The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-25 01:53:01

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 - 30 ebook

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Keywords: พระสุตตันตปิฎก เล่ม 24 - 30 ebook

160 พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ พระสตุ ตนั ตปฎิ ก

๘. ราธชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกแขกเต้าชื่อราธะ ได้บอกพราหมณ์
ถงึ พฤตกิ รรมของนางพราหมณีผปู้ ระพฤตินอกใจในขณะท่พี ราหมณไ์ ม่อยู่

๙. คหปติชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคหบดี จับผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นชู้กับ
ภรรยาของตนไดเ้ พราะกิรยิ าของคนทั้ง ๒ ส่อพริ ุธ

๑๐. สาธุสีลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สอนศิษย์
ของตนใหเ้ ลอื กบุตรเขยทเี่ ป็นคนมศี ีลดกี ว่าคนรปู งาม
๖. นตงั ทัฬหวรรค หมวดว่าด้วยเครื่องผกู ทม่ี ่ันคง

๑. พันธนาคารชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ คหบดีผ้ตู กยาก ต้องรับจา้ งเลี้ยง
มารดา ตอ่ มาขออนุญาตภรรยาออกบวชแต่นางไมย่ อม จึงหนีออกบวชเปน็ ฤาษี

๒. เกฬสิ ลี ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสกั กะ ไดท้ รมานพระเจา้ พรหมทตั
ใหล้ ะพยศท่ีชอบทรมานสตั วท์ ่ีชรา

๓. ขนั ธชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ ออกบวชเปน็ ฤาษสี อนใหด้ าบส
ท้งั หลายเจริญเมตตาในตระกลู พญางูท้งั ๔ ตระกูล

๔. วีรกชาดก พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นนกกานำ�้ ห้ามมิใหก้ าบกเอาอยา่ งในการ
หากนิ ในทะเล แตก่ าบกไม่เช่อื จงึ ตดิ สาหรา่ ยตาย

๕. คังเคยยชาดก พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา อยทู่ ่ีฝง่ั แม่นำ้� เหน็ ปลา
๒ ตัวไปถามเตา่ วา่ ใครงามกวา่ กัน แต่เต่ากลับตอบวา่ เตา่ งามกวา่

๖. กรุ งุ คมิคชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาติเป็นกวาง ไปติดบว่ งนายพราน ไดอ้ าศยั
สหายคอื เตา่ และนกกระเตน็ ช่วยชวี ติ ไว้

๗. อัสสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบส ได้ช่วยให้พระเจ้าอัสสกะ
สร่างจากความโศกที่พระอัครมเหสขี องพระองคส์ วรรคตไปเกิดเปน็ หนอน

๘. สงุ สุมารชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ พญาวานร เอาตวั รอดจาก จระเขไ้ ด้
ดว้ ยปญั ญา

๙. กุกกุฏชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา ได้เห็นเหตุที่ไก่กล่าว
เยาะเย้ยนายพรานท่ีมาลวงดกั ไก่

๑๐. กนั ทคลกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ นกหวั ขวาน หา้ มไมใ่ หน้ กหวั ขวาน
สหายเอาอย่างในการเจาะไม้ตะเคียน แต่นกหัวขวานสหายไม่ฟังกลับเจาะไม้ตะเคียนจน
กระหม่อมแตกตาย

เล่มท่ี ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๒๗ 161

๗. พีรณถัมภกวรรค หมวดวา่ ด้วยป่าช้าพรี ณถัมภกะ
๑. โสมทัตตชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นโสมทตั ตกมุ าร ไดพ้ ยายามฝกึ บิดา

ในการเขา้ เฝา้ เพอื่ ทลู ขอโคกบั พระเจา้ กรงุ พาราณสี แตบ่ ดิ าเขา้ สทู่ ป่ี ระชมุ กก็ ลบั ลมื ท�ำใหล้ กู ชาย
ต้องกราบทูลขอแทน

๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนักฟ้อนผู้ยากจน บอกให้
พรามหณ์รเู้ หตทุ ่ีนางพราหมณนี อกใจ

๓. ภรุราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบส เกิดวิวาทแย่งต้นไม้กับดาบส
คณะอน่ื

๔. ปุณณนทีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัต
ถูกพระราชาขับไลใ่ ห้ไปอยใู่ นชนบทเพราะถกู ค�ำยุยง แตต่ อ่ มากเ็ ข้าใจในปริศนาทีพ่ ระราชาส่ง
ไปเชญิ กลับเขา้ เมือง

๕. กัจฉปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
ไดต้ ิเตยี นเตา่ ทีต่ ายเพราะพูดมาก เปรียบเทยี บให้พระราชาได้ทรงทราบ

๖. มัจฉชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัตเสด็จ
ไปเท่ียวชายหาด ได้ยินปลาตัวหนึ่งซึ่งจะถูกย่างไฟร�ำพึงร�ำพันถึงภรรยา จึงขอร้องให้ปล่อย
ปลาตัวนั้นไป

๗. เสคคุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา เห็นอุบาสกทดลองจับมือ
ธิดา นางกร็ อ้ งไห้คร�่ำครวญข้นึ และขอร้องไมใ่ ห้บดิ าท�ำส่ิงท่ีไม่ดีไมง่ าม

๘. กูฏวาณิชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ผู้ตัดสินคดีของ
พระเจ้าพรหมทัต ไดพ้ ิพากษาเร่ืองท่ีมีการโกงกนั วา่ หนกู ินผาลและเหย่ียวเฉี่ยวทารกไป

๙. ครหติ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พญาวานร ตเิ ตยี นมนษุ ยท์ ไ่ี มร่ จู้ กั ความ
ไมเ่ ทีย่ ง แสวงหาแตท่ รัพย์เปน็ ของตนใหห้ มวู่ านรบรวิ ารฟัง

๑๐. ธัมมัทธชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้ายสปาณี
ถูกเสนาบดีผู้พิพากษาโกงใส่ความให้พระราชาประหารชีวิต แต่ได้ท้าวสักกะ เสด็จลงมาช่วย
ท�ำให้รอดชวี ิต
๘. กาสาววรรค หมวดว่าด้วยผา้ กาสาวพสั ตร์

๑. กาสาวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้าง ติเตียนมนุษย์เข็ญใจท่ีน�ำ
ผ้ากาสาวพัตรม์ าหม่ แล้วลอบฆ่าช้างบรวิ ารวา่ เปน็ การท�ำท่ีไม่เหมาะสม

162 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปิฎก

๒. จูฬนันทิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาวานร ได้สละชีวิตของตน
และน้องหวังช่วยมารดา แต่ก็ถูกพรานใจบาปฆ่าหมดท้ัง ๓ แม่ลูก พรานนั้นกลับถูกแผ่นดิน
สบู ไปเกดิ ในอเวจมี หานรก

๓. ปุฏภัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
ได้หาวธิ ใี ห้พระราชายกยอ่ งพระมเหสีด้วยใหท้ รงระลึกถงึ ความหลงั

๔. กุมภีลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาวานร แสดงธรรมแก่จระเข้ว่า
ผทู้ ม่ี ีธรรม ๔ ประการ คือ สจั จะ ธรรม ธิติ จาคะ ย่อมพน้ จากศัตรูได้

๕. ขนั ตวิ ณั ณนชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ พรหมทตั ไดท้ รงอดโทษ
ใหแ้ กป่ ุโรหติ ผ้ปู ระพฤตผิ ดิ ประเวณีกับนางสนมของพระองค์

๖. โกสิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ ได้กราบทูลเร่ืองฝูงกาโจมตี
นกเค้า แตน่ กเค้าท่ฉี ลาดกเ็ อาตวั รอดได้ เหมอื นคนผ้ฉู ลาดไมท่ �ำประโยชนใ์ ห้เสียไป

๗. คูถปาณกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดาได้เห็นหนอนเมาสุรา
ทา้ ช้างสู้ แตช่ ้างไมย่ อมสกู้ ลับถ่ายอุจจาระทับหนอนตาย

๘. กามนตี ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสกั กะ ไดจ้ �ำแลงกายมาสอนธรรม
แก่พระเจา้ พรหมทัตให้คลายจากความโลภเสียบ้าง

๙. ปลายติ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระราชาเมอื งตกั กศลิ า ทรงมอี สิ รยิ ยศ
มากสร้างเมืองอย่างม่ันคง พระเจ้าพรหมทัตทรงยกกองทัพไปรบ พอเห็นประตูเมืองก็ต้อง
ถอยทัพกลับ

๑๐. ทุติยปลายิตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต พระราชา
เมอื งตกั กสลิ าทรงยกกองทพั มาลอ้ มเมอื ง เมอื่ ทอดพระเนตรเหน็ กองทพั ของพระเจา้ กรงุ พาราณสี
เข้ากท็ อ้ พระทัยยอมถอยทัพกลับ
๙. อุปาหนวรรค หมวดวา่ ด้วยอุปมาด้วยรองเท้า

๑. อุปาหนชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนายหัตถาจารย์ สอนวิชาให้แก่
ศิษยค์ นหนงึ่ ต่อมาศิษย์คิดล้างครทู า้ ประลองวชิ ากับอาจารย์ แตศ่ ิษย์สู้ไม่ไดจ้ ึงถูกชาวเมอื งลง
ประชาทัณฑ์จนตาย

๒. วีณาถูณชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐีชาวกรุงพาราณสี ได้ไป
ขอธดิ าเศรษฐผี ูเ้ ข้าใจว่าคนคอ่ มเปน็ คนมีบุญมาเปน็ ลูกสะใภ้

๓. วกิ ณั ณกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ พรหมทตั รบั สงั่ ใหเ้ ลย้ี งปลา
และเต่าทีม่ าฟงั ดนตรี แต่มจี ระเขม้ ากนิ ปลาจึงสัง่ ใหเ้ อาชะนกั แทงให้หนไี ป

เล่มที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ที่ ๒๗ 163

๔. อสิตาภูชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นฤาษี สอนให้พระนางอสิตาภู
ผเู้ บื่อหน่ายพระสวามีซึง่ ไปลมุ่ หลงนางกินนรี ให้บริกรรมกสณิ จนได้อภิญญา

๕. วัจฉนขชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส
ถกู เพอ่ื นเศรษฐชี าวกรงุ พาราณสชี วนใหส้ กึ ออกมาบรโิ ภคกาม แตท่ า่ นกลบั ตเิ ตยี นกามใหเ้ พอ่ื นฟงั

๖. พกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พญาปลามบี รวิ ารมาก เหน็ ฝงู ปลายกยอ่ ง
นกยาง ได้ใหส้ ติฝูงปลาวา่ อยา่ ไวใ้ จในนกยางที่อยู่นิง่ ๆ วา่ จะคุ้มครองฝูงปลา

๗. สาเกตชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ บตุ รพราหมณห์ ลายรอ้ ยชาติ ท�ำใหเ้ กดิ
ความรักความเยือ่ ใยเมอื่ ได้พบหนา้ กนั ในชาตปิ จั จบุ นั

๘. เอกปทชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ เศรษฐชี าวกรงุ พาราณสี สอนบตุ รนอ้ ย
ของตนให้มคี วามขยนั เพียงอย่างเดียว มศี ีล มสี ตกิ �ำกบั ก็จะประสบความส�ำเรจ็ ในชีวติ ได้

๙. หรติ มาตชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ กบเขยี ว ไดต้ ดั สนิ ความกรณที ง่ี ปู ลา
ถูกฝูงปลากัดตอบว่าเป็นเร่อื งท่ีถูกตอ้ ง

๑๐. มหาปงิ คลชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระโอรสของพระเจา้ มหาปงิ คละ
ตรัสปลอบนายทวารไม่ให้กลัวว่า “พระเจ้ามหาปิงคละจะกลับมาท�ำร้ายอีก เพราะถูกเผาไป
หมดแล้ว”
๑๐. สงิ คาลวรรค หมวดว่าดว้ ยสนุ ัขจิง้ จอก

๑. สัพพทาฐิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัต
แก้กลอุบายของสุนัขจิ้งจอกที่ให้ราชสีห์แผดเสียงจะให้ชาวเมืองตกใจกลัว เพื่อจะยึดเอาเมือง
แต่สนุ ัขจิ้งจอกกลบั ถกู ช้างเหยยี บตาย

๒. สุนขชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรเศรษฐี ได้บอกอุบายให้สุนัขกัด
เชือกหนงั ทผ่ี กู ลา่ มตนเอาไวแ้ ล้วหนีไป

๓. คุตติลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนักร้องนักดีดพิณ มีศิษย์ผู้หนึ่ง
ท้าประลอง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไป ท้าวสักกะโปรดให้มาตลีเทพบุตรน�ำราชรถมารับไปเย่ียม
ชมสวรรค์

๔. วิคติจฉชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี ได้
โตว้ าทะกับปริพาชกจนพา่ ยแพห้ นีไป

๕. มูลปริยายชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สอนศิษย์
ไมใ่ ห้ประมาทในเร่ืองเวลา

164 พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปิฎก

๖. พาโลวาทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ถกู กุฎมุ พีแกลง้ ให้บริโภคเน้ือสตั ว์ แตท่ า่ นกลับสอนกุฎุมพีว่าผไู้ มค่ ดิ ฆ่าสตั ว์ ถึงบริโภคก็ไม่บาป

๗. ปาทัญชลชิ าดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้ากรุงพาราณสี
เม่ือพระเจ้าพรหมทตั สวรรคตแลว้ หวังจะยกยอ่ งพระกุมาร แต่พระ

กมุ ารเปน็ คนปัญญาออ่ นจึงยกย่องพระโพธิสัตวเ์ สยี งเอง
๘. กิงสุโกปมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงวินิจฉัย
ลกั ษณะของตน้ ทองกวาวทพ่ี ระกุมารทัง้ ๔ ถกเถยี งกนั
๙. สาลกชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเป็นกุฎมุ พคี ้าขายขา้ วเปลอื ก รบั ฝากวานร
ฝึกร�ำของหมองูไว้ แต่เจ้าของเป็นคนอันธพาลได้เฆ่ียนตีมัน มันจึงหนีขึ้นต้นไม้ เขาพยายาม
ออ้ นวอนให้มนั ลงมาแตไ่ มเ่ ปน็ ผล
๑๐. กปชิ าดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ พราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี พร้อมกับ
บุตรชาย ถูกวานรปลอมเป็นฤาษีมาขอไฟ ท่านสอนบุตรว่าวานรเป็นสัตว์เลวทรามลามก
ประทษุ รา้ ยบ้านเรือน แล้วให้ไลม่ นั ออกไป

๓. ติกนิบาต

๑. สังกัปปวรรค หมวดว่าดว้ ยความด�ำริ
๑. สังกัปปราคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษีได้

ฌานโลกีย์ เหาะไปบิณฑิบาตรเห็นวิสภาคารมณ์ท�ำให้ฌานเส่ือม แต่ก็บริกรรมให้เกิดฌานขึ้น
มาใหมไ่ ด้

๒. ตลิ มฏุ ฐชิ าดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ อาจารยท์ ศิ าปาโมกขล์ งโทษพระกมุ าร
ผู้ประพฤติผิด แต่พระกุมารผูกโกรธ เมื่อได้ครองราชสมบัติแล้วคิดจะลงโทษอาจารย์คืน
แตอ่ าจารยก์ ็ไดใ้ หส้ ตกิ ลับตวั เสียใหม่

๓. มณิกัณฐชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส
หาอบุ ายใหน้ อ้ งชายขอแกว้ มณจี ากพญานาค เพอ่ื ไมใ่ หพ้ ญานาคมารบกวน เพราะการขอสงิ่ ของ
อันเป็นที่รักของผอู้ นื่ เจ้าของย่อมไมพ่ อใจ

๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าม้า รู้ลักษณะม้าดี
และไมด่ ี ทดลองลกู มา้ สินธพเห็นวา่ เป็นม้าดี จงึ ซ้ือไปถวายพระราชา

๕. สุกชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ พญานกแขกเตา้ มีนกแขกเตา้ เปน็ บรวิ าร
จ�ำนวนมาก เม่ือแกช่ ราแล้วสอนลูกชายไม่ให้ไปหากินมะม่วงในเกาะ แต่ลกู นกไมเ่ ชือ่ ฟงั ท�ำให้

เล่มที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ที่ ๒๗ 165

บนิ หลับตกน้�ำตายในมหาสมุทร
๖. ชรูทปานชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัวหน้าพ่อค้าเกวียน เดินทางไป

ค้าขายทางกันดาร ห้ามพวกพ่อค้าไม่ให้ขุดหาทรัพย์ในบ่อน้�ำเก่าลึกเกินไป แต่พ่อค้าเหล่าน้ัน
ไม่เชอื่ จึงถูกพญานาคพ่นพษิ ใสจ่ นตายหมด

๗. คามณิจันทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาทาสมุขกุมาร ถูกอ�ำมาตย์
ทดลองปัญญาก็ทรงแกไ้ ขได้หมด แมป้ ริศนา ๑๔ ข้อของอ�ำมาตยค์ ามณิจันท์

๘. มนั ธาตรุ าชชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ มนั ธาตุ ไดเ้ สวยราชสมบตั ิ
ในมนษุ ย์ทงั้ หมดและได้ครองเทวโลก แต่ตอ้ งพลดั ตกลงมาเพราะกามวติ ก

๙. ติรีฏวัจฉชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส
ไดช้ ว่ ยพระเจา้ พรหมทตั ทตี่ กบอ่ นำ้� ใหข้ น้ึ จากบอ่ ตอ่ มาพระราชาทรงระลกึ ถงึ คณุ แลว้ ตอบแทน
และสอนให้พระโอรสตอบแทนคุณด้วย

๑๐. ทูตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าโภชนสุทธิครองกรุงพาราณสี
ถูกบุรุษโลเลคนหนึ่งแย่งอาหารเสวย แต่เขาให้เหตุผลว่า “เขาเป็นทูตของท้อง เป็นทูตของ
ตณั หา” ทรงพอพระทยั จึงใหย้ ศใหญแ่ กเ่ ขา
๒. ปทมุ วรรค หมวดวา่ ดว้ ยดอกบวั

๑. ปทุมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรเศรษฐี ได้กล่าววาจาไพเราะ
ขอดอกบัวกับคนเก็บดอกบัว ได้ดอกบัวมัดใหญ่โดยไมต่ อ้ งกล่าวเทจ็

๒. มุทุปาณิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ไม่อาจจะรักษา
พระราชธิดาไว้ได้ จ�ำเป็นต้องยกให้เป็นคู่ครองของพระราชภาคิไนย และให้ครองราชสมบัติ
ตอ่ ไป

๓. จูฬปโลภนชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ อนติ ถิคันถกมุ าร ให้สติแกด่ าบส
ผู้เส่ือมจากฌาน เพราะมาลักลอบเป็นชู้กับพระชายาของพระองค์ ต่อมาดาบสสามารถ
เจริญฌานให้เกิดข้นึ ได้แลว้ เหาะหนีไป

๔. มหาปนาทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช เป็นผู้รับใช้
พระเจา้ มหาปนาทะ

๕. ขุรัปปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัวหน้าคนรักษาป่า มีบริวารถึง
๕๐๐ คน ได้รับจา้ งคมุ้ ครองพวกพ่อค้าเกวยี นใหข้ ้ามดงทม่ี โี จรผูร้ ้ายซมุ่ อยดู่ ว้ ยความกลา้ หาญ
ตามหน้าทที่ ่รี บั ผดิ ชอบ

166 พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ พระสตุ ตันตปิฎก

๖. วาตัคคสินธวชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ มา้ สนิ ธพชอ่ื วาตคั คะ ถกู นางลา
หลงรกั ด้วยอ�ำนาจราคะ แต่เมอื่ พญาม้ามาหากลับแสดงมารยาจนเกินงาม จงึ ตดั สนิ ใจหนีไป

๗. สุวัณณกักกฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้าง ถูกปูทองหนีบ
ร้องให้นางช้างพังช่วย นางช้างพังร้องขอให้ปูทองปล่อยสามีของนาง ปูทองก็ยอมปล่อย
พญาช้างจึงเหยยี บปูทองนน้ั จนตาย

๘. อารามทูสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบัณฑิต ติเตียนฝูงวานรที่ถอน
รากต้นไม้ข้ึนมาดูก่อนจึงรดน�้ำ ถึงแม้ฝูงวานรจะท�ำหน้าท่ี แต่ก็ท�ำต้นไม้น้ันให้เสียหายหมด
คนที่ควรต�ำหนิ คือ คนดูแลสวน เพราะใช้คนไม่ถกู กับงาน

๙. สุชาตาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ได้หาอุบายสอน
พระมารดามใิ ห้ตรสั ค�ำหยาบ ดว้ ยการเปรียบเทยี บเสียงนกตอ้ ยตีวดิ และนกดเุ หวา่ ให้เป็นเหตุ

๑๐. อลุ กู ชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ทอง ได้รับเลือกให้เป็น
พญานก โดยก่อนหน้าน้ันนกเค้าได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้า แต่ถูกกาคัดค้านจึงเป็นผู้ผูกเวรกัน
มาจนถงึ ปัจจบุ นั น้ี
๓. อุทปานวรรค หมวดวา่ ดว้ ยบ่อน้ำ�

๑. อุทปานทูสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบส ติเตียนสุนัขจ้ิงจอกที่มา
ด่ืมน้�ำในบ่อน�้ำแล้ว ชอบประทุษร้ายบ่อน�้ำด้วยการถ่ายอุจจารปัสสาวะรดทุกคราวไป ซ่ึงเป็น
ปกตธิ รรมดาของสุนัขจ้ิงจอก

๒. พยัคฆชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา ห้ามไม่ให้เพ่ือน เทวดา
ขับไล่ราชสีห์และเสือโคร่งไป แต่เพื่อนไม่เชื่อฟัง กลับขับไล่สัตว์ทั้ง ๒ ไป ต่อมาเมื่อไม่มีสัตว์
ทงั้ ๒ แล้ว ชาวบา้ นก็เขา้ มาตดั ตน้ ไมจ้ นส้ิน

๓. กัจฉปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นฤาษี ถูกลิงท�ำอนาจารก็ทนได้ และ
ได้ชว่ ยลิงใหพ้ น้ ทกุ ข์จากการถูกเตา่ งับเพราะไปท�ำอนาจารท่ีปากเตา่

๔. โลลชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ นกพริ าบ อาศยั อยใู่ กลโ้ รงครวั ไดส้ อนกา
เพอื่ นกนั ไมใ่ หไ้ ปลกั ของในโรงครวั แตก่ าไมเ่ ชอ่ื ฟงั จงึ ถกู พอ่ ครวั จบั ถอนขนแลว้ ทาดว้ ยนำ�้ เปรยี ง
ผสมขิงบดและพริกไทย

๕. รุจิรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกพิราบ ได้ติเตียนกาสหายที่ชอบ
ไปลกั ขโมยอาหารของมนุษย์มากนิ จนถกู จับถอนขนจนส้ิน

๖. กุรุธัมมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ ทรงรักษา
กุรุธรรมพร้อมกับบุคคลรอบข้างพระองค์ คือพระมารดา พระมเหสี มหาอุปราช ปุโรหิต

เล่มท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 167

อ�ำมาตยผ์ ้วู ดั นา นายสารถี มหาเศรษฐี อ�ำมาตย์ ผู้ตวงข้าวค่านา คนเฝา้ ประตเู มอื งและนางงาม
ประจ�ำเมอื ง เปน็ เหตทุ �ำใหบ้ า้ นเมอื งสมบรู ณ์ จนชาวเมอื งกาลงิ คะมาขอกรุ ธุ รรมไปใหพ้ ระราชา
ของตนประพฤตแิ ก้ความแหง้ แล้ง

