‚เปล่า พี่ชอบนะจริงๆแล้ว เราเป็ นเด็กที่มีสไตล์เป็ นของตัวเองจริงๆเนย‛‚ชอบเราก็บอก‛‚นะ..นี่!”ผมสะดุดกึกเมื่อจู่ๆก็โดนฮุกมาแบบนั ้น ให้ตายสิ น้องเนย เรื่องนี ้ช่วยเลิกๆพูดไปได้ไหม พี่อุตส่าห์พยายามจะเลี่ยง พยายามจะไม่คิดอะไรแล้วนะ ตอนนี ้ผมกลัวจริงๆว่าถ้าเกิดป้ าติ๋มมารู้มาได้ยินเข้า เขาจะกลัวไหมที่เผลอปล่อยให้ติวเตอร์มาคลุกคลีกับลูกชายตัวเอง ผมน่ะ กลัวจริงๆนะ น้องเนยก็เพิ่งจะสิบหก ผมไม่อยากจะติดคุกด้วย‚ทํายากไหม‛ ผมตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเรื่อง กลับมาคุยเรื่องทรงผมของเขาอีกครั ้งหนึ่ง น้องเนยเหลือบตาขึ ้นมองปอยผมตัวเอง‚อยากรู้ว่าทํายังไงเหรอ‛‚อืม‛‚ไปเอาของในเป้ นั่นมาดิ‛ผมหันไปมองตามที่น้องเนยชี ้ เป้ เล็กๆเก่าๆสีดําวางอยู่ไม่ไกล ผมลุกไปหยิบมันมาแล้วเปิ ดออกดู ก็พบว่าภายในเป็ นหวีแล้วก็เจลกระปุกแต่งผม ผมเดินกลับมาหาน้องเนยแล้วยื่นมันให้เขา‚ทีนี ้ก็สางผมออก‛ผมมองดูหวีในมือ ก่อนที่จะยกมันขึ ้นมาหวีผมตัวเอง แต่แล้วจู่ๆน้องเนยก็ดึงมือไว้ ผมชะงักไป‚ยัยบ๊องเอ้ย หมายถึงให้สางหัวเรานี่ ต้องให้บอกทุกขั ้นตอนหรือยังไงวะ‛
เอ้า ก็ใครมันจะไปรู้เล่า เห็นเรายิ่งเป็ นคนหวงผมตัวเองด้วยไม่ใช่หรือไง ทําไมถึงได้ยอมให้เอาหวีไปหวีผมให้ แล้วนี่มันก็เป็ นทรงอยู่แล้วนะ ถ้าหวีไปมันก็เสียน่ะสิ‚เอ้าเร็วดิ จะบอก‛‚ถ้าหวีผมเนยมันก็พังน่ะสิ‛‚แล้วตอนนี ้มันไม่พังหรือไง มานี่ จะสอนว่าทํายังไง‛ผมมัวแต่นั่งงง น้องเนยเลยจับเอามือผมขี ้นไปยังหัวของเขา ผมทําตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย โอเค โอเค ถ้าเป็ นแบบนี ้แปลว่าน้องเนยอนุญาต แปลว่าเขายอมให้ทํา ผมค่อยๆใช้หวีในมือสางผมของน้องเนยลงมาทีละนิดๆ แบ่งเป็ นซีกๆ ดูท่าทางน้องเนยจะไม่ได้ใสเจลอะไรเลย มันเหมือนน้องทําบ่อยจนเป็ นทรงไปแล้ว ผมสีดํายาวๆค่อยๆหล่นลงมาปกคลุมใบหน้าน้องเนย ผมหวีไปเรื่อยๆ สางผมให้น้องไปเรื่อยๆ มีบ้างที่ผมมันพันกันจนน้องเนยเผลอร้องท้วง แต่ไม่นานนัก ทรงผมปอมปาดัวร์ก็หายไป เหลือแค่ทรงผมยาวๆที่ถูกปล่อยกระเซอะกระเซิงเท่านั ้นเอง ทําไมถึงได้ปล่อยผมยาวขนาดนี ้ได้นะ ไม่ร้อนเหรอ ไม่รําคาญเหรอไง แล้วนี่เขาเป็ นนักเรียนนะ ทําผมทรงนี ้ไปเรียนได้ด้วยหรือไง ครูไม่ว่าเอาเหรอหรือจริงๆแล้วครูด่าจนไม่รู้จะด่ายังไงแล้ว‚ทีนี ้ยังไงต่อ‛‚เวลาจะทํา เธอต้องมีอินเนอร์ด้วย มันไม่ใช่ว่าจะทําก็ทํา ผมทรงนี ้มันมีมาตั ้งแต่ศตวรรษที่18 มันขลัง มันเก่า‛‚อะ…โอเค‛‚เสยมันขึ ้นไป‛
‚แบบนี ้น่ะเหรอ‛‚เอาขึ ้นไปให้หมด‛ ผมฟังที่น้องเนยบอก สางมันขึ ้นไปตามทิศทางเดิม ค่อยๆหวีจนมันไม่ฟู น้องเนยเงยหน้าขึ ้นมามอง มุมนี ้เขาหน้าดีจริงๆนะ ดั ้งก็โด่ง คิ ้วเข้ม หน้าคมเชียว‚เอาอีกหวี หวีโรลมาม้วน‛‚อันไหน‛‚หวีกลมๆ‛ผมหันไปมองดูในกระเป๋ า ก่อนจะหยิบเอาหวีโรลที่น้องว่าขึ ้นมา มันคือหวีกลมๆที่มีซี่หวีเป็ นพลาสติกรอบแกน ผมค่อยๆทําตามที่เขาบอก หวีนี ้หวียากมากเลย ทํายังไงให้มันไม่เสียทรงนะ เพราะมันติดผมมากๆเลย‚ทีนี ้หวีด้านข้าง เอาหวีธรรมดา‛ น้องเนยหยิบเอากระจกขึ ้นมาส่องแล้วบงการผม ตอนนี ้จําเป็ นที่จะต้อให้เจ้าของผมเขาเป็ นคนออกคําสั่ง เพราะผมเองก็ทําทรงนี ้ไม่เป็ น เกิดเขาไม่ชอบขึ ้นมาแล้วจะมาพาลโมโหอีก‚ทีนี ้จุ่มเจล‛‚อันนี ้ใช่ไหม เรามีสองกระปุก‛‚อันนั ้นมันวาสลีน‛‚เอ้า แต่มันไม่ใช่กระปุกวาสลีนนี่‛‚ก็แคะจากกระปุกวาสลีนมาใส่ กระปุกวาสลีนมันไม่เท่‛ผมต้องทําความเข้าใจในตัวเด็กคนนี ้อีกเยอะเลย แบบนี ้ก็ได้เหรอเนยผมควักเอาเจลขึ ้นมาพอประมาณ ถูจนมันทั่วมือแล้วเอาไปลูบผมของเขา พยายามที่จะไม่ให้มันมากจนเกินไปจนโดนแผลเขา แค่ให้มันพออยู่เป้ นทรงก็พอ ลูบบางๆตรงปลายผมเพียงเล็กน้อย ค่อยๆจัดทรงจนมันเข้าที่เข้าทาง
ขึ ้นมา น้องเนยมองขั ้นตอนนี ้ผ่านกระจกตาไม่กระพริบเลย เขาคงกลัวผมจะเสียทรงเอามากๆถึงได้จ้องขนาดนั ้น‚เอาลงมาด้วย‛‚เอาลงมาเยอะไหม‛‚พอแล้ว‛ผมจัดทําปอยผมเล็กๆด้านหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของน้องเนย เขาบอกให้ผมจัดทรงให้มันงอให้ได้องศาด้วย แบบนี ้ก็ไม่เอา แบบนี ้ก็ไม่ชอบ เชื่อไหมว่าทําทั ้งหัวน้องเนย ยังไม่เสียเวลาเท่าทําปอยผมนี่เลย ดูท่าทางนี่จะเป็ นส่วนที่ละเอียดที่สุดแล้ว‚เสร็จแล้ว‛ผมผละออกจากน้องเนย ลงไปนั่งข้างๆกัน เขาหยิบเอากระจกส่องดูทรงผมตัวเอง เอียงหน้าซ้ายขวาแล้วจิกสายตาใส่จนผมนึกอยากจะขํา‚เออวัลลภามันทําสวยว่ะ‛‚ขอบคุณ‛‚ทีหลังต้องให้มาทําให้บ่อยๆ‛‚พี่ไม่ได้ว่างขนาดนั ้นสักหน่อย‛‚เดี๋ยวแต่งเข้าบ้านก็ได้ทําให้เองนั่นแหละ‛“!”ผมตกใจ รีบหันกลับออกไปมองด้านนอกทันที กลัวมากๆว่าป้ าติ๋มจะมาได้ยินประโยคเมื่อครู่เข้า ผมยิ่งเสียวสันหลังกลัวจะติดคุกเพราะเผลอหวั่นไหวกับเด็กน้อย น้องเนยนี่ไม่เข้าใจความเสี่ยงที่ผมกําลังเจอเลยหรือไงกัน เห็นใจกันหน่อยสิ
‚อะไร‛‚เนย ทีหลังไม่พูดแบบนั ้นอีกแล้วนะ‛‚พูดแบบไหน‛‚ก็…ไอ้แต่งๆอะไรพวกนั ้นน่ะ อย่าไปพูดพล่อยๆ‛‚เราพูดพล่อยที่ไหนวะ ก็พูดกับเธอคนเดียวเนี่ย‛โอ้ย น้องเนยนี่นะ ผมไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ‚เดี๋ยวแม่เรามาได้ยินแล้วจะเป็ นเรื่องไง พี่ไม่อยากให้แม่เราเข้าใจผิด‛‚เข้าใจผิดอะไร‛‚ก็…ก็...”‚บอกกี่ครั ้งกี่หนแล้วว่าไม่ต้องกลัวติดคุก แม่มีเส้น เธอเข้าไม่ได้หรอก คุกตารางน่ะ‛‚เนย‛‚แม่ติ๋มใหญ่นะเว้ย แม่ย่าเธออ่ะ รู้ไว้‛มะ…แม่ย่าอะไรเล่า!จะมาแม่ย่าอะไรของน้องเนี่ย‚ทีหลังเธอก็พาเราไปเจอแม่ยายหน่อย‛‚เนย พอเลยพอ ไม่พูดเรื่องนี ้แล้ว โอเคไหม‛ผมยกมือห้ามทัพ เป็ นสัญญาณว่าอยากจะให้จบเรื่องนี ้ลงสักที น้องเนยเห็นผมร้อนรนแบบนั ้นเขาก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ ผมนิ่งอึ ้งไปเมื่ออีกฝ่ ายยื่นมือมาจับปลายจมูกตัวเองแล้วดึงมันส่ายไปมาเบาๆ ผมเม้มปากเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าจะทํายังไงดี ได้แต่นั่งนิ่งๆให้น้องเนยจับจมูกแบบนี ้เขาอยากจะทําอะไรก็ทําไปเถอะ ก็ไม่ได้ว่าอะไร มันคงไม่มีอะไรหรอกมั ้ง
‚นี่ แตงอ่อน‛‚ชื่อใหม่อีกแล้วเหรอ‛ ผมขมวดคิ ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อใหม่ของตัวเอง แต่ชื่อนี ้คุ้นๆนะเนี่ย เดี๋ยวนึกก่อนว่าไปได้ยินมาจากที่ไหน‚เรียกชื่อพี่ได้แล้วเนย‛‚ทําไม‛‚เดี๋ยวถ้าเกิดพี่ลองเรียกชื่อเราที่ไม่ใช่ชื่อเราบ้างเราจะรู้สึก‛‚ลองดิ‛ผมนั่งคิดไปมา ไม่รู้ว่าจะเอาชื่อไหนมาเรียกเขาดี ผมไม่ค่อยจะหัวครีเอทเหมือนน้องเนยสักเท่าไหร่หรอก พอน้องเนยเห็นผมคิดไม่ออกแบบนั ้นเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ ละมือออกจากจมูกของผมแล้วไปกระชับคอเสื ้อตัวเอง น้องเนยยกมือข้างหนึ่งลูบผมด้านข้าง เขาค่อยๆหันหน้ากลับมามอง‚หน้าแบบนี ้มันก็ต้องชื่อสมบัติป่ ะวะ‛‚เนย‛‚เรียกเราว่าสมบัติ‛‚จะเอาจริงๆเหรอ สมบัติเนี่ยนะ‛‚เออ เราคือสมบัติ ส่วนเธอก็เป็ นเพชรา‛‚หา‛‚แม่เพชรา‛โอ้ย อะไรเนี่ย ผมงงไปหมดแล้วนะเอาจริงๆ ผมอยู่กับน้องเนยนี่ผมได้กี่ชื่อแล้วนะที่ไม่ใช่ชื่อตัวเองน่ะ น้องเนยสรรหาคํามาเรียกผมเสียเหลือเกิน เป็ นเด็กเป็ นเล็ก ดันหัวไวกับอะไรพวกนี ้จริงๆ ผมมองดูหน้าน้อง เขาก็เอาแต่ยักคิ ้วจึกๆจนน่าหมั่นไส้
