มากต่อมาก เหลือจะนับอา่ นได้ การแสดงออกของส่งิ ท่ีบรรจุอยภู่ ายในใจนั้นไมม่ ที ่ี
สนิ้ สุด คดิ ไดว้ นั ยงั ค่�ำคนื ยังร่งุ ทุกอริ ยิ าบถ ไมม่ ีหยดุ ไม่มีวนั เสาร์ วนั อาทิตย์ ไม่มี
วนั พระ วนั โกน ไมม่ เี ดอื น ปี นาที โมง ทจี่ ติ ไมค่ ดิ ปรงุ ซงึ่ สว่ นมากคดิ แตเ่ รอ่ื งเหลวไหล
นำ� ไฟกเิ ลสมาเผาใจเปลา่ ๆ หาสาระแกน่ สารทเ่ี ปน็ ประโยชน์ และความรม่ เยน็ ภายในใจ
ไมค่ อ่ ยมี ทงั้ นเ้ี พราะความคดิ ปรงุ เหลา่ นอ้ี อกมาจากสง่ิ ทไ่ี มเ่ ปน็ ประโยชน์ ออกมาจากสงิ่
ทเี่ ปน็ พษิ เปน็ ภยั ทฝ่ี งั อยใู่ นใจมากตอ่ มาก คดิ ปรงุ เทา่ ไรกส็ ง่ ผลเปน็ ทกุ ขเ์ ขา้ ไปเผาลน
จิตมากเท่าน้นั จะหมดจะส้ินไปได้อยา่ งไร เพราะความคดิ นผี้ ลิตสิ่งท่ีไม่มคี า่ นัน้ ให้
เพมิ่ ตวั ขนึ้ มาภายในใจเรอื่ ยๆ หมนุ เวยี นกนั ไปหมนุ เวยี นกนั มาอยอู่ ยา่ งนนั้ จงึ ไมม่ เี วลา
จบสน้ิ กันได้
ถา้ จะปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามความคดิ ความนกึ ของใจ ซง่ึ เตม็ ไปดว้ ยสง่ิ ผลกั ดนั แลว้
จะมีแต่ความหมุนไปเพื่อสั่งสมกิเลสขึ้นให้มากและเพ่ิมผลคือความทุกข์ให้เกิดขึ้น
จนแกไ้ มห่ วาดไมไ่ หวนนั่ แล นแ่ี หละทจี่ ติ หาความสงบรม่ เยน็ ไมไ่ ด้ เพราะสง่ิ ทร่ี อ้ นมอี ยู่
ภายในใจ ไปอยทู่ ไี่ หนจงึ รอ้ น? นงั่ อยกู่ ร็ อ้ น เดนิ อยกู่ ร็ อ้ น นอนอยกู่ ร็ อ้ น เวน้ เสยี แต่
ขณะทหี่ ลบั ไปเทา่ นั้น ในอริ ิยาบถทั้งส่ีหรอื ในสถานท่ใี ดๆ ก็มีแต่ความร้อน
จติ ไมม่ อี ริ ยิ าบถ เปน็ ความรอ้ นตามเหตปุ จั จยั ทพี่ าใหร้ อ้ นอยภู่ ายใน เพราะสง่ิ ที่
ทำ� ใหร้ อ้ นมอี ยภู่ ายในจติ ทา่ นจงึ สอนใหช้ ำ� ระ สอนใหร้ ะงบั สอนใหพ้ จิ ารณาใครค่ รวญ
ดูตามกระแสของจิตที่คิดออกมาแต่ละสิ่งละอย่างว่าเป็นอย่างไร! จะได้กล่ันกรอง
เลือกเฟ้นความคิดความเห็นน้ันด้วยสติปัญญา อันเป็นเครื่องก�ำราบปราบปราม
สิง่ เหลา่ นีใ้ ห้หมดสน้ิ ไปจากใจโดยลำ� ดบั
นกั ปราชญท์ า่ นถอื กนั ยง่ิ นกั เรอ่ื งการชำ� ระและการรกั ษาจติ เพราะทา่ นรกั สงวน
จติ ใจมากยงิ่ กวา่ สง่ิ ใดๆ ในโลก ในวนั หนงึ่ คนื หนงึ่ เราพอมเี วลาปฏบิ ตั ติ อ่ ตนเอง แมจ้ ะ
มงี านมากเพยี งใด ควรถอื “งานอบรมจติ รกั ษาจติ ” เปน็ คเู่ คยี งกนั ไป ทงั้ นส้ี ำ� คญั อยทู่ ่ี
ความสนใจ ความใครต่ อ่ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ เพอื่ กำ� จดั สง่ิ ไมด่ อี อกจากใจ เราพอทำ� ได้
ดว้ ยกนั แมแ้ ตก่ ำ� ลงั เขยี นหนงั สอื หรอื ทำ� งานอะไรอยู่ ความคดิ ทเี่ คยคดิ ปรงุ ทำ� ไมจงึ
192
คดิ ปรงุ ไดใ้ นขณะนนั้ แตค่ วามคดิ ทเ่ี ปน็ อรรถเปน็ ธรรม ทำ� ไมจะคดิ ไมไ่ ด้ ตอ้ งคดิ ได้
ด้วยกนั ถา้ มีความรกั ใครพ่ อใจคิด
ในข้อนี้ทพี่ อจะเหน็ ไดช้ ดั ๆ โดยไมม่ คี วามสงสยั เลยนั้น ก็ตอนท่ี “สติปญั ญา”
ออกกา้ วเดนิ ตามหลกั ธรรมชาตขิ องตน ทเี่ รยี กวา่ “สตปิ ญั ญาอตั โนมตั ”ิ จะอยใู่ นทา่ ใด
อริ ยิ าบถใด หรอื ทำ� งานอะไรอยกู่ ต็ าม สตปิ ญั ญาจะทำ� หนา้ ทป่ี ราบปรามกเิ ลสอยตู่ ลอดเวลา
ไม่วา่ ยืน เดนิ นั่ง นอน เว้นเสียแตห่ ลับเท่านน้ั นอกจากนั้นไม่มวี ่างทีส่ ตปิ ัญญาจะ
ไม่ท�ำงานในการค้นควา้ ปราบปรามกิเลสชนดิ ตา่ งๆ
แต่ท่เี ปน็ อย่างน้ีได้ เพราะอะไร? ก็เพราะความฝกึ ฝน และการอบรมอยเู่ สมอ
ความเพยี รสบื ตอ่ เนอ่ื งกนั โดยลำ� ดบั ลำ� ดา จนกลายเปน็ ผมู้ สี ตแิ ละปญั ญาสบื เนอื่ งกนั
เปน็ ลำ� ดบั ในอริ ยิ าบถตา่ งๆ ไมม่ คี วามพลงั้ เผลอเหมอื นขนั้ เรม่ิ แรกฝกึ หดั อบรมใหมๆ่
ซง่ึ เต็มไปด้วยความเผอเรอ โดยไมค่ าดคดิ วา่ “สติปัญญา” จะเปน็ ไปไดถ้ งึ เพียงน้ี
เรอ่ื ง “วฏั จกั ร” ทเี่ คยหมนุ เวียนอยู่ภายในใจของเราน้ี มันหมนุ เวยี นมานาน
ไม่ทราบว่ากี่กัปกี่กัลป์ จนพอตัวแล้วแสดงตัวออกมาโดยอัตโนมัติ คือความคิด
ปรงุ ตา่ งๆ ท่เี ป็น “สมทุ ัย” ยงั ทกุ ขใ์ หเ้ กดิ ข้ึน โดยไม่ตั้งอกตัง้ ใจคิดปรุง แต่จิตมัน
คดิ ปรงุ ขน้ึ มาไดโ้ ดยลำ� พงั เรอ่ื งอดตี ทผี่ า่ นมา กวี่ นั กป่ี ี กเี่ ดอื นแลว้ ใจยงั คดิ ปรงุ เปน็
อารมณก์ วนใจไดร้ าวกบั เพง่ิ เกดิ เพงิ่ มี อยา่ งสดๆ รอ้ นๆ เมอื่ กระทบ รปู เสยี ง กลน่ิ
รส เครอื่ งสมั ผสั ดชี ว่ั ตา่ งๆ กน็ ำ� มาครนุ่ คดิ วนุ่ วายอยใู่ นใจ ทง้ั ๆ ทบ่ี างครง้ั เรากอ็ ดิ หนา
ระอาใจ ไมอ่ ยากใหม้ นั คดิ แตม่ นั ยงั คดิ ไดแ้ ละคดิ อยตู่ ลอดเวลา จนหาทางระงบั ไมไ่ ด้
กลายเปน็ ไฟไปหมดทั้งกายท้งั ใจก็มี น่ีเพราะความเคยชินของจติ ทีอ่ ัดฉดี ยาพษิ เขา้
ไว้จนเตม็ ดวง จะบงั คบั ให้คิดหรือไม่ก็เปน็ ความเคยชนิ เสยี แล้ว ย่อมคดิ ได้ ปรุงได้
ธรรมด๊า...ธรรมดา! เราจะท�ำการงานอะไร หรืออยู่อยา่ งไรก็ตาม ความคดิ นีย้ ่อมเปน็
ไปได้โดยอัตโนมตั ติ ามธรรมชาตขิ องมนั เพราะมันเคยตัวจนกลายเปน็ ความเคยชนิ
เปน็ อัตโนมัตขิ ้ึนมาในทางนี้
193
“สตปิ ญั ญา” ในขน้ั เรมิ่ ตน้ กล็ ม้ ลกุ คลกุ คลานจนเกดิ ความอดิ หนาระอาใจกม็ ใี น
บางครง้ั แม้ไมม่ าก กพ็ อจบั ความรสู้ ึกของตนได้ ไมว่ า่ จติ ก่อกวนด้วยความคดิ ปรงุ
ไมส่ งบ แตก่ ส็ งบลงไดด้ ว้ ยความพยายามฝกึ หดั ดดั แปลง ไมล่ ดละทอ้ ถอยความเพยี ร
แมท้ า่ นผสู้ ำ� เรจ็ เสรจ็ สนิ้ ไปแลว้ ดงั พระพทุ ธเจา้ และสาวกทา่ น ขณะทย่ี งั มกี เิ ลส
อยู่ภายในจติ ใจท่าน กย็ ่อมมคี วามอิดหนาระอาใจในบางคร้งั ได้เชน่ เดียวกับพวกเรา
ทั้งหลายน้ีแล เพราะความรุนแรงของกิเลสที่แสดงตัวในเวลาน้ันๆ เป็นแต่ท่านคิด
ไปชว่ั กาล แล้วก็ระงบั ดบั กนั ได้ดว้ ยความเพียร จึงควรถอื ทา่ นเปน็ แบบฉบับ เวลา
กิเลสอาละวาด ขดั ขวาง ตอ้ งตอ่ สมู้ ันดว้ ยความเพยี ร เชน่ ท่านทีเ่ ป็น “สรณะ” ของ
พวกเรา
เมื่อเราได้พยายามอยู่โดยสม�่ำเสมอมากน้อยตามก�ำลังความสามารถของตน
ดว้ ยการอบรม ดว้ ยการพยายามรกั ษาจติ จติ เมอื่ ไดร้ บั การอบรมไดร้ บั การดแู ลรกั ษา
อยเู่ สมอ ยอ่ มจะสงบและปลอดภยั ไปเรอ่ื ยๆ แมจ้ ะมสี ง่ิ กระทบกระเทอื น สตสิ ตงั กพ็ อมี
ขน้ึ ปอ้ งกนั ตวั บา้ ง ไมป่ ลอ่ ยใหอ้ ารมณร์ า้ ยทเ่ี กดิ ขนึ้ ทำ� ลายตนเตม็ กำ� ลงั ของเขา โดยหา
เครอ่ื งปอ้ งกันต่อส้ไู มไ่ ดแ้ บบคนสน้ิ ท่า เช่น บางคราวเกิดความไม่พอใจในเรื่องอะไร
หรอื ในบคุ คลใดขนึ้ แตก่ อ่ นเราไมท่ ราบ เราถอื เอา “ความโมโหโทโสนนั้ เปน็ เราอยา่ ง
เตม็ ตวั ” เปน็ อำ� นาจอยา่ งเตม็ ที่ ถา้ ไมไ่ ดโ้ มโหเตม็ ทตี่ ามอารมณ์ เหมอื นกบั เรานไ้ี มใ่ ชค่ น
และไมศ่ กั ดส์ิ ทิ ธว์ิ เิ ศษ ถา้ ไดโ้ มโหโทโสโกรธแคน้ ใหเ้ ขาวนั ยงั คำ�่ และไดด้ า่ ทอเขาอยา่ ง
สมใจ นน่ั แหละคอื เราเปน็ เราแท!้ เปน็ ตวั อำ� นาจวาสนาของเราทงั้ คน วนั นนั้ เราเปน็ เรา
ท้ังคน แต่เราไมท่ ราบว่า “เราเป็นคลังกิเลส” เปน็ “ยักษ์” เปน็ “ผี” ในร่างมนุษย์
ทงั้ คน!
ตอ่ เมอ่ื ไดร้ บั การอบรมดว้ ยธรรม พอมสี ตใิ หท้ ราบวา่ สงิ่ นนั้ ชวั่ สง่ิ นดี้ ี ไปโดยลำ� ดบั
แล้ว พอเกิดความไมส่ บายใจขึน้ มา หรือหงดุ หงดิ ข้ึนมา โกรธขนึ้ มาเกี่ยวกบั เรื่องใด
หรอื บคุ คลใดกต็ ามมากระทบกระเทอื นจติ ใจ ใหส้ ตริ บั ทราบทนั ทวี า่ “ออ้ นเี่ ราโกรธแลว้
ยงั ไงกนั น”ี่ กพ็ อมอี บุ ายสอนตนบา้ งวา่ “ธรรม และ มรรค ผล นพิ พาน คอื ความโกรธ
194
ความหงดุ หงดิ นห่ี รอื ?” “ทำ� ไมจงึ ชอบนกั ละ่ นค่ี อื ไฟเผาใจเผาตวั รไู้ หม? จะเอานหี้ รอื
เปน็ มรรค ผล นพิ พาน นะ่ ถา้ ไมเ่ อา กร็ บี ดบั ไฟนเ้ี สยี อยา่ ปลอ่ ยใหล้ กุ ลาม เดย๋ี วเปน็
“เถ้า” ไปหมดทง้ั ร่างนะ!”
แมจ้ ะระงบั ดบั ลงไมไ่ ดใ้ นขณะนนั้ กต็ าม สตเิ รากย็ งั มวี า่ “นเ่ี ราโกรธแลว้ ” แสดงวา่
เราไมช่ อบความโกรธ เพราะกำ� ลงั ของความโกรธที่เคยตวั มนั มีกำ� ลังกวา่ จึงรวดเรว็
ยิ่งกวา่ เรา และแสดงตวั ข้นึ มาไดท้ งั้ ๆ ท่รี อู้ ยู่ด้วยสติ และพยายามกำ� จดั มันเตม็ กำ� ลัง
ความสามารถในขณะนัน้ ไมย่ อมคลอ้ ยตามมันดงั ทเ่ี คยเป็นมา
นี่ มนั ผิดกนั อยา่ งนแี้ หละ คนทไ่ี ด้รับการอบรมกบั ไมไ่ ด้รับการอบรม!
ผไู้ มไ่ ดร้ บั การอบรมมาเลยนนั้ ตอ้ งถอื ความโลภ ความโกรธ ความหลง เปน็ ตวั ของ
ตวั ๑๐๐ % วนั ไหนไดโ้ กรธ วนั ไหนไดโ้ ลภ ไดห้ ลง ลมื ตวั ไปดา่ วา่ ใครตอ่ ใครอยา่ งเตม็ ปาก
จนหมดความกระดากอายในความเป็นมนุษยล์ ะก็ วนั น้นั ถือวา่ ตวั เป็น “คนทัง้ คน”
เปน็ คน ๑๐๐ % ไมบ่ กพรอ่ ง เปน็ เราทง้ั คนทเี ดยี ว เปน็ เจา้ อำ� นาจวาสนา เพราะไดโ้ กรธ
ใหเ้ ขาอยา่ งสมใจทอ่ี ยากโกรธ นคี่ อื ผไู้ มไ่ ดร้ บั การอบรม ความรสู้ กึ และการแสดงออกจงึ
เปน็ เชน่ นน้ั เมอ่ื ไดร้ บั การอบรมพอสมควรแลว้ คำ� ทว่ี า่ “เปน็ คนทง้ั คน” เพราะความโลภ
ความโกรธ ความหลง ท่แี สดงตัวข้นึ มาน้นั กลับเหน็ วา่ เป็นความผิดของตัวอยา่ งน่า
อบั อายขายขห้ี นา้ แมร้ ะงบั ไมไ่ ดใ้ นขณะนนั้ กพ็ ยายามระงบั ไดใ้ นวาระตอ่ ไป แมจ้ ะยงั
ไมไ่ ดใ้ นวาระตอ่ ไป กพ็ ยายามระงับดับมัน ไมน่ อนใจ จนระงบั กันลงได้ด้วยความ
พยายามหลายครงั้ หลายหน แมเ้ ชน่ นน้ั เรากย็ งั ไดเ้ หน็ โทษของตวั วา่ “ไมน่ า่ เลย ไปโกรธ
เขาทำ� ไม ไปเดอื ดใหเ้ ขาทำ� ไม เรอ่ื งเชน่ นน้ั คนเชน่ นนั้ ! กเ็ ราพยายามหาของดี แตค่ วาม
โกรธไมใ่ ชข่ องดี เขาโกรธใหเ้ รา โมโหโทโสเรา เรายงั ไมพ่ อใจ เหตใุ ดเราจงึ แสดงความ
ไมพ่ อใจตอ่ เขาได้ ซงึ่ เปน็ สง่ิ ทไี่ มม่ ใี ครปรารถนาเลย นแ่ี สดงวา่ เรากผ็ ดิ มากมาย รสู้ กึ
เสียใจตนเอง” น่นั !
