The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 9-14 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-24 05:05:57

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 9-14 ebook

พระสุตตันตปิฎก เล่ม 9-14 ebook วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส

Keywords: พระสุตตันตปิฎก เล่ม 9-14 ebook

¾ÃÐäµÃ»®¡»Ã·Ô ÃÃȹ àÅÁ‹ ò

Í¹Ñ Ç‹Ò´ŒÇ¾ÃÐÊØµµ¹Ñ µ»® ¡

...¤ÁÑ ÀÃÕ ·Õ¦¹Ô¡ÒÂ
...¤ÁÑ ÀÕÏÁѪ¬ÁÔ ¹¡Ô ÒÂ

กองคมั ภีรส ทั ทาวเิ สส สถาบันบาฬศ� ึกษาพุทธโฆส
ศนู ยศ ึกษาวิจัยและนวตั กรรมคมั ภีรบาลีเถรวาท สมเดจ็ พระพทุ ธชนิ วงศ

มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขตบาฬศ� กึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

พมิ พเ ปน วทิ ยาทาน
รวบรวม เรยี บเรียง : พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กติ ฺตปิ ฺโ/หวลจิตต)

พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ เล่ม ๒

อนั ว่าดว้ ยพระสตุ ตนั ตปิฎก

พระเทพสุวรรณเมธี, รศ.ดร. (สชุ าติ กิตตฺ ิปญโฺ /หวลจติ ต)์
ป.ธ.๘, พธ.บ., ศศ.ม., พธ.ด.
รวบรวม เรยี บเรียง

มลู นธิ ิสถาบนั บาฬศี ึกษาพุทธโฆส
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขตบาฬีศกึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

ISBN : 978-616-300-722-3

พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ เลม่ ๒
อันวา่ ด้วยพระสตุ ตนั ตปฎิ ก

ISBN : 978-616-300-722-3

พมิ พ์ครั้งท่ี ๑ : พฤษภาคม ๒๕๖๔ จ�ำ นวน ๕๐๐ เล่ม

อุปถมั ภก์ ารพิมพ์
วัดอรณุ ราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร
แขวงวัดอรณุ เขตบางกอกใหญ่ กรงุ เทพมหานคร

คณะทำ�งานจัดพิมพ์ พระราชเวท,ี
พระเทพปรยิ ัตมิ ุนี, รศ.ดร., พระราชรตั นมุน,ี รศ.ดร.,
พระราชรัตนโสภณ, ดร., พระศรีสทุ ธิเวท,ี ผศ.ดร., พระปัญญารัตนากร, ดร.,
พระศรรี ตั นโมล,ี ดร., พระภาวนาพศิ าลเมธี, พระมงคลสุตาคม, ดร.,
พระมหาโกมล กมโล, ผศ.ดร., พระครพู ิพิธวรกจิ จานกุ าร, ผศ.ดร., พระมหาชติ านชโิ ต, ผศ.ดร.
พระครวู ิศษิ ฎ์สรการ, ดร., พระมหาอดุ ร สทุ ธิ าโณ, ผศ.ดร., พระมหาปราโมทย์ วริ ิยธมฺโม, ดร.
พระมหาวัฒนา ปญฺ าทีโป, ดร., พระปลดั สมชาย ปโยโค, ดร., พระมหาวิจติ ร กลยฺ าณจติ ฺโต, ผศ.,
พระมหาบญุ เกดิ ปญฺาปวุฑฺฒ,ี ผศ.ดร., พระมหาสุขสันต์ สขุ วฑฒฺ โน, ผศ.ดร., พระประเทอื ง ขนฺตโิ ก,
พระครูปลดั สัมพพิ ัฒนธรรมาจารย,์ ดร., รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล ผศ.ดร.วโิ รจน์ ค้มุ ครอง,
ดร.ชัยชาญ ศรีหานู, ดร.ธานี สวุ รรณประทปี , ดร.สพุ ิชฌาย์ พรพชิ ณรงค์,
ดร.นวลวรรณ พนู วสพุ ลฉตั ร, ดร.สภุ รี ์ ทุมทอง, นายสุรพล หยกฟ้าวจิ ิตร,
นายสังขว์ าล เสริมแก้ว, นายสมบูรณ์ จารณุ ะ, นายอติสยะ วงษโ์ สภา,
แม่ชจี ิราภรณ์ ชวะศิริ

คอมพิวเตอร์/รูปเลม่
พระมหาเสฏฐวฒุ ิ วชิราโณ, ดร., พระมหาวรวิทย์ อติเมโธ, พระวรวฒุ ิ วรธมฺโม (กลิ่นภู่),
ดร.สุพิชฌาย์ พรพิชณรงค,์ นายเฉลิมชยั มาลรี อด

ลขิ สทิ ธ์ิ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตบาฬีศกึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม

สถานท่พี มิ พ์
นิตธิ รรมการพิมพ์ ๗๖/๒๕๑-๓ หมู่ ๑๕ ต.บางมว่ ง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ๑๑๑๔๐
โทร. ๐-๒๔๐๓-๔๕๖๗-๘, ๐๘๑-๓๐๙-๕๒๑๕ แฟกซ์ : ๐-๒๔๐๓-๔๕๖๘
E-mail : [email protected], [email protected]

สมเดจ็ พระพทุ ธชินวงศ์ (สมศกั ดิ์ อปุ สมมหาเถร)

ป.ธ.๙, M.A., Ph.D. ศาสตราจารย์ (สาขาภาษาบาล)ี , อัครมหาบณั ฑิต
องคส์ ถาปนาสถาบันบาฬศี กึ ษาพุทธโฆส



พระธรรมรตั นดิลก (สมเกียรติ โกวิโท)

ป.ธ.๙, พธ.ด. (กติ ตมิ ศักด)์ิ , กรรมการมหาเถรสมาคม,
ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค ๙

เจา้ อาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร



พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (7)

อารัมภกถา

พระไตรปฎิ ก เปน็ คมั ภรี ท์ ม่ี คี วามส�ำ คญั มาก เรยี กวา่ เปน็ คมั ภรี ห์ ลกั ของพระพทุ ธศาสนา
เช่นเดียวกับคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ คัมภีร์อัลกุรอานของศาสนาอิสลาม พระไตรปิฎก
จึงเปรียบเสมือนตัวแทนขององค์พระบรมศาสดา ดังพุทธพจน์ที่ตรัสกับพระอานนทเถระว่า
โย โว อานนทฺ ธมฺโม จ วินโย จ เทสโิ ต ปญฺตโฺ ต โส โว มมจจฺ เยน สตฺถา แปลวา่ อานนท์
ธรรมท่ีเราแสดงแล้วและวินัยที่เราบัญญัติแล้วแก่เธอท้ังหลาย หลังจากเราล่วงลับไปจะเป็น
ศาสดาของเธอทั้งหลาย

ในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ต่างส่งเสริมพระภิกษุสามเณรและพุทธบริษัท
ให้ศึกษาพระไตรปิฎกอย่างจริงจัง เพื่อให้มีความรู้ความแตกฉานในพระพุทธพจน์อันเป็นตัว
พระปริยัติศาสนาได้อย่างถูกต้อง เม่ือศึกษาพระปริยัติศาสนาได้อย่างถูกต้องแล้ว ย่อมเป็น
ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดสุปฏิบัติ อุชุปฏิบัติ ญายปฏิบัติ สามีจิปฏิบัติ อันเป็นตัวปฏิบัติศาสนา
ซงึ่ เปน็ เหตใุ หไ้ ดร้ บั ผลคอื ปฏเิ วธศาสนาตามมา ตามทกี่ ลา่ วมาน้ี จะเหน็ ไดว้ า่ เมอ่ื พระปรยิ ตั ธิ รรม
ด�ำ รงอยู่ พระปฏบิ ตั ธิ รรมและพระปฏเิ วธธรรมจงึ จะบงั เกดิ ได้ หากพระปรยิ ตั ธิ รรมอนั ตรธานไป
พระปฏิบัติธรรมและพระปฏิเวธรรมก็หาบังเกิดได้ไม่ เปรียบดังเช่นเมื่อรากไม้ยังดำ�รงอยู่
ดอก และผลของต้นไมก้ ย็ อ่ มผลอิ อกมาได้

พระไตรปิฎกปริทรรศน์ชุดน้ี ได้รวบรวมโดยคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตบาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆส ซง่ึ ไดเ้ สนอขอความอปุ ถมั ภจ์ ากวดั อรณุ ราชวราราม
เพอื่ จัดพิมพ์เผยแผ่เป็นธรรมทาน คณะสงฆว์ ัดอรุณราชวราราม พจิ ารณาแล้ววา่ หนงั สือชดุ น้ี
จะมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไพศาลตอ่ การศกึ ษาพระไตรปฎิ กของคณะสงฆแ์ ละพทุ ธศาสนกิ ชน จงึ ไดร้ บั
เป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์จัดพิมพ์ครั้งนี้ ขอผลานิสงส์แห่งธรรมทานน้ี จงเป็นพลวปัจจัยส่งผลให้
คณะผจู้ ดั ท�ำ ผอู้ ุปถมั ภ์ และผใู้ ชเ้ รียนใชศ้ กึ ษา ไดป้ ระสบผลอันตนปรารถนาทกุ ท่านเทอญ
พระธรรมรัตนดิลก
(สมเกียรติ โกวโิ ท ป.ธ.๙)
กรรมการมหาเถรสมาคม รักษาการเจา้ คณะภาค ๙
เจา้ อาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร

