เรากห็ มดหวงั ในอนั นนั้ เวลานอี้ ะไรยงั อยบู่ า้ ง? อะไรทม่ี นั ยงั อยพู่ อทจี่ ะทำ� ประโยชนไ์ ด้
เอาสิ่งท่ีก�ำลังมีพอที่จะท�ำประโยชน์อยู่น่ีน่ะ มาท�ำประโยชน์เสียแต่บัดนี้ “อัชเชว
กจิ จมาตปั ปงั โก ชัญญา มรณงั สเุ ว” ความเพียรทจ่ี ะท�ำให้เปน็ ประโยชน์แกต่ น
ควรท�ำเสียในวันน้ี ใครจะไปรู้เร่ืองความตายจะมาถึงเมื่อไร! ท่านว่าไปอย่างน้ัน
บอกไม่ให้เราประมาท
เอา้ พจิ ารณารปู มนั “เหลอื ” อยเู่ ทา่ ไรเวลาน้ี มนั เจบ็ กย็ งั มเี หลอื อยบู่ า้ ง มนั สลาย
หรอื มนั แปรสภาพไป สว่ นทยี่ งั อยกู่ ย็ งั มอี ยบู่ า้ ง พยายามพจิ ารณาใหท้ นั กบั เหตกุ ารณท์ ่ี
มนั ยงั เหลอื อยู่ รเู้ ทา่ ทนั ดว้ ยปญั ญา เวทนา ตงั้ สตปิ ญั ญาพจิ ารณาใหช้ ดั เจน เรอ่ื งเวทนา
กม็ เี ทา่ กบั เวทนาทม่ี อี ยนู่ น่ั แหละ ไมเ่ ลยจากนน้ั ผรู้ ู้ รไู้ ปหมด มนั จะเทา่ ภเู ขา กส็ ามารถ
รเู้ วทนาเทา่ ภเู ขา ไมม่ อี นั ใดทจ่ี ะเหนอื ผรู้ ไู้ ปได้ มนั จะใหญโ่ ตขนาดไหน เรอ่ื งทกุ ขเวทนา
มนั จะเหนอื ความรนู้ ไี้ ปไมไ่ ด้ ความรนู้ จี้ ะครอบเวทนาทง้ั หมด นถ่ี า้ มสี ตริ นู้ ะ ถา้ ไมไ่ ดส้ ติ
กเ็ ลอื่ นลอยเหมือนกับวา่ วไม่มีเชอื ก เชือกขาด แลว้ แต่มันจะไปทางไหน
นเี่ ราไมใ่ ชว่ า่ วเชอื กขาดน่ี เรามสี ตปิ ญั ญา พจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั ตามความเปน็ จรงิ
เอ้า เกิดก็เกิด เกิดข้ึนมาเร่ืองทุกขเวทนาเป็นธรรมเทศนาประกาศสอนเราอยู่แล้ว
เราเปน็ นกั ธรรมะ เอา้ ฟงั ดว้ ยดี ดว้ ยสตปิ ญั ญาตามความจรงิ ของมนั แลว้ แยกตวั ออก
เมอ่ื เขา้ ใจแลว้ จะไมย่ ดึ ไมถ่ อื กนั ไมเ่ ปน็ กงั วลกบั เรอื่ งทกุ ขเวทนา เรอื่ งสญั ญา เรอื่ งสงั ขาร
เร่อื งวิญญาณ จะปล่อยวางไปด้วยกันโดยส้ินเชงิ
สง่ิ ทีเ่ หลอื คอื อะไร? คอื ความบรสิ ุทธ์ิ ความรอบตวั นแ้ี ลเปน็ สาระเปน็ แกน่ สาร
ถ้าจะพดู ก็ว่า “เรา” นแี่ หละ “เรา” แทโ้ ดยหลักธรรมชาติ ไม่ใช่เราโดยความเสกสรร
ถา้ เปน็ ความสขุ กเ็ ปน็ ความสขุ ในหลกั ธรรมชาติ ไมใ่ ชค่ วามสขุ ทคี่ อยแตจ่ ะมคี วามทกุ ข์
มาแบง่ เอาไปกนิ ๆ เหมอื นอยา่ งวนั คนื ปี เดอื น แบง่ เอาจากรา่ งกายและจติ ใจของเรา
สังขารของเราไปกนิ
นี่ถ้าพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง อะไรจะแตกก็แตก ก็เร่ืองมันแตก
มนั เคยแตกมาตง้ั กกี่ ปั กกี่ ลั ป์ ทางเดนิ ของคตธิ รรมดาเปน็ อยา่ งน้ี จะไปแยกแยะหรอื
92
ไปกดี ขวางไมใ่ หม้ นั เปน็ ไดท้ ไ่ี หน จะไปกนั้ กางไมใ่ หม้ นั เดนิ ไดอ้ ยา่ งไร “อนจิ จงั ทกุ ขงั
อนตั ตา” มนั ไปในสายเดียวกนั พอวา่ อนิจจงั ทุกขงั อนตั ตา กม็ าพร้อมกนั มนั ไป
ดว้ ยกนั ให้รคู้ วามจรงิ ของมันพรอ้ มๆ กันไป แล้วปลอ่ ยวางพรอ้ มกันหมด ไมใ่ ชว่ ่า
จะปลอ่ ยแลว้ ในส่วนอนิจจัง ยังทุกขงั ยงั อนตั ตา ไม่ใช่ พจิ ารณารอบแล้วมนั ปล่อย
ไปพรอ้ มๆ กัน บรสิ ุทธ์ิพรอ้ มในขณะที่ปลอ่ ยวางโดยสิ้นเชิง
ความบริสุทธิ์ไม่ต้องถามหาว่ามาจากไหน! น้ันแลคือความฉลาดเต็มภูมิ
ความสะอาดเตม็ ภมู ิ ความสขุ เตม็ ภมู ิ ความสกปรกหายไป ความโงห่ ายไป ความทกุ ข์
หายไป หายท่ีตรงน้ีแหละ ตรงทแ่ี บกทุกข์ แบกความโง่ แบกความสกปรก น่แี หละ
สงิ่ เหลา่ นห้ี ายไปหมดเพราะอ�ำนาจของปัญญา อ�ำนาจของสติ อำ� นาจของความเพียร
เปน็ ธรรมชาติท่ชี ะลา้ งไมม่ ีสิง่ ใดเหลือเลย ผูน้ แ้ี ลเปน็ ผไู้ มห่ มดไมส่ น้ิ
อะไรจะหมด หมดไปตามสมมตุ นิ ยิ มโทษ รา่ งกายจะหมดกห็ มดไป เวทนา สญั ญา
สงั ขาร วิญญาณ จะแปรสภาพไปไหนก็แปรไปเถะ เมอื่ รตู้ ามเป็นจริงแลว้ สง่ิ น้นั จะ
เปน็ ไปตามธรรมดาของเขา ซง่ึ เขาไมม่ คี วามหมาย ไมม่ คี วามรสู้ กึ เลยวา่ เขาไดแ้ ปรไป
มแี ตจ่ ติ ของเราไปรบั ทราบวา่ เขาไดแ้ ปรไป ถา้ ไมย่ ดึ ถอื แลว้ เพยี งรบั ทราบเทา่ นนั้ เราก็
ไม่แบกทุกข์กับความยึดถือในอะไรท้ังหมด เราก็สุขสบาย น่ีแลท่านว่า “เอกัญจ
เชยยมตั ตานงั ส เว สงั คามชตุ ตโม” ไมก่ อ่ เวรกอ่ กรรมกบั อะไรทงั้ หมด แมแ้ ตก่ บั กเิ ลส
กไ็ มก่ อ่ กเิ ลสแพเ้ รา กเิ ลสไมม่ ากอ่ กบั เราได้ เหมอื นคนแพค้ น เราชนะคน ชนะอะไร
ก็ตาม ก่อกรรมกอ่ เวรไดว้ ันยังคำ�่ ชนะไปมากเทา่ ไหร่ กอ่ กรรมมากเท่านั้น คิดดูคูณ
ดว้ ยลา้ น นัน่ แหละ! คือความกอ่ กรรมกอ่ เวรคณู ดว้ ยลา้ น
อนั นไ้ี มม่ เี ลย! ความสบายคอื ความชนะตนเองเทา่ นน้ั นเี่ ปน็ จดุ สำ� คญั ของผปู้ ฏบิ ตั ิ
จะหาศาสนาใดมาสอนพวกเราใหเ้ หน็ ถงึ ขนาดนร้ี ขู้ นาดน้ี และจะใหผ้ ้ใู ดเป็นผปู้ ฏบิ ัติ
ใหร้ ใู้ หเ้ หน็ อยา่ งที่ว่านี้ นอกจากเราเท่านั้นจะเปน็ ผปู้ ฏิบัตสิ ำ� หรับตวั เราเอง เพราะโง่
กเ็ ราเปน็ คนโง่เอง จะหาความฉลาดใสต่ นดว้ ยการแก้ความโง่เขลาออกก็จะเป็นใคร
ถ้าไมใ่ ช่เรา ทุกข์กเ็ ราเป็นคนทกุ ข์เอง จะเปล่ยี นแปลงตวั เองดว้ ยความฉลาดให้เป็น
ความสขุ ขึน้ ภายในใจนี้ ทำ� ไมเราจะเปลีย่ นแปลงไม่ได้ นนั่ ! เปลยี่ นแปลงไดท้ ง้ั นัน้
93
ไมอ่ ยา่ งนน้ั พระพทุ ธเจา้ หรอื สาวกทง้ั หลายทา่ นจะถงึ ความบรสิ ทุ ธไิ์ มไ่ ด้ ถา้ ธรรมะชะลา้ ง
สงิ่ สกปรกไมไ่ ดด้ ว้ ยความสามารถของเรา เรากเ็ ปน็ ผหู้ นง่ึ ในพทุ ธบรษิ ทั ซง่ึ เปน็ ลกู เตา้
เหลา่ กอของพระพทุ ธเจา้ ถงึ จะไมม่ มี ากคน กข็ อใหเ้ ราเปน็ “คนหนง่ึ ในจำ� นวนนอ้ ยคน”
น้ันน่ะ ช่ือว่าเราเป็นผู้มีส่วนแห่งพุทธบริษัทอันแท้จริง ลูกของพระพุทธเจ้าก็คือ
อยา่ งนเ้ี อง พระพทุ ธเจา้ เดนิ อยา่ งไร เราเดนิ แบบศษิ ยม์ คี รู รอู้ ยา่ งไร เรารอู้ ยา่ งศษิ ยม์ คี รู
รู้แบบครู รไู้ ปโดยลำ� ดบั ๆ จนถงึ “วมิ ุตติหลุดพ้น” สมกับเปน็ ลูกศษิ ยม์ ีครู!
การแสดงธรรมวนั น้กี เ็ หน็ วา่ สมควร ขอยุติเพยี งเทา่ นี้
94
ปราบ – ขู่
ในมงคลสูตร ท่านกล่าวไว้พวกเราฟังจนชินหู สวดสาธยายจนชินปาก คือ
“อเสวนา จ พาลานงั , ปณั ฑติ านญั จ เสวนา” แปลความวา่ การไมค่ บคนพาลสนั ดานหยาบ
การคบบณั ฑติ ผปู้ ระพฤตชิ อบดว้ ยกายวาจาใจ “เอตมั มงั คลมตุ ตมงั ” ทา่ นวา่ เปน็ มงคล
อันสงู สดุ
เราอาจคดิ แตใ่ นแงภ่ ายนอก คบคนพาลสนั ดานหยาบนอกๆ อยา่ งนนั้ นนั่ กถ็ กู
ในการเก่ียวกับสังคม เพราะมนุษย์เราอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพ่ือนฝูงญาติมิตร
เกยี่ วขอ้ งกบั สงั คมมากน้อย นท่ี า่ นสอนแง่หนึ่ง แตอ่ าจคิดในแง่เดียวเท่านนั้ ส�ำหรับ
ตนเองเปน็ พาลหรอื เปน็ บณั ฑติ นนั้ เลยลมื คดิ ถา้ หากเราคดิ แตเ่ พยี งแงเ่ ดยี ว เรากล็ มื คดิ
เรอื่ งตวั เรา เปน็ แตเ่ พยี งไมไ่ ปคบคนพาลภายนอกแลว้ กถ็ อื วา่ ดี แตก่ ารทเ่ี ราคบคนพาล
ภายในคอื ใจเราเองน้ัน เราไมท่ ราบว่าคบกันมานานเท่าไร ความจรงิ คบกนั มาตั้งแต่
วันเกิดจนกระทัง่ บดั นี้
คนพาลภายในหมายถึงอะไร? หมายถึงตวั เราเอง ซึ่งเปน็ คนๆ หน่ึงท่มี จี ติ เป็น
พาล คอยกดี กนั คอยฉดุ ลาก คอื กดี กนั ในทางทด่ี ี ไมใ่ หท้ ำ� ความดไี ดโ้ ดยสะดวกสบาย
หาเรอ่ื งนน้ั มาขดั ขอ้ ง หาเรอื่ งนม้ี ายแุ หยใ่ หล้ ม้ เหลวไปตามมนั จนไดเ้ รอ่ื ยๆ มาทเ่ี รยี กวา่
“พาลภายใน” ค�ำวา่ “พาล” นัน้ ทางพุทธศาสนาทา่ นหมายถงึ ความคดิ ทท่ี �ำใหต้ น
และผอู้ น่ื เดอื นรอ้ นเสยี หาย ทา่ นเรยี กวา่ คนพาลหรอื คนเขลา จะมคี วามรคู้ วามฉลาด
95
มากนอ้ ยเพยี งไรไมส่ ำ� คญั ถา้ ยงั ทำ� ตนและคนอนื่ ใหเ้ ดอื ดรอ้ นอยแู่ ลว้ ความรนู้ น้ั ทา่ น
ไมเ่ รยี กวา่ เปน็ ความรทู้ ด่ี ที ฉี่ ลาด เพราะเปน็ ความรทู้ ยี่ งั ผนู้ นั้ ใหเ้ ปน็ คนเลวลงทางความ
ประพฤติที่แสดงออก ตลอดคนอื่นให้ได้รับความเดือนร้อนเสียหายด้วยความคิด
เปน็ โจร ความคดิ เปน็ ข้าศกึ ความคดิ แอบทำ� สง่ิ ไม่ดีแกต่ นอยูเ่ นืองๆ และคลอ้ ยตาม
ความคดิ เหน็ นนั้ โดยไมย่ อมเหน็ โทษของมนั บางครงั้ ถงึ กบั แสดงออกใหค้ นอน่ื รแู้ ละ
รงั เกยี จ น่ที า่ นเรยี กวา่ “ใจพาลภายใน” ซงึ่ มอี ยู่กับทุกคน จะต่างกนั บา้ งก็เพยี งมาก
หรือนอ้ ย แสดงออกหรอื ไม่แสดงออกใหค้ นอื่นร้หู รอื ไม่เทา่ นนั้ ซ่งึ เปน็ สิ่งสำ� คญั มาก
ทีม่ อี ยู่กบั ตัวเราตลอดมา เราเคยคบคา้ สมาคมกับพาลตวั นี้มานานแสนนานจนบัดน้ี
เรากย็ ังมีความสนิมกบั พาลของเราอยู่ โดยไมร่ ู้สึกตวั วา่ เรามีพาล เราคบกบั พาลคอื
ความคดิ และการกระท�ำที่เราไม่รูส้ กึ ตัวว่าเป็นความผิด ท่านเรียกวา่ “พาลภายใน”
จงพยายามเลอื กเฟน้ ความคดิ ทเ่ี หน็ วา่ ไมด่ ี ทงั้ สว่ นหยาบ สว่ นกลาง สว่ นละเอยี ด
ทมี่ อี ยภู่ ายในใจอนั นี้ อยา่ ปลอ่ ยใหใ้ จสง่ั สมความเปน็ พาล และตงั้ บา้ นเรอื นอยบู่ นหวั ใจ
ไปนาน ความคดิ ใดทไี่ มด่ ี เปน็ ไปบนหวั ใจตลอดกาล บา้ นเรอื นคอื รา่ งกาย เจา้ ของคอื ใจ
ที่อาศยั อยู่ด้วยกนั จะเสียความมั่นคง ทรงความดีไวไ้ มไ่ ด้
ความคดิ ใดที่เปน็ ไปเพอื่ สงั่ สมทกุ ขข์ ึ้นมา ความคิดน้ันท่านเรยี กว่า “เป็นพาล”
การเช่ือหรือคล้อยตามความคิดที่ไม่ดีไม่ถูกน้ัน ท่านเรียกว่า “คบคนพาลภายใน”
ซึ่งแยกตัวออกห่างยากกว่าพาลภายนอก ผู้เป็นบัณฑิตท่านเห็นโทษทั้งพาลภายใน
ทงั้ พาลภายนอก และหลกี เวน้ ไมค่ บและเชอื่ ถอื ทง้ั คอยระวงั อยา่ งอยา่ งเขม้ งวดกวดขนั
ไมส่ นทิ ติดจมอยกู่ ับคนพาลทง้ั สองจ�ำพวกน้ัน
ปกตคิ นเราทกุ คนมพี าลรอบดา้ นทงั้ ภายในภายนอก ความเปน็ อยู่ ความเคลอื่ นไหว
ทกุ คนอยใู่ นทา่ มกลางแหง่ พาลทงั้ สองจำ� พวกดงั กลา่ วมา ผตู้ อ้ งการความสงบสขุ ทง้ั ทาง
สว่ นตน ครอบครวั และสว่ นรวม จงึ ควรระวงั ภยั จากมารทงั้ สองจำ� พวกนนั้ เฉพาะอยา่ งยงิ่
มารภายในทเ่ี กดิ กบั ใจตวั เองสำ� คญั มาก ควรระวงั เสมอ ชอื่ วา่ เปน็ ผเู้ หน็ ภยั ของคนพาล
ทง้ั ภายนอกภายใน และจงคบบณั ฑติ นกั ปราชญ์ ซงึ่ หมายถงึ ภายนอกดว้ ยภายในดว้ ย
ดงั ทเ่ี ราคบครอู าจารยเ์ พอื่ นฝงู ทมี่ คี วามรดู้ ี ความประพฤตดิ งี ามสมำ�่ เสมอ ไมเ่ อยี งซา้ ย
96
เอยี งขวา เอยี งหนา้ เอยี งหลงั อนั เปน็ อาการแหง่ “อคตสิ ”ี่ ซง่ึ เปน็ ของไมด่ ี จะเปน็ ญาติ
เปน็ มติ รหรอื เพอ่ื นฝงู อะไรกไ็ ด้ สำ� คญั ทตี่ อ้ งเปน็ คนดเี ชอ่ื ถอื ได้ หรอื ฝากผฝี ากไขฝ้ ากเปน็
ฝากตายไดย้ งิ่ เปน็ การดมี าก ในบรรดาบณั ฑติ ทคี่ วรคบคา้ สมาคม ตลอดถงึ ครอู าจารย์
ทใ่ี หอ้ บุ ายสงั่ สอนอนั ดงี ามแกเ่ รา ชอ่ื วา่ บณั ฑติ ไมต่ อ้ งมคี วามรคู้ วามฉลาดถงึ ขนาดตอ้ ง
แบกตพู้ ระไตรปิฎกมายืนยัน หรอื มคี วามร้คู วามฉลาดขนั้ ปรญิ ญาตรี โท เอก ก็ตาม
สำ� คญั อยทู่ คี่ วามคดิ ความเหน็ การประพฤตติ วั เปน็ ธรรม ซงึ่ เปน็ เครอื่ งชกั จงู ใหค้ นอน่ื
ไดค้ ตแิ ละไดร้ บั ประโยชนอ์ นั ชอบธรรม และเหน็ เปน็ ความถกู ตอ้ งดงี ามไปดว้ ย เหลา่ นี้
ทา่ นเรยี กวา่ “บณั ฑติ ” เปน็ ผคู้ วรแกก่ ารคบคา้ สมาคมระยะสนั้ หรอื ยาว ยอ่ มเปน็ มงคล
แกผ่ คู้ บ ไมเ่ สยี หายลม่ จมแตอ่ ยา่ งใด ยงั จดั วา่ ผรู้ จู้ กั เลอื กคบ เปน็ ผมู้ ชี วี ติ ชวี าอนั อดุ ม
มงคลเสยี อกี ทางพระพทุ ธศาสนาทา่ นหมายคนอย่างน้นั วา่ “บณั ฑิต”
สว่ น “บณั ฑติ ภายใน” ไดแ้ กค่ วามคดิ อบุ ายวธิ ตี า่ งๆ ทจ่ี ะเปน็ ไปเพอื่ คณุ งามความดี
แกต่ นและผอู้ น่ื นบั แตพ่ นื้ ความคดิ เหน็ อนั เปน็ เหตจุ ะใหเ้ กดิ คณุ งามความดี จนกระทงั่
ถึงสติปัญญาท่จี ะถอดถอนกเิ ลสออกจากจติ ใจเปน็ ล�ำดบั ๆ เปน็ ขนั้ ๆ ของสตปิ ัญญา
เรียกว่า “บณั ฑิต, นกั ปราชญ์” เป็นช้ันๆ ไปจนถงึ ขน้ั “มหาบัณฑติ ”
“มหาบณั ฑติ ” ไดแ้ กท่ า่ นผทู้ รงมหาสตมิ หาปญั ญานน่ั แล เลยขนั้ “มหาบณั ฑติ ”
ไปแลว้ กถ็ งึ “วมิ ตุ ต”ิ เรยี กวา่ “จอมปราชญ”์ หรอื “อคั รมหาบณั ฑติ ” เลยขน้ั มหาบณั ฑติ
ไปแลว้ ก็เปน็ “จอมปราชญ์” ได้แกผ่ ู้เฉลยี วฉลาดรอบตัวภายในใจ คอื พระอรหันต์
ส้นิ กเิ ลสอาสวะโดยประการท้งั ปวง นเี่ ปน็ มงคลอนั สงู สดุ ทงั้ สองอยา่ งคอื “อเสวนา จ
พาลานงั ” ไมใ่ หค้ บคนพาลภายนอก ทงั้ คนพาลภายใน “ปณั ฑติ านญั จ เสวนา” ใหค้ บ
บัณฑิตนักปราชญ์ผู้เฉลียวฉลาดท้ังภายนอกและภายใน พยายามฝึกตัวให้มีความ
เฉลียวฉลาดทันกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดส่ิงท่ีเป็นข้าศึกต่อใจของตนนี้
เรยี กวา่ “บณั ฑติ นกั ปราชญ”์ ใหค้ บผนู้ ี้ เพอื่ จะไดส้ ง่ั สมสง่ เสรมิ ความเปน็ ปราชญใ์ หม้ ี
กำ� ลงั มากขน้ึ โดยลำ� ดบั ๆ เพราะอาศยั ทา่ นผดู้ มี สี ตปิ ญั ญาฉลาด “เอตมั มงั คลมตุ ตมงั ”
เป็นมงคลอันสงู สดุ อกี ขอ้ หน่งึ
97
อกี ขอ้ หนง่ึ ทา่ นกลา่ ววา่ “สมณานญั จ ทสั สนงั เอตมั มงั คลมตุ ตมงั ” การเหน็ สมณะ
ผสู้ งบกายวาจาใจ เปน็ มงคลอนั สงู สดุ เชน่ เดียวกัน
ค�ำว่า “สมณะ” ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ นแสดงไว้ มี ๔ ประเภท
สมณะท่ี ๑ ได้แก่ พระโสดาบนั
สมณะท่ี ๒ ไดแ้ ก่ พระสกทิ าคามี
สมณะท่ี ๓ ไดแ้ ก่ พระอนาคามี
สมณะที่ ๔ ได้แก่ พระอรหันต์
การเหน็ สมณะเหลา่ น้ีชอ่ื ว่าเปน็ มงคลอันสงู สุด นเี่ ป็นมงคลข้นั หน่ึง เป็นสมณะ
ขนั้ หน่งึ ๆ จากภายนอก
ทนี เี้ ราพยายามทำ� ใหแ้ จง้ ซง่ึ มรรคผลทง้ั สนี่ นั้ หรอื สมณะทง้ั สน่ี นั้ ไดแ้ ก่ พระโสดา
สกทิ า อนาคา อรหตั ผล ขน้ึ ภายในจิตใจของตน น้ีช่อื วา่ เป็นผทู้ ำ� ให้แจ้งซึง่ มรรคผล
ทั้ง ๔ รวมเป็น ๘ เป็นมงคลอนั สูงสดุ
ในมงคลสูตรท่ีท่านแสดงไว้น้ีมีแต่ธรรมส�ำคัญๆ ทั้งนั้น แต่มีแยกดังที่ว่านี้
จงแยกแยะพจิ ารณาข้างนอกพจิ ารณาข้างในเทียบเคียงกัน
เทวดาทงั้ หลายมปี ญั หาถกเถยี งกนั อยถู่ งึ ๑๒ ปี ไมม่ ใี ครสามรถแกป้ ญั หานไ้ี ดเ้ ลย
จงึ พากนั มาทลู ถามปญั หานกี้ บั พระพทุ ธเจา้ โดยทท่ี ราบวา่ พระพทุ ธเจา้ ไดต้ รสั รขู้ นึ้ แลว้
ในโลก และเป็นผู้สามารถช้ีแจงอรรถธรรมหรือปัญหาในแง่ต่างๆ ให้เป็นที่เข้าใจ
แกผ่ ขู้ ้องใจท้ังหลาย จงึ ได้พากนั มาทูลถามพระพุทธเจ้า ตามมงคลสตู รทท่ี า่ นยกไว้
เบ้อื งต้น
แตเ่ วลาทที่ า่ นสวดมนตท์ า่ นยกเอาตงั้ แต่ “อเสวนา จ พาลานงั ” เรอื่ ยมาเลย ไมไ่ ด้
กลา่ วถงึ เรอ่ื งเทวดาทงั้ หลายจากโนน้ จากนมี้ ากมาย มาเฝา้ พระพทุ ธเจา้ ทลู ถามปญั หา
ทา่ นตดั ออกเสยี หมด เอาแตเ่ นอ้ื ๆ คอื มงคลสตู ร ๓๘ ประการนี้ เปน็ คณุ แกท่ งั้ เทวดา
และมนุษยท์ ัง้ หลายจนกระท่งั ทกุ วันน้ี เราจึงควรเจรญิ มงคลสูตรน้ี
98
สูตรใดก็ตามเป็นทแ่ี น่ใจ หรือเปน็ ท่สี นทิ กบั จริตนิสัยดงั ที่กลา่ วใน ๒-๓ บท
เบื้องต้นนัน้ ว่า ไม่คบคนพาล และใหค้ บบัณฑิต การเห็นสมณะใหป้ รากฏขนึ้ ภายใน
จติ ใจ ช่อื วา่ เป็นผู้ทรงคณุ ธรรมอันสูงสดุ ไวภ้ ายในใจ
ค�ำว่า “เทวดา” ต้ังแต่วันเกิดมาเราไม่เคยรู้เคยเห็น คิดดูซิมนุษย์ด้วยกัน
แม้พระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์คนหน่ึง สาวกอรหัตอรหันต์ท่านก็เป็นมนุษย์คนหน่ึงๆ
แตท่ ำ� ไมทา่ นสามารถรเู้ หน็ เทวดา จนถงึ กบั แนะนำ� สง่ั สอนเทวดาใหไ้ ดส้ ำ� เรจ็ มรรคผล
นิพพานเป็นจ�ำนวนลา้ นๆ ไม่ใชท่ ำ� ธรรมดา!
