไหว กูจะนอน‛ พัชโวยวายก่อนที่จะเอนตัวพิงกับเก้าอี ้ ผมหันหน้าไปมองดูทั ้งสองคน ดูท่าทางพวกเขาเองก็คงจะพอรู้ว่าตอนนี ้ผมสงสัยมากๆในเรื่องที่พวกเขาเพิ่งจะพูดกันไป‚หน้ามึงอยากรู้มากทิ‛‚ก็อยากรู้นี่ รู้จักคนบนเวทีเหรอ‛


‚เออ กูรู้จักหมดนั่นแหละ ไอ้นั่นตาม ไอ้มือกลองชื่อบีม ไอ้เสื ้อขาวชื่อก้อง ไอ้คีย์บอร์ดชื่อ…ชื่อไรวะ อ้อ ชื่อป้ าง แล้วก็ไอ้นักร้องชื่อพายุ‛ พัชยกมือแล้วชี ้ให้ผมดูทีละคนๆ เขาไล่ให้ดูว่าใครบ้างที่อยู่บนนั ้น ผมพยักหน้าก่อนจะมองดูตาม‚กูเคยสนิทกับไอ้พายุ ตอนช่วงปี หนึ่งปี สอง เคยอยู่ชมรมร้องเพลงด้วยกัน แต่ตอนนี ้กูลาออกมานานละ‛‚มึงดูคนไม่ลาออก อย่างหล่อ คนลาออกอย่างหมาอ่ะไอ้เหี ้ย‛‚ไอ้สัสโต้ง!มึงจะเอาเหรอ‛‚เพื่อนหยอกจ้า‛ ผมนั่งขํามองดูโต้งกับพัชด่ากัน พวกเขาเถียงกันไปมา แต่พอเพลงต่อไปขึ ้นก็กลับมากอดคอกันร้องเพลงต่อเหมือนเดิม ผมล่ะขําจริงๆ เพลงนี ้จบไป เพลงต่อไปก็ขึ ้นมา วนไปเรื่อยๆแบบนี ้ มีทั ้งเพลงที่ผมรู้จัก แล้วก็ที่ผมไม่รู้จัก ผมนั่งดื่มไปเรื่อยๆจนเหล้าในมือหมดไป นั่งเขี่ยมือถือเล่นสักพักก็รู้สึกปวดฉี่เลยเดินไปเข้าห้องนํ ้า ผมเดินเข้าไปทําธุระของตัวเองจนเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกมาล้างมือ ในตอนนั ้นเอง ใครบางคนก็เดินเข้ามาข้างใน ผมหันไปมองก่อนจะนึกได้ว่าคนคนนี ้เป็ นนักร้องนําบนเวที เขาเองก็ดูจะชะงักไปเมื่อเห็นผมยืนล้างมืออยู่‚...” ผมไม่ได้พูดอะไร หันกลับมาล้างมือ ผมเอานํ ้ามาลูบหน้าตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้มันสดชื่น ก่อนจะสะบัดมือสองสามครั ้งแล้วเดินผ่านออกไป‚เดี๋ยว‛‚หือ‛ ผมชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครบางคน ผมหยุดเท้าก่อนจะหมุนตัวกลับไป นักร้องนําคนนั ้นกําลังพูดกับผม เขามองไปที่โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ


อ่างล้างมือ ผมตกใจก่อนจะรีบเดินเข้าไปหยิบมัน ให้ตายสิ ผมเกือบจะลืมโทรศัพท์เอาไว้ในห้องนํ ้าอย่างนั ้นเหรอเนี่ย‚ขอบใจนะ‛ ผมตอบอีกคนยิ ้มๆ‚ไม่เป็ นไร ทีหลังอย่าลืมของไปทั่ว แถวนี ้ของหายบ่อย‛ เขาพูดพร้อมทําธุระส่วนตัวไปด้วย‚ส่วนมากคนเมาชอบลืมของเอาไว้ในห้องนํ ้านี่แหละ หลายรายแล้ว‛‚นี่ยังไม่เมาสักหน่อย‛‚หึ ครับ‛ เขาตอบผมสั ้นๆ ก่อนที่จะจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินมาล้างมือ ผมหมุนตัวเดินกลับออกมาจากห้องนํ ้า โต้งกับพัชนั่งเอนหัวไปมาตามจังหวะเพลง ผมเดินกลับมานั่งลงที่เดิม แต่ยังไม่ทันจะได้ทําอะไร โต้งก็ยื่นแก้วเหล้าแก้วใหม่มาให้ผม ดูโต้งตอนนี ้สิ หน้าแดงแล้วนะนั่น เมาแล้วหรือเปล่านะ แล้วแบบนี ้เขาจะขับรถกลับหอไหวไหมเนี่ย‚เอาไป แก้วนี่เพื่อมึงทิ‛‚พอแล้ว แก้วเดียวก็พอ‛‚ไม่พอ วันนี ้กูตั ้งใจไว้ว่ามึงจะต้องได้สามแก้ว เอ้า!”‚บอกว่าไม่เอาไง เฮ้อ‛ ผมบ่นไปอย่างนั ้น แต่สุดท้ายก็ต้องจําใจรับมันมาจนได้เพราะโต้งเล่นยัดใส่มือแบบนี ้ ผมนั่งมองดูแก้วเหล้าในมือก่อนจะจิบมัน รอบนี ้แอบรู้สึกว่ารสชาติมันไม่เหมือนเดิม สีหน้าสงสัยของผมเด่นชัดจนทําเอาโต้งและพัชจับสังเกตได้อีกครั ้ง โต้งชูสองนิ ้วให้ผม‚อันนี ้เลเวลสองเว้ย เอาให้หมดๆ‛ให้ตายสิ มันจะมีสักกี่เลเวลกัน แค่เลเวลแรกผมว่าผมก็เริ่มมึนๆแล้วนะ


กว่าจะได้ฤกษ์กลับก็ปาไปตีหนึ่งเกือบๆตีสอง สรุปแล้ววันนี ้ผมโดนโต้งยัดไปสามแก้ว เขาทําอย่างที่เขาว่าจริงๆ แล้วแก้วสุดท้ายนี่แหละหนัก เชื่อไหมว่าตอนนี ้ผมแทบจะเดินตรงๆไม่ได้แล้ว หัวผมมันหนักๆไปหมด จนต้องอาศัยพัชช่วยพยุงออกมา ผมไม่รู้ว่าพัชกับแต้ยังไหวกันได้ยังไง จริงๆพวกเขาดื่มกันมากกว่าผมเสียอีกนะ ตอนผมเริ่มแก้วที่สามคือคอพับแล้ว แต่โต้งก็ยังคะยั ้นคะยอให้ดื่มจนได้‚ไอ้โต้ง มึงมอมเพื่อน ไอ้ห่า พ่อคุณครูของกูกลายเป็ นผักเปี ยกแล้ว‛‚กูเพิ่งเคยเห็นมันเมานะเนี่ย เฮ้ยทิ ไหวไหม‛‚อือ‛‚หน้ามันแดงฉิบหาย จะแพ้เหล้าไหมวะ‛เสียงโต้งกับพัชคุยกันไม่ได้เข้าหูผมสักนิด ผมกําลังอยู่ในสภาวะสะลึมสะลือสุดๆ รู้สึกแค่ว่าตอนนี ้พัชกําลังขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยมีผมเกาะหลัง ผมทิ ้งหัวตัวเองลงบนหลังของเพื่อน อาการเวียนหัวไม่หายไปไหน ผมไม่รับรู้อะไรอีก พัชพาผมขึ ้นมาบนห้องก่อนจะพาไปนอนดีๆ ผมพลิกตัวเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เสียงของเพื่อนลอดเข้ามาในโสตประสาทแต่ผมก็ฟังไม่ได้ศัพท์แม้แต่คําเดียวพอแล้วเหล้า พอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว♡♡♡ถ้าใครคิดว่าตอนเมามันแย่แล้ว อยากเรียกให้มาสัมผัสกับคําว่าแฮงค์[ปวดหัวอยู่ไหม]‚อือ ปวด หนักไปทั ้งตัวเลย‛


[วันนี ้มึงมีสอนไหม]‚มี แต่ตอนเย็นๆอ่ะ‛[ทิ ตอนนี ้บ่ายสามแล้ว]‚อะไรนะ!”ผมจําเป็ นที่จะต้องพาร่างปวกเปี ยกของตัวเองลุกขึ ้นมาจากเตียง เอาจริงๆยังรู้สึกหนักๆหัวไม่หาย ตอนลงจากเตียงก็คือเซถลาเลยด้วยซํ ้าไป ผมรีบเข้าไปจัดการตัวเอง อาบนํ ้า แต่งตัวใหม่ ถึงได้รู้สึกสดชื่นขึ ้นมาบ้างเล็กน้อย ผมเดินไปมองดูตัวเองในกระจก สภาพวันนี ้ดูไม่จืดเลย โทรมๆเหนื่อยๆ เฮ้อ วันนี ้ผมต้องไปสอนน้องเนยอีก จะเหลือพลังงานอะไรไปสู้กับเขากันนะ ไม่น่าเลย ไอ้ตอนแรกคิดว่ามันไม่น่าจะเมา สุดท้ายโดนโต้งแกล้งเอาจนได้ผมลงมาจากห้องตัวเอง เลือกซื ้อข้าวไข่เจียวข้างทางเป็ นอาหารรองท้องสักจาน ก่อนจะออกเดินทางไปยังร้านอาหารของแม่น้องเนย การที่ผมออกมาช่วงนี ้ทําให้เจอกับสภาวะรถติด ผมนั่งอยู่บนรถรอเวลาไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่จะถึงนะ ผมนัดน้องเอาไว้ตอนห้าโมงจนถึงหนึ่งทุ่ม นับๆก็สองชั่วโมงได้ ตอนนี ้ก็สี่โมงเย็นจะครึ่งแล้ว ผมยังไม่ถึงร้านเลย ผมควักเอาไอแพดออกมาก่อนจะเลื่อนดูเนื ้อหาที่จะเตรียมไปสอนน้องเนย นั่งทบทวนไปๆมาๆฆ่าเวลา จนในที่สุดก็มาถึงที่ร้านตอนเกือบห้าโมง ผมรีบเดินเข้าไปข้างใน ไหว้สวัสดีป้ าติ๋มแล้วเดินเข้าไปยังหลังร้าน สถานที่ติวประจําของผมกับน้อง‚เดี๋ยวป้ าตามน้องให้ ทิรอแถวนี ้ไปก่อนนะ‛‚ครับ‛ป้ าติ๋มเดินออกมาบอกผม ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในร้าน ดูท่าทางป้ าเขากําลังโทรหาลูกชายตัวเอง ผมถอนหายใจออกมา ก่อนจะนั่งรอน้อง รู้แบบ


