The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-25 01:53:01

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 - 30 ebook

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Keywords: พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook

510 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตันตปฎิ ก

๑๒. ค�ำปุจฉาว่า “ปัญญาพลัน (ในค�ำว่า ย่อมเป็นไปเพ่ือความเป็นผู้มีปัญญา
พลนั ) เป็นอยา่ งไร” ท่านวสิ ชั นามีใจความว่า ชื่อว่าปญั ญาเร็ว เพราะบ�ำเพ็ญศีลไดเ้ ร็วพลนั ...
อนิ ทรยี สังวร ... (มีองค์ธรรมเหมือนในค�ำวสิ ชั นาที่ ๑๑)

๑๓. ค�ำปุจฉาว่า “ปัญญาร่าเริง (ในค�ำว่า ยอ่ มเปน็ ไปเพ่อื ความเปน็ ผ้มู ีปัญญาร่าเริง)
เป็นอย่างไร” ท่านวิสัชนามีใจความวา่ บุคคลบางคนในโลกนี้ มคี วามร่าเรงิ มาก มคี วามพอใจ
มาก มคี วามยนิ ดมี าก มคี วามปราโมทยม์ าก บ�ำเพญ็ ศลี เพราะเหตนุ น้ั ปญั ญานนั้ จงึ ชอื่ วา่ ปญั ญา
ร่าเริง...(มอี งค์ธรรมเหมอื นในค�ำวสิ ัชนาที่ ๑๑)

๑๔. ค�ำปจุ ฉาว่า “ปัญญาแล่นไป (ในค�ำว่า ยอ่ มเป็นไปเพ่ือความเป็นผ้มู ปี ญั ญาแล่น
ไป) เป็นอย่างไร” ทา่ นวสิ ชั นามีใจความแบ่งเป็น ๓ ชุด ดงั น้ี

ชุดที่ ๑
ช่ือว่าปัญญาแล่นไป เพราะปัญญาพลันแล่นไปสู่รูปทั้งปวงที่เป็นอดีต อนาคต และ
ปัจจุบัน ทีเ่ ปน็ ภายใน หรอื ภายนอก ทห่ี ยาบหรือละเอียด ทีเ่ ลวหรือประณตี ที่อยไู่ กลหรือใกล้
โดยความไม่เท่ียง ช่ือว่าปัญญาแล่นไปเพราะปัญญาพลันแล่นไปโดยความเป็นทุกข์ ช่ือว่า
ปญั ญาแลน่ ไปเพราะปัญญาพลันแล่นไปโดยความเป็นอนตั ตา ... (มีองค์ธรรม ๒๐๑ ประการ
ดูรายละเอยี ดในหมวดธรรมทีค่ วารรู้ย่งิ ในสตุ มยญาณท่ี ๑ แห่งญาณกถา มหาวรรค ตอนท่ี ๒
ชุดที่ ๑ หมวดท่ี ๒-๑๒)
ชดุ ท่ี ๒
ชื่อว่าปัญญาแล่นไป เพราะเทียบเคียง พินิจ พิจารณา ท�ำให้แจ้งว่า “รูปที่เป็นอดีต
อนาคต และปจั จบุ นั ช่อื วา่ ไมเ่ ท่ยี ง เพราะมสี ภาวะส้นิ ไป ชือ่ วา่ เปน็ ทกุ ข์ เพราะมสี ภาวะเป็น
ภัย ช่อื วา่ อนตั ตา เพราะมีสภาวะไมม่ แี กน่ สาร” พลันแล่นไปในนพิ พานซึ่งเป็นความดับแหง่ รปู
... (มีองค์ธรรม ๒๐๑ ประการเหมอื นในชดุ ที่ ๑)
ชุดท่ี ๓
ชื่อว่าปัญญาแล่นไป เพราะเทียบเคียง พินิจ พิจารณา ท�ำให้แจ้งว่า “รูปท่ีเป็นอดีต
อนาคต และปัจจุบัน เป็นสภาวะไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันและกันเกิดขึ้น มีความ
ส้นิ ไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็นธรรมดา” พลนั แลน่ ไปในนิพพาน ซง่ึ เปน็ ความดัแหง่ รูป ...
(มอี งคธ์ รรม ๒๐๑ ประการเหมอื นในชดุ ท่ี ๑)
๑๕. ค�ำปุจฉาวา่ “ปญั ญาเฉียบแหลม (ในค�ำว่า ยอ่ มเปน็ ไปเพอ่ื ความเปน็ ผ้มู ปี ัญญา
เฉียบแหลม) เปน็ อย่างไร” ทา่ นวิสชั นามีใจความว่า ชือ่ ปัญญาเฉยี บแหลม เพราะท�ำลายกเิ ลส
ได้ฉบั พลัน ชื่อวา่ ปัญญาเฉยี บแหลมเพราะไมร่ บั กามวิตกทเ่ี กดิ ขึ้นไว้ ละ บรรเทา ท�ำกามวิตก
ท่ีเกิดข้ึนให้สิน้ สดุ ใหถ้ งึ ความไม่มอี ีกตอ่ ไป ... พยาบาทวติ ก ... วหิ งิ สาวติ ก ... บาปอกุศลธรรม

