คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- รักความเปน็ ไทย
ขั้นจัดกิจกรรมการเรยี นสอน
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
๑. ทบทวนเน้ือหาในชั่วโมงท่ีแล้วเรือ่ ง การเขยี นแผนภาพความคิด
๒. ครูผูส้ อนพดู คุยกับนักเรียนเก่ียวกบั คำศัพท์ตา่ ง ๆ ภายในบทเรียน สอบถามวา่ มคี ำไหนบ้างท่ไี มร่ ้จู ัก และ
ไมร่ คู้ วามหมาย
ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
๓. ครูผ้สู อนแจกพจนานุกรมให้นักเรียนคนละหนง่ึ เล่ม พร้อมกับอธิบายการใชง้ านใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจรว่ มกัน
๔. จากนัน้ จึงแจกกระดาษพบั ได้รูปตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรยี นคนละ ๑ แผน่ จากน้นั ให้นกั เรียนหาคำศัพท์ที่เกีย่ วข้อง
กบั รูปภาพท่ีไดร้ ับ พร้อมเขยี นความหมาย และเรยี งลำดบั คำตามลำดับพจนานุกรมโดยเขยี นตัวบรรจงเตม็
บรรทัดอยา่ งน้อย ๓ คำ พร้อมระบายสใี หส้ วยงาม
ขั้นสรปุ บทเรยี น
๕. ครผู สู้ อนทบทวนวธิ ีการใชง้ านพจนานุกรมรว่ มกับนักเรียน และเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถามขอ้ สงสยั
สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้
๑. พจนานกุ รม
๒. กระดาษพับได้
การวดั และประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธกี ารวดั และประเมินผล เคร่อื งมือทใ่ี ช้ เกณฑ์
๑. นักเรียนสามารถใช้ - การสังเกตพฤติกรรมการใช้ - แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ด ้ า น ค ว า ม รู้
พจนานุกรมไดถ้ ูกต้อง พจนานุกรม และการเขียน เรอื่ ง การใชพ้ จนานกุ รม
เรียงลำดับคำตามพจนานุกรม
๑. นักเรียนสามารถเขียน - ตรวจชิ้นงานกระดาษพับของ - แบบประเมินทักษะการเขียนคัด คะแนนร้อย
ละ ๖๐
คัดลายมือตัวบรรจง นกั เรียน ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัด
ขนึ้ ไป ถือวา่
เต็มบรรทัดได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง และสวยงาม ผ่านเกณฑ์
๓. นักเรียนมีความมุ่งมั่น - การสังเกตพฤติกรรมด้านการ - แบบประเมินพฤติกรรมด้าน
ในการทำงาน มุ่งมั่นในการทำงานของผู้เรียน ความมุ่งมั่นในการทำงานของ
ในชน้ั เรยี น ผู้เรยี น
เกณฑก์ ารประเมิน
คำอธบิ ายระดบั คุณภาพ
รายการประเมนิ พอใช้ ดี ดีมาก
(๑) (๒) (๓)
๑.นักเรียนสามารถใช้ นักเรียนสามารถเปิดหา นักเรียนเข้าใจวิธีการใช้ นักเรียนเข้าใจวิธีการใช้
พจนานกุ รมไดถ้ ูกตอ้ ง คำศพั ทใ์ นพจนานุกรมได้ พจนานุกรม และสามารถเปิด พจนานุกรม สามารถเปิดหา
หาคำศัพท์ในพจนานุกรม คำศัพท์ในพจนานุกรมอย่าง
อยา่ งคล่องแคลว่ คลอ่ งแคลว่ และเรียงลำดับคำ
ตามพจนานุกรมได้ถูกต้องทุก
คำ
๒.นักเรียนสามารถเขียน น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ เ ข ี ย น น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ เ ข ี ย น น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ เ ข ี ย น
คัดลายมือตัวบรรจงเต็ม คัดลายมือได้ แต่เขียนคำไม่ คัดลายมือได้ถูกต้อง แต่ คัดลายมือได้ถูกต้อง ตัวอักษร
บรรทัดได้อย่างถูกต้อง ถูกต้อง ตวั อกั ษรไม่มีหัว ตวั อกั ษรไม่มีหัว มีหัวสมบูรณ์ถูกต้องตาม
และสวยงาม ลักษณะการเขียนพยัญชนะ
ของไทย
๓. นกั เรยี นมีความมงุ่ ม่ัน เข้าเรียนสายประมาณ ๕ นาที เข้าเรียนตรงเวลา สนใจการ เข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจ
ในการทำงาน สนใจเรียนเป็นบางครั้ง แต่ไม่ เรียนในหัวข้อที่ตนสนใจ และ เรียนตั้งแต่เริ่มจนจบบทเรียน
ค่อยรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตน รับผิดชอบในหน้าที่ของตน และรับผิดชอบ ในหน้าที่ที่
ไดร้ บั มอบหมาย เพยี งเพอ่ื ให้งานเสรจ็ ตนเองได้รับมอบหมายอย่าง
เต็มความสามารถ
แบบบันทกึ การผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ป.๔/๑)
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๕ เรอ่ื ง การใช้พจนานกุ รม
ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชือ่ – สกลุ จุดประสงค์ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์
คะแนน ร้อย ผา่ น ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายพชรดนยั ปานทอง ขอ้ ที่ ๑ ขอ้ ท่ี ๒ ข้อที่ ๓
๒. เด็กชายไชยวัฒน์ หอมสมบัติ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เด็กชายกนั ตภณ โตแฉง่ ๓ ๓ ๒
๔. เดก็ ชายนัทธพงศ์ แกว้ พิมพ์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เด็กชายรัชกฤช ปิ่นทอง ๓ ๓ ๒
๖. เดก็ ชายสุชญั ญา สกลุ คำ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๗. เด็กชายคงภพ ววิ าเก้า ๒ ๓ ๓
๘. เด็กชายชาญวฒุ ิ บุญเพ็ชร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายกอ้ งภพ ขำรักษ์ ๓ ๓ ๒
๑๐. เดก็ ชายธันวา บุญมาก ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๑. เดก็ ชายอธพิ งศ์ สุทธิจันทร์ ๓ ๓ ๓
๑๒. เดก็ ชายอรญิ ชัย เขียวหาย ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๓. เดก็ ชายสถติ คณุ คมุ้ พรงิ้ ๒ ๒ ๓
๑๔. เด็กหญงิ นันทน์ ลิน ลอยเวหา ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เด็กหญิงปภาพนิ ท์ ขำชน่ื ๓ ๓ ๒
๑๖. เดก็ หญงิ ณดิ าวัลย์ ปานถม ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เดก็ หญงิ ดนิตา น้อยเจือ ๒ ๓ ๓
๑๘. เดก็ หญงิ จันทกานต์ ใจผาวัง ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๙. เดก็ หญงิ ปญิ าภรณ์ ถาวงษ์กลาง ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญิงจารุพิชญา เชงิ คีรี ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญงิ พิชญาภรณ์ หลากจติ ต์ ๓ ๓ ๓
๒๒. เด็กหญิงณัฏฐกันย์ หลากจติ ต์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒๓. เดก็ หญิงวาสนา อน้ อินทร์ ๒ ๓ ๓
๒๔. เด็กหญิงวัชญาพร ต่นุ แกว้ ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๓ ๓ ๒
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
แบบบนั ทกึ การผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ป.๔/๒)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๕ เร่ือง การใช้พจนานุกรม
ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ นเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชื่อ – สกลุ จุดประสงค์ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์
คะแนน รอ้ ย ผ่าน ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายวิชญะ ศรีแผ้ว ขอ้ ท่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เด็กชายณฐั ดนัย สินชัยวุฒิวงศ์ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายปญั ญาวุฒิ ศรีไพโรจน์ ๓ ๒ ๒
๔. เดก็ ชายกุลพชั ร พาลี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เด็กชายธนากร ทองคำ ๓ ๓ ๓
๖. เดก็ ชายณฐั พงษ์ โพธน์ิ อ้ ยยัง ๒ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๗. เด็กชายภาณวุ ิชญ์ ศรีจนั ทร์ทับ ๒ ๒ ๓
๘. เด็กชายปารเมศ บำรุงศรี ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายนภัทร จนั ทร์เรือง ๓ ๓ ๓
๑๐. เด็กชายจักรกฤช ชแู สง ๓ ๓ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๑. เดก็ ชายราชันย์ สงั ขเ์ งิน ๒ ๓ ๓
๑๒. เดก็ ชายพลภัทร เรืองมนต์ ๓ ๒ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๓. เด็กชายกันตภณ ทองศรี ๓ ๓ ๓
๑๔. เด็กหญิงชาลาดา รอดผิว ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๕. เด็กหญิงนพวรรณ เจนจบ ๓ ๓ ๓
๑๖. เด็กหญงิ ฐติ ิรตั น์ นาคประไพ ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๗. เดก็ หญิงภริ ญั ญา อยชู่ า้ ง ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญิงจดิ าภา ฟกั ทอง ๓ ๒ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เด็กหญิงนรินทร์ เขตสถาน ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญิงจริ วรรณ ทองดี ๓ ๓ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญิงกญั ญาณัฐ นากลุ ๓ ๓ ๓
๒๒. เดก็ หญิงอฐั ภิญญา อินอ่ำ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๓. เดก็ หญงิ ณฏั ฐนนั ท์ หลากจิตต์ ๓ ๒ ๒
๒๔. เด็กหญงิ ชนาภัทร แดงมานะการ ๓ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๓ ๓ ๓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
แบบบนั ทึกการผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (ป.๔/๓)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕ เรอ่ื ง การใช้พจนานกุ รม
ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชอ่ื – สกลุ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์
คะแนน ร้อย ผ่าน ไม่ผ่าน
๑. เด็กชายไกรวฒุ ิ จนั ทรา ขอ้ ท่ี ๑ ข้อที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เดก็ ชายบวรวิชญ์ สร้อยมาลี ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายธนวุฒิ จุติแสง ๓ ๓ ๓
