เทา่ นน้ั ความจรงิ มนั เป็นบา้ กันอยูท่ ุกแหง่ ทกุ หน โลกมนั ร้อนก็เพราะเรอื่ งบา้ หู ตา
จิตใจ เป็นไฟ เท่าน้ันเอง มันไม่ยอมเดินไปตามสายทางท่ีควรเดิน สมกับค�ำว่า
“มนุษย์ฉลาด” แต่มันกลับเดินไปด้วยอ�ำนาจของกิเลสตัณหาอาสวะอวิชชาท่ีพาให้
มดื มิดปิดตาไม่ร้เู หตรุ ผู้ ล เอาแตอ่ �ำนาจวาสนาของตนท่วี า่ ดวี า่ เกง่ กล้าสามารถเข้าไป
กดขบ่ี งั คบั โลกใหร้ อ้ นไปตามๆ กนั แมค้ นทไี่ มร่ ภู้ าสภี าษากบั เขากพ็ ลอยรอ้ นไปดว้ ย
เพราะความรอ้ นของใจของคนนนั้ ๆ เพราะความมดื ของใจของคนนนั้ ๆ ทเี่ ขา้ ใจวา่ ตน
เฉลียวฉลาด มีอ�ำนาจมาก มันเลยท�ำใหโ้ ลกรอ้ นไปหมด จนจะหาทใ่ี หค้ นฉลาดอยู่
ไมไ่ ด้
ความรคู้ วามเหน็ ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ยอำ� นาจของกเิ ลส กบั ความรคู้ วามเหน็ ทเ่ี ตม็ ไปดว้ ย
ธรรมนน้ั ผดิ กนั มาก แมอ้ ยใู่ นจติ ดวงเดยี วกนั ระยะทม่ี นั เปน็ บา้ ไปสดๆ รอ้ นๆ กบั เวลา
ท่มี ันดีน้ี ดแู ลว้ ก็นา่ ขยะแขยงตวั เอง! นา่ อับอายตวั เอง!
นเี่ ราพดู เรอ่ื ง “บา้ ” กนั อยา่ เขา้ ใจวา่ มแี ตต่ ามถนนหนทาง เดนิ งกๆ งนั ๆ อยตู่ าม
ถนนหนทาง และอยตู่ ามโรงพยาบาล “สมเด็จเจา้ พระยา” เป็นตน้ เทา่ นน้ั มันมีอยู่
ทกุ แหง่ ทกุ หนนน่ั แล บา้ ชนดิ นเ้ี ปน็ บา้ ทกี่ อ่ กวนไดม้ าก และทำ� ความเดอื ดรอ้ นใหโ้ ลกได้
อยา่ งมากมายจนไมม่ ปี ระมาณ บา้ ทไ่ี มย่ อมเขา้ ไปนอนอยใู่ นเตยี ง บา้ เพน่ พา่ น บา้ อำ� นาจ
วาสนา บา้ ความรวู้ ชิ า บา้ ไมม่ องดเู หตดุ ผู ล บา้ ความอยากไมม่ วี นั อม่ิ พอ บา้ อยากเปน็
ใหญเ่ ป็นโต บ้าอยากครองโลกครองสงสาร ทั้งๆ ที่ “ปา่ ชา้ ” ตดิ กบั ตวั ก็ไม่มองดู
บ้าลมื ตายน่ีซิ ท�ำให้โลกร้อนไปทุกหย่อมหญา้ !
ถา้ ไดพ้ จิ ารณาความตายเสยี วนั หนง่ึ ๆ สกั สองหนเทา่ นน้ั กพ็ อจะมี “เบรก” หา้ ม
ล้อบา้ ไดบ้ ้าง โลกกจ็ ะไดเ้ ย็น ตัวเองกจ็ ะไดเ้ ย็นบ้าง
นพี่ วกเราผปู้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรม จงึ ควรใหม้ ที งั้ “คนั เรง่ ” คอื เรง่ ความพากเพยี ร
เพื่อสั่งสมคุณงามความดีให้มาก และด�ำเนินไปตามเข็มทิศทางเดินแห่งธรรมท่ีท่าน
สั่งสอนไว้ มที ง้ั “เบรก” ความยบั ยั้งในสิ่งทเ่ี ห็นวา่ ไมด่ ี ถือพวงมาลยั ด�ำเนนิ ไปดว้ ย
ความปลอดภยั ความสขุ กอ็ ยกู่ บั ความปลอดภยั นน้ั แล ไมใ่ ชค่ วามสขุ อยกู่ บั ภยั ความ
442
ปลอดภยั ไรท้ กุ ขน์ นั้ เปน็ ความสขุ ใครเปน็ ผรู้ บั ความทกุ ขต์ า่ งๆ นอกจากใจเปน็ ตวั สำ� คญั
คอยรบั เทา่ นนั้ ไมม่ สี ง่ิ ใดมาคอยรบั ใจรทู้ กุ ขแ์ ละแกท้ กุ ขใ์ หห้ มดสนิ้ ไปจากใจ ทงั้ สาเหตุ
ทใ่ี หเ้ กดิ ทกุ ขแ์ กอ้ อกใหห้ มด เหลอื แตธ่ รรมลว้ นๆ ภายในใจ นนั้ แล ทา่ นวา่ “โลกเยน็ ”
โลกเยน็ เยน็ ตรงนน้ั เยน็ ทบี่ คุ คล คอื ใจสงบสขุ ไปไหนกส็ บาย หายยงุ่ ตายกไ็ ม่
ตอ้ งมหี ว่ งมอี าลยั กบั ซากศพวา่ จะตอ้ งเกบ็ จะตอ้ งเผา จะเกบ็ ไวก้ วี่ นั กคี่ นื กเี่ ดอื น กปี่ ี
ตายแลว้ ใครจะมาทำ� ศพประดบั ตกแตง่ ดๆี ให้ เหลา่ นไ้ี มห่ ว่ งใย จะทำ� ใหม้ นั ดเี พอ่ื อะไร
ก็คนตายไปแล้วนี่ ท�ำใหด้ ีขณะท่ียงั มชี วี ติ อยนู่ ซี่ ิ มันไมด่ ีตรงไหน รบี แก้ไขจนมนั ดี
อันน้ีดีแลว้ จะส�ำคญั อะไรกับร่างกาย
กายเปน็ ของทงิ้ แลว้ มนั ถงึ ไดต้ าย มนั รบั ภาระไมไ่ หวแลว้ ถงึ ไดท้ งิ้ สลดั ทง้ิ กนั ลง
ไปแล้ว ยังไปห่วงใยอะไรกับกระดูกซากผีตายแล้วน้ัน ยังไม่เห็นโทษของมันหรือ
ถงึ ขนาดเนา่ เฟะไปแลว้ ยงั ไมเ่ หน็ โทษของมนั หรอื มนั จนถงึ ทสี่ ดุ แลว้ ตายจนเนา่ เฟะแลว้
ยงั ไปหงึ ไปหวงอะไรมนั อยอู่ กี ! หว่ งแตจ่ ติ นซี่ ิ ทจ่ี ะไปหากอ่ ภพกอ่ ชาตไิ ปหาจบั จองปา่ ชา้
หว่ งตรงนีซ้ ิ!
สรา้ ง “กสุ ลา ธมั มา” ลงตรงน้ี ใหม้ คี วามเฉลยี วฉลาดทนั กบั กลมารยาของกเิ ลส
อาสวะ ใหเ้ หน็ เหตเุ หน็ ผล ดี ชว่ั กบั ตวั ไปโดยลำ� ดบั นนั่ แหละ ชอ่ื วา่ “ผสู้ รา้ งตนโดย
สมบูรณ”์ หรือสร้างตนโดยถกู ต้อง จนถงึ ขั้นสมบรู ณเ์ ตม็ ทไ่ี ม่มีทางตอ้ งติ ตายแล้ว
หมดความหมาย อยา่ ไปยุ่งไปกังวล
ประพฤติตนสมกับว่าเรานี้เป็นชาวพุทธ พุทธคืออะไร “พุทธะ” ก็แปลว่า รู้
พระพทุ ธเจา้ กห็ มายถงึ ผรู้ ู้ ทแี รกกร็ ธู้ รรมดาเหมอื นสามญั ชน ตอ่ ไปกร็ ทู้ กุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง
รูร้ อบขอบชิด จนกระทง่ั ถงึ ขัน้ บรสิ ทุ ธ์ิ น่แี หละศาสนาพทุ ธ
เรากถ็ อื ศาสนาพทุ ธ “พทุ ธะ” คอื อะไร กค็ อื ใจ ใหร้ ทู้ กุ สงิ่ ทกุ อยา่ งทเี่ ขา้ มาเกย่ี วขอ้ ง
ภายในจติ พยายามแก้ไขโดยล�ำดับ เรอื่ งความเปน็ ความตาย อยา่ เอามายุ่งกวนใจ
อยา่ เอามาเปน็ อปุ สรรค พจิ ารณาใหร้ อบไปหมด เปน็ กบั ตายมนั กอ็ นั เดยี วกนั นนั่ แหละ
ก็ธาตอุ นั เดียวกัน จะไปตืน่ มนั อะไร เร่ืองเกดิ เรอื่ งตาย ตืน่ มันอะไร ร้คู วามจรงิ แล้ว
443
ไมต่ นื่ ทงั้ เกดิ ทงั้ ตาย ทง้ั เปน็ อยู่ รตู้ ามความจรงิ แลว้ จติ กเ็ ปน็ ความจรงิ จติ ไมต่ นื่ เตน้
จติ เรยี นรทู้ กุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง จติ พอตวั ถงึ เมอื งพอแลว้ กส็ บาย หายยแุ หยก่ อ่ กวนกนั ตอ่ ไป
เอาละ เอวงั ฯ
444
ศาสนาเทา่ นั้นชำ� ระใจสกปรกใหส้ ะอาดได้
ศาสนธรรมเปรียบเหมือนกับน�้ำท่ีสะอาดส�ำหรับช�ำระล้างส่ิงสกปรก ซึ่งมีอยู่
ภายในกาย วาจา ใจ ของมนษุ ยเ์ รา ใจทพี่ รอ้ มดว้ ยการเกดิ แกเ่ จบ็ ตายอยภู่ ายในตวั ชอื่ วา่
“ใจทส่ี กปรก” จึงตอ้ งช�ำระลา้ งด้วยศาสนธรรม ซ่งึ เปน็ ของคู่ควรกนั
การสร้างคุณงามความดีท้ังหลาย เปรียบเหมือนกับการชะล้างตนให้สะอาด
การฝึกหดั สตปิ ัญญา เครอ่ื งแกใ้ จ กช็ ื่อวา่ การชะล้างตนคอื ใจให้สะอาด เพราะคำ� วา่
“ศาสนธรรม” ต้องรวมส่งิ เหล่าน้เี ข้าดว้ ย เพ่อื ชะลา้ งใจใหส้ ะอาดดว้ ยกรรมวิธีหลาย
อยา่ ง
ผา้ ทไ่ี มส่ ะอาดกไ็ มน่ า่ นงุ่ นา่ หม่ อะไรๆ กต็ ามทไ่ี มส่ ะอาดกไ็ มน่ า่ ดู ถว้ ยชามเครอ่ื งใช้
ไม้สอยตา่ งๆ ทไี่ ม่สะอาดก็ไม่นา่ ใช้ จึงต้องชำ� ระล้างให้สะอาดกอ่ นทจี่ ะนำ� มานงุ่ ห่ม
ใช้สอย
จติ ใจเปน็ ของสกปรกไมส่ ะอาดมาดง้ั เดมิ นน่ั เปน็ พน้ื ฐานแหง่ ความไมส่ ะอาดทม่ี ี
มากับจิต เมอ่ื ถงึ กาลเวลาที่ควรทราบดีทราบชั่วบ้าง ดังทีเ่ ราทราบอยูเ่ วลาน้ี จึงต้อง
พยายามชะลา้ งสง่ิ สกปรกภายในกาย วาจา ใจ ของตน ใหส้ ะอาดไปโดยลำ� ดบั ความ
ไม่สะอาดน้ีพาให้เกิดความทุกข์ความล�ำบากในภพน้อยภพใหญ่ ขึ้นอยู่กับความไม่
สะอาดนเ้ี ปน็ มลู ฐานของใจ การชำ� ระไดม้ ากนอ้ ยกช็ อื่ วา่ ตดั ความทกุ ขห์ รอื ยน่ ทางแหง่
“วฏั ทุกข์” ให้สัน้ เขา้ มาเป็นลำ� ดบั
445
คำ� วา่ “เกดิ แก่ เจบ็ ตาย” กค็ อื สายธารแหง่ ความทกุ ข์ ความลำ� บากนอ้ ยใหญ่
ทั้งหลายนั่นเอง
ถา้ เราสามารถเกบ็ กวาดเอาภพชาตขิ องเราทเี่ คยเกดิ แก่ เจบ็ ตาย มาในวฏั ฏะนี้
แมเ้ พียงคนเดียวเท่าน้ันมารวมกันเข้า หรือมารวมเป็นกองไวใ้ หเ้ ราเปน็ คนดกู องภพ
กองชาติของตน จะไม่มอี ะไรท่ีนา่ กลวั ย่งิ กว่าดูภพชาตหิ รือดูซากของตวั เองที่เคยเกดิ
แก่ เจบ็ ตาย มาก่กี ปั กกี่ ลั ป์นบั ไม่ถว้ น ซง่ึ รวมมาอยู่ในกองเดยี วกนั น่ันเลย
สง่ิ นา่ กลวั ของปราชญท์ า่ น คอื ความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ในภพนอ้ ยภพใหญ่ ซากใหม่
ซากเก่า ของคนๆ เดียว ถ้ายงิ่ หลายซากหลายคนมารวมกันเขา้ จะเปน็ อยา่ งไรบ้าง
คิดดูเอาเอง
ในกองภพชาตินั้น ไม่ใช่จะมีเพียงซากมนุษย์ท่ีเราเคยเกิดเป็นมนุษย์มาแล้ว
ตายนน้ั เลย จะมซี ากอะไรตอ่ อะไรบา้ งเตม็ ไปหมดทไี่ มเ่ คยเหน็ เลย กจ็ ะไดเ้ หน็ ในกอง
ซากแหง่ ภพชาตขิ องตนทน่ี ำ� มากองไวน้ นั้ ซง่ึ เปน็ ของบคุ คลผเู้ ดยี วเทา่ นน้ั นา่ กลวั วา่ โลก
มนษุ ยเ์ รานี้ แผน่ ดนิ ใหญน่ จ่ี ะไมม่ ที กี่ องทเ่ี กบ็ เสยี ดว้ ยซำ้� เมอ่ื เปน็ เชน่ นี้ จะไมน่ า่ กลวั
อยา่ งไรเลา่ ส่ิงทีเ่ หน็ วา่ เป็นพษิ เป็นภยั ไมเ่ ห็นมากมายอะไร เรายังกลัวมนั แม้แต่ผี
เกดิ มายงั ไมเ่ คยเหน็ ตวั ผกี ย็ งั กลวั กนั ยง่ิ เหน็ ตวั พษิ ภยั ซงึ่ เปน็ เรอ่ื งของเราเอง เปน็ ตวั
เราเองมากองไวใ้ หเ้ ราเหน็ ทำ� ไมเราจะไมก่ ลวั เพราะเปน็ สง่ิ ทน่ี า่ กลวั อยา่ งยง่ิ ถา้ วา่ ซากผี
เรากเ็ ปน็ ผใี หเ้ หน็ ชดั ๆ อยแู่ ลว้ ไมท่ ราบวา่ เปน็ ซากผที อ่ี อกไปจากเรา ไปเหน็ เชน่ นน้ั นะ่
เปน็ ซากผชี นดิ ใดบา้ งเตม็ ไปหมด! สง่ิ เหลา่ นน้ี กั ปราชญผ์ ฉู้ ลาดทา่ นกลวั กนั แตส่ ตั วแ์ ละ
พวกเรากลบั ไมส่ ะดดุ ใจและกลวั กนั จงึ โดนเอา โดนเอา แตส่ ง่ิ ทไี่ มก่ ลวั นนั้ แล ประจำ�
ภพชาติเร่อื ยมา!
แมเ้ ราเกดิ มาในโลกนเ้ี ปน็ เวลานานกต็ าม เรายงั ไมเ่ คยเหน็ เลยซากชนดิ นน้ั ๆ ท่ี
ตนเคยเกดิ เคยเปน็ มาแลว้ และมารวมตวั ใหเ้ หน็ อยเู่ ฉพาะหนา้ ในกองซากอนั เดยี วกนั
กองใหญโ่ ตขนาดไหนดว้ ย และเปน็ กองซากผขี องสตั วช์ นดิ ใดดว้ ย ทกี่ องคละเคลา้ อยู่
ดว้ ยกนั นนั้ มนั จะไมน่ า่ กลวั อยา่ งไรเลา่ ! แทบสลบไสลไปเปน็ ไร! เพราะไมม่ อี ะไรทจี่ ะ
446
นา่ กลวั ยง่ิ กวา่ กองภพกองชาตขิ องเรา “และซากผขี องเรา!” เราไปกลวั กนั แตผ่ ภี ายนอก
ไอ้ซากผีทีเ่ ป็นเร่อื งของตัวเอง ซง่ึ ออกแสดงตวั ในภพในชาติน้ันๆ แล้วรวมตัวเขา้ มา
กองใหเ้ ราเหน็ เราไมค่ อ่ ยประมวลมาพอใหก้ ลวั กนั สกั ชวั่ ขณะจติ บา้ ง พอใหค้ วามลมื ตวั
เบาบางลง คณุ ธรรมจะพอมที างลอดเขา้ สจู่ ติ ใจบา้ ง เมอ่ื เหน็ เชน่ นนั้ แลว้ จะไมม่ คี วาม
กลัวใดในโลกท่ีจะกลัวมากยิ่งไปกว่าความกลัวซากของเจ้าของท่ีเกิดตายเกล่ือนอยู่
จนสดุ สายตาทีต่ นมองดไู ด้
พระพุทธเจ้าผู้ทรงส่ังสอนท่านทรงรู้ทรงเห็นถึงขนาดนั้นแล้ว จึงทรงน�ำเรื่อง
เหล่านั้นมาสอนพวกเราให้เห็นภัยให้เห็นเรื่องของตัวเองว่าทุกข์ยากล�ำบากอย่างใด
ในภพชาตหิ นง่ึ ๆ หากเกดิ เปน็ มนษุ ยน์ กี้ ไ็ มส่ เู้ ทา่ ไรนกั แตเ่ กดิ ในภพชาตอิ น่ื นะซที ม่ี นั
นา่ กลวั เหลอื ประมาณ นา่ ขยะแขยง ความทกุ ข์ ความลำ� บากทรมานของตน ถา้ หากเปน็
ไปได้ แม้เราจะตกนรกหมกไหม้อยทู่ ไ่ี หน เป็นซากเปรต ซากผี หรอื ซากอะไรก็ตาม
ให้สามารถมองเห็นด้วยตาเน้ือได้อย่างประจักษ์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเป็นส่ิงที่น่ากลัว
มากมายจนหาทเี่ ปรยี บเทยี บไมไ่ ด้ ความเขด็ หลาบในการเกดิ ตาย กจ็ ะเปน็ คณุ ธรรม
อันมคี ่าขน้ึ มาภายในใจเพอื่ หาทางออกใหพ้ น้ ไป
ทงั้ นกี้ เ็ พราะแมแ้ ตเ่ คยเปน็ มาแลว้ แตไ่ มส่ ามารถมองเหน็ ได้ การจำ� กจ็ ำ� ไมไ่ ดใ้ นสงิ่
ทเี่ คยเหน็ เคยเปน็ มาแลว้ การจำ� ไมไ่ ดแ้ ละการหลงลมื นนั้ จงึ เปน็ กำ� แพงขวางกนั้ ภยั ที่
เราเคยเป็นมาไมใ่ หม้ องเหน็ ได้ และเป็นเคร่ืองส่งเสริมใหเ้ กดิ ความประมาทไปในตัว
ของมัน เหมือนภพชาติมีอัตภาพเดียวเพียงที่เห็นอยู่รู้อยู่นี้เท่าน้ัน จึงท�ำให้นอนใจ
ถงึ กบั มคี วามเหน็ วา่ “ตายแลว้ สญู ” ทำ� นองนนั้ กม็ จี ำ� นวนมาก เพราะไมเ่ หน็ และสดุ วสิ ยั
ทีจ่ ะเช่อื ว่ามนั มี
แมเ้ ชน่ นน้ั กค็ วรจะเชอื่ ทา่ นผรู้ ผู้ ฉู้ ลาด ดงั ทเี่ ราทง้ั หลายปฏบิ ตั บิ ำ� เพญ็ อยนู่ ี้ กช็ อ่ื
วา่ “เปน็ ผเู้ ชอ่ื ทา่ นผรู้ ผู้ ฉู้ ลาดแนะนำ� ไว”้ เพราะปราชญท์ ง้ั หลายทา่ นมองเหน็ การณไ์ กล
หรอื ทา่ นมี “ตาใจ” อนั สวา่ งแหลมคม ไดแ้ กพ่ ระญาณของพระพทุ ธเจา้ เปน็ ตน้ ทที่ รง
พระนามวา่ “โลกวทิ ”ู รแู้ จง้ เหน็ จรงิ โลกโดยตลอดทว่ั ถงึ ทรงรทู้ กุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง รเู้ รอื่ งภพ
เรอื่ งชาตขิ องสตั วโ์ ลกวา่ เกดิ ทนี่ นั่ ตายทน่ี ี่ ตลอดความเปน็ มามากนอ้ ย ถงึ เราจะไมร่ ู้ หรอื
447
จำ� ไมไ่ ดก้ ต็ าม จงประมวลลงมาสวู่ งปจั จบุ นั ทเ่ี ปน็ อยเู่ วลานี้ วา่ ผนู้ แ้ี ลทเ่ี คยเปน็ นกั โทษ
ทีถ่ กู คมุ ขังในภพชาติต่างๆ มาแต่ก่อนจนมาถึงปัจจบุ นั
อนั การประพฤตติ วั ไมด่ ี เชน่ ไปเทยี่ วฉก เทย่ี วลกั เทยี่ วปลน้ สะดมวตั ถุ ขา้ วของ
เงนิ ทอง หรอื ฆา่ ผคู้ นทไ่ี หนจนนบั ไมไ่ ดก้ ต็ ามเถอะ เพราะโจรหวั โจกนน้ั มนั ลอื นามมา
ตง้ั แตว่ นั รเู้ ดยี งสาภาวะ มนั ทำ� งานอยา่ งนมี้ าเปน็ เวลานาน จะทำ� ไดอ้ ยา่ งไร เพราะมาก
ตอ่ มาก แมแ้ ตเ่ จา้ ของเองยงั จำ� ไมไ่ ด้ แตเ่ มอ่ื จบั ตวั ไดแ้ ลว้ กพ็ งึ ทราบวา่ “ตวั นแ้ี ล คอื
โจรหวั โจก” ท่ีไปเทย่ี วท�ำสง่ิ ไมด่ ที ัง้ หลายนัน้ ๆ และจบั เอาตวั นี้แหละใสค่ กุ ใสต่ ะราง
ไม่ตอ้ งไปจับเอาเร่ืองเอาราวทม่ี นั ไปทำ� ตา่ งๆ ซ่ึงจำ� ไมไ่ ด้น้นั มาเป็นบทลงโทษ คอื เรา
ไม่ต้องไปจับเอาโน่นเอาน่ีว่าไปเกิดไปตายก่ีภพก่ีชาติที่เป็นเร่ืองผ่านมาแล้ว เพราะ
สดุ วิสยั แตม่ าจับเอาตัวปัจจุบนั ซงึ่ เปน็ ตวั นักกอ่ โทษ ผกู้ ่อกรรมทำ� เข็ญอยู่ภายในใจ
เวลานี้ให้ได้ กจ็ ะสิ้นปญั หาทีเ่ คยยืดเยื้อลงไป
เอา้ ! จงฝกึ ทรมานกนั อยตู่ รงน้ี พยายามแกไ้ ขถอดถอนตวั เปน็ พษิ เปน็ ภยั ทคี่ อย
แสดงออกอยทู่ กุ เวลาภายในใจเรานดี้ ว้ ยสตปิ ญั ญาของเรา จงคน้ คดิ ใหร้ ใู้ หเ้ หน็ สง่ิ เปน็
ทุกขท์ ่เี คยเปน็ มาในธาตใุ นขันธ์ จงประมวลมาในธาตใุ นขันธ์ของเราน้ี เวลานม้ี ที กุ ข์
มากน้อยเพียงไรต้ังแต่วันเกิดจนกระทั่งบัดน้ี ธาตุขันธ์อันน้ีเคยแสดงความทุกข์มา
มากนอ้ ย กเ็ ตม็ ธาตเุ ตม็ ขนั ธ์ เตม็ ตวั ตลอดมา ไมม่ ากยงิ่ กวา่ น้ี ไมน่ อ้ ยยง่ิ กวา่ นี้ แตม่ อี ยู่
อยา่ ง “เตม็ ตวั เตม็ ใจ” เรอื่ ยมา จงึ ไมน่ า่ สงสยั ในเรอ่ื งทกุ ขท์ จี่ ะเปน็ ไปขา้ งหนา้ วา่ จะเปน็
อยา่ งไรบา้ ง กเ็ ปน็ ทำ� นองทเ่ี ปน็ อยนู่ เี้ อง ทเ่ี ปน็ มาแลว้ กเ็ ปน็ ทำ� นองน้ี มากกวา่ นนั้ กเ็ ปน็
สัตว์ตำ่� ตอ้ ยทีอ่ าภพั วาสนา อาจมมี ากกวา่ ท่เี ราเปน็ อยเู่ วลานี้ ยงั ไงก็ให้ประมวลมาวา่
อาจมมี ากกวา่ ทเี่ ราเปน็ อยเู่ วลาน้ี กองทกุ ขท์ ง้ั มวลมสี าเหตมุ าจากความเกดิ แก่ เจบ็ ตาย
นี้แลเป็นสำ� คญั คอื เร่อื งของกเิ ลสตัณหาอาสวะทั้งมวลน้แี หละ เปน็ สาเหตทุ ีพ่ าให้ไป
เกิดไปตายอยู่ในทต่ี ่างๆ ในภพชาตติ า่ งๆ จงประมวลลงมาในจติ ใจดวงเดยี วน้ใี หไ้ ด้
พยายามแก้ไขท่ตี รงนี้
“สต”ิ พยายามฝกึ ฝนอบรมใหม้ ี คอื พยายามตง้ั สตใิ หใ้ กลช้ ดิ กบั ตวั ใหอ้ ยกู่ บั ตวั น้ี
ตลอดเวลา “ปญั ญา” ใชค้ วามพนิ จิ พจิ ารณา โดยถอื เอากองทกุ ขจ์ ากธาตขุ นั ธอ์ นั นเี้ ปน็
448
เครอื่ งพสิ จู น์ พจิ ารณา และเปน็ “หนิ ลบั ” ปญั ญาอยใู่ นตวั “จติ ใจ” จะไดม้ คี วามฉลาด
ผ่องใสโดยอาศยั ธาตขุ นั ธ์ ซ่งึ ถอื ว่าเป็นกองทุกขน์ ี้เป็นปยุ๋ เครือ่ งหลอ่ เลยี้ งจติ ใจดว้ ย
การพจิ ารณาโดยทางปัญญา
พระพทุ ธเจา้ และสาวกทงั้ หลาย ทา่ นอาศยั ธาตขุ นั ธน์ แี้ หละเปน็ ปยุ๋ หรอื เปน็ “หนิ ลบั
ปญั ญา” ให้คมกล้าสามารถ
เม่ือพจิ ารณาสง่ิ เหลา่ น้ีจนรรู้ อบขอบชดิ แล้ว ความพ้นทุกข์ก็ไมต่ อ้ งบอก เพราะ
มนั ตดิ สงิ่ เหลา่ นเี้ อง ไมใ่ ชส่ ง่ิ อนื่ ใด นเ่ี ปน็ หลกั ใหญ่ ภายในรา่ งกายกต็ ดิ “ขนั ธห์ า้ ” และ
ตดิ “ใจเจา้ ของ” มนั ถงึ ไดต้ ดิ อยา่ งอน่ื ๆ รขู้ นั ธห์ า้ นแี่ ลว้ กไ็ มพ่ น้ ทจี่ ะรตู้ น้ เหตหุ รอื รากเหงา้
เค้ามลู ของมนั ซ่งึ ไดแ้ กใ่ จ
จะดตู รงไหน กค็ วรดใู หช้ ดั ดว้ ยปญั ญา และดดู ว้ ยความจดจอ่ ตอ่ เนอื่ งกนั ดว้ ยสติ
คลค่ี ลายดว้ ยปญั ญา กเ็ หน็ ชดั ซง่ึ ความจรงิ จากสง่ิ นนั้ ๆ ไมส่ งสยั บรรดาอาการทง้ั หลาย