เลม่ ท่ี ๒๓ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มที่ ๓๑ 511

... (องค์ธรรมต่อไปนี้มี ๒๑ ประการ เหมือนในค�ำวิสัชนาท่ี ๙) ชื่อว่าปัญญาเฉียบแหลม
เพราะท�ำใหบ้ รรลุ ท�ำใหแ้ จ้ง ท�ำให้ถกู ตอ้ งอรยิ มรรค ๔ สามัญญผล ๔ ปฏิสัมภทิ า ๔ อภิญญา ๖
ณ อาสนะเดียว

๑๖. ค�ำปุจฉา “ปัญญาช�ำแรกกิเลส (ในค�ำว่า ย่อมเป็นไปเพ่ือความเป็นผู้มีปัญญา
ช�ำแรกกเิ ลส) เปน็ อยา่ งไร” ทา่ นวสิ ชั นามใี จความวา่ บคุ คลบางคนในโลกน้ี เปน็ ผมู้ ากดว้ ยความ
สะดุง้ มากด้วยความหวาดเสียว มากด้วยความ

เบอ่ื หนา่ ย มากดว้ ยความระอา มากดว้ ยความไมพ่ อใจ เบอื นหนา้ ออก ไมย่ นิ ดใี นสงั ขาร
ทงั้ ปวง ย่อมช�ำแรก ท�ำลายกองโลภะท่ไี ม่เคยช�ำแรก ไม่เคยท�ำลายดว้ ยปญั ญา เพราะเหตนุ น้ั
จงึ ชอ่ื วา่ ปัญญาช�ำแรกกเิ ลส ... (องคธ์ รรมต่อไปนี้มี ๒๑ ประการเหมอื นในค�ำวสิ ัชนาท่ี ๙)
๑.๒ ปคุ คลวิเสสนทิ เทส

ปุคคลวิเสสนิทเทสอธิบายบุคคลผู้มีคุณวิเศษย่ิงกว่าบุคคลอ่ืน แบ่งเป็น ๒ ตอน
ดังรายละเอียดต่อไปน้ี

