The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2022-02-24 20:00:40

ศาสนาอยู่ที่ไหน

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ไม่มี ย่อมขาดท่พี ึง่ ทางใจอันเป็นสิ่งสำ� คัญอยา่ งย่งิ ใจไม่มหี ลักไมม่ เี กณฑ์ คดิ แลว้
กว็ า้ เหว่ มองไปเหน็ สง่ิ นน้ั สงิ่ นซี้ ง่ึ เปน็ สง่ิ นอกกาย นอกใจ มองเขา้ มาทจ่ี ติ ไมร่ จู้ ะอาศยั
อะไรต่อไป ใจย่อมวา้ ว่นุ ขุน่ มัว หนกั เขา้ ตายก็ตายแบบใจอนาถา หาที่ยดึ ไม่ไดแ้ ละ
ลม่ จมไปตามยถากรรมซ่ึงน่าทุเรศมากมาย

คนเราเวลาจะตาย ใจเกิดความว้าวุ่นขุ่นมัวมากมาย ก็เพราะจิตไม่มีหลักยึด
ภายในใจ ไปยดึ แตส่ งิ่ ภายนอก กลวั จะตาย จะพลดั พรากจากสงิ่ ทร่ี กั เจรญิ ใจ กลวั จะ
พลดั พรากจากสง่ิ นนั้ คนน้ี ยงุ่ กนั ไปหมด ซงึ่ เปน็ การกอ่ ความวนุ่ วายใหแ้ กต่ นในวาระ
สุดทา้ ยมาก

ฉะนน้ั ศาสนาจงึ เปน็ เหมอื นประทปี ดวงไฟสอ่ งทางเพอ่ื ความเปน็ “สคุ โต” ไดเ้ ปน็
อยา่ งดี ทงั้ ปัจจุบันและอนาคต ไมป่ รากฏว่าผู้ปฏบิ ัติธรรมถกู ธรรมนนั้ พาไปลงนรก
ตกเหว ใหไ้ ดร้ บั ความทกุ ขค์ วามทรมาน นอกจากธรรมยอ่ มรกั ษาผปู้ ระพฤตธิ รรม ไมใ่ ห้
ตกไปในทชี่ วั่ ไมพ่ งึ ปรารถนาโดยถา่ ยเดยี ว ไมเ่ คยเหน็ ธรรมเปรต ธรรมผี มาคอยกดั ฉกี
กนิ คนผรู้ กั ษาธรรมปฏบิ ตั ธิ รรมใหส้ นิ้ เนอื้ ประดาตวั เลย นอกจากธรรมปลอม ศาสนา
จอมปลอม ซง่ึ กำ� ลงั แทรกออกจากความอบุ าทว์ เทยี่ วหลอกลวงคนโงใ่ หเ้ ผลอตวั ลงไป
เขา้ หม้อแกงเขาเทา่ นน้ั

จติ ทม่ี ศี าสนา จติ มธี รรมเปน็ เครอ่ื งปกครองเปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ ยอ่ มเปน็ จติ ที่
เยือกเย็นอ่อนโยน มคี วามอบอ่นุ อยภู่ ายในตวั ผดิ กับจิตท่ีไม่มศี าสนา ซึง่ มแี ตค่ วาม
โหดร้ายทารุณเป็นเจา้ อำ� นาจครองใจเปน็ ไหนๆ เพราะภายในจติ มธี รรมเปน็ “แกน”
มีธรรมเป็น “หลกั ยดึ ” ของใจ แมย้ ากดมี จี นก็มีความอบอนุ่ อยู่ภายใน

เวลานี้เราอาศยั กายน้ีอยู่ ตอ่ ไปเรายึดบุญ เราอาศยั บุญ เวลาท่ีสุดวสิ ัยที่จะยึด
กายนน้ั แลว้ สง่ิ ทเี่ ปน็ วสิ ยั ของเราเหมาะสมกบั ใจเราอยา่ งยง่ิ กค็ อื ความดี คอื บญุ จำ� ตอ้ ง
ยึดธรรมเปน็ หลักใจ ตายก็ “สคุ โต” ไปเลย คนมีศาสนาภายในจิตใจเป็นอยา่ งน้ี
ไมเ่ สยี ทา่ เสยี ทที ง้ั ในเวลามชี วี ติ อยู่ ทงั้ ในเวลาตายไป การอาศยั ธาตขุ นั ธ์ สมบตั ิ บรษิ ทั
บริวาร เงินทอง ก็ได้อาศยั มาพอรูร้ สชาตขิ องส่งิ น้นั ๆ ไดด้ ีพอควร ส่วนรสชาตขิ อง

392

ธรรม คอื ความดงี าม เวลานยี้ งั ไมจ่ ใุ จ จงพยายามบำ� เพญ็ ใหเ้ ปน็ ทแ่ี นใ่ จ จะไมเ่ สยี ทา่
เสยี ที สมกบั ความเปน็ มนษุ ยท์ ฉ่ี ลาดกวา่ บรรดาสตั ว์ มนษุ ยเ์ ราสงู กวา่ สตั ว์ สงู ดว้ ยความ
ประพฤตดิ ี เชอื่ บญุ เชอ่ื บาป นรก สวรรค์ ไมใ่ ชส่ งู แบบขนึ้ อวกาศ ดงั ทเี่ ขาเคยขนึ้ กนั
มาแลว้ ไม่เห็นเป็นสขุ และวเิ ศษวิโสอะไร กลบั มาถงึ พื้นโลก ถูกเขาสรรเสริญเยินยอ
เลยลืมตวั และเป็นบา้ ไปก็มีใหเ้ ห็นประจักษอ์ ย่แู ลว้ การยกย่องก็ทำ� ให้คนลมื ตวั เป็น
บ้าได้ เชน่ เดยี วกบั ผถู้ กู นินทาวา่ ร้าย เกดิ ความเสียใจเปน็ บา้ ไปจนเสยี คน
คำ� วา่ “สงู ” ใหส้ งู ดว้ ยจติ ใจทมี่ ธี รรมนำ� ตวั ไปสทู่ สี่ งู และปลดเปลอ้ื งทกุ ขไ์ ดต้ าม
ส่วนแห่งคุณธรรมท่ีมใี นใจมากน้อย และสงู สุด คือถงึ “วมิ ุตติ พระนิพพาน” ชอื่ วา่
“ผ้สู งู ตามหลักธรรมของชาวพทุ ธแท”้
กรณุ าพากนั ทำ� ใจ ยกใจ ใหส้ งู กวา่ สง่ิ ลามกทง้ั หลาย จะชอ่ื วา่ “เปน็ ผมู้ จี ติ ใจสงู
โดยคุณธรรมแท”้ เอาละ การแสดงธรรมกเ็ ห็นวา่ สมควรฯ

393

เทย่ี วกรรมฐานในกายนคร

ในหลกั ธรรมทา่ นวา่ “ความยนิ ดใี นธรรม ชนะซงึ่ ความยนิ ดที งั้ ปวง รสแหง่ ธรรม
ชนะซง่ึ รสทงั้ ปวง” คำ� นอ้ี อกมาจากทา่ นผทู้ เี่ คยไดย้ นิ ดมี าแลว้ เคยไดล้ มิ้ รสพระสทั ธรรม
มาแลว้ คอื พระพทุ ธเจา้ ของเรา เพราะฉะนน้ั ผทู้ สี่ นใจฟงั ตามทที่ า่ นสงั่ สอน ไมว่ า่ จะเปน็
ธรรมบทใด ยอ่ มซาบซง้ึ ถงึ ใจทกุ บททกุ บาทไป นอกจากจะฟงั สกั แตว่ า่ เปน็ กริ ยิ า โดยจติ
ไมไ่ ดจ้ ดจอ่ และเพลนิ ไปกบั สงิ่ ตา่ งๆ ตามวสิ ยั ของจติ ทเ่ี คยเปน็ มาดงั้ เดมิ เทา่ นน้ั โดยหา
สารคณุ อะไรไมไ่ ด้

ศาสนธรรมกไ็ มม่ คี วามหมายในจติ ประเภทนนั้ จนกวา่ จติ ประเภทนน้ั จะหนั เขา้ สู่
หลักธรรม เกิดความสนใจข้ึนภายในตัวเอง แลว้ ประพฤติปฏิบตั ธิ รรม รสแหง่ ธรรม
ทก่ี ลา่ วนน้ั จงึ จะซาบซงึ้ และเปน็ เครอื่ งสนบั สนนุ จติ ใจ และเกดิ ความเชอ่ื ไปโดยลำ� ดบั
เพราะมี “ฐานแหง่ ธรรม” สบื เนอ่ื งเป็นเครอื่ งรองรับกนั โดยลำ� ดับอยู่แลว้ ภายในใจ

เฉพาะอย่างยิ่งการฟังธรรมในภาคปฏิบัติ ถ้าจิตไม่มีพื้นเพทางด้านจิตภาวนา
อยู่บ้างเลย และไม่เคยสนใจกับอรรถกับธรรม ไม่เคยสนใจประพฤติปฏิบัติธรรม
ไม่ปรากฏธรรมแม้บทใดเป็นที่สะดุดใจบ้างเลย เวลาฟังเทศน์ทางด้านปฏิบัติท่ีท่าน
แสดงเรื่องวิถีจติ การด�ำเนินของจิต การแก้ไขจติ ระหว่างจติ กบั กิเลส หรอื ระหวา่ ง
จิตกบั มรรค คือสติปญั ญาหรือความเพียร ดงั น้ี ผ้ฟู งั จะไม่เขา้ ใจ เมอ่ื ไมเ่ ขา้ ใจกเ็ กดิ
ความทอ้ ใจ จติ ใจจงึ เบนความสนใจไปทางอนื่ เสยี บางทกี ง็ ว่ งเหงาหาวนอน อยากหลบั

394

อยากนอนอะไรไปเสยี การเทศนก์ ร็ สู้ กึ วา่ เปน็ เวลานาน เพราะเปน็ การกดถว่ งกเิ ลสไมใ่ ห้
ออกมาพลุกพล่านตามความสะดวกสบาย ฉะนั้นในขณะฟังธรรม จำ� ต้องระมัดระวัง
จติ ใจ ความระมดั ระวงั จติ ใจน้ี เปน็ เหมอื นกบั ถกู กกั ถกู ขงั ไวใ้ นขอบเขตอนั เปน็ ทท่ี รมาน
โดยเฉพาะใจ เลยเกดิ ความรำ� คาญขน้ึ มา และเกดิ ความอิดหนาระอาใจไม่อยากฟงั
นอกจากหาเรอื่ งกวนใจมายงุ่ ตวั เองเปลา่ ๆ โดยไมเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไรในการฟังธรรม

ตอ่ เมอื่ ไดฟ้ งั ไปเรอื่ ยๆ ดว้ ยความสนใจ แมข้ ณะฟงั กย็ งั มภี าคปฏบิ ตั ไิ ปดว้ ย จติ มี
ความจดจอ่ ตอ่ เนอ่ื งกนั ไปกบั กระแสแหง่ ธรรมทท่ี า่ นแสดงไป จติ เกดิ มคี วามสงบขนึ้ มา
เพราะความรทู้ สี่ มั ผสั กบั ธรรมนนั้ สบื เนอ่ื งกนั ไปโดยลำ� ดบั ไมข่ าดวรรคขาดตอน ใจไมม่ ี
โอกาสเลด็ ลอดออกไปสอู่ ารมณต์ า่ งๆ ทเี่ ปน็ ขา้ ศกึ ในขณะทฟี่ งั เลยทำ� จติ สงบตวั ลงได้

การทจี่ ติ สงบตวั ลงไดบ้ า้ ง นนั่ แหละเปน็ การเรม่ิ สรา้ งฐานหรอื ขดั เกลาภาชนะ คอื ใจ
ใหส้ ะอาดขน้ึ โดยลำ� ดบั สมควรแกก่ ารรบั “ธรรม” จติ ใจจะเรม่ิ สงบเยอื กเยน็ ขนึ้ มา และ
เห็นคณุ ค่าแห่งการฟังธรรม ดังท่ที ่านแสดงไว้ว่า

“การฟังธรรม มอี านิสงส์ ๕ ประการ ซึ่งข้อท่ี ๕ เป็นขอ้ สำ� คัญ คอื จิตผ้ฟู ัง
ย่อมสงบผ่องใส นี่ส�ำคัญมาก แต่ก็ต้องเป็นแนวทางสืบต่อกันไปแต่เบ้ืองต้นท่ีว่า
“ผู้ฟงั ธรรมย่อมจะไดย้ นิ ไดฟ้ ังสงิ่ ท่ยี ังไม่เคยได้ยนิ ไดฟ้ งั ” ซ่ึงเปน็ บาทฐานไปตั้งแตน่ ้ี
คอื ไมเ่ คยไดฟ้ งั ทางภาคปฏบิ ตั หิ รอื ทางใดกต็ าม เมอื่ ไดฟ้ งั ขณะทที่ า่ นเทศนน์ น้ั กเ็ กดิ
ความเข้าใจข้นึ มาในสง่ิ ที่เราไมเ่ คยไดย้ นิ ได้ฟังมาเลย เรากไ็ ด้ฟัง ไมเ่ คยเข้าใจอย่าง
นน้ั เรากไ็ ดเ้ ขา้ ใจขนึ้ มา สง่ิ ทไ่ี ดเ้ คยไดย้ นิ ไดฟ้ งั มาแลว้ แตย่ งั ไมเ่ ขา้ ใจแจม่ แจง้ กเ็ ขา้ ใจ
แจม่ แจ้งเขา้ ไปโดยล�ำดับ และทำ� ความรู้ความเหน็ ใหถ้ ูกต้องไปตามแนวทางได้

สดุ ทา้ ยกไ็ ปถึงขนั้ ที่วา่ “จติ ผูฟ้ ังย่อมผอ่ งใสและสงบเยน็ ” เมอื่ ปรากฏผลขน้ึ มา
เชน่ นีแ้ ล้ว ความยินดใี นธรรมก็เรม่ิ ปรากฏขน้ึ มาเอง รสของธรรมกเ็ ริม่ ปรากฏขึน้ มา
ในขณะฟงั และขณะจติ สงบตวั ฟงั แมจ้ ะยงั ไมช่ นะรสอน่ื ใดกต็ าม แตก่ เ็ ปน็ รสทด่ี ม่ื ดำ�่
ทำ� ใหส้ ะดดุ จติ สะดดุ ใจ เปน็ ความจำ� ไวไ้ ดน้ านๆ ไมล่ บเลอื นไปอยา่ งงา่ ยดายภายในใจ
ของผนู้ ้ัน

395

ฉะนน้ั นกั ปฏบิ ตั ธิ รรมทง้ั หลายจงึ ถอื การฟงั ธรรมเปน็ สำ� คญั จะเรยี กวา่ “ตดิ ครู
ติดอาจารย์” ก็ได้ไม่คัดค้าน พระปฏิบัติท้ังหลายชอบได้ยินได้ฟังเสมอจากครูจาก
อาจารย์ อาจารย์องค์ใดเป็นที่เคารพนับถือเลื่อมใสในด้านปฏิบัติ ทั้งในด้านจิตใจ
อาจารย์องค์นนั้ ไปอยูใ่ นสถานทีใ่ ด ลูกศษิ ย์ลกู หาจะทยอยไปหาเรือ่ ยๆ จนแทบไม่มี
ท่พี กั อาศยั เพียงพอกัน ยกตัวอย่างเช่น ท่านอาจารย์มน่ั เป็นต้น

ท่านไปอยู่ในสถานท่ีใด ลูกศิษย์ลูกหาอยู่ใกล้อยู่ไกลทยอยไปหาท่านเสมอ
มไิ ดข้ าด แมจ้ ะอยกู่ บั ทา่ นโดยเฉพาะในทแ่ี หง่ เดยี วกนั ไมไ่ ด้ เพราะสถานทไ่ี มเ่ พยี งพอ
กบั การอยกู่ ต็ าม กจ็ ะตอ้ งไปหาพกั อยใู่ นบรเิ วณใกลเ้ คยี ง ๒-๓-๔ กโิ ล หรอื ๗-๘ กโิ ล
ทา่ นก็ยอมไปอยู่ ท้งั นเี้ พอื่ มาฟงั โอวาทท่านไดส้ ะดวกในวันทำ� อโุ บสถ และวนั ประชุม
ธรรม

ในวันอโุ บสถ ฟงั ปาฏิโมกข์ และฟงั โอวาทท่านหลงั ปาฏิโมกขแ์ ลว้ เวลาสงสยั
อรรถธรรมกม็ าเลา่ ถวายใหท้ า่ นแกป้ ญั หาให้ พระ เณร จงึ มมี ากจนเตม็ ไปหมดในตำ� บล
น้ันๆ ในขณะท่ีทา่ นพกั อยู่ มแี ตพ่ ระกรรมฐาน ถึงวันอุโบสถฉันจงั หนั แล้ว ตา่ งองค์
ตา่ งมา พอบา่ ยโมงทา่ นกเ็ รมิ่ ลงอโุ บสถ พออโุ บสถแลว้ ทา่ นจะใหโ้ อวาท สว่ นมากทา่ น
ใหโ้ อวาทหลงั จากอโุ บสถแลว้ นเ่ี ปน็ ภาคปฏบิ ตั อิ นั สำ� คญั กบั ผทู้ อ่ี ยกู่ บั ทา่ น ในพรรษา
กป็ ฏบิ ตั เิ ชน่ นี้ เจด็ วนั ประชมุ ตอ่ ครง้ั นอกพรรษากไ็ มใ่ ครแ่ นน่ อนนกั แตใ่ นพวกเราทอี่ ยู่
กับทา่ น ส่วนมากท่านท�ำอย่างนั้น พระกรรมฐานจงึ ตดิ ครูติดอาจารย์ ดว้ ยเหตนุ เ้ี อง
ขณะทฟี่ งั ทา่ นใหโ้ อวาทเปน็ สำ� คญั มาก ไดส้ ตไิ ดป้ ญั ญาทางดา้ นจติ ใจขน้ึ มาเปน็ ระยะๆ
ไมเ่ คยพลาด!

ในการฟงั ครงั้ หนง่ึ ๆ องคท์ า่ นเองกเ็ ปน็ เหมอื น “แมเ่ หลก็ ” เปน็ เครอ่ื งดงึ ดดู จติ ใจ
ของพระเณรใหเ้ กดิ ความสนใจ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งอนั เปน็ อรรถเปน็ ธรรมแลว้ จะมที า่ นเปน็
แรงดงึ ดดู อนั สำ� คญั เปน็ เครอื่ งดดู ดม่ื ใหม้ คี วามเพลดิ เพลนิ รนื่ เรงิ ในธรรม ไดพ้ บไดเ้ หน็
ทา่ นชว่ั ระยะหนง่ึ ระยะหนง่ึ กเ็ ปน็ เครอ่ื งดงึ ดดู จติ ใจใหเ้ กดิ ความปตี ยิ นิ ดี แถมยงั ไดย้ นิ
ไดฟ้ งั ทา่ นพดู เรอื่ ยๆ จะเปน็ การเทศนท์ วั่ ๆ ไปในเวลาอบรมกต็ าม พดู ธรรมดากต็ าม
พูดทีเลน่ ทจี รงิ กต็ าม เพราะทา่ นเปน็ “ธรรม” หมดทัง้ องคแ์ ล้ว การแสดงออกในแง่

396

ต่างๆ ยอ่ มมีธรรม มีเหตมุ ผี ลทจ่ี ะยึดเป็นคตแิ ทรกออกมาเรอื่ ยๆ ใหผ้ ้ฟู งั ท่ีมคี วาม
สนใจไดย้ ดึ เปน็ คตติ ลอดไปทกุ ๆ ครงั้ ทไ่ี ดย้ นิ ไดฟ้ งั จากทา่ น เพราะฉะนนั้ การอยกู่ บั ครู
กบั อาจารยข์ องพระกรรมฐาน จงึ เปน็ ความสนกุ รนื่ เรงิ ในธรรมมาก ทา่ นไปดว้ ยอธั ยาศยั
ของท่านเอง

เวลาหา่ งครหู า่ งอาจารยอ์ อกไป จติ ใจทยี่ งั ไมส่ ามารถรกั ษาตนได้ กย็ อ่ มมคี วาม
วา้ เหว่ หรอื เกดิ ขอ้ ขดั ขอ้ งอะไรขนึ้ มากไ็ มส่ ามารถแกไ้ ขได้ จะตอ้ งคดิ ถงึ ครู คดิ ถงึ อาจารย์
ถา้ หากไมส่ ามารถจะคดิ คน้ แกไ้ ขไดโ้ ดยลำ� พงั ตนเอง กต็ อ้ งรบี มาหาทา่ นใหช้ แี้ จงแนะนำ�
ซึ่งตดั ลดั เวลาทยี่ ืดเยือ้ เพราะการแก้ไขด้วยตนเองนั้นออกไปไดม้ ากมาย เพราะท่าน
รแู้ ลว้ เหน็ แลว้ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง เวลาเราเกดิ ขอ้ ขอ้ งใจอะไรมาหาทา่ น เพยี งแตเ่ ลา่ ถวายทา่ น
จบประโยคลงเทา่ นัน้ ทา่ นจะแก้ไขในทันทแี ลว้ เข้าใจในขณะนัน้

นแี่ หละการอยกู่ บั ครกู บั อาจารยท์ ท่ี า่ นรจู้ รงิ เหน็ จรงิ แลว้ ไมเ่ นน่ิ ชา้ ไมเ่ สยี เวลาใน
ปญั หาแตล่ ะขอ้ ละขอ้ ทงั้ เปน็ ประโยชนแ์ กผ่ มู้ าศกึ ษามากมายไมผ่ ดิ หวงั ความทที่ า่ น
ผ้รู ู้จริงเหน็ จรงิ แสดงใหฟ้ งั ผดิ กันมากอยา่ งนี้

เมอื่ ตะกน้ี ไี้ ดย้ กเรอ่ื งความยนิ ดใี นธรรมขน้ึ แสดงในเบอ้ื งตน้ กเ็ หมอื นกบั ทกี่ ลา่ ว
มานีแ้ หละ ความยนิ ดใี นธรรมยินดไี ปเรื่อยๆ ด้วยอำ� นาจแห่งการได้ยินไดฟ้ ังเสมอ
และการประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นอยโู่ ดยสมำ่� เสมอ เชน่ เดยี วกนั ผลคอื รสชาตทิ ปี่ รากฏจาก
การปฏบิ ตั ิจะเพมิ่ ปรมิ าณขนึ้ เร่ือยๆ มีความแนน่ หนามั่นคงขึน้ ภายในจติ ใจเรื่อยๆ

เฉพาะอยา่ งยงิ่ คอื สมาธิ มคี วามสงบ รม่ เยน็ เปน็ สขุ สะดวกสบาย ไมค่ ดิ สา่ ยแส่
ไปกบั เรอื่ งอะไรภายนอก ประหนงึ่ โลกธาตนุ ้ไี ม่มี เพราะไมม่ ีความรูส้ ึกไปเก่ียวขอ้ ง
มีแต่อรรถแต่ธรรมท่ีจะพึงพินิจพิจารณา และปฏิบัติให้มีความเข้มแข็งเหนียวแน่น
ข้นึ ไปโดยล�ำดับเทา่ นัน้

ถา้ เปน็ ขนั้ ปญั ญา จะพจิ ารณาไปกว้างแคบเพียงไรในบรรดาสภาวธรรมทมี่ อี ยู่
ในโลกนี้ กเ็ พอ่ื อรรถเพ่อื ธรรม เพอ่ื ถอดถอนตนโดยถา่ ยเดียวเทา่ นนั้ จงึ เป็นความ
เพลดิ เพลนิ ไปทง้ั วนั ทง้ั คนื จติ ใจของเราเมอื่ มงุ่ ตอ่ อรรถตอ่ ธรรมอยา่ งแรงกลา้ เพยี งไร

397

ยอ่ มมคี วามเขม้ แขง็ อาจหาญเพยี งนนั้ ไมม่ เี ยอื่ ใยในชวี ติ จติ ใจ ตลอดถงึ ความเปน็ อยู่
ปูวายอะไรทัง้ สนิ้ ไมม่ คี วามกงั วลว่นุ วายกับอะไรภายนอก มีแต่เขม็ ทศิ ทางเดนิ แห่ง
ธรรมเทา่ นั้นเป็นเคร่อื งพยงุ ใหจ้ ิตใจเปน็ ไปโดยล�ำดบั น่ังอยู่ก็เพลิน นอนอยู่ก็เพลนิ
เพลินดว้ ยความพากเพียรในการประพฤตปิ ฏิบัตธิ รรม ถ้าเปน็ สมาธกิ เ็ พลนิ ในความ
สงบเย็นใจ ถา้ เปน็ ภาคปญั ญากเ็ พลนิ ในการคดิ คน้ อรรถธรรมในแง่ตา่ งๆ เพือ่ การ
ถอดถอนกิเลสเป็นล�ำดับในขณะท่ีพิจารณา

ความผาสกุ เยน็ ใจจงึ มไี ดท้ กุ ระยะของการประกอบความเพยี ร อยใู่ นทสี่ งบเงยี บ
เทา่ ไร ความรนู้ ย้ี งิ่ เดน่ ดวง แมค้ วามรทู้ างดา้ นสมาธกิ เ็ ดน่ ในความรสู้ กึ ตวั เอง และเดน่
ด้วยความสงบ ทางดา้ นปญั ญาก็เดน่ ทางความเฉลียวฉลาด ความแยบคายของจิต
คิดค้นไม่มีเวลาหยุด นอกจากพกั สงบในสมาธเิ ท่าน้นั เหมือนกบั น้ำ� ซับน�้ำซมึ ไหลริน
อย่ทู ้ังหน้าแลง้ หนา้ ฝน