๗. โรมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกพิราบ ติเตียนดาบสโกงท่ีลวงจับ
นกพริ าบกนิ แตน่ กพิราบร้ทู นั ซ้�ำขบั ไลใ่ ห้ไปอยู่ท่ีอื่น เพราะคนโกงไมค่ วรอยูใ่ นที่นี้

๘. มหสิ ชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกระบือป่า อดทนต่อวานรตัวหน่ึง
ท่ีชอบมาท�ำอนาจารในเวลาพักกลางวัน ต่อมาพระโพธิสัตว์ย้ายไปอยู่ท่ีอ่ืน มีกระบือดุ
มาอยู่แทนและไดข้ วิดวานรนั้นตาย

๙. สตปัตตชาดก พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาติเป็นชาวนา แตป่ ระกอบอาชีพโจรกรรม
ด้วยการดักปล้นมาณพผู้หนึ่ง แต่เห็นกิริยาท่ีนางสุนัขจ้ิงจอกมาช่วยมาณพนั้นไว้ จึงได้
ปล่อยตวั ไป

๑๐. ปุฏทูสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ติเตียนฝูงวานรที่ชอบ
ท�ำลายหอ่ ใบไม้ ทีค่ นเฝ้าสวนท�ำไว้ว่าเปน็ การท�ำท่ีไมเ่ หมาะสม พวกมนั ตอบวา่ ธรรมเนยี มของ
วานรเป็นอย่างนี้
๔. อพั ภันตรวรรค หมวดวา่ ด้วยผลไมท้ ิพยช์ ่อื อพั ภันดร

๑. อัพภันตรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส
ถูกท้าวสักกะใส่ความว่าลักกินมะม่วงของพระเจ้าพรหมทัต เพียงเพ่ือไม่ต้องการให้ดาบส
บ�ำเพญ็ บารมีให้ยง่ิ ข้ึนไป

๒. เสยยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ถูกพระราชาโจร
จบั ขังไว้ในเรอื นจ�ำ ทรงแผ่เมตตาใหก้ บั พระราชาโจรน้นั จนได้กลับมาครองราชสมบตั ติ ามเดิม

๓. วัฑฒกีสูกรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาตเิ ป็นรุกขเทวดา เหน็ สกุ รของช่างไมท้ ี่
ถกู ปลอ่ ยเขา้ ปา่ รวบรวมฝงู สกุ รปา่ สกู้ บั เสอื โครง่ จนไดช้ ยั ชนะดว้ ยความสามคั คี จงึ ใหค้ �ำสรรเสรญิ

๔. สิริชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี ช่วยเหลือ
นายควาญช้างผู้เป็นอุปัฏฐากของตนให้ได้กินเนื้อไก่ที่มีอานุภาพมากจนนายควาญช้างได้เป็น
พระราชาและภรรยาก็ได้เป็นพระอคั รมเหสี

๕. มณิสูกรชาดก พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ พราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส ตอบ
ปัญหาของฝูงสุกรป่าท่ีไปถามถึงวิธีก�ำจัดรัศมีของแก้วมณีในถ้�ำ บอกให้สุกรเหล่านั้นท่ีกลัวเงา
ราชสหี ใ์ หห้ นไี ปอยู่ทีอ่ นื่ เพราะไม่มใี ครสามารถก�ำจดั รัศมีแกว้ มณไี ด้

168 พระไตรปิฎกปริทรรศน์ พระสตุ ตนั ตปิฎก

๖. สาลูกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นโคช่ือมหาโลหิต สอนน้องชายไม่ให้
อิจฉาสุกรที่เขาเลี้ยงด้วยอาหารอย่างดี ส่วนตนกินเพียงข้าวฟ่างและหญ้าแก่ ๆ เพราะสุกร
เขาเล้ยี งไวฆ้ า่ อยา่ งเดยี ว

๗. ลาภครหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แสดงโทษ
ในการแสวงหาลาภแกศ่ ิษย์

๘. มัจฉุททานชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกุฎุมพีให้ทานข้าวแก่ปลาแล้ว
อุทิศกุศลให้แก่เทวดา เทวดานึกถึงบุญคุณจึงน�ำทรัพย์มาคืน และแสดงกลโกงของน้องชาย
ใหก้ ฎุ ุมพีทราบ

๙. นานาฉันทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัตรับส่ังให้
เรียกปุโรหิตที่ถูกออกจากราชการใหก้ ลบั เข้ารับราชการอกี ครั้ง เพราะเปน็ ผู้มีความร้วู ิชาดดู าว

๑๐. สีลวีมังสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ปุโรหิตของ
พระเจ้าพรหมทตั ไดท้ ดลองศลี ใหเ้ หน็ ว่าเปน็ สงิ่ ประเสริฐแลว้ ออกบวช
๕. กุมภวรรค หมวดว่าดว้ ยหม้อสมบัติ

๑. ภทั รฆฏเภทกชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ ท้าวสกั กเทวราช ไดต้ �ำหนบิ ตุ ร
ชายผู้สบื ทอดมรดก แตไ่ มใ่ สใ่ จสร้างกศุ ลรกั ษาตระกูล เอาแต่ดม่ื สรุ าจนกลายเป็นบุรษุ เข็ญใจ

๒. สปุ ตั ตชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาตเิ ปน็ พญากาชอื่ สุปัตตะ ฝูงกาบริวารพากนั
ไปชงิ เครอ่ื งเสวยของพระเจา้ กรงุ พาราณสีมาให้บรโิ ภค

๓. กายนิพพินทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้เป็นโรคดีซ่าน
เม่ือรักษาหายแลว้ จึงลาบุตรและภรรยาออกบวช

๔. ชัมพุขาทกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา กล่าวติเตียนกากับ
สุนัขจง้ิ จอกทีก่ ลา่ วยกยอ่ งกนั และกนั ดว้ ยค�ำอนั ไม่เปน็ จริง

๕. อันตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดาสถิตอยู่ที่ต้นละหุ่ง กล่าว
ตเิ ตยี นกากบั สนุ ขั จงิ้ จอกพร้อมกบั ไม้ละหุ่งล้วนเลวพอ ๆ กัน

๖. สมทุ ทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเปน็ เทวดาประจ�ำสมทุ ร ไดแ้ ปลงกายเปน็
รปู นา่ กลัวขบั ไล่กาซ่ึงมาเท่ียวหา้ มปลาและมังกรไม่ใหด้ ืม่ นำ�้ ทะเลมากเพราะกลวั น้�ำทะเลหมด

๗. กามวิลาปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเทวดา ติเตียนโจรที่ถูกหลาว
เสียบแต่ก็ยังคร�ำ่ ครวญถงึ ภรรยาผดู้ ุร้ายเพราะอ�ำนาจกาม

๘. อุทุมพรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกเทวดา ติเตียนวานรแก่ที่หลอก
วานรหนุ่มให้ออกไปหาผลมะเด่ือกินเพอ่ื แย่งที่อยู่

เล่มที่ ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 169

๙. โกมาริยปุตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบส ติเตียนวานรท่ีท�ำเป็น
น่งั เขา้ ฌานว่า ไม่สามารถบ�ำเพ็ญเพียรให้ฌานเกิดไดเ้ หมือนคนปลูกพืชลงบนแผ่นหิน

๑๐. พกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช จ�ำแลงกายเป็นแพะ
เขา้ ไปทดลองตบะหมาใน จนหมาในตบะแตก

๔. จตุกกนบิ าต

๑. กาลิงควรรค หมวดวา่ ดว้ ยพระเจ้ากาลิงคะ
๑. จูฬกาลิงคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบสถามท้าวสักกะถึงการรบ

ระหว่างพระเจ้าอัสสกะกับพระเจ้ากาลิงคะว่าใครจะชนะ ท้าวสักกะตรัสว่า พระเจ้ากาลิงคะ
จะชนะพระเจ้าอัสสกะจักแพ้ แต่การรบจริงพระเจ้าอัสสกะกลับชนะเพราะความสามัคคีและ
ความเพียร พระเจ้ากาลงิ คะแพ้เพราะความประมาท

๒. มหาอัสสาโรหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัตเสด็จไป
ปราบโจรแต่ปราชัย ได้ไปอาศัยคหบดีชาวชนบทอยู่ ต่อมาได้แบ่งราชสมบัติกึ่งหน่ึงแก่สหาย
ผู้มนี ำ้� ใจนั้น

๓. เอกราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงเจริญเมตตา
พรหมวหิ ารจนสามารถสลัดเคร่อื งจองจ�ำของพระราชาโจรได ้

๔. ทัททรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานาคช่ือมหาทัททระสอน
นาคนอ้ งชายไม่ให้ใสใ่ จตอ่ ค�ำเหยียดหยามของผอู้ นื่ เม่ือตนมาอยู่ต่างถนิ่

๕. สีลวีมังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ไปศึกษากับอาจารย์
ทิศาปาโมกข์ ถูกอาจารย์ทดลองให้ไปลักทรัพย์แต่ไม่ไปโดยให้เหตุผลว่า สถานท่ีลับในการ
ท�ำช่ัวไมม่ ี อาจารย์พอใจจึงยกธิดาให้เปน็ ภรรยา

๖. สุชาตาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัตได้
กราบทลู พระราชาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่พระเทวีผพู้ ลั้งพลาดไป

๗. ปลาสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปลาสรุกขเทวดา ได้สงเคราะห์
พราหมณผ์ ้มู ากวาดใบไม้ทกุ วันใหไ้ ด้ทรพั ย์เป็นจ�ำนวนมาก

๘. ชวสกุณชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกหัวขวาน แกล้งทวงถามบุญคุณ
กับราชสีห์ในคราวท่ีตนช่วยน�ำกระดูกท่ีติดคอออกมาให้ แต่ไม่ได้รับการตอบแทน จึงติเตียน
ราชสีหว์ า่ เป็นสัตวไ์ มร่ ูค้ ุณของผ้อู ่นื

170 พระไตรปิฎกปริทรรศน์ พระสตุ ตนั ตปิฎก

๙. ฉวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคนจัณฑาล เห็นพระเจ้าพรหมทัต
นง่ั เรยี นมนตรใ์ นทสี่ งู เป็นการไมแ่ สดงความเคารพอาจารย์ จงึ เขา้ มาทลู เตอื นว่าเปน็ การกระท�ำ
ที่ไมเ่ หมาะ

๑๐. สยั หชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ ออกบวชเปน็ ฤาษี ไดต้ เิ ตยี น
กามคุณและสรรเสรญิ การออกบวช จงึ ไม่ปรารถนาการเขา้ รับราชการเปน็ ปโุ รหติ
๒. ปุจมิ นั ทวรรค หมวดวา่ ด้วยไม้สะเดา

๑. ปุจิมันทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา สถิตอยู่ที่ต้นสะเดา
ได้บอกโจรท่ีมานอนหลับใต้ต้นไม้ให้รีบหนีไป เพราะเกรงว่าถ้าถูกทางการบ้านเมืองจับได้
จักถูกเสียบด้วยไม้ที่โจรมานอนหลบั อยู่

๒. กสั สปมนั ทิยชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นพราหมณ์ ออกบวชเปน็ ฤาษีได้
ให้โอวาทแกด่ าบสผเู้ ป็นคนแกส่ อนยากให้เขา้ ใจเดก็ ๆ บา้ งไม่ควรถือตัวจดั เกนิ ไป

๓. ขันติวาทีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ถูกพระราชาผู้เป็นพาลรับส่ังให้ตัดมือ เท้า ใบหู และจมูก แต่ก็หาโกรธไม่กลับด�ำรงมั่นอยู่ใน
ขนั ติธรรม

๔. โลหกุมภิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษีได้
ท�ำนายเสียงของเปรต ๔ ตน ทีต่ ้องการประกาศความทกุ ข์ของตนให้ผู้อน่ื ทราบ ไมต่ ้องการให้
ใครถือเอาเปน็ ตัวอย่าง แกพ่ ระเจ้าพรหมทตั ผู้ไดย้ ินเสยี งเปรตในเวลากลางคนื

๕. มังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรเศรษฐี พร้อมด้วยสหายได้ขอ
เนอ้ื นายพราน นายพรานถกู ใจเพราะกล่าววาจาดี จงึ ใหเ้ นอ้ื ท้งั หมด

๖. สสปัณฑิตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกระต่าย ได้สละชีวิตของตน
โดยกระโดดเข้ากองไฟเพอื่ ให้เนื้อเปน็ ทานแกพ่ ราหมณท์ มี่ าขอ

๗. มตโรทนชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ เศรษฐี เมอื่ พชี่ ายตายไปชนทง้ั หลาย
รอ้ งไหเ้ ปน็ อนั มาก แตพ่ ระโพธสิ ตั วห์ ารอ้ งไหไ้ ม่ แตก่ ลบั สอนบรวิ ารใหร้ อ้ งไหถ้ งึ คนเปน็ ทจี่ ะตอ้ ง
ตายว่านา่ สงสารกวา่

๘. กณเวรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรคหบดี แต่เกิดในฤกษ์โจร
จึงประกอบอาชีพโจร ถูกทางการจับได้จะน�ำไปฆ่า แต่หญิงแพศยาคนหน่ึงซ่ึงมีจิตหลงรัก
โจรคนน้นั ได้สง่ คนน�ำทรัพยไ์ ปถา่ ยตวั ออกมาเพ่อื ให้เปน็ สามขี องนาง

๙. ติตติรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี ได้ตอบ
ปัญหาข้อข้องใจนกกระทาท่ีขันต่อจนเป็นเหตุให้เพ่ือนนกมาติดข่ายนายพราน และถูกฆ่าเป็น

เลม่ ที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มท่ี ๒๗ 171

จ�ำนวนมาก
๑๐. สุจจชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต

ทูลสรรเสริญพระเทวีท่ีเป็นยอดภรรยาว่า เม่ือสามีทุกข์ก็ทุกข์ด้วย สุขก็สุขด้วย พระราชาจึง
พระราชทานต�ำแหน่งใหด้ ังเดมิ
๓. กฏุ ิทูสกวรรค หมวดว่าดว้ ยการประทษุ รา้ ยรัง

๑. กุฏิทูสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกขมิ้น ได้กล่าวติเตียนวานร
ซ่ึงมีลักษณะเหมอื นมนษุ ย์ทุกอย่าง แต่ไม่มีปัญญาสรา้ งท่อี ยู่อาศัย

๒. ทุททุภายชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาราชสีห์ได้ช่วยชีวิตสัตว์ไว้
เป็นจ�ำนวนมาก เพราะไปหลงเช่ือกระต่ายท่ไี ด้ยินผลมะตูมหล่นแตเ่ ขา้ ใจว่าแผ่นดนิ ถลม่

๓. พรหมทัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบส ได้แสดงโทษแห่งการขอ
และโทษแห่งการไมใ่ หแ้ กพ่ ระเจ้าพรหมทตั ทรงสดบั

๔. จัมมสาฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าบัณฑิต ได้เตือนปริพาชก
ผู้หน่งึ ไม่ใหย้ กย่องแพะ แตท่ ่านไม่เชือ่ จงึ ถูกแพะขวดิ จนถึงตาย

๕. โคธชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาเหยี้ ได้ติเตียนดาบสผคู้ ิดร้ายจะฆ่า
ตน ดว้ ยการวางทา่ นา่ เลอ่ื มใส

๖. กักการุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเทพบุตร ติเตียนปุโรหิตผู้กล่าว
มุสาวาทเพ่ือขอดอกไมท้ พิ ย์

๗. กากวตีชาดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาติเปน็ พระเจา้ พรหมทัต ถูกสหายพญาครฑุ
ลักพระเทวีไป ทรงใช้ให้นักฟ้อนไปตาม นักฟ้อนกลับเป็นชู้กับพระเทวีอีก พญาครุฑจึงน�ำ
พระเทวีมาคนื

๘. อนนโุ สจยิ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ ไมช่ อบใจการ ครองเรอื น
คดิ จะออกบวช แตม่ ารดาบดิ าไดห้ าภรรยามาใหจ้ งึ อยคู่ รองเรอื น เมอ่ื มารดาบดิ าถงึ แกก่ รรมแลว้
จงึ พาภรรยาออกบวช แม้ภรรยาตายกไ็ ม่เศร้าโศกเสยี ใจ

๙. กาฬพาหุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นวานรชื่อว่าราธะ สอนน้องชาย
ไม่ให้ริษยาวานรด�ำท่ีเพ่ิงถูกจับมาใหม่ว่าได้อาหารมากกว่าตน ไม่นานก็คงถูกไล่ออกไปเพราะ
ชอบหลอกพระกุมาร

๑๐. สีลวีมังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัต
ได้ทดลองศีลว่าเป็นส่ิงส�ำคัญทสี่ ดุ แล้วทลู ลาพระราชาขอบรรพชา

172 พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ พระสุตตนั ตปิฎก

๔. โกกิลวรรค หมวดว่าดว้ ยลูกนกดเุ หวา่
๑. โกกลิ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ อ�ำมาตยข์ องพระเจา้ พรหมทตั หาอบุ าย

สอนพระราชาไม่ให้ตรัสมากเกินไป เพราะการตรัสมากเกินไปย่อมมีภัย เหมือนลูกนกดุเหว่า
ในรังกา ปีกยงั ไมแ่ ข็งแต่ร้องเปน็ เสียงนกดุเหว่าเสียก่อน จงึ ถูกแม่กาจิกตกจากรงั ถึงตาย

๒. รถลัฏฐิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ผู้พิพากษาของพระเจ้า
พรหมทตั ไดช้ �ำระความเรอ่ื งปโุ รหติ ใสค่ วามวา่ พวกเกวยี นท�ำรา้ ย ใหเ้ ปน็ ไปโดยถกู ตอ้ งตามธรรม

๓. โคธชาดก พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทตั หาอุบาย
ใหพ้ ระราชาทรงยกยอ่ งพระเทวผี มู้ อี ปุ การคณุ ตอ่ พระองค์ โดยใหร้ ะลกึ ถงึ คราวทกุ ขย์ ากมาดว้ ย
กนั

๔. ราโชวาทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นดาบส
ถวายโอวาทแกพ่ ระเจ้าพรหมทัตโดยยกอุปมาหมู่มนุษย์คล้ายกับฝูงโคข้ามน้�ำ

๕. ชัมพุกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาราชสีห์ ติเตียนสุนัขจ้ิงจอก
ผู้ไม่รู้ประมาณก�ำลังของตัวเอง ใคร่จะแสดงอ�ำนาจอย่างราชสีห์จึงถูกช้างเหยียบตาย อุปมา
คนในโลกนถ้ี ้าร้ปู ระมาณท�ำใหพ้ อเหมาะกส็ ามารถเจรญิ ได้

๖. พรหาฉัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
กราบทลู พระราชาไมใ่ หเ้ ศรา้ โศกถงึ ทรพั ยท์ ถ่ี กู ดาบสลกั ไป เพราะคนพาลยอ่ มมลี กั ษณะอยา่ งนนั้

๗. ปฐี ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ดาบส แสดงธรรมแกเ่ ศรษฐชี าวกรงุ พาราณสี
ไมใ่ ห้เดอื ดรอ้ นใจที่นิมนตท์ า่ นอยจู่ �ำพรรษาแล้วกลบั ลมื ไม่ไดถ้ วายความอปุ ถัมภ์

๘. ถุสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ได้ผูกมนตร์
ให้พระเจา้ พรหมทตั สาธยายเป็นประจ�ำ ป้องกันไมใ่ ห้พระโอรสคิดขบถ

๙. พาเวรุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกยูง เพราะได้รับการฝึกมาดี
จึงแสดงการร�ำแพนหางและขันอย่างไพเราะท�ำใหไ้ ดล้ าภสักการะมากกว่ากา

๑๐. วิสัยหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นวิสัยหเศรษฐี ถูกท้าวสักกะแกล้ง
บอกให้เลิกให้ทาน แตท่ ่านเป็นผู้มน่ั คงในทาน จงึ ไม่ยอมเลิกและยงั จะใหเ้ รอ่ื ยไป
๕. จฬู กณุ าลวรรค หมวดว่าด้วยนกกุณาละหมวดส้ัน

๑. กุณฑลกิ ชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นพญานกดุเหว่าชื่อปุณณมุขะ ได้รับ
ฟังการตเิ ตยี นหญงิ จากนกกณุ าละผสู้ หายว่า “หญิงล้วนเปน็ คนไมด่ ชี อบคบชู้สู่ชาย”

๒. วานรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ พญาวานร คดิ หาอุบายเอาตัวรอดจาก
จระเข้ได้ดว้ ยปฏิภาณของตนเอง

เล่มที่ ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๒๗ 173

๓. กุนตินีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ขอร้องให้
นางนกกระเรียนอยู่ในราชส�ำนักต่อไป แม้จะเคยบาดหมางกัน บัณฑิตย่อมให้อภัยกันได้
แต่นางนกกระเรยี นไมย่ อมจึงจากไป

๔. อัมพชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาตเิ ป็นท้าวสกั กะ แสดงภาพอันน่ากลัว ขบั ไล่
ดาบสโกงใหห้ นไี ป

๕. คชกุมภชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
ได้กล่าวกับตัวโยกเยกมุ่งสอนพระราชาว่า คนเราควรท�ำกิจที่รีบด่วนและไม่รีบด่วนให้ถูกต้อง
แลว้ จักไม่เสียประโยชน์

๖. เกสวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษีช่ือ
กปั ปดาบส เปน็ อนั เตวาสกิ ของเกสวดาบส ไดช้ ว่ ยรกั ษาเกสวดาบสใหห้ ายจากโรคลงแดงไดด้ ว้ ย
เพียงค�ำพดู ที่คุ้นเคยและอาหารทเ่ี คยฉนั เท่าน้ัน

๗. อยกูฏชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงห้ามชาวเมือง
ฆ่าสัตว์ท�ำพลีกรรม พวกยักษ์โกรธจะท�ำร้ายพระองค์ ท้าวสักกเทวราชจึงเสด็จมาคุ้มครอง
พระองค์

๘. อรญั ญชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ ออกบวชเปน็ ฤาษี สอนบตุ ร
ของตนผู้จะออกจากป่าไปอยู่ในเมืองให้เลือกคบแต่คนดีเท่านั้น เม่ือดาบสผู้เป็นลูกได้ฟังแล้ว
เกดิ ทอ้ ใจจึงไมย่ อมสึก

๙. สันธิเภทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงแสดงโทษ
แห่งความเป็นคนหูเบา โดยทรงยกเรื่องราชสีห์และโคผู้ซึ่งเป็นสหายกัน แต่ต้องมาฆ่ากันตาย
เพราะเช่ือค�ำส่อเสียดของสนุ ขั จ้ิงจอก

๑๐. เทวตาปัญหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต ได้กราบทูล
เฉลยปัญหา ๔ ขอ้ ทเี่ ทวดาถามแด่พระเจ้าวเิ ทหะ

๕. ปญั จกนบิ าต

๑. มณกิ ณุ ฑลวรรค หมวดวา่ ดว้ ยต่างหแู กว้ มณี
๑. มณกิ ณุ ฑลชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ พรหมทตั ถกู พระเจา้ โกศล

จับขังไว้ แต่มิได้ทรงแสดงความเศร้าโศกเสียพระทัยแต่อย่างใด กลับเข้าฌานให้พระราชาโจร
เห็นจนเกิดความเล่ือมใสจึงคนื ราชสมบตั ิให้

