The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-24 20:00:40

ศาสนาอยู่ที่ไหน

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ศาสนาอยูท่ ไี่ หน

ทา่ นอาจารยพ์ ระมหาบวั ญาณสัมปันโน

เทศนเ์ มตตา คุณเพาพงา วรรธนะกุล
ณ วดั ป่าบา้ นตาด จังหวัดอุดรธานี

ศาสนาอยทู่ ไ่ี หน

โดย ทานอาจารยพระมหาบวั ญาณสัมปนโน วดั ปา บานตาด จงั หวดั อุดรธานี

เลขมาตรฐานหนงั สือ : ๙๗๘-๖๑๖-๔๖๘-๗๘๔-๔
พิมพ์ครง้ั ที่ ๑ : มถิ ุนายน ๒๕๖๑
จ�านวนพมิ พ์ : ๓,๐๐๐ เล่ม
จดั พมิ พ์โดย : มลู นิธพิ ุทธสมุนไพรคู่แผน่ ดินไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พมิ พท์ Õè : บริษัท ศิลปŠสยามบรรจภุ ัณ±แ์ ละการพมิ พ์ จ�ากดั
๖๑ ถนนเลยี บคลองภาษเี จรญิ ฝัง› เหนือ ซ.เพชรเกษม ๖๙
แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
โทรศพั ท์ ๐-๒๔๔๔-๓๓๕๑-๙ โทรสาร ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘
E-mail: [email protected] www.silpasiam.com

คำ� น�ำ

หนงั สอื ชดุ นจ้ี ดั พมิ พข์ นึ้ พรอ้ มกนั หกเลม่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของเรอื่ งตา่ งๆ ทเี่ คยพมิ พ์
ไปแล้วและได้แจกเป็นธรรมทานแก่พุทธบริษัทและผู้สนใจมาโดยตลอด ระยะน้ี
หนงั สอื สว่ นใหญห่ มดลงเพราะมผี สู้ นใจขอมามาก การจดั พมิ พห์ นงั สอื เหลา่ นก้ี อ็ าศยั
ผู้มีจิตศรัทธาจัดพิมพ์เป็นครั้งคราวตามความพร้อมของศรัทธาและปัจจัย จึงมีการ
ขาดตอนและมกั จะไมส่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผขู้ อมา ประกอบกบั ผมู้ ศี รทั ธา
รายย่อยจ�ำนวนมากอยากร่วมพิมพ์ด้วยก็ไม่ค่อยมีโอกาส ฉะน้ัน เม่ือ ดร.เชาวน์
ณศีลวันต์ องคมนตรี ซ่ึงเป็นผู้หนึ่งที่จัดพิมพ์หนังสือถวายเป็นธรรมทานมาหลาย
เล่มแลว้ ปวารณารบั เป็นผูป้ ระสานงานการพมิ พ์ให้ เพ่ือให้ผูม้ ศี รทั ธาตา่ งๆ มากบา้ ง
น้อยบ้างไดม้ โี อกาส เมือ่ วัดได้รวบรวมปัจจยั พอเพียงกจ็ ะจดั พมิ พเ์ รอ่ื งตา่ งๆ ไปเป็น
ล�ำดบั ตามความเหมาะสม ซึ่งก็ขออนโุ มทนาในแนวความคดิ นเ้ี ปน็ อยา่ งมาก การให้
ธรรมทานนี้ พระพทุ ธองค์กท็ รงสรรเสริญว่าเปน็ ทานทีเ่ หนือทานทง้ั ปวง

สำ� หรบั ชุดหกเล่มแรกนี้ ดร.เชาวน์ ณศลี วันต์ ไดข้ อเป็นศรทั ธาจดั พมิ พ์ถวาย
เปน็ การระลกึ ตอ่ พระคณุ ของบดิ าและมารดา ซงึ่ กข็ ออนโุ มทนาดว้ ยเปน็ อยา่ งยงิ่ และ
ขออานสิ งสข์ องธรรมทานในครงั้ นี้ จงเปน็ ไปตามปรารถนาจติ ของ ดร.เชาวน์ ณศลี วนั ต์
ผพู้ ิมพ์ถวายจงทุกประการ

๗ สงิ หาคม ๒๕๒๙

คำ� ปรารภ

ศาสนาอยทู่ ไี่ หน พระาณสมปฺ นโฺ น (หลวงตามหาบวั ) เทศนเ์ มตตาคณุ เพาพงา
วรรธนะกลุ เธอกำ� ลงั ปว่ ย ไดม้ าพกั ทวี่ ดั ปา่ บา้ นตาด อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี ทา่ นพระาณ-
สมปฺ นฺโน ไดเ้ มตตาธรรมโอสถสงเคราะหน์ �ำ้ ใจคุณเพาพงา เทศนอ์ บรมภาคปฏิบัติ
ดา้ นจติ ตภาวนาทกุ วนั จติ ใจไดร้ บั เมตตาธรรมเขา้ หลอ่ เลย้ี ง มคี วามสงบสขุ และอศั จรรย์
กายกห็ ายจากโรค บรรเทาทกุ ขท์ างกาย พระธรรมเทศนาเฉพาะคนปว่ ย หาฟงั หาอา่ น
ไดย้ าก ผู้ฟังผ้อู ่านได้ก�ำลงั ใจทางด้านจติ ใจ เปน็ คุณของจิตอย่างลน้ คา่

คณะผู้จัดท�ำ
๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

สารบัญ ๑

ภาค ๑ “เรา กับ กเิ ลส” ๓
๑๕
โลกในเรือนจ�ำกบั โลกนอก ๒๙
วัฏจักร ๔๑
อบุ ายวธิ ีดบั กเิ ลสและเรือ่ งกรรม ๕๖
เลห่ ์เหล่ยี มของกิเลส ๗๑
มายากเิ ลส ๘๔
กเิ ลสฝงั ในจติ ๙๕
ปลกุ ใจสู้กเิ ลส ๑๐๕
ปราบ-ขู่ ๑๑๙
กเิ ลสกดถ่วงจติ ๑๓๓
ก�ำจัดกิเลส-พน้ ทุกข ์ ๑๔๕
สญุ กปั -ภทั ทกปั
ปรยิ ัติ ปฏบิ ัติ ปฏเิ วธ ๑๖๑

ภาค ๒ “เรา กับ ธรรม” ๑๖๓
๑๗๗
ศาสนาทาํ ใหค้ นตา่ งกบั สัตว์ ๑๙๐
จงพยายามเปล่ียนเสือ้ ใหท้ นั สมัยกอ่ นตาย ๒๐๑
ส.ค.ส. สินคา้ ประเสรฐิ ๒๒๐
ฟังธรรมะปา่ ๒๓๔
ศาสนาเจรญิ หรือเสอื่ มอยทู่ ี่ใจ ๒๔๔
พุทธบริษัทพึงรู้ และปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร ๒๖๑
พุทธะ ธรรมะ สังฆะ เป็นโอสถ
สรณะ

ความสวา่ งเสมอดว้ ยปญั ญาไมม่ ี ๒๗๐

อาโลโก อทุ ปาท.ิ .. ความสว่างบงั เกิดขนึ้ แล้ว ๒๘๓

ยอดธรรม ๒๙๕

นักรบ นักหลบ ๓๑๒

ปฏบิ ัตเิ พอื่ ความพ้นทกุ ข์ ๓๒๗

รสแห่งธรรมชาํ นะซ่งึ รสท้ังปวง ๓๔๒

ทรัพย์ทางกาย ทางใจ สมบตั ิอนั พงึ ใจ ๓๕๒

เรยี นกรรมฐานเพอ่ื อะไร ๓๖๕

ศาสนาทาํ ให้คนวิเศษกวา่ สัตว์ ๓๗๗

เท่ยี วกรรมฐานในกายนคร ๓๙๔

ท่ัวไปเกีย่ วกับจติ ภาวนา ๔๐๘

ของปลอม ของจริง ๔๑๙

อาํ นาจกเิ ลส อาํ นาจศาสนธรรม ๔๓๑

ศาสนาเท่านั้นชําระใจสกปรกใหส้ ะอาดได ้ ๔๔๕

พทุ ธศาสนาใหท้ ่พี งึ่ ทางใจ ๔๕๕

ความอศั จรรย์แห่งธรรม ๔๖๕

ถึงเมืองอ่ิมพอ ๔๗๗

โลกไมว่ ่างจากพระอรหนั ต์ ๔๙๓

อิสระเสรี ๕๐๕

มาฆบูชา ๕๑๕

การปฏบิ ตั ิของพระอาจารย ์ ๕๒๗

(เทศน์โปรดคุณเพาพงา วรรธนะกลุ ณ วัดป่าบา้ นตาด เมื่อ ๕ ม.ค. ๒๕๑๙)





ภาค ๑

“เรา กับ กเิ ลส”

1



โลกในเรอื นจำ� กบั โลกนอก

จติ ถา้ เราจะเทยี บทางโลกแลว้ กเ็ ปน็ ผตู้ อ้ งขงั มาตลอดเวลา เหมอื นคนทเี่ กดิ อยู่
ในเรอื นจำ� โตอยใู่ นเรอื นจำ� ในหอ้ งขงั ไมม่ วี นั ออกมาดโู ลกภายนอก อยแู่ ตใ่ นหอ้ งขงั
ตงั้ แตเ่ ลก็ จนโต จงึ ไมท่ ราบวา่ ภายนอกเขามอี ะไรกนั บา้ ง ความสขุ ความทกุ ขก์ เ็ หน็ กนั
อยแู่ ตภ่ ายในเรอื นจำ� ไมไ่ ดอ้ อกมาดโู ลกภายนอกเขา วา่ มคี วามสขุ ความสบาย และ
มีอิสระกนั อยา่ งไรบ้าง ความรน่ื เรงิ บันเทิง การไปมาหาสู่ เขาไปแบบไหน มาอย่างไร
อยอู่ ยา่ งไรกนั โลกภายนอกเขามคี วามเปน็ อยกู่ นั อยา่ งไร ไมม่ ที างทราบได้ เพราะเรา
ถกู คมุ ขงั อยใู่ นเรอื นจำ� มาตง้ั แตว่ นั เกดิ จนถงึ วนั ตาย นเ่ี ปน็ ขอ้ เปรยี บเทยี บ เทยี บเคยี ง

ความสขุ ความทกุ ข์ กเ็ ทา่ ทมี่ อี ยใู่ นนน้ั ๆ ไมม่ อี ะไรเปน็ พเิ ศษ ไมม่ อี ะไรทไ่ี ดไ้ ป
จากโลกภายนอก เมอื่ กลบั เขา้ ไปสภู่ ายในเรอื นจำ� พอไดเ้ หน็ วา่ นเ่ี ปน็ สงิ่ ทแ่ี ปลกจากโลก
ในเรือนจ�ำ สิ่งนม้ี าจากโลกนอก คอื นอกเรือนจ�ำ เอามาเทยี บเคียงกันพอให้ทราบว่า
อนั นเี้ ปน็ อยา่ งนี้ อนั นน้ั เปน็ อยา่ งนน้ั อนั นด้ี กี วา่ อนั นน้ั อนั นน้ั ดกี วา่ อนั นี้ อยา่ งนไ้ี มม่ ี
เพราะไม่มสี ง่ิ ใดเขา้ ไปเกีย่ วขอ้ ง มแี ต่เรอ่ื งของเรือนจำ� สุขหรือทกุ ข์มากนอ้ ยเพียงใด
ขาดแคลนล�ำบากลำ� บน ถกู กดข่บี ังคับขนาดไหน กเ็ คยเป็นมาอย่างนนั้ ต้ังแต่ดั้งเดิม
เลยไมท่ ราบจะหาทางออกไปไหน จะปลดเปลอื้ งตนไปไดอ้ ยา่ งไรดว้ ยวธิ ใี ด แมจ้ ะออก
ไปโลกนอก โลกนอกกไ็ มท่ ราบอยทู่ ไ่ี หน เพราะเหน็ แตโ่ ลกในคอื เรอื นจำ� ทถ่ี กู ควบคมุ
อยตู่ ลอดเวลา และถูกกดข่บี งั คบั เฆยี่ นตีกัน ทรมานกนั อยู่อยา่ งนนั้ อดๆ อยากๆ

3

ขาดๆ แคลนๆ ตลอดถงึ ท่นี อนหมอนม้งุ อาหารปจั จัย ท่ีอยอู่ าศัยทุกสงิ่ ทกุ อยา่ ง
อยู่ในลักษณะของนักโทษในเรือนจ�ำทั้งหมด เขาก็อยู่กันไปได้ เพราะไม่เคยเห็น
โลกนอกวา่ เปน็ อย่างไร พอท่ีจะเอาไปเทียบเคยี งว่า อนั ใดดกี วา่ อนั ใดมสี ุขกว่ากนั
อย่างไรบา้ ง พอท่ีจะมีแกใ่ จอยากเสาะแสวงหาทางออกไปสู่โลกภายนอก

จติ ท่ีถกู ควบคุมจากอ�ำนาจแห่งกเิ ลสอาสวะท้ังหลายกเ็ ป็นเช่นนัน้ คือถกู คุมขัง
อยูด่ ้วยกิเลสประเภทตา่ งๆ ตั้งแตก่ ัปไหนกัลปไ์ หน เชน่ เกิดมาในปจั จบุ ันนี้ กเิ ลสท่ี
เปน็ เจา้ อำ� นาจบนหวั ใจสตั วน์ น้ั มมี าตง้ั แตว่ นั เกดิ ถกู คมุ มาเรอ่ื ยๆ ไมเ่ คยไดเ้ ปน็ อสิ ระ
ภายในตัวบ้างเลย จึงยากที่เราจะคาดได้ว่าความสุขที่นอกเหนือไปจากส่ิงท่ีเป็นอยู่
ในเวลานน้ี นั้ คอื ความสขุ อยา่ งไรกนั เชน่ เดยี วกบั คนทเ่ี กดิ ในเรอื นจำ� และอยมู่ าตลอด
เวลา

โลกนอกเป็นโลกยังไง? นา่ ไปและน่าอยไู่ หม? ธรรมทา่ นประกาศสอนอยู่ปงั๊ ๆ
ก็ไมค่ อ่ ยสนใจกนั แต่ยงั ดีทผี่ สู้ นใจยังมีอยบู่ ้างบางแห่งบางสถานที่ ทีไ่ หนไม่มีใคร
ประกาศ ไมม่ ใี ครพดู ถึงเลยวา่ โลกนอก คอื จิตท่มี ธี รรมครองใจนนั้ เปน็ อยา่ งไร ไมม่ ี
ใครพดู ให้ฟัง จึงไมท่ ราบว่าศาสนธรรมเป็นอยา่ งไร ความสขุ ที่เกิดข้ึนจากอรรถจาก
ธรรมเป็นอย่างไร มืดแปดทิศ ติดแบบจมดิ่งไม่มีวันฟูพอมองเห็นอวัยวะส่วนใด
สว่ นหนงึ่ บา้ งเลย เพราะไมม่ ศี าสนาชว่ ยฉดุ ลาก เหมอื นวา่ “โลกนอก” ไมป่ รากฏเลย
มีแต่เรือนจ�ำคือกิเลสควบคุมใจเท่าน้ัน เกิดมาในโลกนี้มีแต่เรือนจ�ำเป็นท่ีอยู่อาศัย
ท่ีเป็นท่ีตาย อยนู่ ่ตี ลอดไป

จติ ใจไมเ่ คยทราบวา่ อะไรทพ่ี อจะใหค้ วามสขุ ความสบาย ความเปน็ อสิ ระยง่ิ กวา่
ท่ีเป็นอยู่เวลานี้ ถ้าจะเทียบเข้าไปอีกแง่หนึ่งก็เหมือน “เป็ด” เล่นน�้ำอยู่ใต้ถุนบ้าน
ใตถ้ นุ เรอื น แชะๆๆๆๆ อยอู่ ยา่ งนนั้ สกปรกโสมมขนาดไหนมนั กพ็ อใจเลน่ เพราะมนั
ไม่เคยเห็นน�้ำมหาสมุทรทะเล ไม่เคยเห็นน้�ำบึงน�้ำบ่อที่กว้างขวางพอท่ีจะแหวกว่าย
หัวหางกลางตัวได้อยา่ งสะดวกสบาย มนั เหน็ แตน่ �ำ้ ใต้ถนุ บา้ นใตถ้ ุนเรือน ทเ่ี ขาล้าง
ส่ิงของลงไปขังอยู่เท่าน้ัน มันก็ไปเที่ยวเล่นและถือว่าสนุกสนาน แหวกว่ายของมัน
อย่างสะดวกสบายรื่นเริง เพราะเหตุไร? เพราะมันไม่เคยเห็นน้�ำท่ีกว้างขวางหรือ

4

ลกึ ยงิ่ กวา่ นน้ั พอทจี่ ะใหเ้ กดิ ความรนื่ เรงิ บนั เทงิ เกดิ ความสขุ ความสบายแกก่ ารไปมา
หรือการแหวกวา่ ย หวั หางกลางตวั สะดวกสบายกวา่ น�้ำใตถ้ นุ บ้านใตถ้ นุ เรือน

สว่ นเปด็ ทอี่ ยตู่ ามลำ� คลองอนั กวา้ งลกึ นนั้ ผดิ กนั กบั เปด็ ใตถ้ นุ บา้ น มนั สนกุ สนาน
รน่ื เรงิ เทย่ี วไปตามหว้ ยหนองคลองบงึ เจา้ ของไลไ่ ปเทย่ี วทไี่ หน มนั กไ็ ป ตามถนนหนทาง
ข้ามไปมา โอโ้ ห! แผ่กระจายกันเป็นฝูงๆ เปน็ รอ้ ยๆ เป็นพนั ๆ เป็ดพวกน้ยี ังพอมี
ความสขุ บา้ ง นไี่ ด้แกอ่ ะไร?

ถา้ เทยี บเขา้ มากไ็ ดแ้ ก่ “จติ ” ทไ่ี มเ่ คยเหน็ ความสขุ ความสบาย ความรนื่ เรงิ บนั เทงิ
ท่ีเกิดข้ึนจากอรรถจากธรรม ซ่ึงเป็นเช่นเดียวกับเป็ดท่ีเล่นน้�ำใต้ถุนบ้านใต้ถุนเรือน
และจำ� พวกท่เี พลินเล่นน�ำ้ ในลำ� คลอง หรอื ในบึงบางตา่ งๆ น้ันแล

พวกเรามีความสุขความร่ืนเริงด้วยอ�ำนาจของกิเลสบังคับบัญชาอยู่เวลานี้
ซึง่ เหมือนกบั ความสขุ ของนักโทษในเรือนจ�ำนนั้ แล เม่อื “จติ ” ไดร้ บั การอบรมจาก
โลกนอก หมายถึงธรรม ซ่งึ ออกมาจากโลกตุ รธรรม มาจากดนิ แดนนพิ พาน ลงมา
โดยลำ� ดบั ๆ จนกระทงั่ ถงึ มนษุ ยโ์ ลก ทา่ นชแ้ี จงไวห้ มดชนั้ หมดภมู ทิ เี ดยี ว ผมู้ อี ปุ นสิ ยั
มคี วามสนใจตอ่ โลกนอก ต่อความสขุ ทีย่ ง่ิ ไปกว่าความเป็นอยู่เวลานีม้ ีอยู่ เม่ือไดย้ ิน
เสยี งอรรถเสยี งธรรมและอา่ นตามตำ� รบั ตำ� ราเกย่ี วกบั โลกนอก คอื เรอ่ื งอรรถเรอื่ งธรรม
เรอื่ งความปลดเปลอื้ งความทกุ ขค์ วามทรมานทถ่ี กู บงั คบั ขบั ไสอยภู่ ายในใจโดยลำ� ดบั
จติ ใจกม็ คี วามรนื่ เรงิ บนั เทงิ มคี วามพออกพอใจสนใจอยากฟงั สนใจอยากประพฤติ
ปฏบิ ตั จิ นปรากฏผลขน้ึ มาโดยลำ� ดบั ลำ� ดา นน่ั แหละเรมิ่ เหน็ กระแสแหง่ โลกนอกพาดพงิ
เขา้ มาแลว้ จติ ใจกม็ คี วามดนิ้ รนทจี่ ะพยายามแหวกวา่ ยออกใหพ้ น้ จากความกดขบ่ี งั คบั
ซงึ่ มีอยภู่ ายในใจ อันเปรียบเหมอื นนกั โทษในเรือนจ�ำ

ย่ิงได้ปฏิบัติทางด้านจิตใจมีความสงบข้ึนเพียงไร ความตะเกียกตะกาย
ความอุตสา่ ห์พยายามกย็ ิ่งมากขนึ้ ๆ สติปญั ญาก็ค่อยปรากฏขึ้นมา เห็นโทษแห่งการ
กดข่ีบงั คับของกเิ ลสภายในใจ เหน็ คณุ คา่ แห่งธรรมอนั เปน็ เคร่อื งปลดเปลอื้ งได้มาก
น้อยเพยี งไร ก็เป็นความสบายภายในใจ เบาอกเบาใจ ซงึ่ เป็นเครือ่ งเพิ่มศรทั ธาข้ึน

5

โดยลำ� ดบั ความอตุ สา่ หพ์ ยายามความอดทนเกดิ ขนึ้ ตามๆ กนั สตปิ ญั ญาทเี่ คยนอน
จมปลักอยู่อยา่ งแต่ก่อนก็คอ่ ยฟนื้ ตวั ตนื่ ขนึ้ มาและค้นคดิ พิจารณา