ตามสภาวธรรมแง่ต่างๆ ท่ีจะมาสัมผัสสัมพันธ์ หรือสิ่งเหล่านั้นไม่มาสัมผัส
สัมพันธ์ จติ ใจทม่ี ีนสิ ยั ไปทางดา้ นปัญญาอยู่แล้ว ยอ่ มพจิ ารณาสอดแทรกไปทกุ แง่
ทกุ มมุ และเกดิ ความเข้าอกเข้าใจไปโดยลำ� ดับ ดงั ทีท่ ่านวา่ “กายคตาสติ” อยา่ งนี้
พดู อยา่ งหนง่ึ กร็ สู้ กึ เผนิ ๆ เพราะจติ มนั เผนิ จติ ไมม่ หี ลกั จติ ไมม่ สี ติ ไมม่ ปี ญั ญา ไมม่ ี
หลกั เกณฑ์ คอื ธรรมเปน็ หลกั เกณฑข์ องจติ พดู อะไรกไ็ มค่ อ่ ยถงึ ใจ เพราะใจอยลู่ กึ ใต้
ทอ้ งกเิ ลสโนน่ แตพ่ อจติ มหี ลกั มเี กณฑ์ มเี หตมุ ผี ลขน้ึ ภายในตวั แลว้ เอา้ เฉพาะอยา่ งยงิ่
เราอยู่ในทส่ี งบๆ ก�ำหนดพจิ ารณาดรู ่างกายขณะที่นั่งภาวนาน่ะ มนั ทะลุปรโุ ปรง่ โลง่
ไปหมดทง้ั รา่ งกาย เปน็ อยา่ งนนั้ จรงิ ๆ ในความรสู้ กึ ของผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมขนั้ นี้ มนั ซาบซง้ึ
ด่ืมดำ่� มาก จะพิจารณาดผู ิวหนังข้างนอก พิจารณาให้เห็นเปน็ “อสุภะ อสภุ งั ” กด็ ี
มันก็เห็นอย่างชัดๆ เพราะธรรมชาติอันน้ีเป็นอยู่แล้ว เป็นแต่จิตของเราไม่เดินตาม
ความจรงิ นน้ั เทา่ นั้น เปน็ เหตุใหข้ ดั แยง้ กนั อยู่เสมอ

เมอื่ จติ ใจมคี วามสงบและพจิ ารณาดว้ ยปญั ญาไดแ้ ลว้ เอา้ เราเดนิ กมั มฏั ฐาน คอื
พาจิตเดินกมั มัฏฐาน ทอ่ งเทย่ี วในสกลกาย คือ ขนั ธห์ า้ นี้ เดนิ ข้นึ เบื้องบนถึงศีรษะ
เดนิ ลงเบอ้ื งลา่ ง เบอื้ งตำ�่ ถงึ พน้ื เทา้ เดนิ ออกมาขา้ งนอกถงึ ผวิ หนงั เดนิ เขา้ ไปขา้ งในหนงั

398

ในเน้อื ในเอน็ ในกระดูก ทุกชน้ิ ทกุ อัน มีความสบื ตอ่ เกย่ี วเนื่องกนั อย่างไรบา้ งตาม
ธรรมชาติของมนั

จิตค่อยไตร่ตรองไปตามน้ันโดยล�ำดับๆ จิตก็เพลินไปด้วยการพิจารณาน้ัน
สุดทา้ ยทง้ั ๆ ท่เี ราพจิ ารณารา่ งกายอยนู่ ัน้ แล แตใ่ นความร้สู กึ นน้ั ปรากฏเหมอื นไมม่ ี
กายเลย จติ มนั เบาหววิ ไปหมด กายเนอื้ นหี้ ายไป แตภ่ าพทพ่ี จิ ารณานนั้ กพ็ จิ ารณาไป
โดยลำ� ดบั เชน่ เดยี วกนั ทงั้ ๆ ทอี่ าศยั ภาพแหง่ รา่ งกายทมี่ อี ยนู่ แี้ ลเปน็ เครอ่ื งพจิ ารณา แต่
สว่ นทปี่ รากฏรา่ งอนั น้ี เหมอื นเรมิ่ แรกนนั้ ไมป่ รากฏ หายไปหมดนนั้ อยา่ งหนง่ึ พจิ ารณา
จนกระทงั่ มคี วามละเอยี ดลออในความรสู้ กึ ของจติ จนกระทงั่ รา่ งกายนี้ เราจะพจิ ารณา
ใหเ้ ปน็ ความแตกความสลายลงไปกเ็ ปน็ ไปโดยลำ� ดบั มคี วามรสู้ กึ อยกู่ บั “ภาพ” ทป่ี รากฏ
ภายในจติ ใจโดยทางปญั ญาทพ่ี จิ ารณาอยเู่ ทา่ นน้ั และเหน็ อยา่ งชดั เจนเพราะไมม่ อี ะไร
เข้ามาเกย่ี วข้องวนุ่ วาย

จิตกไ็ ม่หวิ โหยอยากว่งิ เต้นออกไปสูภ่ ายนอกเพลนิ กบั งาน คือการพิจารณานั้น
เทา่ นน้ั ความเขา้ ใจกช็ ดั ขน้ึ มา ชดั ขน้ึ มา ความเขา้ ใจชดั มากเพยี งไร ยงิ่ ทำ� ใหเ้ กดิ ความ
สนใจยง่ิ ขน้ึ เปน็ ลำ� ดบั สดุ ทา้ ยกม็ แี ตภ่ าพ หรอื ธรรมารมณอ์ นั นน้ั กบั ใจ หรอื ปญั ญานี้
เทา่ นน้ั สว่ นรา่ งกายอนั แทจ้ รงิ นกี้ เ็ ลยหายไป ไมท่ ราบหายไปไหน มนั ไมร่ สู้ กึ วา่ กายมี
เวลานน้ั ท้ังๆ ทพี่ ิจารณารา่ งกายอยู่นั้นแล จนกระท่ังสภาพน้สี ลายลงไป เหน็ อย่าง
ประจกั ษภ์ ายในจติ สลายลงไปจนกระทงั่ กลายเปน็ สภาพเดมิ ของธาตดุ นิ นำ�้ ลม ไฟ
สลายลงไปส่ธู าตุเดมิ ของเขา จิตหดตวั เขา้ มาเหลือแตค่ วามรลู้ ้วนๆ

ท่ีว่า “เวทนา” กห็ ายหมดในระยะนัน้ สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ไดเ้ ขา้ ไป
เก่ยี วข้องเลย เพยี งแต่ “รู”้ อยา่ งเดยี วเท่าน้นั มนั พอกับความเปน็ อยูข่ องจิตใจใน
ขณะน้ันแลว้ เขา้ สคู่ วามสงบแนว่ ไปเลย เหลอื แตค่ วามรู้ล้วนๆ อยา่ งเดยี ว ร่างกายที่
เรานง่ั อยูน่ ีห้ ายหมดอย่างนก้ี ม็ ีในการพิจารณา แต่กรุณาอยา่ คาด เป็นแตเ่ พยี ง “ฟงั ”
ใหเ้ ปน็ ความเพลดิ เพลนิ รน่ื เรงิ ในขณะทฟ่ี งั อนั จะเกดิ ผลประโยชนใ์ นการฟงั ดว้ ยความ
เห็นจริงของตวั เอง

399

เวลาเราพจิ ารณาตามจรติ นสิ ยั ของเราแลว้ จะเปน็ อยา่ งไรนนั้ เปน็ เรอื่ งของตวั เอง
ทจ่ี ะปรากฏขนึ้ มาตามจรติ นสิ ยั ของตวั เรอ่ื งของคนอนื่ ถา้ จะใหเ้ ราเปน็ อยา่ งนน้ั คอื ให้
ตวั ของเราเปน็ อยา่ งนนั้ รอู้ ยา่ งนนั้ เหน็ อยา่ งทา่ นนนั้ ไมไ่ ด้ แลว้ แตจ่ รติ นสิ ยั ของแตล่ ะคน
ละคน ให้เป็นไปตามหลักธรรมชาติของตนเองที่ได้พิจารณารู้เห็นอย่างใด น่ีเป็น
ประการหนึ่งทอ่ี ธบิ ายมาน้ี

ประการทสี่ อง เวลาพจิ ารณากายเกยี่ วกบั เรอื่ ง อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา นน้ั เราจะวา่
อนจิ จงั หรือ ทกุ ขัง อนัตตา กต็ าม เมื่อปัญญาไดส้ มั ผสั สัมพันธก์ ับรูปขันธ์นีโ้ ดย
ชดั เจนแลว้ มนั หากรไู้ ดภ้ ายในตวั ของมนั เอง เพราะ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา เปน็ สงิ่ ทจ่ี ะ
พึงปล่อยวาง เป็นส่ิงท่ีพึงเบ่ือหน่ายคลายความยินดีไปโดยล�ำดับๆ แล้วปล่อยวาง
เมอื่ จติ พจิ ารณาเขา้ ใจเตม็ ทแ่ี ลว้ กป็ ลอ่ ยวางเองโดยไมต่ อ้ งบงั คบั เพราะเปน็ ความจรงิ
อนั หนงึ่ ๆ เทา่ นนั้ ในกาย ในขนั ธ์ แตล่ ะสว่ น แตล่ ะชน้ิ ทพี่ จิ ารณาน้ี เวลาพจิ ารณาลงไป
อยา่ งชดั เจนเชน่ นนั้ แลว้ จติ กแ็ ยกตวั ออกไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ เพราะความจรงิ ถงึ ความจรงิ
คือจิตเป็นจิต อาการเหล่าน้ันแต่ละอาการก็เป็นอาการของตัวโดยล�ำพังไม่ได้มา
เก่ียวข้องกับจติ เลย แมจ้ ิตกย็ ้อนมาเห็นโทษของจิตเองทีไ่ ปยดึ ไปถือไวน้ ้ันว่า “นมี่ นั
หลงจรงิ ๆ ความจรงิ มนั เปน็ อยา่ งนี้ อยา่ งน”้ี นน่ั ! นเ่ี ปน็ วาระหนงึ่ เมอื่ ยงั ไมข่ าดจากกนั
คอื จิตยงั ไม่มีก�ำลงั พอตวั มันร้เู ป็นระยะอย่างน้ไี ปก่อน

การพิจารณาคราวหนา้ กร็ ู้อยา่ งน้ี ซึมซาบ ซึมซาบเข้าไปเรอื่ ยๆ จนความรชู้ น้ั นี้
พอตัวก็ปล่อยวาง เหมือนจอกแหนที่มันหุ้มเข้ามา หุ้มเข้ามาปิดนำ้� นั่นเอง เราเบิก
เราแหวก จอกแหน กห็ ุ้มเขา้ มาอีก แหวกมนั ออกไปอกี ปญั ญาเวลาพจิ ารณาบกุ เบกิ
สง่ิ เหลา่ นห้ี รอื คลคี่ ลายสง่ิ เหลา่ นี้ มนั กเ็ ปน็ อยา่ งนน้ั พอถอยปญั ญาออกมา กเิ ลสสว่ น
ละเอยี ดมนั กห็ บุ เขา้ มา แตพ่ จิ ารณาหลายครง้ั หลายหนเขา้ เรอื่ งจอกเรอื่ งแหน คอื กเิ ลส
ชนดิ ตา่ งๆ กเ็ บาบางไป บางไป การพจิ ารณาในอาการเหลา่ นค้ี อ่ ยสะดวกขน้ึ สะดวกขนึ้
คลอ่ งแคลว่ ขน้ึ ไปเรอ่ื ยๆ และมคี วามละเอยี ดไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ จนกระทง่ั ถงึ ความพอตวั
แลว้ กถ็ อนตนออกโดยอตั โนมตั ิ ดงั ทอี่ ธบิ ายผา่ นมาแลว้ นน่ั แล จติ เมอื่ มกี ำ� ลงั สตปิ ญั ญา
พอตวั แลว้ มนั ถอนไดอ้ ยา่ งเดด็ ขาด รปู้ ระจกั ษใ์ จ โดยไมต่ อ้ งไปถามใครอกี แลว้ ใจมี

400

ความเพยี งพอในตวั เอง เหน็ ประจกั ษเ์ ปน็ “สนทฺ ฏิ €ฺ โิ ก” อยา่ งเตม็ ภมู ิ ตามธรรมประกาศไว้
ไม่มปี ญั หาใดๆ มาขัดแยง้

ประการท่ีสาม เวลาพจิ ารณารา่ งกาย บางทีจิตมคี วามสัมผัสกบั เวทนาก็แยกไป
พจิ ารณาเรอื่ ง “เวทนา” อกี แลว้ แตจ่ รติ ของจติ เวลาจะแยกไปพจิ ารณาเวทนา ใจมนั กส็ ง่
เขา้ มาหากายอกี เชน่ เดยี วกนั เพราะกายกบั เวทนาเกยี่ วโยงกนั ทจ่ี ำ� ตอ้ งพจิ ารณาประสาน
กันไปในขณะเดียวกันตามแต่ถนัดในโอกาสใด เวทนาใด และอาการของกายใด
พจิ ารณาเวทนา คำ� วา่ “ทกุ ข”์ กส็ กั แตว่ า่ ทกุ ข์ มนั ดู มนั กำ� หนด มนั ซกั ซอ้ ม มนั ปลอ่ ยวาง
อยตู่ รงนนั้ แลว้ กย็ อ้ นเขา้ มาหากาย กายกเ็ ปน็ กาย เวทนากเ็ ปน็ เวทนา แลว้ ยอ้ นเขา้ มา
หาจติ จติ กเ็ ปน็ จติ พจิ ารณาทดสอบหาความจรงิ ทงั้ กาย ทง้ั เวทนา ทง้ั จติ ซง่ึ เปน็ ตวั การ
ทงั้ สามน่ันแล จนเป็นทเี่ ขา้ ใจเป็นชน้ิ เป็นอนั วา่ ต่างอนั ก็เป็นความจริงด้วยกัน

เมอ่ื “จติ ” ถอยออกมาจาก “กาย” และ “เวทนา” เสยี กาย กบั เวทนา กไ็ มป่ รากฏ
ปรากฏแตค่ วามรลู้ ว้ นๆ เมอ่ื กระแสจติ “แยบ็ ” ออกไปรู้ เวทนากป็ รากฏเปน็ เวทนาขนึ้ มา
อาการนัน้ ๆ ก็เป็นเครอ่ื งสอ่ ใหเ้ หน็ ว่าอาการใดทีจ่ ะปรากฏ กเ็ พราะความรอู้ ันนีไ้ ปให้
ความหมายสงิ่ น้นั ว่าเป็นอยา่ งนั้น เปน็ อยา่ งน้ี

ถา้ จะคดิ ไปในทางผกู มดั วา่ “ตนเอง” คอื ไปในทาง “สมทุ ยั ” กต็ อ้ งอาศยั ความหมาย
นพ้ี าไป พายดึ พาถอื พาไปสำ� คญั มน่ั หมายตา่ งๆ ถา้ เปน็ ไปในทางปญั ญากอ็ าศยั “ปญั ญา”
ซึง่ เป็นกระแสของจิตนเ่ี อง ใชพ้ ิจารณาไตร่ตรองจนเหน็ ชัดด้วยปญั ญาแลว้ ถอนตวั
เขา้ มาอยา่ งมเี หตมุ ผี ลเตม็ ตวั ไมใ่ ชถ่ อยเขา้ มาหาแบบขเ้ี กยี จออ่ นแอ หรอื แบบยอมแพ้
ชนดิ หมอบราบคาบหญา้ หาทางต่อสไู้ ม่ได้

การพจิ ารณาเวทนา สญั ญาแยบ็ ออกมา สตกิ ร็ ู้ ถา้ พจิ ารณาเวทนาอยา่ งละเอยี ด
ลออเขา้ ไปแลว้ เพยี งสัญญามนั แยบ็ ออกไปกร็ ู้ สงั ขารปรงุ กเ็ หมอื นกบั หง่ิ หอ้ ยนนั่ เอง
แยบ็ ๆ ถา้ สญั ญาไมไ่ ปหมายหรอื รบั ชว่ งตอ่ สงั ขารกเ็ พยี งปรงุ แยบ็ ๆ แลว้ ดบั ไป ดบั ไป
ไม่วา่ จะปรงุ เร่อื งใด เรือ่ งดี เร่ืองชวั่ เรอ่ื งหยาบ เร่อื งละเอยี ด เรือ่ งกลางๆ หรือเรอ่ื ง
อะไรๆ ก็ตาม มันเป็นเพียงความกระเพ่ือมของจิตเอง และในขณะทมี่ ีอะไรมาสัมผสั

401

เทา่ นนั้ ถา้ หากไมม่ อี ะไรมาสมั ผสั โดยลำ� พงั ตนเอง ทา่ นเรยี กวา่ “สงั ขาร” ถา้ มอี ะไรมา
สัมผัส ท่านเรียกวา่ “วญิ ญาณ”

นเ่ี ราหมายถงึ “สงั ขาร” ทปี่ รงุ อยโู่ ดยลำ� พงั ตนเอง ไมม่ อี ะไรมาเกยี่ วขอ้ งกป็ รงุ ขน้ึ
แยบ็ ๆ และดบั ไปพรอ้ ม ปรงุ ขนึ้ แยบ็ ดบั ไปพรอ้ ม เราจะเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ขณะทจ่ี ติ
รวมตวั อยา่ งสนทิ ในขั้นสมาธแิ ละขัน้ ปญั ญาอนั ละเอียด

ความสนทิ แหง่ การรวมตวั ของจติ นจี้ ะไมม่ อี ะไรมาเกยี่ วขอ้ งเลย เหลอื แตค่ วามรู้
ลว้ นๆ ขณะทค่ี วามรลู้ ว้ นๆ ทรงตวั อยอู่ ยา่ งนน้ั เราเหน็ ประจกั ษ์ ไมม่ สี องกบั อะไร! ขณะท่ี
จติ จะถอนตวั ออกมาสสู่ ภาวธรรมทงั้ หลาย จะกลายมาเปน็ จติ ธรรมดา คอื คดิ ปรงุ ไดน้ ้ี
จะมคี วามกระเพอื่ มตวั เอง แยบ็ ทหี นงึ่ แลว้ ดบั ทนั ที วา่ งอยเู่ ชน่ เดมิ อกี ประเดยี๋ วแยบ็
ขน้ึ อกี คอื จติ ปรงุ เพยี งแยบ็ ปรงุ ยงั ไมท่ นั ไดเ้ รอื่ งไดร้ าวอะไรเวลานนั้ เพยี งกระเพอื่ ม
เทา่ นนั้ มนั กร็ แู้ ละดบั ไปพรอ้ ม พอกระเพอ่ื มพบั มนั รทู้ นั เสยี เพราะอำ� นาจของ “สติ ที่
ควบคุมอยใู่ นขณะน้ัน หรือพลังของสมาธิยงั ไมค่ ลายตวั กไ็ ด้ ทีนี้พอปรงุ สกั สองสาม
ครง้ั แล้ว จะถ่ขี ึ้นเรอ่ื ยๆ ประเดีย๋ วก็รู้สกึ ตวั ข้ึนเหมอื นเด็กต่ืนนอน

ทีแรกเด็กก็กระดุกกระดิก หลายคร้ังหลายหนประเด๋ียวก็ลืมตาข้ึนมา จิตก็
เหมอื นกนั มคี วามสงบ นพี่ ดู ถงึ ขนั้ สมาธิ ปญั ญากอ็ ยดู่ ว้ ยกนั การพจิ ารณาตา่ งๆ ดงั ท่ี
กล่าวมานี้ ท่านเรยี กว่า “ปัญญา” เม่ือพจิ ารณาพอตวั แล้ว จิตจะก้าวเข้าสคู่ วามสงบ
และปราศจากความปรุง ความแตง่ ความก่อกวนอะไรทั้งหมด ปรากฏอยู่แตค่ วามรู้
เพยี งเทา่ นกี้ ม็ รี สมชี าตเิ ตม็ ภมู แิ หง่ สมาธทิ คี่ วรจะชนะรสทงั้ หลายไดอ้ ยแู่ ลว้ ความยนิ ดี
ในความสงบนกี้ ไ็ มเ่ คยอมิ่ ตวั เลย มคี วามดดู ดมื่ ในความสงบเยน็ ใจอยเู่ สมอ ไปทไ่ี หน
อยทู่ ่ีใด จิตก็เปน็ รากเปน็ ฐานกับตวั เองอย่แู ล้ว ใจสบาย สงบ เยน็ จึงตอ้ งใช้ปัญญา
พิจารณาเรือ่ งธาตเุ ร่ืองขันธ์

สำ� คญั ทคี่ วามปรงุ ของจติ ปรงุ ขนึ้ มาแลว้ สญั ญาจะหมายทนั ที เหมอื นวา่ สงั ขารนี้
ปรงุ ขน้ึ มายนื่ ใหส้ ญั ญา สญั ญาเปน็ ผรู้ บั ชว่ งแลว้ ตคี วามหมายออกไปในแงต่ า่ งๆ จนไมม่ ี
สนิ้ สดุ นน่ั แหละ ทเ่ี ราหลง เราหลงความสำ� คญั มน่ั หมายของตวั เอง หลง “เงา” ของตวั เอง

402

ท่ีออกวาดภาพไปเปน็ เรอื่ งตา่ งๆ เพลนิ อยทู่ ง้ั วนั ท้ังคนื เพลนิ เพราะอะไร? โศกเพราะ
อะไร? เพลนิ กด็ ี โศกกด็ ี เพราะ “เงา” ของจติ ทแ่ี สดงตวั ออกเปน็ เรอื่ งเปน็ ราว เรอื่ งนนั้
เรอื่ งน้ี เรอื่ งอดตี เรอ่ื งอนาคต ทเ่ี คยผา่ นมาแลว้ กด็ ี ทย่ี งั ไมม่ าถงึ กด็ ี ยงั ไมม่ กี ด็ ี มแี ต่
เรอ่ื งของจติ ออกวาดภาพหลอกตวั เองทงั้ สนิ้ เราอยดู่ ว้ ยความคดิ ความปรงุ ความวาด
ภาพตา่ งๆ ของตัวเอง เพลินและโศกดว้ ยความคดิ ปรุงด้วยความวาดภาพของตัวเอง
ท้ังนั้น ในวันเวลาหนึ่งๆ ไม่มีเวลาว่างจากการวาดมโนภาพหลอกกวนตัวเองเลย
ปราชญ์ท่านรทู้ นั กลมารยาของขันธ์ ทา่ นจงึ ไม่หลง

เวลา “สติปัญญา” หยั่งลงไปจรงิ ๆ แล้ว ยอ่ มทราบไดใ้ นขณะน้นั ปกติจติ เปน็
อยา่ งนนั้ จรงิ ๆ ดงั คนไมเ่ คยภาวนา พอเรม่ิ ภาวนากส็ ง่ จติ ออกไปนอกลนู่ อกทาง ไมม่ ี
หลกั ยดึ เชน่ ค�ำบรกิ รรม มี “พุทโธ” เป็นต้น นัง่ อยู่นี่ บางทตี าเหมอ่ มองอะไรกไ็ มร่ ู้
แตจ่ ติ นนั้ คดิ และวาดภาพรอ้ ยแปดพรรณนาไมจ่ บสนิ้ ลงได้ ใจกห็ ลงเพลนิ ไปตามนน้ั
หรอื เหมอ่ ไปตามอารมณข์ องตวั ทปี่ รงุ แตง่ ขนึ้ มา หลงอารมณข์ องตวั เองนนั้ แล มากกวา่
จะตงั้ ใจภาวนา ฉะนน้ั จติ จงึ หาความสงบไดย้ าก เพราะไมม่ สี ตคิ วบคมุ งานภาวนาพอให้
จิตสงบไดบ้ า้ ง

เมอื่ ไดใ้ ชส้ ตปิ ญั ญาในดา้ นสมาธิ ในดา้ นปญั ญานแ้ี ลว้ ถงึ จะทราบชดั วา่ อาการ
เหล่านั้นเป็นอาการที่ออกไปจากจิตแล้วหลอกจิต ผู้ไม่มีสติปัญญาทันกับเหตุการณ์
หรือทันกับสภาพเหล่าน้ันใจให้มีความลุ่มหลงไปตามจนหาความสงบเย็นใจไม่ได้
ทงั้ ทคี่ วามมงุ่ หมายเดมิ ตง้ั ใจภาวนาเพอ่ื ใจสงบ อารมณเ์ ครอ่ื งหลอกนนั้ ๆ จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ
ความดใี จ เสยี ใจ เกดิ ความรัก ความชัง เกดิ ความโกรธ ความหงุดหงิด อยไู่ ม่ถอย
ไมว่ า่ ผภู้ าวนา หรอื ผไู้ มส่ นใจภาวนาเลย ทงั้ นเี้ พราะผภู้ าวนากไ็ มต่ ง้ั สตริ กั ษาใจตวั เอง
ผลจงึ เปน็ บ้าไปตามอารมณพ์ อๆ กนั นี้ขรวั ตาบัวเคยเป็นมาแล้ว ไมแ่ กลง้ คุยอวดบ้า
ของตัวกับท่านผ้ใู ด

บางทเี รอื่ งราวผา่ นมาแลว้ ตง้ั กปี่ กี ต็ าม แตเ่ ผอญิ ใจดวงทเ่ี หมอ่ ลอยเทยี่ วเสาะไป
เจอเขา้ ก็คดิ ปรุงเรื่องน้ันขึน้ มาอีก ถ้าเป็นเรื่องที่เคยเสยี ใจ กม็ าเกิดความเสยี ใจใน
เรอื่ งนนั้ เอง กรนุ่ ขนึ้ มาคดิ ฟน้ื ขน้ึ มาทงั้ ๆ ทเี่ รอ่ื งนนั้ ไมท่ ราบมนั หายไปไหนแลว้ นกี่ ค็ อื

403

เงาของจติ หลอกจติ จนเปน็ ตนเปน็ ตวั ขน้ึ มา เปน็ อะไร กต็ วั โกรธ ตวั โลภ ตวั ทกุ ข์ ตวั รอ้ น
ตวั บา้ ขน้ึ มาจาก “เงา” นน้ั แล จะเปน็ ตวั มรรค ตวั ผล มาจากไหนกนั มรรค ผล แบบนี้
มเี กล่อื นโลกจนจะหาทางไปไมไ่ ด้โน่น

เพราะฉะน้นั การพจิ ารณาอาการของจติ จงึ เปน็ เร่ืองสำ� คัญทีป่ ัญญาจะต้องสอด
แทรกตามใหท้ นั เมอื่ สตปิ ญั ญาตามทนั แลว้ จติ คดิ ปรงุ เรอื่ งอะไรกท็ ราบวา่ ไปจากจติ
ซงึ่ กำ� ลงั จะออกไปวาดภาพหลอกตวั เอง กำ� ลงั จะไปสำ� คญั มนั่ หมายกบั รปู เสยี ง กลนิ่
รส นานาชนดิ ใจกร็ ทู้ นั เมอ่ื รทู้ นั อารมณน์ น้ั กด็ บั ไปทนั ที ไมเ่ กดิ เปน็ ตนเปน็ ตวั เปน็ รปู
เปน็ รา่ ง เปน็ เรื่องเปน็ ราวอะไรข้นึ มา เพราะสติปญั ญาทันมัน เรอ่ื งก็สงบไป