บางเรอ่ื งกลา่ วไวใ้ นสตู รตา่ งๆ วา่ เทวดามาฟงั เทศนพ์ ระพทุ ธเจา้ ไดส้ ำ� เรจ็ มรรค
ผลนพิ พานเปน็ โกฏๆิ แลว้ ไมใ่ ชเ่ พยี งแตเ่ ทศนว์ นั หนงึ่ วนั เดยี ว เทศนจ์ นกระทง่ั พระองค์
ปรินพิ พาน ฟัง “พุทธกิจ” ทา่ นแสดงไวว้ ่า “อัฑฒรตั เต เทวปัญหนงั ” ต้งั แตห่ กท่มุ
ลว่ งไปแลว้ ทรงแกป้ ญั หาหรอื แนะนำ� สงั่ สอนเทวดาชน้ั ตา่ งๆ ทม่ี าทลู ถามปญั หา ทา่ นถอื
เทวดาเหมอื นกบั มนษุ ยท์ งั้ หลาย สอนเทวดาเหมอื นกบั สอนมนษุ ยท์ งั้ หลายนเ่ี อง ทา่ นถอื
เป็นธรรมดา๊ ธรรมดาเชน่ เดียวกับเรามองเหน็ คนทัว่ ไปโดยธรรมดา พระพุทธเจ้าทรง
มองเหน็ พวกเทวบตุ รเทวดาชนั้ ตา่ งๆ ประจกั ษด์ ว้ ยพระญาณของพระองคค์ อื ตาทพิ ย์
เช่นเดยี วกับเรามองเห็นสิ่งต่างๆ หรือมนุษย์สัตวท์ ้งั หลายด้วยตาเนื้อของเรา
แตเ่ มอื่ เราไมม่ ตี าทพิ ยเ์ หมอื นพระพทุ ธเจา้ ไมส่ ามารถมองเหน็ เทวดาทงั้ หลายจงึ
กลายเปน็ ปญั หาโลกแตกอยา่ งทกุ วนั นี้ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ แสดงอยา่ งนนั้ ดว้ ยพระจกั ขญุ าณ
ของพระองค์ กบั ทเ่ี รามาดน้ เดาและคาดคะเนดว้ ยความมดื บอดของเรา จงึ เปน็ ทนี่ า่ สลด
สังเวชอยา่ งยง่ิ ทเี ดยี ว
นแ่ี หละระหวา่ งคนตาดกี บั คนตาบอด ระหวา่ งคนโงก่ บั คนฉลาด มนั ผดิ กนั อยา่ งนี้
ท้ังๆ ท่ีเป็นมนุษย์ด้วยกันก็ตาม พระองค์สามารถสอนเทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์
ตลอดถงึ สตั วน์ รก เปรต อมนษุ ยม์ นา ไมม่ จี ำ� กดั ขอบเขตมมี ากมายกา่ ยกอง พทุ ธภาระ
จงึ หนกั มากสำ� หรบั พระพทุ ธเจา้ ตามพทุ ธวสิ ยั คอื วสิ ยั ของพระพทุ ธเจา้ ทที่ ำ� ประโยชน์
แกโ่ ลก
99
พวกเราเปน็ คนหหู นวกตาบอด ไมส่ ามารถมองเหน็ ทง้ั เทวบตุ รเทวดาอนิ ทรพ์ รหม
อะไรต่ออะไร แมท้ ส่ี ุดจะสง่ั สอนตัวเองก็ยงั ไมไ่ ด้ แล้วเราจะเอาความรู้อันมดื บอดนี่
ไปเทยี บกบั พระพทุ ธเจา้ หรอื ? ขอ้ นจ้ี ะเปน็ ไปไดอ้ ยา่ งไร พระพทุ ธเจา้ ทรงมพี ระภาระมาก
ขนาดไหน ยงั สามารถนำ� ภาระนนั้ ไปไดต้ ลอดทวั่ ถงึ จนกระทง่ั วนั ปรนิ พิ พาน ไมม่ ภี าระ
ของผ้ใู ดทจ่ี ะหนกั หนาย่งิ กว่า “พทุ ธกิจ-พทุ ธภาระ” ของพระพทุ ธเจา้ แตล่ ะพระองค์
พระพุทธเจ้าเป็น “พุทธวสิ ัย” ของศาสดา น�ำพทุ ธภาระไปไดต้ ลอดทัว่ ถงึ
สำ� หรบั พวกเราไม่มคี วามสามารถอย่างท่าน แม้แตจ่ ะสงั่ สอนตนเพยี งคนเดียว
กย็ งั ลม้ ลกุ คลกุ คลาน ใหก้ เิ ลสตณั หาเหยยี บยำ่� ทำ� ลาย ขร้ี ดเยย่ี วรดวนั ยงั คำ�่ คนื ยงั รงุ่
บางทเี ดนิ จงกรมมนั กข็ ร้ี ดบนหวั อยทู่ ห่ี วั ทางจงกรม นอนภาวนามนั กข็ รี้ ดเยย่ี วรดอยู่
ที่นอน น่นั คนท้งั คนกลายเปน็ “ส้วม”! เป็น “ถาน” ของกิเลสตณั หาทุกอิรยิ าบถดว้ ย
ความไมม่ สี ติ พจิ ารณาซี ดมู นั ตา่ งกนั ไหม? พระพทุ ธเจา้ กบั พวกเราชาวสว้ มชาวถาน
ของกเิ ลสน่ะ!
ถา้ หากจะพจิ ารณาแลว้ นำ� คตทิ า่ นมาเปน็ ประโยชน์ เปน็ คตเิ ครอื่ งพรำ�่ สอนตวั เอง
ใหเ้ กดิ ประโยชนจ์ ากธรรมทกี่ ลา่ วมานไ้ี ด้ มบี ทสำ� คญั อยวู่ า่ พระพทุ ธเจา้ ทำ� ไมสามารถ
ส่ังสอนพระองคไ์ ด้ แลว้ เปน็ ครขู องสตั ว์โลกทง้ั สามโลกธาตุโดยตลอดทวั่ ถึง แต่เรา
จะสามารถสอนตัวเรา และแกก้ เิ ลสตัณหาอาสวะซ่ึงมอี ยู่ภายในใจเราเพียงดวงเดียว
เทา่ นน้ั ทำ� ไมจะทำ� ไมไ่ ด้ ทำ� ไมจะปลอ่ ยตวั ใหก้ เิ ลสตณั หาอาสวะทง้ั หลายขรี้ ดเยย่ี วรด
อยู่ท้ังวันทงั้ คนื ยนื เดินนง่ั นอน ตัง้ แตเ่ ลก็ จนถึงเฒา่ แกช่ รา ตายไปกบั ขี้กบั เย่ยี วของ
กเิ ลสคละเคลา้ เตม็ ตวั มอี ยา่ งเหรอ! มนั สกปรกขนาดไหนกเิ ลสอาสวะนะ่ แลว้ ทำ� ไมให้
มนั ข้ีรดเยี่ยวรดเราอย่ตู ลอดเวลา เราไมม่ ีความขยะแขยงต่อมนั บา้ งเหรอ? เพยี งเรา
คนเดยี วกย็ งั เอาตวั แทบไมร่ อด กย็ งั นอนยงั นงั่ ใหก้ เิ ลสตณั หาอาสวะมนั ขรี้ ดเยย่ี วรด
ตลอดมาในอริ ิยาบถทงั้ ส่ี ยังจะเปน็ ส้วมเปน็ ถานมนั อยอู่ กี หรือ? ควรพิจารณาตวั เอง
นี่เป็นคติอันส�ำคัญท่ีเราจะน�ำมาใช้ส�ำหรับตัวเอง กิเลสมันมีอ�ำนาจวาสนาขนาดไหน
พระพุทธเจ้า พระสาวกอรหัตอรหันต์ หรือพุทธบริษัทท้ังหลายต้ังแต่ครั้งพุทธกาล
ท่านกเ็ ปน็ คนๆ หน่งึ แตท่ �ำไมทา่ นปราบมันได้ เอามันมาเปน็ ส้วมเป็นถานได้ ขี้เยี่ยว
100
รดมันได้ ท�ำไมเราจะท�ำไม่ได้? คิดค้นจับมันฟัดมันเหว่ียงด้วยสติปัญญาศรัทธา
ความเพยี ร จนมนั กลายเปน็ สว้ มเป็นถานของเราเสียทีไม่ดหี รอื ?
เอา้ พยายามมองดู มองไปทางไหนกม็ แี ตห่ อ้ งนำ�้ หอ้ งสว้ มของกเิ ลส มนั กน็ า่ สลด
สังเวชเหมอื นกัน เอ้า ฟิตตวั ให้ดี แก้ให้ไดก้ ับมอื วนั นีม้ นั อย่ทู ่ีไหนกิเลสนะ่ ? มันอยู่
ทห่ี วั ใจเราน!่ี ไมไ่ ดอ้ ยตู่ รงไหน แตว่ า่ เรามกั จะเขา้ ใจวา่ กเิ ลสมนั เปน็ เพอ่ื นสนทิ ของเรา
และเปน็ เราเสยี ทง้ั หมด นแี่ หละ! ทมี่ นั แกไ้ มต่ ก เพราะเหน็ วา่ กเิ ลสมนั เปน็ เรา จงึ ไมก่ ลา้
แตะตอ้ งทำ� ลายมนั กลัวจะเป็นการทำ� ลายตนท่รี กั สงวนมากไปด้วย
ถา้ ถอื วา่ กเิ ลสเปน็ กเิ ลสและกเิ ลสเปน็ ภยั แลว้ กม็ ที างแกไ้ ขได้ หาอบุ ายพจิ ารณา
แกไ้ ขตวั เองใหไ้ ด้ พดู ถงึ การแกก้ ไ็ มม่ อี ะไรทจ่ี ะแกย้ ากยง่ิ กวา่ แกก้ เิ ลส กเิ ลสคอื อะไร?
กค็ อื ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นต้นนน่ั แล
มนษุ ยเ์ รามหี วั ใจ สตั วม์ หี วั ใจ ทำ� ไมจะไมอ่ ยากไดอ้ ยากมี ทำ� ไมจะไมอ่ ยากโลภ
“เมอื งพอ” ของความโลภมนั มที ไ่ี หน “เมอื งพอ” ของความโกรธมนั มที ไี่ หน? “เมอื งพอ”
ของความหลงมนั มที ไ่ี หน? มนั ไมม่ ขี อบเขต มนั กวา้ งขวางยงิ่ กวา่ แมน่ ำ้� ทอ้ งฟา้ มหาสมทุ ร
เพราะฉะนั้นมนั จึงแก้ยาก เพราะมันกวา้ งแสนกว้างจึงเป็นของแก้ไดย้ าก แตถ่ ึงกวา้ ง
ขนาดไหนกต็ าม รากฐานของสงิ่ เหล่านี้มันกอ็ ย่ทู ใ่ี จดวงเดยี วน้ีเทา่ น้นั ประมวลลงมา
ฆา่ ทต่ี รงนี้! ตดั รากแก้วของมันออกทีต่ รงนี้แลว้ มันก็ตายไปหมด เชน่ เดยี วกบั ต้นไม้
ที่ถกู ถอนรากแก้วแล้วต้องตายถา่ ยเดียวฉะน้นั !
ความโลภ ความโกรธ ความหลง กง่ิ กา้ นสาขาของมนั แตกกง่ิ แตกกา้ น แตกใบ
แตกดอก แตกผลออกไปมากมายเพยี งใดกต็ าม มันข้ึนอยูก่ บั ตน้ ของมัน มันมตี ้นมี
อาหารทหี่ ลอ่ เลยี้ งมนั จงึ เจรญิ เตบิ โต แตกกงิ่ แตกกา้ นออกไปได้ แตถ่ า้ พยายามตดั สง่ิ
สำ� คญั ๆ ของมนั ซงึ่ มอี ยภู่ ายในจติ ใจออกแลว้ มนั จะไมม่ ที างแผก่ ระจายไปไดม้ ากมาย
ดงั ทเี่ คยเปน็ มา จะคอ่ ยอบั เฉาหรอื คอ่ ยยบุ ยอบตายลงไปโดยลำ� ดบั จนกระทงั่ ตายหมด
โดยสนิ้ เชงิ หลงั จากถอนรากแกว้ คอื “อวชิ ชา” ออกหมดแลว้ ดว้ ยอำ� นาจของ “มหาสติ
มหาปญั ญา ศรทั ธาความเพยี ร” ไมม่ อี ยา่ งอนื่ ทจี่ ะยงิ่ ไปกวา่ ธรรมดงั กลา่ วนี้ ซง่ึ เหมาะสม
อย่างย่งิ กับการฆา่ กิเลสทั้งสามประเภทอันใหญโ่ ตน้ใี หห้ มดไปจากใจ
101
คำ� ว่า “สมณะที่ ๑, ท่ี ๒, ท่ี ๓, ที่ ๔” จะปรากฏข้ึนมาเป็นลำ� ดบั ๆ และปรากฏ
ขน้ึ มาอยา่ งแจง้ ชดั ประจกั ษใ์ จเปน็ “สนั ทฏิ ฐโิ ก” รเู้ องเหน็ เอง ในวงผปู้ ฏบิ ตั โิ ดยเฉพาะ
“ปจั จตั ตงั เวทติ พั โพ วญิ ญหู ”ิ ทา่ นผรู้ ทู้ ง้ั หลายจะไมร่ ทู้ อี่ นื่ จะรขู้ นึ้ กบั ตวั เองนดี้ ว้ ยกนั
ทง้ั สน้ิ เพราะธรรมะทา่ นวางไวเ้ ปน็ สมบตั กิ ลาง นเี่ ปน็ จดุ ทจี่ ะตดั กเิ ลสอาสวะทง้ั หลาย
ตอ้ งสมู้ นั ! เวลานเี้ ราไดส้ ตสิ ตงั มาพอสมควรแลว้ ไดร้ บั การอบรมจากอรรถจากธรรม
ไดศ้ กึ ษาเลา่ เรยี นมาพอสมควร ไดฟ้ งั โอวาทจากครอู าจารยม์ าพอสมควร ปญั หาอนั ใหญ่
ก็คือเรื่องของเราที่จะฟิตตัวให้มีสติปัญญาทันกับกลมายาของกิเลส ซึ่งมีร้อยเล่ห์
พันเหล่ยี มร้อยสันพนั คมภายในใจ ให้ขาดลงไปโดยลำ� ดบั ๆ
กิเลสขาดลงไปมากน้อย ความสุขความสบายก็ค่อยปรากฏข้ึนมาภายในใจ
ความเยน็ ใจนเี้ ยน็ ยง่ิ กวา่ สง่ิ ทงั้ หลายเยน็ สขุ ใจสกุ ไมม่ งี อม สกุ ไมม่ เี ปอ่ื ยมเี นา่ สขุ อยา่ ง
สมำ�่ เสมอ สขุ สดุ ยอด จงึ เปน็ “สขุ อกาลโิ ก” ไมม่ สี ลายเปลย่ี นแปลงไปไหน เปน็ ความสขุ
ทยี่ อดเยยี่ มคงเสน้ คงวา ไมม่ สี มมตุ ใิ ดมาทำ� ลายไดอ้ กี นแี่ หละทท่ี า่ นเรยี กวา่ “ความสขุ
ของนักปราชญ”์
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงคน้ พบความสขุ ประเภทน้ี สาวกอรหตั อรหนั ตท์ ง้ั หลายทา่ น
กค็ น้ พบความสขุ ประเภทน้ี ทา่ นจงึ ปลอ่ ยวางความสขุ สมมตุ โิ ดยประการทงั้ ปวง ทเ่ี คย
เกยี่ วขอ้ งกนั มา ไมเ่ พยี งแตส่ ขุ ทกุ ขก์ ป็ ลอ่ ยโดยสนิ้ เชงิ เชน่ เดยี วกนั เปน็ ผหู้ มดหว่ งใย
หมดปา่ ชา้ ไมต่ อ้ งมาวนเวยี นตาย-เกดิ กนั ไมห่ ยดุ ไมถ่ อยในกำ� เนดิ ตา่ งๆ ภพนอ้ ยภพใหญ่
ทเี่ รยี กวา่ “วฏั วน” วนไปวนมา ตดั กงจกั ร “วฏั วน” นอี้ อกจากใจเสยี ได้ เปน็ ความสขุ
เป็นความสบายอันลน้ พน้
นคี่ อื ความสขุ ของมนษุ ยแ์ ท้ สมกบั ภมู ขิ องมนษุ ยท์ มี่ คี วามเฉลยี วฉลาด เจอความ
สุขน้ีแลว้ สง่ิ ใดๆ ก็ปลอ่ ยไปหมด นี่ในธรรมบททว่ี า่ “สมณานญั จ ทสั สนงั ” ก็เข้าใน
จติ ดวงน้ี แม้ “นพิ พานสจั ฉกิ ริ ยิ าจ เอตมั มงั คลมตุ ตมงั ” กเ็ ชน่ เดยี วกนั การทำ� พระนพิ พาน
ใหแ้ จง้ คอื เวลานพ้ี ระนพิ พานถกู ปดิ บงั ดว้ ยกเิ ลสประเภทตา่ งๆ จนมดื มดิ ทง้ั กลางวนั
กลางคนื ไมม่ ีความสง่าผ่าเผยขึ้นภายในจติ ใจแม้นิดหน่งึ เลย
102
พระอาทติ ยแ์ มจ้ ะถกู เมฆปดิ บงั แสงสวา่ งสอ่ งมาไมเ่ ตม็ ทเี่ ตม็ ฐานไดก้ ต็ าม แตเ่ ปน็
บางกาลบางเวลา ยอ่ มมกี ารเปดิ เผยตวั ออกไดอ้ ยา่ งชดั เจน ทเี่ รยี กวา่ “ทอ้ งฟา้ อากาศ
ปลอดโปร่ง” จิตใจของเราท่ีถูกกิเลสหุ้มห่อปิดบังอยู่นี้ ไม่มีวันปลอดโปร่งได้เลย
มืดมดิ ปดิ ตาอยูอ่ ยา่ งนัน้ นน่ั แหละทา่ นว่า “ใหท้ �ำพระนิพพานให้แจง้ ” พระนพิ พาน
กห็ มายถงึ จติ นน้ั เองไมไ่ ดห้ มายถงึ อะไรอนื่ ทพ่ี ระนพิ พานยงั แจง้ ไมไ่ ดก้ เ็ พราะสงิ่ ปดิ บงั
ท้ังหลายคอื กเิ ลสน้ี ซึ่งเปรียบเหมอื นก้อนเมฆปดิ บังพระอาทิตย์ เมื่อชำ� ระดว้ ยความ
เพยี รมสี ตปิ ญั ญาเปน็ ผบู้ กุ เบกิ แลว้ พระนพิ พานซงึ่ เปน็ ตวั จติ ลว้ นๆ นนั้ กค็ อ่ ยแสดงตวั
ออกมาโดยล�ำดบั จนกระทงั่ ท�ำพระนพิ พานแจง้ อย่างประจักษ์
นก่ี ็ “เอตมั มงั คลมตุ ตมงั ” เปน็ มงคลอนั สงู สดุ ไมม่ มี งคลอนั ใดในโลกนจ้ี ะสงู ยงิ่ กวา่
การพบสมณะสดุ ทา้ ยคอื พระอรหตั และการทำ� พระนพิ พานใหแ้ จง้ คอื ถงึ ความบรสิ ทุ ธิ์
ของใจ นเี่ ปน็ มงคลอนั สงู สดุ ทำ� ใหป้ ระจกั ษก์ บั ใจเราเอง ทง้ั จะไดร้ ชู้ ดั เจนวา่ ศาสนาของ
พระพุทธเจ้านัน้ น่ะสอนโลกอย่างปาวๆ เลน่ ๆ หรอื ว่าสอนจรงิ ๆ หรือใครเปน็ คนเล่น
ใครเปน็ คนจรงิ โอวาทเปน็ ของเลน่ หรอื ผฟู้ งั ผถู้ อื เปน็ คนเลน่ หรอื อะไรจรงิ อะไรไมจ่ รงิ
พสิ จู นก์ นั ทห่ี วั ใจเรา นำ� โอวาทนนั้ แหละเขา้ มาพสิ จู น์ เปน็ เครอื่ งมอื เทยี บเคยี งวา่ อะไรจรงิ
อะไรปลอมกนั แน่
เมอื่ ธรรมชาตนิ จ้ี รงิ ขน้ึ มาลว้ นๆ ทใี่ จแลว้ ตำ� ราธรรมของพระพทุ ธเจา้ แมท้ เ่ี ขยี น
เปน็ เศษกระดาษซง่ึ ตกอยูต่ ามถนนหนทางยงั ไมก่ ลา้ เหยียบย่�ำ เพราะนัน่ เป็นค�ำสอน
ของพระพทุ ธเจา้ เหยียบไมล่ ง เพราะลงไดเ้ คารพหลกั ใหญ่แลว้ ปลกี ยอ่ ยก็เคารพ
ไปหมด พระพทุ ธรปู กต็ าม จะเปน็ อะไรกต็ ามทเี่ กย่ี วกบั “พทุ ธ ธรรม สงฆ”์ แลว้ กราบอยา่ ง
ถึงใจเพราะเชอ่ื หลักใหญแ่ ล้ว
หลกั ใหญค่ อื อะไร? คอื หวั ใจเราถงึ ความบรสิ ทุ ธ์ิ เพราะอำ� นาจแหง่ ธรรมคำ� สง่ั สอน
ของพระพทุ ธเจา้ เปน็ เครอ่ื งชแ้ี จงแสดงบอกแนวทางใหร้ ทู้ งั้ เหตแุ ละผล จงึ เคารพไปหมด
ดงั ท่านอาจารย์ม่นั เป็นตวั อย่างในสมยั ปัจจุบัน
103
ในหอ้ งนอนใดทถี่ กู นมิ นตไ์ ปพกั ถา้ มหี นงั สอื ธรรมะอยตู่ ำ�่ กวา่ ทา่ น ทา่ นจะไมย่ อม
นอนในหอ้ งนนั้ เลย ทา่ นจะยกหนงั สอื นน้ั ไวใ้ หส้ งู กวา่ ศรี ษะทา่ นเสมอ ทา่ นจงึ ยอมนอน
“นธ่ี รรมของพระพทุ ธเจา้ เราอยดู่ ว้ ยธรรม กนิ ดว้ ยธรรม เปน็ ตายเรามอบกบั ธรรม
ปฏบิ ตั ไิ ดร้ ไู้ ดเ้ หน็ มากนอ้ ยเพราะธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทงั้ นน้ั เราจะเหยยี บยำ�่ ทำ� ลาย
ไดอ้ ยา่ งไร! ทา่ นวา่ “เอาธรรมมาอยตู่ ำ�่ กวา่ เราไดอ้ ยา่ งไร!” ทา่ นไมย่ อมนอน ยกตวั อยา่ ง
ทท่ี า่ นมาพกั วดั สาลวนั เปน็ ตน้ ในหอ้ งนนั้ มหี นงั สอื ธรรมอยู่ ทา่ นไมย่ อมนอน ใหข้ น
หนงั สอื ขึน้ ไว้ทส่ี งู หมด นี่แหละ! ลงเคารพละ ต้องถงึ ใจทกุ อยา่ ง” เพราะธรรมถงึ ใจ
ความเคารพ ไม่ว่าจะฝ่ายสมมตุ ิ ไม่วา่ อะไร ท่านเคารพอย่างถึงใจ ถึงเรยี กว่า
“สุดยอด” กราบพระพทุ ธรปู กส็ นทิ ไมม่ ีใครทจ่ี ะกราบสวยงามแนบสนิทย่ิงกวา่ ทา่ น
อาจารย์มนั่ ในสมัยปัจจบุ นั นี้ เห็นประจกั ษ์ดว้ ยตากับใจเราเอง ความเคารพในอรรถ
ในธรรมกเ็ ชน่ เดยี วกนั แมแ้ ตร่ ปู พระกจั จายนะ ทอี่ ยใู่ นซองยาพระกจั จายนะ พอทา่ น
ไดม้ า “โอโ้ ห! พระกจั จายนะเปน็ สาวกของพระพทุ ธเจา้ น!่ี ” ทา่ นรบี เทยาออก เอารปู เหนบ็
ไวเ้ หนอื ทน่ี อนทา่ น ทา่ นกราบ “นอ่ี งคพ์ ระสาวก นรี่ ปู ของทา่ น” นนั่ ! “มคี วามหมายแคไ่ หน
พระกัจจายนะ จะมาทำ� เป็นเลน่ อยา่ งนี้ได้เหรอ?” แนะ่ ! ฟังดซู ิ
นแ่ี หละเมอื่ ถงึ ใจแลว้ ถงึ ทกุ อยา่ ง เคารพทกุ อยา่ ง บรรดาสง่ิ ทค่ี วรเปน็ ของเคารพ
ท่านเคารพจรงิ นน่ั ท่านไมไ่ ดเ้ ล่นเหมือนปุถชุ นคนหนาหรอก เหยียบโน่นเหยยี บน่ี
เหมอื นอยา่ งพวกเราทง้ั หลาย เพราะไมร่ นู้ ่ี คอยลบู ๆ คลำ� ๆ งๆู ปลาๆ ไปในลกั ษณะ
ของคนตาบอดนน้ั แล ถา้ คนตาดแี ลว้ ไมเ่ หยยี บ อนั ไหนจะเปน็ ขวากเปน็ หนามไมย่ อม
เหยยี บ สง่ิ ใดทจี่ ะเปน็ โทษเปน็ ภยั ขาดความเคารพ ทา่ นไมย่ อมทำ� นกั ปราชญท์ า่ นเปน็
อย่างน้นั ไมเ่ หมอื นคนตาบอดเหยยี บดะไปเลย โดยไม่คำ� นึงวา่ ควรหรือไมค่ วร
(เสยี งเครื่องบนิ ดงั ไมห่ ยดุ ทา่ นเลยหยุดเทศน์)
104
กิเลสกดถ่วงจิต
โดยปกติอากาศภายนอกไมร่ บกวนประสาท เสยี งตา่ งๆ ไม่มี ประสาทก็สงบ
ไมม่ กี ารกระทบกระเทือนกนั การกระทบกระเทอื นเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ ทกุ ข์ด้านจิตใจ
และสว่ นรา่ งกาย ความสงบสงดั ภายในก็ไม่กวนใจ นอกจากเป็น “คณุ ” แกใ่ จโดย
ถา่ ยเดยี ว ใจทไ่ี มส่ งบกเ็ พราะมสี ง่ิ รบกวนอยเู่ สมอ ความถกู รบกวนอยเู่ สมอ ถา้ เปน็ นำ้�
กต็ อ้ งขนุ่ นำ�้ ถา้ ถกู กวนมากๆ กข็ นุ่ เปน็ โคลนเปน็ ตมไปเลย จะอาบดมื่ ใชส้ อยอะไรกไ็ ม่
สะดวกทั้งน้ัน เพราะน้�ำเปน็ ตมเป็นโคลน
จติ ใจทเี่ ปน็ เชน่ นนั้ กแ็ สดงวา่ ใหป้ ระโยชนแ์ กต่ นไมไ่ ด้ ขณะทถ่ี กู รบกวนจนถงึ เปน็
ตมเป็นโคลนอยภู่ ายในจติ ใจ ตอ้ งแสดงความรมุ่ รอ้ นให้เจา้ ของได้รับความทกุ ข์มาก
เอาการ ผลของมนั ทำ� ใหเ้ ปน็ ความทกุ ขค์ วามลำ� บาก เราจะเอาความทกุ ขค์ วามลำ� บากน้ี
ไปใชป้ ระโยชนอ์ ะไรเลา่ ? เพราะความทกุ ขค์ วามลำ� บากภายในจติ ใจนี้ โลกกลวั กนั ทงั้ นน้ั
แลว้ เราจะเอาทกุ ขน์ ไ้ี ปทำ� ประโยชนท์ ไี่ หนได!้ ไมก่ ลวั กบั โลกผดู้ แี ละปราชญผ์ แู้ หลมคม
ทา่ นบ้างหรือ?