‚เนย‛ ผมหันกลับไปมองตามต้นเสียง ป้ าติ๋มเดินกลับเข้ามาหาลูกชายตัวเอง แต่พอป้ าติ๋มเห็นว่าผมนั่งอยู่ใลก้ๆป้ าแกก็หน้าตาตื่นทันที นาทีนั ้นผมเริ่มกังวลแปลกๆ กลัวเหลือเกินว่าป้ าติ๋มแกจะจับพิรุธอะไรบางอย่างได้ แต่แล้วในวินาทีต่อมา ผมก็ต้องชะงักไปเมื่อป้ าติ๋มเดินเข้ามาใกล้แล้วดึงแขนให้ลุกออกมาห่างๆลูกชายตัวเอง‚น้องทิอย่าไปอยู่ใกล้ไอ้เนยมาก ลูกชายป้ ามันจะกัด‛‚หะ…”‚มึงอย่าทําอะไรพี่เขานะไอ้เนย‛‚เหอะ‛‚ปล่อยพี่เขาไปเลยไป‛‚ไม่ปล่อย‛‚กูล่ะปวดหัวแทนเขาเลย‛‚เดี๋ยวก่อนครับ‛‚บอกว่าไม่ปล่อยไงแม่ จะเอา สมบัติมันต้องคู่กับเพชรา แม่เป็ นใคร กล้าดียังไง เอามือมาคั่นแบบนี ้‛‚บ้ะ!ไอ้นี่ กูแม่มึงนะ!‛ น้องเนยลุกขึ ้นยืน แล้วเดินมาหาผม เขาเอาแขนข้างที่ไม่ใส่เฝื อกกอดคอผมเอาไว้แล้วออกแรงกระตุกเบาๆให้ผมเข้าไปหา ผมอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าน้องเนยจะกล้าทําท่าสนิทสนมกับผมขนาดนี ้ต่อหน้าป้ าติ๋ม ผมตาหลีตาเหลือก เลิกลั่กมองระหว่างสองแม่ลูก ดูป้ าติ๋มตอนนี ้สิ มือสั่นอยากจะหยิบไม้แขวนเสื ้อจะแย่แล้ว‚โน่นแน่ะนกเขาคูจุ๊กจุ๊กกรู นกมันเฝ้ าคูหามัน‛ ผมหันมองขวับ จู่ๆน้องเนยก็ร้องเพลงออกมาหน้าตาเฉยๆ ป้ าติ๋มแกเลยบ่นๆด่าๆ จนผมเองก็ฟัง
ไม่ทัน พอเห็นความดื ้อด้านของเนย สุดท้ายก็เลยถอยกลับไปเอง ตอนนี ้ป้ าติ๋มออกไปแล้วจนเหลือแค่ผมกับน้องเนยเหมือนเดิม ผมยังงงอยู่เลย สรุปเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ ้น แล้วน้องเนยจู่ๆจะมาร้องเพลงทําไมกัน‚โถโก่งคอทําเสียงหวาน ช่างน่าสงสารนะกระไรใจข้า‛‚เนย อะไรเนี่ย‛‚ก็พี่ปักใจ ใฝ่ รัก รักเจ้าใย มิเห็นใจ เมตตา‛‚พอได้แล้ว พอๆ เลิกเล่น‛ผมทําท่าจะผละออก แต่น้องเนยก็ดึงให้ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนตอนนี ้ริมฝี ปากของเขาอยู่ที่ข้างหูของผม ผมหลับตาปี๋ น้องเนยกอดคอแน่นกว่าเดิม ให้ตายสิ ถ้าป้ าติ๋มกลับมาเห็นตอนนี ้มันจะเป็ นเรื่องเอานะ เลิกแกล้งพี่ได้แล้วเนย ผมยืนตัวเกร็ง น้องเนยลดเสียงที่ร้องเพลงให้เบาลง เขาร้องอยู่ตรงข้างหูผม เกลียดชะมัดเลยที่ได้ยินเสียงทุ้มๆตอนร้องเพลงแบบนี ้‚นกมันรักกัน รักมันก็มีแต่จ๊ะจ๋า ไม่มีมารยาเสมือนร้อยลิ ้นคนพรํ่า‛‚เนย หยุดแกล้งพี่ได้แล้ว‛‚พี่ไม่เป็ นเหมือนนกแก้วพูดเจื ้อยแจ้ว เรื่อยไปออกจากปากพี่ไป ขอให้ออกจากใจ พี่ปากกับใจ ตรงกัน‛ผมควรจะเขินเขาใช่ไหมเนี่ย เด็กคนนี ้ อะไรของเขาก็ไม่รู้‚ดู เอา พี่เห็นมันเฝ้ าหยอกเย้าต่อกัน พี่ต้องเอาอย่างมัน พี่จะเอาอย่างมัน‛“…”‚มิเปลี่ยนแปรผันเลยเอย…ได้ยินไหมแม่เพชรา‛♡♡♡
‚วันนี ้มึงแกล้งอะไรพี่เขาไอ้เนย‛‚เปล่า‛‚ให้ตายสิ กูนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็ นน้องทิ กูจะต้องเอาทองกี่เส้นไปถวายพ่อแม่เขา เขาถึงจะรับมึงเนี่ยไอ้เนย‛‚เรื่องเงินรู้ว่าแม่ไม่ขัดหรอก‛‚เออ! กูล่ะเหนื่อยใจ มึงก็อย่าไปทําตัวอ้อร้อใส่พี่เขามาก‛‚ไม่ได้อ้อร้อ‛‚อ้อเหรอ มึงร้องเพลงนกเขาจุ๊กกูๆใส่หูเขาขนาดนั ้นไม่อ้อร้อเลยเรอะไอ้เนย‛‚แม่บ่นอีกละ‛‚เฮ้อ พี่ทิเขาไม่น่าจะทันเด็กอย่างมึงแน่ๆ‛‚ในสายตายัยนั่นลูกแม่อย่างเท่เลยเถอะ‛‚หลงตัวเอง‛‚แม่ก็เคยพูดว่าในสายตาพ่อแม่คือนางงามจักรวาลเหมือนกัน‛‚ไอ้นี่!”‚อย่ามาด่าลูกว่าหลงตัวเองเลยแม่ อันนี ้มันเป็ นยีนเด่นป่ ะวะ‛‚กูล่ะเหนื่อยจะคุยกับมึงจริงๆ‛‚ก็เหนื่อยจะคุยกับแม่เหมือนกัน แม่ไปทําแกงต่อไป จะโทรคุยกับจําเนียรจ๋า‛‚เออ!”
ตีครั้งที่22เพียงแต่ดูรู้ชื่อโดยพลันพอเข้าช่วงปิ ดเทอม เด็กเรียนก็พากันหาเรียนพิเศษเพื่อที่จะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนมากมักจะเลือกไปเรียนกับสถาบันติวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง ด้วยเหตุนี ้รายได้ในช่วงปิ ดเทอมของผมครั ้งนี ้จึงเหลือน้อยกว่าปกติ น้องๆที่เคยมาเรียนกับผมตอนนี ้เหลือเพียงสองสามคนเท่านั ้น จริงๆผมก็ไม่ได้ว่าอะไร มันก็ถือเป็ นเรื่องที่ดีที่พวกเขาเลือกอะไรที่มันได้ประสิทธิภาพมากกว่า การเรียนกับติวเตอร์ที่ถูกสอนมาโดยเฉพาะทางแบบนั ้นน่าจะเป็ นผลดีมากกว่าการติวกับนักศึกษาอย่างผมอยู่แล้ว‚ถ้าอย่างนั ้นพวกเรากลับก่อนนะคะพี่ทิ สวัสดีค่ะ‛ผมยกมือรับไหว้น้องๆ แล้วนั่งมองดูพวกเขาออกจากร้านไป พอทั ้งโต๊ะเหลือแค่ผมก็ดันรู้สึกว้าเหว่ขึ ้นมาน้อยๆ เพราะปกติไม่เคยจะได้เลิกสอนไว ผมคงต้องทําตัวให้ชินแล้วสินะ ก้มเก็บข้าวของใส่กระเป๋ าคืนกะจะกลับออกไป แต่แล้วขณะนั ้นผมก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฝนข้างนอกเริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว ผมจึงวางมือลงช้าๆ สงสัยคงจะต้องอาศัยคาเฟ่ นี ้ไปอีกสักพัก เพราะกลับไปตอนนี ้คงจะยังไม่ได้ ต้องเดินไปรอรถอีก เปี ยกแน่นอน
ผมเลือกที่จะไปสั่งกาแฟมานั่งดื่มรอเวลา หยิบเอานั่นเอานี่ขึ ้นมาทํา แต่ดูข้างนอกสิ ไม่ว่าผ่านไปกี่นาทีๆฝนก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลย ผมจะได้กลับหอตอนไหนล่ะเนี่ย ดีนะที่ไม่ได้ซักผ้าตากเอาไว้น่ะครืดดด ครืดดดผมชะงัก ก่อนจะดึงสายตาจากนอกร้านก้มลงมองดูมือถือตัวเอง เป็ นน้องเนยที่โทรเข้ามาหา ช่วงนี ้ผมก็ไม่ได้สอนพิเศษน้องเนยเหมือนแต่ก่อน เพราะเขายังอยู่ในช่วงพักฟื ้น ทั ้งผมและป้ าติ๋มจึงอยากให้น้องเนยได้พักให้แผลหายดีเสียก่อน แต่ก็ได้ข่าวจากป้ าติ๋มเป็ นระยะๆว่าอีกฝ่ ายน่ะดื ้อขนาดไหน‚สวัสดีครับ‛[อยู่ไหน]‚พี่ออกมาสอนพิเศษ อยู่ข้างนอก‛[เสียงฝนตกเหรอ]‚อืม ตอนนี ้อยู่ในร้านกาแฟ รอฝนหยุดเดี๋ยวก็กลับ‛[อยู่ร้านไหน]พอน้องเนยถามกลับมาแบบนั ้น ผมก็ต้องรีบห้ามทันที รู้ทันความคิดน้องเนยเลยว่าเขากําลังคิดที่จะทําอะไร น้องคิดจะออกมาหาผมแน่ๆ เวลาปกติป้ าติ๋มแทบจะไม่อยากให้น้องเนยไปไหนมาไหน แต่ครั ้งนี ้น้องเนยจะฝ่ าลมฝนมาหาผมมันก็ยิ่งไม่ใช่เรื่อง‚เนย พี่รู้ว่าเนยคิดอะไร หยุดเลยนะ‛
[ถามว่าอยู่ร้านไหน]‚ดื ้อ‛[เธอนั่นแหละดื ้อ]‚เราไม่สบายอยู่ อย่าทําเก่งนักสิ‛[แผลแค่นี ้ ยังกะหอยบาดตีน]‚จะแผลเล็กแผลน้อยพี่ก็ห่วงเราหมดแหละเนย อย่าทําตัวให้น่าห่วงได้ไหม‛[แหนะ]‚อะไร‛ ผมขมวดคิ ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินนํ ้าเสียงแบบนั ้นจากปลายสาย[กลัวเราตายแล้วจะเป็ นแม่ม่ายขันหมากเหรอเธอ]โอ้ย เนย น้องเนยนะน้องเนย เป็ นเด็กเป็ นเล็กทําไมเอาแต่คิดเรื่องนี ้[โอเค ถ้าอย่างนั ้นไม่ออกไปก็ได้ แต่เธอเปิ ดกล้องหน่อย]‚พี่อยู่ข้างนอกเนย ไม่สะดวก‛[เปิ ดกล้อง ไม่อยากจะนั ้นจะเปิ ดประตูบ้านแล้วออกไปหา]‚โอเคๆ ก็ได้…” สุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมน้องเนยในที่สุด ผมถอนหายใจออกมา กดวางสายแล้วตัดสินใจกดรับคอลไลน์จากอีกฝ่ าย ผมวางกล้องให้มันอยู่ในรัศมีที่ทั ้งผมและเข้าน่าจะมองเห็นกันและกัน ไม่นานนัก ภาพของเด็กหนุ่มวัยสิบหกก็ปรากฏขึ ้นมาให้เห็น วันนี ้น้องเนยไม่ได้อยู่ในลุคแดงไบเล่หรือย้อนยุคเหมือนปกติ เขากลับมาในรูปแบบของเด็กหนุ่มเสื ้อกล้ามดําตัวนั ้น ปล่อยผมดํามัดรวบเอาไว้ที่ท้ายท้อย เอาจริงๆลุคนี ้เขาเหมือนเป็ นแค่เด็กเซอร์ๆคนหนึ่งเท่านั ้นเอง[ยัยเธอ]