174 พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ พระสตุ ตนั ตปิฎก

๒. สุชาตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรกุฎุมพีชื่อสุชาตกุมาร หาวิธีสอน
บิดาให้หายเศร้าโศกถึงปู่ท่ีตายไปแล้วได้ โดยการเก่ียวหญ้าให้วัวที่ตายแล้วกิน วัวไม่ยอมกิน
บิดามาเหน็ เข้าจึงบอกปริศนาให้ฟงั วัวตายยังเหน็ อยู่ แตป่ ู่ตาย และเผาไปนานแล้ว ร้องไห้ถึง
ก็ไมม่ ปี ระโยชน์

๓. เวนสาขชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ อาจารยท์ ศิ าปาโมกข์ สอนพรหมทตั
ตกมุ ารไมใ่ ห้ประมาทขาดสติ ใหส้ รา้ งแต่กรรมดีไว้ แตก่ ุมารไม่เชอื่ จึงตอ้ งมาประสบทกุ ขท์ างใจ
ในภายหลงั

๔. อรุ คชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณช์ าวนา สงั่ สอนภรรยา บตุ รธดิ า
สะใภ้ และทาสใี หห้ ม่นั เจริญมรณสติ เพราะรา่ งกายของคนอุปมาเหมอื นงูลอกคราบ

๕. ฆฏชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ได้ทรงแสดงเหตุ
ที่ไม่เศร้าโศกเพราะถูกแย่งชิงราชสมบัติว่า “ความโกรธไม่ก่อประโยชน์อะไร แก้ปัญหาไม่ได้
พระองค์จงึ ไมเ่ ศร้าโศก”

๖. การันทิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัวหน้าอันเตวาสิกของอาจารย์
ทิศาปาโมกข์ หาอุบายสอนอาจารย์ให้เลิกให้ศีลกับคนทุกคนท่ีมาพบ เพราะไม่สามารถให้
ทกุ คนเป็นคนดไี ด้ เหมอื นเราไม่สามารถถมแผ่นดินทัง้ โลกใหเ้ สมอได้

๗. ลฏกุ กิ ชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาติเปน็ พญาช้าง ถูกนางนกไสร้ ้องขอชีวิตของ
ลูก ๆ นางขอไมใ่ หพ้ ญาชา้ งเดนิ มาทางทร่ี ังของนางอยู่ พญาช้างได้ยอมตามที่นางขอ ส่วนช้าง
เกเรเดนิ ทางมาตวั เดยี วไมย่ อมจงึ ไปเหยยี บรงั และลกู นอ้ ยของ นางตายหมด นางจงึ ผกู พยาบาท
ไปขอรอ้ งกา แมลงวนั และกบช่วยก�ำจดั ชา้ งเกเร และก็ท�ำได้ส�ำเรจ็

๘. จูฬธัมมปาลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นจูฬธรรมปาลกุมาร มีอายุ
๗ เดือน ถูกพระเจ้ามหาปนาทะผู้เป็นพระบิดาส่ังให้ประหารชีวิตด้วยการตัดข้อมือ ข้อเท้า
และตัดพระเศียร แล้วให้ท�ำอสิมาลกะโยนข้ึนไปในอากาศแล้วรับด้วยปลายดาบจนร่างกาย
แหลกเหลวไมม่ ชี ิ้นดี โทษเพราะมารดารักมากเกนิ ไป

๙. สุวัณณมิคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาเน้ือมีสีดุจทอง ไปติดบ่วง
นายพราน ภรรยาร้องขอชีวิตต่อนายพรานโดยนางยอมตายแทน นายพรานยอมให้ชีวิตแก่
พญาเนื้อและภรรยา เนอ้ื ท้ัง ๒ จึงมอบแก้วมณีที่ตนหากินพบให้เปน็ เคร่อื งตอบแทน

๑๐. สุสันธีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาครุฑ ไปเล่นสกากับพระเจ้า
พรหมทตั แลว้ ลกั พระนางสสุ นั ธไี ปอยใู่ นวมิ านของตน ตอ่ มาทราบวา่ พระนางเปน็ ชกู้ บั คนธรรพ์
จงึ น�ำพระนางมาสง่ คนื

เลม่ ท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 175

๒. วัณณาโรหวรรค หมวดวา่ ด้วยการมผี วิ พรรณต่างกัน
๑. วณั ณาโรหชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา เหน็ เหตทุ ส่ี นุ ขั จง้ิ จอก

อยากจะกินเน้ือราชสีห์และเสือโคร่ง จึงยุยงให้สัตว์ทั้ง ๒ ทะเลาะกัน แต่สัตว์ทั้งสองรู้ทัน
ตนเองจึงต้องหนไี ปอยทู่ ี่อน่ื

๒. สีลวีมังสชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ พราหมณป์ ุโรหิต ใคร่จะทดลองศีล
หรือสุตะว่าส่ิงใดประเสริฐกว่ากัน เม่ือทราบว่าศีลประเสริฐกว่าจึงทูลลาพระเจ้าพรหมทัตออก
บรรพชา

๓. หิริชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐีชาวกรุงพาราณสี กล่าวติเตียน
เศรษฐีสหายในชนบทที่ไม่มีความละอาย ไม่ท�ำการต้อนรับสหายท่ีเดินทางไปเยี่ยม ต่อมา
เมอื่ ตนส่งคนของตนมาคา้ ขาย จงึ ไมไ่ ดร้ บั การต้อนรบั

๔. ขัชโชปนกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต เทวดาเปรียบ
เทยี บพระโพธิสตั วเ์ ป็นกองไฟ แต่เปรยี บเทียบอ�ำมาตยท์ งั้ ๔ มเี สนกอ�ำมาตย์ เปน็ ตน้ มปี ญั ญา
เปรียบดังหิ่งห้อย พระราชาเมื่อถามปัญหากับอ�ำมาตย์เหล่านี้ จึงเหมือนคนต้องการไฟแล้ว
ไปขอตอ่ ไฟจากหิง่ หอ้ ย

๕. อหิตุณฑิกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพ่อค้าข้าวเปลือก ได้ให้อาหาร
แก่วานรท่ีหมองูน�ำมาฝากเอาไว้ จนวานรเกิดความประทับใจ และติเตียนหมองูที่เมาสุรา
แล้วมาเฆย่ี นตตี น

๖. คมุ พยิ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ หวั หนา้ พอ่ คา้ เกวยี น น�ำบรวิ ารเดนิ ทาง
ไปคา้ ขายตา่ งเมอื ง หา้ มบรวิ ารไมใ่ หบ้ รโิ ภคอะไรทพี่ บเหน็ ในระหวา่ งทาง บรวิ ารทเ่ี ชอ่ื ฟงั กร็ อดตาย
ทไี่ ม่เชอ่ื ฟงั กต็ ายไป

๗. สาลิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรกุฎุมพี ได้ติเตียนหมองูที่หลอก
ให้ตนขึ้นไปจับงูในโพรงไม้โดยบอกว่าเป็นลูกนกสาลิกา เมื่อเห็นว่าเป็นงูจึงโยนมาข้างล่าง
ถกู หมองู และงไู ด้กัดหมองูตาย

๘. ตจสารชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรกุฏุมพี เม่ือโยนงูไปถูกหมองู
และหมองถู กู งกู ดั ตายแลว้ ชาวบา้ นไดจ้ บั ตวั สง่ พระราชา แตพ่ ระโพธสิ ตั วพ์ รอ้ มดว้ ยเดก็ ๆ เขา้ ไป
เฝ้าพระราชาดว้ ยความสนกุ สนาน และไดก้ ราบทูลข้อเท็จจรงิ จนไดร้ บั ยศเป็นอันมาก

๙. มิตตวินทุกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเทพบุตร เท่ียวไปในอุสสทนรก
เห็นนายมิตตวนิ ทุกะถูกจักรพดั ผนั อยู่บนศรี ษะ จงึ แสดงโทษของกามใหน้ ายมติ ตวินทกุ ะฟัง

๑๐. ปลาสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ทอง ได้กล่าวเตือน
ปลาสเทวดาให้ถอนต้นไทรออกจากวิมานของตน แต่ปลาสเทวดาไม่เช่ือ ต่อมาเมื่อต้นไทร

176 พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ พระสตุ ตันตปิฎก

เจรญิ เตบิ โตเต็มที่จึงท�ำลายวมิ านของเทวดาดว้ ย ท�ำให้เทวดาน้นั เดอื ดร้อน
๓. อฑั ฒวรรค หมวดว่าดว้ ยชาดกมีคร่ึงวรรค

(มี ๕ ชาดกไมเ่ ต็มวรรค)
๑. ทีฆีติโกสลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นทีฆาวุกุมาร ยึดมั่นในค�ำสอน
ของมารดาบิดา ให้อภัยแก่พระเจ้ากรุงพาราณสีที่ประหารชีวิตมารดาบิดาของตน จึงได้รับ
พระราชทานพระราชธิดาและได้ครองทง้ั แควน้ โกศลสบื มา
๒. มคิ โปตกชาดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาติเปน็ ท้าวสกั กะ มาสอนดาบสไม่ใหเ้ ศร้า
โศกบน่ เพอ้ ถึงลกู เนอื้ ทตี่ ายไป เพราะผูท้ ตี่ ายก็ตายไปแลว้ ยอ่ มไม่ฟ้ืนข้นึ มาไดเ้ พราะรอ้ งไห้
๓. มูสิกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ได้ผูกมนตร์ให้
พระราชกุมารสาธยายเปน็ ประจ�ำเปน็ การป้องกันพระราชโอรสคิดปลงพระชนม์
๔. จูฬธนุคคหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ แปลงกายมาเป็น
สุนัขจ้งิ จอกกล่าวเยาะเยย้ ภรรยาของจูฬธนคุ คหเศรษฐที ห่ี นตี ามโจร แต่ถูกโจรท้ิงไวท้ ีฝ่ ่ังน้�ำ
๕. กโปตกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกพิราบ กล่าวเยาะเย้ยสหายกา
ท่ีตนห้ามไม่ฟัง ไปลักของมนุษย์กิน จึงถูกพ่อครัวจับถอนขน บดขิงสดแป้งและกระเทียม
ละลายกับนำ้� เปรียงเน่าทาตัว

๖. ฉักกนบิ าต

๑. อวารยิ วรรค หมวดว่าด้วยบิดาของนางอวาริยา
๑. อวาริยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษีบอก

เหตุท่ีจะให้โภคะเจริญแกค่ นแจวเรอื แต่คนแจวเรือเปน็ คนพาล จึงท�ำร้ายทา่ น
๒. เสตเกตุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์สอน

สาเกตมาณพผู้เปน็ ศษิ ยซ์ ่ึงถอื ตวั จัดไมใ่ ห้เป็นคนมักโกรธ
๓. ทรีมุขชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพรหมทัตตกุมาร ได้ครองราชสมบัติ

ในกรงุ พาราณสี ต่อมาเห็นโทษในกามไดอ้ อกผนวช
๔. เนรุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ ถูกหงส์น้องชายชวนให้ไป

อยทู่ ่ีอ่นื เพราะภเู ขาเนรุไมร่ ู้จักแยกแยะคนดีและคนเลว ย่อมท�ำให้เสมอกันหมด เหตุนัน้ คนดี
ไม่ควรอยู่

เลม่ ที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๒๗ 177

๕. อาสังกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ได้นางอาสังกากุมารีผู้เกิดแต่ดอกบัวมาเป็นบุตรบุญธรรม ต่อมาได้ยกให้เป็นอัครมเหสี
พระเจ้าพรหมทตั

๖. มิคาโลปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาแร้งชื่ออปนันทะ มีบุตรชื่อ
มิคาโลปะ สอนบุตรไม่ให้บินสูงเกินไปจะเป็นอันตราย แต่บุตรไม่เช่ือจึงถึงความตาย ท�ำให้
นกแร้งตัวอ่ืนท่ีอาศัยท่านอยู่พลอยอดตายด้วย คนท่ีไม่เชื่อฟังค�ำสอนของผู้ใหญ่มักพบ
ความวบิ ัตเิ ชน่ กนั

๗. สริ กิ าฬกัณณิชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นเศรษฐีช่ือสุจิบรวิ าร ไม่อนุญาต
นางกาฬกัณณเี ทพธดิ าเข้ามาอาศัยเรือน แตอ่ นุญาตใหน้ างสริ เิ ทพธิดาเท่านน้ั เขา้ มาพกั ได้

๘. กกุ กฏุ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พญาไกป่ า่ มไี กป่ า่ หลายรอ้ ยเปน็ บรวิ าร
ถูกนางแมวมาล่อลวงกินบริวารเสียหมด แต่ไม่สามารถล่อลวงพระโพธิสัตว์ได้ พระโพธิสัตว์
รทู้ นั จงึ เอาตวั รอดได้

๙. ธัมมัทธชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานก ได้ฆ่ากาตัวหน่ึงที่มา
ขออาศัยแตแ่ อบกนิ ไขแ่ ละลกู นกเป็นอนั มากใหถ้ ึงความตาย

๑๐. นันทิยมิคราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาเน้ือชื่อนันทิยะ ได้แผ่
เมตตาจิตให้พระราชา จนพระราชายอมให้อภัยแกเ่ นอ้ื ทง้ั หมด
๒. ขรปุตตวรรค หมวดวา่ ด้วยมา้ เกดิ แตล่ า

๑. ขรปุตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ จ�ำแลงกายเป็นแพะ
บอกวิธีใหพ้ ระเจ้าเสนกะพน้ ความตายเพราะมนตรช์ อื่ สัพพรุตชานนมนตร์ (มนตรร์ ู้ภาษาสัตว์)
เป็นเหตุ

๒. สจู ิชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ ช่างทอง ท�ำเขม็ ที่ประณีตสวยงามไปขาย
ในตระกูลชา่ งทอง ไดร้ บั การยอมรับจากชา่ งทองและไดธ้ ดิ าของช่างทองมาเปน็ ภรรยา

๓. ตุณฑิลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสุกรชื่อมหาตุณฑิละ ปลอบใจ
สกุ รนอ้ งชายไมใ่ ห้หวาดกลวั ท่จี ะถูกนกั เลงสรุ าฆา่ ให้น้องชายต้งั อยูใ่ นศีลธรรมเป็นส�ำคัญ

๔. สุวัณณกักกฏกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นชาวนาเล้ียงปูทองไว้ใน
บงึ ทา้ ยนา ตอ่ มาปทู องไดช้ ว่ ยชวี ิตท่านใหร้ อดพน้ จากความตายเพราะพษิ งู

๕. มัยหกสกุณชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ได้สอนน้องชายที่ฆ่าบุตรของท่านเพราะอยากได้ทรัพย์ว่า “ไม่ต่างกับนกมัยหกะเท่ียวบินร้อง
หวงผลไม้แต่ไมก่ นิ นกอ่ืนมากนิ เสยี หมด”

178 พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ พระสุตตนั ตปิฎก

๖. ปพั พชติ วเิ หฐกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสกั กะ ขอรอ้ งพระปจั เจก-
พุทธเจ้าใหม้ าทรมานพระเจา้ พรหมทัตผู้มคี วามเห็นผิดทเี่ ขา้ ใจว่า

สมณะทง้ั หมดเปน็ คนชว่ั ขบั ไลอ่ อกจากแควน้ จนชาวเมอื งเดอื ดรอ้ น เพราะไมม่ ผี ใู้ หก้ าร
อบรมสั่งสอน จึงพากันท�ำแต่ความชวั่

๗. อุปสิงฆปุปผชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ถกู เทพธิดาตเิ ตยี นวา่ แอบดมดอกไมท้ ี่เขายังไมใ่ ห้ และทา่ นก็ขอบคณุ เทพธิดาที่ไดใ้ หส้ ตทิ ่าน

๘. วฆิ าสาทชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสกั กะจ�ำแลงกายเปน็ นกแขกเตา้
มาสอนฤาษี ๗ คนพน่ี อ้ งทลี่ ะกามออกบวชแลว้ ไมเ่ รง่ ท�ำความเพยี ร เอาแตเ่ ลน่ กฬี าสนกุ สนานอยู่

๙. วฏั ฏกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ นกคุ่ม ไดบ้ อกวิธที จี่ ะท�ำใหอ้ ้วนแก่กา
วา่ “ใหก้ ินอาหารเทา่ ทีม่ ี หางา่ ย ไมไ่ ปลักขโมยเขากิน”

๑๐. มณิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกพิราบ ได้ติเตียนกาสหายท่ีไป
ลักอาหารในครัว ถกู พอ่ ครวั จับถอนขนแล้วเอาครัง่ ท�ำเป็นเครอ่ื งประดบั แขวนคอ

๗. สตั ตกนิบาต

๑. กกุ กุวรรค หมวดว่าด้วยมาตราวัดศอก
๑. กุกกุชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต หาวิธี

ถวายโอวาทแด่พระราชาผู้ถึงอคติ โดยอุปมาด้วยช่อฟ้าต้องมีกลอนรองรับจึงอยู่ได้ พระราชา
ตรัสวา่ “พระราชาถ้าไมบ่ �ำรงุ มิตร อ�ำมาตย์ สมณพราหมณ์ ทหาร และคหบดีกอ็ ยู่ไมไ่ ด้”

๒. มโนชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาราชสีห์ สอนราชสีห์มโนชะ
ผู้เป็นบุตรไม่ให้คบกับสุนัขจ้ิงจอก ซึ่งเป็นสัตว์เลวทราม แต่ราชสีห์มโนชะไม่เช่ือฟังพากันไป
ขโมยมา้ พระราชากนิ จึงถกู นายขมังธนูยิงตาย

๓. สุตนชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ คนยากจน เลย้ี งดมู ารดาบิดา รับอาสา
พระเจ้ากรุงพาราณสีน�ำอาหารไปให้ยักษ์กินได้ทรมานยักษ์ให้เลิกพยศร้ายและให้ต้ังอยู่ในศีล
ตลอดไป

๔. มาตุโปสกคชิ ฌชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาติเปน็ พญาแรง้ เลยี้ งดมู ารดาบิดา
ผตู้ าบอด ขณะทตี่ นเองก�ำลงั ตดิ บว่ งนายพรานอยู่ ไดร้ �ำพงึ ร�ำพรรณถงึ มารดาบดิ า จนนายพราน
สงสารแลว้ ปล่อยตัวไป

๕. ทัพภปุปผชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา เห็นสุนัขจิ้งจอกโกง
เอาเปรยี บในการแบง่ ปลาใหแ้ กน่ าก ๒ ตัวท่ที ะเลาะกัน

เล่มท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ที่ ๒๗ 179

๖. ทสัณณกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
ช่ือเสนกบัณฑิต ได้ทูลถวายโอวาทแด่พระราชาไม่ให้เสียดายส่ิงที่ได้พระราชทานไปแล้ว
เพราะเปน็ สงิ่ ทที่ �ำได้ยาก

๗. เสนกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
ช่อื เสนกอ�ำมาตย์ ได้ชว่ ยพราหมณ์ชราใหพ้ ้นจากถูกงูกดั ตาย

๘. อัฏฐิเสนกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
รับปวารณาจากพระเจ้าพรหมทัตแล้วแต่ไม่ออกปากขอสิ่งใด พระราชาทรงเลื่อมใสได้
พระราชทานสงิ่ ของเป็นอนั มาก

๙. กปิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาวานร ได้ช่วยเหลือฝูงวานร
เป็นจ�ำนวนมากให้พ้นจากความตายเพราะเหตุท่ีวานรซุกซนตัวหน่ึงไปก่อเวรกับปุโรหิตโดย
ไปถ่ายอุจจาระรดศรี ษะเขา ท�ำให้เขาจองเวรฆา่ วานรเปน็ จ�ำนวนมาก

๑๐. พกพรหมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกัปปมาณพผู้เป็นอันเตวาสิก
ของดาบสช่ือเกสวะ เคยช่วยรักษาอาจารย์จนหายโรค เม่ือหายโรคแล้ว อาจารย์ได้ตาม
ท่านเข้าไปอย่ปู ่าเพราะติดใจในค�ำสภุ าษติ ของอันเตวาสกิ
๒. คนั ธารวรรค หมวดวา่ ดว้ ยคันธารดาบส

๑. คันธารชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ พระเจา้ คันธาระ สละราชสมบตั ิออก
ผนวช แม้พระเจ้าวิเทหะท่ีเป็นพระสหายผู้ไม่เคยเห็นกันมาก่อนผู้ครองกรุงมิถิลาก็ออกบวช
เชน่ กัน ท้ังสองไดเ้ ป็นอาจารย์และศิษยก์ ันและปฏิบตั ิเครง่ ครัดไมเ่ กบ็ แม้เกลือกอ้ นเดียว

๒. มหากปิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาวานร พาบริวารออกไปหากิน
ถกู พระเจ้าพรหมทัตลอ้ มไว้ ไดท้ อดตนเปน็ สะพานใหบ้ รวิ ารหนไี ปได้

๓. กมุ ภการชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ชา่ งปน้ั หมอ้ เหน็ พระปจั เจกพทุ ธเจา้
๔ พระองค์ เกิดความเลื่อมใส จงึ ขออนญุ าตภรรยาออกบวช แมภ้ รรยาก็ออกบวชดว้ ย

๔. ทัฬหธัมมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าทัฬหธรรม
ได้กราบทลู เตอื นพระราชาไมใ่ ห้ถอดยศช้างพังท่เี คยชว่ ยชีวิตพระองค์ในสนามรบเพราะการท�ำ
อยา่ งนนั้ ย่อมเป็นการประทุษรา้ ยมิตร เปน็ การไมด่ ี

๕. โสมทัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ ได้ให้โอวาทแก่ดาบส
ผูก้ �ำลงั เศรา้ โศกถงึ โสมทัตชา้ งน้อยท่ตี ายจากไป วา่ เป็นการไม่เหมาะสมแกค่ วามเปน็ สมณะ

๖. สุสีมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสุสีมะ ทรงเบ่ือหน่ายใน
การครองเรือน เหน็ พระเกศาหงอกทรงสะดุ้งพระทัยว่าตนเองแกแ่ ล้ว จงึ ออกบรรพชา

180 พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

๗. โกฏสิมพลิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา สถิตอยู่ที่ต้นง้ิวใหญ่
ได้ขอร้องให้พญาครุฑช่วยไล่นกตัวเล็ก ๆ ซ่ึงไปกินผลไทรมา ประเด๋ียวจะท�ำ ให้เกิดต้นไทร
ท�ำลายวิมานของตนขึ้น พญาครฑุ สรรเสรญิ วา่ มีปญั ญารอบคอบดี

๘. ธูมการิชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ปุโรหิตของพระเจ้าธนญั ชัย ได้กราบ
ทลู พระราชาไมใ่ หท้ อดทงิ้ นกั รบเกา่ แลว้ บ�ำรงุ แตน่ กั รบใหม่ ควรทจี่ ะบ�ำรงุ ทง้ั ๒ ฝา่ ยใหเ้ ทา่ ๆ กนั

๙. ชาครชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี ปฏิบัติ
ธรรมตลอดคนื เทวดาเกดิ ศรทั ธาจึงมาถามปญั หาว่า “ในโลกน้ี ใครต่นื ใครหลบั ” ท่านตอบว่า
“คนตื่นคอื คนรทู้ ่ัวถงึ ธรรม คนหลบั คือคนประมาท”

๑๐. กุมมาสปณิ ฑชิ าดก พระโพธสิ ัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ คนยากจนซ้อื ขนมถัว่ ๔ ช้นิ
ไว้กินกลางวัน พบพระปัจเจกพทุ ธเจ้า ๔ พระองค์ เกดิ ศรัทธาเลอ่ื มใสได้ถวายขนมท้ัง ๔ องค์
ชาติตอ่ มาไดเ้ กิดเปน็ กษตั รยิ ์สมบูรณท์ กุ อยา่ ง

