แล้ว วันนี ้ต้องคุยกับน้องเนยให้รู้เรื่อง ไหนจะเรื่องแกล้งเด็กคนนี ้อีก นี่เขาไม่แกล้งน้องโอ ก็เลยไปแกล้งคนอื่นต่อเหรอ นิสัยไม่ดีเลยนะเนยผมเดินเข้ามาข้างใน แอบได้ยินเสียงดนตรีลอดมาจากทุกทิศทาง ผมเดินมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงเคาท์เตอร์ที่ดูท่าทางจะเป็ นที่จัดการธุระในร้านนี ้ ตรงเคาท์เตอร์มีเด็กผู้ชายวัยรุ่นกับเด็กผู้หญิงกําลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ ผมจึงเดินเข้าไปถามพวกเขา‚น้อง‛ ผมเรียกไปครั ้งแร พวกเขาก็ยังเอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ จนต้องได้เคาะกระจกเรียก พวกเขาถึงได้หันมามองผม‚รู้จักเนยไหม เนยวัดพลุ‛‚ถามทําไม‛ น้องผู้ชายเป็ นฝ่ ายตอบผม‚พี่มีธุระจะคุยกับเขาหน่อย‛‚ลูกพี่อยู่ห้องสาม ชั ้นสอง ขึ ้นไปดูเอา‛ เขาตอบผมสั ้นๆ ก่อนที่จะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ ผมจึงผละออกมาจากตรงนั ้น เดินหาทางที่จะขึ ้นไปยังห้องดังกล่าว เสียงเพลงลอดมาจากทุกห้องเลย นี่มันเพิ่งจะห้าโมงหกโมงเย็นเองนะเนี่ยเจอแล้ว ห้องสามผมยืนสูดลมหายใจลึกๆ มองดูบานประตูตรงหน้า สู้เขาทิ น้องเนยเอง น้องเนย พูดแค่นี ้เขาคงไม่ทําอะไรแกหรอก อย่าเพิ่งตื่นสิ ใจเย็นๆผมตัดสินใจเคาะประตูไปก่อนสองสามครั ้ง แต่ก็ดูไม่มีวี่แววว่าคนด้านในจะเปิ ด ผมจึงลองเคาะอีกครั ้งโดยเพิ่มแรงมากกว่าเดิม แต่ผลที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม ผมจึงลดมือลงแล้วจับลูกบิด ก่อนที่จะเปิ ดเข้าไปเอง น่าแปลกใจที่ประตูห้องไม่ได้ล็อก ผมจึงเปิ ดเข้ามาข้างในได้ แต่พอเปิ ดประตูแล้วเข้ามาข้าง
ในเท่านั ้นแหละ เสียงเพลงดังกระหึ่มก็ตีหน้าผมทันที ผมเดินเข้ามาข้างใน ก่อนที่จะพบว่าในนั ้นมีกลุ่มของน้องเนยอยู่ราวๆสิบกว่าคนได้ พวกเขานั่งกันอยู่อย่างนั ้น เสียงเฮฮาโหวกเหวกโวยวายดังขึ ้น แต่พอผมเดินเข้าไปอยู่ในรัศมีการมองเห็นของพวกเขา เสียงนั ้นก็เงียบลงทันที มีเพียงแต่เสียงดนตรีดังขึ ้น ผมกลืนนํ ้าลายลงคอช้าๆเมื่อจู่ๆก็โดนทุกคนมองมาตะ…ตายแล้วทิ ตายแล้ว ตายแน่ๆ น้องเนยไม่อยู่ที่นี่‚เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง‛‚พ..พ…พี่มาหาน้องเนย‛‚นี่มันเรียกลูกพี่ว่าน้องเนยเหรอ‛ เด็กตัวผอมคนหนึ่งจ้องหน้าผมแล้วก็ฟ้ องเพื่อนตัวเอง ผมรีบยกมือขึ ้นมาทันที จะ..ใจเย็นนะ ใจเย็นกันก่อน น้องเนยอยู่ไหนเนี่ย หายไปไหนผมพยายามที่จะมองหาอีกคน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีวี่แววของน้องเนยอยู่ที่นี่เลย เด็กสองสามคนเลยลุกขึ ้นแล้วเดินเข้ามาหาผม ผมผงะก่อนที่จะถอยหลังช้าๆ ใจเย็นสิ ใจเย็น พี่ไม่ได้จะมาหาเรื่องอะไรทั ้งนั ้น ฟังพี่ก่อนนะน้องๆ‚เฮ้ย เดี๋ยวก่อน‛ แต่แล้วในขณะที่พวกเขาเดินต้อนเข้ามา เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ ้น ผมลดการ์ดตัวเองลงก่อนที่จะมองดู ผมว่าผมค่อนข้างคุ้นหน้าคนนี ้ ส่วนมากเวลาเห็นแก๊งน้องเนย คนคนนี ้มักจะอยู่ด้วยตลอด‚พี่ทิว‛‚กูดูเอง คนนี ้กูเคยเจอ‛ ผมมองดูเด็กผู้ชายตรงหน้า เขาลุกมาจากโซฟาก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ผม‚มาที่นี่ทําไม‛
‚พี่มาหาเนย‛‚มาหาไอ้เนย?‛‚เขาอยู่ที่นี่ไหม‛พลั่ก!‚เมื่อไหร่ของกินกูจะมาวะ! พวกมึงทําอะไรกัน‛ในขณะที่ทุกคนกําลังคาดคั ้นเอาคําตอบจากผม จู่ๆก็มีเสียงคุ้นหูของใครบางคนดังขึ ้น พวกเราทุกคนจึงหันหน้าไปมองต้นเสียง นั่นไง! น้องเนย น้องเนยอยู่ที่นี่จริงๆด้วย เขาเดินเข้ามาข้างในก่อนที่จะชะงักไปเมื่อเห็นผมกําลังโดนต้อนจนจนมุมแบบนี ้‚ยัย…พวกมึงทําเหี ้ยอะไรกันวะ‛ เนยเบิกตาขึ ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ดูจะเป็ นเหยื่อคือผม เขาเดินเข้ามาทันทีก่อนที่จะมายืนจ้องหน้าผม‚มาที่นี่ทําไมวะ‛‚พี่มาคุยกับเรานั่นแหละ‛‚ยัย…บ้าเอ้ย แล้วมายังไง มาถูกได้ยังไงวะ‛‚เรานั่นแหละ ทําไมไม่ไปเรียน วันนี ้พี่อุตส่าห์มารอเราตั ้งนานนะรู้ไหม‛ ผมพูดกับเขา น้องเนยยืนเท้าเอวจ้องหน้าผมทันที ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะทําตัวแบบนี ้ เขาหนีเรียนผมมาสิงที่คาราโอเกะนี่ แถมยังบังคับน้องผู้ชายคนนั ้นให้ไปซื ้อของกินมาให้อีก เนยนิสัยไม่ดี‚ไอ้เนย นี่ติวเตอร์มึงนี่‛‚เออ‛
‚น้องเนย‛ผมเรียกเขา น้องเนยถลึงตาใส่ทันที อะ…อะไร ผมแค่เรียกเขาว่าน้องเนยเองนะ ทําไมพวกเขาต้องทําท่าจะเข้ามาตีผมกันขนาดนี ้ด้วย โกรธอะไร ผมแค่เรียกเขาว่าน้องเนย ปกติผมว่าผมก็เรียกเนยบ่อยจะตายไปนะ ทําไมวันนี ้น้องเนยทําหน้าเหมือนจะตีผมแบบนี ้ล่ะ‚เฮ้ย กล้าดียังไงมาเรียกลูกพี่ว่าน้องเนย!”‚ลูกพี่!แบบนี ้มันต้องจัดการแล้วนะ! ไม่เคยมีใครกล้าเรียกลูกพี่แบบนี ้!”‚เฮ้ย‛ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆพวกเขาก็พากันตะโกนมาแบบนั ้น บางคนลุกขึ ้นมาตั ้งท่าเตรียมพร้อมทันที ตอนนั ้นผมใจหล่อนไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว กลัวมากๆว่าจะโดนน้องๆเขาทําร้ายหรือเปล่า ผมกําสายกระเป๋ าตัวเองแน่น ผมมองไปที่น้องเนย เขายืนอยู่ตรงหน้าผม พอคนในแก๊งจะเดินเข้ามา เขาก็เลยยกมือปรามทันที‚ลูกพี่!ไอ้เด็กบูมมันหนีกลับบ้านไปแล้ว!เมื่อกี ้ผมเห็นมัน! ให้ผมตามไปจัดการไหมลูกพี่!”‚อย่าทําเขานะ!” ผมรีบท้วงออกไปทันทีเมื่อจู่ๆก็มีใครบางคนวิ่งเข้ามาตะโกนบอกน้องเนยแบบนั ้น ผมกลัวจริงๆนะว่าพวกน้องเนยจะตามไปเล่นงานเขา เขาไม่ผิดอะไรสักหน่อย ทําไมถึงต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี ้ด้วย พวกนี ้เป็ นเด็กเกเร ทําไมถึงต้องไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นด้วย‚แล้วขนมกู?‛ น้องเนยเอ่ยถามด้วยนํ ้าเสียงติดจะหงุดหงิด‚มันน่าจะเอาไปด้วยว่ะลูกพี่ เอาไง เล่นมันเลยไหม‛
‚เนย หยุดเดี๋ยวนี ้‛ ผมรีบเตือนน้องเนยทันที ไม่อยากจะให้เด็กคนนั ้นจะต้องมารับกรรมอะไร ผมช่วยน้องให้หนีไปได้แล้ว เขาไม่ควรที่จะต้องโดนตามเล่นงานแบบนี ้ นี่มันอะไรกัน ของกินแค่นี ้ซื ้อเองไม่ได้เหรอเนย ทําไมถึงต้องไปทําแบบนี ้ใส่คนอื่นพอผมกล้าที่จะห้ามน้องเนย ทุกคนก็หันหน้ามามองผมทันที รวมถึงน้องเนยด้วย‚อย่าทําเขา‛ ผมทําใจกล้าสั่งน้องเนย ถึงแม้ว่าตอนนี ้จริงๆแล้วผมใจสั่นไปหมด กลัวก็กลัว‚นี่มันสั่งลูกพี่เหรอ เฮ้ย!”‚ตีมันเลยลูกพี่! สอนสักทีดิ๊ว่าอย่ามาสั่งเนยวัดพลุ!”‚เอาเลยๆ! ใครก็สั่งลูกพี่ไม่ได้เว้ย!”ผมเบิกตากว้างทันทีเมื่อจู่ๆทุกคนในห้องก็ตะโกนเชียร์ให้น้องเนยจัดการผม ตอนนี ้ผมยอมรับแล้วก็ได้ว่ากลัวจริงๆ ลองมายืนอยู่ตรงนี ้แล้วโดนตะโกนแบบนั ้นใครมันจะไม่กลัวบ้าง แล้วอีกอย่าง ผมมันก็ตัวแค่นี ้อ่ะ สู้อะไรพวกเขา สู้อะไรน้องเนยไม่ได้แน่นอน สู้ไม่ได้แน่ๆพาตัวเองมาตายแล้วทิ ไอ้โรคชอบช่วยคนอื่นพาแกมาตายแล้วทิเอ้ย‚เอาไงเนย‛‚เดี๋ยวกูจัดการเอง‛‚คนนี ้ไม่ต้องถึงมือลูกพี่หรอก‛‚กูบอกว่ากูจะจัดการเอง ใครตามมาเสือก ตาย‛ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อน้องเนยจับคอเสื ้อผมแล้วออกแรงให้เดินตามเขาออกมา น้องเนยตอนนี ้ดูน่ากลัวมากๆเลย ผมไม่กล้าพูดไม่กล้าเถียงอะไรเขา
เลย ได้แต่เดินตามแรงของอีกคนแบบนี ้ น้องเนยพาผมมาจนถึงห้องอีกห้องที่อยู่ข้างๆกัน น้องเนยเปิ ดประตูก่อนที่จะพาผมเข้าไป ห้องนี ้เป็ นห้องคาราโอเกะที่ไม่มีคนอยู่ เขาปล่อยคอเสื ้อผมแล้ว‚นะ..เนย อย่าทําพี่เลยนะ‛‚จะมาทําไมวะ‛‚จะตีพี่เหรอ‛‚เออ‛ผมหลับตาปี๋ เมื่อเห็นว่าอีกคนง้างมือง้างแขนขึ ้นมาแบบนั ้น กลัวไปหมด ผมกําสายกระเป๋ าแน่น รอรับแรงปะทะจากอีกฝ่ าย ตะ..ตายแน่ทิ ตายแน่ ตายแน่ๆ ไม่รอดแน่ๆแต่แล้วผมก็ต้องนิ่งไป เมื่อสิ่งที่เกิดขึ ้นกลับไม่ใช่อาการเจ็บปวดแต่อย่างใด เป็ นเพียงแค่สัมผัสแตะแก้มเบาๆเท่านั ้น ผมค่อยๆลืมตาขึ ้น ก่อนที่จะเห็นน้องเนยยืนชูกําปั ้นอยู่ตรงหน้า ผมขมวดคิ ้ว นี่เมื่อกี ้เขาไม่ได้ต่อยผมเหรอ เขาแค่…เอากําปั ้นมาแตะแก้มผมอย่างนั ้นเหรอ‚รออยู่นี่ กลับมาต้องเห็น‛เขาสั่งผมเสียงแข็ง ก่อนที่จะเดินกลับออกไป ทิ ้งให้ผมยืนงงอยู่ในห้องนี ้คนเดียว เมื่อกี ้มันเกิดอะไรขึ ้น ทําไมน้องเนยถึงทําแบบนั ้น นี่เขาไม่ต่อยผมหรอกเหรอ ทําไมกัน ทําไมเขาถึงไม่ต่อยผม เขาสงสารเหรอ ให้ตายสิ ใจหายไปหมดเลย นึกว่าจะต้องตายเป็ นผีเฝ้ าคาราโอเกะเสียแล้วผมลูบหน้าอกตัวเอง ค่อยๆปลอบตัวเองให้เลิกตกใจสักทีน้องเนย วันนี ้ทําพี่กลัวไปหมดเลยนะเรา♡♡♡