แมส้ ง่ิ เหลา่ นจี้ ะเคยเปน็ ขา้ ศกึ มานมนาน และกระทบกระเทอื นกนั อยทู่ งั้ วนั ทงั้ คนื
แตไ่ มเ่ คยสนใจ กเ็ กดิ ความสนใจขนึ้ มา อะไรมากระทบกระเทอื นทางตา หู จมกู ลน้ิ กาย
ใจ ซง่ึ แตก่ อ่ นกเ็ หมอื นคนตาย ถอื เปน็ ธรรมดาๆ ไมส่ ะดงุ้ สะเทอื นสตปิ ญั ญาพอใหไ้ ด้
คดิ คน้ หาเหตผุ ลตน้ ปลายบา้ งเลย แตเ่ มอ่ื ใจเรม่ิ เขา้ กระแสแหง่ ธรรมทไ่ี ดร้ บั การอบรม
จนเปน็ พน้ื เพแหง่ สตปิ ญั ญาไปโดยลำ� ดบั ยอ่ มจะเหน็ ทง้ั โทษทงั้ คณุ ประจกั ษใ์ จ เพราะ
เป็นของมีอยู่ด้วยกันทั้งโทษท้ังคุณภายในใจดวงน้ี จิตใจก็มีความคล่องแคล่วใน
การคดิ การพจิ ารณา ใจจะเกดิ ความอาจหาญ ขดุ คน้ เหน็ ทง้ั โทษ พยายามแก้ เหน็ ทง้ั คณุ
พยายามแหวกวา่ ย พยายามสง่ เสรมิ ไปโดยลำ� ดับ

น่ีเรียกว่าจิตค่อยปลดเปลื้องจากสิ่งกดข่ีบังคับ คือเรือนจ�ำภายในออกได้
โดยลำ� ดบั ทัง้ มองเหน็ โลกนอกอกี ดว้ ยว่าโลกนอกเปน็ โลกอยา่ งไร เหมอื นเรือนจ�ำที่
มีอยู่เวลานี้ไหม? ตาก็พอมองเห็นโลกนอกบ้างว่าท่านซึ่งอยู่โลกนอกท่านเป็นอยู่
อยา่ งไร ไปมาหากนั อยา่ งไร เราเปน็ อยอู่ ยา่ งไรภายในเรอื นจำ� ความเปน็ อยภู่ ายใตก้ เิ ลส
ครอบง�ำนี้เป็นอย่างไร ความที่เบาบางจากกิเลสลงเป็นล�ำดับๆ จิตใจมีความรู้สึก
อยา่ งไรบา้ ง ซ่งึ พอเทียบกันได้

ทนี พ้ี อมโี ลกนอก โลกใน เขา้ เทยี บกนั แลว้ คอื ความสขุ ความสบายทเี่ กดิ ขน้ึ จาก
การแก้กิเลสออกได้มากน้อยก็ปรากฏ ความทุกข์ท่ีกิเลสยังมีค้างอยู่พาให้แสดงผล
กท็ ราบชดั และเหน็ โทษดว้ ยปญั ญาเปน็ ขนั้ ๆ และพยายามแกไ้ ขอยตู่ ลอดเวลา ไมล่ ดละ
ความพากเพยี ร นแ่ี หละตอนทสี่ ตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร เรมิ่ หมนุ ตวั ออกแนวรบ
กต็ อนทเี่ หน็ ทงั้ โลกนอก คอื ความปลดเปลอ้ื งกเิ ลสออกจากใจไดม้ ากนอ้ ย และเหน็ ทง้ั
โลกในที่กเิ ลสกดขี่บงั คับมาเร่อื ยๆ แตก่ ่อนไม่ทราบจะเอาอะไรมาเทยี บ เพราะไม่รู้
ไมเ่ หน็ เกดิ ขน้ึ มากจ็ มอยใู่ นความทกุ ขท์ รมานอยา่ งน้ี ขน้ึ ชอ่ื วา่ ความสขุ นนั้ ไมป่ รากฏ
จากโลกนอกเลย คือไม่ปรากฏจากอรรถจากธรรม

6

การปรากฏกป็ รากฏแตค่ วามสขุ แบบทคี่ วามทกุ ขอ์ ยหู่ ลงั ฉาก ซง่ึ คอยจะมาเหยยี บยำ่�
ทำ� ลาย เพื่อลบล้างความสขุ นน้ั ให้หายไปโดยไม่มเี วลานาฬกิ าเตือนบอกเลย ทนี ี้ไดร้ ู้
ไดเ้ หน็ บา้ ง ความสขุ ภายนอก คอื จากโลกนอกของผทู้ ธ่ี รรมครองใจนน้ั กเ็ หน็ ความสขุ
ภายในเรอื นจำ� คอื ความสขุ ทอี่ ยใู่ ตอ้ ำ� นาจของกเิ ลสกเ็ หน็ ความทกุ ขท์ อี่ ยใู่ ตอ้ ำ� นาจของ
กิเลสกเ็ ห็น คอื ร้ไู ดด้ ้วยสติปัญญาของตวั เองประจกั ษ์ใจ

ความสขุ ท่ีเกดิ ขน้ึ จากโลกนอก ไดแ้ กก่ ระแสแหง่ ธรรมทซ่ี าบซ้ึงเขา้ ไปในจติ ใจ
กเ็ หน็ พอเปน็ เครอื่ งเทยี บเคยี งกนั ไปโดยลำ� ดบั ๆ เหน็ โลกภายนอก โลกภายใน ทง้ั คณุ
และโทษนำ� มาประกอบเทยี บเคยี งกนั กย็ ง่ิ ทำ� ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ และความพากเพยี ร
ความอดทนมากขึน้ กระท่งั อะไรผ่านเขา้ มาข้ึนชอื่ ว่าเร่ืองของกเิ ลสซงึ่ เคยกดขีบ่ งั คบั
จิตใจแล้ว ต้องตอ่ ส้กู ันทันที และแกไ้ ขปลดเปล้ืองหรอื ร้อื ถอนกนั โดยลำ� ดับๆ ด้วย
อำ� นาจแหง่ สติปัญญา มคี วามเพยี รเป็นเครือ่ งหนนุ หลงั

จิตใจจะหมนุ ไปเอง เม่ือความเห็นโทษมมี าก ความเหน็ คณุ กม็ ีมาก เมอื่ ความ
อยากรู้อยากเหน็ ธรรมมมี าก และความอยากหลุดพ้นมีมากเพียงไร ความพากเพียร
กต็ อ้ งมากขน้ึ ไปตามๆ กัน แม้ความอดความทนกต็ ามๆ กันมา เพราะมีอยใู่ นใจ
ดวงเดยี วกนั เหน็ โทษกเ็ หน็ ทใ่ี จทงั้ ดวงนนั้ แล ใจทง้ั ดวงเปน็ ผเู้ หน็ โทษ แมเ้ หน็ คณุ กใ็ จ
ทงั้ ดวงนนั้ เปน็ ผเู้ หน็ การทพี่ ยายามแหวกวา่ ยดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ ตามความสามารถของตน
ก็เป็นเร่ืองของใจทั้งดวงจะเป็นผู้ท�ำความพยายามปลดเปล้ืองตนเอง เพราะฉะน้ัน
สิ่งเหล่าน้มี ีความเพยี รเปน็ ต้น ทเี่ ปน็ เครือ่ งมอื ของจิต เปน็ เครือ่ งสนบั สนุนจติ จงึ มา
พร้อมๆ กนั เช่น ศรัทธา ความเชอ่ื ตอ่ มรรคต่อผล ความเช่อื ต่อแดนพ้นทกุ ข์ วริ ิยะ
ความพากเพยี รทจ่ี ะทำ� ตวั ใหห้ ลดุ พน้ ไปโดยลำ� ดบั ขนั ติ ความอดความทน เพอ่ื บกึ บนึ
ใหผ้ า่ นพน้ ไปได้ กม็ าพรอ้ มๆ กนั สตปิ ญั ญา ทจ่ี ะใครค่ รวญไปตามแนวทาง อนั ใดถกู
อนั ใดผดิ กม็ าตามๆ กนั ถา้ จะพดู ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ นกลา่ วไว้ กเ็ รยี กวา่ “มรรคสมงั ค”ี
คอ่ ยรวมตวั กนั เขา้ มาอยใู่ นใจดวงเดยี วนี้ อะไรกร็ วมเขา้ มา สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั โป
สมั มาวาจา สมั มากมั มนั โต ตลอดถงึ สมั มาสมาธิ กร็ วมเขา้ มาอยใู่ นจติ ดวงเดยี วนที้ งั้ มวล
ไม่ไปที่อ่ืน

7

สมั มากมั มนั ตะ กม็ แี ตเ่ ดนิ จงกรม นง่ั สมาธิ ซงึ่ เปน็ งานชอบ สมั มากมั มนั ตะ คอื
งานชอบ เพราะเขา้ ถึงงานอนั ละเอยี ดที่ใจรวมเขา้ มา จิตเป็น มรรคสมังคี คอื มรรค
รวมตวั เขา้ มาสใู่ จดวงเดยี ว สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั โป ไดแ้ กเ่ รอื่ งของปญั ญา คน้ ควา้ อยู่
ตลอดเวลาเกย่ี วกบั เรอ่ื งธาตเุ รอื่ งขนั ธ์ เรอื่ งตา่ งๆ ทป่ี รากฏหรอื สมั ผสั เกดิ ขน้ึ แลว้ ดบั ไป
ท้ังดีทั้งชั่วท้ังอดีตและอนาคตที่ข้ึนมาปรากฏภายในใจ สติปัญญาเป็นผู้ฟาดฟันหั่น
แหลกไปโดยลำ� ดบั ไมร่ อใหเ้ สยี เวลำ่� เวลา สมั มากมั มนั ตะ การงานชอบทเ่ี กยี่ วกบั กาย
ก็คือการน่งั ภาวนาหรือเดนิ จงกรม อันเปน็ ความเพยี รละกเิ ลสในท่าตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวกบั
ทางใจก็คือ วริ ยิ ะ ความพากเพยี รทางใจ สัมมาวาจา พูดกันแต่เรอ่ื งอรรถเร่ืองธรรม
การสนทนากันก็มีแต่เรื่อง “สัลเลขธรรม” ธรรมเป็นเครื่องขัดเกลา หรือช�ำระล้าง
กิเลสอาสวะออกจากจติ ใจ วา่ เราจะทำ� ดว้ ยวธิ ีใดกิเลสจงึ จะหมดไปโดยส้นิ เชิง นี่คือ
สมั มาวาจา สมั มาอาชวี ะ อารมณอ์ นั ใดทเ่ี ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ จติ เมอ่ื นำ� เขา้ มาเปน็ อารมณข์ องใจ
เรยี กวา่ “เลยี้ งชพี ผดิ ” เพราะเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ จติ จติ ตอ้ งมคี วามมวั หมอง ไมใ่ ชข่ องดี ตอ้ งเปน็
ทกุ ขข์ น้ึ มาภายในใจมากนอ้ ยตามสว่ นแหง่ จติ ทมี่ คี วามหยาบละเอยี ดขนึ้ ไปโดยลำ� ดบั
นี่ก็ช่อื วา่ “เป็นยาพิษ” เล้ยี งชีพไม่ชอบ ตอ้ งแก้ไขทันทๆี

อารมณข์ องจติ ทเี่ ปน็ ธรรม อนั เปน็ ไปเพอ่ื ความรน่ื เรงิ เปน็ ไปเพอ่ื ความสขุ ความ
สบายนน่ั แล คอื อารมณท์ เี่ หมาะสมกบั จติ และเปน็ อาหารทเ่ี หมาะกบั ใจ ทำ� ใหใ้ จเกดิ
ความสงบสขุ การเลย้ี งชพี ชอบจงึ เลยี้ งอยา่ งน้ี โดยทางธรรมขนั้ ปฏบิ ตั ติ อ่ จติ เปน็ ขน้ั ๆ
ข้นึ ไป ส่วนการเล้ยี งชพี ชอบทางรา่ งกายด้วยอาหารหรอื บิณฑบาตน้ัน เป็นสาธารณะ
สำ� หรับชาวพทุ ธทั่วๆ ไปจะพงึ ปฏิบตั ิใหเ้ หมาะสมกบั หน้าทข่ี องตนๆ

สัมมาวายามะ เพยี รชอบ เพยี รอะไร? นเ่ี ราก็ทราบ ทา่ นบอกเพียรใน ๔ สถาน
คอื พยายามระวงั ไมใ่ หบ้ าปเกดิ ขนึ้ ในตนหนงึ่ พยายามละบาปทเี่ กดิ ขน้ึ แลว้ ใหห้ มดไป
การระวังบาปต้องระวังด้วยความมีสติ พยายามส�ำรวมระวังอย่าให้บาปเกิดขึ้นด้วย
สติ คือระวังจิตท่ีจะคิด เท่ียวกว้านเอาความทุกข์ความทรมานเข้ามาสู่จิตใจน่ันเอง
เพราะความคดิ ความปรงุ ในทางไมด่ นี น้ั เปน็ เรอ่ื งของ “สมทุ ยั ” จงึ พยายามระวงั รกั ษา
ด้วยดี อย่าประมาท หนึ่ง พยายามเจริญสิ่งท่ีเปน็ กศุ ล เป็นความเฉลยี วฉลาด ใหม้ ี

8

มากขนึ้ โดยลำ� ดบั ๆ หนงึ่ และเพยี รระวงั รกั ษากศุ ลทเ่ี กดิ ขนึ้ แลว้ ใหเ้ จรญิ ยง่ิ ขน้ึ อยา่ ให้
เสอ่ื มไป หนึง่

“สัมมัปปธาน ส่”ี ทีท่ ่านวา่ กอ็ ยู่ทตี่ ัวเรานีแ้ ล “สมั มาสติ” กด็ อู ยู่ในใจของเรานี่
การเคลอ่ื นไหวไปมา ความระลกึ ความรตู้ ัวนี้ รอู้ ยู่ตลอดเวลา อะไรมาสัมผัสทางตา
ทางหู ทางจมูก ทางลิน้ ทางกาย ไมเ่ ขา้ ไปสใู่ จจะไปที่ไหน ใจเป็นสถานที่ใหญ่โต
คอยรบั ทราบเรอ่ื งราวตา่ งๆ ทงั้ ดที ง้ั ชวั่ อยตู่ ลอดเวลา ปญั ญาเปน็ ผวู้ นิ จิ ฉยั ใครค่ รวญ
สติเป็นผ้คู อยดูตรวจตราพาชีอยูเ่ สมอ ในเมื่ออะไรเขา้ มาเกยี่ วข้องกับใจ เป็นดหี รือ
เปน็ ชวั่ อารมณช์ นดิ ใด สตปิ ญั ญาใครค่ รวญเลอื กเฟน้ ในอารมณต์ า่ งๆ ทเ่ี ขา้ มาเกยี่ วขอ้ ง
กบั ใจ อนั ใดทเี่ หน็ วา่ ไมช่ อบธรรม จติ จะสลดั ปดั ทงิ้ ทนั ทๆี คอื ปญั ญานนั่ แหละเปน็ ผทู้ ำ�
การสลดั ปัดท้งิ แนะ่

“สมั มาสมาธ”ิ การงานเพอื่ สงบกเิ ลสโดยสมาธกิ ม็ นั่ คงอยตู่ ลอดเวลา จนปรากฏผล
เป็นความสงบเย็นแก่ใจที่พักงานอย่างแท้จริง ไม่มีความฟุ้งซ่านเข้ามากวนใจใน
ขณะนนั้ ประการหน่งึ

ในขณะทจี่ ะเขา้ สมาธเิ ปน็ การพกั ผอ่ นจติ เพอ่ื เปน็ กำ� ลงั ของปญั ญาในการคน้ ควา้
ต่อไปกพ็ กั เสยี พกั ในสมาธิ คอื เขา้ สู่ความสงบ ได้แก่หยดุ การปรงุ การแตง่ การคดิ
คน้ ควา้ ทางดา้ นปญั ญาโดยประการทงั้ ปวง ใหจ้ ติ สงบตวั เขา้ มาอยอู่ ยา่ งสบาย ไมต่ อ้ ง
คดิ ตอ้ งปรงุ อะไรซง่ึ เปน็ เรอื่ งของงาน พกั จติ ใหส้ บายโดยความมอี ารมณเ์ ดยี ว หากวา่
จิตมีความเพลิดเพลินต่อการพิจารณาไปมากจะยับยั้งไว้ไม่ได้ เราก็เอา “พุทโธ”
เปน็ เครอื่ งฉดุ ลากเขา้ มา ใหจ้ ติ อยกู่ บั “พทุ โธๆๆ” คำ� บรกิ รรมกบั “พทุ โธ” น้ี แมจ้ ะเปน็
ความคดิ ปรุงกต็ าม แต่เป็นความคดิ ปรงุ อยใู่ นธรรมจดุ เดยี ว ความปรงุ อย่ใู นธรรม
จดุ เดยี วนน้ั เปน็ เหตใุ หจ้ ติ มคี วามสงบตวั ได้ เชน่ คำ� วา่ “พทุ โธๆๆ” หากจติ จะแยบ็ ออก
ไปท�ำงานเพราะความเพลดิ เพลนิ ในงาน งานยังไมเ่ สร็จ เราก็กำ� หนดคำ� บริกรรมนั้น
ให้ถ่ยี บิ เขา้ ไป ไม่ยอมให้จติ นอ้ี อกไปท�ำงาน คอื จิตขน้ั ท่เี พลินกบั งานน้ันมีอยู่ ถา้ พดู
แบบโลกกว็ า่ “เผลอไมไ่ ด”้ แตจ่ ะวา่ จติ เผลอกพ็ ดู ยาก การพดู ทพี่ อใกลเ้ คยี งกค็ วรวา่
“รามือไมไ่ ด”้ พูดงา่ ยๆ ว่ายงั งน้ั เรารามือไมไ่ ด้ จิตจะต้องโดดออกไปหางาน ตอนน้ี

9

ตอ้ งหนกั แนน่ ในการบรกิ รรม บงั คบั จติ ใหอ้ ยกู่ บั อารมณอ์ นั เดยี ว คอื พทุ โธ เปน็ เครอื่ ง
ยบั ยง้ั จติ กำ� หนดพทุ โธๆๆๆ ใหถ้ ยี่ บิ อยนู่ นั้ แลว้ พทุ โธกบั จติ กเ็ ปน็ อนั เดยี วกนั ใจกแ็ นว่
สงบลง สงบลงไป กส็ บาย ปลอ่ ยวางงานอะไรทง้ั หมด ใจกเ็ ยอื กเยน็ ขน้ึ มา นค่ี อื สมาธิ
ที่ชอบ

ในขณะทจ่ี ะพกั ตอ้ งพกั อยา่ งน้ี ทา่ นเรยี กวา่ “สมั มาสมาธ”ิ เปน็ สมาธชิ อบ พอสมควร
เห็นว่าใจได้ก�ำลังแล้ว เพียงปล่อยเท่าน้ันแหละ จิตจะดีดตัวออกท�ำงานทันทีเลย
ดดี ออกจากความเปน็ หนงึ่ ความเปน็ อารมณอ์ นั เดยี วนนั้ แลว้ กเ็ ปน็ สองกบั งานละทนี ี้
ใจท�ำงานต่อไปอกี ไมห่ ่วงกบั เรื่องของสมาธิในขณะที่ทำ� งาน ในขณะที่ท�ำสมาธิเพอ่ื
ความสงบ ก็ไม่ต้องห่วงกบั งานเลยเชน่ เดียวกัน

ขณะทพี่ กั ตอ้ งพกั เชน่ ในขณะทรี่ บั ประทานตอ้ งรบั ประทาน ไมต่ อ้ งทำ� งานอะไร
ทั้งนน้ั นอกจากท�ำงานในการรบั ประทาน จะพักนอนหลบั กน็ อนหลับให้สบายๆ ใน
ขณะทีน่ อนไมต่ อ้ งไปยุง่ กบั งานอะไรท้ังส้ิน แตเ่ วลาท่เี รม่ิ ท�ำงานแลว้ ไม่ต้องไปยุ่งใน
เรอื่ งการกนิ การนอน ตงั้ หนา้ ทำ� งานจรงิ ๆ นไี่ ดช้ อื่ วา่ ทำ� งานเปน็ ชนิ้ เปน็ อนั ทำ� งานเปน็
วรรคเปน็ ตอน ทำ� งานถกู ตอ้ งโดยกาลโดยเวลาเหมาะสมกบั เหตกุ ารณ์ เรยี กวา่ สมั มา
กมั มนั ตะ “สัมมากัมมนั ตะ” คอื การงานชอบ ไม่กา้ วกา่ ยกัน เป็นงานทีเ่ หมาะสม

เรอื่ งสมาธปิ ลอ่ ยไมไ่ ด้ การปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความรนื่ เรงิ ของใจ การเหน็ วา่ “สมาธ”ิ อยู่
เฉยๆ ไมเ่ กดิ ประโยชนน์ น้ั ไมถ่ กู ถา้ ผตู้ ดิ สมาธิ ไมอ่ ยากออกทำ� งานเลยอยา่ งนนั้ เหน็ วา่
ไมถ่ กู ตอ้ ง ควรตำ� หนิ เพอ่ื ใหผ้ นู้ น้ั ไดถ้ อนตวั ออกมาทำ� งาน แตถ่ า้ จติ มคี วามเพลดิ เพลนิ
ในงานแลว้ เรอ่ื งของสมาธกิ ม็ คี วามจำ� เปน็ ในดา้ นหนง่ึ ในเวลาหนง่ึ จนได้ คนเราทำ� งาน
ไมพ่ กั ผอ่ นนอนหลบั บา้ งเลยน้ี ทำ� งานตอ่ ไปไมไ่ ด้ แมจ้ ะรบั ประทานอาหาร สมบตั เิ สยี ไป
ด้วยการรับประทานก็ให้มันเสียไป ผลท่ีได้คือธาตุขันธ์มีก�ำลังจากการรับประทาน
ประกอบการงานตามหนา้ ทต่ี อ่ ไปไดอ้ กี เงนิ จะเสยี ไป ขา้ วของอะไรทนี่ ำ� มารบั ประทาน
จะเสยี ไป กเ็ สยี ไปเพอ่ื เกดิ ประโยชน์ เพอื่ เปน็ พลงั ในรา่ งกายเราจะเปน็ อะไรไป ใหม้ นั
เสยี ไปเสยี อยา่ งนี้ ไมเ่ สยี ผลเสยี ประโยชนอ์ ะไร ถา้ ไมร่ บั ประทาน จะเอากำ� ลงั มาจากไหน
ตอ้ งรบั ประทาน เสียไปกเ็ สยี ไปเพื่อก�ำลงั เพื่อใหเ้ กดิ ก�ำลงั ขน้ึ มา