สดุ ทา้ ยกม็ าเหน็ โทษซง่ึ เกดิ มาจากจติ นเ้ี ปน็ ตน้ เหตโุ ดยถา่ ยเดยี ว ไมไ่ ดไ้ ปตำ� หนติ ิ
ชม รปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอ่ื งสมั ผสั อะไรทงั้ สน้ิ ใจยอ้ นมาเหน็ โทษทเี่ กดิ ขน้ึ ภายในจติ น้ี
ทไ่ี ปหลอกตวั เองว่า “น่าชมบ้าง นา่ ตำ� หนิบ้าง นา่ ดีใจ นา่ เสยี ใจบ้าง” ว่ามันเกดิ ขน้ึ
จากจติ ทง้ั นน้ั จติ นเี้ ปน็ ตวั ขโี้ กง ตวั มายา ตวั หลอกลวงมากทเี ดยี ว ถา้ ตามเรยี นตามดู
ดว้ ยจติ ภาวนา จะทราบเรอ่ื งดเี รอื่ งชว่ั ตา่ งๆ ของจติ ไดด้ ี จนอยใู่ นเงอื้ มมอื เราหนไี มพ่ น้
แนน่ อน

นีแ่ หละ วธิ พี ิจารณา “จิต” พิจารณาอยา่ งน้ี

สุดท้ายส่ิงเหล่าน้ันก็ไม่มีความหมาย ไม่มีอะไรส�ำคัญ มันส�ำคัญอยู่ท่ีจิตตัว
หลอกลวงนเี้ ทา่ นนั้ จงึ ตอ้ งพจิ ารณาตวั หลอกนใ้ี หท้ นั กลมารยาของมนั ดว้ ยสตปิ ญั ญา

การก�ำหนด ต้องทำ� เหมอื นจติ ดวงน้เี ปน็ นกั โทษทเี ดียว ไปไหนตอ้ งถกู ควบคุม
ดว้ ยสตปิ ญั ญา จะคดิ ปรงุ เรอ่ื งอะไรขน้ึ มา สตปิ ญั ญาตอ้ งควบคมุ ใหท้ นั กบั เหตกุ ารณ์
อาการนน้ั ๆ กด็ บั ไปเรอื่ ยๆ หนกั เบา ใจกร็ อู้ ยา่ งชดั เจนวา่ “ตวั จติ นแ้ี ล เปน็ ตวั นกั โทษ”
ไมใ่ ช่ส่ิงอืน่ ใดทั้งนนั้

รปู ไมใ่ ชโ่ ทษ และไมใ่ ชส่ งิ่ ทใ่ี หค้ ณุ ไมใ่ ชส่ ง่ิ ทใี่ หโ้ ทษ เสยี ง กลนิ่ รส เครอ่ื งสมั ผสั
ไมใ่ ชผ่ ใู้ หโ้ ทษ ไมใ่ ชผ่ ใู้ หค้ ณุ เพราะไมใ่ ชต่ วั โทษ ไมใ่ ชต่ วั คณุ จติ นเี้ ทา่ นน้ั เปน็ ผไู้ ปปรงุ

404

เปน็ ผไู้ ปแตง่ ไปหลอกลวงตวั เองใหเ้ กดิ ความดใี จ เสยี ใจ ใหเ้ กดิ ความสขุ ความทกุ ข์
ข้นึ มา ดว้ ยอำ� นาจแหง่ อารมณ์ทเ่ี กิดขนึ้ จากใจนเี้ ทา่ น้นั สติปญั ญาเห็นแจง้ เขา้ ไปโดย
ลำ� ดบั ๆ แลว้ กย็ อ้ นเขา้ มาเหน็ โทษของใจโดยถา่ ยเดยี ว ไมต่ ำ� หนติ ชิ มสง่ิ อน่ื ๆ ดงั ทเ่ี คย
เปน็ มาอกี แลว้ สตปิ ญั ญาจดจอ่ อยกู่ บั จติ ทก่ี ำ� ลงั เปน็ นกั โทษอยา่ งเดยี ว ไมน่ านเกนิ กาล
ตอ้ งจบั ตัวนักโทษคอื จิตได้ และหายห่วงโดยประการทงั้ ปวง

เอ้า จะคิดปรุงเร่ืองอะไรขึ้นมากต็ าม นน้ั เป็นเรอ่ื งของใจทว่ี า่ ปรุงเสือ ปรุงชา้ ง
มนั เปน็ “สงั ขาร” ออกไปหลอกตวั เองทง้ั มวล สตปิ ญั ญากร็ ทู้ นั ทกุ ระยะ ทนี่ กี่ ระแสแหง่
“วฏั ฏะ” นบั วนั เวลาแคบเขา้ มา สดุ ทา้ ยกจ็ บั ตวั นกั โทษได้ แตย่ งั ลงโทษมนั ไมไ่ ด้ กำ� ลงั
อยใู่ นขน้ั วนิ จิ ฉยั ใครค่ รวญเพอื่ โทษของมนั จนกวา่ จะมหี ลกั ฐานเหตผุ ลเปน็ ทแี่ นน่ อน
จงึ จะลงโทษประหารมนั ไดต้ ามกระบลิ “ธรรมาภสิ มยั ” นถี่ งึ ขน้ั ของสตปิ ญั ญาอนั สำ� คญั
แล้ว

ทแี รกอาศยั ธาตขุ นั ธเ์ ปน็ ทพ่ี จิ ารณาซกั ฟอกจติ ใจดว้ ยธาตุ ดว้ ยขนั ธ์ เปน็ หนิ ลบั
สตปิ ญั ญา ซกั ฟอกจติ ใจดว้ ยรปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอ่ื งสมั ผสั เปน็ หนิ ลบั ปญั ญา และ
ซักฟอกจิตใจโดยเฉพาะ ด้วย “สติปัญญาอัตโนมัติ” ขั้นน้ีตามต้อนกันเฉพาะจิต
อยา่ งเดยี ว ไมอ่ อกไปเรอ่ื งรปู เสยี ง กลน่ิ รส เพราะรเู้ รอ่ื งรรู้ าวและปลอ่ ยวางหมดแลว้
วา่ นน่ั ไมใ่ ชต่ วั เหตตุ วั ผล ไมใ่ ชต่ วั สำ� คญั ยง่ิ ไปกวา่ จติ ใจดวงนที้ เ่ี ปน็ ตวั การสำ� คญั มาก
เป็นนักโทษท่ีลือนามในวง “วฏั ฏะ” นกั ก่อกวน นกั ยงุ่ เหยิง วุ่นวายตัวเองอยู่ทีน่ ี้
แห่งเดียว

สตปิ ญั ญาคน้ เขา้ มา แลว้ จดจอ้ งทตี่ รงนน้ั ไปทไี่ หนกม็ แี ตจ่ ติ ดวงนแี้ หละเปน็ ผกู้ อ่
โทษขน้ึ มา คอยดแู ตน่ กั โทษคนนจ้ี ะแสดงตวั อะไรออกมา นอกจากจะระวงั นกั โทษตวั นี้
จะแสดงตัวอะไรออกมาแล้ว ยังต้องมีปัญญาสอดแทรกเข้าไปว่า “อะไรเป็นเคร่ือง
เสย้ี มสอน อะไรเปน็ ฉากหนา้ ฉากหลงั ของนกั โทษน้ี จงึ ตอ้ งทำ� โทษทจุ รติ อยตู่ ลอดเวลา
คดิ ปรงุ แตเ่ รอ่ื งราวหลอกลวงอยไู่ มข่ าดวรรคขาดตอน เปน็ เพราะอะไร สตปิ ญั ญาขดุ คน้
เขา้ ไปทตี่ รงนนั้ ไม่เพียงแตจ่ ะตะครุบหรือตตี อ้ นเฉพาะอาการของมันทแ่ี สดงออกมา
เทา่ นน้ั ยงั คน้ เขา้ ไปในรวงรงั ของมนั อกี มอี ะไรเปน็ เครอ่ื งผลกั ดนั อยภู่ ายใน? ตวั การ

405

สำ� คัญคืออะไร? ตอ้ งมีสาเหตุ ถา้ ไม่มีสาเหตุ ไมม่ ปี จั จยั เปน็ เครอ่ื งหนนุ ใหจ้ ติ แสดง
ออกมา จติ จะออกมาเฉยๆ ไมไ่ ด้

ถา้ แสดงอาการออกมาเฉยๆ กต็ อ้ งเปน็ ขนั ธล์ ว้ นๆ แตน่ ม่ี นั ไมเ่ ฉยๆ น่ี จติ แสดง
อาการอะไรออกมา? ปรงุ เรอ่ื งอะไรออกมา มนั ทำ� ใหเ้ กดิ ความดใี จ เสยี ใจ ทงั้ นนั้ แสดงวา่
มนั ไม่ใช่อาการออกมาเฉยๆ มนั มเี หตมุ ีปจั จัยพาใหอ้ อก ให้เปน็ เหตเุ ป็นผล เป็นสขุ
เป็นทุกข์ ได้จริงๆ ในเมือ่ หลงมนั

คน้ เขา้ ไป ระยะนเี้ ราเหน็ จติ เปน็ นกั โทษแลว้ เราตอ้ งพจิ ารณาปลอ่ ยวางสง่ิ ภายนอก
ทง้ั หมด ภาระนอ้ ยลงไป นอ้ ยลงไป มแี ตเ่ รอ่ื งจติ กบั เรอื่ งความปรงุ ความสำ� คญั มนั่ หมาย
ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากจติ โดยถา่ ยเดยี วเทา่ นน้ั สตปิ ญั ญาหมนุ ตว้ิ ๆ อยใู่ นนน้ั สดุ ทา้ ยกร็ วู้ า่ มอี ะไร
เป็นสาเหตุทใ่ี หจ้ ติ คิดปรุงขน้ึ มา ให้เกดิ ความรกั ความชัง ความโกรธ ความเกลยี ด
เมอื่ มอี ะไรมาปรากฏ ใจกร็ อู้ นั นนั้ พอรอู้ นั นนั้ แลว้ “จอมสมมตุ ”ิ ทก่ี ลมกลนื กนั กบั จติ
ก็สลายไป ทีนท้ี ำ� ลาย “วฏั ฏะ” ไดแ้ ลว้ ดว้ ยสตปิ ญั ญา จิตกห็ มดโทษ กลายเป็นจติ ท่ี
บริสุทธล์ิ ้วนๆ ขึ้นมา เม่อื ปัญหา “วฏั จักร” สนิ้ สุดลงแล้ว จะต�ำหนโิ ทษจติ ไม่ได้แล้ว
ที่ตำ� หนิได้เพราะโทษยงั มีอยใู่ นจิต มันซอ่ นอยู่ในจติ เหมือนกบั โจรผู้รา้ ยหรอื ข้าศึก
เขา้ ไปหลบซอ่ นอยใู่ นอโุ มงคใ์ ด ตอ้ งทำ� ลายอโุ มงคน์ น้ั ดว้ ย จะสงวนอโุ มงคเ์ อาไวเ้ พราะ
ความเสียดายนน้ั ไมไ่ ด้

“อวิชชา” นเ้ี ปน็ จอมแห่งไตรภพที่เข้าไปแทรกอยใู่ นจิต ฉะน้ันจะต้องพิจารณา
ทำ� ลายลงใหห้ มด ถ้าจิตไม่เป็นของจรงิ แล้ว จติ จะสลายไปพร้อม “อวชิ ชา” สลายตัว
ถา้ เป็นของจรงิ ตามธรรมชาตแิ ลว้ จติ นนั้ จะกลายเป็นจติ “บริสทุ ธิ”์ ขึ้นมา เป็นของ
ประเสรฐิ ข้ึนมา เพราะส่งิ ทจี่ อมปลอมท้ังหลายไดห้ ลดุ ลอยไปแล้วด้วยสติปญั ญา

เม่ือสิ่งจอมปลอมอันเป็นสนิมเกาะแน่นอยู่ภายในจิตได้สลายตัวลงไปด้วย
อำ� นาจของสตปิ ญั ญาแลว้ “จติ ดวงนน้ั แล เปน็ ธรรมแท”้ จะเรยี กวา่ “จติ แท”้ “ธรรมแท”้
กไ็ มข่ ดั กนั เพราะหมดเรอ่ื งทจี่ ะมาคอยขดั ซงึ่ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสแลว้ จะเรยี กวา่ “รสแหง่
ธรรมชำ� นะซงึ่ รสทง้ั ปวง” กไ็ ด้ ๑๐๐% เมอ่ื จติ เปน็ ธรรมลว้ นๆ แลว้ ยอ่ มมคี วาม “อมิ่ พอ”

406

กับส่ิงทงั้ หลาย ไม่เกย่ี วข้องกันอะไรท้งั สนิ้ แลว้ เป็น “เอกจิต เอกธรรม” มอี ันเดยี ว
เทา่ นัน้ ธรรมแทม้ อี นั เดียว จิตเปน็ ธรรม ธรรมเป็นจิต พดู ไดเ้ ทา่ น้ัน
ขอให้ทุกท่านน�ำไปพินิจพิจารณา น่ีแหละหลักความจริงของศาสนธรรมท่ี
พระพุทธเจ้าทรงส่ังสอนมาตั้งแต่ต้นจนถึงวาระสุดท้ายแห่งการปรินิพพาน ความ
บริสุทธ์ิของพระจิตเป็นธรรมท่ีซาบซึ้ง ทรงรู้ทรงเห็นมาอย่างเต็มพระทัย แล้วทรง
ประกาศธรรมนนั้ สอนโลกดว้ ยพระเมตตาอยา่ งเตม็ พระทยั เรอื่ ยมาจนถงึ สมยั ปจั จบุ นั
ศาสนธรรมนน้ั จะเรยี กวา่ “พระเมตตาธรรมของพระพทุ ธเจา้ ” กไ็ มน่ า่ จะผดิ เพราะ
ทรงสัง่ สอนโลกด้วยพระเมตตาจรงิ ๆ เมื่อพวกเราน�ำธรรมท่ีพระองค์ทรงสงั่ สอนน้ไี ป
ประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา่ งถงึ ใจแลว้ จะไดเ้ หน็ สง่ิ ทไ่ี มเ่ คยเหน็ สง่ิ ทไ่ี มเ่ คยรู้ ซง่ึ มอี ยภู่ ายในใจ
น้ีโดยล�ำดับๆ จนเต็มภูมิของการปฏิบัติ และรู้อย่างเต็มภูมิ พ้นทุกข์อย่างเต็มใจ
ไมม่ อี ะไรเปน็ เครอื่ งเกาะเกย่ี ว เรยี กวา่ “ลา้ งปา่ ชา้ ” คอื ความเกดิ ตายของจติ ของกาย
โดยส้นิ เชิง หายห่วง!
เมอ่ื ถงึ ขน้ั นแ้ี ลว้ กไ็ มท่ ราบจะพดู อะไรตอ่ ไปอกี เพราะหมดสตปิ ญั ญาจะพดู ตอ่ ไป
ได้อีก ท่านนักปฏิบัติก็กรุณาปฏิบัติฝึกหัดคิดค้นธรรมท้ังหลายจนหมดสติปัญญา
เหมอื นผแู้ สดงทจี่ นตรอกนี้ แมโ้ งแ่ สนโงก่ จ็ ะขอชมและอนโุ มทนาดว้ ยอยา่ งถงึ ใจ เอวงั ฯ

407

ทว่ั ไปเกย่ี วกับจติ ภาวนา

เรามศี าสนาเปน็ เครอื่ งปกครองจติ เหมอื นกบั ลกู ทมี่ พี อ่ แมป่ กครอง อนุ่ หนาฝาคงั่
เยน็ สบาย พอ่ แมก่ ม็ เี หตมุ ผี ล ลกู กเ็ ปน็ ผสู้ นใจในเหตผุ ล พดู กนั กร็ เู้ รอ่ื ง ครอบครวั นน้ั
กร็ ม่ เยน็ เปน็ สขุ ทวั่ หนา้ กนั ทางดา้ นสามภี รรยากต็ า่ งคนตา่ งมเี หตผุ ล ยอมรบั ความจรงิ
ของกนั และกนั ไมป่ นี เกลยี วกนั ผดิ ถกู ประการใด ไมถ่ อื วา่ ตนเปน็ ผหู้ ญงิ ตนเปน็ ผชู้ าย
ตนเป็นลูก ตนเป็นพ่อเป็นแม่ ยิ่งกว่าเหตุผล มี “เหตุผล” เป็นเครื่องปกครอง
ครอบครวั น้นั ร่มเย็น ที่นน้ั ร่มเย็น

พุทธศาสนาก็เป็นเครื่องปกครองให้ประชาชนผู้สนใจในธรรมร่มเย็นไม่มี
ประมาณ ตามแตค่ วามสามารถของผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมไดม้ ากนอ้ ย ศาสนาเปน็ ทง้ั พอ่ ทงั้ แม่
เปน็ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งภายในจติ ใจของผนู้ บั ถอื พระพทุ ธศาสนา ดว้ ยความปลงใจเชอื่ เหตุ
เชอื่ ผลตามหลักธรรมทีพ่ ระพุทธเจา้ ทรงสอนไว้ ซึง่ เป็นธรรมท่ีถกู ตอ้ งดีงาม หาอะไร
เสมอเหมอื นไมไ่ ด้ นอกจากขณะใดทจ่ี ติ ใจของเราหา่ งเหนิ จากศาสนา เราจะเหน็ ผล คอื
โทษทุกข์ตา่ งๆ เพราะความห่างเหินนน้ั แลโดยล�ำดับ นับแตน่ ้อยจนถึงมาก

ขณะใดจติ เรามคี วามเกย่ี วขอ้ งหรอื สมั ผสั สมั พนั ธก์ บั ศาสนา คอื มธี รรมเปน็ เครอื่ ง
ระลกึ อยเู่ สมอภายในใจ ขณะนนั้ สง่ิ ทเี่ ปน็ พษิ เปน็ ภยั กไ็ มเ่ ขา้ มาเกย่ี วขอ้ งได้ จติ ใจกม็ ี
ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ จะทำ� หนา้ ทกี่ ารงานอนั ใดกเ็ ปน็ ไปดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล ไมล่ กุ ลล้ี กุ ลน
รอ้ นเกนิ เหตเุ กนิ ผล ซง่ึ ใชก้ จิ ใชก้ ารอะไรไมไ่ ดเ้ พราะความรอ้ นนน้ั แมร้ อ้ นกใ็ หเ้ ปน็ ไป
ตามเหตผุ ล จะเยน็ ก็ใหเ้ ยน็ ไปตามเหตตุ ามผล ผู้นั้นกช็ ุ่มเย็น

408

ศาสนาจงึ เปน็ คเู่ คยี งของชวี ติ จติ ใจตามหนา้ ทกี่ ารงานอยา่ งแยกไมอ่ อก เพราะเปน็
แนวทางท่ีราบร่ืนดีงามทั้งทางโลกและทางธรรม ทางโลกถ้าไม่น�ำศาสนาเข้าไปเป็น
เครอ่ื งดำ� เนินกม็ ีความผดิ พลาดได้ เพราะเหตใุ ด เพราะคนเรายอ่ มเหน็ แกต่ ัวเสมอ
การเขา้ ขา้ งตวั นน้ั เรายอ่ มทราบไดช้ ดั วา่ เปน็ สง่ิ ทข่ี ดั แยง้ ตอ่ ธรรม คอื เหตผุ ล และกระทบ
กระเทอื นผอู้ นื่ ไมม่ ปี ระมาณตามแตจ่ ิตมคี วามขดั แย้งต่อธรรมมากน้อย

อนั เรอ่ื งความรกั ตนนนั้ ใครกร็ กั แตก่ ารเขา้ กบั ตวั เองทไ่ี มไ่ ดค้ ำ� นงึ วา่ ถกู หรอื ผดิ
ทางเหตุหรอื ผล จึงเป็นความผิดสำ� หรบั การเขา้ ขา้ งตน จะเปน็ นิสัยฝังใจอนั เปน็ ของ
ไมด่ เี ลย ผหู้ วงั ความเจรญิ สมำ�่ เสมอไมก่ ระทบกระเทอื นผอู้ นื่ จงึ ควรสงั วรระวงั ใหม้ าก

สงิ่ ไมด่ ดี งั กลา่ วมานี้ แมแ้ ตส่ ตั วก์ ม็ เี ชน่ เดยี วกนั เพราะเขากม็ สี งิ่ ทข่ี ดั แยง้ ตอ่ ธรรม
หรือเป็นข้าศึกต่อธรรมอยู่ภายในใจเช่นเดียวกับมนุษย์ จึงต้องแก่งแย่งแข่งดีและ
แยง่ กนั กนิ ตวั ใดมกี ำ� ลงั มากกค็ รองความเปน็ ใหญ่ ตวั มกี ำ� ลงั นอ้ ยกล็ ำ� บาก และอดกนิ ไป
ตามประสาสัตว์

ความรักตนก็ทราบว่ารักด้วยกนั ทุกคน แต่การทจี่ ะปฏบิ ตั ิใหส้ มเหตสุ มผลกบั
ความรกั ตนโดยธรรมนี้ ตอ้ งอาศยั หลกั ธรรมเขา้ ชว่ ยเขา้ เกยี่ วขอ้ งหรอื เขา้ เปน็ แนวทาง
เพ่ือดำ� เนิน จึงจะเป็นไปเพ่อื ความสะดวกราบรนื่ ตลอดไป ไมเ่ ช่นนั้นกต็ ้องเขวจนได้
ดว้ ยเหตุนี้ ศาสนากบั เราจงึ แยกกันไม่ออก เพราะเกี่ยวกบั ความสงบสขุ ท้ังสว่ นตัว
ครอบครัว และสังคม ที่ต้องเก่ียวข้องกันอยู่เสมอ ที่แยกไม่ออกก็เพราะความสุข
ความสมหวังเป็นส่ิงท่ีโลกต้องการด้วยกันไม่เว้นแต่ละรายเลย นอกจากคนไม่มีสติ
เชน่ คนบ้าคนบอนน้ั อาจไม่ทราบ เพราะไม่เหมือนมนุษย์ มนษุ ยท์ ัว่ ๆ ไปน้ยี ่อมเป็น
เชน่ เดยี วกนั ฉะนนั้ ความรกั ตนเปน็ สง่ิ สำ� คญั ! ทจ่ี ำ� ตอ้ งนำ� หลกั ธรรมเขา้ มาเปน็ เครอ่ื ง
ดำ� เนิน เพือ่ ความรักตนนนั้ จะไมก่ ำ� เรบิ เปน็ พษิ ภยั แกต่ นและผอู้ ่ืน

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้วา่ การรกั ตนรักอยา่ งไรเปน็ ความถูกต้อง

การรกั ตนด้วยความถูกตอ้ ง คอื ความไมป่ ลอ่ ยตนตามอ�ำเภอใจทช่ี อบโดยหา
เหตผุ ลมไิ ด้ พยายามปกครองตนดว้ ยธรรม คอื ความถกู ตอ้ งดงี ามอยโู่ ดยสมำ�่ เสมอ

409

ชอื่ วา่ “ผรู้ กั ตนโดยชอบธรรม” ความรกั ตน ตอ้ งทำ� ตนเหมอื นชา้ งรกั งา ซง่ึ พยายามรกั ษาตวั
อยตู่ ลอดเวลา ไมเ่ ผลอตวั ปลอ่ ยตวั ออกไปหากนิ ในทไ่ี มป่ ลอดภยั เชน่ ทโ่ี ลง่ โถง เปน็ ตน้
ไมก่ ลา้ เอางาทมิ่ แทงสถานทตี่ า่ งๆ เชน่ รมิ คลอง อนั เปน็ ทส่ี งั เกตไดง้ า่ ยของนายพราน
ทจี่ ะตามสงั หาร

ความรกั ษาตนของคนเรานนั้ หมายถงึ ศลี ธรรมเปน็ หลกั เปน็ แกน่ สารภายในใจ
ถอื เหตผุ ลเปน็ หลกั ใจ คอื เหตผุ ลเปน็ หลกั ความประพฤติ อนั ใดถกู อนั ใดผดิ ควรคำ� นงึ
เสมอ พยายามดำ� เนนิ ให้ถกู ตอ้ งตามหลักเหตผุ ลอันเปน็ หลักธรรม คอื ความถกู ต้อง
ดงี ามนนั้ ๆ ยากลำ� บากกไ็ มถ่ อื วา่ สำ� คญั ยงิ่ กวา่ ความถกู ตอ้ ง อนั เปน็ ธรรมเครอ่ื งรกั ษา
ตนใหป้ ลอดภัย ซง่ึ เปน็ คุณธรรมที่มคี ณุ คา่ มาก ดำ� เนนิ ตนตามน้ันจนมคี วามเคยชิน

เมอ่ื มคี วามเคยชนิ แลว้ ความอยากตา่ งๆ ทเ่ี คยฉดุ ลากเราใหเ้ ปน็ ไปตามอำ� นาจ
ของมนั เสมอนนั้ กไ็ มส่ ามารถกนั้ กางหวงหา้ มหรอื กดี กนั เราได้ มเี หตเุ ปน็ ทางเดนิ ของ
ความประพฤตแิ ละหน้าทกี่ ารงานตลอดไป นีเ่ ป็นภาคธรรมทวั่ ๆ ไป ส�ำหรับผูร้ กั ตน
โดยธรรม จะพงึ ปฏบิ ัติดำ� เนินเป็นกจิ ประจำ� ตัวตลอดไป

เม่ือยน่ เข้ามาหาธรรมโดยเฉพาะ คอื การรักษาใจเรา ชอ่ื ว่า “รักษาตวั เราแท้”