ทม่ี อี ยใู่ นรา่ งกายเราน้ี ถา้ ดอู ยา่ งผวิ เผนิ แบบสกุ เอาเผากนิ ดสู กั แตว่ า่ ดกู ไ็ มเ่ กดิ ปญั ญา
นอกจากจะเกดิ ความทกุ ข์ รำ� คาญ เทา่ นน้ั เพราะนน่ั เปน็ เรอ่ื งของโลก ดแู บบโลกกบั ดู
แบบธรรม ผดิ กนั มาก
ดแู บบธรรม ดดู ว้ ยความจดจอ่ ดดู ว้ ยสตดิ ว้ ยปญั ญา พจิ ารณาหาความจรงิ จาก
สงิ่ นนั้ ๆ เพราะอบุ ายตา่ งๆ ตอ้ งเกดิ ขน้ึ จากการดใู นลกั ษณะนี้ พระพทุ ธเจา้ และพระสาวก
ทง้ั หลาย ทา่ นเกดิ ความฉลาดแหลมคม และสลดั ปดั ทง้ิ สง่ิ ทงั้ มวลทโ่ี ลกหงึ หวงไดด้ ว้ ย
การดแู บบน้ี
จิตกบั ธาตุขนั ธค์ ละเคล้ากันอยตู่ ามหลักธรรมชาติของมนั ซง่ึ มีกิเลสเป็นเคร่ือง
รอ้ ยรดั ไว้ เพราะฉะนน้ั จงึ จำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ทจี่ ะตอ้ งพจิ ารณาสงิ่ เหลา่ นี้ คอื ธาตขุ นั ธข์ องเรา
ให้ชดั เจนดว้ ยสตปิ ัญญาจรงิ ๆ เพือ่ ความปล่อยวาง
ดมู นั ทกุ ระยะทกุ ขณะ พจิ ารณาถงึ ความตง้ั ขน้ึ มาเปน็ รปู เปน็ กาย เปน็ หญงิ เปน็ ชาย
และกำ� หนดพจิ ารณาถงึ ความเสอื่ มสลายลงไปแหง่ ธาตขุ นั ธน์ ี้ ทเี่ รยี กวา่ “ความเกดิ ขน้ึ
449
ความดบั ไป” หรอื ความตาย ความสลายลงไป จนมคี วามชำ� นชิ ำ� นาญไมน่ บั “เทยี่ ว” ของ
การพจิ ารณา แตถ่ อื เอาความชำ� นาญ ความคลอ่ งแคลว่ ของจติ ใจ ซง่ึ ไดเ้ หน็ สงิ่ เหลา่ นี้
ตามหลกั ความจรงิ อย่างจริงใจเปน็ สำ� คญั ซงึ่ เป็นผลเกดิ ขนึ้ จากการพิจารณา
เมอื่ ดเู พยี งผวิ เผนิ ดสู กั แตว่ า่ ดู ดแู บบโลกๆ ดแู บบจดจำ� แบบโครงกงโครงการไป
ยงั งน้ั ไมเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไร เพราะมนั เปน็ แบบโลกไปเสยี ไมใ่ ชแ่ บบธรรมทพ่ี ระพทุ ธเจา้
ทรงรับรองมาแล้ว ด้วย “สวากขาตธรรม”
ถา้ ดตู ามแบบธรรมแลว้ ตอ้ งดใู หร้ เู้ หน็ ตามความจรงิ และมอี ยภู่ ายในตวั เรา แมม้ นั
ยงั ไม่แตก ก็ก�ำหนดให้มนั แตกไดด้ ้วยสติปญั ญา จนเปน็ เหมอื นตาขา่ ยครอบความ
จริงไว้ จงก�ำหนดใหแ้ ตกลงไปและตง้ั ข้นึ มา เพราะเรื่องความจรงิ เปน็ อยา่ งน้นั มนั มี
ตง้ั ข้นึ มาแลว้ กแ็ ตกลงไป มีผสมกันข้นึ มาเปน็ รปู เปน็ กาย แลว้ สลายตวั ลงไปเปน็ ดิน
เป็นน�ำ้ เปน็ ลม เป็นไฟ ตามเดมิ ซึง่ เป็นหลกั ธรรมชาตขิ องส่งิ เหลา่ น้ี หากเปน็ อยู่
อยา่ งน้ี เพราะจติ เปน็ เจา้ ตวั การ เนอ่ื งจากความลมุ่ หลงของตวั พาใหเ้ ปน็ เชน่ นน้ั จงึ ตอ้ ง
ได้อบรมจิตใจให้มีความเฉลียวฉลาดด้วยสติปัญญาทันกับเหตุการณ์ท่ีมีอยู่รอบตัว
ตลอดเวลาในอริ ยิ าบถต่างๆ
จติ เมอ่ื ถงึ เวลากลา้ หาญกก็ ลา้ หาญเตม็ ที่ เชน่ เดยี วกบั ความขข้ี ลาด ความหวาดกลวั
นน้ั แล ไมผ่ ดิ อะไรกนั เวลากลวั กก็ ลวั มากทส่ี ดุ สง่ิ ทโี่ ลกกลวั กนั กค็ อื ความตาย ไมม่ ี
สตั วต์ วั ใดจะกลา้ หาญตอ่ ความตายนเี้ ลย ทวั่ โลกดนิ แดนมคี วามตายเปน็ สำ� คญั ทย่ี งั จติ
ของสัตวโ์ ลกใหก้ ระทบกระเทอื นชอกช�้ำอยา่ งหนักด้วยความกลัวตายน้ีแล
เมอื่ พจิ ารณาความตายใหเ้ หน็ ชดั เจนตามความจรงิ และตามสว่ นไปโดยลำ� ดบั แลว้
ก็ไม่มีอะไรที่จะกล้าหาญยิ่งกว่าใจ เม่ือรู้เรื่องความตายประจักษ์ใจแล้ว ย่อมเกิด
ความกลา้ หาญขนึ้ มาเอง เพราะการหลงเรอ่ื งความตายทำ� ใหเ้ กดิ ความกลวั ความรเู้ รอื่ ง
ความตาย ทำ� ใหเ้ กดิ ความกลา้ หาญขน้ึ มาในลกั ษณะเชน่ เดยี วกนั เพราะเปน็ คกู่ นั หรอื
เปน็ คูแ่ ข่งกนั
450
ความกลัวกับความกลา้ เปน็ คแู่ ขง่ ขนั ในเวลาเดินทางคอื การปฏิบตั ิ หรอื ก�ำลงั
ปฏบิ ัตอิ ยู่ แต่เมอ่ื พน้ จากการแขง่ ขันท้ังสองน่ีแลว้ ความกลัวก็ไมม่ ี ความกลา้ ก็ไมม่ ี
เพราะใจพน้ ไปแลว้ กไ็ มท่ ราบจะกลา้ จะกลวั หาอะไรอกี ความกลวั จงึ หมด ความกระทบ
กระเทอื น ความกระเพอื่ มขนุ่ มวั ของใจจงึ ไมม่ ี ความกลวั กค็ อื ความกระเพอ่ื ม ความเขยา่
จติ ใจชนดิ หนง่ึ ความไมก่ ลา้ ไมก่ ลวั เพราะความรรู้ อบคอบโดยสมบรู ณแ์ ลว้ ไมม่ สี ง่ิ ใด
มากระทบกระเทอื น ไมม่ คี วามกระเพอื่ มของจติ ใจเลย เปน็ สภาพทปี่ กติ หรอื จรงิ ลว้ นๆ
มนั ผดิ กันอย่างนี้
ในภูมินี้ก็เกิดจากการพิจารณาความกลัวก่อนจนเกิดความกล้าหาญขึ้นมา
ถดั จากนน้ั แกไ้ ดท้ ง้ั สอง คอื ความกลวั กแ็ กไ้ ด้ ความกลา้ กห็ ายไป เพราะเปน็ สง่ิ ทตี่ อ้ ง
ชำ� ระดว้ ยกนั ทงั้ สอง หรอื เปน็ สงิ่ ทจ่ี ะปลอ่ ยวางดว้ ยกนั ทงั้ สองอยา่ ง เชน่ เดยี วกบั คำ� วา่
“บุญ” และ “บาป”
คำ� ว่า “บุญ” กเ็ หมือนกบั สายทางเดนิ ทอี่ ดุ มสมบูรณด์ ้วยเครอื่ งเสวยนานาชนดิ
ของเรา เราตอ้ งการไปส่จู ุดใด บญุ มีความจ�ำเปน็ ตอ่ การเดนิ ทางของเราจนถึงจุดน้นั
เมอื่ ถงึ จดุ นนั้ แลว้ ทางกห็ มดหนา้ ท่ี บญุ กห็ มดภาระไปในตวั หรอื หมดความจำ� เปน็ ไปเอง
ความวา่ “บญุ กส็ ง่ เราจนถงึ วมิ ตุ ต”ิ คอื ความหลดุ พน้ ทั้งหมดนเี้ ป็นเครอื่ งสนบั สนนุ
เราจนถงึ “วิมตุ ต”ิ เม่อื หลดุ พ้นแลว้ คำ� ว่า “บุญ” และ “บาป” ซึ่งเปน็ สว่ นสมมตุ ิ
ดว้ ยกันท้ังสองเงือ่ นก็ผ่านไปเอง ไม่ใชท่ า่ นสลดั ปดั ทิง้ บญุ ไมช่ อบบญุ รังเกยี จบญุ
ขยะแขยงในบญุ เหน็ วา่ บญุ ซง่ึ แตก่ อ่ นมคี า่ แตม่ าบดั นก้ี ลายเปน็ ศตั รขู น้ึ มา แลว้ สลดั
ปัดทิง้ เสยี อย่างนี้ ไม่ใช่! ความจรงิ เม่อื พอแล้วกป็ ลอ่ ยกันเอง
เชน่ เดยี วกบั เรารบั ประทานอาหารนะ่ รบั ประทานไป รบั ประทานไป เมอื่ อมิ่ แลว้
มนั กป็ ลอ่ ยกนั เอง ไมใ่ ชจ่ ะเบอื่ อาหาร รงั เกยี จอาหาร โกรธหรอื เกลยี ดอาหารไปอยา่ งนน้ั
ไม่ใช!่ เมอ่ื เป็นความอ่มิ พอในธาตขุ ันธแ์ ลว้ ก็ปลอ่ ยกนั ไปเอง หรือหมดความจ�ำเปน็
โดยหลักธรรมชาติ คำ� วา่ “บุญ” ก็เป็นอย่างนัน้
451
ส่วน “บาป” คือ ความเศร้าหมองนน้ั ตอ้ งต้ังใจละ ตัง้ ใจถอนตน้ เหตขุ องมัน
คอื อะไรทที่ ำ� ใหเ้ กดิ เปน็ บาปขน้ึ มา เปน็ ความเศรา้ หมองขน้ึ มา มอี ะไรเปน็ สาเหตุ กแ็ ก้
สาเหตนุ ้นั ๆ เมือ่ แกส้ าเหตุจนละไดแ้ ล้ว ความเศรา้ หมองซ่งึ เปน็ ผล มนั ก็ดบั ไปเอง
การแก้สาเหตุแห่งความชวั่ ท้งั หลายเพื่อใหค้ วามเศรา้ หมองสิน้ ไปน้นั ก็เป็นการ
สรา้ งกุศลภายในตัว คือมีความฉลาดเกดิ ขนึ้ มา ไมม่ คี วามฉลาดก็แกส้ ่งิ เหล่าน้ีไมไ่ ด้
เมอื่ ความฉลาดพอตวั แลว้ กแ็ กส้ งิ่ นไี้ ด้ เมอื่ แกไ้ ดห้ มดโดยสน้ิ เชงิ แลว้ ความฉลาดกห็ มด
ความจ�ำเป็น หมดหนา้ ท่ีในการแกห้ รอื ถอดถอนกิเลสไปเอง ต่างกผ็ า่ นไปโดยหลัก
ธรรมชาติ เหมอื นสตปิ ญั ญา เปน็ ตน้ ซงึ่ เปน็ เครอื่ งมอื ทำ� งานแกก้ เิ ลสทกุ ประเภท จะพน้
จากสติปัญญาไปไมไ่ ด้เลย เพราะเป็นเครอ่ื งมือสำ� คญั มาก แต่เมอื่ เวลาแก้กิเลสจน
หมดส้ิน ไม่มีอะไรเหลืออยู่ภายในใจแล้ว สติปัญญาซึ่งเป็นเครื่องมือก็ผ่านไปเอง
เหมอื นนายชา่ งปลอ่ ยวางเครอ่ื งมอื ทำ� งาน หลงั จากทำ� งานเสรจ็ สน้ิ เรยี บรอ้ ยแลว้ นน่ั เอง
งานเสรจ็ แลว้ เครอื่ งมอื กต็ อ้ งเกบ็ ไวใ้ นทอี่ นั ควร สตปิ ญั ญาเปน็ เครอ่ื งมอื ไมใ่ ชเ่ ปน็ ผล
ทจี่ ะรบั ไว้แก้กเิ ลสตอ่ ไปอีก เพราะเปน็ “เคร่อื งมอื ” ฟังทา่ นพูดไว้เปน็ ไร
“สมั มาทฏิ ฐิ สัมมาสังกัปโป” เปน็ ตน้ เป็นมรรค แปลวา่ อะไร มรรค แปลว่า
ทางเดนิ หรือเครอ่ื งมือท�ำงานแกก้ เิ ลส ทางเดนิ ของจิต เปน็ ทางเดินอันราบร่นื ดีงาม
และปลอดภยั เปน็ “มชั ฌมิ า” เปน็ ศนู ยก์ ลางแหง่ ความถกู ตอ้ งดงี ามทกุ สว่ น ถกู ตอ้ ง
ในการแก้กิเลสตณั หาอาสวะทุกประเภท ไม่มเี ครอ่ื งมอื ใดจะเหมะสมหรอื เหมาะสม
ทส่ี ดุ ยงิ่ กวา่ เครอ่ื งมอื คอื มรรคแปดนี้ และเปน็ ทางตรงแนว่ ตอ่ มรรค ผล นพิ พาน กค็ อื
ทางสายนี้ ทา่ นเรยี กวา่ “มชั ฌมิ า”
แมก้ ระนนั้ เมอื่ ถงึ จดุ หมายปลายทางแลว้ “มชั ฌมิ า” ซงึ่ เปน็ หนทางนกี้ ห็ มดปญั หา
ภาระไปเอง เพราะถึงท่ีแล้ว ใครจะไปกอบโกยหรือแบกหามเอาหนทางไปด้วยล่ะ
เพราะถงึ “เมอื งพอ” โดยสมบรู ณ์แล้ว เปน็ ไปตามความจรงิ ล้วนๆ แล้ว
นแี่ หละ ทา่ นวา่ “ปญุ ญปาป ปหนิ บคุ คล” บคุ คลผมู้ บี ญุ และบาปอนั ละเสยี แลว้
ละแบบนเ้ี อง ไมใ่ ชล่ ะแบบตง้ั ใจสลดั ปดั ทงิ้ เพราะเปน็ สงิ่ ทนี่ า่ กลวั นา่ หวาดเสยี ว นา่ เกลยี ด
452
ไมใ่ ชอ่ ยา่ งนนั้ ใครจะไปกลวั ไปเกลยี ดหนทาง และเสบยี งเดนิ ทางเลา่ นอกจากบาปท่ี
จำ� ตอ้ งละเทา่ นนั้ ทางเปน็ ทเ่ี ดนิ ไป แตเ่ มอื่ ถงึ ทแ่ี ลว้ มนั กผ็ า่ นกนั ไปเอง หรอื หมดความ
จ�ำเปน็ กันไปเอง
ค�ำว่า “บุญ” อนั เป็นสมมุติ และอาศัยเวลายังอยู่ในสมมุติ พอพน้ สมมุติแลว้
ก็หมดปญั หากนั ไปเอง
ทีน้ี จิตเดนิ สดุ ทางแลว้ กอ็ ยู่ ถ้าว่า “อย่”ู ตามแบบโลกท่เี รยี กกนั ถา้ ว่า “หยดุ ”
กห็ ยดุ ดว้ ยความบรสิ ทุ ธใ์ิ จ ถา้ วา่ อยกู่ อ็ ยดู่ ว้ ยความบรสิ ทุ ธใิ์ จ ไปดว้ ยความบรสิ ทุ ธใ์ิ จ
อย่ดู ว้ ยความบรสิ ทุ ธ์ิใจ ทุกอาการไม่ละความบริสุทธ์ิ จติ ท่บี ริสุทธ์แิ ลว้ เป็นอย่างน้ัน
ธาตขุ นั ธก์ เ็ หมอื นกบั เราๆ ทา่ นๆ อยา่ งนแี้ หละ มกี ารเจบ็ การปวด เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย
เปน็ ธรรมดา เชน่ เจบ็ หวั ตวั รอ้ น ไมผ่ ดิ กนั อะไร กธ็ าตขุ นั ธม์ นั เหมอื นกนั นี่ มนั กต็ อ้ ง
เปน็ กองทกุ ขเ์ หมอื นกนั เปน็ แตจ่ ติ ทแ่ี ยกตวั ออกไดโ้ ดยสน้ิ เชงิ แลว้ นน้ั ไมม่ กี ารกระทบ
กระเทอื นถึงจิตอีกตอ่ ไป แมอ้ าการของขันธจ์ ะเปน็ มากนอ้ ยเพียงใด ใจกท็ ราบตาม
อาการของมนั ทแ่ี สดงตัวโดยทางปัญญาทีเ่ คยทราบไวแ้ ลว้ ปัจจบุ ันที่ปรากฏขึ้นมาให้
เปน็ ความทกุ ขเ์ ฉพาะหนา้ กไ็ มห่ ลง เพราปญั ญาไมพ่ าใหห้ ลง นอกจากความโงเ่ ทา่ นนั้
พาใหค้ นหลงน้ี ปญั ญาเมื่อได้แทงทะลุปรโุ ปร่งไปหมดแล้ว กไ็ ม่มีอะไรจะมาหลอก
ปญั ญาไดอ้ กี เพราะเหน็ ชดั ตามเปน็ จรงิ อยแู่ ลว้ โดยหลกั ธรรมชาติ ขาดตวั แลว้ กไ็ มม่ ี
อะไรก�ำเรบิ
เพราะฉะน้ัน เร่ืองธาตุขันธ์จะแสดงอาการของมันในลักษณะใด ก็ทราบตาม
ลกั ษณะนนั้ ๆ จนกระทงั่ ถงึ วาระสดุ ทา้ ยของขนั ธท์ ท่ี นไมไ่ หว มนั สลายตวั ลงไป กท็ ราบวา่
มันสลายตัวลงไป ส่วนผบู้ ริสทุ ธ์ิก็ไมไ่ ด้สลายไปตามธาตตุ ามขนั ธ์ ซ่ึงเป็นตัวสมมตุ ิ
ผเู้ ปน็ วมิ ุตติก็เป็นไปตามวิมตุ ติ ผเู้ ปน็ สมมุตกิ เ็ ปน็ ไปตามสมมตุ ิของเขา ตา่ งอนั ตา่ ง
จรงิ
นแ่ี หละ การประมวลเรอ่ื งความเกดิ ความตายทงั้ หลายมามากน้อย จำ� ไดไ้ ม่ได้
ก็ตาม ใหป้ ระมวลลงมาในธาตขุ ันธข์ องเรา
453
กองทุกข์ท้ังมวลที่เคยเป็นมาก่ีภพกี่ชาติ ก็ประมวลลงมาในกายในจิตของเรา
ทก่ี ำ� ลงั ปรากฏอยเู่ วลานี้ และแกไ้ ขกนั ทจี่ ดุ นี้ ใหร้ ตู้ ามความเปน็ จรงิ ของมนั ทกุ แงท่ กุ มมุ
ทุกสดั ทุกส่วน ทัง้ ธาตุ ท้งั ขันธ์ ทั้งจิตใจโดยเฉพาะ จนกระทัง่ ไม่มอี ะไรเหลือเป็นสงิ่
ล้ีลับอยู่ภายในจิตใจให้ลุ่มหลงอีกเลย ก็ช่ือว่า “เป็นผู้รู้แจ้งแทงตลอด หรือเป็น
โลกวทิ ู” ร้แู จ้งโลกภายในขนั ธข์ องตน
โลกคอื ขนั ธ์ เมอื่ รแู้ จง้ โลกคอื ขนั ธอ์ นั นแ้ี ลว้ กห็ มดปญั หา ปญั หาเรอ่ื งความทกุ ข์
ความล�ำบากท่ีเคยเป็นมาก่ีกัปก่ีกัลป์มายุติลงที่จุดน้ี เร่ืองที่จะเป็นต่อไปข้างหน้า
สรา้ งภพสรา้ งชาติ เทย่ี วจบั จองปา่ ชา้ เกดิ แก่ เจบ็ ตาย ในสถานทน่ี นั้ ๆ ภพนนั้ ๆ ภพนนั้
ภพนี้ ก็หมดปัญหาลงในปัจจุบันจิตที่บริสุทธ์ิแล้วด้วยสติปัญญาเป็นเครื่องช�ำระ
ยตุ ิกันเท่านี!้
การแสดงธรรม ก็ขอยตุ ิเพยี งเทา่ น้ี เอวงั ฯ
454
พทุ ธศาสนาใหท้ ี่พึ่งทางใจ
การเทศนต์ ามตำ� รา กบั ทางภาคปฏบิ ตั นิ นั้ ผดิ กนั อยมู่ าก เทศนต์ ามตำ� รา เราคอยฟงั
คอยจดจำ� สว่ นมากทา่ นเทศนเ์ รอื่ งราวนน้ั เรอ่ื งราวนไ้ี ป เชน่ เทศนเ์ รอื่ งศรทั ธาน้ี อธบิ าย
“ศรทั ธา” ไปเสยี เปน็ สายยาวเหยยี ด ความเพยี ร อธบิ ายไปเสยี ยดื ยาว กวา่ จะกงึ่ หนงึ่
แขนงหนงึ่ นี้ กจ็ ะไดก้ ณั ฑห์ นง่ึ แลว้ จติ กต็ อ้ งตดิ ตามไปเรอ่ื ยๆ มยี กตวั อยา่ ง เชน่ ศรทั ธา
วริ ยิ ะ เป็นตน้ กเ็ ป็นกัณฑ์หนึง่ ได้ อย่างนจ้ี ิตมันก็ไมค่ อ่ ยปรากฏผลอะไรนักในขณะ
ทฟ่ี ัง
ในคร้ังพทุ ธกาลทา่ นแสดงธรรม ทา่ นหวงั ใหไ้ ด้ผลในปจั จุบันด้วย ผลในวาระ
ตอ่ ไป คือน�ำไปเปน็ ข้อคิดหรอื ปฏิบตั ิในส่วนท่ีจะไปปฏบิ ตั ิในวาระต่อไปด้วย ทท่ี า่ น
แสดงปรากฏผลประจกั ษเ์ ขา้ กับหลกั ธรรมท่ีท่านวา่
“การฟังธรรม ได้รบั อานสิ งส์ ๕ อยา่ ง” คือ.-
(๑) ผู้ฟงั ธรรม ยอ่ มจะไดฟ้ ังสิ่งทีจ่ ะไมเ่ คยได้ยินได้ฟงั น้ีเปน็ ข้อหน่ึง
(๒) ขอ้ ท่สี อง สิง่ ใดที่เคยไดย้ นิ ได้ฟังแลว้ แตย่ งั ไมเ่ ข้าใจชัด ก็จะเข้าใจส่งิ น้นั
ชดั ขนึ้
(๓) ขอ้ ท่ีสาม จะบรรเทาความสงสัยเสยี ได้ คือเราเคยข้องใจในธรรมขอ้ ใดอยู่
เวลาทา่ นอธิบายไปเกยี่ วขอ้ งกบั ธรรมนัน้ เราก็เขา้ ใจ
455
(๔) ขอ้ ท่ีส่ี จะท�ำความเห็นใหถ้ กู ตอ้ งได้ คอื ความเหน็ ตามธรรมดา มนั มกั เขว
ปนี เกลียวกับหลักธรรมอยเู่ สมอ การฟงั บ่อยๆ ก็จะท�ำความเห็นนน้ั ให้ถกู ต้องได้
ในสขี่ ้อนกี้ ็เป็นแขนงของขอ้ ทห่ี ้า ซง่ึ เป็นขอ้ สำ� คญั
(๕) ขอ้ ทหี่ า้ จติ ผฟู้ งั ยอ่ มผอ่ งใส นเี่ ปน็ หลกั สำ� คญั มาก เปน็ ความจำ� เปน็ อยา่ งยงิ่
ในการฟงั ธรรม คอื จติ จะผอ่ งใสได้ จติ ตอ้ งมคี วามสงบในขณะนน้ั ไมไ่ ดค้ ดิ อะไรเขา้
มายุ่งกวนใจ นอกจากอารมณ์แห่งธรรมที่ท่านกำ� ลังแสดงเข้าไปสัมผัสภายในใจเรา
แล้วรบั รู้กันโดยเฉพาะในขณะนน้ั
จติ ทำ� หน้าทอ่ี นั เดียว มคี วามรู้สึกมีความรบั รกู้ บั บทธรรมท่ที า่ นแสดงไป ไมม่ ี
อารมณใ์ ดเขา้ ไปเกย่ี วข้อง ใจกเ็ ป็นความสงบข้นึ มา เมอ่ื จติ มคี วามสงบแลว้ ย่อมมี
ความผอ่ งใสข้นึ ภายในตัว จติ ทไี่ มส่ งบกห็ าความผอ่ งใสไมไ่ ด้ ยิ่งจติ ว่นุ วายมากมาย
เทา่ ไร กเ็ ป็นการสัง่ สมความเศรา้ หมองความเดือดร้อนให้แกต่ นมากมายขนึ้ เท่านนั้
เพราะฉะนนั้ การฟงั ธรรมทจ่ี ะใหไ้ ดร้ บั ผลประโยชนใ์ นปจั จบุ นั ขณะฟงั ควรตงั้ ใจ
คอื ความร้สู กึ ของเราไว้เฉพาะตนน้เี ทา่ นน้ั ไม่ตอ้ งส่งจติ ออกไปภายนอก แม้สง่ มาหา
ผูเ้ ทศน์ คือเราต้งั ความรู้สึกไว้ภายในตวั ของเรานี้ จะให้ “ความรู”้ คือจติ นนั้ อย่ใู น
จุดใดก็ไดไ้ ม่ส�ำคัญ สำ� คญั ทใ่ี หอ้ ยใู่ นตัวเรา เป็นความรู้สึกอย่กู ับตวั น่ชี ื่อวา่ ต้งั จิตไว้
ถูกตอ้ งแล้วเพือ่ รับธรรมในขณะทีท่ า่ นแสดง
เมอื่ เราตงั้ จติ ไวเ้ ชน่ นน้ั ไมไ่ ปคาดไปหมาย ไมไ่ ปปรงุ ไปแตง่ เรอื่ งอะไร ทา่ นจะเทศน์
เรอ่ื งอะไรกต็ าม มคี วามรอู้ ยเู่ ฉพาะ แลว้ รบั รู้ธรรมที่เขา้ มาสมั ผสั โดยเฉพาะๆ ขณะท่ี
ทา่ นแสดงไปเทา่ นนั้ ไมต่ อ้ งไปตคี วามหมายอะไรมากมายในขณะทฟี่ งั จติ ยอ่ มไดร้ บั
ความสงบ จติ ทม่ี คี วามสงบย่อมเปน็ ความสขุ ข้ึนในขณะทีฟ่ งั
นเ่ี ป็นผลทเี่ กดิ ข้นึ ในปัจจบุ นั ขณะท่ฟี งั เทศน์
ในครั้งพุทธกาล สว่ นมากท่านได้รับผลอย่างน้ี เพราะผ้เู ทศน์กเ็ ทศนต์ ามหลัก
ความจรงิ ซง่ึ มอี ยกู่ บั ตวั เราทกุ คน ทา่ นจะเทศนเ์ รอื่ งราวอะไรกต็ าม มนั เกยี่ วโยงกบั ตวั
456
ของเราไปทกุ ระยะ เพราะเรอ่ื งภายนอกกบั เรอื่ งภายใน คอื ตวั เรา เปน็ เรอื่ งคลา้ ยคลงึ กนั
พูดทางโน้นก็ถูกกับตัวของเราทางนี้ เร่ืองอะไรก็ถูกกับเรื่องของเรา แม้จะพูดเรื่อง
สตั ว์ เรอ่ื งบคุ คล เรอื่ งหญงิ เรอ่ื งชาย หรอื เรอ่ื งอะไร กจ็ ะเกย่ี วโยงมาทตี่ วั เรา ซง่ึ เปน็
เหมอื นๆ กนั เพราะฉะน้ัน “สัจธรรมส”่ี จึงมอี ย่ทู ว่ั โลก
คำ� วา่ “สจั ธรรม” คอื “ทกุ ข์ สมุทยั ฯ” ก็คอื เรอื่ งทกุ ข์ เร่ืองของกเิ ลส แนะ่ !