‚ลูกพี่กลับมาแล้วๆ!”‚เป็ นไงลูกพี่ ยับเลยใช่ไหม‛‚มันต้องเอาให้จํา! คนอย่างเนยวัดพลุไม่ควรให้ใครมาสั่ง ใช่ไหมลูกพี่!”‚สมแล้วที่เป็ นลูกพี่!”เมื่อร่างสูงของใครบางคนเดินกลับเข้ามาข้างในห้อง เสียงโห่ฮาก็ดังขึ ้นทันที ทุกคนพากันยกยอชื่นชมอีกฝ่ าย เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวจัดการใครบางคนไปแล้วเรียบร้อย‚กูจะกลับแล้วนะ‛ นํ ้าเสียงราบเรียบดังขึ ้น ก่อนที่จะก้าวข้ามโต๊ะตัวเตี ้ยไปหยิบเอากระเป๋ าเป้ ตัวเองไปสะพาย ทุกคนพากันมองตามงงๆ เมื่ออีกฝ่ ายก็ดันพูดขึ ้นมาว่าจะกลับก่อน‚เอ้า อะไรของมึงวะเนย‛ ทิวมองดูเพื่อนสนิทของตัวเอง เนยกลับมาจากข้างนอกแล้วก็ขอตัวกลับเลย แบบนี ้ทําให้เขาค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับเพื่อนตัวเอง‚กูง่วง จะกลับไปนอน‛‚แล้วติวเตอร์ของมึงเป็ นยังไง‛‚นอนเป็ นซากไปแล้วมั ้ง กูไม่ได้ออมแรง เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาเอาไป พวกมึงไม่ต้องเข้าไปดู ระวังดูแล้วจะแดกโจ๊กไม่ลง‛ เนยตอบกลับเขาโดยที่ไม่มองหน้า เนยยกมือขึ ้นมาถูจมูกตัวเองไปมา ทิวมองดูเพื่อนตัวเอง เขาแอบรู้สึกว่าวันนี ้เนยแปลกๆไป ปกติหลังจากที่เจ้าตัวจัดการใครบางคนได้ ไม่เคยจะพูดถึงสภาพหรือสิ่งที่เกิดขึ ้นเลย แต่รายนี ้เจ้าตัวกลับอธิบายเสียละเอียด
แต่เขาตัวแค่นั้น มึงท าเขาซะน่วมเลยเหรอวะเนย มึงก็โหดไปไอ้เหี้ย ใหกู้ตีกูยงัรู้สึกสงสารเลย มึงนีโ่คตรสดุเลยว่ะ‚กูเตือนแล้วนะ ถ้าใครเข้าไปดูห้องนั ้น ระวังพวกมึงจะอ้วกแตก‛ หัวหน้าแก๊งตัวสูงสั่งเสียงเข้ม อนที่จะเดินออกไปข้างนอกห้อง เหลือเพียงแต่ลูกน้องที่ยังอยู่ข้างใน คล้อยหลังอีกคน เสียงพูดคุยก็ดังขึ ้นทันที‚ลูกพี่ทําไมวันนี ้โหดจังวะ กูกลัวว่ะ‛‚เอ้าไอ้เหี ้ย ก็มาเล่นเรียกลูกพี่น้องๆแบบนั ้น แถมยังมาสั่งลูกพี่อีก มันต้องโดนขนาดนี ้แหละว่ะ‛‚ขนลุกว่ะ กูอย่างกลัวเลยตอนลูกพี่กระชากคอเสื ้อคนนั ้นออกไป‛‚มึงก็อย่าทําลูกพี่โกรธก็แล้วกัน‛‚เอ้าเว้ย! ฉลองให้ลูกพี่สักหน่อย มา!” ♡♡♡‚นี่‛‚อะไร‛‚ทําไมวันนี ้เราถึงไม่ต่อยพี่ล่ะ‛‚ไม่ต้องถาม‛‚ก็พี่อยากรู้‛‚อยากโดนต่อยใช่ป่ ะพูดงี ้‛‚เอ้า…ก็…”‚เงียบไป ขึ ้นหอไปได้แล้ว‛
‚เนย…วันนี ้เราทําพี่กลัวนะรู้ไหม‛“…”‚พี่กลัวเรามากๆนะวันนี ้ พูดตามตรง‛“…”‚ถือซะว่าพี่ขอ พี่ขอร้องเลยนะเนย อย่าทําแบบนี ้กับคนที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย เลิกรังแกคนที่เขาอ่อนแอกว่าสักที เราแข็งแรงกว่าเขา เราไม่ควรที่จะเอาความแข็งแรงของตัวเองไปเอาเปรียบคนอื่นนะรู้ไหม‛“…”‚พี่รู้ว่าพี่พูดไปยังไงเราก็คงไม่ฟัง แต่พี่หวังนะ ว่าวันหนึ่งเราจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ ้นกว่านี ้‛‚นี่ ยัยเธอ‛‚มีอะไร‛‚ทีหลัง ถ้าไม่มีเราอย่าไปปากเก่ง อย่าไปเป็ นฮีโร่แบบวันนี ้อีก เข้าใจไหม‛‚….‛‚ถือซะว่าขอ ขอร้องแหละเธอ ‛
ตีครั้งที่15พลัดกันไปจนให้คลาดครา‚เนย เข้าใจไหม‛‚อะไร‛‚ที่พี่เพิ่งสอนไป เข้าใจไหม‛‚เข้าใจ‛‚ถ้าเข้าใจ ไหนลองทําอันนี ้ให้พี่ดูหน่อย‛‚ไม่‛‚เนย‛‚ให้ตายสิวะ เออๆ เอามา‛น้องเนยในวันนี ้ก็ยังเหมือนทุกวัน ผมนั่งมองดูเด็กตัวสูงตรงหน้า วันนี ้เป็ นวันอาทิตย์ ผมจึงมาสอนน้องเนยในตอนสายๆ สอนกันที่ร้านป้ าติ๋มเหมือนเดิม หลังร้านที่เดิม โต๊ะตัวเดิม น้องเนยมองดูโจทย์ที่ผมให้ก่อนจะยอมลงมือทําโจทย์ ผมนั่งมองดูน้อง นับว่าผ่านมาสองอาทิตย์ได้แล้วนับตั ้งแต่วันที่น้องเนยโดดเรียนจากผมไปเที่ยวคาราโอเกะ ผมรู้สึกพอใจเมื่อเห็นว่าหลังจากวันนั ้นน้องเนยก็มาเรียนด้วยทุกวันไม่เคยขาด อาจจะมีมาเลทบ้าง แต่ก็ดีแล้วที่อย่างน้อยเขาก็ไม่โดดไปไหนอีกผมตั ้งใจมาสอนเขา ดีแล้วที่เขายอมปรับตัวให้กันบ้าง
‚วัลลภา ไอ้สูตรนั ้นมันว่ายังไงนะ‛‚เปิ ดดูในสมุดเราสิ‛‚อะไรวะ ถามแค่นี ้ก็ไม่ได้‛ผมนั่งมองดูน้องเนยทําไปบ่นไป วันนี ้น้องเนยสวมใส่เสื ้อเชิ ้ตลายทาง ผมว่ามันแอบเข้ากันกับเสื ้อยีนส์สีซีดตัวนั ้นของเขาดีนะ‚เธอจะมองเราอีกนานไหม รู้ว่าอยากได้ แต่เราเป็ นลูกศิษย์เธอไง แล้วก็คือเรายังเด็ก‛‚นี่ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าตัวเองน่ะเด็ก‛ ผมพูดออกไป น้องเนยก็เลยหยุดมือที่กําลังทําข้อสอบ เขาเงยหน้าขึ ้นมามองผมทันที ผมชะงักไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ ายจ้องมองมาแบบนั ้น อะไร จะมามองพี่แบบนั ้นทําไมล่ะเนย‚เธอว่าไงนะ‛‚เปล่านี่‛‚ว่าเราเด็ก?‛ ตัวเองพูดเองทั ้งนั ้น จําไม่ได้หรือยังไงกัน พี่ยังไม่ได้พูดสักคําเลยนะเนย‚เหอะ‛‚อะไร ไม่ต้องมานอกเรื่องเลย ทําต่อไปเดี๋ยวนี ้‛‚อายุมันก็แค่ตัวเลขจารุณี‛ ผมถอนหายใจออกมา เฮ้อ สักทีเถอะเนย เรื่องชื่อเนี่ย ขอสักทีได้ไหม เอาสักชื่อ จะเรียกพี่ว่าอะไรเลือกมาสักชื่อ‚เนย เมื่อไหร่เราจะยอมเรียกชื่อพี่สักที‛‚ทําไม‛‚พี่ไม่ชอบเวลาเราเรียกชื่ออื่น นั่นไม่ใช่ชื่อพี่สักหน่อย‛ ผมตอบเขาออกไป น้องเนยส่งเสียงเหอะออกมาก่อนที่เขาจะก้มลงไปทําโจทย์ต่อ ผม
เผลอยู่ปากเล็กน้อยเมื่อเด็กหลงยุคตรงหน้าเมินคําพูดของผม เอาเถอะ ก็ไม่ได้อยากจะหวังอะไรนักหรอก รีบๆทําโจทย์ให้เสร็จก็แล้วกัน‚เสร็จแล้ว เอาไป‛ผ่านไปสักพัก น้องเนยก็เงยหน้าขึ ้นมาจากสมุด เขาดันมันคืนกลับมาให้ผม ผมรับมันมาก่อนที่จะตรวจดูให้ทีละบรรทัด ลายมือยึกยือหน่อยแต่ก็พออ่านออก ผมค่อยๆไล่ตรวจทีละบรรทัด วันนี ้น้องเนยทําถูกหมดเลย ถือว่าเขาดีขึ ้นมาก ก็พอใช้ได้‚วันนี ้เก่ง‛‚ห้ะ‛‚วันนี ้เราเก่ง ทําถูกหมดเลย‛‚นี่เธอ…”‚พี่ให้ดาวสามดวงเลย‛ ผมยิ ้มออกมาก่อนที่จะวาดดาวน้อยๆสามดวงใส่สมุดการบ้านของเขา ผมยื่นมันคืนให้เจ้าของ น้องเนยรับมันไปก่อนจะมองมาที่ผม‚อะไร‛‚เนยนั่นแหละ อะไร ก็เรามองหน้าพี่‛‚เธอมองเราก่อน มองคืนไม่ได้ไง?‛ ใครมองหน้าเรากัน โมเมเก่ง‚เฮ้อ แล้วแต่เราเถอะเนย โอเค วันนี ้จบไปได้อีกเรื่อง พร้อมไหม พี่จะสอนเรื่องใหม่แล้วนะ อ้ะ! เนย! เอามานี่เดี๋ยวนี ้‛ ผมกําลังจะเริ่มต้นสอนเรื่องใหม่ให้น้องเนย แต่เจ้าตัวเขาก็ดึงเอาไอแพดไปแล้ว ผมย่นคิ ้วมองดูลูกศิษย์ตัวแสบ ให้ตายสิ เขาทําแบบนี ้อีกแล้ว พอไม่อยากเรียนทีไรเขาทําแบบนี ้ตลอด
เลย ชอบดึงเอาไปซุกไปแบบนั ้นน่ะ บอกไม่ให้เรียกว่าเด็ก แต่ทําตัวเป็ นเด็กแบบนี ้ตลอดเลย‚เนย พี่จะสอนแล้ว‛‚วันนี ้เหนื่อยแล้ว สอนแค่นี ้พอ‛‚อีกสักเรื่องหนึ่ง ไหนเราบอกอยากให้พี่สอนให้ทันคนอื่นๆไง‛‚ไม่เรียนละ‛‚เนย‛‚บอกว่าไม่เรียนแล้ว ปวดฟัน‛ปวดฟันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรียน!ผมถอนหายใจออกมา ปลง ปลงแล้ว น้องเนยดื ้อขนาดนี ้เถียงสู้ตายขนาดนี ้ ผมจะกล่อมเขาไปมันก็ไม่มีประโยชน์ โอเค วันนี ้พอแค่นี ้ก็ได้ ดูท่าทางตอนนี ้เขาคงจะเบื่อเต็มทีแล้ว‚โอเค งั ้นวันนี ้พี่จะพอให้ก็ได้ พี่ขอของพี่คืน‛พอบอกว่าเลิกสอน น้องเนยก็ยอมคืนของกลับมาให้ ผมเก็บมันใส่ลงในกระเป๋ าให้เรียบร้อย พอจับเอากระเป๋ ามาสะพายผมก็รู้สึกแปลกๆไป ผมเงยหน้าขึ ้นมองดูคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม น้องเนยนั่งอยู่ตรงนั ้น เขายังไม่ลุกไปไหน เอาแต่นั่งมองผม อะไรกัน ผมยอมเลิกสอนเขาแล้วนี่ไง ทําไมเขายังนั่งอยู่อีกล่ะ‚เนย พี่เลิกสอนแล้ว‛‚เก็บของเร็วๆดิ‛‚เก็บเสร็จแล้ว เรารออะไร‛‚รอเธอ‛
