เมื่อคบกันไปนานๆ ย่อมมีนิสัยกลมกลืนไปในรอยเดียวกันได้ ทั้งคนดีหรือคนชั่ว
มที างเปน็ ไปไดท้ งั้ สอง คบคนชว่ั กเ็ ปน็ คนชวั่ ไปได้ คบคนดกี เ็ ปน็ คนดไี ปได้ สมชวี ติ า
ใหเ้ ลย้ี งชพี พอประมาณ อยา่ สรุ ยุ่ สรุ า่ ยหรอื ฟงุ้ เฟอ้ เหอ่ เหมิ ลมื เนอ้ื ลมื ตวั การเกบ็ ทรพั ย์
เปน็ สง่ิ สำ� คญั ใหร้ เู้ หตผุ ลทคี่ วรเกบ็ เหตผุ ลทคี่ วรจา่ ย นนั่ นา่ ฟงั ไหม ทา่ นสอนพวกเรา
ท่ีเปน็ นักสรุ ุ่ยสุร่ายนะ่
มีจุดไหนท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงสอนให้คนมีความลืมตัว ไม่มี เพราะฉะนนั้ คำ� ว่า
ประหยัด มัธยสั ถ์ จงึ เปน็ หลกั ประกนั การครองชพี ของบุคคลทัว่ ไปตลอดถงึ ผปู้ ฏบิ ตั ิ
ความไมล่ มื ตวั คอื ความมสี ตปิ ญั ญาเปน็ เครอื่ งรกั ษาตวั นน่ั เอง สมบตั มิ มี ากมนี อ้ ยให้
มคี วามประหยัด ความมัธยสั ถ์ ให้รูจ้ กั ใชส้ อยให้เกดิ ความสขุ บรรดาสมบตั ิเงนิ ทอง
มมี ากน้อย อยา่ ใหเ้ ปน็ ข้าศกึ แกต่ น เพราะความลืมตวั นน้ั เลย
นเ่ี ทศนส์ อนฆราวาสทา่ นสอนอยา่ งนี้ และเขา้ กนั ไดท้ งั้ ฝา่ ยพระดว้ ย เพราะธรรม
เปน็ กลางๆ ใชไ้ ดท้ ว่ั ไป แลว้ แตจ่ ะยดึ มาปฏบิ ตั ใิ หเ้ หมาะสมกบั ตนในธรรมขนั้ ใด หรอื
จะให้เปน็ ไปตามจิตใจของผู้ปฏบิ ัติข้ันใดได้ท้ังนัน้
เวลาสอนพระยิง่ มคี วามเข้มแขง็ มากขนึ้ ไม่ใหม้ ีความประมาท อบุ ายวธิ ีทีจ่ ะก้ัน
ความรั่วไหลเข้ามาแห่งกิเลสท้ังหลาย เพราะเท่าที่มีอยู่นี้ก็มากต่อมากจนล้นหัวใจ
ในบางเวลาต้องระบายออกทางกิริยาจนเป็นส่ิงน่ากลัวมาก และพยายามฉุดลากมัน
ออกยากยิ่งกว่าส่ิงใดอยู่แล้ว ไม่มีอันใดที่จะเหนียวแน่นย่ิงกว่ากิเลสภายในจิตใจ
ของสัตว์ วิธีถอดถอนกิเลสนี้ก็ต้องล�ำบากยากยิ่งกว่าถอดถอนสิ่งใด ท่านจึงสอน
พยายามระมดั ระวงั ไมใ่ หก้ เิ ลสทย่ี งั ไมม่ หี ลงั่ ไหลเขา้ มา ทม่ี อี ยแู่ ลว้ กใ็ หพ้ ยายามรอ้ื ถอน
มนั ออกดว้ ยความพากเพยี รความอตุ สา่ หพ์ ยายาม ดว้ ยความขยนั ความเฉลยี วฉลาด
ไม่ให้นอนใจกับกเิ ลสชนดิ ใดทง้ั สนิ้
ใน อปณั ณกปฏิปทา ท่ที ่านสอนไว้สำ� หรับผู้ปฏิบัติ เฉพาะอย่างยงิ่ คือสอนพระ
อปณั ณกปฏปิ ทา คือ การปฏบิ ัติไม่ผิด ปฏิบตั โิ ดยความสม่�ำเสมอ คือ
42
ตงั้ แตป่ ฐมยามไป ใหป้ ระกอบความเพยี ร จะเดนิ จงกรมกไ็ ด้ จะนงั่ สมาธภิ าวนา
กไ็ ด้ พอถงึ มชั ฌมิ ยาม กพ็ กั ผอ่ นนอนหลบั พอปจั ฉมิ ยาม กต็ น่ื ขน้ึ เดนิ จงกรม นงั่ สมาธิ
ภาวนาเรอ่ื ยๆ ไป ตอนกลางวนั กท็ ำ� นองเดยี วกนั หากจะมกี ารพกั ผอ่ นบา้ งในตอนกลางวนั
ก็พกั ได้ แตต่ ้องระมัดระวงั ให้ปิดประตู รกั ษามารยาทในการพกั นอน ท่านสอนไว้
โดยละเอยี ด แตอ่ ธิบายเพียงย่อๆ เท่านน้ั
การปฏบิ ัติโดยสม�ำ่ เสมอเช่นนี้ช่อื วา่ อปณั ณกปฏิปทา ผทู้ จี่ ะรบี เร่งย่งิ กวา่ นี้ใน
บางกาลกย็ ง่ิ เปน็ ความชอบยง่ิ ขน้ึ ไป แตห่ ยอ่ นกวา่ นนั้ ทา่ นไมไ่ ดส้ อนวา่ ใหห้ ยอ่ นกวา่
นไ้ี ด้ กนิ แลว้ อยากหลบั อยากนอนเมอื่ ใดกน็ อนเอาตามใจชอบเถอะ อยากกนิ อยากขบ
อยากฉันอะไรก็ฉนั ไปเถอะ เลี้ยงไปเถอะ ตถาคตได้ตรสั รู้ดว้ ยวิธีน้แี หละ เร่อื งของ
ธาตขุ นั ธน์ เ้ี ลยี้ งใหม้ นั มคี วามอม่ิ หนำ� สำ� ราญ ใหม้ คี วามบรบิ รู ณ์ แลว้ เอาไปแขง่ หมตู วั
ก�ำลงั จะข้นึ เขียง น่ที า่ นไม่ไดว้ ่า
สำ� คญั ทหี่ ลอ่ เลย้ี งจติ ใจ นำ� ธรรมเขา้ มาหลอ่ เลย้ี งจติ ใจใหม้ คี วามชมุ่ เยน็ การหลอ่ เลย้ี ง
จิตใจด้วยอรรถด้วยธรรมนี้มีความชุ่มเย็น จนกระท่ังร่างกายก็พลอยมีความผาสุก
ไปดว้ ยใจทเี่ ปน็ หลกั ใหญข่ องกาย แตก่ ารหลอ่ เลย้ี งรา่ งกายโดยไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ธรรม
เลยนนั้ ไมผ่ ดิ กบั ทเี่ ขาเลยี้ งหมไู วส้ ำ� หรบั ขนึ้ เขยี งเพอ่ื หอมกระเทยี มจะไดเ้ ปน็ ญาตกิ นั
สนทิ ดี ถา้ ใครตอ้ งการผกู ญาตมิ ติ รอนั สนทิ กบั หอมกระเทยี มละก็ ใหเ้ รง่ การกนิ การนอน
ความขเ้ี กียจเขา้ ใหม้ าก มีหวังไดข้ ้นึ เวทคี ลุกเคล้ากับหอมกระเทียมโดยไม่สงสัย
ศาสนธรรมท่ปี ระทานไวน้ ั้น จงึ หาทแ่ี ทรกหาท่ีคัดค้านไม่ได้ ไม่วา่ จะเป็นธรรม
ขน้ั ใด อบุ ายวธิ ที รงสง่ั สอนไวเ้ พอ่ื ปดิ กนั้ กเิ ลส เพอื่ ขบั ไลก่ เิ ลส ไมม่ อี บุ ายของผใู้ ดทจี่ ะมี
ความฉลาดแหลมคมยง่ิ กวา่ อบุ ายของพระพทุ ธเจา้ ทที่ รงนำ� มาสงั่ สอนสตั วโ์ ลก เพราะ
การขบั ไลก่ เิ ลส การหกั หา้ มใจทกี่ ำ� ลงั มกี เิ ลสครอบงำ� พระพทุ ธเจา้ ไดท้ รงดำ� เนนิ มาแลว้
จนได้ผลเปน็ ทพ่ี อพระทัยถึงข้นั ศาสดา
เมอ่ื ไดท้ รงประสบพบเหน็ มาดว้ ยขอ้ ปฏบิ ตั หิ รอื อบุ ายใด พระองคก์ ท็ รงนำ� ขอ้ ปฏบิ ตั ิ
หรืออบุ ายนั้นๆ มาส่ังสอนโลกดว้ ยความถกู ตอ้ งแมน่ ย�ำ ไมผ่ ดิ พลาดคลาดเคลื่อน
43
ถา้ ปฏบิ ตั ติ ามแนวทางทพี่ ระองคท์ รงแสดงไวแ้ ลว้ เรยี กวา่ ดำ� เนนิ ตามหลกั มชั ฌมิ า คอื
เหมาะสมอยา่ งย่งิ กับการแก้กิเลสทุกประเภท ดว้ ยอบุ ายวธิ ตี า่ งๆ ตามข้นั ของกิเลสที่
หยาบละเอยี ด เพราะคำ� วา่ มชั ฌมิ า นนั้ เหมาะสมกบั การแกก้ เิ ลส โดยทางสตปิ ญั ญา
ศรัทธา ความเพียร ซง่ึ อย่ใู นองค์มรรคของมัชฌิมาทป่ี ระทานไวแ้ ล้ว
กิเลสประเภทหนาแน่นหรือเหนียวแน่นแก่นแห่งวัฏฏะก็ต้องท�ำให้หนักมือ
เชน่ เดยี วกบั เขาถากไม้ ไมท้ ต่ี รงไหนคดงอมาก กต็ อ้ งถากใหห้ นกั มอื เพอื่ ใหต้ รง ถา้ ทไี่ หน
ตรงอยแู่ ลว้ กไ็ มต่ อ้ งถากมากมายนกั ทไี่ หนตรงอยแู่ ลว้ จะถากมากกเ็ สยี ไม้ ถากพอ
ได้สดั ได้สว่ นกพ็ อแล้ว
เรอ่ื งกเิ ลสนกี้ เ็ ชน่ เดยี วกนั บางขน้ั บางตอนหรอื บางประเภทของกเิ ลส หรอื บางเวลา
ทก่ี เิ ลสแสดงออกมาอยา่ งผาดโผนรนุ แรงมาก ตอ้ งใชค้ วามเพยี รอยา่ งแขง็ แกรง่ และ
แกก้ นั อยา่ งหนกั จะออ่ นแอทอ้ ถอยไมไ่ ด้ ถงึ จะพอกนั หรอื เหนอื กวา่ กเิ ลสประเภทนน้ั ๆ
ถึงจะยอม ถึงคราวจะทำ� อยา่ งนี้ก็ต้องทำ� จะผดั เพ้ยี นเล่อื นเวลาวา่ เชา้ สาย บ่าย เยน็
อยไู่ มไ่ ด้ ความเพยี รชนดิ เอาเปน็ เอาตายเขา้ วา่ กนั เชน่ น้ี ทา่ นกเ็ รยี กวา่ มชั ฌมิ า สำ� หรบั
กเิ ลสประเภททแี่ สดงขนึ้ เฉพาะกาลนี้ เวลานเ้ี กดิ ขน้ึ ลกั ษณะนี้ เราตอ้ งใชว้ ธิ กี ารแบบนี้
ถงึ จะทนั กนั หรอื สามารถปราบปรามกนั ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารนี้ วธิ นี เ้ี รยี กวา่ มชั ฌมิ าของกเิ ลส
ประเภทน้เี ช่นเดียวกัน
ค�ำวา่ มชั ฌิมาจึงมีหลายขน้ั เปน็ คปู่ รับกนั กับกิเลสประเภทตา่ งๆ เช่นเดียวกับ
เคร่ืองมอื ทำ� งานของนายชา่ ง ต้องมีหลายชนดิ ดว้ ยกนั เพือ่ สะดวกแกง่ านและควรแก่
การปลกู สรา้ งน้ันๆ
กเิ ลสประเภทหยาบ กต็ อ้ งใชม้ ชั ฌมิ าแบบแผลงฤทธใ์ิ หท้ นั กนั กบั กเิ ลสประเภท
หยาบนนั้ จงึ เรยี กวา่ มชั ฌมิ าสว่ นหยาบ สว่ นกลางกใ็ ชส้ ตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร
แหง่ มชั ฌมิ าใหเ้ ปน็ ไปตามนน้ั เพอื่ ใหก้ เิ ลสหลดุ ลอยไปดว้ ยขอ้ ปฏบิ ตั นิ นั้ ๆ นก่ี เ็ รยี กวา่
มชั ฌมิ าสำ� หรบั กเิ ลสขนั้ นน้ั ถงึ ขนั้ ละเอยี ด สตปิ ญั ญากต็ อ้ งละเอยี ด ความเพยี รกต็ อ้ ง
ละเอยี ดลออ นงั่ อยทู่ ใ่ี ด ยนื เดนิ อยทู่ ใี่ ด อยใู่ นอริ ยิ าบถใด กเ็ ปน็ ความเพยี รอยใู่ นทา่ นนั้ ๆ
44
ไมใ่ ชว่ า่ เดนิ จงกรมจงึ จะเรยี กวา่ เปน็ ความเพยี ร นง่ั สมาธจิ งึ จะเรยี กวา่ เปน็ ความเพยี ร
นง่ั อยกู่ ต็ าม ยนื อยกู่ ต็ าม เดนิ อยกู่ ต็ าม ไมว่ า่ อริ ยิ าบถใดๆ เวน้ แตห่ ลบั เทา่ นนั้ ตอ้ งเปน็
ความเพยี รโดยตลอด ไมม่ รี ะยะใดทจ่ี ะไมม่ คี วามเพยี ร ดว้ ยสตปิ ญั ญาซงึ่ เปน็ อตั โนมตั ิ
เกดิ ขนึ้ กบั ตนเพอื่ แกก้ เิ ลสซงึ่ มอี ยภู่ ายใน นเี่ รยี กวา่ มชั ฌมิ าขนั้ ละเอยี ด คอื สตปิ ญั ญา
ไหลรินอยดู่ ้วยความคดิ ตลอดเวลา เช่นเดียวกับนำ้� ซบั น้ำ� ซมึ ท่ไี หลรินอยทู่ ง้ั หน้าแล้ง
หนา้ ฝน ไมม่ เี วลาเหือดแหง้ ไหลซมึ อยตู่ ลอดกาลเวลาฉะนน้ั
การแกก้ เิ ลสประเภทนกี้ เ็ ปน็ เชน่ นน้ั เหมอื นกนั สตปิ ญั ญากล็ ะเอยี ด พนิ จิ พจิ ารณา
กันอยา่ งละเอียดอยภู่ ายใน นเี่ รียกว่ามัชฌิมา
การปฏบิ ตั ิ ถา้ ปฏบิ ตั ไิ มถ่ กู ตอ้ งเหมาะสมตามวธิ กี ารของการแกก้ เิ ลสประเภทนนั้ ๆ
ก็ไม่ไดผ้ ล ขณะกเิ ลสก�ำลังหนาๆ ความขีเ้ กียจมนั ตอ้ งมีมากขึ้น ความออ่ นแอมนั ก็
ต้องมาก ความมากๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นกองทัพของกิเลสด้วยกัน เม่ือเป็นเช่นน้ี
ความเพียรก็ต้องด้อยถอยก�ำลังแล้วมันจะเข้ากันได้อย่างไร กิเลสหนาน่ันเองมันถึง
ทำ� ใหค้ นขเ้ี กยี จและมที กุ ขม์ าก ถา้ กเิ ลสเบาบางบา้ ง ความทกุ ขก์ น็ อ้ ยลง ความพากเพยี ร
กไ็ หวตวั และตง้ั หนา้ ทำ� งานเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยไปโดยลำ� ดบั ไมอ่ ยดู่ ว้ ยความอบั จนแบบ
คนขค้ี กุ
ตอนทจ่ี ะทำ� กเิ ลสทกี่ ำ� ลงั หนาๆ ใหเ้ บาบางลงไปจะทำ� ดว้ ยวธิ ใี ด ความเพยี ร เพยี งจะ
นง่ั แค่ ๑๐ นาที กเ็ อาละ เทา่ นพี้ อแลว้ ถา้ ขนื ทำ� มากกวา่ นจ้ี ะผดิ หลกั มชั ฌมิ า ทำ� ๑๐ นาที
นี้ถูกต้องกับมัชฌิมาแล้ว ซ่ึงเป็นอุบายของกิเลสมันหลอกเราต่างหากว่าพอแล้วๆ
นค่ี อื มชั ฌมิ าของกเิ ลส ไมใ่ ชม่ ชั ฌมิ าของธรรม นกั ปฏบิ ตั จิ งึ ควรทราบไวแ้ ละตนื่ ตวั วา่
ถกู หลอกแลว้ เพราะอบุ ายแกก้ เิ ลสไมท่ ราบวา่ เปน็ อยา่ งไรบา้ งไมป่ รากฏ เมอื่ เปน็ เชน่ นี้
กม็ แี ตเ่ รอื่ งกเิ ลสใหอ้ บุ ายโดยถา่ ยเดยี ว เขาจะเอาอบุ ายแหง่ ธรรมยนื่ ใหเ้ รานน้ั อยา่ หวงั
ถ้าเป็นมีดพร้า เขาก็ยื่นทางปลายมาให้เรา เขาจะจับทางด้ามไว้ แล้วฟันเราโดย
ถา่ ยเดยี ว
45
ทำ� ความเพยี รกก็ เิ ลสเปน็ คนสง่ั ใหท้ ำ� ไมใ่ ชธ่ รรมเปน็ ผสู้ ง่ั ใหท้ ำ� นงั่ ทำ� สมาธภิ าวนา
กใ็ หก้ เิ ลสเปน็ ผสู้ งั่ ใหท้ ำ� นง่ั สมาธิ เอา้ นงั่ เสยี ประมาณ ๑๐ นาที เอาละนะ เดย๋ี ววนั พรงุ่ น้ี
จะเหนื่อยล�ำบากล�ำบน น่ังมากกว่าน้ี สุขภาพจะไม่ดี เด๋ียวเกิดโรค จะอดนอน
ผอ่ นอาหารบา้ ง กเ็ ดย๋ี วสขุ ภาพทรดุ โทรมนะ จะวา่ ไมบ่ อก นน่ั รไู้ หม เหน็ ไหม อบุ าย
ของกเิ ลสมนั หลอกนะ่ อะไรๆ กต็ อ้ งทำ� ตามกเิ ลสหลอก ทนี ก้ี เิ ลสมนั จะหลดุ ลอยไปได้
อยา่ งไร กอ็ บุ ายของมนั เพอื่ สง่ เสรมิ มนั เอง ไมใ่ ชอ่ บุ ายของธรรมเพอื่ กำ� ราบปราบปราม
มันให้หายซากลงไปน่ี
เพราะฉะนน้ั เพอ่ื ผลกำ� ไรชยั ชนะ จงึ ตอ้ งใชอ้ บุ ายของธรรมตามหลกั ทพี่ ระพทุ ธเจา้
ทรงสงั่ สอน ไมเ่ อาอบุ ายของกเิ ลสดงั ทกี่ ลา่ วมานม้ี าใชม้ าทำ� ความพากเพยี ร จะเปน็ การ
เพมิ่ กเิ ลสโดยไมร่ สู้ กึ ตวั เพราะเหตใุ ด กเ็ พราะเวลานง่ั ทำ� ความเพยี ร เรากค็ อยนบั เอา
เวลำ�่ เวลาวา่ เรานงั่ ไดเ้ ทา่ นนั้ นาทเี ทา่ นน้ี าที นเ่ี ปน็ ความเพยี รของเรา แลว้ กเิ ลสมนั หายไป
สกั ก่ตี วั ล่ะ พอเคลื่อนทขี่ ยับๆ บา้ งสักตวั ไหม ไมป่ รากฏเลย เรากไ็ ด้แตเ่ วลำ�่ เวลาวา่
นงั่ ได้เท่านัน้ เทา่ น้ี เวลาเทา่ น้ันนาทีเท่าน้ีชว่ั โมง
สว่ นกิเลสเพยี งหนงั ถลอกปอกเปิกบ้างเพราะความถูไปไถมาไม่มเี ลย
หลงั จากนง่ั นบั เวลานาทแี ลว้ ก็เอะอะขนึ้ มาวา่ เอ๊ นง่ั เวลานานขนาดนไ้ี มเ่ ห็นได้
เรอ่ื งไดร้ าวอะไรน่ี จติ ใจไมเ่ หน็ สงบ จะนง่ั ไปทำ� ไม นก่ี เ็ ปน็ อบุ ายของกเิ ลสหลอกยำ�้ เขา้
ไปอีก ส่วนอบุ ายของธรรมทจี่ ะทำ� ลายกเิ ลสเลยไม่มี นแี่ หละทเ่ี ราเสยี เปรียบกเิ ลสน่ะ
เสยี เปรยี บอยา่ งนเี้ อง อบุ ายทคี่ ดิ ในแงใ่ ดกต็ าม ถา้ สตปิ ญั ญาไมท่ นั กลมายาของกเิ ลส
ตอ้ งถกู ตม้ ถกู ตนุ๋ อยรู่ ำ�่ ไป การพดู ทงั้ นไี้ มไ่ ดพ้ ดู ดว้ ยเจตนาจะตำ� หนติ เิ ตยี นทา่ นผหู้ นง่ึ
ผูใ้ ด มไิ ดต้ �ำหนิศาสนาหรือต�ำหนิอรรถต�ำหนธิ รรมแตอ่ ยา่ งใด
แตเ่ รอ่ื งของกเิ ลสตอ้ งตำ� หนอิ รรถตำ� หนธิ รรม เพราะกเิ ลสกบั ธรรมเปน็ ขา้ ศกึ กนั
สำ� หรบั บคุ คลนน้ั ไมม่ คี วามรสู้ กึ วา่ กเิ ลสพาตำ� หนธิ รรม เชน่ วา่ นง่ั เทา่ นนั้ ชวั่ โมงเทา่ นน้ี าที
ไม่เห็นไดเ้ รอื่ งได้ราวอะไรเลย ทำ� ไปเสียเวล่ำ� เวลาเปลา่ ๆ ท�ำไปทำ� ไม หยดุ เสยี ดกี ว่า
นนั่ ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสทง้ั หมด ทนี ตี้ วั เองกอ็ ยใู่ นกรอบของกเิ ลส หาทางออก
46
ไมไ่ ด้ เพราะอบุ ายไมท่ นั มนั เนอ่ื งจากกเิ ลสมเี ลห่ เ์ หลย่ี มรอ้ ยสนั พนั คม ไมย่ อมลม่ จม
เพราะเรางา่ ยๆ ถา้ ไมเ่ อาจรงิ ๆ จงั ๆ กบั มนั ใหเ้ ราทราบไวว้ า่ ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ อบุ ายของ
กเิ ลสทจ่ี ะพอกพนู ใจเราและทำ� ลายเราโดยการเพม่ิ กำ� ลงั ของตนตามลำ� ดบั ดว้ ยอบุ าย
หลอกเราให้หลงเช่อื อย่างสนิทติดจม
ผู้ปฏิบัติพึงค�ำนึงศาสนธรรมคือค�ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เฉพาะอย่างย่ิงพึง
คำ� นงึ ถงึ พระพทุ ธเจา้ ผทู้ รงเปน็ บรมศาสดา ทา่ นเปน็ บรมศาสดาไดเ้ พราะเหตใุ ด ไดเ้ พราะ
ความนับเวลำ�่ เวลา ได้เพราะความท้อถอยอ่อนแอ ไดเ้ พราะความโง่เขลาเบาปญั ญา
หรือไดเ้ พราะความขยันหมั่นเพียร ได้เพราะความอดความทน ไดเ้ พราะความฉลาด
แหลมคม
พระพทุ ธเจา้ ไดเ้ ปน็ ศาสดาดว้ ยการฆา่ กเิ ลสตายไปโดยลำ� ดบั ๆ จนไมม่ เี หลอื ใน
พระทยั ทา่ นฆา่ ไดโ้ ดยวธิ ใี ด ทา่ นปราบกเิ ลสดว้ ยวธิ ใี ด ดว้ ยความเพยี รนน่ั เอง ฟงั แตว่ า่
ความเพียรเถดิ เพียรอยา่ งไมถ่ อย ตดิ ตามเรือ่ ยๆ กิเลสออกชอ่ งไหน ตามรู้ตามเหน็
ไปเร่อื ยๆ
ความโลภเกดิ ขน้ึ ตดิ ตามความโลภใหร้ วู้ ่ามันเกดิ ขน้ึ เพราะเหตุไร ท่ีมนั ไปโลภ
ไปโลภอยากไดอ้ ะไร อยากไดไ้ ปทำ� ไม เทา่ ทมี่ อี ยเู่ พราะความโลภไปเทยี่ วกวา้ นเอามา
กห็ นกั เหลอื กำ� ลงั อยแู่ ลว้ ยงั หาทปี่ ลงวางไมไ่ ดน้ ี่ ในใจเตม็ ไปดว้ ยความโลภคอื ความ
หวิ โหยไมม่ เี วลาอม่ิ พอ เมอื่ คดิ คน้ ยอ้ นกลบั ไปกลบั มากจ็ ะมาถงึ ตวั คอื ใจซงึ่ เปน็ ผดู้ นิ้ รน
หวิ โหย
ความโกรธเกดิ ขน้ึ กเ็ หมอื นกนั ไมเ่ พง่ เลง็ ผทู้ ถ่ี กู เราโกรธ ตอ้ งยอ้ นเขา้ มาดตู วั โกรธ