195
นค่ี อื ผไู้ ดอ้ บรมธรรมะเปน็ อยา่ งน!้ี เหน็ โทษในสงิ่ ทเ่ี ปน็ โทษจรงิ เหน็ คณุ ในสง่ิ ที่
เปน็ คณุ จรงิ ไมไ่ ดเ้ หน็ คณุ ในสงิ่ ทเี่ ปน็ โทษ เหมอื นทไ่ี ปโกรธใหเ้ ขา แลว้ ยงั เหน็ วา่ ตวั เปน็
คนเตม็ คน
พออบรมไป อบรมไปนานๆ สตสิ ตังค่อยดี ปญั ญาคอ่ ยรวดเร็วขึ้นโดยลำ� ดับ
สงิ่ เหลา่ นก้ี ไ็ มค่ อ่ ยกระทบกระเทอื นใจใหต้ อ้ งแกก้ นั บอ่ ยๆ คอื ไมค่ อ่ ยเกดิ ความกระทบ
กระเทอื นใจงา่ ยเหมือนแตก่ ่อน แม้ส่งิ ภายนอกจะเขา้ มาสัมผสั หรอื เขาพดู กระแทก
แดกดันอะไรก็ตาม เราพอมีสติยับย้ังรู้เร่ืองรู้ราวของเรื่องน้ันกับเราท่ีจะออกรับกัน
หรอื จะออกโดนกนั บา้ ง ชนกนั บา้ ง กระทบกระเทอื นกนั บา้ ง ตามวสิ ยั ของโลกมกี เิ ลส
ทอี่ ยรู่ ว่ มกนั จติ พอยบั ยง้ั และทรงตวั ไดไ้ มร่ นุ แรง และรคู้ วามละเอยี ดขน้ึ ไปโดยลำ� ดบั
กระทั่งพอแสดงความหงุดหงดิ ข้นึ มาภายในใจ ก็รู้ทันทวี า่ “ความหงดุ หงิดนคี้ อื ตวั
โทษ ซ่ึงเกิดขึ้นแลว้ กับเราเวลาน้”ี และรีบแก้ไขทนั ที ไมป่ ล่อยใหห้ มกั หมมอยู่นาน
เมอ่ื เห็นสง่ิ เหลา่ น้ีวา่ เปน็ โทษโดยความเปน็ โทษของมันแล้ว ย่อมช่อื วา่ “เปน็ ผู้
เหน็ ชอบ และพยายามละจนได”้ ตอ่ ไปสง่ิ เหลา่ นก้ี ไ็ มป่ รากฏขน้ึ แกเ่ ราไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย
และค่อยๆ หมดไป หมดไป เพราะสติปัญญาเคร่ืองปราบปรามมีก�ำลังแก่กล้าข้ึน
ทกุ วัน
จติ คอ่ ยใสสะอาดไปดว้ ยวธิ กี ารชำ� ระ การรกั ษา การระมดั ระวงั โดยลำ� ดบั ๆ นแ่ี หละ
คอื “จติ มเี จา้ ของ” คอื มสี ตปิ ญั ญาคอยระมดั ระวงั รกั ษาอยเู่ สมอ ไมป่ ลอ่ ยตวั กลวั กเิ ลส
ทีเ่ คยมอี �ำนาจบนหวั ใจ
สตปิ ญั ญาเปน็ เรอ่ื งสำ� คญั เมอ่ื มอี ยใู่ นกจิ การงานใด งานนนั้ ยอ่ มเปน็ ชน้ิ เปน็ อนั
ไมค่ อ่ ยผดิ พลาด นอกจากจะเหลอื วสิ ยั ของสตปิ ญั ญาจรงิ ๆ ถา้ อยใู่ นวงของสตปิ ญั ญา
แลว้ ไมค่ ่อยพลาด เพราะนำ� มาใช้กำ� กบั งานอยูเ่ สมอ
คนทไี่ มม่ สี ตไิ มม่ ปี ญั ญานนั้ ยอ่ มจะพลาดไปเรอื่ ยๆ ไมว่ า่ อะไร จนเปน็ ความเคยชนิ
เพียงเท่าน้ีก็พอจะทราบความเคยชินของการรักษาใจเราด้วยการอบรม มีอะไรมา
196
กระทบกระเทอื นในระยะนี้ เราทราบไดง้ า่ ยกวา่ ระยะทย่ี งั ไมเ่ คยอบรมมาเลย จนกระทง่ั
สตปิ ญั ญามภี มู ทิ ำ� หนา้ ทก่ี ารงานโดยลำ� พงั ตนเองได้ ซงึ่ ไมต่ อ้ งบงั คบั บญั ชาใดๆ ดว้ ย
แลว้ นน้ั ยงิ่ มคี วามคลอ่ งแคลว่ แกลว้ กลา้ ตอ่ สง่ิ ทง้ั หลายทมี่ าเกยี่ วขอ้ ง ทงั้ ๆ ทสี่ งิ่ เหลา่ นนั้
กเ็ ปน็ ตน้ เหตอุ นั หนง่ึ ทจ่ี ะใหก้ เิ ลสเกดิ ขนึ้ ภายในใจ แตม่ นั กเ็ กดิ ขนึ้ ไมไ่ ด้ เพราะจติ ใจมี
สติปัญญาครอบหรอื รกั ษาอยู่ตลอดเวลา และหมุนตัวเพ่ือแก้ไขและถอดถอนสง่ิ ท่มี ี
อยแู่ ลว้ ใหห้ มดสนิ้ ไปโดยลำ� ดบั และพยายามกำ� จดั สง่ิ ภายนอกทจ่ี ะมาเกยี่ วขอ้ งใจดว้ ย
สตปิ ญั ญารอบด้าน
การรบกบั ขา้ ศกึ คอื กเิ ลสประเภทตา่ งๆ ทง้ั กลางวนั กลางคนื ไมห่ ยดุ ยงั้ เมอื่ มี
กำ� ลงั สามารถโดยอัตโนมัตแิ ลว้ อยู่ทไ่ี หนก็เปน็ ความเพยี รแก้กเิ ลส เพือ่ การรบกเิ ลส
ถอดถอนกเิ ลส หรือฟาดฟันหน่ั แหลกกเิ ลสไปโดยล�ำดบั ไมว่ ่า จะนงั่ จะเดนิ จะยนื
นอน มแี ต่ “ฆา่ ๆ กเิ ลส” ใหห้ ลดุ ลอยออกไปจากใจเรอื่ ยๆ แลว้ กเิ ลสจะมมี าจากไหนบา้ ง
เมอื่ มแี ต่การท�ำลาย ไมม่ ีการส่งเสรมิ ก็หมดไป หมดไป ผลสดุ ทา้ ย กเ็ ป็นใจอิสระ
เต็มตัว
คำ� วา่ “อสิ ระ” น้ี ไดแ้ ก่ ความไมอ่ ยใู่ นบงั คบั บญั ชาของสง่ิ ใด ขน้ึ ชอื่ วา่ “สมมตุ ”ิ
ในโลกทงั้ สามนี้ เปน็ อสิ ระโดยหลกั ธรรมชาตขิ องตน คอื เปน็ จติ ลว้ นๆ ไมม่ อี ะไรเขา้ มา
แทรกสงิ เลย นผี่ ลทเ่ี กิดขึน้ มาจากการตะเกยี กตะกาย ลม้ ลุกคลุกคลานมาต้ังแต่ต้น
จนกระทงั่ ถงึ จุดนี้ ลว้ นแตเ่ กิดขึน้ จากการอบรมท้ังน้นั ทุกขก์ ็ยอมรบั สขุ ก็ยอมรับ
เราเดินทางจะให้สม�่ำเสมอโดยถา่ ยเดียวไมไ่ ด้ แม้แตท่ างลาดยางก็ยังมีท่ีสูงๆ ตำ�่ ๆ
ตามเนิน ตามทลี่ มุ่ ท่ีดอน
การปฏบิ ตั ธิ รรมกย็ อ่ มมที ส่ี งู ทต่ี ำ�่ มลี ำ� บาก มสี ะดวกสบายบา้ ง เชน่ เดยี วกนั แตท่ าง
อยู่ตรงน้ี เราจะแยกแยะเดินลดั ตัดไปทางอื่นยอ่ มเปน็ ไปไมไ่ ด้ ต้องไปตรงนี้ จะยาก
ลำ� บาก ต้องผ่านไปตรงนี้
197
“มชั ฌมิ า” คือ ตรงไหน กเ็ ดนิ ตามมัชฌมิ า มชั ฌิมาพาขึ้นก็ขนึ้ พาลงกล็ ง เอา้
กเิ ลสพาขนึ้ กข็ นึ้ เพอื่ ไลก่ เิ ลส ตามกเิ ลส กเิ ลสพาลงเหวลงบอ่ สตปิ ญั ญาตามขดุ ตามคน้
ตามฟาดตามฟนั หน่ั แหลก กเิ ลสลงทไี่ หน ตามฟนั กเิ ลสทนี่ นั่ เพราะเหตไุ ร เพราะกเิ ลส
เปน็ ส่ิงลมุ่ ๆ ดอนๆ สูงๆ ตำ�่ ๆ ไมส่ มำ�่ เสมอเหมือนธรรม แตม่ นั อย่บู นหัวใจคน
เมอื่ สตปิ ญั ญาผลติ ขน้ึ มาพอแกก่ ารแกไ้ ข หรอื พอแกก่ ารตดิ ตามปราบปรามกนั ได้
แลว้ กเิ ลสเคลอ่ื นไปไหน สตปิ ญั ญากเ็ คลอ่ื นไปดว้ ย เอา้ ขนึ้ สงู สตปิ ญั ญากข็ นึ้ ไปดว้ ย
เคลอื่ นลงตำ�่ กต็ ำ่� ไปดว้ ย เอาจนกเิ ลสตาย ไมม่ อี ะไรเหลอื ภายในใจแลว้ สตปิ ญั ญาถงึ
จะปลอ่ ยวาง ปล่อยมอื เป็นลำ� ดับๆ ตวั ไหนตาย ปล่อยไป ตวั ไหนยงั ไมต่ าย ตามฆา่
ตามฟนั จนแหลกละเอยี ดไปตามๆ กนั ไมใ่ ห้มีเหลืออยูไ่ ด้
นนั่ ! นกั รบของพระพทุ ธเจา้ พทุ ธสาวกทา่ นเปน็ อยา่ งนน้ั เราเปน็ พทุ ธสาวกคนหนง่ึ
เปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคต ดว้ ยความเปน็ พทุ ธบรษิ ทั อบุ าสก อบุ าสกิ า จะไดแ้ กใ่ คร อบุ าสก
อบุ าสกิ า ครงั้ นน้ั กบั ครงั้ นเี้ ปน็ คนเหมอื นกนั รบั พระโอวาทคำ� สง่ั สอนของพระพทุ ธเจา้
คอื ศาสนธรรมของพระองคเ์ ชน่ เดยี วกนั นำ� มาแกไ้ ขดดั แปลงปราบปรามกเิ ลส ซง่ึ เปน็
ประเภทเดยี วกนั กบั คร้ังพทุ ธกาลให้หมดสนิ้ ไปจากใจ
กเิ ลสครง้ั โนน้ กบั กเิ ลสครงั้ นี้ กลวั ธรรมดว้ ยกนั ธรรมครง้ั น้ี กบั ธรรมครง้ั โนน้
มอี ำ� นาจทจ่ี ะปราบปรามกเิ ลสไดด้ ว้ ยกนั จงึ ไมม่ อี ะไรผดิ กนั นอกจากวา่ กเิ ลสมนั จะหา
กลอบุ ายตา่ งๆ หลอกเราใหห้ ลงเชอื่ ตามมนั แลว้ กเ็ หน็ ธรรมเปน็ กเิ ลสไปเทา่ นนั้ ถา้ เหน็
ธรรมเปน็ กเิ ลส หรอื เหน็ กเิ ลสเปน็ ธรรม กเ็ รยี กวา่ “พลกิ คมมดี ทเ่ี คยฟนั กเิ ลสใหเ้ ปน็ สนั
กฟ็ นั กเิ ลสไมข่ าด จากนนั้ กเิ ลสกฟ็ นั เราดว้ ย “คม” คอื อบุ ายความฉลาดของมนั เราก็
ปลอ่ ยใหม้ นั กลอ่ มทงั้ วนั ทง้ั คนื ยนื เดนิ นง่ั นอน กลอ่ มอยเู่ รอ่ื ยไป ผลคอื ทมี่ นั ปอ้ น
ให้เรามแี ต่ความทุกข์ทง้ั มวล
ความจรงิ การบน่ ไมใ่ ชก่ ารระบายทกุ ขน์ ี่ ถา้ หากวา่ การบน่ วา่ ทกุ ข์ เปน็ การระบาย
ทกุ ขอ์ อกไดแ้ ลว้ ทง้ั โลกบน่ ไดด้ ว้ ยกนั เพราะปากมนี ี่ เรอื่ งอน่ื พดู ได้ บน่ ได้ บน่ ใหท้ กุ ข์
198
ทำ� ไมจะบน่ ไมไ่ ด้ ถา้ กเิ ลสมนั กลวั บน่ มนั ฉบิ หายไปหมดนานแลว้ แตก่ เิ ลสไมห่ ลดุ ลอย
เพราะการบ่น นอกจากการปฏิบตั ิ ก�ำจดั มันดว้ ยก�ำลังความเพียรลงทใ่ี จ ซ่งึ เป็นที่อยู่
ของกเิ ลสทุกประเภทนีเ้ ท่านน้ั กิเลสถงึ จะกลวั จงก�ำจัดมันท่ตี รงน้ี
สขุ อะไรกไ็ ม่เทา่ สุขใจ สุขใจนัน้ สุขสวสั ดี ไมว่ า่ ปีใหม่ ปเี ก่า สขุ อยู่เรื่อยๆ
สวสั ดปี ใี หม่ เพราะเบอ่ื หนา่ ยปเี กา่ ทพ่ี าใหท้ กุ ข์ ทง้ั ๆ ทป่ี ใี หมม่ นั กท็ กุ ข์ ยงั ตง้ั ความหวงั
ไวว้ า่ ปใี หมจ่ ะมคี วามสขุ อยา่ งโนน้ อยา่ งนี้ คาดกนั ไป ยงุ่ กนั ไป ถงึ วนั ปใี หมล่ ะ โอโ้ ฮ
ส่ง ส.ค.ส. กันให้ยงุ่ ส.ค.ส. มนั เปน็ ตัวหนังสือ แตต่ วั ใจมนั ไมส่ ุข มันเป็น ส.ค.ท.
ส่งความทกุ ขซ์ !ี เพราะทุกข์มนั อยภู่ ายในใจน่ี
จง “ส.ค.ส.” วนั นนี้ ะ อยา่ ไป “ส.ค.ส.” วนั นนั้ ปนี ใี้ หย้ งุ่ ไป อยา่ ไปหาเกาทไี่ มค่ นั
เดย๋ี วหนงั ถลอกหมด เอา้ เกาตรงทม่ี นั คนั น้ี มนั ทกุ ขอ์ ยทู่ ต่ี รงไหน คนั ทตี่ รงนนั้ เกาที่
ตรงนั้น แก้กันท่ตี รงน้ัน ส.ค.ส. กนั ที่ตรงนั้นแหละ เกดิ ขึน้ ทนี่ นั่ นี่เปน็ “ส.ค.ส. ทาง
พทุ ธศาสนา” เปน็ ความคดิ ทถี่ กู ตอ้ ง ทโี่ ลกเขาทำ� นน้ั กไ็ มไ่ ดผ้ ดิ แตเ่ ราแยกอนั นนั้ มาเพอ่ื
สอนเรา คือ “โอปนยโิ ก”
เราไมไ่ ดต้ ำ� หนติ เิ ตยี นโลกเขาทที่ ำ� มาเปน็ ประเพณนี ยิ ม จติ ใจมคี วามรน่ื เรงิ บนั เทงิ
ไปในแงใ่ ดซงึ่ ไมผ่ ดิ ตอ่ กฎหมายบา้ นเมอื ง กเ็ ปน็ ความดี ไมว่ า่ โลกไหนๆ ตอ้ งมคี วาม
รน่ื เรงิ บันเทงิ มีความหวงั เร่ือยไป
แตถ่ า้ จะพจิ ารณา หรอื คดิ ไปในแงเ่ ดยี วเทา่ นนั้ กไ็ มเ่ กดิ ประโยชน์ ใหย้ อ้ นหนา้
ยอ้ นหลงั พลกิ สนั พลิกคม ของมดี เล่มเดียวใช้ประโยชน์ได้หลายอยา่ ง
การอธบิ ายถงึ เรอื่ ง “ส.ค.ส.” ทยี่ อ้ นเขา้ มาในเรา เพอื่ จะใหเ้ หน็ “ส.ค.ส.” ภายใน
ส.ค.ส. ภายนอก ส.ค.ส. ภายใน ไดแ้ ก่ การสง่ ความสขุ ใหแ้ ก่ใจ ด้วยการประพฤติ
ปฏบิ ตั กิ ำ� จัดสง่ิ ทม่ี วั หมอง หรือรบกวนจติ ใจใหส้ ้นิ ไป และมคี วามสขุ แทรกขึ้นมาได้
โดยลำ� ดับ จนความสขุ เกิดข้นึ ภายในใจ เป็น ส.ค.ส. ขน้ึ ภายในใจ อยู่ทไ่ี หนกส็ บาย
ปใี หม่ ปเี กา่ กส็ บาย เดอื นใหม่ เดอื นเกา่ กส็ บายทงั้ นน้ั เพราะทกุ ขห์ มดไปจากใจแลว้
199
จะไมส่ บายยงั ไงคนเรา ทเี่ ปน็ ทกุ ขก์ เ็ พราะกเิ ลส กองทกุ ขม์ นั เปน็ เจา้ เรอื นอยภู่ ายในใจ
เมอื่ ทุกข์หมดไป สุขก็เขา้ มาเปน็ เจ้าเรือนเทา่ นน้ั เอง!
การแสดงธรรม กเ็ หน็ วา่ สมควร จงึ ยตุ ิ
200
ฟังธรรมะปา่
เทศน์ธรรมะปา่ ไมไ่ ดต้ ัง้ “นโมฯ” ระลกึ นอบนอ้ มต่อ พระพทุ ธเจ้า พระธรรม
พระสงฆ์ แล้วก็อธบิ ายไปเลยทเี ดียว ท่านผู้ฟังกก็ รณุ าฟงั ตามสบาย ทำ� ความสงบใจ
ไมต่ อ้ งพนมมอื กไ็ มเ่ สยี ความเคารพ ขอใหใ้ จเคารพธรรมอยภู่ ายในความรสู้ กึ คอื ใจ
อยา่ ใหใ้ จสง่ ไปในทต่ี า่ งๆ ตามปกตขิ องใจ ชอบนกึ คดิ ไปในอารมณต์ า่ งๆ เสมอ ในขณะ
ที่ฟงั ธรรม กรุณาให้ความร้สู กึ คือใจนั้นอยู่กบั ตัว การฟงั เสยี งอรรถเสยี งธรรมก็จะ
ชัดเจนข้นึ
จติ เมอื่ ไดร้ บั สมั ผสั กบั ธรรมอยโู่ ดยสมำ�่ เสมอ ไมม่ อี ะไรเขา้ มาแทรก จติ ไมม่ โี อกาส
“แยบ็ ” ออกไปสอู่ ารมณภ์ ายนอก เพราะความสมั ผสั กบั ธรรมสบื ตอ่ เนอ่ื งอยโู่ ดยลำ� ดบั
แลว้ ใจกจ็ ะสงบลงไป ใจทสี่ งบลงไปนนั่ แหละเปน็ สง่ิ ทจ่ี ะใหค้ วามสขุ และรคู้ วามแปลก
ประหลาดของใจ
ถา้ ใจไม่มีความสงบเลย ก็จะหาความสุขไม่ได้ตลอดไป ดงั เราผา่ นโลกมานาน
ทกุ ๆ คน นับแต่วนั เวลาโผล่ออกมาส่คู วามเป็นมนษุ ย์ กเ็ ริม่ ผ่านโลกมาโดยลำ� ดับ
จนกระทง่ั บดั น้ี เปน็ เวลาหลายเดอื น หลายปี สง่ิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั “ความรสู้ กึ ” คอื ใจ น้ี
เราก็ได้ทราบมาโดยลำ� ดับ ทัง้ ดี ท้ังชั่ว ทั้งได้ ท้ังเสีย ทง้ั สขุ ทั้งทกุ ข์ ทงั้ สรรเสริญ
และนนิ ทา เพราะโลกเตม็ ไปดว้ ยสงิ่ เหลา่ นี้ เราตา่ งกไ็ มไ่ ดค้ วามสขุ เปน็ ทแ่ี นน่ อนตายใจ
กบั สิง่ เหล่าน้ีบา้ งเลย
201
ทนี ้ี การเรยี นธรรม การอบรมธรรม การปฏบิ ตั ธิ รรม เพอื่ ผลประโยชนใ์ ด? ซงึ่ เปน็
ปญั หาหนงึ่ ทค่ี วรคดิ อา่ นกนั เพราะตามหลกั ธรรมทา่ นกลา่ วไวว้ า่ “ธรรมเปน็ คคู่ วรกบั
มนษุ ยย์ งิ่ กวา่ สตั วจ์ ำ� พวกใดทงั้ สนิ้ แมแ้ ตพ่ ระพทุ ธเจา้ จะมาตรสั รแู้ ตล่ ะพระองคๆ์ กต็ อ้ ง
มาตรสั รใู้ นแดนแหง่ มนษุ ยน์ ี้ ไมไ่ ดต้ รสั รทู้ อ่ี น่ื การประกาศธรรมสอนโลก กส็ อนลงใน
แดนแห่งมนุษย์ก่อนอื่น และแสดงอย่างเปิดเผยแก่มนุษย์ท้ังหลายทุกแง่ทุกมุม
ตลอดถงึ อากปั กริ ยิ า ทางกาย ทางวาจา ตลอดทางใจทค่ี ดิ ปรงุ เกย่ี วกบั สง่ิ ตา่ งๆ โลกมนษุ ย์
เปน็ ผู้ท่ีได้เปรยี บโลกทงั้ หลายอย่มู าก เก่ียวกบั “ศาสนธรรม”
ทนี ี้ ศาสนากบั เรามคี วามเกยี่ วขอ้ งกนั อยา่ งไรบา้ ง? ความรสู้ กึ คนเราในบางครง้ั
หรอื บางราย เหน็ วา่ “ศาสนานไี้ มจ่ ำ� เปน็ ” กม็ ี “ศาสนาเปน็ ความจำ� เปน็ ” กม็ ี ในเมอื่ ศาสนา
ไมจ่ �ำเป็นกบั เราแลว้ เราจ�ำเปน็ กับอะไร? นก่ี ็เป็นปญั หาอนั หนง่ึ
สำ� หรบั เราถา้ ตอ้ งการเหตผุ ล ตอ้ งการหลกั เกณฑ์ ตอ้ งการสารคณุ แกต่ น เพราะ
เราเกดิ มาทกุ ๆ คน ไมต่ ้องการมาล่มจม มาฉบิ หายวายปว่ ง ต้องการหาคณุ คา่ สาระ
ความดี หรือสิ่งที่พึงใจติดตัว เพ่ือเพ่ิมศักด์ิศรีของมนุษย์ให้สูงส่งขึ้นโดยล�ำดับ
หรือต้องการหลักฐานมั่นคงด้วยทรัพย์สมบัติเงินทองต่างๆ ตลอดคุณธรรมเคร่ือง
ยดึ เหนย่ี วทางดา้ นจติ ใจ แมแ้ ตส่ งิ่ ภายนอกเรายงั ขวนขวายเหมอื นโลกทวั่ ๆ ไป เพอ่ื เปน็
หลกั ฐานเครอ่ื งประทงั ชวี ติ ความเปน็ อยู่ เชน่ ตกึ รามบา้ นชอ่ งหรอื บา้ นเรอื น อาหารการ
บรโิ ภค เคร่ืองนุง่ ห่มใช้สอยเหลา่ นี้ เปน็ เครือ่ งยดึ เหน่ียว เคร่อื งอาศัยในเวลาจ�ำเป็น
โลกทง้ั หลายจงึ ตอ้ งเสาะแสวงหากนั และถอื เปน็ สงิ่ สำ� คญั ประจำ� ครอบครวั และ
ชวี ติ เพราะรา่ งกาย จติ ใจ ไดอ้ าศยั สงิ่ เหลา่ นี้ หากไมม่ สี งิ่ เหลา่ นี้ รา่ งกาย จติ ใจ ยอ่ มตงั้ อยู่
ไมไ่ ด้ และตอ้ งสลายไปโดยไมถ่ งึ กาลเวลาอนั ควรเลย วนั หนง่ึ ๆ เราทไ่ี มเ่ คยอดอาหาร
ลองอดดสู กั วนั หรอื สกั เวลา รา่ งกาย จติ ใจ จะเปน็ อยา่ งไรบา้ ง ตอ้ งเปน็ ความหิวโหย
ทกุ ขร์ อ้ นขนึ้ มา เพยี งวนั เวลาหนง่ึ เทา่ นนั้ กจ็ ะเหน็ คณุ คา่ ของอาหารมากในวนั หรอื เวลาที่
เราอดอาหาร แต่ถ้ารบั ประทานจ๊บิ ๆ จบั๊ ๆ ทงั้ วันท้ังคืน จนปากกบั ทอ้ งรอ้ งขอความ
ชว่ ยเหลอื เพราะขนใส่เกินเหตเุ กินผลถึงกับปากทอ้ งทนท�ำงานตอ่ ไปไม่ได้ เนือ่ งจาก
ทำ� งานหนักเกินขอบเขต ถ้าอย่างนีป้ ากกบั ท้องกแ็ ย!่
202
แม้อาหารการกินที่เคยถือเป็นความจ�ำเป็นส�ำหรับความหิวโหยอ่อนเพลียทาง
ร่างกาย กก็ ลายเปน็ เรอ่ื งสนุกสนานไปเสยี ไมม่ คี วามสำ� คญั เน่อื งจากความกนิ ไม่มี
ประมาณความพอดี แตอ่ ยา่ ลมื วา่ คนชนดิ นจี้ ะทำ� ลายตวั เองไปเรอื่ ยจนตายทงั้ เปน็ เพราะ
ตวั เองไมม่ คี วามสำ� คญั หาความทดสอบตนไดย้ าก ถา้ อดอาหารเพยี งวนั หนงึ่ อาหารจะ
มีความจ�ำเป็นสำ� หรับผหู้ วิ โหยอยู่ไม่น้อย!
เชน่ หนา้ หนาว เราไมต่ อ้ งหม่ ผา้ สกั คนื หนงึ่ จะเหน็ ความจำ� เปน็ และความสำ� คญั
ของผ้าห่มเพียงไร คืนหน่ึงไม่ได้นอน เราจะเห็นคุณค่าของการหลับนอนมากน้อย
เพยี งไร
ถา้ มกี ารตง้ั ขอ้ สงั เกตในสงิ่ ตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วกบั ตน จดั วา่ เปน็ ผรู้ อบคอบ ไมห่ ลวมไป
กับอะไรงา่ ยๆ สมบตั เิ งินทอง ข้าวของตา่ งๆ ท่ีใช้อยู่ในบ้านเรือน เฉพาะอยา่ งยิ่งเงิน
แมอ้ ยใู่ นบา้ น กย็ งั ตดิ กระเปา๋ เราอยตู่ ลอดเวลา ออกจากบา้ นตอ้ งตดิ ตวั ไปดว้ ยมากนอ้ ย
ตามความตอ้ งการทีเ่ หน็ ว่าจะเพียงพอกบั ความจำ� เป็น
หากไมม่ ีสงิ่ เหลา่ น้จี ะท�ำอย่างไร? ตอ้ งการจับจ่ายอะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่มเี งนิ
ติดตัวไป บรรดาส่ิงที่เราเห็นว่ามีความจ�ำเป็นจะต้องซ้ือหรือแลกเปลี่ยนด้วยเงิน
แต่เงนิ ไมม่ เี สยี หรือเงนิ ไม่ไดต้ ดิ ตวั ไปเสยี เวลานน้ั ความต้องการของเราตอ้ งมีมาก
ความจำ� เปน็ ต้องมมี าก “เงนิ ” เหน็ จะเปน็ ความสำ� คญั อยา่ งยิ่งในเวลาน้นั
นี่เทียบส่ิงภายนอกท่ีโลกเสาะแสวงหากัน ไม่ได้หยุดได้อยู่ จนเป็นเหมือน
“กงจักร” กันทง้ั วันทง้ั คนื เพราะอะไร? ก็เพราะส่งิ เหล่านีเ้ ก่ียวกับธาตุขนั ธ์เรยี กร้อง
ต้องการน่นั เอง
ธาตขุ นั ธเ์ ปน็ เรอ่ื งใหญโ่ ตมาก แมจ้ ะรปู รา่ งเลก็ ๆ แตก่ ใ็ หญโ่ ตอยทู่ คี่ วามบกพรอ่ ง
ตอ้ งการไม่หยดุ หย่อน ภเู ขาทัง้ ลกู ไมม่ ีความจ�ำเป็นอะไรกับเรานักหนา แตธ่ าตุขันธ์
ของแตล่ ะรายละรายเปน็ ความจำ� เปน็ แกต่ นมาก เพราะเปน็ ภาระสำ� คญั ทจี่ ะรบั ผดิ ชอบ
และดแู ลรกั ษานบั แตว่ นั อบุ ตั จิ นกระทง่ั ถงึ วนั สลายวายชนมล์ งไป จะตอ้ งปฏบิ ตั ริ กั ษา
กนั เรือ่ ยมาเพราะเป็นความจำ� เป็น จะไมป่ ฏบิ ตั ริ ักษากไ็ ม่ได้
203
นี่ถ้าเราลองหยุดเสียสิ่งใดส่ิงหนึ่งดังท่ีกล่าวมานี้ เราจะเห็นความส�ำคัญของ
สง่ิ น้ันมากเพยี งไร ต้องรขู้ น้ึ ภายในตัวเอง เฉพาะอย่างยง่ิ เราเคยรบั ประทานอาหาร
วันหนง่ึ ๓ มื้อ และวันนีไ้ มร่ ับประทานเลย ไมร่ ับอะไรทง้ั นั้นนอกจากนำ้� ความทุกข์
ความหิวโหย จะแสดงขึ้นมากเพียงไร ขณะนั้นอาหารเคร่ืองบ�ำรุงจะมีคุณค่ามาก
เพียงไร
ทนี ย้ี อ้ นเขา้ มาหาศาสนา ศาสนาทม่ี คี วามจำ� เปน็ บา้ งไมจ่ ำ� เปน็ บา้ ง หรอื ไมม่ คี วาม
จ�ำเป็นเลย ส�ำหรับบุคคลบางประเภท แมพ้ ระพุทธองคก์ ไ็ ม่สนพระทัยส่งั สอนให้เสีย
เวลาและเหนื่อยเปลา่
วตั ถสุ มบัติ มีเงินทอง เปน็ ต้น โลกถือเป็นความจำ� เปน็ โดยทั่วกนั
ส่วนพระศาสนามคี วามจ�ำเปน็ อยา่ งไรบา้ ง?
ศาสนา คือ โอชารส เครอ่ื งหล่อเลยี้ งจติ ใจ หรืออาหารทิพย์ อาหาร คอื ธรรม
เปน็ อาหารอนั โอชะของจติ ใจ ซงึ่ มวลสตั วก์ ระหายภายในใจ ไมม่ อี าหารอนั เหมาะสม
กับใจมาผ่าน เกิดความทกุ ข์ไม่มปี ระมาณ เพราะขาดอาหาร คอื “ธรรม” ฉะนน้ั
ธรรมจึงจ�ำเป็นต่อโลกมากมาย ถ้าไม่จ�ำเป็น พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงปรารถนาความ
เป็นศาสดาเพ่ือสั่งสอนโลก แม้พระองค์เองก็คงไม่ปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้า
เพ่ือพ้นจากโลกจากสงสาร ซ่ึงเป็นกองทุกข์อันยาวเหยียดหาท่ีส้ินสุดมิได้ท่ีมีอยู่ใน
“สามโลก” น้ี
พระพุทธเจ้าทรงหลุดพ้นจากทุกข์อันแสนทรมานในโลกท้ังสามนี้เพราะอะไร?