นี ้ไม่น่ารีบเลย น้องเนยสายกว่าผมอีกนะเนี่ย ผมก้มลงมองดูเวลาบนข้อมือ ก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์ขึ ้นมาเล่นฆ่าเวลา แต่เล่นไปเล่นมาอาการเวียนหัวก็กลับมาอีกครั ้ง ผมยกมือข้างหนึ่งขึ ้นมาเท้าคาง ผ่านไปหลายสิบนาทีน้องเนยก็ยังไม่โผล่มา ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่อย่างนั ้นจนเริ่มรู้สึกเหมือนหนังตาตัวเองมันหนักๆ ผมพยายามต่อสู้กับมัน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เมื่อเปลือกตาปิ ดลงสนิทผมก็เหมือนชัทดาวน์ตัวเอง หลับไปโดยไม่รู้เรื่องอะไรไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ผมถึงได้สะดุ้งตื่นขึ ้นมา ผมส่ายหัวไปมาเบาๆก่อนที่จะยันตัวเองขึ ้น แต่แล้วผมก็ต้องตกใจที่เห็นน้องเนยนั่งอยู่ตรงข้ามตัวเองแล้ว‚มันใช้ได้ไหม มาหลับต่อหน้านักเรียนอ่ะ‛โอ้ย ให้ตายสิ นี่ผมเผลอหลับไปเหรอเนี่ยผมก้มลงมองดูเวลาบนข้อมือ โห ผ่านมาชั่วโมงกว่าเลยนะ นี่ผมหลับไปนานขนาดนั ้นเลยเหรอ แล้วนี่น้องเนยมาตั ้งแต่ตอนไหนเนี่ย‚ไปเหนื่อยอะไรมา ทําอย่างกับไม่ได้นอน‛ เขาถามผมด้วยนํ ้าเสียงขึ ้นจมูก ผมมองดูเขา น้องเนยหยิบเอากระจกพับขึ ้นมาส่องหน้าตัวเองแล้วจัดปอยผมด้านหน้า ให้ตายสิ เขาตอนนี ้เหมือนโก๋หลังวังยุคหกศูนย์เลย อย่างกับหลุดมาจากหนังเก่าๆสักเรื่อง อะไรดลใจให้เขาคลั่งไคล้สไตล์แบบนี ้กันนะ มันยิ่งกว่ารุ่นพ่อผมเสียอีก เผลอๆรุ่นปู่ ด้วยซํ ้าไป‚มองทําไม เราหล่อโดนใจเธออีกแล้วเหรอ‛พี่มองเพราะแกประหลาดเถอะน้องเนย‚มองให้ตายเราก็ไม่ชอบเธอหรอก ปลงเสียเถอะแม่จําเนียร‛‚ห้ะ‛


‚ไม่รู้จักเหรอ พ่อไก่แจ้น่ะ‛ เขาเลิกคิ ้วขึ ้นก่อนจะถามผมกลับ ผมส่ายหน้าไปมา อีกคนก็เลยถอนหายใจใส่ ผมเลือกที่จะไม่สนใจเรื่องของเขาต่อ อะไรก็ไม่รู้ จู่ๆก็มาแม่จําเนียร มาพ่อไก่แจ้ใส่ อะไรเนี่ย ผมเมินเขาแล้วหยิบเอาไอแพดออกมา เตรียมจะสอนอีกคน น้องเนยชะงักไปเมื่อเห็นว่าผมกําลังจะเริ่มสอนแล้ว‚พี่ให้การบ้านเราไปใช่ไหม ทําเสร็จหรือยัง เอามาดู‛‚เขินแล้วก็เปลี่ยนเรื่องอีกละ‛‚เนย‛‚เอาไป‛ ผมแปลกใจเล็กน้อยที่น้องเนยวันนี ้ว่าง่าย เขาเอาสมุดออกมาวางบนโต๊ะ ผมมองหน้าเขา ก่อนที่จะหยิบเอาสมุดเล่มนั ้นมา เปิ ดหาหน้าการบ้าน แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ ายดันแปะจิ ้งจกยางเอาไว้ พอเขาเห็นผมสะดุ้งไปแบบนั ้นก็เลยหัวเราะออกมา ผมมองเขา ให้ตายสิ! เล่นบ้าอะไรเนี่ย‚กะอีแค่จิ ้งจก จะกลัวอะไร‛ ไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอไง ไอ้เด็กบ้า เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง เขายื่นมือมาแกะจิ ้งจกยางแล้วเอาไปเขย่าเล่น มันดึ๋งๆไปมาอยู่ในมือของน้อง ผมมองดูการกระทําของเขาแล้วก็ต้องส่ายหัวไปมา‚มาเริ่มเรียนเถอะ วันนี ้พี่จะขึ ้นเรื่องเอกลักษณ์นะ‛ผมบอกเขา ก่อนที่จะเริ่มสอนอีกคน ผมพูดๆไป น้องเนยก็ทําหูทวนลม มีบ้างที่ผมต้องคอยบอกเขาว่าให้ตั ้งใจหน่อย ให้ฟังหน่อย เขาถึงได้ทําท่าเหมือนจะตั ้งใจฟังขึ ้นมา แต่แล้วสักพักสมุดเล่มที่เขาเอามาทําการบ้านก็ถูกอีกฝ่ ายขีดๆเขียนๆ วาดรูปอะไรก็ไม่รู้


‚ในทางคณิตศาสตร์ เอกลักษณ์การบวก ของเซตที่มีการดําเนินการของการบวก ...เนย วาดอะไร พี่ให้จดนิยามของมันเนี่ย จดไปสิ‛ผมกําแอปเปิ ้ลเพ็นในมือ น้องเนยตอนนี ้ดูท่าทางจะไม่เรียนแล้ว เขาหยิบสมุดหยิบปากกาไปขีดๆเขียนๆอะไรก็ไม่รู้ ยุกยิกได้พักใหญ่แล้ว ผมชักจะทนเขาไม่ไหวเต็มทีเลยยื่นมือไปจะดึงสมุดเขา แต่อีกฝ่ ายดันมือไวกว่า เขาเอามันหนีผมก่อนจะทําหน้าตาเหมือนเหนือกว่า พอเห็นผมสู้อะไรไม่ได้เจ้าตัวก็ส่งรอยยิ ้มร้ายๆกลับมา หน้าตาเจ้าเล่ห์ชะมัดเลยเด็กคนนี ้‚อยากรู้เหรอ‛‚ทําไมไม่ตั ้งใจเรียนให้พี่สักที‛ ผมพรูลมหายใจออกมา น้องเนยยิ ้มอยู่อย่างนั ้นก่อนที่จะพลิกสมุดมาให้ผมดู ผมอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าเขาวาดรูปล้อเลียนตัวเองกําลังนอนนํ ้าลายยืด น้องเนยวาดเติมเขาให้ผม เติมนํ ้าลายให้ แล้วยังจะใส่ขนจมูกดําๆให้กันอีก เป็ นภาพที่น่าเกลียดสุดๆไปเลย‚เนย!”‚ชื่อภาพ ยัยติวเตอร์ขี ้เซานอนกรนครอกกื ้กๆ‛โอยยยย ผมล่ะเหนื่อยใจ นี่ผมสอนเด็กมอสี่หรือเด็กปอสี่กันแน่เนี่ย!♡♡♡‚เนย‛‚ไร‛‚มึงวาดรูปอะไรวะ กูเห็นมึงนั่งสเกตซ์มาตั ้งแต่เช้าแล้ว‛‚เสือก‛