(8) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์

บทน�ำ



....... สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺตฺโต,
โส ปรยิ ตฺติปฏิปตฺติปฏเิ วธวเสน วิภตเฺ ตสุ ตสี ุ สทฺธมฺเมสุ ปรยิ ตฺตสิ ทฺธมฺโม นาม, ตเทว จ
สาสนฏฺติ ยิ า ปมาณํ, สตเิ ยว หิ ตสมฺ ึ อิตเร อุปฺปชชฺ นตฺ .ิ ๑
พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว และพระวินัยที่ทรงบัญญัติไว้
เพ่ือประโยชน์สุขถาวรแก่สัตว์โลกและหมู่ทวยเทพยดาในเทวโลก, ในบรรดาพระสัทธรรมท่ี
จ�ำ แนกออกเป็น ๓ คือ พระปรยิ ตั สิ ทั ธรรม ๑ พระปฏบิ ัติสัทธรรม ๑ พระปฏเิ วธสัทธรรม ๑
พระธรรมวินัยนน้ั ช่ือวา่ พระปรยิ ัติสัทธรรม, กพ็ ระปรยิ ตั สิ ัทธรรมนั้นนัน่ เอง เป็นพระสัทธรรม
ท่สี �ำ คัญ เพ่ือการด�ำ รงม่ันแห่งพระพทุ ธศาสนา, เพราะเมือ่ มพี ระปรยิ ัติสัทธรรม ปฏิบตั ิสัทธรรม
และปฏิเวธสัทธรรม กเ็ กิดมไี ด้ฯ
ดงั ค�ำ ท่ีพระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในอังคตุ ตรอรรถกถาวา่
“ยาว ติฏฺนฺติ สุตฺตนตฺ า วินโย ยาว ทปิ ปฺ ติ
ตาว ทกฺขนฺติ อาโลกํ สรู เิ ย อพฺภุฏฺ เต ยถา.
ตราบใดที่พระสูตร และพระอภิธรรมพร้อมท้ังพระวินัย ยังต้ังมั่นและรุ่งเรืองอยู่
ตราบนั้น กย็ งั คงปรากฏแสงสว่างอยเู่ หมือนยงั มีพระอาทิตยส์ ่องสวา่ งอยู่ ฉะนนั้
สุตฺตนฺเตสุ อสนเฺ ตสุ, ปมฏุ ฺเ วนิ ยมหฺ ิ จ.
ตโม ภวิสสฺ ติ โลโก, สรู เิ ย อตฺถงคฺ เต ยถา.
เม่ือพระสูตรและพระอภิธรรมไม่มี ท้ังพระวินัยก็เลอะเลือนเสียแล้ว ชาวโลกก็จักมี
ความมืดมน ประดุจดังพระอาทิตยต์ กหมดแสงไปฉะนนั้
สุตฺตนฺเต รกฺขเิ ต สนฺเต, ปฏปิ ตฺติ โหติ รกขฺ ติ า.
ปฏิปตตฺ ยิ ํ ิโต ธีโร, โยคกฺเขมา น ธสํ ต”ี ติ.๒
เมื่อพระสูตรและพระอภิธรรม ท่ีได้รับการรักษายังมีอยู่ การปฏิบัติก็เป็นอันได้รับ
การรักษาไว้ด้วย ผู้เป็นบัณฑิตดำ�รงมั่นในการปฏิบัติแล้ว ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเป็น
แดนเกษมจากโยคะ (พระนิพพาน)

๑๒ นิทานกถา, ฉฏฺ สงฺคตี ิปฏิ ก,ํ ฉบบั สถาบนั บาฬีศึกษาพุทธโฆส, ๒๕๖๓
อง.ฺ เอกก.อฏฺ. ๑๓๐/๘๔

พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (9)

พระไตรปิฎกเป็นคัมภีร์ท่ีบรรจุคำ�ส่ังสอนทางพระพุทธศาสนาไว้อย่างเป็นระบบ
เป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกแก่การทรงจำ�และเป็นหลักฐานอ้างอิงสำ�หรับการศึกษาค้นคว้า
พระไตรปิฎกฉบับที่จัดพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยท่ัวไปนิยมจัดพิมพ์เป็นชุดละ ๔๕ เล่ม
ซ่ึงหมายถึงระยะเวลาแห่งการบำ�เพ็ญพุทธกิจ ๔๕ พรรษาของพระพุทธองค์ จัดแบ่งออก
เป็น ๓ ปิฎกด้วยกัน คอื ๓

๑. พระวินัยปิฎก ว่าด้วยข้อบัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติ ความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนยี ม และการดำ�เนนิ กจิ การตา่ งๆ ของภกิ ษุและภกิ ษณุ ี (พระวนิ ยั
ปฎิ ก ๘ เลม่ : ๑-๘)

๒. พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรมเทศนาที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ โดย
ทัว่ ไป รวมถึงเทศนาของพระสาวกสำ�คญั บางรปู (พระสตุ ตันตปฎิ ก ๒๕ เลม่ :
๙-๓๓)

๓. พระอภธิ รรมปฎิ ก วา่ ดว้ ยหลกั ธรรมตา่ งๆ ทอ่ี ธบิ ายในแงว่ ชิ าการลว้ นๆ ไมเ่ กย่ี ว
ดว้ ยบคุ คลหรอื เหตุการณ์ ไมม่ เี รอ่ื งราวประกอบ (พระอภิธรรมปิฎก ๑๒ เลม่ :
๓๔-๔๕)

พระวนิ ัยปิฎก แบ่งออกเป็น ๕ คัมภีร์ คอื
๑. มหาวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทของภิกษุ ๒๒๗ ข้อท่ีมาในพระปาติโมกข์ (เล่มที่
๑-๒)
๒. ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทของภิกษุณี ๓๑๑ ข้อท่ีมาในพระปาติโมกข์
(เล่มท่ี ๓)
๓. มหาวรรค วา่ ดว้ ยสกิ ขาบทนอกพระปาตโิ มกขต์ อนตน้ ๑๐ ขนั ธกะ (เลม่ ที่ ๔-๕)
๔. จุลวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอกพระปาติโมกข์ตอนปลาย ๑๒ ขันธกะ (เล่มที่
๖-๗)
๕. ปริวาร ว่าด้วยคำ�ถามคำ�ตอบสำ�หรับซ้อมความรู้เร่ืองพระวินัย ซ่ึงเป็นการ
ทบทวนเนอ้ื หาของ ๔ คมั ภีร์แรก (เล่มที่ ๘)

๓ พระไตรปิฎกฉบับธรรมสภา

(10) พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์

พระสตุ ตันตปิฎก แบง่ ออกเปน็ ๕ นิกาย คอื
๑. ทีฆนิกาย รวบรวมพระสูตรท่มี คี วามยาวมากไว้ด้วยกนั (เลม่ ที่ ๙-๑๑)
๒. มชั ฌมิ นกิ าย รวบรวมพระสตู รทม่ี คี วามยาวปานกลางไวด้ ว้ ยกนั (เลม่ ที่ ๑๒-๑๔)
๓. สงั ยตุ ตนกิ าย รวบรวมพระสตู รทมี่ เี นอื้ หาสาระประเภทเดยี วกนั ไวด้ ว้ ยกนั เชน่
รวบรวมเรอื่ งเก่ียวกบั ทา้ วสกั กะไว้ดว้ ยกนั เรยี กว่า สกั กสงั ยุต (เล่มที่ ๑๕-๑๙)
๔. อังคุตตรนิกาย รวบรวมพระสูตรท่ีมีหัวข้อธรรมเท่ากันเอาไว้ด้วยกัน มีชื่อ
เรยี กวา่ นบิ าต นบั จากหมวดพระสตู รทมี่ หี วั ขอ้ ธรรม ๑ ขอ้ เรยี กวา่ เอกกนบิ าต
ไปจนถึงหมวดพระสูตรที่มีหัวข้อธรรม ๑๑ ข้อ เรียกว่า เอกาทสกนิบาต
(เลม่ ท่ี ๒๐-๒๔)
๕. ขทุ ทกนกิ าย จดั แยกพระสตู รทไ่ี มเ่ ขา้ เกณฑท์ งั้ ๔ นกิ ายขา้ งตน้ นนั้ ไวเ้ ปน็ หมวด
เดียวกนั เรียกว่า ขทุ ทกนิกาย มี ๑๕ คัมภีร์ คอื ขุททกปาฐะ ธรรมบท อทุ าน
อิตวิ ตุ ตกะ สุตตนิบาต วิมานวตั ถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรคี าถา ชาดก นทิ เทส
ปฏสิ ัมภิทามรรค อปทาน พุทธวงศ์ และจริยาปิฎก (เลม่ ที่ ๒๕-๓๓)

พระอภิธรรมปิฎก แบ่งออกเปน็ ๗ คัมภีร์ คือ
๑. สงั คณี หรอื ธมั มสงั คณี รวมขอ้ ธรรมเขา้ เปน็ หมวดหมแู่ ลว้ อธบิ ายทลี ะประเภท
(เลม่ ท่ี ๓๔)
๒. วิภังค์ ยกหมวดธรรมสำ�คัญ ๆ ข้ึนต้ังเป็นหัวเรื่องแล้วแยกแยะออกอธิบาย
ช้แี จงวนิ ิจฉยั โดยละเอยี ด (เลม่ ท่ี ๓๕)
๓. ธาตกุ ถา สงเคราะห์ข้อธรรมตา่ งๆ เขา้ ในขนั ธ์ อายตนะ ธาตุ (เล่มท่ี ๓๖)
๔. ปคุ คลบัญญตั ิ บัญญัติความหมายของบุคคลตามคุณธรรมทม่ี อี ยู่ (เลม่ ที่ ๓๖)
๕. กถาวัตถุ แถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาคร้ังท่ี ๓
(เล่มท่ี ๓๗)
๖. ยมก ยกหัวขอ้ ธรรมข้นึ วนิ ิจฉยั ดว้ ยวิธีถามตอบโดยถามย้อนกนั เปน็ ค่ๆู (เลม่ ท่ี
๓๘-๓๙)
๗. ปฏั ฐาน อธบิ ายปจั จยั ๒๔ แสดงความสมั พนั ธเ์ นอื่ งอาศยั กนั แหง่ ธรรมทงั้ หลาย
โดยพสิ ดาร (เลม่ ที่ ๔๐-๔๕)

พระไตรปิฎกปริทรรศน์ ฉบับน้ี รวบรวมเรียบเรียงมาจากบทนำ�ของพระไตรปิฎก
ภาษาไทย มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั เฉลิมพระเกยี รติ สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรม

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (11)