การแก้ไขเพื่อไม่ให้มีอะไรกวนใจก็คือ การระวังด้วยสติ ถ้าจิตสงบก็สบาย
เช่นเดียวกับน�้ำท่ีไม่มีอะไรรบกวน ตะกอนแม้จะมีอยู่ก็นอนก้นไปหมดเพราะน้�ำน่ิง
ไมถ่ ูกรบกวนบ่อยๆ ย่อมใสสะอาด
105
พระพทุ ธเจา้ ผปู้ ระทานธรรมไว้ ทรงถอื เปน็ สำ� คญั อยา่ งยง่ิ สำ� หรบั ใจในอนั ดบั แรก
ทรงเลง็ ญาณดสู ตั วโลกในขณะทต่ี รสั รใู้ หมๆ่ กเ็ ลง็ ญาณดจู ติ ใจ ไมใ่ ชเ่ ลง็ ญาณดคู วาม
รวู้ ชิ า ฐานะสงู ต่�ำ ความมง่ั มีดีจนของสตั ว์โลกทว่ั ๆ ไปเลย แต่ทรงเล็งญาณดูจติ ใจ
เปน็ สำ� คญั เชน่ ผคู้ วรจะไดบ้ รรลมุ รรคผลนพิ พานในระยะรวดเรว็ และจะมอี นั ตราย
มาท�ำลายชีวิตในเวลาอันสั้นก็มี หรือผู้มีอุปนิสัยที่ควรจะบรรลุมรรคผลนิพพานได้
และไมม่ อี นั ตรายกม็ ี เหลา่ นลี้ ว้ นแตท่ รงถอื เรอ่ื งจติ เปน็ สำ� คญั เลง็ ญาณกเ็ ลง็ ดจู ติ ของ
สตั วโ์ ลกวา่ ควรจะไดบ้ รรลหุ รอื ไม่ หรอื ไมค่ วรรบั ธรรมเลย เปน็ จำ� พวก “ปทปรมะ” คอื
มดื บอดทง้ั กลางวนั กลางคนื ยนื เดนิ นงั่ นอน เรยี กวา่ “มดื แปดทศิ แปดดา้ น” ไมม่ กี าล
สถานทเ่ี ขา้ มาเปดิ เขา้ มาเบกิ ความมดื นนั้ ออกไดเ้ ลย มดื มดิ ปดิ ตาอยภู่ ายในจติ ใจ ประเภท
ทเี่ ปน็ เชน่ นพี้ ระองคท์ รงทราบ และ “ชกั สะพาน” คอื ไมท่ รงสง่ั สอนอะไรทง้ั สน้ิ ถา้ เปน็ โรค
กค็ อื โรคหมดหวัง แต่หมอกย็ ังต้องรักษาโดยมารยาทดว้ ยมนุษยธรรม จึงยงั ตอ้ งให้
ออกซเิ จนหรอื ยาอะไรๆ ไปบา้ งตามสมควรจนกว่าจะถงึ กาล
ส่วนพระพุทธเจ้าไม่ทรงส่ังสอน เพราะเป็นประเภทหมดหวังโดยสิ้นเชิงแล้ว
ที่เรียกวา่ “ปทปรมะ” คือประเภททไี่ ม่มที างแกไ้ ขเยยี วยา รอเวลาความตายอยู่เพียง
เทา่ นนั้ ประเภทนเี้ ปน็ ประเภททมี่ ดื บอดทส่ี ดุ พระองคก์ ท็ รงทราบ ทราบทจี่ ติ ใจนนั้ เอง
ไม่ทราบทอ่ี ื่น เพราะทรงมงุ่ ตอ่ จติ ใจเป็นสำ� คัญ
ศาสนาวางลงทีจ่ ติ ใจของมนุษยเ์ ป็นสำ� คญั ยิ่งกว่าสิง่ ใดในโลกน้ี
“ประเภท อคุ ฆฏติ ญั ญ”ู ทจี่ ะรธู้ รรมไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เมอื่ พระองคป์ ระทานธรรมะ
เพยี งยอ่ ๆ เทา่ นนั้ พระองคก์ ท็ รงทราบ และ รองลงมาประเภท “วปิ จติ ญั ญ”ู กท็ รงทราบ
และทรงส่ังสอนธรรมะที่ควรแก่อุปนิสัยของรายน้ันๆ “เนยยะ” คือผู้ที่ต้องส่ังสอน
หลายครง้ั หลายหน คอื ผทู้ พี่ อแนะนำ� สงั่ สอนได้ พอจะนำ� ไปได้ ฉดุ ลากไปได้ พดู งา่ ยๆ
“เนยยะ” ก็แปลวา่ พวกท่ีจะถไู ถไปได้น่นั เอง พระองค์ก็ทรงสงั่ สอน ผู้นั้นก็พยายาม
ปฏบิ ตั ติ นในทางความดไี มล่ ดละปลอ่ ยวาง กย็ อ่ มเปน็ ผลสำ� เรจ็ ได้ สว่ น “ปทปรมะ” นนั่
หมดหวงั ถงึ จะลากไปไหนกเ็ หมอื นลากคนตาย ไมม่ คี วามรสู้ กึ อะไรเลย ทงั้ ใสร่ ถหรอื
106
เหาะไปในเรอื บนิ กค็ อื คนตายนน่ั แล ไมเ่ กดิ ผลประโยชนอ์ ะไรในทางความดี ตลอด
มรรคผลนพิ พาน คนประเภทนเ้ี ปน็ คนทหี่ มดหวงั ทง้ั ๆ ทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ ไมส่ นใจคดิ และ
บำ� เพญ็ ในเรอ่ื งบญุ บาป นรก สวรรค์ นพิ พาน ไมส่ นใจกบั อะไรเลยขน้ึ ชอ่ื วา่ “อรรถ”
ว่า “ธรรม” นอกจากตง้ั หน้าตง้ั ตาสั่งสมบาปนรกใส่หวั ใจใหเ้ ตม็ จนจะหายใจไมอ่ อก
เพราะอดั แนน่ ดว้ ยเชือ้ ไฟนรกเท่านั้น เพราะน่ันเปน็ งานของคนประเภทนนั้ จะตอ้ งทำ�
เนอ่ื งจากใจอยู่เฉยๆ ไมไ่ ด้ ต้องคิดปรุงและท�ำงาน
พระองคท์ รงทราบหมดในบคุ คลสจี่ ำ� พวกนี้ ทรงเลง็ ญาณดสู ตั วโลกเปน็ ประจำ�
ตาม “พุทธกจิ ห้า” ซง่ึ เป็นกจิ ของพระพทุ ธเจ้าโดยเฉพาะ ในพุทธกิจห้าประเภทนน้ั
มกี ารเลง็ ญาณตรวจดอู ปุ นสิ ยั ของสตั วโ์ ลกเปน็ ขอ้ หนงึ่ ทพ่ี ระองคท์ รงถอื เปน็ กจิ สำ� คญั
ว่า ใครท่ขี อ้ งตาขา่ ยคือพระญาณของพระองค์ และควรเสดจ็ ไปโปรดกอ่ น กอ่ นที่
ภยนั ตรายจะมาถงึ รายนนั้ ๆ ในไมช่ า้ ทงั้ นหี้ มายถงึ จติ นนั่ เอง เพราะฉะนนั้ “จติ ” จงึ เปน็
ภาชนะสำ� คญั อยา่ งยง่ิ ของธรรมทงั้ หลาย และจติ เปน็ ผบู้ งการ “จติ เปน็ นาย กายเปน็ บา่ ว”
จติ ไดบ้ งการอะไรแลว้ กาย วาจา จะตอ้ งหมนุ ไปตามเรอ่ื งของใจผบู้ งการ เพราะฉะนน้ั
ทางโลกเขาจงึ สอน “นาย” หวั หนา้ งานเสยี กอ่ น สอนหวั หนา้ งานใหเ้ ขา้ อกเขา้ ใจในงาน
แลว้ ก็นำ� ไปอบรมลกู นอ้ งใหด้ �ำเนินตาม
ฝา่ ย “ธรรม” เมอ่ื สงั่ สอน “ใจ” ผเู้ ปน็ หวั หนา้ ใหเ้ ปน็ ทเี่ ขา้ ใจแลว้ ใจกย็ ดึ มารกั ษา
กาย วาจา ของตน ใหด้ ำ� เนนิ ไปตามรอ่ งรอยแหง่ ธรรมทใี่ จไดร้ บั การอบรมสงั่ สอนมาแลว้
การปฏบิ ตั ติ วั กเ็ ปน็ ไปเพอื่ ความราบรน่ื ชนื่ ใจ ดงั นน้ั ใจผเู้ ปน็ ใหญเ่ ปน็ ประธานของกาย
วาจา จงึ เปน็ สงิ่ สำ� คญั มากในตวั เรา พดู ฟงั งา่ ยกว็ า่ แกน่ ของคนของสตั วท์ เ่ี ปน็ อยกู่ ค็ อื
ใจตวั รๆู้ อยใู่ นรา่ งกายนนั้ แล เปน็ ตวั แรงงานและหวั หนา้ งานทกุ ประเภท ใจจงึ ควรรบั
การอบรมด้วยดี
ศาสนธรรมจงึ สงั่ สอนลงทใี่ จ ซ่ึงเป็นภาชนะอนั เหมาะสมแกธ่ รรมทุกขั้นทุกภูมิ
นบั แตข่ นั้ ตำ�่ จนถงึ ขน้ั สงู สดุ คอื “วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พาน” ไหลลงรวมทใี่ จแหง่ เดยี ว เราทกุ คน
มจี ติ ใจ มคี วามรอู้ ยทู่ กุ ขณะไมว่ า่ หลบั ตน่ื ความรนู้ นั้ มอี ยเู่ ปน็ ประจำ� ไมเ่ คยอนั ตรธาน
107
หายไปไหนเลย เวลาหลบั สนทิ กไ็ มใ่ ชค่ นตาย ความหลบั สนทิ ผดิ กบั คนตาย ผรู้ กู้ ร็ วู้ า่
หลบั สนิท ตื่นขึ้นมาเราพูดได้วา่ “หลบั ” ไมย่ งุ่ กับสิ่งนอกๆ ใจจึงราวกบั กับไม่รอู้ ะไร
ในเวลาหลบั สนทิ แตค่ วามจรงิ นนั้ รู้ เวลาหลบั สนทิ กว็ า่ หลบั สนทิ ตนื่ ขน้ึ มาเราพดู ไดว้ า่
“แหม คนื นหี้ ลบั สนทิ ดเี หลอื เกนิ ” บางคนถงึ กบั พดู วา่ “แหม เมอื่ คนื นน้ี อนหลบั สนทิ
เหมอื นตายเลย” มนั เหมือนเฉยๆ แตไ่ มต่ าย “ผูร้ ”ู้ อันนเี้ ป็นอยา่ งนัน้ ละเอยี ดถงึ
ขนาดนน้ั เทยี ว จะฝนั หรอื ไมฝ่ นั พอตนื่ ขน้ึ มากพ็ ดู ไดถ้ า้ สญั ญาทำ� หนา้ ทใ่ี ห้ คอื ความจำ�
นน้ั นะ่ ทำ� หนา้ ท่ีให้ เราก็จ�ำได้และพดู ได้ ถา้ “สัญญา” คอื ความจำ� ไม่อาจทำ� หนา้ ท่ีได้
หลงลมื ไปเสยี แลว้ เรากน็ ำ� เรอ่ื งราวในฝนั มาพดู ไมไ่ ด้ สงิ่ ทเี่ ปน็ ไปแลว้ นน้ั กเ็ ปน็ ไปแลว้
รไู้ ปแลว้ จำ� ไดแ้ ลว้ แตม่ นั หลงลมื ไปแลว้ เทา่ นนั้ กเ็ กย่ี วกบั เรอ่ื งของความรคู้ อื ใจนน่ั เอง
ใจเป็นเชน่ น้นั แล ละเอียดมาก
การนอนอยเู่ ฉยๆ ไมม่ ผี รู้ บั รเู้ ชน่ กบั คนตายแลว้ มนั จะไปทำ� งานทำ� การ ประสบ
พบเหน็ สิ่งนน้ั ส่งิ นี้ เปน็ เรือ่ งเปน็ ราวใหฝ้ นั ไปไดอ้ ย่างไร มนั เป็นเร่อื งของใจท้งั นัน้ ที่
แสดงตวั ออกไปรู้เรอื่ งตา่ งๆ ใหเ้ ราจำ� ไดใ้ นขณะที่ฝันและตื่นข้ึนมา วันนีฝ้ ันเรือ่ งน้ัน
เรื่องนี้ แตจ่ ติ ท่ลี งส่ภู วงั ค์แหง่ ความหลบั สนิทอยา่ งเตม็ ทีแ่ ลว้ กไ็ มม่ ีฝนั ชอื่ วา่ “เขา้ สู่
ภวังค์แห่งความหลับสนิท” คือภวังค์แห่งความหลับสนิททางจิตเป็นอย่างนี้ ถ้าคน
หลับสนิทก็ช่ือว่าใจเข้าสู่ภวังค์ความหลับสนิทอย่างเต็มท่ี ก็ไม่มีฝันอะไร ตื่นข้ึนมา
รา่ งกายกม็ กี ำ� ลงั จติ ใจกส็ ดใส ไมม่ คี วามทกุ ขค์ วามรอ้ นอะไร กำ� ลงั ใจกด็ ี ผดิ กบั การ
หลับไมส่ นิท ปรากฏเป็นนมิ ิตในฝันโนน่ นี่อยา่ งเห็นไดช้ ดั
เวลาหลับไปแล้วฝันไปต่างๆ น่ันคือจิตไม่ได้เข้าสู่ภวังค์แห่งความหลับสนิท
จติ ออกเทยี่ ว เรๆ่ รอ่ นๆ ไป ปกตขิ องใจแลว้ หลบั กร็ ู้ คำ� วา่ “หลบั กร็ ”ู้ เปน็ ความรใู้ น
หลับโดยเฉพาะ สตปิ ญั ญาไมเ่ ขา้ เกีย่ วข้องในเวลานั้น รู้อยู่โดยธรรมชาติ ไม่เหมือน
เวลาตน่ื แตเ่ วลาตื่นแลว้ สตปิ ญั ญามโี อกาสเขา้ ไปเก่ียวข้องไดท้ ุกระยะ ถ้ามสี ตคิ อย
ตามทราบความรอู้ นั นน้ั โดยลำ� ดบั ใจจะแยบ็ ไปรสู้ งิ่ ใดกท็ ราบ คนมสี ตดิ ยี อ่ มทราบทกุ
ขณะจติ ทเ่ี คลอื่ นไหว ไปรเู้ รอื่ งอะไรบา้ ง หากไมม่ สี ติ มแี ตค่ วามรกู้ ไ็ มท่ ราบความหมาย
ว่ามนั ร้เู รอ่ื งอะไรบา้ ง ความไม่มสี ตเิ ปน็ เครอื่ งกำ� กับรักษาใจ จึงไมค่ อ่ ยได้เรอื่ งอะไร
108
ดงั คนบ้า นน่ั เขาไม่มีสติ มแี ตค่ วามรู้คอื ใจ กับความมดื บอดแห่งโมหะอวชิ ชาหุ้มห่อ
โดยถา่ ยเดยี ว คิดจะไปไหนท�ำอะไร กท็ �ำไปตามประสปี ระสาของคนไมม่ ีสตปิ ัญญา
รบั ผดิ ชอบวา่ ถกู หรอื ผดิ ประการใด ไม่ใชค่ นที่เป็นบา้ น้ันเปน็ คนตาย เขาเปน็ คนมใี จ
ครองรา่ ง เขารเู้ หมอื นกนั เปน็ แตเ่ พยี งเขาไมร่ ดู้ รี ชู้ ว่ั ไมร่ ผู้ ดิ รถู้ กู อะไรเทา่ นนั้ เปน็ เพยี ง
รเู้ ฉยๆ คดิ อยากไปอยากมาอยากอยู่ อยากทำ� อะไรกท็ ำ� ไปตามความอยากประสาคนบา้
ที่ไม่มีสติปัญญารบั ผดิ ชอบตัวเอง
นแ่ี หละความรมู้ นั เปน็ อยา่ งนน้ั จติ มนั เปน็ อยา่ งนน้ั ถา้ ไมม่ สี ตริ กั ษาแลว้ จะไม่
รูเ้ รอ่ื งดเี ร่ืองชว่ั เรือ่ งผดิ เร่ืองถกู อะไรเลย ไม่มีการใคร่ครวญเหตผุ ลต้นปลายลึกตน้ื
หยาบละเอยี ดอะไรไดเ้ ลย ถา้ ไมม่ สี ตปิ ญั ญาแฝงอยใู่ นนนั้ เพยี งความรโู้ ดยลำ� พงั กเ็ ปน็
อย่างที่วา่ น้ันแหละ ยอ่ มกลายเปน็ คนบา้ คนบอไปได้อยา่ งงา่ ยดาย
พอมสี ตขิ นึ้ มา คนบา้ กค็ อ่ ยหายบา้ เพราะมสี ตริ บั ทราบวา่ ผดิ หรอื ถกู ตา่ งๆ ความรู้
ทีว่ า่ น้ีไม่ใช่ความรู้ทีบ่ รสิ ุทธ์ิ เป็นความรขู้ องสามัญชนธรรมดา และยังลดลงไปจาก
ความรขู้ องสามญั ชนตรงทไ่ี มม่ สี ตคิ อยกำ� กบั รกั ษา จงึ ไดเ้ ปน็ ความรปู้ ระเภทบา้ ๆ บอๆ
คอื ไมม่ สี ตปิ ญั ญาปกครองตน ไมม่ อี ะไรรบั ผดิ ชอบเลย มแี ตค่ วามรโู้ ดยลำ� พงั จงึ เปน็
เชน่ นน้ั ถา้ มสี ตสิ ตงั เปน็ เครอื่ งกำ� กบั รกั ษาอยแู่ ลว้ ความรนู้ นั้ จะเปน็ อยา่ งนน้ั ไมไ่ ด้ เพราะ
มผี คู้ อยกระซบิ และชกั จงู มผี คู้ อยเรง่ คอยรงั้ อยเู่ สมอ เหมอื นกบั รถทม่ี ที งั้ คนั เรง่ มที ง้ั
เบรกมที ง้ั พวงมาลยั จะหมนุ ไปทางไหนกไ็ ดด้ ว้ ยสตดิ ว้ ยปญั ญาของคนขบั ทค่ี วบคมุ จติ
และรถอยู่ตลอดเวลา
สว่ นจติ ของทา่ นผถู้ งึ ความหลดุ พน้ แลว้ นนั้ ไมใ่ ชจ่ ติ ประเภทน!ี้ ความรเู้ ฉยๆ ทว่ี า่
มีกิเลสแฝงนั้นท่านก็ไม่มี เป็นความรู้ที่บริสุทธ์ิล้วนๆ จะว่าท่านมีสติหรือไม่มีสติ
ทา่ นกไ็ มเ่ สกสรร ทา่ นไมม่ คี วามสำ� คญั มนั่ หมายตามสมมตุ ใิ ดๆ หลกั ใหญก่ ค็ อื ความ
บรสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ เทา่ นนั้ ซงึ่ ไมม่ ปี ญั หาใดๆ เขา้ ไปแทรกซมึ เลย ทา่ นเปน็ คนพน้ สมมตุ หิ รอื
นอกสมมตุ แิ ลว้ คำ� วา่ “ไมม่ สี ตหิ รอื ขาดสต”ิ จงึ ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกบั จติ ดวงนน้ั ใชเ้ พยี งใน
วงสมมุติพอถึงกาลเทา่ นน้ั
109
จิตของสามัญชนต้องอาศัยสตปิ ญั ญาเปน็ เครอ่ื งรกั ษา จึงจะเปน็ ไปในทางท่ถี ูก
ท่ีควรในกิริยาอาการทแ่ี สดงออก กิริยาท่าทางน้นั ๆ ถ้ามีสติปัญญาคอยควบคุมอยกู่ ็
นา่ ดสู วยงาม การพดู การกระทำ� กร็ จู้ กั ผดิ รจู้ กั ถกู รจู้ กั ควรหรอื ไมค่ วร รจู้ กั สงู รจู้ กั ตำ�่
การพดู จากม็ เี หตมุ ผี ล ทำ� อะไรกม็ เี หตมุ ผี ล หลกั ใหญจ่ งึ ขนึ้ อยกู่ บั สตแิ ละปญั ญาเปน็
สำ� คัญในตวั คน
เรานบั ถอื พระพทุ ธศาสนา เราเปน็ ชาวพุทธ ค�ำว่า “พุทธะ” หมายความวา่ อะไร
ท่ีวา่ “พุทธงั สะระณัง คจั ฉาม”ิ เปน็ พุทธะอันเลศิ โลก คอื พุทธะที่บริสทุ ธิ์ พุทธะท่ี
ประเสริฐ เราถอื ทา่ นเปน็ ผู้ประเสริฐ นอ้ มทา่ นผ้ปู ระเสรฐิ เข้ามาไว้เป็นหลักใจ มาเป็น
เครอื่ งยดึ เครอื่ งพงึ่ พงิ อาศยั เราจงึ ควรระลกึ ถงึ ความรขู้ องเราอยเู่ สมอวา่ ขณะใดสตสิ ตงั
ไมบ่ กพรอ่ งไปไมม่ ี เวลานน้ั เราขาดสรณะ ขณะทเี่ ราขาดสตปิ ระจำ� ผรู้ คู้ อื ใจ แมค้ วาม
โกรธกโ็ กรธมาก เวลาฉนุ เฉยี วกฉ็ นุ เฉยี วมาก เวลารกั กร็ กั มาก เวลาชงั ชงั มากเกลยี ดมาก
เพราะความไมม่ สี ตริ งั้ ถา้ มสี ตริ งั้ ไวบ้ า้ ง กพ็ อใหท้ ราบโทษของมนั และพอยบั ยงั้ ตวั ได้
ไมร่ นุ แรง
วนั หนงึ่ ๆ ถา้ มศี าสนาอยภู่ ายในใจ จะประกอบหนา้ ทก่ี ารงานอะไร กร็ าบรนื่ ดงี าม
และเตม็ เมด็ เต็มหนา่ ยไม่ค่อยผิดพลาด เมือ่ เร่อื งราวเกดิ ขน้ึ ภายในใจ ก็มีสติปญั ญา
รบั ทราบและกลนั่ กรองพนิ จิ พจิ ารณาพอใหท้ ราบทางถกู และผดิ ได้ และพยายามแกไ้ ข
ดัดแปลงพอเอาตัวรอดไปได้
พดู ตามความจรงิ แลว้ ธรรมะของพระพทุ ธเจา้ ไมใ่ ชเ่ ปน็ สง่ิ ทจี่ ะทำ� คนใหเ้ สยี หาย
ล่มจม แต่เปน็ ส่ิงที่ฉุดลากคนใหข้ น้ึ จากหล่มลกึ ไดโ้ ดยไมส่ งสยั เม่ือมีอุปสรรคหรือ
เกิดความทกุ ขค์ วามลำ� บากประการใด ธรรมะยอ่ มชว่ ยโดยทางสตปิ ญั ญาเป็นส�ำคญั
เพราะพระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนให้คนจนตรอกจนมุม แต่สอนให้มีความฉลาดเอา
ตัวรอดไดโ้ ดยลำ� ดบั ของกำ� ลงั สตปิ ญั ญา ศรัทธา ความเพยี ร
จติ เปน็ รากฐานสำ� คญั ในชวี ติ กรณุ าพากนั ทราบอยา่ งถงึ ใจ ความรทู้ ม่ี ปี ระจำ� ตวั เรา
นี้แล แม้จะจับต้องความรู้ไม่ไดเ้ หมือนวัตถตุ ่างๆ กต็ าม กค็ ือความรู้อนั น้แี ลทเี่ ป็น
110
รากฐานแหง่ ชวี ติ และเปน็ “นกั ทอ่ งเทยี่ ว” ในวฏั สงสาร จะเคยเปน็ มานานขนาดไหน
กค็ ือผู้น้ี จะสิ้นสดุ วิมุตติตัดเรอ่ื งความสมมุติคือเกดิ ตายท้ังหมดออกได้ ก็เพราะจติ
ดวงนไ้ี ดร้ บั การอบรมและซกั ฟอกสงิ่ ทเ่ี ปน็ ภยั อนั เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ใหต้ ายอยภู่ ายในออก
ไดโ้ ดยไมเ่ หลอื จึงหมดเหตุหมดปัจจยั สืบตอ่ ก่อแขนงโดยสน้ิ เชงิ ทีนค้ี ำ� วา่ “ใจ เป็น
นักท่องเท่ยี ว” ก็ยตุ ลิ งทนั ที
เวลาทมี่ กี เิ ลสอยภู่ ายในใจ ไมว่ า่ ใครตอ้ งเตรยี มพรอ้ มอยเู่ สมอทจ่ี ะไปเกดิ ในภพ
น้อยภพใหญ่ไม่มีประมาณ เมอื่ ตา่ งทราบอยแู่ ก่ใจเชน่ นี้ จึงควรทำ� ความระมัดระวงั
และศึกษาปฏิบัติต่อเร่ืองของจิตให้เพียงพอในการด�ำเนินให้ถูกต้องตามหลักของ
พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังจะน�ำอรรถธรรมน้ีไปใช้เป็นประโยชน์
แก่สงั คมอยา่ งกวา้ งขวางตามก�ำลงั ความสามารถของตนอกี ดว้ ย
ศาสนธรรมเปน็ เครอื่ งสง่ เสรมิ เปน็ เครอ่ื งพยงุ โลกใหม้ คี วามสงบรม่ เยน็ ไมใ่ ชเ่ ปน็
เครอื่ งกดถว่ ง ดงั ทค่ี นจำ� นวนมากเขา้ ใจกนั วา่ “ศาสนาเปน็ เครอ่ื งกดถว่ งความเจรญิ ของ
โลก” ความจรงิ กค็ อื ผทู้ ว่ี า่ นน้ั เองเปน็ ผกู้ ดถว่ งตวั เอง และกดถว่ งกดี ขวางความเจรญิ
ของโลก ไมใ่ ช่ผถู้ ือศาสนาและปฏบิ ัติศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าไม่ใชผ่ ู้กดถ่วงโลก!