“ตัว” นัน้ มอี ะไรเปน็ ส�ำคัญ กม็ ใี จเป็นส�ำคัญ ใจเป็นผูบ้ งการ “จิตเปน็ นาย
กายเปน็ บา่ ว” กริ ยิ าอาการระบายหรอื การแสดงออกทางใด ยอ่ มสอ่ ถงึ ใจผเู้ ปน็ เจา้ ของ
คอยบงการเสมอ เพราะฉะนน้ั ใจผบู้ งการจงึ ควรไดร้ บั การอบรมทถ่ี กู ตอ้ งดงี าม เพอื่ จะ
ได้ระบายกายวาจาออกในทางท่ีถูก ผลท่ีย้อนกลับเข้ามาสู่ตัวจึงเป็นความร่มเย็นไม่
เดอื ดรอ้ น เพราะท�ำตามอำ� นาจฝา่ ยต�ำ่

ศาสนาจงึ เปน็ เหมอื น “พอ่ เหมอื น แม”่ คอยใหค้ วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ แกผ่ ปู้ ระพฤติ
ปฏิบัติโดยสม�่ำเสมอ เฉพาะอย่างยิ่ง “จิตภาวนา” ซึ่งเป็นส่ิงท่ีแนบสนิทกับธรรม
มากกวา่ อยา่ งอ่ืน เพราะ ธรรมแท้อยู่ทจี่ ิต ไม่มอี ยู่ท่อี ่ืนใด การรูเ้ หน็ ไดอ้ ย่างชดั เจน
กค็ อื ขณะท่ีนง่ั ภาวนา ซ่งึ เป็นเวลาท่ีเราสงบจติ หรอื รักษาจติ

410

สติคอยสอดส่องดูแลความเคล่ือนไหวของใจว่าจะเคลื่อนไหวไปในทางใดบ้าง
เมอื่ สตมิ อี ยเู่ รายอ่ มทราบ ความอยากคดิ อยากปรงุ ของจติ เปน็ ลกั ษณะผลกั ดนั ออกมา
นนั่ คอื อะไร? ส่วนมากเป็นอารมณ์ฝ่ายต�ำ่ และทำ� ตนให้เสยี คน ถ้าคล้อยตามอารมณ์
นั้นๆ ไมห่ กั หา้ มตา้ นทานไว้บ้างพอมคี วามสงบสขุ

เม่ือทราบเชน่ นนั้ กพ็ ยายามตงั้ สติให้มากข้นึ จนความกระเพอื่ มทจี่ ะคดิ ปรุงไป
ในแงต่ า่ งๆ นน้ั ระงบั ไป กลายเปน็ ความสงบสขุ ความเยน็ ใจขนึ้ มา นเี่ ปน็ ผลทเี่ กดิ จาก
ความระมัดระวังจติ หรือการบังคบั จิต โดย “จิตภาวนา” ไม่ให้คิดไปในทางทีไ่ มถ่ ูก
ไม่ดี ให้คดิ ปรุงเฉพาะในแง่ธรรมทจี่ ะเป็นไปเพ่อื ความสขุ โดยถ่ายเดียว เชน่ คิดปรงุ
คำ� บรกิ รรม “พุทโธ” เปน็ ตน้ ซง่ึ เปน็ การคดิ ปรุงที่ถกู ทางและเกิดผลดีแก่ใจ

เมอื่ จติ ไดร้ บั ความรม่ เยน็ ดว้ ย “จติ ภาวนา” คำ� วา่ “ธรรม” น้ี ไมต่ อ้ งไปถามใคร
ความสงบร่มเยน็ นัน้ แล คอื ธรรมฝา่ ยผล การระมดั ระวงั นน้ั แล คือธรรมฝ่ายเหตุ
การบงั คบั บญั ชาจติ ใจของตนดว้ ยสติ ไมใ่ หค้ ดิ ไปในทางทไ่ี มด่ อี นั เปน็ ฝา่ ยตำ�่ นน่ั คอื
ธรรมฝา่ ยเหตุ เพราะเหตกุ บั ผลอยดู่ ว้ ยกนั เมอ่ื เราตอ้ งการผลอนั ดเี ลศิ เราตอ้ งรกั เหตุ
คอื การกระทำ� ทต่ี รงแนว่ ตอ่ ผลทเ่ี ราตอ้ งการ อยา่ ใหค้ ลาดเคลอ่ื นไปจากนนั้ ผลจะขดั
ตอ่ ความมุ่งหมายคอื กลายเปน็ ทุกข์

นชี่ อื่ วา่ “ดำ� เนนิ ถกู ตามหลกั ธรรม” ผลจะปรากฏขน้ึ มาเปน็ ลำ� ดบั โดยไมน่ ยิ มวา่
เปน็ หญงิ เปน็ ชาย นกั บวช หรอื ฆราวาสใดๆ ทง้ั สน้ิ เพราะ “ธรรม” เปน็ ธรรมชาตกิ ลางๆ
เปน็ สมบตั กิ ลาง จติ กเ็ ปน็ เชน่ เดยี วกนั ตวั จติ แทไ้ มไ่ ดน้ ยิ มวา่ เปน็ หญงิ เปน็ ชาย เปน็
นกั บวช หรอื ฆราวาสใดๆ เลย มคี วามรสู้ กึ นกึ คดิ ไดเ้ ชน่ เดยี วกนั ไมว่ า่ ผหู้ ญงิ หรอื ผชู้ าย
นักบวชหรือฆราวาส มีความรู้ดี ร้ชู ่วั มคี วามโง่ ความฉลาด เชน่ เดียวกนั จติ จึงไม่
นยิ มเพศ และธรรมซงึ่ ไมน่ ยิ มเพศดว้ ยแลว้ จงึ เขา้ กนั ไดอ้ ยา่ งสนทิ ไมม่ ปี ญั หาอนั เปน็
อุปสรรค

ธรรมเมอ่ื ไดเ้ ขา้ ถงึ จติ จติ ยอ่ มแสดงความแปลกประหลาดภายในตวั เองใหเ้ ราเหน็
ไดอ้ ยา่ งชดั เจน รไู้ ดอ้ ยา่ งชดั เจน เมอื่ ธรรมกบั จติ ไดเ้ กย่ี วขอ้ งสมั พนั ธก์ นั มาก เชอ่ื มโยง

411

เขา้ ถงึ กนั มาก จติ จะแสดงความสงา่ ผา่ เผยขนึ้ มา ทงั้ ๆ ทเ่ี ราไมเ่ คยคาดคดิ วา่ จติ ของเรา
จะเปน็ เชน่ น้ี แตก่ ป็ ระจกั ษข์ น้ึ มา ผลสดุ ทา้ ยตนเองกอ็ ศั จรรยต์ นเองได้ ทง้ั ๆ ทเ่ี ราเกดิ มา
ไม่เคยอศั จรรย์ตนเองเลย ไม่ว่าเราจะไดผ้ ลสงิ่ ใดมา ไม่วา่ จะมคี วามสามารถเฉลียว
ฉลาดในแง่ใดในทางโลกที่เราเคยด�ำเนินมา จะให้เกิดเป็นความอัศจรรย์ตนเองนี้
ไมค่ อ่ ยปรากฏ นอกจากเปน็ ความดใี จภมู ใิ จไปบา้ งชวั่ กาลเวลาเทา่ นน้ั แลว้ กก็ ลบั ตำ� หนิ
ติเตยี นตนได้ อันเปน็ คเู่ คยี งกันกบั โลกธรรม ข้อท่วี ่า “สรรเสริญกับนนิ ทา”

แต่เมื่อธรรมเข้าถึงใจของผู้ปฏิบัติ ย่อมปรากฏข้ึนมาเป็นความอัศจรรย์อย่าง
ชัดเจนภายในตัวเองท่ไี ม่ได้คาดฝนั วา่ ทำ� ไมความอัศจรรยอ์ ยา่ งนจี้ งึ ปรากฏขน้ึ มาได้
หรือไม่ได้คาดฝันว่าจะได้เห็นความอัศจรรย์อย่างนี้ แต่ก็ปรากฏข้ึนมากับใจอย่าง
ชดั เจน

จติ ทมี่ ธี รรมเปน็ ผล คอื ความสงบเยน็ ใจ เปน็ ตน้ ไดป้ รากฏขน้ึ ในผใู้ ด ในจติ ใจ
ดวงใด จติ ดวงนน้ั ยอ่ มแสดงความแปลกประหลาดภายในตัวเองให้เจ้าตัวรู้ หากวา่
จะเปน็ สิ่งน�ำมาจำ� หนา่ ยขายตามตลาดแลว้ มเี ทา่ ไรเปน็ ไม่คา้ งรา้ นเลย หมด! หมด!
หมดเกลี้ยง! หมดเกลยี้ ง! คนจะแตกตนื่ กันมาขอซือ้ กนั ทัง้ โลกสงสารเลยนัน่ แล

เพราะใครๆ กต็ อ้ งการความสขุ ความเจรญิ ความอศั จรรย์ ความสมหวงั และจติ
ดวงนีก้ ็เป็นจิตรบั สนองธรรมเหล่านั้นดว้ ย คือ สนองทั้งความสุข ความเจรญิ ความ
สมหวงั ทงั้ ความอศั จรรย์ โลกทงั้ หลายจะรมุ มาซอื้ จนทว่ั โลก วา่ ยงั งนั้ เถอะ เพราะตน
ผลติ เองไมไ่ ด้ เนอ่ื งจากไมร่ วู้ ธิ ผี ลติ แมร้ วู้ ธิ ผี ลติ แตค่ วามขเ้ี กยี จรบี แซงหนา้ ขวางกน้ั
ไว้ก่อน

แม้สตั ว์เดยี รจั ฉานเขาไม่รภู้ าสีภาษา แตเ่ ขากม็ ีความต้องการความสขุ เขาไม่มี
“สมมตุ ”ิ มากมายอยา่ งมนษุ ย์ เขาตอ้ งการความสขุ เขาอาจโดดมาขอแบง่ หรอื แยง่ ชงิ
พวกมนษุ ยก์ เ็ ปน็ ได้ สตั วช์ นดิ ตา่ งๆ ตลอดเปรต ผี มนษุ ยท์ ว่ั โลก เทวดาทกุ ภมู ใิ นแดน
โลกธาตุ ตา่ งจะรมุ กนั มายงุ่ กบั “รา้ นคา้ นนั้ ” จนไมม่ เี วลาและสถานทรี่ บั รองลกู คา้ ซง่ึ มี
ประเภทตา่ งๆ กนั นนั่ แล เพราะความสขุ ความวเิ ศษ ความอศั จรรย์ ใครจะไมป่ ระสงค์

412

ไม่ต้องการ จะมีอยหู่ รอื ? ในโลกท้ังสามน้ี นอกจากคนตายท้งั เปน็ หรือคนท่ตี ายแลว้
เท่าน้นั พวกแรกไม่มายุง่ เพราะนอกบญั ชี แต่พวกหลังสดุ วิสยั ท่ีจะมาขอแบง่ ส่วน
นอกจากเขาไปเกดิ เปน็ “ปรทัตตปู ชวี เี ปรต” นั้น อาจมาขอแบ่งส่วนบญุ นี้

ร้านค้าขายธรรมวิเศษอัศจรรย์อย่างนี้ที่ไหนจะมีในโลก! หากธรรมแปลงเป็น
วตั ถไุ ด้ อยา่ งไรตอ้ งเกดิ โกลาหลกนั โดยไมต่ อ้ งสงสยั เพราะสตั วโ์ ลกหวิ โหยโรยแรงกนั
ความทุกข์ยากลำ� บากทรมานกนั มานานแสนนาน

แตน่ ส้ี ดุ วสิ ยั ทจ่ี ะเปน็ ไปได้ เพยี งพดู แคน่ ้ี โลกกก็ ระเทอื นไปหมดแลว้ ! เดยี๋ วจะวา่
ผเู้ ทศนเ์ ปน็ บา้ หาเรอ่ื งปา่ ๆ ดงๆ มาพดู ทง้ั นเ้ี พราะโลกหวิ กระหายความสขุ ไมท่ ราบวา่
กี่กัปกี่กัลป์ท่ีไม่เคยประสบพบเห็นธรรมชาติที่อัศจรรย์ ธรรมชาติที่เป็นความสุข
ความเจรญิ แบบอศั จรรย์มาก่อนเลย แต่ไดม้ าเห็นมาเจอเอาขณะนนั้ ทำ� ไมจะทนอยู่
ได้ละ่ !

นเ่ี พยี งขนั้ จติ ทมี่ คี วามสงบตวั มคี วามผอ่ งใส ความองอาจ และความรน่ื เรงิ กบั
ธรรมภายในใจ!

ยง่ิ กา้ วขน้ึ สู่ “สนิ คา้ แหง่ ปญั ญา” ซง่ึ เปน็ ธรรมชาตฉิ ลาดแพรวพราว ซงึ่ แสงสวา่ งใด
จะนม่ิ นวลยง่ิ กวา่ แสงสวา่ งภายในใจ ภายในธรรม ซง่ึ มอี ยใู่ นจติ นี้ ไมม่ ใี นโลกทง้ั สามน้ี
ดว้ ยแล้ว ร้านทกี่ ลา่ วมากจ็ ะย่งิ เปน็ ร้านทวคี ณุ ค่าแห่งความอัศจรรยห์ าทีเ่ ปรียบมิได้

รา้ น “แสงธรรมสวา่ งอารมณ”์ นแี้ ล คนและสตั วท์ กุ ประเภทจะรมุ มากยง่ิ กวา่ รา้ น
“ปฐมโอภาส” ที่กล่าวมาในเบื้องตน้ เปน็ ไหนๆ

สินค้าประเภทที่สาม คือ จติ มคี วามคลอ่ งแคลว่ แกล้วกล้า มสี ติปัญญารอบตัว
สวา่ งไสวทงั้ กลางวนั กลางคนื ยนื เดนิ นงั่ นอน หมนุ ตวั อยดู่ ว้ ย “ธรรมจกั ร” คอื “สตปิ ญั ญา
อตั โนมัติ” สง่าผ่าเผย สว่างกระจา่ งแจง้ ท่ัวโลก เพยี งขนาดน้กี ็สวา่ งกระจา่ งแจง้ ไป
ทวั่ โลกดนิ แดนอยแู่ ลว้ แมจ้ ะ “ยงั ไมเ่ ตม็ ภมู ”ิ กต็ าม นค่ี อื สนิ คา้ ประเภททสี่ าม โลกจะ
รมุ แบบไม่เคยมใี นโลก

413

ทนี ม้ี าถงึ “สนิ คา้ ประเภททสี่ ”่ี เปน็ ประเภททห่ี มดจดงดงามอยา่ งยง่ิ ไมม่ ี “สมมตุ ”ิ
แมป้ รมาณูแทรกสงิ อยู่เลย น้ีเป็นสนิ ค้า “วิมตุ ติ หลดุ พ้นโดยประการท้งั ปวง” ได้แก่
“ดวงจิตพระอรหนั ต์ท่าน”

สนิ คา้ ประเภทนกี้ ระเทอื นทวั่ โลกธาตุ แมแ้ ตห่ มสู่ ตั วอ์ ยใู่ ตด้ นิ หรอื อยใู่ นนรกอเวจี
ถา้ จะพอตะเกยี กตะกายขนึ้ มาได้ จะพากันโดดขน้ึ มาทันที เพราะเป็นส่ิงทอี่ ัศจรรย์
เหนือโลกเหนอื สงสาร

นค่ี อื อำ� นาจของจติ ความสงา่ ผา่ เผย ความมคี ณุ คา่ ของจติ เปน็ ทเ่ี ลศิ ประเสรฐิ สดุ
และชนะบรรดาสงิ่ ทม่ี ใี นโลกทวั่ ๆ ไป อยา่ งไมม่ กี ารแขง่ ขนั เพราะฉะนน้ั “ธรรม” จงึ เหนอื
“โลก” โดยประการทง้ั ปวง! แมพ้ ระพทุ ธเจา้ กท็ รงกราบพระธรรม เคารพธรรม ทา่ นวา่
“รสแหง่ ธรรม ชนะรสทง้ั ปวง” นนั่ ! ฟงั ดูซี ไม่มรี สอะไรจะเหมอื นรสแหง่ ธรรมเลย
ถา้ หากรสแหง่ ธรรมไมเ่ หนอื รสแหง่ โลกสมมตุ แิ ลว้ ธรรมจะครองโลกไดอ้ ยา่ งไร คนจะ
นับถอื พระพุทธศาสนาและนับถอื ธรรมได้อยา่ งไร

ความอศั จรรยแ์ หง่ จติ แหง่ ธรรมเปน็ ขนั้ ๆ ดงั กลา่ วมา ทงั้ สามโลกธาตนุ ้ี ไมม่ สี งิ่ ใด
จะมาเป็นคู่แข่งได้เลย แต่น้ีธรรมไม่สามารถจะแสดงตนเป็นวัตถุสินค้าเช่นนั้นได้
ธรรมจงึ เหมอื นไมม่ คี ณุ คา่ เพราะสายตาของคนไมส่ ามารถมองเหน็ ธรรมอนั วเิ ศษนนั้
เพราะใจไมส่ ามารถหยงั่ รสู้ นิ คา้ ประเภทอศั จรรยน์ น้ั ๆ ได้ ธรรมจงึ เหมอื นไมใ่ ชธ่ รรม
เหมือนไมม่ ี เหมอื นไม่มคี วามศกั ดส์ิ ทิ ธวิ์ ิเศษอย่างใดเลยในความรสู้ กึ แห่งสามญั ชน
สว่ นมาก

เพราะเหตใุ ด? เพราะสถานทศี่ กั ดส์ิ ทิ ธวิ์ เิ ศษนน้ั มแี ตข่ องเลอะเทอะเปรอะเปอ้ื น
เตม็ ไปหมด คอื ภายในจติ มองดแู ลว้ เหมอื นฉาบทาหมุ้ หอ่ ดว้ ยกองมตู ร กองคถู ทงั้ ๆ ท่ี
ธรรมชาตวิ ิเศษอัศจรรยน์ ัน้ ก็อยูใ่ นท่ามกลางธาตขุ นั ธเ์ รานน้ั แล

คำ� วา่ “มตู รคถู ” นน่ั คอื อะไร? คอื กเิ ลส ซงึ่ เปน็ สง่ิ โสมมครอบเสยี หมด จงึ เรยี กวา่
“จติ เปรอะเปอ้ื น” เปอ้ื นดว้ ยสง่ิ เหลา่ นแ้ี ล จงึ ไมม่ อี ะไรอศั จรรยจ์ นทำ� ใหเ้ จา้ ของนอ้ ยใจ
ตำ� หนติ เิ ตยี นตนเองวา่ “บญุ นอ้ ยวาสนานอ้ ย” กเ็ พราะธรรมชาตนิ แ้ี ลเปน็ เครอื่ งปดิ บงั

414

ธรรมชาตทิ อ่ี ศั จรรย์ ซง่ึ เปน็ หลกั ใหญแ่ หง่ อำ� นาจวาสนาไวอ้ ยา่ งมดิ ชดิ ไมใ่ หม้ องเหน็
ไดเ้ ลย ถงึ กบั เจา้ ของนอ้ ยเนอ้ื ตำ�่ ใจวา่ ไมม่ อี ำ� นาจ ไมม่ วี าสนา เกดิ มาไมเ่ หมอื นเพอ่ื น
มนษุ ยท์ งั้ หลาย มแี ตค่ วามทกุ ข์ ความจน จติ ใจกว็ นุ่ วายสา่ ยแสแ่ ยไ่ ปตามๆ กนั จงึ ทำ�
ใหค้ ดิ และบน่ กันไปตา่ งๆ นานา ตามแตจ่ ะคดิ ได้พดู ได้ บ่นไดไ้ ม่มีประมาณ

สง่ิ ทที่ ำ� ใหบ้ น่ เหลา่ น้ี ลว้ นแตเ่ รอื่ งของกเิ ลสโสมมสกปรกทง้ั นนั้ ไมใ่ ชข่ องดเี ลย
ฉะนั้น การบ่นต่างๆ จงึ ไมเ่ กดิ ประโยชน์ นอกจากจะเห็นโทษสงิ่ ท่ีเปน็ เหตเุ ปน็ ปจั จัย
ให้บน่ น้ี แลว้ ก�ำจดั ส่ิงเหล่านน้ั ออกไปโดยล�ำดบั ๆ จิตใจจะค่อยคล่คี ลายตัวออกมา
ถา้ เปน็ บา้ น กพ็ อจะโผลห่ นา้ ตา่ งออกมามองเหน็ เดอื นเหน็ ตะวนั บา้ ง ไมม่ ดื มดิ ปดิ ตาอยู่
ตลอดเวลาราวกบั อยู่ภายในตึกมดื ตลอดไป

ทง้ั ๆ ทจี่ ติ กอ็ ยกู่ บั ตวั แตถ่ กู กเิ ลสปดิ บงั ไวห้ มด มองหาธรรมชาตทิ ศี่ กั ดส์ิ ทิ ธวิ์ เิ ศษ
ไมเ่ จอเลย กลายเปน็ คนหมดคณุ คา่ หมดราคาไป ทง้ั ๆ ทคี่ นๆ นน้ั เปน็ คนสำ� คญั คนหนง่ึ
และจิตดวงนั้นก็เป็นจิตส�ำคัญดวงหนง่ึ แต่หาความสำ� คัญไมไ่ ด้ อันนี้แลทีท่ �ำให้โลก
ทง้ั หลายเดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย ไมม่ เี วลาสรา่ งซาหนา้ ยมิ้ ได้ ไมใ่ ชอ่ น่ื ไกล แมต้ วั เราเองกไ็ ด้
รบั ความเดอื ดรอ้ น วนุ่ วาย เพราะสง่ิ เหลา่ นมี้ าเตม็ อกแทบหวั ใจระเบดิ ในบางกาลเชน่ กนั
จงึ ไมน่ า่ สงสยั วา่ ส่ิงเหล่านีจ้ ะทำ� คุณให้เราพอมคี วามสขุ บา้ ง

แล้วจะน�ำสิ่งใดเข้ามาแก้ไขชะล้าง จะโดดลงชะล้างในน้�ำในสระในบึงในบ่อ
ในมหาสมทุ รทะเล กไ็ มส่ ะอาด ไม่เกิดผล “อาบน�้ำลา้ งบาป ลอยบาป” ดังท่ีเขาพูดวา่
มคี นทำ� กนั อยทู่ เี่ มอื งอนิ เดยี กไ็ ปลา้ งเถอะ ไมม่ ที างสำ� เรจ็ เพราะไมใ่ ชฐ่ านะทจ่ี ะทำ� ให้
บาปกรรมหรอื สง่ิ มัวหมองทัง้ หลายภายในใจใหห้ มดส้นิ ไปไดเ้ พราะน้�ำน้ัน นอกจาก
นำ�้ ศลี นำ�้ ธรรม นำ้� ใจ ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยศรทั ธา วริ ยิ ะ สติ สมาธิ ปญั ญา นเ้ี ทา่ นนั้ ซงึ่ เปน็
“นำ�้ สำ� คญั ” ทจ่ี ะชำ� ระสงิ่ สกปรกอยภู่ ายในใจออกได้ กลายเปน็ ใจทผี่ อ่ งใสสงา่ งาม และ
เกิดความอัศจรรยข์ ้ึนภายในโดยไมค่ าดฝัน

อยา่ ไปตำ� หนติ โิ ทษสงิ่ ใดๆ อยา่ ไปตำ� หนโิ นน้ อยา่ ไปตำ� หนนิ ี้ อยา่ ไปตำ� หนอิ ำ� นาจ
วาสนา! ให้ตำ� หนสิ ง่ิ สกปรกนี้ท่ที ำ� ใหท้ ุกข์ร้อนอยูไ่ มข่ าดสายนับแตว่ นั เกิดถงึ วันตาย

415

เหลา่ นแี้ ล คอื ตวั กเิ ลส ตวั พษิ ตวั ภยั สำ� หรบั สตั วโ์ ลก วาสนาไมใ่ ชต่ วั พษิ เปน็ สง่ิ ทมี่ คี ณุ คา่
สนบั สนนุ คนและสตั วใ์ หม้ คี วามสขุ ความเจรญิ และสนบั สนนุ ใหเ้ รามาเกดิ เปน็ มนษุ ย์
ใหม้ ีความสนใจใครต่ ่อศาสนา นบั ถอื พระพุทธศาสนา นี่เปน็ ตัววาสนาแท้!