ถ้าไม่ใช่เพราะ “ธรรม” ในหลักธรรมชาติ การแก้กิเลส แก้ความยุ่งเหยิงวุ่นวาย
ทกุ ประเภท ตอ้ งแกด้ ว้ ยหลกั ธรรม ทเี่ รยี กวา่ “ศาสนธรรม” ถา้ ไมม่ ี “ธรรม” เปน็ เครอ่ื งมอื
ยอ่ มแก้ไมไ่ ด้ และตอ้ งเกดิ ตาย อย่างล่มจมงมทกุ ขอ์ ยเู่ ร่ือยไปไมม่ ีจบสิน้ ลงได้
การแก้ใจออกจากกิเลสอันพาให้เกิดทุกข์ท้ังมวล จะเอาเงินทองข้าวของต่างๆ
ไปแก้ สมบัตนิ น้ั จะมีมากนอ้ ยเพยี งไร กส็ กั แตเ่ ปน็ “กองเงินกองทอง” อย่เู ท่านน้ั
204
กองทกุ ขก์ ็เปน็ “กองทุกข”์ อยู่ภายในใจตามเดิม กองสมบัติ กเ็ ป็นกองสมบัตอิ ยู่
โดยปกตขิ องตน ไมม่ ีทางที่จะแก้ไขกันได้เลยส�ำหรับทกุ ขท์ างใจ
แตธ่ รรมนสี้ ามารถจะแกแ้ ละลบลา้ งกเิ ลสกองทกุ ขภ์ ายในจติ ใจใหห้ มดไปไดโ้ ดย
ไม่สงสัย เพราะธรรมเคยแก้กิเลสมาแล้วจนกระเทือนโลก ด้วยเหตุนี้ธรรมจึงเป็น
ส่ิงจ�ำเป็นทั่วโลกดินแดนท่ีต้องการความสุขความเจริญ นอกจากจะไม่มีความรู้สึก
นกึ คดิ ใดๆ เชน่ เดยี วกบั สตั วเ์ ดรจั ฉาน และหวั ตอเทา่ นนั้ ศาสนาจงึ ไมจ่ ำ� เปน็ เพราะสตั ว์
และหวั ตอรบั ศาสนาไมไ่ ด้ สตั วท์ ำ� อะไรกไ็ มส่ นใจในความหมายดี ชวั่ ผดิ ถกู ใดๆ หวั ตอ
กท็ ำ� บาป ทำ� บญุ ไมเ่ ป็น ไปนรก สวรรค์ นิพพาน ตดิ คุกติดตะรางไมเ่ ปน็ เพราะเป็น
“หัวตอ”
แตเ่ ราไมใ่ ช่ “หวั ตอ” เราเปน็ คนทง้ั คน เรอ่ื งของศาสนาจงึ เปน็ เรอ่ื งจำ� เปน็ สำ� หรบั เรา
ถ้าพิจารณาตามทางเหตุผลในความรับผิดชอบตนเองแล้ว ศาสนากับเราก็แยกกัน
ไมอ่ อก เราคอื ศาสนา ศาสนาคือเรา เพราะเหตใุ ด?
ศาสนาทา่ นสอนวา่ อยา่ งไร? ทา่ นสอนใหเ้ ปน็ “คนด”ี ประพฤตชิ อบอยใู่ นกรอบ
ของศีลธรรม ทา่ นสอนในทเี่ ปน็ ประโยชนแ์ ละปลอดภัยแก่เราเอง
การแสดงออก จะแสดงออกในทางดหี รอื ชว่ั อะไรทเี่ ปน็ สาเหตใุ หเ้ กดิ สขุ หรอื ทกุ ข์
ข้นึ มา ต้องอาศัยแนวทางของศาสนาเป็นเครื่องดำ� เนิน ล�ำพงั เรากเ็ ดนิ ไม่ถกู ทางและ
ขนทกุ ขใ์ สต่ วั เองตลอดกาลสถานที่ คนเราตอ้ งการความสขุ ความเจรญิ เตม็ หวั ใจดว้ ยกนั
แตม่ กั ไปโดนแต่ความทุกขเ์ สยี มากกว่าจะเจอความสขุ เพราะเหตุใด? กเ็ พราะเดนิ
ไม่ถกู ทางท่ีจะให้เกดิ ความสุขความเจรญิ น่ันเอง!
ดังนั้น “ศาสนา” อันเป็นเข็มทิศแนวทางท่ีถูกต้องเพ่ือความสวัสดีปลอดภัย
จงึ จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ! คำ� วา่ “ศาสนา” กไ็ ดแ้ กค่ ำ� สงั่ สอนน้ี พดู อยา่ งเผนิ ๆ วา่ “คำ� สง่ั สอน”
เมอ่ื แยกออกมาสโู่ ลกสมมตุ แิ ลว้ ไมค่ อ่ ยเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยตามความจรงิ ของธรรมแท้
และไม่ค่อยมนี ำ้� หนักเท่าทค่ี วร ค�ำว่า “ศาสนาๆ” จึงไม่คอ่ ยถึงใจและจำ� เปน็ สำ� หรับ
ความรสู้ กึ ของโลกทไี่ ม่เขา้ ใจศาสนาพอ
205
แตถ่ า้ พดู ตามหลกั ธรรมชาตขิ อง “ธรรม” ทก่ี ลายมาเปน็ ศาสนาเครอ่ื งสอนโลกแลว้
รู้สึกเบาๆ ไม่เต็มอรรถเต็มธรรมแท้เหมือนธรรมสัมผัสใจและสถิตอยู่กับใจ
โดยเฉพาะ!
คำ� วา่ “ธรรม” นัน้ สำ� คัญมาก ศาสนธรรมทีด่ ึงออกจากธรรมแท้ นน่ั แหละ
มาเปน็ “กรยุ ” เปน็ “หมายปา้ ยทาง” หรอื เปน็ แบบแปลนแผนผงั พอสตั วโ์ ลกไดด้ ำ� เนนิ ตาม
เพอ่ื ไดเ้ ขา้ ถงึ องคแ์ หง่ ธรรมแท้ ซง่ึ จะสมั ผัสและสถติ อยทู่ ใี่ จของผู้ปฏบิ ตั ิธรรม
เบอ้ื งตน้ กอ็ าศยั ธรรมฝา่ ยเหตุ ชบี้ อกใหท้ ำ� อยา่ งนน้ั ใหล้ ะอยา่ งน้ี ใหป้ ฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ
อยา่ งน้ี จะประสบพบเหน็ ผลนนั้ ๆ คอื ธรรมฝา่ ยผลอนั แทจ้ รงิ นน้ั แล ซง่ึ จะเขา้ สมั ผสั ใจ
เพราะการบำ� เพ็ญเหตอุ ันถกู ตอ้ ง
จิตใจของโลกมคี วามต้องการความสขุ ผา่ นความทุกข์ทุกประเภทให้พ้นไปอยู่
ตลอดเวลา แม้จะโง่แสนโง่ก็ต้องการความสุขความเจริญดังที่กล่าวมาอยู่ตลอด
เวลานาที ใจเสาะแสวงหาความสขุ และหาทางออกจากทกุ ขไ์ มม่ วี นั จดื จาง เปน็ แตไ่ มพ่ บ
ทางออก มาสู่ภพนี้แล้วก็อยากไปสู่ภพนั้นต่อไปอีก ที่จิตคิดปรุงเร่ืองน้ัน เรื่องนี้
เรอ่ื งโลกนน้ั โลกนี้ เรอื่ งบญุ เรอ่ื งบาป เรอื่ งทกุ ข์ เรอื่ งสขุ เรอ่ื งรกั เรอื่ งชงั เรอื่ งโกรธ
เรอื่ งเกลยี ด คดิ ไปตลอดเวลา จติ ไมไ่ ดห้ ยดุ อยเู่ ปน็ ปกติ กเ็ พราะความเสาะความแสวง
ความตงั้ หน้าตัง้ ตาทอ่ งเท่ยี วของจติ เพือ่ หาความสขุ น้ันแล
สว่ นมากกค็ อื ความทกุ ข์ และ ความโลภ ราคะ ตณั หา บบี บงั คบั ใหต้ อ้ งคดิ วกไป
เวยี นมาหาทจี่ อดแวะไมไ่ ด้ ใจจงึ เปน็ ทกุ ขม์ ากกวา่ กาย เพราะหาทอี่ อก ทถ่ี กู ทดี่ ี ไมไ่ ด้
ถา้ ไมม่ ี “ธรรม” เปน็ หนทางใหค้ ดิ ใหท้ ำ� ในทางถกู ทางดี ใครกต็ ามยอ่ มหาความสงบสขุ
ทางใจไดย้ ากเตม็ ที เหมอื นนกั โทษในเรอื นจำ� แมม้ จี ำ� นวนมากกไ็ มช่ ว่ ยกนั ใหม้ คี วามสขุ
ได้เลย
ในโลกถา้ มมี นษุ ยช์ นดิ ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยความโลภ ความโกรธ ความหลง และราคะ
ตณั หา อยดู่ ว้ ยกนั จำ� นวนมาก กไ็ มอ่ าจยงั กนั และกนั ใหถ้ งึ ความสขุ โดยถกู ทางไดเ้ ลย
นอกจากจะกดถว่ งหรอื ฉดุ ลากกนั ลงเหวลงบอ่ ใหล้ ม่ จมไปตามๆ กนั เทา่ นน้ั เมอ่ื คดิ ถงึ
206
คนจำ� นวนมากทไ่ี มอ่ าจชแี้ นวทาง “บญุ บาป นรก สวรรค์ และนพิ พาน” ใหก้ นั ไดโ้ ดย
ถูกตอ้ งเหมอื นศาสนธรรมทปี่ ระกาศสอนไว้
พทุ ธศาสนกิ ชนจงึ ควรภมู ใิ จทไ่ี ดเ้ กดิ มาพบพระพทุ ธศาสนา อนั เปน็ “ศาสนธรรมแท”้
แนแ่ กใ่ จ และปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ เตม็ ความสามารถ แมห้ วั ใจขาดดนิ้ สน้ิ ซาก กข็ อถวายเปน็
พทุ ธบูชา ธรรมบชู า สังฆบชู า ไปเลย ไมอ่ าลยั เสียดาย เพราะในโลกนี้นับตวั เราท่าน
เขา้ ดว้ ยกัน ไม่มอี ะไรวิเศษเลอเลศิ ยิ่งกวา่ “ธรรม” ธรรมเปน็ สงู สุดในแดนโลกธาตุ
ทง้ั นี้กรณุ าปฏิบัตใิ ห้รู้ธรรมทางใจ สัมผัสธรรมทางใจเถดิ ค�ำวา่ “ธรรมเลศิ ๆ”
จะเปน็ คำ� อทุ านของทา่ นเอง โดยไมม่ ใี ครบอก ใครแนะ ใครบงั คบั หากเปน็ ความยอมรบั
อย่างซึ้งใจของท่านเอง
ธรรมทส่ี มั ผสั ใจ หรอื ธรรมทสี่ ถติ อยใู่ นใจของทา่ นผปู้ ฏบิ ตั นิ แี้ ล เปน็ ธรรมทถ่ี งึ ใจ
อยา่ งบอกไมถ่ กู คำ� วา่ “ศาสนธรรม” คอื คำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ นน้ั ฝา่ ยเหตสุ อนใหร้ ู้
ธรรมภายในใจ สว่ นผล คอื ธรรมอนั เลศิ ทส่ี มั ผสั ใจหรอื สถติ อยภู่ ายในใจ ธรรมทเี่ ปน็
สกั ขีพยานอย่างเดน่ ชดั นอกจากธรรมฝ่ายผลทปี่ รากฏเด่นอยทู่ ่ใี จของผู้บำ� เพญ็ แล้ว
ผู้เทศน์ไม่อาจกล่าวท่ีไหนได้ถูกต้องย่ิงกว่าธรรมท่ีอยู่ในใจของท่านผู้ได้บรรลุธรรม
ดว้ ยข้อปฏิบตั ขิ องตน
ธรรมแทไ้ ม่เหมอื นคำ� พดู ไม่เหมอื นการคาดคิดนึกเดาเอา ไมเ่ หมอื นมโนภาพ
แต่เหมือนใจท่ีสงบผ่องใส เหมือนใจท่ีสง่าผ่าเผย เหมือนใจที่ปราศจาก “สมมุติ”
โดยประการท้ังปวง คือใจท่ีบริสุทธิ์ มากกว่าจะเหมือนอะไรในโลก จะเห็นได้ว่า
“เอกภี ตู มั ปนตั ถโต” เมอื่ สงเคราะหจ์ าก พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ แลว้ กร็ วมเปน็
ธรรมแทง่ เดียว “เอกีภาโว”
ธรรมเปน็ ขน้ั ๆ ดงั กลา่ วมาควรแกม่ นษุ ยก์ วา่ สตั วจ์ ำ� พวกใดในโลก จงึ ไมค่ วรปดั
ธรรมออกจากตวั เรา ผปู้ ดั ธรรมออกจากตวั คอื ผปู้ ดั ความสขุ ความสมหวงั ทกุ ดา้ นออก
จากตวั เหลือแตเ่ น้อื หนงั กระดกู หุ้มหอ่ กันอยู่เทา่ น้ัน กไ็ ม่ผิดอะไรกับสัตวต์ าย
ตามข้างถนนที่ยังมหี นังหุ้มกระดกู อยู่ แตก่ ล่ินเหมน็ ไปทัว่ สารทศิ
207
คนทช่ี อบธรรม รกั ใครเ่ ลอื่ มใสในธรรม คอื ประเภทผา้ ขรี้ วิ้ หอ่ ทอง หรอื ประเภท
ผ้าราคาแพงห่อทอง เป็นผู้มีคุณค่ามาก โดยไม่ต้องอาศัยการเสกสรรปั้นยอใดๆ
ท้ังสน้ิ
ทา่ นผใู้ ดยงั ไมม่ ธี รรม ยงั ไมส่ นใจในธรรม ควรสนใจและบำ� เพญ็ ทาน ศลี ภาวนา
เสยี แต่บดั น้ี ทา่ นจะไมเ่ สียใจภายหลงั เพราะความจำ� เปน็ หรือความจนตรอกรออยู่
ข้างหน้าทุกคน ไม่มีการยกเว้น ถงึ วันเวลาผูน้ ้ันกร็ ู้เอง ไม่จ�ำเปน็ ต้องบอกก็ได้
เฉพาะอยา่ งยง่ิ “จิตภาวนา” เป็นธรรมสำ� คญั มาก สามารถทราบความเปน็ มา
ความเปน็ อยู่ และความเปน็ ไปของตนภายในจติ ไดไ้ มต่ อ้ งสงสยั เชน่ ความเกดิ ความตาย
เปน็ ตน้ ตายทนี่ นั่ มาเกดิ ทนี่ ่ี มอี ยกู่ บั จติ ดวงเดยี ว เปน็ สาเหตพุ าใหไ้ ป เปน็ ไปไมม่ สี นิ้ สดุ
ถา้ ไมต่ ดั เชอื้ ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ ซึ่งมีอย่กู ับใจนีเ้ สีย
การทจ่ี ะประคบั ประคองจติ ใหไ้ ปเกดิ ทดี่ คี ตทิ ง่ี ามน้ี ตอ้ งประคบั ประคองดว้ ยการ
สร้างธรรม คือกุศลธรรมขึ้นในใจ ผลก็เป็นคุณงามความดีให้ผู้บ�ำเพ็ญได้เสวยสุข
ทกุ ภพทกุ ชาตไิ ป เราเปน็ มนษุ ย์ จงึ ควรบำ� เพญ็ ศลี ธรรมใหม้ ขี น้ึ ภายในใจ เพอ่ื ใหใ้ จได้
ยดึ เปน็ หลกั ใจ เมอ่ื มขี องดเี ปน็ ทย่ี ดึ เหนย่ี วเกยี่ วเกาะแลว้ ยอ่ มไปดี อยดู่ ี มสี ขุ จะไป
เกดิ ภพไหนก็ไปเถอะ คนมี “บญุ ” ประจำ� ใจแล้วไม่ลม่ จมแน่นอน
แตค่ นมบี าป อยเู่ ฉยๆ กร็ อ้ น นง่ั อยกู่ ร็ อ้ น เดนิ อยกู่ ร็ อ้ น ยงั ไมต่ ายกร็ อ้ น ตายไป
ก็ร้อน เพราะความรอ้ นอยู่กบั หวั ใจ ไม่ไดอ้ ยู่ทีอ่ ่นื ใด ไปเกิดในภพใดแดนใดก็ร้อน
หาความร่มเยน็ เปน็ สุขไม่ไดเ้ ลย และไมม่ ใี ครช่วยได้
ชาตนิ ี้ ใครกเ็ คยเจอทกุ ขแ์ ละกลวั ทกุ ขอ์ ยแู่ ลว้ ยงั จกั กลา้ หาญตอ่ ทกุ ขใ์ นภพตอ่ ไป
อยู่หรอื ซ่ึงอาจทกุ ข์หนักมากกว่าทีเ่ คยเจออยู่น้ี ใครจะไปทราบได!้
ส่งิ อ่นื เราเคยได้ศกึ ษาและอบรมมามากตอ่ มาก สรปุ ผลก็ดังที่เหน็ ๆ กนั นนั่ แล
แตจ่ ติ เราทกี่ ำ� ลงั แสดงละครอยตู่ ลอดเวลา ทงั้ วนั ทง้ั คนื ยนื เดนิ นง่ั นอน ภายในตวั เรา
ยงั ไมไ่ ดพ้ สิ จู นก์ นั วา่ เปน็ อยา่ งไร พอมรี ายไดก้ บั มนั บา้ งไหม หรอื มแี ตข่ าดทนุ สญู ดอก
208
ลงทกุ วนั ใจคดิ เรอื่ งอะไรบา้ ง คดิ หายาพษิ หรอื หาภยั อะไรบา้ งมาเผาลนตนเอง เหลา่ นี้
เรายงั ไมค่ อ่ ยไดค้ ดิ กนั ไมไ่ ดห้ าอบุ ายแกไ้ ข หรอื มไิ ดส้ นใจทจ่ี ะแกไ้ ขกนั บา้ งเลย จงึ ตอ้ ง
แบกแตท่ กุ ขท์ งั้ วันทงั้ คืนเพราะความปลอ่ ยขโมยออกหายาพษิ ไม่ว่าจะเป็น ชาติ ช้นั
วรรณะใดกต็ าม ยอ่ มหลกี เวน้ ความทกุ ขอ์ นั เปน็ ผลแหง่ การปลอ่ ยตวั ปลอ่ ยใจไปตาม
ยถากรรมนไี้ ม่ได้ เพราะจติ เปน็ ผสู้ ร้างข้ึน มิใช่ผใู้ ดเป็นผสู้ ร้าง อบุ ายวิธีที่จะแก้ไขสงิ่
ไรค้ า่ นจ้ี ะแก้ดว้ ยวธิ ใี ด?
หลกั สำ� คญั กค็ อื พยายามฝนื ไมท่ ำ� ตามใจเสยี ทกุ อยา่ ง เมอื่ ทราบวา่ สง่ิ นไี้ มด่ ี จะตอ้ ง
แกไ้ ข มิให้เป็นไปตามความอยากซ่ึงหาประมาณมไิ ด้ คลอ้ ยตามและส่งเสริมเทา่ ไร
ยง่ิ กำ� เริบใหญ่ยง่ิ กวา่ ไฟได้เช้อื
ประการสำ� คัญ กค็ ือต้องฝกึ หดั จิตใจ ธรรมดาของใจตอ้ งมคี วามคิดความปรงุ
ตา่ งๆ อยเู่ สมอ มนี สิ ยั หลกุ หลกิ วอกแวก คลอนแคลน ไมม่ อี ะไรจะคลอ่ งแคลว่ รวดเรว็
ไปยงิ่ กวา่ ใจ แตเ่ มอ่ื อาศยั หลักธรรม มี “สต”ิ เปน็ ตน้ มีคำ� บรกิ รรมแหง่ ธรรมบทใด
บทหนึง่ เชน่ “พทุ โธ” หรอื “อานาปานสต”ิ เป็นต้น เขา้ เป็นเครอื่ งกำ� กบั ใจ มีสตริ บั รู้
อยกู่ บั คำ� บรกิ รรมนน้ั ๆ ไมใ่ หเ้ ผลอสง่ ใจไปสอู่ ารมณอ์ นื่ ๆ ในขณะทที่ ำ� ภาวนานนั้ แหละ
จติ จึงจะสงบจากความวนุ่ วายตา่ งๆ ลงได้
เมอ่ื ใจมคี วามสงบ ยอ่ มจะรเู้ หน็ สารคณุ ขน้ึ ภายในตวั และเหน็ โทษแหง่ ความระเห
เรร่ อ่ นในความไมม่ ีหลักมีเกณฑ์ของใจ ถ้ายงั ไมม่ สี ่ิงเทียบเคียง ได้แก่ ความสงบสขุ
กบั ความฟงุ้ ซา่ น ใหเ้ กดิ ทกุ ขม์ าเทยี บเคยี งกนั กไ็ มท่ ราบวา่ อะไรดี อะไรไมด่ ี จงึ ตอ้ งมี
สิ่งเทียบเคียงเป็นคูแ่ ขง่ กัน มแี ต่ความทุกขร์ ้อน รอ้ นไปทัง้ วนั ทงั้ คืน นับแต่เกิดมา
ไมเ่ คยมีความเย็นเป็นเครื่องแกก้ นั ก็ไมท่ ราบว่าอะไรจะดีกว่าสิ่งท่ีตนก�ำลังเผชญิ อยู่
ฉะนนั้ ความเหน็ คณุ ในสงิ่ หนงึ่ จงึ ทำ� ใหเ้ หน็ โทษภยั ในอกี สง่ิ หนงึ่ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน และ
หาทางออกจากสง่ิ ทีเ่ ปน็ ภัยเพ่ือสิ่งท่เี ป็นคณุ ตอ่ ไป
เมอ่ื เปน็ เชน่ นี้ จงึ ควรอบรมใจใหเ้ ปน็ ไปในทางดี วนั เวลามอี ยู่ มดื แจง้ มอี ยู่ ตงั้ แต่
วนั เกดิ มา ไม่เคยหายไปไหน เช่น มดื ในขณะน้ี พรุ่งนีเ้ ช้าก็สว่างข้นึ มา มดื กบั แจ้ง
209
ไม่เคยหายไปไหน เราหาโอกาสกับมืดและแจ้งได้ทุกเวลา นอกจากจะไม่หา วันเวลา
จะมีเพยี งไร กไ็ มม่ สี �ำหรบั เขาอยนู่ นั่ เอง ความจนตรอกจนมมุ หาทางออกไม่ได้ ก็อยู่
กบั ผู้นนั้ ท้งั ๆ ที่เวลามีอยแู่ ตก่ ็หาเวล่�ำเวลาไม่ได้
ถ้าสนใจแก้ปัญหานี้ให้ตกไปบ้างแม้ไม่มากก็พอสะดุดใจบ้าง และควรระลึก
เตอื นตนพอใหไ้ ด้สตยิ งั้ คิดบ้างวา่ “วนั ไหนก็ไมม่ เี วลา วนั ไหนกไ็ มม่ เี วลา ไม่ว่าวนั น้ี
วนั หนา้ เดอื นไหน ปใี ด ทผี่ า่ นมา ลว้ นไมม่ เี วลา แมป้ จั จบุ นั นกี้ ไ็ มม่ เี วลา ตอ่ ไปอนาคต
ขา้ งหนา้ กจ็ ะไมม่ เี วลาเลยจรงิ ๆ เหรอ แตเ่ วลาตาย ทำ� ไมตายได?้ ทำ� ไมจงึ มโี อกาสตายละ่ ?
ไปไดเ้ วลามาจากไหนถงึ ไดต้ าย เวลาหายใจอยู่ ทำ� ไมไมม่ โี อกาสไมม่ เี วลา บทตาย ทำ� ไม
มีเวลาล่ะ!” เพียงเท่านก้ี ส็ ะดดุ ใจ!
