แล้วตั ้งกล้องให้ตรงหน้าตัวเอง ผมมองดูเขา สักพักน้องเนยก็เอาคืน เขาจุ๊บกล้องถี่ๆหลายๆครั ้งจนได้ยินเสียงดังขึ ้นในหูฟัง ผมหลับตาปี๋ เพราะเมื่อครู่มันอันตรายต่อใจมากๆ เหมือนน้องเนยมาอยู่ตรงหน้าเลย เสียงตอนเขาจุ๊บหน้าจอทําให้ผมใจจะวายเลยแหละเชื่อแล้วว่าเนยวัดพลุอันตราย อันตรายจริงๆ[ถ้ามุดกล้องไปได้นะ เธอปากบี ้แน่ยัยพวงชมพู]♡♡♡‚เหลือเท่านี ้เหรอวะ‛‚เออ คนอื่นที่เหลือในแก๊งเขาก็แตกไปเขากลุ่มอื่นหมดแล้ว มึงสั่งยุบแก๊งแล้วนี่‛‚ขอบใจที่ช่วยกู‛‚สําหรับพวกเขามึงก็ยังเป็ นลูกพี่อยู่ดีเว้ยไอ้เนย‛‚เออ‛‚แล้วนี่มึงทําอะไรวะ แดกเชอร์รี่? มึงแดกเชอร์รี่ด้วยเหรอเนย?‛‚ทิว มึงอย่าเพิ่งขัดกู แปบ‛‚มึงทําอะไรวะ‛‚เหี ้ย กูทําได้แล้ว!”‚มึงทําอะไรวะ ปิ ดเทอมป้ าติ๋มไม่ให้มึงออกไปไหน มึงเลยเหงาขนาดนี ้เลยเหรอเพื่อน นั่งอมก้านเชอร์รี่เนี่ยนะ‛‚มึงดูนี่‛
‚อะไร‛‚กูนั่งพันตั ้งนาน‛‚นั่งพันก้านเชอร์รี่? พันในปากน่ะนะ? ทําทําไมวะ‛‚กูจูบเก่งละ‛‚ห้ะ‛‚ยัยนั่นได้ปากบี ้แน่ ลิ ้นพลิกแน่พวงชมพู‛
ตีครั้งที่ 25ฉันเชื่อเพราะเมื่อพบเธอ ฉันเพ้อมากมายข่าวของน้องเนยล่าสุดที่ผมได้รู้ก็คือเขาหายดีแล้ว น้องเนยหายไวกว่าที่คิด อาการเจ็บป่ วยของเขาหลังจากผ่านไปไม่ถึงเดือนก็เหมือนจะหายไปเกือบหมด เฝื อกที่น้องเนยสวมอยู่ตอนนี ้เจ้าตัวก็ดื ้อเอาออกแล้วเรียบร้อย ป้ าติ๋มฟ้ องผมใหญ่เลยว่าเนยไปโวยวายใส่หมอ บ่นอยากจะเอาออก จนโรงพยาบาลแทบจะแตก เล่นเอาป้ าติ๋มไม่กล้าเข้าโรงพยาบาลไปพักใหญ่ น้องเนยนี่กระดูกเหล็กสมคํารํ่าลือจริงๆสินะ เขาโดนแทง โดนรุมทําร้ายซะขนาดนั ้นแท้ๆแต่ก็ยังกลับมาเป็ นปกติได้ไวขนาดนี ้ ร่างกายน้องเนยสุดยอดจริงๆครืด ครืดผมกําลังนั่งเรียนวิชาสุดท้ายประจําวัน จู่ๆโทรศัพท์ที่ควํ่าเอาไวก็สั่นเพราะมีสายเข้า ผมขมวดคิ ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาหาคืออดีตพ่อเนยวัดพลุนั่นเอง ผมลอบมองดูรอบๆตัว ก่อนที่จะค่อยๆเอนตัวไปด้านหลังแล้วกดรับสาย‚ครับ พี่เรียนอยู่ มีอะไรหรือเปล่า‛[เธอใกล้เลิกยัง]‚อ่า อีกประมาณครึ่งชั่วโมงครับ‛
[เดี๋ยวไปรับ]ผมยิ่งขมวดคิ ้วหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินคําที่น้องเนยพูดออกมา อะไรนะ นี่เขาจะมารับผมที่มหาวิทยาลัย จะมารับผมเนี่ยนะ เขาเพิ่งจะหายป่ วยไม่ใช่หรือยังไง ทําไมถึงกล้าที่จะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ล่ะ‚จะมารับพี่ทําไม‛[ไม่ต้องถามมากอ่ะจําเนียร เธออยู่ตึกไหน บอกมา]‚เราเพิ่งจะถอดเฝื อกไม่ใช่หรือไง‛[ก็บอกแล้วว่ามันไม่เป็ นไร วิดพื ้นโชว์ต่อหน้าเธอได้เลยเนี่ยจะดูไหม]‚อย่ามาปากเก่งนะ ถ้าเกิดมันเป็ นอะไรขึ ้นมาเราจะแย่เอานะเนย‛ ผมดุเขากลายๆ น้องเนยดื ้อเหลือเกิน เรื่องทําอะไรเอาแต่ใจตัวเองน่ะที่หนึ่งเลย[อุ้มเธอก็ยังได้]‚นี่‛[สรุปอยู่ตกไหน เร็วๆ อย่าลีลา ไม่อย่างนั ้นจะแว้นรอบมอ เอาไหมล่ะ]โอ้ย หยุดความคิดนั ้นเดี๋ยวนี ้เลยนะเนย พี่ล่ะเหนื่อยใจกับน้องจริงๆสุดท้ายผมก็จําเป็ นที่จะต้องบอกสถานที่ไปให้น้องเนยจนได้ เขาฟังแค่แปบๆแล้วก็ตัดสายไปเอง ผมไม่รู้ว่าน้องจะมาถูกไหม ถอนหายใจออกมาพลางมองดูหน้าจอที่ปิ ดสนิท น้องเนยนะน้องเนย ทําไมถึงได้ดื ้อขนาดนี ้นะเรา‚มึงคุยกับใครวะทิ‛ พัชเห็นผมเลิกสนใจการเรียน เขาเลยหันหน้ามาถาม‚เด็กน่ะ‛‚ปกติมึงคุยอะไรแบบนี ้กับเด็กมึงด้วยเหรอ‛ก็…คนนี ้เด็กพิเศษ ระดับใส่ไข่เลยล่ะพัช
ผมยกยิ ้มบางตอบกลับเพื่อน ยังไม่ได้เล่าเรื่องราวของน้องเนยให้ใครฟังทั ้งนั ้น นั่งเรียนไปอีกสักพักก็หมดเวลา อาจารย์บอกแนวข้อสอบก่อนที่จะปล่อย พวกผมสามคนสะพายกระเป๋ าแล้วลงมาจากตึกพร้อมกับเพื่อนคนอื่นในเซค พอออกจากลิฟต์มาได้ผมกับเพื่อนๆก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นใครบางคนมาอยู่ที่นี่ด้วย‚เอ้า ไอ้ยุ มึงมาทําอะไรคณะนี ้วะ‛ผมมองดูพายุ เขานั่งอยู่ตรงโต๊ะไม้ใต้ตึกคณะ เขานั่งอยู่ตรงนั ้นคนเดียว ผมเลิกคิ ้ว พัชเดินเข้าไปหา พวกเขาคุยกันเล็กน้อย ก่อนที่พายุจะหันหน้ามามองผม เขาส่งยิ ้มมาให้‚เปล่า บังเอิญผ่านมาทางนี ้ เลยนึกได้ว่าทิสอนพิเศษเด็ก เลยว่าจะแวะมารับ เผื่อไปทางเดียวกัน‛ผมเลิกคิ ้วเล็กน้อย อะไรนะ นี่เขาจะไปส่งผมอีกเหรอ แปลกใจนะเนี่ยที่มีคนใจดีด้วยถึงขนาดนี ้ ทั ้งๆที่ผมกับพายุเจอกันแค่ไม่กี่ครั ้งเอง โต้งมองดูผมกับพายุสลับกันไปมา ก่อนที่เจ้าตัวจะยิ ้มแปลกๆ โต้งเดินเข้ามากอดคอผมทันที‚ตายล่ะ คุณครูกูนี่ช่างโชคดีเหลื ้อเกินเนอะไอ้พัชเนอะ‛‚อะไรของมึงวะโต้ง‛‚พายุ มึงนี่ก็มีนํ ้าใจต่อเพื่อนกูจริงๆเลยเนอะ บังเอิญผ่านมารับด้วย‛พายุพอได้ฟังคําพูดของเพื่อนผมเขาก็ขําออกมาเล็กน้อย แววตาของพายุค่อยๆมองมาที่ผม ผมไม่รู้ว่ารอยยิ ้มนั ้นต้องการจะสื่ออะไรกันแน่‚ต่อไปนี ้อาจจะบังเอิญบ่อยหน่อย‛‚ว่ะ‛
‚ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้องไปส่งเราก็ได้พายุ เกรงใจ‛ ผมเลือกที่จะปฏิเสธอีกฝ่ ายไป เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่กล้าที่จะให้เขาไปส่งหรอก ยังไม่ได้สนิทกันขนาดนั ้นด้วย อีกอย่าง พายุเองก็คงจะเปลืองนํ ้ามันแย่ถ้าต้องไปรับไปส่งผมแบบนี ้‚เฮ้ย เอาน่าๆมึง มันสะดวกอยู่แล้ว หอมึงก็อยู่ทางนั ้นใช่มะไอ้หล่อ‛‚อือ ทางผ่านอยู่แล้ว‛‚เอออ ไปๆ‛‚อ้ะ…เดี๋ยวดิโต้ง‛ ผมถูกเพื่อนตัวเองดันให้เข้าไปหาพายุ เพื่อนตัวดีพอทําอย่างนั ้นเสร็จ เขารีบโบกมือลา โต้งเดินไปจูงพัชแล้วจากไปนู่นแล้ว ไม่รู้ว่าทําไมโต้งถึงได้อยากให้พายุไปส่งผมนัก ผมมองดูตามแผ่นหลังของเพื่อนตัวเอง หันกลับมาอีกทีก็เห็นเป็ นพายุที่ยังคงยืนยิ ้มอยู่‚ให้เราช่วยถือไหม‛‚ไม่เป็ นไร เราถือเองได้‛‚เอามาเถอะ‛ สุดท้ายแล้วพายุก็แย่งมันไปถือไว้จนได้ เขาเดินนําผมไปยังรถเบนซ์คันคุ้นตาที่จอดอยู่ไม่ไกล ผมชะเง้อมองดูตามทาง ยังไม่เห็นวี่แววของใครบางคนที่นัดเอาไว้ ผมว่าผมต้องบอกพายุเรื่องนี ้ ผมบอกน้องเนยไว้แล้วว่าจะให้เขามารับ ดังนั ้นผมคงจะไปกับเขาไม่ได้หรอก‚พายุ‛‚ขึ ้นรถได้แล้วครับ‛‚คือ จะมีคนมารับเราน่ะ‛
‚จริงเหรอ แต่เดี๋ยวเราไปส่งเองก็ได้นะ‛ พายุยิ ้มบางแล้วบอกออกมาแบบนั ้น ผมยกมือขึ ้นเกาหัวตัวเองเบาๆ ไม่รู้จะปฏิเสธเขายังไงดี เพราะผมเองเป็ นคนที่ปฏิเสธใครไม่ค่อยเก่งเสียด้วยสิ‚คือ เรา…”ปี้นนนนนน!ทั ้งผมและพายุสะดุ้งกันทั ้งคู่เมื่อจู่ๆที่กําลังคุยกันก็ได้ยินเสียงบีบแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ ้นไม่ไกล ผมหันไปดูก็ถึงเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกําลังขี่เข้ามาจอดเทียบรถเบนซ์ของพายุ ผมรู้เลยทันทีว่านี่คือน้องเนย ถึงแม้ว่าวันนี ้เขาจะสวมหมวกกันน็อกก็เถอะ พอดับเครื่องรถ น้องเนยก็ถอดหมวกกันน็อกออก เขาเดินลงมา วันนี ้น้องเนยใส่เชิ ้ตแดงกับเสื ้อยีนส์ตัวโปรด ทรงผมที่คุ้นตาสําหรับผมดูจะแปลกตาสําหรับพายุ เขาถึงได้มองขนาดนั ้น เนยมองพายุด้วยหางตา เขาทําหน้าเหมือนจะเข้าไปตีพายุเลย พอน้องเนยลงมายืนข้างๆพายุแล้วผมก็ยิ่งทึ่งในตัวเขามากไปอีก น้องเนยตัวสูงมากๆ ตัวโตจนแทบแยกไม่ออกเลยว่าใครกันแน่ที่อายุมากกว่า พายุมองดูน้องเนยเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองผม‚คนนี ้เหรอที่จะมารับทิ‛‚อ..อื ้อ‛‚ให้ทิไปกับผมก็ได้ครับ ผมมีรถ‛ พายุหันไปพูดกับน้องเนยยิ ้มๆ พลางชี ้ไปที่เบนซ์ตัวเอง ผมมองดูน้องเนย เขามองดูพายุด้วยหางตาก่อนจะทํา