ซงึ่ แสดงอยทู่ ใ่ี จและออกจากใจ วา่ ไมม่ อี นั ใดทจี่ ะรนุ แรง ไมม่ อี นั ใดทจี่ ะใหเ้ กดิ ความ
เดือดร้อนเสยี หายยง่ิ กว่าความโกรธทีเ่ กดิ ขึน้ ภายในใจเรา ท�ำลายเรากอ่ นแล้วถงึ ไป
ท�ำลายคนอื่น เพราะไฟเกดิ ท่ีนีแ่ ละร้อนท่นี ี่ แล้วจึงไปทำ� ผู้อื่นให้รอ้ นไปตามๆ กัน
47
เม่ือพจิ ารณาอยา่ งนี้ไม่ลดละต้นเหตขุ องผกู้ อ่ เหตุ ความโลภก็ดี ความโกรธกด็ ี
ความหลงก็ดี ย่อมระงับดับลง เพราะการย้อนเข้ามาพิจารณาดับท่ีต้นตอของมัน
ซ่งึ เป็นจุดท่ีถูกต้องและเป็นจุดทีส่ �ำคญั ที่ควรทำ� ลายกิเลสประเภทต่างๆ ได้
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นเคยทรงชำ� ระอยา่ งนมี้ าแลว้ เรอื่ งเปน็ เรอ่ื งตาย เรอ่ื งกลวั อยา่ งโนน้
กลวั อยา่ งนี้ ทา่ นไมเ่ คยคดิ และสง่ เสรมิ ใหค้ ดิ เพราะนนั่ เปน็ เรอื่ งของกเิ ลส ทา่ นเคยมี
ทา่ นเคยรแู้ ละเหน็ พษิ ของมนั มาเปน็ เวลานาน ทา่ นจงึ ทรงพยายามละเตม็ ความสามารถ
ทกุ วถิ ที าง กระทง่ั ละได้ และไดเ้ ปน็ ศาสดาขน้ึ มาดว้ ยความขยนั หมน่ั เพยี ร ดว้ ยความ
อดทน ดว้ ยความเปน็ นกั รบ โดยอบุ ายสตปิ ญั ญาอนั แหลมคมทนั กบั การแกก้ เิ ลส หรอื
ปราบปรามกเิ ลสทง้ั หลายใหห้ ลดุ ลอยไปจากพระทยั กลายเปน็ ความบรสิ ทุ ธข์ิ นึ้ มาลว้ นๆ
พวกเราเปน็ ศากยบตุ รพทุ ธชโิ นรส คอื เปน็ พทุ ธบรษิ ทั เรยี กวา่ เปน็ ลกู เตา้ เหลา่ กอ
ของพระพทุ ธเจา้ ถา้ ไมด่ ำ� เนนิ ตามรอยของพระพทุ ธเจา้ จะดำ� เนนิ อยา่ งไรถงึ จะสมชอ่ื
สมนามวา่ เปน็ ศากยบตุ รเปน็ พทุ ธชโิ นรสทปี่ รากฏตวั วา่ เปน็ พทุ ธบรษิ ทั จำ� ตอ้ งดำ� เนนิ
แบบลูกศษิ ยม์ ีครสู อน และเดินตามครู รู้ตามครู หลุดพ้นตามครู เพราะกิเลสก็เป็น
ประเภทเดยี วกนั ซงึ่ จะตอ้ งดำ� เนนิ แบบเดยี วกนั เปน็ แตว่ า่ มมี ากมนี อ้ ยตา่ งกนั ความเพยี ร
เพอ่ื ละกเิ ลสกจ็ ะตอ้ งดำ� เนนิ ไปตามกำ� ลงั หรอื สตปิ ญั ญาของตนเทา่ ทกี่ เิ ลสประเภทนน้ั ๆ
จะสงบตัวลงไปและขาดกระเด็นออกไปจากใจ ด้วยความพากเพียรของศิษย์ที่มีครู
ฝกึ สอนวชิ ารบ
ใครจะนำ� ไปปฏิบตั ิกน็ �ำไปปฏบิ ัตเิ ถดิ ตามที่กลา่ วมาเหลา่ นเ้ี ป็นสวากขาตธรรม
แนน่ อนตอ่ ความพน้ ทกุ ข์ ไมม่ ที างสงสยั การดำ� เนนิ ตามธรรมนจ้ี ะไมห่ นจี ากรอ่ งรอย
ของพระพุทธเจ้า จะไม่หนีจากร่องรอยของพระสาวก ที่ทา่ นแกก้ เิ ลสได้ดว้ ยอบุ ายใด
เรากจ็ ะแกไ้ ดด้ ว้ ยอบุ ายนนั้ ทา่ นถงึ ไหน เรากจ็ ะถงึ นน้ั ตา่ งกนั เพยี งชา้ หรอื เรว็ เทา่ นน้ั
ไม่เปน็ อย่างอน่ื และสมนามวา่ สวากขาตธรรมแท้
ผปู้ ฏบิ ตั ติ ามสวากขาตธรรม ไมป่ ลกี จากรอ่ งรอยแหง่ ธรรม กเิ ลสตอ้ งหลดุ ลอย
จากใจโดยล�ำดับด้วยอ�ำนาจแห่งธรรมน้ีโดยไม่ต้องสงสัย เพราะนี่เป็นธรรมตายตัว
48
การปฏบิ ตั จิ ะแยกแยะธรรมเปน็ อยา่ งอนื่ ตามชอบใจของตนไมไ่ ด้ เพราะความชอบใจ
คนเรา รอ้ ยท้ังร้อยมักเป็นความชอบใจของกเิ ลสผลักดันให้เป็นไป โดยทีเ่ ราไมร่ ูว้ ่า
เราเปน็ กเิ ลสและความคดิ ของเราเปน็ กเิ ลส ความอยากของเราเปน็ กเิ ลส ความตอ้ งการ
ของเราเป็นกิเลส ความจริงมันเป็นกิเลสด้วยกันทั้งน้ัน นอกจากจะเลือกเฟ้นด้วย
วิจารณปัญญาค้นหาเหตุผล แม้จะไม่ชอบและฝืนใจอยู่ก็ตาม เม่ือเห็นว่าน้ันเป็น
ธรรมแลว้ นน้ั เปน็ เครอื่ งแกก้ เิ ลสไดโ้ ดยตรงแลว้ จะตอ้ งยดึ นนั้ เปน็ หลกั แลว้ ฟาดฟนั
เปลือกกระพ้ีท่ีหุ้มห่อธรรมลงไปให้เห็นเหตุเห็นผลกันจริงๆ แบบนี้กิเลสกลัวมาก
ผูด้ �ำเนินอย่างนี้กเิ ลสกลัว ผู้มีเคร่ืองมอื อยา่ งนี้กิเลสกลัว เพราะเคร่ืองมอื นเ้ี ป็นธรรม
เพชฌฆาต ธรรมนเี้ คยปราบปรามกเิ ลสมาแลว้ นบั แตพ่ ระพทุ ธเจา้ องคไ์ หนๆ มา เพราะ
อยา่ งนน้ั กเิ ลสจงึ กลวั และยอมทงั้ สน้ิ เหตทุ ย่ี อมกเ็ พราะกเิ ลสเหน็ อำ� นาจของธรรมแลว้
ว่าไม่สามารถจะต้านทานหรือต่อสู้ได้ ต้องถูกทลายลงไปด้วยอ�ำนาจของธรรมน้ันๆ
ไมส่ งสยั
ผปู้ ฏบิ ตั ทิ ตี่ อ้ งการเรอื งอำ� นาจเหนอื กเิ ลสตอ้ งทำ� แบบน้ี คอื เปน็ กเ็ ปน็ ตายกต็ าย
ในทา่ ตอ่ สู้ ไมย่ อมถอยทพั กลบั แพ้ นอกจากนมี้ กั เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสเรอื งอำ� นาจ ทง้ั ที่
ผปู้ ฏบิ ตั นิ นั้ ๆ เขา้ ใจวา่ ตนมคี วามเพยี รดี ผมู้ คี วามเพยี รทก่ี เิ ลสกลวั บา้ งไมก่ ลวั บา้ งนนั้
คอื ขณะท่กี ิเลสกลวั น่งิ หรือหมอบ ใจกส็ งบเยน็ เปน็ สมาธิ ขณะมนั สู้เราไม่ได้ มนั ก็
วิง่ หนีหาทีห่ ลบซ่อน ขณะเราสมู้ ันไมไ่ ด้ เราก็ว่งิ หนเี ช่นกัน จะว่ายงั ไง
เราวงิ่ หนคี อื อยา่ งไร วง่ิ หนจี ากทางจงกรมบา้ ง วงิ่ หนจี ากการนง่ั สมาธภิ าวนาบา้ ง
วงิ่ หนจี ากความความพากความเพยี รทา่ ตา่ งๆ บา้ ง คอื ความเพยี รลดนอ้ ยถอยกำ� ลงั ลง
เปน็ ล�ำดับๆ น่แี ลท่เี รยี กวา่ ว่ิงหนี ความไม่สู้ ความออ่ นแอหมดกำ� ลงั เป็นการว่งิ หนี
ทั้งนน้ั แหละ
สู้มันไม่ได้ก็ถอยๆ ถอยเท่าไร มันย่ิงตามเหยียบย�่ำท�ำลายลงไปเป็นล�ำดับๆ
เราอยา่ เขา้ ใจว่าถอยแลว้ จะพน้ การถอยกเิ ลสไมม่ ที างพน้ นอกจากจะสเู้ ทา่ นัน้ จึงจะ
พน้ จากอำ� นาจของกเิ ลส กลวั อยา่ งอนื่ วงิ่ หนยี งั พอเอาตวั รอดได้ แตก่ ารวง่ิ หนกี เิ ลสนนั้
น้นั แลคอื การเอาคอเขา้ ไปสวมใหก้ ิเลสฟันเอาๆ ฟนั เอาแหลกไปหมด
49
เราจะหาอบุ ายใดเปน็ ทางออก “วฏั วน” น้ี เคยเกดิ มากภี่ พกช่ี าตแิ ลว้ แมจ้ ะจำ� ไมไ่ ด้
กต็ าม เราถอื หลกั ปจั จบุ นั อตั ภาพปจั จบุ นั นก้ี พ็ อจะทราบไดแ้ ลว้ วา่ เบอ้ื งหลงั ทเ่ี คยผา่ น
มาแลว้ เคยมี อดตี เคยมมี าแลว้ จงึ ตอ้ งมีอยา่ งน้ไี ด้ ฉะนน้ั กาลขา้ งหน้ามนั จะตอ้ งมี
อย่างนี้ได้ เชน่ เดียวกบั เม่ือวานน้ีมี แลว้ วันนี้ท�ำไมจะมไี มไ่ ด้ แลว้ วนั พรุง่ นี้ เดือนน้ี
ปหี น้า ทำ� ไมจะมไี มไ่ ด้ เพราะมันสบื เนื่องไปจากอันเดยี วกนั น้ี
เฉพาะในชาตปิ จั จุบนั ยังดีอยู่ เราเป็นมนษุ ย์ มสี ิทธิมอี �ำนาจย่งิ กวา่ บรรดาสตั ว์
จงึ พอมคี วามสขุ ความสบายบา้ ง นเี้ รากท็ ราบวา่ อยใู่ นโลกอนจิ จงั เปน็ ของแนน่ อนเมอื่ ไร
แต่ก่อนเราอาจเปน็ ภพเป็นชาติอะไรมากไ็ ด้ มาปจั จบุ นั นี้เรามาเป็นมนุษย์
แมใ้ นอตั ภาพนี้ มนั ยงั มคี วามเปลย่ี นแปลงใหเ้ ราเหน็ อยู่ ตงั้ แตว่ นั แรกเกดิ ขน้ึ มา
จนถึงทกุ วันน้ี มนั คงเสน้ คงวาเมือ่ ไร สังขารร่างกายกำ� ลงั วังชา สติปญั ญาอะไร มนั ก็
ทรดุ โทรมเปลยี่ นแปลงของมนั ไปเรอ่ื ยๆ ตอ่ จากนกี้ เ็ ปลย่ี นไปจนถงึ ทส่ี ดุ ของมนั สดุ ทา้ ย
ก็ลงธาตุเดิม แล้วจิตน่ีมีก�ำลังมากน้อยเพียงใดที่จะสามารถทรงตัวไว้ได้ให้อยู่ใน
ภูมิน้ีหรือภูมิสูงย่ิงกว่านี้ ก็เป็นเรื่องของเราจะคิดหาอุบายช่วยตัวเองในทางดีต่อไป
ไมน่ งิ่ นอนใจ ทเี่ รยี กวา่ เตรยี มพรอ้ มเพอ่ื ตวั เองทง้ั ปจั จบุ นั และอนาคต ไมใ่ หอ้ บั จนใน
สถานท่แี ละกาลใดๆ
จงท�ำการส่งเสริมก�ำลังในทางดีของเราให้มากข้ึน อย่างน้อยเพ่ือรับอนาคต
หากจะยงั เปน็ ไปอยใู่ นวฎั สงสาร ซง่ึ เปรยี บเหมอื นหอ้ งขงั นกั โทษทมี่ กี เิ ลสยำ�่ ยนี ี้ พอได้
อยใู่ นฐานะทดี่ บี า้ ง หากวา่ พอจะผา่ นพน้ ไปไดเ้ พราะมกี ำ� ลงั สตปิ ญั ญาพอตวั เหยยี บยำ่�
ทำ� ลายกเิ ลสอนั เปน็ กงจกั รใหท้ อ่ งเทยี่ วในวฏั วนนไี้ ปได้ กท็ ำ� ลายใหส้ นิ้ ซากไปในชาติ
ปจั จบุ นั น้ี
อย่าเข้าใจว่าสติปัญญาเราจะไม่มี มีอยู่ด้วยกันทุกคนถ้าท�ำให้มี ความเพียร
อยา่ เขา้ ใจวา่ ไมม่ ี ถา้ เราจะทำ� ใหม้ ี มไี ดท้ ง้ั นน้ั นอกจากมกี เิ ลสเปน็ ผกู้ นั้ กางกดี ขวางไมใ่ ห้
มคี วามเพยี ร ไมใ่ หม้ สี ตปิ ญั ญา ใหม้ แี ตค่ วามทอ้ แทอ้ อ่ นแอเปน็ เจา้ เรอื น ความดที งั้ หลาย
จึงหาทางเกิดขึ้นไมไ่ ด้
50
เรอื่ งความดที ง้ั หลายหาทางเดนิ ไมค่ อ่ ยไดน้ น้ั มกั ขนึ้ อยกู่ บั กเิ ลสเปน็ เครอ่ื งกดี กนั
ไมใ่ ชอ่ นั ใด ไมใ่ ชอ่ ำ� นาจ ไมใ่ ชว่ าสนา ไมใ่ ชม่ อื้ วนั เดอื น ปี ไมใ่ ชก่ าลสถานท่ี แตเ่ ปน็ เรอ่ื ง
ของกเิ ลสโดยตรงเปน็ ผกู้ ดี กนั และหกั หา้ มอยา่ งลกึ ลบั บา้ ง อยา่ งเปดิ เผยบา้ ง แตเ่ รามนั
ตาบอดมองไม่เห็นความลึกลับ ความเปิดเผยของกเิ ลสทีแ่ สดงตัวกดี กนั หวงห้ามอยู่
ตลอดเวลา เพราะกลวั จะพน้ จากเขา เขาเปน็ เจา้ อำ� นาจครองใจมานาน พอขยบั ออกมา
อีกนิดหน่ึง แสดงกิริยาจะออกจากเขานิดหนงึ่ เขาก็หา้ ม เรากเ็ ชื่อ เชอื่ มนั เสยี แลว้
มันไม่ตอ้ งยกบทบาทคาถาบาลอี ะไรมาแสดงเลย
กเิ ลสสอนมนษุ ยน์ ะ่ สอนงา่ ยจะตายไป แตม่ นษุ ยจ์ ะสอนมนั บา้ ง เดยี๋ วเดยี วถกู มนั
เอาคมั ภรี ว์ ฏั จกั รฟาดหวั เอาหมอบและหลบั ครอกๆ ไมม่ ที างสู้ นอกจากหมอบบนหมอน
ฉะนั้น ศาสตราจารย์ของวฏั จกั รก็คือกิเลสบนหัวใจสัตวน์ น้ั แล
การเรียนรู้มากรู้น้อยจะต้องถูกกล่อมมันท้ังน้ันแหละ นอกจากวิชาธรรมดังที่
พระพทุ ธเจา้ ทรงสง่ั สอนตามทท่ี รงดำ� เนนิ มาและสาวกทา่ นดำ� เนนิ มา ทา่ นเอาจรงิ เอาจงั
ลงถึงเหตุถึงผล ถงึ ความสจั ความจริง ไม่เพยี งแตจ่ �ำช่ือของกิเลสไดแ้ ล้วกจ็ ะสำ� เร็จ
ประโยชน์ หาเป็นเชน่ นัน้ ไม่
การจำ� ชื่อ จ�ำไดก้ ันทง้ั น้นั แหละ เช่นเดียวกบั เราจำ� ชื่อของเสอื น้นั เสือน้ี มีกรี่ ้อย
กพ่ี นั เสอื กต็ าม ทมี่ นั กอ่ ความวนุ่ วายใหแ้ กบ่ า้ นเมอื ง เราจำ� ชอื่ ของมนั ไดเ้ ทา่ นน้ั ยงั ไมพ่ อ
จ�ำได้กระท่ังโคตรแซ่มันก็ตาม ถ้ายังจับตัวเสือนั้นๆ ไม่ได้เม่ือไร บ้านเมืองจะหา
ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ ไมไ่ ด้ เสอื ตวั ทจ่ี ำ� ชอื่ มนั ไดน้ นั้ แล กอ่ ความวนุ่ วายใหแ้ กบ่ า้ นเมอื ง
นอกจากเราจบั มนั ไดแ้ ลว้ จะทำ� อะไรกบั มนั กท็ ำ� ได้ ทนี บ้ี า้ นเมอื งกไ็ ดร้ บั ความสขุ สงบ
รม่ เย็น ไม่มเี สอื ร้ายมากอ่ กวนลวนลามเขย่าขวญั ประชาชนดงั ที่เคยเปน็ มา
เรื่องกิเลส ทา่ นวา่ กิเลสพันหา้ ตัณหาร้อยแปด อย่าวา่ แตร่ อ้ ยแปด พนั แปด
หม่ืนแปดกต็ ามเถิด ถา้ เราตามจับตัวมนั ไม่ได้ ปราบมนั ไมไ่ ด้ ท�ำลายมนั ไมไ่ ดแ้ ลว้
เราจำ� ไดแ้ ตช่ อื่ มนั จำ� ไดส้ กั เทา่ ไรกไ็ มม่ ปี ญั หาพอสะเทอื นขนมนั เลย คอื ไมม่ ผี ลดอี ะไร
เกดิ ขนึ้ เพราะการจำ� ไดน้ น้ั เลย เพราะฉะนนั้ เราตอ้ งทำ� ลายมนั ดว้ ยความพากเพยี รจน
51
ใหถ้ งึ ความจรงิ ของกิเลส ถงึ ความจริงของธรรม จะช่อื วา่ จับตัวเสอื ร้ายมาประหารได้
จากนนั้ ก็นอนหลบั เตม็ ตา อ้าปากพูดได้เตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย
คำ� วา่ กเิ ลสแตล่ ะประเภทน้ี มนั แสดงอาการอยา่ งไร กอ่ นทม่ี นั จะแสดงผลขนึ้ มา
มนั แสดงเหตขุ นึ้ มาอยา่ งไรบา้ ง จงตามรแู้ ละฆา่ มนั ดว้ ยสตปิ ญั ญา สว่ นมากกแ็ สดงขนึ้ ใน
ขนั ธน์ แี่ หละ ไมไ่ ดแ้ สดงขน้ึ ทไี่ หน ออกทางตากเ็ กย่ี วกบั รปู ออกทางเสยี งกเ็ กย่ี วกบั หู
จมูก ล้ิน กาย มันสืบเนอ่ื งกับจติ และเครอ่ื งสมั ผสั ผลสดุ ท้ายก็เก่ียวกบั เบญจขันธ์
ของเราเอง รปู กแ็ สดงขนึ้ อยา่ งหนง่ึ เวทนากแ็ สดงอยา่ งหนงึ่ สญั ญาแสดงขน้ึ อยา่ งหนง่ึ
สงั ขารแสดงขนึ้ อยา่ งหนึ่ง วญิ ญาณแสดงข้ึนอยา่ งหนึ่ง จากกเิ ลสเปน็ ผบู้ ญั ชาออกมา
เรากค็ ลอ้ ยตามหลงตาม หลงตามมนั อยเู่ รอ่ื ยๆ หลงตามมนั มาเทา่ ไรแลว้ ลว้ นแลว้ แต่
กลมายาของกเิ ลสทงั้ น้ัน ทกุ ข์ท้งั มวลเรายังไมท่ ราบวา่ มันเปน็ พษิ ของกิเลส จะใหม้ ี
ความฉลาดแหลมคมไดอ้ ยา่ งไร แลว้ ยงั เขา้ ใจวา่ ตนมคี วามฉลาดแหลมหลกั นกั ปราชญ์
ชาตกิ วอี ยหู่ รอื ไมอ่ บั อายกเิ ลสทคี่ อยหวั เราะเยาะเยย้ อยเู่ บอื้ งหลงั บา้ งหรอื มนั นา่ อบั อาย
จรงิ ๆ น่ี
การทีจ่ ะฉลาดแหลมคมพอรู้ทันกเิ ลสก็ตอ้ งคน้ ดกู เิ ลสใหด้ ี ทกุ ขเวทนาเกิดขน้ึ
ทไ่ี หน เอา้ ค้นลงไป เอาให้เหน็ ฐานเกิดของมันวา่ เกิดเพราะเหตุไร คนตายแล้วมี
เวทนาไหม เอา้ ดซู ิ ถา้ ทกุ ขเวทนาเกดิ ขนึ้ ภายในรา่ งกาย และกายเปน็ ตวั ทราบเวทนา
จรงิ ๆ เวลาคนตายแล้วทุกขเวทนามไี หม เอาไปเผาไฟ กายว่าอย่างไร เอาไปฝังดิน
กายวา่ ยงั ไง มนั ไมว่ า่ ยงั ไง แลว้ ทำ� ไมถอื มนั เปน็ ตวั ทกุ ขอ์ ยลู่ ะ่ เมอื่ ยงั เปน็ อยู่ กเ็ พราะจติ
นนั่ แลเปน็ ผรู้ บั รแู้ ละทรงไว้ ความยดึ มน่ั สำ� คญั วา่ ขนั ธ์ ๕ เปน็ ตนกเ็ พราะกเิ ลสนนั้ แล
เปน็ ผกู้ ระซบิ เปน็ ผหู้ ลอกลวงใหย้ ดึ มนั่ ถอื มนั่ ใหส้ ำ� คญั วา่ เวทนาเปน็ ตน เปน็ ของตน
ใหถ้ อื วา่ กายนเี้ ปน็ เรา เปน็ ของเรา เมอื่ มนั มอี ะไรมากระทบกระเทอื นสง่ิ ทเี่ รารกั เราสงวน
และปักปันเขตแดนเอาไว้ ก็เกดิ ความกระทบกระเทือนทุกข์รอ้ นขึ้นภายในใจ เพราะ
กิเลสมันหลอกอย่างน้ี เม่ือแยกแยะพิจารณาใหถ้ ึงฐานของความจรงิ ดว้ ยสติปญั ญา
จรงิ ๆ แลว้ สง่ิ เหลา่ นกี้ ห็ มดปญั หาไปเอง ใจกห็ ายสงสยั ความเปน็ ขา้ ศกึ ตอ่ กนั ระหวา่ ง
ขนั ธก์ บั จติ กไ็ มม่ ี เพราะสตปิ ญั ญาเปน็ ผพู้ พิ ากษาวนิ จิ ฉยั ตดั สนิ โดยถกู ตอ้ งใหเ้ ลกิ แลว้
กนั ไป
52
รปู กร็ ้กู ันแลว้ วา่ รปู ซึ่งเป็นความจริงของรา่ งกายทุกส่วน เวทนาทีเ่ กิดขน้ึ ภายใน
รา่ งกายของเราสว่ นใด นนั่ กท็ ราบวา่ เปน็ ความจรงิ ของตนๆ สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ
แต่ละอยา่ งก็เป็นความจริงแตล่ ะอยา่ งของมนั อยแู่ ล้ว จิตจะมีความกระทบกระเทอื น
เพราะอะไรกันอีก เพราะจิตเป็นผู้รู้และรู้ด้วยปัญญาอย่างประจักษ์แล้ว นั่นแหละ
ท่านเรียกว่าเห็นความจริงคือสัจธรรมที่มีอยู่กับตัว จะไปรู้เห็นท่ีไหน เห็นในแบบ
กเ็ ป็นแบบ เห็นในคัมภีร์กเ็ ป็นคมั ภรี ์ เห็นในหนงั สือก็เปน็ ตวั หนงั สือ ไม่ใชต่ วั กิเลส
มันไม่ใชส่ ัจธรรมท่แี ท้จรงิ ท่แี ท้จริงมันอยูท่ ีก่ าย ทเี่ วทนา ทีจ่ ติ ทต่ี ัวของเรานเ่ี ท่านน้ั
ความทุกขท์ ั้งมวลที่เกี่ยวกบั กายกแ็ สดงข้นึ ทน่ี ี่ การทพี่ ิจารณาทุกขก์ ็พิจารณากันที่น่ี
รเู้ ทา่ เรอื่ งทกุ ขเ์ รอ่ื งสมทุ ยั ทง้ั หลายกร็ เู้ ทา่ กนั อยา่ งเปดิ เผยทน่ี ่ี รแู้ จง้ แทงตลอดกร็ กู้ นั ทน่ี ่ี
พน้ ทกุ ขก์ นั ทนี่ ่ี นท่ี า่ นเรยี กวา่ รสู้ จั ธรรมแทร้ อู้ ยา่ งนี้ ไมต่ อ้ งรทู้ ไ่ี หน ไมว่ า่ ครงั้ พทุ ธกาล