10

นกี่ ารพกั ในสมาธิ ในขณะทพ่ี กั ใหม้ คี วามสงบ ความสงบนนั้ แลเปน็ พลงั ของจติ
ทจ่ี ะหนนุ ทางดา้ นปญั ญาไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ เราตอ้ งพกั ใหม้ คี วามสงบ ถา้ ไมส่ งบเลย
มแี ตป่ ญั ญาเดนิ ทา่ เดยี ว กเ็ หมอื นกบั มดี ไมไ่ ดล้ บั หนิ ฟนั ตบุ๊ ๆ ตบั๊ ๆ ไมท่ ราบวา่ เอาสนั ลง
เอาคมลง มแี ตค่ วามอยากรอู้ ยากเหน็ อยากเขา้ ใจ อยากถอนกเิ ลสโดยถา่ ยเดยี ว โดยที่
ปญั ญาไมไ่ ดล้ บั จากการพกั สงบ อนั เปน็ สงิ่ ทห่ี นนุ หลงั ใหเ้ ปน็ ความสงบเยน็ ใจ ใหเ้ ปน็
ก�ำลังของใจ แลว้ มันก็เหมือนกับมีดท่ไี มไ่ ดล้ บั หนิ นะ่ ซี ฟันอะไรก็ไมค่ ่อยขาดง่ายๆ
เสยี กำ� ลงั วงั ชาไปเปลา่ ๆ เพราะฉะนนั้ เพอ่ื ความเหมาะสม ในขณะทพี่ กั สงบจติ ในเรอื น
สมาธิ ตอ้ งใหพ้ กั การพกั ผอ่ นจงึ เหมอื นเอาหนิ ลบั ปญั ญานนั่ เอง การพกั ธาตขุ นั ธ์ คอื
สกลกายกม็ ีก�ำลัง การพักจิต จติ ก็มกี �ำลงั ดว้ ย

พอมกี ำ� ลงั แลว้ จติ ออกคราวนก้ี เ็ หมอื น “มดี ไดล้ บั หนิ แลว้ ” อารมณอ์ นั เกา่ นนั้ แล
ปญั ญาอนั เกา่ นน้ั แล ผพู้ จิ ารณาคนเกา่ นน้ั แล แตพ่ อกำ� หนดพจิ ารณาลงไป มนั ขาดทะลุ
ไปเลย คราวนี้เหมือนกบั คนทพี่ ักผอ่ นนอนหลับ รบั อาหารใหส้ บาย ลบั มีดพร้าให้
เรยี บรอ้ ยแลว้ ไปฟนั ไมท้ อ่ นนนั้ แล คนๆ นนั้ มดี กเ็ ลม่ นนั้ แตม่ นั ขาดไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย
เพราะมดี ก็คม คนก็มีก�ำลงั

นอ่ี ารมณก์ อ็ ารมณอ์ นั นนั้ แล ปญั ญากป็ ญั ญาอนั นน้ั แล ผปู้ ฏบิ ตั คิ นนน้ั แล แตไ่ ด้
“ลบั หนิ ” แลว้ กำ� ลงั ของจติ กม็ แี ลว้ เปน็ เครอื่ งหนนุ ปญั ญา จงึ แทงทะลไุ ปไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ผดิ กบั ตอนไมไ่ ด้พักในสมาธเิ ปน็ ไหนๆ

เพราะฉะนน้ั เรอ่ื งของสมาธกิ บั เรอ่ื งของปญั ญา จงึ เปน็ ธรรมเกยี่ วเนอ่ื งกนั เปน็ แต่
เพยี งทำ� งานในวาระตา่ งๆ กนั เทา่ นน้ั วาระทจี่ ะทำ� สมาธกิ ท็ ำ� เสยี วาระนจ้ี ะพจิ ารณาทาง
ดา้ นปญั ญาใหเ้ ตม็ อรรถเตม็ ธรรม เตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย เตม็ สตกิ ำ� ลงั พจิ ารณาลงไปให้
เตม็ เหตเุ ตม็ ผล เวลาจะพกั กพ็ กั ใหเ้ ตม็ ทเี่ ตม็ ฐานเหมอื นกนั ใหเ้ ปน็ คนละเวลา ไมใ่ ห้
กา้ วกา่ ยกนั แบบทง้ั จะพจิ ารณาทางด้านปญั ญา ทั้งเป็นหว่ งสมาธิ เวลาเขา้ สมาธแิ ล้ว
กเ็ ปน็ อารมณก์ บั เรอื่ งปญั ญา อยา่ งนไี้ มถ่ กู จะปลอ่ ยทางไหน จะทำ� งานอะไรใหท้ ำ� งานนนั้
จรงิ ๆ ให้เปน็ ชนิ้ เป็นอัน นถี่ ูกต้องเหมาะสม สัมมาสมาธิกเ็ ปน็ อยา่ งนี้จรงิ ๆ

11

เรอ่ื งของกเิ ลสเปน็ เรอ่ื งกดถว่ งจติ ใจ จติ เรานเ่ี หมอื นเปน็ นกั โทษ ถกู กเิ ลสอาสวะ
ทง้ั หลายครอบงำ� อยตู่ ลอดเวลาและบงั คบั ทรมานจติ ใจมาตลอดนบั แตเ่ กดิ มา เมอ่ื ปญั ญา
ไดถ้ อดถอนกเิ ลสออกโดยลำ� ดบั ๆ แลว้ ใจกม็ คี วามสวา่ งไสวขน้ึ มา ความเบาบางของจติ
กเ็ ปน็ คณุ อนั หนงึ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ จากการทถี่ อดถอนสง่ิ ทเ่ี ปน็ ภยั สงิ่ ทส่ี กปรกออกได้ เรากเ็ หน็
คุณค่าอนั นี้ แล้วพิจารณาไปเรอ่ื ยๆ

รวมแลว้ กเิ ลสอยทู่ ไ่ี หน ภพชาตอิ ยทู่ ไ่ี หน กม็ อี ยทู่ ใี่ จดวงเดยี วนแ้ี หละ นอกนน้ั
เปน็ กง่ิ กา้ นสาขา เชน่ ออกไปทางตา ทางจมกู ทางหู ทางลน้ิ ทางกาย แตต่ น้ ของมนั จรงิ ๆ
อยทู่ ่ีใจ เวลาพจิ ารณาสิ่งเหลา่ น้นั รวมเข้ามา รวมเข้ามาแลว้ จะเขา้ มาส่จู ติ ดวงเดียวนี้
“วฏั วน” ไมไ่ ดแ้ กอ่ ะไร ไดแ้ กจ่ ติ ดวงเดยี วนเ้ี ปน็ ผหู้ มนุ ผเู้ วยี น เปน็ ผพู้ าใหเ้ กดิ ใหต้ าย
อยูเ่ ทา่ น้ี เพราะอะไร? เพราะเช้อื ของมันมีอยภู่ ายในใจ

เมอ่ื ใชส้ ตปิ ญั ญาพจิ ารณาคน้ ควา้ เหน็ ชดั และตดั เขา้ มาๆ เปน็ ลำ� ดบั ๆ จนเขา้ ถงึ จติ
ซง่ึ เปน็ ตวั การ มี “อวชิ ชา” ซงึ่ เปน็ สงิ่ สำ� คญั มากทเ่ี ปน็ เชอื้ “วฏั ฏะ” อยภู่ ายในใจ แยกลงไป
พจิ ารณาลงไปๆ ไมใ่ หม้ อี ะไรเหลอื อยู่ วา่ นคี้ อื นนั้ นนั้ คอื นน้ั กำ� หนดพจิ ารณาลงไปทจี่ ติ
เช่นเดียวกบั สภาวธรรมท่ัวๆ ไป

แม้ใจจะมีความสว่างไสวขนาดไหนก็ตาม ก็พึงทราบว่าน้ีเป็นเรือนใจท่ีพอพัก
อาศัยไปช่ัวกาลชั่วเวลาเท่านั้น หากยังไม่สามารถพิจารณาให้แตกกระจายลงไปได้
แต่เราอย่าลืมวา่ จติ ที่มีความเด่นดวงนแ้ี ลคืออวชิ ชาแท้ ใหพ้ ิจารณาเอาอนั นนั้ แหละ
เปน็ เปา้ หมายแหง่ การพิจารณา

เอา้ ! อนั นจี้ ะสลายลงไปจนหมดความรไู้ มม่ อี ะไรเหลอื กระทงั่ “ผรู้ ”ู้ จะฉบิ หาย
จมไปด้วยกนั ก็ใหร้ เู้ สยี ที เราพจิ ารณาเพ่ือหาความจริง เพ่อื รู้ความจริง ต้องให้ลงถึง
เหตถุ งึ ผลถงึ ความจรงิ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง อะไรจะฉบิ หายลงไปกใ็ หฉ้ บิ หาย แมท้ สี่ ดุ “ผรู้ ”ู้
ทกี่ ำ� ลงั พจิ ารณาอยนู่ จ้ี ะฉบิ หายไปตามเขา กใ็ หร้ ดู้ ว้ ยสตปิ ญั ญา ไมต่ อ้ งเหลอื ไวว้ า่ อะไร
เปน็ เกาะเปน็ ดอนหลอกเรา อะไรเปน็ เรา อะไรเปน็ ของเรา ไมม่ เี หลอื ไวเ้ ลย พจิ ารณาลงไป
ให้ถงึ ความจริงไปด้วยกันหมด

12

สงิ่ ทเี่ หลอื หลงั จากกเิ ลส “อวชิ ชา” ทถ่ี กู ทำ� ลายลงโดยสนิ้ เชงิ แลว้ นน้ั แล คอื สงิ่ ท่ี
หมดวสิ ยั ของสมมตุ ทิ จี่ ะเออื้ มเขา้ ถงึ และไปทำ� ลายได้ นน้ั แลทา่ นเรยี กวา่ “จติ บรสิ ทุ ธ”ิ์
หรอื “ความบรสิ ทุ ธ์ิ” ธรรมชาติแห่งความบรสิ ทุ ธ์นิ ีไ้ มม่ ีอะไรทำ� ลายได้

กเิ ลสเปน็ สง่ิ สมมตุ ทิ เี่ กดิ ขนึ้ ไดด้ บั ได้ เพราะฉะนน้ั จงึ ชำ� ระได้ มมี ากขนึ้ ได้ ทำ� ให้
ลดลงได้ ท�ำให้หมดส้ินไปกไ็ ด้ เพราะเปน็ เรอ่ื งของสมมุติ

แตจ่ ติ ลว้ นๆ ซงึ่ เปน็ ธรรมชาตทิ เ่ี รยี กวา่ “จติ วมิ ตุ ต”ิ แลว้ ยอ่ มพน้ วสิ ยั แหง่ กเิ ลส
ทัง้ มวลอันเปน็ สมมตุ จิ ะเออ้ื มเข้าถึงและทำ� ลายได้ ถ้ายังไมบ่ ริสุทธ์ิ มันก็เป็นสมมุติ
เชน่ เดยี วกบั สง่ิ ทงั้ หลาย เพราะสงิ่ สมมตุ นิ นั้ แทรกตวั อยใู่ นจติ เมอ่ื แกน้ อี้ อกจนหมดแลว้
ธรรมชาตทิ เี่ ปน็ วมิ ตุ ตนิ แ่ี ล เปน็ ธรรมชาตทิ กี่ เิ ลสใดๆ จะทำ� อะไรตอ่ ไปไมไ่ ดอ้ กี เพราะ
พน้ วสิ ยั แล้ว แล้วอะไรฉิบหาย?

ทุกขก์ ็ดับไปเพราะสมุทัยดับ นโิ รธความดบั ทกุ ขก์ ็ดบั ไป มรรคเครอื่ งประหาร
สมทุ ยั กด็ บั ไป สจั ธรรมทง้ั สด่ี บั ไปดว้ ยกนั ทงั้ นน้ั คอื ทกุ ขก์ ด็ บั สมทุ ยั กด็ บั มรรคกด็ บั
นโิ รธก็ดับ แน่ะ! ฟังซิ

อะไรทีร่ ู้ว่า “ส่งิ นน้ั ๆ ดับไป” นนั่ แลคือผไู้ มใ่ ชส่ จั ธรรม ผนู้ ้ผี เู้ หนือสัจธรรม
การพจิ ารณาสจั ธรรม คอื การพจิ ารณาเพอื่ ผนู้ เี้ ทา่ นน้ั เมอื่ ถงึ ตวั จรงิ นแ้ี ลว้ สจั ธรรมทง้ั สี่
กห็ มดหนา้ ทไี่ ปเอง โดยไมต่ อ้ งไปชำ� ระ ไมต่ อ้ งไปแกไ้ ข ไมต่ อ้ งไปปลดเปลอื้ ง เชน่ ปญั ญา
เราทำ� งานเตม็ ทแ่ี ลว้ ปญั ญาเราปลอ่ ยได้ ไมต่ อ้ งมกี ำ� หนดกฎเกณฑ์ สตกิ ด็ ี ปญั ญากด็ ี
ทเ่ี ปน็ เคร่อื งรบ พอสงครามเลกิ ข้าศกึ หมดไปแล้ว ธรรมเหล่านี้กห็ มดปญั หาไปเอง
น่ัน

อะไรเหลอื อย่?ู กค็ ือความบรสิ ุทธ์นิ ัน้ แหละ พระพทุ ธเจ้าที่ทรงประกาศธรรม
สอนโลก กเ็ อาจากธรรมชาตทิ บี่ รสิ ทุ ธน์ิ แ้ี ลไปสอน ศาสนธรรมออกจากธรรมชาตอิ นั นี้
และอบุ ายแหง่ การสอน ตอ้ งสอนทงั้ เรอ่ื งของทกุ ข์ เรอ่ื งของสมทุ ยั ของนโิ รธ ของมรรค
เพราะอาการเหลา่ นน้ั เปน็ อาการเกย่ี วขอ้ งกบั จติ ดวงนี้ ใหร้ วู้ ธิ แี กไ้ ข รวู้ ธิ ดี บั รวู้ ธิ บี ำ� เพญ็
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งจนถงึ จดุ หมายปลายทาง อนั ไมต่ อ้ งพดู อะไรตอ่ ไปอกี แลว้ ไดแ้ กค่ วาม

13

บรสิ ทุ ธ์ิ จติ ออกสโู่ ลกนอกแลว้ ทนี ี้ ออกจากเรอื นจำ� แลว้ ไปสโู่ ลกนอกคอื ความอสิ รเสรี
ทไ่ี ม่ต้องถูกคมุ ขังอีกแล้ว
แตโ่ ลกนไี้ มม่ ใี ครอยากไปกนั เพราะไมเ่ คยเหน็ โลกนเี้ ปน็ โลกสำ� คญั “โลกตุ ระ”
เปน็ แดนสงู กวา่ โลกทว่ั ไป แตเ่ ราเพยี งวา่ “โลกนอก” นอกจากสมมตุ ทิ ง้ั หมด เรยี ก “โลก”
ไปยงั งน้ั แหละ เพราะโลกมสี มมตุ กิ ว็ า่ กนั ไปอยา่ งนนั้ ใหพ้ จิ ารณาออกจากทค่ี มุ ขงั นซ้ี ิ
เกดิ กเ็ กดิ ในทค่ี มุ ขงั อยกู่ อ็ ยใู่ นทคี่ มุ ขงั ตายกต็ ายในทคี่ มุ ขงั ไมไ่ ดต้ ายนอกเรอื นจำ� สกั ที
เอาให้ใจได้ออกนอกเรือนจ�ำสักทีเถิด จะได้แสนสบายๆ ดังพระพุทธเจ้าและสาวก
ทง้ั หลายทา่ น ทา่ นกเ็ กดิ ในเรอื นจำ� เหมอื นกนั แตท่ า่ นออกไปตายนอกเรอื นจำ� ออกไป
ตายนอกโลก ไมไ่ ด้ตายอยใู่ นโลกอนั คบั แคบนี้
ขอยตุ ิการแสดง

14

วฏั จกั ร

ปัญหาของโลกในปัจจุบันนี้ท่ีมีมากก็คือปัญหาที่ “ตายแล้วเกิด” ดูจะมีน้อย
“ตายแลว้ สญู ” รสู้ กึ วา่ จะมมี ากขนึ้ ทกุ ที ซง่ึ เปน็ ปญั หาใหญต่ อ่ จติ ใจของนกั เกดิ นนั่ แหละ

การเขา้ ใจวา่ ตายแลว้ สญู นนั้ กค็ อื เรอื่ งของกเิ ลสพาใหเ้ ขา้ ใจ ไมใ่ ชค่ วามจรงิ พาให้
เขา้ ใจ ผเู้ ชอ่ื ตามความสำ� คญั ของกิเลสจึงท�ำผดิ เรอื่ ยๆ แล้วก็ “เกิด” ไมห่ ยดุ “ทุกข”์
ไมถ่ อย ไมม่ เี วลาลดนอ้ ย เพราะความคดิ เชน่ นน้ั เปน็ การสง่ เสรมิ กเิ ลสและกองทกุ ขท์ ง้ั สน้ิ

คนทเ่ี ขา้ ใจวา่ ตายแลว้ สญู นน้ั ยอ่ มไมค่ ดิ เตรยี มเนอื้ เตรยี มตวั เพอ่ื อนาคต เพราะ
หมดหวงั แลว้ ทงั้ ๆ ทส่ี ง่ิ ทเี่ ปน็ ไปทไ่ี ดป้ ระสบพบเหน็ ตา่ งๆ ทงั้ ๆ ทเี่ ราไมห่ วงั กต็ ามมอี ยู่
และสงิ่ สำ� คญั ทมี่ อี ยขู่ ณะนคี้ อื มอี ยทู่ กุ ขณะกค็ อื ใจ ปญั หานจี้ งึ เปน็ ปญั หา “เพชฌฆาต”
เกดิ ขนึ้ มาเพอ่ื ทำ� ลายตวั เองโดยแท้ การทำ� ลายตวั เองไปในตวั ไมม่ ชี น้ิ ดแี ฝงอยบู่ า้ งเลยนน้ั
จดั ว่าเป็นคนหมดหวงั ราวกับโลกทีห่ มดหวังไม่มีใครชว่ ยได้นั้นเอง

ผทู้ มี่ คี วามเขา้ ใจวา่ ตายแลว้ เกดิ ยอ่ มมกี ารระมดั ระวงั ตวั และกลวั บาป โดยคดิ วา่
ถ้าเกิดแล้วจะเป็นอย่างไร หากว่าเราท�ำไม่ดีเสียอย่างนี้ เวลาไปโดนความทุกข์เข้า
ในเวลาไปเกิดใหม่ก็จะได้รับส่ิงท่ีไม่พึงใจท้ังหลายเป็นเครื่องตอบแทน ซ่ึงเป็นสิ่งท่ี
ไม่ปรารถนาอยา่ งยิง่ แลว้ ก็ไมก่ ล้ากระทำ� เพราะอยา่ งไรเสยี จิตกต็ ้องไปเกดิ อีกดว้ ย
ผลแหง่ กรรมนนั้ ๆ ผนู้ จี้ งึ มกั มคี วามระมดั ระวงั และขยะแขยงตอ่ สงิ่ ทไี่ มด่ ไี มพ่ งึ ปรารถนา
และกไ็ มก่ ลา้ ท�ำลงไป

15

แตพ่ วกทเี่ ชอ่ื วา่ ตายแลว้ สญู นน้ั รสู้ กึ จะเหน็ วา่ สญู ไปโดยประการทงั้ ปวง ในเรอ่ื ง
บาปเรอื่ งบญุ คณุ โทษอะไรทง้ั หมด พอยงั มลี มหายใจอยเู่ ทา่ นนั้ เมอ่ื สนิ้ ลมหายใจแลว้
กห็ มดหวงั ไมม่ คี วามดคี วามสขุ สนองตอบ นอกจากความทกุ ขค์ วามไมด่ ที ต่ี นเขา้ ใจวา่
ไม่มีเท่านั้นจะให้ผลแก่ผู้นั้น การทำ� บุญทำ� บาปจึงไม่มีความหมายอะไรทั้งส้ินกับเขา
นอกจากเปน็ ความตอ้ งการในปจั จบุ นั จะทำ� อะไรกท็ ำ� ตามใจชอบ ผดิ หรอื ถกู ไมค่ ำ� นงึ
ผ้มู คี วามคิดเชน่ นี้ได้ช่ือวา่ ท�ำลายตนเองไปในตัวทุกระยะที่คิดและทำ� ลงไป

ในหลักธรรมของพระพุทธเจ้าก็มีไว้ คือเจ้าทิฐิต่างๆ ซ่ึงมาสนทนาธรรมกับ
พระพทุ ธเจา้ สตั วต์ ายแลว้ สญู บา้ ง ตายแลว้ เกดิ บา้ ง ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งเทย่ี งบา้ ง สตั วท์ เี่ คย
เกดิ เปน็ ชนดิ ใดกต็ อ้ งเกดิ เปน็ ชนดิ นนั้ บา้ ง เชน่ ใครเคยเกดิ เปน็ คนกต็ อ้ งเปน็ คนเรอ่ื ยไป
เท่ยี งตอ่ ก�ำเนิดของตนท่เี คยเกิดเป็นอะไร กลายเปน็ ความเทยี่ งไปหมด น่ีกเ็ ป็นเรือ่ ง
ของความส�ำคัญ ไมใ่ ชค่ วามจรงิ ซ่ึงมีอยใู่ นสันดานของสตั วเ์ ตม็ โลก

เรอ่ื งของกเิ ลสเปน็ สงิ่ ทนี่ า่ กลวั มาก เมอื่ พจิ ารณาและเรยี นเรอ่ื งของกเิ ลสซง่ึ มอี ยู่
ภายในใจของเราดว้ ยหลกั ธรรมเปน็ เครอ่ื งพสิ จู นโ์ ดยลำ� ดบั แลว้ เราจะยง่ิ เหน็ กเิ ลสเปน็
สง่ิ ทนี่ า่ กลวั มาก เพราะแทบทกุ สงิ่ ซงึ่ เปน็ เครอ่ื งหลอกลวงจากกเิ ลส อนั ทำ� ใหส้ ตั วเ์ ปน็
ภยั เสมอไป แทบจะพดู ไดว้ า่ ทกุ ระยะทเี่ ปน็ ความกระซบิ กระซาบ เปน็ ความบงั คบั บญั ชา
อำ� นาจมาก อำ� นาจนอ้ ย มกั มอี ยกู่ บั กเิ ลสทงั้ สนิ้ จติ ใจเรากค็ ลอ้ ยตามมนั คลอ้ ยตามมนั
จนลมื ตวั วา่ คดิ เชน่ นนั้ เปน็ สง่ิ ถกู ตอ้ งไปหมด แมท้ ไี่ มน่ า่ เชอื่ กเ็ ชอื่ ไปเลย ทเี่ รยี กวา่ “ลมื ตวั
อยา่ งมดื มดิ ” ไมท่ ราบไดว้ า่ สง่ิ ทค่ี ดิ นน้ั เปน็ ทางถกู หรอื ทางผดิ เพราะเคยเชอื่ ธรรมชาติ
ที่พาให้งมงายนี้มานานแล้ว