‚โห วาดอย่างสวย ใครวะลูกพี่ แต่หน้าคุ้นๆ…โอ้ย!”‚อย่าเสือก ใครให้มึงดู!”‚เอ้า โธ่ ก็แค่อยากรู้ เห็นลูกพี่วาดไปยิ ้มไป เหมือนคนบ้า ว้ากกก!”‚ไปไกลๆตีนกูเลยไอ้เวร! มึงว่ากูบ้าเหรอ‛‚เออ กูก็ว่าคุ้นๆ มึงวาดใครวะเนย ตั ้งอกตั ้งใจวาดขนาดนี ้… แน๊‛‚เหี ้ยอะไร กูวาดผีตาโบ๋ มึงมองยังไงของพวกมึง‛‚ใช่เหรอเนย ผีตาโบ๋แน่เหรอ หลับตาพริ ้มขนาดนั ้น…”‚กูบอกว่ากูวาดผีตาโบ๋ก็ผีตาโบ๋‛‚แน๊…”‚ใครพูดอีกกูจะต่อยตาโบ๋ให้หมดเลยไอ้พวกเหี ้ย‛‚เอ้อ! ก็ได้ ผีตาโบ๋ก็ผีตาโบ๋ มึงนี่มีพรสวรรค์เนอะ วาดผีตาโบ๋ยังไงให้ดูดีขนาดนั ้น โอ้ย! ไอ้เหี ้ยมึ ้งงง กูไม่พูดแล้วๆๆๆๆ‛


ตีครั้งที่9ฉันและเธอคือคู่สร้างมาผมเริ่มรู้สึกว่าน้องเนยดีขึ ้นกว่าครั ้งแรกที่เจอมันเป็ นเหมือนจุดเล็กๆ ถ้าไม่ตั ้งใจสังเกตจริงๆก็จะไม่ค่อยเห็นชัด น้องเนยยังคงพูดจากระโชกโฮกฮาก ชอบกวนประสาทผมเหมือนเดิม แต่ถ้าดูในเรื่องของการเรียน ผมรู้สึกว่าเขาเริ่มค่อยๆยอมผมลงมาบ้าง เริ่มมีส่วนร่วมในการเรียนขึ ้นมาบ้าง แบบ เมื่อก่อนเวลาที่ผมสั่งการบ้าน น้องเนยไม่เคยจะทําหรอก ดีสุดก็เขียนโจทย์ แค่นั ้นผมก็แทบจะต้องกราบเขาแล้ว แต่ลองมองดูทุกวันนี ้ เขายอมทําการบ้านมาส่งผม มีบ้างที่ทํามาไม่ครบ น้อยครั ้งที่เขาจะทํามาส่งดีๆ ไม่มีรูปวาดล้อเลียนเต็มหน้ากระดาษแถมมาด้วยอือ ถ้าดีขึ ้นแบบนี ้ก็ค่อยมีกําลังใจสอนต่อหน่อยผมกระชับสายกระเป๋ า ก่อนที่จะเดินลงมาจากรถโดยสาร กะว่าจะเดินไปยังร้านป้ าติ๋ม สถานที่ติวระหว่างผมกับน้องเนย วันนี ้ผมเตรียมชีทใหม่มาให้เขาด้วย ภาวนาด้วยเถอะว่าขอให้ชีทนี ้อยู่รอดปลอดภัย ขอให้น้องเนยไม่เอาไปพับจรวด ไม่เอาไปฉีกกินแทนข้าว‚ค่ะ ค่ะ กําลังจะออกไปค่ะ‛ แต่แล้วในขณะที่ผมกําลังจะเปิ ดประตูร้าน ผมก็ต้องชะงักไปเมื่อเจ้าของร้านกําลังเดินออกมา มือข้างหนึ่งของป้ าติ๋มถือโทรศัพท์ ส่วนมืออีกข้างก็ถือกระเป๋ า ดูท่าทางกําลังจะรีบไปที่ไหนสักที่


‚อ้ะ น้องทิ‛‚สวัสดีครับป้ าติ๋ม‛‚เฮ้อ วันนี ้คงยังไม่ได้สอนนะ เพราะไอ้ตัวดีมันไปก่อนเรื่อง ป้ าต้องไปจัดการก่อน‛‚ครับ?‛ ผมเลิกคิ ้วสงสัย ไอ้ตัวดีที่ว่านี่ก็ไม่น่าจะเป็ นใครนอกจากน้องเนยนั่นแหละ มีเรื่องอะไรเกิดขึ ้นกันแน่ ทําไมป้ าติ๋มมีท่าทีรีบร้อนขนาดนี ้‚ก็มันน่ะสิ เฮ้อ ไอ้เรื่องต่อยเรื่องตีนั่นแหละน้องทิ ตอนนี ้มันอยู่สน. ป้ าต้องไปรับตัวมัน ไปก่อนนะ วันนี ้ป้ าต้องขอโทษด้วยที่เกิดอะไรแบบนี ้ น้องทิมาเสียเที่ยวเลย‛ ป้ าติ๋มทําสีหน้าลําบากใจ ก่อนที่จะบอกให้ผมกลับไปก่อน ผมมองดูตามแผ่นหลังของผู้หญิงอายุมากกว่าก่อนที่จะตัดสินใจเรียกเขาเอาไว้‚อะ..เอ่อ ป้ าติ๋มครับ‛‚หือ ว่ายังไง‛‚คือ…ถ้าอย่างนั ้นผมฝากชีทเอาไว้ให้น้องเนยได้ไหมครับ‛‚อ้อ ดะ… แปบนะ ค่ะ สวัสดีค่ะ‛ ผมกําลังจะยื่นชีทให้แม่น้องเนย แต่แล้วจู่ๆอีกฝ่ ายก็เหมือนจะมีสายเข้ามาก่อน เขาเลยจําเป็ นที่จะต้องรับ ผมยืนนิ่งรอป้ าติ๋มคุยโทรศัพท์จนเสร็จ‚มึงนี่นะ!หาเรื่องให้กูอีกแล้ว!” ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆป้ าติ๋มแกก็ตะโกนขึ ้นมา หน้าแกดูจะเหนื่อยใจอยู่พอสมควร ผมยืนนิ่ง เงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ป้ าติ๋มตอนนี ้น่ากลัวชะมัด ไม่เคยเห็นแกหงุดหงิดขนาดนี ้มาก่อนเลย แม่ลูกเหมือนกันเป๊ ะ‚กูอุตส่าห์หาคนมาสอน!ให้มึงเรียน ดู๊ดู! เฮ้อ เนี่ย พี่ทิเขามารอสอนมึง กูต้องให้เขากลับก่อนเนี่ยเห็นไหม‛ ป้ าติ๋มแกเท้าเอวคุยโทรศัพท์ จาก


สถานการณ์ตอนนี ้ ผมเดาว่าคนที่ป้ าแกกําลังคุยด้วยนี่น่าจะเป็ นน้องเนยแน่นอน‚ใจคอจะทําให้แม่สักครั ้งเลยไม่ได้หรือยังไง เนย! เนย! ไอ้เด็กคนนี ้!” ผมมองดูป้ าติ๋มที่ตอนนี ้ดูท่าทางกําลังขึ ้นสุดๆ ไม่กล้าจะแทรกอะไรเลย ป้ าติ๋มแกสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะหันหน้ากลับมาหา ผมมองเขาแล้วยิ ้มแห้งๆใส่‚ใจเย็นก่อนนะครับ น้องเนยคงไม่ได้ตั ้งใจ‛‚เฮ้อ ให้ตายสิ ป้ าล่ะอารมณ์เสียกับเจ้าลูกคนนี ้จริงๆ ไปล่ะๆ เดี๋ยวป้ าเอาชีทไปให้มันเอง ส่วนน้องทิก็กลับบ้านกลับช่องเสียเถอะลูก‛‚ครับ สวัสดีครับ‛ ผมยกมือไหว้ป้ าติ๋ม ปล่อยให้แกเดินออกไป ผมถอนหายใจพลางส่ายหัวไปมา นึกถึงหน้าลูกศิษย์ตัวแสบของตัวเองแล้วก็ได้แต่ปลง ไม่ว่ายังไงนิสัยต่อยตีของเขานี่ก็คงจะแก้ยากสินะ เคยสอนแต่นักเรียน เพิ่งจะได้รับบทบาทให้มาสอนนักเลง เหนื่อยกว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีก ทั ้งดื ้อ ทั ้งมึน นี่ขนาดผมไม่ใช่แม่เขาผมยังแอบเหนื่อยแทนเลยเนยเอ้ย ถ้าวันหนึ่งแกโตขึ ้น แกจะเสียใจไหมนะที่ครั ้งหนึ่งเคยทําตัวแบบนี ้น่ะผมตัดสินใจที่จะกลับมาที่หอพักตัวเอง พอไม่มีสอนแล้วผมก็มีเวลาให้ตัวเองมากขึ ้น ได้ทํางานที่ค้างให้มันเสร็จไปๆ แล้วก็ยังจะมีเวลาให้ได้นอนดูหนังเพลินๆ ผมนอนอยู่บนเตียง มองดูไอแพดของตัวเองที่ตอนนี ้กําลังเปิ ดหนังดู ก่อนที่จู่ๆจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ ผมตัดสินใจกดพอส ก่อนจะหันไปมองโทรศัพท์ข้างตัว