หรอื ครง้ั ไหนๆ สัจธรรมมีอย่ทู กี่ ายท่ีใจของสัตว์โลกเท่านนั้
การเรยี นจึงเรียนย้อนเขา้ มาท่นี ี่ ปฏบิ ตั ใิ ห้รวู้ ถิ จี ติ ทีเ่ ปน็ ไปด้วยอ�ำนาจของกเิ ลส
อาสวะอนั เปน็ ตวั สมทุ ยั เมอ่ื รอู้ นั นแ้ี ลว้ จะไปสงสยั อะไรทไี่ หนกนั อกี โลกวทิ ู รแู้ จง้ โลก
ก็คอื รแู้ จง้ ธาตแุ จ้งขนั ธ์ รู้แจง้ จิตใจของตนเป็นส�ำคัญ
นแี่ ลอบุ ายวธิ แี กก้ เิ ลสปราบปรามกเิ ลส ปราบปรามลงทต่ี รงน้ี อยา่ ไปลบู ไปคลำ�
ทอี่ ่นื ให้เสยี เวลาเปลา่ ประโยชน์ รวมลงที่นหี่ มด พระไตรปฎิ กกอ็ ยู่ทน่ี ี่ ไตรจักรกอ็ ยู่
ทีน่ ี่ วฏั จักร ไตรจักร มันอยทู่ ่นี แี่ ล
เวลาธรรมไมเ่ กดิ สตปิ ญั ญาไมส่ ามารถ จติ กเ็ ปน็ ไตรจกั ร ไตรภพ และหมนุ ไปใน
๓ ภพ คอื กามภพ รูปภพ อรปู ภพ
พอสติปัญญาเพียงพอแก้ไขไตรจักรนี้ออกได้หมด ก็เป็นความบริสุทธิ์ขึ้นมา
หรือเป็นธรรมจกั รหมนุ รอบตัวขนึ้ มาภายในจติ ทั้งวัฏจกั ร ธรรมจักร และวิวัฏจกั ร
มีอยู่ทใี่ จน้ี ไม่อยไู่ หน
จงพจิ ารณากนั ทนี่ ่ี ปฏบิ ตั ใิ หเ้ ขา้ ใจ เรยี นอะไรกไ็ มย่ ากเหมอื นเรยี นเรอื่ งของจติ เลย
จิตนี้สลับซับซ้อนละเอียดลออมาก ต้องใช้ความพินิจพิจารณา ต้องใช้สติปัญญา
53
ใชค้ วามพากเพยี ร ความอดความทน เตม็ สตกิ ำ� ลงั ความสามารถ บางครง้ั แทบจะตาย
เราก็ยอมเสียสละชีวิต เพราะความอยากรู้อยากเข้าใจความจริงท้ังหลาย ดังที่
พระพทุ ธเจา้ ไดร้ ไู้ ดเ้ ขา้ ใจแลว้ เปน็ ความประเสรฐิ อยา่ งยงิ่ เราอยากเหน็ ความจรงิ เปน็
สมบัติสำ� หรับเราเอง ไมเ่ พยี งแต่ไดย้ นิ กิตตศิ พั ท์กติ ตคิ ณุ ท่านวา่ ประเสริฐ ท่านหลุดพ้น
อย่างนน้ั ทา่ นประเสริฐอย่างน้ีเท่าน้ัน เรายงั ไมพ่ อใจ ยงั อยากทราบทกุ สงิ่ ทุกอยา่ ง
บรรดาธรรมทที่ า่ นรทู้ า่ นเหน็ ดว้ ยจติ ใจของเราเอง เมอื่ อยากทราบและดำ� เนนิ ตามทา่ น
เราก็ตอ้ งทราบ ทัง้ ธรรมฝา่ ยตำ�่ ฝ่ายสงู ทง้ั ฝา่ ยดีฝา่ ยชวั่
ในวงสจั ธรรมนี้ ทกุ ข์ สมุทยั เป็นฝ่ายต�ำ่ นิโรธ คือ ความดบั ทกุ ข์ เปน็ ฝ่ายสูง
มรรค คอื ขอ้ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื ถอดถอนกเิ ลส เปน็ ฝา่ ยสงู เราอยากทราบความจรงิ ของสจั ธรรม
ทง้ั สนี่ ป้ี ระจกั ษใ์ จเราเอง และการพน้ จากกเิ ลสอาสวะเพราะรรู้ อบในสจั ธรรมนน้ั เราก็
อยากจะพ้นดว้ ยความประจักษ์ใจเราเอง ไมอ่ ยากทราบอย่างอื่นใหม้ ากไปกวา่ อยาก
จะทราบเร่ืองของเรา เพราะเราเปน็ กองทุกข์ เราเปน็ กงจักร เราเปน็ ผ้มู ดื หนาสาโหด
เราต้องการความฉลาด เราต้องการความแหลมคมภายในจิตใจ เราต้องการความ
หลุดพน้ เราจึงพยายามเต็มความสามารถในทางความเพียร เพือ่ รู้และละสจั ธรรม
ใจถกู บบี ถกู บงั คบั ถกู ผกู ถกู มดั ถกู จำ� จองอยทู่ ต่ี รงไหน จงแกม้ นั ดว้ ยสตปิ ญั ญา
ฟาดฟันลงไปท่ีตรงนั้นจนแหลกแตกกระจายไม่มีชิ้นใดเหลือ ใจถึงความจริงล้วนๆ
นั้นแลท่านเรียกว่าหลุดพ้น หลุดพ้นแล้วจากกิเลสซ่ึงเคยเป็นนายเรามาก่ีกัปกี่กัลป์
หรอื เคยเปน็ ศาสตราจารยพ์ รำ�่ สอนเรามาเปน็ เวลานาน ไดเ้ หน็ โทษของมนั และถอดถอน
มนั ออกไปหมดโดยสน้ิ เชงิ แลว้ ใจเปน็ อสิ ระเตม็ ภมู ิ นแี้ ลคอื ทสี่ ดุ แหง่ ทกุ ข์ ทสี่ ดุ แหง่ ธรรม
ทส่ี ดุ แหง่ วฏั จกั ร สนิ้ สดุ ทใ่ี จนเ้ี อง ไมส่ น้ิ สดุ ในทอี่ นื่ ใด เพราะกเิ ลสและธรรมไมม่ อี ยทู่ อี่ น่ื
จงึ ขอให้ย้อนจิตเขา้ มาพจิ ารณาในกายในใจดว้ ยดี ความสมหวงั ทเ่ี คยหวังมานานจะ
สมบรู ณ์ในใจท่ีชำ� ระถงึ ข้ันบรสิ ุทธิ์เต็มที่แลว้
ขอย�้ำอีกคร้ัง จงเรียนจิตให้รู้ เรียนจิตรู้ทั่วถึงแล้ว ไม่มีอะไรสงสัยในโลกนี้
กวา้ งแคบไมส่ ำ� คญั สำ� คญั ทเ่ี รยี นจติ ใหร้ เู้ รอื่ งของจติ รกู้ เิ ลสชนดิ ตา่ งๆ ทแี่ ทรกอยภู่ ายใน
จิตจริงๆ เป็นพอกบั ความต้องการ
54
พระพทุ ธเจา้ เม่ือถึงนีแ่ ล้ว ไม่ต้องการอะไรอกี สาวกทัง้ หลายพอ ใครๆ กพ็ อ
เมอื่ ถงึ ขนั้ เพยี งพอแลว้ พอ พอทงั้ นนั้ เพราะเปน็ จติ เปน็ ธรรมทสี่ มบรู ณเ์ ตม็ ทแ่ี ลว้ ตลอด
อนันตกาล
จึงขอยตุ ิธรรมเทศนาเพียงเทา่ น้ี
55
มายากเิ ลส
การฟงั ธรรมทางดา้ นปฏบิ ตั ิ ทง้ั ผเู้ ทศนท์ งั้ ผฟู้ งั สว่ นมากไมค่ อ่ ยมคี ำ� วา่ “พธิ ”ี เชน่
ฟงั พอเปน็ พธิ ี เทศนพ์ อเปน็ พธิ ี อยา่ งนที้ างภาคปฏบิ ตั ไิ มไ่ ดน้ ำ� มาใชก้ นั สำ� หรบั ผมู้ งุ่ อรรถ
มงุ่ ธรรมจรงิ ๆ ไมน่ ำ� มาใช้ ถา้ มงุ่ โลกามสิ อยแู่ ลว้ อาจนำ� มาใช้ แตถ่ า้ มงุ่ ตอ่ โลกามสิ กไ็ ม่
เรียกวา่ “ปฏบิ ัติ” มันขัดกันตรงนี้
ทางดา้ นปฏบิ ตั แิ ลว้ ไมม่ พี ธิ อี ะไรมาก ผเู้ ทศนต์ งั้ ใจเทศนใ์ หผ้ ฟู้ งั ไดร้ บั ความเขา้ ใจ
จรงิ ๆ ดว้ ยเจตนา ผฟู้ งั กต็ งั้ ใจฟงั ดว้ ยความสำ� รวมระวงั จติ ของตน ไมใ่ หส้ ง่ ไปทอี่ นื่ ๆ
ในขณะทฟี่ งั ทำ� ความรสู้ กึ อยกู่ บั ใจของตนเทา่ นน้ั โดยไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งสง่ กระแสจติ ออกมา
ภายนอกเพอ่ื รบั เสยี ง เชน่ สง่ ออกมาสผู่ เู้ ทศน์ เปน็ ตน้ อยา่ งนไี้ มค่ วร เพราะจะขาดกำ� ลงั
ภายในใจท่ีจะพงึ ได้รบั จากการฟังด้วยจิตจดจ่อตอ่ เน่อื งกนั อยู่เฉพาะภายใน
เมอื่ ไดต้ ง้ั จติ ไวเ้ ฉพาะหนา้ คอื มคี วามรสู้ กึ อยกู่ บั ตวั นน้ั แล ถา้ จะเทยี บกค็ อื คนอยู่
ในบา้ น แขกคนมาจากทีไ่ หนเข้ามาเกยี่ วข้องในบ้านน้นั เจา้ ของกร็ ับทราบวา่ แขกน้ัน
มาธุระอะไรบา้ ง นอกจากเจ้าของไมอ่ ยู่บา้ นเสียเทา่ นนั้ แมเ้ ขาจะมาขโมยของไปกชี่ ้นิ
ก่ีร้อยกพี่ ันอยา่ ง กไ็ ม่ทราบได้เลย
จติ ทอี่ ยกู่ บั ตวั ขณะทา่ นแสดงธรรมหนกั เบาจะตอ้ งรบั ทราบทกุ ระยะ เพราะใจอยู่
กบั ตวั เหมอื นคนอยใู่ นบา้ น ถา้ ความรสู้ กึ ไดส้ ง่ ออกไปจากตวั เสยี การฟงั เทศนก์ ไ็ มเ่ ขา้ ใจ
56
ไมค่ อ่ ยรเู้ รอ่ื ง ผลไมค่ อ่ ยเกดิ ถา้ เปน็ กเิ ลสลว้ งเขา้ ไป เอาอะไรไปหมด เหมอื นกบั โจร
ผรู้ า้ ยขโมยของอะไรภายในบา้ นกไ็ มร่ ู้ เราไมเ่ คยทำ� จรงิ ทำ� จงั จะไปตำ� หนติ เิ ตยี นตโู่ ทษ
พระพทุ ธเจา้ พระสาวก และพทุ ธบรษิ ทั ทง้ั หลายวา่ “เวลาพระพทุ ธเจา้ ทรงเทศน์ คนได้
ส�ำเร็จมรรค ผล นพิ พาน” จะส�ำเรจ็ อยา่ งไรเพียงเทศนเ์ ท่าน้ัน โดยผฟู้ ังไม่ต้ังใจฟัง
นอกจากคยุ กนั แขง่ พระเทศนเ์ ทา่ นน้ั บางคนไมเ่ ชอื่ กม็ วี า่ ผเู้ ทศนจ์ ะสามารถยงั ผฟู้ งั ให้
สำ� เร็จ มรรค ผล นพิ พาน ได้ และผู้ฟังกไ็ ม่สามารถจะบรรลธุ รรมไดใ้ นขณะทฟี่ ัง
นเี้ ปน็ ความคดิ เหน็ ของคนประเภทลอยลม หาหลกั เกณฑไ์ มไ่ ด้ สกั แตว่ า่ เทา่ นน้ั
ตามความลอยลมของตน ถอื ศาสนากส็ กั แตว่ า่ ถอื ถามวา่ ถอื ศาสนาอะไร ถอื ศาสนาพทุ ธ
ก็มีแต่ช่ือของพระพุทธเจ้าเต็มปากเต็มคอ แต่ไม่เคยมีธรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
หัวใจเลย ขน้ึ ชื่อว่าพทุ ธ วา่ ธรรม ว่าสงฆ์ ไมใ่ ช่เปน็ ของเล็กนอ้ ย ไม่ใช่เปน็ ของเล่น
ไมใ่ ชข่ องพธิ ี ทจี่ ะนำ� มาทำ� เลน่ ๆ อยา่ งนนั้ ประเภททเ่ี ลน่ ๆ นแ้ี ล เปน็ ประเภททท่ี ำ� ลาย
ศาสนาไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ ดงั ทเ่ี ราทราบๆ กนั จะมเี จตนาหรอื ไมม่ ไี มส่ ำ� คญั เชน่ ไมห้ ลดุ
จากมอื เราตกลงไปทบั เทา้ ของเรา มนั กเ็ จบ็ ได้ ทง้ั ๆ ทเี่ จา้ ของไมม่ เี จตนา หรอื มดี ถกู มอื
เจา้ ของโดยไมม่ เี จตนา หรอื ฟนั มอื กเ็ จ็บได้เปน็ แผลได้ ค�ำพดู ท่เี ปน็ ภัยตอ่ ศาสนาก็
เปน็ ไดท้ �ำนองเดยี วกนั น้ี
ทา่ นปฏบิ ตั จิ รงิ ๆ พระพทุ ธเจา้ กป็ ฏบิ ตั จิ รงิ เอาเปน็ เอาตายเขา้ วา่ กนั จรงิ ๆ พระสาวก
กป็ ฏบิ ตั จิ รงิ ๆ ฟงั จรงิ ๆ พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงธรรมดว้ ยพระเมตตา มเี จตนาเพอ่ื สตั วโ์ ลก
ใหร้ แู้ จง้ เหน็ จรงิ ในธรรมตามกำ� ลงั ความสามารถสตั วโ์ ลก ทกุ ระยะแหง่ การแสดงธรรม
ของพระองค์ ไม่ทรงลดละเจตนาท่ีหวังจะให้สัตว์โลกได้รับผลประโยชน์จากการฟัง
น้ันเลย ท่านเต็มเม็ดเต็มหน่วยในการปฏิบัติ เวลาตรัสรู้ธรรมก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย
โลกท้ังหลายไมม่ ีใครทจี่ ะสามารถท�ำไดอ้ ย่างพระองค์
น่โี ลกปจั จุบนั คือพวกเราอาจจะลบลา้ ง คอื ปฏิเสธก็ได้ว่า “ไมจ่ รงิ ” ทา่ นท�ำถึง
ขนาดนนั้ แตเ่ ราวา่ “ไมจ่ รงิ ” เพราะเราไมเ่ คยทำ� อยา่ งทา่ น จะเอาความจรงิ มาจากไหน
เหน็ คนอนื่ ทำ� เรากค็ ดั คา้ น เหน็ คนอน่ื ขยนั เราขเ้ี กยี จ กไ็ ปคดั คา้ นเขา เขาฉลาด เราโง่
กไ็ ปต�ำหนิเขา ทง้ั ที่เราไม่มคี วามสามารถอยา่ งนนั้
57
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นทรงสามารถทงั้ ดา้ นปฏบิ ตั ิ สามารถทง้ั ความรคู้ วามเหน็ เตม็ ภมู ิ
ของพระองค์ การประทานพระโอวาทแกส่ ตั ว์โลกจึงตอ้ งประทานเต็มพระสติปัญญา
ความสามารถทุกสิ่งทุกอย่าง ใหส้ มภูมิกับคำ� วา่ “ศาสดาของโลก” แม้ผฟู้ งั กฟ็ ังด้วย
เจตนาอยา่ งนนั้ ดว้ ย ผลไมเ่ ปน็ ไปตามเจตนา ไมเ่ ปน็ ไปตามการกระทำ� ทถี่ กู ตอ้ งดงี าม
จะเป็นอื่นไปได้อย่างไร? เพราะเหตุกับผลเป็นความเก่ียวเน่ืองกันเป็นล�ำดับอยู่แล้ว
การท�ำเต็มเมด็ เต็มหนว่ ย ผลจะไม่เต็มเมด็ เต็มหนว่ ยไดอ้ ยา่ งไร ต้องเตม็ ! ตอ้ งได!้
เพราะฉะนนั้ ครง้ั พทุ ธกาลทา่ นแสดงธรรม ผบู้ รรลธุ รรมจงึ มเี ปน็ จำ� นวนมาก ดว้ ยเหตผุ ล
ดังท่กี ลา่ วมาน้ี
ครน้ั ตกมาสมยั ทกุ วนั นี้ ศาสนาซงึ่ เปน็ ของแทข้ องจรงิ ของทา่ นผวู้ เิ ศษ ของทา่ น
ผทู้ ำ� จรงิ รจู้ รงิ เหน็ จรงิ สง่ั สอนสตั วโ์ ลกจรงิ ดว้ ยธรรมนน้ั ๆ แตธ่ รรมเหลา่ นถี้ กู กลายเปน็
ธรรมพธิ ไี ปตามโลก ซงึ่ เปน็ โลกพธิ ี ผนู้ บั ถอื กนั เปน็ พธิ ี ผลกเ็ ปน็ ไปแบบรางๆ อยา่ งนน้ั แล
อะไรๆ เลอื นๆ รางๆ จางไปหมด ปลอมไปหมด เพราะหวั ใจเราใหป้ ลอม ถา้ หวั ใจไมจ่ รงิ
เสียอย่างเดียว อะไรก็ปลอมไปหมด
เวลานศ้ี าสนธรรมกำ� ลงั อยใู่ นระยะหรอื จดุ น!ี้ สว่ นพวกเราจะอยใู่ นจดุ ไหน ระยะใด
จะเป็นแบบนี้หรือเปน็ แบบไหน!
ถา้ เราตอ้ งการเปน็ แบบแกต่ วั เองตามหลกั ความจรงิ ทท่ี า่ นสอนไวด้ ว้ ยความจรงิ
เรากต็ อ้ งทำ� จรงิ ปฏบิ ตั ใิ หจ้ รงิ นเี่ ปน็ การเตอื นใหเ้ ราทง้ั หลายซง่ึ เปน็ กนั เอง ไดท้ ราบถงึ
ขอ้ เทจ็ จรงิ ของศาสนาและผปู้ ฏบิ ตั ศิ าสนาวา่ ผลจะเปน็ จรงิ และไดร้ บั มากนอ้ ยเพยี งไร
หรือกลายเปน็ โมฆะไปหมด เพราะเหตุผลท่ีกล่าวมานีไ้ มเ่ ปน็ ความจริง
การฟังธรรมซึ่งเป็นหลักส�ำคัญท่ีปฏิเสธไม่ได้ในการรับผล ก็คือฟังด้วยความ
ตั้งอกตั้งใจ มีความรู้กับมีสติก�ำกับอยู่กับตัวเป็นหลักใหญ่ ชื่อว่าได้ตั้งภาชนะไว้
เรยี บรอ้ ยแล้ว การแสดงธรรม ถา้ ทา่ นผรู้ จู้ รงิ เห็นจริงแสดง จะไมห่ นีธรรมของจริง
ของจรงิ กบั ของจรงิ ตอ้ งเขา้ กนั ได้ ผฟู้ งั ฟงั จรงิ ๆ ผแู้ สดง แสดงจรงิ ๆ แสดงดว้ ยอรรถ
ธรรมอันเป็นข้อเท็จจริงจริงๆ ไม่ไดค้ วา้ หรือลบู ๆ คล�ำๆ มาแสดง ต้องเขา้ ใจตาม
หลกั ธรรมนนั้ ๆ
58
ธรรมทง้ั หมด ทา่ นมไี วเ้ พอื่ อะไร? ถา้ เปน็ นำ�้ กม็ ไี วส้ ำ� หรบั อาบดมื่ ใชส้ อย ซกั ฟอก
หรอื ลา้ งส่ิงสกปรกโสมมทง้ั หลาย ธรรมก็เปน็ เชน่ นนั้ เหมอื นกนั เพราะพวกเราเปน็
พวกสกปรกทง้ั นนั้ บรรดาจติ ใจทมี่ กี เิ ลสเปน็ จติ ใจทส่ี กปรก กาย วาจา ทเ่ี ปน็ รวงรงั ของกเิ ลส
และจติ ทเี่ ปน็ รวงรงั ของกเิ ลส มนั จงึ เปน็ เรอ่ื งสกปรกไปตามๆ กนั กบั กเิ ลสซง่ึ มอี ยภู่ ายใน
ท่านจึงตอ้ งหาน�ำ้ ที่สะอาดคือธรรมมาส่ังสอนหรอื ชะล้างจติ ใจของพวกเรา
ธรรมทสี่ ะอาดกค็ อื “สวากขาตธรรม” ตรสั ไวช้ อบแลว้ นแ่ี สดงวา่ สะอาดเตม็ ทแ่ี ลว้
“นยิ ยานกิ ธรรม” เปน็ ธรรมทร่ี องรบั เหมอื นกบั นำ�้ เปน็ เครอ่ื งรองรบั ชะลา้ งสง่ิ สกปรก
ท้ังหลายให้สะอาดเช่นนั้นได้ไม่เป็นอย่างอื่น ธรรมก็เป็นธรรมชาติที่สะอาดเช่นน้ัน
ส�ำหรับชะล้างส่ิงสกปรกในหัวใจของสัตว์ให้สะอาด ขอให้หัวใจน่ีจดจ่อเพื่อความ
สะอาดเถอะ ผลการฟงั จะทำ� ใหใ้ จสงบระงบั และสะอาดผอ่ งใสไดไ้ มส่ งสยั เมอ่ื ใจสงบ
ผ่องใส กาย วาจา หากคอ่ ยเปน็ ไปเอง เพราะนีเ่ ป็นเครือ่ งมอื เท่าน้นั
ท่สี ำ� คญั จรงิ ๆ กค็ ือใจซ่งึ เปน็ ตวั การ หากใจยอมรบั ความจรงิ ใจยอมรับทีจ่ ะ
ซักฟอกตัวเองแลว้ ต้องมีวนั สะอาดข้นึ สกั วนั หน่ึงจนได้ จากนำ้� สะอาดคอื “ธรรม”
พระพุทธเจา้ ทรงประกาศสอนโลกและทรงใชต้ อ่ โลกมานานแล้ว ได้รับผลทพ่ี อใจมา
โดยลำ� ดบั แมค้ ำ� วา่ “สงั ฆงั สรณงั คจั ฉาม”ิ เรากลา่ วถงึ ทา่ นเพอ่ื ประโยชนอ์ ะไร ถา้ ไมใ่ ช่
เปน็ ผสู้ ะอาดหมดจดเตม็ ที่แลว้ จาก “น�้ำ” คอื พระสจั ธรรมของพระพุทธเจ้า ชำ� ระเสีย
จนสะอาด “ธมั มงั สรณงั คจั ฉาม”ิ ซง่ึ เปน็ ธรรมทบ่ี รสิ ทุ ธแ์ิ ท้ ไมอ่ อกมาจากพระทยั ที่
บรสิ ทุ ธขิ์ องพระพทุ ธเจา้ จะออกมาจากไหน พระทยั ทจี่ ะบรสิ ทุ ธไิ์ ดเ้ พราะการชำ� ระสะสาง
การขดั เกลา การชำ� ระลา้ งดว้ ยอรรถดว้ ยธรรม เปน็ ความจรงิ มาโดยลำ� ดบั ๆ จนกระทงั่
ถงึ ปจั จบุ นั เรานี้ ธรรมกเ็ ปน็ ธรรมชาตทิ สี่ ะอาดอยเู่ สมอมาสำ� หรบั ลา้ งสง่ิ สกปรกโสมม
ของสตั ว์โลก
ถา้ เราคดิ ตามธรรมดาอยา่ งเผนิ ๆ อยา่ งโลกทสี่ มมตุ ทิ วั่ ๆ ไปกว็ า่ เรานสี้ ะอาดทส่ี ดุ
ไมม่ ใี ครจะหยงิ่ ยง่ิ กวา่ คนโง่ ไมม่ ใี ครจะสะอาดยงิ่ กวา่ คนโงท่ ส่ี กปรก ถา้ พดู ตามธรรม
แลว้ เปน็ อยา่ งนี้ เมอื่ เราทราบวา่ เราสกปรกทางใจ ซงึ่ เตม็ ไปดว้ ยกเิ ลสโสมมแลว้ เราตอ้ ง
เปน็ ผมู้ งุ่ ตอ่ อรรถตอ่ ธรรมเปน็ เครอื่ งชะลา้ ง ดงั ทท่ี า่ นทง้ั หลายไดอ้ ตุ สา่ หส์ ละเวลำ่� เวลา
59
หนา้ ท่ีการงาน ตลอดจนชีวติ จิตใจมาเพ่อื บำ� เพ็ญตนเชน่ นี้ จึงเป็นความถกู ต้องตาม
แนวทางทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงดำ� เนนิ มาทเี่ รยี กวา่ “อรยิ ประเพณ”ี ประเพณขี องพทุ ธบรษิ ทั
ที่ดีงามของพระพุทธเจ้าท่านด�ำเนินมาอย่างนั้น จึงขอขอบคุณขออนุโมทนากับท่าน
ทงั้ หลายไวใ้ นโอกาสนด้ี ว้ ย นอกจากเปน็ ความดสี ำ� หรบั ตนแลว้ ยงั เปน็ คตติ วั อยา่ งแก่
อนชุ นรุ่นหลงั อกี ไม่มสี ิ้นสดุ
คำ� ทว่ี า่ พวกเราสกปรก นกี้ พ็ อจะทราบกนั ได้ คำ� วา่ สกปรก สกปรกเพราะอะไร?