กเิ ลสเปน็ ธรรมชาตทิ ่ีไมม่ ีคา่ สำ� หรบั ผทู้ ่มี ีคา่ และความเป็นผู้มีคุณค่าคือตวั เรา
จึงต้องระวงั เสมอ

การทจ่ี ะพิสูจนเ์ รื่องเกิดเรื่องตายน้ี เราจะพสิ ูจน์อย่างไร? ไปเรียนทไี่ หนไมส่ นิ้
ไมส่ ดุ และก็ไม่สามารถทจี่ ะระงบั ดับความส�ำคญั อันด้นเดาเหลา่ นน้ั ได้ นอกจากการ
ปฏิบัติต่อจิตใจโดยเฉพาะ คือ “จิตภาวนา” งานนี้เป็นทางตรงแน่วต่อความจริงท่ี

16

จติ จะพงึ ทราบ จติ จะตอ้ งทราบดว้ ยวธิ นี แี้ นน่ อน เพราะปราชญท์ งั้ หลายมพี ระพทุ ธเจา้
เป็นตน้ ทรงทราบจากวิธีนเ้ี ปน็ หลักใหญ่

การคิดตรองต้องมี “จติ ภาวนา” เป็นหลกั ยืนตัว จึงจะสามารถเข้าถึงความจรงิ
อยา่ งอน่ื ไมม่ ที างทราบได้ จะเรยี นมากเรยี นนอ้ ยกต็ ามแตไ่ มไ่ ดป้ ระมาท เพราะการเรยี น
ไม่ใช่การช�ำระกิเลส เป็นการจดจ�ำเอาตามการเรียนมาเฉยๆ แต่กิเลสก็เป็นกิเลส
อยู่โดยดี ถ้าเราไม่แกก้ เิ ลส กิเลสก็มอี ยู่เต็มหวั ใจตามเดมิ ราวกับคนไม่เรียนไม่ละ
กเิ ลสนน่ั แล เหมอื นอยา่ งเขาสรา้ ง “แปลนบา้ นแปลนเมอื ง” จะทำ� แปลนไดก้ ม่ี ากนอ้ ย
มันกเ็ ป็นแปลนอยูเ่ ปล่าดๆี นน่ั แหละ ถ้าเราไมล่ งมอื ทำ� มันกไ็ ม่เป็นตัวบา้ นตัวเรือน
ข้นึ มาได้

การเรยี นธรรม การจดจ�ำชือ่ เสยี งของกิเลส จะเรยี นกันไปขนาดไหนก็เรยี นไป
จำ� กนั ไปแตช่ อื่ ความจรงิ มนั กเ็ ปน็ “กเิ ลส” ของมนั อยอู่ ยา่ งนนั้ ไมบ่ กพรอ่ งลงบา้ งเลย
จนนดิ เดยี วดว้ ยการทอ่ งจำ� จงึ ไมม่ ีประโยชนอ์ ะไรทีจ่ ะจดจำ� เปลา่ ๆ ไมส่ ามารถจะแก้
กิเลสตา่ งๆ ภายในจติ ใจได้ นอกจากจะปฏบิ ตั เิ พอื่ ละเพื่อถอนมันไปโดยลำ� ดับ ดังที่
ปราชญ์ทง้ั หลายพาด�ำเนนิ มาจนถึง “ความบรสิ ทุ ธิ์พุทโธ” เตม็ ดวงใจเทา่ นั้น

ปริยตั ิ ปฏบิ ัติ ปฏเิ วธ ทง้ั สามนีเ้ ปน็ ธรรมสามคั คีกันขาดไปไมไ่ ด้ ถา้ อยากเห็น
กเิ ลสหลุดลอยออกจากใจ ถ้าอยากเป็นผูร้ ับเหมากิเลสท้ังมวลกองเต็มหวั ใจ กเ็ พยี ง
เรยี นเอาจดจำ� เอาแตช่ อ่ื ของมนั กพ็ อตวั แลว้ แทบเดนิ ไมไ่ หว เพราะหนกั คมั ภรี ใ์ บลาน
ท่ีเรยี นจดจ�ำมาเปล่าๆ โดยเข้าใจว่าตนเปน็ ปราชญ์ฉลาดพอตวั ทั้งทก่ี เิ ลสเต็มหัวใจ
การปฏิบัติ เช่น จติ ภาวนา คอื การปฏบิ ตั ติ ่อจิตใจตวั เอง เปน็ การเรียนเร่อื งจิตใจ
ของตนโดยตรง วถิ ใี จชอบคดิ ไปในทางใดบา้ ง มมี ากนอ้ ยหนกั เบาไปในทางใด? ทางดี
หรอื ชว่ั มธี รรมคอื สตปิ ญั ญาเปน็ ตน้ เปน็ เครอื่ งพสิ จู นอ์ ารมณอ์ ยเู่ สมอ ธรรมทา่ นสอนไว้
อยา่ งไร อะไรทคี่ วรเอาชนะ ทค่ี วรจะระวงั ทค่ี วรจะดบั ทค่ี วรจะสง่ เสรมิ ทา่ นบอกไวห้ มด
เชน่ จติ มคี วามฟงุ้ ซา่ นซงึ่ เปน็ การกอ่ กวนตวั เอง เวลาฟงุ้ ซา่ นมากกก็ อ่ กวนมากทำ� ลาย
ตนมาก ใหพ้ ยายามระงบั ดบั ความคดิ เหลา่ นน้ั ดว้ ยอบุ ายตา่ งๆ มสี ตปิ ญั ญาเปน็ สำ� คญั
ตามแต่จะเหน็ ควร เช่น การก�ำหนดภาวนา มีธรรมบทใดเปน็ หลกั ยึดแทนอารมณท์ ่ี

17

เคยทำ� ใหฟ้ งุ้ ซา่ นนนั้ เสยี จติ กย็ อ่ มมที างสงบลงได้ พอจติ สงบลงไดก้ ท็ ราบวา่ จติ พกั งาน
ทแ่ี สนวนุ่ วายลงไดเ้ ปน็ พกั ๆ เพยี งเทา่ นก้ี พ็ อทราบเบอ้ื งตน้ แหง่ การภาวนาวา่ มผี ลเปน็
ความสงบสขุ ทางใจ ถา้ เปน็ โรคกถ็ กู กบั ยา หรอื ระงบั ลงแลว้ ดว้ ยยา พอมที างพยาบาล
รกั ษาใหห้ ายไดโ้ ดยลำ� ดบั จนหายขาดไดด้ ว้ ยยาขนานตา่ งๆ จติ ใจตอ้ งสงบเยน็ เหน็ ผล
โดยล�ำดับด้วยธรรมแขนงตา่ งๆ จนถึงข้นั บรสิ ุทธไ์ิ ดด้ ้วยธรรม

เมอ่ื จติ มพี ลงั ทงั้ หมดมนั่ คงเขา้ ไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ กย็ อ่ มทราบชดั และทราบเรอื่ งของ
ธาตขุ องขันธไ์ ปโดยลำ� ดับโดยทางปัญญาเป็นอย่างน้นั ๆ จนทราบว่า ธาตขุ ันธเ์ หลา่ น้ี
มันไม่ใช่อย่างเดียวกัน แม้จะอาศัยกันอยู่ราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ตาม
เปรยี บเทยี บเหมอื นกบั เรามาอาศยั อย่ใู นบ้าน บ้านน้นั เป็นบ้าน เราเป็นเรา จะอย่ใู น
บา้ นเรากเ็ ปน็ เราคนหนงึ่ ตา่ งคนตา่ งอยู่ เปน็ แตอ่ าศยั กนั อยชู่ วั่ กาล ฉะนนั้ บา้ นจงึ ไมใ่ ชเ่ รา
เราจงึ ไมใ่ ชบ่ า้ น บา้ นเปน็ สมบตั ขิ องเรา ธาตขุ นั ธเ์ ปน็ สมบตั ขิ องเราคอื ใจ แตเ่ รานไี้ มใ่ ช่
บา้ น และเราไมใ่ ชธ่ าตขุ นั ธ์ ธาตขุ นั ธไ์ มใ่ ชเ่ รา แตเ่ พยี งอาศยั และเปน็ ความรบั ผดิ ชอบ
กนั อยู่ ฉะนน้ั เราจะเรยี กวา่ ธาตขุ นั ธเ์ ปน็ ของเราตามสมมตุ กิ ไ็ มผ่ ดิ แตอ่ ยา่ งไรๆ มนั กเ็ ปน็
คนละอยา่ งอยดู่ ี

การเรียนจิตภาวนาย่อมทราบความจริงไปโดยล�ำดับๆ ดังที่อธิบายมา และ
การเรยี นเช่นน้เี ปน็ ภาคปฏิบตั ิเพ่ือก�ำจัดกเิ ลสโดยตรง

ครงั้ พทุ ธกาลทา่ นเรยี นเพอื่ ปฏบิ ตั กิ ำ� จดั กเิ ลสตา่ งๆ ออกจากใจจรงิ ๆ ไมไ่ ดเ้ รยี น
เพอ่ื เอาชอ่ื เอานามของกเิ ลสบาปธรรม และชน้ั ภมู ิ ตรี โท เอก มหาเปรยี ญ อยา่ งเดยี ว
โดยมใี บประกาศนยี บตั รรบั รอง อนั เปน็ ราวกำ� แพงรกั ษาความปลอดภยั ใหก้ เิ ลสผาสกุ
สนุกแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลาน สร้างบ้านสร้างเรือนที่ขับถ่ายบ�ำรุงบ�ำเรอบนหัวใจ
สัตวโ์ ลกดงั ทีเ่ ปน็ อยู่เห็นอยู่นีเ้ ลย

ชน้ั ภมู ขิ องทา่ นทไ่ี ดร้ บั สว่ นผลจากการปฏบิ ตั ิ กเ็ ปน็ กลั ยาณชน อรยิ ชน เปน็ ขนั้ ๆ
โดยสันทิฏฐิโก เปน็ เคร่ืองรบั รองตัวเองตามหลักความจรงิ ของภมู ิธรรมนั้นๆ สมกับ
ธรรมเปน็ สวากขาตธรรม ทต่ี รสั ไวช้ อบ ไดผ้ ลเปน็ ทพี่ งึ ใจตามพระประสงคท์ ที่ รงสงั่ สอน

18

สัตว์โลกด้วยธรรมของจริง อันประกอบด้วยพระเมตตาเต็มพระทัยไม่เคยบกพร่อง
แตต่ น้ จนถงึ เวลาจะเสดจ็ ดบั ขนั ธป์ รนิ พิ พาน องคพ์ ยานวาระสดุ ทา้ ย คอื พระสภุ ทั ทะ
ปัจฉิมสาวก ผูบ้ วชในราตรีจะปรินิพพาน ซึ่งต้งั หนา้ ท�ำความเพียร ยังกเิ ลสท้งั มวล
ให้สิน้ ซากในคืนวนั นน้ั จากพระโอวาทท่ปี ระทานโดยเฉพาะ หลงั จากนัน้ ก็ประทาน
ปัจฉิมโอวาทแก่พระสงฆ์ท่ีประชุมพร้อมเพื่อการเสด็จปรินิพพานของพระองค์ โดย
ใจความสำ� คัญว่า

ภิกษุท้ังหลาย บัดน้ีเราเตอื นทา่ นท้งั หลายใหท้ ราบวา่ (สจั ธรรมท่ีมี
ติดแนบอยู่กับตวั ) คือ สงั ขารท้ังหลายที่เกิดขน้ึ เฉพาะอย่างยง่ิ คอื
(สงั ขารภายใน ไดแ้ ก่ ความคดิ ปรงุ แตง่ ตา่ งๆ ทกุ ขณะ ทง้ั ดี ชว่ั กลาง)
ล้วนดับไปโดยสตปิ ญั ญา ดว้ ยความไมป่ ระมาทเถิด

เหล่าน้ีคือพระเมตตาล้นฝั่งแห่งโลกธาตุท่ีประกาศแก่มวลสัตว์เรื่อยมาจนวาระ
สุดทา้ ย สรุปความแลว้ กล็ งไปรวมทีใ่ จ

ใจ จึงควรได้รบั การอบรม อย่างนอ้ ยก็พอรู้วถิ ที างเดินของตน และร้วู ิถขี องจติ
ไปโดยลำ� ดบั ด้วยวิธจี ิตภาวนาวา่ ปกตจิ ติ ของสามัญชนชอบคิดไปในทางใด หนักไป
ทางใด จติ จะมคี วามบกึ บนึ หรอื มคี วามเสาะแสวงในทางนน้ั เสมอ ถา้ มสี ตมิ ปี ญั ญาคอย
สอดสอ่ งคอยสงั เกตอยแู่ ลว้ เราจะพบเหน็ วา่ จติ นช่ี อบไปในทางนนั้ มาก เมอื่ จติ คดิ ใน
ทางนั้นมาก ก็ท�ำให้เกิดความสนใจว่าทางน้ันมันเป็นอะไร? เป็นทางดีหรือทางชั่ว
เปน็ ทางผกู มดั หรอื ทางแกท้ างถอดถอน? ถา้ เปน็ ทางผกู มดั เปน็ ทางสง่ั สมความชวั่ หรอื
ความทกุ ขเ์ กดิ ขนึ้ มาแกเ่ รา เรากพ็ ยายามแกไ้ ข พยายามหกั พยายามหกั หา้ ม นม่ี นั มที าง
แกก้ ันไดอ้ ย่างน้ี

การพยายามอยโู่ ดยสมำ�่ เสมอไมม่ กี ารลดละ ยอ่ มจะมที างหกั หา้ มสงิ่ ไมค่ วรนนั้ ได้
จนกระทง่ั หกั หา้ มไวไ้ ดแ้ ละตดั ขาดจากกนั ไปได้ เหมอื นคนตดั ไม้ ตดั ฟนั ครงั้ หนง่ึ ไมข่ าด
ฟนั สองครงั้ เขา้ ไป สามครง้ั สค่ี รง้ั เขา้ ไป จนกระทง่ั ไมน้ น้ั ขาดจรงิ ๆ เพราะความพยายาม
ตดั อยู่เสมอ

19

การตดั กระแสของจติ ทชี่ อบคดิ ในเรอ่ื งไมด่ ี ดว้ ยความพยายามในทางดอี ยเู่ สมอ
อยา่ งนี้ ยอ่ มเปน็ ไปไดท้ ำ� นองเดยี วกนั เมอ่ื ตดั สง่ิ ใดขาดไปจากจติ แลว้ กท็ ราบวา่ สงิ่ นน้ั
ได้ขาดไปแล้วจากใจ เงื่อนที่จะต่อให้จิตเกิดความทุกข์ความล�ำบากเพราะความคิด
เช่นนัน้ ไมม่ อี ีกตอ่ ไป

กิเลสประเภทใดที่จิตชอบคิด ชอบยึดเหนีย่ ว ชอบยึดม่ันถอื มัน่ ก็คิดแกไ้ ขใน
แงน่ น้ั มากๆ พงึ กำ� หนดพจิ ารณาแกไ้ ขกนั โดยทางสตปิ ญั ญาอยา่ งสมำ่� เสมอ ตอ่ ไปกเิ ลส
ประเภทนนั้ หรอื ความคดิ ประเภทนน้ั กค็ อ่ ยออ่ นกำ� ลงั ลงไป สตปิ ญั ญาคอ่ ยแกก่ ลา้ ขน้ึ มา
จนกระท่งั สามารถตดั ขาดไดไ้ ม่มเี หลือ

การพยายามดว้ ยความเพยี รตดั ขาดไปทลี ะกงิ่ สองกงิ่ ของกเิ ลส กน็ บั วา่ เปน็ มงคล
แกต่ วั เราโดยลำ� ดบั ถา้ เปน็ ตน้ ไมก้ ต็ อ้ งตดั ขาดทลี ะกงิ่ สองกง่ิ ถา้ เปน็ รากไมต้ น้ หนง่ึ ๆ
มนั มรี ากมากนอ้ ยเพยี งไรกพ็ ยายามตดั มนั จนกระทง่ั โคน่ ลม้ ลงไปจนกระทงั่ รากแกว้
ไมใ่ หเ้ หลอื หลอดว้ ยความพยายาม คอื พยายามตดั ทลี ะรากสองรากเขา้ ไป จนกระทงั่ มนั
ทนไมไ่ หว เพราะการตดั โดยสมำ�่ เสมอ ตดั โดยไมห่ ยดุ หยอ่ น ไมล่ ดละ มนั กข็ าดลม้ ลง
โดยไม่สงสัย

เรอื่ งกระแสของกเิ ลสทอ่ี อกมาจากจติ มนั มมี ากมายเชน่ เดยี วกบั รากไม้ รากฝอย
นนั่ แหละสำ� คญั รากแกว้ มนั มรี ากเดยี ว ไอต้ วั กเิ ลสกม็ ตี วั “อวชิ ชา” อนั เดยี วเทา่ นนั้ แหละ
เปน็ หลกั ใหญ่ นนั่ แหละเรยี กวา่ รากแกว้ ของกเิ ลส ใหพ้ ยายามตดั มนั แตกแขนงออกไป
มากมายก่ายกอง คือมันแตกออกมาทางตาไปสู่รูป แล้วมีรูปอะไรบ้าง น่ันแหละ
มันแตกแขนงไปเปน็ เรอื่ งของกิเลสท้ังนน้ั ย่ัวจิตให้คดิ ไปทางกเิ ลส ทนี ใี้ นทางเสียง
เสียงอะไรบ้าง มันก็แตกแขนงออกไปเป็นรากฝอยไปเร่ือยๆ แต่อย่างไรก็ตาม
เราก็ทราบวา่ รากฝอยก็คือรากฝอยของกิเลสตวั น้ีเอง จะรากฝอยอะไรกัน เสียงเป็น
ลกั ษณะใด ถา้ เปน็ เสยี งทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ กเิ ลสขนึ้ มา กท็ ราบวา่ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสดว้ ยกนั
เรากพ็ ยายามตดั พยายามแก้ คลคี่ ลายเสยี งนน้ั รปู มนั เปน็ อะไร ถงึ รกั ถงึ ชอบ ถงึ เกลยี ด
ถงึ โกรธ แยกออกไป ใครเปน็ ผโู้ กรธ โกรธเพราะเรอ่ื งอะไร จติ เปน็ ผโู้ กรธ โกรธเรอื่ งอะไร
โกรธแลว้ มนั ไดป้ ระโยชนอ์ ะไร ความโกรธเปน็ ความรมุ่ รอ้ น เปน็ ความทกุ ข์ ทำ� ไมขยนั

20

โกรธ? โกรธแลว้ มันไดป้ ระโยชนอ์ ะไร โกรธใหต้ ัวเองคอ่ ยยังช่วั ไอโ้ กรธให้คนอ่นื
ซง่ึ ตวั เองกเ็ ปน็ ทกุ ข์ แลว้ เขากเ็ ปน็ ทกุ ข์ ยง่ิ เพมิ่ ความทกุ ขท์ รมานใจทง้ั สองคน คอื ทง้ั ตน
และเขาขึ้นอีกมากมาย

การโกรธให้ตัวเองยังมีทางท่ีจะแก้ไขได้ดีกว่าโกรธให้คนอ่ืน แม้จะเป็นกิเลส
ก็ยังพอจะถอดถอนความโกรธนี้ได้ แต่ส่วนมากไม่ยอมโกรธตัวเองท่ีจะให้บังเกิด
อุบายปัญญาพอแก้ความโกรธตัวเองได้

การไปโกรธคนอน่ื เหลา่ นเี้ ปน็ เรอื่ งของกเิ ลสลว้ นๆ จงแยกแยะดู พจิ ารณาดว้ ยดี
รปู เสยี ง กลนิ่ รส เคร่อื งสัมผัส มันมเี ปน็ แขนงๆ ไป ออกไปทางตา ทางหู ทางจมกู
ทางลนิ้ และทางกายนแ้ี หละ แลว้ จงึ มาสใู่ จ คอื “ธรรมารมณ”์ โดยอาศยั รปู เสยี ง ฯลฯ
ทเี่ คยสมั ผสั มาแลว้ นน้ั มาเปน็ อารมณข์ องใจ ใหน้ ำ� มาครนุ่ คดิ อยตู่ ลอดเวลา นเี่ ปน็ การ
สัง่ สมกิเลสประเภทหนึ่งๆ ขน้ึ มาเรื่อยๆ มันแตกแขนงออกมา คือแตกออกมาจากใจ
สตปิ ญั ญาหยั่งทราบอยภู่ ายในใจและแก้ไขกันไปเร่อื ยๆ ไมล่ ดละท้อถอย หนไี มพ่ ้น
ถ้าลงสติปัญญาจดจ่อตรงน้ัน ไม่ทราบในวาระนี้ ต้องทราบในวาระต่อไปจนได้
ไมท่ ราบมากกต็ อ้ งทราบนอ้ ย ทราบไปโดยลำ� ดบั ๆ กค็ อ่ ยทราบมากไปเอง คอ่ ยตดั ขาด
ไปเอง ทราบตรงไหนแลว้ กค็ อ่ ยละไป ละกนั ไปเรอ่ื ยๆ จนกระทง่ั ละไดข้ าดจากกนั ไปจรงิ ๆ
น่กี ารตดั กเิ ลสท่านตัดอย่างน้ี เช่นเดียวกบั ที่เราตดั รากฝอยของตน้ ไม้ ตัดไปตดั มา
กไ็ ม่มรี ากอะไรเหลืออยู่ สดุ ท้ายก็เหลอื แต่รากแก้ว กถ็ อนขนึ้ มา หมด! ไม่มีเหลอื !