‚ห้ะ ด...เดี๋ยวสิ แล้วนี่จะพาพี่ไปไหน เนย!”ผมยังไม่ทันจะได้คําตอบที่กระจ่างจากปากอีกคน น้องเนยก็ลุกพรวดพราดขึ ้น แล้วเดินมาจับข้อมือผม ออกแรงดึงให้เดินตามเขากลับเข้าไปข้างในร้าน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะพาผมไปไหน ผมก้มหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นป้ าติ๋มมองมา น้องเนยพาผมออกมาจากร้าน เขาพาผมเดินมาเรื่อยๆจนถึงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาที่จอดอยู่ข้างๆพุ่มไม้‚เนย พี่จะกลับหอ‛‚เดี๋ยวค่อยกลับ‛‚เราจะพาพี่ไปไหน‛‚เป็ นเจ้าหนูจําไมเหรอ ถามมากว่ะ‛เขาบ่นผม ก่อนที่จะยื่นหมวกกันน็อกมาให้ น้องเนยไม่สวมหมวกกันน็อกอีกแล้วเหรอ ผมมองดูหมวกกันน็อกในมือก่อนที่จะยื่นให้เขาคืน‚เราเป็ นคนขับ ใส่ไปเถอะ‛‚เธอบ้าเหรอยัยนี่‛‚อย่ามาว่าพี่นะ เพราะพี่ห่วงเราไงพี่ถึงอยากให้เราใส่‛‚แล้วถ้าเราใส่เธอจะใส่อะไร ยัยบ๊อง เอาไป‛ เขาบ่นผมด้วยใบหน้านิ่วๆนั่น มือหนาดันหมวกกันน็อกกลับคืน ผมถอนหายใจออกมา ให้ตายสิ น้องเนยเคยห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้างไหมเนี่ย น้องเนยขึ ้นไปนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ วันนี ้คันใหม่อีกแล้ว มันค่อนข้างสูง ผมเลยขึ ้นยากนิดหน่อย พอขึ ้นมาได้ผมก็ตัดสินใจที่จะจับหมวกกันน็อกแล้วสวมมันให้อีกคนทันที เสียงโวยวายของน้องเนยดังขึ ้น ผมทําใจกล้าออกแรงสู้เขา กดหมวกกันน็อกลงไปจนในที่สุดมันก็สวมอยู่บนหัวของเด็กตรงหน้าเรียบร้อย
‚เสาวนีย์!”มาอีกแล้ว วันนี ้ผมชื่อเสาวนีย์สินะ‚อย่าถอดนะ ถ้าถอดพี่จะลงรถเราเดี๋ยวนี ้‛‚เธอนี่มัน…ดื ้อฉิบหาย‛ใครกันแน่ที่ดื ้อ ดูตัวเองก่อนที่จะพูดเถอะเนยพอน้องเนยสตาร์ทรถแล้วขี่ออกมาจากร้าน ผมก็ต้องรีบจับเขาเอาไว้ทันที เสื ้อยีนส์ของเขาถูกผมจับเอาไว้เป็ นที่ยึด น้องเนยขับไม่เร็วมากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เร็วเลย ผมยังแอบหวาดเสียวตอนที่เขาแซงคันนั ้นคันนี ้ รถมอเตอร์ไซค์คันนี ้ของน้องเนยเสียงไม่ดังเท่าคันก่อนๆ ผมอยากรู้เอามากๆว่าที่จริงแล้วน้องเนยมีรถมอเตอร์ไซค์ทั ้งหมดกี่คันกันแน่ขับมาสักพักผมก็มองเห็นว่าข้างหน้าคืออะไร ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่กลางเมืองตั ้งอยู่ไม่ไกล นี่อย่าบอกนะว่าเขาจะพาผมมาห้าง? พามาห้างเนี่ยนะ อะไรที่ทําให้เขาอยากมาห้างกัน แล้วทําไมต้องพาผมมาด้วยน้องเนยขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดยังลานจอดรถ พอดับเครื่องได้ผมก็ค่อยๆลงมาจากรถของอีกคน แต่วันนี ้รถน้องเนยค่อนข้างสูง แล้วก็เทอะทะมากๆ ผมเลยลงมาแบบเก้ๆกังๆ‚มองทําไม‛ พอลงมายืนบนพื ้นได้ ผมถึงได้มองเห็นว่าตอนนี ้ผมถูกน้องเนยจับตามองดูอยู่‚เป็ นสก๊อยมันไม่ได้ยากป่ ะ‛ใครจะอยากเป็ นสก๊อยกัน!‚ท่อดังก็ไม่ชอบ เร็วก็ไม่เอา สูงก็ไม่ถนัด สก๊อยอ่อนด๋อย‛
นะ…นี่! เนย โอ้ย อะไรเนี่ย นี่ตอนนี ้ผมกลายเป็ นสก๊อยในสายตาเขาไปแล้วเหรอไงกันน้องเนยเดินนําหน้าผมไปนู่นแล้ว ผมก็เลยต้องเดินตามเขาไป ผมไม่รู้ว่าน้องเนยมาที่นี่เพราะต้องการจะทําอะไร เขาจะมาซื ้อของเหรอ หรือจะมาเดินโชว์เสื ้อผ้าสไตล์เก่าๆนี่ ดูสิ ตั ้งแต่เดินเข้ามามีกี่คนแล้วที่มองมาที่เราน่ะ‚จําเนียร มานี่‛เขาดึงข้อมือของผมให้ไปเดินข้างๆกัน พอได้มายืนเทียบแบบนี ้อีกครั ้งผมก็ยังรู้สึกได้เลยว่าตัวเองตัวเตี ้ยกว่าอีกฝ่ ายขนาดนี ้เชียวเหรอ ผมเองก็กินนมนะ ตอนอยู่มัธยมกินทุกวันเลย แต่ไม่เห็นจะยืด ไม่เห็นจะตัวสูงใหญ่เหมือนเขาเลย น่าอิจฉาจัง‚หิวไหม‛‚ห้ะ อ๋อ ไม่เท่าไหร่‛ ผมตอบอีกคนไป อันที่จริง ตอนที่ไปสอนที่ร้านป้ าติ๋มแกก็ทําอาหารมาเสิร์ฟให้กินฟรีด้วย เลยอิ่มท้องมาแล้วเรียบร้อย‚เนย เราพาพี่มาทําไม‛‚พามาไม่ได้หรือไง‛ เขาถามผมกลับด้วยนํ ้าเสียงติดจะหงุดหงิด‚พี่ก็แค่อยากรู้เฉยๆ ก็จู่ๆเราก็บังคับพี่ออกมาเนี่ย‛‚เฮ้ย ใครบังคับเธอวะยัยนี่ ถ้าเธอไม่ยินยอมพร้อมใจ เธอก็วิ่งหนีไปแล้วไหม ไม่มานั่งเป็ นสก๊อยเกาะตูดรถเราหรอกว่ะ‛ น้องเนยหยุดเดินแล้วหันหน้ามาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง ผมล่ะอยากจะตบหน้าผากตัวเอง เอาเถอะ โอเค พี่จะไม่ถามเราแล้วก็ได้เนย พี่จะอยู่เงียบๆ โอเคเลยเนย ตามใจน้องเลย เรามันใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว
น้องเนยพาผมเดินไปเรื่อยๆ ผมก็เดินตามเขาไป มองดูนั่นนี่ ความจริงผมเองก็ไม่ค่อยจะได้มาห้างเท่าไหร่ เดือนหนึ่งมาครั ้งเดียว หรืออาจจะไม่ได้มาเลย ในขณะที่เราทั ้งคู่กําลังเดินกันอยู่นั ้น จู่ๆคนเด็กกว่าก็หยุดเท้า แล้วจูงแขนผมเดินย้อนกลับไป‚เนย‛ ผมเรียกชื่ออีกฝ่ าย ไม่นานนักเขาก็พากลับมายังร้านเสื ้อผ้าที่เพิ่งจะเดินผ่านไป ผมค่อนข้างจะงงเล็กน้อยที่เขาพามาที่ร้านเสื ้อผ้า ไม่หรอก งงมากๆเลยแหละ น้องเนยพาผมเดินเข้ามา ในร้านนี ้เป็ นร้านเสื ้อผ้าสไตล์เท่ๆทั ้งนั ้นเลย ปกติผมเองไม่ใช่คนชอบแฟชั่นอะไรนักหรอก ก็มีแต่เสื ้อเชิ ้ตกับกางเกงเรียบๆก็เท่านั ้น‚อะไรเนี่ย‛‚อยู่เฉยๆ‛‚เนย‛‚ไม่เข้าว่ะ‛ผมขมวดคิ ้วมองดูเด็กตัวสูงที่ตอนนี ้เขากําลังจับเอาเสื ้อสีส้มตัวหนึ่งมาเทียบกับตัวผม คิ ้วหนาขมวดเมื่อพบว่าเสื ้อผ้าที่เขาหยิบมามันไม่ถูกใจ แล้วทําไมเขาต้องเอามาเทียบกับตัวผมด้วยล่ะเนี่ย‚เนย จะซื ้อเสื ้อผ้าเหรอ‛‚มาร้านเสื ้อผ้าคงจะแดกก๋วยเตี๋ยวมั ้ง นี่ก็ถามไม่ดูบริบทอะไรเลย‛ เขาบ่นผมก่อนที่จะหยิบเอาเสื ้อลายสีเขียวออกมาเทียบอีก‚เราจะซื ้อใส่ทําไมไม่ไปลองใส่ดีๆล่ะ‛‚ใครบอก‛‚เอ้า‛
‚เธอต่างหากที่ต้องใส่‛‚ห้ะ‛ผมร้องเสียงหลงออกมาทันทีเมื่อได้ยินคําตอบนั ้น อะไรนะ นี่น้องเนยเอาเสื ้อผ้ามาเทียบกับตัวผมก็เพราะเขาจะซื ้อให้ผมเหรอ บ้าแล้วเนย ไม่ได้นะ‚เนยจะซื ้อให้พี่เหรอ‛‚นี่ก็คําถามโง่อีกแล้ว‛‚เนย ทําไมเราถึงจะซื ้อให้พี่‛‚มันอาย‛‚อะไรนะ‛‚สก๊อยไม่เด็ด อับอายขายขี ้หน้าชาวบ้าน‛‚เนย!‛ ผมโวยออกมาทันทีเมื่อได้ฟังคําพูดของน้องเนย ให้ตายสิ โอย ผมล่ะปวดหัว ใครจะเป็ นสก๊อยให้น้องกัน ไม่มีเถอะ ถามจริงนะ จะซื ้อเสื ้อผ้าให้พี่เพราะพี่เป็ นสก๊อยไม่ดีพอว่างั ้นเถอะ เนย เนยถามพี่ก่อนไหมว่าพี่อยากเป็ นสก๊อยให้เราไหม โอ้ย ปวดหัว‚รถอย่างโก้ คนขี่ก็อย่างหล่อ พาเธอซ้อนแต่ทีเหมือนไปบีบคอแม่ชีออกมาจากวัด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น‛‚เนย ไม่เอา‛ ผมรีบเดินไปจับมือของเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเด็กตรงหน้ากําลังจะหยิบแจ็กเก็ตหนังออกมา น้องเนยยอมหยุดมือแล้วหันหน้ามามองผม‚เราจะซื ้อให้พี่เหรอ จะซื ้อทําไม มันแพงนะเนย แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ชอบใส่แนวนี ้ด้วย‛ ผมบอกเหตุผลให้อีกฝ่ ายฟัง แต่ดูท่าทางน้องเนยจะไม่สนใจ เขาทําเหมือนเสียงของผมเป็ นลม พูดไปก็เท่านั ้น เขาเดินหนีผมไปโซนอื่นแล้ว ผมได้แต่ยืนมองตามแผ่นหลังภายใต้เสื ้อยีนส์สีซีดนั่น
น้องเนยนะน้องเนย ดื ้ออีกแล้ว‚ทิ?‛‚อ้าว…พายุ‛‚ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่นะเนี่ย‛ผมหันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียก ก่อนที่จะเห็นว่าคนเรียกคือพายุ เขาเดินเข้ามาหาผมทันทีหลังจากที่ทักไป ผมมองดูอีกฝ่ าย ดูท่าทางเขาจะแปลกๆไปจากที่เห็นกันครั ้งล่าสุดหรือเปล่านะ‚อย่ามองงั ้นดิ‛‚ทําไมล่ะ‛‚เพิ่งไปตัดผมใหม่มาไง เห็นทิมองเราแบบนั ้นก็แอบรู้สึกแปลกๆ‛ ผมร้องอ๋อออกมาเบาๆ ที่แท้อีกคนก็ไปตัดผมเพิ่มมา ถึงว่ามันเตะตาผม พายุนี่หน้าตาดีจริงๆนะ ยิ่งตัดผมทรงใหม่ตอนนี ้ก็ยิ่งหน้าตาดีเข้าไปใหญ่ ผมยอมรับเลย นี่ขนาดเป็ นผู้ชายเหมือนกันผมยังแอบอิจฉาเขาเลยนะที่หล่อแบบนี ้เนี่ย‚ไม่หรอก แบบนี ้ก็ดูดี‛‚จริงเหรอ‛ นํ ้าเสียงของพายุดีขึ ้นมาเมื่อได้ยินคําชมของผม‚ทรงนี ้โอเคอยู่ รอด‛ ผมยิ ้มกว้าง เอ่ยชมเขาอีกครั ้งพร้อมชูนิ ้วโป้ งให้ พายุหัวเราะเบาๆ เขายกมือขึ ้นมาเกาหลังคอตัวเอง ดูท่าทางพออีกฝ่ ายได้ยินคําชมของผมแล้วเขาจะรู้สึกดีขึ ้นมา แต่ผมว่าตั ้งแต่เดินมานี่สาวๆคงเหลียวหลังมองกันทั ้งห้างแล้วล่ะมั ้ง‚ได้ยินแบบนี ้ ดีใจนะเนี่ย‛‚ยัยเธอ!”‚เนย เดี๋ยว‛