เพราะขโี้ ลภ ขีโ้ กรธ ขีห้ ลง ขส้ี ามกองน้ีเตม็ อยบู่ นหวั บนหัวอะไร ก็บนหวั ใจน้ันแล
นนี้ กั ปราชญท์ ง้ั หลายทา่ นตำ� หนติ เิ ตยี น ทา่ นขยะแขยงมาก แตพ่ วกเราชอบจงึ ไมร่ สู้ กึ ตวั
เมื่อไม่รู้สึกตัวก็ไม่รู้สึกสนใจในส่ิงที่จะน�ำมาช�ำระล้าง เห็นผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม
กด็ ถู กู เหยยี ดหยาม มเี ยอะสมยั จรวดนจ้ี ะวา่ ยงั ไง? เพราะความเหน็ ผดิ ตอ้ งผดิ ไปเรอื่ ยๆ
อะไรทำ� ใหเ้ ห็นผดิ ? ถ้าไมใ่ ช่หวั ใจท่ีเตม็ ไปดว้ ยกเิ ลสซึ่งเป็นตวั ผดิ ทงั้ เพนั้น ถา้ จิตใจ
ผดิ ไปดว้ ย กพ็ าใหแ้ สดงออกทกุ แงท่ กุ มมุ ผดิ ไปตามๆ กนั จนกระทง่ั กาย วาจา ทแี่ สดงออก
ผดิ ไปทงั้ นนั้ เพราะสงิ่ ทท่ี ำ� ผดิ ทมี่ อี ยภู่ ายในจติ ใจนนั้ ไมต่ อ้ งมากมายอะไรเลย ตวั นน้ั
เป็นตวั การ
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้ช�ำระให้ล้าง การฟังเทศน์ฟังธรรมก็เป็นการชะล้าง
จติ ใจของตนดว้ ยธรรม คอื ในขณะทฟี่ งั ธรรม ทา่ นวา่ มอี านสิ งสเ์ กดิ ขน้ึ จากการฟงั ธรรม
อานสิ งสค์ อื ผลทเี่ กดิ ขนึ้ ในขณะทฟ่ี งั นน้ั แล ทำ� จติ ของเรา อยา่ งนอ้ ยมคี วามสงบเยน็ ใจ
รเู้ หตรุ ผู้ ล รทู้ างดที างชวั่ และรวู้ ธิ จี ะปฏบิ ตั ติ อ่ ตนเอง ขอ้ สำ� คญั ใจมผี อ่ งใสขน้ึ ไดร้ บั
ความรม่ เยน็ ในขณะฟงั นคี่ อื ผลทเี่ กดิ ขน้ึ จากการฟงั ธรรม ทา่ นวา่ มอี านสิ งส์ ๕ เราจะ
คอยเอาอานสิ งส์ทีไ่ หน ถ้าไม่เอาในขณะท่ฟี งั เพราะการฟังกค็ อื การบ�ำเพญ็ อย่แู ล้ว
ผลตอ้ งเกิดตามมาในขณะนนั้ ๆ มีความสงบเยน็ ใจเป็นต้น
หากว่ากิเลสอาสวะเปน็ วัตถุ และเป็นตัวข้าศึก เชน่ เสือรา้ ยเปน็ ตน้ แลว้ คนเรา
จะอยู่ในโลกดว้ ยกันไมไ่ ด้เลย มองดูคนไหนกเ็ หน็ แตเ่ สอื รา้ ย ทง้ั เหยียบย�ำ่ ท้ังเดนิ
เพ่นพา่ น ทง้ั นัง่ ทง้ั นอน ทง้ั ขบั ถ่าย ท้งั หยอกเลน่ กัน ทั้งกัดฉกี และถลกหนังเล่นอยู่
บนหัวเหมือนกนั หมด คนทง้ั คนมแี ต่เสอื ร้ายทจี่ ดจ้องยอ่ งกดั อย่บู นหัวคน แลว้ ก็กดั
60
ฉกี หวั คนลงไปเรอ่ื ยๆ ไมห่ ยดุ นอนอยกู่ ก็ ดั ยนื อยกู่ ก็ ดั เดนิ อยกู่ ก็ ดั นง่ั อยกู่ ฉ็ กี อะไรๆ
ก็ฉีกท้ังน้ัน กิริยาความเคลื่อนไหวต่างๆ มีแต่เสือร้ายมันกัดมันฉีกอยู่ตลอดเวลา
จะหาเนอ้ื หาหนงั หาเอน็ หากระดกู มาจากทไ่ี หน ใหต้ ดิ ใหต้ อ่ กนั เปน็ รปู เปน็ กาย เปน็ หญงิ
เปน็ ชาย เปน็ สตั วเ์ ปน็ บคุ คล เปน็ เราเปน็ ทา่ น อยา่ งทเี่ ปน็ อยนู่ ไ้ี ดเ้ ลา่ มองดคู นนน้ั กเ็ ปน็
แบบน้ี มองดคู นนก้ี เ็ ปน็ แบบนน้ั เยม้ิ ไปดว้ ยบพุ โพโลหติ นำ้� เนา่ นำ้� หนอง เพราะถกู เสอื
มันกัดมนั ฉีก มันทำ� ลายอวยั วะส่วนตา่ งๆ ของมนุษย์เรา
กรุณาดูลวดลายของกิเลสมนั แสดงออกกับโลกทัว่ ๆ ไป เปน็ อย่างนี้ ถ้ากเิ ลส
มนั เปน็ ตวั เปน็ ตนอยา่ งน้ี แตม่ นั ไมไ่ ดเ้ ปน็ ตนเปน็ ตวั อยา่ งนี้ โลกจงึ ไมเ่ หน็ โทษของมนั
และกลบั เหน็ วา่ เปน็ ของดเี สยี อกี เมอื่ ไปเสกสรรมนั วา่ เปน็ ของดี คอื เหน็ ของชว่ั วา่ เปน็
ของดี เหน็ ของดวี า่ เปน็ ของชวั่ แลว้ ผลกต็ อ้ งกลบั ตาลปตั รกนั ไป สงิ่ ทค่ี วรจะไดร้ บั เปน็
ความสขุ แตม่ นั กลายเปน็ ความทกุ ขไ์ ปหมด ทโ่ี ลกรอ้ น รอ้ นเพราะอะไร? ถา้ ไมใ่ ชเ่ พราะ
กเิ ลส เพราะความโลภมาก เพราะความเห็นแก่ตัวมาก เปน็ ตน้
ทกุ วนั นเ้ี ขาพดู วา่ “โลกเจรญิ ” มนั เจรญิ ทตี่ รงไหน? ถา้ พดู ตามหลกั ความจรงิ แลว้
มนั เจรญิ ทต่ี รงไหน คนกำ� ลงั จะถกู เผาทง้ั เปน็ กนั อยแู่ ลว้ เพราะความทกุ ขม์ นั สมุ หวั ใจ
เวลาน้ี จะหาความเจรญิ มาจากไหน ความเจรญิ กต็ อ้ งเปน็ ความสงบสขุ ความสะดวก
สบาย ความเปน็ อยสู่ บาย หนา้ ทก่ี ารงานสะดวกสบาย การคบคา้ สมาคมสะดวกสบาย
อยู่ด้วยกันเป็นหมู่เป็นคณะมีจ�ำนวนมากน้อย เป็นความสะดวกสบาย ไม่ทะเลาะ
เบาะแวง้ ไมแ่ ขง่ ดบิ แขง่ ดที เ่ี รยี กวา่ “แขง่ กเิ ลสกนั ” ไมฆ่ า่ ไมต่ ี ไมแ่ ยง่ ไมช่ งิ ไมค่ ดไมโ่ กง
ไมก่ ดขบี่ งั คับ ไมร่ ดี ไม่ไถ ซ่ึงกันและกัน อนั เป็นการท�ำลายสมบัติและจิตใจของกัน
และกนั ในขณะเดยี วกนั ตา่ งกเ็ หน็ อกเหน็ ใจกนั เมตตาสงสารกนั เฉลยี่ เผอื่ แผใ่ หค้ วาม
เสมอภาคดว้ ยความมเี มตตากรณุ าตอ่ กนั ไมอ่ จิ ฉารษิ ยากนั ไมเ่ บยี ดเบยี นกนั อยดู่ ว้ ยกนั
ฉนั พนี่ อ้ งเลอื ดเนอ้ื อนั เดยี วกนั จะเรยี กวา่ โลกเจรญิ ไดต้ ามความจรงิ โลกไดร้ บั ความ
สงบสขุ ทวั่ หนา้ กนั ทงั้ คนมคี นจน คนโงค่ นฉลาด โลกไมด่ ถู กู เหยยี ดหยามกนั และกนั
นำ� ความยมิ้ แยม้ แจม่ ใสออกทกั ทายกนั ไมแ่ สดงอาการบดู บง้ึ ใสก่ นั ตา่ งคนตา่ งมเี หตุ
มีผลเป็นหลักด�ำเนนิ
61
เม่ือพูดตามความเป็นจริงแล้ว ทุกวันน้ีโลกเป็นอย่างน้ีไหม? ถ้าเป็นอย่างนี้
เรยี กวา่ โลกเจรญิ จรงิ แตท่ งั้ ๆ ทว่ี า่ “เวลานโี้ ลกกำ� ลงั เจรญิ ” จงึ ทำ� ใหส้ งสยั วา่ มนั เจรญิ
อะไรบา้ ง? เจรญิ ที่ตรงไหน?
ถา้ เจรญิ ดว้ ยวตั ถเุ ครอื่ งกอ่ สรา้ ง จะสรา้ งเทา่ ไหรก่ ไ็ ด้ ถา้ ไมแ่ บกกองทกุ ขเ์ พราะ
อะไรท่วมหวั นะ่
ทนี ยี้ อ้ นเขา้ มาหาตวั ของเรา วนั หนง่ึ คนื หนง่ึ ตงั้ แตต่ น่ื ขนึ้ มา หมนุ ตวั เปน็ เกลยี วอยู่
ตลอดเวลาเหมอื นกงจกั ร การทก่ี ายและใจหมนุ เปน็ กงจกั ร ไมม่ เี วลาพกั ผอ่ นตวั บา้ งเลย
เช่นนี้เปน็ ความสุขหรอื ? คนเดนิ ทางไม่หยดุ คนว่ิงไมม่ ีเวลาหยุด เป็นความสุขหรอื ?
ความจรงิ ตอ้ งมเี วลาพกั ผอ่ นนอนหลบั ใหส้ บายบา้ ง คนเราถงึ จะมคี วามสขุ การคดิ มาก
ต้องวุ่นมากทกุ ข์มาก ถา้ หนักเขา้ ต้องเป็นโรคประสาท ธาตุขันธท์ ี่เตม็ ไปด้วยโรคภัย
ไข้เจ็บ ทั้งเจ็บหวั ปวดทอ้ ง เตม็ อวยั วะ คนนนั้ มีความสขุ หรือ?
กเิ ลสมนั ชอนมนั ไช มนั กดั มนั ฉกี อยตู่ ลอดเวลาทกุ อาการทเี่ คลอื่ นไหวแหง่ จติ ใจ
นน่ั มคี วามสขุ หรอื ? โลกเจรญิ แลว้ หรอื อยา่ งนนั้ ? ความกดั ฉกี ของกเิ ลส ผลทเี่ กดิ ขนึ้
จากการกัดการฉกี ของกิเลสมนั ก็มแี ตก่ องทุกขท์ ั้งนน้ั หาความสุขไม่มี เม่อื เปน็ เชน่ นี้
จะเอาความสุขมาจากไหน? เวลาทย่ี ้อนเข้ามาดูทีต่ ัวเรา มันกเ็ ปน็ ไฟอยภู่ ายในจติ ใจ
เพราะกเิ ลสก่อไฟเผาใจอย่ตู ลอดเวลา “ราคัคคินา โทสัคคนิ า โมหัคคินา” น่ัน ฟังซ!ิ
“ไฟคอื ราคะ ไฟคอื โทสะ ไฟคอื โมหะ” ไฟ คอื ความโลภ ความโกรธ ความหลง มนั เผา
อยู่ท่ใี จ
ขน้ึ ชอื่ วา่ “ไฟ” ไมว่ า่ จะกอ่ ทไ่ี หนเวลาใด มนั รอ้ นทนี่ น่ั ถา้ ไฟทมี่ นั ลกุ โพลงขนึ้ มา
ภายในจติ ใจ คอื ไฟโลภะ โทสะ โมหะ มนั ตอ้ งเผาทจี่ ติ ใจ แมก้ ายกจ็ ำ� ตอ้ งรบั ทกุ ขไ์ ปดว้ ย
รับประทานไม่ได้ นอนไม่หลบั ไมม่ แี รง
ตามหลกั ธรรมทา่ นสอนไวว้ า่ “โก นุ หาโส กมิ านนั โท นจิ จงั ปชั ชลเิ ต สติ อนั ธกาเรน
โอนทั ธา ปทปี งั น คเวสถ” เปน็ ตน้ เมอ่ื โลกสนั นวิ าสน้ี เตม็ ไปดว้ ยความมดื มนอนธการ
เพราะอำ� นาจแหง่ กเิ ลสตณั หามนั แผดเผาอยตู่ ลอดเวลา พวกทา่ นทง้ั หลายเพลดิ เพลนิ
62
หวั เราะรา่ เรงิ กนั หาอะไร? ทำ� ไมจงึ ไมร่ บี แสวงหาทพี่ ง่ึ มาเพลนิ อยกู่ บั ไฟทำ� ไมกนั เพราะ
“ความลมื ตวั ประมาท” นั่น! ทา่ นสอน ฟงั ซิ ถึงใจไหม? พระพุทธเจ้าสอนโลกนะ่
ถ้าเราฟังเพื่อถอดถอนกิเลส มันถึงใจจนน่าละอายตัวเอง เมื่อฟังด้วยความ
ถงึ ใจแลว้ ทำ� ไมจติ ใจจะไมเ่ หน็ โทษ และมคี วามกระหยมิ่ ตอ่ คณุ งามความดที ง้ั หลาย
ท�ำไมจะไม่มีความพอใจแกก้ เิ ลสตัณหาอาสวะ ซ่ึงลกุ เป็นไฟทงั้ กองอยใู่ นจติ ใจอยา่ ง
เต็มเม็ดเต็มหน่วยเล่า และกิเลสท�ำไมจะไม่หลุดลอยออกไป เมื่อได้ท�ำความเพียร
ถอดถอนมันด้วยความถึงใจ ด้วยความเห็นโทษของกิเลสอย่างถึงใจของผู้แสวงหา
ความจรงิ อยา่ งเต็มใจ
นแ่ี หละ บรรดาสาวกและพทุ ธบรษิ ทั ทง้ั หลายทท่ี า่ นรเู้ หน็ ธรรม เวลาทา่ นเหน็ โทษ
กเ็ หน็ อยา่ งถงึ ใจจรงิ ๆ การทำ� ความเพยี รพยายามถอดถอนกท็ ำ� อยา่ งถงึ ใจ เวลารจู้ งึ รู้
ถงึ เหตถุ งึ ผลถงึ จติ ถงึ ใจจรงิ ๆ และถงึ ความหลดุ พน้ ไปดว้ ยความถงึ ใจ ไมใ่ ชเ่ ปน็ เรอื่ ง
“พธิ ”ี เชน่ รบั ศลี กร็ บั ศลี พอเปน็ พธิ ี อะไรๆ กท็ ำ� เปน็ พธิ ี ฟงั ธรรมกพ็ อเปน็ พธิ ี ประพฤติ
ปฏบิ ัติธรรมซึ่งเปน็ ของประเสริฐกพ็ อเปน็ พธิ ี เหมือนกับเดก็ เลน่ ตกุ๊ ตากัน
แตศ่ าสนาไม่ใชเ่ ดก็ และไมใ่ ช่เรือ่ งของเดก็ จงึ เข้ากนั ไม่ได้
พระพทุ ธเจา้ ทงั้ พระองคเ์ ปน็ ผปู้ ระทานศาสนาไว้ พระพทุ ธเจา้ ไมใ่ ชเ่ ดก็ ศาสนธรรม
ไมใ่ ชศ่ าสนธรรมของเดก็ ผปู้ ฏบิ ตั ศิ าสนาคอื พทุ ธบรษิ ทั จงึ ไมค่ วรนำ� เรอ่ื งของเดก็ เขา้ มา
แทรกกบั ตัวเองในกริ ยิ าแห่งการท�ำเกีย่ วกบั ศาสนา “พอเป็นพิธ”ี น้ี โลกเลยเปน็ พธิ ี
ไปหมดในทางศาสนา แลว้ จะหาผลอนั แทจ้ รงิ มาจากไหน? เมอื่ มแี ตพ่ ธิ เี ตม็ จติ เตม็ ใจ
เต็มอาการทุกส่ิงทุกอย่างท่ีเกี่ยวข้องกับศาสนาในงานต่างๆ พากันทราบหรือยังว่า
กเิ ลสมนั มพี ธิ ที ไ่ี หน เวลามนั จะกดั หวั คน มนั มพี ธิ ไี หม? เราดซู ี มนั ตงั้ ทา่ ตง้ั ทางยกครู
ยกคนั ทำ� พธิ ีรีตองต่างๆ กอ่ นไหม เวลามันจะขยี้หัวใจคนนะ่
ความโลภมนั เกดิ ขนึ้ มาทนั ที เมอื่ ไดโ้ อกาสทม่ี นั จะแสดงความโลภ แสดงความโกรธ
ความหลง มนั แสดงอาการออกมา ออกมาด้วยกิเลสประเภทต่างๆ ทนั ที มันไมไ่ ด้
คอยหาพธิ รี ตี องเหมอื นกบั พวกเราทจ่ี ะคอยฆา่ มนั และแลว้ กฆ็ า่ พอเปน็ พธิ ี ตเี พยี งหนบั ๆ
63
พอให้มันหัวเราะเยาะเย้ยว่า “มนุษยน์ ้มี ันช่างกลัวเราเสียจรงิ ๆ ยิง่ กวา่ หมากลัวเสือ
มาหยอกเราเลน่ เพยี งหนบั ๆ แลว้ กร็ บี วงิ่ ใสห่ มอน นอนคอยเราตำ� นำ้� พรกิ ไปจมิ้ กนั ทน่ี น่ั
ชนิดหมอบราบไม่มที างต่อสูเ้ ลย” นน่ั ฟังดซู ิ ความเพียรเราเพอื่ จะฆ่ากิเลส มนั จะ
เขา้ กนั ไดไ้ หม? เรากลวั บา้ งไหม? ถา้ กเิ ลสเปน็ เหมอื นกบั เสอื รา้ ยสกั ตวั หนง่ึ อยบู่ นหวั ใคร
หวั เราทกุ คน มีแต่เสือรุมกดั อยทู่ ้ังวันทั้งคนื ยืน เดิน นัง่ นอน มองไปทางไหนกม็ ี
แตเ่ สอื รมุ กดั อวยั วะจนแทบไมม่ เี หลอื ทงั้ กดั ทง้ั ฉกี ไปไหนมนั กก็ ดั กฉ็ กี ไปเรอ่ื ย เดนิ ไป
มันกก็ ัดกฉ็ ีกไปเรื่อย เราจะดไู ดไ้ หม? ตอบแทนวา่ “ดไู ม่ไดเ้ ลย” ตอ้ งพากันวิ่งแนบ่
ย่ิงกว่าหมากลัวเสือนั่นแล ทั้งจะมีอะไรบ้างก็ไม่ทราบจะหลุดเรี่ยราดไปตามทางน่ะ
คิดเอาเองเถอะ ขเ้ี กยี จบอกเสียทุกแงท่ ุกมุม
แตน่ ก่ี เิ ลสมนั ไมเ่ ปน็ ตนเปน็ ตวั เชน่ นนั้ มนั กดั มนั ฉกี อยภู่ ายใน เรายงั นอนเคลม้ิ
ใหม้ นั กดั มนั ฉกี อยา่ งสบายไปอกี แลว้ จะหาทางแกก้ เิ ลสไดอ้ ยา่ งไร เมอ่ื ไมท่ ราบวา่ กเิ ลส
ไมท่ ราบความกดั ของกเิ ลส และไมท่ ราบความทกุ ขท์ กี่ เิ ลสสรา้ งขน้ึ บนหวั ใจ เราจะหาทาง
แกก้ ิเลสได้อยา่ งไร นีแ่ หละทีพ่ วกเราไม่ทนั กลมายากิเลส เราเปน็ คนอาภพั กอ็ าภพั
เพราะกเิ ลสมันบงั คบั นแ่ี ล ธรรมแท้ไม่เคยท�ำคนให้อาภพั นอกจากส่งเสรมิ คนให้ดี
อย่างเดียว
ถา้ แกก้ ิเลสออกจากใจได้เป็นล�ำดบั แล้ว วาสนาไม่ตอ้ งบอก จะคอ่ ยดีขึ้นมาเอง
ดดี ขนึ้ ดว้ ยความดขี องเราทที่ ำ� อยเู่ สมอ การใหท้ านกเ็ ปน็ การสรา้ งวาสนา การรกั ษาศลี
กเ็ ปน็ การสร้างวาสนา การเจริญเมตตาภาวนาก็เปน็ การสร้างวาสนา ถ้าท�ำด้วยเจตนา
อนั ถูกตอ้ ง ไมท่ �ำสักแต่วา่ “พอเปน็ พิธี”
ทาน ถา้ ทำ� พอเปน็ พธิ เี ฉยๆ กส็ กั แตว่ า่ ทาน ไมม่ ผี ลมาก ศลี กส็ กั แตว่ า่ พอเปน็ พธิ ี
แตเ่ วลาลว่ งเกนิ ศลี ไมล่ ว่ งพอเปน็ พธิ ี มนั ลว่ งเกนิ จรงิ ๆ ทำ� ศลี ใหข้ าดจรงิ ๆ ภาวนา กพ็ อ
เปน็ พธิ ี แตเ่ วลางว่ ง ความงว่ งเขา้ มาครอบงำ� นไี่ มใ่ ชพ่ ธิ ี ลม้ ตมู ลงจรงิ ๆ ถา้ หมอนไมร่ บั ไว้
กเิ ลสตอ้ งยงุ่ เผาศพเพราะไมไ่ ดน้ อนพอเปน็ พธิ นี ี่ มนั นอนหลบั เสยี จรงิ ๆ หลบั ครอกๆ
เหมอื นคนตาย มนั ไมเ่ ปน็ พธิ ี เมอ่ื ถงึ เวลาสงิ่ เหลา่ นเ้ี ขา้ มาเกยี่ วขอ้ งแลว้ แตเ่ วลาบำ� เพญ็
ธรรมนนั้ ทำ� พอเปน็ พธิ ี นแ่ี หละมนั จงึ ไมท่ นั การ ไมท่ นั กลมายาของกเิ ลส จงึ ตอ้ งยอม
64
เปน็ พลพรรคของกเิ ลส ใหก้ เิ ลสยำ่� ยขี ดู รดี กดขบี่ งั คบั ทงั้ วนั ทง้ั คนื ทงั้ ปที ง้ั เดอื น ทง้ั ภพ
ทงั้ ชาติ ตลอดกปั ตลอดกลั ป์ ยงั ไมส่ ามารถจะทราบไดว้ า่ วนั ไหนเราพอจะรจู้ กั เงาของ
กเิ ลสบา้ ง มนั ทำ� เราดว้ ยวธิ ใี ดบา้ ง มนั มเี งาไหม? ถา้ ไมเ่ หน็ ตวั มนั พอเหน็ เงาบา้ งกย็ งั ดี
เช่น กิเลสมันตั้งหมดั ต้ังมวยใสเ่ รา พอมองเหน็ เขาบ้างกย็ งั นา่ ดู แม้ไมเ่ หน็ ตัวตนเขา
แต่พอมองเห็นเงามันก็ยังน่าดู แต่น่ีเราไม่เห็นจนกระทั่งเงาของกิเลสท่ีมันฆ่าคน
ทำ� ลายคน เบยี ดเบยี นคน ทรมานคน กดขบ่ี งั คบั คน แลว้ เราจะไปแกก้ เิ ลสไดท้ ต่ี รงไหน?