ธรรมไมใ่ ชธ่ รรมกดถว่ งโลก พระสงฆส์ าวกอรหนั ตไ์ มไ่ ดเ้ ปน็ ผกู้ ดถว่ งโลก ทา่ นไมเ่ ปน็
ภยั ตอ่ โลกเหมอื นคนไมม่ ศี าสนา ซงึ่ กำ� ลงั เปน็ ภยั ตอ่ โลกอยเู่ วลานี้ ศาสนธรรมจะสนิ้ สญู
ไปจากโลกกเ็ พราะคนประเภทไม่มีศาสนาเป็นผูท้ �ำลาย
เมอื่ พระพทุ ธเจา้ พระธรรม พระสงฆ์ ไมเ่ ปน็ ภยั ต่อโลกแล้ว จะว่าเปน็ สิง่ ทโ่ี ลก
นา่ กลวั ไดอ้ ยา่ งไร และจะกดถว่ งโลกจะทำ� ความทกุ ขร์ อ้ นใหแ้ กโ่ ลกไดอ้ ยา่ งไร? ขอ้ สำ� คญั
กค็ วามคดิ เชน่ นนั้ ของบคุ คลผนู้ นั้ แลคอื ความเปน็ ภยั แท้ ผทู้ หี่ ลงผดิ คดิ เชน่ นนั้ คนนนั้
คือผู้เปน็ ภยั แกต่ นและสว่ นรวมแทไ้ ม่อาจสงสยั
การเช่ือถือในค�ำของบุคคลที่เป็นภัยนั้น ย่อมจะมีความเสียหายแก่ผู้อ่ืนไม่มี
ประมาณ เพราะระบาดไปเรื่อยๆ น้นั แลคือภยั แทท้ ่เี ห็นไดอ้ ยา่ งชัดเจน
111
สว่ นศาสนธรรมมไิ ด้เป็นภยั ถ้าธรรมเป็นภยั แลว้ พระพทุ ธเจา้ วเิ ศษไดอ้ ยา่ งไร
ถา้ ธรรมเปน็ ภยั พระพทุ ธเจา้ กต็ อ้ งเปน็ ภยั ตอ่ พระองคแ์ ละตอ่ โลก แมพ้ ระสงฆก์ ต็ อ้ ง
เป็นภัยอย่างแยกไม่ออก เพราะสามรัตนะน้ีเกี่ยวโยงกันอย่างสนิท แต่น่ีไม่ปรากฏ
ปรากฏแตว่ า่ พระพทุ ธเจา้ พระสาวก เสดจ็ ไปทใ่ี ด ประทานธรรม ณ ทใี่ ด สตั วโ์ ลกมี
ความรม่ เยน็ เปน็ สุขโดยทวั่ กัน ไมม่ ีใครเบือ่ หน่ายเกลียดชงั ทา่ น หากจะมีก็คอื ผ้เู ปน็
ข้าศกึ แกพ่ ระศาสนาและแก่ประชาชนเทา่ น้นั
ส่วนมากทปี่ ระจกั ษ์ในเรือ่ งความเป็นภยั นนั้ เหน็ ๆ กนั แตค่ นไม่มีธรรมในใจ
นั้นแล เปน็ ภยั ทงั้ แกต่ นและแก่ส่วนรวม เพราะสติปญั ญาเคร่ืองระลกึ รู้บญุ บาปไมม่ ี
คณุ คา่ ของใจไมม่ ี ถกู ความเสกสรรทางวตั ถทุ บั ถมจนมองไมเ่ หน็ การแสดงออกจงึ รกั
กเ็ ปน็ ภยั เกลยี ดกเ็ ปน็ ภยั โกรธกเ็ ปน็ ภยั ชงั กเ็ ปน็ ภยั อะไรๆ เปน็ ภยั หมด เพราะจติ
เปน็ ตวั ภัยด้วย “ราคัคคินา โทสคั คินา โมหัคคนิ า” ผนู้ ้แี ลคือผเู้ ป็นภยั เพราะกิเลส
ตัวทบั ถมเหล่านี้พาให้เป็นภยั
ศาสนธรรมซงึ่ เปน็ เครอ่ื งแกส้ งิ่ ทเ่ี ปน็ ภยั ทง้ั หลายโดยตรงอยแู่ ลว้ เมอ่ื เปน็ เชน่ นนั้
จะเป็นภัยไดอ้ ยา่ งไร หากเปน็ ภัยแลว้ จะแก้สิ่งไมด่ เี หล่านนั้ ไดอ้ ยา่ งไร
พระพทุ ธเจา้ ทรงแกส้ ิง่ เหลา่ นไ้ี ด้แลว้ โดยส้นิ เชิง ไมม่ ีเหลืออยู่เลยในพระทัย
ขน้ึ ชอื่ วา่ ภยั ดงั ทกี่ ลา่ วมา จนเปน็ ผบู้ รสิ ทุ ธว์ิ มิ ตุ ตพิ ทุ โธทง้ั ดวง จงึ เรยี กวา่ เปน็ “ผเู้ ลศิ ”
“ผู้ประเสริฐ”
พระธรรมของพระองค์ กเ็ หมอื นกนั “ธมั โม ปทโี ป” เปน็ ธรรม “กระจา่ งแจง้ ภายใน
จติ ”
สงั โฆ เปน็ ผทู้ รงไวซ้ ง่ึ ความสวา่ งกระจา่ งแจง้ แหง่ ธรรมทงั้ ดวง ดว้ ยความบรสิ ทุ ธ์ิ
วิมุตติหลดุ พ้น นำ� ศาสนธรรมทปี่ ราศจากภัยมาสอนโลก
112
ทำ� ไมศาสนธรรมจะเปน็ เครอ่ื งกดถว่ งโลกและเปน็ ภยั ตอ่ โลก นอกจากผสู้ ำ� คญั วา่
ศาสนาเป็นภัยน้ันแลเป็นตัวภัยแก่ตัวและสังคม เพราะความส�ำคัญเช่นนี้เป็นความ
ส�ำคญั ผิด!
อะไรทีพ่ าใหผ้ ดิ ? ก็คือหวั ใจท่ีเป็นบอ่ เกิดแห่งความคดิ นนั้ แล เปน็ ตน้ เหตแุ หง่
ความผดิ หรอื เปน็ ผผู้ ดิ การแสดงออกมานนั้ จงึ เปน็ ความผดิ หากไมเ่ ปน็ ความผดิ เราลอง
นำ� ความคดิ เชน่ นไ้ี ปใชใ้ นโลกดูซิ โลกไหนจะไมร่ อ้ นเป็นฟืนเป็นไฟไม่มี แมต้ ัวเองก็
ยงั ร้อน
หากนำ� ศาสนาไปสอนโลกตามหลกั ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสง่ั สอนและไดท้ รงบำ� เพญ็
มาแลว้ จนไดต้ รสั รู้ โลกจะเปน็ ภยั โลกจะเดอื ดรอ้ นไดอ้ ยา่ งไร? โลกวนุ่ วายมนั ถงึ เกดิ
ความทกุ ขค์ วามรอ้ น พระพทุ ธเจา้ ไมไ่ ดท้ รงสอนใหว้ นุ่ วาย แตส่ อนใหม้ คี วามสงบรม่ เยน็
ใหเ้ หน็ อกเหน็ ใจกนั ใหร้ จู้ กั รกั กนั สามคั คกี ลมกลนื เปน็ นำ้� หนงึ่ ใจเดยี วกนั เสมอ ใหร้ จู้ กั
เหตจุ กั ผล รจู้ กั เขารจู้ กั เรา เพราะโลกอยดู่ ว้ ยกนั ไมใ่ ชอ่ ยคู่ นหนงึ่ คนเดยี ว อยดู่ ว้ ยกนั
เปน็ หมเู่ ปน็ คณะ ตง้ั เปน็ บา้ นเปน็ ครอบครวั เปน็ ตำ� บลหมบู่ า้ น เปน็ อำ� เภอเปน็ จงั หวดั
เปน็ มณฑลหรอื เปน็ ภาค เปน็ เขตเปน็ ประเทศ ทงั้ ประเทศนนั้ ประเทศน้ี ลว้ นแตห่ มชู่ นท่ี
รวมกนั อยทู่ งั้ นน้ั ซงึ่ ควรจะเหน็ คณุ คา่ ของกนั และกนั และของการอยรู่ ว่ มกนั ดว้ ยธรรม
มเี มตตากรุณาธรรมเปน็ มาตรฐานของการอยรู่ ่วมกันของคนหมูม่ าก
คนทอ่ี ยดู่ ว้ ยกนั ไมเ่ หน็ อกเหน็ ใจกนั มแี ตค่ วามเบยี ดเบยี นทำ� ลายกนั มแี ตค่ วาม
คบั แคบเหน็ แกต่ วั จดั ยอ่ มเปน็ การทำ� ลายคนอนื่ เพราะความเหน็ แกต่ วั แมไ้ มท่ ำ� ลาย
อยา่ งเปดิ เผยกค็ อื การทำ� ลายอยนู่ นั่ แล จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความกระทบกระเทอื นกนั อยเู่ สมอ
ในสงั คมมนษุ ย์ ขนึ้ ชอ่ื วา่ “คนคบั แคบ เหน็ แกต่ วั จดั ” จะไมท่ ำ� ใหค้ นอนื่ เดอื ดรอ้ นฉบิ หาย
นั้นไม่ม!ี ไม่วา่ ทใี่ ดถ้ามคี นประเภทน้แี ฝงอย่ดู ว้ ย สังคมย่อมเดือดร้อนทกุ สถานท่ีไป
เพราะคนประเภทนเ้ี คยเปน็ ภัยแกส่ งั คมมามากและนานจนประมาณไมไ่ ด้ สังคมจึง
รังเกยี จกนั เรื่อยมาจนปจั จุบนั น้ี
113
ทธ่ี รรมทา่ นสอนไมใ่ หเ้ บยี ดเบยี นกนั กเ็ พราะหวั ใจมนษุ ยม์ คี ณุ คา่ ดว้ ยกนั ตลอด
สมบัติแต่ละสิ่งละอย่างซึ่งอยู่ในครอบครอง ด้วยเป็นของมีคุณค่าทางจิตใจอยู่มาก
จึงไมค่ วรท�ำจิตใจกันให้ก�ำเรบิ เพราะใจของใครๆ ก็ต้องการอสิ รภาพเช่นเดียวกัน
ไม่ประสงค์ความถูกกดข่ีบังคับด้วยอาการใดๆ ซึ่งล้วนเป็นการท�ำลายจิตใจกันให้
กำ� เรบิ อนั เปน็ สาเหตใุ หก้ อ่ กรรมกอ่ เวรไมม่ ที ส่ี น้ิ สดุ ยตุ ลิ งได้ เพยี งสตั วเ์ ขายงั กลวั ตาย
เขายังกลัวความเบยี ดเบียนการท�ำลาย
มนษุ ยอ์ ย่ดู ้วยกนั ไมก่ ลวั การเบียดเบยี น ไม่กลัวการทำ� ลาย ไม่กลัวการเอารดั
เอาเปรยี บกนั ไมก่ ลวั การดถู กู เหยยี ดหยามกนั จะมไี ดห้ รอื ! สง่ิ เหลา่ นใ้ี ครกไ็ มป่ รารถนา
กนั ทัง้ โลก
การที่ท�ำให้เกิดความกระทบกระเทือนซึ่งกันและกันจนโลกหาความสงบไม่ได้
เป็นฟืนเป็นไฟอยู่ตลอดเวลามาจนกระท่ังปัจจุบันนี้ และจะเป็นไปโดยล�ำดับไม่มีท่ี
สน้ิ สดุ เพราะอะไรเป็นเหตุ ถา้ ไม่ใชเ่ พราะความเหน็ แกต่ วั อนั เป็นเรอ่ื งของกิเลสตัว
สกปรกตัวหยาบๆ นจ้ี ะเป็นเพราะอะไร
ความผดิ ถกู ดชี วั่ ตา่ งๆ พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงสอนไวห้ มด ทา่ นมพี ระเมตตากรณุ า
สดุ สว่ นแกม่ วลสตั วท์ กุ ประเภท แมป้ รมาณกู ไ็ มใ่ หเ้ บยี ดเบยี นทำ� ลายกนั เพราะมกี รรม
มีวบิ ากแหง่ กรรมอย่างเต็มตัวดว้ ยกัน อยดู่ ้วยกรรมไปดว้ ยกรรม สุขทกุ ข์ดว้ ยกรรม
เหมอื นกนั ควรนบั ถอื กนั เปน็ ความเสมอภาค ดงั ในธรรมวา่ “สตั วท์ งั้ หลายทเี่ ปน็ เพอ่ื น
ทกุ ข์เกดิ แกเ่ จ็บตายด้วยกัน ไม่ใหเ้ บยี ดเบยี นท�ำลายกนั ” เปน็ ตน้
เม่ือต่างคนต่างเห็นความส�ำคัญของชีวิตจิตใจและสมบัติของกันและกันเช่นนี้
ย่อมไม่เบียดเบียนกัน เพราะท�ำกันไม่ลง เม่ือต่างคนต่างมีความรู้สึกอย่างน้ีแล้ว
โลกก็เย็น อยดู่ ้วยกันอยา่ งผาสกุ มกี ารยอมรับผิดรับถูก มีหลักธรรมเปน็ กฎเกณฑ์
ต่างคนตา่ งระมดั ระวัง ไม่หาเร่ืองหลบหลีกปลกี กฎหมายและศลี ธรรมกนั เปน็ หลกั
ปกครองใหเ้ กดิ ความรม่ เย็นผาสกุ
114
เชน่ ไมย่ อมรบั ความจรงิ ดงั ทเี่ ปน็ อยเู่ วลานี้ และทเ่ี คยเปน็ เรอ่ื ยมาจนกระทง่ั ปจั จบุ นั
ไมม่ ใี ครกลา้ เปน็ กลา้ ตายตดั หวั ธรรม ดว้ ยการยอมรบั ความจรงิ แมไ้ ปฉกไปลกั เขามา
หยกๆ เวลาถกู จบั ตวั ไดก้ แ็ กต้ วั วา่ “เขาหาวา่ ” คนเราถา้ รบั ความจรงิ แลว้ จะวา่ “เขาหาวา่ ...”
ไปทำ� ไม! ขายตวั เปลา่ ๆ! แมค้ นตดิ คกุ ตดิ ตะรางลองไปถามดซู วิ า่ “นเี่ ปน็ อะไรถงึ ตอ้ งมา
ตดิ คกุ ตดิ ตะรางละ่ ?” ตอ้ งไดร้ บั คำ� ตอบวา่ “เขาหาวา่ ผมลกั ควาย” เปน็ ตน้ เมอ่ื ถามกลบั
วา่ “เราไมไ่ ดล้ กั ควายของเขาจรงิ ๆ หรอื ?” “ลักจรงิ ๆ” แนะ่ ! ลักจรงิ ๆ ท�ำไมบอก
“เขาหาวา่ ...” ทง้ั นเ้ี พราะไมย่ อมรบั ความจรงิ เนอื่ งจากความเหน็ แกต่ วั กลวั เสยี เกยี รติ
ขายขี้หน้าวา่ เป็นคนเลวทรามหยามเหยยี ด อายเพอื่ นมนุษยน์ น่ั แล แต่การพูดโกหก
ไมย่ อมรบั ความจรงิ ซง่ึ เปน็ ความผดิ สองซำ้� นน้ั ไมพ่ งึ เฉลยี วใจและอายบา้ ง ความเปน็
มนุษย์ผ้ดู จี ะได้มีทางกระเต้ืองขึ้นมาบ้าง
เหล่านีเ้ ป็นเรอื่ งของกิเลสความเห็นแก่ตัว เหน็ แก่ได้ จงึ ทำ� ใหห้ มดยางอายโดย
ส้ินเชิง สิ่งเหลา่ นีเ้ ป็นของสกปรกเลวทรามในวงผดู้ ีมศี ีลธรรมในใจ สง่ิ เหลา่ นีเ้ ป็นสิง่
กดถ่วง เป็นสิ่งท�ำลายจิตใจและท�ำลายสมบัติของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สิ่งสกปรก
รกรงุ รงั เหลา่ นี้ ผมู้ จี ติ ใจใฝต่ ำ่� ชอบมนั อยา่ งยง่ิ ทงั้ ทม่ี นั ใหโ้ ทษมากไมม่ ปี ระมาณ มมี าก
มีนอ้ ยกท็ ำ� ความกระทบกระเทอื นและทำ� ความฉิบหายแกผ่ ูอ้ นื่ ไมส่ งสัย
จงึ ขอตง้ั ปญั หาถามตวั เองเพอ่ื เปน็ ขอ้ คดิ วา่ “เหลา่ นหี้ รอื ทวี่ า่ โลกเจรญิ ?” เจรญิ ดว้ ย
สงิ่ เหล่านี้หรอื ? อนั นหี้ รอื ทเ่ี รียกวา่ “เชดิ ชูกันและกันและเชิดชโู ลกให้เจริญ?”
คำ� ตอบ “จะเชดิ ชโู ลกอยา่ งไร เวลานโ้ี ลกกำ� ลงั รอ้ นเปน็ ฟนื เปน็ ไฟ ยงั ไมท่ ราบวา่
มนั กดถว่ งอยหู่ รอื ? นน่ั ! สว่ นศาสนามบี ทใดบาทใดทสี่ อนใหโ้ ลกเบยี ดเบยี นกนั ใหเ้ กดิ
ความเดือดรอ้ นวุ่นวายแก่กัน เพียงสงั เกตตามความรสู้ กึ ธรรมดาก็ไมป่ รากฏเลย”
ทีนท้ี ำ� “โอปนยิโก” นอ้ มข้างนอกเขา้ มาข้างในเพือ่ ให้เกดิ ประโยชน์ ไมเ่ สียหาย
ไปเปล่า” การแสดงธรรมมีทั้งข้างนอกข้างใน ข้อส�ำคัญก็ให้น้อมเข้ามาเป็นสาระ
ส�ำหรับเรา
115
การแสดงนนั้ กเ็ พอื่ แยกขา้ งนอกใหด้ เู สยี กอ่ น แลว้ ยอ้ นเขา้ มาขา้ งใน เวลานข้ี า้ งใน
ของเราเปน็ อยา่ งไรบา้ ง? “สวสั ดมี ชี ยั อยหู่ รอื เปน็ ประการใดบา้ ง?” “เวลานก้ี เิ ลสประเภท
ตา่ งๆ ทเี่ ปน็ เจา้ อำ� นาจกดถว่ งจติ ใจเรามบี า้ งไหม?” โลกแหง่ ขนั ธ์ และระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ
สวัสดมี ชี ยั อย่หู รอื ? ไม่กดถว่ งใจของผู้เป็นเจา้ ของขนั ธห์ รอื ?
จงดใู หด้ ดี ว้ ยสติ พจิ ารณาดว้ ยปญั ญาอยา่ งรอบคอบ ขณะใดทสี่ ตปิ ญั ญาปราศไป
จากใจ ขณะนน้ั แลเราไดร้ บั ความทกุ ขค์ วามเดอื ดรอ้ น เพราะถกู กดถว่ งยำ่� ยโี ดยอาการ
ตา่ งๆ ของกเิ ลสทง้ั หลาย ขณะใดมสี ตปิ ญั ญารกั ษาใจไมเ่ ผลอตวั แมส้ ตปิ ญั ญาจะยงั ไม่
เพยี งพอกบั ความตา้ นทาน หรอื ปราบปรามสง่ิ เหลา่ นนั้ ใหห้ มดไป เรากย็ งั พอยบั ยง้ั ได้
ไมท่ ุกข์ถงึ ขนาด หรอื ไมท่ กุ ข์เสียจนเต็มเปา ยังพอลดหยอ่ นผ่อนเบากันบา้ ง ยิ่งมีสติ
ปัญญาพอตัวแล้ว ไม่มกี ิเลสตวั ใดทีจ่ ะมาเป็นข้าศึกตอ่ ใจได้เลย! พอขยบั ตวั ออกมา
กถ็ ูกปราบเรยี บในขณะน้นั
นแี้ ลผมู้ ธี รรมครองใจเปน็ อยา่ งนี้ ใจเปน็ อสิ ระเพราะธรรมครองใจ ใจมคี วามสงบ
สขุ ได้เพราะการรักษาใจดว้ ยธรรม ตลอดถึงความหลดุ พน้ จากความกดถ่วงท้งั หลาย
โดยประการทงั้ ปวง กเ็ พราะการปฏบิ ตั ธิ รรม เพราะรธู้ รรม เพราะเหน็ ธรรมประจกั ษใ์ จ
ไมส่ งสยั ลูบๆ คลำ� ๆ ดังท่ีเคยเปน็ มาในขนั้ เร่มิ แรก
ธรรมอยใู่ นสถานทใ่ี ด ตอ้ งเยน็ ในสถานทนี่ นั้ ธรรมอยทู่ ใ่ี จ ใจยอ่ มชมุ่ เยน็ ผาสกุ
ทกุ อริ ยิ าบถไมม่ สี งิ่ รบกวน เมอ่ื จติ กา้ วเขา้ ถงึ ขน้ั ธรรมเปน็ ใจ ใจเปน็ ธรรม ยง่ิ เยน็ ไมม่ กี าล
สถานท่ีเข้ามาเกย่ี วข้องเลย เย็นเตม็ ทีเ่ ตม็ ฐาน ก็คือใจเปน็ ธรรม ธรรมเปน็ ใจ น่ันแล
เราคดิ ดซู ิ ธรรมบทใดแงใ่ ดทท่ี ำ� ความกดถว่ ง ทำ� โลกใหม้ คี วามทกุ ขค์ วามเดอื ดรอ้ น
ไมป่ รากฏแมแ้ ตน่ ดิ หนง่ึ ! การท�ำให้เราและโลกเดือดร้อนวุ่นวายระส่�ำระสายจนแทบ
ไมม่ ีท่ปี ลงวาง กเ็ พราะมนั มีแตเ่ รื่องของกิเลสทั้งน้นั เป็นเจ้าการ!
ผปู้ ฏบิ ตั ทิ งั้ หลายทมี่ สี ตปิ ญั ญาประคองตวั กเิ ลสแสดงออกมามากนอ้ ยยอ่ มทราบ
ทนั ที และเรม่ิ แกไ้ ขถอดถอนไมน่ อนใจ จนไมม่ อี ะไรแสดงแลว้ กอ็ ยเู่ ปน็ สขุ ดงั ปราชญว์ า่
116
“ฆา่ กเิ ลสไดแ้ ลว้ อยเู่ ปน็ สขุ ” ถา้ พลกิ กลบั กว็ า่ “ฆา่ กเิ ลสไมไ่ ดย้ อ่ มเปน็ ทกุ ข์ ทง้ั อยทู่ ง้ั ไป
ทง้ั เปน็ ทงั้ ตาย!” ฉะนน้ั พวกเราตอ้ งสรา้ งสตปิ ญั ญาใหด้ เี พอื่ ตอ่ สกู้ เิ ลสทมี่ อี ยภู่ ายในตวั
จงระวงั อยา่ ใหม้ นั กลอ่ มเสยี หลบั ทง้ั คนื ทง้ั วนั ทง้ั ยนื เดนิ นงั่ นอน ใหม้ เี วลาตน่ื บา้ ง ใหม้ ี
เวลาตอ่ สกู้ บั เขาบา้ ง ถา้ มกี ารตอ่ สกู้ นั คำ� วา่ “แพ้ ชนะ” กจ็ ะปรากฏขน้ึ มา ไมห่ มอบราบเสยี
ทเี ดยี ว เพราะไมม่ กี ารตอ่ สู้ มแี ตห่ มอบราบและเชอ่ื มนั ไปหมด กเิ ลสวา่ ยงั ไงเชอื่ ไปหมด
หากมกี ารตอ่ สบู้ า้ ง กม็ แี พม้ ชี นะสบั ปนกนั ไป ตอ่ ไปกช็ นะเรอ่ื ยๆ ชนะไปเรอื่ ยๆ และชนะ
ไปเลย ใจเป็นอสิ ระเตม็ ภูม!ิ
นอี่ ำ� นาจแหง่ ศาสนธรรมทผ่ี นู้ ำ� มาปฏบิ ตั เิ ปน็ อยา่ งน!ี้ เปน็ ทเ่ี ชอ่ื ใจ เปน็ ทแี่ นใ่ จได้
ไมม่ อี ะไรทจ่ี ะแนใ่ จไดย้ ง่ิ กวา่ ศาสนธรรม ถา้ เราปฏบิ ตั เิ ตม็ กำ� ลงั ความสามารถ เรากเ็ ชอ่ื
ใจเราได้ เม่อื บรรลถุ ึงขั้น “จติ บรสิ ทุ ธ”ิ์ แล้ว กแ็ น่นอนตลอดเวลาไม่สงสัย ไมอ่ ยาก
ไมห่ วิ โหยกบั อะไรทงั้ นนั้ ไมอ่ ยากรไู้ มอ่ ยากเหน็ ไมอ่ ยากศกึ ษากบั ใครๆ วา่ นา่ จะเปน็
อย่างนน้ั นา่ จะเป็นอยา่ งน้ี อยากรู้นนั้ อยากรู้นี้ เพ่อื นน้ั เพอื่ น้ีอีกต่อไป!