กเิ ลสตวั เปน็ พษิ เปน็ ภยั น้ี คอื ตวั ขา้ ศกึ ของศาสนาของวาสนา จงแกท้ ตี่ รงนี้ อยา่ ไป
แกท้ อี่ นื่ ถา้ ไปแกท้ อ่ี นื่ จะเหมอื นไปเกาในทซี่ ง่ึ ไมค่ นั จะทำ� ใหถ้ ลอกปอกเปกิ เจบ็ ปวด
เปน็ แผลขน้ึ มาได้ เพราะเกาไมถ่ กู ทค่ี นั จงเกาใหถ้ กู ทคี่ นั ๆ ตรงทมี่ นั พาใหเ้ ราเดอื ดรอ้ น
รำ� คาญวนุ่ วายอยไู่ มห่ ยดุ หยอ่ นนน่ั แล คอื จติ ตวั คดิ ปรงุ ตา่ งๆ นนั่ นะ่ ตวั แสบนะ่ ใจนแี้ ล
เวลานเ้ี ปน็ ตวั ภยั สำ� คญั ไมม่ อี ะไรยงิ่ ไปกวา่ ใหแ้ กล้ งทต่ี รงนดี้ ว้ ยความอดทน ดว้ ยความ
พากเพยี ร อย่ากลัวกิเลส จะแพแ้ ละฉิบหาย เดย๋ี วเราจะแพ้และฉิบหายลม่ จมไมร่ ตู้ ัว

ถา้ จะตำ� หนกิ ใ็ หต้ ำ� หนติ รงนี้ และพยายามระมดั ระวงั อยา่ สง่ั สมมนั ขนึ้ มา ความคดิ
ในแงใ่ ดกต็ ามทสี่ ง่ เสรมิ ความทกุ ขใ์ หเ้ กดิ ขน้ึ ภายในใจ เปน็ ความผดิ ทงั้ นน้ั จงแกล้ งที่
ตรงนี้ ระงบั กนั ทตี่ รงน้ี ชอ่ื วา่ “เราสรา้ งวาสนาภายในตวั เราเอง” และเปน็ การปราบปราม
สงิ่ ลามก หรอื สงิ่ เปน็ ภยั เปน็ ขา้ ศกึ ทง้ั หลายใหอ้ อกจากใจเราดว้ ย ในขณะเดยี วกนั จะได้
เหน็ สง่ิ อศั จรรยซ์ ง่ึ มอี ยภู่ ายในใจ คอื ความรอู้ นั นแ้ี ล จะแสดงตวั ออกมาอยา่ งเปดิ เผย
โดยไมม่ ีอะไรปิดบงั เชน่ ทเี่ คยเปน็ มา

พระพุทธเจ้าท่านวิเศษเพราะท่านถอดถอน ท่านชะล้างส่ิงสกปรก สิ่งกดถ่วง
สง่ิ ตดั ทอนความดที งั้ หลายออกจนหมดไมม่ ภี ายในพระทยั จงึ สมนามวา่ เปน็ “ศาสดาแท”้
ไมใ่ ชศ่ าสดาท้งั ๆ ทย่ี งั มกี เิ ลสโสมมอย่ภู ายในพระทัย “พระองคเ์ ป็นศาสดาหรอื เปน็
พระพทุ ธเจา้ ดว้ ยความบรสิ ทุ ธิ์ เพราะสงิ่ สกปรกทงั้ หลายนน้ั หมดไปจากพระทยั แลว้ ”
สาวกทงั้ หลายกเ็ ชน่ เดียวกัน เพราะชะล้าง ถอดถอน เปน็ งานสำ� คัญย่งิ ในโลก

เรากเ็ ปน็ มนษุ ยผ์ หู้ นงึ่ ทเี่ ปน็ ชาวพทุ ธ เปน็ พทุ ธบรษิ ทั ของพระพทุ ธเจา้ ดำ� เนนิ ไป
ในทางสายเดยี วกนั กิเลสตัณหาเปน็ ประเภทเดียวกนั อบุ ายวธิ แี กไ้ ขหรือถอดถอน
เราก็น�ำธรรมของพระพุทธเจ้ามาแก้และถอดถอดกิเลสออกจากใจเช่นเดียวกัน
ดว้ ยความอุตส่าหพ์ ยายาม ความขยันหมนั่ เพยี รเช่นเดียวกัน ก็เทา่ กับว่าเรากา้ วตาม

416

ทา่ นไปวนั หนง่ึ ๆ กา้ วไปโดยลำ� ดบั ไมถ่ อยหลงั ความสมหวงั ของเราจะไมเ่ กดิ ขนึ้ จาก
การด�ำเนินท่ีถูกทางหรือท่ีถูกต้องดีงามน้ี จะมีอื่นใดเล่าเป็นท่ีเกิดแห่งความสมหวัง
กม็ ที างเดียวน้ีเทา่ น้ันทเี่ ป็นทางเกษมสำ� ราญใจ

นีแ่ หละการสร้างวาสนา การฟติ ตวั ให้ดี ก็ฟิตทีต่ รงนี้ คือแกส้ ่งิ ท่ีไมด่ ภี ายในใจ
ของตนออก จะไดเ้ หน็ “รา้ นค้าของเรา” สนิ ค้าของเรา ว่าเป็นของอัศจรรยม์ ากนอ้ ย
ภายในใจดวงทีเ่ คยอาภัพน้ี

ระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ จะไดเ้ หน็ ชดั วา่ ขนั ธท์ งั้ หา้ มรี ปู ขนั ธเ์ ปน็ ตน้ กเ็ หมอื นกบั รา้ นคา้
ใจทีท่ รงคณุ ธรรมไวต้ ามข้ันภูมขิ องตน กเ็ ปรียบเหมอื นสินคา้ ตามขนั้ แห่งสินค้าทม่ี ี
คณุ คา่ มากนอ้ ยภายในใจ จนกระทงั่ สนิ คา้ อนั ประเสรฐิ สดุ หรอื วมิ ตุ ตหิ ลดุ พน้ ภายในใจ
นแี้ ล ทา่ นเรยี กวา่ “สนิ คา้ อนั ประเสรฐิ ” ดงั ทไี่ ดก้ ลา่ วมาในเบอ้ื งตน้ เปน็ สนิ คา้ ทนี่ ำ� ออก
โชวไ์ ดอ้ ยา่ งองอาจกลา้ หาญภายในตน ไมว่ า่ จะอยสู่ ถานทใี่ ด ไมต่ ำ� หนติ เิ ตยี น ดนิ ฟา้
อากาศ ไมต่ ำ� หนสิ ถานทนี่ น่ั ทน่ี ี่ ไมต่ ำ� หนผิ คู้ น หญงิ ชาย ไมต่ ำ� หนอิ ะไรทง้ั สน้ิ เมอ่ื สงิ่ ที่
ตำ� หนิ ตวั การตำ� หนิ ตน้ เหตตุ ำ� หนิ มนั หมดสน้ิ ไปจากใจแลว้ ไปไหนไมต่ ำ� หนิ เพราะ
ไมม่ ธี รรมชาตจิ อมตำ� หนอิ ยภู่ ายในใจ มแี ตค่ วามดี ไปไหนดหี มด ดอู ะไรดหี มด ดคู น
ทกุ ขก์ ด็ ดี ว้ ยธรรม ดอู ะไรกด็ โี ดยธรรมทง้ั นนั้ ไมห่ าเรอ่ื งหาราวหาเงาตา่ งๆ มาเปน็ การ
กวนใจตนเอง จงึ เรยี กวา่ “สคุ โต” ไปที่ไหนก็ไม่เป็นภยั มองเห็นอะไรกไ็ ม่เปน็ ภัย
เป็น “สคุ โต” ไปโดยตลอด

นค่ี อื ผหู้ มดภยั ไปทไี่ หนไมม่ ภี ยั ภายในใจ เพราะเชอ้ื แหง่ ภยั ไมม่ ี นเ่ี รยี กวา่ “ตลาด
อศั จรรย”์ หรอื “สนิ คา้ อศั จรรย”์ นงั่ อยกู่ ค็ รองสนิ คา้ อศั จรรยเ์ ปน็ อตั สมบตั ิ อยกู่ ค็ รอง
ตายไปแล้วก็ครองสมบัติมหัศจรรย์นี้ ไม่มีผู้อื่นใดจะมีความสามารถอ�ำนาจวาสนา
มากดข่ีบังคบั หรือแย่งชิงสมบัติของเราแทน้ ีไ้ ปได!้

ฉะน้ัน จึงขอให้พากันพยายามช�ำระสิ่งสกปรกท้ังหลายภายในใจให้หมดไป
หมดไป ใหเ้ หลอื แต่ “ทองทงั้ แทง่ ” ใหเ้ หลอื แตธ่ าตแุ ท้ คอื มโนธาตทุ บ่ี รสิ ทุ ธแิ์ ท้ นน้ั แล
คอื แดนแหง่ ความสมหวงั แดนแหง่ ความสขุ ความเกษม ไมม่ ใี นทอี่ นื่ ใดในโลกทงั้ สาม

417

อยา่ คดิ ใหเ้ สยี เวลำ่� เวลาวา่ “ไปทน่ี นั่ จะดี ไปทนี่ จี่ ะด”ี หลอกเจา้ ของทงั้ นน้ั แหละ ถา้ เชอื่ ถอื
ตวั กอ่ กรรมกอ่ เวร กอ่ เหตุ หรอื ตวั ยแุ หยก่ อ่ กวนนี้ ยงั มอี ยภู่ ายในใจแลว้ มนั จะหลอก
ไปเร่อื ยๆ จนขากุด ขาขาด กห็ าทีส่ ุข ความสุขไมไ่ ด้ตลอดไป
ธรรมทา่ นไมไ่ ดห้ ลอก ธรรมเปน็ ของจรงิ ทา่ นจงึ สอนลงในจติ ทจ่ี รงิ จรงิ ๆ ไมไ่ ด้
สอนแบบหลอกลวง และไมไ่ ดส้ อนจติ คนบา้ คนบอ แตส่ อนคนดๆี ทมี่ สี ตเิ รานเ่ี อง จติ น้ี
เปน็ สถานทรี่ บั ธรรมโดยแท้ ทา่ นจงึ สอนลงทจ่ี ติ ใหจ้ ติ พนิ จิ พจิ ารณา ใหจ้ ติ นร้ี บั ธรรมไว้
ประพฤติปฏิบัติ ก�ำจดั สง่ิ ท่เี ปน็ ภยั ตอ่ ตัวเองออกโดยสน้ิ เชงิ
จติ นกี้ เ็ ปน็ จติ ทป่ี ระเสรฐิ เลศิ โลกขน้ึ มา ทง้ั ๆ ทอ่ี ยใู่ นโลกนเ้ี อง ทา่ นผปู้ ระเสรฐิ ไมไ่ ด้
หมายวา่ ทา่ นตอ้ งเหาะเหนิ เดนิ ฟา้ ขนึ้ ไปทไ่ี หนจงึ จะประเสรฐิ อยเู่ ฉยๆ ธรรมดาเหมอื น
โลกอยกู่ ัน ทา่ นก็ประเสรฐิ เพราะทา่ นประเสริฐทจี่ ติ ไม่ได้ประเสริฐในท่ีอื่นใด
จงึ ขอไดน้ ำ� ไปพนิ จิ พจิ ารณา เพอ่ื ผลอนั พงึ ใจของเราทกุ ทา่ นซงึ่ จะพงึ เกดิ ขนึ้ จาก
การปฏบิ ตั ไิ ม่สงสยั
การแสดงธรรมก็เหน็ วา่ สมควร จงึ ขอยตุ ฯิ

418

ของปลอม ของจริง

เราเกดิ มากบั สง่ิ จอมปลอมดว้ ยกนั ทง้ั นนั้ รวมทงั้ สตั ว์ ทง้ั บคุ คล เขา้ ดว้ ยกนั ยงั ไมม่ ี
ความจรงิ เขา้ แทรกสงิ จติ ใจได้ ใจจงึ ปลอมทง้ั ดวง สงิ่ ทเ่ี ปน็ เครอ่ื งใชข้ องใจจงึ ปลอมไป
ตามๆ กนั ความคดิ ความเหน็ ในแงต่ า่ งๆ ทง้ั อดตี ปจั จบุ นั อนาคต ทง้ั ความรบั ทราบ
ทางหู ทางตา ทางจมกู ทางลน้ิ ทางกาย และอารมณซ์ งึ่ เกดิ ขน้ึ ทางใจ ลว้ นแตป่ ลอมทง้ั นน้ั
เพราะไมม่ ีของจรงิ ออกมาแสดง มีแต่ของปลอมออกแสดงอยา่ งออกหนา้ ออกตา

ถ้าเป็นร้านค้าก็มีแต่ของปลอมเต็มไปทั้งหน้าร้าน ส่วนของจริงอยู่โน้นอยู่หลัง
รา้ นโนน้ หนา้ รา้ นถกู ของปลอมปดิ ไวอ้ ยา่ งมดิ ชดิ มองไมเ่ หน็ จงึ ไมส่ ามารถแสดงตวั ออกได้
เพราะฉะน้ัน เวลาทา่ นประกาศสอนธรรมวา่ “สจั ธรรมเป็นของจรงิ ” ท้งั ๆ ทไี่ ดย้ นิ วา่
“สจั ธรรมเปน็ ของจรงิ ” สว่ นใจทรี่ ะลกึ ตามในขณะทฟ่ี งั วา่ “สจั ธรรมเปน็ ของจรงิ ” นนั้
มนั ยงั ปลอมอยู่ ปลอมอยโู่ ดยดี เพราะจติ ยงั ไมจ่ รงิ อะไรจะจรงิ กต็ าม เมอ่ื เขา้ มาสใู่ จ
ที่ยังปลอมอยู่แล้ว มันก็ปลอมไปตามกันหมด เพราะของปลอมมีอ�ำนาจมากกว่า
อะไรมาสมั ผสั ก็ตาม ความรู้สึกนัน้ จะปลอมไปดว้ ยทกุ ระยะ จนกวา่ ธรรมของจรงิ จะ
แทรกเขา้ ได้ เพราะออกจากสง่ิ จอมปลอมอยแู่ ลว้ ภายในจติ ใจ จะเปน็ ของจรงิ ขนึ้ มาได้
อยา่ งไร

การรื้อฟนื้ การขดุ คน้ การปลดเปลอื้ ง การแก้ไขส่งิ จอมปลอมทั้งหลายเหลา่ นี้
จงึ ตอ้ งใชค้ วามพยายามอยไู่ มน่ อ้ ย ลำ� บากยากเยน็ สกั เพยี งใดกต็ อ้ งอดตอ้ งทนเอาบา้ ง

419

เพราะอยากรู้เห็นธรรมของจริงเกิดขึ้นกับใจ ทั้งนี้ก็ข้ึนอยู่กับความจงใจของผู้ท�ำ
ถ้าท�ำดว้ ยความพอใจ ของยากกก็ ลายเปน็ ของงา่ ยขึ้นมา เพราะทำ� ดว้ ยความพอใจ
ทุกส่ิงทุกอย่างเมื่อท�ำด้วยความพอใจแล้ว ของยากก็กลายเป็นของง่ายข้ึนมาได้
หนกั กก็ ลายเปน็ เบาขน้ึ มา เพราะใจคลอ่ งตวั ใจมคี วามเบา เบาดว้ ยความพอใจทจ่ี ะทำ�
กจิ การน้ันๆ

จิตท่ีหนักน้นั น่ะ แม้ไม่ยกอะไรก็หนกั ตามธรรมชาติของจติ เพราะกเิ ลสแต่ละ
ประเภทเปน็ ของหนกั และฝงั จมอยภู่ ายในจติ จะทำ� อะไรทเี่ ปน็ สารประโยชนก์ ข็ เ้ี กยี จ
ทำ� เสยี นบั แตใ่ นขณะแรกทยี่ งั ไมไ่ ดท้ ำ� อะไรเลย มนั หากหลอกลวงไปเอง “งานนนั้ จะหนกั
งานน้ีจะลำ� บาก” ความคดิ นน่ี ะ่ มันหลอกเอา เลยไมส่ ามารถท�ำกิจการนัน้ ๆ ใหล้ ุล่วง
ไปได้

การฝกึ การอบรม จงึ ตอ้ งอาศยั สตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร อาศยั ความบกึ บนึ และ
หนกั ในทางเหตทุ างผลไว้ คดิ อา่ นตามเหตตุ ามผลเรอ่ื ยๆ พยายามตะเกยี กตะกายไป
ตามเหตผุ ลนน้ั ๆ จะยากลำ� บากอยา่ งไรกท็ นเอา เหตผุ ลนเ้ี ปน็ ทต่ี อ้ งใจ เพราะเปน็ เหตผุ ล
ทถ่ี ูกตอ้ งตามหลกั ความจรงิ เม่อื เปน็ ที่ต้องใจส�ำหรบั ผู้ม่งุ ความจรงิ แลว้ ก็พยายาม
ด�ำเนินไปตามนั้น

พระสาวกหรือครูบาอาจารย์ท้ังหลายที่ปรากฏชื่อลือนามมาแต่ละองค์ ละองค์
ใหเ้ ราไดก้ ราบไหวบ้ ชู ามาโดยลำ� ดบั จนกระทงั่ ปจั จบุ นั น้ี ลว้ นแตเ่ ปน็ ผฝู้ า่ ฝนื อปุ สรรค
ความลำ� บากล�ำบนทง้ั หลายมาแลว้ จนแทบเอาชีวิตไมร่ อดน่ันแล

เฉพาะอยา่ งยง่ิ ในสมยั ปจั จบุ นั กค็ อื ทา่ นอาจารยม์ นั่ จะมใี ครในสมยั นเี้ หมอื น
ท่าน!

ในคร้ังพุทธกาลก็ยกพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นประธาน เป็นพยานเรื่องความทุกข์
ความล�ำบากทุกสง่ิ ทกุ อยา่ งจนถึงข้ันสลบไสล มาในปัจจบุ นั กม็ ที ่านอาจารยม์ ั่นทเ่ี ปน็
พยานหรอื เปน็ แบบเปน็ ฉบบั อนั ดแี กบ่ รรดาลกู ศษิ ย์ เวลาทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั เราเกดิ ความ
สลดสงั เวชจนถงึ นำ�้ ตารว่ งกม็ ใี นบางครง้ั ซง่ึ นานๆ ทา่ นจะเลา่ ใหฟ้ งั ทหี นงึ่ ตามแตเ่ รอ่ื งใด

420

มาสมั ผสั ท่าน ทา่ นไม่ไดเ้ หมือนเรา! ท่านไม่มอี ุปาทาน ไมม่ ีความอยากพูดน้ันพูดน้ี
ดังสามญั ชนท่ัวๆ ไป

ทา่ นพดู ดว้ ยธรรม พดู ดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล พดู มากพดู นอ้ ย พดู หนกั พดู เบา พดู ลกึ ตนื้
หยาบละเอยี ดแคไ่ หน ยอ่ มเปน็ ไปตามอรรถตามธรรม อนั เปน็ ความเหมาะสมในเวลานนั้
ทา่ นไมพ่ ดู ดว้ ยความอยาก ความลมื เนอ้ื ลมื ตวั เหมอื นสามญั ชนทวั่ ๆ ไป เพราะฉะนน้ั
เรือ่ งของทา่ นที่นำ� มาพดู แต่ละครั้งนี้ หากไม่เขา้ ไปสัมผสั ใจ ทา่ นจะไมน่ �ำเรือ่ งนน้ั มา
พูดเลย เหมือนท่านไมเ่ คยร้เู คยเห็นและเคยดำ� เนนิ มา

แตเ่ วลาทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั โอโ้ ห! นา่ อศั จรรย์ บางทผี ฟู้ งั นำ้� ตารว่ ง เพราะสงสารทา่ น
และอศั จรรยผ์ ลของทา่ น เวลาทา่ นดำ� เนนิ ปฏปิ ทา ทา่ นชอบอยใู่ นปา่ ในเขา แตก่ อ่ นมี
แตป่ า่ แตเ่ ขาทงั้ นนั้ เดนิ ไปตงั้ วนั กไ็ มเ่ จอบา้ นคน คดิ ดซู !ิ ทา่ นนอนอยตู่ ามปา่ ตามภเู ขา
ตามทางด่านพวกโขลงช้าง กลางคืนเสยี งปึงปังๆ ผา่ นไปผา่ นมาท่านก็ทน

ทกุ วนั น้ไี ปทีไ่ หนมแี ต่ “ปา่ คน” แทบไม่มีป่าไม้ ภเู ขา ภเู ขาก็สักแต่ภเู ขาเฉยๆ
ต้นไม้ใบหญ้าท่ีท�ำให้เกิดความชุ่มช้ืนความเยือกเย็นภายในใจก็ไม่มี เพราะคนมาก
คร้ังนั้นการประกอบความพากเพียรก็เป็นไปด้วยความสะดวกสบายส�ำหรับผู้มุ่งต่อ
ธรรมอยา่ งเตม็ ใจอยแู่ ลว้ การขบฉนั การพกั อาศยั ทจี่ ะใหเ้ ปน็ ความสะดวกสบาย ไมม่ ี
หรือหายากเตม็ ที แต่เพราะทา่ นไมส่ นใจกับความสะดวกสบายเช่นน้นั ท่านสนใจต่อ
อรรถตอ่ ธรรมเทา่ นน้ั ถงึ แมจ้ ะลำ� บากยากเยน็ อยา่ งไร ทา่ นกพ็ อใจอยู่ พอใจไปสทู่ นี่ นั้ ๆ
พอใจขบฉันส่ิงต่างๆ ที่พอจะเป็นปัจจัยเครื่องพยุงธาตุขันธ์ให้เป็นไปในวันหน่ึงๆ
ทา่ นพอใจของทา่ นเพยี งเทา่ นน้ั ทา่ นไมม่ คี วามทะเยอทะยานใหม้ มี ากกวา่ นนั้ ทา่ นจงึ อยู่
ดว้ ยความผาสกุ เยน็ ใจ บำ� เพญ็ สมณธรรมดว้ ยความสะดวกกายสบายใจ บางทไี มไ่ ด้
ฉันจงั หนั ก็มี เพราะไมพ่ บหมู่บ้านคน แม้ไมฉ่ นั ท่านก็ไม่วติ กวิจารณ์ เพราะเคยอด
เคยอม่ิ มาแลว้ ไมไ่ ดฉ้ นั หลายๆ วนั ทา่ นกเ็ คยมาแลว้ อดเพยี งวนั สองวนั ทไ่ี มพ่ บบา้ น
ผู้บ้านคนก็จะมีปัญหาอะไร ท่านตัดหมดปัญหาเหล่าน้ี เพราะท่านเคยผ่านมาแล้ว
เร่ืองความทุกข์ ความล�ำบาก ความหิวโหย จึงไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคแก่ท่านได้
เดนิ กรรมฐานทงั้ วนั เท่ากบั เป็นการเดินจงกรมทงั้ วัน กำ� หนดพจิ ารณาอรรถพิจารณา

421

ธรรมไปเรอ่ื ยๆ ถงึ ทไี่ หนควรจะพกั กพ็ กั ควรจะนอนกน็ อน ทใี่ ดเปน็ สถานทเี่ หมาะสม
คอื มนี ำ้� ทา่ เปน็ ทส่ี ะดวกสบายในการบำ� เพญ็ สมณธรรม ทา่ นกพ็ กั อยทู่ น่ี น่ั เสยี บางแหง่
สามเดอื น สเี่ ดอื นกม็ ี แลว้ แตค่ วามสะดวกในการบำ� เพญ็ บางแหง่ เดอื นหนง่ึ กม็ ี เหลา่ น้ี
นับว่าเปน็ ความล�ำบาก เพราะคนสมยั ทท่ี ่านท่องเทย่ี วกรรมฐานนั้น รสู้ ึกจะไมท่ ราบ
ปฏปิ ทาการดำ� เนนิ ของทา่ น และความเปน็ อยกู่ ารขบฉนั ของพระกรรมฐานเลย เราจะ
เหน็ ไดใ้ นทบ่ี างแหง่ ทา่ นเลา่ ใหฟ้ งั วา่ เขาไมเ่ คยเอากบั ขา้ วอะไรใสบ่ าตรเลย นอกจากเขา
มกี ลว้ ย หรอื เผอื ก มนั เขากใ็ ส่ ถา้ ไมม่ แี ลว้ เขาใสแ่ ตข่ า้ วเปลา่ ๆ เขาถอื วา่ พระกรรมฐาน
ทา่ นไมฉ่ นั อยา่ งทโี่ ลกรบั ประทานกนั ทา่ นฉนั แตเ่ ผอื กแตม่ นั และถวั่ งา เทา่ นน้ั เขาวา่
อยา่ งนัน้ ถ่วั งา ก็มี เพราะเขาท�ำไร่ เขาเอามาใหฉ้ นั บา้ งเปน็ บางวัน “อะไรๆ กฉ็ ันไป
ยงั งน้ั แหละ” ทา่ นวา่ ไมเ่ ปน็ กงั วล ถา้ อยนู่ านไป นานไป เมอ่ื เขารเู้ รอื่ งรรู้ าวแลว้ เขากค็ อ่ ย
มี “กับข้าว” มาถวายบ้าง ลำ� บากแคไ่ หนล่ะ? ลองคิดดู ในการบ�ำเพ็ญของทา่ น

เรือ่ งการพากเพียร ท่านไมม่ ีบกพรอ่ ง ทง้ั วัน ทงั้ คืน ยนื เดิน นัง่ นอน เวน้ แต่
หลบั เทา่ นนั้ เปน็ ความเพยี รตลอดเวลา ไปดว้ ยความสขุ อยดู่ ว้ ยความสขุ อะไรขาดตก
บกพรอ่ ง กไ็ มส่ ำ� คญั ยงิ่ กวา่ การทำ� ภาวนา ขอใหอ้ นั นส้ี มบรู ณเ์ ปน็ ลำ� ดบั ลำ� ดาในอริ ยิ าบถ
ต่างๆ เถิด เป็นที่พอใจท่าน! นเี่ ป็นความสนใจและเปน็ ความประพฤตปิ ฏบิ ัติธรรม
ของครบู าอาจารย์ มที า่ นอาจารยม์ นั่ เปน็ ตน้ พาดำ� เนนิ มา ยากลำ� บากเพยี งไร ฟงั เอา
คิดเอา!

ถา้ เทยี บกบั พระสมยั ปจั จบุ นั นี้ เชน่ พวกเรา เฉพาะอยา่ งยงิ่ วดั ปา่ บา้ นตาดน้ี เตม็ ไป
ดว้ ยสิ่งบ�ำรงุ บ�ำเรอท้งั หลาย ถา้ ไมฉ่ ลาดกต็ ายได้ “ตายจากสมาธิธรรม ปัญญาธรรม
วิมตุ ตธิ รรม” นน่ั แล เพราะน้ำ� ส้ม นำ�้ หวาน นำ้� โกโก้ กาแฟ น้ำ� ออ้ ย นำ้� ตาล นำ้� ขนม
นำ�้ แกง ชนิดตา่ งๆ จะท่วมเอา เนื่องจากนำ�้ เหล่าน้ีไหลบา่ มาสงู จากนำ้� ใจคณะศรทั ธา
และทว่ มทีส่ งู ๆ เช่นทว่ มปากบ้าง จมูกบา้ ง

เมอื่ ความเหลอื เฟอื มาก ธรรมนนั้ ตอ้ งหมอบราบ ถา้ หวั หนา้ ไมก่ ระซบิ บอกเสยี บา้ ง
พระเณรองค์ท่ีโง่ๆ ก็จะถูกน�้ำเหล่าน้ันท่วมตายจริงๆ เพราะไม่ฉลาดหาอุบายวิธี
หลีกเลยี่ งตนบา้ ง พอทรงตวั ได้ด้วย “โภชเน มัตตญั ญตุ า” ค�ำวา่ “หลกี เลี่ยง” ไมไ่ ด้

422

หลีกเลี่ยงใคร แต่หลีกเลี่ยงกิเลสตัวโลภในอาหารปัจจัยนั้นแล เวลาอาหารมีมาก
กโ็ ลภมากฉนั มากจนลมื “โภชเน มตั ตญั ญตุ าธรรม” เมอื่ ปาก ทอ้ ง ลนิ้ ยงั มอี ำ� นาจเหนอื
ธรรมอยู่ ต้องอดฉนั มากไมไ่ ด้

การฉนั มากของผบู้ ำ� เพญ็ ภาวนา จติ ใจจะเปน็ อยา่ งไร เพยี งคดิ ๆ ดู กพ็ อทราบได้
ผู้ไม่เคยภาวนาก็ไม่อาจทราบได้ ก็มันไม่ผิดอะไรกับหมูตัวอ้วนท่ีนอนคอยขึ้นเขียง
นน่ั แล คนกินมากตอ้ งชอบขน้ึ หมอนมาก พระกม็ าจากคน จะผดิ กนั ท่ีไหนเล่า!