ขณะทต่ี ายแลว้ จะมาทำ� อะไรไมไ่ ด้ และไมเ่ กดิ ประโยชน์ เพราะหมดลมหายใจแลว้
ทำ� อะไรไมไ่ ดแ้ ลว้ สดุ หนทางเดนิ ของชวี ติ ! เหน็ มแี ตน่ มิ นตพ์ ระมา “กสุ ลา ธมั มา อกสุ ลา
ธัมมา” ใหย้ ่งุ ไปเปล่าๆ เวลายงั เปน็ อยู่ไม่สนใจกบั “กุสลา” คือ ความฉลาดหาบญุ
ฉะนน้ั เพ่ือความแนใ่ จ จงสร้าง “กุสลา” คอื ความฉลาดขนึ้ กับตนในเวลามีชวี ิตอยู่นี้
อย่าประมาทแบบไมม่ คี วามอิม่ พอ บทเวลาเจอทุกข์จะทานน�ำ้ หนกั ไม่ได้
เฉพาะอยา่ งยงิ่ ใหม้ คี วามเฉลยี วฉลาดตอ่ ความเปน็ อยคู่ วามเปน็ ไปของใจ ชอ่ื วา่
“กสุ ลา” คือ การสร้างความเฉลียวฉลาดขนึ้ ภายในตนใหเ้ ปน็ ทมี่ ั่นใจ เวลาตายแล้ว
ใครจะ “กสุ ลา” หรอื ไมก่ สุ ลา กไ็ มเ่ หน็ เปน็ ปญั หาอะไร เพราะพระพทุ ธเจา้ สอนใหม้ คี วาม
ฉลาดในขณะทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ ไมใ่ ชต่ ายแลว้ นมิ นตพ์ ระมา “กสุ ลา ธมั มา” ยกไปสวรรค์
นิพพานกันหมด ถ้าเช่นนั้นจะมาปฏิบัติศาสนาให้ล�ำบากท�ำไม หลวงตาบัวตัวบรม
ขเ้ี กยี จนยี้ งิ่ แลว้ ไมม่ าบวชใหเ้ สยี เวลำ่� เวลา ตายแลว้ นมิ นตพ์ ระขรวั ตาสกั องคเ์ ดยี วกพ็ อ
มาสวด กสุ ลา ธมั มา ใหไ้ ปสวรรคฉ์ บิ เพราะการบวชนล้ี ำ� บากลำ� บนเหลอื เกนิ แตก่ ท็ นเอา
เพราะต้องการความดี ความฉลาด อันเป็นธรรมพาใหพ้ น้ ทุกข์ จนทนอยู่ ทนปฏิบตั ิ
มาจนบดั นี้
210
ถา้ “กสุ ลา” เปน็ ของงา่ ยๆ สวดขน้ึ กพ็ าคนตายไปสวรรคก์ นั หมดจรงิ ๆ กจ็ ะยากอะไร
บวชขรวั ตาไวเ้ ฝา้ วดั สกั องคก์ พ็ อ เวลาใครตายกน็ มิ นตไ์ ป “กสุ ลา ธมั มา กสุ ลา ธมั มา”
และยกคนตายไปสวรรคไ์ ปนพิ พานเสยี หมด ไมต่ อ้ งลำ� บากในการทำ� บญุ ใหท้ าน รกั ษา
ศลี ภาวนา อะไรเลย แตน่ มี่ นั ไมเ่ ปน็ เชน่ นนั้ ถา้ “กสุ ลา ธมั มา” คอื ความฉลาด ไมม่ อี ยู่
ภายในจติ ภายในตวั แลว้ จะทำ� อยา่ งไรใหฉ้ ลาด ใหเ้ ปน็ สวรรค์ นพิ พาน มนั กอ็ ยา่ งนน้ั เอง
ยกมากคี่ นั รถ กพ่ี ระไตรปฎิ กมาสวด มนั กเ็ ทา่ นน้ั แหละ! เพราะสวดออกจากปากตา่ งหาก
กุสลา ธมั มา ไมไ่ ด้อย่กู ับใจของผ้ตู าย นี!่
การสวดเพอื่ คนตายไดส้ ำ� เรจ็ ดว้ ย “มาตกิ า” หรอื อภธิ รรมสตู ร นน้ั ๆ นก่ี ย็ งั ไมเ่ หน็
เพราะผตู้ ายหมดความรสู้ กึ และการรบั ทราบใดๆ แลว้ การสวดจะชว่ ยละกเิ ลสตณั หา
เสริมความดี ละความชัว่ ของคนนนั้ ๆ ไดอ้ ย่างไร!
ธรรมบทใดกต็ ามเพอ่ื ปราบกเิ ลสของผบู้ ำ� เพญ็ ธรรมในเวลา “เปน็ ” อยตู่ า่ งหาก
การทำ� บญุ ใหท้ านขณะทตี่ าย เราไมป่ ฏเิ สธวา่ ไมเ่ ปน็ บญุ ไมเ่ ปน็ กศุ ล แตอ่ ยากใหเ้ หน็
ความสำ� คญั ในแงท่ ส่ี ำ� คญั เพมิ่ ขนึ้ อกี ทพ่ี วกเราควรทราบไวด้ ว้ ย จะไมเ่ หน็ ความสำ� คญั
ของ “กสุ ลา ธมั มา” ในตำ� รายงิ่ ไปกวา่ “กสุ ลา ธมั มา” ทส่ี รา้ งขน้ึ ในจติ กอ่ นตายตามที่
พระองค์ทรงเน้นหนกั แก่มวลสัตวต์ ลอดวันปรินิพพาน
การสรา้ งกศุ ล คอื ความฉลาดใหแ้ กต่ นเสยี แตบ่ ดั นนี้ น้ั เปน็ ความชอบธรรม ตายแลว้
ใครจะมา “กสุ ลา” หรอื ไมก่ สุ ลา กไ็ มว่ ติ กเปน็ หว่ งกบั กศุ ลทเ่ี ขาอทุ ศิ ให้ จงสรา้ งใหพ้ อ
แตบ่ ดั น้ี เตม็ ตวั แตบ่ ดั นแ้ี ลว้ ใครจะอทุ ศิ ใหห้ รอื ไมอ่ ทุ ศิ ใหก้ ไ็ มส่ ำ� คญั เพราะเรามอี ยู่
ในตัวเราแลว้ และไปอย่างสบายหายห่วง น่ีเปน็ หลกั ประกันตัวได้อยา่ งแนน่ อน
เวลานใ้ี จเราโงห่ รอื ฉลาด? จงดคู วามฉลาดและความโงท่ ใ่ี จเรา ซงึ่ สว่ นมากมแี ต่
กเิ ลสฉลาดกวา่ เราแทบทกุ อาการทเี่ คลอื่ นไหว จงึ พาใหเ้ ราจนมมุ ดว้ ยความทกุ ข์ ความ
ลำ� บาก อยเู่ สมอ หากฉลาดดว้ ยธรรมแลว้ กจ็ ะมคี วามคลอ่ งแคลว่ แกลว้ กลา้ ตอ่ ทางดี
ใจกม็ ีความผอ่ งใส มคี วามสงบเยน็
211
ความฉลาดในธรรมน�ำบุคคลผู้บ�ำเพ็ญให้มีความสงบร่มเย็น ทั้งปัจจุบันและ
อนาคต ช่อื ว่า “กุสลา ธมั มา พาอยู่ พาไป พาใหเ้ ป็นสขุ ”
การเรียนตามคมั ภีร์ใบลานนน้ั ไมไ่ ดป้ ฏเิ สธ เรียนเท่าไรกเ็ รียนไปเถิด ถา้ ไม่ได้
สร้างสติปัญญาขึ้นภายในใจให้มีความเฉลียวฉลาด แก้กิเลสอันเป็นตัวท�ำให้โง่อยู่
ภายในใหห้ มดไปดว้ ยการปฏิบตั ิ แม้จะแบกคัมภรี ์ไปเตม็ บา่ ตง้ั รอ้ ยต้ังพันคมั ภรี น์ ้นั
กเ็ ปน็ เพยี งแตค่ มั ภรี ์ ไมอ่ าจแกก้ เิ ลสตวั ใดได้ กเิ ลสกย็ งั เตม็ หวั ใจอยนู่ นั่ แล จะมี “ดกี ร”ี
พอกเิ ลสกลัวบ้างหาได้ไม่
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงสอนใหพ้ จิ ารณาทจี่ ติ ซง่ึ เปน็ ทซี่ อ่ งสมุ ของกเิ ลส ของทกุ ขท์ งั้
มวล กเิ ลส ตณั หา ภพชาตนิ อ้ ยใหญท่ ง้ั หลาย เกดิ ขนึ้ ทใี่ จ จงึ ตอ้ งเรยี นและปฏบิ ตั ใิ ห้
รทู้ ใ่ี จเปน็ สำ� คญั เพราะคำ� วา่ “กเิ ลส ตณั หา อาสวะ เปน็ ตน้ นน้ั เปน็ เพยี งชอ่ื ของกเิ ลส
ตัวกิเลสแท้นีม่ ีอยูใ่ นใจของสัตว์โลก” ฉะนน้ั เมอ่ื เรียนรชู้ ่อื แลว้ จ�ำตอ้ งปฏบิ ตั ิ ทีท่ า่ น
เรยี กวา่ “จติ ภาวนา” เปน็ ขนั้ ๆ ไป อนั เปน็ วธิ กี ารถอดถอนกเิ ลสออกจากใจโดยลำ� ดบั
ไมอ่ บั จน!
การภาวนา คอื การตะลอ่ มกเิ ลส และขดุ คน้ ตวั กเิ ลสขน้ึ มาทำ� ลายดว้ ยสตปิ ญั ญา
มคี วามเพยี รเปน็ เครอ่ื งหนนุ หลงั จะชอ่ื วา่ “ผฉู้ ลาดฆา่ กเิ ลส” คอื ฉลาดฆา่ ความโลภ
ความโกรธ ความหลง ของตวั ใหห้ มดไปโดยลำ� ดบั ๆ ใจกน็ บั วนั โปรง่ โลง่ สบาย เพราะ
ปกตคิ นเรามนั หนกั มนั ทกุ ข์ เพราะความโลภ เพราะความโกรธ เพราะความหลง ไมใ่ ช่
จะมคี วามสขุ ความสบายเพราะความโลภ ความโกรธ ความหลง สตั วโ์ ลกเปน็ ทกุ ขเ์ พราะ
สิง่ เหล่าน้ีแลเปน็ ส�ำคญั
ธรรมท่านสอนใหแ้ ก้ ใหป้ ลดเปลือ้ งสิง่ เหล่านีใ้ หห้ มดไป หมดไป ความสุขนัน้
ไมต่ อ้ งถาม จะเกดิ ขน้ึ มาเอง การสรา้ งตวั เองใหฉ้ ลาด การบำ� เพญ็ ตวั เองเพอื่ เปน็ คนดี
มคี วามสขุ จงสรา้ งทต่ี รงน้ี อยา่ ใหถ้ งึ เวลาเขาเอาเขา้ โลงแลว้ เคาะโลงปก๊ ๆ “รบั ศลี นะ
พอ่ นะ รบั ศลี นะแมน่ ะ” ราวกบั เดก็ ไมร่ เู้ ดยี งสา ตอนมชี วี ติ อยไู่ มส่ นใจกบั อรรถกบั ธรรม
ตายแลว้ จะไปเอาศีลมาจากไหน จะรศู้ ลี รูธ้ รรมได้ทีไ่ หน ถ้าไม่รู้ในขณะยงั มชี ีวิตอยู่?
212
เราจงึ ควรรเู้ สยี แตบ่ ดั นี้ ถา้ รศู้ ลี รธู้ รรม ภายในใจเสยี แตใ่ นบดั นี้ เราบำ� เพญ็ ให้
เตม็ สตกิ ำ� ลงั เสียแต่บดั นแี้ ลว้ อยทู่ ่ไี หนกอ็ ย่เู ถอะ คนเราจะไม่เดือดรอ้ นเลย เพราะ
ธรรมของพระพุทธเจา้ ไม่ใช่ “ต๊กุ ตา” เป็นเครอื่ งเลน่ ของเด็ก พอจะเท่ยี วหลอกคนวา่
“ตายแลว้ คอ่ ยเอาบญุ ” ตอนยงั มชี วี ติ อยยู่ งั ไมม่ บี ญุ ความจรงิ ศาสนามไิ ดเ้ ปน็ อยา่ งนนั้
จงท�ำลงไปใหเ้ หน็ ประจักษ์กบั ตัวเอง เพราะศาสนธรรมประกาศทา้ ทายความจรงิ อยู่
ตลอดเวลานับแต่พระพุทธเจ้าตรสั ร้มู าจนกระทั่งบัดนี้ และจะเปน็ ความจริงตลอดไป
ไมม่ ีสน้ิ สุด นอกจากจิตใจของสตั ว์โลกจืดจางและปลอมไป ไม่สนใจในธรรมเทา่ น้นั
ความจรงิ แทรกเขา้ ไมไ่ ด้
ปกตขิ องใจสามญั ชน สงิ่ “ปลอม” ทง้ั หลายเขา้ ไดว้ นั ยงั คำ�่ ดงั ความโกหกหลอกลวง
เปน็ ตน้ ซงึ่ เปน็ ของปลอม มกั เชอ่ื กนั งา่ ยๆ สว่ นความจรงิ ไมค่ อ่ ยเชอื่ เพราะหวั ใจสกปรก
หยบิ ยนื่ ของสะอาด คอื ธรรมเขา้ ไปให้ มนั ไมเ่ ขา้ ไมร่ บั เพราะใจสกปรก เอาของดี ของจรงิ
เขา้ ไปใหจ้ งึ ไมร่ บั ถา้ เปน็ ของสกปรกดว้ ยกนั แลว้ วนั ยงั คำ่� มนั รบั ได้ ราวกบั ความทกุ ข์
ทเ่ี กดิ จากของปลอมจะทำ� ใหต้ นตายไมไ่ ด้ ใจสกปรกกบั อารมณส์ กปรกพนั กนั ไป เลยยง่ิ
กวา่ “แหพันลงิ ” ฉะนั้น จิตสามญั ชนจึงเปน็ จิตประเภท “แหพนั ลงิ ”
กำ� หนดลงทใี่ จดซู ิ เวลานใี้ จเปน็ อยา่ งไร มนั เปน็ แบบ “แหพนั ลงิ ” หรอื แบบไหน
เพราะเราเปน็ ผพู้ สิ จู นเ์ ราเอง เปน็ ผเู้ รยี นและปฏบิ ตั ธิ รรม ควรจะรใู้ จตวั เองวา่ หนกั ไปใน
ทางใด ถา้ ผดิ ตอ้ งรบี แกไ้ ข ไมน่ อนใจ สมกบั เปน็ ผเู้ หน็ ภยั ในกเิ ลส ตวั กอ่ ทกุ ขอ์ ยบู่ น
หวั ใจ
พระพุทธเจ้าไม่ทรงหวังอะไรจากพวกเราเลย นอกจากพระเมตตาอย่างเดียว
เทา่ นนั้ ศาสนธรรมทป่ี ระกาศสอนโลก กด็ ว้ ยพระเมตตาลว้ นๆ เราเองผรู้ บั เหมากองทกุ ข์
บนหวั ใจอยตู่ ลอดเวลายงั ไมส่ ะดดุ ใจบา้ งเลย กส็ ดุ วสิ ยั ทธี่ รรมจะเขา้ แทรกถงึ ใจได้ และ
ตายเปล่าแบบไม่มีกุศลภายในใจ
เมอื่ ไมม่ กี ศุ ลภายในใจนบั แตว่ นั เกดิ จนถงึ วนั ตาย จะมอี ะไรไปชว่ ยแกท้ กุ ขใ์ นภพ
นนั้ ๆ เวลาไปตกทกุ ขใ์ นกำ� เนดิ “อบายภมู ”ิ และเปน็ ผรู้ บั เหมากองทกุ ขอ์ ยคู่ นเดยี วนน้ั
213
ดแี ลว้ หรอื ? ควรคดิ ใหด้ ขี ณะทย่ี งั มลี มหายใจอยนู่ ี้ ตายแลว้ หมดหนทางคดิ เพอ่ื แกไ้ ข
ดดั แปลง
รีบคิดเสียแต่ในบัดนี้ อย่าปล่อยให้ความประมาทกดขี่บนหัวใจไปตลอดกาล
การแกท้ กุ ขเ์ พราะวบิ ากกรรมของความประมาทนนั้ มนั แกไ้ มไ่ ด้ ถา้ ไมร่ บี แกเ้ สยี แตย่ งั
ไมถ่ งึ ขน้ั นนั้ เชน่ คนยงั ไมต่ ดิ คกุ รบี แกต้ วั เสยี กอ่ นกพ็ อพน้ ภยั ได้ แตเ่ มอ่ื ตดิ คกุ แลว้
จะไปแกค้ ดที หี ลงั หมดทางแก้ ตอ้ งรบั เสวยทกุ ขไ์ ป นเี่ รายงั ไมต่ าย กร็ บี แกเ้ สยี แตบ่ ดั นี้
ชอื่ วา่ “มนษุ ยเ์ ปน็ ผฉู้ ลาด” ฉลาดเอาตวั รอด ฉลาดปลดเปลอื้ งสง่ิ ทเี่ ปน็ ภยั แกต่ วั ดว้ ยการ
สรา้ งความดี หรือกลบั ตัวสร้างแตค่ วามดโี ดยลำ� ดบั ๆ เพราะวัน คืน ปี เดือน ล่วงไป
ลว่ งไป ชวี ติ ความเปน็ อยกู่ ล็ ว่ งไปดว้ ย สงั ขารรา่ งกายคอ่ ยเสอื่ มโทรมลงไปโดยลำ� ดบั
จะเข้าใจวา่ มันเจรญิ ไปทไ่ี หน นอกจากเจรญิ ไปหา “ปา่ ชา้ ” เทา่ นนั้
“โลก อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา” นี้ ใครจะวา่ ดวี เิ ศษ มคี วามสขุ ความเจรญิ สกั เทา่ ใด
ก็มีแต่ความส�ำคัญมั่นหมายไปเฉยๆ “เมาอารมณ์” กันอยู่เท่าน้ัน ความจริงก็คือ
“ความเยน็ ใจ ไมม่ ตี ดิ ตวั ไป” นน่ั แล เกดิ เปน็ วนั เปน็ คนื มแี ตก่ องทกุ ขท์ แี่ บกหามเตม็
ก�ำลงั ภายในใจ หาท่ปี ลงวางไม่ได้ ถ้าไมม่ คี วามดีเข้าสนับสนนุ หรือต้านทานกันบา้ ง
อันความเสกสรรปัน้ ยอ และความสำ� คัญม่ันหมายว่า ตนเป็นอย่างนัน้ ตนเปน็
อยา่ งนน้ี นั้ มนั หลอกตา่ งหาก หาความจรงิ ไมไ่ ด้ อยา่ ไปหลงมนั หลอกมากนกั เลย ใหด้ ู
จติ ใจตวั ทก่ี ำ� ลังแบกทกุ ข์อยนู่ ่ีนะ่ เพราะสว่ นมากมนั แบกแตท่ ุกข์ ไม่ยอมปลงวางใน
อริ ยิ าบถตา่ งๆ
บางทมี คี นมายกยอวา่ เราฉลาด แตเ่ ราฉลาดจรงิ ไหม ใหด้ ตู วั นี้ โลกธรรมมนั มอี ยู่
ทน่ี ี่ ใหร้ ตู้ วั นี้ แลว้ ใจจะสบายหายหว่ ง ตายกต็ ายไปเถอะ ไมย่ ากไมล่ ำ� บากอะไร เพราะ
การเกดิ กบั การตายเปน็ ของคกู่ นั มาตงั้ แตไ่ หนแตไ่ รแลว้ กลวั มนั ไปไหน? กลวั มนั ใหโ้ ง่
ทำ� ไม มนั อยู่กับเรานี่ เราวิ่ง มนั ก็วง่ิ เรานอน มนั กน็ อน เราน่งั มนั กน็ ัง่ เราเดิน
มนั กเ็ ดนิ ตามเราไปทกุ ขณะ ถงึ วาระสดุ ทา้ ยแลว้ กต็ าย! เพราะ “เกดิ ” กบั “ตาย” เปน็ ของ
คู่กัน
214
ในขณะทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ จงสรา้ งความดที จี่ ะเปน็ ผลเปน็ ประโยชนแ์ กต่ น อยา่ ใหเ้ สยี
ทา่ เสียทที ่ีเกดิ มาเป็นมนษุ ยใ์ นทา่ มกลางพระพทุ ธศาสนา อยา่ กอดกองมหาสมบตั ิอยู่
แตไ่ มไ่ ดอ้ ะไรเปน็ สาระแกน่ สารตดิ ตวั ไปบา้ งเลย การเปน็ เชน่ นน้ั ดวู า่ เรานโ้ี งก่ วา่ มนษุ ย์
เดนิ ดนิ กนิ ขา้ วดว้ ยกนั เกนิ ไป ไมส่ มกบั เกดิ ทนั พระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธเจา้ ทรงเปน็
จอมปราชญฉ์ ลาดแหลมคม ทรงแกก้ เิ ลสไดแ้ ลว้ ทรงทมุ่ เท “ธรรมะ” สงั่ สอนโลกดว้ ย
พระเมตตาจริงๆ
เราผู้ท่ีรับธรรมข้อปฏิบัติจากท่านมาประพฤติปฏิบัติเพ่ือเป็นสารคุณแก่ตน
ยงั ปฏบิ ตั ไิ มไ่ ด้ แลว้ จะไปหวงั ความสขุ ความเจรญิ จากอะไร จากโลกไหน ไมม่ ที างเลย
ถ้าปลอ่ ยโอกาสนแ้ี ล้ว น่ันคอื ความหมดหวงั อยู่ที่ใด ไปท่ีใด กห็ มดหวงั มแี ต่ความ
ขน่ื ขมจมทุกข์อยเู่ ท่านน้ั ถา้ ไมส่ ร้างความหวงั ให้แก่ตนเสียตัง้ แตย่ ังมีชีวิตอยเู่ วลานี้
จะจดั วา่ เปน็ บคุ คลผฉู้ ลาด กเ็ มอื่ สามารถนำ� ตนผา่ นไปไดด้ ว้ ย “ธรรม” อนั เปน็
สมบัติกลาง ผฉู้ ลาดกย็ ดึ เปน็ ทพ่ี ึ่งอันเกษมได!้
การฝกึ หดั “ภาวนา” ในเบอื้ งตน้ โปรดยดึ คำ� บรกิ รรมเปน็ สำ� คญั กวา่ การเลง็ ผลใดๆ
เชน่ บรกิ รรม “พทุ โธๆ” กใ็ หม้ คี วามรสู้ กึ อยกู่ บั คำ� วา่ “พทุ โธ” จรงิ ๆ มสี ตกิ ำ� กบั ความ
รสู้ กึ อยตู่ ลอดไปจนถงึ เวลาหยดุ เมอ่ื คำ� บรกิ รรมตดิ ตอ่ อยกู่ บั “พทุ โธ” คอื ตดิ แนบอยู่
กบั งานโดยสมำ่� เสมอแลว้ ความรสู้ กึ ทเ่ี คยคดิ สรา้ งเรอ่ื งตา่ งๆ ใหว้ นุ่ วาย กจ็ ะรวมเขา้ มา
ในจติ น้ี ทที่ า่ นเรยี กวา่ “จติ สงบ” จติ สงบนน้ั หมายถงึ อยา่ งนี้ คอื กระแสของใจรวมตวั
เข้ามาสู่จติ ดวงเดียว เป็นความสงบสขุ
การภาวนาเปน็ ความลำ� บากและหนกั ใจอยบู่ า้ ง กอ่ นจะเหน็ ความแปลกประหลาด
ภายในใจดวงนซี้ ง่ึ ไมเ่ คยรเู้ คยเหน็ มาแตก่ อ่ น ทง้ั ๆ จติ กอ็ ยกู่ บั ตวั สงิ่ ทจ่ี ะใหร้ ใู้ หเ้ หน็
กอ็ ยกู่ บั ตวั แตไ่ มท่ ราบวา่ เปน็ อยา่ งไร จงึ ไมร่ ไู้ มเ่ หน็ ตวั และเรอื่ งของตวั ใจจงึ มนั่ หมายเอา
ทง้ั ตวั เราทง้ั หมดเปน็ ตวั รู้ เมอื่ รา่ งกายนสี้ ลายลงไป เจา้ ตวั กห็ มดปญั ญา ราวกบั สญู สนิ้
ลม่ จมไปหมด ทงั้ ๆ ทใ่ี จมไิ ดส้ ลายไป มไิ ดส้ ญู สน้ิ ไปจากความเปน็ จติ เปน็ ใจมาดงั้ เดมิ
ฉะน้ัน คนท่มี ีความเห็นว่า “ตายแล้วสญู ” จงึ มักจะคดิ อยา่ งนี้
215
“ถ้าจบั ตวั สำ� คญั ” นั้นไม่ได้ คือ “ตัวสำ� คญั วา่ ตายแลว้ สญู ” นน้ั ไม่ได้ ก็จะต้อง
กอ่ ความลงั เลสงสยั อยรู่ ำ่� ไป แตผ่ ลทไ่ี ดร้ บั กค็ อื ความผดิ หวงั ในทที่ กุ สถาน ตลอดกาล
ของภพชาตทิ ่ยี งั เป็นไปอยู่
ความส�ำคัญวา่ “ตายแลว้ สูญ ตายแลว้ สูญ” นีแ้ ลเปน็ ภัยใหญ่ และยดื เย้อื แก่
สัตวโ์ ลก ราวกบั เป็นผูส้ นิ้ หวงั โดยประการทงั้ ปวงทัง้ ท่ียังมชี วี ิตอยู่ เพราะอนาคตเป็น
ความหมดหวงั เหมอื นหินหักครึ่งทอ่ นตอ่ กนั ให้ติดไม่ได้ จะเรียกว่า “ผมู้ ีอนาคตอัน
กุดด้วน” กไ็ ม่น่าจะผิด
ความจรงิ นน้ั ใจนไี้ มส่ ญู ทา่ นจงึ สอนใหร้ คู้ วามจรงิ ของใจ และสงิ่ เกย่ี วขอ้ งกบั ใจ
โดยทางจติ ภาวนา เพราะพระพทุ ธเจา้ ทรงรคู้ วามจรงิ ไดจ้ ากจติ ภาวนา มไิ ดร้ ดู้ ว้ ยการ
คาดคะเนหรือด้นเดาเอาเฉยๆ
ผู้ต้องการความจรงิ อยา่ งแนใ่ จ หายสงสัย จงึ ควรท�ำตามแบบของพระพุทธเจ้า
ผสู้ น้ิ ความสงสยั โดยสนิ้ เชงิ แลว้ แตอ่ ยา่ ทำ� ตามแบบคนทม่ี กี เิ ลส เชน่ ดน้ เดาเอา เปน็ ตน้
216
ต่อไปนเี้ ปน็ “ถาม ตอบ”
ถาม ๑ ดฉิ ันอยากกราบเรียนว่า การเดินจงกรมนน้ั เดนิ วธิ ีใดถงึ จะถกู คะ่ ?