หน้าตาไม่สบอารมณ์ ผมเม้มปาก พอจะรู้อยู่ว่าน้องเนยไม่ชอบพายุ แต่ขอร้องนะเนย อย่าตีพี่เขานะ ห้ามทําอะไรพวกนั ้นเด็ดขาดเลย‚จําเนียร ไปขึ ้นรถ‛ น้องเนยสั่งผมเสียงแข็งเลย เขายื่นหมวกกันน็อกมาให้‚ทิ เดี๋ยวเราไปส่งเอง‛‚เอ่อ…” อันนี ้มันสถานการณ์อะไรกันนะ ทําไมผมถึงได้รู้สึกเหมือนกําลังยืนอยู่ท่ามกลางสงครามเลยล่ะเนี่ยผมมองดูทั ้งคู่สลับกัน ก่อนจะถอนหายใจออกมา ผมนัดน้องเนยเอาไว้ก่อน อีกอย่าง ถ้าเกิดผมปฏิเสธเขาไป มีหวังผมโดนคิดบัญชีหนักแน่นอน ผมยื่นมือไปรับหมวกกันน็อกจากมือน้องเนย เขากระตุกยิ ้มทันที ก่อนที่แขนน้องเนยจะคล้องคอผมแล้วดึงเข้าไปใกล้ ผมชะงักไปเลยที่จู่ๆน้องเนยก็ถูกเนื ้อต้องตัวกันแบบนี ้‚เก็บกุญแจรถมึงไว้ไอ้ขี ้เหร่ จําเนียรของกู‛ผมอ้าปากค้างเมื่อน้องเนยประกาศกร้าวออกไปแบบนั ้น พายุเองก็ดูจะตกใจที่จู่ๆโดนใครก็ไม่รู้พูดใส่หน้าว่าขี ้เหร่ เขายืนนิ่งไปเลย ผมโดนน้องเนยพามาที่รถมอเตอร์ไซค์ เนยเดินไปแย่งกระเป๋ าผมจากมือพายุมาถือเอง เขาดึงหมวกกันน็อกกลับคืนแล้วสวมมันให้กับผม มือน้องเนยเสียบสายรัดคางให้ ผมทําได้แค่ยืนนิ่งๆ น้องเนยหันกลับไปมองดูพายุอีกครั ้ง เขายกมือกระชับปกคอเสื ้อตัวเอง แล้วค่อยๆยกมือขึ ้นไปลูบจัดทรงผม น้องเนยวาดขาขึ ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์จนมันเกือบจะโดนผม ผมต้องรีบหลบขาของเขา ให้ตายสิ จะวางมาดอะไรขนาดนั ้นน่ะเนย
‚เราไปก่อนนะพายุ‛ ผมโบกมือลาพายุเบาๆ ก่อนจะขึ ้นซ้อนท้ายน้องเนย เกาะเสื ้อยีนส์ของเขา น้องเนยพาออกมาจากตัวมหาวิทยาลัย ขี่มาด้วยความเร็วที่ไม่เร็วมากนัก ไม่นานผมก็มาถึงหอพักของตัวเอง รอจนน้องเนยจอดรถจนสนิท ผมถึงค่อยๆลงจากรถ‚อะไรเนี่ย เนย‛ ผมท้วงเขาออกไปเมื่อจู่ๆน้องเนยก็เกาะหมวกกันน็อกที่สวมอยู่‚เสน่ห์แรงนักนะยัยบ๊อง‛‚อะไรอีก‛‚ชอบนักหรือไงไอ้พวกหน้าเจ๊กขับเบนซ์อ่ะ‛‚เปล่าสักหน่อย พายุเป็ นเพื่อนพี่ต่างหาก‛‚เหอะ ใช่สิ เรามันขับเวฟ จะไปสู้ขี ้ตีนแม่งได้ไง‛ เขาเท้าเอว บ่นลอยๆออกมา ทําทีเป็ นเดินไปเตะก้อนหินที่อยู่ข้างทาง‚เราเป็ นอะไรเนี่ย‛ ผมเอ่ยถามเขา พลางถอดหมวกกันน็อกออก ผมเอาไปวางไว้บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ แล้วถอยออกมายืนมองดูน้องเนย‚เธอเป็ นจําเนียรของเราแล้วป่ ะวะ‛‚ห้ะ‛‚ไม่ใช่ของหมาหรือเจ๊กหน้าไหนทั ้งนั ้นอ่ะ‛ ผมยืนคิดตามที่เขาพูด ก่อนที่จะเริ่มจับอะไรบางอย่างได้ ผมเม้มปากกลั ้นยิ ้มเมื่อรู้ว่าเด็กตัวโตกําลังหวงผม ผมคิดว่าน้องเนยเขากําลังหวงผมแน่ๆ เด็กน้อยเอ้ย ทําไมวันนี ้ถึงได้เป็ นขนาดนี ้นะ ผมมองดูท่าที่งุ่นง่านแบบนั ้นของน้องเนย จนแล้วจนรอดก็ต้องหลุดขําออกมาเบาๆ น้องเนยหยุดสบถแล้วหันมาเท้าเอวจ้องหน้าผมทันที‚เธอคิดว่ามันตลกหรือไงวะ‛
‚เปล่าสักหน่อย‛‚ยัยซื่อบื ้อ‛‚ทําไมต้องมาว่าพี่ด้วยล่ะ พี่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ‛‚ยัยโง่‛‚นี่‛‚ที่โทรหาทุกวัน ที่ถามว่าเป็ นยังไงบ้าง คํ่ามืดดึกดื่นก็แหกขี ้ตาไปรับไปส่ง ยังไม่รู้อีกเหรอ‛ผมเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเด็กตรงหน้าก็พูดออกมาโต้งๆแบบนั ้น ผมรีบหันมองดูรอบๆตัวทันที มีหลายคนที่กําลังเดินผ่าน พอเขาได้ยินก็พากันอมยิ ้มแล้วมองมาแปลกๆจนผมเริ่มรู้สึกอายขึ ้นมาบ้างแล้ว ผมรีบขยับเข้าไปใกล้น้องเนยแล้วกระตุกแขนเสื ้อเขา‚เนย พูดเบาๆสิ จะพูดดังทําไม‛‚รําคาญเธอ‛‚เนย‛‚ทําไมแม่งยังไม่รู้สักที ไอ้บางทีที่แม่งโผล่มาหา มาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วไอ้เวลาที่เรามองเธออ่ะ มองแล้วยิ ้มอ่ะ แม่คิดว่าเราพี ้กัญชาแล้วเธอรู้ไหม แม่จะส่งเราให้ตํารวจแล้ว‛ผมใจเต้นผิดจังหวะขึ ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคอะไรแบบนี ้จากปากของน้องเนย อะไรกัน ทําไมวันนี ้เขาถึงได้มาพูดแบบนี ้กับผมล่ะ แล้วดูสถานที่ที่เขาพูดสิ หน้าหอ ข้างถนน ตรงที่ที่คนเดินผ่านกันไปมาแบบนี ้น่ะเหรอ ถามจริงๆนะเนย
‚ทั ้งโลกเขารู้กันหมด สวรรค์ นรก บาดาล พระอินทร์ พระพรหมก็จุดธูปบอกทุกวัน มีแต่เธอนั่นแหละที่ทํามึน เห็นหน้าแล้วอยากตีแรงๆสักที‛“…”‚เห็นใจกันสักทีดิพี่ทิ แม่งหวงแต่ทําอะไรไม่ได้มันจั ้ดง่าว‛ผมยิ ้มออกมาจนได้เมื่อเห็นเด็กตัวโตออกอาการงอแง ทั ้งๆที่เขายังทําหน้าโหดๆ แต่นํ ้าเสียงแบบนั ้นผมก็พอจะรู้ว่าน้องเนยเขากําลังมีความรู้สึกแบบไหน น้องเนยถอนหายใจแรงๆ จนปอยผมที่อยู่ด้านหน้าสั่นไปมา เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ าเสื ้อยีนส์ แล้วเดินไปนั่งคอตกอยู่บนมอเตอร์ไซค์ตัวเอง ผมมองดูน้องเนย ตอนนี ้เขาเหมือนกําลังหูลู่หางตกเลยแฮะยอมรับนะ ว่าตัวเองก็แอบดีใจที่เห็นน้องเนยหวง นั่นแปลว่าสําหรับเขา ผมเองก็สําคัญอยู่เหมือนกันผมเดินเข้าไปใกล้ เท้ามือลงกับหัวเข่าแล้วช้อนตามองดูอีกคน น้องเนยสะบัดหน้าหนีทันที โธ่เอ้ย เด็ก ทําไมถึงได้พูดออกมาจนหมดแบบนี ้เล่า ผมยอมรับเลยนะว่ายังคงตกใจที่จู่ๆน้องเนยก็โพล่งอะไรในใจออกมามากมายขนาดนี ้น่ะ เขาไม่คิดเลยมั ้งว่าผมเองก็เขินเป็ นเหมือนกัน‚น้อง‛‚หุบปาก‛‚น้องเนย‛‚หุบปาก หุบปาก‛‚เนยไม่ชอบอะไร ไหนลองพูด‛‚ไม่ชอบไอ้เหี ้ยนั่น‛‚เรียกเขาดีๆ‛
‚เธอชอบนักหรือไง ไอ้แบบนั ้นน่ะ หล่อตรงไหน‛‚เขาหล่อนะ‛‚นี่‛ น้องเนยโวยใส่ผมทันที ผมอมยิ ้มขําเมื่อพบว่าทดลองแกล้งเขาด้วยวิธีนี ้มันสําเร็จ สีหน้าบูดบึ ้งของพ่อแดงไบเล่ทําเอาผมอยากขําออกเสียงให้รู้แล้วรู้รอด‚เธออย่าชมมันมากได้ป่ะ ถ้าไม่อยากให้เบนซ์แม่งยางรั่วอ่ะ‛‚เก่งนักเหรอ‛‚นี่เนยวัดพลุ เผื่อลืม ยัยจารุณี‛‚อะไรจะขนาดนั ้น‛‚เราสู้มันไม่ได้ตรงไหนวะ เนยวัดพลุ รูปหล่อ แม่รวย สายย่อ ท่อดัง มันทําได้สักอย่างที่เราทําได้ป่ ะ‛‚รู้แล้วครับ พี่รู้‛ ผมหลุดขําออกมาเบาๆ ก่อนที่จะยืดตัวขึ ้นยืนตรง ขยับเข้าไปใกล้น้องเนยอีกก้าว น้องเนยถอนหายใจฟึ ดฟัด ก่อนที่จะดึงกิ๊บสีเหลืองจากกระเป๋ าเสื ้อขึ ้นมาอม‚ก็เธออ่ะ ดูดี เฟรนด์ลี่ ใจดี ขาดเหี ้ยไรบ้างอ่ะ แม่งใช่คนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย‛ เขาเขี่ยเท้าไปมากับพื ้น ผมเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคําชมที่เพิ่งจะหลุดออกมาจากปากอีกคน นี่น้องเนยเพิ่งจะชมผมเหรอ เขาเพิ่งจะชมผมไปเหรอ ให้ตายสิ นี่เป็ นครั ้งแรกเลยนะที่ผมเพิ่งจะได้ยินเขาชมดีๆสักครั ้ง ต้องอัดเสียงไว้ไหมเนี่ย พูดอีกครั ้งได้ไหม‚แม่ง‛‚เนย เดี๋ยวสิ! เนย!”