‚ว่ายังไง ทําไมถึงอยากเห็นหน้าพี่‛ ผมเอ่ยถามอีกฝ่ ายยิ ้มๆ มุมทีผมนั่งอยู่ค่อนข้างที่จะอับพอสมควร แถมในร้านก็มีคนแค่ไม่เท่าไหร่ ผมจึงไม่อายสายตาของคนอื่นนัก แต่ก็พยายามพูดให้เสียงมันเบาๆเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนคนอื่น[ก็อยากเห็น]ผมยิ ้มขําออกมา ไหนนะ ใครคนไหนนะที่เมื่อก่อนว่าพี่ไปหลงชอบเขาก่อนอย่างนั ้นอย่างนี ้ หาว่าพี่ตามบ้างล่ะ หาว่าพี่คลั่งไคล้บ้างล่ะ หันมองดูตอนนี ้สิ คนที่พยายามที่จะโทรมาหาทุกวันๆน่ะมันใครผมมองกลับเข้าไปในจอ ก่อนที่จะแปลกใจเล็กน้อย วันนี ้น้องเนยไม่ได้สวมสร้อยคอตะกรุดพระเส้นสีดําเหมือนเดิม แต่กลับเป็ นสร้อยคอสีเงินห้อยเอาไว้ด้วยจี ้คุ้นตา ผมตกใจเล็กน้อยที่รู้ว่านั่นคือจี ้ที่ผมเคยให้เขาเอาไปให้แม่ตั ้งแต่ช่วงแรกๆที่เราเจอกัน‚นั่นมันของพี่ใช่ไหม‛[หือ…] น้องเนยก้มลงมองดูสร้อยคอตัวเอง‚ไหนเราบอกจะเอาไปให้แม่ไง‛[เปล่า]‚เราโกหกพี่เหรอ‛[ไม่ได้โกหกนะเว้ย]‚เนย พี่ไม่ชอบเด็กขี ้โกหก‛[ไม่ได้โกหกจริงๆ ก็ตอนแรกจะเอาไปให้แม่ แต่…]‚แต่อะไร‛[ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็ไม่อยากให้ใครจับแล้ว]
ผมนิ่งเงียบไปเมื่อเห็นว่าน้องเนยตอบกลับมาแบบนั ้น ให้ตายสิ นี่เขาจงใจเก็บของผมเอาไว้เองเหรอไง เด็กขี ้หวง[เธอ ไม่โกรธดิ]‚เปล่า ก็ไม่ได้โกรธ แค่สงสัยเฉยๆ ยังไงพี่ก็ให้เราไปแล้ว จะเอาเองหรือจะให้ใครก็เรื่องของเรา พี่ไม่ได้ว่าอะไร‛[เธอ ทําไมวันนี ้ใส่เสื ้อตัวนี ้อ่ะ]‚ทําไมเหรอ‛ ผมได้ยินที่เขาถามก็เลยก้มลงมองดูเสื ้อตัวเอง มันก็เป็ นแค่เสื ้อเชิ ้ตสีขาวไม่มีลายธรรมดาๆเท่านั ้น อะไรที่ทําให้เขาติดใจสงสัยกัน[เปล่าหรอก…] เอ้า อะไรของเด็กคนนี ้กันนะผมมองออกไปด้านนอก ตอนนี ้ฝนเริ่มหยุดตกแล้ว คงกลับได้แล้วล่ะมั ้ง‚ฝนจะหยุดแล้ว พี่คงต้องกลับแล้วล่ะ แค่นี ้นะ‛[เดี๋ยว]‚มีอะไรเนย‛[อยากไปส่งเธออ่ะ อย่าเพิ่งวาง]เอาจริงเหรอเนย อะไรจะติดพี่หนึบขนาดนี ้นะ ผมขําออกมาเบาๆ โอเค เด็กอยากจะไปส่งก็ไปส่ง ไม่ปิ ดกล้องก็ได้ ผมสะพายเป้ขึ ้นไหล่ข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็ถือโทรศัพท์เดินออกมาจากร้าน แอบรู้สึกเขินๆนิดหน่อย เพราะนี่ก็เป็ นครั ้งแรกที่ได้ทําอะไรแบบนี ้ ผมชําเลืองมองดูหน้าจอเป็ นระยะๆ น้องเนยนั่งเท้าคางมองดูผมเดินไปเรื่อยๆแบบนั ้น‚เราจะมาอยากดูอะไรพี่นักเนี่ย‛[ใครอยากดูเธอ คิดไปเอง]
‚งั ้นพี่วาง‛[ถ้าวางจะขับมอเตอร์ไซค์ไปหา เอาไหมล่ะ รู้นะว่าตอนนี ้เธออยู่ไหน]‚รู้ได้ไง‛[เมืองนี ้ไม่เคยมีที่ไหนที่เนยวัดพลุไม่เคยไปเหยียบ ทุกที่มีรอยตีนเรา]โอเคเลยพ่อนักเลง ยอมแล้ว ยอมแล้วครับ รู้แล้วว่าเนยวัดพลุใหญ่ขนาดไหน‚รู้แล้วๆ ขี ้โม้…”[ได้ยิน] อะไรกัน ผมว่าผมพูดเบาๆแล้วนะ[แน่จริงมาพูดใกล้ๆนี่ จะเอาให้ปากแตกเลย]‚เนยจะต่อยพี่หรือไง‛[เออ ต่อยแน่ ตอนนี ้ก็อยากต่อย] ผมชะงักไปนิดหน่อยพอน้องเนยพูดมาอย่างนั ้น อะไรกัน นิสัยแบบนี ้ยังไม่หายไปอีกเหรอเนี่ย‚ถ้ามาใช้แรงกับพี่ พี่ไม่ชอบนะ‛[ต่อยด้วยไรเธอรู้เหรอ]“…”[เธอคิดว่าเราจะต่อยปากเธอด้วยกําปั ้นจริงดิ]‚อือ‛[หยิกเธอเรายังไม่กล้าเลย ใครจะไปกล้าทําเธอ หัวก็แค่นั ้น แก้มก็แค่นั ้น เดี๋ยวบุบหมดพอดี]‚เอ้า ก็เราบอกว่า…”[ถ้าเราจะทําร้ายเธออ่ะ เราไม่ใช่วิธีนั ้นหรอก เรามีอีกเยอะวัลลภา] ผมมองดูน้องเนย เขายกยิ ้มแบบมีเลศนัยจนผมชักนึกตามไม่ทันแล้วว่า
ตอนนี ้เขาพูดเรื่องอะไร ไหนเมื่อกี ้บอกจะต่อย แล้วก็มาบอกไม่กล้าต่อย อะไรของเขาก็ไม่รู้[พรุ่งนี ้เธอจะมาที่บ้านเหรอ]‚รู้ได้ยังไงกัน‛ ผมกะว่าพรุ่งนี ้จะเข้าไปเยี่ยมน้องเนยสักหน่อย แล้วก็กะจะเข้าไปสอนพิเศษเขาด้วย ที่จริงผมคุยๆกับป้ าติ๋มเอาไว้ ว่าถ้าน้องเนยพอจะเรียนไหวก็อยากให้น้องเรียน เพราะน้องเนยเองก็กําลังจะขึ ้นมอห้า อยากให้น้องเก็บเนื ้อหาอะไรพวกนั ้นให้ทันเพื่อน ซึ่งป้ าติ๋มแกก็ดูจะโอเค ยินดีเลยแหละที่ผมยังรับสอนน้องเนยต่อ ก็นะ น้องเนยก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั ้นสักหน่อย ถึงเขาจะกวนประสาทบ้างในบางครั ้ง แต่ถ้าเกิดเขาตั ้งใจ เขาก็ทําได้ดีอย่างที่เขาขี ้โม้ไว้[พรุ่งนี ้มาแต่เช้าได้ไหม]‚แต่เช้าเลยเหรอ‛[อือ อยากอยู่กับจําเนียรนานๆ]ผมไม่รู้ว่าตอนนี ้ควรจะรู้สึกยังไงดี จู่ๆก็มาบอกอยากเจอหน้า มาอยากอยู่ด้วยกันแบบนี ้ ใครสั่งใครสอนให้เขาทําตัวแบบนี ้นะ นี่มันคนละคนกับเนยวัดพลุเลย ตอนแรกเขาเอาแต่ทําผมกลัว ดูตอนนี ้สิ ใครกันที่เอ่ยปากขอให้ผมไปหาเร็วๆ‚โอเค ถ้าอย่างนั ้นพรุ่งนี ้พี่จะไปเช้าๆ เราเองก็อย่านอนตื่นสาย เข้าใจไหม‛[ใครตื่นสาย ไม่เคยเถอะ]ผมยืนรอรถไปก็คุยกับน้องเนยไปอย่างนั ้น เขาทําอย่างที่บอก รอส่งผมจนถึงห้องจนได้ ผมเดินกลับมาจนถึงห้องตัวเอง เดินเข้ามาข้างใน วางของ
ก่อนที่จะได้ยินเสียงเมี ้ยวๆดังขึ ้นภายในห้อง ไม่ใช่อะไรครับ แมวของเพื่อนผมเอง พัชน่ะ พัชฝากแมวมาอยู่ที่ห้องผมเพราะทั ้งผมและเขาเพิ่งจะพามันไปหาหมอมา แต่พัชยังไม่มีเวลามารับกลับไป คงพรุ่งนี ้แหละพัชถึงจะว่างเข้ามา[โอเค เธอถึงห้องแล้ว]‚ครับ ถ้าอย่างนั ้นพี่วางนะเนย บ๊ายบาย‛ผมกางมือเล็กน้อยแล้วส่งยิ ้มบอกลา อีกฝ่ ายจึงรีบตัดสายหนีทันที ทิ ้งให้ผมยิ ้มเก้อแบบนั ้น อะไรกัน ไม่ลาสักหน่อยเลยหรือไง คิดอยากจะวางสายก็วางเหรอ ผมส่ายหัวเล็กน้อย มองดูโทรศัพท์ตัวเองก็เห็นแบตมันเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ผมจึงเดินไปชาร์จแบตทิ ้งเอาไว้ตรงมุมห้อง ผมตั ้งมันไว้บนโต๊ะ แล้วผละกลับออกมาหยิบของเตรียมจะอาบนํ ้าอาบท่า รู้สึกเหนียวตัว อาบนํ ้าเสร็จก็นอนดูหนังฟังเพลงเล่นไปเรื่อยๆดีกว่าผมเข้าไปอาบนํ ้า แต่ยังอาบได้ไม่ทันไรก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมเอาครีมอาบนํ ้าขวดใหม่มาด้วย ขวดเก่าที่ยังมีในห้องนํ ้ามันหมดไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจที่จะพันผ้าขนหนูออกมาลวกๆไปก่อน ผมเดินกลับมาข้างนอก เดินไปหยิบเอาครีมอาบนํ ้าขวดใหม่ที่วางอยู่ข้างๆห้องนํ ้า แต่แล้วหางตาของผมก็เหลือบไปเห็นว่าแมวของพัชกําลังกระโดดเล่นไปมาอยู่แถวๆโทรศัพท์ของผม เหมือนมันกําลังเล่นสายชาร์จของผมอยู่ ผมกลัวว่ามือถือจะหล่นลงพื ้น เลยรีบเดินเข้าไปจัดการ อุ้มเจ้าแมวเหมียวลงพร้อมหยิบเอาโทรศัพท์ออกห่าง แต่ทว่า พอผมได้มองจอโทรศัพท์ตัวเองก็ต้องตกใจ เมื่อตอนนี ้เป็ นภาพของน้องเนยกําลังจ้องมองกลับมาตาโต ผมไม่รู้ว่าทําไมถึงเป็ นแบบนี ้ เดาว่าแมวคงเผลอไปโดนจนมันกดรับแน่ๆยะ…แย่แล้ว ตอนนี ้ผมไม่ได้ใส่เสื ้อผ้านี่!