ตอบ กริ ยิ าของการเดนิ จงกรม ตามปกตกิ เ็ ดนิ กลบั ไปกลบั มา แตค่ วามระลกึ รขู้ อง
เราทจ่ี ติ ผทู้ ำ� งานกใ็ หท้ ำ� งานอยภู่ ายใน ดงั ทเ่ี คยทำ� อยู่ เชน่ กำ� หนด “พทุ โธ”
เดินไป ก็ให้รู้อยู่กับ “พุทโธ” กลับไปกลับมา ก็ถูกต้องตามวิธีเดินท�ำ
ความเพยี รในอริ ิยาบถเดนิ และอาการของการเดนิ
นง่ั จะนงั่ แบบไหนกไ็ ด้ แตท่ ท่ี า่ นชอบนง่ั กนั ทา่ นนงั่ แบบ “ขดั สมาธเิ พชร”
หรอื อะไรทำ� นองนนั้ ทง้ั นก้ี เ็ พอ่ื ความสมำ่� เสมอในอริ ยิ าบถตา่ งๆ ของรา่ งกาย
การนงั่ พบั เพยี บ มกั จะหนกั ทางดา้ นทถ่ี กู ทบั คอื นง่ั พบั ทางนกี้ จ็ ะหนกั ทาง
ดา้ นน้ี ไมเ่ สมอกนั ทา่ นจงึ นงั่ ขดั สมาธิ รสู้ กึ วา่ กายทรงความหนกั เบาเสมอกนั
ไมห่ นกั ทางใดทางหนง่ึ มากไป เวลานง่ั นานๆ ความกดของสว่ นรา่ งกายกบั
พน้ื กเ็ สมอกนั เราจะเหน็ คณุ คา่ ของการนงั่ ขดั สมาธใิ นเวลานงั่ นานๆ พอนงั่
รสู้ กึ เมอ่ื ย กพ็ ลกิ เปลยี่ นเสยี พลกิ เปลยี่ นเสยี ทกุ ครงั้ ทรี่ สู้ กึ เมอ่ื ยกจ็ ะไมเ่ หน็
ความสำ� คญั ของการนง่ั ขดั สมาธิ การนงั่ ขดั สมาธเิ ปน็ เวลานานๆ คอื นง่ั หลายๆ
ชว่ั โมง เชน่ ๕-๖ ชวั่ โมง ๗-๘ ชวั่ โมง หรอื แตห่ วั คำ่� จนสวา่ ง อยา่ งนจ้ี ะเหน็
ความส�ำคัญของการนงั่ ขัดสมาธิว่ามีสว่ นเหนด็ เหนอื่ ยเสมอกนั
ถาม ๒ ขณะทก่ี ำ� หนดจติ วา่ “พทุ โธๆๆ” นี้ จำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งทราบลมหายใจเขา้ ออก
หรือไม่?
ตอบ ถา้ ตอ้ งการทราบกไ็ ด้ ไมข่ ดั ขอ้ ง ไมเ่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ กนั ตามแตจ่ รติ นสิ ยั ชอบ
อย่าฝืนจรติ นสิ ยั ทถ่ี นดั ในวิธใี ด ก็เป็นการถูกตอ้ ง
ถาม ๓ แตถ่ า้ เรากำ� หนดจติ “พทุ โธๆๆ” อยา่ งเดยี ว แลว้ เอาใจอยทู่ ี่ “พทุ โธ” อยา่ งเดยี ว
โดยไม่ไปค�ำนึงถงึ ลมหายใจเข้าออก จะไม่เปน็ การสะดวกหรือ?
217
ตอบ อนั นใ้ี หเ้ ปน็ ไปตามอธั ยาศยั ของเจา้ ของ ถา้ เจา้ ของเหน็ อะไรสะดวกกใ็ หท้ ำ�
อยา่ งนน้ั ได้ อนั นเี้ ปน็ ไปตามอธั ยาศยั เพราะจรติ นสิ ยั คนเราไมเ่ หมอื นกนั
เช่น ก�ำหนด “พทุ โธ” แล้วกำ� หนดลมหายใจตามดว้ ย “พุทโธ” กไ็ ด้ หรอื
กำ� หนดเฉพาะ “พทุ โธ” กไ็ ด้ หรอื จะดเู ฉพาะลมกไ็ ด้ แตส่ ว่ นมากถา้ สตยิ งั
ไมด่ ี จะก�ำหนดเฉพาะลมอยา่ งเดียวไม่คอ่ ยจะได้หลกั เกณฑเ์ ป็นทพี่ อใจ
เท่าทคี่ วร ตอ้ งอาศัยค�ำบรกิ รรมก�ำกบั ดว้ ย
แตถ่ า้ ทา่ นผชู้ ำ� นาญแลว้ นน่ั เปน็ อกี แงห่ นง่ึ ผดิ กนั ผดิ กนั มาก บางครง้ั ตอ้ ง
บังคับให้จิตสงบด้วยบทภาวนาเสียแทบล้มแทบตาย ก็ยังไม่สงบเลย
บางครง้ั ยงั พาเผน่ เสยี ดว้ ยซำ�้ ไป ความจรงิ กไ็ มน่ า่ พดู วา่ “พาเผน่ ” แตเ่ รอ่ื ง
มนั นา่ พดู กจ็ ำ� ตอ้ งพดู เพราะขณะนน้ั จติ ดอ้ื และผาดโผนมากจนเอาไวไ้ มอ่ ยู่
จงึ ควรจะเรยี กวา่ “เผน่ ” ทง้ั นเี้ พราะกำ� ลงั สตไิ มพ่ อกบั กำ� ลงั กเิ ลสตณั หาในจติ
ผาดโผนโลดเตน้ เผน่ กระโดด เมอื่ อาศยั การฝกึ ทรมานหลายครงั้ หลายหนเขา้
ใจกค็ อ่ ยเชอื่ งขนึ้ พอฝกึ เขา้ ฝกึ เขา้ สตกิ ค็ อ่ ยๆ มขี นึ้ มา ใจกค็ อ่ ยมกี ำ� ลงั ขน้ึ
เรอื่ ยๆ และจติ กส็ งบไดง้ า่ ย พอมคี วามชำ� นาญเขา้ จรงิ ๆ แลว้ จะทำ� ใหส้ งบ
เมอื่ ใดกไ็ ดต้ ามใจหวัง ไม่ขดั ขนื นั่น ฟังซ!ิ
ทงั้ ๆ ทแี่ ตก่ อ่ นมนั พาเราเผน่ พอสตมิ คี วามสามารถบงั คบั ไดแ้ ลว้ ใจกห็ มอบเลย
พอกำ� หนดปบั๊ มันหมอบ และ “ลง” ปบุ๊ ในเวลาน้นั ไมช่ ักชา้ เลย น่แี ล
เราจงึ พอเหน็ ไดว้ า่ การฝกึ จติ กบั ไมฝ่ กึ นน้ั มผี ลตา่ งกนั อยา่ งไร และการฝกึ
จติ ในขณะทสี่ ตยิ งั ไมด่ ี กบั สตทิ ม่ี คี วามสามารถบงั คบั จติ ไดเ้ ปน็ ลำ� ดบั ๆ แลว้
ผดิ กนั อยา่ งไร นน่ั เราตอ้ งทราบในตวั ของเราเอง ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งถามใคร เพราะ
“สนั ทฏิ ฐโิ ก” พระพทุ ธเจา้ มไิ ดท้ รงผกู ขาดเฉพาะพระองคผ์ เู้ ดยี ว ผปู้ ฏบิ ตั ดิ ี
มีสทิ ธิ์รเู้ ห็นไดด้ ้วยกนั
ถ้าใจสงบดกี ไ็ ม่มีอะไรมากวน การกวนก็คอื เจ้าของกวนเจ้าของนัน่ แหละ
ตามหลักธรรมชาติแล้วเจ้าของกวนตัวเอง โดยคิดเร่ืองน้ัน คิดเร่ืองน้ี
ใจปรุงแต่งออกไปเปน็ ภาพต่างๆ เปน็ ภาพส่งิ นน้ั บ้าง ส่งิ น้บี า้ ง เป็นภาพ
218
เร่ืองน้ี เป็นภาพเรอื่ งนั้น เป็นภาพคนน้ัน เป็นภาพคนน้ี ไม่อาจพรรณนา
ให้จบสนิ้ ได้ คือแยบ็ ออกไปจากใจก็เปน็ ภาพ ภาพทป่ี รากฏน้นั กอ็ อกไป
จากตัวนี่แหละที่กระเพ่ือมกวนตัวเอง ไม่ใช่ที่ไหนสิ่งใดมาหลอกลวงเรา
มแี ตจ่ ติ ปรุงภาพหลอกตวั เองทัง้ ส้นิ พอจติ สงบลงไปแลว้ ภาพตา่ งๆ กไ็ ม่
แสดงตวั กไ็ มม่ เี รอื่ งอะไร มแี ตค่ วามรลู้ ว้ นๆ เหมอื นโลกนไ้ี มม่ ี เพราะตวั น้ี
ไปให้ความหมายอะไรท้งั โลก พอจิตสงบ สิง่ หลอกลวงด้วยภาพต่างๆ ก็
ระงับไป นแี่ ลคอื สงบ
คำ� วา่ “โลกนไ้ี มม่ ”ี ทง้ั ๆ ทโี่ ลกนม้ี อี ยู่ แตค่ วามรสู้ กึ คอื ใจไมไ่ ปเกยี่ วขอ้ งวา่
อนั นนั้ มี อนั นนั้ เปน็ อยา่ งนน้ั มคี วามรอู้ นั เดยี วทรงตวั อยดู่ ว้ ยความสงบสขุ
ขณะนี้ คือขณะใจสบาย ไมม่ ีอะไรกวน เจา้ ของก็ไมก่ วนเจา้ ของ นีเ่ ปน็
ขนั้ นก้ี อ่ น
รู้สึกว่าดี และดีใด ไม่เหมอื นดใี จ ได้อะไร ไม่เหมือนไดใ้ จมาครองเป็น
มหาสมบตั ิเดน่ อยกู่ บั ตัวตลอดเวลา “อกาลโิ ก”!
ขั้นละเอียดไปกว่าน้ีก็ยังมีอีกเป็นล�ำดับ จนสุดค�ำว่า “ละเอียด” หมด
ความหมายไปโดยสนิ้ เชงิ ถา้ ถงึ นนั่ แลว้ กไ็ มม่ ปี ญั หาอะไรอกี หมดปญั หา
ภายในใจ
219
ศาสนาเจริญหรือเส่อื มอย่ทู ่ีใจ
ครง้ั พทุ ธกาลปรากฏวา่ ทา่ นสนใจทาง “จติ ภาวนา” มากกวา่ ดา้ นวตั ถุ ไมใ่ ชม่ าก
ธรรมดา ทา่ นถือเปน็ “เน้อื ” เปน็ “หนัง” เปน็ สาระสำ� คัญเกี่ยวกบั การปฏิบัตธิ รรม
เพื่อมรรค ผล นิพพานจริงๆ
ตอ่ มาสมัยปัจจุบันนี้กลบั สนใจทางด้านวัตถุ ท่ีตรงกนั ข้ามไปเลย จะเห็นไดใ้ น
ทตี่ า่ งๆ เฉพาะอยา่ งยงิ่ ตามวดั วาอาราม ทงั้ วดั บา้ น วดั ปา่ ในเมอื ง นอกเมอื ง มแี ตก่ าร
กอ่ สรา้ ง การประดบั ตกแตง่ เพอื่ ความสวยงามตามสมยั นยิ ม และถอื เปน็ กจิ พระศาสนา
จรงิ ๆ ข้ึนมาแทนการปฏิบัตธิ รรมดังครง้ั พุทธกาลท่านด�ำเนินมา
ครง้ั พทุ ธกาล ทา่ นไมส่ นใจในกจิ อยา่ งนนี้ กั เลย แตส่ นใจในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
เพอื่ กำ� จดั กเิ ลสมากกวา่ ทางดา้ นวตั ถุ การอยดู่ ว้ ยกนั กอ็ ยดู่ ว้ ยความสงบเงยี บ เฉพาะพระ
เราจะเหน็ ไดเ้ วลาทา่ นอบรมสง่ั สอนกนั เกย่ี วกบั เรอ่ื งความสงบ กบั พระวนิ ยั เวลาพระ
ตอ้ งการไมห้ รอื สงิ่ ตา่ งๆ ทจ่ี ะมาทำ� ประโยชนเ์ ลก็ ๆ นอ้ ยๆ ในบรเิ วณทอ่ี ยอู่ าศยั เวลาทา่ น
เรยี ก “อนปุ สมั บนั ” จะเปน็ เณร หรอื เปน็ ฆราวาสญาตโิ ยมผใู้ ดผหู้ นงึ่ กต็ ามทม่ี อี ยใู่ นทนี่ นั้
ทา่ นกวกั มอื ใหค้ นนนั้ มาหา แลว้ สงั่ วา่ “เราตอ้ งการสง่ิ นๆี้ ” ทา่ นไมไ่ ดเ้ รยี ก ไมไ่ ดต้ ะโกน
ใหม้ เี สยี งดงั เปน็ การรบกวนพระองคอ์ น่ื ๆ ทอี่ ยรู่ ว่ มกนั เลย แปลวา่ ทา่ นตอ้ งการความ
สงัด หรอื ท่านชอบอยูด่ ้วยความสงัดตลอดเวลา สถานท่ีทำ� ความพากเพียรของทา่ น
เป็นทนี่ ่าอยสู่ ำ� หรบั ผบู้ �ำเพ็ญสมณธรรม
220
แต่พวกเรากลับให้เป็นสถานที่ที่น่าดูน่าชมตามโลกนิยม อันเป็นเรื่องของโลก
ไปเสยี แต่สถานที่ทำ� ความเพยี รไมค่ ่อยมหี รือไม่มี คือ สถานท่เี ดินจงกรม นั่งสมาธิ
ภาวนา อนั เปน็ สว่ นสำ� คญั ของพระโดยแทไ้ มม่ ี กลบั เปน็ สถานทอ่ี ยอู่ าศยั ทห่ี ลบั ทน่ี อน
อนั สะดวกสบายไปหมด กลับตรงกันข้าม เพราะทอ่ี ยอู่ าศัย ท่หี ลบั ทีน่ อน เปน็ ความ
สบายมาก ยอ่ มเปน็ การสง่ เสรมิ กเิ ลส มคี วามเกยี จครา้ น ความลมื ตวั เปน็ ตน้ ใหม้ ากขนึ้
โดยลำ� ดับ
ถ้าสถานที่เดนิ จงกรม นัง่ สมาธภิ าวนา เปน็ ท่สี ะดวกสบาย ย่อมเปน็ ทำ� เลทจี่ ะ
ฟาดฟันห่นั แหลกกบั กเิ ลสนน้ั ๆ ได้เป็นอย่างดี มีทางจะมองเหน็ อรรถเห็นธรรมตาม
นโยบายทพ่ี ระพุทธเจา้ ทรงสอนไว้
ครงั้ พทุ ธกาล เวลาทา่ นสนทนาธรรมกนั กส็ นทนาแตเ่ รอ่ื งอรรถเรอื่ งธรรม เรอื่ งเหตุ
เรอ่ื งผลเพ่ือการแก้กิเลส สถานท่ีก็แสดงเกยี่ วกับสถานทท่ี �ำความเพียร เดนิ จงกรม
นัง่ สมาธิภาวนาทั้งน้ัน เรอื่ งการบ้านการเมอื งไมเ่ ขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งเลย ตรงกนั ขา้ มกบั
สมยั นิยมของพวกเราแทบทุกอยา่ ง
ทกุ วนั นี้ เรอื่ งธรรมไมค่ อ่ ยมี มเี รอื่ งการบา้ นการเมอื งยงุ่ ไปหมด พระนงั่ ชมุ นมุ กนั
ทตี่ รงไหนเวลาใด มแี ตพ่ ดู เรอื่ งโลกๆ แบบเดยี วกนั หากจะพจิ ารณาปลงธรรมสงั เวช
ก็น่าจะได้ปลงกันตลอดเวลา เม่อื เป็นเชน่ น้ี เรือ่ งของกิเลสจะหมดส้นิ ไปไดอ้ ย่างไร?
เพราะไมม่ ที างแกก้ เิ ลส ไมม่ ที างสนิ้ กเิ ลส นอกจากเปน็ ทางสงั่ สมและสง่ เสรมิ กเิ ลสไป
โดยลำ� ดับเทา่ น้ัน
ศาสนาก็เลยกลายเป็น “สักแตว่ ่าศาสนา” ทำ� อะไรก็ “สกั แต่ว่าเป็นพธิ ”ี เป็นพิธี
ไปหมด เมื่อหนกั เขา้ จิตใจกด็ ้านตอ่ ธรรมเพราะความใฝ่ใจในพิธี พิธกี ็เลยออกหน้า
ออกตา และกลายเปน็ สาระแกน่ สาร เปน็ “เน้อื ” เปน็ “หนงั ” ขน้ึ มาแทนของจรงิ
ไปหมด ความจริงก็เลยกลายเป็นกระพี้ เปน็ เปลือกไป สดุ ท้ายก็มาตำ� หนศิ าสนาว่า
“หมดเขตหมดสมยั !” “มรรค ผล นพิ พานไม่ม!ี ”
221
นัน่ ! ฟงั ซิ อยา่ งน้ันมอี ยู่เยอะ! หากจะยอ้ นมาตำ� หนติ นเสียบา้ ง ก็กลัวจะมา
กระเทือนกิเลส ต้องไปต�ำหนิศาสนา ซึ่งเป็นการส่ังสมกิเลสความไม่รู้สึกตัวยิ่งขึ้น
สดุ ทา้ ยกเ็ ปน็ ผบู้ รรลุ มรรค ผล ตามกเิ ลส กเิ ลสเปน็ ตวั มรรค ตวั ผล ไมบ่ รรลุ มรรค
ผล นิพพาน ตามพระพุทธเจ้าทรงสงั่ สอนไว้!
นยี่ น่ เขา้ มาถงึ เราผปู้ ฏบิ ตั ิ วาระจติ ทคี่ ดิ ไปทางสง่ั สมกเิ ลสนนั้ มมี ากนอ้ ยเพยี งไร
กับวาระจติ ทีค่ ิดเพอื่ อรรถเพอ่ื ธรรม ซง่ึ ควรจะน�ำมาทดสอบกนั เพราะการกล่าวทง้ั น้ี
ไมไ่ ดก้ ลา่ วเพอ่ื ตำ� หนติ เิ ตยี นผหู้ นง่ึ ผใู้ ด แตก่ ลา่ วตามเรอ่ื งของธรรมทจี่ ะสงเคราะหเ์ ขา้
มาสตู่ วั เรา ผูม้ งุ่ หวงั ตอ่ ธรรมอยู่แลว้ และกำ� ลงั ฟังธรรมอย่เู วลาน้ี จะไดร้ ู้สึกว่าท่ีกลา่ ว
ผ่านมานมี้ ีเรือ่ งของเราทุกคนเก่ียวข้องอยูด่ ้วย
พดู กนั ดาษดนื่ ทกุ แหง่ ทกุ หนวา่ “พวกแดงเปน็ อยา่ งนนั้ ” “พวกคอมมวิ นสิ ตเ์ ปน็
อยา่ งน”ี้ นน้ั กเ็ ปน็ เรอื่ ง “นอกๆ” สำ� หรบั โลก จะใหช้ อื่ วา่ “แดง” หรอื “ไมแ่ ดง” ไมส่ ำ� คญั นกั
ทสี่ ำ� คญั กค็ อื กเิ ลส ตณั หา อาสวะ มนั ครอบคลมุ จติ ใจเขา้ มากๆ อยทู่ ไ่ี หน มนั กร็ อ้ น
แดงเปน็ ไฟเหมอื นกนั คนนนั่ แหละเบยี ดเบยี นคนงา่ ยยง่ิ กวา่ สงิ่ ใดๆ จะมาเบยี ดเบยี น
ทำ� ลายกนั นอกจากคนเบยี ดเบยี นกนั เอารดั เอาเปรยี บกนั เพราะมนษุ ยท์ ฉี่ ลาดทำ� ได้
ทกุ อยา่ ง กไ็ มเ่ หน็ อะไรจะมาเบยี ดเบยี นทำ� ลายมนษุ ย์ ทำ� ลายจติ ใจ และทรพั ยส์ มบตั ิ
มนุษย์ใหฉ้ บิ หาย ยง่ิ กว่ามนุษย์ทำ� ตอ่ กนั เพราะอ�ำนาจของกเิ ลสมคี วามโลภ เปน็ ตน้
เปน็ ตวั การ ถา้ ศาสนาซงึ่ สอนใหค้ นมคี วามเหน็ ใจกนั ดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล เปน็ ตน้ ไมม่ อี ยู่
ภายในจติ ใจคนแลว้ ไมว่ า่ จะใหช้ อ่ื ใหน้ ามลทั ธิ หรอื การกระทำ� นนั้ ๆ จะเปน็ อะไรกต็ าม
มนั กค็ อื เปลวไฟกองใหญๆ่ ภายในหวั ใจแตล่ ะคนนนั่ แล เผากนั ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ น
ไปทกุ หย่อมหญา้ !