ทุกข์ กค็ อื ผลของกิเลสที่ผลิตข้นึ มา “มรรค” ก็คือการประพฤติปฏบิ ตั ติ นในทางทีด่ ี
ทช่ี อบ ดว้ ย กาย วาจา ใจ “นโิ รธ” คือ การระงับดบั ความกระวนกระวาย และทุกข์
ท้ังหลายเสียได้ ดว้ ยการปฏบิ ัตทิ ่ถี กู ต้องดีงามน้ี ในสี่อยา่ งน้ีมอี ยู่กบั ทกุ คน
เฉพาะอย่างย่งิ เรอื่ งทุกข์กบั สมทุ ัยน้ี เดน่ มากในสตั ว์ ในบคุ คล เพราะยังไม่มี
ช่องทาง ไม่มอี บุ าย ไม่มสี ตปิ ญั ญาที่จะแก้ไขและถอดถอนส่งิ เหล่านี้ออกได้
ด้วยเหตุนี้เองผู้ท่ีถือศาสนากับผู้ไม่มีศาสนาประจ�ำตนเลยน้ี แม้จะเป็นมนุษย์
เหมือนกนั ความไดเ้ ปรยี บเสยี เปรียบจะผิดกันอยู่มากมาย
ความไดเ้ ปรยี บ คอื อยา่ งไร? ผมู้ ศี าสนา คอื ผมู้ เี ครอ่ื งยดึ ของใจ มหี ลกั ใจ มธี รรม
เปน็ เครอื่ งยดึ เพราะใจกต็ อ้ งมที พี่ งึ่ กายกต็ อ้ งมที พ่ี งึ่ ถา้ เทยี บแลว้ กเ็ หมอื นกบั “เรอื นกาย
เรอื นใจ” เรอื นกาย ไดแ้ กส่ งิ่ อาศยั ภายนอก เชน่ บา้ นเรอื น อาหาร เครอื่ งนงุ่ หม่ เปน็ ตน้
เป็นทอ่ี าศยั ของกาย
สว่ นธรรม คอื คณุ งามความดที งั้ หลาย ซง่ึ เปน็ อารมณแ์ ละเครอ่ื งยดึ ของใจทเ่ี ปน็
นามธรรม นเ่ี ปน็ ทยี่ ดึ ของใจ เปน็ อารมณข์ องใจ ใจมหี ลกั ยดึ คอื ธรรม ธรรมเปน็ ทพ่ี ง่ึ
ของใจ ช่อื ว่า “เป็นผ้มู ที พ่ี ึ่งทงั้ สองอย่าง คอื มที ง้ั ทางกาย และมที ง้ั ทางจิตใจ”
เมื่อสรุปลงแล้ว ผู้ที่มีศาสนาเป็นเครื่องยึดของใจเป็นผู้ได้เปรียบกว่าผู้ไม่มี
ศาสนาเสียเลย
เพราะผไู้ มม่ ศี าสนาเลยนน้ั กม็ กั จะแนใ่ จไปในทางทว่ี า่ ความสำ� คญั ทางจติ ใจไมม่ ี
นามธรรมท่ีจะเป็นสาระส�ำคัญเพื่อจิตใจไม่มี มีแต่ด้านวัตถุท่ีเป็นเคร่ืองยึดของกาย
457
และทงั้ ของใจดว้ ย ใจจงึ มคี วามสนใจไปกบั ดา้ นวตั ถุ โดยหาจดุ หมายปลายทางไมไ่ ด้
วัตถพุ าเจริญ จติ ใจกเ็ ขา้ ใจว่าเจริญ วัตถพุ าเส่อื ม จิตใจกเ็ สื่อม โลกเจรญิ กห็ มายถงึ
วัตถุมีความเจริญข้ึน เช่น ตึกรามบ้านช่องเจริญ โลกเส่ือมก็คือสิ่งเหล่านี้เส่ือมไป
สว่ นจติ ใจไมไ่ ดค้ ำ� นงึ วา่ เสอ่ื มหรอื เจรญิ เมอื่ จติ ใจไมม่ ศี าสนาแลว้ อยา่ งไรกต็ อ้ งเสอื่ ม
อย่วู ันยังคำ�่ เหย่ี วแห้งอยตู่ ลอดเวลาทั้งทีด่ า้ นวตั ถเุ จริญหรอื เสือ่ ม ผู้ไมม่ ศี าสนาเปน็
เครอื่ งยึดเครื่องวัด จึงไม่ทราบวา่ จิตใจเส่อื มหรอื เจริญอย่างไร เพราะจิตทไี่ ม่มีธรรม
เป็นเครื่องยึดเหน่ียวเก่ียวเกาะ กเ็ ปน็ จติ ทีเ่ ส่ือมจนพอตวั อยู่แลว้ โดยปกติใจว่ิงตาม
วตั ถเุ สยี หมด ไมม่ โี อกาสทจี่ ะทราบไดว้ า่ โลกนน้ั มอี ยสู่ องโลก โลกภายใน โลกภายนอก
คอื ดา้ นนามธรรมและดา้ นวตั ถุ
นามธรรมคอื จติ ใจ ไมม่ ที างทราบได้ ทราบแตด่ า้ นวตั ถถุ า่ ยเดยี ว จงึ ถอื เอาเรอ่ื ง
ของโลกคือดา้ นวตั ถุนน้ั เป็นความเจริญของทงั้ ทางรา่ งกาย คอื ความเปน็ อยูแ่ ละทาง
จติ ใจ ใจจงึ ไปยดึ ไปถือกบั สง่ิ นัน้ ๆ จนไมท่ ราบวา่ อะไรเปน็ ท่ีพึง่ ของใจ มดี ้านวัตถุ
เทา่ นนั้ แลว้ จะหาจดุ หมายปลายทางไมไ่ ด้ หาหลกั หาเกณฑไ์ มไ่ ด้ เพราะจะเอาดา้ นวตั ถุ
เป็น “สรณะ” ดา้ นวตั ถเุ ปน็ ท่ีพึ่งของใจ
เมอ่ื ถงึ คราวจะเปน็ จะตายขน้ึ มา เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย เชน่ รา่ งกายทรดุ โทรม เกดิ ความ
เดือดร้อนวุ่นวายขนึ้ มาก เพราะใจตดิ แน่นอยู่กับร่างกาย เขา้ ใจวา่ ร่างกายนี้เป็นตวั
ของเรา ไม่ไดเ้ ข้าใจวา่ จิตเปน็ จิต กายเป็นกาย เพยี งแต่อาศยั กนั อยู่เท่าน้นั แตค่ วาม
รสู้ กึ ของเขาไมไ่ ดเ้ ปน็ เชน่ นนั้ จงึ เกดิ ความเดอื ดรอ้ นวนุ่ วายมากภายในใจยง่ิ กวา่ คนทม่ี ี
ธรรมภายในใจ มศี าสนาภายในใจ เพราะใจไปอยกู่ บั วตั ถุ หรอื ไปอยกู่ บั โลก โลกพาเจรญิ
กเ็ จรญิ โลกพาเส่ือมกเ็ สอื่ ม หรือวัตถุพาเจรญิ กว็ ่าเจรญิ สังคมพาเจรญิ กว็ า่ เจริญ
ตนจะเดือดร้อนเพียงใดก็ตาม เม่ือสังคมนิยมอย่างน้ันก็ถือว่าโลกเจริญ ท้ังๆ ที่
เดอื ดรอ้ นอยดู่ ว้ ยสงั คมทโี่ ลกนยิ มทง้ั หลาย เพราะความนยิ มนี้ มนั นยิ มไดท้ กุ แงท่ กุ มมุ
อะไรๆ กต็ าม มนั นยิ มไดห้ มด ขอแตค่ วามชอบใจมใี นอนั ใด อนั นน้ั ดไี มด่ ี ไมค่ ำ� นงึ ถงึ
ถอื เป็นความชอบ เปน็ ความถกู ต้องดีงาม เปน็ ความเจริญข้นึ มา นเี่ ร่อื งของวัตถเุ ป็น
อยา่ งนี้
458
สว่ นจติ ใจกห็ าหลกั ยดึ ไมไ่ ดต้ ลอดไป จะเปน็ คนรคู้ นฉลาดแหลมคมขนาดไหน
จะเปน็ ผมู้ ฐี านะดเี พยี งไรหรอื ยากจนเพยี งไร จะตอ้ งหาหลกั ยดึ ไมไ่ ดเ้ ชน่ เดยี วกนั เพราะ
ไมม่ อี ะไรเปน็ หลกั ยดึ นอกจากวตั ถุ ผทู้ มี่ วี ตั ถมุ ากมายเปน็ หลกั ยดึ นนั้ กย็ ดึ ในทางทผี่ ดิ
ถอื วา่ สงิ่ นน้ั เปน็ เรา สง่ิ นน้ั เปน็ ของเราหมด รา่ งกายกเ็ ปน็ เรา อะไรๆ กเ็ ปน็ เราเสยี หมด
สว่ น “เราจรงิ ๆ” มองไมเ่ หน็ เพราะไมไ่ ดส้ นใจ ไมร่ ู้ ไมเ่ ขา้ ใจ นแี้ มเ้ จรญิ กเ็ จรญิ แบบ
ลอยๆ เจรญิ ตามความสำ� คญั มน่ั หมายไปเฉยๆ แตเ่ วลาถงึ เสอื่ มนน้ั เสอ่ื มจรงิ ๆ เสอ่ื ม
ภายในจติ ใจ เกดิ ความเดอื ดรอ้ นจรงิ ๆ จนกระทงั่ สดุ ทา้ ยเอาตวั ไมร่ อด หาหลกั ยดึ อะไร
ไม่ได้ทัง้ น้ัน วุ่นไปหมดท้งั บา้ นท้งั เรอื น วัตถสุ ่งิ ของเงนิ ทองท้งั หลายไม่เปน็ ประโยชน์
และพลอยวุน่ ไปตามๆ กนั กับใจทว่ี ่นุ วายดวงนน้ั
ระหวา่ งคนทีม่ ีศาสนากบั คนไม่มศี าสนา ผิดกนั ทต่ี รงน!้ี
ทีนี้แยกออกมาหาคนท่ีนับถือพุทธศาสนา เฉพาะอย่างย่ิงผู้ปฏิบัติศีลธรรม
มจี ติ ภาวนาเปน็ ตน้ จะแตกตา่ งกนั อยมู่ ากกบั ผถู้ อื ศาสนาทว่ั ๆ ไป และผไู้ มถ่ อื ศาสนาเลย
เพราะเหตไุ ร?
เพราะพุทธศาสนาท่านสอนหลายชน้ั หลายภูมิ ชน้ั ใดทีค่ วรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร เช่น
คนยังไม่เคยรู้จักการท�ำบุญให้ทาน ซึ่งเป็นฐานแห่งความดีในเบื้องต้น ท่านก็สอน
ให้รจู้ กั ท�ำบญุ ใหท้ าน รักษาศลี นกี่ เ็ ป็นความดแี ตล่ ะอย่างๆ เปน็ “สรณะ” ของใจ
ดว้ ยกนั นี่เปน็ “ขน้ั หนง่ึ ของสรณะ คอื หลักใจ” ทพ่ี ่ึงของใจ
แลว้ สอนใหย้ ดึ “พทุ โธ ธมั โม สงั โฆ” นกี่ เ็ ปน็ นามธรรมอนั เลศิ ซงึ่ เปน็ หลกั ของใจ
เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นก็เจรญิ จติ ภาวนา เช่น ก�ำหนด “พทุ โธ” เป็นต้น ไว้ภายในจติ
ในขณะที่ภาวนา หรือจะไปไหนมาไหน ให้มีความระลึกรู้อยู่กับค�ำบริกรรมนั้นๆ
มี “พุทโธ” เป็นต้น ก็ชื่อว่า “จิต” มีหลักยึดอยู่ตลอดไปตามขณะท่ีตนระลึกได้
หากจะคลาดเคลอ่ื นไปบา้ ง เผลอไปบา้ งในบางกาลบางเวลา แตก่ ย็ งั ทราบอยวู่ า่ มที พี่ ง่ึ
ของใจ คอื “พุทโธ” เป็นต้น
459
นน่ั ! ผดิ กนั กบั คนทไี่ มม่ ศี าสนาเลย ซง่ึ ไมท่ ราบวา่ จะเอาอะไรเปน็ ทย่ี ดึ เปน็ หลกั
ของใจ จติ เควง้ ควา้ งไปตามโลก ตามสงสาร ตามดา้ นวตั ถตุ า่ งๆ กวา้ งแคบไมม่ ปี ระมาณ
จิตกระจายไปหมด หาตวั จริงไม่ได้ หาหลักยดึ ไมเ่ จอ
นผี่ ดิ กนั อยา่ งน้ี ระหวา่ งคนมศี าสนาที่ท�ำบญุ ให้ทาน กบั คนท่ไี ม่มศี าสนาเลย
ราวฟา้ กับดิน หินกบั เพชร
ทนี กี้ ารบำ� เพญ็ ทางจติ ใจทเี่ รยี กวา่ “สรณะ” เขา้ ไปโดยลำ� ดบั ในเบอื้ งตน้ เรากำ� หนด
ภาวนาดงั ทว่ี า่ น้ี เพอื่ เปน็ อารมณข์ องใจ เพอื่ ใจไดย้ ดึ ธรรมนนั้ เปน็ อารมณ์ จนปรากฏ
เปน็ ความสุขขึน้ มาในขณะที่บำ� เพญ็ ภาวนา ท่ีทา่ นเรียกวา่ “ใจสงบ”
พอใจสงบแลว้ กป็ รากฏเหน็ ความแปลกประหลาดภายในใจของตน เพราะความ
สงบของใจก็แสดงให้เหน็ ชัดเจนว่า ใจหายยงุ่ ซึ่งเคยยุง่ มาแต่กอ่ นด้วยอารมณ์ต่างๆ
ขณะนน้ั ไม่มอี ารมณใ์ ดๆ เข้ามารบกวนใจเลย มแี ต่ความสงบแนว่ แน่ ปรากฏเป็น
ความสุขเย็นใจ มคี วามอ่อนโยนข้นึ ภายในใจ นเี่ ปน็ เคร่ืองสะดดุ ใจอันหน่ึงทจ่ี ะให้
ผไู้ ดร้ บั ผลจากการภาวนานน้ั มแี กใ่ จ มคี วามเพยี ร มคี วามดดู ดม่ื ในอนั ทจ่ี ะบำ� เพญ็ ตน
ใหป้ รากฏผลมากขน้ึ ไปกวา่ นัน้ โดยลำ� ดบั
ทนี คี้ วามพากเพยี รกย็ อ่ มมมี ากขนึ้ ตามความดดู ดม่ื ในผล เพราะความพอใจเปน็
สาเหตุ เนอ่ื งจากไดเ้ หน็ ผลอนั สำ� คญั ใจกไ็ ดร้ บั ความสงบสขุ เยน็ ขน้ึ ไปเรอื่ ยๆ ปรากฏ
เป็นตัวของตัวข้ึนมาเร่ือยๆ ต่างจากด้านวัตถุ แม้ที่สุดใจจะอาศัยร่างกายอยู่ก็ตาม
ใจกบั รา่ งกายจะไมเ่ ปน็ อนั เดยี วกนั เลย ในความรสู้ กึ ซง่ึ เดน่ ชดั ขนึ้ โดยลำ� ดบั วา่ กายเปน็
อยา่ งหนง่ึ ใจเปน็ อยา่ งหนงึ่ ในขณะทใ่ี จไมส่ งบ ใจฟงุ้ ซา่ นวนุ่ วาย กายกเ็ ปน็ กายอยเู่ ชน่ น้ี
แตเ่ ปน็ อาการของจติ ทแ่ี สดงตวั ขน้ึ มาในทางไมด่ ี กพ็ ยายามแกไ้ ขความไมส่ งบของใจ
ซ่งึ เปน็ ความวิปรติ ผดิ ปกติธรรมดาจนกระทั่งจิตเข้าสู่ความสงบได้
การเหน็ ชดั วา่ ความกำ� เรบิ ของจติ เปน็ เชน่ นนั้ การระงบั ดบั ความกำ� เรบิ ของจติ ได้
ดว้ ยบทธรรมหรอื วธิ กี ารเชน่ นนั้ ผลปรากฏเปน็ ความสขุ ขนึ้ มา เพราะวธิ กี ารทถี่ กู ตอ้ งนน้ั
ผปู้ ฏิบัตริ เู้ ห็นได้ชดั กับใจตวั เอง
460
น่ีเป็นช้ันหน่ึงที่อธิบายมาในเรื่องสรณะของจิต คือจิตสร้างที่พ่ึงส�ำหรับตัวเอง
การสรา้ งทพี่ ง่ึ ภายนอกกไ็ ดส้ รา้ งเตม็ สตกิ ำ� ลงั ความสามารถมาแลว้ ไมส่ งสยั เชน่ สรา้ ง
บ้านสร้างเรอื น ตึกรามบ้านช่อง สร้างทอี่ ยทู่ ่อี าศยั ปัจจัยเครอ่ื งอาศัยต่างๆ หามา
เพอื่ บำ� รงุ รกั ษารา่ งกายใหเ้ ปน็ ไปตามความจำ� เปน็ ทธี่ าตตุ อ้ งการทมี่ อี ยทู่ วั่ โลกดนิ แดน
จะหลกี เว้นกิจการงานนี้ไปไมไ่ ด้ นเ่ี ปน็ ความจำ� เป็นเกย่ี วกับเรือ่ งร่างกาย
ทนี คี้ วามจำ� เปน็ ทเี่ กยี่ วกบั ทางดา้ นจติ ใจ กบ็ ำ� เพญ็ ดงั ทกี่ ลา่ วมาน้ี คอื สง่ั สมความดี
อันเปน็ สาระของตนขึ้นโดยล�ำดบั ๆ จนกระทั่งสาระส�ำคญั กับใจน้ัน แยกกันไมอ่ อก
ปรากฏอยา่ งชดั เจนวา่ นน้ั เปน็ นนั้ นเี้ ปน็ นี้ จติ เปน็ จติ เมอ่ื ไดแ้ ยกถงึ ขนาดทราบชดั วา่
จิตเปน็ จติ แลว้ จติ ตอ้ งเด่นดวง จติ ต้องชดั เจนภายใจตวั เองจากสงิ่ ทง้ั หลาย ไมเ่ ปน็
อนั เดียวกัน
เมอ่ื พยายามสรา้ งความสงบของจติ ใหม้ ากเพยี งไร ความแสดงออกของจติ ไปใน
ลกั ษณะตา่ งๆ กจ็ ะทราบไปในขณะเดยี วกนั วา่ แสดงออกในทางถกู หรอื ทางผดิ ถา้ เปน็
ทางผดิ กร็ บี แกไ้ ขทนั ที ถา้ เปน็ ทางถกู กส็ ง่ เสรมิ ใหม้ คี วามเยน็ ขน้ึ ดว้ ยอบุ ายเชน่ นนั้ ๆ
นค่ี อื การสรา้ งฐานของจติ หรอื สรา้ งทพ่ี ง่ึ ของจติ ดว้ ยอำ� นาจของธรรม หรอื ดว้ ยอำ� นาจ
แหง่ ความดที ง้ั หลาย มจี ติ ภาวนาเปน็ ตน้ สรา้ งโดยลำ� ดบั จนสำ� เรจ็ เตม็ ภมู จิ ติ ภมู ธิ รรม
จากนนั้ กพ็ จิ ารณาแยกแยะออกใหเ้ หน็ ชดั เจนดว้ ยปญั ญา ใจมคี วามเกยี่ วเนอื่ ง
มคี วามสมั ผสั สมั พนั ธ์ มคี วามตดิ พนั กบั สง่ิ ใด พยายามแยกแยะสง่ิ นน้ั กบั จติ แยกจติ
กับส่ิงน้ัน เทียบเคียงกันให้ได้สัดได้ส่วนจนเป็นที่เข้าใจกันด้วยเหตุด้วยผล แล้ว
ปลอ่ ยวางกนั เขา้ มาเปน็ ลำ� ดบั นย่ี งิ่ เปน็ การสรา้ งจติ ใหม้ คี วามแนน่ หนามน่ั คงยง่ิ ขน้ึ แก่
ตวั เองเป็นขั้นๆ
การสร้างจิตสร้างด้วยสติปัญญา พิจารณามากเท่าไร สติปัญญาย่ิงแตกฉาน
เฉลยี วฉลาดรอบตวั แมท้ ส่ี ดุ ความคดิ ความปรงุ ของตน หลอกลวงตนดว้ ยวธิ ใี ดกท็ ราบ
และใชส้ ตปิ ญั ญาตามตอ้ นหรอื แกไ้ ขความจอมปลอมของสงั ขาร คอื ความคดิ ปรงุ ตา่ งๆ
และสัญญา ความจำ� หมายต่างๆ อนั เป็นเรื่องหลอกตนเองน้นั ใหห้ ายไปโดยล�ำดบั ๆ
461
มแี ตส่ ตปิ ญั ญาเปน็ เครอื่ งกลนั่ กรองสง่ิ เหลา่ นอ้ี ยโู่ ดยสมำ�่ เสมอ จติ กย็ ง่ิ แนบแนน่ เขา้ ไป
มหี ลกั ฐานมั่นคงเขา้ ไปเป็นขั้นๆ
นอกจากนนั้ ยงั จะสามารถทราบในสงิ่ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ตนรอบดา้ น เฉพาะอยา่ งยง่ิ
คอื ขนั ธห์ า้ ขนั ธห์ า้ มอี ะไร ขนั ธห์ า้ นเี้ ปน็ สง่ิ สำ� คญั มาก เพราะตามหลกั ธรรมดาสามญั
ทั่วๆ ไปแล้ว ขันธ์ห้ากับเรามันเป็นอันเดียวกัน ขันธ์ห้ากับตนนับเป็นอันเดียวกัน
ตนกบั ขนั ธห์ า้ เปน็ อนั เดยี วกนั แยกกนั ไมอ่ อก ใจกบั ขนั ธห์ า้ จงึ เปน็ อนั เดยี วกนั แยกกนั
ไมอ่ อกเพราะไมส่ นใจจะแยก หรอื ไมส่ ามารถจะแยก เหตใุ ดจงึ ไมส่ ามารถแยก เพราะ
ไม่รู้วธิ ีแยกวิธีคล่ีคลายส่งิ นี้ให้ทราบตามความจริงของมนั
เมอื่ มสี ตปิ ญั ญาขนึ้ มาโดยลำ� ดบั ตามครอู าจารยท์ ที่ า่ นแนะนำ� สง่ั สอน และตามวธิ ี
ของเราที่เคยบำ� เพ็ญมา ก็มีทางทราบได้โดยลำ� ดบั เพราะฉะน้ัน เรือ่ งขันธ์ห้า คือ รปู
เวทนา สญั ญา สงั ขาร วญิ ญาณ นี้ จงึ ไมใ่ ชส่ งิ่ ทเี่ หลอื วสิ ยั ของสตปิ ญั ญาทจ่ี ะแยกแยะ
ใหเ้ หน็ ตามความเปน็ จรงิ ของมนั ได้ นอกจากเราไปยดึ ถอื มนั เทา่ นน้ั จงึ พจิ ารณาใหเ้ หน็
อาการเหล่าน้ไี ดอ้ ย่างชัดเจนวา่ เป็นอาการหนึ่งๆ เท่าน้นั อันใดจะต้งั อย่กู ็ตัง้ อยตู่ าม
ธรรมชาติของมัน เชน่ รูปขันธข์ องเรา รปู ขันธ์แสดงอาการวิปรติ ผดิ ธรรมดาอยา่ งไร
เชน่ เจบ็ ท่นี ่ัน ปวดทีน่ ่ี ขน้ึ มาจากความผิดปกติของตน การสรา้ งทุกขเวทนาข้นึ มา
กเ็ ป็นเร่ืองของธาตุของขนั ธ์ท่เี ขาแสดงตัวของเขาต่างหาก เราเป็นแต่เพียงผูร้ ับทราบ
ความผดิ ปกตขิ องรา่ งกายและการแสดงขนึ้ แหง่ ทกุ ขเวทนามากนอ้ ย ไมห่ ลงใหลไปตาม
อาการของมนั ท่แี สดงขนึ้ จะเปน็ ทุกขเวทนามากนอ้ ยเพียงไร กท็ ราบชดั วา่ นั้นคือ
ทกุ ขเวทนา ไมใ่ ช่เรา ไมใ่ ชข่ องเรา
สญั ญา จะสำ� คญั มนั่ หมายวา่ เราเจบ็ ทต่ี รงไหน ปวดทตี่ รงไหน และอนั นน้ั เปน็ เรา
มันกแ็ กก้ นั ด้วยปัญญาเชน่ เดียวกัน สุดท้ายสงั ขารปรงุ ขน้ึ มา เจบ็ ท่ีน่ันท่นี ี่ มันกไ็ มม่ ี
พิษสงอะไร สัญญา ท่ีหมายว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่มีพิษสง เพราะสติปัญญา
ครอบหวั มนั อยู่ วญิ ญาณกเ็ พยี งรบั ทราบเทา่ นนั้ มนั กด็ บั ไป ดบั ไป เวทนาทป่ี รากฏขน้ึ
มนั กม็ ที างจะดบั ไปเชน่ เดยี วกนั จะปรากฏขน้ึ มากนอ้ ยกม็ ที างจะดบั ตามความปรากฏ
ของมันซง่ึ เปน็ คกู่ ัน
462
สุดท้ายก็ทราบกันได้อย่างชดั เจน คือ ท้ัง รปู เวทนา สัญญา สงั ขาร วิญญาณ
อนั เปน็ อาการทงั้ ห้านี้ว่าเปน็ สงิ่ หนง่ึ ๆ ตา่ งหากจากใจ ทเ่ี ปน็ ธรรมชาตขิ องตวั เอง และ
แยกแยะกนั ไดโ้ ดยลำ� ดับ
นคี่ อื การสรา้ งทพ่ี งึ่ สรา้ งหลกั ใหแ้ กจ่ ติ ใจ อนั ไหนทเ่ี ปน็ สงิ่ จอมปลอม จะมมี ากนอ้ ย
เพยี งไร แทรกสงิ ภายในใจ ปญั ญาสามารถแยกแยะคลค่ี ลายออกไดห้ มดตามอำ� นาจ
ของสติปัญญาท่มี ีกำ� ลังไม่หยุดย้ังในการคลี่คลายในการแยกแยะ สุดทา้ ยก็กระจาย
ไปหมด ไมม่ สี ง่ิ ใดทจี่ ะมาแทรกสงิ จติ ใจได้ แมแ้ ตจ่ ติ เสยี เอง ซงึ่ มกี เิ ลสอนั สำ� คญั แทรก
อยภู่ ายในนน้ั กย็ งั สามารถทราบไดอ้ กี ไมเ่ พยี งแตข่ นั ธห์ า้ ซงึ่ เปน็ ของหยาบๆ กเิ ลสที่
ละเอยี ดทส่ี ดุ ซง่ึ นอนจมอยภู่ ายในจติ ไมอ่ าจมองเหน็ ตวั ไดเ้ ลย ปญั ญากส็ ามารถสอด
แทรกแยกแยะไดจ้ นไมม่ อี ะไรเหลอื กระจายออกไปตามธรรมชาตขิ องมนั สตปิ ญั ญา
กล่นั กรองออกใหห้ มด เหลือแตจ่ ติ ทหี่ มดจดบรสิ ทุ ธิ์ลว้ นๆ
นน้ั แลคอื ทพี่ งึ่ อยา่ งเอกของใจ ไมม่ อี นั ใดทจี่ ะเอกยง่ิ ไปกวา่ นแ้ี ลว้ พระพทุ ธเจา้
ถงึ ธรรมชน้ั เอก กค็ อื ถงึ ธรรมชน้ั นแ้ี หละ ทา่ นทซี่ กั ฟอกสงิ่ ทเ่ี ปน็ มลทนิ ทงั้ หลาย ทง้ั หยาบ
ท้ังกลาง ท้ังละเอยี ด ออกจากจติ ใจโดยสิ้นเชงิ ไมม่ สี ิ่งใดเหลอื นี้แล คือทีพ่ งึ่ อันเอก
ไม่มีท่ีพึ่งใดในโลกนี้จะเสมอเหมือน จิตที่ได้สร้างที่พ่ึงของตนให้สมบูรณ์โดยหลัก
ธรรมชาติ ไม่พ่งึ อะไรท้งั น้นั เมอ่ื ถงึ “เมอื งพอ” แลว้ ไมต่ อ้ งพึง่ อะไร!