เราตัดและถอนต้นไม้ให้ตายด้วยวิธีน้ี เราจึงถอดถอนกิเลสด้วยวิธีเดียวกัน
ดว้ ยสติปัญญา ศรทั ธา ความเพียร จนกเิ ลสตายเกลีย้ ง เราก็แสนสบายบรมสขุ

เรอื่ งของจติ ภพชาตมิ นั อยทู่ จ่ี ติ ความสญู ไมท่ ราบมนั อยทู่ ไี่ หน เราไมเ่ หน็ ในคมั ภรี ์
กไ็ มม่ วี า่ สตั วต์ ายแลว้ สญู มแี ตต่ ายแลว้ เกดิ ถา้ กเิ ลสยงั มอี ยใู่ นใจ ทำ� ไมจงึ ไปเหมามนั
ไดว้ า่ ตายแลว้ สญู นน่ั นะ่ จงึ เอามาพดู แตภ่ พชาตมิ นั ไมส่ ญู นน่ี ะ มนั อยทู่ จี่ ติ ทำ� ไมเรา
จงึ ไมด่ ทู ตี่ รงน?ี้ ไปหาดน้ เดาเกาทไ่ี มค่ นั ใหม้ นั ถลอกปอกเปกิ เปน็ ทกุ ขไ์ ปทำ� ไม เราเปน็
มนษุ ย์ซง่ึ เปน็ ชาติที่ฉลาด ทำ� ไมจึงมาโง่ต่อเรื่องของตวั หากมีผ้มู าวา่ พวกเราบดั ซบ

21

จะไม่อายเขาหรอื ? หรือว่าไม่อาย ต้องโกรธเขาซิ ดงั นกี้ ย็ ่ิงไปใหญ่ ขายตวั สองต่อ
สามตอ่ จนไมม่ สี ้ินสดุ เพราะความโงต่ ัวเดยี วพาให้เปน็ เหตใุ หญ่

ใครแสดงภพชาตขิ ้ึนมาให้เราเหน็ ในระยะน้ี เราน่ังอยใู่ นเวลานี?้

ถา้ ไมม่ เี กดิ มนั จะมรี ปู มกี ายมาอยา่ งไร? ตอนเกดิ นนั้ มนั เอาอะไรมาเกดิ ถา้ ไมเ่ อา
ของมอี ยมู่ าเกดิ จะเอาอะไรมาเกดิ ? ธาตขุ นั ธอ์ นั นม้ี าจากอะไร? ธาตสุ ่ี ดนิ นำ้� ลม ไฟ
ทเ่ี ปน็ รา่ งกาย กเ็ อาสงิ่ ทม่ี อี ยมู่ าประสมกนั ธาตดุ นิ ธาตนุ ำ้� ธาตลุ ม ธาตไุ ฟ มาผสมกนั
เรยี กว่า “สว่ นผสม” อาศยั จิต จิตก็มีอยูจ่ ึงเข้ามาอยูด่ ว้ ยกันได้ ของไมม่ ีอยจู่ ะเอามา
ไดอ้ ยา่ งไร นม่ี นั ลว้ นแลว้ แตอ่ าศยั สง่ิ ทม่ี อี ยมู่ าประกอบกนั เขา้ เปน็ รปู เปน็ กาย เปน็ หญงิ
เปน็ ชาย เปน็ ตน้ ไมภ้ เู ขา อยา่ งนเี้ ปน็ ตน้ มนั มอี ยทู่ ง้ั นน้ั ถา้ ไมม่ จี ะประกอบกนั ขน้ึ มาไมไ่ ด้
ปรากฏตวั ขน้ึ มาไมไ่ ด้ แลว้ เราวา่ “สญู ” ขณะนมี้ นั สญู หรอื ไมส่ ญู ? เรามาจากไหนถงึ ได้
มาเกิดอย่เู ดยี๋ วนี้ ถ้าสญู จรงิ แลว้ มนั มาเกิดได้อย่างไร น่ัน ถ้าอะไรๆ ก็สญู แลว้ จะมา
ปรากฏตวั ไดอ้ ยา่ งไร กเ็ พราะมนั ไมส่ ญู นนั่ เองจงึ มาปรากฏตวั เปน็ เราเปน็ ทา่ น เปน็ สตั ว์
เปน็ บคุ คล เรอ่ื ยมาดงั ทร่ี ๆู้ เหน็ ๆ อยนู่ ี้ ทเี่ ราวา่ “สญู ” นน้ั ไมค่ ดิ อายสง่ิ ทม่ี อี ยเู่ ตม็ โลก
บา้ งหรอื ? หลวงตาบัวนอ่ี าย จงึ ไมก่ ล้าคดิ วา่ ตายแล้วสูญ

นค่ี อื ปญั ญาแกต้ วั เอง พจิ ารณาแยกแยะมนั ลงไป รา่ งกายมนั เอามาจากสงิ่ ทมี่ อี ยู่
สง่ิ ที่มอี ยจู่ งึ ปรากฏตวั ข้นึ มาได้ ถา้ ไมม่ กี ป็ รากฏขนึ้ มาไมไ่ ด้ นแี่ หละภพชาตคิ อื กิเลส
อวชิ ชา ตณั หา อปุ าทาน กรรม เปน็ เชอ้ื ความสบื ตอ่ ของภพของชาติ เปน็ กำ� เนดิ เกดิ มี
ทโี่ นน่ ทน่ี ี่ มนั มเี ชอ้ื ของมนั มสี บื ตอ่ กนั อยทู่ ใี่ นจติ ใจดวงน้ี ตวั นจ้ี งึ เปน็ “ตวั ภพ” ตวั น้ี
จงึ เปน็ “ตวั ชาต”ิ ตวั นเี้ ปน็ ตวั ไมส่ ญู เปน็ ตวั เกดิ ตวั แก่ ตวั เจบ็ ตวั ตาย มนั อยทู่ ตี่ รงนี้
และรวมอยทู่ น่ี ี่ทงั้ หมด

ความสญู นน้ั มองไมเ่ หน็ มนั สญู ไดอ้ ยา่ งไร? ตวั สญู อยทู่ ไ่ี หน? เหน็ แตค่ วามมอี ยู่
ภายในจิตใจ ความสูญภายในจิตใจนั้นมันไมม่ ี ไมเ่ หน็ ไมป่ รากฏ แล้วใจนัน้ จะสูญ
ไดอ้ ยา่ งไรเมอ่ื มนั ไมม่ สี ง่ิ ทจ่ี ะใหส้ ญู มนั เปน็ สงิ่ ทม่ี อี ยทู่ ง้ั นนั้ แลว้ เราจะเอาอะไรมาให้
มันสูญ ข้อส�ำคัญคือความส�ำคัญมันหลอกคนต่างหาก ความจริงแล้วเป็นอย่างน้ี

22

มนั มอี ยทู่ กุ สงิ่ ทกุ อยา่ งภายในจติ ใจ คอื พรอ้ มทจ่ี ะเกดิ เพราะสงิ่ ทจี่ ะทำ� ใหเ้ กดิ มอี ยมู่ าก
ภายในจิต รากเหง้าเค้ามูลของความเกิดก็คือ “อวิชชา” นี่คือตัวให้เกิด ไม่เป็น
อย่างอ่ืนเลย ถ้าตัวน้ียังไม่หมดไปจากจิตใจเม่ือใด ต้องเกิดวันยังค�่ำตลอดกัป
ตลอดกลั ป์ ไมม่ กี ำ� หนดกฎเกณฑ์ ไมม่ ตี น้ มปี ลายเลย ตอ้ งเกดิ แลว้ ตายๆ อยอู่ ยา่ งนี้
เพราะเช้อื ความเกดิ มันมอี ยภู่ ายในใจ นี่เป็นของจริงท่ปี ระจักษ์อย่ภู ายในใจเราเอง

จงปฏบิ ัตจิ ิตตรงจิตนี้ ดูตรงนด้ี ว้ ยสตปิ ัญญา แลว้ ตัดเชื้อความเกดิ กันที่ตรงนี้
จะสนิ้ สงสยั เรอ่ื งตายเกดิ หรอื ตายสญู ทง้ั มวล เพราะสดุ ทา้ ยกผ็ ทู้ สี่ ำ� คญั วา่ ตายแลว้ สญู
น้ันแลไปเกิดอีก ได้รับความทุกข์ความล�ำบากจากที่ตนเข้าใจว่า เม่ือตายแล้วมันก็
หมดเรอ่ื ง ไมม่ อี ะไรทจี่ ะสบื ตอ่ ขา้ งหนา้ แลว้ คดิ อยากทำ� อะไรกท็ ำ� อยากทำ� บาปอยาก
ทำ� อะไรกแ็ ลว้ แต่ ตามใจทกุ อยา่ งในขณะทยี่ งั มชี วี ติ อยนู่ ้ี เมอื่ ตายแลว้ หมดความหมาย

ทนี เ้ี มอ่ื มนั ไมห่ มดความหมายตามความสำ� คญั ตนเลา่ ใครจะเปน็ คนรบั ความชว่ั ชา้
ลามกทงั้ หลายเหลา่ นน้ั ? กค็ อื เราเองเปน็ ผรู้ บั เมอ่ื เปน็ เชน่ นนั้ เรากลา้ เสยี่ งแลว้ เหรอ?
ทง้ั ๆ ทเี่ ปน็ มนษุ ยท์ กี่ ำ� ลงั มคี ณุ คา่ อยทู่ ง้ั คน และเปน็ คนรบั ผดิ ชอบเราอยตู่ ลอดมา เหตไุ ร
เราจะตอ้ งยอมเสยี ทา่ เสยี ทไี ปลม่ จมขนาดนน้ั ดว้ ยอำ� นาจของกเิ ลสมนั ครอบงำ� ดว้ ยความ
ส�ำคัญท่ผี ดิ อยา่ งมหันต์ ใหบ้ ุญไมย่ อมรับ มาหลอกลวงตนเองถงึ ขนาดน้ัน จงรีบคิด
เพ่ือหาความจริงจากธรรมของจริงเคร่ืองพิสูจน์และปราบปรามกิเลสตัวนั้นให้สิ้นไป
ไมค่ วรนอนใจนอนจมอยกู่ บั มนั แบบไมร่ สู้ กึ ตวั ดงั ทเ่ี คยเปน็ มากกี่ ปั นบั ไมถ่ ว้ นอยแู่ ลว้
ไม่งั้นจะสายเกินกาลนานเกินจะแกไ้ ด้ เวลาตายจะไมม่ ีกสุ ลาติดตวั (กุสลาคือความ
ฉลาด)

ความจรงิ มอี ยู่ ทำ� ไมเราจงึ ไมด่ ?ู ความจรงิ กค็ อื ใจและสจั ธรรม ใจนม้ี นั ไมส่ ญู นะ
เชอื้ กเิ ลสเชอ้ื แหง่ ภพแหง่ ชาตกิ อ็ ยกู่ บั ใจนเี่ อง ตวั ประกนั ตวั ตตี ราทจ่ี ะใหเ้ กดิ มนั อยกู่ บั
จิตใจน้ี แลว้ จะสญู ไปไหน? จะสูญไดอ้ ย่างไร นค่ี อื ความจรงิ ความจรงิ ลบไม่สูญ
มนั สญู ไมไ่ ด้ แตค่ วามสำ� คญั นน้ั มนั สญู ได้ สญู ไดต้ ามความสำ� คญั ซงึ่ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลส
แตค่ วามจรงิ มนั ไมส่ ญู แลว้ บาปบญุ คณุ โทษทท่ี ำ� ลงไปกเ็ ขา้ ไปอยใู่ นจติ ไมไ่ ดไ้ ปอยทู่ อี่ นื่
เพราะจิตเป็นโรงงานผลิตออกมาจากที่น่ันเอง ผลดีช่ัวกเ็ ข้าไปรวมตัวอยู่ท่ีจิตน่ัน

23

นา่ นนะ่ ! ความจรงิ จะไปไหน มนั เกิดกนั ท่นี นั่ ผสมกนั ท่นี ่ัน ดชี วั่ มนั อยูท่ จี่ ิต
จิตจะไปเกิดในสถานทใ่ี ดภพใดแดนใดกต็ าม มันไปดว้ ยกำ� ลงั แห่งกรรม กรรมและ
วบิ ากแหง่ กรรมมนั ผลกั ไสใหไ้ ป แนะ่ มนั จะสญู ไปไหน ตายแลว้ มนั พรอ้ มเสมอทจี่ ะเกดิ
จะเกดิ สงู ตำ�่ ขนาดไหนนน้ั มนั แลว้ แตอ่ ำ� นาจแหง่ กรรมทมี่ อี ยภู่ ายในจติ ใจซงึ่ ตนสง่ั สม
ไวน้ น่ั แหละ นเี่ ปน็ หลกั ความจรงิ

การเรยี นเรอื่ งความจรงิ เหลา่ นี้ จงึ ตอ้ งเรยี นลงทใ่ี จ พจิ ารณาลงทใ่ี จนี้ ดงั ทก่ี ลา่ วมา
เมอื่ สกั ครนู่ วี้ า่ ใหต้ ดั ตรงนนั้ ลงมาหาตรงนี้ ลงมาดว้ ยจติ ภาวนา คอื เราทราบไดด้ ว้ ย
ปญั ญา ใจมคี วามสัมผสั สัมพนั ธ์กับสง่ิ ใด มคี วามสุขสมใจกบั สิง่ ใด สิง่ นั้นเปน็ ทางดี
หรอื ชว่ั เปน็ สงิ่ ทดี่ หี รอื สงิ่ ชวั่ เราตามรเู้ สมอดว้ ยจติ ภาวนา เราตอ้ งทราบ เมอ่ื ทราบแลว้
พยายามแกไ้ ข พยายามตดั ฟนั ดว้ ยอบุ ายของสตปิ ญั ญา จนกระทงั่ ตดั ขาด ตดั ขาดไปๆ
โดยลำ� ดับๆ

ทา่ นพจิ ารณาทาง “จติ ภาวนา” หรอื ทา่ นวา่ “นง่ั กรรมฐาน” ทา่ นนงั่ อยา่ งนแี้ หละ
จะไปนง่ั อยใู่ นปา่ ในเขา จะนง่ั อยู่ “รกุ ขมลู ” รม่ ไมท้ ไ่ี หนกเ็ ถอะ กฝ็ กึ นง่ั เรยี นความเปน็ ไป
ของจติ เรยี นเรอื่ งความเกดิ ความแก่ ความเจบ็ ความตาย เรยี นเรอื่ งกเิ ลส การสงั่ สม
กเิ ลส และวถิ ที างเดนิ ของกเิ ลส ความดอื้ ความโลภ ความหลง มนั อยทู่ จ่ี ติ มนั เกดิ ทจ่ี ติ
มนั หลงั่ ไหลจากจติ นไ้ี ปเปน็ ภพตา่ งๆ ใหเ้ ราลมุ่ หลง บนั เทงิ โศกเศรา้ เสยี ใจ มแี ตเ่ รอ่ื ง
ทอี่ อกไปจากจติ นท้ี ง้ั นนั้ การเรยี นจงึ ตอ้ งเรยี นลงทน่ี ่ี จะตอ้ งรสู้ ง่ิ เหลา่ นปี้ ระจกั ษใ์ จดว้ ย
สตปิ ญั ญาแนน่ อน คอื ตอ้ งทราบทงั้ ดที ง้ั ชวั่ โดยลำ� ดบั ๆ แลว้ ตดั ขาดออกจากกนั เรอ่ื ยๆ
แลว้ จิตก็หดตวั เขา้ มาๆ เพราะขาดสิ่งที่เคยสบื ต่อ หดตัวเขา้ มา ย่นเข้ามาๆ ส่วู งแคบ
และตดั ภาระเขา้ มาโดยลำ� ดบั นแ่ี หละคอื การตดั ภพตดั ชาติ ตดั สว่ นหยาบเขา้ มาเรอ่ื ยๆ
ตดั เขา้ มาสคู่ วามละเอียด ตัดเข้ามา

ในที่สุดร่างกายของเรานี้ก็เห็นชัดตามเป็นจริงว่า “มันเป็นแต่เพียงธาตุขันธ์
เทา่ นน้ั ” นน่ั คอื ธาตดุ นิ นำ้� ลม ไฟ มาผสมกนั เขา้ มตี วั คอื จติ เปน็ เจา้ ของมายดึ ครอง
แลว้ กว็ า่ เปน็ รปู เปน็ กาย เปน็ หญงิ เปน็ ชาย เปน็ สตั วเ์ ปน็ บคุ คล เมอื่ ทราบชดั แลว้ กส็ ลดั
ภายในจติ อกี รปู กส็ กั แตว่ า่ รปู เวทนากส็ กั แตว่ า่ เวทนา ไมใ่ ชเ่ รา ไมใ่ ชข่ องเรา สญั ญา

24

สงั ขาร วญิ ญาณ แตล่ ะอยา่ งๆ กส็ กั แตว่ า่ เทา่ นน้ั ไมใ่ ชเ่ รา ไมใ่ ชข่ องเรา โดยประจกั ษใ์ จ
นป่ี ญั ญาพจิ ารณาทราบลงไปอยา่ งนี้ เมอ่ื ทราบชดั แจง้ แลว้ ใครจะไปกลา้ ถอื วา่ เปน็ เรา
ใครจะไปกลา้ แบกหามสง่ิ เหลา่ นวี้ า่ เปน็ เราเปน็ ของเรา ไมก่ ลา้ ยดึ ไมก่ ลา้ แบกหาม เพราะ
หนักเหลอื ทนอยู่แล้ว เพราะปัญญาหย่งั ทราบหมดแล้วจะไปกล้าอย่างไร

ที่กล้าไม่เข้าเรื่องก็คือพวกเราที่เป็นนักด้นเดาเกาหาท่ีไม่คันให้เกิดทุกข์เปล่าๆ
เท่าน้ัน ส่วนท่านท่ีรู้จริงเห็นจริง ท่านสลัดปัดทิ้งด้วยสติปัญญา ไม่มีอุปาทาน
เหลือเลย

สตปิ ญั ญาเปน็ ธรรมสำ� คญั มากตามหลกั ความจรงิ คอื ทรี่ จู้ รงิ เหน็ จรงิ คอื ปญั ญา
เปน็ ผรู้ ผู้ ฉู้ ลาด ตามรตู้ ามเหน็ ความจรงิ เปน็ อยา่ งนน้ั แลว้ เราจะไปกลา้ ฝนื ความจรงิ ได้
อย่างไรว่าไม่ใช่เรา โดยทางปัญญาแล้ว เราจะยังไปถือ ถือก็ถือแต่ก็ไม่ใช่ปัญญา
มนั เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสอยโู่ ดยดี การแกน้ ต้ี อ้ งแกด้ ว้ ยปญั ญา รดู้ ว้ ยปญั ญา ละดว้ ยปญั ญา
ทกุ ประเภทของกิเลสไมน่ อกเหนือสตปิ ัญญาไปได้แต่ไหนแต่ไรมา

นแี่ หละการเรยี นเรอ่ื งการตดั ภพตดั ชาติ การเรยี นเรอ่ื งวถิ ขี องกเิ ลส การตดั กเิ ลส
ทา่ นท�ำกันอย่างนี้ จนกระทัง่ รูธ้ าตุขนั ธ์ กส็ กั แต่วา่ ธาตวุ า่ ขนั ธ์ คือร้ตู ามเป็นจรงิ แลว้
ก็ปล่อยวางลงไปเอง

การบอกใหป้ ลอ่ ยเฉยๆ ไมเ่ กดิ ผล ตอ้ งปญั ญาเปน็ ผพู้ าใหป้ ลอ่ ย เมอื่ เขา้ ใจแลว้
กป็ ล่อย ปล่อยๆ ส่งิ ไหนยงั ไม่เข้าใจกพ็ จิ ารณาค้นคว้าเขา้ ไปจนกระท่ังถงึ ความจรงิ
เขา้ ใจเตม็ ภมู แิ ลว้ กป็ ลอ่ ย สดุ ทา้ ยมนั มอี ะไรอยอู่ กี การตดั รากฝอยไปเปน็ ลำ� ดบั มนั กถ็ งึ
รากแกว้ เทา่ นนั้ เอง เมอ่ื ตดั รากแกว้ จนไมม่ อี ะไรสบื ตอ่ กนั แลว้ ภพชาตกิ ข็ าด อยา่ งอน่ื
มันกข็ าดไปดว้ ยตามลำ� ดบั ท่ยี งั เหลือช้นิ สดุ ทา้ ยนั้นคอื อะไร? ย้อนสตปิ ญั ญาเขา้ มา
จนถงึ ตัว นัน่ คือ “อวชิ ชา” ทีเ่ รยี กวา่ “รากแก้ว” นแ่ี หละคือตัวกิเลสแท้ ก่งิ กา้ นสาขา
ของกเิ ลสไดถ้ ูกตัดขาดหมดแลว้ ยังเหลอื แต่ตวั กเิ ลสแทๆ้ ได้แก่ตวั “อวิชชา”

ทนี ี้ “อวชิ ชา” อยทู่ ไี่ หน? มนั อยทู่ จี่ ติ เทา่ นนั้ อวชิ ชาไมอ่ ยทู่ อ่ี นื่ มนั ครอบอยกู่ บั จติ
จนกระทง่ั จติ เองกเ็ ขา้ ใจวา่ อวชิ ชานนั้ เปน็ ตน ตนเปน็ ธรรมชาตอิ นั นนั้ นแ่ี หละเมอ่ื ปญั ญา