ผมอ้าปากเหวอเมื่อจู่ๆน้องเนยไม่พูดอะไรต่อ เขาสบถแล้วก็รีบขึ ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ สตาร์ทเครื่อง บิดออกไปจากหน้าหอพักของผมอย่างรวดเร็ว ผมงงไปหมดแล้วนะ อะไร เกิดอะไรขึ ้น เขาโกรธผมเหรอ หรือยังไง ทําไมถึงได้จากไปโดยไม่พูดจาอะไรสักคําแบบนี ้ ผมเม้มปากเล็กน้อย มองดูตามแผ่นหลังใครบางคนจนลับสายตาไป น้องเนยโกรธผมแน่ๆเลย เฮ้อ ไอ้การที่ผมชมพายุคงทําให้น้องเนยรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ดูเขาเปรียบเทียบตัวเองกับพายุสิ ดูท่าทางน้องเนยคงไม่ชอบใจที่ผมพูดอะไรแบบนั ้นแน่ๆผมคงต้องง้อเขาหนักแล้วล่ะ♡♡♡น้องเนยไม่ยอมรับสายผมเลยผมว่าน้องเนยคงจะโกรธผมมากจริงๆ วันนี ้หลังจากที่น้องเนยขับมอเตอร์ไซค์หนีไปแบบนั ้น ผมก็ไม่สามารถที่จะติดต่อเขาได้เลย ไลน์ไปไม่อ่านไม่ตอบ ทั ้งๆที่ปกติจะต้องรีบตอบกลับมาแล้ว นี่ขนาดโทรไปก็ยังไม่รับสายอีกต่างหาก เฮ้อ น้องเนยโกรธผมหนักเลยสินะเนี่ย ผมมัวแต่กังวลเรื่องน้องเนยจนไม่มีกระจิตกระใจจะทําอะไรเลย น้องเนยวนเวียนอยู่ในหัวตลอด วันนี ้น้องเนยพูดอะไรกับผมตั ้งเยอะแยะ จนตอนนี ้สี่ทุ่มห้าทุ่มแล้ว ผมก็ยังคงเอาแต่คิดถึงเรื่องของน้องเนยอยู่อย่างนั ้นผมอยากให้น้องรอหน่อย อยากให้มันชัวร์กว่านี ้อีกนิด ผมรู้ว่าน้องเนยเขาชอบผม แน่นอน ผมเองก็ยอมรับว่ารู้สึกดีกับเด็กคนนี ้เหมือนกัน เพียงแต่ผมเองก็ยังไม่กล้า ผมยังไม่เคยมีแฟนเลยนะ ไม่รู้ด้วยว่าควรจะทํายังไง ควร
จัดการยังไงกับความรู้สึกพวกนี ้ ควรวางตัวยังไงถึงจะเหมาะสม ยิ่งน้องเนยที่เป็ นเด็กผู้ชายแล้ว ผมก็ยิ่งกลัวว่ามันจะยุ่งยากไปกันใหญ่ เคยคิดอยากจะหยุดเอาไว้เหมือนกัน แต่มันทํายากมากๆเลยก็น้องเนยน่ะ…ทําให้ผมใจสั่นได้ตลอดเลยนี่ครืดดด ครืดดดผมรีบคว้าเอาโทรศัพท์ขึ ้นมาดูเมื่อเห็นว่ามีสายเข้า ผมใจเต้นแรงขึ ้นมาเมื่อเห็นว่าคนที่รอคอยเพิ่งจะโทรกลับ ผมกดรับสายทันที‚เนย พี่ขอโ…”[ลงมา]‚เราอยู่ข้างล่างเหรอ‛[ลงมาข้างล่าง ตอนนี ้เลย]พอน้องเนยพูดจบ สายก็ถูกตัดไป ผมรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที ไม่นานผมก็ลงมาอยู่ข้างหน้าหอจนได้ ผมชะเง้อมองหาเด็กตัวโต แต่มองหาเท่าไหร่ก็ยังคงไม่เห็นน้องเนย จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะโทรออกหาเขาอีกครั ้ง‚ฮัลโหล เนย อยู่ไหน‛‚อยู่นี่‛ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ ้นด้านหลัง ผมก็รีบหมุนตัวกลับทันที ผมเบิกตากว้างเมื่อได้เห็นคนตรงหน้าน้องเนย…
‚ชอบยัง‛ผมมองดูเด็กตรงหน้าอีกครั ้ง น้องเนยคนเมื่อตอนเย็นหายไปแล้ว คนที่ไว้ผมทรงปอมปาดัวร์ คนที่สวมเสื ้อผ้าสไตล์เก่าๆ คนคนนั ้นหายไปแล้ว เหลือแต่ร่างของวัยรุ่นผู้ชาย น้องเนยตัดผมออกจนมันสั ้นเป็ นทรงอันเดอร์คัท กลายมาเป็ นสไตล์ที่ดูเผินๆอาจจะคล้ายกับพายุ แถมเขายังเปลี่ยนเสื ้อผ้าใหม่หมด ผมมองดูเขาอึ ้งๆ ยอมรับเลยว่าตกใจที่เห็นน้องในลุคนี ้ อย่าบอกนะว่าที่เขาหายไป ติดต่อไม่ได้ เป็ นเพราะเขาไปเปลี่ยนตัวเองมานี่เขา…อย่าบอกนะว่าเลียนแบบพายุ‚ถามว่าชอบยัง‛พอคิดได้ดังนั ้น แทนที่ผมจะรู้สึกดีใจ ก็กลับรู้สึกผิดไปหมด ผมเผลอทําให้เด็กคนหนึ่งสูญเสียความเป็ นตัวเองไปแล้วเรียบร้อย ผมขยับเข้าไปใกล้ แล้วมองดูเขาตั ้งแต่หัวจรดเท้า ผมไม่ชินกับน้องเนยลุคนี ้ ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งมันออกมาแล้วดูดี ดูหล่อ แต่ต้องยอมรับว่าลึกๆแล้ว ผมอาจจะชอบแดงไบเล่มากกว่า‚เธอ‛‚เราไม่เห็นจะต้องทําแบบนี ้เลย‛‚เธอชอบแบบนี ้ไม่ใช่หรือไง เธอบอกมันหล่อนี่‛‚เนย‛‚แม่ไล่ให้เราไปเปลี่ยนแทบตาย เรายังไม่เคยทําให้ นี่เรายอมทําให้เธออ่ะ เห็นใจเรายัง‛“…”‚โคตรชอบเธออ่ะยัยพี่ ให้ไหว้ไหมถึงจะชอบกัน‛
ผมมองดูน้องเนย เขาทําสายตาเว้าวอนจนผมเองก็เริ่มรู้สึกเห็นใจน้องเหมือนกัน ความรู้สึกข้างในมันเหมือนโดนคนตรงหน้ากระตุ้น จากที่เป็ นตะกอนนอนนิ่งๆก็เหมือนมันลอยขึ ้นมาบ้างแล้ว ผมเม้มปาก ขยับเข้าไปใกล้แล้วจับแขนอีกคนเอาไว้‚ทําไมเอาแต่เงียบวะ‛‚ก็พี่ไม่รู้จะพูดอะไร‛‚เราพูดไปตั ้งเยอะอ่ะยัยพี่ เธอแม่ง แม่ง‛“…”‚ปกติเราไม่เป็ นงี ้ แต่ตอนนี ้เราเป็ นเพราะเธออ่ะยัยพี่ เราไม่ชอบ‛“…”‚ตอนนี ้ทําเหี ้ยอะไรไม่ได้นอกจากทําให้เธอชอบอ่ะ ทําทุกอย่างแล้ว ทําทุกอย่างแล้วเว้ยเธอ‛ผมใจเต้นแรงขึ ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคําพูดพวกนั ้นจากปากน้องเนย มือที่จับแขนเขาเริ่มจับแน่นขึ ้น รู้สึกเหมือนอากาศมันร้อนไปหมดจนทําตัวไม่ถูก ผมเงยหน้ามองดูน้องเนย เขาก็ยังคงมองหน้าผมอยู่อย่างนั ้นให้ตายสิ ผมจะเก็บไว้ไม่อยู่แล้ว ผมไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกอะไรเก่งหรอกนะ น้องเนยมากระตุ้นเอากระตุ้นเอาแบบนี ้น่ะ ผมว่าผมจะเก็บมันไม่อยู่เอานี่สิหรือไม่…ก็อาจจะหลุดในตอนนี ้เลยก็ได้‚พี่ทิ ไหว้ล่ะ เป็ นของเราที‛‚อือ‛‚ยัยพี่‛
‚อือ‛‚ตอบดีๆ คนฟังมันลุ้น ดังๆ ชัดๆ‛‚ก็บอกว่าอื ้อ…เนย!”ผมตกใจเบิกตากว้าง เมื่อจู่ๆน้องเนยก็ดึงผมเข้าไปกอดแน่นๆ จนผมจมลงไปในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าผมเห่อร้อนไปหมดจนรู้สึกได้เลยว่ามันจะต้องแดงมากแน่ๆ ผมหลับตาปี๋ น้องเนยกอดผมแน่นมาก ใบหน้าของเขาฝังอยู่ตรงไหล่ น้องเนยกอดผมอย่างเดียวไม่พอ จู่ๆเขาก็อุ้มผมเหวี่ยงหมุนเป็ นวงกลมจนน่ากลัวว่าผมจะปลิวหล่น ให้ตายสิ เด็กคนนี ้ รู้ว่าแรงเยอะแต่อย่าทําแบบนี ้ได้ไหม!ผมเขินไปหมดเลย ลืมไปเลยว่าตอนนี ้เราสองคนอยู่ที่ไหน ลืมสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาเลย น้องเนยทําให้ทุกอย่างหายไป เหลือแต่เขาเท่านั ้น‚โอ้ย‛‚เนย เป็ นอะไร‛ ผมได้ยินเสียงเขาร้องออกมาแบบนั ้นก็เลยเงยหน้าขึ ้นถาม‚เจ็บว่ะ‛‚เจ็บตรงไหน‛‚หน้าอก ใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกเลยเธอเอ้ย‛ ผมยิ ้มขําออกมาเมื่อน้องเนยตอบกลับมาแบบนั ้น ให้ตายสิ คนเขาก็ตกใจหมด คิดว่าไปโดนแผลโดนอะไร‚ยอมแล้วเธอ ยอมเธอแล้ว สั่งให้เป็ นบาร์บี ้ก็จะเป็ นให้เธอเลย‛‚ปล่อยพี่ก่อน…”
‚ยกเว้นอันนี ้ อย่าเพิ่ง‛ น้องเนยปฏิเสธผม ก่อนจะออกแรงกอดรัดมากกว่าเดิม จะอึดอัดมันก็อึดอัดแหละ แต่ความรู้สึกเขินไปทั ้งตัวมันทําให้เรื่องนั ้นเป็ นเรื่องเล็กไปเลยสรุปแล้ว…นี่ผมกับเขาตกลงกันแล้วใช่ไหมนะ เราสองคนน่ะ…เป็ นแฟนกันแล้วใช่ไหมนะให้ตายสิ แฟนคนแรกของผมคือน้องเนยเหรอ เนยวัดพลุเนี่ยนะ คนนี ้เนี่ยนะแม่รู้แม่จะว่ายังไงล่ะทีนี ้ แค่คิดก็เหนื่อยแทนแล้ว‚ของกูว่ะ คนนี ้ของกู ของกูๆ‛ น้องเนยเหมือนจะสติหลุดไปแล้ว เขาเอาแต่พูดคํานี ้ซํ ้าๆจนผมหัวเราะออกมาเบาๆ‚ยัยบื ้อ ยัยบื ้อของกู โอ้ย ยัยพี่ จารุณี จําเนียร วัลลภา‛‚เนย ใจเย็น‛‚โอ้ย ของกู‛เขาผละออก ก่อนที่จะยกมือทั ้งสองข้างลูบแก้มผมเบาๆเหมือนไม่กล้าจับแรง พอลูบเสร็จเขาก็หมุนตัวไปมา ผมหัวเราะออกมากับท่าทางสติแตกของเนยวัดพลุ ดูเขาตอนนี ้สิ ไม่เหลือคราบนักเลงเลย เกิดมีลูกน้องหรืออริเขามาเห็นน้องเนยตอนนี ้คงได้โดนล้อไปอีกนานเลย ผมหลับตาปี๋ อีกครั ้งเมื่อเขายกมือทั ้งสองข้างมาลูบหัวผม เขาลูบเบามากๆเหมือนไม่กล้าจะแตะเต็มที่ ก่อนที่เขาจะพูดอะไรก็ไม่รู้ที่ผมฟังไม่ทันเอาเสียเลย‚เนย ใจเย็น‛‚พี่ ยิ ้มหน่อย‛
อยู่ดีๆน้องเนยก็ขอให้ผมยิ ้ม ผมเลยยิ ้มออกไป แต่พอยิ ้ม น้องเนยก็พุ่งกลับเข้ามากอดผมแน่นๆอีกรอบ หน้าผมกระแทกกับหน้าอกเขาเลย‚พี่รู้สึกไงบ้าง‛‚รู้สึกเหมือนกันกับเนยไง‛‚อายุขนาดนี ้ทําไมยังน่ารักได้ขนาดนี ้‛‚พี่ยังไม่แก่สักหน่อย อายุก็มากกว่าเราไม่กี่ปี‛‚เงียบ‛เอ้า อยู่ดีๆก็โดนสั่งให้เงียบซะงั ้นไป อะไรของเด็กคนนี ้นะ‚ไปเดินด้วยกันเธอต้องให้เราจับมือ‛‚อือ‛‚ห้ามขึ ้นรถคนอื่นอีก‛‚อื ้อ‛‚ห้ามชมคนอื่นว่าหล่อ‛‚ครับ‛‚ห้ามยิ ้มใส่คนอื่นด้วย‛‚รู้แล้ว‛‚ไอ้พวกเจ๊กน่ะอันตราย พี่อย่าไปอยู่ใกล้เข้าใจไหม‛‚ขี ้หวง‛‚หวงดิ‛“…”‚แฟนนะเว้ย แฟนอ่ะ แฟนเนยวัดพลุอ่ะ ไม่หวงก็เหี ้ยแล้วพี่เธอ‛