เม่ือเงามันเรายังไม่เห็นเลย ไม่ต้องพูดถึงตัวมันว่าอยู่ที่ไหน และท�ำลายคนด้วย
วิธใี ดบา้ ง
เอา้ ! ทนี เี้ พอ่ื ใหร้ ู้ เพอื่ ใหท้ ราบเงาของมนั และตวั ของมนั จงกำ� หนดความรคู้ อื จติ
สติเป็นเครื่องก�ำกับเข้าสู่ภายในกายภายในใจของตน หูจะออกไปรับกับเร่ืองอะไร
เจา้ ของหนู ค่ี อื ความรู้ สตปิ ญั ญามี มนั ออกไปกระทบกบั เรอื่ งอะไร รปู เสยี ง กลนิ่ รส
เครอ่ื งสมั ผสั เขา้ มาสมั ผสั จะเขา้ มาสมั ผสั จติ ใจทง้ั หมดซงึ่ เปน็ ผรู้ บั ทราบ นอกจาก ตา
หู จมกู ลนิ้ กาย และใจ เปน็ ตวั การสำ� คญั ซง่ึ เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบและรบั ผลโดยประการ
ทง้ั ปวงจากอายตนะเหล่าน้ซี ่งึ ไปก่อเรือ่ งกอ่ ราว แลว้ นำ� ผลโยนมาใหจ้ ิตเปน็ ผรู้ บั บาป
หาบทุกข์ไม่มีวันเวลาปลงวางเท่านั้น ถ้าก�ำหนดอย่างนี้ เราจะทราบท้ังเงาของกิเลส
ทงั้ ตวั ของกเิ ลส วา่ มนั มาดว้ ยเหตใุ ดผลใด มนั มาดว้ ยอาการอะไร ผทู้ อี่ อกตอ้ นรบั คอื
ใจเรา มนั ออกตอ้ นรบั กเิ ลส ยอมรบั กเิ ลส มนั ยอมรบั ดว้ ยเหตใุ ด เราจะทราบในขณะ
เดียวกัน เมื่อทราบแลว้ กม็ ที างทีแ่ ก้ไขและถอดถอนได้
เอา้ ตงั้ สตลิ งทตี่ วั รู้ คอื ใจนน้ั แล ตวั คะนองอยตู่ รงนน้ั ทำ� ไมใจจงึ คะนอง เพราะ
กเิ ลสท�ำใหค้ ะนอง พาใหด้ ้ินรนกวดั แกวง่ และแสดงขึน้ มาจากตรงน้นั เมอ่ื มสี ติแล้ว
จะรคู้ วามกระเพื่อมของจติ เบอื้ งต้นเรากำ� หนดรอู้ ยา่ งนี้ พยายามก�ำหนดให้รโู้ ดยมี
บทธรรมกำ� กบั ไมค้ อยตี อาศยั ไมค้ อื ธรรมบทนน้ั ๆ คอยกำ� กบั ไมใ่ หม้ นั โผลข่ นึ้ มาได้
ตดี ว้ ยบทธรรมใหถ้ ยี่ บิ ลงไป เชน่ “พทุ โธๆ” เปน็ ตน้ แลว้ จติ จะมคี วามสงบ เมอื่ สงบแลว้
จะเย็นลงไปๆ สงบแน่วลงจริงๆ น่ันแหละคุณค่าแห่งความสงบจะเห็นประจักษ์
ในขณะเดียวกันจะเห็นโทษแห่งความฟุ้งซ่านของจิตว่าเท่ียวก่อความทุกข์ให้เรา
มากน้อยเพยี งไร เพราะความฟ้งุ ซา่ นนัน้ ๆ
65
น่ีเปน็ สาเหตทุ จ่ี ะใหเ้ ราทราบในวาระตอ่ ไปของกเิ ลสประเภทต่างๆ ว่า เงากพ็ อ
ทราบหรอื วา่ ตวั กพ็ อทราบแลว้ ความฟงุ้ ซา่ นเรากท็ ราบวา่ มนั เปน็ ภยั ความสงบเรากท็ ราบ
ว่าเป็นคณุ จะสงบด้วยวธิ ใี ดกท็ ราบ คือด้วยวธิ ีการภาวนาด้วยความมีสติ
เมอื่ ทราบในเงอื่ นหนง่ึ แลว้ ตอ่ ไปกจ็ ะทราบไปโดยลำ� ดบั เพราะสตยิ อ่ มมคี วาม
แกก่ ลา้ ขนึ้ ไดใ้ นเมอ่ื ไดร้ บั การบำ� รงุ สง่ เสรมิ อยเู่ สมอ ปญั ญากส็ ามารถได้ เฉลยี วฉลาดได้
คนเราไมใ่ ชค่ นโงอ่ ยตู่ ลอดเวลา ถงึ คราวจะฉลาด ฉลาดได้ ถา้ เจา้ ของสนใจเพอื่ ความ
ฉลาด นอกจากจะนอนอยเู่ ฉยๆ เหมอื นหมอู ยใู่ นเลา้ ในตมในโคลนเทา่ นนั้ จะหาความ
ฉลาดไมไ่ ดจ้ นกระทงั่ วนั ตาย และตลอดกปั ตลอดกลั ป์ จะจมอยใู่ น “วฏั สงสาร” ตลอดไป
เพราะความโงพ่ าใหจ้ ม เราไมใ่ ชผ่ ตู้ อ้ งการจะจมดว้ ยความโงเ่ ชน่ นน้ั เรามาเสาะแสวงหา
ความฉลาดเพือ่ จะปลดเปล้อื งความโง่ของตน ใหใ้ จดีดขน้ึ จากตมจากโคลนทัง้ หลาย
คือกิเลสอาสวะประเภทต่างๆ กลายเป็นอิสรเสรีข้ึนมา เราต้องทำ� ความพยายามให้
เตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย จติ สงบดว้ ยการบงั คบั ดว้ ยความมสี ติ โดยอาศยั บทธรรมเปน็ เครอื่ ง
ก�ำกับ เป็นผลขัน้ หน่ึงข้นึ มาแล้ว
แตค่ ำ� วา่ “ขน้ั นนั้ ขนั้ น”้ี ไมอ่ ยากจะเรยี กใหเ้ สยี เวลา สงบหรอื ไมส่ งบ มนั กท็ ราบ
ภายในตวั เองนนั้ แล เหมอื นเรารบั ประทานอาหาร มนั ถงึ ขนั้ ไหนแลว้ เวลาน?้ี เรากไ็ มเ่ หน็
ถามกนั นนี่ า เรมิ่ รบั ประทานเบอ้ื งตน้ สำ� เรจ็ ขนั้ ไหนไมเ่ หน็ วา่ รบั ประทานไปๆ จนกระทงั่
อม่ิ กร็ เู้ อง ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเอาขนั้ เอาภมู ไิ ปหาความอมิ่ อนั นกี้ เ็ หมอื นกนั ใจรู้ ไมม่ อี ะไร
ทีจ่ ะรู้ยง่ิ กวา่ ใจ ทกุ ข์กร็ ู้ สุขก็รู้ ดรี ู้ ชั่วรู้ ร้อนรู้ หนาวรู้ ร้ไู ปทงั้ นนั้ เป็นผู้รู้อยู่
ตลอดเวลา ใจนีแ่ หละเป็นผู้รบั รู้
เมื่อได้สร้างสติปัญญาเป็นเครื่องก�ำกับใจด้วยดีแล้ว ใจจะเด่นข้ึนด้วยความรู้
ความสงบ และมคี วามชำ� นชิ ำ� นาญไปโดยลำ� ดบั เอา้ จะพจิ ารณาแยกแยะเหตผุ ลตา่ งๆ
ท่ีจิตไปติดพันเกี่ยวข้องกับเร่ืองอะไรจึงกลายเป็นไฟขึ้นมาเผาตัวเอง ก็จะทราบท้ัง
รอ่ งรอยและตวั เหตตุ วั ผลของมนั อกี ดว้ ย จติ มคี วามรอู้ นั เดยี วเทา่ นน้ั สตมิ คี วามระลกึ
แลว้ ดบั ไปๆ เรยี กวา่ สติ ปญั ญาคอื ความสอดสอ่ ง ความใครค่ รวญ ใครค่ รวญกใ็ ครค่ รวญ
เร่อื งของตวั เองน่นั แหละ
66
“อนจิ จงั ” ทา่ นวา่ นเี่ ปน็ แผนทข่ี องปญั ญานะ “ทกุ ขงั อนตั ตา” นเี่ ปน็ แผนทแ่ี นวทาง
เดนิ ของปัญญา จงึ เรียกว่า “หนิ ลบั ปญั ญา”
พิจารณาเร่อื ง “อนจิ จงั ” มันเปน็ อะไร อนิจจัง นี่? ไตรต่ รองไปเรือ่ ยๆ นับจาก
ชนิ้ หนงึ่ สองชน้ิ สามชน้ิ จนกระทง่ั รอบตวั รอบโลกธาตแุ ตล่ ะอยา่ งๆ เปน็ อนจิ จงั ทง้ั สน้ิ
น่ีก็ทราบด้วยปัญญา เม่ือทราบชัดด้วยปัญญาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจังหมด
แลว้ เราจะไปนอนใจตายใจตดิ กบั สงิ่ เหลา่ นนั้ ไดอ้ ยา่ งไร ทงั้ ทร่ี วู้ า่ มนั เปน็ อนจิ จงั อยา่ ง
ประจักษใ์ จ การพจิ ารณาธรรมใหป้ ระจักษใ์ จเปน็ อยา่ งน้ี
ทกุ ขงั กท็ ราบ มนั แสดงอยตู่ ลอดเวลา มนั เปน็ ภยั จรงิ ๆ กท็ ราบ แลว้ ใจจะชนิ กบั
ทกุ ขไ์ ดอ้ ยา่ งไร ไมช่ นิ ไมเ่ คยไดย้ นิ วา่ ใครเคยชนิ กบั ความทกุ ข์ ถา้ เราอยากรชู้ ดั ๆ กล็ อง
เอามือจ่อเข้าไปในไฟดซู ิ มนั จะชินไหม? เราอยู่กบั ไฟมาต้งั แต่วันเกิดจนกระท่งั บดั นี้
มนั ชนิ กบั ความรอ้ นทจ่ี ะทำ� ใหเ้ ราทกุ ขน์ น้ั ไหม? ไมเ่ คยชนิ พอมอื จอ่ ลงไปปบ๊ั มนั กจ็ ะ
ถอนมอื ทันที มอื ยอ้ นกลบั ป๊ับทันที กระตุกตวั เองทันที เพราะความรอ้ นมนั แผดเผา
ทนอย่ไู ม่ได้ น่นั ! มันชินไปได้ยังไง? พจิ ารณาให้เหน็ ชดั ด้วยปญั ญาอย่างถึงใจจรงิ ๆ
คำ� วา่ “อนตั ตา” มนั วา่ งไปหมด เราเสกสรรเอาเฉยๆ วา่ นนั่ เปน็ ตวั นน่ั เปน็ ตน
นนั่ เปน็ สตั ว์ นน่ั เปน็ บคุ คล แมแ้ ตก่ อ้ นธาตทุ อ่ี ยใู่ นรา่ งกายของเราน้ี มนั กว็ า่ งจากความ
เป็นตนเป็นตัวอยู่แล้วโดยธรรมชาติของมัน แต่เรามาเสกสรรเอาว่ามันเป็นก้อน
เปน็ กลมุ่ จากนนั้ กว็ า่ “เปน็ เรา เปน็ ของเรา” ธรรมชาตจิ รงิ ๆ แลว้ อนตั ตา มนั วา่ งจาก
ความเป็นตนเป็นตัว เป็นสัตวเ์ ปน็ บุคคลไปหมดอยแู่ ลว้ จงพจิ ารณาให้เหน็ ตามหลกั
ธรรมชาตอิ ยา่ งน้ี จติ จะไดถ้ อยตวั เขา้ มาจากความลมุ่ หลงนนั้ ๆ แลว้ ปลอ่ ยความกงั วลได้
ในสภาวะท้งั หลายซึง่ เปน็ “อนจิ จัง ทุกขงั อนัตตา”
ทราบโดยทาง “ปญั ญา” ทราบอยา่ งถงึ ใจ จติ เมอ่ื ไดถ้ อดถอนตวั หรอื ไดเ้ ปดิ เผย
รอื้ ฟน้ื ตนจากสงิ่ ทปี่ ดิ บงั ทงั้ หลายโดยความรชู้ ดั วา่ สงิ่ เหลา่ นเี้ ปน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา
แลว้ ทำ� ไมจติ จะไมโ่ ลง่ ทำ� ไมจติ จะไมส่ วา่ งไสว ทำ� ไมจติ จะไมเ่ บา ทำ� ไมจติ จะไมอ่ ศั จรรย์
ท�ำไมจิตจะไม่ผ่องใสและเป็นส่ิงที่น่าอัศจรรย์ ต้องเป็นของอัศจรรย์อย่างแน่นอน
ไม่ต้องสงสยั
67
ทจ่ี ติ ไมแ่ สดงความอศั จรรยใ์ หเ้ จา้ ของเหน็ เลย กเ็ พราะมแี ตส่ ง่ิ สกปรกโสมมทหี่ า
คุณค่าไม่ได้มันครอบจิตอยู่ จิตจึงกลายเป็นนักโทษท้ังดวง แล้วจะมีคุณค่าท่ีไหน
เพราะมนั เปน็ นกั โทษทงั้ ดวง เพราะธรรมชาตทิ เี่ ปน็ โทษมนั อยกู่ บั จติ คอื กเิ ลสทง้ั หลาย
น้นั แล
พอเปดิ ออกไปๆ อปุ าทานการยดึ มน่ั ถอื มนั่ เปดิ เผยตวั ออกไปโดยลำ� ดบั ๆ ความ
สวา่ งกระจา่ งแจง้ ของจติ ความเปน็ อสิ ระของจติ ตามขน้ั นน้ั ๆ ไมต่ อ้ งถาม เบาหววิ เลย
อยทู่ ไ่ี หนกเ็ พลนิ และเบาไปหมด แตก่ อ่ นเคยแบกหามจนหนกั แยก่ ห็ าทปี่ ลงวางไมไ่ ด้
นอนกแ็ บก นงั่ กแ็ บก ยนื กแ็ บก แบกอยูอ่ ย่างน้ันแหละ แบกอปุ าทานความหนกั
ภเู ขาทั้งลกู วา่ มันใหญ่โตมันหนัก เราได้เคยแบกมนั บ้างแลว้ หรือ? เราถึงจะทราบวา่
มนั หนกั เรายงั ไมเ่ คยแบก เรายงั ไมห่ าญพดู ได้ ดตู วั ทมี่ นั หนกั ๆ คอื “เบญจขนั ธน์ นี่ ะ่ ”
มันหนักอยู่ตรงนี้ ยิ่งมีความเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ยิ่งลุกไม่ข้ึนเอาเลย ต้องให้คนอื่น
ชว่ ยพยงุ ช่วยกเ็ จ็บหนกั เขา้ อีก ดว้ ยการเจ็บปว่ ยในอวยั วะตา่ งๆ มนั ท้งั หนัก ทงั้ เจ็บ
ท้งั ปวด เลยเพ่ิมเปน็ เร่อื งหนกั ไปหมด นแี้ ลตวั หนกั จรงิ ๆ ท่านจงึ วา่ “ภารา หเว
ปญั จกั ขนั ธา” ภาระอนั หนกั จรงิ ๆ กค็ อื เบญจขนั ธ์ ทา่ นไมไ่ ดบ้ อกวา่ ภาระอนั หนกั จรงิ
คือภูเขา ทา่ นไม่เห็นว่า
เราพิจารณาใหเ้ ห็นจรงิ อยา่ งน้ี อันนีแ้ ลเปน็ เครื่องทับจติ ใจเรา พิจารณาใหร้ ้ใู น
อาการทงั้ ๕ นี้ มันคือไตรลักษณ์ทั้งน้นั เราอย่าไปอาจหาญ อยา่ ไปเอือ้ ม อย่าไปจบั
อยา่ ไปยดึ อยา่ ไปแบกหาม มนั หนกั เขา้ ไปแบก มนั หนกั จรงิ ๆ ถา้ ปลอ่ ยเสยี มนั กเ็ บา
ปลอ่ ยดว้ ยปญั ญา ใหร้ ชู้ ดั ตามความเปน็ จรงิ จติ จะเพลนิ มคี วามรนื่ เรงิ บนั เทงิ อยทู่ ไ่ี หน
กร็ นื่ เรงิ อยใู่ นปา่ ในเขาอดอมิ่ เปน็ ตายอะไร มแี ตค่ วามรน่ื เรงิ บนั เทงิ ในธรรมทง้ั หลาย
“ธมั มปตี ิ สขุ งั เสต”ิ ผมู้ ปี ตี ใิ นธรรม ยอ่ มอยเู่ ปน็ สขุ อนั นย้ี งั หยาบไป เมอ่ื เขา้ ถงึ
ขั้นน้ีแล้ว คอื วา่ ละเอียดอย่างยิง่ มีความสุขละเอียดเปน็ พ้ืนฐาน นอนกเ็ ปน็ สขุ นง่ั ก็
เปน็ สขุ ยนื เดิน อยกู่ ็เปน็ สขุ ท้งั นัน้ อดอ่ิมเปน็ สุข สบายไปหมด หมดความกังวล
หมดภาระเปน็ เครอ่ื งกดถ่วงจิตใจ
68
เอา้ ! เพอื่ ใหก้ เิ ลสทง้ั มวลสน้ิ ซากไปเสยี ไมใ่ หม้ อี ะไรเหลอื ตน้ ไมเ้ ราตดั กงิ่ ตดั กา้ น
ตดั ตน้ มนั ออกหมด ยงั เหลอื แตห่ วั ตอ รากแกว้ รากฝอย ขดุ ตน้ มนั ขน้ึ มา เอาเผาไฟเสยี
ใหส้ ้นิ ซากหมดเทา่ น้นั ตน้ ไมต้ ้นน้นั ไม่มที างเกิดได้อีกเลย
จิตก็เหมอื นกัน ถอนรากแก้วซ่ึงอยภู่ ายในจิต ท่านเรียก “อวิชชา” ใจปลอ่ ย
อะไรๆ หมด แตต่ วั เองกม็ าอศั จรรยอ์ อ้ ยอง่ิ อยกู่ บั ความสงา่ ผา่ เผย ความละเอยี ดลออ
ซง่ึ เปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสประเภทละเอยี ด พิจารณาเข้าอีกใหพ้ อ น่ีก็คอื กองไตรลักษณ์
อีกเชน่ เดียวกัน อย่าถอื วา่ เป็นเรา มนั เราอะไรกัน เป็นกอง อนจิ จัง ทุกขัง อนตั ตา
อนั ละเอยี ดตา่ งหากนี่ กเิ ลสตวั รา้ ยยงั วา่ เปน็ เราอยหู่ รอื ? ความผอ่ งใสทคี่ วรจะผา่ นไปได้
ถือไว้ทำ� ไม อันน้เี ปน็ กิเลสประเภทหนงึ่ ที่ละเอยี ดมากเกนิ กว่าสตปิ ญั ญาธรรมดาจะรู้
เหน็ ได้ ตอ้ งเปน็ สตปิ ญั ญาอัตโนมตั กิ ำ� จดั มัน
นเี่ วลายอ้ นจติ เขา้ มา เมอื่ ไมม่ ที พ่ี จิ ารณาจรงิ ๆ กต็ อ้ งยอ้ นจติ เขา้ มาพจิ ารณา ธรรม
ขน้ั ละเอยี ดสดุ นนั่ คอื กเิ ลสตวั ละเอยี ดอนั เปน็ จดุ สดุ ทา้ ย “สพั เพ ธมั มา นาลงั อภนิ เิ วสาย”
ธรรมทง้ั ปวงไมค่ วรถอื มน่ั นนั่ เมอื่ ถงึ จดุ สดุ ทา้ ยแลว้ ก็ “สพั เพ ธมั มา อนตั ตา” ธรรม
ทั้งปวงเป็น อนัตตา ทั้งสน้ิ ไม่ว่าจะเปน็ สว่ นหยาบส่วนละเอียด ตลอดความผ่องใส
ความเศร้าหมองทงั้ สิ้นท่ีมอี ยู่ภายในจติ โดยเฉพาะ เป็นอนตั ตาทั้งส้ิน
ผู้ปฏิบัติ จงพิจารณาจิตดวงผ่องใสให้เห็นเช่นเดียวกับสภาวธรรมท้ังหลาย
ธรรมทงั้ ปวงเปน็ อนตั ตา ธรรมท้งั ปวงจึงไม่ควรถอื มนั่ จากส่ิงนี้เองท่ีไมค่ วรถอื ม่ัน
พอพิจารณาเต็มท่ีเตม็ ภมู ขิ องปญั ญาแล้ว สลัดพับเดียวหมด เมื่อสมมตุ ทิ ัง้ ปวงไม่วา่
หยาบ กลาง ละเอยี ด ไดส้ นิ้ สดุ ไปจากใจแลว้ ปญั หาอะไรทจี่ ะมอี กี ตอ่ ไป? ไมม่ !ี หมด!
นน่ั แหละ ทา่ นผหู้ มดทกุ ข์ท่านหมดอย่างนี้ นแี้ ลผ้เู หนอื กเิ ลส
กเิ ลสมากดั มาฉีกเหมือนเสอื โครง่ ดังทีก่ ลา่ วมาแลว้ นี้ เป็นอันยุติกันเพยี งเท่านี้
เพราะถกู ฆา่ หมดฉบิ หายไมม่ เี หลอื เลย กเิ ลสทกุ ประเภททที่ า่ นเปรยี บเหมอื นเสอื โครง่
ถกู ฆา่ ดว้ ยสตปิ ญั ญาอนั แหลมคม คอื มหาสติ มหาปญั ญา สน้ิ ซากไปหมด เสวย อมตธรรม
โดยหลกั ธรรมชาติ นคี่ ือผลแหง่ การปฏิบัตอิ ย่างแทจ้ ริงเปน็ อย่างน้ี เพราะธรรมเปน็
69
ธรรมชาตทิ ถ่ี งึ ใจของสตั วโ์ ลก ธรรมเปน็ ของจรงิ ผสู้ อนจงึ สอนดว้ ยความจรงิ ผปู้ ฏบิ ตั ิ
ปฏบิ ตั จิ รงิ ๆ จงั ๆ ฟงั จรงิ ๆ จงั ๆ แกก้ เิ ลสตณั หาอาสวะซงึ่ เปน็ ภยั อยา่ งจรงิ จงั เพราะเหน็ วา่
เป็นภัยอย่างจริงใจ แก้อย่างจริงๆ จังๆ ก็พ้นได้จริงๆ อย่างน้ีไม่เป็นอ่ืน เพราะ
“สวากขาตธรรม” นน้ั ทา่ นเรียกว่า “มัชฌมิ า” ทันต่อเหตุการณอ์ ยูต่ ลอดเวลา ไมว่ า่
กาลใดอาการใดของกเิ ลสทแี่ สดงขน้ึ มา “มชั ฌมิ าปฏปิ ทา” เปน็ อาวธุ ทที่ นั สมยั ฟาดฟนั
กเิ ลสใหแ้ หลกกระจายไปหมดไมม่ อี ะไรเหลอื เลย ทา่ นจงึ เรยี กวา่ “มชั ฌมิ า” เหมาะสม
ตลอดเวลากับการแก้กเิ ลสกองทุกขท์ ่มี อี ยูภ่ ายในใจของสตั ว์โลก
การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควร ขอยตุ ิ
70
กิเลสฝงั ในจติ
ศาสนาในข้ันเริ่มแรกท่ีพระพุทธเจ้าทรงประกาศเอง มีสาวกช่วยพุทธภาระให้
เบาบางลง ในครง้ั นนั้ ศาสนาไมค่ อ่ ยกวา้ งขวาง มแี ตเ่ นอ้ื ๆ ครนั้ ตอ่ มานานเขา้ ๆ เนอื้ ก็
ไมค่ อ่ ยปรากฏ มกั มนี ำ�้ ๆ แลว้ เลยกลายเปน็ มแี ตเ่ ปลอื ก มแี ตก่ ระพไี้ ป คอื มแี ตพ่ ธิ รี ตี อง
ไปไหนมแี ตพ่ ธิ ี ศาสนาจรงิ ๆ มองไมค่ อ่ ยเหน็ มแี ตพ่ ธิ เี ตม็ ไปหมดในงานตา่ งๆ เกย่ี วกบั
ศาสนา เมอื่ เปน็ เชน่ นน้ั ผทู้ จ่ี ะยดึ เอาเปน็ หลกั เปน็ เกณฑก์ บั ศาสนาจรงิ ๆ กเ็ ลยยดึ ไมไ่ ด้
ไมท่ ราบวา่ อะไรเปน็ ศาสนา คอื แกน่ แท้ อะไรเปน็ กระพ้ี เปน็ เปลอื ก คอื พธิ รี ตี องตา่ งๆ
เพราะการแสดงออกแหง่ พธิ นี นั้ ๆ มมี ากตอ่ มาก ผยู้ งั ไมเ่ ขา้ ใจกเ็ ขา้ ใจวา่ เปน็ เรอ่ื งศาสนา
ท้ังน้นั พิธรี ตี องเลยทำ� ให้ผู้ตง้ั ใจตอ่ ศาสนาจรงิ ๆ ยงุ่ และสับสนไปหมด ไม่อาจจะยดึ
ศาสนาอนั แทจ้ รงิ ได้
นเี่ ปน็ ปญั หาหนง่ึ ในเวลานซี้ ง่ึ มมี ากมาย และถอื เปน็ หลกั เปน็ เกณฑเ์ สยี ดว้ ย ไมใ่ ช่
ธรรมดา พธิ ตี า่ งๆ ซง่ึ แฝงศาสนากลายเปน็ หลกั เกณฑข์ นึ้ มา สว่ นทเี่ ปน็ หลกั เกณฑจ์ รงิ ๆ
จงึ คลา้ ยกบั คอ่ ยเสอื่ มคอ่ ยหายไปเปน็ ลำ� ดบั ถา้ ไมม่ กี ารปฏบิ ตั เิ ขา้ ไปเกยี่ วขอ้ ง ถา้ พดู
ตามแบบโลกๆ ก็ว่า การปฏบิ ตั ิธรรมกับพธิ ีรตี องก�ำลงั เปน็ คแู่ ขง่ กนั โดยไมม่ เี จตนา
หรอื มกี ไ็ มอ่ าจทราบได้ เพราะเวลานกี้ ำ� ลงั อยใู่ นความสบั สนปนเปกนั ระหวา่ งพธิ รี ตี อง
ต่างๆ กับการปฏิบตั ิ อาจไมท่ ราบว่าอะไรจรงิ อะไรไมจ่ ริง อะไรแทอ้ ะไรปลอม อะไร
เป็นเปลอื ก อะไรเปน็ กระพี้ อะไรเปน็ แกน่ หากไม่มกี ารปฏบิ ตั ิเกี่ยวขอ้ งไปดว้ ยแลว้
อยา่ งไรๆ เปลอื ก กระพี้ จะตอ้ งถกู เสกสรรขน้ึ มาเปน็ แกน่ เปน็ หลกั เปน็ ความจรงิ ของ
ศาสนาโดยไม่สงสัย ทงั้ ๆ ทไี่ ม่ใช่ความจริงเลย น่เี ปน็ เรอื่ งทน่ี า่ วิตกอยมู่ าก
71
ศาสนาแทๆ้ ทา่ นไมม่ อี ะไรมากมายกา่ ยกอง นอกจากสงิ่ ทจี่ ำ� เปน็ ทำ� ลงไปแลว้ เกดิ
ประโยชนเ์ ทา่ นน้ั สมยั ตอ่ มาชอบยงุ่ ไมเ่ ขา้ เรอื่ ง เชน่ รบั ศลี กต็ อ้ งยงุ่ ไปหมด มาไมท่ นั
รบั ศีลกเ็ สยี ใจ นัน่ ! ฟงั ดูซิ อะไรๆ ก็รบั ศีล รับศีลอยู่ตลอดเวลา ดงั
“มะยงั ภนั เต ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปญั จะ สลี านิ ยาจามะ” ขอวนั ยงั คำ่� แตก่ าร
รกั ษาศลี ไมท่ ราบวา่ รกั ษาอยา่ งไร เหน็ แตก่ ารขอรบั ศลี สมาทานศลี อยทู่ ำ� นองนนั้ ไมว่ า่
ท่ีไหนๆ ยงุ่ ไปหมด
การรบั ศลี กม็ เี จตนาอยภู่ ายในใจเปน็ ผชู้ ขี้ าด หรอื การรบั รองในศลี ของตนดว้ ย
เจตนาวริ ตั ิ เรือ่ งกม็ เี ท่านน้ั เป็นสำ� คญั
ถา้ เปน็ ฆราวาสทว่ั ๆ ไปและศลี ทว่ั ๆ ไป เชน่ ศลี หา้ ศลี แปด กค็ วรรบั ไวเ้ พอ่ื รกั ษา
ศีลจริงๆ จะมีประโยชน์
สว่ นศลี ทเี่ ปน็ ศลี ของพระของเณรนน้ั เพอ่ื ประกาศเพศของตนใหโ้ ลกทราบ จงึ ทำ�
อยา่ งมกี ฎเกณฑไ์ ปตามหลกั ธรรมหลกั พระวนิ ยั เชน่ ศลี เณร ศลี พระ แตส่ ดุ ทา้ ยกเ็ จตนา
อันเดยี วกนั ไมไ่ ดม้ ากมายอะไรนัก ท�ำพิธกี ็ เอา้ !