จติ ใจคน เมอื่ ไดค้ ดิ ไปในทางทไี่ มด่ ซี ง่ึ เปน็ เครอื่ งกอ่ กวนวนุ่ วายตวั เอง โดยไมม่ ี
“ธรรม” เปน็ เครอื่ งระงบั กท็ ำ� นองเดยี วกนั ถา้ คดิ มาทางเหตทุ างผล ทางอรรถทางธรรม
ก็มีการยับยัง้ ช่งั ตวงตัวเอง มีการแยกแยะ แบง่ สแู้ บง่ รับ มกี ารต่อสู้ในสิ่งท่ตี นเหน็ วา่
เปน็ ขา้ ศกึ แก่ใจ จิตใจกม็ คี วามเจริญขึน้ ได้เม่อื มีความบำ� รุงรักษากันอยู่
222
สว่ นมากมแี ตก่ ารทำ� ลายดว้ ยการคดิ นกึ พดู ทำ� ในแงต่ า่ งๆ ทงั้ ทตี่ นเขา้ ใจวา่ บำ� รงุ
รักษาใจ เชน่ นั่งภาวนาเพ่ือสงบอารมณ์ แตก่ ลบั นง่ั สัง่ สมอารมณ์ท่เี ปน็ ขา้ ศึกแก่ใจ
เปน็ ตน้ ใจเปรยี บเหมอื นผา้ ขาว ไมอ่ มิ่ สตี า่ งๆ ใจนนั้ ไมอ่ มิ่ ตอ่ การอยากรอู้ ยากเหน็ อยาก
ไดย้ นิ ไดฟ้ งั อยากรทู้ กุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทมี่ าสมั ผสั สมั พนั ธใ์ จ ใจไมม่ คี วามอมิ่ พอในอารมณ์
ไมว่ ่าจะเป็นใจเดก็ ใจผ้ใู หญ่ เพศใด วัยใด มคี วามอยากรอู้ ยากเหน็ อยู่เปน็ ประจ�ำ
เช่นเดียวกันท่วั โลก
ความอยากรู้อยากเห็นส่ิงต่างๆ ท่ีมีอยู่แล้วนั้น เป็นปัจจัยผลักดันอยู่เสมอ
เมอ่ื สงิ่ ตา่ งๆ เขา้ มาสมั ผสั เกย่ี วขอ้ งภายในใจ จงึ เปน็ เหมอื นเอาสตี า่ งๆ มายอ้ ม ยอ้ มผา้ ขาว
สีเป็นอยา่ งไร ผ้าขาวตอ้ งเป็นไปตามสีทยี่ อ้ มน้นั
จติ ใจทแี รกทา่ นกบ็ อกวา่ “ผอ่ งใส” ตามหลกั ธรรมชาติ ทา่ นกลา่ วไว้ แตอ่ าศยั กเิ ลส
ทจ่ี รมา ตอนทก่ี เิ ลสจรมา กต็ อนทจี่ ติ นเ้ี องจรออกไปหากเิ ลส จรออกเทย่ี วหาอารมณ์
ตา่ งๆ ออกไปทางรปู ทางเสยี ง ทางกลน่ิ ทางรส เครอ่ื งสมั ผสั แลว้ กน็ ำ� อารมณเ์ หลา่ นน้ั
เข้ามาคละเคล้าจิตท่ีผ่องใสให้กลายเป็นจิตที่เศร้าหมองขุ่นมัวไปตามๆ กัน ท่ีว่า
“กเิ ลสจรมา” คอื มากบั อารมณน์ เี้ อง เนอ่ื งจากจติ ไปควา้ ไปยดึ เหนย่ี วเอาสง่ิ นนั้ ๆ เขา้ มา
เป็นอารมณข์ องใจ กลายเปน็ จติ ท่ีเศรา้ หมองไปดว้ ยสิ่งต่างๆ ที่ไม่ดที ั้งหลาย
ทา่ นกลา่ วไวใ้ นธรรมวา่ “ดกู อ่ น ภกิ ษทุ ง้ั หลาย จติ เดมิ นน้ั ผอ่ งใส แตอ่ าศยั กเิ ลส
ทจ่ี รมาเข้าคละเคลา้ กบั ใจ ใจจึงเป็นไปตา่ งๆ ตามอารมณ์ หรือตามสิ่งท่มี าเกย่ี วขอ้ ง
น้ันๆ”
ท่านไมไ่ ด้บอกว่า “จิตเดมิ แทบ้ รสิ ุทธ์”ิ น่ที ่านบอกเพียงวา่ “จิตเดิมแท้ผ่องใส”
ไมไ่ ดบ้ อกวา่ “บรสิ ทุ ธ”์ิ ถา้ จติ บรสิ ทุ ธจ์ิ รงิ ๆ แลว้ จะไมม่ าเกดิ นเี่ ปน็ จติ ผอ่ งใสตามฐาน
ของ “อวชิ ชา” เทา่ นน้ั จงึ เปน็ จติ คคู่ วรแกก่ ารเกดิ ถา้ จติ เดมิ แทบ้ รสิ ทุ ธแิ์ ลว้ กไ็ มม่ ปี ญั หา
ทีจ่ ะตอ้ งมาเกดิ แก่ เจบ็ ตาย อกี ! ถ้าเพยี งแตผ่ อ่ งใส ก็แน่นอนในการเกดิ อกี
จติ ทผ่ี อ่ งใสกเ็ หมอื น “เมลด็ ตา่ งๆ” ทเี่ กบ็ เชอ้ื ไวใ้ นเมลด็ ของมนั เวลาไปเพาะมนั
กเ็ กดิ ขนึ้ มา นเ่ี ปน็ เพยี งความสงบของกเิ ลสทม่ี อี ยกู่ บั จติ นนั้ ระยะเรม่ิ แรกเกดิ จติ ไมม่ ี
223
เครอื่ งมอื ทจ่ี ะใช้ ตา หู จมกู ลน้ิ กาย แมม้ กี ย็ งั ไมส่ มบรู ณ์ มแี ตจ่ ติ ลว้ นๆ นน้ั จงึ เปน็
จิตที่ผอ่ งใส คือจติ ไมไ่ ดใ้ ช้กิรยิ า พอผสมคละเคล้ากับส่วนรา่ งกาย พอมเี ครอ่ื งมอื
ใชไ้ ดบ้ า้ ง กเ็ รมิ่ ไหวตวั คอื จติ กแ็ สดงตวั ออกมาไดต้ ามกำ� ลงั ของเครอ่ื งมอื คอื “อายตนะ”
ทพ่ี อจะใชไ้ ดข้ นาดไหน เช่น เดก็ เลก็ ๆ ก็ยงั ใช้ “อายตนะ” ไมไ่ ดเ้ ตม็ เมด็ เต็มหนว่ ย
แตก่ เ็ รม่ิ ไหวตวั ไปโดยลำ� ดบั พอเตบิ โตขน้ึ มา ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทเี่ ปน็ เครอ่ื งมอื กส็ มบรู ณ์
ตา หู จมูก ลิ้น กาย กน็ ำ� ออกใชไ้ ดไ้ ม่มีหยุดหย่อนตลอดไปนน่ั แหละ
ตาก็ดู หูก็ฟงั เร่อื ย กเิ ลสก็เกดิ ขึ้นเรอื่ ยๆ หรอื เขา้ มาเรือ่ ย จนไมท่ ราบว่าอะไร
เป็นอะไร หมดทงั้ ตัวลว้ นแตเ่ ป็นเรื่องของ “กิเลส ตัณหา อาสวะ”
พลกิ ดู พสิ จู นด์ ู ในแงใ่ ดมมุ ใดเวลาใด อดตี อนาคต ลว้ นแลว้ แตจ่ ติ เทย่ี วกอบโกย
เอากิเลสฝงั เข้ามาภายในใจและเพมิ่ พูนขนึ้ โดยล�ำดับ เพราะฉะน้ัน เวลาจะแกม้ ันจึง
ลำ� บาก เพราะการสง่ั สมเราสงั่ สมสงิ่ เหลา่ นมี้ าตงั้ แตย่ งั ไมร่ เู้ ดยี งสาภาวะตลอดกปั ไหน
กลั ป์ไหนก็สั่งสมมา
การทจ่ี ะแยกใหจ้ ติ บรสิ ทุ ธหิ์ รอื ใหผ้ อ่ งใสตามใจมนั่ หมาย หรอื ตามความสำ� คญั
ของตนน้ัน จึงเป็นไปได้ยาก มันควรแก่เหตุแก่ผลท่ีจะมีความสงบหรือผ่องใสได้
มากนอ้ ยเพียงไรตามแตก่ ารกระท�ำของเรา
เมื่อหม่ันกระท�ำอยู่ไม่หยุดไม่ถอย ไม่ลดละความเพียร คือมีการบ�ำรุงรักษา
อยเู่ สมอ จติ ใจจะตอ้ งมคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งขน้ึ เรอ่ื ยๆ แมใ้ นปจั จบุ นั ทเ่ี รากำ� ลงั บำ� เพญ็
อยเู่ วลานี้ จะเปน็ ชัว่ ระยะเดือนก็ตาม ระยะปีก็ตาม ด้วยการระมดั ระวงั รกั ษาจติ อยู่
โดยสมำ่� เสมอ เราจะทราบความเคลอ่ื นไหว คอื อาการของจติ พรอ้ มทง้ั จติ วา่ มคี วาม
แตกตา่ งจากแตก่ อ่ นอยา่ งไรบา้ ง เราพอทราบได้ หากไมไ่ ดอ้ บรมอะไรเลย ปลอ่ ยไวต้ าม
บญุ ตามกรรม ใจกด็ ำ� เหมอื นหมที งั้ ตวั นนั่ แล อะไรไปถกู กไ็ มท่ ราบวา่ มนั เปอ้ื นมนั เปรอะ
อะไรตอ่ อะไรบา้ ง เพราะมนั ดำ� เสยี หมด จนไมท่ ราบวา่ เปอ้ื นทต่ี รงไหน สกปรกทต่ี รงไหน
เพราะหมมี นั ดำ� หมดทง้ั ตวั นหี่ มายถงึ หมดี ำ� ๆ ใจทเี่ คยสกปรกดว้ ยกเิ ลส กด็ ำ� เหมอื นหมี
ทงั้ ตวั นน่ั แล เปน็ เพยี งหมดี ำ� นนั้ ดำ� ตามธรรมชาตขิ องมนั ตา่ งหาก ไมส่ กปรกเหมอื นใจ
ท่ดี �ำด้วยกิเลส
224
แตถ่ า้ มกี ารชะลา้ งเปน็ ลำ� ดบั ๆ กย็ อ่ มสะอาด และพอทราบได้ เชน่ เรามาปฏบิ ตั ิ
ภายในเดอื นน้เี ป็นอยา่ งไร ปฏบิ ตั ิอยเู่ สมอ ไดร้ บั การอบรมอยูเ่ สมอ ภายในเดอื นนี้
เปน็ อยา่ งไร เดอื นหนา้ เดอื นตอ่ มาเปน็ อยา่ งไร ใจกท็ ราบตวั เองมาไดโ้ ดยลำ� ดบั เพราะ
ผลคอ่ ยปรากฏขน้ึ มาเรอื่ ยๆ จากการชำ� ระสะสางโดยทางความเพียรโดยสม�ำ่ เสมอ
ความสงบแต่ก่อนเป็นอย่างน้ัน บัดนีก้ ลายมาเปน็ อย่างน้ี ฐานของจติ แตก่ ่อนมี
ความหยาบ แม้จะมคี วามสงบเป็นฐานของจติ ได้ แต่ฐานอันนัน้ กับฐานของจติ อันน้ี
มีความละเอยี ดตา่ งกัน
ถา้ พดู ถงึ ดา้ นปญั ญา แตก่ อ่ นพจิ ารณากร็ สู้ กึ ขลกุ ขลกั ๆ คดิ อะไรไมค่ อ่ ยไดเ้ หตุ
ไดผ้ ล มแี ตค่ วามขเี้ กยี จ ครนั้ ตอ่ มาคอ่ ยไดเ้ หตไุ ดผ้ ลขน้ึ ไปเปน็ ลำ� ดบั ตอ่ มากค็ ลอ่ งแคลว่
ผดิ กนั มาเรอื่ ยๆ การเคลอื่ นไหวของสตปิ ญั ญาทด่ี ำ� เนนิ อยโู่ ดยสมำ�่ เสมอนนั้ กค็ อื การ
ช�ำระซักฟอกความหมน่ หมองของใจ ซึ่งมีกเิ ลสฝงั อย่ภู ายในให้คอ่ ยหมดไป หมดไป
จติ ใจจึงคอ่ ยแสดงความผ่องใสขน้ึ มาเรือ่ ยๆ
นแี่ หละความปรากฏวา่ ศาสนาเสอื่ มหรอื ศาสนาเจรญิ จะปรากฏทใ่ี จของผปู้ ฏบิ ตั ิ
ศาสนานนั้ แล ไมใ่ ชจ่ ะปรากฏทคี่ มั ภรี ใ์ บลานทท่ี า่ นเขยี นมากค่ี มั ภรี ์ คมั ภรี น์ นั้ ๆ กม็ อี ยู่
อยา่ งนัน้ จะวา่ เส่ือมหรอื เจรญิ กเ็ ป็นคัมภรี ์อยอู่ ย่างนน้ั จะเรยี น จะอ่านบทใด ค�ำใด
กถ็ กู ตอ้ งไปตามทที่ า่ นเขยี นทา่ นจารกึ ไวแ้ ลว้ จะเสอื่ มไปไหน คมั ภรี ศ์ าสนาไมไ่ ดเ้ สอ่ื ม
แตเ่ สอื่ มท่จี ติ ใจคน ถ้าเจรญิ กเ็ จริญท่จี ิตใจคนผู้ปฏบิ ัตศิ าสนา
ความเสอ่ื มของศาสนา กไ็ ดแ้ กค่ วามเคลอ่ื นไหวทไ่ี มด่ ขี องคนนน่ั เอง ถา้ จติ และ
กาย วาจา เคลอ่ื นไหวไปในทางทต่ี ำ�่ ศาสนากย็ อ่ มเสอ่ื มไปโดยลำ� ดบั ความไมม่ ศี ลี มธี รรม
ไมม่ ีเหตมุ ผี ล ไมค่ �ำนึงถงึ ความผิดความถูกช่ัวดี ศาสนาเสื่อมไปโดยอาการนัน้
การปฏบิ ัติส่งเสรมิ ทางจติ ใจ รักษาจิตใจอยโู่ ดยสม�่ำเสมอ ใจซ่ึงเปน็ ท่สี ถิตของ
ศาสนา ก็มคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งขึ้นมาโดยลำ� ดบั ๆ นแ่ี ลศาสนาเจรญิ เจริญที่ใจเราเอง
เหตกุ เ็ จริญ ไดแ้ กก่ ารปฏบิ ัตถิ ูกโดยสม�่ำเสมอ ใจเจริญมาเรื่อยๆ เรอื่ ยๆ ผลคอื ส่ิงท่ี
จะไดร้ บั กม็ คี วามสงบเยน็ ไปโดยลำ� ดบั เชน่ กนั ปญั ญากค็ อ่ ยแตกแขนงออกไปเรอื่ ยๆ
225
ขดั เกลาจติ ใจของตนใหม้ คี วามผอ่ งใส ใหม้ คี วามแกลว้ กลา้ สามารถขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ ศาสนา
กเ็ จริญขน้ึ เร่ือยๆ ภายในจิตใจนี้เอง ที่เรียกว่าศาสนาเจริญ
“ศาสนาเจริญ กับ มรรคผลเจริญ” ก็เจรญิ ทใ่ี จ ความเจรญิ ของศาสนาตาม
พทุ ธประสงคแ์ ทค้ อื นเี่ อง ไมใ่ ชว่ ดั วาอารามตอ้ งหรหู ราไปดว้ ยสง่ิ กอ่ สรา้ งตา่ งๆ ถงึ จะ
เรยี กวา่ “ศาสนาเจรญิ ” นั่น มนั เจริญดว้ ยไม้ ด้วยอฐิ ด้วยปนู ดว้ ยหนิ ดว้ ยทราย
ดว้ ยเหล็กหลา ฝาผนงั ซึง่ ท่ีไหนก็มี แต่ไมอ่ าจระงบั ดับทกุ ข์ทางใจได้เหมือนศาสนา
เจรญิ ขนึ้ ทีใ่ จ
การบำ� รงุ ศาสนา ก็คอื การบำ� รุงจติ ใจเราให้มคี วามเจริญทนั กบั เหตุการณ์ต่างๆ
ทเ่ี คยเปน็ ข้าศกึ ต่อจติ ใจและหน้าท่ีการงานใหเ้ สยี ไป ตลอดสมบัตเิ งินทองไมม่ เี หลอื
ตกคา้ งในกระเปา๋ เพราะถกู ความเหอ่ เหมิ ลมื ตวั มาปลน้ เอาไปกนิ เรยี บ พยายามบำ� รงุ
สตปิ ญั ญาใหเ้ กดิ ขนึ้ คอื พยายามคน้ ควา้ ในสง่ิ ทม่ี อี ยกู่ บั เราและสง่ิ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพราะเรา
ตดิ สงิ่ ทม่ี อี ยนู่ แ้ี ล ไมไ่ ดต้ ดิ สงิ่ ทไ่ี มม่ ี ทร่ี กั กร็ กั สงิ่ ทม่ี อี ยู่ เกลยี ด โกรธ ชงั ตา่ งๆ กเ็ กดิ จาก
ส่งิ ทมี่ อี ยู่ การแกจ้ ึงแกส้ งิ่ ที่มอี ยูท่ ่ถี อื วา่ เป็นขา้ ศกึ ต่อตัวหรอื ใจเรา
คำ� วา่ “แก”้ ไดแ้ ก่ การแกค้ วามรคู้ วามเหน็ ผดิ ของตนใหไ้ ปในทางทถี่ กู เมอ่ื แก้
ถกู ทาง กค็ อ่ ยปลดปลอ่ ยกนั ไปเรอ่ื ยๆ ใจกเ็ บา เมอื่ ภาระทง้ั หลายทเ่ี กดิ จากการยดึ มนั่
ถอื มนั่ เบาบางลงไป จติ กค็ อ่ ยดขี นึ้ เจรญิ ขนึ้ แตป่ ญั ญาเปน็ สงิ่ สำ� คญั ทจ่ี ะถอดถอนกเิ ลส
แตล่ ะประเภท เปน็ เรอ่ื งของปญั ญาทง้ั นน้ั จะทำ� หนา้ ทคี่ เู่ คยี งกนั ไปกบั สตผิ คู้ วบคมุ งาน
“สมาธ”ิ เป็นที่ตะลอ่ มกระแสของจติ เข้ามาสู่จุดทหี่ มายเพ่ือจะได้ด�ำเนนิ งานได้
สะดวก ถา้ จติ ไมม่ คี วามสงบเลยนนั้ เราจะพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญากก็ ลายเปน็ สญั ญา
และกอ่ ความวนุ่ วายสบั สนไปหมด หาเหตผุ ลไมไ่ ด้ นอกจากจนตรอกจนมมุ จรงิ ๆ เพราะ
ความฟงุ้ ซา่ นของจติ จะเอาปญั ญามาใชเ้ พอื่ สกดั กน้ั ใจทฟี่ งุ้ ซา่ นใหเ้ ขา้ สวู่ งสมาธนิ นั้ ได้
เวลาจำ� เปน็ จรงิ ๆ เรากถ็ อื เอาทกุ ขเวทนา เปน็ ตน้ หรอื จติ จนตรอกจนมมุ ดว้ ยเหตอุ นั ใด
เราถอื เอาเหตนุ ้ันเป็นเคร่อื งพจิ ารณาทางเดินของปญั ญาเพอื่ ให้ทนั กับเหตกุ ารณ์นัน้ ๆ
จิตย่อมเกิดความเฉลยี วฉลาดขึ้นมา สามารถเอาตัวรอดและเข้าถงึ จดุ ท่ตี ้องการได้
226
ตามธรรมดา จิตไมค่ อ่ ยมีความสงบภายในตัวเองเลย การพิจารณาทางปญั ญา
ไมค่ อ่ ยไดผ้ ลเทา่ ทคี่ วร เวลาพจิ ารณาไปทแี รกกด็ ี เหมอื นเปน็ ปญั ญาจรงิ ๆ ครน้ั ตอ่ ไป
ตอ่ ไป ตอ่ ไป กค็ อ่ ยเถลไถลไป จนกลายเปน็ สญั ญาไปเรอ่ื ยๆ ราวกบั ไมเ่ คยพจิ ารณาเลย
ฉะนน้ั ทา่ นจงึ สอนใหท้ ำ� จติ ใหม้ คี วามสงบกอ่ นบา้ งแลว้ คอ่ ยพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา
นน้ั เหมาะสมอยา่ งยง่ิ
ตามหลกั ธรรมทา่ นกลา่ วไวว้ า่ “สมาธปิ รภิ าวติ า ปญั ญา มหปั ผลา โหติ มหานสิ งั สา.
ปญั ญาปรภิ าวติ งั จติ ตงั สมั มเทว อาสเวหิ วมิ จุ จต.ิ ” ปญั ญาทส่ี มาธอิ บรมแลว้ ยอ่ มมี
ผลมาก มอี านสิ งสม์ าก, จติ ทป่ี ญั ญาอบรมแลว้ ยอ่ มหลดุ พน้ จากกเิ ลสทงั้ ปวงโดยรอบ”
นัน่ !
อะไรๆ กต็ ามกอ่ นจะดหี รอื ดเี ยย่ี ม ตอ้ งไดร้ บั การอบรมมาดว้ ยดกี อ่ น ดงั สมาธิ
อบรมปญั ญา ปัญญาอบรมหรอื ซักฟอกจติ เป็นตน้ ก่อนจะดหี รอื หลดุ พ้นได้
เหตทุ ป่ี ญั ญาจะกา้ วเดนิ ไดโ้ ดยสะดวกกม็ สี มาธิ คอื ความอนุ่ หนาฝาคงั่ อยภู่ ายใน
จติ ใจ ถา้ จะเทียบถงึ ธาตุขนั ธ์ กค็ ือเม่อื ธาตุขันธไ์ ดร้ ับประทานอาหารพอสมควรแล้ว
พักผ่อนนอนหลับให้มีก�ำลังพอควรแล้ว จะท�ำหน้าที่การงานอะไรก็ได้ จิตใจไม่
เดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย เพราะความหวิ โหยบบี บงั คบั จติ ใจทม่ี คี วามสงบ ยอ่ มไมห่ วิ โหยตอ่
อารมณท์ งั้ หลาย ไมเ่ หมอื นจติ ใจทอ่ี ยตู่ ามธรรมดาซง่ึ ไมม่ คี วามสงบเลย เมอื่ จติ ใจสงบ
พอมกี ำ� ลงั เปน็ บาทแหง่ วปิ สั สนาแลว้ จะพาพจิ ารณาแยกแยะเรอื่ งอะไร ปญั ญากค็ อ่ ยๆ
พจิ ารณาเป็นเหตเุ ปน็ ผลไปโดยล�ำดับลำ� ดาตามหน้าทีก่ ารงานทีพ่ าให้ท�ำ ปัญญากท็ �ำ
หนา้ ทไี่ ปตามงานนนั้ ๆ โดยไมห่ ลบหลกี ปลกี ตนเถลไถลไปไหน พยายามคดิ คน้ สง่ิ นนั้
จนได้เหตุผลตน้ ปลาย หายสงสัยไปเปน็ ล�ำดับ ปัญญาจงึ เปน็ ส่ิงส�ำคญั ในเมอ่ื มีสมาธิ
อบรมแล้ว พจิ ารณาคลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว ผดิ กบั ใจท่ไี ม่มคี วามสงบเปน็ พนื้ ฐานอยูม่ าก
นเี่ ปน็ ขนั้ หนง่ึ ในการทจี่ ะกา้ วออกทางปญั ญา แตก่ รณพี เิ ศษทวี่ า่ “ปญั ญาอบรม
สมาธ”ิ นั้น กเ็ คยไดอ้ ธบิ ายไว้แลว้ น่ัน เม่อื ถึงคราวจนตรอกจนมมุ เขา้ จริงๆ ปญั ญา
จะหมนุ ตวั ไปเองในทนั ทที นั ใดและเหน็ ผลประจกั ษ์ คอื จติ จะหยง่ั ลงสคู่ วามสงบโดย
227
ลำ� ดบั เพราะอำ� นาจของปญั ญาตตี อ้ นดว้ ยความจดจอ่ ตอ่ เนอื่ งกนั อยา่ งเอาจรงิ เอาจงั
ในเวลานน้ั คอื ทำ� แบบเอาเปน็ เอาตายเขา้ แลก ไมส่ นใจกบั งานอนื่ ใดทงั้ สนิ้ ตงั้ หนา้ ตง้ั ตา
ทำ� ธุระหน้าที่อนั น้ันในปัจจุบนั ทันด่วน จนเหน็ ผลเปน็ ท่ีพอใจและประทบั ใจข้ึนมา
เบอื้ งตน้ ของการดำ� เนนิ ปญั ญา ตอ้ งอาศยั สมาธเิ ปน็ หลกั ตายตวั เพราะสมาธเิ ปน็
สง่ิ สำ� คญั อยมู่ ากในการหนนุ ปญั ญา แตพ่ อปญั ญาไดก้ า้ วเดนิ ไปแลว้ เรอ่ื งสมาธจิ ะคอ่ ย
ด้อยลง ลดลง ไม่ค่อยจะมาสนใจกบั สมาธิมากเหมือนแต่ก่อน จติ จะเพลินตอ่ การ
พจิ ารณาไปเร่อื ยๆ
การพจิ ารณานน้ั จะพจิ ารณาอะไร กพ็ จิ ารณาสง่ิ ทม่ี อี ยกู่ บั ตวั และใจทกี่ ำ� ลงั คดิ อยู่
น้ันแล ใจติดอะไรเลา่ พูดอย่างนเี้ รากท็ ราบ เฉพาะอย่างยงิ่ กค็ อื ธาตขุ ันธ์ จิตมนั ติด
อยทู่ น่ี ี่ จงึ คน้ ควา้ ในสงิ่ เหลา่ นใี้ หเ้ หน็ ชดั เจน คอื คลคี่ ลายออกดจู นเหน็ ประจกั ษ์ ครงั้ นี้
ครง้ั นน้ั หลายครงั้ หลายหน ใจคอ่ ยแจม่ แจง้ ประจกั ษใ์ จไปเอง ทำ� ไมจะไมเ่ พลดิ เพลนิ
ในการงาน ตอ้ งเพลนิ ไมว่ า่ งานนอก งานใน เมอ่ื ทำ� ลงไปเหน็ ผลประจกั ษโ์ ดยลำ� ดบั ๆ
ก็ตอ้ งมีความขยนั หมั่นเพยี รขน้ึ แต่ถา้ ทำ� อะไรไม่ได้ผล กย็ อ่ มขเ้ี กียจ ไม่อยากท�ำ
จิตที่ยังไมเ่ ห็นผลในการพิจารณาก็เปน็ เช่นน้ันเหมอื นกนั ตอ้ งไดบ้ ังคับบญั ชา
ทกุ ขย์ ากลำ� บาก เหนด็ เหนอ่ื ยเมอื่ ยลา้ ขนาดไหน กต็ อ้ งบงั คบั บญั ชาใหท้ ำ� ถา้ ไดเ้ หน็ ผล
มาครงั้ หนง่ึ สองครงั้ แลว้ กม็ แี กใ่ จไปเอง ตอ่ ไปเมอ่ื ผลสบื เนอ่ื งไปเปน็ ลำ� ดบั เรอื่ งความ
ขยนั หมน่ั เพยี รไมต่ อ้ งบอก เปน็ ขนึ้ มาเอง ภาระหนกั เบาเพยี งใดทำ� ไดท้ ง้ั นนั้ ไมม่ ถี อย
เพราะผลเปน็ เครือ่ งดงึ ดดู ใหอ้ ยากท�ำ ใหพ้ ากเพียร ใหอ้ ดทน
ทา่ นวา่ “รสใดทจี่ ะยง่ิ กวา่ รสแหง่ ธรรมนนั้ ไมม่ ใี นโลกธาตนุ !ี้ ” ทา่ นจงึ วา่ “รสแหง่
ธรรม ชนะซงึ่ รสทง้ั ปวง” คำ� วา่ “ทงั้ ปวง” นนั้ แปลวา่ “หมด” พอรสแหง่ ธรรมไดป้ รากฏ
ขนึ้ ทใ่ี จแลว้ กท็ ำ� ใหด้ ดู ดม่ื ซมึ ซาบ หรอื ซาบซง้ึ ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยความสขุ ซงึ่ ไมเ่ คยปรากฏ
มากอ่ น จงึ ทำ� ใหม้ คี วามขยนั หมนั่ เพยี รทจี่ ะเพม่ิ รสขนึ้ ไปโดยลำ� ดบั เพอ่ื ความรคู้ วามเหน็
ใหซ้ ง้ึ ในธรรมทง้ั หลาย
228
น่ีแหละ ความขยันหม่ันเพยี รเปน็ มาเองอย่างน้ี ไมเ่ ชน่ น้ันใจจะดับกิเลส ตวั มี
รสชาตอิ นั แหลมคมในหวั ใจ ด้วย “มหาสติ มหาปัญญา” ไดอ้ ย่างไร
ทีแรกกล็ ม้ ลกุ คลุกคลานไป ตั้งได้บ้าง ไมไ่ ด้บ้าง ล้มไปบา้ ง ตัง้ ไดบ้ ้าง แพ้บา้ ง
ชนะบา้ ง เดากนั ไป ถไู ถกนั ไป ผดิ บา้ งถกู บา้ งคละเคลา้ กนั ไป ศาสดาของพวกเรากเ็ คย
เปน็ มาอยา่ งนี้ แตอ่ าศยั ความเพยี รพยายามกพ็ น้ ได้ เราถไู ถดว้ ยความเพยี ร ดว้ ย “อตตฺ า หิ
อตฺตโน นาโถ” ใหม้ ากกว่าการหวังพึ่งผ้อู ื่น
ตอ่ มาความชนะกม็ มี ากขน้ึ และมากขน้ึ จนสดุ ทา้ ยคำ� วา่ “แพ”้ ไมใ่ หม้ เี ลย เอา้ !