‚เจอแม่งได้ไงวะ‛ผมกําลังยืนยิ ้มให้พายุต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ ้น ทั ้งผมทั ้งพายุหันไปมองที่ต้นเสียง ผมอ้าปากค้างเมื่อเห็นน้องเนยหอบอะไรไม่รู้มาเยอะแยะ เขาเดินมาถึงตัวผมก่อนที่จะจับข้อมือแล้วจูงให้เดินไปตามตัวเอง น้องเนยดูหงุดหงิดขึ ้นมาอย่างเห็นได้ชัด‚เนย‛‚เอาไป ไปลอง‛‚นี่มันเยอะเกินไปนะ เอาไปเก็บเดี๋ยวนี ้เลย‛ ผมบอกอีกฝ่ าย แต่น้องเนยก็พยายามที่จะยัดเอาเสื ้อผ้ามาใส่ในมือผมจนได้‚ไปเปลี่ยน แล้วออกมาให้ดูด้วย‛ให้ตายสิ ตัวละกี่บาทเนี่ย เขาจะซื ้อให้ผมจริงๆเหรอ ไม่ดีมั ้ง น้องเนยไปเอาเงินมาจากไหนกันผมถูกน้องเนยบังคับ เขาดันหลังของผมเข้าไปในห้องลอง สุดท้ายผมก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนเสื ้อผ้าที่อีกฝ่ ายเอามาให้ลองจนได้ แค่เห็นตัวเองในกระจกผมก็ส่ายหน้าแล้ว นี่มันไม่ใช่เลย ผมไม่เข้ากับเสื ้อผ้าแนวนี ้มากๆผมค่อยๆเดินออกมาจากห้องลองชุด เดินมาให้น้องเนยดู เขานั่งกระดิกเท้ายิกๆ มองดูผมตั ้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่จะไล่กลับไปเปลี่ยนใหม่ เชื่อไหม ไม่ว่ากี่ชุดๆน้องเนยก็ไม่ชอบเลย แล้วเขาจะเอามาให้ผมลองให้เหนื่อยทําไม ผมลองมาจนถึงตัวสุดท้ายที่น้องเอาหยิบมาให้ แต่มันก็ยังไม่ถูกใจเขาอยู่ดี ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆขณะที่หอบเอาเสื ้อผ้าพวกนั ้นออกมา กลับมาสวมชุดเดิมแล้วถึงรู้สึกเป็ นตัวเองหน่อย‚ใส่อะไรก็ไม่ขึ ้นเลยหรือไงวะ‛
‚ก็พี่บอกแล้วไง ว่าเสื ้อผ้าพวกนี ้มันไม่เข้ากับพี่หรอก‛‚ทิจะซื ้อเสื ้อผ้าเหรอ‛ผมกับน้องเนยกําลังคุยกันอยู่ จู่ๆเสียงของพายุก็ดังขึ ้น พายุค่อยๆแทรกเข้ามาในเฟรม เอ้า นี่เขายังอยู่หรอกเหรอ ผมเลิกคิ ้วขึ ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ ายสวมเสื ้อแจ็กเก็ตหนังสีดํา โอ้โห พายุเท่มากๆเลยนะกับชุดนี ้น่ะ‚ตัวนี ้เป็ นยังไงบ้าง‛‚เข้ากันมากเลย ดูดีมากๆ‛ ผมบอกเขาออกไปตามตรง พายุเลยส่งยิ ้มมาให้ เขายกมือขึ ้นมาเกาผมตัวเอง ผมมัวแต่มองดูพายุ เลยไม่ทันสังเกตใครอีกคน น้องเนยถอนหายใจฟึ ดฟัดก่อนที่เขาจะลุกขึ ้นแล้วจูงผมกลับออกมาข้างนอกทันที น้องเนยดูท่าทางอารมณ์เสีย ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปอารมณ์เสียอะไรมา หรือเพราะหาเสื ้อผ้าที่เข้ากับผมไม่ได้ก็เลยอารมณ์ไม่ดีอย่างนั ้นเหรอ น้องเนยรีบพาผมออกมาจากร้านนั ้น ผมยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยลาพายุเลย ได้แต่โบกมือนิดเดียวเท่านั ้น สีหน้างุนงงของพายุยังติดอยู่ในตาอยู่ น้องเนยจูงแขนผมก้าวฉับๆออกมาจากร้านเสื ้อร้านนั ้นทันที เขาก้าวเร็วมากจนผมแทบจะตามไม่ทัน เพราะน้องเนยขายาว ยิ่งเดินแบบนี ้ผมก็เลยยิ่งตามไม่ทันไปด้วย‚เนย เดี๋ยว ช้าลงหน่อย พี่เดินไม่ทันเรา‛‚ให้ตายสิวะ เธอนี่แม่ง‛เขาบ่นผม แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ยอมก้าวช้าลงใน ในที่สุดผมก็ได้เดินในจังหวะปกติสักที น้องเนยดูจะอารมณ์เสียเอามากๆ คิ ้วเขาขมวดยุ่งเลย‚เนย เราโมโหอะไรหรือเปล่า‛‚ใคร ใครโมโห‛‚ก็น้องไง‛
‚ไม่เถอะ! ใครจะไปโมโหกัน! ก็แค่เธอยิ ้มให้มัน เราจะไปโมโหทําไม ไร้สาระว่ะ กะอีแค่เธอชมมันเนี่ยนะจะทําให้เราโมโห โมเมเก่งไปป่ ะ อย่ามาตลกเถอะเสาวนีย์!อะไรมันทําให้เธอคิดว่าเราจะโมโหเธอ บ๊องไม่พอยังมั่วนิ่มอีก โมโหอะไร ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปหงุดหงิดเลยสักนิดเดียว พูดบ้าๆอะไรของเธอ‛อะ...อะไรกัน พี่แค่ถามเราเฉยๆเองนะว่าโมโหเรื่องอะไร ทําไมต้องแรพใส่กันขนาดนี ้ด้วยเล่าหรือเขาจะไม่ชอบที่ผมชมพายุ เขาไม่ชอบหน้าพายุนี่นาถ้าเป็ นอย่างนั ้นจริงๆ…. หึ ไอ้เด็กเอ้ย‚ถ้าเนยอยากให้พี่ชมเนยก็ทําตัวดีๆ‛‚ใครจะอยากให้เธอชมวะ‛‚เด็กขี ้อิจฉาแถวนี ้‛‚เฮ้ย‛ น้องเนยหยุดเดินทันที เขาหันหน้ามาประจันหน้ากับผม ด้วยส่วนสูงที่ต่างกัน ผมเลยต้องเลยหน้าเล็กน้อย ผมเพิ่งจะได้สังเกตน้องเนยในตอนนี ้ชัดๆ เอาจริงๆตอนนี ้น้องเนยเหมือนพระเอกหนังเก่าๆรุ่นปู่ รุ่นตาเลย ไหนปอยผมหล่นลงมาบนหน้าผากของเขา กับเสื ้อผ้าสไตล์เก่าๆแบบนี ้อีก ถึงว่า ทําไมคนมองกันตลอดทาง ทั ้งๆที่เขาแต่งตัวสไตล์นี ้ เขาก็ยังพาผมเดินเข้าไปในร้านเสื ้อผ้าเท่ๆแบบนั ้นน่ะนะ ไม่ใช่ทั ้งสไตล์ของผมแล้วก็เขาเลยไหมแต่ว่านะ นึกๆไปแล้วก็อยากจะขํา ถึงแม้ว่าคนตรงหน้านี่จะเป็ นเนยวัดพลุที่มีกิตติศัพท์มากมาย คนที่เป็ นที่เกรงกลัวของเด็กๆละแวกนั ้น กลับมา
โมโหเพียงแค่ผมเอ่ยปากชมคนอื่นต่อหน้าเขาเนี่ยนะ น้องเนยนะน้องเนย โตแต่ตัวจริงๆเลย‚ใครเด็กขี ้อิจฉาวะ‛‚น้องเนย‛‚ให้พูดอีกที‛‚น้องเนย‛‚ยัยเธอ เราไม่ได้อิจฉามันเถอะ‛ น้องเนยเท้าเอวแล้วจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง‚ถ้าอยากให้พี่ชมเรา ก็หัดทําตัวดีๆหน่อย‛‚ไม่เคยอยากจะให้มาชม ไม่อยากฟัง จะให้มาฟังคําชมอะไรอย่างคนอย่างเธอวะ สําคัญตัวอีกแล้วนะจําเนียร‛ น้องเนยมองดูผมตั ้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไป แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เด็กคนนั ้นก็หมุนตัวเดินกลับมา ผมเลิกคิ ้วเล็กน้อยมองดูเจ้าตัว‚ยัยบ๊องเอ้ย‛เขาบ่นผม ก่อนที่จะก้มลงไปนั่งคุกเข่า ผมตกใจ เมื่อเห็นว่าที่น้องเนยนั่งลงไปแบบนั ้นก็เพราะเขากําลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวของผมให้ นี่ผมไม่รู้ตัวเลยนะว่ามันหลุดน่ะ หลุดไปตั ้งแต่เมื่อไหร่ น้องเนยมองเห็นได้ยังไง แล้วนี่เขาผูกให้ผมด้วย บอกผมให้ผมผูกเองก็ได้ไหม‚เตี ้ยก็เตี ้ย ซื่อบื ้อก็ซื่อบื ้อ‛ เขาบ่นผม ก่อนที่จะเงยหน้าขึ ้นมามองผมให้ตายสิเนย…ผมไม่รู้ว่าทําไมตอนนี ้ถึงได้ยิ ้มออกไป น้องเนยเลยถึงกับนิ่ง หยุดมือไปทันที
ทําไมผมถึงหุบยิ ้มไม่ได้นะเอาเถอะ จะให้รางวัลพ่อแดงไบเล่วัยเยาว์สักหน่อยก็แล้วกัน‚เนย‛“…”‚เห็นไหม ทําตัวดีแล้วน่ารักขึ ้นเยอะเลยครับ น้องเนย‛♡♡♡‚แม่!!”‚อะไรไอ้เนย แกจะร้องเรียกอะไรเสียงดังขนาดนั ้น!แล้วนี่ไปไหนมา เห็นพาพี่ทิเขาออกไปไม่ใช่เหรอ‛‚แม่!พาไปโรงบาลหน่อย ด่วนๆ พาไปเดี๋ยวนี ้‛‚อะไร แกเป็ นอะไร จะไปโรงพยาบาลทําไมไอ้เนย‛‚เจ็บหน้าอก‛‚ห้ะ! เจ็บมากไหม‛‚ตอนนี ้ไม่เจ็บแล้ว แต่ตอนนั ้นอย่างเจ็บ‛‚ตอนไหน‛‚ตอนยัยนั่นยิ ้มใส่ แบบอย่างเจ็บเลยแม่ เหมือนหัวใจมันดันซี่โครง พาไปหาหมอหน่อย‛‚ยัยนั่นยิ ้มใส่?‛
‚เออ ลูกแม่จะตายห่าอยู่แล้วรู้ไหม เออ ในท้องมันก็แปลกๆ เหมือนไส้มันหมุนๆด้วย ไม่รู้เป็ นไร‛‚เดี๋ยวเนย‛‚หายใจไม่ออกว่ะแม่ เชี่ย เป็ นอะไร เชี่ย‛‚มึงโดนยัยนั่น? ลูกสะใภ้ที่มึงว่าน่ะนะ เขายิ ้มใส่มึง มึงเลยเป็ นแบบนี ้‛‚ใช่ อะไรวะ ขาเหมือนไม่มีแรงด้วย แม่เร็วดิ!”‚แม่ขอด่าหน่อย ไอ้เนย ไอ้ควาย‛‚เอ้าแม่! ทําไมว่าลูกแบบนี ้‛‚มึงโดนเขาตกแล้วมึงยังไม่รู้ตัวอีก!แล้วไอ้ที่มึงเป็ นมันไม่ต้องไปหาหมอ! ไปหาเขา!”‚หะ…”‚โอยหนอ มึงจะมีความรักมึงก็เข้าใจความรักหน่อยไอ้เนย กูล่ะอยากรู้จริงๆว่ามึงไปชอบใครอีก สงสารเขาแย่‛
ตีครั้งที่16เราสองคนต้องเป็นเนื้อคู่‚ลูกพี่‛‚มีอะไร‛‚เรื่องสอบน่ะ ลูกพี่พูดจริงๆเหรอ‛‚เออ กูพูดจริง‛‚ตะ…แต่…”‚ไม่มีแต่ ใครตก กูจะจัดการมัน ชัดนะ‛‚คะ…ครับลูกพี่!”ทิวมองดูคนในแก๊งของตัวเอง สลับกับมองดูเพื่อนตัวสูงข้างตัว วันนี ้เนยทําเอาหลายๆคนช็อก เพราะจู่ๆก็ออกคําสั่งใหม่ สั่งให้ทุกคนตั ้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาคที่กําลังจะถึงนี่ ยอมรับเลยว่าเขาเองก็เป็ นหนึ่งในคนที่ช็อก ไม่เคยจะคิดว่าจะได้ยินคําสั่งนี ้ออกมาจากปากหัวหน้าแก๊ง แต่ไหนแต่ไรเนยก็ไม่เคยที่สนใจเรียน มีวันนี ้จู่ๆก็ดันมาเริ่มอ่านหนังสือหนังหา เริ่มเอาแบบฝึ กหัดขึ ้นมาทําแทนที่จะโดดเรียนไปเล่นเกม หรือแกล้งคนอื่นอย่างแต่ก่อนเขาสัมผัสได้ว่าเนยเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปมากๆ
แต่ถึงอย่างนั ้น เนยก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปทั ้งหมด ในตัวของอีกฝ่ ายก็ยังมีความเป็ นเนยวัดพลุอยู่ เพียงแต่มันมีอะไรใหม่ๆที่ทําให้เขาแปลกใจก็เท่านั ้น‚มีอะไรวะ‛ แต่แล้วในขณะที่แก๊งของพวกเขากําลังเดินกลับไปยังบ้านของหัวหน้าแก๊ง จู่ๆเนยก็หยุดกึก เขามองไปยังหน้าบ้านของตัวเอง ทิวมองตาม หน้าบ้านของเนยตอนนี ้มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ ป้ ายทะเบียนแบบนั ้น มอเตอร์ไซค์ลักษณะแบบนั ้น มีอยู่คนเดียว…‚ไอ้เนย! มึง ใจเย็น!”ทิวรีบวิ่งตามเพื่อนตัวเองทันทีเมื่อตอนนี ้เนยรีบสาวเท้าเข้าไปยังบ้านของตัวเอง มองดูจากด้านหลังตอนนี ้ก็รู้เลยว่าอีกฝ่ ายกําลังโกรธขนาดไหน ทิวสั่งให้คนที่เหลือรอนอกบ้าน ก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งตามเนยเข้าไปในบ้านของอีกฝ่ ายฉิบหาย ฉิบหาย แดงแน่ๆ ตายห่าแน่ๆ‚เอามา!กูบอกให้เอามา!”‚กูจะเรียกตํารวจนะ โอ้ย!”‚มึงเป็ นแค่เมีย!อย่ามาสั่งกู!”‚ปล่อยแม่กูไอ้สันดาน!”พลั่ก!