ถวายทาน ก็ฟาดกันจนหมดคัมภีร์ ผู้น่ังฟังจนหาวนอน จะนอนหลับคาน่ัง
คำ� ถวายทานน้ี กไ็ มท่ ราบวา่ ถวายอะไรตอ่ อะไร เปน็ คมั ภรี ๆ์ ไลม่ าหมดโลกธาตุ ดไี มด่ ี
อยากจะอวดภมู ขิ องตวั เองดว้ ยวา่ ไดเ้ รยี นมามากและรมู้ ากใหค้ นอนื่ เขาอศั จรรยเ์ สยี มงั่
ภมู นิ ้�ำลาย นน่ั ! อย่างนี้เปน็ ต้น
เมอื่ ไดผ้ า่ นการปฏบิ ตั มิ าพอสมควร ไดเ้ หน็ วา่ อะไรทำ� ใหเ้ สยี เวลำ�่ เวลา อะไรจรงิ
อะไรปลอม หรืออะไรมันยืดเย้ือ กวา่ จะเข้าถึงตัวจริงละ โอโ้ ห เป็นชว่ั โมงๆ อยา่ งน้ี
ไมท่ ราบวา่ ทำ� เพอื่ อะไร เพราะฉะนนั้ ในวงกรรมฐานทา่ นจงึ ไมค่ อ่ ยมพี ธิ รี ตี องอะไรนกั
อยากจะพูดว่า “ไม่ม”ี แต่พูดวา่ “ไม่ค่อยมี” นน้ั เปน็ ความเหมาะสม เพราะบางที
กต็ อ้ งอนโุ ลมผอ่ นผนั ทง้ั ๆ ทก่ี ท็ ราบอยแู่ ลว้ เพอ่ื จติ ใจคนผยู้ งั ใหมต่ อ่ ศาสนา แมเ้ ชน่ นน้ั
ก็ควรนำ� ของจริงมาโชวก์ นั อวดพธิ ีกันให้โกห้ รไู ป แต่เอาของปลอมมาโชว!์ เมื่อพอ
72
ผอ่ นผนั สน้ั ยาว กผ็ อ่ นไปบา้ งทง้ั ทข่ี วางใจขวางธรรม ในวาระตอ่ ไปคอ่ ยบอกกนั ใหร้ เู้ รอื่ ง
รู้ราวในความจรงิ และหลักเกณฑข์ องพระพทุ ธศาสนา
จะเหน็ ไดใ้ นขณะทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงสงั่ สอนสาวกตง้ั แตเ่ รม่ิ เขา้ บวช พระองคเ์ รม่ิ
มีความจริงจังขึ้นในขณะบวชทีเดียว คร้ังแรกพระองค์ทรงบวชเองด้วยพระวาจาว่า
“เอหิภิกขุอุปสัมปทา” ท่านจงเป็นภิกษุเถิด นี่เป็นวาระแรก ต่อมาก็ “ติสรณู-
อุปสมั ปทา” ถงึ สรณะสาม คือ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วกส็ ำ� เร็จเปน็ พระ
ขน้ึ มา ถึงวาระที่สามน้ี ก็ยกให้สงฆเ์ ป็นใหญ่ ใหส้ �ำเร็จในสงฆ์ ตอนน้ีท่านประกาศ
“รุกขมูลเสนาสนัง” ให้เป็นท่ีอยู่อาศัยของพระเพ่ือประพฤติพรหมจรรย์ เพ่ือความ
สน้ิ ทกุ ขโ์ ดยชอบ ทงั้ ๆ ทแี่ ตก่ อ่ นกส็ อนใหอ้ ยรู่ กุ ขมลู รม่ ไมอ้ ยแู่ ลว้ แตไ่ มไ่ ดย้ กขนึ้ เปน็
กฎเป็นเกณฑ์ในการบวช พอต่อมาวาระท่ีสามน้ีขึ้นเป็นกฎเกณฑเ์ ลย
“รกุ ขมลู เสนาสนงั ” อปุ ชั ฌายจ์ ะไมส่ อนอยา่ งนไี้ มไ่ ด้ ผดิ ตอ้ งสอนใหถ้ กู ตอ้ งตามน้ี
อปุ ชั ฌายใ์ ดกต็ าม แมเ้ จา้ ของจะไมช่ อบ “รกุ ขมลู เสนาสนงั ” ขนาดไหน การบวชกลุ บตุ ร
ตอนสดุ ทา้ ยภายหลงั กต็ อ้ งบวชตอ้ งสอนอยา่ งน้ี มี “รกุ ขมลู เสนาสนงั ” ขน้ึ หนา้ อนศุ าสน์
ไมเ่ ลอื กวา่ ใครหรอื นกิ ายไหน เพราะคำ� วา่ “นกิ าย” กเ็ ปน็ เพยี งชอื่ อนั หนงึ่ เทา่ นน้ั หลกั ใหญ่
คือการบวชนนั่ เอง
ท่านเอาจริงเอาจัง สอนแล้วไล่เข้าป่าเข้าเขาไปเลยเพื่อประพฤติปฏิบัติ จนได้
บรรลธุ รรมแลว้ แมท้ า่ นจะออกประกาศธรรมสอนประชาชน กใ็ หเ้ ปน็ ไปตามอธั ยาศยั
ของทา่ นผมู้ อี ำ� นาจวาสนามากนอ้ ย มคี วามรคู้ วามฉลาดลกึ ตน้ื หยาบละเอยี ดมากนอ้ ย
เพียงไร ก็สั่งสอนประชาชนไปตามภูมินิสัยวาสนาของตน องค์ใดที่ท่านไม่มีนิสัย
เกย่ี วขอ้ ง วาสนาทา่ นไมม่ ใี นทางนน้ั ท่านกไ็ มเ่ ก่ียว เชน่ พระอญั ญาโกณฑัญญะ
ไปอยูท่ ่ีสระ “ฉทั ทันต์” มชี ้าง “ฉทั ทันต์” เป็นหวั หน้าโขลงอุปถมั ภอ์ ุปฏั ฐากท่านต้งั
สบิ เอด็ ปี ผา้ สบงจวี รยอ้ มดว้ ยดนิ แดง ถงึ วาระแลว้ กม็ าทลู ลาพระพทุ ธเจา้ เขา้ สนู่ พิ พาน
ไปเลย องคน์ ป้ี รากฏวา่ ไดส้ อนเฉพาะ “พระปณุ ณมนั ตานบี ตุ ร” ซง่ึ เปน็ หลานชายเทา่ นนั้
สอนองคเ์ ดยี ว และพระปณุ ณมนั ตานบี ตุ ร ปรากฏวา่ เปน็ “ธรรมกถกึ เอก” นอกนน้ั ทา่ น
ไมส่ นใจกบั ใครเลย พระอญั ญาโกณฑญั ญะ เปน็ “รตั ตญั ญ”ู เปน็ พระสาวกองคแ์ รก
73
ท่ีได้บรรลุธรรมพระศาสดาใดในต้นพุทธกาล องค์ที่ท่านมีอำ� นาจวาสนาในทางใด
ท่านก็เปน็ ไปตามเรือ่ งของท่านเอง เชน่ “พระสารบี ตุ ร” “พระโมคคลั ลาน”์ เป็นผทู้ ี่มี
อำ� นาจวาสนามากเกยี่ วกบั บรษิ ทั บรวิ าร มีความรคู้ วามฉลาดมากดัง “พระสารบี ตุ ร”
การแนะนำ� สง่ั สอนกก็ วา้ งขวางลกึ ซง้ึ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งเตม็ ไปดว้ ยความเหมาะสม เพราะ
ฉลาดในการสง่ั สอน “พระโมคคลั ลาน”์ กเ็ ปน็ ผทู้ รงฤทธท์ิ รงเดช เปน็ ไปตามนสิ ยั วาสนา
ของทา่ นทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั บรษิ ทั บรวิ ารพระเณร เมอื่ ถงึ ขนั้ “อรหตั ภมู ”ิ แลว้ เปน็ นสิ ยั วาสนา
ลว้ นๆ ไมม่ กี เิ ลสเจอื ปน ทา่ นจะอบรมสง่ั สอนประชาชนมากนอ้ ยเพยี งไร ยอ่ มเปน็ ไป
ตามอธั ยาศยั ของทา่ น ไมม่ กี เิ ลสเขา้ เคลอื บแฝง ไมล่ มุ่ ๆ ดอนๆ สงู ๆ ตำ�่ ๆ เพราะทา่ น
สอนทา่ นไดแ้ ลว้ คอ่ ยมาสอนคนอนื่ จงึ ไมม่ คี วามผาดโผนโลดเตน้ แฝงอยใู่ นองคท์ า่ น
เวลาเกย่ี วข้องกับประชาชนท่มี าพ่งึ ร่มเงาแหง่ ธรรมทา่ น
ในเบอ้ื งตน้ ทา่ นฝกึ อบรมใจทา่ น การอบรมสงั่ สอนคน ทา่ นทำ� อยา่ งเตม็ ท่ี ทา่ นฝกึ ฝน
ทรมานตนอย่างเตม็ ฝีมือ ไม่ลบู ๆ คลำ� ๆ การฝึกอบรมตนด้วยวธิ ีต่างๆ เพอื่ แก้กิเลส
ทง้ั มวลกต็ อ้ งเปน็ การทรมานตวั อยโู่ ดยตรง ถา้ ไมท่ ำ� อยา่ งนน้ั กเิ ลสกไ็ มย่ อมจำ� นนและ
หมดไปจากใจ การทรมานกเิ ลสกบั การทรมานตนในขณะนน้ั จะเรยี กวา่ เปน็ “ความทกุ ข์
ในคนๆ เดยี วกนั ” กไ็ ดไ้ มน่ า่ จะผดิ เพราะขณะทที่ มุ่ เทกำ� ลงั เพอื่ “การรบรากบั กเิ ลส”
หรอื “เพอื่ แกก้ เิ ลส” นน้ั ตอ้ งใชค้ วาม “อตุ สา่ หพ์ ยายาม” อยา่ งเตม็ ท่ี ตอ้ งไดร้ บั ความ
ทุกข์มาก สมกบั ขึ้นเวทีเพอ่ื ชัยชนะโดยถา่ ยเดียว แม้ทกุ ข์มากนอ้ ยหรือจะถึงขนั้ ตาย
เจ้าของต้องยอมรับ ไม่ยอมรับไม่ได้ชัยชนะมาครอง มีบางองค์ท่านเดินจงกรมจน
ฝ่าเทา้ แตก น่นั เหน็ ไหม! ท้งั ๆ ทฝ่ี ่าเทา้ นน้ั ไม่ใช่กเิ ลส แตจ่ ำ� เป็นก็ต้องไดร้ ับความ
กระทบกระเทอื นไปดว้ ย ถงึ ฝา่ เทา้ แตกดว้ ยการรบกเิ ลส บางองคก์ ต็ าแตก “พระจกั ขบุ าล”
ตาแตกทง้ั สองขา้ ง เพราะไมน่ อนเปน็ เวลาตงั้ สามเดอื น ทา่ นฝกึ ทรมานอยา่ งเตม็ ทจี่ น
ตาทง้ั สองขา้ งแตก แตใ่ จสว่างจา้ ข้นึ มาในขณะนั้นเพราะบรรลุขั้นอรหัตธรรม
ถงึ คราวทจ่ี ะตอ้ งรบั ความทกุ ขล์ ำ� บาก เพราะการประกอบความเพยี รเพอ่ื แกก้ เิ ลส
ก็ต้องยอมรับกัน จะไม่ยอมรับไม่ได้ ต้องยอมรับ เมื่อถึงขั้นยอมรับเพ่ือชัยชนะ
อนั ใหญห่ ลวง พระพทุ ธเจา้ กท็ รงยอมรบั พระสาวกทง้ั หลายกวา่ จะไดม้ าเปน็ “สรณะ”
74
ของพวกเรา ทา่ นกย็ อมรบั ความทกุ ขค์ วามลำ� บากในการฝกึ ฝนทรมานตนเพอื่ ฆา่ กเิ ลส
ทงั้ นนั้ เพราะกเิ ลสอยกู่ บั ตวั การฟนั กเิ ลส ถา้ ไมฟ่ นั เขา้ ไปถกู ตวั ดว้ ยกไ็ มก่ ระทบกระเทอื น
กเิ ลสทอ่ี ยกู่ บั ตวั ฉะนนั้ การหำ้� หน่ั กเิ ลสไมก่ ระทบกระเทอื นตวั ดว้ ยจงึ ไมไ่ ด้ ตอ้ งมกี าร
กระทบกระเทอื นตัวเป็นธรรมดา
พวกเราก็เหมอื นกนั ถา้ จะให้กิเลสมันอยู่ห้องโน้น เรามาอยหู่ อ้ งน้ี ขงั กเิ ลสไว้
ในหอ้ งโน้น เรามาอย่ใู นห้องนี้ มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ พระองคต์ ้องทรงทราบ
กอ่ นใครๆ ในโลก เราอยใู่ นหอ้ งไหน กเิ ลสกอ็ ยใู่ นหอ้ งนน้ั การฝกึ ทรมานเราตรงไหน
กเ็ ปน็ การฝกึ ทรมานกเิ ลสตรงนนั้ และในขณะเดยี วกนั กเ็ ปน็ ความทกุ ขใ์ นการแกก้ เิ ลส
เชน่ เดยี วกนั คอื เราตอ้ งยอมรบั ทกุ ข์ เชน่ นงั่ มากกท็ กุ ข์ เดนิ มากกท็ กุ ข์ นอนมากกท็ กุ ข์
คอื นอนพจิ ารณาเพอ่ื แกก้ เิ ลสนะ่ ไมใ่ ชน่ อนแบบหมขู นึ้ เขยี ง เวลากำ� หนดภาวนา มนั ทกุ ข์
ดว้ ยกนั ทงั้ นนั้ ชอ่ื วา่ “ประโยคพยายามทจ่ี ะแกก้ เิ ลส” แลว้ มนั เปน็ ความทกุ ขด์ ว้ ยกนั
ทง้ั นัน้ ฉะนัน้ จึงไมค่ วรทอ้ ใจออ่ นใจ กิเลสจะแขง็ ข้อตอ่ สเู้ อาจะวา่ ไมบ่ อก
แมจ้ ะเปน็ การอดนอนผอ่ นอาหาร มนั กเ็ ปน็ เรอ่ื งความทกุ ขท์ ง้ั นนั้ แหละ แตเ่ พอ่ื
ดับเชอ้ื ของกเิ ลสน่ะ ทุกข์กต็ ้องยอมรบั การขาดตกบกพรอ่ งในสิง่ ใดบรรดาทอี่ าศยั
เปน็ ความฝดื เคอื งกบั สง่ิ ใดกย็ อมรบั อะไรจะขาดตกบกพรอ่ งตอ้ งยอมรบั ๆ เมอ่ื เขม็ ทศิ
อนั ใหญย่ ง่ิ มงุ่ ตอ่ อรรถตอ่ ธรรม คอื แดนแหง่ ความพน้ ทกุ ขอ์ ยแู่ ลว้ อะไรๆ กต็ อ้ งยอมรบั
ต้องยอมรับท้ังนั้นไมก่ งั วล ไมย่ อมรบั ไม่ได้ กเิ ลสมนั อยู่กับเรา เราไมย่ อมรบั ความ
กระทบกระเทอื น ความทกุ ขค์ วามลำ� บากดว้ ยเพราะการแกก้ เิ ลส ยอ่ มไมไ่ ด้ ตอ้ งยอมรบั
เอา้ ! ทุกข์ก็ทกุ ข์ ยอมทุกข์ ล�ำบากก็ยอม ขอใหก้ เิ ลสมันค่อยหมดไปๆ เพราะ
กเิ ลสเปน็ เครอื่ งกอ่ กวนภายในจติ ใจ จำ� พวกบอ่ นทำ� ลายกค็ อื กเิ ลสนแ่ี หละ อยา่ งภายนอก
ท่ีเราเห็นนั่นแหละ ล้วนแล้วแต่กิเลสบงการเพ่ือความมักใหญ่ใฝ่สูงเกินมนุษย์มนา
เทวดาอนิ ทรพ์ รหม ไมย่ อมมองดตู วั เดีย๋ วสไตรค๊ ์ท่ีนัน่ สไตรค๊ ท์ นี่ ี่ เดนิ ขบวนทีน่ น่ั
เดนิ ขบวนท่ีน่ี ก็คือพวกบ่อนท�ำลาย ท�ำลายบ้านเมือง ท�ำลายที่น่ันทำ� ลายท่นี ่ี ทำ� ลาย
หลายครงั้ หลายหน มนั ก็แหลกไปเอง นนั่ !
75
กเิ ลสมนั ทำ� ลายเรา มนั ทำ� ลายอยา่ งนนั้ มนั บอ่ นทตี่ รงนน้ั มนั บอ่ นทต่ี รงน้ี แตเ่ รา
ไม่ทราบว่ามันบอ่ นทำ� ลายเราซิ เราเลยหลงไปเขา้ ข้างมันเสีย แลว้ ก็แย!่ ตวั เรากเ็ ลย
เปน็ กองทกุ ขข์ น้ึ มาโดยไมเ่ หน็ โทษของตวั เพราะฉะนน้ั จงึ ตอ้ งใชป้ ญั ญาแยกแยะออก
เจตสิกธรรมอันใดเป็นไปเพ่ือความก่อทุกข์ความล�ำบากแก่ตน ให้ระมัดระวังว่า
เจตสกิ ธรรม คอื ความคดิ ประเภททผี่ ดิ พยายามแกไ้ ขโดยถกู ทาง กจ็ ะมคี วามสขุ เยน็ ใจ
ผู้เก่ียวข้องก็มีความผาสุกเย็นใจเช่นเดียวกัน ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับอุบายแห่งการแก้กิเลส
ของแต่ละรายจะขวนขวายใส่ตน
คำ� ว่า “กิเลส” เราอยา่ คิดว่ามนั อยทู่ ี่ไหน กค็ ือความคดิ ความปรุงนแี่ หละเป็น
เคร่ืองมอื ของกเิ ลสโดยตรง กเิ ลสจริงๆ มีฝงั อยใู่ นใจ ฝังอย่างจมมดิ ไมท่ ราบวา่ ใจ
คอื อะไร กเิ ลสคอื อะไร เพราะมนั เปน็ อนั เดยี วกนั ในขณะนม้ี นั เปน็ อนั เดยี วกนั มนั เปน็
อยา่ งนน้ั จรงิ ๆ กระเทอื นใจกก็ ระเทอื นกเิ ลส เมอ่ื แยกแยะกนั ไปโดยลำ� ดบั ดว้ ยความ
เพยี รพยายาม เราถงึ จะทราบว่ากิเลสเป็นชนดิ ใด ใจแท้หรือ “จิตแท้” เปน็ อยา่ งไร
เพราะอำ� นาจของปญั ญาเปน็ เครอ่ื งทดสอบ สตเิ ปน็ เครอ่ื งระลกึ รใู้ นวงงานนนั้ ๆ ปญั ญา
เป็นผคู้ ลคี่ ลายพิจารณาใหท้ ราบวา่ ผดิ หรือถกู โดยทางเหตผุ ล แล้วกแ็ ก้กันไปไดต้ าม
ลำ� ดบั ของกเิ ลสทมี่ ปี ระเภทตา่ งๆ กนั เราจะทราบวา่ อนั ไหนเปน็ เรอื่ งของกเิ ลส อนั ไหน
เปน็ เรอ่ื งของธรรม กค็ อ่ ยทราบไปเรอื่ ยๆ โดยภาคปฏบิ ตั จิ ติ ภาวนา แตเ่ รอ่ื งความทกุ ข์
เพราะความเพียรกย็ ่อมมีเปน็ ธรรมดาของการทำ� งาน ไมว่ ่าจะเป็นความเพียรเพ่อื แก้
กเิ ลสขนั้ ตำ�่ ขนั้ กลาง หรอื ขนั้ ละเอยี ด เมอื่ กเิ ลสยงั มอี ยู่ ความทกุ ขใ์ นการฝกึ ฝนทรมานตน
กต็ อ้ งมอี ยโู่ ดยดี ถงึ จะมกี ต็ าม พงึ ทราบวา่ การทำ� งานไมว่ า่ งานชนดิ ใด งานเลก็ งานใหญ่
ต้องเป็นความทุกข์ตามความหนักเบาของงาน แต่คณุ ค่านั้นสงู สมกับงาน
ผหู้ วงั พน้ ทกุ ขต์ อ้ งมคี วามเขม้ แขง็ ไมเ่ ขม้ แขง็ ไมไ่ ด้ การฉดุ การลากจติ ออกจาก
สงิ่ มวั หมอง ออกจากกเิ ลส ออกจากสงิ่ สกปรกโสมมน้ี เปน็ ของทำ� ไดย้ าก เพราะฉะนน้ั
โลกจงึ ไมอ่ ยากทำ� กนั สนู้ อนจมอยกู่ บั กเิ ลสไมไ่ ด้ กจ็ ำ� เปน็ ตอ้ งนอน นอนจมอยนู่ น่ั แล
นอนบน่ อยนู่ นั่ แหละ เฝา้ กองทกุ ข์ บน่ ทกุ ขบ์ น่ ยาก บน่ วา่ ลำ� บากรำ� คาญ แตไ่ มม่ ที างทจี่ ะ
แยกทกุ ขอ์ อกจากตวั ได้ แมบ้ น่ กนั กระทง่ั วนั ตายกต็ ายไปเปลา่ ๆ ไมไ่ ดร้ บั ประโยชนอ์ ะไร
76
ฉะนั้น การมีแต่บ่นใหท้ ุกขแ์ ละระบายทุกข์ออกด้วยการบ่น จงึ ไมเ่ กดิ ผลอะไร แต่ก็
จำ� เปน็ ตอ้ งระบายตามนสิ ยั ทเี่ คยบน่ กนั แกไ้ มต่ ก ไดร้ ะบายใหใ้ ครฟงั นดิ หนง่ึ กย็ งั คดิ วา่
ไดเ้ ปลอ้ื งทุกขบ์ า้ ง ทงั้ ทีท่ กุ ขย์ งั มอี ยอู่ ยา่ งเดมิ เพราะ...นนั่ ไมใ่ ชก่ ารแกท้ กุ ข!์ ถา้ ไมแ่ ก้
กเิ ลสซงึ่ เปน็ ตวั กอ่ ทกุ ขใ์ หเ้ บาบางและสนิ้ ไป! การบน่ เพอ่ื ระบายทกุ ข์ เปน็ การเพม่ิ พนู
กเิ ลสขนึ้ เสียอีก ไม่ใช่อุบายแกท้ กุ ข์! ถ้าเดนิ ทางสติปัญญาโดยจติ ภาวนา ใครค่ รวญ
ไตรต่ รอง กม็ ที างแกก้ เิ ลสและกองทกุ ขไ์ ดด้ งั ทา่ นพาดำ� เนนิ มาแลว้ มพี ระพทุ ธเจา้ และ
พระสาวกเปน็ ตวั อยา่ ง ทา่ นแก้กเิ ลสกองทกุ ขด์ ว้ ยวธิ ีปฏบิ ตั ติ อ่ จติ ใจ
ศาสนาในครงั้ พทุ ธกาลทา่ นปฏบิ ตั แิ ละสอนอยา่ งน้ี ทา่ นสอนเขา้ ในวงจติ โดยเฉพาะ
การแสดงออกทางกายทางวาจานนั้ เปน็ กริ ยิ าทส่ี อ่ ออกมาจากใจ เมอ่ื ใจไดร้ บั การอบรม
ดีแลว้ อนั ไหนถูกอนั ไหนผดิ ใจยอ่ มทราบเอง
ขอ้ สำ� คญั ใหจ้ ติ ไดร้ บั ธรรมคอื เหตผุ ลเขา้ สดู่ วงใจ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งแสดงออกจะเปน็
ดว้ ยเหตดุ ว้ ยผลและเปน็ ความราบรน่ื ดงี าม การแกก้ เิ ลส ถา้ ไมม่ เี หตผุ ลเปน็ เครอื่ งมอื แก้
เชน่ โกรธใคร กพ็ งึ ยอ้ นจติ เขา้ มาดตู วั ผกู้ ำ� ลงั โกรธอนั เปน็ ตน้ เหตไุ มด่ ี เปน็ ตน้ คนเรา
ย่อมจะเหน็ โทษของตัว ความโกรธก็ระงับไป ไมใ่ ช่ไปเพง่ เล็งผถู้ กู โกรธ ซึ่งเปน็ การ
เพม่ิ พูนกิเลสและกองทุกขใ์ ห้แกต่ วั มากข้ึน
อา่ นคมั ภรี ไ์ หนกว็ า่ แตเ่ รอ่ื งกเิ ลส เราเลยเขา้ ใจวา่ กเิ ลสไปอยใู่ นคมั ภรี น์ นั้ ๆ เสยี
นั่นซี มันผดิ น่ะ อันหนง่ึ ความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือกิเลสพนั หา้ ตณั หา
รอ้ ยแปด อะไรทำ� นองนี้ เขา้ ใจวา่ มนั อยใู่ นคมั ภรี ์ การอา่ นชอื่ กเิ ลสไดม้ ากๆ เรยี นจำ� ได้
มากๆ กว็ ่าตวั นี้รู้แหลมหลักนักปราชญช์ าติกวไี ปเสีย แนะ่ มันผดิ ไปแล้วนน่ั มันผิด
จากหลักธรรมและเจตนาของพระพุทธเจ้าที่ทรงส่ังสอนเพื่อแก้กิเลสซ่ึงมีอยู่กับตัว
คอื อยกู่ บั ใจ การเขา้ ใจดงั ทว่ี า่ นน้ั มนั เปน็ การสงั่ สมกเิ ลสโดยไมร่ สู้ กึ ตวั เลย เชน่ สำ� คญั
วา่ กเิ ลสอยใู่ นคมั ภรี ์ ไปจำ� ชอื่ กเิ ลสนนั้ แลว้ กว็ า่ ตวั รตู้ วั เขา้ ใจตวั ฉลาดเสยี แนะ่ ! ทง้ั ๆ ท่ี
ไมไ่ ดใ้ หใ้ จแตะตอ้ งหรอื เขยา่ พอใหก้ เิ ลสตกใจบา้ งสกั ตวั เดยี ว หรอื พอใหม้ นั หนงั ถลอก
ไปบา้ ง กเิ ลสยงั อยเู่ ตม็ หวั ใจและมากกวา่ ทย่ี งั ไมไ่ ดเ้ รยี นชอ่ื ของมนั เสยี อกี ทงั้ นม้ี นั ผดิ
พระประสงคข์ องพระพทุ ธเจ้า!
77
เพอ่ื ถกู ตามความเปน็ ไปของธรรม หรอื นโยบายของพระพทุ ธเจา้ กเิ ลสตวั ใดกต็ าม
เรยี นรชู้ อื่ มนั อยใู่ นคมั ภรี ใ์ ดกต็ าม นนั่ เปน็ ชอื่ ของมนั แตก่ เิ ลสอยภู่ ายในใจคน หวั ใจสตั ว์
ความโลภช่ือมันอยู่ในคัมภีร์ ตัวโลภอยู่ในใจคน ความโกรธในคัมภีร์ไม่ได้โกรธ
แตห่ วั ใจคนมนั โกรธตา่ งหาก ความลมุ่ หลงคมั ภรี ไ์ มไ่ ดล้ มุ่ หลง ชอื่ ของกเิ ลสไมไ่ ดล้ มุ่ หลง
ตัวกเิ ลสที่อยภู่ ายในตวั ของเรานี้เองเป็นตวั ใหล้ ุม่ หลงตา่ งหาก
การแก้กเิ ลสจึงตอ้ งแก้ทน่ี ่คี อื ใจ แก้ทอ่ี ่ืนไม่ถกู ไม่เกิดผล การแก้ถูกหลักถกู วิธี
กิเลสจะค่อยเบาบางลงและหมดไปจากใจ ผู้ปฏิบัติจิตภาวนาจึงควรดูใจตัวเองและ
แกก้ เิ ลสทใ่ี จเปน็ สำ� คญั ดภู ายนอกแลว้ กย็ อ้ นทบทวนเขา้ ดภู ายในจงึ ชอ่ื วา่ “เรยี นธรรม
ปฏบิ ตั ธิ รรม” อยา่ ดแู บบโลกๆ ทด่ี ไู ปรกั ไปชงั ไปเกลยี ดไปโกรธ อนั เปน็ การสง่ั สมกเิ ลส
ใหม้ ากมนู จนลมื เนอ้ื ลมื ตัว
ถา้ ดเู ขา้ มาในตัว ดูออกไปข้างนอก เทยี บเคยี งเหตเุ ทยี บเคียงผลเพอื่ หาทางแก้
ยอ่ มมสี ว่ นทจ่ี ะลงกนั และแกก้ เิ ลสไดเ้ ปน็ พกั ๆ ไป ใจกส็ บายและเบา ไมห่ นกั องึ้ ดว้ ยการ
แบกการหามกเิ ลสทงั้ โคตรแซป่ ยู่ า่ ตาทวดดงั ทเ่ี คยแบกหามมา วนั หนง่ึ ๆ ใหพ้ จิ ารณา
ทบทวนมากๆ ทบทวนเร่ืองของตัว พิจารณาเรื่องของตัวให้มากด้วยสติปัญญา
พจิ ารณายอ้ นหนา้ ยอ้ นหลงั เพอื่ รคู้ วามจรงิ เพราะวนั เวลาหนง่ึ ๆ ใจผลติ ความยงุ่ เหยงิ
วนุ่ วายขน้ึ มาภายในตวั ไมไ่ ดห้ ยดุ ถา้ เราเผลอ แมแ้ ตไ่ มเ่ ผลอ กเิ ลสมนั ยงั โผลอ่ อกมาได้
ซึง่ ๆ หน้าอย่างกล้าหาญตามสันดานท่ีหยาบคายของมนั บางทีมันยงั แสดงลวดลาย
ออกมาตอ่ หน้าต่อตาแก้มันไม่ไดก้ ็มี เพราะก�ำลงั ของเราไม่เพยี งพอ ขณะน้นั จำ� ต้อง
ยอมไปก่อน อันไหนอยูใ่ นวสิ ยั กพ็ ยายามแกม้ นั ไป
นแ่ี หละการแกก้ เิ ลสทที่ า่ นดำ� เนนิ มา ทา่ นไมท่ อ้ ถอยและยอมมนั เอางา่ ยๆ จะทกุ ข์
ยากลำ� บากกท็ นเอา เพราะเป็นงานของตัวโดยเฉพาะ คนอน่ื ชว่ ยไม่ได้ ท้ังนกี้ ็เพ่ือรื้อ
ส่งิ ทีเ่ ปน็ เส้ยี นหนามอยภู่ ายในใจออกน่นั แล เพราะข้ึนชื่อวา่ “กิเลส” แล้ว มันเป็น
เสย้ี นหนามทิม่ แทงจิตใจทัง้ นน้ั แหละ จงพยายามถอดถอนออกไปโดยล�ำดบั จนไมม่ ี
อะไรทมิ่ แทงใจต่อไป และเป็นใจท่ี “สมบรู ณแ์ บบแท้”
78
ประการสำ� คญั กค็ อื ชวี ติ จติ ใจมนั หมดไปทกุ วนั ๆ เมอ่ื วานนก้ี ห็ มดไปแลว้ วนั หนงึ่
มนั มแี ตห่ มดไปเรอ่ื ยๆ หมดจนกระทง่ั ไมม่ เี หลอื ชวี ติ สงั ขารผา่ นไปเรอื่ ยๆ จนไมม่ อี ะไร
เหลอื ตดิ ตวั เมอ่ื ไมม่ ลี มหายใจเหลอื ตดิ ตวั แลว้ เขาเรยี กวา่ “คนตาย” กนั ทงั้ นน้ั คนตาย
สัตว์ตายที่ไม่มีกุศลผลบุญติดเนื้อติดตัว ยิ่งเป็นความทุกข์อย่างหาท่ีปลงวางไม่ได้
ฉะน้ันจึงต้องรีบเร่งขวนขวายก่อสร้างคุณงามความดีซึ่งจะไม่สูญหายไปไหนเสีย
แตบ่ ดั น้ี ความดนี จี้ ะตดิ แนบกบั ใจไปในภพหนา้ ไมล่ ดละปลอ่ ยวางเจา้ ของผบู้ ำ� เพญ็
การสร้างคณุ งามความดี ท่านเรียกวา่ “สร้างวาสนาบารมี”
“วาสนา” กค็ อื ธรรมเครอื่ งอยนู่ น่ั เอง จะเปน็ อะไรไป คอื ธรรมเครอ่ื งอยเู่ ครอื่ งอาศยั
เครือ่ งพึง่ พงิ เครื่องสง่ เสริมจติ ใจ เหมือนคนมบี ้านมีเรอื นเป็นทอ่ี ยอู่ าศัยย่อมสบาย
ถ้าไม่มกี ็ลำ� บาก บ้านเมืองเขามีทอ่ี ยู่ทีอ่ าศยั แต่เราไม่มี ซง่ึ เราไมใ่ ชก่ ระจ้อน กระแต
ไม่ใช่สัตว์ จึงไม่สมควรอยา่ งยิ่ง แมแ้ ตส่ ตั ว์เขายงั มีรวงรัง มนษุ ยเ์ ราไม่มีบ้านมเี รือน
อยไู่ ดเ้ หรอ? มนั ลำ� บากแคไ่ หน จติ ใจไมม่ หี ลกั มเี กณฑ์ ไมม่ เี หตมุ ผี ล ไมม่ ที พ่ี ง่ึ พงิ อาศยั
ไมม่ ที เี่ กาะทย่ี ดึ เหนยี่ ว อยโู่ ดยลำ� พงั ไมม่ สี รณะ จะเปน็ ทกุ ขเ์ พยี งไร ลองวาดภาพดกู ไ็ ด้
ภาพของคนทุกข์เปน็ อย่างไร
เราเคยเหน็ ทง้ั คนและสตั วเ์ ปน็ ทกุ ขท์ รมานจนตายตอ่ หนา้ ตอ่ ตากเ็ คยเหน็ มนั นา่
ยนิ ดเี มอ่ื ไหร!่ เมอ่ื มบี ารมธี รรมกพ็ อมคี วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ ภายในใจบา้ ง ยงั ดกี วา่ มแี ต่
ทุกข์ล้วนๆ อนั เปน็ ไฟทง้ั กองบนรา่ งกายและจิตใจเป็นไหนๆ เฉพาะอย่างยงิ่ ให้สร้าง
สตปิ ญั ญาขนึ้ ใหม้ าก แกก้ เิ ลสในปจั จบุ นั นน่ั แหละ ใหเ้ หน็ ชดั ๆ กบั ใจ แกไ้ ปไดม้ ากนอ้ ย
กร็ เู้ อง กเิ ลสมนั เตม็ อยทู่ ใ่ี นจติ นแี้ หละ ไมเ่ คยบกพรอ่ งเลย แมโ้ ลกจะพากนั บน่ วา่ สงิ่ นี้
บกพรอ่ ง สง่ิ นนั้ บกพรอ่ ง หรอื วา่ โลกบกพรอ่ ง มนั วง่ิ ออกทาง “ขนั ธ”์ และทาง “อายตนะ”
คือ ทางตา ทางหู ทางจมกู ทางล้นิ ทางกาย ทางใจ อยตู่ ลอดเวลา ไม่เคยบกพรอ่ ง
กับใครถ้าไมท่ �ำลายมนั
แมเ้ วทนาจะเกดิ ขน้ึ มนั กไ็ มเ่ กดิ เฉพาะเวทนาเทา่ นนั้ กเิ ลสมนั เกดิ ดว้ ยถา้ สตไิ มม่ ี
ทำ� ให้เกดิ ความเดือดรอ้ นเสียใจ เพราะเป็นทกุ ขท์ ่ีนั่น เจ็บปวดทน่ี ่ี ความเสียใจน้นั
เกดิ ข้นึ จากความหลงขนั ธ์ หลงอายตนะ ว่าเปน็ ตนเปน็ ของตน กิเลสจงึ เกิดข้ึนตรงน้ี
79
ความทกุ ขท์ างใจจงึ เกดิ ขนึ้ ได้ เชน่ เกดิ ความกระวนกระวายภายในใจวา่ ทกุ ขเ์ กดิ ขนึ้ ทนี่ นั่
ทนี่ บี่ ้าง กลัวทุกขจ์ ะไมห่ ายบา้ ง กลวั ตนจะตายบ้าง เหล่านม้ี ีแตเ่ รื่องสง่ เสรมิ กเิ ลสให้
เกิดข้นึ ซ�้ำเตมิ เจา้ ของเพราะความโงเ่ ขลาเบาปญั ญาตามไมท่ นั มนั นนั่ แล!