‘น้องเนย’ผมตัดสินใจที่จะเมมเบอร์เบอร์นี ้เอาไว้เพราะคิดว่ายังไงเสียก็เอาไว้เวลาที่เขาจะติดต่อมา ซึ่งผมเองก็ค่อนข้างจะรําคาญในตอนแรก เพราะน้องเนยโทรมาหาบ่อยมาก โทรมาทีไรไม่เคยจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ ้นเลยแม้แต่ครั ้งเดียว บังคับให้สอนการบ้านบ้างล่ะ โทรมากวนประสาทบ้างล่ะ‚ฮัลโหล‛ ผมตัดสินใจกดรับสาย หวนคิดถึงสิ่งที่ป้ าติ๋มพูดให้ฟังเมื่อตอนเย็น วันนี ้น้องเนยไปมีเรื่องต่อยตีจนขึ ้นสถานีตํารวจมา ผมไม่รู้ว่าเขาต่อยตีกันเรื่องอะไร ทําไมต้องต่อย แล้วต่อยกับใคร แล้วทําไมต้องโทรมาหาผมตอนนี ้ด้วย ผมก้มลงมองดูเวลาในไอแพด ตอนนี ้ก็ทุ่มกว่าๆแล้ว[อยู่หอใช่ไหม]‚อือ ได้ข่าวว่าวันนี ้ไปมีเรื่องมาเหรอ‛[ลงมาด้านล่าง]‚ห้ะ‛[บอกให้ลงมา] นํ ้าเสียงอันเป็ นเอกลักษณ์ของน้องเนยดังขึ ้น ผมขมวดคิ ้ว ไม่เข้าใจว่าทําไมตอนนี ้น้องเนยถึงสั่งให้ผมลงไป นี่...นี่อย่าบอกนะว่าเขาอยู่หน้าหอของผม ให้ตายสิ แล้วนี่เขาจะมาหาผมทําไม เขาจะมาหาผมทําไมตอนนี ้ กลับบ้านกลับช่องไปสิ‚ทําไมพี่ต้องลงไปด้วย‛[ส่งการบ้าน]‚อะไรนะ‛[ส่งการบ้านไงยัยติวเตอร์ ให้ว่อง ถ้าห้านาทีไม่เห็นจะบุกขึ ้นไป]


‚ดะ...เดี๋ยว!เนย! ให้ตายสิ‛ ยังไม่ทันที่จะได้คุยกันรู้เรื่อง น้องเนยก็กดวางสายไปแล้ว ผมจ้องมองดูหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองก่อนจะถอนหายใจยาวๆออกมา เฮ้อ น้องเนยนะน้องเนย จะมาอยากส่งการบ้านอะไรวันนี ้ ยังมีเรื่องนี ้อยู่ในหัวอยู่หรือไงทั ้งๆที่เพิ่งจะออกมาจากสถานีตํารวจน่ะผมเดินลงมาจากหอ สวมรองเท้าแตะคู่ใจ พอลงมาได้ผมก็มองหา ไม่เห็นตัวของคนที่โทรนัดลงมา กะว่าจะกดโทรศัพท์โทรออกอีกครั ้ง แต่แล้วก็มองเห็นตัวสูงๆของเด็กบางคนกําลังยืนพิงกําแพงอยู่ในมุมมืดคนเดียว ผมรู้ทันทีว่านั่นคือน้องเนย ผมตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ กล้าๆกลัวๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ ายจะยังอารมณ์ค้างจากการต่อยคนอยู่ไหม‚เนย‛ผมเรียกเขา น้องเนยถึงได้เงยหน้าขึ ้นมา ผมชะงักไปทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี ้ใบหน้าน้องเนยฟกชํ ้าไปหมด ผมทรงปอมปาดัวร์ที่เป็ นเอกลักษณ์ของเขาหายไป จนเหลือแค่ทรงยุ่งๆเป็ นรังนก ผมชะงักเท้าหยุดยืนต่อหน้าน้อง‚มีเรื่องมาเหรอ‛‚รู้อยู่แล้วจะถามทําไม‛‚บอกได้ไหม ว่ามีเรื่องเพราะอะไร‛‚ไม่ต้องยุ่ง เอาไป‛เขาบอกผมห้วนๆ ก่อนที่จะยื่นสมุดมาให้ ผมมองดูสมุดที่มันยับยู่ยี่แบบนั ้นก่อนจะถอนหายใจออกมา‚แล้วนี่โดนอะไรบ้าง ถึงขั ้นขึ ้นสถานีตํารวจเลยเหรอเนย‛‚ก็บอกว่าไม่ต้องยุ่งไงวะ‛


‚เฮ้อ เอาเถอะ‛ ผมถอนหายใจออกมา แล้วหยิบเอาสมุดการบ้านของเขา ผมเปิ ดดูข้างใน พบว่าน้องเนยทํามันหมดแล้วทุกข้อ น้องเนยยืนล้วงกระเป๋ าพิงกําแพงอยู่อย่างนั ้น‚แล้วทําไมไม่ทําแผล‛‚เดี๋ยวก็หาย‛‚นี่ปกติไม่เคยทําแผลเลยหรือไง‛‚ลูกผู้ชายที่ไหนเขาทําแผลวะ‛ให้ตายสิ ไปเอาความคิดแบบนี ้มาจากไหนกัน ผมมองดูร่องรอยบาดแผลบนหน้าน้อง แล้วก็เกิดความรู้สึกขึ ้นมาว่าต้องทําอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะทําใจกล้า ตัดสินใจดึงแขนอีกคนให้เดินตามมา น้องเนยชะงักเท้าทันที เป็ นผลให้ผมต้องหยุดเดินไปด้วย‚เฮ้ย จะพาไปไหน‛‚ไปทําแผล มานี่‛‚ก็บอกว่าไม่ต้อง‛‚ไหนบอกหล่อนักหล่อหนา ทําแบบนี ้ไม่กลัวเสียโฉมหรือไง‛‚นี่เธอกลัวเราไม่หล่อหรือไง‛เฮ้อ ผมแค่สงสารแล้วก็เวทนาเด็กจิ๊กโก๋คนหนึ่งเท่านั ้นแหละผมหันหน้ากลับไปมองน้องเนย เขาเลิกคิ ้วรอฟังว่าผมจะพูดอะไร ผมมองดูใบหน้าเขาแล้วเลื่อนลงสํารวจตามตัว ดูเสื ้อผ้าเขาตอนนี ้ ยับยู่ยี่ไปหมด เสื ้อนักเรียนสีขาวด้านในแจ็กเก็ตมีรอยเลือดด้วยเหรอนั่น!‚ทําหน้าอย่างนั ้น กลัวเลือดหรือไง‛


‚นี่ เราไม่ได้บาดเจ็บหนักใช่ไหม‛ ผมถามเขาออกไป นี่เขาไม่ได้โดนแทงโดนฟันมาใช่ไหมเนี่ย โอ้ย เนย พี่ล่ะกลัวแทนแล้วนะ ตีอะไรดุเดือดขนาดนั ้น น้องเนยยังสภาพนี ้แล้วอีกฝ่ ายจะสภาพไหนล่ะเนี่ย‚ทําไม ห่วงหรือไง‛‚ก็ต้องห่วงสิ‛ ผมตอบกลับอีกฝ่ ายไปตรงๆ เอาจริงๆนะ ไม่ว่าจะเป็ นใคร อยู่ในสภาพแบบนี ้ผมก็ห่วงหมดเหมือนกันนั่นแหละ แล้วตอนนี ้น้องเนยเขาถือว่าเป็ นลูกศิษย์ผมอ่ะ จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงกัน ใจจริงผมก็อยากจะมองเขาให้เหมือนน้องที่รู้จักคนหนึ่ง ถึงแม้ว่านิสัยของเขาจะเหลือเกินก็เถอะ“…”‚เลิกเถียงแล้วตามมาได้แล้ว‛ ผมกระตุกแขนให้อีกฝ่ ายเดินตาม น่าแปลกที่รอบนี ้น้องเนยไม่ขัดอะไรผมเลย เขายอมเดินตามผมมาง่ายๆ ไม่ปริปากบ่นอะไรออกมาสักคํา ผมลากเขาข้ามถนนมายังเซเว่นเล็กๆฝั่งตรงข้ามหอ ผมหยุดแล้วหันกลับไปบอกอีกฝ่ าย‚รออยู่นี่ ไปนั่งรอตรงนั ้น‛ ผมชี ้ไปยังเก้าอี ้หน้าเซเว่นก่อนจะเดินเข้ามาข้างใน น้องเนยไม่ยอมไปนั่งตามที่ผมสั่ง แต่กลับเดินตามหลังผมเข้ามาข้างใน ผมเดินไปโซนไหนน้องเนยก็เดินตามมา เฮ้อ เอาเถอะ จะทําอะไรก็ทําเถอะเนย ตามใจแกผมเลือกซื ้อพวกอุปกรณ์ทําแผลสามสี่ชิ ้น แล้วเดินไปจ่ายเงิน พอจ่ายเงินเสร็จก็จูงน้องเนยออกมาจากเซเว่น ตัวเขาสูงใหญ่เก้งก้างเกินกว่าที่จะเป็ นเด็กมอสี่ ตอนลากออกมานี่เบียดคนอื่นไปหมด‚นั่งลง‛‚เธอจะทําอะไร‛