ใหต้ ายเสยี ดกี วา่ ถา้ จะแพก้ เิ ลสตวั นนั้ ตวั นี้ หรอื ตวั ใดกต็ าม ขอใหต้ ายเสยี ดกี วา่ ทจี่ ะแพ้
ถงึ ขนั้ นแี้ ลว้ เปน็ ไมย่ อมถอยอยา่ งเดด็ ขาด หวั จะขาด ชวี ติ จะดบั ไปกต็ าม ยอมใหข้ าดไป
ดบั ไป ตามโลกอนจิ จงั แตค่ �ำว่า “แพ้” จะมขี น้ึ มาไม่ได!้ ถา้ ไมต่ ายเสียก่อนเอาชนะ
กเิ ลส นท่ี า่ นเรยี กวา่ “ปญั ญาเปน็ อตั โนมตั ”ิ ไมเ่ ชน่ นน้ั ก็ “มหาสติ มหาปญั ญา” ซง่ึ ออก
มาจากปญั ญาท่ีลม้ ลกุ คลกุ คลานน้นั แล แตเ่ พราะความบ�ำรงุ ความสง่ เสริม ฝกึ หัด
อย่เู สมอ ก็ต้องมีความคลอ่ งแคลว่ แกลว้ กล้าขนึ้ เปน็ ธรรมดา
การพิจารณาเรื่องธาตุเร่ืองขันธ์จนแหลกละเอียดก็เพราะปัญญานี้แล “หลง”
กเ็ พราะความไมม่ ปี ญั ญา เครอื่ งพจิ ารณา เวลารกู้ ร็ สู้ ง่ิ ทมี่ อี ยนู่ แี้ หละ ไมร่ สู้ งิ่ ใด หลงกห็ ลง
สงิ่ ทมี่ อี ยู่ เวลารกู้ ร็ ซู้ ง้ึ ! “ออ๋ ! ธรรมวเิ ศษมอี ยกู่ บั ตวั ทำ� ไมแตก่ อ่ นไมร่ กู้ นั !” “ทำ� ไมเพงิ่ มา
รเู้ ดยี๋ วน?้ี ” ไมใ่ ชส่ ง่ิ เหลา่ นเ้ี พง่ิ มาปรากฏในขณะนเ้ี ทา่ นนั้ ธรรมนม้ี อี ยแู่ ตด่ ง้ั เดมิ ทำ� ไม
ไมร่ ?ู้ ความรไู้ ปอยทู่ ไ่ี หนแตก่ อ่ น ถงึ ไมร่ ไู้ มเ่ หน็ ทำ� ไมเพงิ่ มารเู้ ดย๋ี วน้ี ทง้ั ๆ ทสี่ งิ่ เหลา่ น้ี
มอี ยู่ตงั้ แต่วนั เกิด
“นน่ั ! ฟงั ซเิ ปน็ อยา่ งไร” ความหลงของพวกเรา นา่ ขบขนั เจา้ ของบา้ งไหม? นา่ อบั อาย
กเิ ลสบา้ งไหม! ทถ่ี กู มนั ตม้ ตนุ๋ มานานแสนนาน ยงั เพลนิ หลงกบั มนั อยไู่ ด!้ มาเหน็ โทษ
ของตวั บา้ งไหม? ขณะทเ่ี จอเขา้ ไป เจอเขา้ ไป คอื เจอวา่ ความจรงิ ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ น
สอนไว้เขา้ ใจไปเร่ือยๆ ถ้าลงใจไดจ้ รงิ อย่างนนั้ รตู้ รงไหนมันกล็ ะมนั ก็ถอดถอนออก
ไปเรอื่ ยๆ จนไมม่ ีอะไรหลงเหลอื อยูภ่ ายในใจไดเ้ ลย
229
ขนั ธท์ ง้ั หา้ หมด พระพทุ ธเจา้ ทรงละได้ แนะ่ ! ทา่ นเคยหลงขนั ธท์ งั้ หา้ แลว้ ทา่ นมา
พจิ ารณา กร็ ขู้ นั ธท์ ง้ั หา้ ปลอ่ ยวางขนั ธท์ งั้ หา้ สาวกอรหตั อรหนั ต์ ทา่ นกเ็ คยเปน็ นกั หลง
มาดว้ ยกนั เชน่ เดยี วกบั พวกเรา การหลงโลก หลงสงสาร ไมม่ ใี ครเกนิ หนา้ พวกมกี เิ ลส
พวกมีกิเลสต้องหลงด้วยกันทั้งน้ัน ไม่ทราบว่าใครจะแข่งใคร ใครจะเก่งกว่าใคร
มันเท่าๆ กนั
เราอยา่ เขา้ ใจวา่ เรามกี เิ ลส คนอน่ื ไมม่ กี เิ ลส เรามที กุ ข์ เขาไมม่ ที กุ ข์ เรามนั คนโง่
เขาคนฉลาด แตม่ นั เหมอื นๆ กนั นน่ั แหละในโลกน้ี เพราะความพากเพยี รพยายามอยู่
อยา่ งสมำ่� เสมอ สงิ่ ทหี่ ลงกค็ อ่ ยรเู้ ขา้ มา รเู้ ขา้ มา คอ่ ยถอดคอ่ ยถอนเขา้ มา เชน่ ธาตขุ นั ธ์
นกี่ ไ็ มไ่ ดใ้ หญโ่ ตเทา่ ภเู ขา แตม่ นั หนาแนน่ ยง่ิ กวา่ ภเู ขา แทงไมท่ ะลงุ า่ ยๆ ยกไมข่ น้ึ คอื
ยกข้นึ สู่ “ไตรลกั ษณ”์ ยกไมข่ ึ้น! “อนจิ จงั ทุกขงั อนตั ตา” ใจมนั ปีนเกลยี วกับ
“อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา” อยตู่ ลอดเวลา จงึ เรยี กวา่ “มนั หนกั มนั หนา” จนแทบไมม่ ใี คร
สนใจยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์และสับฟันลงด้วยสติปัญญาพอให้กิเลสท่ีเนื้อหอมของสัตว์
ท้ังโลกซ่งึ ชอบกันมากไดเ้ ปน็ อาหารอันโอชาของธรรมภายในใจบา้ ง
เมื่อปัญญาสอดแทรกเข้าไปโดยล�ำดับและทะลุไปหมด พอทะลุขันธ์ห้าแล้ว
ยังไม่แล้ว! ตอ้ งทะลอุ ีก คือทะลุ “อวชิ ชา” ทีม่ อี ย่ภู ายในจติ อีกที ทนี โี้ ลง่ ไปหมด!
ไม่มอี ะไรตดิ ! ทีต่ ดิ มนั ก็ติดอยภู่ ายในตวั นี้เท่านน้ั ตัวเองติดตัวเอง ตวั เองบังตวั เอง
ความโง่บงั ความรคู้ วามฉลาด “อวชิ ชาบงั วชิ ชา” “กิเลสบังธรรม”
พอใชป้ ญั ญาพจิ ารณาคน้ ควา้ เขา้ ไป ขดุ คน้ เขา้ ไป ขดุ คน้ เขา้ ไป เมฆหมอกทงั้ หลาย
ทมี่ ปี ดิ บงั อยา่ งมดิ ชดิ อยภู่ ายในใจออกหมดแลว้ ใจกเ็ บกิ กวา้ ง ยงิ่ กวา่ ทอ้ งฟา้ อวกาศ
“อาโลโก อทุ ปาท”ิ ใจสวา่ งโร่ ทงั้ กลางวนั กลางคนื ไมม่ อี ะไรปดิ บงั ไดอ้ กี ! นนั่ ทา่ นเรยี ก
วา่ “โลกวทิ ”ู รแู้ จง้ โลก รทู้ ม่ี นั มดื ๆ นแ้ี หละ ทา่ นรทู้ ว่ี า่ เปน็ “โลกวทิ ”ู “รแู้ จง้ โลก” คอื
รู้ที่นเี่ อง ปกตโิ ลกธาตุ โลกขันธ์ เปน็ โลกทีม่ ืดท่สี ดุ เป็นโลกทหี่ นาที่สดุ ย่งิ กวา่ ภเู ขา
ทำ� ลายไมแ่ ตกงา่ ยๆ ภเู ขาทง้ั ลกู เขาทำ� ลายแตกกระจายหมด แตธ่ าตขุ นั ธน์ ท้ี ำ� ลายไมแ่ ตก
ตอ้ งเอาสตปิ ัญญาเขา้ ท�ำลายโดยสม�่ำเสมอไมล่ ดละ ภูเขาภเู ราน้ีจึงจะแตกกระจายได้
โดยไม่สงสยั
230
ขอยำ้� อกี ที เม่อื ร้ือธาตุ ร้ือขันธ์ ออกส่คู วามจริง คอื อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา
ดว้ ยความซึ้งภายในจิตแลว้ ขา้ ศกึ ก็ไมม่ ี หมดข้าศึกในขนั้ นี้!
เอา้ ! ยอ้ นสติปัญญาเข้าสู่ใจโดยเฉพาะ! กเิ ลส ตัณหา อาสวะ ไมม่ ีท่หี ลบซ่อน
แมอ้ ย่ใู นรปู เวทนา สัญญา สงั ขาร วิญญาณ ก็ถูกตตี ้อนด้วยปัญญาว่ิงเขา้ ไปสจู่ ิต
ตตี ้อนเข้าไปทจี่ ิตอีก เอาให้แหลกไปตามๆ กนั แมจ้ ิตจะสญู ก็ยอมให้สูญ ไม่มีความ
เสยี ดายเลยวา่ เมอ่ื จติ ถกู การพจิ ารณาฟาดฟนั กเิ ลสทมี่ อี ยกู่ บั จติ โดยเฉพาะแลว้ กลวั จติ
จะฉิบหายล่มจมไป ไม่ต้องกลวั !
ความกลวั นน้ั แล คอื กเิ ลสอยทู่ ตี่ รงนนั้ มนั ไมอ่ ยากใหแ้ ตะตอ้ ง จงคน้ ลงไปทจ่ี ติ
ฟาดฟนั ลงไปทจ่ี ติ จนแตกกระจาย เวลากเิ ลสอวชิ ชาแตกแลว้ จติ ไมแ่ ตก มนั เปน็ เรอ่ื ง
ของกเิ ลสแตกตา่ งหาก กเิ ลสสลายไปตา่ งหาก จติ ไมไ่ ดส้ ลาย กลายเปน็ ความบรสิ ทุ ธ์ิ
ขึ้นมาท้งั ดวง น่นั แล ท่านเรียกว่า “พทุ โธๆ” แท้ ของผู้บรรลธุ รรมขัน้ นี้
ทแี รกเรากน็ ำ� พระนามของพระพทุ ธเจา้ มาบรกิ รรมวา่ “พทุ โธๆ” โดยอาศยั พระนาม
นเี้ ปน็ เกาะอาศยั ของจติ “พทุ โธๆ” ตอ่ ไป ตอ่ ไปคำ� วา่ “พทุ โธ” กบั ความรขู้ องเรากค็ อ่ ย
กลมกลืนกนั เขา้ เปน็ ล�ำดับ จนกลายเป็นอันเดียวกนั แลว้ คำ� วา่ “พุทโธ” ก็ปลอ่ ยได้
ในขณะนั้น น่ีกเ็ ป็น “พทุ โธ” ข้นั หน่ึง
จาก “พทุ โธ” ข้นั นี้ ก้าวขึน้ ไปจนถงึ “พทุ โธ” ขัน้ บรสิ ุทธห์ิ ลดุ พ้นจาก “อวชิ ชา”
“ตณั หา อาสวะ” ทงั้ มวล นนั่ เปน็ “พทุ โธ” ทแ่ี ทจ้ รงิ เปน็ “ธมั โม” แท้ เปน็ “สงั โฆ” แท้
พทุ ธะ ธรรมะ สังฆะ เป็นอันเดยี วกนั ในขณะน้ัน
แตต่ ามอาการวา่ “พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์” น่ัน พูดตามหลักสมมตุ ิ
ท่ีโลกสมมุติกนั ท่านกแ็ ยกประเภทออกไป คือ
พระพทุ ธเจา้ คอื ศาสดาทท่ี รงสงั่ สอนโลก โดยอาศยั พระธาตุ พระขนั ธ์ พระสกลกาย
ประกาศธรรมสอนโลก อันนแี้ หละที่เรียกว่า “พุทธะ” เรอื นรา่ ง “พุทธะ” กไ็ ดแ้ ก่
พระสกลกาย
231
พระธรรม ก็ได้แก่ “ธัมโม ปทโี ป” ที่มคี วามสวา่ งกระจา่ งแจ้ง อยู่ในพระทัยที่
บรสิ ทุ ธิน์ นั้
พระสงฆ์ กค็ อื ผทู้ รงไวซ้ งึ่ ความบรสิ ทุ ธต์ิ ามพระพทุ ธเจา้ นท่ี า่ นเรยี กเปน็ ประเภทๆ
ก่อน
พอถึงความจรงิ ล้วนๆ แล้ว ค�ำว่า “พทุ ธะ ธมั มะ สงั ฆะ” นนั้ ก็เป็นอันเดยี วกนั
คือ เป็นธรรมท้ังแทง่ ฉันใดฉันน้นั เหมอื นกันหมด อาการไมม่ !ี อาการพระพทุ ธเจ้า
เป็นอยา่ งนัน้ พระธรรมเปน็ อย่างนี้ พระสงฆ์เป็นอยา่ งนนั้ ไมม่ ี มีแต่ธรรมลว้ นๆ
ภายในจิต คอื สวา่ งไสวหมดสมมุติ
จะหาอดตี อนาคต กาล สถานทใ่ี ดๆ ไมเ่ จอ สมมตุ ทิ ง้ั ปวงไมม่ คี วามหมายสำ� หรบั
จติ ดวงนนั้ นน่ั แลคอื จติ ทพี่ น้ จากสงิ่ ทกี่ ดถว่ ง บรรดาสมมตุ นิ อ้ ยใหญไ่ มม่ อี ะไรเหลอื
อยูภ่ ายในจติ นัน้ เลย
น่ีคอื ผลแหง่ การรกั ษา การปฏบิ ัติจิตใจ บ�ำรงุ จติ ใจโดยสม่ำ� เสมอ ยากก็ตาม
ง่ายกต็ าม ผา่ นไปดว้ ยความเพยี รทง้ั น้นั จนกระทง่ั ถึงจุดหมายปลายทาง ผู้นน้ั เปน็
ผพู้ น้ แลว้ จากความเปน็ “นกั จบั จองปา่ ชา้ ” เปน็ นกั เกดิ นกั แก่ เจบ็ ตาย นกั แบกทกุ ข์
ใหล้ ำ� บากลำ� บน เป็นผู้พ้นไปแลว้ !
ยงั แตข่ นั ธป์ จั จบุ นั กเ็ ปน็ ขนั ธล์ ว้ นๆ อาการอะไรทเ่ี จบ็ ปวดตรงนน้ั ตรงน้ี กท็ ราบ
ไปตามธรรมชาตขิ องมนั ทจ่ี ะตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั จะบงั คบั ใหเ้ ปน็ อยา่ งอน่ื ไปไมไ่ ด้ เพราะ
ทางเดนิ ของ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ตอ้ งเดนิ ไปตามหลกั ธรรมชาตขิ องเขา! ผทู้ ร่ี จู้ รงิ แลว้
กร็ ตู้ ามธรรมชาตขิ องมนั ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ พอถงึ วาระสดุ ทา้ ยแลว้ ธาตขุ นั ธจ์ ะทนตอ่ ไป
ไม่ไหวเหรอ? “ก็ปลอ่ ยท้งิ เสีย” หมดกงั วลหายหว่ งโดยประการทั้งปวง!
นนั่ แล ท่านเรยี กวา่ “อนปุ าทเิ สสนิพพาน” ล้วนๆ ไม่มีสมมุติ คือขันธ์ เปน็ ตน้
เจอื ปนเลย ฉะนน้ั คำ� วา่ “อนปุ าทเิ สสนพิ พาน” จงึ หมายถงึ จติ ทพี่ น้ จากสมมตุ ทิ งั้ ปวง
และพ้นจากความรบั ผดิ ชอบในขนั ธ์โดยประการทั้งปวงแล้ว
232
ธรรมทก่ี ลา่ วมานอี้ ยทู่ ไี่ หน ถา้ ไมอ่ ยทู่ ี่ “ผรู้ ”ู้ เวลาน้ี ไมม่ ที อ่ี ยู่ ผนู้ เ้ี ปน็ ผรู้ ู้ แตเ่ วลาน้ี
ยงั หลงอยู่ ยงั ไมส่ ามารถทำ� ความรนู้ ใ้ี หเ้ ตม็ ภมู อิ ยา่ งความรลู้ ว้ นๆ ได้ จงึ ตอ้ งอาศยั การ
ซกั ฟอก คอื การฝกึ การปฏบิ ตั ิ การไดย้ นิ ไดฟ้ งั จนกระทง่ั เชอ่ื ตวั เองไดต้ ามความสามารถ
และบรรลธุ รรมเตม็ ภูมิแลว้ ก็เหมอื นกันหมด!