๔. เดก็ ชายกฤษฎา คงถาวร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายนรากรณ์ ขจรศรี ๓ ๒ ๒
๖. เด็กชายณฐั พัฒน์ ย้ิมนรนิ ทร์ ๓ ๓ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๗. เด็กชายกองทพั คำสกุ ใส ๒ ๓ ๓
๘. เด็กชายสิรวิชญ์ ทองจนั ทร์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายสุวชิ ชา สารประสงค์ ๓ ๓ ๓
๑๐. เด็กชายกันตพงศ์ ดว้ งอนิ ทร์ ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๑. เด็กชายพรี พัฒน์ หมีนาค ๓ ๒ ๒
๑๒. เดก็ ชายพาดากร จนั โสภา ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๓. เดก็ ชายณเดชน์ นรัตน์กุล ๓ ๒ ๒
๑๔. เดก็ หญงิ จริ ัญญา บุญกอแกว้ ๓ ๒ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เด็กหญิงวนัชพร ตนิ ะคัด ๓ ๓ ๒
๑๖. เด็กหญงิ นานาพรรณ แพรเอม ๓ ๓ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เด็กหญิงธมลวรรณ อ้ิมทบั ๓ ๓ ๒
๑๘. เด็กหญิงญานิศา คมุ้ แสง ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เดก็ หญิงรฐั นนั ท์ ช่นื ชม ๓ ๓ ๓
๒๐. เดก็ หญิงธญั ชนก ลมี ี ๓ ๓ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญิงพรพรรณ ภผู าทอง ๓ ๓ ๒
๒๒. เด็กหญงิ กัญญาภคั บตุ รดา ๓ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๒๓. เดก็ หญงิ บณุ ยาพร บตุ รทองดี ๓ ๓ ๒
๒๔. เดก็ ชายมนัญชัย กำจร ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๒ ๒
๗ ๗๗.๗ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้ (๔/๑)
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕ เรอ่ื ง การใชพ้ จนานุกรม
ผลการเรียนรู้ นกั เรยี นทงั้ หมด ๒๔ คน มีผลการเรียนร้เู ป็นดงั น้ี
ดา้ นความรู้
๑. นักเรยี นสามารถใชพ้ จนานุกรมได้ถกู ต้อง
จำนวนนักเรยี นท่ผี ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒ . นักเรยี นสามารถเขียนคดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดไดอ้ ย่างถูกต้อง และสวยงาม
จำนวนนักเรยี นที่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรยี นที่ไมผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คดิ เป็นร้อยละ ๐
ด้านคุณลกั ษณะ
๓. นกั เรียนมคี วามมงุ่ มั่นในการทำงาน
จำนวนนักเรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐
พฤติกรรมนักเรยี น
นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียน เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็นพจนานกุ รม และไม่รู้
วิธกี ารใช้ ทำให้เกดิ ความสงสยั และขอ้ คำถามมากมาย มกี ารพูดคยุ โต้ตอบกนั เปน็ อยา่ งดี
ปญั หา/อุปสรรค
เม่อื ให้เวลาในการทำงาน ๒๐ นาทีตอนทา้ ยช่วั โมง นักเรียนมักจะอยู่ไม่นิ่ง นกั เรยี นมกั จะเดินวนไปมา
ภายในหอ้ งเรยี น ซง่ึ ทำให้งานของตนเองนนั้ เสรจ็ ช้า ไมท่ นั เวลา
แนวทางแก้ไข/ผลการแกไ้ ข
จัดเกา้ อ้ีพเิ ศษสำหรับคนพิเศษ หากนักเรยี นคนใดเดนิ ไปมาเกนิ ๓ ครงั้ จะใหน้ ักเรียนมานั่งทำงานที่
เกา้ อ้ีพิเศษ ซึ่งเก้าอีน้ ี้อาจจะต้ังอยทู่ ่โี ต๊ะของครู หรอื โต๊ะเด่ียวหนา้ หอ้ งเรยี น
บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้ (๔/๒)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรอ่ื ง การใช้พจนานกุ รม
ผลการเรียนรู้ นกั เรยี นทง้ั หมด ๒๔ คน มผี ลการเรยี นรู้เปน็ ดงั นี้
ด้านความรู้
๑. นกั เรยี นสามารถใชพ้ จนานุกรมได้ถกู ต้อง
จำนวนนกั เรยี นท่ีผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นท่ไี ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒. นกั เรียนสามารถเขยี นคัดลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัดไดอ้ ย่างถูกต้อง และสวยงาม
จำนวนนกั เรยี นทผี่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
ด้านคุณลกั ษณะ
๓. นักเรียนมคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน
จำนวนนกั เรยี นที่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐
พฤติกรรมนักเรยี น
นกั เรยี นมคี วามตน่ื เตน้ ท่ีไดเ้ ห็นพจนานุกรม เนอ่ื งจากนักเรียนสว่ นใหญจ่ ะไม่เคยเห็นพจนานุกรม และ
ไมร่ ้วู ิธกี ารใช้ ทำให้เกิดความสงสยั และขอ้ คำถามมากมาย มีการพูดคยุ โตต้ อบกันเป็นอย่างดี
ปัญหา/อุปสรรค
เมื่อให้เวลาในการทำงาน ๒๐ นาทีตอนท้ายชั่วโมง นักเรียนที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักจะอยู่ไม่นิ่ง จะเดิน
วกไปวนมาภายในหอ้ งเรยี น ซง่ึ ทำให้งานของตนเองน้นั เสรจ็ ชา้ ไม่ทนั เวลา
แนวทางแก้ไข/ผลการแกไ้ ข
จัดเกา้ อ้ีพิเศษสำหรับคนพเิ ศษ หากนักเรยี นคนใดเดินไปมาเกิน ๓ คร้งั จะให้นักเรยี นมานั่งทำงานท่ี
เกา้ อ้ีพิเศษ ซง่ึ เก้าอ้ีนี้อาจจะต้ังอยทู่ โ่ี ต๊ะของครู หรอื โต๊ะเดย่ี วหน้าหอ้ งเรียน แต่หากเป็นเด็กท่ีมสี มาธสิ ้นั ก็จะเขา้ ไปพูด
ชมผลงานของนักเรยี นวา่ สวยงาม จะทำให้นักเรยี นต้ังใจทำงานและนั่งอยู่กับท่ีนัง่ มากข้ึน
บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ (๔/๓)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕ เร่ือง การใช้พจนานกุ รม
ผลการเรยี นรู้ นกั เรียนท้งั หมด ๒๔ คน มผี ลการเรียนรเู้ ป็นดังน้ี
ดา้ นความรู้
๑. นกั เรยี นสามารถใช้พจนานุกรมได้ถกู ต้อง
จำนวนนกั เรยี นที่ผา่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒. นักเรียนสามารถเขียนคัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั ไดอ้ ย่างถูกต้อง และสวยงาม
จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรยี นทีไ่ ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
๓. นักเรยี นมีความมุ่งมนั่ ในการทำงาน
จำนวนนกั เรียนทีผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นท่ีไมผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๐
พฤตกิ รรมนกั เรียน
นักเรียนมีความต่ืนเต้นและสนใจพจนานุกรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็น
พจนานุกรม และไมร่ ้วู ิธกี ารใช้ ทำให้เกดิ ความสงสยั และขอ้ คำถามมากมาย จงึ ทำใหม้ ีการพดู คยุ โตต้ อบข้อสงสยั กนั เป็น
เวลานาน
ปัญหา/อุปสรรค
เมื่อให้เวลาในการทำงาน ๒๐ นาทีตอนท้ายชั่วโมง นักเรียนมักจะอยู่ไม่นิ่ง มักจะเดินวกไปวนมา
ภายในหอ้ งเรียน ซ่งึ ทำให้งานของตนเองน้นั เสร็จช้า ไม่ทนั เวลา
แนวทางแกไ้ ข/ผลการแก้ไข
จดั เกา้ อ้ีพเิ ศษสำหรับคนพิเศษ หากนักเรียนคนใดเดนิ ไปมาเกิน ๓ คร้ัง จะใหน้ ักเรยี นมานั่งทำงานที่
เก้าอี้พเิ ศษ ซงึ่ เก้าอนี้ ี้อาจจะตั้งอยู่ทีโ่ ต๊ะของครู หรือโต๊ะเดี่ยวหน้าห้องเรียน
ส่อื การเรยี นการสอน
กระดาษพับได้
วิธกี ารใช้
๑. ให้นักเรยี นเขยี นคำศพั ท์ลงไปในช่องวา่ งของกระดาษ
๒. เมอื่ เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนระบายสีตกแต่งให้สวยงาม จากน้ันจึงค่อย ๆ พับกระดาษเขา้ หากนั จนเป็น
รปู ภาพทีส่ มบรู ณ์
แผนการจดั การเรียนรู้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
เวลาเรียน ๘ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ภาษาพาที) เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรอ่ื ง ขนมไทยไรเ้ ทยี มทาน ครผู สู้ อน ศรีสดุ า ไชยวงศ์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรอื่ ง เรยี งคำเปน็ ประโยค
สอนวันท่ี ๒๑ เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สาระการเรียนรู้
ประโยค คือ คำทีน่ ำมาเรียงกัน และได้ใจความสมบรู ณ์ ทำใหผ้ ้ฟู งั เข้าใจวา่ ใคร ทำอะไร ท่ีไหน ทำอาการ
อย่างไร ประโยคประกอบดว้ ยสว่ นสำคัญ ๒ ส่วน คอื ภาคประธาน และภาคแสดง
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษา
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ช้ีวดั
ท ๔.๑ ป ๔/๒ ระบุชนดิ และหน้าท่ขี องคำในประโยค
ท ๔.๑ ป ๔/๔ แต่งประโยคไดถ้ ูกต้องตามหลกั ภาษา
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรียนสามารถระบหุ นา้ ที่ของคำในประโยคนน้ั ได้
๒. นกั เรียนสามารถแต่งประโยคได้ถกู ต้อง
๓. นกั เรียนมีความมงุ่ มั่นในการทำงาน
สาระการเรียนรู้
- ประโยคสามญั
- การแต่งประโยค
ทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
- ทกั ษะชีวิตและอาชพี
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้
ข้ันจัดกจิ กรรมการเรียนสอน
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
๑. ครูผสู้ อนทกั ทายนกั เรยี น พร้อมทบทวนเน้อหาเร่ือง การเขียนแผนภาพความคิด
๒. ครผู สู้ อนเขียนคำหนง่ึ คำบนกระดาน จากนัน้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันแต่งเป็นประโยค
ข้ันจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
๓. ครผู สู้ อนอ่านประโยคทน่ี ักเรยี นช่วยกนั แตง่ และช่วยกนั วิเคราะห์คำแต่ละคำในประโยควา่ ทำหน้าท่ี
อะไรบา้ ง
๔. ครูผ้สู อนอธิบายเก่ียวกับประโยคสามัญเสร็จแลว้ จงึ อธบิ ายเกีย่ วกับประธาน และคำกริยาเพ่มิ เติมเพ่ือให้
นักเรียนเกดิ ความเขา้ ใจท่มี ากขึ้น