สว่ นธาตขุ นั ธก์ อ็ าศยั กนั ไปตามธรรมดา ตามกาล ตามเวลา ทงั้ ๆ ทเี่ รากไ็ ดท้ ราบ
อยา่ งชดั เจนดว้ ยปญั ญาวา่ อาศยั กนั ไปตามกาลตามเวลาเทา่ นนั้ สว่ นความดขี องเราที่
สรา้ งมามากนอ้ ยเพยี งไร ตง้ั แตก่ ารใหท้ าน รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนา รวมตวั เขา้ มาสจู่ ติ ใจ
เปน็ เครอ่ื งแกไ้ ขสงิ่ ทไี่ มด่ ี สง่ิ ทเี่ ปน็ มลทนิ ทเี่ รยี กวา่ “บาป” ทง้ั หลายออกจากใจ ดว้ ย
ความดที งั้ หลายเหล่านน้ั สุดทา้ ยกเ็ หลอื แต่ความบริสทุ ธ์ลิ ้วนๆ ค�ำว่า “บญุ ” ก็หมด
ปญั หาไป คำ� วา่ “บาป” ก็หมดปัญหาไป เพราะใจเลยแล้วจากค�ำว่า “บุญ” ซง่ึ เปน็
ตวั สมมตุ อิ นั หนง่ึ ในทางทด่ี ี และจากคำ� วา่ “บาป” ซง่ึ เปน็ ตวั สมมตุ อิ นั หนงึ่ ในทางทตี่ ำ�่
หรอื ในทางทไี่ มด่ ี จติ บรสิ ทุ ธ์ิ จติ เปน็ กลาง ถงึ ธรรมชาตทิ เ่ี ปน็ กลาง เรยี กวา่ “มชั ฌมิ า
ในหลักธรรมชาต”ิ อันเป็นผลเกดิ ขึน้ จาก “มัชฌมิ าปฏิปทา” ท่เี ป็นทางด�ำเนิน
463
สุดท้ายปฏปิ ทาอนั เปน็ ตัวเหตุ มี สัมมาทฏิ ฐิ เป็นตน้ ส่งจิตใหถ้ งึ ความบริสทุ ธิ์
เปน็ “มชั ฌมิ าในหลกั ธรรมชาตขิ องตน” เปน็ ธรรมอนั เอก นค้ี อื ทพี่ งึ่ อนั เอก ซงึ่ เกดิ ขนึ้
กับผูป้ ฏิบตั ิบ�ำเพ็ญ เป็นหลักธรรมอันยิ่งใหญ่ภายในใจ
เพราะฉะนัน้ คนทีถ่ ือศาสนากับคนไม่นบั ถือศาสนา คนปฏบิ ตั ธิ รรมกับคนไม่
ปฏบิ ตั ธิ รรม จึงมีความผดิ กันอย่มู ากมาย และได้เปรยี บกันดังที่กล่าวมาน้ี
จงึ ขอใหท้ า่ นพุทธศาสนกิ ชน บรรดาทเ่ี ป็น “ลกู ศิษย”์ ทั้งหลาย ไดน้ �ำไปพนิ จิ
พจิ ารณา คลคี่ ลายสงิ่ เหลา่ นใี้ ห้เห็นตามความเป็นจรงิ ของตน คำ� ว่า “ทพี่ ึง่ ” ไมว่ ่าจะ
ขัน้ ใดกต็ าม อนั เกดิ จากคุณงามความดี จะเปน็ สมบตั ิของท่านทงั้ หลายทไ่ี ด้บำ� เพ็ญ
มาแลว้ แตผ่ ู้เดียว ไม่มผี ู้ใดจะมาแบง่ สันปันส่วนไปได้ เป็นก็ตาม ตายก็ตาม ความดี
อนั นแ้ี ลจะเป็นเครอื่ งสนับสนนุ ใหเ้ ราไปเกดิ ในสถานทีด่ ี คติทงี่ าม
การแสดงธรรมกเ็ ห็นวา่ สมควร ขอยุตเิ พียงเทา่ นี้
464
ความอศั จรรย์แหง่ ธรรม
ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมจะเรมิ่ รธู้ รรม หรอื มคี วามรสู้ กึ ในธรรม ทางดา้ นจติ ภาวนาเดน่ กวา่
ดา้ นอนื่ ๆ ขยายวงกวา้ งออกไป เชน่ ความซง้ึ จากการใหท้ าน กเ็ ปน็ ความซงึ้ ประเภทหนง่ึ
เกดิ จากการรกั ษาศลี กซ็ ง้ึ ประเภทหนงึ่ เกดิ จากการทำ� ความดที งั้ หลาย กซ็ ง้ึ ไปแตล่ ะ
ประเภทๆ นีเ่ รยี กว่า “ซ้งึ ในกศุ ลธรรม”
แตท่ ร่ี วมแหง่ ความซาบซงึ้ ทงั้ หลาย กค็ อื “จติ ภาวนา” เรม่ิ มคี วามรสู้ กึ ซาบซง้ึ ไป
ตง้ั แตจ่ ติ เรมิ่ มคี วามสงบ ใจรวมกระแสเขา้ มาเปน็ ตวั ของตวั โดยเฉพาะ แมจ้ ะยงั ไมม่ ี
ความสงบมากจากจติ ที่รวมเขา้ มาก็ตาม แตก่ เ็ รม่ิ แสดงความซาบซึ้งภายในตวั ใหเ้ ห็น
ชดั เจน ถา้ จติ หรอื ธรรมเปน็ ดา้ นวตั ถแุ ลว้ คนทง้ั โลกคงจะไมม่ ใี ครทจ่ี ะไมน่ บั ถอื ศาสนา
เพราะความดี ความสขุ ความอศั จรรยท์ เี่ กดิ จากศาสนา และการปฏบิ ตั ติ ามหลกั ศาสนธรรม
เป็นส่ิงที่โลกตอ้ งการดว้ ยกันทง้ั น้นั
คำ� วา่ “ด”ี คำ� วา่ “สขุ ” คำ� วา่ “ความอศั จรรย”์ นเ่ี ปน็ สงิ่ ทโ่ี ลกตอ้ งการประจำ� ใจกนั
มาแตก่ าลไหนๆ ไมเ่ คยจดื จาง และจะยงั มคี วามตอ้ งการกนั ตลอดไป จนกระทงั่ โลกนี้
หมดความหมาย หรอื คนตายแลว้ ทไ่ี รค้ วามรสู้ กึ ดชี ว่ั แลว้ นนั่ แล โลกจงึ จะไมป่ รารถนา
สงิ่ ทเี่ ปน็ มหามงคลเหลา่ นน้ั คำ� วา่ “ความสขุ ความอศั จรรย”์ ทเี่ กดิ จากความอศั จรรย์
คอื ธรรมฝา่ ยผลนน้ั เปน็ สงิ่ ทสี่ ตั วโ์ ลกปรารถนาทวั่ หนา้ กนั เปน็ แตค่ วามสามารถมคี วาม
เหลือ่ มล�้ำตำ่� สูงต่างกนั จึงสมหวังบา้ ง ไม่สมหวงั บา้ ง
465
แต่ “ธรรม” ไมส่ ามารถที่จะแสดงออกให้โลกเหน็ ได้ โดยทาง ตา หู จมูก ลน้ิ
และกาย เหมอื นสงิ่ อน่ื ๆ แมส้ ง่ิ อนื่ ๆ ทเ่ี ปน็ “นามธรรม” คลา้ ยคลงึ กนั กบั ธรรมกต็ าม
เชน่ กลนิ่ เปน็ ตน้ แตก่ ไ็ มเ่ หมอื นธรรมแท้ ซงึ่ สมั ผสั ไดด้ ว้ ยใจของผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม หาก
ธรรมแสดงตัวออกเหมือนด้านวัตถไุ ด้ โลกมนษุ ยจ์ ะตอ้ งนบั ถอื ศาสนาเพือ่ ธรรมนั้น
โดยไมส่ งสยั ทงั้ นีเ้ พราะวา่ ธรรมนเี้ ปน็ สิ่งอัศจรรยม์ ากยงิ่ กวา่ สิง่ ใดๆ ในโลกทงั้ สาม
ไมม่ ีสงิ่ ใดทีจ่ ะเปน็ ความอศั จรรยย์ ่งิ กว่าธรรม
ธรรมนจี้ ะปรากฏเปน็ ความอศั จรรยข์ น้ึ มาได้ ยอ่ มเดน่ ชดั ขน้ึ ทจี่ ติ จติ เปน็ ผรู้ บั ทราบ
รบั ทราบไดเ้ ฉพาะจติ เทา่ นน้ั ไมส่ ามารถแสดงออกในทที่ วั่ ไปไดเ้ หมอื นดา้ นวตั ถุ ดงั ท่ี
เรานำ� สง่ิ ตา่ งๆ ออกมาชมและมาอวดกนั นเ่ี ปน็ ความสดุ วสิ ยั ทธี่ รรม ซง่ึ นำ� ออกแสดง
อย่างวตั ถุต่างๆ ไมไ่ ด้ จึงทำ� ใหโ้ ลกขาดความสนใจ และสิ่งทพ่ี งึ หวงั จากธรรมอยา่ ง
นา่ เสียดาย
แมผ้ ทู้ ต่ี อ้ งการความอศั จรรยแ์ หง่ ธรรม กไ็ มท่ ราบวา่ ความอศั จรรยน์ นั้ คอื อะไร
หรอื ความลกึ ซง้ึ แหง่ ธรรมนนั้ คอื อะไร? เพราะจติ ไมเ่ คยไดส้ มั ผสั กบั ความซาบซง้ึ นนั้ ๆ
ตาไมเ่ คยไดส้ มั ผสั กบั ความอศั จรรย์ หไู มเ่ คยไดร้ บั ความอศั จรรยจ์ ากกระแสแหง่ ธรรม
เพราะธรรมแสดงเปน็ เหมอื นกระแสเสยี งออกมาอยา่ งสงิ่ ทง้ั หลายไมไ่ ด้ นเ่ี ปน็ อปุ สรรค
อนั หนง่ึ ทที่ ำ� ใหค้ นเกดิ ความซาบซง้ึ ในธรรมไมไ่ ด้ เกดิ ความเชอื่ และความหวงั พง่ึ เปน็
พง่ึ ตายในธรรมไมไ่ ดเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ยตามทโ่ี ลกหวิ กระหายตอ่ ความสขุ ความเจรญิ
มานานแสนนาน
ไมว่ า่ พระพทุ ธเจา้ องคใ์ ดทไี่ ดม้ าตรสั รใู้ นโลก และสอนธรรมแกโ่ ลก ทกุ พระองค์
ทา่ นตอ้ งไตรต่ รองเตม็ พระปรชี าสามารถในวธิ กี ารสอนโลกมากมายพอใหโ้ ลกไดม้ อง
เหน็ ธรรมท่ีเปน็ ของอัศจรรย์ เพราะไม่อาจอัญเชญิ ธรรมออกมาตงั้ โชว์หนา้ ร้าน หรือ
สาธารณสถานตา่ งๆ ได้ เพราะ “ธรรมแท”้ มอี ยทู่ จี่ ติ ใจ และแสดงออกมาเพยี งทางกาย
ทางวาจา เทา่ นน้ั ซงึ่ ไมช่ วนใหด้ ดู ดม่ื อยา่ งถงึ ใจนกั ยงิ่ กวา่ การสมั ผสั ดว้ ยใจ เมอื่ ไมม่ ี
ทางพอนำ� ออกได้ จงึ ไดท้ รงนำ� ออกดว้ ยการประกาศสง่ั สอน ชถ้ี งึ เหตแุ หง่ ธรรมเครอื่ ง
ด�ำเนนิ และการประพฤติปฏิบัติ เพื่อเขา้ ถงึ ผลแหง่ ธรรมจดุ นัน้ ๆ หรือข้ันนน้ั ๆ และ
466
ประกาศสอนทงั้ ฝา่ ยผล คอื ความประเสรฐิ ความอศั จรรย์ ตามขนั้ ภมู แิ หง่ ธรรม ซง่ึ จะ
พงึ สมั ผสั ไดโ้ ดยทางใจ จนถงึ ความอศั จรรยอ์ นั สงู สดุ ไดแ้ ก่ “วมิ ตุ ต”ิ ความหลดุ พน้
ทางใจทเี่ รยี กวา่ “นพิ พานภายในใจ”
ทกุ ๆ พระองคต์ อ้ งทรงคดิ คน้ อบุ ายวธิ ปี ระกาศสอนธรรมเพอื่ นำ� ความอศั จรรยน์ นั้
ออกมาสูโ่ ลกด้วยกระแส หรือดว้ ยอากัปกริ ยิ าตา่ งๆ เช่น การแสดงธรรม และแสดง
อากปั กริ ยิ าของธรรม วา่ เปน็ อยา่ งนน้ั อยา่ งนน้ั แตอ่ งคแ์ หง่ ธรรมแทน้ นั้ นำ� ออกแสดง
ไมไ่ ด้ เปน็ สง่ิ ทรี่ อู้ ยจู่ ำ� เพาะใจ เชน่ พระพทุ ธเจา้ แตล่ ะพระองค์ หรอื พระอรหนั ตแ์ ตล่ ะ
องคน์ น้ั เปน็ ผทู้ รงไวซ้ งึ่ ความอศั จรรยด์ งั กลา่ วนี้ ไมม่ อี งคใ์ ดมคี วามบกพรอ่ งในบรรดา
พระพทุ ธเจา้ ทกุ ๆ พระองค์ และพระอรหนั ตท์ งั้ หลายทเี่ ปน็ ผทู้ รงไวซ้ ง่ึ ความอศั จรรยน์ ี้
ความอศั จรรยน์ อี้ ยทู่ จี่ ติ เปน็ แตเ่ พยี งไมส่ ามารถนำ� เอาธรรมอศั จรรยท์ ป่ี รากฏอยู่
ออกแสดงไดอ้ ยา่ งเตม็ ภมู แิ หง่ ความอศั จรรยน์ เ้ี ทา่ นนั้ จงึ ไดห้ าอบุ ายวธิ นี ำ� ออกทางกริ ยิ า
ซงึ่ ก็เปน็ อาการแหง่ ธรรมเทา่ น้ัน ไม่ใช่ธรรมอันแทจ้ รงิ ! ดงั ศาสนธรรมที่ท่านสอนไว้
ในคมั ภีรใ์ บลาน เหลา่ นเี้ ป็นอาการแหง่ ธรรมทั้งนนั้ กิริยาทที่ า่ นสอนกเ็ ป็นอาการแห่ง
ธรรมเชน่ เดยี วกนั สงิ่ ทเ่ี ปน็ “ธรรมแทๆ้ ” กค็ อื “ผปู้ ฏบิ ตั ”ิ หรอื ผสู้ ดบั ตรบั ฟงั จากการ
แสดงของทา่ นตามเรอื่ งราวตา่ งๆ แหง่ ธรรม โดยวธิ ปี ฏบิ ตั ิ และสมั ผสั ขนึ้ ภายในจติ ใจ
ของตนโดยลำ� ดบั ๆ นน้ั ชือ่ ว่า “เร่มิ สัมผสั ธรรมแท้” เปน็ ขนั้ ๆ ไป จะสัมผสั มากน้อย
เพยี งไร กเ็ ปน็ ทซี่ าบซงึ้ อยภู่ ายในจติ ใจของผไู้ ดร้ บั การสมั ผสั จากการปฏบิ ตั ธิ รรมของ
ตนโดยเฉพาะๆ เท่านน้ั
ถ้าพูดถึงความฉลาดแหลมคมในการส่ังสอนแล้ว ก็ไม่มีใครเกินพระพุทธเจ้า
แตล่ ะพระองคไ์ ปได้ แมเ้ ชน่ นน้ั กไ็ ดท้ รงนำ� ออกมาเทา่ ทเี่ หน็ สมควรจะเปน็ ไปไดแ้ กม่ วล
มนษุ ยเ์ ทา่ นนั้ แตธ่ รรมแทไ้ มส่ ามารถทจี่ ะนำ� ออกมาได้ เชน่ ความอศั จรรยใ์ นพระทยั
จริงๆ ท่ีจะน�ำมาคล่ีคลายให้สัตว์โลกได้เห็นว่า “นี่ความอัศจรรย์ของตถาคตของ
พระพุทธเจา้ แต่ละพระองค์เป็นอยา่ งนี้ พวกท่านทัง้ หลายเห็นไหม?” อย่างนี้ท�ำไม่ได้
นคี่ อื ความอศั จรรยแ์ หง่ ความบรสิ ทุ ธข์ิ องใจ ซงึ่ แตก่ อ่ นถกู กเิ ลสครอบงำ� อยู่ เปน็ เหมอื น
มูลสดมูลแห้ง แต่เวลานี้กลายเป็นธรรมชาติท่ีบริสุทธ์ิผุดผ่อง หรือเป็นธรรมชาติท่ี
467
บริสทุ ธ์ิ อศั จรรย์ ข้นึ มาอยา่ งนี้ เพราะการปฏบิ ตั ิซักฟอกอยเู่ สมอไมล่ ดละปลอ่ ยวาง
นัน่ เอง แต่ไม่ทรงนำ� ธรรมนน้ั ออกแสดงโชวไ์ ด้วา่ :
“ทา่ นทง้ั หลายเหน็ ไหม นดี่ เู อา ดเู อา พาใหช้ มเสยี ใหอ้ มิ่ ใจ แลว้ พากนั บำ� เพญ็ ใหเ้ ปน็
“อตั สมบตั นิ ะ” ดงั นี้ ทา่ นจงึ ไดส้ อนดว้ ยอบุ ายวธิ ตี า่ งๆ ใหแ้ กผ่ ปู้ ฏบิ ตั ิ และบอกเรอื่ งราว
แถวทางไวอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ ทงั้ เหตแุ ละผล การแสดงออกกม็ แี ตก่ ระแสเสยี ง อนั เปน็ ลมปาก
คอื การนำ� ออกมาพูดน้ันกเ็ ปน็ เพยี งลมปากน่ันเอง ความจรงิ เอาออกมาไม่ได้ เชน่ วา่
อศั จรรย์อย่างนี้ กเ็ ป็นเพียงเสยี ง ธรรมชาตทิ ่อี ัศจรรยน์ ั้นเอาออกมาไม่ได้ จะน�ำออก
มาได้แต่เพียงกริ ยิ าวา่ ธรรมชาตินั้นอัศจรรย!์ ใหเ้ ราไดค้ าดไดห้ มายเอาเองว่า ความ
อศั จรรยเ์ ปน็ อยา่ งไร แมจ้ ะไมห่ ายสงสยั กย็ ังดีกวา่ ไมไ่ ดย้ นิ ไม่ได้ฟงั เสียเลย
แต่หลักใหญ่ท่ีจะท�ำให้รู้เห็นธรรมอัศจรรย์ก็จ�ำต้องคาดหมายไปก่อน และ
ปฏบิ ตั ติ าม กช็ อื่ วา่ ดำ� เนนิ ตามหลกั ธรรมทที่ า่ นสอนไวซ้ ง่ึ เปน็ ความถกู ตอ้ ง ผปู้ ระพฤติ
ปฏบิ ตั ดิ ำ� เนนิ ตามจะไดร้ บั ความยงุ่ ยากลำ� บากเพยี งไรกต็ าม เพราะทางเดนิ อยทู่ น่ี ี่ ไมม่ ี
ทางอนื่ เปน็ ทปี่ ลกี แวะเพอื่ ความสะดวกสบายและถงึ จดุ ทห่ี มายได้ เพราะฉะนน้ั ความ
ยากหรอื ความลำ� บากใดๆ กต็ าม อยา่ ไดถ้ อื มาเปน็ อปุ สรรคในการดำ� เนนิ คอื การปฏบิ ตั ิ
ของตนยากก็ตอ้ งฝืน ทกุ ข์ลำ� บากก็ตอ้ งทน เพราะเป็นภาระของเราจะตอ้ งท�ำ จะตอ้ ง
แบกต้องหามในขณะท่ที �ำงานเพ่อื ส�ำเร็จตามความมงุ่ หมาย
คำ� วา่ “ธรรม” เปน็ ดงั ทวี่ า่ นแี้ ล จติ เปน็ ธรรม ธรรมเปน็ จติ การเรยี กวา่ “จติ ” กเ็ รยี กได้
แต่ในขณะที่ยังมีธาตุมีขันธ์อยู่ เรียกว่า “จิตบริสุทธิ์” หรือ “จิตของพระอรหันต์
จติ ของพระพทุ ธเจา้ ” พดู ไดเ้ ทา่ นนั้ พอผา่ นจากขนั ธไ์ ปแลว้ ไมม่ สี มมตุ พิ อทจ่ี ะพาดพงิ
เทียบเคยี งกนั ได้เลย จงึ พดู ไมไ่ ด้
แมธ้ รรมชาตนิ น้ั จะอศั จรรยเ์ พยี งไร กไ็ มใ่ ชว่ สิ ยั ทจี่ ะนำ� สมมตุ ไิ ปพดู ไปเทยี บเคยี งได้
เพราะธรรมนนั้ แดนวมิ ตุ ตนิ น้ั ไมม่ สี มมตุ เิ ปน็ ทพี่ ง่ึ พงิ หรอื ทเ่ี ทยี บเคยี ง เชน่ เดยี วกบั
เราอยบู่ น “อวกาศ” เสยี จรงิ ๆ แลว้ ทศิ ใต้ ทศิ เหนอื อยทู่ างไหนไมท่ ราบกนั ละ ถา้ เรา
อยบู่ นแผน่ ดนิ กพ็ ดู ไดว้ า่ ตะวนั ออก ตะวนั ตก ทศิ เหนอื ทศิ ใต้ เพราะมนั มที พี่ อสงั เกต
468
พอเทียบเคียง และพอพดู ได้วา่ ทิศทางใดเปน็ ทิศใด เพราะถอื แผ่นดนิ เปน็ เกณฑ์ สงู
ต�่ำ กห็ มายเอาแผ่นดินทเ่ี ราอยนู่ เี้ ปน็ หลกั ฐาน สูงกว่านไ้ี ปเท่าไร ต�ำ่ ไปกวา่ น้ี ไปเหนอื
ไปใต้ เทา่ ไร เราพูดได้
ถ้าอยู่บนอวกาศเสยี จริงๆ ไมม่ อี ะไรพาดพงิ พอจะใหว้ ัดกันได้ มนั กพ็ ูดไม่ได้
เหมอื นอยา่ งเรือบนิ ท่ขี ้ึนไปในอากาศ ไม่ทราบมนั ช้ามันเร็วเท่าไร เมอ่ื ผา่ นกอ้ นเมฆ
กท็ ราบไดว้ า่ มนั เรว็ ถา้ ตามสายตาของเรากต็ อ้ งคดิ วา่ เรอื บนิ มนั บนิ เรว็ สรู้ ถยนตไ์ มไ่ ด!้