๑๑. ปรันตปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชโอรสของพระเจ้า
กรงุ พาราณสแี ละไดเ้ ปน็ อปุ ราช แตพ่ ระราชบดิ าไมท่ รงไวว้ างพระทยั คดิ จะท�ำลาย ทา่ นจงึ พาบรวิ าร
หนีไป ต่อมาได้กลับมาครองราชสมบตั แิ ละพระราชทานต�ำแหน่งอปุ ราช แด่พระกนษิ ฐภาดา

๘. อฏั ฐกนบิ าต

๑. กัจจานิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ ได้ช่วยเหลือนางกัจจานี
ซง่ึ ถกู ลกู ชายและลกู สะใภข้ บั ออกจากเรอื นใหไ้ ดก้ ลบั เขา้ มาอยใู่ นเรอื น และปรองดองสามคั คกี นั
ดังเดมิ

๒. อัฏฐสัททชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ได้ท�ำนายเสียง ๘ อย่างแก่พระเจ้าพรหมทัตว่าไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ขอให้งดการ
บูชายัญดว้ ยสตั ว์จ�ำนวนมาก

๓. สุลสาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเทวดา สถิตอยู่ท่ียอดภูเขา เห็น
การกระท�ำของนางสุลสาท่ีเอาตัวรอดจากโจรได้ด้วยปัญญา จึงกล่าวว่า “มิใช่แต่บุรุษเท่านั้น
ทเ่ี ป็นบัณฑิต สตรีกเ็ ป็นบณั ฑิตมปี ัญญาเฉลียวฉลาดได้”

๔. สุมังคลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงอดกล้ัน
ไมล่ งโทษนายสมุ งั คละทฆี่ า่ พระปัจเจกพทุ ธเจา้ เพราะความเขา้ ใจผดิ คิดวา่ เป็นเนือ้

เลม่ ที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๒๗ 181

๕. คงั คมาลชาดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาติเป็นคนรับจา้ ง ไปอาศัยรับจ้าง ในเรอื น
สุจิเศรษฐี ได้รักษาอุโบสถศีลเพียงคืนเดียวแล้วสิ้นชีวิตไปเกิดเป็นอุทัยราชกุมาร ได้ครอง
ราชสมบัตใิ นกรุงพาราณสีสบื มา

๖. เจติยราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกบิลพราหมณ์ ออกบวชเป็น
ดาบสได้แสดงโทษแห่งมุสาวาทและแสดงคุณแห่งสัจจะแก่พระเจ้าเจติยราช แต่พระองค์
ไม่ทรงเชอ่ื ถือเพราะคบปาปมิตร จึงถูกแผน่ ดนิ สบู ไปเกดิ ในอเวจีมหานรก

๗. อินทริยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ช่ือโชติปาลกุมารเจริญวัย
แล้วออกบวชเปน็ ฤาษี ตเิ ตยี นความไมส่ �ำรวมอนิ ทรียแ์ ละสรรเสริญความส�ำรวมอนิ ทรีย์

๘. อาทิตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าโรรุวะ ครองราชสมบัติใน
กรงุ โรรวุ ะ ทรงยดึ มน่ั ในการบ�ำเพญ็ ทาน ทรงพอพระทยั ในการใหท้ าน แกพ่ ระทกั ขเิ ณยยบคุ คล
และทรงสดับธรรมจากพระปจั เจกพทุ ธเจ้าถึง ๗ พระองค์

๙. อัฏฐานชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐี ออกบวชเป็นดาบส
เพราะสลดใจทีห่ ญิงโสเภณเี ป็นคนเหน็ แก่ลาภและประทุษร้ายมิตร

๑๐. ทีปิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐี ออกบวชเป็นฤาษี เห็นกิริยา
ทแ่ี มแ่ พะร้องขอชวี ติ ตอ่ เสอื เหลอื ง แต่ไม่เปน็ ผล เพราะอนั ธพาลย่อมไม่ยนิ ดคี �ำสภุ าษติ

๙. นวกนิบาต

๑. คิชฌชาดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาตเิ ป็นนกแรง้ สอนบุตรผเู้ ป็นพญาแรง้ ไม่ให้
บินสูงเกินไป แตพ่ ญาแร้งไมเ่ ช่ือฟังจึงถูกลมเวรัมภาพดั ร่างกายแหลกละเอยี ด

๒. โกสัมพิยชาดก พระผมู้ ีพระภาคประทานโอวาทแกภ่ ิกษชุ าวเมอื งโกสมั พที ่ีกอ่ การ
ทะเลาะวิวาทกันให้สามัคคีกัน ทรงยกเร่ืองขันติธรรมและเร่ืองที่พระองค์เสวยพระชาติเป็น
ทีฆาวกุ ุมารมาเปน็ อุทาหรณ์ แลว้ เสดจ็ เขา้ ไปจ�ำพรรษาในป่าปาลไิ ลยกะเพียงล�ำพงั พระองค์

๓. มหาสุวราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกแขกเต้า ถือมักน้อย
สนั โดษ อาศัยอยกู่ ินทตี่ น้ มะเดื่อต้นเดยี ว แม้หมดผล ใบ และสะเก็ดแลว้ เหลือแต่ตอไมก้ ็มไิ ด้
ไปท่ีอืน่ กลับแสดงมติ ตธรรมว่า “สตั บุรษุ ไมค่ วรทง้ิ เพ่ือนเมอื่ คราวตกทุกขไ์ ดย้ าก ภกิ ษผุ ปู้ ฏิบตั ิ
ไม่ควรกงั วลเรือ่ งอาหาร”

๔. จูฬสุวกราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกแขกเต้า ถือมักน้อย
สนั โดษ อาศยั อยทู่ ี่ต้นมะเดื่อต้นเดยี ว แม้หมดผล ใบ และสะเกด็ แลว้ เหลอื แตต่ อไมก้ ็มไิ ดไ้ ป

182 พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ พระสตุ ตันตปฎิ ก

ที่อน่ื รอ้ นถงึ ทา้ วสกั กะตอ้ งลงมาประสาทพรให้ตน้ มะเดื่อนน้ั กลับเจรญิ ขึน้ ดังเดิม
๕. หริตจชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษีชื่อ

หริตจดาบส ได้อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ต่อมาไปเสพอภิรมย์กับพระเทวีของพระเจ้าพรหมทัต
เม่ือพระราชาทรงทราบได้ขอใหท้ ่านบ�ำเพญ็ ฌานขน้ึ ใหม่

๖. ปทกุสลมาณวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรนางยักษินีผู้มีหน้า
เหมอื นม้าเปน็ ผู้ฉลาดในการสะกดรอย แอบพาบิดาหนีมารดาไปแดนมนษุ ย์ มารดาตามมาทัน
แต่ไม่สามารถท�ำอะไรได้จึงให้เรียนมนตร์จินดามณีไว้เป็นเคร่ืองเลี้ยงชีวิต ต่อมาได้เป็น
พระเจ้าพรหมทัตครองกรงุ พาราณสเี พราะมนตรท์ ีม่ ารดาให้

๗. โลมสกสั สปชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ บตุ รปโุ รหติ ออกบวชเปน็ ฤาษชี อ่ื
โลมสกสั สปะ บ�ำเพ็ญสมณธรรมไดอ้ ภญิ ญาและสมาบตั ิ ต่อมาถูกท้าวสกั กะร่วมมอื กบั พระเจ้า
พรหมทัต หลอกล่อดว้ ยสตรี และจะให้ท�ำพธิ บี ชู ายญั ให้ กลับได้สติเจริญฌานใหเ้ กิดขน้ึ ใหม่ได้

๘. จักกวากชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกจักรพาก ถูกกาถามถึงเหตุที่
ท�ำใหผ้ ิวพรรณงาม จงึ บอกเหตนุ ้นั วา่ มาจากการกินอาหารท่หี าได้ง่ายและบรสิ ุทธ์ิ และติเตยี น
กาทีม่ ผี ิวพรรณทรามเพราะลกั ขโมยเขากิน

๙. หลิททราคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นดาบสผู้บิดา สอนดาบสลูกชาย
ท่ีอยากจะไปอยู่ในถ่ินมนุษย์ให้รู้จักเลือกคบคนดี อย่าคบคนชั่ว เพราะธรรมชาติของจิตเป็น
สภาพทก่ี ลับกลอกไดเ้ รว็ เหมือนนำ�้ ยอ้ มขม้นิ สีตกเร็ว

๑๐. สมุคคชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาตเิ ป็นฤาษี ได้ทพิ พจกั ษุ เหน็ รากษสทานพ
ตนหน่ึงรักษาภรรยาของตนให้นอนอยู่ในผอบแล้วกลืนผอบเข้าไปไว้ในท้อง แต่นางประพฤติ
ผิดประเวณีกับวิทยาธรในสมุคน้ัน รากษสทานพทราบแล้วเกิดความสลดใจ ว่าหญิงน้ีตน
ไมอ่ าจรักษา ใหเ้ ตม็ ได้ยาก ลึกเหมอื นบาดาล จึงปล่อยนางกบั ชู้ไป

๑๑. ปตู มิ งั สชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา ไดเ้ หน็ เหตทุ สี่ นุ ขั จงิ้ จอก
ลวงจะกินแมแ่ พะ แต่แม่แพะรทู้ ัน จึงลวงตอบดว้ ยปัญญา ท�ำใหส้ นุ ขั จ้งิ จอกสองผัวเมยี ต้องหนี
ไปอยูท่ อ่ี นื่ ไมก่ ลับมารบกวนอกี

๑๒. ทัททรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกกระทา อยู่ใกล้ส�ำนักอาจารย์
ทิศาปาโมกข์จ�ำศิลปะที่อาจารย์สอนศิษย์ได้ เม่ืออาจารย์ตายไป จึงรับท�ำหน้าที่สอนศิลปะ
แทน ต่อมาเม่ือพวกมานพไม่อยู่ จึงถูกดาบสช่ัวฆ่ากิน แต่ดาบสช่ัวก็ถูกเสือโคร่งฆ่าตาย
เชน่ กัน

เลม่ ที่ ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๒๗ 183

๑๐. ทสกนบิ าต

๑. จตทุ วารชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดาทอ่ งเทยี่ วไปในอสุ สทนรก
พร้อมกับบริวาร ถูกนายมิตตวินทกะถามถึงบุรพกรรมที่ตนท�ำไว้ ได้แสดงถึงบุรพกรรมและ
การที่จะพน้ จากทุกข์ในนรกนยี้ ังไมม่ กี �ำหนด

๒. กณั หชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ ออกบวชเปน็ ฤาษี ถอื สนั โดษ
ไมย่ อมไปหากนิ ทอี่ ืน่ กนิ แตผ่ ล ดอก ใบ และสะเกด็ ของต้นไม้ทีต่ นอาศัยเท่านน้ั ทา้ วสักกะตอ้ ง
ลงมาประสาทพร ๔ ประการตามท่ขี อ คือ อยา่ ใหโ้ กรธ อย่าให้ร้าย อยา่ ให้โลภ และอยา่ ให้รัก

๓. จตุโปสถิยชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาติเป็นวธิ ุรบัณฑิตอ�ำมาตยแ์ หง่ กรุงมถิ ลิ า
ตัดสินคุณธรรม ๔ ประการที่พระราชาทั้งหลายถกเถียงกัน คือ ความอดทน ความเป็นผู้มี
อาหารน้อย การละความอภริ มย์ และความไม่กงั วล ว่าเปน็ ธรรมท่ีท�ำให้เปน็ สมณะ

๔. สังขชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสังขพราหมณ์ ได้ถวายร่มและรองเท้า
แกพ่ ระปจั เจกพทุ ธเจา้ กอ่ นออกเดนิ ทางไปคา้ ขายยงั สวุ รรณภมู เิ รอื แตกกลางทะเล แตก่ ลบั ไดท้ ี่
พง่ึ เพราะอานสิ งสแ์ หง่ ทานน้นั

๕. จูฬโพธิชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาติเปน็ โพธิกมุ าร จตุ จิ ากพรหมโลก มาเกิด
แม้ภรรยาของเขาก็จุติมาจากพรหมโลกเช่นกัน คนทั้ง ๒ จึงไม่มีความก�ำหนัดด้วยกามราคะ
อยู่ด้วยกันตามความพอใจของมารดาบิดา เมื่อสิ้นมารดาบิดาแล้ว จึงสละทรัพย์ออกบวช
เป็นฤาษี สนิ้ ชีพแลว้ กลับไปเกดิ ในพรหมโลกทง้ั คู่

๖. มัณฑัพยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชช่ือกัณห-
ทีปายนดาบส ได้ท�ำสัจวาจาให้พิษงูคลายออกจากร่างกายของเด็กผู้เป็นบุตรของสหาย และ
ให้มารดาบิดาของเดก็ ท�ำสจั วาจาตอ่ จนเด็กรอดตายจากพษิ งู

๗. นิโครธชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนิโครธกุมารบุตรของพราหมณ์ไป
เรียนวิชาท่ีเมืองตักกสิลากับเพ่ือน ๒ คน จบมาแล้วได้รับเลือกให้ครองกรุงพาราณสี
เพราะอานุภาพของเนื้อไก่ศักด์ิสิทธิ์ท่ีตนบริโภคเข้าไป ได้พระราชทานต�ำแหน่งเสนาบดีและ
ต�ำแหน่งขนุ คลังแกส่ หายทงั้ ๒

๘. ตักกลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ บณั ฑติ กมุ าร ไดย้ ินเรื่องท่ีมารดาบอก
ใหบ้ ดิ าฆา่ ปู่ จงึ ชว่ ยปใู่ หร้ อดตายและออกอบุ ายใหบ้ ดิ าไลม่ ารดาใหอ้ อกจากบา้ นเพอื่ ใหไ้ ดส้ �ำนกึ

๙. มหาธมั มปาลชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ธรรมปาลกมุ าร ไปเรยี นหนงั สอื
ทเ่ี มอื งตกั กสลิ า อาจารยท์ ศิ าปาโมกขต์ อ้ งการทดลองบดิ าของธรรมปาลกมุ ารจงึ หอ่ กระดกู แพะ
ไปแสดง แตบ่ ดิ าของธรรมปาลกมุ ารไมเ่ ชอ่ื ยงั แสดงธรรม คอื ศลี ๕ และการบรจิ าคทานเปน็ ตน้

184 พระไตรปิฎกปรทิ รรศน์ พระสุตตันตปฎิ ก

ทที่ �ำใหท้ ุกคนในตระกูลมอี ายุยนื ใหอ้ าจารยท์ ศิ าปาโมกขฟ์ ัง
๑๐. กุกกุฏชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาไก่ ได้แสดงเหตุที่ตนไม่ยอม

เปน็ มิตรกับพญาเหยยี่ ววา่ “ไม่ควรไวว้ างใจคนท�ำชั่ว”
๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเทพบุตร ได้มาแสดงธรรมแก่

พราหมณ์ผู้เป็นบิดาท่ีเศร้าโศกถึงบุตรน้อยที่ตายไปแต่เด็ก ด้วยการอุปมาเด็กท่ีร้องไห้อยากได้
ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มาเป็นของเล่น เทียบกับพราหมณ์ซ่ึงร้องไห้ถึงคนตายที่เผาไปแล้ว
มองไม่เห็น ตกลงใครโง่กว่าใคร ท�ำใหพ้ ราหมณไ์ ด้คดิ

๑๒. พิลารโกสิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐี บริจาคทานเป็น
อันมาก แลว้ ตายไปเกดิ เปน็ ทา้ วสกั กะ ลงมาทรมานหลานชายคนท่ี ๔ ชือ่ พลิ ารเศรษฐผี ูท้ �ำลาย
วงศ์ตระกลู ด้วยการไมบ่ ริจาคทาน ใหก้ ลับบริจาคทาน แล้วไดไ้ ปเกิดในพรหมโลก

๑๓. จักกวากชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกจักรพาก แสดงเหตุท่ีตน
มสี สี วยงามใหก้ าฟงั ว่า “ตนไม่ไดก้ นิ เนือ้ กนิ ปลา แตก่ ินสาหร่ายทะเลเปน็ อาหารและ ได้ต�ำหนิ
กาทช่ี อบลกั ขโมยของมนษุ ยก์ ิน จงึ หวาดสะดงุ้ อยู่เปน็ นิตย์ ผวิ กาจงึ ด�ำ”

๑๔. ภูริปัญญชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต แสดงให้พระเจ้า
วเิ ทหะแหง่ กรงุ มถิ ลิ า พรอ้ มด้วยอ�ำมาตย์ทั้ง ๔ เห็นวา่ ปญั ญาประเสริฐกวา่ ทรัพย์

๑๕. มหามังคลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นบุตรพราหมณ์ ออกบวช
เป็นฤาษี มีบริวารเป็นอันมาก ได้แสดงมงคล ๘ ประการ มีเมตตา ความอดทน และความ
ไม่ดูหม่ิน เปน็ ตน้ แดพ่ ระราชาและมหาชน สิน้ ชวี ิตแล้วไปเกดิ ในพรหมโลก

๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นฆตบัณฑิต คิดหาอุบายท่ีจะ
ไม่ให้พระราชาทรงเศร้าโศกถึงพระโอรสท่ีสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ด้วยการท�ำเป็นบ่นเพ้ออยากได้
กระตา่ ยบนดวงจนั ทร์ พระราชาตอ้ งเสดจ็ มาปลอบใจวา่ ไมค่ วรท�ำ เปน็ ไปไมไ่ ด้ บณั ฑติ กราบทลู วา่
คนร้องไห้อยากได้ส่ิงท่ีเห็นอยู่ กับคนร้องไห้ถึงคนตายท่ีเผาไปแล้วใครจะโง่กว่ากัน ท�ำให้
พระราชาทรงได้สตหิ ายเศร้าโศก

๑๑. เอกาทสกนบิ าต

๑. มาตุโปสกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างเผือก เลี้ยงมารดา ถูก
พระเจ้าพรหมทัตจับมาเป็นช้างทรง คิดถึงมารดาตาบอดจึงไม่ยอมกินอาหาร พระราชารับสั่ง
ใหป้ ลอ่ ย จงึ รบี กลบั เขา้ ปา่ ไปบ�ำรุงมารดาดว้ ยความกตญั ญูกตเวที

เล่มที่ ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มท่ี ๒๗ 185

๒. ชุณหชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าชุณหะ ทรงท�ำการสงเคราะห์
พราหมณแ์ กค่ นหนึ่ง ด้วยเหตเุ พียงเล็กนอ้ ยโดยพราหมณอ์ า้ งว่า ในคนื หน่ึงเคยเดนิ กระทบไหล่
กบั พระราชาและสนทนากันในเรื่องที่ถูกคอ

๓. ธัมมเทวปุตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นธรรมเทพบุตร ถึงวันอุโบสถ
ออกไปเทยี่ วชกั ชวนใหป้ ระชาชนประพฤตกิ ศุ ลธรรม ฝา่ ยอธรรมเทพบตุ รกอ็ อก ไปเทย่ี วชกั ชวน
ให้ประชาชนประพฤติอกุศลธรรม ขากลับมาพบกันในระหวา่ งทาง ได้เกดิ การโต้เถียงกันขน้ึ ว่า
ใครควรแยกทาง อธรรมเทพบุตรสู้ไมไ่ ดจ้ �ำต้องพา่ ยแพไ้ ป

๔. อทุ ยชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ อทุ ยั ไมป่ รารถนาจะอภเิ ษกสมรส
ถกู พระบดิ าบงั คบั ใหอ้ ภเิ ษกสมรสกบั พระนางอทุ ยั ภทั ทา ซง่ึ กไ็ มป่ รารถนาจะบรโิ ภคกามเชน่ กนั
ทง้ั คอู่ ยดู่ ว้ ยกนั ถงึ ๗๐๐ ปี ตอ่ มาพระเจา้ อทุ ยั จตุ ไิ ปเกดิ เปน็ ทา้ วสกั กะกลบั มาสอนพระนางอทุ ยั
ให้ประพฤตพิ รหมจรรย์จกั ไดไ้ ปเกิดใน สวรรคช์ น้ั ดาวดงึ สแ์ ละพระนางก็ท�ำตามนั้น

๕. ปานียชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าพรหมทัต ทรงสดับเหตุ
ท่ีพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕ พระองค์ที่ท่านออกบวช ท่านเล่าให้ฟัง ทรงพอพระทัยในการผนวช
จึงสละราชสมบัติออกผนวชเป็นฤาษี

๖. ยุธัญชยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระกุมารยุธัญชัย ทรงเห็นน้�ำค้าง
บนยอดหญ้าเหือดแห้งไป เกดิ ความสลดพระทัยว่าชวี ิตของสัตว์ท้งั หลาย มคี วามตายเป็นทีส่ ดุ
จงึ ออกผนวช

๗. ทสรถชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รามบณั ฑติ รกั ษาค�ำสงั่ ของพระราชบดิ า
ท่ีพล้ังพระราชทานพรให้พระมารดาของภรตกุมารว่าจะให้ราชสมบัติ ทรงเกรงจะมีอันตราย
แกพ่ ระโอรสท้งั ๒ จงึ ให้ไปอยปู่ ่านานถึง ๑๒ ปี

๘. สงั วรชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาตเิ ปน็ อ�ำมาตยข์ องพระเจา้ พรหมทัตได้ถวาย
โอวาทแก่สังวรกุมารให้ตง้ั อยู่ในศลี ธรรม แมเ้ ป็นพระโอรสองคส์ ดุ ทา้ ย แต่เพราะมศี ีล จงึ ไดร้ บั
เลอื กใหค้ รองราชสมบัตติ ่อจากพระบดิ า

๙. สุปปารกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นต้นหนชื่อสุปปารกะ ถึงตาบอด
เพราะนำ�้ ทะเล แตก่ ย็ งั เลย้ี งชพี ดว้ ยวชิ าตน้ หนทต่ี นเรยี นมาจากบดิ า ไดแ้ สดงทะเลมลี กั ษณะตา่ ง ๆ
แก่พอ่ คา้ ทีไ่ ปในเรือ

186 พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ พระสตุ ตันตปิฎก

๑๒. ทวาทสกนบิ าต

๑. จูฬกณุ าลชาดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาตเิ ป็นนกดเุ หวา่ ช่ือกณุ าละ ไดแ้ สดงโทษ
แหง่ หญงิ ไวเ้ ปน็ อนั มากโดยความบรุ ษุ ไมพ่ งึ อยใู่ นอ�ำนาจของสตรี (ความพสิ ดารอยใู่ นกณุ าลชาดก
พระไตรปิฎกเลม่ ท่ี ๒๘)

๒. ภทั ทสาลชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา อาศยั อยทู่ ต่ี น้ รงั ไดบ้ อก
อุบายในการตัดต้นรัง ซงึ่ เจริญอยูท่ ่ามกลางหมญู่ าติใหแ้ กพ่ ระเจา้ พรหมทัตสดับ พระราชาสดบั
แล้วจึงรบั สงั่ งดการโคน่ ต้นรงั เพราะเปน็ การท�ำใหต้ ้นไม้อืน่ เดือดร้อนด้วย เทวดาก็ไม่มที อี่ าศยั

๓. สมุททวาณิชชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาติเป็นบัณฑติ ช่างไม้ ได้ตอ่ เรอื เตรียม
การไว้ล่วงหน้าก่อนท่ีน�้ำจะท่วมเกาะ เม่ือถึงเวลานั้นก็พาบริวารของตนหนีรอดไปได้ด้วย
ความไมป่ ระมาท

๔. กามชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ เสด็จลงมารักษาพระเจ้า
พรหมทัตท่ีประชวรด้วยโรคของความโลภ ใหห้ ายจากโรคไดด้ ว้ ยธรรมเทศนา