ตีครั้งที่ 26เฝ้าหลง‚คนนี ้เนี่ยนะ‛‚อื ้อ‛‚ทิ มึงอย่ามาหลอกพวกกู‛“ก็ไม่ได้หลอกนี่‛‚กูช็อก‛‚กูก็ช็อก‛‚นี่น้องเนย แฟนเราเอง‛พอผมแนะนําเด็กตัวสูงให้เพื่อนๆได้รู้จัก ปฏิกิริยาที่ได้รับไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้เลย พวกเขาทั ้งคู่ต่างก็พากันตกใจ น้องเนยนั่งมองนิ่งๆ เขาไม่พูดไม่จาอะไร ตอบแค่เท่าที่จําเป็ น นับตั ้งแต่วันนั ้น เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะคบกัน ก็นะ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันมาถึงขนาดนี ้แล้ว ปิ ดไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร จะหนีความจริงไปเสียเปล่าๆ เพราะยังไงทั ้งผมทั ้งน้องเนยก็คิดตรงกันเชื่อเถอะ ถ้าผมไม่ยอมตกลง น้องเนยก็หาทางจนได้อยู่ดีผมพาน้องเนยมาทําความรู้จักกับเพื่อนของตัวเอง ทั ้งโต้งและพัชตกใจกันทั ้งคู่ พวกเขาไม่ได้ตกใจที่ผมมีแฟนเป็ นผู้ชาย แต่ดันตกใจตรงอายุของน้องเนยนี่แหละ
‚ทิ เด็กสิบหก มึง น้องมันอยู่มอสี่นะ‛‚มอห้า‛ พอโต้งแย้ง น้องเนยก็ส่งเสียงสวนกลับทันที ผมอมยิ ้มขําออกมาเมื่อน้องเนยกับโต้งจ้องหน้ากันแบบนั ้น‚มันยังเด็กอยู่เลยนะทิ‛‚ก็…”‚เด็กแล้วไง หัวใจใหญ่เท่าหัวยัยนี่ก็แล้วกัน‛‚น้อง เขาเป็ นพี่นะเว้ย‛ พัชขมวดคิ ้วมองดูน้องเนย ดูท่าทางพัชเองคงจะไม่ชอบที่ได้ยินน้องเนยเรียกคนอายุมากกว่าอย่างผมแบบนั ้น แน่ล่ะ เขาไม่ได้ชินแบบผมนี่ กว่าจะชินผมก็ปวดหัวไปพักใหญ่เหมือนกัน‚เป็ นลูกคนเดียว ไม่อยากมีพี่‛‚น้อง‛‚หยุดเลย พอเลย ทั ้งคู่นั่นแหละ‛ผมต้องรีบห้ามทัพก่อนที่โต้งกับพัชจะรุมน้องเนยไปมากกว่านี ้ น้องเนยเองก็ปากเก่งเอาเรื่องอยู่แล้ว โต้งก็ยิ่งหัวร้อนง่าย ส่วนพัชก็ยิ่งเป็ นคนไม่ชอบให้ใครมากวนเขาแบบนี ้ ผมถอนหายใจ มองดูทั ้งสองฝั่งสลับกัน ดูท่าทางเพื่อนของผมกับแฟนของผมจะไปด้วยกันได้ไม่สวยเท่าไหร่‚คนดีๆอย่างไอ้พายุเขาอุตส่าห์เข้ามาหามึงนะทิ‛‚หือ‛ ผมเลิกคิ ้วขึ ้นเมื่อได้ยินโต้งพูดแบบนั ้น แต่ยังไม่ทันทีจะได้ยินประโยคต่อมา ผมก็ถูกมือของคนอายุน้อยกว่าปิ ดหูทั ้งสองข้างเอาไว้ พอหันหน้าไปมอง น้องเนยก็ตีหน้านิ่วคิ ้วขมวดอยู่อย่างนั ้น‚อย่าพูดชื่อนั ้น ยัยพี่ไม่ชอบ‛ผมขําออกมาเบาๆ เด็กน้อยเอ้ย ปิ ดหูแค่นี ้ ใครๆก็ได้ยินทั ้งนั ้นแหละ
‚ถอยห่างๆเพื่อนพี่เลยน้อง‛‚ไม่‛‚น้อง‛‚กว่าจะได้ยัยนี่แทบต้องกราบตีน เป็ นใครมาสั่งให้ไปง่ายๆ‛‚นะ..นี่‛‚รู้ว่าหวง มีเพื่อนน่ารักอ่ะ เดี๋ยวจะช่วยจัดการความน่ารักให้อีกคน เค๊‛ผมขําออกมาเมื่อเห็นว่าพัชเหวอไปแล้ว ดูท่าทางวันนี ้พวกเขาทั ้งสองคนคงจะยังไม่ชินกับเด็กคนนี ้ นี่ยังดีนะที่เขาเจอแค่นิสัยน้องเนย ถ้าเกิดเจอน้องเนยตอนที่ยังเป็ นแดงไบเล่ ผมว่าพวกเขาคงจะสติหลุดกันมากกว่านี ้อีกสุดท้ายแล้ว แผนที่ผมวางเอาไว้ว่าจะพาน้องเนยมาคุยกับเพื่อนก็จบลงตรงที่น้องเนยงอแงจะกลับ ผมเลยจําเป็ นที่จะต้องบอกลาเพื่อนๆ ผมรู้สึกว่าวันนี ้น้องเนยยังเข้ากับเพื่อนผมไม่ได้ แต่พอมองลงไปลึกๆแล้ว ก็มีบางช่วงที่ผมรู้สึกว่าโต้งและพัชยอมรับน้องเนยขึ ้นมานิดหน่อย แต่ก็นั่นแหละ พวกเขาคงต้องทําความรู้จักกับน้องเนยเพิ่มมากกว่านี ้อีกหน่อย ผมเชื่อว่าถ้าวันนั ้นมาถึง โต้งกับพัชคงจะได้เห็นน้องเนยในเวอร์ชั่นที่ผมมองเห็นได้เหมือนกันกว่าจะกลับมาถึงหอของผม ฟ้ าก็มืดไปแล้วเรียบร้อย น้องเนยจอดรถมอเตอร์ไซค์ ผมลงมายืนข้างๆเขา ตั ้งแต่ที่ตกลงคบกัน ผมก็ขอให้น้องเนยสวมหมวกกันน็อกเวลาขับรถ เพราะแบบนี ้เจ้าตัวเขาถึงได้ยอมสวมหมวกกันน็อกให้ น้องเนยถอดหมวกออกแล้วสะบัดผมไปมา เขาลอบมองดูกระจกแล้วจัดทรงให้ตัวเอง‚เดี๋ยวเพื่อนพี่ก็เข้าใจเราเอง‛
‚เพื่อนเธอปากดี‛‚แนะ อย่าว่าเพื่อนพี่นะ‛‚เพื่อนเธอนิสัยดีทุกคนเลย พอใจยัง‛ผมส่ายหัวเล็กน้อยกับความขี ้ประชดของน้องเนย แต่ยังไม่ทันที่เราสองคนจะได้พูดอะไรมากกว่านั ้น จู่ๆผมก็รู้สึกได้ว่ามีหยดนํ ้าหล่นกระทบใบหน้า พอมีหยดที่หนึ่ง หยดที่สอง หยดที่สามก็ตามมา แย่ล่ะ ฝนตกเหรอเนี่ย แล้วแบบนี ้น้องเนยจะขับรถมอเตอร์ไซค์กลับได้ไหมนะ‚ฝนตกแล้ว เธอขึ ้นห้องไป เราจะกลับแล้ว ไว้คุยกันวัลลภา‛‚เดี๋ยวเนย‛น้องเนยทําท่าจะสวมหมวกกันน็อกกลับคืน ผมเลยเดินเข้าไปจับแขนเขาเอาไว้ ฝนเริ่มเม็ดใหญ่ขึ ้นเรื่อยๆจนรู้สึกได้แล้ว‚ขึ ้นไปบนห้องพี่ก่อน รอฝนหยุดแล้วค่อยกลับ‛ตุ้บ!‚ยัย..ยัย…”น้องเนยทําหมวกกันน็อกหล่นลงพื ้น เขาเบิกตากว้างมองดูผม อะไรกัน เขาจะตกใจอะไร ผมพูดอะไรผิดไปเหรอ ก็แค่ชวนเขาขึ ้นไปหลบฝนบนห้องก่อนก็แค่นั ้นเอง ทําไมเขาตกใจขนาดนี ้ล่ะ‚เธอ…เฮ้ย มันจะผิดผี‛‚เนย‛‚แม่ย่านางเธอจะไม่ชอบเราดิ‛‚พอได้แล้ว เลิกเล่นสักที ฝนตกแล้วเนย ตามมา เอารถไปจอดข้างใน‛
สุดท้ายแล้วเราสองคนก็เลิกเถียงกันไปเพราะหันไปสนใจฝนที่เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย ฝนตกหนักกว่าที่คิดเอาไว้ ถ้าเกิดปล่อยให้น้องเนยกลับบ้านไป ตอนนี ้เขาคงกําลังขับมอเตอร์ไซค์กลางฝนนี่อยู่แน่ๆ อันตรายจะตายไป ผมเป็ นห่วงเขานะถึงได้ทําแบบนี ้น่ะน้องเนยเงียบตลอดทาง ผมพาน้องเนยขึ ้นลิฟต์ เดินมาจนถึงห้องตัวเอง‚นี่ห้องพี่ จําไว้นะ‛‚จะจําทําไม‛‚ก็เผื่อเราอาจจะได้มาอีก‛‚ยัยขี ้อ่อย!”เอ้า ผมไปอ่อยอะไรอีก ผมแค่บอกว่านี่ห้องผมเองนะ ทําไมน้องเนยตีความหมายของคําพูดผมผิดไปหมดเลยผมเปิ ดประตูห้องตัวเอง พาน้องเนยเข้าไปข้างใน อันที่จริงห้องของผมมันก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากหรอก ก็มีแค่เตียง เก้าอี ้ โต๊ะอ่านหนังสือ แล้วก็ห้องนํ ้าแค่นั ้น แต่น้องเนยกลับมองดูรอบๆ มองเหมือนกําลังเก็บรายละเอียดเลยด้วยซํ ้า ผมถอดรองเท้าก่อนจะวางให้เป็ นระเบียบ ปล่อยให้น้องเนยเดินสํารวจห้องตัวเองไปเรื่อยๆ‚เธอ‛‚ครับ‛‚ห้องเธอหอมว่ะ‛‚พี่ฉีดสเปรย์ ห้องแอร์ถ้าไม่ฉีดมันจะอับ‛‚ตรงนี ้ที่เธอชอบนั่ง‛
‚พี่อ่านหนังสือตรงนั ้นแหละ‛‚เตียงนี่ด้วย‛ผมอมยิ ้ม มองดูน้องเนย เขาทักทุกอย่างที่อยู่ในห้องของผมเลย ปกติเราสองคนก็วิดีโอคอลกันค่อนข้างบ่อย น้องเนยคงกําลังทบทวนว่ามีตรงไหนบ้างล่ะมั ้ง เขาเดินมานั่งบนเตียงของผมแล้วตบลงกับฟูก‚จินตรา มานั่งนี่‛เฮ้อ เอาเถอะ ต่อไปนี ้เขาจะเรียกผมว่ายังไงก็เรื่องของเขาเลย ผมจะหันมันทุกชื่อนั่นแหละ‚มีอะไร‛ ผมขยับเข้าไปใกล้ แต่ยังไม่ยอมนั่งลงบนเตียงกับน้อง‚เธอ นั่งลง‛‚ทําไมพี่ต้องนั่งด้วย‛‚จะนั่งดีๆ หรือจะให้นํ ้าตาตก เลือกมา‛อะไรอีกล่ะเนี่ย ขู่ผมอีกแล้วเด็กคนนี ้‚จะทําให้พี่นํ ้าตาตกเลยเหรอเนย ใจร้ายไปหรือเปล่า‛‚ใครบอกว่านํ ้าเธอ‛‚เอ้า‛‚ไม่มานั่งตอนนี ้เราจะร้องไห้อ่ะยัยพี่ มา‛ผมหัวเราะออกมาเบาๆ น้องเนยตอนนี ้ไม่เหลือคราบเนยวัดพลุเลย เขากําลังงอแงให้ผมไปนั่งด้วยเหรอเนี่ย ให้ตายสิเนย พี่ห่างเราไม่ได้เลยใช่ไหม ผมอมยิ ้มก่อนที่จะลงไปนั่งข้างๆเขา น้องเนยยกขาข้างหนึ่งขึ ้นมาบนเตียง เขากอดอกแล้วนั่งมองดูผม อะไร เรียกมาให้นั่ง แล้วก็นั่งมองแบบนี ้เนี่ยนะ