พวกเราสายตาฝา้ ฟางอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั เชน่ นเ้ี อง มองเหน็ รถยนตว์ งิ่ ตามถนน โอโ้ ห! มองดู
ต้นไม้มันล้มระนาวคืนข้างหลังโน่น เวลารถยนต์ว่ิงไปข้างหน้า ต้นไม้สองข้างถนน
ลม้ ครนื ขา้ งหลงั หมด ความจรงิ ตน้ ไมม้ นั กอ็ ยเู่ ฉพาะมนั เปน็ แตร่ ถยนตว์ ง่ิ ผา่ นมนั ไป
เทา่ น้นั อาศัยมสี ่ิงที่สัมผัสพาดพงิ ถงึ จึงดูเหมือนรถมันเรว็ เสยี จริงๆ สว่ นเรือบนิ ไม่มี
อะไรพาดพงิ มองดมู นั เหมอื นบนิ เออ่ื ยๆ ราวกบั วา่ เรอื บนิ บนิ ชา้ กวา่ รถยนต์ ความจรงิ
เรอื บินมนั เรว็ กวา่ ตัง้ หลายเท่า
นเี่ มอ่ื เทยี บจติ ใจของปถุ ชุ นกบั จติ ใจของพระพทุ ธเจา้ แลว้ กเ็ ปน็ อยา่ งนน้ั อนั ไหน
ทท่ี า่ นวา่ ดี อนั ไหนทที่ า่ นวา่ ประเสรฐิ ปถุ ชุ นเรามกั จะวา่ “ไมด่ ี ไมป่ ระเสรฐิ ” สงิ่ ทเี่ จา้ ของ
ชอบ ถงึ จะเลวขนาดไหนกว็ า่ ดที ง้ั นนั้ ! ไมย่ อมรบั ตามความจรงิ เหมอื นทเ่ี ขา้ ใจวา่ รถยนต์
มนั วิ่งเร็วกว่าเรอื บนิ นน่ั เอง
การปฏบิ ตั จิ ติ ใจเปน็ สง่ิ สำ� คญั มาก พยายามฝกึ หดั สตปิ ญั ญาใหด้ ี จะทนั กบั สง่ิ ทมี่ า
เกย่ี วขอ้ งพวั พนั กบั จติ ใจ สว่ นมากใจนนั้ แล เปน็ ผกู้ อ่ เรอื่ งเอง ผลติ ขนึ้ มาเรอ่ื ยๆ ไมห่ ยดุ
ไมถ่ อย เรากห็ ลงอารมณข์ องใจทแ่ี สดงออก ทำ� ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย เสยี อก
เสยี ใจ กเ็ พราะความคดิ ปรงุ ของใจซงึ่ เกดิ ขน้ึ จากตวั เอง แลว้ กห็ ลงอารมณข์ องตวั เอง
ว่าสงิ่ น้ันเป็นนัน้ สงิ่ นี้เปน็ น้ี ทง้ั ๆ ทสี่ ง่ิ นน้ั กเ็ ปน็ อยตู่ ามธรรมชาติของเขา เขาไมไ่ ด้มี
ความหมายในตวั เขาวา่ เขาเปน็ อยา่ งนนั้ อยา่ งนี้ เปน็ แตเ่ พยี งจติ เปน็ ผไู้ ปใหค้ วามหมาย
แลว้ กห็ ลงความหมายของตวั เอง จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความดใี จ ความเสยี ใจ กบั สงิ่ นนั้ ๆ ไมม่ ี
ส้ินสุด ทกุ ข์ที่เปน็ ผลจากความคดิ ปรงุ ตา่ งๆ จึงหาทีส่ ิ้นสดุ จุดหมายปลายทางไม่ได้
ราวกับลอยคออยใู่ นมหาสมุทร รอลมหายใจในวาระสดุ ท้าย
469
พระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย ทา่ นกต็ รสั รทู้ แี่ ดนมนษุ ยน์ ี้ เพราะแดนมนษุ ยส์ มบรู ณด์ ว้ ย
“สจั ธรรม” คอื รู้เห็นไดอ้ ยา่ งชัดๆ “ทกุ ขัง อรยิ สจั จงั ” ก็มีอยกู่ บั กายมนษุ ย์ มนุษย์
รเู้ รอื่ งของความทกุ ข์ นนั่ เพราะมนษุ ยฉ์ ลาดกวา่ สตั ว์ “สมทุ ยั อรยิ สจั จงั ” กม็ อี ยภู่ ายใน
ใจของมนษุ ย์ “มรรค” คอื ทางปฏบิ ตั เิ พอ่ื แกก้ เิ ลส ตัณหา อาสวะ อันเปน็ ตวั ผลติ
ทกุ ขท์ งั้ มวล มนษุ ยก์ ท็ ราบ! มรรค คอื อะไร? สรปุ ลงแลว้ คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา ทมี่ นษุ ย์
กท็ ราบและปฏิบัติดำ� เนินได้ “นิโรธ” ความดบั ทุกข์ มนุษยก์ ท็ ราบ ไมว่ า่ “สจั จะใด”
มนษุ ยท์ ราบทงั้ สน้ิ นอกจากไมท่ ราบวธิ ปี ฏบิ ตั หิ รอื ไมส่ นใจปฏบิ ตั ติ าม “สจั ธรรม” นนั้ ๆ
เทา่ นัน้ จงึ ส้ินวิสัยที่ “ธรรม” จะชว่ ยได้
พระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลายทา่ นจงึ สอนธรรมในแดนมนษุ ย์ เพราะเปน็ ศนู ยก์ ลางแหง่
ภพทงั้ หลาย
เราเกดิ ในทา่ มกลางแหง่ ภพแหง่ ชาตทิ สี่ ถติ แหง่ ศาสนา เราควรปฏบิ ตั ติ วั เราใหถ้ กู
ตามจุดศูนยก์ ลางของศาสนา เพอื่ รเู้ ร่ืองของศาสนธรรมซง่ึ อยใู่ นทา่ มกลางหัวใจเรา
ธรรมอันประเสรฐิ ก็อย่ทู ี่น่ี ไมม่ ีอยใู่ นทอ่ี นื่ ใด จิตเป็นผเู้ ออ้ื มถงึ ธรรม และจติ
เปน็ ผรู้ ับรู้ธรรมทง้ั หลาย เร่อื งของธรรมแล้ว จะไม่เหนอื จากจิตใจ ซ่งึ เปน็ ภาชนะอนั
เหมาะสมไปไดเ้ ลย ดี ชวั่ สขุ ทุกข์ ตา่ งๆ จิตใจเปน็ ผรู้ ับทราบก่อนอน่ื จงึ ควรผลติ
สตปิ ญั ญาขน้ึ มาใหเ้ ฉลยี วฉลาดทนั กบั เหตกุ ารณ์ ซงึ่ มาเกยี่ วขอ้ งกบั จติ อยเู่ สมอในวนั
หน่งึ ๆ
ถา้ ตงั้ ใจพจิ ารณาบอ่ เกดิ แหง่ ทกุ ข์ คอื สมทุ ยั อนั กระจายมาจากความคดิ ปรงุ ตา่ งๆ
จะเกดิ ขนึ้ ไมม่ เี วลาหยดุ ยงั้ เลย เกดิ ขนึ้ ทีใ่ จนีแ้ หละ ปรงุ แต่งอยทู่ ีน่ ่ี แมเ้ ราพยายาม
ท�ำให้สงบ มันยังสงบไมไ่ ด้ เพราะเหตใุ ด เพราะความไมส่ งบ ก็คือความคดิ รบกวน
ตวั เองนน่ั แหละ ทค่ี ดิ ปรงุ และสง่ ออกสอู่ ารมณต์ ลอดเวลา คดิ ออกไปแลว้ กโ็ กยทกุ ขเ์ ขา้
มาหาตวั เองอยอู่ ยา่ งนท้ี ง้ั เขา้ ทง้ั ออก เวลาออกไปเปน็ “สมทุ ยั ” เวลาเขา้ มาเปน็ “ทกุ ข”์
นคี่ อื ปรงุ ออกไปแลว้ เปน็ สมทุ ยั เวลาผลยอ้ นกลบั เขา้ มาสจู่ ติ ใจกค็ อื ทกุ ขน์ น่ั แล มนั ผลติ
อยู่อย่างนนั้ ตลอดเวลา
470
ต้องการจะให้มีความสงบเพียงเล็กๆ นอ้ ยๆ ยังต้องฝืนกนั เต็มท่ี แม้เชน่ นั้น
มนั กย็ งั ผลกั ดนั จติ ใหอ้ อกคดิ ออกปรงุ จนไดข้ ณะทเ่ี ราเผลอ นแี่ หละเรอ่ื งของ “สมทุ ยั ” ที่
ผลติ ทกุ ขอ์ อกโดยสมำ่� เสมอมนั อยทู่ ใ่ี จ มนั เกดิ อยตู่ ลอดเวลา เพราะฉะนนั้ การกำ� หนดรู้
การแกส้ มทุ ยั จงึ ตอ้ งอาศยั สติ อาศยั ปญั ญา เพอ่ื คอยจดจอ้ งมองดู และระงบั ดบั มนั
ทต่ี รงน้ันไม่นอนใจ จะน่ังอยู่ทไี่ หน เดนิ อยทู่ ไ่ี หน ในอริ ิยาบถท้ังสี่ ดทู ีจ่ ุดน้ี ด้วยสติ
จดจ่อ ปัญญาคลีค่ ลายให้รูต้ ามความเปน็ จรงิ อยู่เสมอ
บรรดานกั ปฏบิ ตั เิ พอื่ ถอนกเิ ลส ทา่ นทำ� อยา่ งน้ี เฉพาะอยา่ งยงิ่ นกั บวช ผปู้ ฏบิ ตั ิ
เขา้ ไปอยใู่ นปา่ กเ็ พอ่ื จะระงบั ดบั ตวั ขา้ ศกึ อนั นแ้ี ล ทา่ นหาสถานทอ่ี นั เหมาะสมในการ
บำ� เพญ็ ไปในบา้ นกต็ าม ไปทไ่ี หน อยทู่ ไ่ี หนกต็ าม มคี วามจดจอ่ สบื เนอ่ื งกนั โดยลำ� ดบั
ในทางความเพยี รเพอื่ ถอดถอน “สมุทยั ” อนั เปน็ เสี้ยนหนามต่อจติ ใจใหร้ ะงับดบั ไป
ยอ่ มจะมีความสุขความสบายขึน้ มาตามล�ำดับแหง่ ความพากเพยี รของผบู้ �ำเพญ็
เราจะเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั ๆ ในขณะทจ่ี ติ สงบตวั ลงไป ความคดิ ความปรงุ สงบ หรอื ไมม่ ี
ความกอ่ กวน วนุ่ วาย กไ็ มเ่ กดิ ! ความทกุ ขอ์ นั เปน็ ผลกไ็ มป่ รากฏ ขณะทจ่ี ติ สงบ ทกุ ขก์ ส็ งบ
ไปดว้ ย เมอื่ ความปรงุ มนั สงบ สมทุ ยั กส็ งบตวั ไปดว้ ย ทกุ ขก์ ส็ งบตวั ไปดว้ ย เหลอื แต่
ความเยน็ สบายในขณะน้ัน
สงครามระหว่างกิเลสสมุทัยกับจิตเป็นอย่างนี้ ต้องอาศัยการต่อสู้ด้วยความ
พากเพยี ร และอาศยั สตปิ ญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร ตอ่ สกู้ บั สงคราม ทกี่ อ่ กวนทำ� ลายใจ
ให้เอนเอียงโยกคลอนอยู่เสมอภายในใจ จะระงับดับลงไปเร่ือยๆ แม้สงบเพียงชั่ว
ขณะหนง่ึ เรากพ็ อเหน็ โทษของความคดิ ปรงุ ทง้ั หลายทก่ี อ่ กวนอยเู่ สมอมา และเหน็ คณุ
แห่งความสงบใจว่าเป็นความสุขจริง สงบมากน้อยก็เป็นสุขข้ึนมาตามฐานแห่ง
ความสงบ หรือก�ำลงั แห่งความสงบ ในตำ� ราท่านใหช้ ่อื ว่า “สมาธิ”
จิตท่สี งบลงไปแล้ว ไปรวมตวั อยู่ ทา่ นเรยี กว่า “จติ เป็นสมาธิ” หรือ จิตรวมลง
เปน็ สมาธ”ิ นแี่ หละสมาธอิ นั แทจ้ รงิ ภายในใจเปน็ อยา่ งน้ี ชอ่ื ของสมาธนิ นั้ มอี ยทู่ วั่ ไปไม่
เลอื กกาล สถานท่ี แตอ่ งคส์ มาธแิ ทม้ อี ยทู่ ใี่ จ ผกู้ ระทำ� ใหเ้ กดิ สมาธิ กค็ อื ใจเปน็ ผผู้ ลติ
471
ผทู้ ำ� เอง เมอ่ื สมาธมิ คี วามสงบ ใจกม็ คี วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ มฐี านะเปน็ ของตน ตงั้ ขนึ้ มา
ภายในใจแนน่ หนามน่ั คง ไม่วอกแวกคลอนแคลน เหมอื นเราอย่ใู นรม่ ไมช้ ายคาอนั
รม่ เยน็ นนั่ เอง เวลาฝนตกกอ็ ยสู่ บาย แดดออกกอ็ ยสู่ บาย เพราะไมต่ อ้ งตากแดดตากฝน
จติ ใจทมี่ ฐี านแหง่ ความสงบอยภู่ ายในตนกเ็ ชน่ กนั ไมไ่ ดร้ บั ความกระทบกระเทอื นจาก
อารมณน์ นั้ อารมณน์ ใ้ี หย้ งุ่ เหยงิ วนุ่ วายอยรู่ ำ�่ ไปไมข่ าดวรรคขาดตอน เพราะความสงบ
เปน็ ทอี่ าศยั ของใจ ทท่ี ่านเรยี กว่า “สมาธ”ิ ซึง่ เป็นเรือนใจข้นั หนึ่ง
“ปญั ญา” คอื ความแยบคาย ความพนิ จิ พจิ ารณา สอดสอ่ งในเหตใุ นผลทงั้ ขา้ งนอก
ข้างใน เบอ้ื งบน เบอื้ งล่าง สถานกลาง ภายในร่างกายเรา ตลอดถงึ กระแสของจิตท่ี
คดิ ออกในแงใ่ ด สตปิ ญั ญาตามพนิ จิ พจิ ารณาเพอ่ื ใหร้ เู้ หตรุ ผู้ ลตามความคดิ ความปรงุ
ของใจ หรือตามสภาพสังขารท่มี อี ยูใ่ นตัวเรา จนเห็นความเป็นจริงจากสง่ิ นั้นๆ
อยา่ พิจารณาอย่างผดิ ๆ พลาดๆ ฉลาดด้วยสญั ญา ซ่ึงปนี เกลียวกบั ความจรงิ !
เพราะการพจิ ารณาธรรมทง้ั หลาย พจิ ารณาตามความจรงิ ไมใ่ ชไ่ ปฝนื ความจรงิ ซงึ่ เปน็
การสง่ เสรมิ กเิ ลสสมทุ ยั ใหม้ ากมนู ขน้ึ ในขณะทต่ี นคดิ วา่ พจิ ารณาธรรมเพอ่ื ถอดถอน!
การเกดิ กเ็ กดิ มาแลว้ แกก่ แ็ กม่ าตง้ั แตว่ นั เกดิ แกม่ าเปน็ ลำ� ดบั ลำ� ดา อายกุ ป่ี กี แ็ ก่
มาแล้วเท่านั้นปี จนถงึ อวสานแห่งชวี ติ เมื่อแกเ่ ต็มทแี่ ลว้ กส็ ลาย คอื แกม่ าตั้งแตข่ ณะ
แรกเกิด แก่วัน แก่เดือน แกป่ ี และแกม่ า แก่มาเร่อื ยๆ เราก็วา่ “คนเจรญิ เตบิ โต”
ความจรงิ แล้วกค็ ือมนั แก่ตา่ งหากนี่
จงพจิ ารณาตามเรอ่ื งของมนั ซิ นค่ี อื “ทางหลวง” คอื “คตธิ รรมดา” หลกั ธรรมชาติ
เปน็ อยา่ งน้ี เราอยา่ ฝนื เขา เชน่ มนั แก่ เรากไ็ มอ่ ยากจะแก่ อยากหนมุ่ อยเู่ สมอ อยากสาว
อยูเ่ สมอ เรยี กวา่ “ฝนื ความจริง” มันเป็นทกุ ข์ แม้ฝนื กไ็ ม่ไดเ้ รื่อง จะฝนื ให้เป็นทกุ ข์
หาประโยชน์อะไร รงั แต่หาทกุ ขใ์ สต่ วั เทา่ นัน้ เพราะการฝืนความจรงิ
ปัญญาจงพิจารณาอย่างน้ี ก็อะไรเป็นทุกข์ เกิดขึ้นภายในร่างกายส่วนไหน
มหี ยกู ยาพอแกไ้ ขกันกแ็ กไ้ ขกนั ไปตามเรอ่ื ง เมือ่ มนั ถูกมนั ก็หาย ถ้ามนั ไมถ่ กู ก็ตาย
มันกไ็ ปของมันเอง เราไมต่ อ้ งไปบังคับไมใ่ ห้มันตายหรอื ใหม้ นั อยู่เท่านัน้ ปี เท่าน้ีกปั
472
ซง่ึ นบั เขา้ ในความเหลวไหล เพราะบงั คบั กไ็ มอ่ ยู่ ไมไ่ ดผ้ ล เหนอ่ื ยเปลา่ ! มนั ตอ้ งเปน็ ไป
ตามหลักธรรมชาติของมัน เมื่อพิจารณาตามความจริงของมันอย่างน้ี เราก็สบาย!
ถา้ ทกุ ขม์ ที ไี่ หน กใ็ หร้ ตู้ ามความเปน็ จรงิ ของมนั ไปเรอื่ ยๆ มนั เจบ็ มาก เจบ็ นอ้ ย ทกุ ขม์ าก
ทกุ ขน์ อ้ ย กใ็ หร้ ตู้ ามทมี่ นั เปน็ จนกระทง่ั ถงึ ทส่ี ดุ แหง่ ทกุ ข์ กค็ อื ความตายในธาตใุ นขนั ธน์ ้ี
ท่สี ดุ ของมันกม็ ีเท่าน้นั
จงทราบตามความเปน็ จรงิ ของมนั โดยไมต่ อ้ งไปฝนื ไมต่ อ้ งไปตงั้ ความอยากขนึ้
เพราะการตง้ั ความอยากกค็ อื ความบกพรอ่ ง หรอื ความหวิ โหยนนั่ เอง ความหวิ โหยไม่
ว่าจะเกดิ ขน้ึ เวลาใดด้วยอาการใด เชน่ หิวนอน มนั กเ็ ป็นทุกข์ หวิ ขา้ วก็เปน็ ทกุ ข์ หิว
นำ�้ กเ็ ปน็ ทกุ ข์ มนั เปน็ ของดเี มอื่ ไร ความหวิ โหยนะ่ ความหวิ ความอยาก ทมี่ นั เกดิ ขน้ึ
อยากใหเ้ ปน็ อยา่ งนนั้ อยากใหเ้ ปน็ อยา่ งนี้ ลว้ นแตเ่ รอ่ื งกอ่ กวน เรอ่ื งใหเ้ กดิ ทกุ ขท์ ง้ั นน้ั
ท่านจึงไมใ่ ห้ฝนื หลกั ความจรงิ
ปญั ญาใหพ้ จิ ารณาไตรต่ รองตามหลกั ธรรมชาตขิ องมนั ทเี่ ปน็ ไปอยแู่ ลว้ นนั่ เรยี ก
ว่า “ปัญญา” ไมป่ นี เกลยี ว “กบั ความจรงิ ” ใจก็สบาย
เราเรียน “อรยิ สจั ส”่ี ในตวั ของเรานี่ คอื เรยี นเร่อื งความเกิดด้วย เรยี นเรอ่ื ง
ความแก่ดว้ ย เรยี นความเจ็บไข้ด้วย เรียนความตายด้วย ทมี่ ีอยดู่ ว้ ยกนั ในก้อนธาตุ
อันเดยี วน้ี ไม่พรากจากกนั เลย เรื่องความเกิดก็ธาตอุ ันนี้ เจรญิ หรอื แก่ มนั ก็แก่ที่นี่
เจบ็ มนั กเ็ จบ็ ทน่ี ส่ี ว่ นใดสว่ นหนงึ่ จนได้ เมอ่ื ตายมนั กจ็ ะตายทน่ี ี่ เราตอ้ งเรยี นรทู้ น่ี ่ี จะไป
รทู้ ไี่ หน มนั ตอ้ งเรยี นรสู้ งิ่ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ตนกอ่ นอนื่ เรยี นรอบ เรยี นจบ เรยี นความเกดิ
ของตวั เอง ความแก่ ความเจบ็ ความทกุ ขท์ รมานของตวั เรยี นจบความตายของตวั แลว้
กฉ็ ลาด! คอื ฉลาดทันกับเหตุการณ์ทม่ี ีอยู่รอบตวั คนที่เรียนรู้อรรถรธู้ รรมให้ทนั กบั
เหตุการณซ์ งึ่ มอี ยูก่ บั ตวั ด้วยการปฏบิ ตั แิ ลว้ ผู้นัน้ ไม่หว่นั ไหวกบั โลกสมมุตนิ ยิ มใดๆ
ทงั้ สน้ิ การเรยี นธรรม การรเู้ หน็ ธรรมทางจติ ใจเปน็ อยา่ งนี้ คอื รดู้ ี รชู้ อบ “สตปิ ญั ญา
ฉลาดรอบตวั ” ฉลาดอยา่ งน้ี ไม่ใชฉ่ ลาดเพยี งจำ� ได้เฉยๆ ตอ้ งฉลาดแก้ความสงสัย
แกค้ วามขดั ขอ้ งภายในใจ แกค้ วามยดึ มนั่ ถอื มนั่ สำ� คญั ผดิ ของตนดว้ ย เหลอื แตธ่ รรมชาติ
ล้วนๆ แลว้ แสนสบาย หายห่วง!