พอนึกได้ก็รู้สึกร้อนไปทั ้งหน้า รีบปิ ดกล้องทันที ลนไปหมด เมื่อครู่ไม่รู้ว่าน้องเนยจะว่าอะไรไหม ให้ตายสิ ผมอยากจะตีแมวจริงๆ เมื่อกี ้ยกกล้องขึ ้นมาสูงเสียด้วย ผมลูบหน้าตัวเองแรงๆ ชักอายขึ ้นมาเหมือนกัน ไม่เคยจะได้ให้ใครเห็นตัวเองในสภาพนี ้มาก่อนเลย ขนาดพัชกับโต้งก็ยังไม่เคยเห็นผมในตอนนี ้ นี่เขากําลังเอาคืนที่ผมสวมกางเกงให้ในโรงพยาบาลหรือเปล่าเนี่ย เข้าใจแล้วว่าทําไมน้องเนยถึงอายทั ้งๆที่มีเหมือนกันแต่…น้องเนยคงไม่ได้คิดอะไรหรอกมั ้ง ก็เขาไม่ได้พูดอะไรเลยนี่นา♡♡♡เช้าวนัต่อมา ผมก็ตงั้นาฬิกาปลกุตื่นขนึ้มาในตอนเช้าอาบนํา้แตง่ตวัเตรียมข้าวของที่จะเอาไปบ้านน้องเนยจนครบ ผมติดต่อหาพัชเอาไว้แล้วว่าถ้าเกิดเขาจะเข้ามาเอาแมวก็ติดต่อกับพี่ด้านล่างเลย ผมเอาแมวใส่กรงแล้วฝากไว้แล้วเรียบร้อย พัชมาที่นี่ค่อนข้างบ่อย เขาคงพอรู้ว่าต้องไปติดต่อตรงไหนอยู่แล้ว ผมเดินทางออกมาจากที่พักของตัวเอง ใช้เวลาราวๆเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านของน้องเนยจนได้ ผมมองเห็นป้ าติ๋มกวาดหน้าบ้านตัวเอง ผมส่งเสียงทักทายเข้าไป ป้ าติ๋มเลยรีบมาเปิ ดประตูต้อนรับทันที ผมรีบยกมือไว้อีกฝ่ าย‚ทําไมมาเช้าจังน้องทิ‛‚เนยบอกให้ผมมาเร็วๆน่ะครับ‛‚ให้ตายสิไอ้ลูกคนนี ้ อะไรมันจะอยากเจอเราขนาดนี ้นะ‛‚แหะๆ…”
‚ถ้ามันเอาแต่ใจมากน้องทิมาฟ้ องป้ าได้เลยนะลูก ป้ าจะจัดการมันเอง‛‚ขอบคุณครับ แต่น้องเนยก็ไม่ได้ทําอะไรให้ผมลําบากใจขนาดนั ้นหรอกครับ สบายใจได้ จริงๆตอนนี ้เขาก็เป็ นเด็กดี เป็ นเด็กน่ารักขึ ้นเยอะเลย‛‚กูว่าแล้ว…ทําไมไอ้เนยมันติดคนนี ้นัก‛‚อะไรนะครับป้ า‛‚อ๋อ เปล่าลูกๆ ไป เข้าไปข้างในเถอะ ตอนนี ้ไอ้เนยมันยังไม่ตื่น ไปปลุกมันเลยก็ได้ ห้องมันเดินขึ ้นไปชั ้นสองเดี๋ยวก็รู้เองว่าห้องไหนของมัน‛ ป้ าติ๋มบอกให้ผมเข้าไปข้างใน ส่วนป้ าแกก็ขอตัวไปดูแลสวนหน้าบ้านต่อ ป้ าติ๋มดูแลที่นี่คนเดียวเหรอ สวยมากนะเอาจริงๆ แปลว่าป้ าแกต้องเป็ นคนที่ชอบต้นไม้ดอกไม้มากๆในระดับหนึ่งเลยแหละผมเดินเข้ามาข้างในบ้านตามที่ป้ าติ๋มบอก ตอนนี ้น้องเนยคงยังไม่ตื่นจริงๆด้วย บ้านเงียบไปหมดเลย บนโซฟามีแมวตัวสีขาวที่น้องเนยเคยเอามาโชว์นอนอยู่ ผมวางข้าวของ เกาคอแมวเล่นเล็กน้อย ก่อนที่จะนั่งรออยู่แถวๆนั ้น ที่จริงป้ าติ๋มก็อนุญาตให้ผมขึ ้นไปปลุกน้องเนยนั่นแหละ แต่ผมยังไม่กล้าที่จะขึ ้นไปบนบ้านของพวกเขาสักเท่าไหร่ นั่งรออยู่ตรงนี ้ไปเรื่อยๆดีกว่าแต่แล้วในขณะที่เล่นกับแมวอยู่นั ้น ผมก็ได้ยินเสียงตึงตังจากด้านบน ผมเดาแล้วล่ะว่ามันคือเสียงของน้องเนย ผมหันไปมองดูป้ าติ๋มที่ยังคงอยู่ข้างนอกบ้าน หรือผมควรจะขึ ้นไปหาเขาไหมนะ แต่นั่นมันก็ห้องนอนน้องเนยเลยนี่ เขายิ่งเป็ นคนขี ้หวงพื ้นที่ด้วย ถ้าเกิดว่าผมเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเขาคงจะไม่พอใจแหละ
ผมจึงนั่งเล่นกับแมวอยู่อย่างนั ้น ตัวนี ้น่ารักกว่าของพัชเยอะเลย แมวพัชน่ะหยิ่ง แต่เจ้านี่ขี ้เล่นมากๆ ผมลงมาจากโซฟาแล้วนั่งเล่นกับแมวไปเรื่อยๆ จนสักพักก็ได้ยินเสียงวิ่งตึงตังๆลงมาจากบนบ้าน‚แม่!แม่!”เสียงน้องเนยเรียกหาแม่ตัวเองเสียงดังจนผมนึกตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ ้น แต่แล้วเขาก็วิ่งผ่านไปยังประตู ร่างโตเกินเด็กวัยเดียวกันของเขาอยู่ตรงนั ้น ดูท่าทางตอนนี ้น้องเนยคงจะยังไม่เห็นว่าผมนั่งอยู่ในบ้านของเขา ผมตกใจนิดหน่อยที่น้องเนยวิ่งพันผ้าขนหนูลงมาแบบนั ้น เขายังคงใส่เสื ้อกล้ามสีดําเหมือนที่เห็นเมื่อวาน ตอนแรกผมว่าจะส่งเสียงทักทายไป แต่ดูท่าทางน้องเนยจะอยากคุยกับแม่ตัวเอง ผมเลยไม่อยากจะแทรก เดี๋ยวรอน้องพูดเสร็จแล้วค่อยทักก็ได้‚แม่!”‚จะเสียงดังทําไมไอ้เนย!มึงไม่กลัวพี่…”‚แม่ มันออกมา‛‚ห้ะ อะไรออกมา‛‚มันออกมา!”‚มึงใจเย็นสิ อะไร อะไรของมึง มึงตั ้งสติหน่อย‛‚แล้วมันไม่ลงเลย ทําไงดีแม่ พาไปหาหมอเลย‛‚อะไรของมึงวะ ลูกชายบ้านอื่นเขาจะประสาทแดกเท่าลูกชายกูไหม อะไร มึงพูดให้รู้เรื่อง อะไรออกมา อะไรไม่ลง‛‚เนี่ย!”‚ห้ะ‛
‚เนี่ย มันมีนํ ้าออกมา!แล้วตอนนี ้มันก็ไม่ยอมลง!”ผมอยากจะขําพรืด แต่ก็ต้องกลั ้นเอาไว้โอยหนอ พ่อวัยรุ่นเพิ่งจะแตกเนื ้อหนุ่มผมมองดูท่าทีตื่นตูมของน้องเนยวัดพลุแล้วก็ได้แต่นั่งส่ายหัวไปมา ตอนนี ้เขาคงจะตกใจที่ร่างกายเขาเกิดเรื่องแปลกๆแน่นอน เด็กผู้ชายวัยรุ่นมักจะพบเจอกับเรื่องนี ้กันทั ้งนั ้นแหละ จริงๆผมเองก็เคย แต่นั่นมันก็นานมากๆแล้ว ผมไม่ได้แตกตื่นเหมือนอย่างที่น้องเนยเป็ นหรอก เพราะผมเองก็พอจะรู้ๆมา อ่านจากหนังสือเรียนบ้าง ครูเพศศึกษาสอนบ้าง ผมเลยรับมือได้ แต่ดูท่าทางพ่อนักเลงจะไม่รู้เลยว่ามันคือสัญญาณของการโตเป็ นหนุ่ม เด็กช่วง15 –17 ปี ก็มักจะพบอะไรแบบนี ้แหละ‚มันโด่เด่เลยแม่! ไปหาหมอ‛‚ไม่ต้องไปหรอกเนย‛‚เฮ้ย!”ผมพูดออกไปแบบนั ้นน้องเนยก็เลยตกใจร้องออกมาเสียงดัง ป้ าติ๋มเดินมาหยุดอยู่ข้างๆลูกชายตัวเอง น้องเนยตกใจตาโต เขารีบจับผ้าเช็ดตัวที่พันช่วงล่างเอาไว้แน่น น้องเนยยังหัวยุ่งอยู่เลย สงสัยตื่นแล้วเพิ่งเจอ เลยยังตกใจแล้วรีบวิ่งลงมา‚ธ..เธอ!”‚ที่เราเป็ นน่ะ ไม่ต้องไปหาหมอ อาการปกติ ไม่เคยเรียนเพศศึกษาเหรอ‛‚มึงฝันเปี ยกเรอะไอ้เนย?‛‚ห้ะ…หา แม่! พูดอะไร! ไปเลย ไปรดนํ ้าต้นไม้ต่อเลย!”
‚เอ้า ไอ้นี่ มึงเรียกกูอย่างกับจะเป็ นจะตาย พอกูมาแล้วมึงก็ไล่กูกลับ สักทีเถอะเนย‛ป้ าติ๋มบ่นลูกชายตัวเองแล้วเดินกลับออกไป ผมยิ ้มขําออกมาเบาๆกับสองแม่ลูก เป็ นเรื่องราวตลกๆของเช้าวันนี ้เลยแฮะ‚ไม่ต้องตกใจ เรื่องธรรมชาติ‛‚ยัย…”‚ไอ้ที่ออกมาน่ะ เขาเรียกนํ ้าอสุจิ ส่วนที่มันตั ้งน่ะก็รอๆหน่อย เดี๋ยวมันก็ลงไปเอง‛‚หุบปากเดี๋ยวนี ้เลย!” น้องเนยโวยวายใส่ผมแล้วเขาก็รีบวิ่งกลับขึ ้นไปข้างบนห้องเหมือนเดิม ผมนั่งขําอยู่ตรงนั ้น เด็กหนอเด็ก เมื่อครู่นี่ดูท่าทางน้องเนยจะอายเอาอยู่เหมือนกัน พ่อแดงไบเล่ พ่อนักเลงวังหลัง พ่อเนยวัดพลุคนนั ้นหายไปไหน ทําไมเจอแต่เด็กวัยรุ่นเพิ่งจะแตกเนื ้อหนุ่มนี่เองเห็นไหมทิ น้องเพิ่งจะโตอยู่เลย จะทําอะไรก็อย่าเพิ่งเถอะ♡♡♡‚ดะ…เดี๋ยว..เนย‛“…”‚เนย…อื้อ‛“…”‚ไม่..เนย ไม่เอาตรงนั้น ไม่ อื้อ!”“…”‚เนยอย่า…อ่ะ…”
“…”‚เนย เนย พี่จะ…พี่…อื้อ!”“!”ดวงตาคมเบิกโพลงขึ ้นทันทีเมื่อรู้สึกตัว ลมหายใจของเขาทั ้งร้อนและแรงจนน่ากลัว เนื ้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อราวกับว่าเพิ่งจะวิ่งมาหมาดๆ แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาผ่านหน้าต่าง ตอนนี ้น่าจะเป็ นเวลาเช้าแล้วเมื่อกี้…ฝันเหรอวะร่างกํายําของเด็กวัยสิบหกค่อยๆยันตัวขึ ้นมาจากเตียง เขานั่งพักเรียกสติตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่จะดึงเอาผ้าห่มออกจากตัว แต่พอก้มหน้าลงก็ไอ้แต่ตกใจจนต้องร้องเฮ้ยออกมา เด็กหนุ่มมองดูร่างกายของตัวเองที่มีอาการเปลี่ยนไปมากกว่าทุกวัน ปกติทุกเช้าเขาจะไม่ค่อยเจออะไรที่มันน่าตกใจนัก แต่วันนี ้ร่างกายของเนยวัดพลุกําลังส่งสัญญาณบางอย่างออกมา‚หะ…เหี ้ย…”คนที่เพิ่งจะโตเป็ นหนุ่มถึงกับช็อกเมื่อตัดสินใจเปิ ดกางเกงตัวเองออกดู สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั ้งแต่เกิดมาทําเอาเขาตกใจไปหมด รู้ตัวอีกทีก็วิ่งลงมาหาแม่ข้างล่างแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะได้ฟังคําอธิบายอะไรจากแม่ของตนเอง เนยก็ต้องตกใจอีกเป็ นครั ้งที่สอง เมื่อพบว่าติวเตอร์ตัวขาวกําลังนั่งยิ ้มอยู่ในบ้านเมือ่กีย้งัอยู่ในฝันอยู่เลย!