ราชินีนาถ พุทธศักราช ๒๕๓๙ ท้ัง ๔๕ เล่ม วัตถุประสงค์ก็เพื่อจักอำ�นวยประโยชน์แก่นิสิต
ของวทิ ยาเขตบาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆส นครปฐม ทม่ี กี ารเรยี นการสอนในรายวชิ าพระไตรปฎิ กศกึ ษา
ท้ังยังหวังว่าจักเป็นประโยชน์แก่ผู้เพิ่งศึกษาพระไตรปิฎก ท้ังจักเป็นการเพิ่มพูนความรู้แก่
ผ้ทู ี่ได้ศกึ ษามาบา้ งแลว้ ใหม้ ีฉนั ทะยิง่ ข้นึ
ขออนุโมทนาต่อทุกท่านท่ีมีอุตสาหวิริยะ ช่วยจัดทำ�ต้นฉบับจนสำ�เร็จสามารถจัด
พิมพ์ออกเผยแพร่ได้ หวังว่าหนังสือเล่มน้ีคงจักได้อำ�นวยความสะดวกในการสืบค้นสาระของ
พระไตรปิฎกแก่นิสิตหลักสูตรพระไตรปิฎกศึกษาและหลักสูตรอื่น ๆ และอำ�นวยประโยชน์
แก่ผู้ต้องการศึกษาพระไตรปิฎก เพ่ือนำ�ไปต่อยอดในการอ่านและค้นคว้าในฉบับเต็ม คือ
พระไตรปิฎภาษาไทย มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกติ ์ิ
พระบรมราชินีนาถ พุทธศักราช ๒๕๓๙ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในนามของผู้บริหารกองคัมภีร์
สทั ทาวเิ สส สถาบนั บาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆส ในด�ำ รสิ มเดจ็ พระพทุ ธชนิ วงศ์ (สมศกั ด์ิ อปุ สมมหาเถร)
องคส์ ถาปนา จงึ ขออนุโมทนา

๓๐ เมษายน ๒๕๖๔

(12) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์

คำ�ย่อ คำ�อธบิ ายสัญลักษณ์และค�ำ ย่อ
ว.ิ มหา.
วิ.ภกิ ฺขุน.ี พระวนิ ยั ปิฎก
วิ.ม.
วิ.จ.ู ช่อื คมั ภีร์
วิ.ป. = วินยปฏิ ก มหาวิภงคฺ ปาลิ
ค�ำ ย่อ = วนิ ยปฏิ ก ภิกฺขุนีวิภงฺคปาลิ
ที.ส.ี = วนิ ยปิฏก มหาวคฺคปาลิ
ท.ี ม. = วนิ ยปฏิ ก จูฬวคฺคปาลิ
ท.ี ปา. = วนิ ยปฏิ ก ปรวิ ารปาลิ
ม.ม.ู
ม.ม. พระสุตตันตปฎิ ก
ม.อ.ุ
สํ.ส. ชื่อคมั ภรี ์
ส.ํ นิ. = สุตฺตนตฺ ปิฏก ทีฆนกิ าย สลี กขฺ นธฺ วคคฺ ปาลิ
สํ.ข. = สุตฺตนฺตปฏิ ก ทฆี นิกาย มหาวคฺคปาลิ
ส.ํ สฬา. = สตุ ตฺ นฺตปิฏก ทฆี นกิ าย ปาฏิกวคฺคปาลิ
ส.ํ ม. = สุตตฺ นฺตปฏิ ก มชฌฺ ิมนิกาย มูลปณฺณาสกปาลิ
อง.ฺ เอกก. = สตุ ฺตนฺตปิฏก มชฌฺ มิ นิกาย มชฌฺ ิมปณฺณาสกปาลิ
องฺ.ทกุ . = สุตฺตนฺตปฏิ ก มชฌฺ ิมนิกาย อุปรปิ ณณฺ าสกปาลิ
องฺ.ติก. = สตุ ฺตนตฺ ปฏิ ก สํยุตตฺ นกิ าย สคาถวคคฺ ปาลิ
องฺ.จตุกกฺ . = สตุ ฺตนตฺ ปฏิ ก สํยตุ ฺตนกิ าย นิทานวคคฺ ปาลิ
อง.ฺ ปญจฺ ก. = สุตฺตนฺตปิฏก สํยุตตฺ นกิ าย ขนฺธวารวคฺคปาลิ
= สุตตฺ นตฺ ปฏิ ก สยํ ุตฺตนกิ าย สฬายตนวคฺคปาลิ
= สตุ ฺตนฺตปิฏก สํยุตตฺ นกิ าย มหาวารวคฺคปาลิ
= สุตตฺ นฺตปฏิ ก องฺคตุ ฺตรนกิ าย เอกกนบิ าตปาลิ
= สตุ ฺตนฺตปิฏก องคฺ ตุ ตฺ รนิกาย ทกุ นบิ าตปาลิ
= สตุ ฺตนตฺ ปฏิ ก องฺคุตฺตรนกิ าย ติกนิบาตปาลิ
= สตุ ตฺ นฺตปิฏก องคฺ ตุ ตฺ รนิกาย จตกุ กฺ นปิ าตปาลิ
= สุตฺตนฺตปฏิ ก องฺคตุ ฺตรนิกาย ปญฺจกนิปาตปาลิ

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (13)

อง.ฺ ฉกกฺ . = สตุ ตฺ นฺตปฏิ ก องคฺ ุตตฺ รนิกาย ฉกกฺ นบิ าตปาลิ
อง.ฺ สตฺตก. = สตุ ตฺ นตฺ ปิฏก องฺคุตฺตรนิกาย สตฺตกนบิ าตปาลิ
องฺ.อฏฺ ก. = สุตฺตนตฺ ปิฏก องคฺ ุตตฺ รนิกาย อฏฺกนิบาตปาลิ
อง.ฺ นวก. = สุตฺตนฺตปิฏก องฺคุตตฺ รนิกาย นวกนปิ าตปาลิ
อง.ฺ ทสก. = สตุ ตฺ นตฺ ปฏิ ก องคฺ ตุ ฺตรนิกาย ทสกนิปาตปาลิ
อง.ฺ เอกาทสก. = สตุ ตฺ นฺตปิฏก องฺคุตฺตรนิกาย เอกาทสกนปิ าตปาล ิ
ขุ.ข.ุ = สตุ ฺตนฺตปิฏก ขทุ ทฺ กนกิ าย ขทุ ทฺ กปาฐปาลิ
ขุ.ธ. = สุตตฺ นตฺ ปิฏก ขุทฺทกนกิ าย ธมฺมปทปาลิ
ขุ.อุ. = สุตฺตนฺตปิฏก ขทุ ทฺ กนกิ าย อุทานปาลิ
ขุ.อิติ. = สุตฺตนฺตปฏิ ก ขุทฺทกนกิ าย อติ วิ ุตตฺ กปาลิ
ข.ุ สุ. = สตุ ตฺ นฺตปฏิ ก ขุทฺทกนิกาย สุตตฺ นิปาตปาลิ
ข.ุ วิ. = สตุ ตฺ นตฺ ปฏิ ก ขทุ ทฺ กนกิ าย วิมานวตถฺ ุปาลิ
ข.ุ เปต. = สตุ ตฺ นตฺ ปฏิ ก ขทุ ทฺ กนิกาย เปตวตถฺ ุปาลิ
ข.ุ เถร. = สตุ ตฺ นตฺ ปฏิ ก ขทุ ฺทกนกิ าย เถรคาถาปาลิ
ข.ุ เถรี. = สุตตฺ นฺตปฏิ ก ขุทฺทกนกิ าย เถรีคาถามปาลิ
ขุ.ชา. = สุตตฺ นฺตปิฏก ขุททฺ กนิกาย ชาตกปาลิ
ขุ.ม. = สตุ ตฺ นตฺ ปิฏก ขุทฺทกนกิ าย มหานทิ ฺเทสปาลิ
ขุ.จู. = สตุ ตฺ นตฺ ปิฏก ขุทฺทกนกิ าย จฬู นทิ เฺ ทสปาลิ
ขุ.ป. = สุตตฺ นฺตปฏิ ก ขทุ ทฺ กนกิ าย ปฏิสมฺภทิ ามคฺคปาลิ
ขุ.อป. = สตุ ตฺ นตฺ ปิฏก ขทุ ทฺ กนกิ าย อปทานปาลิ
ขุ.พุทฺธ. = สตุ ฺตนตฺ ปฏิ ก ขทุ ทฺ กนกิ าย พทุ ธวสํ ปาลิ
ข.ุ จรยิ า. = สตุ ฺตนตฺ ปฏิ ก ขทุ ทฺ กนิกาย จริยาปฏิ กปาลิ

ค�ำ ย่อ พระอภิธรรมปฎิ ก
อภ.ิ สง ฺ
อภิ.วิ. ชือ่ คัมภีร์
อภิ.ธา. = อภิธมมฺ ปฏิ ก ธมมฺ สงฺคณีปาลิ
อภิ.ป.ุ = อภิธมมฺ ปิฏก วิภงฺคปาลิ
= อภิธมมฺ ปฏิ ก ธาตกุ ถาปาลิ
= อภธิ มมฺ ปฏิ ก ปุคฺคลปญฺ ตฺตปิ าลิ

(14) พระไตรปิฎกปริทรรศน ์
อภ.ิ ก.
อภิ.ย. = อภธิ มฺมปฏิ ก กถาวตฺถปุ าลิ
อภ.ิ ป. = อภธิ มมฺ ปฏิ ก ยมกปาลิ
= อภิธมมฺ ปฏิ ก ปฏฺ านปาลิ
คำ�ยอ่
เนตตฺ ิ. ปกรณวเิ สส
เปฏฺโก.
มลิ นิ ทฺ . ชอ่ื คมั ภรี ์
วิสุทฺธิ. = เนตตฺ ิปกรณ
= เปฏโฺ กปเทส
ค�ำ ยอ่ = มิลินฺทปญหฺ ปกรณ
กงขา.อ. = วสิ ทุ ฺธิมคฺคปกรณ
วิ.สงคฺ ห.
ว.ิ นจิ ฉฺ ย. อรรถกถาพระวนิ ัยปฎิ ก
อตุ ฺตรว.ิ
ขุททฺ สกิ ฺขา ชอ่ื คัมภีร์
มลู สกิ ฺขา = กงฺขาวิตรณีอฏฺ กถา
= วนิ ยสงคฺ หอฏฺกถา
คำ�ย่อ = วินยวนิ จิ ฺฉย
ที.ส.ี อ. = อุตตฺ รวนิ จิ ฉฺ ย
ท.ี ม.อ. = ขทุ ฺทสิกขฺ า
ที.ปา.อ. = มูลสกิ ขฺ า
ม.มู.อ.
ม.ม.อ. อรรถกถาพระสตุ ตนั ตปิฏก
ม.อ.ุ อ.
ช่อื คัมภรี ์
= ทฆี นิกาย สุมงคฺ ลวลิ าสินี สลี กฺขนธฺ วคคฺ อฏฺกถา
= ทีฆนกิ าย สุมงคฺ ลวิลาสินี มหาวคฺคอฏฺกถา
= ทฆี นกิ าย สุมงคฺ ลวิลาสนิ ี ปาฏกิ วคคฺ อฏฺ กถา
= มชฌฺ มิ นกิ าย ปปญฺจสทู นี มลู ปณฺณาสกอฏฺกถา
= มชฌฺ มิ นิกาย ปปญฺจสูทนี มชฺฌิมปณณฺ าสกอฏฺ กถา
= มชฺฌิมนกิ าย ปปญจฺ สูทนี อุปริปณณฺ าสกอฏฺ กถา