25

ยงั ไมท่ ราบชดั แตก่ ท็ นไมไ่ ด้ เพราะฟงั คำ� วา่ “ปญั ญาๆ” เถดิ มคี วามฉลาดแหลมคมมาก
เมือ่ น�ำมาใชใ้ นสง่ิ ใดกต็ อ้ งเห็นความจรงิ ในสงิ่ น้ัน ดงั นนั้ เมือ่ น�ำมาใชใ้ นจติ ทีม่ กี ิเลส
คอื อวิชชาอย่ทู นี่ นั่ ทำ� ไมจะไมท่ ราบ ทำ� ไมจะทำ� ลายกันไมไ่ ด้ จะตัดขาดจากกนั ไมไ่ ด้
เมื่อกิเลสชนิดอื่นๆ ปัญญาสามารถตัดขาดได้ แล้วส่ิงนี้ท�ำไมปัญญาจะไม่สามารถ
ตดั ขาดไดเ้ ลา่ ปญั ญาตอ้ งสามารถตดั ขาดได้ เมอ่ื ตดั ขาดกเิ ลสตวั สำ� คญั นแี้ ลว้ ตอ้ งทราบ
ชัดประจักษ์ใจ ถ้าจะพูดก็พูดได้เต็มปากไม่กระดากอายหรือสะทกสะท้านกับส่ิงใด
หรอื ผใู้ ด ถา้ จะพดู แบบโลกๆ กต็ อ้ งเรยี กวา่ รชู้ ดั ๆ รอ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ หมดปญั หากนั เสยี ที
เรอ่ื งความเกิดความตาย เรอ่ื งความทกุ ข์ทรมานในวัฏสงสาร ภพน้อยภพใหญ่ทเ่ี คย
เปน็ มากกี่ ปั กก่ี ลั ปจ์ นนบั ไมถ่ ว้ น เพราะตวั นพ้ี าใหเ้ ปน็ ไป ตวั นพี้ าใหเ้ กดิ ตวั นพี้ าใหต้ าย
ตายแล้วเกดิ ซำ้� เกิดซากไมห่ ยดุ ไมถ่ อย ทุกข์ซ�ำ้ ๆ ซากๆ มายุติกันเสียแล้วคราวนี้

ยตุ ดิ ้วยอะไร? อะไรถึงตอ้ งยตุ ิ? นา่ น ยตุ ลิ งทีฆ่ ่าเชอ้ื อนั ใหญ่ขาดกระเด็นออก
จากใจแลว้ เหลอื แตค่ วามรลู้ ว้ นๆ ทเ่ี รยี กวา่ “ความบรสิ ทุ ธ”์ิ นนั้ เปน็ จติ แท้ เปน็ ธรรมแท้
ไมม่ สี งิ่ ใดเขา้ ไปเคลอื บแฝงเลยแมน้ ดิ เดยี ว ผนู้ แ้ี ลเปน็ ผไู้ มเ่ กดิ ทนี สี้ น้ิ สดุ แลว้ แตไ่ มใ่ ช่
สญู แบบทมี่ องไมเ่ หน็ คน้ ควา้ ไมเ่ จอกห็ าวา่ ไมม่ ี แลว้ กเ็ ดากนั อยา่ งนนั้ ตามวสิ ยั ของโลก
ด้นเดา

เรอ่ื งกเิ ลสทพ่ี าใหด้ น้ เดาเอาดว้ ยความสำ� คญั เหมาเอาดว้ ยความสำ� คญั จงึ ไดร้ บั
ความทกุ ขเ์ พราะกเิ ลส แตก่ ย็ งั ไมเ่ หน็ โทษของกเิ ลสทพี่ าใหด้ น้ เดา พาใหส้ ำ� คญั มน่ั หมาย
ทั้งท่ไี มจ่ ริงตลอดมา จงึ มีแตข่ องปลอมเตม็ ตัวเตม็ หัวใจ ทกุ ขจ์ งึ เต็มหวั ใจดว้ ย

เมอื่ เรยี นร้ถู ึงความจริงทุกส่งิ ทุกอยา่ งดว้ ยวธิ ีการปฏิบัติแลว้ ความปลอมมันก็
สลายตวั ไป จึงได้เหน็ โทษชดั เจนวา่ เหล่านีม้ แี ต่ความจอมปลอมท้งั หมด ทเี่ ราไดร้ บั
ความทกุ ขค์ วามทรมานมาจนถงึ ปจั จบุ นั ชาตทิ เ่ี ราจำ� ไดเ้ พยี งเทา่ น้ี มนั กเ็ ปน็ ความทกุ ข์
เพราะกเิ ลสตวั นเี้ ทา่ นนั้ ถา้ เปน็ ธรรมกไ็ มท่ ำ� ใหเ้ ราเกดิ ทกุ ข์ เมอ่ื มธี รรมลว้ นๆ ภายใน
จติ แลว้ อะไรจะมาทำ� ใจใหม้ ที กุ ขอ์ กี ตอ่ ไปเลา่ ตอ้ งไมม่ ี นน่ั แน่ อยา่ งนแ้ี หละเรยี นธรรม
ปฏบิ ตั ธิ รรมภายในจติ ใจ คอื เรยี นธรรมภาคปฏบิ ตั ภิ าคภาวนา เหน็ จรงิ อยา่ งนี้ ชดั เจน
อยา่ งน้ี กิเลสแตกกระจายชนดิ ไม่เปน็ ขบวน

26

ในเรื่องวิธีปฏิบัตินี้ไม่ใช่วิธีจ�ำ แต่เป็นวิธีแก้กิเลส ท�ำงานกับกิเลสท�ำอย่างน้ี
เมอ่ื กเิ ลสสน้ิ สดุ ไปแลว้ ภายในใจ ใจทเ่ี ปน็ เจา้ ของปญั หามาแตก่ อ่ นเพราะกเิ ลสพาใหเ้ ปน็
กส็ น้ิ สดุ กนั ไปเองไมม่ สี ง่ิ ใดเหลอื เลย นแี่ หละความสนิ้ สดุ ของวฏั ฏะ แตไ่ มใ่ ชค่ วามสญู
ซ่ึงเปน็ ความแสลงต่อความจริง คอื ความมีอยู่อย่างยิง่

ถา้ วา่ “ความสญู ของวฏั ฏะ” นน้ั ถกู ตอ้ ง เพราะวฏั ฏะภายในใจไมม่ ตี อ่ ไปอกี แลว้
สญู สน้ิ แหง่ ความสบื ตอ่ ของภพชาติ เกดิ แก่ เจบ็ ตาย แท้ ภพชาตติ อ่ จากนน้ั ไมม่ อี กี
นเี่ ปน็ ความสญู สน้ิ โดยธรรมโดยความจรงิ ถา้ วา่ “ความสญู ” อยา่ งนถ้ี กู ตอ้ ง แตค่ นและ
สัตว์ตายแลว้ สูญส้นิ โดยประการทั้งปวง อะไรไม่มีเลยอย่างน้ี ขดั ตอ่ ความจริง

ใจเมอื่ ถงึ ความจรงิ เตม็ ทแี่ ลว้ กถ็ งึ ความบรสิ ทุ ธิ์ ความบรสิ ทุ ธแิ์ สดงขนึ้ ชดั ในจติ ใจ
จิตเปน็ ธรรม ธรรมเปน็ จติ จงึ ไม่ใช่ความสญู

อยา่ งพระพทุ ธเจา้ ตรสั รแู้ ลว้ กเิ ลสสญู ไปหมด ไมม่ อี ะไรเหลอื อยภู่ ายในพระทยั แลว้
ตอ้ งอาศยั ความบรสิ ทุ ธน์ิ น้ั แลประกาศธรรมสอนโลกมาเปน็ เวลา ๔๕ พระพรรษา ถงึ ได้
เสดจ็ ปรนิ พิ พาน ถา้ ความบรสิ ทุ ธนิ์ ไี้ ดส้ ญู สนิ้ ไปแลว้ พระพทุ ธเจา้ จะเอาอะไรมาประกาศ
ศาสนาเล่า? ขณะที่ส้ินกิเลสแล้ว ถ้าจิตก็ได้สูญไปด้วย แล้วทรงเอาอะไรมาสอน
โลกเลา่ ? ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขนั ธน์ นั้ ไมอ่ อกมาจากจติ ทบ่ี รสิ ทุ ธซ์ิ งึ่ ไมไ่ ดส้ ญู นน้ั แลว้
จะออกมาจากไหน?

นแ่ี หละเรียนธรรมใหถ้ ึงนแี้ ล้วหายสงสยั ปญั หาท้ังปวงก็หมดส้ินไปไม่มีเหลอื
เมอ่ื เรยี นจบ ทราบปญั หาภายในใจโดยตลอดทว่ั ถงึ แลว้ อยไู่ หนกอ็ ยเู่ ถอะ เพราะความ
สมบูรณ์พูนผลอยู่ท่ีใจนี้ ความสุขอันสมบูรณ์มีอยู่ที่ใจนี้ ถ้าปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธเจา้ แลว้ คนเราจะไมไ่ ดบ้ น่ เรอื่ งความทกุ ขค์ วามลำ� บาก จะยอม
ดำ� เนนิ ตนไปตามเหตผุ ลคอื หลกั ธรรม ทกุ ขก์ ย็ อมรบั วา่ ทกุ ข์ จนกย็ อมรบั วา่ จน มไี ดม้ า
เสยี ไปเปน็ ธรรมดา เรยี นธรรมรตู้ ามความจรงิ ของธรรมแลว้ ไมบ่ น่ ทกุ ขก์ ย็ อมทนรบั
ตามเหตตุ ามผล มกี ร็ บั ตามเหตตุ ามผล ไมป่ นี เกลยี วกบั ธรรม ใจกส็ บาย แมจ้ ะมกี เิ ลส
ที่ยังละไม่ไดก้ ไ็ มถ่ งึ กับตอ้ งเดอื ดรอ้ นแบบไม่มขี อบเขตเหตุผล ยังพอปลงพอวางได้

27

แตถ่ า้ ไมส่ นใจเกยี่ วขอ้ งกบั ธรรมเลย ไมน่ ำ� ธรรมมาวนิ จิ ฉยั ใครค่ รวญ กม็ กั ไมม่ ี
เหตผุ ลเครอ่ื งทดสอบ มแี ตค่ วามตอ้ งการของใจทกี่ เิ ลสบงการอยา่ งเดยี ว ความตอ้ งการ
น้นั แลจะพาคนลม่ จมฉบิ หาย ความต้องการนน้ั แล จะทำ� ลายจติ ใจคนใหเ้ สยี อยา่ ง
ไม่มีประมาณ ให้ได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอๆ ตลอดกาลสถานที่ไม่มีอะไรอ่ืน
คอื ความตอ้ งการชนดิ นน้ั ไมม่ เี หตผุ ล มแี ตอ่ ยากตะพดึ ตะพอื อยากจนไมส่ นใจทราบวา่
อะไรเป็นพิษอะไรเป็นภัย อยากได้อะไรคว้าไปกิน มันไม่หยุดหย่อนผ่อนคลาย
ยง่ิ อยากยง่ิ ตอ้ งการกย็ ง่ิ เพมิ่ ความคดิ ความปรงุ แตง่ ไมถ่ อย ยงุ่ ไมห่ ยดุ ความทกุ ขท์ รมาน
ภายในใจก็ยง่ิ มากขน้ึ ๆ ไดร้ บั การส่งเสริมเทา่ ใดกย็ ิ่งคดิ มากขน้ึ แบบไฟไดเ้ ชื้อ ดีไม่ดี
สตลิ อยเลยเปน็ บา้ ไปเลย นา่ น พอเหน็ โทษของความอยากความทะเยอทะยานชนดิ ไมม่ ี
ธรรมเป็นเบรกไหมละ่ ? ถา้ พอเห็นโทษของมันบ้างกค็ วรพยายามแกไ้ ข อย่าอยเู่ ปล่า
แบบคนส้ินท่า
วนั นพี้ ดู เรอ่ื ง “วฏั จกั ร” พดู เรอ่ื งความสญู ความไมส่ ญู ตามหลกั ความจรงิ เปน็
อยา่ งน้ี ศาสนาจงึ เปน็ ธรรมทเ่ี หมาะสมทสี่ ดุ ทจี่ ะพสิ จู นค์ วามจรงิ สมควรแกเ่ วลาเพยี ง
เทา่ นี้

28

อุบายวิธีดบั กเิ ลสและเร่ืองกรรม

โลกนแี้ มจ้ ะรมุ่ รอ้ นเพยี งไรกต็ าม ยงั มศี าสนาเปน็ เครอ่ื งเยยี วยา อยา่ งนอ้ ยมศี าสนา
เป็นเครื่องเยียวยากย็ ังมีทางบรรเทาทกุ ข์ไปไดพ้ อสมควร เชน่ เดียวกบั โรค แมจ้ ะมี
ความรุนแรงเพียงไร แต่ถ้ามียาเครื่องเยียวยารักษาอยู่บ้างแล้วก็ยังพอท�ำเนาได้
ไม่เหมอื นปล่อยให้เป็นไปตามอตั ราของโรคท่ีมมี ากน้อยโดยไม่มียาไปเกย่ี วขอ้ งเลย

จิตใจของโลก ถ้ามีแต่เรือ่ งของกเิ ลสกองทกุ ข์ลว้ นๆ เปน็ เจ้าอ�ำนาจบงการอยู่
ภายในใจนนั้ โลกไมว่ า่ ชาตชิ นั้ วรรณะใด จะหาความสงบสขุ ไมไ่ ดเ้ ลย เพราะไมม่ เี ครอ่ื ง
บรรเทาคอื ศาสนา

คำ� วา่ “ศาสนา” กค็ อื ค�ำสง่ั สอนทก่ี ลมกลนื ด้วยเหตุผลน่นั เอง รวมแล้วเรียกวา่
“ศาสนธรรม” เม่อื แยกออกพูดเฉพาะค�ำวา่ “ศาสนา” กเ็ หมอื นกบั ว่าเป็นอกี อันหน่งึ
และเปน็ อกี อนั หนงึ่ แตกแขนงออกไป ความจรงิ คำ� วา่ “ศาสนา” ถา้ พดู ตามหลกั ความ
จรงิ แลว้ กค็ อื เหตกุ บั ผลบวกกนั เขา้ นนั่ แล เรยี กวา่ “ศาสนา” การเชอ่ื ตอ่ เหตตุ อ่ ผลนนั้
คอื ไมฝ่ นื ไมป่ นี เกลยี วตอ่ เหตตุ อ่ ผลทถ่ี กู ตอ้ งแลว้ และปฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ ไปตามนนั้ โลกจะ
พอมีทางเบาบางจากความทกุ ขค์ วามลำ� บากท้งั ภายนอกภายใน

จำ� พวกไมม่ ศี าสนาเขา้ เคลอื บแฝงเลยนนั้ ใครจะอยใู่ นสถานทใ่ี ดกต็ าม ไมว่ า่ จะ
มคี วามรสู้ งู ตำ่� ฐานะเพยี งไร จะหาความสขุ ความสบายพอปลงจติ ปลงใจลงชว่ั ระยะกาล
ไม่ได้เลย เพราะไม่มีที่ปลง เราจะปลงลงทีไ่ หน? ท่ีไหนกม็ แี ตเ่ ร่อื งของกเิ ลสอนั เป็น

29

ไฟทง้ั กอง คือมแี ต่เรือ่ งความอยาก มีแต่เรือ่ งความต้องการไม่มปี ระมาณ อยากให้
เปน็ ไปตามใจหวงั ความอยากนน้ั ๆ กผ็ ลติ ทกุ ขข์ นึ้ มาเผาตวั เอง สง่ิ ทต่ี อ้ งการกลบั ไมเ่ จอ
แต่กลบั ไปเจอแตส่ ่งิ ท่ีไมต่ ้องการโดยมาก เพราะอำ� นาจของกเิ ลสพาสตั วโ์ ลกใหเ้ ป็น
เชน่ นนั้

ถา้ อำ� นาจของเหตผุ ลหรอื ธรรมพาใหเ้ ปน็ ไป แมจ้ ะทกุ ขจ์ ะลำ� บากบา้ งในการฝนื
กเิ ลส โดยทำ� ลงไปตามเหตตุ ามผล แตเ่ วลาปรากฏผลขนึ้ มากเ็ ปน็ ความสขุ ความสบาย
พอมที างผอ่ นคลายความทกุ ขล์ งไดบ้ า้ ง เพราะฉะนนั้ ศาสนาจงึ เปน็ ธรรมจำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ
ตอ่ จติ ใจของโลก เฉพาะอยา่ งยงิ่ คอื มนษุ ยเ์ รา ซงึ่ เปน็ ผมู้ คี วามฉลาดเหนอื สตั วท์ ง้ั หลาย
ควรจะมี “ศาสนธรรม” เปน็ สมบตั ปิ ระดบั และคมุ้ ครองใจ กาย วาจา และความประพฤติ
ในแง่ตา่ งๆ จะเปน็ ท่ีงามตาเยน็ ใจทัง้ ส่วนยอ่ ยส่วนใหญไ่ มม่ ปี ระมาณ

ค�ำวา่ “ศาสนา” นั้น เปน็ แขนงหนึ่งที่ออกมาจากธรรมลว้ นๆ คือออกจากธรรม
“ทปี่ ระเสรฐิ ” เปน็ ของอศั จรรย์ แยกออกมาเปน็ คำ� สอนโดยทาง “สมมตุ ”ิ เปน็ แขนงๆ วา่
“ใหท้ ำ� อยา่ งนนั้ อยา่ ทำ� อยา่ งน”้ี เปน็ ตน้ ใหเ้ ราดำ� เนนิ ตาม ไมฝ่ า่ ฝนื ปนี เกลยี วกบั ธรรม
อันเป็นแนวทางถูกต้องดีงามอยู่แล้ว แม้จะยากล�ำบากในการด�ำเนินตามเพียงไร
เมอ่ื เชอ่ื ตอ่ เหตตุ อ่ ผลแลว้ อตุ สา่ หพ์ ยายามฝนื ทำ� ลงไป การฝนื ทำ� ลงไปนนั้ คอื การฝนื
กิเลสที่เป็น “ขา้ ศึก” ตอ่ ธรรม อนั เป็นการฝนื ท�ำในส่ิงทต่ี นต้องการ อันเปน็ เร่อื งของ
“ธรรม” มใี จเปน็ ผบู้ งการ ผลทพ่ี งึ ไดร้ บั กย็ อ่ มเปน็ ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ ยกตวั อยา่ งเชน่
เราคดิ อะไรวนั นจี้ นเกดิ ความวา้ วนุ่ ขนุ่ มวั ไปหมด ใจทง้ั ดวงกลายเปน็ ไฟทงั้ กอง เฉพาะ
อยา่ งย่งิ สิ่งทไี่ มช่ อบใจ สิ่งท่ีขัดใจมาก จติ จะไปย่งุ อยู่กบั สิง่ ที่ขดั ใจมาก ไมพ่ อใจมาก
นนั้ แหละ ทง้ั วนั ทงั้ คนื ยนื เดนิ นงั่ นอน ไมย่ อมปลอ่ ยวาง ถอื เปน็ อารมณแ์ ทนคำ� บรกิ รรม
ภาวนา แลว้ ผลจะมคี วามสขุ ขนึ้ มาไดอ้ ยา่ งไร มนั กต็ อ้ งเปน็ ไฟขนึ้ มาเปน็ ลำ� ดบั ๆ เพราะ
เรอื่ งนนั้ พาใหเ้ ปน็ “ไฟ” และความคดิ ในเรอื่ งนน้ั พาใหเ้ ปน็ ไฟ ผลจะปรากฏขนึ้ มาเปน็
“น�้ำ” ไดอ้ ยา่ งไร มนั ก็ตอ้ งเป็นไฟอยโู่ ดยดี ขนื คิดมากเพียงไรกย็ ิง่ จะท�ำลายจติ ใจ
ของเรามากเพยี งนนั้ สดุ ทา้ ยจนกนิ ไมไ่ ดน้ อนไมห่ ลบั แทบไมม่ สี ตหิ รอื ไมม่ สี ตยิ บั ยง้ั
จนเป็นบา้ ไปเลยกม็ ีไม่นอ้ ย เพราะเรือ่ งและความคิดท�ำลาย

30

ส่ิงทีท่ �ำลายเหลา่ นี้คอื อะไร? กค็ ือเรอื่ งของกิเลส ไมใ่ ช่เรื่องของธรรม ฉะน้นั
การฝนื ไมค่ ดิ ในอารมณไ์ มด่ นี น้ั ๆ ดว้ ยการหกั หา้ มความคดิ ปรงุ ของใจดว้ ยสติ สกดั กน้ั
ด้วยปัญญา แม้จะลำ� บาก ผลที่ปรากฏก็คือความสงบย่อมเป็นทห่ี วงั ได้ หรือพอมสี ติ
ขึน้ มาพิจารณาใครค่ รวญถงึ ทางที่ถกู ทค่ี วร สิ่งดีชัว่ ในส่งิ ท่คี ิดน้ัน ในเรื่องทีค่ ดิ นัน้ วา่
ทำ� ไมจงึ ตอ้ งคดิ กท็ ราบแลว้ วา่ ไมด่ ี คดิ ไปทำ� ไม แลว้ หาทางแกไ้ ขเพอ่ื ความดไี มไ่ ดห้ รอื ?
นน่ั เรอื่ งของเหตผุ ลเปน็ อยา่ งนนั้ การคดิ มาทง้ั มวลนกี้ พ็ อเหน็ โทษของมนั แลว้ เพราะ
ทุกข์เป็นประจักษพ์ ยานอย่ภู ายในใจ มีความรุ่มรอ้ นเป็นกำ� ลัง นค่ี ือผลของความคดิ
ในสงิ่ นั้นๆ ท่เี ป็นของไม่ดี ถ้าจะฝืนคดิ มากย่ิงกวา่ นแ้ี ล้วจะเปน็ อยา่ งไร ขนาดท่ีคิดนี้
ความทกุ ขก์ แ็ สดงใหเ้ หน็ ชดั เจนอยา่ งนแ้ี ลว้ ถา้ จะคดิ เพมิ่ ยงิ่ กวา่ นี้ ความทกุ ขจ์ ะไมม่ าก
กว่านี้จนทว่ มหัวใจไปละหรือ แลว้ จะทนแบกหาม “มหันตทุกข์” ไดอ้ ยา่ งไร? ถ้าฝืน
คิดมาก ทกุ ข์ตอ้ งเพ่ิมมากกว่าน้เี ป็นล�ำดบั เม่อื มากกว่านี้แล้ว เราจะมกี �ำลงั วังชามา
จากไหนพอต้านทานแบกหามความทุกข์ที่ผลิตข้ึนทุกระยะจากความคิดในส่ิงท่ีไม่
พอใจนนั้ ๆ เราจะฝนื คดิ ยงั จะฝนื กอบโกยทกุ ขเ์ หลา่ นนั้ เพมิ่ ขนึ้ เปน็ ลำ� ดบั ยงิ่ ขน้ึ กวา่ น้ี
อยู่หรอื ? เพยี งเทา่ นจ้ี ิตก็ได้สติ พอได้สติ จติ ก็เรมิ่ สงบและยังยั้งตวั ได้ และพยายาม
ปล่อยวางความคิดเช่นน้ันโดยทางเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งท่ีจะให้จิตผละออกจาก
ส่งิ นั้นและระงับความคดิ นน้ั ๆ ได้ ผลทจ่ี ะปรากฏดังทเ่ี คยเปน็ มาแลว้ กร็ ะงบั เพราะ
ความคดิ อันร้อนอนั เปน็ สาเหตนุ นั้ มันระงับตัวลง การระงบั ตัวลงได้แหง่ ความคดิ น้ัน
เพราะความมสี ตยิ บั ยง้ั นกี่ พ็ อเปน็ สกั ขพี ยานอนั หนงึ่ แลว้ วา่ เทา่ ทเี่ ราฝนื คดิ ในสงิ่ นน้ั
มาดว้ ยสตแิ ละใครค่ รวญด้วยปัญญา มีผลปรากฏขึ้นมาอย่างน้ี คือปรากฏเป็นความ
สงบร่มเยน็ ข้ึนมา ทีนีท้ ุกข์ก็ระงับดบั ไป