๕. ใหน้ ักเรียนแตง่ ประโยคจากคำท่ีกำหนดใหจ้ ำนวน ๕ ประโยค พรอ้ มระบุหน้าทีข่ องคำในประโยคน้นั
ขน้ั สรปุ บทเรยี น
๖. ทบทวนหลกั การแตง่ ประโยค และใหเ้ ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสอบถามขอ้ สงสยั
การวัดและประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธีการวัดและประเมินผล เคร่อื งมือท่ใี ช้ เกณฑ์
๑. นักเรียนสามารถระบุ - การตรวจเนื้อหาการระบุ - แบบประเมนิ ดา้ นความรู้
หนา้ ท่ีของคำในประโยคนั้น หน้าที่ของคำในแตล่ ะประโยค เรื่อง การระบุหน้าที่ของคำในแต่
ละประโยค
ได้
คะแนนร้อย
๒. นักเรียนสามารถแต่ง - การตรวจเนื้อหาการแต่ง - แบบประเมินทักษะด้านการแต่ง ละ ๖๐
ประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง
ประโยค ประโยค ขึ้นไป ถือวา่
ผา่ นเกณฑ์
๓. นกั เรียนมีความมงุ่ มน่ั - การสังเกตพฤติกรรมด้าน - แบบประเมินพฤติกรรมด้าน
ในการทำงาน การมุ่งมั่นในการทำงานของ ความมุ่งมั่นในการทำงานของ
ผูเ้ รยี น ในชน้ั เรยี น ผู้เรียน
เกณฑ์การประเมนิ
คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ
รายการประเมนิ พอใช้ ดี ดีมาก
(๑) (๒) (๓)
๑.นักเรียนสามารถระบุ นักเรียนไม่สามารถระบุหน้าท่ี นักเรียนสามารถระบุหน้าท่ี นักเรียนสามารถระบุหน้าที่
หน้าที่ของคำในประโยค ของคำในประโยคนั้น ๆ ได้ ของคำในประโยคนัน้ ได้ ๓ ข้อ ของคำในประโยคนน้ั ๆ ได้
นนั้ ได้ ทุกขอ้
๒.นักเรียนสามารถแต่ง นักเรียนไม่สามารถนำคำมา นักเรียนสามารถนำคำมาแต่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยค
ประโยคได้ถูกต้อง แต่งเป็นประโยคได้ เป็นประโยคได้ แต่ยังใช้คำไม่ ไดถ้ ูกต้อง และเหมาะสม
เหมาะสม
๓. นกั เรียนมีความมุ่งม่ัน เข้าเรียนสายประมาณ ๕ นาที เขา้ เรียนตรงเวลา สนใจการ เข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจ
ในการทำงาน สนใจเรียนเป็นบางครั้ง แต่ไม่ เรียนในหัวข้อที่ตนสนใจ และ เรียนตั้งแต่เริ่มจนจบบทเรียน
ค่อยรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตน รับผิดชอบในหน้าที่ของตน และรับผิดชอบ ในหน้าที่ที่
ได้รับมอบหมาย เพียงเพื่อใหง้ านเสรจ็ ตนเองได้รับมอบหมายอย่าง
เต็มความสามารถ
แบบบนั ทึกการผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ป.๔/๑)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๖ เรื่อง เรียงคำเปน็ ประโยค
ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ช่ือ – สกลุ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน รอ้ ย ผา่ น ไม่ผ่าน
๑. เด็กชายพชรดนยั ปานทอง ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เด็กชายไชยวฒั น์ หอมสมบัติ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายกันตภณ โตแฉง่ ๒ ๓ ๓
๔. เดก็ ชายนัทธพงศ์ แก้วพิมพ์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายรชั กฤช ปิ่นทอง ๓ ๓ ๒
๖. เด็กชายสุชัญญา สกลุ คำ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๗. เด็กชายคงภพ ววิ าเก้า ๒ ๓ ๓
๘. เดก็ ชายชาญวุฒิ บญุ เพช็ ร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายกอ้ งภพ ขำรักษ์ ๓ ๓ ๒
๑๐. เดก็ ชายธนั วา บญุ มาก ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๑. เด็กชายอธพิ งศ์ สุทธิจนั ทร์ ๓ ๓ ๓
๑๒. เดก็ ชายอรญิ ชัย เขยี วหาย ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๓. เดก็ ชายสถติ คุณ คุ้มพริง้ ๒ ๒ ๓
๑๔. เด็กหญิงนันท์นลิน ลอยเวหา ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เด็กหญงิ ปภาพินท์ ขำช่นื ๓ ๓ ๓
๑๖. เดก็ หญิงณิดาวัลย์ ปานถม ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เดก็ หญิงดนติ า น้อยเจอื ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญิงจนั ทกานต์ ใจผาวงั ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๙. เดก็ หญิงปญิ าภรณ์ ถาวงษก์ ลาง ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญงิ จารุพชิ ญา เชิงคีรี ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เดก็ หญงิ พชิ ญาภรณ์ หลากจติ ต์ ๓ ๓ ๓
๒๒. เดก็ หญิงณัฏฐกันย์ หลากจิตต์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒๓. เด็กหญิงวาสนา อ้นอินทร์ ๓ ๓ ๓
๒๔. เด็กหญิงวัชญาพร ตุ่นแก้ว ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒ ๓ ๓
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
แบบบันทึกการผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ป.๔/๒)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๖ เรือ่ ง เรียงคำเป็นประโยค
ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ช่ือ – สกลุ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน รอ้ ย ผ่าน ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายวิชญะ ศรแี ผ้ว ขอ้ ที่ ๑ ขอ้ ที่ ๒ ข้อที่ ๓
๒. เดก็ ชายณฐั ดนัย สินชัยวฒุ วิ งศ์ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เด็กชายปัญญาวฒุ ิ ศรีไพโรจน์ ๒ ๓ ๒
๔. เดก็ ชายกุลพชั ร พาลี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายธนากร ทองคำ ๓ ๓ ๓
๖. เด็กชายณฐั พงษ์ โพธนิ์ ้อยยงั ๓ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๗. เดก็ ชายภาณุวิชญ์ ศรีจนั ทรท์ บั ๒ ๓ ๓
๘. เดก็ ชายปารเมศ บำรุงศรี ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เด็กชายนภัทร จนั ทร์เรอื ง ๒ ๓ ๓
๑๐. เดก็ ชายจกั รกฤช ชแู สง ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๑. เด็กชายราชนั ย์ สังข์เงิน ๓ ๓ ๓
๑๒. เด็กชายพลภทั ร เรืองมนต์ ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๓. เดก็ ชายกนั ตภณ ทองศรี ๓ ๓ ๓
๑๔. เด็กหญงิ ชาลาดา รอดผิว ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เดก็ หญิงนพวรรณ เจนจบ ๓ ๓ ๒
๑๖. เดก็ หญิงฐิตริ ตั น์ นาคประไพ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๗. เดก็ หญิงภริ ญั ญา อยูช่ า้ ง ๒ ๓ ๓
๑๘. เดก็ หญงิ จิดาภา ฟกั ทอง ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๙. เดก็ หญงิ นรินทร์ เขตสถาน ๒ ๓ ๓
๒๐. เดก็ หญิงจริ วรรณ ทองดี ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เดก็ หญงิ กญั ญาณัฐ นากุล ๓ ๓ ๓
๒๒. เด็กหญิงอัฐภิญญา อนิ อ่ำ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒๓. เด็กหญิงณัฏฐนนั ท์ หลากจติ ต์ ๒ ๓ ๓
๒๔. เด็กหญิงชนาภทั ร แดงมานะการ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๓ ๓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
แบบบันทกึ การผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ป.๔/๓)
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๖ เรอื่ ง เรยี งคำเป็นประโยค
ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชอ่ื – สกลุ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์
คะแนน ร้อย ผ่าน ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายไกรวฒุ ิ จนั ทรา ขอ้ ท่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เดก็ ชายบวรวชิ ญ์ สร้อยมาลี ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายธนวฒุ ิ จุตแิ สง ๒ ๓ ๒
๔. เด็กชายกฤษฎา คงถาวร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายนรากรณ์ ขจรศรี ๓ ๒ ๒
๖. เด็กชายณัฐพฒั น์ ยิ้มนรนิ ทร์ ๓ ๒ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๗. เด็กชายกองทัพ คำสกุ ใส ๓ ๓ ๓
๘. เดก็ ชายสิรวิชญ์ ทองจันทร์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายสุวชิ ชา สารประสงค์ ๓ ๓ ๓
๑๐. เด็กชายกนั ตพงศ์ ดว้ งอนิ ทร์ ๓ ๒ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๑. เด็กชายพีรพัฒน์ หมนี าค ๒ ๓ ๒
๑๒. เดก็ ชายพาดากร จันโสภา ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๓. เดก็ ชายณเดชน์ นรัตนก์ ุล ๒ ๓ ๓
๑๔. เดก็ หญงิ จริ ญั ญา บุญกอแก้ว ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๕. เดก็ หญิงวนัชพร ตนิ ะคดั ๓ ๓ ๓
๑๖. เดก็ หญิงนานาพรรณ แพรเอม ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เด็กหญงิ ธมลวรรณ อ้ิมทบั ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญิงญานิศา คมุ้ แสง ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เดก็ หญงิ รัฐนันท์ ชน่ื ชม ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญิงธญั ชนก ลมี ี ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญงิ พรพรรณ ภูผาทอง ๓ ๓ ๓
๒๒. เด็กหญิงกัญญาภคั บุตรดา ๒ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๒๓. เด็กหญิงบณุ ยาพร บตุ รทองดี ๒ ๓ ๓
๒๔. เดก็ ชายมนญั ชยั กำจร ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๒ ๒
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
บนั ทกึ ผลการจัดการเรียนรู้ (๔/๑)
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๖ เรอ่ื ง เรียงคำเป็นประโยค