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (15)

ส.ํ ส.อ. = สยํ ตุ ฺตนิกาย สารตถฺ ปฺปกาสินี สคาถวคฺคอฏฺ กถา
ส.ํ น.ิ ,ข.อ. = สํยุตตฺ นกิ าย สารตถฺ ปปฺ กาสินี นทิ าน-ขนฺธวารวคฺคอฏฺ กถา
ส.ํ สฬา.,ม.อ. = สํยตุ ฺตนกิ าย สารตถฺ ปฺปกาสินี สฬายตน-มหาวารวคฺคอฏฺกถา
อง.เอกก.อ. = องฺคตุ ตฺ รนกิ าย มโนรถปูรณี เอกกนปิ าตอฏฺกถา
องฺ.ทกุ .,ตกิ .,จตุกกฺ .,อ. = องคฺ ุตฺตรนกิ าย มโนรถปรู ณี ทกุ าทินปิ าตอฏฺกถา
องฺ.ปญฺจก.- = องคฺ ตุ ตฺ รนกิ าย มโนรถปรู ณี ปญจฺ กาทนิ ปิ าตอฏฺกถา
เอกาทสก.,อ. = ขทุ ฺทกนกิ าย ปรมตฺถโชตกิ า ขทุ ทฺ กปาอฏฺกถา
ข.ุ ขุ.อ. = ขทุ ทฺ กนกิ าย ธมฺมปทอฏฺกถา
ข.ุ ธ.อ. = ขุททฺ กนกิ าย ปรมตถฺ ทีปนี อทุ านอฏฺ กถา
ข.ุ อุ.อ. = ขทุ ฺทกนิกาย ปรมตฺถทปี นี อติ วิ ตุ ตฺ กอฏฺ กถา
ข.ุ อิต.ิ อ. = ขุททฺ กนกิ าย ปรมตฺถโชติกา สุตตฺ นิปาตอฏฺ กถา
ข.ุ ส.ุ อ. = ขทุ ทฺ กนิกาย ปรมตถฺ ทปี นี อุทานอฏฺ กถา
ข.ุ ว.ิ อ. = ขทุ ฺทกนกิ าย ปรมตถฺ โชตกิ า เปตวตฺถอุ ฏฺกถา
ข.ุ เปต.อ. = ขทุ ทฺ กนิกาย ปรมตถฺ ทปี นี เถรอฏฺ กถา
ข.ุ เถร.อ. = ขทุ ทฺ กนิกาย ปรมตถฺ ทีปนี เถรีอฏฺกถา
ขุ.เถรี.อ. = ขทุ ทฺ กนกิ าย ชาตกอฏฺ กถา
ขุ.ชา.อ. = ขทุ ฺทกนิกาย สทธฺ มมฺ ปฺปชฺโชติกา มหานิทฺเทสอฏฺกถา
ขุ.ม.อ. = ขุททฺ กนกิ าย สทฺธมมฺ ปฺปชโฺ ชตกิ า จูฬนิทฺเทสอฏฺกถา
ขุ.จ.ู อ. = ขุททฺ กนกิ าย สทธฺ มฺมปฺปกาสนิ ี ปฏิสมภฺ ทิ ามคคฺ อฏฺ กถา
ขุ.ป.อ. = ขุทฺทกนกิ าย วสิ ทุ ฺธชนวิลาสนิ ี อปทานอฏฺกถา
ขุ.อป.อ. = ขุททฺ กนิกาย มธรุ ตถฺ วิลาสินี พุทฺธวสํ อฏฺ กถา
ข.ุ พุทฺธ.อ. = ขุทฺทกนกิ าย ปรมตถฺ ทปี นี จรยิ าปิฏกอฏฺกถา
ข.ุ จรยิ า.อ.

ค�ำ ยอ่ อรรถกถาพระอภธิ รรมปฏิ ก
อภิ.สงฺ.อ.
อภ.ิ วิ.อ. ชือ่ คัมภีร์
อภ.ิ ปญฺจ.อ. = อภธิ มฺมปิฎก ธมมฺ สงฺคณี อฏฺสาลินอี ฏฺกถา
= อภธิ มมฺ ปฎิ ก วภิ งคฺ สมฺโมหวิโนทนีอฏฺกถา
= อภิธมมฺ ปิฎก ปญจฺ ปกรณอฏฺ กถา

(16) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์

ค�ำ ย่อ อรรถกถาปกรณวเิ สส
เนตฺต.ิ อ.
สงคฺ ห. ชอื่ คมั ภรี ์
อภิ.วตาร. = ขทุ ทฺ กนิกาย เนตฺตอิ ฏฺกถา
= อภิธมฺมตฺถสงคฺ ห
= อภิธมฺมาวตาร

คำ�ยอ่ ฎกี าพระวินยั ปิฎก
วชิร.ฏกี า
สารตฺถ.ฏกี า ช่อื คมั ภีร์
วิมต.ิ ฏกี า = วชริ พทุ ธฺ ิฏกี า
กงฺขา.ฏกี า = สารตฺถทปี นฏี ีกา
กงขฺ า.ฏีกา (อภินว) = วิมติวโิ นทนีฏีกา
วินย.ฏกี า = กงฺขาวติ รณีบุราณฏกี า
ว.ิ ฏกี า = วนิ ยตถฺ มญชฺ ูสา กงขฺ าวติ รณี อภินวฏีกา
อุตฺตร.ฏกี า = วนิ ยาลงฺการฏีกา
ขุททฺ .ฏกี า = วินยวินิจฺฉยฏีกา
ขุทฺท.ฏีกา (อภินว) = อุตตฺ รวินิจฺฉยฏีกา
มลู .ฏกี า = ขทุ ฺทสกิ ฺขาปุราณฏีกา
= ขทุ ทฺ สกิ ขฺ าอภินวฏีกา
= มูลสิกขฺ าฏกี า

ค�ำ ยอ่ ฎีกาพระสตุ ตันตปฎิ ก
ที.ส.ี ฏกี า
ท.ี ม.ฏกี า ชื่อคัมภีร์
ที.ปา.ฏีกา (อภนิ ว) = ทีฆนกิ าย ลีนตฺถปปฺ กาสนี สีลกขฺ นฺธวคฺคฏีกา
ม.มู.ฏีกา = ทฆี นิกาย ลีนตฺถปฺปกาสนี มหาวคฺคฏกี า
ม.ม.ู = ทฆี นกิ าย สาธุวิลาสนิ ี สีลกขฺ นฺธวคคฺ อภนิ วฏีกา
ม.ม.ฏกี า = มชฺฌมิ นกิ าย ลีนตฺถปปฺ กาสนี มลู ปณณฺ าสกฏีกา
= มชฌฺ ิมนิกาย ลีนตถฺ ปปฺ กาสนี มูลปณณฺ าสกฏกี า
= มชฺฌมิ นิกาย ลนี ตถฺ ปปฺ กาสนี มชฺฌิม-อุปรปิ ณฺณาสกฏกี า

พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (17)

สํ.ฏีกา = สยํ ุตตฺ นิกาย ลีนตถฺ ปฺปกาสนี สยํ ุตฺตฏีกา
อง.ฺ ฏกี า = องฺคุตฺตรนกิ าย สารตถฺ มญฺชสู า องฺคุตตฺ รฏกี า
ขุ.ธ.ฏีกา = ธมฺมปทมหาฏีกา

ค�ำ ย่อ ฎีกาพระอภธิ รรมปิฏก
อภิ.มูลฏกี า
อภิ.อนฏุ ีกา ชื่อคมั ภีร์
ม.ฏกี า = อภิธมมฺ ปิฎก ธมมฺ สงคฺ ณี-วภิ งคฺ -ปญฺจปกรณมลู ฏีกา
มธ.ุ ฏีกา = อภธิ มมฺ ปิฎก ธมฺมสงคฺ ณี-วิภงฺค-ปญฺจปกรณอนฏุ กี า
= มณทิ ีปฏีกา
คำ�ยอ่ = มธุสารตถฺ ทปี นีฏีกา
เนต.ฺ ฏกี า
เนตฺ.วิ. ฎีกาปกรณวิเสส
มลิ ินทฺ .ฏกี า
วสิ ุทฺธิ.มหาฏกี า ชื่อคมั ภรี ์
วสิ ทุ ฺธ.ิ จฬู ฏกี า = เนตฺติฏกี า
อภิ.วตารฏีกา = เนตตฺ วิ ิภาวนิ ี
วภิ าวนิ .ี = มธุรตฺถปกาสินี มลิ ินทฺ ปญฺหฏกี า
มณ.ิ ฏกี า = ปรมตฺถมญชฺ ูสา วสิ ุทธฺ มิ คคฺ มหาฏีกา
= วิสุทฺธิมคฺคจฬู ฏีกา
ค�ำ ยอ่ = อภิธมฺมตฺถวิกาสนิ ี อภิธมมฺ าวตารฏกี า
ปฏ.ิ คณฐฺ ิ = อภธิ มมฺ ตถฺ วิภาวินีฏกี า
วิ.โยชนา = มณสารมญฺชสู าฏกี า

คณั ฐี

ช่อื คมั ภรี ์
= ปฏิสมภฺ ิทามคฺคฏฐฺ กถาคณฺฐิ
= อภิธมมฺ ตฺถวภิ าวินีโยชนา

(18) พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (๗)
(๘)
สารบัญ (๑๒)