การฉนั มากไมใ่ ชข่ องดสี ำ� หรบั ใจ สง่ิ นน้ั ปรนปรอื เขา้ มา สง่ิ นป้ี รนปรอื เขา้ มา มแี ต่
เร่ืองปรนปรอื มแี ตเ่ รอื่ งลน้ิ เรอ่ื งท้อง เรอื่ งปาก!

สว่ นเรอ่ื งอรรถเรอื่ งธรรมไมม่ ี ทง้ั ๆ ทเี่ จตนาเรามงุ่ มาเพอื่ อรรถเพอ่ื ธรรม เมอื่ เปน็
ดงั ทวี่ า่ น้ี ธรรมจะเจรญิ ไดท้ ไ่ี หน? ธรรมเจรญิ ไมไ่ ด!้ มแี ตเ่ รอื่ งลน้ิ เรอื่ งปาก เรอื่ งทอ้ ง
นั่นแหละเจรญิ น่ะ สว่ นธรรมนัน้ หมอบ หาทางงอกเงยไม่ได้!

รา่ งกายเมอื่ ไดร้ บั ความปรนปรอื มากกแ็ ขง็ แรง เปลง่ ปลง่ั ทบั ถมใจ จนภาวนาไมอ่ อก
แมเ้ ดนิ จงกรมกส็ ปั หงก นงั่ ภาวนากส็ ปั หงก อยใู่ นทา่ อริ ยิ าบถใดๆ กส็ ปั หงกงกงนั สติ สตงั
ท่ีเคยมีเลยว่ิงเข้าป่าหายไปหมด ปรากฏเด่นแต่ความง่วงเหงาหาวนอนลืมตาไม่ขึ้น
คอยแตจ่ ะหลบั ในทา่ แหง่ ความเพยี รของอริ ยิ าบถนน้ั ๆ ไมเ่ ปน็ ทา่ ! ทงั้ ขายตวั ใหก้ เิ ลส
สบั ยำ� เอา เมือ่ เป็นเชน่ นนั้ สมความมงุ่ หมายทีม่ าบ�ำเพ็ญสมณธรรมดีแล้วหรอื ?

สงิ่ เหลา่ นใี้ หพ้ จิ ารณาเอา ความจรงิ ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมตอ้ งเปน็ ผหู้ าความฉลาดใสต่ วั
ถา้ คนโงก่ ็จบเทา่ นัน้ แหละ ไมว่ า่ “โลก” หรอื “ธรรม” จบไดด้ ว้ ยกนั เพราะความโง่
ไมเ่ คยทำ� ใหค้ นดมี ฐี านะมน่ั คงเลย ทา่ นจงึ สอนเสมอเพอ่ื ความฉลาดและขยนั หมน่ั เพยี ร
เพราะเหตไุ รจงึ พรำ�่ สอนเสมอ? เพราะสงิ่ เหลา่ นม้ี ที างจะทบั ถมจติ ใจได้ รา่ งกายกบั ใจ
เป็นสิ่งท่ีเกี่ยวเนื่องกัน ถ้าร่างกายมีก�ำลังมาก ก็จะทับถมจิตใจ จิตใจก้าวไม่ออก
ถา้ รา่ งกายมกี ำ� ลังน้อย ด้านจติ ภาวนาจะเขยิบขึน้ ไปโดยลำ� ดับ อย่างการผ่อนอาหาร
หรอื อดอาหาร เป็นต้น เป็นวิธกี ารหนุนความเพยี รไดด้ ีเมอื่ ถูกกบั จรติ

423

ทท่ี า่ นรนู้ สิ ยั ของทา่ นในการผอ่ นหรอื อดอาหารวา่ ไดร้ บั ประโยชน์ ไดร้ บั ผลดใี น
การภาวนา ทา่ นกผ็ อ่ นของทา่ นไปเรอื่ ยๆ อดไปเรอื่ ยๆ และเรง่ ทางจติ ภาวนาเขา้ เรอื่ ยๆ
ไม่ลดละทอ้ ถอยปลอ่ ยวาง

วธิ กี ารฝกึ จติ ใจทางจติ ภาวนา มนั ตา่ งกนั อยา่ งนแ้ี หละ การฉนั กบั การผอ่ น และ
การไมฉ่ ัน อยา่ งน้อยก็ทำ� ใหเ้ บากาย เบาใจ ใจกไ็ มค่ กึ คะนองเหมือนเวลารา่ งกายมี
ก�ำลงั แขง็ แรงมาก การฝึกจิตกง็ ่ายกวา่ กนั ผูส้ ังเกตตอ้ งรู้

การแกก้ เิ ลส การฝกึ การทรมานใจ การชำ� ระกเิ ลส จงึ เปน็ ความทกุ ข์ ความลำ� บาก
อยไู่ มน่ อ้ ย แตก่ ารสงั่ สมกเิ ลสนน่ั งา่ ย ใครกช็ อบสงั่ สมกนั กระทง่ั เดก็ ๆ และสตั วเ์ ดยี รฉาน
ซง่ึ เขากไ็ มอ่ าจทราบไดว้ า่ ตนสง่ั สมกเิ ลส ทง้ั นเ้ี พราะกเิ ลสใหเ้ ปน็ ไป มนั เปน็ ความพอใจกนั
ทงั้ นนั้ แหละ โดยไมต่ อ้ งมคี รมู โี รงเรยี นสอนกนั นอกจาก “สมยั อตุ ริ สมยั พสิ ดาร” เทา่ นน้ั
ไมด่ กู เ็ หน็ เพราะมีเกล่อื นทั่วดินแดน

แตก่ ารแก้กิเลสน้ีเปน็ ความฝนื เป็นความไม่พอใจจะแก้ นอกจากจะเหน็ ผลดี
มคี วามสงบสขุ จากการแกก้ เิ ลสพอสมควรแลว้ จนเหน็ ผลมากโดยลำ� ดบั นนั้ จะมคี วาม
พอใจแกส้ บื เนอื่ งเป็นลำ� ดบั ไป และเพมิ่ กำ� ลังมากขึ้นในการแกก้ เิ ลส

ในขน้ั เรม่ิ แรกนี้ สว่ นมากมกั ไมส่ นใจอยากแก้ นอกจากเปน็ ผมู้ พี นื้ เพอนั ดี มคี วาม
ใครต่ ่ออรรถต่อธรรมอยู่แล้ว ก็มีความพยายาม การส่งเสรมิ กิเลสกบั การแก้กเิ ลสมี
การฝนื ต่างกันอยู่มาก

การแก้กเิ ลสตอ้ งใช้ความพยายามทกุ อาการของจิตและทุกอริ ยิ าบถได้ยิง่ ดี

แต่การสง่ เสริมกิเลสนี้ พยายามหรอื ไมพ่ ยายามกเ็ ปน็ ไปได้ เพราะพืน้ เพเดิม
เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสอยแู่ ลว้ ฉะนนั้ มนั จงึ เปน็ ไปงา่ ยๆ เหมอื นกบั นำ�้ ไหลลงจากเขานแี้ ล
ไหลอยา่ งเตลดิ เปดิ เปงิ และงา่ ยดายจนไมม่ อี ะไรเหลอื เลย! การสง่ เสรมิ กเิ ลส และการ
สง่ั สมกเิ ลส มนั เปน็ ของงา่ ยอยา่ งนม้ี าแตก่ าลไหนๆ ใครๆ จงึ ไมเ่ บอ่ื นอกจากผเู้ หน็ โทษ
ของมนั เทา่ น้ัน จึงคดิ ต่อสูเ้ พื่อกชู้ ัยชนะทเ่ี คยแพ้มันอย่างราบมานาน

424

เพราะฉะนนั้ การประกอบความพากเพยี รเพอื่ แกก้ เิ ลสจงึ เปน็ เรอื่ งยาก เปน็ ธรรมดา
อย่าคิดวา่ เรายากเพยี งคนเดยี ว ทา่ นท่เี ป็นจอมปราชญฉ์ ลาดเหนือโลก ท่านยิ่งผา่ น
ความยาก ผา่ นการต่อส้กู ับส่ิงเหล่านี้มาแลว้ จนสะเทือนโลก

อยา่ งไรกต็ าม ยาก กบั งา่ ย กเ็ พอื่ จะรอื้ ถอนตนใหพ้ น้ จาก “กเิ ลส” และ “กองทกุ ข”์
ไปโดยลำ� ดบั นั้นแล ไม่ใช่ยากล�ำบากเพ่อื ความเสยี หาย จึงไม่ควรเสยี ดายก�ำลังวังชา
ที่ทุ่มเทลงเพ่ือความเพยี ร ชีวติ ของเราทสี่ บื ตอ่ กนั ไปวนั หนึ่ง วันหน่ึง กม็ เี ท่าน้แี หละ
เราไดม้ าเท่าน้ดี ้วยกัน จะขอมาเพิม่ เติมอีกก็ไม่ได้ แตล่ ะคน ละคน มเี ทา่ ตวั !

จงพยายามเสยี แตบ่ ดั นจ้ี นถงึ วนั สนิ้ ลมหายใจ ยงั จะไดก้ ำ� ไรเพมิ่ เตมิ ขนึ้ อกี มากมาย
ดกี วา่ ตายอย่ตู ัว หรอื ขาดทนุ สญู ดอกไปเปล่าๆ จะเสยี ใจ เวลาผจญทุกข์ภัยข้างหนา้
ซ่ึงจะรับชว่ งจากภพนไี้ ป

ชวี ติ ลมหายใจทเ่ี อาไปทงิ้ เปลา่ ๆ หาประโยชนไ์ มไ่ ดน้ นั้ มจี ำ� นวนมากกวา่ ทนี่ ำ� มา
ท�ำประโยชนแ์ กต่ น!

ประการหนง่ึ มนษุ ยช์ นจำ� นวนมาก รอ้ ยทง้ั รอ้ ยจะหาสกั หนงึ่ รายทมี่ ชี วี ติ อนั เปน็
สาระกห็ ายากไมน่ อ้ ยเลย เกดิ ขน้ึ มากพ็ บแตค่ วามโกลาหล วกเวยี นไปดว้ ยความทกุ ข์
วนุ่ วายตา่ งๆ ทว่ั ดนิ แดน ศาสนามี ธรรมมี กเ็ หมอื นไมม่ ี เพราะความสนใจใฝส่ นั ตสิ ขุ
มนี อ้ ย มแี ตค่ วามดน้ิ รนขนทกุ ขเ์ ขา้ มาทบั ถมตวั เอง ไมค่ ดิ หาทางออกโดยถกู ทาง ใครก็
คดิ วา่ “เอาตวั รอดเปน็ ยอดด”ี แตก่ ไ็ มเ่ หน็ มใี ครปรากฏวา่ พบทางเอาตวั รอด! นอกจาก
ต่างคนต่างกอดทุกข์จนกระท่ังวันตายไม่มีเว้นว่าเป็นคนชาติชั้นวรรณะใด ทั้งคนมี
คนจน คนโง่ คนทเี่ ขา้ ใจวา่ ตนฉลาด หวั ใจนน้ั แบก “คบเพลงิ ” ทงั้ กอง ไมม่ เี วลาปลดปลง
ปลอ่ ยวางกนั บา้ งเลย จนกระทง่ั สนิ้ ลมกส็ น้ิ ไปดว้ ยความหาบหามกองทกุ ข์ ความรมุ่ รอ้ น
ภายในใจไม่เบาเลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่เรียกว่า “โลกแห่งความมืดมน” จะควรเรียกว่าอะไร จึงจะ
เหมาะสมกบั ทต่ี า่ งคนตา่ งแบกกองทกุ ขอ์ ยบู่ นหวั ใจ ซงึ่ แบง่ หนกั แบง่ เบากนั ไมไ่ ดเ้ ลย
โดยไม่ทราบทางออกจากกองทุกขเ์ ปน็ เช่นไร

425

คนเราถา้ พอมคี วามสขุ ทางใจบา้ งเพราะความใฝธ่ รรม พอเปน็ นำ้� หลอ่ เลยี้ งหวั ใจ
กพ็ อจะมองเหน็ เพอ่ื นมนษุ ย์ และสตั วผ์ เู้ กดิ แก่ เจบ็ ตาย ดว้ ยกนั โดยความเมตตา
กรณุ าบา้ ง แตช่ ว่ ยฉดุ ลากกนั ขนึ้ จากหลม่ ลกึ คอื ความทกุ ขย์ ากลำ� บาก ทรมาน พอให้
ลมื ตาอ้าปากพดู ได้ พอเป็นเสียงมนษุ ยผ์ ูพ้ น้ ภยั บ้าง ไมซ่ ้�ำเตมิ ให้ผู้ท่แี ยอ่ ยู่แลว้ กลาย
เป็นผยุ ผงไปเพราะความรกหู รกตา และกีดขวางใจ อะไรเล่าพอจะชโลมใจมนุษย์
ใหพ้ อพดู กนั รเู้ รอ่ื งบา้ ง นอกจากธรรมทเี่ คยใหค้ วามชมุ่ เยน็ และไวว้ างใจแกโ่ ลกมาเปน็
เวลานานแลว้ ก็ยังมองไมเ่ หน็ ว่าอะไรจะดยี ่งิ ไปกวา่ “ธรรม” ซึ่งเคยเป็นนำ�้ หลอ่ เลี้ยง
หวั ใจของโลกมานาน ขอยำ้� อกี วา่ “อะไรจะดเี ยยี่ มยง่ิ กวา่ ธรรม” ความรมุ่ รอ้ น ระสำ�่ ระสาย
ทกี่ ำ� ลงั เปน็ อยทู่ ว่ั โลกดนิ แดนเวลานี้ ไมใ่ ชเ่ พราะขาดแคลนวตั ถปุ จั จยั เครอื่ งครองชพี
โดยถ่ายเดียว แต่มนั ยงั ขาดอะไรอยอู่ ีก?

จงึ อยากตง้ั ปญั หาถามตวั เองขนึ้ วา่ “ความโลภนน้ั ” นบั แตว่ นั ตงั้ รากฐานบนหวั ใจ
มนษุ ยแ์ ละสตั วม์ านานแสนนาน จนถงึ ปจั จบุ นั นี้ เคยผอ่ นตวั ลงมาอยกู่ บั “ความพอ”
“ความพอด”ี พอมคี วามสุขบา้ งไหม?

“ความโกรธ ความฉนุ เฉยี ว” มองเหน็ อะไรทิม่ แทงลกู หลู ูกตาขวางใจไปหมด
ทงั้ นัน้ พอเปน็ มิตรกับ “สิง่ ” และ “เขาเหลา่ นั้น” ไดบ้ า้ งหรือยัง? หรอื ยงั ตงึ เครยี ด
ราวกับหัวอกจะระเบดิ เรื่อยมา? “ความหลง” ทจ่ี มไปกบั ความโลภ ความโกรธ และ
ความลืมตัว มวั คดิ วา่ ตนมคี วามสุข รำ่� รวย สวยงาม มคี ณุ คา่ กวา่ มนุษยเ์ ดนิ ดนิ อยู่
รำ�่ ไปนัน้ มันพาคนให้มีคณุ ค่านา่ บชู าบ้างไหม?

ความโลภไม่มีเมอื งพอ! ความกริ้วโกรธโทษผอู้ ่ืนอยู่รำ่� ไป ไม่ยอมเหน็ โทษของ
ตวั บา้ ง! ความหลงทท่ี ำ� ใหล้ มื ตวั มว่ั สมุ เหลา่ นี้ จะมที างสรา้ งความสขุ บนหวั ใจคนผชู้ อบ
ส่งเสริมมันได้ไหม? ท�ำไมมนุษย์เราจึงชอบมันหนักหนา? ไม่มีวันเบ่ือหน่ายอ่ิมพอ
บ้างเลย ทงั้ ท่มี นั เปน็ ยาพษิ เผาลนอย่ตู ลอดวนั เวลาเร่อื ยมาทั่วหน้ากนั

สว่ นชวี ติ เครอื่ งประกนั ความเปน็ อยขู่ องคนและสตั วน์ นั้ กท็ ราบอยเู่ ตม็ ใจดว้ ยกนั
วา่ สนิ้ ไปหมดไปทกุ วนั เวลา ทกุ ปเี ดอื น ไมเ่ คยลดละปลอ่ ยวางใหช้ วี ติ ของสตั วเ์ ปน็ อสิ ระ

426

แมแ้ ตว่ นิ าทหี นง่ึ เลย เรามคี วามรสู้ กึ อยา่ งไรกบั ชวี ติ สนิ้ ไป สน้ิ ไป หมดไป หมดไป ไมไ่ ด้
เพ่มิ มาเลย?

ความเพยี รของเราทจ่ี ะพยายามใหไ้ ดต้ ามเวลำ�่ เวลาทผี่ า่ นมานนั้ เปน็ เรอื่ งของเรา
จะคน้ คดิ พนิ จิ พจิ ารณาภายในตวั เองใหเ้ ปน็ ทแ่ี นใ่ จเจา้ ของแตบ่ ดั นเี้ ปน็ ตน้ ไป ซงึ่ เปน็
เรื่องส�ำคัญย่ิงกว่าใครจะมาให้ความยืนยันแน่นอน ท่านว่า “สันทิฏฐิโก” นั่นคือ
พระโอวาทส�ำคญั ทพี่ ระพทุ ธเจ้าประกาศความจรงิ เข้าสูจ่ ติ ใจเรา เมอ่ื ปฏิบัติถงึ เหตุที่
ควรจะรู้ถึงผลที่ควรจะได้รับ จะได้รับจะได้รู้ประจักษ์ใจตัวเองทุกรายไปจนกระทั่ง
ปลอ่ ยวางไดโ้ ดยสิ้นเชิง

คำ� วา่ “ปลอ่ ยวางได”้ คอื ไมห่ วงั พงึ่ ใคร และอะไรทง้ั นนั้ แมพ้ ระพทุ ธเจา้ ยงั ทรง
พระชนมอ์ ยู่ กไ็ ม่หวงั พง่ึ พระพทุ ธเจา้ แบบยึดถอื ดังแตก่ ่อน ทงั้ นีจ้ ะเป็นการประมาท
พระคณุ ของพระพทุ ธเจา้ หรอื ไมท่ เ่ี กดิ ความรคู้ วามเหน็ เชน่ นใ้ี นทางภาคปฏบิ ตั ิ เราแนใ่ จ
ว่าไมป่ ระมาท ทง้ั แน่ใจในตนเองว่าได้ถึงข้ันปล่อยวางโดยสิ้นเชงิ แล้ว พระองค์กท็ รง
หมดภาระในการรบั ผดิ ชอบเราดว้ ยเชน่ เดยี วกนั เราเองกห็ ายยดึ พระองค์ พระองคเ์ อง
กท็ รงหายหว่ งในการอบรมสงั่ สอนอรรถธรรมทงั้ หลาย เชน่ พระนนั ทะ เปน็ ตน้ ทเี่ ปน็
พทุ ธอนุชาของพระองค์

พระพทุ ธเจา้ เปน็ ผทู้ รงประกนั พระนนั ทะตอนออกบวชทแี รก ทรงแนะนำ� สงั่ สอน
จนพระนนั ทะไดส้ ำ� เรจ็ อรหตั ผล เปน็ พระอริยบุคคลขัน้ วิเศษสดุ ยอดแล้ว ได้กราบ
ทลู พระพทุ ธเจา้ วา่ “ขา้ พระองคห์ ายสงสยั แลว้ ในการทพ่ี ระองคร์ บั ประกนั หรอื รบั รอง
ขา้ พระองค”์ พระพทุ ธเจา้ ตรสั วา่ “แมต้ ถาคตกห็ มดกงั วลกบั เธอเชน่ เดยี วกนั เปน็ การ
หมดภาระในการรบั รองเธอ เช่นเดียวกบั เธอรบั รองตนเองได้แล้วน่นั แล”

นเ่ี มอื่ ถงึ ขนั้ น้ี คอื ขน้ั ทพี่ งึ่ ตนเองไดเ้ ตม็ ทแ่ี ลว้ แมพ้ ระพทุ ธเจา้ ผเู้ คยเปน็ ทพ่ี งึ่ ของเรา
มาประทบั อยตู่ รงหนา้ เรากไ็ มม่ คี วามรสู้ กึ วา่ หวงั พงึ่ พระพทุ ธเจา้ ดงั แตก่ อ่ นแลว้ เพราะ
ความพง่ึ เรา ความแนใ่ จของเรา ตามหลกั ธรรมทีท่ า่ นทรงสอนไวเ้ พอื่ ความพงึ่ ตวั เอง
ประจกั ษใ์ จเราแลว้ จงึ ไมเ่ ปน็ ความผดิ วา่ ประมาทพระคณุ ของพระพทุ ธเจา้ แตอ่ ยา่ งใด

427

เมอื่ ถงึ ขน้ั พงึ่ ตนเองไดแ้ ลว้ ตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั แนน่ อนอยา่ งนน้ั ไมม่ อี ะไรจะแน่
ยงิ่ กวา่ จติ รตู้ วั เอง แนต่ อ่ ตวั เอง จรงิ กไ็ มม่ อี ะไรจรงิ ยง่ิ กวา่ จติ เวลาปลอมไมม่ อี ะไรปลอม
ยง่ิ กวา่ จติ เชน่ ในขณะทก่ี เิ ลสครอบคลมุ อยู่ มนั ปลอมไปหมดดงั ทก่ี ลา่ วทแี รกนนั้ เอง
ทางหู ทางตา ทางจมกู ทางลน้ิ ทางกาย ตลอดถงึ ทางใจ อารมณท์ อี่ อกจากใจไปทางหู
ทางตา กระทบรปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอื่ งสมั ผสั ลว้ นแตเ่ รอื่ งปลอมทงั้ นนั้ เพราะจติ พา
ให้ปลอม

เมอ่ื สตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร ไดบ้ ากบน่ั หนั หนา้ เขา้ โดยลำ� ดบั ๆ ความจรงิ
ก็ค่อยเดน่ ขึน้ มา เด่นข้ึนมา คำ� ว่า “สจั ธรรม” เปน็ ของจรงิ ดงั ทที่ า่ นสอนไว้ในตำ� รบั
ตำ� รานนั้ แตก่ อ่ นใจเราไมเ่ หน็ เปน็ ของจรงิ เพราะกเิ ลสฉดุ ลากไป ไมพ่ าใหจ้ รงิ ครน้ั แลว้
กจ็ รงิ ขึ้นมาด้วยอ�ำนาจแหง่ “วิรยิ ธรรม เปน็ ต้น” พาใหจ้ รงิ สตปิ ัญญาธรรม เป็นต้น
พาใหจ้ รงิ ถา้ นำ� มาใชใ้ หถ้ กู ตามหลกั ศาสนธรรม ยอ่ มจรงิ ไดท้ กุ อยา่ ง ขณะมกี เิ ลสทพ่ี า
ใหป้ ลอม ยอ่ มปลอมไดท้ กุ อยา่ ง เพราะกเิ ลสเปน็ ของปลอมอยแู่ ลว้ ปลอมแฝงความจรงิ
แห่งธรรม และปลอมจากสารคุณ จงึ เป็นเรื่องปลอมไปหมด

เม่ือได้ช�ำระสะสางเต็มสติก�ำลังความสามารถ ความจอมปลอมน้ันก็หมดไป
หมดไป ปรากฏแตค่ วามจรงิ ขน้ึ มา ทกุ ขก์ เ็ ปน็ ความจรงิ รกู้ นั อยชู่ ดั ๆ วา่ ทกุ ขใ์ นสว่ นไหน
ร่างกายนี้ส่วนไหนแสดงอาการเจ็บปวดแสบร้อน ก็รู้กันว่ามันเป็นทุกข์ในส่วนน้ันๆ
ไมไ่ ดถ้ อื มน่ั ในความทกุ ขน์ น้ั รตู้ ามเปน็ จรงิ ทมี่ นั เปน็ ทกุ ข์ ทกุ ขใ์ นอาการใดกร็ ชู้ ดั ๆ วา่
นคี่ อื ทกุ ขเวทนาปรากฏอยใู่ นอาการนนั้ สขุ เกดิ ขน้ึ ในสว่ นรา่ งกายกท็ ราบชดั วา่ มนั เปน็
สขุ ตามสภาพของมนั เฉยๆ กท็ ราบวา่ เฉยๆ นี่คอื สว่ นหน่งึ ของเวทนา

เอา้ ! จติ มคี วามทุกขเ์ พราะเร่ืองอะไร แยกแยะใหเ้ ห็นชัดตามความจรงิ ของมนั
มนั ทกุ ขเ์ พราะเรอ่ื งอะไร อารมณอ์ ะไรเปน็ เหตใุ หใ้ จเกดิ ความทกุ ข์ ทกุ ขท์ างจติ กต็ อ้ งมี
สาเหตเุ ชน่ เดยี วกนั กบั ทกุ ขท์ างกาย ในธาตขุ นั ธต์ อ้ งมสี าเหตอุ นั หนง่ึ ขนึ้ มาใหเ้ กดิ ความ
ไมส่ บาย เชน่ เจบ็ ทอ้ ง ปวดหวั นถี่ า้ วา่ เปน็ สมทุ ยั กเ็ ปน็ “สมทุ ยั ” ของกายได้ มอี าหาร
แสลงต่อธาตุขันธ์เป็นตน้ เป็นสาเหตใุ ห้เกิดทกุ ขท์ างกาย