473
ขนั ธก์ ใ็ หเ้ ปน็ ขนั ธล์ ว้ นๆ ของเขาไป ไมไ่ ปยงุ่ ไมไ่ ปแยง่ ชงิ อำ� นาจ ไมไ่ ปกดขบ่ี งั คบั
เขาให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ขนั ธ์กเ็ ป็นขันธ์ จิตกเ็ ปน็ จติ ต่างอนั ตา่ งจริง ไม่กระทบ
กระทั่งกันตามทเ่ี คยเปน็ มา ตา่ งอนั ตา่ งท�ำหน้าทข่ี องตัว เรยี กวา่ “เปน็ ขันธล์ ้วนๆ”
“จิตล้วนๆ” ไม่มีสมมุติเขา้ เจือปน ผู้รูก้ เ็ ป็นผรู้ ู้ ธาตุเปน็ ธาตุ ขันธเ์ ป็นขันธ์
อะไรแตกก็แตก ทราบด้วยปัญญาอยา่ งชัดเจนแล้วไมส่ งสยั ตั้งแต่ยังไมต่ าย
กท็ ราบลว่ งหนา้ ไวแ้ ลว้ ตายแลว้ จะไปสงสยั กนั ทไ่ี หน ยงิ่ แสดงความจรงิ ขน้ึ มาใหเ้ หน็
อยา่ งชดั เจน นน้ั เรยี กวา่ “เรยี นธรรม ปฏบิ ตั ธิ รรม” เรยี นอยา่ งนี้ รอู้ ยา่ งน้ี ตามทป่ี ราชญ์
ทา่ นด�ำเนินและรู้เห็นมา
อาการเหลา่ นม้ี นั เปน็ เรอื่ งของสมมตุ ิ เปน็ เรอื่ งของโลก เปน็ เรอื่ งธาตเุ รอ่ื งขนั ธ์ หรอื
เรอื่ งอายตนะ ขนั ธห์ า้ ขนั ธส์ ่ี อะไรเหลา่ นี้ มนั เปน็ อาการหนงึ่ อาการหนง่ึ ทแ่ี ยกออกไป
ตามสมมตุ ิ ปญั ญาเปน็ อาการหนงึ่ สตกิ เ็ ปน็ อาการอนั หนงึ่ เปน็ อาการของใจ แตเ่ ปน็
ธรรมเครอื่ งแกจ้ ติ ทมี่ วั หมอง ชะลา้ งสง่ิ ทมี่ วั หมองออกไป จนกระทง่ั เกดิ ความผอ่ งใส
ขึ้นมาภายในใจ เพราะอำ� นาจของปัญญาเปน็ ผชู้ ะลา้ ง เม่อื ผ่องใสแล้ว ล�ำดบั ตอ่ ไป
ก็บรสิ ทุ ธ์ิ
เหตใุ ดจงึ บรสิ ทุ ธ?ิ์ กเ็ พราะมลทนิ หลดุ ออกไปจากใจแลว้ ความสำ� คญั ผดิ ตา่ งๆ
ทเ่ี ปน็ เรอ่ื งของกเิ ลสมนั หมดไปจากใจ ใจกบ็ รสิ ทุ ธ์ิ ใจบรสิ ทุ ธนิ์ น้ั แล ชอ่ื วา่ “เรยี นเรอื่ ง
ของตวั จบ” “วสุ ติ ํ พรฺ หมฺ จรยิ ํ กตํ กรณยี ”ํ ตรงกบั ธรรมบทนว้ี า่ “เสรจ็ กจิ ในพระศาสนา
พรหมจรรยไ์ ดบ้ �ำเพ็ญจบแล้ว กจิ ทีจ่ ะท�ำให้ยง่ิ กวา่ นี้ไม่ม”ี
กจิ ทคี่ วรทำ� คอื ละ และการบำ� เพญ็ ไดท้ ำ� สำ� เรจ็ แลว้ กร็ ทู้ น่ี เ่ี อง เพราะความหลง
กอ็ ย่ทู ใ่ี จน้ี เราเรียนและปฏิบัติเพ่ือจะแกค้ วามหลงของเรานั่นเอง เมอ่ื รู้ทีน่ ่แี ละหมด
ความหลงแล้ว จะรู้อะไรไปอีก! เพราะใหร้ ู้ย่งิ กว่านีไ้ ปอกี ไม่ม!ี จะให้หลงอะไรไปอีก
ก็ไม่หลงแล้ว! น่นั ! เพราะรูร้ อบขอบชดิ แลว้
จติ ดวงนแี้ ลทก่ี ลา่ วเบอื้ งตน้ นนั้ วา่ “เปน็ ธรรมประเสรฐิ เปน็ ธรรมอศั จรรย”์ หมายถงึ
จติ ถงึ ธรรมดวงน้ีแล แต่เป็นส่งิ ทที่ ราบอยโู่ ดยลำ� พงั ตัวเอง เปน็ อยู่โดยเฉพาะตวั เอง
474
เท่าน้ัน อัศจรรย์ก็ทราบอยู่ภายในจิตตัวเอง ประเสริฐก็ทราบอยู่ภายในจิตตัวเอง
ไม่สามารถที่จะน�ำออกหรือคลี่คลายออกแสดงให้คนอื่นได้เห็นได้ชมเหมือนส่ิง
ตา่ งๆ ได้
ฉะนน้ั เพอ่ื ตอ้ งการอวด “อรยิ สมบตั ”ิ ของตวั กจ็ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ กำ� จดั สงิ่ สกปรก
โสมมท้ังหลายน้ันออกให้หมดเสีย สิ่งที่ประเสริฐดังที่กล่าวนี้ก็จะปรากฏข้ึนโดย
ธรรมชาตขิ องตัวเอง คอื เกดิ ขนึ้ ที่จิต ทา่ นเรียกว่า “เรยี นธรรมจบ และเรยี นโลกก็จบ
ตรงน”ี้
“โลก” กค็ อื โลกธาตุ โลกแหง่ ธาตแุ หง่ ขนั ธท์ ม่ี อี ยกู่ บั ตวั เราทกุ คนนแี้ ล สำ� คญั ยง่ิ กวา่
โลกแห่งธาตุขันธ์ของผู้อื่น เพราะโลกแห่งธาตุขันธ์น้ีอยู่กับเราและทับจิตใจเราอยู่
ตลอดมา
การเรยี นธรรมจนถงึ “วมิ ตุ ตธิ รรม” แลว้ กจ็ บเทา่ นนั้ เรยี น “โลก” กจ็ บ เรยี น “ธรรม”
กร็ อบหายสงสยั ไมม่ อี ะไรจะใหส้ งสยั ตอ่ ไปอกี ดงั พทุ ธอทุ านทา่ นแสดงไวว้ า่ เมอื่ ธรรม
ทัง้ หลายปรากฏแก่พราหมณผ์ ู้มเี พียรเพ่งอยู่ ความสงสยั ย่อมสนิ้ ไป เพราะสนิ้ ปัจจัย
เครอื่ งสบื ตอ่ ภพตอ่ ชาต”ิ เมอ่ื ถงึ ขน้ั นแ้ี ลว้ อยไู่ หนกอ็ ยเู่ ถอะ สงครามกร็ ะงบั ดบั หมดแลว้
คอื สงครามระหวา่ งจติ กบั กเิ ลส หรอื ระหวา่ งธรรมกบั กเิ ลสสน้ิ สดุ กนั ลงไปแลว้ ! รอ้ื ภพ
รอื้ ชาติ รอื้ กนั ทนี่ !ี่ รอ้ื กองทกุ ขใ์ นวฏั สงสาร รอ้ื ทใ่ี จนแี่ ล เพราะใจเปน็ นกั ทอ่ งเทย่ี วใน
วัฏสงสาร ตอ้ งร้อื กนั ทน่ี ี่ รกู้ นั ท่ีนี่ ร้แู ล้วกห็ มดปญั หากนั ทนี่ !่ี
โลกกวา้ งแสนกวา้ งกไ็ มม่ อี ะไรเปน็ ปญั หา ปญั หามเี ฉพาะเรอ่ื งของใจทห่ี ลงตวั เอง
และหลงสง่ิ ทง้ั หลายทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ตนเทา่ นนั้ เมอื่ แกต้ วั เองทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั สง่ิ ทงั้ หลายลง
โดยสน้ิ เชงิ ไมม่ อี ะไรเหลอื แลว้ กห็ มดปญั หากนั เทา่ นนั้ ! จากนน้ั กไ็ มม่ ปี ญั หาอะไรๆ ให้
ยงุ่ ใจอกี จนกระทง่ั วนั “นพิ พาน” นแี่ หละเรยี นธรรมจบ เรยี นอยา่ งนี้ เรยี นโลก คอื เรยี น
เรอ่ื งธาตุเร่ืองขนั ธจ์ บ ก็จบลงท่ีน่ี
ดังนัน้ จงพยายามท�ำต่อไป ใหเ้ หน็ ความอัศจรรย์ดังทก่ี ลา่ วแลว้ ในเบอ้ื งต้นนน้ั
ซง่ึ กล่าวตามความจริงแท้ ไมม่ ีแง่ท่ีนา่ สงสยั
475
พระพทุ ธเจา้ กด็ ี พระสงฆส์ าวกกด็ ี ทา่ นมธี รรมอยภู่ ายในพระทยั ภายในใจอยา่ ง
เตม็ เปย่ี ม เรากเ็ ปน็ ลกู ศษิ ยต์ ถาคตนี่ มจี ติ ดวงหนงึ่ ซง่ึ สามารถแสดงความอศั จรรยไ์ ด้
ดว้ ยการปฏบิ ตั ใิ หบ้ รสิ ทุ ธเ์ิ ชน่ เดยี วกบั พระพทุ ธเจา้ และพระสาวกทงั้ หลาย จงพยายาม
ทำ� ใหส้ งบ ผอ่ งใส เพราะใจเคยนอนจมปลกั มานาน พอเหน็ โทษและเกดิ ความเบอื่ หนา่ ย
ตอ่ ปลกั ไดแ้ ลว้ รบี ตน่ื ตวั สะดดุ ใจ และตะเกยี กตะกายออกจากมนั ใหจ้ งได้ พระนพิ พาน
แบมือรอรับอยู่แล้ว ไม่ออกไปกันหรือ?
ความพยศ กค็ อื ความฟงุ้ ซา่ นนน่ั เอง ความหายพยศ กค็ อื ความสงบ ถา้ สงบแลว้
กเ็ ปน็ สขุ ถา้ ไมส่ งบ ใจกร็ อ้ นเปน็ ฟนื เปน็ ไฟ อยทู่ ไ่ี หนกร็ อ้ นไปหมด สงบแลว้ อยทู่ ไี่ หน
กเ็ ย็น เย็นที่ใจน่ีแหละ
ฉะนน้ั จงทำ� ใหใ้ จเยน็ ดว้ ยการปฏบิ ตั ิ เพราะรอ้ นกค็ อื ใจ รอ้ นไฟเปน็ อยา่ งหนง่ึ
รอ้ นใจนรี้ อ้ นยง่ิ กวา่ ไฟ พยายามดบั ไฟกเิ ลสตณั หาอาสวะทเ่ี ปน็ อยภู่ ายในใจนี้ ใหเ้ หลอื
แตธ่ รรมชาติ “ธรรมแท้” แล้วก็เย็น ไมม่ ีกาล ไมม่ สี ถานท่!ี
จงึ ขอยตุ เิ พียงเท่านฯ้ี
476
ถงึ เมอื งอมิ่ พอ
การเรม่ิ ปฏบิ ตั ธิ รรม กเ็ ชน่ เดยี วกบั เราเรมิ่ เรยี นหนงั สอื เรยี นหนงั สอื ทแี รกเตม็ ไป
ดว้ ยความขเ้ี กยี จ พอ่ แมบ่ งั คบั บญั ชา รอ้ งหม่ รอ้ งไหไ้ มอ่ ยากเรยี น แตอ่ ยากสนกุ ถอื เปน็
ความชอบธรรมของเด็กมาก ไม่ว่าเดก็ ใดๆ ก็เหมอื นกันหมด ความเลน่ ความสนกุ นี้
เดก็ ชอบ แตผ่ ลทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ เพราะสงิ่ ทที่ ำ� นน้ั เดก็ ไมค่ ำ� นงึ ถงึ พอ่ แมบ่ อกใหไ้ ปโรงเรยี น
เดก็ ยงั ไมอ่ ยากไป ตอ้ งฝนื บางทหี นเี ถลไถลไปไหนกไ็ มร่ ู้ เพราะเดก็ ยงั ไมเ่ หน็ ผลของ
การเรียน อนาคตเดก็ ไมเ่ คยคาดคดิ เรือ่ งของตัวเปน็ อยา่ งไรทจ่ี ะเปน็ ไปในอนาคต
ผดิ ถกู ชวั่ ดี ประการใด เดก็ ๆ ไมเ่ คยคดิ และไมเ่ คยสนใจ เดก็ ไมส่ นใจยงิ่ ไปกวา่ การ
ชอบเลน่ สนกุ สนานไปตามเพอ่ื นฝงู ตามประสาเดก็ เทา่ นน้ั จนกวา่ จะเตบิ โตขนึ้ มาแลว้
คอ่ ยรู้ภาสภี าษาขน้ึ เรอ่ื ยๆ และเรม่ิ มองเห็นผลจากการศึกษาเล่าเรยี นขน้ึ มาบา้ ง
พอ่ แม่ ครู และใครๆ กอ็ บรมสง่ั สอนชเ้ี หตชุ ผ้ี ลทางความดี ความชว่ั ความเหลวไหล
ตลอดความมีหลกั ฐานม่นั คง และความรวู้ ิชาทจี่ ะไดเ้ ปน็ เนือ้ เปน็ หนังในอนาคต เมอ่ื
เตบิ โตขน้ึ มา เดก็ กค็ อ่ ยเขา้ ใจในเหตผุ ลนนั้ ๆ แลว้ กพ็ ยายามศกึ ษาเลา่ เรยี น และทำ� หนา้ ท่ี
การงานนน้ั ๆ ดว้ ยความสนใจบา้ ง จนกระทงั่ มาเปน็ ผใู้ หญก่ นั แลว้ จะใหเ้ ปน็ อยา่ งเดก็ นน้ั
ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุผลและความเข้าใจทุกด้านเก่ียวข้องกับตัว และความ
รบั ผดิ ชอบตวั เอง ตลอดครอบครวั ซงึ่ เมอื่ เปน็ ผใู้ หญแ่ ลว้ ตอ้ งมคี รอบครวั จะทำ� แบบ
เดก็ นนั้ ทำ� ไมไ่ ด้ จะไปจนตรอกจนมมุ เพราะความขเ้ี กยี จกไ็ มไ่ ด้ ตอ้ งทำ� เพราะเหตผุ ล
บงั คบั ใหท้ ำ� ผลของงานกเ็ กดิ ขนึ้ ตามลำ� ดบั ลำ� ดา และเปน็ เครอื่ งพยงุ จติ ใจใหม้ คี วาม
477
ขยันหม่ันเพียรในหน้าทีก่ ารงานข้ึนไปเป็นลำ� ดับ ยงั เกย่ี วกบั ยศถาบรรดาศกั ดิ์เขา้ อีก
ความมีแก่ใจก็เพม่ิ ขนึ้ ไปเรื่อยๆ
การปฏบิ ตั ธิ รรมกเ็ ปน็ เชน่ นน้ั ไมเ่ ปน็ อยา่ งอน่ื มนี อ้ ยนกั ทจี่ ะเกดิ ความสนใจขนึ้ มา
ตงั้ แตเ่ ปน็ เดก็ ในการปฏบิ ตั เิ บอ้ื งตน้ แมจ้ ะมคี วามเชอื่ ความเลอ่ื มใสในศาสนาอยกู่ ต็ าม
แต่การปฏิบตั กิ ็รูส้ ึกวา่ เปน็ ความฝา่ ฝืนภายในใจอยนู่ นั่ แล หากมีเหตุมผี ลพอถูไถกัน
ไปได้ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามเรอ่ื งจติ นน้ั แมจ้ ะมเี หตผุ ลเปน็ เครอื่ งบงั คบั อยู่ มนั กย็ งั เถลไถล
เชน่ เดยี วกบั เดก็ นนั่ แล เพราะยงั ไมเ่ หน็ เหตเุ หน็ ผลในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ซงึ่ ประจกั ษ์
กบั ใจใหเ้ กดิ ความสนใจขนึ้ มา ตอนนเี้ ราตอ้ งบงั คบั ไมว่ า่ แตฆ่ ราวาสญาตโิ ยม แมแ้ ต่
พระผปู้ ฏบิ ตั กิ ย็ งั ตอ้ งบงั คบั กนั เพราะเหตนุ ศ้ี าสนาทา่ นไมบ่ งั คบั ใครกจ็ รงิ คอื ทา่ นไม่
บงั คบั ใหค้ นมารบั นบั ถอื เพราะศาสนาเปน็ สมบตั กิ ลาง เชน่ เดยี วกบั วตั ถสุ ง่ิ ของเงนิ ทอง
ไมไ่ ดบ้ งั คบั ผใู้ ด แลว้ แตผ่ นู้ นั้ จะมคี วามสนใจตอ้ งการสง่ิ ใด กต็ อ้ งเสาะแสวงในสงิ่ นนั้
เชน่ เราตอ้ งการเงนิ เรากต็ อ้ งทำ� งาน มงี านกม็ เี งนิ เปน็ ตน้ เงนิ ไมม่ าบงั คบั เรา งานไมม่ า
บงั คบั เรา แต่เวลาเราไปทำ� งานก็เป็นเครอ่ื งบังคับตวั เองไปในตัว
การถือศาสนา ศาสนาวางไวเ้ ปน็ กลางๆ ไมบ่ ังคับใครให้นับถอื ศาสนา เมื่อเรา
นบั ถอื แลว้ เราจะนบั ถอื อยา่ งไรจงึ จะเปน็ ไปตามแนวทางทศ่ี าสนาทา่ นสอนไว้ ทนี จ้ี ติ ใจ
ของเราตามธรรมดากไ็ มไ่ ดเ้ ปน็ ไปอยา่ งนนั้ แลว้ ทำ� อยา่ งไรจงึ จะเปน็ ไปตามหลกั ศาสนา
ทีท่ ่านสอนไวท้ ีน่ ี่ เราตอ้ งบงั คบั เรา นน่ั ! ความจ�ำเป็นจงึ อย่ตู รงนี้
นแ่ี หละเมอื่ นบั ถอื ศาสนาแลว้ กต็ อ้ งบงั คบั เราใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั ศาสนา เปน็ คนละ
เรอื่ งกบั ศาสนาทเี่ ปน็ ของกลาง ยงั ไมเ่ ปน็ ของผใู้ ด แตเ่ มอ่ื เรายอมรบั นบั ถอื แลว้ กเ็ ปน็
สมบตั ขิ องเรา เราตอ้ งปฏบิ ตั ติ วั เรา บงั คบั ตวั เราใหเ้ ขา้ กนั ไดก้ บั หลกั ศาสนา ไมเ่ ชน่ นนั้
ความบกพรอ่ งกม็ าตกอยกู่ บั เราเอง
น้แี ลในการปฏิบตั ิเพ่ือมรรคเพอ่ื ผล เพื่อความรม่ เยน็ เปน็ สุขภายในจติ ใจ เพอ่ื
ความเฉลยี วฉลาด ตลอดถงึ การถอดถอนกเิ ลสไปโดยลำ� ดบั ดงั ทเ่ี ราคาดไวค้ อื วมิ ตุ ติ
พระนพิ พาน เปน็ ตน้ นเ้ี ปน็ เครอ่ื งยดึ เหนยี่ วจติ ใจเราทจี่ ะใหเ้ กดิ ความอตุ สา่ หพ์ ยายาม
478
ตะเกยี กตะกาย แมจ้ ะลำ� บากลำ� บนเพยี งใดกต็ าม เขม็ ทศิ ทางเดนิ เราตง้ั ไวแ้ ลว้ อยา่ งนนั้
ต้องตะเกียกตะกายไปจนได้ ทง้ั ท่ีกิเลสมันไม่ยอมให้ไป แต่เราผู้หวงั พ้นทกุ ขจ์ ำ� ตอ้ ง
ฝืนกเิ ลสไป
ค�ำวา่ “จะไปพระนิพพาน” อย่างนี้ กเิ ลสมนั โอ้โห ขดั ข้องกดี ขวางมากทเี ดยี ว
ถา้ เปน็ ธรรมดาแลว้ มนั ฆา่ เราพนิ าศฉบิ หายไปในขณะทคี่ ดิ จะไปนพิ พานนนั่ แล เพราะ
มนั ไมย่ อมใหไ้ ปงา่ ยๆ นี่ กเิ ลสมนั เปน็ นามธรรม และอยภู่ ายในจติ ใจ มนั ทำ� การกดี ขวาง
อยู่ภายในใจ เช่น เราวา่ จะบ�ำเพ็ญคณุ งามความดยี งั ง้ี มนั เปน็ ตอ้ งหาเร่ืองหาราวมา
ท�ำการกีดขวางให้เปน็ อุปสรรคนน้ั อปุ สรรคนี้ จนตอ้ งตกอยู่ในเง้ือมมือของมนั กม็ ีใน
บางครง้ั จนกระทง่ั เราผา่ นไปไดด้ ว้ ยเหตผุ ลและความฝา่ ฝนื ของเราจรงิ ๆ มนั ถงึ จะยอม
ใหเ้ ราไปดว้ ยทง้ั ความเคยี ดแคน้ ความผกู อาฆาตเรา ไมย่ อมปลอ่ ยมอื เอางา่ ยๆ บางครงั้
ยงั ตอ้ งลม้ ไปตามมนั กย็ งั มี ทงั้ ทเี่ ราเปน็ นกั บวชซง่ึ เปน็ นกั รบกบั มนั อยแู่ ลว้ ยงั แพม้ นั ได้
มนั เปน็ ของเลน่ เมือ่ ไรกิเลสนีน่ ่ะ
เฉพาะอย่างย่ิงการปฏิบัติธรรมคือการภาวนา ต้องใช้ความอุตสาหะพยายาม
ลม้ ลกุ คลกุ คลาน กจ็ งพยายามตะเกยี กตะกายไปจนได้ อยา่ เชอ่ื มนั เปน็ เดด็ ขาด ไมง่ น้ั
ตอ้ งตายในเงอื้ มมอื มนั จนได้ ไปไมร่ อด เพราะคาถากลอ่ มมนั เกง่ มาก ยากจะฝนื ไปได้
เอา้ วนั นจี้ ติ มนั ดอื้ เอา้ ดอื้ ไป เราตงั้ ใจจะฝกึ ทรมานจติ ตวั ดอ้ื นน้ั เอง ปญั ญาของเรา
ตอ้ งใชใ้ นเวลาเชน่ นี้ ไมด่ อื้ ไมท่ รมาน แมแ้ ตส่ ตั วห์ รอื บคุ คลใดๆ กต็ าม เชน่ เดก็ ไมด่ อื้
ไปดุด่าวา่ กล่าวเขาท�ำไม คนในวงงานของเรา คนในครอบครัวของเราไมท่ ำ� ผิด ดดุ ่า
วา่ กล่าวเขาท�ำไม ทนี ี้จติ ทดี่ อี ย่แู ลว้ จะไปทรมานกนั ท�ำไม
เวลาจติ ของเราไมด่ ี นแ่ี หละเปน็ เหตทุ เ่ี ราตอ้ งทรมาน เปน็ เหตทุ ต่ี อ้ งบงั คบั เปน็ เหตุ
ทตี่ อ้ งปราบปรามกนั ใหเ้ ตม็ ทเี่ ตม็ ฐาน ถงึ เหตถุ งึ ผล เตม็ สตกิ ำ� ลงั ความสามารถ อบุ าย
สตปิ ญั ญากข็ นึ้ ชอ่ งนี้ ถงึ จะลำ� บากขนาดไหน กไ็ มห่ ลบหนา้ เพราะทราบแลว้ วา่ จติ ของ
เราพยศ จติ ของเราดอื้ ดา้ น จะทำ� อยา่ งไรจติ เราจงึ จะสงบตวั ลงได้ เรากท็ ราบเหตผุ ลใน
เรอ่ื งนอี้ ยแู่ ลว้ ฉะนนั้ ตอ้ งฝกึ ตอ้ งทรมาน ตอ้ งบงั คบั บญั ชาเอากนั เตม็ เหนยี่ วทเี ดยี ว
479
เมอ่ื จติ ผาดโผนดว้ ยอำ� นาจของกเิ ลส เรากผ็ าดโผนดว้ ยอำ� นาจของธรรม คอื สติ ปญั ญา
ศรทั ธา ความเพยี ร ไมล่ ดละปลอ่ ยวาง สกู้ นั จนชนะไปเปน็ พกั ๆ ไมย่ อมทอ้ ถอยใหก้ เิ ลส
หวั เราะเยย้ หยนั ไดเ้ ปน็ อนั ขาด จะขายหนา้ ตวั เองใหก้ เิ ลสยำ่� ยี ความชนะเปน็ พกั ๆ นนั้ แล
คอื การแสดงผลงานใหป้ รากฏขน้ึ มาอย่างประจกั ษ์ คือจติ หมอบลงไป จิตสงบลงไป
ดว้ ยอำ� นาจแหง่ อบุ ายของการปราบปราม คอื ทรมานจติ ใจ นเี่ ปน็ สกั ขพี ยานขน้ึ มาเปน็
ระยะๆ เพราะความชนะเปน็ พกั ๆ ไป ผลกป็ รากฏขน้ึ มาเปน็ ระยะเชน่ เดยี วกนั นแ้ี ลเปน็
เหตใุ หเ้ รามคี วามอตุ สา่ หพ์ ยายาม ไมท่ อ้ ถอย ความยากลำ� บากไมไ่ ดย้ ากเฉยๆ ไมไ่ ด้
ลำ� บากเฉยๆ ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ มาจากความลำ� บากเพราะการฝกึ หดั ทรมาน การฝนื ใจของตน
ซงึ่ เตม็ ไปดว้ ยกเิ ลสนน้ั มนั แสดงขน้ึ มาใหเ้ ราเหน็ อยา่ งชดั ๆ วา่ เปน็ ผลดี เปน็ ผลดเี รอื่ ยๆ
จติ แมจ้ ะผาดโผนขนาดไหนกต็ าม สเู้ ราไปไมไ่ ด้ เพราะเรามเี ครอ่ื งมอื ไดแ้ กธ่ รรมของ
พระพทุ ธเจา้ คอื “ขนั ต”ิ เอามาใช้ “วริ ยิ ะ” เอามาสนบั สนนุ “สตปิ ญั ญา” ไมล่ ดละ เพราะ
เป็นเครื่องมอื ที่ติดแนบอยู่กบั ตัวเรา ฟาดฟนั ลงไป! กิเลสจะหาอุบายแสดงกลมารยา
ออกมาดว้ ยวธิ ใี ด สติ ปญั ญา เปน็ เครอื่ งปราบกเิ ลสตอ้ งนำ� มาปราบจนได้ ปราบกเิ ลส
ไม่ได้ เราก็แพ้และขายหน้าไปจนวนั ตายและตลอดกปั กลั ป์ไมม่ สี ิน้ สดุ ยุติได้เลย
คนแพอ้ ยทู่ ไ่ี หนจะสบายไดห้ รอื แมแ้ ตเ่ ลน่ กฬี าแพ้ เขายงั ไมส่ บายเลย ยง่ิ แชมเปย้ี น
ถา้ แพบ้ นเวทดี ว้ ยแลว้ ลอื ลนั่ ทว่ั โลก กเ็ ราเวลานก้ี ำ� ลงั กา้ วขน้ึ เวทตี อ่ สกู้ บั กเิ ลสอยแู่ ลว้
การแพก้ เิ ลสเปน็ ของดแี ลว้ หรอื นเ่ี ปน็ อบุ ายวธิ ที จี่ ะนำ� สตปิ ญั ญามาตอ่ สกู้ บั กเิ ลสไปจน
มชี ยั ชนะ การแพไ้ มใ่ ชข่ องดี นอกจากความชนะหรอื ตายในสนามรบเทา่ นนั้ พระพทุ ธเจา้
ชนะกเิ ลสทงั้ มวลดว้ ยพระปรชี าสามารถ จงึ ไดเ้ ปน็ พระศาสดาของโลก สาวกทา่ นชนะ
กเิ ลสทงั้ ปวงดว้ ยความเพยี ร จงึ ไดเ้ ปน็ “สรณะ” ของพวกเรา ธรรมจงึ ปรากฏขน้ึ ในโลกได้
เพราะความชนะของทา่ น สว่ นธรรมทจ่ี ะปรากฏในจติ เราเพราะความแพน้ น้ั ดอี ยเู่ หรอ?