‚เนย‛ ผมเรียกชื่อน้องเมื่อน้องเนยยื่นมือมาจับคางแล้วบังคับให้มันหันไปมา‚ยัยพี่ มีมุมไหนน่าเกลียดบ้างวะ‛‚จะมาจับหน้าพี่ทําไม‛‚ถึงว่าทําไมเพื่อนหวงนักหวงหนา เออ แต่กูก็หวง‛‚พอเลย พอ‛ ผมดึงมือน้องเนยออก เขานั่งนิ่ง‚เธอบอกแล้วนะว่าจะเลิกยุ่งกับไอ้เจ๊กขับเบนซ์‛‚เขาเป็ นเพื่อนพี่นะเนย‛‚เอ้าเฮ้ย ทําไมเธอพูดงี ้‛ น้องเนยโวยใส่ผม ยังไม่ทันที่จะได้แก้ตัวอะไร เขาก็หันหลังหนีเสียแล้ว ผมนั่งมองดูเขาถอดเสื ้อแจ๊กเก็ตยีนส์ตัวเดิมแล้วเอาไปพาดไว้กับเก้าอี ้ไม่ไกล น้องเนยขยับหนีไปนั่งอยู่อีกมุมของเตียง เขาทําท่าเท้าคางแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง‚คุณก็รู้ว่าผมรักผมภักดีคุณ ไยมิการุญให้ความอุ่นใจ ถึงคุณไม่รักเดี๋ยวนี ้ ผมมิว่าไร ผมรอคุณได้เสมอ…”มาอีกแล้ว วันนี ้อะไร เพลงอะไรล่ะนั่น นั่งทําเป็ นมองหน้าต่างอย่างกับพระเอกมิวสิกวิดีโอเลยนะเนย ผมอมยิ ้ม ก่อนที่จะค่อยๆขยับเข้าไปใกล้น้องเนยมากขึ ้น ดูท่าทางคนอายุน้อยกว่าจะยังไม่รู้ตัว เขายังคงเอาแต่มองดูหน้าต่างแล้วร้องเพลงทั ้งอย่างนั ้น‚คุณก็รู้ว่าผมหลงพะวงอาวรณ์ จนแม้กินนอนอาวรณ์พรํ่าเพ้อ วันไหนไม่พบไม่เห็น เช้าเย็นไม่เจอ ผมยังละเมอถึงคุณทุกคืน…”‚เด็กขี ้งอน‛‚ไม่คุยด้วย‛
‚งอนอะไรพี่อีก พี่ทําอะไร‛“…”‚เนย‛“…”‚น้องเนย‛“…”‚เด็ก เด็กบอกพี่หน่อย งอนอะไร‛‚ยัย…!”ทั ้งผมและเขาต่างก็ชะงักค้าง เมื่อจู่ๆน้องเนยก็หันกลับมากะทันหัน ผมเบิกตากว้าง เช่นเดียวกันกับน้องเนย ระยะห่างของเราสองคนตอนนี ้ไม่ได้มากอะไรเลย ใจผมเต้นแรงขึ ้นมาเมื่อได้เห็นหน้าของน้องในระยะใกล้ขนาดนี ้ไม่ได้ อันตรายแต่พอจะผละออก ก็เหมือนน้องเนยจะรู้ตัว เขาเลยรีบดึงเอาไว้ทันที ให้ตายสิ เหมือนตกลงไปในหลุมของน้องเนยเลย เขาขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ดูท่าทางน้องเนยตอนนี ้ไม่ได้ตกใจแล้ว เขาพร้อมที่จะหาเรื่องมาแกล้งกัน ขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี ้ แปลว่าน้องเนยต้องคิดจะแกล้งอะไรสักอย่างแน่ๆ‚เนย ปล่อยเลย‛‚อะไรนะ ไม่ได้ยิน‛ นั่นไง มาแล้ว‚เนย ปล่อยพี่เดี๋ยวนี ้‛‚ไม่ได้ยินว่ะ สงสัยแม่ตบเมื่อเช้าแล้วเยื่อแก้วหูขาดแน่เลย‛‚เนย‛
‚ไม่ได้ยินอ่ะยัยพี่ เรียกอีกที‛ น้องเนยขยับเข้ามาใกล้จนในที่สุดปลายจมูกของน้องก็ชนเข้ากับปลายจมูกของผม ลมหายใจร้อนๆของน้องรดอยู่เหนือริมฝี ปากจนต้องเม้มแน่น ใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเสียให้ได้ยอมรับเลย ว่าน้องเนยน่ะเป็ นคนที่มีเสน่ห์ ตาคม คิ ้วหน้า ถ้าเขาเกิดเร็วกว่านี ้สักห้าสิบหกสิบปี ก็อาจจะได้เป็ นพระเอกคู่มิตร ชัยบัญชา หรือไม่ก็สมบัติ เมทะนีเลยก็ได้‚เนย…ปล่อย ไม่เล่น‛“…”‚อย่า…อย่าแกล้งพี่นะ‛ดูท่าทางพูดอะไรออกไปตอนนี ้น้องเนยก็ไม่ฟังแล้ว เขาจ้องผมนิ่งเลย ดวงตาสีดําของน้องเนยน่ะอันตรายที่สุด อย่าไปเผลอจ้องเชียวนะทิ ไม่อย่างนั ้นหลงกลน้องแน่ๆ โดนน้องเนยแกล้งหนักกว่านี ้แน่ๆ‚เนย ได้ยินไหม บอกให้ปล่อย‛‚ยัยพี่‛‚อะไร‛‚จูบได้ป่ ะ‛‚นะ..”ยังไม่ทันที่ผมจะเข้าใจประโยคดี ภาพตรงหน้าก็พร่ามัวไปหมด การเคลื่อนไหวเพียงเสี ้ยววินาทีทําให้ผมมึน เบลอ ตามสิ่งที่เกิดตรงหน้าไม่ทันเลยแม้แต่น้อย ได้แต่นั่งนิ่งๆอยู่อย่างนั ้นผมกับน้องเนย…
ผมเบิกตากว้าง มองดูน้องเนย ริมฝี ปากอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาทําให้ใจเต้นไม่เป็ นจังหวะ มือทั ้งสองข้างกําเสื ้อลายสีแสบตาของอีกคนแน่น น้องเนยหลับตาแล้วออกแรงดันตัวให้เข้ามาใกล้มากกว่าเดิม จนเราทั ้งคู่ยิ่งแนบชิดกันไปหมด ลมหายใจร้อนๆของน้องเนยเหมือนเป็ นยาที่ทําให้ผมคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ เขาเอียงหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเลื่อนมือขึ ้นมาจับประคองใบหน้าของผมแล้วปรับเอียงตามใจตัวเองน้องเนยไม่ยอมปล่อยผมง่ายๆ พอรู้สึกว่าผมกําลังจะได้สติ เขาก็ดึงตัวผมเข้าไปใกล้แล้วออกแรงบดเบียดมากขึ ้นจนเริ่มรู้สึกเจ็บ ต้องได้ทุบเขาไปสามสี่ทีน้องเนยถึงได้ยอมผละออก แววตาหวานเชื่อมมองมาทําเอาพูดอะไรแทบไม่ได้เด็กสิบหกทําไมถึงจูบเป็ น‚หน้าเธอโคตรแดงเลยยัยจินตหรา‛“…”‚เจ็บเหรอ‛“…”‚ยัยเธอ พูดอะไรหน่อยดิ โอเคไหม‛“…”จะให้พูดอะไรล่ะ พูดไม่ออกเนี่ย ยังตกใจไม่หายเลยนะ เด็กคนนี ้ วันนี ้แกล้งกันเกินไปแล้ว‚ยัยพี่ ถามว่าเป็ นไง‛‚เนย…”‚นี่ยังเบาะๆนะ ยังไม่ได้โชว์สกิลเลยนะ อย่าอ่อนดิเธอ‛
‚วันนี ้เราแกล้งพี่หนักไปแล้วนะ…”‚ไม่ได้แกล้ง ทําจริง‛ น้องเนยพูดพร้อมยกมือขึ ้นมาเกลี่ยปลายผมด้านหน้า ผมมองดูการกระทํานั ้นของน้องเนย น้องเนยเลยหยุดมือที่จับเส้นผมแล้วเลื่อนมาจับหน้าแทน ผมเม้มปากอีกครั ้ง ไม่รู้ว่าอุณหภูมิจากตัวน้องเนยหรือแก้มผมกันแน่ที่ร้อนกว่ากัน ผมได้แต่เม้มปาก นั่งเงียบ กํามือกับเสื ้ออีกคนแน่น‚ยัยพี่ทิ หยุดน่ารักดิ‛“…”‚จะตีจริงๆนะเว้ย ทําตัวงี ้อ่ะ‛‚เงียบไปเลยเนย‛‚รู้นานแล้วว่าเธอไม่ได้ปากแข็ง แต่ไม่คิดว่าจะนิ่มขนาดนี ้‛‚พ..พอเลยนะ‛‚แล้วเป็ นไง ปากเราแข็งไหม‛‚พี่บอกให้เลิกพูดเรื่องนี ้ไง‛‚พี่‛“…”‚อย่าให้ใครได้เห็นตอนนี ้นะ ขอร้อง อย่าไปทําตัวแดงๆแบบนี ้มั่วซั่วนะ‛‚นะ..เนย!‛ เสียงร้องเรียกชื่อดังแข่งกับเสียงฝน น้องเนยใช้แรงที่เขามีดึงให้ผมเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนในที่สุดมันก็กลายว่าเขาอุ้มตัวผมทั ้งตัวขึ ้นมานั่งทับตัวเอง แขนทั ้งสองข้างของน้องเนยโอบกอดแน่น มือข้างหนึ่งลูบหลังไปมาเหมือนจะปลอบกัน
แต่ขอโทษเถอะ! ทําแบบนี ้มันยิ่งทําให้พี่เตลิดไปกันใหญ่นะเนย!‚ผมจะเอ่ยปากกระดากหัวใจ คิดไปคิดมา ชักอายประหม่าไม่กล้าเลย เด็กหนุ่มหนุ่ม ขี ้ขลาดพลาดพลั ้ง ผมยังไม่เคย หมายจะเปิ ดเผยความในใจ…‛ เสียงติดจะทุ้มร้องออกมาพร้อมกับจังหวะของมือที่ลูบหลังไปด้วย ผมพยายามที่จะออกแรงดันหน้าอกน้อง แต่มันก็ไม่เป็ นผลอะไร ผมสู้แรงกอดรัดของเนยวัดพลุไม่ได้เลย‚ผมนึกจะพูดแต่สุดระรัว คิดกลัวคิดเกรง ผมใช่ว่าเก่งมาจากไหน เด็กรุ่นรุ่นมันวุ่นพิลึก จะตรึกอกใจ จะทําอย่างไรขี ้อายทุกครา…”‚เนย ปล่อยพี่ พอได้แล้ว‛‚เห็นคุณมันวุ่นใจ อดรักไม่ได้ ก็เปรียบกองไฟไหม้สุมอุรา คิดคิดฝันฝันเพ้อเพ้อละเมอ ทั ้งทั ้งลืมตามันชักจะบ้าคลั่งไคล้‛ผมสู้ออกแรงดันเขาอีกครั ้ง รอบนี ้น้องเนยเลยจัดการออกแรงกอดรัดมากกว่าเดิม ใบหน้าของเขาฝังอยู่ตรงหัวไหล่ อีกฝ่ ายเงียบเสียงร้องไปเพราะออกแรงกัดลงมาผ่านเนื ้อผ้า แม้มันจะไม่ได้เจ็บปวดอะไร แต่ก็ทําผมตกใจกับการกระทําแบบนี ้ของเด็กวัยสิบหก อะไรกัน น้องเนยทําอะไรเนี่ยผมว่าผมชักจะคิดผิดแล้วนะที่ชวนเขามาที่ห้องแบบนี ้น่ะ‚เนย อย่าแกล้ง…”‚ผมพูดไม่ออกจะบอกหลายที วจีสําคัญ เห็นเข้ากลับหวั่นมันอย่างไร ปอดกระเส่าดูเอาเถิดหนอ รีรอไม่ไหว ตัดใจบอกไปว่าผมรักคุณ‛‚เนย‛‚ผมรักคุณ‛ ผมนิ่งไปทันทีเมื่อน้องเนยยอมผละออกให้ เขาเลิกร้องเพลงแล้วยอมผละออกมามองหน้ากันอีกครั ้ง ผมหายใจแรงเพราะเหนื่อย
เหลือเกินที่ต้องรับมือกับเขา มือที่อยู่ด้านหลังยังไม่หยุดลูบไปมา มีบางจังหวะที่เขาตบมันเบาๆเหมือนให้ลงจังหวะเพลง‚ตัดใจบอกไปว่าผมรักคุณ…”‚เนย‛‚ผมรักคุณ‛ ผมเริ่มหน้าเห่อร้อนขึ ้นมาอีกครั ้งเมื่อได้ยินน้องเนยยํ ้าท่อนนี ้หลายๆรอบ‚ผมรักคุณ‛‚เนย‛‚ผมรักพี่‛“!”‚เป็ นจําเนียร เป็ นวัลลภา เป็ นแตงอ่อน เป็ นจินตราให้กันต่อไปเรื่อยๆได้ไหม‛“…”‚เป็ นแฟนเนยวัดพลุ เธออยากได้ดาวได้เดือนขอแค่บอกมา จะไปหามาให้ จะเอาแก้วแหวนเงินทองอะไรก็บอกมา‛‚พอเลย เป็ นเด็กเป็ นเล็กมาพูดอะไรแบบนี ้ได้ไง‛‚เฮ้ย ไม่เด็ก‛‚เด็ก‛‚ไม่เด็ก‛‚เด็ก อะ…อื ้อ!”พอผมเถียงเขามากเข้า น้องเนยก็เลยขมวดคิ ้ว ดูท่าทางเขาจะไม่พอใจมากๆที่ผมหาว่าเขาเด็ก เพราะอย่างนั ้น คนที่ไม่ยอมเด็กก็เลยโน้มหน้า