เหตุการณ์ตรงหน้าเกิดขึ ้นอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ทิวก็ตามไม่ทัน เนยพุ่งเข้าไปซัดใส่ชายวัยห้าสิบจนเขาเซถลาลงไปกับพื ้น ก่อนที่เด็กตัวสูงจะรีบตามเข้าไปกระทืบซํ ้าทันที เสียงร้องโอดโอยดังขึ ้นลั่นบ้าน ทิวรีบตั ้งสติก่อนที่จะเดินไปดูผู้หญิงคนเดียวในบ้านนี ้ ใบหน้าของแม่เพื่อนฟกชํ ้า เขาเห็นแล้วก็พอจะเข้าใจว่าทําไมหัวหน้าแก๊งถึงได้อาละวาดจนน็อตหลุดขนาดนี ้‚ทิว…ห้าม ห้ามเนย อย่าให้เขาทําไปมากกว่านี ้ นะ‛‚แต่ป้ า มันทําป้ านะเว้ย!”‚ป้ าไม่อยากให้เนยติดคุก นะ ช่วยห้ามเขาที‛ เด็กหนุ่มมองดูหญิงสาวอายุมากกว่า เธอทําสีหน้าลําบากใจ พยายามที่จะเข้าไปห้ามอีกฝ่ าย แต่สถานการณ์ตอนนี ้เลวร้ายจริงๆ ผู้ชายสูงวัยคนนั ้นโดนเนยถีบจนกระเด็นไปกองอยู่แถวๆประตู เสียงไอเสียงสําลักดังขึ ้น พร้อมกับเลือดที่หยดลงกับพื ้น เนยตอนนี ้ดูน่ากลัวมากๆจนแม้แต่คนที่อยู่ด้วยตลอดเวลาอย่างทิวก็ยังแอบกลัวที่จะเข้าไปห้าม‚ไอ้…ไอ้เหี ้ยเนย! มึง! ไอ้เด็กเหลือขอ!”‚แล้วมึงจะรู้ว่าเด็กเหลือขอมันทําอะไรมึงได้บ้าง‛‚อ้ากก! กูเจ็บ! ไอ้เหี ้ย!”‚เนย! เนยมึง!‛‚ไอ้เนย!ไอ้ โอ้ย! ไอ้เด็กไม่มีพ่อ อั ้ก!”‚เนย! มึงใจเย็นดิ!” ทิวรีบวิ่งเข้าไปห้ามเพื่อนตัวเองทันทีเมื่อเห็นว่าเนยคว้าเอากระถางต้นไม้ที่วางอยู่ชิดผนังขึ ้นมาเหนือหัว ท่าทางแบบนั ้นเขาเดาได้เลยว่าอีกฝ่ ายตั ้งใจจะทําอะไร ทิวรีบเขาไปแย่งเอากระถางต้นไม้จาก
เพื่อน เนยจับมันเอาไว้แน่น แววตาอีกฝ่ ายวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ สีหน้าเนยตอนนี ้น่ากลัวจนเขายังแอบเสียวสันหลังที่มาขวางแบบนี ้‚มึง! มึงใจเย็น!เดี๋ยวมันตาย!‛‚ไอ้ทิว!อย่าห้าม!‛‚อย่าทําแบบนี ้เนย แม่มึง ไปดูแม่มึงก่อน ไอ้เหี ้ยนี่เดี๋ยวกูจัดการเอง‛ทิวพยายามที่จะบอกให้เด็กตัวสูงใจเย็นลง พอพูดถึงแม่ เนยก็ชะงัก ก่อนที่จะหันกลับไปมองดูแม่ตัวเอง นาทีนั ้น ชายสูงวัยพอรู้ว่ามีช่องให้หนีได้ เขาก็พลิกตัว แล้วรีบวิ่งถลาออกไปจากบ้านทันที เนยขว้างกระถางต้นไม้ตามหลังจนมันหล่นแตกกระจายอยู่ตรงหน้าบ้าน คําด่าสารพัดหลุดออกมาจากปากของเนยวัดพลุ เสียงตะโกนด่าทอดังลั่นบ้านจนเพื่อนบ้านพากันออกมาดูกันเกือบทั ้งซอย ทิวจึงจําเป็ นที่จะต้องรีบดึงแขนอีกฝ่ ายเอาไว้ ไม่อย่างนั ้นเขาคงตามชายคนนั ้นไปเป็ นแน่‚แม่งเอ้ย!”‚มันไม่กล้ากลับมาอีกแล้วเนย‛‚มันจะไม่มาได้ยังไง! รอบที่แล้วนอนโรงพยาบาลแม่งไม่เข็ด ไอ้เหี ้ยนี่แม่งเหี ้ย‛‚เนย‛เสียงของหญิงผู้เป็ นแม่เรียกลูกชายตัวเอง นั่นทําให้เนยยอมที่จะหยุดด่า แล้วรีบเดินเข้ามาดู เธอมองดุลูกชายตัวเอง เนยลูบใบหน้าของแม่ตัวเองไปมา ยิ่งได้เห็นรอยที่อยู่บนหน้าของแม่ตัวเองแบบนี ้เนยก็ยิ่งนึกแค้นในใจที่จัดการผู้ชายคนนั ้นไม่ได้
ติ๋มมองดูลูกชายของตัวเอง เรื่องราวที่เกิดขึ ้นในวันนี ้ ไม่ใช่ว่านี่เป็ นครั ้งแรก เนยกับผู้ชายคนนั ้นไม่เคยจะถูกกันมาตั ้งแต่ไหนแต่ไร เขาคนนั ้นคือวิชิตชัย สามีใหม่ของเธอ ส่วนสามีคนแรก คนที่เป็ นพ่อแท้ๆของเด็กผู้ชายตัวสูงตรงหน้า เขาเสียชีวิตไปแล้วตั ้งแต่เนยยังอายุสิบกว่าปี เท่านั ้นเธอยอมรับว่าในช่วงแรกเธอค่อนข้างจะพอใจกับวิชิตชัย วิชิตชัยเป็ นผู้ชายคารมดี แถมยังชอบมาช่วยเธอขายของเป็ นประจํา หลังจากที่สามีคนแรกจากไป เธอเองก็ไม่ได้คิดจะชอบใครอีก เอาเงินจากการขายสมบัติของสามีคนเก่า นําเงินมาลงทุนเปิ ดร้านอาหาร สร้างเนื ้อสร้างตัวมาคนเดียว เลี ้ยงลูกชายคนเดียวมาโดยตลอด จนกระทั่งมาเจอเข้ากับวิชิตชัย ยอมรับว่าในตอนนั ้นวิชิตชัยดีมากๆ เป็ นคนดีจนเธอเองเผลอใจให้ สุดท้าย วิชิตชัยก็เป็ นฝ่ ายเอ่ยปากขอเธอแต่งงาน ตอนนั ้นเธอเองก็ยังพอจะจําได้ว่ารู้สึกดีแค่ไหนที่ได้แต่งงานอีกครั ้งแต่…ความดีพวกนั ้นกลับเป็ นเพียงเปลือกนอกพอได้แต่งงานกันแล้ว วิชิตชัยคนที่เธอไม่รู้จักก็มาแทนที่ วิชิตชัยที่เป็ นทั ้งผีพนัน ขี ้เหล้า หนักถึงขั ้นเป็ นหนี ้นอกระบบ คอยหาแต่เรื่อง สร้างความเดือดร้อนให้คนเป็ นภรรยาอย่างไม่มีวันจบสิ ้น เรื่องราวของเธอและวิชิตชัยจบลงไปเมื่อราวๆสองสามปี ก่อน วันที่วิชิตชัยตัดสินใจใช้กําลังกับเธอเธอยังจําได้ดีว่าวันนั ้น ลูกชายคนเดียวของเธอเห็นมันทุกอย่าง เขาโกรธ แล้วก็เคียดแค้นวิชิตชัยมากขนาดไหน เนยในวัยสิบกว่าปี พุ่งเข้าไปจะจัดการวิชิตชัย แต่กลับโดนอีกฝ่ ายที่โตกว่าทําร้ายจนเธอแทบจะกราบไหว้วิชิตชัย ขอร้องว่าอย่าทําร้ายเด็ก
‘เหี้ยเอ้ย!’‘เนย อย่าท าแบบนนั้ลูก’‘เจ็บใจว่ะ ท าไมกูสูแ้ม่งไม่ได’้‘เนย’‘แม่’‘…’‘นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มันจะได้ท าพวกเรา ถ้ามันแตะแม่อีก เนยจะเอามันให้ตายคาตีน สัญญา’นับจากวันนั ้น ตัวตนของเนยวัดพลุก็เกิดขึ ้น เธอยอมรับว่าตอนแรกไม่ได้รับรู้เลยว่าลูกชายตัวเองเปลี่ยนไปขนาดไหน จนในที่สุด ลูกชายของเธอก็มีแต่เรื่องอื ้อฉาวให้ได้ยิน ใครๆก็ต่างพากันพูดถึงเนยในทางด้านลบ จนเธอเองที่เป็ นแม่ก็แอบรู้สึกไม่ดีที่ต้องมารับรู้ว่าวันหนึ่งลูกชายตัวเองจะกลายไปเป็ นหัวหน้าแก๊งนักเลงแบบนี ้‚มันได้อะไรไปไหมแม่‛‚ยัง แม่ไม่ได้ให้‛ เธอตอบลูกชายตัวเองออกไป ตอนนี ้เนยดูท่าทางจะสงบลงมาเยอะแล้ว ลูกชายของเธอหยิบเอาสําลีแล้วก็อุปกรณ์ทําแผลมาทําแผลบนใบหน้าของเธอให้อย่างเบามือ ตอนนี ้ทั ้งบ้านเหลือเพียงแค่สองแม่ลูกเท่านั ้น เนยออกปากบอกให้ทิวกลับบ้าน พร้อมกันกับคนในแก๊งไปหมดแล้ว‚แม่จะห้ามทําไมวะ ไอ้เหี ้ยนั่นมันควรจะตายๆไปซะ‛‚เนย ฟังแม่ การฆ่าคนมันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาพูดเล่นนะเนย‛‚แม่‛‚แกว่าแม่จะรู้สึกยังไงถ้าเกิดแกติดคุก‛
“…”‚คิดดูนะเนย ถ้าแกติดคุกไป แม่ก็ไม่เหลือใครแล้วนะ‛เธอยกมือลูบหัวยุ่งๆของลูกชาย เนยยอมนั่งนิ่งเงียบ ฟังสิ่งที่แม่ตัวเองพูด แววตาที่อ่อนลงทําให้เธอพอจะรับรู้ได้ว่าลูกชายตัวเองกําลังรับฟังคําพูดของเธอ‚ทําไมวะแม่ ทําไมแม่ต้องชอบไอ้เหี ้ยนี่ด้วย‛ คําถามเดิมๆหลุดออกมาจากปากของเนย เธอจําไม่ได้แล้วว่าครั ้งนี ้เป็ นครั ้งที่เท่าไหร่ เพราะเนยพูดมันมาแล้วนับครั ้งไม่ถ้วน‚ความรักมันเกิดขึ ้นได้ตลอดเนย เราห้ามมันไม่ได้หรอก ทําได้แค่ห้ามตัวเองไม่ให้เผลอไปกับมัน แค่นั ้น‛‚ไอ้เหี ้ยนั่นมันดีสู้ขี ้ตีนพ่อไม่ได้ด้วยซํ ้า‛ใช่ เธอยอมรับ สิ่งที่ลูกชายของเธอพูดเป็ นความจริงทุกประการตั ้งแต่เกิดมา เธอเองก็เคยมีความรักมาแล้วหลายต่อหลายครั ้ง เพียงแต่พ่อของเนยเป็ นผู้ชายที่นับได้ว่าดีที่สุด มือเรียวจับใบหน้าของลูกชายตัวเองให้เงยขึ ้น เธอมองใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับใครบางคน เนยได้พ่อตัวเองมาหมดเลย ไม่ว่าจะเป็ นตา จมูก ปาก แล้วก็ยังจะนิสัยคิดถึง คิดถึงตลอดเวลา‚มันบุกเข้ามาเหรอแม่‛‚อืม‛‚แม่งเอ้ย‛‚เนย ฟังแม่นะ‛“…”