หลังจากที่ติวเตอร์สอนเขาเรื่องนี ้ เนยก็รีบวิ่งหนีกลับขึ ้นมาด้านบนทันที ปิ ดประตูล็อกห้องจนเรียบร้อยแล้วทรุดนั่งลงกับที่นอนที่ยับยู่ยี่ มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝื อกยกขึ ้นมาขยุ้มหัวตัวเองจนผมที่ยุ่งแล้วยิ่งยุ่งกว่าเดิมจริงเหรอวะ…นีม่นัเกิดขึ้นกบักูแลว้จริงๆเหรอวะ‚เฮ้ย กูโตแล้วนี่หว่า‛ปี้สาว ครับ ตอนนี้ผมเป๋ นหนุ่มแล้วครับ
ตีครั้งที่ 23ก็รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน‚ถ้าเกิดมันเป็ นจํานวนคี่ ยกกําลังออกมามันจะได้…”‚ฮ้าว…”‚เนย ตั ้งใจเรียนหน่อย‛‚ก็ตั ้งใจอยู่‛‚แล้วเมื่อกี ้พี่จะอธิบายอะไร‛‚รูทอะไรสักอย่าง‛ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองดูลูกศิษย์ตัวแสบที่นั่งอยู่ตรงข้าม วันนี ้ผมมาสอนน้องเนยถึงบ้านเลย เพราะป้ าติ๋มยังไม่อยากให้น้องออกไปไหน ป้ าติ๋มบอกว่าถ้าเกิดผมไม่มาหา เขาก็โวยวายจะวิ่งไปบิดมอเตอร์ไซค์ลูกเดียว ดูท่าทางจะอยากเที่ยวมาก ผมเองก็พอจะเข้าใจน้องนั่นแหละ เขาเคยเป็ นวัยรุ่นมีอิสระเต็มที่ แต่ตอนนี ้ต้องมานั่งเฉยๆรอเรียนกับติวเตอร์เฉิ่มๆ เขาคงจะเบื่อน่าดู‚เธอ คันหัวว่ะ‛‚อย่าเกาแรงสิ‛‚ก็มันคัน‛‚อย่าเกาสิ‛ ผมรีบดึงมือน้องเนยออก เขาทําสีหน้าหงุดหงิด
‚ตั ้งแต่ออกจากโรงพยาบาลก็ยังไม่ได้สระผมเลยแม่ง‛ผมเข้าใจน้องเนยตรงจุดนี ้ เขาเป็ นแผลที่ศีรษะ โดนเย็บตั ้งหลายเข็ม หมอก็สั่งห้ามไม่ให้โดนนํ ้าเป็ นธรรมดา ผมตัดสินใจที่จะลุกขึ ้นยืน แล้วเดินไปหาน้องเนย ผมจับมือเขาออกแล้วดูหัวของน้องให้ ยังดีที่เนยยอมนั่งนิ่งๆ เขาเหล่ตาขึ ้นมองดูผม แผลของน้องเนยเริ่มที่จะแห้งแล้ว บางส่วนก็มีสภาพดีขึ ้น เอาจริงๆน้องเนยก็ออกมาจากโรงพยาบาลได้เกือบอาทิตย์แล้วนี่ เนยเป็ นคนผมยาวด้วย คงจะทั ้งร้อน ทั ้งรําคาญ ทั ้งคัน ไหนเขาจะดื ้อทําผมทุกวันอีก ผมพิจารณาดูแผลของเขาอีกครั ้ง ถ้าเกิดว่าผมสระให้เขามันคงจะได้อยู่ล่ะมั ้ง จะระวังไม่ให้ส่วนที่เป็ นแผลมันโดนนํ ้าก็แล้วกัน สงสารเด็ก‚อยากสระผมไหม เดี๋ยวพี่สระให้‛‚เอา‛ น้องเนยตอบรับทันทีโดยไม่หยุดคิดเลย ผมคลี่ยิ ้มบางออกมา ก่อนจะถูกน้องเนยจูงเข้าไปข้างในบ้าน น้องเนยพาผมมาจนถึงห้องนํ ้าของที่บ้านเขา ผมจัดแจงหยิบเอาเก้าอี ้ตัวเล็กมา ส่วนน้องเนยก็เดินไปหยิบเอากะละมังพลาสติกสีดําขนาดใหญ่ลากเข้ามาในห้องนํ ้า ผมมองเขาอึ ้งๆเมื่อเด็กวัยสิบหกลงไปนอนในนั ้น เขาวางหัวตัวเองเอาไว้กับขอบกะละมัง เงยหน้าขึ ้นมามองผม‚สระเร็วๆ ดีๆ อย่าให้ฟองเข้าตานะวัลลภา ไม่งั ้นเธอเจอดีแน่‛ดูสิ นี่ขนาดผมจะช่วยเขาแท้ๆนะ ยังจะมาขู่กันอีก มันน่าจริงๆเด็กคนนี ้ผมนั่งลง ทิ ้งระยะห่างระหว่างตัวเองกับหัวน้องเนยให้พอสระได้ ผมค่อยๆรวบเอาผมสีดํายาวของเขาให้มันออกมาอยู่รวมกัน ก่อนที่จะเปิ ดฝักบัวเบาๆ แล้วค่อยๆจัดการสระผมให้อีกฝ่ าย น้องเนยนอนหลับตาอยู่อย่างนั ้น
‚เธอ‛‚ว่ายังไง‛‚อยากฟังเพลงไหม‛มาอีกแล้ว ดูท่าทางน้องเนยจะชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลงเหลือเกินนะ บ่อยครั ้งที่เขามักจะร้องเพลงหรือฮัมเพลงออกมา ซึ่งถ้าถามว่าเพลงนั ้นคือเพลงอะไร ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันไม่ใช่เพลงฮิตในยุคนี ้แน่ๆ‚เห่เฮ้ ห่าฮ้า...เห่เฮ้ ห่าฮ้า เสร็จจากงานนาแล้วเมื่อเวลาเย็นๆ เป่ าขลุ่ยและพาเจ้าทุยเดินเล่น ลมพัดเย็นๆ มาเดินเล่นไปตามคันนา…”ผมกลั ้นขําเมื่อได้ยินลูกคอของแดงไบเล่วัยสิบหก เพลงนี ้ผมเคยได้ยิน เมื่อก่อนตอนเป็ นเด็กๆลุงข้างบ้านก็ชอบร้องบ่อยๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้องเนยจะร้องเพลงนี ้ได้‚แสน สุขใจนั่งบนหลังควายควายก็และเล็มหญ้านั่นกบร้องอ๊บๆอยู่กลางนา เสียงเขียดร้องจ้า เมื่อเวลาฝนพรํา...‛‚ร้องได้ด้วยเหรอเรา‛ ผมเอ่ยถามคนที่นอนหลับตาร้องเพลงอยู่ เขากระดิกนิ ้วมือที่อยู่ตรงขอบกะละมังไปตามจังหวะเพลง‚เพลงนี ้ของอ๊อด โฟร์เอสใช่ไหม‛‚ไม่รู้จักว่ะ ใคร‛‚ก็นักร้องเพลงนี ้ไง‛‚เพลงนี ้มันของเพลิน พรหมแดน อัลบั ้ม ชมทุ่ง CD 446‛ผมอ้าปากค้าง ชะงักมือที่กําลังสระผมให้อีกคนทันที น้องเนยลืมตามองดูผม
‚มีเครื่องเล่นเพลง ของแม่ไม้เพลงไทยอ่ะ แม่ซื ้อให้ อยากฟังไหม เดี๋ยวไปเอาลงมา‛‚ไอ้ที่มันเหมือนวิทยุน่ะนะ‛ ผมค่อนข้างจะทึ่งในตัวน้องเนย ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเห็นนะไอ้เครื่องที่น้องเนยพูดมาน่ะ มันคือเครื่องที่เอาไว้เปิ ดเล่นเพลงไทยเก่าๆ เคยเห็นผ่านๆตามโฆษณา อันที่จริงเมื่อหลายปี ก่อนตอนไปเยี่ยมคุณย่า ผมกับครอบครัวก็ซื ้อเจ้านี่นี่แหละไปฝาก ผมนึกว่าจะมีแต่คนแก่ที่ชอบ นี่น้องเนยก็ชอบไปกับเขาด้วยเหรอ เขาทําผมแปลกใจมากๆเลยนะ เป็ นเด็กที่ชื่นชอบความเก่าเหรอ‚เนยชอบฟังเพลงเก่าเหรอ‛‚ทําไม‛‚ก็พี่เห็นเราชอบอะไรเก่าๆ เราพอจะบอกพี่ได้ไหมว่าทําไมถึงชอบ‛‚เธออยากรู้เหรอ‛‚อืม‛‚ไม่รู้เหมือนกัน‛เอ้า อะไรของน้องเนย ไม่มีเหตุผลที่จะชอบเหรอไง‚จู่ๆก็ชอบ‛“…”‚เหมือนเธอแหละ จู่ๆก็ชอบ‛ผมเม้มปากแน่นเมื่อน้องเนยช้อนตามองมาแบบนั ้น จากที่ว่ามีอะไรอีกเยอะแยะจะเอ่ยถามเขามันก็เงียบหายไปทันที ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกร้อนๆหนาวๆจนต้องมองดูมือตัวเองที่กําลังสระผมให้เขาแก้เก้อ น้องเนยนะ
น้องเนย เล่นงานผมอีกแล้ว ให้ผมอยู่ปกติๆสักวันไม่ได้หรือไง จะหยอดอะไรนักหนา‚รักคุณเข้าแล้ว เป็ นไร รักจนคลั่งไคล้ จริงจัง คุณรักใครหรือยัง ฉันใด หวั่นใจ ว่าคงไม่แคล้ว…”และแล้วเนื ้อเพลงใหม่ก็ออกมาจากปากเข้า แต่คราวนี ้น้องเนยไม่ยอมร้องเพลงไปเฉยๆ เขาดึงเอามือข้างหนึ่งของผมที่กําลังสระผมอยู่ไปวางไว้กลางหน้าอกตัวเอง ผมหน้าเห่อร้อนกับการกระทําของเด็กวัยสิบหก ได้แต่นั่งนิ่งๆ มือที่สระผมอยู่ก็หยุดไป ปล่อยให้น้องเนยจับมือไว้อยู่อย่างนั ้น“…เลยรักเข้าแล้ว จนได้ บอกแล้ว ไม่วันไหน ต้องเผลอใจ เข้าสักวัน…”“…”‚รักคุณเข้าแล้ว เต็มทรวง แล้วคุณอย่าหวงสัมพันธ์ เราคิดมารักกันดีไหม ก็ทีผมยังรักคุณ ก็คุณรักบ้างเป็ นไร ของรักกันได้ อย่าคิดอะไรเลยคุณ‛พอร้องจนจบท่อน น้องเนยก็ทําในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด เขาขยับมือที่กุมมือของผมขึ ้นไปประทับกับริมฝี ปากตัวเอง ใจผมเต้นแรงไปหมด ไม่รู้ว่าน้องเนยทําไมถึงได้กล้ารุกถึงตัวขนาดนี ้ ผมเม้มปากแน่นเมื่อเห็นแววตาของคนด้านล่างมองขึ ้นมาตรงๆ น้องเนยยกยิ ้มบางๆ ผมล่ะหมั่นไส้เขาชะมัด อยากจะหยิกให้เนื ้อเขียว เด็กคนนี ้ อะไรมันจะแพรวพราวได้ขนาดนี ้นะ นักเลงสมัยก่อนเขาแอ๊วคนอื่นด้วยวิธีนี ้หรือไง ได้ใจสาวมากี่รายแล้วล่ะไอ้มุกจับมือร้องเพลงเนี่ย‚เขินเหรอเพชรา‛‚ใครเขิน‛
‚เธอไง‛‚มั่ว‛‚เขินก็บอกว่าเขิน ปากแข็ง‛‚ของแค่นี ้ พี่จะมาเขินอะไร‛‚ที่พูดมาน่ะได้ดูตัวเองยัง ตอนนี ้อ่ะ‛‚นี่‛‚อย่าปากแข็งให้มาก‛‚ทําไม‛‚เดี๋ยวต่อไปมันจะเป็ นปากเธอ‛เขายกมือผมขึ ้นไปจรดริมฝี ปากตัวเองอีกรอบ ผมรีบกระตุกมือตัวเองกลับทันที น้องเนยยกยิ ้มขึ ้นมุมปาก ผมไม่กล้าจะเถียงอะไรเขาต่อเลย ไม่รู้ว่าเด็กคนนี ้ไปเรียนรู้อะไรแบบนี ้มาจากไหน ดูคําพูดคําจาเขาสิ เด็กสิบหกสิบเจ็ดมันควรแพรวพราวขนาดนี ้ไหมเนี่ย ผมที่โตกว่าตั ้งหลายปี ยังไม่เท่าน้องเลยนะ แล้วจู่ๆจะมาพูดอะไรแบบนั ้นได้ยังไง บ้าบอที่สุด ต้องรีบสระผมแล้ว ไม่อยากนั ้นโดนน้องเนยแกล้งอีกนานแน่ๆ♡♡♡กว่าจะสระผมให้น้องเนยเสร็จผมก็เกือบจะใช้พลังงานไปจนหมด น้องเนยหาสารพัดสิ่งสารพัดอย่างมาแกล้งผม แซวบ้างล่ะ ขู่บ้างล่ะ พ่อนักเลงเอ้ย พี่รู้ว่าน้องเบื่อ แต่พี่ก็ไม่ใช่คนที่จะต้องมาคอยฟังแกอ้อร้อใส่ทุกๆห้านาทีแบบนี ้นะ ตอนนี ้น้องเนยกําลังนั่งดูโทรทัศน์ หลังจากที่สระผมเสร็จ เป่ าผมจน
เรียบร้อยน้องเนยก็เลิกบ่นเรื่องคันหัวแล้ว เขาสั่งให้ผมมาหาของกินให้ ส่วนเจ้าตัวก็เดินไปเปิ ดทีวีดูสบายใจ ทํายังไงได้ เขาป่ วย แล้วที่นี่ก็ยังเป็ นบ้านเขา ผมคงขัดอะไรน้องไม่ได้มากผมเดินถือถาดผลไม้กับกล่องขนมออกมา น้องเนยเคาะรีโมทลงกับพื ้นที่ข้างตัว ตอนแรกผมทําท่าจะไม่อยากเข้าไปนั่งตรงนั ้น แต่พอโดนมองดุๆเข้าผมก็ต้องถอนหายใจแล้วยอมเดินไปนั่งจนได้ ในทีวีฉายหนังเก่าๆ ภาพขาวดําเลยแหละ แต่น่าแปลกตรงที่มันไม่ยักกะมีเสียง หรือน้องเนยเขาปิ ดเสียงไว้กันนะ‚เรื่องอะไรอีกล่ะทีนี ้‛‚โชคสองชั ้น‛‚อ่า‛‚นี่หนังไทยเรื่องแรกเลยนะเธอ คนไทยทําเองทั ้งหมดเลย‛‚จริงเหรอ หนังปี ไหนอ่ะ‛ ผมเอ่ยถามเขากลับไป วันนั ้นที่ดูเรื่องสิงห์อะไรสักอย่าง ตั ้งแต่ปี2507 ผมว่านั่นก็เก่าแล้วนะ ไม่รู้ว่าเรื่องนี ้จะเก่ากว่าหรือเปล่า‚พ.ศ. 2470‛‚หะ…ห้ะ‛ผมตกใจ ตกใจมากๆที่ได้รู้ว่าหนังมันเก่าขนาดนี ้ ผมมองดูหน้าน้องเนยสลับกับภาพในโทรทัศน์ โอ้โห เขาหลอกผมหรือเปล่าเนี่ย ผมตกใจจริงๆนะที่น้องเนยรู้จักเรื่องนี ้ ผมเกิดก่อนเขาตั ้งหลายปี ยังไม่เคยจะรู้จักเลย แล้วหนังตั ้งแต่ปี นั ้น ผมไม่เกิดมาได้สี่ห้าชาติแล้วเหรอนั่นน่ะ‚เคยดูหลายรอบแล้ว มันไม่มีเสียงหรอกเธอ ได้แต่จินตนาการเอา‛