‚ทําแผลให้ไง เราจะทําเองได้เหรอ‛‚ทําไมต้องทําให้ด้วย‛‚เห็นแบบนี ้พี่ก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรขนาดนั ้นนะรู้ไหม‛ ผมตอบกลับเขา ก่อนที่จะจับตัวอีกคนให้นั่งลง เอาจริงๆ ผมว่าผมเริ่มกลัวน้องเนยน้อยลงมามากแล้วนะ นับจากตอนแรกๆที่เจอกัน เมื่อก่อนผมจําความรู้สึกได้เลย เห็นหน้าน้องเนยเป็ นไม่ได้ ต้องหลบ ต้องหนีตลอด พูดกับเขาแต่ละทีก็กลัวเขาจะตีหัวแบะ ตัดภาพมาที่ตอนนี ้สิ ผมทําแผลให้เขาโดยใช้มือเปล่าเลย‚เงยหน้า‛‚เงยทําไม‛‚จะได้ทําแผลถนัดๆไง‛ น้องเนยจิ ้ปากเมื่อผมสั่งเขาเยอะเกินไป แต่ถึงอย่างนั ้น ในเวลาต่อมาเขาก็ยอมเงยหน้าขึ ้น แล้วปล่อยให้ผมได้ทําแผลให้ พอได้มาเห็นใบหน้าของเขาใต้แสงไฟแล้วผมก็ยิ่งขนลุกมากขึ ้นไปอีก โอย เจ็บแทนเลย ตีอะไรกันขนาดนั ้นเนี่ยเนย แผลแกมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ผมจิ ้มๆสําลีลงบนหน้าอีกคน นอกจากแผลใหม่แล้ว บนหน้าน้องเนยก็แอบมีร่องรอยแผลเป็ นอยู่แถวๆคิ ้วด้วย ผมมัวแต่ทําแผลให้เขาจนลืมไปเลยว่าตอนนี ้โดนน้องเนยจ้องอยู่‚พี่ถามอะไรอย่างหนึ่งสิ ทําไมเราถึงชอบมีเรื่องต่อยตีแบบนี ้‛ ผมถามเขาไปตามตรง เอาจริงๆ ผมไม่เข้าใจ ผมไม่เข้าใจมากๆ ผมถามเขาแบบนี ้ก็เพราะอยากจะลองรู้ว่าความคิดของเขาต่อเรื่องพวกนี ้มันเป็ นยังไง เพราะสําหรับผมแล้ว คนที่โตมาในกรอบของพ่อแม่ ของคุณครู คนที่เป็ นเด็กเนิร์ดนั่งเรียนหน้าห้อง ผมยอมรับเลยว่าผมไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทําเลย


‚สมัยที่พี่อยู่มอปลาย พี่ไม่เคยจะได้มาต่อยมาตีแบบที่น้องทําหรอก พี่เลยอยากรู้ อะไรที่ทําให้เราอยากเป็ นนักเลง มันเท่เหรอ‛‚พูดมาก‛‚เนย พี่พูดจริงๆนะ เลิกได้ก็เลิกเถอะ เชื่อพี่ โตไปแล้วน้องอาจจะเสียใจที่ทําแบบนี ้‛ ผมพูดก่อนที่จะมองเขา ผมไม่รู้ว่าตอนนี ้น้องเนยคิดอะไรอยู่ถึงได้มองผมแบบนี ้ เขาจะอยากต่อยผมไหมนะ เออ ลืมคิดไป เผลอพูดมาก พูดอะไรออกไปก็ไม่รู้ เยอะแยะไปหมด กลัวเขารําคาญชะมัด รีบๆทําแผลแล้วแยกเถอะทิ ก่อนที่น้องเนยจะทนไม่ไหวกับแกอีกคน‚พี่ไม่เคยเห็นนักเลงคนไหนจะเป็ นนักเลงไปตลอดหรอกนะ เราไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีคนคอยช่วยแล้วจะทํายังไง‛‚พูดมาก‛‚เฮ้อ พี่ไม่ได้อยากจะบ่นเราหรอกนะ แต่คิดดีๆ อนาคตเราอ่ะ จะเอามาฝากกับกําปั ้นมันได้เหรอเนย น้องไม่ใช่นักมวยนะ เกิดวันหนึ่งมันพลาดเป็ นอะไรหนักๆขึ ้นมา แม่เรานั่นแหละที่จะลําบาก รู้ไหม‛‚ยัยจําเนียร เงียบไป‛เฮ้อ จําเนียรอะไรของแกอีกเนย เหนื่อยจะพูดด้วยแล้วนะ‚เอาเถอะ เสร็จแล้ว อ่ะ เอาไปด้วย เผื่ออยากทําแผลเอง‛ ผมถอนหายใจ ตัดสินใจจบบทสนทนาโดยการเปลี่ยนเรื่องไปซะ ผมยื่นถุงอุปกรณ์ทําแผลให้คนที่นั่งอยู่ น้องเนยนั่งมองแต่ไม่ยอมรับมันไปสักที จนผมต้องตัดสินใจวางไว้บนตักของเขา‚เฮ้ย‛‚มีอะไร‛


‚เดี๋ยวไปส่งหน้าหอ‛ผมยืนนิ่ง เบิกตาขึ ้นเล็กน้อยเมื่อจู่ๆอีกฝ่ ายก็พูดมาแบบนั ้น น้องเนยยันตัวเองลุกขึ ้น ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ านําหน้าผม ผมมองแผ่นหลังนั ้นงงๆ อารมณ์ไหนของเขานะ ไปส่งหน้าหอเนี่ยนะ จะไปส่งทําไม แค่นี ้เอง‚ยัยเตี ้ย ดูทางหน่อยก่อนจะข้ามน่ะ อยากโดนรถเหยียบหัวแบะเหรอ‛ ยังไม่ทันที่จะได้ข้ามถนน จู่ๆผมก็ถูกอีกฝ่ ายดึงคอเสื ้อแล้วลากกลับไป ให้ตายสิ ใจหายแว้บเลยเมื่อกี ้ ผมนึกว่าเขาจะทําร้ายร่างกายผมเสียอีก จู่ๆก็โดนดึงคอเสื ้อแบบนั ้นเป็ นใครจะไม่ตกใจ‚บอกพี่ดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องดึงเสื ้อกันเลย ตกใจหมด‛‚ขี ้ตกใจจังวะ‛‚เออ พี่มันขี ้ตกใจ ขี ้กลัว ขี ้บ่น ไม่ได้กล้าไปซะทุกอย่างเหมือนเรานี่‛ ผมประชดเขาออกไป ก่อนที่จะเดินข้ามถนน ผมรีบสับเท้ากลับเข้าไปในหอของตัวเองโดนไม่หันกลับไปมองน้องเนยอีก สําหรับผมสิ่งหนึ่งที่น่าหงุดหงิดก็คือน้องเนยน่ะ พูดจาแต่ละทีทําให้ผมอารมณ์เสียได้ตลอดเลย ชอบพูดกระโชกโฮกฮาก แล้วก็ชอบว่าผมอย่างนั ้นอย่างนี ้ แล้วยังทําตัวเหมือนเราสองคนอายุเท่ากันอีก เฮ้อ จะทํายังไงถึงจะจัดการนิสัยนี ้ของน้องได้นะ♡♡♡‚ลูกพี่ เมื่อวานเป็ นยังไงบ้าง‛‚มึงถามไอ้เนยเนี่ยนะ มึงก็รู้ว่าระดับลูกพี่มึง แค่นี ้จิ๊บๆ ใช่ไหมไอ้เนย‛“…”


‚ไอ้เนย มึงเป็ นอะไรเนี่ย นั่งเงียบตั ้งแต่เช้าแล้วนะ‛ นํ ้าเสียงสงสัยทักขึ ้น ก่อนที่จะเดินไปลากเก้าอี ้ไม้มานั่งลงตรงข้ามอีกฝ่ าย เด็กผู้ชายตัวสูงนั่งอยู่กับเก้าอี ้ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ขาทั ้งสองข้างพาดอยู่บนโต๊ะ กิริยาท่าทางแบบนี ้ ถ้าเป็ นคนปกติทั่วไปคงจะไม่พ้นโดนด่าให้เอาขาลงแล้วโดนทําโทษ แต่สําหรับเด็กในห้องนี ้ ไม่มีใครกล้ามาพูดคําคํานั ้นด้วยเป็ นแน่4/7 สถานที่บัญชาการของแก๊งเนยวัดพลุ ห้องนรกที่แม้แต่ครูก็ยังขยาดที่จะเดินผ่านสายตานับสิบจับจ้องไปยังใบหน้าราบเรียบที่ตอนนี ้กําลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พวกเขาต่างก็พากันมองตาม อยากรู้และสงสัยเหลือเกินว่าผู้นําของตัวเองนั ้นกําลังมองอะไร ซึ่งสิ่งที่พวกเขาพบนั ้นก็มีแค่ยอดต้นไม้เท่านั ้น‚เฮ้ย‛‚อะไร‛ นํ ้าเสียงติดจะหงุดหงิดตอบกลับเมื่อเพื่อนสนิทอย่าง ‘ทิว’ ร้องทักเสียงดัง‚มึงเป็ นอะไรเนี่ย พวกกูใจไม่ดีนะเว้ย‛‚หรือลูกพี่โดนตีนแล้วสมองกลับ‛‚ไอ้ห่า ฝั่งนั ้นต้องนอนหยอดนํ ้าข้าวต้มขนาดนั ้น ลูกพี่มึงน่ะเหนือกว่าเห็นๆ‛ ลูกกระจ๊อกสองคนที่อยู่ตรงมุมห้องถกเถียงกันไปมา ทิวหันหน้าไปมองก่อนที่จะหันกลับมาโฟกัสเพื่อนตัวเองหรือมนัจะโดนป้าติ๋มเฉ่งมาวะ ไอเ้นยมนัดูจิตใจลอยๆ เฮย้แต่ปกติแม่มันด่าขนาดไหนมันก็หน้ามึนตลอดนี่หว่า เอ๊ะ