๕. ชนสันธชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าชนสันธะ ตรัสถึงเหตุ
๑๐ ประการทบี่ คุ คลท�ำแลว้ ท�ำใหเ้ ดอื ดรอ้ นใจในภายหลงั แตเ่ หตุ ๑๐ ประการ เหลา่ นผ้ี ปู้ ระพฤติ
โดยถกู ตอ้ งย่อมไมเ่ ดือดร้อนใจในภายหลัง

๖. มหากณั หชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสกั กะ หวงั จะสอนชาวกรงุ พาราณสี
ทปี่ ระพฤตชิ ่ัวให้กลบั มาประพฤตดิ ีจึงทรงเนรมิตสุนขั ด�ำตัวใหญ่ไว้คอยกดั ชาวเมอื งทที่ �ำชวั่

๗. โกสิยชาดก พระโพธสิ ัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ ทา้ วสักกะ มาทรมานเศรษฐีหลานชาย
คนที่ ๖ ช่อื โกสยิ เศรษฐีผ้ทู �ำลายวงศต์ ระกลู ดว้ ยการไมบ่ ริจาคทาน ใหบ้ รจิ าคทานแลว้ ได้ไปเกดิ
ในพรหมโลก (ตรงกับเรอ่ื งพิลารโกสยิ ชาดกในทสกนิบาต)

๘. เมณฑกปัญหชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาติเป็นมโหโสธบณั ฑติ ไดเ้ ฉลยปญั หา
เรื่องแพะเป็นเพ่ือนกับสุนัขเพราะต้องการแลกเปลี่ยนอาหารกันแด่พระเจ้าวิเทหะกับอ�ำมาตย์
ทั้ง ๔ ได้ฟงั

๙. มหาปทุมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปทุมกุมาร ถูกพระมารดาเลี้ยง
ใส่ร้ายให้ประหารชีวิต เพราะไม่ประพฤติอสัทธรรมด้วย แต่ทรงรอดพ้นมาได้ด้วยสุจริตธรรม
แลว้ ออกบวชเปน็ ฤาษสี ั่งสอนใหพ้ ระราชบดิ าตง้ั อยูใ่ นธรรม

๑๐. มิตตามิตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต
กราบทลู ให้ทรงทราบถงึ ลกั ษณะคนท่เี ปน็ มติ รและไม่ใชม่ ติ รวา่ มลี ักษณะตา่ งกนั อย่างไร

เล่มท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มที่ ๒๗ 187

๑๓. เตรสกนิบาต

๑. อัมพชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคนจัณฑาล ได้สอนมนตร์ที่ท�ำมะม่วง
ให้ติดผลนอกฤดูกาลแก่มาณพคนหน่ึง ภายหลังเขาเข้ารับราชการ ถูกพระราชาตรัสถามถึง
อาจารยเ์ ขากลบั ลบหลวู่ า่ เรยี นมาจากพราหมณผ์ สู้ งู ชาติ ท�ำ ใหม้ นตรเ์ สอ่ื มและตนเองกถ็ กู ออก
จากราชการ

๒. ผนั ทนชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา เหน็ เหตทุ หี่ มกี บั ไมส้ ะครอ้
ผกู เวรกัน เพราะเทวดาบนต้นไม้สะครอ้ แกลง้ หมีกอ่ น ท้ังหมีและไมส้ ะคร้อตา่ งถึงความพินาศ
ดว้ ยกนั ท้ังคู่

๓. ชวนหงั สชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ หงสบ์ นิ เรว็ สามารถบนิ แขง่ ความเรว็
กบั ดวงอาทติ ย์ได้ แตเ่ หน็ ว่าไม่มปี ระโยชนจ์ ึงไปกรุงพาราณสีสอนธรรมแดพ่ ระราชา

๔. จูฬนารทกัสสปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็น
ฤาษี สอนบุตรผู้คิดจะติดตามสตรีคนหนึ่งไปอยู่ในถิ่นมนุษย์ ให้เว้นจากยาพิษ เหว เปือกตม
และอสรพษิ จนลูกชายเปล่ยี นใจไม่ไป

๕. ทูตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมาณพ ไปเรียนมนตร์ที่เมืองตักกสิลา
ต่อมาจึงได้น�ำทรัพย์ท่ีแสวงหามาได้จากการสอนธรรมแดพ่ ระราชาให้แกอ่ าจารย์

๖. กาลิงคโพธิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตช่ือภารทวาชะของ
พระเจ้ากาลิงคะ ได้กราบทูลจักรวรรดิวัตรแด่พระราชา พระเจ้ากาลิงคะก็ทรงด�ำรงอยู่ใน
จักรวรรดวิ ตั รนั้น

๗. อกิตติชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอกิตติดาบส ประพฤติตนเป็น
คนมกั นอ้ ย ทา้ วสกั กะตอ้ งลงมาประสาทพร ทา่ นขอพรเพยี งวา่ ไมว่ า่ ชาตนิ หี้ รอื ชาตไิ หนขออยา่
ได้พบ อยา่ ไดเ้ หน็ อยา่ ได้น่ังใกล้ อย่าได้เจรจาปราศยั กบั คนพาลโดยเด็ดขาด ท้าวสักกะทราบ
เหตแุ ลว้ ก็ให้พรตามนั้น

๘. ตักการิยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นตักการิยมาณพผู้เป็นศิษย์ของ
ปุโรหิต ได้หาอุบายช่วยชีวิตอาจารย์ให้พ้นจากการถูกประหารชีวิต เพราะพราหมณ์หาเรื่อง
กราบทูลใหป้ ระหารชวี ิตพราหมณ์ท่ีมีลักษณะเหมอื นตน

๙. รุรุมิคราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาเนื้อรุรุ เคยช่วยบุตรเศรษฐี
ซง่ึ ลอยนำ�้ มาใหพ้ น้ จากความตาย แตบ่ ตุ รเศรษฐนี น้ั อกตญั ญกู ลบั ไปกราบทลู ใหพ้ ระเจา้ พรหมทตั
มาจบั พญาเน้อื ไปฆา่ แต่พระราชาก็ให้อภยั

188 พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

๑๐. สรภมคิ ชาดก พระโพธสิ ัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ ละมง่ั ทอง ได้ชว่ ยพระเจา้ พรหมทัต
ซ่งึ ตกลงไปในหลุมใหข้ น้ึ จากหลมุ ได้

๑๔. ปกิณณกนิบาต

๑. สาลเิ กทารชาดก พระโพธสิ ัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกแขกเตา้ ไปคาบรวงขา้ ว
สาลีจากไร่ของโกสิยพราหมณ์มาเลี้ยงมารดาบิดาผู้แก่เฒ่า ไปติดบ่วงของพราหมณ์ เมื่อถูก
พราหมณ์ถามก็ได้แสดงธรรมเรื่องการใช้จ่ายทรัพย์ให้ฟัง พราหมณ์พอใจ จึงยกนาข้าวสาลีให้
ประมาณพนั กรสี แล้วปลอ่ ยไป

๒. จันทกินนรีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นจันทกินนร ก�ำลงั ร้องเพลงอย่กู ับ
ภรรยา ถกู พระเจ้าพรหมทัตลอบยิงปางตาย เพราะอาศัยความรกั ที่ม่ันคง ภรรยาไดอ้ อ้ นวอน
บวงสรวงเทวดาให้ช่วย ท้าวสักกะลงมาช่วยจึงรอดชวี ติ

๓. มหาอุกกุสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาราชสีห์ ได้ช่วยพญาเหยี่ยว
และครอบครัวให้พ้นภยั และได้ประกาศคุณคือการมมี ิตรดีเอาไว้

๔. อุททาลกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นปุโรหิตของพระเจ้าพรหมทัต
ได้ติเตียนการบูชายัญและการถือผิดของอุททาลกดาบสผู้เป็นบุตรพร้อมด้วยบริวาร ทูลขอให้
พระราชาจบั สึกและใหเ้ ขา้ รับราชการทง้ั หมด

๕. ภสิ ชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พราหมณ์ช่ือมหากาญจนกุมาร เหน็ โทษ
ในกามจึงพาน้อง ๆ และคนใช้ชายหญิงออกบวช ได้ต�ำหนิท้าวสักกะท่ีมาทดลองลักเหง้าบัว
เพอื่ ลองใจฤาษวี า่ เปน็ สิง่ ไม่ควรท�ำ

๖. สุรจุ ชิ าดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ ประสงค์จะสงเคราะห์
พระนางสุเมธาผู้ประพฤติสุจริตธรรมและภักดีต่อพระเจ้าสุรุจิ จึงพระราชทานพระโอรสให้แก่
พระนาง

๗. ปัญจุโปสถิกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
ได้รักษาอุโบสถศีลเพื่อต้องการข่มมานะและมีนกพิราบ งู หมี สุนัขจ้ิงจอก มารักษาอุโบสถ
เพ่อื ตอ้ งการข่มกิเลสด้วย

๘. มหาโมรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกยูง เจริญพระปริตรเป็น
ประจ�ำ จึงรอดพ้นบ่วงของนายพรานมาได้ถึง ๗๐๐ ปี ต่อมาเกิดความก�ำหนัด ลืมเจริญ
พระปริตร จึงไปติดบ่วงของนายพราน

เลม่ ท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 189

๙. ตจั ฉสกู รชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ รกุ ขเทวดา เหน็ สกุ รชอื่ ตจั ฉะชกั ชวน
ฝงู สกุ รตอ่ สกู้ บั เสอื ได้ จงึ ชมเชยและกลา่ วพรรณนาคณุ ของการมญี าตทิ พ่ี รอ้ มเพรยี งกนั เปน็ การดี

๑๐. มหาวาณิชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัวหน้าพ่อค้าเกวียน เดินผ่าน
ทางกันดาร รอดพ้นความตายมาได้คนเดยี ว เพราะคุณธรรมและความไม่โลภมาก

๑๑. สาธินราชชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาตเิ ป็นพระเจ้าสาธนิ ะ ครองราชสมบัติ
ในกรุงมิถิลา เพราะบ�ำเพ็ญกุศลมกี ารให้ทาน รกั ษาศลี เปน็ ตน้ ไวม้ าก ทา้ วสักกะจงึ อญั เชญิ ให้
เสด็จไปเสวยราชในสวรรคช์ ้นั ดาวดงึ ส์เป็นเวลา ๗๐๐ ปี จงึ เสด็จกลับ

๑๒. ทสพราหมณชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ วธิ รุ อ�ำมาตยข์ องพระเจา้ โกรพั ยะ
เมอื งอินทปัต ได้จ�ำแนกตระกูลพราหมณ์ ๑๐ ตระกูลใหพ้ ระราชาสดบั และเลอื กปฏคิ าหกให้
พระราชาบ�ำเพ็ญทาน

๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นฤาษี เดินทางไกลไปนั่งร่วม
ศาลากับพระเจ้ากรุงพาราณสี ปุโรหิต และพระปัจเจกพุทธเจ้า มีเศรษฐีใจบุญน�ำอาหารมา
ถวายพระราชา พระราชาถวายปุโรหิต ปุโรหิตถวายฤาษี ฤาษีกลับถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า
เศรษฐีจงึ สอบถามถึงผคู้ วรแก่ทกั ษิณา

๑๕. วีสตินบิ าต

๑. มาตังคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมาตังคดาบส ทรมานธิดาเศรษฐี
และคนผู้ถอื ชาตติ ระกลู ใหห้ ายพยศด้วยอ�ำนาจตบะของตน

๒. จิตตสัมภูตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นจิตตฤาษี ได้ถวายโอวาทแก่
พระเจ้าสัมภูตให้ระลึกถึงชาติตระกูลของตนท่ีเป็นจัณฑาล และร่วมต่อสู้กันมาจนพระองค์
ได้เปน็ พระราชา พระเจ้าสัมภูตเข้าพระทยั จึงออกบรรพชา

๓. สีวิราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสีวีทรงบริจาคพระเนตร
เป็นทาน ต่อมากลับได้พระเนตรทิพย์ด้วยอ�ำนาจสัจจะ และทรงแนะน�ำให้ประชาชนยินดีใน
การบริจาคทาน

๔. สิรีมันตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต ได้แสดงเหตุผลว่า
“ปญั ญาประเสรฐิ กว่าสิร”ิ ถวายแดพ่ ระเจ้าวิเทหะและอ�ำมาตยท์ ง้ั ๔

๕. โรหณมิคชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาเน้ือชื่อโรหณะ ไปติดบ่วง
นายพราน เนื้อน้องชายและน้องสาวยอมสละชีวิตตายแทน นายพรานเห็นใจจึงยอมปล่อย

190 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสตุ ตันตปฎิ ก

พระโพธสิ ตั วไ์ ดแ้ สดงธรรมแกน่ ายพรานใหน้ ายพรานไปแสดงแกพ่ ระราชา พระราชาทรงเลอื่ มใส
จงึ พระราชทานทรัพยแ์ ละยศแกเ่ ขา

๖. จูฬหังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ทอง ไปติดบ่วงนายพราน
แต่หงส์เสนาบดีไม่ยอมหนีไป นายพรานเลื่อมใสจึงยอมปล่อย แต่หงส์ทั้ง ๒ แนะน�ำให้น�ำไป
ถวายพระราชา พระโพธสิ ัตวแ์ สดงธรรมแดพ่ ระราชา พระราชาทรงพอพระทัย ได้พระราชทาน
ทรัพย์และยศแก่นายพราน

๗. สตั ติคุมพชาดก พระโพธิสตั วเ์ สวยพระชาตเิ ป็นนกแขกเตา้ ชอื่ ปปุ ผกะ ถกู ฤาษชี ุบ
เลี้ยงจึงมีจิตอ่อนโยน ได้แสดงธรรมแก่พระเจ้าปัญจาละ ถึงเรื่องการคบคนพาลและบัณฑิต
มีผลตา่ งกนั

๘. ภลั ลาตยิ ชาดก พระโพธิสัตวเ์ สวยพระชาติเป็นพระเจ้าภลั ลาติยะ เสด็จไปลา่ เน้ือ
พรอ้ มกับฝูงสนุ ัข ไดไ้ ปพบกินนร ๒ สามีภรรยาร้องไหเ้ ศร้าโศกอยู่ เข้าไปสอบถาม ได้ความว่า
พลดั พรากจากกันเพียงคนื เดยี วยงั ไม่หายเศร้าโศก พระองค์จงึ เสด็จกลับพระนคร

๙. โสมนัสสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นโสมนัสกุมาร ทรงแสดงโทษของ
ชฎิลโกงที่สะสมทรัพย์ไว้มากว่าไม่ต่างจากคฤหัสถ์ และกราบทูลพระราชบิดาให้ประพฤติแต่
สจุ ริตธรรม ส่วนพระองคก์ ราบทลู ลาเข้าปา่ บวชเป็นดาบส

๑๐. จมั เปยยชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นจมั เปยยนาคราช ไดร้ กั ษาอุโบสถ
ศีล ไม่เบยี ดเบียนผูใ้ ด แต่ถูกหมองูใจบาปจบั พระองคม์ าเท่ียวเลน่ กลหากนิ ไดพ้ ระเทวมี าช่วย
ท�ำใหพ้ ระองคพ์ ้นจากความล�ำบากและกลบั ไปยังพภิ พของพระองค์

๑๑. มหาปโลภนชาดก พระโพธิสตั ว์เสวยพระชาติเปน็ อนติ ถิคนั ธกมุ าร ไม่ปรารถนา
กามแม้เพียงถูกต้องสตรี แต่ภายหลังถูกสตรีประเล้าประโลมให้หลงผิด จึงถูกขับไล่ออกจาก
พระนครไปอยู่ป่าพร้อมกับพระชายา แต่พระนางก็มิได้ซ่ือสัตย์ กลับไปพอใจในดาบสองค์อื่น
ทา่ นจงึ น�ำพระนางมาสง่ คืนถ่ินมนุษยแ์ ลว้ บ�ำเพ็ญฌานเปน็ เหตุไปสูพ่ รหมโลก

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิต ได้กราบทูล
พระเจ้าวิเทหะว่า บัณฑิตไม่ควรเปิดเผยความลับตราบเท่าที่ยังไม่ประสบผลส�ำเร็จ ต่อเมื่อ
ประสบผลส�ำเรจ็ แล้วพงึ พูดได้

๑๓. หัตถิปาลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นหัตถิปาลกุมาร ไม่ต้องการ
ราชสมบัติพร้อมด้วยน้องชายอีก ๓ คน ท่านพาบริวารของตน ๆ ออกบวชได้เป็นบริษัท
หม่ใู หญ่บ�ำเพญ็ สมณธรรม เพราะไม่ประมาทต่อชวี ติ

๑๔. อโยฆรชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ อโยฆรกมุ าร ทรงสลดพระทัย ตรัส

เลม่ ท่ี ๑๙ พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 191

โทษท่ีอยู่ในพระครรภ์ ๑๐ เดอื นและถูกขังอย่ใู นเรือนเหลก็ อีก ๑๖ ปี ไม่ปรารถนาราชสมบตั ิ
จงึ ไปแสดงธรรมโปรดพระบดิ าและชวนกนั ออกบวชท้ังเมือง

๑๖. ตงิ สตินิบาต

๑. กงิ ฉนั ทชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ พรหมทตั ทรงเหน็ โทษในกาม
จึงออกผนวชเป็นดาบส อธิษฐานจิตเพ่ือให้ได้มะม่วงมีรสอร่อย ก็ได้ดังปรารถนาและสามารถ
บ�ำเพ็ญฌานสมาบตั ิใหเ้ จรญิ ยง่ิ ขน้ึ

๒. กุมภชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกะ ลงมาประทานโอวาทแก่
พระเจ้าสรรพมิตรผู้ก�ำลังเตรียมการจะดื่มสุราทรงชี้แจงให้เห็นโทษของสุรา และสอนให้ต้ังอยู่
ในโอวาทของพระองค์

๓. ชยัททิสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ
ทรงพระนามว่าอลีนสัตตุกุมาร ทรงแสดงความกตัญญูยอมสละพระชนมชีพของพระองค์ให้
ยักษก์ ินแทนพระบดิ า แตย่ ักษเ์ กดิ เลือ่ มใสจึงยอมปลอ่ ยไปและตัง้ อย่ใู นโอวาทของพระองค์

๔. ฉัททันตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาช้างฉัททันต์ ถูกพระนาง
สภุ ทั รามเหสขี องพระเจา้ พรหมทตั ใหพ้ รานโสณตุ ตระไปลอบฆา่ แลว้ ตดั งามาถวาย พญาชา้ งจบั
นายพรานได้ แตเ่ หน็ ผา้ กาสาวพสั ตรท์ นี่ ายพรานหม่ อยจู่ งึ อดโทษให้ ยอมใหต้ ดั งาแลว้ ปลอ่ ยตวั ไป

๕. สัมภวชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสัมภวกุมาร อายุ ๗ ขวบได้แสดง
ยาคธรรมแก่พราหมณ์สุจีรตะว่า ถ้าประโยชน์เกิดขึ้นควรท�ำเสียแต่วันนี้ ไม่ควรเดินทางผิด
ไม่ควรประพฤติอธรรมเป็นต้น

๖. มหากปชิ าดก พระโพธสิ ตั ว์เสวยพระชาติเป็นพญาวานร ได้ชว่ ยพราหมณผ์ ้ตู กเหว
คนหนึ่งให้ข้ึนจากเหว แต่พราหมณ์คิดประทุษร้ายใช้ก้อนหินทุบศีรษะหวังให้ตายแต่ไม่ตาย
ทา่ นจงึ สอนไม่ใหพ้ ราหมณ์ท�ำความชัว่ อกี แลว้ น�ำไปส่งยังแดนมนุษย์

๗. ทกรักขสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นมโหสธบัณฑิตแห่งเมืองมิถิลา
เปน็ ทโี่ ปรดปรานของพระเจา้ วเิ ทหะ พระราชาถกู ปรพิ าชกิ าชอ่ื เภรถี ามโดยอปุ มาวา่ ถา้ พระองค์
พร้อมด้วยคนอันเป็นที่รักเดินทางไปทางเรือเจอรากษส พระองค์จะให้ใครแก่รากษสก่อน
พระราชตรสั วา่ ใหไ้ ปตามล�ำดบั คอื ใหพ้ ระมารดา ใหม้ เหสใี หพ้ ระอนชุ า ใหพ้ ระสหาย ใหพ้ ราหมณ์
ปุโรหิต และให้พระองค์เอง แต่จะไม่ให้มโหสธบัณฑิตแก่รากษสเป็นอันขาด นางปริพาชิกาก็
พอใจว่าบัณฑติ เป็นผสู้ ูงสดุ

192 พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

๘. ปณั ฑรกนาคราชชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พญาครฑุ แอบถามความลบั
ของพวกนาคจากชีเปลือย เม่ือจับนาคได้แล้วได้ให้โอวาทนาคว่า ไม่ควรบอกความลับสุดยอด
ของตระกูลแก่ผู้อ่นื ซง่ึ อาจเป็นเหตุท�ำใหต้ ระกลู พนิ าศได้

๙. สัมพุลาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชฤาษี ประทานโอวาทแก่
พระเจา้ โสตถเิ สนพระราชโอรส ผลู้ มุ่ หลงมวั เมาในสตรอี นื่ ๆ จนลมื พระอคั รมเหสผี เู้ คยทกุ ขย์ าก
ด้วยกนั มาในปา่ ใหย้ กย่องให้เกยี รติแก่พระนาง

๑๐. คันธตินทุกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดาชื่อคันธตินทุกะ
ไดถ้ วายโอวาทแดพ่ ระเจา้ ปญั จาละผปู้ ระมาทมวั เมา ไมส่ นใจราชกจิ ใหต้ ง้ั อยใู่ นความ ไมป่ ระมาท
และให้พระราชาเสด็จประภาสต้น ท�ำให้พระองค์ได้ทราบความเป็นอยู่ของประชาชนอย่าง
แท้จริง จากนนั้ พระราชากป็ ระพฤตมิ ่นั อยใู่ นราชธรรมสบื ไป

๑๗. จัตตาสีสนบิ าต

๑. เตสกณุ ชาดก พระโพธสิ ัตว์เสวยพระชาตเิ ปน็ นกแขกเตา้ ช่อื ชัมพุกะ ได้แสดงธรรม
คอื พละ ๕ และราชธรรม ๑๐ แดพ่ ระเจ้าพรหมทัตผ้เู ป็นพระบดิ าเล้ยี งใหพ้ ระองคเ์ ลอ่ื มใสแลว้
ได้รบั ต�ำแหน่งเสนาบดี

๒. สรภงั คชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ สรภงั คดาบส พจิ ารณาเหน็ โทษในกาม
ไมย่ อมรับต�ำแหน่งเสนาบดีจึงออกบวช ตอ่ มาได้ตอบปัญหาท้าวสักกะ และได้มีบรวิ ารเล่อื มใส
ออกบวชตามเป็นจ�ำนวนมาก

๓. อลัมพุสาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ ออกบวชเป็นฤาษี
สอนลกู ของตนไมใ่ หไ้ วใ้ จแกห่ ญงิ หรอื สตั วท์ ม่ี เี ขาทอ่ี ก แตอ่ สิ สิ งิ คดาบสลมื นกึ ถงึ ถอ้ ยค�ำของบดิ า
จึงถกู เทพธดิ าอลัมพุสาทที่ ้าวสกั กะสง่ ให้มาประเล้าประโลมใหถ้ งึ ศลี วิบตั ิได้

๔. สังขปาลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าทุยโยธนะ ทรงให้ทาน
ปรารถนาสมบัติในนาคพิภพ และเม่ือสมปรารถนากลับอึดอัดเพราะหาโอกาสท�ำบุญได้ยาก
จึงออกมารกั ษาอโุ บสถศีลบนพนื้ พภิ พ เพ่อื ใหไ้ ดเ้ ปน็ มนษุ ย์ตามเดมิ