อารัมภกถา ๖
บทน�ำ ๖
ค�ำอธิบายสัญลกั ษณ์และค�ำยอ่ ๗
อนั วา่ ด้วยพระสุตตันตปฎิ ก ๗

พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ที่ ๙ ๑๒
พระสตุ ตันตปิฎก เล่มท่ี ๑ ๑๓
(ฑฆี นกิ าย สลี ขันธวรรค) ๑๓
๑๓
๑. พรหมชาลสูตร ๑๓
๑.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๓
๑.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๖
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๗
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๗
๑.๕ ข้อสังเกต ๑๗
๒. สามัญญผลสตู ร ๑๗
๒.๑ ท่ีมาของช่อื
๒.๒ ทม่ี าของพระสูตร
๒.๓ รปู แบบของพระสตู ร
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๒.๕ ข้อสงั เกต
๓. อมั พฏั ฐสตู ร
๓.๑ ท่ีมาของช่ือ
๓.๒ ที่มาของพระสูตร
๓.๓ รูปแบบของพระสูตร

พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ (19)
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๗
๓.๕ ขอ้ สังเกต ๒๐
๔. โสณทณั ฑสูตร ๒๐
๔.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๐
๔.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๑
๔.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๑
๔.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๑
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๓
๕. กฏู ทนั ตสตู ร ๒๔
๕.๑ ที่มาของชื่อ ๒๔
๕.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๒๔
๕.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๔
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๔
๕.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๖
๖. มหาลสิ ตู ร ๒๗
๖.๑ ท่มี าของชือ่ ๒๗
๖.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๗
๖.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๗
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๘
๖.๕ ข้อสงั เกต ๒๙
๗. ชาลิยสูตร ๒๙
๗.๑ ที่มาของชื่อ ๒๙
๗.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๙
๗.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๙
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๙
๗.๕ ขอ้ สังเกต ๓๐
๘. มหาสีหนาทสูตร ๓๐
๘.๑ ทม่ี าของช่ือ ๓๐
๘.๒ ทมี่ าของพระสตู ร ๓๐

(20) พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ ๓๐
๘.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๐
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๑
๘.๕ ข้อสงั เกต ๓๒
๙. โปฏฐปาทสูตร ๓๒
๙.๑ ทีม่ าของชื่อ ๓๒
๙.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๒
๙.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๒
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๔
๙.๕ ข้อสังเกต ๓๔
๑๐. สุภสูตร ๓๔
๑๐.๑ ที่มาของช่ือ ๓๔
๑๐.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๕
๑๐.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๕
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๕
๑๐.๕ ข้อสงั เกต ๓๖
๑๑. เกวัฏฏสตู ร ๓๖
๑๑.๑ ที่มาของชือ่ ๓๖
๑๑.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๖
๑๑.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๖
๑๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๗
๑๑.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๗
๑๒. โลหจิ จสูตร ๓๗
๑๒.๑ ที่มาของช่ือ ๓๗
๑๒.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๗
๑๒.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๘
๑๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๘
๑๒.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๙
๑๓. เตวิชชสตู ร ๓๙
๑๓.๑ ทม่ี าของชื่อ ๓๙
๑๓.๒ ทม่ี าของพระสูตร

พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ (21)
๓๙
๑๓.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๙
๑๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๔๐
๑๓.๕ ขอ้ สังเกต
๔๑
พระไตรปฎิ กภาษาไทย เลม่ ที่ ๑๐ ๔๒
พระสตุ ตันตปิฎก เล่มท่ี ๒ ๔๒
(ฑฆี นกิ าย มหาวรรค) ๔๒
๔๒
ความหมายของมหาวรรค ๔๒
แนะน�ำพระสูตรในมหาวรรค ๔๒
๑. มหาปทานสูตร ๔๗
๑.๑ ที่มาของชอ่ื ๔๙
๑.๒ ที่มาของพระสตู ร ๔๙
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๔๙
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๕๐
๑.๕ ข้อสังเกต ๕๐
๒. มหานิทานสตู ร ๕๔
๒.๑ ทม่ี าของชือ่ ๕๕
๒.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๕๕
๒.๓ รปู แบบของพระสูตร ๕๕
๒.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๕๕
๒.๕ ขอ้ สังเกต ๕๕
๓. มหาปรนิ ิพพานสูตร ๖๔
๓.๑ ที่มาของชอ่ื ๖๕
๓.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๖๕
๓.๓ รปู แบบของพระสตู ร
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๓.๕ ขอ้ สังเกต
๔. มหาสุทสั สนสูตร
๔.๑ ที่มาของช่อื

(22) พระไตรปิฎกปรทิ รรศน์ ๖๕
๔.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๖๕
๔.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๖๕
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๖๗
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๖๘
๕. ชนวสภสตู ร ๖๘
๕.๑ ทีม่ าของช่ือ ๖๘
๕.๒ ที่มาของพระสตู ร ๖๘
๕.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๖๘
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๗๐
๕.๕ ข้อสงั เกต ๗๑
๖. มหาโควนิ ทสูตร ๗๑
๖.๑ ที่มาของชอ่ื ๗๑
๖.๒ ที่มาของพระสูตร ๗๑
๖.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๗๑
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๗๓
๖.๕ ข้อสงั เกต ๗๔
๗. มหาสมยสูตร ๗๔
๗.๑ ที่มาของช่อื ๗๔
๗.๒ ท่มี าของพระสูตร ๗๔
๗.๓ รปู แบบของพระสูตร ๗๔
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๗๕
๗.๕ ขอ้ สังเกต ๗๖
๘. สกั กปัญหสตู ร ๗๖
๘.๑ ที่มาของชอื่ ๗๖
๘.๒ ที่มาของพระสตู ร ๗๖
๘.๓ รปู แบบของพระสูตร ๗๖
๘.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๗๙
๘.๕ ขอ้ สงั เกต

พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (23)
๘๐
๙. มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร ๘๐
๙.๑ ที่มาของชื่อ ๘๐
๙.๒ ที่มาของพระสตู ร ๘๑
๙.๓ รูปแบบของพระสูตร ๘๑
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๘๓
๙.๕ ขอ้ สังเกต ๘๔
๑๐. ปายาสสิ ูตร ๘๔
๑๐.๑ ทม่ี าของช่ือ ๘๔
๑๐.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๘๔
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๘๔
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๘๙
๑๐.๕ ข้อสงั เกต
๙๑
พระไตรปฎิ กภาษาไทย เล่มท่ี ๑๑ ๙๑
พระสตุ ตนั ตปฎิ ก เลม่ ๓ ๙๑
(ฑีฆนกิ าย ปาฏกิ วรรค) ๙๒
๙๒
ความหมายของปาฏกิ วรรค ๙๒
๑. ปาฏกิ สตู ร ๙๓
๑.๑ ทม่ี าของช่อื ๙๖
๑.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๙๖
๑.๓ รูปแบบของพระสูตร ๙๖
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๙๖
๑.๕ ขอ้ สงั เกต ๙๖
๒. อทุ ุมพรกิ สตู ร ๙๙
๒.๑ ที่มาของช่อื
๒.๒ ที่มาของพระสตู ร
๒.๓ รปู แบบของพระสตู ร
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๒.๕ ข้อสงั เกต

(24) พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ ๙๙
๓. จกั กวัตตสิ ูตร ๙๙
๓.๑ ทมี่ าของชอ่ื ๙๙
๓.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๑๐๐
๓.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๐๐
๓.๔ ใจความส�ำคัญ ๑๐๒
๓.๕ ขอ้ สังเกต ๑๐๓
๔. อคั คัญญสูตร ๑๐๓
๔.๑ ที่มาของชื่อ ๑๐๓
๔.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๐๔
๔.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๐๔
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๐๗
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๐๘
๕. สัมปสาทนียสูตร ๑๐๘
๕.๑ ที่มาของชอ่ื ๑๐๘
๕.๒ ทีม่ าของพระสูตร ๑๐๙
๕.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๐๙
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๑๑
๕.๔ ขอ้ สังเกต ๑๑๑
๖. ปาสาทกิ สตู ร ๑๑๑
๖.๑ ท่ีมาของชื่อ ๑๑๒
๖.๒ ท่มี าของพระสูตร ๑๑๒
๖.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๑๒
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๑๕
๖.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๑๗
๗. ลักขณสูตร ๑๑๗
๗.๑ ที่มาของชอ่ื ๑๑๗
๗.๒ ที่มาของพระสตู ร ๑๑๗
๗.๓ รูปแบบของพระสูตร ๑๑๗
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๑๘
๗.๕ ข้อสงั เกต

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (25)
๘. สิงคาลกสูตร ๑๒๐
๘.๑ ทม่ี าของช่ือ ๑๒๐
๘.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๒๐
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๒๐
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๒๐
๘.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๒๑
๙. อาฏานาฏยิ สูตร ๑๒๒
๙.๑ ท่มี าของช่ือ ๑๒๒
๙.๒ ทมี่ าของพระสตู ร ๑๒๓
๙.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๒๓
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๒๓
๙.๕ ข้อสงั เกต ๑๒๔
๑๐. สังคตี ิสูตร ๑๒๕
๑๐.๑ ทมี่ าของชอ่ื ๑๒๕
๑๐.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๒๕
๑๐.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๒๕
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๒๕
๑๐.๕ ข้อสงั เกต ๑๒๖
๑๑. ทสุตตรสูตร ๑๒๘
๑๑.๑ ทมี่ าของชอ่ื ๑๒๘
๑๑.๒ ทมี่ าของพระสตู ร ๑๒๘
๑๑.๓ รูปแบบของพระสูตร ๑๒๘
๑๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๒๙
๑๑.๕ ขอ้ สังเกต ๑๓๐

(26) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน์ ๑๓๓
๑๓๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มท่ี ๑๒ ๑๓๔
พระสุตตันตปฎิ ก เล่มที่ ๔ ๑๓๔
(มัชฌิมนกิ าย มูลปณั ณาสก)์ ๑๓๔
๑๓๕
ความหมายของมชั ฌมิ นิกาย ๑๓๕
การจดั แบ่งหมวดหม่พู ระสตู รในมัชฌมิ นกิ าย ๑๓๕
มลู ปณั ณาสก์ ๑๓๕
แนะน�ำมัชฌิมนิกาย มูลปณั ณาสก ์ ๑๓๖
การแบง่ หมวดหมู่พระสตู ร ๑๓๖
แนะน�ำพระสตู รของแต่ละวรรค ๑๓๘
๑๓๘
มลู ปรยิ ายวรรค ๑๓๘
๑. มลู ปริยายสตู ร ๑๓๘
๑.๑ ทม่ี าของช่ือ ๑๓๙
๑.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๓๙
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๔๐
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๔๑
๑.๕ ข้อสงั เกต ๑๔๑
๒. สัพพาสวสูตร ๑๔๑
๒.๑ ท่ีมาของชื่อ ๑๔๑
๒.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๔๒
๒.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๔๓
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๒.๕ ขอ้ สังเกต
๓. ธัมมทายาทสตู ร
๓.๑ ที่มาของช่อื
๓.๒ ทม่ี าของพระสูตร
๓.๓ รปู แบบของพระสตู ร
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร
๓.๕ ขอ้ สังเกต

พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ (27)
๔. ภยเภรวสูตร ๑๔๓
๔.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๔๓
๔.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๔๓
๔.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๔๔
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๔๔
๔.๕ ข้อสงั เกต ๑๔๕
๕. อนังคณสูตร ๑๔๖
๕.๑ ที่มาของช่อื ๑๔๖
๕.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๔๖
๕.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๔๗
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๔๗
๕.๕ ข้อสงั เกต ๑๔๘
๖. อากังเขยยสตู ร ๑๔๙
๖.๑ ทีม่ าของชอื่ ๑๔๙
๖.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๔๙
๖.๓ รูปแบบของพระสูตร ๑๔๙
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๔๙
๖.๕. ข้อสังเกต ๑๔๙
๗. วตั ถูปมสูตร ๑๕๐
๗.๑ ท่มี าของชอ่ื ๑๕๐
๗.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๕๐
๗.๓ รูปแบบของพระสูตร ๑๕๐
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๕๐
๗.๕ ข้อสงั เกต ๑๕๑
๘. สลั เลขสตู ร ๑๕๓
๘.๑ ทีม่ าของชือ่ ๑๕๓
๘.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๑๕๓
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๕๓
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๕๓
๘.๕. ขอ้ สังเกต ๑๕๔

(28) พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ ๑๕๔
๙. สัมมาทฏิ ฐิสูตร ๑๕๔
๙.๑ ทมี่ าของชอื่ ๑๕๔
๙.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๕๕
๙.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๕๕
๙.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๕๗
๙.๕ ขอ้ สังเกต ๑๕๘
๑๐. มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร ๑๕๘
๑๐.๑ ทีม่ าของช่อื ๑๕๘
๑๐.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๕๘
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๕๘
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๖๐
๑๐.๕ ข้อสงั เกต ๑๖๑
๑๖๑
สีหนาทวรรค ๑๖๒
๑. จูฬสหี นาทสูตร ๑๖๒
๑.๑ ที่มาของชอ่ื ๑๖๒
๑.๒ ที่มาของพระสูตร ๑๖๔
๑.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๖๔
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๖๔
๑.๕ ข้อสังเกต ๑๖๔
๒. มหาสีหนาทสูตร ๑๖๕
๒.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๖๕
๒.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๖๗
๒.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๖๗
๒.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๖๗
๒.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๖๗
๓. มหาทกุ ขกั ขนั ธสตู ร ๑๖๘
๓.๑ ทมี่ าของช่อื
๓.๒ ทมี่ าของพระสูตร
๓.๓ รปู แบบของพระสูตร

พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ (29)
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๖๘
๓.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๗๐
๔. จฬู ทุกขักขนั ธสตู ร ๑๗๐
๔.๑ ทมี่ าของชอื่ ๑๗๐
๔.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๗๐
๔.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๗๑
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๗๑
๔.๕ ขอ้ สังเกต ๑๗๒
๕. อนุมานสูตร ๑๗๒
๕.๑ ที่มาของชื่อ ๑๗๒
๕.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๑๗๒
๕.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๗๒
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๗๓
๕.๕ ขอ้ สงั เกต ๑๗๔
๖. เจโตขลี สตู ร ๑๗๔
๖.๑ ที่มาของชื่อ ๑๗๔
๖.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๗๔
๖.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๗๕
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๑๗๕
๖.๕ ขอ้ สังเกต ๑๗๕
๗. วนปัตถสตู ร ๑๗๖
๗.๑ ท่ีมาของชือ่ ๑๗๖
๗.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๗๖
๗.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๗๖
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๗๖
๗.๕ ข้อสงั เกต ๑๗๗
๘. มธปุ ิณฑกิ สตู ร ๑๗๗
๘.๑ ที่มาของช่อื ๑๗๗
๘.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๑๗๗

(30) พระไตรปิฎกปรทิ รรศน์ ๑๗๗
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๗๘
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๘๐
๘.๕ ข้อสงั เกต ๑๘๑
๙. เทฺวธาวติ กั กสตู ร ๑๘๑
๙.๑ ที่มาของชื่อ ๑๘๑
๙.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๘๑
๙.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๘๑
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๘๒
๙.๕ ขอ้ สังเกต ๑๘๓
๑๐. วิตกั กสณั ฐานสูตร ๑๘๓
๑๐.๑ ทมี่ าของชือ่ ๑๘๓
๑๐.๒ ทีม่ าของพระสตู ร ๑๘๓
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๘๓
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๘๔
๑๐.๕ ข้อสงั เกต ๑๘๕
๑๘๕
โอปมั มวรรค ๑๘๕
๑. กกจูปมสูตร ๑๘๕
๑.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๘๖
๑.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๘๗
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๘๗
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๘๗
๑.๕ ข้อสงั เกต ๑๘๗
๒. อลคัททูปมสูตร ๑๘๘
๒.๑ ที่มาของช่ือ ๑๘๘
๒.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๑๙๐
๒.๓ รูปแบบของพระสตู ร
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร
๒.๕ ขอ้ สังเกต

พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ (31)
๓. วัมมกิ สูตร ๑๙๐
๓.๑ ที่มาของช่ือ ๑๙๐
๓.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๙๐
๓.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๙๐
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๑๙๑
๓.๕ ข้อสังเกต ๑๙๒
๔. รถวินีตสูตร ๑๙๒
๔.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๙๒
๔.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๙๒
๔.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๙๒
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๙๓
๔.๕ ข้อสงั เกต ๑๙๔
๕. นิวาปสตู ร ๑๙๕
๕.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๙๕
๕.๒ ท่มี าของพระสูตร ๑๙๕
๕.๓ รปู แบบของพระสูตร ๑๙๕
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๑๙๕
๕.๕ ขอ้ สังเกต ๑๙๗
๖. ปาสราสสิ ตู ร ๑๙๗
๖.๑ ทม่ี าของชื่อ ๑๙๗
๖.๒ ท่ีมาของพระสูตร ๑๙๗
๖.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๑๙๘
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๑๙๘
๖.๕ ข้อสงั เกต ๑๙๙
๗. จูฬหัตถปิ โทปมสตู ร ๑๙๙
๗.๑ ทมี่ าของชอ่ื ๑๙๙
๗.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๑๙๙
๗.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๑๙๙
๗.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๐๐
๗.๕ ขอ้ สังเกต ๒๐๒

(32) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ ๒๐๒
๘. มหาหัตถิปโทปมสตู ร ๒๐๒
๘.๑ ทีม่ าของชื่อ ๒๐๒
๘.๒ ทีม่ าของพระสูตร ๒๐๒
๘.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๐๓
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๐๔
๘.๕ ข้อสงั เกต ๒๐๕
๙. มหาสาโรปมสตู ร ๒๐๕
๙.๑ ที่มาของชือ่ ๒๐๕
๙.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๐๕
๙.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๐๕
๙.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๐๗
๙.๕ ข้อสงั เกต ๒๐๘
๑๐. จฬู สาโรปมสูตร ๒๐๘
๑๐.๑ ท่มี าของช่ือ ๒๐๘
๑๐.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๒๐๘
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๐๘
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๐๙
๑๐.๕ ขอ้ สังเกต ๒๑๐
๒๑๐
มหายมกวรรค ๒๑๐
๑. จฬู โคสิงคสตู ร ๒๑๐
๑.๑ ท่ีมาของชอ่ื ๒๑๑
๑.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๑๒
๑.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๑๓
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๑๓
๑.๕ ข้อสังเกต ๒๑๓
๒. มหาโคสิงคสตู ร ๒๑๓
๒.๑ ทม่ี าของชอ่ื
๒.๒ ทมี่ าของพระสูตร
๒.๓ รูปแบบของพระสูตร

พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ (33)
๒.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๑๓
๒.๕ ขอ้ สังเกต ๒๑๔
๓. มหาโคปาลสตู ร ๒๑๕
๓.๑ ทม่ี าของชือ่ ๒๑๕
๓.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๒๑๕
๓.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๑๕
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๑๕
๓.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๑๗
๔. จูฬโคปาลสูตร ๒๑๗
๔.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๑๗
๔.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๑๗
๔.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๑๗
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๑๘
๔.๕ ขอ้ สังเกต ๒๑๙
๕. จฬู สัจจกสูตร ๒๑๙
๕.๑ ท่ีมาของช่ือ ๒๑๙
๕.๒ ท่มี าของพระสูตร ๒๑๙
๕.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๑๙
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๑๙
๕.๕ ข้อสงั เกต ๒๒๒
๖. มหาสจั จกสูตร ๒๒๓
๖.๑ ทีม่ าของชือ่ ๒๒๓
๖.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๒๓
๖.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๒๓
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๒๓
๖.๕ ขอ้ สังเกต ๒๒๕
๗. จูฬตณั หาสังขยสตู ร ๒๒๖
๗.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๒๖
๗.๒ ท่ีมาของพระสูตร ๒๒๖

(34) พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ ๒๒๖
๗.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๒๖
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๒๗
๗.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๒๘
๘. มหาตัณหาสังขยสตู ร ๒๒๘
๘.๑ ทม่ี าของชอื่ ๒๒๘
๘.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๒๘
๘.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๒๙
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๓๑
๘.๕ ขอ้ สังเกต ๒๓๑
๙. มหาอสั สปรุ สูตร ๒๓๑
๙.๑ ทม่ี าของชื่อ ๒๓๑
๙.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๒๓๒
๙.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๓๒
๙.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๓๔
๙.๕ ข้อสังเกต ๒๓๔
๑๐. จูฬอัสสปรุ สูตร ๒๓๔
๑๐.๑ ทมี่ าของชือ่ ๒๓๔
๑๐.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๓๔
๑๐.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๓๔
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๓๖
๑๐.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๓๗
๒๓๗
จฬู ยมกวรรค ๒๓๗
๑. สาเลยยกสูตร ๒๓๗
๑.๑ ที่มาของช่ือ ๒๓๗
๑.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๓๘
๑.๓ รูปแบบของพระสูตร
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร
๑.๕ ข้อสังเกต