ลงมาอีกครั ้ง รอบนี ้น้องเนยประทับริมฝี ปากหนักกว่าครั ้งแรกมาก มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนมาที่คาง ก่อนจะออกแรงบีบเล็กน้อย ผมทั ้งตกใจ ทั ้งตามไม่ทัน มึนๆเบลอๆจนเผลอปล่อยปาก มันเลยกลายเป็ นหลุมขนาดใหญ่ที่ผมขุดขึ ้นมาเอง พอได้โอกาส สัมผัสเปี ยกชื ้นก็ตามมาติดๆ ผมหลับตาปี๋ เมื่อรู้ว่าน้องเนยกําลังทําอะไรนะ…นี่..นี่มันไม่ใช่จูบแล้ว! ในหนังมันมีแค่ปากแตะปากกันเองนะ‚อื ้อ‛เสียงแปลกๆดังแว่วเข้าหูจนต้องหลับตาปี๋ หลบหนีความอายที่เกิดขึ ้นทั่วตัว น้องเนยยังคงจูบต่อไปอย่างนั ้น ไม่ยอมหยุดให้ผมได้พักหายใจอะไรเลย ลิ ้นของอีกฝ่ ายเกี่ยวกระหวัดอยู่ภายในโพรงปาก พอผมจะหนีเขาก็ยิ่งต้อนมันอยู่อย่างนั ้น ผมไม่รู้ว่าทําไมเด็กสิบหกถึงได้รู้เรื่องอะไรแบบนี ้ด้วยพอมาถึงจุดๆหนึ่งๆ ผมก็เริ่มที่จะเหนื่อย ต้องทุบเขารัวๆเพื่อให้ปล่อยกันไป ตอนแรกน้องเนยก็ดูไม่อยากจะผละออก แต่พอเขาเห็นว่าผมไม่ไหวแล้ว อีกฝ่ ายถึงได้ยอมปล่อย น้องเนยดูดดึงริมฝี ปากแรงๆอีกทีจนน่ากลัวว่ามันจะหลุดไปด้วย เขายอมที่จะถอนใบหน้าคมๆนั่นออก แต่ไม่ยอมปล่อยวงแขนที่กอดรัดกันเอาไว้ผมยกมือขึ ้นมาปิ ดปากตัวเองทันที จ้องมองดูหน้าน้องเนย เขาแลบลิ ้นเลียของเหลวสีใสที่ติดอยู่กับริมฝี ปากตัวเองพร้อมมองหน้าผมไปด้วย‚ไอ้เหี ้ย เชอร์รี่ได้ผล‛พ…พอแล้ว ผมจะเรียกยามมาลากน้องเนยออกไปจากห้องเดี๋ยวนี ้เลย
ตีครั้งที่ 27พะวงไม่วายเรื่องราวระหว่างผมกับน้องเนยมันเริ่มขึ ้นแล้ว เริ่มขึ ้นอย่างจริงจังแล้วตอนนี ้น้องเนยกําลังเป็ นเด็กมอห้า ช่วงนี ้โรงเรียนต่างๆพากันเปิ ดเทอมไปได้เดือนกว่าแล้ว แน่นอนว่าน้องเนยเองก็ต้องไปโรงเรียน ไปเรียนหนังสืออย่างที่เด็กวัยเขาควรจะทํา ผมรู้สึกว่าร้องเนยกําลังพัฒนาขึ ้น เขากําลังเป็ นเด็กดีอย่างที่เขาเคยบอกไว้ น้องเนยยอมที่จะกลับไปเรียนหนังสือ ออกจากแก๊งนักเลง หักพวงมาลัยเข้าสู่เส้นทางเด็กปกติเหมือนคนอื่นเขา ผมเองก็ดีใจที่ได้เห็นน้องเนยดีขึ ้นแบบนี ้ ได้ยินป้ าติ๋มเล่าให้ฟังทีไรก็พลอยรู้สึกดีไปด้วยเรื่องที่ผมคบกับเด็กผู้ชายคนนี ้ ตอนนี ้คนรอบตัวผมยังรู้ไม่เท่าไหร่ เพราะผมเองก็ไม่อยากจะเปิ ดเผยอะไรมากมาย น้องเนยก็ยังอายุน้อยด้วย น้องเนยบอกแม่ของเขาไปแล้วสําหรับเรื่องนี ้ ยอมรับว่าตอนแรกที่ผมรู้ว่าป้ าติ๋มรู้มาโดยตลอดก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน อดคิดไม่ได้เลยว่าในตอนที่ผมพยายามปกปิ ดมันคงจะตลกมากๆในสายตาของป้ าติ๋ม สําหรับผมเอง ก็เลือกบอกไปแค่เพื่อนสนิทของตัวเองเท่านั ้น ไม่ได้บอกใครไปมากกว่านี ้พอมาถึงจุดนี ้ จุดที่ผมเริ่มจะคิดได้แล้วว่าการมีแฟนมันมีความรู้สึกแบบไหน ผมก็รู้เลยว่าเราควรจะแคร์อีกฝ่ ายให้มันมากๆผมตัดสินใจว่า…วันนี ้จะบอกแม่ตัวเอง
ผมคิดเรื่องนี ้มาได้สักพักแล้ว ผมไม่รู้ว่าแม่จะเข้าใจไหม เพราะผมเองไม่ใช่คนที่จะพูดเรื่องรักๆใคร่ๆให้แม่ได้รับรู้เลย แฟนก็ไม่เคยมี ไม่เคยจะพาใครไปแนะนํา จนอายุล่วงเลยมาขนาดนี ้แล้ว กลัวอยู่เหมือนกันว่าถ้าเกิดบอกไปเขาอาจจะตกใจเลยก็ได้ว่าตอนนี ้ลูกชายตัวเองมีแฟนเป็ นผู้ชาย แถมยังเป็ นเด็กมัธยมอีกต่างหากคุกก็กลัว แม่ก็กลัว เนยนะเนย น้องเข้ามาทําให้พี่กลุ้มใจขนาดนี ้เลยนะเนี่ยแต่จะไปโทษน้องอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ถ้าอีกคนไม่เผลอตัวเผลอใจมันคงไม่มาถึงจุดนี ้หรอกใครจะไปรู้ ว่าหน้านักเลงแบบนั ้นจะโดนใจผม‚‛แม่ครับ ฮัลโหล‛[ว่ายังไงหืม ร้อยวันพันปี จะโทรมาหาแม่ก่อน]‚คือ…ทิมีเรื่องอยากจะบอกแม่‛[ทําไมแม่รู้สึกได้ว่าน้องทิกําลังจะเซอร์ไพรส์แม่คะเนี่ย] เสียงแม่ถามกลับก่อนจะหัวเราะเบาๆ ผมเม้มปากตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นั่งไม่ติดเก้าอี ้แล้ว ต้องลุกขึ ้นยืนแล้วเดินไปเดินมาภายในห้องของตัวเอง[แม่เองก็มีเซอร์ไพรส์ค่ะ]‚แม่ครับ ทิมีเรื่องจะบอก แม่อย่าตกใจนะ คือทิว่ามันเป็ นเรื่องธรรมดามากๆ ทิเข้าใจว่าแม่น่าจะโอเค…”[น้องทิมีเรื่องอะไรคะ]‚แม่ ทิมีแฟนแล้วนะ‛
ผมตัดสินใจที่จะบอกให้อีกคนรู้จนได้ เสียงแม่เงียบไปเลย แม่จะว่ายังไงบ้างนะ จะตกใจไหม[จริงเหรอคะ น้องทิไม่ได้โกหกแม่ใช่ไหม]‚แล้วก็…”[แม่รอมานานมากๆเลยนะคะที่จะได้เห็นหน้าแฟนของน้องทิ!จะน่ารักไหมนะ]‚คือ…แฟนทิเป็ นผู้ชายนะแม่‛ผมตัดสินใจที่จะพูดความจริงออกไป เสียงหัวเราะของแม่ถึงกับเงียบไปเลยทีเดียว ใจผมเต้นเร็วมากเพราะตื่นเต้นปนกังวลว่าแม่ตัวเองจะโอเคไหม จะรับได้ไหม ผมกํามือตัวเอง ตอนนี ้อยู่ไม่ถูกแล้ว ไม่รู้เลยว่าควรจะทํายังไงต่อไปดี[น้องทิ เซอร์ไพรส์แม่เหรอคะ]“…”[ถ้าอย่างนั ้นเปิ ดประตูหน่อยค่ะ แม่ก็มีเซอร์ไพรส์]ทันทีที่แม่พูดจบ สายก็ถูกตัดไปทันที ผมอ้าปากค้าง ได้ยินที่แม่พูดเมื่อกี ้นี ้แล้วก็ตกใจ ผมรีบสาวเท้าไปที่ประตูห้องตัวเอง พอเปิ ดออกก็แทบจะลมจับ แม่ของผมยืนอยู่ตรงนั ้น ข้างๆกันก็เป็ นพ่อของผม ผู้ชายที่ไม่ค่อยจะได้เห็นหน้าเห็นตากันสักเท่าไหร่เพราะพ่อมักจะบินไปทํางานที่ต่างประเทศบ่อยๆ ทั ้งพ่อและแม่จ้องมาที่ผมเป็ นจุดเดียว ผมได้แต่กลืนนํ ้าลายลงคออย่างยากลําบากหัวขึ ้นเขียงแล้วทิเอ้ย‚น้องทิ พาแม่ไปเจอเขาตอนนี ้ เดี๋ยวนี ้ค่ะ‛
‚แม่ ทิว่าเราควรโทรบอกเขาก่อนเผื่อเขาไม่อยู่…”‚เงียบๆไปเลยค่ะน้องทิ บอกแม่มาว่าซอยไหน‛‚แม่‛‚ซอยไหนคะ‛‚ข้างหน้า เลี ้ยวซ้ายครับ‛ผมจําเป็ นที่จะต้องตอบแม่ออกไป หลังจากที่พูดคุยกันเรื่องแฟนของผม แม่ก็ตั ้งหน้าตั ้งตาที่จะเจอ ถึงขั ้นที่บังคับให้ผมพามาหาเองถึงที่ ผมพยายามที่จะโน้มน้าวแม่แล้ว แต่แม่ก็คือแม่ ดูท่าทางแม่ผมคงจะอยากเห็นมากว่าผู้ชายคนนั ้นที่ลูกชายตัวเองเรียกว่าแฟนจะเป็ นยังไง แม่ผมรอไม่ไหว เลยตัดสินใจที่จะขับรถพามาเองถึงที่ ผมเองก็พยายามบอกแล้ว ว่าวันนี ้วันหยุด น้องเนยอาจจะไม่อยู่ที่บ้าน แถมตอนนี ้ก็ยังเช้าอยู่ เพิ่งจะแปดโมงครึ่งเองล่ะมั ้ง ผมพยายามโน้มน้าวว่าน้องเนยคงไม่อยู่ที่บ้านหรอก แต่แม่เองก็ดึงดันที่จะไปเจอให้ได้ ส่วนพ่อผมที่นั่งอยู่ข้างๆก็เอาแต่นั่งเงียบ ผมไม่รู้ว่าพ่อจะคิดยังไง เพราะตั ้งแต่ที่เจอหน้ากันเขาก็เงียบอย่างนี ้ตลอดผมรู้ว่าระยะห่างระหว่างผมกับพ่อตัวเองมันค่อนข้างมาก เพราะเราสองคนไม่ได้สนิทกันอย่างเมื่อก่อนตอนเด็กๆแล้ว พอพ่อย้ายไปทํางานที่ต่างประเทศ ผมกับพ่อก็ไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไรไม่นานนักบ้านหลังคุ้นตาก็ปรากฏให้เห็น พอผมบอกว่าถึงแล้วแม่ก็จอดรถ ก่อนที่พวกเราสามคนจะลงไปยืนอยู่ที่หน้าบ้าน ผมใจเต้นตุ้มๆต้อมๆเมื่อประตูบ้านค่อยๆเปิ ดออกหลังจากที่แม่ผมกดออดไป ป้ าติ๋มเป็ นคนมาเปิ ดประตู ป้ าติ๋มดูจะตกใจนิดหน่อยที่เห็นผมพาใครก็ไม่รู้มายืนดักหน้าบ้านตั ้งแต่เช้า
‚สวัสดีครับป้ าติ๋ม…นี่พ่อกับแม่ผมเองครับ‛ป้ าติ๋มเบิกตากว้างก่อนจะพึมพําอะไรไม่รู้ออกมา ป้ าติ๋มยกมือขึ ้นมาลูบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกมือสวัสดีพ่อแม่ของผม‚คุณเป็ นแม่ของแฟนทิใช่ไหมคะ‛‚อะ…เอ่อ ใช่ค่ะ‛‚ดิฉันเป็ นแม่ของน้องทิค่ะ เพิ่งจะทราบว่าน้องทิคบกับลูกชายของคุณ เลยอยากมาทําความรู้จัก‛ แม่ผมพูดออกไป ป้ าติ๋มหน้าเครียดเลย ผมจึงรีบเดินไปยืนคั่นระหว่างทั ้งสองคน แม่ผมต้องใจเย็นลงนิดนึง ป้ าติ๋มหน้าซีเรียสใหญ่แล้ว ผมยกมือขึ ้นมาปรามแม่ตัวเองเอาไว้‚ไหนลูกชายของคุณคะ‛‚คือ…ตอนนี ้เนยไม่ได้อยู่บ้านค่ะ‛‚อ้อ แฟนชื่อเนยหรอกเหรอ‛ แม่เลิกคิ ้วก่อนที่จะหันหน้ามาถาม ผมกระพริบตาปริบๆหวังจะให้แม่ใจเย็นลงกว่านี ้สักหน่อยในขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านกําลังตึงเครียด จู่ๆพวกเราทั ้งสามคนก็ได้ยินเสียงดนตรีมาจากปากซอย เสียงมันดังขึ ้นเรื่อยๆเป็ นจังหวะ พร้อมกันกับเสียงโห่ฮาของกลุ่มคนจํานวนมาก ผมกับทุกคนถึงกับชะงักแล้วหันไปมองต้นเสียงเป็ นตาเดียว ไม่ไกลเป็ นขบวนรถแห่ เดาว่าน่าจะเป็ นงานบวชไม่ก็ขบวนขันหมากอะไรสักอย่าง เสียงเพลงดังขึ ้นเรื่อยๆเมื่อรถขยับเข้ามาใกล้ดะ…เดี๋ยวนะ…นั่น นั่นใช่…ผมอ้าปากค้างเมื่อเห็นตัวสูงๆของใครบางคนที่คุ้นตากําลังขยับตัวอยู่ที่หน้าขบวนแถวๆลําโพงของรถเครื่องที่กําลังแห่ ข้างๆกันก็เป็ นกลุ่มของเด็กวัยรุ่นที่ค่อนข้างจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี พวกเขาต่างก็พากันออกลีลาลวดลาย