นั่นขัดกันกับศาสนธรรมที่ท่านประกาศสอนไว้และอุบายวิธีท่ีพระพุทธเจ้าทรงพา
ด�ำเนินมา มนั ขัดกนั ถา้ เราแพ้
เราตอ้ งนำ� มาคลคี่ ลาย แยกแยะ เทยี บเคยี งเหตผุ ล ดว้ ยอบุ ายตา่ งๆ เพอ่ื ใหท้ นั กบั
กลมารยาของกเิ ลสซง่ึ มคี วามแหลมคม กดขบี่ งั คบั จติ ใจเรามานาน เราตอ้ งใชอ้ บุ ายวธิ นี ้ี
480
เอาอะไรเปน็ “มชั ฌมิ า” คอื เครอื่ งมอื ปราบปราม กเิ ลสมนี ำ�้ หนกั ขนาดไหน มกี ำ� ลงั มาก
ขนาดไหน เราตอ้ งให้ สติ ปญั ญา ศรทั ธา ความเพยี ร ความอตุ สา่ หพ์ ยายาม กำ� ลงั วงั ชา
ทุกด้านทุ่มกันลงไป จนกระท่ังกิเลสหมอบราบน่ันแหละ “มัชฌิมา” ส�ำหรับกิเลส
ประเภทนนั้ จงึ เหมาะสม สมกนั นแ่ี หละ “มชั ฌมิ า” ของพระพทุ ธเจา้ และสาวกทา่ นพา
ดำ� เนนิ มาอยา่ งน้ี กเิ ลสดอื้ ดา้ นผลาญหวั ใจ มชั ฌมิ าตอ้ งหนกั มอื ไมย่ บั ยงั้ และฟาดฟนั
กเิ ลสตวั ลอื นามด้วยมัชฌมิ าท่ีทันสมยั กับกเิ ลสประเภทน้ี
แมแ้ ตเ่ ขาสรา้ งบา้ นสรา้ งเรอื น เขายงั มเี ครอ่ื งมอื มากมายกา่ ยกองเปน็ ลำ� รถ เราทำ� ไม
จะมเี ครอื่ งมอื เพยี งอนั หนง่ึ อนั เดยี วเพอ่ื ปราบกเิ ลสในดวงใจ กเิ ลสมกี ป่ี ระเภทมกี ชี่ นดิ
ไมใ่ ชม่ นั จะนอนหมอบราบใหเ้ ราตมี นั ฟนั มนั ฆา่ มนั ตายระเนระนาดอยา่ งงา่ ยดาย ดไี มด่ ี
มันอาจฟันเราแหลกเสียก่อนแล้ว ก่อนท่ีเราก้าวเข้าไปยังไม่ถึงเขตแดนของมันเลย
มนั ออกมาดกั ฆา่ เราอยปู่ ากทางกอ่ นแลว้ และหลอกเราใหต้ ปี า่ ตพี งไปเสยี มนั เองนอน
หวั เราะเรา ซงึ่ กำ� ลงั หลงตเี งาของกเิ ลสนน่ั แล เรอื่ งของกเิ ลสแหลมคมแคไ่ หน เพราะฉะนนั้
เราจะท�ำอยา่ งงา่ ยๆ ทำ� อย่างสบายๆ แบบ “มัชฌิมา” ของกิเลส น้นั ไม่ได้
สว่ นมากนกั ปฏบิ ตั เิ ราถกู กเิ ลสหลอกยนื่ “มชั ฌมิ า” ของมนั มาใหต้ โี พยตพี ายแบบ
ลมๆ แลง้ ๆ ไปโดยไมร่ สู้ กึ ตวั วา่ ถกู หลอก ผลทป่ี รากฏจงึ มแี ต่ “เราเดนิ สายกลางนเ่ี ถอะ
เครง่ นกั มกั ขาด” สว่ น “มชั ฌมิ า” ของกเิ ลส คอื ความขเ้ี กยี จออ่ นแอหารไู้ ม่ นน่ั หรอื เครอื่ ง
ฆ่ากิเลส
“มัชฌิมา” ของกเิ ลสคือความออ่ นแอ ความยอมตามมนั ความจำ� นนตอ่ มนั อยู่
ตลอดเวลา นั่นคือ “มชั ฌมิ า” ของกิเลส มนั ชอบทส่ี ุด แต่ “มชั ฌิมา” ของธรรมแลว้
กเิ ลสจะหมอบราบไปดว้ ยวธิ ใี ด นำ� เอาวธิ นี น้ั มาใช้ เปน็ กต็ าม ตายกต็ าม โลกนม้ี ปี า่ ชา้
อยู่ทุกรา่ ง เขาก็ตาย เราก็ตาย สู้กเิ ลสจนตายบนเวทไี ม่มถี อย การตายไม่มีเกยี รติ
คือตายดว้ ยความอ่อนแอ ตายดว้ ยความท้อแท้ เพราะถูกหลอกจากกเิ ลส ไม่เกิดผล
เกดิ ประโยชนอ์ ะไรเลย ตายดว้ ยความอบั อายขายหนา้ ใหก้ เิ ลสหวั เราะเปลา่ ๆ ตอ้ งตาย
ดว้ ยความมีชยั ชนะ ตายดว้ ยความกลา้ หาญ ตายดว้ ยความเปน็ นกั รบอยา่ งเต็มตัว
481
การตอ่ สูต้ ามหลักพุทธศาสนาที่สอนไวน้ ้ัน สมกับนามวา่ “พทุ ฺธํ สรณํ คจฺฉาม”ิ
เรานอ้ มเอาพระพทุ ธเจา้ เขา้ มาเปน็ ธงชยั ปราบปรามกเิ ลส จนไดช้ ยั ชนะขนึ้ มาเปน็ พกั ๆ
ดว้ ยมชั ฌมิ าเปน็ ขน้ั ๆ กเิ ลสผาดโผน มชั ฌมิ าธรรมกผ็ าดโผน สแู้ บบใหถ้ งึ ไหนถงึ กนั
กิเลสละเอียดลงไป มัชฌิมาก็ละเอียดตาม กิเลสละเอียดและแหลมคมขนาดไหน
“มชั ฌมิ า” ซงึ่ ไดแ้ กส่ ตปิ ญั ญากล็ ะเอยี ดแหลมคมขนาดนน้ั หรอื ยงิ่ กวา่ นนั้ ฟาดฟนั กนั
ลงไปไม่หยุดหย่อน และตามตอ้ นให้ทันกันเปน็ ลำ� ดับๆ ไม่ยอมอบั จน เอาใหก้ เิ ลส
ทุกประเภทพินาศไปหมดไม่มีเหลือเลย นนั่ แลชือ่ ว่า มัชฌมิ าตามหลักธรรมทศ่ี าสดา
ผู้จอมปราชญป์ ระทานไวอ้ ย่างพรอ้ มมูล ไม่อบั จน
นแี่ หละ ระยะทเ่ี ราฝกึ อบรมตอ้ งมคี วามยากลำ� บากลำ� บนทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง เพราะ
กเิ ลสมมี าก จงึ มแี ตเ่ รอ่ื งเลห่ เ์ หลยี่ มแหลมคม ยว่ั อยา่ งนน้ั ยวั่ อยา่ งนี้ หลอกลวงอยา่ งนี้
อยเู่ รอื่ ยภายในใจ ไมใ่ หเ้ ราประกอบความพากความเพยี รตง้ั เนอ้ื ตงั้ ตวั ไดเ้ ลย มนั ทำ� ให้
เอนไปทางนัน้ เอียงไปทางน้ี อยู่อย่างนั้นแล ถ้าอบุ ายของมัชฌิมาไม่ทนั มนั ต้องถกู
มนั หามลงคลองไม่รตู้ ัว โดยสำ� คญั ว่าตนปฏบิ ัติด้วยมชั ฌิมาอันเป็นทางสายกลางอยู่
นน่ั เถอะ
จงทราบวา่ สงิ่ ใดทเี่ ปน็ ภยั ตอ่ ความดี นน้ั คอื กเิ ลสทงั้ หมด เราอยา่ เขา้ ใจวา่ กเิ ลส
ตง้ั ปอ้ มอยทู่ ไ่ี หน กต็ งั้ ปอ้ มอยทู่ หี่ วั ใจนนั่ แล เฉพาะอยา่ งยง่ิ ขณะทจี่ ะทำ� ความดนี น้ั แหละ
กเิ ลสนน้ั นอนหลบั อยกู่ ต็ าม มนั จะพลกิ ตวั ตน่ื ขน้ึ ทนั ทโี ดยไมต่ อ้ งไปปลกุ มนั พอคดิ วา่
เราจะสรา้ งคณุ งามความดเี ทา่ นน้ั แหละ กเิ ลสมนั ตง้ั ทา่ สเู้ ราแลว้ แลว้ ปราบเราอยหู่ มดั ดว้ ย
เชน่ วา่ จะไปทำ� บญุ ทำ� ทาน ไปรกั ษาศลี ภาวนา มนั จะตอ้ งหาอบุ ายขนึ้ มาอยา่ งเหมาะๆ
เดยี๋ วงานอยา่ งนน้ั ยงุ่ อยา่ งน้ี ไมไ่ ดน้ ะ เดย๋ี วงานอยา่ งนี้ ยงุ่ อยา่ งนน้ั ไมไ่ ดน้ ะ จะลำ� บาก
ลำ� บน อดขา้ วคำ่� ข้าวเยน็ รักษาศลี ท�ำใหไ้ ม่สะดวก จะไม่สบาย เสยี สขุ ภาพ อายุส้ัน
เดย๋ี วตาย ยงุ่ ไปหมด นน่ั มนั หลอกเรา กอ่ นทเี่ รายงั ไมไ่ ดเ้ หน็ ผลกต็ อ้ งยอมมนั แหละ
เพราะเราเคยเชอ่ื มนั มานานแลว้ จนฝงั ใจ ไมค่ ดิ นกึ บา้ งเลยวา่ มนั เปน็ กเิ ลสจอมตม้ ตนุ๋
ทั้งเป็นมาแตก่ าลไหน จึงเชอ่ื เอาๆ ไม่มที างฟน้ื ตัวไดต้ ลอดไป
482
ทนี ้ีพอเราจะเปน็ “นักสู”้ เชน่ ภาวนาต่อสู้กบั สญั ญาอารมณท์ เ่ี กดิ ขึ้นภายในใจ
มันตอ้ งกอ่ กวนให้เราวนุ่ วายอยตู่ ลอดเวลาก่อนท่ีจะเกดิ ความสงบข้ึนมา เมือ่ เราชนะ
มนั ได้ ผลกค็ อื ความเยน็ ใจ ซงึ่ ออกมาจากความสงบแลว้ ปรากฏความมคี ณุ คา่ ขน้ึ มา
ภายในตนทงั้ ๆ ทไี่ มเ่ คยคดิ วา่ จติ ใจเรา ตวั เรา จะมคี ณุ คา่ มแี ตค่ วามรมุ่ รอ้ น หาแตท่ เี่ กาะ
หาแตท่ อี่ าศยั ซงึ่ สว่ นมากกเ็ ปน็ ยาพษิ ของกเิ ลสนน่ั แล จงึ ขอเรยี นอยา่ งเตม็ ใจเตม็ ปาก
ทเี่ คยตอ่ สกู้ บั กเิ ลสประเภทตา่ งๆ มาตามความสตั ยค์ วามจรงิ ไมไ่ ดอ้ วดเกง่ นไี่ ดเ้ คย
สละชพี เพอ่ื ฆา่ กเิ ลสและเพอื่ ชยั ชนะโดยทางมชั ฌมิ าแบบรอดตายมาจนจำ� เจแลว้ จงึ ได้
น�ำอุบายท่ีเห็นผลแล้วน้ีมาเรียนให้ท่านผู้หนักในมัชฌิมาที่ด�ำเนินตามทางสายกลาง
อา่ นบา้ ง เพราะเราไมท่ ราบวา่ ทางสายกลางนนั้ กลางขนาดไหนกันแน่ หรอื กลางแบบ
เอากบไปไสไมท้ ง้ั ตน้ กไ็ มอ่ าจทราบได้ เรายงั โงอ่ ยมู่ าก จงึ อยากทราบมชั ฌมิ าทส่ี ว่ นมาก
ใชก้ นั มาน้ัน ใช้แบบไหนกันบา้ ง
เขาสร้างตึกรามบ้านช่อง ปรากฏว่าเครื่องมือสำ� หรับสร้างมีเป็นล�ำรถ แต่การ
สร้างจิต ช�ำระจิต ให้ถึงข้ันสมบูรณ์ จะควรมีเครื่องมือที่เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา
อันเป็นทางสายกลางเพียงอย่างเดยี วเทา่ นัน้ หรือ อาจจะมแี ขนงแห่งมัชฌิมาประเภท
ตา่ งๆ บา้ งหรอื ไม่ พอเหมาะสมกบั การสรา้ งหรอื การชำ� ระจติ ดวงโสมมดว้ ยกเิ ลสชนดิ
ตา่ งๆ ใหถ้ งึ ขัน้ สมบูรณเ์ ตม็ ภมู ิ
คำ� วา่ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ ตนเปน็ ทพี่ งึ่ ของตน” นนั้ จงปราบมนั ลงไปดว้ ย
กำ� ลงั ความสามารถของตวั เอง แตม่ กั จะไมส่ นใจ มแี ตพ่ ง่ึ ผอู้ นื่ พง่ึ อะไรกไ็ มท่ ราบ พงึ่ เดอื น
พงึ่ ปี พงึ่ วนั พงึ่ เวลำ่� เวลา พง่ึ สมบตั พิ สั ถาน พงึ่ พพี่ ง่ึ นอ้ ง พง่ึ ญาตพิ ง่ึ วงศ์ พงึ่ พอ่ พง่ึ แม่
พึง่ ลูกพึง่ หลาน คดิ พง่ึ ไปหมด ท่ีจะพยายามพงึ่ ตนเองนัน้ ไม่คิด เวลาใจไม่มีหลกั ยดึ
ยอ่ มเปน็ ทำ� นองนดี้ ว้ ยกนั จะหวนเขา้ มาพง่ึ ธรรมอนั เปน็ ทพ่ี ง่ึ อนั เกษมของใจนนั้ ไมค่ อ่ ย
สนใจคดิ กนั จงึ มกั จะปราศจากทพ่ี ง่ึ อนั นา่ เสยี ดายไปตามๆ กนั แตเ่ วลาไดส้ รา้ งความ
สงบขน้ึ มาภายในใจเปน็ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ” ขนึ้ มาแลว้ ตอ้ งอทุ านวา่ “ออ๋ ! นแ้ี ล
เป็นท่ีพงึ่ มคี วามสงบเย็นสบาย หายว้าเหว่ ท่ีจะไปพ่ึงโน้นพ่งึ น้ี! เมอ่ื ไดห้ ลกั ขนึ้ มา
ภายในใจแลว้ นแี้ ลเรยี กวา่ “อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ” เรมิ่ ปรากฏขนึ้ มาแลว้ จากความเพยี ร
483
จากระยะนน้ั ไป ความอตุ สา่ หพ์ ยายามนน้ั มาเอง มาเรอ่ื ยๆ เพราะเหน็ ผล มตี น้ ทนุ อยแู่ ลว้
จะคา้ ขายอะไรกพ็ อเปน็ ไปเพราะมตี น้ ทนุ จะประกอบความพากเพยี รหนกั เบาแคไ่ หน
ต้นทุน คือความสงบเย็นใจที่เห็นประจักษ์อยู่แล้วน้ีพาให้ดูดดื่มทางความเพียร
ไม่เกยี จครา้ น อ่อนแอ กระดูกจะหลดุ จากกนั เหมอื นแต่ก่อน
ใจมคี วามสงบมากเทา่ ใด กย็ งิ่ เหน็ ความแปลกประหลาดและอศั จรรยเ์ ปน็ หลกั
เปน็ เกณฑ์ เหน็ ทพ่ี งึ่ ของใจโดยลำ� ดบั ๆ และแนน่ หนามน่ั คงยงิ่ ขน้ึ ทนี คี้ วามเพยี รตอ้ งเรม่ิ
ตอ้ งเรง่ เพราะรหู้ นา้ ทกี่ ารงานของตน ทำ� กจิ การงานใดอยกู่ ต็ าม พอถงึ เวลาทจ่ี ะบำ� เพญ็
กป็ ลอ่ ยวางและเอาจรงิ เอาจงั การงานภายนอกนน้ั นะ่ ปลอ่ ยทนั ทเี ลย ทำ� ไมจงึ ปลอ่ ย?
แตก่ อ่ นทำ� ไมวา่ มนั ยงุ่ ๆ แลว้ ทำ� ไมมนั ปลอ่ ยได้ คนๆ นนั้ แทๆ้ เวลำ่� เวลากเ็ ปน็ เวลาอนั เกา่
มดื แจง้ อนั เกา่ ทำ� ไมเวลานมี้ นั ปลอ่ ยได้ แตก่ อ่ นๆ ทำ� ไมมนั ปลอ่ ยไมไ่ ด้ เปน็ เพราะเหตใุ ด
กเ็ พราะกเิ ลสผกู มดั ไวน้ น่ั แหละ กเิ ลสสรา้ งขวากสรา้ งหนามไวใ้ หเ้ หยยี บใหต้ ำ� เทา้ เดนิ ไป
ไม่ได้ ใหน้ ง่ั คราง นอนคราง อยู่อย่างน้ันแหละ จะวา่ ยังไง
ทนี พี้ อถอดถอนเสยี้ นหนาม คอื กเิ ลสอนั เปน็ ตวั อปุ สรรคนน้ั ออกแลว้ กก็ า้ วไปได้
กา้ วไปได้ กา้ วไปได้ ทำ� ได้ ถงึ เวลำ่� เวลาแลว้ ใครจะมาหา้ มหรอื มาขดั ขวางไมไ่ ด้ เพราะ
คิดถึงเวลาจะตาย ใครจะมาห้ามได้ มันยังตายไดค้ นเรา หากไมม่ เี วลาว่างเลย ท�ำไม
เวลาตายมนั จงึ วา่ งได?้ เวลาจะทำ� ความพากเพยี ร ทำ� ไมมนั จงึ ไมว่ า่ ง นคี่ อื อบุ ายวธิ แี ก้
เจา้ ของใหว้ า่ ง ตอนนแ้ี หละเหมาะสมอยา่ งยง่ิ ตายแลว้ มนั ไมว่ า่ งหรอก ไมว่ า่ งอยา่ งไร
กไ็ ม่ว่างทจ่ี ะทำ� ความเพียรน่ันเอง เวลานี้เป็นเวลาที่ว่างท่ีสดุ ตอนยังมีชวี ติ อยนู่ ี่ คอื
ตอนวา่ งอย่างเห็นไดช้ ดั การแก้อยา่ งน้ี เรยี กว่า “อบุ ายปญั ญา” เครือ่ งปราบกิเลส
กเิ ลสทม่ี ากอ่ กวนทมี่ าทำ� การกดี ขวาง แกด้ ว้ ยวธิ นี ้ี ผลกป็ รากฏขนึ้ มาใหเ้ ยน็ ใจ สบาย
เพยี งสมาธเิ ทา่ นน้ั กเ็ หน็ คณุ คา่ ของใจ และเหน็ คณุ คา่ ของศาสนา เหน็ คณุ คา่ แหง่ ความ
พากเพียรของตน เป็นล�ำดบั ล�ำดาอย่แู ล้ว
เอา้ พจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา เมอ่ื สำ� เรจ็ ขนั้ สมาธเิ ปน็ ทนุ แลว้ เอาปญั ญาออกใช้
พจิ ารณาท่ัวโลกทั่วสงสารนี้เปน็ ไร มนั ล้วนแตก่ อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เตม็ โลก
จะเอาปลายเขม็ จรดลงไมไ่ ดท้ จ่ี ะไมถ่ กู กอง อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา เหลา่ นี้ จติ ไปหลง
484
ยดึ อะไร สตปิ ญั ญาตามฟาดฟนั ใหข้ าดสะบนั้ ลงไป อยา่ ใหม้ นั มาหลอกได้ โลกนม้ี อี ะไร?
คำ� วา่ “อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา” นต้ี อ้ งไดเ้ ทศนท์ กุ วนั เพราะโลกนเ้ี ตม็ ไปดว้ ย อนจิ จงั
ทุกขงั อนตั ตา ในใจของเราก็เช่นน้นั ทกุ ขณะจติ ทแี่ สดงออกลว้ นแล้วแตเ่ ร่ืองของ
“ไตรลกั ษณ”์ ธาตขุ นั ธล์ ว้ นแลว้ แต่ “ไตรลกั ษณ์” พิจารณาให้เห็นความจรงิ ทม่ี ีอยู่
เป็นอยู่
โลกนที้ า่ นวา่ กวา้ งแสนกวา้ ง กวา้ งอะไรบา้ ง พจิ ารณาดซู ิ มนั กวา้ งทไ่ี หนกนั เราไป
เกย่ี วขอ้ งไปยงุ่ อะไรกบั มนั มนั ถงึ กวา้ ง มนั กวา้ งอยทู่ ี่ “จติ ใจตวั คะนอง” ไปเทยี่ ววนุ่ วาย
ต่างหาก ใจนค้ี ือตัวยุ่ง ตวั วนุ่ วาย ตัวเท่ียวกว้านโนน้ กวา้ นน้ี ไมอ่ ยเู่ ป็นสุขยง่ิ กวา่ ลิง
เทย่ี วเอาไฟจากสง่ิ ตา่ งๆ ในทต่ี า่ งๆ เขา้ มาเผาตนเอง มนั กก็ วา้ งละซี นอกจากกวา้ งแลว้
ยงั ร้อนอีกด้วย
บทเวลามนั แคบกแ็ คบอยทู่ ใ่ี จ เกดิ ความทกุ ขข์ น้ึ มามากๆ แลว้ โลกกวา้ งแสนกวา้ ง
แตใ่ จตวั เกง่ กลบั ไมม่ ที อี่ ยเู่ ลย เปน็ ไฟไปหมด นท่ี เ่ี ราวา่ โลกกวา้ ง มนั ไมไ่ ดก้ วา้ ง มนั มา
คบั แคบอยทู่ จ่ี ติ ใจ ปดิ ตนั ทจี่ ติ ใจ รอ้ นอยทู่ จ่ี ติ ใจ เพราะฉะนนั้ จงสรา้ งความกวา้ งขวาง
ใหเ้ กิดขนึ้ ภายในจติ ใจดว้ ยการพินจิ พิจารณาโดยทางปญั ญา
พิจารณาไปตรงไหน? ดซู ี รปู ชนิดใด ตน้ ไม้ ภเู ขา ตึกรามบ้านชอ่ ง ก่ีชน้ั กห่ี อ
ก็ตามเถอะ มันพนิ าศฉิบหายลงไปหมดเม่ือถงึ กาลของมนั แลว้ จะสร้างสักกีพ่ นั ชนั้
มนั กอ็ อกไปจากอฐิ จากเหลก็ จากหนิ จากปนู จากทรายนเ่ี อง จะไปหลงอะไรมนั กพ่ี นั ชนั้
มันก็คืออฐิ ปูน หิน ทราย เหลก็ ทผ่ี สมกนั ซงึ่ มอี ยเู่ ตม็ แผ่นดนิ นีเ้ อง จะพากนั ไป
ตนื่ อะไรมนั นคี่ อื การพจิ ารณาดว้ ยปญั ญาไมใ่ หห้ ลงสง่ิ เหลา่ นนั้ ซง่ึ เทา่ กบั พวกเรานโ่ี ง่
เอาเสยี เหลอื เกนิ เพยี งอฐิ ปนู หนิ ทราย กห็ ลงกนั จนจะเปน็ บา้ กนั ทง้ั แผน่ ดนิ คนฉลาด
จะไมม่ คี า้ งโลกอยแู่ ล้ว
คำ� วา่ “คน” เรากค็ น เขากค็ น ตน่ื อะไรกนั ! คำ� วา่ “เสยี ง” เรากม็ เี สยี ง เขากม็ เี สยี ง
“กลนิ่ ” เรากม็ กี ลนิ่ เขากม็ กี ลนิ่ ตนื่ อะไรกนั ! “รส” เรากม็ ี เรากร็ อู้ ยทู่ กุ วนั รสอะไรบา้ ง
เราก็รู้ จะต่ืนรสอะไรไปอีก! เคร่ืองสัมผัส มันสมั ผัสทัง้ วันทัง้ คืน ต่ืนอะไรกนั สัมผัส
485
ตง้ั แตว่ นั เกดิ จนกระทงั่ บดั นี้ ยงั ไมห่ ายตนื่ อกี หรอื ! อารมณเ์ ครอื่ งยว่ั ยวนภายในจติ ใจน้ี
เกดิ ขน้ึ เพราะอาศยั รปู เสยี ง กลนิ่ รส เครอ่ื งสมั ผสั ซงึ่ เคยสมั ผสั มาตง้ั แตอ่ ดตี กเ็ คย
เปน็ มาอยา่ งนน้ั แลว้ ตนื่ อะไรกนั ! เหลา่ นคี้ อื กองอนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา พจิ ารณาใหช้ ดั
ดว้ ยปัญญาอันลกึ ซึง้ ถ้ารูซ้ ึ้งแลว้ ก็เรียกวา่ “ชดั ” ชัดแลว้ กป็ ล่อย!