ผลการเรียนรู้ นกั เรียนทง้ั หมด ๒๔ คน มีผลการเรยี นรเู้ ปน็ ดงั น้ี
ด้านความรู้ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
๑. นกั เรยี นสามารถระบหุ นา้ ทขี่ องคำในประโยคน้ันได้ คน คิดเป็นร้อยละ ๐
จำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนท่ไี ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
๒. นักเรียนสามารถแต่งประโยคไดถ้ ูกต้อง คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นที่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
จำนวนนักเรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐
ด้านคุณลกั ษณะ
๓. นกั เรยี นมีความม่งุ ม่ันในการทำงาน
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒
จำนวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐
พฤตกิ รรมนกั เรยี น
นักเรียนส่วนใหญ่ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก มีส่วนร่วมต่อกิจกรรม มีการพูดโต้ตอบกันภายในชั้นเรียน
เป็นอย่างดี
ปัญหา/อุปสรรค
มนี ักเรียนบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือต่อกิจกรรม จะน่งั เฉย ๆ ไมม่ ีการโต้ตอบ
แนวทางแกไ้ ข/ผลการแก้ไข
หากิจกรรมท่นี ักเรียนคนนั้นสนใจ จากน้ันนำมาปรับใช้ในรปู แบบกจิ กรรมการเรียนการสอน จะทำให้
นักเรียนเรม่ิ สนใจ หรอื การพดู คยุ กับนกั เรยี นว่าทำไมถงึ ไม่เข้ารว่ มกจิ กรรม ไมช่ อบตรงไหนอยา่ งไร มปี ญั หาอะไรหรือไม่
จากน้ันจงึ ค่อย ๆ ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนใหน้ ่าสนใจมากยง่ิ ขึ้น
บันทึกผลการจัดการเรยี นรู้ (๔/๒)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรอื่ ง เรยี งคำเป็นประโยค
ผลการเรยี นรู้ นักเรยี นทั้งหมด ๒๔ คน มีผลการเรียนรู้เป็นดงั นี้
ด้านความรู้
๑. นกั เรียนสามารถระบหุ นา้ ทขี่ องคำในประโยคนัน้ ได้
จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
ด้านทักษะกระบวนการ
๒. นักเรียนสามารถแตง่ ประโยคได้ถูกต้อง
จำนวนนกั เรียนท่ีผ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
ด้านคุณลักษณะ
๓. นักเรียนมคี วามมุ่งมน่ั ในการทำงาน
จำนวนนักเรยี นท่ผี ่านเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ์จำนวน ๐ คน คดิ เป็นร้อยละ ๐
พฤตกิ รรมนกั เรียน
นักเรียนให้ความสนใจต่อการเรียนการสอน ตั้งใจเรียน และไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะที่ครู
กำลังสอน
ปัญหา/อปุ สรรค
บริเวณด้านขา้ งโรงเรยี นมกี ารปรบั ปรงุ พน้ื ที่เพ่อื ทำถนน ทำใหเ้ กิดเสียงดังแทรกข้ึนมาระหว่างการสอน
แนวทางแกไ้ ข/ผลการแกไ้ ข
การเกิดเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่สามารถให้นักเรียน
สนใจเฉพาะกิจกรรมการเรียนการสอนได้ โดยการหากิจกรรมท่ีนา่ สนใจ และสนกุ สนานให้นักเรยี นเลน่ เพ่ือให้นักเรียน
ละความสนใจจากดา้ นนอก
บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้ (๔/๓)
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๖ เร่ือง เรียงคำเป็นประโยค
ผลการเรียนรู้ นักเรียนท้ังหมด ๒๔ คน มผี ลการเรยี นรู้เป็นดงั นี้
ด้านความรู้ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
๑. นักเรยี นสามารถระบุหน้าทีข่ องคำในประโยคนนั้ ได้ คน คิดเป็นร้อยละ ๐
จำนวนนักเรยี นที่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนที่ไมผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒. นกั เรยี นสามารถแตง่ ประโยคได้ถูกต้อง คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นท่ผี ่านเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
จำนวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐
ด้านคณุ ลกั ษณะ
๓. นักเรยี นมีความมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
จำนวนนักเรยี นท่ีผ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒
จำนวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๐
พฤตกิ รรมนกั เรียน
นักเรียนให้ความสนใจต่อการเรียนการสอน ตั้งใจเรียน และไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะที่ครู
กำลังสอน
ปัญหา/อุปสรรค
บรเิ วณดา้ นขา้ งโรงเรียนมีการปรบั ปรุงพื้นที่เพอ่ื ทำถนน ทำให้เกดิ เสยี งดงั แทรกขน้ึ มาระหว่างการสอน
แนวทางแก้ไข/ผลการแกไ้ ข
การเกิดเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่สามารถให้นักเรียน
สนใจเฉพาะกจิ กรรมการเรียนการสอนได้ โดยการหากจิ กรรมที่นา่ สนใจ และสนุกสนานให้นักเรยี นเล่น เพื่อให้นักเรียน
ละความสนใจจากด้านนอก
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
เวลาเรียน ๘ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย (ภาษาพาที) เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง ขนมไทยไร้เทยี มทาน ครูผสู้ อน ศรีสดุ า ไชยวงศ์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๗ เรอ่ื ง จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น
สอนวันที่ ๒๒ เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สาระการเรยี นรู้
การแยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากการอา่ น ผรู้ บั สารหรือผูอ้ ่านจะต้องจับใจความให้ได้ และรู้จกั วิเคราะห์
สาร จำแนกสาร คิดไตรต่ รองอย่างมีเหตุมผี ล เพ่ือใหไ้ ด้สารท่มี ีประโยชน์ เหมาะสม ถูกต้อง ชัดเจน สามารถก่อใหเ้ กิด
ประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลเมอ่ื นำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรูส้ กึ
ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชีว้ ดั
ท ๓.๑ ป ๔/๑ จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู
ท ๓.๑ ป ๔/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นสามารถจำแนกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นได้
๒. นกั เรยี นสามารถเขียนอธบิ ายหลกั การแยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ ได้
๓. นักเรียนมคี วามมุง่ ม่นั ในการทำงาน
สาระการเรยี นรู้
- หลกั การจำแนกข้อเท็จจริงและคิดเห็น
ทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
- ทกั ษะชวี ิตและอาชพี
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่ือสาร
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้
ขั้นจดั กิจกรรมการเรียนสอน
ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรียน
๑. ครผู สู้ อนทักทายนกั เรยี น พร้อมทบทวนเรอื่ งการแต่งประโยค
๒. ครูผู้สอนพดู ยกตัวอย่างโฆษณาเกินจริงให้นักเรียนฟัง แล้วใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่าเป็นเรือ่ งจรงิ
หรือไม่ พรอ้ มเหตผุ ลประกอบ
ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
๓. ครูผสู้ อนและนักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์หลกั การจำแนกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ ลงในสมุด
๔. ครูผ้สู อนแจกใบงานข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ ให้นักเรียนร่วมกนั ทำ
๕. เมอื่ นกั เรียนทำเสรจ็ แล้ว จึงรว่ มกันเฉลย
ขน้ั สรปุ บทเรยี น
๖. ทบทวนเกี่ยวกับหลักการจำแนกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็
สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้
ใบงานข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็
การวัดและประเมนิ ผล
รายการประเมิน วธิ กี ารวัดและประเมินผล เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑ์
๑. นักเรยี นสามารถจำแนก - การตรวจเนื้อหาจากใบงาน - แบบประเมนิ ดา้ นความรู้
ข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ ขอ้ เท็จจริงและขอ้ คดิ เหน็ เรื่อง การจำแนกเนื้อหาข้อเท็จจริง
ได้ และข้อคดิ เหน็ คะแนนร้อย
๒. นักเรยี นสามารถเขียน - การตรวจเนื้อหาการเขียน - แบบประเมนิ ทักษะด้านการเขยี น ละ ๖๐
อธบิ ายหลักการแยก ข้ึนไป ถือวา่
ขอ้ เท็จจริงและข้อคดิ เหน็ อ ธ ิ บ า ย ห ล ั ก ก า ร จ ำ แ น ก อธิบายหลักการจำแนกข้อเท็จจริง ผา่ นเกณฑ์
ได้
ขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น และข้อคิดเห็น
๓. นักเรียนมคี วามมงุ่ มน่ั - การสงั เกตพฤติกรรมดา้ นการ - แบบประเมินพฤติกรรมด้านความ
ในการทำงาน มุ่งมนั่ ในการทำงานของนกั เรียน ม่งุ มน่ั ในการทำงานของนักเรียน
ในชน้ั เรยี น
เกณฑก์ ารประเมิน
คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ
รายการประเมนิ พอใช้ ดี ดีมาก
(๑) (๒) (๓)
๑ .น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ นักเรียนไม่สามารถจำแนก นักเรียนสามารถจำแนก น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ จ ำ แ น ก
จำแนกข้อเท็จจริงและ ขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นได้ ข้อเท็จจริงได้ แต่ไม่สามารถ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
ข้อคดิ เห็นได้ จำแนกข้อคิดเห็นได้ ถกู ตอ้ งท้ัง ๒ ชนดิ