การแสดงธรรมก็เห็นวา่ สมควร จงึ ยตุ ิแตเ่ พยี งนี้
233
พทุ ธบริษัทพึงรู้ และปฏบิ ัติตนอย่างไร
ภาวะสงครามโลก กค็ อื ความทกุ ข์ ความพนิ าศ ฉบิ หายของสตั วโ์ ลกนนั้ มนั เกดิ
เปน็ ครงั้ เปน็ คราว ธาตุ ขนั ธ์ ใจ กบั กเิ ลสตณั หา เปน็ สงครามทเ่ี กดิ แกเ่ ราทกุ คน มนั เกดิ
อยู่ตลอดเวลา สงครามนี้ใครๆ กม็ ี ใครๆ กเ็ กดิ ปกติมนั อยู่กับธาตกุ ับขันธ์ อยู่กบั
จติ ใจ
อยกู่ บั ธาตกุ บั ขนั ธ์ กค็ อื การเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย ปวดหวั ตวั รอ้ น มปี ระการตา่ งๆ ทเ่ี รยี กวา่
“สงครามจ�ำเพาะตัวใครตวั เรา” ตอ้ งใชย้ าเข้าไปปราบ ถ้ายาถกู มันกห็ าย ถา้ ยาไมถ่ กู
มันก็ตาย นี่ก็สงคราม คือสงครามธาตุขนั ธ์
สงครามโลก กม็ เี รอื่ งธาตกุ บั ขนั ธ์ ทำ� ลายสมบตั เิ งนิ ทองตา่ งๆ ทำ� ลายจติ ใจของกนั
และกัน
สงครามภายในระหว่างกิเลสกับใจน้ัน ก็เป็นท�ำนองเดียวกัน ถ้าอันนี้ระงับ
สงครามโลกกไ็ มเ่ กดิ เพราะสงครามภายในใจไมเ่ กดิ ชนวน ทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ สงครามเพราะ
กิเลสนี้มีมาก เม่ือลุกลามขึ้นมากน้อยเพียงไร ก็แสดงออกมาให้โลกได้เห็นชัดเจน
ถา้ สมุ อยภู่ ายในกแ็ สดงอยภู่ ายในขนั ธ์ อยภู่ ายในจติ ใจของแตล่ ะคน ซงึ่ ลว้ นแตเ่ รอ่ื ง
ของสงครามทง้ั นน้ั น่ีควรเรียกวา่ “สงครามใต้ดิน” และเป็นสงครามยดื เย้อื เรื้อรัง
234
ไมร่ จู้ กั สงบและเลกิ รากนั ได้ ถา้ ไมม่ ธี รรมเปน็ เครอื่ งปราบปราม ดงั ทา่ นผไู้ ดช้ ยั ชนะเคย
ปราบปรามมาแลว้
แตค่ ำ� วา่ สงครามน้ี มกี ารตอ่ สกู้ นั จงึ เรยี กวา่ “สงครามในขนั ธ”์ นพ้ี อจะทราบได้
เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วยปรากฏขึ้นมา ก็เอายามาแก้ไข้หรือปราบกับ นี่ก็มีการต่อสู้
ต้านทานกนั ท่เี รียกว่า “สงคราม”
สว่ นสงครามระหวา่ งใจกบั กเิ ลสนนั้ ถา้ ไมม่ กี ารแกไ้ ข ไมม่ กี ารตอ่ สกู้ นั เลย ปลอ่ ย
ใหก้ เิ ลสรกุ ฝา่ ยเดยี ว กไ็ มม่ ที างชนะได้ จำ� ตอ้ งปลอ่ ยใหก้ เิ ลสเหยยี บยำ่� ทำ� ลายอยเู่ รอ่ื ย
ไปไม่มีจดุ หมายปลายทาง ไมม่ ที ่สี น้ิ สุดแห่งกองทกุ ขท์ ่ีมอี ยูใ่ นใจของสตั ว์โลก นเ้ี ป็น
สงิ่ ทน่ี า่ กลวั อยมู่ าก เพราะฉะนน้ั ทา่ นผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมจงึ ตอ้ งรบี เรง่ ขวนขวายในอนั ทจี่ ะ
แก้สิ่งท่ีเป็นพิษภัยแก่จิตใจของตนให้เบาบางลง การแก้ไขดัดแปลงและถอดถอนนี้
เรยี กวา่ “การตอ่ ส”ู้ หรอื เรยี กวา่ “สงคราม” กไ็ ด้ คอื มกี ารรบ มกี ารตอ่ สกู้ นั ซง่ึ อาจมไี ด้
ทง้ั แพ้และชนะ ตามแตก่ ำ� ลงั ของฝา่ ยใดมีมากกวา่ กัน
ถา้ ขณะใด เวลาใด วนั ใด กเิ ลสมนั ชนะเรา เรากย็ อมทนทกุ ขท์ รมานภายในใจ
ถา้ เราชนะ เรากม็ คี วามผาสกุ เยน็ ใจ กเิ ลสแพห้ มอบไปชว่ั กาลชว่ั เวลา เรากม็ คี วามสะดวก
สบายใจ ดว้ ยการชำ� ระหรอื ดว้ ยการตอ่ สกู้ นั โดยวธิ กี ารตา่ งๆ เชน่ เดนิ จงกรม นงั่ สมาธิ
ภาวนาไปตามสติปัญญา ซึ่งเป็นอุบายแก้หรือปราบปรามกิเลส ถ้ารู้เท่าทันกิเลส
มนั กร็ ะงบั และระงบั ดบั ลงไดเ้ ปน็ ลำ� ดบั ๆ ถา้ อบุ ายไมท่ นั มนั กท็ ำ� เราใหไ้ ดร้ บั ความทกุ ข์
ลำ� บาก ทเ่ี รยี กวา่ “เจบ็ ตวั อยภู่ ายใน” แตม่ กั ไมผ่ กู โกรธผกู แคน้ เพอื่ แกม้ อื กบั มนั ตอ่ ไป
กเิ ลสจงึ ไมแ่ พ้เอาง่ายๆ และกุมบงั เหยี นอยู่ตลอดเวลา
อุบายท่ีจะสู้กับกิเลส ก็คือสติปัญญา เสบียง ก็คือความพากเพียรอยู่เสมอ
ความอุตส่าห์พยายาม ความอดความทน หนักก็เอาเบาก็สู้ ไมถ่ อย น่ีคือกองเสบียง
เปน็ กำ� ลงั สตปิ ญั ญา เปน็ เครอื่ งมอื ระงบั ดบั กเิ ลสทง้ั หลายใหเ้ บาบางและหมดไปจากใจ
น่เี รียกวา่ “การต่อสกู้ นั ระหว่างกเิ ลสกบั ธรรม”
235
ถ้ามกี ารต่อสู้กนั ก็ต้องมีการแพก้ ารชนะกัน ถ้าไม่มกี ารตอ่ สู้ หมอบราบไปเลย
กเ็ รียกวา่ “ยอมแพอ้ ย่างราบถ่ายเดยี ว” ความสุข ความภาคภมู ิใจ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ กไ็ มม่ ี
มแี ตค่ วามทกุ ขซ์ ง่ึ เกดิ ขนึ้ จากอำ� นาจของกเิ ลสถา่ ยเดยี ว แตถ่ า้ มกี ารตอ่ สกู้ นั แมจ้ ะไดร้ บั
ความล�ำบากลำ� บนในการต่อสเู้ ช่นเดยี วกับการรบกนั ในสงครามโลกกต็ าม ก็ยงั พอมี
ทางจะได้ชยั ชนะพอเป็นขวญั ใจไปเป็นระยะๆ และมีความสุขใจจากความเพียรทีไ่ ด้
อุตส่าห์ตอ่ สกู้ บั กิเลสเรอื่ ยมา
“สรณะ” ของพวกเรา คอื พทุ ฺธํ ก็ดี ธมมฺ ํ สงฺฆํ ก็ด”ี ทา่ นผา่ นการสงครามได้
ชยั ชนะมาแลว้ ทง้ั นนั้ พระพทุ ธเจา้ รบสงคราม ๖ พระพรรษา ธงชยั ถงึ ปรากฏขน้ึ มาเปน็
“ธมฺมํ สรณํ คจฉฺ ามิ” แกพ่ วกเรา พระสงฆส์ าวกต่างองคก์ ็ตา่ งเข้าสสู่ งครามตัง้ แต่
วนั อุปสมบท
เรม่ิ แรกตงั้ แตอ่ ยใู่ นฆราวาสเหยา้ เรอื น มคี วามมงุ่ มนั่ ตอ่ อรรถตอ่ ธรรม ประพฤติ
ปฏิบัติจนถึงได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา แล้วตั้งหน้าบ�ำเพ็ญตนเพื่อช�ำระกิเลส
หรอื ปราบปรามกเิ ลสซง่ึ มอี ยภู่ ายในใจให้หมดไปโดยล�ำดับๆ ในสนามรบ คือป่าเขา
ลำ� เนาไพรดว้ ยความเพียร ซ่งึ มีประจำ� อยู่ในอิรยิ าบถตา่ งๆ
อาการแหง่ การรบในอริ ยิ าบถตา่ งๆ นนั้ ทา่ นมกั ทำ� อยใู่ นปา่ ในเขา รม่ ไม้ ชายปา่
ชายเขา ในถำ�้ เงอ้ื มผา ทเี่ หน็ วา่ เหมาะสมกบั การรบหรอื การตอ่ สกู้ บั กเิ ลสของแตล่ ะองคๆ์
ที่จะเลือกหาเอาตามอัธยาศัย
อบุ ายวธิ ที ส่ี ำ� คญั คอื สตปิ ญั ญา มคี วามพากเพยี รเปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ อยตู่ ลอดมา
จงึ ไดป้ รากฏองคเ์ ปน็ “สงั ฆงั สรณงั คจั ฉาม”ิ คอื ผชู้ นะในสงครามระหวา่ งกเิ ลสกบั จติ
หรอื ระหวา่ งกเิ ลสกบั ธรรม ไดค้ รองบรมสขุ ภายในใจ และปรากฏเปน็ “สรณะทส่ี าม”
ขึ้นมาเปน็ ค�ำวา่ “สงั ฆัง สรณงั คจั ฉามิ”
ท้งั “สามรัตนะ” นี้ ได้ผ่านสงครามมาแลว้ อย่างเตม็ ท่ี บางองค์เอาชีวิตเขา้ แลก
เพราะการต่อสู้ ซ่ึงมียากงา่ ยตา่ งกนั จงึ ไดช้ ยั ชนะมา
236
เราซง่ึ เปน็ พทุ ธบรษิ ทั ไมไ่ ดก้ า้ วเขา้ สสู่ งครามเลย มแี ตย่ อมแพอ้ ยา่ งราบไปตลอด
เวลานน้ั คำ� วา่ “พทุ ธบรษิ ทั ” กไ็ มม่ คี วามหมายอะไรเลย! ฉะนนั้ เพอื่ ใหค้ ำ� วา่ “พทุ ธบรษิ ทั ”
ซง่ึ ไดแ้ กล่ กู เตา้ เหลา่ กอของพระพทุ ธเจา้ มคี วามหมายเดน่ ขนึ้ กต็ อ้ งมกี ารตอ่ สดู้ ว้ ยการ
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ดงั เราทงั้ หลายมาบำ� เพญ็ กนั อยเู่ วลาน้ี อนั เปน็ ความชอบธรรมในนาม
ของพุทธบรษิ ัท
การมาสสู่ ถานทบ่ี ำ� เพญ็ นี้ ใครๆ กต็ อ้ งทราบวา่ ไมใ่ ชว่ มิ าน และจะขน้ึ สู่ “วมิ าน”
ตามสมมตุ นิ ยิ มกนั แตท่ ราบกนั แลว้ วา่ เขา้ มาสสู่ ถานทล่ี ำ� บากทรมานตน! จะอยเู่ หมอื น
อยบู่ า้ นอยเู่ รอื น นอนสะดวกสบาย เพราะทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งเปน็ ของทพิ ยน์ นั้ ยอ่ มเปน็ ไป
ไมไ่ ด้ หรอื “ปา่ ” ในบา้ นเรากไ็ มม่ ี เรามาอยใู่ นปา่ นอ้ี นั เตม็ ไปดว้ ยสงิ่ ตา่ งๆ ทไี่ มพ่ งึ ปรารถนา
เชน่ ขวากหนาม ตลอดสงิ่ รกรงุ รงั ทง้ั หลาย ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งมกั ขาดแคลนตามๆ กนั แตเ่ รา
กไ็ ม่เหน็ “ว่า” ทำ� ให้เกดิ ความทกุ ข์ลำ� บากภายในใจ
เราตงั้ หนา้ ประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ ำ� จดั กเิ ลสซง่ึ มอี ยภู่ ายในใจ ดว้ ยความรน่ื เรงิ บนั เทงิ
และความพออกพอใจ ช่ือว่าเราด�ำเนินตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า และชอื่ วา่
เราเปน็ “ผกู้ ำ� ลงั รบ” ในสงครามระหวา่ งกเิ ลสกบั ธรรม โดยถอื ใจเปน็ สนามรบ ขา้ ศกึ
และธรรม มอี ยทู่ ่ใี จน้ีทง้ั สองอย่าง ธรรมกม็ ีอยทู่ ีใ่ จ กิเลสก็มอี ยู่ทีใ่ จ การรบกันก็รบ
ทีน่ ี่
ฉะน้ันในขณะที่รบพุ่งชิงชัยกับกิเลส จิตใจจึงรู้สึกว่ามีความทุกข์ล�ำบากเป็น
ธรรมดา เพราะเปน็ สนามรบของกเิ ลสและธรรม ซงึ่ รบกนั อยใู่ นสถานทน่ี ้ี เรายอมรบั ใน
เรอื่ งความลำ� บากล�ำบน ผลทจี่ ะพึงเกิดขน้ึ จากความล�ำบาก เพราะความพากเพยี รใน
การรบกับกเิ ลส กค็ ือ “ความสงบสขุ ภายในใจ” ในวาระต่อไป
เมอื่ มคี วามทอ้ แทอ้ อ่ นแอเกดิ ขนึ้ หรอื มคี วามทอ้ ถอย มคี วามอดิ หนาระอาใจตอ่
ความพากเพียรเกิดขน้ึ พงึ ระลกึ ถึง “ธงชยั ของพระพุทธเจ้า” ท่านเขยี นไวใ้ นสูตรว่า
237
“อติ ปิ ิ โส ภควา หรอื อรญั เญ รกุ ขมเู ล วา สญุ ญาคาเรว ภกิ ขโว” ทท่ี า่ นสอนพระ
วา่ “เธอทงั้ หลายไปอยใู่ นรกุ ขมลู รม่ ไมก้ ด็ ี ในเรอื นวา่ งกด็ ี หากมคี วามขลาดความกลวั
เกดิ ขนึ้ พงึ ระลกึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ ผเู้ ปน็ บรมศาสดา นอ้ มเขา้ มาใหส้ นทิ ตดิ แนบอยกู่ บั ใจ
แล้วภัยทั้งหลายก็จะหายไป คือความกลัวท่ีเกิดข้ึนภายในจิตใจนั้นจะค่อยเบาและ
หายไป” ท่านว่า
“โน เจ พุทธัง สเรยยาถ, อถ ธมั มัง สเรยยาถ” หากระลึกถงึ พระพทุ ธเจ้า
ความกลวั ภยั น้นั ยงั ไม่หายไป กใ็ หพ้ ึงระลึกถึงพระธรรม แล้วภัยท้ังหลายจะระงับไป
หรือความกลัวซ่ึงมีอยู่ภายในใจจะหายไป เมอื่ ระลึกถงึ พระธรรม (ความกลวั ) ยงั ไม่
หายไป พึงระลกึ ถงึ พระสงฆเ์ ถิด ภยั ท้ังหลายจะหายไป”
“นเี่ ปน็ หลกั ยดึ ของใจทจ่ี ะใหเ้ กดิ ชยั ชนะ ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจ ใหเ้ ธอทงั้ หลายยดึ น้ี
เปน็ หลกั ใจ เมอ่ื อยใู่ นสถานทเี่ ปลย่ี ว เชน่ รกุ ขมลู รม่ ไม้ หรอื เรอื นวา่ ง ในปา่ ในเขาทใ่ี ด
กต็ าม พงึ ยดึ ถอื พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ ทเ่ี ปน็ รตั นะใดกต็ าม เปน็ หลกั ภายใน
จติ ใจ พวกเธอทง้ั หลายจะมชี ยั ชนะ ความหวาดกลวั ทง้ั หลายจะไมเ่ ขา้ มาราวจี ติ ใจ และ
ถงึ ชัยชนะไปโดยล�ำดบั ”
น่เี ป็นพระโอวาทของพระพทุ ธเจา้ ทท่ี รงสั่งสอนพระในครง้ั พทุ ธกาล
ครง้ั พทุ ธกาลกบั ครงั้ น้ี กค็ อื พระพทุ ธเจา้ องคเ์ ดยี วกนั เรากค็ อื พทุ ธบรษิ ทั ซง่ึ เปน็
คนเชน่ เดยี วกนั กบั ครง้ั พทุ ธกาล การระลกึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ ซงึ่ เปน็
“องค์รตั นะ” อนั เดียวกนั จงึ เป็นการเหมาะสมตลอดมาจนกระท่ังปจั จบุ นั น้ี
เราอยใู่ นสถานทใี่ ด หากวา่ เกดิ ความทอ้ แทอ้ อ่ นแอขนึ้ มา ใหร้ ะลกึ ถงึ ปฏปิ ทาของ
พระพุทธเจ้าที่ทรงด�ำเนินมา ท่านด�ำเนินอย่างไร ท่านถึงได้เป็น “พระศาสดา”?
ท่านด�ำเนินด้วยความท้อแท้อ่อนแอ ด�ำเนินด้วยความท้อถอยอย่างน้ี หรือด�ำเนิน
แบบไหน?
238
พงึ ระลึกอย่างนีเ้ สมอ เมอื่ เอาทา่ นผู้ดี ผ้มู ชี ัยชนะ มาเป็นที่ระลกึ จติ ใจเราย่อม
คบื หนา้ หรอื คลอ้ ยตามนนั้ ไมใ่ หก้ เิ ลสหรอื ความทอ้ แทอ้ อ่ นแอฉดุ ลากไปไดง้ า่ ยๆ และ
ระลกึ ถึงพระธรรม หรือพระสงฆ์ เปน็ หลกั ยึด
“พระธรรม” ทา่ นวา่ “เปน็ ของประเสรฐิ เลศิ โลก” ความขเี้ กยี จออ่ นแอ ความทอ้ ถอย
เหลา่ นี้ เปน็ ของประเสรฐิ หรอื ไม่ เราทำ� ไมจงึ คลอ้ ยตามและเชอื่ ถอื และพอใจกบั ความ
ขเี้ กยี จมกั งา่ ย ความออ่ นแอนนี้ กั หนา! “ถา้ สง่ิ เหลา่ นเี้ ปน็ ของประเสรฐิ แลว้ โลกทเ่ี ตม็ ไป
ดว้ ยสง่ิ เหลา่ นี้ ทำ� ไมจงึ ไมป่ ระเสรฐิ เลา่ ? เราควรจะยดึ อนั ใดเปน็ หลกั และควรจะปลอ่ ย
อนั ใด ยึดอันใด?” อนั เป็นความถกู ต้องเหมาะสมกบั เราผูเ้ ป็นนักรบ
เมอื่ เหตผุ ลเครอ่ื งยนื ยนั พรอ้ มแลว้ ใจกต็ อ้ งปลอ่ ยสง่ิ ทไ่ี มด่ ี และยดึ ความเขม้ แขง็
อนั เป็นของดีเพื่อเขา้ ถงึ ธรรม อนั เปน็ ของประเสริฐใหม้ ่ันคงยง่ิ ขึ้นเปน็ ลำ� ดบั
“สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ าม”ิ ของพวกเราทา่ นทอ้ แทอ้ อ่ นแอหรอื ความทอ้ แทอ้ อ่ นแอน่ี
กับ สงฺฆํ สรณํ คจฉฺ ามิ เขา้ กันไดไ้ หม ความท้อแท้อ่อนแออันเป็นเรือ่ งของกเิ ลส
เปน็ เครอื่ งทำ� ลาย “สรณะ” ซงึ่ มอี ยภู่ ายในจติ ใจใหส้ ญู ไปเหลา่ น้ี เปน็ เครอื่ งเตอื นตวั เอง
พร่ำ� สอนตวั เอง เพ่ือตอ่ สกู้ ันระหว่างกเิ ลสกับธรรม หรือกิเลสกบั สติปัญญา
ความโงเ่ ขลา คอื กเิ ลส แตม่ นั ฉลาดสำ� หรบั กลอ่ มคนใหเ้ คลม้ิ หลบั ตวั มนั เองไมโ่ ง่
แต่คนทีไ่ ปเชอ่ื มันนน้ั โง่ คนทีเ่ ชอื่ มนั ก็หยาบ คนท่เี ชอ่ื มันกข็ ีเ้ กียจออ่ นแอถอยหลงั
แตค่ นทเ่ี ชอื่ “ธรรม” ยอ่ มแกส้ งิ่ เหลา่ นอ้ี อกได้ แลว้ ขยบั ตวั เลอื่ นฐานะของจติ ขนึ้
โดยล�ำดับๆ เพราะฉะนัน้ การเชือ่ ธรรมจึงจะท�ำให้เรามีคณุ ค่ามสี าระข้นึ ไปโดยไม่มี
ขอบเขตจ�ำกัด
การปฏิบัติธรรมมีความล�ำบากมากแต่ครั้งพุทธกาลมาจนกระท่ังปัจจุบันน้ี
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมยอ่ มเดนิ ทางสายเดยี วกนั เพราะการสรู้ บกบั กเิ ลสซง่ึ เปน็ สง่ิ เหนยี วแนน่
และฝงั ลกึ ภายในใจ จะเอาความสะดวกสบายมาจากทไ่ี หน แมแ้ ตก่ ารทำ� งานธรรมดา
239
กย็ งั ลำ� บาก การตอ่ สกู้ บั กเิ ลสซง่ึ เปน็ สง่ิ เหนยี วแนน่ ทนทานทส่ี ดุ ภายในใจ และเปน็ สงิ่
ทถี่ อื กรรมสทิ ธใ์ิ นหวั ใจคนมานาน ทง้ั เคยเปน็ “ศาสดาจารยข์ องวฏั จกั ร” นม้ี าไมร่ กู้ ก่ี ปั
ก่ีกัลป์ในใจดวงหน่ึงๆ เราจะก�ำจัดปัดเป่าหรือช�ำระมันออกได้อย่างง่ายดายเหมือน
ปอกกลว้ ยไดอ้ ยา่ งไร เพราะกเิ ลสไมใ่ ชก่ ลว้ ยพอจะปอกกนั ไดง้ า่ ยๆ นี่ เมอื่ เปน็ เชน่ นี้
จงึ ตอ้ งตะเกยี กตะกาย จงึ ตอ้ งพยายามสดุ กำ� ลงั ความสามารถ ทง้ั สตปิ ญั ญา ทง้ั ความ
พากเพยี รดา้ นตา่ งๆ ทจี่ ะใหเ้ ปน็ ไปตามอรรถตามธรรม เพอื่ สง่ิ เหลา่ นจ้ี ะไดล้ ดนอ้ ยและ
หมดสน้ิ ไป ความสขุ ความสำ� ราญบานใจปรากฏขน้ึ แกเ่ รา ผดู้ ำ� เนนิ ตามหลกั ธรรมแหง่
พุทธบริษัทอันเป็นหลักใหญ่ที่เราจะพึงด�ำเนิน พึงระลึกไว้เสมอในการปฏิบัติธรรม
เพราะกิเลสน้ันคอยกระซบิ หลอกอยู่ตลอดเวลา นง่ั นอน ยืน เดิน ในอริ ยิ าบถใด
กเิ ลสจะต้องคอยกระซิบตามอุบายของมนั อยู่เสมอ
ถา้ ผปู้ ฏบิ ตั ปิ ระมาทนอนใจ ผลติ ธรรม หรอื สตปิ ญั ญาไมท่ นั กจ็ ะตอ้ งคลอ้ ยตาม
กเิ ลส และหลงไปโดยไมร่ สู้ กึ ตวั ถา้ อาศยั สตปิ ญั ญาอยเู่ สมอ อะไรกระซบิ ขนึ้ มา เปน็ เรอ่ื ง
ของกิเลส เราก็ทราบ เปน็ เร่ืองของธรรม เรากท็ ราบ พอมที างแกไ้ ขหรอื หลบหลกี กนั
ไปได้
พระพทุ ธเจา้ กด็ ี พระสาวกทง้ั หลายกด็ ี ทา่ นสมบกุ สมบนั ลำ� บากตรากตรำ� มาจน
สุดชีวิตจิตใจแทบจะไปไม่รอด แต่ก็หลุดพ้นมาได้เพราะความเพียรกล้าไม่ล่าถอย
จงึ นบั วา่ เปน็ “พทุ ธงั ธมั มงั สงั ฆงั สรณงั คจั ฉาม”ิ ของพวกเรา ทอ่ี งอาจกลา้ หาญเหนอื
“ไตรภพ” เรียนจบกลมารยาของกิเลสทั้งสามโลกธาตุ เราผู้ด�ำเนนิ ตามทา่ นซงึ่ อย่ใู น
แนวรบอันเดียวกัน กต็ อ้ งมคี วามลำ� บากล�ำบนเป็นธรรมดา แต่ไม่ยอมถอย บางคร้ัง
ต้องเอาชวี ติ เขา้ ประกนั เลย เป็นก็เป็น ตายกต็ าย แตส่ ิ่งที่มงุ่ หมายนนั้ อยา่ งไรก็ต้อง
ให้ตดิ มอื มา ไมต่ ดิ มอื มากใ็ ห้ตายในสนามรบ ถ้าไม่ตายกใ็ หไ้ ด้ชัยชนะ บางครง้ั ตอ้ ง
เปน็ อย่างนนั้ สำ� หรบั ผู้ตอ้ งการธรรมอนั ประเสริฐมาครองใจ
ถา้ เอาความออ่ นแอมาเปน็ หลกั มาเปน็ เครอ่ื งยดึ เชน่ ทเ่ี คยเปน็ อยแู่ ลว้ กเ็ ปน็ อยา่ ง
เราๆ ท่านๆ ไม่มีใครผิดแผกแปลกต่างจากใคร เพราะสิ่งเหล่านี้มันมีเหมือนกัน
240
มนั เปน็ สง่ิ จอมปลอม หลอกลวงเหมอื นกนั คนจงึ เปน็ เหมอื นๆ กนั ไมม่ ใี ครดยี งิ่ กวา่
ใครไปได้ ถา้ ไมแ่ กส้ ง่ิ ทไ่ี มด่ ี สง่ิ ทจ่ี อมปลอมนอี้ อกไปจากใจได้ ใจจะหาความเดน่ ดวง
ไม่ได้เลย
จติ นอี้ ยกู่ บั ตวั คอื ความรู้ รอู้ ยกู่ บั ตวั กเิ ลสกแ็ ทรกอยกู่ บั ความรนู้ ี้ และคอยกระซบิ
ความรนู้ ้ีใหเ้ ป็นไปตา่ งๆ ในแง่ที่เปน็ ไปในทางต�ำ่ เสมอ
สติปัญญาเป็นเคร่ืองก�ำจัด เป็นเคร่ืองก้ันกางกีดขวางส่ิงเหล่านี้ท่ีเป็นของไม่ดี
ใหผ้ า่ นพน้ ออกไปได้ จติ ใจจะไดส้ วา่ งกระจา่ งแจง้ เดน่ ดวงขนึ้ โดยลำ� ดบั ๆ มองเหน็ อรรถ
เห็นธรรม มองเหน็ ทุกข์ว่าเปน็ ทุกข์ มองเหน็ สุขว่าเป็นสขุ มองเหน็ สาระว่าเป็นสาระ
มองเห็นสิ่งที่ไร้สาระว่าเป็นของไร้สาระโดยความจริง และประสบพบเห็นความสุข
ความเจรญิ ภายในใจ
นเ่ี ป็นหลักใหญ่แหง่ การประพฤตธิ รรม ท่านเคยประพฤติมาอย่างนี้ เรากต็ ้อง
ประพฤตอิ ยา่ งน้ี เพราะทางดำ� เนนิ เพอ่ื อรรถเพอื่ ธรรมกต็ อ้ งเหยยี บยำ�่ ทำ� ลายหรอื ฝา่ ฝนื
กเิ ลส คำ� วา่ “กเิ ลส” กเ็ หมอื นขวากหนาม ตอ้ งคอยทม่ิ แทงเราอยเู่ สมอ การแกไ้ ขกเิ ลส
จงึ เป็นการล�ำบากบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ควรจะถอื เอามาเปน็ อปุ สรรค
“ความตาย” นน้ั นะ่ “ขวางหนา้ ” อยแู่ ลว้ ดว้ ยกนั ทกุ คน! เราอยดู่ ว้ ยกนั เฉพาะอยา่ งยงิ่
ในขณะน้ี ก็ล้วนมคี วามตายเต็มตัวดว้ ยกัน ไม่มใี ครย่งิ หยอ่ นกว่ากัน ความตายเตม็
รา่ งกาย และทกุ วนิ าทที เ่ี รามานงั่ อยทู่ นี่ ี่ กเ็ รยี กวา่ “กา้ วไปทกุ ชวั่ โมง” กาลเวลากนิ เขา้ ไป
เรอ่ื ยๆ เปน็ วนิ าที เปน็ นาที เปน็ ชว่ั โมง เปน็ วนั เปน็ เดอื น เปน็ ปี เขา้ ไป เขา้ ไป จนถงึ
จดุ แห่งความตาย แล้วกต็ ายไดด้ ้วยกัน
อย่ดู ้วยกนั แมจ้ ะรักชอบกนั ขนาดไหน ความตายมนั กไ็ มไ่ ดไ้ ว้หนา้ ใครทัง้ นน้ั
ถึงกาลแลว้ กต็ ้องพลดั พรากจากกันไป
241