428

สว่ นสาเหตทุ ที่ ำ� ใหเ้ กดิ ทกุ ขท์ างจติ ใจนน้ั คอื กเิ ลสทกุ ประเภท การพจิ ารณาตอ้ ง
แยกแยะกนั ออกใหเ้ หน็ ชดั เจน เวทนาทางจติ กเ็ ปน็ เวทนาอนั หนงึ่ เชน่ เดยี วกบั ทางกาย
เปน็ “สจั ธรรมของจรงิ อนั หนง่ึ ” เชน่ เดยี วกนั เมอ่ื พจิ ารณาจนรตู้ ามความเปน็ จรงิ แลว้
จะหลงมนั ไดอ้ ยา่ งไร เมอื่ สาเหตใุ หเ้ กดิ ทกุ ขม์ นั มอี ยภู่ ายในจติ มนั จงึ เกดิ ทกุ ข์ สาเหตนุ นั้
กท็ ราบวา่ เปน็ กเิ ลสเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ จติ ใจอยแู่ ลว้ ทกุ ขก์ ท็ ราบวา่ เปน็ ผลของกเิ ลส ซงึ่ เปน็
ขา้ ศกึ เชน่ เดยี วกนั กบั เรอื่ งของกเิ ลส เปน็ สงิ่ ทจี่ ะตอ้ งแยกแยะใหร้ ใู้ หเ้ ขา้ ใจจนหายสงสยั
เห็นสิง่ ใดให้รวู้ า่ มนั เป็นพษิ เป็นภยั หรอื เปน็ ข้าศกึ ต่อตัวเอง จะไปส�ำคัญมั่นหมายไป
ยดึ เหนย่ี วเกย่ี วเกาะสง่ิ นน้ั มาเปน็ ตน เปน็ ของตนไดย้ งั ไง! เพราะเปน็ เชน่ เดยี วกบั ไปยดึ
ไฟมาเผาตนนั้นแล

ปญั ญาจงพจิ ารณาแยกแยะกนั อยา่ งน้ี กระทง่ั จติ เปน็ จติ ลว้ นๆ อะไรกจ็ รงิ หมด
ทกุ ข์ท่เี คยปลอมต้ังแตไ่ หนแต่ไรมา ถ้านบั ชาตปิ จั จุบนั มนั ก็ปลอมมาต้งั แตว่ ันเกดิ
อยแู่ ลว้ แตก่ จ็ รงิ ขน้ึ มาตามอำ� นาจสตปิ ญั ญาทรี่ แู้ จง้ เหน็ จรงิ “สมทุ ยั ” กจ็ รงิ “มรรค” กจ็ รงิ
“นโิ รธ” กจ็ ริง

เมอื่ จติ จรงิ เสยี ดวงเดยี วเทา่ นน้ั อะไรๆ กจ็ รงิ ไปตามๆ กนั จติ ปลอมเสยี ดวงเดยี ว
เทา่ นนั้ อะไรๆ กป็ ลอมหมด เพราะอะไรถงึ เปน็ อยา่ งนน้ั เพราะ “จติ ” เปน็ เรอ่ื งใหญโ่ ตมาก
ในโลกธาตุ จติ แตล่ ะดวง ละดวง ของบคุ คลแตล่ ะคน เปน็ สง่ิ สำ� คญั มากกวา่ สง่ิ อน่ื ใด

โลกเกดิ ความวนุ่ วายระสำ่� ระสายอยา่ งทกุ วนั นเี้ ปน็ เพราะเหตใุ ด? สาเหตกุ ม็ อี ยทู่ ่ี
ใจของโลกแตล่ ะโลก แตล่ ะคน ทเี่ หน็ ผดิ เปน็ ชอบนน่ั เอง มนั ถงึ ไดร้ อ้ น ใจหาทย่ี ดึ เหนยี่ ว
ไมไ่ ด้ แตเ่ ตม็ ไปดว้ ยความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตณั หา จนมองหาดวงใจแท้
ไมเ่ จอ ยงิ่ มอี ำ� นาจเขา้ สง่ เสรมิ ดว้ ยแลว้ อนั นก้ี ย็ งิ่ กำ� เรบิ เสบิ สานไปกนั ใหญ่ เพราะเปน็
เคร่ืองสนบั สนนุ

โลกกน็ บั วนั จะยงิ่ รอ้ น ถา้ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลสมนั รอ้ นมาก มนั ออกมาจากใจนนั้ แล
ถา้ ใจมคี วามเหน็ ถกู ตอ้ ง และประพฤตติ นตามเหตตุ ามผล โลกยอ่ มจะมคี วามสงบสขุ ได้
อะไรๆ ก็อยูก่ ับใจท่ีมเี หตุมีผลเป็นส�ำคัญกวา่ อ่ืน

429

ทนี ยี้ น่ เขา้ มาหาตวั เราเอง ทำ� ไมจติ ใจจงึ รมุ่ รอ้ นระสำ่� ระสายวนุ่ วาย กเ็ พราะกเิ ลส
มันแสดงตวั มนั มีลวดลายตา่ งๆ ผลของมันกค็ อื ความทุกขเ์ ผาลนจติ ใจให้เกดิ ความ
ทกุ ขร์ อ้ น มสี ตปิ ญั ญาเทา่ นน้ั เปน็ เครอ่ื งดบั กเิ ลส ตณั หา อาสวะทง้ั มวล มคี วามเพยี ร
หนุนหลังกันเขา้ ไป แก้กนั เขา้ ไป จนเหน็ ความจริงทมี่ อี ยู่ภายในใจของตน ซงึ่ เป็น
ความจรงิ ลว้ นๆ อยแู่ ลว้ เปน็ แตก่ เิ ลสซง่ึ เปน็ ของปลอมนน้ั เขา้ หมุ้ หอ่ เทา่ นน้ั เอง จงึ ไม่
สามารถรู้ความจรงิ ได้อยา่ งเต็มใจ
น่ีเป็นสาระของเราทจี่ ะสงั่ สมคุณงามความดี สง่ เสริมสติปญั ญาใหม้ ีกำ� ลัง เพือ่
ปลดเปลอ้ื งตน ถอดถอนตนจากหลม่ ลกึ คอื กเิ ลสอาสวะทง้ั หลาย นบั ตง้ั แตธ่ าตแุ ตข่ นั ธ์
เข้าไป มนั เป็นหล่มลึกทั้งน้นั ถ้าไปติดมัน มันเปน็ ฟนื เปน็ ไฟไปด้วยกันทงั้ น้ัน ถ้าเรา
ไมต่ ิด มันก็ไมเ่ ปน็
ขอให้ท่านท้ังหลายได้น�ำไปพิจารณาแก้ไขตนจนเห็นความจริงเต็มสัดเต็มส่วน
แหง่ “สจั ธรรม” ทา่ นบอกไว้ คำ� วา่ “ความบรสิ ทุ ธ”ิ์ และ “นพิ พาน” นน้ั จะมอี ยกู่ บั จติ
ทสี่ นิ้ กเิ ลสโดยไมต่ อ้ งสงสัย!
จึงขอยตุ ิเพยี งเท่าน้ีฯ

430

อ�ำนาจกเิ ลส อ�ำนาจศาสนธรรม

เมอื งไทยเราเปน็ เมอื งพทุ ธศาสนา พอ่ แมพ่ านบั ถอื พทุ ธศาสนามาเสยี จนเรยี กได้
วา่ “เกิดกบั พทุ ธศาสนา” หากวา่ เราอยู่ในเมืองไทยเปน็ ประจ�ำไมไ่ ด้ไปทีอ่ ืน่ ๆ ซ่งึ เขา
ไมไ่ ดน้ บั ถอื พทุ ธศาสนา กไ็ มม่ อี ะไรแปลกหแู ปลกตา แตถ่ า้ เราออกจากเมอื งพทุ ธศาสนา
ไปที่อืน่ ๆ เราจะรู้สึกแปลกหู แปลกตา และแปลกใจ เฉพาะอยา่ งยง่ิ บคุ คลผ้ไู มม่ ี
ศาสนาเลย มนั กไ็ มผ่ ิดอะไรกับสตั ว์

เราจะเห็นไดว้ า่ ศาสนาเปน็ สิ่งทเี่ ชดิ ชวี ติ ใหม้ คี ณุ คา่ ทงั้ ทางดา้ นจติ ใจ และกริ ยิ า
ความประพฤตมิ ารยาทการแสดงออกตา่ งๆ เปน็ สง่ิ สวยงามอยมู่ าก ยง่ิ วฒั นธรรมไทย
เรานี่ ซง่ึ เอามาจากพทุ ธศาสนา มารยาทของคนไทยจงึ รสู้ กึ วา่ นม่ิ นวลออ่ นโยนมาก เอาไป
แขง่ ทไี่ หนกไ็ มแ่ พใ้ คร เปน็ มารยาททนี่ มิ่ นวล ออ่ นนอ้ มถอ่ มตนตอ่ ผใู้ หญ่ ทง้ั คณุ วฒุ ิ
และวัยวุฒดิ มี าก ยากจะหาทไี่ หนซ่ึงไม่ใชเ่ มอื งถือพุทธศาสนาจะเหมอื นได้

ฉะน้ันการมีมารยาทอันสวยงามน้ี จึงยกให้เมืองไทยเรา การรู้จักบุญจักคุณ
การแสดงความเคารพตอ่ ผใู้ หญ่ รสู้ กึ วา่ เมอื งไทยเราทเี่ ปน็ เมอื งพทุ ธนเี้ ดน่ มาก ตลอด
ขนบธรรมเนยี มอนั ดงี าม ซงึ่ ออกมาจากพทุ ธศาสนานบั วา่ หาชมไดย้ าก และแขง่ เมอื ง
ใหญๆ่ เขาได้อยา่ งไมส่ ะทกสะทา้ นว่าจะแพ้ใคร

แตก่ อ่ นเดก็ ไทยกเ็ กดิ กบั วดั เตบิ โตกบั วดั วา่ ยงั งน้ั เถอะ คอื โตมากบั วดั แมเ้ กดิ
ในบา้ นแตม่ าโตกบั วดั กเ็ หมอื นกบั วา่ เปน็ ลกู ของพระนนั่ เอง แมเ้ จา้ นายทเ่ี ปน็ ใหญเ่ ปน็ โต

431

ส่วนมากกเ็ ป็นลกู พระมากอ่ นแทบทง้ั น้ัน กิรยิ ามารยาทที่ออกมาจากพระ เน่ืองจาก
พอ่ แมก่ ล็ กู ศษิ ยพ์ ระ ลกู กเ็ ปน็ ลกู พระ และตา่ งคนตา่ งเกยี่ วกบั ลกู พระหลานพระเขา้ ไป
คละเคลา้ กนั กเ็ ปน็ ลกู ชาวพทุ ธขน้ึ มาอยา่ งดๆี หรอื เปน็ ลกู ของพทุ ธเราอยา่ งดๆี นเ่ี อง
กิริยามารยาททแ่ี สดงออกจงึ น่าดูน่าชม

ตอ่ มาคนคอ่ ยเหนิ หา่ งจากวดั จากวาไปโดยลำ� ดบั ๆ เพราะความจำ� เปน็ บงั คบั และ
หลายๆ อยา่ งบวกกนั เขา้ ทจ่ี ำ� ตอ้ งไดเ้ หนิ หา่ งจากวดั จากพระ กริ ยิ าอาการกเ็ ปลยี่ นไป
เปล่ียนไป ยง่ิ ไปเที่ยวสถานท่ีต่างๆ ที่นอกจากเมืองไทยไปแล้ว กย็ งิ่ ทำ� ให้แปลกหู
แปลกตาไปเร่ือยๆ และไปยึดเอามาคละเคล้ากันโดยไม่พิจารณาเลือกเฟ้นเสียก่อน
บางอยา่ งกม็ าเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ศาสนา บางอยา่ งกม็ าเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ตนเอง โดยเจา้ ตวั เขา้ ใจวา่
เปน็ ของดี แลว้ กค็ อ่ ยๆ เปน็ พษิ เปน็ ภยั แกต่ วั และสว่ นรวม ตลอดเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ บา้ นเมอื ง
ของตนอยา่ งนั้นก็มี

ยงิ่ ทกุ วนั นส้ี ง่ิ ดงั กลา่ วคละเคลา้ กนั ไปหมด คำ� วา่ “พทุ ธ” แทบจะไมป่ รากฏเสยี แลว้
แมแ้ ต่ภายในวดั ก็มคี วามเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอ่นื ๆ อีกมากมาย

จติ ใจทเ่ี ปลยี่ นแปลงกเ็ พราะอำ� นาจของกเิ ลสทเ่ี ปน็ เชอ้ื ไฟอยภู่ ายใน ทำ� ใหม้ คี วาม
อยากรู้ อยากเหน็ อยากเปน็ ตา่ งๆ ไมม่ กี ฎไมม่ เี กณฑ์ ไมม่ ปี ระมาณ มคี วามหวิ กระหาย
อยากรูอ้ ยากเห็นอยากฟังอยตู่ ลอดเวลา ยิ่งมีอะไรเข้ามาสัมผัสสัมพนั ธ์ทางตา ทางหู
ทางจมูก ทางลน้ิ กาย ใจ ก็ตอ้ งหมนุ ไปตามส่ิงน้ันๆ เพราะมคี วามต้องการอยแู่ ล้ว
ก็ย่ิงติดย่ิงพันได้ง่ายๆ และความซึมซาบกันอย่างรวดเร็ว และเสียหายไปได้อย่าง
งา่ ยดาย

สาเหตแุ หง่ ความเสยี หายตา่ งๆ โลกกลบั ถอื เปน็ ของดี และนยิ มชมชอบกนั เกอื บ
ท่ัวหน้า ส่วนผลเสียทีเ่ กิดจากสาเหตเุ หลา่ น้นั โลกจะถอื วา่ เป็นรายได้ หรอื จะถอื วา่
เป็นอย่างไร เพราะเห็นและรู้อยู่แก่ใจอย่างเปิดเผย เพราะถ้าส่ิงนั้นๆ ซึมซาบเข้า
ถงึ ใจ การแสดงออกกต็ อ้ งเปน็ ไปตามสงิ่ ทต่ี นชอบใจ ซงึ่ ทำ� ใหเ้ ผลอตวั ลมื ตวั ไปเรอ่ื ยๆ
ผลสดุ ทา้ ยกม็ าตำ� หนบิ า้ นเมอื งของตนวา่ “คร!ึ ลา้ สมยั อะไรๆ ไมท่ นั เขา!” และตำ� หนิ

432

ศาสนาว่า “ไมเ่ ป็นประโยชน์ กดถ่วงความเจรญิ ของคนและประเทศชาติบ้านเมือง”
ไปเสีย เวลานมี้ ันชกั เป็นไปขนาดน้นั แล้ว

อยา่ งทเี่ ปน็ อยทู่ กุ วนั น้ี ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ซง่ึ เปน็ ของประเสรฐิ และ
เปน็ หลกั บา้ นหลกั เมอื งทเ่ี คยถอื กนั มาแตด่ กึ ดำ� บรรพก์ าลไหนๆ กเ็ หน็ วา่ เปน็ ของไมด่ ี
กดี ขวางความเจรญิ ของบา้ นเมอื ง และพยายามลบลา้ งทำ� ลายดว้ ยอบุ ายตา่ งๆ ตามแต่
จะทำ� ได้ ซง่ึ กำ� ลงั จะไปกนั ใหญ่ จงึ ไมอ่ าจทราบไดว้ า่ ความเจรญิ เพราะการทำ� ลายหลกั
บา้ นหลกั เมอื งนนั้ จะเจรญิ กนั แบบไหน ถา้ เปน็ “แบบนำ�้ ตารว่ ง” กน็ บั วา่ กรรมของสตั ว์
ชว่ ยไม่ได้

ความจรงิ แมแ้ ตค่ รง้ั พทุ ธกาลกม็ พี ระมหากษตั รยิ ์ มศี าสนาประจำ� โลกมาแตก่ าล
ไหนๆ กกี่ ปั นบั ไมถ่ ว้ น มขี องเรา ของเขา สมกบั หลกั ธรรมเปน็ มาอยา่ งนน้ั คอื มชี าติ
มศี าสนา มพี ระมหากษัตรยิ ์

ทกุ วนั นกี้ ำ� ลงั พยายามทำ� ลายลบลา้ งหลกั จติ ใจของประชาชนใหส้ ญู ไป เหลอื ไวแ้ ต่
ลัทธิเดียรจั ฉาน ลทั ธยิ กั ษ์ เปรต ผี ไม่มียางอาย เพราะไมม่ ี “หิรโิ อตตปั ปธรรม
เมตตาธรรม” เพ่อื เผาผลาญโลกให้ล่มจมฉิบหาย

ฝา่ ยท�ำลายถา้ มจี ำ� นวนมาก กส็ ามารถลม้ ล้างท�ำลายไดอ้ ย่างไมม่ ปี ญั หา เพราะ
คตธิ รรมดาเปน็ มาอยา่ งน้นั ศาสนาก็ไมม่ ี พระมหากษตั รยิ ก์ ไ็ ม่มี นบั ถอื ประชาชน
เปน็ สำ� คัญ และนบั ถือบชู าวตั ถเุ ป็นพระเจ้า

คำ� วา่ “ประชาชน” นน้ั เขากบั เรากพ็ อๆ กนั จะนบั ถอื หรอื เคารพนบนอ้ มเหมอื น
พระรตั นตรยั ไดล้ งคออยา่ งไรกนั ! ประชาชนออกมาจากไหน ถา้ ไมอ่ อกมาจากพอ่ แมข่ อง
มนั ทเ่ี ลยี้ งดมู นั มานะ่ ! มนั ไดค้ วามวเิ ศษวโิ สมาจากไหน? แมแ้ ตร่ า่ งกายชวี ติ จติ ใจมนั
กพ็ อ่ กับแม่เปน็ ผผู้ ลิต เปน็ ผู้ชบุ เลย้ี ง ถงึ ได้เปน็ คนมา

การทำ� ลายแดนเกดิ ผเู้ ลย้ี งดกู ม็ แี ต่ “ขยุ ไมไ้ ผ”่ ทท่ี ำ� ลายแมข่ องตนในเวลาทอ่ี อกขยุ
ขน้ึ มาเทา่ นนั้ นอกนนั้ ไมม่ ใี ครกลา้ ทำ� ลาย “แดนเกดิ และผเู้ ลยี้ งด”ู ไดล้ งคอ ถา้ ไมใ่ ช่

433

ยกั ษไ์ มใ่ ชผ่ นี ะ่ คนเราเมอื่ เหน็ พอ่ แมไ่ มม่ คี วามสำ� คญั ยง่ิ กวา่ “ประชาชน” แลว้ ประชาชน
จะหาความสำ� คัญมาจากไหน! มนั เกิดมาจากไหน “ประชาชน” นะ่ ! มันเกิดมาจาก
พอ่ แมน่ น่ั เอง ถา้ พอ่ แมไ่ มม่ คี วามสำ� คญั “ประชาชน” เหลา่ นนั้ มนั กเ็ ปน็ คนอกตญั ญ”ู
เปน็ คนไมม่ คี วามสำ� คญั อะไรเลย เลวยงิ่ กวา่ สตั วเ์ สยี อกี ! เปน็ คนประเภท “ขยุ ไมไ้ ผ”่
เราดีๆ นั่นเอง!

คนทว่ี า่ “ถอื ประชาชนเปน็ สำ� คญั ” นน้ั แล คอื คนทเ่ี ปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ประชาชน! จะเปน็
ใครทเี่ ปน็ ขา้ ศึกตอ่ ประชาชน ถา้ ไมใ่ ช่คนท่ีเห็นว่า “ประชาชนเป็นสำ� คญั ?” ความรู้
ความคดิ เหน็ การแสดงออกผดิ ถกู ของคน คนตอ้ งรกู้ นั ปดิ ไมอ่ ยู่ มนั ยอ้ นกนั เขา้ ตรงน้ี
เพราะคนดคู น ท�ำไมจะดไู ม่ออก ดูส่งิ อืน่ ๆ แม้จะละเอียดกวา่ คนยังดกู นั ออก

ถา้ คนเหน็ “ประชาชนเป็นส�ำคัญ ในทางทถี่ กู แล้ว กต็ ้องเหน็ ครู เห็นอาจารย์
เห็นพ่อแมเ่ ปน็ ส�ำคญั ” เพราะเป็นคนให้กำ� เนิด และคนใหค้ วามร้ตู า่ งๆ แกป่ ระชาชน
เหล่านน้ั ไดม้ ีลมหายใจสบื เนือ่ งกันมาแตว่ นั เกดิ และเห็นศาสนาเป็นเครอื่ งดัดแปลง
กาย วาจา ใจ ใหเ้ ปน็ คนดวี า่ เปน็ ของสำ� คญั ดว้ ย จงึ ชอ่ื วา่ “มนษุ ยท์ ม่ี คี วามรู้ และการ
ด�ำเนินตามเยี่ยงอยา่ งของมนุษยท์ ง้ั หลาย” ไม่น�ำวิชาของสตั ว์ ของยกั ษ์ มาใชก้ ดหวั
มนุษย์ ผมู้ ีภมู ิสงู กว่าสตั ว์ อนั เปน็ ความกดขี่บังคบั กนั ดว้ ยความปา่ เถ่ือนเกินกวา่ จะ
ให้ใช้ค�ำวา่ “มนุษย์” กับโลกเขา!

เวลานค้ี วามรคู้ วามเหน็ อนั เปน็ ฟนื เปน็ ไฟนก้ี ำ� ลงั แผอ่ ำ� นาจระบาดไปทวั่ ดนิ แดน
สดุ แสนมนษุ ยธรรมจะอยดู่ ว้ ยความสงบสขุ ได้ เพราะความรคู้ วามเหน็ ทแี่ หวกแนวจาก
วงมนุษย์ปกตทิ ั้งหลาย จงึ เห็นสง่ิ ชวั่ สิง่ ผดิ วา่ เปน็ ของดีของถกู ไปโดยสน้ิ เชิง ผลของ
มนั ทแี่ สดงออกมากพ็ อเหน็ กนั อยแู่ ลว้ ถา้ ไมต่ าฝา้ ฟางจนเลยบอดไป มนั กำ� ลงั รมุ่ รอ้ น
ไปหมดทุกหย่อมหญา้ อยแู่ ลว้

ดพู วกอพยพมาจากเวยี งจนั ทนเ์ ขา้ มาประเทศไทยนี้ กพ็ อทราบไดอ้ ยา่ งประจกั ษ์
วนั หน่งึ ๆ สกั เท่าไรคน เทา่ ไรครอบครวั ถ้าสงบสขุ ตามคำ� เสกเป่าแล้ว ใครจะหนีมา!
พวกนี้ก็เปน็ ประชาชนด้วยกนั ทัง้ นัน้ !

434

เมอื่ ชว่ ยประชาชน ดงั ทป่ี ระกาศโฆษณาจรงิ ๆ ไมโ่ กหกหลอกลวงแลว้ ประชาชน
โดดหนมี าทำ� ไมกนั ? ถา้ ประชาชนไมเ่ ดอื ดรอ้ นจนอยไู่ มไ่ ดร้ าวกบั จะตายทง้ั เปน็ เพราะ
ทนความบบี บงั คับไม่ไหว จะโดดหนมี าทำ� ไมกัน? เพราะบ้านเมอื งใคร ใครกร็ ักน่ี
ถ้าชว่ ยประชาชนจริง ท�ำไมประชาชนจงึ เป็นอย่างนี้? เพยี งเทา่ นกี้ ็พออกแตกแล้ว!

ลองพจิ ารณาดซู ี เหตกุ บั ผลมนั เขา้ กนั ไดไ้ หม? นม่ี นั เพอ่ื ใคร? เทา่ นกี้ พ็ อทราบได!้
ความจรงิ เตม็ สว่ นแลว้ อะไรๆ กต็ ามทจี่ ะเพอ่ื ประชาชน เพอื่ สตั วโ์ ลก ยง่ิ กวา่ ศาสนธรรม
ไม่มแี ล้วในโลกน!้ี

คำ� วา่ “สตั วโ์ ลก” ถา้ ไมอ่ อกมาจาก “ประชาชน” จะออกมาจากอะไร? มนั ครอบ
ไปหมด ไม่ว่าประชาชนท่เี ปน็ มนุษย์ เป็นสัตว์ แม้แต่สตั วเ์ ดรจั ฉาน ศาสนาก็ให้อภยั
ใหม้ คี วามสขุ เสมอภาคในชวี ติ ความเปน็ อยขู่ องกนั และกนั จะมอี นั ใดทจ่ี ะใหอ้ ภยั จน
ถงึ สตั ว์? แม้ตัวเลก็ ๆ หรืออยู่ในครรภ!์ ย่ิงกวา่ ศาสนธรรม

โปรดเปรยี บเทยี บเอาระหวา่ งความรขู้ องคนมกี เิ ลสกบั คนไมม่ กี เิ ลสชกั นำ� คนมี
ความรคู้ วามเห็นต่างกนั ขนาดไหน

เม่ือศาสนาไมม่ คี วามสำ� คญั แลว้ อะไรจะส�ำคญั ในโลกนี้ เพราะศาสนาให้อภยั
ทว่ั ถงึ กนั หมด บรรดาสตั วท์ มี่ ชี วี ติ แมอ้ ยใู่ นทอ้ งกไ็ มใ่ หท้ ำ� ลาย คดิ ดซู !ี ใครจะใหส้ ทิ ธิ
เสมอภาค ใหค้ วามสมำ�่ เสมอ เพราะเหน็ ความสำ� คญั ของกนั และกนั ยงิ่ กวา่ ศาสนา เราจะ
เห็นอะไรสำ� คญั ยิ่งกว่า “ศาสนธรรม” ไปอกี นอกจาก “กองเพลงิ ” เผาคนทง้ั เป็น
เทา่ น้ัน

การประกาศวา่ “ประชาชนมคี วามสำ� คญั ” แตแ่ ลว้ ทำ� ลายประชาชนอยา่ งโหดรา้ ย
ทารณุ จนประชาชนหลบหนหี าทซี่ อ่ นตวั ไมไ่ ด้ ถกู ฆา่ พนิ าศอยา่ งไมไ่ วห้ นา้ เลยโดยไมม่ ี
ความเมตตาปรานอี ะไรท้งั สนิ้ กดขบี่ ังคับประชาชนทกุ ดา้ นทกุ ทาง น่ันหรอื คอื การให้
ความสำ� คญั แกป่ ระชาชน? นอกจากใหค้ วามสำ� คญั ในทางตายเทา่ นน้ั ไมม่ ที างอนื่ ทจ่ี ะ
พดู ให้เหมาะสมกบั ความจรงิ ซง่ึ ออกมาจาก “เผดจ็ การอนั ทารุณ”

435

เรอื่ งของกเิ ลสมนั เป็นอยา่ งน้ี ทางเดินของกิเลสมนั เดินอยา่ งน้ี เดินขา้ มหวั คน
เหยยี บหวั คนไปไมเ่ ลอื กหนา้ อยา่ งนแ้ี ล มนั ผดิ กบั เรอื่ งของธรรมอยมู่ าก ใครจะเสกสรร
ปน้ั ยอวา่ ดขี นาดไหนกเ็ ถอะ ขน้ึ ชอื่ วา่ “กเิ ลสทขี่ น้ึ อยบู่ นหวั คนแลว้ ” มนั ตอ้ งเปน็ อยา่ งนน้ั
ต้องเพ่อื ตัวเองโดยลำ� ดบั ๆ มากกบั น้อยต้องเพือ่ ตัวเองก่อนอนื่

คำ� วา่ “เพอ่ื ประชาชน” กค็ อื เพอ่ื ตวั เอง หาก “เพอื่ ประชาชน” ดว้ ยความบรสิ ทุ ธใิ์ จ
ตามเจตนาอยา่ งนนั้ จรงิ จะกดขปี่ ระชาชนและลบลา้ งศาสนาไดอ้ ยา่ งไร เพราะศาสนา
คือหัวใจของประชาชน การลบล้างศาสนากเ็ ทา่ กบั หรอื ทำ� ลายหวั ใจประชาชนน่นั เอง!