๒.นักเรียนสามารถเขียน นักเรียนสามารถเขียนอธิบาย นักเรียนสามารถเขียนอธิบาย นักเรียนสามารถเขียนอธิบาย
อธิบายหลักการแยก ข้อเท็จจริงได้ ๒ ข้อ แต่ไม่ ลักษณะของข้อเท็จจริงและ ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
ข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็น สามารถเขียนอธิบายลักษณะ ข้อคิดเห็นได้ แต่เขียนวกไป ค ร บ ถ ้ ว น แ ล ะ ส า ม า ร ถ
ได้ ของขอ้ คดิ เห็นได้ วนมา ไมเ่ รียบร้อย ยกตัวอย่างประโยคข้อเท็จจริง
และข้อคิดเห็นประกออบเป็น
ตัวอย่างได้ ทำงานเรียบร้อย
สะอาด และลายมือสวย
๓. นกั เรียนมีความมงุ่ มั่น เขา้ เรยี นสายประมาณ ๕ นาที เข้าเรียนตรงเวลา สนใจ เข้าเรียนตรงเวลา และตัง้ ใจ
ในการทำงาน สนใจเรียนเป็นบางคร้ัง แต่ไม่ การเรยี นในหัวข้อทต่ี นสนใจ เรียนตัง้ แต่เรม่ิ จนจบบทเรยี น
คอ่ ยรบั ผดิ ชอบในหน้าทีท่ ต่ี น และรับผดิ ชอบในหนา้ ท่ีของ และรับผิดชอบ ในหน้าทท่ี ่ี
ไดร้ ับมอบหมาย ตนเพียงเพอื่ ให้งานเสรจ็ ตนเองได้รับมอบหมายอยา่ งเตม็
ความสามารถ
แบบบันทึกการผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ป.๔/๑)
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๗ เรือ่ ง จำแนกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น
ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ ดา้ นเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชื่อ – สกลุ จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน รอ้ ย ผา่ น ไม่ผา่ น
๑. เด็กชายพชรดนยั ปานทอง ข้อที่ ๑ ข้อท่ี ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เดก็ ชายไชยวัฒน์ หอมสมบตั ิ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายกันตภณ โตแฉง่ ๓ ๓ ๓
๔. เด็กชายนทั ธพงศ์ แก้วพมิ พ์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เด็กชายรชั กฤช ปิน่ ทอง ๓ ๒ ๒
๖. เดก็ ชายสุชญั ญา สกุลคำ ๓ ๓ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๗. เดก็ ชายคงภพ ววิ าเกา้ ๒ ๓ ๓
๘. เด็กชายชาญวุฒิ บญุ เพช็ ร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายก้องภพ ขำรักษ์ ๓ ๓ ๓
๑๐. เด็กชายธันวา บญุ มาก ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๑. เดก็ ชายอธิพงศ์ สทุ ธจิ ันทร์ ๓ ๒ ๒
๑๒. เดก็ ชายอรญิ ชัย เขยี วหาย ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๓. เด็กชายสถิตคุณ ค้มุ พริ้ง ๓ ๒ ๒
๑๔. เดก็ หญิงนันท์นลิน ลอยเวหา ๓ ๒ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เดก็ หญิงปภาพนิ ท์ ขำช่นื ๓ ๓ ๒
๑๖. เดก็ หญงิ ณดิ าวัลย์ ปานถม ๓ ๓ ๒ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เดก็ หญงิ ดนติ า น้อยเจือ ๓ ๓ ๒
๑๘. เดก็ หญงิ จนั ทกานต์ ใจผาวัง ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เด็กหญงิ ปิญาภรณ์ ถาวงษ์กลาง ๓ ๓ ๓
๒๐. เดก็ หญงิ จารพุ ชิ ญา เชิงคีรี ๓ ๓ ๒ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญงิ พชิ ญาภรณ์ หลากจติ ต์ ๓ ๓ ๒
๒๒. เด็กหญิงณัฏฐกนั ย์ หลากจติ ต์ ๓ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๒๓. เดก็ หญิงวาสนา อน้ อนิ ทร์ ๓ ๓ ๒
๒๔. เด็กหญิงวชั ญาพร ตนุ่ แกว้ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๒ ๒
๗ ๗๗.๗ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
แบบบนั ทกึ การผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ป.๔/๒)
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๗ เรอ่ื ง จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็
ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ นเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชือ่ – สกลุ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน รอ้ ย ผ่าน ไมผ่ ่าน
๑. เด็กชายวชิ ญะ ศรแี ผ้ว ข้อที่ ๑ ขอ้ ที่ ๒ ข้อท่ี ๓
๒. เด็กชายณฐั ดนัย สนิ ชัยวุฒิวงศ์ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายปญั ญาวฒุ ิ ศรไี พโรจน์ ๒ ๓ ๒
๔. เดก็ ชายกลุ พัชร พาลี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายธนากร ทองคำ ๓ ๒ ๒
๖. เด็กชายณัฐพงษ์ โพธ์ิน้อยยัง ๓ ๒ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๗. เด็กชายภาณวุ ิชญ์ ศรจี ันทรท์ บั ๓ ๓ ๓
๘. เดก็ ชายปารเมศ บำรงุ ศรี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เด็กชายนภัทร จันทรเ์ รอื ง ๓ ๓ ๓
๑๐. เด็กชายจักรกฤช ชูแสง ๓ ๒ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๑. เดก็ ชายราชันย์ สงั ข์เงิน ๒ ๓ ๒
๑๒. เด็กชายพลภทั ร เรืองมนต์ ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๓. เดก็ ชายกนั ตภณ ทองศรี ๒ ๓ ๓
๑๔. เด็กหญิงชาลาดา รอดผิว ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๕. เด็กหญิงนพวรรณ เจนจบ ๓ ๓ ๓
๑๖. เด็กหญงิ ฐติ ริ ตั น์ นาคประไพ ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เด็กหญิงภริ ญั ญา อยู่ชา้ ง ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญิงจดิ าภา ฟกั ทอง ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เด็กหญงิ นรนิ ทร์ เขตสถาน ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญิงจิรวรรณ ทองดี ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เดก็ หญิงกัญญาณัฐ นากลุ ๓ ๓ ๓
๒๒. เดก็ หญงิ อฐั ภิญญา อนิ อ่ำ ๒ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๒๓. เดก็ หญงิ ณฏั ฐนนั ท์ หลากจติ ต์ ๒ ๓ ๓
๒๔. เด็กหญงิ ชนาภทั ร แดงมานะการ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๒ ๒
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓
แบบบนั ทกึ การผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (ป.๔/๓)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง จำแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็
ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ดา้ นเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชอื่ – สกลุ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์
คะแนน ร้อย ผา่ น ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายไกรวฒุ ิ จันทรา ขอ้ ท่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓
๒. เด็กชายบวรวิชญ์ สร้อยมาลี ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เด็กชายธนวฒุ ิ จตุ ิแสง ๒ ๓ ๓
๔. เดก็ ชายกฤษฎา คงถาวร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เด็กชายนรากรณ์ ขจรศรี ๓ ๓ ๒
๖. เด็กชายณัฐพัฒน์ ยมิ้ นรินทร์ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๗. เดก็ ชายกองทัพ คำสุกใส ๒ ๓ ๓
๘. เด็กชายสริ วชิ ญ์ ทองจนั ทร์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายสวุ ิชชา สารประสงค์ ๓ ๓ ๒
๑๐. เด็กชายกันตพงศ์ ดว้ งอนิ ทร์ ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๑. เด็กชายพรี พฒั น์ หมนี าค ๓ ๓ ๓
๑๒. เด็กชายพาดากร จันโสภา ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๓. เดก็ ชายณเดชน์ นรัตนก์ ุล ๒ ๒ ๓
๑๔. เดก็ หญงิ จริ ญั ญา บญุ กอแกว้ ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เด็กหญิงวนชั พร ตนิ ะคดั ๓ ๓ ๓
๑๖. เดก็ หญงิ นานาพรรณ แพรเอม ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เดก็ หญงิ ธมลวรรณ อ้ิมทบั ๒ ๓ ๓
๑๘. เดก็ หญิงญานิศา คุม้ แสง ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๙. เดก็ หญิงรัฐนันท์ ชื่นชม ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญิงธัญชนก ลมี ี ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญงิ พรพรรณ ภผู าทอง ๓ ๓ ๓
๒๒. เดก็ หญงิ กญั ญาภคั บตุ รดา ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒๓. เด็กหญิงบณุ ยาพร บุตรทองดี ๓ ๓ ๓
๒๔. เด็กชายมนญั ชยั กำจร ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒ ๓ ๓
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้ (๔/๑)
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๗ เรื่อง จำแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็
ผลการเรยี นรู้ นักเรยี นทัง้ หมด ๒๔ คน มีผลการเรียนรู้เปน็ ดังนี้
ด้านความรู้
๑. นักเรยี นสามารถจำแนกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นได้
จำนวนนักเรยี นทผ่ี ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐
ด้านทักษะกระบวนการ
๒ .นักเรียนสามารถเขียนอธบิ ายหลักการแยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็ ได้
จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
ด้านคณุ ลกั ษณะ
๓. นักเรียนมีความมุง่ ม่ันในการทำงาน
จำนวนนกั เรยี นท่ีผ่านเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรียนทีไ่ มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
พฤตกิ รรมนักเรียน