ไปตามจังหวะเพลง ผมจ้องไปที่คนเสื ้อเชิ ้ตลายปกคอตั ้งกับแจ๊กเก็ตยีนส์ตัวโปรด ทรงผมอันเดอร์คัทหายไป ผมของเขาถูกเซทจนมันแผลบดูเหมือนว่าผมจะจ้องเขามากจนเกินไป จนทําให้คนที่ยืนอยู่ข้างกันสังเกตเห็น แล้วก็มองออกทันที‚น้องทิ…คนนั ้นเหรอคะ‛‚ตายห่าล่ะไอ้เนย‛ผมยิ ้มแหยๆส่งกลับไปให้พ่อกับแม่ของตัวเอง แม่ผมก็ยังคงอึ ้งไม่หายที่เห็นแฟนของลูกชายตัวเองกําลังดิ ้นอยู่หน้าลําโพงรถแห่ ไม่กี่วินาทีต่อมาขบวนรถนั ้นก็มาจนถึงหน้าบ้านของป้ าติ๋ม เสียงโห่ฮาดังขึ ้นๆ ดูท่าทางตอนนี ้กลุ่มของพวกเขากําลังสนุกสนานกันมากๆจนดูเหมือนเขาจะไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีคนยืนอยู่หน้าบ้านถึงสามคน ผมมองดูพวกเขา จนกระทั่งมีเด็กคนหนึ่ง ผมจําได้ว่าเขาคือเพื่อนของน้องเนยนั่นแหละ เขาเห็นผมก่อน เลยรีบเดินเข้าไปสะกิดคนที่กําลังยกมือเย้วๆ ตอนแรกน้องโดนปัดมือทิ ้ง แต่พออีกฝ่ ายหมุนตัวกลับมาแล้วเห็นผมเท่านั ้นแหละ‚ยั…ยัย..”ผมได้แต่ส่งยิ ้มแห้งๆให้กับน้องเนย เขาดูจะช็อกไปแล้วเมื่อเห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี ้ พอน้องเนยหยุดเต้น คนอื่นๆก็ค่อยๆหยุดตามกันไป จนในที่สุดพวกเขาก็ยืนนิ่งๆกันอยู่ตรงนั ้น‚น้องทิ คนนี ้จริงๆน่ะเหรอ‛ แม่หันหน้ากลับมาถามทันที สีหน้าแม่ดูจะไม่เชื่อเอามากๆว่าสิ่งที่เกิดขึ ้นตรงหน้าจะเป็ นเรื่องจริง ผมยืนกุมมือตัวเองอยู่อย่างนั ้น เหลือบมองดูน้องเนย เขากับพรรคพวกค่อยๆเดินมาที่หน้าบ้านกันแล้ว ป้ าติ๋มรีบเดินไปยืนอยู่ข้างลูกชายตัวเองทันที พวกเรารอจนขบวนรถ
แห่ผ่านไป รอจนทั ้งซอยกลับมาเงียบอีกครั ้ง น้องเนยยืนนิ่งเลย ดูท่าทางเขาเองก็น่าจะพอเดาได้ว่าผู้ชายกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆผมน่าจะเป็ นใคร‚เนยใช่ไหม‛‚ครับ‛ ผมเม้มปากเมื่อแม่ตัวเองเริ่มเอ่ยปากถามน้องเนย นี่เป็ นครั ้งแรกเลยที่ผมได้ยินหางเสียงของเขา น้องเนยยืนนิ่ง มองมายังพ่อกับแม่ของผม เขาดูไม่กลัวเลย‚น้องทิ วันนี ้เซอร์ไพรส์กันเกินไปแล้วนะคะ‛ แม่หันหน้ามากระซิบกระซาบกับผม‚ไปเจอทิได้ยังไง เรียนคณะอะไร‛ คราวนี ้เป็ นพ่อผมบ้างที่เอ่ยถามออกไป ผมกลืนนํ ้าลายเหนียวๆลงคอเมื่อได้ยินเสียงของพ่อตัวเอง ผมไม่รู้ว่าตอนนี ้พ่อกับแม่จะพอใจกันไหม หรือเขากําลังโกรธ‚เรียนอยู่ครับ‛‚ถามว่าคณะ…”‚มอห้าครับ‛‚ห้ะ‛‚โอย ตาย เนยมึง‛ผมยกมือขึ ้นมากุมขมับเฉกเช่นป้ าติ๋ม แม่ผมตอนนี ้ดูจะช็อกไปแล้วที่รู้ว่าลูกชายตัวเองคบกับเด็กผู้ชายมอห้า แม่มองดูผมสลับกับน้องเนยอึ ้งๆจนเริ่มใจไม่ดี ผมขยับเข้าไปใกล้แล้วจับมือแม่ตัวเองเอาไว้ ก่อนจะลูบมันไปมา ทําตาปริบๆหวังว่าแม่จะใจอ่อนลง‚แม่ครับ ทิกับน้องไม่ได้ทําอะไรไม่ดีครับ เราสองคนคุยกันเฉยๆ‛‚นั่นมันเด็กมอห้านะทิ‛
‚คือ…คือ…ทิก็สอนหนังสือน้อง‛‚มอห้า สิบเจ็ดนะทิ‛‚ทิแค่สอนหนังสือ…”‚สิบเจ็ดนะทิ‛ผมอยากจะร้องไห้แล้ว แม่จะยํ ้าทําไมนักว่าน้องเนยอายุเท่านั ้นเนี่ย กลุ้มใจแล้วนะ‚เพราะงานติวเตอร์ใช่ไหมที่ทําให้เราไปเจอน้อง‛‚อ่า…ครับ‛‚แม่ไม่โอเค‛ แม่ผละออกจากผม ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมา ผมเม้มปากอีกครั ้ง ก็พอจะเดาๆได้จากท่าทีของอีกฝ่ าย แม่ผมไม่มีทางที่จะพอใจแน่นอน แม่มองผมสลับกับน้องเนย เขาเองก็ดูจะตกใจที่รู้ว่าแม่ผมไม่เอาด้วย‚พอนะทิ ไม่เอาคนนี ้‛‚แม่‛‚ทิ! คนนี ้น่ะเหรอ เด็กน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ดูท่าทางแล้วก็คงเป็ นเด็กแว้นเด็กไม่เอาไหนอีก!แม่ไม่เข้าใจ ทําไมทิถึงได้…‛ แม่ผมจับแขนแล้วพาขยับออกห่าง แม่มองผมด้วยใบหน้าจริงจังกว่าทุกครั ้ง ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ตอนนี ้ไม่กล้าจะเถียงแม่สักเท่าไหร่เลย พ่อเองก็ขยับเข้ามายืนขนาบข้าง ผมเลยอึดอัดไปหมดน้องเนยเปลี่ยนไปแล้วนะ เขากําลังปรับปรุงตัวนะ‚อย่าบีบแขนพี่ทินะ‛
ผมหันไปมองดูต้นเสียงทันที น้องเนยขยับเดินเข้ามาหาพวกเราสามคน ป้ าติ๋มจะเดินเข้ามาห้าม แต่น้องเนยก็ยังคงเดินเข้ามาหาอยู่ดี แม่ผมค่อยๆคลายมือที่จับแขนเอาไว้ก่อนจะหันไปมองดูน้องเนย‚พี่ทิไม่ผิด ผมผิดเอง‛‚ป้ าไม่อยากจะว่าอะไรเราหรอกนะ เข้าใจว่ามันคงจะเผลอๆไป‛‚ไม่ได้เผลอ ตั ้งใจ‛‚เนย‛‚ทุกอย่างที่เกิดขึ ้นกับพี่เขา ผมตั ้งใจ‛‚เลิกยุ่งกับทิซะ‛ ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของพ่อตัวเอง คราวนี ้ไม่ใช่แม่แล้วที่ออกโรง ผมหันไปมองดูหน้าพ่อของตัวเอง พ่อของผมเป็ นคนที่หน้าดุอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี ้ยิ่งดุเข้าไปใหญ่ เขาออกคําสั่งกับน้องเนยจนทําให้ทุกคนถึงกับชะงัก เสียงซุบซิบของคนในแก๊งน้องเนยดังขึ ้นมาให้ได้ยินเป็ นระยะ‚ผม…”‚อย่ามาพูดว่าไม่เลิก ยังไงก็ต้องเลิก‛“…”‚นายเพิ่งจะสิบเจ็ด ทิกําลังจะจบมหาลัยอยู่แล้ว‛“…”‚เขาจะไปต่อโทที่ต่างประเทศ อย่ามารั ้งพี่เขา‛‚พ..พ่อ‛ผมมองดูพ่อตัวเองอย่างอึ ้งๆ ไม่คิดว่าพ่อจะเอาเรื่องนี ้ขึ ้นมาพูด น้องเนยเองก็ดูจะตกใจที่ได้ยินแบบนั ้น อันที่จริง เรื่องเรียนต่อผมเองก็เคยดูไว้คร่าวๆว่าอาจจะต่อโท แต่ยังไม่ได้วางแผนอะไรมากมาย เพราะช่วงหลังๆก็
เริ่มมีความคิดที่อยากจะทํางานอื่นขึ ้นมาแทรก ผมเม้มปากแน่น มองดูหน้าน้องเนย สีหน้าของเขาบ่งบอกได้เลยว่าอีกฝ่ ายกําลังรู้สึกสบสนมากมายขนาดไหนพี่ขอโทษที่ไม่เคยพูดเรื่องนี ้นะเนย‚ทําไมพี่ไม่พูดวะ‛‚เนย..คือพี่…”‚ทําไมต้องปล่อยให้เรามารู้ตอนนี ้‛“…”‚รู้ว่าใจร้าย แต่มันขนาดนี ้เลยเหรอพี่‛ผมรู้สึกไม่ชอบตัวเองในตอนนี ้เอาเสียเลย พูดอะไรก็ไม่ออก ทําอะไรก็ไม่ได้ เอาแต่ยืนนิ่งๆคอยให้พ่อแม่บอกอย่างนั ้นอย่างนี ้ ผมควรที่จะต้องพูดอะไรสักอย่างสิ ผมควรที่จะต้องทําอะไรสักอย่างสิ ความสัมพันธ์ของผมกับน้องเนยมันยังเริ่มไม่ถึงไหนก็ดูท่าทางจะจบลงเสียแล้วเหรอ‚หวังว่าจะเข้าใจกันแล้วนะคะ ไป กลับกันเถอะทิ‛‚แม่‛‚แล้วงานสอนพิเศษ แม่ไม่ให้ทําแล้วนะคะ เลิกไปเลย‛แม่พูดกับผม ก่อนที่จะดึงแขนให้เดินตามไปที่รถ ผมหันกลับไปมองดูน้องเนย เขายังคงยืนกํามืออยู่ตรงนั ้น ป้ าติ๋มเองก็ดูจะกําลังไม่สบายใจ ทุกคนดูเครียดกันไปหมดเลย ผมถูกแม่พากลับมานั่งบนรถ คราวนี ้พ่อเป็ นฝ่ ายขับแทน ส่วนแม่ก็ไปนั่งข้างคนขับ ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ด้านหลังคนเดียว‚แม่ พ่อ อย่าทําแบบนี ้ได้ไหม‛
‚ทิ ทิอย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงกับคนคนนี ้เลย เขายังเด็ก ยังไม่รู้เรื่องเลยด้วยซํ ้าไป เขาจะดูแลทิได้เหรอ‛‚แต่…แต่ทิชอบน้องนะครับ‛‚รู้ว่าชอบ แต่ทิมั่นใจไหมว่าเด็กวัยนี ้เขาจะมั่นคงกับเรา‛“…”‚แม่ไม่ได้มีปัญหาหรอกถ้าน้องทิจะคบผู้ชาย แม่แค่อยากได้ใครสักคนที่จะฝากทิได้‛‚แม่‛‚และมันไม่ใช่เด็กคนนี ้แน่นอน‛ผมไม่รู้แล้วว่าจะพูดยังไงดี แม่ถึงจะยอมใจเย็นลงแล้วก็ฟังผม ดูท่าทางตอนนี ้ทั ้งพ่อทั ้งแม่ตั ้งอคติกับน้องเนยกันไปหมดแล้ว ผมเองก็ไม่รู้จะพูดยังไง เพราะถ้ามองจากภายนอก น้องเนยก็เป็ นแค่เด็กวัยรุ่นที่ไม่มีอะไรอย่างที่พ่อกับแม่ว่า แต่นี่เพราะผมอยู่กับเขามาหลายเดือน ผมได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของน้อง ผมได้เข้าไปทําความรู้จักกับน้อง ผมรู้ว่าน้องเนยเป็ นคนยังไง ผมรู้ว่าน้องเนยไม่ใช่คนเหลวไหลอย่างที่แม่ปรามาสเอาไว้แน่นอนแต่แล้ว ในขณะที่พ่อของผมกําลังจะออกตัวรถ จู่ๆน้องเนยก็รีบวิ่งมาขวางเอาไว้ รถของพวกเราหยุดกึก พ่อจ้องมองไปยังน้องเนยที่ยืนกางแขนจังก้าอยู่กลางถนนขวางหน้ารถ เขาจ้องมาที่พวกเราด้วยสีหน้าจริงจัง‚เด็กคนนี ้‛‚แม่‛ผมรีบเปิ ดประตูรถตามแม่ตัวเองทันที ทั ้งพ่อทั ้งแม่ออกมายืนข้างนอกรถแล้ว ผมเลยต้องรีบลงมาด้วย