ถ้าจะเป็นศษิ ยพ์ ระตถาคตจริง ไมเ่ ปน็ ศิษย์ปลอมละกต็ ายซ!ี้ เราเรยี นความรู้
เรยี นเพอ่ื อะไร กเ็ พอ่ื ความรอบรใู้ นสง่ิ เหลา่ นเ้ี อง เปน็ กเ็ ปน็ มาแลว้ ตง้ั แตว่ นั เกดิ จนกระทง่ั
บดั น้ี ทราบทกุ ระยะอยแู่ ลว้ เวลาตายทำ� ไมจะไมท่ ราบ เพราะอยใู่ นอวยั วะอนั เดยี วกนั
เอา้ ตายเดี๋ยวน้ีกใ็ หท้ ราบกนั เด๋ียวนซ้ี ิ จติ ไม่เคยอาภัพความรูแ้ ต่ไหนแต่ไรมา
เร่ืองความเป็นความตายเป็นเร่ืองของธาตุขันธ์ การรู้ความเป็นความตายของ
ตวั เองเปน็ หลกั วชิ า คอื สตปิ ญั ญาทางพทุ ธศาสนา เมอ่ื รแู้ ลว้ ตวั เองกไ็ มเ่ สยี ทา่ เสยี ทไี ปกบั
สง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ดบั ไป มเี วทนาเปน็ ตน้ หรอื รา่ งกายทป่ี รากฏขน้ึ แลว้ สลายตวั ลงไป จติ ใจมี
ความมน่ั คงไมห่ วนั่ ไหวโยกคลอนไปตาม จติ มหี ลกั เกณฑเ์ ปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั มคี วามมน่ั คง
ภายในตวั เอง ไมว่ นุ่ วายไปกบั ธาตขุ นั ธท์ มี่ นั จะสลายตวั ไป ทกี่ เิ ลสมนั แทรกขน้ึ ไดน้ น้ั
เพราะความสำ� คญั มัน่ หมายของจติ เปน็ ต้นเหตุว่า ความทุกขท์ นี่ ั่น ความเจ็บปวดทน่ี ่ี
กายเราทกุ ขต์ รงนน้ั ขาเราเจบ็ ตรงนี้ ศรี ษะเราปวดขา้ งนนั้ ทอ้ งเราเดนิ ไมห่ ยดุ กลวั จะ
ไมห่ าย กลวั จะตาย กลวั จะตายวนั นนั้ กลวั จะตายวนั น้ี หาเรอื่ งคดิ ไปไมม่ เี วลาจบสน้ิ
ทง้ั นมี้ แี ตเ่ รอ่ื งกอ่ ความทกุ ขค์ วามลำ� บากใหแ้ กร่ า่ งกายและจติ ใจรบั ภาระหนกั ซำ�้ เขา้ ไปอกี
ดีไม่ดีโรคเสยี ใจเมื่อเกดิ มากขนึ้ ก็ทำ� ใหต้ ายเรว็ กว่าทค่ี วรจะเปน็ จึงไม่ใชข่ องดี ไม่ใช่
เรื่องแก้กิเลสให้ระงับหรือสิ้นไป แต่เป็นเรื่องส่งเสริมกิเลสให้ซ�้ำเติมท้ังร่างกายและ
จิตใจให้หนกั เขา้ โดยลำ� ดบั จึงควรคำ� นงึ ให้มากในเวลาไมส่ บาย
การแก้กิเลสคอื อย่างไร? เอา้ ! อะไรเกดิ ข้ึนกใ็ หร้ ู้เรอื่ งความเกดิ ข้นึ ของสง่ิ นัน้
เจบ็ กใ็ หท้ ราบวา่ มนั เจบ็ ขนาดไหน จะรใู้ หถ้ งึ ความจรงิ ขนาดนนั้ เรอื่ งของความเจบ็ เปน็
อันหนงึ่ ต่างหาก ผู้รเู้ จ็บเปน็ อันหนงึ่ ต่างหาก ไม่ใชอ่ ันเดียวกันน้ี จะตายกใ็ ห้ทราบ
ถงึ ขณะตาย อนั ไหนตายก็ใหม้ นั ตายไป ผู้ไม่ตายคอื ผู้รู้ ก็ให้ร้วู ่าไมต่ าย เพราะผู้ทรี่ ู้
ไม่ได้ตาย ไม่มีปา่ ชา้ เป็น “อมตัง” (อะมะตงั )
80
อมตงั กห็ มายถงึ จติ นเ้ี อง แมม้ กี เิ ลสอยใู่ จกเ็ ปน็ “อมตงั ” ของมนั กเิ ลสสนิ้ ไปแลว้
ก็เป็น อมตัง แต่เปน็ “อมตงั ” ที่ตา่ งกันเทา่ นั้นเอง อมตังอนั หน่งึ เปน็ อมตังวัฏฏะ
คอื ตวั หมนุ เวยี นอยา่ งนน้ั เรอื่ ยๆไป อมตงั อกี อนั หนงึ่ ไมเ่ กดิ ตอ่ ไปอกี และไมต่ ายดว้ ย
นเ่ี ปน็ อมตงั ของความบรสิ ทุ ธแิ์ หง่ ใจ มอี ยสู่ องอยา่ ง จงเรยี นใหร้ ู้ อนั ใดทมี่ าเกย่ี วขอ้ ง
มาท�ำลายจิตใจ ใหท้ ราบว่าอนั นั้นคอื ขา้ ศึก ใหร้ บี แก้ไขทันที
นี่แหละเรียนธรรม คอื เรียนเร่อื งธาตเุ รือ่ งขันธ์ เรือ่ งอายตนะ สำ� คัญที่สุดกค็ อื
ขนั ธ์ ระหวา่ งขนั ธก์ บั จติ น่ี มนั กระทบกระเทอื นกนั อยทู่ งั้ วนั ทงั้ คนื ยนื เดนิ นง่ั นอน
หรือทุกอริ ิยาบถ มนั กระทบกระเทอื นกนั อยเู่ สมอไม่เคยมีเวลาสงบตัวเลย
ถา้ มสี ตปิ ญั ญา สง่ิ เหลา่ นน้ั กเ็ ปน็ หนิ ลบั อยเู่ สมอ ความกระเทอื นทงั้ นเี้ ปน็ หนิ ลบั
ปัญญา คือเป็นเคร่ืองปลุกสติปัญญาให้ตื่นทันกับเหตุการณ์ และให้รู้รอบขอบชิด
ตอ่ ส่ิงนัน้ ๆ สงิ่ เหล่าน้ันก็ไม่ซึมซาบเขา้ ภายในและปล่อยยาพิษเข้าไปในใจได้ ใจกไ็ ม่
เดอื ดร้อนกระวนกระวาย
เอา้ ! ถงึ วาระจะตายกต็ ายไปอยา่ ง “สคุ โต” เพราะความรรู้ อบคอบแลว้ ความจรงิ
กเ็ ป็นอยา่ งนั้น เรยี นธรรมปฏบิ ัตธิ รรมทำ� อย่างนี้แหละ กิเลสท้ังหลายถงึ จะกลัวและ
ลา่ ถอย ไมต่ ้ังหน้าย�ำ่ ยีจิตใจดงั ทเี่ คยเปน็ มา
กเิ ลสกค็ อื ความสำ� คญั มนั่ หมายตา่ งๆ นแ่ี หละ ซง่ึ เกดิ ขนึ้ จากจติ ดวงเดยี ว แกใ้ หท้ นั
กบั เหตุการณ์ท่ีปรากฏขึ้น ย่ิงเวลาจนตรอกเข้าจริงๆ เวทนามมี ากเทา่ ไหร่ จะโหมตวั
เข้ามาอย่างเตม็ ทเ่ี วลานัน้ แตพ่ งึ ทราบวา่ “นั่น ตวั เวทนา” อย่าเข้าใจวา่ เวทนาเป็นตน
ส�ำคัญมาก!
จงพจิ ารณาใหเ้ หน็ ความจรงิ ของเวทนา แมท้ กุ ข์มากน้อยเพยี งไรกใ็ หร้ ู้ เอาจิต
กำ� หนดอยูต่ รงนน้ั พิจารณาอยตู่ รงนนั้ จนรู้ความจรงิ ของเวทนา จิตเป็นธรรมชาตริ ู้
เวทนาเปน็ สงิ่ ทแ่ี สดงขนึ้ เกดิ ขน้ึ แลว้ ดบั ไปตามธรรมชาตขิ องมนั เอง ผทู้ ร่ี ใู้ หร้ เู้ วลาเวทนา
เกดิ และดบั ถา้ จะตายกใ็ หร้ ูว้ า่ มันตาย อะไรมนั ตายก็ให้รู้ สิง่ ท่ไี มต่ ายกอ็ ยู่ คอื ผ้รู ู้น!่ี
81
ให้ทันกันอยู่ทุกเวลา แล้วก็ไม่วิตกกังวล การเป็นการตายเป็นเรื่องธรรมด๊า
ธรรมดา! ถา้ ทราบตามหลกั ธรรมชาตแิ ลว้ จะไมม่ ปี ญั หากบั เรอ่ื งการเปน็ การตายอะไรเลย
การจะกอ่ ปญั หาขน้ึ มากค็ อื กเิ ลสเปน็ ผสู้ รา้ งปญั หาขนึ้ มา แลว้ กม็ าพวั พนั จติ ใจใหเ้ กดิ
ความเดอื ดรอ้ นวนุ่ วายไปดว้ ย ทงั้ ๆ ทยี่ งั ไมต่ ายกเ็ ดอื ดรอ้ นแลว้ กลวั ตาย แนะ่ ! เวลาจะ
ตายจรงิ ๆ ยงิ่ เดอื ดรอ้ นใหญ่ ซง่ึ ไมเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไร มแี ตค่ วามทกุ ขเ์ ตม็ ตวั ตายแลว้
ก็เสียท่าเสียทีเพราะความร้อนเป็นเหตุอีกนั่นแหละ เพราะเหตุนั้นจึงต้องแก้ความ
เดือดร้อนด้วยความรู้ความเข้าใจในธาตุในขันธ์ในอวัยวะต่างๆ ซ่ึงอยู่ในกองขันธ์
กองสมมุตทิ งั้ มวล
เราอาศยั กองสมมตุ นิ ี้ จะใหก้ องสมมตุ นิ เ้ี ปน็ ตวั เราไดอ้ ยา่ งไร? มนั กต็ อ้ งเปน็ เรอื่ ง
ของเขาอยนู่ ัน่ เอง ธาตกุ ็เป็นธาตุ ขันธก์ เ็ ป็นขนั ธ์ ดนิ เปน็ ดิน น�ำ้ เป็นนำ้� ลมเปน็ ลม
ไฟเปน็ ไฟ จะใหม้ าเปน็ “เรา” มนั เปน็ ไมไ่ ด้ จะใหต้ งั้ อยยู่ นื นานถาวรตามทคี่ วามคาดหมาย
ความสำ� คญั แหง่ ใจ กเ็ ปน็ ไปไมไ่ ด้ เพราะหลกั ธรรมชาตขิ องมนั เปน็ อยา่ งนน้ั มาดง้ั เดมิ
ผู้เรยี นวิชาธรรมะจงึ ตอ้ งเรียนให้รตู้ ามหลกั ธรรมชาติ แล้วอย่ตู ามหลักธรรมชาติ
ตา่ งอนั ตา่ งจรงิ กส็ บาย ไมม่ ีอะไรมากอ่ กวน นแ่ี หละชื่อว่า “เรียนธรรม” ช่อื ว่า
“แกก้ ิเลส” ปฏิบัติเพอื่ แก้กเิ ลส แก้อยา่ งนี้
ถงึ เวลาเรง่ ตอ้ งเรง่ เตม็ ที่ เปน็ กบั ตายไมถ่ อื เปน็ ภาระความกงั วล เพราะเพอ่ื ความรู้
ความหลดุ พน้ อยา่ งเดยี ว อะไรอนื่ ๆ ไมเ่ กยี่ ว จนรเู้ ทา่ และปลอ่ ยวางไวต้ ามสภาพของ
สง่ิ ท้งั ปวง
ความดเี หลา่ นแี้ หละจะเปน็ เครอ่ื งสนบั สนนุ จติ ใหพ้ น้ จากโลกได้ พน้ ดว้ ยอำ� นาจ
แห่งความดีน้แี ล
นหี่ ลกั ศาสนาสว่ นใหญท่ า่ นสอนลงทนี่ ี่ แตเ่ ราอยา่ พากนั เดนิ จงกรมแตพ่ อเปน็ พธิ ี
กแ็ ลว้ กนั การทำ� พอเปน็ พธิ นี น้ั คอื นง่ั กส็ กั แตว่ า่ นง่ั สตสิ ตงั ไมม่ เี ลย นง่ั สปั หงกงกงนั
แล้วหลบั ครอกๆ อยู่กับทา่ นงั่ นั่นแหละ มันพธิ ีอะไรไม่รู้ละ่ พิธบี ้าน่ะ! จะว่ายังไง?
ผเู้ ป็นคนดีฟงั เอง!
82
เดนิ จงกรมก็เดิน เดินไปยังง้นั แหละ สตสิ ตังไมท่ ราบไปอยูไ่ หน แลว้ ก็มานบั
คะแนนเอาเองว่า “วันน้ีเราเดินจงกรมได้เท่าน้ันนาทีเท่าน้ีนาที ดีใจ!” ดีใจกับลม
กบั แลง้ ไป ไม่ได้เร่อื งอะไรเลย!
พระพทุ ธเจา้ พระอรหนั ต์ ตลอดครอู าจารย์ ทา่ นเบอื่ เจา้ พธิ ี แทบจะอยกู่ บั โลกพธิ ี
ไม่ได้ ไม่ได้คิดบ้างหรือว่ากิเลสมันไม่ใช่เจ้าพิธีเหมือนพวกเราน่ีนา มันคือตัว
เหยียบยำ�่ ทำ� ลายผู้เปน็ เจ้าพิธโี ดยตรง ฉะน้นั ตอ้ งแก้มันลงท่ใี จนนั้ แก้ท่ีตรงน้ันโดย
ถกู ทางแลว้ ดว้ ยสตปิ ญั ญาอนั แหลมคม อยไู่ หนกเ็ ปน็ ความเพยี ร นง่ั อยกู่ เ็ ปน็ ความเพยี ร
ถา้ มสี ตปิ ญั ญารกั ษาจติ ใจอยโู่ ดยสมำ�่ เสมอ อริ ยิ าบถทงั้ สเี่ ปน็ ความเพยี รดว้ ยกนั ทงั้ สนิ้
เอา้ ! ใหม้ คี วามเพยี รกนั จรงิ ๆ จงั ๆ นะ นแี่ หละเรยี กวา่ “เดนิ ทางศาสนาแบบศาสดา”
เดนิ ตามแนวทางของผแู้ กก้ เิ ลส เราจะสน้ิ กเิ ลสดว้ ยแบบนี้ สนิ้ ในลกั ษณะน้ี ไมส่ น้ิ ใน
แบบอื่นลักษณะอ่ืน
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นสนิ้ ไปเพราะเหตนุ ี้ สาวกทา่ นสนิ้ ไปดว้ ยอบุ ายวธิ นี ้ี ดว้ ยปฏปิ ทา
อนั นี้ กเิ ลสมปี ระเภทเดยี วกนั การดำ� เนนิ แบบเดยี วกนั กเิ ลสจะตอ้ งหลดุ ลอยไปโดย
ลำ� ดบั ๆ เชน่ เดยี วกนั และถงึ ความพน้ ทกุ ขเ์ ชน่ เดยี วกนั จงึ ขอใหเ้ ปน็ ทล่ี งใจในการปฏบิ ตั ิ
ของตน
ขอยุตเิ พียงเทา่ นี้
83
ปลกุ ใจสู้กิเลส
ความสขุ กด็ ี ความทกุ ขก์ ด็ ี ไมม่ อี ะไรจะสขุ หรอื ทกุ ขย์ ง่ิ กวา่ ใจ ความสกปรกกด็ ี
ความสะอาดกด็ ี ไมม่ อี ะไรจะสกปรกและสะอาดยงิ่ กวา่ จติ ใจ ความโงก่ ด็ ี ความฉลาด
กด็ ี กค็ อื ใจ ทา่ นสอนไวว้ า่ “มโน ปพุ พงั คมา ธมั มา มโนเสฏฐา มโนมยา” สงิ่ ทงั้ หลาย
สำ� คญั อยู่ทใ่ี จ ส�ำเรจ็ แล้วด้วยใจ
ศาสนากส็ อนลงท่ใี จ ศาสนาออกก็ออกจากใจ ร้กู ร็ ทู้ ่ใี จ พระพทุ ธเจา้ รกู้ ร็ ทู้ ่ีใจ
นำ� ออกจากใจน้ีไปสอนโลก ก็สอนลงทใ่ี จของสตั ว์โลก ไมไ่ ดส้ อนท่ีอ่ืนใดเลย
ในโลกธาตนุ จ้ี ะกวา้ งแคบขนาดไหนไมส่ ำ� คญั ธรรมมจี ดุ หมายลงทใี่ จแหง่ เดยี ว
ใจทคี่ วรกบั ธรรมอยแู่ ลว้ กเ็ ขา้ ถงึ กนั ไดโ้ ดยลำ� ดบั ทท่ี า่ นวา่ “มอี ปุ นสิ ยั ” นน้ั หมายถงึ
ผคู้ วรอยแู่ ลว้ เหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ผมู้ นี สิ ยั สงู ตำ�่ ตา่ งกนั อยา่ งไรพระองคท์ รงทราบ เชน่
ผมู้ อี ปุ นสิ ยั ทจี่ ะสามารถบรรลถุ งึ ทสี่ ดุ แหง่ ธรรม ควรจะเสดจ็ ไปโปรดกอ่ นใครๆ เพราะ
เก่ียวกับชีวิตอันตรายที่จะมาถึงผู้น้ันในกาลข้างหน้า เร็วกว่าธรรมดาท่ีควรจะเป็น
กร็ บี เสดจ็ ไปโปรดคนนน้ั กอ่ น ทท่ี า่ นวา่ “ทรงเลง็ ญาณดสู ตั วโลก” ผทู้ ม่ี าเกยี่ วขอ้ งกบั
“ตาขา่ ย” คอื พระญาณของพระองค์
คำ� วา่ “เลง็ ญาณดสู ตั วโลก” นน้ั ทา่ นเลง็ ญาณดจู ติ ใจนน่ั เอง ทา่ นไมไ่ ดเ้ ลง็ ญาณ
ดตู น้ ไมภ้ เู ขา ดนิ ฟา้ อากาศ ซงึ่ เปน็ วตั ถหุ ยาบๆ และใหญโ่ ตยงิ่ กวา่ คนและสตั ว์ แตเ่ มอ่ื
84
เกีย่ วกบั ธรรมแลว้ ใจเปน็ ส่ิงที่ใหญโ่ ตมากกวา่ สง่ิ ใดในโลก และเหมาะสมกับธรรม
อยา่ งยงิ่ การเล็งญาณกต็ อ้ งเล็งดูทใี่ จ การส่งั สอนกต็ ้องสั่งสอนลงทีใ่ จ ใหใ้ จรแู้ ละ
เขา้ ใจสง่ิ ตา่ งๆ ซ่ึงมีอย่กู ับใจเอง
สำ� หรบั เจา้ ของไมส่ ามารถทจี่ ะรไู้ ดว้ า่ อะไรผดิ อะไรถกู การแกไ้ ขจะแกด้ ว้ ยวธิ ใี ด
กไ็ มท่ ราบทางแกไ้ ข วธิ แี กไ้ ขพระองคก์ ส็ อน ไมใ่ ชส่ ง่ิ ทนี่ ำ� มาสอนนนั้ ไมม่ อี ยกู่ บั จติ ใจ
ของสัตว์โลก เปน็ สิ่งทม่ี ีอย่ดู ว้ ยกนั เป็นแตเ่ พียงผนู้ ัน้ ยังไม่ทราบ ถูกปิดบังห้มุ หอ่ อยู่
ดว้ ยสงิ่ สกปรกทงั้ หลายดงั ทกี่ ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ วา่ ไมม่ อี ะไรทจ่ี ะสกปรกยง่ิ กวา่ ใจ และ
สกปรกไมม่ วี นั สะอาดเลยถา้ ไมช่ ำ� ระซกั ฟอกดว้ ยการบำ� เพญ็ ธรรม รา่ งกายเราสกปรก
ยงั มวี นั ชะวนั ลา้ งใหส้ ะอาดได้ เสอ้ื ผา้ กางเกงสถานทส่ี กปรก ยงั มกี ารชำ� ระซกั ฟอกเชด็ ถู
ล้างให้สะอาดสะอ้านได้ตามกาลเวลา
แตจ่ ิตใจท่ีสกปรกโดยทเ่ี จ้าของไมไ่ ด้สนใจนน้ั นะ่ มันสกปรกมาต้งั แตเ่ มอื่ ไหร่
และสกปรกไปตลอดกาลต้ังแต่วันเกิดจนกระท่ังวันตาย ภพน้ีถึงภพนั้น ภพไหนก็
ภพไหน มแี ตเ่ รอ่ื งสกปรกพาใหเ้ ปน็ ไป พาใหเ้ กดิ พาใหต้ ายเรอื่ ยๆ ไปอยา่ งนน้ั หาเวลา
สะอาดไมไ่ ด้ ทา่ นเรยี กวา่ “ใจสกปรก” สง่ิ ทส่ี กปรกมนั จะพาไปดไี ดอ้ ยา่ งไร? อยกู่ อ็ ยู่
กบั ความสกปรก ไมใ่ ชข่ องดี ผลแหง่ ความสกปรกกค็ อื ความทกุ ขค์ วามลำ� บาก คตทิ ไ่ี ป
กล็ ำ� บาก สถานทอี่ ยกู่ ล็ ำ� บาก กำ� เนดิ ทเี่ กดิ กล็ ำ� บาก มแี ตข่ องลำ� บาก ลำ� บากหมดเพราะ
ความสกปรกของใจ จึงไม่ใชเ่ ปน็ ของดี ควรจะเหน็ โทษของใจทีส่ กปรก ไม่มสี ่งิ ใดที่
นา่ สะอดิ สะเอยี นยง่ิ กวา่ ใจทส่ี กปรก อยา่ งอนื่ ทสี่ กปรกไมค่ อ่ ยไดม้ คี รมู อี าจารยส์ อนกนั
เหมอื นใจสกปรก
สว่ นจติ ใจทส่ี กปรกน้ี ตอ้ งหาผู้ส�ำคญั มาสอนจงึ จะสอนได้ ใครจะมาสอนเรือ่ ง
การซักฟอกจิตใจที่สกปรกนี้ให้สะอาดสะอ้านไม่ได้ นอกจากธรรมของพระพุทธเจ้า
แตล่ ะพระองคท์ ท่ี รงรทู้ รงเหน็ และทรงสละเปน็ สละตายในการบำ� เพญ็ เพอ่ื รทู้ งั้ พระทยั
ของพระองคเ์ องตลอดถงึ วธิ แี กไ้ ข แลว้ กน็ ำ� มาสงั่ สอนโลกไดถ้ กู ตอ้ งตามวธิ ที พ่ี ระองค์
ทรงบ�ำเพ็ญและไดท้ รงเหน็ ผลนัน้ มาแลว้ ใจจึงตอ้ งมคี รูอาจารยส์ อนอยา่ งน้ี
85
ความทกุ ขม์ นั กเ็ ปน็ ผลมาจากสงิ่ ทสี่ กปรกนน้ั เอง ออกมาจากความโง่ โงต่ อ่ ตวั เอง
แลว้ กโ็ งต่ อ่ สง่ิ ตา่ งๆ ไปเรอ่ื ยๆ ตวั เองโงอ่ ยแู่ ลว้ สง่ิ ทมี่ าเกยี่ วขอ้ งกไ็ มท่ ราบวา่ อะไรถกู
อะไรผดิ แม้ไม่ชอบใจกต็ อ้ งไดย้ ึดตอ้ งได้คว้า คนเราจึงต้องมที ุกข์ท้ังๆ ท่ีไม่ต้องการ
กนั เลย แตท่ ำ� ไมจงึ ตอ้ งเจอกนั อยทู่ กุ แหง่ ทกุ หนทกุ เวลำ�่ เวลา ทกุ สตั วท์ กุ บคุ คล กเ็ พราะ
ไม่สามารถที่จะหลบหลีกปลีกตัวออกได้ ด้วยอุบายต่างๆ แห่งความฉลาดของตน
นน้ั แล จงึ ตอ้ งอาศยั คำ� สงั่ สอนของพระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั การซกั ฟอกดว้ ยความดที งั้ หลาย
เป็นลำ� ดับๆ มา
ทาน กเ็ ปน็ การซกั ฟอกกเิ ลสประเภทหนง่ึ ศลี กเ็ ปน็ การซกั ฟอกกเิ ลสประเภทหนง่ึ
ภาวนา กเ็ ปน็ การซกั ฟอกกเิ ลสประเภทตา่ งๆ รวมตวั เขา้ มาอยใู่ นองคภ์ าวนาน!ี่ ลว้ นแต่
เป็น “นำ้� สะอาด” ทีซ่ ักฟอกสง่ิ สกปรกซง่ึ รกรงุ รงั อยูภ่ ายในจติ ใจของสตั ว์โลกนแี้ ล
อุบายวธิ ีตา่ งๆ พระพทุ ธเจา้ จึงไดส้ อนกันมาเปน็ ล�ำดบั ลำ� ดา องคน์ ผ้ี ่านไปแลว้
องคน์ นั้ กม็ าตรสั รู้ ตรสั รกู้ ต็ รสั รใู้ นธรรมอนั เดยี วกนั ความจรงิ อนั เดยี วกนั เพอื่ จะแก้
กิเลสตณั หาอาสวะของสัตวโ์ ลกอย่างเดยี วกนั เพราะฉะน้ัน โอวาทของพระพุทธเจา้