๕. จูฬสุตโสมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นราชกุมารพระนามว่าจูฬสุตโสม
พิจารณาเห็นความไม่เท่ียงของสังขารและโทษในการครองเรือน จึงเสด็จออกบรรพชา สอน
ประชาชนใหห้ ม่นั เจรญิ เมตตาและไมต่ ัง้ อยู่ในความประมาท

เลม่ ท่ี ๑๙ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๗ 193

ข้อสงั เกต

ชาดกทม่ี ชี ือ่ เหมือนกันหรือต่างชอ่ื กัน แตเ่ น้ือหาใกลเ้ คียงกัน มหี ลายเร่อื งบางคร้งั ทา่ น
น�ำมากล่าวไว้คาถาเดียวหรอื สองคาถาแล้วต้งั ชอ่ื เร่อื งชาดกให้ลงในนบิ าตน้นั ๆ เช่น

๑. จูฬชนกชาดก เรื่องที่ ๒ ในอาสิงสวรรคท่ี ๖ เอกกนิบาต ท่านยกคาถาท่ี ๑๓๖
จากมหาชนกชาดก พระไตรปฎิ กเล่มท่ี ๒๘ มากล่าวไว้

๒. มิตตวินทชาดก เร่ืองที่ ๒ ในอปายิมหวรรคที่ ๙ เอกกนิบาต มีเนื้อหาต่อกับ
เรือ่ งมิตตวนิ ทชาดกเรือ่ งที่ ๔ ในปโรสตวรรคที่ ๑๑ เอกกนบิ าต และท้ัง ๒ เร่อื งน้ีมีคาถาเต็ม
อยู่ในมิตตวินทุกชาดก เรื่องท่ี ๙ ในวัณณาโรหวรรคท่ี ๒ ปัญจกนิบาต และมีเรื่องต่ออีกใน
จตุทวารชาดกเร่ืองที่ ๑ ในทสกนิบาต ท้ังหมดท่านน�ำมากล่าวและจัดเป็นเรื่องตามจ�ำนวน
คาถาในแตล่ ะนบิ าต

๓. สีลวีมังสกชาดก มี ๕ เร่ือง ได้แก่ เรื่องที่ ๖ ในอปายิมหวรรคท่ี ๙ เอกกนิบาต
เรื่องท่ี ๑๐ ในอพั ภันตรวรรคที่ ๔ ติกนบิ าต เรื่องท่ี ๑๐ (สีลวีมังสชาดก) ในกฏุ ิทสู กวรรคที่ ๓
จตุกกนิบาต และเรื่องที่ ๒ (สีลวีมังสชาดก) ในวัณณาโรหวรรคท่ี ๒ ปัญจกนิบาต เป็นเร่ือง
พราหมณท์ ดลองศลี และสตุ ะ สว่ นเร่ืองท่ี ๕ (สีลวีมงั สกชาดก) ในกาลงิ ค วรรคที่ ๑ จตกุ กนบิ าต
เป็นเรือ่ งอาจารย์ทศิ าปาโมกข์ ทดลองศีลของมาณพเพ่อื เลอื กเป็นบุตรเขย

๔. พกชาดกเร่อื งที่ ๖ ในอปุ าหนวรรคที่ ๙ ในทุกนิบาตชอื่ พ้องกนั กบั พกชาดก เรือ่ งที่
๑๐ ในกุมภวรรคท่ี ๕ ตกิ นบิ าต แต่เนอื้ ความต่างกัน

กโปตกชาดก เรอ่ื งท่ี ๒ ในอตั ถกามวรรคที่ ๕ เอกกนิบาต โลลชาดก เรอื่ งที่ ๔ และ
รุจิรชาดกเรอ่ื งท่ี ๕ ในอุทปานวรรคท่ี ๓ ตกิ นิบาต เน้อื เร่อื งใกลเ้ คียงกัน

๖. ชาดกเร่ืองเดียวกันแต่แยกออกมาตั้งชื่อต่างออกไปตามเน้ือหาที่มีในคาถาน้ัน
มี ๑๑ เรื่อง ทั้งหมดเป็นต้นเรื่องของมโหสธชาดกที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก เล่มท่ี ๒๘ ชาดกที่
๕๔๒ เรือ่ งที่ต่างออกไปในเล่มน้ี มีดงั นี้

๖.๑ สัพพสังหารกปัญหชาดก เรื่องท่ี ๑๐ ในปโรสตวรรคที่ ๑๑ เอกกนิบาต
(มโหสธบัณฑิตช�ำระความเรอ่ื งโจรลกั เครอ่ื งประดบั )

๖.๒ คัทรภปัญหชาดก เรื่องที่ ๑ ในหังสิวรรคท่ี ๑๒ เอกกนิบาต (มโหสธบัณฑติ
แสดงเรอื่ งบตุ รประเสริฐกวา่ บิดา)

๖.๓ อมราเทวปี ญั หชาดก เรอ่ื งที่ ๒ ในหงั สวิ รรคท่ี ๑๒ เอกกนบิ าต (มโหสธบณั ฑติ
กลา่ วปรศิ นาต่าง ๆ กับนางอมราเทวี)

๖.๔ กกณั ฏกชาดก เรอ่ื งท่ี ๑๐ ในสนั ถววรรคที ๒ ทุกนบิ าต (มโหสธบณั ฑิตแสดง
เรอ่ื งกิง้ กา่ ได้ทรัพยแ์ ล้วท�ำหยงิ่ )

194 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

๖.๕ สิริกาฬกัณณิชาดก เร่ืองท่ี ๒ ในรุหกวรรคที่ ๕ ทุกนิบาต (มโหสธบัณฑิต
แสดงเรื่องสริ ิกับกาฬกณั ณีอยดู่ ้วยกันไมไ่ ด)้

๖.๖ ขัชโชปนกชาดก เร่ืองที่ ๔ ในวัณณาโรหวรรคที่ ๒ ปัญจกนิบาต (เทวดา
เปรยี บมโหสธบณั ฑติ มปี ญั ญารงุ่ เรอื งเหมอื นกองไฟ อ�ำมาตย์ ทง้ั ๔ มปี ญั ญาเหมอื นแสงหง่ิ หอ้ ย)

๖.๗ ภูริปัญญชาดก เร่ืองท่ี ๑๔ ในทสกนิบาต (มโหสธบัณฑิตแสดงเรื่องปัญญา
ประเสรฐิ กว่าทรัพย์)

๖.๘ เมณฑกปณั หชาดก เรอื่ งที่ ๘ ในทวาทสกนบิ าต (มโหสธบัณฑติ เฉลยปญั หา
เรื่องแพะกบั สุนขั เปน็ เพ่อื นกนั เพราะต้องการแลกอาหารกัน)

๖.๙ สิรีมันตชาดก เร่ืองท่ี ๔ ในวีสตินิบาต (มโหสธบัณฑิตแสดงเรื่องปัญญา
ประเสรฐิ กว่าสริ ิ)

๖.๑๐ ปัญจปัณฑิตชาดก เรื่องท่ี ๑๒ ในวีสตินิบาต (มโหสธบัณฑิตแสดงเรื่อง
เมือ่ ยงั ไมถ่ ึงเวลาใคร ๆ ไมค่ วรเปดิ เผยความลับ)

๖.๑๑ ทกรักขสชาดก เรื่องที่ ๗ ในติงสตินิบาต (พระเจ้าวิเทหะยอมสละชีวิต
เพ่อื รกั ษามโหสธบัณฑิต)

๗. วัฑฒกีสูกรชาดก เร่ืองท่ี ๓ ในอัพภันตรวรรค ติกนิบาต ตรงกับตัจฉสูกรชาดก
เรือ่ งที่ ๙ ในปกิณณกนบิ าตร

เล่มท่ี ๒๐ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๒๘ 195

พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๘

พระสุตตนั ตปิฎก เล่มที่ ๒๐
(ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒)

พระสตุ ตนั ตปิฎก ขุททกนกิ าย ชาดก ภาค ๒ เป็นพระไตรปฎิ กเลม่ ท่ี ๒๘ มเี นอ้ื ความ
ต่อเน่ืองมาจากพระไตรปิฎกเล่มท่ี ๒๗ คือ พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ซ่ึงเป็นสว่ นหน่งึ ในค�ำสอนของพระศาสดามอี งค์ ๙ คือ

๑. สตุ ตะ พระสูตรทั้งหลายรวมทัง้ พระวินัยปิฎกและนทิ เทส
๒. เคยยะ ความทีม่ ีร้อยแก้วและรอ้ ยกรองผสมกนั ได้แก่ พระสูตรทม่ี ีคาถาทง้ั หมด
๓. เวยยากรณะ ไวยากรณ์ คอื ความร้อยแกว้ ล้วน ได้แก่ พระอภิธรรมปฎิ กทัง้ หมด
และพระสูตรที่ไมม่ คี าถาเป็นตน้
๔. คาถา ความรอ้ ยกรองล้วน เชน่ ธรรมบท เถรคาถา เถรีคาถา เปน็ ตน้
๕. อทุ าน พระคาถาพทุ ธอทุ าน ๘๒ สูตร
๖. อิติวุตตกะ พระสตู รท่ีเรียกว่าอติ ิวตุ ตกะ ๑๑๐ สูตร
๗. ชาตกะ ชาดก ๕๔๗ เรือ่ ง
๘. อัพภตู ธรรมเรือ่ งอศั จรรย์ คือ พระสูุตรท่ีกลา่ วถึงข้ออศั จรรยต์ ่าง ๆ
๙. เวทัลละ พระสตู รแบบถามตอบทใี่ หเ้ กิดความรแู้ ละความ
พอใจแล้วซักถามย่งิ ๆ ขึ้นไป เช่น จฬู เวทัลลสตู ร มหาเวทัลลสตู ร เปน็ ตน้
ชาดก เป็นคัมภีร์หนึ่งใน ๑๕ คัมภีร์ของขุททกนิกาย (ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน
อติ วิ ตุ ตกะ สตุ ตนิบาต วมิ านวตั ถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรีคาถา ชาตกะ นิทเทส ปฏสิ มั ภิทามรรค
อปทาน พทุ ธวงศ์ และจรยิ าปฎิ ก)
ในพระไตรปิฎกเล่มท่ี ๒๗ คือ พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ นั้น
ท่านจดั นิบาตไว้ ๑๗ นบิ าต คือ เอกกนบิ าต - เตรสกนบิ าต เรียงตามล�ำดับ ๑ - ๑๓ ต่อจากนั้น
เป็นปกิณณกนบิ าต วสี ตนิ บิ าต ติงสตินิบาต และจตั ตาฬีสนิบาตตามล�ำดบั
สว่ นในพระไตรปฎิ กเล่มท่ี ๒๘ คือ พระสุตตนั ตปิฎก ขุททกนกิ าย ชาดก ภาค ๒ นี้
ท่านจัดนิบาตตามจ�ำนวนของคาถา ต่อจากพระไตรปิฎกเล่มท่ี ๒๗ คือ พระสุตตันตปิฎก

196 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปิฎก

ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ภาค ๑ ดงั น้ี
๑๘. ปญั ญาสนิบาต หมวดท่ีมี ๕๐ คาถาขึ้นไป มี ๓ ชาดก
๑๙. สัฏฐนิ ิบาต หมวดท่ีมี ๖๐ คาถาขึน้ ไป มี ๒ ชาดก
๒๐. สัตตตินบิ าต หมวดที่มี ๗๐ คาถาขน้ึ ไป มี ๒ ชาดก
๒๑. อสตี ินบิ าต หมวดท่ีมี ๘๐ คาถาขึน้ ไป มี ๕ ชาดก
๒๒. มหานบิ าต หมวดทมี่ ี ๑๐๐ คาถาข้นึ ไป มี ๑๐ ชาดก
(รวม ๒๒ ชาดก)

การตง้ั ชื่อชาดก ภาค ๒
ลักษณะการตัง้ ชื่อชาดก โดยสว่ นมากน�ำช่อื พระโพธิสตั ว์ที่ปรากฏในชาดกน้นั ๆ มาตั้ง

เป็นชื่อชาดก เช่น มหาโพธิชาดกในปัญญาสนิบาต พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์
มหาศาล ต่อมาได้ออกบวชเป็นปริพาชก จึงได้ชื่อว่ามหาโพธิปริพาชก หรือมหาสุตโสมชาดก
ในอสตี นิ ิบาต พระโพธสิ ัตวเ์ สวยพระชาติเปน็ พระเจา้ สุตโสม ไดท้ รงชว่ ยพระสหายโปริสาทคอื
พระเจ้าพรหมทตั ให้พ้นจากความเห็นผิด หรือชาดกทง้ั หมด ๑๐ เรือ่ งในมหานบิ าต ทเี่ รียกว่า
ทศชาติ นนั้ กใ็ ชช้ อ่ื ของพระโพธสิ ตั วม์ าตงั้ เปน็ ชอื่ ชาดกโดยตรง เชน่ เตมยิ ชาดก มหาชนกชาดก
สวุ ณั ณสามชาดก เป็นต้น

บางชาดกก็น�ำช่ือบุคคลที่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่งของชาดกน้ัน ๆ มาตั้งเป็น
ชื่อชาดก เช่น นฬินกิ าชาดก กล่าวถึงพระราชธิดานฬนิ ิกาเสดจ็ ไปท�ำลายตบะของดาบส หรือ
จูฬหังสชาดกและมหาหังสชาดกกล่าวถึงหงส์สุมุขเสนาบดีได้สละชีวิตของตนช่วยพญาหงส์
ใหร้ อดพ้นจากอันตราย เป็นตน้

แนะน�ำการอา่ นชาดก ภาค ๒
ชาดก ภาค ๒ มีโครงสรา้ งเชน่ เดยี วกบั ชาดก ภาค ๑ คือ ทา่ นร้อยกรอง ไวใ้ นรูปของ

คาถาเหมือนกัน การแปลจึงต้องแปลในรูปของคาถา และก่อนที่จะแปล เน้ือหาของคาถา
แรกในแต่ละชาดก ได้กล่าวเปิดเรื่องไว้ด้วยข้อความในวงเล็บ ซ่ึงเป็น ค�ำพูดของตัวละครใน
ชาดกน้ัน ๆ หากมีการกล่าวโต้ตอบกันก็จะบอกช่ือผู้พูดไว้ในวงเล็บนั้นด้วย ในบางคาถาอาจ
มีค�ำกล่าวเปิดเร่ืองไว้ในวงเล็บว่า (พระศาสดาเม่ือจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)
พึงทราบว่า เป็นเนื้อความที่พระศาสดาตรัสเล่าเพ่ือด�ำเนินเรื่องของชาดกตอนน้ัน ๆ เท่าน้ัน
ซง่ึ พระอรรถกถาจารย์ทา่ นน�ำมากล่าวไว้

เล่มที่ ๒๐ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มที่ ๒๘ 197

ชาดก ภาค ๒ น้ี สว่ นมากเป็นเรื่องยาวมตี ัง้ แต่ ๕๐ คาถาขนึ้ ไป และมผี กู้ ลา่ วเปิดเรอ่ื ง
ในวงเล็บหลายคน พึงทราบว่า เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ท่ีไม่มีโอกาสอ่านอรรถกถาได้
ทราบความเป็นมาที่แท้จริงของแต่ละชาดกเท่าน้ัน หรือแม้จะไม่ได้ใส่ข้อความเปิดเรื่องไว้ใน
วงเล็บ แตถ่ า้ ผู้อ่านตัง้ ใจอา่ นจรงิ ๆ ก็สามารถเข้าใจเน้ือหาของชาดกน้ัน ๆ ได้เชน่ กัน ดงั น้ัน
การใส่ข้อความเปิดเรื่องไว้ในวงเล็บ จึงมุ่งเพ่ืออ�ำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ท่ีเพ่ิงอ่านชาดก
มใิ หเ้ กดิ ความสับสนเทา่ นน้ั

อนึ่ง การย่อเรื่องในชาดก ภาค ๒ ก็ได้อาศัยรูปแบบมาจากชาดก ภาค ๑ กล่าวคือ
ได้ย่อเรื่องทั้งที่มีปรากฏอยู่ในคาถาชาดกและอรรถกถาชาดก มาประมวลไว้ ในบทน�ำน้ี
เพอื่ ใหผ้ ูอ้ า่ นไดเ้ ขา้ ใจเนอ้ื หาของชาดกเรอ่ื งนน้ั ๆ ไดง้ า่ ยขึน้ ดังต่อไปนี้

๑๘. ปญั ญาสนบิ าต

๑. นฬินิกาชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์มหาศาลอุทิจจโคตร
เมอื่ เจรญิ วยั แลว้ ไดศ้ กึ ษาส�ำเรจ็ ศลิ ปศาสตร์ จากนนั้ จงึ ออกบวชเปน็ ฤาษอี าศยั อยใู่ นปา่ หมิ พานต์
ตั้งใจบ�ำเพ็ญสมณธรรมจนได้ฌานและอภิญญา ต่อมาได้ปลุกปลอบพร่�ำสอนอิสิสิงคดาบส
ผู้เป็นบุตรมิให้บ่นเพ้อร�ำพันถึงพระนางนฬินิกาที่ปลอมตัวเป็นฤาษีมาหลอกท�ำลายศีลให้
วิบัติว่า แท้ท่ีจริงฤาษีผู้นี้เป็นนางยักษิณีท่ีปลอมตัวมา ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่ควรลุ่มหลง
อสิ สิ งิ คดาบสกลบั ไดส้ ตจิ งึ ตงั้ ใจเจรญิ พรหมวหิ าร คอื เมตตา กรณุ า มทุ ติ า และอเุ บกขา จนกลบั
ได้ฌานและอภญิ ญาอกี ครง้ั หน่งึ

๒. อุมมาทันตีชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเปน็ พระราชโอรสของพระเจ้ากรุงสีพี
พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ อรฏิ ฐบรุ ี แควน้ สพี ี เมอื่ พระราชกมุ ารทรงส�ำเรจ็ การศกึ ษาศลิ ปศาสตร์
จากเมอื งตกั กสลิ าแลว้ กไ็ ดค้ รองราชสมบตั สิ บื ตอ่ จากพระราชบดิ า ตอ่ มาพระองคท์ รงพอพระทยั
ในนางอุมมาทันตีซ่ึงเป็นภรรยาของเสนาบดีของพระองค์ แม้เสนาบดีจะกราบทูลถวายนางแด่
พระองคก์ ็มิไดท้ รงรับ เพราะทรงพจิ ารณาเห็นว่า การประพฤติผดิ ในภรรยาของผอู้ นื่ เปน็ ความ
ไมถ่ กู ตอ้ ง ชาวเมอื งจะครหานนิ ทาได้ และจะไดร้ ับความเดอื ดร้อนอยา่ งร้ายแรงในสมั ปรายภพ
อีกด้วย

๓. มหาโพธิชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์มหาศาลอุทิจจโคตรชื่อ
โพธกิ ุมาร เม่ือส�ำเร็จการศึกษาศลิ ปศาสตร์จากเมอื งตักกสลิ าแล้วกลบั มาอยู่ครองเรอื นไดร้ ะยะ
หนง่ึ จงึ สละทรพั ยส์ มบตั จิ �ำนวนมากออกบวชเปน็ ปรพิ าชกไปบ�ำเพญ็ ฌานอยใู่ นปา่ หมิ พานต์ ตอ่

198 พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

มาทา่ นไดเ้ ดนิ ทางไปอยจู่ �ำพรรษา ณ พระราชอทุ ยานของพระเจา้ พรหมทตั แหง่ กรงุ พาราณสเี ปน็
เวลา ๑๒ ปี และได้รบั ความไวว้ างพระราชหฤทัยจากพระเจ้าพรหมทัตใหัเป็นผ้พู ิพากษาอรรถ
คดี ซึ่งปริพาชกโพธิสัตว์ก็ได้ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความเท่ียงธรรม แต่กลับถูกอ�ำมาตย์ผู้พิพากษา
๕ คนที่ชอบรับสินบนในการพิพากษาอรรถคดีใส่ความนานัปการ ปริพาชกโพธิสัตว์ได้แสดง
ธรรมเร่ืองการคบมิตรโปรดพระเจ้าพรหมทัต แล้วทูลลากลับไปอยู่ที่ป่าหิมพานต์ตามเดิม
และไดม้ งุ่ มนั่ บ�ำเพ็ญฌานและอภญิ ญาใหเ้ กดิ ขนึ้ พรอ้ มทงั้ เจริญพรหมวิหารตลอดชวี ติ หลังจาก
ตายแลว้ จงึ ไปเกดิ ในพรหมโลก

๑๙. สัฏฐนิ บิ าต

๑. โสณกชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชกุมารพระนามว่า อรินทมะ
และมพี ระสหายชอ่ื วา่ โสณกกมุ าร เมอ่ื ทง้ั ๒ เจรญิ วยั แลว้ ไดเ้ ดนิ ทางไปศกึ ษาศลิ ปศาสตรท์ เี่ มอื ง
ตกั กสลิ าดว้ ยกนั ตอ่ มาอรนิ ทมราชกมุ ารไดร้ บั อภเิ ษกเปน็ กษตั รยิ ค์ รองราชสมบตั ิ ณ กรงุ พาราณสี
ส่วนโสณกกุมารได้ออกบวชบ�ำเพ็ญสมณธรรมบรรลุเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ภายหลังได้แสดง
ธรรมโปรดพระเจ้าอรินทมะ โดยอุปมาด้วยคนบริโภคกามว่า เป็นเหมือนการบริโภคซากช้าง
ไม่นานก็จะจมลงในห้วงน�้ำใหญ่ พระเจ้าอรินทมะทรงเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้สละราชสมบัติ
ออกผนวช

๒. สังกิจจชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสังกิจจกุมารบุตรของปุโรหิต และ
เปน็ สหายของพรหมทัตราชกมุ ารแหง่ กรุงพาราณสี เมื่อทง้ั ๒ เจรญิ วัยแลว้ ไดเ้ ดินทางไปศึกษา
ศิลปศาสตร์ท่ีเมืองตักกสิลาด้วยกัน ต่อมาพรหมทัตราชกุมารมีความด�ำริที่จะปลงพระชนม์
พระเจา้ พรหมทตั ราชบิดา แมส้ ังกิจจกมุ ารจะทูลทัดทานไว้ แตพ่ รหมทัตราชกุมารกไ็ ม่ทรงเชือ่
ฟงั สงั กจิ จกมุ ารคดิ วา่ ไมม่ ปี ระโยชนท์ จี่ ะอยรู่ ว่ มกบั บคุ คลเหลา่ น้ี จงึ ออกบวชเปน็ ฤาษไี ปบ�ำเพญ็
ฌานและอภิญญาอยู่ในป่าหิมพานต์ มีฤาษี ๕๐๐ เป็นบริวาร เม่ือได้ฌานและอภิญญาแล้ว
จงึ กลบั มาแสดงเรอ่ื งนรกและ สวรรคท์ ผ่ี ทู้ �ำกรรมชวั่ และกรรมดจี ะพงึ ไดร้ บั ในสมั ปรายภพโปรด
พรหมทตั ราชกุมาร

เลม่ ท่ี ๒๐ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๒๘ 199

๒๐. สตั ตตินิบาต

๑. กสุ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ กสุ ะครองราชสมบตั ิ ณ กรงุ กสุ าวดี
พระองค์มีพระรูปไม่งามแต่มีพระปัญญามาก ทรงเอาชนะพระเทวีประภาวดี ซึ่งมีพระรูปงาม
ด้วยพระปัญญาและความเพียรของพระองค์ และยังทรงเอาชนะข้าศึกด้วยพระปัญญาและ
พระปรีชาสามารถของพระองค์อีกเช่นเดยี วกนั