‚เฮ้ย‛ หลังจากที่เงียบนิ่งไปนาน จู่ๆนํ ้าเสียงติดจะทุ้มก็ดังขึ ้นพร้อมกับนิ ้วมือสองนิ ้วที่กระดิกเรียกให้ทุกคนขยับเข้าไปใกล้ รอฟังว่าหัวหน้ากลุ่มของตัวเองจะสั่งอะไร บางคนถึงกับหยิบเอาไม้รูปตัวทีขึ ้นมาพาดไหล่ ขยับคอไปมา บางคนก็กํามือกรอบแกรบ ได้ยินโทนเสียงแบบนี ้จากอีกคน แปลความหมายได้อย่างเดียวก็คือเขากําลังจะทําอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ซีเรียสจริงๆ‚มีอะไร ว่ามาเลยลูกพี่‛‚ต่อไปนี ้‛‚ต่อไปนี ้อะไรลูกพี่‛‚ทุกคนต้องทําการบ้านที่ครูสั่ง‛‚อ๋อ…ดะ..เห?!”‚อะไรนะ?อีกที‛‚ทุกคนต้องทําการบ้านที่ครูสั่ง แล้วเอามาส่งที่กู ชัดไหม‛ นํ ้าเสียงของอีกคนแข็งกร้าวขึ ้นมาอีกระดับ ทุกคนในห้องที่ฟังอยู่ต่างก็พากันตกใจ อ้าปากค้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะคาดไม่ถึงกับคําสั่งใหม่นี ้ ทิวที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดได้แต่ส่งเสียงห้ะงงๆ เพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทําไมวันนี ้เนยวัดพลุถึงได้พูดอะไรแปลกๆออกมาไอ้เด็กที่ไม่เคยจะเข้าเรียนครบห้าวันอย่างมึง ก าลังสั่งให้ทุกคนท าการบ้านเหรอ!!‚ม..มันมากไปหรือเปล่าวะ‛‚ของแค่นี ้มึงทําไม่ได้หรือไง กระจอก ออกไปจากแก๊งไป‛‚กูขอโทษษษษ‛


‚ใครมันทําการบ้านไม่ได้อีก‛ แววตาคมมองไปรอบๆห้อง ก่อนที่จะยันตัวเองลุกขึ ้นมาจากเก้าอี ้ ทุกคนต่างพากันมองหน้ากันไปมา ถึงแม้ว่านี่จะเป็ นความคิดประหลาดๆ แต่พอคนสั่งเป็ นเนยคนนี ้ พวกเขาก็คงต้องเออออห่อหมกตามไปก่อน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ ายคิดอะไรได้ถึงได้พูดแบบนั ้น ทุกคนอยู่ในสภาวะเงียบงันเมื่อเด็กผู้ชายตัวสูงเดินผ่านหน้าทีละคนๆ แววตาดุๆจ้องมองจนบางคนถึงกับสะดุ้ง‚มึงทําการบ้านได้ไหม‛‚ดะ..ได้‛‚มึงล่ะ‛‚ของหมาๆ‛‚แล้วมึงล่ะ‛‚ทําได้ ทําได้อยู่แล้ว‛‚เออ‛ปัง!‚วันไหนใครไม่ทําการบ้านมา พวกมึงกรามหลุดแน่ เข้าใจไหม!”‚ขะ...เข้าใจ!”‚เออ ดี‛ หลังจากคําสั่งแสนประหลาดนั ้น ทุกคนก็พากันงงงวยกันทั่วหน้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรดลใจให้พ่อหัวโจกนักเลงชื่อดังคิดฝักใฝ่ ในการเรียนขึ ้นมา คนที่แม้แต่ครูก็ยังไม่เคยจะยกมือไหว้ เสื ้อนักเรียนก็แทบจะไม่ใส่มา ผมก็ทรงผิดระเบียบ หนังสือเรียนที่มีก็เอาไว้หนุนหัวนอน ไม่เคยจะสนใจใยดี


อะไรกับการเรียน ทําไมวันนี ้ถึงได้สั่งให้ทุกคนทําการบ้าน แถมยังบังคับให้ทําทุกคนเสียด้วย การกระทําที่แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างทิวก็ไม่เข้าใจ เขามองดูเพื่อนตัวเองด้วยความรู้สึกสงสัยสุดๆหลังจากที่หลายๆคนทยอยกันออกไป ทิวก็ทําใจกล้าเดินเข้ามานั่งข้างๆเพื่อนตัวเอง มองดูอีกฝ่ ายที่ตอนนี ้หยิบเอาสมุดเล่มหนึ่งขึ ้นมาทําโจทย์ คิ ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเจอโจทย์ยาก กิ๊บสีเหลืองที่อมอยู่กับปากอีกคนโยกเยกไปมาไม่ นี่มันไม่ใช่ไอ้เนย นี่มันไม่ใช่ไอ้เนยวัดพลุ มึงคือใคร!‚เนย‛‚อะไร‛‚มึงเป็ นอะไร‛‚กูไม่ได้เป็ นอะไร‛‚แม่มึงสั่งให้ตั ้งใจเรียนเหรอ‛‚อือ‛‚แล้วมึงก็….”‚แม่จําเนียร‛‚ห้ะ‛‚แม่จําเนียรดุมา‛อะ…อีหยังคือแม่จ าเนียรวะไอ้เน๊ยยยย!แต่แม่จ าเนียรนี่เทพจังวะ สั่งคนอย่างไอ้เนยได้ขนาดนี้เลยเหรอ ใครวะ ใครกันที่สั่งไอ้เนยวัดพลุได้


ตีครั้งที่10เนื้อคู่ถึงอยู่แสนไกล คงไม่คลาดครา[ทิ มึงลองเซฟเป็ น PDFแล้วค่อยส่งมาให้กูก็ได้]‚โอเคๆ เดี๋ยวส่งไปให้ จะให้ส่งทางไหน‛[เมลมาก็ได้ กูเปิ ดอยู่ๆ]‚โอเค อีเมลอะไร‛ผมหนีบโทรศัพท์เอาไว้ด้วยไหล่ ก่อนที่จะพิมพ์ตัวอักษรทีละตัวตามที่เพื่อนบอก ผมนั่งอยู่กับโต๊ะอ่านหนังสือตัวโปรดของตัวเอง หลังจากที่กรอกอีเมลของเพื่อนเสร็จ ผมก็จัดการแนบไฟล์แล้วกดส่งไปให้อีกฝ่ ายทันที‚ส่งไปแล้วนะ‛[อ่าๆ กูเห็นละๆ]‚มีอะไรอีกไหม‛ ผมเอ่ยถามเพื่อน เพื่อเช็คดูว่าอีกฝ่ ายจะต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกไหม จะได้ส่งให้เพิ่ม งานจะได้เสร็จๆไปในวันนี ้ แต่ยังไม่ทันที่เพื่อนจะได้ตอบกลับ โทรศัพท์ของผมก็สั่นครืดๆขึ ้นมา ผมหยิบมันมาดูก่อนจะพบว่าตอนนี ้มีอีกสายกําลังโทรซ้อนเข้ามาในเครื่องของผมน้องเนยโทรมาเหรอ เขาจะโทรมาทําไม ตอนนี ้มันสามทุ่มจะสี่ทุ่มแล้วนะเอ...หรือเขาจะมาส่งการบ้านอีกเหรอ แต่ผมว่าผมยังไม่ได้ให้การบ้านอะไรเพิ่มไปนะ จากที่สอนครั ้งล่าสุดน่ะ แล้วนี่เขาจะโทรมาทําไมกัน


[ทิ ฮัลโหล มึงได้ยินป่ ะเนี่ย]‚ได้ยินๆ มีสายซ้อนเฉยๆ‛[อ่าๆ รับเลยก็ได้ กูไม่มีอะไรละ แค่นี ้เว้ยๆ]‚โอเคๆ‛หลังจากที่เพื่อนของผมพูดเสร็จเขาก็กดวางสายไป ผมปรายตามองดูเบอร์ของลูกศิษย์ตัวแสบ ก่อนที่จะตัดสินใจกดรับจนได้‚ว่าไง โทรมาทําไม‛[แต่งตัว แล้วลงมาด้านล่าง รออยู่หน้าหอ] ผมอึ ้งไปเล็กน้อยที่จู่ๆอีกฝ่ ายก็สั่งอะไรแบบนั ้นมา อะไร แต่งตัวอะไร แล้วให้ลงไปข้างล่างทําไม นี่เขาอยู่หน้าหอแล้วเหรอ‚จะให้พี่แต่งตัวแล้วลงไปเจอเราทําไมเนย ดึกแล้ว‛ ผมตอบกลับ[แต่งตัว แล้วลงมาด้านล่าง ครั ้งที่สอง]‚เนย‛[ถ้าครั ้งที่สามจะขึ ้นไปแต่งให้เธอถึงห้องอ่ะ จะลองไหม]โอ้ย! เนย ทําไมแกเป็ นเด็กแบบนี ้เนี่ย ไม่พูดอะไรสักอย่างแล้วใครเขาจะไปบ้าจี ้ทําตามที่แกสั่งกัน‚ถ้าน้องบุกขึ ้นมา ยามเขาจะจับนะเนย‛[เธอคิดว่าเธอพูดกับใครอยู่วะ] ผมพรูลมหายใจออกมา ให้ตายสิ ความคิดของเด็กคนนี ้นี่มันจริงๆเลย เขาจะคิดแบบนี ้ไม่ได้นะ บ้านเมืองมีกฎหมาย จะเอาแต่ใจแบบนี ้ไปเรื่อยๆไม่ได้ ผมก็พอรู้มาว่าเจ้าเด็กคนนี ้น่ะไม่เคยจะระคายเคืองอะไรกับเรื่องคุกเรื่องตาราง แต่เอาจริงๆก็แอบห่วงไง