ท้ังหลายจงึ เหมอื นๆ กัน
นเี่ รานบั วา่ เปน็ ผมู้ วี าสนา ไดเ้ ปน็ ผใู้ ครต่ อ่ ศลี ตอ่ ธรรม ซงึ่ เปน็ “นำ้� ทส่ี ะอาดทส่ี ดุ ”
สำ� หรบั ชะลา้ งสงิ่ ทสี่ กปรกทม่ี อี ยภู่ ายในใจของตน คนทไ่ี มม่ คี วามสนใจกบั ธรรมไมเ่ ชอื่
ธรรมและไมเ่ ชอื่ ศาสนา เหลา่ นมี้ จี ำ� นวนมากมาย เราไมไ่ ดเ้ ขา้ กบั คนประเภทนน้ั กน็ บั วา่
“เป็นวาสนาอย่างย่งิ ”
แมค้ นดมี ธี รรมในใจจะมจี ำ� นวนนอ้ ย กม็ เี ราคนหนงึ่ ทม่ี สี ว่ นอยดู่ ว้ ย สำ� หรบั ผทู้ ่ี
ใคร่ต่ออรรถต่อธรรม มีความเชื่อความเลื่อมใสพระโอวาทของพระพุทธเจ้าที่ทรง
ส่งั สอนไว้ นบั วา่ เป็นผทู้ มี่ วี าสนา น่ีแหละวาสนาของเรา! คืออันนี้เองเปน็ พ้นื ฐานทีจ่ ะ
ใหเ้ ราไดบ้ ำ� เพ็ญความดสี บื เนอื่ งกันเป็นล�ำดบั มา เปน็ ความเจริญรุ่งเรอื ง จติ ใจก็จะ
ได้มีความสะอาดสะอา้ นขึน้ เมอ่ื จิตใจมีความสะอาดขึ้นโดยลำ� ดับ ความสุขก็ปรากฏ
ขน้ึ เปน็ เงาตามตวั ความเพลนิ อนั ใดจะเหมอื นความเพลนิ ของใจทรี่ นื่ เรงิ ไปดว้ ยอรรถ
86
ดว้ ยธรรม มคี วามรกั ใครใ่ ฝใ่ จในธรรม การประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ เ็ ปน็ ไปดว้ ยความอตุ สา่ ห์
พยายาม ผลก็ปรากฏข้นึ มาให้เป็นความสงบรม่ เย็น เป็นความเพลนิ อยภู่ ายในจติ ใจ
ทา่ นจงึ วา่ “รสอะไรกส็ รู้ สแหง่ ธรรมไมไ่ ด”้ “รสแหง่ ธรรมชำ� นะซงึ่ รสทงั้ ปวง” คอื รสอนั น้ี
ไมม่ ีวนั จดื จาง ไม่มเี บอื่ ไมม่ ีชินชา เปน็ รสหรือเป็นความสขุ เป็นความรน่ื เริงดูดด่ืม
ไปโดยลำ� ดบั ลำ� ดา แมท้ ส่ี ดุ จนมาถงึ ขนั้ วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พานแลว้ ความสขุ นนั้ ยง่ิ มคี วาม
สม่�ำเสมอตวั คอื คงท่ี คงเสน้ คงวา ตายตวั
การพยายามจะยากหรอื งา่ ยขึ้นอยกู่ บั ความพอใจ เราพอใจแลว้ งานอะไรมันก็
ทำ� ไดท้ ง้ั นนั้ สำ� คญั อยทู่ คี่ วามพอใจ เลง็ ดเู หตดุ ผู ลเขา้ กนั ไดแ้ ลว้ ความพอใจหากมาเอง
ถึงไมม่ กี ็บงั คับได้ เราบังคบั เรา บงั คับคนอ่ืนยงั ยากย่งิ กวา่ เราบงั คบั เรา เราอยู่กบั
ตวั เราเอง จะบงั คับให้ทำ� อะไรก็ได้
“เอ้า! น่งั ภาวนาวันนี้ก็นง่ั ” “เอ้า เดนิ จงกรมก็ได”้ เอา้ ท�ำบุญใหท้ าน เอ้า รักษา
ศลี นะ ไดท้ งั้ นนั้ เราเปน็ เจา้ ของเราเปน็ หวั หนา้ เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาจติ ใจ เราเปน็ เจา้ ของ
เจา้ ของทกุ สว่ นภายในรา่ งกายเรา อาการเคลอ่ื นไหวทง้ั ภายนอกภายในเราเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
เราเปน็ ผรู้ ะมดั ระวัง เราเป็นผ้รู กั ษาเอง ควรหรอื ไมค่ วรอย่างไร เป็นหน้าทีข่ องเรา
จักต้องบังคับบัญชาหรือส่งเสรมิ เราเอง ในสง่ิ ท่คี วรหรือไมค่ วร เราทราบอยู่ดว้ ยดี
หากเราไม่สามารถปกครองตนเองได้ในขณะนแ้ี ลว้ เราจะเอาความสามารถมา
จากไหนในวันหน้าเดือนหน้าปีหน้า ชาติหน้าภพหน้า? เราต้องท�ำความเข้าใจไว้กับ
ปัจจุบันด้วยดีตั้งแต่บัดน้ี ปัจจุบันน้ีแลเป็นรากฐานส�ำคัญท่ีจะส่งไปถึงอนาคตให้มี
ความเจริญรุ่งเรอื งขนาดไหน ต้องไปจากปจั จบุ ันซึ่งบ�ำเพ็ญอยทู่ ุกวนั เจรญิ อย่ทู ุกวนั
ส่งเสรมิ อยทู่ ุกวนั บ�ำรงุ อย่ทู กุ วัน เจริญขึ้นทกุ วัน น่ีแหละหลักปัจจุบนั อย่ทู ่ีเราเวลานี้
วนั เดอื น ปี ภพชาตนิ ะ่ มนั เปน็ ผลพลอยไดท้ จี่ ะสบื เนอ่ื งกนั โดยลำ� ดบั เชน่ เดยี วกบั
เมอ่ื วานนส้ี บื เนอ่ื งมาถงึ วนั น้ี แลว้ กส็ บื เนอื่ งไปถงึ พรงุ่ นี้ สว่ นผลทจ่ี ะไดร้ บั ดชี วั่ มนั ขนึ้ อยู่
กบั เรา เราเปน็ ผ้รู ับผิดชอบ จงึ ต้องพจิ ารณาให้เห็นประจกั ษ์เสียแต่บัดนที้ ี่ยังควรแก่
กาลอยู่
87
ธรรมของพระพทุ ธเจา้ เปน็ “สนั ทฏิ ฐโิ ก” ประกาศอยตู่ ลอดเวลาตง้ั แตว่ นั พระองค์
ทรงประกาศธรรมสอนโลก กป็ ระกาศเรอ่ื ง “สนั ทฏิ ฐโิ ก” นดี้ ว้ ยกนั ตลอดมาจนปจั จบุ นั
เปน็ ส่งิ ทผ่ี ู้ปฏบิ ตั ิจะพึงรู้พึงเหน็ ภายในใจของตวั เอง ก�ำลังเรามเี ท่าไรเราก็ทราบ ผลที่
ไดร้ บั มากนอ้ ยเพยี งไรกท็ ราบภายในจติ ใจ เพราะใจเปน็ ผคู้ อยรบั ทราบอยตู่ ลอดเวลา
อยู่แล้วท�ำไมจะไม่ทราบ บกพร่องที่ตรงไหนเร่งเข้าไป การเร่งอยู่โดยสม�่ำเสมอ
ความบกพรอ่ งนนั้ กค็ อ่ ยสมบรู ณข์ นึ้ เปน็ ลำ� ดบั จนกระทง่ั สมบรู ณเ์ ตม็ ทไี่ ด้ ไมใ่ ชส่ มบรู ณ์
ด้วยความท้อถอย ความทอ้ ถอยเป็นเรอื่ งทจ่ี ะตดั ทอนสงิ่ ทม่ี ีอย่แู ลว้ ให้ลดลงไป และ
เปน็ สงิ่ ทกี่ ดี กนั สงิ่ ทย่ี งั ไมเ่ กดิ ไมใ่ หเ้ กดิ ขนึ้ บรรดาสงิ่ ทเี่ ราพงึ ใจทง้ั หลายจะไมม่ ที างเกดิ
ข้นึ ได้ เพราะไม่มกี ารสง่ เสริมอนั เป็นเหตุให้ผลเกดิ ขนึ้ ได้!
โงเ่ รากโ็ งม่ าพอ จะเอาไปแขง่ กนั ไดย้ งั ไง เพราะตา่ งคนตา่ งโงเ่ ตม็ ตวั อยภู่ ายในใจ
ดว้ ยกนั จะเอาไปแขง่ กนั ไดอ้ ยา่ งไร ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งจะแขง่ ขนั กนั เพราะตา่ งกม็ ดี ว้ ยกนั ทกุ คน
สกปรกก็สกปรก ทกุ ข์กท็ ุกข์ดว้ ยกนั รู้ด้วยกนั ทกุ คน ตา่ งคนตา่ งทกุ ข์ ต่างคนต่างรู้
ตา่ งคนตา่ งรบั ภาระเหลา่ นดี้ ว้ ยกนั ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งทจ่ี ะมาแขง่ ขนั กนั ได้ เราไมม่ คี วามสงสยั
ในเร่อื งเหลา่ นี้
เอาใหฉ้ ลาด ไม่ฉลาดกวา่ ใครกต็ าม ขอให้ฉลาดเหนือเรอื่ งทเี่ คยมอี ยใู่ นจิตใจ
ของเราซง่ึ เคยหลอกลวงเรามานาน เราคลอ้ ยตามส่งิ เหลา่ นมี้ านานแลว้ ให้พยายาม
ท�ำความฉลาดใหท้ ันกนั กับเรือ่ งของตวั เองน่แี หละสำ� คญั ! เมื่อทนั กบั เรื่องของตวั เอง
แล้ว จะเรียกว่า “ชนะตวั เอง” ดังท่ีท่านพดู ไวใ้ นหลักธรรมกไ็ ม่ผิดนี่ ชนะอะไรก็ตาม
ทีท่ า่ นพูดไว้ในธรรมบทหนึ่งว่า “โย สหสั สัง สหสั เสน สงั คาเม มานเุ ส ชเิ น, เอกัญจ
เชยยมัตตานงั , ส เว สงั คามชตุ ตโม” การชนะสงครามทีค่ ณู ด้วยลา้ น ถึงขนาดนน้ั
ล้วนแต่เป็นการก่อเวรท้ังนั้น ไม่ใช่เป็นของดีเลย การชนะตนนี่เพียงผู้เดียวเท่าน้ัน
เป็นของประเสริฐสดุ ”
ชนะตนหมายถงึ อะไร? กห็ มายถงึ ชนะสง่ิ ทตี่ วั เราเคยแพม้ าอยภู่ ายในใจของเรา
นแี้ ล เราแพอ้ ะไรบา้ ง เราทราบเราเองเรื่องอยา่ งน้ี กิเลสท้งั หมดไม่วา่ แงใ่ ด ลกู มัน
เรากแ็ พ้ หลานมนั เรากแ็ พ้ เหลนมนั เรากแ็ พ้ พอ่ แมข่ องมนั เรากแ็ พ้ ปยู่ า่ ตายายของมนั
88
เรากแ็ พ้ เราแพเ้ สยี ทง้ั หมด แพอ้ ยา่ งหลดุ ลยุ่ ยงั ง้ี อะไรๆ ของมนั แพห้ มด ถา้ สมมตุ วิ า่
มันมมี ูตรคูถเหมอื นอย่างคนเราธรรมดานี้ มตู รคถู ของมนั เรากแ็ พอ้ กี แต่น่มี ันไมม่ ี
ก็มีแต่ “ขี้โลภ ขโี้ กรธ ขห้ี ลง” ว่าไปยังงน้ั เสยี เราแพม้ ันแลว้ ทั้งนนั้ น่ี
ความแพน้ ี่มันเป็นของดหี รือ? อยู่กับผใู้ ดไมม่ ดี ีเลย ค�ำว่า “แพ”้ นงั่ อยกู่ แ็ พ้
นอนอย่กู ็แพ้ ยืนอยู่กแ็ พ้ เดนิ อย่กู แ็ พ้ หาเวลาชนะไมม่ เี ลย มศี กั ดิศ์ รีทไี่ หน! มแี ต่
ความแพ้เตม็ ตัวคนเรามสี าระที่ไหน ถา้ เปน็ ธรรมดาแบบโลกๆ เขาแล้ว อยากจะไป
ผกู คอตายนัน่ แหละ แต่น่ีมันเป็นเร่ืองธรรมดา มันสดุ วสิ ัย เราจะวา่ ยงั ไงละ่ พดู กนั
ให้เหน็ อยา่ งน้ีแหละ ไม่ยกขึน้ มาอยา่ งนไ้ี มเ่ ห็นโทษจะวา่ ยังไง?
นำ� ธรรมมาตพี วกเรานแี้ หละ พวกนกั แพน้ แี่ หละ แพอ้ ยทู่ กุ เวลำ่� เวลา เราไมเ่ หน็
โทษของความแพ้ของเราบ้างหรือ? น่ีเป็นวิธีปลุกจิต เราหมายถึงวิธีปลุกจิตใจเรา
เรายังจะแพ้อยู่อย่างน้ีตลอดไปหรือ? แพ้อย่างหลุดลุ่ยน่ะ จะแพ้ราบอย่างนี้เร่ือยๆ
ไม่ตอ้ งการชยั ชนะบา้ งหรอื ?
พระพทุ ธเจา้ เปน็ ผมู้ ชี ยั ชนะ สาวกอรหตั อรหนั ตท์ า่ นเปน็ ผชู้ นะ พระอรยิ เจา้ ทา่ น
เป็นผู้ชนะไปโดยล�ำดับ สรณะของเราทั้งสาม “พุทธัง ธมั มัง สังฆัง สรณงั คจั ฉามิ”
ล้วนแล้วต้ังแต่ชัยชนะทั้งนั้นที่เรานึกน้อมถึงท่าน ตัวเราแพ้อย่างราบตลอดเวลา
สมควรแลว้ หรอื จะเปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคตนะ่ ? นน่ั วา่ อยา่ งนน้ั ซี นแี่ หละวธิ ปี ลกุ จติ เจา้ ของ
ปลุกอยา่ งนี้ ให้ลกุ ข้ึนต่อสูเ้ พอ่ื ชยั ชนะ ไมจ่ มอยกู่ ับความแพ้อย่างราบคาบเร่อื ยไป
จติ มนั เปน็ สง่ิ ทส่ี ง่ เสรมิ ได้ กดขบ่ี งั คบั ได้ เหยยี บยำ�่ ทำ� ลายได้ สำ� คญั ทเี่ ราเองเปน็
ผหู้ าอบุ ายคดิ ในแงต่ า่ งๆ ทจ่ี ะปลกุ จติ ปลกุ ใจของเราใหเ้ กดิ ความอาจหาญรา่ เรงิ ตอ่ สู้
ในส่ิงทเ่ี ปน็ ประโยชน์ทจี่ ะเอาชยั ชนะขน้ึ มาสตู่ นดว้ ยอบุ ายต่างๆ ดังท่ีกลา่ วมานี้
นแี่ หละเปน็ ทางเดนิ ของพระพทุ ธเจา้ เปน็ ทางเดนิ ของผจู้ ะกา้ วเขา้ สชู่ ยั ชนะ ชนะไป
วันละเล็กละนอ้ ยเร่อื ยๆ ไป ผลสดุ ทา้ ยก็ชนะจนไมม่ ีอะไรเหลือเลย ปัญหาน้แี หละ
ส�ำคัญมาก
89
สตกิ บั ปญั ญาเปน็ ธรรมอนั สำ� คญั อยา่ งยงิ่ สมั มาทฏิ ฐิ สมั มาสงั กปั โป ขนึ้ ตน้ นะ่
พจิ ารณาเอาใหไ้ ดช้ ยั ชนะ สง่ิ ทแี่ วดลอ้ มเราอยตู่ ลอดเวลา คอยตบคอยตเี ราอยตู่ ลอด
เวลา คอื อะไร? มันมที ไ่ี หน?
มนั มีแตร่ ูป เวทนา สญั ญา สังขาร วญิ ญาณ น้เี ท่านน้ั ตวั ส�ำคัญจรงิ มนั อยู่ท่ี
ตรงน้ี ตา หู จมกู ลนิ้ กาย มันเปน็ ทางเดนิ เขา้ มาแหง่ อารมณต์ า่ งๆ แลว้ เข้ามาหา
สัญญาอารมณ์ซง่ึ เปน็ กองขันธน์ ่ีเอง นีแ่ หละสดุ ทา้ ยกก็ องขันธ์นแ่ี หละรบกับเรา หรือ
มันไม่ได้รบก็ไม่ทราบ เราหมอบราบอยู่แล้วก็ไม่ทราบว่าจะมารบกับอะไร นอนทับ
ถ่ายรดไปเลยไมม่ ีปญั หาอะไร เพราะยอมมนั อย่างราบคาบแล้วน่!ี
ทนี เ้ี ราจะไมใ่ หเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั เราแกต้ วั เรา เราใหเ้ ปน็ เทา่ ทเ่ี ปน็ มาแลว้ เทา่ นน้ั เวลาน้ี
เราได้ศาตราวุธ คืออรรถธรรม สติปญั ญาแลว้ เราจะต่อสู้ พิจารณาเอาใหไ้ ด้ชัยชนะ
ภายในตวั เรา ไมเ่ อาชยั ชนะกบั ผใู้ ดเลย เอากบั ผใู้ ดจะเปน็ เรอื่ งกอ่ เวรกบั ผนู้ นั้ เอากบั สตั ว์
ตวั ใดกเ็ ปน็ เรอื่ งกอ่ เวรกบั สตั วต์ วั นน้ั ขน้ึ ชอ่ื วา่ “อนื่ นอกไปจากตวั เอง” แลว้ มแี ตเ่ รอ่ื ง
ก่อกรรมกอ่ เวร ไม่เป็นของดีเลย สง่ิ ท่ีเลศิ ประเสรฐิ สดุ ก็คอื “เอกัญจ เชยยมตั ตานัง
ส เว สังคามชุตตโม” การชนะเรื่องของเรานี่เท่านั้นเป็นเร่ืองประเสริฐสุดในโลก
พระพุทธเจ้าก็ชนะแบบน้ี สาวกอรหัตอรหันต์ท่านชนะแบบน้ี ท่านเป็นผู้ไม่ก่อเวร
กอ่ กรรม นอกจากนนั้ สตั วโ์ ลกยงั ไดอ้ าศยั ทา่ นมาเปน็ ลำ� ดบั จนกระทง่ั บดั น้ี ทา่ นเอาชนะ
ตรงนี้
“เอา้ พจิ ารณา มนั เคยหลงอะไรอยเู่ วลาน?้ี ” พจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั สง่ิ เหลา่ นไี้ มป่ ดิ บงั
ลี้ลบั มีอยูภ่ ายในตวั เรา ร่างกายก็เตือนเราอยูต่ ลอดเวลา เจ็บน้นั ปวดน้ี ความสลาย
ความแปรสภาพ แปรทไี่ หนกระเทอื นทตี่ รงนน้ั แปรไปนานเทา่ ไหร่ กก็ ระเทอื นมากขน้ึ ๆ
เวทนากบั ความแปรสภาพมนั เปน็ คเู่ คยี งกนั อะไรวปิ รติ ผดิ ไปนดิ หนง่ึ เวทนาจะเตอื น
บอกขน้ึ มาเรอ่ื ยๆ เตอื นบอกสตปิ ญั ญาของผปู้ ฏบิ ตั ิ ของผตู้ ง้ั ใจจะสง่ เสรมิ สตปิ ญั ญา
ให้มีก�ำลังเพ่ือรู้เท่าทันกับสิ่งเหล่านี้ จึงเหมือนกับแสดงธรรมเทศนาอยู่ท้ังวันท้ังคืน
ไม่จ�ำเป็นจะตอ้ งใหพ้ ระทา่ นข้นึ ธรรมาสน์ “นโม ตัสส ภควโต”
90
ส่งิ เหลา่ นเี้ ปน็ “ธรรมเทศนา” สอนเราตลอดเวลาอยู่แลว้ เอา้ ! ทุกข์เกิดข้ึนที่
ตรงไหน ตั้งธรรมาสน์ทตี่ รงน้นั วนิ ิจฉัยกนั ปุจฉา วสิ ัชนา กนั ลงไป นี่แหละเทศนา
สองธรรมาสน์ ระหวา่ งขันธก์ บั จิต ขันธ์ใดก็ตาม รูปขนั ธ์ เวทนาขนั ธ์ สญั ญาขันธ์
สงั ขารขนั ธ์ วญิ ญาณขนั ธ์ นแี่ หละ ปจุ ฉา วสิ ชั นา ใหเ้ ขา้ ใจชดั เจนตามสง่ิ เหลา่ นท้ี ม่ี อี ยู่
รูปแปร แปรมาโดยลำ� ดบั น่เี ราอยูด่ ้วยกนั น่ีกีว่ นั กว่ี ันน้ันคอื ลว่ งไปแลว้ เสียไปแลว้
ยกตวั อยา่ งเชน่ ทา่ นอาจารยห์ มออดุ มทา่ นไปกรงุ เทพฯ ไปวนั ท่ี ๑๗ ทา่ นกลบั มาวนั นี้
วนั ท่ี ๒ กลบั มาวนั นี้ ทา่ นไมไ่ ดว้ นั สมบรู ณม์ าเหมอื นแตก่ อ่ น ตงั้ แตว่ นั ท่ี ๑๗ ไปจนถงึ
วนั ท่ี ๒ เปน็ กว่ี นั แนะ่ ลว่ งไปเทา่ นนั้ วนั ทา่ นขาดวนั นไ้ี ปแลว้ เราอยนู่ กี่ ข็ าดไปเชน่ เดยี ว
กนั กบั ทา่ น นแ่ี หละเราอยดู่ ว้ ยความบกพรอ่ งไปทกุ วนั ๆ นะ ไมไ่ ดอ้ ยดู่ ว้ ยความสมบรู ณ์
วนั นีข้ าดไป วนั นนั้ ขาดไป วนั หนา้ ขาดไป วันหลงั ขาดไป ขาดไปเรอื่ ยๆ
เราบกพรอ่ งไปเรอื่ ยๆ เรอื่ งธาตเุ รอื่ งขนั ธ์ เราเรยี นอยา่ งนแี้ หละ เรยี นธรรม เราไมไ่ ด้
อย่ดู ว้ ยความสมบูรณ์ อยดู่ ว้ ยความ “หมดไป” ทุกวันๆ นนี่ ่ะ แล้วเราจะนอนใจ
ไดอ้ ยา่ งไร เมอื่ เปน็ นกั ธรรมะทป่ี ฏบิ ตั เิ พอ่ื เอาตวั รอดเปน็ ยอดคนแลว้ ตอ้ งใหเ้ ปน็ ยอด
แห่งความรู้ที่จะแก้สถานการณ์ซึ่งมีอยู่ในตัวของเรานี้ ให้รู้ตามเป็นจริงโดยล�ำดับ
เราพบกนั วนั น้ี วนั หลงั มาพบกนั บกพรอ่ งมาแลว้ ขาดไปเทา่ นน้ั วนั ขาดไปเทา่ นช้ี วั่ โมง
ผอู้ ยกู่ ข็ าด ผไู้ ปกข็ าด กลบั มากข็ าด อยปู่ ระจำ� ทก่ี ข็ าด ตา่ งคนตา่ งขาด มแี ตต่ า่ งคนตา่ ง
บกพรอ่ งไปทุกๆ วัน ขาดไปทุกวนั แล้วขาดไปๆ ขาดไปจะไปถึงไหน? มนั ก็ไปถึงที่
สุดปลายทางแหง่ ความขาดสะบ้นั เท่านน้ั เอง!
น!่ี มนั ตา่ งกนั แต่ “มดื ” กบั “แจง้ ” ทลี่ ว่ งไปวนั นนั้ วนั นเ้ี ทา่ นนั้ แหละ ชา้ เรว็ ตา่ งกนั
มีนิดเดียวเท่าน้ัน จะต้องไปถึงความขาดสะบ้ันเช่นเดียวกันหมด เวลาน้ียังไม่ขาด
เป็นแต่ว่าเตือนๆ เรา นาทีเตือน วินาทีเตือน ชั่วโมงเตือน หมดไปเท่าน้ันวินาที
เทา่ นน้ั นาที เทา่ นนั้ ชวั่ โมง เทา่ นน้ั วนั เตอื นอยเู่ สมอ เทา่ นนั้ เดอื น เทา่ นน้ั ปี เรอื่ ย สดุ ทา้ ย
กห็ มด มีเทา่ ไรก็หมด เพราะมนั หมดไปทกุ วนั น่ี เอาอะไรมาเหลือ!!!
นี่เป็นสติปัญญาอันหน่ึงที่จะต้องพิจารณา ส่ิงท่ีมันเหลืออยู่นี้น่ะท่ีพอจะได้
ประโยชน์จากสิ่งท่ีเหลืออยู่ ธาตุขันธ์ของเราอันใดที่มันเปล่ียนแปลง มันก็หมดไป
91