‚ผมไม่เลิก‛ น้องเนยยํ ้าเสียงดังฟังชัด จนทําเอาแม่ผมยิ่งไม่พอใจไปกันใหญ่‚ที่พูดไปไม่เข้าใจเลยใช่ไหม‛‚ใช่ ไม่เข้าใจ‛‚นี่‛‚ไม่เข้าใจว่าทําไมไม่ให้โอกาสกัน‛“…”‚นี่ชอบพี่จริงๆ ชอบจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น ไม่ได้คิดเป็ นอื่นเลย‛‚นายยังเด็ก เดี๋ยวอีกสักพักโตขึ ้นความคิดก็เปลี่ยน‛‚ใช่ โตขึ ้นมันเปลี่ยนแน่ๆไอ้ความคิดน่ะ แต่เรื่องคนนี ้ไม่เปลี่ยน ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแน่นอน‛“…”‚ชาตินี ้ไม่รู้จะหาคนดีๆขนาดนี ้ได้จากไหนแล้ว อย่าเอาเขาไปเลย‛ผมมองดูน้องเนย เขาอ้อนวอนแม่กับพ่อผมขนาดนี ้แล้ว ป้ าติ๋มรีบเดินไปอยู่ข้างๆลูกชายตัวเองทันที แม่ผมยืนเงียบ ไม่พูดอะไร เช่นเดียวกันกับพ่อ ทั ้งสองคนมองไปยังสองแม่ลูกที่ยืนอยู่ตรงหน้า น้องเนยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาค่อยๆเลื่อนสายตากลับมาที่ผม‚ไม่ต้องกลัวหรอกว่าตอนนี ้พ่อกับแม่พี่จะไม่เอา‛‚เนย‛‚สักวันเราจะดีพอ จะดีให้ได้เท่าเธอ‛“…”‚รอเราหน่อย จะเป็ นคนที่เธอควงไปไหนแล้วไม่ต้องอายเลยพี่ทิ‛
ตีครั้งที่ 28ไม่หน่ายกมลนับจากวันที่ไปเจอน้องเนยที่บ้านวันนั ้น ผมก็ถูกแม่สั่งให้เลิกสอนพิเศษไปเลย แต่ยังโชคดีหน่อยที่แม่กับพ่อไม่ถึงขั ้นที่จะห้ามผมติดต่อกับน้องเนย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ห้ามในจุดนี ้มันก็ไม่ได้แปลว่าพ่อกับแม่ของผมจะยอมรับในตัวน้องเนยอยู่ดี ผมพยายามที่จะโน้มน้าวทั ้งคู่แล้ว แต่มันก็ไม่เป็ นผลอะไร ผมเข้าใจดีว่าทําไมทั ้งคู่ถึงได้มองน้องเนยในแง่ลบกันขนาดนั ้น เพราะในตอนแรกที่ผมยังไม่ได้รู้จักน้องเนยมากพอ ผมก็เคยมองเขาในแบบเดียวกันตอนนี ้ ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะให้โอกาสน้องเนยได้เติบโตเท่านั ้นผมถอนหายใจออกมาไม่รู้เป็ นรอบที่เท่าไหร่ของวัน ผมเอาเรื่องเรียนต่อกลับมานั่งคิดทบทวนอีกครั ้ง ยอมรับว่าผมเองก็มีความสนใจที่จะต่อปริญญาโทต่างประเทศอยู่ไม่น้อย มันเป็ นสิ่งที่ทั ้งผมทั ้งครอบครัววางแผนมาตั ้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆมานี ้จะมีอะไรมาทําให้ผมวอกแวก อยากจะทํานั่นทํานี่ก็เถอะ แต่พอได้กลับมานั่งคิดจริงๆจังๆ ผมก็อดปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความคิดนั ้นมันยังไม่ได้หายไปไหนเฮ้อ เอายังไงดีล่ะทีนี ้
ผมไม่ได้ติดต่อกับน้องเนยมาหลายวันแล้ว เช่นเดียวกันกับน้องเนย เขาเองก็ไม่ได้ติดต่อผมมาเลย ผมไม่รู้ว่าทําไมเราสองคนถึงเป็ นแบบนี ้ ทั ้งๆที่พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรขนาดนั ้น ผมเหม่อมองดูโทรศัพท์ที่ยังคงเงียบ ไร้วี่แววของเบอร์โทรศัพท์คุ้นตา ผมค่อนข้างที่จะเป็ นห่วงน้องเนยอยู่พอสมควร เขาเองก็ยังอายุไม่เท่าไหร่ มาเจอเรื่องที่มันน่าหนักใจขนาดนี ้ ผมไม่รู้ว่าน้องจะไหวไหม หรือจะถอดใจจากกันไปแล้วผมไม่อยากจะยอมรับ…ว่าจริงๆแล้วก็แอบกลัวเหมือนอย่างที่แม่พูด‘น้องยังเด็กนะทิ ตอนนี้น้องอาจจะแค่เผลอไปกับเรา เดี๋ยวถ้าเขาโตขึ้น คิดอะไรได้มากขึ้น ถ้าเขาไปเจอคนอื่น ทิจะไหวเหรอ แม่มองไม่เห็นความมั่นคงอะไรในตัวเขาเลยนะทิ’ตอนนี ้ก็เป็ นเวลาสามทุ่มแล้ว ผมยังคงนั่งอยู่ตรงเก้าอี ้ตัวเดิม ถอนหายใจซํ ้าๆ ผมหันกลับไปมองดูโทรศัพท์ตัวเองอีกครั ้งก่อนที่จะตัดสินใจหยิบมันขึ ้นมาแล้วกดโทรออกหาใครบางคนทันที ไม่รู้แล้ว วันนี ้ผมต้องคุยกับน้องเนย ปล่อยเรื่องนี ้ไปเรื่อยๆมันไม่ได้แล้วผมลุกขึ ้นเดินไปมาระหว่างที่รอสายอีกคน น้องเนยไม่ยอมรับสายสักทีจนผมกังวลไปหมด ผมเกือบจะถอดใจอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าวินาทีสุดท้ายจะได้ยินอีกฝ่ ายส่งเสียงกลับมา‚เนย‛[ว่ายังไง]‚พี่…” พอได้รับสายเขาจริงๆ ผมก็เริ่มเรียบเรียงคําพูดไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก่อนหลังดี[ยังไม่นอนใช่ไหม]
‚อื ้อ เราก็เหมือนกันใช่ไหม‛[อยากเจอเธอว่ะ]‚พี่ก็อยากเจอ‛ ผมตอบเขากลับไปตามตรง[ลงมาดิ อยู่ข้างล่าง]‚นี่…นี่เรามาหาพี่เหรอ‛ ผมเบิกตากว้างเมื่อได้ยินที่น้องเนยบอก อะไรกัน เขามาอยู่ด้านล่างอีกแล้วเหรอ ทําไมชอบมาโดยที่ไม่บอกกันก่อนนะเนี่ย ผมรีบเดินออกมาจากห้องตัวเอง ถือสายค้างเอาไว้แบบนั ้น พอออกจาลิฟต์ได้ผมก็รีบเดินออกมาจากหอพักตัวเอง มายืนอยู่ด้านหน้าจุดประจําตรงที่ผมกับน้องเนยชอบมาเจอกัน หันซ้ายหันขวาจนเจอว่ามีใครบางคนกําลังยืนอยู่ข้างๆรถมอเตอร์ไซค์ ผมจึงกดวางสายแล้วเดินเข้าไปหาทันที น้องเนยวันนี ้ยังอยู่ในชุดนักเรียนเรียบร้อย ผมเดินเข้าไปหาเขา‚เนย พี่มาแล้ว‛‚โคตรคิดถึงเธอเลยว่ะ‛ผมหยุดยืน น้องเนยค่อยๆเงยหน้าขึ ้นมามอง แววตาอ่อนล้ากับสีหน้าเหนื่อยๆจนโทรมของเขาทําเอาผมเริ่มใจไม่ดี รีบเข้าไปดูน้องทันที ทําไมน้องเนยถึงดูแปลกไปแบบนี ้ พอผมขยับเข้าไปใกล้ น้องเนยก็ดึงมือทั ้งสองข้างไปจับไว้ เขาออกแรงบีบเบาๆยํ ้าๆอยู่อย่างนั ้น‚เหนื่อยว่ะเธอ‛‚เราไปทําอะไรมา‛‚เรียน‛‚หือ‛
‚เพิ่งเลิกเรียนพิเศษ ยังไม่ได้กลับบ้าน มาหาเธอก่อน‛ ผมอึ ้งไปเลยพอได้ยินน้องเนยบอกว่าเขาไปเรียนพิเศษมา ผมปรายตามองไปยังกระเป๋ าเป้สีดําตุงๆที่อยู่บนเบาะรถ ผมดึงมือข้างหนึ่งออกแล้วเปิ ดมันดู ในนั ้นมีหนังสือกับชีทติวเพียบจนแน่น ผมอ้าปากค้างที่เห็นว่าน้องเนยเขาทําอะไรแบบนี ้ นี่อย่าบอกนะว่าเขาเรียนพิเศษจนสองทุ่มสามทุ่มแบบนี ้ ทุกวันไหม? ที่เขาแบบนี ้น่ะเนยนะเนย‚โคตรเหนื่อยเลยเธอ‛ นํ ้าเสียงของน้องเนยบ่งบอกได้เลยว่าเจ้าตัวน่าจะเหนื่อยจริงๆอย่างที่พูด เขายกมือข้างหนึ่งของผมขึ ้นวางแนบแก้มตัวเองแล้วหลับตาลง มองดูเด็กน้อยตอนนี ้แล้วมันก็ไม่กล้าที่จะชวนคุยเรื่องซีเรียส ได้แต่ลูบหัวเขาเบาๆแบบนี ้ ดูสิ ใต้ตาดําหมดแล้วเนย‚ทําไมต้องทําขนาดนี ้‛‚บอกแล้วไง ว่าจะเป็ นคนที่ดีเพื่อเธออ่ะ‛“…”‚ตอนนี ้ดีได้แค่นี ้แหละเธอ พยายามแล้ว‛‚เก่งมากๆแล้วเนย‛‚อยากให้มันดีกว่านี ้ อยากให้พ่อแม่เธอว่าอะไรเราไม่ได้เลย‛‚เนย‛‚เราจะสอบเข้าค่ายโอลิมปิ กเหี ้ยอะไรนั่น เราจะเอาเหรียญทองมาให้พ่อแม่เธอ‛ผมถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะจับใบหน้าของน้องเนยให้เงยขึ ้น ไอ้การสอบที่น้องเนยพูดมาน่ะ มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ ผมรู้ว่าน้องเนยพยายาม
มากๆที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ถ้าเกิดว่าเขาโหมมันจนเกินไป ทําอะไรที่มันเกินตัวไปมากๆแบบนี ้ มันจะแย่เอานะ ผมเองก็ดีใจที่น้องเนยดีขึ ้นขนาดนี ้ ดีใจมากๆเลย แต่ถ้าเกิดว่าการที่น้องเนยดีขึ ้นมันต้องแลกมาด้วยการที่เขาไม่มีความสุขขนาดนี ้ผมก็ไม่ยินดีด้วยสักเท่าไหร่‚แค่นี ้ก็เก่งมากๆแล้ว ไม่ต้องฝื นมากหรอกเนย เดี๋ยวเรื่องนี ้พี่จะจัดการเอง‛‚เราจะให้เธอจัดการคนเดียวได้ไงวะ‛‚พี่จัดการได้อยู่แล้ว เชื่อพี่สิ‛‚ตัวก็แค่นี ้ ไม่ต้องแบกอะไรหรอกพี่เธอ แบ่งมาให้เราหน่อย‛‚ไม่ต้องเครียดเรื่องพ่อกับแม่พี่หรอกเนย สักวันเขาจะเข้าใจเรา เหมือนที่พี่เข้าใจไง‛‚เธอจะไปเมืองนอกจริงๆใช่ไหม‛ และแล้วน้องเนยก็เอ่ยถามเรื่องยากออกมา ผมเม้มปาก เรื่องนี ้จริงๆแล้วผมว่าผมตัดสินใจไว้แล้ว การเลือกเรียนต่อคงเป็ นอะไรที่ถูกต้องแล้วสําหรับผม มือผมถูกอีกฝ่ ายบีบกลับมาเบาๆ ผมมองดูหน้าน้องเนย น้องถอนหายใจออกมาแล้วค่อยๆพยักหน้า‚ไม่ต้องคิดมากยัยเธอ ตั ้งใจเรียน ตั ้งใจไป‛‚เนย‛‚เธอจะอยู่ไกลแค่ไหนมันไม่มีผลกับเราหรอก‛“…”‚มีแฟนเรียนเมืองนอก โคตรโก้เลยเธอว่าไหม‛ น้องเนยว่าพลางยิ ้มออกมา แต่สําหรับผม รอยยิ ้มนั ้นมันไม่ได้ทําให้รู้สึกมีความสุขไปด้วยเลย สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องขยับเข้าไปกอดน้องเนย อีกฝ่ ายจึงรีบกอดตอบกลับ