‚แกเข้มแข็ง แกโตมากๆแล้วเนย แกดูแลแม่ได้‛“…”‚ที่สัญญากับพ่อ แกทําได้แล้ว‛ เธอส่งยิ ้มบางให้ลูกชายตัวเอง เนยมองหน้าผู้เป็ นแม่ก่อนที่จะดึงเธอเข้าไปกอด เธอกอดตอบลูกชายตัวเอง เพิ่งจะได้กอดกันจริงๆจังๆแบบนี ้ เธอลูบหลังลูกชายตัวเองไปมา เธอรู้ว่าตอนนี ้เนยเองคงกําลังคิดอะไรมากมายอยู่ในหัวยอมรับว่าดีใจที่เห็นลูกชายตัวเองแข็งแรง จนสามารถช่วยเหลือเธอได้ แต่พอคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง เนยในตอนนี ้ก็กําลังหลงระเริงในพละกําลังกับชื่อเสียงทางด้านลบของตัวเองจนกู่ไม่กลับ เธออยากจะให้เนยเลิกทําตัวเกเร แล้วกลับมาเป็ นลูกที่ดีของเธออีกสักครั ้งเนยเอ้ย….ถา้ไม่มีแม่แลว้ใครจะดูแลแกได้แม่จะฝากแกไวก้บัใครได้ล่ะเนี่ย♡♡♡ครืดดด ครืดดดด‚อือ….”ผมส่งเสียงออกมาเมื่อจู่ๆในขณะที่กําลังนอนหลับสบายๆ โทรศัพท์ตัวเองก็สั่นครืดๆจนปลุกผมให้ตื่น ผมลืมตาขึ ้นท่ามกลางความมืด ขยับมือไปหยิบเอาโทรศัพท์มาดู ผมขมวดคิ ้วเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็ นใคร
ตอนนี ้มันดึกมากแล้วนะ น้องเนยไม่เคยจะโทรมาหาดึกดื่นขนาดนี ้เลย เขามีเรื่องอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดโทรมากวนกัน เขาคงจะต้องเตือนเด็กคนนี ้เสียหน่อย‚ว่าไงเนย‛[นอนแล้วเหรอ]‚อืม เรามีอะไร โทรมาทําไม‛[เธอ]‚ว่ายังไง‛[เธอว่าที่เราเป็ นแบบนี ้ มันดีไหม]‚หือ…อะไรนะ‛ ผมถามเขากลับไป เพราะไม่ค่อยจะเข้าใจว่าน้องเนยกําลังพูดถึงเรื่องอะไร[ก็ไม่ใช่ว่าชอบแบบนี ้ แต่ถ้าเกิดเราไม่เป็ นแบบนี ้ เราจะช่วยแม่ไม่ได้ไง]‚เนย พี่ไม่เข้าใจ‛[เธอยังชอบเราอยู่ไหม]ผมเงียบไปเมื่อโดนน้องเนยถามมาแบบนั ้น น้องเนยคิดว่าผมชอบเขามาตั ้งแต่ช่วงแรกๆที่เราเจอกัน น้องเนยกล่าวหาสารพัดว่าผมทําอย่างนั ้นอย่างนี ้ก็เพราะว่าผมชอบเขา ยอมรับว่าความรู้สึกตอนโดนน้องเนยบอกว่าผมไปชอบเขาแบบนั ้นมันก็แอบทําให้ผมรู้สึกเหนื่อยใจที่จะเถียงด้วยอยู่ทุกครั ้งไปแต่…ไม่รู้สิ..มันเหมือน มันมีอะไรที่อยู่ลึกๆลงไป ผมเองก็ยังไม่อยากจะทําความเข้าใจมันในตอนนี ้ เลยปล่อยผ่านมาโดยตลอด
[เธอ]‚อะไร‛[อย่าเพิ่งเลิกชอบเราได้ป่ ะ]“…”[เรา…]‚?‛ ผมนอนนิ่งบนเตียง รอฟังคําพูดจากอีกคน น้องเนยเงียบไปจนผมเริ่มสงสัย เขาโทรมาหาผมเพราะอะไรกันแน่ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเลยนะ รู้ว่าน้องไม่ค่อยมีเหตุผลกับการกระทําสักเท่าไหร่แต่ครั ้งนี ้ผมอยากให้เขาอธิบายจริงๆว่าเหตุผลที่โทรมาพูดแบบนี ้คืออะไร[เธอ เรากําลังพยายามอยู่นะเว้ย]น้องเนยพูดมาแบบนั ้น ผมเลยอนุมานเอาเองว่าอีกฝ่ ายหมายถึงกําลังพยายามในเรื่องเรียน ผมจึงหัวเราะออกมาแผ่วเบา‚อื ้อ พี่รู้ พี่เห็นความพยายามของเรา‛[…]‚เป็ นเด็กดีให้พี่เร็วๆ พี่จะรอดูเรา โอเคไหม‛[เธอจะรอใช่ไหม]‚อืม‛[พูดแล้วนะ]‚พี่ไม่ใช่คนกลับกลอกเสียหน่อย‛[พูดอะไรมาก็รับผิดชอบด้วย ถ้าผิดคําพูดขึ ้นมาจะเอาให้แก้มบุบเลยยัยแก่]♡♡♡
ผมหอบเอาชีทข้อสอบมาเต็มแขนเดินเข้ามาในร้านประจําที่ใช้สอนใครบางคน วันนี ้ผมตั ้งใจแล้วว่าจะต้องพาน้องเนยขึ ้นบทใหม่ให้ได้ จริงๆช่วงนี ้ผมมีสอนแค่กับน้องเนย ตอนนี ้มันเป็ นช่วงใกล้สอบกลางภาค น้องๆคนที่เรียนกับผมก็เลยขอลาไปอ่านหนังสือสอบกันสักพัก พอสอบเสร็จพวกเขาถึงจะมาเรียนด้วยอีก ซึ่งผมก็เข้าใจ เป็ นผมผมก็ทําแบบนั ้น ยังไงการสอบในโรงเรียนก็สําคัญไม่น้อยไปกว่าการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยผมเดินมานั่งรอน้องเนยที่โต๊ะตัวเดิม นั่งรอไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลัง ผมจึงหันกลับไปมองก่อนจะเบิกตากว้างออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า‚ไปนั่ง ไปให้หมด‛‚ละ…ลูกพี่‛‚กูบอกแล้วนะ ใครไม่ตั ้งใจเรียนกูจะเอารองเท้ายัดปาก‛‚เนย มึงเอาจริงดิ‛‚เออ มึงเองก็ด้วย‛ผมลุกขึ ้นยืนทันที มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าที่กําลังเกิดขึ ้นอย่างงงๆ น้องเนยกับแก๊งของพวกเขากําลังเดินมายังโต๊ะตัวนี ้ สีหน้าของน้องๆหลายคนดูไม่ค่อยจะโอเคสักเท่าไหร่ น้องเนยผลักไหล่ของใครบางคนให้เดินมาข้างหน้า นี่เขาจะพาแก๊งของเขามาที่นี่ทําไมกัน‚สวัสดีอาจารย์กู‛‚ห้ะ‛‚กูบอกให้สวัสดี‛‚สะ...สวัสดี‛
‚หางเสียง‛‚สวัสดี...ครับ‛ผมยกมือรับไหว้น้องๆอย่างงงๆ ตอนนี ้ไม่เข้าใจ ตามไม่ทันแล้วว่าเกิดอะไรขึ ้น น้องเนยสั่งให้ลูกน้องของเขายกมือไหว้ผม ใครไม่ไหว้เขาก็เดินไปตบหัวจนผมต้องร้องห้าม‚เนย นี่มันอะไร‛‚นั่งลงไป‛ เขาออกเสียงสั่งเด็กๆพวกนั ้นโดยที่ไม่ได้ตอบกลับผม หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ก็ยอมที่จะลดตัวลงไปนั่งกับพื ้น ผมอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าพวกเขาค่อยๆหยิบเอาสมุดเอาปากกาออกมากันทุกคน‚พร้อมเรียนไหม!” ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆน้องเนยก็ตะโกนเสียงดังมาแบบนั ้น‚พ..พร้อม…”‚กูถามว่าพร้อมไหม!!”‚พร้อม!”‚อย่าให้กูเห็นไม่ตั ้งใจเรียนนะ‛ น้องเนยยืนเท้าเอวมองดูลูกน้องตัวเอง เขาเป่ าลมออกมาจากปากจนปอยผมด้านหน้าขยับไปมา ก่อนจะค่อยๆหันกลับมามองผม เขาชี ้ให้ผมไปนั่งบนโต๊ะ ส่วนเด็กตัวโตก็กระชับปกคอเสื ้อให้ตั ้งขึ ้นก่อนจะนั่งลงข้างๆกันอะ..อะไรเนี่ย นี่เขาพาลูกน้องมาให้ผมสอนด้วยอย่างนั ้นเหรอให้ตายสิ เด็กพวกนี ้ล้วนแต่เคยจะต่อยผมกันทั ้งนั ้น วันนี ้กลับมายกมือไหว้กลายเป็ นลูกศิษย์งั ้นเหรอ ทิเอ้ย แกใช้ชีวิตคุ้มแล้วนะ ได้เป็ นอาจารย์นักเลงเนี่ย
ผมเริ่มสอนน้องๆ ตอนแรกกว่าจะสอนเร็วๆแบบรวบรัดไปเลยเหมือนที่สอนๆมา แต่ทว่าวันนี ้ผมกลับต้องยอมสอนช้าลง อธิบายเยอะขึ ้น เพราะเด็กหลายคนที่นั่งอยู่ตรงนี ้ไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน แน่ล่ะ พวกเขาเป็ นนักเลงกันนี่ มานั่งเรียนแบบนี ้ก็คงไม่ชอบ ไม่อยากเรียนกัน แต่ก็ต้องจําใจเพราะโดนเด็กตัวโตนั่งจ้องคอยจะบีบคออยู่ไม่ไกลแบบนั ้นตอนนี ้ผมปล่อยให้เด็กๆทําแบบฝึ กหัดกัน ยอมรับว่าวันนี ้เป็ นวันที่ผมใช้พลังงานไปเยอะมากๆ ไม่เคยจะสอนแล้วเหนื่อยเท่าวันนี ้ ปกติสอนมากสุดก็ห้าหกคน วันนี ้คือสิบกว่าคนนั่งเต็มลานเลย ผมต้องคอยเดินไปเรื่อยๆ ดูให้ทั่วว่าใครไม่เข้าใจตรงไหน ยอมรับว่าแอบกลัวๆตอนที่จะเข้าไปดูพวกเขาเหมือนกัน แต่พอรู้ว่ามีน้องเนยคอยบัญชาการอยู่ผมก็กล้าขึ ้นมานิดหน่อย ดีที่วันนี ้น้องๆไม่ได้ทําท่าจะเข้ามาตีผมอย่างเคย‚ตรงนี ้ผิดนะครับ สมการเราผิด‛‚อันนี ้มันต้องทําแบบนี ้ไม่ใช่เหรอ‛‚ถ้าหารต้องย้ายขึ ้นไปคูณครับ แบบนี ้‛ ผมย่อตัวลง ก่อนที่จะเอาปากกาในมือตัวเองเขียนอธิบายให้เด็กที่ดูจะตัวเล็กที่สุดในกลุ่มดู เขายอมนั่งฟังผมอธิบายไปเงียบๆ พออธิบายกับน้องเสร็จผมก็เลยยิ ้มให้อีกฝ่ ายไปทีเพื่อสร้างความผ่อนคลาย น้องเขาเห็นผมยิ ้มให้แบบนั ้นก็เลยยิ ้มตอบ แต่แล้วจู่ๆน้องก็หน้าหงายไปเพราะโดนอะไรบางอย่างขว้างมาจากทางด้านหลังของผมกระแทกเข้าเต็มๆหน้าผากเนย! ทําไมขว้างรองเท้าใส่หัวเพื่อนแบบนี ้!‚โอ้ย ลูกพี่ ผมก็ตั ้งใจเรียนตามที่ลูกพี่บอกแล้วไงงง‛‚กูไม่ได้ขว้างใส่มึงเพราะมึงไม่ได้ตั ้งใจเรียน‛