๒. โสณนันทชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นโสณบัณฑิต เม่ือเจริญวัย และ
เรยี นจบพระเวทแลว้ ไดอ้ อกบวชเปน็ ดาบสพรอ้ มดว้ ยบดิ ามารดาและนอ้ งชายอยทู่ ป่ี า่ หมิ พานต์
ต่อมาโสณบัณฑิตได้ห้ามนันทบัณฑิตผู้เป็นน้องชายมิให้ปรนนิบัติบิดามารดา เพราะมักจะ
แสวงหาผลไม้ดิบมาให้บิดามารดาบริโภคอยู่เสมอ ๆ แต่นันทบัณฑิตไม่เชื่อฟังจึงถูกขับไล่ให้
กลับไปอยู่ที่บรรณศาลาของตน และได้เจริญกสิณจนได้อภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ จากนั้น
จึงเหาะไปเฝ้าพระเจ้ามโนชะแห่งกรุง พรหมวัฒนะพร้อมทั้งรับอาสาน�ำกองทัพไปยึดหัวเมือง
ทั่วชมพูทวีปมาเป็นเมืองข้ึนได้ เป็นผลส�ำเร็จ แล้วพาพระราชาเหล่านั้นมาขอขมาโทษ
โสณบัณฑิตผู้เป็นพ่ีชาย โสณบัณฑิตได้แสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรมแก่นันทบัณฑิตและ
พระราชาเหลา่ นั้น และอนุญาตใหน้ นั ทบณั ฑติ ผู้เป็นน้องชายได้ปรนนบิ ัติเฉพาะมารดาต่อไป

๒๑. อสตี ินิบาต

๑. จูฬหังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ธตรัฏฐะ ไปติดบ่วง
ของนายพราน แต่ได้อาศัยหงส์สุมุขเสนาบดีช่วยชีวิตไว้ นายพรานเห็นความจงรักภักดีของ
หงสส์ มุ ขุ เสนาบดจี งึ ไดป้ ลอ่ ยหงสท์ ง้ั ๒ ไป แตห่ งสท์ ง้ั ๒ ไดข้ อให้ นายพรานน�ำไปเฝา้ พระเจา้ สาคละ
และได้สนทนาธรรมกับพระเจ้าสาคละ ท�ำให้พระเจ้าสาคละมีพระราชหฤทัยเบิกบานจึง
พระราชทานทรัพยเ์ ปน็ จ�ำนวนมากแก่นายพราน สว่ นหงส์ทง้ั ๒ กไ็ ด้บินกลบั ไปหาหมู่ญาตขิ อง
ตนด้วยความปลอดภยั

๒. มหาหังสชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญาหงส์ทอง ไปติดบ่วงของ
นายพราน แต่ได้อาศัยหงส์สุมุขเสนาบดีช่วยชีวิตไว้และหงส์สุมุขเสนาบดีได้แสดงมิตรธรรม
แก่พญาหงส์และนายพราน จากนั้นได้ขอร้องให้นายพรานพาไปเฝ้าพระเจ้าสังยมะ เมื่อได้
สนทนาธรรมกันแล้ว ปรากฏว่าพระเจ้าสังยมะและพระเทวีทรงพอพระทัย จึงทรงผูกมิตรกับ
หงสท์ ้ัง ๒ แลว้ ทรงรับสัง่ ให้ปลอ่ ยหงส์ทงั้ ๒ ไป

200 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตันตปฎิ ก

๓. สุธาโภชนชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคหบดีผู้มีทรัพย์มาก ได้บริจาค
ทานเป็นประจ�ำทกุ วัน เมื่อตายแลว้ จึงไปบังเกิดเปน็ ทา้ วสกั กะ แม้บุตรของทา่ นอีก ๕ คน กไ็ ด้
รับบริจาคทานเจริญรอยตาม เมื่อตายแล้วก็ไปบังเกิดเป็นเทพบุตร แต่บุตรคนที่ ๖ กลับเป็น
คนตระหนี่ แม้จะมีทรัพย์มากก็ไม่ยอมบริจาคทาน ท้าวสักกะทรงเห็นว่าการกระท�ำของ
บุตรคนท่ี ๖ เป็นการท�ำลายวงศ์ตระกูล จึงเสด็จมาจากเทวโลกพร้อมด้วยเทพบุตรท้ัง ๕
ผ้เู ป็นบตุ ร เพือ่ ทรงสอนบุตรคนท่ี ๖ ใหข้ จัดความตระหนแี่ ละบรจิ าคทานต่อไป

๔. กณุ าลชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกดุเหว่าช่ือกุณาละ ได้กล่าวต�ำหนิ
โทษของสตรีให้นกดุเหว่าช่ือปุณณมุขะผู้เป็นสหายฟังว่า สตรีเป็นคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์
ชอบท�ำลายมิตร และมีจิตหมกมุ่นอยู่แต่ในเรื่องกามคุณเป็นต้น ส่วนตัวท่านเองนั้นไม่ยอม
ตกอยใู่ นอ�ำนาจของสตรี

๕. มหาสุตโสมชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสุตโสม ถูกโจรโปริสาท
ผเู้ ปน็ พระสหายจบั ตวั ไปเพอื่ บชู ายญั แตพ่ ระองคก์ ไ็ ดท้ รงสง่ั สอนใหพ้ ระสหาย รจู้ กั ผดิ ชอบชว่ั ดี
จนสามารถกลบั ตวั และยังได้ทรงชว่ ยปลดปล่อยพระราชาผเู้ ปน็ พระสหายอกี ๑๐๑ พระองค์
ใหพ้ น้ จากอันตรายอกี ดว้ ย

๒๒. มหานบิ าต

๑. เตมยิ ชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระราชโอรสของพระเจา้ กาสกิ ราช ใน
เวลาทย่ี งั ทรงพระเยาว์ ทรงเหน็ พระราชบดิ าพพิ ากษาลงโทษพวกโจรแลว้ พระองคท์ รงระลกึ ถงึ
อดตี ชาตไิ ดว้ า่ พระองคเ์ คยเปน็ พระราชาและพพิ ากษาลงโทษคนเชน่ นมี้ าแลว้ และตอ้ งไปเสวย
ผลกรรมในนรกเป็นเวลานาน ในชาตินี้จึงไม่ปรารถนาจะครองราชสมบัติและได้ทรงแกล้งท�ำ
เปน็ คนใบ้ แมจ้ ะถกู ทดลองดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ มาตลอดเวลา แตก่ ไ็ มย่ อมเจรจา พระราชบดิ าจงึ
รับสั่งให้น�ำตัวท่านไปฝังในป่าช้า ท�ำให้ท่านได้โอกาสสอนนายสารถีแล้วเสด็จออกบรรพชา
ต่อมาพระราชบดิ าและชาวเมอื งก็ได้ออกบรรพชาตามเป็นจ�ำนวนมาก

๒. มหาชนกชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ป็นพระเจา้ มหาชนก ขณะพระมารดา
ทรงพระครรภไ์ ดห้ นขี า้ ศกึ ไปอาศยั อยกู่ บั อาจารยท์ ศิ าปาโมกขท์ เ่ี มอื งกาลจมั ปากะ เมอื่ เจรญิ วยั
ไดศ้ ึกษาจบไตรเพทและศลิ ปศาสตร์ แลว้ ขออนญุ าตพระมารดาเดินทางไปคา้ ขายทีส่ ุวรรณภมู ิ
แต่เรือแตกจมลงในมหาสมทุ ร ในขณะทที่ า่ นก�ำลังว่ายน้ำ� ชว่ ยเหลือตนเองอย่ใู นมหาสมทุ รเป็น

เล่มท่ี ๒๐ พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ที่ ๒๘ 201

วันท่ี ๗ นนั้ นางมณีเมขลา ซึ่งเป็นเทพธดิ าผ้รู กั ษามหาสมุทรได้ชว่ ยเหลอื น�ำท่านไปสง่ ขน้ึ ฝง่ั ที่
กรุงมิถิลา

ตอ่ มาอ�ำมาตยแ์ ละปโุ รหติ เปน็ ตน้ ไดอ้ ภเิ ษกพระมหาชนกขน้ึ เปน็ กษตั รยิ ค์ รองราชสมบตั ิ
ณ กรุงมิถิลา สืบต่อจากพระเจ้าโปลชนกผู้เป็นพระเจ้าอาซ่ึงไม่มีพระราชโอรสมีแต่พระธิดา
เพราะพระองค์ทรงรับสั่งไว้ก่อนสวรรคตว่า ถ้าผู้ใดรู้ปริศนาธรรม ๑๖ ข้อ และท�ำให้
พระราชธิดาสีวลีของเราพอพระทัยได้ ก็ให้พร้อมใจกันอภิเษกผู้น้ันขึ้นเป็นกษัตริย์ครอง
ราชสมบัติสบื ไป

พระเจ้ามหาชนกทรงครองราชสมบัติด้วยทศพิธราชธรรม ทรงสร้างความเจริญมั่นคง
และประชาชนก็อยู่เย็นเป็นสุข จากนั้นจึงเสด็จออกบรรพชา แม้พระมเหสีจะทูลอ้อนวอน
อยา่ งไรกไ็ มย่ อมเสดจ็ กลบั ทรงบ�ำเพ็ญฌานให้เกดิ ขึ้นและเมื่อดบั ขนั ธ์ แลว้ ก็ไดไ้ ปสูพ่ รหมโลก

๓. สุวัณณสามชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสุวรรณสามดาบส เล้ียงดู
บิดามารดาผู้เป็นดาบสตาบอดอยู่ในป่า ต่อมาวันหนึ่งสุวรรณสามดาบสไปตักน�้ำและถูก
พระเจ้าปลิ ยักษย์ ิงดว้ ยลูกศร ทา่ นไดท้ ูลถามพระเจ้าปิลยกั ษว์ ่า ยิง ขา้ พเจ้าท�ำไม พระองค์ตรัส
ตอบวา่ เขา้ ใจผดิ ดว้ ยคดิ วา่ เจา้ เปน็ คนไลเ่ นอื้ ใหห้ นไี ป กอ่ นจะสลบลม้ ลงไป ทา่ นไดท้ ลู ขอรอ้ งวา่
ขอพระองคโ์ ปรดชว่ ยเลยี้ งดบู ดิ ามารดาแทนขา้ พระองคด์ ้วย

พระเจ้าปิลยักษ์เข้าพระทัยว่าสุวรรณสามตายแล้ว จึงเสด็จไปน�ำบิดามารดาของ
สุวรรณสามมาดูศพ เมื่อท่านทั้ง ๒ มาดูแล้วจ�ำได้ว่า เป็นบุตรของตนจริง ๆ จึงพากันร้องไห้
ครำ่� ครวญอยา่ งนา่ เวทนา จากนน้ั จงึ ไดท้ �ำสจั กริ ยิ าขอใหพ้ ษิ รา้ ยออกจากรา่ งกายของสวุ รรณสาม
นอกจากนี้เทพธิดาอีกองค์หน่ึงก็มาช่วยท�ำสัจกิริยาด้วย เมื่อสุวรรณสามฟื้นจากสลบแล้ว
จ�ำความต่าง ๆ ได้ จึงแสดงธรรมแก่พระเจ้าปิลยักษ์และให้ตั้งอยู่ในศีล ๕ พระโพธิสัตว์
ปรนนิบตั ิบิดามารดาจนท่านท้งั ๒ ส้ิน ชวี ิตแล้วจึงไดด้ บั ขนั ธ์ไปสู่พรหมโลก

๔. เนมิราชชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเนมิราช ทรงบ�ำเพ็ญฌาน
สมาทานอุโบสถศีลมิได้ขาด ทรงช้ีแจงทางสวรรค์แก่ประชาชนเป็นจ�ำนวนมาก ประชาชน
เหล่าน้ันท�ำบุญแล้วตายไปเกิดในสวรรค์ เมื่อระลึกถึงอุปการคุณของพระราชาจึงให้
มาตลีเทพบุตรน�ำเวชยนั ตร์ าชรถไปรับพระเจ้าเนมิราชใหข้ น้ึ ไปเยย่ี มชมสวรรค์

มาตลเี ทพบุตรได้น�ำพระเจ้าเนมริ าชไปชมนรกต่าง ๆ แล้วแสดงบุพกรรมของสตั ว์นรก
เหลา่ นนั้ ใหส้ ดบั จากนนั้ ไดน้ �ำไปชมสวรรคช์ น้ั ตา่ ง ๆ และแสดงบพุ กรรมของเหลา่ เทวดาในสวรรค์
แต่ละช้ันให้สดับ ต่อจากนั้นจึงน�ำไปเย่ียมท้าวสักกเทวราช พระเจ้าเนมิราชทรงแสดงธรรม
แกท่ า้ วสกั กเทวราชและเทพบรวิ ารเป็นจ�ำนวนมาก

202 พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ พระสุตตนั ตปฎิ ก

เม่ือมาตลีเทพบุตรน�ำพระเจ้าเนมิราชกลับมาส่งที่มนุษยโลกแล้ว พระองค์ทรงสั่งสอน
ประชาชนใหต้ งั้ อยใู่ นบญุ กศุ ลมกี ารใหท้ านเปน็ ตน้ เมอื่ พระเกษาหงอกแลว้ กไ็ ดเ้ สดจ็ ออกบรรพชา
บ�ำเพ็ญฌานสมาบัตใิ หเ้ กดิ ข้นึ และเมอ่ื สวรรคตแลว้ จงึ ไดไ้ ปส่พู รหมโลก

๕. มโหสธชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ มโหสธบณั ฑติ เปน็ ผมู้ ปี ญั ญามากและ
เฉลยี วฉลาดมาตัง้ แตเ่ ยาวว์ ยั ไดใ้ ชป้ ญั ญาแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ให้ ส�ำเรจ็ ลุลว่ งจนเกียรตคิ ณุ แพร่
ขจรไป พระเจา้ วเิ ทหะทรงทราบขา่ ว จงึ โปรดใหน้ �ำตวั ไปเขา้ รบั ราชการเปน็ บณั ฑติ ประจ�ำราชส�ำนกั

ในเบ้ืองต้นของการรับราชการประจ�ำราชส�ำนัก มโหสธบัณฑิตไม่ได้รับความเจริญ
กา้ วหนา้ เทา่ ทคี่ วร เพราะเหลา่ บณั ฑติ ผอู้ าวโุ สมกั จะหาเรอื่ งใสค่ วามอยเู่ สมอ ๆ แตม่ โหสธบณั ฑติ
ใช้ปญั ญาแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ใหร้ อดพ้นจากขอ้ กล่าวหาได้ทกุ เรอ่ื ง และตอ่ มาท่านไดค้ ่คู รองท่ีมี
ปัญญาเฉลียวฉลาดคอยช่วยแก้ไขปญั หาให้อกี ดว้ ย

ภายหลังจากที่มโหสธบัณฑิตได้รับแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีแล้ว ท่านได้รับอาสา
พระเจ้าวิเทหะยกกองทัพไปปราบพระเจ้าจูฬนี พระเจ้าจูฬนีทรงยินยอมสงบศึกและขอร้อง
ใหม้ โหสธบณั ฑติ ไปรบั ราชการอย่กู ับพระองค์ เมอ่ื พระเจา้ วิเทหะสวรรคต

มโหสธบณั ฑติ จงึ ตดั สนิ ใจเดนิ ทางไปรบั ราชการอยปู่ ระจ�ำในราชส�ำนกั ของพระเจา้ จฬู นี
แหง่ เมืองปัญจาละ แตก่ ต็ อ้ งประสบกับปญั หาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการ ถูกเหลา่ อ�ำมาตย์
อาวุโสคอยใสค่ วามอยู่เสมอมโหสธบณั ฑติ ได้ใช้ปญั ญาแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ และไดน้ างปริพาชิกา
คนหนึ่งคอยช่วยเหลือจนท�ำให้ปญั หาเหล่าน้ันคล่คี ลายไป ต่อมานางปริพาชิกาคนนั้นได้ทูลขอ
ให้พระเจา้ จฬู นีประกาศเกียรติคุณของมโหสธบณั ฑิตให้ปรากฏในทา่ มกลางมหาชน โดยท�ำให้
มหาชนเห็นความส�ำคัญของมโหสธบัณฑิตว่า พระเจ้าจูฬนีทรงยอมสละชีวิตของพระมารดา
พระเทวี พระราชโอรส พระสหาย ปุโรหิต และชีวิตของพระองค์ได้ แต่จะไม่ยอมสละ
มโหสธบณั ฑติ ใหแ้ กผ่ ีเส้อื น้ำ� ท�ำใหเ้ กียรติคณุ ของมโหสธบณั ฑิตแพรข่ จรไกลไปทว่ั ทกุ ทิศ

มโหสธบัณฑิตรับราชการอยู่ประจ�ำในราชส�ำนักของพระเจ้าจูฬนีท่ามกลางปัญหา
และอุปสรรคนานัปการ แต่ท่านก็ใช้ปัญญาอันเฉลียวฉลาดแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ส�ำเร็จ
ลลุ ่วงด้วยดมี าโดยล�ำดับ เม่ือทา่ นสน้ิ อายุแลว้ จงึ ไปเกิดในเทวโลก

๖. ภูริทัตตชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานาคชื่อภูริทัต ได้ต้ังความ
ปรารถนาอยากไปเกิดในเทวโลก จึงไปรักษาอุโบสถศีลอยู่ที่จอมปลวกแห่งหนึ่งในถิ่นมนุษย์
แตถ่ กู พราหมณห์ มองูผรู้ มู้ นต์อาลัมพายนะจับตัวไปเท่ยี วแสดงละครหาเงินตามสถานทต่ี ่าง ๆ

ตอ่ มานาคพน่ี อ้ งชาย ๓ ตนไดม้ าชว่ ยเหลอื พญานาคภรู ทิ ตั ใหร้ อดพน้ จากพราหมณห์ มอ
งไู ปได้ นาคพีช่ ายมีความแคน้ เคอื งจึงคิดจะท�ำลายชีวิตพราหมณห์ มองนู ้ัน แตถ่ กู นาคน้องชาย
ซึ่งกลัวตกนรกห้ามปรามไว้ เพราะพราหมณ์หมองูผู้น้ีเป็นผู้รู้พระเวทและเป็นผู้สาธยายมนต์

เลม่ ที่ ๒๐ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๒๘ 203

ใคร ๆ ไม่ควรท�ำลาย พญานาคภูริทัตได้ชี้แจงให้นาคน้องชายทราบว่า ความเข้าใจเช่นน้ัน
เป็นความเข้าใจผดิ การปฏิบตั ติ ามลทั ธขิ องพราหมณเ์ ชน่ นเี้ ปน็ การกระท�ำทีไ่ ม่ถูกต้อง

พญานาคภูริทัตได้มุ่งม่ันรักษาอุโบสถศีลจนตลอดชีวิตแล้วจึงไปเกิดในเทวโลกตาม
ความปรารถนาพร้อมดว้ ยบรษิ ทั อกี เปน็ จ�ำนวนมาก

๗. จันทกุมารชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมารราชโอรส ของ
พระเจ้าเอกราชแห่งเมืองปุปผวดี ถูกพราหมณ์ปุโรหิตชื่อขัณฑหาละ ผู้มีจิตริษยา ออกอุบาย
ทูลยุยงให้พระเจ้าเอกราชปลงพระชนม์เพ่ือท�ำการบูชายัญด้วยสิ่งท่ีสละได้ยากแล้วจะได้ไป
เกิดในสวรรค์

พระเจ้าเอกราชทรงหลงเช่ือจึงรับส่ังให้จับพระจันทกุมารพร้อมด้วยคนอ่ืนอีกเป็น
จ�ำนวนมากแลว้ ใหน้ �ำไปมดั ไวท้ ป่ี ากหลมุ บชู ายญั แมพ้ ระมเหสจี ะทลู วงิ วอนขอชวี ติ พระจนั ทกมุ าร
แต่พระเจ้าเอกราชก็ไม่ทรงยินยอม ท้าวสักกเทวราชจึงเสด็จลงมาช่วยชีวิตพระจันทกุมาร
และทรงต�ำหนิการกระท�ำของพระเจ้าเอกราชว่าไมใ่ ชท่ างทถ่ี ูกตอ้ ง

เมื่อพระจันทกุมารทรงรอดพ้นจากความตายแล้ว ประชาชนพากันรุมประชาทัณฑ์
ขัณฑหาลปุโรหิตด้วยก้อนดินจนถึงแก่ความตาย และปลดพระเจ้าเอกราชออกจากต�ำแหน่ง
พระราชาแล้วขับไล่ให้ไปเป็นคนจัณฑาลอยู่นอกเมือง พร้อมท้ังอภิเษกพระจันทกุมารข้ึนเป็น
กษตั ริยค์ รองราชสมบตั ติ อ่ ไป

พระจนั ทกุมารทรงปกครองแผ่นดนิ โดยธรรม ทรงยึดมน่ั อยู่ในกุศล และเสด็จไปบ�ำรุง
พระบิดาซ่ึงถกู ขบั ไลใ่ หไ้ ปอยนู่ อกเมอื งเปน็ ประจ�ำ เมอ่ื สวรรคตแล้วจึงไปเกดิ ในสวรรค์

๘. มหานารทกัสสปชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวมหาพรหมช่ือนารทะ
เห็นพระราชธิดาพระนามว่ารุจาของพระเจ้าอังคติที่ทรงพยายามเปล้ืองพระราชบิดาให้พ้น
จากความเหน็ ผดิ เพราะพระเจา้ องั คตทิ รงเชอื่ ถอื ค�ำสอนของคณุ าชวี กทวี่ า่ นรกไมม่ ี สวรรคไ์ มม่ ี
โลกหน้าไมม่ ี บดิ ามารดาไมม่ ี บุญบาปไมม่ ี สัตว์จะดีจะช่ัวก็ดีเอง ชัว่ เอง จากนนั้ พระองค์ทรง
ละเว้นการปฏิบัติพระราชกรณยี กจิ แลว้ หนั มาเสวยสุราเมรยั และบรโิ ภคกามคณุ อย่างเดยี ว

พระราชธิดารุจาทรงพยายามสอนให้เห็นว่า ความเชอื่ เช่นนั้นเปน็ ความเชอ่ื
ทผ่ี ิด เพราะนรกมี สวรรคม์ ี โลกนมี้ ี โลกหน้ามี บิดามารดามี บญุ บาปมี ฯลฯ เพราะพระองค์
เคยประสบมาแล้ว เม่อื พระเจ้าอังคตทิ รงสดบั แล้วพอพระทัยในค�ำสอนของพระธิดา แต่ยงั หา
คลายทิฏฐิไม่ พระราชธิดารุจาจึงทรงต้ังสัตยาธิษฐานให้สมณพราหมณ์หรือเทวดา พระอินทร์
พระพรหมลงมาชว่ ย

เม่ือท้าวมหาพรหมทราบสัตยาธิษฐานแล้ว จึงลงมาแสดงโทษแห่งความเห็นผิดให้
พระเจ้าอังคติสดับ ท�ำให้พระองค์ทรงคลายจากมิจฉาทิฏฐิแล้วทรงบ�ำเพ็ญกุศลมีการให้ทาน

204 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสุตตันตปิฎก

เป็นตน้ และเมอื่ สวรรคตแล้วจงึ ไปเกดิ ในสวรรค์
๙. วิธุรชาดก พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์ชื่อวิธุระผู้สอนอรรถธรรม