รทู้ กุ สงิ่ ทกุ อยา่ งอยภู่ ายในใจ เมอื่ เตม็ ภมู คิ วามรคู้ วามเหน็ แลว้ กไ็ มอ่ ยาก ไมห่ วิ โหย
ไมม่ อี ะไรรบกวน ใจกแ็ สนสบาย ขอใหพ้ ากนั นำ� ธรรมนไี้ ปปฏบิ ตั ริ กั ษาตน อยสู่ ถานทใี่ ด
ไปสถานทใ่ี ด จงทราบเสมอวา่ ความผดิ ถกู ชว่ั ดนี น้ั อยกู่ บั เรา การละวางในสง่ิ ทค่ี วรละวาง
และการสง่ เสรมิ สงิ่ ทค่ี วรสง่ เสรมิ กอ็ ยทู่ ตี่ วั ของเรา ไปไหนใหม้ วี ดั อยา่ ใหป้ ราศจากวดั
อยา่ งทา่ นอาจารย์ฝน้ั ทา่ นเคยวา่ “วัดท่นี ัน่ วดั ท่นี ี่ วัดอย่ภู ายในใจ”
ทา่ นพดู ถกู ใหม้ วี ดั อยภู่ ายในจติ ใจเสมอ คอื “วตั รปฏบิ ตั ”ิ มสี ติ ปญั ญา ศรทั ธา
ความเพยี ร ใครค่ วรดเู หตดุ ผู ลอยเู่ สมอ เวลานง่ั รถไปกภ็ าวนาไปเรอื่ ยๆ ใครจะวา่ บา้
วา่ บอกต็ าม ขอ้ สำ� คญั ผรู้ บั ผดิ ชอบเรานค้ี อื เราเอง อยา่ เปน็ บา้ ไปกบั เขากแ็ ลว้ กนั ถา้ เรา
ไมเ่ ปน็ บา้ เสยี อยา่ งเดยี ว คนเปน็ รอ้ ยๆ คนจะมาตเิ ตยี นหรอื กลา่ วตวู่ า่ เราเปน็ บา้ เปน็ บอ
คนร้อยๆ คนนน้ั น่ะมันเปน็ บา้ กันทง้ั นัน้ แหละ! เราไม่เปน็ บา้ เสยี คนเดยี ว เรากส็ บาย
นแ่ี หละเปน็ คตหิ รอื อดุ มการณอ์ นั สำ� คญั ฟงั แลว้ จงพากนั นำ� ไปประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
เวลาถกู ใครวา่ อะไรกใ็ หค้ ำ� นงึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ อยา่ ไปโกรธไปเกรย้ี วใหเ้ ขา ความโกรธ
117
ใหเ้ ขากค็ อื ไฟเผาตวั ความไมพ่ อใจใหเ้ ขากค็ อื ไฟเผาตวั ไมใ่ ชเ่ ผาทไี่ หน มนั เผาทนี่ ก่ี อ่ น
มันถงึ ไปเผาทอี่ น่ื ใหร้ ะมดั ระวงั ไฟกองนอี้ ย่าให้เกิด!
เราจะไป “สุคโต” น่ังรถน่งั ราไปก็สุคโตเร่อื ยไป น่ังในบ้านกส็ ุคโต อยกู่ ส็ บาย
อยทู่ ไี่ หนกส็ บาย เวลาตายกเ็ ปน็ สขุ ไมว่ นุ่ หนา้ วนุ่ หลงั ดนิ้ พลา่ นอยรู่ าวกบั ลงิ ถกู ลกู ศร
ซง่ึ ดไู ม่ไดเ้ ลยในวงปฏบิ ัติ
ฉะนน้ั จงระวงั ไวแ้ ตบ่ ดั น้ี ปฏบิ ตั ใิ หเ้ ตม็ ภมู แิ ตบ่ ดั น!้ี คำ� วา่ “อาชาไนย” หรอื “ราชสหี ”์
จะเป็นใจของเราผ้ปู ฏบิ ัติเสียเอง!
เอาละ การแสดงธรรมก็พอสมควร!
118
ก�ำจัดกเิ ลส-พน้ ทุกข์
ทท่ี า่ นพดู วา่ “โลก” กค็ อื หมสู่ ตั ว์ “สตั ตะ” แปลวา่ ผขู้ อ้ ง ผยู้ งั ตดิ ยงั ขอ้ ง อะไรทำ�
ใหข้ อ้ ง? เพยี งเทา่ นน้ั กท็ ราบแลว้ ทา่ นพรรณนาไวห้ ลายสง่ิ หลายอยา่ งหลายภพหลายภมู ิ
ลว้ นแตภ่ มู สิ ถานทท่ี ใี่ หจ้ ติ ตดิ จติ ขอ้ งและจะตอ้ งไปทงั้ นนั้ ทา่ นจงึ วา่ จติ นเ้ี ปน็ นกั ทอ่ งเทยี่ ว
เพราะเท่ียวไปไมห่ ยดุ ไม่ถอย กลวั หรอื กลา้ ก็ตอ้ งไป เพราะกำ� ลงั ตกอยใู่ นความเป็น
นักตอ่ สู้ ขึ้นชื่อวา่ “นัก” แล้ว มนั ตอ้ งตอ่ สู้อย่างไมล่ ดละท้อถอย ถา้ ไมเ่ ปน็ อยา่ งน้นั
กไ็ ม่เรียกว่า “นัก” คอื สไู้ มถ่ อย
ภพภมู ติ า่ งๆ ไปเกดิ ไดท้ ง้ั นนั้ แมแ้ ตน่ รกอเวจซี ง่ึ เปน็ สถานทม่ี ที กุ ขเ์ ดอื ดรอ้ นมาก
ผดิ ทุกข์ท้งั หลาย จติ ยังต้องไปเกิด! อะไรทำ� ให้จิตเป็นนักตอ่ สู้?
เชื้อแห่งภพชาติคือกิเลสท้ังมวลน่ันเองที่ท�ำให้สัตว์ท�ำกรรม กรรมเกิดวิบาก
เปน็ ผลดผี ลชวั่ วนไปเวยี นมาในภพตา่ งๆ ภพนอ้ ยภพใหญไ่ มม่ ปี ระมาณวา่ จะหลดุ พน้
จากความเกดิ ในภพนนั้ ๆ ไดเ้ มอื่ ใด เกดิ เปน็ ภพอะไรตวั ประธานกอ็ ยทู่ ่ี “ใจ” เปน็ ผจู้ ะ
ไปเกิด เพราะอำ� นาจกิเลส กรรม วบิ าก พาใหเ้ ป็นไป
ในโลกเรานี้มีสัตว์เกิดมากน้อยเพียงไรใครจะไปนับได้! เพียงในบริเวณวัดน้ี
สตั วต์ า่ งๆ ทสี่ ดุ วสิ ยั “ตาเนอ้ื ” จะมองเหน็ ไดม้ จี ำ� นวนมากเทา่ ใด สตั วท์ เี่ กดิ ทอี่ ยใู่ นท่ี
มองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเนอ้ื นก้ี ม็ ี ทไี่ มส่ ามารถมองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเนอ้ื เพราะละเอยี ดกม็ ี แมแ้ ต่
สตั วเ์ ลก็ ๆ ซงึ่ เปน็ ดา้ นวตั ถแุ ตไ่ มส่ ามารถมองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเนอื้ กม็ ี สตั วท์ เ่ี กดิ เปน็ “ภพ”
119
เปน็ ทง้ั ลลี้ บั ทง้ั เปดิ เผยในโลกทงั้ สามจงึ มมี ากมาย ถา้ เปน็ สงิ่ ทม่ี องเหน็ ดว้ ยตาเนอื้ ไดแ้ ลว้
จะหาทเ่ี หยยี บยำ�่ ลงไปไมไ่ ดเ้ ลย เตม็ ไปดว้ ยจติ วญิ ญาณของสตั ว์ เตม็ ไปดว้ ยภพดว้ ย
ชาตขิ องสตั วป์ ระเภทตา่ งๆ ทง้ั หยาบทงั้ ละเอยี ด เตม็ ไปทง้ั สามภพสามภมู ิ แมแ้ ตช่ อ่ ง
ลมหายใจเรายังไม่ว่าง
ในตวั ของเรานกี้ ม็ สี ตั วช์ นดิ ตา่ งๆ อยมู่ ากจนนา่ ตกใจ ถา้ มองเหน็ ดว้ ยตาเนอ้ื เชน่
เชอื้ โรค เปน็ ตน้ ไมเ่ พยี งแตว่ ญิ ญาณคอื จติ เราดวงเดยี วทอ่ี าศยั อยใู่ นรา่ งนเี้ ทา่ นน้ั ยงั มี
อกี กพี่ นั กห่ี มนื่ วญิ ญาณอาศยั อยใู่ นรา่ งนดี้ ว้ ย ฉะนน้ั ในรา่ งกายเราแตล่ ะคนจงึ เตม็ ไป
ดว้ ยวญิ ญาณปรมาณขู องสตั วห์ ลายชนดิ จนไมอ่ าจคณนา มอี ยทู่ กุ แหง่ ไดเ้ พราะมมี าก
ต่อมาก และละเอยี ดมากจนไมส่ ามารถเห็นได้ดว้ ยตา ฟงั ได้ดว้ ยหู
ในอากาศกลางหาว ในนำ�้ บนบก ทว่ั ทศิ ตา่ งๆ มสี ตั วเ์ ตม็ ไปหมด แลว้ ยงั มวั สงสยั
อยหู่ รอื วา่ “ตายแลว้ สญู ไมไ่ ดเ้ กดิ อกี ” กอ็ ะไรๆ มนั เกดิ อยเู่ วลานเี้ กลอื่ นแผน่ ดนิ ภพหยาบ
กม็ มี นุษย์ ซ่ึงกำ� ลงั หาโลกจะอยไู่ มไ่ ด้ ยงั จะมาสงสัยอะไรอีก
ความเกิดก็แสดงใหเ้ ห็นอยทู่ ุกแห่งหน ทงั้ หยาบท้งั ละเอยี ด ทั้งในน�้ำบนบกมี
ไปหมด ตลอดบนอากาศ ยังจะสงสยั อยหู่ รือว่าตายแลว้ ไม่เกดิ แล้วอะไรมันมาเกิด
ดเู อาซี เครอื่ งยนื ยนั “ไมส่ ญู ” มอี ยกู่ บั ทกุ คน ถา้ สตั วต์ ายแลว้ สญู ดงั ทเี่ ขา้ ใจกนั สตั วเ์ อา
อะไรมาเกดิ เลา่ ? ลงตายแลว้ สญู ไปจรงิ ๆ จะเอาอะไรมาเกดิ ได้ สง่ิ ทไี่ มส่ ญู นนั้ เองพาให้
มาเกดิ อยู่เวลานี้ ไปลบล้างสิ่งทีม่ ีอยู่ให้สูญไปไดอ้ ยา่ งไร ความจรงิ มันมอี ยอู่ ยา่ งนัน้
ทลี่ บไมส่ ูญกค็ ือความจรงิ นั่นแล
จะมีใครเป็นผู้ฉลาดแหลมคม รู้ได้ละเอียดลออทุกสิ่งทุกอย่างตามสิ่งที่มีอยู่
เหมือนพระพุทธเจ้าเล่า?
พวกเราตาบอดมองไมเ่ หน็ ตวั เอง ไดแ้ ตล่ บู คลำ� ไปลบู คลำ� มา คลำ� ไมเ่ จอกว็ า่ ไมม่ ี
แต่ไปโดนอยู่ไม่หยุดหย่อนในสิ่งท่ีเข้าใจว่าไม่มีนั้น ต่างคนต่างโดน “ความเกิด”
อยา่ งไรละ่ โดนกนั ทกุ คนไมม่ เี วน้ เหมอื นเราไมเ่ หน็ เดนิ ไปเหยยี บขวากเหยยี บหนาม
นนั่ นะ่ เราเขา้ ใจวา่ หนามไมม่ ขี ณะทเี่ หยยี บ แตก่ เ็ หยยี บหนามทตี่ นเขา้ ใจวา่ ไมม่ นี น่ั แหละ
120
มนั ปกั คนผไู้ มเ่ หน็ แตไ่ ปเหยยี บเขา้ เพยี งเทา่ นก้ี พ็ อทราบไดว้ า่ ควรเชอ่ื แลว้ หรอื ความรู้
ความเหน็ อันมดื บอดของตวั เองน่ะ เพยี งหนามอันเปน็ ของหยาบๆ ยงั ไมเ่ ห็นและไป
เหยยี บจนได้ ถา้ รวู้ า่ ทน่ี นั่ มหี นาม จะกลา้ ไปเหยยี บไดอ้ ยา่ งไร เชน่ หวั ตอ ไปโดนมนั
ทำ� ไม ไมไ้ ปโดนมนั ทำ� ไม ถา้ แนใ่ จวา่ มี ใครจะกลา้ ไปโดน ใครจะกลา้ ไปเหยยี บหนาม
ซงึ่ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งเลก็ นอ้ ย มนั เปน็ เรอื่ งเจบ็ ปวดขนาดไหน แลว้ ทำ� ไมถงึ โดนกนั เรอื่ ยๆ เลา่ ?
ก็เพราะความเข้าใจวา่ หนามไม่มนี ั่นเอง
ฉะนั้น สิ่งต่างๆ จึงไม่อย่ใู นความสำ� คญั วา่ มหี รอื ไมม่ ี มนั อยทู่ ค่ี วามจรงิ อย่าง
ตายตัว ไมม่ ีใครอาจแก้ไขให้เปน็ อนื่ ไปได้
นีก่ เ็ หมอื นกนั เร่ืองภพเรือ่ งชาติของคนและสัตว์ มเี กิดใหเ้ ห็นมีตายให้เห็นอยู่
เกลอื่ นแผน่ ดนิ เฉพาะในโลกเรานกี้ เ็ หน็ เกลอื่ นแผน่ ดนิ อยแู่ ลว้ เมอื่ เปน็ เชน่ น้ี จะปฏเิ สธ
จะไปลบลา้ งได้อย่างไร ว่ามันไมเ่ กดิ วา่ มนั ตายแล้วสญู ส้ินไป
เราไม่เช่อื พระพุทธเจา้ แตเ่ ราเชื่อเราเป็นอย่างไรบ้าง? ผลของมนั ท่แี สดงตอบ!
ความรคู้ วามเห็นของเรามสี ูงตำ�่ หรือแหลมคมขนาดไหนถงึ จะเชอ่ื ตนเอง จนสามารถ
ลบลา้ งความจรงิ ทง้ั หลายที่มอี ยู่ใหส้ ญู ไปตามความรู้ความเห็นของตน ท้งั ๆ ท่ีตนไม่
สามารถรู้ความจริงน้ันๆ ท�ำไมจึงสามารถอาจเอ้ือมไปลบล้างส่ิงท่ีเคยมีอยู่ให้สูญไป
เมอ่ื เราไมร่ ู้ ลบเพอื่ เหตผุ ลอนั ใด? ความรนู้ มี่ นั โงส่ องชนั้ สามชนั้ แลว้ ยงั จะวา่ ตนฉลาด
อยู่หรอื ?
ถา้ มงุ่ ตอ้ งการความจรงิ ดว้ ยใจเปน็ นกั กฬี า กค็ วรยอมรบั ตามความจรงิ ทปี่ รากฏอยู่
ลองคิดดู มีนกั ปราชญ์ท่ไี หนบา้ งสอนอย่างถกู ตอ้ งแม่นย�ำตามหลักความจริงเหมือน
พระพทุ ธเจ้า จะแห่กนั ไปหาทีไ่ หน ลองไปหาดซู ี หมดแผ่นดนิ ท้งั โลกนีจ้ ะไมม่ ีใคร
เหมอื นเลย ใครจะมาสอนใหต้ รงตามหลกั ความมคี วามเปน็ และความจรงิ ดงั พระพทุ ธเจา้
แน่ใจว่าไมม่ !ี
ประการส�ำคัญก็คอื การคิดว่า “ตายแลว้ สญู ” นัน้ เปน็ ภัยอันตรายแกผ่ ู้คดิ และ
ผเู้ กยี่ วขอ้ งไมม่ ปี ระมาณ เพราะคนเราเมอื่ คดิ วา่ ตายแลว้ สญู ยอ่ มเปน็ คนสนิ้ หวงั อยาก
121
ท�ำอะไรก็ทำ� ตามใจชอบในเวลามีชวี ิตอยู่ ส่วนมากก็มกั ท�ำแตส่ งิ่ ท่ีเปน็ โทษเป็นภยั แก่
ตวั เองและผอู้ น่ื เพราะชาตหิ นา้ ไมม่ ี ทำ� อะไรลงไป ผลจะสนองตอบไมม่ ี ฉะนน้ั ความคดิ
ประเภทน้จี ึงท�ำคนให้สิ้นหวงั หลงั จากนัน้ ก็ทำ� อะไรแบบไมค่ ำ� นงึ ดีชว่ั บญุ บาป นรก
สวรรค์ พอตายแลว้ กไ็ ปเกดิ ในกำ� เนดิ สตั วผ์ สู้ น้ิ ทา่ เชน่ สตั วน์ รก เปน็ ตน้ อยา่ งชว่ ยอะไร
ไม่ได้ ทง้ั น้ีพวกเรายังไมเ่ หน็ เปน็ ของส�ำคญั อีกหรอื ? ถ้ายังไมเ่ หน็ ศาสนธรรมซงึ่ เปน็
ของแทข้ องจรงิ วา่ เปน็ ของสำ� คญั ตวั เราเองกห็ าสาระอะไรไมไ่ ดน้ น่ั เอง ในขณะเดยี วกนั
การปฏิเสธความจริงก็เท่ากับมาลบล้างสารคุณของเราเอง กลายเป็นคนไม่ส�ำคัญ
คนไมม่ สี ารคณุ คนหมดความหมาย คนทำ� ลายตวั เอง ชนดิ บอกบญุ ไมร่ บั เพราะความคดิ
ทล่ี บลา้ งความจรงิ ทมี่ อี ยนู่ นั้ เปน็ ความคดิ ทำ� ลายตนเอง สง่ิ ทม่ี คี วามหมายแตไ่ ปลบลา้ ง
สง่ิ ทจี่ รงิ แตไ่ ปขดั ความจรงิ สดุ ทา้ ยกส็ ะทอ้ นกลบั สงิ่ ทจี่ รงิ มาหาตวั เองเปน็ ผรู้ บั เคราะห์
กรรมเสยี เองโดยไมม่ ใี ครอาจช่วยได้ กลายเป็นคนขาดทนุ ทง้ั ขน้ึ ท้ังล่องซ!ี
พวกเรานบั วา่ ดมี าก วาสนาเรามคี วามดคี มุ้ ครองถงึ ไดม้ าพบพระพทุ ธศาสนาอนั
เปน็ ศาสนาทถ่ี กู ตอ้ งตายตวั บอกขวากหนามใหส้ ตั วโ์ ลกรแู้ ละหลบหลกี กนั และบอก
สวรรค์ นพิ พาน ใหส้ ตั วโ์ ลกไดไ้ ป ไดน้ อ้ มใจเขา้ มาประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ถวายกาย วาจา ใจ
ตลอดชีวติ ทุกสงิ่ ทกุ อย่างกบั พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ดำ� รงตนอยูด่ ้วยศีล
ดว้ ยธรรม ประพฤตคิ ณุ งามความดตี ลอดมาเพอ่ื เปน็ การเพม่ิ พนู บญุ วาสนาบารมขี อง
ตนๆ ให้สงู ส่งยิง่ ขน้ึ ไป
ผไู้ มม่ โี อกาสทำ� ไดอ้ ยา่ งนม้ี จี ำ� นวนมากมาย อยากจะพดู วา่ ราว ๙๙ % ประเภท
เปน็ อยดู่ ว้ ยความเชอื่ บญุ เชอ่ื บาป ยงั เหลอื เปอรเ์ ซน็ ตเ์ ดยี วหรอื ไมถ่ งึ เปอรเ์ ซน็ ตก์ อ็ าจ
เป็นได้ เมื่อเทยี บกับโลกทัง้ โลก
ความเกดิ ความตายมนั เหน็ อยชู่ ดั ๆ ภายในจติ เพราะฉะนนั้ ขอใหเ้ รยี นความจรงิ
ซ่งึ มอี ยูท่ ่จี ิต มันเกิดอย่ทู นี่ นั่ มนั ตายอย่ทู ี่นัน่ เช้ือให้เกดิ ให้ตายมอี ยูท่ ่ีจิต เมื่อเรยี น
และประพฤติปฏิบัติทางด้านจิตภาวนา ทดสอบเข้าไปหาความจริงท่ีมีอยู่ภายในจิต
ทง้ั เรอื่ งเกดิ เรอ่ื งตาย เรอ่ื งความเกย่ี วขอ้ งพวั พนั ตา่ งๆ เรอื่ งดเี รอื่ งชว่ั เรอ่ื งบญุ เรอ่ื งบาป
เรยี นเขา้ ไปตรงนน้ั จะเจอเขา้ กับความจรงิ ในแง่ต่างๆ ทน่ี นั่ โดยไมม่ ีทางสงสัย
122
เมอื่ เจอดว้ ยใจตนเองอยา่ งประจกั ษแ์ ลว้ กเ็ หมอื นเราไปเหน็ ดว้ ยตาเนอ้ื เราจรงิ ๆ
เราจะลบลา้ งไดอ้ ยา่ งไร ปฏเิ สธไดอ้ ยา่ งไรวา่ สงิ่ นน้ั ไมม่ ี แตก่ อ่ นเขา้ ใจวา่ ไมม่ ี แตไ่ ปเหน็
ดว้ ยตาแลว้ จะปฏเิ สธไดอ้ ยา่ งไร เพราะตนเปน็ ผเู้ หน็ เอง ถา้ ลบกต็ อ้ งลบดว้ ยการควกั
ลูกตาตนออกเพราะลูกตาโกหก ท่ีลบล้างไม่ลงลบล้างไม่ได้เพราะตนเห็นด้วยตาว่า
สงิ่ นน้ั มนั มอี ยจู่ รงิ ถา้ เปน็ ดา้ นวตั ถทุ จ่ี บั ตอ้ งดไู ดก้ จ็ บั ตอ้ งดไู ด้ เมอื่ เปน็ เชน่ นน้ั ตนจะ
ลบลา้ งไดเ้ หรอ? วา่ สงิ่ นนั้ ไมม่ ี คอื สงิ่ ทตี่ นถอื และดอู ยนู่ น้ั ลบลา้ งไมไ่ ด้ ดงั นน้ั ความจรงิ
ทมี่ ีอยู่ ทา่ นผ้ใู ดรู้เห็น ทา่ นผนู้ น้ั ต้องยอมรับความจริงนนั้ นอกจากผไู้ มส่ นใจอยากรู้
อยากเห็นยิง่ กว่าการเชื่อตวั เองเทา่ นน้ั กส็ ุดวสิ ยั ท่ธี รรมจะชว่ ยได้
เรอ่ื งของความจรงิ เปน็ อยา่ งนี้ และพวกทรี่ คู้ วามจรงิ กร็ อู้ ยา่ งน้ี ทา่ นจงึ ไมล่ บลา้ ง
และสอนตามความมคี วามจรงิ พวกเราเปน็ คนมดื บอด จงึ ควรเชอ่ื และดำ� เนนิ ตามทา่ น
จะเปน็ ทางทถ่ี กู ตอ้ งดงี าม เปน็ ความสวสั ดมี งคลแกต่ วั เอง ผมู้ งุ่ หวงั ความหลดุ พน้ ทง้ั ปวง
นับแต่ขั้นต่�ำจนถึงขั้นสูงสุด เป็นความจริงไปตามขั้นของธรรมและข้ันของผู้เรียน
“จิตภาวนา” นัน่ แหละ เปน็ ผ้จู ะทราบได้ชัดเจน
ในวงขนั ธม์ คี วามกระเพอ่ื ม กระเทอื นดว้ ยภพชาติ โดยอาศยั อารมณเ์ ปน็ ผชู้ กั ใย
อยตู่ ลอดเวลา ดว้ ยความเกดิ ความดบั ๆ อนั มเี ชอื้ อยภู่ ายในใหเ้ ปน็ ผผู้ ลกั ดนั ใหอ้ าการ
ของจติ ออกแสดงตวั จติ ยงั ไปไม่ไดเ้ พราะยงั มอี ตั ภาพเปน็ ความรบั ผดิ ชอบอยู่ จติ จงึ
กระเพอ่ื มอยู่ อารมณเ์ ปน็ ความเกดิ ดบั ๆ อยเู่ พยี งเทา่ นนั้ ถา้ ใจสามารถออกจากรา่ งได้
ใจจะเขา้ ปฏสิ นธสิ กั กอ่ี ตั ภาพกไ็ ดใ้ นวนั หนง่ึ ๆ จะไดเ้ ปน็ ลา้ นอตั ภาพในคนๆ หนง่ึ เพราะ
มีความตดิ ความข้องความรักความชอบใจเป็นสายใย รกั กต็ ิด ชงั ก็ติด โกรธกต็ ิด
เกลยี ดก็ตดิ ตดิ ไดท้ ้งั นนั้ ไม่มอี ั้น อะไรๆ มันตดิ ทั้งนน้ั ถา้ ใจตดิ อะไร ท�ำให้เปน็ ภพ
เปน็ ชาตขิ น้ึ มาอยา่ งเปดิ เผยในขณะทตี่ ดิ แลว้ วนั หนง่ึ ๆ จะมกี ลี่ า้ นอตั ภาพในตวั เราเอง
แตน่ ม่ี นั ไดอ้ ตั ภาพอยา่ งเปดิ เผยเพยี งอนั เดยี วเทา่ นน้ั ใจจงึ เปน็ เพยี งไปตดิ ไปยดึ อยกู่ บั
อารมณน์ น้ั ๆ เทา่ นน้ั ไมอ่ าจถอนตวั ออกจากอตั ภาพนไี้ ปเขา้ สอู่ ยกู่ บั อารมณท์ ใ่ี จตดิ ได้
คนเราจงึ มไี ดเ้ พยี งอตั ภาพเดยี ว ความเปน็ จรงิ อยา่ งนี้ การเรยี นกเ็ รยี นอยา่ งน้ี เรยี นให้
ทราบวถิ ีของจิตซง่ึ พรอ้ มที่จะติดอยูเ่ สมอ
123
คดิ เรอื่ งอะไรคอยแตจ่ ะตดิ ตำ� หนติ ชิ มสง่ิ ใดกไ็ ปตดิ กบั สง่ิ นนั้ ตำ� หนกิ ต็ ดิ ชมกต็ ดิ
ถา้ จติ อยใู่ นขนั้ ทค่ี วรจะตดิ เปน็ ตดิ ทง้ั นนั้ ไมถ่ อยในเรอื่ งตดิ เพราะฉะนน้ั เรอื่ งเกดิ เรอ่ื งตาย
ของจติ จงึ ไม่มีถอย เรอ่ื งสุขเรื่องทุกขข์ องจติ จงึ มปี ระจ�ำตน เพราะความคิดปรงุ พาให้
เปน็ ไป จติ เปน็ ผไู้ มถ่ อยในการทำ� กรรมดชี ว่ั ผลสขุ ทกุ ขจ์ งึ เปน็ เงาตามตวั แลว้ ปฏเิ สธได้
อยา่ งไร เรอ่ื งความเปน็ ของจติ กเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งนี้ เหน็ ชดั ๆ ภายในตวั เอง การเรยี นจงึ เรยี น
ลงทนี่ ี่ เมอ่ื เรยี นลงไปทนี่ ซ่ี ง่ึ เปน็ เปา้ หมายแหง่ ความจรงิ ทงั้ หลายกร็ ชู้ ดั เจนโดยลำ� ดบั ๆ
อนั ใดทคี่ วรปลอ่ ย เมอื่ มคี วามสามารถรไู้ ดด้ ว้ ยสตปิ ญั ญาแลว้ มนั ปลอ่ ยของมนั เอง
เมอ่ื ปลอ่ ยแลว้ สง่ิ นนั้ ไมม่ มี าขอ้ งใจอกี คอ่ ยๆ หมดไปๆ ใจหดตวั เขา้ มาเลอ่ื นเขา้ มา จากท่ี
เคยอยวู่ งกวา้ ง ปลอ่ ยแลว้ ปลอ่ ยเขา้ มาๆ วงกแ็ คบเขา้ จนกระทง่ั เหลอื นดิ เดยี วคอื ทใ่ี จนี้
ก็รู้ว่า “นี่เช้ือแห่งภพยงั มีอย่ภู ายในใจ” นีเ่ ชอ้ื แหง่ ภพน้ีเป็นส่งิ หลอกตาได้เป็นอยา่ งดี
ถา้ ไมใ่ ชส้ ตปิ ญั ญาพจิ ารณาอยา่ งละเอยี ดสขุ มุ จะตดิ เชอื้ แหง่ ภพอยา่ งไมส่ งสยั ไดเ้ คย
บอกแลว้ ว่า จติ มันร้ตู วั เองอย่างชัดๆ จากการปฏบิ ัติ จะลบล้างได้อย่างไรว่า “จิตนี้
เม่อื ตายไปแล้วจะไมพ่ าเกดิ อกี ” เพราะตัวเกิดก็อยู่กบั จิต จิตกร็ ู้วา่ การจะเกิดอีกนัน้
เพราะเช้ือนเี้ ปน็ เหตุ รๆู้ เหน็ ๆ กนั อยา่ งเปิดเผยจากการปฏบิ ัติทางจติ ภาวนา ซง่ึ เป็น
ทางดำ� เนนิ ทท่ี รงดำ� เนนิ แลว้ ทรงรปู้ ระจกั ษพ์ ระทยั มาแลว้ เชอื้ แหง่ ภพชาตมิ อี ยใู่ นจติ
มากนอ้ ย จิตจะต้องเกดิ ในภพอกี
เมอ่ื ปฏบิ ตั จิ ติ ภาวนาเขา้ สขู่ น้ั ละเอยี ด กเิ ลสยงั มมี ากนอ้ ยยอ่ มรไู้ ดช้ ดั ดว้ ยปญั ญา
เพราะสตปิ ญั ญาอนั ละเอยี ดนค้ี มมาก ไมม่ อี ะไรจะหนรี อดไปได้ เพราะปญั ญาความรู้
เหน็ สงิ่ ตา่ งๆ ทมี่ าเกยี่ วขอ้ งกบั จติ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ จติ จะมสี าเหตใุ หไ้ ปเกดิ ทนี่ น่ั ไปเกดิ
ทโ่ี นน่ สตปิ ญั ญาตามแกไ้ ขทนั กบั เหตกุ ารณไ์ มเ่ นนิ่ ชา้ และสามารถตดั ขาดไดใ้ นโอกาส
ท่ีเหมาะสม
ประการหนงึ่ จติ ขนั้ ละเอยี ดนพี้ รอ้ มทจ่ี ะหลดุ พน้ อยแู่ ลว้ เมอ่ื สตปิ ญั ญาถงึ พรอ้ ม
กบั สิ่งที่ควรตัดในโอกาสที่ควร จนสามารถตดั ขาดเสียได้ ไม่มเี งือ่ นสืบต่อภายในจติ
จนเป็นจติ ทบี่ ริสุทธล์ิ ้วนๆ ขนึ้ มา
124
เมอ่ื จติ บรสิ ทุ ธแิ์ ลว้ จะสญู ไปไหน? ถา้ มกี ารสญู ไปอยู่ จะเอาอะไรมาบรสิ ทุ ธ?์ิ และ
เอาอะไรมาศักด์สิ ทิ ธว์ิ ิเศษ? แม้พจิ ารณาเทา่ ไรๆ กไ็ ม่มเี งื่อนสบื ต่อ เพราะกเิ ลสหมด
ไปแลว้ จติ ถงึ ความบรสิ ทุ ธแ์ิ ทแ้ ลว้ จงึ เปน็ อนั หมดปญั หากบั จติ ดวงนี้ ความทจี่ ติ นจ้ี ะ
เกดิ จะตายตอ่ ไปอกี ไมม่ !ี ความสญู กไ็ มป่ รากฏวา่ มี เพราะฉะนนั้ พระพทุ ธเจา้ ผบู้ รสิ ทุ ธิ์
จึงไม่ทรงแสดงความสูญไว้กับจิตพระอรหันต์ และจิตของสัตว์โลก จึงขอย้�ำอีกว่า
จติ ทจี่ ะหมดปญั หาแลว้ มนั สญู ไหม? จติ ยงิ่ เดน่ แลว้ จะเอาอะไรมาสญู เลา่ ? เมอื่ ความจรงิ
เปน็ อย่างนี้จะเอาอะไรมาสูญ? ขดุ ค้นเรอื่ งสญู เท่าไร จติ ยง่ิ เดน่ ยิง่ ชดั ไม่มีอะไรสงสัย
เด่นจนพูดไม่ถูกบอกไม่ถูกตามโลกนิยมสมมุติซึ่งหาท่ีส้ินสุดยุติไม่ได้ ถ้าใครยัง
อวดเกง่ ตอ่ ความคดิ วา่ “ตายแลว้ สญู ” เวลาไปโดยผลทไ่ี มค่ าดฝนั ในภพหนา้ กจ็ งเรยี ก
“ความตายแลว้ สูญ” มาชว่ ยถ้าจะสมหวัง
จิตทเี่ ด่นนอกวงสมมุตนิ ้ี แม้เด่นเพียงไรก็พดู ให้ถูกตอ้ งความจรงิ ไมไ่ ด้!