ตอนท่ี ๑
ท่านพระสารีบตุ รจ�ำแนกบุคคลผ้บู รรลุปฏิสมั ภิทาเป็นขนั้ ๆ รวม ๙ ข้ันตามล�ำดบั ดังน้ี
ชน้ั ท่ี ๑ บุคคลผูบ้ รรลปุ ฏสิ มั ภทิ ามี ๒ จ�ำพวก คือ
๑. พวกท่ีถงึ พร้อมด้วยความเพียรมากอ่ น
๒. พวกทไ่ี มถ่ ึงพรอ้ มด้วยความเพียรมาก่อน
พวกแรกเป็นผปู้ ระเสริฐวเิ ศษยิง่ กวา่ พวกหลงั และญาณของพวกแรก ยอ่ มแตกฉาน
ขัน้ ท่ี ๒ พวกแรกในขั้นที่ ๑ แบง่ เปน็ ๒ พวก คือ
๑. พวกท่เี ปน็ พหูสูต
๒. พวกทไ่ี มไ่ ด้เปน็ พหูสตู
พวกแรกเปน็ ผู้ประเสริฐวิเศษยงิ่ กวา่ พวกหลัง และญาณของพวกแรก ย่อมแตกฉาน
ขั้นที่ ๓ พวกแรกในขั้นที่ ๒ แบ่งเป็น ๒ พวก คือ
๑. พวกท่ีมากดว้ ยเทศนา
๒. พวกทไ่ี มม่ ากด้วยเทศนา
พวกแรกเปน็ ผู้ประเสริฐวเิ ศษยิ่งกวา่ พวกหลัง และญาณของพวกแรก ย่อมแตกฉาน
ขัน้ ที่ ๔ พวกแรกในขนั้ ท่ี ๓ แบง่ เปน็ ๒ พวก คือ
๑. พวกทอี่ าศัยครู
๒. พวกที่ไม่ไดอ้ าศยั ครู

512 พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ พระสตุ ตันตปฎิ ก

พวกแรกเปน็ ผู้ประเสรฐิ วิเศษยิ่งกว่าพวกหลงั และญาณของพวกแรก ยอ่ มแตกฉาน
ขน้ั ที่ ๕ พวกแรกในขน้ั ท่ี ๔ แบ่งเป็น ๒ พวก คือ
๑. พวกท่มี ีวิหารธรรมมาก
๒. พวกทม่ี วี หิ ารธรรมไมม่ าก
พวกแรกเปน็ ผู้ประเสริฐวิเศษยิ่งกวา่ พวกหลัง และญาณของพวกแรก ย่อมแตกฉาน
ขั้นที่ ๖ พวกแรกในขั้นที่ ๕ แบง่ เปน็ ๒ พวก คือ
๑. พวกทม่ี ีการพจิ ารณามาก
๒. พวกทีม่ ีการพิจารณาไม่มาก
พวกแรกเปน็ ผู้ประเสริฐวิเศษยิ่งกวา่ พวกหลัง และญาณของพวกแรก ย่อมแตกฉาน
ขั้นที่ ๗ พวกแรกในขน้ั ท่ี ๖ แบง่ เป็น ๒ พวก คอื
๑. พวกทีเ่ ปน็ พระเสขะบรรลุปฏสิ มั ภิทา
๒. พวกที่เป็นพระอเสขะบรรลุปฏสิ มั ภทิ า
พวกหลังเป็นผู้ประเสริฐวิเศษยงิ่ กวา่ พวกแรก และญาณของพวกหลงั ยอ่ มแตกฉาน
ขนั้ ที่ ๘ พวกแรกในขนั้ ท่ี ๗ แบง่ เป็น ๒ พวก คอื
๑. พวกทีบ่ รรลุสาวกบารมี
๒.พวกทีไ่ มบ่ รรลุสาวกบารมี
พวกแรกเป็นผูป้ ระเสรฐิ วิเศษยิ่งกวา่ พวกหลัง และญาณของพวกแรก ยอ่ มแตกฉาน
ขน้ั ที่ ๙ พวกท่ีเป็นพระอเสขะบรรลุปฏิสมั ภิทา แบง่ เป็น ๒ พวก คอื
๑. พวกทบ่ี รรลุสาวกบารมี
๒. พวกทเ่ี ปน็ พระปจั เจกพุทธเจา้
พวกหลงั เปน็ ผู้ประเสริฐวเิ ศษยง่ิ กวา่ พวกแรก และญาณของพวกหลัง ย่อมแตกฉาน
ตอนที่ ๒
ทา่ นพรรณนาพระปญั ญาคณุ ของพระพทุ ธเจา้ โดยพสิ ดาร เหมอื นในค�ำวสิ ชั นาท่ี ๘ ของ
โสฬสปัญญานิทเทส


Click to View FlipBook Version