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (35)
๒. เวรญั ชกสูตร ๒๓๙
๒.๑ ท่มี าของชอ่ื ๒๓๙
๒.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๒๓๙
๒.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๓๙
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๓๙
๒.๕ ข้อสงั เกต ๒๓๙
๓. มหาเวทลั ลสตู ร ๒๔๑
๓.๑ ที่มาของชอื่ ๒๔๑
๓.๒ ที่มาของพระสูตร ๒๔๑
๓.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๔๑
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๔๑
๓.๕ ข้อสงั เกต ๒๔๒
๔. จูฬเวทัลลสูตร ๒๔๓
๔.๑ ท่มี าของชอ่ื ๒๔๓
๔.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๔๓
๔.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๔๓
๔.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๔๔
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๔๕
๕. จูฬธัมมสมาทานสูตร ๒๔๖
๕.๑ ทม่ี าของชื่อ ๒๔๖
๕.๒ ที่มาของพระสูตร ๒๔๗
๕.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๔๗
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๔๗
๕.๕ ขอ้ สังเกต ๒๔๘
๖. มหาธมั มสมาทานสตู ร ๒๔๙
๖.๑ ทมี่ าของชอื่ ๒๔๙
๖.๒ ท่มี าของพระสูตร ๒๔๙
๖.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๔๙
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๔๙
๖.๕ ขอ้ สังเกต ๒๕๑

(36) พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ ๒๕๑
๗. วมี งั สกสตู ร ๒๕๑
๗.๑ ที่มาของชือ่ ๒๕๒
๗.๒ ที่มาของพระสูตร ๒๕๒
๗.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๕๒
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๕๓
๗.๕ ขอ้ สังเกต ๒๕๔
๘. โกสัมพิยสูตร ๒๕๔
๘.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๕๔
๘.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๕๔
๘.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๕๔
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๕๕
๘.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๕๕
๙. พรหมนมิ ันตนิกสูตร ๒๕๕
๙.๑ ท่ีมาของชอ่ื ๒๕๕
๙.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๕๖
๙.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๕๖
๙.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๕๗
๙.๕ ข้อสงั เกต ๒๕๘
๑๐. มารตชั ชนยี สูตร ๒๕๘
๑๐.๑ ทีม่ าของชื่อ ๒๕๘
๑๐.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๒๕๘
๑๐.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๕๘
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๕๙
๑๐.๕ ขอ้ สงั เกต

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (37)

พระไตรปิฎกภาษาไทย เลม่ ท่ี ๑๓ ๒๖๑
พระสุตตันตปิฎก เลม่ ท่ี ๕ ๒๖๓
๒๖๓
(มัชฌิมนิกาย มัชฌมิ ปณั ณาสก)์ ๒๖๓
๒๖๓
การแบ่งหมวดหม่พู ระสูตรในมัชฌิมนกิ าย มัชฌมิ ปัณณาสก์ ๒๖๓
แนะน�ำพระสูตรของแตล่ ะวรรค ๒๖๓
๒๖๔
๑. คหปตวิ รรค ๒๖๕
๑. กนั ทรกสูตร ๒๖๕
๑.๑ ท่ีมาของช่อื ๒๖๕
๑.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๖๕
๑.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๖๖
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๖๖
๑.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๖๗
๒. อัฏฐกนาครสตู ร ๒๖๗
๒.๑ ทม่ี าของชื่อ ๒๖๗
๒.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๒๖๗
๒.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๖๗
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๖๘
๒.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๖๙
๓. เสขปฏปิ ทาสูตร ๒๖๙
๓.๑ ที่มาของช่ือ ๒๖๙
๓.๒ ทีม่ าของพระสูตร ๒๖๙
๓.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๖๙
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๓.๕ ข้อสังเกต
๔. โปตลิยสตู ร
๔.๑ ที่มาของชอ่ื
๔.๒ ทม่ี าของพระสตู ร
๔.๓ รูปแบบของพระสูตร
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร

(38) พระไตรปิฎกปรทิ รรศน์ ๒๗๐
๔.๕ ข้อสังเกต ๒๗๑
๕. ชีวกสตู ร ๒๗๑
๕.๑ ทม่ี าของชอ่ื ๒๗๑
๕.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๗๑
๕.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๗๑
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๗๒
๕.๕ ข้อสังเกต ๒๗๓
๖. อปุ าลิวาทสตู ร ๒๗๓
๖.๑ ทม่ี าของชอื่ ๒๗๓
๖.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๗๓
๖.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๗๓
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๗๔
๖.๕ ข้อสังเกต ๒๗๕
๗. กุกกุรวตกิ สูตร ๒๗๕
๗.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๗๕
๗.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๗๕
๗.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๗๕
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๗๖
๗.๕ ข้อสังเกต ๒๗๗
๘. อภยราชกมุ ารสตู ร ๒๗๗
๘.๑ ทม่ี าของชื่อ ๒๗๗
๘.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๒๗๗
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๗๗
๘.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๗๘
๘.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๗๙
๙. พหเุ วทนยิ สูตร ๒๗๙
๙.๑ ทม่ี าของชอื่ ๒๗๙
๙.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๗๙
๙.๓ รูปแบบของพระสูตร

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (39)
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๗๙
๙.๕ ข้อสังเกต ๒๗๙
๑๐. อปัณณกสตู ร ๒๘๐
๑๐.๑ ท่ีมาของช่ือ ๒๘๐
๑๐.๒ ทีม่ าของพระสูตร ๒๘๐
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๘๑
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๘๑
๑๐.๕ ข้อสงั เกต ๒๘๒
๒๘๓
๒. ภิกขวุ รรค ๒๘๓
๑. จฬู ราหุโลวาทสูตร ๒๘๓
๑.๑ ทม่ี าของช่อื ๒๘๓
๑.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๒๘๓
๑.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๘๔
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๒๘๕
๑.๕ ข้อสังเกต ๒๘๕
๒. มหาราหุโลวาทสูตร ๒๘๕
๒.๑ ที่มาของชอ่ื ๒๘๕
๒.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๘๕
๒.๓ รูปแบบของพระสูตร ๒๘๖
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๘๖
๒.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๘๖
๓. จูฬมาลงุ กยสตู ร ๒๘๖
๓.๑ ทีม่ าของชือ่ ๒๘๖
๓.๒ ที่มาของพระสูตร ๒๘๖
๓.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๘๘
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๘๘
๓.๕ ขอ้ สังเกต ๒๘๘
๔. มหามาลงุ กยสตู ร ๒๘๘
๔.๑ ท่มี าของชื่อ
๔.๒ ที่มาของพระสูตร

(40) พระไตรปฎิ กปริทรรศน์ ๒๘๘
๔.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๘๙
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๘๙
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๙๐
๕. ภัททาลสิ ูตร ๒๙๐
๕.๑ ทม่ี าของชื่อ ๒๙๐
๕.๒ ทมี่ าของพระสตู ร ๒๙๐
๕.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๙๐
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๙๑
๕.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๙๒
๖. ลฏกุ โิ กปมสตู ร ๒๙๒
๖.๑ ท่มี าของชอ่ื ๒๙๒
๖.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๒๙๒
๖.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๒๙๒
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๙๓
๖.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๙๔
๗. จาตุมสตู ร ๒๙๔
๗.๑ ทม่ี าของชอื่ ๒๙๔
๗.๒ ที่มาของพระสตู ร ๒๙๔
๗.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๙๔
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๒๙๕
๗.๕ ข้อสงั เกต ๒๙๖
๘. นฬกปานสูตร ๒๙๖
๘.๑ ท่ีมาของชือ่ ๒๙๖
๘.๒ ที่มาของพระสูตร ๒๙๖
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๒๙๖
๘.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๒๙๗
๘.๕ ข้อสังเกต ๒๙๗
๙. โคลสิ สานสิ ตู ร ๒๙๗
๙.๑ ที่มาของชื่อ

พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ (41)
๙.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๒๙๗
๙.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๙๘
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๙๘
๙.๕ ขอ้ สงั เกต ๒๙๘
๑๐. กฏี าคริ สิ ตู ร ๒๙๙
๑๐.๑ ท่มี าของช่ือ ๒๙๙
๑๐.๒ ทีม่ าของพระสตู ร ๒๙๙
๑๐.๓ รปู แบบของพระสูตร ๒๙๙
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๒๙๙
๑๐.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๐๐
๓๐๒
๓. ปรพิ พาชกวรรค ๓๐๒
๑. จฬู วัจฉโคตตสตู ร ๓๐๒
๑.๑ ทมี่ าของชือ่ ๓๐๒
๑.๒ ทีม่ าของพระสูตร ๓๐๒
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๐๓
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๐๔
๑.๕ ข้อสงั เกต ๓๐๔
๒. อัคควิ ัจฉโคตตสตู ร ๓๐๔
๒.๑ ท่มี าของชื่อ ๓๐๔
๒.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๐๔
๒.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๐๕
๒.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๐๖
๒.๕ ข้อสงั เกต ๓๐๖
๓. มหาวัจฉโคตตสูตร ๓๐๖
๓.๑ ทม่ี าของชื่อ ๓๐๖
๓.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๐๖
๓.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๐๗
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร
๓.๕ ข้อสังเกต

(42) พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ ๓๐๗
๔. ทีฆนขสตู ร ๓๐๗
๔.๑ ทม่ี าของช่อื ๓๐๗
๔.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๓๐๘
๔.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๐๘
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๐๙
๔.๕ ข้อสังเกต ๓๐๙
๕. มาคณั ฑยิ สตู ร ๓๐๙
๕.๑ ที่มาของชื่อ ๓๐๙
๕.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๓๐๙
๕.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๑๐
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๑๑
๕.๕ ข้อสงั เกต ๓๑๒
๖. สันทกสตู ร ๓๑๒
๖.๑ ทม่ี าของช่ือ ๓๑๒
๖.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๑๒
๖.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๑๒
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๑๔
๖.๕ ขอ้ สังเกต ๓๑๔
๗. มหาสกลุ ุทายสิ ูตร ๓๑๔
๗.๑ ทีม่ าของชื่อ ๓๑๔
๗.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๑๔
๗.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๑๕
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๑๖
๗.๕ ข้อสังเกต ๓๑๖
๘. สมณมณุ ฑิกสตู ร ๓๑๖
๘.๑ ทมี่ าของชื่อ ๓๑๖
๘.๒ ท่ีมาของพระสูตร ๓๑๗
๘.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๑๗
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๑๗
๘.๕ ข้อสงั เกต