เมอื่ ปญั หาเกยี่ วกบั การตายเกดิ ตายสญู สน้ิ ไปจากใจแลว้ กเ็ ปน็ ผู้ “สนิ้ เรอ่ื ง” โดย
ประการทงั้ ปวง ถงึ ความบรสิ ทุ ธเ์ิ ตม็ ภมู ิ จติ ทบี่ รสิ ทุ ธเิ์ ตม็ ภมู นิ สี้ ญู ไหม? เมอื่ รชู้ ดั เหน็ ชดั
อย่างนีแ้ ลว้ ธรรมชาตนิ ีจ้ ะสูญไปไหน? ลงความจรงิ ทีร่ ้อู ยนู่ ่จี ะลบได้ไหม? จะให้สูญ
ไดไ้ หม? ใครจะไปลบเลา่ ? นอกจากคนตาฝา้ ฟางมองไมเ่ หน็ หนทาง เหยยี บแตข่ วากแต่
หนามแลว้ กบ็ อกวา่ หนทางไมด่ ี สงิ่ ทมี่ กี ค็ อื ขวากหนามเตม็ ฝา่ เทา้ เทา่ นนั้ เมอื่ เปน็ เชน่ นนั้
เราจะเชอ่ื คนตาดหี รอื คนตาบอด จงตดั สนิ ใจดว่ น! อยา่ ใหเ้ สยี ดายเดย๋ี วตายเปลา่ จะวา่
ไมบ่ อกไมเ่ ตอื น ท่ีอธบิ ายมาทง้ั นเี้ ปน็ ค�ำบอกคำ� เตือนอยูแ่ ลว้
ความบรสิ ทุ ธท์ิ ไ่ี มต่ อ้ งฝนื อะไรๆ กค็ อื อนั นแี้ ล แลว้ อนั นจี้ ะสญู ไปไดอ้ ยา่ งไร แตจ่ ะ
มาตง้ั อยเู่ หมอื นหมอ้ ไหโอง่ นำ้� ไมไ่ ด้ เพราะคนไมใ่ ชห่ มอ้ และนเี่ ปน็ จติ จติ ธรรมดากบั
จิตบริสุทธน์ิ น้ั ผดิ กันมากมาย จะมาตั้งกฎเกณฑ์ใหเ้ ปน็ อย่างนี้ ใหอ้ ยแู่ บบนๆ้ี ไมไ่ ด้
ไมว่ า่ แบบใดๆ เพราะไม่ใช่ “ฐานะ” ของจติ ประเภทน้ีทจี่ ะมาตง้ั แบบนหี้ รอื แบบใดๆ
ดงั ทา่ นวา่ “นพิ พานงั ปรมงั สญุ ญงั ” นพิ พานสญู แบบนเี้ อง คอื สญู แบบนพิ พาน มใิ ชส่ ญู
แบบโลกๆ ที่เขา้ ใจกัน
125
“สูญแบบนิพพาน” คือไม่มีอะไรบรรดาสมมุติเหลืออยู่ภายในจิต ผู้ท่ีรู้ว่าสิ่ง
ท้งั หลายสูญสิ้นแล้วจากใจนนั่ เลย นน่ั แหละคือตวั จริง นั่นแหละคอื ผบู้ ริสุทธ์ิ ผ้นู จ้ี ะ
สญู ไปไมไ่ ด้ ยงิ่ เดน่ ยงิ่ ชดั ยง่ิ เขา้ ใจแจม่ แจง้ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง ผนู้ ไี้ มส่ ญู ผนู้ แี้ ลเปน็ ผทู้ รง
คณุ สมบตั อิ นั ยอดเยย่ี ม ในบททสี่ องวา่ “นพิ พานงั ปรมงั สขุ งั ” ผนู้ แี้ ลเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่
นอกสมมุติท้ังปวง
ถา้ จติ บรสิ ทุ ธไิ์ ดส้ ญู ไปจรงิ ๆ ธรรมบทนจี้ ะขน้ึ มารบั ไมไ่ ด้ เพราะกส็ ญู ไปหมดแลว้
ไมม่ อี ะไรจะมาเปน็ สขุ อยา่ งยงิ่ ไดเ้ ลย การปฏบิ ตั ใิ หเ้ ขา้ ใจความจรงิ ความแทข้ องธรรม
ต้องปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ธรรม อย่าฝืนธรรม จะไมร่ ู้ความจรงิ แมม้ ีอยู่ในตน
คำ� วา่ “โลก” คอื “หมสู่ ตั ว”์ กห็ มสู่ ตั วต์ รงนเ้ี อง คอื ตรงทม่ี เี ชอ้ื ไดแ้ กอ่ วชิ ชาตณั หา
อปุ าทานพาใหเ้ กดิ อยไู่ มห่ ยดุ กอ่ นจะไปเกดิ ใหมต่ อ้ งเกดิ อยภู่ ายในจติ นเี้ อง ทา่ นเรยี กวา่
“หมสู่ ตั วพ์ ากนั เกดิ อยทู่ วั่ โลกดนิ แดน” “ตายทวั่ โลกดนิ แดน” กค็ อื ธรรมชาตทิ วี่ า่ นนั่ เอง
ไม่มีอันใดเปน็ ผ้พู าใหเ้ กดิ พาใหต้ าย
สว่ น ความทกุ ขค์ วามลำ� บากทมี่ าจากธรรมชาตทิ ก่ี อ่ ภพ ไดแ้ ก่ “ชาตปิ ิ ทกุ ขา ชราปิ
ทกุ ขา มรณมั ปิ ทกุ ขงั ” ธรรมชาตอิ นั นเี้ อง เมอ่ื ละหมดโดยตลอดทวั่ ถงึ ไมม่ เี ชอ้ื “วฏั ฏะ”
ทจ่ี ะพาใหเ้ กดิ อกี แลว้ ธรรมชาตนิ ก้ี เ็ ปน็ “ววิ ฏั ฏะ” คำ� วา่ “โลกคอื หมสู่ ตั ว”์ กพ็ ดู ไมไ่ ด้
อีกแล้ว หมดปัญหาท่ีจะพูดวา่ โลกคอื หมสู่ ตั วข์ องผูบ้ รสิ ทุ ธน์ิ น้ั
ฉะนนั้ พวกเราจงพยายามปฏบิ ตั ติ ามหลกั ความจรงิ ทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสงั่ สอนไว้
แลว้ น้ี ในธรรมทา่ นวา่ “สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม” พระธรรมอนั พระพทุ ธเจา้ ตรสั ไว้
ชอบแลว้ ชอบทุกส่งิ ทุกอยา่ ง ไมว่ ่าเบ้ืองตน้ คือ “อาทิกลั ยาณงั ” ไพเราะเพราะพรง้ิ
เต็มไปด้วยเหตุด้วยผลในเบื้องต้นแห่งธรรม “มัชเฌกัลยาณัง” ไพเราะเพราะพร้ิง
เตม็ ไปดว้ ยเหตดุ ว้ ยผล เตม็ ไปดว้ ยความถกู ตอ้ งดงี ามในทา่ มกลางแหง่ ธรรม “ปะรโิ ย-
สานะกลั ยาณัง” ไพเราะในทส่ี ุด ทำ� ใหผ้ ู้ฟังซาบซ้งึ เต็มไปด้วยเหตดุ ้วยผล ด้วยความ
ถกู ตอ้ งดีงามสดุ ส่วนแห่งธรรม ทกุ ชัน้ ทกุ วรรคทุกตอน
126
สง่ิ ทน่ี า่ ตเิ ตยี นและควรแกไ้ ขอยา่ งยง่ิ กค็ อื จติ ใจของสตั วโ์ ลกผฝู้ นื หลกั ธรรมอยู่
ตลอดเวลา เพราะกเิ ลสมอี ำ� นาจมากกว่าจึงทำ� ให้ฝืนธรรม เมอ่ื ฝนื ธรรมก็ต้องไดร้ บั
ความทกุ ข์ เกดิ กเ็ ป็นเรา แกก่ ็เป็นเรา เจ็บกเ็ ป็นเรา ตายกเ็ ป็นเรา ทกุ ข์ยากล�ำบาก
ชนดิ ไหนๆ ตนกเ็ ปน็ คนรับเสยี เอง กิเลสมันไมม่ ารับแทนพอจะใหม้ ันกลวั ทกุ ข์ แล้ว
แสวงหาธรรมเป็นทพ่ี ่ึงดังพวกเรา
พระพุทธเจ้าทา่ นไม่รับทกุ ข์ สาวกท่านไมร่ ับทกุ ข์ ดงั ทมี่ วลสตั วร์ ับกัน!
เพราะฉะนั้นจึงควรเห็นโทษแห่งการฝืนธรรมว่าเป็นของไม่ดี จะท�ำให้เกิดไป
เรอื่ ยๆ ตามความฝา่ ฝนื จงพยายามแกไ้ ขดดั แปลงหรอื ฝกึ ทรมาน ชำ� ระสะสางสงิ่ ทพี่ า
ใหฝ้ นื นน้ั ออกจากใจ เราจะคลอ้ ยตามธรรมซาบซง้ึ ในธรรมไปเรอ่ื ยๆ ความซาบซงึ้ ใน
ธรรมนน้ั เพราะธรรมเรม่ิ เขา้ ถงึ ใจเรา และกเิ ลสกเ็ รมิ่ ถอยทพั กเิ ลสเบาบางลงไปแลว้
จึงทำ� ใหม้ คี วามซาบซ้ึงดม่ื ดำ่� มคี วามพอใจบำ� เพญ็ ศีลบ�ำเพญ็ ธรรม
ถา้ มแี ตก่ เิ ลสลว้ นๆ เตม็ หวั ใจ ไมม่ ธี รรมเขา้ ขดั ขวางตา้ นทานไวบ้ า้ งเลย ยอ่ มไมม่ ี
ใครจะสนใจในอรรถในธรรมกนั ชาตนิ น้ี บั วา่ เรามวี าสนา เพราะมธี รรมคอยสะกดิ ใจ
ใหเ้ รามคี วามชอบความพอใจอยากไปวดั ไปวา บำ� เพญ็ ศลี บำ� เพญ็ ทาน บำ� เพญ็ ภาวนา
ใหม้ ชี อ่ งทางปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ ธรรม มคี วามดดู ดม่ื มคี วามพออกพอใจ มคี วามเชอ่ื ความ
เลอ่ื มใสในธรรม อนั เปน็ ธรรมรสภายในใจ มธี รรมคมุ้ ครองจติ ใจ กเิ ลสแมย้ งั มอี ยใู่ นใจ
กจ็ รงิ แตธ่ รรมทไ่ี ดส้ ง่ั สมมาจงึ พอตอ่ สตู้ า้ นทานกนั หากมแี ตเ่ รอ่ื งกเิ ลสลว้ นๆ แลว้ การทำ�
ความดยี อ่ มเปน็ การทำ� ยากยงิ่ ทงั้ ไมส่ นใจจะทำ� สนใจแต่ “บาปกรรม” นำ� ตนเขา้ สคู่ วาม
ลามกตกนรกทัง้ เป็นท้งั ตายไม่มวี ันผลุบโผล่ไดเ้ ลย
ผ้ไู มม่ ีธรรมในใจ กค็ อื ผมู้ บี าปเตม็ ไปท้ังดวงใจนั้นแล ผลของบาปจึงได้รบั แต่
ความทกุ ขค์ วามลำ� บากเรอ่ื ยๆ ไป ไมว่ า่ อยใู่ นภพใดกำ� เนดิ ใด แดนใดภาษาใด เพราะ
ใจนน้ั มนั ไมม่ ชี าตชิ นั้ วรรณะ ไมม่ ภี าษา แตเ่ ปน็ แหลง่ ผลติ กรรมดชี วั่ ทง้ั ปวง และเปน็
คลงั แหง่ วบิ ากคอื ผรู้ บั ผล จงึ ตอ้ งรบั ทงั้ ความสขุ ความทกุ ขท์ ต่ี นสรา้ งขนึ้ ทำ� ขน้ึ มากนอ้ ย
จะหลบหลกี ปลกี ตวั ไปทไ่ี หนไมไ่ ด้ ถา้ ไมส่ รา้ งปอ้ มปราการคอื บญุ กศุ ลไวเ้ สยี แตบ่ ดั น้ี
127
ซงึ่ ยงั ไมส่ ายเกนิ ไป เพอ่ื บรรเทาหรอื ลบลา้ งบาปใหล้ ดนอ้ ยลงจนไมม่ บี าปตดิ ตวั ตดิ ใจ
ผู้นี้แลคือผู้มีความสุขแท้ ไม่เพียงแต่ความสุขที่เกิดจากการเสกสรรปั้นยอซ่ึงหา
ความจรงิ มไิ ด้
การกลา่ วทง้ั หมดนี้ ใหต้ า่ งคนตา่ งนอ้ มเขา้ สใู่ จของตนเอง ซง่ึ เปน็ ตวั การกอ่ กรรม
ทำ� เขญ็ ดว้ ยกนั เปน็ ตวั การทงั้ เรอื่ งทเ่ี ปน็ มาน้ี เปน็ ตวั การทงั้ เรอ่ื งชำ� ระคอื แกไ้ ข ตอ้ งฝนื
ตอ่ สกู้ บั กเิ ลส ตอ้ งฝนื อยา่ ถอย มนั จะไดใ้ จ เพราะกเิ ลสเคยฝนื เราและเคยบงั คบั เรา
มานานแลว้ คราวนเ้ี ราพอมที างสู้ เพราะไดอ้ รรถไดธ้ รรมมาจากพระพทุ ธเจา้ จากครบู า-
อาจารยเ์ ปน็ เครอ่ื งมอื ตอ่ สกู้ บั กเิ ลส สไู้ มถ่ อย ขนึ้ ชอื่ วา่ สแู้ ลว้ จะตอ้ งมชี ยั ชนะจนไดใ้ น
วนั เวลาหนงึ่ ทแี รกเรายอมมนั แบบหมอบราบเลย ถา้ ไมส่ มู้ นั กไ็ มเ่ รยี กวา่ “ลกู ศษิ ยพ์ ระ
ตถาคต” ผเู้ กง่ กลา้ ในการรบกบั กเิ ลส การตอ่ สยู้ งั ดกี วา่ ยอมแพเ้ สยี ทเี ดยี ว คราวนแ้ี พ้
เพราะกำ� ลงั ยงั ไมพ่ อ กต็ อ้ งยอมแพไ้ ปกอ่ น คดิ อบุ ายขน้ึ มาใหม่ สเู้ รอื่ ยๆ สกู้ นั ไปสกู้ นั มา
ยอ่ มมีทางชนะกันไปเร่ือยๆ เมื่อสู้บอ่ ยเข้า ความช�ำนาญย่อมตามมา และความชำ� นะ
มมี ากข้ึนๆ ต่อไปความแพ้ไม่ค่อยบอ่ ยไมค่ ่อยมี นั่น! ฟังซิ
ทำ� ไมจงึ เปน็ เชน่ นนั้ ? เพราะจติ ถงึ ธรรมขนั้ ไมย่ อมถอยทพั กลบั แพแ้ ลว้ ถา้ จะแพ้
กเิ ลสนอ้ ยใหญต่ อ่ ไปอกี กข็ อใหต้ ายเสยี ดกี วา่ ทจ่ี ะมาเจอความแพน้ ี้ ซง่ึ เปน็ ความตำ่� ตอ้ ย
ดอ้ ยสตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร จงึ ขอใหต้ ายเสยี ดกี วา่ ขอใหช้ นะกเิ ลสทกุ ประเภท
โดยถา่ ยเดยี วเทา่ นน้ั ไมข่ ออยา่ งอน่ื ทโี่ ลกขอกนั ถา้ ไมช่ นะกใ็ หต้ าย นนั่ ! ฟงั ซิ เดด็ ไหม?
จิตดวงเดียวนแ่ี หละ ดวงทีเ่ คยแพ้เคยล้มลกุ คลุกคลานนแ่ี หละ
เมอื่ เวลาพลกิ ตวั ขน้ึ สธู่ รรม ดว้ ยไดร้ บั การฝกึ ฝนอบรมจากครอู าจารยม์ าแลว้ ดว้ ยดี
จิตมีก�ำลังวังชาพอมีความรู้ความฉลาด ตลอดถึงผลท่ีได้รับประจักษ์ใจเป็นเคร่ือง
สนบั สนนุ จติ ใจใหถ้ งึ ขนั้ ทวี่ า่ “ใหต้ ายเสยี ดกี วา่ ทจี่ ะเจอความแพก้ บั กเิ ลสนอ้ ยใหญอ่ กี ”
ไม่ประสงค์อีกแลว้ เรอื่ งความแพน้ ี้ไมเ่ ปน็ ของดพี อจะส่งเสริมเลย
เขาแขง่ กฬี ากนั แพก้ นั ผแู้ พก้ ย็ อ่ มเสยี ใจ แมจ้ ะเปน็ การเลน่ สนกุ กนั กต็ าม ยงั ทำ� ให้
ผแู้ พเ้ สียใจได้
128
เรอื่ ง “วฏั สงสาร” คอื เรอ่ื งความเกดิ ความตาย เรอ่ื งกเิ ลสซง่ึ เปน็ ภยั ตอ่ เราโดยตรง
ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งเลน่ ๆ ดงั เขาเลน่ กฬี ากนั เปน็ เรอ่ื งของความทกุ ขก์ องทกุ ขใ์ นตวั เราแทๆ้ การแพ้
สง่ิ นถี้ อื เปน็ ของเลน่ ของดแี ลว้ หรอื เราคดิ ดใู หด้ ี ความจรงิ แลว้ ไมใ่ ชข่ องดเี ลย ความแพ้
กเิ ลสเปน็ ความเสยี หายแกต่ วั เราไมม่ ที สี่ นิ้ สดุ ฉะนน้ั การแพก้ เิ ลสจงึ เปน็ เรอ่ื งใหญโ่ ตมาก
ทำ� ไมถงึ ยอมแพม้ นั เรอื่ ยๆ เอา้ ! สมู้ นั ไมถ่ อย จนไดช้ ยั ชนะไปเปน็ ลำ� ดบั ๆ จนถงึ ขน้ั ไมใ่ ห้
มคี ำ� ว่า “แพ”้ กระทง่ั ชนะไปเลย!