‚จริงเหรอ‛‚นั่นน่ะกมล มาโนช เป็ นพระเอก เป็ นนายอําเภอ ทีนี ้จะไปจับผู้ร้าย เลยต้องไปอยู่บ้านพระยาพิชัย เจอหลานสาวเขาที่ชื่อวลีก็เลยชอบ เห็นไหม คนนั ้น‛‚สุดยอดไปเลยเนย‛ ผมเอ่ยชมเขาออกมาจริงๆ น้องเนยทําให้ผมทั ้งทึ่งทั ้งรู้สึกประหลาดใจได้ตลอดเลย พอน้องเนยได้ยินผมชมไปแบบนั ้นเขาก็ละสายตาจากจอหนังแล้วหันหน้ามามองผม‚เธอชมเราเหรอ‛‚ก็ใช่ไง‛‚ทําไมช่วงนี ้ชมเราบ่อย เธออดใจไว้อีกนิดมันไม่ไหวเหรอ‛…ผมจะด่าเขาก็เพราะแบบนี ้แหละ‚ถามจริง เธอชอบเราแล้วทําไมเธอไม่จีบเราสักทีวะ‛ น้องเนยขมวดคิ ้วมุ่น ผมเลิ่กลั่ก มองดูข้างนอกกลัวว่าจะมีคนมาได้ยินเข้า ถึงแม้ว่าตอนนี ้แม่เขาจะไม่อยู่ก็เถอะ แต่ไอ้ครั ้งเขาจะมาพูดโต้งๆแบบนี ้มันก็ไม่ใช่เรื่อง เกิดมีคนมาได้ยินเข้าเขาจะหาว่าผมมาหลอกเด็กเอาน่ะสิ อนาคตผมดับเลยนะ‚หรือเธอจะยึดคติโบราณ รักนวลสงวนตัว?‛‚นี่‛‚ไม่ชิงสุกก่อนห่าม?‛‚เนย‛‚อดเปรี ้ยวไว้กินหวาน? ตอนนี ้เราว่าเราก็หวานมากแล้วนะ เธอจะรอหวานกว่านี ้อีกเหรอไง‛
‚โอ้ย พอได้แล้วเนย‛ ผมต้องรีบปรามเขาก่อนที่เจ้าตัวร้ายจะพูดอะไรออกมามากกว่านี ้ เขายกยิ ้มได้ใจเมื่อเห็นว่าทําให้ผมเสียอาการได้ เด็กหนุ่มผมยาวเท้าแขนลงกับพนักพิงแล้วหันหน้ามามองผมอย่างจริงจัง น้องเนยผมยาวปรกหน้าปรกตาไปหมดเลย ผมเห็นแล้วก็พลอยหงุดหงิดแทน จนต้องยื่นมือไปจับเส้นผมทัดหลังหูให้กับเขา ความจริงแล้วผมทําไปโดยไม่ได้คิดอะไรทั ้งนั ้น แต่ดูท่าทางจะไม่ใช่กับอีกคน พอได้โอกาสน้องเนยก็จับมือผมเอาไว้ทั ้งอย่างนั ้น ผมจะดึงออกเนยก็ไม่ยอมปล่อย‚ปล่อยพี่เลยเนย‛“…”‚เนย อย่าแกล้งพี่ ทําไมเราชอบแกล้งพี่นัก‛‚คิดยังไงว่าเราแกล้งเธอวะ‛‚ก็เนี่ย ที่เราทําอ่ะ‛‚จริงเหรอ‛‚พอเลย‛‚ปกติถ้าแกล้งเธอ เธอจะต้องเดือดร้อนไม่ใช่หรือไง‛‚นี่‛‚เราต่างหากที่เดือดร้อน เธอนั่นแหละแกล้งเรายัยพี่ทิ‛พอพูดจบน้องเนยก็รุดตัวเข้ามาประชุดทันทีจนผมถอยหนีไม่ทัน น้องเนยกักผมเอาไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งของเขา ผมอ้าปากเหวอเมื่อโดนเด็กรุกจนจนมุมแบบนี ้ ผมเอนตัวหนีน้องจนไม่รู้จะหนีไปตรงไหนแล้ว แทบจะจมลงไปกับโซฟาอยู่แล้ว น้องเนยก็เอาแต่ก้มลงมาอยู่นั่นแหละ ผมต้องใช้มือทั ้งสองข้างดันน้องเนยเอาไว้ วันนี ้เขาแกล้งผมหนักไป หนักเกินไปจริงๆนะ
‚หยะ...หยุดเดี๋ยวนี ้เลยเนย!”‚ไม่หยุด‛‚เดี๋ยวมีคนมาเห็น‛‚เห็นก็เห็นไป‛‚เนย‛ ผมอยากจะหยิกเขาจริงๆนะ สักทีเถอะเด็กคนนี ้ เริ่มหนักขึ ้นทุกวันๆ เห็นผมไม่ว่าไม่อะไรเขาก็ยิ่งแกล้งหนักเลยทีนี ้‚เธอเขินอีกแล้วว่ะยัยวลี‛‚อย่ามาเรียกพี่แบบนั ้นนะ‛ ผมท้วงน้องเนยออกไปทันทีเมื่อเขาเรียกผมด้วยชื่อของนางเอกหนัง แต่ดูท่าทางน้องเนยจะยิ่งชอบใจที่เห็นผมไม่ชอบ‚ทําไมเหรอวลี‛‚เนย‛‚แม่วลีไม่ชอบพี่เหรอ‛‚เงียบเดี๋ยวนี ้เลยนะ เนย หยุดเลย‛‚เถื่อนก็ไม่เอา พระเอกลิเกเธอก็ไม่ชอบ เฮ้ย เธอแม่งเอาใจยากจังวะ‛ น้องเนยบ่นผม แต่สีหน้าของคนขี ้แกล้งก็ยังไม่ได้หายไปไหน ผมนอนดันเขาเอาไว้อยู่อย่างนั ้น ไม่รู้ว่าตั ้งแต่เมื่อไหร่ที่น้องเนยเงียบไป เขาทําเพียงจ้องมองผมนิ่งๆตึกตัก….ผมเริ่มทําตัวไม่ถูกเมื่อถูกน้องเนยจ้องด้วยสายตาแบบนั ้น และแล้ววินาทีต่อมา ใบหน้าของคนอายุน้อยกว่าก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ ผมใจเต้น
แรงขึ ้นมาทันที ได้แต่เบิกตากว้างมองดูน้องเนยในระยะประชิด ระยะห่างระหว่างผมกับเขาเหลือน้อยลงเข้าไปทุกทีผมเหมือนโดนเขาสะกดจิต ทําได้แค่จ้องมองกลับไปในตาสีดําคู่นั ้น น้องเนยขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนในที่สุดลมหายใจร้อนๆก็เป่ ารดใบหน้าของผม…‚ไอ้เนย!มากินข้าว! วันนี ้มึงดื ้อกับพี่ทิไหม!”‚โอ้ย!”ผมสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงของป้ าติ๋มดังขึ ้นมา ร่างกายผมขยับไปเองโดยอัตโนมัติ เมื่อครู่ผมเผลอฟาดลงไปที่ตัวน้องเนยอย่างแรงจนได้ยินเสียงร้องโอ้ยดังขึ ้น ผมตกใจนี่ จะให้ทํายังไงได้ ผมทําตัวไม่ถูกเลย รีบดันตัวเองลุกขึ ้นมานั่งตัวตรงทันที ไม่นานนักป้ าติ๋มแกก็เดินเข้ามาหา ผมพยายามทําตัวให้ปกติที่สุดแต่ ให้ตายสิ เมื่อกี ้ผมเผลอตีน้องเนยไปแล้ว ผมตีเขาอย่างแรงเลยด้วยผมหันไปมองดูน้องเนย เขาขยับออกห่างแล้วลุกขึ ้นเดินหนีไปทันที ผมอ้าปากค้าง ยังไม่ทันได้เรียกชื่อเขาน้องเนยก็พาร่างใหญ่โตของตัวเองเดินผ่านไปแล้ว ทั ้งผมทั ้งป้ าติ๋มที่เพิ่งจะกลับมาต่างก็พากันสงสัยที่น้องเนยเดินกระแทกพื ้นตึงตังขึ ้นไปข้างบนบ้านแบบนั ้นผม…ทําให้น้องเนยโกรธเหรอ‚ไอ้เนยมันเป็ นอะไรอีกน้องทิ‛
‚ผม…คงไปทําให้น้องเนยโกรธน่ะครับ‛ ผมเม้มปาก ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพราะกลัวป้ าติ๋มจะดุเอาถ้ารู้ว่าผมไปทําลูกชายเจ็บตัวแบบนั ้น ผมไม่ได้ตั ้งใจจริงๆนะ ผมไม่ได้ตั ้งใจเลย ผมไม่มีความคิดที่อยากจะทําให้เขาเจ็บตัวเลยนะ‚มันเนี่ยนะจะโกรธเรา?‛‚ครับ‛‚บางทีป้ าว่าน้องทิก็อย่าไว้ใจจริตจะก้านมันนักนะลูก‛ป้ าติ๋มเอ่ยสั ้นๆ ก่อนที่จะเดินกลับออกไป ทิ ้งให้ผมนั่งอยู่คนเดียวตรงนี ้ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆเดินขึ ้นไปข้างบนบ้านของน้องเนย นี่เป็ นครั ้งแรกที่ผมขึ ้นมาเลย ยอมรับว่ามันอาจจะแปลกๆ แต่ผมรู้สึกผิดกับน้องเนยมากจริงๆ ผมกลัวเขาจะโกรธผม ผมไม่ได้ตั ้งใจจริงๆนะผมเดินมาเรื่อยๆจนถึงห้องห้องหนึ่ง ดูจากโปสเตอร์หนังเก่าหน้าห้องผมว่าผมก็พอรู้ว่านี่คือห้องใคร ผมตัดสินใจเคาะสองสามทีแล้วรอฟังคนด้านใน‚เนย‛“…”‚เนย พี่ขอโทษ คุยกับพี่หน่อยได้ไหม‛“…”‚พี่ไม่ได้ตั ้งใจจะตีเรา พี่ขอโทษ‛“…”‚น้องเนย‛
ผมลองจับลูกบิดดู ก่อนที่จะแปลกใจ เพราะว่าน้องเนยไม่ได้ล็อกประตู ผมจึงถือวิสาสะเปิ ดมันเข้าไป สงสัยน้องเนยคงจะโกรธมากจนลืมล็อกประตู ภายในห้องนอนของน้องเนยบ่งบอกถึงตัวตนของเขาจริงๆ โปสเตอร์หนังเก่า วงดนตรีเก่าแปะเต็มทั่วห้อง คอมพิวเตอร์ที่ตั ้งอยู่ตรงมุมห้องก็ยังเป็ นรุ่นจอตู้สีขาวอยู่เลย ผมมองไปเรื่อยๆก่อนจะเห็นร่างของใครบางคนคลุมโปงคุดคู้อยู่บนเตียง ผมเดินเข้าไปใกล้ ปี นขึ ้นไปบนเตียงของเขาแล้วออกแรงสะกิดเบาๆ‚เนย‛“…”‚เนย พี่ขอโทษ ไหนมาให้พี่ดูหน่อย เจ็บตรงไหน‛“…”‚เจ็บมากไหม‛ ผมเอ่ยถามเขาออกไปด้วยความเป็ นห่วง กลัวว่ามันจะไปโดนแผลเขา มันจะยิ่งอาการแย่กว่าเดิม ตอนนั ้นผมใจหายเลยนะ ตอนที่น้องเนยทําหน้าเหมือนโกรธผมแบบนั ้นน่ะ ผมจับผ้าห่มของเขา ก่อนที่จะค่อยๆดึงมันออก น้องเนยไม่ได้ยื ้อหรือขัดขืนแต่อย่างใด เขายอมให้ผมจับนอนหงายอย่างว่าง่าย สีหน้าน้องเนยเรียบนิ่งจนผมรู้สึกผิด‚เมื่อกี ้ตีโดนตรงไหน โดนแผลไหม‛“…”‚เนย พี่ขอโทษ‛‚เธอตีเราอ่ะ‛ เนิ่นนานกว่าอีกฝ่ ายจะตอบกลับมา ผมโล่งใจขึ ้นมานิดหน่อยที่อย่างน้อยน้องเนยก็ยังยอมพูดคุยด้วย‚พี่รู้ พี่ถึงมาขอโทษเรานี่ไง‛
‚โคตรเจ็บเลย เหมือนกระดูกจะหัก‛‚จริงเหรอ‛‚เออดิ เธอเกลียดเรามากป่ ะ‛‚เนย‛‚เกลียดเราก็ไม่เห็นจะต้องมาลงไม้ลงมือกับเราเลย‛‚พี่ไม่ได้เกลียดเรานะ‛‚เธอไม่ได้เกลียดเราแล้วเธอรู้สึกยังไงกับเรา‛“…‛ ผมเม้มปากแน่นเมื่อน้องเนยเอ่ยถามกลับมาแบบนั ้น น้องเนยยังคงคาดคั ้นเอาคําตอบจากผม สีหน้าเรียบนิ่งกับนํ ้าเสียงแข็งๆของเขาเริ่มทําให้ผมคิดว่าวันนี ้ผมเผลอทําร้ายจิตใจน้องเนยไปจริงๆ‚เธอได้ยินป่ ะว่าเราถามอะไรเธอไป‛‚เนย คือพี่ไม่ได้เกลียดเราจริงๆนะ‛‚แล้วเธอคิดยังไงกับเรา คิดยังไง‛“…”‚ตอบ‛‚พี่…พี่ก็ไม่ได้เกลียดเราไง‛‚ไม่ได้เกลียดน่ะรู้ แต่แล้วมันยังไง‛ผมไม่รู้ว่าควรจะตอบน้องออกไปยังไง เพราะกลัวมากๆว่าถ้าตอบออกไปตามความคิดลึกๆ ตอบไปตามความรู้สึกของตัวเองมันอาจจะไม่ได้เกิดผลดีน่ะสิ แต่พอมองดูน้องเนยตอนนี ้มันก็เหมือนยิ่งบีบให้ผมต้องพูดออกไปจนได้ ผมปรายตาหันกลับไปมองดูประตูห้องอีกครั ้ง ก่อนที่จะถอนหายใจออกมายาวๆ
เอาวะทิ…‚เธอเกลียดเราแหละ‛‚พี่ไม่ได้เกลียด‛‚ไม่ได้เกลียดแล้วมันยังไง‛‚ก็…อือ‛‚อืออะไร เป็ นใบ้เหรอยัย…”‚เราอยากให้พี่ชอบนักไม่ใช่เหรอ…ก็ชอบให้แล้วนี่ไง‛“!”‚มะ…ไม่ต้องถามเพิ่มเลยนะ!”‚หึ‛‚ยิ ้มอะไร‛‚หึ หึ‛‚เนย…นี่เราหลอกพี่เหรอ!”‚เธอตีอ่ะเจ็บจริง แต่ยิงมาตรงๆงี ้ใจจะพี่แตกเลยแม่วลีเอ้ย‛ให้ตายสิ! ผมโดนเด็กคนนี ้หลอกอีกแล้ว!