ศาสนาเพอื่ สตั วโ์ ลกทกุ ถว้ นหนา้ ไมว่ า่ จะเปน็ “ประชาชน” หรอื ใครๆ พอ่ แมผ่ ใู้ ห้
กำ� เนดิ และเลยี้ งดู ยงิ่ ถอื เปน็ สำ� คญั ตามหลกั ธรรม ใครจะเปน็ ทพ่ี ง่ึ และเปน็ หนง่ึ ยง่ิ กวา่
พ่อแม่เลา่ ผู้ให้ก�ำเนดิ มาก็คอื พ่อแม่ ผใู้ หค้ วามเมตตาสงสาร เลี้ยงดู ทุกส่งิ ทุกอย่าง
กพ็ ่อแม่เปน็ ท่ีหน่ึง ทหี่ นึง่ ท้ังนน้ั ตลอดการอบรมสัง่ สอน ต้ังแต่ยังไม่รเู้ ดยี งสาภาวะ
กอ็ บรมสง่ั สอนมารยาท คำ� พดู จาปราศรยั ใหร้ จู้ กั สงู รจู้ กั ตำ่� ควรหรอื ไมค่ วร ตลอดความ
ประพฤตหิ นา้ ท่กี ารงาน สอนโดยการแสดงออกทางอาการตา่ งๆ เรอื่ ยมาโดยลำ� ดบั
จนลกู ๆ รภู้ าษาและมารยาท ตลอดการกระทำ� ของมนษุ ย์ ใครจะมเี มตตากรณุ าแกล่ กู ๆ
ยง่ิ กวา่ พ่อกบั แมไ่ ปได้

อะไรขดั กบั หลกั ศาสนา นนั่ คอื สง่ิ ทำ� ลายจติ ใจมนษุ ย์ และทำ� ลายมนษุ ยใ์ หก้ ลาย
เปน็ อน่ื หลกั ศาสนายำ้� ลงตรงนี้ “มาตาปติ อุ ปุ ฏ€ฺ านํ ปตุ ตฺ ทารสสฺ สงคฺ โห” ใหอ้ ปุ ถมั ภ์
ปฏั ฐาก บดิ ามารดาผบู้ งั เกดิ เกลา้ ของตนใหม้ คี วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ อยา่ ใหท้ า่ นไดร้ บั การ
กระทบกระเทือนต่างๆ ท่จี ะเปน็ การชอกช้ำ� กายและจติ ใจ และการสงเคราะหภ์ รรยา
และบตุ ร แตล่ ะอย่างจดั เป็นมงคลอนั สงู สดุ

หลักใหญ่ก็มอี ยู่อย่างนี้ ถา้ ศาสนาไมเ่ ปน็ ของสำ� คัญแลว้ ก็หมดความหมายกัน
ส�ำหรับมนุษย์เรา กลัวจะไปเท่ียวแย่งเอาหางสัตว์มาใส่ละซี แม้สุนัขก็จะเดือดร้อน
ไปด้วย เพราะไปแย่งเอาหางเขา เขาก็หวงละซี ไปแย่งหางเขาก็กดั เอา แล้วไปหาว่า
สุนขั กดั ตวั แล้วกไ็ ปไลก่ ดั ขาสนุ ขั เข้าอีกละซี นี่มนั แย่เอามากๆ เลย เกดิ เป็น “ศึก”

436

กันไปจนถงึ สุนัข ไมเ่ ดือดร้อนแต่มนุษย์ สนุ ขั กพ็ ลอยเดอื ดร้อนไปดว้ ย หางของตัว
ไมม่ ี กจ็ ะไปแย่งเอาหางเขามาน่ี

การจะเปน็ ไปแบบเขาอยา่ งเตม็ ตวั กย็ ังเปน็ ไปไม่ได้ เพราะไมม่ หี าง เลยตอ้ งไป
ควา้ เอาหางของเขามา เขากเ็ สยี ดาย หงึ หวงตอ้ งกดั เอาบา้ ง ถา้ ไมพ่ อกดั ได้ เขากว็ งิ่ หนี
สดุ ทา้ ยกโ็ กรธหรอื เคยี ดแคน้ ใหเ้ ขา และตามฆา่ สนุ ขั โดยไมน่ กึ กระดากอาย หนกั เขา้
มันจะเปน็ ไปตามแบบนัน้ เพราะความรา้ ยกาจของมนษุ ย์ทวีคูณรนุ แรงเข้าทกุ ที

พอมองเหน็ ได้ชัดเจน ระหว่างกเิ ลสกบั ธรรมมนั เป็นคนละโลกอยา่ งนี้ ตา่ งกนั
ราวฟ้ากบั ดนิ เอาเลย!

พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงสอนดว้ ยความเมตตา ใหค้ วามเสมอภาค ใหส้ ทิ ธติ ามสทิ ธิ
ของตนทมี่ ี เชน่ มสี มบตั เิ งนิ ทองขา้ วของ มอี ะไรกใ็ หเ้ ปน็ สทิ ธข์ิ องผนู้ นั้ ไมล่ ว่ งลำ�้ ไมก่ ดข่ี
บงั คบั ซง่ึ กนั และกนั แมแ้ ตส่ ตั วก์ ไ็ มใ่ หเ้ บยี ดเบยี น ไมใ่ หท้ ำ� ลาย ทา่ นเหน็ ความสำ� คญั
ของสตั ว์ ทงั้ วตั ถสุ ง่ิ ของของกนั และกนั ตลอดถงึ ความเกยี่ วเนอ่ื งกนั อนั ใดทเ่ี ปน็ ความ
กระทบกระเทอื นกนั พระองคท์ รงสงั่ สอนใหร้ ะมดั ระวงั และรจู้ กั ใจกนั เหน็ อกเหน็ ใจกนั
ทา่ นสอนไปหมดทกุ แงท่ กุ มมุ นพ่ี ดู ถงึ เรอ่ื งศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ เปน็ ของสำ� คญั มาก
สำ� หรับประชาชนชาวพทุ ธเรา

ทนี ยี้ น่ เขา้ มาหาภายในจติ ใจเรา ศาสนาอยทู่ ไี่ หน? อะไรเปน็ เครอื่ งรบั ศาสนาไว้
ทกุ วนั นี้ ใครจะเปน็ ผรู้ เู้ รอื่ งของศาสนา? ใครจะเปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ติ ามศาสนา? ใครจะเปน็ ผทู้ ี่
รบั ผลซง่ึ เกดิ ขนึ้ จากการปฏบิ ตั ศิ าสนา? สดุ ทา้ ยกม็ าอยทู่ ต่ี วั เราเอง! แลว้ ศาสนาไดส้ อน
คนให้ล่มจมฉิบหายอะไรบ้าง สอนให้ขัดต่อความสุขความเจริญของโลกอะไรบ้าง?
ไมม่ ีน!ี่

ศาสนธรรมเปน็ เครือ่ งคำ้� ชูโลกไมใ่ หอ้ บั ปางลงในหว้ งแห่งกเิ ลส คือ “กามโอฆะ
ภวโอฆะ ทฏิ ฐิโอฆะ อวิชชาโอฆะ” อยา่ งจมมดิ พอประทงั ชวี ิตได้มานานเท่าไรแลว้
ยงั ไมเ่ หน็ คณุ คา่ ของศาสนาอย่หู รอื ? ทงั้ สอนใหบ้ �ำรงุ สง่ เสรมิ และรกั ษาโดยถา่ ยเดยี ว
คอื รกั ษาตัวเราน้ันแล ผ้ทู ่รี ู้ศาสนาคอื ใจ

437

สรปุ แลว้ กม็ ีใจเท่านน้ั ท่เี ปน็ คคู่ วรแก่ศาสนธรรม และเป็นผ้รู บั ผลจากการรู้เห็น
เพราะการปฏิบัตติ ามศาสนา

เมอื งไทยเราเปน็ เมอื งพทุ ธศาสนา พวกเราเปน็ ลกู ผใู้ กลช้ ดิ พระพทุ ธเจา้ เราปฏบิ ตั ิ
ตามท่ีพระองค์ทรงส่ังสอนก็ได้รับความร่มเย็นเห็นประจักษ์ตามก�ำลังแห่งการปฏิบัติ
อยแู่ ลว้ เฉพาะอยา่ งยงิ่ การอบรมทางดา้ นจติ ใจ ใจนเ่ี ปน็ ตวั แสนเงา้ แสนงอน ปลน้ิ ปลอ้ น
หลอกลวง เปน็ ตวั พษิ ตวั ภยั เพราะมกี เิ ลสยแุ หยก่ อ่ กวนทางภายในอยตู่ ลอดเวลา ถา้ จะ
เทยี บ “กเิ ลส” กบั “ลทั ธทิ กุ วนั น”้ี มนั เหมอื นกนั มนั ยแุ หยก่ อ่ กวนใหแ้ ตกแยก ใหท้ ำ� ลาย
มุง่ รา้ ยต่อกัน ไม่หยุดยง้ั อยา่ งนแี้ หละ อยา่ หวังว่ามนั จะพาโลกให้เจริญรุ่งเรืองและ
ตายใจไดเ้ หมอื นธรรม อยา่ พากนั ฝนั ดบิ ฝนั สกุ จนหมดตวั เพราะความยว่ั ยขุ องมนั ทมี่ ี
ร้อนสนั พนั คม

กเิ ลสมันพาใหค้ นเราเปน็ อยา่ งน้ัน เราเอาเรอ่ื งนน้ั มายุ เอาเรอื่ งนี้มาแหย่ตวั เอง
ไดม้ าจากทางหู ทางตา ทางจมกู ทางลนิ้ ทางกาย ทางไหนกต็ าม มายแุ หยก่ อ่ กวนใจ
จรงิ ไมจ่ รงิ กต็ าม ขอใหไ้ ดย้ ไุ ดแ้ หยใ่ จ ซง่ึ มนี สิ ยั เหลาะแหละอยแู่ ลว้ กห็ ลงตาม ใหม้ นั
ตม้ เอาตุ๋นเอา ไมม่ คี �ำวา่ “เข็ดหลาบ”

หรอื ขา้ งเรากเ็ ปน็ คน “หเู บา” เชอื่ เขาไปเรอ่ื ยๆ ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นวนุ่ วายเทา่ ไร
ก็ไม่ค�ำนึงถึงเหตุถึงผลให้ละเอียดถ่ีถ้วนก่อนพอได้เห็นโทษของการยุแหย่น้ันบ้าง
แตไ่ มย่ อมเหน็ โทษ นอกจากเชอื่ เอา เชอ่ื เอาถา่ ยเดยี ว ขอใหไ้ ดต้ ามเขาไป แมจ้ ะทกุ ขร์ อ้ น
ขนาดไหน กย็ อมรบั ทราบวา่ รอ้ นเพราะเหตใุ ด อยา่ งมากกบ็ น่ เสยี บา้ ง หรอื มากกวา่ นน้ั
กร็ อ้ งไหร้ อ้ งหม่ บา้ งทง้ั ๆ ทก่ี ไ็ มเ่ กดิ ผลอะไร ถา้ ไมค่ น้ ดสู าเหตนุ นั้ ๆ ใหร้ เู้ รอ่ื งรรู้ าวกอ่ นวา่
สงิ่ ทม่ี นั พาใหเ้ ดอื ดรอ้ นนน้ั คอื อะไร และอะไรเปน็ เครอ่ื งยแุ หยก่ อ่ กวนใหว้ นุ่ วายอยใู่ น
เวลานี้ นอกจาก “กเิ ลสตวั สำ� คญั ” ทแ่ี ทรกอยภู่ ายในใจ และเปน็ เจา้ อำ� นาจบงั คบั หวั ใจ
ให้คดิ ไปในแงต่ ่างๆ เทา่ นั้น ไมม่ อี ะไร?

การปฏิบัติธรรมจงึ เป็น “ยาสำ� คญั ” ทีต่ า้ นทานกบั พษิ ภัย ซ่งึ เป็นโรคส�ำคญั อยู่
ภายในใจ จนสามารถแกไ้ ดโ้ ดยลำ� ดบั เมอื่ สง่ิ ทเ่ี ปน็ ภยั คอ่ ยจดื จางหายไป กย็ อ่ มไดร้ บั

438

ความสงบเยน็ ใจ นก่ี เ็ พราะอำ� นาจแหง่ ธรรมเปน็ เครอื่ งขบั ไล่ ขบั ไลอ่ ะไร ขบั ไลต่ วั พษิ
ตวั ภยั ใจยอ่ มมีความสงบร่มเย็น เพราะพิษภัยเบาบาง

เฉพาะอย่างย่ิง เราไม่เคยมีความสงบสุขทางใจเลยตั้งแต่วันเกิดมา พูดตาม
ความจริง คอื ใจไม่เคยปรากฏเปน็ ความสงบสุขให้เห็นเลย เพราะเราไมท่ ราบวิธกี าร
ท�ำใจใหส้ งบได้ ต่นื ข้นึ มาวนั หน่งึ คืนหนึ่ง มแี ตค่ วามฟุง้ ซ่านว่นุ วายประจ�ำจิต จิตท้งั
ดวงเลยเปน็ ทก่ี อ่ ไฟ เปน็ เตาไฟ เปน็ เตารดี เตาไถตวั เอง เตารดี กอ็ ยทู่ น่ี นั่ เตาไถกท็ นี่ น่ั
เพราะไฟกเิ ลส ตณั หา อาสวะ มนั เผาลนจิตใจอย่ตู ลอดเวลา สถานทีน่ น้ั เลยเปน็
กองเพลงิ ไปทงั้ กอง ไมเ่ คยเหน็ เปน็ ความสงบสขุ บา้ งเลย ถา้ คดิ ดใู หด้ ดี ว้ ยปญั ญาแลว้
จะนา่ สลดสงั เวชตัวเราเอง

แต่เม่อื ได้รับการฝึกฝนอบรม โดยมี “จิตภาวนา” เป็นส�ำคัญ จงึ ค่อยปรากฏ
ความสงบขน้ึ มาพอไดล้ มื ตาอา้ ปากบา้ ง เพราะ “ไฟ” นนั้ คอ่ ยสงบตวั ลงไป ดว้ ยอำ� นาจ
แหง่ “ตปธรรม” เปน็ เครอื่ งแผดเผาใจทเ่ี คยเดอื ดรอ้ น ทเี่ คยวนุ่ วาย ใจทเ่ี คยเปน็ เหมอื น
“กงั หนั ” กค็ อ่ ยหยดุ ความหมนุ ตว้ิ ๆ นนั้ ลงได้ สงบนงิ่ เหมอื นไมม่ ลี มมาตอ้ งมาสมั ผสั

เมอ่ื ใจมคี วามสงบ ผลกป็ รากฏเปน็ ความเยน็ สบาย ทนี พ้ี อจะเปน็ เครอื่ งเทยี บกนั
ไดก้ บั ความทกุ ข์ ซงึ่ เกดิ ขนึ้ จากความวนุ่ วายทเ่ี คยเปน็ มา จากนน้ั กม็ คี วามพยายามแกไ้ ข
ระงบั ดับส่ิงเหล่านัน้ ด้วยวธิ กี ารภาวนาโดยล�ำดับๆ จนจิตสงบไดต้ ามต้องการ

จติ ทส่ี งบลงไปอยา่ งเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย ยอ่ มเปน็ จติ ทล่ี ะเอยี ดมาก และเปน็ จติ ที่
มคี วามสขุ มาก เปน็ จติ ท่ี “อัศจรรย์ หาอะไรเทยี บไมไ่ ด้” ในขณะน้ัน ทัง้ นี้เพราะการ
ภาวนาด้วยการบงั คับจิตอันมี “สต”ิ เปน็ เครอ่ื งบังคับบัญชา ไม่ปล่อยใหจ้ ิตคิดไปใน
สง่ิ ที่ก่อกวนหรอื เผาลนตนเอง

จติ เมอื่ ไมม่ ภี ยั เขา้ มากวน กห็ ยง่ั เขา้ สคู่ วามสงบไดแ้ ละเยน็ สบาย นเี่ ปน็ ขนั้ ทเ่ี รมิ่
เห็นความสำ� คญั ของใจข้ึนมาแล้ว ศรทั ธาความเชือ่ ตอ่ ผลท่ปี รากฏน้ี ยอ่ มกลบั กลาย
มาเปน็ “อจลศรทั ธา” ในทนั ทที นั ใด แมจ้ ะไมป่ รากฏผลอนั สงบสขุ ดงั ทเ่ี คยปรากฏมา
แลว้ ทกุ ระยะที่ทำ� กต็ าม แตค่ วามหยงั่ ลงแหง่ ความเชอื่ ในผลทีเ่ คยปรากฏแลว้ นี้ ไมม่ ี

439

วนั ถอนเลย นอกจากจะยง่ิ พยายามใหม้ ากขน้ึ โดยลำ� ดบั ๆ จนเหน็ ผลเชน่ น้ี และยง่ิ ๆ
ข้นึ ไปกวา่ น้ีเทา่ นน้ั สดุ ท้ายกป็ รากฏผลขึน้ มาเรอ่ื ยๆ เพราะความเพียรพยายาม

เมอ่ื เปน็ เชน่ นนั้ จติ ทเ่ี คยไปยดึ ถอื อะไรดว้ ยความสำ� คญั มนั่ หมายแบบลบู ๆ คลำ� ๆ
เพราะความไม่แน่ใจ เพราะความเสาะแสวงโดยความเซ่อซ่าล่ากิเลสท่ีเคยเป็นมา
แตก่ ่อน ซ่ึงใจยังไม่มีหลักมเี กณฑ์ กค็ ่อยๆ ปล่อยวางเข้ามา เพราะใจมหี ลักยึดอนั
ดแี ล้ว

ใจเรากับโลก ใจเรากับสงิ่ ต่างๆ ทเ่ี คยคละเคล้ากนั มา ก็เรมิ่ แยกตัวออกเปน็
คนละสัดคนละส่วนไปตามล�ำดับก�ำลังทางสติปัญญาที่ช�ำระได้ ไม่คละเคล้ากันไป
เสียหมด จนกลายเปน็ ไฟทงั้ กองภายในใจ เมอื่ จิตมีความสงบเยน็ อยูท่ ่ไี หนก็สบาย
นง่ั อยกู่ เ็ พลนิ ไปดว้ ยความสงบรม่ เยน็ ภายในจติ ใจ เดนิ อยกู่ ม็ คี วามรม่ เยน็ และบนั เทงิ
ในธรรม ไมม่ คี วามโศกเศรา้ เหงาหงอยเขา้ มาแทรก เหมอื นความเพลดิ เพลนิ อยา่ งอนื่ ๆ
น่ังอยกู่ ภ็ าวนารืน่ เรงิ บันเทงิ ไปกับอรรถกบั ธรรม คอื ความสงบเย็นใจ พิจารณาอะไร
กเ็ ปน็ อรรถเปน็ ธรรม เหน็ ทง้ั โทษในสง่ิ ทค่ี วรเหน็ โทษ เหน็ ทงั้ คณุ ในสง่ิ ทคี่ วรเหน็ คณุ

ใจมคี วามสามารถเลอื กเฟน้ ดว้ ยอำ� นาจของสตปิ ญั ญา เพราะความสงบเยน็ ใจนน้ั
เป็นฐานสำ� คญั อันหนึง่ ทง้ั เป็นพยานใหเ้ หน็ ชดั วา่ “จติ เป็นของส�ำคญั มาก” จำ� ตอ้ ง
พยายามปดั เปา่ พยายามแกไ้ ข พยายามแยกแยะใหจ้ ติ ออกจากสง่ิ แวดลอ้ มทง้ั หลาย
นั้นๆ ด้วยสตปิ ัญญาตามล�ำดับขัน้ จนรเู้ ร่ืองของตวั และรสู้ ่งิ ทมี่ าเกย่ี วขอ้ งมากน้อย
ไม่เผลอตวั มว่ั สุมกับอารมณ์ต่างๆ

ใจยง่ิ มคี วามสงา่ ผา่ เผย เวลากำ� หนดเขา้ ภายในใจมคี วามสวา่ งไสว แพรวพราว
ราวกบั เพชรนำ�้ หนง่ึ ทโี่ ลกนยิ มกนั จะวา่ เบา กเ็ บาเสยี จนเหมอื นรา่ งกายไมม่ ี ความจรงิ
ก็คือจติ นแี่ หละเป็นผูท้ �ำให้เบา ไม่หนกั อง้ึ เหมือนแบกภูเขาดงั ท่เี คยเปน็ มา อยทู่ ี่ไหน
กร็ น่ื เรงิ บนั เทงิ วนั คนื ปี เดอื น ผา่ นไป กไ็ มค่ อ่ ยไดส้ นใจวา่ มนั ผา่ นไปเมอื่ ใด มดื แจง้
อะไรไมส่ นใจ สนใจแตห่ นา้ ทขี่ องตวั ทจ่ี ะพจิ ารณา สง่ เสรมิ ในสง่ิ ทคี่ วรสง่ เสรมิ ใหเ้ จรญิ
ย่ิงขึ้นเทา่ นัน้ และแก้ไขดัดแปลงสงิ่ ไมด่ ีทจ่ี ะทำ� ให้อบั เฉาเขลาปญั ญา ท�ำการแกไ้ ขไป

440

โดยลำ� ดบั ๆ ไม่หยดุ ยงั้ ออ่ นแอ จิตก็ย่ิงมีความสงา่ ผ่าเผยองอาจกล้าหาญขน้ึ ไปตาม
ความเพยี ร ความพยายามสง่ เสริม

อยทู่ ไี่ หนกเ็ หมอื นอยทู่ ส่ี งู นง่ั อยใู่ ตร้ ม่ ไมก้ ส็ งู จติ สงา่ ผา่ เผยราวอยู่ “อวกาศ” เพราะ
จติ สงู สง่ จติ แปลกประหลาด จติ อศั จรรย์ ไมม่ อี ะไรจะเดน่ ยง่ิ กวา่ จติ ทม่ี ธี รรมอยกู่ บั ตวั
เพราะการประกอบความเพยี รเปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ

อยู่ที่ไหนก็สง่าผ่าเผยภายในตัวจิตเอง โดยไม่ต้องหาอะไรมาประดับประดา
ตกแต่ง เม่ือจิตมีธรรมประดับแล้วก็สวยงามไปเอง ผลเห็นประจักษ์ภายในจิตอยู่
ตลอดเวลาในอิรยิ าบถต่างๆ

สติปัญญานัน้ พจิ ารณาอยโู่ ดยล�ำดับ ในส่งิ ตา่ งๆ ที่มาสัมผสั สมั พันธท์ าง ตา หู
จมกู ลน้ิ กาย แกไ้ ขถอดถอนออกเปน็ ชน้ิ เปน็ อนั และเขา้ ใจไปโดยลำ� ดบั กเิ ลสขาดไป
เป็นวรรคเป็นตอนตามประโยคแห่งความเพียร

สดุ ทา้ ยกส็ ามารถแยก รปู เสยี ง กลน่ิ รส เครอ่ื งสมั ผสั ออกไปจากใจได้ เวทนา สญั ญา
สังขาร วิญญาณ ก็แยกออกจากใจได้ด้วยปัญญา จิตกับกิเลสท่ีเคยฝังจมกันอยู่
กแ็ ยกกนั ออกไดแ้ ละสนิ้ ไปโดยลำ� ดบั ๆ จนไมม่ อี ะไรเหลอื ! คอื ไมม่ อี ะไรเหลอื จะใหแ้ ยก
เมอ่ื ไมม่ ีอะไรเหลือท่ีจะแยกแลว้ ก็เปน็ “ยอดแห่งจติ ยอดแหง่ ธรรม” แสนสบาย!

น่ี ศาสนธรรมเปน็ อยา่ งไรบา้ ง เราพจิ ารณาดดู ว้ ยตนเองซิ จะแยง้ พระพทุ ธเจา้ ได้
ทไ่ี หนละ่ เพราะศาสนธรรมเป็นเขม็ ทศิ ทางเดินให้กา้ วเขา้ สู่ “ธรรมประทปี ” คอื ความ
สวา่ งไสวอนั บรสิ ทุ ธผิ์ ดุ ผอ่ งภายในจติ ใจโดยแท้ ซง่ึ แตก่ อ่ นใจเราเคยถกู กเิ ลสประเภท
ต่างๆ ปดิ บังไปดว้ ยมูลสดมลู แหง้ ของมนั เต็มไปหมด

กเิ ลสเกา่ กเิ ลสใหม่ ทบั ถมใจนนั่ แหละเรยี ก “มลู สดมลู แหง้ ” เรอ่ื งเกา่ เรอ่ื งใหม่
ซง่ึ เปน็ กเิ ลสดว้ ยกนั ทบั ถมเสยี จนมองหาใจไมเ่ หน็ กลายเปน็ ใจไมม่ คี ณุ คา่ เหน็ สง่ิ นนั้
สง่ิ นที้ ห่ี าสาระมไิ ดว้ า่ มคี ณุ คา่ ไปเสยี หมด พากนั หลงโลกหลงสงสาร หลงจนเปน็ บา้ สดๆ
รอ้ นๆ ซง่ึ มีเต็มแผน่ ดิน เราจะไปวา่ อะไร เฉพาะในโรงพยาบาล “สมเด็จเจ้าพระยา”

441


Click to View FlipBook Version