‚เอ้า‛‚มึงกล้าดียังไงมายิ ้มใส่ครูกู ก้มหน้าทําต่อไป!”‚ครับๆ!” น้องคนด้านหน้าผมรีบรับคําสั่งแล้วก้มหน้าลงทํางานต่อทันที ผมถอนหายใจ น้องเนยนะน้องเนย ผมลุกขึ ้นก่อนจะเดินไปหยิบเอารองเท้าของน้องเนยที่วางอยู่ไม่ไกล เดินถือกลับไปให้เจ้าของ น้องเนยกับเพื่อนอีกคนนั่งทําอยู่บนโต๊ะ ผมวางรองเท้าคืนให้อีกฝ่ าย‚อย่าทําเพื่อนแบบนั ้นอีกนะ‛ ผมปรามน้องเนย อีกฝ่ ายวางปากกาในมือแล้วกอดอก เขาหันหน้าหนีผม อะไรกัน ท่าทางแบบนี ้‚เหอะ‛‚เนย‛‚ก็อย่าไปยิ ้มให้มันดิ‛‚เอ้า ก็พี่…”‚เธอรู้ตัวป่ ะว่ายิ ้มเธอมันทําลายสมาธิคนอื่น‛ น้องเนยหันหน้ากลับมาพูดประโยคนี ้กับผม ผมยืนนิ่ง มองดูเขา เขาบอกว่ารอยยิ ้มของผมมันทําลายสมาธิอย่างนั ้นเหรอ คําพูดอะไรเนี่ย ต้องรู้สึกยังไงกันเอาเถอะเนย วันนี ้ถือว่าความนักเลงน้องพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างก็แล้วกันน้องเนยพาลูกน้องตัวเองมาให้ผมสอน พวกเขาต้องยอมอดทน นั่งนิ่ง ตั ้งใจเรียนเป็ นเวลาสองเกือบสามชั่วโมง บางคนก็อยากจะกลับบ้านจะตายอยู่แล้ว แต่พอทําท่าเหนื่อยหรือเบื่อขึ ้นมา รองเท้าน้องเนยก็จะบินไปหาทันที วันนี ้ผมสอนเหนื่อยไม่น่าจะใช่เพราะคนเยอะหรอก เพราะต้องไปเก็บรองเท้ามาคืนให้เจ้าของนี่ต่างหาก เชื่อไหม พอผมบอกว่าวันนี ้พอแค่นี ้ พวกเขาก็รีบ
เก็บของแล้ววิ่งออกไปทันที บางคนก็ถึงกับปี นกําแพงออกไปเลย ดูท่าทางพวกเขาจะอยากกลับกันมากๆ ตอนนี ้จึงเหลือแค่ผมกับน้องเนยอยู่ที่หลังร้านแค่สองคนเท่านั ้น ผมยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย แล้วก็ถึงรู้ตัวว่าตอนนี ้น้องเนยนั่งมองตัวเองอยู่‚มีอะไร วันนี ้เราแสบมากเลยนะเนย‛‚ทําไม เหนื่อยเหรอ‛‚ก็นิดหน่อย แต่พี่ดีใจนะที่เห็นเด็กๆหันมาสนใจการเรียนกัน‛ ผมพูดออกไปตามความจริงพร้อมรอยยิ ้ม วันนี ้ผมรู้สึกดีมากๆเลย แม้จะเหนื่อยก็เถอะ แต่พอได้เห็นเด็กน้อยสนใจการเรียนแบบนี ้มันก็มีแรงอยากสอนต่อทันที‚ดีไหม‛‚หือ‛‚แบบนี ้ ดีไหม‛‚ก็ดีแล้ว‛ ผมมองดูหัวหน้าแก๊ง ก่อนที่จะยกยิ ้มให้พร้อมกับยกนิ ้วโป้ งส่งให้อีกคน น้องเนยนั่งนิ่ง จ้องหน้าผมอยู่อย่างนั ้นจนผมเองเริ่มรู้สึกแปลกๆกับการโดนเขามองด้วยสายตาแบบนี ้ อะไร มองแบบนี ้ทําไม‚ถ้าสอบปลายภาคได้ที่หนึ่ง มีรางวัลไหม‛ หืม นี่เขากําลังขอให้ผมอัดฉีดให้เหรอเนี่ย ว้าว แต่ที่เขาบอกคือสอบได้ที่หนึ่งเลยเหรอ‚ถ้าเราได้ที่หนึ่งของสายชั ้น เธอจะให้อะไรเรา‛‚อยากได้อะไรล่ะ‛‚แน่ใจว่าจะให้ของที่เราอยากได้?‛‚ก็พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้อะไรเราดี‛‚เธอคิดออก‛
‚ไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรให้เราดี‛‚ถ้าเราสอบได้ที่หนึ่ง เธอต้องมาเป็ นจําเนียรของเรา‛ ผมหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ฟังคําขอของคนอายุน้อยกว่า อะไรกัน พูดอย่างกับทุกวันนี ้ผมไม่ใช่จําเนียรของเขาอย่างนั ้นแหละ ผมเป็ นทุกอย่างเลยมั ้ง ไหนจะวัลลภา เสาวนีย์ แล้วก็อะไรอีกไม่รู้เยอะแยะไปหมด อยู่กับน้องเนยผมเริ่มจะลืมชื่อตัวเองแล้วนะบางที‚แล้วตอนนี ้พี่ไม่ใช่จําเนียรเหรอ‛‚ตอนนี ้เธอเป็ นจําเนียร แต่ไม่ใช่จําเนียรของเรา‛ผมขมวดคิ ้วเล็กน้อยเพราะเริ่มงงว่าเด็กตรงหน้าหมายความว่ายังไง อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างจําเนียรเฉยๆ กับจําเนียรของเขากัน‚อยากรู้เหรอ‛‚ต่างกันตรงไหน‛‚ถ้าเธออยากรู้ เธอก็รอดู‛‚โอเค งั ้นพี่จะรอดู‛‚พูดแล้วนะ‛‚อื ้อ‛‚เธอ‛‚มีอะไรอีก‛‚ถอดสแควร์รูทมันยากว่ะ‛‚เหรอ...ให้พี่อธิบายใหม่ไหม‛‚แต่ถอดใจจากเธอยากกว่าอีก‛
ตีครั้งที่ 17จึงชื่นชูรักใคร่บูชาช่วงนี ้เป็ นช่วงใกล้สอบปลายภาคของเด็กๆนักเรียนกัน ผมจึงจําเป็ นที่จะต้องปล่อยให้น้องๆไปเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบกันก่อน สําหรับเรื่องติวก็พักเอาไว้ รอน้องๆปิ ดเทอมแล้วค่อยสอนต่อก็ได้ ผมในตอนนี ้เลยไม่ได้สอนพิเศษใครเลย ว่างทุกวัน ความจริงแล้วก็มีเด็กอยู่คนหนึ่งที่งอแง(?)ไม่ยอมที่จะหยุดติว จนผมต้องสั่ง ต้องไล่ให้เขาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ ก็จะใครเสียล่ะ น้องเนยนั่นแหละ เขาคนเดียวที่มีปัญหากับผมตลอด ผมเลยต้องเอาเรื่องที่เขาเคยขอไว้ขึ ้นมาพูด ถ้าเขาสอบไม่ได้ที่หนึ่งผมก็เลยบอกไปว่าของที่เขาขอผมจะไม่ให้ เพราะแบบนี ้น้องเนยถึงยอมตอนนี ้ผมกําลังนั่งอ่านสไลด์วิชาที่เพิ่งจะเรียนมาวันนี ้ นั่งเขี่ยไอแพดไปมาๆในห้องคนเดียว เสียบแอร์พอดเข้าที่หู ปล่อยตัวเองให้จมอยู่ในจังหวะเบาๆที่เปิ ดคลออยู่ ผมนั่งอ่านสไลด์อยู่อย่างนั ้น แต่สักพักก็ต้องชะงักไปเพราะหน้าจอที่เคยเป็ นเนื ้อหากลับโชว์หราขึ ้นมาว่าตอนนี ้มีใครบางคนกําลังคอลไลน์มา‘วดัพลอุยู่บนหนา้’
ผมมองดูปราดเดียวก็พอรู้เลยว่าใครที่ใช้คอลไลน์คอลมาหาผม ก็ดูชื่อกับรูปโปรไฟล์สิ รูปถ่ายเซลฟี่ ของพ่อแดงไบเล่แว่นดํามาเสียขนาดนั ้น ผมยิ ้มขํา ก่อนที่จะตัดสินใจกดรับสายน้องเนย เสียงเพลงค่อยๆหายไป แทนที่ด้วยเสียงกุกๆกักๆจากอีกคน[ฮัลโหล]‚ครับ‛[ฮัลโหลๆ ได้ยินไหม]‚ได้ยินครับ‛ ผมอมยิ ้ม วางแอปเปิ ้ลเพ็นซิลในมือลงก่อนที่จะเอนตัวพิงพนักพิง รอฟังว่าเด็กนักเลงจะพูดอะไรให้ฟังไม่รู้สิ ช่วงนี ้น้องเนยทําตัวดีขึ ้นจนผมเริ่มที่จะเอ็นดูในการกระทําบางอย่างของเขาขึ ้นมา[เธอ]‚ว่ายังไง โทรมาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า‛[ทําอะไรอยู่]‚พี่อ่านหนังสือ หมายถึงอ่านในสไลด์น่ะ‛[อ่านทุกวันเลยหรือไง]‚ก็ไม่ทุกวันหรอก แล้วเราล่ะ อ่านหนังสืออยู่ไหม‛[อย่าดูถูกเรายัยวัลลภา]โอเค โอเค...เนย จะพยายามเชื่อก็ได้ว่าน้องกําลังอ่านหนังสืออยู่[เมื่อไหร่จะสอบเสร็จวะไอ้เหี ้ย] เสียงน้องเนยโวยวายลอดมาจากทางปลายสาย ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่รู้ว่าน้องเนยจะตั ้งใจสอบ จะตั ้งใจอ่าน
หนังสือเหมือนที่เขาพูดกับผมไหม แต่ผมก็แอบรู้สึกได้ว่าลึกๆเขาเองก็กําลังพยายามอยู่‚ตั ้งใจอ่านหนังสือไป ไม่มีอะไรพี่จะวางแล้วนะ‛[เดี๋ยวดิ!]ผมหุบยิ ้มไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าตอนนี ้ทําไมถึงได้ยิ ้มตลอดแบบนี ้ นี่ถ้าเกิดน้องเนยมานั่งอยู่ตรงนี ้เขาคงด่าผมไปสามสี่ประโยคแล้วมั ้ง อา….แต่เอาจริงๆผมก็ไม่ได้เจอเขาหลายวันแล้วเหมือนกันนะ ไม่ได้ไปสอนหลายวันแล้ว[มีโจทย์ข้อหนึ่ง อยากให้ดูให้หน่อย]‚เอามาสิ ถ่ายมา‛[ไม่ถ่ายหรอก]น้องเนยตอบกลับมาแค่นั ้น ก่อนที่สายจะตัดไป ผมขมวดคิ ้ว มองดูหน้าจอไอแพดงงๆ เอ้า อะไรของน้องเนยนะ ไหนบอกมีโจทย์จะให้ดู พอบอกให้ถ่ายมาให้ดูก็บอกไม่ถ่ายเสียอย่างนั ้นไป ผมพรูลมหาใจออกมา กําลังว่าจะลุกขึ ้นไปหยิบเอานํ ้ามากิน แต่ก็ต้องชะงักแล้วนั่งลงที่เดิมเมื่ออีกฝ่ ายที่เพิ่งจะตัดสายไปกลับวิดีโอคอลกลับมาเอายังไงดี….รับเลยไหมผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะกดรับ ไม่นานนักภาพในหน้าจอก็เปลี่ยนเป็ นภาพจากห้องของใครอีกคน ผมนิ่งไปเมื่อคนที่โทรมาหาค่อยๆโผล่เข้ามาในเฟรม ผมอึ ้งไปนิดหน่อยที่วันนี ้เจอน้องเนยในลุคใหม่ เขาไม่ได้เซทผมเป็ นแดงไบเล่แล้ว ปล่อยผมยาวๆสีดําลงมา แล้วใช้หนังยางมัดรวบเอาไว้ที่ด้านหลัง เด็กน้อยวัยสิบหกในเสื ้อกล้ามสีดําจนเผยให้เห็นไหล่กว้างๆ เขาขยับเข้ามาใกล้จอแล้วจับกล้องโยกซ้ายขวาขนผมเริ่มลายตา