ตีครั้งที่ 24แม้ไม่ทันจะเห็นรูปกายช่วงปิ ดเทอมใหญ่ของเด็กๆนักเรียนกินเวลานานเป็ นเดือนๆ แต่สําหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย พวกเรายังคงต้องตั ้งหน้าตั ้งตาเรียนกันต่อ อีกไม่นานก็จะไฟนอล เตรียมจะเลื่อนขั ้นไปเป็ นรุ่นพี่ปี สี่ เพราะฉะนั ้น ช่วงนี ้ผมและเพื่อนจึงยุ่งกันมากเป็ นพิเศษ ไหนจะงานของวิชาภาค ไหนจะงานของวิชาเลือกอีก มรสุมก่อนไฟนอลที่แท้จริง ผมไม่ได้รับสอนพิเศษใครแล้วในตอนนี ้ เพราะไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆ‚ไอ้เหี ้ยเอ้ย กูอยากตาย‛‚มึงบ่นมาเป็ นร้อยรอบแล้วไอ้โต้ง‛‚ฮือ ทําไมมันเหนื่อยแบบนี ้วะ‛ผมหันไปมองดูโต้ง เขาโวยวายก่อนที่จะทิ ้งตัวนอนหงายลงไปกับเก้าอี ้ไม้ตัวยาว ผมขําออกมาเล็กน้อย จริงๆผมเองก็เหนื่อยจนอยากจะโวยวายออกมาบ้างเหมือนกัน แต่แค่โวยวายผมก็ยังขี ้เกียจออกแรงเลย นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์มากี่วันเข้าไปแล้วก็ไม่รู้ นอนดึกจนขอบตาดําคลํ ้า ไหนจะนอนน้อย กินกาแฟแทนนํ ้าอีก เสียสุขภาพที่สุดเลยตอนนี ้เป็ นเวลาสองทุ่มแล้ว แต่ผมและเพื่อนๆก็ยังคงนั่งอยู่ที่ตึกคณะ ผมกับเพื่อนๆนัดกันทํางานกลุ่ม เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงเดดไลน์ที่จะต้องส่ง
แล้ว เลยต้องช่วยกันปั่นหน่อย โชคดีที่ส่วนของผมนั ้นเหลือแค่นิดเดียวเท่านั ้นเอง‚เหี ้ย! เฮ้ย ไอ้เหี ้ยๆๆ‛ในขณะที่กําลังนั่งทํางานกันอยู่นั ้น จู่ๆเพื่อนอีกคนในกลุ่มก็ร้องออกมา พวกผมทุกคนหันไปมอง เพื่อนคนนี ้ชื่อเต้ครับ ผมเองก็สนิทกับเต้ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่พวกเราก็ทํางานด้วยกันมาบ่อยครั ้ง ผมขมวดคิ ้วเมื่อเห็นท่าทางของเต้ สีหน้าเต้ดูไม่ค่อยดีนัก เขากุมหัวจนผมยุ่งไปหมด สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห้นได้ชัด‚มีไรวะไอ้เต้‛‚มึง เมื่อกี ้กูเสียบแฟลชไดร์ฟ ไวรัสแดก งานหาย‛‚ห้ะ‛ ผมและพัชต่างก็พากันตกใจตามไปด้วย งานจะส่งวันมะรืน พรุ่งนี ้จะต้องเอาไปพิมพ์รูปเล่ม แล้วถ้าไฟล์หายมันจะทันเหรอ‚ฮือ กูไม่ได้ตั ้งใจนะเว้ย กูไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี ้ขึ ้น ทําไงดีวะ กูเครียดแล้ว‛ ผมละมือออกจากโน้ตบุ๊คตัวเอง ก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อน ผมจับเมาส์ของเต้แล้วจัดกาคลิกนั่นคลิก ลองดูทุกวิธีเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่สามารถที่จะกู้ไฟล์นั ้นกลับคืนมาได้ ทุกคนในกลุ่มอยู่ในสภาวะเครียด ถึงแม้ว่าส่วนของเต้มันอาจจะไม่ใช้ส่วนใหญ่โตอะไร แต่มันก็เป็ นพาร์ทที่ค่อนข้างสําคัญแล้วก็เป็ นจุดที่อาจารย์น่าจะให้ความสนใจ ผมเม้มปากแน่น ดูท่าทางคงจะต้องไปดูเอาจากไฟล์เก่าๆ แล้วค่อยเอามาเรียบเรียงใหม่คืนนี ้‚กูขอโทษจริงๆเว้ย‛
‚ไม่เป็ นไรเต้ ของแค่นี ้เอง‛ ผมตบไหล่เพื่อนเบาๆแล้วส่งยิ ้มให้ ผมรู้ว่าตอนนี ้เพื่อนรู้สึกผิดมากแค่ไหน ของแบบนี ้มันไม่ใช่ความผิดเต้สักหน่อย คราวซวยแหละสุดท้ายแล้ว ผมก็ตัดสินใจออกปากช่วยส่วนนี ้ไปจนได้ เพราะเต้คนเดียวไม่น่าจะเอาอยู่ อีกอย่างงานที่ผมได้รับมอบหมายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมมาช่วยเต้ทําตรงนี ้ดีกว่า จะได้รีบๆให้มันเสร็จแล้วเอาไปรวมกันเพื่อพิมพ์รูปเล่มพรุ่งนี ้ผมหอบเอาโน๊ตบุ๊คกลับมาทําที่หอพักตัวเอง ต่อนั่นต่อนี ้ให้เรียบร้อยก่อนจะนั่งสิงสถิตอยู่อย่างนั ้นนานนับชั่วโมง ข้างกายเต็มไปด้วยแก้วกาแฟกับเครื่องดื่มที่จะช่วยให้ตื่นพร้อมทํางานทั ้งคืน ในห้องมีแค่เสียงคลิกเมาส์ที่ดัง ผมนั่งแก้งานไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสอง ผมหาวออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะหยุดพักสักครู่‚หือ น้องเนยโทรมาเหรอเนี่ย‛ ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้หยิบเอาโทรศัพท์มาดู พอดีแบตมันหมดเกลี ้ยงเพราะใช้งานมาทั ้งวัน ผมเลยชาร์จทิ ้งเอาไว้ สงสัยมัวแต่จดจ่อกับงานจนไม่ทันได้ดูโทรศัพท์ ผมกดเข้าไปดู น้องเนยโทรมาตั ้งแต่ตอนหนึ่งทุ่มเลย เขาโทรมาแทบจะทุกชั่วโมงด้วยซํ ้า นอกจากนี ้ เขายังส่งข้อความมาในไลน์อีก ผมกดเข้าไปอ่าน กําลังจะจรดนิ ้วพิมพ์ตอบกลับไป แต่ก็นึกได้ว่าตอนนี ้น้องเนยอาจจะนอนแล้ว ผมถึงทําแค่อ่าน กดออกแล้วควํ่าโทรศัพท์ไว้ข้างตัวผมไม่ได้เจอน้องเนยมาเป็ นอาทิตย์ๆแล้ว น้องเนยจะหายดีหรือยังนะแต่พอวางโทรศัพท์ กลับมาทํางานต่อยังไม่ทันไร ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนโทรหาผม ผมหยุดมือที่กําลังจับเมาส์ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ ้นมาดู น้องเนยวิดีโอ
คอลกลับมาหา ผมแปลกใจเล็กน้อยที่ป่ านนี ้แล้วเด็กคนนั ้นก็ยังไม่หลับไม่นอน ผมกดรับ ไม่นานภาพของใครอีกคนก็โชว์ขึ ้นมาบนจอ น้องเนยนอนอยู่บนเตียง เขาสวมใส่เสื ้อยืดธรรมดาๆ ปล่อยผมสีดํายาวจนมันปกคลุมใบหน้าไปหมด‚ว่าไง ทําไมยังไม่นอน‛[เธอเป็ นไร ทําไมไม่รับสาย]‚วันนี ้แบตหมด พี่ไม่ได้จับโทรศัพท์ตั ้งแต่ตอนหัวคํ่าแล้ว‛[ทําไมเธอโทรมงั ้น]‚หาว่าพี่โทรมเหรอ‛ ผมแกล้งถามเขากลับ จริงๆก็พอรู้แหละว่าตอนนี ้ตัวเองสภาพแย่ขนาดไหน ก็ลองนอนดึกๆ ทํางานติดต่อกันทุกวันแบบนี ้ดูสิ[เธอทําไมยังไม่นอน]‚พี่ทํางานครับ‛ ผมตอบเขากลับ ก่อนที่จะหมุนกล้องให้น้องเนยเห็นจอคอมตรงหน้า ผมตัดสินใจที่จะหยิบเอาหูฟังมาเสียบ แล้ววางจอโทรศัพท์เอาไว้ข้างๆตัว ผมทํางานไปด้วย แล้วก็คุยกับน้องเนยไปด้วย เขาพลิกตัว เท้าคางลงกับหมอน[เธอ]‚ครับ ว่าไง‛[เธอกินกาแฟเยอะขนาดนี ้เลยเหรอ] ผมชะงักมือที่กําลังพิมพ์ ก่อนจะมองดูกาแฟรอบๆตัว ผมหันไปยิ ้มแห้งให้น้อง แอบอายอยู่เหมือนกันที่ปล่อยให้ลูกศิษย์เห็นว่าตัวเองทําตัวแบบนี ้ เอาเถอะ ถือซะว่าให้เขาเห็นว่าอะไรมันคือตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่ควรทําตาม
‚เราหายดีหรือยัง‛ ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยปากถามเรื่องสุขภาพของน้องแทน[เนยวัดพลุเป็ นคนเหล็ก เธอไม่รู้เหรอ]ผมขําออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั ้น โอเค โอเคเนย พี่ยอมแล้ว‚เป็ นเด็กเป็ นเล็ก ทําไมนอนดึก ไม่มีเรียนแล้วนี่เรา‛[นอนไม่หลับ]‚จริงเหรอ‛[อือ ไม่ได้เห็นหน้าจําเนียรแล้วมันหลับไม่ลง] ผมชะงักมือทันที หันกลับไปมองจอโดยอัตโนมัติ เม้มปากเล็กน้อยเมื่อเห็นน้องเนยมองกลับมาแบบนั ้น ความรู้สึกตอนนี ้มันเหมือนน้องเนยมานอนเท้าคางอยู่ข้างๆเลย ผมไม่ชินจริงๆนะเวลาที่เขามองดูผมด้วยสายตาแบบนี ้น่ะผมรู้ว่าตอนนี ้ระหว่างเราสองคนไม่ได้คิดจะเป็ นแค่ติวเตอร์และลูกศิษย์แล้ว…ก็ตั ้งแต่วันที่ผมโดนน้องเนยแกล้งวันนั ้น เขาก็เล่นแซวผมเช้าเย็นเลย ไม่คิดเลยหรือไงว่าผมก็เขินอายเป็ นน่ะที่โดนแซวแบบนั ้นทุกวันๆ ถึงอย่างนั ้นผมเองก็พยายามที่จะไม่เข้าใกล้น้องจนเกินควร ไม่อยากที่จะให้คนอื่นมองแล้วรู้ว่าผมคิดอย่างไรกับเด็กวัยสิบหก ผมล่ะกลัวมากๆว่าถ้าเกิดคนอื่นรู้เข้าแล้วมันจะเกิดเรื่องใหญ่บานปลายขึ ้นมา แต่ถึงอย่างนั ้น น้องเนยนั่นแหละที่ไม่ค่อยจะเข้าใจผมสักเท่าไหร่ เขาเอาแต่หาเรื่องที่จะทําให้ผมสุ่มเสี่ยงคุกอยู่นั่นแหละ ทุกวันนี ้ผมต้องท่องเอาไว้ตลอดเลยว่าน้องยังเด็กๆ แต่ดูท่าทางเนยจะไม่เคยคิดถึงข้อนี ้เลยเฮ้อ ผมกลัวโดนข้อหาพรากผู้เยาว์จริงๆ