แมจ้ ะลำ� บากในการฝนื ในการบงั คบั จติ ใจ กจ็ งคดิ หาอบุ ายปลดเปลอื้ งตนเชน่ นนั้
อนั ความลำ� บากนนั้ เรากย็ อมรบั วา่ ลำ� บาก แตล่ ำ� บากในทางทถี่ กู ทนี ผี้ ลทปี่ รากฏขนึ้ มา
กเ็ ปน็ ความสุขและเปน็ ความดี เรอ่ื งก็ไม่ยงุ่ เหยิงวนุ่ วายต่อไป ทกุ ขก์ ็ไมเ่ พ่ิมขนึ้ มาอีก
เรากพ็ อผอ่ นคลายตวั ได้ หรอื มเี วลาปลงวาง “ถา่ นเพลงิ ” คอื ความทกุ ขร์ อ้ นบนหวั ใจ
ลงได้ น่ีเป็นหลักเกณฑ์หน่ึงที่เราจะน�ำมาพิจารณาเก่ียวกับเร่ืองท่ีไม่ถูกต้องดีงาม
ทงั้ หลาย เชน่ เขาดุ เขาดา่ เขาตฉิ นิ นนิ ทาวา่ อยา่ งนน้ั ๆ คำ� ตฉิ นิ นนิ ทา เขากผ็ า่ นปากเขา

31

ไปแล้ว ผา่ นความรสู้ กึ ของเขาไปแลว้ ต้งั แตว่ นั ไหนเดอื นไหนไมท่ ราบ เราเพงิ่ ทราบ
ในขณะนนั้ เวลานนั้ กเ็ ปน็ ความไมพ่ อใจขน้ึ มา ไอล้ มปากเขากห็ ายไปแลว้ ตงั้ กป่ี กี เ่ี ดอื น
ไมท่ ราบ เพยี งแตล่ มปากใหมข่ น้ึ มาวา่ “เขาวา่ ใหค้ ณุ อยา่ งนนั้ ๆ” เชน่ “นาย ก นาง ข
วา่ ใหค้ ณุ อยา่ งนนั้ ๆ ไมด่ อี ยา่ งนน้ั ๆ” นเี่ ปน็ ลมปากครง้ั ที่ ๒ เรากย็ ดึ เอาอนั นน้ั มาเปน็
“ไฟ” เผาตัวขนึ้ มาอยา่ งลมๆ แล้งๆ โดยไมม่ ีเหตุผลอะไรเลย นเ่ี ป็นความสำ� คญั ผิด
ของเรา ถา้ เขาไมเ่ ลา่ ให้ฟงั เราก็ธรรมดา๊ ธรรมดา ทั้งๆ ทเี่ รือ่ งนัน้ เขาได้พดู ไปแลว้
ถา้ เขาได้เคยต�ำหนติ ิฉินนินทาเรา เขาก็ต�ำหนิไปแลว้ ผา่ นไปแลว้ เรากไ็ มเ่ หน็ มคี วาม
รสู้ กึ อยา่ งไร เพราะจติ ใจไมก่ ระเพอื่ มออกมารบั สง่ิ เหลา่ นน้ั จติ เปน็ ปกติ ผลกไ็ มแ่ สดง
ข้นึ มาในทางความทุกข์ความร้อนใดๆ ทงั้ สิ้น

เมอื่ เปน็ ผู้มสี ติอยู่ภายในตัว พอเขาพูดข้ึนมาเชน่ น้ัน ก็ทราบทนั ทวี า่ ส่ิงนน้ั ไมด่ ี
เราจะไปคว้าเอามายดึ ถอื ใหส้ กปรกและหนักหนว่ งถ่วงใจเราท�ำไม ของสกปรกเราก็
ทราบแลว้ แมแ้ ตเ่ ดนิ ไปตามถนนหนทางไปเจอสง่ิ สกปรก เรายงั หลกี ใหห้ า่ งไกล ไมก่ ลา้
สมั ผสั ถกู ตอ้ ง แมแ้ ตฝ่ า่ เทา้ กไ็ มแ่ ตะตอ้ งเลย เพราะทราบแลว้ วา่ ของไมด่ ี ถา้ ขนื แตะตอ้ ง
กจ็ ะตอ้ งเป้ือนเปรอะไปหมด เราทราบแล้วว่าส่ิงเหล่านส้ี กปรก แลว้ ทำ� ไมเราชอบไป
คลกุ คลี ชอบไปยงุ่ ชอบไปนำ� มาคดิ มาวนุ่ วายตวั เอง จนใหเ้ กดิ ผลขนึ้ มาเปน็ ความสกปรก
ไปทั้งจติ กลายเปน็ ไฟท้งั ดวง ไมส่ มควรเลย เราคิดอยา่ งน้ี เราระงบั ความคดิ และ
อารมณน์ น้ั ได้ พอจะคดิ ขน้ึ ในขณะใด สตเิ รากท็ นั และรทู้ นั ที แลว้ ปลอ่ ยไปได้ ไมย่ ดึ มา
เปน็ อารมณเ์ ผาลนใจอยนู่ าน ทกี่ ลา่ วมาแลว้ นที้ ง้ั หมด เปน็ หลกั ธรรมวธิ ปี อ้ งกนั ตวั ใน
วธิ ีรักษาตวั

เมอ่ื เราใชว้ ธิ นี เ้ี ปน็ “ยาประจำ� บา้ น” ประจำ� ตวั ทกุ อริ ยิ าบถ ใจกป็ กติ ไมค่ อ่ ยจะเปน็
ภยั แกต่ วั เองจากสงิ่ ทมี่ าสมั ผสั ทง้ั หลาย จะมาทางตา ทางหู ทางจมกู ทางลน้ิ ทางกาย
แม้ในทางอารมณ์ท่ีเกิดขึ้นกับใจโดยเฉพาะที่ไปคิดในเรื่องอดีตที่ไม่ดีไม่งามต่างๆ
มารบกวนเจา้ ของกต็ าม หรืออะไรๆ มาสัมผัสก็สลัดไดท้ ันที เพราะสติปญั ญามอี ยู่
กับใจ น�ำมาใช้เมื่อไรก็เกิดประโยชน์เม่อื น้ัน นอกจากจะปล่อยใหส้ ่ิงเหลา่ น้ันเข้ามา
เหยยี บยำ่� ทำ� ลายเสยี โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ เครอื่ งปอ้ งกนั คอื สตปิ ญั ญาเลย เราถงึ ยอมรบั ทกุ ข์

32

แตถ่ า้ ยอมรับทุกขต์ ามหลกั ความจรงิ ท่ีตนโง่ ตนประมาทแล้ว ก็ไม่ตอ้ งบ่นกัน แต่น่ี
กบ็ น่ กนั ทวั่ โลกดนิ แดน เพราะอะไรเลา่ ถงึ บน่ ? เพราะไมอ่ ยากทกุ ข์ เมอื่ ไมอ่ ยากทกุ ข์
ก็คดิ ท�ำไมเลา่ ในสง่ิ ทีจ่ ะเป็นทุกข์ฝนื คิดทำ� ไม กเ็ พราะความไมร่ ู้ รเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์
เมื่อเป็นเช่นน้ันจะเอาอะไรมาให้รู้เท่าถึงการณ์? ก็ต้องเอาสติปัญญามาใช้ก็ทันกับ
เหตกุ ารณ์ ไม่เสยี ไปหมดท้ังตวั ยังพอย้อื แยง่ ไว้ได้บ้างในขน้ั เริม่ แรกแห่งการฝึกหดั
ต่อไปกท็ นั เหตกุ ารณ์ทุกกรณี ตชี นะได้ทกุ วถิ ที าง

วธิ ปี ฏบิ ตั ติ อ่ ตวั เองดว้ ยหลกั ศาสนาตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งนี้ โลกถา้ ตา่ งคนตา่ งมเี หตผุ ล
เปน็ เครอื่ งดำ� เนนิ ไมว่ า่ กจิ การภายนอก ไมว่ า่ กจิ การภายใน อนั ใดทจี่ ะเปน็ ภยั ตอ่ ตน
และสว่ นรวม ตา่ งคนตา่ งคดิ ต่างคนต่างเขา้ ใจ ตา่ งคนต่างละเวน้ ไม่ฝ่าฝนื ด้ือดา้ น
หาญท�ำกัน ซึ่งเป็นการช่วยกันท�ำลายตนและส่วนรวมให้เสียไป อันใดที่เป็นคุณ
ประโยชน์แก่ตนและส่วนรวมแล้ว พยายามคิดท�ำในส่ิงน้ันๆ โลกก็มีความเจริญ
รุ่งเรือง อยู่ด้วยกนั มากน้อยกม็ คี วามผาสกุ เย็นใจไปท่ัวหน้ากัน เพราะมีหลกั ศาสนา
เปน็ เครอื่ งพาดำ� เนนิ ยอ่ มยงั บคุ คลใหเ้ ปน็ ไปเพอ่ื ความสงบสขุ ดว้ ยการปฏบิ ตั ถิ กู ตอ้ ง
ตามหลักเหตผุ ล อนั เปน็ หลักสากลทพ่ี าโลกให้เจรญิ

ดังนน้ั เรอ่ื งศาสนาจึงเปน็ เรอ่ื งสำ� คญั สำ� หรบั การอยูด่ ้วยกัน นี่หมายถงึ ปจั จบุ ัน
ทอ่ี ยดู่ ว้ ยกนั แมป้ จั จบุ นั จติ และตวั เราเองกม็ คี วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ ไมเ่ ดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย
แผ่กระจายออกไปสู่ส่วนรวม ต่างคนต่างก็มีความรู้สึกเช่นนั้น โลกก็มีความผาสุก
เมอื่ หมายถงึ อนาคตขา้ งหนา้ ของจิต จติ ท่มี เี หตุมผี ลเป็นหลักยดึ มธี รรมอยภู่ ายใน
ใจแล้ว จะหาความเดือดร้อนจากทไี่ หน มาจากโลกใด เพราะจติ เปน็ ผผู้ ลติ ขน้ึ เอง
เมอื่ จิตไมผ่ ลิต จติ มอี รรถมีธรรมเปน็ เครื่องปอ้ งกนั รกั ษาตนเองอยู่แลว้ ไปโลกไหน
กไ็ ปเถอะ ไม่มคี วามทุกข์รอ้ นที่จะไปทำ� ลายจติ ใจของผนู้ นั้ ได้เลย

พดู ตามหลกั ธรรมแลว้ จติ ทมี่ คี ณุ งามความดปี ระจำ� ใจ ยอ่ มจะไมไ่ ปเกดิ ในสถาน
ทีจ่ ะได้รบั ความทกุ ขค์ วามทรมาน เพราะ “กรรมประเภทนั้น” ไม่มจี ะผลกั ไสไปได้
มแี ตค่ วามดคี อื กศุ ลกรรมเปน็ เครอื่ งพยงุ จงู ไปสสู่ ถานทด่ี คี ตทิ งี่ ามโดยลำ� ดบั ๆ เทา่ นนั้
อนาคตก็เปน็ อย่างนแ้ี ล

33

ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม ผมู้ ธี รรมในใจ ผดิ กบั บคุ คลทไ่ี มม่ ธี รรมเปน็ ไหนๆ แมแ้ ตอ่ ยใู่ น
โลกเดียวกนั เป็นรูปรา่ งเหมอื นกันกต็ าม แตค่ วามร้คู วามเห็น ความคิด การกระทำ�
ตา่ งๆ นน้ั มคี วามผดิ กนั อยโู่ ดยลำ� ดบั ผลทจี่ ะพงึ ไดร้ บั จะไดเ้ หมอื นกนั ยอ่ มเปน็ ไปไมไ่ ด้
ตอ้ งมีความแตกต่างกนั อย่เู ชน่ นเี้ ป็นธรรมดาตง้ั แต่ไหนแต่ไรมา

ฉะนนั้ พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนวา่ “กมั มงั สตั เต วิภชติ ยททิ ัง หีนัปปณตี งั
กรรมเปน็ เครอื่ งจำ� แนกสตั วท์ ง้ั หลายใหม้ คี วามประณตี เลวทรามตา่ งกนั ” ไมน่ อกเหนอื
ไปจากกรรม กรรมจงึ เป็นเรือ่ งใหญ่โตที่สดุ ของสตั วโ์ ลก ท�ำไมจงึ ใหญ่โต? เพราะเรา
ต่างคนต่างเป็นผู้ผลิตกรรมขึ้นมาโดยล�ำดับด้วยกัน แม้จะไม่คิดว่าตนสร้างกรรม
กต็ าม ผลดชี วั่ กเ็ กดิ จากกรรมคอื การกระทำ� ทกุ ราย จะหกั หา้ มไมไ่ ดเ้ มอื่ ยงั ทำ� กรรมอยู่

คำ� วา่ “กรรม” คอื อะไร? แปลว่า การกระทำ� เป็นกลางๆ คดิ ด้วยใจเรยี กว่า
“มโนกรรม” พดู ด้วยวาจา เรยี กว่า “วจกี รรม” ทำ� ดว้ ยกาย เรียกวา่ “กายกรรม”
ในกรรม ๓ ประเภทนี้ เราเปน็ ผผู้ ลติ ผสู้ รา้ งอยตู่ ลอดเวลา แลว้ จะปดิ กนั้ ผลไมใ่ หป้ รากฏ
ดชี ว่ั ขนึ้ มาไดอ้ ยา่ งไร เมอ่ื การผลติ มดี มี ชี ว่ั ประจำ� ตนอยู่ ธรรมชาตทิ เี่ ราผลติ ขนึ้ มานแ้ี ล
เปน็ เจา้ อำ� นาจสำ� หรบั ปกครองจติ ใจ สนบั สนนุ หรอื จะบงั คบั จติ ใจใหไ้ ปเกดิ และอยใู่ น
สถานทใ่ี ด คติใดกไ็ ด้ จะนอกเหนอื ไปจากผลแหง่ กรรมทเ่ี รียกวา่ “วบิ าก” ซึง่ ตน
กระทำ� แลว้ นไ้ี ปไมไ่ ด้ ไมม่ สี งิ่ ใดมอี ำ� นาจยงิ่ ไปกวา่ ผลแหง่ กรรมทต่ี นทำ� นจ้ี ะเปน็ เครอื่ ง
ประคับประคองหรือเป็นเคร่ืองกดขี่บังคับตนในวาระต่อไป หลักศาสนาท่านสอน
อย่างนี้ ท่านไม่ให้เช่ือที่อ่ืนย่ิงไปกว่าความเคลื่อนไหวดีช่ัวทางกายวาจาใจที่เรียกว่า
“กรรม” นเ้ี ปน็ หลกั ประกนั ตวั อยทู่ น่ี ี่ เพราะฉะนนั้ สง่ิ ทที่ ำ� ลายตวั และสง่ เสรมิ ตวั กค็ อื
อนั นีเ้ ท่านนั้ ไมม่ ีอะไรมาทำ� ลายและส่งเสริมได้

การคดิ การพดู การกระทำ� ในทางทไ่ี มด่ ี คอื การทำ� ลายตวั เอง การคดิ การพดู
การกระท�ำในทางทีด่ ี คอื การสง่ เสรมิ บ�ำรงุ ตนเอง การประกันตนเองไม่ใหต้ กไปใน
ทางไมพ่ งึ ปรารถนากม็ อี ยใู่ น “หลกั กรรม” นเ้ี ทา่ นนั้ ไมม่ อี ะไรยงิ่ ไปกวา่ น้ี เพราะฉะนนั้
เราจงึ ไมค่ วรกลวั สง่ิ โนน้ กลวั สง่ิ นโ้ี ดยหาเหตผุ ลไมไ่ ด้ จะกลายเปน็ กระตา่ ยตน่ื ตมู ทง้ั ที่
ถือพทุ ธอนั เปน็ องค์พยานแหง่ ความฉลาดแหลมคม

34

สิง่ ที่นา่ กลวั ทส่ี ุดก็คือ ความคิด การพูด การกระท�ำ ท่ีเปน็ ภัยแกต่ นเอง ไม่วา่
จะในแงใ่ ด พงึ ทราบวา่ “นแี้ ลคอื ตวั พษิ ตวั ภยั ซงึ่ กำ� ลงั แสดงออกกบั กาย วาจา ใจ ของเรา
ของท่านอยู่เวลานี้” ถ้าไม่ยอมรู้สึกตัวแก้ไขใหม่เสีย อันน้ีแหละจะเป็นตัวพิษภัยท่ี
รา้ ยกาจทส่ี ดุ ใหโ้ ทษแกเ่ ราไมเ่ พยี งแตป่ จั จบุ นั น้ี ยงั จะเปน็ ไปในอนาคต จนหมดฤทธ์ิ
หมดอ�ำนาจของ “กรรม” ท่ที ำ� ไวน้ ีแ้ ลว้ ทกุ ขภ์ ัยต่างๆ จึงจะหมดไปได้

ผเู้ ชอ่ื ศาสนาจงึ ตอ้ งเชอื่ “หลกั กรรมกบั วบิ ากแหง่ กรรม” คอื ผลพงึ ตดิ ตามมาโดย
ลำ� ดับ เราทกุ คนมใี ครนอกเหนอื ไปจากการท�ำกรรมได?้ ไม่มี ต้องทำ� ดว้ ยกันทกุ คน
คนมศี าสนาหรอื ไมม่ ศี าสนากท็ ำ� “กรรม” กนั ทงั้ สน้ิ เพราะเปน็ หลกั ธรรมชาตแิ หง่ การ
กระทำ� ซง่ึ มปี ระจำ� ตนอยแู่ ลว้ และถกู ตอ้ งตามหลกั ของศาสนาทที่ า่ นสอนไวแ้ ลว้ กรรมมี
อยกู่ บั ทกุ คน นอกจากจะเชอื่ หรอื ไมเ่ ชอ่ื เทา่ นน้ั ซง่ึ กไ็ มม่ กี ารลบลา้ งกรรมนนั้ ได้ ทงั้ กรรม
ทัง้ ผลแหง่ กรรม ไมม่ ีทางลบลา้ งได้ ตอ้ งเปน็ กรรมและเปน็ ผลดีชัว่ ไปทกุ ภพทุกชาติ
ไมม่ ีอนั ใดนอกเหนือไปจาก “กรรม” และ “วิบากแหง่ กรรม” ซ่งึ เกิดจากการทำ� ดี
ท�ำชั่วของตัวเอง จึงไม่ควรกลัวเร่ืองสุ่มส่ีสุ่มห้าอันหาเหตุผลไม่ได้ ถ้ากลัวนรก
ก็กลัวบ่อนรกที่ก�ำลังสร้างอยู่เวลานี้ ซึ่งอยู่ภายในจิตใจเป็นต้นเหตุส�ำคัญ นี่แหละ
“บอ่ นรก”

สาเหตทุ จ่ี ะทำ� ใหไ้ ฟนรกเผากอ็ ยทู่ ใ่ี จนี้ ใหร้ สู้ กึ ตวั และมสี ตจิ ดจอ่ มปี ญั ญาพนิ จิ
พจิ ารณาแกไ้ ขเครอ่ื งมอื ของตนทกี่ ำ� ลงั คดิ ผดิ และผลติ ยาพษิ หรอื ผลติ คณุ ธรรมขน้ึ มา
ภายในใจ ใหเ้ ลอื กเฟน้ ตรงนี้ และทำ� ตามความเลอื กเฟน้ ดว้ ยดแี ลว้ จะไมม่ อี ะไรเปน็
พิษเป็นภัยแกส่ ตั วโ์ ลกมเี ราเปน็ ตน้ เลย

น่ีแหละ ศาสนาจ�ำเป็นหรือไม่จ�ำเป็น? ให้คิดท่ีตรงน้ี ผู้ท่ีสอนก็คือผู้ที่รู้เรื่อง
ของกรรม รู้เรอ่ื งผลของกรรมด้วยดีแลว้ ไมม่ ีทแ่ี ย้ง คอื พระพทุ ธเจ้า ทรงทราบทกุ สง่ิ
ทกุ อยา่ ง ทงั้ กรรมของพระองคแ์ ละกรรมของสตั วโ์ ลก ทง้ั ผลแหง่ กรรมของพระองคแ์ ละ
ผลแหง่ กรรมของสัตว์โลกท่ัวไตรโลกธาตุ ไมม่ ใี ครสามารถอาจเอ้ือมท่จี ะรู้ได้เหน็ ได้
อยา่ งพระพทุ ธเจา้ จงึ ทรงประกาศความจรงิ นอ้ี อกมาเปน็ “ศาสนธรรม” ใหเ้ ราทง้ั หลาย
ไดย้ นิ ไดฟ้ งั ไดป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามโดยไมม่ อี ะไรผดิ ถา้ ไมฝ่ นื ศาสนธรรมทที่ า่ นสอน

35

ไวเ้ สียอย่างเดยี ว โดยการกระท�ำในสง่ิ ท่ีไมด่ ีทัง้ หลาย ผลจงึ ปนี เกลียวกันกบั ความ
ตอ้ งการ กลายเปน็ ความไมส่ มหวังหรอื เปน็ ความทกุ ขข์ ึน้ มา หลักใหญอ่ ยทู่ ี่ตรงนี้

โลกมเี ราเปน็ ตน้ ถา้ มีศาสนาอยภู่ ายในใจ แม้จะมีทกุ ข์มากนอ้ ยกพ็ อมีที่ปลง
ที่วางได้ เหมือนกับโรคทมี่ ยี าระงบั ไมป่ ล่อยใหเ้ ป็นไปตามกำ� ลังหรืออ�ำนาจของโรค
โดยถ่ายเดียว ย่อมพอมที างหายได้

การสรา้ งความดไี มเ่ ปน็ สง่ิ ทนี่ า่ เบอ่ื ไมเ่ ปน็ สงิ่ ทนี่ า่ เออื มระอา ไมเ่ ปน็ สงิ่ ทนี่ า่ เกลยี ด
ไม่เป็นสิ่งท่ีน่าอิดหนาระอาใจ เพราะส่ิงทั้งหลายที่เป็นความสุขความสมหวังทั้งมวล
เกดิ ขน้ึ จากการสรา้ งความดเี ทา่ นนั้ ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ จากอะไร สรา้ งเทา่ ไร มเี ทา่ ไร ขน้ึ ชอ่ื วา่
ความดแี ลว้ ไม่เฟอ้ ไมเ่ หมือนสิ่งภายนอกซง่ึ มีทางเฟ้อได้ ถ้ามมี ากเขา้ จรงิ ๆ แต่คนดี
มมี ากเทา่ ไรไมเ่ ฟอ้ ความดมี มี ากเทา่ ไรไมม่ เี ฟอ้ ดเี ทา่ ไรยง่ิ มคี วามอบอนุ่ แนน่ หนามน่ั คง
ภายในใจ ยง่ิ มคี วามดงี ามตอ่ กนั จำ� นวนมากเทา่ ไรยงิ่ อบอนุ่ ไปหมด ไมม่ คี ำ� วา่ “เฟอ้ ”

ผดิ กบั สิง่ ตา่ งๆ ทมี่ ีการเฟอ้ ได้ เชน่ “เงินเฟอ้ ” “คนเฟ้อ” เราเคยไดเ้ หน็ ไหม?
เราเคยไดย้ นิ แต่ “เงินเฟ้อ” สิ่งของมีมากจนล้นตลาดกเ็ ฟอ้ ขายไม่ไดร้ าคา ต้องขาย
ลดราคาลงไปตามล�ำดับๆ ทีน้ี “มนุษยเ์ ฟอ้ ” เราเคยได้ยนิ ไหม?