‚เนย อย่าสั่นกล้อง‛[โทษ เพิ่งเคยใช้]ไม่นานนักภาพในกล้องก็กลับมาชัดดังเดิม นี่เป็ นครั ้งแรกที่ผมได้วิดีโอคอลกับน้องเนย แอบรู้สึกไม่ชินที่เห็นน้องเนยในตอนนี ้[มองเราตาเยิ ้มเลยนะวัลลภา]ตลกเถอะ ใครตาเยิ ้มกัน น้องเนยชอบมั่วอีกแล้วผมมองดูเขา ก่อนที่จะเพิ่งสังเกตได้ว่าตัวของน้องเนยไม่ได้มีรอยสักอะไรเลย ผิวของเขาออกแทนเล็กน้อยตามประสาเด็กชอบออกทํากิจกรรมกลางแจ้ง เนยมีกล้ามเนื ้อที่แขนสมกับที่เป็ นหัวหน้านักเลง แขนน้องเนยดูลํ่ากว่าของผมเสียอีก ผมมองดูเนื ้อตัวของน้องเนย แต่ผมก็กลับมองไม่เห็นรอยสักแม้แต่รอยเดียว ไหนเขาบอกน้องเนยสักไปทั ้งตัวเลยไง[เธอมองอะไรขนาดนั ้นวะ…ดูหัวนมเราเหรอ]โอ้ย! น้อง! ใครมันจะไปส่องดู…เอ่อ..นั่นแหละ ใครมันจะไปอยากเห็นของน้องกัน‚มั่วแล้ว พี่แค่สงสัยเฉยๆ‛[สงสัยอะไร]‚ก็…พี่คิดว่าเราจะสักเต็มตัว‛ ผมพูดออกไป น้องเนยเลิกคิ ้วขึ ้นข้างหนึ่งก่อนที่จะก้มลงมองดูตัวเอง เขาหัวเราะในลําคอ แล้วหยิบเอากล้องขยับเข้าไปใกล้ น้องเนยเอนตัวลงไปนอนบนเตียง ผมเพิ่งจะสังเกตว่าบนเตียงของเขาตอนนี ้เต็มไปด้วยหนังสือกับกระดาษเยอะแยะไปหมด นี่เขาอ่านหนังสือจริงๆด้วย ผมดีใจจริงๆนะเนี่ย
น้องเนยนอนลงไปแล้วค่อยๆเสยผมที่ปรกหน้าผากตัวเองขึ ้น ผมเม้มปากเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามองจากมุมนี ้น้องเนยก็ดูดีอยู่เหมือนกัน ความจริงผมว่าน้องเนยเป็ นคนที่หน้าเท่มากเลยนะ ติดที่ว่าเขาทําตัวแปลกๆแค่นั ้น[มองเราขนาดนั ้นก็มุดจอเข้ามาเถอะ]‚นี่‛[สายตาเธอคือบอกชัดเจนว่าคิดอกุศลกับเด็กสิบหกขนาดไหน]โอ้ย เนย พอก่อน พี่ไม่ได้คิดอกุศลไอย่างที่น้องว่าเลยนะ[คิดอกุศลไม่ว่า คิดแล้วไม่ทําขึ ้นมาไม่ยอมนะเว้ย]ผมหน้าร้อนฉ่าขึ ้นมาทันทีจนนึกอยากจะบ่นเขากลับ แต่สุดท้ายก็ทําได้แค่ถอนหายใจปลงๆ ก็เด็กคนนี ้มันกวนขนาดนี ้เนี่ย ผมปวดหัวแล้วนะ[ใครบอกเธอว่าเรามีรอยสัก]‚ใครๆเขาก็พูดกัน‛[แล้วเธอก็เชื่อ?]ผมพยักหน้าน้อยๆ น้องเนยแค่นหัวเราะออกมา เขาจ้องมองผ่านกล้อง ผมนั่งนิ่ง รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาต่อ น้องเนยเสยผมตัวเองอีกครั ้ง[อยากรู้อะไร เธอถามเราดิ]‚หือ‛[ถ้าอยากรู้เรื่องเนยวัดพลุ ก็มาถามเนยวัดพลุ ไปถามพวกปากหอยปากปู เธอว่ามันน่าเชื่อไหมล่ะ] น้องเนยพูดออกมาแบบนั ้น ผมจึงลังเลใจดีว่าจะถามน้องไปดีไหม เพราะมันมีเรื่องราวมากมายเหลือเกินที่เกี่ยวข้องกับน้อง
เนย มีแต่เรื่องไม่ดีๆทั ้งนั ้นจนผมเองก็ต้องยอมรับว่าที่ฟังๆมาก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างก็…ถ้าอยากจะเข้าใจเขามากกว่านี ้อีกนิด ผมคงต้องฟังเขาบ้างหรือเปล่านะ‚เนย‛[ว่ายังไง]‚เราได้สักบ้างไหม‛[สักเหี ้ยไร กลัวเข็ม]‚ห้ะ…ฮ่าฮ่า‛ ผมได้ยินครั ้งแรกก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เผลอหลุดขําออกมาจนได้ โอ้ย อย่าบอกนะว่าการที่น้องเนยใส่เสื ้อยีนส์คลุมตลอด คนเลยพลอยคิดกันไปว่าเขามีรอยสักอยู่เต็มตัว ให้ตายสิ ความจริงน้องเนยก็เป็ นเด็กกลัวเข็มอยู่เลยเหรอ จริงไหมเนี่ย น้องเนยหลอกผมหรือเปล่า[นี่บอกเธอคนแรก]‚ทําไมเราถึงเลือกที่จะบอกพี่ล่ะ ไม่กลัวพี่เอาไปบอกคนอื่นเหรอ‛[ไม่ เราไว้ใจเธอไง]ผมที่กําลังหัวเราะก็ถึงกับชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคําตอบแบบนั ้น ใจผมเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องเนยจะพูดอะไรแบบนี ้ออกมา เขาบอกว่าเขาไว้ใจผมอย่างนั ้นเหรอ ดีใจแปลกๆเหมือนกันนะที่ทําให้ใครสักคนไว้ใจเราได้ ผมจึงส่งยิ ้มบางไปให้เขา[อยากรู้อะไรอีก]‚เรื่องติดคุกล่ะ‛
[เคยแต่โดนคุกในงานวัด ปี ก่อนมั ้ง เต้นแล้วเผลอเหยียบตีนกัน เลยตีกัน]‚จริงเหรอ‛[อืม ไม่เคยถึงขั ้นขึ ้นบัญชีดําเป็ นนักโทษอะไรหรอกเธอ เรายังไม่ได้ฆ่าใครตายด้วย ทุกวันนี ้เห็นแมวยังเดินเข้าไปอุ้มเลย] น้องเนยสารภาพออกมาให้ผมฟัง ผมยิ ้มขําออกมาเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากตัวตนของเนยวัดพลุ ไอ้ที่เขาลํ่าลือกันนักหนาว่าน่ากลัวอย่างนั ้นอย่างนี ้ ผมล่ะอยากจะเอาเขาตอนนี ้ไปให้ทุกคนดูชะมัด เขาเองก็เป็ นแค่เด็กห้าวๆคนหนึ่งเองนะผมว่า คงไม่ได้ร้ายอะไรขนาดนั ้นหรอก‚เขาบอกเราเคยเล่นยาด้วย‛[อือ อันนี ้เคย]ผมนิ่งไปเมื่อรอบนี ้น้องเนยยอมรับมาตรงๆ เขาเห็นผมนิ่งไปก็เลยถอนหายใจออกมา[ตอนนั ้นแค่อยากลอง มันก็ดีดๆดี แต่ไม่ไหว มันน่ากลัวไป]‚เนย อย่ากลับไปลองมันอีกได้ไหม‛[อืม เธอไม่ต้องขอเราหรอก เราเลิกอยู่แล้ว]‚แล้ว...บุหรี่ เลิกได้ไหมเนย‛[เธออยากให้เราเลิกบุหรี่เหรอ] น้องเนยเอ่ยถามผมกลับ ผมพยักหน้าเล็กน้อย จริงๆนะ ผมอยากให้น้องเนยเลิกบุหรี่ อายุอานามเขายังแค่นี ้ อนาคตเขายังต้องมีชีวิตอยู่อีกนาน จะมารีบทําลายปอดตั ้งแต่เด็กๆทําไมกัน ผมเป็ นห่วงเขาจริงๆนะ ถ้าน้องเนยจะยอมรับความคิดเห็นของผมไปพิจารณาสักนิดคงจะดี
‚พี่อยากให้เราสุขภาพดี‛[…]‚จะได้อยู่กวนพี่ไปนานๆไง‛[ยัยเธอ…แม่ง]‚เนย? เนย?‛ ผมเรียกชื่อน้องเมื่อจู่ๆกล้องก็กลับมาสั่นอีกครั ้ง ดูท่าทางน้องเนยกําลังทําอะไรสักอย่างที่มันกุกกักๆ ผมจ้องจอไม่ได้เลยตอนนี ้ เวียนหัวแน่นอน ผมนั่งรอจนกว่าภาพจะนิ่งอีกครั ้ง น้องเนยเดินกลับมานอนลงบนเตียงอีกครั ้ง‚ทําอะไรน่ะ‛[เอาไปทิ ้งแล้ว]‚หืม‛[เราทิ ้งให้เธอหมดแล้ว ไม่เหลือสักมวนเลยเธอ]พอนึกออกผมก็ยิ ้มกว้างออกมาทันที ดีใจที่น้องเนยยอมฟังคําพูดของผม นี่เขาเอาบุหรี่ไปทิ ้งจริงๆเหรอ เขาจะเลิกบุหรี่จริงๆใช่ไหมเนี่ยผมรู้สึกภูมิใจมากๆเลยนะที่ทําให้น้องเนยดีขึ ้นได้แบบนี ้ ดีใจมากๆ[เราเป็ นเด็กดียัง]‚ครับ ตอนนี ้เด็กดีแล้ว‛[…]‚เนย‛ ผมเรียกชื่ออีกฝ่ ายเมื่อน้องเนยนิ่งไปแบบนั ้น เขาจ้องมองมาที่กล้องนิ่งๆ จนทําเอาผมเองก็เริ่มที่จะทําตัวไม่ถูกเมื่อน้องเนยมองมาแบบนั ้น นี่ขนาดเขามองผ่านกล้องนะ ถ้าเกิดเจอกันจริงๆผมจะเป็ นยังไงเนี่ย ทําไมถึงมองกันแบบนี ้ล่ะ
[เฮ้ย มึงเข้ามาได้ไง ออกไป]แต่แล้วน้องเนยก็ชะงัก เขาขมวดคิ ้วแล้วผุดลุกขึ ้นนั่ง ผมมองดู อยากรู้ว่าน้องกําลังไล่อะไร[ไอ้ขาว ไอ้…ไปหาแม่มึง ไป ไอ้นี่ มึงอย่ามานอนเตียงกู ลงไป ขนมึงร่วง] ผมนั่งมองดูน้องเนยเถียงกับอะไรสักอย่าง เขาบ่นๆอยู่อย่างนั ้น ก่อนที่จะถอนหายใจ น้องเนยหันหน้ากลับมามองกล้อง เขาเหล่ตามองอะไรก็ไม่รู้ ก่อนที่กล้องจะสั่นอีกครั ้ง ไม่นานนักผมก็ได้เห็นว่าน้องเนยกําลังอุ้มอะไรบางอย่างแนบอกของเขา[หวัดดีครูกูไอ้แมวเหี ้ย หวัดดี]ผมขําออกมาเมื่อน้องเนยอุ้มแมวตัวสีขาวมาทักทายผม ดูหน้าตาแมวตอนนี ้สิ หน้าตาบอกบุญไม่รับมากๆ นี่แมวเขาเหรอ นักเลงหัวไม้อย่างเขาเลี ้ยงแมวเหรอ‚แมวน้องเนยเหรอ‛[ไม่ แมวแม่ มันแอบมากินของหลังร้านบ่อยๆแม่เลยเอามาเลี ้ยง มันชื่อไอ้ขาว]‚น่ารักดี‛[ไอ้เหี ้ยนี่น่ะนะ เหอะ อย่าพูดเลยเธอถ้าเธอไม่ได้เลี ้ยงมันอ่ะ]‚เปล่า ไม่ใช่แมว พี่หมายถึงเรา‛พอผมพูดออกไปตามตรง น้องเนยที่กําลังหันหน้าไปแกล้งแมวก็ถึงกลับมองจอทันที เขาดูจะตกใจกับการที่ผมชมเขาแบบนั ้น ผมพูดจริงๆนะ วันนี ้น้องเนยได้ทําอะไรหลายๆอย่างที่ทําให้ผมได้รู้จักเขามากขึ ้น แม้จะเป็ นการพูดคุยกันไม่นาน แต่ผมก็รู้สึกได้เลยว่าตอนนี ้ตัวเองได้เข้าไปในพื ้นที่ของอีกคนแล้ว