นักเรียนมีความกระตือรือร้นทีจ่ ะเรียน เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่เคยเหน็ พจนานกุ รม และไม่รู้
วิธีการใช้ ทำให้เกิดความสงสยั และขอ้ คำถามมากมาย มีการพูดคยุ โต้ตอบกันเป็นอย่างดี
ปญั หา/อุปสรรค
เมอื่ ใหเ้ วลาในการทำงาน ๒๐ นาทีตอนท้ายช่วั โมง นกั เรียนมกั จะอยู่ไม่นิง่ นกั เรียนมกั จะเดินวนไปมา
ภายในห้องเรยี น ซง่ึ ทำให้งานของตนเองนัน้ เสรจ็ ช้า ไมท่ ันเวลา
แนวทางแก้ไข/ผลการแก้ไข
จดั เกา้ อ้ีพเิ ศษสำหรบั คนพิเศษ หากนักเรยี นคนใดเดนิ ไปมาเกนิ ๓ ครง้ั จะใหน้ ักเรยี นมานั่งทำงานที่
เก้าอ้ีพิเศษ ซึ่งเก้าอ้นี ี้อาจจะต้ังอยทู่ ่โี ต๊ะของครู หรอื โต๊ะเด่ียวหนา้ ห้องเรยี น
บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู้ (๔/๒)
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง จำแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็
ผลการเรียนรู้ นักเรยี นทั้งหมด ๒๔ คน มผี ลการเรียนรเู้ ปน็ ดงั น้ี
ด้านความรู้
๑. นักเรียนสามารถจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็ ได้
จำนวนนกั เรียนท่ผี า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๐
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายหลักการแยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็นได้
จำนวนนกั เรยี นทผี่ า่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐
ดา้ นคุณลักษณะ
๓. นักเรียนมคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน
จำนวนนกั เรียนที่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนกั เรียนทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๐
พฤตกิ รรมนกั เรียน
นักเรียนส่วนใหญ่ต้ังใจเรยี นเปน็ อยา่ งมาก มสี ่วนร่วมตอ่ กิจกรรม มีการพดู โตต้ อบกันภายในชนั้ เรียนเป็นอยา่ งดี
ปญั หา/อุปสรรค
มีนกั เรียนบางสว่ นไม่ใหค้ วามร่วมมือต่อกิจกรรม จะนั่งเฉย ๆ ไมม่ กี ารโตต้ อบ
แนวทางแกไ้ ข/ผลการแก้ไข
หากิจกรรมที่นักเรียนคนนั้นสนใจ จากนั้นนำมาปรับใช้ในรูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอน จะทำให้นักเรียนเริ่ม
สนใจ หรือการพูดคุยกับนักเรียนว่าทำไมถึงไม่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ชอบตรงไหนอย่างไร มีปัญหาอะไร หรือไม่ จากน้ันจึงค่อย ๆ ปรับ
กจิ กรรมการเรยี นการสอนให้นา่ สนใจมากย่งิ ข้ึน
บันทึกผลการจัดการเรยี นรู้ (๔/๓)
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๗ เรอ่ื ง จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็น
ผลการเรียนรู้ นักเรียนทง้ั หมด ๒๔ คน มผี ลการเรียนรู้เปน็ ดงั น้ี
ด้านความรู้
๑. นกั เรียนสามารถจำแนกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ ได้
จำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
๒. นักเรียนสามารถเขยี นอธิบายหลักการแยกข้อเท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ ได้
จำนวนนกั เรยี นท่ีผ่านเกณฑจ์ ำนวน ๗๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๐
ด้านคุณลักษณะ
๓. นกั เรยี นมีความมุ่งม่ันในการทำงาน
จำนวนนักเรียนที่ผา่ นเกณฑ์จำนวน ๗๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
จำนวนนักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน ๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐
พฤติกรรมนักเรียน
นกั เรียนส่วนใหญ่มีความกระตือรอื ร้นในการทำงานเป็นอย่างดี ใหค้ วามร่วมมือในการเรียนเปน็ อยา่ งดี
แตย่ งั มีนักเรยี นบ้างคนท่พี ูดคุย ทำใหร้ บกวนสมาธิเพ่ือนคนอ่ืน
ปัญหา/อปุ สรรค
บริเวณด้านข้างโรงเรยี นมีการปรบั ปรุงพืน้ ท่ีเพ่ือทำถนน ทำให้เกิดเสียงดังแทรกขนึ้ มาระหวา่ งการสอน
แนวทางแกไ้ ข/ผลการแก้ไข
การเกิดเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่สามารถให้นักเรียน
สนใจเฉพาะกิจกรรมการเรียนการสอนได้ โดยการหากิจกรรมที่นา่ สนใจ และสนุกสนานให้นักเรยี นเลน่ เพื่อให้นักเรียน
ละความสนใจจากดา้ นนอก
ส่อื การเรียนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
เวลาเรียน ๘ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย (ภาษาพาที) เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เร่อื ง ขนมไทยไร้เทียมทาน ครูผสู้ อน ศรสี ุดา ไชยวงศ์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๘ เร่ือง การอา่ นทำนองเสนาะ (เร่อื งขนมแม่เอย๊ )
สอนวันท่ี ๒๓ เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สาระการเรยี นรู้
การอา่ นบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะไดถ้ ูกต้องไพเราะทำใหเ้ กิดความชนื่ ชมทั้งผอู้ ่านและผ้ฟู งั
ทงั้ ยงั เป็นการสง่ เสรมิ วฒั นธรรมทางภาษาดว้ ย
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หาในการ
ดำเนนิ ชีวิตและมีนสิ ยั รักการอ่าน
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สกึ
ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป ๔/๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้
ท ๓.๑ ป ๔/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้อง
๒. นกั เรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน
๓. นักเรียนมคี วามมงุ่ ม่ันในการทำงาน
สาระการเรยี นรู้
- การอา่ นทำนองเสนาะบทรอ้ ยกรอง
- หลกั การอ่านทำนองเสนาะ
ทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
- ทกั ษะชีวิตและอาชพี
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- รกั ความเป็นไทย
ข้ันจดั กจิ กรรมการเรียนสอน
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ครผู สู้ อนทกั ทายนักเรยี น พร้อมทบทวนเนอ้ื หาที่สอนในชว่ั โมงทแี่ ลว้ เร่ือง ขนมไทยไร้เทียมทาน
๒. ครผู ู้สอนนำรปู ภาพขนมไทยใหน้ กั เรียนดู พรอ้ มถามชื่อและวธิ ีการทำขนมจากนักเรยี น
๓. พูดคยุ กับนกั เรียนเกีย่ วกับเรื่องการอา่ นทำนองเสนาะ
ขัน้ จดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
๔. ครูผสู้ อนถามเกย่ี วกบั หลักการอ่านทำนองเสนาะ จากน้ันจงึ อธบิ ายหลักการอ่านทำนองเสนาะที่ถูกต้องให้
นักเรียนทำความเข้าใจ
๕. ครูผ้สู อนให้นกั เรยี นเปิดหนังสอื ภาษาพาทีหนา้ ๑๐ อา่ นเสรมิ เรือ่ ง ขนมแมเ่ อย๊ โดยครูผู้สอนจะอ่านออกเสยี ง
ธรรมดาให้นักเรียนฟังก่อนหนึ่งครัง้ จากนั้นจึงอ่านแลว้ ให้นักเรยี นอา่ นตามอีกหนึง่ ครั้ง
๖. เม่อื นักเรยี นเรม่ิ เข้าใจการแบง่ วรรคบทอา่ นเสริมเร่ือง ขนมแมเ่ อ๊ยแล้ว ครูผู้สอนจงึ อา่ นแบบใส่ทำนองคนเดียว
กอ่ นหน่งึ ครัง้ จากน้ันจงึ ให้นักเรียนอ่านตามทลี ะวรรคโดยใส่ทำนอง เมื่อเหน็ ว่านักเรียนอ่านคล่องแล้วจึงให้
นกั เรียนอ่านบทขนมแม่เอย๊ โดยใส่ทำนองพร้อมกนั ท้งั หอ้ งอีกหน่ึงรอบ
๗. จากนัน้ จงึ ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มจำนวนเท่า ๆ กนั ออกมาอ่านบทขนมแมเ่ อ๊ยหน้าห้องเรียน
ข้นั สรปุ เขา้ สบู่ ทเรยี น
๘. ทบทวนหลักการอา่ นทำนองเสนาะที่ถูกต้องอีกคร้งั โดยให้นักเรียนเขยี นลงในสมุด และเปดิ โอกาสให้นักเรียน
สอบถามข้อสงสัย
สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
๒. รปู ภาพขนมไทยจำนวน ๑๐ รูป
การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ เกณฑ์
รายการประเมนิ
๑. นักเรียนสามารถอธิบาย - การตรวจเนื้อหา การเขียน - แบบประเมินด้านความรู้ เรื่อง
หลักการอ่านทำนองเสนาะ อธิบายหลักการอ่านออกเสียงที่ การเขียนอธิบายหลักการอ่านออก
ไดถ้ กู ต้อง ถกู ตอ้ ง เสยี งของนักเรียน คะแนนร้อย
๒. นักเรียนสามารถอ่าน - การสังเกตพฤติกรรม การอ่าน - แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม ละ ๖๐
ทำนองเสนาะได้ถูกต้อง ทำนองเสนาะของนกั เรียน การอา่ นทำนองเสนาะของนกั เรียน ขึน้ ไป ถือวา่
ตามหลกั การอา่ น ผ่านเกณฑ์
๓. นักเรียนมีความมุ่งมั่น - การสังเกตพฤติกรรมด้านการ - แบบประเมินพฤติกรรมด้านความ
ในการทำงาน มุ่งมั่นในการทำงานของผู้เรียน มุง่ ม่ันในการทำงานของผู้เรยี น
ในช้นั เรียน
เกณฑ์การประเมิน
คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ
รายการประเมิน พอใช้ ดี ดมี าก
(๑) (๒) (๓)
๑ .น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ สามารถอธิบายหลักการอ่าน สามารถอธบิ ายหลักการอา่ น สามารถอธิบายหลักการอ่าน
อธิบายหลักการอ่าน บทร้อยกรองได้เพียงเล็กน้อย บทร้อยกรองได้ชดั เจน เข้าใจ บ ท ร ้ อ ย ก ร อ ง ไ ด ้ ช ั ด เ จ น
ทำนองเสนาะไดถ้ ูกตอ้ ง ไมช่ ัดเจน แต่ขาดหลักการอ่านบทร้อย สมบูรณ์
กรอง ๒ ข้อ
๒.นักเรียนสามารถอ่าน นกั เรียนอ่านออกเสยี งเบา อา่ นออกเสยี งดงั ชัดเจน อ่านออกเสยี งดัง ชดั เจน
ทำนองเสนาะได้ถูกต้อง ไม่ชัดเจน ออกเสียงไม่ถูกต้อง มีการใชน้ ้ำเสียงสงู ตำ่ มีการใช้น้ำเสียงสูง ต่ำ เป็น
ตามหลกั การอ่าน ตามอักขรวธิ ี แต่ยังอ่านออกเสียง ร ล และ ทำนองของบทร้อยกรองและ
ว ไม่ชดั เจน ถูกตอ้ งตามฉันทลกั ษณ์