ประวัติเขาจะให้มีแต่งเรื่องพรรค์นี ้ไปจนตายเลยเหรอ อายุไม่เท่าไหร่แต่เข้าออกคุกเป็ นว่าเล่นมันใช่เสียที่ไหนกัน‚เนย แค่บอกพี่มาว่าจะพาไปไหน แค่นั ้น‛[ให้ตายสิวะ เธอนี่เรื่องเยอะที่สุดละยัยจําเนียร]‚พี่ไม่ได้ชื่อจําเนียร พี่ชื่อทิ เรียกชื่อพี่สักทีได้ไหมเนย‛ ผมพูดกลับออกไปด้วยนํ ้าเสียงเหนื่อยอ่อน ไม่รู้จะมาจํานงจําเนียรอีกนานไหม นี่เขาจําชื่อผมได้หรือเปล่าเถอะ[ยัยจําเนียร]‚เนย‛[จะนับสามแล้วนะยัยจําเนียร/น้อง ไม่มีบัตรเข้าไม่ได้นะ]‚นะ..เนย!จะเข้ามาจริงๆเหรอ เนย!”[เออ/เฮ้ย!]ติ้ด!ผมอ้าปากค้างทันทีหลังจากที่น้องเนยตัดสาย จากเสียงเมื่อครู่ที่แทรกเข้ามา ผมเดาได้เลยว่าตอนนี ้น้องเนยกําลังจะเข้ามาในหอแน่ๆ โอ้ย เด็กคนนี ้ เดี๋ยวลงไปจะต้องเตือนเขาสักหน่อย ลุงยามครับ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆที่เกิดเรื่องแบบนี ้ขึ ้น ผมรีบวิ่งไปหยิบเอากางเกงมาใส่ น้องเนยบอกให้แต่งตัว แต่ตอนนี ้ผมคงเลือกอะไรมากไม่ได้ ใส่แค่เสื ้อยืดเตรียมนอนกับกางเกงขายาวธรรมดานี่ก็คงพอ ผมรีบคว้าเอาของที่จําเป็ นแล้วลงมาข้างล่าง ใจผมร้อนรน


ไปหมด กลัวว่าน้องเนยจะสร้างเรื่องอะไร แต่แล้วพอลงมาจนถึงหน้าหอ ผมก็ต้องชะงักเท้าไป‚ลีลาจังวะยัยตัวดี แล้วนั่นเรียกแต่งตัวหรือไง เชยเป็ นลุงเป็ นป้ า‛โอ้โห...เนย เนยผมมองเด็กตัวสูงที่กําลังยืนพิงมอเตอร์ไซค์คันโก้อยู่ไม่ไกล สําหรับผมน้องเนยเขาเป็ นเด็กที่ดูจะคลั่งไคล้สไตล์วินเทจ สไตล์รีโทรอยู่แล้ว แต่สําหรับวันนี ้ ผมไม่รู้จะเอาอะไรมาอธิบายเลย น้องเนยแต่งตัวอย่างกับพระเอกหนังเก่าๆรุ่นคุณปู่ รุ่นคุณตาสักเรื่อง มีแว่นดําทรงเก่าๆเพิ่มขึ ้นมาอีกต่างหาก วันนี ้เขาเป็ นใคร แดง ไบเล่เหรอ นักเลงวังหลังมาก ดูเขาสิ เสื ้อเชิ ้ตแดงกับแจ็กเก็ตยีนส์ตัวโปรด ผมมันแผลบ แล้วไหนจะสร้อยตะกรุดอันใหญ่ๆอีก โหน้อง…‚มอง รู้ว่าชอบ แต่อย่ามาทําตาหวานเยิ ้มใส่ยัยจําเนียร‛แต่แล้วผมก็ต้องถอนหายใจเมื่อได้ยินคําพูดต่อมาของเขา ผมขยับเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะสังเกตดูรถมอเตอร์ไซค์ของเขา โห... เงาวับเลย นี่มันไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์ของเด็กแว้นทั่วไปเลยนะเนี่ย‚ให้ซ้อนเวฟเดี๋ยวคุณหนูอย่างเธอปวดง่ามตูด‛‚นี่!‛ ผมโวยใส่เมื่ออีกคนพูดมาแบบนั ้น ให้ตายสิ นี่เขาสนิทถึงขั ้นพูดอะไรแบบนี ้กับผมแล้วเหรอ ผมยืนอยู่ตรงนั ้น ก่อนที่เนยจะหันกลับไปหยิบเอาหมวกกันน็อกมาให้ ผมมองเขาอึ ้งๆ นี่น้องเนยพกหมวกกันน็อกเหรอเนี่ย เขาจับมันยื่นมาให้ผม‚อะไร‛‚หมวกกันตายไงวัลลภา‛


‚ห้ะ‛ โอ้ย อะไรอีกเนี่ย วัลลภาอะไรอีก จําเนียรผมยังเข้าไม่ถึงเลยนะ วันนี ้มาเป็ นวัลลภาอีกแล้วผมเอาแต่ทําหน้าเหวอ น้องเนยเลยจิ๊ปากด้วยความรําคาญ เขาเดินมาสวมหมวกกันน็อกให้ผมเอง แต่พอผมดิ ้นหนีเขาก็ดึงกระชากกลับไป แล้วผมทําอะไรได้ล่ะนอกจากยอมให้น้องทําตามใจ ขัดเขาไม่ได้หรอก พอน้องเนยสวมหมวกให้ผมเสร็จแล้วเขาก็เดินไปขึ ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ทรง Cafe Racer ผมถอนหายใจก่อนที่จะขึ ้นไปนั่งซ้อนท้ายเขาในที่สุด น้องเนยฉีดนํ ้าหอมกลิ่นฟุ้ งเลยวันนี ้ ผมเกาะอยู่ด้านหลังเขา เวลาที่อีกฝ่ ายขี่รถมอเตอร์ไซค์กลิ่นมันก็ลอยมาตามลมก็ หอมดี แต่ฉีดหนักไปหรือเปล่าเนยพอขึ ้นไปนั่งซ้อนท้ายได้น้องเนยก็พาผมออกมาจากถนนเส้นนั ้น ผมไม่รู้ว่าเขาจะพาไปที่ไหน ถามอะไรไปก็เคยจะตอบ ผมจึงเลิกถาม ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ แต่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ตอนกลางคืนโดนลมแบบนี ้มันก็หนาวๆแล้วแฮะ ผมยิ่งใส่มาแค่เสื ้อยืดตัวเดียวเนี่ย พร้อมนอนมากนะจริงๆแล้ว ถ้าน้องเนยไม่โทรมา หลังจากทํางานเสร็จผมว่าผมก็จะนอนแล้วผมนั่งซ้อนท้ายน้องเนยมาเรื่อยๆ เขาขี่พาผมมายังเส้นทางที่ผมไม่ค่อยคุ้นชิน แต่ไม่นานนักก็เริ่มเห็นว่าตรงหน้าเหมือนจะเป็ นงานอะไรสักอย่าง มีไฟแสงสีปักเรียงรายสองข้างทาง คนเริ่มเยอะขึ ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็ถึงได้เห็นว่าไม่ไกลมีวัดอยู่ และที่วัดกําลังจัดงานให้ตายสิ นี่น้องเนยพาผมมาเที่ยวงานวัดเหรอเสียงดนตรีดังขึ ้นมาให้ได้ยิน น้องเนยขี่มอเตอร์ไซค์คันงามไปยังลานจอดรถ ยังไม่ทันที่จะลงก็มีเด็กวัยรุ่นสามสี่คนวิ่งตามท้ายมา พอน้องเนยจอด


สนิทแล้วเด็กพวกนั ้นก็รีบยืนเรียงหน้ากระดานกันทันที ผมลงจากรถ ก่อนที่จะยืนมองดูพวกเขาคุยกัน‚ดูรถกูดีๆ ถ้ามีรอยอะไร หน้าพวกมึงก็จะมีรอยเหมือนกัน เข้าใจไหม‛‚ครับลูกพี่ รับรองเลยว่าลูกรักลูกพี่จะเงาวิ ้งวับ ไม่มีแม้แต่ฝุ่ นเกาะเลย!” เด็กเสื ้อลายพูดก่อนจะพยักหน้ายืนยัน ผมเหล่ตามองน้องเนย เขามองกระจกรถก่อนจะเซทผมตัวเองแล้วเดินมาหาผม‚ตามมาดิ ยืนนิ่งทําไม‛‚นี่พาพี่มางานวัดเหรอ‛‚พามาวิ่งควายมั ้ง ทําตัวโง่เก่งนักนี่‛ผมอยากจะพ่นไฟใส่เขาจริงๆนะ เด็กคนนี ้นี่ จะปากคอเราะร้ายไปถึงไหนผมเดินตามอีกคน นานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี ้ เมื่อก่อนสมัยเด็กๆแม่กับพ่อชอบพาไปเที่ยวงานวัดอยู่บ่อยครั ้ง แต่พอเริ่มโตมาก็ไม่ได้ไปแล้ว ผมมองดูบรรยากาศรอบๆตัว วันนี ้คนมาเยอะมากๆเลย น้องเนยเดินนําหน้าผม การแต่งกายของเขาเรียกสายตาจากคนรอบข้างได้ไม่ยากเลย‚เฮ้ย วัลลภา มานี่‛เขาหันหน้ากลับมาเรียกผม ก่อนที่จะดึงแขนให้ไปเดินข้างๆกัน ไม่อยากจะได้ชื่อนี ้เลย มาวัลลภาอะไรเล่า ไอ้เด็กคนนี ้‚เดี๋ยวก็หลง ตัวยิ่งเตี ้ยม่อต้อ‛‚เลิกว่าพี่สักทีเถอะ‛‚แดกไรมายัง‛