‚ไปนอนได้แล้วไป‛[ไม่]‚ทําไมวันนี ้ดื ้อ‛[เธอไม่นอนเราก็ไม่นอนอ่ะ]‚พี่ต้องทํางาน เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว‛ ผมบอกน้องเนยไปแบบนั ้น ทั ้งๆที่ความจริงก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันคงไม่เสร็จภายในคืนนี ้หรอก[ไม่ จะเฝ้ าเธอ ไม่ได้เจอเธอสักที]ผมแอบรู้สึกดีนิดหน่อยที่เขาพูดเหมือนจะคิดถึงกันแบบนั ้น ผมอมยิ ้มออกมา โอเค ถ้าเขาอยากเฝ้ าดีนักก็ให้เฝ้ าไป เดี๋ยวเด็กน้อยง่วงก็คงหลับไปเอง ผมนั่งพิมพ์งานอยู่อย่างนั ้น ส่วนน้องเนยก็ยังคงนอนเท้าคางกับเตียงมอง เขาชวนผมคุยเป็ นระยะๆ ดีที่วันนี ้น้องเนยไม่ค่อยจะกวนประสาทผมสักเท่าไหร่ เหมือนเขาพอจะรู้ว่าวันนี ้ผมค่อนข้างยุ่งละมั ้ง[เธอทําแบบนี ้บ่อยไหม]‚หืม‛[ไอ้ที่เธอทําเนี่ย]‚ก็…ไม่บ่อยหรอก แต่มันก็ได้ทําเรื่อยๆนั่นแหละ เดี๋ยวเราเข้ามหาวิทยาลัยเราก็จะได้ทําเหมือนกัน‛[เธออยากให้เราเข้ามหา’ลัยเหรอ]น้องเนยถามกลับมาแบบนั ้น ผมหันหน้ากลับไปมองดูจอ น้องเนยหยิบเอาหมอนมาวาง จากนั ้นเขาก็นอนทับมัน ตั ้งกล้องเอาไว้ตรงหน้าตัวเอง น้องเนยเสยผมตัวเองจนเผยให้เห็นใบหน้าของเขา ที่เขาถามผมมาเมื่อกี ้นี ้น่ะ จริงๆแล้วผมก็อยากให้น้องได้รับโอกาสนั ้นนะ ผมรู้สึกได้ว่าน้องเนยเป็ นเด็กที่
ยังพอมีความสามารถ เขายังพอจะพัฒนาได้อีก ถ้าเกิดเขาตัดสินใจที่จะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ผมว่ามันก็คงเป็ นทางเลือกที่ดีเลย เพราะน้องเองก็จะได้มีอนาคต ได้ลบประวัติที่ไม่ดีๆออกไป เพราะทุกวันนี ้ ยอมรับเลยว่าการศึกษามันก็เป็นส่วนสําคัญที่ทําให้คนเรามีทางเลือกเพิ่มขึ ้นในการดํารงชีวิต อีกอย่าง ถ้าน้องเนยเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็จะได้เจอคนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ ที่อาจจะพาเขาไปในทางที่ดีขึ ้นก็ได้นะ‚เราอยากเข้าไหมล่ะ‛[เธออยากให้เราเข้าไหมล่ะ]‚ถ้าพี่อยากให้เราเข้า เราจะยอมสอบเข้าให้พี่เหรอไง‛[เออ จะใส่ชุดนักศึกษาไปหาเธอที่ห้องเลย]บะ..บ้าไปแล้วผมหลุดยิ ้มออกมาจนได้ น้องเนยนี่นะ หาเรื่องวกกลับมาหยอดผมได้ตลอดจริงๆเลยแต่…ถ้าเกิดเป็ นได้อย่างที่เขาพูด ผมก็คงจะดีใจมากๆเลยล่ะ‚พี่อยากให้เราทํามันเพื่ออนาคตของเรา ไม่ใช่ทําเพื่อพี่นะ รู้ไหม‛[ก็เธอคืออนาคตเราไงวัลลภา]‚เราอย่ายึดติดกับพี่เลยเนย วันข้างหน้ามันอาจจะไม่ได้เป็ นอย่างที่เราคิดก็ได้‛ ผมพูดออกไปเรื่อยๆตามความคิดตัวเอง สายตาก็จับจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ ปลายสายเงียบไปนานจนผมเพิ่งจะนึกทวนถึงคําพูดของตัวเองที่เพิ่งจะพูดออกไป ผมถึงได้รู้ว่าคําพูดนั ้นมันอาจจะทําให้เด็กน้อยรู้สึกไม่ดีเข้า
และข้อสันนิษฐานของผมก็เป็ นจริง เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ซึมลงไปของน้องเนย‚เนย พี่พูดไปแบบนั ้นน่ะ…”[เธอพูดอะไรไม่คิดเลยว่ะ]‚พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้จะหมายความว่าอย่างนั ้นนะ คือพี่น่ะ…”[เหมือนเธอพาเราบินขึ ้นฟ้ า แล้วเธอก็ปล่อยเราลงมาอ่ะเสาวนีย์ แม่งโคตรเจ็บ]โอ้ย น้องเนย ใจเย็นก่อน ฟังพี่ก่อนสิน้อง‚โอเค พี่ขอโทษที่พูดไปแบบนั ้น‛[เธอคิดว่าใจเรามันแข็งเหมือนกระดูกเหรอ ถึงได้ทุบเอาๆแบบนี ้น่ะ]‚เนย‛[ผู้ใหญ่แม่ง ใจร้ายสัส]เอาล่ะ ผมควรจะทํายังไงต่อไปดี น้องเนยดูท่าทางจะงอนผมเข้าเสียแล้ว เขาทําหน้าเศร้าจนผมรู้สึกผิดไปกับคําพูดตัวเอง แต่ที่ผมพูดไปน่ะ ผมก็พูดตามความจริงนี่ ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ ้นบ้าง ผมไม่อยากให้เขายึดติดกับผมจนเกินไป ผมไม่อยากให้โลกของเขามีแค่ผม ผมเองก็อยากลองให้น้องได้เจอคนใหม่ๆ ได้เจอสังคมใหม่ๆ ออกมาจากโลกใบเล็กของตัวเองแล้วเรียนรู้คนอื่นให้มากขึ ้น เพราะถ้าเกิดน้องเนยตัดสินใจที่จะสอบเข้าจริงๆ ตอนนั ้นผมคงไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว[พูดมาได้ไงว่าไม่อยากให้ยึดติด ทั ้งๆที่มาให้ความหวังกันขนาดนี ้อ่ะ]‚โอเค พี่ขอโทษ เลิกโกรธพี่นะ‛[ไม่]
‚พี่ต้องทํายังไงเราถึงจะรู้สึกดีขึ ้น‛เอาล่ะ งานพักไว้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวขอเคลียร์ปัญหานี ้ก่อน หนักหน่วงเหลือเกิน[วันนี ้คะแนนสอบออกแล้วนะเธอรู้ไหม]‚จริงเหรอ‛[เราได้เยอะ แต่เราไม่ได้ท็อปว่ะ] น้องเนยพูดออกมาสั ้นๆแค่นั ้น สีหน้าของเขาเหมือนจะผิดหวังอยู่ไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองทําตามที่สัญญากันไว้ไม่ได้ ผมมองดูเขาก่อนจะส่งรอยยิ ้มบางไปให้ เนยวัดพลุตอนนี ้เหมือนหมาน้อยเลย‚ไม่เป็ นไรครับ ได้อันดับที่ดีกว่าเดิมพี่ก็ดีใจมากๆแล้ว‛[…]‚เก่งมากๆเลยเนย‛ ผมส่งรอยยิ ้มกว้างไปให้ เป็ นกําลังให้เด็กน้อย หวังว่าคําพูดเหล่านี ้จะทําให้เขารู้สึกดีขึ ้นมาบ้าง ผมรู้ว่าน้องเนยเขาเองก็พยายามที่จะทําคะแนนให้มันออกมาดี ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็ นไปตามที่หวัง แต่แค่นี ้ก็ถือว่าดีมากๆแล้ว มาไกลมากๆเลยนะน้องเนย‚แล้วเราจะขออะไรล่ะ‛[ขออะไร]‚เราบอกว่าถ้าได้คะแนนเยอะจะขอรางวัลจากพี่นี่‛[เราบอกว่าเราต้องได้ท็อป] น้องเนยขมวดคิ ้วมุ่นใส่ผมทันที‚ไม่ได้ท็อป แต่อย่างน้อยเราก็ได้คะแนนเยอะไง พี่จะให้รางวัล‛[เราไม่ได้ท็อป เราไม่กล้าขอของขวัญจากเธอหรอกวัลลภา] เขาปฏิเสธผมทั ้งๆที่ใบหน้ายังคงซึมอยู่อย่างนั ้น น้องเนยคงเป็ นคนที่ยึดมั่นใน
คําพูดตัวเองพอสมควรเลย พอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ตามที่หวังก็เลยไม่อยากได้รางวัลอะไรอย่างนั ้นสินะ[ช่างเรื่องนี ้เถอะ ทํางานต่อไป เดี๋ยวจะเฝ้ า]เขาไล่ให้ผมกลับไปทํางาน ส่วนตัวเองก็เปลี่ยนท่านอนเอาคางเกยไว้บนหมอน น้องเนยยังคงนอนจ้องมองกล้องอยู่อย่างนั ้น เขาดูไม่มีวี่แววว่าจะง่วงเลยสักนิด ตาใส่แป๋ วเลย ทําไมถึงนอนดึกได้ขนาดนี ้นะเนี่ยผมมองเขาก่อนที่จะยิ ้มออกมาอีกครั ้ง น้องเนยเลิกคิ ้วขึ ้นเมื่อเห็นว่าผมยิ ้มแต่ไม่พูดอะไรสักทีผมรู้สึกว่าวันนี ้น้องเนยน่ารักมากเป็ นพิเศษจริงๆแล้วเขาเองก็เป็ นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการคําชมเล็กๆน้อยๆ ต้องการกําลังใจ ต้องการแรงผลักดันในการทําสิ่งดีๆ ผมรู้ว่าน้องเหนื่อย แล้วก็รู้สึกแย่แค่ไหนกับการที่เขาทําอะไรสักอย่างแล้วมันไม่ได้ผลตามที่หวังเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั ้น ความพยายามเล็กๆน้อยๆของเขาก็ถือเป็ นการเริ่มต้นที่ดีมากๆแล้วคิดดูสิ ใครจะไปคิดว่านักเลงคนนั ้นจะมาพูดเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยในวันนี ้ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะตัดสินใจทําอะไรบางอย่าง มือข้างหนึ่งหยิบเอาโทรศัพท์ขึ ้นมาใกล้ ผมมองดูคนในจออีกครั ้ง ก่อนที่จะประทับริมฝี ปากลงไปที่กล้องของตัวเอง ไม่นานผมก็ผละออก น้องเนยถึงกับตาโตเมื่อเห็นว่าผมทําอะไรโอ้ย เขิน เพิ่งจะมาเขินอายก็ตอนนี ้แหละ ตอนทําไมเขิน ทําไมมาเขินตอนนี ้ก็ไม่รู้
ผมเม้มปากแน่น ไม่รู้จะพูดอะไรกลับไปดี ทั ้งผมทั ้งน้องเนยต่างก็เงียบไปด้วยกันทั ้งคู่ ผมรู้สึกร้อนผ่าวไปหมดทั ้งหน้า จนทําตัวไม่ค่อยจะถูก มือก็พิมพ์ๆลบๆอยู่อย่างนั ้น[ยัย…]‚ระ…รางวัลไง‛ ผมตอบกลับเสียงเบา ไม่รู้ว่าน้องจะได้ยินไหม[ให้ตายสิวะ ใครใช้ให้ทํางี ้]“…”[อยากให้แว้นไปหานักหรือไง อยากเป็ นสก๊อยตอนตีสองเหรอ]‚นี่‛[ทํางี ้ใจเราวายเธอจะรับผิดชอบไหมชลธิชา เธอรับผิดชอบไหวไหมถ้าหัวใจเรารั่วอ่ะ]โอ้ย เนย หยุดพูดได้แล้วน่า นอนๆไปไม่ได้หรือไง หลับไปได้แล้ว พี่เองก็จะทํางานไม่ได้แล้วเนี่ย[มันน่านักยัยคนนี ้]‚พี่ทําไม‛[เดี๋ยวเถอะเดี๋ยว ทําตัวให้มันดีๆหน่อยยัยพวงชมพู]‚สักชื่อเถอะเนย‛[พวงชมพูอ่ะชื่อเธอ ดูดิ ชมพูไปหมดเลยตอนนี ้]‚นะ…เนย‛ผมรีบยกมือขึ ้นมาจับหน้าตัวเองเมื่อน้องเนยล้อเลียนมาแบบนั ้น ฮือ มันต้องแดงมากแน่ๆเลยเขาถึงได้เห็น ผมเขินจริงๆนะ ทําไมตอนนี ้คนที่ควรจะแพ้กลับไม่ใช่เขาแต่เป็ นผมล่ะ น้องเนยยกยิ ้มมุมปาก เขาพลิกตัวไปนอนหงาย