๓. นกั เรียนมีความมุ่งมั่น เขา้ เรยี นสายประมาณ ๕ นาที เขา้ เรียนตรงเวลา สนใจการ เข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจ
ในการทำงาน สนใจเรียนเป็นบางครั้ง แต่ไม่ เรียนในหัวข้อที่ตนสนใจ และ เรียนตั้งแต่เริ่มจนจบบทเรียน
ค่อยรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตน รับผิดชอบในหน้าที่ของตน และรับผิดชอบ ในหน้าที่ท่ี
ไดร้ บั มอบหมาย เพยี งเพอ่ื ให้งานเสรจ็ ตนเองได้รับมอบหมายอย่าง
เต็มความสามารถ
แบบบันทกึ การผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ (ป.๔/๑)
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๘ เร่อื ง การอ่านทำนองเสนาะ (เร่ืองขนมแมเ่ อย๊ )
ช่ือ – สกลุ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน) ผ่าน ไมผ่ า่ น
๑. เดก็ ชายพชรดนัย ปานทอง
๒. เดก็ ชายไชยวัฒน์ หอมสมบัติ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์ คะแนน ร้อย
๓. เดก็ ชายกันตภณ โตแฉง่ ขอ้ ท่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓ ละ
๔. เด็กชายนทั ธพงศ์ แกว้ พิมพ์
๕. เดก็ ชายรัชกฤช ปน่ิ ทอง
๖. เด็กชายสชุ ญั ญา สกลุ คำ
๗. เดก็ ชายคงภพ วิวาเกา้
๘. เด็กชายชาญวฒุ ิ บุญเพ็ชร
๙. เด็กชายกอ้ งภพ ขำรกั ษ์
๑๐. เดก็ ชายธนั วา บญุ มาก
๑๑. เดก็ ชายอธิพงศ์ สทุ ธิจันทร์
๑๒. เด็กชายอรญิ ชัย เขยี วหาย
๑๓. เด็กชายสถติ คุณ คมุ้ พรง้ิ
๑๔. เดก็ หญงิ นนั ท์นลนิ ลอยเวหา
๑๕. เด็กหญงิ ปภาพินท์ ขำชน่ื
๑๖. เดก็ หญิงณิดาวัลย์ ปานถม
๑๗. เดก็ หญงิ ดนติ า นอ้ ยเจอื
๑๘. เดก็ หญิงจันทกานต์ ใจผาวงั
๑๙. เดก็ หญิงปิญาภรณ์ ถาวงษ์กลาง
๒๐. เด็กหญิงจารพุ ิชญา เชิงคีรี
๒๑. เดก็ หญิงพิชญาภรณ์ หลากจติ ต์
๒๒. เดก็ หญงิ ณัฏฐกันย์ หลากจิตต์
๒๓. เด็กหญิงวาสนา อน้ อนิ ทร์
๒๔. เดก็ หญงิ วชั ญาพร ตนุ่ แกว้
แบบบันทึกการผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ (ป.๔/๒)
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๘ เรื่อง การอ่านทำนองเสนาะ (เร่ืองขนมแม่เอ๊ย)
ชอื่ – สกลุ ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน) ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑. เด็กชายวชิ ญะ ศรแี ผ้ว
๒. เด็กชายณัฐดนัย สินชยั วฒุ วิ งศ์ จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์ คะแนน รอ้ ย
๓. เด็กชายปัญญาวฒุ ิ ศรไี พโรจน์ ข้อที่ ๑ ข้อท่ี ๒ ข้อที่ ๓ ละ
๔. เด็กชายกลุ พชั ร พาลี
๕. เดก็ ชายธนากร ทองคำ
๖. เด็กชายณัฐพงษ์ โพธ์นิ ้อยยงั
๗. เด็กชายภาณุวิชญ์ ศรจี นั ทรท์ บั
๘. เดก็ ชายปารเมศ บำรุงศรี
๙. เด็กชายนภัทร จันทร์เรือง
๑๐. เดก็ ชายจักรกฤช ชูแสง
๑๑. เด็กชายราชันย์ สงั ขเ์ งิน
๑๒. เดก็ ชายพลภทั ร เรืองมนต์
๑๓. เด็กชายกนั ตภณ ทองศรี
๑๔. เด็กหญิงชาลาดา รอดผิว
๑๕. เด็กหญงิ นพวรรณ เจนจบ
๑๖. เด็กหญงิ ฐติ ริ ัตน์ นาคประไพ
๑๗. เดก็ หญงิ ภริ ัญญา อยชู่ า้ ง
๑๘. เด็กหญิงจดิ าภา ฟักทอง
๑๙. เด็กหญงิ นรินทร์ เขตสถาน
๒๐. เด็กหญงิ จิรวรรณ ทองดี
๒๑. เดก็ หญิงกญั ญาณฐั นากุล
๒๒. เด็กหญงิ อัฐภญิ ญา อนิ อำ่
๒๓. เด็กหญงิ ณัฏฐนันท์ หลากจิตต์
๒๔. เดก็ หญงิ ชนาภทั ร แดงมานะการ
แบบบนั ทกึ การผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ (ป.๔/๓)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๘ เร่อื ง การอ่านทำนองเสนาะ (เรื่องขนมแมเ่ อย๊ )
ช่อื – สกลุ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมนิ
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน) ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑. เดก็ ชายไกรวฒุ ิ จนั ทรา
๒. เดก็ ชายบวรวชิ ญ์ สร้อยมาลี จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์ คะแนน รอ้ ย
๓. เดก็ ชายธนวุฒิ จตุ ิแสง ขอ้ ท่ี ๑ ข้อที่ ๒ ขอ้ ท่ี ๓ ละ
๔. เด็กชายกฤษฎา คงถาวร
๕. เด็กชายนรากรณ์ ขจรศรี
๖. เด็กชายณัฐพัฒน์ ย้ิมนรินทร์
๗. เด็กชายกองทพั คำสุกใส
๘. เดก็ ชายสริ วิชญ์ ทองจนั ทร์
๙. เด็กชายสวุ ชิ ชา สารประสงค์
๑๐. เด็กชายกันตพงศ์ ด้วงอินทร์
๑๑. เดก็ ชายพรี พัฒน์ หมีนาค
๑๒. เดก็ ชายพาดากร จันโสภา
๑๓. เด็กชายณเดชน์ นรัตนก์ ุล
๑๔. เด็กหญิงจิรัญญา บญุ กอแก้ว
๑๕. เดก็ หญิงวนชั พร ตนิ ะคัด
๑๖. เดก็ หญงิ นานาพรรณ แพรเอม
๑๗. เด็กหญิงธมลวรรณ อิ้มทบั
๑๘. เดก็ หญงิ ญานิศา คุ้มแสง
๑๙. เดก็ หญิงรัฐนนั ท์ ชนื่ ชม
๒๐. เด็กหญิงธญั ชนก ลมี ี
๒๑. เด็กหญงิ พรพรรณ ภผู าทอง
๒๒. เด็กหญิงกัญญาภัค บุตรดา
๒๓. เดก็ หญิงบณุ ยาพร บตุ รทองดี
๒๔. เด็กชายมนัญชัย กำจร
บันทกึ ผลการจดั การเรียนรู้ (๔/๑)
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๘ เรื่อง การอา่ นทำนองเสนาะ (เร่ืองขนมแมเ่ อย๊ )
ผลการเรยี นรู้ นักเรียนทัง้ หมด……………คน มผี ลการเรยี นรูเ้ ป็นดังน้ี
ด้านความรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลกั การอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้อง
จำนวนนักเรียนทผ่ี ่านเกณฑ์จำนวน……………….…..คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………..
จำนวนนักเรยี นทไี่ มผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………………..
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒ . นักเรยี นสามารถอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้องตามหลกั การอ่าน
จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑจ์ ำนวน……………….…..คน คิดเป็นรอ้ ยละ………………..
จำนวนนกั เรยี นที่ไม่ผ่านเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คิดเป็นรอ้ ยละ………………..
ด้านคุณลกั ษณะ
๓. นักเรียนมคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน……………….…..คน คิดเป็นร้อยละ………………..
จำนวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน………………..คน คิดเป็นรอ้ ยละ………………..
พฤติกรรมนกั เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข/ผลการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .............................................
( นางสาวศรสี ดุ า ไชยวงศ์ )
ผ้สู อน
บันทึกผลการจัดการเรยี นรู้ (๔/๒)
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๘ เรอ่ื ง การอา่ นทำนองเสนาะ (เร่อื งขนมแมเ่ อย๊ )
ผลการเรยี นรู้ นักเรียนทงั้ หมด……………คน มีผลการเรยี นรูเ้ ปน็ ดังน้ี
ด้านความรู้
๑. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลกั การอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้อง
จำนวนนักเรียนทผ่ี ่านเกณฑจ์ ำนวน……………….…..คน คดิ เปน็ ร้อยละ………………..
จำนวนนักเรียนทไี่ มผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………………..
ด้านทกั ษะกระบวนการ
๒ . นักเรยี นสามารถอา่ นทำนองเสนาะได้ถูกต้องตามหลักการอา่ น
จำนวนนกั เรียนทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน……………….…..คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………..
จำนวนนกั เรยี นที่ไม่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คดิ เปน็ ร้อยละ………………..
ด้านคุณลกั ษณะ
๓. นักเรียนมคี วามม่งุ มนั่ ในการทำงาน
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ นเกณฑจ์ ำนวน……………….…..คน คดิ เปน็ ร้อยละ………………..
จำนวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์จำนวน………………..คน คดิ เป็นร้อยละ………………..
พฤติกรรมนกั เรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข/ผลการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.............................................
( นางสาวศรีสุดา ไชยวงศ์ )
ผสู้ อน
บันทกึ ผลการจัดการเรยี นรู้ (๔/๓)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๘ เรอื่ ง การอา่ นทำนองเสนาะ (เร่อื งขนมแม่เอย๊ )
ผลการเรยี นรู้ นกั เรยี นท้งั หมด……………คน มผี ลการเรียนรูเ้ ปน็ ดงั น้ี
ดา้ นความรู้
๑. นักเรียนสามารถอธบิ ายหลักการอ่านทำนองเสนาะได้ถูกตอ้ ง
จำนวนนกั เรยี นทีผ่ ่านเกณฑจ์ ำนวน……………….…..คน คดิ เป็นร้อยละ………………..
จำนวนนักเรยี นท่ไี ม่ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………..
ดา้ นทักษะกระบวนการ
๒ . นกั เรียนสามารถอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้องตามหลักการอา่ น
จำนวนนกั เรียนท่ผี า่ นเกณฑจ์ ำนวน……………….…..คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………..
จำนวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………………..
ด้านคณุ ลักษณะ
๓. นักเรียนมีความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
จำนวนนกั เรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์จำนวน……………….…..คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………..
จำนวนนกั เรียนท่ไี มผ่ า่ นเกณฑจ์ ำนวน………………..คน คิดเปน็ ร้อยละ………………..
พฤตกิ รรมนกั เรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไข/ผลการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.............................................