แด่พระเจ้า ธนัญชัยโกรัพยะแห่งกรุงอินทปัตถ์ แคว้นกุรุ พระนางวิมลาเทวี มเหสีของ
พญานาควรุณได้ฟังกิตติศัพท์ของวิธุรบัณฑิตแล้วอยากจะฟังธรรมของท่าน จึงออกอุบายลวง
พญานาคผสู้ วามวี ่า แพ้ท้องอยากจะกินหวั ใจของวธิ ุรบณั ฑิต

พญานาควรุณจึงขอให้นางอิรันทดีบุตรีไปเที่ยวแสวงหาชายหนุ่มท่ีสามารถน�ำหัวใจ
ของวิธุรบัณฑิตมายังนาคพิภพได้แล้วจะยกนางให้เป็นภรรยา เม่ือปุณณกยักษ์ เสนาบดีผู้หลง
รักนางอิรันทดีมาเป็นเวลานานได้ทราบข่าวจึงรับอาสาจะไปน�ำหัวใจของวิธุรบัณฑิตมาให้ได้
จากนน้ั จงึ เหาะไปทก่ี รงุ อนิ ทปตั ถ์ แลว้ ทา้ พนนั เลน่ สกากบั พระเจา้ ธนญั ชยั โกรพั ยะวา่ ถา้ ตนแพ้
ก็จะยกลูกแก้ววิเศษให้ แต่ถ้าพระองค์แพ้ก็จะต้องยกวิธุรบัณฑิตให้ข้าพระองค์ ผลการเล่น
พนนั สกาปรากฏวา่ พระเจา้ ธนญั ชยั โกรพั ยะทรงพา่ ยแพจ้ งึ ตอ้ งยกวธิ รุ บณั ฑติ ใหแ้ กป่ ณุ ณกยกั ษ์
เสนาบดีตามสญั ญา

วธิ รุ บณั ฑติ ไดข้ อรอ้ งปณุ ณกยกั ษเ์ สนาบดใี หพ้ กั อยทู่ กี่ รงุ อนิ ทปตั ถต์ อ่ อกี เปน็ เวลา ๓ วนั
เพอ่ื จะไดแ้ สดงราชวสตธี รรม (คณุ สมบตั ขิ องความเปน็ ขา้ ราชการทดี่ )ี แก่ บตุ รธดิ า วงศาคณาญาติ
และมิตรสหายที่ก�ำลังรับราชการ หรือมีความประสงค์จะเข้ารับราชการในราชส�ำนักของ
พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ เพ่ือให้น�ำไปประพฤติปฏิบัติ ส�ำหรับเตรียมตัวเป็นข้าราชการที่ดี
ต่อไป เมอ่ื ครบก�ำหนด ๓ วันแลว้ วิธรุ บัณฑิตจงึ ไปทูลลาพระเจ้าธนญั ชัยโกรพั ยะ ออกเดนิ ทาง
ไปกับปณุ ณกยกั ษเ์ สนาบดี

ปุณณกยักษ์เสนาบดีให้วิธุรบัณฑิตจับหางม้าสินธพมโนมัยพาเหาะไปจนถึง
กาฬคิรีบรรพตแล้วคิดหาอุบายต่าง ๆ นานา ที่จะฆ่าวิธุรบัณฑิตแล้วควักเอาเฉพาะหัวใจไป
แตว่ ธิ รุ บณั ฑติ ไดแ้ สดงสาธนุ รธรรม ใหป้ ณุ ณกยกั ษเ์ สนาบดฟี งั จนยอมลม้ เลกิ ความตง้ั ใจทจี่ ะฆา่
จากนัน้ จงึ พาวธิ รุ บณั ฑิตเหาะไปมอบใหแ้ กพ่ ญานาควรุณถงึ นาคพภิ พโดยปลอดภัย

วธิ รุ บัณฑิตได้แสดงธรรมแกพ่ ญานาควรณุ และพระนางวิมลาเทวี ท�ำใหท้ ั้ง ๒ พระองค์
ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก จึงท�ำสักการะนานัปการแก่วิธุรบัณฑิตแล้วรับสั่งให้ปุณณกยักษ์
เสนาบดีและนางอิรันทดีผูภ้ รรยาน�ำวธิ รุ บณั ฑติ ไปส่งท่กี รงุ อินทปตั ถ์ แคว้นกุรุ พระเจา้ ธนัญชยั
โกรัพยะทรงรับส่ังให้มีงานมหรสพที่กรุงอินทปัตถ์เป็นเวลา ๑ เดือน เพ่ือเป็นการเฉลิมฉลอง
การกลบั มาของวิธุรบัณฑิต

วิธุรบัณฑิตได้แสดงธรรมแก่ประชาชน ถวายอนุสาสน์แด่พระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะ
ใหบ้ �ำเพญ็ บญุ มใี ห้ทานและรกั ษาอุโบสถศีลเป็นตน้ จนตลอดชวี ติ แล้วไปสู่เทวโลก

เล่มที่ ๒๐ พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๒๘ 205

๑๐. เวสสนั ตรชาดก พระโพธสิ ตั วเ์ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเวสสนั ดร พระองคท์ รงประสตู ิ
ในวันที่พระราชบิดาทรงท�ำประทักษิณพระนคร และพระราชมารดาก�ำลัง เสด็จชมร้านตลาด
จึงทรงได้นามวา่ เวสสนั ดร พระองค์ทรงพอพระทยั ในการบรจิ าค ทานโดยท่สี ดุ แม้รา่ งกายและ
ชีวิตก็ทรงพอพระทัยท่จี ะบริจาคใหเ้ ป็นทานได้

เมื่อพระเวสสันดรเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้วได้บริจาคพญาช้างปัจจัยนาคให้แก่
พราหมณ์ ๘ คนที่มาทูลขอ ท�ำให้ชาวเมืองโกรธแค้นจึงรวมตัวกันขับไล่ให้ไปอยู่ที่เขาวงกต
แต่ก่อนที่จะเสด็จไปก็ทรงบริจาคสัตตสดกมหาทาน แม้ในขณะที่ก�ำลังเสด็จออกจากพระนคร
กม็ ผี ู้มาขอราชรถพรอ้ มท้งั ม้าทรง พระองค์กท็ รงบริจาคใหเ้ ปน็ ทานอีก

พระเวสสันดรทรงพาพระนางมัทรี พระโอรส และพระธิดา ด�ำเนินด้วยพระบาทผ่าน
เมอื งเจตราชไปถือเพศเป็นฤาษอี ยู่ ณ บรรณศาลาที่เขาวงกต เสวยผลหมากรากไมเ้ ปน็ อาหาร
เวลาผ่านไป ๗ เดือน พราหมณ์ขอทานช่ือชูชกได้เดินทางไปขอพระโอรสและพระธิดา คือ
ชาลแี ละกณั หาเพอ่ื น�ำไปเปน็ ทาสรบั ใช้ พระองคพ์ ระราชทานให้ วนั รงุ่ ขน้ึ ทา้ วสกั กเทวราชแปลง
เพศเป็นพราหมณม์ าขอพระนางมทั รี พระองค์ก็พระราชทานใหอ้ ีก

พราหมณ์ชูชกพา ๒ กุมาร เดินทางไปถึงเมืองเชตุดร พระเจ้าสญชัยทรงเห็นเข้า
จึงโปรดให้น�ำพระราชทรัพย์มาไถ่พระราชนัดดาท้ัง ๒ ไว้ ต่อมาได้ให้พระราชนัดดาน�ำทางไป
รบั พระเวสสนั ดรกลบั พระนคร

เม่ือพระเวสสันดรเสดจ็ กลับมาถึงพระนคร ฝนแก้ว ๗ ประการได้ตกลงมาท่ัวพระนคร
พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ทรงบริจาคมหาทานและรักษาอุโบสถศีลตลอด
พระชนมายุ หลังจากสวรรคตแลว้ จงึ ไปสู่สวรรคช์ ัน้ ดสุ ิต

สรปุ ชาดก

เรอ่ื งในชาดกทงั้ หมดเปน็ เรอ่ื งทกี่ ลา่ วถงึ การบ�ำเพญ็ บารมขี องพระโพธสิ ตั วใ์ นชาตนิ น้ั ๆ
บารมีท่บี �ำเพญ็ นน้ั คือ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขมั มบารมี ปญั ญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี
สัจจบารมี อธษิ ฐานบารมี เมตตาบารมี และอเุ บกขาบารมี รวมเรยี กวา่ บารมี ๓๐ ทศั โดยจดั
แบ่งเปน็ บารมี (บารมีชนั้ ธรรมดา) ๑๐ อุปมารมี (บารมชี นั้ กลาง) ๑๐ และปรมตั ถบารมี (บารมี
ชน้ั สูง) ๑๐

ในอรรถกถาจรยิ าปฎิ กไดจ้ ดั ชาดกเรอื่ งตา่ ง ๆ ลงในบารมที ง้ั ๓๐ ทศั มนี ยั โดยสงั เขปดงั นี้
๑. ทานบารม ี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญทานบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
พระเจา้ สีวิราช (๒๗/๔๔๙) ทรงบ�ำเพ็ญทานอปุ บารมีในขณะทีเ่ สวยพระชาติเปน็ พระเวสสนั ดร

206 พระไตรปิฎกปริทรรศน์ พระสตุ ตันตปฎิ ก

(๒๘/๕๔๗) และทรงบ�ำเพญ็ ทานปรมตั ถบารมใี นขณะทเี่ สวยพระชาตเิ ปน็ กระตา่ ยปา่ สสบณั ฑติ
(๒๗/๓๑๖)

๒. ศีลบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญศีลบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น พญาช้าง
ฉัตทันต์เล้ียงมารดา (๒๗/๗๒) ทรงบ�ำเพ็ญศีลอุปบารมี ในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพญานาค
ภรู ทิ ตั (๒๘/๕๔๓) และทรงบ�ำเพญ็ ศลี ปรมตั ถบารมใี นขณะทเี่ สวยพระชาตเิ ปน็ สงั ขปาลบณั ฑติ
(๒๗/๕๒๔)

๓. เนกขัมมบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญเนกขัมมบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติ
เป็นอโยฆรราชกุมาร (๒๗/๕๑๐) ทรงบ�ำเพ็ญเนกขัมมอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
หตั ถิปาลกมุ าร (๒๗/๕๐๙) และทรงบ�ำเพ็ญเนกขมั มปรมตั ถบารมี ในขณะที่เสวยพระชาตเิ ปน็
พระเจ้าจูฬสตุ โสม (๒๗/๕๒๗)

๔. ปัญญาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญปัญญาบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
สัมภวกุมาร (๒๗/๕๑๕) ทรงบ�ำเพ็ญปัญญาอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นอ�ำมาตย์
วิธุรบัณฑิต (๒๘/๕๔๖) และทรงบ�ำเพ็ญปัญญาปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
เสนกบณั ฑติ (๒๗/๔๐๒)

๕. วิริยบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญวิริยบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพญากปิ
(๒๗/๕๑๖) ทรงบ�ำเพญ็ วริ ยิ อปุ บารมใี นขณะทเี่ สวยพระชาตเิ ปน็ พระเจา้ สลี วมหาราช (๒๗/๕๑)
และทรงบ�ำเพญ็ วิรยิ ปรมัตถบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติ เป็นพระมหาชนก

๖. ขันติบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญขันติบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
จูฬธัมมปาลราชกุมาร (๒๗/๓๕๘) ทรงบ�ำเพ็ญเนกขัมมอุปบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
ธัมมกิ เทพบุตร (๒๗/๔๕๗) และทรงบ�ำเพญ็ เนกขัมมปรมตั ถบารมีในขณะทเี่ สวยพระชาติเปน็
ขันตวิ าทีดาบส (๒๗/๓๑๓)

๗. สัจจบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญสัจจบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
สกุณโปตกะ (ลูกนกคุ่ม) (๒๗/๓๕) ทรงบ�ำเพ็ญสัจจอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
พญาปลาช่อน (๒๗/๗๕) และทรงบ�ำเพ็ญสัจจปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
พระเจา้ มหาสตุ โสม (๒๘/๕๓๗)

๘. อธษิ ฐานบารมี พระโพธิสตั วท์ รงบ�ำเพ็ญอธษิ ฐานบารมีในขณะทเี่ สวยพระชาติเปน็
พญากกุ กรุ ะ (๒๗/๒๒) ทรงบ�ำเพญ็ อธษิ ฐานอปุ บารมใี นขณะทเ่ี สวยพระชาตเิ ปน็ มาตงั คบณั ฑติ
(๒๗/๔๙๗) และทรงบ�ำเพ็ญอธิษฐานปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพระเตมิย-
ราชกมุ าร (๒๘/๕๓๘)

เล่มที่ ๒๐ พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ท่ี ๒๘ 207

๙. เมตตาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญเมตตาบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นสุวรรณสามดาบส (๒๘/๕๔๐) ทรงบ�ำเพ็ญเมตตาอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
กัณหาทีปายนดาบส (๒๗/๔๔๔) และทรงบ�ำเพ็ญเมตตาปรมัตถบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติ
เป็นพระเจา้ เอกราช (๒๗/๓๐๓)

๑๐. อุเบกขาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบ�ำเพ็ญอุเบกขาบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นกัจฉปบัณฑิต (๒๗/๒๗๓) ทรงบ�ำเพ็ญอุเบกขาอุปบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
พญามหิส (๒๗/๒๗๘) และทรงบ�ำเพ็ญอุเบกขาปรมัตถบารมีในขณะท่ีเสวยพระชาติเป็น
โลมหังสบณั ฑติ (๒๗/๙๔)

หมายเหตุ เลขหนา้ เปน็ ล�ำดบั เลม่ พระไตรปฎิ ก เลขหลงั เปน็ ล�ำดบั ชาดก เชน่ (๒๗/๒๗๓)
หมายถึงพระไตรปฎิ กเลม่ ที่ ๒๗ ชาดกเรือ่ งท่ี ๒๗๓)

การบ�ำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในชาติหน่ึง ๆ มิใช่ว่าจะทรงบ�ำเพ็ญบารมีเพียง
อย่างใดอย่างหน่ึง เช่น ทรงบ�ำเพ็ญทานบารมี หรือทรงบ�ำเพ็ญศีลบารมีอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ในชาติเดียวกันนั้นได้บ�ำเพ็ญบารมีหลายอย่างควบคู่กันไป แต่อาจเด่นเพียงบารมีเดียว
ท่เี หลอื นอกนัน้ เป็นบารมีระดับรอง ๆ ลงไป เช่น ในพระชาติทเี่ ปน็ พระเวสสนั ดรทรงบ�ำเพญ็
บารมคี รบทัง้ ๑๐ บารมี คือ

เม่ือพระเวสสันดรประสูติได้ไม่นาน พระองค์ได้กราบทูลพระมารดาว่า จักให้ทาน
ขณะมีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ทรงด�ำริที่จะบริจาคอวัยวะท้ังหมดให้เป็นทาน (อัชฌัตติก
ทาน) เมื่อเสวยราชสมบัติแล้วได้พระราชทานพญาช้างปัจจัยนาคแก่พวกพราหมณ์ และทรง
บริจาคสัตตสดกมหาทาน ต่อมาเมื่อถูกเนรเทศให้ไปอยู่ท่ีเขาวงกตก็ได้ทรงบริจาคพระโอรส
พระธดิ า และมเหสี และเมอื่ เสดจ็ กลบั มาครองราชสมบตั อิ กี กไ็ ดท้ รงบรจิ าคทานตลอดพระชนมายุ
การบ�ำเพ็ญบารมีในส่วนน้ีจัดเป็นทานบารมี

ในฐานะเป็นฆราวาส พระเวสสันดรทรงสมาทานรักษาเบญจศีลเป็นนิตย์และ
ทรงสมาทานรักษาอโุ บสถศลี ทุกวันอุโบสถกึ่งเดือน การบ�ำเพญ็ บารมใี นสว่ นนจ้ี ดั เป็นศีลบารมี

ขณะท่ที รงถือเพศเปน็ ดาบสอยู่ที่เขาวงกต พระเวสสันดรทรงละกามคุณอย่างเด็ดขาด
การบ�ำเพ็ญบารมใี นสว่ นน้จี ัดเป็นเนกขมั มบารมี

การด�ำริท่ีจะบริจาคอวัยวะทั้งหมดให้เป็นทานก็ตาม การบรรเทาความเศร้าโศก
อันเกิดจากการบริจาคพระโอรส พระธิดาด้วยปัญญาก็ตาม การบ�ำเพ็ญบารมีในส่วนนี้จัดเป็น
ปัญญาบารมี

ขณะท่ีทรงครองราชสมบัติ พระองค์ได้เสด็จออกโรงทานทั้ง ๖ แห่ง ทุกกึ่งเดือน
และขณะทท่ี รงถอื เพศเปน็ ดาบสอยทู่ เี่ ขาวงกตนนั้ พระองคท์ รงตง้ั พระทยั บชู าเพลงิ และบ�ำเพญ็

208 พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ พระสตุ ตันตปิฎก

เตโชกสิณอยู่เปน็ นติ ย์ การบ�ำเพ็ญบารมใี นส่วนน้จี ัดเปน็ วิริยบารมี
เม่ือพระราชบิดาทรงเนรเทศให้ออกจากพระนครตามความประสงค์ของชาวเมือง

และเมอ่ื พราหมณช์ ชู กเฆีย่ นตกี ุมารท้ัง ๒ ต่อพระพักตร์ พระองคท์ รงอดกล้ันความรู้สึกเหล่านี้
ได้ การบ�ำเพญ็ บารมีในส่วนนจ้ี ดั เปน็ ขันติบารมี

พระเวสสันดรทรงปฏิญาณที่จะบริจาคอวัยวะท้ังหมดและพระโอรสพระธิดาให้เป็น
ทาน การบ�ำเพ็ญบารมใี นส่วนน้จี ัดเป็นสจั จบารมี

เมื่อทรงปฏิญาณอย่างแน่วแน่ ไม่ท�ำความอาลัยในพระโอรสพระธิดาที่จะทรงบริจาค
ให้เป็นทาน แม้จะทรงสะดุ้งกลัวต่อเสียงต�ำหนิติเตียนของหมู่เสวกามาตย์จนต้องเสด็จขึ้นไป
บนภูเขา แต่เม่ือพระนางมัทรีเสด็จขึ้นไปปลอบแล้ว พระองค์ก็ทรงอธิษฐานใจอย่างม่ันคง
การบ�ำเพญ็ บารมีในสว่ นนีจ้ ดั เปน็ อธิษฐานบารมี

การแผ่เมตตาให้แก่ชาวกาลิงคราษฎร์ท่ีมาขอพระราชทานพญาช้างปัจจัยนาค ก็ตาม
การแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ท้ังหลายอยู่เป็นนิตย์ในระหว่างทรงถือเพศเป็นดาบสประพฤติ
พรหมจรรยอ์ ยูท่ เ่ี ขาวงกตกต็ าม การบ�ำเพญ็ บารมีในส่วนนีจ้ ดั เปน็ เมตตาบารมี

พระเวสสันดรทรงตัดความเสน่หาในพระโอรสพระธิดาโดยมิได้โกรธแค้นพราหมณ์
ชชู กทม่ี าขอ พรอ้ มทงั้ ทรงตงั้ พระทยั เปน็ กลางโดยมไิ ดร้ กั หรอื ชงั ผใู้ ด การบ�ำเพญ็ บารมใี นสว่ นนี้
จัดเปน็ อเุ บกขาบารมี

ข้อสงั เกต

ในคัมภีร์ชาดกท้ัง ๒ ภาคนี้ มีชาดกบางเร่ืองท่ีพระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ก่อนแล้ว
ปรากฏอยู่ในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่มที่ ๓๓ ซ่ึงเป็น คัมภีร์ที่เน้นเรื่อง
การบ�ำเพญ็ บารมีของพระองค์ไว้โดยตรง เทยี บเรอ่ื งในชาดกกบั จรยิ าปฎิ ก ดังนี้

กปชิ าดก (๒๗/๒๕๐,๔๐๔) ตรงกบั กปริ าชจรยิ า
กามวลิ าปชาดก (๒๗/๒๙๗) “ มจั ฉราชจริยา
กรุ ธุ มั มชาดก (๒๗/๒๗๖) “ กรุ ธุ มั มจรยิ า
จนั ทกมุ ารชาดก (๒๗/๕๔๒) “ จนั ทกมุ ารจรยิ า
จมั เปยยชาดก (๒๗/๕๐๖) “ จัมเปยยจรยิ า
จูฬโพธิชาดก (๒๗/๔๔๓) “ จูฬโพธิจริยา
ชยัททสิ ชาดก (๒๗/๕๑๓) “ ชยทิสจริยา
เตมิยชาดก (๒๘/๕๓๘) “ มคู ปกั ขจรยิ า

เลม่ ท่ี ๒๐ พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มท่ี ๒๘ 209

ธัมมเทวปุตตชาดก (๒๗/๔๕๗) “ ธมั มเทวปตุ ตจริยา
เนมิราชชาดก (๒๘/๕๔๑) “ เนมริ าชจริยา
ภิสชาดก (๒๗/๔๘๘) “ ภิงสจริยา
มหาสตุ โสมชาดก (๒๘/๕๓๗) “ สตุ โสมจริยา
มหาสุทัสสนชาดก (๒๗/๙๕) “ มหาสทุ ัสสนจริยา
มหสิ ชาดก (๒๗/๒๗๘) “ มหสิ ราชจริยา
มจั ฉชาดก (๒๗/๓๔,๗๕,๒๑๖) “ มจั ฉราชจรยิ า
มัณฑัพยชาดก (๒๗/๔๔๔) “ กัณหทปี ายนจริยา
มาตังคชาดก (๒๗/๔๙๗) “ มาตังคจรยิ า
ยธุ ญั ชยชาดก (๒๗/๔๖๐) “ ยุธญั ชยจรยิ า
รุรมุ คิ ราชชาดก (๒๗/๔๘๒) “ รรุ ุราชจรยิ า
โลมหงั สชาดก (๒๗/๙๔) “ มหาโลมหังสจรยิ า
วฏั ฏกชาดก (๒๗/๓๕,๑๑๘,๓๙๔) “ วัฏฏโปตกจริยา
เวสสันตรชาดก (๒๘/๕๔๗) “ เวสสนั ตรจริยา
สสปัณฑติ ชาดก (๒๗/๓๑๖) “ สสปัณฑติ จรยิ า
สงั ขชาดก (๒๗/๔๔๒) “ สงั ขพราหมณจริยา
สงั ขปาลชาดก (๒๗/๕๒๔) “ สงั ขปาลจริยา
สัจจงั กริ ชาดก (๒๗/๗๓) “ สจั จสวหยปัณฑติ จรยิ า
สมั โมทมานชาดก (๒๗/๓๓) “ วัฏฏโปตกจรยิ า
สีลวนาคชาดก (๒๗/๗๒) “ มาตโุ ปสกจรยิ า
สวี ิราชชาดก (๒๗/๔๙๙) “ สวี ริ าชจริยา
สุวัณณสามชาดก (๒๘/๕๔๐) “ สุวัณณสามจริยา
โสณนันทชาดก (๒๘/๕๓๒) “ โสณนนั ทจริยา
โสมนสั สชาดก (๒๗/๕๐๔) “ โสมนัสสจรยิ า
อกติ ติชาดก (๒๗/๔๘๐) “ อกิตตจิ รยิ า
อโยฆรชาดก (๒๗/๕๑๐) “ อโยฆรจริยา
อรุ คชาดก (๒๗/๓๕๔) “ ภรู ิทัตตจรยิ า
เอกราชชาดก (๒๗/๓๐๓) “ เอกราชจริยา


Click to View FlipBook Version