ผนู้ แ้ี ลเปน็ ผปู้ ระเสรฐิ เมอ่ื ชนะไปเลยแลว้ ทนี ค้ี ำ� วา่ “ตายแลว้ เกดิ ตายแลว้ สญู ”
นนั้ หมด! ไมม่ อี ะไรเหลอื อยใู่ นใจเลย เพราะความสำ� คญั มน่ั หมายเปน็ กเิ ลสทงั้ นนั้ คำ� วา่
“ตายแลว้ เกดิ ตายแลว้ สญู นรกมหี รอื ไมม่ ี สวรรคม์ หี รอื ไมม่ ี นเ้ี ปน็ เรอื่ งของกเิ ลสพาไป
ให้คิดด้นเดาท้ังสน้ิ
พอมาถงึ ขน้ั “ชนะไปเลย” เรอ่ื งเหลา่ นกี้ ห็ มดไปในทนั ทที นั ใด ไมม่ กี ารเกดิ ไดอ้ กี
เพราะไมม่ สี ่งิ ผลกั ดนั ให้เกิด ความลงั เลสงสยั ปลงใจลงกบั ธรรมไมไ่ ด้ ทา่ นเรียกว่า
“นวิ รณ”์ เครอ่ื งกน้ั กางทางดี แตเ่ ปดิ ทางชวั่ ใหท้ ำ� ผมู้ นี วิ รณเ์ ขา้ เปน็ ใหญใ่ นใจจงึ ตอ้ ง
ตดั สนิ ใจเพอ่ื ความดงี ามอะไรไมไ่ ด้ นอกจากงานทจี่ ะลงทางตำ่� ไปเรอ่ื ยๆ นน้ั เปน็ งานที่
สนใจจดจอ่ โดยไมค่ ดิ วา่ จะผดิ พลาดประการใดและใหผ้ ลเชน่ ไรบา้ ง ดว้ ยเหตนุ คี้ วามชวั่
สัตว์โลกจงึ ท�ำได้งา่ ย แต่ความดนี น้ั ท�ำได้ยาก ผโู้ ดนทุกข์จงึ มมี ากแทบทกุ ตัวคนและ
มอี ยู่ทกุ หนทุกแหง่ แม้จะพดู วา่ หลงกองทุกข์กนั ก็ไม่ผดิ แตผ่ เู้ ปน็ สุขกายสุขใจน้ันมี
นอ้ ยมาก แทบไมน่ ่าเชือ่ ว่าจะมไี ด้
การทเ่ี ราเหน็ เขาแสดงความรน่ื เรงิ ออกมาในทา่ ตา่ งๆ และสถานทตี่ า่ งๆ เชน่ ในหนา้
หนงั สอื พมิ พเ์ ปน็ ตน้ นน่ั เปน็ เพยี งเครอ่ื งหลอกกนั เลน่ ไปอยา่ งนน้ั เอง ความจรงิ ตา่ งอม
ความทกุ ขไ์ วภ้ ายในใจแทบระเบดิ โดยไมเ่ ลอื กชาตชิ นั้ วรรณะใดๆ เลย ทงั้ นเ้ี พราะสงิ่
ทที่ ำ� ใหซ้ อ่ นความจรงิ ไวน้ น้ั ไดแ้ ก่ ความอาย กลวั เสยี เกยี รติ และเปน็ คนใหญค่ นโต
ท่ีโลกนิยม น่ีจึงน�ำออกให้โลกและสังคมเห็นแต่อาการท่ีเห็นว่าเป็นความสุขรื่นเริง
เท่าน้นั
129
ตวั ผลติ ทกุ ขแ์ กม่ วลสตั วม์ นั ผลติ อยภู่ ายในใครไมอ่ าจรเู้ หน็ ได้ นอกจากปราชญ์
ทเ่ี รยี นรแู้ ละปลอ่ ยวางมนั และกลมารยาของมนั แลว้ เทา่ นน้ั จงึ ทราบไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่
ภายในหัวใจของสัตว์โลกคุกรุ่นอยู่ด้วยไฟราคะตัณหา ไฟความโลภ หาความอิ่ม
เพยี งพอไมเ่ จอ แมจ้ ะแสดงออกในทา่ รา่ เรงิ ทา่ ฉลาดแหลมคม ทา่ ผดู้ มี คี วามสขุ ฐานะดี
เพยี งไร ก็ไม่สามารถปดิ ความจรงิ ที่มอี ย่ใู นหวั ใจใหม้ ดิ ไดเ้ ลย ปราชญท์ ง้ั หลายร้เู ห็น
จับได้ เพราะกลมายาของกิเลสกับธรรมละเอียดต่างกันอยู่มาก ท่านผู้เป็นปราชญ์
โดยธรรมจึงทราบได้ไม่ยากเยน็ อะไรเลย
ด้วยเหตุน้ีจึงควรพยายามสร้างความดีให้พอแก่ความต้องการ จิตใจเป็นของ
แกไ้ ขได้ ใจชวั่ แกใ้ หด้ กี ไ็ ด้ ทำ� ไมจะแกไ้ มไ่ ด้ ถา้ แกไ้ มไ่ ด้ พระพทุ ธเจา้ จะฝกึ พระองค์
ใหด้ ไี ดอ้ ยา่ งไร บาปนน้ั มดี ว้ ยกนั เพราะเราทกุ คนเกดิ มาทา่ มกลางแหง่ บาป เกดิ มากบั
กเิ ลสและอยู่ในวงล้อมของกเิ ลสด้วยกนั เกดิ มากบั บุญกับบาป และอยใู่ นท่ามกลาง
สงิ่ ทด่ี ชี วั่ เหลา่ นแ้ี ล เนอื่ งจากยงั ไมม่ คี วามดพี อจะใหอ้ ยเู่ หนอื สง่ิ เหลา่ นไ้ี ด้ แดนมนษุ ย์
เป็นสถานทแ่ี ละกำ� เนิดอนั เหมาะสมดีอย่แู ล้ว จะสร้างอะไรกไ็ ดเ้ ตม็ ภมู ิ แตก่ ารสร้าง
ความดนี น้ั เหมาะสมกบั ภมู มิ นษุ ยอ์ ยา่ งยงิ่ ดงั พวกเราสรา้ งหรอื บำ� เพญ็ อยเู่ วลาน้ี อนั ใด
ควรแกไ้ ขดดั แปลงกแ็ กไ้ ขและดดั แปลง สง่ิ ทคี่ วรสง่ เสรมิ กส็ ง่ เสรมิ ไปเรอื่ ยๆ ดว้ ยความ
ไมป่ ระมาทนอนใจ
การไม่ประมาท สรา้ งประโยชนเ์ พ่ือโลกและตวั เองอยู่เสมอ แมไ้ ปเกิดภพใดก็
ไมเ่ สยี ทา่ คนทม่ี คี วามดแี ลว้ ไมเ่ สยี ที มแี ตค่ วามสขุ ความเจรญิ ไปเรอื่ ยๆ ในภพนน้ั ๆ
มคี วามสขุ สบายตลอดไป จนอปุ นสิ ยั วาสนาสามารถเตม็ ทแ่ี ลว้ กผ็ า่ นไปยงั แดนเกษม
สำ� ราญ การผา่ นไปกผ็ า่ นไปดว้ ยดี อยดู่ ว้ ยความดี ความดเี ปน็ เครอื่ งสนบั สนนุ ใหผ้ า่ น
กองทุกขต์ า่ งๆ ไปได้โดยไม่มีอปุ สรรค ถ้าไม่มีความดกี ็ไปไมไ่ ด้ การไปสูค่ วามสุข
ความเจรญิ นน้ั โลกอยากไปดว้ ยกนั ทกุ คนนนั่ แล แตท่ ำ� ไมจงึ ไปไมไ่ ด?้ กเ็ พราะกำ� ลงั
ไม่พอทจ่ี ะไปน่นั เอง
ถ้าไปได้ดว้ ยความอยากไปเทา่ นัน้ โลกทัง้ โลกใครจะไม่ทนรับความทุกข์ความ
ล�ำบากที่เป็นอยูน่ เ้ี ลย แม้แต่สัตว์เขายังกลัวทกุ ข์ ทำ� ไมมนุษยฉ์ ลาดกวา่ เขาจงึ จะไม่
130
กลวั ทกุ ข์ จะทนแบกหามทกุ ขอ์ ยทู่ ำ� ไม? ทง้ั ๆ ทร่ี อู้ ยวู่ า่ ทกุ ขน์ ะ่ สตั วอ์ ยากพน้ จากทกุ ข์
อย่างเต็มใจด้วยกนั ท�ำไมไม่พ้นไปเสยี ? ทง้ั นก้ี เ็ พราะกรรมยังมี วาสนาบารมยี งั ไม่
สมบูรณ์ สุดวิสยั ทจ่ี ะไปได้ จงึ ยอมอยู่กันและเสวยทุกขต์ ามทป่ี ระสบ
ยงิ่ หลวงตาบวั ซง่ึ เปน็ คลงั แหง่ กองทกุ ขอ์ ยา่ งเตม็ ตวั เตม็ ใจอยแู่ ลว้ มใี ครมากระซบิ
วา่ “โนน่ ! ความเกษมสำ� ราญอยโู่ นน่ นะ่ มานอนกอดทกุ ขอ์ ยทู่ ำ� ไม ไปซ!ี ” จะโดดผางเดยี ว
กถ็ ึงแดนเกษมนะ่ “เอ้า! โดดๆๆ เดีย๋ วน้ี จะถงึ เดย๋ี วน”ี้ ถ้าเป็นไปไดด้ ังท่วี า่ นี้ ขาขาด
แขนขาดไปขณะทโี่ ดดกข็ าดไปเถอะ ขรวั ตาบวั ตอ้ งโดดผงึ เลยอยา่ งไมเ่ สยี ดายเพอ่ื ไป
เสวยความสุขให้บานใจหน่อยก็ยังดี ดีกว่านอนกอดทุกข์อยู่ตลอดภพชาติที่เต็มไป
ดว้ ยทกุ ข์ ไมม่ คี วามสขุ มาเยย่ี มเยยี นบา้ งเลย้ แตน่ ม่ี นั สดุ วสิ ยั จงึ ยอมนงั่ หาเหาเกาหมดั
แบบคนส้ินทา่ อยู่อยา่ งนี้
ฉะนนั้ ขอทกุ ทา่ นจงเหน็ คณุ คา่ แหง่ ความเพยี รเพอื่ ไปสแู่ ดนเกษม อยา่ เอาเพยี ง
ความอยากไปมาหลอกลอ่ ใหจ้ มอยใู่ นทกุ ขเ์ ปลา่ ธรรมทา่ นกลา่ วไวว้ า่ “คนจะลว่ งพน้
จากทุกข์ไปไดโ้ ดยลำ� ดบั ๆ เพราะความเพยี รพยายามเปน็ หลกั ใหญ”่ นเ่ี ปน็ ธรรมของ
พระพทุ ธเจา้ ผพู้ น้ จากความทกุ ขเ์ พราะความเพยี ร ไมใ่ ชเ่ พราะความอยากพน้ เฉยๆ และ
ความทอ้ ถอยออ่ นแอแยล่ งทกุ วนั กระทง่ั รบั ประทานอาหารกน็ อนรบั เพราะขเี้ กยี จลกุ
นขี่ ำ� ดี
เราเปน็ ลกู ศษิ ยพ์ ระตถาคต เปน็ พทุ ธบรษิ ทั ทา่ นหมายถงึ อะไร หมายถงึ ลกู เตา้
เหลา่ กอของพระพทุ ธเจ้า พระองคท์ รงพาเราด�ำเนินไปอยา่ งใด พระองค์ทรงด�ำเนนิ
กา้ วหนา้ เราเดินถอยหลัง มนั จะเข้ากันได้ไหม? เรากต็ ้องเดนิ กา้ วหนา้ ไปดว้ ยความ
พากเพยี รไมล่ ดละทอ้ ถอย จะชา้ หรอื เรว็ กต็ าม ขอใหค้ วามพยายามนนั้ เปน็ ไปตามกำ� ลงั
สตปิ ญั ญาความสามารถ อยา่ ละเวน้ ความเพยี รเทา่ นนั้ กช็ อื่ วา่ “เปน็ ลกู ศษิ ยท์ ม่ี คี รสู อน
ดำ� เนนิ ตามคร”ู วาสนาเราสรา้ งทกุ วนั ทำ� ไมจงึ จะไมเ่ จรญิ กา้ วหนา้ พระพทุ ธเจา้ กท็ รงสอน
ใหส้ รา้ งคณุ งามความดเี พอื่ เปน็ อำ� นาจวาสนา ทำ� ไมวาสนาจะไมส่ นบั สนนุ เรา ความจรงิ
ตามธรรมแล้ว ธรรมเหลา่ นั้นต้องสนบั สนนุ อยูโ่ ดยดี จงทำ� ใหย้ ง่ิ ๆ ขน้ึ ไปโดยล�ำดบั
ผลสุดท้ายก็เปน็ ไปไดเ้ ชน่ เดียวกับพระพุทธเจ้าน้ันแล
131
ดงั ทก่ี ลา่ วเมอื่ สกั ครนู่ วี้ า่ ทแี รกกย็ อมแพไ้ ปกอ่ น สไู้ ปแพไ้ ปๆ ตอ่ ไปสไู้ ปแพบ้ า้ ง
ชนะบ้างสลับกันไป ทง้ั แพท้ ั้งชนะมีสลับขนั้ กนั ไป ทเี ขาทีเรา ต่อไปทีเราชนะมากกว่า
ทเี ขาชนะ ต่อไปทเี ราชนะมากเขา้ ๆ สดุ ทา้ ยมีแต่ทเี ราชนะ!
กิเลสหมอบลงเร่ือยๆ นอกจากหมอบแล้ว เราฆ่ามันจนฉิบหายไปหมดไม่มี
อะไรเหลอื เม่อื ฆา่ กิเลสใหต้ ายแล้ว ไมต่ อ้ งบอกเรื่องความพ้นทกุ ข์ ใจหากพน้ ไปเอง
เทา่ ทห่ี าความสขุ อนั พงึ หวงั ไมเ่ จอ กเ็ พราะกเิ ลสเปน็ กำ� แพงขวางกนั้ ไวน้ น่ั เอง พอทำ� ลาย
มนั ให้วอดวายไปแล้ว ความพ้นทุกขก์ เ็ จอเอง ไม่ตอ้ งถามใคร!
การทสี่ ตั วม์ าเกดิ และทนทกุ ขท์ รมาน กเ็ พราะมาอยใู่ ตอ้ ำ� นาจของกองกเิ ลสเทา่ นนั้
ไมม่ ีเร่ืองอืน่ ใดเลยเป็นสำ� คัญกวา่ เรื่องกิเลสชนดิ ต่างๆ ซงึ่ เป็นนายเหนอื หัวสัตว์โลก
เราจงึ ไมค่ วรมองขา้ มกเิ ลสวา่ เปน็ ของเลก็ นอ้ ย เรอื่ งของกเิ ลสกค็ อื เรอื่ งกองทกุ ขน์ น่ั เอง
มองใหซ้ งึ้ ๆ กเิ ลสอยใู่ นใจของเรานแี่ ล มองใหเ้ หน็ กนั ทนี่ ่ี ฝกึ กนั นที่ ี่ แกก้ นั ทนี่ ่ี ฆา่ กนั
ทีน่ ่ี ตายกนั ทีน่ ่ี ไม่ตอ้ งเกิดกันก็ทนี่ แี่ หละ! ทส่ี ้นิ ทุกข์ก็อยทู่ น่ี ี่ไม่อยู่ที่อ่ืน
ขอใหพ้ ากนั นำ� ไปพนิ จิ พจิ ารณา และบำ� เพญ็ คณุ งามความดใี หม้ ากเทา่ ทจี่ ะมากได้
ไม่ตอ้ งกลัวจะพ้นทุกขเ์ พราะความดมี มี าก น่นั คดิ ผดิ กเิ ลสหลอกลวง อย่าเชือ่ มนั
เดยี๋ วจมจะวา่ ไมบ่ อก กจิ การใดกต็ ามทจี่ ะใหเ้ กดิ ความดี จะเกดิ จากการใหท้ านกต็ าม
ศลี กต็ าม ภาวนากต็ าม เปน็ ความดดี ว้ ยกนั ทง้ั นน้ั รวมกนั เขา้ กเ็ ปน็ มหาสมบตั ิ เปน็ เครอื่ ง
สนบั สนนุ จติ ใจเราใหเ้ ปน็ สขุ เปน็ สขุ เรยี กวา่ “สคุ โตๆ” อยกู่ ส็ คุ โต ไปกส็ คุ โต ถา้ คนมบี ญุ
เพราะการสรา้ งบญุ ไม่มีอยา่ งอน่ื มีอนั นี้เป็นสำ� คัญของคนใจบญุ
จึงขอยุติการแสดงแต่เพยี งเทา่ น้ี
132
สญุ กัป-ภัททกัป
ตามหลกั ธรรมทา่ นกลา่ วไวว้ า่ “สญุ กปั ” คอื ระยะทวี่ า่ งเปลา่ จากศาสนา ไมม่ อี รรถ
ไมม่ ธี รรม ค�ำว่า “ศลี ” วา่ “ธรรม” วา่ “บาป” ว่า “บุญ” นไ้ี ม่ปรากฏในความรสู้ กึ ของ
ประชาชนทงั้ หลาย คงไมม่ คี วามสนใจกนั และไมท่ ราบวา่ “ศลี ธรรม” หรอื “บาป-บญุ -
คณุ -โทษ” เปน็ ประการใดบา้ ง ทา่ นวา่ เปน็ ระยะทรี่ อ้ นมาก แตไ่ มไ่ ดห้ มายถงึ ดนิ ฟา้ อากาศ
ร้อนผิดปกติธรรมดาท่ีเคยเป็น แต่มันร้อนภายในจิตใจของสัตว์โลกที่เต็มไปด้วย
กเิ ลสซงึ่ เปน็ ธรรมชาตทิ เ่ี ผาลนใจสตั ว์ เพราะเปน็ ธรรมชาตทิ รี่ อ้ นอยแู่ ลว้ เมอื่ เขา้ ไปสงิ
ในสถานทใี่ ดจดุ ใด จดุ นน้ั ตอ้ งรอ้ น ในหวั ใจใดหวั ใจนน้ั ตอ้ งรอ้ น เพราะไมม่ นี ำ้� ดบั คอื
ศาสนธรรม
คำ� วา่ “นำ้� ” กไ็ ดแ้ ก่ “ศลี ธรรม” เปน็ เครอื่ งดบั ความรมุ่ รอ้ นภายใน คอื กเิ ลสทสี่ มุ ใจ
แมศ้ าสนามอี ยเู่ ชน่ ทกุ วนั นี้ ถา้ ไมส่ นใจนำ� “นำ�้ ศลี ธรรม” เขา้ มาชะลา้ งเขา้ มาดบั ความ
รมุ่ รอ้ นนี้กไ็ ม่วายทจ่ี ะร้อน เช่นเดียวกับ “สุญกปั ” คำ� ว่า “สญุ กปั ” ในครง้ั โน้นกบั
“สุญกปั ” ของเราในบางเวลา หรอื ของบคุ คลบางคนนน้ั มอี ย่เู ปน็ ประจ�ำ ผทู้ ีไ่ มเ่ คย
สนใจกบั ศลี กบั ธรรมหรอื กบั คณุ งามความดอี ะไรเลยนนั้ นะ่ เปน็ “สญุ กปั ” ผไู้ มส่ นใจ
อยา่ งนน้ั เราอยา่ เขา้ ใจวา่ เขามเี กยี รตมิ คี ณุ งามความดี เขาเปน็ คนเฉลยี วฉลาด เขาเปน็
คนมฐี านะดี เขาเปน็ มนษุ ยท์ ม่ี สี งา่ ราศี ตรงกนั ขา้ มหมด! คอื ภายในจติ ใจทไี่ มม่ ศี ลี ธรรม
เปน็ เครื่องหลอ่ เลีย้ งและเปน็ นำ้� ดบั ไฟแลว้ จะใหค้ วามร่มเยน็ เกิดขึ้นได้อยา่ งไร
133
เพราะกเิ ลสมนั ฝงั ลกึ อยภู่ ายในจติ ใจนนั้ เปน็ ประจำ� แมม้ สี ง่ิ ทจี่ ะดบั แตไ่ มส่ นใจ
ที่จะน�ำมาดับ แล้วจะหาความสุขความสบายมาจากท่ีไหน โลกเรามองกันส่วนมาก
มองอยา่ งเผนิ ๆ คอื มองตามความคาดความหมาย ตามความรสู้ กึ ของโลกและของตวั เอง
โดยไม่ได้น�ำเหตุน�ำผลน�ำอรรถน�ำธรรมเข้ามาเทียบเคียง หรือวัดตวงกับคนและ
สง่ิ เหลา่ นน้ั เนอ่ื งจากเราไมม่ คี วามรแู้ ละมปี ญั ญาลกึ ซงึ้ ทางดา้ นธรรมซง่ึ เปน็ ความจรงิ
และเปน็ หลกั เกณฑอ์ นั ตายตวั มาทดสอบกบั เรอ่ื งทง้ั หลาย จงึ ไมท่ ราบความจรงิ ซงึ่ มอี ยู่
ในหัวใจดว้ ยกันทกุ คน
ที่ล้วนแล้วแต่ความจริงคือธรรม ท่านสอนอรรถสอนธรรมแก่สัตว์โลกน้ัน
ทา่ นสอนความจรงิ ไมไ่ ดส้ อนความปลอม แตจ่ ติ ใจของเรามนั ชอบปลอมกบั ธรรมอยู่
เสมอ เปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ ตวั เองอยเู่ รอ่ื ยๆ เวลาจะประกอบศลี ธรรมคณุ งามความดเี ขา้ สจู่ ติ ใจ
มกั จะหาเรอ่ื งหาราวกอ่ อปุ สรรคใหข้ ดั ขอ้ งตอ่ การประกอบความดนี นั้ ๆ กลายเปน็ มาร
สงั หารตนเองโดยไมร่ สู้ กึ โดยทเี่ รากค็ ดิ วา่ เปน็ ทางออกของเราอยา่ งดี นก่ี เ็ ปน็ เรอ่ื งไฟ
ที่จะท�ำความร่มุ รอ้ นใหแ้ กเ่ ราแง่หน่ึง
เพราะฉะนนั้ คำ� วา่ “สญุ กปั ” อนั เปน็ เรอื่ งใหญน่ น้ั จงึ มาเปน็ ไดก้ บั เรอื่ งยอ่ ยๆ ใน
บรรดาเราทงั้ หลาย แมจ้ ะนบั ถอื พระพทุ ธศาสนาอยกู่ ต็ าม ระยะใดทห่ี า่ งเหนิ จากศลี ธรรม
จากการประกอบคุณงามความดี เฉพาะอย่างยิ่งคือการอบรมจติ ใจให้มคี วามรม่ เยน็
ระยะนนั้ มนั ก็เป็น “สญุ กปั ” ได้ ระยะใดทีเ่ ปน็ สญุ กปั ภายในใจ ระยะนั้นใจก็ร้อน
ความรอ้ นนั้นมันเปน็ “สญุ กปั ” ในหวั ใจคน มันจะร้อนของมันไปเรือ่ ยๆ
คำ� วา่ “สญุ กปั ” คอื วา่ งเปลา่ จากเหตจุ ากผล จากคำ� วา่ “อรรถ” วา่ “ธรรม” คำ� วา่
“บาป” วา่ “บญุ ” ไมไ่ ดร้ ะลกึ พอทจ่ี ะหาทางแกไ้ ขและสง่ เสรมิ เลย ทา่ นเรยี กวา่ “สญุ กปั
ภายในจติ ใจของสตั วโ์ ลก” และ เมอื่ “สญุ กปั ” เขา้ สจู่ ติ ใจได้ แมจ้ ะมศี าสนาอยโู่ ดยที่
ตนกป็ ฏญิ าณตนวา่ นบั ถอื ศาสนากต็ าม แตข่ ณะทไ่ี มม่ ศี าสนา ไมม่ เี หตมุ ผี ลเปน็ เครอื่ ง
ยับย้ังชั่งตวงทดสอบตนเองว่าผิดหรือถูกประการใดบ้าง ระยะน้ันเป็นความวุ่นวาย
ร่มุ รอ้ นของจติ ไม่นอ้ ย ทเี่ รียกวา่ “สุญกัป” ฉะน้ัน สญุ กปั คอื ความวา่ งเปล่าจาก
134
ศลี ธรรม เครอื่ งให้ความร่มเย็น จงึ มักเดน่ อยู่ที่จิตใจคนไม่เลอื กกาลวา่ เขา้ ถึงสุญกปั
หรอื ไม่ นเี่ ราเทยี บเขา้ มาใหท้ ราบเรอื่ ง “สญุ กปั ” ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ นกลา่ วไว้ พอเลย
จากนน้ั กม็ พี ระพทุ ธเจา้ มาตรสั รแู้ ละทรงสง่ั สอนธรรมแกโ่ ลก โลกกเ็ รม่ิ รศู้ ลี รธู้ รรมแลว้
ปรบั ตวั เปน็ คนดี มคี วามรม่ เยน็ ไปโดยลำ� ดบั เพราะอำ� นาจแหง่ ศลี ธรรมเปน็ “นำ�้ ” สำ� หรบั
ดับ “ไฟกเิ ลสตณั หาอาสวะ” ซ่งึ เปน็ ความรุ่มร้อนโดยหลกั ธรรมชาตขิ องมนั
ท่านกล่าวไว้อยา่ งนัน้ นเ่ี รายน่ เข้ามาดว้ ย “โอปนยิโก น้อมเข้ามาสู่ตวั ของเรา”
ในวนั หนงึ่ คนื หนง่ึ เดอื นหนงึ่ ปหี นงึ่ ตง้ั แตว่ นั เกดิ มาน้ี กว่ี นั กค่ี นื กเ่ี ดอื นกปี่ ี กชี่ ว่ั โมง
นาที ระยะใดบ้างในช่วงที่เกิดมาจนกระทั่งบัดนี้ซ่ึงเป็น “สุญกัป” ภายในตัวเรา?
ในระยะใดบ้างท่ีมีศาสนาประจ�ำใจ เฉพาะอย่างยิ่งแม้ในขณะท่ีนั่งภาวนามันก็เป็น
“สุญกปั ” ไดอ้ ีก นง่ั ภาวนา “พุทโธๆ” สกั ประเดยี๋ วเผลอไปลงนรกแลว้ คือยงุ่ กับ
เร่อื งนนั้ ยงุ่ กับเร่ืองน้ี วนุ่ วายกับอารมณน์ ้นั วนุ่ วายกับอารมณน์ ี้ น่นั แหละมนั เป็น
“สญุ กปั ” แลว้ โดยทเี่ ราไมร่ ตู้ วั ทง้ั ๆ ทเี่ รากว็ า่ เรานง่ั ภาวนานี่ แตม่ นั นงั่ วนุ่ นน่ั นงั่ วนุ่ น่ี
จงึ กลายเปน็ นง่ั นง่ั สญุ กปั ไป! ในหวั ใจของนกั ภาวนาทช่ี อบนง่ั สปั หงกงกงนั และจติ ใจ
ฟ้งุ ซา่ นไปตามอารมณ์โดยไม่มสี ตปิ ญั ญาตามรกั ษาและแก้ไข
เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจในเรอื่ งเหลา่ น้ี และเพอื่ ใหท้ นั กบั กลมารยาของกเิ ลสคอื ความลมุ่ หลง
อันเป็นกิเลสประเภทหน่ึง จ�ำต้องตั้งสติต้ังท่าต้ังทางระมัดระวังและพินิจพิจารณา
มเี จตนามุ่งหนา้ ต่อการงานของตนในขณะที่ทำ� อยา่ ให้ความพลั้งเผลอเหล่านน้ั เขา้ มา
แบง่ สันปันสว่ นเอาไปกิน และเอาไปกินเสียหมดกระท่ังไมม่ ีอะไรเหลอื ตดิ ตวั
พอออกมาจากทภี่ าวนา “เฮอ้ ! ทำ� ไมนงั่ ภาวนาจงึ ไมไ่ ดเ้ รอ่ื งไดร้ าวอะไรเลยวนั น!ี้ ”
ส่งิ ที่ได้เรอ่ื งไม่พดู ได้เรื่องอะไร? ก็เรื่องยุ่งเร่อื งวนุ่ วายนะซี เร่ืองไปตกนรกทง้ั เป็น
ทไ่ี หนบา้ งนน้ั ไมพ่ ดู แลว้ จะมาทวงเอาหนเ้ี อาสนิ จากอรรถจากธรรม เหมอื นศาสนาเปน็
หน้สี นิ ของตน ทำ� เหมอื นเราเปน็ เจา้ หนศ้ี าสนา ทวงอรรถทวงธรรมเอากับท่าน มันก็
ไม่ได้น่ะซี เพราะเราท�ำเหตุไม่ดีใหแ้ กต่ ัวต่างหากนี่
135
“นงั่ ภาวนาตง้ั นมตง้ั นานไมเ่ หน็ เกดิ ผลเกดิ ประโยชนอ์ ะไร! วาสนานอ้ ย เรานอี่ ยู่
เฉยๆ ไม่ทำ� เสียดกี วา่ ” นน่ั ! เอาอกี แลว้ น่นั หลอกไปเร่อื ยๆ
แตน่ ง่ั ภาวนาอยมู่ นั ยงั ไมไ่ ดเ้ รอื่ ง สง่ิ ทต่ี อ้ งการมนั ไมไ่ ดเ้ พราะเหตไุ ร? เพราะเปน็
เพยี งเจตนาขณะหนงึ่ เทา่ นนั้ ทว่ี า่ ตอ้ งการจะทำ� ภาวนา แตเ่ จตนาทแ่ี ฝงขน้ึ มาและเพม่ิ พนู
ข้ึนโดยล�ำดับๆ จนถึงฉุดลากจิตไปสู่ท่ีไหนๆ ไม่รู้ ไม่มีศีลมีธรรมประจ�ำจิตใจใน
ขณะนนั้ เลย ใจไปตกนรกทง้ั เปน็ อยทู่ ไ่ี หนกไ็ มร่ ู้ นนั่ เราไมค่ ดิ ไมเ่ อามาบวกมาลบ ไมเ่ อา
มาเทยี บเคยี งดทู ดลองดพู อใหท้ ราบขอ้ เทจ็ จรงิ กนั แลว้ กไ็ ปทวง “เอาหนเ้ี อาสนิ ” จาก
อรรถจากธรรมวา่ “ทำ� แลว้ ไมเ่ กดิ ประโยชน์ ไมเ่ กดิ ความสขุ ความสบาย ไมเ่ กดิ ความสงบ
เย็นใจ” แนะ่ !