เวลานี้มนุษย์ก�ำลังเฟ้อจะหาราค�่ำราคาไม่ได้แล้วเพราะมีมากต่อมาก ใครก็จะ
เอาแต่ตัวรอดว่าเป็นยอดดี แล้วสร้างความทุกข์ให้ผู้อ่ืนมากมายเพื่อความสุขของ
ตวั เอง มเี ทา่ ไรเวลาน?ี้ มมี ากมายทเี ดยี วทม่ี คี วามเหน็ แกต่ วั มาก เหน็ แกไ่ ดม้ าก โลภมาก
เพราะกเิ ลสตัณหามนั เจรญิ ขนึ้ โดยลำ� ดบั ส่ิงทใ่ี หม้ นั เจรญิ ขน้ึ โดยล�ำดบั กเ็ พราะไดร้ บั
การสง่ เสรมิ เลย้ี งดอู ยา่ งเหลอื เฟอื จน “เฟอ้ ” ซงึ่ เวลานกี้ ำ� ลงั มมี าก นยิ มกนั มาก มเี ตม็ อยู่
ทกุ แหง่ ทกุ หน ซงึ่ แตก่ อ่ นเรากไ็ มเ่ คยเหน็ ไอส้ ง่ิ สง่ เสรมิ ใหก้ เิ ลสตณั หาราคะมนั แสดงตวั
ข้นึ เป็นเปลวเหมอื นฟนื เหมือนไฟ ทุกวนั นไี้ ด้เห็นกนั แล้ว แต่โลกก็ยนิ ดีจะวา่ ยังไง?
ทกุ ขเ์ ท่าไรกไ็ มเ่ หน็ โทษของมนั ยังถอื วา่ สงิ่ นน้ั ดสี งิ่ นีด้ ี ถือวา่ ดีอยู่เรือ่ ยๆ จนกระทั่ง
จะไมม่ สี ตสิ ตงั เลย แทบจะเปน็ บา้ กย็ งั วา่ ดอี ยเู่ รอื่ ยไป แลว้ จะมที างแกก้ นั ทต่ี รงไหน?
เมอ่ื ยงั มคี วามยนิ ดใี นความเปน็ บา้ อยเู่ ชน่ นนั้ แลว้ มนั จะมสี ตสิ ตงั เปน็ คนดไี ดอ้ ยา่ งไร?

36

นแี่ หละ “มนษุ ยเ์ ฟอ้ ” ดเู อา เฟอ้ จนจะเปน็ บา้ กนั ทวั่ ดนิ แดนทงั้ เขาทง้ั เรา เมอื่ จติ ใจทเี่ ฟอ้
อยา่ งนแี้ ลว้ มนั กท็ ำ� ใหม้ นษุ ยเ์ ฟอ้ ดว้ ย กอ่ นทมี่ นษุ ยจ์ ะเฟอ้ จติ ใจตอ้ งเฟอ้ เสยี กอ่ น คอื
จติ ใจไมม่ คี ณุ คา่ จติ ใจไมม่ รี าคา ถกู สง่ิ สกปรกโสมมซง่ึ รกรงุ รงั เขา้ ไปทบั ถมคลกุ เคลา้
เสยี หมด หมุ้ หอ่ หมด จนมองหา “ตัวจริง” คอื จติ ไมเ่ จอ แล้วคุณค่าของจติ ดวงน้ี
จะมมี าจากท่ีไหน

เมอื่ มแี ตข่ องเฟอ้ ๆ เตม็ หวั ใจอยา่ งนี้ เวลาแสดงออกทางกาย วาจา กริ ยิ ามารยาท
กเ็ ป็น “มนุษย์เฟ้อ” เฟอ้ ไปตามๆ กนั หมด แล้วคณุ คา่ ของมนษุ ย์นน้ั จะมไี ดท้ ี่ไหน?
เมอื่ เปน็ เชน่ นแี้ ลว้ โลกนม้ี นั นา่ ดนู า่ ชมและนา่ อยทู่ ต่ี รงไหน? ถา้ ไมอ่ ยกู่ บั มนษุ ยท์ ท่ี ำ� ตวั
ใหด้ มี คี ณุ คา่ สำ� หรบั ตวั มนั กม็ เี ทา่ นนั้ ถา้ มนษุ ยเ์ ราทำ� ใหเ้ ฟอ้ แลว้ จะไมม่ โี ลกอยแู่ นน่ อน
แลว้ จะไปตำ� หนใิ คร กม็ นษุ ยเ์ ปน็ ผทู้ ำ� ใหเ้ ฟอ้ เสยี เอง ใครไมเ่ หน็ กด็ เู อา พดู ยอ่ ๆ แตเ่ พยี ง
เท่านก้ี ็พอจะทราบไดว้ า่ มนุษยเ์ ฟอ้ เป็นอย่างไร

เราไมไ่ ปตำ� หนคิ นอนื่ เรากเ็ ฟอ้ ถา้ ทไี่ หนไมด่ สี ำ� หรบั เรา เรากเ็ ฟอ้ เหมอื นกนั นเ่ี ราเอา
หลกั ธรรมของพระพุทธเจ้ามาทดสอบ ทดสอบพวกเราที่กำ� ลังเฟ้อๆ อยู่เวลานี้แหละ
ใหพ้ ยายามแกส้ งิ่ ทเี่ ฟอ้ ออก สงิ่ ทเ่ี ฟอ้ นนั่ แหละคอื สง่ิ ทท่ี ำ� ลายคณุ สมบตั ขิ องเรา คณุ คา่
ของมนุษยเ์ รา พยายามแก้ตรงนท้ี ก่ี �ำลงั เฟ้อน้ี ใหก้ ลบั เปน็ ความดขี ึน้ มา

เอา้ ! ร่นเขา้ มาหานักปฏิบัติเรา ความขเ้ี กยี จนน้ั แหละคอื ความเฟอ้ แกม้ นั ออก
ความขี้เกยี จ ความอ่อนแอ มนั พาให้เราเฟอ้ จงชะล้างมันออกไป ให้มีความเข้มแข็ง
มคี วามอตุ ส่าหพ์ ยายามเขา้ มาแทนท่ี ด้วยความเชือ่ บญุ เชอื่ กรรม เชอ่ื พระพทุ ธเจ้า

เอา้ ! เปน็ กเ็ ปน็ ตายกต็ าย เรอ่ื งความเกดิ กบั ความตายนน้ั มนั เปน็ ของคกู่ นั อยเู่ สมอ
จะแยกมันออกจากกันไปไหน เพราะเราเกิดมากับความตาย เราไม่ได้ตายมากับ
ความเกดิ เมอื่ เกดิ แลว้ มนั ตอ้ งมตี าย ถา้ แกไ้ ขไดแ้ ลว้ ตายแลว้ ไมต่ อ้ งเกดิ อกี เพราะฉะนนั้
จึงวา่ เกิดมากบั ความตาย ไม่ใช่ตายมากับความเกดิ นะ

ดงั พระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลายและสาวกทง้ั หลาย ทา่ นตายแลว้ ทา่ นไมเ่ กดิ อกี ผบู้ รสิ ทุ ธแ์ิ ลว้
ตายแลว้ ไมต่ อ้ งกลบั มาเกดิ อกี แตเ่ กดิ แลว้ กบั ความตายจะตอ้ งตายเปน็ คกู่ นั พระพทุ ธเจา้

37

กต็ อ้ งตายทเ่ี รยี กวา่ “ปรนิ พิ พาน” ความจรงิ คอื ธาตขุ นั ธส์ ลายเชน่ เดยี วกบั โลกทว่ั ๆ ไป
นน่ั เอง เพราะ ตน้ เหตมุ นั มอี ยแู่ ลว้ จะไปลบผลมนั ไมไ่ ด้ ผลคอื เกดิ ขน้ึ มาแลว้ ความตาย
จะต้องมีเปน็ ธรรมดา นต่ี น้ เหตคุ อื ความเกิดขนึ้ มา ผลคือความตาย จะแยกกันไม่ได้
มนั ตอ้ งมเี ปน็ คกู่ นั เสมอ นแ่ี หละคแู่ หง่ ความเกดิ ตายของโลกทมี่ กี เิ ลสฝงั เชอื้ อยภู่ ายใน
ใจเปน็ อย่างน้ี

เราส้เู พ่ือชัยชนะ จติ ไมต่ าย แตจ่ ติ ถูกจองจ�ำทำ� เข็ญ ย่งุ กนั ไปวนกนั มาจนเป็น
“นกั โทษ” ท้งั ดวง หาหลกั หาเกณฑ์ไมไ่ ด้ เพียงแตฝ่ ึกซ้อมดดั แปลงตวั เองออกจาก
ส่งิ ทีส่ กปรกรกรงุ รงั กย็ ังแยกไมไ่ ด้ เพราะความอ่อนแอ แม้สตปิ ญั ญามอี ยูก่ ไ็ ม่ผลิต
ขึน้ มาเพอ่ื แกต้ น การแก้ตน แกด้ ว้ ยสติ แกด้ ว้ ยปัญญา แกด้ ้วยศรัทธา ความเพียร
พระพทุ ธเจา้ เคยแกอ้ ยา่ งนม้ี าแลว้ กอ่ นจะไดผ้ ลและนำ� ธรรมมาสง่ั สอนโลก พอไดล้ มื ตา
มองเห็นบุญเหน็ บาปบ้างตามกำ� ลงั

สว่ นเราเอาอะไรมาแก้ เอาความขเ้ี กยี จมาแกก้ เ็ พมิ่ เขา้ ไปอกี เพม่ิ โทษเขา้ ไปเรอื่ ยๆ
ตดิ โทษประมาณเทา่ นน้ั ปเี ทา่ นป้ี ี แทนทจี่ ะไดอ้ อก กลบั เพม่ิ โทษขนึ้ มาเรอื่ ยๆ มนั กไ็ มไ่ ด้
ออกจากคุกจากตะรางสกั ที เลยตายอย่ใู นเรอื นจำ� นีด่ แี ลว้ เหรอ?

“เรอื นจำ� ” ในทนี่ ห้ี มายถงึ “วัฏจักร” คือความหมุนเวียนเปลย่ี นแปลงของโลก
เกดิ ตาย อนั ฉาบทาไปดว้ ยความทกุ ขท์ รมาน ซงึ่ ไดแ้ กพ่ วกเราเอง แลว้ เราจะเอาอะไร
มาแก?้ เอาความออ่ นแอมาแก้ มันกจ็ ม เพ่มิ โทษเข้าอกี ต้องเอาความเข้มแขง็ ความ
ขยนั หมน่ั เพยี ร ความอตุ สา่ หพ์ ยายาม สตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร เรง่ ลงไป เอา ตาย
กต็ าย โลกนมี้ คี วามเกดิ ความตายเทา่ นนั้ ไมม่ ใี ครจะนอกเหนอื กวา่ กนั สงิ่ ทจี่ ะนอกเหนอื
คอื สตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร ของเรา ทจี่ ะนำ� ตวั เราใหห้ ลดุ พน้ ไปไดใ้ นระยะใด
กต็ าม ไดช้ อ่ื วา่ เราไดช้ ยั ชนะเปน็ พกั ๆ ไป นแี่ หละทจ่ี ะทำ� ใหเ้ รามคี ณุ คา่ เอาตรงนี้ ชนะกนั
ตรงนี้ ซึง่ เป็นความชนะเลศิ เหนือกเิ ลสสมมตุ ิทัง้ ปวง

ชนะอะไรก็เคยชนะมาแลว้ แตช่ นะตัวเองคือชนะกิเลสของตวั เองยงั ไม่เคยเลย
เอา้ เอาใหช้ นะใหไ้ ดเ้ ปน็ พกั ๆ ไป จนกระทงั่ ชนะไปโดยสนิ้ เชงิ ไมม่ สี ง่ิ ใดเหลอื นนั่ แหละ

38

การชนะอะไรหรอื ผอู้ นื่ ใดคณู ดว้ ยลา้ น ยงั ไมจ่ ดั วา่ ชนะเลศิ ประเสรฐิ เหมอื นชนะกเิ ลส
ของตนคนเดยี ว การชนะกเิ ลสภายในใจของตนเพียงคนเดียวเท่านัน้ ผ้นู ้นั แลเปน็
ผปู้ ระเสรฐิ สดุ ในโลก

นนั่ ฟงั ซิ ชนะสง่ิ อน่ื ไมม่ อี ะไรประเสรฐิ เลย นอกจากจะเพม่ิ โทษเพม่ิ กรรมเพม่ิ เวร
ใหย้ งุ่ เหยงิ ตดิ ตอ่ กอ่ แขนงเกยี่ วโยงกนั เปน็ ลกู โซไ่ ปไมม่ ที างสน้ิ สดุ ลงไดเ้ ทา่ นน้ั แตก่ าร
ชนะกเิ ลสของตนดว้ ยสตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร นี้ เปน็ ผปู้ ระเสรฐิ ไมต่ อ้ งกลบั มาแพ้
อกี แลว้ มหี นทางเดยี วเทา่ นนั้ ตาย ตายเฉพาะหนเดยี ว เฉพาะอตั ภาพทมี่ อี ยนู่ ี้ อนั เปน็
ต้นเหตุที่จะให้ตายอยู่เท่าน้ัน นอกนั้นไม่ต้องมาก่อก�ำเนิดเกิดเที่ยวหาจับจองป่าช้า
ทไี่ หนอกี เราเคยจบั จองปา่ ชา้ มานานแลว้ เรอ่ื งปา่ ชา้ นมี้ นั ควรจะเบอื่ กนั เสยี ที เกดิ ทไ่ี หน
กจ็ องทนี่ น่ั แหละ

สัตวโ์ ลกทกุ ตัวสตั วม์ แี ต่ “นักจองปา่ ช้า” กันท้ังน้นั เกดิ แล้วต้องตาย ตายแล้ว
เอาป่าช้าท่ีไหน? กเ็ อาตัวของเราเองเป็นป่าช้า มนั มดี ้วยกนั ทุกคน เราทำ� ไมจะขยัน
จองนกั จองปา่ ชา้ มนั ดหี รอื ? คนและสตั วท์ นทกุ ขจ์ นถงึ ตายไป ไมเ่ ขด็ ไมห่ ลาบทต่ี รงน้ี
จะไปเข็ดหลาบท่ีตรงไหน? อะไรมาให้ทุกข์ให้ภัยแก่เรา ถา้ ไมใ่ ช่เร่อื งของความเกดิ
ความตายเทา่ นนั้ เปน็ ทกุ ขเ์ ปน็ ภยั ในระหวา่ งทางกเ็ ปน็ ทกุ ขใ์ นธาตใุ นขนั ธ์ ความหวิ โหย
โรยแรง ความทุกขร์ ้อนตา่ งๆ มันเป็นอยู่ในธาตุในขนั ธน์ ี้ ไม่ใช่เป็นอยทู่ ภี่ ูเขานีน่ า
ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นอากาศ ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ตี่ น้ ไม้ มนั อยใู่ นบคุ คลคนหนง่ึ ๆ สตั วต์ วั หนงึ่ ๆ นเี้ ทา่ นน้ั
กองทุกขร์ วมแล้วมันอยู่ทเี่ รา เราจะไปคดิ ว่า “อย่ทู ่ีนั่นจะดี อยูท่ ี่นจ่ี ะดี” ถ้าธาตุขนั ธ์
มันเป็นภัยอยแู่ ลว้ หาอะไรดไี มไ่ ด้ ถ้าจติ ยงั เป็นภัยอยู่แลว้ หาอะไรสุขเจริญไมไ่ ด้
ตอ้ งแกไ้ ขทน่ี ่ี (จติ ) ดบั กนั ทนี่ ี่ เอานำ�้ ดบั ดบั กนั ทนี่ ี่ นำ้� คอื นำ�้ ธรรม ดบั ลงทน่ี แ่ี ลว้ กเ็ ยน็
เย็นแลว้ กส็ บาย หายโศกเศร้า เลกิ กันเสยี ทกี ารจับจองป่าชา้

นแ่ี หละพระพทุ ธเจา้ ทา่ นสอนศาสนา สอนจนถงึ ทนี่ ่ี การดำ� เนนิ ทจี่ ะใหม้ คี วามสขุ
ความสบาย ก็ให้ดำ� เนินไปตาม “สัมมาอาชีวะ” โดยสม�่ำเสมอ ภายนอกภายใน

39

“สัมมาอาชีวะภายใน” ก็บ�ำรงุ เล้ยี งจิตของตนด้วยศีลด้วยธรรม อย่าเอายาพิษ
เขา้ มาแผดเผาจติ ใจ มอี ารมณท์ ไ่ี มพ่ อใจ เปน็ ตน้ เขา้ มารบกวนจติ ใจ เผาลนจติ ใจให้
เดอื ดรอ้ นข่นุ มวั ก็เป็นความชอบ ชอบ ชอบไปตามลำ� ดบั จนกระทัง่ จติ ไปถึงความ
ชอบธรรมโดยสมบรู ณ์แล้วกผ็ ่านไปได้ น่ี
การแสดง “สมั มาอาชวี ะภายนอก” ไมค่ ่อยมเี วลาเพียงพอ
เอาละ การแสดงธรรมก็เหน็ ว่าสมควรแกเ่ วลา ขอยุตเิ พียงเท่านี้

40

เล่ห์เหลีย่ มของกเิ ลส

ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงบญั ญตั ผิ รู้ กั ษาตง้ั แตศ่ ลี อโุ บสถขน้ึ ไปจนถงึ เณรถงึ พระ ไมใ่ ห้
นงั่ ให้นอนบนท่ีนอนอนั สงู และใหญ่ภายในยัดด้วยน่นุ และส�ำลี นั่น ทา่ นทรงกลา่ ววา่
ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีความประมาท เพลินในการหลับนอนจนเกินไปยิ่งกว่าท�ำความ
พากเพียร พระองคท์ รงมีอุบายหา้ มทุกแงท่ กุ มุมซง่ึ จะเป็นทางเพมิ่ พูนกิเลสท้งั หลาย
ทรงพยายามช่วยเหลือตัดหนทางท่ีจะเพิ่มพูนกิเลสของผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย
ในบรรดาทีร่ ักษาศลี ต้ังแตศ่ ลี ๕ ศลี ๘ ขึ้นไปถึงศีล ๒๒๗ ตามข้ันตอนของผู้รกั ษา
ศีลนนั้ ๆ

แม้ธรรม กไ็ ม่มธี รรมข้อใดท่จี ะสอนใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั ิมคี วามประมาทนอนใจ มีแต่
สอนใหม้ สี ตใิ หม้ ปี ญั ญา ความระมดั ระวงั ใหม้ คี วามพากเพยี ร ความอตุ สา่ หพ์ ยายาม
ให้เป็นนักต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ไม่เคยปรากฏในบทใดบาทใดว่าพระองค์ทรงสอนให้
ลดละความพากเพียรและอ่อนแอในการงานที่ชอบทั้งหลาย

สอนฝ่ายฆราวาส ก็สอนให้มีแต่ความขยันหม่ันเพียรทั้งน้ัน เราจะเห็นได้ใน
บทธรรมวา่ อฏุ ฐานสมั ปทา ใหถ้ งึ พรอ้ มดว้ ยความขยนั หมนั่ เพยี รในกจิ การงานทช่ี อบ
อารกั ขสัมปทา เม่อื แสวงหาทรัพย์สมบตั ิมาได้ดว้ ยความชอบธรรมแลว้ ใหพ้ ยายาม
เก็บหอมรอมริบ อย่าใช้สุรุ่ยสุร่าย กัลยาณมิตตตา ให้ระมัดระวังอย่าคบคนพาล
สนั ดานชว่ั ใหค้ บเพอ่ื นทด่ี งี าม ระวงั พวกปาปมติ ร จะเปน็ เหตใุ หเ้ สยี ได้ เพราะคนเรา

41


Click to View FlipBook Version