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (43)
๙. จฬู สกุลทุ ายิสตู ร ๓๑๘
๙.๑ ทมี่ าของชื่อ ๓๑๘
๙.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๑๘
๙.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๑๘
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๑๘
๙.๕ ขอ้ สังเกต ๓๑๙
๑๐. เวขณสสูตร ๓๑๙
๑๐.๑ ทีม่ าของช่อื ๓๑๙
๑๐.๒ ทมี่ าของพระสูตร ๓๑๙
๑๐.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๒๐
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๒๐
๑๐.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๒๐
๓๒๑
๔. ราชวรรค ๓๒๑
๑. ฆฏิการสูตร ๓๒๑
๑.๑ ทม่ี าของชื่อ ๓๒๑
๑.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๓๒๒
๑.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๒๒
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๒๓
๑.๕ ข้อสงั เกต ๓๒๓
๒. รฏั ฐปาลสตู ร ๓๒๓
๒.๑ ที่มาของช่อื ๓๒๓
๒.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๒๓
๒.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๒๔
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๒๕
๒.๕ ขอ้ สังเกต ๓๒๕
๓. มฆเทวสตู ร ๓๒๕
๓.๑ ทีม่ าของชือ่ ๓๒๕
๓.๒ ทม่ี าของพระสูตร
๓.๓ รปู แบบของพระสตู ร

(44) พระไตรปิฎกปริทรรศน ์ ๓๒๕
๓.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๒๖
๓.๕ ขอ้ สังเกต ๓๒๖
๔. มธรุ สตู ร ๓๒๖
๔.๑ ที่มาของช่ือ ๓๒๖
๔.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๓๒๖
๔.๓ รูปแบบของมธุรสตู ร ๓๒๖
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๒๗
๔.๕ ข้อสงั เกต ๓๒๘
๕. โพธิราชกุมารสูตร ๓๒๘
๕.๑ ที่มาของชอ่ื ๓๒๘
๕.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๒๘
๕.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๒๙
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๓๐
๕.๕ ข้อสงั เกต ๓๓๐
๖. องั คลุ ิมาลสตู ร ๓๓๐
๖.๑ ทม่ี าของช่ือ ๓๓๐
๖.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๓๓๐
๖.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๓๑
๖.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๓๑
๖.๕ ข้อสงั เกต ๓๓๒
๗. ปยิ ชาติกสูตร ๓๓๒
๗.๑ ทม่ี าของชื่อ ๓๓๒
๗.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๓๒
๗.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๓๒
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๓๓
๗.๕ ข้อสงั เกต ๓๓๔
๘. พาหิติกสูตร ๓๓๔
๘.๑ ทม่ี าของชอื่ ๓๓๔
๘.๒ ทม่ี าของพระสตู ร

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (45)
๘.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๓๔
๘.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๓๔
๘.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๓๕
๙. ธัมมเจตยิ สูตร ๓๓๖
๙.๑ ที่มาของชอื่ ๓๓๖
๙.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๓๖
๙.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๓๖
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๓๖
๙.๕ ข้อสังเกต ๓๓๗
๑๐. กณั ณกตั ถลสตู ร ๓๓๘
๑๐.๑ ท่ีมาของชื่อ ๓๓๘
๑๐.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๓๘
๑๐.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๓๘
๑๐.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๓๘
๑๐.๕ ข้อสังเกต ๓๓๙
๓๔๐
๕. พราหมณวรรค ๓๔๐
๑. พรหมายสุ ูตร ๓๔๐
๑.๑ ทม่ี าของช่ือ ๓๔๐
๑.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๔๐
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๔๑
๑.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๔๒
๑.๕ ข้อสังเกต ๓๔๒
๒. เสลสตู ร ๓๔๒
๒.๑ ที่มาของชื่อ ๓๔๒
๒.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๔๒
๒.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๔๓
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร
๒.๕ ขอ้ สงั เกต

(46) พระไตรปิฎกปริทรรศน์ ๓๔๔
๓. อัสสลายนสูตร ๓๔๔
๓.๑ ทีม่ าของชือ่ ๓๔๔
๓.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๔๔
๓.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๔๔
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๔๖
๓.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๔๖
๔. โฆฏมุขสตู ร ๓๔๖
๔.๑ ที่มาของชือ่ ๓๔๖
๔.๒ ทม่ี าของพระสูตร ๓๔๖
๔.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๔๖
๔.๕ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๔๗
๔.๕ ข้อสังเกต ๓๔๘
๕. จงั กสี ูตร ๓๔๘
๕.๑ ทมี่ าของชอ่ื ๓๔๘
๕.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๓๔๘
๕.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๔๘
๕.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๔๙
๕.๕ ขอ้ สังเกต ๓๕๐
๖. เอสุการีสูตร ๓๕๐
๖.๑ ที่มาของชอื่ ๓๕๐
๖.๒ ทม่ี าของพระสตู ร ๓๕๐
๖.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๕๐
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๕๑
๖.๕ ข้อสงั เกต ๓๕๑
๗. ธนัญชานิสตู ร ๓๕๑
๗.๑ ที่มาของชอื่ ๓๕๒
๗.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๕๒
๗.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๕๒
๗.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๕๓
๗.๕ ข้อสังเกต

พระไตรปฎิ กปริทรรศน ์ (47)
๓๕๓
๘. วาเสฏฐสูตร ๓๕๓
๘.๑ ที่มาของชอ่ื ๓๕๓
๘.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๕๔
๘.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๕๔
๘.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๕๔
๘.๕ ขอ้ สังเกต ๓๕๕
๙. สุภสตู ร ๓๕๕
๙.๑ ที่มาของชอ่ื ๓๕๕
๙.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๕๕
๙.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๕๕
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๕๗
๙.๕ ข้อสงั เกต ๓๕๘
๑๐. สงั คารวสตู ร ๓๕๘
๑๐.๑ ที่มาของชอื่ ๓๕๘
๑๐.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๕๘
๑๐.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๕๘
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๕๙
๑๐.๕ ข้อสงั เกต
๓๖๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๑๔ ๓๖๓
พระสตุ ตันตปิฎก เลม่ ท่ี ๖ ๓๖๓
๓๖๓
(มชั ฌมิ นกิ าย อปุ รปิ ัณณาสก์) ๓๖๓
๓๖๓
การแบ่งหมวดหมพู่ ระสูตรในมัชฌมิ นกิ าย อุปรปิ ัณณาสก์
แนะน�ำพระสตู รของแต่ละวรรค

๑. เทวทหวรรค
๑. เทวทหสูตร
๑.๑ ที่มาของชอื่
๑.๒ ที่มาของพระสูตร
๑.๓ รปู แบบของพระสูตร

(48) พระไตรปฎิ กปรทิ รรศน ์ ๓๖๓
๑.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๖๔
๑.๕ ข้อสงั เกต ๓๖๕
๒. ปญั จัตตยสตู ร ๓๖๕
๒.๑ ที่มาของชอ่ื ๓๖๖
๒.๒ ท่มี าของพระสตู ร ๓๖๖
๒.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๖๖
๒.๔ ใจความส�ำคัญของพระสูตร ๓๖๘
๒.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๖๙
๓. กนิ ตสิ ูตร ๓๖๙
๓.๑ ที่มาของชื่อ ๓๖๙
๓.๒ ที่มาของพระสตู ร ๖๓๙
๓.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๗๐
๓.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๗๐
๓.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๗๑
๔. สามคามสตู ร ๓๗๑
๔.๑ ทม่ี าของชอ่ื ๓๗๑
๔.๒ ที่มาของพระสูตร ๓๗๑
๔.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๗๑
๔.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสูตร ๓๗๓
๔.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๗๔
๕. สุนักขตั ตสตู ร ๓๗๔
๕.๑ ที่มาของช่อื ๓๗๔
๕.๒ ทีม่ าของพระสตู ร ๓๗๔
๕.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๗๔
๕.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๗๕
๕.๕ ขอ้ สังเกต ๓๗๖
๖. อาเนญชสปั ปายสูตร ๓๗๖
๖.๑ ท่ีมาของชอ่ื ๓๗๗
๖.๒ ทีม่ าของพระสตู ร ๓๗๗
๖.๓ รปู แบบของพระสตู ร

พระไตรปิฎกปรทิ รรศน ์ (49)
๖.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๗๗
๖.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๗๗
๗. คณกโมคคลั ลานสูตร ๓๗๘
๗.๑ ทม่ี าของช่ือ ๓๗๘
๗.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๗๘
๗.๓ รปู แบบของพระสูตร ๓๗๘
๗.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๗๙
๗.๕ ขอ้ สังเกต ๓๗๙
๘. โคปกโมคคัลลานสูตร ๓๘๐
๘.๑ ทม่ี าของชื่อ ๓๘๐
๘.๒ ที่มาของพระสตู ร ๓๘๐
๘.๓ รปู แบบของพระสตู ร ๓๘๐
๘.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๘๐
๘.๕ ขอ้ สังเกต ๓๘๒
๙. มหาปณุ ณมสูตร ๓๘๒
๙.๑ ทม่ี าของชอ่ื ๓๘๒
๙.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๓๘๒
๙.๓ รูปแบบของพระสตู ร ๓๘๓
๙.๔ ใจความส�ำคญั ของพระสตู ร ๓๘๓
๙.๕ ขอ้ สังเกต ๓๘๓
๑๐. จฬู ปณุ ณมสตู ร ๓๘๔
๑๐.๑ ท่ีมาของช่อื ๓๘๔
๑๐.๒ ท่ีมาของพระสตู ร ๓๘๔
๑๐.๓ รูปแบบของพระสูตร ๓๘๔
๑๐.๔ ใจความส�ำคัญของพระสตู ร ๓๘๔
๑๐.๕ ขอ้ สงั เกต ๓๘๔
๓๘๕
๒. อนปุ ทวรรค ๓๘๕
๑. อนปุ ทสูตร ๓๘๕
๑.๑ ที่มาของชื่อ
๑.๒ ที่มาของพระสตู ร


Click to View FlipBook Version