กเ็ ราไม่หาความสงบ หาแต่ความวุ่น ผลมนั ก็ได้แต่ความทุกขค์ วามวนุ่ นน่ั นะ่ ซี
ความจรงิ ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ นแสดง ทท่ี า่ นสอนไวโ้ ดยถกู ตอ้ งนน้ั ทา่ นไมไ่ ดส้ อน
“ของปลอม” ใหพ้ วกเราเลย สงิ่ ใดทมี่ อี ยภู่ ายในจติ ใจเราทง้ั ดที งั้ ชว่ั ทา่ นสอนใหเ้ ขา้ ใจ
ดงั ทก่ี ลา่ วมา ซง่ึ มอี ยกู่ บั จติ ใจของทกุ คนทเี่ รยี กวา่ “สญุ กปั ”ๆ นะ่ ความวา่ งเปลา่ จาก
อรรถจากธรรม ทงั้ ๆ ทน่ี ง่ั ภาวนาอยู่ แตใ่ จเผลอไปไหนกไ็ มร่ ู้ ปลอ่ ยไปเรอื่ ยๆ แลว้ วา่
ตนน่ังภาวนา ผลก็ไม่ปรากฏอยู่โดยดี เพราะใจเป็น “สญุ กัป”!
ถา้ หากมสี ตสิ ตงั กำ� หนดดอู ยนู่ น่ั สมมตุ วิ า่ จะกำ� หนดลมหายใจ กต็ งั้ หนา้ ตงั้ ตาใหร้ ู้
เฉพาะลมหายใจ ไมย่ งุ่ กบั อะไร กย็ อ่ มจะปรากฏผลเทา่ ทคี่ วรเปน็ ไดต้ ามกำ� ลงั อนั ความ
อยากมันเป็นเคร่ืองผลักดันออกมาให้คิดให้ปรุง มันอยากอยู่ตลอดเวลาไม่มีความ
อมิ่ พอในการคดิ ปรงุ เพอ่ื อารมณ์ ใหท้ ราบวา่ ความอยากนเี้ ปน็ ภยั ตอ่ ความสงบ เพราะมนั
ผลกั ดนั จติ ใจใหค้ ดิ ปรงุ ในเรอ่ื งตา่ งๆ ตามนสิ ยั ทเี่ คยเปน็ มา พยายามใหเ้ หน็ ภยั ในจดุ นี้
แลว้ บงั คบั ไวไ้ มใ่ หใ้ จคดิ ในแงท่ เี่ ราไมต่ อ้ งการจะคดิ เราตอ้ งการรใู้ นสง่ิ ใด ใหก้ ำ� หนด
จติ ใจไวด้ ว้ ยดเี พอ่ื รสู้ ง่ิ นน้ั เชน่ รอู้ านาปานสตหิ รอื ลมหายใจเขา้ ออก ลมเขา้ ออกกใ็ หร้ ู้
อยดู่ ้วยสติ ใจย่อมจะสงบเยน็ ได้
136
พระพทุ ธเจา้ จะหลอกคนโกหกคนจรงิ ๆ หรอื ? หากพระองคเ์ ปน็ นกั โกหกคน ทำ� ไม
พระพทุ ธเจา้ ไดต้ รสั รดู้ ว้ ยธรรมของจรงิ ละ่ ถา้ ไมท่ ำ� จรงิ จะรู้ “ธรรม” ของจรงิ ไดอ้ ยา่ งไร?
เมื่อรู้ตามความจริงแล้วจะมาโกหกโลกได้อย่างไร มันเข้ากันไม่ได้ เหตุผลไม่มี!
ทา่ นทำ� จรงิ รจู้ รงิ เหน็ จรงิ สอนจรงิ ! ทม่ี นั ขดั กนั กต็ รงทเ่ี ราเรยี กเอาผลกอ่ นทำ� เหตนุ เี่ อง!
หากการดำ� เนนิ ของตนขดั กบั ธรรมทตี่ รงไหน ควรรบี แกไ้ ขดดั แปลงจนเขา้ กบั ธรรมได้
ใจกส็ งบ
สว่ นมากผทู้ ี่ “ปลอม” กค็ อื เราผรู้ บั โอวาทจากทา่ นมา เอามาขยข้ี ยำ� แหลกเหลวหมด
ท้งั ๆ ทเ่ี ราว่าเรานบั ถือท่าน นับถอื ศาสนาเทิดทนู ศาสนา แต่เราทำ� ลายศาสนาซง่ึ มอี ยู่
ภายในตวั ของเรา และทำ� ลาย “ตวั เอง” โดยไมร่ สู้ กึ เพราะความเผลอความไมร่ อบคอบ
ในตวั เรานั้นแลเปน็ ขา้ ศกึ ต่อเรา
ฉะนน้ั เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลเทา่ ทค่ี วรหรอื ใหไ้ ดผ้ ลยงิ่ ๆ ขนึ้ ไป จงึ ควรคำ� นงึ ถงึ เหตทุ ตี่ นทำ�
คอยจดจอ้ งมองดจู ดุ ทท่ี ำ� อยา่ ใหเ้ ผลอ เชน่ กำ� หนด “พทุ โธ” กใ็ หเ้ ปน็ “พทุ โธ” จรงิ ๆ
ให้รู้อยู่กบั “พทุ โธ” เท่านนั้ ไมต่ อ้ งการสวรรคว์ มิ านท่ไี หนละ นอกจากคำ� ว่า “พุทโธ”
ใหก้ ลมกลนื กนั กบั ความรู้ มสี ตกิ ำ� กบั งานอยเู่ ทา่ นน้ั เราจะเหน็ ความสงบ ทเ่ี คยไดย้ นิ
แตช่ อื่ กจ็ ะมาปรากฏทต่ี วั ของเรา ความเยน็ ความสบายความเปน็ สขุ ทเี่ กดิ ขน้ึ เพราะจติ ใจ
สงบ กจ็ ะเหน็ ภายในตวั เรา เราจะเปน็ ผรู้ ู้ จะเปน็ ผเู้ หน็ เราจะเปน็ ผรู้ บั ผลอนั น้ี เพราะเปน็
ผทู้ �ำเองด้วยเจตนาทถ่ี กู ต้องตามหลักธรรม จะไม่เปน็ อยา่ งอ่ืน
ศาสนาเคยสอนโลกมาอยา่ งน้ี ถา้ ผปู้ ฏบิ ตั ทิ ำ� ตามหลกั ธรรมทท่ี า่ นสอนนแ้ี ลว้ จะไม่
เปน็ อน่ื ใจตอ้ งหยงั่ เขา้ ถงึ ความสงบเปน็ อยา่ งนอ้ ย และจะสงบขน้ึ ไปเรอื่ ยๆ โทษทเ่ี คย
กลมุ้ รมุ ภายในจติ ใจกจ็ ะเหน็ กนั รกู้ นั เพราะอยกู่ บั ใจ คณุ คา่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากใจเพราะการ
ชำ� ระการฝกึ ทรมานปราบปรามกเิ ลสออกไปไดม้ ากนอ้ ย กจ็ ะปรากฏขนึ้ ภายในใจเราเอง
เราจะเปน็ ผเู้ หน็ เองรเู้ องโดยไมต่ อ้ งฟงั ขา่ วของใครๆ ทงั้ นน้ั เราเปน็ ตวั จรงิ เราเปน็ ตวั รู้
ผรู้ บั ทราบ เราเปน็ ผเู้ สวยผลเกดิ ขน้ึ จากการกระทำ� ของเรา เราจะทราบเรอื่ งตา่ งๆ เอง
137
เร่ืองภาวนาไม่ใช่เร่ืองเล็กน้อย เป็นงานที่อัศจรรย์มากมายในผลท่ีเกิดข้ึน
พระพทุ ธเจา้ เปน็ ผรู้ โู้ ลกดกี เ็ พราะการทำ� ภาวนา ทรงกำ� หนด “อานาปานสต”ิ ตามหลกั
ท่านกลา่ วไวอ้ ยา่ งนน้ั แตก่ ่อนทรงอดพระกระยาหาร โดยมงุ่ หวังความตรัสรู้จากการ
อดพระกระยาหารเท่านัน้ ไมเ่ สวย แตไ่ ม่ไดท้ รงพจิ ารณาทางใจซ่ึงเปน็ ความถูกตอ้ ง
ประกอบกนั เลย จงึ ไมไ่ ดส้ ำ� เรจ็ เมอื่ ยอ้ นพระทยั หวนกลบั ไประลกึ ถงึ เรอื่ งเมอ่ื คราวยงั
ทรงพระเยาว์ ทพ่ี ระราชบดิ าทรงพาเสดจ็ ไปแรกนาขวญั ไดท้ รงเจรญิ อานาปานสติ จติ ใจ
มคี วามสงบ จงึ ทรงนำ� เรอ่ื งนน้ั เขา้ มาพจิ ารณาดว้ ยอานาปานสติ และทรงปรากฏผลขน้ึ มา
แตเ่ รมิ่ แรกพจิ ารณา เพราะพระจติ มคี วามสงบและสงบละเอยี ดไปโดยลำ� ดบั กท็ รงมที าง
ที่จะทรงพจิ ารณาไตรต่ รองโดยทางพระสตปิ ญั ญา
ทรงยก “ปฏจิ จสมปุ บาท” ขน้ึ มา “อวชิ ชาปจั จยา สงั ขารา” เปน็ ตน้ เพราะมอี ยใู่ น
พระกาย มีอยู่ในพระจิตน้ันด้วยกัน ทรงไตร่ตรองตามเหตุตามผลตามความสัตย์
ความจรงิ ทมี่ อี ยดู่ ว้ ยพระปญั ญาปรชี าสามารถ และไดต้ รสั รู้ “เญยยธรรม” โดยตลอด
ทว่ั ถงึ ในปัจฉมิ ยามแหง่ ราตรีของเดอื นหกเพ็ญ
เมื่อ “อวิชชาปัจจยา” ที่จงู มนุษยจ์ ูงสัตว์ทั้งหลายให้ท่องเทีย่ วอยู่ใน “วฏั วน”
เหมอื นกบั คนหหู นวกสตั วต์ าบอดมาตงั้ กปั ตง้ั กลั ป์ พระองคไ์ ดท้ รงสลดั ปดั ทงิ้ บรรดา
ความบอดหนวกทงั้ ปวงในราตรวี นั นน้ั ปรากฏในพระทยั วา่ “อาสวกั ขยญาณ” ไดส้ นิ้
ไปแลว้ จากอาสวะความมดื มนอนธการทงั้ หลาย นอกจากนนั้ ยงั ทรงรู้ “ปพุ เพนวิ าสานสุ -
สตญิ าณ” ทรงระลกึ ชาตยิ อ้ นหลงั ของพระองคไ์ ดจ้ นไมม่ ปี ระมาณ และทรงรู้ “จตุ ปู ปาต-
ญาณ” รคู้ วามเกดิ ความดบั ของสตั วท์ งั้ หลายไมม่ ปี ระมาณ ญาณไหนๆ กท็ รงทราบโดย
ทว่ั ถงึ แลว้ กท็ รงนำ� สงิ่ ทที่ รงทำ� แลว้ ทรงรเู้ หน็ แลว้ ทง้ั เหตทุ ง้ั ผลนนั่ อนั เปน็ ความถกู ตอ้ ง
แม่นย�ำ มาส่ังสอนโลกให้พอลืมตาอ้าปาก พูดเป็นเสียงผู้เสียงคนขึ้นมาเป็นลำ� ดับ
ไมห่ ลบั หหู ลบั ตาอา้ ปากพดู แบบปา่ เถอ่ื นเลอื่ นลอย เหมอื นแตก่ อ่ นทย่ี งั ไมม่ ศี าสนธรรม
มาโสรจสรง ซึ่งไม่มีโอวาทค�ำสั่งสอนของผู้ใดท่ีจะถูกต้องแม่นย�ำและสะอาดย่ิงกว่า
พระโอวาทของพระพทุ ธเจา้ “เอกนามกงิ ” คอื พระโอวาทคำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ ทเี่ ปน็
138
หน่ึงไม่มสี องนนั่ แล และ “พระญาณ” ความหย่ังทราบในเหตุการณต์ า่ งๆ ก็เป็นหนง่ึ
ไมม่ สี อง ทรงรทู้ รงเหน็ ตรสั มาอยา่ งใด ตอ้ งเปน็ ไปตามความจรงิ นน้ั โดยไมเ่ ปน็ อนื่ ไป
ไดเ้ ลย นแ่ี หละ “เอกนามกงิ ” แปลวา่ หน่งึ ไมม่ สี อง พระพทุ ธเจา้ ทต่ี รัสรู้ขึ้นมาแต่ละ
พระองค์นนั้ ไมไ่ ดต้ รสั ร้ซู �้ำกัน มีพระองค์เดยี วเทา่ น้ันท่ตี รัสร้แู ตล่ ะครง้ั ๆ นอ่ี นั หน่ึง
ท่ีเรียกว่า “เอกนามกิง” มพี ระพทุ ธเจ้าครัง้ ละพระองคเ์ ดียวเทา่ นนั้
เอา้ ! ทนี ยี้ น่ เขา้ มาหาพวกเรา ทกี่ ลา่ วมาทงั้ นเี้ ปน็ ไดท้ งั้ เราทง้ั พระพทุ ธเจา้ เปน็ แต่
เพียงวา่ กว้างแคบตา่ งกัน ส�ำหรบั หลกั ฐานแหง่ ความจริงน้นั เหมอื นกนั
“จตุ ปู ปาตญาณ” ความรคู้ วามเกดิ ความดบั รทู้ ไี่ หน ถา้ ไมร่ สู้ งั ขารทเ่ี กดิ ขน้ึ และ
ดบั ไปทง้ั ดที ง้ั ชวั่ อยภู่ ายในจติ ใจ เอาตรงนี้ ปรงุ แตง่ เรอ่ื งภพเรอ่ื งชาติ เรอื่ งกเิ ลสตณั หา
อาสวะ กค็ อื ตวั นแี้ หละ ปญั ญาพจิ ารณาใหเ้ หน็ อยา่ งน้ี “อาสวะ” กห็ มายถงึ กเิ ลส รกู้ นั
ทตี่ รงไหนกด็ บั ไปๆ ทตี่ รงนน้ั จนกลายเปน็ “อาสวกั ขยญาณ” ความรแู้ จง้ ในความสน้ิ
อาสวกเิ ลสท้งั หลายโดยส้ินเชงิ เราอย่ใู นกัปไหนเวลาน้?ี
เราตอ้ งทดสอบเราว่า อยูใ่ นภทั ทกปั หรือในสุญกัป?
“ภทั ทกปั ” แปลวา่ กปั ทเ่ี จรญิ เจรญิ ในการประกอบความพากเพยี ร ในความมี
สารคณุ ภายในใจ ในวนั หนงึ่ ๆ ถา้ ไดส้ รา้ งสารธรรมขน้ึ มาภายในจติ ใจ กเ็ ปน็ “ภทั ทกปั ”
เปน็ ขณะเปน็ เวลา เปน็ กาลท่ีเจรญิ รุ่งเรือง นั่งสมาธิภาวนาก็เปน็ สมาธิภาวนา ไม่เป็น
“หวั ตอ” ไมม่ สี ตสิ ตงั ทง้ั ๆ ทไ่ี มห่ ลบั แตก่ ห็ ลบั อยเู่ รอื่ ยๆ ดว้ ยความไมม่ สี ติ คดิ ฟงุ้ ซา่ น
วนุ่ วาย ฝนั ดบิ ฝนั สกุ ไปเรอ่ื ยๆ เรอื่ งนนั้ เรอ่ื งนต้ี อ่ กนั ไป ถงึ ลกู ถงึ หลาน ถงึ บา้ นถงึ เรอื น
ถงึ กจิ การตา่ งๆ ตลอดเมอื งนอกเมอื งนาทไ่ี หนไปหมด อดตี อนาคตยงุ่ ไปไมห่ ยดุ หยอ่ น
น่เี ป็น “กัป” อะไร? ดซู ี
ถา้ ไมม่ สี ตสิ ตงั กเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ ถา้ มสี ตแิ ลว้ จะไมไ่ ป เราบงั คบั น่ี เวลานเ้ี ราตอ้ งการ
จะท�ำหน้าท่ีนี่อย่างเดียว “ให้เป็นภัททกัป อย่าเป็นสุญกัป” น่ันมันเป็น “สุญกัป”
ท่ีกลา่ วไปแล้วน้ัน มันน�ำ “ไฟ” มาเผาเจ้าของผู้เป็น “สุญกปั ” ท่ไี ม่มีศาสนาแฝงเลย
139
ขณะนน้ั นะ่ คอื ไมม่ สี ตสิ ตงั ไมม่ ปี ญั ญาตามรกั ษาเลย ปลอ่ ยแตก่ เิ ลส ใหก้ เิ ลสฉดุ ลาก
จติ ใจถา่ ยเดยี วโดยเจา้ ของไมร่ สู้ กึ กวา่ จะรสู้ กึ นะ่ เขากนิ ของดหี มดแลว้ เขาปลอ่ ยแลว้
ถึงรู้ตวั เวลาถูกเขาฉดุ เขาลากไปนัน้ ฝันสดไปกับเขา เวลาเขาปลอ่ ยแลว้ จงึ มารู้ตวั !
“โอ๊ย ตาย! มันคดิ ไปอะไร? เรื่องราวอะไร!” กย็ งั ดีอย่ทู รี่ วู้ า่ คิดไป ไอ้ทไ่ี ม่รเู้ ลย
นัน่ ซิ พอรู้ตวั ลากกลบั มา “เอ! มนั ยงั ไง? มานงั่ ภาวนาเป็นเวลาตั้งหลายนาที หรอื
เป็นช่ัวโมงๆ ไม่เห็นได้เรื่องอะไร น่ังอะไรไม่ได้เรื่องอย่างนี้น่ะ นอนเสียดีกว่า!”
ล้มไปเลย ส่ิงที่ได้เร่ืองได้ราวก็คือ “หมอน” แม้หมอนเองถ้ามีวิญญาณ ก็จะเบ่ือ
คนประเภทธรรมไมไ่ ด้เรอื่ งนเ้ี ต็มประดา เพราะ “สุญกัป” บนหมอนไมย่ อมปล่อย
เมอ่ื เปน็ เช่นน้นั มันจะดีกว่ายังไง? นอกจากมนั “ดีหมอน” เทา่ นั้น
ถา้ ดกี วา่ ดว้ ยหมอนดงั ความเขา้ ใจนนั้ ใครๆ กพ็ น้ ทกุ ขไ์ ปไดด้ ว้ ยกนั ทง้ั นน้ั แหละ!
แตน่ ม่ี นั ไมด่ กี วา่ มนั เปน็ เรอื่ งกเิ ลสหลอกเรา กลอ่ มเราใหห้ ลบั วา่ เปน็ ของดกี วา่ คอื ดกี วา่
ภาวนา!
กเิ ลสมนั ตอ้ งแทรกธรรมอยูเ่ สมอ พวกนี้พวกก่อกวน พวกยแุ หย่ พวกทำ� ลาย
หาทำ� ลายทกุ แงท่ กุ มมุ ทกุ กาลทกุ เวลาทกุ อริ ยิ าบถ ลว้ นเปน็ เรอ่ื งของกเิ ลส พระพทุ ธเจา้
จึงทรงสอนให้ปราบกิเลสพวกที่แทรกซึมอยู่ภายในใจด้วยสติปัญญา มีความเพียร
เป็นเครื่องหนนุ หลงั ความอดความทน ความพยายาม เราทำ� หน้าทก่ี ารงานอันเป็น
สารประโยชนส์ ำ� คญั เพอ่ื เรา ใหเ้ ปน็ “ภทั ทกปั บคุ คล” ขน้ึ ภายในใจ จงึ ตอ้ งอาศยั ความ
ขยันหมัน่ เพยี ร
งานทกุ ด้านท่ีเป็นผลเปน็ ประโยชน์ เราอย่าสร้างอุปสรรคมากดี ขวางไม่ใหง้ าน
นั้นๆ เป็นผลสำ� เรจ็
จติ ถา้ สงบกส็ บาย ถา้ ไมส่ งบไมว่ า่ แตก่ าลไหนๆ จนกระทงั่ วนั ตายกห็ าความสบาย
ไมไ่ ด้ เพราะจติ วนุ่ นจ่ี ะหาความสบายทไี่ หน จงทำ� ความเขา้ ใจไวว้ า่ “สญุ กปั ” กอ็ ยกู่ บั
ความไมเ่ อาไหนนน่ั แล สว่ น “ภทั ทกปั ” กอ็ ยใู่ นผมู้ คี วามเพยี ร มสี ตปิ ญั ญาเปน็ เครอื่ ง
140
รักษาตัว “สญุ กัป” ก็คือการปลอ่ ยตามเร่อื งตามราว ตามอารมณ์ ตามบญุ ตามกรรม
ไมท่ ราบบญุ ทไี่ หนกรรมทไี่ หน ปลอ่ ยเรอ่ื ยไป ความปลอ่ ยเรอื่ ยไปนนั้ คอื ความผกู มดั
ตนเองโดยไมร่ ู้สกึ ตวั แลว้ ก็จนตรอกจนมมุ เจอแตส่ ่งิ ที่ไม่พึงปรารถนา ความทุกข์
ใครปรารถนาเลา่ ในโลกน?ี้ แตท่ ำ� ไมเจอกนั ทว่ั โลกดนิ แดน นก่ี เ็ พราะความปลอ่ ยตาม
บุญตามกรรมนั่นเอง มันไม่มีเหตุผลนี่การปล่อยอย่างนั้น
ถา้ ปลอ่ ยกเิ ลสวางกเิ ลสดว้ ยสตปิ ญั ญา นนั่ มเี หตมุ ผี ล! พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงปลอ่ ย
อยา่ งนน้ั รเู้ หตรุ ผู้ ลทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งแลว้ ปลอ่ ยไปโดยลำ� ดบั จนกระทงั่ ปลอ่ ยไดโ้ ดยสนิ้ เชงิ
สุดทา้ ยกป็ ล่อยกิเลสหมด เหลอื แต่พระทัยท่ีบรสิ ุทธิ์ พระพทุ ธเจ้าท่านสอนใหป้ ล่อย
อยา่ งน้ี
พวกเรามแี ตเ่ ทย่ี วยดึ เทย่ี วถอื เทย่ี วแบกเทย่ี วหาม หนกั เทา่ ไรอยา่ งมากกบ็ น่ เอา
แลว้ กไ็ มว่ ายทจ่ี ะแบกจะหาม หามาเพม่ิ เตมิ เรอ่ื ยๆ ไมว่ า่ หนมุ่ สาวเฒา่ แกช่ ราเปน็ ตวั ขยนั
ทส่ี ดุ กค็ อื การแบกการหามอารมณค์ วามคดิ ความปรงุ ตา่ งๆ นนั่ เอง ไมไ่ ดค้ ดิ คำ� นงึ ถงึ วยั
ถึงปีถงึ เดือน อายุสังขารเจ้าของบา้ งเลย
ขยนั ทสี่ ดุ กค็ อื เรอื่ งแบกเรอ่ื งหามกองทกุ ข์ แบกสญั ญาอารมณ์ การพดู เชน่ นก้ี เ็ พอ่ื
ใหเ้ ราระลกึ ถงึ ตวั เรา ใหร้ วู้ า่ เราเคยเปน็ อยา่ งนมี้ านานเทา่ ไร แลว้ ยงั จะฝนื ใหเ้ ปน็ อยา่ งน้ี
อยหู่ รอื ผลทเี่ ปน็ มาเพราะการกระทำ� อยา่ งนเี้ ปน็ อยา่ งไร? เรากท็ ราบในตวั เราเองเวลานี้
เราจะแกไ้ ขตวั เราอยา่ งไรบา้ ง? พอไดม้ คี วามผอ่ นคลายภายในใจ ไดร้ บั ความสะดวก
กายสบายใจ
ดงั ทที่ า่ นทงั้ หลายไดอ้ ตุ สา่ หม์ านี้ กน็ บั วา่ เปน็ บญุ เปน็ กศุ ล เปน็ เจตนาดที ส่ี ดุ ทมี่ า
บำ� เพญ็ นี่ชอื่ วา่ “มาหาสารประโยชน”์ เพราะฉะนั้น จึงกรณุ าบำ� เพญ็ จติ ภาวนาให้
เหมาะสมกบั กาลเวลาทมี่ า นง่ั สมาธภิ าวนาดตู วั ของเรา ตวั ของเราเปน็ อยา่ งไรถงึ ตอ้ งดู
ถา้ เปน็ คนไข้ กต็ อ้ งหมอเปน็ ผตู้ รวจผรู้ กั ษา เวลานจี้ ติ เรามนั เปน็ “โรค” เปน็ โรคอะไร
ใครจะเป็นผตู้ รวจผูร้ กั ษา นี่แหละส�ำคัญ
141