‚ห้ะ…อ่อ พี่กินมาแล้ว‛‚เออ แต่นี่ยัง มานี่‛ เขาถามผมแต่ดูท่าทางจะไม่ได้รอฟังคําตอบของผมเลย น้องเนยจูงผมมายังร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่อยู่ไม่ไกล เขาพาผมมานั่งด้านในก่อนที่จะสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ระหว่างที่นั่งรอ เขาก็เด็ดใบโหระพามานั่งเคี ้ยวแล้วผงกหัวตามจังหวะเพลงเอาจริงๆ น้องเนยก็เข้ากันกับสไตล์นี ้นะ บางคนอาจจะไปไม่รอดเลย แต่น้องเนยดันหน้าเก่าๆด้วยมั ้ง เอ๊ะ นี่ผมชมเขาหรือเปล่านะ เออ นั่นแหละ หน้าเก่าๆ เก๋าๆสมเป็ นนักเลงดี‚มันชัดไปวัลลภา‛‚อะไร‛‚มองขนาดนี ้ก็ปี นโต๊ะมาแดกหัวกันเถอะ‛ เฮ้อ พี่ไม่ได้ชอบแกสักหน่อยเนยเอ้ย เมื่อไหร่จะเลิกคิดเรื่องนี ้เนี่ย‚เนย พี่ถามจริงๆนะ ทําไมเราถึงชอบอะไรเก่าๆแบบนี ้เหรอ มีโรลโมเดลเป็ นใคร‛‚เราก็คือเรา เราต่างหากที่เป็ นโมเดล เธออย่ามามั่ว‛ น้องเนยขมวดคิ ้วก่อนจะเถียงผมกลับ โอเค โอเคเนย แกมันเป็ นคนหลงยุคแน่ๆ เด็กอะไรเนี่ย‚นั่นไง ไอ้เนย! เว้ย! มึงๆ‛ ผมหันไปมองตามเสียงเรียก น้องเนยหยุดปากที่กําลังเคี ้ยวใบโหระพา ดูท่าทางคนนี ้จะอยู่ในแก๊งน้องเนยสินะ ผมว่าผมค่อนข้างจะคุ้นหน้าเขาเหมือนกัน เออ เนี่ย คนในแก๊งแกเขาก็ยังแต่งตัวธรรมดา ไม่เห็นจะต้องมาเล่นใหญ่อะไรเลยเท่าแกเลยเนย‚เฮ้ย วันนี ้สิรางค์นครมา กูจองหน้าเวทีให้มึงแล้ว‛‚กูไม่ไป!ใคร ใครจะไป ไอ้เหี ้ย‛


‚อะ...เอ้า ก็มึงชอบนี่ ไหนมึงบอกให้กูจองไว้ให้...” น้องคนนั ้นดูจะงงๆไปเพราะจู่ๆก็โดนอีกคนโวยวายใส่ ผมมองดูทั ้งคู่สลับกันไปมา‚กูไม่ได้ชอบ‛‚เอ้า มึงแดกอะไรมาวันนี ้ไอ้เนย กูอุตส่าห์กันที่ไว้ให้มึงเต้…”‚เต้นไร! กูไม่เคย! คนอย่างกูควรไปอยู่หน้าเวทีเหรอ ดูหน้ากูด้วย! กูเป็ นใคร กูไม่ได้ชอบ! ไปไกลๆเลยไปก่อนกูจะเอาตะเกียบทิ่มตามึง!”‚ไหนมึงบอกจะทิปให้ดาวเด่น สิรางค์นคร‛‚กูไม่เคยพูด! ไอ้ห่าทิว!‛ น้องเนยปฏิเสธเพื่อนก่อนจะปาถั่วงอกในตะกร้าใส่เพื่อนตัวเอง น้องคนนั ้นก็เลยผละออกไป เขามีสีหน้างงอย่างเห็นได้ชัด‚เอ้า...กูงงแล้วนะ เออๆ ช่างมึง อย่าให้กูเห็นมึงไปอยู่หน้าลําโพงก็แล้วกันนะไอ้เนย‛ น้องคนนั ้นเกาหัวงงๆ ก่อนจะเดินกลับออกไปพร้อมกับกลุ่มคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก ผมหันกลับมามองน้องเนย ตอนนี ้เจ้าตัวทําหน้าหงุดหงิด เด็กคนนี ้เด็ดใบโหระพาเข้าปากจนมันจะหมดตะกร้าอยู่แล้ว‚ไม่ออกไปกับเพื่อนล่ะ พี่เดินเล่นรอได้ ไปเต้นกับเพื่อนเถอะ‛‚ใครเต้น!ลูกผู้ชายที่ไหนเขาเต้นหน้าเวทีกันวะ!ยัย..ยัย!”เอ้า แล้วผมผิดอะไรล่ะเนี่ย เอ้อ ก็เห็นเพื่อนอุตส่าห์กันอุตส่าห์จองไว้ให้ขนาดนั ้น ดุท่าทางเขาจะรอแกอยู่นะนั่น จะมาโวยวายทําไม น้องเนยนี่เข้าใจยากจริงๆหลังจากที่น้องเนยกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เขาก็พาผมเดินทั่วงาน ผมเดินตามเขาต้อยๆ แต่ยังไม่ทันไรอีกฝ่ ายก็ดึงแขนให้ไปเดินข้างกัน ผมมองดูเขาที่


ตอนนี ้กําลังกินไอติมตัดรสกะทิในมือที่เพิ่งจะซื ้อมา เขาตัวสูงกว่าผม พอมาอยู่ในที่แบบนี ้ก็เลยต้องอาศัยอีกคนช่วยมองดูทางให้ ผมเดินไปเรื่อยๆก็มองเห็นคนเขาเดินไปไหว้พระกันแถวๆเจดีย์ ผมจึงสะกิดอีกคนแล้วชี ้ไปทางนั ้น จริงๆผมเป็ นคนชอบทําบุญมากนะ ยิ่งงานบุญแบบนี ้ยิ่งชอบ แวะไปปิ ดทอง ไปไหว้เจดีย์สักหน่อยดีกว่า เอาโชคเข้าตัวสักหน่อย‚เนย พี่จะไปไหว้พระ‛‚ไหว้พระเนี่ยนะ‛‚แปลกตรงไหน มางานวัดก็ต้องไปไหว้พระ‛‚วัลลภา เอาจริงดิ‛‚เลิกเรียกพี่ว่าวัลลภาสักที จําเนียรด้วย ไม่ชอบ‛‚เหรอ แต่ชอบว่ะ‛ เขาพูดพร้อมมองหน้าผม มุมปากอีกยกขึ ้นจนเผยให้เห็นรอยยิ ้มแปลกๆ ผมส่ายหัวไปมา เออ จะเรียกอะไรก็เรื่องของแกเถอะเนย ชอบนักชื่อพวกนั ้นน่ะ อยากเรียกก็เรียกไป ห้ามอะไรไม่ฟังอยู่แล้วน้องเนยยอมพาผมมายังเจดีย์องค์เก่า ที่ตอนนี ้มีไฟประดับอยู่รอบๆ ผมเดินไปยังเต้นท์ที่อยู่ไม่ไกล บริจาคเงินก่อนจะรับเอาดอกไม้มา เตรียมจะไปไหว้เจดีย์ น้องเนยรับดอกไม้ไปแบบงงๆ‚พี่บริจาคเผื่อเราด้วย เอาไป‛‚เฮ้ย‛‚อะไรอีก‛‚คิดการใหญ่เลยเหรอ‛‚ห้ะ‛


‚ทําบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน เธอแม่งกะจะผูกเรายันชาติหน้าเลยว่ะ‛อะ…โอ้โห เนย เนย เน๊ยยยถามจริงเถอะ ในหัวน้องนี่มันมีอะไรบ้าง พี่ล่ะอยากรู้จริงๆ คิดไปไกลอะไรขนาดนั ้นผมถอนหายใจใส่ก่อนจะรีบเดินหนีเขาทันที ผมถอดรองเท้าก่อนจะนั่งจุดธูป ยกดอกไม้พนมมือไหว้เจดีย์ตรงหน้า ผมหลับตาขออธิษฐานกับองค์เจดีย์ตรงหน้า ขอให้แม่ ขอให้ตัวเองมีความสุข อย่าได้เจอเคราะห์อะไร‚โอ้ย!ไอ้ฉิบหาย!”ในขณะที่ผมกําลังหลับตาอธิษฐานอยู่นั ้นจู่ๆเสียงของแดงไบเล่อายุสิบหกก็ดังขึ ้น ทําเอาชาวบ้านเขาตกใจตื่นหันหน้ามามอง ผมลืมตามองดูน้องเนย เขาถูมือตัวเองใหญ่ ตอนแรกผมก็งงว่าเขาเป็ นอะไรจนกระทั่งมองเห็นธูปที่ปักเอียงๆนั่นแดงไบเล่โดนขี ้ธูปเล่นงาน ร้องซะเสียงหลงเลยเฮ้อสิ่งศกัดิ์สิทธิ์ทงั้หลาย ผมขออะไรอีกอย่างก็แล้วกัน ขอให้น้องเนยโตทันตัวสักทีนะครับ สาธุ♡♡♡ปัง! ปัง!


Click to View FlipBook Version