ความเทยี่ วไปเวยี นมาของจติ ความเกยี่ วขอ้ ง เทย่ี วหาบเทยี่ วหาม แบกโนน้ แบกน้ี
มันเป็นความทุกข์ท้ังน้ันแหละ พระพุทธเจ้าท่านประกาศอยู่แล้วว่ามันเป็นกองทุกข์
เพราะความยดึ ม่ันถอื มนั่ ความส�ำคญั ผดิ เพราะความโงเ่ ขลาเบาปัญญา พวกเรายัง
ไมย่ อมรบั ว่าพระพุทธเจา้ ฉลาด เพราะเราถือวา่ เราฉลาด ความจรงิ กค็ ือกิเลสน่นั เอง
มนั ฉลาด ตวั เราเองมนั โงจ่ งึ ไมท่ นั เขา แลว้ กค็ ลอ้ ยตามใหก้ เิ ลสฟนั เอา ฟนั เอา แมน้ อนอยู่
กิเลสมันก็น่งั อยบู่ นหวั กันทง้ั น้ันแหละ คอื บนหวั ใจ ไมใ่ ชห่ วั อะไร
ฉะนนั้ จงสรา้ งปญั ญาขนึ้ พจิ ารณาใหเ้ หน็ ความจรงิ ของโลก มหี รอื ไมม่ ี มนั กเ็ ปน็
ความจรงิ ของเขาอยนู่ นั่ เอง ตงั้ แตเ่ รายงั ไมเ่ กดิ เราตายไปแลว้ มนั กย็ งั มตี วั อยเู่ ชน่ นน้ั
และสลายไปเช่นนั้น เปลี่ยนแปลงของมันไปโดยล�ำดับล�ำดา นี่คือเร่ืองของปัญญา
พจิ ารณาสภาวธรรมทงั้ หลาย การพจิ ารณาเชน่ นก้ี เ็ พอ่ื จะถอดถอนความยดึ มนั่ ถอื มนั่
ความสำ� คญั ผดิ ดว้ ยความเหน็ ทถี่ กู ตอ้ งคอื ปญั ญานน่ั เอง ใจกเ็ บา ปลอ่ ยไปได้ อารมณ์
เคร่อื งกงั วลก็ไมม่ ี
คนเราเมอ่ื ไมม่ เี ครอ่ื งกงั วลมารบกวนจติ ใจกส็ บาย เหมอื นกบั นำ�้ ไมม่ อี ะไรกวน
กใ็ สสะอาด ถา้ มอี ะไรกวน แมแ้ ตไ่ มม่ ตี ะกอนอยทู่ ก่ี น้ เลย มนั ยงั ขน้ึ ฟองไดเ้ วลาถกู กวน
ถกู เขยา่ น่ะ
จิตใจที่ถูกก่อกวนอยู่ตลอดเวลาด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาด้วยแล้ว จะหา
ความสขุ ความสบายมาจากทไี่ หน ไปอยไู่ หนกไ็ ปอยเู่ ถอะ ถา้ จติ ใจมนั มสี ง่ิ กอ่ กวนให้
วนุ่ วายเดอื ดรอ้ นอยตู่ ลอดเวลาแลว้ มนั ตอ้ งรอ้ นอยตู่ ลอดเวลา นงั่ อยกู่ ร็ อ้ น ยนื อยกู่ ร็ อ้ น
เดนิ อยกู่ ร็ อ้ น อยบู่ นเครอ่ื งบนิ กร็ อ้ น จะวา่ อะไร จะเขา้ ใจวา่ ทไี่ หนมนั เปน็ ทเี่ ยน็ ละ่ มนั เยน็
ท่ีใจนเ้ี ทา่ นน้ั เม่ือปรับปรุงใหด้ แี ล้ว
486
เมอ่ื เราแกห้ รอื ถอดถอนสงิ่ ทเี่ ปน็ ไฟออกไดแ้ ลว้ ใจมนั เยน็ อยทู่ ไี่ หนกเ็ ยน็ หมด
จะไปอยทู่ ไ่ี หนกไ็ ดถ้ า้ จติ มนั เยน็ เสยี อยา่ งเดยี ว จติ เปน็ ทพ่ี ง่ึ ของตนไดอ้ ยา่ งเดยี วเทา่ นน้ั
มันสบายหมด น่เี ริม่ ถึงข้ันปัญญาแล้ว
เราเห็นผลทางดา้ นสมาธิ คือความสงบเยน็ ใจ และเหน็ ผลทางดา้ นปญั ญา การ
ถอดถอนเสยี้ นหนามคอื กเิ ลส ความยดึ มน่ั ถอื มนั่ สำ� คญั ผดิ ในสงิ่ ตา่ งๆ ออกจากจติ ใจ
ดว้ ยปญั ญาเปน็ ขนั้ ๆ ถอดถอนออกโดยลำ� ดบั ๆ เหมอื นทท่ี า่ นสวด “ถอนสมี าในโบสถ”์
นั่นแล ร้สู กึ ท่านท�ำเป็นอุบายสำ� คัญมากทีเดยี ว
ทา่ นสวดถอนสมี า ทา่ นสวดถอนอยา่ งไร เราเคยเหน็ ทา่ น “ผกู พทั ธสมี า” กอ่ นผกู
ทา่ นสวดถอนเสยี กอ่ น เอาพระสงฆม์ าเปน็ จำ� นวนมากมายนื เปน็ แถวแลว้ สวด สวดท่ี
ตรงนี้ เสรจ็ ตรงนแ้ี ลว้ กไ็ ปสวดทต่ี รงนน้ั ไปสวดทต่ี รงโนน้ ใหร้ อบทเี ดยี ว จากนนั้ กท็ กั
นิมิต เม่ือรอบขา้ งนอกแลว้ ก็สวดขา้ งใน ทั้งรอบนอกและรอบใน เสรจ็ แลว้ กส็ วดผกู
พทั ธสมี า พอเสรจ็ แลว้ ตดั ลกู นมิ ติ “ตมู ” ลงไปในหลมุ เปน็ หมดพธิ วี นิ ยั สงฆ์ ใครจะมา
ถอนกถ็ อนไมไ่ ด้ แมแ้ ตพ่ ระมหากษตั รยิ ก์ ถ็ อนไมไ่ ด้ จะถอนไดก้ เ็ พยี งคำ� วา่ ถอนเทา่ นน้ั
ความจรงิ นน้ั ถอนไมไ่ ด้ นอกจากสงฆจ์ ะมาถอนเอง เมอื่ ถงึ ขน้ั ตดั ลกู นมิ ติ แลว้ เปน็ อนั วา่
หมดธรุ ะหน้าทขี่ องสงฆใ์ นการผูกพัทธสีมา สำ� เรจ็ โดยสมบูรณ์เต็มทีแ่ ล้ว
การสวดถอนนี้ เปน็ อบุ ายวธิ ขี องการพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา เหมอื นเราถอดถอน
สง่ิ ตา่ งๆ ทางรปู ทางเสยี ง ทางกลน่ิ รส เครอ่ื งสมั ผสั กวา้ ง แคบ ทจ่ี ติ ไปสำ� คญั มน่ั หมาย
กำ� หนดพจิ ารณาทางดา้ นปญั ญา ใหเ้ หน็ เหตผุ ลตามความจรงิ ทงั้ หลายทมี่ อี ยู่ ถอนความ
ยดึ มน่ั ถอื มน่ั เขา้ มาโดยลำ� ดบั ๆ จนกระทงั่ เขา้ มาถงึ ธาตขุ นั ธข์ องตวั เอง นเี่ ปน็ สง่ิ สำ� คญั
จงพจิ ารณาแยกแยะดังทีเ่ คยอธบิ ายแล้วนนั้
รา่ งกายของเรานี้ มนั มคี วามจริงอยู่ทกุ สดั ทุกสว่ น ไม่เคยปลอม มนั ปลอมแต่
ความรคู้ วามเหน็ ของเราทไ่ี ปสำ� คญั ออกไปหาตเิ ตยี นเขา เปน็ อยา่ งนนั้ อยา่ งน้ี ไปหาชม
เขาอยา่ งนๆี้ นค่ี อื ผผู้ ลติ ผลติ อยตู่ ลอดเวลา สงิ่ เหลา่ นนั้ เขาอยเู่ ฉยๆ เขาไมม่ อี ะไร แต่
เราไปยดึ ไปถอื เขา ไปตำ� หนเิ ขาไปชมเขา ความตกิ ด็ ี ความชมกด็ ี มนั กเ็ กดิ จากใจของ
487
ผสู้ ำ� คญั ผดิ นแ้ี ล ผลมนั กเ็ กดิ ขน้ึ ทน่ี ี่ ความยงุ่ เหยงิ วนุ่ วายมนั กเ็ กดิ ขน้ึ ทนี่ ี่ เพราะฉะนนั้
จงึ ตอ้ งพิจารณาให้ทราบท้ังภายนอกคือสว่ นรา่ งกายคอื ขนั ธ์ ทราบทง้ั ภายในคือเรอื่ ง
ของจิตล้วนๆ พจิ ารณาให้เห็นตามความจรงิ
สว่ นไหนในรา่ งกายของเรานที้ จี่ ะตงั้ อยไู่ ดแ้ นน่ หนาถาวรมไี หม? ไมม่ ี มนั กา้ วเดนิ
ไปตามทางสาย อนจิ จัง ทุกขงั อนตั ตา อยู่ตลอดเวลาทกุ อริ ยิ าบถ แมแ้ ต่หลับ มันก็
ไมเ่ คยลดหย่อนผอ่ นผนั ไปตามเดือน ปี นาที โมงเลย เดอื นก็เป็นเดอื น ปีก็เป็นปี
เขากห็ มนุ ของเขาไป แมข้ ณะนเ้ี ขากห็ มนุ ไปตามหลกั ธรรมชาตขิ องตน เราจะนอนใจอยู่
ไดห้ รอื
ต้องพิจารณาใหเ้ หน็ ตามความจรงิ ของเขา เพ่ือจะได้ถอดถอนอปุ าทาน เหมือน
ไฟไหมล้ กุ ลามเขา้ มาจนจะถงึ บา้ นอยแู่ ลว้ เรายงั ไมร่ บี ขนของออกหรอื ? ถา้ ไมอ่ ยากให้
ไฟไหม้จนเปน็ เถ้าถา่ นไปหมด กต็ อ้ งรีบขนของออกจากบา้ น
ขนั ธ์เหน็ จะทนไม่ไหวแล้ว เพราะไฟคือไตรลกั ษณ์ไหมร้ อบหมดแลว้ น่ี จะทำ�
อย่างไรดี เรารีบขนของออกเสยี ตั้งแต่ไฟยังไมม่ าถึงเต็มท่ี ขณะนเี้ ขากำ� ลังเตอื นด้วย
อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา ขณะนเ้ี ขากำ� ลงั เตอื นประกาศกฎอยั การศกึ คอื อนจิ จงั ทกุ ขงั
อนตั ตา ใหร้ ีบขนสมบตั อิ ันลำ้� ค่าของเราออก
ความเฉลยี วฉลาดสรา้ งใหพ้ อ กายนเ้ี ราจะดอ้ื แพง่ ดอื้ อาญาไปยดึ ถอื มนั อยหู่ รอื
ไฟจะไหมแ้ ลว้ เปน็ เถา้ เปน็ ถา่ นในไมช่ า้ นอ้ี ยแู่ ลว้ เราไมเ่ ชอ่ื พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
จะไปเชอื่ ใคร อยา่ เชอ่ื เราเกินไป จะท�ำให้หลงจมอยู่ในขันธ์ มที ุกขเ์ ป็นหอกทม่ิ แทง
ไม่มเี วลายตุ ลิ งได้
เอา้ ปลอ่ ยอนั ไหนทคี่ วรปลอ่ ย ปลอ่ ย! แตส่ ตปิ ญั ญาไมย่ อมปลอ่ ย ตอ้ งพจิ ารณา
ใหเ้ หน็ ชดั เจน เรอื่ งไหนทส่ี ตปิ ญั ญาควรรู้ กำ� หนดใหร้ แู้ ละปลอ่ ยวางโดยลำ� ดบั ๆ รปู กาย
เปน็ สมบตั อิ นั หนงึ่ ทใ่ี ครๆ กร็ กั สงวน แตไ่ ฟกำ� ลงั ไหม้ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา มนั ไหม้
ตลอดเวลา จงพยายามพจิ ารณาปลอ่ ยวางลงไป รปู กค็ อื ธาตดุ นิ นน่ั เอง เอาดนิ มาแบกไว้
วา่ เปน็ ตน ไมอ่ ายบา้ งหรอื เอาดนิ ทง้ั กอ้ นมาแบกมาหาม เมอ่ื ยกดนิ ทง้ั แผน่ มาแบกไมไ่ ด้
488
ก็ยกเอาขนาดเท่ารูปกายมาแบกไว้ด้วยความเสกสรรว่าเป็นตน มันหนักขนาดไหน
ตอ้ งพายนื พาเดนิ พานงั่ พานอน ไมห่ ยดุ เรอ่ื ยมาน่ี ไมใ่ ชเ่ พราะความหนกั หรอื และ
ยงั หนกั ดว้ ยความหวิ โหย ความไมส่ ะดวก ไมส่ บายกาย เจบ็ ทอ้ ง ปวดหวั ลว้ นแลว้ แต่
ความหนกั หนว่ งถว่ งใจทง้ั นนั้ เรายงั ไมเ่ หน็ โทษของมนั หรอื แผน่ ดนิ กอ้ นนม้ี นั กห็ นกั
ขนาดน้ี ทกุ ขเวทนากเ็ สียดแทงเข้ามาทกุ ระยะ ด้านไหนไม่เลอื ก มันแทงเข้ามาท้ังน้ัน
ตา หู จมกู ลิน้ กาย มันแทงเขา้ มาได้หมด เจบ็ น้นั ปวดนต้ี ลอดเวลา เหน็ ไหม รไู้ หม
เข้าใจหรือยงั ว่าทุกขเวทนาทิ่มแทงเข้ามารอบดา้ น
จงดใู หเ้ หน็ ขนั ธม์ ที กุ ขเวทนา เปน็ ตน้ ใหช้ ดั เจนตามความจรงิ ของมนั สตปิ ญั ญา
เรามี อยา่ ไปหลงมนั มนั ไมไ่ ดห้ ลงเรานน่ี า เราเปน็ ฝา่ ยหลงขา้ งเดยี ว เราตอ้ งใหร้ จู้ กั เขา
เพราะเราเปน็ คนหลง เราตอ้ งรู้ นน้ั เขาไมไ่ ดห้ ลง เขาไมไ่ ดร้ อู้ ะไรกบั เรา และเขากไ็ มม่ ี
ปญั หาอะไรกบั เรา เรามปี ญั หาอยกู่ บั เจา้ ตวั รนู้ แี่ หละ พาใหห้ ลงกเ็ พราะเจา้ ตวั รนู้ แ่ี หละ
รไู้ มจ่ รงิ ทา่ นเรยี กวา่ อวชิ ชา รงู้ มๆ เดาๆ หาความจรงิ จงั หยงั่ รไู้ มไ่ ด้ กค็ อื ความรทู้ เ่ี ปน็
อวชิ ชานีแ้ ล
จงพจิ ารณาแลว้ พจิ ารณาซำ�้ ๆ ซากๆ ใหเ้ ปน็ ความสนทิ ตดิ ใจ ซงึ้ ใจ แลว้ จะปลอ่ ยเอง
ถา้ พจิ ารณายงั ไมพ่ อกย็ งั ไมป่ ลอ่ ย! อยา่ เขา้ ใจวา่ พจิ ารณาเทา่ นนั้ เทย่ี ว เทา่ นเ้ี ทยี่ วจะพอ
อยา่ เอาความสำ� คญั อยา่ งนน้ั เขา้ มาเปน็ เครอ่ื งกดี ขวางทางเดนิ ของเรา จะเดนิ ไปไมต่ ลอด
และจะขเ้ี กยี จ ทอ้ ถอย จงพจิ ารณาจนเขา้ ใจ เราเคยหลงอยทู่ น่ี ้ี หลงมากว่ี นั กป่ี ี กเี่ ดอื น
ยงั พอใจหลง การพจิ ารณาเพอ่ื ความรคู้ วามเขา้ ใจ ทำ� ไมจะไมพ่ อใจพจิ ารณา จะกคี่ รงั้
กห่ี นก็พจิ ารณาจนให้รู้ รแู้ ลว้ มันถอนเอง
เอา้ อาการทงั้ หา้ มอี ะไรทจี่ ะแบกจะหามเปน็ ตนเปน็ ตวั เปน็ เราเปน็ ของเราบา้ ง?
ดนิ ทงั้ กอ้ นอยใู่ นรา่ งกายน้ี เรากท็ ราบชดั ๆ แลว้ ดว้ ยปญั ญา จงปลอ่ ย ปลอ่ ยวางอปุ าทาน
ถึงจะรบั ผดิ ชอบกนั อยกู่ ป็ ลอ่ ยทางดา้ นปัญญา ทกุ ขเวทนาก็ให้รูเ้ รื่องของมนั มันเป็น
สจั ธรรม เป็นความจรงิ แต่ใจมนั ปลอมกเ็ ป็นทุกข์ได้ เวทนามอี ะไรบ้าง มสี ขุ มที กุ ข์
มเี ฉยๆ มที งั้ สว่ นรา่ งกาย ทงั้ ดา้ นจติ ใจ จงพจิ ารณาใหเ้ หน็ ชดั สญั ญานต่ี วั สำ� คญั สงั ขาร
ยกให้ สญั ญายดึ มนั่ สงั ขารยนื่ ให้ สญั ญายดึ มน่ั ยดึ มน่ั แลว้ กวาดเขา้ มา กวาดเขา้ มา
489
ฝงั ภายในใจ มแี ตเ่ สย้ี นแตห่ นามอยเู่ ตม็ ภายในใจ จงึ หาทแ่ี ละเวลาปลอดภยั ไมไ่ ดแ้ มแ้ ต่
นดิ เดยี ว ถกู ความสำ� คญั มน่ั หมายอนั นที้ ม่ิ แทงจติ ใจ ถา้ ใจไมท่ นทานจรงิ ๆ ตอ้ งแหลก
ไปนานแล้ว วิญญาณ รับทราบขณะท่ีมีส่งิ มาสัมผสั แย็บๆๆๆ เท่านั้น มสี าระอะไร!
เสยี งกระทบปบ๊ั ดบั พรอ้ ม อะไรมาสมั ผสั วญิ ญาณกร็ บั รแู้ ละดบั พรอ้ ม จะไปถอื เอาสง่ิ ที่
เกิดกับดับพร้อมมาเปน็ ตน มีอย่างหรอื !
พจิ ารณาให้ชัด ใครไปหลงไปงมงายกบั ส่งิ เหล่าน้ี ถ้าไมใ่ ชจ่ ติ ที่ตวั “อวิชชา”
ครอบหัวมนั อยนู่ นั่ พาใหห้ ลงงมงาย จงค้นเข้าไปพจิ ารณาเข้าไป ตวั นน้ั แหละตัวหลง
จรงิ ๆ รากเหงา้ ของความหลงจรงิ ๆ คอื ใจกบั อวชิ ชา ซง่ึ กำ� ลงั กลมกลนื เปน็ อนั เดยี วกนั
ยากจะทราบไดว้ า่ อะไรเปน็ จติ อะไรเปน็ อวชิ ชา ถา้ ไมใ่ ชป้ ญั ญาพจิ ารณา เพราะฉะนน้ั
ใจจึงต้องรับทุกข์รับสุขอยู่ตลอดเวลา สุขทุกข์เกิดขึ้นมาจากไหน? จากความปรุง
ความปรงุ มาจากไหน สญั ญา ความจำ� หมายมาจากไหน? ตา่ งกม็ าจากใจ เกดิ ขน้ึ กเ็ กดิ
ทน่ี นั่ และดบั ลงทนี่ น่ั อะไรๆ เกดิ ทนี่ นั่ ดบั ลงทนี่ น่ั เพราะรากแกว้ มนั ยงั ไมด่ บั มนั ก็
ผลกั ดนั ขันธ์นั้นๆ ออกมาให้ เกิด ดบั เกดิ ดบั อย่อู ยา่ งนน้ั
เอา้ พจิ ารณาลงไป ใจนก้ี เ็ หมอื นหวั เผอื กหวั มนั ทยี่ งั สดๆ อยู่ ยงั ไมไ่ ดต้ ม้ ใหส้ กุ
หวั เผอื กหวั มนั แมจ้ ะเปน็ ของควรแกท่ ำ� อาหาร แตเ่ มอ่ื ยงั ไมส่ กุ กเ็ ปน็ พษิ จะควรเปน็ อาหาร
ไดอ้ ยา่ งไรในขณะทย่ี งั สดๆ เวลานจี้ ติ มนั กเ็ ปน็ เชน่ นนั้ มนั ยงั ไมค่ วรแกค่ วามบรสิ ทุ ธิ์
ยงั ไมค่ วรกบั วมิ ตุ ตพิ ระนพิ พานได้ ยงั ไมค่ วรกบั ความนอนใจอนั สมบรู ณไ์ ด้ เพราะมนั
ยงั เจอื ปนอยดู่ ว้ ยยาพษิ ทม่ี อี ยภู่ ายใน เชน่ เดยี วกบั หวั เผอื กหวั มนั ทเี่ จอื ดว้ ยพษิ ของมนั
เราต้องต้มกอ่ นใหม้ นั สกุ และพิษจดื หมด พอจืดหมดแลว้ พิษภยั ของมันก็ถูกขบั ไล่
ออกหมดดว้ ยความรอ้ น เหลอื แตร่ สธรรมชาตขิ องมนั เชน่ หวั เผอื ก รบั ประทานเอรด็ อรอ่ ย
ไม่เปน็ พิษเป็นภยั เพราะเปน็ รสธรรมชาตทิ ีม่ ีอยู่ภายในตวั ของมัน
จติ ใจกเ็ หมอื นกนั เมอ่ื ไดถ้ กู ซกั ฟอกดว้ ย “ตปธรรม” คอื ความเพยี รแผดเผากเิ ลส
ซงึ่ มอี ยภู่ ายในจติ ใจนน้ั ออกจนหมดแลว้ เหลอื แตร่ สธรรมชาตขิ องจติ แทน้ น้ั แล ทา่ นวา่
“อมตงั ” รสแหง่ ธรรมกค็ อื รสของใจทบ่ี รสิ ทุ ธล์ิ ว้ นๆ มอี ยภู่ ายในใจนน้ั แล รสแหง่ ธรรม
ชนะซง่ึ รสทง้ั ปวง บรรดารสในโลกสมมตุ ิ ไมม่ รี สแมช้ นดิ หนง่ึ ชนะรสแหง่ ธรรมไดเ้ ลย
490
ก็รสแห่งธรรมนั้นเกิดข้ึนท่ีใจ เพราะอ�ำนาจของสติปัญญาขับไล่พิษภัยท่ีอยู่ภายใน
จติ ใจนน้ั ออกหมด เหลอื แตร่ สธรรมชาตลิ ว้ นๆ ทา่ นวา่ “นพิ พฺ านํ ปรมํ สขุ ”ํ พระนพิ พาน
เปน็ สุขอยา่ งย่ิง!
พระนพิ พานอยทู่ ไ่ี หน? ใครทต่ี ดิ คกุ ตดิ ตะราง ถกู กเิ ลสตณั หาจองจำ� อยตู่ ลอดเวลา
ถา้ ไมใ่ ชใ่ จ เมอ่ื ใจไดถ้ กู ปลดเปลอื้ งออกมาเปน็ อสิ ระจากกเิ ลสตณั หาแลว้ ใครจะเปน็
ผพู้ น้ โทษ ใครพน้ โทษ เราจะเรียกผ้นู นั้ ว่าเป็น “นิพพาน” จะผิดทีต่ รงไหน? นนั่ เปน็
ชอ่ื อนั หน่ึง คอื “นิพพฺ านํ ปรมํ สุข”ํ นิพพานเป็นสขุ อยา่ งย่ิง ใจทีพ่ ้นจากกิเลสแลว้
เปน็ สขุ อยา่ งยงิ่ ! นน่ั ! เอาใหเ้ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย! ใจทหี่ มกั หมมอยกู่ บั กเิ ลสเปน็ ใจทที่ กุ ข์
อยา่ งยงิ่ ! วา่ ยงั ไง นพิ พานอยู่ที่ไหน? เราหลงนพิ พานไปไหนเวลาน!้ี
วาดภาพนิพพานโนน้ วาดภาพนพิ พานน้ี วาดไปเถอะ ยงุ่ ไปหมด เพราะหลอก
ตัวเองน่ี เอาใหเ้ หน็ ความจรงิ ซี
พระพทุ ธเจา้ ทา่ นสอนจรงิ ทา่ นไมส่ อนหลอกลวง คำ� วา่ “เหน็ ความจรงิ ของนพิ พาน”
คอื อะไร? เมอ่ื ไปถงึ ความจรงิ แลว้ จะเรยี กชอื่ “นพิ พาน” หรอื ไมเ่ รยี ก กไ็ มเ่ ปน็ ปญั หา
อะไรท้ังสิน้ เพราะเราตัดปัญหาออกแล้ว เมอ่ื ถึงความจริงแล้ว จะมีปัญหาอะไรอกี
“ปรมํ สุขํ ปรมํ สขุ ํ” กค็ ือจิตดวงท่พี น้ จากสิง่ กดถว่ งทัง้ หลายโดยส้ินเชงิ แล้วนัน้ แล
เปน็ จติ ทอี่ สิ ระเตม็ ทแี่ ลว้ เปน็ “ปรมํ สขุ ”ํ อยา่ งเตม็ ดวงทเี ดยี ว ความรู้ รอู้ ยเู่ วลานแี้ หละ
ท่เี ป็น “ปรมํ สุขํ”
เวลานเี้ รากำ� ลงั ถกู กดถว่ งและกำ� ลงั ชำ� ระ กำ� ลงั ซกั ฟอก กำ� ลงั ขบั ไลจ่ ำ� พวก ปรมํ ทกุ ขงั
ออกดว้ ยความพากเพยี รดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ ตามจรติ นสิ ยั ความสามารถของแตล่ ะราย ละราย
ขอใหท้ ำ� ความพยายามใหเ้ หน็ คณุ คา่ ทม่ี อี ยภู่ ายในตวั เองเถดิ ซงึ่ เปน็ ของมคี ณุ คา่ อยแู่ ลว้
แตถ่ กู ทบั ถมดว้ ยสงิ่ ทหี่ าสารประโยชนม์ ไิ ด้ นอกจากกำ� ลงั เปน็ นกั โทษเทา่ นนั้ จติ จงึ ไม่
ปรากฏตัวขนึ้ มาว่าเป็นส่งิ ทีแ่ ปลกประหลาดอัศจรรย์แต่อยา่ งใดเลย
เวลานเ้ี รากำ� ลงั บกุ เบกิ สงิ่ ทป่ี ดิ บงั จติ ใจไมใ่ หเ้ หน็ ความจรงิ ใหเ้ ปดิ เผยขนึ้ มาอยา่ ง
เต็มทต่ี ามกำ� ลังความสามารถ
491