( นางสาวศรีสุดา ไชยวงศ์ )
ผ้สู อน
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย (ภาษาพาที) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๒ เรื่อง ออมไวก้ ำไรชีวติ เวลาเรียน ๘ ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑ เรื่อง การอา่ นออกเสียง เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง
สอนวนั ที่ ๒๔ เดอื น มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ครูผสู้ อน ศรสี ุดา ไชยวงศ์
สาระการเรยี นรู้
การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเป็นการอ่านดว้ ยเสียงธรรมดาหรืออ่านอย่างภาษาพูด หลักในการอา่ นออกเสียง
บทร้อยแก้วนั้น ผู้อ่านต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ออกเสียงให้ดังชัดเจน ไม่เร็วหรือช้าเกินไป เว้นวรรค
ตอนให้ถูกต้อง วางท่าทางในการอ่านในลักษณะการยืน การนั่ง การถือบทอ่าน ให้เหมาะสมกับบริบท และควรใช้
น้ำเสียงใหเ้ หมาะสมกบั บทอา่ น เพ่อื สือ่ ความหมายระหว่างผู้อ่านและผฟู้ งั ใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน
การดำเนินชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอา่ น
ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อา่ นเรอ่ื งสน้ั ๆ ตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถามจากเร่ืองทอ่ี า่ น
ท ๑.๑ ป.๔/๘ มีมารยาทในการอา่ น
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อา่ นได้
๒. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสียงคำไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน
๓. นักเรยี นมมี ารยาทในการอา่ น
สาระการเรยี นรู้
- การอ่านออกเสยี งเรื่อง “ ออมไว้กำไรชวี ิต ”
ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
- ทักษะชีวติ และอาชพี
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ใฝ่เรยี นรู้
ข้นั จดั กิจกรรมการเรยี นสอน
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น
๑. ครกู ลา่ วทักทายนักเรียน พรอ้ มทบทวนเน้อื หาเรื่อง ขนมไทยไร้เทียมทาน ในบทเรยี นครง้ั กอ่ น
๒. ครใู ห้นักเรยี นลองพิจารณาจากบทร้อยกรองหน้าบทเรียน ว่าบทเรยี นนจี้ ะสอนเรื่องอะไร
ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
๓. ครูให้นกั เรยี นอ่านเนื้อเร่อื งบทท่ี ๒ ออมไว้กำไรชีวติ โดยให้นกั เรยี นอ่านสลับกนั ไปเรื่อย ๆ คนละ ๔ บรรทัด
จนจบเน้ือเรอื่ ง
๔. เม่อื อ่านจบแล้วจงึ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั สรปุ เรอ่ื งที่อ่าน เร่ืองน้ีมตี ัวละครชอ่ื อะไรบา้ ง เกิดเหตกุ ารณใ์ ดขน้ึ บ้าง
แลว้ ผลสรุปของเร่อื งเป็นอยา่ งไร รวมทัง้ ข้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรื่อง เป็นต้น
๕. หลงั จากทน่ี ักเรียนช่วยกันสรุปเร่ืองแลว้ จึงให้นักเรียนตอบคำถามจากเรื่องท่ีอ่านในแบบฝกึ หดั ทกั ษะภาษา
หน้าท่ี ๑๐
ข้ันสรุปบทเรยี น
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ บทเรียนอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามข้อสงสัย
สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
๒. หนังสอื แบบฝึกหดั รายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชวี ติ ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
การวดั และประเมินผล
รายการประเมนิ วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล เครือ่ งมอื ทใี่ ช้ เกณฑ์
๑. นักเรียสามารถนตอบคำถาม - ตรวจแบบฝกึ ทักษะภาษา - แบบประเมินความรู้
จากเรอื่ งท่อี ่านได้ หนา้ ท่ี ๑๐ คะแนนร้อย
ละ ๗๐
๒. นักเรียนสามารถอ่านออก - สังเกตการอา่ นออกเสียง - แบบประเมนิ ทักษะการอ่าน ขึ้นไป ถือว่า
เสียงคำไดถ้ ูกตอ้ ง ชัดเจน ของนักเรยี น
๓. นักเรียนมมี ารยาทในการอ่าน - การสังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การอ่านของนักเรียนภายใน การอา่ นของนักเรียน
ห้องเรียน
เกณฑ์การประเมินผล
รายการประเมนิ คำอธิบายระดับคณุ ภาพ
พอใช้ ดี ดมี าก
(๑) (๒) (๓)
๑. นักเรียนสามารถตอบ นักเรียนสามารถบอกชื่อตัว นักเรียนสามารถเล่าเรื่องได้ นกั เรยี นสามารถเล่าเร่ืองได้
คำถามจากเร่ืองทอี่ ่านได้ ละครภายในเรื่องได้ และ ถูกต้องแต่สลับเหตุการณ์ ถูกต้องและเรียงตามลำดบั
สามารถบอกเหตุการณ์ บางอยา่ งภายในเรอ่ื ง เหตุการณ์ทเี่ กดิ ข้ึนภายใน
ภายในเรื่องได้เพียงบาง เรอ่ื ง
เหตกุ ารณเ์ ทา่ นั้น
๒. นักเรียนสามารถอ่าน นักเรียนสามารถอ่านออก นักเรียนสามารถอ่านออก นักเรียนสามารถอ่านออก
ออกเสียงคำได้ถูกต้อง เสียงได้เพียงแต่คำง่าย ๆ เสียงคำได้ชัดเจน อ่านออก เสียงคำได้ถูกต้องชัดเจน ทั้ง
ชัดเจน ไม่สามารถอ่านออกเสียงคำ เสียงคำที่มีอักษรนำได้ถูกต้อง การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ
ควบกลำ้ หรือคำที่มีอักษรนำ แ ต ่ ย ั ง อ ่ า น อ อ ก เ ส ี ย ง ค ำ และการอ่านออกเสียงคำที่มี
ได้ ควบกลำ้ ผิด อักษรนำ
๓. นักเรียนมีมารยาทใน นักเรียนส่งเสียงดัง หรือ นักเรียนส่งเสียงรบกวนเพื่อน นักเรียนรอฟังเพื่อนที่อ่าน
การอา่ น รบกวนสมาธิเพื่อนที่อ่าน บ้างเปน็ บางคร้ัง อย่างตั้งใจ และไม่ส่งเสียงดัง
และฟัง รวมถึงไม่สนใจในสิ่ง รบกวนเพื่อน ๆ ภายใน
ที่เพอื่ นอ่าน ห้องเรยี น
แบบบนั ทกึ การผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (ป.๔/๑)
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑ เร่อื ง การอา่ นออกเสียง
ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ช่ือ – สกลุ จุดประสงค์ จุดประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน ร้อย ผา่ น ไมผ่ ่าน
๑. เด็กชายพชรดนัย ปานทอง ขอ้ ที่ ๑ ข้อท่ี ๒ ขอ้ ที่ ๓
๒. เด็กชายไชยวฒั น์ หอมสมบตั ิ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายกนั ตภณ โตแฉ่ง ๒ ๓ ๓
๔. เดก็ ชายนัทธพงศ์ แกว้ พิมพ์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายรัชกฤช ปิ่นทอง ๓ ๓ ๒
๖. เดก็ ชายสุชัญญา สกลุ คำ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๗. เดก็ ชายคงภพ ววิ าเก้า ๒ ๓ ๓
๘. เดก็ ชายชาญวุฒิ บญุ เพ็ชร ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เดก็ ชายก้องภพ ขำรกั ษ์ ๓ ๓ ๒
๑๐. เดก็ ชายธนั วา บญุ มาก ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๑. เด็กชายอธิพงศ์ สุทธิจนั ทร์ ๓ ๓ ๓
๑๒. เดก็ ชายอริญชยั เขยี วหาย ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๓. เดก็ ชายสถิตคุณ คุ้มพรง้ิ ๒ ๒ ๓
๑๔. เด็กหญงิ นนั ทน์ ลิน ลอยเวหา ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๕. เดก็ หญงิ ปภาพินท์ ขำชื่น ๓ ๓ ๓
๑๖. เดก็ หญงิ ณิดาวัลย์ ปานถม ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เด็กหญิงดนติ า น้อยเจอื ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญงิ จันทกานต์ ใจผาวัง ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๑๙. เดก็ หญิงปิญาภรณ์ ถาวงษ์กลาง ๓ ๓ ๓
๒๐. เดก็ หญิงจารพุ ชิ ญา เชงิ ครี ี ๒ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เด็กหญิงพชิ ญาภรณ์ หลากจิตต์ ๓ ๓ ๓
๒๒. เดก็ หญงิ ณฏั ฐกนั ย์ หลากจิตต์ ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒๓. เดก็ หญงิ วาสนา อน้ อนิ ทร์ ๓ ๓ ๓
๒๔. เดก็ หญงิ วัชญาพร ตุ่นแก้ว ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๒ ๓ ๓
๗ ๗๗.๗ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
แบบบนั ทกึ การผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ป.๔/๒)
แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๑ เรอ่ื ง การอ่านออกเสียง
ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ ดา้ นเจตคติ รวมคะแนน ผลการประเมิน
(๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๓ คะแนน) (๙ คะแนน)
ชื่อ – สกลุ จุดประสงค์ จุดประสงค์ จุดประสงค์
คะแนน ร้อย ผ่าน ไม่ผ่าน
๑. เดก็ ชายวิชญะ ศรีแผ้ว ขอ้ ท่ี ๑ ขอ้ ที่ ๒ ขอ้ ที่ ๓
๒. เด็กชายณฐั ดนยั สนิ ชยั วุฒวิ งศ์ ๓ ๓ ๓ ละ
๓. เดก็ ชายปัญญาวุฒิ ศรีไพโรจน์ ๒ ๓ ๒
๔. เดก็ ชายกลุ พชั ร พาลี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๕. เดก็ ชายธนากร ทองคำ ๓ ๒ ๒
๖. เด็กชายณฐั พงษ์ โพธ์นิ ้อยยัง ๓ ๒ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๗. เด็กชายภาณุวิชญ์ ศรจี ันทร์ทับ ๓ ๓ ๓
๘. เด็กชายปารเมศ บำรุงศรี ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๙. เด็กชายนภัทร จันทร์เรือง ๓ ๓ ๓
๑๐. เดก็ ชายจักรกฤช ชแู สง ๓ ๒ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๑. เด็กชายราชนั ย์ สงั ข์เงิน ๒ ๓ ๒
๑๒. เดก็ ชายพลภัทร เรอื งมนต์ ๓ ๓ ๒ ๗ ๗๗.๗ ✓
๑๓. เดก็ ชายกนั ตภณ ทองศรี ๒ ๓ ๓
๑๔. เด็กหญงิ ชาลาดา รอดผิว ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๕. เดก็ หญงิ นพวรรณ เจนจบ ๓ ๓ ๓
๑๖. เดก็ หญิงฐติ ิรัตน์ นาคประไพ ๒ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๗. เดก็ หญงิ ภริ ญั ญา อยู่ชา้ ง ๒ ๓ ๓
๑๘. เด็กหญิงจิดาภา ฟกั ทอง ๓ ๓ ๓ ๙ ๑๐๐ ✓
๑๙. เดก็ หญิงนรนิ ทร์ เขตสถาน ๓ ๓ ๓
๒๐. เด็กหญงิ จิรวรรณ ทองดี ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๒๑. เดก็ หญิงกญั ญาณัฐ นากลุ ๓ ๓ ๓
๒๒. เด็กหญิงอัฐภญิ ญา อนิ อ่ำ ๒ ๓ ๓ ๗ ๗๗.๗ ✓
๒๓. เดก็ หญงิ ณัฏฐนันท์ หลากจิตต์ ๒ ๓ ๓
๒๔. เดก็ หญงิ ชนาภัทร แดงมานะการ ๓ ๓ ๓ ๘ ๘๘.๘ ✓
๓ ๒ ๒
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๘ ๘๘.๘ ✓
๙ ๑๐๐ ✓
๗ ๗๗.๗ ✓